เซฟไว้และทำตาม…กำหนดการพิธีแต่งงานเช้าชั่วโมงต่อชั่วโมง

กำหนดการ พิธีแต่งงานเช้า แบบไทยสำหรับเป็นแนวทางให้ว่าที่บ่าว – สาวดำเนินงานแต่งได้อย่างราบรื่น

ก่อนอื่นขอทำความเข้าใจว่า กรอบเวลาในการประกอบพิธีไทยนั้นขึ้นอยู่กับฤกษ์ของบ่าวสาวแต่ละคู่และจำนวนแขกเป็นสำคัญกำหนดการที่จะแนะนำต่อไปนี้เป็นเพียงแนวทางให้นำไปประยุกต์ใช้เท่านั้น ซึ่งในที่นี้สมมุติว่าบ่าวสาวรวบพิธีหมั้นและแต่งไว้ในวันเดียว โดยมีฤกษ์สวมแหวนหมั้นเวลา 9.09 น. ฤกษ์ส่งตัวเวลา 13.09 น. และมีแขกราว 100 – 120 คน

P-0040

7.45 น. ตั้งขบวนขันหมาก / เตรียมตัวกั้นประตูเงินประตูทอง

ก่อนถึงวันงานควรแจ้งให้คนตั้งขบวนทราบว่ามีหน้าที่ถือพานอะไรและต้องมาถึงงานกี่โมง รวมทั้งควรมีคนที่รู้งานถือผังรายชื่อและลำดับขบวนคอยกำกับ ทั้งนี้ควรให้พิธีกรประกาศเรียกรวมพลก่อนถึงเวลาสักเล็กน้อย

สำหรับจุดรวมพลส่วนมากจะเป็นบริเวณใกล้สถานที่จัดงานแต่ง เช่น ถนนในซอยบ้านเจ้าสาว บริเวณสวนของโรงแรม เป็นต้น ส่วนจะโห่หรือไม่ อันนี้แล้วแต่ความสมัครใจและความเหมาะสม ถ้าตั้งขบวนในซอยก็โห่ดัง ๆให้รู้กันไปเลยว่าลูกสาวบ้านนี้ขายออก เอ๊ย แต่งงานแล้วจ้า แต่ถ้าเป็นงานภายในโรงแรมก็ต้องงดเสียงอึกทึกไปตามระเบียบ

เดี๋ยวนี้หลายคู่นิยมจัดงานแต่งตามโรงแรมริมน้ำ ก็จะมีการแห่ขันหมากทางเรือมีทั้งข้ามมาจากอีกฟากจริง ๆ และลอยลำอยู่ใกล้ๆ ท่าแล้วแห่ขบวนมาเลย ซึ่งสองกรณีหลังจะต้องเผื่อเวลาเพิ่มขึ้นอีกตามระยะทาง และแน่นอนว่าสามารถโห่กันได้ลั่นคุ้งน้ำ

ในขณะที่ฝ่ายชายเริ่มตั้งขบวนขันหมากญาติ ๆ ของฝ่ายหญิงก็ควรจะเริ่มตั้งขบวนกั้นประตูเงินประตูทองรอ สมัยก่อนนิยมใช้สายสร้อยหรือเข็มขัดทอง นาก เงิน ตามฐานะ แต่ในปัจจุบันนิยมใช้ดอกไม้ร้อยเป็นสายแทน (ยกเว้นประตูเสริมที่มักจะหยิบของใกล้ตัวมากั้นกันตามสะดวก) แนะนำให้เจ้าสาวนัดแนะกับเพื่อนๆ ญาติๆ และนับประตูคร่าวๆ ไว้เพื่อกระซิบให้ฝ่ายชายเตรียมซองมาเกินจำนวน ไม่อย่างนั้นซองอาจจะหมดกลางทางจนต้องหยิบยืมกันให้วุ่น

ข้อแนะนำ
    – จัดผังขบวนขันหมากพร้อมระบุชื่อคนในขบวนและแจ้งให้เจ้าตัวทราบล่วงหน้าว่าต้องมากี่โมง
    – ฝ่ายหญิงเตรียมดอกไม้ร้อยเป็นสายไว้ให้เพื่อนๆ กั้นประตู 

 

IMG_05358.00 น. แห่ขบวนขันหมาก

เนื่องจากต้องฝ่าด่านประตูเงินประตูทองจึงควรเผื่อเวลาไว้ราว 20 – 30 นาที มาถึงก่อนแล้วนั่งพูดคุยกันรอฤกษ์ ดีกว่าเสียฤกษ์ ถ้าบ้านไหนญาติน้อย มั่นใจว่ามีแค่ 3 – 4 ประตูอาจร่นเวลาลง เช่นเดียวกัน หากบ้านไหนญาติเยอะ เพื่อนๆ รักสนุก ดูแล้วว่างานนี้จัดหนักเจ้าบ่าว แน่นอนก็ยืดเวลาช่วงนี้ออกไปได้อีก แต่ถึงอย่างไรก็ควรดูความเหมาะสมเพื่อไม่ให้แขกผู้ใหญ่และคนในขบวนที่กำลังถือพาน (หนักๆ) ต้องรอนาน

ข้อแนะนำ
    – เจ้าบ่าวควรเตรียมซองเผื่อไว้
    – เจ้าสาวกระซิบเพื่อๆ ญาติๆ ให้ล้อเจ้าบ่าวเล่นแต่พองาม ระวังเสียฤกษ์

 

IMG_2344

8.30 น. เชิญขันหมาก

หลังจากต้อนรับขบวนขันหมากแล้ว เด็กเชิญขันหมากจะนำขบวนเข้าสู่จุดประกอบพิธีคนถือพานขันหมากเอก – โทคู่พานสินสอดกับพานแหวนหมั้น นำพานไปวางไว้ในจุดประกอบพิธี เจ้าบ่าวถือพานธูปเทียนแพไว้ ส่วนพานอื่น ๆ วางเรียงอย่างเป็นระเบียบในจุดที่จัดไว้ เชิญญาติผู้ใหญ่นั่งประจำที่ โดยมีคนคอยแจ้งให้แต่ละท่านทราบตำแหน่งที่นั่ง

ทั้งนี้แนะนำให้เลือกเด็กเชิญขันหมากที่โตพอจะรู้ความ บางบ้านให้เด็กเล็กมากมาเชิญขันหมากดูน่ารักน่าเอ็นดูก็จริง แต่บ่อยครั้งเด็กยืนรอร้อน ๆ หรือเจอคนแปลกหน้าเยอะ ๆก็ออกอาการงอแง หรือเด็กบางคนถือพานไม่ไหวคุณแม่ต้องมาช่วยประคองพานอีก กลายเป็นว่าพิธีส่วนที่ง่ายกลับขลุกขลักโดยใช่เหตุ

ข้อแนะนำ
   – ฝ่ายเจ้าสาวเตรียมเด็กหญิงน่ารักถือพานเชิญขันหมาก
    – เจ้าสาวจัดโต๊ะสำหรับวางขันหมากไว้ใกล้จุดประกอบพิธี

 

IMG_3705

8.40 น. พิธีนับสินสอด

หลังจากเจรจาสู่ขอเรียบร้อยแล้วจะเป็นการเปิดพานนับสินสอดซึ่งมักทำพอเป็นพิธีจึงกินเวลาไม่นาน จากนั้นโปรยถั่ว งา ข้าวตอก ดอกไม้ แล้วรวบห่อสินสอดทำท่าเหมือนแบกของหนักขึ้นไปเก็บ จากนั้นส่งคนไปรับตัวเจ้าสาว

ข้อแนะนำ
    – เตรียมถั่ว งา ข้าวตอก ดอกไม้ ไว้ในพานหรือโถเล็กๆ สำหรับโรยบนสินสอเพื่อความเป็นสิริมงคล
    – คุณแม่เจ้าสาวเตรียมแอ็คติ้งการรรวบห่อสินสอดแล้วทำท่าแบกหนักๆ (ส่วนจะเขิน ทำท่าไม่ค่อยถูก)
    – คุณแม่เจ้าสาวเตรียมกระเป๋าใบใหญ่ไว้เก็บสินสอด

 

IMG_2399

9.00 น. พิธีหมั้น

ถ้าฤกษ์สวมแหวนคือ 9.09 น. ในเวลา 9.00 น. ญาติต้องไปรับตัวเจ้าสาวมาเข้าพิธีแล้วเพื่อจะได้มีเวลาถือพานธูปเทียนแพคลานเข่าไปกราบผู้ใหญ่งามๆ แล้วนั่งให้เรียบร้อย พร้อมสวมแหวน อย่าลืมสวมช้าๆ ตะแคงนิ้วหากล้องพร้อมยิ้มหวานให้ช่างภาพกดชัตเตอร์เป็นที่ระลึก

ข้อแนะนำ
    – ไปรับตัวเจ้าสาวก่อนฤกษ์สวมแหวนสัก 5 นาที
    – สวมช้า ๆ ตะแคงนิ้วหากล้องพร้อมยิ้มหวานให้ช่างภาพกดชัตเตอร์เป็นที่ระลึก   

 

งานแต่ง-ดอน-ธีระธาดา-(89-of-220)

9.30 น. พิธีสงฆ์

เป็นการนิมนต์พระมาสวดมนต์ให้พรเพื่อความเป็นสิริมงคล ถวายเพล รับศีล พร้อมเก็บน้ำมนต์ก้นบาตรไว้ใช้ในพิธีหลั่งน้ำพระพุทธมนต์ต่อไป ส่วนมากหลังจากถวายเพลกับเครื่องไทยธรรมและกรวดน้ำเสร็จแล้วบ่าวสาวจะแยกตัวไปทำพิธีถัดไปโดยมอบหมายให้ผู้ใหญ่เป็นผู้รับรองพระสงฆ์ต่อ (เมื่อก่อนจะต้องรอให้พระฉันเพลเรียบร้อย บ่าวสาวจึงถวายเครื่องไทยธรรมและกรวดน้ำ แต่เดี๋ยวนี้หลายคู่นิยมรวบตึงให้จบในขั้นตอนเดียวเพื่อจะได้เริ่มพิธีการถัดไป) ทั้งนี้ บางคู่อาจนิมนต์พระสงฆ์มาตักบาตรเช้าหรือถวายอาหารเช้าให้เรียบร้อยก่อนเริ่มแห่ขันหมาก เพื่อความสะดวก

ข้อแนะนำ
   – ควรมีญาติผู้ชายคอยช่วยรับรองพระสงฆ์
    – เก็บน้ำมนต์ไว้ผสมน้ำสำหรับพิธีหลั่งน้ำพระพุทธมนต์

 

W123_BLOSSOM-14

10.30 น. พิธีหลั่งน้ำพระพุทธมนต์

ระยะเวลาของขั้นตอนนี้ก็ขึ้นอยู่กับจำนวนแขกอีกเช่นกัน โดยแขกที่จะหลั่งน้ำพระพุทธมนต์ให้บ่าวสาวจะต้องเป็นผู้มีอาวุโสกว่า และหลังจากรดน้ำแล้วอย่าเทน้ำในพานรองทิ้ง ให้นำไปรดต้นไม้ใหญ่เพื่อความเจริญเติบโตของทั้งคู่ต่อไป

ข้อแนะนำ
    – เจ้าสาวนั่งทางซ้ายของเจ้าบ่าว
    – แขกที่จะหลั่งน้ำพระพุทธมนต์ให้บ่าว - สาวควรจะต้องเป็นผู้มีอาวุโสกว่า
    – หลังจากรดน้ำแล้วให้นำน้ำในพานรองไปรดต้นไม้ใหญ่เพื่อความเจริญเติบโตของทั้งคู่ 

 

พิธีแต่งงานเช้า

11.15 น. พิธีไหว้ผู้ใหญ่

พิธีนี้มักเชิญเฉพาะญาติผู้ใหญ่ที่ใกล้ชิดจริงๆ โดยทั่วไปบ่าวสาวจะเตรียมของไหว้เป็นผ้าขนหนูหรือผ้าพับ แต่บางคู่ก็ครีเอตเป็นอย่างอื่นเช่น กระเป๋าผ้าไหมสีสวย ผลิตภัณฑ์จากศูนย์ศิลปาชีพ เซตของขวัญจากมูลนิธิต่างๆ คือเน้นเป็นของดูดีมีราคาและผู้ใหญ่น่าจะใช้ประโยชน์ได้ เพื่อให้สมน้ำสมเนื้อกับของรับไหว้ที่มักจะเป็นเงินหรือของมีค่า

ข้อแนะนำ
 – ควรเตรียมของไหว้เผื่อไว้สำหรับผู้ใหญ่ที่อาจจะมีมาเพิ่มหน้างาน

 

พิธีแต่งงานเช้า

11.45 น. งานเลี้ยง

หลังจากเสร็จสิ้นพิธี เจ้าภาพมักจะจัดงานเลี้ยงให้แขกได้รับประทานอาหารกลางวันร่วมกัน

 

พิธีแต่งงานเช้า

13.00 น. พิธีปูเตียงเรียงหมอน (ส่งตัวเข้าหอ)

เมื่อใกล้ฤกษ์ส่งตัว ให้เชิญพ่อแม่และผู้ทำพิธีปูเตียงเรียงหมอน (คู่รักอาวุโสที่อยู่กันอย่างมีความสุขจนแก่เฒ่าและมีลูกหลานดี)มาที่ห้องหอโดยพร้อมเพรียง เพื่อเตรียมตัวประกอบพิธีตามฤกษ์ที่กำหนดไว้คือ 13.09 น. โดยผ้าปูที่นอนและปลอกหมอนควรเป็นของใหม่ ถ้าทำพิธีที่โรงแรมควรเอาของใหม่ปูทับเครื่องนอนของโรงแรมอีกที เมื่อเสร็จพิธีค่อยถอดกลับไปใช้ต่อที่บ้าน

เชื่อกันว่า หากบ่าวสาวคู่ใดเนรคุณผู้ทำพิธีปูเตียงเรียงหมอนจะไม่มีความสุขในชีวิตคู่ ดังนั้นจึงนิยมเลือกผู้หลักผู้ใหญ่ที่เป็นที่นับหน้าถือตามากกว่าญาติสนิทซึ่งจะมีโอกาสกระทบกระทั่งกันสูง

ข้อแนะนำ
– ผ้าปูที่นอนและปลอกหมอนควรเป็นของใหม่เอี่ยม
– ถ้าทำพิธีที่โรงแรมควรเอาของใหม่ปูทับเครื่องนอนของโรงแรม เมื่อเสร็จพิธีค่อยถอดกลับไปใช้ที่บ้าน

อ่านบทความเพิ่มเติม

แจกให้ฟรีไม่มีเงื่อนไข!! ผังขบวน ขันหมากไทย มีเอาไว้อุ่นใจทุกคน

ลำดับขั้นตอนพิธีไหว้ผู้ใหญ่พร้อมสคริปต์แบบ 2 ภาษาอย่างเป๊ะ

https://praewwedding.com/thai-wedding/35424

‘ถอนตัวก็ไม่ได้ แต่จะไปก็ไปไม่ถึง’ ดูดวงรายวัน 23 พฤษภาคม 2563

ดูดวงรายวัน 23 พฤษภาคม 2563 #หมอปุ้ยพยากรณ์ เช็กทุกวัน เป๊ะปังทุกดวง ทั้งการงาน การเงิน ความรัก และสุขภาพ

ผู้ที่เกิดวันอาทิตย์

การงาน :  วันนี้คุณปรารถนาความสำเร็จอย่างแรงกล้ามาก แต่ก็เอาแน่เอานอนไม่ได้ มีปัญหาขลุกขลักเข้ามาให้คอยแก้ไขตลอด หรือไม่ก็ถูกใส่ร้ายป้ายสี จนคุณอ่อนใจ แต่จะไม่ทำก็ไม่ได้ เพราะติดเงื่อนไขสัญญาบางอย่างที่ทำให้คุณต้องลุกขึ้นมาสู้ต่อ ทางที่ดีควรหาเพื่อนหรือผู้รู้ผู้มีประสบการณ์มาช่วยหรือเป็นที่ปรึกษาจะดีกว่า

การเงิน : รายได้มาจากอำนาจ วาสนา และบารมี เพราะฉะนั้นคุณก็จะเสียเงินกับการเลี้ยงเพื่อนฝูงและผู้ใต้บังคับบัญชา เพื่อเป็นการตอบแทน แต่ก็ไม่ควรให้เขากู้ยืมเงิน หรือเซ็นค้ำประกันให้ เพราะคุณอาจต้องรับผิดชอบหนี้สินแทน

ความรัก : อาจมีบุคคลที่สามเข้ามาหลอกให้รัก เพื่อหวังผลประโยชน์อย่างเดียวเลย ซึ่งคุณก็ควรลดทิฐิและความเชื่อมั่นในตัวเองลงบ้าง ไม่ควรยึดเหตุผลของตัวเองเป็นหลัก สถานการณ์แบบนี้ควรประนีประนอมกันมากกว่าที่จะเอาชนะกัน   คนโสด คุณตกอยู่ในบ่วงรักจนไม่เป็นของตัวเอง จะไปไหนก็ไปไม่ได้ เพราะไม่อยากจากกันไกล แต่จะอยู่ด้วยกันก็ไม่ได้อีก เพราะความคิดและรสนิยมในการใช้ขีวิตไม่ตรงกัน

สุขภาพ : หากคุณออกจากบ้านไปในสถานที่ที่ไม่คุ้นเคย อย่าประมาท การ์ดอย่าตก ควรดูแลรักษาสุขภาพตัวเองให้ดี เพราะอาจมีโอกาสติดเชื้อ เป็นภูมิแพ้ ควรให้ความสำคัญกับการดูแลตัวเองด้วย ควรไปหาหมอตั้งแต่เนิ่นๆ

 

ผู้ที่เกิดวันจันทร์

การงาน :  หากคุณทำงานหรือเกี่ยวข้องกับการใช้คำพูดในการติดต่อสื่อสาร เช่น พนักงานขาย พีอาร์ประชาสัมพันธ์ หรือบริษัทออร์กาไนเซอร์ วันนี้หากคุณใช้วาทศิลป์อย่างเดียวอาจไม่ได้ผล เพราะลูกค้าต้องการความรู้ หลักวิชาการ และเทคนิคที่เชี่ยวชาญและลึกซึ้ง มาใช้ประกอบกับการตัดสินใจว่า ควรจะซื้อสินค้าของคุณไหม

การเงิน :  รายได้มาจากผู้บังคับบัญชาและทีมงาน แต่อาจหมดอย่างรวดเร็วจนเงินไม่พอใช้ เพราะคุณนำไปซื้อของฟุ่มเฟือย ราคาแพงสนองนี๊ดของตัวเอง

ความรัก : อารมณ์คุณไม่แน่นอน ผันผวนง่ายมาก ต้องระวังอาจถึงกับจบความสัมพันธ๋ลงได้ง่ายๆ เพราะที่ยังอยู่กันทุกวันนี้ก็อาจเพราะผู้ใหญ่ หน้าที่การงาน หรือลูก อยู่แล้ว วันนี้ควรอยู่ห่างๆ กันก่อน เพื่อลดการปะทะ   คนโสด  อารมณ์ขึ้นลงอย่างรวดเร็ว รักง่ายหน่ายเร็ว วันนี้นึกอยากจบความสัมพันธ์ก็จบลงอย่างดื้อๆ ซะงั้น

สุขภาพ : ควรระวัง อาจมีอาการเจ็บป่วยที่ไม่มีอาการเตือนใดๆ มาก่อน เมื่อเป็นก็หนักเลย ควรสังเกตุความผิดปกติในระบบทางเดินหายใจและในช่องปาก หากพบว่ามีความผิดปกติให้รีบไปพบแพทย์เลย

                                                                            

ผู้ที่เกิดวันอังคาร

การงาน  :  หากคุณทำงานหรือเกี่ยวข้องกับงานที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ การออกแบบดีไซน์ หรืองานที่ต้องมีมุมมองทางศิลปะเข้ามาเกี่ยวข้อง วันนี้คุณสตรอง เชื่อมั่นในตัวเอง ลุยเดี่ยว โดยไม่รับฟังความคิดเห็นของใคร ก็ต้องระวัง ไม่ควรไว้ใจเพื่อนร่วมงาน หรือคนใกล้ชิด เพราะเขาจะแย่งความดีความชอบไปเป็นของตัวเอง แล้วโยนความผิดให้คุณ จึงควรตัดสินใจอย่างมีสติ

การเงิน :  อาจตกลงเรื่องผลประโยชน์ไม่ลงตัว หรือทะเลาะเบาะแว้งกันเรื่องการกู้ยืมเงิน อาจถูกโกงจากคนใกล้ชิด จนถึงอาจถูกขโมยทรัพย์สิน

ความรัก  : วันนี้คุณอาจจับได้ว่าคู่มีพฤติกรรมไม่น่าไว้วางใจ หลอกลวง คุณจึงอาจประชดด้วยการออกเที่ยว ใช้ชีวิตลั้ลลา หากคุณชอบใครก็ไม่สนใจว่าจะถูกต้องหรือเปล่า  คนโสด  คุณสตรองมาก ไม่แคร์ หากคนที่คุณถูกใจจะไปมีแฟนใหม่ เพราะคุณสามารถเริ่มต้นใหม่กับคนใหม่ได้เสมอ

สุขภาพ : เข้าครัวทำอาหาร จะหั่นผัก ปอกผลไม้ ก็ควรระวังมีด หรือของมีคมด้วย เพราะอาจทำให้เกิดบาดแผลตามร่างกาย

 

ผู้ที่เกิดวันพุธ

การงาน :  คุณอาจเครียดกับความเปลี่ยนแปลงหลายๆ อย่างรอบตัว เช่น องค์กรอาจมีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้าง ส่งผลกระทบต่องานที่ทำให้คุณต้องปรับปรุงงานอย่างต่อเนื่อง จึงต้องระวังเรื่องกาติดต่อประสานงาน การบริหารจัดการ หรือการให้คำปรึกษา อาจมีปัญหาในเรื่องของกฎหมาย หรือเอกสารสัญญา จึงควรเคลียร์ให้ชัด

