เบลล่า ราณี

เบลล่า ราณี บริจาคเงิน 2.5 ล้านบาทให้กับ 5 โรงพยาบาลสู้ Covid-19

เบื้องหน้าบริจาค 20 บาท เบื้องหลังนางเอกขวัญใจมหาชน เบลล่า ราณี ควักเงิน 2.5 ล้านบาท ให้กับ 5 โรงพยาบาลสู้กับไวรัส Covid-19

เบลล่า ราณี

นางเอกสาวขวัญคนไทย เบลล่า ราณี 

ก่อนหน้านี้เราได้เห็นข่าวน้ำจิตน้ำใจของคนดังต่างประเทศมาเยอะแล้ว วันนี้จึงพามาโฟกัสเรื่องราวดีๆ ของคนบันเทิงเมืองไทยที่น่ารักไม่แพ้ชาติใดในโลก มาฝากกันบ้าง

อย่างที่ทราบการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ (Covid-19) ทำให้ผู้คนเดือดร้อนไปทุกหย่อมหญ้า โดยเฉพาะเครื่องมือป้องกันพื้นฐาน เจลล้างมือ หน้ากากอนามัย มีราคาแพง บางกลุ่มสามารถซื้อหาได้ แต่ก็มีคนอีกจำนวนไม่น้อยที่ไม่สามารถเอื้อมถึง แต่ล่าสุดคนบันเทิงเมืองไทยหลายคนได้ออกมาเทคแอคชั่น ด้วยการแสดงน้ำใจในการช่วยเหลือซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์เพื่อช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19

นอกจากสิ่งของแล้ว ในวันนี้ก็เริ่มมีคนดังบริจาคเงินเพื่อช่วยเหลือหน่วยแพทย์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น “อารยา เอ ฮาร์เก็ต” ที่เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา เธอเดินทางไปยังมูลนิธิรามาธิบดี เพื่อนำเงินจำนวน 1,200,000 บาท ไปมอบให้กับทีมแพทย์เพื่อซื้อเครื่องช่วยหายใจรุ่น Advance servo สำหรับใช้ในการดูแลรักษาผู้ป่วยที่ได้รับเชื้อไวรัสเข้าสู่ร่างกาย

และล่าสุด เบลล่า ราณี แคมเปน เจ้าของบทบาทแม่หญิงการะเกด ขวัญใจมหาชน ได้โพสต์ว่าเธอได้บริจาคเงิน 20 บาทให้กับโครงการเพื่อฮีโร่ไทยสู้โควิด ซึ่งเป็นชาเลนจ์ที่เหล่าคนดังกำลังนิยมทำกันอยู่

เบลล่า ราณี

ทว่าเบื้องหลังสาวคนนี้ไม่ได้บริจาคเพียงแค่ 20 บาทเท่านั้น เพราะล่าสุดมีการเปิดเผยออกมาว่าเธอควักเงินบริจาคไปถึง 2.5 ล้านบาทให้กับ 5 องค์กรได้แก่ มูลนิธิโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า. ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี 5 แสนบาท , ศิริราชมูลนิธิ (ศิริราชสู้ภัยโควิด) 5 แสนบาท, มูลนิธิรามาธิบดี  5 แสนบาท, สถาบันบำราศนราดูร 5 แสนบาท และโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ (กองทุนบริจาค) 5 แสนบาท

โดยผู้จัดการส่วนตัวของสาว “เบลล่า” ได้เผยผ่านอินสตาแกรมว่า “ดีใจและภูมิใจในตัวน้องมาก เมื่อวานจนถึงวันนี้น้องบอกว่าอยากบริจาคอุปกรณ์ให้ทีมแพทย์ไปสู้โรคร้าย ก็พยายามหาช่องทางกัน แต่ก็มาคุยกันว่าเราไม่รู้จริงๆ ว่าเขาต้องการอะไร เราบริจาคเป็นเงินกันดีกว่าไหมน้อง เขาจะได้ใช้ในสิ่งที่เขาจำเป็นจริงๆ น้องตอบมาสั้นๆ แค่โอเคค่ะ จากนั้นเช้านี้น้องก็ส่งมาว่าหนูจะบริจาคตามนี้นะคะ ภูมิใจในตัวน้องมาก พี่ขออนุโมทนาบุญด้วยนะ น้องเบลร่วมบริจาคให้หน่วยงานทางการแพทย์ จำนวน 5 ที่ รวมทั้งสิ้น 2,500,000 บาท เพื่อเป็นกำลังใจในบุคลากรทางการแพทย์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกท่าน รวมถึงทุกคน เพื่อให้เราผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปด้วยกันค่ะ นี่อาจจะเป็นเพียงกำลังเล็กๆ แต่ขอให้มันเป็นพลังส่งต่อไปถึงทุกคนนะคะ ”


สามารถติดตามอ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติมได้ที่นี่ 

ซงจุงกิ กักตัวเองเป็นเวลา 2 สัปดาห์ ภายหลังไปถ่ายหนังที่โคลอมเบีย

มาสก์หน้า

กอบโกยผิวสวยช่วงกักตัวด้วย 7 เทคนิคในการมาสก์หน้า ถ้าทำถูกวิธี ผิวดีเกินเรื่อง

แชร์ 7 สุดยอดเทคนิคในการ มาสก์หน้า เพื่อผลลัพธ์ผิวสวยสมบูรณ์แบบ ถ้าทำถูกวิธี ผิวดีเกินเรื่อง แถมเหมาะสำหรับช่วงกักตัวอยู่บ้านสู้โควิด-19 ของสาวๆ อีกด้วย

ช่วงนี้สาวๆ หลายคนคงอยู่ติดบ้านกันมากขึ้น เพราะต้อง #อยู่บ้านหยุดเชื่อเพื่อชาติ รวมถึง work from home เพื่อหยุดการแพร่กระบาดของโรคโควิด-19 ซึ่งพอมีเวลาอยู่บ้านมากขึ้น บวกกับไม่ต้องเสียเวลาในการเดินทางไปไหนมาไหน ก็ทำให้สาวๆ มีเวลาในการดูแลตัวเองกันมากขึ้น โดยเฉพาะเรื่องผิวพรรณที่สาวๆ หลายคนยกให้เป็นเบอร์หนึ่ง เราจึงอยากแนะนำให้สาวๆ ยกเวลาส่วนนั้นให้กับการมาสก์หน้า ที่ถือเป็นการบำรุงผิวอย่างล้ำลึก และช่วยฟื้นฟูผิวได้อย่างรวดเร็ว แต่จะมาสก์ๆ กันไปแบบส่งเดชไม่ได้นะคะ เพราะถ้าทำผิดวิธี ผลลัพธ์คงไม่เป็นที่พอใจ เปลืองทั้งเงินและเวลา ดังนั้นถ้ารักจะมาสก์หน้า ก็ต้องมาดูเทคนิคที่ถูกต้องกันก่อนค่ะ

1. รู้ก่อนมาสก์! ความเริ่ดกว่าของการมาสก์หน้า

เหตุที่กูรูด้านความงามมักแนะนำสาวๆ ว่าต้องมาสก์หน้าอย่างสม่ำเสมอ นั่นก็เพราะมาสก์ทำหน้าที่คนละอย่างกับครีมบำรุงและเซรั่ม ด้วยมีคุณสมบัติหลายอย่างที่ล้ำลึกกว่า มาสก์ชนิดแผ่นมีคุณสมบัติช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต เพราะเมื่อแผ่นมาสก์หน้าเริ่มแข็งตัวจะส่งผลให้มีการขยายตัวของหลอดเลือดบนใบหน้า ทำให้ผิวของเราเหมือนได้ออกกำลังกาย ก่อให้เกิดผลลัพธ์ที่ดูกระจ่างใส เนียนนุ่ม หรืออย่างที่เรียกกันว่า “เปล่งประกายออร่า” ในแง่ของความสะอาด มาสก์หน้าหลายสูตร โดยเฉพาะที่ทำจากส่วนผสมธรรมชาติและมาสก์โคลน จะช่วยดูดซับสิ่งสกปรกตกค้างในรูขุมขน ซึ่งการทำความสะอาดทั่วไปเข้าไม่ถึง จึงทำให้สาวๆ ที่ทำกิจกรรมมาสก์หน้าอย่างสม่ำเสมอ มีโอกาสห่างไกลสิวอุดตัน จุดด่างดำ หรือแม้กระทั่งสิวอักเสบได้มากกว่า

ที่สำคัญสุดๆ คือผิวที่ชุ่มฉ่ำจากการมาสก์หน้าจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของผลิตภัณฑ์อื่นๆ ให้ซึมซาบเข้าไปในผิวได้รวดเร็ว และเห็นผลลัพธ์ชัดเจนขึ้น เรียกว่าถ้าอยากให้ครีมบำรุงและเซรั่มอื่นๆ ได้ผลชัดเจน การใช้มาสก์จะช่วยให้สิ่งที่ลงทุนไปเห็นผลอย่างคุ้มค่า

ส่วนสิ่งพิเศษที่หาไม่ได้จากโปรดักต์อื่นๆ คือความรู้สึกผ่อนคลาย การได้หยุดเวลานอนลงนิ่งๆ สัมผัสกับความเย็นชุ่มฉ่ำ และกลิ่นของน้ำมันหอมระเหย หรือเนื้อเอสเซ้นส์ที่อยู่ในมาสก์ จะช่วยผ่อนคลายทั้งในแง่ของจิตใจและความตึงเครียดของผิว จึงไม่ต้องแปลกใจว่าสาวๆ ที่ทำกิจกรรมมาสก์หน้าอย่างต่อเนื่องจะมีผิวที่เปล่งประกายสดใส ดูมีออร่าจากภายใน

มาสก์หน้า

2. มาสก์หน้าทุกวันได้ไหมคะซิส

ใช้มาสก์แล้วติดใจ ทุ่มเทไปขนซื้อจากเกาหลีมาเป็นโหล ถ้าไม่รีบใช้เดี๋ยวก็จะหมดอายุ ขอใช้ทุกวันเลยได้ไหม ก็ต้องขอตอบกันตรงนี้ชัดๆ ว่า แพทย์ผิวหนังยืนยันแล้วว่า การมาสก์หน้าสามารถทำได้ทุกวัน แต่เน้นย้ำว่าหากจะมาสก์กันทุกวันจริงๆ มาสก์ที่ใช้ต้องเป็นสูตรที่ช่วยเติมความชุ่มชื้นยืนพื้นเป็นหลัก โดยสลับไปใช้มาสก์ชนิดอื่นๆ ได้บ้าง แต่ให้ใช้แค่ 2-3 วันต่อสัปดาห์ เพราะมาสก์สูตรอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นเพื่อความกระจ่างใส ลดเลือนจุดด่างดำ แก้ปัญหารูขุมขนต่างๆ มีสารบำรุงที่มักทำให้เสี่ยงต่อผิวบาง และอาจเกิดอาการแพ้ได้

ส่วนมาสก์เนื้อครีมไม่แนะนำให้ใช้ทุกวัน เพราะเสี่ยงต่อการทำให้รูขุมขนอุดตัน แถมเอฟเฟ็กต์เวลารอให้เนื้อครีมแห้งก่อนที่จะล้างออก อาจทำให้ผิวเหี่ยวได้หากใช้บ่อยเกิน แต่ในส่วนของ Sleeping Mask อนุญาตให้สาวๆ ลุยได้ทุกวันโลด เพราะมาสก์จำพวกนี้ออกแบบมาให้เป็นกึ่งครีมบำรุง มีเนื้อสัมผัสบางเบา ใช้ได้ทุกวัน ไม่ทำให้ผิวเหี่ยว

3. จริงหรือมั่ว! มาสก์นานๆ เพื่อความคุ้มค่า

แหม! ก็ชีตมาสก์แผ่นหนึ่งซื้อมาตั้งแพง ให้แปะแค่ 10-15 นาที มันจะทันเห็นผลหรือคะซิส จัดไปสักครึ่งชั่วโมง จะได้เห็นผลเร็วขึ้นไง เป็นเรื่องที่ต้องขอเตือนสาวๆ ให้อ่านระยะเวลาของการใช้มาสก์ให้ชัดเจน แล้วอย่าได้คิดแถมทำเกินเด็ดขาด เนื่องจากมาสก์แต่ละชนิดมีเวลาความเหมาะสมในการใช้ต่างกัน ซึ่งทางแบรนด์เขาได้คำนวณมาเป็นอย่างดีแล้ว ไม่ว่าจะเป็นแบบชีตหรือแบบทา การมาสก์เกินเวลาจะทำให้เนื้อมาสก์ดูดความชุ่มชื้นจากผิวกลับออกไป แทนที่ผิวจะได้รับความชุ่มชื้น จะกลายเป็นเหี่ยวเร็วเสียอย่างนั้น ถ้าอยากใช้ให้คุ้มจริงๆ แนะนำว่า ถ้าเป็นชีตมาสก์ ก็อย่าลืมโกยเอาเนื้อเอสเซ้นส์ที่เหลือติดซองมานวดบำรุง หลังจากถอดแผ่นมาสก์ออกแล้ว รวมทั้งใช้ทาคอ ทามือ เอาให้คุ้ม แบบนี้ปลอดภัยกว่า

มาสก์หน้า

4. แช่น้ำไป มาสก์ไป เก๋แต่ไม่กู้ด

อยากดูเก๋ๆ เหมือนในหนังฝรั่งค่ะ มาสก์หน้าแล้วนอนแช่ในอ่าง อ่านพ็อกเก็ตบุ๊กกรุบกริบจิบชา ใช้เวลาให้เป็นประโยชน์ไงคะ อันนี้ใครทำอยู่ ขอให้เบรกด่วนๆ เพราะเวลาที่ร่างกายเราแช่น้ำ เป็นช่วงเวลาที่รูขุมขนทั่วร่างกายจะเปิดและคายของเสียออกมา รวมถึงบริเวณใบหน้าด้วย การมาสก์ไปอาบน้ำไป จึงกลายเป็นการขัดขวางการทำงานของร่างกาย แถมผิวในขณะนั้นก็ไม่พร้อมจะดูดซับคุณค่าบำรุงจากมาสก์ ฉะนั้นมาสก์ก่อนหรือหลังอาบน้ำดีกว่านะคะ

5. มาสก์หน้าระหว่าง work from home ดีไหมคะซิส

เวลาทองเลยค่ะ มาสก์หน้าไปก็ทำงานไปด้วย จัดบ้าน เดินไปมา แพ็คกระเป๋า ทำธุระไปด้วย แบบว่าเป็นคนบีซี่ อย่างนี้เท่ากับใช้เวลาให้เป็นประโยชน์ไหมคะ คำตอบคืออาจจะใช้เวลาให้เป็นประโยชน์ แต่จะหวังผลจากการมาสก์เต็มร้อย เหมือนคนที่เขานอนมาสก์อย่างผ่อนคลายคงไม่ได้ เพราะการลุกเดินไปมาหรือนั่งเล่นคอมพ์ จะทำให้คุณประโยชน์ที่ได้จากแผ่นมาสก์ไหลลงด้านล่าง ทำให้ไม่ได้คุณประโยชน์สูงสุด นอกจากจะเป็นแผ่นมาสก์ชนิดที่เขาเคลมว่าเหมาะกับการลุกทำกิจกรรมต่างๆ ได้ รู้แบบนี้แล้ว ก็ให้เวลากับการมาสก์หน้าสักนิด นอนสบายๆ ยังไงก็ผ่อนคลายกว่า

มาสก์หน้า

6. จริงหรือไม่! ทาครีมก่อนมาสก์หน้า คุณค่าจะได้ดับเบิ้ล

คืออยากบำรุงแบบอัดแน่นจัดเต็มจริงๆ เพื่อความชุ่มชื้น เลยจัดครีมตัวที่แพงที่สุดที่มี แล้วมาสก์หน้าทับไปเลย ผิวจะได้ฟื้นฟูไวขึ้นอีกไงคะ วิธีนี้ก็ไม่ถึงกับผิด แต่ต้องเรียกว่าไม่จำเป็น มาสก์ทุกชนิดเหมาะกับการใช้กับผิวที่เคลียร์สะอาด ไม่มีสิ่งใดมาปิดกั้นการทำงานของเนื้อเอสเซ้นส์ ซึ่งแต่ละแบรนด์เขาคิดมาดีแล้วว่าสามารถเข้าบำรุงได้อย่างล้ำลึกพอดีกับการใช้ใน 1 ครั้ง

อีกทั้งครีมที่มีเนื้อหนาอาจเข้าไปปิดกั้นการทำงาน หรือก่อให้เกิดการอุดตัน แนะนำว่าเก็บครีมไว้ใช้หลังมาสก์จะเวิร์คกว่า ส่วนชิ้นที่แนะนำให้ใช้ก่อนมาสก์ คือโลชั่นเช็ดหน้าที่ช่วยเตรียมผิวให้สะอาด มีความสมดุล แบบนี้ต่างหากจึงจะช่วยเสริมประสิทธิภาพของมาสก์อย่างเห็นผล

