‘เลือกมาก!! อาจทำคุณพลาดโอกาสดีๆ ในชีวิตไป’ดูดวงรายวัน 8 มกราคม 2563

ดูดวงรายวัน 8 มกราคม 2563 #หมอปุ้ยพยากรณ์ เช็กทุกวัน เป๊ะปังทุกดวง ทั้งการงาน การเงิน ความรัก และสุขภาพ

ผู้ที่เกิดวันอาทิตย์

การงาน :  หากคุณทำงานอยู่ในสายงานที่เกี่ยวกับบ้านและที่ดิน อสังหาริมทรัพย์ คอนโด แม้กระทั่งโรงแรม เซอร์วิสอพาร์ทเม้นท์ วันนี้คุณทุ่มเวลาให้กับการทำงานอย่างหนัก จนไม่มีเวลาทำภารกิจของตัวเองเลย ก็ควรตรวจดูเรื่องสัญญาให้ดี ไม่ว่าจะเป็นสัญญาใจ หรือสัญญาที่เป็นลายลักษณ์อักษร จนถึงสัญญาทาส เพราะไม่เช่นนั้นการทุ่มเททำงานของคุณอาจไม่มีค่าใดๆ

การเงิน :  อาจมีเงินหมุนเวียนจากการซื้อขายบ้าน แต่ก็ควรระวังถูกหลอก ถูกโกง จากมิจฉาชีพด้วย

ความรัก : คุณอาจให้เวลากับงาน จนอาจไม่ทันสังเกตว่า วันนี้มีมือที่สามเข้ามายุ่งวุ่นวายในครอบครัว ซึ่งเธอมาเพื่อผลประโยชน์ล้วนๆ เมื่อสมใจแล้วก็ตีจาก ขณะที่คุณกับคู่เสียความรู้สึกกันแล้ว  คนโสด คุณติดอยู่ในบ่วงรักและผูกพันกับคนใกล้ชิด จนไม่เป็นอันทำมาหากิน วันนี้คุณจึงกังวลมากว่า ควรออกจากภาวะนี้ดี หรือว่าแต่งงานอยู่กินกันให้เป็นจริงเป็นจังไปเลย

สุขภาพ :  ความเครียดและความกังวล อาจส่งผลต่อระบบย่อยอาหาร กระเพาะ และลำไส้ อาจมีอาการปวดและเสียดท้อง

 

ผู้ที่เกิดวันจันทร์

การงาน : คุณอาจต้องใช้ความรู้ ความสามารถ และเทคนิคส่วนบุคคล มาใช้ในการเจรจาต่อรอง ประสานงาน หรือการประนีประนอม วันนี้ควรทำด้วยความโปร่งใส หรือถูกต้องตามหลักศีลธรรม ไม่เช่นนั้นคุณอาจถูกพิจารณางาน ซึ่งจะทำให้คุณอึดอัดมาก หากเกิดอะไรขึ้นควรใจเย็น และระมัดระวังคำพูด

การเงิน :  อาจหมดกับการเข้าสังคม การลงทุนใหม่ๆ และการเดินทางท่องเที่ยว จนร้อนเงิน ไม่ควรเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเงินที่ไม่ถูกต้อง หรือเงินร้อน ซึ่งจะอยู่กับตัวไม่ได้นาน

ความรัก :  คุณรับผิดชอบเรื่องราวในครอบครัวไว้เต็มสองบ่า ยิ่งวันนี้คุณอาจจับได้ว่า คู่มีแนวโน้มว่าแอบเลี้ยงสาวที่ทำงานตามสถานบันเทิงไว้อีก ก็ควรปล่อยวางบ้าง รับเฉพาะเรื่องที่สำคัญจริงๆ ไม่เช่นนั้นคุณนั่นละที่จะสติแตกก่อนใคร  คนโสด แม้คุณจะรักใครรักจริง คบหาดูใจกันน้านนาน แต่ก็ควรถูกต้องตามหลักศีลธรรมด้วย เพราะมีความเสี่ยงที่คุณจะมีรักที่ซ่อนเร้น

สุขภาพ : อาจมีปัญหาตั้งแต่สะโพกลงมา ปวดตึงตามข้อต่างๆ เช่น ข้อเข่า ข้อเท้า หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ต้องยืนและเดินเป็นเวลานานๆ

 

ผู้ที่เกิดวันอังคาร

การงาน  :  คุณอาจกำลังติดต่อประสานงาน หรือทำงานที่ต้องใช้วาทศิลป์อย่างมาก อาจเกี่ยวกับงานบุญ งานกุศล หรืองานจิตอาสาเพื่อสังคม ซึ่งวันนี้คุณปรารถนาความสำเร็จอย่างแรงกล้า มีความใจกล้าบ้าบิ่นมาก ก็ระวังอาจเกิดความผิดพลาดทางเอกสารราชการ

การเงิน :  อาจใช้เงินซื้อความสุขให้กับตัวเองอย่างไม่ยั้ง ควรแบ่งเงินทำบุญทำกุศล หรือบริจาคช่วยเหลือสังคมบ้าง แต่ไม่ควรช่วยด้วยการให้กู้ยืมเงิน หรือเซ็นเอกสารค้ำประกันให้

ความรัก : คุณอาจอยู่ในครอบครัวที่มีกฎระเบียบและขั้นตอนเป๊ะ จะทำอะไรก็ต้องคิดถึงความเหมาะและสมควร ก็ควรลดทิฐิและความคาดหวังในตัวคู่ลงหน่อย เพราะเมื่อทะเลาะกัน คุณมักคุมตัวเองไม่อยู่ ไม่ยอมหันหน้าเข้ากัน ซึ่งอาจทำให้ชีวิตคู่ไม่มีความสุขเท่าที่ควร  คนโสด คุณอาจมีข่าวดีหรือข่าวมงคล แต่ก็อาจเป็นการอยู่ด้วยกัน เพราะผู้ใหญ่เห็นสมควร

สุขภาพ : ระวังเรื่องอากาศ กับฝุ่นละอองด้วย เพราะอาจทำให้คุณเป็นภูมิแพ้ หายใจไม่สะดวก จามอยู่ตลอดเวลา จนอาจเป็นไซนัส หรือโพรงจมูกอักเสบ

 

ผู้ที่เกิดวันพุธ

การงาน : คุณอาจได้เริ่มต้นงานใหม่ หรือโยกย้ายเปลี่ยนแปลงสายงานใหม่ ที่มีค่าตอบแทนสูงกว่า แต่ก่อนจะเริ่มงานใหม่ ก็ควรกลับไปดูงานเก่าที่คุณคิดว่าปล่อยมือได้ วันนี้อาจมีปัญหาเป็นคดีความขึ้นมา

การเงิน :  หากคุณคิดจะร่วมหุ้นร่วมทุนกับแฟน จะมีผู้ใหญ่อุปถัมภ์ แต่ไม่ควรใช้เงินกับการเสี่ยงโชค หรือในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง

ความรัก : คุณให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์ของสมาชิกในครอบครัวมากมาย แต่วันนี้คุณอาจมีปัญหาเรื่องการดูแลบุตรหลาน หรือบริวารในบ้าน รวมถึงสัตว์เลี้ยง จนอาจต้องใช้กระบวนการทางกฎหมายเข้ามาเกี่ยวข้อง คนโสด คุณโดดเด่นในสังคม น้องๆ ซูเปอร์สตาร์ จึงตั้งสเป๊กหนุ่มๆ ไว้สูงมาก ดูแล้ววันนี้ก็ยังไม่เห็นใครเข้าตาสักคน

สุขภาพ : ควรดูแลเรื่องการขับถ่ายให้ดี ไม่ควรกลั้นปัสสาวะ เพราะอาจทำให้กรวยไตและกระเพาะปัสสาวะอักเสบ

 

ผู้ที่เกิดวันพฤหัสบดี

การงาน : หากคุณทำงานอยู่ในสายซื้อขายที่ดิน อสังหาริมทรัพย์ คอนโด รวมถึงงานโรงแรม เซอร์วิสอพาร์ทเม้นท์ วันนี้อาจถูกเจ้านายกดดันให้ต้องใช้ความรู้ ความสามารถ อย่างหนัก อาจทำให้คุณต้องลุยงานคนเดียวเลย โดยไม่รับฟังความคิดเห็นจากใคร ก็ควรระวังการตัดสินใจที่เฉียบขา ด แต่ขาดข้อมูลที่ดี อาจทำให้คุณพลาด แล้วคนที่คุณพบวันนี้ก็ไม่ควรต่อกรณ์ด้วยอย่างยิ่ง

การเงิน : อาจต้องหมุนเงินเพื่อซื้อขายที่ดิน แต่ก็ไม่ควรต้องใช้เงินในทางที่ไม่ถูกต้อง ทั้งบนโต๊ะ และใต้โต๊ะ

ความรัก : คุณเป็นผู้หญิงเก่ง สามารถทำงานหาเลี้ยงตัวเองได้อย่างดี ซึ่งคู่ที่อยู่กับคุณก็เหมาะสมแล้ว เพราะเขาสามารถช่วยคุณทำมาหากิน และยังเป็นคู่คิดให้คำแนะนำที่ดีได้ด้วย คนโสด คุณมีจิตใจหนักแน่นดุจแผ่นดิน แต่หากคุณชอบใครสักคน ก็ไม่แคร์เลยว่า จะถูกต้องหรือเปล่า

สุขภาพ : อาจมีปัญหาเกี่ยวกับระบบต่อมน้ำเหลืองผิดปกติ จึงควรตรวจเช็คสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ

 

ผู้ที่เกิดวันศุกร์

การงาน :  คุณอาจกำลังคิดที่จะเริ่มต้นทำในสิ่งที่แปลกใหม่ ที่ท้าทายความสามารถ เพื่อแลกกับค่าตอบแทนที่สูงกว่า หากเป็นงานที่เป็นการติดต่อสื่อสาร พีอาร์ประชาสัมพันธ์ มีความเป็นไปได้สูง แต่ควรเริ่มต้นเท่าที่ความสามารถของคุณจะทำได้ เพราะยังไม่สามารถบอกได้ว่า จะประสบความสำเร็จหรือเปล่า

การเงิน : หาเงินเก่ง มีเซ้นส์ในการลงทุน แต่ไม่ควรเสี่ยงโชค หรือใช้เงินในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง

ความรัก : คุณให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์ของสมาชิกในครอบครัวอย่างดี แต่วันนี้คุณอาจต้องเดินทางสายกลาง เพราะการสปอยล์หรือตามใจมากๆ อาจเปลี่ยนความหวังดีกลายเป็นทำร้ายได้โดยไม่ได้ตั้งใจ คนโสด คุณโดดเด่นในสังคมมาก เมื่อมีความสามารถเลือกได้มากก็อาจทำให้พลาดโอกาสดีๆ ไปอย่างน่าเสียดาย

สุขภาพ :  ปีนี้นัดหมอฟันหรือยัง เพราะสุขภาพฟันและสุขอนามัยในช่องปาก หากดูแลรักษาไม่ดี อาจส่งผลต่อระบบทางเดินหายใจ

 

ผู้ที่เกิดวันเสาร์

การงาน  :  เหตุการณ์อาจพลิกผัน คุณได้ร่วมงานกับคนที่ไม่น่าจะร่วมงานกันได้ นอกจากจะมีความคิดเห็นขัดแย้งกับคุณทุกอย่างแล้ว ยังไม่ยอมรับไอเดียคุณเลย วันนี้อาจต้องใช้กระบวนการทางกฎหมายมาช่วยตัดสิน

การเงิน : หากคิดจะร่วมหุ้นร่วมทุนกับแฟน แม้ผู้ใหญ่จะอุปถัมภ์ แต่ก็ระวังคุณอาจต้องเป็นฝ่ายเสียสละมากกว่า แล้วให้ไปก็อย่าหวังว่าจะได้คืน

ความรัก : วันนี้เป็นวันขัดแย้งแห่งชาติหรือไร เพราะอาจมีความคิดเห็นขัดแย้งกันในทุกๆ เรื่อง ขณะที่คุณเองก็มีความคิดสุดโต่ง ไม่ยอมใครเสียด้วย หากรักที่จะใช้ชีวิตคู่ด้วยกันต่อก็พยายามพบกันครึ่งทาง แต่หากไม่แล้ว หากจำเป็นต้องให้กระบวนการยุติธรรมเข้ามามีส่วนร่วม ก็ควรทำ คนโสด หากคุณอยากคบกับแฟนอย่างมีความสุข ควรลดอีโก้ และยอมรับความคิดของคนอื่นบ้าง เพราะวันนี้ความคิดคุณสุดโต่งมาก

สุขภาพ :  ควรให้ความสำคัญกับการขับถ่ายด้วย ไม่ควรกลั้นปัสสาวะ เพราะอาจทำให้กรวยไตและกระเพาะปัสสาวะอักเสบ

เช็กดวงย้อนหลังได้ที่นี่

ปีชวด ยอมชวดเรื่องแฟน ดีกว่าชวดเรื่องเงิน!!! ดูดวงรายวัน 4 มกราคม 2563

จากเพื่อนสนิทกลายเป็นคู่แข่งหัวใจ คบเด็กคนเดียวกัน ดูดวงรายวัน 5 มกราคม 2563

ระวัง!! แอบซ่อนใครไว้ วันนี้เจ้าของเขามาตามคืน ดูดวงรายวัน 6 มกราคม 2563

อยู่ที่อารมณ์ล้วนๆ ว่า จะคืนดีกับแฟนเก่าหรือเปล่า ดูดวงรายวัน 7 มกราคม 2563

Denim Style

Denim Style! เจ้าหญิงไดอาน่า กับแฟชั่นฉลองพระองค์ที่ไม่มีวันตกยุค

Denim Style แฟชั่นที่อยู่มาทุกยุค ใส่เมื่อไหร่ก็ไม่มีคำว่าเชย เพราะเดนิมเป็นไอเท็มที่จับมาแมทช์กับอะไรก็เข้าไปซะหมด แม้แต่เจ้าหญิงไดอาน่าเองก็ทรงชื่นชอบเดนิมอยู่ไม่น้อย ซึ่งหลายๆ ลุคของพระองค์ไม่ว่าจะทางการหรือลำลอง ก็ทรงเลือกเดนิมเข้ามาแมทช์อยู่บ่อยครั้ง

เจ้าหญิงไดอาน่าทรงมีสไตล์การแต่งตัวเป็นของพระองค์เองค่อนข้างชัดเจน วิธีการแต่งตัวในแต่ละโอกาสนั้นก็แตกต่างกัน ทำให้เจ้าหญิงไดอาน่าเป็นแฟชั่นไอคอนของผู้หญิงทั่วโลก จนถึงตอนนี้เจ้าหญิงไดอาน่าก็ยังทรงเป็นบุคคลที่มีอิทธิพลทางด้านแฟชั่นอยู่ไม่น้อย สำหรับดีไซเนอร์ผู้ออกแบบแบรนด์ต่างๆ ก็มีพระองค์เป็นแรงบันดาลใจในการครีเอทงานเช่นกัน

นอกจากเดรสสวยๆ แล้ว อีกหนึ่งไอเท็มที่หลายคนอาจจะไม่คุ้นมากนักเมื่ออยู่บนตัวของเจ้าหญิงไดอาน่า นั่นก็คือ เดนิม ซึ่งเจ้าหญิงไดอาน่ามักจะเลือกใส่กางเกงยีนส์ในวันหยุด วันที่ต้องการความสบายๆ หรือในโอกาสที่ไม่เป็นทางการมากนัก โดยเจ้าหญิงจะให้ความสำคัญกับการเลือกยีนส์ที่จะสวมใส่อยู่เสมอ

เจ้าหญิงไดอาน่ากับฉลองพระองค์สไตล์เดนิมจะงดงามเพียงใด เรามาชมกันเลย

Denim Style! เจ้าหญิงไดอาน่า กับแฟชั่นฉลองพระองค์ที่ไม่มีวันตกยุค

Denim Style

ถือเป็นคอลเล็คชั่นกางเกงยีนส์ที่คลาสสิกของเจ้าหญิงไดอาน่าเลยทีเดียว เจ้าหญิงทรงสวมเสื้อสเวตเตอร์ด้วยโลโก้ British Lung Foundation แมทช์เข้ากับกางเกงยีนส์ รองเท้าบู๊ท และหมวกเบสบอล

Denim Style

ลุคนี้พิสูจน์ได้ว่าเจ้าหญิงไดอาน่าทรงชื่นชอบเดนิมมาก เพราะทรงสวมเสื้อยีนส์พร้อมกับกางเกงยีนส์เอวสูง ในขณะทรงเล่นสกีและสวมทับด้วย bomber แจ็คเก็ตสีดำ

Denim Style

สำหรับลุคนี้เจ้าหญิงไดอาน่าทรงใส่เสื้อยีนส์ทับเสื้อสีขาวอีกชั้น พร้อมด้วยกระโปรงสีขาวลายดอกไม้และเข็มขัดเส้นโต เป็นลุคสบายๆ แต่งดงามมาก

Denim Style

เจ้าหญิงไดอาน่ามักจะเลือกใส่เดนิมทุกครั้ง เมื่อต้องใช้เวลาอยู่กับพระโอรส ซึ่งในภาพนี้จะเห็นได้ว่าเจ้าชายวิลเลียมทรงสวมกางเกงยีนส์ดีไซน์เดียวกันกับเจ้าหญิงไดอาน่า

Denim Style

ภาพนี้เจ้าหญิงไดอาน่าก็ทรงอยู่กับเจ้าชายวิลเลียมในงานการแข่งขันโปโล โดยเจ้าหญิงไดอาน่าทรงสวมเอี้ยมยีนส์สีฟ้าอ่อน จับคู่กับเสื้อสีขาวและรองเท้าไม่มีส้น

Denim Style

ลุคนี้ให้ความรู้สึกทะมัดทะแมง เจ้าหญิงไดอาน่าทรงสวมกางเกงยีนส์คู่กับสูทและรองเท้าผ้าใบจาก Superga

Denim Style

เจ้าหญิงไดอาน่าทรงเลือกกางเกงยีนส์สีเข้มแมทช์กับเสื้อสูท ตามด้วยผูกเนคไทและใส่เข็มขัด โดยเสื้อและเนคไทเป็นลายช้างสีทอง

Denim Style

ลุคนี้ดูสบายๆ ชิลๆ ซึ่งเจ้าหญิงไดอาน่ามีจุดเด่นในการเลือกสีและรูปแบบของกางเกงยีนส์ได้อย่างดี ในลุคนี้เป็นเสื้อเชิ้ตสีชมพูพาสเทลที่สวมกับยีนส์สีขาวและรองเท้าสีขาวไม่มีส้น 


ภาพและที่มา : www.popsugar.com

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ล้วงลึก กระเป๋า Lady D-Lite ใบที่ ‘เมแกน’ ถือเพื่อรำลึกถึงเจ้าหญิงไดอาน่า

ใส่ซ้ำแต่ไม่เหมือนเดิม แฟชั่น ‘เจ้าหญิงไดอาน่า’ กับการรีไซเคิลอันน่าทึ่ง

เหตุผลที่ เจ้าหญิงไดอาน่า ใช้กระเป๋าปิดหน้าอก จนกลายเป็นเทรนด์ Cleavage Bag

วิธีเลือก ช่างแต่งหน้าเจ้าสาว ที่ใช่ เพื่อลุคสวยปังที่สุดในวันแต่งงาน!

