สยบขาเม้าท์ใครตกอับ เปิดขุมทรัพย์ ไฮโซน้องเล็ก ณพาภรณ์ แค่นี้ก็ดูแทบไม่ไหว

คงจะพอจำกันได้กับข่าวที่ว่า ไฮโซน้องเล็ก ณพาภรณ์ ตกเป็นข่าวใหญ่เมื่อปลายปี 2016 เรื่องการตัดสินใจเลิกกิจการโรงแรมสวิสโฮเต็ล ปาร์คนายเลิศ ที่ครอบครัวเธอทำมาต่อเนื่องยาวนานถึงสองรุ่น จนกลายเป็นเรื่องเม้าท์มอยหอยสังข์ ถึงดีลการขายบิ๊กแอสเส็ท บ้างก็เม้าท์ว่าบริหารไปไม่รอด บางสายเม้าท์แรงกว่านั้น ถึงขั้นว่าไม่เหลือทรัพย์สมบัติแล้วละสิ ถึงขาย!

ไฮโซน้องเล็ก ณพาภรณ์ โพธิรัตนังกูร
แต่ขอโทษ … จนถึงวันนี้ น้องเล็กได้พิสูจน์ให้พวกขาเม้าท์ทั้งหลายเห็นแล้วว่า พื้นที่บ้านปาร์คนายเลิศบวกกับโรงแรมของครอบครัวเธอ ช่างมีขนาดใหญ่เหลือเกิน จนดูแลไม่ทั่วถึง เพราะขนาดแบ่งขายให้หมอปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ เจ้าของโรงพยาบาลกรุงเทพ ซึ่งเป็นเครือญาติของเธอไปแล้ว 15 ไร่ ครอบครัวเธอยังเหลือที่ดินอีกตั้ง 20 ไร่ และผืนดินแห่งนี้ได้กลายเป็นทรัพย์ในดิน ที่น้องเล็กสามารถสร้างมูลค่างอกเงยให้เกิดขึ้นมหาศาล เพราะวันนี้…ชื่อ ‘บ้านปาร์คนายเลิศ’ ได้กลายเป็นหนึ่งในสถานที่จัดเลี้ยงสุดไฮโซฯ ของกรุงเทพฯ ที่ใครๆ ก็อยากมาจัดงาน ยังไม่นับรวมมูลค่าราคาที่ดินที่ขึ้นอย่างมโหฬาร แทบไม่กล้าคำนวณตัวเลขกันเลยทีเดียว มาดูกันว่าแต่ละขุมทรัพย์ของน้องเล็ก ในนามบริษัทสมบัติเลิศ จำกัด และบริษัทนายเลิศกรุ๊ปนั้น…มีอะไรบ้าง

เปิดขุมทรัพย์อภิมหาศาลของ ไฮโซน้องเล็ก ณพาภรณ์ โพธิรัตนังกูร แค่นี้ก็ดูแลแทบไม่หวาด ไม่ไหว

ไฮโซน้องเล็ก ณพาภรณ์ โพธิรัตนังกูร
บ้านปาร์คนายเลิศ ส่วนที่เป็นพิพิธภัณฑ์ของท่านผู้หญิงเลอศักดิ์ สมบัติศิริ
ไฮโซน้องเล็ก ณพาภรณ์ โพธิรัตนังกูร
กลาสเฮ้าส์ สถานที่นิยมจัดงานภายในบ้านปาร์คนายเลิศ

ขุมทรัพย์แห่งแรก ภายในบริเวณบ้านปาร์คนายเลิศ มีร้านอาหารไทย ‘Ma Maison’ และ ร้านอาหารยุโรป ‘Lady L’ พร้อมให้บริการเคเทอริ่งทั้งในและนอกสถานที่ ในชื่อ ‘White Bus Catering’ เธอริเริ่มเปิด ‘นายเลิศ บัตเลอร์’ เป็นโรงเรียนสอนบัตเลอร์แห่งแรกและแห่งเดียวในประเทศไทย ที่มีครูชาวอังกฤษบินมาสอนโดยตรง รวมทั้งมีพิพิธภัณฑ์บ้านปาร์คนายเลิศ รวมทั้งหมดที่สร้างรายได้ให้ในปีที่ผ่านมา กว่า 100 ล้านบาทเชียวนะ แบ่งเป็นรายได้จากงานเวดดิ้ง ร้อยละ 50 งานอีเว้นท์ต่างๆ ร้อยละ 38 งานเคเทอริ่งนอกสถานที่ ร้อยละ 8 และงานไพรเวทอีเว้นท์ ร้อยละ 4

ไฮโซน้องเล็ก ณพาภรณ์ โพธิรัตนังกูร
กลาสเฮ้าส์เมื่อมองจากภายนอก
ไฮโซน้องเล็ก ณพาภรณ์ โพธิรัตนังกูร
บรรยากาศการจัดงานภายในมาคี ซึ่งเป็นเต๊นท์สีขาวติดแอร์ กลางสนามหญ้าที่บ้านปาร์คนายเลิศ

ขุมทรัพย์แห่งที่ 2 พื้นที่สองไร่ครึ่งที่เคยเป็นสนามเทนนิส ภายในบริเวณบ้านปาร์คนายเลิศ น้องเล็กเตรียมผุดโรงแรมและเรสซิเดนซ์ แบ่งเป็นห้องพักโรงแรม 50 ห้อง เรสซิเดนซ์ 80 ยูนิต สัญญาเช่าอยู่ 30 ปี แต่ละห้องล้วนฟลอร์ใหญ่ๆ ทั้งนั้น เพื่อให้คนซื้ออยู่จริง ไม่ใช่ซื้อเก็งกำไร เฉพาะค่าก่อสร้างปาเข้าไป 3,000 ล้านบาท ไม่รวมราคาที่ดินนะคะคุณ ตอนนี้อยู่ระหว่างวาดแบบ ปลายปีนี้คงได้รู้กันว่าเธอจะเอาเชนโรงแรมไหนมาบริหาร

ไฮโซน้องเล็ก ณพาภรณ์ โพธิรัตนังกูร
ที่ดินรอบคอนโดมิเนียมนี่แหละ ที่เป็นขุมทรัพย์ของน้องเล็กทั้งหมด และเป็นสถานที่จัดอีเว้นต์แห่งใหม่ ‘The River Villa’ มองเห็นมาคี เป็นเต๊นท์สีขาว พร้อมที่จอดรถ สนามหญ้าหลังที่จอดรถคือที่พัตกอล์ฟส่วนตัวของคุณพ่อน้องเล็ก สามารถปรับเป็นพื้นที่รองรับงานจัดเลี้ยงได้อีก

ขุมทรัพย์แห่งที่ 3 เพิ่งเปิดสดๆ ร้อนๆ ‘The River Villa’ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ฝั่งนนทบุรี เธอเล่าให้ฟังแบบชิลๆ ว่า
“พื้นที่จำนวน 25 ไร่แห่งนี้ แต่ก่อนเป็นสวนทุเรียน สวนมะม่วง ของคุณปู่คุณย่าเล็ก เมื่อ 21 ปีที่แล้ว พ่อแม่เล็กสร้างคอนโดมิเนียมขึ้นมา มี 60 ยูนิต แต่เราก็ยังมีพื้นที่อีกมากที่จัดตกแต่งแตกต่างกันใน 5 บรรยากาศ ด้วยความที่คุณพ่อไปบ้านปาร์คนายเลิศบ่อยๆ จึงบอกว่าน่าจะมีการมาจัดงานที่นี่บ้าง บวกกับความพร้อมของเล็กและทีมงาน เราจึงขยายมาเปิดที่นี่เป็นสถานที่จัดเลี้ยงงานแต่งงานและอีเว้นท์ต่างๆ รวมถึงการประชุม MICE ระดับประเทศ โดยพื้นที่สวนด้านหน้า เป็นการจัดเลี้ยงใน The Marquee เป็นเต๊นท์สีขาวพร้อมแอร์เย็นฉ่ำ ถ้าเลี้ยงค็อกเทลจุคนได้เป็นพัน

ไฮโซน้องเล็ก ณพาภรณ์ โพธิรัตนังกูร
ห้อง The Chess Room

“ถัดจากสวนด้านหน้าเข้าไปที่คอนโดมิเนียมริมน้ำ มีห้อง The Chess Room เป็นห้องอเนกประสงค์ จุได้ 60 คน มีโรงหนังไพรเวทขนาด 22 ที่นั่ง ส่วน Riverfront Pavillion ที่เป็นศาลาไทยริมน้ำ จุได้ 150 คน ยังมีเรือยอชต์และสปีดโบ๊ทบริการล่องแม่น้ำเจ้าพระยาอีกด้วย

ไฮโซน้องเล็ก ณพาภรณ์ โพธิรัตนังกูร
บรรยากาศภายในเรือยอชต์
ไฮโซน้องเล็ก ณพาภรณ์ โพธิรัตนังกูร
มีบัตเลอร์ที่ผ่านการเทรนจากโรงเรียนบัตเลอร์อย่างดี คอยให้บริการ

“ทุกวันนี้ การจัดอีเว้นท์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นงานแต่งงาน งานอีเว้นต์สินค้า หรือแม้กระทั่งการประชุม MICE หลายคนมองหาประสบการณ์แปลกใหม่ และความหลากหลายในการจัดเลี้ยง เล็กจึงอยากให้ที่นี่เป็นอีกออพชั่นหนึ่ง สำหรับผู้ที่มีความต้องการจัดงาน รวมถึงนักจัดอีเว้นท์ต่างๆ ซึ่งการเดินทางมาเมืองนนท์เดี๋ยวนี้ง่ายมาก สามารถมาได้ทั้งทางรถ เรือ และรถไฟฟ้าสายสีม่วง

ไฮโซน้องเล็ก ณพาภรณ์ โพธิรัตนังกูร
พร้อมหน้าพ่อ-แม่-ลูก ภายในThe Marquee ซึ่งเป็นเต๊นท์จัดงานสีขาวที่ The River Villa

ไฮโซน้องเล็ก ณพาภรณ์ โพธิรัตนังกูร
“ส่วนเรื่องรายได้สำหรับที่นี่ เล็กไม่รีบร้อน เพราะเพิ่งเปิดตัว ขอมีคนจองจัดงานสัก 50 อีเว้นต์ ก็พอใจแล้ว”

ไฮโซน้องเล็ก ณพาภรณ์ โพธิรัตนังกูร
มุมภายในปาร์คนายเลิศที่คนไม่ค่อยเคยเห็น

ขุมทรัพย์แห่งที่ 4 น้องเล็กมีที่ดินอีก 10 ไร่ ใกล้สถานีบีทีเอสบางจาก เดิมเคยเป็นอู่จอดรถเมล์ขาวนายเลิศ ปัจจุบันให้เช่าเป็นปั๊มปตท. อีกสองปีครึ่งคาดว่าจะสร้างเป็นออฟฟิศทาวเวอร์ 30 ชั้น โดยสามชั้นล่างทำเป็นรีเทล ที่เหลือเป็นออฟฟิศให้เช่า ตอนนี้อยู่ระหว่างวาดแบบนะจ๊ะ

ไฮโซน้องเล็ก ณพาภรณ์ โพธิรัตนังกูร
การตกแต่งภายในพิพิธภัณฑ์ ซึ่งเคยเป็นที่พักของท่านผู้หญิงเลอศักดิ์ สมบัติศิริ

ขุมทรัพย์แห่งที่ 5 ที่ดินริมทะเลหัวหิน ซึ่งเป็นบ้านคุณยาย (ท่านผู้หญิงเลอศักดิ์ สมบัติศิริ) ริมทะเล ตอนนี้เธอขอชะลอโปรเจ็คท์ไว้ก่อน
“เพราะตลาดหัวหินเปลี่ยนไป มีโรงเรมขึ้นใหม่เยอะมาก กำลังศึกษาอยู่ว่าจะทำเป็นอะไรดี เพราะเล็กไม่อยากทำลายบ้านคุณยายที่อยู่ริมหาด และเราก็ไม่อยากให้เป็นแค่โรงแรม เพราะฉะนั้นขอเวลาคิดนิดหนึ่ง”

ไฮโซน้องเล็ก ณพาภรณ์ โพธิรัตนังกูร
อีกมุมหนึ่งภายในพิพิธภัณฑ์ฯ

เป็นไงบ้างคะ สำหรับขุมทรัพย์ทั้ง 5 ของผู้หญิงชื่อ ‘น้องเล็ก’ แต่มูลค่าไม่เล็ก (สักชิ้น) แต่ละสิ่งอย่าง ล้วนเป็นทรัพย์ในดินที่เกิดดอกผลจากความคิด ความครีเอทีฟ และความตั้งใจของเธอล้วนๆ โปรดอย่าถามว่าเธอยังเหลือขุมทรัพย์อื่นอีกไหม ‘แพรวดอทคอม’ ตอบได้เลยว่า …อีกเพียบ!
แต่แค่นี้ เธอก็ดูแลแทบไม่หวาดไม่ไหวแล้วอ่ะ

เปิดเรื่องราว “เครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า” จากในหลวงรัชกาลที่ ๕

เป็นที่ทราบกันดีว่าเดือนตุลาคมสำหรับคนไทยเปรียบเสมือนเดือนมหาโศกที่ต้องหลั่งน้ำตามาแล้วหลายต่อหลายครั้ง ซึ่งวันนี้วันที่ 23 ตุลาคม แผ่นดินไทยต้องร่ำไห้ ใจแหลกสลาย ที่ได้สูญเสียพระราชาผู้เป็นที่รักยิ่งของชาวไทยอย่างพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว วันนี้ซึ่งเป็นวันปิยมหาราช แพรวดอทคอม เองก็อยากจะนำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับพระองค์ท่านเช่นกัน

ถ้าจะให้พูดเรื่องพระราชกรณียกิจหรือพระปรีชาสามารถทางด้านต่างๆ ของพระองค์ ทุกคนก็อาจจะได้ยินกันมาบ้างแล้ว เพราะฉะนั้นวันนี้เราจะขอพูดถึงเครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า ที่หลายคนอาจยังไม่รู้ หรือไม่ค่อยคุ้นหูคุ้นตากันมากนักมาเล่าต่อให้ได้ฟังกัน เนื่องจากเครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้าก็มีความสำคัญไม่น้อยเลย

เครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า (อังกฤษ: The Most Illustrious Order of Chula Chom Klao) สถาปนาขึ้นโดยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อ พ.ศ. 2416 ด้วยทรงเห็นว่าพระมหากษัตริย์ในราชวงศ์จักรีทรงอยู่ในราชสมบัติยั่งยืนนานมาเป็นเวลา 90 ปี ก็ด้วยความจงรักภักดีและการปฏิบัติราชการของพระบรมวงศานุวงศ์และข้าราชการทั้งปวง

ทั้งมีพระราชประสงค์จะทรงชุบเลี้ยงบรรดาทายาทของบุคคลเหล่านี้ ให้มีความเจริญรุ่งเรืองในราชการสืบเนื่องต่อไป จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ทายาทของผู้ได้รับพระราชทานสามารถรับพระราชทานตราสืบตระกูลของบิดาได้ โดยพระราชทานนามพระองค์ “จุลจอมเกล้า” เป็นนามของเครื่องราชอิสรยาภรณ์ตระกูลนี้ พร้อมทรงคิดคำขวัญจารึกบนดวงตราว่า “เราจะบำรุงตระกูลวงศ์ให้เจริญ”

เครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า

หลังจากพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จออกผนวชตามประเพณีเป็นระยะเวลา 15 วัน และทรงเสด็จกลับมา พระองค์มีพระราชดำริว่า นับแต่การสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ มีพระมหากษัตริย์ครองสิริราชสมบัติมาถึง 5 พระองค์นับระยะเวลารวมได้ประมาณ 90 ปี โดยไม่มีเหตุการแก่งแย่งชิงอำนาจจนเกิดศึกกลางพระนครเมื่อมีการผลัดแผ่นดินดังเช่นสมัยกรุงศรีอยุธยา และถึงแม้พระองค์จะทรงครองสิริราชสมบัติเมื่ออายุยังน้อย พระบรมวงศานุวงศ์และข้าราชการทั้งปวงก็มิได้รังเกียจและยังคงรับสนองพระเดชพระคุณเหมือนเช่นที่ผ่านมา

ซึ่งนับเป็นความดีความชอบพระบรมวงศานุวงศ์และข้าราชการทั้งที่ล่วงลับไปแล้วและยังมีชีวิตอยู่ พระองค์จึงมีจิตคิดบำรุงวงศ์ตระกูลของท่านเหล่านี้ ดังนั้น พระองค์จึงทรงสถาปนาเครื่องราชอิสริยาภรณ์เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2416 โดยพระราชทานนามว่า “เครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า” เพื่อเป็นเครื่องหมายแสดงอิสริยยศและเพื่อระลึกถึงความดีความชอบของท่านผู้ใหญ่ที่ได้รักษาแผ่นดินมาแต่ก่อนและผู้ที่ได้ทำนุบำรุงแผ่นดินในปัจจุบัน

