‘ธรรมดาโลกไม่จำ ยอมทุ่มทุนทุกอย่าง ต่อเมื่อได้สมใจก็เลิก’ ดวงรายวัน 26 กันยายน 2564

ดวงรายวัน 26 กันยายน 2564 #หมอปุ้ยพยากรณ์ เช็กทุกวัน เป๊ะปังทุกดวง ทั้งการงาน การเงิน ความรัก และสุขภาพ

‘ธรรมดาโลกไม่จำ ยอมทุ่มทุนทุกอย่าง ต่อเมื่อได้สมใจก็เลิก’

ดวงรายวัน 26 กันยายน 2564

ผู้ที่เกิดวันอาทิตย์

การงาน  : สำหรับผู้ที่ทำงานหรือเกี่ยวข้องกับงานสายช่าง รวมถึงทำงานเพื่อนส่วนรวม เช่น นักการเมือง นักวิทยาศาสตร์ นักประดิษฐ์  คิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อชาวโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางด้านการติดต่อประสานงาน การบริหารจัดการ และการให้คำปรึกษาแนะนำในด้านต่างๆ มีความเป็นไปได้ว่า คุณจะได้ทำงานในสิ่งที่ไม่อยากทำ เพราะฉะนั้นวันนี้หากมีการทำสัญญา ไม่ว่าจะเป็นลายลักษณ์อักษร หรือสัญญาใจ ก็ไม่ควรมีทิฐิ ดื้อรั้น หรือเสี่ยงเป็นเสี่ยงกัน เพราะมีโอกาสที่คุณจะเกิดความผิดพลาดในภายหลัง

การเงิน  :  วันนี้คุณพลีกายพลีใจให้กับการทำงานเพื่อสังคมโดยไม่หวังผลตอบแทน อาจเพราะคุณมีการลงทุนที่หวังผลอยู่ แต่วันนี้ไม่ควรทุ่มลงทุนเกินพิกัด ระวังจะตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพถูกหลอก ถูกโกง

ความรัก :  วันนี้คุณโรแมนติก แต่มีความเป็นไปได้ว่าจะมีบุคคลที่สามมาทำลายบรรยากาศดีๆ ในครอบครัว ซึ่งเขาจะมาหลอกให้รักเพื่อหวังผลประโยชน์ ดังนั้น คุณควรหนักแน่น ลดทิฐิที่ต้องการเอาชนะลง เน้นการประนีประนอม คนโสด คุณโรแมนติก วาดฝันถึงความรักไว้อย่างงดงาม แต่ในความเป็นจริงวันนี้มีความเป็นไปได้ว่า คุณจะพลาดหวัง เพราะถูกบังคับให้คบกับคนที่คุณไม่ชอบ

สุขภาพ  :   หากคุณนั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์มาทั้งอาทิตย์ วันนี้ออฟฟิศซินโดรมมาเยือนแล้ว จะมีอาการปวดหลัง ตึงไปทั้งคอ บ่า ไหล่ เหมือนจะนั่งต่อไปอีกไม่ไหวแล้ว ดังนั้น ควรลุกขึ้นเปลี่ยนอิริยาบถบ่อยๆ รวมทั้งควรเหยียด ยืด ผ่อนคลายกล้ามเนื้อบ้าง

 

ผู้ที่เกิดวันจันทร์

การงาน  :  สำหรับผู้ที่ทำงานหรือเกี่ยวข้องกับการเดินทางติดต่อประสานงาน การโฆษณา ประชาสัมพันธ์ สื่อมวลชน พนักงานขาย ฯลฯ มีความเป็นไปได้ว่า คุณจะได้เริ่มต้นงานใหม่ หรือนำโครงการที่มีอยู่เดิมขึ้นมาพัฒนาปรับปรุงใหม่ ซึ่งอยู่นอกเหนือจากงานประจำ แต่ก็ต้องเตรียมใจไว้หน่อย เพราะวันนี้คุณอาจถูกลดบทบาทความสำคัญลง ไม่ว่าจะเสนองานหรือเรียกร้องความเห็นใจอะไร เจ้านายจะวางเฉย แต่เท่ากับคุณได้พิสูจน์ตัวเองว่า คุณจะมีความสามารถทำให้เขายอมรับคุณได้หรือไม่

การเงิน :  ก่อนรับงานหรือเซ็นสัญญากับใคร วันนี้ควรไตร่ตรองให้ดี เพราะคุณมีโอกาสผิดพลาดเสียเงินให้กับคนรักและคนใกล้ชิดเป็นเงินก้อนใหญ่ เพราะไม่สามารถทำตามที่รับปากได้

ความรัก :  แม้คุณทำทุกอย่างเพื่อครอบครัวแล้ว แต่วันนี้คุณจะเริ่มไม่แน่ใจว่า สิ่งที่ทำให้นั้น คู่คุณต้องการจริงหรือเปล่า เพราะเขาไม่สนใจเลย แม้ว่าคุณจะพยายามอ้อนวอนขอร้องเขาแค่ไหนก็ตาม คนโสด รักใครรักจริง และตัดสินใจคบกันอย่างรวดเร็ว ซึ่งวันนี้มีความเสี่ยงที่คุณจะมองคนผิด เลือกคนที่ไม่เหมาะสมกันเลยสักข้อ

สุขภาพ  :  วันอาทิตย์เหมาะกับการบิ๊กคลีนนิ่งมาก มีโอกาสที่สมาชิกในบ้านจะเป็นภูมิแพ้ เพราะหายใจเอาฝุ่นผงเข้าไปเกินมาตรฐาน มีความเสี่ยงที่ระบบหายใจจะทำงานบกพร่อง หากเป็นไซนัสอยู่แล้ว มีโอกาสจะกำเริบ

 

ผู้ที่เกิดวันอังคาร

การงาน :  สำหรับผู้ที่ทำงานหรือเกี่ยวข้องกับงานสายสารพัดช่าง หรืองานที่ทำเพื่อมวลชน เช่น นักวิทยาศาสตร์ นักค้นคว้าทดลอง คิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อชาวโลก วันนี้หากคุณคิดจะรับอาสาเจ้านายไปปฏิบัติงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งงานที่ต้องเดินทางติดต่องานโน้นนี่ทั้งวัน วันนี้ดวงบริวารของคุณไม่ดี ต้องระวังเด็กๆ หรือรุ่นน้องที่เคยช่วยเหลืองานคุณด้วยดีมาตลอดจะทรยศหักหลังอย่างที่คุณไม่คาดคิดมาก่อน ก็ระวังงานจะผิดพลาด เสียหายได้อย่างที่ไม่น่าจะเกิดขึ้น

การเงิน : วันนี้จะเรียกว่าคุณอุทิศกายใจให้กับการทำงานเพื่อสังคมก็ได้ ทำให้โดยไม่หวังผลตอบแทน แต่ก่อนจะรับปากหรือเซ็นเอกสาร ควรพิจารณาให้ดีว่า คุณสามารถทำได้ตามนั้นจริงหรือเปล่า ไม่เช่นนั้นอาจเสียเครดิต

ความรัก :  คุณรักใครรักจริง ทำทุกอย่างเพื่อครอบครัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งคุณกำลังมีแผนทำเซอร์ไพร์สครอบครัว มีความเป็นไปได้ว่าจะตกแต่งบ้านใหม่ หรือซื้อบ้านใหม่เลย แต่ค่ะ!! แต่ วันนี้อาจยังเป็นแค่วิมานในอากาศก็ได้ คนโสด รักใครรักจริง แต่สำหรับคุณแล้วโลกต้องจำ วันนี้คุณยอมทุ่มทุนทำทุกอย่างเพื่อคนที่คุณถูกใจ ต่อเมื่อได้สมใจแล้วคุณก็เลิก

สุขภาพ :  หากคุณเดินทางไปทำงานโน้นนี่นั่นตลอดอาทิตย์ วันนี้มีความเป็นไปได้ว่าจะปวดขา ร้าวขึ้นไปถึงหลัง ลามไปทั้งร่าง ก็คงต้องอาศัยการเหยียด ยืด กล้ามเนื้อไปก่อน แล้วหากร้านนวดเปิดก็ไปนวดคลายเส้นบ้าง

 

ผู้ที่เกิดวันพุธ

การงาน :  สำหรับผู้ที่ทำงานหรือเกี่ยวข้องกับวงการบันเทิง งานเขียน นักดนตรี นักแต่งเพลง ศิลปิน หรือทำธุรกิจสินค้าบริการที่มีน้ำเป็นส่วนประกอบ หากคุณร่วมงานหรือร่วมหุ้นกับเพื่อนสนิทผู้หญิง มีความเป็นไปได้ว่า คุณกำลังจะมีโครงการสร้างสรรค์งานที่ยิ่งใหญ่เพื่อสังคม ซึ่งการจะทำงานใหญ่ย่อมมีอุปสรรคและปัญหาเป็นธรรมดา ดังนั้น วันนี้มีความเป็นไปได้ว่า คุณจะทำงานด้วยความอึดอัด ไม่ว่าจะบรรยากาศในออฟฟิศ เพื่อนร่วมงาน และผู้บังคับบัญชา จนอยากลาออกให้รู้แล้วรู้รอดไป

การเงิน :  มีโอกาสที่คุณจะร้อนเงิน เพราะจับจ่ายใช้สอยซื้อความสุขราคาแพงให้กับตัวเองมากจนเกินไป รวมถึงทุ่มเงินไปกับสร้างงานเพื่อสังคมด้วย

ความรัก :  มีความเป็นไปได้ที่คุณจะมีปากเสียงกับคู่ครอง ด้วยความหึงหวงเพื่อนสนิทผู้หญิง เพราะวันนี้มีโอกาสสูงมากกว่า เธอจะย้ายเข้ามาอยู่ร่วมชายคาเดียวกัน หรือตกแต่งห้องให้ ซึ่งคุณรับไม่ได้แน่นอน   คนโสด มีความเป็นไปได้ว่า คุณจะหึงหวงเพื่อนสนิทผู้หญิง เพราะพบว่าเขากำลังจะเป็นอื่นหรือให้ความสนใจคนอื่นมากกว่าคุณ

สุขภาพ :  ปล่อยวางบ้าง ระงับความโกรธ อาฆาต เคียดแค้น พยาบาท เพราะจะทำให้คุณไมเกรน หรือความดันขึ้นได้ นอกจากนั้นยังต้องระวังเป็นไข้ ปอดบวม รวมถึงโรคเลือดจาง ซึ่งเกิดจากความผิดปกติของเม็ดเลือด

 

ผู้ที่เกิดวันพฤหัสบดี

การงาน  : สำหรับผู้ที่ทำงานหรือเกี่ยวข้องกับงานศิลปะ ความคิดสร้างสรรค์ งานออกแบบ ดีไซน์ หากคุณตั้งเป้าหมายในการทำงานไว้ว่า ต้องการความก้าวหน้าในตำแหน่งหน้าที่การงาน ชื่อเสียง และเงินทอง  วันนี้มีความเป็นไปได้ว่า คุณอาจต้องแลกกับการถูกบังคับให้ทำงานในสิ่งที่ไม่อยากทำ โดยอยู่ภายใต้เงื่อนไขของสัญญาทั้งที่เป็นลายลักษณ์อักษร สัญญาใจ หรือสัญญาทาส ซึ่งคุณคงทำใจลำบาก

การเงิน : คุณกำลังทำงานหนักเพื่อต้องการผลตอบแทนที่สูง ซึ่งวันนี้คุณมีโชค มีผู้ให้ความช่วยเหลือ แต่ก็ต้องระวังจะตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ ถูกหลอกและถูกโกง

ความรัก :  วันนี้คุณมีเสน่ห์ที่เงินทอง ชื่อเสียง และตำแหน่งหน้าที่การงาน จนมีความเป็นไปได้ว่า จะมีบุคคลที่สามเข้ามาหลอกให้รักเพื่อหวังผลประโยชน์ แล้วเมื่อเขาได้สมใจก็จากไป คนโสด  มีความเป็นไปได้ว่า คุณจะถูกบังคับให้คบกับคนที่คุณไม่ได้รัก ด้วยเพราะเขามีฐานะ ชื่อเสียง และหน้าที่การงานที่มั่นคง

สุขภาพ :  วันนี้คุณเอ็นจอยกับการเสาะหาของอร่อยรับประทาน ก็ต้องระวังเรื่องน้ำหนัก แล้วจะตามมาด้วยโรคต่างๆ เช่น ไขมันในเส้นเลือดอุดตัน โรคหัวใจ เบาหวาน น้ำตาลในเลือดสูงผิดปกติ

 

ผู้ที่เกิดวันศุกร์

การงาน :  สำหรับผู้ทำงานหรือเกี่ยวข้องกับการเดินสายไปทำงานโน้นนี่ ไม่ได้อยู่ติดออฟฟิศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการวางโครงข่าย เครือข่าย อินเทอร์เน็ท เครื่องมือสื่อสาร ไฮเทค ฯลฯ มีความเป็นไปได้ว่า คุณจะแบกรับภาระความรับผิดชอบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยอยู่ภายใต้การติดตามดูแลอย่างใกล้ชิดจากเจ้านาย ความที่คุณจะขยันและตั้งใจทำงาน เป็นคนที่มองโลกในแง่ดี ชอบช่วยเหลือคน วันนี้มีความเป็นไปได้ที่จะถูกเพื่อนร่วมงาน หรือบริวาร ไม่เกรงใจ ตัดสินใจแทนคุณโดยพลการ มีโอกาสที่คุณจะถูกเจ้านายตำหนิ

การเงิน :  ขยันทำงาน สามารถสร้างรายได้ให้ตัวเองได้อย่างมั่นคง แต่วันนี้คุณใจดี ชอบช่วยเหลือผู้อื่น จึงมีความเป็นไปได้ว่า คุณจะเดือดร้อนจนต้องกลับไปขอเงินจากที่บ้าน

ความรัก :  หากคุณอยู่กับงานมากกว่าอยู่กับครอบครัว ซึ่งอยู่ในสภาพนี้มาเนิ่นนาน วันนี้ครอบครัวคุณเริ่มปรับตัวยอมรับสภาพได้ จนเรียกว่าไม่มีปัญหาแล้ว คนโสด ช่วงนี้งานคุณหนักมากจนแทบไม่มีเวลาของตัวเองเลย เพราะฉะนั้นจึงไม่กล้าที่จะคบกับใครเป็นจริงเป็นจัง

สุขภาพ :  วันนี้ออกจากบ้านควรเตรียมยาดม ยาลม ยาหม่องติดตัวไปด้วย เพราะมีโอกาสที่คุณจะหน้ามืด วิงเวียนศีรษะ เนื่องจากพักผ่อนไม่เพียงพอ ซึ่งเป็นผลมาจากการทำงานหนัก

 

ผู้ที่เกิดวันเสาร์

การงาน :  สำหรับผู้ที่ทำงานหรือเกี่ยวข้องกับงานที่ต้องใช้พลังกาย พลังใจ แบกรับความรับผิดชอบอย่างหนักหนาสาหัส โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณทำงานที่ต้องใช้ความสามารถทางวาทศิลป์ในการประสานงาน เช่น พิธีกร ดีเจ พนักงานส่งเสริมการขายทุกประเภท ฯลฯ วันนี้มีความเป็นไปได้ว่า คุณจะถูกลดบทบาทความสำคัญลง ไม่ว่าจะเสนองานหรือเรียกร้องความเห็นใจใดๆ จากเจ้านาย เขาก็จะไม่สนใจ

การเงิน :  รายได้มาจากหยาดเหงื่อแรงงาน วันนี้ควรหลีกเลี่ยงจากงานหรือธุรกิจสีเทา เพราะคุณมีโอกาสเสียเงินก้อนใหญ่ให้กับคนใกล้ชิดหรือคนรัก

ความรัก :  วันนี้คู่คุณเป็นแฟมิลี่แมน ให้เวลากับครอบครัวอย่างเต็มที่ แต่มีความเป็นไปได้ว่า คุณจะยังต้องการมากกว่านี้ อาจเรียกร้องจนเขาทนไม่ไหว คนโสด คุณกำลังจะเปิดศึกแย่งชิงคนที่ถูกใจมาครองหรือเปล่า ซึ่งวันนี้ก็มีแนวโน้มว่าคุณจะได้เสียด้วย ทั้งที่จริงๆ แล้วเขาไม่เหมาะสมกับคุณเลย

สุขภาพ :  มีความเสี่ยงที่คุณจะได้รับอันตรายจากของมีคม และความร้อน รวมถึงมีความเป็นไปได้ว่า โรคที่เคยสงบมานานโดยไม่มีอาการเตือนใดๆ มาก่อน วันนี้จะกำเริบ ซึ่งคุณก็ควรไปตรวจเช็กร่างกายโดยด่วน

 

บลัชออน

PRAEW ICONIC BEAUTY 2021 SELECTED ITEMS: 5 บลัชออน เปลี่ยนพวงแก้มสวยระเรื่อ ดูสดใสขึ้นทันตา

ทำใจยอมรับว่ายุคนี้จำเป็นต้องใส่แมสก์ไม่ได้โชว์หน้าสวยๆ ตามใจชอบ แต่จะปล่อยให้หน้าซีดดูโทรมไม่มีเลือดฟาดก็กระไรอยู่ เพราะเวลาประชุมออนไลน์ หรือโทรคอลกับแฟนหนุ่มหรือเดอะแก๊ง เราเองก็ยังต้องคีพลุคสวยและดูดีเสมอ หากสาวๆ คนไหนที่ขี้เกียจแต่งหน้าจัดเต็มหลายขั้นตอน ยามนี้ที่ข้ามไปได้เลยก็คือการคอนทัวร์หนักๆ แต่ที่ข้ามไม่ได้เด็ดขาดคือการเติมสีสันเบาๆ ด้วยการปัดแก้ม เพิ่มความสดใสให้พวงแก้มระเรื่อดูมีเลือดฝาด อีกหนึ่งคีย์ลุคที่ช่วยให้ผิวสุขภาพดีได้ในพริบตา

และหากต้องเลือก บลัชออน ก็แนะให้มองหาเท็กเจอร์ชนิดไม่ติดแมสก์ง่ายๆ เน้นที่เซ็ตตัวเนียนติดกับผิวประหนึ่งผิวจริงมีเลือดฟาด และควรเน้นโทนสีอ่อน ที่จะช่วยให้ดูกลมกลืนเป็นงานผิวอย่าง สีชมพู พีช ส้มอ่อนๆ ที่ปัดออกมาแล้วมีความเป็นธรรมชาติ สดใส อ่อนโยน เหมาะกับ Everyday Look นอกจากนี้หากสาวรูปหน้าบานหรือหน้ากลมใหญ่ อยากปัดให้หน้าดูเรียวขึ้น แนะให้ปัดแก้มต่ำกว่าเนินแก้มเล็กน้อยและเกลี่ยเป็นวงกลมเหมือนเดิม จะทำให้ใบหน้าดูเรียวมากขึ้นด้วย และหากยังไม่รู้ว่าจะเลือกซื้อบลัชออนของอะไรดี เราขอแนะนำ 5 บลัชออนที่ปัดแล้วปั๊วะ และผ่านเข้ารอบมาประชันในโปรเจกต์ Praew Iconic Beauty ในการเฟ้นหาสุดยอดผลิตภัณฑ์ความงามประจำปี 2021 โดยการตัดสินอันเฉียบคมของทั้ง 5 กรรมการที่มีประสบการณ์ความงามโดดเด่น อาทิ ฟลุค – รพี ชูสุวรรณ (Alwaysfluke) , พัดชา ศุภนิมิตร (Padcha Praewnista) , แป้ง – สุอารี ทรรศนกุลพันธ์ (Kirarista) , เมทัล สุขขาว และหนุ่มหล่อ โก้ – วศิน อัศวนฤนาท บอกได้คำเดียวว่าไอเท็มที่เข้ารอบแต่ละชิ้น สวยฟาดมีคุณภาพทั้งนั้น

5 บลัชออน ขับลุคให้สดใส พวงแก้มสวยระเรื่อ ดุจผิวสุขภาพดี

บลัชออน 1

DDC 3D Colors

ประเดิมด้วยปั๊วะแรกที่อยากแนะนำเป็นบลัชออนจากแบรนด์ DDC มีความเป็นลายหินอ่อนด้วยเทคนิคการผลิตพิเศษ Marble Layers แทรกพิกเม้นท์หลากหลาย ในการสร้างมิติบนใบหน้า คุ้มๆ จุกๆ เพราะในหนึ่งตลับมี 4 โทนสีธรรมชาติ (SUNRISE , JUICY PEACH , ROSE JAIPUR และ SMOKED COPPER) และในแต่ละสีมีความผสมผสานระหว่างเม็ดสีที่มีความคมชัดและสีเบสที่เมื่อสัมผัสปัดลงผิวจะได้โทนสีที่สวยธรรมชาติ และสร้างความสร้างเพอร์เฟคลุคได้ทุกสถานการณ์

ที่มาของชื่อ 3D Colors เพราะหลักคือความเป็น Blush On ใช้ปัดแก้ม เพิ่มสีสันให้พวงแก้ม ดูมีชีวิตชีวา สุขภาพดี ทั้งยังใช้เป็น Eye Shadow แต่งแต้มสีสันให้ดวงตา และยังช่วยไฮไลท์ให้ใบหน้าดูโดดเด่น เฉดดิ้งกรอบหน้า สันจมูกให้ดูดีมีมิติ

บลัชออน 2

DOLCE & GABBANA Blush Of Roses Luminous Cheek Colour

จึ๊งแรกคือแพ็คเก็จจิ้งสวยสะดุดตาจากลายของหมู่มวลกุหลาบมาก บลัชออนตลับนี้มาในรูปแบบเนื้อแป้ง เนื้อสัมผัสนุ่มละมุนราวกำมะหยี่ของกลีบดอกกุหลาบ ปัดแล้วสบายผิวด้วยสูตรส่วนผสมของการสกัดพฤกษาธรรมชาติ และส่วนผสมเชิงซ้อน Mediterranean Glow Complex ให้พวงแก้มมีโกลว์ มีความชุ่มชื่นเบาๆ สบายผิว มีให้เลือกตามจริตถึง 12 เฉดสี (9 เนื้อแมตต์/ 3 เฉดเนื้อชิมเมอร์) บอกได้คำเดียวว่า เริ่ดมากทั้งใช้พกพาและปัดแก้มในการเติมความสว่างสดใส มีชีวิตชีวาให้ผิวหน้าดูสุขภาพดี

บลัชออน 3

HOURGLASS Vanish Blush Stick

บลัชสติ๊กแท่งนี้ นอกจากพกพาง่ายแล้ว และยังไม่จำเป็นต้องใช้แปรงช่วยปัดด้วย แค่เบลนด์ด้วยนิ้วมือ พวงแก้มก็ดูสวยเสมือนผิวจริงแล้ว แท่งนี้เป็นเนื้อครีมบางเบาที่ปัดปุ๊บจะแปรเปลี่ยนสภาพเป็นเนื้อแป้ง อยากได้เข้มหรืออ่อนก็แค่เพิ่มระดับสีในการปาดทับเท่านั้น แถมยังช่วยพรางรูขุมขนให้ผิวดูเรียบเนียนอีกสเต็ปด้วย PoreAway เริ่ดแค่ไหนถามใจเธอดูล่ะกัน ลักษณะแท่งปลายแบบสามเหลี่ยม ทำให้ควบคุมได้ง่าย แค่ปาด เบลนด์ ก็สวยปิ้ง ไม่แห้ง ที่สำคัญเป็นสูตรวีแกน ปราศจากการทดลองกับสัตว์ด้วยนะ