7. แกะซองมาสก์แล้วใส่คืนไว้ยังใช้ได้ไหมคะซิส

แกะซองไว้แต่เผลอไปทำอย่างอื่น ลืมใช้ไปเลยค่ะ แบบนี้เราปิดซองไว้มาสก์ต่อวันหลังได้ไหมคะ ก็ต้องขอแนะนำว่าไม่ทำดีกว่าค่ะ เพราะชีตมาสก์นั้นจะมีคุณค่าสูงสุด ก็คือตอนแกะซองแล้วแปะกับผิวหน้าทันที การแกะมาสก์ทิ้งไว้ ต่อให้ปิดซองแล้ว ก็ยังเสี่ยงต่อสิ่งสกปรกและฝุ่นละออง รวมทั้งเนื้อเอสเซ้นส์ที่ระเหยไปอาจทำให้เกิดผลเสียหากนำกลับมาใช้ แกะแล้วมาสก์เลยดีกว่านะคะสาวๆ


 

ที่มา : นิตยสารแพรว ฉบับ 956

ภาพ : Getty Images

สรุป พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ควบคุมโควิด-19 ประชาชนต้องทำ หรือห้ามทำอะไรบ้าง

วันนี้ 25  มีนาคม 2563 ก็เป็นที่แน่นอนว่า ประเทศไทยได้ออก พ.ร.ก. ฉุกเฉิน เพื่อควบคุมการระบาดของไวรัส โควิด-19 ไม่ให้ขยายวงกว้างบานปลายไปมากกว่านี้ ทั้งนี้สิ่งที่ประชาชนต้องรับทราบก็คือ ตลอดระยะเวลาของการควบคุมด้วยพ.ร.ก. ฉุกเฉิน ตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม – 30 เมษายน 2563   เราควรต้องรู้อะไรบ้าง รวมถึงพ.ร.ก.ฉบับนี้ มีเนื้อหาและข้อความร่วมมืออะไรบ้าง อยากให้ทุกคนได้มาอ่านกันก่อนนะคะ จะได้ให้ความร่วมมือในการปฏิบัติตามกันอย่างถูกต้อง

สำหรับข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ฉบับที่ 1 มีด้วยกัน 16 ข้อ สรุปสาระสำคัญทั้ง 16 ข้อ ดังนี้

ข้อ 1.การห้ามเข้าพื้นที่เสี่ยง ห้ามประชาชนเข้าไปในพื้นที่หรือสถานที่ซึ่งมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อโรคโควิด-19 หรือตามที่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ผู้ว่าราชการจังหวัด หรือ เจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อได้ประกาศหรือสั่งไว้ก่อนที่ข้อกำหนดนี้ใช้บังคับ

ข้อ 2 การปิดสถานที่เสี่ยงต่อการติดโรคติดต่อ ให้ผู้ว่า กทม.และผู้ว่าราชการจังหวัด พิจารณาสั่งปิดสถานที่ซึ่งมีคนจำนวนมากไปทำกิจกรรมร่วมกันและเสี่ยงต่อการแพร่เชื้อโควิด-19 แต่อย่างน้อยให้สั่งปิด

  1. สนามมวย สนามกีฬา สนามแข่งขัน สนามเด็กเล่น สนามม้า ในทุกจังหวัด ทั่วราชอาณาจักร จนกว่าจะมีประกาศเป็นอย่างอื่น
  2. ผับ สถานบริการ สถานที่แสดงมหรสพ สถานที่มีการแสดงหรือการละเล่นสาธารณะ สถานประกอบการ อาบ อบ นวด และนวดแผนโบราณ สปา สถานที่ออกกลังกาย (ฟิตเนส) สถานบันเทิง
  3. สถานที่อื่นนอกจากนี้ เช่น แหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ พิพิธภัณฑสถาน ห้องสมุด สาธารณุ ศาสนสถาน สถานีขนส่งหรือโดยสาร ตลาด ห้างสรรพสินค้า ให้พิจารณาโดยสั่งปิดเฉพาะส่วน หรือ ทั้งหมด และอาจกำหนดเงื่อนไขและเงื่อนเวลาตามความจำเป็นและเหมาะสมโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดหรือ กทม.แล้วแต่กรณี ทั้งนี้ ให้คำนึงถึงโอกาสเสี่ยงต่อการติดต่อโรค ความจำเป็นในการจัดหาสิ่งอุปโภคบริโภคและการเดินทาง

ข้อ 3 การปิดช่องทางเข้ามาในราชอาณาจักร ในการใช้ยานพาหนะไม่ว่าอากาศยาน เรือ รถยนต์ หรือพาหนะอื่นใด หรือในการใช้เส้นทางคมนาคมไม่ว่า ทางอากาศ ทางน้ำ หรือทางบก เพื่อเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักร ให้เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบปิดช่องทางเข้าออก ด่าน จุดผ่านแดน หรือจุดผ่อนปรน สำหรับผู้โดยสารหรือผู้ที่เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรเว้นแต่ผู้มีเหตยกเว้นตามที่นายกฯ อนุญาตเป็นผู้ขนส่งสินค้าตามความจำเป็น เมื่อเสร็จภารกิจแล้วให้กลับออกไปโดยเร็วเป็นผู้ควบคุมยานพาหนะหรือเจ้าหน้าที่ประจำยานพาหนะ เช่น กัปตันเครื่องบิน แอร์โฮสเตท สจ๊วตเป็นบุคคลในคณะทูต คณะกงสุล องค์การระหว่างประเทศ หรือผู้แทนรัฐบาลที่มาปฏิบัติงานในประเทศไทยเป็นผู้ไม่มีสัญชาติไทยแต่มีใบอนุญาตทำงานหรือได้รับอนุญาตจากทางราชการให้ทำงานในราชอาณาจักรเป็นผู้มีสัญชาติไทย โดยให้ติดต่อสถานทูตไทยหรือสถานกงสุลไทยเพื่อออกหนังสือรับรอง ที่มีใบรับรองแพทย์

ข้อ 4 ห้ามกักตุนสินค้า ซึ่งเป็นยา เวชภัณฑ์ อาหาร น้ำดื่ม หรือสินค้าอื่นที่จำเป็นต่อการอุปโภคบริโภคในชีวิตประจำวัน

ข้อ 5 การห้ามชุมนุม การทำกิจกรรม หรือการมั่วสุมกัน ณ ที่ใด ๆ ในสถานที่แออัดหรือกระทำอันเป็นการยุยงให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย

ข้อ 6 การเสนอข่าว ห้ามเสนอข่าวหรือทำให้แพร่หลายทางสื่อต่าง ๆ ซึ่งมีข้อความหรือข่าวสารเกี่ยวกับโควิด-19 อันไม่เป็นความจริงและอาจทำให้ประชาชนเกิดความหวาดกลัว

สรุป พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ควบคุมโควิด-19 ประชาชนต้องทำ หรือห้ามทำอะไรบ้าง

ข้อ 7 มาตรการเตรียมรับสถานการณ์

  1. ให้ผู้ว่ากทม. ผู้ว่าฯทุกจังหวัดเป็นผู้กำกับการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินทุกมิติในเขตท้องที่ที่ตนรับผิดชอบ หากมีปัญหาให้รายงานกระทรวงมหาดไทย
  2. ให้หน่วยงานของรัฐทุกแห่งประชาสัมพันธ์เผยแพร่มาตรการเพื่อช่วยเหลือหรือบรรเทาผลกระทบอันเกิดจากการบังคับใช้มาตรการของรัฐต่อประชาชน
  3. ให้โรงพยาบาล สถานพยาบาล จัดหายา เวชภัณฑ์ เครื่องมือในการตรวจโรค เครื่องช่วยหายใจและอุปกรณ์อื่น ๆ ให้เพียงพอตามาตรฐานที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนดหรือแนะนำ / เตรียมสถานที่กักกัน สถานที่คุมไว้สังเกตหรือเตียงเพื่อรองรับผู้ป่วยที่อาจเพิ่มจำนวนขึ้น โดยขอความร่วมมือดัดแปลงสถานที่ เช่น โรงแรม โรงเรียน มหาวิทยาลัย หอประชุม สถานที่ปฏิบัติธรรม ศาลาวัด อาคารของเอกชนที่ยังไม่ได้ใช้งานหรือสถานที่ราชการ สถานที่เอกชนอื่น ๆ เป็นโรงพยาบาลชั่วคราว
  4. กักกันตัวเองไว้สังเกตอาการตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ หรือเป็นผู้เดินทางข้ามเขตจังหวัด ให้เจ้าหน้าที่ควบคุมโรคติดต่อ อาสาสมัครที่ปฏิบัติงานให้แก่ทางราชการ สามารถตรวจสอบเฝ้าระวัง หรือความเข้มงวดจริงจังในการกักกันตนเอง / ขอความร่วมมือจากประชาชนในท้องถิ่นให้ช่วยตรวจสอบด้วยก็ได้

ข้อ 8 มาตรการพึงปฏิบัติสำหรับบุคคลบางประเภท ที่เสี่ยงสูงต่อการติดโควิด-19

  1. ผู้สูงอายุตั้งแต่ 70 ปี ขึ้นไป
  2. กลุ่มคนที่มีโรคประจำตัว ได้แก่ โรคไม่ติดต่อเรื้อรังต่าง ๆ เช่น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดหัวใจและสมอง โรคในระบบทางเดินหายใจ โรคภูมิแพ้ซึ่งมีภูมิคุ้มกันต่ำตามธรรมชาติของโรคและด้วยยาที่ใช้รักษา
  3. กลุ่มเด็กเล็กที่มีอายุต่ำกว่า 5 ปีลงมา ทั้งนี้เว้นแต่บุคคลดังกล่าวมีความจำเป็นต้องพบแพทย์ รักษาพยาบาล การทำธุรกรรมทางการเงิน บริการส่งสินค้าเพื่อการบริโภค อุปโภค ให้บริการขนส่งผู้โดยสาร การซื้อขายอาหาร การติดต่อด้านคดีกับตำรวจ อัยการ หรือศาล

ข้อ 9 มาตรการเกี่ยวกับการออกนอกราชอาณาจักร ให้กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงมหาดไทย และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เข้มงวดในการตรวจลงตราหรือออกวีซ่าหรืออนุญาตให้ชาวต่างประเทศซึ่งไม่ได้มีกิจการงานปกติหรือถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักรยังคงอยู่ในราชอาณาจักร บุคคลไม่มีสัญชาติไทยหรือไม่มีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักรซึ่งประสงค์จะเดินทางออกนอกราชอาณาจักรจะได้รับอำนวยความสะดวกในการเดินทาง

ข้อ 10 มาตรการดูแลความสงบเรียบร้อย ใน กทม.ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติจัดเวรยามหรือตั้งจุดตรวจตามถนน เส้นทางคมนาคม สถานีขนส่งหรือโดยสาร ในจังหวัดอื่นนอก กทม.อย่างน้อยให้มีมาตรการตั้งด่านตรวจหรือจุดสกัดดูแลการเดินทางข้ามพื้นที่จังหวัด เพื่อจัดระเบียบการเดินทาง การจราจร การเฝ้าระวังรือสังเกตอาการผู้เดินทาง และพฤติกรรมที่เสี่ยงต่อการติดโรค

ข้อ 11 มาตรการป้องกันโรค ให้มีมาตรการป้องกันโรคตามที่ราชการกำหนด

ข้อ 12 นโยบายการยังคงให้เปิดสถานที่ทำการ เช่น โรงพยาบาล สถานพยาบาล คลินิกแพทย์รักษาโรค ร้านขายยา ร้านอาหารในส่วนซึ่งไม่ใช่สถานบันเทิงหรือสถานบริการ และแผงจำหน่ายอาหารซึ่งผู้บริโภคซื้อไปบริโภคนอกสถานที่ ร้านสะดวกซื้อขนาดเล็ก ร้านค้าทั่วไป แผนกซุบเปอร์มาร์เก็ต แผนกขายยา แผนกอาหาร ธนาคาร ตูเอทีเอ็ม ตลาดและตลาดนัดในส่วนจำหน่ายอาหารสด อาหารแห้ง อาหารปรุงสำเร็จ อาหารสัตว์ สถานที่จำหน่ายแก๊ส บริการส่งสินค้าและอาหารตามสั่ง delivery online รวมถึงสถานที่ราชการ รัฐวิสาหกิจ หน่วยงานอื่นๆ ของรัฐ เว้นแต่สถาบันการศึกษา

ข้อ 13 คำแนะนำเกี่ยวกับการเดินทางข้ามเขต ให้ประชาชนฟัง งด หรือชะลอการเดินทางข้ามเขตพื้นที่จังหวัด กรณีจำเป็นต้องเดินทางข้ามเขต ต้องรับการตรวจคัดกรองตามที่ราชการกำหนด

ข้อ 14 คำแนะนำในการจัดกิจกรรมอื่น เช่น พิธีมงคลสมรส พิธีเช่นไหว้บรรพบุรุษ พิธีบำเพ็ญกุศล พิธีศพ พิธีสงกรานต์หรือกิจกรรมภายในครอบครัว ยังคงจัดได้ตามความเหมาะสม แต่ต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรค

ข้อ 15 โทษ หากฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตาม ข้อ 1-6 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 4 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามมาตรา 18 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน 2548 และอาจมีความผิดตามมาตรา 52 ของ พ.ร.บ.โรคติดต่อ 2558 หรือ มาตรา 41 พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและการบริการ 2542 แล้วแต่กรณีด้วย

ข้อ 16 การใช้บังคับ ข้อกำหนดนี้ให้ใช้บังคับทั่วราชอาณาจักรวมทั้งพื้นที่ที่อยู่ระหว่างการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป เว้นแต่จะมีข้อกำหนดเป็นอย่างอื่น

ในเรื่องของการขอความร่วมมือ รัฐบาลนำโดยพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ออกมาขอความร่วมมือต่อประชาชนในหลายๆ เรื่อง เช่นการขอร้องไม่ให้ประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนา เพราะอาจจะกลายเป็นช่องโหว่ที่ทำให้เกิดการระบาดของไวรัสเป็นวงกว้างมากขึ้น ซึ่งถ้าใครกลับก็ต้องผ่านมาตรการการคัดกรองที่เข้มข้นอีกด้วย นอกจากนี้ยังขอความร่วมมือให้ประชาชนกักตัวอยู่บ้านเป็นหลัก ถ้าไม่มีเหตุจำเป็นจริงๆ ไม่ควรออกจากบ้าน โดยทางรัฐบาลยังได้เพิ่มสถานที่กักตัวให้แก่ประชาชนทั้ง โรงพยาบาลสนาม พื้นที่กักตัวขนาดใหญ่ที่รับคนได้ประมาณ 100-1,000 คน รวมทั้งการจัดหาเวชภัณฑ์ให้เพียงพอ

นอกจากสองเรื่องข้างต้น ทางรัฐบาลได้ขอความร่วมมือเรื่องการใช้สื่ออย่างระมัดระวัง โดยไม่ให้แชร์อย่าแชร์ข้อมูลที่ผิดๆ หรือยังไม่ได้รับการยื่นยันจากทางฝั่งรัฐบาล

ช่วงนี้อาจจะต้องอยู่บ้านกันนานหน่อย ยังไงก็ต้องช่วยๆ กัน เพื่อหยุดยั้งการแพร่กระจายของไวรัส โควิด-19 นี้ให้ได้ เราทุกคนต้องร่วมมือกันแล้วล่ะ

 

 

ข้อมูล : https://www.prachachat.net/general/news-437714

เจลล้างมือ

ผลิตแล้ว เจลล้างมือ แจกฟรีที่หรูสุดของ LVMH เพื่อบริจาคสาธารณสุขฝรั่งเศส

ผลิตแล้ว เจลล้างมือ แจกฟรีที่หรูสุดของ LVMH เพื่อบริจาคสาธารณสุขฝรั่งเศส

ตามที่ก่อนหน้านี้ แพรวดอทคอม ได้นำเสนอเรื่องเครือธุรกิจสินค้าไฮเอนด์ บริษัทยักษ์ใหญ่ในอุตสาหกรรมแฟชั่น อย่าง LVMH ซึ่งเป็นเจ้าของแบรนด์ชื่อดัง อย่าง Louis Vuitton, Hermès, Dior และ Fenty Beauty ฯลฯ นั้น

โดยหลังจากออกแถลงการณ์ว่าจะดำเนินการเปลี่ยนโรงงานที่ผลิตน้ำหอมและเครื่องสำอางให้แบรนด์ต่างๆ เช่น Guerlain, Christian Dior และ Givenchy ในฝรั่งเศสมาผลิต เจลล้างมือ หรือเจลแอลกอฮอล์แทนนั้น เหตุเพราะฝรั่งเศสเกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 อย่างหนัก จนทำให้มีผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตหลายราย อีกทั้งยังขาดแคลนเจลแอลกอฮอล์อีกด้วย

และในที่สุด เจลล้างมือ ที่ผลิตโดยเครือแบรนด์หรูสุดไฮเอนด์ก็เสร็จเรียบร้อย พร้อมแจกจ่ายฟรีให้แก่หน่วยงานด้านสาธารณสุข เพื่อช่วยฝรั่งเศสที่ต้องการหยุดการแพร่กระจายของไวรัสโควิด-19 โดยแจกจ่ายให้กับประชาชนชาวฝรั่งเศส และโรงพยาบาลหลายแห่งสำคัญในทวีปยุโรป โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ พร้อมทั้งย้ำว่าการผลิตครั้งนี้ไม่ได้เพื่อนำมาจำหน่ายแต่อย่างใด

โดยทางเครือ LVMH และ Maisons ยังได้ให้คำมั่นสัญญาว่าจะช่วยเหลือหน่วยงานสาธารณสุขของฝรั่งเศสตราบเท่าที่จะทำได้ด้วยความเต็มใจ ถึงแม้อาจจะต้องใช้งบประมาณจำนวนไม่น้อย แต่เพื่อช่วยให้สังคมส่วนรวมฝ่าฟันวิกฤตโควิด-19 ครั้งนี้ไปให้ได้

และนี่คือ เจลล้างมือ ที่หรูที่สุดและฟรีอีกด้วย!!