เมื่อแรกสถาปนาเครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้านั้นสามารถแบ่งได้ออกเป็น 3 ชั้น ได้แก่ ชั้นที่ 1 ปฐมจุลจอมเกล้า (ปฐมจุลจอมเกล้า) ชั้นที่ 2 ทุติยจุลจอมเกล้า (ทุติยจุลจอมเกล้าวิเศษ, ทุติยจุลจอมเกล้า) และชั้นที่ 3 ตติยาจุลจอมเกล้า (ตติยจุลจอมเกล้า , ตติยานุจุลจอมเกล้า)  ซึ่งจะพระราชทานให้แก่พระบรมวงศานุวงศ์และข้าราชการฝ่ายหน้าเท่านั้น

เมื่อปี พ.ศ. 2443 พระองค์มีพระราชดำริเห็นสมควรเพิ่มชั้นพิเศษสำหรับชั้นที่ 1 ปฐมจุลจอมเกล้าอีกชั้นหนึ่ง เพื่อให้เป็นเกียรติยศและประโยชน์แก่ผู้รับราชการยิ่งขึ้น เรียกว่า ปฐมจุลจอมเกล้าวิเศษ และในปี พ.ศ. 2457 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงสถาปนาเครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้าชั้นที่ 3 ขึ้นเป็นพิเศษ เรียกว่า ตติยจุลจอมเกล้าวิเศษ เพื่อพระราชทานแก่ข้าราชการฝ่ายหน้าเพิ่มขึ้นอีกชั้น

(เรียงจากบนซ้ายไปขวาล่าง) ปฐมจุลจอมเกล้าวิเศษ , ปฐมจุลจอมเกล้า  , ทุติยจุลจอมเกล้าวิเศษ , ทุติยจุลจอมเกล้า , ตติยจุลจอมเกล้าวิเศษ , ตติยจุลจอมเกล้า และตติยานุจุลจอมเกล้า (เครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้าสำหรับฝ่ายหน้า)

หลังจากนั้น ในปี พ.ศ. 2436 พระองค์พระราชดำริสมควรที่จะทรงสร้างเครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้าฝ่ายในขึ้น เพื่อให้สมาชิกผู้ได้รับพระราชทานได้ประดับตนเป็นที่แสดงเกียรติยศเพิ่มขึ้น โดยแบ่งออกเป็น 4 ชั้น ได้แก่ ชั้นที่ 1 ปฐมจุลจอมเกล้า ชั้นที่ 2 ทุติยจุลจอมเกล้า ชั้นที่ 3 ตติยจุลจอมเกล้า และชั้นที่ 4 จตุตถจุลจอมเกล้า และเมื่อปี พ.ศ. 2442 ทรงพระราชดำริให้เพิ่มเครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้าสำหรับฝ่ายในในชั้นที่ 2 ขึ้นอีก 1 ชนิด เรียกว่า ทุติยจุลจอมเกล้าวิเศษ เพื่อให้มีจำนวนชนิด 5 ชนิด (ในขณะนั้น) เช่นเดียวกับสำหรับพระราชทานฝ่ายหน้า


ข้อมูล : wikipedia

ภาพ :  wikipedia

 

จิมมี่ เตชะอุบล

ประวัติร้อยตำรวจเอก จิมมี่-อัครวินท์ เตชะอุบล ทายาทนักธุรกิจพันล้าน

หากพูดถึงเซเลบริตี้ที่กำลังตกเป็นประเด็นร้อนให้พูดถึงกันสนั่นเมืองนาทีนี้คงเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก จิมมี่อัครวินท์ เตชะอุบล ทายาทนักธุรกิจพันล้าน แห่ง เจซีเค อินเตอร์เนชันแนล จำกัด (มหาชน)

เป็นประเด็นที่กำลังเป็นที่พูดถึงในโลกโซเชียลมีเดียเลยทีเดียว สำหรับกรณีอุบัติเหตุรถเก๋ง BMW สีขาว รุ่น M4 ป้ายแดง หมายเลขทะเบียน ต-5555 กรุงเทพมหานคร เกิดอุบัติเหตุชนกับรถขายลูกชิ้นจนเป็นเหตุให้พ่อค้าลูกชิ้นเสียชีวิต ซึ่งในที่เกิดเหตุพบเพียงหญิงสาววัย 25 ปี แต่ไม่พบผู้ขับขี่รถดังกล่าว ซึ่งอุบัติเหตุครั้งนี้ทำให้ผู้ขับขี่ถูกด่าสาปส่งแม้สาธารณะจะยังไม่รู้ว่าเขาเป็นใครก็ตาม กระทั่งในเวลาต่อมาจึงทราบว่าเป็น จิมมี่ เตชะอุบล ทายาทนักธุรกิจสังหาริมทรัพย์ชื่อดังนั่นเอง

จิมมี่-อัครวินท์ เตชะอุบล

จิมมี่อัครวินท์ เตชะอุบล เป็นที่รู้จักของคนในแวดวงสังคมในฐานะทายาทนักธุรกิจพันล้าน เป็นเจ้าของธุรกิจหลายอย่าง เช่น เจซีเค อินเตอร์เนชันแนล จำกัด (มหาชน) ,รวมถึงธุรกิจอาหาร บริษัท เจซี เควินฟู้ด แอนด์ เบฟเวอเรจ จำกัด ดำเนินธุรกิจร้านอาหารจีน “เจิ้งโต่ว” และซื้อแฟรนไชส์ร้านอาหารจากอังกฤษ ชื่อว่า Signor Sassi ซึ่งเป็นร้านอาหารสไตล์อิตาเลียน และ ร้านอาหารสุดหรู Burger&Lobster ที่ได้รับความนิยมอย่างมากจากเซเลบริตี้และดารา

อัครวินท์ เตชะอุบล

ในช่วงวัยรุ่นจิมมี่เข้าเรียนไฮสคูลที่ Winchester College ก่อนจากศึกษาต่อที่ University College London และ Imperial College London ปัจจุบันเขามียศ “ร้อยตำรวจเอก” (ร.ต.อ.) และยังเป็นรอง สว.ฝ่ายยุทธศาสตร์ กองบังคับการอำนวยการ กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด

จิมมี่-อัครวินท์ เตชะอุบล
อภิชัย เตชะอุบล และ อัครวินท์ เตชะอุบล

ด้านชีวิตส่วนตัวนั้นจิมมี่เคยตกเป็นข่าวความรักกับสาวในวงการทั้ง พีค-ภัทรศยา เครือสุวรรณศิริ และซูเปอร์สตาร์ตัวแม่ อั้ม-พัชราภา ไชยเชื้อ

ด้วยความรวยขนาดนี้ แน่นอนว่าไลฟ์สไตล์ของเขาต้องไม่ธรรมดาแน่นอน โดยภาพจากอินสตาแกรมส่วนตัวของเขาทำให้เราได้เห็นว่า โรงรถที่บ้านของหนุ่มคนนี้อลังการดาวล้านดวงมากๆ คับคั่งไปด้วยรถหรูจากแบรนด์ชั้นนำ Mercedes-Benz, Bentley , Porsche,Lamborghini, Rolls-Royce ซึ่งราคาตั้งแต่หลักสิบล้าน จนถึงหลายล้านก็มี


ข้อมูล : ไทยรัฐ

สามารถติดตามอ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติมได้ที่นี่ 

เปิดวาร์ปเจ้าพ่อไอทีแห่งรัสเซีย Pavel Durov ผู้ก่อตั้งแอพฯแชต Telegram

หล่อ โสด รวยแสนล้าน! Gustav Magnar Witzøe มหาเศรษฐีหนุ่ม อายุน้อยที่สุดในโลก

Kishin RK มหาเศรษฐี อายุน้อยที่สุดของสิงคโปร์ ซื้ออพาร์ทเมนต์เองในวัย 12 ปี

 

ฝ้าย-ธนญญ์นภสสร์

คนข่าวดาวรุ่ง ฝ้าย-ธนญญ์นภสสร์ เล่าเบื้องหลังความหิน กว่าจะเป็นทุบโต๊ะข่าว

ประสบการณ์อีกมุมหนึ่งของคนข่าวดาวรุ่งแห่งช่องอมรินทร์ทีวี ฝ้าย-ธนญญ์นภสสร์ น้อยเวียง เล่าเบื้องหลังความหิน กว่าจะเป็นรายการทุบโต๊ะข่าว

ดาวรุ่งแห่งทุบโต๊ะข่าว ฝ้าย-ธนญญ์นภสสร์ น้อยเวียง ผู้ประกาศข่าวสาวสวยชื่อชวนอ่าน (ทะ-นัน-นะ-พัด) ประกอบกับท่าทางมาดมั่นและน้ำเสียงชัดถ้อยชัดคำอันเป็นเอกลักษณ์ ด้วยผลงานที่โดดเด่น ทำให้ปีนี้เธอได้ก้าวสู่การเป็นน้องใหม่ของรายการทุบโต๊ะข่าว คู่กับที่สุดของผู้ประกาศข่าวในเวลานี้ “พุทธ-พุทธอภิวรรณ องค์พระบารมี” แม้จะหน้าใหม่ แต่เก๋าเกมไม่แพ้คนเล่าข่าวรุ่นพี่ โดยเธอเผยถึงเบื้องหลังโต๊ะข่าวว่า

ธนญญ์นภสสร์ น้อยเวียง

“ผู้ชมอาจจะเห็นว่าออกอากาศสามชั่วโมงกว่า คงไม่ต้องเตรียมตัวอะไรมาก อ่านสคริปต์ที่มีอยู่ง่ายๆ ไม่ใช่เลยค่ะ (ลากเสียง) เราต้องทำการบ้านเยอะมาก ต้องรู้ข่าวที่เกิดขึ้นในวันนั้นให้ได้มากที่สุด ทั้งข่าวอาชญากรรม การเมือง เศรษฐกิจ สังคมโซเชียลก็ต้องรู้ แล้วค่อยมาช่วยเลือกกับพี่พุทธอีกทีว่าจะนำข่าวไหนออกอากาศ

“ปัจจุบันการนำเสนอข่าวไม่ใช่เป็นข่าวที่อ่านตามตัวอักษรอีกต่อไปแล้ว แต่เราต้องรู้ว่าจุดเกิดเหตุเป็นแบบไหน รถชนกันยังไง แล้วนำมาเล่าให้คนฟังอีกทีหนึ่ง ดังนั้นก็ต้องมีศิลปะการจำ การถ่ายทอดให้เข้าใจง่ายด้วย ตอนนี้ผู้ประกาศข่าวเหมือนเป็น Storyteller ไปแล้ว ทำให้ต้องใช้เวลากับการเตรียมตัวมากกว่าปกติ

คนข่าวดาวรุ่ง "ฝ้าย-ธนญญ์นภสสร์" เล่าเบื้องหลังความหิน กว่าจะเป็นทุบโต๊ะข่าว

“รายการทบุ โต๊ะข่าวไม่มีการรันดาวน์ไล่คิว ให้อิสระผู้ประกาศมาก ปล่อยฟรีเป็นธรรมชาติ อย่างเบื้องต้นเราจะเรียงข่าวอาชญากรรมหนึ่ง สอง สาม สี่ แต่พี่พุทธจะเลือกอีกทีว่าถ้านำเสนอข่าวอาชญากรรมสองสามข่าวติดกันหนักไป แล้วอาจสลับไปเสนอข่าวเบาๆ ก่อน เพราะฉะนั้นทุกคนต้องแอ๊คทีฟ ในสมองต้องมีข้อมูลพร้อม เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา

“โชคดีที่ฝ้ายปากไวค่ะ (หัวเราะ) คือพูดไว ซึ่งพี่พุทธก็จะไม่รอ ถ้าเงียบ 1 2 3 วินาที ต้องได้คำตอบแล้ว แล้วบางทีที่พี่พุทธเงียบ ฝ้ายไม่แน่ใจว่าเป็นการโยนให้เราหรือพักหายใจ แต่ไม่เป็นไร เราต่อไปก่อนดีกว่า ฝ้ายจึงงับไปก่อน (หัวเราะ) เติมคำในช่องว่างทันที จนเหมือนพูดต่อจากประโยคของพี่พุทธ ที่ทำได้ทันทีอย่างนี้ ส่วนหนึ่งคือต้องรู้ข่าวของวันนั้นทั้งหมด เรียกว่าอยู่ในสมอง แล้วโชคดีตรงที่ความจำของฝ้ายก็พอใช้ได้ แม้จะแค่วันต่อวันนะคะ (หัวเราะ)

คนข่าวดาวรุ่ง "ฝ้าย-ธนญญ์นภสสร์" เล่าเบื้องหลังความหิน กว่าจะเป็นทุบโต๊ะข่าว

“เมื่อเป็นรายการสด ความผิดพลาดอาจจะเกิดขึ้นได้ มีบางครั้งทีมงานขึ้นภาพผิดจากข่าวที่ฝ้ายพูดออกอากาศ เราก็ต้องแก้ไขสถานการณ์ ‘อ๋อ ภาพนี้ไม่ใช่นะคะ ต้องอีกภาพหนึ่งค่ะ’ พร้อมกับต้องบอกเลยว่า ‘ขออภัยนะคะคุณผู้ชม รายการสดค่ะ’

“แต่ที่ระทึกใจที่สุดตั้งแต่ทำหน้าที่มา ตอนนั้นเหตุการณ์กราดยิงที่โคราชกำลังเป็นข่าวใหญ่ วันนั้นทั้งวันเราตามตั้งแต่เช้าถึงเย็น แล้วรอสัมภาษณ์ตอนค่ำ ซึ่งปรากฏว่าถึงเวลาสัญญาณทางโคราชยังไม่พร้อม เราจึงต้องเล่ารอเวลาไปเรื่อยๆ เพื่อถ่วงเวลาไว้นานกว่าสองสามนาที โดยใช้ภาพเก่ามาเปิดวนไปก่อน เหมือนเป็นการทวนย้อนเหตุการณ์เพื่อรอสัญญาณที่โคราชมา ถ้าสัญญาณพร้อมแล้วเราก็ต้องลากกลับเข้ามาให้ได้อีก เพราะเป็นรายการสด ต้องควบคุมตรงนี้ให้ได้ ทิ้งประเด็นสำคัญไม่ได้ เพราะเกริ่นมาตั้งแต่ต้นแล้ว

คนข่าวดาวรุ่ง "ฝ้าย-ธนญญ์นภสสร์" เล่าเบื้องหลังความหิน กว่าจะเป็นทุบโต๊ะข่าว

“ถือเป็นเหตุการณ์ที่ตื่นเต้นที่สุด เพราะฝ้ายอยู่ในสตูดิโอ ไม่มีทางรู้เลยว่าต้องใช้เวลาอีกนานเท่าไหร่ที่ภาพหรือเสียงจะมา ก็ต้องพูดไปเรื่อยๆ จนทีมงานขึ้นป้ายว่า ‘มาแล้ว’ วินาทีนั้นเราก็เฮ้อ (ถอนหายใจ) ไปฟังเลยค่ะ”


ที่มา : นิตยสารแพรว ฉบับ 963

ภาพเพิ่มเติม : IG @thanannapassara

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

เปิดใจ “ไอซ์-สารวัตร” นักข่าวสายลุย พร้อมบุกทุกสนาม จากบ้านกกกอกถึงการชุมนุม

ขอบคุณที่คอยเรียกชื่อตลอด! ความในใจ “เจี๊ยบ-จิตดี” ผู้ประกาศข่าวหญิงมือรางวัล

เบื้องหลังโต๊ะข่าวของ “พุทธอภิวรรณ” ผู้อำนวยการฝ่ายข่าวฝีปากกล้าแห่งอมรินทร์ทีวี

 

พลพล

ถ้าไม่เป็นนักร้อง คงเป็นโจร! ช่วงชีวิตสุดลำบากของ พลพล รับเงินเดือน 2,350 บาท

เคยเห็นคนดังหลายคนถูกสื่อถามว่า หากไม่ได้เป็นดาราเหมือนในวันนี้ คิดว่าคุณจะเป็นอะไร ซึ่งคำตอบของ “พลพล พลกองเส็ง” อาจทำให้หลายคนตกใจ

พลพล

เป็นเวลากว่า 22 ปี แล้วที่นักร้องดังอย่าง พลพล พลกองเส็ง เจ้าของผลงานเพลงฮิตมากมายไม่ว่าจะเป็น  ยังยิ้มได้, ตาแดงแดง,คนไม่สำคัญ, แค่มี ,ชั่วฟ้าดินสลาย, คนเดินถนน ฯลฯ โลดแล่นอยู่ในวงการบันเทิง แม้จะมีนักร้องเกิดใหม่เป็นจำนวนมาก แต่ผลงานของเขาก็ยังอยู่ในใจของผู้ฟังเสมอ ซึ่งกว่าที่เขาจะประสบความสำเสร็จในเส้นทางนี้ไม่ง่ายเลย เพราะล่าสุดในรายการ คุยแซ่บโชว์ ทางช่อง ONE หนุ่มคนนี้ได้เปิดใจเกี่ยวกับชีวิตก่อนที่จะมาเป็นนักร้องว่า เขาเคยลำบากมากๆ จนคิดว่าจะไปเป็นโจรปล้นธนาคารเลยทีเดียว

เห็นว่าเข้ากรุงเทพฯ มามีเงินติดตัวมาแค่ 700 บาท?