บลัชออน 4

NARS Air Matte Blush Orgasm

เรื่องของบลัชออนก็ต้องยกให้นาร์สเป็นผู้ช่ำชองอันดับต้นๆ โดยเฉพาะสีระดับตำนานอย่าง Orgasm มูสบลัชตลับกลมนี้เป็นสูตรซอฟต์แมตต์ฟินิช ผิวแห้งก็ใช้ได้ เพราะแมตต์แต่เบาสบายผิว เปลี่ยนเป็นแป้งเนื้อกำมะหยี่ทันทีหลังสัมผัสผิว แม้จะบางเบาแต่ยังคงความเด่นชัดของเม็ดเนื้อสี ด้วยเทคโนโลยี Colour Diffusion Complex สามารถเบลนด์เข้ากับผิวได้อย่างกลมกลืน ทั้งยังติดทนได้ยาวนานขึ้น นอกจากนั้นยังมี Jojoba Gel ที่ช่วยให้เม็ดสีของบลัชกระจายตัวได้อย่างเรียบเนียนสม่ำเสมอ และส่วนผสมจาก Passionfruit Oil ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ให้สีสันนุ่มนวลแต่พวงแก้มเจิดจรัสทะลุแมสก์

บลัชออน 5

Sisley Le Phyto-Blush

บลัชออนอีกชิ้นที่ไม่พูดถึงไม่ได้ เป็นแบบชนิดฝุ่นเนื้อสัมผัสเนียนละมุน พร้อมคุณค่าการบำรุงผิวจากสูตรผสมธรรมชาติ ปัดเบาๆ ก็ได้สีสันระเรื่อให้พวงแก้มเปล่งปลั่ง ดูผิวสุขภาพดี ‘เลอ ฟิโต-บลัช’ ผสานคุณค่าสกัดจาก Camellia Oil และ Cottonseed Oil มีความนุ่ม สบายผิว และต่อต้านอนุมูลอิสระ ด้วยส่วนผสม Vitamin E บำรุงผิวเพิ่มขึ้นอีกระดับ ผงพิกเมนต์เนื้อละเอียดสามารถคลี่คลุมผิวบางเบา สม่ำเสมอ และผลลัพธ์แบบซอฟต์โฟกัสช่วยให้พวงแก้มดูนวลเนียนยิ่งขึ้น สีสันของบลัชกลมกลืนไปกับผิวราวธรรมชาติ จุดเด่นคือสูตรผสมติดทนยาวนาน ให้เมคอัพลุคสดใส มี 6 เฉดสีสำหรับทุกโทนผิว รวมถึงเฉดสีไฮไลท์เตอร์เผื่อสาวคนไหนใคร่อยากได้ฟินิชลุคเปล่งประกายกว่าเดิม ก็จัดไปค่ะ

ติดตามความเคลื่อนไหวในโปรเจกต์ Praew Iconic Beauty 2021 ได้ตลอดเดือนกันยายน และตุลาคม 2564 พร้อมการประกาศผลบนช่องทางออนไลน์ในเดือนตุลาคม 2564 ทุกช่องทาง ดังนี้

และการประกาศผลอย่างยิ่งใหญ่ในนิตยสารแพรวฉบับเดือนพฤศจิกายน 2564
#PraewIconicBeauty2021 #TheRebirthOfBeauty #PraewMag #นิตยสารแพรว


 

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

โรคระบาดมิอาจหยุดยั้ง! Praew Iconic Beauty 2021 เปิดตัว 5 กรรมการสุดปัง จักรวาลความงามต้องได้ไปต่อ!!!!

 

 

‘มีดวงแม่สื่อนำพาแฟนมาให้ หากเป็นต่างชาติสูงวัยก็ใช่เลย’ ดวงรายวัน 25 กันยายน 2564

ดวงรายวัน 25 กันยายน 2564 #หมอปุ้ยพยากรณ์ เช็กทุกวัน เป๊ะปังทุกดวง ทั้งการงาน การเงิน ความรัก และสุขภาพ

‘มีดวงแม่สื่อนำพาแฟนมาให้ หากเป็นต่างชาติสูงวัยก็ใช่เลย’

ดวงรายวัน 25 กันยายน 2564

ผู้ที่เกิดวันอาทิตย์

การงาน  : สำหรับผู้ที่ทำงานหรือเกี่ยวข้องกับงานที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ งานศิลปะ งานบันเทิง งานโฆษณา ประชาสัมพันธ์ สื่อมวลชน ฯลฯ  วันนี้คุณควรใช้ความคิดและจินตนาการที่มีอยู่ในตัวให้เกิดประโยชน์สูงสุด แต่อาจต้องเหนื่อยใจหน่อยนะ เพราะมีความเป็นไปได้ว่าจะได้ร่วมงานกับผู้ที่มีความคิดเห็นขัดแย้งกับคุณทุกอย่าง ไม่ว่าจะเจ้านาย หรือเพื่อนร่วมงาน แล้วคุณก็ไม่ยอมปรับเปลี่ยนความคิดของตัวเองด้วย ทางที่ดีควรรับงานเองหรือเปิดธุรกิจของตัวเองเลย

การเงิน  :  โชคลาภก็ยังอยู่กับคุณ มีโอกาสได้รับมรดกด้วยนะเนี่ย แต่ก็มีความเสี่ยงที่จะถูกหลอก ถูกโกงจากมิจฉาชีพหรือคนใกล้ชิดสูงมาก

ความรัก :  คุณเริ่มสับสนและลังเลกับความรักความสัมพันธ์ของชีวิตคู่ เพราะเมื่ออยู่ด้วยกันนานๆ เริ่มไม่ให้เกียรติซึ่งกันและกันแล้ว ต่างคนต่างมีความคิดของตัวเองและพยายามจะปรับเปลี่ยนให้อีกฝ่ายคิดเหมือนตัวเอง หากวันนี้หวังว่าจะมีฉากโรแมนติกด้วยกัน คงยาก คนโสด หากคุณเคยคบเพศเดียวกัน วันนี้มีโอกาสที่เขาจะกลับมาขอคืนดี แต่ท่าจะยาก เพราะแต่ละคนก็มีจุดยืนของตัวเอง

สุขภาพ  :  มีความเสี่ยงว่าระบบหมุนเวียนของเลือด ความดัน ระบบน้ำเหลืองและต่อมไร้ท่อต่างๆ จะปัญหา ดังนั้น จึงควรรับประทานอาหาร ผัก ผลไม้ และวิตามินที่ช่วยในการบำรุงเลือด

 

ผู้ที่เกิดวันจันทร์

การงาน  :  สำหรับผู้ที่ทำงานหรือเกี่ยวข้องกับสายบุญ สายกุศล สาย CSR เพื่อสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งงานทางด้านการติดต่อประสานงาน การบริหารจัดการ รวมทั้งการให้คำแนะนำปรึกษาในด้านต่างๆ มีความเป็นไปได้ว่า คุณจะเข้าไปรับอาสาผู้มีบุญบารมีไปปฏิบัติงานที่มีความเสี่ยงต่อความผิดพลาดเสียหายสูง วันนี้ดวงบริวารของคุณไม่ค่อยดี มีโอกาสถูกหักหลังหรือทรยศจากคนที่เคยไว้ใจอย่างไม่คาดคิด เพราะฉะนั้นจึงไม่ควรวู่วาม กล้าได้กล้าเสียอย่างไม่มีเหตุผล ควรรับฟังความคิดเห็นของคนอื่นด้วย

การเงิน :  คุณโชคดี ทางบ้านมีมรดกให้ใช้ได้อย่างไม่เดือดร้อน รวมถึงตัวคุณก็ชอบลงทุนทำธุรกิจเป็นเงินจำนวนมาก ส่วนตัวก็ชอบใช้สินค้าแบรนด์เนมราคาแพง อย่าลืม!! แบ่งเงินไปทำบุญ บริจาคเพื่อสังคมบ้าง

ความรัก :  มีความเป็นไปได้ว่า วันนี้คุณจะเป็นที่รักของครอบครัวใหญ่ แต่แค่ชั่วครั้งชั่วคราวเท่านั้น เพราะความที่คุณมีทิฐิที่แรงกล้า ยึดแต่ความถูกต้องของตัวเองมากกว่าการมีเหตุผลและให้อภัย ที่จะมีความเสี่ยงให้เกิดการกระทบกระทั่งกันขึ้น คนโสด หากวันนี้คุณพาคนที่คุณถูกใจมาให้ผู้ปกครองดูตัว ต่อหน้าท่านจะทำทีว่าปลื้ม แต่พอเขากลับไปก็ยังไม่ผ่านอยู่ดี

สุขภาพ  : ภูมิแพ้มาแล้วจ้า มีความเสี่ยงที่จะแพ้สารเคมีที่ผสมอยู่ในน้ำยาทำความสะอาด ที่ใกล้ตัวที่สุด น่าจะเป็นแอลกอฮอลล์ ทั้งแบบเจลและสเปรย์ ซึ่งจะทำให้เกิดการคันบริเวณที่ใช้ หากในกรณีรุนแรงจะลุกลามและบวมแดง อักเสบ

 

ผู้ที่เกิดวันอังคาร

การงาน :  แม้จะเป็นวันหยุด แต่มีความเป็นไปได้ว่าคุณจะหมกมุ่นครุ่นคิดถึงแต่ความสำเร็จ โดยทุ่มเวลาทั้งหมดให้กับการทำงาน จนไม่สนใจที่จะปฏิบัติภารกิจอื่นเลย แต่ต้องเรียกว่า วันนี้คุณมีดวงที่จะได้รับการอุปถัมภ์ค้ำชู ทั้งจากนารีขี่ม้าขาวที่หากคุณทำได้ดี ทำได้ปัง เธอก็พร้อมจะเลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่งให้เลย นอกจากนั้นยังมีผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือที่จะช่วยสนับสนุนด้วยอีกแรง รวมทั้งเพื่อนร่วมงาน และผู้บังคับบัญชาที่จะเมตตาเอ็นดูคุณเป็นพิเศษ เพราะฉะนั้นจึงควรวางตัวในออฟฟิศให้ดี ไม่เช่นนั้นมีดราม่าแน่ๆ

การเงิน :  ผู้ใหญ่ผู้หญิงจะอุปถัมภ์ ซึ่งคุณก็ใจดี ชอบช่วยเหลือหรือสงเคราะห์ผู้ที่เดือดร้อนจนตัวเองเดือดร้อน วันนี้มีความเป็นไปได้ว่า คุณจะช่วยเหลือผู้ใหญ่ เพื่อนสนิทมิตรสหาย จึงเก็บเงินไม่ได้

ความรัก :  วันนี้อาจมีวาระโอกาสพิเศษที่สมาชิกในบ้านจะมาอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตา แต่คุณมีความเป็นไปได้ว่าจะติดงานกะทันหัน จนไม่ได้มา ก็ระวังจะถูกผู้ใหญ่ตำหนิ คนโสด หากคุณผิดหวังกับความรักมาก่อนจนคุณเริ่มคิดว่า หากไม่พบคนที่ใช่ ก็ขออยู่เป็นโสดดีกว่า แต่วันนี้อาจมีแม่สื่อชักนำคู่มาให้ หากเป็นต่างชาติสูงวัยก็มีโอกาสที่จะสานสัมพันธ์กันได้ยาวเลย

สุขภาพ :  มีความเป็นไปได้ว่า อวัยวะในช่องท้อง ระบบการย่อยอาหาร ลำไส้ จะมีปัญหา หากเพิ่งผ่าตัดในช่องท้องหรือคลอดบุตร ระวังแผลจะอักเสบ

 

ผู้ที่เกิดวันพุธ

การงาน :  สำหรับผู้ที่ดำรงตำแหน่งหน้าที่การงานในระดับสูง ไม่ว่าจะอยู่ภาครัฐ ภาคเอกชน รัฐวิสาหกิจ หรือภาคธุรกิจ คุณมีความรู้ ความสามารถ ความคิดสร้างสรรค์ และความทะเยอทะยานที่จะประสบความสำเร็จ เพราะฉะนั้นคุณจึงกล้าได้กล้าเสีย เคร่งเครียด ดุดัน ลุยงานโดยไม่รับฟังความคิดเห็นของผู้อื่นเลย วันนี้ต้องระวังในเรื่องการตัดสินใจที่รวดเร็ว ขาดสติ กับการมีบริวารที่ไม่ซื่อสัตย์ รวมถึงเพื่อนร่วมงานที่จ้องจะแทงข้างหลังคุณอยู่ตลอด จะทำให้งานผิดพลาดล้มเหลวได้อย่างไม่น่าจะเกิดขึ้น

การเงิน :  คุณเป็นนักลงทุนและรักการหมุนเงินเพื่อทำธุรกิจ ชอบการเสี่ยงโชค แต่วันนี้ต้องระวังจะทะเลาะกัน เพราะตกลงเรื่องผลประโยชน์ไม่ลงตัว หากจะไปทวงหนี้ก็จะเจอลูกหนี้ประเภทไม่มี ไม่หนี ไม่จ่าย

ความรัก :  วันนี้คุณมีความเป็นผู้นำสูงมาก ยอมหักแต่ไม่ยอมงอ มีความเป็นไปได้ว่าจะมีปัญหาบุคคลที่สามเข้ามาในครอบครัว ดังนั้น คุณจึงลุยอย่างเดียวเลย  คนโสด คุณร้อนแรง มีเสน่ห์ทางเพศสูง หากคุณถูกใจก็ไม่แคร์ว่าจะไม่ถูกต้อง จึงมีความเป็นไปได้อย่างมากว่า คุณมีโอกาสจะเข้าไปเป็นมือที่สาม

สุขภาพ :  ควรให้ความสำคัญในเรื่องของสมองและหัวใจที่มีปัญหาอยู่ตลอด นอกจากนั้นยังต้องระวังอันตรายที่เกิดจากของมีคม และความร้อน

 

ผู้ที่เกิดวันพฤหัสบดี

การงาน  :  สำหรับผู้ที่ทำงานหรือเกี่ยวข้องกับสายบุญ สายธรรม หรือสาย  CSR เพื่อสังคม มีความเป็นไปได้ว่า คุณจะได้นำความรู้ ความสามารถ และทักษะความชำนาญเฉพาะด้านมาใช้กับการทำงานอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณอยู่ในงานที่ต้องใช้วาทศิลป์ในการติดต่อสื่อสาร การโฆษณา ประชาสัมพันธ์ ส่งเสริมการขาย ฯลฯ วันนี้มีโอกาสจะโกอินเตอร์ทางออนไลน์ ทั้งนี้ทั้งนั้นคุณควรเปิดใจรับฟังความคิดเห็นที่แตกต่างด้วย ไม่ควรยึดติดแต่ในกลุ่มเพื่อนพ้องของตัวเอง เพราะจะทำให้คุณเกิดอคติ ส่งผลให้งานไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร

การเงิน :  ทางบ้านคุณมีมรดกให้ใช้จ่ายได้อย่างไม่เดือดร้อน ซึ่งคุณก็สามารถใช้เงินลงทุนอย่างมีประสิทธิภาพ แต่วันนี้อาจเผลอใจให้กับสิ่งเย้ายวนภายนอกไปบ้าง

ความรัก :  ที่บ้านคุณมีกฎระเบียบค่อนข้างเป๊ะ ดังนั้น ชีวิตครอบครัวของคุณจึงเป๊ะตามไปด้วย อยู่บนหลักการและเหตุผล อยู่ในขนบธรรมเนียมประเพณีที่ดีงาม ซึ่งวันนี้อาจมีข่าวดี ข่าวมงคลขึ้นในบ้าน คนโสด  มีความเป็นไปได้ที่ผู้ใหญ่จะปลื้มปริ่มแฟนคุณ ยิ่งหากเป็นต่างชาติที่ฉลาดขั้นเทพด้วยแล้ว มีโอกาสที่จะมีข่าวมงคลในเร็ววันนี้

สุขภาพ :  ภูมิแพ้ที่สะสมมานาน วันนี้มีโอกาสที่จะส่งสัญญาณเตือน ซึ่งจะทำให้คุณมีอาการแพ้อากาศ จามไม่หยุด หายใจไม่สะดวก มีความเป็นไปได้ว่าจะเป็นไซนัส

 

ผู้ที่เกิดวันศุกร์

การงาน :  สำหรับผู้ที่ทำงานหรือผู้ที่อยู่ในสายการศึกษา เช่น ครูบาอาจารย์ นักวิชาการ นักค้นคว้า ทดลอง หรือผู้ที่ต้องทำงานกันเป็นทีมเวิร์ค เช่น หมอ พยาบาล ฯลฯ มีความเป็นไปได้ว่าวันนี้คุณจะได้ร่วมงานกับทีมงานที่ดีมีความรู้ความสามารถ มีความเป็นไปได้อีกเช่นกันว่า จะเป็นเพื่อนสนิท (ผู้หญิง) ของคุณเอง โดยเน้นไปที่งานในวงการบันเทิง นักดนตรี งานเขียน ดีไซเนอร์ งานที่มีน้ำเข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งคุณจะมีผู้ใหญ่ให้การสนับสนุนช่วยเหลือ ส่วนเพื่อนร่วมงาน และผู้บังคับบัญชาก็เมตตาเอ็นดูเป็นพิเศษเลยทีเดียว จนมีคนแอบมองด้วยความอิจฉา

การเงิน :  รายได้หลักมาจากทีมงานและผู้บังคับบัญชาที่ดี แต่วันนี้คุณก็จะหมดไปกับเรื่องของความสวยงาม ซื้อความสุขราคาแพงให้ตัวเอง รวมถึงแบ่งปันให้เพื่อนสนิทมิตรสหาย และผู้ใหญ่ด้วย

ความรัก :  เป็นความสัมพันธ์ระหว่างญาติผู้ใหญ่ผู้หญิงเลยทีเดียว วันนี้คุณอาจพาครอบครัวเดินทางไปเยี่ยมพวกท่านและใช้เวลาอยู่ด้วยกันอย่างเต็มที่ คนโสด มีความเป็นไปได้ว่า วันนี้คุณเลือกที่จะคบกับเพื่อนหญิงคนสนิท ซึ่งผู้ใหญ่จัดหาไว้ให้

สุขภาพ :  ระวังเป็นหวัด ปอดบวม โรคเลือดจาง หรือมีความผิดปกติในเม็ดเลือด

 

ผู้ที่เกิดวันเสาร์

การงาน :  มีความเป็นไปได้ว่า คุณจะถูกผูกมัดหรือถูกบังคับให้ทำงานอย่างไม่สมัครใจ จะเป็นเพราะสัญญาที่เป็นลายลักษณ์อักษร หรือสัญญาใจ จนกลายเป็นสัญญาทาส แต่ด้วยความที่คุณมีความคิดเห็นเป็นของตัวเองมาก แล้วหากคุณฝืนที่จะทำตามใจตัวเองก็ยิ่งจะไปต่อไม่ได้ วันนี้จึงมีโอกาสที่คุณจะตกอยู่ท่ามกลางสถานการณ์การแก่งแย่งแข่งขันในเรื่องของผลประโยชน์ และตำแหน่งหน้าที่การงานอย่างดุเดือด มีความเสี่ยงที่จะเกิดการขัดแย้งกันแบบหวังผลให้คุณเดือดร้อน ซึ่งจะทำให้สถานการณ์เลวร้ายลงจนยากที่จะหาทางแก้ไข

การเงิน : ไม่ควรให้ความช่วยเหลือใครแบบไม่มีเหตุผล วันนี้มีความเสี่ยงที่จะตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ ถูกหลอก ถูกโกง รวมถึงจากการลงทุน ทำให้เสียเงินเป็นจำนวนมาก

ความรัก :  มีความเป็นได้ว่า จะมีมือที่สามเข้ามาหลอกให้รักเพื่อหวังผลประโยชน์ แล้วก็ตีจากไป  แต่สำหรับคุณแล้วมีโอกาสทะเลาะกันบ้านแทบแตก คนโสด หากคุณกำลังตกอยู่ในสถานการณ์ที่ถูกบังคับให้คบกับคนที่คุณไม่ได้รัก แม้คุณจะวางเฉย แต่วันนี้มีความเสี่ยงที่จะเกิดการแย่งชิงกันเกิดขึ้น

สุขภาพ :  มีความเสี่ยงที่จะได้รับอันตรายจากการขับขี่ และการทะเลาะวิวาท จึงควรใจเย็น มีสติ อย่าใช้อารมณ์ตัดสินทุกๆ อย่าง

 

สรยุทธ

เปิดใจครั้งแรก “สรยุทธ” ชีวิตในเรือนจำ และการคัมแบ็กทวงบัลลังก์ “เจ้าพ่อเล่าข่าว”

นับตั้งแต่ถูกศาลตัดสินให้รับโทษไปเมื่อต้นปี 2563 ไม่รวมระยะเวลาที่หายไปต่อสู้คดีหลายปีก่อนหน้านั้น ยังไม่เคยมีใครได้รู้ความรู้สึกลึกๆ ในใจของ “สรยุทธ สุทัศนะจินดา” กระทั่งได้รับอิสรภาพกลับมาทวงตำแหน่ง “เจ้าพ่อเล่าข่าว” อย่างเต็มภาคภูมิ วันนี้เขาพร้อมแล้วที่จะบอกเล่าเรื่องราวในทุกแง่มุมกับ แพรว เป็นครั้งแรก

เปิดใจครั้งแรก “สรยุทธ สุทัศนะจินดา” ชีวิตในเรือนจำ และการคัมแบ็กทวงบัลลังก์ “เจ้าพ่อเล่าข่าว”

ขออนุญาตย้อนถามถึงเหตุการณ์วันที่ศาลตัดสินนะคะ

“ต้องบอกว่าวันนั้น (21 มกราคม 2563) ตอนฟังศาลอ่านคำพิพากษาไปกว่าครึ่ง ศาลรับฟังข้อต่อสู้ของผมในหลายประเด็น แต่สุดท้ายผลก็อย่างที่รู้กันคือผมถูกตัดสินให้รับโทษ 6 ปี 24 เดือน ความรู้สึกคือชาๆ เดินตามเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ลงไปด้านหลังศาล พอหันไปเจอเจ้าหน้าที่ อสมท. จำเลยที่ 1 ผมก็ถามสิ่งที่อยู่ในใจผมมาตลอดออกไปต่อหน้าผู้คุมหลายคนในห้องว่า ‘ผมสั่งคุณลบคิวโฆษณาตอนไหน’ เขาตอบว่าไม่มี แล้วร้องไห้ นาทีนั้นผมตัดสินใจอโหสิกรรมให้และบอกเขาว่า จากนี้ขอเพียงแค่ถ้าใครถามเรื่องนี้ ขอให้พูดความจริงแบบที่พูดกับผม แม้แค่กับหนึ่งคน ผมก็ดีใจแล้ว