 

View this post on Instagram

 

A post shared by We’re Magnetic (@weremagnetic) on

 

View this post on Instagram

 

A post shared by KRW CONSULTING (@krw_consulting) on

 

View this post on Instagram

 

A post shared by Robert Gutierrez Jr. (@robgutierrezjr) on

 

View this post on Instagram

 

A post shared by How To Spend It (@ft_howtospendit) on

 

View this post on Instagram

 

A post shared by L’Officiel Thailand (@lofficielthailand) on

 

View this post on Instagram

 

A post shared by BACCARAT INDONESIA (@baccarat.id) on

 

View this post on Instagram

 

A post shared by Alli (@allisonhiromi) on

 

 

View this post on Instagram

 

A post shared by Emmanuelle Le Quillio (@emmanuellevidal) on

เจลล้างมือ


ภาพ IG : #lvmhjoinsforces

 

 

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

LVMH เครือแบรนด์หรู พร้อมสู้โควิด เปลี่ยนโรงงานผลิตน้ำหอมมาผลิตเจลล้างมือ

ทางเลือกใหม่ นวัตกรรมน้ำยาฆ่าเชื้อไวรัส สูตรปราศจากแอลกอฮอล์เพื่อผิวแพ้ง่าย

ไทยทำได้! ผลิต ชุดตรวจโควิด-19 รู้ผลเร็วไม่เกิน 45 นาที ต้นทุนไม่ถึง 500 บาท

ใช้สบู่ล้างมือ ฟรี! ที่ Lush ทุกสาขา โดยไม่จำเป็นต้องซื้อผลิตภัณฑ์ใดๆ ทั้งนั้น

รวมทุกข้อที่ควรรู้เกี่ยวกับการล้างมือในภาวะ โควิด-19 ระบาด

 

 

 

กระเป๋า Hermes โดนปล้นในฮ่องกง

ธุรกิจออนไลน์ต้องระวัง! กระเป๋า Hermes หลักล้าน ถูกโจรล่อซื้อและปล้นในฮ่องกง

ร้านค้าออนไลน์ถูกล่อซื้อ กระเป๋า Hermes ราคาหลักล้านจากกลุ่มคนร้าย ซึ่งขอนัดรับสินค้าในเวลากลางคืน จากนั้นก็ถูกปล้นเอาสินค้าราคาแพงไปต่อหน้าต่อตา

เมื่อคืนที่ผ่านมา (24 มี.ค. 63) เวลาประมาณ 19.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นของฮ่องกง ผู้ชายสามคนพร้อมอาวุธได้ลงมือปล้นกระเป๋าแบรนด์เนมสุดหรูจากแม่ค้าออนไลน์ โดยคนร้ายล่อลวงทำทีว่าเป็นลูกค้าและสนใจกระเป๋า Hermes หลังจากแม่ค้าลดราคาให้ พวกเขาก็ตกลงจะซื้อและขอนัดรับสินค้านอกอาคารอุตสาหกรรมบนถนน Kwai Cheong เขต Kwai Tsing ทำให้แม่ค้าออนไลน์ตกหลุมพลางและออกมาเจอคนร้าย ซึ่งกระเป๋า Hermes Birkin ใบดังกล่าวก็ถูกปล้นไปตามระเบียบ

จากนั้นเธอจึงรีบโทรหาตำรวจเพื่อขอความช่วยเหลือทันที จากการสอบสวนเบื้องต้นพบว่า แม่ค้าออนไลน์ได้โพสต์ภาพสินค้าบนแพลตฟอร์มการขายออนไลน์ของ Carousell เมื่อปีที่แล้ว โดยอ้างว่ากระเป๋า Hermes Birkin หนังจระเข้สีดำ มีสภาพ 99% และมีมูลค่า 399,000 ดอลลาร์ฮ่องกง หรือประมาณ 1.6 ล้านบาท

กระเป๋า Hermes โดนปล้นในฮ่องกง

เจ้าหน้าที่ตำรวจลาดตระเวนในพื้นที่ได้ไล่ตามแก๊งคนร้ายที่สวมชุดสีดำและหน้ากาก เจ้าหน้าที่จับกุมผู้ต้องสงสัยคนหนึ่งได้ หลังจากนั้นประมาณครึ่งกิโลเมตร ก็เจอกับผู้ชายอายุประมาณ 18 ปี ดึงมีดออกมาขู่ตำรวจ แต่ในที่สุดโจรปล้นกระเป๋าพร้อมอาวุธต้องยอมจำนนต่อตำรวจ โดยความผิดนี้มีโทษสูงสุดถึงจำคุกตลอดชีวิต ซึ่งผู้สมรู้ร่วมคิดของโจรสองคนหนีออกมาได้ในช่วงชุลมุน ทางตำรวจกำลังตามจับต่อไป

กระเป๋า Hermes โดนปล้นในฮ่องกง
ผู้ช่วยผู้บัญชาการเขต Kwai Tsing และของกลางด้านหลัง

ภาพและที่มา : www.scmp.com

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ดราม่าถล่ม ‘คิม คาร์เดเชียน’ ถูกมองฉวยโอกาสโปรโมทแบรนด์ช่วง COVID-19

สวยใจบุญ ‘ศรีริต้า’ แจกหน้ากากอนามัย 5 พันชิ้น ได้แรงสนับสนุนจากแบรนด์ไทย

ลุคเรียบง่ายแค่หลักพัน ‘ดัชเชสเคท’ เข้าเยี่ยมเจ้าหน้าที่สุขภาพในวิกฤต COVID-19

งดงามในชุดไทย ‘น้ำหวาน ซาซ่า’ เข้าพิธีแต่งงานเรียบง่ายกับ ‘กวาง เอบีนอร์มอล’

ศรีริต้า ปลื้มปีติ ได้รับพระราชทานของขวัญจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI

ดีไซเนอร์ใจบุญ ‘แพร-วทานิกา’ ผลิตหน้ากากผ้าถวายแด่พระภิกษุสงฆ์

ไม่หลุดธีมเจ้าหญิง ‘ศรีริต้า’ สวยหรูในชุดแต่งงานแบรนด์ดัง หนักกว่า 20 กิโลฯ

โซ่ทองหนาจนต้องมอง! กระเป๋า Bottega Veneta ราคา 6 หลักของ ‘คุณนายบีเบอร์’

ขายหมดเกลี้ยง! กระเป๋า YSL ใบที่ ‘โรเซ่ Blackpink’ สะพายร่วมงานแฟชั่นวีค

สายแฟตัวจริง! ถอดสไตล์ นางแบบตัวแม่ ก่อนขึ้นรันเวย์ในแฟชั่นวีค

สีดำอมตะ! กระเป๋า Dior Ultra-Matte 3 ดีไซน์เดิม เพิ่มเติมความแมตต์ทั้งใบ

สร้อยคอทองคำที่ ‘เจ้าชายวิลเลียม’ มอบให้ ‘ดัชเชสเคท’ มีความหมายอะไรซ่อนอยู่

รวมลุคสวยหลังคลอด ฉบับคุณแม่ ‘เจนี่’ กับแฟชั่นเรียบง่ายในแบบที่เธอถนัด

 

ซงจุงกิ

ซงจุงกิ กักตัวเองเป็นเวลา 2 สัปดาห์ ภายหลังไปถ่ายหนังที่โคลอมเบีย

พระเอกขวัญใจสาวๆ ซงจุงกิ เดินทางจากโคลอมเบียกลับเกาหลีใต้ ภายหลังสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ (COVID-19) น่าเป็นห่วง โดยต้นสังกัดเปิดเผยว่าสุขภาพของเขาไม่น่าห่วง แต่เขาจะกักตัวเองอยู่ที่บ้านเป็นเวลา 2 สัปดาห์

เมื่อช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมา ภาพยนตร์เรื่อง Bogota ซึ่งเป็นหนังเรื่องใหม่ของพระเอก ซงจุงกิ ได้ยกกองกันไปถ่ายทำที่ประเทศโคลอมเบีย และด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ (COVID-19) กองถ่ายภาพยนตร์เรื่องนี้จึงได้รับผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้  โดยเฉพาะในช่วงนี้สถานการณ์ทางฝั่งสหรัฐอเมริกาและยุโรปมีความน่ากังวล ทำให้ทีมงานต้องจำใจยกเลิกการถ่ายทำกลางคัน

ล่าสุดสื่อเกาหลีใต้ได้รายงานว่า หลังมีข่าวว่าทีมงานภาพยนตร์เรื่อง Bogata จะต้องออกจากโคลอมเบียทันที เนื่องด้วยความกังวลเกี่ยวกับไวรัส COVID-19 ล่าสุดเมื่อเช้าวันที่ 24 มีนาคม 2563 นักแสดงและทีมงานกลับถึงเกาหลีอย่างปลอดภัย โดยเขาออกจากสนามบินทันทีเพื่อเดินทางกลับสู่บ้าน โดย HISTORY D&C ต้นสังกัดของพระเอกดังยืนยันว่าหลังจากเดินทางกลับมา นักแสดงหนุ่มไม่มีปัญหาสุขภาพอะไร แต่เขาจะกักตัวที่บ้านเป็นเวลา 2 สัปดาห์ตามกำหนดและใช้โอกาสนี้หยุดพักผ่อนไปด้วยในตัว

อย่างไรก็ตาม หนังเรื่องนี้เล่าเรื่องราวของตัวละครที่ต้องอพยพไปยังโคลอมเบีย และต้องเผชิญกับความยากลำบากนานาประการภายหลังย้ายไปอยู่ในต่างแดน การถ่ายทำเริ่มต้นเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา และมีกำหนดปิดกล้องในเดือนพฤษภาคมนี้

ซงจุงกิ ซงจุงกิ ซงจุงกิ


ข้อมูล : sbs,NEWSEN

สามารถติดตามอ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติมได้ที่นี่

ปฏิบัติการล่าครั้งมโหฬาร! 260,000 คน เอี่ยวคดีห้องแชทวิปริตของกลุ่ม #Nthroom

หนังสือน่าอ่าน

14 วันแก้เซ็ง อยู่บ้านอ่าน Amarinbooks “สุขภาพ นิยาย และInspiration”

อยู่บ้านต้องกักตัว ออกไปไหนไม่ได้ เพราะด้วยสถานการณ์ที่ไม่ปกติเอาซะเลยจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 จะว่าเหงาก็ใช่ นั่งๆ นอนๆ ดู Netflix เปิดรายการทีวีก็หมดไปวันแล้ว และจริงๆ ทุกปี ช่วงนี้ก็ต้องไปเดินงานสัปดาห์หนังสือ หาเรื่องไปซื้อหนังสือดีๆ มาอ่าน แต่ก็ดันยกเลิกจัดไม่ได้ 14 วันนี้ คงต้องหาหนังสือมาอ่านแก้เซ็ง ซึ่งตอนนี้ ทางAmarinbooks เขามีมาให้เลือกเพียบ ทั้ง “สุขภาพ นิยาย และInspiration”

work from home

14 วันแก้เซ็ง อยู่บ้านอ่าน Amarinbooks “สุขภาพ นิยาย และInspiration”

ตอนนี้เลยต้องอาศัยช้อปหนังสือทางออนไลน์ไปก่อน ไหนๆ ก็ออกจากบ้านไม่ได้ แพรวเลยหาหนังสือมา เพราะกะว่าจะอ่านในช่วงนี้แหละ 14 วันหาหนังสืออ่านกันไปเลย

คู่มือเอาตัวรอดจากโควิด-19 ราคา 89 บ.

หนังสือน่าอ่าน

วิธีป้องกันและควบคุมเชื้อ COVID-19 และโรคติดต่อต่างๆ สงสัยเล่มนี้ต้องมีติดบ้านไว้เลยล่ะ เพราะไม่ใช่แค่โควิด-19 ที่ต้องระวัง แต่เราไม่รู้เลยว่าอนาคตจะเกิดโรคระบาดอะไรอีกบ้าง เล่มนี้น่าจะเป็นตัวช่วยประจำบ้านให้ทุกคนรู้เท่าทันและรับมือกับ COVID-19 ได้อยู่หมัด
รวมทั้งโรคติดต่ออื่นๆ ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต อะไรที่ควรทำ อะไรที่ห้ามทำ เล่มนี้บอกไว้ละเอียดยิบ ซึ่งคนที่เขียนหนังสือเล่มนี้ ไม่ใช่ใครที่ไหนเขาคือ จางเหวินหง แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ การรักษาโรคติดเชื้อ COVID-19 หัวหน้าแผนกโรคติดต่อ โรงพยาบาลหัวซานและเป็นหนึ่งในทีมงานสำคัญเมื่อมีโรคติดต่อเกิดขึ้นในประเทศจีนเช่น โรคซาร์ส ไข้หวัดนก ที่เคยเกิดขึ้นมาก่อนหน้านี้แล้ว

สุดยอดวิธีออกกำลังกาย ไม่เจ็บ ไม่ป่วย ไม่ต้องหาหมอ ราคา 225 บาท
หนังสือน่าอ่าน

 

ใอยู่บ้านแล้วกินเพลินต้องเตือนสติด้วยเล่มนี้แหละ อ่านจบแล้วเผื่อจะคิดได้ว่าต้องออกกำลังกายบ้างแล้วนะ หนังสือเล่มนี้เขาแนะนำการออกกำลังกายแบบง่ายที่จะช่วยป้องกันและบำบัดโรค เขาว่าเล่มนี้ผ่านการรับรองจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญว่าได้ผลจริง ไม่ว่าจะเป็นโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง อ้วนลงพุง กระดูกพรุน และอาการปวดตามจุดต่างๆ ด้วยนะ

BECOMING มิเชลล์ โอบามา ราคา 395 บาท

หนังสือน่าอ่าน

ในช่วงวิกฤติแบบนี้บางคนก็เครียดสุดๆ หนังสือที่ว่าด้วยเรื่องราวของหญิงแกร่ง อดีตสตรีหมายเลขหนึ่งแห่งสหรัฐอเมริกา มิเชลล์ โอบามา 
ถูกแปลไปกว่า 45 ภาษาทั่วโลก และขายดีทะลุ 10 ล้านเล่ม เนื้อหาเต็มไปด้วยเรื่องที่ยังไม่เคยถูกบอกเล่าที่ไหน และช่วยเพิ่มแรงบันดาลใจดีๆ ได้

INTO THE MAGIC SHOP เราทุกคนล้วนมีร้านเวทมนตร์อยู่ในใจ ราคา 245 บาท

หนังสือน่าอ่าน

นิยายแปลต้องมา เล่มนี้เขาว่าติดอันดับ New York Times Bestseller และแปลไปแล้วกว่า 31 ประเทศทั่วโลก เป็นเรื่องราวของ ‘จิม โดตี’ เด็กชายที่เติบโตในครอบครัวที่ยากจน พ่อติดเหล้า แม่เป็นโรคซึมเศร้า ชีวิตอะไรจะรันทดขนาดนี้ จนกระทั่งเขาเข้าไปในร้านขายของมายากลแห่งหนึ่งเพื่อซึ้อปลอกนิ้วพลาสติกและได้พบกับหญิงคนหนึ่งนามว่า ‘รูธ’ มาสอนเทคนิคการใช้พลังของจิตใจ จนทำให้จิมได้กลายมาเป็น
ศาสตราจารย์ด้านประสาทศัลยกรรมที่มีชื่อเสียงผู้ก่อตั้งศูนย์เพื่อการศึกษาด้านความเมตตาและความเห็นแก่ผู้อื่น ของมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด

 

มีอะไรในสวนหลังบ้าน ราคา 255 บาท

หนังสือน่าอ่าน

เล่มนี่น่าจะเพลินแน่ๆ นิยายแนวThriller ของเกาหลี  ตีแผ่เรื่องราวคู่ขนานระหว่างสองสาว ‘คิมจูรัน’ กับ ‘ซังอึน’ ที่เต็มไปด้วยปมขัดแย้งในใจ จุดเริ่มต้นของโศกนาฏกรรม เรื่องนี้น่าจะมีอะไรให้ตื่นเต้นอ่านแล้วไม่ง่วงแน่ๆ 