“จริงครับ ตอนนั้นไปสอบครูพละ สอบผ่านแล้ว แต่ไม่มีเงินไปรายงานตัว ซึ่งมันต้องจ่ายค่าเทอม ค่าเรียนแล้ว ซึ่งมันไม่มี แต่เผอิญเพื่อนต่างโรงเรียนแล้วก็ครูจะมาสอบดุริยางค์ทหารบก เป็นอัตราแทนนายสิบ ถ้าสอบได้คือทำงานเลย รับราชการเลย มีเงินเดือนเลย มันก็ตรงทางที่เราอยากเป็น คือได้เป็นนักดนตรีด้วย ได้เงินด้วย เป็นข้าราชการด้วย ก็เลยตัดสินใจมาสอบกับเขา”

แสดงว่าก่อนหน้านี้ฐานะทางครอบครัวก็ไม่ได้ร่ำรวย?

“อย่าบอกว่าไม่ได้ร่ำรวย ไม่มีเงินเลย จนเลย”

ตอนนั้นลำบากขนาดที่ว่า กินบะหมี่สำเร็จรูปแล้วร้องไห้กับครอบครัวเลย?

“มันเป็นความอัดอั้นตันใจ เหมือนตอนเด็กมากกว่า ไม่ได้คิดว่าทำไมจนขนาดนี้ไม่ใช่ ไม่ได้คิดเลย แต่นึกถึงว่าทำไมต้องกินแบบนี้ทุกวัน ทำไมบ้านเราไม่ลืมตา อ้าปากเหมือนคนอื่นบ้าง”

พลพล พลกองเส็ง

แต่ก็อยากที่จะมีอาชีพเลี้ยงครอบครัว ก็เลยมาสอบครู แต่ไม่มีเงินสมัคร?

“ใช่ครับ ก็เลยตัดสินใจมาสอบดุริยางค์ คือเงินค่ารถ 210 บาท ก็เหลือเงิน สี่ร้อยกว่าบาท ซึ่งกินข้าวก็เหลือไม่เท่าไหร่ก็เลยมาสอบ เขาก็บอกว่าผลสอบจะออก 2-3 เดือน เราก็มองหน้าเพื่อน กลับไปก็ไม่ได้ กลับไปก็ไม่มีเงินกลับมาแล้ว ก็เลยตัดสินใจไม่เป็นไรก็มานอนหัวชนกันที่หมอชิตก่อน รุ่งเช้าก็เข้าไปดูกองดุริยางค์ พอถึงบ่ายๆ เขาก็ซ้อมวอลเลย์บอลกัน เราก็ดูเขา อีกฝั่งหนึ่งเขาขาดอีก 2 คน เขาบอกว่าน้องทำอะไร มาเสริมพี่หน่อยก็เลยลงไปเล่นกับเขาโดยไม่คิดอะไร ด้วยความที่เราเป็นนักวอลเลย์บอลโรงเรียนอยู่ เราก็เล่นได้ เขาก็หันมาถามว่าน้องมาทำอะไร เรามาสอบครับ เขาบอกว่าโอเค อาทิตย์หน้าพี่จะแข่งพี่จะแจ้งผู้การว่าเรามาทำงานเลย แล้วก็แข่งให้พี่ด้วย โชคดีมาก”

ตอนนั้นได้บรรจุเป็นอะไร?

“พลอาสาสมัครแทนนายสิบ ก็คือเงินเดือนเท่ากันกับนายสิบแหละ แต่ไม่มีขีดเฉยๆ ตอนนั้นดีใจมากๆ”

แล้วนานแค่ไหนกว่าจะมาเป็นพลพลที่หลายคนรู้จัก?

“ตอนที่อยู่ดุริยางค์ทหารบกเนี่ย เราก็ทำงานอยู่ที่นั่น 5 ปี ก็ลาออก ใน 5 ปีทำอะไรเยอะมาก เพราะเงินเดือน 2350 บาทเอง ซึ่งมันก็ไม่พอ เราก็รับจ้างเข้าเวร ขับวิวันหยุด รับซักรีด ทุกอย่างที่ได้เงิน รับหมด แล้วนอนวันหนึ่ง 3 ชั่วโมง”

ที่พี่ต้องทำงานตั้งแต่อายุน้อยก็เพราะมันมาจากพี่ก็มีหนี้สินครอบครัว?

“ใช่ครับ ครอบครัวอยู่ต่างจังหวัด พ่อไปกู้เงินมาสร้างบ้าน พอช่วงนั้นฟองสบู่แตกมันไม่มีเงินที่จะสร้างต่อ กู้แล้วดอกมันก็แพงขึ้นเรื่อยๆ   มันก็ทบกันไปเรื่อยๆ เราก็ส่งแค่ดอกไป ซึ่งอันนี้มันเป็นหนี้ครอบครัวทุกคนต่างช่วยกันรับผิดชอบ ก็ช่วยกันมา 5 ปีแล้ว มันก็ไม่ดีขึ้น ต้องตัดสินใจลาออกเลย”

ความลำบากทำให้มีความคิดผุดขึ้นมาว่าจะโจร?

“ครับผม จริงๆ มันเป็นอารมณ์ชั่ววูบในวันที่เราสับสน จะลาออกไปไหนดี จะฆ่าตัวตายดีไหม แต่ฆ่าตัวตายก็กลัวเจ็บ หายใจไม่ออกตอนนั้นคิดไว้ 2-3 อย่าง อย่างแรกก็คือโดดตึก เสียว สูงไป ก็เจ็บด้วย ถ้ากินยาก็ขม ไม่อร่อย”

“ตอนนั้นผมคิดว่าตายคนเดียว จะได้ไม่ต้องมีใครมาเดือดร้อน ไม่ต้องอะไรแล้ว แล้วก็ในเรื่องของปล้นธนาคารก็เป็นอารมณ์ชั่ววูบเหมือนกัน เรื่องปล้นธนาคารคิดแบบเหมือนดูหนังเยอะ ตอนนั้นคิดเริ่มแรกคือ ยืมปืนทหารก่อน แล้วไปปล้น แต่นั่งคิดไปคิดมา ยังไม่เห็นใครได้ใช้เงินจากการปล้นเลย อีกอย่างอาจจะโดนวิสามัญตายไปเปล่าๆ ”

ตอนนั้นชีวิตมันดิ่งขนาดไหนถึงขั้นคิดว่าจะเป็นโจรหรือฆ่าตัวตาย?

“เงินเดือน 2,350 บาท หักลบทุกอย่างเหลือ 700 เอง แล้วเราต้องไปหาเพิ่มอีกตั้งหลายพัน เพื่อไปส่งดอก แล้วเราจะหาเงินที่ไหนกินเดือนหน้า ซึ่งมันไม่ชนเดือน แต่มันชนไปหลายปีแล้ว ก็เลยรู้สึกว่าอยู่ไม่ได้”

แล้วจุดไหนที่ทำให้พี่ได้สติแล้วดึงตัวเองกลับมาลุกขึ้นสู้ต่อ?

“เพราะว่าจิตใต้สำนึกทุกคนไม่ได้อยากเป็นโจร ไม่อยากฆ่าตัวตาย แต่ด้วยความที่ทุกอย่างมันบีบคั้นมา อาจจะอารมณ์ชั่ววูบ นู่นนี่นั่น ไม่ได้รับกำลังใจ มันก็ทำให้รู้สึกว่า มันไปดีกว่า เผอิญพี่มีครอบครัวที่โทรหากัน คุยกัน พี่เขาบอกว่าใจเย็นๆ นู่นนี่นั่น ถ้าร้องไห้เมื่อไหร่เขาจะมาหาทันที พี่ชายกับพี่สาวเขาก็มา มันก็ได้คำปรึกษา ได้กำลังใจ ฉะนั้นครอบครัวสำคัญที่สุดที่จะช่วยให้เราผ่านวิกฤติต่างๆ ไปได้”

พลพล

โชคดีที่ในวันนั้นนักร้องหนุ่มคนนี้ยังมีสติ ไม่อย่างนั้นเราคงไม่ได้รู้จักนักร้องคุณภาพแบบนี้อย่างแน่นอน ดังนั้นใครที่ลำบากอยู่ก็อย่าท้อถอย และขอให้พยายามและมุ่งมั่นต่อไป เพราะนี่ส่วนสำคัญของความสำเร็จที่แท้จริง


ภาพจาก : รายการ คุยแซ่บโชว์

สามารถติดตามอ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติมได้ที่นี่

เป้ย-ปานวาด หลั่งน้ำตาฝ่ามรสุมหย่าร้าง และเหตุผลทำไมยังรักษาครอบครัวเอาไว้?

พรหมลิขิตรักของ หมอเจี๊ยบ-ลลนา จะไปง้อแฟนเก่า แต่! กลับพบแฟนใหม่

มด-ณปภัช วางแผนแต่งงานหนุ่มนอกวงการ ทิว-ธันว์ตรี สจ๊วตแอร์เอเชีย

ซอเยจี งานพรมแดง

ชุดเดียวแสน 4! ซอเยจี บนพรมแดง งานประกาศรางวัล สวยเซ็กซี่จนหัวใจจะวาย

ลุคนี้สวยฟาดมาก ซอเยจี บนพรมแดง งานประกาศรางวัล Buil Film Awards 2020 ในชุดเดรสเกาะอกสีดำ ที่ขนดีกรีความเซ็กซี่มาเต็ม ในราคาแสนกว่าบาท

เย็นวันนี้ (22 ต.ค. 63) นักแสดงชื่อดังเกาหลีใต้ ซอเยจี เจ้าของบทบาท โกมุนยอง จากซีรีส์เรื่อง It’s Okay to Not Be Okay ได้เข้าร่วมและเดินพรมแดงในงานประกาศรางวัล Buil Film Awards ปี 2020 ครั้งที่ 29 และทันทีที่ ซอเยจี ก้าวลงจากรถ แสงแฟลชจากทุกกล้องในงานก็พร้อมกันสาดใส่ไปที่เธอ เพราะลุคในวันนี้สวยปังไม่ไหว แถมยังเซ็กซี่จนแฟนคลับหวง

โดยเยจีมาในชุดเดรสเกาะอกผ้าซาตินสีดำจากแบรนด์ Alex Perry ชื่อรุ่นว่า Denver strapless satin gown ราคา $4,500 หรือประมาณ 140,530 บาท ซึ่งชุดของ Alex Perry ได้รับการปรับแต่งอย่างพิถีพิถันเพื่อให้รูปร่างของผู้สวมใส่ดูดีจากทุกมุมมอง ทำให้ไม่ว่าใครใส่ก็ต้องโดดเด่นบนพรมแดง

ซอเยจี ได้รับรางวัลนักแสดงหญิงยอดนิยม

ชุดเดียวแสน 4! ซอเยจี บนพรมแดงงานประกาศรางวัล สวยเซ็กซี่จนหัวใจจะวาย

ซอเยจี บนพรมแดง งานประกาศรางวัล Buil Film Awards 2020 ซอเยจี บนพรมแดง งานประกาศรางวัล

ซึ่งชุดเดรสผ้าซาตินรุ่น ‘เดนเวอร์’ มีท่อนบนเป็นเกาะอก ขอบเกาะอกดีไซน์เป็นทรงโค้ง ด้านหลังแต่งซิป กระโปรงบานและใหญ่กำลังดี แถมยังผ่าข้างสูงเพิ่มความเซ็กซี่ ช่วยเสริมลุคให้ดูสง่างามขณะที่เดิน และซอเยจีก็แต่งออกมาได้สวยแซ่บ แถมยังดุดัน แม้ชุดจะเป็นสีดำเรียบๆ แต่ความจริงแอบซ่อนความแซ่บไว้ทุกส่วน งานนี้ทั้งคนทั้งชุดเต็ม 10 ให้ 100 ไปเลยค่า

ส่วนเครื่องประดับจาก BOUCHERON ก็ราคาแรงมากแม่ เริ่มจากต่างหูรุ่น Plume de Paon ear clips มาในราคา $18,900 หรือประมาณ 590,228 บาท และแหวนอีก 2 วง วงแรกราคา $5,750 หรือประมาณ 180,000 บาท วงที่สองราคา $13,500 หรือประมาณ 423,000 บาท และนาฬิกาเรือนงามจาก BOUCHERON ราคา $4,050 หรือประมาณ 127,000 บาท ปิดจบลุคนี้ด้วยรองเท้าส้นสูงสีดำจาก Gianvito Rossi ราคา $995 หรือประมาณ 32,000 บาท


ภาพ : Korea press

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ดราม่าชุดกี่เพ้า! ฟ่านปิงปิง โดนวิจารณ์การแต่งตัว ลุคนี้ไม่รอด?

ผลงานระดับกูตูร์! ชุดแต่งงาน ก้อย รัชวิน จากแบรนด์ดัง Poem เรียบหรูดูแพง

แฟชั่นคนท้อง 4 เดือน! ว่าที่คุณแม่ ศรีริต้า ครีเอตลุคสวยเก๋ ครบทุกสไตล์

 

‘คุณมีหัวใจให้ใครหรือเปล่า หรือว่ามีให้แต่กับงาน’ ดูดวงรายวัน 23 ตุลาคม 2563

ดูดวงรายวัน 23 ตุลาคม 2563 #หมอปุ้ยพยากรณ์ เช็กทุกวัน เป๊ะปังทุกดวง ทั้งการงาน การเงิน ความรัก และสุขภาพ

ผู้ที่เกิดวันอาทิตย์

การงาน : หากคุณทำงานด้านอสังหาริมทรัพย์ เช่น บ้าน ที่ดิน คอนโด ฯลฯ หรือเจ้าของธุรกิจร้านอาหาร เครื่องดื่ม ร้านดอกไม้ ฯลฯ วันนี้เป็นโอกาสดีที่คุณจะบุกเบิกตลาดใหม่ หรือเข้าหาลูกค้า โดยเฉพาะผู้ใหญ่ผู้หญิง เธอจะให้การสนับสนุนส่งเสริมคุณอย่างดี แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นควรลดความมั่นใจในตัวเองลงด้วย เพราะจะทำให้คุณอ่านเกมผิด จนเกิดความเสียหายในหน้าที่การงานอย่างไม่น่าเป็นไปได้

การเงิน : คุณอาจมีส่วนร่วมในการซื้อ-ขายที่ดินกับผู้ใหญ่ผู้หญิง หรือได้รับมรดกเป็นที่ดินของครอบครัว ซึ่งคุณไม่ควรนำไปเล่นแร่แปรธาตุอย่างไม่ถูกต้อง เพราะอาจพลิกล็อคกลายเป็นสร้างหนี้สินอีรุงตุงนัง

ความรัก : วันนี้จะมีวาระโอกาสพิเศษให้ครอบครัวกลับมาอยู่แน่นแฟ้นดังเดิม อาจมีเหตุให้ต้องปรึกษากันในเรื่องการขยับขยายที่อยู่อาศัย หรือเกี่ยวกับบ้านและที่ดิน คนโสด คุณโดดเด่นในสังคม ด้วยความใจดีใจใหญ่ของคุณ วันนี้จึงมีหนุ่มๆ มาเกาะแข้งเกาะขาเพื่อหวังผลประโยชน์จากคุณ

สุขภาพ :  ภูมิแพ้มาแล้วจ้า ต้องระวังพวกสารเคมีที่ผสมอยู่ในน้ำยาล้างมือ หรือแอลกอฮอลล์เจลที่ไม่มีคุณภาพ อาจทำให้คุณแพ้ เป็นผื่นคันบริเวณผิวหนัง

 

ผู้ที่เกิดวันจันทร์

การงาน : สำหรับผู้ที่ทำงานหรือเกี่ยวข้องกับงานที่ต้องใช้วาทศิลป์หรือคำพูดในการติดต่อประสานงาน เช่น นักการทูต นักหนังสือพิมพ์ ดีเจ พิธีกร ฯลฯ  แม้ที่ผ่านมาคุณจะได้รับการสนับสนุนจากญาติผู้ใหญ่และคนใกล้ชิดให้ทำงานอย่างที่ตั้งไว้ด้วยดีมาตลอด แต่เมื่อถึงวันนี้อาจกลายเป็นสิ่งที่คุณไม่ต้องการแล้วก็ได้ ดังนั้น สิ่งที่ต้องทบทวนให้ดีคือ เงื่อนไขสัญญา ไม่ว่าจะด้วยเอกสาร หรือสัญญาใจ เพราะจะมีผลบังคับให้คุณต้องทนทำต่อไป

