ศัลยกรรม ใบหน้า

เหมือนคนละคน! มิกิชิ หญิงสาวญี่ปุ่นวัย 25 เผยใบหน้าจริงก่อนศัลยกรรม เพราะถูกบูลลี่

มิกิชิ หญิงสาวชาวญี่ปุ่นวัย 25 ปี ได้รับความสนใจอย่างมากบนโลกโซเชียล หลังจากที่เธอเปิดเผยใบหน้าที่แท้จริงในอดีตของเธอก่อนศัลยกรรมบนทวิตเตอร์ ซึ่งก็เรียกเสียงฮือฮาจากชาวเน็ตได้มาก เพราะใบหน้าของเธอก่อนและหลังศัลยกรรมต่างกันมาก!!

โดยจุดเริ่มต้นการทำศัลยธรรมนั้น เธอบอกกับ SPA! นิตยสารของญี่ปุ่นว่า ในสมัยมัธยมต้น เธอเคยเปรยกับเพื่อนสนิทคนหนึ่งว่าเธอมีความใฝ่ฝันว่าอยากเป็นนางแบบ แต่เพื่อนของเธอกลับนำเรื่องนี้ไปบอกกับคนอื่นๆ จนเธอถูกล้อเลียนอย่างหนัก เพราะแม้แต่เพื่อนสนิทที่เธอไว้ใจ ยังกล่าวคำพูดทิ่มแทงใจว่า “เธอเคยส่องกระจกมองตัวเองบ้างหรือเปล่า”

ซึ่งในก่อนหน้านั้น เธอไม่เคยคิดว่ารูปลักษณ์ของเธอมีปัญหา ก็คิดว่าปกติเหมือนคนอื่นทั่วไป แต่เหตุการณ์ที่เพื่อนสนิทเอาเรื่องที่เธอบอกไปป่าวประกาศกับคนอื่น ทำให้เธออับอายกับรูปลักษณ์ของตัวเอง เพราะคิดว่าน่าเกลียด และไม่เคยพูดเรื่องความฝันที่อยากเป็นนางแบบอีกเลย โดยหลังจากเกิดเรื่อง เวลาที่เธอมองไปรอบๆ เห็นผู้หญิงคนอื่นๆ เธอจะคิดว่าทุกคนน่ารักกว่าเธอ ซึ่งมันทำให้เธอรู้สึกแย่มาก จนเหมือนเป็นคนหมกหมุ่น โฟกัสแต่เรื่องรูปลักษณ์ของตัวเอง

เธอยังบอกอีกว่า “ฉันเกลียดใบหน้าตัวเองมาก จนไม่อยากให้ใครเห็นหน้าที่แท้จริงของฉัน ฉันจึงให้พ่อแม่ขับรถมารับที่โรงเรียน แทนที่จะมาด้วยตัวเอง” นอกจากนั้น อารมณ์ของเธอก็ไม่มั่นคง บางครั้งน้ำตาก็ไหลออกมาเองในระหว่างเรียน จนเธอคิดว่าคงใช้ชีวิตแบบนี้ต่อไปไม่ได้แน่ๆ จนเมื่อฉันเรียนจบการศึกษาระดับชั้นมัธยมปลาย เธอจึงเลือกตัดความสัมพันธ์กับเพื่อนสนิท และไปสารภาพกับแม่ว่าอยากทำศัลยกรรมทันทีที่เรียนจบ

ซึ่งแม่ของเธอเห็นว่าลูกสาวมีสภาพจิตใจย่ำแย่จากการถูกบูลลี่ในเรื่องของรูปลักษณ์ แม่ของมิชิกิจึงยอมจ่ายเงินเพื่อให้เธอได้ทำศัลยกรรมอย่างที่ต้องการ ไม่กี่วันหลังจากเรียนจบการศึกษาระดับชั้นมัธยมปลาย เธอมุ่งหน้าไปยังคลินิกศัลยกรรมเพื่อเข้ารับการผ่าตัดดวงตาเต็มรูปแบบ

แต่หลังการผ่าตัดศัลยกรรมครั้งแรกผ่านไป ดูเหมือนกลับทำให้ทุกสิ่งแย่ลง เพราะคิดว่าแล้วคนอื่นจะมองเธออย่างไร เมื่อเธอดูเปลี่ยนไป และถ้าเธอยังไม่สวยมากพอ ดังนั้น เธอจึงไม่เคยก้าวออกจากบ้านเลยเป็นเวลา 3 เดือน และอยู่ในภาวะซึมเศร้า โชคดีที่ครอบครัวของเธอคือกำลังใจอย่างดีที่ช่วยให้เธอผ่านเรื่องนี้มาได้ และเธอเริ่มเข้าสังคมใหม่อีกครั้งหลังจากได้รับงานพาร์ทไทม์ที่สำนักงานรัฐบาลแห่งหนึ่ง

ซึ่งตอนนั้น เธอเองก็ยังไม่มั่นใจในรูปลักษณ์หน้าตาของเธออยู่ดี เธอจึงหันไปทำศัลยกรรมเพิ่ม ทั้งเสริมคาง เสริมจมูก ทำตามากขึ้น จนถึงปัจจุบัน เธอทำการผ่าตัดใหญ่ทั้งหมดรวม 4 ครั้ง คิดเป็นเงินมูลค่ากว่า 4 ล้านเยน หรือประมาณ 1.2 ล้านบาท รวมถึงขั้นตอนการดูแลรักษาหลังจากนั้นอีกด้วย และเธอยอมรับว่ามันเป็นเงินจำนวนมาก แต่เธอบอกว่ามันคุ้มค่า เพราะสิ่งนี้ได้เปลี่ยนชีวิตเธอให้มีความสุขและมั่นใจขึ้น

เพราะเธอเคยส่องกระจกและคิดว่า “ใบหน้านี้ไม่สวยพอ” เธอคิดว่ากระโปรงและส้นสูงเหมาะกับผู้หญิงสวย ซึ่งนั่นไม่ใช่เธอ แต่ทุกวันนี้เธอรู้สึกมั่นใจที่ได้ลองสวมใส่เสื้อผ้าที่เธอไม่เคยกล้าลอง มีเสื้อผ้าบางแบรนด์ที่เธอชอบมาก และทุกวันนี้เธอกล้าที่จะใส่มันแล้ว

และถึงแม้ครอบครัวของเธอจะช่วยเรื่องเงินในการไปทำศัลยกรรม แต่นั่นไม่ใช่ทั้งหมด เพราะเธอยังต้องกู้เงินเพิ่มด้วย แต่เธอบอกว่า เธอชอบที่จะเป็นหนี้มากกว่าที่จะต้องทนทุกข์กับการสูญเสียความนับถือตัวเองไป ตอนนี้เธอต้องการช่วยคนอื่นให้มีชีวิตที่ดีขึ้นเหมือนกับเธอ นั่นเป็นเหตุผลให้เธอเปิดบริษัทที่ชื่อว่า Popelka เพื่อให้คำปรึกษาด้านการทำศัลยกรรม การแนะนำโรงพยาบาล การหาเงินทุน รวมไปถึงการสนับสนุนเมื่อต้องเดินทางออกไปทำศัลยกรรมนอกประเทศญี่ปุ่น

โดยหลังจากที่เธอได้แบ่งปันเรื่องราวการศัลยกรรมของเธอบนทวิตเตอร์ ก็ได้กลายเป็นกระแสอย่างมาก ทำให้พบว่ามีเด็กผู้หญิงมากมายที่ประสบปัญหาเช่นเดียวกับเธอเหมือนกัน

เหมือนคนละคน! มิกิชิ หญิงสาวญี่ปุ่นวัย 25 เผยใบหน้าจริงก่อนศัลยกรรม เพราะถูกบูลลี่

   


ข้อมูล : odditycentral

 

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

สวยคม! เมคอัพอาร์ติสต์แปลงโฉม ‘น้องเนย’ เด็กสาวไลฟ์สดขายสบู่ หลังถูกบูลลี่

สวยหรือสยอง! แฟชั่นต่อขนจมูก จากขนตาปลอม เทรนด์นี้เคยฮิต มีใครลองทำแล้วบ้าง

ทรงผมทําเองง่ายๆ ลุคคุณหนูแค่ 6 สเต็ปเกล้าผมฟุ้งๆ สวยหวานสไตล์ทรงฮิตคนดัง

 

 

ต่อ-ธนภพ ลีรัตนขจร

การพัฒนาและเติบโตขึ้นอีกก้าวของนักแสดงหนุ่มที่ชื่อ ต่อ-ธนภพ ลีรัตนขจร

การพัฒนาและเติบโตขึ้นอีกก้าวของ นักแสดงหนุ่มฝีมือคุณภาพ ต่อ-ธนภพ ลีรัตนขจร ที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและตั้งใจ

 ต่อ-ธนภพ ลีรัตนขจร

ถ้าพูดถึง ต่อ-ธนภพ ลีรัตนขจร ในวันวานคนอาจจะนึกถึงเขาในฐานะนักแสดงวัยรุ่นคนหนึ่ง แต่หลังจากที่ได้สั่งสมประสบการณ์ในฐานะนักแสดงมานานหลายปี ก็ทำให้เราได้เห็นถึงความพิเศษที่ซ่อนอยู่ผ่านหลายบทบาท ที่ผู้ชมสามารถจดจำเขาได้อย่างแม่นยำ ไม่ว่าจะเป็น บทเด็กออทิสติก “ยิม” ในซีรีส์ “Side by Side พี่น้องลูกขนไก่” , “อี้” ในเรื่อง “เลือดข้นคนจาง”, “ศิลา” ในละครเรื่อง “หัวใจศิลา” และล่าสุด “ทิชงค์” ในเรื่อง “ขอเกิดใหม่ใกล้ๆ เธอ” ประกบคู่กับ นางเอกที่เรียกได้ว่าเป็นดราม่าควีนของวงการบันเทิงเมืองไทย “แอฟ-ทักษอร ภักดิ์สุขเจริญ

จากการเก็บเกี่ยวประสบการณ์มาตลอด ทำให้ผู้ชมได้เห็นพัฒนาการและการเติบโตบทเส้นทางแสดงของหนุ่มคนนี้มากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะในผลงานล่าสุด “ขอเกิดใหม่ใกล้ๆ เธอ”  ถือเป็นการเปิดโลกทางการแสดงอีกขั้น เพราะนอกจากบทที่ได้รับจะสดใหม่ไม่เหมือนใครแล้ว หนุ่มต่อยังบอกกับ “แพรวดอทคอม” อีกว่า เขาได้เรียนรู้อีกหลายอย่างเพิ่มมากขึ้นด้วย

 ต่อ-ธนภพ ลีรัตนขจร

เป็นอย่างไรบ้างสำหรับกระแสตอบรับจากผลงานเรื่องล่าสุด?

“ตอนที่ถ่ายทำอยู่รู้สึกกดดันมากครับ เพราะแรงคาดหวังมันเยอะกว่าที่เราคิด ซึ่งพอผลงานออกอากาศ ถามว่าโล่งใจไหมมันก็โล่งใจ แต่มันเป็นแค่ส่วนเดียว แต่สมัยนี้การเปิดมาดีมันไม่ได้การันตีอะไรเลย”

การทำงานในเรื่องนี้เป็นอย่างไรบ้าง?

“สำหรับการทำงานจริงๆ ในทุกเรื่องมันมีความยากหมด โดยในส่วนที่ผมรู้สึกว่ายากของเรื่องนี้ก็เพราะมันมีความเป็นแฟนตาซี มันเลยยาก เพราะผมเป็นคนที่ใช้เหตุและผลในการเล่นละครมากๆ แต่พอมาเป็นละครแนวนี้มันใช้ไม่ได้เลย ดังนั้นอะไรที่มันขัดต่อทัศนคติเรา มันก็เลยทำให้ยาก ซึ่งเราต้องแก้ไขด้วยการเปิดใจกว้างๆ”

ในเรื่องนี้ต้องประกบคู่กับพี่แอฟด้วย ความรู้สึกที่ได้ร่วมงานกัน มันเหมือนหรือแตกต่างจากภาพที่เราเคยคิดไว้ไหม?

“แตกต่างครับ เพราะตอนแรกคิดว่าน่าจะเป็นการทำงานที่เราคงไม่ได้คุยอะไรกัน คิดว่าเขาน่าจะเป็นนักแสดงที่เงียบๆ แต่พอได้ร่วมงานกัน ดีกว่าที่คิดมากๆ เลยครับ  ผมกับพี่แอฟคุยกันบ่อยและเยอะมาก”

แอฟ ทักษอร

ประสบการณ์ใหม่ๆ ที่ได้รับหลังจากที่ร่วมงานกับพี่แอฟ?

“สิ่งที่ผมได้เรียนรู้จากพี่แอฟก็คือ นักแสดงที่เรียกว่าเทพไม่มีอยู่จริง! ตอนแรกผมมองว่าพี่แอฟเป็นนักแสดงที่โคตรเก่งเลย แต่!ไม่ใช่เขาไม่เก่งนะ เพียงแต่คนที่เราคิดว่าเก่งขนาดนี้ เขายังกล้าพูดว่าเขากลัวสนิมขึ้น เพราะไม่ได้เล่นละครมา 8 ปี  มันเลยทำให้เรียนรู้ มันเป็นสัจธรรม การที่คนเราไม่ได้ทำอะไรนาน มันก็มีความกังวลได้ ผมไม่คิดว่าผมจะได้เห็นพี่แอฟในมุมที่รู้สึกกลัว รู้สึกไม่มั่นใจกับการแสดง ซึ่งนี่มันทำให้เราได้เห็นถึงความเป็นมนุษย์มากๆ ผมเลยรู้สึกว่าเป็นเรื่องที่น่าสนใจและย้ำเตือนใจเราอยู่เหมือนกัน”

“จริงๆ ผมเองก็เคยเกิดปัญหาเหมือนกับพี่แอเหมือนกัน มีช่วงหนึ่งผมหายจากการเล่นละครไปเลยประมาณเกือบ 1 ปี ซึ่งพอผมกลับมาเล่น การแสดงของผมมันถดถอยแบบชนิดที่เรียกว่าวิกฤต นั่นทำให้ผมได้รู้ว่า ต่อให้เราจะบอกว่าเราเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านนี้ แต่ถ้าห่างหายไปนาน ไม่มีทางหรอกที่คุณกลับมาแล้วชำนาญเท่าเดิม มันต้องใช้เวลาฟื้นฟูเยอะมากๆ ซึ่งผมดีใจที่พี่แอสามารถทำได้ และทำได้ดีมากๆ”

ในฐานะพาร์ทเนอร์ ต่อได้ให้กำลังใจพี่แอฟยังไงบ้าง?

“ก็ทำให้พี่เขาคลายกังวล ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเป็นการพูดกันตรงๆ มากกว่า  ซึ่งผมบอกกับพี่แอฟว่าเราอยู่ฝ่ายพี่ พี่ไม่ต้องกังวล เพราะเราคือทีมเดียวกัน ขออย่างเดียวว่าถ้าผมเชื่อใจพี่ พี่ต้องเชื่อใจผมเหมือนกัน”

อีกหนึ่งฉากที่เป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์หนีไม่พ้นฉากถอดเสื้อ เวลาที่มีคนพูดถึงรูปร่างเราเยอะๆ แบบนี้รู้สึกอย่างไรบ้าง?