 

เพียงชั่วเวลากาแฟยังอุ่น ราคา 245 บาท

หนังสือน่าอ่าน
อันนี้ก็เด็ด เป็นนิยายเรื่องราวเกิดขึ้นในร้านกาแฟ ของ 4 ตัวละคร 4 เรื่องราว ทั้งชีวิตความรัก ครอบครัว และความตายที่ใกล้แค่เอื้อม เกริ่นมาขนาดนี้เดาว่าดราม่ามาเต็มแน่นอน เตรียมซับน้ำตากันรัวๆ เลย

รักนี้ต้องเป็นเธอ 395 บาท


หนังสือน่าอ่าน
เล่มนี้เตรียมตัวจิกหมอนรัวๆ เป็นนิยายรักโรแมนติกที่เอาไปทำเป็นซีรีส์ดังที่นำแสดงโดย “หูอี้เทียน” พระเอกสุดฮอตจาก A Love So Beautiful
มาแล้ว ลองเวอร์ชั่นหนังสือบ้างดีกว่าว่าจะฟินแค่ไหน

เปลี่ยนแผลเป็นพลัง ราคา 245 บาท


หนังสือน่าอ่าน
ความทุกข์ผ่านมาเดี๋ยวมันก็ผ่านไป มูฟออนให้ไวก็จะกลับมามีความสุขอีกครั้งได้สบายๆ หนังสือเล่มนี้เขาบอกว่าจะช่วยเยียวยาจิตใจในเวลาเครียดได้ จริงๆ ตอนนี้ยังไม่ถึงขั้นต้องบำบัดขนาดนั้นหรอกนะ แต่มีติดบ้านไว้ก่อน เวลาเครียดมาอ่านก็น่าจะดี
นี่แค่คือที่แพรวเลือกมาเท่านั้นนะ ว่าต้องเพลินมากแน่ๆ ในช่วงที่ต้องอยู่แต่บ้านแบบนี้ จริงๆ แล้วยังมีหนังสือดีๆ อีกเพียบ ยิ่งถ้าใครที่ชอบอ่านแนวสร้างกำลังใจเยอะๆ ก็มีเหมือนกัน
หนังสือน่าอ่าน
หนังสือน่าอ่าน
หนังสือน่าอ่าน
ใครที่ชอบอ่านหนังสือเหมือนกัน ก็ลองไปหาซื้อดูเอานะตอนนี้ เขามีงานสัปดาห์หนังสือออนไลน์อยู่ มีโปรโมชั่นซื้อหนังสือ 1-3 เล่ม ลด 15%, 4 เล่ม ลด 20% และ5 เล่มขึ้นไป ลด 22% โดยสั่งซื้อได้ที่ NAK DELIVERY @สัปดาห์หนังสือออนไลน์ หรือamarinbooks.com หรือ inbox เพจ FB@amarinbooks ตั้งแต่วันที่ 23 มี.ค. – 6 เม.ย. 63
คิม คาร์เดเชียน โควิด-19

ดราม่าถล่ม ‘คิม คาร์เดเชียน’ ถูกมองฉวยโอกาสโปรโมทแบรนด์ช่วง COVID-19

ดราม่าถล่มไอจี! หลัง ‘คิม คาร์เดเชียน’ เชิญชวนให้คนมาซื้อสินค้าของเธอ เพื่อนำ 20% ของกำไรไปบริจาคให้เด็กๆ ที่ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 จนถูกมองว่าเอาโควิดมาโปรโมทแบรนด์ตัวเอง

กลายเป็นประเด็นจนได้ ไม่ว่าเรื่องไหนคนต่างก็มองได้สองมุม เมื่อล่าสุดเซ็กซี่สตาร์ตัวแม่ คิม คาร์เดเชียน โพสต์บนอินสตาแกรมส่วนตัวของเธอว่า ในฐานะที่เธอเองก็เป็นแม่ การช่วยเหลือครอบครัวที่ต้องการความช่วยเหลือในช่วงเวลานี้เป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งสำหรับเธอ

ดังนั้นแบรนด์ชุดชั้นใน Skims ของเธอจึงรีสต็อกสินค้าคอลเล็คชั่นผ้าฝ้ายที่ได้รับความนิยมมากที่สุด เพื่อจะนำ 20% ของผลกำไรบริจาคให้กับ Baby2Baby องค์กรไม่แสวงหากำไรแห่งอเมริกัน ที่ให้บริการผ้าอ้อม เสื้อผ้า และสิ่งจำเป็นอื่นๆ สำหรับเด็กที่ยากจนในพื้นที่ลอสแอนเจลิสและในพื้นที่ประสบภัยทั่วประเทศ เพื่อสนับสนุนภารกิจขององค์กรในการจัดหาสิ่งจำเป็นพื้นฐานสำหรับเด็กและครอบครัวที่ต้องการความช่วยเหลือในช่วง COVID-19

พร้อมทิ้งท้ายไว้ว่า สามารถช้อปได้ที่ SKIMS.COM และมีบริการจัดส่งฟรี สำหรับคำสั่งซื้อในประเทศมากกว่า $75 หรือประมาณ 2,500 บาท จนทำให้เกิดเป็นดราม่า คอมเม้นต์ในอินสตาแกรมลุกเป็นไฟ! แต่ก็ถูกลบออกไปไม่น้อย โดยผู้ติดตามของเธอในอินสตาแกรมมองว่า

ด้วยฐานะของ คิม คาร์เดเชียน สามารถยื่นมือช่วยเหลือได้เลยทันที ไม่จำเป็นต้องรอให้คนมาซื้อของ เพราะคนดังในฮอลลีวู้ดคนอื่นๆ หรือนักแสดงเกาหลีใต้ก็บริจาคเงินช่วยเหลือวิกฤต COVID-19 โดยไม่ต้องประกาศให้ใครรู้

ซึ่งคอมเม้นต์ในโพสต์ดังกล่าวมีทั้งชื่นชมและไม่เห็นด้วย เช่น “ดูเหมือนเธอจะตกที่นั่งลำบาก น่าขายหน้าจริงๆ” , “ทำไมคุณไม่บริจาคเงินไปเลยล่ะ คุณมีมากเกินพอแล้ว อย่าให้คนขับรถส่งของและผู้ที่อยู่ในความเสี่ยง ต้องออกมาทำงานเพื่อส่งชุดชั้นในราคา 50 ดอลลาร์เลย” (หรือประมาณ 1,645 บาท)

ด้านคนที่เห็นด้วยก็ออกมาโต้แย้งว่า “คิมกับสามีของเธอก็เลือกที่จะไม่เปิดเผยต่อสาธารณะว่าพวกเขาบริจาค ข้อมูลนี้เปิดเผยต่อสาธารณะโดยศูนย์ข่าวท้องถิ่นเล็กๆ ในชิคาโก้ เพราะสื่อแท็บลอยด์หัวใหญ่ไม่ได้นำเสนอข่าวเหล่านี้ ทำให้พวกเธอถูกมองว่าเป็นวายร้ายเสมอ”

 

ดูโพสต์นี้บน Instagram

 

As a mother, helping families in need during this time is especially important to me. @baby2baby is on the ground providing essentials to children and families impacted by COVID-19 and are working around the clock to get them diapers, blankets, hygiene products, school supplies and more. Today @skims will be restocking our most-loved Cotton collection and donating 20% of the drops profits to @Baby2baby’s COVID-19 Emergency Response Program to support their mission to provide basic essentials to children and families in need. Shop now at SKIMS.COM and enjoy free shipping on domestic orders over $75.

โพสต์ที่แชร์โดย Kim Kardashian West (@kimkardashian) เมื่อ


ภาพ : IG@kimkardashian

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

สวยใจบุญ ‘ศรีริต้า’ แจกหน้ากากอนามัย 5 พันชิ้น ได้แรงสนับสนุนจากแบรนด์ไทย

ลุคเรียบง่ายแค่หลักพัน ‘ดัชเชสเคท’ เข้าเยี่ยมเจ้าหน้าที่สุขภาพในวิกฤต COVID-19

งดงามในชุดไทย ‘น้ำหวาน ซาซ่า’ เข้าพิธีแต่งงานเรียบง่ายกับ ‘กวาง เอบีนอร์มอล’

ศรีริต้า ปลื้มปีติ ได้รับพระราชทานของขวัญจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI

ดีไซเนอร์ใจบุญ ‘แพร-วทานิกา’ ผลิตหน้ากากผ้าถวายแด่พระภิกษุสงฆ์

ไม่หลุดธีมเจ้าหญิง ‘ศรีริต้า’ สวยหรูในชุดแต่งงานแบรนด์ดัง หนักกว่า 20 กิโลฯ

โซ่ทองหนาจนต้องมอง! กระเป๋า Bottega Veneta ราคา 6 หลักของ ‘คุณนายบีเบอร์’

ขายหมดเกลี้ยง! กระเป๋า YSL ใบที่ ‘โรเซ่ Blackpink’ สะพายร่วมงานแฟชั่นวีค

สายแฟตัวจริง! ถอดสไตล์ นางแบบตัวแม่ ก่อนขึ้นรันเวย์ในแฟชั่นวีค

สีดำอมตะ! กระเป๋า Dior Ultra-Matte 3 ดีไซน์เดิม เพิ่มเติมความแมตต์ทั้งใบ

สร้อยคอทองคำที่ ‘เจ้าชายวิลเลียม’ มอบให้ ‘ดัชเชสเคท’ มีความหมายอะไรซ่อนอยู่

รวมลุคสวยหลังคลอด ฉบับคุณแม่ ‘เจนี่’ กับแฟชั่นเรียบง่ายในแบบที่เธอถนัด

ไขความเริ่ด ผิวชุ่มชื้น พร้อมแชร์เทคนิคสู่การมีผิวสวยด้วยอาร์แกนออยล์

งานนี้สาวๆ ที่อยากมีผิวสวยต้องรีบมุงกันด่วนๆ เพราะ แพรวดอทคอม จะพาไปไขความเริ่ดของการมีผิวชุ่มชื้น ว่าช่วยให้ชีวิตของสาวๆ ดี๊ดีขึ้นอีกเป็นกองได้อย่างไรบ้าง พร้อมแชร์เทคนิคเติมความชุ่มชื้นให้ผิวด้วยอาร์แกนออยล์  

เชื่อว่าการมีผิวสวยสุขภาพดี น่าจะเป็นอีกหนึ่งความปรารถนาของสาวๆ ทุกคน และอาจจะรวมถึงหนุ่มๆ หลายคนด้วย ซึ่งหนึ่งในลักษณะสำคัญของการมีผิวสวยสุขภาพดี ก็ต้องยกให้กับการมีผิวชุ่มชื้น แล้วผิวของสาวๆ จะชุ่มชื้นดังใจได้อย่างไร คำตอบก็อยู่ที่การเติมความชุ่มชื้นให้ผิว ทั้งนี้เพราะหากผิวได้รับความชุ่มชื้นอย่างเหมาะสมแล้วล่ะก็ ผิวของสาวๆ ก็จะอิ่มน้ำ ฉ่ำฟู เนียนนุ่ม ชุ่มชื้น ไม่มันเยิ้ม ไม่แห้งกร้าน ไม่ระคายเคืองง่าย ไม่หมองคล้ำ สรุปง่ายๆ ก็คือผิวแข็งแรงนั่นเอง

ผิวชุ่มชื้น

ดังนั้นการมีผิวชุ่มชื้น จึงถือเป็นพื้นฐานของการมีผิวสวยสุขภาพดี แถมเมื่อสาวๆ มีผิวดีแล้ว ชีวิตก็จะดีขึ้นตามไปอีกด้วย เพราะปฏิเสธไม่ได้จริงๆ ว่า การมีผิวสวยช่วยเสริมบุคลิกภาพได้ เนื่องจากช่วยให้สาวๆ เกิดความมั่นใจในตัวเองแบบเต็มร้อย ซึ่งพอมั่นใจแล้ว ไม่ว่าจะทำอะไรก็ราบรื่นขึ้น

ผิวชุ่มชื้น

การมีผิวชุ่มชื้นช่วยให้ชีวิตของสาวๆ ดี๊ดีขึ้นขนาดนี้ ดังนั้นหากใครที่กำลังเผชิญกับปัญหาผิวขาดความชุ่มชื้นอยู่ล่ะก็ คงต้องรีบจัดการด่วนเลย ซึ่งแน่นอนว่า แพรวดอทคอม มีเทคนิคเวิร์คๆ ในการเติมความชุ่มชื้นให้ผิวมาแนะนำกันด้วย นั่นก็คือการบำรุงผิวด้วย ‘อาร์แกนออยล์’

ผิวชุ่มชื้น

โดยอาร์แกนออยล์ที่ว่านี้ สกัดมาจากเมล็ดอาร์แกนบริสุทธิ์ นำเข้าจากประเทศโมร็อคโค ถือเป็นสุดยอดน้ำมันที่สามารถเติมความชุ่มชื้นให้ผิวได้อย่างล้ำลึก ด้วยคุณสมบัติเด่นอย่างการมีคุณค่าจากวิตามินอีและกรดไขมันที่สูงมาก โดยเฉพาะในส่วนของวิตามินอีที่ผ่านการวิจัยมาแล้วว่า อาร์แกนออยล์มีวิตามินอีมากกว่าน้ำมันมะกอกถึง 5 เท่าเลยทีเดียว จึงช่วยทั้งเติมเต็มและกักเก็บความชุ่มชื้นให้ผิวได้อย่างยาวนาน ทำให้ผิวเนียนนุ่ม ชุ่มชื้น และจัดการกับปัญหาผิวต่างๆ อย่างได้ผล ไม่ว่าจะเป็น ผิวแห้งเสีย ผิวอักเสบ หรือริ้วรอยแห่งวัย

ผิวชุ่มชื้น

พอบอกไปว่าอาร์แกนออยล์ต้องนำเข้าจากประเทศ โมร็อคโคนู่น สาวๆ ก็ไม่ต้องกังวลกันนะคะว่าจะหาใช้ยากหรือเปล่า เพราะบิวตี้ไอเท็มสุดเริ่ดอย่าง Parrot Oil in Bath (แพรอท ออยล์ อิน บาธ) เขาจัดการนำอาร์แกนออยล์มาเป็นส่วนผสมหลักของผลิตภัณฑ์เรียบร้อยแล้ว โดยมาในรูปแบบครีมอาบน้ำที่สาวๆ สามารถใช้เป็นประจำทุกวันได้เลย  แถมยังคิดค้นสูตรพิเศษที่ช่วยเติมความชุ่มชื้นให้ผิวได้ถึง 2 เท่าอีกด้วย เพราะมีมอยส์เจอร์ไรเซอร์มากกว่าครีมอาบน้ำทั่วไป

ผิวชุ่มชื้น

นอกจากนี้ครีมอาบน้ำ Parrot oil in bath ยังเริ่ดมากตรงที่มีถึง 3 สูตร ให้สาวๆ เลือกใช้ ได้แก่ Soft Romance, White Perfect และ Hydro Fresh โดยทุกสูตรจะช่วยเติมความชุ่มชื้นให้ผิวอย่างล้ำลึกด้วยอาร์แกนออยล์ แถมแต่ละสูตรยังมีคุณสมบัติพิเศษเฉพาะตัวอีกด้วย 

ผิวชุ่มชื้น

อย่างสูตร Soft Romance มีการใส่เชียบัตเตอร์เข้าไปด้วย เพื่อช่วยบำรุงให้ผิวเนียนนุ่มยิ่งขึ้น ส่วนสูตร White Perfect มีการเพิ่มวิตามิน B3 เพื่อช่วยเรื่องความกระจ่างใสของผิว และสูตร Hydro Fresh มีการผสมผสานน้ำแร่ธรรมชาติ เพื่อช่วยให้ผิวอิ่มน้ำและสดชื่นขั้นสุด 

ผิวชุ่มชื้น

สำหรับเนื้อสัมผัสและความหอมของครีมอาบน้ำ Parrot Oil in Bath ก็รับรองว่าจะต้องโดนใจสาวๆ อย่างแน่นอน เพราะเป็นครีมอาบน้ำเนื้อน้ำนมที่เนียนนุ่มมาก แถมล้างออกง่าย ไม่ทิ้งความเหนียวเหนอะหนะเลยแม้แต่นิดเดียว แต่แน่นอนว่าหลังใช้แล้ว ผิวของสาวๆ จะทั้งเนียนนุ่มและชุ่มชื้นเลยล่ะ

 

ผิวชุ่มชื้น

ผิวชุ่มชื้น

ส่วนสาวๆ ที่เลิฟครีมอาบน้ำกลิ่นหอมๆ เป็นชีวิตจิตใจ ก็จะต้องชอบมากเช่นกัน เพราะ Parrot oil in bath มีกลิ่นหอมสไตล์ฝรั่งเศสที่หอมแบบหรูหราเป็นซิกเนเจอร์