การเงิน : ที่บ้านมีเงินให้คุณใช้จ่ายได้อย่างไม่เดือดร้อน แต่เพราะคุณรสนิยมวิไล กินหรูอยู่สบาย ใช้ของแพง มีเท่าไหร่ก็ใช้ไม่พอ และมีความเสี่ยงสูงต่อการถูกหลอกฟัน ซื้อของในราคาที่แพงกว่าปกติ

ความรัก :  เพราะคุณมีอิสระและใช้เงินตามใจตัวเองมาก วันนี้จึงเกี่ยวข้องกับเรื่องเงินและผลประโยชน์ล้วนๆ  หากมีสาวๆ หนุ่มๆ มาเล่นหูเล่นตาใส่ก็อย่าตกหลุมพราง เพราะคุณอาจหมดตัวได้ง่ายๆ คนโสด  คุณโรแมนติก ชอบใช้เวลาอยู่ด้วยกันแบบฉันก็ไม่ปล่อย และเธอก็ไม่ไป เพราะฉะนั้นหากไม่ใช่แนวที่ตัวติดกันตลอดเวลา คงอึดอัดแย่

สุขภาพ :  ต้องระวังน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นจากการเอ็นจอยอีตติ้งมาเป็นเวลานาน ซึ่งจะก่อให้เกิดโรคอย่างปัจจุบันทันด่วน โดยไม่มีอาการเตือนล่วงหน้ามาก่อน

 

ผู้ที่เกิดวันอังคาร

การงาน :  สำหรับนักธุรกิจหรือผู้ที่ทำงานเกี่ยวข้องกับงานเอ็นเทอร์เทนเม้นท์ เช่น เอ็นเทอร์เทนเนอร์ นักดนตรี นักร้อง ดีเจ หรือผู้ประกอบการสถานบันเทิง วันนี้คุณขยันและตั้งใจทำงาน ลุยงานคนเดียว กล้าได้กล้าเสียไม่แพ้ผู้ชาย แต่ก็ต้องระวังการตัดสินใจที่รวดเร็ว และการมีบริวารที่ไม่ซื่อสัตย์ ที่อาจเป็นสาเหตุให้เกิดความผิดพลาดได้อย่างไม่น่าเกิดขึ้น

การเงิน :  คุณรักการลงทุนและชอบหมุนเงินมาใช้ในการทำธุรกิจ ซึ่งคุณก็ทำได้ดี แต่เพราะคุณใจดีและใจบุญ จึงมักมีเพื่อนฝูงญาติมิตรหมั่นแวะเวียนมาให้คุณเลี้ยงดูปูเสื่อ หรือขอหยิบยืมเงิน จนคุณเก็บเงินไม่ได้

ความรัก :  คุณชอบหว่านเสน่ห์ แม้จะมีครอบครัวแล้วก็ตาม วันนี้มีโอกาสเสี่ยงสูงมากที่จะเกิดคดีชู้สาว ซึ่งจะตามมาด้วยความหึงหวง คนโสด คุณมีเสน่ห์และอารมณ์ร้อนแรงมาก หากรักใคร่ชอบพอใคร คุณอาจไปใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันก่อนแต่ง หรือก็ไม่แปลก หากจะสปาร์กกับคนที่มีเจ้าของแล้ว

สุขภาพ :  หากคุณอยู่บ้านเฉยๆ จะเจ็บป่วย จึงควรออกไปทำงาน หรือหาเรื่องออกจากบ้าน จะได้ไม่เฉา อวัยวะที่ควรดูแลเป็นพิเศษ คือ สมองและหัวใจ เพราะมีปัญหาต่อเนื่องมาตลอด

ผู้ที่เกิดวันพุธ

การงาน :  คุณเป็นคนเอาจริงเอาจังกับการทำงาน เชื่อมั่นในตัวเองสูง ค่อนข้างดื้อรั้นเอาแต่ใจ จนไม่รับฟังความคิดเห็นของคนอื่น จึงต้องระวังอาจถูกเขม่น หรือถูกใส่ร้ายป้ายสีระหว่างกลุ่มผู้ที่ทำงานด้วยกัน ที่น่ากลัวคืออาจถูกเล่นงานทางด้านคดีความ ไม่ว่าอย่างไรก็ตามต้องคุมสติให้มั่น เพราะหากใช้อารมณ์ในการตัดสินปัญหา ผลสุดท้ายแล้วคุณนั่นละที่จะเดือดร้อนภายหลัง

การเงิน :  หากคุณร่วมหุ้นกับแฟนหรือคู่ครอง ผู้ใหญ่ให้การอุปถัมภ์ แต่เพราะคุณมองแต่ตัวงานมากกว่าตัวเงินก็อาจถูกเอาเปรียบ ดังนั้น จึงควรให้แฟนดูแลเรื่องผลประโยชน์จะดีกว่า

ความรัก :  หากคุณเป็นหัวหน้าครอบครัว คุณก็คาดหวังกับคู่สูงมาก จึงกลายเป็นกดดันทั้งคู่และตัวเอง เพราะฉะนั้นจึงควรยึดความพอดีๆ เป็นกลาง แล้วครอบครัวจะอยู่อย่างมีความสุข คนโสด คุณให้ความสำคัญกับงานมาก จนไม่รู้ว่าจริงๆ แล้วคุณมีหัวใจให้ใครหรือเปล่า เพราะคุณจะเก็บงำความรักไว้ลึกสุดใจ  

สุขภาพ :  ให้ความสำคัญกับการขับถ่าย ไม่ควรกลั้นปัสสาวะ เพราะอาจทำให้กรวยไตและกระเพาะปัสสาวะมีปัญหา เสี่ยงต่อการติดเชื้อในกระแสเลือด

 

ผู้ที่เกิดวันพฤหัสบดี

การงาน : หากคุณทำงานหรือเกี่ยวข้องในสายการศึกษาหรือวิชาความรู้ เช่น ครูบาอาจารย์ นักค้นคว้าวิจัย หรือผู้ที่ชำนาญหรือเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน เช่น แพทย์ทั้งแผนไทยและแผนปัจจุบัน นักประดิษฐ์ งานที่เกี่ยวกับการสื่อสาร เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ แม้จะเป็นวันหยุด แต่ดูเหมือนคุณจะมีคิวเดินทางติดต่องานตลอดวัน ก็ต้องระวังการเปลี่ยนแปลงในภาพใหญ่ ซึ่งจะมีผลกระทบกับงานของคุณอย่างต่อเนื่อง จนอาจตกอยู่ในสถานการณ์ที่ต้องตัดสินใจกะทันหัน

การเงิน :  รายได้ของคุณมาจากเจ้านายและเพื่อนร่วมงานที่ดี รวมถึงผู้ใหญ่ที่บ้านด้วย เพราะฉะนั้นหากได้รับมากก็ควรซื้อของขวัญ ของฝากไปเยี่ยมผู้มีพระคุณบ้าง

ความรัก :  คุณอาจแต่งงานหรืออยู่กันด้วยความเหมาะสมในหน้าที่การงาน หรือผู้ใหญ่เห็นควร อยู่ด้วยกันใหม่ๆ มองไปทางไหนก็ตื่นเต้น น่าค้นหาไปหมด จึงไม่มีปัญหา แต่พออยู่กันไปนานๆ จากความตื่นเต้นกลายเป็นความเบื่อหน่าย ปัญหาดก จนวันนี้คุณอยากหนีไปปฏิบัติธรรมแล้ว คนโสด  รักคนง่ายและก็ถูกหลอกบ่อยมาก แต่คุณก็ไม่เข็ดที่จะเริ่มต้นใหม่เสมอๆ

สุขภาพ : ต้องระวังเลือดลมหน่อยนะคะ เพราะคุณอาจวิงเวียนศีรษะ หน้ามืดล้มตึงลงไปโดยไม่รู้ตัว ควรพกยาดม ยาหอมไว้ด้วย

 

ผู้ที่เกิดวันศุกร์

การงาน :  ยังอยู่ที่การเริ่มต้นงานใหม่ หรือนำโครงการเดิมมาพัฒนาปรับปรุงใหม่ ซึ่งคุณความรู้ ความสามารถ และบารมีในการทำงานอยู่แล้ว ไม่ว่าจะทำงานราชการ หรือธุรกิจส่วนตัว ก็มีโอกาสประสบความสำเร็จมีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับนับถือของเพื่อนร่วมงานและบริวารเป็นอย่างยิ่ง

การเงิน :  วันนี้ก็เช่นกัน ก่อนจะตกลงหรือเซ็นสัญญา ในเรื่องผลประโยชน์หรือเรื่องเงิน ควรดูให้รอบคอบ เพราะคุณอาจได้รับผลกำไรน้อยกว่าที่ตกลงกันไว้

ความรัก : คุณเป็นผู้หญิงเก่ง มีบารมีในหน้าที่การงาน รวมถึงในบ้านคุณก็เป็นหัวหน้าครอบครัว และพร้อมทำทุกอย่างเพื่อคนที่คุณรัก แต่หากทำให้คุณเบื่อหรือเกลียดแล้วละก็ ชีวิตก็อยู่ยากแล้ว  คนโสด คุณมีบารมี มีตำแหน่งหน้าที่การงานที่มั่นคง เพราะฉะนั้นผู้ที่เหมาะสมจะอยู่เคียงข้างคุณ จึงต้องทัดเทียมกัน

สุขภาพ :  ก็ยังเรียกร้องให้บิ๊กคลีนนิ่งอยู่ เพราะอาการภูมิแพ้ของสมาชิกในครอบครัวเริ่มน่าเป็นห่วงแล้ว

 

ผู้ที่เกิดวันเสาร์

การงาน  : สำหรับผู้ที่กำลังนำเสนองานเพื่อเข้าสู่การประมูล หรือลงสู่สนามการแข่งขัน วันนี้คุณปรารถนาความสำเร็จมากมาย จนสามารถทำได้ทุกอย่าง แม้จะด้วยวิธีการที่ไม่ถูกต้องชอบธรรมก็ตาม ดังนั้น จึงอาจต้องใช้ความสามารถในการคิดและจินตนาการในตัวคุณให้เกิดประโยชน์สูงสุด แต่ควรให้อยู่ในระดับพอดีๆ จึงจะประสบความสำเร็จ

การเงิน : อาจได้เงินพิเศษจากงานพิเศษ ซึ่งเป็นรายได้ที่สูง แต่หากลงทุนเพิ่ม หรือให้กู้ยืมเงินต้องระวังจะถูกหลอก หรือฉ้อโกงทุกชนิด

ความรัก : คุณมีอดีตที่เจ็บช้ำในเรื่องของความรัก จนวันนี้อยู่ด้วยกันก็ยังมิวายจะยั่วยุให้เกิดโทสะ แต่ไม่ว่าจะทะเลาะกันอย่างไรก็ตาม คุณก็ต้องอยู่กันต่อไป  คนโสด คนรักเก่าอาจกลับมาขอคืนดี ก็ควรถามใจตัวเองให้ดีว่า เข็ดไหมกับความเจ็บปวดที่ผ่านมา หากไม่เข็ดจะลองใหม่อีกครั้ง ก็ไม่ผิด

สุขภาพ : ระวังเรื่องระบบหมุนเวียนเลือด ความดัน  ระบบน้ำเหลือง จึงควรรับประทานผักและผลไม้ที่ช่วยในการบำรุงเลือด รวมถึงวิตามินเสริมด้วย

เช็กดวงย้อนหลังได้ที่นี่

โลกสวยไม่ได้แล้ว เพราะดูแนวแล้ว น่าจะเป็นตามเสียงเมาท์มอย ดูดวงรายวัน 17 ตุลาคม 2563

ช่างเลือกไปก็เท่านั้น เพราะคุณอาจจบกับคนที่ไม่ได้เลือก ดูดวงรายวัน 18 ตุลาคม 2563

หากเพื่อนแย่งคนรัก ก็ใส่พานให้เธอไปเลย ไม่ต้องเสียดาย ดูดวงรายวัน 19 ตุลาคม 2563

ไม่คิดจริงจังกับใคร แต่จะเจอคนที่จริงจังกับคุณ ดูดวงรายวัน 20 ตุลาคม 2563

เล่นแรง!! มาแนวมือที่สาม บ้านที่สองทั้งนั้นเลย ดูดวงรายวัน 21 ตุลาคม 2563

เกรซ กาญจน์เกล้า ใส่ชุดล้านนา

ชมพูสายบุญ! เกรซ กาญจน์เกล้า ใส่ชุดล้านนา เป็นเจ้าภาพทอดกฐิน เชียงใหม่

สวยหวานอิ่มบุญ เกรซ กาญจน์เกล้า ใส่ชุดล้านนา ผลงานการออกแบบของร้านผ้าทอชื่อดัง เพื่อเป็นเจ้าภาพงานทอดกฐิน จังหวัดเชียงใหม่

เป็นนักแสดงอีกคนที่เดินสายทำบุญอยู่ตลอด สำหรับ เกรซ กาญจน์เกล้า ล่าสุดเจ้าตัวยังเป็นเจ้าภาพกฐินที่จังหวัดเชียงใหม่อีกด้วย โดยเธอได้โพสต์ข้อความผ่านอินสตาแกรมส่วนตัวว่า “นับเป็นมหาบุญของเกรซ ครอบครัว กัลยาณมิตร ที่ได้มีโอกาสเป็นเจ้าภาพกฐินร่วมกับทุกๆ คน ที่ร่วมบุญกันมาในทุกช่องทางกฐิน ณ วัดหนองก๋าย อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ ในวันที่ 17 ตุลาคม 2563 ที่ผ่านมา

เพื่อซื้อที่ดินสร้างสถานปฏิบัติธรรม โดยมียอดกฐินทั้งสิ้น 1,565,895.33 บาท ขออนุโมทนาสาธุบุญกับทุกท่านที่ได้ร่วมบุญมา ณ โอกาสนี้นะคะ ขออำนาจคุณพระศรีรัตนตรัย องค์หลวงพ่อใหญ่ชัยมงคล ณ วัดหนองก๋าย โปรดอำนวยอวยชัยให้ผู้ร่วมบุญและครอบครัว รวมถึงทุกคนที่เกรซรัก ประสบแต่ความสุขความเจริญ เป็นผู้มีความมั่นคงทั้งทรัพย์สิน เงินทอง มั่นคงในชีวิต สำเร็จสมหวังทุกประการด้วยค่ะ สาธุน้า”

เกรซ กาญจน์เกล้า ใส่ชุดล้านนา

เกรซ กาญจน์เกล้า ใส่ชุดล้านนา ทำบุญ

เกรซ กาญจน์เกล้า ใส่ชุดล้านนา ทำบุญเชียงใหม่

พร้อมทิ้งท้ายไว้ว่า “ขอบคุณชุดล้านนาสวยๆ จากร้าน wasin_thaitextile มากๆ นะคะ สวยและใส่สบายมากๆ ค่ะ” ข้อความนี้ถือเป็นการบอกพิกัดให้คนที่อยากใส่ชุดผ้าไทยหรือชุดล้านนาต้องไปตามส่องจริงๆ เพราะชุดล้านนาที่สาวเกรซใส่ดูสวยและเหมาะมากกับงานบุญ

โดยชุดดังกล่าวนี้เป็นชุดล้านนาแบบไทเขิน เสื้อปั๊ดทรงโบราณตัดเย็บด้วยผ้าไหมไทยเนื้อดี สวมคู่กับผ้าซิ่นไหมคำผืนสวย ซึ่งเป็นผลงานการดีไซน์ของร้านวสิน ผ้าทอไท หากใครอยากโคฟเวอร์ลุคสายบุญของสาวเกรซก็เข้าไปส่องได้เลย เพราะเสื้อปั๊ดที่ทำมาจากผ้าฝ้ายมีราคาเพียงหลักร้อยเท่านั้น เหมาะกับยุคสวยประหยัดและคุ้มค่ามากๆ


ภาพ : IG@gracekanklao , @wasin_thaitextile

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ดราม่าชุดกี่เพ้า! ฟ่านปิงปิง โดนวิจารณ์การแต่งตัว ลุคนี้ไม่รอด?