“จากนั้นเจ้าหน้าที่ให้เปลี่ยนเป็นชุดเสื้อยืดคอกลมสีขาว กางเกงขาสั้นสีน้ำเงิน กับรองเท้าแตะ ที่ทีมงานพากันไปซื้อมาให้เดี๋ยวนั้น เพื่อที่จะได้ไม่ต้องเปลี่ยนที่เรือนจำ พอไปถึงเรือนจำมีการตรวจค้นร่างกายด้วยเครื่องเอกซเรย์ว่ามีอะไรซุกซ่อนมาหรือเปล่า ถอดเสื้อ ถ่ายรูปหน้าตรง ด้านข้าง ด้านหลัง จากนั้นพิมพ์ลายนิ้วมือ ตรวจสุขภาพเบื้องต้น เขาให้ทำอะไร ผมก็ทำตามไปโดยอัตโนมัติ ก่อนจะถูกส่งเข้าแดน ซึ่งเพื่อนนักโทษอุตส่าห์มีน้ำใจไปหาพวกอุปกรณ์ยังชีพเบื้องต้น เช่น ขัน สบู่ ยาสีฟัน แปรงสีฟัน กับผ้าขนหนูบางๆ มาส่งให้”

คืนแรกในเรือนจำเป็นอย่างไรบ้างคะ

“ความรู้สึกคืนนั้นต่างจากคืน 29 สิงหาคม 2560 ตอนไปฟังศาลอุทธรณ์แล้วถูกตัดสินให้จำคุก 13 ปี 4 เดือน แล้วต้องอยู่ในเรือนจำ 15 วัน เนื่องจากไม่ได้ประกันตัว ตอนนั้นผมเหวอ ไม่ทันตั้งตัว นึกได้แค่ถอดสร้อยพระ นาฬิกา สูท ให้ทีมงานเก็บ เข้าไปถึงเรือนจำตอนโพล้เพล้ ใจเสีย ทำอะไรไม่ถูก อาบน้ำก็ถอดหมด เพราะเข้าใจว่าต้องทำอย่างนั้น นักโทษคนอื่นต้องสะกิดว่าใส่กางเกงในอาบได้ ในหัวคิดแต่เรื่องจะสู้คดียังไง ฎีกายังไง จะสู้หรือยอมแพ้ คิดวนอยู่แค่นี้ รุ่งขึ้นออกมาพบทนายกับทีมงานที่มาเยี่ยม ยอมรับว่าน้ำตาไหล ผมถามออกไปด้วยความรู้สึกน้อยใจว่าทำไมประเด็นที่เราต่อสู้ไม่ถูกพูดถึงเลย และในช่วงที่ติด 15 วันครั้งนั้น ความคิดวนเวียนอยู่ที่จะยอมแพ้ดีไหม ไม่สู้ต่อ ให้คดีจบแค่ชั้นอุทธรณ์ ยอมติดคุกไปเลย เพราะมีเจ้าหน้าที่กับนักโทษจำนวนไม่น้อยที่คอยบอกว่าจบดีกว่า เห็นมาเยอะแล้ว สู้ไปก็ไม่ชนะ ‘สู้ติดแน่ แพ้ติดนาน’ ยอมติดวันนี้ รออภัยโทษดีกว่า…

“แต่ครั้งนี้ทุกอย่างจบแล้ว คดีสิ้นสุด ต้องบอกว่าผมทำใจมาประมาณหนึ่งแล้วด้วย ตลอด 4 ปีตั้งแต่หลังจากได้ประกันออกมาสู้คดี ผมฝึกซ้อมให้ตัวเองไม่ติดกับความสบายต่างๆ เช่น นอนที่พื้น ไม่นอนบนเตียง ไม่เปิดแอร์ เปิดแค่พัดลม ร้อนยังไงก็ทน เวลามองกำแพงบ้านก็คิดว่าถ้าอยู่ในคุก เราเห็นกำแพงสูงๆ จะคิดอะไร จะมองเห็นอะไรบ้าง

“คืนแรกผมอยู่แดน 1 เป็นแดนแรกรับที่มี 13 ห้อง ชั้นบน 10 ชั้นล่าง 3 ห้อง ที่ชั้นล่างห้องนอนน้อย เพราะแบ่งเป็นห้องเก็บอุปกรณ์กับห้องพักเจ้าหน้าที่ด้วย ผมนอนห้อง 13 ขนาดของห้องคะเนจากสายตาน่าจะประมาณ 8 เมตรหรือ 10 × 10 เมตร ข้างในมีห้องน้ำที่เรียกว่าบ็อกซ์ 2 ห้อง ลักษณะคือเป็นแผ่นไม้กั้น แค่เอวแทนประตู ใครเข้าก็เห็นหน้ากันหมด จำนวนนักโทษไม่แน่นอน ประมาณ 20 – 40 คน แล้วแต่วัน ขึ้นอยู่กับว่ามีใครออกไปศาลหรือมีคนใหม่เข้ามาหรือไม่

“เมื่อนักโทษขึ้นเรือนนอน ผู้คุมจะปิดประตูที่เป็นกรงติดมุ้งลวดลั่นกุญแจสองชั้น แล้วส่งลูกกุญแจออกไปฝ่ายควบคุมกลางที่อยู่ด้านนอกนู่นเลย ด้วยเหตุผลทางความมั่นคง ผมอดคิดไม่ได้ว่าถ้าเกิดไฟไหม้จะทำอย่างไร กว่าจะมีใครมาเปิดประตูให้ เคยมีกรณีนักโทษไม่สบาย กว่าจะพาตัวออกไปได้ ต้องรอเจ้าหน้าที่ไปเอากุญแจข้างนอกมาเปิด แล้วค่อยแบกคนป่วยส่งสถานพยาบาลในเรือนจำ

“นักโทษทุกคนจะได้รับแจกผ้าห่ม 3 ผืน ใช้ปูพื้นแทนที่นอน 1 ผืน พับแทนหมอน 1 ผืน อีกผืนใช้ห่ม หรือหน้าร้อนก็ใช้ปูพื้นสองชั้นให้ที่นอนหนาขึ้นอีกนิด ความกว้างของที่นอนก็ประมาณคนละ 3 แผ่นกระเบื้อง ส่วนระยะห่างระหว่างที่นอนของแต่ละคนมีแค่ไม่กี่นิ้ว อ้อ เรือนนอนไม่มีการปิดไฟนะ หลายคนจึงใช้ผ้าปิดตาหรือนอนคลุมโปง โชคดีว่าผมสามารถนอนแบบเปิดไฟได้ คืนแรกนั้น อาจเพราะคืนก่อนขึ้นศาลแทบไม่ได้นอนเลย จึงหลับยาวถึงเช้าจนโดนปลุกให้ตื่นขึ้นมาเข้าแถว ปกติเขาจะปล่อยลงจากเรือนนอนประมาณ 6 โมงเช้า แต่ถ้าฟ้ายังไม่สว่าง ก็ต้องรอก่อนตามกฎความปลอดภัย บางวันเลยไปจนถึง 6 โมงครึ่งผู้คุมถึงจะมาเปิดห้องขัง”

สรยุทธ

ชีวิตข้างในเรือนจำเป็นอย่างไรบ้างคะ

“หลักๆ คือต้องปรับตัว อย่างช่วงก่อนที่จะเข้าไป ผมชินกับการนอนเกือบเช้าตื่นบ่าย ก็ต้องปรับให้เป็นเวลาที่เขากำหนด เช้าแรกผมตื่นมาแบบเจ็บไปทั้งตัว โดยเฉพาะสะโพก เพราะผ้าห่มบางๆ กับพื้นกระเบื้อง ไหนจะน้ำหนักตัว จากนั้นยืนร้องเพลง สดุดีจอมราชา ต่อด้วยสวดมนต์ผ่านทีวีภายในเรือนจำ ซึ่งฟังไม่ค่อยได้ศัพท์หรอก ปิดท้ายด้วยแผ่เมตตาและร้องเพลง สรรเสริญพระบารมี จบแล้วเข้าแถวรอผู้คุมมาเปิดประตูห้องขัง ถึงเวลาก็เช็กยอด คือขานนับจำนวนไปจนครบคน แล้วจึงได้ออกมา

“พอลงมาส่วนมากทุกคนจะยกมือไหว้ขอพรพระพุทธชินราชจำลองที่ศาลาเล็กๆ หน้าแดน สำหรับผมไหว้อธิษฐานขอให้อยู่ในนั้นได้อย่างไม่มีปัญหา ขอให้สุขภาพแข็งแรง ไม่เจ็บไม่ป่วย โชคดีที่ผมนอนชั้นล่าง จึงเดินออกมาได้เร็วกว่าคนอื่นหน่อย รีบอาบน้ำให้เสร็จก่อนที่คนจำนวนมากจะลงมา ที่อาบน้ำเป็นบ่อซีเมนต์ยาวให้ยืนตักอาบ ในนี้ไม่ให้เอ้อระเหย แต่ไม่ถึงขนาดนับขัน อาบเสร็จแล้วจะซักผ้าเอง หรือจ้างเขาซักก็ได้ แล้วเปลี่ยนใส่เสื้อขาว กางเกงสีน้ำเงินหรือสีดำที่ต้องซื้อเองจากร้านของเรือนจำ เขามีการกำหนดสีเสื้อนักโทษด้วยเพื่อให้จำง่าย ถ้าสีขาวอยู่ในแดน สีฟ้าไปเยี่ยมญาติกับไปหาหมอที่เรือนพยาบาล และสีน้ำตาลไปศาล

“สิ่งที่นักโทษใหม่ต้องทำของเช้าแรกคือตัดผมสั้นกุด แล้วทำประวัติ ถอดเสื้อ ถ่ายรูปใหม่สำหรับใช้เป็นรูปประจำตัว พอ 8 โมงรวมตัวกันเคารพธงชาติ สวดมนต์ เช็กชื่อ ออกกำลังกาย อบรม จากนั้นพวกคนเก่าจะแยกย้ายไปเข้ากองงานต่างๆ ส่วนคนมาใหม่ยังไม่มีหน้าที่ ก็กินข้าวเช้าในโรงเลี้ยงแล้วกระจายตัว รอญาติมาเยี่ยม

“เรื่องเยี่ยม แต่ละคนออกมาพบญาติได้วันละครั้ง ประมาณ 20 นาที เว้นวันหยุดราชการ มีแค่วันเสาร์ที่จะสลับให้เยี่ยมเสาร์เว้นเสาร์ ผมคิดว่ากรมราชทัณฑ์ควรพิจารณาเรื่องนี้ใหม่ เนื่องจากญาติส่วนใหญ่ต้องทำงานจันทร์ – ศุกร์ ว่างแค่ เสาร์ – อาทิตย์หรือวันหยุดต่างๆ การงดเยี่ยมวันหยุดจึงน่าเห็นใจผู้ต้องขังที่รอให้มีใครมาหา ที่ผมเห็นคือบางคนมีพ่อแม่ ภรรยา ลูกมาเยี่ยมทุกวัน ขณะที่บางคนไม่มีเลย แต่ก็มีเหมือนกันนะที่ญาติมาทุกวัน แล้วพอรู้ว่ามีวันหยุด ภรรยาถึงกับเฮ เพราะจะได้มีเวลาไปทำอะไรอย่างอื่นบ้าง อันนี้ก็เศร้าไปอีกแบบ

“สำหรับผม ถ้าเป็นวันหยุดไม่ได้ออกมาเยี่ยมญาติ ผมก็จะอยู่แถวๆ ‘พัฒนาแดน’ ที่เขาทำงานพวกปรับปรุงสนาม ฉาบปูน ทาสี นอกจากนี้ก็มีกองการกีฬา กองโยธา เรือนนอน ห้องตัดผม ร้านค้าสงเคราะห์ กองดนตรี ซึ่งขยันซ้อมมาก วันหนึ่งผมได้ยินนักร้องซ้อมเพลง ราชทัณฑ์ปันสุข ท่อนจบร้องว่า ‘ราชทัณฑ์ทั้งแผ่นดิน’ ฟังแล้วสะดุ้ง ติดคุกกันทั้งประเทศจะดีเหรอ พอมีโอกาสจึงขออนุญาตแนะนำเขาไปว่าน่าจะปรับเนื้อ เขาก็ขอบใจใหญ่

“ตอนหลังผมขอให้ทีมงานช่วยส่ง พล นิกร กิมหงวน กับนิยายกำลังภายในของกิมย้ง กระบี่เย้ยยุทธจักร เข้าไปอ่านก่อนนอน ชอบเนื้อเรื่องที่มีฝ่ายธรรมะ อธรรม และวิญญูชนจอมปลอมในฝ่ายธรรมะ (ยิ้ม) แต่บอกเลยว่าตลอดปีกว่าที่อยู่ในนั้น ผมนอนหลับๆ ตื่นๆ เป็นระยะ ก่อนจะตื่นจริงตอนตี 5 เพื่อเริ่มต้นกิจวัตรอีกครั้ง”

เรื่องอาหารการกินล่ะคะ

“เรื่องนี้หลายคนน่าจะเข้าใจผิดเหมือนผม ที่ทีแรกคิดว่าญาติจะสามารถหิ้วข้าวปลาอาหารไปฝากไปเยี่ยมได้ ความจริงไม่ได้นะครับ เขาให้ญาติสั่งซื้อผ่านร้านค้าในเรือนจำตามเมนูที่กำหนดไว้ให้ สรุปก็คือเป็นอาหารเรือนจำเท่านั้น มีฟรีกับเสียเงิน แล้วก็มีร้านค้าสงเคราะห์ที่ขายพวกขนม นม น้ำ ของใช้เล็กๆ น้อยๆ ถ้าญาติฝากเงินไว้ให้ เราก็จะมีสิทธิ์ใช้ได้วันละ 300 บาท โดยใช้นิ้วโป้งกดจ่าย

“ผมกินง่าย ส่วนใหญ่ทีมงานจะสั่งไว้ให้ล่วงหน้าตั้งแต่เมื่อวาน (สั่งวันนี้ ได้วันรุ่งขึ้น) มากินรวมกับเพื่อน กับข้าวก็จะวนเวียนอยู่แถวๆ แกงเขียวหวาน แกงเผ็ด ไส้กรอก ไข่ลวก ใครที่ไม่มีเงิน ถ้าไม่รับจ้างทำงานพวกซักผ้าก็ต้องกินที่โรงเลี้ยง ซึ่งเท่าที่ผมเห็นและเคยลองกินก็พอกินได้แหละ แต่คงไม่ง่าย เมนูอาหารก็อย่างที่เขาอำกัน คือมีหลากหลาย แบบแกงฟักใส่หมู แกงหมูใส่ฟัก ผัดผักใส่หมู ผัดหมูใส่ผัก แค่สลับคำก็หลากหลายแล้ว และเป็นสูตรสุขภาพ คือเน้นผักเป็นหลัก ส่วนรสชาติ…เอาเป็นว่าบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปถือว่าเป็นสวรรค์ของนักโทษ เพราะเก็บเครื่องปรุงมาใช้ต่อได้

“ผลไม้ก็มีนะ แม้เขาจะมีคำถามล้อกันว่าผลไม้หน้าไหนแพงที่สุด คำตอบคือผลไม้หน้าเรือนจำจ้ะ (หัวเราะ) ผมมักจะสั่งกล้วยน้ำว้า ซึ่งเป็นสินค้ายอดฮิต ตั้งใจอยากกินวันละ 2 ลูก จะได้ช่วยเรื่องขับถ่าย แต่อย่าไปนึกถึงกล้วยสวยๆ แค่แบบธรรมดายังไม่เจอ มีแต่แบบเหลี่ยมแน่นๆ สีเขียวแล้วยังไม่ทันเหลืองก็ข้ามไปน้ำตาลเลย ข้างในจึงแกนๆ เฝื่อนๆ ตอนหลังมีนักโทษร้องเรียนเรื่องคุณภาพกล้วย ที่สุดกล้วยก็หายสาบสูญไปจากบัญชีสั่งของ ประมาณว่าถ้ามีปัญหา การแก้ปัญหาก็คือไม่ต้องมีสิ่งนั้น จบเลยไม่ได้กินกล้วยน้ำว้าอีก จนถึงวันออกมา ก็ยังไม่มีกล้วยน้ำว้าให้สั่ง

“มีคำขวัญติดไว้ที่ประตู ‘เป็นมิตร แต่ไม่ใช่เพื่อน’ คงอยากบอกเป็นนัยว่า ผู้คุมไม่ใช่เพื่อนเล่นนะจ๊ะ (หัวเราะ) สรุปว่าความกินง่ายของผมทำให้ไม่ค่อยมีปัญหานัก”

แล้วแต่ละวันต้องมีทำกิจกรรมอะไรไหมคะ

“ถ้าทั่วไปคือผมมักจะเดินแกว่งแขน ซึ่งสภาพเป็นแบบอึดอัด เพราะมันแออัดไปด้วยผู้คนที่อยากออกกำลังกายเหมือนกัน แต่ความที่ร้อนมาก จะเดินบนสนามปูนคงไม่ไหว ก็ต้องเดินรอบเรือนนอนที่เป็นทางเดินแคบๆ ประมาณเมตรนิดๆ ซึ่งฟากหนึ่งเป็นที่อาบน้ำ ถ้าเดินตอนที่มีคนอาบน้ำรอบบ่ายก็จะแฉะๆ หน่อย ถัดไปเป็นที่ฉี่ อึ กลิ่นมาแน่นอน ส่วนรอบสนามปูนเป็นถังก่อซีเมนต์ขอบคมๆ ที่ด้านล่างน่าจะเป็นอึ ฉะนั้นวันแรกที่ผมคิดว่าสามารถเดินออกกำลังด้วยรองเท้าแตะ ก็ต้องเปลี่ยนใจเป็นใส่ผ้าใบ เพราะไม่อยากเสี่ยงลื่นล้มหัวฟาดพื้นกองอยู่แถวนั้น

“ผมตั้งใจเดินทุกวัน จนถูกแซวว่าผมเป็นชายผู้มุ่งมั่นเดินรอบเรือนจำ วันหนึ่งมีนักโทษคดีดังปล้นทองในห้างไปบอกผู้คุมว่าสรยุทธเครียดมาก เดินเหม่อลอยทุกวัน…ก็คนเดินออกกำลังกาย จะให้แหงนหน้ามองฟ้าหัวเราะก็ใช่ที่

“เวลากลับขึ้นเรือนนอนคือบ่าย 3 โมง แต่ตอนเย็นกลุ่มคนที่กลับจากทำงานตามกองต่างๆ คนที่ออกไปศาล คนที่ไม่ได้ประกัน คนที่คดีสิ้นสุด เพิ่งถูกตัดสิน จะกลับเข้าไปประมาณ 5 โมง ซึ่งช่วงแรกผมได้รับหน้าที่ให้คอยแนะนำข้อปฏิบัติ ข้อคิดที่เป็นประโยชน์ในการปรับตัวแก่ผู้ต้องขังที่มาใหม่ พูดให้กำลังใจเขานิดหน่อย จึงได้ขึ้นเรือนนอนรอบ 5 โมง แต่พอเกิดโควิดก็เหลือแค่รอบบ่าย 3 รอบเดียว

“ในห้องขังช่วงเย็นอาจได้ดูทีวี ส่วนมากเป็นหนังช่องโมโนหรือรายการทีวีที่ไม่ใช่ข่าว ถ้าเป็นข่าวเขาจะเปลี่ยนช่องทันที มีการแซวกันว่าการจะได้ดูอะไรขึ้นอยู่กับรายการที่ผู้คุมที่ส่วนควบคุมกลางชอบหรือดูอะไรค้างไว้ อาจเป็นรายการเพลง หนังจีน ซึ่งส่วนตัวผม รายการอะไรก็ดีกว่าการเปิดให้ดูหนังที่จะไม่มีทางได้ดูตอนจบ เนื่องจากถึงเวลาปิดทีวีก่อนทุกครั้งไป และไม่ว่าอะไรก็คงดีกว่าชาวแดน 8 ที่เขาว่ามีห้อง 24 ที่ใครโดนเรื่องวินัยหนักสุดจะถูกลงโทษให้อยู่ห้องนี้ ไม่มีหน้าต่าง มีกล้องจับภาพและต้องดูรายการธรรมะทั้งวัน”

สรยุทธ

ถ้าประมวลเรื่องความไม่สบายกาย คุณสรยุทธทุกข์กับอะไรที่สุดคะ

“คงเป็นตอนหน้าร้อนที่ร้อนแบบทารุณ สำหรับห้องที่ผมอยู่ แม้มุมที่ผมนอนค่อนข้างสว่าง ติดประตู มีฝุ่นเยอะ เพราะคนเดินผ่านกันทั้งวันเนื่องจากใกล้จุดเข้าออก แต่ก็ไกลบ็อกซ์ออกมาหน่อย ไม่ต้องอยู่กับความชื้นและกลิ่นไม่พึงประสงค์

“ส่วนเวลาอยู่นอกเรือนนอน ผมตั้งใจเลยว่าถ้าพ้นโทษออกมาจะหาเก้าอี้ไม้ตั้งวางทุกจุดที่เดินผ่านในบ้าน เพราะเก้าอี้ในเรือนจำแทบไม่มีเลย ถ้ามีก็เป็นแบบ พลาสติกอยู่ในห้องสมุด ยังไงก็ไม่พอ ไม่แน่ใจว่าเขากลัวจะเอามาใช้เป็นอาวุธกันหรือเปล่า นักโทษจึงนั่งพื้น ไม่ก็นั่งบริเวณบ่อเกรอะหน้าเรือนนอนหรือบนขอบปูน ที่ใช้ล้อมต้นไม้ ซึ่งทั้งแดนมีอยู่สองต้น ขณะที่คนในแดนมีประมาณ 500 ที่จริงมีศาลา มีบ่อปลาด้วย แต่ติดป้ายห้ามเข้า เป็นที่สำหรับเจ้าหน้าที่เท่านั้น

“เวลาหน้าร้อนต่างคนต่างพยายามหาจุดที่เย็นที่สุด อย่างแดน 1 กองงานกีฬาคือเป้าหมายหลัก ลักษณะเป็นห้องขังขนาดใหญ่อยู่ในร่ม นักโทษจะนอนแผ่กันอยู่ เป็นร้อยๆ กับอีกจุดที่เย็นหน่อยคือโรงเลี้ยง แต่เปิด – ปิดเป็นเวลาตามมื้ออาหาร ไม่ใช่จู่ๆ จะเดินเข้าไปนั่งได้ เพราะฉะนั้นน้ำเย็นกับน้ำแข็งเป็นของมีค่ามาก ซึ่ง นักโทษต้องสั่งซื้อล่วงหน้ากันเอง”