การเงิน :  หากคุณคิดจะร่วมหุ้นลงทุนกับคนรัก ผู้ใหญ่จะให้ความอุปถัมภ์ ซึ่งคุณก็ไม่ควรทุ่มลงทุน โดยยังไม่เห็นผลตอบแทน หรือผลกำไร เพราะการลงทุนทุกชนิดมีความเสี่ยง

ความรัก : ลดทิฐิและความคาดหวังในตัวคู่ลงบ้าง และแบ่งเวลาระหว่างการทำงานและครอบครัวให้ดี เพราะคุณมักยึดความถูกต้องของตัวเองมากกว่าการประนีประนอม  คนโสด  คุณโรแมนติก วาดฝันถึงความรักไว้อย่างสวยสดงดงาม แต่ในความเป็นจริงอาจไม่ได้เป็นเช่นนั้น

สุขภาพ : ควรให้ความสำคัญกับการขับถ่าย ไม่ควรกลั้นปัสสาวะจนติดเป็นนิสัย เพราะอาจทำให้กรวยไตและกระเพาะปัสสาวะมีปัญหา เสี่ยงต่อการติดเชื้อในกระแสเลือดได้

 

ผู้ที่เกิดวันพฤหัสบดี

การงาน : แม้ว่าคุณจะมีความปรารถนาความสำเร็จอย่างแรงกล้า แต่วันนี้อาจมีปัญหาขลุกขลักเข้ามาตลอดๆๆ  คุณอาจถูกพิจารณาความผิดที่ไม่ได้กระทำ หรือทำไปโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ จนต้องตกอยู่ในภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก ต้องทำงานที่ตัวเองไม่ถนัด ทางที่ดีควรหาเพื่อนที่รู้ใจ หรือผู้รู้ผู้มีประสบการณ์มาช่วยงานจะทำให้งานดำเนินต่อไปได้

การเงิน :  มีโชคด้านการเงิน ซึ่งมาจากอำนาจ บารมี และวาสนาของคุณ แต่ก็ไม่ควรเข้าไปเกี่ยวข้องกับเงินที่ได้มาโดยมิชอบ หรือไม่ถูกต้อง เพราะอาจทำให้เงินร้อนอยู่กับตัวได้ไม่นาน

ความรัก :  ก็ยังมีอะไรหลบๆ ซ่อนๆ กันอยู่นะคะ จึงควรลดทิฐิและความเชื่อมั่นในตนเอง หันหน้าเข้ามาคุยกันดีกว่าที่จะเอาชนะกัน ซี่งวันนี้ก็มีแนวโน้มว่าจะพูดคุยกันได้อยู่ คนโสด  คุณมีเสน่ห์ ใครได้อยู่ใกล้อาจอดใจไม่อยู่ ต้องแอบปากว่ามือถึง จึงควรรักษาระยะห่างไว้

สุขภาพ : ปัญหาสำคัญอันดับหนึ่งคือ หัวใจ และโรคที่เกี่ยวกับหัวใจทุกชนิด รองลงมาคือประสิทธิภาพทางการมองเห็นอาจลดน้อยลง ตระกูลต้อกำลังถามหา

 

ผู้ที่เกิดวันศุกร์

การงาน :  สำหรับผู้ที่อยู่ในสายงานหรือทำงานที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา เช่น ครูบาอาจารย์ นักวิชาการ โค้ชชิ่ง หรือเทรนนิ่ง วันนี้คุณต้องระวังคนใกล้ตัวและเพื่อนร่วมงาน อาจแย่งความดีความชอบไปเป็นของตัวเอง แล้วโยนความผิดมาให้คุณ แม้คุณจะไปร้องขอความเห็นใจจากเจ้านาย แต่ก็อย่าคาดหวัง เพราะเขาไม่รับฟัง

การเงิน :  รายได้หลักของคุณมาจากงานประจำ ต้องระวังคนใกล้ชิด อาจมีการทะเลาะเบาะแว้งกันเรื่องตกลงผลประโยชน์ไม่ลงตัว หรือถูกเบี้ยวหนี้สิน

ความรัก : คุณอาจจับได้ว่า คู่คุณมีพฤติกรรมไม่น่าไว้วางใจ หลอกลวงคุณ แม้คุณจะยอมลดความเป็นตัวเองลง ด้วยการไปงอนง้อขอให้เขากลับมา แต่เขาก็ไปแล้วไปลับ คุณอาจต้องพึ่งผู้ใหญ่ช่วยไกล่เกลี่ย คนโสด คนที่คุณถูกใจจนต้องไปขอให้ผู้ใหญ่ช่วย จริงๆ แล้วเขาไม่เหมาะสมกับคุณเลย เพราะเขามีแฟนอยู่แล้ว

สุขภาพ : เข้าครัวทำกับข้าว จะหั่นผัก ปอกผลไม้ต้องระวังมีด หรือของมีคมทุกชนิด อาจบาดจนเป็นแผลได้ และปล่อยวางบ้าง อย่าคิดมาก เพราะเสี่ยงต่อการเป็นซึมเศร้า

 

ผู้ที่เกิดวันเสาร์

การงาน  : หากคุณกำลังลังเลสงสัย ไม่มั่นใจว่า จะเปิดธุรกิจที่ต้องใข้ความคิดสร้างสรรค์ งานวิชาการ งานเขียน โดยเน้นทางสายบุญ งานกุศลขึ้นที่บ้าน วันนี้คงไม่ต้องลังเลแล้ว เพราะคุณมีความเชี่ยวชาญหลายด้านสามารถทำได้ และมีผู้อุปถัมภ์

การเงิน : คุณอาจได้โชคลาภอย่างไม่คาดฝันมาก่อน เพราะได้มาจากความสิเน่หา เช่นได้มรดกเป็นที่ดิน หรือลาภลอย เรียกว่าจับอะไรก็เป็นเงินเป็นทองไปหมด

ความรัก : คุณอาจได้รับความรักและการดูแลเอาใจใส่จากครอบครัวอย่างดีมาตลอด แต่วันนี้คุณเกิดความลังเล สงสัยในตัวคู่มากๆ จนอาจต้องใช้ธรรมะเข้าข่มจิตใจ ไม่ให้ฟุ้งไปไกลกว่านี้  คนโสด คุณรักเดียว ใจเดียว ซึ่งคนที่คุณมองไว้เป็นประมาณธรรมะสายแข็ง รักสวยรักงาม เนี๊ยบเป๊ะ ซึ่งเสี่ยงต่อการไม่ชอบหญิงอย่างมาก จึงควรตัดสินใจให้ดี คบกันให้นานๆ

สุขภาพ :  อาจมีปัญหาเรื่องของระบบน้ำย่อย กระเพาะอาหาร ควรรักษาสุขภาพด้วยหลักโภชนาการบำบัด หากมีความผิดปกติควรไปพบแพทย์ตั้งแต่เนิ่นๆ อย่าปล่อยทิ้งไว้ จะรักษาลำบาก

เช็กดวงย้อนหลังกันได้ที่นี่

อย่าลังเลสงสัยนาน เดี๋ยวจะพลาดโอกาสดีๆ ในชีวิตไป  ดูดวงรายวัน 18 พฤษภาคม 2563

ระวัง! คนที่ทำให้คุณเข้าใจคำว่า มีรักแล้วมีทุกข์จะกลับมา  ดูดวงรายวัน 19 พฤษภาคม 2563

เสน่ห์มาเต็ม แต่มาแบบสวยพิฆาต เหวี่ยงวีนมาครบ  ดูดวงรายวัน 20 พฤษภาคม 2563

แม้ผู้ใหญ่จะช่วย แต่ดวงก็ยังไม่หลุดจากบ้านที่สอง ดูดวงรายวัน 21 พฤษภาคม 2563

หากผิดหวังมาเกิน 2 ครั้ง วันนี้มีลุ้นได้เจอรักแท้ ดูดวงรายวัน 22 พฤษภาคม 2563

15 สิ่งต่อไปนี้เจ้าสาวและเพื่อนเจ้าสาวต้องเตรียมไว้ในเช้าวันแต่งงาน

เช้าวันแต่งงานเราขอเตือนทั้งคุณเจ้าสาวและเพื่อนเจ้าสาวทุกคนว่า “มันวุ่นวายมาก!” เพราะไหนจะต้องแต่งหน้าทำผม สวมชุด ใส่เครื่องประดับ และอีกสารพัดสิ่งที่ต้องทำ อีกทั้งความตื่นเต้น ดีใจ ที่จะส่งผลให้คุณมีสติไม่ครบถ้วน ลืมนั่นลืมนี่อยู่เสมอ เพราะฉะนั้นเราขอให้คุณจด 15 สิ่งที่ควรเตรียมไว้ใน เช้าวันแต่งงาน เหล่านี้เอาไว้ แล้วนำไปเช็คและเตือนตัวเองกับเหล่าเพื่อนสาวเพื่อกันลืมกันพลาดสิ่งของต้องประสงค์ที่จะช่วยให้คุณเพอร์เฟ็กต์ตั้งแต่เช้าจรดเย็น

1. อย่าลืมชาร์ตแบตโทรศัพท์!

สำหรับเจ้าสาวและเหล่าเพื่อนเจ้าสาวทั้งหลาย เราขอเตือนให้ชาร์ตแบตโทรศัพท์ให้เต็มในช่วงเช้าก่อนพิธีการทุกอย่างจะเริ่ม เพราะคุณอาจจะต้องติดต่อกับแขกคนอื่นๆ ภายในงาน รวมถึงหยิบออกมาถ่ายรูปบรรยากาศ ถ่ายเซลฟี่ อัพโหลดภาพลงโซเชียล แบบนี้จะได้มีแบตไว้ใช้ตลอดงานนะ

2. บำรุงผิวด้วยครีม

พอถึงวันงานแต่งเหล่าสาวๆ คงตื่นเต้นดีใจจนมองข้ามสิ่งเล็กๆ น้อยๆ อย่างผิวกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งชุดเจ้าสาวและชุดเพื่อนเจ้าสาวที่เผยให้เห็นผิวเยอะๆ ประเภทเกาะอก คว้านหน้า คว้านหลัง จะปล่อยให้คนมาเห็นผิวแห้งๆ เป็นขุยไม่ได้เชียวนะ เพราะฉะนั้นอย่าลืมทาครีมบำรุงผิวให้ชุ่มชื่นตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยล่ะ

>> เคล็ดลับเลือก facial oil บำรุงผิวยังไงให้เหมาะกับสภาพผิวหน้าเจ้าสาว <<

3. ชุดชั้นในที่ใส่แล้วสบาย

เรื่องนี้อาจไม่ต้องรอให้ถึงเช้าวันแต่งงานนะคะ เพราะเราขอให้สาวๆ ทั้งหลายคิดและเตรียมตัวให้พร้อม ดูว่าชุดเจ้าสาวและชุดเพื่อนเจ้าสาวที่คุณจะใส่เป็นสไตล์ไหน คอปีน คอเต่า เกาะอก ชุดสั้น หรือชุดยาว แล้วมองหาชุดชั้นในที่ใส่แล้วจะสวย ขอบและสายไม่โผล่มาให้ขัดสายตา ใส่แล้วสบายกาย ไม่รัดแน่น ไม่อึดอัด เพราะคุณจะต้องอยู่กับมันไปทั้งวัน ถ้าเลือกชุดที่แน่นเกินไปแล้วหายใจหายคอไม่ออก รับรองว่าหน้าซีดเป็นลมชัวร์!

4. เตรียมผ้าอนามัยไว้ด้วย

ผู้หญิงอย่างเราๆ เนี่ยนะคะ ต่อให้นับวันรอบเดือนเป๊ะแค่ไหนก็ใช่ว่ามันจะมาตรงเวลา โดยเฉพาะช่วงก่อนวันสำคัญที่สาวๆ จะต้องเตรียมงานและเตรียมตัว ความเครียดที่มาเยือนอาจจะนำพาประจำเดือนให้มาเร็วขึ้นหรือมาช้ากว่าเดิม ถ้าเกิดว่ามันไหลออกมาในวันสำคัญพอดี แบบนี้ก็เรียกว่าแจ็กพอตแตก! เพราะฉะนั้นเตรียมผ้าอนามัยให้พร้อม อุ่นใจกว่าไปหาเอาในสถานการณ์ฉุกเฉินนะ

5. กลิ่นน้ำหอมเย้ายวนใจ

อีกสิ่งสำคัญที่ทั้งเจ้าสาวและเพื่อนเจ้าสาวควรยึดปฏิบัติหลังแต่งกายเสร็จก็คือ “พรมน้ำหอม” บนเรือนร่าง ชอบกลิ่นไหนก็เลือกเอาเลยจ้ะ แต่ขอให้จำไว้อย่างว่าพรมเบาๆ ให้หอมแต่พอดี ไม่ใช้กระหน่ำฉีดจนกลิ่นฉุนเหมือนอาบมานะจ๊ะสาวๆ

6. เบอร์โทรคนสำคัญ

หลังจากเช็คแบตโทรศัพท์ให้เต็มอยู่เสมอแล้วก็อย่าลืมจดเบอร์โทรเหล่าคนสำคัญของงานไว้ด้วย ไล่ตั้งแต่เบอร์คุณพ่อคุณแม่บ่าวสาว เบอร์เพื่อนเจ้าสาวเพื่อนเจ้าบ่าวคนอื่นๆ เวลาใครมาช้ามาสายหรือแว้บหายไปจะได้โทรตามได้ทันก่อนงานเริ่ม รวมถึงเบอร์ของเวดดิ้งแพลนเนอร์ ช่างภาพ และคนดูแลจัดการเรื่องสำคัญต่างๆ ภายในงาน มีไว้ให้อุ่นใจ เผื่อฉุกเฉินหรือสงสัยอะไรจะได้โทรไปสอบถามได้ทันเวลา

7. ลิปสติกเติมสีปาก

เพื่อนเจ้าสาวทั้งหลายอย่าลืมทำการบ้านหาลิปสติกสีสวยถูกใจ (เข้ากับธีมสีของงานด้วย) ไว้ไปเติมปากทั้งยามเช้า สาย บ่าย เย็นด้วยนะจ๊ะ อย่าปล่อยให้สีปากลบเลือนเป็นเพื่อนเจ้าสาวหน้าซีดเด็ดขาด เดี๋ยวจะมิสวยนะ

8. มีร่มไว้ด้วยก็ดี

เพราะว่าคุณไม่รู้ว่าพระพิรุณจะเปิดฟ้าโปรยฝนลงมาเมื่อไหร่ อาจจะเป็นช่วงเช้าก่อนงานเริ่มหรือหลังงานจบไปแล้วและทุกคนกำลังจะกลับบ้านก็เป็นได้ เพราะฉะนั้นเตรียมร่มไว้บ้างก็ดีนะคะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับงานแต่งเอาท์ดอร์ มีร่มไว้ก็สบายใจ สามารถกันได้ทั้งแดดและฝนนะ

9. กระดาษทิชชู่ซับทุกอย่าง

เราขอแนะนำให้คุณพกกระดาษทิชชู่ซองเล็กติดตัวไว้บ้างนะคะ เพราะเมื่อไหร่ที่ความปลื้มความตื้นตันมันเอ่อล้นที่ขอบตาหรือเหงื่อไหลไคลย้อยจะได้หยิบมาซับได้ทันเวลา รวมถึงเวลามีอะไรเลอะเทอะนิดๆ หน่อยๆ จะได้ไม่ต้องวิ่งหามาเช็ดให้วุ่นวาย

10. ยาทาเล็บช่วยเล็บสวย

ความงดงามของเล็บสาวๆ ก็สำคัญเช่นกัน ดังนั้นขอบอกว่าอย่าลืมพกยาทาเล็บสีที่คุณใช้มาจากบ้านด้วยนะ เผื่อว่าเล็บไปขูดกับขอบโต๊ะเก้าอี้แล้วลอกหลุดขึ้นมา คุณจะได้มีไว้เติมเต็มให้สวยดังเดิม รวมถึงตัว topcoat เพิ่มความเงางามของเล็บด้วย หยิบมาคู่กันทั้งสองขวดเลยนะ

11. เครื่องสำอางเล็กๆ น้อยๆ

เพื่อความสวยที่คงทนตั้งแต่เช้าจรดเย็น ควรพกเครื่องสำอางจำพวก มาสคาร่ากันน้ำ อายไลเนอร์ และแป้งที่คุณใช้อยู่เป็นประจำ เอาไว้ทัชอัพเก็บรายละเอียดด้วยตัวคุณเอง ก่อนจะเดินสวยๆ เริดๆ เข้างาน

12. กิ๊บติดผมสีดำป้องกันหัวยุ่ง

หลังจากแต่งหน้าทำผมและแต่งตัวเสร็จเรียบร้อยแล้ว คุณเจ้าสาวและเพื่อนเจ้าสาวควรจะเช็คทรงผมตัวเองหน้ากระจกสักเล็กน้อย ถ้าผมตรงไหนหลุดลุ่ยหรือว่ายังไม่เป๊ะตามที่ต้องการ ก็หยิบกิ๊บติดผมมาเก็บรายละเอียดเรือนผมให้สวยงาม รวมถึงพกติดตัวไว้สักอันสองอัน เผื่อว่าระหว่างวันหัวยุ่งจะได้เก็บขึ้นไปให้สวยเนี้ยบตลอดงาน

13. ลูกอม หมากฝรั่งกันหิว

แน่นอนว่าวันงานแต่งทั้งคุณเจ้าสาวและแก๊งเพื่อนเจ้าสาวจะต้องตื่นมาเนรมิตความสวยกันแต่เช้า จนบางครั้งไม่มีเวลากินข้าวเพราะมัวแต่เตรียมนั่นทำนี่กันวุ่นวาย เราแนะนำว่าให้คุณเสียเงินสัก 10 บาท 20 บาท ซื้อลูกอมหรือหมากฝรั่งไว้เคี้ยวเพลินๆ ตอนทำผม อย่างน้อยๆ ก็ยังช่วยป้องกันความหิวและเพิ่มพลังให้คุณได้บ้าง

14. กระจกใบเล็กไว้ส่องเช็คตัวเอง

เวลาที่คุณอยู่ในงานแต่งบางทีก็ต้องแอบเช็คความเป๊ะของใบหน้ากันสักนิดนะคะ เพราะฉะนั้นพกกระจกเล็กๆ สักอัน เอาไว้หยิบมาส่องหน้าส่องตาเติมสีปาก ดีกว่าวิ่งเข้าวิ่งออกพึ่งพากระจกห้องน้ำเป็นไหนๆ แบบนั้นเหนื่อยตายกันพอดี

15. กระเป๋าคลัทช์สวยๆ สักใบ

ของสิ่งนี้ถ้าจะให้ดีเราขอให้คุณเลือกตั้งแต่รู้ว่าชุดเพื่อนเจ้าสาวเป็นแบบไหน สีอะไร และรองเท้าที่คุณจะใส่เป็นแบบไหน เพราะว่าทั้งสามอย่างจะต้องดูเข้ากันห้ามแปลกแยก แต่ที่สำคัญก็คือ ตอนเช้าวันงานแต่งอย่าลืมเช็คด้วยว่า 14 อย่างข้างบนตามที่บอกมานั้น คุณใส่มันลงไปในกระเป๋าครบหมดรึยัง อย่าลืมเช็คดูให้แน่ใจก่อนเดินออกไปเฉิดฉายในงานนะจ๊ะ

ของสำคัญ 15 อย่างนี้เราขอบอกว่าบางอย่างก็ไม่ต้องรอให้ถึงเช้าวันแต่งแล้วค่อยเตรียมหรอกนะ ลองมองหาและเตรียมไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ แล้วก็มาเช็คความเรียบร้อยอีกครั้งในตอนเช้าของวันสำคัญจะดีกว่าเนอะ

อ่านบทความเพิ่มเติม

8 สิ่งห้ามขาดถ้าหากบ่าวสาวอยากจะจัด งานแต่งเอ๊าท์ดอร์ รับประกันความเวิร์ก

ช่อบูเกต์เจ้าสาว 7 สไตล์ เลือกให้เข้ากับรูปร่าง พร้อมเทคนิคเลือกยังไงให้งบไม่บาน

ทีมเจ้าบ่าวสลัดลุคหนุ่มเนี๊ยบมาสบายๆ ให้เข้ากับ งานแต่งโบฮีเมี่ยน

เรียบเรียงจาก : weddingandweddingflowers.co.uk
ภาพ : huffingtonpost.com, beautyrocksblog.com, pexels.com

9 วิธีคิดง่ายๆ เพื่อให้บ่าวสาวสร้างงานแต่งเล็กๆ ในฝันให้ตรงใจ

‘งานเล็กงานใหญ่ไม่สำคัญ อยู่ที่ใจฉันกับเธอ’ … แต่เดี๋ยวก่อนใช้ใจอย่างเดียวไม่พอ การตั้งสติแล้ววางแผนให้เป็นลำดับขั้นตอนก็สำคัญไม่แพ้ใจ แพรว wedding จึงได้จัดคัมภีร์ให้ว่าที่บ่าวสาวไว้เช็กลิสต์ลำดับการคิดงานแต่งงาน เพื่อความสมบูรณ์แบบของ งานแต่งเล็กๆ ไม่มีตกหล่น เล็กแค่ไหนแต่ความอิ่มเอมใจคับอกแน่นอน 

นับ 1. อย่าเพิ่งรีบ ใจเย็นๆ ก่อน

หลายคนพอรู้ตัวว่าจะแต่งงานก็รีบเอามากๆ วิ่งหานักจัดงานแต่งงานเป็นว่าเล่นยิ่งหาก็ยิ่งไม่ใช่ ยิ่งไปเจอ ยิ่งคุยก็ยิ่งงง เวลายุ่งๆ หลายคนคิดว่านักจัดงานแต่งงานคือทางออก แต่บางครั้งกลับไม่ใช่ เพราะทางออกใหม่ที่ว่าอาจเป็นการสร้างปัญหาให้หนักใจมากขึ้น จากงบน้อยๆ อาจกลายเป็นงบมาก ฉะนั้น อย่าลืมนึกไว้ในใจเสมอว่า “ไม่มีใครรู้สิ่งที่เราต้องการได้ดีเท่าตัวเราเอง” เริ่มต้นจากตัวเองก่อน หาสิ่งที่เราต้องการให้เจอ แล้วคนอื่นๆ ที่มาร่วมช่วยงานก็จะทำงานได้ง่ายและตรงเป้าหมายมากขึ้นด้วย