ผลงานระดับกูตูร์! ชุดแต่งงาน ก้อย รัชวิน จากแบรนด์ดัง Poem เรียบหรูดูแพง

แฟชั่นคนท้อง 4 เดือน! ว่าที่คุณแม่ ศรีริต้า ครีเอตลุคสวยเก๋ ครบทุกสไตล์

ปัดฝุ่นผลงานดัง บังเกิดเกล้า ละครสะท้อนปัญหาครอบครัวในยุค 2020

“อมรินทร์ทีวี” ส่งละครดราม่าผัวเมีย บังเกิดเกล้า เข้มข้นส่งท้ายปี คว้านักแสดงฝีมือขั้นเทพ “หนุ่ม-ป๊อก” ขยี้รุ่นเล็ก “เอี๊ยง-ไอซ์”

 บังเกิดเกล้า

จัดหนักจัดเต็มไม่เสียชื่อยี่ห้อ ผู้นำตัวแม่ละครสายดราม่าแห่ง พ.ศ.นี้  สำหรับคอนเทนต์ละครสุดปังของ สถานีโทรทัศน์ อมรินทร์ ทีวี เอชดี ช่อง34 ที่กำลังประสบความสำเร็จอย่างมาก ทั้งกระแสความนิยม และ เรตติ้ง ล่าสุดขอสานต่อความปังจัดพิธีบวงสรวงละครดราม่าเข้มข้น บังเกิดเกล้า ส่งท้ายปี 2020 ที่ถือว่าเป็นอีกหนึ่งในตำนานละครน้ำดีสะท้อนสังคม ที่หยิบกลับมาปัดฝุ่นใหม่อีกครั้ง เพิ่มเติมความดราม่าแบบฉบับละครอมรินทร์ทีวี ที่รับประกันว่าเข้มข้นอย่างแน่นอน โดยได้รับเกียรติจากบิ๊กบอสคนเก่ง “ศิริ บุญพิทักษ์เกศ” กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท อมรินทร์ เทเลวิชั่น จำกัด เป็นประธานในพิธี ร่วมด้วย “ธนสร จิรายุวัฒนา” ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานขายและการตลาด  และผู้จัดพันธมิตร “ฉอด-สายทิพย์ มนตรีกุล ณ อยุธยา” ผู้บริหารบริษัท เช้นจ์ 2561 ณ ลานหน้าบริษัท อมรินทร์ เทเลวิชั่น อรุณอมรินทร์ 39

ละคร “บังเกิดเกล้า” เวอร์ชั่นนี้นำทัพโดยผู้กำกับมือรางวัล ฝีมือจัดจ้าน “กู่-เอกสิทธิ์ ตระกูลเกษมสุข” พร้อมด้วยนักแสดงมากฝีมืออย่าง “หนุ่ม-ศรราม เทพพิทักษ์” ที่กลับมาร่วมงานอีกครั้งกับทาง อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง34 หลังจากประสบความสำเร็จมาแล้วจากละครเรื่องแรกของสถานีอย่าง “สามีสีทอง” ในบทบาทใหม่ “ชัชรินทร์” สามีตัวร้าย เจ้าชู้ตัวพ่อ ที่ถูกเลี้ยงมาผิดๆจากแม่บังเกิดเกล้า ประชันบทบาทกับนางเอกตลอดกาลฝีมือขั้นเทพ “ป๊อก-ปิยธิดา  มิตรธีรโรจน์” ที่คว้าบทเด่น “สุขสม” ภรรยาสุดสตรองที่ต้องฟาดฟันกับสามีสุดแสบ ร่วมด้วยพระนางดาวรุ่งฟรีแลนซ์ “เอี๊ยง-สิทธา สภานุชาติ” และ “ไอซ์-อมีนา กูล” ที่ผันตัวเป็นนักแสดงอิสระ ก็กระโดดข้ามช่องมาร่วมงานกับทางสถานี อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34 เป็นครั้งแรกเช่นกัน

“ป๊อก-ปิยธิดา  มิตรธีรโรจน์” และ “หนุ่ม-ศรราม เทพพิทักษ์”
“เอี๊ยง-สิทธา สภานุชาติ” และ “ไอซ์-อมีนา กูล”

เพิ่มเติมด้วยไฮไลท์อย่างตำนานนักแสดง “สองตุ๊ก” อย่าง นักแสดงสุดเก๋า “ตุ๊ก-ญาณี” กับบทเด่นคุณแม่ผัวจอมบงการที่เลี้ยงลูกผิดๆแบบจนเสียคน แต่ติดภารกิจไม่สามารถมาร่วมพิธีบวงสรวงได้  ปะทะการแสดง“ตุ๊ก-เดือนเต็ม” รับบทคุณแม่ในพาร์ทน้ำดีเลี้ยงลูกจนประสบความสำเร็จ ร่วมด้วยสาวแซ่บ “กระติ๊บ-ชวัลกร” กับบทบาทโสเภนีเบอร์ตองสุดเร้าร้อน และทัพนักแสดงอีกคับคั่งอาทิ “แอ๊ว-อำภา, อ้วน รีเทิร์น , ญี่ปุ่น ณภัทร, วีวี่ สรัณณัฏฐ์, ดีเจเจมส์ จิตตริน , ดีเจป๊อป กิตติพงศ์, ดีเจอาทซ์ซี่ อรอานิญช์, ก้อง จักรพันธ์”และ สองนักแสดงเด็กอนาคตไกล “น้องอั่งเปา-น้องเพลง” เข้าร่วมพิธีบวงสรวงในครั้งนี้

สำหรับละคร “บังเกิดเกล้า” รับไม้ต่อจากละครสุดปังแห่งปีอย่าง “เพลิงนาง” เป็นละครลำดับที่ 5 ของ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง34 ละครเรื่องนี้เคยโด่งดังมาแล้วเมื่อปี 2541 กลับมาผลิตใหม่อีกครั้งในรอบ 22 ปี ละครผัวๆเมียๆน้ำเน่าเรื่องนี้เคยถูกพูดถึงเป็นอย่างมาก ในแง่ของการเป็นละครสะท้อนสังคม จากบทประพันธ์ชั้นครูของ “แมน สุปิติ” หรือที่รู้จักในนามปากกา “นพคุณ จิตตะยโศธ” เคยคว้ารางวัลมาแล้วมากมาย มีเพลงประกอบละครที่ประสบความสำเร็จจากการขับร้องของ “ปาน-ธนพร” โดยเวอร์ชั่นล่าสุดนี้ ก็ยังคว้าตัวนักร้องสายดราม่า “ปาน-ธนพร” เจ้าเก่า กลับมาถ่ายทอดเพลง “ไม่เคยมีตัวตน” เพลงประกอบละคร “บังเกิดเกล้า” ที่แต่งขึ้นมาใหม่สะเทือนอารมณ์มากยิ่งขึ้น

ติดตามชมละครดราม่าเข้มข้นสะท้อนสังคมเรื่องนี้ ในช่วงเวลา “สุดสัปดาห์ช่อง 34 ละครดีสี่ทุ่ม” ทุกคืนวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 22.00 น. (หลังรายการทุบโต๊ะข่าว) เริ่มตอนแรก 7 พฤศจิกายน นี้


 

ปี 2020 ดัชเชสเคท ทรงอิทธิพลด้านแฟชั่นมากกว่า ดัชเชสเมแกน

เพราะอะไร ปี 2020 ‘ดัชเชสเคท’ ทรงอิทธิพลด้านแฟชั่นมากกว่า ‘ดัชเชสเมแกน’

เผยเหตุผลที่ทำให้ ดัชเชสเคท เป็นผู้ทรงอิทธิพลด้านแฟชั่นมากกว่า ดัชเชสเมแกน ในปี 2020 โดยผู้คนให้ความสนใจสิ่งที่ ดัชเชสเคท สวมใส่เพิ่มมากขึ้นถึง 86%

ดัชเชสแห่งเคมบริดจ์และดัชเชสแห่งซัสเซกส์ถือเป็นบุคคลที่สร้างกระแสให้วงการแฟชั่นอยู่เสมอ เรียกได้ว่าตีคู่กันมาเลย หลายๆ คนมักนำสไตล์ของทั้งสองดัชเชสมาเปรียบเทียบกัน เพราะชื่อเสียงในฐานะสะใภ้ราชวงศ์อังกฤษ ทำให้ถูกจับตามอง จึงไม่สามารถเลี่ยงได้ และก็ปฏิเสธไม่ได้ที่จะบอกว่าดัชเชสเคทและดัชเชสเมแกนต่างทรงอิทธิพลด้านแฟชั่นด้วยกันทั้งคู่

ในปี 2019 เว็บไซต์แฟชั่น Search Engine อย่าง Lyst ได้เฝ้าติดตามว่าสื่อสังคมออนไลน์สนใจดารา นักร้อง หรือซูเปอร์สตาร์ระดับโลกคนไหนบ้าง โดยเช็คจากคำค้นหาและการตอบรับที่ส่งผลต่อยอดขายเสื้อผ้าที่ได้รับการพูดถึงมากที่สุด เก็บรวบรวมข้อมูลจากการเสิร์ชกว่า 104 ล้านยูสเซอร์ รวมถึงแบรนด์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดและยอดขายของสินค้าต่างๆ ประมาณ 6 ล้านชิ้น

ซึ่งดัชเชสเมแกนเป็นผู้คว้าอันดับหนึ่ง ผู้ทรงอิทธิพลด้านแฟชั่น ปี 2019 ไปครอง (No. 1 Power Dresser) โดยการเสิร์ชหาชุดดีไซน์คล้ายกับที่ดัชเชสเมแกนใส่ เพิ่มขึ้นโดยเฉลี่ย 216%

แต่ในปี 2020 ข้อมูลจากเว็บไซต์ LovetheSales.com นำเสนอว่าดัชเชสเคทกลับขึ้นมาแซงซะแล้ว เพราะในช่วงที่การแพร่ระบาดของโควิด-19 ยังคงหนักหน่วง ดัชเชสเคททำงานผ่านโปรแกรม Zoom อยู่บ่อยครั้ง ถึงแม้จะไม่ได้ออกมาปฏิบัติภารกิจด้านนอก แต่การเผยลุคตัวเองของดัชเชสเคทในช่วงเวลานั้น กลับทำให้ผู้คนสนใจมากยิ่งขึ้น ขณะที่ดัชเชสเมแกนไม่ค่อยปรากฏตัวให้เห็นบ่อยนัก

 

เว็บไซต์ LovetheSales.com ได้วิเคราะห์ชุดทุกชุดที่สวมใส่โดยดัชเชสทั้งสองในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมาและเปรียบเทียบความนิยม ก็พบว่าชุดที่สวมใส่โดยดัชเชสเคทมีการค้นหาเพิ่มขึ้นถึง 86% นอกจากนี้ดัชเชสเคทยังใส่ชุดที่ราคาไม่แพงมาก ทำให้หลายคนสนใจและเกิดการค้นหาชุดนั้น 35% แม้ชุดจะขายหมดไปแล้ว แต่ผู้คนยังค้นหาชุดที่มีดีไซน์คล้ายกันถึง 66% ในขณะที่ชุดของดัชเชสเมแกนขายได้เพียง 1 ใน 6

เจสซี สไตน์ สไตลิสต์ ให้ความเห็นว่า “แฟนๆ มองดัชเชสแห่งเคมบริดจ์มีรูปลักษณ์ที่ยอดเยี่ยมกว่า ทั้งสองดัชเชสถูกจำกัดการทำงานในช่วงโควิด-19 อยู่ที่การโทรผ่านโปรแกรม Zoom ดัชเชสเคทได้เลือกชุดที่ดูคล่องแคล่วขึ้น ซึ่งเห็นได้น้อยหากเป็นการปฏิบัติงานตามปกติ ส่วนดัชเชสเมแกนก็เผยให้เห็นมุมสบายๆ ในเสื้อยืดและกางเกงวิ่ง

ทั้งนี้ดัชเชสเคทยังเดินหน้าทำงานการกุศลทางออนไลน์อย่างต่อเนื่อง ทำให้ภาพลักษณ์ที่ต้องปรับเปลี่ยนในทุกวันดูน่าสนใจ ประชาชนได้เห็นด้านที่แตกต่างและเป็นส่วนตัวของดัชเชสเคทระหว่างที่มีการล็อกดาวน์ ทำให้ดัชเชสแห่งเคมบริดจ์มีอิทธิพลด้านแฟชั่นมากขึ้น และตอกย้ำว่า ‘Kate Effect’ ยังคงแข็งแกร่ง”

ล่าสุดดัชเชสเคทก็ทำให้เดรสลายจุดจาก Emilia Wickstead ราคา 1,304 ปอนด์ หรือประมาณ 52,000 บาท ขึ้นสถานะ Sold out ได้ในวันเดียว!


ที่มา : www.express.co.uk

ภาพ : IG@katemidleton1 , www.thesun.co.uk

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ผู้นำแฟชั่นตัวจริง ‘ดัชเชสเคท’ ทำให้เดรสตัวละ 5 หมื่นบาท Sold out ในวันเดียว!

ซื้อตามไหวไหม? ทลายคลังกระเป๋า Louis Vuitton ‘ญาญ่า’ ขุมทรัพย์ที่ต้องชม

ชุดอยู่บ้านก็แค่หลักหมื่น! ส่องเดรสหวาน ‘พลอย ชิดจันทร์’ ผู้หญิงเก่งที่น่าอิจฉา

 

ชุดกี่เพ้า ฟ่านปิงปิง

ดราม่าชุดกี่เพ้า! ฟ่านปิงปิง โดนวิจารณ์การแต่งตัว ลุคนี้ไม่รอด?

ออกงานทั้งที แต่ดันมีดราม่า เมื่อ ชุดกี่เพ้า ฟ่านปิงปิง จากแบรนด์ดัง Gucci ที่เธอใส่ร่วมงานเลี้ยง ถูกวิจารณ์ว่าดูยังไงก็ไม่เข้ากัน

เมื่อค่ำคืนวันอังคารที่ผ่านมา (20 ต.ต. 63) ฟ่านปิงปิงเข้าร่วมงานเลี้ยงเปิดตัวนิตยสารแฟชั่นฉบับภาษาจีน เธอมาในชุดกี่เพ้าผ่าสูงสีม่วงเข้ม แมตช์เข้ากับถุงเท้าคู่ยาวสีเขียว ที่ดูเหมือนจะถอดลุคของนางแบบ Gucci มาเลย แม้กระทั่งผมหน้าม้าก็เสกขึ้นได้

ซึ่งการออกงานในครั้งนี้ทำให้ฟ่านปิงปิงได้รับความสนใจอย่างมาก โดยเฉพาะชุดกี่เพ้าสุดเซ็กซี่ปักเลื่อมที่เธอใส่จาก Gucci Pre-Fall 2020 ถึงกับติดเทรนด์การค้นหามาแรงด้วยแฮชแท็ก #ชุดผ่าสูงสีม่วงของฟ่านปิงปิง ในเว่ยป๋อ (สื่อออนไลน์อันดับ 1 ของจีน) เลยทีเดียว

แน่นอนว่า เมื่อฟ่านปิงปิงเลือกที่จะท้าทายกับสไตล์การแต่งตัวที่แปลกใหม่ แทนการใส่ชุดเรียบหรูหรือคลาสสิก ก็ทำให้เกิดความเห็น 2 ฝั่ง ที่ทั้งชื่นชมและวิจารณ์ว่ามันไม่เข้ากับเธอ รวมไปถึงประเด็นการเลี่ยงภาษีของเธอ ก็ถูกหยิบมาพูดถึงด้วย เช่น “ฟ่านปิงปิงใส่รองเท้าและถุงเท้าคู่นี้กับเดรส มันดูทันสมัยเหรอ?”

“ฟ่านปิงปิงสวมชุดเดรสผ่าสูงสีม่วง แถมยังขึ้นคำค้นหามาแรง พวกคุณกำลังชื่นชมโจรหนีภาษีหน้าหนา โปรดอย่าลืมว่าเธอกำลังหลบเลี่ยงภาษีและถูกสงสัยว่าทำผิดกฎหมาย!” , “ชุดนี้สามารถทำให้คุณดูน่าเกลียดได้” , “ถุงเท้าที่ขาไม่จำเป็นเลย”

ส่วนคอมเม้นต์แสดงความชื่นชมและโต้กลับคนที่ต่อว่าฟ่านปิงปิงก็มีไม่น้อย เช่น “ฟ่านปิงปิงใส่แบบนี้มีปัญหาอะไรไหม? ทำไมหลายคนต้องโวยวายขนาดนั้น ไม่ชัดเจนเหรอว่าแค่ความสวยงามของฟ่านปิงปิงในวัยนี้ เพียงพอที่จะทำให้คุณเวียนหัวไป 3 วัน” , “เธอแสดงเสน่ห์ย้อนยุคได้ดีมาก”

“มีเพียงเธอที่กล้าท้าทาย คือคนเดียวที่สามารถควบคุมทุกอย่างได้ ดังนั้นดาราหญิงในแวดวงบันเทิงจึงสวมชุดเรียบง่าย แม้ว่าชุดของพวกเขาทั้งหมดจะเป็นชุดชั้นสูงของกูตูร์ก็ตาม” , “ฉันชอบการแต่งตัวแบบนี้สุดๆ ไม่มีใครใส่แล้วสวยไปกว่าเธออีกแล้ว คุณต้องกล้าลองสไตล์ต่างๆ อย่ามัวแต่ตามกระแส”

แล้วคุณล่ะ คิดว่าลุคนี้ของแม่ฟ่าน ผ่านหรือเปล่า?


