หมู่พระมหามณเฑียร สถานที่สำคัญในการประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษก

หมู่พระมหามณเฑียร สถานที่สำคัญ สำหรับใช้ประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ซึ่งมีมาตั้งแต่สมัยรัตนโกสินทร์ ใกล้ถึงวันสำคัญของประชาชนชาวไทย เข้ามาทุกทีแล้วสำหรับ พระราชพิธีบรมราชาภิเษกของ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร แพรวดอทคอมจึงขอถือโอกาสรวบรวมสถานที่สำคัญต่างๆ ที่ใช้ในการประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษก โดยข้อมูลทั้งหมดนี้ ภาควิชาประวัติศาสตร์ศิลปะ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร ได้เผยแพร่เพื่อเป็นเกร็ดความรู้ในพระราชพิธีสำคัญนี้ พระราชพิธีบรมราชาภิเษกเป็นพระราชพิธีสำคัญที่แสดงให้เห็นว่าพระมหากษัตริย์ทรงรับเสวยราชสมบัติและเปลี่ยนสถานะเป็นองค์สมมติเทพอย่างสมบูรณ์ โดยผ่านขั้นตอนพระราชพิธีอันศักดิ์สิทธิ์ที่ผสมผสานระหว่างคติความเชื่อในศาสนาพราหมณ์และศาสนาพุทธ มีขั้นตอนสำคัญประกอบด้วยการถวายน้ำสรงมุรธาภิเษก หมายถึงการรดน้ำที่ศีรษะ มาจากคำว่า มุรฺธ แปลว่า ศีรษะ กับคำว่า อภิเษก แปลว่า การรดน้ำ และขั้นตอนสำคัญประการถัดมาคือการถวายน้ำอภิเษก ถวายเครื่องสิริราชกกุธภัณฑ์อันเป็นขัตติยราชูปโภค สถาปนาพระราชวงศ์ และเฉลิมพระราชมณเฑียร ซึ่งเป็นราชประเพณีที่สืบเนื่องจากกรุงศรีอยุธยามาสู่กรุงรัตนโกสินทร์  สถานที่สำคัญในการประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษกในสมัยรัตนโกสินทร์ คือ พระมหามณเฑียร หรือ หมู่พระมหามณเฑียร ประกอบด้วยพระที่นั่งที่เชื่อมต่อกันหลายองค์ ใช้เป็นที่ประทับและเสด็จออกว่าราชการแผ่นดินของพระมหากษัตริย์ สร้างขึ้นในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เมื่อ พ.ศ.๒๓๒๕ นับเป็นพระที่นั่งขนาดใหญ่หมู่แรกที่สร้างขึ้นในพระบรมมหาราชวังและถือเป็นพื้นที่อันศักดิ์สิทธิ์สำคัญยิ่ง    หมู่พระมหามณเฑียรตั้งอยู่บริเวณย่านกลางของพระบรมมหาราชวัง หันหน้าไปทางทิศเหนือ ตั้งอยู่ต่อเนื่องในเขตพระราชฐานชั้นกลางและชั้นใน มีรูปแบบเป็นสถาปัตยกรรมไทยประเพณีโดยเป็นอาคารก่ออิฐถือปูน เครื่องหลังคาซ้อนชั้นตามคติความเชื่อเรื่องปราสาทหรือเรือนฐานันดรสูง ประดับกรอบหน้าบันด้วยช่อฟ้า ใบระกา หางหงส์ นาคสะดุ้ง ที่เรียกเครื่องประดับกรอบหน้าบันนี้โดยรวมว่า เครื่องลำยอง หลังคาของหมู่พระมหามณเฑียรมุงด้วยกระเบื้องเคลือบสีเขียว […]

ที่มาและความหมาย “ทีปังกร” พระนามมงคลพระราชทานจากทูลกระหม่อมปู่

วันที่ 29 เมษายน 2562 เป็นวันคล้ายวันประสูติของพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ พระราชโอรสในสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร และพระราชนัดดาในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ซึ่งประสูติเมื่อวันศุกร์ที่ 29 เมษายน 2548 และทรงเจริญพระชันษาครบ 14 ปี ในวันนี้ เนื่องในโอกาสนี้ แพรวดอทคอม จึงขอนำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับที่มาและความหมายของพระนาม “พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ” ซึ่งเปี่ยมด้วยความหมายอันเป็นมงคลและที่มาอันน่าประทับใจ โดยพระนาม “พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ” พระราชทานโดยพระอัยกา พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2548 ซึ่งในการนี้ ในหลวง รัชกาลที่ 9 ยังทรงมีพระมหากรุณาธิคุณอธิบายความหมายของพระนามดังกล่าวไว้ว่า ผู้ทำประทีปคือปัญญาให้สว่างกระจ่างแจ้ง และผู้ทำเกาะคือที่พึ่งให้รุ่งเรืองโชติช่วง ต่อมาในวันที่ 4 กรกฎาคม 2548 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้เขียนพระนามของพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ เป็นภาษาอังกฤษว่า His […]

ย้อนชมภาพตราตรึงใจ พระราชไมตรีดุจพี่น้อง “ในหลวง ร.9 – จักรพรรดิอากิฮิโตะ”