แต่งงานเพียงครั้งเดียวในชีวิต จะเลือก ช่างแต่งหน้าเจ้าสาว ที่ใช่ เลือกยังไงให้ชัวร์ว่าวันแต่งงานเราจะสวยปังที่สุดแน่นอน แพรวเวดดิ้งมีคำตอบค่ะ

บอกเลยว่านี่ถือเป็นปัญหาหนักอกหนักใจของว่าที่เจ้าสาว เพราะเดี๋ยวนี้มี ช่างแต่งหน้าเจ้าสาว ให้เหล่าว่าที่เจ้าสาวเลือกกันอย่างมากมาย คนนั้นก็ดี คนนี้ก็ใช่ เลือกยังไงดีนะ? แล้วถ้าเลือกเสร็จเรียบร้อยแล้ว เราจะมีวิธีการคุยกับ ช่างแต่งหน้าของเราอย่างไร ให้แน่ใจว่าวันจริงนั้นช่างแต่งหน้าสามารถเนรมิตเมกอัพลุคและทรงผมให้ตรงกับใจของเราที่อยากได้จริงๆ? วันนี้ แพรวเวดดิ้ง นำเอาคำตอบมาบอกว่าที่เจ้าสาวแล้วค่ะ มาดูกันเลย

1. หาสไตล์ที่ใช่สำหรับเรา

ลุคเจ้าสาวแบบไหนที่จะทำให้เรามั่นใจที่สุด? ลุคหวาน ลุคเซ็กซี่ ลุคเปรี้ยวๆ หรือลุคเรียบร้อย? ลองสังเกตตัวเองในชีวิตประจำวันดูก็ได้ว่าเราชอบแต่งหน้า แต่งตัวสไตล์ไหน ถ้าปกติเป็นคนเรียบร้อย ไม่ค่อยแต่งหน้า ก็อาจจะเลือกลุคสไตล์หวานๆ แต่งหน้าน้อยๆ ดีกว่าการแหวกลุคให้ดูเปรี้ยวหรือเซ็กซี่แล้วทำให้เราขาดความมั่นใจ ทางที่ดียึดเอาสไตล์ประจำวันของตัวเองที่เรามั่นใจเป็นต้นแบบดีกว่าค่ะ

2.  หาลิสต์ช่างแต่งหน้าเจ้าสาวที่ใกล้เคียงกับสไตล์ที่เราต้องการ

ที่จริงแล้ว ช่างแต่งหน้าเจ้าสาวส่วนใหญ่สามารถครีเอทลุคได้หลากหลายแล้วแต่ความต้องการของตัวเจ้าสาวแต่ละคน แต่ถ้าเราสังเกตดีๆ จะพบว่า ช่างแต่งหน้าเจ้าสาวแต่ละคนจะมีสไตล์ที่เป็นซิกเนเจอร์ หรือสไตล์ที่ตัวช่างแต่งหน้าเองถนัด ลองศึกษาดูผลงานที่ผ่านมาของช่างแต่งหน้าแต่ละคน หรือใช้วิธีถามเอาจากเหล่าเจ้าสาวรุ่นพี่ที่สไตล์ใกล้เคียงกับเราก็ได้นะ 

(ถ้ายังไม่มีช่างแต่งหน้าเจ้าสาวในใจ ลองคลิกเข้าไปอ่านที่นี่สิ รวมลิสต์ช่างแต่งหน้าทำผมเจ้าสาวพร้อมอัพเดทราคา)

3. ถ้าเป็นไปได้ นัดคุยกับ ช่างแต่งหน้า ก่อนวันจริง

ซึ่งสิ่งนี้เป็นคนละอย่างกับการลองแต่งหน้าก่อนวันจริงที่จะมีค่าใช้จ่ายไม่น้อยเพิ่มเข้ามา ถ้าหากคุณว่าที่เจ้าสาวมีงบไม่เยอะ ลองนัดช่างแต่งหน้ามาคุยให้เห็นตัวเป็นๆกันก่อนวันจริง บอกสไตล์ที่เราชอบให้ช่างแต่งหน้าอย่างชัดเจน อย่าลืมเตรียมรูปเมกอัพลุคที่เราชอบ หรือแบบไหนที่เราไม่อยากได้ รวมทั้งปัญหาที่เรากังวลใจ หรือส่วนไหนของใบหน้าที่เราชอบ เพื่อให้ช่างแต่งหน้าสามารถครีเอทลุคที่โดนใจเรามากที่สุดค่ะ

4. อย่าลืมถาม ช่างแต่งหน้าเจ้าสาวด้วยว่าเราต้องเตรียมตัวยังไงบ้าง

ข้อนี้เป็นประเด็นสำคัญที่ว่าที่เจ้าสาวหลายคนลืมโฟกัส นอกเหนือจากการดูแลผิวหน้าตัวเองให้ดี ดื่มน้ำและพักผ่อนเยอะๆแล้ว ว่าที่เจ้าสาวไม่ควรทำอะไรกับผิวหน้าในช่วงระยะเวลาใกล้ๆวันแต่งงานบ้าง เช่น แว็กซ์คิ้ว หรือทรีทเม้นต์ผิวหน้าบางประเภท สิ่งเหล่านี้ลองถามคำแนะนำจากช่างแต่งหน้าเจ้าสาวของคุณดูค่ะ

ช่างแต่งหน้าเจ้าสาว

5. “ฟังและเชื่อใจช่างแต่งหน้าที่เราเลือกแล้ว

ท้ายที่สุดเมื่อเราได้เลือกแล้ว ว่าที่เจ้าสาวควรเปิดใจฟังช่างแต่งหน้าของเราค่ะ เพราะแน่นอนว่าช่างแต่งหน้าเจ้าสาวนั้นมีประสบการณ์และเห็นปัญหาของเจ้าสาวมานับไม่ถ้วน อะไรบางอย่างที่เรากังวลใจหรือส่วนไหนของใบหน้าที่เราไม่อยากเน้น ช่างแต่งหน้าอาจจะมีวิธีที่ช่วยให้เราสามารถเปิดเผยส่วนนั้นได้อย่างสวยงามแทนที่จะพยายามปกปิดก็ได้นะคะ (แต่ถ้าไม่เซล์ฟจริงๆ เราแนะนำให้ยืนยันกับช่างแต่งหน้าค่ะ)

ทั้งนี้ว่าที่เจ้าสาวทั้งหลายอย่าลืมนะคะ ว่าสิ่งสำคัญที่สุดจริงๆ คือความมั่นใจและออร่าของเราในวันแต่งงาน ที่จะช่วยให้เราดูสวยโดดเด่นที่สุดไม่ว่าเราจะเลือกช่างแต่งหน้าคนไหนค่ะ

ขอขอบคุณภาพประกอบจาก: #Alwaysflukecrew และ Pinterest
Credit Feature Photo:Coco Bella Bride

7 ท่าโยคะคลายเครียดช่วยปรับบุคลิกสำหรับเจ้าสาวโดยเฉพาะ

ปรับบุคลิกให้สวยสง่าในวันแต่งงาน ด้วย 7 ท่า โยคะ ที่เราคัดมาให้สำหรับว่าที่เจ้าสาวโดยเฉพาะ ทำเองที่บ้านก็ได้ง่ายจัง

โยคะ ถือเป็น การบริหารร่างกายสุดฮิตของสาวๆยุคนี้เลยว่ามั้ยคะ เพราะนอกจากจะไม่เหนื่อยมาก (เมื่อเทียบกับการออกกำลังกายแบบอื่นๆ) ยังสามารถช่วยฟื้นฟูร่างกายได้แบบองค์รวมเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นการปรับบุคลิกท่าทาง แก้อาการปวดเมื่อย หรือแม้กระทั่งบริหารระบบภายในร่างกายหรือปรับสมดุลอารมณ์ก็ยังได้ เราเล็งเห็นว่าโยคะน่าจะให้ประโยชน์กับเหล่าว่าที่เจ้าสาวมากมายเลยทีเดียว ก็เลยรวบรวมเอา 7 ท่า โยคะที่เหมาะกับว่าที่เจ้าสาวมาให้ฝึกปฏิบัติกันค่ะ ซึ่งท่าโยคะเหล่านี้จะเน้นช่วยเรื่องการผ่อนคลาย ปรับสมดุลอารมณ์ ประบสมดุลระบบขับถ่ายให้พุงยุบ และช่วยปรับท่าทางให้ดูสง่าผ่าเผยสมเจ้าสาว มาเริ่มฝึกกันเลยค่ะ!

1. Butterfly Pose (ท่าผีเสื้อ)

ประโยชน์: ช่วยเปิดข้อต่อสะโพก ลดความปวดเมื่อยของเจ้าสาวพิธีไทยที่ต้องนั่งพับเพียบนานๆ

เริ่มด้วยท่านั่งขัดสมาธิ นั่งตัวตรงไม่โก่งหลัง เอาฝ่าเท้าทั้งสองด้านมาชนกันโดยใช้มือรวบเท้าทั้งสองข้างไว้ด้วยกัน จากนั้นให้ค่อยๆดึงข้อเท้าให้เข้ามาใกล้ตัวมากที่สุดจนรู้สึกตึง แล้วค่อยพยายามกดหัวเข่าให้ใกล้กับพื้นมากที่สุด ค้างไว้ 30-45 วินาที

Butterfly Pose

2. Pigeon Pose (ท่านกพิราบ)

ประโยชน์: เหมือนกับท่า Butterfly Pose ในข้อแรก แต่โฟกัสกล้ามเนื้อต้นขาและสะโพกส่วนที่ลึกขึ้น

นั่งตัวตรงโดยที่ขาด้านซ้ายเหยียดตรงชี้ไปข้างหลัง ส่วนขาด้านขวาพับหัวเข่าดึงส้นเท้าเข้าหาตัวโดยให้หัวเข่าชี้ออกประมาณ 45 องศาจากตัว สะโพกทั้งสองข้างขนานพื้นเท่าๆกัน อย่าให้สะโพกด้านใดด้านหนึ่งติดพื้นหรือลอยขึ้นเหนือพื้นมากกว่าอีกด้าน พยายามกดสะโพกข้างซ้ายให้ใกล้พื้นมากที่สุด จากนั้นค่อยๆ เลื่อนเท้าให้ออกห่างจากตัวทีละน้อยๆ โดยที่หัวเข่ายังทำมุมเดิม จนกระทั่งรู้สึกตึง ค้างไว้ 1 นาที แล้วสลับข้าง หากอยากยืดมากขึ้นกว่าเดิม พับตัวลงมาเหยียดแขนออกเหมือนการนอนคว่ำหน้า ให้หน้าผากใกล้พื้นมากที่สุดหรือจรดพื้น

Pigeon Pose

3. Warrior II Pose (ท่านักรบที่ 2)

ประโยชน์: สร้างความแข็งแรงให้ขาและส่วนกลางลำตัว ลดความปวดเมื่อยของเจ้าสาวที่ต้องยืนนานๆ

ยืนตรง เหยียดขาข้างหนึ่งออกไปด้านหลังโดยให้ฝ่าเท้าทำมุม 90 องศากับลำตัว ย่อเข่าข้างที่อยู่ด้านหน้าให้หน้าขาขนานกับพื้นให้มากที่สุด กางแขนออกทั้งสองข้างโดยให้แขนข้างที่ชี้มาด้านหน้าเป็นข้างเดียวกับขาที่อยู่ด้านหน้า  เปิดลำตัวขนานกับสะโพก ค้างไว้ 30-45 วินาที สลับข้าง

4. Downward-Facing Dog (ท่าสุนัขยืดลง)

ประโยชน์: กระตุ้นการไหลเวียนเลือดสู่ศรีษะให้ผิวหน้าเปล่งปลั่ง สร้างความแข็งแรงให้ช่วงแขน ช่วยให้รู้สึกกระปรี้กระเปร่าขึ้น

เริ่มจากท่า all four หรือนั่งคุกเข่ามือทั้งสองข้างยันพื้น แล้วค่อยๆ ดึงเท้าทั้งสองข้างออกไปด้านหลังจนขาตรง ส่งก้นและสะโพกขึ้นให้สูงที่สุด พยายามดึงส้นเท้าให้ติดพื้นมากที่สุดโดยที่ขาทั้งสองข้างเหยียดตรงตลอดเวลา แขนเหยียดตรงมือกางนิ้วทั้งห้าห่างจากกัน กดโคนนิ้วชี้ทั้งสองข้างให้แน่นเพื่อช่วยพยุงตัว  พยายามดันศีรษะไปด้านหลังให้ไหล่อยู่ใกล้หูมากที่สุด สายตามองลอดหว่างขา ค้างไว้ 30-45 วินาที โดยตอนแรกที่เข้าท่าสามารถย่อเข่าสลับซ้ายขวาเบาๆ 2-3 ครั้งเพื่อยืดเส้นให้เราสามารถค้างท่าได้นานขึ้น

5. Child’s Pose (ท่าเด็ก)

ประโยชน์: ช่วยยืดหลังแก้อาการหลังค่อม และยังช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย

นั่งพับเพียบทับส้นเท้า แล้วพับตัวลงเหมือนการนอนคว่ำหน้า เหยียดแขนทั้งสองข้างออกมาด้านหน้า โดยที่ก้นกับส้นเท้าต้องติดกัน สูดหายใจข้า และออกลึกๆ ยาวๆ โดยทุกครั้งที่หายใจออก พยายามยืดหลังให้ได้มากขึ้นโดยที่ก้นกับส้นเท้ายังคงติดกัน ค้างไว้ 1-2 นาที

Child Pose

6. Camel Pose (ท่าอูฐ)

ประโยชน์: เปิดไหล่ เปิดหน้าอก แก้อาการไหล่ห่อ หลังห่อ และแก้อาการปวดหลังจากการยืนหรือนั่งนานๆ

นั่งบนเข่าทั้งสองข้าง แยกหัวเข่าออกจากกันให้เท่าความกว้างของสะโพกให้หัวแม่เท้าจิกพื้นไว้ นำมือทั้งสองข้างรองหลังช่วงล่าง หายใจเข้า เกร็งหน้าท้อง แล้วค่อยๆ ดันหน้าท้องมาด้านหน้าพร้อมๆกับแอ่นลำตัวและหัวไหล่มาด้านหลัง ***ถ้ารู้สึกตึงแล้วแค่ช่วงนี้ให้ค้างไว้ที่เท่านี้**** แต่ถ้าไปต่อได้ แอ่นหน้าท้องมาด้านหน้าเพิ่มเติม ตลอดเวลานี้พยายามเกร็งต้นขาและหน้าท้องไว้ ค่อยๆ ปล่อยมือทั้งสองข้างจากหลังช่วงล่างมาจับที่ส้นเท้า สูดหายใจเข้า สูดหายใจออกแล้วค่อยๆ ทิ้งศรีษะลงมาด้านหลัง ค้างไว้ 30-45 วินาที

7. Forward Fold (ท่ายืดก้มตัว)

ประโยชน์: กระตุ้นการไหลเวียนของเลือด ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย แก้อาการนอนไม่หลับหรือปวดหัวเรื้อรัง

ยืนตัวตรง เท้าห่างกันเล็กน้อย ค่อยๆ พับตัวลงสู่ด้านล่างโดยพับจากข้อสะโพก ดันก้นไปด้านหลังได้เล็กน้อย ทิ้งศีรษะและคอให้สบายๆ ก้มตัวลงให้มากที่สุด ถ้าจับข้อเท้าได้ให้จับข้อเท้า แต่ถ้าจับไม่ถึง ให้จับที่น่องแทน แล้วดึงลำตัวให้ชิดขา

สำหรับผู้ที่มีปัญหาเรื่องหลัง ให้เริ่มเข้าท่านี้โดยย่อเข่าลงจนเราสามารถจับถึงข้อเท้าได้โดยไม่ต้องโก่งหลังลง ลำตัวชิดหน้าขาไว้ หายใจเข้า หายใจออก แล้วยืดขาให้ตรงมากที่สุดโดยที่ไม่ปล่อยมือจากข้อเท้า ค้างไว้ 30-45 วินาที

Forward Fold

เป็นยังไงบ้างคะท่า โยคะ สำหรับเจ้าสาวเพื่อสุขภาพแข็งแรงและปรับบุคลิกให้ดูสวยสง่าในวันแต่งงาน เราแนะนำให้หาคลิปประกอบการทำท่าโดยผู้เชี่ยวชาญประกอบไปด้วยเพื่อป้องกันการบาดเจ็บจากการที่เราทำท่าไม่ถูกต้องนะคะ

ชอบคอนเท้นต์นี้ของเรา? คลิกอ่าน วิธีการ ออกกำลังกาย ที่บ้านด้วยตนเอง แต่ได้ผลเหมือนไปฟิตเนส!

credit story: bridesloveyoga.com , bridalguide.com 

พิธีแต่งงานอีสาน อีกหนึ่งประเพณีงานแต่งงานที่น่าสืบสานไว้

ส่อง พิธีแต่งงานอีสาน แบบครบจบทุกกระบวนการที่น่าสืบสานเอาไว้ให้คงอยู่

งานแต่งงานของหนุ่มสาวอีสานยุคนี้มีการลดทอนประเพณีบางอย่างออกไปทำให้ดูไม่แตกต่างจากงานแต่งงานของภาคกลางมากนัก มีเพียงการ “สู่ขวัญ” แทนพิธีหลั่งน้ำพระพุทธมนต์เท่านั้นที่ยังคงเป็นจุดต่างอย่างชัดเจน แต่ถึงอย่างนั้นงานแต่งงานของบ่าวสาวชาวอีสานบางคู่ก็ยังคงไว้ซึ่งอัตลักษณ์ที่น่าสนใจเอาไว้อยู่หลายอย่าง งั้นลองมาดูกันสิว่า พิธีแต่งงานอีสาน มีอะไรที่น่าสนใจ แตกต่าง หรือเหมือนกับประเพณีงานแต่งงานทั่วไปหรือไม่ (**ทั้งนี้ทั้งนั้นแต่ละพิธีการขึ้นอยู่กับความเชื่อ หรือประเพณีแต่ละท้องถิ่นที่ถือปฏิบัติแตกต่างกันไปด้วยนะคะ)

“การโอม” พิธีสู่ขอ

เมื่อตกลงปลงใจจะใช้ชีวิตคู่ร่วมกันแล้ว ฝ่ายชายต้องให้เจ้าโคตร (ผู้ใหญ่ที่มีอาวุโสที่สุดของตระกูล) ไปสู่ขอฝ่ายหญิงซึ่งเรียกว่า “การโอม” โดยเตรียมขันใส่หมากจีบพลูพันเงิน 3 บาท ถ้าพ่อแม่ฝ่ายหญิงไม่ขัดข้องก็จะรับไว้แล้วพูดคุยเรื่องสินสอด