นับ 2. จับมือกันร่วมทำงานเล็กๆ นี้ให้ดีที่สุด

งานแต่งงานไม่ใช่ภาระของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง และยิ่งไม่ใช่งานที่จัดขึ้นเพื่อใครคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นงานของ “เรา” ต่างหาก หลายคนมองว่าการจัดงานเองเป็น “งานงอก” (งานที่เพิ่มขึ้นมาให้รับผิดชอบโดยไม่ทันตั้งตัว) เลยชวนให้มีเรื่องปวดหัวเพิ่มขึ้น แต่เรามักลืมไปว่างานแต่งงานก็เป็นงานอย่างหนึ่งเหมือนกัน และเป็นงานกลุ่มที่ทำให้เราได้ศึกษาเพื่อนร่วมทีม ได้พบเจอปัญหาและแก้ไขไปด้วยกัน เสมือนเป็นบททดสอบหนึ่งของชีวิตคู่ ถ้าปล่อยให้ใครคนใดคนหนึ่งต้องเล่นเกมนี้คนเดียว คิดคนเดียว ทำคนเดียว คงเหงาน่าดู ว่าไหม

นับ 3. ธีมไม่ใช่ข้อจำกัด

งานแต่งเล็กๆ

เดี๋ยวนี้ใครจะแต่งงานก็ต้องมีธีม ใครไม่มีคำตอบว่าตัวเองแต่งงานธีมอะไรเรียกว่า “เชยมาก” หลายคนเลยมีคำพูดในใจติดไปว่า อยากได้ธีมสีฟ้า ธีมสีชมพู ธีมทะเล ธีมญี่ปุ่น ธีมวินเทจ ธีมเจ้าหญิง ฯลฯ คำว่า “ธีม” ทำให้คนทั่วไปเห็นภาพงานแต่งงานของเราง่ายขึ้นก็จริง แต่บางครั้งคำว่าธีมกลับเป็นข้อจำกัดที่ทำให้งานของเราคล้ายๆ กับของคนอื่น และขาดสิ่งที่เป็นตัวตนของเราไป ดังนั้นก่อนเริ่มจัดงานอย่าเพิ่งรีบสรุปว่าเราจะจัดธีมอะไร แต่ให้หาภาพที่เราชอบเยอะๆ อาจเป็นภาพวิว ภาพบ้าน ภาพสถานที่ท่องเที่ยว หรือจะจดเป็นการระดมไอเดียก่อนก็ได้ และคิดไว้เสมอว่าธีมไม่ใช่ข้อห้ามหรือข้อจำกัดแต่เป็นการตีกรอบความคิดกว้างๆ ไม่ให้เราออกนอกเส้นทางเกินไป

ยังมีสิ่งที่บ่าวสาวต้องรู้อีกนะ คลิกหน้าต่อไปเลย >>>

 

นับ 4. ถามใจดี ๆ มีไปทำไม

พอข่าวการแต่งงานของเราเริ่มขยายวงกว้างทั้งในหมู่เพื่อนฝูงและคนรอบข้าง ก็จะเป็นช่วงที่ผู้หวังดีและผู้มีประสบการณ์เริ่มแสดงตัว นอกจากนี้ยังมีสื่ออื่นๆ อย่างนิตยสาร เว็บไซต์ งานเวดดิ้งแฟร์ หรือกูรูด้านงานแต่ง ที่จะเริ่มเล่าเรื่องราวเก่าๆ และให้คำแนะนำเราต่างๆ นานา จนทำเอาหลายคนตั้งตัวไม่อยู่ เราเรียกภาวะนี้ว่า “ภาวะถูกสื่อครอบงำ” ไม่เป็นไรค่ะ ขอให้ “ตั้งสติไว้” การหาข้อมูลและเห็นตัวอย่างงานของคนอื่นเป็นเรื่องดี แต่อย่าลืมว่าไม่ใช่ทุกเรื่องที่เคยมีมาจะเหมาะกับตัวเรา เวลารับข้อมูล เห็นภาพงานที่เราชอบ เห็นตัวอย่างงานที่คนอื่นบอกว่าดี หรือได้คำแนะนำต่างๆ มา อย่าเพิ่งเชื่อ ให้ถามตัวเองก่อนว่า “มันใช่ตัวเราไหม” หรือ “เราจะมีสิ่งนี้ไปทำไมกัน” หาที่มาที่ไปของสิ่งที่เราอยากจะมีในงาน แล้วทุกอย่างที่เราเลือกจะเป็นสไตล์ของเราเองอย่างที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อนเลยล่ะ

นับ 5. แขกตัวจริง

ทุกอย่างได้เตรียมไว้อย่างพรั่งพร้อมทั้งดอกไม้ จานชาม อาหารอร่อย และแสงไฟสวยงาม ขาดก็แต่แขกคนสำคัญ ไม่อย่างนั้นงานไหนๆ ก็พลันดูเงียบเหงาไปถนัดตา ขณะเดียวกันงานที่เต็มไปด้วยแขกไม่คุ้นตา หน้าตาแปลกๆ ก็ทำให้เกิดปัญหาหงุดหงิดใจได้ไม่น้อย แขกจึงเป็นเรื่องสำคัญลำดับต้นๆ ที่เราต้องเลือกให้ดี เพราะถ้าเลือกเชิญแขกที่ใช่งานง่ายๆ ก็กลายเป็นงานแสนสนุกและสร้างความทรงจำได้ไม่แพ้ใคร ให้คิดง่ายๆ ว่า วันนั้นเราเห็นภาพใครบ้างที่ยิ้มและมีความสุขกับงานของเรา ใครที่เราอยากเจอ หรือใครที่ครั้งหนึ่งเคยอยู่ในความทรงจำดีๆ ของเรา คนที่คุ้นเคยทำให้บรรยากาศงานอบอุ่นได้เสมอและที่สำคัญ คนๆ นั้นทำให้เราเป็นตัวของตัวเองได้อย่างสบายใจด้วย

นับ 6. คนใกล้ตัว

มีบางคนที่แอบมองเราอยู่ห่างๆ อยากเห็นเรามีความสุข และภูมิใจทุกครั้งที่เราประสบความสำเร็จ แต่ในช่วงการเตรียมงานเราอาจหลงลืมพวกเขาไป สุดท้ายแล้วอย่าลืมคนที่อยู่ใกล้ตัว ใกล้หัวใจ งานแต่งงานเป็นอีกหนึ่งโอกาสที่สามารถทำอะไรพิเศษๆ ให้ท่านได้แบบไม่ต้องเซอร์ไพร้ส์ให้ใหญ่โต ไม่จำเป็นต้องมีพิธีรีตองจนปวดหัว แค่แอบทำอะไรเล็กๆ น้อยๆ ที่ท่านคาดไม่ถึง ยกตัวอย่างเช่น เราอาจให้ช่างภาพตามแอบถ่ายพ่อแม่และเพื่อนๆ กลุ่มของท่าน และที่สำคัญ วันงานจะไม่ใช่แค่วันพิเศษของเราเอง แต่ยังเป็นช่วงเวลาพิเศษของพ่อแม่ที่ได้กลับมาเจอเพื่อนเก่าและหลายๆ คนที่เขานับถือ แล้วหลังงานอย่าลืมทำอัลบั้มภาพของท่านและเพื่อนๆ ให้สักเล่มด้วย

ยังมีสิ่งที่บ่าวสาวต้องรู้อีกนะ คลิกหน้าต่อไปเลย >>>

 

นับ 7. นักเก็บความทรงจำ

การเลือกช่างภาพเป็นเรื่องสำคัญที่สุดเรื่องหนึ่งและยังเป็นเรื่องที่ยากไม่น้อย เพราะเหมือนกับเรากำลังเลือกสายตาคู่หนึ่งที่จะมามองงานของเราและบันทึกความทรงจำแทนตัวเราเอง ช่างภาพจึงไม่ใช่แค่คนจดบันทึกเหตุการณ์บนกระดาษขาวจืดๆ แต่คือคนที่เก็บทั้งความรู้สึก ความทรงจำ ความเคลื่อนไหว ผู้คน ในทุกจังหวะที่เหมาะ เวลาที่ใช่ และมุมมองที่เราคาดไม่ถึง เพราะเชื่อหรือไม่ว่ามีภาพเพียงไม่กี่ภาพเท่านั้นที่เราจดจำได้และอยากจะแขวนไว้บนฝาผนัง และแค่ภาพนั้นภาพเดียวก็สามารถบอกเรื่องราวและทำให้เราเรียกความรู้สึกเก่าๆ กลับมาได้ ถ้าจะต้องเลือกใครสักคนที่มองงานแทนเรา อยากให้ทุกคนได้มีโอกาสคุยกับพวกเขา ได้รู้จักเขาก่อน ได้เห็นแนวคิด เข้าใจกัน และเราเองก็มั่นใจในมุมมองและความทุ่มเทของเขา ดูภาพฝีมือเขาให้เยอะๆ จากหลายๆ งาน ดูวิธีที่เขาคิด จิตใจที่เขาใส่ลงไปในงาน แล้วเราจะไม่ได้แค่ช่างภาพคนหนึ่ง แต่จะได้เพื่อนนักเก็บความทรงจำพิเศษสำหรับงานของเราเพิ่มมาอีกหนึ่งคน

นับ 8. อยากมีส่วนร่วม

งานแต่งเล็กๆ

งานแต่งงานเป็นเรื่องของคนสองคนที่มีคนอื่นๆ เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยมากมายทั้งญาติพี่น้อง เพื่อนสนิท เพื่อนเก่า เพื่อนใหม่ แต่เราก็มักจะลืมไปว่าบุคคลเหล่านี้ทำได้หลายอย่างมากกว่าจะมาเป็นแค่แขกในงาน หลายคนอยากมีส่วนร่วม อยากช่วยงาน เพราะพวกเขาเองก็อยากเป็นส่วนหนึ่งในความทรงจำดีๆ ของเรา เวดดิ้งแพลนเนอร์ อาจจำเป็นในวันงาน แต่อย่าลืมว่ามีงานอีกหลายส่วนที่เราทำได้เองและสามารถดึงคนรอบตัวมามีส่วนร่วมด้วยได้ เช่น งานทำการ์ดแต่งงาน ป้ายเขียนคำอวยพร ป้ายติดของชำร่วย ฯลฯ เราอาจนัดเพื่อนสนิทมากินข้าวและนั่งทำงานประดิษฐ์เล็กๆ ไปด้วยกัน อย่าลืมว่าประสบการณ์ในการเตรียมงานแต่งงานไปพร้อมๆ กับคนที่เรารักไม่ได้สำคัญน้อยไปกว่าวันแต่งงานเลยแม้แต่นิดเดียว อย่ากลัวที่จะเอ่ยปากชวนคนรอบข้างที่เรารักมาทำงานนี้ร่วมกัน เพื่อเป็นหนึ่งในความทรงจำที่น่าประทับใจ

นับ 9. ไม่เป๊ะบ้างก็ได้

งานแต่งเล็กๆ

เคยได้ยินประโยคที่ว่า “The little imperfections that make them perfect for you.” จากหนังโฆษณาชื่อดังเรื่องหนึ่งไหมคะ ประโยคนี้น่าจะใช้ได้ดีมากๆ เมื่อเราต้องจัดการกับความกังวลในวันงานที่วางแผนมาเนิ่นนาน เราถูกปลูกฝังมาในโลกของความสมบูรณ์แบบว่าทุกอย่างต้องดีที่สุด แต่เชื่อไหมว่า ไม่มีงานไหนในโลกหรอกที่ไม่มีข้อผิดพลาด แต่ประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่ตรงนั้น ความสมบูรณ์แบบที่สุดไม่ได้ทำให้งานมีความสุขที่สุด แต่เป็นตัวเราและคนรอบข้างต่างหากที่จะสร้างบรรยากาศที่น่าจดจำและความรู้สึกดีๆ ให้เกิดขึ้น เมื่อถึงวันแต่งงานอย่าลืมสิ่งที่สำคัญที่สุดนั่นคือ หายใจเข้าลึกๆ ปล่อยวางความคาดหวังทั้งหมดลง เปิดใจและมีความสุข สนุกกับทุกช่วงเวลาที่เกิดขึ้น งานไม่เป๊ะของเรานี่แหละมีเสน่ห์ที่สุดแล้ว

สุดท้ายแล้วแพรว wedding เชื่อว่าการช่วยกันคิด ช่วยกันทำ และจับมือกันวางแผนด้วยความเข้าใจ จะช่วยให้ งานแต่งเล็กๆ ของว่าที่บ่าวสาวออกมาน่าประทับใจที่สุดแน่นอน

อ่านบทความเพิ่มเติม

สารพัดไอเดียจัดงานแต่งงานเล็กๆ กับเทคนิคที่จัดตามได้แบบไม่ยาก

5 วิธีช่วยว่าที่บ่าวสาวงบน้อยลดค่าใช้จ่ายสถานที่จัดงานแต่งงาน

เช็คก่อนเลือก 7 สถานที่แต่งงาน จุดไหนขายได้จุดไหนต้องระวัง

ภาพเปิด : https://apracticalwedding.com

ซานิเท็กส์ ส่งมอบเครื่องพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อนวัตกรรมใหม่ให้กับสถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง กระทรวงสาธารณสุข

วิกรม เหลืองธำรงเจริญ (ที่ 3 จากขวา) ผู้ผลิตเครื่องพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อซานิเท็กส์ (SANITEX) ส่งมอบเครื่องพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อนวัตกรรมใหม่ที่สามารถผลิตน้ำยาฆ่าเชื้อจากธรรมชาติได้ในตัวเครื่องแบบอัตโนมัติ ให้กับสถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง กระทรวงสาธารณสุข โดยมี รวิวรรณ ศิวะประดิษฐ์ (ที่ 4 จากขวา) และ อรวรรณ บำรุง (ที่ 5 จากซ้าย) รองผู้อำนวยการสถาบันฯ เป็นผู้รับมอบเพื่อให้บุคคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขได้นำไปใช้ประโยชน์ในการป้องกันเชื้อไวรัสโควิด-19  ณ สถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง บางเขน กทม. ที่ผ่านมา

รู้หรือไม่ เหล่า “มหาเศรษฐี” นักธุรกิจแถวหน้าของไทย เคยทำอาชีพอะไรมาก่อน?

ก่อนจะประสบความสำเร็จ แน่นอนว่าต้องฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆ มากมาย และกว่าจะขึ้นแท่น “มหาเศรษฐี” ก็ต้องต่อสู้ ดิ้นรน เพราะหนทางที่ผ่านมาไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ

คำว่า อย่านอนตื่นสาย อย่าอายทำกิน อย่าหมิ่นเงินน้อย อย่าคอยวาสนา ประโยคนี้ยังใช้ได้ดีทุกยุค ทุกสมัยเพราะ มหาเศรษฐี บางคนก็เริ่มจากอาชีพเล็กๆ และทุกคนต่างก็เคยมีอาชีพแรกที่เคยทำกันทั้งนั้น แต่เคยรู้ไหมว่ามหาเศรษฐีที่ร่ำรวยระดับต้นๆ ของเมืองไทย กว่าที่พวกเขาเหล่านั้นจะมาถึงวันนี้ กว่าจะขึ้นแท่นมหาเศรษฐี เขาเคยประกอบอาชีพอะไร เป็นอาชีพแรก

ตัน ภาสกรนที

มหาเศรษฐี

คุณตันเป็นลูกคนสุดท้องจากลูกๆ 6 คน ในครอบครัวชาวไทยเชื้อสายจีนที่มีฐานะปานกลาง โดยบิดาของเขาอพยพมาจากสาธารณรัฐประชาชนจีน และตั้งรกรากที่จังหวัดชลบุรี คุณตันจบการศึกษาชั้นมัธยมปีที่ 3 และเริ่มทำงานแรกเป็นพนักงานแบกของ และหันมาเป็นเจ้าของแผงหนังสือที่ชลบุรี และเริ่มต้นขยายกิจการไปซื้อห้องแถว จนกลายเป็นเจ้าของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์

ต่อมา เป็นนักธุรกิจ ผู้ก่อตั้งบริษัท โออิชิ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม และขายหุ้นใหญ่ของ บมจ.โออิชิกรุ๊ป ที่มีอยู่ให้กับบริษัท ไทยเบฟเวอร์เรจ จำกัด (มหาชน) และลาออกจากตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ บมจ.โออิชิกรุ๊ป แล้วไปก่อตั้งบริษัท ไม่ตัน จำกัด ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็นอิชิตัน กรุ๊ป

วิกรม กรมดิษฐ์

มหาเศรษฐี

วิกรม กรมดิษฐ์ เกิดที่จังหวัดกาญจนบุรี บรรพบุรุษสืบเชื้อสายมาจากชาวจีนแคะ ซึ่งอพยพมาตั้งถิ่นฐานอยู่ในชุมชนท่าเรือเมื่อ 150 กว่าปีมาแล้ว นอกจากนี้เขายังมีเชื้อสายมอญจากยาย เขาเป็นบุตรชายคนโตของตระกูล มีน้องมารดาเดียวกันและต่างมารดา 23 คน จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยแห่งชาติไต้หวัน มีความสนใจการค้าตั้งแต่ยังเล็ก

อาชีพแรกของเขาคือการรับช่วงต่อกิจการร้านถั่วคั่วจากป้า ขณะเรียนอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 จนเมื่อเรียนจบปริญญาตรีกลับมาเปิดบริษัท วี แอนด์ เค คอร์ปอเรชั่น จำกัด ซึ่งเป็นธุรกิจนำเข้า – ส่งออก เมื่อปี พ.ศ. 2518 ต่อมาหันมาบุกเบิกธุรกิจด้านนิคมอุตสาหกรรม 3 แห่ง ของประเทศไทยและ 2 แห่งในประเทศเวียดนาม ก่อให้เกิดมูลค่าการลงทุนกว่า 7 แสนล้านบาท การจ้างงานกว่า 200,000 คน มีโรงงานกว่า 850 โรง

ปัจจุบันดำรงตำแหน่งเป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) และประธานมูลนิธิอมตะ ตลอดจนสนใจการเขียนหนังสือเพื่อถ่ายทอดประสบการณ์ชีวิตให้ประโยชน์แก่อนุชนรุ่นหลัง ในปี 2549 ถึง 2551 ได้รับการจัดอันดับจากนิตยสารฟอร์บส์ให้ติดอันดับ 40 มหาเศรษฐีในเมืองไทย และในปี 2551 Foreign Direct Investment magazine (fDi) ในเครือของFinancial Times Group จากลอนดอน ได้มอบรางวัล fDi Personality of the Year 2008-Asia แต่ยังคงใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายในต่างจังหวัด

ธนินท์ เจียรวนนท์

เจ้าสัวธนินท์ ประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ มหาเศรษฐีอันดับที่ 1 ของประเทศไทยจากการจัดอันดับของ นิตยสารฟอร์บ โดยมีทรัพย์สินรวมมูลค่า 27.3 พันล้านบาท ธนินท์ เจียรวนนท์ เกิดที่ย่านเยาวราช กรุงเทพมหานคร เป็นบุตรชายคนที่ 5 ในบรรดาบุตรทั้ง 5 คนของ นายเอ็กชอ แซ่เจี๋ย ชาวจีนแต้จิ๋วอพยพ

นายธนินท์เริ่มทำงานเป็นครั้งแรกที่ร้านเจริญโภคภัณฑ์ เมื่ออายุได้ 19 ปี หลังจากสำเร็จการศึกษาด้านพาณิชยกรรมที่ฮ่องกง โดยทำงานในตำแหน่ง แคชเชียร์ คุณธนินท์ เข้ารับการศึกษาชั้นประถมที่โรงเรียนสารสิทธิ์พิทยาลัย อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี จนจบการศึกษาในปี พ.ศ. 2492 และได้ไปศึกษาชั้นมัธยมจนจบในปี พ.ศ. 2494 จากโรงเรียนซัวเถา ประเทศจีน และอุดมศึกษาในปี พ.ศ. 2499 จากสถาบันศึกษาฮ่องกงวิทยาลัย รวมทั้งผ่านการศึกษาอบรมจากวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร หลักสูตรภาครัฐร่วมเอกชน รุ่นที่ 1 ปี พ.ศ. 2532

ต่อมาได้โยกย้ายไปทำงานที่สหพันธ์สหกรณ์ค้าไข่แห่งประเทศไทย และบริษัท สหสามัคคีค้าสัตว์ จำกัด ตามลำดับ กระทั่งเมื่ออายุ 25 ปี ได้กลับมาทำงานอีกครั้งที่เจริญโภคภัณฑ์ ปัจจุบันเป็นผู้บริหารระดับสูงของเครือเจริญโภคภัณฑ์ รับผิดชอบบริหารงานในตำแหน่งประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักดีว่าเป็นบริษัทผลิตและจำหน่ายอาหารสัตว์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก

อิทธิพัทธ์ กุลพงษ์วณิชย์

มหาเศรษฐี

ต๊อบ “อายุน้อยร้อยล้าน” เขาเคยถูกตราหน้าว่าเป็นคนไม่เอาถ่าน ไม่สนใจการเรียน ชีวิตของเขา มีแต่คำว่า “เกม” เท่านั้น โดย ต๊อบ อิทธิพัทธ์ เริ่มเล่นเกมออนไลน์ Everquest มาตั้งแต่ ม.4 ถึงขนาดสะสมแต้มจนรวยที่สุดในเซิร์ฟเวอร์ และกลายเป็นผู้ที่มีชื่อเสียงอย่างมากในเกมดังกล่าว จนมีฝรั่งมาขอซื้อไอเท็มเด็ดๆ ไอเท็มเจ๋งๆ ที่หายากในเกมจากเขา และนั่นก็เป็นการเริ่มต้นสร้างรายได้ของต๊อบ ซึ่งการซื้อขายไอเท็มเกมดังกล่าว บวกกับการที่เป็นผู้ทดสอบระบบเกมในฐานะคนเล่น ก็สร้างรายได้ให้เขาเป็นกอบเป็นกำ จนมีเงินเก็บเป็นหลักแสนบาทเลยทีเดียว

ด้วยความที่เป็นเด็กติดเกม ต๊อบ อิทธิพัทธ์ จึงเรียนจบชั้นระดับมัธยมมาได้อย่างยากลำบาก และเรียนต่อระดับอุดมศึกษาที่มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ซึ่งตอนนั้นนั่นเองเขาก็เริ่มก้าวเข้าสู่ถนนแห่งเส้นทางธุรกิจ พร้อมตั้งใจจะทำความฝันของตัวเองให้เป็นจริงด้วยการมีธุรกิจเป็นของตัวเอง

ในช่วงจังหวะที่เกมออนไลน์เริ่มไม่เป็นที่นิยมเหมือนเคย เขาก็หารายได้จากช่องทางอื่น ทั้งขายเครื่องเล่นวีซีดี ดูทำเลเปิดร้านกาแฟหน้ามหาวิทยาลัย แต่ก็ไม่เป็นที่ประสบความสำเร็จ  จนกระทั่งเขาได้ไปเดินงานแฟร์ ช่องทางธุรกิจ ซึ่งในงานนั้นมีแฟรนไชส์จากประเทศญี่ปุ่นมาออกบูธ ด้วยความที่เขาเป็นคนชอบกินเกาลัดอยู่แล้วเลยสนใจธุรกิจนี้เป็นพิเศษ จึงเข้าไปสอบถามค่าแฟรนไชส์เกาลัดดังกล่าว แต่ราคาสูงเกินกำลังที่เขามี เลยขอแค่เช่าตู้คั่วเกาลัดเท่านั้น แล้วมาสร้างแฟรนไชส์เป็นของตัวเอง

และเมื่อวันที่เขาต้องไปเซ็นสัญญาซื้อขายเกาลัดที่ห้างแห่งหนึ่ง ก่อนออกจากบ้านเขาได้ยินคุณพ่อพูดกับเพื่อนว่า “ลูกอั้วกำลังจะเป็นเถ้าแก่น้อยแล้ว” คำว่าเถ้าแก่น้อยที่ได้ยินในตอนนั้น จึงเป็นที่มาของชื่อ “เถ้าแก่น้อย” สาหร่ายทอดกรอบในปัจจุบันนี้

ปัญญา นิรันดร์กุล

มหาเศรษฐี

เสี่ยปัญญาเป็นพิธีกรและนักแสดงชาวไทย เข้าสู่วงการบันเทิง ด้วยการแสดงภาพยนตร์ไทย เรื่องแรกคือ สืบยัดไส้ ในปี พ.ศ. 2521 ในบทบาท นักแสดงประกอบ และต่อมาในปีเดียวกัน ปัญญาจึงได้แสดงละครในบทพระเอกเป็นเรื่องแรกคือ ศรีธนญชัย ทางไทยทีวีสีช่อง 3 จากการชักชวนของ ภัทราวดี ศรีไตรรัตน์ และยังได้รับโอกาสแสดงบทพระเอกในภาพยนตร์ และละครโทรทัศน์อีกหลายเรื่อง โดยมีชื่อเสียงคู่กับ อรพรรณ พานทอง และ เพ็ญพิสุทธิ์ คงสมุทร ปัจจุบัน ปัญญา นิรันดร์กุล ดำรงตำแหน่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ จำกัด (มหาชน)


ภาพ : Getty Image, ตัน ภาสกรนที, วิกรม กรมดิษฐ์, @phanya_ni

เสียงเล็กๆ จากผลกระทบมหันตภัยโควิด-19 ทำให้เด็กยากจนกว่า 750,000 ชีวิต ต้องอยู่ในภาวะขาดแคลนอาหาร

วิกฤตการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่คุกคามสภาพความเป็นอยู่ของคนทั่วโลก และส่งผลกระทบต่อสภาพความเป็นอยู่ของเราอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ขณะที่ทั้งภาครัฐและเอกชนได้ออกมาตรการต่าง ๆ เพื่อช่วยเหลือเยียวยาผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส  โควิด-19 แต่ความช่วยเหลือส่วนใหญ่ได้มุ่งเน้นไปยังการจัดการป้องกันการแพร่ระบาดของโรค การกระตุ้นเศรษฐกิจ และมาตรการในการใช้ชีวิตร่วมกันของคนในสังคมที่จะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

“ท่ามกลางกระแสการปรับตัวและเปลี่ยนแปลงการดำเนินชีวิตในวิกฤตการโควิด-19 ยังมีเสียงเล็ก ๆ จากเด็กยากจนอีกกว่า 750,000 คน ทั่วประเทศที่ต้องการความช่วยเหลือจากสังคมให้พ้นจากสภาวะขาดแคลนอาหารในช่วงปิดเทอม”

การปิดเทอมที่ยาวนานกับมื้ออาหารที่หายไป?

การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้รัฐบาลต้องประกาศสั่งเลื่อนการเปิดภาคการศึกษาใหม่ไปเป็น วันที่ 1 ก.ค. ทำให้เด็กๆ มีระยะเวลาในการปิดเทอมที่ยาวนานออกไปถึง 45 วัน สำหรับเด็กที่มาจากครอบครัวที่ไม่ขัดสนก็คงจะไม่มีผลกระทบใดๆ แต่เมื่อหันไปมองเด็กๆ ที่มาจากครอบครัวที่ยากจนเราจะพบวิกฤตที่แฝงอยู่ในวิกฤตที่กำลังเผชิญอยู่

ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล ประธานกรรมการบริหาร กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) เปิดเผยว่า “ที่ผ่านมาเครือข่ายครูสังกัด สพฐ. ตชด. และ อปท. กว่า 400,000 คนทั่วประเทศได้มีการลงพื้นที่เยี่ยมสำรวจความต้องการของนักเรียนยากจน เพื่อนำมาประเมินสถานการณ์ ความเสี่ยง และผลกระทบที่นักเรียนจะได้รับเนื่องมาจากการปิดเทอมที่ยาวนานขึ้น เราพบว่าปัญหาอันดับหนึ่งที่เกิดขึ้นคือความกังวลจากการเพิ่มภาระรายจ่ายค่าอาหารของครอบครัว และยิ่งไปกว่านั้นพบว่าเด็กๆ กำลังประสบปัญหาการขาดแคลนอาหาร เนื่องมาจากเด็กส่วนใหญ่พึ่งพาอาหารกลางวันที่ครบห้าหมู่จากโรงเรียนเป็นหลัก เมื่อการเปิดเทอมถูกเลื่อนออกไปจึงทำให้เด็กเหล่านี้ประสบสภาวะทุพโภชนาการและต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน”

กสศ.ในฐานะที่เป็นองค์กรทำงานเพื่อสร้างความเสมอภาคทางการศึกษาด้วยการยื่นมือเข้าไปให้ความช่วยเหลือผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษามาโดยตลอด ซึ่งเป็นเวลากว่า   2 ปีมาแล้วที่ กสศ. ได้เข้าไปช่วยเหลือ สนับสนุน และส่งเสริมพัฒนา เด็ก เยาวชน ทั้งที่อยู่ในระบบและนอกระบบการศึกษา ตลอดจนการให้ความช่วยเหลือแก่ครู ผู้พิการ และประชาชนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์และด้อยโอกาสกว่า 1,147,754 คน ครอบคลุม 27,731 โรงเรียนทั่วประเทศไทย 

เมื่อเกิดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 กสศ. จึงเร่งดำเนินการเข้าไปช่วยเหลือกลุ่มเด็กยากจนพิเศษที่กำลังประสบปัญหาอย่างเร่งด่วน ในเบื้องต้น กสศ. ได้ใช้งบประมาณที่ได้คืนมาจากรัฐบาลรวมกับงบประมาณฉุกเฉิน รวมเป็นเงิน 500 ล้านบาท และได้เร่งนำไปแจกจ่ายช่วยเหลือให้กับนักเรียนยากจนจำนวนคนละ 600 บาท เป็นค่าอาหารเบื้องต้น 30 วัน ซึ่งเฉลี่ยแล้วจะได้คนละเพียง 20 บาทต่อวันเท่านั้นเอง ซึ่งเงินจำนวนนี้นับเป็นเงินฉุกเฉินเบื้องต้นที่ กสศ. ได้ดำเนินการเยียวยาเด็กๆ ที่กำลังประสบปัญหาอย่างเร่งด่วน

อย่างไรก็ตามยังมีช่องว่างอีก 15 วันก่อนที่จะถึงวันเปิดเทอมที่ กสศ. จำเป็นต้องออกมาระดมทุนผ่านโครงการ “สู้วิกฤตให้น้องอิ่ม คนละมือ เพื่อมื้อน้อง” ซึ่งต้องการความช่วยเหลือจากภาคเอกชนและประชาชนทั่วไปให้มีส่วนร่วมในการช่วยเหลือสนับสนุน และร่วมสมทบทุนเพื่อเติมเต็มมื้ออาหารให้กับเด็กๆ

จากการลงพื้นที่ของเครือข่ายครูเพื่อรายงานสภาพความเป็นอยู่ของเด็กนักเรียนยากจนและจากพื้นที่ทุรกันดาร พบว่าเด็ก ๆ ที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกลและถิ่นทุรกันดารมักจะไม่ได้รับสารอาหารครบ 5 หมู่ โดยบางบ้านเด็ก ๆ ต้องกินข้าวต้มกับเกลือเสียด้วยซ้ำ นอกจากนั้นยังพบว่าบางครัวเรือนที่ผู้ปกครองมีอาชีพหาเช้ากินค่ำ จะประสบปัญหาไม่มีเงินซื้ออาหารเนื่องมาจากโดยปกติเด็กจะพึ่งพาอาหารเช้าและอาหารกลางวันจากโรงเรียน เมื่อมีการปิดเทอมที่ยาวนานขึ้นจึงทำให้เด็กต้องอดมื้อกินมื้อ การปิดเทอมที่ยาวนานนี้ หากมองจากมุมของผู้มีอันจะกินคงมิใช่ปัญหา แต่หากมองในมุมของเด็กๆ เหล่านี้มันคือสภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงหรือแก้ไขได้ในระยะเวลาอันสั้น แต่ก็คือเรื่องจริงที่กำลังเกิดขึ้นในสังคมและต้องการความช่วยเหลือและร่วมมือกันแก้ไขอย่างจริงจัง

อาจารย์สง่า ดามาพงษ์ นักวิชาการด้านโภชนาการ ที่ปรึกษาโครงการ สู้วิกฤตให้น้องอิ่ม คนละมือ เพื่อมื้อน้อง กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) กล่าวเพิ่มเติมว่า “ปัญหาที่พบบ่อยในการติดตามพัฒนาการของเด็กยากจนคือ สภาวะทุพโภชนาการ หรือการที่เด็กไม่ได้รับสารอาหารครบถ้วน โดยเด็กๆ เหล่านี้ต้องการอาหารที่ครบ 5 หมู่ ซึ่งจำเป็นต่อพัฒนาการทั้งด้านร่างกาย สติปัญญา สมอง ซึ่งหากเด็กๆ ไม่ได้รับสารอาหารที่เพียงพอจะส่งผลกระทบให้มีอาการสมองฝ่อ ร่างกายเตี้ย ผอมแคระแกร็น ซึ่งจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อการเรียนและพัฒนาการทางสติปัญญา ที่ผ่านมาพบว่าเด็กที่มีปัญหาจะอยู่ในถิ่นทุรกันดารหรือมาจากครอบครัวที่ยากจน โดยเด็กมักจะไม่ได้รับสารอาหารที่เพียงพอในระหว่างปิดภาคเรียนเนื่องมาจากความยากจน ซึ่งเด็กเหล่านี้จะพึ่งพาอาหารที่ถูกหลักโภชนาการจากโรงเรียน ดังนั้นเมื่อกำหนดเปิดภาคการศึกษาถูกเลื่อนออกไปจึงส่งผลกระทบโดยตรงต่อเด็กกลุ่มดังกล่าวโดยตรง เพราะโรงเรียนไม่ใช่แค่สถานที่เรียนรู้ แต่คือโรงครัวของเด็กๆ ที่ยากจน”

ปัญหาปากท้องของเด็กยากจนในช่วงปิดเทอมที่ยาวนานอาจจะเป็นปัญหาระยะสั้นที่ต้องเร่งมือกันช่วยแก้ไข แต่ปัญหาระยะยาวนั้นมีผลกระทบเป็นทอดๆ และต่อเนื่องในหลากหลายมิติ ซึ่งสภาวะขาดแคลนของครอบครัวที่ขาดรายได้นอกจากจะส่งผลกระทบต่อตัวเด็กแล้ว ยังเชื่อมโยงเป็นลูกโซ่จนสามารถส่งผลกระทบให้เด็กเหล่านั้นจำต้องออกจากระบบการศึกษาในที่สุด และแน่นอนว่าการที่เด็กคนหนึ่งจำต้องออกจากระบบการศึกษาจะส่งผลโดยตรงต่อโอกาสในชีวิตของเด็กและสามารถกลายมาเป็นปัญหาอื่นๆ ให้กับสังคมได้อีกมากมาย

ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการบริจาคเพื่อช่วยเหลือเด็กที่ยากจนพิเศษจำนวนกว่า 750,000 คนทั่วประเทศ ในโครงการ #สู้วิกฤตให้น้องอิ่ม กับกสศ. ผ่านบัญชีธนาคารกรุงไทย ชื่อบัญชี : กสศ.มาตรา 6(6) เลขบัญชี : 172-0-30021-6 หรือ www.eef.or.th/donate-covid/ หรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ 02-079-5475

พุ่งแรงฉุดไม่อยู่! รู้จักตัวตน 'วิน-เมธวิน' จากวินสายกินสู่พระเอกดาวรุ่งสุดฮ็อต

พุ่งแรงฉุดไม่อยู่! รู้จักตัวตน ‘วิน-เมธวิน’ จากวินสายกินสู่พระเอกดาวรุ่งสุดฮ็อต

เปิดเส้นทางชีวิตที่พุ่งแรงแบบฉุดไม่อยู่ของ ‘วิน-เมธวิน โอภาสเอี่ยมขจร’ จากวินสายกินในวัยเยาว์ สู่พระเอกดาวรุ่งสุดฮ็อตในวันนี้

ต้องบอกว่าผลงานแจ้งเกิดของน้องใหม่อย่าง “วิน-เมธวิน โอภาสเอี่ยมขจร” จากซีรีส์ ‘เพราะเราคู่กัน 2gether The Series’ ไม่ธรรมดาเลย การันตีด้วยหัวใจแฟนคลับที่พ่ายแพ้ให้กับความสดใสเป็นกันเอง ยิ้มทีไร ชวนใจละลาย อีกทั้งเส้นทางชีวิตกว่าจะมาถึงจุดนี้ก็ไม่ใช่ง่ายๆ เลย

พุ่งแรงฉุดไม่อยู่! รู้จักตัวตน 'วิน-เมธวิน' จากวินสายกินสู่พระเอกดาวรุ่งสุดฮ็อต

ก่อนหน้าจะเข้าวงการ “วิน-เมธวิน” เป็นอย่างไรคะ

“สมัยเด็กผมขี้อายมาก เวลาไปไหนเจอใครจะไม่กล้าคุย อย่างไปกินข้าวนอกบ้านจะสั่งอาหารกับพี่พนักงานก็ยังไม่กล้าเลย อยากกินอะไรต้องให้คุณแม่สั่งให้ และเวลาอยู่กับครอบครัวผมจะเป็นผู้ฟังมากกว่า ส่วนคนที่พูดจะเป็นคุณพ่อครับ (วินมีพี่สาว 2 คน และน้องชาย 1 คน)

“กระทั่งช่วง ม.ปลาย ผมรู้สึกว่าอยากออกไปเติบโตสัมผัสโลกกว้าง (หัวเราะ) จึงเลือกไปเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนที่รัฐไอโอวา ประเทศสหรัฐอเมริกา 1 ปี ตอนนั้นเราไม่สามารถเลือกได้ว่าจะไปอยู่รัฐไหน ซึ่งเมืองที่ผมไปอยู่ไม่ใช่เมืองใหญ่ มีแต่ธรรมชาติล้อมรอบ ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งจุดเปลี่ยน เพราะเป็นการใช้ชีวิตแบบที่ผมไม่คุ้นเคย เพราะผมโตในกรุงเทพฯ ชินกับสังคมเมือง กินข้าวหรือเดินเล่นในห้างสรรพสินค้า แต่ที่นั่นคือมองไปทางไหนก็เจอแต่ไร่ข้าวโพด ผมจึงได้ใช้ชีวิตอยู่กับธรรมชาติ วันหยุดนัดเพื่อนออกไป ตั้งแคมป์ในป่า ปิ้งมาร์ชแมลโลว์กินกัน (ยิ้ม)

“และ 1 ปีนั้นก็ทำให้ผมกล้าทำอะไรด้วยตัวเองมากขึ้น ดูแลตัวเองได้ จากที่ไม่กล้าสั่งอาหารก็ต้องทำทุกอย่างเองหมด ทำให้มีความกล้ามากขึ้น” (ยิ้ม)

เป็นเหตุผลที่ทำให้สอบเทียบเข้ามหาวิทยาลัยเลยหรือเปล่า

“ใช่ครับ ซึ่งก่อนไปเรียนที่ไอโอวา ผมรู้แล้วว่าสามารถสอบเทียบเข้ามหาวิทยาลัยได้เลยโดยไม่ต้องเรียน ม.6 คือเป็นการสอบเทียบเท่ากับวุฒิการศึกษาระดับมัธยมปลายในประเทศไทย ตามหลักสูตรการศึกษาของประเทศสหรัฐอเมริกา จึงเลือกสอบเข้าเรียนต่อที่คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (หลักสูตรนานาชาติ) เพราะคุณพ่ออยากให้เรียนด้านนี้เพื่อมาช่วยดูแลธุรกิจของครอบครัว ในอนาคต ซึ่งตอนนี้ก็เทอมสุดท้ายแล้วครับ ใกล้จบแล้ว (ยิ้ม)

“แต่ส่วนตัวแล้วผมอยากเรียนสถาปัตย์มากกว่า อยากเป็น สถาปนิก เพราะชอบออกแบบตกแต่งบ้าน แต่ไม่ได้วาดรูปเก่งนะครับ ชอบสเก็ตช์แบบในคอมพิวเตอร์แล้วตกแต่งห้องนอน ตกแต่งบ้าน”

พุ่งแรงฉุดไม่อยู่! รู้จักตัวตน 'วิน-เมธวิน' จากวินสายกินสู่พระเอกดาวรุ่งสุดฮ็อต

เล่าถึงที่มาของ “วินสายกิน” หน่อยค่ะ

(หัวเราะ) “เด็กๆ ผมคิดว่าตัวเองเป็นเด็กดีนะ ไม่ดื้อเลย (หัวเราะ) พอเลิกเรียนก็ไปเรียนพิเศษต่อตอนเย็น วีรกรรมแสบๆ ไม่มีเลย แต่เรื่องเด่นสุดคือเรื่องกินครับ (หัวเราะ) ผมเป็นสายกิน ต้องมีขนมตุนไว้ในล็อกเกอร์ที่โรงเรียนตลอด ซึ่งผมจะฝากคุณป้าแม่บ้านของโรงเรียนซื้อให้แล้วนัดส่งของกัน เพื่อแอบไม่ให้คุณครูเห็น ซึ่งเพื่อนจะรู้ว่าถ้าใครหิวต้องมาหาวิน เสบียงพร้อม! หรือบางครั้งก็แอบกินบะหมี่ใต้โต๊ะเรียนบ้างเท่านั้นเอง (ยิ้มเขิน)

“สมัยเด็กเรื่องกินเป็นเรื่องเดียวที่คุณแม่ต้องเตือนต้องบ่น ตลอดครับว่า วินหยุดได้แล้วนะ! จะกินอะไรขนาดนั้น ทำเหมือนคนอดอยากไม่ได้กินข้าวอย่างนั้นแหละ (หัวเราะ) เพราะผมกินเยอะจริงๆ และหิวทั้งวัน ลองนึกภาพข้าวผัดจานใหญ่ที่สุดตามร้านอาหาร พร้อมต้มยำหม้อไฟ ผมกินคนเดียวหมดเลยนะ กินแบบบ้าคลั่งมาก (หัวเราะ)

“แต่ก็ไม่ได้ถึงขนาดเป็นเด็กอ้วนนะ เรียกว่าตัวแน่นๆ แบบ มีเนื้อ (หัวเราะ) คงเพราะร่างกายเผาผลาญเร็วด้วย พอกินไปสักพักก็หิวอีกแล้ว (หัวเราะ) เคยกินวันหนึ่ง 6-7 มื้อเลยนะ แบบหิวทุก 2 ชั่วโมง ก็เลยดูเหมือนว่ากินทั้งวัน แต่พอทำงาน ไม่สามารถกินทั้งวันเหมือนเมื่อก่อนได้แล้วครับ ตอนนี้หิวก็ต้องอดทน กิน 3 มื้อตามปกติพอ (ทำเสียงเศร้า) นี่ก็เป็นอีกสิ่งที่เปลี่ยนไปเมื่อทำงาน ซึ่งผมก็ไม่เคยคิดว่าตัวเองจะทำได้นะ” (หัวเราะ)