ย้อนชมภาพตราตรึงใจ พระราชไมตรีดุจพี่น้อง “ในหลวง ร.9 – จักรพรรดิอากิฮิโตะ”… ปีนี้นับเป็นปีมหามงคลของประเทศไทยและประเทศญี่ปุ่น ด้วยเหตุอันเป็นมงคลเดียวกัน นั่นคือการเสด็จขึ้นครองราชย์อย่างเป็นทางการของพระประมุขพระองค์ใหม่ นั่นคือ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ซึ่งจะมีพระราชพิธีบรมราชาภิเษกในวันที่ 4-6 พฤษภาคม 2562 และเจ้าชายนารุฮิโตะ มกุฎราชกุมารแห่งญี่ปุ่น ที่จะเสด็จขึ้นครองราชย์ในวันที่ 1 พฤษภาคม 2562 และจะมีพระราชพิธีบรมราชาภิเษกในวันที่ 22 ตุลาคม 2562 ทั้งนี้อีกหนึ่งความน่าปิติยินดีเป็นอย่างยิ่ง คือการที่พระราชบิดาของทั้งสองพระองค์ นั่นคือ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ ทรงมีพระราชไมตรีต่อกันมาเป็นเวลาช้านานแล้ว อีกทั้งยังทรงมีสายสัมพันธ์แน่นแฟ้นประดุจพระเชษฐาและพระอนุชาเลยทีเดียว ซึ่งนั่นทำให้ราชวงศ์ไทยและราชวงศ์ญี่ปุ่นเปรียบดั่งมิตรแท้ รวมถึงยังส่งผลต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในด้านอื่นๆ อีกด้วย ในโอกาสอันเป็นมงคลนี้ แพรวดอทคอม จึงขอพาทุกคนย้อนไปชมภาพประวัติศาสตร์ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นสายสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นและยาวนานของพระมหากษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ทั้งสองพระองค์ ความสัมพันธ์ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ เริ่มต้นขึ้นในเดือนพฤษภาคม ปี 2506 เมื่อครั้งที่ในหลวง รัชกาลที่ 9 เสด็จฯเยือนประเทศญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการ พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 เพื่อเข้าเฝ้าฯสมเด็จพระจักรพรรดิฮิโรฮิโตะ […]

เรียบง่ายแต่สุขล้น ชีวิตหลังสละราชบัลลังก์ของ “จักรพรรดิ-จักรพรรดินีญี่ปุ่น”

เรียบง่ายแต่สุขล้น ชีวิตหลังสละราชบัลลังก์ของ “จักรพรรดิ-จักรพรรดินีญี่ปุ่น”… นับเป็นเวลาร่วม 30 ปีแล้วที่สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะเสด็จขึ้นครองบัลลังก์เบญจมาศ ด้วยพระชนมายุที่มากขึ้น บวกกับพระพลานามัยที่อ่อนแอลง โดยเคยทรงผ่านการผ่าตัดพระหทัยและการรักษามะเร็งต่อมลูกหมากมาแล้ว  ซึ่งเป็นสาเหตุให้พระองค์ทรงมีพระราชดำรัสเรื่องการสละราชสมบัติครั้งแรกในช่วงกลางปี 2559  และรัฐบาลญี่ปุ่นก็มีมติผ่านร่างกฎหมายพิเศษเพื่อรับรองการสละราชสมบัติของพระองค์ โดยจะมีพิธีสละราชสมบัติอย่างเป็นทางการในวันที่ 30 เมษายน 2562 จากนั้นเจ้าชายนารุฮิโตะ มกุฎราชกุมารจะขึ้นทรงราชย์ทันทีในวันที่ 1 พฤษภาคม 2562 เกี่ยวกับเรื่องสละราชสมบัตินี้ สมเด็จพระจักรพรรดินีมิชิโกะทรงมีลายพระอักษรเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 82 พรรษา(20 ตุลาคม 2559) ว่าพระองค์ทรงทราบว่าพระจักรพรรดิได้ทรงหารือกับพระราชโอรสทั้งสอง คือ มกุฎราชกุมารนารุฮิโตะ และเจ้าชายอากิชิโนะแล้ว แต่ถึงกระนั้น… “เมื่อข้าพเจ้าได้เห็นคำว่า ‘สละราชย์ทั้งยังมีพระชนม์ชีพ’ บนหน้าหนังสือพิมพ์ ก็ทำให้รู้สึกตกใจ ซึ่งคงจะเป็นเพราะว่าข้าพเจ้าไม่เคยเห็นถ้อยคำเช่นนี้แม้แต่ในหนังสือประวัติศาสตร์ และใน 1-2 วินาทีแรกนั้นข้าพเจ้าทั้งตกตะลึงและเจ็บปวด บางทีข้าพเจ้าอาจจะอ่อนไหวมากไปก็ได้” แน่นอนว่าความตกพระทัยของสมเด็จพระจักรพรรดินีเป็นแค่ความไม่ทรงคุ้นต่อวิธีการใช้ถ้อยคำของสื่อฯ ที่มีธรรมเนียมว่าต้องใช้ภาษาทางการเมื่ออ้างอิงถึงสถาบันพระจักรพรรดิ เพราะถ้าพิจารณาในแง่ว่าพระองค์กับพระราชสวามีจะทรงมีเวลาส่วนพระองค์มากขึ้น จะทรงสามารถเข้าครัวปรุงอาหาร  หรือเล่นเปียโนคู่กับพระราชสวามีที่โปรดการทรงเชลโล กับเมื่อเวลาผ่านไปอีกสักหน่อยอาจจะสามารถเสด็จฯเข้าไปในร้านหนังสือมือสอง หรือไปเที่ยวพิพิธภัณฑ์ โดยไม่ต้องใช้ผ้าคลุมล่องหนอย่างที่พระองค์เคยทรงอยากเป็นเจ้าของตอนที่อ่านวรรณกรรมเรื่อง Harry Potter นี่ยังไม่นับรวมกับที่ทุกๆ เช้าทั้งสองพระองค์ทรงจับจูงกันไปเดินเล่นในสวน ภายในพระราชวัง ทรงชี้ชวนกันดูสีสันของใบไม้ที่เปลี่ยนผันไปตามฤดูกาล และบางสุดสัปดาห์ก็จะทรงเปลี่ยนพระอิริยาบถด้วยการทรงฉลองพระองค์ชุดเทนนิสเพื่อลงสนามเล่นกีฬาโปรด กีฬาที่เปรียบเสมือนจุดเริ่มต้นแห่งรัก กว่าหกสิบปีนับตั้งแต่วันที่ทั้งสองพระองค์ทรงพบกันครั้งแรก […]