“กินดอง” ประกาศข่าวดี

ในแต่ละพื้นที่อาจแตกต่างกัน แต่สำหรับทางอีสานใต้ การ “กินดอง” คือการที่ฝ่ายชายเตรียมของกินดอง (ข้าวสาร เหล้าขาว ผ้าโสร่ง กล้วย เงินตามเลขมงคล เช่น 3 บาท หรือ 9 บาท เป็นต้น) แล้วให้ผู้ใหญ่ฝ่ายชายนำไปให้ฝ่ายหญิง ส่วนฝ่ายหญิงก็จะต้องเตรียมของกินดองอีกชุดให้ฝ่ายชายด้วย โดยจะให้กลับในวันเดียวกันหรือนำไปให้ทีหลังก็ได้ ทั้งนี้เพื่อบอกกล่าวแก่กันว่าเร็วๆ นี้จะมีงานมงคลระหว่าง 2 บ้านเกิดขึ้น

“ช่วยงาน” ก่อนวันแต่ง

ก่อนวันแต่งงาน 1 วัน ทางบ้านเจ้าสาวและเจ้าบ่าว (บ้านใครบ้านมัน) จะต้องเตรียมเนื้อหมูสด เหล้า เบียร์ และกับข้าวมงคล 3-4 อย่าง เช่น ลาบ แกงหมูใส่บวบ ก้อย เพื่อเอาไว้เลี้ยงคนที่มา “ช่วยงาน” ซึ่งในที่นี้คือคนที่นำซองเงินมาให้นั่นเอง โดยเมื่อให้ซองแล้วผู้ให้จะบอกกล่าวว่าต้องการอะไรกลับไป ซึ่งเจ้าบ้านก็ต้องจัดให้อย่างเหมาะสมกับจำนวนเงิน

“พิธีสู่ขวัญ” แต่งงานแบบอีสาน

เมื่อฝ่ายชายแห่ขันหมากผ่านด่านประตูเงินประตูทองเข้ามา จะต้องมีญาติผู้น้องของเจ้าสาวไปจูงพี่เขยมากราบธรณีประตู เหยียบก้อนหิน (เพื่อให้หนักแน่น) แล้วทำพิธีล้างเท้าบนใบตอง ก่อนจะก้าวข้าวธรณีขึ้นมาบนเรือน หลักจากมอบสินสอดและตรวจนับเรียบร้อยแล้ว จะมีการประกาศจำนวนสินสอดพร้อมเรียกคนในหมู่บ้าน “มาโฮม (ผูกข้อมือ) รับขวัญลูก/ หลานเขย”

พิธีแต่งงานอีสาน

จากนั้นหมอสูตรจึงเริ่มทำพิธีสู่ขวัญ เมื่อจบพิธีญาติๆ จะโยนข้าวสารโรยดอกดาวเรืองใส่บ่าวสาวที่นั่งคุกเข่าจับพาขวัญ (พานบายศรี) ไขว้กันอยู่เพื่อความเป็นสิริมงคลและเจริญงอกงาม สุดท้ายหมอสูตรจะปอกเปลือกไข่ต้มในพานขวัญแล้วผ่ากลางเพื่อทำนายคู่บ่าวสาว เช่น อยู่ร่มเย็นเป็นสุข ร่ำรวย มีลูกชายหรือลูกสาว ฯลฯ แล้วจึงให้บ่าวสาวกินไข่คนละครึ่ง

ลำดับต่อมา พ่อแม่และญาติผู้ใหญ่จะนำฝ้ายจากพาขวัญมาผูกเงินแล้วไปผูกข้อมือบ่าวสาวอีกทีพร้อมกับอวยพรเพื่อรับขวัญ ส่วนทางบ่าวสาวก็ต้องเตรียมของมอบกลับให้ด้วย ซึ่งนิยมมอบเสื่อผูกติดกับหมอน หากญาติเยอะก็เตรียมไว้ให้เฉพาะญาติอาวุโส ส่วนญาติที่เหลือก็ไหว้ขอบคุณตามปกติ เมื่อเสร็จสิ้นแล้วจึงเป็นพิธีส่งตัวเข้าหอ และเลี้ยงอาหารรับรอง (ในวันนี้บางบ้านอาจนิมนต์พระมาทำบุญตักบาตรตอนเช้าก่อนด้วย)

“ผูกข้อมือ” รับขวัญสะใภ้

ธรรมเนียมของชาวอีสานใต้นั้น หลังเสร็จพิธีที่บ้านฝ่ายหญิงแล้ว ต้องไปทำพิธีผูกข้อมือรับขวัญสะใภ้ที่บ้านฝ่ายชายในวันเดียวกัน (เลี่ยงเวลาบ่ายโมงเพราะถือว่าเป็นเวลาผีออกป่า) เมื่อเดินทางใกล้ถึงบ้านเจ้าบ่าวจะตั้งขบวนเดินเข้าบ้าน ซึ่งเจ้าสาวต้องเตรียมซองไว้ให้คนกั้นประตูเงินประตูทองด้วย จากนั้นญาติผู้น้องของเจ้าบ่าวจะมาจูงนิ้วก้อยของเจ้าสาวไปทำพิธีล้างเท้าก่อนเข้าบ้าน ซึ่งพ่อแม่ของเจ้าบ่าวจะเตรียมโสร่งและผ้าซิ่นรอไว้นุ่งให้บ่าวสาวเพื่อเป็นการรับขวัญสะใภ้ ก่อนจะจบด้วยการอวยพรผูกข้อไม้ข้อมือพร้อมเงิน สำหรับบางคนที่ให้เงินกับมือ บ่าวสาวก็จะรับมาใส่ขันเงินที่เตรียมไว้แล้วมอบหมากพลูกลับไป เสร็จแล้วจึงนับเงินและประกาศว่าบ้านนี้รับขวัญสะใภ้เงินเท่าไหร่แล้วจึงเลี้ยงรับรอง (หากบ้านเจ้าบ่าวไกลมากอาจงดพิธีนี้ได้)

ทั้งนี้ในแต่ละพื้นที่หรือบางครอบครัวอาจมีธรรมเนียมปฏิบัติที่แตกต่างกันไป บทความนี้เป็นเพียงการสะท้อนภาพขนบธรรมเนียมของชาวอีสานในท้องถิ่นหนึ่งที่นับวันจะค่อยๆ จางหายไปตามกาลเวลา

อ่าน พิธีแต่งงานภาคเหนือ ได้ที่นี่เลย

ภาพเปิด งานแต่งคุณตุ๊กกี้-สุดารัตน์ บุตรพรหม และคุณบูบู้-กำธร โพธิ์น้ำคำ ถ่ายภาพโดย Photo Painter (HD e-lee studio)
ภาพประกอบ kapook.com

ไม่อยากตกเป็นรองต้องอ่าน! 6 ความเชื่อในวันแต่งงานที่บ่าวสาวต้องระวัง

ความเชื่อในวันแต่งงาน ที่ใครไม่อยากตกเป็นรองต้องอ่านด่วน!!

ในพิธีแต่งงาน ไม่ว่าจะเป็นแบบไทย แบบจีน หรือแบบฝรั่ง จะประกอบไปด้วย ความเชื่อในวันแต่งงาน ต่างๆ มากมาย ซึ่งแต่ละพิธีการนั้นล้วนแล้วแต่เป็นความเชื่อเพื่อเสริมสิริมงคลให้บ่าวสาวทั้งนั้น แต่รู้กันไหมคะว่า ในบางพิธีการก็แฝงด้วยความเชื่อที่บ่าวสาวควรต้องระวัง เพราะถ้าพลาดไปหรือรู้ไม่ทันอีกฝ่าย คุณจะกลายเป็นลูกไก่ในกำมือของอีกฝ่าย (รวมถึงครอบครัวของเขา) หลังแต่งงานทันที ความเชื่อที่ว่ามีอะไรบ้าง ไปไล่ดูกันเลยข้อต่อข้อ อ้อ…อ่านจบแล้วเตรียมตัวปฎิบัติด้วยล่ะ ถึงวันจริงจะได้ไม่พลาด (ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของแต่ละบุคคลนะคะ)

1. เริ่มกันที่พิธีการแรกของวันแต่งงานอย่างการตักบาตรที่เชื่อกันมายาวนานรุ่นสู่รุ่นว่า ถ้าฝ่ายไหนจับที่ยอดหรือคอทัพพี คนนั้นจะได้เป็นใหญ่เหนือกว่าอีกคน ซึ่งที่เราเคยเจอคือ อาการไฝว้กันหน้าโถข้าวแบบไม่มีใครยอมใคร ประมาณว่าเธอจับก่อนสิ เดี๋ยวชั้นประกบมือไง เลิกเถียงให้เสียฤกษ์แล้วเอาแบบนี้ดีไหมคะ ใช้วิธีผลัดกันจับที่คอทัพพีนะคะ แบบนี้รับรองว่าเสมอภาคเท่าเทียมกันแน่นอน

2. ในพิธีรดน้ำสังข์ ช่วงที่เราให้ตั้งใจมากๆ ไม่ใช่จังหวะการนั่งลงไปเพื่อรับน้ำสังข์ แต่เป็นช่วงหลังจากเสร็จสิ้นพิธีที่มีความเชื่อว่าหากฝ่ายใดลุกขึ้นยืนก่อน ฝ่ายนั้นจะได้เป็นผู้ที่อยู่เหนืออีกฝ่าย ได้ยินแบบนี้แล้วก็ไม่ต้องรีบแย่งกันลุกนะคะ ลุกขึ้นพร้อมๆ กันหรือช่วยประคองกันลุกขึ้นดีกว่า ดูน่ารักอบอุ่น แล้วยังเป็นวิธีการแก้เคล็ดไปในตัวอีกด้วย

3. ในพิธีแต่งงานตามธรรมเนียมฝรั่งมีความเชื่อว่า ในวันแต่งงานหากเจ้าสาวเห็นเจ้าบ่าวก่อน เธอจะมีอำนาจเหนือเจ้าบ่าวไปตลอดชีวิต แหม…รู้อย่างนี้เจ้าสาวก็สปีดแต่งหน้าทำผมแต่งตัวมายืนรอเจ้าบ่าวที่หน้าประตูเลยไหมล่ะ ส่วนเจ้าบ่าวคนไหนที่รู้ตัวว่าสายตาไม่ค่อยดี คงต้องรีบหาตัวช่วยมาบำรุงสายตา เพื่อรับมือกันหน่อยแล้วล่ะค่ะ ไม่อย่างนั้นเธอจะแอบมองคุณจนคุณตกเป็นรองเธอทั้งชีวิตนะ

4. ในพิธีสวมแหวน หากเจ้าบ่าวเผลอทำแหวนหล่น สวมแหวนให้เจ้าสาวไม่สุด หรือต้องให้เธอช่วยสวม มีความเชื่อว่าเจ้าบ่าวจะต้องตกอยู่ในอำนาจของเจ้าสาวตลอดชีวิตการแต่งงาน รู้อย่างนี้แล้วว่าที่เจ้าบ่าวทั้งหลายอย่าลืมซ้อมสวมแหวนให้เป๊ะก่อนถึงวันจริง อ้อ…แล้วอย่าสวมผิดมือซะละ เพราะสวมผิดต้องสวมใหม่ แบบนั้นก็นับว่าพลาดนะคะ

5. ในประเพณีแต่งงานจีนในสมัยก่อน ว่ากันว่าแม่สามีจะหาจังหวะดีๆ แอบเอามือกดหัวเจ้าสาว เพื่อให้เมื่อเข้ามาอยู่ร่วมชายคา ลูกสะใภ้จะอยู่ใต้อำนาจ ประมาณว่าไม่หือไม่อือไม่ว่าจะโดนโขกสับแค่ไหน ซึ่งแม้สมัยนี้จะไม่ปรากฎการกระทำนี้ชัดๆ แต่คุณว่าที่เจ้าสาวที่จะเข้าไปเป็นสะใภ้จีนก็ระวังไว้บ้างก็ดี  ถ้าไม่เจอก็ดีไป อย่าลืมว่าแม่สามีหัวเก่ายังมีอีกเพียบ เอาเป็นว่านอบน้อมให้เห็นแต่แรก ปลอดภัยกว่าเนอะ

6. ช่วงจังหวะที่เจ้าสาวจะเข้าบ้านฝ่ายชายจะมีธรรมเนียมจีนโบราณอยู่ว่า ให้เจ้าบ่าวเอามือเท้าประตู แล้วให้เจ้าสาวมุดเข้าไป เป็นเคล็ดว่าให้ภรรยาอยู่ใต้อำนาจสามี ซึ่งถ้าคุณรู้ก่อนแล้วไม่อยากเข้าข่ายการอยู่ใต้อำนาจตามความเชื่อนี้ละก็ จับตาดูกริยาของคุณเจ้าบ่าวให้ดี ถ้ายกแขนเท้าประตูเมื่อไหร่ อย่าได้เผลอเล่นลอดวงแขนเด็ดขาด แต่ให้ทำเนียนคว้าแขนมาคล้องไว้แล้วเดินเชิดๆ เข้าบ้านซะ

ปิดท้ายด้วยความเชื่อเพื่อความมงคลของเพื่อนเจ้าสาวกันสักหน่อย ซึ่งความเชื่อแต่โบร่ำโบราณบอกว่า ในพิธีรดน้ำสังข์ของไทยๆ ใครจะมาเป็นเพื่อนเจ้าสาวต้องเป็นคนที่มีแผนจะแต่งงาน ถ้าเป็นสาวโสดละก็จะโสดไปตลอดชีวิต!! แต่ในความจริงแล้ว แค่อยากให้คนที่กำลังจะแต่งงานเป็นคนต่อไปได้เห็นงานแต่งอย่างใกล้ชิดมากกว่า

ขณะเดียวกันบางความเชื่อก็บอกว่า ถ้าเป็นสาวโสดแล้วมาเป็นเพื่อนเจ้าสาวในพิธีนี้ถึง 2 ครั้ง นั่นแหละ ได้โสดเศร้าตลอดชีพแน่นอน ซึ่งก็ไปคล้องจองกับความเชื่อของฝรั่งที่ถือว่า ถ้าเป็นเพื่อนเจ้าสาวถึง 3 ครั้ง หมดหวังได้เป็นเจ้าสาวแน่นอน เอาละ จะเชื่อแบบไหนดี ก็แล้วแต่วิจารณญาณนะคะ

แถมให้อีกนิดสำหรับใครที่มีคู่รักสาย ฝ. 4 ข้อห้ามในงานแต่ง…ความเชื่ออินเตอร์ที่ฝรั่งเขาทำกัน

เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี

4 พระจริยวัตรอันน่าชื่นชม วิถีแห่งความสำเร็จของ “เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี”

ตลอดเวลาเกือบ 20 ปีที่ผ่านมา นิตยสารแพรว ได้รับพระราชทานพระวโรกาสให้เข้าเฝ้าเพื่อฉายพระรูปและสัมภาษณ์ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ตั้งแต่เมื่อครั้งยังทรงพระเยาว์ ดำรงพระอิสริยยศเป็นเจ้าหญิงองค์น้อย หม่อมเจ้าสิริวัณวรี มหิดล ทำให้เหล่าพสกนิกรได้ชื่นชมพระบารมีของเจ้าหญิงองค์น้อยมาอย่างต่อเนื่อง

เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี

ครั้งนี้ เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติของ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา วันที่ 8 มกราคม 2563 ซึ่งทรงเจริญพระชันษา 33 ปี นิตยสารแพรว จึงได้ประมวล 4 พระจริยวัตรอันน่าชื่นชมของพระองค์มานำเสนอ เพื่อให้พสกนิกรชาวไทยได้ชื่นชม และน้อมนำไปเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต

เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี

โดยพระจริยวัตรแง่มุมต่างๆ ที่ปรากฏ ได้แสดงให้เห็นถึงแนวคิด และความตั้งพระทัยในการดำเนินพระชนม์ชีพ และการทรงงาน อีกทั้งแสดงให้เห็นว่า ความสำเร็จของพระองค์นั้นไม่ใช่ได้มาโดยง่าย แต่เมื่อได้มาแล้วช่างทรงคุณค่า และงดงามต่อพระองค์เองยิ่งนัก จึงนับเป็นพระกรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ที่พระราชทานเรื่องเล่าต่างๆ เพื่อเป็นตัวอย่างสำหรับคนรุ่นต่อไป

เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี

มีพระวิริยอุตสาหะ รู้ค่าของเงินตั้งแต่ทรงพระเยาว์

น้อยคนนักจะรู้ว่า สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงมีความมัธยัสถ์ และรู้ค่าของเงินมาตั้งแต่ทรงพระเยาว์ สังเกตได้จาก บทพระราชทานสัมภาษณ์ที่ทรงเล่าเรื่องราวการเปิดซาลอนในพระตำหนัก ตั้งแต่พระชันษา 10 ปี โดยมีพระพี่เลี้ยงและข้าราชบริพารรายรอบมาใช้บริการ ดังที่ทรงเล่าพระราชทานไว้ในนิตยสารแพรว ฉบับ 10 มิถุนายน 2540 ว่า

“…ถอนผมหงอก 3 บาท เขียนคิ้วถาวร 5 บาท แต่งหน้าเจ้าสาวก็ได้นะ มีบริการสระผมและแจกขนมด้วย นำรายได้ไปบริจาคให้โรงพยาบาลสงฆ์”

ต่อมาเริ่มฮิตเครื่องถ่ายรูปสติ๊กเกอร์ ก็ทรงมีเครื่องนี้ให้บริการที่พระตำหนักด้วย สร้างรายได้วันละเป็นพันบาท ครั้นเมื่อมีพระชันษา 14 ปี เสด็จไปประเทศญี่ปุ่น ทรงช็อปปิ้ง และต่อรองราคาสินค้าเก่งมาก ทรงเล่าว่า

“บางทีต่อจนคนขายเหงื่อหยด พูดถึงต่อของ ตอนนั้นไปญี่ปุ่น ต่อจนเขาเอาหัวตัวเองโขกกับโต๊ะ…แค่นี้นะครับ นิดหนึ่งนะครับ ท่านหญิงบอก ไม่ได้ เดี๋ยวเสียดุล เอาอีก งั้นไอไม่ซื้อของยูนะ เขาก็กดๆ เครื่องคิดเลข ขออีกนิดหนึ่งนะครับ ทำท่าอาริกาโตะแบบญี่ปุ่น พอท่านหญิงยังไม่ยอม เขาก็เอามือ ไว้ที่โต๊ะแล้วเอาหัวโขกกับโต๊ะปึ้งๆ จนแว่นจะหลุด…ขอเท่านี้เถอะครับ เขาไม่เคยลดให้ใครถูกเท่านี้มาก่อน” (แพรว ฉบับ 25 มีนาคม 2544)

เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี

จากนั้นเมื่อมีพระชันษา 16 ปี ทรงมีวิธีใช้จ่ายเงินเปลี่ยนไป ดังที่ทรงเล่าในนิตยสารแพรว ฉบับ 25 สิงหาคม 2546 ว่า

“ยอมรับว่าสมัยเด็กๆ ฟุ่มเฟือย แต่พอโตขึ้นมาก็ไม่แล้ว อย่างดีแค่หยิบดู เออ…สวยดี แล้วก็วาง ถ้าจะไปช็อปปิ้งก็คิดไว้ก่อนว่าอยากซื้ออะไรแน่ บางที วันไหนไม่ซื้อก็ดูๆ แล้วผ่านไป ถ้าเห็นว่าราคาสูงไปก็ขอต่อหน่อย เขาไม่ให้ ก็ไม่เป็นไร ไปดูร้านอื่น ท่านหญิงเป็นเจ้าแม่นักต่อราคาอยู่แล้ว บางทีเจ้าของร้านเขาให้มาเลยก็มี เราเกรงใจเขา ก็แอบๆ ยัดสตางค์คืนให้ไป เดี๋ยวนี้พวกแบรนด์ดังๆ ในเมืองไทย ท่านหญิงไม่ค่อยกล้าเดินแล้วละ จะใช้ชีวิตแบบเรียบๆ ง่ายๆ มากกว่า

“นี่ก็เพิ่งไปจตุจักรมา ต่อราคากันสนุกไปเลย เพื่อนบางคนต่อเก่งกว่าท่านหญิงอีก อย่างคนขายบอกว่า 220 เพื่อนบอกทันทีเหมือนกัน พี่ขาเศษ 20 ไม่มี ขอเป็น 200 ถ้วนได้ไหม ท่านหญิงอึ้ง อะไรกัน ก็เห็นอยู่ว่าในกระเป๋ามีแบงก์ 20 ตั้งหลายใบ พอออกมาถาม เพื่อนบอกว่าเป็นทริคค่ะ เป็นทริค เราก็ โอ้…เก่งมากๆ เพื่อนฉัน”

เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี

ทรงอดทน มีระเบียบวินัยเป็นที่ตั้ง

ครั้งหนึ่ง สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จไปทรงฝึกงานที่โรงแรมโอเรียนเต็ล โดยมีพระประสงค์ที่จะทรงศึกษาหาความรู้ โดยทรงเปรียบพระองค์เป็นพนักงานคนหนึ่ง ดังที่ทรงเล่าพระราชทานว่า

“…ตั้งใจว่าจะไปเรียนทำอาหารอย่างเดียว ไปๆ มาๆ ก็ไปเรียนเซตติ้งเทเบิ้ล แล้วไปไวน์…อย่างงาน 125 ปี โอเรียนเต็ล ท่านหญิงก็อยู่ช่วยงาน 4 อย่าง…ทั้งอยู่ห้องขนม ไปอยู่บุฟเฟ่ต์ แล้วก็ไปอยู่แบงเคว็ต ไปอยู่สลัด จัดแหลกกว่าจะเสร็จ แขกเข้าทุ่มครึ่งยังไม่เสร็จเลย ต้องรีบทำให้เสร็จ จะได้กลับบ้าน…บอกตรงๆ ว่าเหนื่อยมาก ขึ้นรถกลับบ้าน บอกตัวเองว่าห้ามพูดเด็ดขาด ขอตัวเองหยุดพูดเพื่อหายใจก่อน เหนื่อยแต่สนุก”

เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี

แม้กระทั่งการเสด็จออกงานต่างๆ อยู่เสมอ พระองค์ก็ไม่ทรงเคยย่อท้อหรือเหน็ดเหนื่อยเลย

“…ท่านหญิงทนได้หมด อายุเท่านี้แต่อึดมาก…ชินแล้วค่ะ ชินแล้ว ให้ทำอะไรก็ทำได้ คือว่าเป็นหน้าที่ของเรา”

“งานแบบไหนที่โปรดเสด็จฯเพคะ”

“ที่ลุยๆ หน่อย อย่างเราต้องลุยนิดหนึ่ง มันขึ้น ผจญภัยขึ้น” (แพรว ฉบับ 25 มีนาคม 2544)

ตอนทรงงานแฟชั่นที่ฝรั่งเศส ทรงมีกล่องตัดเย็บส่วนพระองค์ เมื่อเปิดฝาออกจะเป็นลิ้นชักเลื่อนเป็นชั้นๆ ใส่เข็มหมุด กรรไกร ด้าย และอุปกรณ์การตัดเย็บต่างๆ แม้ทรงงานค้างอยู่ ต่อให้รกแค่ไหนก็จะทรงเก็บทุกอย่างด้วยพระองค์เอง เพราะทรงเกรงว่าถ้าให้พระพี่เลี้ยงหรือคนอื่นเก็บแล้วจะทรงหาของที่ต้องใช้ไม่เจอ พร้อมกับรับสั่งว่า

“ไม่เชิงระเบียบหรอก แต่อยากจัดของให้เป็นที่เป็นทาง จะได้หาเจอง่ายๆ และสนุกกับการได้ทำเองด้วย” (แพรว ฉบับ 25 พฤศจิกายน 2556)

เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี

โปรดการอ่าน และค้นคว้า

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา รับสั่งถึงเรื่องการอ่านว่า “ท่านหญิงชอบอ่านหนังสือนะ ที่เหลือก็อ่านได้หลายแนว ตั้งแต่การ์ตูนทั้งหลาย เรื่องโปรดคือเรื่องที่อ่านแล้วซึ้ง ดิจิทัล โคนัน พีซเกิร์ล ทั้งหมดนี้คือซื้อเอง ไปเหมาร้านเขามาด้วย ชอบทั้งลายเส้นและเนื้อเรื่อง บางเรื่องเบื่อแล้ว ก็ขายต่อได้ พยายามอย่าให้ยับแล้วจะได้ราคาดี หนังสือซีเรียสก็อ่าน…” (แพรว ฉบับ 25 สิงหาคม 2546)

โดยเฉพาะโปรดการอ่านและค้นคว้าเรื่องราวประวัติศาสตร์เป็นพิเศษ “ท่านหญิงชอบอ่านหนังสือสไตล์ที่เป็นประวัติศาสตร์เล็กๆ ประวัติศาสตร์ เรื่องจริงอ้างอิง แล้วก็เรื่องแปล…”

เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี

ทรงมุ่งมั่นทุ่มเทเพื่อผลสำเร็จของงาน

ทุกครั้งที่ แพรว ได้มีโอกาสเข้าเฝ้าเพื่อขอพระราชทานสัมภาษณ์ สิ่งหนึ่งที่สัมผัสได้ตลอดคือ ทรงทุ่มเทจริงจังกับทุกเรื่องที่สนพระทัย

“ใช่ค่ะ เป็นแบบนั้นกับทุกเรื่อง ไม่ว่าจะขี่ม้า แฟชั่น หรืออะไรก็ตาม ไม่อยากถูกใครว่า พอจับอะไรสักอย่างแล้วรู้จริงไหม เวลาทำอะไรจึงทุ่มเทมาก แม้แต่เรื่องแต่งหน้าก็ยังต้องมาเรียนกับพี่เป็ด (อภิชาติ นรเศรษฐาภรณ์) เราอยากทำเป็นด้วยตัวเอง เพราะเวลาไปดูแฟชั่นโชว์หรือออกงานที่ต่างประเทศ พี่ช่างแต่งหน้าอาจไม่ได้ตามไปด้วย เราต้องทำเอง และต้องรู้ให้ลึกว่ารูปหน้าของแต่ละคนเป็นอย่างไร ใบหน้าของเราควรแต่งแบบไหน

เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี

“ท่านหญิงไม่อยากให้คนพูดว่าเป็นเจ้าหญิงถึงได้ทำนั่นทำนี่ ท่านหญิงทำงานแบบมืออาชีพในทุกเรื่อง และยินดีรับฟังคำวิจารณ์ ไม่อยากให้ใครดูถูกว่า เจ้าหญิงต่างแดนทำอะไรไม่เป็นชิ้นเป็นอัน ที่สำคัญเราเกิดเป็นลูกพ่อ ต้องตั้งใจทำทุกเรื่องให้ดีที่สุด” (แพรว ฉบับ 25 พฤศจิกายน 2556)

“ท่านหญิงได้อะไรจากการเล่นกีฬาหลายอย่างนะ เช่น ความอดทน ซึ่งพอมาวงการแฟชั่นก็ได้นำมาปรับใช้ด้วย รู้จักรับแรงกดดันจากสื่อ จากอะไรต่างๆ อย่างบางทีได้ยินคนเมาท์ คนนินทา ก็ต้องทำใจว่ามีคนชอบก็ต้องมีคนไม่ชอบ

“แทนที่จะกลุ้มใจ สู้มาคิดว่าทำอย่างไรให้เรามัดใจคนที่ไม่ชอบได้จะดีกว่า วิธีนี้เป็นทางแก้ปัญหาที่ง่ายที่สุด…” (แพรว ฉบับ 10 กันยายน 2548)

เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี


 

ที่มา : นิตยสารแพรว ฉบับ 948

ไคลีย์ เจนเนอร์ เปย์เก่งซื้อ รถเข็นเด็ก กระเป๋าใส่ผ้าอ้อมแบรนด์หรู กว่าครึ่งล้าน

ไคลีย์ เจนเนอร์ คุณแม่พันล้าน เปย์เก่ง จัดหนักซื้อ รถเข็นเด็ก พร้อมกระเป๋าใส่ผ้าอ้อมแบรนด์หรูอย่าง Fendi เพื่อหนูน้อย สตอร์มี เว็บสเตอร์ ลูกสาวหัวแก้วหัวแหวน

เป็นที่รู้กันดีว่า ความหรูเลิศ ไฮแฟชั่นต้องยกให้กับสาวๆ บ้านคาร์ดาเชียน และเจนเนอร์ โดยเฉพาะ เซเลบสาวไคลีย์ เจนเนอร์ 1 ใน 10 ผู้ทรงอิทธิพลด้านแฟชั่น ซึ่งเธอก็มักอัพเดทและโพสต์สไตล์ รวมถึงของหรู ของไฮเอนด์ต่างๆ ลงในอินสตาแกรมให้กับแฟนๆ ที่ติดตามเธอกว่า 156 ล้านคน ได้เห็นกันบ่อยครั้ง

ความหรูเลิศไม่ได้เห็นแค่ในสาวไคลีย์เท่านั้น แต่เธอยังคายตะขาบองค์แม่ในด้านแฟชั่นให้กับหนูน้อย สตอร์มี ลูกสาวเพียงคนเดียว ไม่ว่าจะเป็นการใส่ชุดคู่แม่ลูกจากแบรนด์ไฮเอนด์ Ralph and Russo ซึ่งทางแบรนด์ตัดพิเศษให้ทั้งคู่โดยเฉพาะ

หรือจะเป็นหมวกจาก Fendi ราคา 11,005 บาท และกระเป๋าหลุยส์ Speedy รุ่น Mini HL คอลเล็คชั่นที่คอลแลปกับ ทาคาชิ มุราคามิ เมื่อปี 2003

รถเข็นเด็ก

 

รถเข็นเด็ก

และล่าสุดคุณแม่พันล้าน มหาเศรษฐีอายุน้อยที่สุดในโลก วัย 22 ปี จัดของขวัญเรียกน้ำย่อยเบาๆ ให้กับลูกสาวสุดที่รัก ก่อนจะถึงวันเกิดจริงในเดือนกุมภาพันธ์นี้ โดยเซเลบสาวไคลีย์ได้ซื้อรถเข็นเด็กราคา £7,000 ปอนด์ (277,590 บาท) จากแบรนด์แฟชั่นหรู Fendi และกระเป๋าใส่ผ้าอ้อมที่เข้าเซตกันในราคาเบาๆ อีก £5,000 ปอนด์ (198,278 บาท) สองชิ้นรวมกันแล้วก็เกือบครึ่งล้านเหนาะๆ

ทั้งนี้เมื่อปีที่แล้ว วันเกิดของหนูน้อย สตอร์มี เรียกได้ว่าอลังการงานสร้าง จัดเต็มสุดๆ ในธีมสวนสนุก ที่ขนมาตั้งไว้ใจกลางที่แจ้ง ซึ่งมาพร้อมกับม้าหมุน และเครื่องเล่นที่จัดมาแบบครบครันให้กับแขกที่มาร่วมงานได้สนุกกันอย่างเต็มที่ ปีนี้คุณแม่พันล้านจะมาในธีมไหน รอติดตามกันได้เลยจ้า


ภาพ : kyliejenner

Stormi World! งานลูกแม่ต้องไม่ธรรมดา ไคลีย์ เจนเนอร์ จัดวันเกิดสุดอลังให้กับลูกสาวสุดรัก

ซ่อมหุ่นพัง!! รับปีใหม่ ด้วย “สูตรคุมน้ำหนัก” เห็นผลทันตา ฉบับเทรนเนอร์เชอร์รี่

กรณ์ ณรงค์เดช จับมือภรรยาร่วมฉลองวันเกิดหลานแฝด ‘น้องภัทร-น้องพิม’ สุดอบอุ่น

เหล่าคนดัง ซุปตาร์ฮอลลีวู้ด ร่วมบริจาคเงินนับร้อยล้านช่วย ไฟป่าออสเตรเลีย

Gucci รับปีหนูทอง ฉลองตรุษจีน กับคอลเล็คชั่นสุดน่ารัก Mickey Mouse Capsule

อเดล เผยรู้สึกเซ็กซี่กว่าที่เคย หลัง “ลดน้ำหนัก” 10 กิโล ภายใน 6 เดือน

พร้อมเสิร์ฟความอร่อยกับเมนูใหม่! AUNTIE ANNE’S หอม กรอบ นุ่มหนึบ

อานตี้ แอนส์ (AUNTIE ANNE’S) ร้านเบอเกอรี่อันดับ 1 พร้อมเสิร์ฟความอร่อย กับ 2 เมนูใหม่ S’More Pretzel เพรทเซลสีเหลืองทองที่มาในขนาดพอดีคำ ที่มาในคอนเซ็ปต์ Freshly Baked คือ รับประกันความสดใหม่ของเพรทเซลภายใน 30 นาทีS’More Pretzel เป็นเพรทเซลสีเหลืองทองขนาดพอดีคำ สอดไส้ช็อกโกแลตเข้มข้นแบบอัดแน่นคลุกเคล้าด้วยอัลมอนด์กรุบกรอบหอมหวาน กรุบกรอบ และท๊อปด้วย มาร์ชแมลโลว์ ที่นำไปอบจนด้านนอกเป็นสีน้ำตาล เคี้ยวนุ่มหนึบ และโรยด้านบนด้วย อัลมอนด์ สไลด์ ที่นำไปคั่วจนกรอบโรยไว้ด้านบนสุด เต็มอิ่มจัดเต็มใน 1 คำ อร่อยเข้ากันแบบสุดๆ มาในราคาสบายๆ 1 กล่องมี 9 ชิ้น ราคากล่องละ 59 บาท เท่านั้นแนะนำให้กินคู่กับ ชาพรีเมี่ยม Cold Brew Tea ที่ผสานสองความสดชื่นสุดพิเศษกับ “Peach Lemon Tea” ที่มาพร้อมกับ พีช เพิร์ล เคี้ยวหนึบ หอมกลิ่นพีช และรสชาติใหม่ล่าสุด! กับ “Earl Grey Lemon Tea” ที่ให้คุณได้ดื่มด่ำกับความละมุนของชาเอิร์ลเกรย์จากทไวนิ่งส์ ผสานกับเลมอนเนดคั้นสดจาก อานตี้ แอนส์ ที่มาพร้อมกับ Two Tone Crystal Pearl (บุกรสพีชและสตรอเบอร์รี่)ซึ่ง 2 เมนูพิเศษนี้ เปิดให้ลิ้มลองความอร่อยได้ถึง 31 ธันวาคม 2562 นี้ ฉะนั้นรีบพุ่งตัวไปด่วนๆ ที่ ร้านอานตี้ แอนส์ ทุกสาขา  

อร่อย ฟิน เหมือนบินไปกินที่ญี่ปุ่น ที่ OOTOYA

โอโตยะ ร้านอาหารญี่ปุ่นสูตรต้นตำรับที่ส่งตรงจากญี่ปุ่น ให้ความรู้สึกเหมือนมีคุณแม่ชาวญี่ปุ่นปรุงให้แบบสดใหม่ โดยจุดเด่นของร้านนี้ คือการรับประทานแบบเทชูกุหรือแบบเซ็ต ที่มีครบทั้งข้าว ซุป และเครื่องเคียงต่างๆ ที่คัดมาแล้วว่าอร่อยลงตัว มีสารอาหาร 5 หมู่ อีกทั้งยังคัดสรรแต่วัตถุดิบที่ดี่ที่สุด แบบวันต่อวัน เพื่อความสุขของลูกค้า

ครั้งนี้ แพรวดอทคอม มาเช็คอินที่สาขาเซ็นทรัลเวิลด์ ที่มาพร้อมคอนเซ็ปต์ใหม่ Lifestyle Authentic Japanese Restaurant ยังคงความเป็นอาหารญี่ปุ่นสไตล์ดั้งเดิม แต่เพิ่มเติมเมนูแนวอิซากายะ (ร้านกินดื่ม) เข้าไป เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า ที่มีไลฟ์สไตล์แบบคนเมืองมากขึ้น ท่ามกลางบรรยากาศภายในร้านที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นเหมือนอยู่บ้าน ด้วยการเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์สีอ่อน ตัดกับสีน้ำเงิน ที่สะท้อนถึงความเรียบง่ายในแบบญี่ปุ่น

ส่วนเมนูอาหารนั้น แน่นอนว่ายังมาพร้อมความพิเศษเช่นเดิมกับ 5 มาตรฐานสำคัญนั่นคือ การเก็บรักษาผักไว้ที่อุณหภูมิ 5 องศา เพื่อความสด กรอบ อร่อย และเลือกใช้เฉพาะผักที่ปลูกด้วยระบบไฮไดรโปนิกส์  ซึ่งมั่นใจได้ว่าปลอดภัยจากสารเคมี 100%, หุงข้าวด้วยถ่าน โดยวางถ่านไม้ไผ่ไว้บนข้าวตอนหุง เพื่อให้ถ่านปล่อยคลื่นความร้อนออกมาจนทำให้ข้าวสุกทั่วทั้งเม็ด จึงได้ข้าวญี่ปุ่นที่เหนียวนุ่ม หอมอร่อย และมีประโยชน์, ซอสคุโรสุสูตรลับเฉพาะ ทำจากน้ำส้มสายชูสีดำที่มีกรดอะมิโนสูง 4 ชนิด, เมนูย่างถ่าน ที่เลือกใช้เฉพาะถ่านไม้ยูคาลิปตัส เพื่อช่วยดึงรสชาติของวัตถุดิบออกมาให้มากที่สุด ทำให้เนื้อยังคงความชุ่มฉ่ำ และหวานหอม, เส้นโซบะ ที่มาจากการโม่ด้วยหิน วิธีเฉพาะของโอโตยะ ช่วยคงรูปและรักษารสธรรมชาติของโซบะไว้แม้หลังลวกเส้นแล้ว รวมถึงเนื้อหมูและเนื้อไก่คัดพิเศษ ปราศจากยาปฏิชีวนะและสารต่างๆ ที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย

เห็นไหมคะว่า โอโตยะ พิถีพิถันทุกขั้นตอนจริงๆ กว่าจะออกมาเป็นเมนูแต่ละจาน และที่เราอยากแนะนำก็คือ Unagi Ju ข้าวหน้าปลาไหลย่างถ่าน, Kampachi Chirashi ข้าวหน้าปลาคัมปาจิชิราชิ เสิร์ฟพร้อมไข่หวานหั่นฝอย และต้มหอมญี่ปุ่น และที่ชอบมากๆ ก็คือ ทุกเมนูเต้าหู้ของที่นี่ เขาทำสดใหม่ทุกวัน จึงทำให้เนื้อเต้าหู้เนียน นุ่ม ไม่เหมือนที่ไหน

 

ASICS ฉลองครบรอบ 30

เท่ได้ทุกวัย! ASICS เปิดแคมเปญโฟโต้ชู้ต ฉลองครบรอบ 30 ปี รองเท้ารุ่นฮิต

เอสิคซ์ (ASICS) ฉลองครบรอบ 30 ปีของ GEL-LYTE III หนึ่งในโมเดลสุดไอคอนิกของแบรนด์ที่ได้รับความนิยมอย่างมาก ด้วยการนำเสนอผ่านแคมเปญสตรีทโฟโต้ชู้ต ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น โดยการนำ 3 ยูนิฟอร์มสุดคลาสสิกของชาวญี่ปุ่น อย่างชุดนักเรียน และชุดพนักงานออฟฟิศ (salarymen) ที่เรามักจะเห็นผู้คนสวมใส่ยูนิฟอร์มแบบครบชุดอยู่ตลอดเวลา รวมไปถึงผู้สูงอายุ ที่มักจะแต่งตัวอย่างเรียบง่าย โฟโต้ชู้ตนี้จึงได้เปลี่ยนภาพจากรองเท้าและยูนิฟอร์มดั้งเดิมที่มีรูปแบบและสีสันเรียบง่ายธรรมดา

โดยที่นำพวกเขามาจับคู่กับ ASICS GEL-LYTE III โมเดลรองเท้าที่ถูกพูดถึงในเรื่องของการฉีกกฎการดีไซน์ เพื่อมาถ่ายทอดผ่านภาพถ่ายของเด็กนักเรียน พนักงานออฟฟิศ และผู้สูงอายุ ซึ่งสวมใส่ ASICS GEL-LYTE III เพื่อมอบความรู้สึกที่แตกต่าง มีสีสัน และมีชีวิตชีวากว่าเดิม ด้วยการจับคู่ความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงของยูนิฟอร์มกับสนีกเกอร์อันโดดเด่น และยังนับว่าเป็นการสะท้อนถึงประวัติศาสตร์อันยาวนานและความน่าสนใจของ GEL-LYTE III สนีกเกอร์ที่ได้สร้างความโดดเด่นและฉีกกรอบสิ่งเดิมๆ

โฟโต้ชู้ตนี้เป็นส่วนหนึ่งในแคมเปญ “Go Against All Odds” แคมเปญที่นับได้ว่าเป็นความท้าท้ายของ ชิเงยูกิ มิทซึย (Shigeyuki Mitsui) ดีไซเนอร์ที่ออกแบบรองเท้ารุ่นนี้ อย่างที่หลายคนมักจะพูดอยู่ตลอดเวลาว่าดีไซน์ของเขานั้นเข้าถึงยาก ซับซ้อน และมีความท้าทายทางสุนทรียศาสตร์เป็นอย่างมาก แต่มิทซึยก็ได้พิสูจน์ตัวตนของเขาแล้ว เพราะในที่สุดหลังจากได้ทุ่มเทในการออกแบบรองเท้าคู่นี้ ก็เป็นที่พูดถึงและได้รับความนิยมอย่างมาก

ด้วยรูปลักษณ์ใหม่ที่ทำให้รองเท้าคู่นี้เป็นที่พูดถึงอย่าง ลิ้นของรองเท้าที่ถูกแบ่งเป็น 2 ส่วน รวมถึง GEL เทคโนโลยีที่นำมาไว้ที่พื้นรองเท้าที่มอบความสบายให้กับผู้สวมใส่  ASICS จึงได้นำสปิริตและความเป็นตัวของตัวเองของมิทซึย ที่กล้าจะมองข้ามกรอบประเพณีสู่สนีกเกอร์สตรีทสไตล์ มานำเสนอร่วมกับความทันสมัยของโตเกียวในยุคปัจจุบันผ่านแคมเปญโฟโต้ชู้ตนี้

ASICS GEL-LYTE III โมเดลคลาสสิก GREEN/YELLOW และ RED/BLACK วางจำหน่ายแล้ววันนี้ที่ ASICS ICONSIAM, Robinson, Supersports และ SEEK สำหรับ 2 โมเดลใหม่สี BLACK และสี GREY วางจำหน่ายที่ Carnival และ Robinson รวมถึงทางออนไลน์ที่ www.asics.com/th ในราคา 3,900 บาท

 

 

กระเป๋าแบรนด์เนม สี Classic Blue

แมทช์กับอะไรก็ดี! 12 กระเป๋าแบรนด์เนม สี Classic Blue แพนโทนประจำปี 2020

เลือกมาแบบเน้นๆ คัดมาแต่ใบสวยๆ สำหรับ กระเป๋าแบรนด์เนม สี Classic Blue ซึ่งเป็นสีแพนโทนประจำปี 2020 ที่สามารถหยิบใช้ได้ง่าย แมทช์กับอะไรก็เริ่ด

หลายคนคงรู้อยู่แล้วว่า สีประจำปี 2020 ก็คือ Classic blue นั่นเอง ซึ่งทาง Pantone ได้เผยสีตัวแทนของปี 2020 จากชาร์จหมายเลข 19-4052 Classic Blue (สีน้ำเงินคลาสสิก) ที่แสดงถึงความสงบ สง่า เรียบง่ายเหมือนท้องฟ้ายามค่ำคืน ความมั่นใจที่แสดงให้เห็นถึงยุคสมัยใหม่ และจากสีแพนโทนนี้ก็สามารถคาดเดาเทรนด์ได้เลยว่าในปี 2020 สีน้ำเงินคลาสสิกจะมาแรงสุดๆ และยังเป็นสีที่สามารถใช้ได้ตลอด ไม่มีเอ้าท์

เพื่อให้ตามทันเทรนด์ วันนี้ฮานะเลยอยากจะขอหยิบ กระเป๋าแบรนด์เนมสี Classic Blue มายั่วกิเลสคนรักกระเป๋ากันสักหน่อย แต่ก่อนจะไปชมกระเป๋าใบสวยๆ ต้องขอบอกก่อนว่า ราคาที่ทุกคนเห็นเป็นราคาที่มาจากการแปลงค่าเงินนะจ๊ะ เพราะฉะนั้นราคานี้จะไม่เท่ากับในช็อปเมืองไทย และหากใครชอบใบไหนก็อย่าลืมเช็คข้อมูลอื่นๆ ประกอบการตัดสินใจก่อนสอยกระเป๋ารับปีใหม่กันด้วยนะคะ

แมทช์กับอะไรก็ดี! 12 กระเป๋าแบรนด์เนม สี Classic Blue แพนโทนประจำปี 2020

กระเป๋าแบรนด์เนม สี Classic Blue
Fendi Baguette ราคาประมาณ 80,676 บาท
กระเป๋าแบรนด์เนม สี Classic Blue
Longchamp Mademoiselle ราคาประมาณ 45,500 บาท
กระเป๋าแบรนด์เนม สี Classic Blue
Chanel 19 Large Flap Bag ราคาประมาณ 149,717 บาท
กระเป๋าแบรนด์เนม สี Classic Blue
Chanel 19 Classic Handbag ราคาประมาณ 164,068 บาท
กระเป๋าแบรนด์เนม สี Classic Blue
Louis Vuitton Neverfull MM ราคาประมาณ 72,531 บาท
Chanel Small Vanity Case ราคาประมาณ 108,603 บาท
กระเป๋าแบรนด์เนม สี Classic Blue
Louis Vuitton Trunk Clutch ราคาประมาณ 105,500 บาท
กระเป๋าแบรนด์เนม สี Classic Blue
Dior 30 Montaigne Flap Bag ราคาประมาณ 106,663 บาท
กระเป๋าแบรนด์เนม สี Classic Blue
GucciGG Marmont Matelassé Shoulder Bag ราคาประมาณ 70,592 บาท
กระเป๋าแบรนด์เนม สี Classic Blue
Chloé Tess Bag ราคาประมาณ 55,768 บาท
กระเป๋าแบรนด์เนม สี Classic Blue
Dior Saddle Bag ราคาประมาณ 118,299 บาท
กระเป๋าแบรนด์เนม สี Classic Blue
Celine Teen Triomphe Bag ราคาประมาณ 117,850 บาท

ภาพและที่มา : www.she.com

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

แต่งเหมือนนัดกันมา! รวมชุดหางปลามาแรง บนพรมแดง ลูกโลกทองคำ ปี 2020

เหตุใด 6 ลุคนี้ของ ‘ดัชเชสเคท’ ถูกพูดถึงมากที่สุดในปี 2019

2019 ช็อกวงการแฟชั่น 5 ประเด็นดังสุดเศร้าของแบรนด์ระดับโลก

แรงมากแม่! กระเป๋าแบรนด์เนม แห่งปี 2019 มีดีอะไร ทำไมถึงฮ็อตที่สุด

เปิดคลังแสง! กระเป๋าแบรนด์เนม ไคลีย์ เจนเนอร์ รวมมูลค่ากว่า 30 ล้านบาท

ลิสต์เอาไว้! กระเป๋า Louis Vuitton 6 เฉดสีหวาน สวยละมุน ชวนเสียตังค์

เปิดโพย กระเป๋า Gucci 5 รุ่นดังน่าเปย์ ที่ควรมีอยู่ในคลังแสง

10 ผู้ทรงอิทธิพลด้านแฟชั่น ปี 2019 ดัชเชสเมแกนที่ 1 , ลิซ่า แซงไคลีย์ เจนเนอร์

มีเกินร้อยชิ้น! ปาล์ม-จิตติมา เซเลบสาวผู้หลงรัก แบรนด์ SIRIVANNAVARI

แฟชั่นสุดเอ็กซ์คลูซีฟ “ท่านผู้หญิงสิริกิติยา เจนเซน” สง่างามในลุคเวิร์คกิ้งวูแมน

พาลูกเที่ยว “วันเด็ก” อิ่ม เรียน เล่น กลางธรรมชาติ ที่ “สีสันแห่งดอยตุง” ครั้งที่ 6

ฉลอง “วันเด็กแห่งชาติ” ประจำปี 2563 มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ ชวนผู้ปกครองพาลูกหลานมาเรียนและเล่นในห้องเรียนธรรมชาติกับเทศกาล “สีสันแห่งดอยตุง ครั้งที่ 6” ในวันที่ 11-12 ม.ค.นี้ ณ โครงการพัฒนาดอยตุงฯ อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย โดยแบ่งออกเป็น 6 โซนยอดฮิตที่มาพร้อมกับความสนุกตื่นเต้น และเด็กที่อายุไม่เกิน 14 ปีเข้าชมฟรี พร้อมแจกขนมอร่อยอย่าง มาชเมลโล่ และไอติมหลอด ให้กินฟรีเช่นกัน

โดยเริ่มที่กิจกรรมแรกที่เด็กคนไหนมาต้องห้ามพลาด คือ สนามเด็กเล่นไม้ (DoiTung Playground) ที่เป็นมากกว่าของเล่นเด็ก เพราะนอกจากจะได้เพลิดเพลินและเสริมทักษะด้านประสาทสัมผัสและร่างกายในการปีนป่าย อาทิ สไลเดอร์ กิจกรรมแอดเวนเจอร์อย่าง มินิซิปไลน์สำหรับคุณหนู ปืนผาจำจองไซส์มินิ ไต่สะพานเชือก เป็นต้น

จากนั้นไปชมป่าของจริงกับกิจกรรม สะพานเดินเรือนยอดไม้ดอยตุงและซิปไลน์ (DoiTung Tree Top Walk & Zip Line) ที่เปิดให้เข้าฟรี เพื่อเอาใจเด็กๆ ที่รักและชอบเรียนรู้ธรรมชาติที่ยังสมบูรณ์ ไปพร้อมการผจญภัยสุดตื่นเต้นตลอดการเดินชมต้นไม้น้อยใหญ่ และต้นกาแฟที่อยู่แซมกับป่าได้อย่างลงตัวบนระยะทาง 297 เมตร ด้วยระบบเซฟตี้ที่ได้มาตรฐานอย่าง สลิงที่แข็งแรง รับน้ำหนักได้ถึง 100 กิโลกรัม ที่สำคัญมีเจ้าหน้าที่คอยให้การดูแลตลอดเส้นทาง

สำหรับเด็กๆ ที่ชอบความเร็วและท้าทายอากาศเย็นๆ ต้องฟอร์มูล่าดอย เพราะไม่ว่าวัยไหนก็เล่นได้ ไม่น่ากลัวอย่างที่คิด ที่นี่มีระบบเซฟตี้ หมวกกันน็อค สนับศอกและเข่า ตลอดจนเจ้าหน้าที่ดูแลอย่างใกล้ชิดเช่นกัน ในราคา 50 บาท แต่เพิ่มเติมความพิเศษเฉพาะวันเด็ก จาก 3 รอบเป็น 5 รอบ นอกจากนี้เล่นเสร็จยังมีถ้วยรางวัลไว้ให้ถ่ายรูปเป็นที่ระลึก สำหรับเด็กเก่งที่ขับฟอร์มูล่าดอยเข้าเส้นชัยอีกด้วย

นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมเอาใจน้องๆ ที่ชอบงานอาร์ตต้องการปลดปล่อยไอเดียกับ กิจกรรมเวิร์กชอปงานมือ ประดิษฐ์ตุ๊กตาจากมะเขือการ์ตูน สีเหลืองสด หน้าตาน่ารัก และจัดสวนถาด สวนขวดแก้ว ให้เด็กๆ ได้โชว์ความคิดสร้างสรรค์ทางศิลปะอย่างไร้ขีดจำกัด อยู่ในบริเวณซุ้มเกษตร ที่มีพี่ๆ เจ้าหน้าที่คอยช่วยแนะนำวิธีทำอย่างเป็นกันเอง นอกจากนี้ยังมีการสอน เพ้นท์กระเป๋าผ้า ทำการ์ดจากวัสดุธรรมชาติ ตลอดจนทดลองปั้นเซรามิค ที่บริเวณเวิร์กชอปงานมือ (Art & Craft Workshops) หรือหากเด็กคนไหนชอบเรื่องสิ่งแวดล้อม สามารถแวะชมบริเวณ Eco House ปั๊มจานใบตอง จากนวัตกรรมเครื่องปั๊มจานประดิษฐ์เครื่องจิ๋วแต่แจ๋ว ทำแล้วสามารถนำถ้วย จานใบตองกลับไปใช้ที่บ้านได้จริง

และพลาดไม่ได้กับ หัตถกรรมชนเผ่า โซนที่แฮปปี้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ที่มีสายเลือดของนักช้อปที่แท้จริง โดยผลิตภัณฑ์แต่ละชิ้นแฝงไปด้วยศิลปวัฒนธรรมและความคิดสร้างสรรค์จากฝีมือของนักเรียนระดับชั้นม.1-6 บนดอยตุง โดยปีนี้มี 2 โรงเรียน ได้แก่ โรงเรียนห้วยไร่สามัคคี และโรงเรียนอนุบาลแม่ฟ้าหลวง ที่ใช้โอกาสและพื้นที่ในเทศกาล สีสันแห่งดอยตุง นำกระเป๋าผ้า หลากดีไซน์หลายขนาด ทำจากเศษผ้าทอ เส้นฝ้ายที่เหลือจากการตัดเย็บจากแบรนด์ดอยตุง ในโครงการพัฒนาดอยตุงฯ แอคเซสเซอรี่อื่นๆ ที่ทำจากเศษผ้า ตลอดจนวัสดุเหลือใช้ จะได้ไม่เกิดขยะ เช่น เสื้อคลุม ยางรัดผม พวงกุญแจ ต่างหู กระเป๋าตังค์ ที่เก็บสายโทรศัพท์(Cable Clip) มาจำหน่าย ถือเป็นการสนับสนุน ขยายโอกาสและสร้างรายได้ให้เด็กนักเรียนในท้องถิ่น

จากนั้นปิดท้ายทริปวันเด็กกันที่ สวนรุกขชาติแม่ฟ้าหลวง (ดอยช้างมูบ) ที่ตั้งของจุดที่เรียกว่า “สะดือ” เทือกเขานางนอน จุดที่สูงที่สุดของแนวเทือกเขานี้ นอกจากเป็นจุดชมวิวระหว่างประเทศไทยและพม่าแล้ว บนดอยช้างมูบยังมีกิจกรรมให้เด็กๆ ได้ทำและเรียนรู้มากมาย จากไกด์เด็ก ที่จะพาเดินชมดอกไม้เมืองหนาวกว่า 20 สายพันธุ์ อาทิ ลูกปัดออสเตรเลีย หญ้าหอม อาซาเลีย บอนยักษ์ นางพญาเสือโคร่ง ที่ออกดอกบานสะพรั่ง มีทั้งสีชมพูและขาวทั่วบริเวณช้างมูบ มีให้ชมแค่ช่วง ธ.ค. – ม.ค. นี้เท่านั้น, ดอกอาจูก้า สีม่วง สีขาวและชมพู แมลงนานาชนิดและนกปีกแพรเขียว นกเดินดงอกลายและนกเดินดงน้ำตาลแดง ที่เพิ่งหนีหนาวจากประเทศจีนมาอยู่บริเวณลานหินพิศวง ดอยช้างมูบเป็นครั้งแรก

นอกจากนี้ยังมี “คาเฟ่ใฝ่ดี” โดยบาริสต้าตัวจิ๋ว ที่จะมาชงชา กาแฟให้ดื่มคลายหนาว เมื่อกลับจากดอยช้างมูบ รับรองว่าเด็กๆ ได้แรงบันดาลใจเกี่ยวกับอาชีพในฝัน แบบไม่ต้องรอให้โตก่อนแล้วค่อยคิดก็เป็นได้   เปิดทำการทุกวัน จันทร์-ศุกร์