ภาพและที่มา : weibo #ชุดผ่าสูงสีม่วงของฟ่านปิงปิง

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ผลงานระดับกูตูร์! ชุดแต่งงาน ก้อย รัชวิน จากแบรนด์ดัง Poem เรียบหรูดูแพง

แฟชั่นคนท้อง 4 เดือน! ว่าที่คุณแม่ ศรีริต้า ครีเอตลุคสวยเก๋ ครบทุกสไตล์

ส่องลุคขึ้นศาลของ แมท-ภีรนีย์ กับ It Bag สุดฮ็อต Fendi Peekaboo Mini

 

ปฏิบัติการกู้หน้าโทรม อัพหน้าใสปิ๊งแบบไม่ต้องพยายาม!

ใครนอนดึก โหมงานหนัก หรือติดซีรีส์นอนน้อยจนหน้าโทรม ไม่ต้องกลุ้มใจอีกต่อไป! ด้วยนวัตกรรมความงามหนึ่งเดียวในโลกที่จะช่วยอัพหน้าใส ฉ่ำวาว และดูสุขภาพดีได้ง่ายๆ ถ้าอยากรู้ว่าเป็นยังไงตามมาพิสูจน์กันได้เลยค่ะ

หลายคนคิดว่าหน้าโทรมคือผิวดูหมองคล้ำเท่านั้น แต่จริงๆแล้วยังมีอีกหลายปัญหาที่ทำให้หน้าดูโทรมเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นผิวขาดความชุ่มชื้น รูขุมขนกว้าง ผิวแห้งกร้าน ขาดความเรียบเนียน แถมยังแต่งหน้าไม่ค่อยติดอีกต่างหาก หลายคนแก้ปัญหาด้วยการโบกเมกอัพเพื่ออำพรางความโทรม แต่ก็ดูหนาเตอะไม่เป็นธรรมชาติเอาซะเลย

หน้าโทรม

ทางออกแบบเบสิคคือการลดพฤติกรรมทำร้ายผิวต่างๆ เช่น นอนตั้งแต่หัวค่ำ ดื่มน้ำเยอะๆ ไม่เครียด ฯลฯ แต่จะมีสักกี่คนที่ทำได้ละคะ หรือลำพังการใช้สกินแคร์บำรุงผิวก็ช่วยได้แค่ระดับหนึ่ง ซึ่งก็ต้องใจเย็นรอเวลากันเป็นเดือนๆกว่าจะฟื้นฟูผิวให้ดีขึ้นได้ แต่ถ้าคุณใจร้อนอยากอัพผิวสวยแบบด่วนๆ นวัตกรรมความงามช่วยได้ค่ะ

นวัตกรรมบอกลาหน้าโทรมหนึ่งเดียวในโลกนี้ก็คือ Skin Radiance by Merz Aesthetics ทรีทเมนต์ที่ใช้ Hyaluronic Acid สารให้ความชุ่มชื้นตามธรรมชาติ ที่สามารถอุ้มน้ำจากใต้ชั้นผิวหนัง โดยใช้เทคนิคสุดพิเศษ “Hourglass Pattern” ให้สารบำรุงเนื้อเนียนสูตร Soft หนึ่งเดียวในโลกที่คิดค้นและพัฒนาโดย เมิร์ซ เอสเธติกส์ เข้าไปเติมเต็มบริเวณพวงแก้มและใต้ตา เสมือนการเติมน้ำใต้ผิวหน้าชั้นใน (Dermis) ให้ผิวสดชื่น เปล่งปลั่ง มีออร่าอย่างเป็นธรรมชาติ

หน้าโทรม

นวัตกรรมกู้หน้าโทรมนี้ ช่วยอัพผิวหน้าใส เปล่งประกายความงามได้ถึง 4 ระดับในขั้นตอนเดียว ได้แก่

  • Skin Radiance ให้ผิวเผยออร่าอย่างเป็นธรรมชาติ
  • Skin Hydration ผิวอิ่มน้ำ ฉ่ำวาว แลดูสุขภาพดี
  • Skin Rejuvenation ให้ผิวกลับมาสวยใสอีกครั้ง
  • Pore Minimization ช่วยกระชับรูขุมขนให้ผิวดูเรียบเนียน

ซึ่งเทคนิคการใช้ฟิลเลอร์แบบพิเศษที่เรียกว่า “Hourglass Pattern” เกิดจากแนวคิด ‘Light and Shadow’  เมิร์ซ เอสเธติกส์ จึงได้ร่วมมือกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวพรรณ และความงาม 3 ท่าน ได้แก่ นายแพทย์ ดิสพงศ์ ปณิฐาภรณ์ แพทย์หญิงอรุณี ทองอัครนิโรจน์ และนายแพทย์ สมิทธิ์ อารยะสกุล ช่วยเสริมความมั่นใจให้ผิวสาวไทยดูฉ่ำวาว เปล่งประกาย หน้าใสได้แบบไม่ต้องโบกเมคอัพหนาเตอะ

หน้าโทรม

ที่สำคัญนวัตกรรม Skin Radiance by Merz Aesthetics ยังสวยแบบปลอดภัย มั่นใจด้วยรางวัลการันตี และการรับรองจาก อย.สหรัฐ ยุโรป และไทย ความนิยมของทรีทเมนต์นี้มีมานานกว่า 10 ปี ในกว่า 50 ประเทศทั่วโลก และการันตีความสำเร็จด้วยจำนวนทรีทเมนต์มากกว่า20,000 และจำนวนคลินิกกว่า300 คลินิกทั่วประเทศไทย พร้อมยืนยันคุณภาพด้วยรางวัล Injectable Product of the Year 2017 จาก The Aesthetics Industry Awards ช่วยให้ผู้หญิงสวยมั่นใจได้ทั้งเรื่องความเรียบเนียนดูกลมกลืนกับผิว ฉ่ำวาวอย่างเป็นธรรมชาติ โดยใช้เวลาในการรักษาเพียง 15 – 30 นาทีเท่านั้น  ทรีทเมนต์นี้จะดีงามขนาดไหน ลองมาดูคอมเมนต์ของ 3 สาวที่เคยเผชิญปัญหาผิวโทรมกันค่ะ

หน้าโทรม

ช่วงนี้งานหนัก กลับบ้านก็ดึก ทำให้นอนดึกไปได้ด้วย ตอนนี้ผิวหน้าโทรมมากไม่ไหวแล้วค่ะ แต่พอได้ลองทำ Skin Radiance แล้ว รู้สึกได้ทันทีเลยว่า ผิวสดชื่นเหมือนนอนเต็มอิ่ม ผิวดูฉ่ำๆหน้าใสขึ้นเยอะเลยค่ะ ตอนนี้แฮปปี้กับผิวมาก..ก ” – เปิ้ล พนักงานบริษัทเอกชน อายุ 35 ปี

เมื่อก่อนไม่เคยกล้าหน้าสดหรือแต่งหน้าน้อยๆเลยค่ะ เพราะผิวไม่เรียบเนียน หมองคล้ำ และรูขุมขนกว้าง แต่หลังจากได้ทำทรีทเมนต์ Skin Radiance รู้สึกมั่นใจในผิวตัวเองมากขึ้น แต่งหน้าเบาๆ หรือไม่แต่งหน้าก็ออกจากบ้านได้สบายๆเลยค่ะ ” – พลอย นักศึกษา อายุ 22 ปี

ผิวหน้าแห้งจนแต่งหน้าไม่ติด ตอนแรกก็คิดว่าเครื่องสำอางไม่ดี ที่ไหนได้ผิวเรานี่แหละที่พังเอง เพื่อนเลยแนะนำให้ลองทำ Skin Radiance ปรากฏว่าผิวดูดีขึ้นมากๆเลยค่ะ ผิวดูอิ่มน้ำ เปล่งปลั่ง หน้าใส แต่งหน้าติดดี๊ดี ” – น้ำตาล เจ้าหน้าที่ฝ่ายประชาสัมพันธ์ อายุ 27 ปี

ใครสนใจอยากพิสูจน์ความหน้าใสแบบไม่ต้องพยายามด้วย Skin Radiance ลองไปปรึกษาได้ที่คลินิกความงามชั้นนำกว่า 300 แห่งทั่วประเทศ หรือโทร. 02-229-9696 ได้เลยค่ะ

บํารุงมือให้นุ่ม

มือสวยก็ดูมีเสน่ห์! 3 วิธี บํารุงมือให้นุ่มน่าสัมผัส บอกลาความแห้งเหี่ยว หยาบกร้าน

มือสวยก็ดูมีเสน่ห์! 3 วิธี บํารุงมือให้นุ่ม น่าสัมผัส บอกลาความแห้งเหี่ยว หยาบกร้าน

ปัจจุบันด้วยศาสตร์แห่งการชะลอวัยเป็นที่รู้จักมากขึ้น ส่งผลให้คนหันมาดูแลสุขภาพมากยิ่งขึ้นด้วย ในศาสตร์ของการชะลอวัยนั่น จะต้องมีการปรับสมดุลของร่างกายทั้งสองส่วนไปพร้อมๆ กัน กล่าวคือ

ระบบภายในร่างกาย ซึ่งสามารถทำได้หลายอย่าง เช่น การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ การพักผ่อนที่เพียงพอ การออกกำลังกาย ฯลฯ  และระบบภายนอกร่างกาย สามารถจัดการด้วยนวัตกรรมทางเวชศาสตร์ความงามที่มีการใช้เครื่องมือและผลิตภัณฑ์ในการดูแลผิว ซึ่งจะช่วยให้เราดูเด็กกว่าอายุจริง โดยเฉพาะบริเวณที่ถูกจับตามองเป็นอันดับต้นๆ ได้แก่ ใบหน้า ลำคอ แต่คุณรู้หรือไม่ว่า…ผิวที่หลังมือนั้นก็สามารถบ่งบอกอายุของคุณได้เช่นกัน

หลังมือของเราก็ฟ้องอายุ…ได้เช่นกัน !!!

ปัญหาผิวหลังมือเหี่ยวแห้ง

ปัญหาผิวหลังมือเหี่ยวแห้งที่เกิดจากอายุที่เพิ่มขึ้น เป็นการถูกทำลายจากรังสียูวีในแสงแดดและพฤติกรรมการในชีวิตประจำวัน เช่น การล้างมือบ่อยๆ การแพ้สารเคมีที่ใช้ในชีวิตประจำวัน ทำให้ผิวเกิดการอักเสบ เป็นต้น ด้วยสาเหตุต่างๆ เหล่านี้ ทำให้ผิวหลังมือจากเดิมที่เคยเรียบเนียน กลายเป็นผิวที่แห้งกร้านเกิดริ้วรอย ตอบโรยเห็นกระดูกและเส้นเอ็นโผล่ รวมทั้งเส้นเลือดดำที่ปูดนูนชัดเป็นเส้น ดูแล้วทำลายความมั่นใจไปเลยทีเดียว วันนี้เราจึงขอแนะนำวิธีการจัดการกับปัญหาผิวที่มือ

  1. บำรุงผิวบริเวณมือให้ชุ่มชื้นตลอดเวลา โดยเลือกล้างมือด้วยผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยนต่อผิวและรีบทาครีมบำรุงหลังล้างมือทันที จะช่วยลดความแห้งและป้องกันการเกิดริ้วรอยบริเวณผิวหลังมือได้
  2. ใช้เลเซอร์ปรับสภาพผิวร่วมกับการให้วิตามินผิวทางเส้นเลือดดำ ในกรณีที่ผิวหลังมือเหี่ยวย่นมาก อาจช่วยทำให้ผิวชุ่มชื่น มีสีผิวที่สม่ำเสมอ และหลังมือเรียบเนียนขึ้น
  3. ใช้ฟิลเลอร์หรือสารเติมเต็ม แก้ปัญหาหลังมือที่ตอบโรยจนมองเห็นกระดูกและเส้นเอ็นโผล่ จะช่วยบดบังเส้นเลือดดำบริเวณหลังมือที่ปูดนูนชัดเป็นเส้น เพื่อทำให้ผิวบริเวณหลังมือกลับมาฟูและดูอวบอิ่มดูย้อนวัยอีกครั้ง

ปัญหาผิวหลังมือเหี่ยวแห้ง

เพียงเท่านี้…ก็สามารถมีมือที่ดูอ่อนเยาว์ รับกับใบหน้า และลำคอ ช่วยสร้างความมั่นใจให้กับตัวเอง ไม่ว่าต้องสวมแหวน โชว์นาฬิกาหรือไปงานสำคัญไหนๆ ก็สามารถโชว์มือได้อย่างมั่นใจแล้วค่ะ


ขอบคุณเคล็ดลับจาก รมย์รวินท์ คลินิก (Romrawin Clinic)

 

 

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

แชร์เทคนิค ใส่แมสก์ยังไงไม่ให้เป็นสิว แถมได้ผิวลุคฉ่ำวาวแบบกลาสสกิน

ลุคสวยมีสไตล์ไม่ซ้ำ! แชร์ทริคแต่งหน้าตามเทรนด์ด้วย 3 โทนสี ออทั่ม/วินเทอร์

วงจรสิว เข้าแล้วออกยาก! ลองแก้ด้วย 5 วิธีดูแลผิวง่ายๆ ให้หลุดจากวังวนสิวซ้ำซาก

 

 

คุยกับคนข่าวมากประสบการณ์ "โจ๊ก-นภจรส" 17 ปี แห่งการเรียนรู้และพัฒนาตัวเอง

คุยกับคนข่าวมากประสบการณ์ “โจ๊ก-นภจรส” 17 ปี แห่งการเรียนรู้และพัฒนาตัวเอง

คุยกับคนข่าวมากประสบการณ์ “โจ๊ก-นภจรส ใจเกษม” 17 ปี แห่งการเรียนรู้และพัฒนาตัวเอง เพราะเขาเชื่อว่า ประสบการณ์ + เรียนรู้ = บันไดสู่ความสำเร็จ

17 ปีคือตัวเลขประสบการณ์ของ “โจ๊ก-นภจรส ใจเกษม” ที่ปัจจุบันรับหน้าที่เป็นบรรณาธิการข่าวและผู้ประกาศข่าวเที่ยงอมรินทร์และทุบโต๊ะข่าว

“ผมเข้าสู่วงการข่าวตั้งแต่ปี 2543 เริ่มตั้งแต่นักข่าววิทยุ นักข่าวโทรทัศน์ประจำโต๊ะการเมือง จำได้ว่าช่วงแรกที่เริ่มทำงานต้องฝึกพูดค่อนข้างหนักครับ เคล็ดลับคือต้องฝึกพูดตลอดเวลา เพราะถ้าเราพูดในชีวิตประจำวันได้ดี เวลาอ่านข่าวในการทำงานก็จะดีตามไปด้วย

คุยกับคนข่าวมากประสบการณ์ "โจ๊ก-นภจรส" 17 ปี แห่งการเรียนรู้และพัฒนาตัวเอง

“ที่ผ่านมาผมทำงานข่าวมาทุกรูปแบบ ทั้งนักข่าวภาคสนาม ทีมข่าวใต้น้ำ ช่างภาพ เขียนข่าว ตัดต่อ ลงพื้นที่หาข้อมูล รวมถึงช่วงที่มีการชุมนุมทางการเมืองหลายๆ ครั้งที่ผ่านมา ผมได้ลงพื้นที่ทำข่าวด้วย ทั้งการยิงกัน หมอบกับพื้นหลบกระสุน ระเบิด หรือการสลายการชุมนุม แม้จะเสี่ยง แต่ทำให้เราได้ฝึกฝน ได้คิดและเตรียมวิธีการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าอยู่ตลอดเวลา

“ปัจจุบันผมรับหน้าที่ผู้ประกาศข่าวที่อมรินทร์ทีวีอย่างเต็มตัว ได้ 2 ปีกว่าแล้วครับ สิ่งที่เปลี่ยนไปคือเรื่องมุมมองและวิธีคิดในการทำงาน จากเดิมที่ผมประจำโต๊ะการเมืองเป็นหลัก ตอนนี้มีหน้าที่ความรับผิดชอบมากขึ้น ต้องมองภาพที่กว้างและลึกขึ้น ต้องดูแลงานข่าวทุกประเภท ทั้งการเมือง อาชญากรรม ข่าวทั่วไป และข่าวที่กำลังเป็นประเด็นในสังคมที่ผู้คนให้ความสนใจ รวมไปถึงคิดวิธีการนำเสนอ วิธีการเล่าข่าว กราฟิกที่ใช้ประกอบข่าว รวมไปถึงการบริหารจัดการปัญหาเฉพาะหน้า อย่าง เวลามีข่าวด่วนเข้ามา ต้องมีการบริหารจัดการหน้างาน ทั้งทีมงานและตัวเราเองในการรายงานข่าว ฉะนั้นต้องมีสติและต้องเรียนรู้อยู่ตลอดเวลา

“อย่างสถานการณ์น้ำท่วมในหลายๆ จังหวัด ผมจะคอยติดตามข่าวอยู่ตลอด เมื่อเจอประเด็นที่น่าสนใจ จะจดไว้เพื่อนำมาประชุมกับทีม คัดเลือกข่าวก่อนออกอากาศ

คุยกับคนข่าวมากประสบการณ์ "โจ๊ก-นภจรส" 17 ปี แห่งการเรียนรู้และพัฒนาตัวเอง

“หลักในการทำงานของผมคือต้องเรียนรู้อยู่ตลอดเวลา เพราะเราไม่ใช่คนเก่ง จึงต้องเรียนรู้ให้มาก ทั้งจากประสบการณ์ที่เกิดขึ้น เรียนรู้จากหัวหน้างาน ทีมงาน เพราะผมเชื่อว่าแต่ละคนมีจุดดีจุดด้อยที่แตกต่างกันไป อีกหัวใจสำคัญในการทำงานของผม คือความมุ่งมั่นและความพยายาม ให้คิดว่าตัวเองยังไม่เก่ง ต้องเรียนรู้อีก ซึ่งความตั้งใจตรงนี้จะเป็นพลังให้เราอยากพัฒนาตัวเอง

“ซึ่งแน่นอนว่าผมก็เคยล้ม เคยผิดพลาด แต่สิ่งสำคัญกว่านั้น คือเราต้องใช้ความผิดพลาดมาเตือนตัวเอง เพื่อเป็นบันไดให้เราก้าวต่อไป และบอกตัวเองเสมอว่า ถ้าวันนี้เราผิดพลาด พรุ่งนี้เราต้องไม่พลาดเรื่องนี้อีก”


ที่มา : นิตยสารแพรว ฉบับ 963

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

เปิดใจ “ไอซ์-สารวัตร” นักข่าวสายลุย พร้อมบุกทุกสนาม จากบ้านกกกอกถึงการชุมนุม

ขอบคุณที่คอยเรียกชื่อตลอด! ความในใจ “เจี๊ยบ-จิตดี” ผู้ประกาศข่าวหญิงมือรางวัล

เบื้องหลังโต๊ะข่าวของ “พุทธอภิวรรณ” ผู้อำนวยการฝ่ายข่าวฝีปากกล้าแห่งอมรินทร์ทีวี

โบว์-เมลดา

เรื่องความรัก โบว์-เมลดา มาเต็ม! “ในละครยังไม่โสด ทำไมเราต้องโสดใช่ไหมคะ?”