สำนักพระราชวังญี่ปุ่นเผย พระยศใหม่ของพระราชวงศ์ เมื่อเข้าสู่รัชศกเรวะ

สำนักพระราชวังญี่ปุ่นเผย พระยศใหม่ของพระราชวงศ์ เมื่อเข้าสู่รัชศกเรวะ… ตามที่สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะทรงประกาศสละราชบัลลังก์ ซึ่งจะมีพิธีสละราชสมบัติอย่างเป็นทางการในวันที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2562 โดยเมื่อวันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2562 รัฐบาลญี่ปุ่นได้ประกาศชื่อรัชศกใหม่ว่า “เรวะ”  (Reiwa – 令和) ซึ่งจะเริ่มใช้ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2562 เป็นต้นไป ล่าสุดสำนักพระราชวังของญี่ปุ่นได้เปิดเผยการเปลี่ยนแปลงการออกพระยศใหม่ของสมเด็จพระจักรพรรดิ สมเด็จพระจักรพรรดินี รวมทั้งพระบรมวงศานุวงศ์บางพระองค์ เมื่อมีการเปลี่ยนรัชกาลในวันที่ 1 พฤษภาคม 2562 นี้ ซึ่งทางเพจ Royal World Thailand – รอยัล เวิลด์ ประเทศไทย ได้รับความรู้จากสำนักพระราชวังของญี่ปุ่นเกี่ยวกับการออกพระยศทั้งภาษาญี่ปุ่นและภาษาอังกฤษ อีกทั้งยังได้รับอนุญาตให้แจงรายละเอียดพระยศของพระบรมวงศ์แต่ละพระองค์เพื่อเป็นความรู้ ดังนี้ โดยหลังจากสมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะสละราชสมบัติแล้ว ตามพระราชธรรมเนียม จากที่ทรงดำรงพระบรมราชอิสริยยศจากเดิม “เท็นโน (天皇 / Tennō = จักรพรรดิ)” สู่การเป็น “ไดโจ เท็นโน […]

เผยพระนาม ในหลวง รัชกาลที่ 10 จากพระราชกฤษฎีกา เหรียญเฉลิมพระเกียรติฯ

เผยพระนาม ในหลวง รัชกาลที่ 10 จากพระราชกฤษฎีกา เหรียญเฉลิมพระเกียรติฯ… ใกล้เข้ามาทุกขณะแล้ว สำหรับพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 ของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 4-6 พฤษภาคม 2562 โดยพระราชพิธีบรมราชาภิเษก นับเป็นโบราณราชประเพณีอันศักดิ์สิทธิ์ เพื่อความเป็นพระมหากษัตริย์โดยสมบูรณ์ สำหรับอีกสิ่งหนึ่งที่นับเป็นองค์ประกอบสำคัญของการดำรงพระราชอิสริยยศแห่งพระมหากษัตริย์โดยสมบูรณ์ ได้แก่ พระปรมาภิไธย หรือ พระนาม รวมถึงยังเป็นสิ่งที่พสกนิกรเฝ้าติดตาม เพื่อชื่นชมในพระเกียรติยศและพระบารมี ทั้งนี้ได้มีการเปิดเผยพระปรมาภิไธยของ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เมื่อพระราชพิธีบรมราชาภิเษกเสร็จสิ้นโดยสมบูรณ์ จากพระราชกฤษฎีกา เหรียญเฉลิมพระเกียรติ ในโอกาสพระราชพิธีบรมราชาภิเษก 4 พฤษภาคม 2562 นั่นคือ “พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว” ซึ่งจะมีการออกพระปรมาภิไธยนี้ ตั้งแต่หลังเที่ยงของวันที่ 4 พฤษภาคม 2562 โดยพระปรมาภิไธยนี้อ่านออกเสียงว่า พระ-บาด-สม-เด็ด-พระ-ปอ-ระ-เมน-ทะ-ระ-รา-มา-ทิ-บอ-ดี-สี-สิน-ทอน-มะ-หา-วะ-ชิ-รา-ลง-กอน-พระ-วะ-ชิ-ระ-เกล้า-เจ้า-อยู่-หัว และในการออกพระปรมาภิไธยโดยย่อนั้น นอกจาก “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว” ตามที่นิยมใช้กันโดยทั่วไปแล้ว ยังมีการคาดการณ์ว่าอาจจะมีการออกพระปรมาภิไธยโดยย่อว่า “พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว” อีกด้วย จากพระปรมาภิไธยดังกล่าวนั้นจะเห็นได้ว่า เป็นการเลือกใช้การเฉลิมพระปรมาภิไธยตามพระราชนิยมของรัชกาลที่ 4 และรัชกาลที่ 6 รวมกัน กล่าวคือ […]

แถลงการณ์สำนักพระราชวัง ความคืบหน้าพระอาการประชวรของ “พระองค์โสมฯ”