ไดเอท

5 เมนูอาหารปรับธาตุ นอกจากความอร่อยยังช่วย ไดเอท และชะลอวัยอีกด้วย

ในช่วงปรับเปลี่ยนฤดูอาจส่งผลต่อการเสียสมดุลธาตุในร่างกายทั้ง 4 คือธาตุดิน น้ำ ลม ไฟ ได้ จนทำให้เกิดอาการเจ็บป่วย ซึ่งพออากาศเปลี่ยน ยิ่งเดี๋ยวร้อนเดี๋ยวเย็นส่วนใหญ่การเจ็บป่วยมักเกี่ยวกับธาตุน้ำในร่างกาย เพราะสภาพอากาศที่เย็นและแห้ง จึงทำให้ร่างกายขาดสมดุล อาการที่แสดงให้เห็นว่าร่างกายขาดสมดุล เช่น อาการคอแห้ง เจ็บคอ มีเสมหะ น้ำมูกไหล ผิวแห้งแตกเป็นขุย เมนูอาหารที่ช่วยปรับธาตุช่วงที่อากาศเย็น ควรทานอาหารที่มีส่วนผสมของสมุนไพร จำพวกที่มีรสเปรี้ยวและเผ็ดร้อน ซึ่งจะช่วยให้ร่างกายมีความอบอุ่นขึ้น กระตุ้นการไหลเวียนเลือด แพรวดอทคอม จึงขอแนะนำเมนูอาหารไทยที่นำสมุนไพรนานาชนิดมาเป็นส่วนประกอบในการปรุง โดยอาหารประเภทยำและตำต่างๆ จะมีสมุนไพรอยู่หลายชนิด และยังเป็นอาหารที่เหมาะสำหรับการปรับธาตุช่วงที่อากาศเย็นด้วย ที่สำคัญเป็นอาหารที่ช่วย ไดเอท ไปด้วยในตัว กินแล้วไม่อ้วน แถมแซ่บ หุ่นดี มีอะไรบ้างนะ

5 เมนูอาหารปรับธาตุ นอกจากความอร่อยยังช่วย ไดเอท และชะลอวัยอีกด้วย

ไดเอท
ยำส้มโอ
  • ยำตะไคร้ มีตะไคร้ซอยเป็นส่วนผสม ตะไคร้มีคุณสมบัติช่วยแก้ และบรรเทาอาการหวัด อีกทั้งยังเป็นยาบำรุงธาตุไฟอย่างดี นำมาคลุกกับน้ำยำรสแซ่บ ที่ให้ความเผ็ดจากพริกซึ่งมีประโยชน์ช่วยต้านอนุมูลอิสระ ชะลอวัย และความเปรี้ยวของมะนาวยังทำให้ยิ่งเจริญอาหารมากขึ้น
  • ลาบทอดสมุนไพร เมนูนี้รวมสุดยอดสมุนไพรทั้ง หอมแดง ผักชี ผักชีฝรั่ง ใบมะกรูดซอย พริกป่น พริกแห้ง มะนาว มาคลุกเคล้าให้เข้ากัน โดยมีส่วนผสมของหอมแดงที่โดดเด่นที่มีสารอาหารที่ช่วยแก้อาการหวัดคัดจมูก และช่วยรักษาโรคหวัดได้
ไดเอท
ยำมะม่วง
  • ยำมะม่วง รสชาติเปรี้ยวเผ็ด มะม่วงเป็นผลไม้รสเปรี้ยวที่มีวิตามินสูง มีสารต้านอนุมูลอิสระ อีกทั้งยังช่วยปรับสมดุลในร่างกายให้ทำงานเป็นปกติ ความเผ็ดร้อนของพริกช่วยบรรเทาอาการไอ ไข้หวัด ลดน้ำมูก และเสมหะได้ด้วย
  • ยำแหนม ขิงในยำแหนม มีสรรพคุณช่วยรักษาโรคหวัด และยังช่วยบรรเทาอาการไข้สูงได้อีกด้วย อีกทั้งยังโรยหน้าด้วยใบสะระแหน่ ที่ช่วยเพิ่มความหอมเย็นแบบอโรมา อีกทั้งสะระแหน่ยังเป็นสมุนไพรแบบยาเย็น ดับร้อน และขับเหงื่อในร่างกาย
  • ยำส้มโอ เป็นยำส้มโอแบบโบราณครบเครื่องแบบชาววัง ใส่มะพร้าวคั่ว เพิ่มรสชาติและความกลมกล่อมของอาหาร ส้มโอมีวิตามินซีสูง และช่วยแก้อาการไอ มีเสมหะได้ดี และยังเพิ่มกลิ่นเย็นๆ ของใบมะกรูด
ไดเอท
tea

อีกทั้งการดื่มน้ำสมุนไพร จำพวกชายังช่วยบำรุงสุขภาพปรับสมดุลในร่างกาย ชาที่แนะนำ คือ

  • ชาตะไคร้ร้อน ช่วยบำรุงธาตุไฟเพิ่มความอบอุ่นให้กับร่างกาย
  • ชาขิงร้อน ช่วยแก้ปวดไมเกรนในช่วงอากาศเปลี่ยนแปลงได้ดี
  • ชาฝาง ช่วยบำรุงโลหิต ทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง ในช่วงที่ต้องเผชิญกับอากาศที่แห้งขึ้น
  • ชาเก๊กฮวย ช่วยขับเหงื่อและบำรุงโลหิต

และนี่ก็คือทางเลือกในการดูแลสุขภาพด้วยอาหารที่ทำจากสมุนไพรที่มีมานาน อีกทั้งอาหารประเภทยำและตำยังเป็นรสชาติที่คนไทยคุ้นเคย นอกจากเรื่องความอร่อยก็ยังช่วยต้านอนุมูลอิสระ และสาวๆ ที่คุมน้ำหนักส่วนใหญ่ก็นิยมกินอาหารประเภทตำและยำมากด้วย รู้อย่างนี้แล้วอย่าลืมหามาหม่ำกันนะคะ


ขอขอบคุณข้อมูลจากร้าน ยำแอนด์ตำ ชั้น G ไลฟ์เซ็นเตอร์ (คิวเฮ้าส์ ลุมพินี)
ภาพ : Pexels

 

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

หล่อแถมซิกแพคน่าลูบ “แบรี่-ณเดชน์ คูกิมิยะ” แชร์ทริคฟิตหุ่น บวกดูแลผิวครบสูตร

3 กฎเหล็กสำหรับ ไดเอท ที่สาวอยากหุ่นโป๊ะเชะ สุขภาพเป๊ะ ต้องทำตาม!

อร่อยแบบ 0 แคลอรี่ด้วย วิธีลดน้ำหนัก ง่ายๆ ที่ไม่ใช่กินเข้าไปแล้วคายออกมา!

กิน “ข้าวโพด” ช่วยลดอาการบวมน้ำได้จริงหรือไม่ และมีประโยชน์อะไรอีกบ้าง

แค่กินเป็นก็ไม่อ้วน! เปิดสูตรลับอาหารเร่งเผาผลาญ เพิ่มพลัง แต่ไม่เพิ่มน้ำหนัก

วิธีรับมือการถูก “บูลลี่” ในสังคมที่ไม่ใช่แค่โลกไซเบอร์ แต่ทุกที่ในชีวิตประจำวัน

หิวหรืออยากกันแน่! 5 ทริคปราบปรามความอยากอาหาร เพราะหลุมพรางอยู่ที่ปาก

รีบแก้ก่อนทรุด! เปิดสาเหตุความเครียดจากโรคอ้วน เพราะอะไร พร้อมวิธีแก้

“เส้นใยอาหาร” ตัวช่วยลดน้ำหนัก เพื่อหุ่นเซี๊ยะ ผิวใส ขับถ่ายคล่องปรื๊ด!

แชร์ 5 ความลับสุขภาพดีที่ไม่ควรมองข้าม เพื่อร่างกายแข็งแรงในวัยที่เพิ่มขึ้น

3 ทางออกสุดเวิร์ครับมือหิวมื้อดึก รับรองว่าส่วนไหนที่เคยแฟตจะกลายเป็นฟิต!

 ทีมไดเอท กินผลไม้มาก อ้วนนะจะบอกให้! แนะ 3 ทริคหม่ำผลไม้ให้หุ่นสวย ผิวดี

รู้ทัน 3 อ. ตัวการพังแผน ไดเอท พร้อมทริคหุ่นดีแบบกินอิ่ม..ไม่ต้องอด!

เทรนด์สุขภาพดี 2020 เน้นไดเอทสไตล์แพลนต์เบส ฟิตหุ่นแบบฟังก์ชันนัล เทรนนิ่ง

 

 

ชุดไทยเรือนต้น

เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี เสด็จลำพูน พระสิริโฉมงดงามในชุดไทยเรือนต้น

เมื่อวันที่ 6 มกราคม 2563 เวลา 14.22 น. สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จไปยังสถาบันผ้าทอมือหริภุญชัย ซึ่งเป็นศูนย์กลางผ้าไหมยกดอกของจังหวัดลำพูน และเป็นสถานที่รวบรวมองค์ความรู้ด้านการทอผ้าของชาวลำพูน ที่มีประวัติความเป็นมายาวนานและมีเอกลักษณ์โดดเด่นให้คงอยู่สืบไป

ชุดไทยเรือนต้น

ในการนี้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ได้ทอดพระเนตรการทอผ้าท้องถิ่นด้วยเทคนิคและลวดลายต่างๆ อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของผ้าไหมยกดอกลำพูน เช่น ลายดอกมะลิซ้อนสอดเกสร ลายเงี้ยวประยุกต์ และลายดอกฝิ่น ซึ่งเป็นการใช้เทคนิคการทอยกลวดลายให้สูงกว่าผืนผ้า จึงเป็นที่มาของคำว่ายก ซึ่งมีลักษณะการทอเส้นไหมเชิดขึ้น เรียกว่ายก และเส้นไหมที่จมลง เรียกว่าข่ม แล้วพุ่งกระสวยเข้าไประหว่างกลาง โดยจะเลือกยกบางเส้นและข่มบางเส้นไว้ เพื่อให้เกิดเป็นลวดลายที่โดดเด่นงดงามขึ้นมา

ชุดไทยเรือนต้น

อีกทั้งทอดพระเนตรนิทรรศการชุดไทยพระราชนิยม ผ้าไหมยกดอก และผ้าหายากในล้านนา รวมถึงนิทรรศการการแต่งกายของเจ้านายฝ่ายเหนือในอดีต ซึ่งกรมทรัพย์สินทางปัญญาได้ประกาศให้ผ้าไหมยกดอกลำพูนเป็นผ้าไหมประเภทแรกของโลก ที่ได้รับการขึ้นทะเบียน GI ในประเทศไทย เมื่อปี 2550 นอกจากนี้ยังได้รับการขึ้นทะเบียนในประเทศอินโดนีเซียและอินเดียด้วย

ชุดไทยเรือนต้น

จากนั้น เสด็จไปยังหอประชุมสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ เพื่อทอดพระเนตรผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นภาคเหนือ 17 จังหวัด พร้อมพระราชทานคำแนะนำแก่ผู้ประกอบการ เพื่อนำไปต่อยอดพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีความน่าสนใจมากยิ่งขึ้น ตามพระประสงค์ของการเสด็จไปทอดพระเนตรการทอผ้าท้องถิ่นของจังหวัดลำพูน และผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นภาคเหนือในครั้งนี้ ซึ่งทรงมีพระประสงค์ที่จะยกระดับสินค้าพื้นเมืองภาคเหนือให้เป็นที่รู้จัก และสามารถเพิ่มช่องทางการจำหน่ายที่มากขึ้น

ชุดไทยเรือนต้น

นอกจากพระปณิธานที่สร้างความปลื้มปิติและความสำนึกในพระกรุณาธิคุณแก่พสกนิกรแล้ว อีกหนึ่งความปลาบปลื้มใจคือการที่ได้เห็น สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงมีพระสิริโฉมงดงามในฉลองพระองค์ชุดไทยเรือนต้น ที่ตัดเย็บจากผ้าไหมสีม่วง และผ้าซิ่นเงี้ยวของลำพูน พร้อมห่มทับด้วยสไบแพรผ้าชีฟอง

ชุดไทยเรือนต้น

ชุดไทยเรือนต้น


 

ภาพ : นิตยสารแพรว

 

ติดตามบทความอื่นๆ ได้ที่

พระจริยวัตรเรียบง่ายสไตล์ ‘เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี’ ทรงเก็บผักสวนครัวมาปรุงเมนูอร่อย

แค่เห็นก็ปลื้มใจ! เจลแอลกอฮอล์พระราชทาน ฝีพระหัตถ์ ‘เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา’

ทรงห่วงใย ‘เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี’ เสด็จเยี่ยมแพทย์-พยาบาลด้วยพระองค์เอง

สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอฯ พระราชทานเครื่องช่วยหายใจ ช่วยแนวหน้าสู้โควิด-19

‘ปิ่นโต-กระจก’ หุ่นยนต์พระราชทานจาก ‘กรมสมเด็จพระเทพฯ’ ช่วย 73 โรงพยาบาล

ทรงห่วงประชาชน พระองค์เจ้าโสมสวลี – เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา พระราชทานสเปรย์แอลกอฮอล์

คุณหมอโพสต์แทนใจ หลังได้รับพระราชทานของบางสิ่งจาก ‘กรมสมเด็จพระเทพฯ’

ขายพืชผักราคาถูกเพื่อช่วยเหลือประชาชน พระราชกระแสใน ‘กรมสมเด็จพระเทพฯ’

‘อยู่ที่อารมณ์ล้วนๆ ว่า จะคืนดีกับแฟนเก่าหรือเปล่า’ ดูดวงรายวัน 7 มกราคม 2563

ดูดวงรายวัน 7 มกราคม 2563 #หมอปุ้ยพยากรณ์ เช็กทุกวัน เป๊ะปังทุกดวง ทั้งการงาน การเงิน ความรัก และสุขภาพ

ผู้ที่เกิดวันอาทิตย์

การงาน :  สำหรับผู้ที่อยู่ในสายครูบาอาจารย์ นักวิชาการ หรือโค้ชชิ่งที่ต้องอบรมสัมมนา วันนี้คุณอาจได้ร่วมงานกับคนที่ไม่น่าจะร่วมงานกันได้ เพราะฉะนั้นไม่ว่าคุณจะพูดอะไร เขาก็แย้งหมดทุกเรื่อง ก็ไม่ต้องไปสนใจ ทุ่มเทกับงานอย่างเดียวก็พอ ให้พิสูจน์ด้วยผลงานแล้วกัน

การเงิน :  รายได้หลักมาจากงานประจำ หากคิดจะลงทุนก็ไม่ควรทุ่มทีเดียวหมด เพราะมีความเสี่ยงที่อาจเป็นหนี้ก้อนใหญ่

ความรัก : วันนี้คุณก็ยังมีความคิดเห็นขัดแย้งกัน เพราะฉะนั้นหลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้กัน ทำงานหนักก็เป็นทางออกที่ดี หรือไม่ก็ปลีกวิเวกอยู่กับตำรับตำรา หรือเข้าห้องพระสวดมนต์ก็โอเค   คนโสด ผู้ใหญ่อาจนัดเดทให้ แต่กลายเป็นว่าศรศิลป์ไม่กินกัน ไม่ว่าจะคุยกันเรื่องใดก็มีแต่ขัดแย้ง วันนี้อยู่คนเดียวน่าจะดีกว่า

สุขภาพ :  ระวังความเครียดลงกระเพาะ ระบบย่อยอาหารแปรปรวน มีอาการปวดและเสียดท้อง

 

ผู้ที่เกิดวันจันทร์

การงาน : คุณอาจตกอยู่ท่ามกลางการแก่งแย่งชิงดีชิงเด่น ไม่ว่าจะเป็นหน้าที่การงาน หรือผลประโยชน์อย่างเอาเป็นเอาตาย ซึ่งต้องระวังอย่างมาก เพราะวันนี้คุณอาจแพ้ ทำให้ต้องปิดจ็อบงาน แต่แค่เพียงบางจ็อบ ไม่ใช่ทั้งหมด ซึ่งคุณเป็นคนเก่ง มีความรู้ความสามารถ และมีบารมี สามารถเริ่มต้นใหม่ได้ไม่ยาก

การเงิน :  ไม่ควรทุ่มลงทุนด้วยเงินก้อนใหญ่ โดยที่ยังไม่เห็นผลตอบแทน เพราะวันนี้อาจไม่ใช่วันของคุณ ทำให้เป็นหนี้สินก้อนใหญ่

ความรัก :  ไม่ควรเอาชนะ หรือมีปากเสียงกัน เพราะเสี่ยงต่อการปิดฉากความรักความสัมพันธ์ลงอย่างง่ายๆ เลย คนโสด วันนี้คุณ lucky in game…unlucky in love คุณเป็นผู้หญิงเก่งมีบารมีสูง แต่อาจพ่ายแพ้เรื่องความรัก อาจต้องยอมจบ ปิดจ็อบ

สุขภาพ : ไม่ควรหักโหมทำงานจนหามรุ่งหามค่ำ เพราะจะทำให้ร่างกายอ่อนเพลีย ถึงกับล้มหมอนนอนเสื่อ รวมทั้งอาจเกิดอุบัติเหตุจากการทะเลาะวิวาท

 

ผู้ที่เกิดวันอังคาร

การงาน  : คุณก็ยังคงความสตรอง ลุยเดี่ยว โดยไม่รับฟังความคิดเห็นจากใครเลย วันนี้การตัดสินใจที่เฉียบขาด แต่ขาดข้อมูลที่ดี อาจทำให้คุณต้องถูกพิจารณางาน ก็ไม่ควรคิดหรือจินตนาการไปมากกว่าสิ่งที่เห็น ตรงกันข้ามควรใจเย็น และระวังคำพูดจะดีกว่า

การเงิน :  คุณอาจร้อนเงิน ต้องเร่งหมุนเงินทุกวิถีทาง ระวังเงินที่ได้มาอาจกลายเป็นเงินร้อนที่อยู่กับตัวไม่นาน จึงไม่ควรเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเงินที่ได้มาอย่างไม่ถูกต้อง

ความรัก : ช่วงนี้คู่คุณอาจสนุกเพลิดเพลินกับการดื่มกินสังสรรค์ปาร์ตี้มากเป็นพิเศษ ก็ไม่ควรคิดฟุ้งไปไกล เพราะอาจทำให้คุณคิดทำบางสิ่งบางอย่างเพื่อเป็นการประชด ซึ่งไม่น่าจะเป็นทางออกที่ดี คนโสด คนรักเก่าอาจกลับมาขอคืนดี ซึ่งวันนี้ขึ้นอยู่กับอารมณ์คุณอย่างเดียวเลย เพราะแม้คุณจะรู้ว่าเขากลับมาเพื่อหวังแค่ตัวคุณ แต่หากคุณพอใจ คุณก็ไม่แคร์