นางเอกสาว โบว์-เมลดา ยิ้มรับสถานะแฟนสาวของ มิกค์ ทองระย้า ไม่กลัวความนิยมลด! เพราะ “ในละครยังไม่โสดกันเลย เราคนธรรมดา ทำไมต้องโสดใช่ไหม”

โบว์-เมลดา

หลายเดือนก่อนเพิ่งเปิดตัวไปหมาดๆ สำหรับคู่ของพระเอกหนุ่ม มิกค์ ทองระย้า และ นางเอกสาว โบว์-เมลดา สุศรี ท่ามกลางความรักก็มีกระแสข่าวลือออกมาว่า นางเอกสาวอดีตคนโสดแต่ไม่อยากโสด มีแฟนได้จากการพึ่งสายมูเตลู ไปขอแฟนตามที่หลายคนแนะนำของเพื่อนๆ

ล่าสุดนักแสดงสาวได้ออกมาไขความข้องใจที่ทุกคนอย่ากรู้ ในงาน มายาอวอร์ด 2020 ซึ่งเธอได้เปิดเผยว่า  โดยเธอยอมรับเช่นกันว่าคบหาดูใจกับหนุ่มมิกค์ในฐานะ “แฟน” เหมือนกัน สาวเรื่องที่คนว่ามูเตลูจนได้แฟนนั้นเธอก็เล่าว่า “จะว่าเชื่อก็เชื่อ แต่เราไม่ได้เชื่อขนาดนั้น เดี๋ยวคนจะหาว่างมงาย จริงๆ เราเป็นคนเชื่ออยู่แล้ว ด้วยการทำงานก็ต้องมีสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจอยู่แล้ว มูเตลูถึงขั้นไหนเหรอ ก็อย่างที่ทุกคนคิดเลย อาทิ ใครแนะนำที่ไหนก็ไป ถ้าเขาว่าดีเราก็ยินดีที่จะไป”

“ไม่ได้ขอเฉพาะเรื่องแฟน แต่ขอทุกเรื่องเลยค่ะ ขอให้ทุกอย่างตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปมีสิ่งดีๆ ในชีวิต พี่มิกค์คือสิ่งที่ดีที่เข้ามาในชีวิตเราค่ะ คือเวลาขอพรพระ หนูไม่เคยเจาะจงว่าขอให้เจอกับคนนี้คนนั้น ซึ่งเขาก็เป็นหนึ่งในสิ่งดีๆ ที่เข้ามาในชีวิตค่ะ”

เมื่อถามถึงความรักในตอนนี้ สาวโบว์เปิดเผยว่า “ความรักตอนนี้ดีค่ะ หนูก็งงๆ จริงๆ โรแมนติกนะ แต่ด้วยความที่งง ก็เลยกลายเป็นว่าง แต่วันนั้นก็ไม่ได้มีดอกไม้นะคะ แต่โรแมนติกด้วยคำพูดมากกว่า ส่วนตอนนี้ไม่ค่อยได้เจอกันเท่าไหร่ เพราะกลับมาทำงานกันแล้ว ส่วนเรื่องครบรอบไปหรือยังนั้นโบว์ไม่ได้นับเลย เพราะเป็นคนขี้ลืม ถ้าจะนับก็จะให้อีกคนนับมากกว่าค่ะ”

โบว์-เมลดา

โบว์ยังได้เผยเกี่ยวกับกระแสความนิยมที่อาจลดลงหลังจากเปิดตัวคนดัง ในเรื่องนี้ดาราสาวบอกว่า “ไม่หรอก หนูว่าการมีความรักเป็นเรื่องปกติของคนทุกคน ไม่ว่าจะเป็นคนสาธารณะ หรือคนธรรมดา การมีความรักเป็นเรื่องที่ดีอยู่แล้ว เรายินดีเสมอที่ทุกคนมีความรัก” ก่อนทิ้งท้ายว่า “ในละครยังไม่โสดกันเลย เราเป็นคนธรรมดา ทำไมเราต้องโสดใช่ไหมคะ”

อย่างไก็ตามเมื่อถูกถามเรื่องความรักต่างช่อง เธอมั่นใจว่าคงไม่มีปัญหาอะไร “คงไม่มีค่ะ ไม่รู้เหมือนกัน คือเราจะไม่พูดถึงอนาคต เราอยู่กับปัจจุบันให้โอเคดีกว่า ถามว่ากังวลเรื่องการมีแฟนในจุดที่เราเพิ่งเริ่มงานที่ใหม่ไหม ไม่หรอก หนูว่าการมีความรักเป็นเรื่องปกติของคนทุกคน ไม่ว่าจะเป็นคนสาธารณะ หรือคนธรรมดา การมีความรักเป็นเรื่องที่ดีอยู่แล้ว เรายินดีเสมอที่ทุกคนมีความรักค่ะ”

มิกค์ ทองระย้า

มิกค์ ทองระย้า


ภาพจาก : @bow_maylada

สามารถติดตามอ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติมได้ที่นี่

ชุดนี้ไม่ได้มีตัวเดียว! ‘โบว์ เมลดา’ แจงดราม่าใส่ชุดซ้ำ ‘ญาญ่า’

“แม่อั้ม” Comeback! ผลงานละครใหม่เรื่องที่ 41 จากศัตรูสู่หัวใจ

เอาใจนักสะสม BARONCELLI BIG DATE จาก MIDO มีเพียง 2020 เรือนทั่วโลก

MIDO (มิโด) ส่งผลงานใหม่ล่าสุด BARONCELLI BIG DATE LIMITED EDITION แรงบันดาลใจจากสถาปัตยกรรมแบบนีโอคลาสสิคเอาใจสายคอลเลคเตอร์ ที่มีเพียง 2020 เรือนทั่วโลก

สำหรับ 2020 คือจำนวนเรือนเวลาที่ Baroncelli Big Date (บารอนเชลลี บิ๊ก เดท) ได้รับการผลิต หน้าปัดสะท้อนแสงอาทิตย์ ขัดซาตินสีน้ำเงินเข้มอันน่าหลงใหล บริเวณตำแหน่ง 6 นาฬิกา คือจุดแสดงเอกลักษณ์เฉพาะของรุ่น Big Date ด้วยช่องแสดงวันที่ขนาดใหญ่ขัดเงาและพ่นทราย

MIDO

หน้าปัดของ Baroncelli Big Date Limited Edition ได้รับการป้องกันด้วยตัวเรือนสเตนเลสสตีล เสริมด้วยแหวนรอบกระจกแบบนูนสองชั้น ทั้งสองส่วนประกอบเคลือบด้วย PVD สีโรสโกลด์ เรือนเวลาอันแสนยอดเยี่ยมรุ่นนี้เข้ากันอย่างลงตัวกับสายหนังวัวสีน้ำเงินแต่งลายแบบหนังจระเข้ และกลไกอัตโนมัติที่มีเทคโนโลยีล้ำหน้า

นอกจากการแสดงวันที่อันเป็นเอกลักษณ์ ระบบ Caliber 80 กับช่องแสดงวันที่ขนาดใหญ่ยังสามารถทำงานด้วยระบบอัตโนมัติสุดล้ำเลิศที่มีกำลังลานสำรองสูงถึง 80 ชั่วโมง

MIDO

ทั้งนี้ ศูนย์การค้า Galleria Vittorio Emanuele II ที่มิลาน ประเทศอิตาลี ที่มีสถาปัตยกรรมแบบนีโอคลาสสิค ได้รับอิทธิพลจากแบบบาโร้ค แสดงออกถึงสิ่งปลูกสร้างที่มีความสวยซับซ้อนตามแบบฉบับของอิตาลี รูปแบบทรงกลมของศูนย์การค้าแห่งนี้คือแรงบันดาลใจเบื้องหลังการออกแบบ Baroncelli ส่วนโค้งเว้าสอดรับกันอย่างลงตัวของตึกงดงามล้ำค่าแห่งนี้ สะท้อนถึงความหรูหราสง่างามและความยั่งยืนเหนือกาลเวลาของเรือนเวลาคอลเล็กชั่นนี้ ซึ่งมีวาระครบ 44 ปี

ในปี 2020 จะมีเหล่าสาวกเรือนเวลาที่ผลิตในสวิตเซอร์แลนด์เพียงจำนวน 2,020 คนเท่านั้น ที่มีโอกาสสวมใส่ Baroncelli Big Date Limited Edition รุ่นนี้ ด้วยสีสันอันร่วมสมัยและรูปแบบสวยงามเหนือกาลเวลา เรือนเวลารุ่นนี้จึงเป็นที่สุดที่ไม่อาจปฏิเสธได้ ด้วยการออกแบบหน้าปัดสีน้ำเงินอันสวยงามคู่กับช่องแสดงวันที่สะท้อนแสงอาทิตย์ขัดซาติน ณ ตำแหน่ง 6 นาฬิกา ช่องแสดงวันที่ขนาดใหญ่สองชั้น หนึ่งในรุ่นที่มีช่องแสดงวันที่ขนาดใหญ่ที่สุดของนาฬิกาที่มีช่วงราคาเดียวกันในท้องตลาด

MIDO

ขอบตัวเรือนตัวเลขโรมันเคลือบ PVD สีโรสโกลด์ สะท้อนความงามแบบคลาสสิคแก่นาฬิกา เช่นเดียวกับเข็มบอกชั่วโมงและนาทีแบบสองด้าน (ด้านหนึ่งพ่นทราย อีกด้านหนึ่งไดมอนคัท) ส่วนเข็มวินาทีขนาดใหญ่เป็นแบบไดมอนคัท ตัวเรือนสเตนเลสสตีลขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 42 มม. ตกแต่งด้วยแหวนรอบกระจกแบบนูนสองชั้น เคลือบ PVD สีโรสโกลด์ โทนสีอบอุ่นตัดกับสีน้ำเงินเข้มของ Baroncelli Big Date Limited Edition

เทคโนโลยีของ Baroncelli Big Date Limited Edition 2020 ยังถือเป็นที่สุดอย่างเท่าเทียมกับเรื่องการออกแบบ ด้วยระบบกลไกอัตโนมัติซึ่งเป็นนวัตกรรมล้ำหน้าของวงการนาฬิกา

นอกเหนือจากช่องแสดงวันที่อันเป็นเอกลักษณ์ ระบบ Caliber 80 กับช่องแสดงวันที่ขนาดใหญ่ยังสามารถทำงานด้วยระบบอัตโนมัติสุดล้ำเลิศที่มีกำลังลานสำรองสูงถึง 80 ชั่วโมง โรเตอร์ขึ้นลานขัดลายเจนีวาสไตรปส์และแกะสลักเป็นโลโก้ Mido และเผยความสวยงามให้สามารถชื่นชมได้ผ่านตัวเรือนด้านหลังแบบใส Baroncelli Big Date Limited Edition กันน้ำถึงระดับแรงดัน 3 บาร์ (30 เมตร/100 ฟุต)

สุภาพบุรุษ และนักสะสมไม่ควรพลาด กับนาฬิการุ่น Baroncelli Big Date Limited Edition ที่มีจำนวนจำกัดเพียง 2020 เรือน พร้อมสลักหมายเลขประจำตัวเรือน พบกับผลงานดีไซน์สุดล้ำค่าจากมิโด ได้ที่เคาน์เตอร์มิโด  ห้างสรรพสินค้าชั้นนำ และตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ ในราคา 38,000 บาท


ยลโฉม นาฬิกา Cartier คลาสสิค รุ่นยอดฮิตในตำนาน ที่หาซื้อไม่ได้อีกแล้ว

หรูหรา สมการรอคอย นาฬิกา Rolex 4 รุ่นใหม่ในคอลเล็คชั่น Oyster Perpetual

‘ไม่ต้องรีบคว้าใครก็ได้มาเป็นแฟน จะเจ็บมากกว่าสุข’ ดูดวงรายวัน 22 ตุลาคม 2563

ดูดวงรายวัน 22 ตุลาคม 2563 #หมอปุ้ยพยากรณ์ เช็กทุกวัน เป๊ะปังทุกดวง ทั้งการงาน การเงิน ความรัก และสุขภาพ

ผู้ที่เกิดวันอาทิตย์

การงาน : สำหรับเจ้าของธุรกิจหรือผู้ที่ทำงานเกี่ยวข้องกับงานการเกษตร เช่น เกษตรกร ภูมิสถาปัตย์ นักค้าทอง อัญมณี จนถึงศิลปินพื้นบ้าน งานศิลปหัตถกรรม ฯลฯ หากคุณกำลังจะร่วมงานหรือร่วมธุรกิจกับเพื่อนสนิทที่เป็นผู้หญิง วันนี้อยากให้ชะลอโครงการไว้ก่อน เพราะหากดำเนินการต่ออาจไม่เป็นดังที่คาดไว้ ควรรอเวลาอีกนิด

การเงิน : หากคุณคาดหวังว่า จะได้เงินจากการซื้อขายที่ดินกับเพื่อนผู้หญิง วันนี้อาจผิดหวัง ตรงกันข้ามอาจถูกหลอกด้วยซ้ำ อย่าวางใจ

ความรัก : ความสัมพันธ์ในหมู่เครือญาติผู้หญิงจากที่เคยรักกันแน่นแฟ้น อบอุ่น วันนี้จะกลายเป็นไม่เข้าใจกัน จนแตกกระสานซ่านเซ็นไปอยู่กันคนละทิศทาง คนโสด  เพื่อนหญิงคนสนิทจากที่เคยรักใคร่กันดี วันนี้อาจต้องผิดใจกันจนเลิกคบกันอย่างง่ายดาย หากสามารถหลีกเลี่ยงที่จะทำให้ใครเสียความรู้สึกได้ ควรหลีกเลี่ยง

สุขภาพ : ระวังระบบหมุนเวียนน้ำในร่างกาย เช่น น้ำย่อย น้ำเหลือง น้ำเลือด รวมถึงน้ำในหูจะมีปัญหา และฮอร์โมนอาจสวิง ทำให้คุณเหวี่ยงวีนได้ง่าย

 

ผู้ที่เกิดวันจันทร์

การงาน : สำหรับผู้ที่ทำงานหรือเกี่ยวข้องกับงานสายบุญ หรืองานจิตอาสาที่ทำประโยชน์ให้กับสังคม หากคุณคิดจะยึดไว้เป็นงานหลังเกษียณ ก็ถือว่าเดินมาถูกทางแล้ว ยิ่งหากเกี่ยวกับงานทางการเกษตร ศิลปินพื้นบ้าน และงานโอท็อป เรียกว่า ดีงามเลยทีเดียว