ช่วงเช้าวันนี้ (25 เมษายน 2562) สำนักพระราชวังออกแถลงการณ์เรื่อง พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ เสด็จไปประทับ ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ฉบับที่ 4 ความว่า ตามที่ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ได้เสด็จไปประทับ ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย เมื่อคืนวันศุกร์ที่ 1 กุมภาพันธ์ พุทธศักราช 2562 เพื่อรักษาพระอาการพระโลหิตออกที่พระสมองและความดันพระโลหิตสูงนั้น วันนี้ คณะแพทย์ที่ถวายการรักษาได้แจ้งว่า พระอาการโดยรวมดีขึ้นโดยลำดับ ทรงรู้พระองค์ดีขึ้น สามารถเคลื่อนไหวพระวรกายได้มากขึ้น ความดันพระโลหิตและการเต้นของพระหทัยอยู่ในเกณฑ์ปรกติ ไม่มีพระอาการแทรกซ้อน คณะแพทย์มีความเห็นว่า ยังสมควรได้รับการรักษาด้วยกายภาพบำบัดต่อไป จึงได้กราบทูลขอประทานพระอนุญาต ให้ประทับที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย เพื่อรับการฟื้นฟูพระวรกาย และทรงงดพระกรณียกิจ ต่อไปอีกสักระยะหนึ่ง จึงขอประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน 25 เมษายน พุทธศักราช 2562   ข้อมูลและภาพ : เรารักราชวงศ์จักรี “We love Chakri […]

ในหลวง ร.10 โปรดเกล้าฯ เหรียญเฉลิมพระเกียรติ ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก

เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี สำนักนายกรัฐมนตรี ได้เผยแพร่ประกาศพระราชกฤษฎีกา เหรียญเฉลิมพระเกียรติ ในโอกาสพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ๔ พฤษภาคม ๒๕๖๒ พ.ศ. ๒๕๖๒ ความว่า พระราชกฤษฎีกา เหรียญเฉลิมพระเกียรติ ในโอกาสพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ๔ พฤษภาคม ๒๕๖๒ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๓ เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๒ เป็นปีที่ ๔ ในรัชกาลปัจจุบัน สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร มีพระราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรให้มีเหรียญเฉลิมพระเกียรติ ในโอกาสพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ๔ พฤษภาคม ๒๕๖๒ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๗๕ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยเหรียญเฉลิมพระเกียรติและเหรียญที่ระลึก พ.ศ. ๒๕๔๘ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้ มาตรา ๑ พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า “พระราชกฤษฎีกาเหรียญเฉลิมพระเกียรติ ในโอกาสพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ๔ […]

เหตุผลที่ “จักรพรรดิอากิฮิโตะ-จักรพรรดินีมิชิโกะ ทรงเปรียบดั่งสันติสุขแห่งยุคเฮเซ

แม้ใกล้ถึงวันสุดท้ายของยุคเฮเซ ซึ่งเป็นยุคของสมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ จักรพรรดิพระองค์ 125 แห่งญี่ปุ่น ในวันที่ 30 เมษายน 2562 นี้แล้ว แต่ประชาชนชาวญี่ปุ่นยังคงรัก ผูกพัน และมีความสุขกับยุคสมัยนี้เป็นอย่างมาก หลายคนพยายามเก็บตวงความสุขของช่วงเวลานี้ไว้ให้ได้มากที่สุด อย่างที่เห็นได้ชัดล่าสุดคือมีการอัดอากาศของยุคเฮเซเก็บไว้ในกระป๋อง เพื่อจำหน่ายเป็นของที่ระลึกเก็บไว้ในความทรงจำ นับว่าเป็นไอเดียของที่ระลึกที่น่ารักและน่าประทับใจมาก ทั้งนี้เพราะปฏิเสธไม่ได้จริงๆ ว่า สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ และสมเด็จพระจักรพรรดินีมิชิโกะ ทรงเป็นที่รักของพสกนิกร ทรงเป็นสัญลักษณ์ของราชวงศ์ญี่ปุ่นยุคใหม่ และทรงเป็นผู้สร้างสันติสุขให้กับยุคเฮเซในตลอดระยะเวลากว่า 30 ปี แห่งการครองสิริราชสมบัติบนบัลลังก์เบญจมาศ โดยตลอดห้วงเวลาแห่งการครองราชย์ของสมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ พระองค์ทรงพยายามจะทำให้ช่องว่างระหว่างราชวงศ์กับประชาชนลดลงด้วยการเข้าไปมีส่วนร่วมในกิจกรรมทางสังคมหลากหลายโครงการ  รวมทั้งทรงดำเนินกิจกรรมด้านสวัสดิการสำหรับเด็ก ผู้สูงอายุ และคนพิการทั่วประเทศญี่ปุ่น ยามเสด็จฯเยี่ยมราษฎร ก็ทรงมีพระราชดำรัสด้วยถ้อยคำธรรมดา และมักจะประทับบนพื้นระดับเดียวกับประชาชน โดยมีสมเด็จพระจักรพรรดินีมิชิโกะทรงอยู่เคียงข้าง ทุกครั้งที่ญี่ปุ่นประสบกับโศกนาฏกรรมและวิบัติภัยทางธรรมชาติ ทั้งสองพระองค์จะเสด็จฯไปเยี่ยมเยือนให้กำลังใจผู้ประสบภัยด้วยพระองค์เองเสมอ และที่น่าคารวะที่สุดคือการที่สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะทรงออกมายอมรับความผิดของพระราชวงศ์ญี่ปุ่นในช่วงสงครามโลก ด้วยการรับสั่งแสดงความรับผิดชอบต่อความสูญเสียของทุกฝ่าย ทั้งหมดนี้ช่วยให้สถานะของสถาบันกษัตริย์ในสายตาประชาชนเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นกว่าเดิมมากมาย โดยเมื่อปี 2557 ในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ 80 พรรษาของสมเด็จพระจักรพรรดินีมิชิโกะ พระองค์ได้พระราชทานพระราชวโรกาสให้สื่อมวลชนชาวญี่ปุ่นเข้าเฝ้าฯ พร้อมพระราชทานสัมภาษณ์อย่างใกล้ชิดเป็นครั้งแรก ซึ่งพระราชดำรัสตอนหนึ่งสะท้อนถึงการที่ทั้งสองพระองค์ทรงเป็นสัญลักษณ์ของราชวงศ์อิมพิเรียลยุคใหม่ได้อย่างดีเลิศ “…มีเหตุการณ์ที่ประทับใจข้าพเจ้ามาจนถึงทุกวันนี้คือ เช้าวันหนึ่ง หลังการผ่าตัดของสมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ ขณะที่ข้าพเจ้ากำลังเดินอยู่ในเมืองฮายามา มีชายคนหนึ่งหยุดรถริมถนน แล้ววิ่งข้ามถนน […]