“รู้สึกภูมิใจ แต่ก็เขินมากกว่า ดีใจที่มันถูกใจหลายคน เพราะผมเองก็เตรียมตัวมาพอสมควร มันไม่ใช่แค่การเตรียมตัวก่อนที่จะถ่ายเท่านั้น เพราะหลังจากที่ผมได้อ่านบทและรู้ว่าจะต้องมีถ่าย ผมก็ต้องคำนวณเวลาเพื่อที่จะออกกำลังกาย เพื่อให้รูปร่างออกมาให้แบบที่เราต้องการ”

“ผมรู้สึกว่าหุ่นเป็นเรื่องที่คุมยากมาก เพราะมันไม่ใช่วันหรือสองวันแล้วจะเห็นผลเลย ถ้าสังเกตจะเห็นว่าหุ่นของผมในเรื่องนี้เปลี่ยนไปจากทุกเรื่องที่ผมเคยแสดงมา ฉะนั้นมันทำแบบ 1-2 วันไม่ได้ ซึ่งมันก็มีช่วงเวลาที่ท้อเหมือนกัน แต่เราก็ถอยไม่ได้ เพราะมันเป็นงานของเรา”

“อุปสรรคอย่างหนึ่งของผมเลยก็คือ ผมเป็นคนที่น้ำหนักขึ้นยาก สำหรับบทนี้ผมต้องเพิ่มน้ำหนัก 12 กิโลกรัม แต่ผมน้ำหนัก 60 กิโลกรัมมาตั้งแต่อายุ 18 ปี โดยที่มันไม่ขยับเลย มันก็เลยหนักหนา ผมเคยไปตรวจเขาก็แนะนำว่าผมไม่ควรที่จะออกกำลังกายด้วยการวิ่ง เพราะระบบเผาผลาญของผมมันไม่ปกติ เนื่องจากมันเบิร์นเกินขนาด ออกกำลังกายได้อย่างมากสุดได้แค่เดินเร็วแบบกลางๆ ไม่อย่างนั้นมันจะเผาโดนกล้ามเนื้อ ซึ่งพอผมทำให้มันก็เลยภูมิใจ”

หลังจากที่ได้มีผลงานแสดงมาหลายเรื่อง ณ วันนี้มั่นใจไหมว่าเราเลือกเส้นทางที่ถูกต้อง?

“เรียกยากครับ ผมตอบไม่ได้หรอกว่าผมเลือกถูกไหม แค่รู้สึกว่านี่คือสิ่งที่เราอยากทำและสิ่งที่เราอยากทำชิ้นนี้มันทำให้เราโตขึ้น”

เห็นว่าต่อมีความตั้งใจว่าไม่อยากจะเล่นบทที่ไม่ซ้ำเดิมเลย?

“ผมจะไม่รับสิ่งที่ผมคิดว่าผมเล่นได้อยู่แล้ว ถึงแม้ว่าหลายคนจะบอกว่าบทในเมืองไทยมันไม่กว้าง แต่ผมเชื่อว่าผมจะทำได้ ผมรู้สึกว่ายิ่งอายุเยอะบทก็ยิ่งกว้างขึ้น สำหรับผมยิ่งโตมุมมองชีวิตผมก็ยิ่งเยอะขึ้นและมันสามารถที่จะฉีกไปหลายทางได้ แต่แค่ว่าในเมืองไทยยังไม่ฮิตให้ตัวละครหลักเป็นคนอายุมากเท่านั้น แต่ในอนาคตผมคิดว่าคงจะมีบทให้ตัวนำเป็นคนที่อายุมากได้”

ตลอดหลายปีในวงการบันเทิงที่ผ่านมา มันเปลี่ยนแปลงต่อไปยังไงบ้าง?

“มันทำให้ผมผ่านจุดที่เข้าใจคนอื่นมากขึ้น พอเรารู้เยอะขึ้นมันก็จะให้เราคิดเยอะขึ้นไปโดยอัตโนมัติ ตอนเด็กอาจจะมองอะไรแค่ชั้นเดียว แต่ตอนนี้ก็คือมองหลายชั้นขึ้น สำหรับอาชีพเราก็มองหาอะไรที่ทำให้เราไปได้ไกลขึ้น เพราะฉะนั้นพอมันมีสิ่งเหล่านี้เข้ามามากๆ มีครอบครัวที่ทำให้เราต้องดูแล เลยทำให้เรากลายเป็นคนคิดเยอะโดยไม่รู้ตัว”

“สำหรับปีนี้เป็นปีหนึ่งเลยนะที่ผมทำงานมาแล้วผมมีความสุขที่สุด เพราะเป็นงานแสดงชุดแรกเลยที่ผมพูดได้เต็มปากเลยว่าเป็นงานที่ผมอยากทำจริงๆ มันไม่มีความรู้สึกเลยว่าจำเป็นที่จะต้องทำ”

ขอเกิดใหม่ใกล้ๆ เธอ

เส้นทางนี้เคยทำให้เสียน้ำตาบ้างไหม?

“เสียหลายครั้งเลยครับ เพราะมันไม่มีอะไรที่เราอยากได้ไปหมด สิ่งที่เราได้มากกว่าคนอื่น จริงๆ มันก็มีหลายอย่าง แต่มันก็มีที่เราเสียมากกว่าคนอื่นโดยที่คนไม่รู้ จริงๆ ก็เป็นอาชีพหนึ่งที่เราเลือก เพราะเราจะทำ ดังนั้นเราเลยรับกับผลของมันได้ ก็ถ้าจะทำอาชีพนี้ เราก็ต้องยอมรับ”

ในช่วงที่เราท้อแท้หรือหมดกำลังใจ เรามีวิธีเยียวยาใจตัวเองอย่างไร?

“เราก็ปล่อยวางและบอกกับตัวเองว่า “ช่างแม่“ต้องยอมรับว่าโลกทุกวันนี้มันโหดร้ายมากจริงๆ ดังนั้นเราต้องเรียนรู้ในการจัดการกับอารมณ์ตัวเอง จริงๆ มันมีเรื่องที่ทำให้เราเสียใจได้ทุกวัน มีเรื่องให้เราผิดหวังได้ทุกวัน แต่ถ้าเรามองแค่ด้านเดียว มันก็คงไม่มีความสุข จริงๆ ในวันที่ผมมีเรื่องให้เสียใจมากๆ ผมจะไม่พยายามจมอยู่กับมัน ผมจะพยายามมองหาสิ่งที่ทำให้เรามีความสุขด้วย”

อยากรู้ว่าต่อเรียนรู้การพูดที่ลงท้าย ค่ะ มาจากไหน สาวๆ หลายคนชอบ บอกว่าน่ารักมากๆ?

“ผมเป็นคนชอบอะไรที่ยูนิเซ็กส์ ผมรู้สึกอิจฉาเสื้อผ้าผู้หญิง ผมมองว่าเสื้อผ้าผู้หญิงดีไซน์มันเยอะกว่าผู้ชายมากๆ และรู้สึกว่ากำแพงการแต่งตัวของผู้หญิงอยากจับแมตช์อะไรก็ดูแมตช์ได้ หรือเวลาเดินห้าง เวลาดูหุ่นที่โชว์ ผู้ชายจะเจอกับสไตล์ซ้ำๆ แต่กับของผู้หญิงมันดูเยอะแยะไปหมดเลย”

“อีกอย่างผมรู้สึกว่าผมชอบจริตผู้หญิง และผมก็รู้ตัวว่าผมมีจริตผู้หญิงอยู่ ผมรู้สึกว่าสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งสวยงาม ผมไม่ได้ติดการพูด คะ ขา มาตั้งแต่แรก ผมเพิ่งมาเริ่มพูดตอนโต ผมคิดว่าเริ่มต้นน่าจะมาจากการที่เราพูดกับเด็กผู้หญิง เช่น ไปไหนคะ , หนูกินข้าวหรือยังเนี่ย พูดบ่อยจนเริ่มติด บางครั้งก็เผลอพูดไปในงานบ้างเหมือนกัน”

“จริงๆ เมื่อก่อนผมแอบรู้สึกเหมือนกันว่าคนจะไม่เข้าใจ แต่เราก็รู้สึกว่าถ้าคนรู้จักเราจริงๆ เขาต้องรู้สิ”

“แฟนคลับ” สำหรับต่อ พวกเขาเป็นพลังงานให้ยังไงบ้าง?

“ผมรู้สึกภูมิใจ ผมภูมิใจมากที่ได้ส่งคนหลายคนจากชุดนักเรียน จนตอนนี้เขาได้แต่งตัวสวยๆ  แต่งงาน มีลูก อะไรต่างๆ ผมรู้สึกว่าอยากขอบคุณพวกเขา การที่เขามาสนับสนุนเรามันเป็นกำลังใจ แต่โชคดีอีกอย่างหนึ่งคือเราได้มีโอกาสเห็นภาพความสำเร็จของคนเยอะมาก มันจะมีคนหลายคนเหมือนกันที่มองว่า การที่มีกลุ่มคนที่เขาไปเป็นแฟนคลับไร้สาระ ซึ่งคุณไปตัดสินเขาแบบนั้นไม่ได้ เพราะความชอบของคนเรามันไม่เหมือนกัน ผมจะบอกว่าคนในบ้านผม (หมายถึงแฟนคลับของต่อ) ประสบความสำเร็จเยอะมาก ดังนั้นผมจึงรู้สึกภูมิใจในแฟนคลับของผมมากๆ เลย แม้ผมไม่ได้ดีไปทุกอย่าง แต่เขาก็ยังรักผมที่เป็นแบบนี้ มันโอเคมาก”

จากการสัมภาษณ์ในครั้งนี้ นอกจากเราได้เห็นถึงความมุ่งมั่นและตั้งใจกับผลงานเรื่องล่าสุดที่เขาทำอยู่แล้ว  เราก็ยังได้รู้มุมมองทัศนคติและความคิดของต่อในฐานะนักแสดงรุ่นใหม่อีกด้วย เห็นพัฒนาการที่ไม่มีหยุดแบบนี้แล้ว ไม่แปลกเลยที่ใครๆ ก็ชื่นชมเขาในฐานะนักแสดงคุณภาพได้อย่างเต็มปากแบบนี้


ภาพจาก : IG @thanapob_lee

สามารถติดตามอ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติมได้ที่นี่

พิเศษ! เรื่องเล่าหลังกอง ขอเกิดใหม่ใกล้ๆ เธอ ของคู่จิ้นข้ามรุ่น พี่แอฟ & น้องต่อ

ชุดแต่งงาน ก้อย รัชวิน Poem

ผลงานระดับกูตูร์! ชุดแต่งงาน ก้อย รัชวิน จากแบรนด์ดัง Poem เรียบหรูดูแพง

ชุดแต่งงาน ก้อย รัชวิน จากแบรนด์ไทยชื่อดัง Poem ในคอลเล็คชั่นกูตูร์ เน้นงานฝีมือระดับสูง ดีไซน์เรียบๆ แต่สวยหรูไม่แพ้ไฮแบรนด์

ก่อนหน้านี้ว่าที่เจ้าสาว ก้อย รัชวิน ก็เข้าไปลองชุดแต่งงานกับแบรนด์ White Asava ซึ่งเป็นชุดที่เคยขึ้นรันเวย์มาแล้วด้วย ล่าสุดเธอก็ยังเดินสายลองชุดแต่งงานอย่างต่อเนื่อง และก็มาตกลงปลงใจที่แบรนด์ไทยชื่อดังอีกหนึ่งแบรนด์นั่นก็คือ Poem ที่เหล่าคนดังต่างไว้วางใจให้เนรมิตชุดเจ้าสาวไม่แพ้ White Asava เลยล่ะ

โดยสาวก้อยได้เลือกลองชุดเกาะอก คอลเล็คชั่นกูตูร์ที่มีฝีมือการตัดเย็บประณีตชั้นสูงและออกแบบโดยผู้เชี่ยวชาญด้านการแต่งกายของโพเอม ต้องบอกว่ากว่าทศวรรษที่ Poem เป็นที่รู้จักในวงการแฟชั่นของเมืองไทยด้วยคอลเล็คชั่นกูตูร์ สร้างสรรค์ชุดเดรสสั่งทำพิเศษโดยใช้เทคนิคชั้นสูงของบ้าน โครงสร้างความแม่นยำของรูปแบบและเส้นลาย ผลลัพธ์ที่แสดงออกมาผ่านภาพเงาเป็นเอกลักษณ์และโดดเด่นของแบรนด์ ซึ่งช่วยเพิ่มความสง่างามให้กับผู้หญิง Poem ทุกคน

 ก้อย รัชวิน Poem

ชุดแต่งงาน ก้อย รัชวิน จาก Poem

ชุดแต่งงาน ก้อย รัชวิน ของ Poem

โดยฤกษ์งามยามดีของคู่รักมาราธอน ตูน อาทิวราห์ และ ก้อย รัชวิน ก็คือวันที่ 28 พฤศจิกายน 2563 หลังจากเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ตูน อาทิวราห์ ได้ทำเซอร์ไพร้ส์ด้วยการขอ ก้อย รัชวิน แต่งงาน ซึ่งทั้งคู่มีแผนที่จะจัดงานมงคลในวันที่ 6 มิถุนายนที่ผ่านมา แต่เนื่องจากสถานการณ์ Covid-19 ทำให้ไม่สามารถจัดงานได้ จนเลื่อนมาเป็นปลายปี 2020 นี้แทน และเริ่มทยอยแจกการ์ดแต่งงานให้แขกผู้เข้าร่วมงานแล้ว


ภาพ : IG@rachwinwong , @poemcouture

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

แฟชั่นคนท้อง 4 เดือน! ว่าที่คุณแม่ ศรีริต้า ครีเอตลุคสวยเก๋ ครบทุกสไตล์

ส่องลุคขึ้นศาลของ แมท-ภีรนีย์ กับ It Bag สุดฮ็อต Fendi Peekaboo Mini

สวยดั่งเจ้าหญิง! จ้าวลี่อิ่ง ในชุดเดรสหลักแสน ผลงานดีไซเนอร์ชาวฟิลิปปินส์

 

SOS รับมือยังไงดี? เมื่อเจอ 4 เรื่องไม่คาดคิด ก่อนถึงวันวิวาห์

เพราะโลกนี้เต็มไปด้วย เรื่องไม่คาดคิด แม้แต่เรื่องมงคลอย่างงานวิวาห์ก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น

ที่ผ่านมาเรามักได้ยินข่าวที่ฟังแล้วชวนเศร้าแทนเกี่ยวกับงานแต่ง หรือวันวิวาห์อยู่บ่อยๆ อาทิ เจ้าบ่าวหาย มีมือที่สามโผล่มากลางงานแต่ง เจ้าสาวเสียชีวิต ฯลฯ ลิสต์นี้แพรวเวดดิ้งเลยลองรวบ เรื่องไม่คาดคิด 4 ประเด็นท็อปฮิตพร้อมวิธีรับมือ เพื่อเป็นคู่มือให้ว่าที่บ่าว-สาวทั้งหลายได้เรียนรู้ เผื่อมีสถานการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้นจริงๆ

1. แฟนเก่าขอแจมงานแต่ง

เรื่องไม่คาดคิด ก่อนถึงวันวิวาห์, การแต่งงาน, การแยกทาง, รัก, ความรัก, ถ่ายภาพแต่งงาน, แฟนเก่า
Photo: WenPhotos on Pixabays