ถ้าเป็นทางใจล่ะคะ

“ทางใจคือการนับทุกวันว่าอยู่มานานแค่ไหนแล้ว แรกๆ นับเป็นวัน ตอนหลังเปลี่ยนเป็นสัปดาห์ คิดเองว่าทำให้มีกำลังใจมากกว่า เพื่อนๆ ยกสกอร์บอร์ดที่ใช้นับคะแนนเวลาแข่งฟุตซอลในแดนมาให้ผมใช้พลิกแผ่นสำหรับนับแต้มแทนการนับวัน แม้ใครจะบอกว่ายิ่งนับยิ่งช้า แต่ก็อดใจที่จะนับไม่ได้ วันๆ ผมใช้เวลาไปกับการนับวันนี่แหละ วันเวลาในคุกจึงกลายเป็นของไม่มี ‘ค่า’ ที่ทุกคนอยาก ‘ฆ่า’ ให้หมดไปเร็วๆ

“เวลาใครไปเยี่ยมแล้วปลอบว่าแป๊บเดียว ผมบอกเลยว่าคนที่อยู่ข้างในไม่รู้จักคำนี้ อาจพอใช้ได้บ้างกับคนที่อยู่มานานหลายปี แต่สำหรับผม คำนี้ ไม่เคยใช้ได้ ยิ่งพอรู้เค้าลางว่าจะมีสิทธิ์พักโทษ เห็นปลายทางวันยิ่งช้า กว่าจะผ่านไปแต่ละชั่วโมง ผมถึงขั้นเขียนลงสมุดเป็นปฏิทินของตัวเอง ดีหน่อยที่มีงานให้ทำ ในความรู้สึกเราเวลาจึงไหลผ่านไปเร็วขึ้นบ้าง”

หมายถึงรายการ เรื่องเล่าชาวเรือนจำ ใช่ไหมคะ (พยักหน้า)

“ผมได้ทำงานอยู่ฝ่ายการศึกษาและพัฒนาจิตใจ เริ่มจากเป็นพิธีกรงานภายในเรือนจำก่อน มีตั้งแต่งานพิธีตัดเมลอนที่ปลูกแบบไฮโดรโปนิกส์ (แพรว ขำเลยโดนดุ) เรื่องจริงนะ แล้วก็มีงานประกวดร้องเพลง จนถึงงานประกวดประดิษฐ์หน้ากากแฟนซีช่วงโควิดมาใหม่ๆ

“ส่วนรายการ พอรู้ว่าทางกรมราชทัณฑ์มีนโยบายอยากให้ทำรายการสำหรับนักโทษ ผมก็ยินดี คิดชื่อรายการเดี๋ยวนั้นว่า ‘เรื่องเล่าชาวเรือนจำ’ คอนเซ็ปต์คือเล่าข่าวที่เป็นประโยชน์ ไม่กระทบใคร ไม่มีอาชญากรรมความรุนแรง ไม่มีการเมือง กลุ่มผู้ชมคือนักโทษ 4 แสนคนทั่วประเทศ มีทีมงาน ตากล้อง ฝ่ายตัดต่อเป็น นักโทษ เรียกว่ารายการของนักโทษ โดยนักโทษ เพื่อนักโทษ ซึ่งนี่จะเป็นครั้งแรกที่ผมทำงานโดยต้องลงมาทำเองทุกขั้นตอน

“เบื้องหลังการทำงานก็ไม่ง่ายเลย อย่างหนังสือพิมพ์ที่ใช้อ่านข่าว กติกาคือต้องคืนให้ครบจำนวนเป๊ะๆ ทุกวัน ทีนี้มันวุ่นวายตรงทำงานเป็นสัปดาห์ คืนไปแล้วจะสรุปประเด็นยังไง ที่สุดต้องให้ทีมงานพริ้นต์ข่าวกับแนบคลิปที่ขอจากช่อง 3 ส่งเข้าไปให้เขาตรวจก่อนที่ผมจะอ่านแล้วคัดเลือกประเด็นออกมา ขณะทำรายการก็ต้องใช้ความจำจากที่อ่านว่าเรื่องนี้จะใส่คลิปแบบนี้ เพราะไม่มีมอนิเตอร์ให้ดู เสร็จแล้วต้องคุมตัดต่อใส่ภาพ เพื่อให้ได้งานออกมาใกล้เคียงที่คิดไว้ ซึ่งตอนทำงานข้างนอกผมไม่ต้องทำทุกอย่างขนาดนี้ ทีมที่ทำงานด้วยกันก็ต้องใช้ใจอย่างมาก เพราะต้องทำเกือบทุกวัน อย่างตอนน้ำท่วม 50 จังหวัด ต้องนั่งไล่ดูคลิปแต่ละที่แล้วตัดต่อ ผมเองแต่ละคืนต้องหอบงานเป็นปึกเข้าไปอ่านในห้องขังในสภาพนอนคว่ำอ่านแล้วเขียนโน้ตไว้ เจ็บตัวเจ็บศอกมาก ตอนหลังขอโต๊ะญี่ปุ่นเพื่อให้พอนั่งเขียนได้ แต่โต๊ะก็เล็กมาก ต้องก้มจนเมื่อยไปอีกแบบ แล้วความที่หน้าโต๊ะทำเป็นลายตารางหมากรุก พอมีตรวจค้นเขาก็หาว่าลักลอบเอาเข้าไปเล่น โดนยึดอีก ต้องไปทำเรื่องขอคืนวุ่นวาย

“18 กุมภาพันธ์ 2563 ทดลองทำเทปแรก บังเอิญผมรู้ว่าแดน 6 ทำเพลง ขอโอกาส แต่ง ร้อง เล่นโดยนักโทษ ซึ่งเนื้อหาดี ลีลาการร้องก็ใช้ได้ ผมจึงเอามาเปิดในรายการแล้วฝากทีมงานไปโพสต์ในเฟซบุ๊ก ปรากฏว่าฟีดแบ็กภายนอกดีมาก ทีนี้พอแดนต่างๆ รู้ก็อยากให้ช่วยโปรโมตเหมือนแดน 6 บ้าง ผมก็อยากช่วยนะ แต่ต้องเข้าใจก่อนว่าทุกคนจะมาร้องเพลงกันหมดไม่ได้มั้ง (หัวเราะ)

“ความยาวรายการกำหนดเวลาไว้ประมาณหนึ่งชั่วโมง แต่ทำครั้งแรกก็ชั่วโมง สี่สิบห้า – ห้าสิบ ล่าสุดเป็น 2 ชั่วโมงละ (ยิ้ม) และแม้จะพ้นโทษแล้ว ผมก็ยังตั้งใจอัดเทปรายการส่งเข้าไป เพราะรู้ดีว่าคนข้างในรอดู เนื้อหารายการหลักๆ คือสถานการณ์โควิด ดินฟ้าอากาศ ท่องเที่ยว ปรากฏการณ์สังคม จนถึงคลิปตลก สถานการณ์ตอนนั้นเริ่มงดเยี่ยมพอดี กรมราชทัณฑ์เกรงว่านักโทษจะเครียด ซึ่งต้องเล่าก่อนว่าพอทำเทปแรกเพื่อออนแอร์วันเสาร์ ปรากฏว่าเสาร์นั้นที่บุรีรัมย์เกิดเหตุเผาเรือนจำ ผมใจไม่ดี คิดว่าเขาดูรายการแล้วไปก่อเหตุ แต่ความจริงคือเรือนจำบุรีรัมย์ยังไม่ได้เปิดเทป เพราะเป็นเรื่องใหม่สำหรับการส่งเทป โหลดเทป ตรวจสอบ โล่งไป

“อ้อ มีหมายเหตุนิดหน่อยว่าทีมงานคุณภาพของ เรื่องเล่าชาวเรือนจำ ประกอบด้วย 1. วิ่งราว 2. ลักทรัพย์นายจ้าง 3. ปล้นธนาคาร 4. ฆ่าคนตาย ถ้าขึ้นเครดิตท้ายรายการคงมีสีสันน่าดู”

สรยุทธ

ฟีดแบ็กรายการเป็นอย่างไรคะ

“ตอนนั้นบอกเลยว่าผมก็ไม่ได้มั่นใจมาจากไหน เทปแรกลุ้นมาก เพราะไม่รู้ว่าช่วงเวลาที่ผู้คุมเปิดเทปรายการจะไปขัดจังหวะการดูหนัง ซีรี่ส์ แล้วจะโดนโห่หรือเปล่า คือทุกเย็นผมมักจะได้ยินเสียงทีวีแบบเบลอๆ ฟังไม่ค่อยได้ศัพท์ แต่วันนั้นได้ยินเสียงผมเล่าข่าวชัดเจน ไม่มีเสียงอื่น แปลว่าเขาหยุดดูกันจริงจัง ถ้ามีอะไรตลกก็หัวเราะพร้อมกัน คือในนั้นอย่าให้เขาทำอะไรพร้อมกัน มันจะดังมาก อย่างเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯมีคนเกือบห้าพัน

“การออกอากาศช่วงแรกขลุกขลักพอสมควร ขนาดเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯที่เป็นแม่ข่ายยังเปิดทีหลังที่อื่น ด้วยอุปสรรคสารพัด ทีวีเสียบ้าง เครื่องเล่นเสียบ้าง บางทีรายการหายไปเลยสองเทป ขณะที่ฝั่งนโยบายอยากให้มีทีวีเรือนจำ ให้ผมช่วยคิดผังรายการ แต่ระดับปฏิบัติชัดเจนว่าเขาเฉยๆ กัน

“สำหรับเรตติ้งต้องดีอยู่แล้วสิ ก็บังคับดูนี่ (หัวเราะ) ซึ่งถ้ายอดคนดูลดลง เราดีใจนะ เพราะแปลว่ามีคนพ้นโทษออกไป ฟีดแบ็กได้รู้กันเช้าวันรุ่งขึ้นทันทีทุกที่ทุกเวลา เพราะคุณผู้ชม เรื่องเล่าชาวเรือนจำ จะเดินมาบอกถึงตัวว่าชอบ บางคนบอกว่าดูบางคลิปแล้วร้องไห้ คนพูดนี่สักทั้งตัวเลยนะ บางคนบอกว่าไม่ได้เห็นข้างนอกเป็นสิบปีแล้ว แต่มาได้เห็นจากข่าวน้ำท่วมหรือสภาพเมืองที่เหมือนร้างตอนช่วงล็อกดาวน์ หรืออย่างคลิปท่องเที่ยว ถนนหนทางมีดอกไม้สวยๆ มันเป็นความสุขผ่อนคลายอย่างหนึ่งของเขา เชื่อไหม มีจดหมายจากเรือนจำทั่วประเทศมาเยอะมาก ข้อความน่าประทับใจทั้งนั้น ที่สุดรายการผมจึงมีช่วงตอบจดหมายด้วยนะ

“ทำไปสักพักผมเสียดายเนื้อหาที่เหลือเยอะในแต่ละครั้ง จึงเกิดรายการ กำลังใจสู่ชาวเรือนจำ คิดรูปแบบง่ายๆ ว่าให้คนดังหรือดารามาพูดให้กำลังใจ ซึ่งพอทีมงานติดต่อไปหลายคนบอกว่าอยากทำมาก แต่จะให้ทำอะไร พูดอะไรล่ะ อันนี้ผมเข้าใจเลยนะ คือไม่ใช่การพูดให้กำลังใจในภาวะโควิดหรือเกิดสถานการณ์น้ำท่วม แต่ต้องพูดให้กำลังใจนักโทษที่ถูกตัดสินว่าผิดน่ะ หลายคนจึงทำได้แค่รับปาก แต่ไม่เกิดงาน ผมไม่แน่ใจว่าเพราะเขาไม่รู้จะพูดอะไรหรือไม่อยากทำ อันนี้ไม่ว่ากัน มีบางคนติดเรื่องค่าย เรื่องช่อง ขนาดรายการในเรือนจำยังติดว่าผมอยู่ช่อง 3 ส่วนหลายคนที่ส่งกำลังใจมาอย่างน่ารัก ผมขออภัยที่เอ่ยชื่อไม่หมด อย่างเบลล่า เธอมาแบบลั้นลาเต้นติ๊กต่อกให้ดู โป๊ปก็ตอบรับทันที ที่มีเรื่องเล่าคือพี่ปู – พงษ์สิทธิ์ มอบเพลง เราจะกลับมา ให้ผม กับอีกเพลงที่มอบให้ผู้ต้องขังคือ มือปืน (หัวเราะ) คือพี่ปูคงเห็นเป็นเพลงดังที่คนชอบ คนรู้จักเยอะ แต่เนื่องจากเปิดในเรือนจำ ผมจึงต้องขออนุญาตเปลี่ยนไปใช้เพลง เราจะกลับมา แทน

“ที่จำแม่นอีกคนคือน้าแอ๊ด คาราบาว ส่งคลิปเพลง ทะเลใจ มาให้ วันที่รายการออกอากาศ พอผมทำงานเสร็จ เดินเข้าไปในเรือนนอน บรรยากาศเงียบ เสียงที่ได้ยินคือนักโทษร้องเพลง ทะเลใจ ตามน้าแอ๊ดกันดังกระหึ่ม ผมฟังแล้วขนลุก

“ส่วนคุณตัน สไตล์ผู้ชายคนนี้ต้องมาแบบพิเศษ ระหว่างที่พูดให้กำลังใจ คุณตันก็พาเดินดูบ้านจนทั่ว แถมบอกว่าไม่เคยให้ใครดูเลยนะ เปิดครั้งแรกให้นักโทษดู ความยาวเป็นสิบนาทีแน่ะ”

แล้วที่สอนทำอาหารล่ะคะ

“อันนั้นเป็นไฮไลต์ในรายการ กำลังใจสู่ชาวเรือนจำ ที่นำเสนอเกี่ยวกับการแนะนำอาชีพ กับคลิปกิจกรรมจากเรือนจำต่างๆ ที่มักจะมาเป็นคลิปร้องเพลง

“เล่าก่อนว่าเดิมข้างในเขาก็มีฝึกอาชีพอยู่แล้วนะ เช่น อัดกรอบพระ หมัก ไส้เดือน เลี้ยงจิ้งหรีด ตัดผม ฯลฯ ทีแรกผมอยากเรียนตัดผม แต่คิดอีกที มันคงทำอะไรไม่ได้มากหรอก เพราะทุกคนต้องตัดสั้นเกรียนแบบเดียวกันหมด จะพลิกแพลงยังไง วิกให้ซ้อมมือก็ไม่มี ผู้คุมเขาก็คงไม่เสี่ยงมาลองให้มั้ง จึงคิดถึงเรื่องฝึกทำอาหาร เพื่อให้นักโทษมีวิชาติดตัว เมื่อเขาพ้นโทษออกไปแล้วจะได้ใช้สูตรทำอาหารเมนูต่างๆ ไปหาเลี้ยงชีพ ไม่กลับไปทำผิดซ้ำอีก

“ส่วนผลพลอยได้นอกจากได้เรียนรู้สูตรการทำอาหารต่างๆ แล้ว ยังทำให้ได้กินอะไรที่นอกเหนือจากอาหารในเรือนจำด้วย โดยนักโทษต้องสปอนเซอร์กันเอง ให้ญาติขอนำเข้ามาตามระเบียบ เพราะเรือนจำไม่มีงบส่วนนี้หรอก วันหนึ่งขณะประชุมแผนงานกันว่าจะทำอะไรดี มีคนคิดถึงขนาดอาจทำส่งขายแดนอื่นๆ จนใครสักคนทักขึ้นมาว่าจะวางแผนกิจการอะไรนัก คิดจะตั้งรกรากในนี้หรือไง (หัวเราะ) ถึงได้สติ เออ จริง

“ตอนแรกเริ่มจากนักโทษทำกันเอง แม้จะอัตคัดอุปกรณ์ก็ดัดแปลงกันไป มีหลายเมนู เช่น ผัดไทยประตูแดน ล้อเลียนผัดไทยประตูผี แล้วก็ปาท่องโก๋ อันนี้ผมอยากทำมาก อย่างที่หลายคนดูคลิปที่ทีมงานโพสต์ไว้ในเพจกรรมกรข่าว จะเห็นว่าผมอินมาก คือต้องเข้าใจก่อนว่าการได้กินปาท่องโก๋ร้อนๆ ซึ่งไม่มีทางได้เจอในเรือนจำ มันตื่นเต้นมากนะ วันนี้ผมก็ยังเก็บสูตรไว้อยู่

“ผมเคยรู้ว่าคุณหรีด (รพีพรรณ เหลืองอร่ามรัตน์) เคยเข้าไปสอนทำอาหารในเรือนจำหญิง ก็ให้ทีมประสานให้เข้าไปช่วยสอนด้วย ซึ่งก็จัดเต็มให้เคล็ดลับตามสไตล์คุณหรีด อย่างกล้วยทอดที่ใช้แป้ง 5 อย่าง ฮือฮากันใหญ่ หลายเรือนจำส่งข่าวมาว่าทำขาย ส่งภาพมาให้ดู แต่ไม่ส่งกล้วยมานะ มีคนพ้นโทษเขียนจดหมายมาบอกว่านำสูตรไปทำขายด้วย แล้วก็มีข้าวผัดกะเพราแบบต่างๆ หมูคอนโด หมูปิ้ง ฟีดแบ็กส่วนใหญ่มีแต่ขอสูตร เพราะจดไม่ทัน จะทันได้ไง เขาไม่ให้นักโทษพกปากกาเข้าไปในเรือนนอน”

สรยุทธ

มีเรื่องที่ทำให้เสียน้ำตาบ้างไหมคะ

“คนเรานะ อิสรภาพสำคัญที่สุด รู้ไหม คนที่อยู่ข้างในบางคนบอกว่ายอมให้ตัดแขน ตัดขา หรือควักลูกตาก็ได้ ถ้าเขาจะได้ออกไปเป็นอิสระ บางคนเห็นนกบินเข้ามา แล้วได้บินออกไปก็ร้องไห้ สำหรับผมไม่ถึงขนาดนั้น แค่ตอนเย็นโพล้เพล้ พระอาทิตย์ตกเห็นเป็นลูกกลมสีส้มแดงจะคิดถึงบ้าน หรือเวลามีใครพ้นโทษ พักโทษมาลากลับบ้านก็จะคิดถึงตัวเอง แล้วผมเป็นคนที่นักโทษส่วนใหญ่จะชอบมาลา ‘พี่ยุทธ อายุทธ ผมกลับบ้านแล้วนะ’ เคยมีวันหนึ่งเดินเรียงมาลากัน 8 คน

“ปกติผมเซ้นสิทีฟอยู่แล้ว แต่อยู่ข้างนอกอาจต้องเจออะไรถึงร้อยจึงจะร้อง ไม่เหมือนอยู่ข้างในที่แค่ห้าก็น้ำตารื้น อะไรก็ดูจะกระทบใจง่ายเหลือเกิน กลางคืนนอนน้ำตาไหล ไม่ใช่แบบสะอึกสะอื้นนะ แต่มันน้อยเนื้อต่ำใจ เจ็บปวดเวลาคิดถึงอิสรภาพว่าทำไมเราต้องมาอยู่แบบนี้ แล้วก็จะย้อนนึกถึงที่ถูกตัดสิน

“เช็คที่เป็นปัญหาในคดี ที่สุดศาลฎีกาก็วินิจฉัยไว้ชัดเจนว่าเช็คมีที่มาที่ไปถูกต้อง ไม่ใช่สินบน เป็นการจ้างเจ้าหน้าที่ อสมท.จำเลยที่ 1 ทำงานอย่างถูกต้อง แต่ศาลมองว่าทำให้จำเลยที่ 1 ไม่รายงานโฆษณาเกิน ซึ่งผมต่อสู้มาตลอดว่าเขารายงานแล้วทุกวันและมันปกปิดไม่ได้ ส่วนตัวผมเคยเชื่อว่าคดีอาญาต้องปราศจากข้อสงสัย ถ้ามีแม้แต่นิดเดียวที่จะไม่ใช่ ตามหลักต้องยกประโยชน์ไม่ใช่หรือ คดีฆ่าคนตายต้องพิสูจน์ให้สิ้นสงสัยว่ามีศพ มีอาวุธ ต้องมีประจักษ์พยาน แต่คดีเราไม่ต้องพิสูจน์แบบนั้นเลยหรือ ที่เขาชอบพูดกันว่าสรยุทธโกงไปเป็นร้อยล้าน ผมเรียนไว้ตรงนี้อีกครั้งว่าผมใช้ให้ไปนานแล้วและใช้เกินด้วย แม้ว่าส่วนที่ อสมท. เกินผม เขาจะไม่ได้คืนอะไรมาสักบาทก็เถอะ ที่เจ็บปวดคือที่บอกว่าไม่มีเหตุให้รอลงอาญา เพราะผมเป็นสื่อมวลชนอาวุโส ต้องเป็นตัวอย่างที่ดี แต่ตอนเกิดเหตุ ปี 2548 – 2549 ก็ 15 – 16 ปีก่อน ผมอายุย่าง 40 ปี เพิ่งเปิดบริษัทครั้งแรกในชีวิตนะ และคดีนี้ก้ำกึ่งว่าเป็นคดีแพ่ง มันอยู่ที่การตีความสัญญา ที่จริงมีคนแนะนำให้ไม่ไปฟัง คือให้อ่านลับหลังแล้วหนี แต่ผมเคารพในกฎกติกาของกระบวนการยุติธรรม

“ที่สุดผมบอกตัวเองว่าตัดสินใจถูกที่สู้ต่อถึงชั้นฎีกา อย่างน้อยคำพิพากษาศาลฎีกาก็ยังพิสูจน์ได้ว่าผมไม่ได้ติดสินบน และครั้งนี้มีกำหนดเวลาชัดเจน 8 ปี ถ้าผมไม่ตาย มันจะจบแล้วได้เริ่มต้นใหม่ ไม่ต้องทุกข์ทรมานอีก

“ถ้าถามว่าย้อนไปถ้าให้เลือกระหว่างเป็นนักข่าวธรรมดากับกรรมกรข่าวที่ต้องติดคุกจะเลือกอะไร ผมเลือกเป็นกรรมกรข่าวที่ติดคุก เพราะได้ดูแลแม่อย่างดีที่สุดตลอดเวลาที่แม่ป่วย ได้จัดงานศพที่ถ้าแม่รับรู้คงดีใจ ภูมิใจ ซึ่งถ้าผมไม่มีฐานะ เป็นนักข่าวธรรมดาคงทำไม่ได้ขนาดนี้

“ตอนอยู่ข้างในเวลามีใครถามเรื่องคดี ผมจะรู้สึกดีที่มีโอกาสเล่า ผมถึงขนาดวาดชาร์ตไว้อธิบายประกอบเป็นกราฟิกเลย ใครฟังมักจะบอกว่า อ้าว แล้วคุณผิดตรงไหน…ก็ไม่เป็นไร ผมยอมรับไปตามกระบวนการ แต่ผมยังเป็นปุถุชนธรรมดา ไม่ได้บรรลุ การจดจำว่าใครทำอะไรไว้กับผมหรือสาปแช่งบางคนในใจบ้าง ก็น่าจะเป็นสิทธิ์ของผมมั้ง ยกเว้นเจ้าหน้าที่ อสมท.คนนั้นคนเดียวที่ผมอโหสิกรรมให้ ไปแล้ว”