พุ่งแรงฉุดไม่อยู่! รู้จักตัวตน 'วิน-เมธวิน' จากวินสายกินสู่พระเอกดาวรุ่งสุดฮ็อต

ก้าวเข้าสู่วงการบันเทิงได้อย่างไร

“ที่จริงก่อนหน้านี้ผมไม่คิดว่าตัวเองจะเป็นนักแสดงได้เลย กระทั่งมีคนชักชวนมาเป็นนักแสดง GMM TV ซึ่งกำลังจะทำซีรีส์เรื่องนี้พอดี ผมจึงได้มาแคสติ้งและรับบทเป็นไทน์ครับ

“ตอนเห็นบทครั้งแรกก็ไม่ได้ตกใจนะ เพราะสมัยนี้สังคมเปิดกว้างมากขึ้น จึงมีซีรีส์แนวนี้ออกมาเรื่อยๆ และก็ไม่ได้กังวลที่ต้องเล่นคู่กับผู้ชาย เพราะผมมองว่าเป็นซีรีส์รักเรื่องหนึ่งที่น่าสนใจ (ยิ้ม) แต่ที่กดดันคือเป็นการแสดง ครั้งแรก ทั้งกังวลว่าจะทำได้ไหม จะออกมาดีหรือเปล่า แต่ก็ปลอบตัวเองว่าเราน่าจะทำได้แหละ เพราะตัวละครไทน์มีส่วนใกล้เคียงกับผมอยู่ (หัวเราะ)

“ไทน์มีบุคลิกร่าเริง พลังงานเยอะ ซึ่งผมก็ประมาณนั้นนะ เพียงแต่ไม่เยอะเท่าไทน์ ส่วนนิสัยอื่นๆ ในเรื่องก็ต้องมีปรับบ้าง ซึ่งก่อนจะเปิดกล้อง ทางค่ายก็มีให้ไปเรียนการแสดงเพิ่มและทำการบ้านกับบท ทำความเข้าใจตัวละคร เพื่อจะได้รู้ว่าแต่ละฉากตัวละครรู้สึกอย่างไร ต้องการอะไร และตรงไหนไม่เข้าใจก็ถามผู้กำกับเพิ่มเติม เพราะผมอยากทำให้เต็มที่ที่สุด ยิ่งเป็นเรื่องแรกของเราด้วยก็ใส่เต็มที่ครับ จะได้ไม่เสียดายทีหลัง

“ถ้าถามว่ากดดันไหม จริงๆ มากเลยแหละ แต่ตอนเล่นก็พยายามให้กำลังใจตัวเอง จะได้ไม่เกร็งเกินไป (หัวเราะ) ผมยังจำซีนแรกที่เล่นได้ดีเลยนะ เป็นการถ่ายโปรโมตละคร และเป็นครั้งแรกที่ต้องอยู่ต่อหน้าคนเยอะๆ ตื่นเต้น มากครับ เกร็งจนแบบกลั้นหายใจ ทุกสิ่งที่ร่ำเรียนมาเหมือนจะหายไปหมดเลย (หัวเราะ)

“เพราะผมยังใหม่มากๆ แต่ก็พยายามปรับตัวให้เร็วที่สุด ทำความคุ้นชินกับทุกคนเพื่อลดความเกร็งลง ถ้านับจาก Ep.1 ไล่มา ผมคิดว่าการแสดงของตัวเองค่อยๆ ดีขึ้นนะ ผ่อนคลายมากขึ้น” (ยิ้ม)

พุ่งแรงฉุดไม่อยู่! รู้จักตัวตน 'วิน-เมธวิน' จากวินสายกินสู่พระเอกดาวรุ่งสุดฮ็อต

รุ่นพี่ “ไบร์ท” ให้คำแนะนำอะไรบ้าง

“ยอมรับว่าเจอพี่ไบร์ทช่วงแรกๆ ผมเกร็งนะ เพราะว่าเขานิ่งๆ ไม่ค่อยพูด แต่พอเริ่มสนิท ได้ทำกิจกรรมหรือเตะฟุตบอล ก็ทำให้แสดงคู่กันได้ดีขึ้น ซึ่งเขาคอยแนะนำอยู่ตลอด อย่างบางทีผมไม่เข้าใจว่าตัวละครรู้สึกอย่างไร ทำไมพูดประโยคนี้ พี่ไบร์ทก็ช่วยไกด์ให้ และเวลาเข้าฉากด้วยกัน พี่ไบร์ทก็ช่วยส่งอารมณ์ให้ เพื่อทำให้ผมเล่นได้ดีขึ้น ช่วงแรกผมจะพูดกับเขาประจำว่า พี่…ผมกลัวจะเป็นตัวถ่วง เพราะผมใหม่ที่สุด นักแสดงคนอื่นๆ ก็มีประสบการณ์กันหมด พี่เขาก็จะคอยให้กำลังใจ บอกว่าสู้ๆ เว้ย” (ยิ้ม)

เวลาต้องเล่นฉากหวานๆ ด้วยกัน เขินไหม

“เขินอยู่แล้วครับ คือฉากไหนที่ไทน์รู้สึกเขิน ผมก็เขินไปตามบท (ยิ้ม) ซึ่งพอคัตก็กลับเข้าโหมดปกติ แต่บางครั้งก็มีติดมาบ้างนิดหน่อยว่า อ้าว เมื่อกี้เขินผู้ชายเหรอ (หัวเราะ) ซึ่งมันก็น่าเขินจริงแหละ เพราะเรื่องนี้นอกจากเป็นผลงานเรื่องแรกแล้ว ยังเป็นการจูบผู้ชายครั้งแรกด้วย” (หัวเราะ)

ด้วยกระแสตอบรับที่ดีมากๆ ทำให้การใช้ชีวิตเปลี่ยนไปไหมคะ

“ถ้าความเปลี่ยนแปลงในชีวิตจริง ผมยังไม่แน่ใจเท่าไหร่ เพราะช่วงนี้ทุกคนอยู่บ้านกัน สิ่งที่ผมเห็นชัดเจนคือการเปลี่ยนแปลงในโซเชียลมีเดียต่างๆ ที่มีคนพูดถึงเราเยอะ มีคนติดตามมากขึ้น แต่ก็ไม่รู้ว่าถ้าเราออกไปเดินข้างนอก ในสถานการณ์ปกติ แฟนๆ จะจำผมได้ไหม จะรู้จักผมหรือเปล่า

“จะมีก็แต่เพื่อนๆ ส่งมาบอกว่าเปิดเฟซบุ๊กทีไรเจอแต่หน้าผมตลอด เริ่มรำคาญผมแล้วเหมือนกัน (หัวเราะ) แต่พวกเขาก็ดีใจที่ผลงานของผมได้รับคำชื่นชม หรือคนในครอบครัว คุณพ่อคุณแม่ก็ดีใจและภูมิใจ ซึ่งท่านก็ติดตามดูผลงานเรานะ มีชมว่าสนุกดี หรือเล่นเป็นธรรมชาติขึ้นนะ แต่พอผมดูตัวเองก็ยังรู้สึกว่าเราต้องทำให้ดีกว่านี้อีก ยิ่งซีนแรกๆ ผมรู้สึกว่าถ้ามีโอกาสกลับไปเล่นใหม่น่าจะดีกว่านี้ (ยิ้ม)

“ส่วนคอมเม้นต์แฟนๆ ก็เป็นกำลังใจที่ดีมากๆ ครับ ส่วนใหญ่บอกว่าชอบ แม้จะเป็นเรื่องแรก แต่ทำออกมาได้ดี ซึ่งพอเห็นคนดูชอบและอินไปกับเรา มันเป็นความรู้สึกที่ทั้งดีใจ ภูมิใจ และทำให้หายเหนื่อยเลยครับ” (ยิ้ม)

พุ่งแรงฉุดไม่อยู่! รู้จักตัวตน 'วิน-เมธวิน' จากวินสายกินสู่พระเอกดาวรุ่งสุดฮ็อต

ให้คะแนนตัวเองเท่าไร

“ยังไม่กล้าให้เลยครับ ถ้าต้องให้ก็ 2-3 คะแนนพอ (หัวเราะ) เพราะเวลาเห็นพี่ๆ ในวงการที่เล่นเก่งมากๆ จะคิดเสมอว่าเขาทำได้อย่างไร จึงยังมีอะไรอีกมากมายที่ผมต้องเรียนรู้และพัฒนา”

อีกเรื่องที่ไม่ถามไม่ได้ หัวใจตอนนี้เป็นอย่างไรบ้างคะ

(ทำท่าแกล้งหนี) “ตอนนี้โสดครับ” (ยิ้มเขิน)

มุมมองความรักตอนนี้เป็นอย่างไร

“มองภาพไปไกลขึ้น มองไปถึงอนาคต และไม่ได้มีความคิดว่าคบแล้วเดี๋ยวก็เลิกเหมือนตอนเด็กๆ คบใครก็อยากคบนานๆ ครับ และจริงๆ ผมค่อนข้างอ่อนไหวนะ ซึ่งผมว่าทุกคนมีมุมนี้อยู่ในตัวเอง เพียงแต่ผมอาจจะมีความร่าเริงมากกว่า ผมรู้สึกว่าการใช้ชีวิตให้สนุกสดใสดีกว่าที่ถ้าเจออะไรก็เก็บมาเครียดหรือคิดมาก จนกลายเป็นว่าเราดาวน์อยู่คนเดียว จึงชอบทำตัวเองให้มีความสุขอยู่ตลอด ผมเชื่อว่าถ้าเรามีความสุข คนรอบข้างก็จะมีความสุขไปด้วย”


ที่มา : นิตยสารแพรว ฉบับ 958

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ฟินจิกหมอน! ส่องออเดิร์ฟยั่วๆ แฟชั่นเซ็ต #คั่นกู ‘ไบร์ท-วิน’ แพรว พ.ค. 63

หน้าตาดียกบ้าน เปิดภาพ 4 พี่น้องของหนุ่มฮ็อต วิน เมธวิน โอภาสเอี่ยมขจร

10 คำถามล้วงหัวใจ ‘ไบร์ท-วชิรวิชญ์’ หนุ่มสุดฮ็อตผู้ใช้เวลากว่า 8 ปี พิสูจน์ฝีมือ

แซม ยุรนันท์

หล่อว้าวแบบเกาหลี แซม ยุรนันท์ ดูแลตัวเองแบบไหนให้สาวๆ ยังเรียกโอปป้าได้

“น้องฉัตร-ฉัตรชัย เพียงอภิชาติ” สะบัดแปรง! เปลี่ยนลุค แซม ยุรนันท์ ภมรมนตรี ให้หล่อคูลสไตล์เกาหลี ดูดีแบบนี้สาวๆ ยังเรียกโอปป้าได้สบาย

มีผลงานการแต่งหน้าออกมาให้ได้ได้ฮือฮากันตลอดสำหรับ “น้องฉัตร-ฉัตรชัย เพียงอภิชาติ” เมคอัพอาร์ติสต์ ฝีแปรงมหัศจรรย์ของเมืองไทย ที่ไม่ว่าเปลี่ยนโฉมใครก็ครีเอทลุคออกมาได้ปังตลอด และล่าสุดน้องฉัตรได้ลงมือเปลี่ยนลุคให้กับ แซม ยุรนันท์ ภมรมนตรี  นักแสดงวัย 57 ปี ที่ปกติมักจะได้รับบทพ่อ แต่ว่าครั้งนี้ใครๆ ก็พากันเรียกโอปป้า เพราะจากภาพที่เห็นใบหน้าอ่อนเยาว์ไปหลายปีเลย เห็นแล้วไม่น่าเชื่อเหมือนกันว่าจะอายุเข้าใกล้วัยวัยเกษียณแล้ว

ทั้งนี้ในงานเปิดกล้องละครเรื่อง “เพลิงนาง” แพรวดอทคอม มีโอกาสได้เจอกับอดีตพระเอกฉายาแวมไพร์ บอกเลยนะคะตัวจริงพี่เขาเป๊ะกว่าในรูปเสียอีก งานนี้เลยไม่พลาดที่จะขอเคล็ดลับชะลอวัยมาบอกต่อด้วย ส่วนใครอยากสวยหล่อเหมือนหยุดเวลามามุงกันตรงนี้เลยจ้า

แซม ยุรนันท์

ความสุขคือยาชะลอความแก่ขนานดี

“ก็พยายามหาเวลาออกกำลังกาย แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือพี่สนุกกับสิ่งที่พี่ทำทุกๆ เรื่อง พี่รักการแสดงพอได้เล่นพี่จึงมีความสุข  พี่ได้มากองถ่ายสนุกสนาน ได้ทำสิ่งที่ตัวเองรัก ถ้าเราทำอะไรอย่างมีความสุขมันสะท้อนออกมาที่ตัวเราเอง สะท้อนที่ผลงาน สะท้อนที่ตัวเรา เราก็จะดูไม่แก่ไปเอง เราสนุกกับสิ่งที่เราทำ เรามองสิ่งรอบข้างเป็นสิ่งที่ดีไปหมด พี่รู้สึกว่ากำไร พี่ได้เจอสิ่งที่หลากหลาย”

แซม ยุรนันท์

วิธีรับมือกับไวรัสโควิด-19 ในแบบแซม

“พี่พกเจลล้างมือมาเลย เอามาเป็น 100 อัน แฟนบอกว่าวันนี้ต้องไปเจอคนเยอะใช่ไหมคะ เอาเป็นสัก 100 ค่ะ (หัวเราะ) เขาก็สั่งมาให้ คือเราไม่รู้หรอกว่าเชื้อโรคมันอยู่ตรงไหน คือความน่ากลัวของโควิด มันไม่น่ากลัวเท่ากับความกลัวความตื่นตะหนกไปเอง ขอให้ทุกคนใช้สติแล้วก็ป้องกันตัวเองก่อน ไม่รู้จริงๆ ว่าเชื้อโรคอยู่ตรงไหนแล้วอยู่กับใคร เราก็ป้องกันตัวเองดูแลร่างกาย ล้างมือบ่อยๆ ออกกำลังกายให้ดี ทำให้ตัวเองแข็งแรง เชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายเราได้ก็ทำอะไรเราไม่ได้ เพราะฉะนั้นก็ขอให้ทุกคนมีสติ อ่านข่าวสารต่างๆ ก็อย่างมีสติ แชร์อยู่ตอนนี้ไม่รู้ว่าอันไหนจริงหรือไม่จริง ต้องมีสติ เชื้อโรคก็สามารถติดได้ถ้าเราประมาท เราก็ใช้ชีวิตอย่าอยู่บนความประมาท ใช้ชีวิตให้แข็งแรง เพื่อจะดูแลคนที่คุณรัก”

แซม ยุรนันท์

สำหรับใครที่ติดตามรอชมละครเรื่อง “เพลิงนาง” ก็ขอให้อดใจไว้อีกนิดนะคะ เนื่องจากช่วงนี้สถานการณ์ยากแก่การถ่ายทำ เอาเป็นว่าพร้อมออกอากาศเมื่อไหร่ แพรวดอมคอมจะแจ้งให้ทราบอย่างไวเลยค่ะ


สามารถติดตามอ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติมได้ที่นี่

กาลเวลาเปลี่ยน แต่หน้าเด็กไม่เปลี่ยน ยามะพี จากหนุ่มน้อยสู่หนุ่มใหญ่วัย 35 ปี

เผยทริคสวยเกินต้าน! พลอย พีรชาดา Face of Beauty International 2019

หล่อสวยยกบ้าน ครอบครัวภมรมนตรี งานดีพรีเมี่ยม

ไมโล

เด็กๆ ต้องปลื้ม! ไมโลชวนทำ Home Ground แปลงโฉมบ้านเป็นพื้นที่สุดแอคทีฟ

“แอคทีฟที่บ้านกับไมโล” ขอชวนเหล่าคุณแม่มาสร้างสรรค์กิจกรรมดีๆ สำหรับเด็กๆ ด้วย MILO Home Ground ลานกิจกรรมในบ้าน ซึ่งสามารถทำกันได้ง่ายๆ ที่บ้าน แต่ได้ประโยชน์แบบจัดเต็มเชียวล่ะ

เชื่อว่าช่วงนี้หลายคนคงกำลังปรับตัวตั้งรับกับ New Normal หรือความปกติรูปแบบใหม่กันอยู่ ไม่ว่าจะเป็น การทำงาน วิถีการกิน การเข้าสังคม การจับจ่ายใช้สอย โดยเฉพาะการใช้เวลาที่บ้านมากขึ้น ซึ่งฮ็อตฮิตที่สุดในตอนนี้ ทำให้เกิดกระแสการสรรหาทำกิจกรรมหรืองานอดิเรกต่างๆ แถมใช่ว่าจะมีแค่เพียงผู้ใหญ่อย่างเราๆ เท่านั้นที่จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมมาใช้เวลาที่บ้านมากขึ้น แต่เด็กๆ ก็เช่นกัน เพราะกำลังอยู่ในช่วงปิดเทอมยาวเลยทีเดียว

ไมโล

ดังนั้น ภารกิจสำคัญของเหล่าคุณแม่และบรรดาผู้ปกครองในช่วงนี้ จึงต้องยกให้กับการเอนเตอร์เทนลูกหลานให้แฮ็ปปี้ และใช้เวลาที่บ้านได้อย่างเกิดประโยชน์สูงสุด โดยเฉพาะเด็กๆ ในช่วงวัย 7-12 ปี ซึ่งมีพลังงานเหลือเฟือในการใช้ทำกิจกรรมต่างๆ ดังนั้นเหล่าคุณแม่และบรรดาผู้ปกครองจึงต้องหาการเล่นกีฬาหรือออกกำลังกายต่างๆ ให้ทำอย่างสมวัย เพื่อให้ร่างกาย stay active อย่างสม่ำเสมอ เพราะสิ่งนี้ช่วยเสริมประสิทธิภาพการเจริญเติบโตและพัฒนาการต่างๆ ของเด็กๆ ให้ดีขึ้นได้ ไม่ว่าจะเป็น ความแข็งแรงของร่างกาย พัฒนาการของสมองและการเรียนรู้ หรือส่งเสริมสุขภาพจิตให้แจ่มใส

ไมโล

มาถึงตอนนี้ เด็กๆ ก็ปิดเทอมกันมาสักพักใหญ่ๆ แล้ว ทำให้คุณแม่ทั้งหลายอาจจะหมดมุกในการเอนเตอร์เทนเด็กๆ ให้ stay active แพรวดอทคอม จึงขอพาไปร่วมสนุกกับกิจกรรมดีๆ จากไมโล กับแคมเปญ “แอคทีฟที่บ้านกับไมโล” ซึ่งขอชวนคุณแม่และคุณลูกร่วมมือกันแปลงโฉมบ้านให้กลายเป็นพื้นที่กิจกรรมสุดแอคทีฟแบบง่ายๆ แต่ได้ประโยชน์แบบจัดเต็ม ภายใต้ชื่อเก๋ๆ ว่า MILO Home Ground หรือ“แอคทีฟที่บ้านกับไมโล” พร้อมเข้าร่วมพิชิตภารกิจชิงรางวัล

ไมโล

คงสงสัยกันแล้วใช่ไหมคะว่า MILO Home Ground หรือ“แอคทีฟที่บ้านกับไมโล”  ซึ่งลานกิจกรรมในบ้านที่ว่านี้จะมีหน้าตาเป็นอย่างไร ขอบอกว่าง่ายมากจริงๆ แถมไม่ต้องใช้พื้นที่เยอะด้วย เรียกว่าเด็กๆ สามารถ stay active ในบ้านได้อย่างปลอดภัยและสนุกสนาน โดยเริ่มต้นจากกีฬาที่เด็กๆ ชื่นชอบ จากนั้นก็มองหาข้าวของที่มีอยู่แล้วในบ้าน นำมาประดิษฐ์เป็นอุปกรณ์กีฬาแบบง่ายๆ แล้วครีเอทกติกาขึ้นมา อย่างเช่นภารกิจแรกของคุณแม่แอร์และน้องดีดี้ “ชู้ตให้แม่นแม้ไม่มีแป้น” ซึ่งไม่จำเป็นต้องมีลูกและแป้นบาสเกตบอล แต่น้องดีดี้ก็สามารถสนุกและออกกำลังกายได้ด้วยอุปกรณ์ที่ช่วยคุณแม่ประดิษฐ์ขึ้นมา นั่นคือการม้วนผ้าเป็นลูกกลมๆ แทนลูกบาสเกตบอล และใช้ตะกร้าผ้าเป็นแป้นบาสเกตบอล

ไมโล

 แค่ภารกิจแรกก็เจ๋งโดนใจทั้งคุณแม่และคุณลูกแล้ว แต่ขอบอกว่า “แอคทีฟที่บ้านกับไมโล” ด้วย MILO Home Ground ยังมีภารกิจมาให้ชิงรางวัลอีกมากมาย รวมแล้ว 4 ภารกิจด้วยกัน พร้อมทั้งไอเดียกิจกรรมสนุกๆ ที่บ้านมาแชร์กันเรื่อยๆ ซึ่งเหล่าคุณแม่และบรรดาผู้ปกครองสามารถตามไปเก็บเทคนิคดีๆ เพื่อนำมาปรับใช้ในการสร้างลานกิจกรรมในบ้านให้กับเด็กๆ อีกทั้งยังสามารถเข้าร่วมภารกิจชิงรางวัล ซึ่งมีกติกาง่ายมากๆ ได้ที่เฟซบุ๊กเพจ MILO Thailand

ไมโล

เรียกว่าสนุกด้วย เสริมสุขภาพกายและใจให้เด็กๆ ได้ด้วย แถมยังมีสิทธิ์ลุ้นรับรางวัลอีก แคมเปญดีๆ แบบนี้ ห้ามพลาดกันเด็ดขาดเลยนะคะ

ยามะพี

กาลเวลาเปลี่ยน แต่หน้าเด็กไม่เปลี่ยน ยามะพี -ยามาชิตะ โทโมฮิสะ ในวัย 35 ปี

หล่อเหมือนหยุดเวลาไว้ ยามะพี จากหนุ่มน้อยสู่หนุ่มใหญ่วัย 35 ปี ประสบการณ์ 24 ปี ในวงการก้าวสู่ระดับสากลกับผลงาน THE HEAD ซึ่งจะออกอากาศทางช่อง HBO Asia

สำหรับแฟนคลับ J-POP โดยเฉพาะค่าย Johnny’s Entertainment ตลอด 1 ปีกว่าๆ ที่ผ่านมา คงได้เจอกับเซอร์ไพร้ส์หลายเรื่อง อย่างที่ทราบหากไม่ใช่คนญี่ปุ่นแล้วก็ค่อนข้างที่จะติดตามข่าวสารยาก หากเทียบกับศิลปินอื่นๆ ก็แหม! แค่ขายในประเทศอย่างเดียวก็ไม่หวาดไม่ไหวแล้ว แต่ปี 2019 ที่ผ่านมา ค่ายได้เปลี่ยนไปให้เข้ากับตลาดยุคใหม่มากขึ้น เช่นการอนุญาตให้ศิลปินบางคนมีอินสตาแกรมส่วนตัว เช่นเดียวกับวง “ARASHI” ศิลปินกลุ่มที่เป็นยอดปิรามิดของฝั่งเจป็อปเดบิวต์มากกว่า 20 ปี ก็เพิ่งจะมีโอกาสเปิดช่อง Youtube เป็นของตัวเอง เช่นเดียวกับ ยามะพี หรือ  ยามาชิตะ โทโมฮิสะ ที่หลายคนรู้จักตั้งแต่ยังเป็นเด็กชาย ปัจจุบันกลายเป็นหนุ่มหล่อสุดฮ็อตและล่าสุดก็ก้าวสู่ระดับสากลกับผลงาน THE HEAD ซึ่งจะออกอากาศทางช่อง HBO Asia

ยามะพี

“Yamapi” คือใครกัน?