เมื่อคนรักเก่าของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเกิดโผล่มาในช่วงที่ทุกอย่างเกือบจะแฮ็ปปี้เอนดิ้ง โดยแจ้งความประสงค์ว่า อยากมาร่วมงานแต่งเพื่อแสดงความยินดี และเพื่อเป็นการบอกใครต่อใครว่าไม่มีอะไรติดค้าง ก่อนจะแว่บคิดไปถึงคู่วิวาห์ของคุณว่าจะรู้สึกยังไง ให้ถามตัวเองก่อนเถอะว่า พลันเมื่อได้ยินเสียงอดีตคนรัก ไม่ว่าจะเป็นเสียงจากตัวจริง หรือเสียงตามสาย คุณมีอาการใจสั่น สับสน ลังเล ระหว่างรักเก่าฝังใจกับรักใหม่ที่นับวันถอยหลังเข้าประตูวิวาห์หรือเปล่า

ถ้าตอบตัวเองได้ว่าสิ้นเยื่อขาดใยแล้วจริงๆ ตอนนี้แหละที่คุณต้องคะแนอารมณ์ของ “คุณว่าที่…” ของคุณว่าเขาแฮ็ปปี้ที่จะให้คุณเชิญไหม ถ้าไม่ ก็ไม่ควรเชิญ แม้แฟนเก่าคนนั้นจะีต่อคุณแค่ไหน ก็ควรต้องแคร์คุณว่าที่มากกว่า แต่ถ้าเขาเป็นคนไม่ขี้หึง ไม่คิดมากจริงๆ ก็ค่อยกลับมาพิจารณาความสัมพันธ์ระหว่างคุณกับแฟนเก่าว่า “ประวัติศาสตร์วันเลิก” ของคุณกับเขาเป็นเช่นไร

ถ้าเลิกกันดี และที่ผ่านมาก็คุยกันเป็นเพื่อนมาสักระยะหนึ่ง จนรู้สึกสนิทใจแล้ว ก็ร่อนการ์ดเชิญเขาเหมือนเป็นแขกคนหนึ่งได้เลย

ถ้าเลิกกันดี แต่เขายังตัดใจไม่ได้ ก็อย่าเชิญมาเลย เพราะไม่มีอะไรการันตีว่าเขาจะแปลงอาการตัดใจไม่ลงออกมาเป็นท่าทีแบบไหน

แต่ถ้าเลิกกันไม่ดี อันนี้สัญญาณค่อนชัดเชียวแหละ เหตุผลที่ว่ามาเพื่อโชว์ว่าไม่มีสิ่งใดติดค้าง ฟังดูสวยหรูเกินไป ให้คิดทางร้ายไว้ก่อนว่าเขาอาจตั้งใจมาทำอะไรไม่สมควรในงานแต่งงานของคุณ เพื่อตัดปัญหา ก็อย่าเชิญดีกว่า อีกอย่างถ้าคุณตัดสินใจจะเริ่มต้นชีวิตใหม่กับคนที่คุณเลือกแล้ว ก็ไม่ควรทำอะไรเพื่อเป็นการตอกย้ำเรื่องราวเก่าๆ อีก โดยเฉพาะในวันที่กำลังจะกลายเป็นวันสำคัญของคุณ

2. ท้องก่อนแต่ง

เรื่องไม่คาดคิด ก่อนถึงวันวิวาห์, การแต่งงาน, การแยกทาง, รัก, ความรัก, ถ่ายภาพแต่งงาน, แฟนเก่า, ท้องก่อนแต่ง
Photo: Josh Applegate on Unsplash

ไม่ว่าจะท้องแล้วตัดสินใจแต่ง หรือกำลังเตรียมงานแต่งแล้วถึงรู้ตัวท้อง ก็หนีไม่พ้นคำว่า “ท้องก่อนแต่ง” อยู่ดี สิ่งที่เกิดขึ้นแน่ๆ คือความเครียด ความกังวล ซึ่งไม่ใช่แค่เฉพาะว่าที่เจ้าสาว แต่ยังรวมไปถึงคุณว่าที่ญาติผู้ใหญ่ของทั้งสองฝ่าย เพราะเกรงว่าผู้คนจะครหา หรือชูนิ้วขึ้นมานั่งนับเดือนตอนคุณคลอด

เอาเข้าจริง เรื่องนี้ไม่ร้ายแรงเลยสักนิด ยิ่งสังคมสมัยนี้เปิดกว้างมากขึ้น ใครอยากชูนิ้วนับเดือนก็ช่าง โนสน โนแคร์ไปเลย เพราะเมื่อเวลาผ่านไป คนพวกนั้นเห็นคุณใช้ชีวิตอย่างมีความสุข เขาก็จะเลิกสนใจและลืมเรื่องพวกนี้ไปเอง และแม้ประเทศไทยจะยังไม่มีการเก็บสถิติเรื่องเจ้าสาวท้องในวันแต่งงาน แต่ถ้าดูจากธุรกิจบริการชุดเจ้าสาวประเภทท้องก่อนแต่งที่นับวันก็เพิ่มสูงขึ้น ยิ่งสะท้อนว่าปัญหานี้ไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตายอีกต่อไป

3. เจอโรคเลื่อน เพราะฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดประสบอุบัติเหตุ ป่วยกะทันหัน หรือญาติผู้ใหญ่เสีย

เรื่องไม่คาดคิด ก่อนถึงวันวิวาห์, การแต่งงาน, การแยกทาง, รัก, ความรัก, ถ่ายภาพแต่งงาน, แฟนเก่า, เลื่อนงานแต่ง
Photo: viarami on Pixabays

ไม่มีกะจิตกะใจแบบนี้ยังไงก็ต้องเลื่อน ยกเว้นกรณีญาติผู้ใหญ่ที่เสียไปสั่งเสียไว้ก่อน ว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ต้องแต่ง

พลันที่ปัญหาเหล่านี้เกิดขึ้น สิ่งแรกที่ต้องทำคือโทร.แจ้งทางโรงแรมและช่างต่างๆ ที่จองคิวไว้ เผื่อว่าเขาจะมีโอกาสรับลูกค้ารายอื่น แล้วเมื่อได้ฤกษ์ใหม่ (ควรหาเผื่อไว้หลายๆ วัน) ค่อยโทร.สอบถามอีกครั้งว่ายังว่างหรือไม่ โดยเริ่มจากโรงแรมก่อน  เพราะโรงแรมส่วนใหญ่มักให้เราจ่ายมัดจำไว้ครึ่ง และขอสงวนสิทธิ์การคืนมัดจำอยู่แล้ว แต่หากต้องการแค่เลื่อนออกไป มักรับพิจารณา เป็นรายๆ ไป ขึ้นอยู่กับสถานะห้องจัดเลี้ยงในวันที่ต้องการเลื่อนออกไป จากนั้นจึงโทร.หาส่วนอื่นๆ เพื่อรักษาเงินมัดจำที่จ่ายไปแล้วให้ได้มากที่สุด

หากพิมพ์การ์ดเสร็จไปแล้วก็คงต้องพิมพ์ใหม่ หรือถ้างบจำกัดจริงๆ จะพิมพ์วันที่ใหม่ในกระดาษมาแปะทับวันที่จัดงานเดิมก็ได้ แม้จะไม่สวยงามเป๊ะ 100 เปอร์เซ็นต์ แต่แขกทุกคนคงเข้าใจสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ของชำร่วย ก็เช่นกัน ยิ่งเป็นของที่ไม่ได้มีชื่อบ่าว-สาว และวันที่สกรีนหรือฝังติดอยู่ แค่เปลี่ยนสติ๊กเกอร์ที่แปะอยู่บนกล่องหรือบนถุงก็นำมาใช้ได้แล้ว

4. เลิกฟ้าผ่า

เรื่องไม่คาดคิด ก่อนถึงวันวิวาห์, การแต่งงาน, การแยกทาง, รัก, ความรัก, ถ่ายภาพแต่งงาน, แฟนเก่า, ชุดแต่งงาน, เจ้าสาว, เลื่อนงานแต่งงาน,
Photo: maya_7966 on Pixabays

เมื่อต้องยกเลิกงานแต่งงาน โดยเฉพาะต้องจัดการทุกอย่างคนเดียว จะเริ่มยังไง ทำใจยังไงดีล่ะ แพรวเวดดิ้งมีเคสตัวอย่างมาเล่าสู่กันฟัง

ว่าที่สะใภ้อินเตอร์คนหนึ่งถูกว่าที่เจ้าบ่าวชาวฮอลแลนด์ขอยกเลิกงานแต่งงานขณะมาส่งเธอที่สนามบินเพื่อเดินทางกลับเมืองไทย ด้วยเหตุผลว่า “ยังไม่พร้อม” ทั้งที่อีกสามเดือนก็จะถึงกำหนดแต่งงานอยู่แล้ว

เมื่อกลับถึงบ้าน ด่านแรกที่เธอต้องทำคือบอกเรื่องทั้งหมดกับครอบครัว ด้วยเวลาที่กระชั้นซึ่งเท่ากับบีบให้เธอต้องตั้งสติอย่างรวดเร็ว เธอเริ่มจากลิสต์รายการที่ได้ทำไปแล้วทุกอย่าง เธอพบว่าได้วางมัดจำค่าสถานที่จัดเลี้ยงตอนเย็นไปแล้วครึ่งหนึ่ง จ่ายเงินสำหรับพิธีเช้าที่โรงพยาบาลสงฆ์ไปทั้งหมดแล้ว แพ็คเกจเช่าชุดและช่างแต่งหน้าสำหรับพิธีเช้าก็จ่ายไปหมดแล้ว นอกจากนี้ยังซื้อชุดเจ้าสาวมาแขวนไว้พร้อมแล้วด้วย

ท่ามกลางความโชคร้ายที่ลิสต์เจอ เธอรู้สึกว่าตัวเองยังโชคดีอยู่บ้างที่ยังไม่ได้พิมพ์การ์ด เมื่องานแต่งถูกยกเลิกจึงติดต่อเฉพาะญาติและเพื่อนสนิทเพื่อแจ้งข่าว จากนั้นญาติและเพื่อนก็ไปบอกต่อกันเองโดยที่เธอไม่ต้องพูดซ้ำๆ เพื่อตอกย้ำตัวเอง

เธอค้นหาเอกสารที่เกี่ยวข้องเพื่อดูเงื่อนไขการเลื่อนและยกเลิกต่างๆ จากนั้นตัดใจประกาศขายแพ็คเกจพิธีเช้าในอินเทอร์เน็ต เดินทางไปพบเซลล์ที่สตูดิโอเพื่อเจรจาเรื่องแพ็คเกจเช่าชุดไทย รวมแต่งหน้า – ทำผม และติดต่อสถานที่ จัดเลี้ยงตอนเย็นที่วางมัดจำไว้ ผลคือเธอขายแพ็คเกจงานเช้าได้เงินคืนมาครึ่งหนึ่ง โดยต้องนัดคู่ที่จะซื้อต่อมาเจอที่โรงพยาบาลสงฆ์เพื่อเซ็นเปลี่ยนชื่อบ่าว- สาวในบันทึก และให้เจ้าหน้าที่ออกใบเสร็จรับเงินใบใหม่ให้คู่บ่าว – สาวที่ซื้อแพ็คเกจต่อเพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐาน

ส่วนแพ็คเกจเช่าชุดไทย เธอบอกว่าตัดใจหั่นครึ่งราคาไม่ลง จึงตัดสินใจเก็บไว้โดยทางสตูฯ รับปากจะคงสิทธิ์ของเธอไว้ หากหาเจ้าบ่าวคนใหม่ได้  แต่เพราะเธอไม่อยากสะกิดแผลตัวเองให้ลึกกว่าเดิม จึงไม่ได้ขอแก้ไขเอกสารใดๆ แค่พอสตูดิโอบอกว่าเลื่อนได้ก็ไม่อยากถามอะไรอีก เธอจึงฝากย้ำว่าควรต้องขอให้ทางร้านเขียนบันทึกไว้เป็นหลักฐานว่าจะคงสิทธิ์ไว้นานเท่าไหร่ก็ได้อย่างที่ตกลงด้วยวาจา ส่วนค่ามัดจำสถานที่งานกลางคืน หลังจากพยายามเจรจาอยู่นานก็ได้เงินคืนมาครึ่งหนึ่ง

เธอเอาชุดเจ้าสาวไปเก็บไว้ในห้องแม่ เพราะไม่อยากเห็นให้แสลงใจ แต่ก็รักษาอย่างดีโดยห่อกระดาษไขให้มิดชิดและใส่ในถุงคลุมชุด เพราะตั้งใจว่าจะเก็บไว้ใส่ในวันแต่งงานกับเจ้าบ่าวคนใหม่ที่ต้องดีกว่าเดิม เธอใช้เวลาเกือบสองเดือนสะสางทุกเรื่องเพื่อยกเลิกงานแต่งงาน ส่วนเจ้าบ่าวซึ่งอยู่คนละประเทศ ทำเพียงส่งเงินส่วนหนึ่งมาชดเชยค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่เสียไป

สามปีผ่านไป เธอพบว่าเวลาช่วยเยียวยาทุกสิ่งได้ดีจริงๆ จากที่เคยเครียด เก็บตัว ไม่ยอมเจอใครในช่วงแรก เธอพบว่าทุกการกระทำนั้นไม่ต่างอะไรกับการทำร้ายตัวเองดีๆ นี่เอง ส่วนคนใจร้ายที่ชิ่งหาย เธอเชื่อว่าเขาคงไม่มีแม่แต่ความรู้สึกสำนึกผิดเลยสักนิด เมื่อคิดได้แบบนี้ เธอก็ลุกขึ้นมาปฏิวัติตัวเองใหม่ ใช้ชีวิตเหมือนกับที่เคยใช้ก่อนที่จะพบกับเจ้าคนสารเลว ปรากฏว่าพอมุมมองเธอเปลี่ยน ทุกอย่างกลับกลายเป็นดีขึ้น และยิ่งดีขึ้นเมื่อเธอได้พบว่าที่เจ้าบ่าวคนใหม่ในที่สุด

เห็นไหมล่ะว่าทุกอย่างมีทางออก เรื่องไม่คาดคิด สิ่งไม่คาดฝันเกิดขึ้นได้เสมอ แต่หากคุณมีสติ แก้ไข และเดินหน้าต่อไปให้ดีที่สุด เรื่องดีๆ ย่อมมาหาคุณในสักวัน

ท้ายนี้แพรวเวดดิ้งขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนผ่านทุกปัญหาไปให้ได้นะคะ

 

ที่มาภาพ : Pixabays

Koenigsegg ส่ง 2 ไฮเปอร์คาร์ สุดหรู 4 ที่นั่งในราคา 110 ล้าน เพียง 300 คันทั่วโลก

Koenigsegg (เคอนิกเส็กก์) สุดยอดแบรนด์ไฮเปอร์คาร์สมรรถนะสูงสัญชาติสวีเดน ได้ประกาศแต่งตั้งให้ บริษัทเจเนอร์รัล ออโต้ ซัพพลาย จำกัด (ในเครือชาริช โฮลดิ้ง) เป็นตัวแทนจำหน่าย ไฮเปอร์คาร์ เคอนิกเส็กก์ อย่างเป็นทางการในประเทศไทย

พร้อมกันนี้ยังได้ส่งสุดยอดนวัตกรรมไฮเปอร์คาร์ 2 รุ่น มูลค่ารวมกว่า 400 ล้านบาทอย่าง  Koenigsegg Gemera Mega-GT สี่ที่นั่งคันแรกของโลก (The World’s First Mega-GT and Koenigsegg’s First For Four) และ Koenigsegg Jesko Absolut ไฮเปอร์คาร์ที่เร็วและแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ของ เคอนิกเส็กก์ มาให้คนไทยได้ยลโฉม และจับจองเป็นเจ้าของ