ตอนอยู่ในเรือนจำคิดเรื่องกลับมาทำงานไหมคะ

“คิด แต่ในมุมว่าถ้าถึงเวลาได้ออกไป คนดูจะยอมรับเราไหม จะให้โอกาสไหม ไม่ได้คิดเป็นเรื่องใหญ่โตหรือคิดว่าจะกลับมาเป็นเหมือนก่อนหยุดทำงาน เพราะผมหยุดไป 5 ปีเลยนะ วันที่ได้พักโทษไปใส่กำไลอีเอ็ม ออกมาเจอนักข่าวรุ่นน้องๆ รออยู่เต็ม ใจผมคิดมาบ้างว่าคงมีการทำข่าวแหละ แต่ตลอดเวลา 5 ปีที่ผ่านมา ภาพจำคือทุกครั้งผมจะถูกถามด้วยคำถามเชิงอคติ ถามแบบเอาเรื่อง วันนั้นผมรู้สึกได้ถึงการเป็นมิตรเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี และผมก็ไม่รู้หรอกว่าเขาคาดการณ์กันว่าผมจะกลับมาทำรายการแน่นอน ใครเจออย่างผม หยุดทำรายการ ไป 5 ปี จะเอาอะไรมามั่นใจล่ะ

“ทุกคนถามว่ากลับมานั่งหน้าจอวันแรกตื่นเต้นไหม ทีแรกผมไม่คิดว่าตัวเองจะตื่นเต้น ไม่ต้องซ้อม ตอนถ่ายโปรโมตก็สบายมาก แต่ถึงเวลาทำรายการจริง มือกลับสั่น เสียงสั่น เป็นความรู้สึกที่อธิบายไม่ถูก คือนี่เรากลับมาทำงานอีกครั้งแล้ว อยู่ตรงนี้แล้ว นาทีนั้นอะไรจะเกิดก็เกิด ดีก็ดี พังก็พัง ว่ากันไปตามธรรมชาติของผมนะ (หัวเราะ) ที่ยังคงไม่มีสคริปต์ ไม่มีการรันคิวใดๆ เหมือนเดิม อันนี้น้องไบรท์น่าจะตอบได้ดีที่สุด อย่างที่เคยบอกไปว่าสำหรับผม การทำงานคือการออกไปใช้ชีวิต วันนั้นก็คือผมได้กลับมาใช้ชีวิตอีกครั้ง”

ทำไมเลือกใช้คำว่ากรรมกรข่าวคัมแบ็กคะ

“ใครเป็นแฟนรายการ ติดตามผลงานผม หรือแม้แต่แฟน แพรว คงรู้ดีว่า ผมผูกพันกับคำนี้มาตั้งแต่ก่อนออกพ็อกเก็ตบุ๊กกับ แพรว อีก ผมเคยอธิบายไว้ว่า เพราะข่าวไม่มีวันหยุด ผมจึงทำงานแบบไม่มีวันหยุด ตอนจะกลับมาทำรายการ คิดกันว่าวันไหนดี หลายคนบอกให้เริ่มที่ เรื่องเล่าเช้านี้ จันทร์ที่ 3 พฤษภาคม แต่ผมตัดสินใจเริ่มวันเสาร์ที่ 1 พฤษภาคม วันแรงงาน วันกรรมกร (ยิ้ม)

“แม้จะพบว่ารายการข่าวเปลี่ยนไป เช่น มีการทำกราฟิกกับข่าวอาชญากรรมแบบจำลองเหตุการณ์ ซึ่งผมทำไม่เป็น ผมพูดไว้ในวันที่ได้รับการปล่อยตัวว่าขอดูก่อนว่าโลกของข่าวสารเปลี่ยนไปขนาดไหน ซึ่งที่สุดก็ยึดแนวทางของตัวเอง และพิสูจน์ได้แล้วระดับหนึ่งว่าคนโหยหาข่าวแบบนี้ พอรู้ว่ามีคนดูข่าวทีวีที่มีความเป็นสื่อหลักเพิ่มมากขึ้นก็ดีใจครับ”

หลายคนดีใจที่คุณสรยุทธกลับมาทันได้ช่วยประสานความช่วยเหลือในสถานการณ์โควิดพอดี

“ตอนที่ออกมาไม่คาดคิดว่าสถานการณ์จะหนักขนาดนี้ (วันสัมภาษณ์ตัวเลขผู้ติดเชื้อทะลุ 20,000 ผู้เสียชีวิตทะลุ 200) แต่ผมก็เลือกใช้คำว่ามหันตภัยโควิด ตั้งแต่วันแรกที่กลับมาทำงาน

“การทำงานในสถานการณ์โควิดที่ทุกอย่างเร็วมาก ทำให้ผมไม่ได้โฟกัสเรื่องอื่นเท่าไหร่ แต่พอรู้ว่าฟีดแบ็กดีก็ชื่นใจ ส่วนฟีดแบ็กไม่ดี ผมมองว่าปกติ อะไรก็ตามถ้าคุณทำแบบเพลนๆ มันก็อยู่แค่นั้น เรื่องเดียวกันที่คนทั่วไปทำไม่มีอะไร แต่คนที่โดดขึ้นมาจะโดยตั้งใจหรือไม่ก็ตาม จะต้องเจอแรงเสียดทาน แน่นอนว่าเมื่อมีคนรักมาก ก็ต้องมีคนเกลียดหรือหมั่นไส้มาก ผมอยู่มานานจนรู้ว่าต้องนิ่ง เรื่องไหนพูดผิดก็ขออภัย ถ้าไม่ผิดก็ชี้แจง ด้วยความเป็นสื่อที่คนจับตามอง ในอดีตผมเคยตั้งคำถามว่าเรื่องเดียวกันทุกที่ทำหรือส่วนใหญ่ทำ แต่ทำไมเราโดนคนเดียว ตอนนี้ไม่ถามแล้ว ก็เราได้มากกว่าคนอื่น เราเป็นเป้าใหญ่ คนสนใจเยอะ การโดนแซะจึงเป็นเรื่องปกติที่ต้องยอมรับ ยิ่งเดี๋ยวนี้การสื่อสารทำให้เกิดการรีแอ๊คทันทีทันควัน ไม่เหมือนเมื่อก่อน ฝั่งหนึ่งบอกว่าพูดแบบนี้เป็นการโจมตี อีกฝั่งบอกทำไมไม่พูดให้มากกว่านี้ เราจึงไม่สามารถทำให้ถูกใจใครทั้งหมด ยกเว้นจะทำละคร แต่ละครก็ยังมีคนไม่ชอบนะ ที่สุดก็ต้องพยายามทำใจและดึงตัวเองลงให้ทัน”

สรยุทธ

เคย “ขึ้น” ในรายการไหมคะ

“บ่อย ที่ผ่านมาการถูกวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการนำเสนอข่าวถือเป็นเรื่องปกติ ไม่ติดใจ แต่เวลาเสนอข่าวโควิดแล้วเห็นข้อความทำนอง ‘ทำไมนำเสนอแต่เรื่องหดหู่ ไม่เสนอแง่มุมบวกของเรื่องดีๆ ให้ความหวังคนบ้าง’ อ่านแล้วมันเจ็บปวด ข้างนอกนั่นมีคนป่วยหนัก คนตายจริง แต่คุณแค่อยากพ้นออกไปจากความหดหู่ หรือบางคนบอกว่าถ้าไม่มีโควิด คนก็ตายด้วยอุบัติเหตุ มะเร็ง เบาหวานอยู่แล้ว หรือโทษว่าเพราะเขาไม่ดูแลตัวเองจนไปติดมา โอ้โฮ คนที่คิดแบบนี้ได้ ใจทำด้วยอะไร จะบอกว่าคนเหล่านี้สมควรตายเหรอ คือถ้าคุณจะไม่ดู แล้วอยู่แต่ในโลกของคุณก็ไม่เป็นไรหรอก แต่ไม่ใช่มาโน้มน้าวหรือแซะให้คนอื่นคิดแบบคุณท่ามกลางคนมากมายที่ป่วย เดือดร้อน ล้มตาย ครอบครัวเขาสูญเสีย เจ็บปวด คนนอนหายใจพะงาบ คุณมาบอกว่าอย่านำเสนอ หรือตั้งคำถามว่าทำไมต้องขยายความเรื่องตายให้เป็นดราม่า อ่านแล้วมันขึ้นน่ะว่าสังคมไทยมีคนคิดอย่างนี้ ประเทศเราจะอยู่กันยังไง ถ้ามีการพูดกันแค่ตัวเลขแล้วจบ ผู้หญิงที่ตายพร้อมลูกในท้อง เด็กที่กลายเป็น กำพร้าไม่เหลือใครเลย มีคนตายอยู่ในบ้านอย่างทุกข์ทรมาน หายใจไม่ออก หรือตามถนนที่มีศพถูกทิ้งไว้หลายชั่วโมง คนที่เห็นความตายแบบนี้เป็นเรื่องปกติได้ ใจต้องอำมหิตมาก

“การนำเสนอเคสที่เกิดขึ้นแต่ละวันไม่ได้ต้องการให้เกิดดราม่า แต่เพื่อสะท้อนว่าการบริหารจัดการมีปัญหา พอนำเสนออะไรออกไปก็จะเห็นการพยายามแก้ไข มากหรือน้อยว่ากันไป แต่ถ้าไม่นำเสนอ คนที่นอนรอความช่วยเหลืออย่างโดดเดี่ยว ไม่มีใครสนใจ เข้าไม่ถึงความช่วยเหลือใดๆ เขาจะรู้สึกอย่างไร ความเจ็บป่วย ตาย การสิ้นหวังของคนคือปัญหาที่มองเห็นชัดๆ ขณะที่ฝั่งหนึ่งบอกว่าเตียงพอ ยาพอ วัคซีนพร้อม แต่ฝั่งหนึ่งบอกว่ายังไม่ได้ฉีดวัคซีน นอนรอเครื่องช่วยหายใจ ยาก็ไม่มี มันคือการสะท้อนปัญหา ไม่ใช่นำเสนอดราม่าเพื่อเรตติ้ง พูดถึงดราม่า วันหนึ่งผมเจอหลายข่าวที่หนักๆ กระทบใจรุนแรง ใจมันไม่ไหวกับข่าวตายกันหลายๆ คนในบ้าน ข่าวหนึ่งอาแปะนอนตายในร้านขายของชำ อีกข่าวติดโควิดทั้งครอบครัว นอนป่วยเต็มพื้นบ้าน ทำให้ผมนึกย้อนไปถึงชีวิตวัยเด็กที่โตมาในตึกแถวแบบนั้น บรรยากาศมันใกล้ตัว พอเบรกโฆษณาผมร้องไห้ แล้วไบรท์ถ่ายไว้ มีคนด่า หาว่าดราม่าจัดฉากร้องไห้ คนเหล่านี้ดูจะมีปัญหากับน้ำตาผมมาก เจออย่างนี้ผมสบถอยู่ในใจเลย แล้วไม่ต้องห่วง เรื่องแบบนี้ผมแน่วแน่อยู่แล้วที่จะ (หยุดไปสองวินาที) ด่ากลับแน่นอน ต้องรอให้เรื่องไปเกิดในครอบครัวของคนเหล่านั้นหรือเปล่า เขาถึงจะเข้าใจ”

คุณสรยุทธมองสถานการณ์วิกฤติโควิดยังไง

“บอกยากว่าสถานการณ์จะจบลงตรงไหน เมื่อไหร่ เพราะจากที่สัมผัสโดยตรงยังไม่มีสัญญาณที่ดี ทุกวันนี้เวลานักข่าวไปทำข่าวเคสที่มีคนตายคาบ้าน ครอบครัวคนตายมักจะบอกว่าเขาดีใจที่มีคนเห็นและอยากให้บ้านเขาเป็นรายสุดท้าย ไม่อยากให้เกิดกับใครอีก

“ปรากฏการณ์อย่างหนึ่งจากวิกฤตินี้คือ เรื่องเล่าเช้านี้ ทำโครงการเรื่องเล่าแบ่งปัน แจกข้าวกล่อง เป็นโครงการที่ผมคิดตั้งแต่ยังอยู่ในเรือนจำ ออกมาก็ยังทำต่อ สักพักก็คิดจะหยุดเพราะเศรษฐกิจไม่ดี ไม่อยากรบกวนใครมาก แต่ที่สุดต้องทำต่อเพราะสถานการณ์หนักขึ้น อย่างเรื่องช่วยพาคนป่วยกลับไปรักษาที่จังหวัดบ้านเกิด คนสองคนก็ต้องพาไป เพื่อให้เขาเข้าสู่ระบบการรักษา เนื่องจากที่กรุงเทพฯเตียงล้นแล้ว พอตอนหลังรัฐเข้ามาทำเรื่องไปส่งผู้ป่วย เราจึงขยับมาซื้อเครื่องมือแพทย์ พวกเครื่องวัดออกซิเจน เครื่องผลิตออกซิเจน

“งานจริงของเราคือช่วยประชาสัมพันธ์ ช่วยประสานงานสนับสนุนให้หน่วยงานที่เขามีทีมลงพื้นที่ช่วยเหลือ อย่างมูลนิธิกระจกเงา กลุ่มเส้นด้าย อีจัน ตอนหลังเริ่มมีผู้ป่วยขอความช่วยเหลือตรงมาที่รายการ หรือที่เพจกรรมกรข่าว เราจึงต้องมีเครื่องผลิตออกซิเจนสแตนด์บายไว้ด้วย น่าเศร้าที่เราไม่สามารถช่วยได้ทุกคน บางทีการได้น้ำเกลือแร่ไปช่วยบรรเทาอาการท้องเสีย ให้ที่วัดปริมาณออกซิเจนพร้อมคำแนะนำ หรือเครื่องผลิตออกซิเจนไปช่วย อย่างน้อยเขาก็จะไม่ทุกข์ทรมานเกินไป”

สุดท้ายค่ะ จากนี้วางเป้าหมายชีวิตไว้ไหมคะ

“อยู่ตรงนี้โหดนะ มีเรื่องกระทบใจทุกวัน แต่มุมหนึ่งคือผมดีใจที่ได้กลับมาทำหน้าที่สื่อ สะท้อนภาพความเป็นจริง ด้วยหวังว่าจะนำไปสู่การแก้ไข พร้อมทั้งประสานช่วยเหลือผู้คนในสถานการณ์ที่ใหญ่มากของประเทศและของโลก จากที่เคยเจออะไรที่คิดว่าใหญ่แล้ว อย่างสึนามิ น้ำท่วม โควิดมันเกินจากนั้นมากจริงๆ

“ส่วนที่ถามถึงแผนชีวิต เรื่องตลกร้ายคือตอนอยู่ในเรือนจำผมคิดไว้ว่าออกมาจะไปเที่ยว เดินทางไปต่างประเทศบ้าง อย่างน้อยก็ขอให้ได้ไปแอนฟีลด์ (สนามขอลิเวอร์พูลที่อังกฤษ) แต่พอออกมาจริง เขาก็ไม่เดินทางกันอีก ฉะนั้นชีวิตคงกำหนดมาให้ทำงาน ก็ทำไปก่อน

“กลับมาครั้งนี้ แม้ผมจะไม่ได้คาดหวัง แต่ใจก็รับรู้ได้ว่ามีคนไม่น้อยรอผม ให้การยอมรับ และถ้าสังเกตนะ ผมไม่เคยเลี่ยงการพูดถึงอดีตในเรือนจำ หลายครั้งที่ผมพูดในรายการว่าผมเคยติดคุก เคยอยู่ในเรือนจำ ไม่อายที่จะพูด ต้องการแสดงให้เห็นด้วยว่าคนเคยติดคุกแล้วยอมรับโทษตามกฎเกณฑ์ไปแล้ว ไม่ต้องอาย เพราะไม่ใช่คนขี้คุกหรือติดคุกซ้ำซาก

“ผมขอถือโอกาสนี้ขอบคุณทุกกำลังใจ ทุกเสียงตอบรับ ทุกคำอวยพรและมิตรภาพที่มีให้ผมเสมอ ผมเคยเขียนลาไว้วันที่ศาลตัดสินว่าจนกว่าจะมีโอกาสพบกันใหม่…วันนี้ผมกลับมาแล้วครับ” 


ที่มา : นิตยสารแพรว ฉบับ 974

เรื่อง : ศิริน

ภาพ : กฤตธี ผ่องเสรี

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ชีวิตใหม่ในวัย 40 ของ “แพท พาวเวอร์แพท” บทเรียนราคาแพงที่กลายเป็นแรงบันดาลใจ

บทเรียนจากความพ่ายแพ้พา เทนนิส- พาณิภัค สู่ตำนานฮีโร่กีฬาเทควันโดไทย

รู้จัก “บุ๋ม – ยุวดี” แห่งแบรนด์ไทย Pony Stone เจ้าของกางเกงยีนส์สุดปังใน MV ลิซ่า

ซุป'ตาร์ฮอลลีวู้ด

10 คนดังระดับโลก ซุป’ตาร์ฮอลลีวู้ด คุณแม่เอลิสต์ จ่ายค่าคลอดลูกหลักล้านเบาๆ!

10 ดังระดับโลก ซุป’ตาร์ฮอลลีวู้ด คุณแม่เซเลบระดับเอลิสต์ย่อมไม่มีอะไรธรรมดาอยู่แล้ว ว่ากันตั้งแต่ชีวิตอันฟู่ฟ่าไปด้วยชื่อเสียงเงินทอง การได้สามีที่มีชีวิตไฮเอนด์พอกันจนถึงการมีลูก

แน่นอนว่าในเมื่อเบบี๋ระดับ 5 ดาวคาบช้อนเงินช้อนทองมาเกิดทั้งทีก็ต้องพิเศษขั้นพรีเมียม โรงพยาบาลหรูพร้อมบริการเริ่ด ยอมจ่ายไม่อั้นเพื่อให้ลูกน้อยลืมตาดูโลกในสภาพแวดล้อมที่ดีเยี่ยมและปลอดภัยขั้นสุด ในขณะเดียวกันก็มีคุณแม่เอลิสต์บางรายปลีกวิเวกไปแอบคลอดลูกในที่ห่างไกลเพื่อหลบปาปารัซซี่ แต่ก็ยังมีคุณแม่เซเลบหลายคนที่นิยมคลอดด้วยวิธีธรรมชาติที่บ้าน เพื่อรับรู้ประสบการณ์ของคุณแม่ผู้ให้กำเนิดหนึ่งชีวิต ด้วยความยากลำบาก

10 คนดังระดับโลก ซุป’ตาร์ฮอลลีวู้ด คุณแม่เอลิสต์ จ่ายค่าคลอดลูกหลักล้าน!

เจนนิเฟอร์ โลเปซ

ซุป'ตาร์ฮอลลีวู้ด

ว่ากันว่านักร้องดัง เจนนิเฟอร์ โลเปซ จ่ายค่าคลอดลูกแฝดไปประมาณ 1.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2009 ให้โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนอร์ธชอร์ (North Shore University Hospital) ในนิวยอร์ก โดยวางเงินจองห้องคลอดสุดหรูล่วงหน้า 3 สัปดาห์เป็นเงิน 700,000 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งห้องที่ว่านี้ราคาสัปดาห์ละ 175,000 ดอลลาร์สหรัฐ ภายในห้องมีชุดโซฟาหนังแท้สีน้ำตาล จอคอมพิวเตอร์ของแอปเปิ้ลขนาดยักษ์ทีวีพลาสมา 2 เครื่อง พื้นห้องเป็นไม้ และห้องครัวส่วนตัว

ซุป'ตาร์ฮอลลีวู้ด

นอกจากนั้นยังจ่ายค่าทีมแพทย์และพยาบาลส่วนตัว 300,000 ดอลลาร์สหรัฐ ค่ารักษาความปลอดภัย 300,000 ดอลลาร์สหรัฐ  และผู้ช่วยส่วนตัวก่อนคลอดอีก 100,000 ดอลลาร์สหรัฐ นี่ยังไม่รวมค่าใช้จ่ายจุกจิกอื่นๆ อีกหลายรายการ หลังคลอดลูกแฝด หน้าท้องของเจโลห้อยย้อยลงมาจนเธอยังอดขำตัวเองไม่ได้ แต่เธอบอกเลยว่าโนแคร์ และยอมแลกกับการได้ลูกน้อยน่ารักมาเชยชมสองหน่อในคราวเดียวกัน

คิม คาร์เดเชียน

ซุป'ตาร์ฮอลลีวู้ด

เจ้าแม่แห่งความเว่อร์วัง คิม คาร์เดเชียน คลอดลูกทั้งสองคนที่ ซีดาร์ส์-ไซไน เมดิคอล เซ็นเตอร์ (CedarsSinai Medical Center) ในแอลเอ ซึ่งเป็นโรงพยาบาลยอดฮิตของคุณแม่เซเลบเลยก็ว่าได้

ซุป'ตาร์ฮอลลีวู้ด

ข่าวว่าห้องพักคืนละ 4,000 ดอลลาร์สหรัฐ ความหรูหราและเครื่องอำนวย ความสะดวกครบครันทันสมัย มาพร้อมกับเสื้อคลุมอาบน้ำสุดหรู อาหารสั่งพิเศษพร้อมเสิร์ฟ และดูลา (Doula) หรือผู้ช่วยคุณแม่ที่จะมาช่วยเหลือดูแลไปตลอดจนคลอดลูก ประสบการณ์ทั้งสองท้องของคิมเรียกว่าเจ็บปวดสุดๆ เพราะท้องแรกครรภ์เป็นพิษ ท้องที่สองก็มีอาการแทรกซ้อนรกงอกผิดปกติ ทั้งสองท้องจึงคลอดก่อนกำหนด และนั่นทำให้เสี่ยงต่อการตั้งครรภ์ท้องต่อๆ ไป

นี่จึงเป็นสาเหตุที่คิมและสามียอมทุ่มเงินจ้างแม่อุ้มบุญสำหรับลูกคนที่ 3 และ 4 และถึงแม้ว่าคิมจะทำรายการเรียลิตี้โชว์ ตามติดชีวิตครอบครัวคาร์เดเชียน แต่เธอก็ไม่ให้กล้องติดตามถ่ายทำในช่วงคลอด เพื่อรักษาความเป็นส่วนตัวให้ลูกน้อยและตัวเธอเองด้วย

สำหรับ Cedars-Sinai Medical Center ในนครแอลเอ นั้น ทางฝั่งอเมริกายกเรื่องความหรูหราให้กับที่นี่รัวๆ เพระค่าห้องตกวันละประมาณ 4,000 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งคุณจะได้แพ็คเกจสุดหรู (Deluxe Maternity Package) ห้องสวีทที่มีห้อง 3 ห้อง และอีก 2 ห้องน้ำ ลืมได้เลยกับอาหารโรงพยาบาลทั่วไปที่ไม่ถูกปาก เมนูของที่นี่จะนำเสนอผลไม้สดๆ มากมาย มัฟฟินแสนอร่อย น้ำผลไม้คั้นสดเย็นเฉียบและเมนูอาหารสุดเริดอีกมากมาย สามารถสั่งอาหารจากภัตตาคารสุดโปรดให้มาเสิร์ฟถึงเตียงได้