ยามาชิตะ โทโมฮิสะ เกิดเมื่อวันที่ 9 เมษายน 2528 เริ่มก้าวเข้าสู่วงการบันเทิงจากการผ่านออดิชั่นเป็นศิลปินในสังกัด “จอห์นนีส์จูเนียร์” (Johnny’s Jr.) หรือ “Johnny’s Entertainment” เมื่อตอนอายุ 11 ขวบ และด้วยใบหน้าที่หล่อเหลาแบบไม่ผ่านการศัลยกรรมราวกับเกิดมาเพื่อเป็นดารา บวกกับความสามารถทั้งร้องทั้งเต้นที่ครบเครื่อง ทำให้มีคนที่รักหนุ่มคนนี้เป็นจำนวนมาก แม้ยังไม่ได้เดบิวต์เป็นศิลปินแบบเต็มตัว ก็มีทั้งงานแสดงและงานโฆษณาเข้ามาไม่ขาดสาย โดยชื่อ“ยามะพี”(Yamapi) มาจากใบหน้าหวานฉ่ำราวกับผู้หญิง จึงทำให้ถูกเรียกว่า “ยามาชิตะพิงค์กุ” เมื่อถูกเรียกไปเรื่อยๆ จึงกลายเป็นชื่อ “ยามะพี” ในที่สุด

ยามะพี

ความสามารถเด่นขนาดนี้ทำไมไม่เป็นศิลปินเดี่ยว?

แน่นอนอย่างที่กล่าวมาข้างต้น ด้วยความสามารถและความนิยมในระดับนี้ ต่อให้เดบิวต์เป็นศิลปินเดี่ยวก็ไม่มีดร็อป แต่ทว่าสุดท้ายทางค่ายก็ให้เขาเดบิวต์ในนามวง NEWS ซึ่งก็มีข้อดีหลายข้อโดยเฉพาะมันทำให้เขามีภาวะผู้นำมากขึ้น เขากลายเซ็นเตอร์ของวง โดยเพลงแรกของวงที่ออกมาก็คือ NEWS Nippon เพลงที่มีทำนองและเนื้อหาเต็มไปด้วยความปลุกใจ และกลายเป็นธีมเพลงของการแข่งขัน Japan VolleyBall Cup 2003 และมีผลงานเพลงอื่นต่อมาเรื่อยๆ ระหว่างทางก็มีสมาชิกถอนตัวและพักงานไปหลายคน กระทั่งในปี 2011 โทโมฮิสะ และเพื่อนสนิทของเขา เรียว นิชิกิโด ได้ตัดสินใจออกจากการเป็นสมาชิก NEWS อย่างถาวร โดย นิชิกิโด ย้ายไปทำงานกับ Kanjani 8 ขณะที่ โทโมฮิสะ มุ่งมั่นกับการพัฒนาศักยภาพของตัวเองในฐานะศิลปินเดี่ยว

ยามะพี

นอกจากเป็นไอดอลแล้วยังเป็นนักแสดงด้วย?

นอกจาก ร้องเพลง เต้น แต่งเพลง เป็นพิธีกร และ ตีลังกาเก่งแล้ว หนุ่ม Yamapi ยังมีความสามารถด้านการแสดงอีกด้วย โดยอย่างที่เกริ่นไปตอนต้นเขามีผลงานแสดงก่อนที่จะได้เดบิวต์เป็นศิลปินเต็มตัวอีก โดยผลงานหลายชิ้นนอกจากจะประทับใจชาวญี่ปุ่นแล้ว ก็ยังประทับใจแฟนๆ ชาวไทยอีกด้วย อาทิ “Long Love Letter…มหัศจรรย์รักทะลุมิติ”, “Queen of Lunch… สูตรรักข้าวห่อไข่” , “Dragon Zakura… นายซ่า ท้าเด็กแนว”, “Nobuta wo Produce…ปฏิบัติการโนบุตะ เปลี่ยนเธอให้สวยปิ๊ง”, “Kurosagi…คุโรซากิ ปล้นอัจฉริยะ”, “Code Blue…หน่วยแพทย์ติดปีก” ฯลฯ

การเรียนไม่มีที่สิ้นสุดเช่นใด การแสดงก็ไม่หยุดพัฒนาเช่นนั้น Yamapi ได้ก้าวไปสู่เส้นทางการแสดงในระดับสากล โดยเมื่อปี 2018 เขาได้แสดงในภาพยนตร์จีนเรื่อง REBORN และล่าสุดกับผลงานซีรีส์ชุดแห่งปี THE HEAD ซีรีส์ที่ร่วมมือกันระหว่างญี่ปุ่นและยุโรป ออกอากาศทางช่อง Hulu และ HBO Asia เรื่องนี้เขารับบทเป็นนักวิจัยชาวญี่ปุ่นและเป็นนักแสดงชาวญี่ปุ่นคนเดียวที่รับบทในซีรีส์นี้โดยจะพูดภาษาอังกฤษตลอดทั้งเรื่อง (ข้อมูลจาก : j-channel.jp)

The Head | Official Trailer

The longest night. The coldest truth.The Head is a new survival thriller series starring Tomohisa Yamashita and Álvaro Morte, premiering 12 June at 9PM on HBO and HBO GO.Winter has fallen on the South Pole. A small team of scientists will remain at the Polaris VI Antarctic Research Station to continue their research. But when spring comes, commander Johan Berg returns to the station to find most of the team dead or missing.

Posted by HBO Asia on Monday, April 20, 2020

กาลเวลาเปลี่ยน แต่หน้าเด็กไม่เปลี่ยน?

ไม่ใช่แค่ความนิยมตลอด 24 ปี ในวงการเท่านั้นที่ไม่เปลี่ยนแปลง เพราะใบหน้าเขายังเด็กกว่าอายุเสมออีกด้วย เห็นได้ชัดถ้าเทียบจากซีรีส์เรื่อง Code Blue กับผลงานล่าสุด THE HEAD ที่แม้จะห่างกันถึง 12 ปี แต่ก็ไม่เปลี่ยนไป ราวกับหยุดเวลาไว้ยังไงอย่างนั้น

ยามะพี
ภาพจาก : Daisuki JDrama

ภาพ Yamapi ปี 2019- 2020

ยามะพี

ยามาชิตะ โทโมฮิสะ

ยามาชิตะ โทโมฮิสะ

ยามาชิตะ โทโมฮิสะ

อย่างไรก็ตามสำหรับใครที่อยากติดตามไลฟ์สไตล์และผลงานของนักแสดงหนุ่มคนนี้สามารถเข้าไปได้ที่อินสตาแกรม @tomo.y9  ไม่ต้องไปเสพจากที่อื่นนะ! เพราะยามะพีถึงขั้นเคยประกาศว่า “อยากรู้เรื่องของฉันมาดูที่ไอจีฉัน” หลังจากที่ถูกปาปารัสซีของนิตยสาร Friday ตามถ่ายภาพส่วนตัว นักแสดงหนุ่มก็จัดการด้วยการหยิบมือถือขึ้นมาแชะภาพตัวเองลงให้แบบคมชัดกว่าที่ถูกแอบถ่ายซะเลย…เห็นหน้าหวานแบบนี้ บอกเลยว่าเผ็ชมากนะจ๊ะ (ข้อมูล : .marumura)


สามารถติดตามอ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติมได้ที่นี่

มัตสึโมโต้ จุน ตำนานชิโรคิน หนุ่มฮ็อตแห่ง Gokusen (ลูกสาวเจ้าพ่อขอเป็นครู)

นางเอกขวัญใจตลอดกาล! เปิดลุค ‘เคียวโกะ ฟูคาดะ’ ทั้งหวานทั้งแซ่บในวัย 37 ปี

สดใสมีเสน่ห์ Yuko Araki เจ้าของฉายาเทพธิดาแห่งแดนอาทิตย์อุทัย

มิว นิษฐา

หนูเมยน่ารัก หนูมิว นิษฐา ก็สวยเกินต้านในเมคอัพลุคหน้ากระ ผิวบ่มแดดแบบสาย ฝ.

ถ้าหนูเมยมีลุคออกน่ารัก งั้นหนูมิว นิษฐา ก็สวยเกินต้านในเมคอัพลุคหน้ากระ ผิวบ่มแดดแบบสาย ฝ.

เชื่อว่าหลายคนคงโดนตกความน่ารักของนางเอกสาว มิว นิษฐา จิรยั่งยืน กับบทบาท หนูเมย ในละครเรื่องอกเกือบหักแอบรักคุณสามี ที่กำลังฮ็อตในตอนนี้เป็นแน่ วันนี้ พริมพี่_แพรวนิสต้า เลยขอแจกเมคอัพทริคลุคหน้ากระ ผิวบ่มแดดสไตล์สาวฝรั่งของหนูมิวมาให้แต่งตามด้วย บอกเลยเป็นลุคที่สามารถเพิ่มความเซ็กซี่ให้ใบหน้าได้ไม่น้อย

โดยเป็นเมคอัพลุคล่าสุดที่มิวเพิ่งโพสต์ผ่านอินสตาแกรมส่วนตัวไปเมื่อคืนนี้ (21 พ.ค.63) โดยลุคนี้จะเน้นแก้มเลือดฝาดดูเปล่งปลั่งท้าแดด พร้อมกิมมิคกระเล็กๆ บางๆ ให้ดูเป็นสาย ฝ. กรุบกริบ ซึ่งขั้นตอนแรกสร้างผิวให้ดูตากแดดแบบ Sun Burn หน่อยๆ โดยลงแก้มแบบ Flushed and Glowing Cheeks ส่วนขนตาแค่ดัดแล้วปัดมาสคาร่าบางๆ เน้นแยกเส้น และต่อปลายให้ยาวขึ้น ไม่เอาไลน์เนอร์หนา เพราะจะทำให้ดาดูทึบไม่ใส

จากนั้นทาปากด้วยเฉดสีส้มอิฐิออกตุ่นๆ ค่อนข้างเข้ม ไล่ทีละเลเยอร์ โดยใช้แปรงเบลนด์ให้สีกลืนไปกับปากแล้วใช้นิ้วกดให้เนียนฟุ้งแบบไม่มีขอบปาก จากนั้นตามด้วยลิปกลอสลงเฉพาะจุดของริมฝีปากเพื่อให้ดูเป็นธรรมชาติที่สุด แล้วใช้นิ้วมือกดสีเดียวกับปาก กดลงที่แก้ม เน้นหนักตรงเส้นกลางด้านหน้าแก้ม เข้ามาเป็นเหมือนตัว A ซึ่งจมูกจะไม่ลงแค่ปลาย ให้แต้มลงไปกลางสันจมูกเลย แล้วใช้สีแดงเข้ม แต้มอีกเลเยอร์หนึ่งบริเวณที่วางรอยกระหนา ก็แต้มตรงนั้นให้มีสีชัดกว่าที่อื่น

สำหรับกิมมิคหลักของลุคนี้คือ รอยกระ (Freckles) มือใหม่ระวังเผลอมือหนักนะคะ ลงเบาๆ พอ โดยใช้ดินสอเขียนคิ้วจิ้มๆ ลงไปเลยค่ะ จุดไหนต้องการความเข้มบริเวณเล็กๆ หน่อย ก็จิ้มด้วยอายไลน์เนอร์สีน้ำตาล แล้วตามเก็บลุคโดยรวมเป็นอันเสร็จ เป็นไงคะ เทคนิคง่ายๆ แบบนี้ อย่าลืมลองแต่งอยู่บ้านฝึกมือไปก่อนก็ได้นะคะ

 

มิว นิษฐา มิว นิษฐา มิว นิษฐา มิว นิษฐา มิว นิษฐา


เรื่อง : Primphy_praewnista
ภาพ IG : mewnittha

 

 

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

เปิดวาร์ป “มินนี่ ภัททิยา” หมวยแซ่บสายนางแบบ ลุ้นว่าที่คนรู้ใจหนุ่มพีช พชร

เปิดเคล็ดลับความงามของ “ซนเยจิน” สวยและดูอ่อนเยาว์ได้ง่ายๆ แม้ไม่ค่อยมีเวลา

10 นักแสดงหญิงเกาหลีใต้ที่เกิดช่วง 70s / 80s แต่สวยและดูเด็กกว่าอายุจริงมาก

เปิดเคล็ดลับผิวใสลุคคุณหนูของ ฮันโซฮี ทำตามได้ไม่ยาก แถมดูเด็กด้วย

วิธีตัดหน้าม้าสุดคิวต์สไตล์น้องเมย หรือ มิว นิษฐา ทำได้ด้วยตัวเองที่บ้านไม่ยาก

เปิดเคล็ดลับผิวใสลุคคุณหนูของ ฮันโซฮี ทำตามได้ไม่ยาก แถมดูเด็กด้วย

ภาพสมัยมัธยมช่วงยุค 80’s “คิมฮีแอ” เมียหลวงสุดสตรองและเต็มไปด้วยเสน่ห์

คัพเล็กแต่เซ็กซี่มาก! ส่องลุคนอกจอ Bae Doona หรือ หมอซอบี ซีรี่ส์ Kingdom

ซอจีฮเย เผยทริครักษารูปร่างให้เพรียว มีแค่ 3 สิ่งที่งดกิน และตัวช่วยขจัดเซลลูไลท์

เปิดเคล็ดลับผิวใสลุคคุณหนูของ ฮันโซฮี ทำตามได้ไม่ยาก แถมดูเด็กด้วย

 

 

คุณหมอ NHS คัมแบ็ก ช่วยผู้ป่วยโควิด-19 หลังลาออกไปเป็น นักร้องโอเปร่า

Dr. Alex Aldren หรือ คุณหมออเล็ก คืนสู่สังเวียนการแพทย์ NHS เพื่อช่วยรักษาผู้ป่วยจากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่า (โควิด-19) หลังจากเขาลาออกไปทำตามความฝัน โดยการเป็นนักร้องโอเปร่า

แม้จะลาออกจากการเป็นแพทย์ที่ NHS (ระบบบริการสุขภาพแห่งชาติของประเทศอังกฤษ) แต่เมื่อถึงคราวฉุกเฉินคุณหมออเล็ก อดีตนักเรียน Royal Academy of Music student ก็ไม่รอช้า กลับมาเป็นแนวหน้า เพื่อรักษาผู้ป่วยในภาวะการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่า ซึ่งกำลังสร้างความเสียหายอย่างใหญ่หลวงในขณะนี้

ความน่ารักของคุณหมออเล็กยังไม่หมดเท่านี้ เมื่อเขาได้ร้องเพลงโอเปร่าสุดไพเราะ เพื่อให้กำลังใจแพทย์ และเจ้าหน้าที่ รวมถึงผู้ป่วยในห้องฉุกเฉินฟัง จนกลายเป็นไวรัลเมื่อคุณพยาบาล Mikaela ได้โพสต์คลิปที่เขาร้องเพลง Nessun Dorma ของ Puccini ที่โรงพยาบาล Newham ใน East London ไปยัง Twitter เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

ทั้งนี้คุณหมออเล็กได้ให้สัมภาษณ์กับ Good Morning Britain ว่า แม้การแสดงของเขาจะถูกยกเลิกแต่เขาไม่เสียใจเลย กลับรู้สึก ‘โชคดีอย่างไม่น่าเชื่อ’ เพราะได้กลับมารักษา และให้กำลังใจผู้คนที่โรงพยาบาล

NHS

คุณหมออเล็กยังกล่าวอีกด้วยว่า ‘ผมรู้สึกโชคดีมากที่ได้ทำงานและสามารถมีส่วนร่วมในวิกฤติครั้งนี้ ซึ่งผมยังคงร้องเพลงไปด้วย ผมร้องเพลงมากมายและดูเหมือนว่าทุกคนจะสนุกสนานไปกับมัน และผมก็รู้สึกสนุกกับมันจริงๆ’

ขณะเดียวกัน เร็วๆ นี้คุณหมออเล็กจะปล่อยซิงเกิ้ลการกุศลกับ The Barts Charity Choir เพื่อนำเงินมาช่วยองค์กรการกุศล NHS อีกด้วย โดยจะนำเงินมาซื้อไอแพด เพื่อใช้ในการพิมพ์ภาพ 3D ได้อย่างรวดเร็ว รวมถึงชุด PPE สำหรับแพทย์ และ การช่วยหา Wellness Room (ห้องพักสุขภาพ) เพื่อให้แพทย์, เจ้าหน้าที่ ผ่อนคลาย และคลายความเครียด หลังการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นกับพวกเขาหลังจากนี้

NHS

เดิมทีนั้นคุณหมออเล็กวางแผนการเดินทางว่า เขาจะบินไปสหรัฐอเมริกาเพื่อไปแสดงโอเปร่า แต่ต้องถูกระงับเพราะการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่า ซึ่งเขาเผยว่า “ผมวางแผนเดบิวต์ที่อเมริกา รวมถึงที่ฝรั่งเศสด้วย แต่การแสดงโอเปร่าทั้งหมดถูกยกเลิกไปจนถึงปีหน้า สร้างความเสียเป็นอย่างหนักต่ออุตสาหกรรมนี้เป็นอย่างมาก”

ทั้งนี้คุณหมออเล็กกล่าวปิดท้ายว่า ดนตรีมีพลังอันน่าอัศจรรย์อย่างมาก เพราะจะช่วยลดระดับความวิตกกังวลสูงซึ่งมีมากในห้องฉุกเฉิน และดนตรียังช่วยให้ใจเย็น สงบจิตใจ สงบสติอารมณ์ และมีสมาธิมากขึ้นอีกด้วย


Source : Daily Mail

 

นายกนิวซีแลนด์ ชวนสามีไปคาเฟ่ ถูกร้านปฏิเสธ โต๊ะเต็ม ต้องรักษาระยะห่าง

นายกฯ ไอร์แลนด์ กลับมาเป็นหมอ ช่วยวิกฤตการแพร่ระบาด Covid-19

จง หนานซาน จากฮีโร่หมอซาร์ส สู่การเป็นหัวหน้าทีมสืบสวน ไวรัสโคโรน่า

 

‘หากผิดหวังมาเกิน 2 ครั้ง วันนี้มีลุ้นได้เจอรักแท้’ ดูดวงรายวัน 22 พฤษภาคม 2563

ดูดวงรายวัน 22 พฤษภาคม 2563 #หมอปุ้ยพยากรณ์ เช็กทุกวัน เป๊ะปังทุกดวง ทั้งการงาน การเงิน ความรัก และสุขภาพ

ผู้ที่เกิดวันอาทิตย์

การงาน :  คุณอาจได้รับแต่งตั้งหรือมอบหมายให้เป็นผู้นำหรือทำหน้าที่บริหาร ที่ต้องรับผิดชอบทั้งงาน และมีผู้ใต้บังบังคับบัญชาที่จะต้องดูแล ซึ่งวันนี้อาจมีปัญหาและอุปสรรคเข้ามา ทำให้คุณรู้สึกระแวง ไม่มั่นใจกับงานที่ทำอย่างมาก แต่คุณก็เต็มเปี่ยมด้วยพลังกายพลังใจที่จะสู้ต่อ ทางออกที่ดีก็คือ ตั้งใจทำงานให้มากขึ้น นอกจากงานของตัวเองแล้วก็ควรช่วยเหลือผู้อื่นด้วย

การเงิน :  สามารถใช้เงินสร้างรายได้ที่สูงให้กับตัวเอง แต่ต้องระวังความใจดี ใจบุญของคุณ วันนี้อาจมีเหตุให้คุณต้องช่วยเหลือคนหรือทำบุญโดยไม่ได้เตรียมตัวมาก่อน

ความรัก : ปกติชีวิตคู่คุณก็ราบเรียบและราบรื่นด้วยดีมาตลอด แต่วันนี้อาจมีเหตุเล็กๆ น้อยๆ ให้คุณเกิดความระแวง สงสัย ไม่มั่นใจในตัวคู่ จนคุณอาจต้องขอเรียกร้องความสนใจบ้างแล้ว เพื่อเรียกความมั่นใจว่า เขายังรักคุณอยู่  คนโสด ที่ผ่านมาคุณอกหักเจ็บช้ำมาเยอะ หากเกินกว่า 2 ครั้ง วันนี้ลองดูอีกสักครั้ง อาจได้เจอคู่แท้ก็ได้