Koenigsegg Jesko Absolut (เคอนิกเส็กก์ เยสโก้ แอบซูลุท) ไฮเปอร์คาร์ที่เร็วและแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ของ Koenigsegg (The Fastest Koenigsegg Ever – Forever) และจะไม่ผลิตรถคันไหนที่เร็วและแรงกว่า Jesko Absolut อีกแล้วในอนาคต

ทุกส่วนประกอบของ Jesko Absolut ถูกออกแบบมาเพื่อลดค่าสัมประสิทธิ์การต้านลมของตัวถังและยังเพิ่มความนิ่งของตัวรถเมื่อใช้ความเร็วสูงขึ้นอีกด้วย Koenigsegg Jesko Absolut มีค่าสัมประสิทธิ์แรงฉุดของอากาศเพียง 0.278 ด้วยเส้นสายและการออกแบบของตัวรถที่มีความปราดเปรียวและดุดันมากยิ่งขึ้นด้วยครีบฉลามคู่ด้านท้ายที่ได้แรงบันดาลใจจากเครื่องบินรบ F-15 ซึ่งตัวครีบฉลามคู่นั้นทำหน้าที่คอยรีดอากาศด้านหลังให้ไหลเวียนได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดเพื่อลดแรงเฉี่อยจากลมเมื่อต้องวิ่งด้วยความเร็วสูง

ดีไซน์ด้านหน้าของ Jesko Absolut ถูกปรับแต่งให้สามารถเก็บหลังคาได้เพื่อความสะดวกในการใช้งานและจัดเก็บเมื่อต้องการเปิดประทุน ช่วงล่างของ Jesko Absolut ถูกปรับแต่งให้มีความนุ่มมากขึ้นเพื่อการขับขี่ที่สนุกเมื่อขับขี่ในสนามแข่งและยังคงสะดวกสบายเมื่อใช้งานบนถนนสาธารณะ เครื่องยนต์ของ Jesko Absolut เป็นเครื่องยนต์เบนซิน V8 เทอร์โบคู่ ซึ่งสามารถสร้างกำลังสูงสุดได้ที่ 1,600 แรงม้า (เมื่อใช้เชื้อเพลิง E85) และยังสามารถลากรอบได้ถึง 8,500 รอบต่อนาที

ตัวเครื่องยนต์ถูกเชื่อมต่อเข้ากับระบบส่งกำลังแบบใหม่ที่ถูกพัฒนาและผลิตโดย Koenigsegg เอง ระบบส่งกำลังของ Jesko Absolut เป็นแบบ 9 จังหวะที่เรียกว่า “Light Speed Transmission (LST)” ซึ่งมาพร้อมกับระบบ “Ultimate Power On Demand (UPOD)” ที่ช่วยให้การเปลี่ยนเกียร์สามารถตอบสนองได้ใกล้เคียงความเร็วของแสงพร้อมทั้งยังมีขนาดที่เล็กและน้ำหนักเบาเพียง 90 กิโลกรัมเท่านั้น

Koenigsegg Gemera (เคอนิกเส็กก์ เกเมร่า) Mega-GT สี่ที่นั่งคันแรกของโลก (The World’s First Mega-GT and Koenigsegg’s First Four Four) ถูกออกแบบมาตอบโจทย์ทุกการใช้งานอย่างแท้จริง ด้วยที่นั่งที่สามารถรองรับสรีระของผู้ใหญ่ได้ถึง 4 ที่นั่งและยังสามารถเก็บกระเป๋าสัมภาระได้ถึง 4 ใบ ทั้งยังมาพร้อมที่วางแก้วถึง 8 จุด จอแสดงผลข้อมูลต่างๆ ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง จุดชาร์จโทรศัพท์แบบไร้สาย ระบบ Apple CarPlay ลำโพง 11 จุด และระบบเบาะปรับด้วยไฟฟ้าซึ่งช่วยให้ทุกการเดินทางเป็นไปได้อย่างสะดวกสบาย

หัวใจหลักของ Gemera คือเครื่องยนต์เบนซิน 3 สูบ เทอร์โบคู่ ขนาด 2.0 ลิตร ที่มีชื่อเรียกว่า “Tiny Friendly Giant (TFG)” มาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้า 3 มอเตอร์ มอบพละกำลังสูงสุด 1,700 แรงม้าและแรงบิดสูงสุดที่ 3,500 นิวตันเมตร ช่วยให้ Gemera ทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลาเพียง 1.9 วินาทีเท่านั้น ด้านเทคโนโลยีช่วยเหลือในการขับขี่ของ Gemera นั้นได้ติดตั้งทั้งระบบเลี้ยวล้อหลังและระบบกระจายแรงบิดเพื่อมอบการควบคุมที่ฉับไวและมั่นใจยิ่งขึ้นเพื่อให้ผู้ขับขี่พร้อมเผชิญทุกสภาพถนน นอกจากสมรรถนะเครื่องยนต์ที่เร้าใจแล้ว Koenigsegg Gemera ยังสามารถขับเคลื่อนได้ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าเพียงอย่างเดียวด้วยความเร็วสูงสุดถึง 300 กม./ชม. และมีพิสัยเดินทางสูงสุด 50 กม.

เมื่อต้องการเดินทางโดยปราศจากมลพิษหรือสามารถขับเคลื่อนในรูปแบบไฮบริด โดย Gemera ถูกออกแบบมาให้รองรับน้ำมันเชื้อเพลิง E85 ได้ หากต้องใช้เครื่องยนต์ในการขับเคลื่อนเพื่อเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมสูงสุดและมีพิสัยเดินทางไกลสุดถึง 950 กม.

Gemera นั้นถูกออกแบบด้วยแนวคิดการใช้งานที่ครอบคลุมทั้งการใช้ในเมืองด้วยความเร็วต่ำและขับขี่บนทางหลวงด้วยความเร็วสูง ด้วยระบบความปลอดภัยตั้งแต่โครงสร้างตัวถังแบบ Carbon Fiber Monocoque ถุงลมนิรภัย 6 ใบ ระบบช่วยเหลือการทรงตัว ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี ระบบเบรก ABS และระบบช่วยเหลือการขับขี่ ADAS 2.5 ยิ่งไปกว่านั้นยังมีจุดยึด ISOFIX สำหรับเบาะหลังทั้ง 2 ที่นั่งอีกด้วย

ดีไซน์ภายนอกของ Gemera ได้รับการออกแบบประตูใหม่ที่เรียกว่า “Koenigsegg Automated Twisted Synchrohelix Actuation Doors (KATSAD)” ซึ่งสามารถเปิดได้กว้างพอที่ผู้โดยสารด้านหน้าและด้านหลังสามารถเข้ารถไปได้พร้อมกันเลยในเวลาเดียวกันทั้งยังคงรูปลักษณ์แบบรถสปอร์ต 2 ประตู บริเวณด้านบนประตูนั้นติดตั้งกล้องที่แสดงภาพของรถด้านหลังซึ่งเป็นครั้งแรกของ Koenigsegg ที่นำมาใช้บนรถแทนกระจกมองข้างทั่วไป ล้อขนาด 20 และ 21 นิ้วของ Gemera ผลิตจากวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ล้วน ซึ่งมีน้ำหนักไม่ถึง 9 กิโลกรัมต่อล้อ ด้านท้ายของ Gemera ติดตั้งท่อไอเสียจาก Akrapovic ที่เพิ่มความดุดันทั้งด้านรูปลักษณ์และซุ้มเสียงของเครื่องยนต์ที่คำรามพร้อมจะเคลื่อนที่ไปข้างหน้า

ภายในของ Gemera อำนวยความสะดวกสบายด้วยเบาะปรับไฟฟ้าแบบ 4 ทิศทางในด้านหน้าแลถูกเสริมด้วยเมมโมรี่โฟมเพื่อรองรับสรีระผู้โดยสารให้สบายยิ่งขึ้นทั้ง 4 ที่นั่ง ผู้โดยสารทั้ง 4 ที่นั่งสามารถควบคุมระบบเครื่องเสียงความบันเทิงและระบบปรับอากาศได้ด้วยตัวเองพร้อมทั้งยังมีช่องเก็บสัมภาระของแต่ล่ะที่นั่งเพื่อเป็นสัดส่วนอีกด้วย สำหรับ Gemera นี้ มีเพียงแค่ 300 คันทั่วโลกเท่านั้น สนนราคาอยู่ที่ 2.998 ล้านยูโร


 

ขอนำเสนอรองเท้ารุ่น HMR PEAK™ G-TX และ HMR PEAK™ LO เวอร์ชั่นอัพเดทของรองเท้าเดินป่าที่เปิดตัวในปี 1966 ที่ถูกดัดแปลงให้เข้ากับไลฟ์สไตล์สมัยใหม่

Onitsuka Tiger (โอนิซึกะ ไทเกอร์) แบรนด์แฟชั่นสัญชาติญี่ปุ่น ยังคงนำเสนอคอลเลคชั่นร่วมสมัยที่ผสมผสานแฟชั่นกับกีฬา และมรดกของแบรนด์เข้ากับนวัตกรรม

Onitsuka Tiger ได้อัพเดทรองเท้าเดินป่ารุ่น HIMARAYAN PEAK ที่เปิดตัวครั้งแรกในปี 1966 โดยได้มีการดัดแปลงดีไซน์และฟังก์ชั่นการใช้งานให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์สมัยใหม่มากขึ้น และครั้งนี้ได้นำเสนอในสองรูปแบบ ซึ่งก็คือแบบรุ่นไฮคัท HMR PEAK™ G-TX และรุ่นโลว์คัท HMR PEAK™ LO

แตกต่างด้วยส่วนบนของรองเท้าที่ถูกออกแบบมาให้มีความเรียบง่าย แต่พื้นรองเท้าเต็มไปด้วยฟังก์ชั่นที่ช่วยให้ยึดเกาะได้อย่างดีเยี่ยมและมีประสิทธิภาพในการรองรับแรงกระแทกสูง และได้มีการใช้วัสดุที่เป็นยางที่มีคุณสมบัติทนทานต่อการสึกหรอเป็นพิเศษบริเวณส่วนส้นรองเท้า นอกจากนี้ในรุ่นไฮคัทยังได้มีการใช้ผ้า GORE-TEX ที่มีคุณสมบัติในการกันน้ำและระบายอากาศได้ดี ทำให้สามารถใส่ในขณะที่ฝนตกได้  

รองเท้ารุ่น HMR PEAK™ LO และรุ่น HMR PEAK™ G-TX มีวางจำหน่ายแล้ววันนี้ที่ร้าน Onitsuka Tiger Global Flagship Store Siam Square One และผ่านทางเว็บไซต์ https://www.onitsukatiger.com/th/th-th/mk/hmrpeak

กินเจ สุขใจ กับ เอส แอนด์ พี

เอส แอนด์ พี ต้อนรับเทศการกินเจ ขอแนะนำเมนูเจหลากหลายเมนูแสนอร่อย และมีประโยชน์ต่อสุขภาพ โดยมีเมนูที่รังสรรค์ขึ้นมาใหม่เพื่อเทศกาลเจปีนี้โดยเฉพาะ อาทิ สะเต๊ะเห็ดออรินจิ   ไก่ผัดเม็ดมะม่วงหิมพานต์เจ ลาบเห็ดเต้าหู้เจ ส้มตำผลไม้เจ และปอเปี๊ยะทอดไส้ผัก มาพร้อมโปรโมชั่นสุดพิเศษ  เมนูเซตอาหารเจ จับคู่กับเครื่องดื่มน้ำผลไม้สดปั่น อาทิ น้ำแตงโมสดปั่น น้ำมะนาวสดปั่น น้ำแอปเปิ้ลสดปั่น ราคาพิเศษเพียงเซตละ 185 บาท เท่านั้น!

นอกจากนี้ยังมีเมนูเจยอดนิยมของ เอส แอนด์ พี อาทิ เส้นจันท์ผัดไทเจ ข้าวคีนัว-ผักตุ๋นเห็ดหอม ข้าวผัดหนำเลี๊ยบทรงเครื่อง และยังมีเบเกอรี่เจอีก 5 เมนู ได้แก่ พัฟสับปะรด พัฟเผือกแปะก๊วย พายไก่เจ พัฟเห็ดเจ และพายผักโขมเจ ราคาพิเศษ 2 ชิ้น 40 บาท  อิ่มบุญ สุขใจ กับหลากหลายความอร่อยตลอดเทศกาลเจนี้ที่ร้าน เอส แอนด์ พี สอบถามรายละเอียดหรือดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/snpfood

ภาพยนตร์ SEO BOK

เตรียมลงจอ! ภาพยนตร์ SEO BOK ผลงานใหม่ ของ 2 สามีแห่งชาติ กงยู & โบกอม

หลังจากที่ปล่อยให้แฟนคลับตั้งตารอคอยกันมานาน ในที่สุด ภาพยนตร์ SEO BOK โปรเจ็กต์ใหญ่ของ 2 สามีแห่งชาติ กงยู & โบกอม ก็ได้ฤกษ์เตรียมลงจอในวันที่ 2 ธันวาคมนี้

ภาพยนตร์ SEO BOK

สืบเนื่องมาจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้โปรเจ็กต์หลายโปรเจ็กต์ถูกเลื่อนออกไป เช่นเดียวกัน ภาพยนตร์ SEO BOK ผลงานฟอร์มใหญ่ของ 2 สามีแห่งชาติ กงยู และ พัคโบกอม ที่เคยถูกเลื่อนเปิดตัวมาตั้งแต่ปี 2019 ตอนนี้กำลังจะเข้าฉายในวันที่ 2 ธันวาคม 2563 โดยเมื่อวาน (20 ต.ค. 2563) CJ Entertainment ผู้ผลิตได้ปล่อยภาพโปรโมตของ 2 นักแสดงหนุ่มออกมาให้กับแฟนๆ ได้ดูกัน ซึ่งมันเป็นเรื่องยากที่จะเห็นนักแสดงสุดฮ็อตถึง 2 เจเนอเรชั่นมาอยู่ร่วมเฟรมเดียวกันแบบนี้

โดยในวิดีโอนี้พวกเขามอบรอยยิ้มอันอบอุ่นหลังจากที่ทำงานหนักพร้อมกล่าวถึงความกังวลและความตื่นเต้นที่ผลงานกำลังจะถูกเผยแพร่ออกมา โดยพวกเข้าหวังว่าแฟนๆ สนับสนุนพวกเขาเป็นอย่างดี 

สำหรับ SEO BOK เป็นภาพยนตร์แนวไซไฟเกี่ยวกับมนุษย์โคลนนิ่ง โดย กงยู” รับบท “กีฮอน” อดีตสายลับอัจฉริยะที่เข้ามาช่วยเหลือมนุษย์โคลนนิ่ง และ “พัคโบกอม” รับบท “ซอกบก” มนุษย์โคลนนิ่งคนแรกของมนุษยชาติ ที่มีพลังบำบัดรักษา

ทั้งนี้มีการอ้างอิงว่าหนังถูกตีความจากประวัติศาสตร์จีน Xu Fu ข้าราชบริพารที่รับใช้จักรพรรดิจิ๋นซีฮ่องเต้ ถูกมอบหมายภารกิจให้แสวงหายาอายุวัฒนะ แต่เขาไม่ได้กลับมาเลย ดังนั้นในภาพยนตร์เรื่องนี้จึงนำตำนานนี้มาขยายและตีความให้เข้ากับยุคสมัยมากขึ้น ว่ากันว่าเรื่องนี้ใช้ทุนสร้างมากถึง 8.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 262 ล้านบาทเลยทีเดียว

กงยู & โบกอม กงยู & โบกอม


ข้อมูล : Chosun.com , twitter @Anna_Zu

สามารถติดตามอ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติมได้ที่นี่ 

ใครคือแฟน กงยู หนุ่มฮ็อตเจ้าของฉายา สามีแห่งเอเชีย ?