นอกจากนั้นยังนำซาลอนมาให้บริการถึงข้างเตียง เช่น แฮร์สไตลิสต์และบริการทำเล็บมือและเท้า เตียงทำคลอดแสนสบายสีอ่อน
เย็นตาภายใต้แสงไฟสว่างสดใส อ่างอาบน้ำขนาดฟูลไซส์ ตู้เย็นแน่นเอี๊ยดไปด้วยน้ำผลไม้และน้ำแร่ ทีวีจอแบนและ Wi-Fi ที่จอดรถส่วนตัว และดูล่าส่วนตัวเพื่อคอยช่วยเหลือระหว่างการคลอด

แองเจลิน่า โจลี่

ซุป'ตาร์ฮอลลีวู้ด

แองเจลิน่า โจลี่ เป็นคุณแม่ลูก 6 (ลูกบุญธรรม 3 ลูกแท้3) และเป็นทูตสันติไมตรีของข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่ง  สหประชาชาติ (UNHCR) โจลี่กับแบรด พิตต์ อดีตสามี หลีกเลี่ยงปาปารัซซี่ทั้งหลายด้วยการเดินทางไปคลอดหนูน้อยไชโลห์  นูเวล ลูกคนแรก ที่โรงพยาบาลเล็กๆในนามิเบีย แอฟริกาใต้ เมื่อปี ค.ศ.2006 ซึ่งเธอคิดว่าไม่น่าจะมีใครอื่นในโรงพยาบาลอีก เพราะเป็นเพียงกระท่อมเล็กๆ ในห้องคลอดมีเพียง 3 คน เรียกว่าส่วนตัวมากๆ

โจลี่มีแพทย์ชาวอเมริกันคนหนึ่งไปกับเธอด้วยเพื่อไปพบกับแพทย์ชาวนามิเบีย ทั้งคู่ช่วยผ่าหน้าท้องทำคลอดให้เธอ เธอและแบรดขายภาพแรกของหนูน้อยไชโลห์ผ่านสื่อถึง 4.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเงินทั้งหมดโจลี่กับแบรดบริจาคให้องค์การยูนิเซฟ

ครั้งที่สองในปี 2008 เธอนั่งเฮลิคอปเตอร์จากวิลล่าของตัวเองในโพรวองซ์ไปคลอดลูกแฝดที่ฟาวเดชั่น ลองวาล (Fondation Lenval) โรงพยาบาลเด็กชายทะเลเมืองนีซ ประเทศฝรั่งเศส โดยมีกองทัพนักข่าวและปาปารัซซี่ตั้งแคมป์คอยทำข่าวอยู่หน้า
โรงพยาบาลเต็มไปหมด เธอขายภาพแรกของคู่แฝด หนูน้อยน็อกซ์และวิเวียนให้สื่ออีกครั้งในราคา 14 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นภาพถ่ายคนดังที่ราคาแพงสุดเท่าที่เคยมีมาเลยทีเดียว เงินทั้งหมดบริจาคให้มูลนิธิโจลี่-พิตต์ (Jolie-Pitt Foundation)

บียอนเซ่

สำหรับคุณแม่ราชินีอาร์แอนด์บีรายนี้ แหล่งข่าววงในบอกว่าบียอนเซ่จ่ายไป 1.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐกับท้องแรก หนูน้อยบลูไอวี่คลอดที่โรงพยาบาลเลน็อกซ์ ฮิลล์(Lenox Hill Hospital) ในแมนแฮตตัน ถือได้ว่าเป็นฝันร้ายสำหรับโรงพยาบาลทีเดียว เพราะกองทัพปาปารัซซี่แห่กันมาจนต้องปิดแผนกคลอดทั้งแผนก แต่ท้องสองลูกแฝดคลอดที่ซีดาร์ส์-ไซไน เมดิคอล เซ็นเตอร์ (Cedars-Sinai Medical Center) เมื่อกลางเดือน มิถุนายน ปี 2560 ที่ผ่านมานี่หนักกว่าหลายเท่า เพราะข้อเรียกร้องเยอะมากมายไปหมด

สิ่งแรกที่บียอนเซ่กังวลคือความเป็นส่วนตัวของเธอและสามี จึงกำหนดวันผ่าคลอดโดยเตรียมทีมเอเอาไว้ และมีทีมบีไว้เป็นตัวสับขาหลอกล่อบรรดาปาปารัซซี่และแฟนเพลง ทุกคนต้องเซ็นสัญญารักษาความลับ นอกจากนี้ เจย์ซีและบียอนเซ่ยังพยายามบอกโรงพยาบาลให้งดใช้กล้องวงจรปิดในห้องโถงทางเดิน และลิฟต์อีกด้วย ซึ่งเป็นไปไม่ได้ แต่ที่สุดติ่งกระดิ่งแมวจริงๆ คือ ทั้งคู่ต้องการให้อัพเกรดทุกอย่างในห้องพัก เช่น เปลี่ยนเตียงใหม่ให้นอนสบายขึ้น เพิ่มที่นั่งสำหรับแขก ติดตั้งผ้าม่านแบบกันแสง และจัดพื้นที่
พิเศษไว้ให้หนูน้อยบลูไอวี่ได้วิ่งเล่นระหว่างรอคุณแม่คลอดน้อง

นอกจากนั้นยังสั่งอาหารเสิร์ฟถึงเตียงทุกมื้อ โดยมีทิน่า คุณแม่ของบียอนเซ่ เจ้ากี้-เจ้าการรวบรวมเมนูพิเศษมาให้โรงพยาบาล ขาเม้าท์รายงานว่าบียอนเซ่ว่า “เยอะ” แล้ว แต่คุณแม่ “เยอะ” กว่าหลายเท่า แม้แต่เจย์ซียังต้องหลบให้แม่ยาย ปล่อยให้สั่งการได้ตามใจ คงไม่ต้องสงสัยว่าโรงพยาบาลจะปวดหัวขนาดไหน ถึงแม้ว่าจะให้บริการเซเลบมามากมายแล้วก็ตาม

วิกตอเรีย  เบ็คแฮม

อีกหนึ่งคุณแม่ซูเปอร์เอลิสต์ที่มีชีวิตน่าอิจฉา ตอนท้องบรู๊คลิน ลูกชายคนแรกช่วงนั้นเธอยังเป็นสาวสไปซ์เกิร์ลส์ ส่วนเดวิดเป็นนักเตะชื่อดังสุดๆ แน่นอนว่าเธอต้องอุ้มท้องลูกคนแรกไปใช้บริการที่โรงพยาบาลซึ่งติดอันดับท็อปที่คุณแม่เซเลบทั้งหลายไปฝากท้องกัน นั่นคือ โรงพยาบาลเดอะพอร์ตแลนด์ (The Portland Hospital) ในกรุงลอนดอน ซึ่งวิกตอเรียต้องผ่าท้องคลอดแบบฉุกเฉิน  เนื่องจากศีรษะของบรู๊คลินอยู่ในท่าที่ผิดปกติ ท้องที่สองคือหนูน้อยโรมีโอก็คลอดที่นี่เช่นกัน ด้วยวิธีผ่าคลอดตามคำสั่งของคุณหมอ

หลังจากนั้นครอบครัว เบ็คแฮมก็ย้ายไปอยู่สเปนเนื่องจากเดวิดย้ายจากทีมแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดไปอยู่ทีมเรอัล มาดริด หนูน้อยครูซ
ลูกชายหมายเลขสามจึงคลอดที่โรงพยาบาลรูเบอร์ (Hospital Ruber Internacional) โรงพยาบาลระดับ 4 ดาวครึ่งในกรุงมาดริด  ต่อมาคุณพ่อเดวิดย้ายไปเตะให้ทีมแอลเอ กาแล็กซี่ หนูน้อยฮาร์เปอร์เซเว่น น้องนุชคนสุดท้องของครอบครัวเบ็คแฮมจึงถือกำเนิดที่ซีดาร์ส์-ไซไน เมดิคอล เซ็นเตอร์(Cedars-Sinai Medical Center) ในแอลเอ ข่าวว่าคุณพ่อเดวิดถึงกับหลั่งน้ำตาด้วยความปลื้มปีติตอนที่อุ้มลูกสาวครั้งแรก เพราะรอคอยลูกสาวมานาน แล้วเพิ่งจะสมหวัง

“The Portland Hospital” โรงพยาบาลเดอะพอร์ตแลนด์ในกรุงลอนดอน ที่นี่นำเสนอห้องส่วนตัวทั้งแบบเดี่ยวและแบบสวีท  พร้อมบริการระดับโรงแรมอย่างเต็มอัตรา รวมทั้งรูมเซอร์วิส 24 ชั่วโมง มีลงประกาศข่าวการเกิดในหนังสือพิมพ์เดอะไทมส์ของอังกฤษ มีบริการถ่ายภาพส่วนตัวให้ทุกปี จนกระทั่งเด็กอายุ18 ปี

ในส่วนของห้องพักก็จัดเต็มด้วยทีวีจอแบนขนาด 50 นิ้ว ผ้าปูที่นอนผ้าฝ้ายอียิปต์ หมอนสั่งทำพิเศษ น้ำกลั่นเติมอ่างอาบน้ำ บริการเชฟในห้องพัก ผู้เชี่ยวชาญด้านความงามคอยดูแลผิวหน้า ทำเล็บ และทำสปาต่างๆ ประมาณว่าคลอดลูกแล้วหน้าก็ยังเป๊ะปัง ไม่มีโทรม พร้อมสู้กล้องแน่นอน

กวินเน็ธ  พัลโทรว์

กวินเน็ธ พัลโทรว์ เป็นนางเอกชื่อดังชาวอเมริกัน แต่ข้ามฝั่งย้ายรกรากไปอยู่อังกฤษ เพราะได้สามีเป็นร็อคเกอร์ชื่อดัง คริส มาร์ติน
นักร้องนำวงโคลด์เพลย์ ในข่าวไม่เปิดเผยว่าหนูน้อยแอ๊ปเปิ้ล ลูกสาวคนแรกคลอดที่ใด บอกเพียงว่าโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในลอนดอน แต่ก็มีการคาดคะเนว่าน่าจะเป็นโรงพยาบาลเดอะพอร์ตแลนด์ (The Portland Hospital)

หากดูจากไลฟ์สไตล์ของกวินเน็ธ ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นดาราที่รักษาสุขภาพ ดูแลตัวเองแบบเข้มงวดสุดๆ กินคลีนอย่างเคร่งครัด และเป็น
มังสวิรัติด้วย เธอออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ดังนั้นโรงพยาบาลชื่อดังแห่งนี้จึงน่าจะเข้าเค้า เหมาะกับคนที่ต้องการสิ่งที่ดีที่สุดเช่นเธอ

ส่วนหนูน้อยโมเสส ลูกชายคนที่สองเกิดที่โรงพยาบาลเมานท์ไซไน (MountSinai Hospital) ในนิวยอร์ก ซึ่งก็เริ่ดไม่แพ้กัน น่าแปลกที่อาการหลังคลอดทั้งสองครั้งต่างกันอย่างสิ้นเชิง ในข่าวบอกว่าหลังคลอดลูกคนแรกกวินเน็ธมีอาการที่เรียกว่ายูโฟเรีย (Euphoria) คือ อารมณ์เคลิบเคลิ้มเป็นสุขเบิกบานใจมากผิดธรรมดา ซึ่งคนละเรื่องกับหลังคลอดลูกคนที่สอง กวินเน็ธมีอาการซึมเศร้าหลังคลอดแบบหนักมาก รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นหุ่นยนต์ เธอบอกว่าเป็นประสบการณ์ที่คนเป็นแม่เท่านั้นถึงจะรับรู้ได้

นอกจากการคลอดที่โรงพยาบาลสุดหรูแล้ว ยังมีเทรนด์การคลอดอีกวิธีหนึ่งอย่าง HOME BIRTH ซึ่งเป็นที่นิยมมากในหมู่เซเลบ แม้คุณแม่เซเลบที่สวยและรวยมาก โรงพยาบาลแพงหูฉี่แค่ไหนก็จ่ายได้ไม่อั้น แต่พวกเธอก็เลือกที่จะคลอดลูกเองที่บ้านด้วยวิธีธรรมชาติ และนับวันก็ยิ่งมีคุณแม่เซเลบหันมาใช้วิธีนี้กันมากขึ้น มาดูกันว่ามีใครบ้าง คลิกไปดูต่อเลยจ้าาา

น้องแมว ของ ลิซ่า BLACKPINK

ทำความรู้จัก 5 เหมียวน้อยตระกูล “L” น้องแมว ของ ลิซ่า BLACKPINK

มาทำความรู้จักเหมียวน้อยทั้ง 5 ตัว มิ้วๆ ตระกูล “L” น้องแมว ของ ลิซ่า BLACKPINK ที่ชาวบลิ๊งค์เทใจให้ไม่แพ้กัน

นอกจากกล้องจะเป็นของรักของ ลิซ่า BLACKPINK ยังมีอีกหนึ่งสิ่งที่เป็นเหมือนแก้วตา ดวงใจ ซึ่งหลายคนอาจจะรู้อยู่แล้ว โดยเฉพาะชาวบลิ๊งค์ว่า เธอนั้นเป็นทาสแมวขนาดไหน เห็นลิซงานเยอะ ซ้อมแน่น แต่ก็มีเวลาให้ความรัก ความอบอุ่นกับเจ้าเหมียวเด็กๆ ทั้ง 5 ตัวที่เธอเลี้ยงเป็นลูกอยู่เสมอานะคะ

ทำความรู้จัก 5 เหมียวน้อยตระกูล “L” น้องแมว ของ ลิซ่า BLACKPINK

แน่นอนว่า เจ้าเหมียวทั้ง 4 ตัวนี้ยังเป็นที่รักของบลิ๊งค์อีกด้วย จะเห็นได้เด็กๆ มักจะได้ของขวัญจากแฟนคลับอยู่เสมอ ซึ่งแต่ละชิ้นนั้น ราคาไม่ธรรมดาเลยจ้าาา

วันนี้แพรวดอทคอม เอาใจทาสแมวพาทุกคนไปทำความรู้จักแมวเหมียว มิ้วๆ ทั้ง 5 ตัว ลีโอ , ลูก้า , ลิลลี่ ลูอิส และ เลโก้  ซึ่งเด็กๆ นั้นน่ารักมากกกก รับรองว่าคุณจะต้องตกหลุมรักเป็นแน่นอน

ลีโอ (LEO)

ทายาทลำดับที่ 1 ของบ้าน แมวตัวแรกที่ลิซ่านำมาเลี้ยง ที่เห็นปุ๊บสาวลิซ่าก็หลงรักปั๊ยและรู้ทันทีว่านี่ต้องเป็นแมวของเธอ เจ้าลีโอเป็นน้องแมวพันธุ์สก็อตติช โฟลด์ เป็นลูกชายที่ลิซ่าตามใจมากที่สุด แถมยังเป็นแมวที่พลังเหลือล้นสุดๆ อีกด้วย

ลีโอ ลิซ่า BLACKPINK

น้องแมว ของ ลิซ่า BLACKPINK

แมว ของ ลิซ่า BLACKPINK

ลูก้า (LUCA)

ตามมาด้วย ทายาทลำดับที่ 2 เหมียวลูก้าสุดหล่อ ลูก้าเป็นแมวพันธุ์ Ragdoll น้องมีตาสีฟ้า ขนสีขาว สลับน้ำตาล เป็นแมวที่ดูลุคคุณชายสุดๆ

ลูก้า ลิซ่า BLACKPINK

 

ลิลลี่ (LILY)

ลูกสาวที่มีสายเลือดเดียวกับ เหมียวลูก้า ลิลลี่มีแม่ชื่อเจนนี่ หลายคนอาจจะสับสนระหว่างลูก้า เพราะด้วยพันธุ์และสีนั้นมีความคล้ายกันเหลือเกิน ซึ่งหากคุณแยกไม่ออก จีซูเขามีทริคมาบอกให้จำง่ายๆ คือ ลิลลี่จะมีความตุ้ยนุ้ย เป็นสาวจ้ำม้ำ ซึ่งคำพูดนี้มาจาก 24/365 with BLACKPINK โดยเป็นตอนที่สาวๆ ทั้ง 4 คน ออกไปซื้อขนมและเลือกเสื้อผ้าให้เจ้าเหมียว ในขณะที่ลิซ่าหยิบเดรสตัวจิ๋วที่จะซื้อให้ลิลลี่นั้น จีซูก็พูดขึ้นมาทันทีว่า มันเล็กไปสำหรับเธอ งานนี้ทำเอาลิซหันขวับ และตอบกลับด้วยว่า “ทุกคนนนน เป็นเพราะขนที่ทำให้ลิลลี่ดูอ้วน”

ลิลลี่ ลิซ่า BLACKPINK

ลูอิส (LOUIS)

ลูอิส น้องแมวพันธุ์บริติช ช็อตแฮร์ มิ้วๆ ขนสีขาวเทาที่ไม่กลัวใคร น้องตัวนี้ถือเป็น แมวที่โดดเด่นที่สุดของลิซ่า เลยล่ะค่ะ

ลูอิส ลิซ่า BLACKPINK

เลโก้ (LEGO)

สุดท้ายมักเน่ของครอบครัว เลโก้ ที่เพิ่งเปิดตังไปเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เป็นแมวพันธุ์บริติช ช็อตแฮร์ ถึงจะเปป็นน้องเล็กแต่กระแสเอ็นดูกลับร้อนแรงสุดๆ เพราะเคยติดอันดับเทรนด์บนทวิตเตอร์ในลำดัย 10 ของประเทศไทย และ อันดับ 25 ของโลกอีกด้วย


ภาพจาก : IG @lalalalisa_m

ข้อมูลจาก : www.koreaboo.com

สามารถติดตามอ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติมได้ที่นี่ 

5 ข้อที่พิสูจน์ว่า ลิซ่า ลลิษา คือ ‘ไอดอลหญิงเคป๊อปที่ได้รับความนิยมมากที่สุด’

4 แง่มุมดีๆ ที่ทำให้เด็กไทย ลิซ่า-ลลิษา ประสบความสำเร็จระดับโลก

10 เรื่องของ ลิซ่า แบล็กพิงก์ อาชีพในฝัน ทาสแมว ลายมือ ไอดอลผู้มีจิตใจงดงาม

 

 

 

โควิด​

น้ำใจไม่ขาดสาย เหล่าเซเลบอุทิศ​ตน​ ปันน้ำใจช่วยเหลือ​ผู้คนในช่วง โควิด​

ชะนีช่าง​เม้าท์​ ชวนมาดูเหล่าเซเลบจิตอาสาและเซเลบสายบุญที่อุทิศ​ตน​ปันน้ำใจช่วยเหลือ​ผู้คนในช่วง โควิด​ by ชะนี​สอง​พันปี​

พบกับเรื่องเม้าท์เหล่าเซเลบกันในคอลัมน์​ “ชะนีช่างเมาท์​ by ชะนี​สอง​พันปี” กันนะคะ ใน​ช่วงล็อคดาวน์​ท่ามกลางวิกฤติ​โควิดยังมีเรื่องให้พวกเรารู้สึก​ชื่นใจที่ได้เห็นพลังของความรักและการแบ่งปันของเหล่าเซเลบน้ำใจไม่ขาดสาย

เหล่าเซเลบอุทิศ​ตน​ ปันน้ำใจช่วยเหลือ​ผู้คนในช่วง โควิด​

 โควิด​

เริ่มกันที่หนุ่มหล่อ โก้ ม.ล.รังษิธร ภาณุพันธุ์ กับบทบาทใหม่ สู่การร่วมทีมอาสาสมัครก่อตั้งกลุ่มรณรงค์ Zero Covid Thailand รวมพลังไทยลดยอดติดเชื้อ ให้เหลือศูนย์ สืบเนื่อง​มาจากการเป็น​นักรณรงค์ นักสื่อสารงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ผู้รอดชีวิตจากวิกฤตโควิด-19 ที่สหรัฐอเมริกา ในเมืองที่ติดเชื้อโควิดอันดับต้นๆ ของโลกเมื่อปี 2020 สู่การร่วมมือกับนักวิทยาศาสตร์และนักวิจัยชั้นนำในต่างประเทศด้าน Airborne Transmission การแพร่กระจายทางอากาศของโควิด-19 นับว่าเป็น​บทบาท​ใหม่ที่น่าจับตามอง​
 โควิด​
ส่วนหนุ่มอิน กษิดิศ ดุลยจินดา ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของ คุณ​แม่ดาว ม.ล.ปุญยนุช เกษมสันต์ ดุลยจินดา ก็ไม่ได้แค่หล่อและรวยอย่างเดียว ยังทั้งใจหล่อและรวยน้ำใจด้วย หลังๆ เรามักจะเห็นภาพหนุ่มอินสลัดคราบหนุ่มเจ้าสำอางค์ รวมกลุ่ม​กับเพื่อนๆ ตะลุยลงพื้นที่ตระเวนแจกถุง​ยังชีพให้ผู้ป่วยและผู้ได้รับ​ผลกระทบ​จาก​โควิด หล่อทั้งกายทั้งใจครบเครื่อง​จริงๆ
หมอเจี๊ยบ ลลนา ก้องธรนินทร์ ผุดโครงการ “ตัวเล็ก ใจใหญ่” เปิดรับจิตอาสาสมัคร ช่วยผู้ป่วยโควิด เนื่องจากยังมีคนไข้ที่เข้าไม่ถึงการรักษา และยังไม่มีเตียงติดค้างจำนวนมาก เรียกว่าเป็นโครงการดีๆ ที่ “หมอเจี๊ยบ ลลนา ” ผุดขึ้นมา เพื่อช่วยเหลือประชน จากสถานการณ์โควิด-19 ที่กำลังแพร่ระบาดอย่างรุนแรงอยู่ในขณะนี้ และเนื่องด้วยตัวเลขผู้ติดเชื้อ ยังคงพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่บุคลากรและอุปกรณ์ทางการแพทย์มีอยู่อย่างจำกัด นับว่าเป็น​โครงการ​ดีๆ ที่น่าชื่นชม​
เมื่อพูดถึง​โครงการ “ตัวเล็ก ใจใหญ่” คงอดพูดถึง​สาวปอ ศีกัญญา ศักดิเดช ภาณุพันธ์ ไปไม่ได้ กับความเสียสละทุ่มเทแรงกายแรงใจร่วมเป็นส่วนหนึ่ง​ของโครงการโดยทำหน้าที่​จิตอาสา คอยตระเวนส่งยาให้กับผู้ป่วยโควิตที่ยังติดค้าง​อยู่​ที่บ้านผ่าน Happy box เรียกได้ว่างามทั้งกายงามทั้งใจเลยจริงๆ
ส่วนเจ้าพ่อเวดดิ้งของเมืองไทย ปลา – สุดจิตร์ สุดจิตต์ หรือ ปลา ฟินาเล่ ก็ได้จับมือกับเพื่อนๆ กลุ่มนางงามร่วมช่วยเหลือ​ผู้ป่วยโควิด​ด้วยการบริจาคเตียงกระ​ดาษลูกฟูก​เนื่องจากปัญหา​วิกฤติ​เตียง​ขาดแคลน​อย่างหนัก​และยังได้บริจาค​ถุงยังชีพ​ ชุด PPE และอาหารกล่องให้แก่ผู้ได้รับ​ผลกระทบ นับว่าเป็น​โครงการ​ดีๆ ที่น่าชื่นชม​
เซเลบสาวสุดแซ่บ ชีน – พิมพ์ชิน ภัคพัฒน์ชนม์ ก็โดนเพื่อนๆ แซวไม่หยุดว่าเปลี่ยนชื่อตั้งแต่เมื่อไหร่ เพราะเกิดความผิดพลาดทางเทคนิคทำให้ฉบับล่าสุดตีพิมพ์ตกชื่อเล่นไปซะงั้น ถือโอกาสนี้แถลงเลยว่า..ยังชื่อเดิม “ชีน – พิมพ์ชิน ภัคพัฒน์ชนม์” อยู่นะคะทุกคน และเธอก็เป็นอีกหนึ่งคนที่ร่วมโครงการแพรวแชริตี้ 2021 ส่งมอบประเป๋าแบรนด์ Alexander McQueen 2 ใบ ร่วมจำหน่ายในโครงการเพื่อนำเงินมาช่วยเหลือผู้ประสบภัยโควิด-19 นอกจากนี้ยังมีสมทบทุนอีกมากมายในการช่วยเหลือทุนอื่นๆ เกี่ยวกับโควิด ตามอ่านบทสัมภาษณ์ได้ที่นิตยสารแพรว ฉบับกันยายน 2564 นะคะ

นางเอกซีรีส์จีน

5 นางเอกซีรีส์จีน สวยหวานแต่รับบท “แม่ทัพ-นักฆ่า-ทหาร” ไม่น้อยหน้าผู้ชาย!

