บิลลี่-ภัทรชนน

นักแสดงและศิลปินไทย บิลลี่-ภัทรชนน ผู้เคยปฏิเสธโอกาสจากวงการบันเทิงเกาหลี

บิลลี่-ภัทรชนน
บิลลี่-ภัทรชนน

 นักแสดงและศิลปินไทย บิลลี่-ภัทรชนน อ่อนสอาด เด็กออดิชั่นค่ายเพลงดัง “คิวเอ็นเตอร์เทนเม้นท์” ผู้เคยปฏิเสธโอกาสจากวงการบันเทิงเกาหลี

ต้องยอมรับว่าเด็กไทยหลายคนในตอนนี้ฝันถึงวงการบันเทิงเกาหลี จากกระแสความนิยมเคป็อปที่เพิ่มขึ้น รวมถึงมีต้นแบบรุ่นพี่ศิลปินไทยที่ดีและสำเร็จกับเส้นทางนี้ทำให้มีน้องๆ ที่อยากจะก้าวเดินตามความฝันในเส้นทางนี้อีกหลายคน เช่นเดียวกับ “บิลลี่-ภัทรชนน อ่อนสอาด” หนุ่มหน้าใสผู้รักและชื่นชอบการเต้น เขามีโอกาสได้ออดิชั่นกับค่ายเพลงเกาหลี ซึ่งความทุ่มเทและความพยายามทำให้เขาได้รับข้อเสนอจากค่ายเพลงดัง แต่ด้วยเหตุผลบางประการทำให้หนุ่มคนนี้ไม่สามารถรับข้อเสนอได้ แต่วันนี้เขาพร้อมที่จะกลับมาทำตามฝันอีกครั้งในฐานะนักแสดงและนักร้องจากค่ายเพลง “ไอม่า อินเตอร์”

ซึ่งเมื่อไม่นานมานี้ “บิลลี่” ได้เดินทางมาพบกับ “แพรวดอทคอม” ถึงออฟฟิศ เราจึงมีโอกาสสัมภาษณ์หนุ่มหล่อคนนี้ในหลายแง่มุม ซึ่งจะมีเรื่องอะไรบ้างนั้นไปติดตามกันเลยดีกว่าค่ะ

รู้หรือเปล่าว่าที่มาของชื่อ “บิลลี่” คืออะไร?

“ชื่อจริง “ภัทรชนน” หมายถึง “ผู้ที่เกิดในที่ที่ดีงาม ผู้ที่เกิดในสถานที่ที่มีแต่ความสุขมีแต่สิ่งดีๆ อยู่รอบกาย” ส่วนชื่อเล่น “บิลลี่” คือช่วงนั้นพี่ “บิลลี่ โอแกน” ดัง (หัวเราะ) คุณพ่ออยากได้ชื่อที่ดูอินเตอร์หน่อยก็เลยได้เป็นชื่อนี้มา”

บิลลี่-ภัทรชนน

ผลงานของ “บิลลี่” : ละครเรื่อง “สิงหะ นาคะ” และ “Hotel Stars สูตรรักนักการโรงแรม” ทางช่อง 3 และ “หลงเงา” ทางช่อง พีพีทีวี

เกิดและเติบโตที่ไหน?

“ผมเป็นคนต่างจังหวัดเกิดที่นครสวรรค์ครับ หนุ่มเหนือตอนล่างหนุ่มกลางตอนบน ครอบครัวประกอบอาชีพเกี่ยวกับเทควันโด้และสนามยิงปืน ซึ่งผมก็ได้รับอิทธิพลมาคือครอบครัวสอนให้เล่น เดินสายแข่งขันตั้งแต่อายุ 5 ขวบเลย”

จากความฝันการเป็นนักบินมาสู่เส้นทางการแสดงได้อย่างไร?

“ตอนเด็กๆ ผมฝันว่าอยากเป็นนักบินอวกาศ พอโตขึ้นมาหน่อยน่าจะไปอวกาศไม่ไหวก็เลยมุ่งมาที่การเป็นนักบินแทน จึงได้เลือกเรียนคณะที่เกี่ยวกับการบินและต่อยอดเป็นนักบินได้ (ภาควิชาการบินและอวกาศ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์) เส้นทางวงการบันเทิงของผมน่าจะเริ่มต้นตอนปี 1 ด้วยการเดินสายแคสติ้งโฆษณา จำได้ว่างานชิ้นแรกคือโฆษณาพิซซ่า ตอนนั้นได้ค่าตัวที่ถือว่าเยอะเลยประมาณ 5 หมื่นบาท จากนั้นก็เริ่มงานด้านละคร โดยเรื่องแรกคือ “สิงหะ นาคะ” ออกอากาศทางช่อง 3 อยู่ในสังกัดของ “พี่ปิ๊ก-ฌานฉลาด”

ตกหลุมรักงานแสดงเพราะอะไร?

“คือผมรู้สึกว่าการมาทำงานทางด้านละครหรือซีรีส์มันเหมือนกับการผจญภัย เพราะปกติแล้วชีวิตของเราคงไม่ได้เจอเหตุการณ์อะไรแบบนี้ เช่นฉากแอ็คชั่น การเสี่ยงอันตรายไปช่วยใครสักคนหนึ่ง เพราะถ้าเป็นชีวิตจริงเราก็คงโทรเรียกเจ้าหน้าที่ตำรวจ เราได้ทำในสิ่งที่ไม่เคยทำมาก่อนก็เลยทำให้หลงรักในงานแสดงมากขึ้น”

บิลลี่-ภัทรชนน

นอกจากงานถ่ายโฆษณาและงานแสดงแล้ว เห็นว่ามีความสามารถทางด้านการเต้นด้วย?