สามีแห่งภาคพื้นเอเชีย ว่าที่พ่อของลูก “กงยู” ละมุนทั้งในจอ และนอกจอ

คัมภีร์ดูแลผิวหน้าของ พัคโบกอม กับไอเท็มที่ขาดไม่ได้ มิน่าล่ะ ผิวถึงใสวิ้ง!!

 

พลอย ชิดจันทร์

ชุดอยู่บ้านก็แค่หลักหมื่น! ส่องเดรสหวาน ‘พลอย ชิดจันทร์’ ผู้หญิงเก่งที่น่าอิจฉา

พาส่องราคาเดรสสีหวานของ ‘พลอย ชิดจันทร์’ ที่ใส่ชิลๆ อยู่บ้าน ในราคาหลักหมื่น งานนี้คุณแม่ลูก 4 น่ารักสดใส จนไม่อยากเชื่อว่าปีนี้ 32 ปีแล้ว

สวย รวย เก่ง ครบเครื่องทุกด้าน สำหรับคุณแม่พลอย ชิดจันทร์ ผู้หญิงที่มีชีวิตน่าอิจฉาที่สุดคนหนึ่ง เพราะนอกจากฐานะการงานและธุรกิจจะไปได้สวยแล้ว ยังมีลูกๆ ที่น่ารักอีก 4 คน ที่สำคัญคุณแม่ยังรูปร่างเป๊ะ สวยวันสวยคืน มองหน้ามองรูปร่างแทบไม่อยากจะเชื่อว่าเป็นคุณแม่ลูก 4 ทั้งนี้เพราะเธอมีวินัยในการดูแลตัวเองดีมากๆ

ด้วยความที่มีชีวิตอันน่าอิจฉา แม้แต่เรสซิเดนซ์ในหัวหินราคา 28 ล้านบาท ก็ยังตัดสินใจซื้อทันทีแบบชิลๆ ผู้คนจึงให้ความสนใจจนมีกระแสอยากเป็นพลอย ชิดจันทร์ เกิดขึ้นในโลกโซเชียล แต่ชีวิตดีๆ แบบนี้ก็ใช่ว่าจะเสกขึ้นซะเมื่อไหร่ หากเธอไม่มุ่งหน้าทำงานและสานต่อธุรกิจครอบครัว เรียกว่ากว่าจะมีเงินถุงเงินถังก็ลงแรงไปไม่น้อย แต่ก็ถือว่าคุ้มค่าเหนื่อยแล้วล่ะ

ส่วนวันสบายๆ ของสาวพลอย อยู่บ้านชิลๆ ก็แต่งตัวง่ายๆ ล่าสุดเธอใส่เดรสยาวดีไซน์หวานเข้ากับคาแร็คเตอร์ ซึ่งเป็นเดรสรุ่น Ryan สีลาเวนเดอร์จากแบรนด์ LoveShackFancy ในเว็บไซต์ของแบรนด์ระบุราคา 345 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 11,000 บาท จากราคาเดิม 575 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 19,000 บาท แต่ตอนนี้ Out of stock ไปแล้วเรียบร้อย

โดยชุด Ryan เป็นผ้าฝ้าย 100% ถูกย้อมสีเป็นลายมัดย้อม และตกแต่งด้วยการปักดอกไม้ เดรสเป็นคอเหลี่ยมลึก ช่วงแขนพองเล็กน้อยกำลังดี ท่อนบนของชุดประดับด้วยลูกไม้ กระโปรงมีความยาวไปจนถึงข้อเท้าและมีระบาย เดรสเป็นสีลาเวนเดอร์ และแม่พลอยก็ใส่ออกมาสวยหวานมากๆ เหมือนเดรสตัวนี้เกิดมาเพื่อแม่!


ภาพ : IG@ploychidjun , www.loveshackfancy.com

เรื่อง : ฮานะ_แพรวนิสต้า

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

เดรสรียูส! ชุดแต่งงาน ‘เจ้าหญิงเบียทริซ’ ดัดแปลงจากชุดของควีนเอลิซาเบธที่ 2

ใช้เงินคุ้มค่า! ชมพู่-อารยา ซื้อเสื้อผ้าลูกแฝดแค่หลักร้อย เพราะเด็กโตไว

ไลฟ์สดอวดท้องโต! จีจี้ ฮาดิด จากนางแบบลุคเป๊ะ มาเป็นคุณแม่สายชิลในชุดนอน

ชุดนี้มีเรื่องเล่า แม่ชม เกือบไม่ได้ใส่เดินพรมแดงคานส์ เพราะเซเลบเบอร์ใหญ่จอง!

สวยหรูมีสไตล์! ซูมแบรนด์เนมใบเก่ง ‘พอช่า พัชรมนต์’ ลูกสะใภ้ ‘มูนา’ เศรษฐีนีดูไบ

แต่งตัวกระชากวัย! ส่องลุค Vera Wang ดีไซเนอร์ระดับโลก ในช่วงอายุ 70 ปี

ใบนี้สอยตามได้! กระเป๋า Longchamp ของ ‘จีซอนอู’ รุ่นเด็ดประจำซีซั่น

เข้าครัวให้เหมือนไปคานส์! ‘ชมพู่ อารยา’ แมตช์ชุดแบรนด์เนมแต่งลุคเซ็กซี่

ดัชเชสเคท สนับสนุนแบรนด์เพื่อนน้องสาว ฟีเวอร์จนต้องเปิด Pre Order

ที่มาไม่ได้สวยงาม ‘เทียร่า Belgian Sapphire’ ของควีนเอลิซาเบธ เคยมีเรื่องอื้อฉาว

นางเอกขวัญใจตลอดกาล! เปิดลุค ‘เคียวโกะ ฟูคาดะ’ ทั้งหวานทั้งแซ่บในวัย 37 ปี

ยกอันดับ 1 ให้เลย! สื่อเกาหลีพูดถึงสไตล์ ‘ลิซ่า’ แฟชั่นนิสต้าที่ได้รับการยอมรับ

‘เล่นแรง!! มาแนวมือที่สาม บ้านที่สองทั้งนั้นเลย’ ดูดวงรายวัน 21 ตุลาคม 2563

ดูดวงรายวัน 21 ตุลาคม 2563 #หมอปุ้ยพยากรณ์ เช็กทุกวัน เป๊ะปังทุกดวง ทั้งการงาน การเงิน ความรัก และสุขภาพ

ผู้ที่เกิดวันอาทิตย์

การงาน : หากคุณเป็นเจ้าของธุรกิจหรือทำงานในสายเอ็นเทอร์เทนเม้นท์ เช่น ศิลปินนักร้อง ดีเจ เอ็นเทอร์เทนเนอร์ ฯลฯ วันนี้คุณติสมาก จะทำในสิ่งที่อยากทำเท่านั้น หากไม่ชอบก็จะแสดงออกอย่างชัดเจนตรงไปตรงมา เพราะฉะนั้นจึงมีแนวโน้มที่จะตกอยู่ในสถานการณ์ที่มีความสุ่มเสี่ยงสูงมาก จนต้องใช้ความรู้ ความสามารถ และทักษะเฉพาะตัว เพื่อเอาตัวรอดจากสถานการณ์ร้ายๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต

การเงิน :  วันนี้ก็ยังมีโชค หาเงินง่าย และก็ใช้คล่อง โดยเฉพาะหมดไปกับการสังสรรค์ปาร์ตี้ ดังนั้น ก่อนใช้เงินจึงควรคิดให้รอบคอบ เพราะคุณอาจเสียเงินก้อนใหญ่จากความรู้เท่าไม่ถึงการณ์

ความรัก :  คุณให้ความสำคัญกับรักแท้ที่สามารถครองคู่กันได้อย่างยาวนาน แต่ที่ผ่านมากลับเจอแต่ปัญหามือที่สามตลอดๆ วันนี้ก็เช่นกัน จนคุณไม่เชื่อมั่นในการใช้ชีวิตคู่แล้วเลย คนโสด  มีเสน่ห์ จึงมีผู้ให้ความสนใจคุณมากมาย แต่สุดท้ายก็จบลงที่การเป็นที่สอง หรือมือที่สาม จนคุณเบื่อหน่ายกับความรักแล้ว

สุขภาพ : คุณให้ความสำคัญกับการดื่มกิน แต่ไม่ให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพ ดังนั้น หากป่วยไข้ไม่สบายก็จะถึงกับล้มหมอนนอนเสื่อเลย

 

ผู้ที่เกิดวันจันทร์

การงาน : สำหรับผู้ที่เป็นเจ้าของธุรกิจหรือทำงานในสายเอ็นเทอร์เทนเม้นท์ เช่น เอ็นเทอร์เทนเนอร์ ดีเจ ศิลปินนักร้อง โดยเฉพาะผู้ประกอบการสถานบันเทิง หากคุณมีการจ้างงานเด็กที่อายุยังไม่ถึงเกณฑ์ หรือเปิดให้เด็กอายุต่ำกว่าที่กฏหมายกำหนดเข้ามาใช้บริการ วันนี้อาจมีปัญหาในเรื่องข้อบังคับทางกฎหมาย หรือเงื่อนไขสัญญาจ้าง ดังนั้น จึงควรทำให้ถูกต้อง

การเงิน :  หากคุณกำลังจะลงทุนเปิดธุรกิจกับแฟน จะได้รับการอุปถัมภ์จากผู้ใหญ่ แต่เหมือนคุณจะใช้เงินกับการกินดื่ม ซื้อขนมนมเนย ของที่ไร้สาระ ไม่เป็นชิ้นเป็นอัน

ความรัก : ใครที่กำลังเจอกับปัญหามือที่สาม วันนี้อาจมาถึงที่สิ้นสุด ไม่สามารถอยู่ร่วมชายคาเดียวกันได้แล้ว รวมถึงอาจมีการเรียกร้องทางกฎหมายเพื่อเลี้ยงดูบุตรด้วย คนโสด ระวังอารมณ์ตัวเองให้ดี เพราะคุณกำลังเล่นอยู่กับไฟ หากเกิดอะไรขึ้นล่ะก็ชีวิตเปลี่ยนทันที

สุขภาพ : หากเป็นนักดื่มตัวยงก็ต้องขยันลุกขึ้นไปปัสสาวะด้วย กลั้นไว้ จะทำให้กรวยไตและกระเพาะปัสสาวอักเสบ จนเสี่ยงต่อการติดเชื้อในกระแสเลือด

 

ผู้ที่เกิดวันอังคาร

การงาน :  วันนี้ต้องลดทิฐิและความเชื่อมั่นในตัวเองลงอย่างเดียวเลยค่ะ เพราะไม่เช่นนั้นคุณอาจถูกเขม่น จนกลายเป็นถูกกลั่นแกล้ง แล้วหากคุณพลาด พวกก็รอรุมกระหน่ำซ้ำเติม ดังนั้น คุณจึงทำงานด้วยอารมณ์ความรู้สึกร้อนรุ่มและเบื่อหน่ายไปหมด จนอยากลาออกให้รู้แล้วรู้รอด แต่นั่นไม่ใช่ทางออกที่ดีในช่วงนี้ ทางออกที่ดีที่สุดของคุณคือ ขยันและตั้งใจทำงานทั้งในส่วนของตัวเอง และควรช่วยเหลือคนอื่นด้วย

การเงิน :  คุณใจดี ใจบุญ ชอบช่วยเหลือผู้อื่นที่เดือดร้อน แต่ในยามที่คุณเดือดร้อนกลับไม่มีใครช่วยเหลือคุณเลย จึงควรจำไว้ให้ขึ้นใจก่อนที่จะช่วยเหลือใคร

ความรัก :  ปกติชีวิตคู่คุณก็ราบเรียบและราบเรียบดี แต่วันนี้ไม่ปกติอย่างแรง เพราะจะมีมือที่สามเข้ามาสร้างความวุ่นวายให้กับชีวิตคู่ เดิมคุณก็หึงหวงและเรียกร้องความสนใจเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ไม่ว่าเกิดอะไรขึ้นก็อย่าโทษตัวเองหรือประชดชีวิต รักตัวเองให้มากๆ   คนโสด สำหรับผู้ที่มีความรักที่ซ่อนเร้น เปิดเผยไม่ได้ วันนี้ต้องระวังตัวจริงเขาจะจับได้

สุขภาพ :  ระวังโรคของสตรี เช่น ประจำเดือนมาไม่ปกติ หรือมดลูกมีปัญหา

 

ผู้ที่เกิดวันพุธ

การงาน :  หากคุณทำงานหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ความสามารถทางวาทศิลป์ในการเจรจาประสานงาน เช่น นักการทูต นักสื่อสารมวลชน ดีเจ พิธีกร พนักงานส่งเสริมการขายทุกประเภท ความที่คุณยอมหัก แต่ไม่ยอมงอ จึงทำให้งานไม่ผ่านกระบวนการพิจารณาเสียที ส่งผลให้คุณอึดอัดและเบื่อหน่ายมาก ทางที่ดีควรใจเย็นๆ และระวังคำพูด เพราะอาจทำให้สถานการณ์แย่ลงกว่านี้

การเงิน : ร้อนเงิน ต้องเร่งหารายได้จากทุกๆ ช่องทาง แต่ก็ไม่ควรยุ่งเกี่ยวกับงานที่ไม่ถูกต้องหรือการเสี่ยงโชค เพราะยิ่งจะมีแต่เสียกับเสีย

ความรัก :  คุณโหมงานหนักจนไม่ได้ให้ความสนใจกับคู่เหมือนที่ผ่านมา จนเขาเริ่มไปสังสรรค์ปาร์ตี้กับเพื่อนฝูง ซึ่งมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดเรื่องชู้สาวตามมา  คนโสด คุณให้ความสำคัญกับการทำงาน ดังนั้น ความรักจึงได้แค่ชั่วครั้งชั่วคราว เพื่อที่จะไม่ต้องมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเสียใจ

สุขภาพ :  ระวังจะเจ็บป่วยไข้จากโรคร้ายที่สะสมมานาน โดยไม่มีลางบอกเหตุใดๆ อาจเป็นโรคปัจจุบันทันด่วน เป็นขึ้นอย่างไม่คาดคิด

 

ผู้ที่เกิดวันพฤหัสบดี

การงาน : หากคุณเป็นพนักงานใหม่ หรือได้บรรจุเข้าทำงานใหม่ คุณไฟแรง มีความอุตสาหะ และเพียรพยายามในการทำงาน สามารถเอาชนะอุปสรรคและแก้ปัญหาต่างๆ จนสำเร็จลุล่วงด้วยดี แม้จะเหนื่อยแทบขาดใจ แต่ผู้ใหญ่จะเห็นความสามารถและช่วยเหลือสนับสนุนให้คุณก้าวหน้าในหน้าที่การงานเลยทีเดียว