หากเอ่ยถึง นางเอกซีรีส์จีน แล้ว! เชื่อว่าหลายคนคงจะนึกถึงความสวย น่ารัก หน้าหวานชวนเคลิ้มไม่แพ้พระเอกกันเป็นแถว! เหล่านางเอกชื่อดังจากซีรีส์แดนมังกรที่หน้าหวานบาดใจแต่รับบทบาทดุดันไม่แพ้เหล่าพระเอกเลยทีเดียว! จะมีใครบ้างนั้นไปชมกันได้เล๊ยย!

5 นางเอกซีรีส์จีน สวยหวานแต่รับบท “แม่ทัพ-นักฆ่า-ทหาร” ไม่น้อยหน้าผู้ชาย!

เริ่มต้นที่คนแรก “หลี่ซิ่น” จากซีรีส์ “The Wolf หมาป่าจอมราชันย์” กับบทบาทบาท หม่าไจซิง จากองค์หญิงแห่งตระกูลหม่า ผู้อ่อนโยนกลายมาเป็นแม่ทัพของกองทัพทหารที่ยิ่งใหญ่ ที่มีจิตใจกล้าแกร่ง! ถืออาวุธนำหน้ากองทัพ เสียสละตัวเองเพื่อคนบริสุทธิ์และชายหนุ่มที่เธอรัก!

คนที่สอง “หม่าซือฉุน” จากซีรีส์ “Oh My General เมียข้าเป็นท่านแม่ทัพ” กับบทบาทของเย่เจา หญิงสาวผู้ปลอมตัวเป็นชายและเข้าร่วมกับกองทัพจีน ต่อสู้บุกทำลายข้าศึกสร้างความดีความชอบจนได้ขึ้นเป็นถึงแม่ทัพยศสูงสุดในกองทัพ จนได้รับคำนิยามจากแฟนๆ คอซีรีส์ว่าเธอทั้งสวย เท่ เก่ง! ไม่น้อยกว่าผู้ชายเช่นกัน!

คนที่สาม “หลี่อี้ถง” จากซีรีส์ “Bloody Romance แค้นรักโลหิตผลาญใจ” กับบทบาท ซูชีเสวี่ย/หว่านเม่ย จากเด็กสาวผู้ยากจนและถูกพ่อนำมาขายให้กับหอนางโลม สู่มือสังหารหญิงแห่งเมืองกุ่ยฮั่ว แถมยังถูกองค์รักษ์ข้างกายทรยศและใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางนักฆ่าที่จ้องจะเอาชีวิต แต่นางก็ยังยืนหยัดขึ้นมาได้ด้วยจิตใจที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้นกว่าเดิม

คนที่สี่ “ไป๋ลู่” จากซีรีส์ “Arsenal Military Academy วุ่นรักนักเรียนเตรียมทหาร” กับบทบาท เซี่ยเซียง เด็กสาววัยเพียงแค่ 19 ปี ที่ได้ปลอมตัวเป็นผู้ชายเข้าโรงเรียนเตรียมทหารแทนที่พี่ชายของเธอ เธอได้ผ่านบทเรียนอย่างหนักเพื่อฝึกฝนทั้งร่างกายและจิตใจให้แข็งแกร่ง เพื่อปกป้องประเทศชาติและบ้านเกิด!

คนที่ห้า “ซุนอี๋” จากซีรีส์ “Twisted Fate Of Love หวนชะตาฝ่าลิขิตรัก” กับบทบาท แม่ทัพหญิงเหวินซิน/ตงเหว่ ที่มีความปรารถนาอยากเห็นแผ่นดินที่สงบสุข นางจึงย้อนเวลากลับไป 8 ปีก่อนเพื่อทำภารกิจสังหารขุนนางชั่วและหยุดยั้งสงคราม แต่กลับพบว่าชายที่เธอช่วยเหลือกลับสมคบก่อกบฏ เธอจึงได้ปลอมตัวเป็นชายกลับเข้าไปราชสำนักอีกครั้งหนึ่ง!

ติดตามความสตรองไม่แพ้ผู้ชายของเหล่า 5นางเอกซีรีส์จีนทั้ง 5 เรื่อง! ผ่านทาง MONOMAX (โมโนแมกซ์) พากย์ไทยครบทุกเรื่อง! เพียงเดือนละ 250 บาท รับชมได้พร้อมกัน 5 คน สามารถสมัครผ่าน www.monomax.me  โทรสอบถามรายละเอียด 02-100-7007


 

ชมพู่-อารยา ตั้งท้อง

ว่าที่คุณแม่ลูก 3 ชมพู่-อารยา ตั้งท้องมีน้องให้ พี่สายฟ้า และ พี่พายุ

เพิ่งฉลองวันเกิดครบรอบ 4 ขวบให้กับ 2 หนุ่มน้อย สายฟ้า และ พายุ ไปเมื่อต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา ล่าสุดนักแสดงสาว ชมพู่-อารยา ได้ประกาศข่าวดีเรื่องตั้งท้องทายาทคนที่ 3

ว่าที่คุณแม่ลูก 3 ชมพู่-อารยา ตั้งท้องมีน้องให้ พี่สายฟ้า และ พี่พายุ

ชมพู่-อารยา ตั้งท้อง

หลังจากก่อนหน้านี้คุณแม่ อารยา เอ ฮาร์เก็ต ได้เคยออกมาให้สัมภาษณ์ว่าอยากจะมีน้องให้กับลูกชายฝาแฝด สายฟ้า และ พายุ แต่ก็ไม่เกิดขึ้นสักที ล่าสุดเมื่อวันที่ 24 กันยายน ที่ผ่านมา นักแสดงสาวได้ออกมาเปิดเผยข่าวดีผ่านอินสตาแกรมว่าเธอกำลังตั้งท้องทายาทคนที่ 3 พร้อมกับโพสต์คลิปอัลตร้าซาวน์ ซึ่งดูเหมือนว่าไใช่แค่ครอบครัวของเธอเท่านั้นที่ดีใจกับเรื่องนี้ แต่ทั้งแฟนคลับเพื่อนคนดังทั้งในและนอกวงการ ต่างเข้ามาแสดงความยินดีเป็นจำนวนมาก

ขณะที่ทางด้านสามีของเธอ น็อต-วิศรุต รังษีสิงห์พิพัฒน์ นักธุรกิจหมื่นล้านก็ตื่นเต้นกับเรื่องนี้ไม่แพ้กับภรรยา โดยเจ้าตัวได้โพสต์ข้อความว่า “a few months ago”

อย่างไรก็ตามแพรวขอแสดงความยินดีกับทั้งคู่ด้วย ส่วนน้องของสองแฝดจะเป็นเพศชายหรือหญิงนั้นคงต้องติดตามกันต่อไป

ชมพู่-อารยา


 

งานผิวเจ้าสาว

4 ทิปส์ลับ งานผิวเจ้าสาว จากช่างแต่งหน้า HollyHua หรือ พี่ฮั้ว-กานต์นิพัทธ์ สนั่นวงศ์

สำหรับวันสำคัญของชีวิตในการเป็นเจ้าสาว เมคอัพอาร์ติสต์ผู้มีเทคนิคแพรวพราวสามารถแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเนรมิตลุคเจ้าสาวสวยละมุนตาไม่ว่าในสถานการณ์ใด จึงเป็นที่หมายปองจองคิวยาวเหยียดสู้ราคากันไม่อั้นเพื่อการันตีความงามอันเป็นที่สุด เป็นที่ยอมรับว่างานปราบเซียนสุดๆ คือ “งานผิวเจ้าสาว” พื้นที่ใบหน้าที่เป็นเหมือนผืนผ้าใบให้อาร์ติสต์แต่งแต้มสีสัน ซึ่งไม่ว่าจะมาแบบไม่เรียบเนียน ขาดน้ำ สิวเห่อมาเบอร์ไหน เมคอัพอาร์ติสต์มือดีเขามีเทคนิคจัดการจนงามหมดจดเหมือนใส่ฟิลเตอร์ได้ เมื่อ แพรว wedding แอบถามถึงอาวุธลับของ HollyHua หรือ พี่ฮั้ว-กานต์นิพัทธ์ สนั่นวงศ์ คำตอบก็จะออกมาจัดเต็มประมาณนี้

“แอบดีใจนะที่ช่วงนี้เจ้าสาวนิยมแต่งหน้าให้เหมือนผิวจริงกันมากขึ้น เพราะเจ้าสาวที่ดูเป็นตัวของตัวเองต้องยังคงเสน่ห์ของผิวจริงเอาไว้ ซึ่งจะเกิดได้จากการค่อยๆ ลงคอนซีลเลอร์ ลงรองพื้นอย่างบางเบาเพื่อให้ได้ผิวจริง ไม่ใช่หนาเป็นชั้นเหมือนโบกซีเมนต์แบบนั้นทำให้เจ้าสาวดูย้อนยุค สูงวัย ต่อให้ตั้งใจลงเมคอัพส่วนอื่นอย่างไรก็ไม่มีทางจะดูสวยเต็มที่ เพราะความเป็นธรรมชาติของเขาไม่สามารถฉายแสงออกมา

“การแต่งหน้าเจ้าสาวสำคัญที่สุดคือ ต้องให้ดูสวยสะอาดละมุนตา ใส่ความเป็นแฟชั่นได้นิดหน่อย แต่ไม่ใช่การสาดสีมากๆ จนไม่มีความเป็นตัวเอง เจ้าสาวในความเห็นของพี่ต้องมีความเป็น ‘บิวตี้’ มากกว่า ‘แฟชั่น’ อย่างน้อยอีก 10 ปีผ่านไป หยิบรูปมาดูก็ยังรู้สึกว่านี่คือตัวตนของเรา แบบนี้จะเป็นความรู้สึกที่ชื่นใจกว่าเป็นไหนๆ”

งานผิวเจ้าสาว 1

4 ทิปส์ลับ งานผิวเจ้าสาว จากช่างแต่งหน้า HollyHua หรือ พี่ฮั้ว-กานต์นิพัทธ์ สนั่นวงศ์

WHAT THE BRIDE SHOULD PREPARE?

เตรียมตัวล่วงหน้าเป็นพิเศษค่ะ โดยเฉพาะเรื่องผิว อย่าได้นึกว่าอีก 2 – 3 วันจะเป็นเจ้าสาวแล้วลองเลเซอร์เสียหน่อย ถ้าเกิดความเสียหายใดๆ ขึ้นมา จะกลายเป็นว่าต้องกังวลไปทั้งวัน อยากเป็นเจ้าสาวที่สวยแบบไม่นอยด์ จะแพลนทำอะไรก็ล่วงหน้า 2 – 3 เดือนไปเลยค่ะ เน้นทำทรีตเมนต์ที่อ่อนโยนปลอดภัย นวดหน้า นวดตัว พวกนี้ช่วยได้เยอะ

HOLLY HUA’S SKIN PREP SECRETS

ผิวของเจ้าสาวต้องการความชุ่มชื้นมากเพื่อให้ดูสดใส ไม่โทรม จึงเน้นใช้มอยส์เจอไรเซอร์ที่มีความเข้มข้นเป็นพิเศษ แต่เราต้องเริ่มต้นที่ผิวสะอาดจริงๆ ไม่ว่าจะทาอะไรมาก่อนต้องล้างออกให้เกลี้ยงเพื่อป้องกันผิวที่กลายเป็นคราบขี้ไคลเวลาลงรองพื้น กันแดดเป็นขั้นตอนที่สำคัญมาก เพราะเจ้าสาวต้องอยู่ในงานที่มีแสงไฟตลอดวัน ส่วนมากพี่จะใช้พวกที่เป็นเนื้อน้ำอย่างของ Shiseido หรือ Anessa ส่วนมอยส์เจอไรเซอร์ที่ใช้มาตลอดคือ La Mer ตามด้วยไพรเมอร์ของ Kanebo ก่อน แล้วจึงลงรองพื้น

งานผิวเจ้าสาว 2

HOLLY HUA’S PERFECT FOUNDATION

รองพื้นที่เป็นที่สุดพี่ยกให้ Kanebo เพราะยิ่งทิ้งเวลาไปนานก็ยิ่งผ่อง บิลด์ให้บางก็ได้ บิลด์เพิ่มเพื่อการปกปิดก็ได้ ผสมให้อ่อนเข้มก็มีความยืดหยุ่นทำได้หมด ทำให้เราแก้ปัญหาต่างๆ ได้ง่าย

งานผิวเจ้าสาว 3

THE SECRET TO APPLY FOUNDATION

เทคนิคเฉพาะตัวคือใช้อุปกรณ์ฟองน้ำพวก Beauty Blender ชุบน้ำบิดหมาดๆ แล้วค่อยแตะรองพื้น ค่อยๆ บิลด์ทีละเลเยอร์ให้บางเบาที่สุด เมื่อเห็นจุดไหนยังไม่เนี้ยบก็ค่อยๆ เติมเพื่อให้ภาพรวมออกมาเป็นผิวที่บางเบาพอเหมาะ จุดไหนที่มีปัญหาจริงๆ ค่อยซ่อมด้วยคอนซีลเลอร์รุ่นที่เป็นสติ๊กของ Shiseido ตัวนี้เก็บเม็ดสิว รอยสิวได้อยู่หมัด


ข้อมูล : นิตยสารแพรวwedding ฉบับเดือนพฤษภาคม 2564
ภาพ : huamakeup

 

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

เคล็ดลับเตรียมผิว เจ้าสาว จากเซเลบฮอลลีวูดส์ก่อนเดินพรมแดง

อัพเดทราคา 11 ช่างแต่งหน้าทำผมเจ้าสาว ที่น่าจับตามองในปีนี้!

มื้อเช้าสำคัญ แนะนำ 5 เมนูที่ เจ้าสาวควรทานใน วันแต่งงาน

 

จดลิสต์ด่วน! ปลายปีเตรียมไปพักร้อนที่ฝรั่งเศสกับ Emily in Paris ซีซั่น 2

กลับมาพร้อมความปัง สำหรับ Emily in Paris ซีซั่น 2 ที่หลายคนรอคอยและลุ้นไปกับความรักของเอมิลี่ ซึ่งจะได้รับชมกันปลายปีนี้ ที่สำคัญแฟชั่นลุคสดใสของเธอยังจัดเต็มเหมือนเดิม 

เมื่อใช้ชีวิตในกรุงปารีสมาสักพัก เอมิลี่ก็เริ่มคุ้นเคยกับเมืองแห่งนี้มากขึ้น แต่ก็ยังรู้สึกว่ายังมีเรื่องแปลกๆ ให้พบเจอและปรับตัวกับชีวิตสไตล์ชาวฝรั่งเศส หลังจากที่เข้าไปพัวพันกับรักสามเส้าระหว่างเพื่อนบ้านหนุ่มและเพื่อนชาวฝรั่งเศสคนแรกของเธอ เอมิลี่ก็หันมาโฟกัสเรื่องงาน ที่นับวันยิ่งซับซ้อนขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่ในคลาสเรียนภาษาฝรั่งเศส เอมิลี่ก็ได้พบเจอกับชาวต่างชาติคนหนึ่งที่ทั้งน่ารำคาญและน่าทำความรู้จักไปพร้อมๆ กัน

Emily in Paris ซีซั่น 2 Emily in Paris ซีซั่น 2-1 Emily in Paris ซีซั่น 2-2 Emily in Paris ซีซั่น 2-3 Emily in Paris ซีซั่น 2-4

แดร์เรน สตาร์ ผู้สร้างและผู้จัดมือรางวัล กลับมานำทัพซีซั่นที่ 2 ของซีรีส์ Emily In Paris (เอมิลี่ในปารีส) หลังจากที่ซีซั่นแรกได้เข้าชิงรางวัลเอมมี่ และเป็นซีรีส์แนวคอมเมดี้ที่มีผู้ชมมากที่สุดทาง Netflix ประจำปี 2020 ส่วนลิลี่ คอลลินส์ โปรดิวเซอร์และนักแสดงของซีรีส์กลับมารับบทเอมิลี่ คูเปอร์อีกครั้ง

พร้อมด้วยนักแสดงจากซีซั่นแรก ได้แก่  ฟิลิปปีน เลอรัว-โบลิเออ, แอชลีย์ พาร์ค, ลูกัส บราโว , คามิลล์ ราซาต , ซามูเอล อาร์โนลด์ , บรูโน กูเออรี และวิลเลียม อเบดี้ พร้อมด้วยนักแสดงรับเชิญ เคท วอล์ช นอกจากนี้ ยังมีนักแสดงใหม่ ได้แก่ ลูเซียน ลาวิสเคาท์ , เจเรมี่ โอ แฮริส และอาร์โนด์ บินาร์ด

Emily in Paris ซีซั่น 2-5 Emily in Paris ซีซั่น 2-6 Emily in Paris ซีซั่น 2-7


บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ฮ็อตไฟลุก! กระเป๋า Longchamp Filet ‘ลิลี่ คอลลินส์’ ในเบื้องหลัง Emily in Paris SS 2

ทุกชุดมีเรื่องราว! เจาะลุคแฟชั่นของ ลิลี่ คอลลินส์ จากซีรี่ส์ดัง Emily in Paris

สวยสง่า ดุจเจ้าหญิง ลิลลี่ คอลลินส์ เข้าพิธีแต่งงานสุดโรแมนติกกับแฟนหนุ่มผู้กำกับ

 

SIRIVANNAVARI BANGKOK (1)

ไอคอนคราฟต์ (ICONCRAFT) พื้นที่แห่งงานฝีมือสุดสร้างสรรค์ของคนไทย ภูมิใจนำเสนอกระเป๋าสุดเอ็กซ์คลูซีฟ จาก SIRIVANNAVARI BANGKOK

นำเสนอ “S’Craft Craftsmanship 2021” คอลเลคชั่นกระเป๋าสุดพิเศษ จากพระดำริของ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีนารีรัตนราชกัญญา ในการสืบสานภูมิปัญญาผ้าไทยครั้งนี้ เพื่อยกระดับผ้าไหมไทย นำผลงานจากช่างฝีมือไทยท้องถิ่น ให้เป็นที่ประจักษ์ในระดับสากล เชิดชูงานศิลปะและเอกลักษณ์ไทยอันงดงาม โดยนำมาให้ชื่นชมและจำหน่ายที่ ไอคอนคราฟต์ ชั้น 4 ไอคอนสยาม

SIRIVANNAVARI BANGKOK

SIRIVANNAVARI BANGKOK

SIRIVANNAVARI BANGKOK

หนึ่งในไฮไลต์ของคอลเลคชั่น S’ Craft Craftmanship 2021 โดย SIRIVANNAVARI BANGKOK คือกระเป๋าไม้ไผ่สานที่พัฒนาต่อยอดจากภูมิปัญญาท้องถิ่นในชุมชน ส่งเสริมผลงานจากช่างฝีมือไทยท้องถิ่นที่ถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่นให้เป็นที่ประจักษ์ในระดับสากล ในคอลเลคชั่นนี้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงออกแบบรูปทรงของกระเป๋าถูกพัฒนาจากระเป๋าถือทรงตะกร้าโบราณกับกระเป๋าถัง (BUCKET BAG) กลายมาเป็นกระเป๋าแฟชั่นรูปแบบผสมที่สามารถใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างลงตัว

SIRIVANNAVARI BANGKOK

SIRIVANNAVARI BANGKOK

SIRIVANNAVARI BANGKOK

SIRIVANNAVARI BANGKOK

ร่วมเชิดชูและภาคภูมิใจกับมรดกแห่งภูมิปัญญาไทย พร้อมสัมผัสกับความพิเศษจาก SIRIVANNAVARI BANGKOK  ได้แล้วที่ ไอคอนคราฟต์ ชั้น 4  ไอคอนสยาม  โดยยังคงเน้นมาตรการด้านสุขอนามัยและความปลอดภัยอย่างเคร่งครัดตามประกาศจากทางภาครัฐ  สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 1338 หรือ Facebook : ICONCRAFT

ดร.ทีปานิส ชาชิโย

สมการสัญชาติไทย ดร.ทีปานิส ชาชิโย ต่อยอดทฤษฎีจาก “Density Functional Theory”

ดร.ทีปานิส ชาชิโย เขาคือนักฟิสิกส์ไทยคนแรกในประวัติศาสตร์ที่สามารถคิดสมการต่อจากทฤษฎี “Density Functional Theory” ของสามนักวิทยาศาสตร์ระดับโลก เจ้าของรางวัลโนเบล สาขาเคมี จนเป็นที่ยอมรับในวงการฟิสิกส์นานาชาติว่าเป็นสมการที่เรียบง่ายและสมบูรณ์ที่สุด

ปัจจุบันเขาทำหน้าที่อาจารย์ประจำภาควิชาฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร เขียนตำรา“กลศาสตร์ควอนตัม” และเป็นผู้สร้างระบบ e-Learning ไว้ในเว็บไซต์ https://sites.google.com/site/siamphysics/ ที่รวมเลกเชอร์และเนื้อหาวิชาฟิสิกส์ให้เด็กไทยได้ศึกษาทัดเทียมต่างประเทศ

สมการสัญชาติไทย ดร.ทีปานิส ชาชิโย เจ้าของรางวัลโนเบล สาขาเคมี

ดร.ทีปานิส ชาชิโย

ก้าวสู่โลกฟิสิกส์

“จากเด็กชาวร้อยเอ็ดที่สนใจวิชาวิทยาศาสตร์ ผมเริ่มต้นศึกษาเกี่ยวกับเครื่องใช้ไฟฟ้าและคอมพิวเตอร์ จนสามารถเขียนโปรแกรมเกมคอมพิวเตอร์ได้ตั้งแต่เรียนชั้นป.6 แล้วพัฒนาจนสามารถเขียนโปรแกรมเพื่อนำมาคำนวณทาง
วิทยาศาสตร์ จากนั้นผมสอบชิงทุนรัฐบาลไทยจากโครงการพัฒนาและส่งเสริมผู้มีความสามารถพิเศษทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี(พสวท.) ไปศึกษาต่อจนจบปริญญาเอกด้านฟิสิกส์ที่มหาวิทยาลัยวอชิงตัน เซนต์หลุยส์  ประเทศสหรัฐอเมริกา