สุขภาพ :  ควรดูแลและให้ความสำคัญกับการขับถ่าย ไม่ควรกลั้นปัสสาวะจนเคยชินเป็นนิสัย เพราะอาจทำให้กรวยไตและกระเพาะปัสสาวะมีปัญหา เสี่ยงต่อการติดเชื้อในกระแสเลือด

 

ผู้ที่เกิดวันจันทร์

การงาน :  คุณอาจได้รับแต่งตั้งหรือมอบหมายให้ทำหน้าที่บริหาร หรือผู้นำโครงการ ซึ่งวันนี้คุณมีทั้งไฟและความสามารถรอบตัว สามารถบริหารจัดการงานได้อย่างเป็นระบบ รวมทั้งพลิกแพลงกลยุทธ์ให้ขึ้นมาเป็นต่อคู่ต่อสู้ จนถึงใช้เซ้นส์เข้ามาประกอบในการทำงาน จนงานประสบความสำเร็จได้รับการยอมรับจากผู้ใต้บังคับบัญชา

การเงิน :  มีโชคลาภเข้ามาอย่างไม่คาดฝัน อาจได้รับเงินจากความสิเน่หา รวมถึงคุณก็สามารถใช้เงินในการทำงานสร้างรายได้ที่มั่นคงให้กับตัวเอง ก็ควรเก็บเงินไว้บ้าง

ความรัก : คุณได้รับความรักความดูแลเอาใจใส่จากครอบครัวเป็นอย่างดี ซึ่งคุณก็รักเดียว ใจเดียว และทุ่มเทความรักให้กับครอบครัว แต่ไม่เคยแสดงความรักกันเลย วันนี้ก็ควรต้องมีบ้าง กอด หอมแก้ม บอกรักกัน จะช่วยยืดช่วงเวลาแห่งความรักให้ยืนยาวยิ่งขึ้น คนโสด คุณอ่อนไหว โรแมนติก หึงหวงมาก หากเคยผิดหวังมาเกิน 2 ครั้งแล้ว วันนี้มีลุ้นได้เจอรักแท้

สุขภาพ :  สอดคล้องและเกี่ยวข้องกับหน้าที่การงานเสมอ คุณอาจทำงานหนักจนไม่ได้พักผ่อน รับประทานอาหารไม่ตรงเวลา หรือไม่ได้ลุกขึ้นไปปัสสาวะเลย ต้องระวัง เพราะจะกระทบกับสุขภาพของคุณทั้งหมด

                                                                            

ผู้ที่เกิดวันอังคาร

การงาน  :  หากคุณทำงานหรือเกี่ยวข้องกับงานด้านบริการ เช่น งานเอ็นเทอร์เทน หรือธุรกิจในสถานบันเทิง วันนี้คุณคงต้องปล่อยวาง อย่ายึดติดที่ตำแหน่ง หรือความสำเร็จ เพราะคุณอาจตกอยู่ในภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก ถูกใส่ร้ายป้ายสีให้ต้องยอมรับในความผิดที่ตัวเองไม่ได้กระทำ หรือทำโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ แต่ก็มีผลให้คุณอาจต้องยอมไปทำงานในสิ่งที่ไม่ได้เลือก หรือไม่ถนัด

การเงิน : มีโชค แม้ไม่ต้องทำงาน แต่ต้องระวังอาจมีคนเข้ามาหาผลประโยชน์ โดยชวนคุณไปลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวกับสถานบันเทิง ก็ไม่ควรหลงเชื่อ เพราะคุณอาจถูกหลอก หรือถูกโกง

ความรัก  : คงต้องปล่อยวาง ทำใจร่มๆ เพราะช่วงนี้คู่คุณอยู่ไม่ติดบ้าน ออกไปเที่ยว ดื่มกินสังสรรค์กับเพื่อนฝูง จนกลับบ้านดึกบ่อยๆ  คนโสด แม้คุณจะมีเสน่ห์ แต่เพราะความหึงหวงจึงทำให้ไม่ค่อยสมหวังในความรักเท่าไหร่ แต่ก็ไม่ควรประชดด้วยการยอมเป็นที่สอง หรือบ้านเล็กๆ ของคนอื่น จะทุกข์มากกว่าสุขค่ะ

สุขภาพ : อย่าประมาทในการใช้ชีวิต เพราะอุบัติเหตุสามารถเกิดขึ้นได้ทุกเวลา รวมถึงความเจ็บป่วยที่เกิดจากระบบหมุนเวียนน้ำในร่างกาย และต่อมไร้ท่อต่างๆ อาจมีเกณฑ์ผ่าตัด

 

ผู้ที่เกิดวันพุธ

การงาน :  ไอเดียของคุณล้ำเลิศจนยากที่ใครจะปฏิบัติตามได้ ดังนั้น วันนี้คุณจึงควรปล่อยวาง และยอมรับว่า ทุกคนเกิดมามีความสามารถไม่เท่ากัน คุณอาจเลือกที่จะทำงานของตัวเองคนเดียว หรือขอทำเป็นโครงการพิเศษไปเลย เพื่อหลีกเลี่ยงการขัดแย้งทางความคิด

การเงิน :  คุณเป็นผู้ให้จริงๆ ใจบุญสุนทาน และให้โดยไม่หวังผลตอบแทนใดๆ ก็ควรเก็บเงินไว้เพื่อตัวเองบ้าง

ความรัก : ความคิดของคุณสุดโต่งมาก ไม่ยอมลงให้ใครเลย ซึ่งปกติคุณก็มีความคิดเห็นขัดแย้งเรื่องการใช้ชีวิตคู่อยู่แล้ว เพราะฉะนั้นวันนี้ยิ่งอาการหนัก ควรอยู่ห่างๆ กันก่อน คนโสด คุณรู้สึกเหนื่อยหน่ายกับความรักแล้ว วันนี้ขอเข้าถ้ำจำศีล เข้าสู่การปฏิบัติธรรม

สุขภาพ : หากเดินทางเปลี่ยนแปลงสถานที่ ควรดูแลสุขภาพร่างกายตัวเองให้ดี อย่าประมาท การ์ดอย่าตก เพราะร่างกายคุณอาจมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาวะอากาศ จนป่วยไข้ไม่สบาย หรือเป็นภูมิแพ้

 

ผู้ที่เกิดวันพฤหัสบดี

การงาน :  หากคุณกำลังรับอาสาไปปฏิบัติงานให้กับเจ้านาย บอกเลยว่า วันนี้ความสำเร็จไม่ได้มาเพราะความบังเอิญ แต่ต้องแลกมาด้วยพลังกายพลังใจที่เข้มแข็ง เพราะคุณอาจถูกหักหลังจนต้องเข้าสู่กระบวนการพิจารณา จึงควรใจเย็น ระวังคำพูด อย่าเชื่อใจคนที่เคยไว้วางใจ เพราะวันนี้เขาอาจเปลี่ยนท่าที

การเงิน :  มีโชคทางการเงินแบบไม่ขาดสาย แต่ควรดูดีๆ เพราะอาจเป็นเงินที่เข้ามาแบบไม่ถูกต้อง ซึ่งไม่ควรเข้าไปยุ่งเกี่ยว

ความรัก : วันนี้อะไรก็อาจเกิดขึ้นได้ คุณอาจแอบถูกใจเด็กหนุ่มในที่ทำงาน ซึ่งควรต้องรีบตัดใจ เพราะไม่เช่นนั้นครอบครัวอาจเดือดร้อน จริงๆ แล้วน่าจะเป็นความหลงมากกว่าความรัก คนโสด  วันนี้คุณอาจเจอพวกนักฉวยโอกาส ปากว่ามือถึง ประมาณหมาหยอกไก่ แต๊ะอั๋งไปวันๆ

สุขภาพ : ปกติคุณดูแลและรักษาสุขภาพตัวเองเป็นอย่างดี แต่ก็อย่าประมาท การ์ดอย่าตก เพราะวันนี้คุณอาจพลาดตกเป็นเหยื่อรับเชื้อจากภายนอก เป็นไข้หวัดธรรมดา หรือภูมิแพ้

 

ผู้ที่เกิดวันศุกร์

การงาน :  หากคุณทำงานหรือเกี่ยวข้องกับงานบริการ เช่น งานบันเทิง หรือธุรกิจสถานบันเทิง ผับ บาร์ วันนี้คุณควรใช้ความคิดและจินตนาการที่มีอยู่ในตัวให้เป็นประโยชน์มากที่สุด แต่ไม่ควรคิดฟุ้งซ่านจนออกนอกกรอบ เพราะจะทำให้คุณรู้สึกเหนื่อยหน่าย และเบื่อเซ็งกับสภาวะที่เป็นอยู่  ไม่สามารถปฏิบัติได้ในความเป็นจริง

การเงิน :  มีโชค มีทรัพย์สินเงินทอง แต่ก็ต้องระวังในเรื่องของการคบเพื่อน และคนใกล้ชิดที่จะมาชักชวนให้คุณทำในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ไม่ควรให้กู้ยืมเงิน หรือค้ำประกัน เพราะอาจถูกหลอกหรือถูกโกง

ความรัก : วันนี้ก็อาจเป็นปัญหาเดิมๆ คือ การอยู่ไม่ติดบ้าน ออกเที่ยว ซึ่งคุณก็ทำมาครบทุกวิธีแล้ว เหลืออยู่อย่างเดียวคือ ทำใจ คนโสด คนรักเก่าอาจกลับมาขอคืนดี ซึ่งการกลับมาครั้งนี้คือเขาต้องการให้คุณไปอยู่ด้วยเลย โดยแต่งงานทีหลัง หรืออาจไม่แต่งเลยก็ได้

สุขภาพ : หากคุณต้องเดินทางโยกย้ายสถานที่ วันนี้ต้องดูแลเรื่องสุขอนามัยส่วนตัวให้ดี โดยเฉพาะเรื่องการใช้สิ่งของสาธารณะ อย่าประมาท การ์ดอย่าตก เพราะคุณอาจได้รับเชื้อโดยง่าย จนเป็นภูมิแพ้

 

ผู้ที่เกิดวันเสาร์

การงาน  : คุณสตรอง หากคิดจะทำอะไรแล้วก็จะลุยเดี่ยว โดยไม่รอฟังความคิดเห็นจากใคร ก็ต้องระวัง การตัดสินใจที่เฉียบขาดแบบขาดสติ อาจทำให้เกิดปัญหาและอุปสรรคเข้ามาหาคุณในทุกๆ ด้าน ควรคิดบวก เพราะไม่เช่นนั้นหากคุณใช้อารมณ์ จะมีปัญหาขัดแย้งกับเพื่อนร่วมงาน ถึงที่สุดแล้วคุณนั่นละที่จะเสียใจกับการกระทำของตัวเอง

การเงิน : คุณชอบหมุนเงินมาลงทุน วันนี้ไม่ควรหลงเชื่อคนง่าย เพราะอาจถูกตักตวงผลประโยชน์โดยไม่รู้ตัว

ความรัก : ดูภายนอกคู่คุณไม่ค่อยแสดงออกเรื่องความรักเท่าไหร่ ส่วนใหญ่จะอารมณ์ดี มีความสุขตลอดเวลา ขณะที่คุณก็อาจแสดงออกอย่างชัดเจน ตรงๆ  ซึ่งวันนี้คุณอาจขัดหูขัดตากับท่าทีชิลด์ๆ ของคู่คุณ    คนโสด คุณเปรียบเสมือนแม่เสือสาว รักนะ แต่ไม่แสดงออก เล็งเหยื่อไว้ก่อน หากพร้อมก็ตะปบเลย

สุขภาพ : สุขภาพแข็งแรง จนละเลยหรือมองข้ามการดูแลตัวเอง จึงทำให้เกิดโรคเจ็บป่วยเรื้อรังรักษาไม่หาย

เช็กดวงย้อนหลังกันได้ที่นี่

อย่าลังเลสงสัยนาน เดี๋ยวจะพลาดโอกาสดีๆ ในชีวิตไป  ดูดวงรายวัน 18 พฤษภาคม 2563

ระวัง! คนที่ทำให้คุณเข้าใจคำว่า มีรักแล้วมีทุกข์จะกลับมา  ดูดวงรายวัน 19 พฤษภาคม 2563

เสน่ห์มาเต็ม แต่มาแบบสวยพิฆาต เหวี่ยงวีนมาครบ  ดูดวงรายวัน 20 พฤษภาคม 2563

แม้ผู้ใหญ่จะช่วย แต่ดวงก็ยังไม่หลุดจากบ้านที่สอง ดูดวงรายวัน 21 พฤษภาคม 2563

 

เปย์ครั้งเดียวใช้ได้ยาว! กระเป๋า Fendi Sunshine Shopper ใบใหญ่แต่น้ำหนักเบา

เปิดตัว กระเป๋า Fendi Sunshine Shopper ไอเท็มใบเด็ดจากคอลเล็คชั่น SS20 ดีไซน์สวยคลาสสิก เสียตังค์ครั้งเดียวเก็บไว้ใช้ได้ยาว

Sunshine Shopper กระเป๋าทรง tote bag จาก FENDI เปิดตัวดีไซน์ทรงนี้ครั้งแรกในคอลเล็คชั่น Spring/Summer 2020 มาในโทนสีน้ำตาลที่แฝงไปด้วยความสง่างามเหนือกาลเวลา ไม่เพียงตัวกระเป๋าที่มีขนาดใหญ่ แต่ด้วยน้ำหนักเบาทำให้สามารถใช้ได้ในทุกโอกาส ไม่ว่าจะเป็นการถือไปช้อปปิ้ง ไปทำงาน หรือไปเที่ยว ก็ล้วนตอบโจทย์แก่สาวๆ ในทุกการเดินทาง

กระเเป๋า Fendi

กระเป๋า Sunshine Shopper ตกแต่งด้วยหนังลูกวัวอ่อนเคลือบผิวมันวาว โดดเด่นด้วยตราประทับ FENDI มาพร้อมกับหูหิ้วลายกระและฮาร์ดแวร์โลโก้ FF สีทอง แมตช์ได้กับทุกลุคในชีวิตประจำวัน ความคลาสสิกของกระเป๋าพร้อมการใช้งานที่หลากหลายนับได้ว่าเป็นไอเท็มที่สาวก FENDI ไม่ควรพลาด

แน่นอนว่าการซื้อกระเป๋าแบรนด์เนมสักใบ นอกจากคุณภาพจะอัดแน่น ตอบโจทย์การใช้งาน หรือว่าสวยโดนใจแล้ว เรื่องของราคาก็เป็นอีกปัจจัยที่หลายคนต้องเก็บมาคิดทบทวนเหมือนกัน โดยกระเป๋า Sunshine Shopper ราคาในช็อปไทยจะอยู่ที่ 92,500 บาท เห็นตัวเลขแล้วเหมือนราคาจะแรง แต่กระเป๋าระดับไฮเอนด์และใบใหญ่ใส่ของได้เยอะขนาดนี้ แถมดีไซน์ยังสวยเก๋ ก็ถือว่าคุ้มค่าแก่การลงทุนเลยทีเดียว


บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

นอกจอก็ไม่ธรรมดา! เจาะดีเทล กระเป๋าแบรนด์เนม ‘คิมฮีแอ’ ราคาแรงไม่แพ้ในซีรีส์

ทำความรู้จัก กระเป๋า Bottega Veneta รุ่น Envelope Pouch ใช้ง่ายได้ทุกโอกาส

สวยโหดทุกใบ! กระเป๋าแบรนด์เนม ‘ฮันโซฮี’ ในซีรีส์เรื่องดัง ราคาเท่าไหร่ มาเช็คกัน

 

คิวรอน x ช้อปปี้ จัดบิ๊กโปร “ช้อปปี้ ซูเปอร์แบรนด์เดย์ เลอซาช่า แกรนด์ เซล”

กลับมาอีกครั้ง!!! กับบิ๊กโปรโมชั่นช้อปออนไลน์สุดปัง ที่สาวๆ รอคอย “ช้อปปี้ ซูเปอร์แบรนด์เดย์ เลอซาช่า แกรนด์ เซล” ภายใต้แคมเปญ “ช้อปปี้ แบรนด์ส เฟสติวัล” พบกองทัพสินค้าเลอซาช่า และสินค้าในเครือคิวรอน ยกขบวนมาเอาใจคุณผู้หญิง พร้อมคืนกำไร ด้วยโปรจัดหนักลดสูงสุดถึง 70% แจกโค้ดรับเงินคืนเพิ่มอีกสูงสุด 60% เตรียมช้อปรับความสวยงามกับเลอซาช่า พร้อมกันทั่วประเทศวันที่ 23  พฤษภาคมนี้ วันเดียวเท่านั้น!!!

ถือเป็นบิ๊กโปรโมชั่นช้อปออนไลน์ประจำปีที่สาวๆ ตั้งตารอคอยมากที่สุด กับผลิตภัณฑ์แบรนด์เลอซาช่า  และแบรนด์ในเครือบริษัท คิวรอน จำกัด (Kuron Co.,Ltd.) ผู้นำด้านอุปกรณ์สุขภาพและความงาม โดยในปีนี้คิวรอนยังคงจับมือ ช้อปปี้ ผู้นำแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และไต้หวัน ร่วมแคมเปญ “ช้อปปี้ แบรนด์ส เฟสติวัล” จัดบิ๊กโปรโมชั่นประจำปี “ช้อปปี้ ซูเปอร์แบรนด์เดย์ เลอซาช่า แกรนด์ เซล” ผนึกกำลังส่งมอบผลิตภัณฑ์ความสวยความงามให้หญิงไทย เอาใจคุณผู้หญิง คืนกำไรให้ลูกค้า ช่วยลดภาระค่าใช้จ่าย พร้อมสวยมั่นใจสู้ภัยวิกฤตโควิด-19 ช้อปสุดคุ้มราคาสบายกระเป๋า

ลดจัดหนักกว่าทุกครั้งด้วยโปรโมชั่นส่วนลดพิเศษสูงสุดถึง 70% พร้อมแจกโค้ดรับเงินคืนเพิ่มอีกสูงสุด 60% กับกองทัพสินค้าเพื่อความสวยความงาม เลอซาช่า และสินค้าในเครือคิวรอน อาทิ สปาร์คเคิล, คิวรอน, เจสันฯลฯ สินค้าดีราคาเด็ดจัดให้ช้อปได้วันที่ 23 พฤษภาคมนี้ เพียงวันเดียวเท่านั้น

“ช้อปปี้ ซูเปอร์แบรนด์เดย์ เลอซาช่า แกรนด์ เซล” เป็นความร่วมมือระหว่างสองพันธมิตรใหญ่  คิวรอน และช้อปปี้  ในโอกาสเฉลิมฉลองแคมเปญ “ช้อปปี้ แบรนด์ส เฟสติวัล” ซึ่งได้ขยายความร่วมมือต่อเนื่องเป็นปีที่ 3  ด้วยเพราะได้รับกระแสตอบรับที่ดีจากปีที่ผ่านมา ประกอบกับสินค้าประเภทความงามและของใช้ส่วนตัวยังคงเป็นหมวดหมู่ที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องจากนักช้อปชาวไทย คิวรอน และ ช้อปปี้ อีคอมเมิร์ซแพลทฟอร์มอันดับหนึ่งที่ได้รับความนิยมจากผู้ใช้งานทั่วประเทศ มุ่งมั่นในการตอบสนองความต้องการ และยกระดับส่งมอบประสบการณ์การช้อปปิ้งออนไลน์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าผู้ใช้งาน พร้อมเปิดช่องทางให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงสินค้ายอดนิยมจากแบรนด์ในเครือคิวรอน ได้อย่างสะดวกสบายและคุ้มค่าจากที่บ้าน ภายใต้แนวคิด #ShopeeFromHome #อยู่บ้านก็ช้อปปี้ได้

ด้วยความที่คิวรอนเป็นแบรนด์ไทยชั้นนำในกลุ่มสินค้าประเภทอุปกรณ์เสริมความงาม ที่ได้รับความนิยมสูงจากผู้ใช้งานช้อปปี้ และเปี่ยมด้วยศักยภาพในการผลิตและนำเข้าผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพหลากหลายเทียบเท่าอินเตอร์แบรนด์ ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค โดยเฉพาะผู้หญิงในยุคปัจจุบันได้อย่างแท้จริง คิวรอนและแบรนด์ในเครือจึงเป็นแบรนด์ยอดนิยมครองใจสาวๆมาอย่างยาวนาน ปัจจุบันกลุ่มลูกค้าของคิวรอนเลือกที่จะช้อปปิ้งสั่งซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ในจำนวนที่เพิ่มมากขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะแบรนด์เลอซาช่าที่มียอดการสั่งซื้อผ่านช่องทางออนไลน์สูงสุดเป็นอันดับหนึ่ง ประกอบกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ทำให้การจับจ่ายผ่านช่องทางอีคอมเมิร์ซได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยพบว่าผู้ซื้อใช้เวลาบนแพลทฟอร์ม ช้อปปี้ นานขึ้นเฉลี่ย 20% ต่อสัปดาห์  พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไปอย่างเห็นได้ชัด การซื้อขายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์มีแนวโน้มสูงขึ้น  คิวรอนจึงได้นำแนวคิว “Beauty Smart Living” เพื่อเป็นการยกระดับให้กับคนไทย ด้วยการนำเสนอผลิตภัณฑ์นวัตกรรมใหม่ๆ จากแบรนด์หลักในเครือคิวรอน อาทิ เลอซาซ่า (LESASHA),  สปาร์คเคิล (SPARKLE),  เจสัน (JASON)

และยังมีแบรนด์น้องใหม่ แบร์ (BEAR)   ชุดเครื่องครัวแบรนด์อันดับหนึ่งจากประเทศจีน, ไอออนนี่ (IONIE) เครื่องฟอกอากาศพกพา จากประเทศเกาหลี และ สมูท สกิน IPL กำจัดขน จากประเทศอังกฤษ ฯลฯ ส่งมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า อีกทั้งเพื่อตอบรับและตอบโจทย์ให้ตรงกับความต้องการของลูกค้า สื่อสารและเข้าถึงลูกค้าผ่านช่องทางออนไลน์ในรูปแบบต่างๆ ซึ่งคิวรอนให้ความสำคัญในการสร้างความพึงพอใจสูงสุดและความภักดีต่อแบรนด์ของลูกค้าเป็นหลัก