เผยที่มา เหรียญราชอิสริยาภรณ์ ที่ประดับบนเครื่องแบบฉลองพระองค์ รัชกาลที่ 10

ยิ่งใหญ่สมพระเกียรติ สำหรับ เหรียญราชอิสริยาภรณ์ ที่ประดับบนเครื่องแบบฉลองพระองค์ ในหลวง รัชกาลที่ 10 ซึ่งเหรียญราชอิสริยาภรณ์นั้นคือ เหรียญที่พระมหากษัตริย์ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นสำหรับพระราชทานแก่บุคคลต่างๆ และสำหรับพระราชทานเป็นที่ระลึกในโอกาสสำคัญต่างๆ ประดับได้อย่างเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ตามที่ทางราชการกำหนด โดย เหรียญราชอิสริยาภรณ์ แรกที่เราจะพูดถึงนั้นคือ เหรียญดวงตราตติยานุจุลจอมเกล้า ซึ่งเป็นเครื่องราชอิสริยาภรณ์ในตระกูลเครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า ชั้นที่ 1 ชั้นปฐมจุลจอมเกล้าวิเศษ สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะพระราชทานเฉพาะฝ่ายหน้า (บุรุษ) เท่านั้น เดิมทีเครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า ชั้นที่ 1 เรียกว่า ปฐมจุลจอมเกล้า ต่อมามีพระราชดำริเห็นสมควรเพิ่มชั้นพิเศษสำหรับชั้นที่ 1 ปฐมจุลจอมเกล้าอีกชั้นหนึ่ง เพื่อให้เป็นเกียรติยศและประโยชน์แก่ผู้รับราชการยิ่งขึ้น เรียกว่า ปฐมจุลจอมเกล้าวิเศษ โดยทรงเพิ่มดวงตราตติยานุจุลจอมเกล้า เป็นเครื่องหมายเพิ่มเติมสำหรับชั้นนี้ ถัดมาเป็น เหรียญดวงตราตติยานุจุลจอมเกล้า คือ เหรียญกล้าหาญ สร้างขึ้นในสมัย รัชกาลที่ 8 ด้านหน้าเป็นพระบรมรูปสมเด็จพระนเรศวรมหาราช กำลังทรงกระทำยุทธหัตถีกับราชศัตรู มีอักษรที่ริมขอบเหรียญว่า สมเด็จพระนเรศวรมหาราชกู้ชาติ เบื้องบนมีเข็มโลหะรูป คฑาจอมพล มีอักษรว่า กล้าหาญ […]

เจ้าชายหลุยส์ แห่งเคมบริดจ์ ครบรอบ 1 ชันษา พระรูปจากฝีพระหัตถ์ดัชเชสเคท

เห็นแล้วเป็นต้องตกหลุมรัก สำหรับพระรูปของ เจ้าชายหลุยส์ แห่งเคมบริดจ์ พระโอรสองค์เล็ก ของดยุกและดัชเชสแห่งเคมบริดจ์ ซึ่งภาพที่เห็นนี้ดัชเชสเคททรงประทานให้กับราชสำนักเพื่อนำมาลงในอินสตาแกรม kensingtonroyal เพื่อเผยแพร่ให้ประชาชนได้เห็นก่อนที่จะถึงวันคล้ายวันประสูติครบ 1 ชันษา ของเจ้าชายพระองค์น้อย พระปรางสีชมพู (แก้ม) พระนาสิกสีน้ำตาลกลมโต ของเจ้าชายหลุยส์นั้น พระพักตร์เหมือนกับพระมารดา (ดัชเชสเคท) ไม่มีผิด ซึ่งตอนนี้เจ้าชายพระองค์น้อยกำลังขึ้นแท่นเป็นขวัญใจของใครหลายคนทั่วโลก โดยในวันที่ 23 เมษายน นี้ยังเป็นวันคล้ายวันประสูติของเจ้าชายหลุยส์อีกด้วย โดยอินสตาแกรม แอคเคาท์ “kensingtonroyal” ได้โพสต์รูป เจ้าชายหลุยส์ แห่งเคมบริดจ์ ในพระอิริยาบถน่ารัก โดยพระองค์ทรงแย้มสรวลกว้าง เผยให้เห็นพระทนต์ (ฟัน) สองซี่เล็กๆ ที่ขึ้นตามวัย ซึ่งเป็นรูปหน้าตรง และอีกสองรูปเป็นนั้นเจ้าชายหลุยส์กำลังทรงคลานอยู่ในสวน ภายในของพระราชวังเคนซิงตันซึ่งพื้นนั้นปกคลุมไปด้วยต้นมอส จึงทำให้พระวรกายทรงเปื้อนดินเล็กน้อย เผยให้เห็นว่าดัชเชสเคท ทรงเลี้ยงเจ้าชายหลุยส์แบบเด็กธรรมดาทั่วไป ที่ปล่อยให้เล่นตามอิสระในพื้นที่ธรรมชาติ ทั้งนี้พระรูปของเจ้าชายพระองค์น้อยยังเป็นฝีพระหัตถ์การฉายพระรูปของดัชเชสเคท ดูไปแล้วฝีมือของพระองค์เหมือนช่างภาพมืออาชีพไม่มีผิดเลยทีเดียว สำหรับเจ้าชายหลุยส์นั้น ชื่อเต็มคือ  Louis Arthur Charles (หลุยส์ อาเธอร์ ชาร์ลส์) ทรงประสูติเมื่อวันที่ 23 เมษายน 2561 ที่โรงพยาบาลเซนต์แมรี่ […]