ผิวชุ่มชื้น

ดีงามขนาดนี้ บอกเลยว่าสาวๆ ทั้งหลาย โดยเฉพาะคนที่มีปัญหาผิวขาดความชุ่มชื้น ควรอย่างยิ่งที่จะต้องตามไปลองใช้ครีมอาบน้ำ Parrot Oil in Bath กันให้ได้ เพราะเขาจัดเต็มเรื่องการเติมความชุ่มชื้นให้ผิวแบบหนักมาก ไม่ว่าสาวๆ จะมีผิวแห้งเบอร์ไหน ก็รับรองว่าเอาอยู่

เกรซ กาญจน์เกล้า

เจ้าแม่คัฟเวอร์ เกรซ กาญจน์เกล้า กับเพลงฮิตที่ตีแผ่ความจริงแทนความรู้สึก

เจ้าแม่คัฟเวอร์ เกรซ กาญจน์เกล้า กับเพลงฮิต “พักก่อน COVID-19” ที่ไม่อยากให้คนดราม่า เพราะมันเป็นการตีแผ่ความจริงแทนความรู้สึกเท่านั้น

เกรซ กาญจน์เกล้า

หลายคนอาจจะคุ้นชินภาพลักษณ์ของดาราสาว  เกรซ กาญจน์เกล้า ด้วยเศียรเกล้า ในฐานะนักแสดงมากกว่าบทบาทอื่นๆ เนื่องจากเธอก้าวสู่เส้นทางการแสดงตั้งแต่วัยทีนและปัจจุบันก็มีผลงานละครมากกว่า 27 เรื่อง แต่จริงๆ แล้วสาวคนนี้ก็ยังซุกซ่อนความสามารถอื่นๆ ไว้เพียบ ไม่ว่าจะเป็นการเป็นพิธีกร แสดงละครเวที หรือแม้กระทั่งงานด้านธุรกิจ

แต่ความสามารถที่โดดเด่นไม่แพ้การแสดงละครของเธอเลยก็คือการร้องเพลง อันที่จริงแล้วตั้งแต่เริ่มประกวดมิสทีนไทยแลนด์ เธอก็ได้แสดงความสามารถในด้านนี้ให้หลายคนได้เห็น เนื่องจากเธอเรียนเกี่ยวกับดนตรีมาตั้งแต่เล็กๆ ถึงจะถ่อมตัวว่าไม่ได้จริงจังและอาจสู้น้องสาว “แกรนด์ เดอะสตาร์ – กรณ์ภัสสร ด้วยเศียรเกล้า” ไม่ได้ แต่ก็มีผลงานออกมาให้แฟนๆ ได้ฟังหลายเพลง โดยช่องตอนที่ยังเป็นนักแสดงใต้สังกัดช่อง 7 เธอได้รับโอกาสให้ร้องเพลงประกอบละครแทบจะทุกเรื่องที่เธอแสดง จนได้ฉายาเจ้าแม่เพลงประกอบละครเลยทีเดียว

เกรซ กาญจน์เกล้า

ไม่ใช่แค่นั้น ในรายการ Sing Your Face Off “เกรซ” ยังทำให้หลายคนทึ่งกับเสียงร้องและภาพลักษณ์เลียนแบบเป็นหลากหลายศิลปินไม่ว่าจะเป็น “Wonder Girls”, “ไชน่าดอล” รวมถึง “โจ๊ก โซคูล” สร้างสีสันให้กับวงการบันเทิงเป็นอย่างมาก

9 เดือนที่แล้ว “เกรซ” เริ่มทำช่อง Youtube ชื่อ “GRACEKANKLAOOFFICIAL” โดยคลิปจะเน้นการ Cover เพลงของศิลปินต่างๆ “ Kill this love” ของ BLACKPINK  , “ดาว” คริสติน , “รักติดไซเรน” เพลงประกอบซีรีส์ “รักฉุดใจนายฉุกเฉิน”, “If I Ain’t Got You” และล่าสุดที่กลายเป็นกระแสที่คนพูดถึงมากที่สุดกับเพลง “พักก่อน COVID-19” ซึ่งเป็นเพลงแปลงมาจาก “พักก่อน” ของ “MILLI”

เกรซ กาญจน์เกล้า

สำหรับ “พักก่อน COVID-19” นั้นมีเนื้อหาให้คนตระหนักถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส อย่าออกมาเดินเที่ยว ไม่งั้นต้องกักตัว 14 วัน เอาไว้เดือนหน้าก่อน ตอนนี้กลับไปนอนเฉยๆ ที่บ้านกันก่อนนะ เพราะชีวิตสำคัญกว่า แต่ก็มีท่อนที่แซ่บๆ เสียดสีสังคมเช่น บอกให้ใส่หน้ากากแต่ดันกั๊กกันจนขาดตลาด ล้างมือบ่อยจนหนังจะขาด จนกลายเป็นประเด็นที่คนพูดถึงกันมากๆ

ล่าสุด “เกรซ” ได้ให้สัมภาษณ์กับ “อมรินทร์ ทีวี” ถึงแนวคิดในการทำเพลงนี้ว่า เธอเองก็ไม่ได้คาดหวังเหมือนกันว่าเพลงนี้จะกลายเป็นที่สนใจ ตอนแรกเธอคิดเพียงว่าทำเอาสนุกเล่นๆ ขำๆ มากกว่า เพียงแต่ว่าเธอเป็นคนที่ทำอะไรแล้วก็จะจริงจังนิดหนึ่ง ก็เลยมีการแต่งตัวให้พี่ที่รู้จักมาทำดนตรีให้ และให้เพื่อนๆ มาช่วยถ่าย ไม่ได้จะทำเป็นอาชีพ แต่ทำออกมาเพื่อความบันเทิง โดยสาว “เกรซ” ยังบอกอีกว่าไม่อยากให้คนเอาไปดราม่าหรืออะไร เพราะสิ่งที่ทำออกมาก็มาจากคอมเม้นต์ที่คนแสดงความคิดเห็นในเพจต่างๆ เกี่ยวกับเรื่อง COVID-19 นี่แหละ เธอมองว่ามันคือความจริง มันคือสิ่งที่ทุกคนรู้สึกเท่านั้นเอง

เกรซ กาญจน์เกล้า

ทั้งนี้เมื่อถูกถามถึงผลกระทบของการแพร่ระบาดเชื้อไวรัส COVID-19 “เกรซ” บอกว่าเธอเองก็ได้รับผลกระทบเหมือนกัน อย่างเดือนหน้าไม่ได้ทำอะไรก็คงว่างยาว ส่วนในช่วงนี้ก็จะเป็นการทำงานที่ไม่ได้พบเจอคนเยอะ เพราะเราเองก็ต้องป้องกันตัวเองด้วย ส่วนที่เลื่อนออกไปนั้นก็มีการถ่ายละครและงานละครเวทีทุกอย่างก็ถูกเลื่อนไปหมด

อย่างไรก็ตาม “เกรซ” เปิดเผยว่าเธอมีความกังวลใจไม่น้อย เพราะเวลาที่ทำงานไม่สามารถใส่หน้ากากอนามัยได้ แต่เวลาที่ไม่ได้ทำงานก็จะใส่หน้ากากและล้างมือตลอด

เกรซ กาญจน์เกล้า


 

เกรต้า ธันเบิร์ก เผยตัวเองอาจติด โควิด-19 พร้อมส่งคำเตือนถึงโรคนี้ให้ทุกคนรู้

เกรต้า ธันเบิร์ก เด็กสาวชาวสวีเดนวัย 17 ปี นักเคลื่อนไหวสิ่งแวดล้อมรุ่นใหม่ ออกมาเผยว่า ตัวเองติด โควิด-19 พร้อมส่งคำเตือนถึงโรคนี้ให้ทุกคนรู้

อย่างที่ทราบกันดีว่าไวรัสโคโรน่า หรือ โควิด-19 นั้น หากไม่ได้มีอาการรุนแรงอย่างไข้ขึ้นสูง ไอรุนแรง หายใจติดขัด จนส่งผลกระทบถึงปอด อาการเผินๆ โดยทั่วไปนั้นก็อาจจะคล้ายกับไข้หวัดหรือบางคนไม่มีอาการเลย ซึ่งทำให้หลายคนละเลยไม่ยอมกักตัวเอง ส่งผลให้มีการแพร่เชื้อไปสู่คนจำนวนมาก

โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศในแถบยุโรปนั้น หากคุณไม่ได้มีอาการที่หนักหนาสาหัส ทางโรงพยาบาลจะให้คุณกักตัวเองอยู่บ้าน และรักษาตามอาการเพื่อที่ว่าจะได้ให้พื้นที่สำหรับคนที่ป่วยหนักมากจริงๆ

ทั้งนี้ เกรต้า ธันเบิร์ก สาวน้อยชาวสวีเดน วัย 17 ปี นักเคลื่อนไหวเพื่อสิ่งแวดล้อมได้ออกมาโพสต์ผ่านอินสตาแกรม gretathunberg ว่าเธอนั้นมีอาการที่คล้ายกับเป็นโรค โควิด-19 โดยเธอเขียนบรรยายว่า

โควิด-19

สองสัปดาห์ที่ผ่านมาฉันได้กักตัวเองอยู่ในอพาร์ทเม้นท์ หลังจากเดินทางกลับมาจากทริปยุโรปตอนกลาง เนื่องจากมีเคสที่ติดเชื้อไวรัสโคโรน่าในเยอรมนี ซึ่งมีอาการคล้ายคลึงกับอิตาลีในตอนแรก ประมาณสิบวันที่ผ่านมาฉันเริ่มมีอาการบางอย่าง ในเวลาเดียวกับพ่อของฉันที่เดินทางมากับฉันจากบรัสเซลส์ (ประเทศเบลเยี่ยม) ฉันรู้สึกเหนื่อยมีอาการสั่น เจ็บคอและไอ พ่อของฉันก็มีอาการแบบเดียวกัน แต่รุนแรงและมีไข้สูงขึ้น

“ในสวีเดนคุณจะไม่สามารถทดสอบ COVID-19 ได้ด้วยตัวเอง เว้นแต่คุณต้องการการรักษาทางการแพทย์ฉุกเฉิน ทุกคนจึงรู้สึกไม่ดี ที่จะถูกบอกให้อยู่บ้านและกักตัวเอง ดังนั้นฉันจึงไม่ได้รับการทดสอบสำหรับ COVID-19 แต่เป็นไปได้อย่างมากว่าฉันเคยได้รับเชื้อมา เนื่องจากอาการและสถานการณ์ที่ร่วมกัน”

ตอนนี้ฉันเกือบหายดีแล้ว และนี่คือสิ่งสำคัญที่สุดคือ ฉันแทบจะไม่รู้สึกป่วย ฉันเป็นหวัดครั้งสุดท้ายซึ่งอาการแย่กว่าครั้งนี้ ถ้าคนอื่นไม่ติดเชื้อในเวลาเดียวกัน ฉันอาจจะไม่สงสัยเลย ฉันก็แค่คิดว่าฉันรู้สึกเหนื่อยผิดปกติ กับไอเล็กน้อย และนี่คือสิ่งที่ทำให้อันตรายมากขึ้น หลายคน (โดยเฉพาะคนหนุ่มสาว) อาจไม่สังเกตอาการใดๆ เลย หรือมีอาการไม่รุนแรงมาก พวกเขาอาจไม่รู้ว่าตัวเองติดไวรัสและสามารถส่งต่อไปยังผู้คนในกลุ่มเสี่ยง

โควิด-19

เราที่ไม่ได้อยู่ในกลุ่มเสี่ยงมีความรับผิดชอบอย่างมาก การกระทำของเราอาจทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น และอาจหยิบยื่นความตายสําหรับคนอื่นๆ อีกมากมาย

“โปรดจำไว้ว่าทำตามคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญและหน่วยงานท้องถิ่นของคุณและ #StayAtHome (อยู่บ้าน) เพื่อชะลอการแพร่กระจายของไวรัสและอย่าลืมดูแลกันและกัน และช่วยเหลือผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือ #COVID #flattenthecurve ”

*** ทั้งนี้เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา สวีเดนมีผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรน่าจำนวน 2,286 รายและผู้เสียชีวิต 36 ราย***


ภาพ : gretathunberg

ภาพบรรยากาศการเปิดรับเครื่องและขายจริง Samsung Galaxy Z Flip นวัตกรรมสมาร์ทโฟนพับได้ สวยล้ำ ที่เหล่าคนรักแฟชั่นห้ามพลาด ณ AIS Flagship Store สาขาเซ็นทรัลเวิร์ล

AIS พร้อมให้คุณเป็นเจ้าของ Samsung Galaxy Z Flip บนเครือข่าย AIS NextG ที่เร็วแรงสูงสุดถึงระดับ Gbps โดยจัดโปรโมชั่นสุดฮอตที่พลาดไม่ได้ ลดสูงสุด 9,000 บาท ดู NETFLIX ไม่อั้นนาน 3 เดือน พร้อมรับฟรี! ประกันจอแตกนานถึง 1 ปี วันนี้ ถึง 31 มีนาคม 2563 และวันนี้ให้คุณสะดวกสบายยิ่งขึ้น ด้วยการสั่งซื้อผ่าน AIS Online Store รายละเอียดเพิ่มเติม www.ais.co.th/SamsungZflip

โปรแกรม VDO Conference

6 โปรแกรม VDO Conference ฟรี! สำหรับ Work from home ช่วง COVID-19

ท่ามกลางสถานการณ์ COVID-19 เกือบทุกบริษัทในกรุเงทพฯและปริมณฑล เริ่มสั่ง Work Form Home เพื่อลดการแพร่ระบาด และลดการติดเชื้อไวรัสแล้ว  ซึ่งมีหลายคนถามจุ๊มาเยอะมากว่า ช่วงทำงานอยู่บ้าน หากต้องมีประชุมหรือคุยงานกัน ควรใช้โปรแกรมVDO Conference หรือ Application ไหนเพื่อให้สะดวกและง่ายต่อการใช้งาน จุ๊มี 6 โปรแกรมมาฝากกันค่ะ

LINE VDO Call

โปรแกรม VDO Conference

ประชุมสูงสุดได้ 200 คน ไม่จำกัดเวลา เหมาะสำหรับบริษัทที่มีทำงานผ่านการใช้ LINE Group กันอยู่แล้ว LINE VDO Call เป็นอีกโปรแกรมใช้ง่ายที่ตอบโจทย์ในเวลาอันรวดเร็ว โดยสามารถประชุม พูดคุยงานกันได้ง่ายๆ  และหากใครที่ต้องการนำเสนอไฟล์งาน ก็สามารถแชร์สกรีนผ่าน LIVE ได้ค่ะคลิกเพื่อเข้าใช้งานได้ที่นี่ค่ะ  https://line.me/en/

 

Google Hangouts

โปรแกรม VDO Conference

ประชุมสูงสุดได้ 250 คน ไม่จำกัดเวลาเป็นโปรแกรม VDO Conference อีกโปแกรมที่ใช้งานง่าย สามารถใช้ผ่าน Google Chrome ได้เลยหากใครที่มี Account G Suite หรือ Gmail อยู่แล้วก็สามารถใช้งานได้ แค่แชร์ลิงก์ หรือสามารถเข้าโดยตรงจากกิจกรรมหรือปฏิทินที่ได้รับเชิญได้เลยค่ะ  ซึ่งเราสามารถแชร์ไฟล์ต่างๆ ได้เช่นกัน คลิกได้ที่นี่เลยค่ะ  https://hangouts.google.com

6 โปรแกรม VDO Conference ฟรี! สำหรับ Work from home ช่วง COVID-19

Skype

โปรแกรม VDO Conference

ประชุมสูงสุดได้ 50 คน ไม่จำกัดเวลาเป็นอีกโปรแกรมหนึ่งที่หลายคนนิยม สามารถใช้บริการด้วยโทรศัพท์ไปยังระหว่างสมาชิก ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตได้ทั่วโลก สามารถประชุมงาน เเชร์ไฟล์  แชทต่างๆ ได้หมด โดยสามารถดาวน์โหลดโปรแกรมเพื่อติดตั้งได้ที่นี่เลยค่ะhttps://www.skype.com/en/features/group-video-chat/

Zoom Meeting

โปรแกรม VDO Conference

 

ประชุมสูงสูดได้100 คนจำกัดใน40 นาที Zoom เป็นอีกหนึ่งโปรแกรมที่ทำให้คุณและทีมสามารถสื่อสารกันได้อย่างใกล้ชิด และแชร์ได้มากกว่า หากเทียบกับโปรแกรมอื่นๆ สามารถพูดคุยโทรศัพท์ คุยผ่านวิดีโอ หรือส่งข้อความ และสามารถแชร์ไฟล์พรีเซ้นต์ หรือการปฏิบัติการบนหน้าจอได้หลากหลายค่ะ สามารถดาวน์โหลดเพื่อติดตั้งได้ที่นี่ค่ะ https://zoom.us