แม้สถานการณ์วิกฤตโควิด-19 จะส่งผลให้พฤติกรรมการใช้ชีวิต การจับจ่ายใช้สอยของคนไทยเปลี่ยนแปลงไป  คิวรอนและช้อปปี้ ตระหนักดีถึงความจำเป็นในการดำรงชีวิต แต่ความสวยความงามกับผู้หญิงนั้น ยังเป็นสิ่งที่คู่กันไม่มีวันเปลี่ยนแปลง ไม่ว่าจะเวิร์คฟอร์มโฮม หรือ เวิร์คแอทออฟฟิศ คิวรอนยังคงสนับสนุนคำว่า “ผู้หญิงอย่าหยุดสวย” มาปลุกความมั่นใจ สร้างความสวยงามให้เปล่งประกาย  ด้วยการช้อปออนไลน์รับโปรสุดปังกับกิจกรรม “ช้อปปี้ ซูเปอร์แบรนด์เดย์ เลอซาช่า แกรนด์ เซล” ที่ยกกองทัพสินค้าความงาม จากแบรนด์เลอซาช่า และแบรนด์ในเครือคิวรอน มาเอาใจคุณผู้หญิง คืนกำไรลดภาระค่าใช้จ่าย มอบส่วนลดจัดหนักกว่าทุกครั้ง ด้วยโปรโมชั่นพิเศษลดสูงสุดถึง 70% พร้อมแจกโค้ดรับเงินคืนเพิ่มอีกสูงสุด 60%  และดีลสุดเอ็กซ์คลูซีฟ

ช้อปกันแบบนอนสต็อปตลอด 24 ชั่วโมง ในวันที่ 23 พฤษภาคมนี้ ลดจัดหนักกว่าทุกครั้ง วันเดียวและครั้งเดียวในรอบปีกับ “ช้อปปี้ ซูเปอร์แบรนด์เดย์ เลอซาช่า แกรนด์ เซล” ได้ที่ https://shopee.com/sbd-kuron ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Lesasha Official Shop บน Shopee: https://shopee.co.th/kuron_beauty

 

 

สาวๆ จดให้ไว! กับ 8 เคล็ดลับเด็ดที่ใส่รองเท้าส้นสูงไม่เมื่อยเดินสวยตลอดงาน

จากประสบการณ์การไปงานแต่งงานอันโชกโชนของ แพรวเวดดิ้ง ทำให้ได้รู้ปัญหาอย่างหนึ่งของทั้งเจ้าสาวและเหล่าเพื่อนเจ้าสาว รวมถึงแขกผู้หญิงว่าการที่ต้องยืนต้องเดินตลอดงานบนรองเท้าส้นสูงนั้นเป็นเรื่องที่ทรมานมว๊ากกกกก!!! บางคนถึงกับนิ้วเท้าชาไป 2-3 วันเลยทีเดียว

8 เคล็ดลับเลือกร้องเท้าส้นสูง ใส่ส้นสูงไม่เมื่อย ไม่ปวด เดินชิลตลอดงาน

Photo by Gabriel Crismariu on Unsplash

ใครที่กำลังเลือกซื้อรองเท้าส้นสูงเชิญทางนี้เลยค่ะ ไหนๆ ก็รู้แล้วว่าต้องใส่ส้นสูงตลอดทั้งงาน จะให้เปลี่ยนบ่อยๆ ก็ขี้เกียจ (นี่พูดตรงๆ) มาดูกันค่ะว่ามีวิธีไหนบ้างที่จะทำให้เรา ใส่รองเท้าส้นสูงไม่เมื่อย ได้อย่างสบายๆ

1. เลือกรองเท้าที่ใส่สบาย

รู้กันไหมคะว่าจะเลือกรองเท้าให้ใส่สบายทั้งที คุณจะต้องเลือกในช่วงเวลา “บ่ายถึงเย็น” (กาดอกจันตัวโตๆ ) เพราะว่าช่วงนี้จะเป็นช่วงที่เท้าของคุณขยายเต็มที่ เลือกสีเลือกแบบแล้วก็ลองใส่ดูโลด เอาคู่ที่คุณใส่แล้วรู้สึกสบายไม่หลวมไม่คับจนเกินไป จากนั้นก็ลองเดินทั้งบนพื้นเรียบ พื้นขรุขระ ในร้าน นอกร้าน เพื่อที่คุณจะได้รู้ว่ารองเท้าจะสามารถรองรับพื้นแต่ละแบบได้ดีแค่ไหน (แต่อย่าเนียนเดินออกไปไม่จ่ายเงินล่ะ)

2. เลือกส้นที่มีความ “สูง” กำลังดีสำหรับคุณ

ความรู้ใหม่ที่สาวๆ หลายคนยังไม่ทราบเกี่ยวกับความสูงของส้นรองเท้านั่นก็คือ มันสัมพันธ์กับความสูงของร่างกายคุณด้วยนะ ใครที่คิดแค่ว่าจะอัพความสูงให้ตัวเองดูสวยน่ะ บอกเลยว่าคิดผิดคิดใหม่นะจ๊ะ เพราะว่าผู้หญิงที่ตัวสูงจะสามารถสวมรองเท้าที่สูงได้ 5-6 นิ้ว เพราะขนาดเท้าที่ค่อนข้างยาวจะรับน้ำหนักได้ดี ส่วนผู้หญิงร่างเล็ก (เรียกว่าสูงน้อยก็ได้นะ) ควรใส่รองเท้าที่สูง 3-4 นิ้ว ก็พอแล้ว จะได้ไม่เป็นภาระของเท้านะ

Photo by Mr.Autthaporn Pradidpong on Unsplash

3. เลือกรองเท้าส้นกว้างและมีแพลตฟอร์ม

รองเท้าส้นสูงเดี๋ยวนี้มีลูกเล่นมากมาย โดยเฉพาะส้นเข็มที่สาวๆ หลายคนมักจะมองว่าสวย ใส่แล้วดูเซ็กซี่ แต่คุณรู้หรือไม่ยิ่งส้นเข็มแหลมเท่าไหร่ก็จะทำให้พื้นที่บริเวณส้นเท้าที่ใช้รองรับน้ำหนักลดน้อยลงเท่านั้น เพราะฉะนั้นถ้าอยากใส่ร้องเท้าส้นสูงแบบไม่รู้สึกเจ็บหรือปวดเท้า แนะนำให้เลือกรองเท้าที่มีส้นกว้างและมีแพลตฟอร์มเพื่อที่จะกระจายน้ำหนักไปยังปลายเท้า

4. ใส่ให้สบายเหมือนรองเท้าคู่โปรด

เมื่อได้รองเท้าคู่ที่ถูกใจมาแล้ว ขอให้คุณหมั่นใส่บ่อยๆ จะเดินในบ้าน นอกบ้าน หรือเดินไปไหนมาไหนก็ใส่ได้ เพราะนอกจากจะเป็นการฝึกเดินบนส้นสูงให้ชินเท้าแล้ว วัสดุที่ใช้ทำรองเท้าก็จะอ่อนนุ่มขึ้น ใส่เดินสบายเท้ามากขึ้น นอกจากนี้ แนะนำให้ลองใส่เดินหน้ากระจกแล้วดูว่าคุณเดินท่าทางอย่างไร และให้หาจุดทรงตัวเพื่อบาลานซ์น้ำหนักขณะเดิน จะได้ไม่ดูเหมือนเดินตามปกติ ไม่เก้งก้าง ส่วนใครที่กลัวว่ารองเท้าจะเก่าขอบอกว่าอย่ากลัวค่ะ กลัวเจ็บเท้าวันในวันงานจะดีกว่า

Photo by wu yi on Unsplash

5. ยืนหลังตรง

ใครที่ต้องอยู่บนรองเท้าส้นสูงนานๆ การบาลานซ์น้ำหนักของร่างกายถือเป็นเรื่องสำคัญ เพราะมันจะช่วยให้น้ำหนักไม่ไปกองรวมกันที่ปลายเท้าเพียงอย่างเดียว เพราะฉะนั้นคุณควรยืนหลังตรง อกผาย ไหลผึ่ง และไม่เดินก้มหน้า ถ้าไม่ทำตามนี้รับรองว่าคุณจะรู้สึกเมื่อยปลายเท้า ดีไม่ดีนิ้วเท้าจะชาเป็นเวลาหลายวัน ต้องเสียสตางค์ไปหาหมออีกนะ

6. ซ้อมไว้ก่อน รับรองเป๊ะ

เจ้าสาวคนไหนที่รู้ตัวว่าคุณจะต้องออกสเต็ปแดนซ์ในช่วงอาฟเตอร์ปาร์ตี้ แนะนำให้ลองสวมรองเท้าส้นเตี้ยหัดเดินหัดเต้นบนพื้นแข็งๆ หรือพื้นขรุขระซะก่อน จากนั้นคอยลองออกท่าออกทางกับรองเท้าส้นสูง ถ้าจะให้ดีเข้าคอร์สเต้นรำอย่างน้อย 1 เดือนก่อนวันงานก็ไม่เลวนะ จะได้คล่องแคล่ว พริ้วไหว ไม่โก๊ะๆ กังๆ ในวันจริง

Photo by Kris Atomic on Unsplash

7. รีแลกซ์ไว้ จากนั้นก็เดิน!

สุดท้ายวันแต่งจริงก็มาถึง อย่าไปกังวลค่ะ เพราะว่ากว่าจะถึงวันนี้เราซ้อมเดินมาเยอะแล้ว ถึงเวลาที่ต้องผ่อนคลาย เยื้องย่างให้สง่างามสมกับเป็นนางเอกของงาน ถ้าเกิดฉุกเฉินเหยียบชายกระโปรง เหยียบชายเวล หรือสะดุดกึกกักอะไรขึ้นมาก็ขอให้คีพลุคสวยไว้ก่อน ตั้งสติทรงตัวให้ดีแล้วเดินต่อตามปกติ แอบกระซิบให้ว่าการแขม่วพุงจะทำให้เดินสวยสง่ามากขึ้น ลองดูสิ!

8. ถึงวันงานก็ลัลล้าให้สุดๆ

ไม่ว่าคุณจะกังวลเรื่องอะไรอยู่ แต่อย่าลืมว่าวันนี้เป็นวันสำคัญของคุณและคนรักนะ เพราะฉะนั้นทิ้งเรื่องกวนใจไว้ข้างหลัง แล้วจับมือชายหนุ่มคนข้างๆ คุณเดินเริ่ดๆ เข้าประตูวิวาห์อย่างมีความสุขที่สุดเถอะนะ เจ้าสาวคนสวย

>> ติดตามไอเดียเกี่ยวกับความสวยความงามและสุขภาพเพิ่มเติมได้ที่นี่ คลิกเลย! <<

cr : myweddingguides.com

รู้แล้วก็ไว้แพ็คเลยกับ 14 ของฉุกเฉินงานแต่ง เตรียมไว้อุ่นใจชัวร์

SOS ตัวช่วยเสกความเพอร์เฟกต์ได้ในพริบตา กับ 14 ของฉุกเฉินงานแต่ง ที่ว่าที่บ่าวสาวต้องเตรียมแพ็คไว้ได้เลย

จะเป็นอย่างไรหากเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันดันเกิดในวันสำคัญอย่างวันแต่งงาน แพรว wedding ขอให้บ่าวสาวตั้งสติให้ดี สูดหายใจลึกๆ แล้วเตรียมสิ่ง ของฉุกเฉินงานแต่ง เหล่านี้ไว้ให้พร้อม ยามฉุกเฉินจะได้สวยหล่อทันใจไม่ต้องพึ่งยาทัมใจเป็นตัวช่วย

1. มาสคาร่า

ผมขาวบางทีก็มาเยือนได้ก่อนวัยอันควร หากบ่าวสาวไม่ดูแลให้เรียบร้อยก่อนแล้วมันเกิดมาโผล่ในวันสำคัญพอดี เครื่องเสริมสวยอย่างมาสคาร่าของคุณผู้หญิงสามารถช่วยเสกความอ่อนวัยได้ในพริบตา เพียงค่อยๆ ใช้แปรงป้ายลงไปที่โคนผมขาวแล้วใช้นิ้วเกลี่ยให้ทั่วก็ช่วยปกปิดชั่วคราวในเวลาเร่งด่วนได้ทันท่วงที

2. แป้นต่างหูสำรอง

ในวันงานเจ้าสาวอาจจะได้รับอ้อมกอดจากแขกเพื่อเป็นการแสดงความยิรดีจนทำให้แป้นต่างหูหลุดหายแบบไม่ทันรู้ตัว วิธีแก้ปัญหาแบบฉับพลันอาจต้องอาศัยการเสียสละจากคนใกล้ตัวด้วยการยกแป้นต่างหูของตัวเองให้กับเจ้าสาวซึ่งเป็นคนสำคัญในวันงาน แต่ทางที่ดีเจ้าสาวควรเตรียมแป้นต่างหูสำรองฝากเพื่อนหรือคนใกล้ชิดไว้จะดีที่สุด (ฝากไว้ในกระเป๋ากางเกง หรือกระเป๋าสูทเจ้าบ่าวไปเลยก็ได้ เพราะใกล้ตัวที่สุด)

3. น้ำแข็ง

คือก่อนวันแต่งงานบ่าวสาวอาจตื่นเต้นจนนอนไม่หลับ ตอนเช้าขอบตาจึงกลายเป็นหมีแพนด้าไปซะงั้น วิธีแก้ปัญหาแบบด่วนจี๋เพื่อเพิ่มความใสบริ๊งให้ดวงตาคือ นำน้ำแข็งห่อผ้าวางไว้บนเปลือกตาประมาณ 10 นาที (เมื่อเริ่มรู้สึกเย็นให้ยกออก เมื่ออาการเย็นคลายลงจึงวางลงอีกครั้ง) จะช่วยให้ขอบตาที่คล้ำดูดีขึ้น พร้อมได้ความชุ่มชื้นเป็นของแถมอีกด้วย

ของฉุกเฉินงานแต่ง

4. ลิปบาร์ม

เป๊ะตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า แต่เกิดลืมทำสีเล็บ ครั้นจะทาใหม่ก็ต้องรอให้แห้งอีกเป็นชั่วโมง เห็นทีคงไม่ทันกาล ลองนำลิปบาร์มมาลูบไล้ให้ทั่วทุกเล็บ เพียงเท่านี้ก็ช่วยให้เล็บดูใสกิ๊งสวยสุขภาพดีเหมือนเข้าร้านได้ภายใน 1 นาทีพร้อมรับแสงแฟลชและแหวนเพชรเม็ดโตแล้ว

5. ยาสีฟัน

ออกสเต็ปขั้นเทพช่วงอาฟเตอร์ปาร์ตี้มากไปหน่อย เรียวปากสุดเซ็กซี่ฉ่ำวาวไปด้วยลิปสติกจึงตรึงตราเข้ากับเสื้อเชิ้ตตัวเก่งของเจ้าบ่าวอย่างจัง อย่าเพิ่งกัดฟันทิ้งเสื้อไปเสียก่อน เพราะรอยนั้นจะหมดไปด้วยยาสีฟัน โดยบีบในปริมาณพอเหมาะลงบนคราบแล้วขยี้แรงๆ จากนั้นล้างออกด้วยน้ำสะอาด อาจจะไม่เห็นผลในครั้งแรก แต่รับรองว่าถ้าทำซ้ำๆ เสื้อของคุณจะหมดจากรอยจุมพิตอย่างแน่นอน

6. แปรงสีฟัน

ก่อนเริ่มงานเจ้าสาวมักจะเพิ่มแก้มนิด ปากหน่อย เติมมาสคาร่าให้ขนตาสวยเด้ง แต่ถ้าปัดพลาดมาสคาร่าเกิดจับตัวเป็นก้อน ยิ่งซ้ำยิ่งแย่ ใช้นิ้วช่วยก็ไปกันใหญ่ แนะนำให้หาแปรงสีฟันใหม่ (อาจขอจากโรงแรม) แล้วบรรจงหวีขนตาจนก้อนมาสคาร่าหลุดออก ขนตาก็จะกลับมาเรียงเส้นสวยดังเดิม

7. ยาต่างๆ

สารพัดยาแก้อาการต่างๆ ควรเตรียมไว้ให้พร้อม และอยู่ใกล้ตัวที่สุด ไม่ว่าจะเป็น พาราเซตามอล แอสไพริน หรือยาลดกรด เพราะความเครียดหรือตื่นเต้นอาจนำมาซึ่งอาการปวดหัวปวดท้องได้ หากไม่ระงับให้ทันอาจกลายเป็นแบดเดย์ นอกจากนี้ยาดม ยาลม ยาหม่องก็ต้องสแตนบายไว้ด้วย เพราะบ่าวสาวอาจเกิดอาการหัวใจเต้นแรงกว่าปกติ หรือไม่ได้รับประทานอาหารเป็นเวลานานจนพานจะเป็นลมเอาได้

8. ชอล์กเขียนผ้าสีขาว

ไม่ได้นำมาขีดเส้นทางรักแต่อย่างใด ฮิ้วววว… แต่นำมาขีดทันเพื่อปกปิดรอยเปื้อนเล็กๆ น้อยๆ บนชุดเจ้าสาว เพราะติดทนไม่ลบเลือนง่ายเหมือนแป้งฝุ่น ซึ่งปัจจุบันชอล์กเขียนผ้ามีรูปแบบต่างๆ ให้เลือกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นแบบปากกา หรือลูกกลิ้งเพื่อให้เกิดความสะดวกต่อการใช้งาน

9. พลาสเตอร์สีเนื้อ

อุบัติเหตุเล็กน้อยเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา แต่ครั้นจะให้พกกล่องปฐมพยาบาล ทายาแดง แปะผ้าก๊อซก็ดูจะเกินเหตุไปหน่อย เราว่าเตรียมพลาสเตอร์ไว้จะดีกว่า แต่ถ้าจะมาเป็นลายการ์ตูนคิกขุอาโนเนะหรือสีสะท้อนแสงก็คงไม่ไหว แนะนำให้เลือกพลาสเตอร์ยาสีเนื้อให้กลืนไปกับสีผิวจะดีกว่า เมื่อถ่ายรูปแล้วเห็นจะได้ไม่รู้สึกขัดหูขัดตาจนเกินไป

ของฉุกเฉินงานแต่ง

10. ผ้าอนามัย

ความเครียดอาจทำให้วันนั้นของเดือนคลาดเคลื่อน หรือบางรายอาจลืมกินยาเลื่อนประจำเดือนจนทำให้เกิดเซอร์ไพร้ส์ได้ง่ายๆ แนะนำให้พกผ้าอนามัยติดตัวไว้ อย่างน้อยถ้าไม่ได้ใช้เองแก๊งเพื่อนเจ้าสาว (สักคน) อาจเป็นผู้โชคดีของวันก็ได้

11. ช้อน

สำหรับบ่าวสาวคู่ไหนที่รู้ชะตากรรมตัวเองว่า คืนก่อนวันแต่งงานต้องวุ่นวายกับการเตรียมสิ่งต่างๆ จนพักผ่อนไม่เต็มอิ่ม แถมยังต้องตื่นมาแต่งหน้าทำผมตั้งแต่ไก่โห่ แนะนำให้แช่ช้อนกินข้าวสัก 2 คัน (สำหรับตา 2 ข้าง) ไว้ในช่องฟรีซตั้งแต่กลางคืน เมื่อตื่นเพียงแค่นำช้อนที่แช่ไว้มาประคบรอบดวงตาอย่างเบามือจนช้อนอุ่น เท่านี้ก็ช่วยให้ผ่อนคลาย ลดอาการตาบวมและขอบตาช้ำจากการนอนน้อยได้แล้ว

12. ยาทาเล็บแบบใส

สำหรับเจ้าสาวที่ใส่เดรสสั้นอาจไม่ทันระวังตัวจนเล็บมือไปเกี่ยว หรือเดินไปโดนอะไรบางอย่างจนถุงน่องขาดเป็นรู ให้รีบหายามาเล็บแบบใส้แต้มตรงจุดที่เสียหาย เพื่อหยุดอาการถุงน่องรันเป็นทางยาว แค่นี้ก็ลดความกังวลให้กับเจ้าสาวได้แล้ว

13. แป้งเด็ก

กำลังจะเดินเข้างาน แต่จู่ๆ ชุดแต่งงานสีขาวแสนสวยเกิดเลอะคราบมันจากอาหารเข้าแบบไม่ทันตั้งตัวและไม่มีเวลาพอจะไปล้างออก อย่าตกใจ เพียงแค่นำแป้งเด็กมาโรยบนคราบเปื้อนให้ทั่วเพื่อป้องกันไม่ให้คราบกระจายตัว ก็ช่วยให้รอดจากสถานการณ์ฉุกเฉินได้แล้ว

14. ปิโตรเลียมเจล

ลงทุนซื้อรองเท้าคู่สวยมาใส่ในวันสำคัญแต่ดันออกฤทธิ์จิกกัดทำเอาเกือบเดินไม่ไหว แนะนำให้ทาปิโตรเลียมเจลลงบนบริเวณที่รองเท้ากัดก่อนสวมทุกครั้ง เพราะเนื้อเจลจะช่วยลดอาการเสียดสีระหว่างเท้ากับรองเท้าได้เป็นอย่างดี เท่านี้เจ้าสาวก็สามารถเดินทักแขกได้ฉลุยตลอดงานแล้ว

ไปเช็กสิ่งของฉุกเฉินที่ต้องเตรียมไว้ในวันแต่งงานเพิ่มเติมอีกได้ตามลิงค์นี้เลย >> สิ่งของต้องมีกันเหตุฉุกเฉินในวันแต่งงาน

ภาพ www.ikea.com, www.zincmoon.com, personalisedfavours.com.au, www.pinterest.com