ประมวลภาพ พิธีจารึกพระสุพรรณบัฏ ดวงพระบรมราชสมภพ แกะพระราชลัญจกร

ประมวลภาพ พิธีจารึกพระสุพรรณบัฏ ดวงพระบรมราชสมภพ แกะพระราชลัญจกร… ในการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 ของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 4-6 พฤษภาคม 2562 รวมถึงจะเริ่มมีพระราชพิธีสำคัญต่างๆ เกิดขึ้น ตั้งแต่ช่วงเดือนเมษายนนี้เป็นต้นไป ตามกำหนดการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก โดยในวันนี้ (23 เมษายน 2562) ได้มีพิธีจารึกพระสุพรรณบัฏ ดวงพระบรมราชสมภพ แกะพระราชลัญจกร จารึกพระสุพรรณบัฏราชวงศ์ ณ พระอุโบสถ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในเวลาพระฤกษ์ 08.19 – 11.35 น. ซึ่งสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พลเรือเอก หม่อมเจ้าปุสาณ สวัสดิวัตน์ เสด็จแทนพระองค์ไปในการพระราชพิธีดังกล่าว ส่วนผู้ที่ทำหน้าที่สำคัญในการพระราชพิธีนี้ ได้แก่ นายภูมินทร์ ปลั่งสมบัติ ผู้จารึกพระปรมาภิไธยลงในพระสุพพรณบัฏ นายฉัตรชัย ปิ่นเงิน โหรหลวง ผู้จารึกดวงพระบรมราชสมภพ และนายสุนทร วิไล ช่างศิลป์ประจำพระองค์ ผู้แกะพระราชลัญจกรประจำรัชกาล สำหรับในขั้นตอนนั้น อาลักษณ์ผู้ทำหน้าที่จะนุ่งขาว สวมเสื้อขาว มีผ้าขาวเฉวียงบ่า […]

ความสำคัญและขั้นตอน พิธีจารึกพระสุพรรณบัฏ แกะพระราชลัญจกร

ความสำคัญและขั้นตอน พิธีจารึกพระสุพรรณบัฏ แกะพระราชลัญจกร… ในการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 ของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 4-6 พฤษภาคม 2562 รวมถึงจะเริ่มมีพระราชพิธีสำคัญต่างๆ เกิดขึ้น ตั้งแต่ช่วงเดือนเมษายนนี้เป็นต้นไป ตามกำหนดการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก โดยในวันนี้ (23 เมษายน 2562) ได้มีพิธีจารึกพระสุพรรณบัฏ ดวงพระบรมราชสมภพ แกะพระราชลัญจกร จารึกพระสุพรรณบัฏราชวงศ์ ณ พระอุโบสถ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในเวลาพระฤกษ์ 08.19 – 11.35 น. พิธีจารึกพระสุพรรณบัฏและแกะพระราชลัญจกรประจำรัชกาล ถือเป็นขั้นตอนสำคัญขั้นตอนหนึ่งในการเตรียมประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษก โดยจะต้องถวายพระสุพรรณบัฏเฉลิมพระปรมาภิไธย ก่อนที่จะถวายเครื่องราชกกุธภัณฑ์อื่นๆ และต้องเชิญแผ่นดวงพระบรมราชสมภพและพระราชลัญจกรประจำรัชกาลขึ้นประดิษฐานบนพระแท่นมณฑลในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกด้วย สำหรับความสำคัญนั้น “พระสุพรรณบัฏจารึกพระปรมาภิไธย” มีลักษณะเป็นแผ่นทองคำ มีขนาดกว้างยาวพอที่จะจารึกพระปรมาภิไธยได้ เช่น ในสมัยรัชกาลที่ 6 พระสุพรรณบัฏกว้าง 7 นิ้ว ยาว 14 นิ้ว ส่วน “พระราชลัญจกรประจำรัชกาล” เป็นเครื่องมงคลแสดงถึงพระบรมราชอิสริยยศ พระเกียรติยศ และพระบรมเดชานุภาพของพระมหากษัตริย์ ใช้เป็นดวงตราสำหรับประทับกำกับพระปรมาภิไธยและเอกสารราชการแผ่นดิน ได้แก่ รัฐธรรมนูญ […]