Microsoft Team

โปรแกรม VDO Conference

ประชุมสูงสุดได้ 10,000 คน โปรแกรมนี้เหมาะสำหรับองค์กรที่มีการใช้Microsoft 365 / Office 365 อยู่แล้วสามารถแชทโทรวิดีโอแชร์ไฟล์พรีเซ้นต์ได้ง่ายๆเช่นกันค่ะสามารถคลิกได้ที่นี่เลยhttps://products.office.com/en-us/microsoft-teams/group-chat-software

CISCO Webex Meetings

โปรแกรม VDO Conference

ประชุมสูงสุดได้ 100 คน ไม่จำกัดเวลา Cisco สามารถรองรับภาษามากถึง 17 ภาษา ใช้งานได้ทั้งบนคอพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ สามารถกำหนดตารางประชุมผ่าน MS Outlook นอกจากนี้ยังสามารถทำงานร่วมกับระบบอื่นๆ เช่น Cisco Spark ซึ่งรอบรับการส่งข้อความ โทรศัพท์ แชร์ไฟล์ หรือการใช้Whiteboard เป็นต้น สามารถคลิกได้ที่นี่เลยค่ะ https://www.cisco.com/c/th_th/products/collaboration-endpoints/index.html

 

 

สำหรับใครที่อยู่ในช่วง Work Form Home และมีประชุมกับทีมหรือลูกค้า จุ๊ขอแนะนำให้ช่วงนี้ประชุมผ่านทางออนไลน์กันก่อน เพื่อลดความเสี่ยงในการพบปะผู้คน และช่วยกันลดการกระจายเชื้อไวรัสค่ะ และหากช่วงนี้มีข้อมูลไหนที่น่าสนใจ จุ๊จะมาอัพเดทเพื่อเป็นประโยชน์กับทุกคนนะคะ และเราจะผ่านวิกฤตนี้ไปพร้อมกันค่ะ

‘คนรักเก่าขอคืนดีแบบลับๆ ก็อย่าลับกับเขาด้วยเลย’ ดูดวงรายวัน 25 มีนาคม 2563

ดูดวงรายวัน 25 มีนาคม 2563 #หมอปุ้ยพยากรณ์ เช็กทุกวัน เป๊ะปังทุกดวง ทั้งการงาน การเงิน ความรัก และสุขภาพ

ผู้ที่เกิดวันอาทิตย์

การงาน : จากที่คุณขยันตั้งใจทำงานอยู่แล้ว วันนี้คงยิ่งต้องขยันเพิ่มขึ้น เพราะคุณอาจตกอยู่ในสถานการณ์การแข่งขัน แย่งชิงชิงดีชิงเด่น ทั้งหน้าที่การงาน และผลประโยชน์อย่างดุเดือด ก็ควรระงับอารมณ์ด้วย เพราะอาจขัดแย้งจนเกิดการทะเลาะเบาะแว้ง และนำไปสู่การเป็นคดีความ

การเงิน :  หากคุณกำลังร่วมหุ้นร่วมทุนกับแฟน จะมีผู้ใหญ่อุปถัมภ์ แต่ก็ไม่ควรทุ่มเงินลงทุนโดยที่ยังไม่เห็นผลตอบแทน รวมถึงใช้เงินสงเคราะห์ผู้ที่เดือดร้อน หรือญาติมิตร จนตัวเองเดือดร้อน

ความรัก : จริงๆ ชีวิตครอบครัวของคุณก็ราบเรียบและราบรื่นดี แต่หากจะติดก็ตรงที่ต่างฝ่ายต่างมีศักดิ์ศรี ไม่ยอมลงให้กัน วันนี้จากเรื่องเล็กๆ อาจลุกลามใหญ่โตจนถึงให้กฎหมายตัดสินก็ได้ คนโสด วันนี้หากคุณคิดจะคบกับใคร กรุณาหาตรงกลางใจในใจคุณให้เจอก่อน ระหว่างความน้อยใจกับความหยิ่งในศักดิ์ศรี  

สุขภาพ : ควรให้ความสำคัญในเรื่องของการขับถ่าย ไม่ควรกลั้นปัสสาวะจนเคยชินเป็นนิสัย เพราะทำให้กรวยไตและกระเพาะปัสสาวะมีปัญหา จนอาจติดเชื้อในกระแสเลือด

 

ผู้ที่เกิดวันจันทร์

การงาน :  บอกเลยว่า ความสำเร็จในวันนี้ไม่ได้มาเพราะความบังเอิญ แต่ต้องแลกมาด้วยพลังกายพลังใจที่เต็มร้อย เพราะฉะนั้นหากคุณกำลังถูกเจ้านายพิจารณาผลงาน ก็ไม่ควรคิดฟุ้งซ่านมากกว่าความเป็นจริงที่ปรากฎ ใจเย็นๆ ระวังคำพูด ไม่ควรต่อล้อต่อเถียง ไม่เช่นนั้นอาจทำให้สถานการณ์แย่ลง

การเงิน : อาจหาเงินได้จากหลากหลายช่องทาง แต่ก็ต้องระวังจะถูกหลอกให้ลงทุน จึงไม่ควรให้ใครกู้ยืมเงิน หรือเซ็นค้ำประกันให้ใคร เพราะอาจถูกนำไปใช้ในทางที่มิชอบ

ความรัก : ความสัมพันธ์ในชีวิตคู่ของคุณอาจผ่านช่วงเวลาที่เจ็บปวดรวดร้าวด้วยกันมา  แต่วันนี้ก็ได้พิสูจน์แล้วว่า ไม่มีใครเข้าใจมากกว่ากันและกันอีกแล้ว วันนี้คุณจึงอาจกลับมาอยู่ด้วยกันเหมือนเดิม คนโสด อดีตคนรักเก่าอาจกลับมาขอคืนดีแบบลับๆ เพราะเขายังไม่เลิกกับคนของเขา หากเป็นแบบนี้ควรรอให้เขาจัดการให้เสร็จก่อนดีกว่า ไม่อย่างนั้นก็พันตูกันอยู่แบบนี้

สุขภาพ : ปกติคุณรักษาสุขภาพตัวเองดีอยู่แล้ว วันนี้ก็อย่าประมาท เพราะคุณมีความเสี่ยงสูงที่อาจติดเชื้อได้ทุกชนิด จากการแพร่ของผู้ที่รับผิดชอบต่อสังคมน้อยมาก

 

ผู้ที่เกิดวันอังคาร

การงาน  : คุณขยันและตั้งใจทำงานอย่างหนัก แต่วันนี้ก็อาจมีปัญหาและอุปสรรคถาโถมเข้ามาจากทุกๆ ทาง  ยิ่งหากคุณสตรอง ลุย จนไม่รับฟังความคิดเห็นของใครเลย ยิ่งจะทำให้สถานการณ์แย่ลง เพราะสถานการณ์วันนี้ไม่ควรใช้ไม้แข็ง ควรใช้ไม้อ่อนจะดีกว่า และไม่ควรทำงานส่วนรวม ควรทำเป็นงานเฉพาะคุณคนเดียว

การเงิน : ไม่เหมาะกับการหมุนเงินมาลงทุน เพราะอาจเกิดภาวะวิกฤติ เงินสะดุด พึ่งใครก็ไม่ได้ด้วย และไม่ควรใช้จ่ายกับการสงเคราะห์คนอื่น เพราะจะทำให้ตัวเองยิ่งเดือดร้อน

ความรัก  :  จากชีวิตคู่ของคุณที่เคยอยู่กันอย่างราบเรียบและราบรื่น วันนี้อาจมีปัญหาหึงหวง เพราะความสตรองของคุณที่นึกอยากจะหว่านเสน่ห์ขึ้นมา โดยไม่แคร์ใดๆ เลย  คนโสด ระวังความเชื่อมั่นในตัวเอง ที่หากชอบใครก็ไม่แคร์แม้ว่าจะไม่ถูกต้อง ซึ่งอาจเป็นผลให้คุณขัดแย้งกับคนรอบๆ ตัวได้

สุขภาพ : ควรดูแลในส่วนของสมอง และหัวใจให้มากๆ เพราะมีปัญหาต่อเนื่องมาตลอด และมีความเสี่ยงที่จะรุนแรงขึ้น

 

ผู้ที่เกิดวันพุธ

การงาน :  วันนี้คุณปรารถนาความสำเร็จอย่างแรงกล้า แม้จะได้ผู้ใหญ่ คนใกล้ตัวมาช่วยสนับสนุนและช่วยเหลือให้ได้ทำตามความฝัน แต่ก็ไม่ควรไว้ใจคนสนิท หรือเพื่อนร่วมงาน เพราะเขาอาจนำความดีความชอบเข้าตัว แล้วโยนความผิดให้คุณ จนอาจเกิดความผิดพลาดกับเอกสารทางราชการ ควรหาผู้รู้หรือผู้มีประสบการณ์มาเป็นที่ปรึกษาจะดีกว่า

การเงิน :  พื้นฐานครอบครัวคุณก็ไม่ลำบาก แต่ก็ไม่ควรฟุ่มเฟือย หรือให้ใครกู้ยืมเงิน หรือเซ็นเอกสารค้ำประกัน เพราะคุณอาจถูกเบี้ยวผลตอบแทน หรือถูกโกงหนี้ รวมถึงอาจถูกขโมยทรัพย์สิน ต้องระวัง

ความรัก : คุณอาจจับได้ว่า คู่มีพฤติกรรมไม่น่าไว้วางใจ อาจแอบซ่อนใครไว้โดยที่คุณไม่รู้ ยิ่งวันนี้อารมณ์คุณไม่แน่นอน มีทิฐิและความเป็นตัวตนสูง จึงมีความเป็นไปได้ที่จะทะเลาะกันมากกว่าประนีประนอม  คนโสด คุณเข้าใจยากเดาใจลำบาก ทั้งๆ ที่รู้ว่าเขามีคนอื่นอยู่แล้ว ก็อาจยอมเป็นมือที่สามของเขาก็ได้

สุขภาพ : ปัญหาสำคัญอันดับแรกคือ หัวใจ และโรคที่เกี่ยวกับหัวใจทุกประเภท รองลงมาคือ สายตา ตระกูลต้ออาจกำลังมาเยือน นอกจากนั้นยังต้องระวังพวกที่มีปลายแหลม หรือมีด บาดเป็นแผลตามร่างกาย

 

ผู้ที่เกิดวันพฤหัสบดี

การงาน :  หากคุณคิดจะเริ่มต้นงานใหม่ หรือนำงานเก่ามาปรับปรุงใหม่ ก็อาจต้องเตรียมใจนิดหนึ่งว่า ต้องลุยงานหนักและเหนื่อยจนสายตัวแทบขาด เพราะอุปสรรคและปัญหาจะถาโถมเข้ามาจากทุกๆ ด้าน เพราะฉะนั้นก่อนจะรับปากหรือเซ็นสัญญากับใคร ควรพิจารณาให้ดี ไม่เช่นนั้นคุณอาจเสียเครดิต เพราะทำไม่ได้ตามที่ตกลงกัน

การเงิน : ต้องเสียเหงื่อจึงจะได้เงิน แต่วันนี้รายจ่ายคุณอาจเยอะกว่าที่ได้รับมา ก็ไม่ควรเข้าไปเกี่ยวข้องกับเงินที่ไม่ถูกต้อง

ความรัก : ด้วยไฟล์ทบังคับที่ทำให้คู่คุณต้องเป็นแฟมิลี่แมน อยู่กับครอบครัว เพราะสถานการณ์โรคโควิด-19 อาจเป็นนิมิตหมายที่ดีของการอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาครอบครัว แต่ก็คงต้องใช้เวลาปรับตัวกันเยอะหน่อย คนโสด ช่วงนี้คุณวุ่นวายกับการแก้ปัญหาเรื่องงาน จนไม่มีเวลาคิดถึงเรื่องความรัก

สุขภาพ : ควรบิ๊กคลีนนิ่งบ้านบ้าง เพื่อป้องกันสมาชิกในบ้านจากฝุ่นผง รวมถึงฝุ่นละอองขนาดเล็ก และเชื้อโรค

 

ผู้ที่เกิดวันศุกร์

การงาน :  คุณก็ยังมีผู้ใหญ่ผู้หญิงคอยช่วยเหลือสนับสนุนอยู่ วันนี้ท่านอาจชักชวนคุณให้เข้าไปร่วมงานกับธุรกิจของครอบครัวด้วย อย่างไรก็ตามคุณต้องหาข้อมูลมาประกอบการตัดสินใจ เพราะอาจมีปัญหารอให้เข้าไปแก้ไข ซึ่งมีแนวโน้มว่า น่าจะพัวพันไปอีกนาน

การเงิน : แม้จะมีผู้ใหญ่อุปถัมภ์ก็จริง แต่คุณก็ยังต้องทำงานจึงจะได้เงินมา ไม่ควรหวังรวยทางลัด ด้วยการเข้าไปยุ่งกับเงินที่ไม่ถูกต้อง

ความรัก :  อาจมีสมาชิกในบ้านอยู่กันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา เมื่อมากคนก็มากความ ระวังจะมีผู้ไม่หวังดีกระซิบกับคุณว่า คู่คุณแอบมีกิ๊ก อาจเป็นจริงหรือไม่จริงก็ได้ ต้องอาศัยการพิสูจน์ คนโสด คุณมีดวงเป็นนารีอุปถัมภ์ แต่ก็ชั่วครั้งชั่วคราวกรุบกริบๆ พอให้หายเครียดจากสถานการณ์นี้

สุขภาพ :  ไม่ควรรับประทานอาหารสุกๆ ดิบๆ หรือรสจัด เพราะอาจทำให้อาหารเป็นพิษ เกิดความเจ็บป่วยในช่องท้องและลำไส้

 

ผู้ที่เกิดวันเสาร์

การงาน  : หากคุณกำลังจะนำความรู้ หลักทฤษฏีและวิชาการ มาทำประโยชน์ให้กับสังคม เช่น เปิดมูลนิธิ หรือเปิดคลินิกรักษาผู้ป่วย ไม่ว่าจะแผนปัจจุบัน หรือแผนโบราณ วันนี้ไม่ควรไว้ใจคนสนิท หรือเพื่อนร่วมงาน เพราะเขาอาจแย่งความดีความชอบไป แล้วโยนความผิดให้คุณ จนคุณเกิดความลังเล ไม่แน่ใจ

การเงิน :  วันนี้คุณมีลาภลอย อาจได้มรดก แต่ระวังอาจทั้งเสียเงินและเสียรู้ ถูกชักดาบและเบี้ยวหนี้ หรืออาจถูกขโมยทรัพย์สิน

ความรัก : คุณอาจใช้ชีวิตหรือแต่งงานกัน เพราะผู้ใหญ่เห็นดีเห็นงาม หรือความจำเป็นทางหน้าที่การงาน เพราะฉะนั้นก็มีความเสี่ยงตลอดเวลาว่า คู่คุณอาจมีพฤติกรรมไม่น่าไว้วางใจ หรือหลอกลวงคุณ ก็ตัดสินใจให้ดี คนโสด ให้เวลากับการศึกษาทั้งทางโลกและทางธรรมดีกว่า เพราะหากมีความรักก็หนีไม่พ้นเป็นมือที่สาม หรือไม่ ก็ได้เจอผู้ชายที่ไม่มองหญิงอีก

สุขภาพ : อย่าประมาท ควรมีสติอยู่กับตัวตลอดเวลา เพราะคุณอาจก้าวพลาด ล้มทั้งยืน จนขาหรือข้อเท้าถูกของมีคมบาดจนเป็นแผล

เช็กดวงย้อนหลังได้ที่นี่

มีต่างชาติมาจีบ แต่ก็ต้องลุ้นอีกว่า มองหญิงหรือเปล่า ดูดวงรายวัน 21 มีนาคม 2563

เจ็บแล้วจำ แต่ยังไม่จบ เพราะเขากลับมาขอคืนดี ดูดวงรายวัน 22 มีนาคม 2563

ไม่ชอบขัดขืน จึงไม่ควรอยู่กันสองต่อสอง ดูดวงรายวัน 23 มีนาคม 2563

สามในสี่มีดวงเป็นนารีอุปถัมภ์ เกิดอะไรขึ้น ดูดวงรายวัน 24 มีนาคม 2563

ทำงานอยู่บ้าน

ทำงานอยู่บ้าน ระวังน้ำหนักขึ้น ลอง Fitness at home เสมือนมีเทรนเนอร์สอนข้างๆ

ทำงานอยู่บ้าน ระวังน้ำหนักขึ้น มาฟิตหุ่นคลาสออนไลน์ FITNESS AT HOME กัน 

จากประกาศมาตรการสู้ COVID-19 ที่ทำให้เกิดการปรับรูปแบบการใช้ชีวิตเพื่อความปลอดภัยและลดความเสี่ยง ด้วยวิถีใหม่กับการ Work From Home แต่การอยู่บ้านก็ไม่เป็นอุปสรรคสำหรับคนรักสุขภาพและรักการออกกำลังกายเป็นชีวิตจิตใจอย่างแน่นอน ล่าสุด ฟิตเนส เฟิรส์ท และเซเลบริตี้ ฟิตเนส ประเทศไทย เอาใจสายฟิตและสายเฟียร์ซ ที่ไม่อยากพลาดการออกกำลังกายในช่วงนี้ ให้ได้มีช่องทางและมีเวลามาร่วมสนุกสุดสตรอง