สุขภาพ : ควรรับประทานอาหาร ผัก ผลไม้ที่ช่วยในการบำรุงเลือด เพราะอาจป่วยเป็นโรคที่เกี่ยวกับระบบเลือด รวมถึงความดัน  

 

ผู้ที่เกิดวันพุธ

การงาน : หากคุณกำลังสอบแข่งขัน หรือกำลังเข้าสู่การประมูลงานในกิจการที่เกี่ยวกับความสวยงาม หรือเป็นธุรกิจที่มีน้ำเข้ามาเกี่ยวข้อง โดยมีเพื่อนร่วมหุ้นเป็นผู้หญิง วันนี้คุณคาดหวังความสำเร็จอย่างแรงกล้า โดยไม่คิดถึงความถูกต้องชอบธรรมเลย จึงควรทุ่มเทให้กับการทำงานมากขึ้น เรียกว่าอาจไม่มีเวลาคิดถึงความเป็นส่วนตัวเลย

การเงิน :  อาจได้รับเงินพิเศษจากจ็อบพิเศษ ซึ่งคุณก็มีความเป็นไปได้ที่จะช็อปจนเกินเงินที่ได้มา

ความรัก : วันนี้ความสัมพันธ์ระหว่างญาติผู้หญิงในครอบครัว มีการเอาชนะชิงดีชิงเด่นกันอย่างรุนแรงมาก จึงเป็นสาเหตุให้คุณทำงานหนักมากกว่าให้เวลากับครอบครัว เพื่อไม่ให้เป็นรองใคร คนโสด คุณอาจเลือกทางออกที่ดีให้กับตัวเอง ด้วยการคบเพื่อนหญิงคนสนิทมากกว่าคบแฟน

สุขภาพ : ระวังระบบหมุนเวียนน้ำในร่างกาย เช่น น้ำเหลือง น้ำย่อย น้ำเลือด จนถึงน้ำในหู อาจมีปัญหา

 

ผู้ที่เกิดวันพฤหัสบดี

การงาน : สำหรับผู้ที่อยู่ในสายครูบาอาจารย์ นักวิชาการ โค้ชชิ่งที่ต้องอบรมสัมมนา วันนี้คุณอาจทำงานหนัก เพราะนอกจากงานของตัวเองแล้ว ยังต้องช่วยเหลืองานคนอื่นด้วย แต่คุณจะไม่เหนื่อยฟรี เพราะผลตอบแทนที่ได้รับกลับมาคุ้มค่ามาก

การเงิน : คุณอาจมีรายได้หลักจากงานประจำ แต่วันนี้อาจได้เงินพิเศษจากการซื้อขายที่ดิน ผลผลิตทางการเกษตร แต่ก็ระวังอาจมีญาติสนิทมิตรสหายมาขอความช่วยเหลือ

ความรัก : ผู้ใหญ่อาจเข้ามาไกล่เกลี่ยจนสถานการณ์ในครอบครัวเข้าสู่ภาวะปกติ วันนี้คุณได้รับการดูแลเอาใจใส่จากครอบครัวเป็นอย่างดี แต่หากไม่อยากให้ปะทุขึ้นมาอีก ควรลดความหึงหวง หรือการเรียกร้องความสนใจลง คนโสด คุณมีเสน่ห์มาก และก็หึงหวงมากเช่นกัน ตรงนี้คืออุปสรรคสำคัญที่จะทำให้เสน่ห์ของคุณลดลง

สุขภาพ : ระวังเรื่องการรับประทานอาหารด้วย อาจทำให้น้ำหนักขึ้นอย่างไม่มีคุณภาพ เพราะไขมันอาจทำให้ระบบหมุนเวียนเลือดมีปัญหา

 

ผู้ที่เกิดวันศุกร์

การงาน :  ความสำเร็จในวันนี้ไม่ได้มาด้วยความบังเอิญ แต่ต้องแลกมาด้วยพลังกายพลังใจที่เข้มแข็ง เพราะการติดต่อประสานงานอาจเกิดปัญหาที่ยากจะแก้ไขได้อย่างทันท่วงที เพื่อนร่วมงาน หรือคนใกล้ตัวอาจเป็นหนอนบ่อนไส้ เสียบผลงานหรือความดีความชอบแทนคุณ รวมถึงระวังผู้ที่ติดต่องานด้วยอาจไม่จริงใจ

การเงิน : อาจมีการทะเลาะกันเรื่องผลประโยชน์ไม่ลงตัว อาจถูกขโมยทรัพย์สิน หรือถูกลูกหนี้ชักดาบ

ความรัก : เป็นแฟมิลี่แมนได้เพียงแค่วันเดียว คู่คุณก็อาจกลับมาเจ้าชู้เหมือนเดิม วันนี้คุณอาจจับได้ว่าเขามีพฤติกรรมไม่น่าไว้วางใจ หลอกลวงคุณ ก็ควรคุยกันให้เคลียร์ว่า จะยังมีกันต่อหรือเปล่า คนโสด เด็กหนุ่มที่คุณหมายปองอยู่ แม้จะจิตใจดี ช่วยเหลือสนับสนุนหน้าที่การงานคุณทุกอย่าง แต่เหมือนมีมุมที่คุณยังเข้าไม่ถึง ซึ่งวันนี้คุณอาจได้พบมุมนั้นแล้ว เพราะแฟนเขามาแสดงตัวกับคุณ

สุขภาพ : ปกติคุณรักษาสุขภาพตัวเองอย่างดี แต่วันนี้อาจพลาดตรงที่รับเชื้อจากบุคคลอื่น แล้วตอนนี้มีเชื้อน่ากลัวที่กำลังแพร่ระบาดเสียด้วย จึงควรคาดหน้ากากอนามัยไว้ตลอดเวลาเข้าสู่ย่านชุมชน

 

ผู้ที่เกิดวันเสาร์

การงาน  : คุณอาจกำลังคิดที่จะก่อร่างสร้างตัว ด้วยการร่วมหุ้นกับเพื่อนสนิทผู้หญิงทำงานด้านการตกแต่งอาคาร หรืองานช่างฝีมือ ซึ่งเกี่ยวกับความสวยงาม อาจเป็นช่างทำผม ตัดเสื้อ หรือจัดดอกไม้ แกะสลักผักผลไม้ ประมาณนี้ แต่ในระยะเริ่มต้นควรลงทุนแต่พอตัว อย่าเพิ่งทุ่มทุน

การเงิน : อาจหมดกับการซื้อความสุขให้ตัวเองอย่างไม่ยั้ง ก็ควรเก็บเงินไว้บ้าง เงินทองหายากขึ้นทุกวัน

ความรัก : คุณอาจกำลังมีโครงการหรือวางแผนกับบรรดาญาติพี่น้องที่เป็นผู้หญิงว่า อยากขยับขยายที่อยู่อาศัยใหม่ หรือตกแต่งซ่อมแซมบ้านใหม่รับขึ้นปีใหม่ ก็ควรทำแต่พอดีๆ ไม่เช่นนั้นงบอาจบานปลาย คนโสด คุณอาจขยับขยายที่อยู่อาศัยไปใช้ชีวิตอยู่กับเพื่อนหญิงคนสนิท มีความสุขกันอย่างพอเพียง

สุขภาพ : นั่งทำงานท่าเดิมเป็นเวลานาน จนปวดตึงบริเวณแนวกระดูกสันหลัง ควรลุกเปลี่ยนอิริยาบถบ้าง หรือไม่ก็นัดนวดด่วนๆ

เช็กดวงย้อนหลังได้ที่นี่

ปีชวด ยอมชวดเรื่องแฟน ดีกว่าชวดเรื่องเงิน!!! ดูดวงรายวัน 4 มกราคม 2563

จากเพื่อนสนิทกลายเป็นคู่แข่งหัวใจ คบเด็กคนเดียวกัน ดูดวงรายวัน 5 มกราคม 2563

ระวัง!! แอบซ่อนใครไว้ วันนี้เจ้าของเขามาตามคืน ดูดวงรายวัน 6 มกราคม 2563

Crash Landing on You

Crash Landing on You จะเป็นโปรเจ็กต์พบรักของ ฮยอนบิน – ซนเยจิน หรือไม่?

แท็บลอยด์ลือสนั่น! ซีรีส์ดัง Crash Landing on You จะเป็นโปรเจ็กต์พบรักของ พระเอกฮ็อต ฮยอนบิน และ ซนเยจิน นางเอกดังเจ้าของฉายารักแรกแห่งชาติ หรือไม่?

Crash Landing on You

ไม่ใช่แค่คู่ขวัญพระเอก-นางเอกเมืองไทยเท่านั้น ที่หลงสายตากันจนกลายเป็นคู่รักจริงๆ เพราะซีรีส์เกาหลีเองก็มีคู่หลายคู่ที่ปิ๊งรักกันในกองถ่าย อย่างเช่น อีโบยอง – จีซอง จากเรื่อง “Save the Last Dance”, “จูซังอุค – ชาเยรยอน” จากเรื่อง “Glamorous Temptation” รวมถึงอดีตคู่รักคนดังที่เลิกรากันไปแล้วอย่าง “ซงฮเยคโย – ซงจุงกิ” และ “คูฮเยซอน-อันแจฮยอน”

แต่ที่น่าจับตามองมากที่สุดในนาทีนี้ คงหนีไม่พ้นคู่ขวัญจากเรื่อง Crash Landing on You นางเอกเกาหลี ในดวงใจหนุ่มๆ เจ้าของฉายารักแรกแห่งชาติ  “ซนเยจิน”  กับพระเอกขวัญใจสาวๆ ทั่วเอเชีย “ฮยอนบิน” ที่ตกเป็นข่าวด้วยกันมาตั้งแต่ปีที่แล้ว จากการร่วมงานกันในภาพยนตร์เรื่อง “The Negotiation”

Crash Landing on You

อย่างที่บอกไปนอกจากเคมีคู่ที่ส่งให้แฟนคลับได้จิ้นในจอแล้ว นอกจอทั้งสองยังสนิทสนิทกันมาก แถมยังมีภาพมุ้งมิ้งออกมาให้แฟนคลับได้เห็นกันอย่างต่อเนื่อง ถ่ายภาพร่วมกันผ่านแอพพลิเคชั่น เติมเขาบนศีรษะ (อะไม่เท่าไหร่) แต่เติมรูปหัวใจนี่แหละที่เป็นประเด็นจนนึกสงสัย (เอ๊ะ! ยังไงกันแน่?) ขณะเดียวกันก็มีภาพถ่ายปาปารัสซี่ ที่ซูเปอร์มาเก็ตแห่งหนึ่งในนครลอสแอนเจลิสออกมาสำทับ กลายเป็นประเด็นร้อนให้นักข่าวทุกสำนักต้องออกมาสืบค้น

ทำให้เมื่อปีที่แล้วต้นสังกัดของทั้งคู่ได้ออกมาปฏิเสธเสียงแข็งกับข่าวลือการคบหากันถึง 2 ครั้ง โดยเฉพาะข่าวเกี่ยวกับภาพปาปารัสซี่นั้น ต้นสังกัดของนักแสดงหนุ่มได้ชี้แจงว่า พวกเขาไม่ได้ไปด้วยกัน ซนเยจินบินไปที่นั่นก่อนฮยอนบิน ทั้งคู่มีคนรู้จักคนเดียวกันจึงนัดพร้อมกันเลยทำให้เกิดการเข้าใจผิด

แต่ว่าการปฏิเสธนั้นไม่ได้ทำให้ข่าวลือลดลงเลย ยิ่งเมื่อละครเรื่องใหม่ของพวกเขาได้ฤกษ์ออกอากาศ ผู้คนต่างชื่นชอบทั้งคู่ในบทบาทของ ยุนเซรี (ซนเยจิน) และ ผู้กองรีจองฮยอก (ฮยอนบิน) เป็นอย่างมากกลายเป็นคู่ขวัญที่ผู้คนชื่นชอบมากที่สุดในนาทีนี้

Crash Landing on You

อย่างไรก็ตามเมื่อไม่นานมานี้ได้มีข่าวลือใหญ่ออกมาอีกครั้งว่าทั้งคู่กำลังออกเดทและจะแต่งงานกันหลังจากที่ละครเรื่องนี้จบลง ซึ่งข่าวนี้ทำให้แฟนๆ รู้สึกตกใจเป็นอย่างมาก แต่ว่าล่าสุดตัวแทนของซนเยจินและฮยอนบินได้ออกมาปฏิเสธเป็นที่เรียบร้อย พร้อมกับชี้แจงว่าข่าวนี้เป็นเรื่องไร้สาระ ซนเยจินและฮยอนบินได้รับการตอบรับดีมากๆ จากละครของพวกเขา แต่ว่านั่นก็อาจทำให้หลายคนเข้าใจผิดได้

สำหรับคู่นี้ถือเป็นพระเอก-นางเอกที่ออกมาโต้ข่าวรักนอกจอหลายรอบมากๆ แต่ก็ยังจะมีข่าวซุบซิบจากแท็บลอยด์ออกมาอย่างไม่ขาดสาย เอาเป็นว่านอกจากการออกมาชี้แจงแล้ว ต่อจากนี้ก็คงต้องใช้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์อีกหนึ่งวิธี


ข้อมูลจาก : NAVER  www.allkpop.com

สามารถติดตามอ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติมได้ที่นี่

กระหน่ำความหวานฆ่าคนโสด รวมประโยคคนดังบอก รักแฟน

กลั้นน้ำตาเอาไว้! โปรยช็อตหวาน “ซงซงคัพเพิล” อุ่นเครื่องก่อนชมทั้งคู่สวีทจริงในงานแต่ง

หลงรักนูน่า! เปิด 4 หนุ่มเกาหลี แพ้เสน่ห์สาวอายุมากกว่า ปลูกต้นรักหวานจนน่าอิจฉา

ย้อนรอยความหวาน คูฮเยซอน – อันแจฮยอน ก่อนปิดตำนานคู่รักสะท้านกรุงโซล

ตอนจบที่แท้จริง! “รยูจุนยอล-ฮเยริ” ตกลงคบกัน สร้างตำนานรัก Reply 1988 ฉบับใหม่ เวอร์ชั่นนี้ไม่มีในละคร

แต่งสวย สไตล์เบสิค แบบนางเอกเกาหลี ซนเยจิน นูน่าแห่งชาติ

ฮยอนบิน ปฏิเสธข่าวเดท ซนเยจิน เพื่อนกันเฉยๆ

หัวใจเกือบวาย พระเอก ฮยอนบิน และ ซนเยจิน นางเอก The Classic ตกเป็นข่าวความรักด้วยกัน

หยอดเก่ง! จองแฮอิน ตอบคำถามเดทกับนางเอกรุ่นพี่ ซนเยจิน จริงหรือไม่?

4 ลำดับ รักในฤดูฝน หวานซึ้งชุ่มชื่นหัวใจ แบบฉบับ Be With You

ค่าเหนื่อยดารา (ชาย) แดนกิมจิ เห็นแล้วถึงกับต้องปาดเหงื่อ

 เธอสวยและรวยมาก! 5 ดาราหญิงเกาหลี ที่มีเงินมากที่สุดในวงการ K-POP

สวยปิ๊ง! หน้าเด็กเหมือนโกงอายุ ลียองเอ ตัวแม่ของวงการ นางเอกเกาหลี แดจังกึม

โชคชะตาของ ซอฮโยริม ! จากแม่-ลูกในละคร กลายมาเป็นครอบครัวจริงๆ

นี่แหละคนมีเสน่ห์ 5 นางเอกเกาหลี หน้าตาเป็นรอง แต่ความสามารถเกินร้อย

สวยกว่าเก่า สาวกว่าเดิม “ฉันนี่แหละ…คิมซัมซุน” นางเอกเกาหลี วัย 46 ปี

 ลุคไหนก็รอด! แฟชั่นนอกจอของ 5 นางเอกซีรี่ส์เกาหลีที่แฟนชาวไทยรู้จัก

 ชีวิตจริงไม่ได้ฟินเหมือนในละคร เส้นทางรักของ ซงฮเยคโย กับ 3 พระเอกเอลิสต์

รักไม่แคร์อายุ หวานไม่แคร์ตัวเลข 6 คนดังหญิง มีแฟนเด็กอินเลิฟกรุบๆ!

หน้าสดสวยโลกตะลึง! 10 นางเอกแดนโสม ผิวสมบูรณ์แบบ

30 ข้อผิดพลาดที่หนุ่มๆ พึงระวังเมื่อต้องอยู่ในสเตตัส “เจ้าบ่าว”

บอกกันมาก็เยอะแล้วถึงข้อผิดพลาดที่ทั้งเจ้าสาวและเพื่อนเจ้าสาวควรระวัง ครั้งนี้เป็นคำเตือนสำหรบหนุ่มๆ ที่กำลังจะกลายเป็นเจ้าบ่าวกันบ้าง ดูสิว่ามีอะไรบ้างที่คุณต้องระวังและห้ามทำพลาดเมื่ออยู่บนสถานะ “เจ้าบ่าว”

1. ละเลยเรื่องงบประมาณ

ตั้งสติก่อนที่คุณจะควักกระเป๋าจ่ายเงินสักนิด ลองคิดดูว่าสิ่งๆ นั้นเหมาะกับงานแต่งของเราไหม เปลืองงบประมาณของเราโดยใช่เหตุหรือเปล่า เอาเป็นว่าถ้าบวกลบคูณหารในใจแล้วยังมีเงินเหลือจากส่วนอื่นๆ และไม่ทำให้ขนหน้าแข้งร่วง ค่อยจ่ายเงินซื้อก็ได้นะ

2. ลืมโทรบอกข่าวดีกับคนอื่นๆ !