การเงิน :  รายได้มาจากแรงกายและความสามารถเป็นหลัก ซึ่งวันนี้อาจได้รับทุนสนับสนุนจากญาติผู้ใหญ่ให้ลงทุนทำธุรกิจเพิ่ม ซึ่งคุณชอบอยู่แล้ว เพียงแต่ขอให้ทำอย่างถูกต้อง ไม่เช่นนั้นสิ่งที่คุณสร้างไว้อาจเอวังเลย

ความรัก : อาจมีวาระพิเศษที่ทำให้สมาชิกในบ้านมารวมตัวกันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา คนเยอะก็เรื่องแยะ อาจมีผู้ไม่หวังดีเม้าท์มอยให้คุณฟังว่า คู่คุณมีกิ๊ก หนักแน่นไว้ อย่าตกเป็นเหยื่อของเขาเด็ดขาด คนโสด  คุณยอมเป็นนารีอุปถัมภ์ เพื่อที่จะแย่งชิงคนที่คุณถูกใจมาเป็นของตัวเอง แล้วเมื่อแย่งสำเร็จแล้ว ก็หมดความตื่นเต้น

สุขภาพ : ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่ไม่ถูกสุขลักษณะ ไม่สดสะอาด จะทำให้คุณท้องเสีย เพราะอาหารเป็นพิษได้

 

ผู้ที่เกิดวันศุกร์

การงาน :  หากเป้าหมายในการทำงานของคุณคือ เพื่อความเจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงาน ชื่อเสียงและเงินทอง วันนี้คุณอาจเครียด เพราะนอกจากจะกดดันตัวเองแล้ว ยังถูกเจ้านายกดดันอีกต่อ และด้วยความทิฐิและเชื่อมั่นในตัวเองมากจนไม่สนใจความรู้สึกของผู้ร่วมงานคนอื่นเลย ก็จะยิ่งส่งผลให้คุณถูกกลั่นแกล้งและใส่ร้ายป้ายสี แล้วหากคุณพลาดก็ยังถูกรุมกระหน่ำซ้ำเติม ทั้งจากเพื่อนร่วมงานและเจ้านายอีก จึงควรทำงานแบบปล่อยวางและผ่อนคลาย พอดีๆ

การเงิน : มีรายได้เข้ามาอย่างต่อเนื่อง แต่ก็มีรายจ่ายจนชักหน้าไม่ถึงหลัง จึงไม่ควรเลือกทางผิด เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเงินที่ไม่ถูกต้อง เงินร้อน ได้มาก็อยู่กับตัวไม่ได้นาน

ความรัก : แม้ครอบครัวคุณจะอบอุ่น คู่ชีวิตก็ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษา แนะนำแนวทางชีวิตที่ถูกต้องให้คุณได้ แต่คุณอาจคิดว่ายังไม่เพียงพอ จึงอาจเผลอใจให้กับคนอื่น เพราะอยากมีชีวิตที่ดีกว่านี้   คนโสด หัวใจของคุณยากนักที่จะหยั่งถึง อาจเลือกที่จะมีความรักที่ซ่อนเร้นก็ได้

สุขภาพ : ควรตรวจเช็กสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ เพราะอาจมีสิ่งปกติภายในร่างกายที่กำลังรอการรักษาอยู่อย่างรีบด่วน ก่อนที่จะลุกลามหรือกำเริบมากกว่านี้

 

ผู้ที่เกิดวันเสาร์

การงาน  :  หากคุณทำงานหรือเกี่ยวข้องกับงานที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ หรือความสวยงาม เช่น งานออกแบบดีไซน์ ไม่ว่าจะเป็นดีไซเนอร์ อินทิเรีย ดีไซน์ สถาปนิก นักแต่งสวน วันนี้คุณโหมงานหนักมาก จนไม่รับฟังความคิดเห็นของคนอื่นเลย ก็ต้องระวังอาจมีคนแอบอิจฉาริษยาและใส่ร้ายป้ายสีคุณ ซึ่งจะเกิดผลร้ายและส่งผลกระทบต่อหน้าที่การงานได้อย่างกะทันหัน

การเงิน : คุณให้ความสำคัญกับตัวงานมากกว่าตัวเงิน ขณะที่ก็มีโชคลาภมาหาคุณอยู่ไม่ขาด วันนี้อาจได้มรดกเลยนะเนี่ย

ความรัก : คุณให้ความสำคัญกับการหาเลี้ยงครอบครัวมากกว่าเวลาและความอบอุ่น จึงอาจทำให้คู่คุณเริ่มไม่มั่นใจในความรักที่คุณมีให้ จนกลายเป็นปัญหาชีวิตคู่ตามมา คนโสด คุณอาจเข้าถึงสัจธรรมแล้วว่า ‘ที่ใดมีรักที่นั่นมีทุกข์ ทำงานสิจะได้ไม่ทุกข์’

สุขภาพ :  ทำงานหนักจนรับประทานอาหารไม่ตรงเวลา และไม่ถูกสุขลักษณะ จะทำให้มีปัญหาในเรื่องของระบบน้ำย่อยและกระเพาะอาหาร จึงควรรับประทานอาหารเสริมหรือวิตามินบ้าง

 เช็กดวงย้อนหลังได้ที่นี่

โลกสวยไม่ได้แล้ว เพราะดูแนวแล้ว น่าจะเป็นตามเสียงเมาท์มอย ดูดวงรายวัน 17 ตุลาคม 2563

ช่างเลือกไปก็เท่านั้น เพราะคุณอาจจบกับคนที่ไม่ได้เลือก ดูดวงรายวัน 18 ตุลาคม 2563

หากเพื่อนแย่งคนรัก ก็ใส่พานให้เธอไปเลย ไม่ต้องเสียดาย ดูดวงรายวัน 19 ตุลาคม 2563

ไม่คิดจริงจังกับใคร แต่จะเจอคนที่จริงจังกับคุณ ดูดวงรายวัน 20 ตุลาคม 2563

แชร์เทคนิค “กินเจ” อย่างไรให้สุขภาพดี และไม่เพิ่มน้ำหนักตัว

แชร์เทคนิค กินเจ อย่างไรให้สุขภาพดี และไม่เพิ่มน้ำหนักตัว

กินเจ คือการงดรับประทานเนื้อสัตว์ทุกชนิด และหันมาทานพืชผักแทน ทำให้กระเพาะได้พักจากการย่อยเนื้อสัตว์ และได้รับวิตามิน และโปรตีนจากถั่วชนิดต่างๆ ซึ่งแตกต่างจากโปรตีนที่เราได้รับจากเนื้อสัตว์ ช่วงเวลานี้จึงถือเป็นช่วงที่ร่างกายได้พักผ่อนจากการรับสารอาหารย่อยยาก

คนส่วนใหญ่ในปัจจุบันหันมากินเจกันมากขึ้น และก็มักจะพึ่งอาหารจากร้านนอกบ้าน และมักพบว่ามีการนำเอาวัตถุดิบที่ผ่านการแปรรูปมาใช้เป็นส่วนประกอบในอาหารมากขึ้นเพื่อเพิ่มรสชาติ บางครั้งยังทำกลิ่นและรสสัมผัสให้คล้ายเนื้อสัตว์ ซึ่งสารที่เติมเข้าไป ก็อาจมีส่วนผสมของสารเคมี สารกันบูด และบางผลิตภัณฑ์ยังมีการปนเปื้อนของเชื้อราอีกด้วย นอกจากนั้น อาหารเจ มักทำมาจากแป้งเป็นหลัก และมีน้ำมันเป็นส่วนประกอบอยู่มาก ซึ่งถ้าเราบริโภคไม่ถูกหลักโภชนาการ ก็มีโอกาสที่จะเกิดปัญหาสุขภาพตามมาได้ ดังนั้น ก่อนเริ่มต้นกินเจ ควรพิจารณาเมนูอาหารให้เหมาะสมเพื่อให้ได้ประโยชน์ทั้งกายและใจไปพร้อมๆ กัน

การเลือกอาหารในช่วงกินเจ มีหลักง่ายๆ ดังนี้

  • เน้นผักเป็นหลัก เลือกทานให้หลากสี เน้นผัก ผลไม้สดเพื่อเพิ่มวิตามินซีซึ่งจะช่วยในการดูดซึมธาตุเหล็ก ทานผักที่มีธาตุเหล็กสูง เช่น ผักโขม ถั่วลิสง ถั่วฟักยาว เห็ดฟาง การทานผักและผลไม้สด นอกจากจะทำให้ได้เกลือแร่และวิตามินอย่างครบถ้วน ยังมีเส้นใยอาหารสูง ทำให้อิ่มเร็วขึ้นด้วย
  • ทานแป้งในปริมาณที่พอดี เพื่อให้ร่างกายมีพลังงาน แป้งที่ทานควรเลือก ข้าวกล้อง แทนข้าวขาวปกติ ขนมปังโฮลวีท
  • ช่วงที่งดเนื้อสัตว์ หรือผู้ที่งดทานเนื้อสัตว์เป็นเวลานาน อาจทำให้ขาดวิตามิน B12 ได้ จึงควรทานโปรตีน จากโปรตีนเกษตร เต้าหู้ และถั่วหรือธัญพืช
  • เลี่ยงอาหารที่มีน้ำมันมาก ลดเมนูผัดๆ ทอดๆ ถ้าปรุงอาหารเองเลือกใช้น้ำมันจากกรดไขมันไม่อิ่มตัวที่ดีเช่น น้ำมันเมล็ดชา น้ำมันคาโนล่า น้ำมันมะกอก
  • เลือกเมนู ตุ๋น ต้ม อบ นึ่ง ยำ แต่อาหารที่ผ่านการเคี่ยวนานๆ อาจทำให้คุณค่าของสารอาหารสูญเสียไป เช่น ต้มจับฉ่าย ควรทานในปริมาณที่เหมาะสม
  • เลือกผลไม้หวานน้อย เช่น ชมพู่ ฝรั่ง แก้วมังกร
  • หลีกเลี่ยงอาหารรสจัด เช่น หวานจัด เค็มจัด การทานอาหารรสเค็ม จะมีปริมาณของโซเดียมสูง ซึ่งจะส่งผลให้ไตทำงานหนัก
  • ทานให้น้อย แต่บ่อยครั้ง
  • เลือกของว่างอยู่ท้อง แต่มากคุณค่า

การกินเจที่ถูกหลัก นอกจากจะทำให้ไม่ขาดสารอาหาร จากการงดเว้นเนื้อสัตว์แล้ว ยังจะได้รับอาหารที่มีคุณประโยชน์ต่อร่างกาย การกินเจร่วมกับการออกกำลังกาย พักผ่อนให้เพียงพอ ทำจิตใจให้เบิกบานแจ่มใส ก็จะช่วยให้สุขภาพดีขึ้น  แถมหุ่นดี และได้บุญอีกด้วย


ข้อมูล : นพ.ปิยพนธ์ อุทะโก อายุรแพทย์ด้านโรคระบบทางเดินอาหาร รพ. สมิติเวช ศรีนครินทร์
ภาพ : Pexels

 

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

กินไว้! ถ้าไม่อยากพึ่งยาเคมี รักษาไมเกรน ตลอดชีวิต แถมได้สุขภาพและหุ่นที่ดีด้วย

ลดน้ำหนัก ด้วยการนอนและดื่มน้ำอุ่น ก็ลดได้ถึง 18 กก. ใน 1 เดือน! จริงหรือ?

ปรับสมดุลร่างกายและจิตใจแบบ “หยิน-หยาง” ด้วยอาหารจานอร่อย

 

 

อีจุนกิ-ซอเยจี

เก็บตกความหวาน! รวมโมเม้นต์สุดฟิน อีจุนกิ-ซอเยจี จากซีรีส์ทนายสายเดือด

เรื่องนี้ต้องไม่พลาด! พาส่องโมเม้นต์สุดฟินของพระนางชื่อดัง อีจุนกิ-ซอเยจี จากซีรีส์กฎหมายปนแอ็คชั่น-โรแมนติก The Lawless Lawyer ทนายสายเดือด

ถือเป็นอีกหนึ่งซีรีส์ที่คอเกาหลียกให้เป็นซีรีส์ขวัญใจเลยก็ว่าได้ สำหรับซีรีส์เกาหลีแนวกฎหมายปนแอ็คชั่น-โรแมนติก “The Lawless Lawyer ทนายสายเดือด” ที่ได้นักแสดงนำสุดฮ็อตแดนกิมจิอย่างพระเอกหนุ่ม “อีจุนกิ” และนางเอกสาว “ซอเยจี” มาประชันฝีมือ แถมยังมีโมเม้นต์หวานๆ ชวนจิ้นนอกจอสุดฟินกันอีกต่างหาก

งานนี้ “MONOMAX” (โมโนแมกซ์) ผู้นำดูหนังออนไลน์แบบถูกลิขสิทธิ์ ในเครือ MONO NEXT (โมโน เน็กซ์) จึงได้รวบรวมฉากสุดฟินชวนจิ้นของ “อีจุนกิ-ซอเยจี” มาให้ได้ชมกัน ชนิดที่ว่าเห็นแล้วฟินจิกหมอนตามกันเป็นแถวเลยล่ะ!

ซอเยจี รับบท ฮาแจยี ทนายความสาวสุดมั่น ผู้ยึดหลักความถูกต้องและยุติธรรม เป็นผู้หญิงที่แข็งแกร่งและไม่ยอมแพ้ต่ออำนาจมืด แต่ก็ไม่วายที่จะมีมุมน่ารักๆ ตามสไตส์ผู้หญิงจนทำให้หนุ่มๆ หลงใหลได้! ส่วน อีจุนกิ รับบท บงซัลพิล ทนายหนุ่มสุดแสบ ที่มีชื่อเสียงโด่งดังในฐานะทนายนักเลง ซึ่งเป้าหมายของเขาคือการชนะทุกคดี โดยไม่สนใจว่าวิธีการนั้นจะถูกหรือผิดอย่างไร

จนวันหนึ่ง ฮาแจยีและบงซัลพิล ต้องมาร่วมมือกันในการสืบสวนคดีความ จากที่เคยเป็นคู่ทะเลาะเพราะแนวทางการทำงานที่แตกต่างกัน ทำให้ทั้งคู่ต้องค่อยๆ ปรับตัวเข้าหากัน พูดเปิดใจกันแบบตรงๆ จนความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก็เริ่มใกล้ชิดกันและพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ แบบค่อยเป็นค่อยไปในแบบผู้ใหญ่ที่หวานแต่ไม่เลี่ยน ซึ่งสายตาของทั้งคู่เวลามองกันก็สื่อความหมายได้แบบไม่ต้องใช้คำพูดอะไรมาก แต่รู้ดีว่ารักและเชื่อใจกันเสมอ

ส่วนฉากที่ทำให้แฟนซีรีส์เกาหลีทั้งหลายต่างจิกหมอนนอนฟินกันนั้นเห็นจะเป็นซีนที่ ทนายบงและทนายฮาจูบกันดูดดื่มท่ามกลางบรรยากาศสุดแสนจะโรแมนติกและได้มีความสัมพันธ์กันแบบลึกซึ้ง! จนกระทั่งตอนเช้า ทนายฮาได้ตื่นมาอยู่ในอ้อมกอดอันอบอุ่นของทนายบง ชนิดที่ใครชมแล้วต้องอิจฉา มโนอยากเป็นทนายฮากันเป็นแถว! แถมแอบลุ้นโมเม้นต์ความน่ารักของ “อีจุนกิ-ซอเยจี” จากในซีรีส์ “The Lawless Lawyer ทนายสายเดือด” อยากจะจิ้นให้รักกันจริงๆ นอกจอเลยเชียวล่ะ!


บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

รุ่นใหญ่แต่เก๋าเกมส์! รู้จักสามพระเอกดังในตำนาน ซุป’ตาร์แถวหน้าของฮ่องกง

ซนเยจิน ซื้อตึกหมื่นล้านวอนในคังนัม ชาวเน็ตเม้นต์บางคนเงินซื้อบ้านเล็กๆ ยังไม่มี!

ไม่รู้จักไม่ได้แล้ว หลัวอวิ๋นซี (Luo Yun Xi) พระเอกจีนสุดฮ็อต จากมณฑลเสฉวน

 

ผมแห้งเสียใช้อะไรดี

5 สุดยอดมือปราบ ผมแห้งเสีย หยาบกระด้าง ให้กลับมามีเส้นผมนุ่มสลวย เงางาม

5 สุดยอดมือปราบ ผมแห้งเสีย หยาบกระด้าง ให้กลับมามีเส้นผมนุ่มสลวย เงางาม สุขภาพดี

#PraewIconicBeauty2020 #IconicBeautySelected โดยธรรมชาติของเส้นผมคนเราจะมีกรดไขมันเป็นหนึ่งในส่วนประกอบ ทำหน้าที่มอบความชุ่มชื้นให้แก่เส้นผม รวมถึงคอยปกป้องไม่ให้สิ่งสกปรกซึมผ่านเกล็ดผม แต่กรดไขมันธรรมชาติของเส้นผมนี้สามารถถูกทำลายได้จากหลากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นสภาพแวดล้อมอย่างมลภาวะ ฝุ่นควัน รังสียูวี หรือการใช้ความร้อนจากอุปกรณ์จัดแต่งทรงผม การทำสีผม ดัดผม หรือการทาเคมี ก็จะส่งผลกระทบต่อกรดไขมันในเส้นผม ทำให้ผมอยู่ในสภาวะที่แห้ง มีสัมผัสหยาบกระด้าง ขาดความเงางาม นอกจากนี้ยังทำให้การยึดเกาะของเกล็ดผมด้านในและด้านนอกอ่อนแอลง ส่งผลให้เกิดปัญหาผมแตกปลาย เปราะขาดง่าย

ยิ่งช่วงนี้ฝนตกบ่อย แถมอากาศเย็นกรุบกริบ ยิ่งทำให้เส้นผมและหนังศีรษะแห้งเสียไปกันใหญ่ บางรายก็จับตัวเป็นก้อนบ้าง ชี้ฟูบ้าง ไม่เป็นทรงเหมือนยัยเพิ้ง จนแทบอยากจะกรี้ดกันเลยทีเดียว ก็ไม่แปลกที่จะหัวเสียหรอกเนอะ เพราะเส้นผมเป็นบุคลิกภาพด่านแรกของสาวๆ นี่นา เอาเป็นว่าใครมีปัญหาผมแห้งเสียชี้ฟูเหมือนหมี่กรอบ แถมปลายผมยิ่งแย่หนัก แตกปลายเหมือนห้าแยกลาดพร้าว คงถึงเวลาแล้วละที่ต้องบำรุงแบบล้ำลึก แต่งานนี้ไม่ต้องห่วง พริมพี่_แพรวนิสต้า ได้คัด 5 สุดยอดโปรดักส์บำรุง มือปราบผมแห้งเสีย หยาบกระด้าง ให้กลับมามีเส้นผมนุ่มสลวย เงางาม สุขภาพดีมาแนะนำแล้วค่ะ

 

Hair Rituel by SISLEY Restructuring Nourishing Balm (12 กรัม / 3,700 บาท)

บาล์มฟื้นบำรุงเส้นผมและปลายผม สำหรับ ผมแห้งเสีย เปราะขาดง่าย เข้มข้นด้วยสารสกัดของออยล์จากพืชพรรณ 5 ชนิด ตรงเข้าฟื้นฟูตั้งแต่ระดับเนื้อผมด้านในจนถึงเกล็ดผมด้านนอก ให้ทุกสภาพเส้นผมกลับคืนสู่สุขภาพที่ดี โดยใช้บาล์มนวดลงบนเส้นผมที่แห้งก่อนสระผม ลูบไล้แต่บริเวณกลางเส้นผมจรดปลาย หลีกเลี่ยงบริเวณหนังศีรษะ สามารถทาซ้ำได้ในจุดที่แห้งเสียเป็นพิเศษ หลังจากนั้นปล่อยให้ซึมซาบลงสู่เส้นผม ทิ้งไว้อย่างน้อย 30 นาทีหรือข้ามคืน ล้างออกแล้วสระผมตามปกติ

ซึ่งจริงๆ ทำได้ 3 รูปแบบ 1.) ฟื้นบำรุงแบบเร่งด่วน ให้หมักบาล์มทิ้งไว้ 30 นาทีแล้วล้างออก 2.) ซ่อมแซมแบบเข้มข้น ให้หมักบาล์มทิ้งไว้ 1 คืน หรือ 8 ชั่วโมง เพื่อเส้นผมที่แข็งแรงขึ้น ดูเงางาม ไม่กระด้างชี้ฟู 3.) ปรับโครงสร้างเส้นผมแบบเข้มข้น ให้หมักบาล์มทิ้งไว้ 1 คืน โดยทำสัปดาห์ละ 1 ครั้ง ติดต่อกันเป็นเวลา 5 สัปดาห์ เพื่อฟื้นบำรุงปรับโครงสร้างเส้นผมและปลายผมให้แข็งแรง ไม่เปราะขาดง่าย หลังจากที่แอดได้ลอง บอกได้เลยว่าสิ่งที่หลายคนกังวลใจว่า หากหมักทิ้งไว้ข้ามคืนเส้นผมจะมันเหนียวเปื้อนที่นอนนั้น ไม่ต้องห่วง เมื่อนวดหมักไปสักพักเนื้อบาล์มจะซึมเข้าเส้นผมไม่เหนียวเหนอะหนะ ตื่นเช้ามา หลังจากสระผมและจัดแต่งทรงเสร็จ เส้นผมจะอ่อนนุ่มสลวยมาก เฟิร์มค่ะ

YVES ROCHER Universal Balm (150 มิลลิลิตร / 449 บาท)

ช่วงนี้เนื้อบาล์มกำลังมาแรงขอแนะนำอีกสักโปรดักส์ของอีฟโรเช่ บาล์มบำรุงผมสูตรเข้มข้น ที่ออกมาเสริมทัพโปรดักส์ดูแลเส้นผมด้วยส่วนผสมสำคัญจากโจโจบาออยล์ออร์แกนิกที่อุดมไปด้วยกรดไขมัน Omega-6 และ Omega-9 เข้าฟื้นบำรุงเส้นผมให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง และ Agave Fructans ช่วยเติมเต็มสารอาหารให้เส้นผมเพื่อเพิ่มความแข็งแรงมากยิ่งขึ้น  ถือเป็นทางออกของผมเสียทุกประการช่วยให้ผมแข็งแรงขึ้น 30X2  พร้อมยังมาในหลอด Eco-design ลดการใช้พลาสติกลง 25% และที่สำคัญ Universal Balm ยังใช้ได้หลากหลายตามความสะดวกของแต่ละคน ไม่ว่าจะใช้หมักผมไว้ข้ามคืนโดยไม่เลอะหมอน ใช้จัดแต่งทรงผมก่อนแปรงผม หรือจะใช้ระหว่างวันเมื่อรู้สึกว่าผมชี้ฟูก็ได้เช่นกัน ด้วยเนื้อบาล์มที่ไม่ทำให้ผมดูมัน แต่บำรุงอย่างล้ำลึกด้วยคุณค่าจากธรรมชาติอีกด้วยค่ะ

 

mise en scène Perfect Serum Original (70 มิลลิลิตร / 329 บาท)

สุดยอดของอาหารผมกับโปรดักส์ที่สาวๆ นิยมใช้กันอย่างมากสำหรับออยล์บำรุงจากเกาหลี mise en scène ขวดนี้เป็นเซรั่มบำรุงผมสูตรออริจินอล สำหรับผมเสียถึงแห้งเสียมาก ด้วยสารสกัดน้ำมันธรรมชาติ 7 ชนิด พร้อมกลิ่นดอกไม้หอมสดชื่น ช่วยฟื้นบำรุงผมที่แห้งเสีย ชี้ฟูและแตกปลาย กลับมาสุขภาพดีเงางามและจัดทรงง่าย เมื่อใช้อย่างต่อเนื่องถึง 3 วัน ซึ่งแบรนด์นี้ก็ถือเป็นหนึ่งในลูกรักของสาวสายเกาไม่น้อย

Dr.Orn Cosmez Wonder Drop Keratin Leave On (50 มิลลิลิตร / 990 บาท)

ส่วนใครที่ชอบบำรุงเส้นผมแบบลีฟออน ที่ช่วยแก้ไขปัญหาผมแห้งเสียชี้ฟู ให้สวยดูดีภายใน 1 นาที ขอแนะนำโปรดักส์ของ Dr.Orn Cosmez ที่เพิ่งเปิดตัวไม่นาน แต่มาแรงจริงๆ ลีฟออนขวดนี้สามารถใช้ขณะผมแห้งหมาด ก่อนการไดร์ผม หนีบผม หรือหลังทำสีผม อุดมไปด้วยกรดอะมิโน Amino Acid หลากหลายชนิด อีกทั้งโปรตีนจากรังไหม และเดฟินิครีน เพิ่มโปรตีนให้กับปลายผม พร้อมทั้งลดการพันกันของเส้นผม นอกจากนี้ยังมีส่วนประกอบของ ออกซิเนต เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่จะช่วยป้องกันเส้นผมจากมลภาวะรอบด้านและ เคราการ์ด เคลือบปกป้องเส้นผมจากความร้อนที่อุณหภูมิสูงถึง 200 องศาเซลเซียส พร้อมส่วนผสมสุดพิเศษ Phyto Cell Tech สารสกัดทรงประสิทธิภาพอย่างสเต็มเซลล์ ที่ได้จากผลแอปเปิ้ล ช่วยกระตุ้นรากผมให้แข็งแรง และช่วยลดการขาดหลุดร่วงของเส้นผม

 

Schwarzkopf Professional OIL ULTIME Mediterranean (100 มิลลิลิตร / 1,500 บาท)

ลองเปลี่ยนโหมดมาบำรุงด้วยน้ำมันจากธรรมชาติ 100% จาก ชวาร์สคอฟ โปรเฟสชั่นแนล ดูบ้างก็ให้ฟีลเหมือนบำรุงจากซาลอนมืออาชีพเหมือนกัน ด้วย ออยล์ อัลไทม์ เมดิเตอร์เรเนี่ยน ฟินิชชิ่ง ออยล์ ผสานความลงตัวด้วยน้ำมันธรรมชาติจากดอกมะลิขาวบริสุทธิ์ พร้อมกลิ่นหอมสดชื่นของมะนาวและส้ม ปราศจากซิลิโคนและไม่ทิ้งความมันบนเส้นผม ให้ความรู้สึกเบาสบาย บำรุงเส้นผมเปล่งประกายเงางาม สัมผัสได้ถึงความนุ่มลื่น พลิ้วไหว จัดทรงง่าย แต่ใครที่ไม่ชอบเหนื่อยเหนียวเหนอะหนะแนะนำว่าอย่ามือหนัก!! กดนิดเดียวก็บำรุงเคลือบทั่วแล้วนะคะ


เรื่อง : Primphy_praewnista

 

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

คัด 4 ครีมสูตรเข้มข้น บำรุงจัดเต็ม ยกกระชับใบหน้าให้ดูอ่อนเยาว์กว่าอายุ

คัด 5 คุชชั่นเนื้อดีโดนใจ บางเบา แต่ปกปิดหน้าเนียนเป๊ะจนใครก็จับโป๊ะไม่ได้

ผิวเนี๊ยบ! 7 รองพื้น เบลอ บางเบา บำรุง และปกปิด ให้ลุคซอฟท์แมตต์เนียนสวย

 

 

ผมหน้าม้า หมื่นล้าน

เรื่องเล่าของ ลิซ่า BLACKPINK กับฉายาใหม่ ผมหน้าม้า หมื่นล้าน!!

ก่อนหน้านี้ผมม้าของสาว ลิซ่า BLACKPINK เคยได้ฉายาว่า หน้าม้าเหล็ก แต่ล่าสุดดูเหมือนว่าบรรดาแฟนคลับต้องเรียกขานกันใหม่แล้วว่า ผมหน้าม้า หมื่นล้าน!!

ผมหน้าม้า หมื่นล้าน

ช่วงนี้เป็นช่วงที่ 4 สาว BLACKPINK เดินสายโปรโมทเพลงใหม่ และเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา พวกเธอได้ไปร่วมรายการ Men on a Mission พร้อมเปิดเผยเรื่องราวต่างๆ ที่หลายคนคาดไม่ถึง โดยในส่วนของ ลิซ่า-ลลิษา มโนบาล ได้พูดถึงผมม้าของเธอ ซึ่งเธอได้เล่าว่าได้ตัดผมทรงนี้มาตั้งแต่ตอนอยู่ประถมศึกษาชั้นปีที่ 4

Men on a Mission

ศิลปินสาวยังได้เล่าอีกว่าตั้งแต่ตอนที่เธอเดบิวต์หลายคนมักจะถามเธอว่า ทำไมผมม้าของเธอไม่ขยับเลยไม่ว่าจะเต้นแรงแค่ไหน โดยเฉพาะตอนที่พวกเธอไปเปิดการแสดงในงานเทศกาลดนตรี Coachella เพื่อนสมาชิกแบล็กพิงก์คนอื่นๆ ผมพันกันยุ่งไปหมด มีเพียงแค่ทรงผมเธอเท่านั้นที่ไม่เป็นอะไร ดังนั้นลิซ่าจึงได้แชร์เทคนิคที่เธอใช้เป็นประจำให้ฟังว่า “ก่อนแต่งหน้าฉันจะใช้โรลม้วนผม แล้วก็เป่าให้แห้ง ฉีดสเปรย์ตรงไปรากผม และใช้สเปรย์อื่นตรงปลายหน้าม้า” เธอยังบอกอีกด้วยว่า หากหน้าม้าไม่เรียงเส้นเธอจะเครียดมากๆ

ลิซ่า BLACKPINK

เมื่อพิธีกรถามว่าดังนั้นผมเธอจะแข็งหรือเปล่า ลิซ่าบอกว่าสำหรับวันนี้ไม่แข็งเท่าไหร่ แต่ถ้าเป็นตอนขึ้นเวทีผมของเธอจะแข็งมากๆ ด้านโรเซ่รีบกล่าวเสริมว่า “ผมเธอแข็งมาก แบบชนิดที่ว่าปาบอลไปก็คงเด้งกลับมาเลย ไม่เท่านั้นพี่ใหญ่ของวงอย่าง จีซู ก็ได้ร่วมวงเม้าท์ว่า “ถ้าใครเหยียบเท้าหรือชนลิซ่าเธอจะไม่ว่าอะไร  แต่ถ้ามีใครมาแตะหน้าม้าเธอสักหน่อย เธอจะออกหมัดทันทีเลย” และลิซ่าก็ได้โชว์ท่าหลบเมื่อคนจะมาสัมผัสหน้าม้าของเธออย่างว่องไว

อย่างไรก็ตามเมื่อถูกถามว่า “ถ้าต้องถ่ายโฆษณาที่ไม่มีหน้าม้าจะรับไหม?” ลิซ่าได้ปฏิเสธทันทีอย่างไม่ลังเลใจ “ฉันจะไม่ทำหรอก” ลิซ่าโดนถามอีกว่า “ถ้าให้ 1 หมื่นล้านวอน (ประมาณ 272 ล้านบาท) แล้วเอาหน้าม้าออกล่ะ?” เธอตัดสินใจอยู่ชั่วขณะก่อนบอกว่า “หมื่นล้านก็ต้องทำสิ” สุดท้ายเมื่อถูกถามว่า “ถ้า 5 พันล้านวอน (163 ล้านบาท) เธอจะทำหรือเปล่า?” ลิซ่าบอกว่า “งั้นเอาออกครึ่งหนึ่ง เก็บหน้าม้าปัดข้างไว้แล้วกัน”

และนี้คือที่มาของฉายาและความน่ารักของลิซ่าในรายการ Men on a Mission ที่ออกอากาศทางช่อง JTBC ดูซับไทยได้ที่ Viu


ข้อมูลจาก : Viu ภาพจาก M·A·C Cosmetics

สามารถติดตามอ่านบทความอื่นๆ ได้ที่นี่

ปิดตำนานหน้าม้าเหล็ก Lisa เปิดเผยหน้าผากในคอนเสิร์ต ที่ ประเทศไทย

เซ็ตทรงตาม “ลิซ่า” ผมหน้าม้าสั้นประบ่า ม้วนปลายเคิร์ฟ น่ารักแบบสาวเกา!