ทรงเปี่ยมด้วยพระวิริยะ เบื้องหลังการฝึกอบรมทรงม้าของ พระองค์หญิงฯ ครั้งล่าสุด

ทรงเปี่ยมด้วยพระวิริยะ เบื้องหลังการฝึกอบรมทรงม้าของ พระองค์หญิงฯ ครั้งล่าสุด… เป็นที่ทราบกันดีว่า พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ เจ้าหญิงของคนไทยทรงเปี่ยมด้วยพระปรีชาสามารถในหลายๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็น การออกแบบเสื้อผ้า กีฬาแบดมินตัน และกีฬาขี่ม้า ทั้งนี้กีฬาขี่ม้านับเป็นกีฬาอันดับต้นๆ ที่พระองค์หญิงฯ ทรงสนพระทัย และทรงให้เวลาในการฝึกฝนด้วยพระวิริยอุตสาหะมาโดยตลอด โดยล่าสุด เมื่อวันที่ 17-19 เมษายน 2562 พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ ทรงเข้ารับการฝึกอบรมพิเศษในการทรงม้า ณ Pamfou Dressage Stable ประเทศฝรั่งเศส ซึ่งมี Mr. Christoph Hess ผู้ตัดสินระดับนานาชาติ (an International 4* FEI Judge) เป็นผู้ถวายการฝึกสอนและอบรมในครั้งนี้ สำหรับเรื่องราวความน่าประทับใจของการฝึกอบรมทรงม้าครั้งนี้ของพระองค์หญิงฯ คือมีการเปิดเผยจากเพจ Thailand Equestrian Federation สมาคมกีฬาขี่ม้าแห่งประเทศไทยว่า ตลอดระยะเวลา 3 วันของการฝึกอบรม พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ ทรงมุ่งมั่นตั้งพระทัยในการฝึกซ้อมกับม้าทรงประจำพระองค์ทั้ง 3 ตัว คือ Prince Charming, Fürst […]

บทพิสูจน์รัก “จักรพรรดินีมิชิโกะ” ซินเดอเรลล่าญี่ปุ่น ชีวิตในวังที่โรยด้วยขวากหนาม

รักหวานในสนามเทนนิส ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นความรักที่แสนยาวนานจวบจนทุกวันนี้ของ สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ และสมเด็จพระจักรพรรดินีมิชิโกะแห่งญี่ปุ่น ดูเหมือนจะลงเอยแบบแฮ็ปปี้เอนดิ้งในสายตาของใครๆ ด้วยพระราชพิธีอภิเษกสมรสอันแสนงดงามและตราตรึงใจ หลังจากที่ต้องฝ่าฟันอุปสรรคความรักต่างๆ นานามาไม่น้อย แต่แท้จริงแล้ว ชีวิตจริงช่างแตกต่างจากในนิยายรัก เพราะไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบไปตลอดเส้นทาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับ “มิชิโกะ โชดะ” (พระนามเดิมของสมเด็จพระจักรพรรดินีมิชิโกะ) ซึ่งเปรียบดั่งซินเดอเรลล่าแห่งแดนอาทิตย์อุทัย จากหญิงสามัญชนสู่เจ้าหญิง และพ่วงตำแหน่งว่าที่จักรพรรดินีในอนาคต อีกทั้งยังเป็นหญิงสามัญชนคนแรกของญี่ปุ่นที่ต้องพลิกชีวิตเข้าสู่รั้ววังหลวงที่เต็มไปด้วยขนบธรรมเนียมประเพณีหลังการอภิเษกสมรส มกุฎราชกุมารอากิฮิโตะ และเจ้าหญิงมิชิโกะ ทรงย้ายเข้าไปประทับอยู่ที่พระราชวังโทงู ไม่มีใครรู้ว่าชีวิตในวังของเจ้าหญิงมิชิโกะต้องทรงพบเจอกับอะไร ยิ่งข่าวที่แพร่ออกมานอกรั้ววังเป็นระยะมีแต่เรื่องน่ายินดี เช่น หลังอภิเษกสมรสได้เพียงปีเดียว เจ้าหญิงก็ทรงสร้างความเบิกบานใจให้แก่ประชาชนด้วยการให้กำเนิดพระโอรสองค์แรก เจ้าชายนารุฮิโตะ (มกุฎราชกุมารแห่งญี่ปุ่นองค์ปัจจุบัน ซึ่งจะทรงขึ้นครองราชสมบัติในวันที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2562) ต่อด้วยเจ้าชายอากิชิโนะ และเจ้าหญิงซายาโกะ (ปัจจุบันคือ นางซายาโกะ คุโรดะ)หรือการที่มกุฎราชกุมารและมกุฎราชกุมารี ทรงปฏิบัติพระองค์นอกกรอบจารีตของวังหลวงด้วยการเลี้ยงพระโอรสเอง โดยไม่พึ่งข้าราชบริพาร ต่างจากเดิมที่ต้องแยกพระโอรสจากพระชนก พระชนนี เพื่อให้พระพี่เลี้ยงเป็นผู้ถวายการดูแล รวมทั้งการที่เจ้าหญิงทรงเลี้ยงพระโอรส-ธิดาด้วยพระเกษียรธารา (น้ำนม) ของพระองค์  ส่งพระโอรส-ธิดาเข้าศึกษาที่โรงเรียนแทนการจ้างครูมาสอนในวัง เรื่องราวเหล่านี้คือมิติของ ‘ญี่ปุ่นใหม่’ ที่ประชาชนต่างรู้สึกยินดีอย่างยิ่งเมื่อได้รับรู้และเมื่อสมเด็จพระจักรพรรดิโชวะสวรรคตในวันที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2532 แล้วมกุฎราชกุมารอากิฮิโตะเสด็จฯขึ้นครองราชสมบัติเป็นสมเด็จพระจักรพรรดิ […]