การเงิน :  อาจมีโชคลาภจากการซื้อขายที่ดิน หรือการเกษตร ซึ่งคุณก็ควรนำเงินนี้ไปทำบุญ หรือบริจาคคืนกลับสู่สังคมบ้าง

ความรัก :  คุณอยู่ในครอบครัวที่ดีมีชาติตระกูล ดูแลเอาใจใส่ให้ความรักคุณอย่างดี จะติดอยู่นิดหนึ่งตรงที่คุณมีทิฐิ ชอบเรียกร้องและคาดหวังกับคู่สูง จึงเป็นเหตุให้ชีวิตคู่ไม่ราบรื่นเท่าที่ควร คนโสด คุณมีเสน่ห์และโชคดีในเรื่องความรัก มีหนุ่มๆ พร้อมพลีกายถวายหัวใจให้ แต่กว่าจะผ่านด่านบ้านคุณได้ อาจไม่มีเหลือใครเลยสักคน

สุขภาพ :  ภูมิแพ้มาแล้วจ้า หากเดินทางออกนอกสถานที่ต้องระวังตัวเบอร์ใหญ่เลย ยกการ์ดสูงไว้ เพราะเสี่ยงต่อการเป็นภูมิแพ้ หรือติดเชื้อ

 

ผู้ที่เกิดวันอังคาร

การงาน :  สำหรับผู้ที่ทำงานหรือเกี่ยวข้องกับงานที่ต้องใช้คำพูดในการติดต่อประสานงาน เช่น พีอาร์ประชาสัมพันธ์ นักสื่อสารมวลชน พนักงานขาย ฯลฯ วันนี้หากกำลังริเริ่มงานใหม่ที่สร้างสรรค์ แปลกใหม่และท้าทาย ซึ่งคุณก็คาดหวังความสำเร็จไว้สูงมาก แต่ในทางปฏิบัติอาจได้ร่วมงานกับผู้ที่ไม่น่าจะร่วมงานกันได้ มีความคิดเห็นขัดแย้งทุกอย่าง โดยเฉพาะเอกสารทางราชการที่อาจผิดพลาดจนกลายเป็นคดีความ ทางที่ดีควรหาผู้รู้ผู้มีประสบการณ์มาช่วยงานดีกว่า

การเงิน :  ก็ยังอยู่ที่ความใจดี ใจบุญอยู่นะคะ ยิ่งคุณมีรายได้มากเท่าไหร่ คุณยิ่งช่วยเหลือคนอื่นมากเท่านั้น จนเหมือนคุณหาเงินมาให้พวกเขาใช้อย่างไรก็ไม่รู้

ความรัก :  ตั้งแต่คุณแต่งงานอยู่ด้วยกันมามีแต่ความขัดแย้ง แต่ที่ยังอยู่ด้วยกันมาจนถึงวันนี้ เพราะต่างฝ่ายต่างเอื้อประโยชน์ซึ่งกันและกัน จึงควรลดทิฐิและการเอาชนะ หันมาประนีประนอมกันจะทำให้มีความสุขมากขึ้น   คนโสด คุณอาจได้พบชายในฝันระหว่างเดินทาง ก็อย่าคิดนาน เพราะเดี๋ยวจะพลาดโอกาสดีๆ ไป

สุขภาพ :   ปัญหาสำคัญอันดับหนึ่งคือ หัวใจ และโรคที่เกี่ยวกับหัวใจทุกประเภท รองลงมาคือ ความสามารถทางการมองเห็น อาจต้องเปลี่ยนแว่น หรือตัดแว่นใส่แล้ว

 

ผู้ที่เกิดวันพุธ

การงาน :  วันนี้คุณอาจเครียด เพราะถูกเจ้านายกดดันให้ทำงานมากขึ้นกว่าเดิม ซึ่งคุณก็อยากทำล่ะ แต่ติดอยู่ที่ว่า เพื่อนร่วมงานหรือผู้ที่ต้องติดต่อประสานงานด้วย จากที่เคยช่วยเหลือกลับเปลี่ยนท่าที ไม่ยอมร่วมมือโดยดี รวมถึงเจ้านายคุณด้วยก็สามารถให้คุณให้โทษได้ในชั่วพริบตา

การเงิน : รายได้เข้ามือขวาและออกมือซ้าย เฉียดฉิวไม่พอใช้ตลอด ไม่ควรเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเงินที่ไม่ถูกต้อง ไม่ว่าจะบนโต๊ะหรือใต้โต๊ะ เพราะจะส่งผลเสียกับตัวเองในอนาคต

ความรัก : วันนี้คู่คุณมาแนวใหม่ สวมบทหัวหน้าครอบครัวที่ดี เป็นคู่คิดแนะนำทางเดินชีวิตที่ถูกต้องให้กับคุณ ซึ่งมู้ดนี้ไม่ได้เห็นกันบ่อยๆ เพราะส่วนมากจะมีแต่ขัดแย้ง ไม่ลงรอยกัน   คนโสด ใจเย็นๆ ไม่ต้องรีบร้อนมีแฟนแบบใครก็ได้ เพราะจะไม่ใช่รักแท้ คบกันเพียงแป๊บๆ เดี๋ยวก็เลิกแล้ว

สุขภาพ : ให้ความสำคัญกับเรื่องอาหารการกิน คุณอาจมีปัญหาเรื่องลำไส้อักเสบ ระบบย่อยอาหาร โรคกระเพาะ ท้องอืดท้องเฟ้อ

 

ผู้ที่เกิดวันพฤหัสบดี

การงาน : สำหรับผู้ที่ทำงานหรือเกี่ยวข้องกับงานที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ เช่น งานออกแบบดีไซน์ ทั้งดีไซเนอร์ อินทิเรีย ดีไซเนอร์ สถาปนิก เมคอัพอาร์ทติส ฯลฯ วันนี้คุณอาจต้องเตรียมพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นภายในองค์กร ที่จะส่งผลกระทบให้งานของคุณหยุดชะงัก จนไปต่อไม่ถูก แต่อย่างน้อยก็ยังโชคดีที่ผู้ใหญ่และคนใกล้ชิดอุปถัมภ์ค้ำจุนให้คุณได้ทำงานต่อไป

การเงิน : ทางบ้านให้เงินคุณใช้จ่ายได้โดยไม่เดือดร้อน ซึ่งคุณก็ใช้เงินเก่งมาก หมดไปกับการสังสรรค์ปาร์ตี้ เสาะหาอาหารรสชาติอร่อย จึงต้องระวังเงินอาจไม่ชนเดือน

ความรัก : คืนนี้เอาแน่เอานอนกับคุณไม่ได้ อาจบอกที่บ้านว่า จะกลับไปทานข้าวด้วย แต่พอเพื่อนชวนสังสรรค์ก็ไปกับเพื่อนแล้ว ทางที่ดีไม่ต้องบอกให้เขามีความหวัง จะไปก็ไปเลย คนโสด  คุณเนื้อหอม แต่ก็มีความคาดหวังและหึงหวงสูง จึงคบใครไม่ได้นาน ซึ่งคุณก็ไม่แคร์หากต้องเปลี่ยนคนรักบ่อยๆ

สุขภาพ : ช่วงนี้คุณชิลบ่อย มีความสุขกับการดื่มและกิน จึงต้องระวังน้ำหนักเกินมาตรฐาน ซึ่งจะเป็นที่มาของโรคร้ายต่างๆ

 

ผู้ที่เกิดวันศุกร์

การงาน :  หากคุณกำลังเริ่มต้นงานใหม่ หรือนำโครงการที่มีอยู่เดิมมาปรับปรุงพัฒนาใหม่ วันนี้ต้องระวังเพื่อนร่วมงานหรือคนใกล้ชิดจะคิดไม่ซื่อ รับแต่ความชอบแล้วโยนความผิดมาให้คุณ หรือไม่ก็แอบเลื่อยขาเก้าอี้ ซึ่งคุณต้องคุมสติให้ดี เพราะหากโวยวายหรือมีปากเสียง โดยไม่มีหลักฐาน อาจทำให้คุณเสียสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงานในระยะยาว

การเงิน :  ก่อนที่จะตกลงหรือเซ็นสัญญา ในเรื่องผลประโยชน์หรือเรื่องเงิน ควรดูให้รอบคอบ เพราะคุณอาจได้รับผลตอบแทนที่ไม่เป็นธรรม หรือถูกเบี้ยวหนี้หน้าตาเฉย จนถึงถูกขโมยทรัพย์สิน

ความรัก : ต้องระวังปัญหาบุคคลที่สามที่จะนำความวุ่นวายมาให้ครอบครัวคุณ เกิดความหึงหวง และปรับความเข้าใจกันไม่ได้ สุดท้ายก็อาจต้องเซย์กู้ดบาย คนโสด ก็ยังอยู่ที่การมีความรักที่ซ่อนเร้น ซึ่งวันนี้มีแนวโน้มถูกจับได้นะคะ

สุขภาพ : บิ๊กคลีนนิ่งได้แล้วค่ะ เพราะสมาชิกในบ้านเริ่มเป็นภูมิแพ้กันแล้ว ก็ต้องระวังถูกของมีคมบาดเป็นแผลด้วยล่ะ

 

ผู้ที่เกิดวันเสาร์

การงาน  : สำหรับเจ้าของธุรกิจหรือทำงานทางด้านเอ็นเทอร์เทนเม้นท์ เช่น ศิลปินนักร้อง ดีเจ ผู้ประกอบการสถานบันเทิง วันนี้คุณอาจมีคิวเดินสายติดต่อประสานงานทั้งวัน จนไม่ได้อยู่ติดออฟฟิศเลย ก็ถือว่าเป็นวันของคุณ เพราะจะได้ผู้ใหญ่สนับสนุนช่วยเหลือ เพื่อนร่วมงานและผู้บังคับบัญชาก็เมตตาเอ็นดูคุณอยู่แล้ว

การเงิน : คุณสามารถหาเงินได้ง่าย แต่ก็มีเรื่องที่ต้องจ่ายเยอะ อาจต้องช่วยเหลือเกื้อกูลญาติสนิทมิตรสหาย คนใกล้ชิด ขณะเดียวกันก็มีลาภจากญาติผู้ใหญ่ด้วย

ความรัก : หากชีวิตคู่ของคุณอยู่ด้วยกันมาเป็นเวลานาน จนความรักค่อยๆ ร่วงโรยลงทุกทีๆ วันนี้ก็อาจมาถึงจุดที่ต้องการแสวงหาความตื่นเต้นใหม่ๆ ก็ลองเปลี่ยนบรรยากาศพากันไปเที่ยว หรือออกไปทานอาหารนอกบ้านบ้าง น่าจะดีกว่าการมีคนใหม่นะคะ คนโสด อาจมีชายสูงวัยมาชอบ ซึ่งคุณอาจหลงเสน่ห์จนยอมไปอยู่กับเขาเลยก็ได้

สุขภาพ :  อาจมีอาการหน้ามืด วูบ ล้มทั้งยืน อาจพลัดตกจากที่สูง หรือข้อเท้าพลิกได้ ต้องระวัง

เช็กดวงย้อนหลังได้ที่นี่

โลกสวยไม่ได้แล้ว เพราะดูแนวแล้ว น่าจะเป็นตามเสียงเมาท์มอย ดูดวงรายวัน 17 ตุลาคม 2563

ช่างเลือกไปก็เท่านั้น เพราะคุณอาจจบกับคนที่ไม่ได้เลือก ดูดวงรายวัน 18 ตุลาคม 2563

หากเพื่อนแย่งคนรัก ก็ใส่พานให้เธอไปเลย ไม่ต้องเสียดาย ดูดวงรายวัน 19 ตุลาคม 2563

ไม่คิดจริงจังกับใคร แต่จะเจอคนที่จริงจังกับคุณ ดูดวงรายวัน 20 ตุลาคม 2563

เล่นแรง!! มาแนวมือที่สาม บ้านที่สองทั้งนั้นเลย ดูดวงรายวัน 21 ตุลาคม 2563

อยากได้ สาจัดให้! Porsche Taycan ของขวัญครบรอบแต่งงาน 1 ปี ปัทม์-กัลยพัชร

ว่ากันว่าได้สามีดียิ่งกว่าถูกลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 เห็นทีคำพูดนี้จะเป็นจริงแล้วค่าคุณ เพราะเห็นของขวัญครบรอบแต่งงาน 1 ปีของ คุณ“ปัทม์-กัลยพัชร ภักดีผดุงแดน” นักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และเจ้าของร้าน Shabu one ที่คุณสามี โทนี่ โทนี่-ฤทธิไกร ธรรมรักษ์ ผู้บริหาร Snail White (สเนล ไวท์) จัดให้แล้วต้องบอกเลยว่าอิจฉาเธอหนักมากจริงๆ

ของขวัญแต่งงานครบรอบ 1 ปี ชิ้นแรกของคุณปัทม์ ที่คุณโทนี่มอบให้ภรรยาสุดที่รักว่าจัดหนักแล้วกับ แหวนเพชรน้ำงามเรียงกัน 3 เม็ดรวมแล้วกว่า 4 กะรัตครึ่ง ดูเหมือนจะยังเปย์ไม่พอ

ล่าสุดนั้น คุณโทนี่ได้จัดหนักซื้อรถยนต์ไฟฟ้า Porsche Taycan Turbo S ราคาเริ่มต้น 11,700,000 บาท ให้เป็นของขวัญครบรอบแต่งงาน 1 ปี ซึ่งคุณปัทม์ได้เผยถึงความประทับใจในครั้งนี้ว่า

“ตื่นเต้นประทับใจมากค่าา มาเฉลยของขวัญครบรอบแต่งงานครบ 1 ปีอีกชิ้น วันนี้ครบ 1 เดือนพอดีที่ไปจองรถใหม่ให้แพทตี้กันมา คุณแม่แป๊วและพี่โทนี่ใจดี๊ดี ซื้อรถคันใหม่ให้ค่ะ คือเรื่องมีอยู่ว่า แพทตี้อยากได้รถ EV คือเป็นรถไฟฟ้า 100% มานาน ชอบวิวัฒนาการใหม่ๆ ดีตรงที่ไม่ต้องเติมน้ำมันเลย แค่ชาร์จแบตก็วิ่งได้ 400 กว่ากิโล คือดีงามมากๆ”

“พอ Porsche Taycan ออกรถยนต์ไฟฟ้า 100% มา ก็เลยอยากได้ รีบไปดูกันที่งานมอเตอร์โชว์ เลยปรึกษาสามีว่าซื้อดีมั้ย รถไฟฟ้าดีมั้ย แล้วจะคุ้มไหมน้าา สามีเห็นเราอยากได้ก็ไม่คิดนาน Say Yes เลย กรี๊ด #พี่โทนี่สายเปย์ #อีกแล้ว ความน่ารักคือ สามีกับคุณแม่แป๊วของแพทตี้หุ้นกันซื้อรถให้ คือถึงรอบที่คุณแม่ต้องซื้อรถให้ลูกสาวพอดี แล้วสามีเลยบอกคุณแม่ว่า แล้วแต่คุณแม่จะซื้อรถให้น้องราคาเท่าไหร่ก็ได้ตามงบคุณแม่ที่จะให้ เดี๋ยวส่วนที่เหลือพี่โทนี่จะออกให้หมด แถมสั่งรถแบบ Full Option เต็มที่เลยด้วย ว้าย ใจดีจังค่ะ กราบขอบพระคุณทั้งคุณแม่แป๊วและพี่โทนี่มากๆ นะคะ ร้ากก”

“แต่ว่ารถคันนี้ต้องรอนานหน่อย เพราะเพิ่งเปิดตัวในเมืองไทยเดือนที่แล้วเอง คิวรับรถปีหน้าเลยค่าา รอๆๆ เย้ๆ ว่าแต่แพทตี้ไม่ได้ขับรถเองมา 10 กว่าปีแล้ว จะกล้าขับออกถนนใหญ่มั้ยน้าา”

แพรวขอยกนิ้วให้ในความเปย์ที่แท้ทรูของคุณโทนี่เลยค่ะ แต่นอกจากจะตามใจภรรยาสุดแล้วๆ คุณปัทม์ยังชมแล้วชมอีกว่า “พี่โทนี่ทำการ์ดให้แพทตี้ทุกเทศกาลไม่เคยขาดตั้งแต่คบกันมา 4 ปีกว่า เพิ่งรู้ว่าคืนก่อนวันครบรอบแอบนั่งทำการ์ดทั้งคืนไม่ได้นอน เราก็นึกว่านั่งทำงาน ขอบคุณจริงๆ ค่ะคนดี มีคุณค่าทางใจที่สุด”


CR : @patkanyapat

ท็อป ณัฐเศรษฐ์ ถอยรถ Porsche 13 ล้านจุกๆ ให้คุณพ่อ ภูมิใจยิ่งกว่าซื้อให้ตัวเอง

บูบี วรานิธิ สุดเซอร์ไพรส์ บูม ชาคริตเปย์รถ Tesla 6.5 ล้าน เพราะอยากให้มีความสุข