หลังจากที่หนุ่มๆ คุกเข่าขอแต่งงานสาวคนรักแล้ว บางคนก็มักจะตื่นเต้นจนลืมโทรบอกคนรู้จักจนพวกเขารู้เองจากเฟซบุ๊กหรือรูปภาพจากอินสตาแกรม แบบนี้ถือว่าใช่ไม่ได้เลยนะ! คุณควรจะต้องโทรบอกคนสำคัญทุกคนด้วยตัวคุณเอง เพราะเขาอยากจะได้ยินจากปากของคุณมากกว่ารู้เองจากโซเชียลเน็ตเวิร์ก

3. บอกแฟนเก่าว่าจะแต่งงาน

“จะบอกเพื่อ?” หรือจะเชิญมางาน บอกตรงนี้เลยว่าดีไม่ดีพวกหล่อนอาจจะรู้ข่าวด้วยความรวดเร็วก่อนคุณจะยกหูขึ้นมาซะอีก

4. ปล่อยให้ว่าที่เจ้าสาวจัดการกับรายชื่อแขก

อย่าทิ้งภาระนี้ให้กับว่าที่เจ้าสาวเด็ดขาด เพราะเธอคงไม่รู้หรอกว่าคนสำคัญสำหรับคุณนั้นมีใครบ้าง เพราะฉะนั้นแขกใครแขกมัน เตรียมรายชื่อกันเองก่อน แล้วมานั่งคุยกันว่า คนนั้นคนนี้คุณจะเชิญ เธอจะโอเคไหม คนล้นงานหรือเกินกว่าที่คิดหรือเปล่า

5. รีบเซ็นสัญญาหรือตอบตกลงกับผู้รับจ้าง

อย่ารีบเซ็นสัญญาหรือตอบตกลงใดๆ กับผู้ที่จะมาทำหน้าที่จัดงานแต่งงานให้คุณทุกหน่วยเพราะอยากรีบสรุปงาน ควรถามความเห็นจากว่าที่เจ้าสาวด้วยว่าเธอโอเคหรือเปล่า ลองเสิร์ชอ่านรีวิวของแต่ละเจ้า และที่สำคัญถ้ามีการเซ็นสัญญาว่าจ้างใดๆ ต้องอ่านรายละเอียดให้เรียบร้อย ติดใจหรือสงสัยข้อไหนก็ทำดอกจันไว้แล้วสอบถามให้รู้เรื่อง อย่าหลับหูหลับตาเซ็นเด็ดขาด

6. ไม่มาคุยหรือประชุมเรื่องรายละเอียด

เจ้าบ่าวบางคนมักจะชอบโดดประชุมรายละเอียดต่างๆ เกี่ยวกับงานแต่ง แล้วปล่อยให้เป็นหน้าที่ของพ่อแม่ และเจ้าสาวตัดสินใจ แต่! นี่มันก็งานแต่งงานของคุณเหมือนกันนะคะ คุณควรจะรับรู้และช่วยตัดสินใจเกี่ยวกับทุกรายละเอียดที่จะมีในงาน หรือถ้ามันยุ่งและมาไม่ได้จริงๆ แนะนำว่าให้คุณตามเรื่องราวกับว่าที่เจ้าสาวของคุณแทน แต่อย่าละเลยเด็ดขาด เกิดว่ามีอะไรไม่ถูกอกถูกใจคุณขึ้นมา จะมาโวยวายทีหลังไม่ได้แล้วนะ

7. ไม่สนใจไปเลือกของชำร่วย

อย่าคิดว่าเป็นของกระจุ๋มกระจิ๋มแล้วจะปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเจ้าสาวนะคะ คุณควรที่จะไปเลือกของชำร่วยที่จะใช้แทนคำขอบคุณด้วยกัน อย่าปล่อยให้เจ้าสาวไปตัดสินใจคนเองคนเดียวล่ะ

8. ปล่อยให้เจ้าสาวออกแบบงานแต่งคนเดียว

รูปแบบและธีมงานแต่งมักจะเป็นสิ่งที่แสดงออกถึงไลฟ์สไตล์หรือความชอบของเจ้าบ่าวเจ้าสาว เพราะฉะนั้นหากคุณปล่อยให้คนรักนั่งคิดและออกแบบงานแต่งเพียงคนเดียวก็คงจะไม่ดีเท่าไหร่ เพราะฉะนั้นช่วยๆ กันคิด นำสไตล์ความชอบของทั้งคุณและเธอมาแมตช์กันก็คงจะดีไม่น้อย

9. เผลอพูดคำว่า “อะไรก็ได้” ออกมาบ่อยๆ

ว่าที่เจ้าบ่าวบางคนมักจะเกิดอาการ Groomchilla คือเป็นเจ้าบ่าวสุดชิลล์ให้ออกความคิดเห็นอะไรก็ไม่พูด ให้เลือกอะไรก็ไม่เลือก ให้ตัดสินใจอะไรก็ไม่ทำ โดยมีประโยคประจำใจว่า “อะไรก็ได้” แบบนี้ถือว่าผิด! ต้องรีบปรับปรุงตัวด่วนๆ คุณต้องออกความคิดเห็นบ้าง เลือกในสิ่งที่คุณต้องการบ้าง ไม่เช่นนั้นว่าที่เจ้าสาวและคนรอบข้างตัวคุณนั่นแหละที่จะออกอาการเบื่อหน่ายกับคำตอบของคุณ

10. รู้สึกตัวช้า

โอ๊ยยย! คุณคะ เจ้าบ่าวบางคนกว่าจะรู้สึกตัวว่าต้องมีส่วนร่วมในการเตรียมงานแต่งก็ปาเข้าไปอาทิตย์สุดท้ายก่อนวันงานแล้วเพิ่งจะอยากรู้ว่าเขาเตรียมงานกันไปถึงไหนแล้ว รูปแบบงานจะออกมาหน้าตาแบบไหน ซึ่งอันที่จริงคุณควรจะเป็นคนที่รู้ทุกอย่างตั้งแต่วันที่เริ่มวางแผนงานด้วยซ้ำ

11. ลืมเรื่องเพื่อนเจ้าบ่าว

การหาคนมาเป็นเพื่อนเจ้าบ่าวมันก็คงไม่ยากเท่าไหร่ แต่เรื่องชุดที่จะให้ใส่เข้ากันเนี่ย คุณเจ้าบ่าวจะต้องช่วยเลือกให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ที่สำคัญหลังเสร็จงานอย่าลืมหาของขวัญเล็กๆ น้อยๆ เป็นของตอบแทนน้ำใจให้เหล่าเพื่อนชายด้วยนะจ๊ะ

12. ทำเซอร์ไพร้ส์เจ้าสาวมากเกินไป

ในขณะที่เจ้าบ่าวบางคนละเลยไม่ใส่ใจการเตรียมงานแต่ง แต่ก็จะมีเจ้าบ่าวบางคนที่เป็นห่วงคนรัก กลัวว่าเธอจะเตรียมงานจนเหนื่อยล้า เลยพยายามสรรหาวิธีต่างๆ มาเซอร์ไพร้ส์ให้เธอดีใจอยู่เสมอ เรื่องแบบนี้ถ้าทำแบบพอดีๆ มันก็ดูน่ารักนะคะ แต่ถ้าคุณทำมากเกินไปมันจะเปลี่ยนจากความน่ารักกลายเป็นความน่ารำคาญแทน

13. ปาร์ตี้สละโสดจนเพลิน

อะแฮ่มๆ ก็เข้าใจนะคะว่าปาร์ตี้สละโสดสำหรับหนุ่มๆ มันเป็นเรื่องธรรมดาทั่วไป ใครๆ ก็ทำกัน แต่! บางทีคุณก็ต้องตระหนักด้วยว่าคุณกำลังจะแต่งงานแล้วนะ เพราะฉะนั้นจะดื่มจะเที่ยวอะไรก็ต้องเกรงใจว่าที่ภรรยาบ้าง อย่าเลยเถิดจนเกิดเรื่องไม่ดีขึ้นล่ะ เดี๋ยวจะไม่ได้แต่งงาน

14. ลืมนัดแนะคิวกับเพื่อนเจ้าบ่าว

งานแต่งงานของคนไทยมักจะใช้คนเยอะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงแห่ขันหมาก ทางที่ดีขอแนะนำว่าคุณควรจะนัดแนะกับเหล่าเพื่อนพ้องของคุณให้เรียบร้อยเลยว่า ใครมีหน้าที่ถือพานอะไรในขบวนขันหมากบ้าง ใครจะช่วยต่อรองช่วงเจรจาผ่านประตูบ้าง พอถึงวันจริงแล้วจะได้ไม่วุ่นวายนะ

15. ไม่ควบคุมอารมณ์ตัวเอง

ในช่วงเตรียมงานแต่งอาจจะมีปัจจัยหลายๆ อย่างที่ทำให้คุณและว่าที่เจ้าสาวเกิดอาการเครียด ขอเตือนไว้ว่า ถ้าคุณไม่รู้จักควบคุมอารมณ์ของตัวเอง การกระทบกระทั่งกันเพียงเล็กน้อย อาจลุกลามเป็นการทะเลาะใหญ่โตก็ได้

16. กลายร่างเป็น Groomzilla

ในข้อที่ 8 เราได้พูดถึง Groomchilla เจ้าบ่าวสุดชิลล์ไปแล้ว คราวนี้ก็มีอีกหนึ่งอาการคู่ตรงข้ามสำหรับเจ้าบ่าว คือ Groomzilla ที่เป็นอาการวิตกกังวลว่างานตัวเองจะไม่ออกมาเพอร์เฟ็กต์ คอยสังเกตทุกอย่างทุกรายละเอียดของงานแต่งงาน อะไรที่ไม่ได้ดั่งใจก็จะเริ่มโวยวาย แบบนี้ก็สุดโต่งเกินไป ระวังคนรอบกายจะออกอาการระอาใส่คุณล่ะกัน

17. เมามายในคืนวันก่อนแต่ง

นอกจากจะมีปาร์ตี้สละโสดแล้ว ว่าที่เจ้าบ่าวบางคนก็ถูกเพื่อนชวนสังสรรค์ในคืนก่อนวันแต่งงาน เราไม่ได้จะบอกว่าให้คุณปฏิเสธเพื่อนๆ นะคะ แต่คุณควรจะระมัดระวังอย่าเมามายจนหัวราน้ำเพราะว่ามันคงจะเป็นอะไรที่แย่มากๆ ถ้าเช้าวันแต่งงานจะต้องมีเจ้าบ่าวที่ตัวเหม็นคลุ้งไปด้วยกลิ่นเหล้า

18. วางแผนเวลาของตัวเองผิด

เจ้าบ่าวหลายคนก็วิ่งวุ่นอยู่กับการจัดงานจนไม่มีเวลาไปตัดผม โกนหนวด ดังนั้นใครที่กำลังคิดว่าเดี๋ยวค่อยไปตัดผมตอนเช้าวันแต่งก็ได้ บอกเลยว่า หยุดคิด! เพราะว่าคุณอาจจะมาเข้างานช้ากว่าเวลาที่กำหนดไว้ ถ้าจะให้ดีต้องไปตัดก่อนวันแต่งงาน 1 วัน จะได้ไม่เกิดปัญหาเจ้าบ่าวหายตัวในวันงานให้คนแตกตื่น

19. เลือกสีถุงเท้าพลาด

แม้จะเป็นเพียงแค่ถุงเท้า แต่เราก็ขอร้องให้คุณเจ้าบ่าวช่วยพิถีพิถันในการเลือกสีถุงเท้าสักนิด อย่าให้มันต้องแปลกแหวกแนวจนดูตลก ควรเลือกสีถุงเท้าให้มันเข้ากันกับชุดที่คุณใส่ด้วย เช่น ถ้าคุณใส่ชุดสูทหรือทักซิโด้สีดำ คุณก็ควรจะเลือกถุงเท้าสีดำ อย่าเลือกสีแดง ส้ม เหลืองให้มันดูพิลึกกึกกือเด็ดขาด อย่าลืมว่าทุกย่างก้าวที่ขยับขากางเกงจะลอยขึ้นมาไม่มากก็น้อย เรียกว่ายังไงก็เห็น ฉะนั้นเลือกให้ดีไว้ก่อนโอเคกว่านะ

20. ดื่มในคืนวันแต่งจนเพลิน

แน่นอนว่าในคืนวันแต่งงานจะต้องมีเหล่าเพื่อนพ้องน้องพี่ที่จะชวนคุณยกแก้วดื่มเพื่อเฉลิมให้กับวันสำคัญของคุณ แต่ขอเตือนว่า คุณควรจะจำกัดลิมิตการดื่มของตัวเองด้วยว่าควรจะดื่มแค่ไหนถึงจะสามารถครองสติอยู่ได้จนกระทั่งจบงานและส่งแขกกลับบ้าน มันคงไม่ดีแน่ถ้าเจ้าสาวจะต้องมาเห็นเจ้าบ่าวเมาไม่รู้เรื่องในงานแต่งของตัวเอง

21. เสื้อผ้าหลุดลุ่ยก่อนช่วงอาฟเตอร์ปาร์ตี้

งานนี้เจ้าบ่าวควรจะเช็กหน้าผมและความเป๊ะของเครื่องแต่งกายให้เรียบร้อย โบว์ไทด์อย่าให้เบี้ยว เสื้ออย่าให้หลุดลุ่ย เข็มขัดอย่าลืมใส่ กระดุมข้อมือก็อย่าลืมติดให้เรียบร้อย เพื่อที่ภาพถ่ายในวันสำคัญจะได้ออกมาดูดี หล่อแบบไร้ที่ติ จนกว่าจะเข้าสู่ช่วงอาฟเตอร์ปาร์ตี้ คราวนี้อยากถอด อยากเหวี่ยงชิ้นไหนออกก็ตามใจ ขออย่างเดียวอย่าถอดจนหมดก็แล้วกันนะ

22. ลืมให้กำลังใจเจ้าสาวของคุณก่อนจะต้องแยกกันในวันแต่ง

เตรียมงานด้วยกันมาตลอดเวลา พอถึงวันแต่งจริงที่คุณและว่าที่เจ้าสาวจะต้องแยกกันชั่วคราวในตอนเช้าเพื่อไปเตรียมตัวเข้าพิธี เจ้าสาวบางคนอาจตื่นเต้นมากจนตัวสั่น เพราะฉะนั้นคุณต้องจะให้กำลังใจเธอด้วยนะ ขอแนะนำให้คุณกระซิบเบาๆ ที่ข้างหูแล้วพูดว่า “เดี๋ยวเจอกันนะครับที่รัก” แบบนี้หวานเว่อร์!!

23. ลืมกินข้าว!

ถ้าคุณไม่อยากเป็นเจ้าบ่าวหิวโซในงานแต่งของตัวเอง อย่าลืมรองท้องก่อนงานแต่งจะเริ่มนะคะ ไม่ต้องกลัวว่าจะลงพุงแล้วใส่สูทจะไม่หล่อหรอกนะ ถ้าไม่อยากทานอะไรหนักๆ ก็ลองเป็นขนมปัง นม หรือผลไม้สักเล็กน้อยก็ได้ แต่อย่าปล่อยให้ท้องว่าง ไม่งั้นเป็นลมกลางงานไม่รู้ด้วยนะ

24. ไม่เตรียมมาก่อนว่าจะพูดอะไรในงานแต่ง

เจ้าบ่าวหลายคนมักจะละเลยเรื่องการเตรียมคำพูดบนเวที และมักจะนึกว่าเดี๋ยวถึงเวลาก็คิดออกเอง แบบนี้ถือว่าผิดนะคะ! ทางที่ดีคุณควรจะนึกเสียก่อนว่าจะพูดอะไรบ้าง เช่น บอกความในใจกับเจ้าสาว หรือจะกล่าวขอบคุณใครในงานก็ควรจะเตรียมและซ้อมพูดไว้สักหน่อย จะได้ไม่ต้องไปยืนอ้ำๆ อึ้งๆ บนเวที

25. ลืมโพยที่จะพูด

ถึงแม้ว่าคุณจะเตรียมและซ้อมมาอย่างดีว่าจะพูดอะไรบ้างบนเวที แต่เพื่อความแน่นอนและความมั่นใจว่าคุณจะไม่อึกๆ อักๆ ตะกุกตะกักเพราะลืมสิ่งที่จะพูด ให้คุณจดโพยลงกระดาษแผ่นเล็กๆ แล้วใส่ไว้ในกระเป๋าเสื้อ เผื่อว่าเกิดลืมขึ้นมาจริงๆ จะได้หยิบมาดูได้ทันเวลา

26. ไม่รู้จักเต้นเปิดฟลอร์

เดี๋ยวนี้งานแต่งบ้านเรามีอาฟเตอร์ปาร์ตี้กันเยอะนะคะ เพราะฉะนั้นคุณเจ้าบ่าว(รวมถึงเจ้าสาวด้วย) ควรจะต้องออกสเต็ปเล็กๆ น้อยๆ เพื่อเป็นการเปิดฟลอร์เต้นรำ ไม่ต้องถึงขนาดกับเริงลีลาศหรอกค่ะ เอาแค่โยกย้ายแบบเบาๆ ก็พอ

27. ลืมพกผ้าเช็ดหน้าติดตัว

ผ้าเช็ดหน้าถือเป็นไอเท็มสำคัญที่คุณจะบ่าวจะต้องมีติดกระเป๋าสูทไว้นะคะ เพราะในระหว่างพิธีแต่งงาน เจ้าสาวกว่า 90 % จะต้องมีอาการบ่อน้ำตาแตกแน่นอน คราวนี้คุณจะได้ถือโอกาสหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาซับน้ำตาให้กับเจ้าสาว เป็นโมเมนต์หวานๆ ในงานแต่ง แถมยังได้ภาพสวยๆ อีกด้วย

28. ไม่ใส่ใจเรื่องฮันนีมูน

สำหรับผู้หญิงหลายคน การได้ไปฮันนีมูนกับสามีป้ายแดงถือเป็นความฝันอย่างหนึ่งเลยนะคะ (เราก็ฝันเหมือนกัน อิอิ!) ซึ่งคุณเจ้าบ่าวก็ควรจะช่วยออกความคิดเห็นสักนิดว่าจะไปทำอะไรที่ไหน แบบนี้ความหวานจากการดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์คงจะเพิ่มขึ้นไม่น้อย

29. คุยกับเพื่อนจนลืมเจ้าสาว

ในงานแต่งงานอาจจะมีเพื่อนพ้อง รุ่นพี่ รุ่นน้อง หรือใครอีกหลายคนเข้ามาชวนคุณคุยและดื่ม แต่ขอเตือนไว้ว่า อย่าคุยเพลินจนทิ้งให้เจ้าสาวหายไปจากข้างกายเด็ดขาดนะ เดี๋ยวจะโดนเธองอนเอา ข้อหาคุยโม้จนไม่สนใจคุณภรรยา

30. ตื่นเต้นจนลืมสนุก

เจ้าบ่าวบางคนก็ออกอาการตื่นเต้น ประหม่า เครียด กับวันแต่งงานของตัวเองจนทำอะไรไม่ถูก บางคนก็กลัวจะทำไอ้นั่นผิด ไอ้นี่พลาด เกร็งจนลืมสนุกสนานไปกับงาน ถ้าเป็นแบบนี้เราขอแนะนำว่าให้ทำตัวสบายๆ แบบ Let it go ค่ะ ปล่อยไปตามที่ใจต้องการแล้วสนุกไปกับวันสำคัญของคุณซะ

ครบแล้ว 30 ข้อสำหรับสิ่งที่ว่าที่เจ้าบ่าวมักจะทำผิดพลาดหรือหลงลืมละเลยกันอยู่บ่อยๆ เอาเป็นว่าใครที่กำลังเตรียมตัวจะเป็นเจ้าบ่าวก็อย่าลืมเช็กตัวเองด้วยว่ามีข้อไหนที่ตรงกับตัวเองบ้างหรือเปล่า ถ้ามีก็ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงได้แล้ว เดี๋ยวเจ้าสาวเขาจะงอนเอานะ อิอิ!

CR : www.brides.com