ควีนเอลิซาเบธที่ 2 ทรงแย้มพระโอษฐ์สดใส ในวันคล้ายวันเฉลิมพระชนมพรรษา

ควีนเอลิซาเบธที่ 2 ทรงแย้มพระโอษฐ์สดใส ในวันคล้ายวันเฉลิมพระชนมพรรษาปีที่ 93 ของพระองค์ งานนี้สมาชิกราชวงศ์อังกฤษเสด็จพร้อมหน้า เนื่องในวันสำคัญของ สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 แห่งสหราชอาณาจักร วันที่ 21 เมษายน ของทุกปีนั้น นับเป็นอีกวันสำคัญของสหราชอาณาจักรเลยก็ว่าได้ เมื่อเป็นวันคล้ายวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ซึ่งปีนี้พระองค์ทรงเจริญพระชนมพรรษา 93 พรรษาแล้ว ซึ่งปีนี้ ควีนเอลิซาเบธที่ 2 และสมาชิกทุกพระองค์ทรงเสด็จไปยังโบสถ์เซนต์จอร์จ ณ พระราชวังวินด์เซอร์ เพื่อเฉลิมฉลองวันอีสเตอร์ โดยจะมีพิธีกรรมในโบสถ์ โดยปีนี้วันอีสเตอร์ตรงกับวันคล้ายวันเฉลิมพระชนมพรรษา ของพระองค์อีกด้วย โดยควีนเอลิซาเบธที่ 2 ทรงเสด็จมาพร้อมกับแย้มพระโอสถ์ ดูสดใสเป็นอย่างมาก พระองค์ทรงใส่ฉลองพระองค์เดรสช็อคกิ้งพิ้งค์ คลุมทับด้วยโค้ทด้านนอกสี duck egg blue พร้อมกับพระมาลาประดับด้วยดอกไม้สีเดียวกับฉลองพระองค์ ด้านเจ้าชายวิลเลียม ดัชเชสเคท และ เจ้าชายแฮร์รี่ ก็ทรงเสด็จมาร่วมงานนี้ด้วยเช่นกัน แต่ดัชเชสเมแกนไม่ได้ทรงเสด็จมางานนี้ด้วยอันเนื่องจาก พระองค์ทรงใกล้ประสูติรัชทายาทมากเต็มทีแล้ว อาจจะไม่สะดวกในการเดิน หรือ ยืนนานๆ แต่ถึงอย่างไร ดยุกและดัชเชสแห่งซัสเซกส์ยังได้ทรงโพสต์ภาพพร้อมข้อความใน อินสตาแกรม ว่า […]

ประชาชนเฝ้าชื่นชม ขบวนเชิญน้ำอภิเษก จากวัดสุทัศน์ ไปยังวัดพระแก้ว

ประชาชนเฝ้าชื่นชม ขบวนเชิญน้ำอภิเษก จากวัดสุทัศน์ ไปยังวัดพระแก้ว… ในการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 ของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 4-6 พฤษภาคม 2562 รวมถึงจะเริ่มมีพระราชพิธีสำคัญต่างๆ เกิดขึ้น ตั้งแต่ช่วงเดือนเมษายนนี้เป็นต้นไป ตามกำหนดการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 6 เมษายน 2562 ที่ได้มีการประกอบพิธีพลีกรรมตักน้ำจากแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ จาก 76 จังหวัดทั่วประเทศไทย และเมื่อวันที่ 12 เมษายน 2562 ที่ได้มีพิธีพลีกรรมตักน้ำศักดิ์สิทธิ์ในกรุงเทพมหานคร เพื่อทำน้ำอภิเษกในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 และนำไปเก็บรักษาไว้ ณ ห้องดอกแก้ว กระทรวงมหาดไทย กรุงเทพมหานคร จากนั้นเมื่อวันที่ 18 เมษายน 2562) เวลา 06.00 น. ได้มีขบวนเชิญคนโทน้ำอภิเษกทั้งหมด จากกระทรวงมหาดไทยไปยังวัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร เพื่อประกอบพิธีเสกน้ำอภิเษก ประกาศชุมนุมเทวดา ทำน้ำเทพมนตร์ เจริญพระพุทธมนต์ ทำน้ำพระพุทธมนต์ ในเวลาฤกษ์ 17.19 น. ณ พระวิหารหลวง วัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร ล่าสุดในวันนี้ (19 เมษายน […]

ศักดิ์สิทธิ์และสมพระเกียรติ พิธีเสกน้ำอภิเษกรวม ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก

ในการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 ของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 4-6 พฤษภาคม 2562 รวมถึงจะเริ่มมีพระราชพิธีสำคัญต่างๆ เกิดขึ้น ตั้งแต่ช่วงเดือนเมษายนนี้เป็นต้นไป ตามกำหนดการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 6 เมษายน 2562 ที่ได้มีการประกอบพิธีพลีกรรมตักน้ำจากแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ จาก 76 จังหวัดทั่วประเทศไทย และเมื่อวันที่ 12 เมษายน 2562 ที่ได้มีพิธีพลีกรรมตักน้ำศักดิ์สิทธิ์ในกรุงเทพมหานคร เพื่อทำน้ำอภิเษกในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 และนำไปเก็บรักษาไว้ ณ ห้องดอกแก้ว กระทรวงมหาดไทย กรุงเทพมหานคร ในวันนี้ (18 เมษายน 2562) เวลา 06.00 น. ได้มีขบวนเชิญคนโทน้ำอภิเษกทั้งหมด จากกระทรวงมหาดไทยไปยังวัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร เพื่อเตรียมประกอบพิธีเสกน้ำอภิเษกในช่วงเย็น ต่อมาในเวลาฤกษ์ 17.19 น. ได้มีพิธีเสกน้ำอภิเษกรวม ทั้งหมด 86 คนโท จากกรุงเทพมหานคร และ 76 จังหวัด ณ พระวิหารหลวง วัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร โดยมีสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ทรงเป็นประธานฝ่ายสงฆ์ […]

keyboard_arrow_up