“ใช่ครับผมถนัดร้องและเต้นมาตั้งแต่เด็กๆ แล้ว แรงบันดาลใจในการเต้นของผมก็คือ พี่กอล์ฟ-พี่ไมค์ ด้วยความที่ว่าเห็นเขาเต้นเท่ก็เลยทำให้ผมหลงใหลในการเต้น ด้วยความที่เราเป็นนักกีฬาเทควันโด้ที่ต้องใช้ศิลปะสื่อสารทางร่างกายมันก็เป็นแขนงเดียวกับการเต้นด้วย จะสื่อสารท่าเต้นออกมาทางร่างกาย หลังจากนั้นด้วยความชื่นชอบก็เลยฝึกมาตลอด อย่างในละครเรื่อง “หลงเงา” ก็ได้ใช้ในการถ่ายทำด้วย”

เห็นว่ารักการเต้นจนได้ออดิชั่นกับค่ายเพลงเกาหลี (คิวเอ็นเตอร์เทนเม้นท์) เขายื่นข้อเสนอให้แต่บิลลี่เองที่ปฏิเสธ เคยเสียดายโอกาสนี้บ้างไหม?

“คือตอนนั้นผมได้มีโอกาสไปออดิชั่น ผมเองก็ไม่คิดว่าจะได้ แต่เพราะเรียนหนักบวกกับตอนนั้นผมเองก็อยากเป็นนักบินมากก็เลยตัดสินใจขอเรียนก่อน เลยพับโปรเจ็กต์ทางด้านการเป็นศิลปินไว้ เพราะตอนนั้นเราไม่ได้อยากเป็นมาก ยอมรับว่าเสียดายโอกาสเหมือนกัน แต่ก็ต้องยอมรับในสิ่งที่ตัดสินใจไป แต่พอตอนนี้เรียนจบแล้วก็อยากที่จะกลับมาสานฝันตรงนี้อีกครั้ง”

แต่ล่าสุดก็กลายเป็นศิลปินบอยแบนด์ไปแล้ว?

“ครับ พอดีว่าทาง “ไอม่า อินเตอร์” เขาได้เปิดโอกาสให้กับเด็กๆ ที่รักการเต้น รักการร้อง เลยเปิดโปรเจ็กต์ศิลปินหน้าใหม่ “ไอม่า บอยส์” ซึ่งผมก็ได้ร่วมออดิชั่นและเป็นหนึ่งในนั้นด้วย เป็นศิลปินกลุ่ม 5 คน ผมเป็นลีดเดอร์ของวง ตอนนี้ก็กำลังฝึกฝนและพัฒนาศักยภาพด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการร้อง แอ็คติ้ง เดินแบบ ฯลฯ ทุกวันนี้ก็ฝึกกันหนักมากครับ ซ้อมกันตั้งแต่ 10 โมงถึง 4 ทุ่มเพื่อให้ออกมาดีที่สุด ตอนนี้ก็ได้เป็นศิลปินกลุ่มแรกของ “ไอม่า อินเตอร์”

ไอม่า บอยส์

ตอนนี้มีความรักไหม?

“มีแต่รักครอบครัวครับ ผมไม่มีเวลาที่จะโฟกัสเรื่องนี้เลย เพราะอย่างถ่ายละครก็ต้องใช้คิว 4 วัน วันที่เหลือก็มาซ้อมเต้นและร้องกับเพื่อนๆ “ไอม่า บอยส์” คือปกติแล้วผมไม่ได้เป็นคนที่ชอบเข้าหาคนหรือจีบก่อน คือถ้าไม่ชอบจริงๆ หรือไม่พร้อมที่จะมีเวลาเทคแคร์เขาได้อย่างเต็มที่ ผมก็จะไม่เข้าไปเพราะรู้แล้วว่าถ้าเข้าไปแล้วทำให้เขามีความสุขไม่ได้ก็อย่าดีกว่า ให้เขาไปเจอคนที่มีเวลาให้เขาได้เต็มที่ สามารถอยู่กับเขาได้ยามทุกข์และยามสุขจะดีกว่า”

หล่อๆ แบบนี้เคยถูกปฏิเสธเรื่องความรักบ้างหรือเปล่า?

“มีสิครับ (หัวเราะ) ประมาณ 2 ครั้ง ตอนมัธยมปลายกับมหาวิทยาลัย”

สุดท้ายบิลลี่อยากแชร์ช่วงเวลาพิเศษอะไรบ้างไหม?

“ผมมีพี่ๆ แฟนคลับที่ติดตามกันอยู่เป็นประจำ หลังจากผ่านไปในช่วงระยะเวลาหนึ่งเขาก็ได้รวมตัวจัดงานใหญ่ ซึ่งเป็นวันที่พี่ๆ มาเยอะมาก มันทำให้เราได้รู้สึกถึงพลังความรักความหวังดีที่พวกเขาส่งมา มันเป็นสิ่งที่ดีมากๆ เป็นโมเม้นต์ที่ผมรู้สึกว่าในชีวิตหาได้ยากมากที่จะมีคนรักเราขนาดนี้ในตัวตนที่เราเป็น ซึ่งตอนนั้นเรายังไม่มีผลงานอะไรเลย แต่ทุกคนก็รักเรามากขนาดนี้”

บิลลี่-ภัทรชนน


 

keyboard_arrow_up