กับการออกกำลังกายรูปแบบใหม่ที่เหล่า Superstars และ Star Makers ผนึกกำลังส่งความแข็งแรงให้ถึงบ้านผ่าน Facebook Live กับ GROUP FITNESS AT HOME คลาสออกกำลังกายออนไลน์ครั้งแรกในประเทศไทย ที่จัดขึ้นเพื่อคนรักการออกกำลังกายโดยเฉพาะ จากประกาศรัฐบาลที่ขอความร่วมมือสถานประกอบการ อาทิ สถานบันเทิง ฟิตเนส ร้านอาหาร ห้างสรรพสินค้ารวมถึงศูนย์การค้า ฯลฯ ในการหยุดให้บริการเป็นการชั่วคราว เพื่อลดความเสี่ยงในสถานการณ์ COVID-19

แต่ถึงแม้จะหยุดให้บริการในสาขาต่างๆ แต่ทางฟิตเนสยังคงเดินหน้าสร้างสรรค์คลาสออกกำลังกายทาง Facebook LIVE ทันที ในรูปแบบ GROUP FITNESS AT HOME คลาสออกกำลังกายออนไลน์ครั้งแรกในประเทศไทย พร้อมส่งเหล่า Superstars และ Star Makers เทรนเนอร์มือโปรมารวมตัวกันเพื่อส่งมอบความแข็งแรงให้กับคนที่รักการออกกำลังกายเป็นชีวิตจิตใจแบบไม่มีข้อจำกัดถึงบ้าน

กับคลาสที่มาพร้อมกับความสนุกสุดสตรอง เสมือนมีเทรนเนอร์อยู่ข้างๆ สามารถทำได้ง่ายๆ ที่บ้าน ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์สายฟิตในช่วงนี้ที่ต้องดูแลทั้งสุขภาพกายให้แข็งแรง และสุขภาพใจที่เข้มแข็งสู้วิกฤตนี้ไปด้วยกัน เพราะการอยู่บ้านไม่เป็นอุปสรรค ถึงแม้จะอยู่ที่บ้านหรืออยู่ที่ไหนๆ ก็ยังคงมีสุขภาพดีได้ไร้ขีดจำกัด ไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกายเองคนเดียว กับครอบครัว หรือกับเพื่อนๆ ก็สตรองได้ แถมมีกิจกรรมที่ได้ทำร่วมกัน ชวนครอบครัวและเพื่อนๆ มาเติมความแกร่งให้กับร่างกาย กับคลาสโดนใจหลากหลายที่ให้ทุกคนมาร่วมสนุก สุดมันส์ ด้วยกัน

ซึ่งหลังจากที่ได้มีการเปิดให้บริการโปรแกรมออกกำลังกายออนไลน์ได้รับการตอบรับอย่างดีจากสมาชิกและบุคคลทั่วไปโดยมีผู้สนใจเข้าชมสูงถึง 200,000 วิว นอกจากนี้โปรแกรมทั้งหมดยังถูกนำไปแชร์บนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียของ ฟิตเนส เฟิรส์ท ในหลายประเทศทั่วโลก โดยโปรแกรมออกกำลังกายออนไลน์เฉพาะกิจนี้ให้บริการฟรีสำหรับทุกคนโดยไม่จำเป็นต้องเป็นสมาชิก

โดยโปรแกรมออกกำลังกายออนไลน์เฉพาะกิจนี้ให้บริการฟรีสำหรับทุกคนโดยไม่จำเป็นต้องเป็นสมาชิก

ทำงานอยู่บ้าน

นอกจากนี้การจัดคลาสออนไลน์เอาใจผู้รักการออกกำลังกายให้เข้าชมคลาสได้ฟรีแล้ว ในช่วงเวลานี้ทาง อีโวลูชั่น เวลส์เนสส์ (ประเทศไทย) ยังได้ขยายเวลาทำงานและเวลาทำการของ Call Center เพื่อตอบข้อซักถามของสมาชิก ในขณะเดียวกันก็ให้บริการที่ปรึกษาด้านฟิตเนสสำหรับสมาชิกด้วย โดยจะมีทีมงานติดต่อกับสมาชิกผ่านทางโทรศัพท์เพื่อเชิญชวนให้สมาชิกได้เข้ามาส่วนร่วมในการออกกำลังกายออนไลน์ อีกทั้งผู้ฝึกสอนส่วนบุคคลหรือ Personal Trainer จะติดต่อไปยังสมาชิกเพื่อให้คำแนะนำปรึกษาและกระตุ้นให้สมาชิกออกกำลังกายที่บ้านในช่วงเวลานี้

ลองเลย! คลาสออกกำลังกายรูปแบบใหม่ GROUP FITNESS AT HOME ที่ส่งตรงถึงบ้านกับคลาสมันส์ๆ โดนใจทั้งสายฟิตและสายแดนซ์ ไม่ว่าจะเป็น DNA SERIES ที่จะพาคุณเฉิดฉาย ออน เดอร์ ฟลอร์ ให้หายคิดถึง หรือจะคลายเครียดกับคลาส GENTLE FLOW YOGA ที่จะพาทุกคนมายืดเส้นสายคลายกล้ามเนื้อ รวมถึงคลาส TOUGH ที่จะช่วยให้กล้ามเนื้อ ข้อต่อ ระบบหัวใจแข็งแรง, HARDCORE MAXX, DANCE DRILL EXTERCISE

นอกจากนี้ ยังส่งคลาส PT AT HOME ที่จะมาให้คำแนะนำวิธีการออกกำลังกายอย่างถูกต้องถึงที่บ้าน และคลาสโดนใจอีกมากมายที่รอให้ทุกคนได้ร่วมแจม พบกับกิจกรรม GROUP FITNESS AT HOME ผ่านทาง Facebook Live ของทั้ง ฟิตเนส เฟิรส์ท และเซเลบริตี้ ฟิตเนส ซึ่งหลังประชาสัมพันธ์กิจกรรมนี้ผ่าน Facebook ไม่นาน ได้กระแสตอบรับเป็นอย่างดี งานนี้สาย FIT สาย FUN สาย STRONG อยู่เฉยไม่ได้แล้ว! ชวนกันเข้าร่วมคลาส พร้อมติดตามตารางคลาสออกกำลังกายและความคืบหน้าได้แล้ววันนี้ ทางเฟซบุ๊ก FitnessFirstThailand  และ CelebrityFitnessThailand

ชมตัวอย่างคลาสสุดมันส์กับ DNA FLAVOR และ PT AT HOME (CORE) แล้วมาฟิตไปด้วยกัน


ภาพ : Pexels

 

 

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ฮาวทูกักตัว 14 วัน ลดความเสี่ยง โควิด-19 เพื่อตัวเองและคนรอบข้าง

กินแล้วดี! ประโยชน์ของอาหาร 5 สี ช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน ต้าน COVID-19

ชายวัย 62 ปี ทำลายสถิติ แพลงก์ นานที่สุดในโลก 8 ชั่วโมง 15 นาที 15 วินาที!!

แชร์ 10 คำถามที่สายวิ่งอยากรู้ เช่น วิ่งทำให้ขาใหญ่จริงไหม วิ่งยังไงให้เบิร์นไขมัน

หมั่นทำทุกวัน 3 ท่าฟิตหุ่น หน้าท้องเฟิร์มสวย ตามเทรนด์หุ่นเป๊ะแบบเหล่าคนดัง

7 ข้อดีที่ได้จากการ แพลงก์ หนึ่งในท่าฟิตแอนด์เฟิร์มสุดฮิต ที่ทำง่าย ใช้เวลาน้อย

 

 

 

แบรนด์ issue Thailand

เซแต่แพ้ไม่ได้! โรจ ISSUE กัดฟันสู้ รักษาพนักงาน แม้แบรนด์เสียหายเกือบ 90%

ไม่ว่าจะเกิดวิกฤติอะไรก็ตามในโลกนี้ ก็ย่อมนำมาซึ่งผลกระทบ ซึ่งมนุษย์ทุกคนต้องเตรียมรับมือและทำความเข้าใจ แก้ไขปัญหาให้ผ่านพ้นไปให้ได้ และการเกิดโรคระบาดครั้งใหญ่ โควิด-19 ในปีนี้ ก็ถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งครั้งที่ร้ายแรงและขยายวงกว้างไปทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยด้วย

ISSUE Thailand คืออีกหนึ่งธุรกิจในอุตสาหกรรมแฟชั่น ของกลุ่มไทยดีไซเนอร์ ที่กำลังต้องเผชิญกับสถานการณ์ลูกผีลูกคน เนื่องจากความไม่ปกติของวิกฤติที่เกิดขึ้นครั้งนี้ จะถึงขั้นต้องปิดกิจการไปเลยหรือไม่ และทุกวันนี้ โรจ-ภูภวิศ กฤตพลนารา ในฐานะผู้สร้างแบรนด์ ISSUE Thailandให้เป็นที่รู้จักมากว่า 20 ปี เขามีวิธีจัดการกับพายุลูกนี้อย่างไรบ้าง Exclusive Talk เราพามาคุยกับเขากันค่ะ

เซแต่แพ้ไม่ได้! โรจ ISSUE กัดฟันสู้ รักษาพนักงาน แม้แบรนด์เสียหายเกือบ 90%

แบรนด์ issue Thailand

นับตั้งแต่ที่เริ่มเกิดการระบาดโควิด-19 ในประเทศไทย พี่โรจเจอผลกระทบอะไรบ้าง

“ก็ค่อนข้างเยอะครับ เพราะจริงๆ แล้ววันที่ 21 มีนาคมที่ผ่านมาเราจะต้องเตรียมตัวเปิดคอลเล็คชั่น Spring/Summer 2020 ซึ่งเราเตรียมพร้อมมาเรียบร้อยแล้ว ก็ต้องเลื่อนออกไป ตอนนี้ก็แก้สถานการณ์ด้วยการทำPresentation ง่ายๆ ลงในสื่อออนไลน์ ในทุกช่องทางที่เรามีไปก่อน อย่างน้อยก็ให้แฟนๆ ยังเห็นว่าเราเองไม่ได้หายไปไหน”

ถ้าจะวัดเป็นมูลค่าความเสียหาย ประมาณกี่เปอร์เซ็นคะ

“ถ้าจะให้บอกผมว่า 80-90%ได้เลยนะครับ เพราะเราไม่มีช่องทางการเปิดตัวคอลเล็คชั่นอย่างที่วางแผนไว้ ก็ไม่สามารถจัดขายได้ และสถานการณ์ตอนนี้ 3 สาขาที่เรามี ก็ปิดหมด ตอนนี้เราแทบจะไม่มีรายรับเข้ามาเลย”

ธุรกิจตอนนี้ก็ต้องประคอง แล้วในส่วนของพนักงาน ทางแบรนด์ดูแลอย่างไรบ้าง

“เรายังพยุงได้ถึงสิ้นเดือนนี้นะครับ ก็มีการตกลงคุยกับพนักงานบางส่วนแล้ว ว่าเราจะจ่ายเงินเดือนให้ครึ่งนึง ผมมีพนักงานอยู่สามสิบคน ก็ทุกคนเห็นใจและเข้าใจสถานการณ์ดี ทุกคนให้ความร่วมมือกันมากๆ”

กลุ่มไทยดีไซเนอร์ด้วยกันมีการพูดคุยปรึกษาหาแนวทางอะไรร่วมกันบ้างไหม

“คือตอนนี้ในกลุ่มไทยดีไซเนอร์ พวกเราก็เจอสถานการณ์เดียวกันหมด บางแบรนด์อาจจะได้เปิดคอลเล็คชั่นของตัวเองไปแล้ว บางแบรนด์ก็ยังไม่ได้เปิด แต่ทั้งหมดด้วยสถานการณ์ตอนนี้ ไม่ได้มีผลต่อการสร้างยอดขายสักเท่าไหร่เลยครับ เพราะห้างทุกที่ปิดหมด ตอนนี้สิ่งที่เราต้องทำคือ กลับมาดูแลหลังบ้านเรา อย่างISSUEเอง เราให้พนักงานทำงานที่บ้าน และทำประกันโควิด-19ให้พนักงานทุกคน รวมถึงเตรียมตุนอาหารให้พนักงานด้วย”

“คือต้องบอกว่า เรามีสต๊อคให้กับพนักงานเลย ทุกคนจะมีหน้ากากอนามัย เจลล้างมือ มีอาหาร ซึ่งพนักงานทุกคนสามารถมารับได้ตลอดระยะเวลาที่เกิดวิกฤตินี้ ซึ่งเราเตรียมพร้อมเอาไว้ทุกอย่าง”

แบรนด์ issue Thailand

ครั้งนี้คือหนักสุดหรือยัง

“เราเจอวิกฤติอย่างนี้ร่วมกัน ทั้งคนไทยเองและคนที่อยู่ในธุรกิจอุตสาหกรรมแฟชั่นมาหลายรอบ ซึ่งมันก็เป็นการฝึกฝนให้เราต้องร่วมมือกันพัฒนาแก้ไขและปรับตัวอยู่เสมอ อย่างตอนที่มีเรื่องการเมือง มันก็ยังเป็นเรื่องที่เกิดภายในประเทศ หรือช่วงก่อนที่มีโรคซาร์สระบาด มันก็ยังไม่หนักท่านี้ ในมุมมองของผม มองว่าครั้งนี้มันเป็นสงครามโรคของโลกเลยล่ะครับ และมันมีผลกระทบกับคนทั้งโลก วันนี้ทั้งตัวผมเองและทีมงาน รวมถึงทุกคนต้องพิจารณาและช่วยเหลือตัวเองในเบื้องต้นเท่าที่จะทำได้ ส่วนเรื่องอื่นก็คงต้องใช้เวลาในการปรับปรุงเพื่อจะรับมือกับเหตุการณ์ที่ไม่ปกติแบบนี้”

คอลเล็คชั่นใหม่ก็ไม่ได้เปิดตัวบนรันเวย์ แต่หลายคนพูดถึง Survival box ของแบรนด์เยอะมาก

“จริงๆ คอลเล็คชั่นในลักษณะนี้เราเริ่มทำมา 2-3 ซีซั่นแล้ว และมันก็มีผลตอบรับที่ดีจากแฟนๆ ISSUE  พอมาคราวนี้ผมมองว่า Survival box น่าจะตอบโจทย์ได้ สามารถให้แฟนๆ มีส่วนร่วมกับแบรนด์เรา เราตั้งใจออกแบบตั้งแต่ตัวกล่องเลย มีการใช้เทคโนโลยีAR สแกนรอบกล่องแล้วจะเกิดภาพสามมิติขึ้น ส่วนของด้านในเรามีเจลล้างมือ เสื้อยืด กระเป๋า ถุงผ้า หน้ากากอนามัย และหมวกติดFace Shield ซึ่งรายได้ส่วนหนึ่งจากการขายคอลเล็คชั่นนี้เราก็จะเอาไปสนับสนุนหาอุปกรณ์ทางการแพทย์ให้กับโรงพยาบาลรามาธิบดีด้วย ทั้งหน้ากากอนามัยที่ตอนนี้เป็นเรื่องเร่งด่วน รวมถึงชุดหมีสำหรับป้องกันการติดเชื้อ ตอนนี้ผมกำลังติดต่อหาแหล่งที่นำเข้าจากอเมริกามา ที่ได้คุณภาพจริงๆ และก็จะนำไปมอบให้กับทางโรงพยาบาลรามาฯ และโรงพยาบาลอื่นๆ ทั่วประเทศที่ต้องการ ซึ่งตอนนี้ผมตั้งเป้าไว้ที่ 500 – 1,000 ชุด

แบรนด์ issue Thailand

ไอเดียหมวกติด Face Shield มีที่มาจากไหน

“ไอเดียนี้มาจากหมวกตกปลา และISSUEเองก็มีทำหมวกที่ใช้สำหรับออกไปตกปลา เดินป่า ที่มีดีไซน์ปีกไว้ป้องกันแดดลมได้มาก่อนแล้ว ซึ่งมันเป็นเทรนด์ Double Protection ที่กำลังมาด้วย เราก็พัฒนามันมาสองซีซั่นแล้ว พอมาเจอช่วงสถานการณ์นี้ เราก็เลยพัฒนาให้มันมีหน้ากากพลาสติกมาติดไว้ด้านหน้าด้วย เพื่อป้องกันละอองต่างๆ ผมเองก็ลองใช้ดูนะ เวลาขี่จักรยาน มันก็ช่วยกันฝุ่นกันลมเข้าตาได้ และก็ยังเห็นหน้าตาชัดๆ กันอยู่ ก็คิดว่ามันก็น่าจะเวิร์ค