โซเชียลแตกตื่น ลิซ่า เปิดหน้าผาก โชว์เหม่งทรงพลัง น่ารักไม่หยอก

Versace สนีกเกอร์ใหม่ล่าสุด TRIGRECA

เผยที่มาของลาย! Versace ปล่อยสนีกเกอร์ TRIGRECA โดดเด่นไม่เหมือนใคร

เวอร์ซาเช่ (Versace) ปล่อยสนีกเกอร์รุ่นใหม่ภายใต้ชื่อ ‘Trigreca’  ซึ่งปรากฏครั้งแรกบนรันเวย์ฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาว 2020 โดดเด่นด้วยสไตล์และเอกลักษณ์ของแบรนด์ที่ไม่เหมือนใคร

Trigreca ได้รับแรงบันดาลใจจากลวดลาย Greca ของแบรนด์ เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองให้กับเวอร์ซาเช่ ลวดลาย Magna Graecia สัญลักษณ์อันเป็นมรดกได้ถูกใช้เป็นครั้งแรกในคอลเล็คชั่นฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาว 1988 ลวดลาย Greca สร้างขึ้นจากลายเส้นเดียวที่ต่อเนื่องกัน เกิดเป็นทรงเรขาคณิต ซึ่งมีให้เห็นในวัดกรีกโบราณหลายแห่ง และเป็นเสมือนภาพแทนเขาวงกต อีกทั้งปรากฏให้เห็นบนสถาปัตยกรรมและเครื่องปั้นดินเผา

โดยเฉพาะในยุคเรขาคณิต ลวดลาย Greca เป็นสัญลักษณ์แห่งความไม่สิ้นสุดและความสามัคคี ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการสร้างสรรค์ของเวอร์ซาเช่ที่ดำเนินมาอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ลวดลาย Greca ประทับอย่างโดดเด่นบนสนีกเกอร์ บริเวณพื้นรองเท้าชั้นกลางและตกแต่งแถบปลายเท้าส่วนบน

สนีกเกอร์ Trigreca ได้นำนวัตกรรมการออกแบบ “Greca Cushioning System” ที่ช่วยเพิ่มการรองรับและความสะดวกสบายรวมถึงการยกระดับที่หนาขึ้น เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองที่ตั้งแห่งสำนักงานใหญ่ของแบรนด์เวอร์ซาเช่ พิกัดทางภูมิศาสตร์ของกรุงมิลานได้ปรากฏบริเวณส่วนบนของรองเท้า นอกจากนี้ยังมี 3D Medusa ที่ซ่อนอยู่ในพื้นรองเท้า ซึ่งเป็นอีกหนึ่งสัญลักษณ์ของแบรนด์เวอร์ซาเช่

Trigreca มีให้เลือกในสีดำ ขาว เขียว น้ำเงิน และสีแดง เฉพาะที่ Versace.com และในร้านเวอร์ซาเช่บูติคสโตร์ สีอื่นๆ จะมีวางจำหน่ายในวันที่ 1 ตุลาคม 2020 เป็นต้นไป และในเดือนพฤศจิกายนเวอร์ซาเช่ได้จับมือร่วมกันกับแพล็ตฟอร์ม e-commerce อย่าง ssense.com ด้วยการปล่อยสีใหม่สำหรับรองเท้าสนีกเกอร์รุ่นนี้

  


บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

6 ข้อควรรู้ก่อนซื้อ! ยูนิโคล่ AIRism Mask พร้อมวางขายในไทย 16 ตุลาคมนี้

ออกใหม่ให้ใจเต้น รองเท้าทรงกระสอบ ASICS x VIVIENNE WESTWOOD 8 พันบาท!

รีไซเคิลเป็นปุ๋ยได้! นาฬิกา SWATCH คอลเล็คชั่นใหม่สุดล้ำ ผลิตจากพืช

 

ใส่เสร็จพร้อมหลับ ชุดราตรี Moncler ราคา 6 แสนบาท ชาวเน็ตแซวคล้ายถุงนอน

Love it! ใส่เสร็จพร้อมหลับกันเลยทีเดียว สำหรับ ชุดราตรี Moncler ดีไซน์เก๋ แมททีเรียลเริ่ด ซึ่งชาวเน็ตต่างแซวกันระงมว่าคล้ายถุงนอน บ้างก็ว่ามันเหมือนผ้าห่ม!!

 Moncler แบรนด์แฟชั่นสุดหรู ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีในเรื่องของชุดสกี ก่อตั้งขึ้นในปี 1952 โดย René Ramillon และAndré Vincent Moncler ได้ชื่อมาจากตัวย่อของ Monestier-de-Clermont เมืองอัลไพน์ใกล้เมือง Grenoble ประเทศฝรั่งเศส ซึ่งปัจจุบันแบรนด์ดังกล่าวถูกซื้อไปโดย Remo Ruffini ผู้ประกอบการชาวอิตาลีในปี 2546

ตัวแบรนด์นั้นโดดเด่นในเรื่องของอุปกรณ์ และเสื้อกันความหนาวทุกชนิด โดยเฉพาะชุดสกี ที่ต้องยกให้แบรนด์นี้เป็นที่หนึ่ง ซึ่งล่าสุด Moncler ฉีกกฎชุดราตรีที่ไม่ต้องจำเจกับรูปแบบเดิมๆ ด้วยการรังสรรค์ชุดราตรีที่ไม่เหมือนใคร เป็นไอเท็มพิเศษที่ทาง Moncler ร่วมด้วย ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ของวาเลนติโนโดยใช้ชื่อว่า 1 Moncler Pierpaolo Piccioli

Love it! ใส่เสร็จพร้อมหลับกันเลยทีเดียว สำหรับ ชุดราตรี Moncler ดีไซน์เก๋ แมททีเรียลเริ่ด ซึ่งชาวเน็ตต่างแซวกันระงมว่าคล้ายถุงนอน บ้างก็ว่ามันเหมือนผ้าห่ม!!

ตัวชุดมีลักษณะ ปาดไหล่ ด้านหน้ามีซิป กระโปรงคล้ายกับพลีทที่ดูพองโต ทำจากผ้าไนล่อนที่ด้านนอกถูกเคลือบผิวไว้ ด้านในบุด้วยขนนกจึงมีน้ำหนักเบา มาพร้อมกับลวดลายเฉพาะจากแบรนด์ Lemlem ของดีไซเนอร์ Liya Kebede สำหรับราคานั้นไม่เบาเลยทีเดียวจ้า โดยชุดราตรีนี้สนนอยู่ที่ £17,000 ปอนด์ หรือประมาณ 687,580 บาท!!!

งานนี้ชาวเน็ตเห็นแล้วถึงกับออกมาแซวว่า เป็นไอเท็มที่เพอร์เฟ็ค และเหมาะมากสำหรับการพักผ่อนระหว่างการเดินทางไปแคมปิ้งในที่อากาศหนาวเย็น หรือจะเป็น “ฉันต้องบอกเลยว่ามันดูอุ่นหนาฝาคั่งสุดๆ แต่ราคาไม่สบายเท่าไหร่เลย!” ในขณะที่ชาวเน็ตอีกคนกล่าวว่า โอ้มายก็อดดด ฉันชอบผ้านวม/ชุดนี้ และ ‘คุณจะประหยัดเงินได้หลายพันในการดูดไขมัน’ ในขณะที่อีกคนหนึ่งพูดติดตลกว่า ‘ก้นของฉันดูใหญ่หรือเปล่า?

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่การออกแบบของ Moncler ถูกล้อเลียนในโลกออนไลน์ โดยเมื่อปี 2018 ทางแบรนด์ได้ออกคอลเล็คชั่นเสื้อแจ็คเก็ตและกางเกงขายาวขนาดใหญ่ซึ่งบางคนบอกว่ามันดูเหมือน ‘มิชลินแมน’ รวมไปถึง เบย์แม็กซ์ จากภาพยนตร์แอนิเมชั่น จากค่ายวอลท์ ดิสนีย์ เรื่อง Big Hero 6


CR : Moncler, Daily Mail

 

กินเจ

บูสท์ไฟเบอร์ให้ร่างกายช่วง เทศกาลเจ ด้วยน้ำผัก 6 ชนิด

เพราะสุขภาพที่ดีต้องเริ่มต้นจากภายใน ทิปโก้ ชวนคนรักสุขภาพหันมาใส่ใจร่างกายตลอดช่วง เทศกาลกินเจ ปี 2563 นี้ ให้ได้ทั้งอิ่มบุญ โล่งกาย และขับถ่ายดี

ด้วยพลังไฟเบอร์จากน้ำผัก 100% ของ ทิปโก้ เวจจี้” และ ทิปโก้ โปรไฟเบอร์” ซึ่งมีให้คุณเลือกดื่มถึง 6 รสชาติ ได้แก่ ทิปโก้ เวจจี้ น้ำว่านหางจระเข้, น้ำแครอท, น้ำมะเขือเทศ และ ทิปโก้ โปรไฟเบอร์ น้ำผักผสมน้ำผลไม้รวม สูตรเชอร์รี่เบอร์รี่, สูตรแอปเปิ้ลเขียว, สูตรทับทิม ที่มีใยอาหารสูงกว่า 5 เท่า ซึ่งเป็นตัวช่วยสำคัญในการปรับระบบการขับถ่ายได้ง่ายและรักษาสมดุลมากขึ้น และยังช่วยเพิ่มจุลินทรีย์ที่ดีในลำไส้
กินเจ

ถึงแม้อาหารเจที่หลายคนชอบทานอาจจะมีแป้ง หรือของมันของทอด ซึ่งอาจทำให้รู้สึกไม่สบายท้อง แต่สำหรับเจปีนี้รับรองว่ากินได้สุด แบบไม่ต้องกลัวอึดอัด ด้วยน้ำผัก 100% ของ ทิปโก้ เวจจี้” และ ทิปโก้ โปรไฟเบอร์” บูสท์ไฟเบอร์ให้คุณได้ตลอดเจ 10 วันนี้ อีกทั้งมีส่วนช่วยดักจับแป้งและไขมันที่ไม่ดีออกไป พร้อมอุดมด้วยวิตามินและแร่ธาตุหลากหลายชนิด อร่อย ดื่มง่าย ให้คุณพร้อมฟื้นฟูร่างกายให้แข็งแรงสุขภาพดีจากภายในได้ทุกวัน สามารถหาซื้อได้แล้ววันนี้ที่ 7-Eleven, เทสโก้ โลตัส, บิ๊กซี, ท็อปส์, เดอะมอลล์ และห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วไป หรือติดตามข่าวสารเพิ่มเติม และกิจกรรมดี ๆ ต้อนรับเทศกาลเจได้ผ่านช่องทางทางแฟนเพจ https://web.facebook.com/Tipco.HealthSociety

แฟชั่นคนท้อง ริต้า

แฟชั่นคนท้อง 4 เดือน! ว่าที่คุณแม่ ศรีริต้า ครีเอตลุคสวยเก๋ ครบทุกสไตล์

ส่องความเก๋ แฟชั่นคนท้อง 4 เดือน ของนางเอกดัง ศรีริต้า เจนเซ่น ณรงค์เดช สวยครบทุกสไตล์ ตั้งแต่กางเกงยีนส์เข้ารูป ไปจนถึงชุดเดรสคลุมท้องสำหรับคุณแม่

หลังจากประกาศข่าวดีให้ทุกคนได้รู้ว่าตอนนี้ ตัวเองกำลังจะมีลูกกับสามี กรณ์ ณรงค์เดช ว่าที่คุณแม่อย่างริต้าก็ขยันออกกำลังกายเพื่อดูแลสุขภาพ ซึ่งจะส่งผลดีต่อลูกน้อยในครรภ์อย่างเอาจริงเอาจัง และคุณแม่ก็ไม่หวั่นที่จะสนุกไปกับการแต่งตัวเหมือนเดิม หรือเรียกว่าแทบดูไม่ออกเลยว่านี่คือผู้หญิงที่กำลังตั้งท้อง 4 เดือน เพราะ Baby Bump แต่ละลุคสวยเด็ดจนต้องยอมจริงๆ

แน่นอนว่าพูดมาขนาดนี้ เราต้องมีลุคสวยๆ ของว่าที่คุณแม่ให้ได้ชมกัน ไม่ว่าจะเป็นชุดเซ็ตเข้ารูป , ชุดเดรสคลุมท้อง หรือกางเกงยีนส์ต่างๆ คุณแม่ริต้าก็สามารถมิกซ์แอนด์แมตช์ออกได้อย่างลงตัว เป็นชุดที่ไม่ได้จำกัดตัวเองว่ากำลังท้องแล้วจะใส่ได้แค่เดรสหรือชุดคลุมท้องเท่านั้น แต่ยังคงแต่งตัวเหมือนที่ผ่านมาๆ ได้อย่างสบาย  และเมื่อท้องโตขึ้นกว่านี้ รับรองว่าคุณแม่ริต้าก็พร้อมครีเอตลุคแซ่บๆ ในสไตล์ตัวเองแน่นอน แต่ก่อนจะถึงตอนนั้น เรามาอัพเดตแฟชั่นของเธอในช่วงนี้กันก่อนเลย

แฟชั่นคนท้อง 4 เดือน! ว่าที่คุณแม่ ศรีริต้า ครีเอตลุคสวยเก๋ ครบทุกสไตล์


ภาพ : IG@sriritajensen

เรื่อง : ฮานะ_แพรวนิสต้า

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

สวยดั่งเจ้าหญิง! จ้าวลี่อิ่ง ในชุดเดรสหลักแสน ผลงานดีไซเนอร์ชาวฟิลิปปินส์

ส่องลุคขึ้นศาลของ แมท-ภีรนีย์ กับ It Bag สุดฮ็อต Fendi Peekaboo Mini

โลกไม่จำ ทำไม่ได้! กางเกงยีนส์ของ ลิซ่า BLACKPINK ผลงานแบรนด์ไทยสุดเก๋