แบรนด์ issue Thailand

การแก้ไขสถานการณ์ในช่วงที่ห้างปิดแบบนี้ พี่โรจขายของยังไง

“ที่ผ่านมาเรามีการเตรียมความพร้อมเรื่องการทำตลาดออนไลน์มาบ้างแล้ว เรามีแอปพลิเคชั่นของตัวเอง รวมถึงแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียต่างๆ ทั้ง FB,IG ก็อยากให้ช่วยกันติดตาม และตลอดสามเดือนนี้ เราส่งสินค้าฟรีทั่วประเทศ พร้อมกับแถมเจลล้างมือหรือหน้ากากให้ไปด้วย

หลังจากที่วิกฤติครั้งนี้ผ่านไปพี่โรจมีแผนการฟื้นฟูแบรนด์ยังไงบ้าง

“ตอนนี้ผมมองว่าการดูแลบุคลากรในออฟฟิศเรา และวางแผนระยะกลางเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดมากกว่า ซึ่งต้องทำให้เป็นรูปธรรมมากขึ้นด้วย ผมก็ยึดถือหลักการทำธุรกิจให้ยั่งยืนเหมือนตามที่ในหลวงรัชกาลที่๙ ท่านเคยมีพระบรมราโชวาทเอาไว้ และคิดว่าเราต้องพึ่งพาจากภายนอกให้น้อยลง ผมว่าเป็นเรื่องที่เราต้องกลับมาฝึกเรื่องนี้กันใหม่”

แบรนด์ issue Thailand

สำหรับอุตสาหกรรมแฟชั่นถือว่ากระทบหนักไม่แพ้ธุรกิจการบิน และท่องเที่ยวเลยจริงๆ อย่างแบรนด์ H&M ล่าสุดก็ออกมาบอกแล้วว่าจะมีการพิจารณาการปลดพนักงานชั่วคราวนับหมื่นคน และที่ร้ายที่สุดอาจจะมีคนที่ตกงานถาวรด้วย ก็ได้แต่หวังว่าในส่วนของอุตสาหกรรมแฟชั่นไทยจะรอดพ้นและไปต่อได้ เพราะเชื่อว่าหลายคนก็คงผูกพันกับแบรนด์ ISSUE Thailand ไม่น้อยเลยล่ะ

เตรียมการให้ดี 4 ข้อควรระวังในงานแต่งที่บ่าวสาวต้องจดไว้

ในงานแต่งงานใครๆ ก็อยากให้ทุกอย่างออกมาเป๊ะไม่มีจุดผิดพลาด แต่ก็อาจมีเหตุไม่คาดฝันในงานแต่งงานเกิดขึ้นได้ แพรว wedding เลยมาเตือน 4 ข้อควรระวังในงานแต่ง โดยงานนี้คุณตั้ม จาก Marisa the Planner and Organizer จะมาช่วยเตือนให้ว่าที่บ่าวสาวได้ฟังว่า 4 เรื่องที่ว่านี้มีอะไรบ้าง

1. พูดยาวไป

ช่วงเช้าเป็นช่วงที่พิธีกรรมต่างๆ เยอะมากมายจึงต้องมีเจ้าพิธีที่คอยดูแลงานให้เป็นตามขั้นตอน ซึ่งก็มักดำเนินงานไปได้ด้วยดี ไม่มีอะไรน่าห่วง แต่!!! เจ้าพิธีก็ไม่สามารถควบคุมสิ่งหนึ่งได้ นั่นก็คือ เฒ่าแก่และญาติผู้ใหญ่ของบ่าวสาว หลายๆ ครั้งเฒ่าแก่หรือญาติผู้ใหญ่ของบ่าวสาวที่ต้องพูดในช่วงสู่ขอ อาจพูดเกินเลยไปนอกเรื่องนอกราว แถมนอกบทนอกสคริปต์ที่จัดเตรียมไว้ จนทำให้เสียฤกษ์แถมพิธียืดเยื้อออกไปอีก

ทางแก้ : ในกรณีที่เป็นเฒ่าแก่อาจให้พิธีกรหาจังหวะตัดบท แต่ถ้าในกรณีที่เป็นญาติผู้ใหญ่ของบ่าวสาว ก็อาจจะต้องให้คุณพ่อคุณแม่ช่วยสะกิดท่านนิดหนึ่งว่า อ่า…..ถึงเวลาอันสมควรแล้วนะ อะไรแบบนี้ แต่ถ้าบ่าวสาวยังนึกไม่ออกว่าถ้าอย่างนั้นควรพูดยังไงแค่ไหน เราก็มีบทสู่ขอ (ลิงค์) ให้บ่าวสาวสามารถนำไปให้เฒ่าแก่และญาติผู้ใหญ่ใช้ได้เลย

2. จับกบกลางงาน

ชุดสวยๆ ของเจ้าสาวที่มีชายยาวระพื้นอาจทำให้หน้าแตกกลางงานได้เพราะเดินๆ ไปก็ล้ม เดินๆ ไปก็เหยียบชายกระโปรงตัวเองหรือบางทีก็มีคนอื่นมาเหยียบจนล้มลงไปจับกบอายแขกเหรื่อนับร้อยที่อยู่ในงาน แถมทำให้ชุดเสียหายอีกต่างหาก

ทางแก้ : รับชุดมาแล้วก็ซ้อมเดินกับรองเท้าคู่จริงเสียก่อนจะได้คล่อง ถ้าเหยียบชายกระโปรงตรงไหนก็ให้สอยง่ายๆ เก็บขึ้นไป  หรือจะหาคนมาช่วยมาช่วยจับ ช่วยยกชายกระโปรงสิค่ะ ช่วยได้เยอะเลย

3. อกใหญ่เรื่องเล็ก อกเล็กเกาะอกหลุด….เป็นเรื่อง

เป็นอีกหนึ่งปัญหาที่เกิดจากชุดแต่งงานที่ถ้าพลาดไปเนี่ย ยิ่งกว่าอายเป็นล้านเท่า สำหรับสาวที่เลือกชุดแต่งงานแบบเกาะอก อาจต้องเผชิญปัญหาเกาะอกเลื่อนลงไม่ใช่เพราะอกเล็กๆ อย่างเดียว แต่น้ำหนักของชุดก็มีส่วน

ทางแก้ :  ต้องให้คนใกล้ชิดคอยสังเกตยามเลื่อนลง และบังสายตาคนอื่นยามเจ้าสาวดึงเกาะอกขึ้น และตอนลองชุดต้องมั่นใจว่าชุดรัดแน่นแล้ว และมั่นใจขึ้นอีกชั้นด้วยการใส่เกาะอกซับในไว้อีกรอบ

4. สัญญาเป็นมั่นเหมาะ

เป็นเรื่องการของยืนยันวันในกรณีที่บ่าวสาวได้ทำการเจรจาตกลงกับกลุ่มเพื่อนให้ทำอะไรให้ ไม่ว่าจะเป็นสิ่งต่างๆ ในงานแต่ง หรือโชว์ที่กลุ่มเพื่อนบอกว่าจะทำในงานแต่ง แต่ไม่มีการเตือนกัน จนลืมทำไม่ทัน

ทางแก้ : บ่าวสาวต้องไม่ลืมคอนเฟิร์มวันและย้ำเตือนกับเพื่อนของตัวเองว่างานแต่งฉันแล้วนะ ที่เธอรับปากจะทำไปถึงไหนแล้ว ไม่งั้นลำดับพิธีที่เตรียมไว้ล่มแย่

นี่ละคะ 4 ข้อที่คุณตั้ม แพลนเนอร์มืออาชีพบอกกับเราว่าเป็นข้อผิดพลาดที่มักเกิดขึ้นในงานแต่ง ซึ่งเจ้าบ่าวเจ้าสาวต้องพึงระวังเอาให้ดีเลยทีเดียว

ติดตามไอเดียและคำแนะนำดีๆ เกี่ยวกับงานแต่งงานเพิ่มเติมได้ที่นี่ คลิกเลย!

ขอบคุณข้อมูลจาก คุณตั้ม Marisa Planner
ภาพเปิด : www.walldevil.com

“Post Wedding Blues” ซึมเศร้า หลังแต่งงาน เรื่องซีเรียสที่เจ้าสาวต้องรู้

รู้หรือไม่ว่าอาการ ซึมเศร้า หลังแต่งงาน มีอยู่จริง และสามารถบ่อนทำลายสุขภาพร่างกายและจิตใจของคู่แต่งงานใหม่ได้มากกว่าที่คุณคิด รู้ไว้ก่อนเพื่อป้องกันแต่เนิ่นๆดีกว่า

Post Wedding Blues ซึมเศร้า หลังแต่งงาน บ่าวสาวควรรู้และเตรียมรับมือ

ห๊ะ? อะไรนะ? มีอาการอะไรแบบนี้ด้วยหรือเนี่ย? …ใช่ค่ะ เราบอกเลยว่าอาการ ซึมเศร้า หลังแต่งงาน เป็นอาการที่มีอยู่จริง มีคนมากมายต้องตกอยู่ในสภาวะนี้จริงๆ เหมือนอาการซึมเศร้าหลังคลอด อาจจะเป็นอะไรที่ว่าที่เจ้าสาวส่วนใหญ่คาดไม่ถึงและอาจจะยังไม่คิดว่าจะเกิดขึ้นกับตัวเอง แต่เราแนะนำว่าเรื่องแบบนี้รู้ไว้ดีกว่าแก้ เราก็เลยรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับเจ้าอาการซึมเศร้าหลังแต่งงานนี้มาให้เหล่าว่าที่เจ้าสาวลองศึกษาดูและป้องกันตัวเองแต่เนิ่นๆ เพื่อชีวิตคู่ที่แข็งแรงหลังแต่งงานค่ะ

ซึมเศร้า
Photo by IG @avamariaphoto

อาการซึมเศร้าหลังแต่งงานเกิดจากอะไร

อาการนี้ ภาษาอังกฤษเรียกว่า post wedding blues ซึ่งสาเหตุนั้นหลากหลายมากมายและแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล แต่รวมๆ แล้วเกิดจากสภาวะการเปลี่ยนแปลงของไลฟ์สไตล์อย่างเฉียบพลันของเจ้าสาว ทั้งช่วงก่อนงานแต่งงานและหลังงานแต่งงาน คิดดูสิคะ…ช่วงเตรียมงานแต่ง เราตื่นเต้นและรู้สึกกระฉับกระเฉงเพราะทุกเรื่องเป็นเรื่องใหม่และเป็นครั้งแรกของเรา ช่วงเวลานั้นผู้คนมากมายจะมาห้อมล้อมเพื่อแสดงความยินดี เป็นช่วงเวลาที่เพื่อนๆ ที่เรารัก และญาติๆ ที่ไม่ได้เจอกันมานานมาพบปะกัน เต็มเปี่ยมด้วยความสุขเหลือล้น แต่แล้วจู่ๆ หลังงานแต่งงานเสร็จสิ้นไป…สิ่งเหล่านี้หายไปจากชีวิตภายในวันเดียว หลายคนต้องย้ายออกจากอ้อมอกคุณพ่อคุณแม่ไปอยู่บ้านสามีเป็นครั้งแรก ยิ่งถ้าหากคุณทั้งสองไม่เคยอยู่ด้วยกันมาก่อน การอยู่ด้วยกันครั้งแรกอาจจะนำพาประสบการณ์ไม่คาดฝันหลายๆ เรื่องให้คุณผู้หญิงต้องเซอร์ไพรส์ในทางที่ไม่ดี การเปลี่ยนแปลงอย่างเฉียบพลันนี่เองเป็นสาเหตุหลักของการซึมเศร้าหลังแต่งงานค่ะ

อาการที่บ่งบอกว่าเราตกอยู่ในภาวะ ซึมเศร้าหลังแต่งงาน

  • รู้สึกเบื่อไปหมด ไม่เอนจอยแม้กระทั่งกิจกรรมที่เราเคยชอบ
  • ไม่อยากพบเจอผู้คน อยากปลีกตัวออกมาอยู่คนเดียว
  • หรืออารมณ์ฉุนเฉียวง่าย ชวนทะเลาะ หงุดหงิดบ่อยๆ
  • นอนมากเกินไป หรือนอนไม่หลับเลย
  • กินน้อยลง หรือกินมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ซึมเศร้า
Photo by Kayla Coleman Photography

วิธีจัดการกับอาการซึมเศร้าหลังแต่งงาน

1. ก่อนอื่น ทำความเข้าใจกับการเปลี่ยนแปลง

เริ่มตั้งแต่ก่อนวันแต่งงานเลยค่ะ เราต้องเข้าใจว่า วันแต่งงานเป็นแค่พิธีการที่จะเริ่มต้นพาเราเข้าสู่ ชีวิตคู่ แทนที่จะสนใจเพียงแต่การจัดงานให้เพอร์เฟ็คสมใจ อย่าลืมคิดถึงว่าหลังวันแต่งงานแล้วเราวางแผนชีวิตตัวเองยังไงด้วยนะคะ และจะยิ่งดีหากคุณแชร์การวางแผนนี้ร่วมกับคู่รักของคุณ ลองหาแผนการใหม่ๆ หลังแต่งงานให้ชีวิตมีเป้าหมายตลอดเวลา เช่น แพลนซื้อบ้านใหม่ แพลนทริปไปเที่ยวด้วยกัน เป็นต้น

2. ไม่อายที่จะขอคำปรึกษาจากแพทย์

หากรู้สึกว่าอาการที่เป็นอยู่ของเราเริ่มควบคุมไม่ได้ หรือเริ่มส่งผลกระทบกับชีวิตด้านอื่นๆ เช่น การทำงาน อย่าอายที่จะเดินไปขอนัดพบจิตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ อย่าคิดว่าการไปพบจิตแพทย์แล้วใครจะมองว่าเราเป็นบ้าหรือมีความผิดปกติทางจิต เพราะที่จริงแล้วจิตแพทย์สามารถช่วยให้คำแนะนำเพื่อลดความเครียดและปรับแก้อาการที่เป็นสภาวะชั่วคราวเหล่านี้ได้ด้วยเช่นกัน ในทางตรงกันข้าม ยิ่งปล่อยให้ตัวเองเครียดนานเท่าไร การเข้าไปพบจิตแพทย์ก็จะยิ่งทำให้ต้องใช้เวลาในการรักษานานกว่าเดิมด้วยค่ะ

3. ปรับตัวเข้าหาคู่รักของคุณ

เพราะชีวิตคู่ไม่ได้ประกอบด้วยคนๆ เดียว จริงไหมคะ? ลองเปิดใจคุยกับคู่รักของเราเกี่ยวกับอาการที่เราเป็นอยู่เพื่อหาทางแก้ไขร่วมกัน บอกเล่าอย่างเปิดใจถึงปัญหาเกี่ยวกับความสัมพันธ์หรือความยากลำบากในการต้องเผชิญกับสิ่งใหม่ๆ (เช่น บ้านใหม่ ครอบครัวใหม่ การย้ายเข้ามาอยู่ด้วยกันครั้งแรก) โดยโฟกัสที่การร่วมกันแก้ปัญหา ไม่ใช่การชวนทะเลาะหรือการเรียกร้องให้เขาปรับตัวเข้ามาหาเราแต่ฝ่ายเดียวค่ะ

4. หาโอกาสออกไปพบปะเพื่อนๆ และครอบครัว

คู่รักส่วนใหญ่ที่เริ่มอยู่ด้วยกันใหม่ๆ อาจจะใช้เวลาอยู่ด้วยกันตลอดจนบางทีเหมือนใช้เวลาอยู่ด้วยกันมากเกินไป แต่เหล่าผู้เชี่ยวชาญด้านการให้คำปรึกษาเกี่ยวกับชีวิตคู่ต่างก็แนะนำว่าคู่รักควรจะมีเวลาส่วนตัวที่ห่างจากกันและกันบ้าง ซึ่งกลับจะยิ่งทำให้ความสัมพันธ์ของเราแข็งแกร่งขึ้นด้วย ใน 1 อาทิตย์ ลองหาเวลาซัก 1-2 วัน ที่เราจะออกไปทานข้าวกับกลุ่มเพื่อนเก่า หรือกลับบ้านไปหาครอบครัวบ้าง จะช่วยลดความเครียดได้เป็นอย่างดีค่ะ

ซึมเศร้า
Photographer: Peyton Rainey

สุดท้ายนี้ อยากให้ว่าที่เจ้าสาวทั้งหลายคำนึงถึงคนข้างๆของเราให้มากๆเข้าไว้นะคะ อย่าใส่ใจกับความต้องการของเราอย่างเดียวจนลืมดูแลความสัมพันธ์ของเราล่ะ อะไรที่ปรับเข้าหากันได้คนละครึ่งทางก็ลองปรับเข้าหากันดู เพื่อชีวิตคู่ที่ยั่งยืนของคุณและคู่รักค่ะ

>> อ่านเรื่องราวเกี่ยวกับการใช้ชีวิตคู่เพิ่มเติมได้ที่นี่อีกเพียบ คลิกเลย <<

credit story: theknot.com , vogue.com