“ปัจจุบันเราแบ่งฟิสิกส์ออกเป็น 3 ขนาดคือ ฟิสิกส์ขนาดเล็ก เช่น พวกอะตอม สสาร และสารเคมี ส่วนฟิสิกส์ขนากลาง ประมาณ 1 เซนติเมตร จนถึงโครงสร้างของรถยนต์ ตึก อาคาร อย่างกฎของนิวตันที่วิศวกรนำมาใช้ในการออกแบบโครงสร้างอาคารว่าควรใช้เสากี่ต้น ขนาดของคานต้องหนาเท่าไร และฟิสิกส์ขนาดใหญ่ระดับดาราศาสตร์ ดวงดาว  จักรวาล

“ส่วนตัวผมสนใจฟิสิกส์ขนาดเล็กระดับอิเล็กตรอน หรืออนุภาคเล็กๆที่อยู่ในอะตอม สสาร หรือสารเคมีทุกอย่างที่เราใช้ ถ้าเปรียบเป็นไฟฟ้า อิเล็กตรอน คือไฟฟ้าที่วิ่งตามสายไฟ  ผมจึงศึกษาคุณสมบัติของอิเล็กตรอนที่อยู่ในสสาร
หรือสารเคมีว่าจะมีพฤติกรรมที่สมบูรณ์ได้อย่างไร”

สมการสัญชาติไทย

“สำหรับทฤษฎีฟิสิกส์ Density Functional Theory ผลงานของ Walter Kohn, Pierre Hohenberg และ Lu J. Sham เจ้าของรางวัลโนเบล สาขาเคมี ได้คิดค้นขึ้นเมื่อปี 1960 โดยอธิบายถึงพฤติกรรมของอิเล็กตรอนที่สามารถนำมาใช้ในการออกแบบโครงสร้างของนวัตกรรมอย่างโมเลกุลยา หลอดไฟ แอลอีดี โซลาร์เซลล์ ซึ่งเมื่อปี 1980 มีนักฟิสิกส์คิดสูตรสมการส่วนประกอบ สุดท้ายขึ้นมาได้ แต่มีความยาวเกินไปจนยากที่จะนำมาใช้งานหรือคิดต่อยอดได้

“กระทั่งปี2559 ระหว่างที่ผมอ่านตำราวิชาการฟิสิกส์จนถึงช่วงท้ายเล่ม ที่ได้เขียนปิดท้ายว่ามีสูตรของอิเล็กตรอนอันหนึ่งที่ยังไม่มีใครคิดได้ ผมจึงลองนึกถึงรูปร่างของสูตรว่าควรเป็นอย่างไร จำได้ว่าขณะเดินซื้อของในห้างสรรพสินค้า
จู่ๆรูปร่างของสูตรนี้ก็ปรากฏในสมองของผม

“หลายคนถามว่าทำไมผมใช้เวลาเพียง 10 วันในการคิดสูตรนี้ อาจเพราะคำตอบอยู่นอกกรอบ หมายถึงนอกกรอบความรู้ที่ศึกษามาอย่างยาวนานและวัฒนธรรมที่นักฟิสิกส์ระดับโลกเติบโตมา เพราะถ้าอยู่ในกรอบก็คงมีนักฟิสิกส์
เก่งๆคิดค้นได้นานแล้ว ไม่ต้องรอถึง 50 ปี

“จากนั้นผมส่งงานวิจัยสมการนี้ไปยังวารสารฟิสิกส์อันดับหนึ่งของโลก Physics Today ที่มีมาตั้งแต่ปี1948 โดยทุกเดือนจะตีพิมพ์งานวิจัยที่โดดเด่นระดับโลกลงในคอลัมน์ Physics Update โดยต้องผ่านด่านแรกคือการคัดเลือกจากคณาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิจากมหาวิทยาลัยต่างๆทั่วโลก จากนั้นบรรณาธิการจะเป็นคนตัดสินว่าจะตีพิมพ์สมการนี้หรือไม่

“ผ่านไปหนึ่งเดือน วารสาร Physics Today ได้เผยแพร่งานวิจัยของผมภายใต้ชื่อ ‘A Simpler Ingredient for a Complex Calculation’ ที่ได้เติมองค์ประกอบสุดท้ายของทฤษฎีฟิสิกส์Density Functional Theory ได้อย่าง
กระชับและเรียบง่าย แล้วได้เรียกชื่อสมการนี้ว่า ‘Chachiyo’s Formula’

“เวลานั้นเป็นการลงข่าวในวารสารที่สร้างความฮือฮาให้คนนอกวงการ แต่ไม่ค่อยได้รับความสนใจจากนักวิชาการฟิสิกส์มากนักในแง่การนำมาใช้สอนในตำราวิชาการ จากนั้นถัดมาอีก 3 ปีผมได้คิดสูตรใหม่ขึ้นมา ซึ่งถือเป็นการ
สร้างความเชื่อมั่นให้นักวิชาการฟิสิกส์ว่าผมเป็นนักฟิสิกส์ที่ตั้งใจศึกษาหาความรู้อย่างแท้จริง ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะฟลุค ผลงานวิชาการที่ตีพิมพ์ในระยะหลัง จึงปรากฏชื่อ Chachiyo’s Formula อยู่บ่อยครั้ง”

ทำให้สมการแรกจากคนไทย Chachiyo’s Formula ยังคงปรากฏในคำศัพท์เทคนิคทางวิทยาศาสตร์  และอยู่ในสารบบตำราวิชาการของมหาวิทยาลัยระดับโลกจนทุกวันน


ที่มา : นิตยสารแพรว ฉบับ 974

เรื่อง กิดานันท์ สุดเสน่หา

ฉีดสารแปลกปลอม

แพทย์ผิวหนังชี้การ ‘ฉีดสารแปลกปลอม’ เข้าสู่ผิวหนัง อาจเกิดอันตรายได้

กรมการแพทย์ โดยสถาบันโรคผิวหนัง ชี้ผลข้างเคียงจากการฉีดสารแปลกปลอมเข้าสู่ผิวหนัง เนื่องจากปัจจุบันได้มีความนิยมในการฉีดสารเติมเต็มหรือ ฉีดสารแปลกปลอม เข้าสู่ผิวหนังเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก ซึ่งอาจเกิดอันตรายได้หากใช้ผิดวัตถุประสงค์

นายแพทย์สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า ปัจจุบันได้มีความนิยมในการ ฉีดสารเติมเต็ม หรือสารแปลกปลอมเข้าสู่ผิวหนังเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก เพื่อเสริมความงาม โดยที่สารแปลกปลอมนั้นอาจเป็นสารที่ได้รับอนุญาตให้ใช้สำหรับ “ทา” ที่ผิวหนังชั้นบน แต่นำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ด้วยการนำไปฉีดเข้าผิวหนัง หรือสารที่ใช้สำหรับ “ฉีดเข้าหลอดเลือด” โดยตรง ส่งผลให้เกิดผลข้างเคียงต่างๆ ตามมา ดังนี้

ฉีดสารแปลกปลอม 1

แพทย์ผิวหนังชี้การ ‘ฉีดสารแปลกปลอม‘ เข้าสู่ผิวหนัง อาจเกิดอันตรายได้

1. เกิดการติดเชื้อที่ผิวหนัง มีอาการผิวหนังบวม แดง กดเจ็บที่ผิวหนัง หรือเป็นหนอง อาจเกิดขึ้นทันทีภายในไม่กี่สัปดาห์หลังการฉีด หรืออาจเกิดขึ้นได้ในระยะยาว

2. เกิดก้อนที่ใต้ชั้นผิวหนัง ที่เรียกว่า กรานูโลม่า (Granuloma) มีอาการบวมเป็นก้อน อาจมีหรือไม่มีการอักเสบร่วมด้วยก็ได้

3. เกิดภาวะตีบตันของเส้นเลือด อาจมีอาการปวดหรือชา ที่บริเวณที่ได้รับการฉีด หรือบริเวณใกล้เคียง

4. บริเวณที่รับการฉีดมีสีผิดปกติ อาจม่วงช้ำ หรือขาวซีด

5. มีอาการแสบ แห้ง แดงที่ผิวหนังมากกว่าปกติ ที่บริเวณที่รับการรักษา

ฉีดสารแปลกปลอม 2

แพทย์หญิงมิ่งขวัญ วิชัยดิษฐ ผู้อำนวยการสถาบันโรคผิวหนัง กรมการแพทย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ผู้บริโภคควรตรวจสอบก่อนที่จะทำการฉีด ดังนี้

1. ตรวจสอบผลิตภัณฑ์ที่ใช้ฉีดว่าผ่านการขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้องหรือไม่

2. ตรวจสอบแพทย์ผู้ที่จะทำการรักษา ว่าเป็นแพทย์ที่ได้รับใบอนุญาตหรือไม่

3. ตรวจสอบสถานพยาบาลที่จะเข้ารับการฉีดรักษา ว่าเป็นสถานพยาบาลที่ได้รับอนุญาตถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่

4. ตรวจสอบอุปกรณ์ที่ใช้ในการฉีดว่าเป็นของใหม่ เปลี่ยนทุกครั้งก่อนการรักษาในผู้ป่วยทุกรายหรือไม่

หากมีภาวะแทรกซ้อนหรือผลข้างเคียงเกิดขึ้น ผู้บริโภคควรรีบปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อทำการรักษาอย่างทันท่วงที การดูแลผิวพรรณที่ถูกวิธี แนะนำให้ใช้ ครีมกันแดด หลบแดด และรับประทานอาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระในปริมาณที่เหมาะสม หากต้องการปรึกษาเรื่องผิวพรรณ แนะนำให้ปรึกษาแพทย์เฉพาะทางด้านผิวหนัง


ข้อมูล : กรมการแพทย์
ภาพ : Pexels

 

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

แพทย์ผิวหนังเตือนคนที่นิยม ทาเล็บสีแดง มีโอกาสแพ้มากกว่าสีอื่น และแนะวิธีป้องกัน

แพทย์ผิวหนังไขข้อข้องใจเรื่อง “กลิ่นตัว” พร้อมแนะวิธีป้องกัน และแนวทางรักษา

สูตินรีแพทย์ห่วงหญิงไทยเสี่ยงโรค “ช็อกโกแลตซีสต์” ย้ำไม่หายขาด อาจเป็นซ้ำ

 

 

อีฟ จอบส์

สวย รวย เก่ง นักขี่ม้า นิยามของคุณหนู “อีฟ จอบส์” ทายาท สตีฟ จอบส์

ทำความรู้จัก “อีฟ จอบส์” ลูกสาวสุดแซ่บของ สตีฟ จอบส์ ผู้ล่วงลับ หนึ่งในผู้ก่อตั้ง Apple คำว่า สวย รวย เก่ง คงต้องยกให้เธอแบบไม่มีข้อกังขา

นักขี่ม้า สวย รวย เก่ง นิยามของคุณหนู “อีฟ จอบส์” ทายาท สตีฟ จอบส์

 "อีฟ จอบส์" ทายาท สตีฟ จอบส์

จัดว่าเป็นลูกคนดังระดับโลกที่อยู่แถวหน้าในแวดวงสังคมสำหรับ “อีฟ จอบส์” วัย 22 ปี เซเลบริตี้สาว ทายาท สตีฟ จอบส์ พ่อมดไอที หนึ่งในผู้ก่อตั้งแบรนด์ Apple

 "อีฟ จอบส์" ทายาท สตีฟ จอบส์

 "อีฟ จอบส์" ทายาท สตีฟ จอบส์

อีฟ เป็นลูกสาวคนสุดท้องของ สตีฟ จอบส์ และ ลอเรนซ์ โพเวลล์ เธอมีพี่ชาย 2 คนคือ รีด จอบส์ และ อีริน จอบส์ นอกจากนี้เธอยังมีพี่สาวต่างมารดาอีกคนคือ ลิซ่า เบรนแนน-จ็อบส์  ปัจจุบัน อีฟจบการศึกษาจาก มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ซึ่งเป็นหนึ่งในมหาวิทยาลัยที่มีการแข่งขันมากที่สุดในโลก

งานอดิเรกที่อีฟรักมากที่สุดคือ การขี่ม้า ซึ่งปัจจุบันเธอกลายเป็น นักขี่ม้า เต็มตัวที่ร่วมลงแข่งขันในสนามอยู่บ่อยครั้ง ทั้งนี้ในปี 2559 ลอเรนซ์ แม่ของเธอได้ซื้อฟาร์มม้ามูลค่า 15 ล้านดอลลาร์ ในเวลลิงตัน ฟลอริดาให้ ซึ่งมีรายงานจาก Daily Mail ว่า ฟาร์มม้าของอีฟมีโรงนาที่ใหญ่พอสำหรับให้ม้า 20 ตัวอยู่ อีกทั้งยังมีลานฝึก และลานกระโดดโชว์ให้เธอฝึกฝนอยู่บ่อยๆ ซึ่งในฟาร์มแห่งนี้ยังมี 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ อีกทั้งยังมีสระว่ายน้ำขนาด 40 ฟุต อีกด้วย

โดยเพื่อนสนิทที่มาร่วมขี่ม้ากันบ่อยๆ กับอีฟก็เป็นราวบรรดาลูกคนดังเช่น จอร์จิน่า ลูกสาวของ ไมเคิล บลูมเบิร์ก, เจนนิเฟอร์ลูกสาวของ บิลล์ เกตส์, เจสสิก้า ลูกสาวของ บรูซ สปริงส์ทีน  และ Destry ลูกสาวของ สตีเวน สปีลเบิร์ก

ชีวิตของอีฟ จัดว่าหรูหราดังเช่นลูกมหาเศรษฐีทั่วไป แม่ของเธอมีทรัพย์สินรวมมูลค่ากว่า $20.2 พันล้านดอลลาร์ หลังจากที่ สตีฟ จอบส์ เสียชีวิตด้วยวัย 56 ปีในปี 2554 โดยเขาได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งตับอ่อน สตีฟก็ได้ยกทรัพย์สินให้กับ ลอเรนซ์ ซึ่งขณะนั้นเธอเองก็เป็นนักลงทุนที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากอยู่แล้วด้วย

 "อีฟ จอบส์" ทายาท สตีฟ จอบส์

ซึ่งตอนนี้ความร่ำรวยส่งผลให้เธออยู่ในลิสต์มหาเศรษฐีที่รวยที่สุดในโลกอันดับที่ 95 อย่างไรก็ตามคุณแม่ก็ไม่ได้สอนให้ลูกๆ ใช้เงินฟุ่มเฟือย เพราะทายาททั้ง 3 คนของสตีฟนั้นต้องทำงานหาเงินด้วยตัวเอง

นอกจากฟาร์มม้าสุดหรูมูลค่า 15 ล้านดอลลาร์แล้ว มีรายงานจาก Business Insider ว่าครอบครัวจอบส์ยังเป็นเจ้าของคฤหาสน์อย่างน้อยสี่หลัง รวมถึงบ้านพักใน Palo Alto ใน Malibu มูลค่า 33 ล้านปอนด์ รวมถึงใน Woodside, California รวมมูลค่า 13 ล้านปอนด์ และคฤหาสน์สี่ชั้นมูลค่า 12 ล้านปอนด์ ในซานฟรานซิสโก

บ้านว่าแจ่มแล้วครอบครัว จอบส์ ยังมี Venus ซูเปอร์ยอทช์สุดหรูขนาด 256 ฟุต ราคา 75 ล้านปอนด์ และ เครื่องบินเจ็ตส่วนตัว 2 ลำ มูลค่า 43 ล้านปอนด์ และอีกลำราคา 7.5 ล้านปอนด์ ซึ่งทั้งหมดนี้ก็เพื่อการเดินทางที่สะดวกสบายของสมาชิกในครอบครัว

 "อีฟ จอบส์" ทายาท สตีฟ จอบส์

อย่างที่กล่าวไปว่า ลอเรนซ์ มักจะให้ลูกๆ ของเธอนั้นทำงานหาเงินใช้เอง ซึ่งอีฟก็ดูจะเป็นไปตามดั่งใจที่ ลอเรนซ์ หวังอีฟใช้ความสวย และความมีสเน่ห์ดึงดูดให้แบรนด์ดังเข้ามาหาอย่างไม่ขาดสาย โดยเมื่อปลายปีที่ผ่านมา อีฟได้ทำแคมเปญร่วมกับแบรนด์ความงาม Glossier แน่นอนว่าหลังจากที่เธอลงภาพขณะที่กำลังทาลิปกลอสในอ่างน้ำที่เต็มไปด้วยฟองสบู่นั้น ได้ก่อให้เกิดกระแสความร้อนแรงให้กับทางแบรนด์ เรียกได้ว่าเส้นทางการเป็นนางแบบของเธอนั้นรุ่งโรจน์มากเลยที่เดียว


ที่มา : thesun.co.uk, businessinsider.com

ฮาร์ต อีวานเจลิสต้า เซเลปสาว ไอคอนฟิลิปปินส์ สตรีหมายเลขหนึ่งแห่งซอร์โซกอน

จากพนักขายสินค้าสู่การเป็นเจ้าหญิง หรี่หลาน ชายาเจ้าชายแห่งราชวงศ์เบลเยี่ยม

รองเท้า Hello Kitty ของ ลิซ่า ในเพลง MONEY

เด่นสุดในซีน! ส่องความแบ๊ว รองเท้า Hello Kitty ของ ลิซ่า ในเพลง MONEY

สวยๆ ซนๆ และดูแซ่บมากกกก สำหรับลุคของ ลิซ่า ในเพลง MONEY ที่เพิ่งปล่อย EXCLUSIVE PERFORMANCE ออกมาเมื่อคืนนี้ โดยเฉพาะรองเท้าบู๊ตคู่สีขาวขนปุยที่ใครเห็นก็สะดุดตา กับคอลเล็คชั่น Hello Kitty

หลังจากปล่อยเพลง LALISA จนกลายเป็นกระแสไวรัลไปทั่วโลก ลิซ่า ก็ขอเสิร์ฟความร้อนแรงอย่างต่อเนื่องด้วย EXCLUSIVE PERFORMANCE VIDEO ในเพลง MONEY ซึ่งเป็นอีกเพลงที่หลายคนชื่นชอบและรอคอยที่จะได้เห็นลิซ่าโชว์เพลงนี้ แน่นอนว่าเมื่อจัดให้ตามคำขอย่อมไม่ธรรมดา ทำเอาแฟนๆ เซอร์ไพร้ส์ไปตามๆ กัน กับท่าเต้นและแฟชั่นที่ดุเดือดร้อนแรง โดยเฉพาะในชุดกางเกงแดงซึ่งถูกพูดถึงอย่างมาก

นอกจากชุดที่โชว์ให้เห็นบอดี้ไลน์ที่แข็งแรงของลิซ่าจะได้รับคำชื่นชมแล้ว หลายคนก็โฟกัสไปยังรองเท้าขนปุยสีขาว เพราะแต่ละซีนเด่นไม่ไหว ลำพังแค่รองเท้าบู๊ตก็มีไซส์ที่ใหญ่อยู่แล้ว ยิ่งเติมขนเฟอร์เข้าไปอีก ก็ยิ่งเห็นได้ชัดว่ารองเท้ากำลังตะโกน “มองมาที่ฉันสิ!”

ลิซ่า ในเพลง MONEY ลิซ่า ในเพลง MONEY-1 ลิซ่า ในเพลง MONEY-2

โดยรองเท้าบู๊ตคู่ที่ลิซ่าใส่นั้น มาจาก GCDS รุ่น Moon Boot in faux fur with Hello Kitty ราคาประมาณ 9,700 บาท เป็นรองเท้า after-ski boots อันโด่งดัง ซึ่งผลิตขึ้นสำหรับ GCDS โดยเฉพาะ แต่งขนเทียมมองโกเลีย พร้อมแพทช์ถัก Hello Kitty ที่ด้านหน้า มีแถบโลโก้ PVC Moon Boot ที่ตัดกัน ลักษณะเฉพาะของพื้นรองเท้าทำจากยาง โดดเด่นด้วยเชือกผูกสีแดง พร้อมปักโลโก้ GCDS และโลโก้ Hello Kitty ที่ส้น

ต้องบอกว่าองค์ประกอบโดยรวมของลุคออกมาดีมาก ไม่ว่าจะหน้าผมหรือชุดที่ใส่ มีทั้งความแสบซน ยียวน เซ็กซี่ และน่ารัก รวมถึงฝีมือการหั่นของสไตลิสต์ก็ทำให้แจ็คเก็ต adidas กลายเป็นเสื้อครอปได้ภายในพริบตา

ลิซ่า ในเพลง MONEY-4


ภาพ : #LisaMoneyDance

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

พักยกเกมโหด ส่องสไตล์ชิคๆ ของ ‘อียูมี’ นักแสดงจากซีรีส์ Squid Game

เพชรโดนแย่งซีน ‘ซงฮเยคโย’ ในชุดขาวออร่าพุ่ง ถ่ายแบบเครื่องประดับเซ็ตใหม่

เรียบแต่โก้! ครั้งแรกของ โรเซ่ BLACKPINK บนพรมแดง Met Gala 2021

 

Miss Universe Thailand 2021

8 สาวโปรไฟล์โดดเด่น Miss Universe Thailand 2021

ในที่สุดก็เริ่มต้นขึ้นแล้วสำหรับการประกวดนางงามรายการใหญ่ มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2021 ( Miss Universe Thailand 2021 ) โดยเมื่อวันที่ 23 ก.ย.ที่ผ่านมา กองประกวดได้มีการประกาศรายชื่อ 63 คน จากสาวงามที่มีคุณสมบัติ “Power of Passion” หรือ “สตรีผู้ทรงพลัง สู่เส้นทางแห่งชัยชนะ” ซึ่งเป็นธีมหลักของการประกวดที่เข้ารอบ จากวิดีโอของผู้สมัคร 214 คน

โดยทั้ง 63 คนที่ผ่านเข้ารอบมา จะเข้าสู่รอบ Audition สัมภาษณ์ตัวต่อตัวกับกรรมการ และจะถูกคัดเลือกสู่รอบต่อไป โดยปีนี้ผู้เข้าประกวดมาจากหลากหลายอาชีพที่ตั้งใจเข้าร่วมเพื่อหวังพิชิตมงกุฎอันทรงเกียรติ

งานนี้แพรวขอคัด 8 สาวงามผู้เข้าประกวดที่มีโปรไฟล์โดดเด่นไม่ธรรมดามาให้รู้จักคร่าวๆ รวมถึงหลายคนยังเป็นเต็งของการชิงมงกุฎในครั้งนี้ด้วย

8 สาวโปรไฟล์โดดเด่นไม่ธรรมดา Miss Universe Thailand 2021

1.ทารีน่า โบเทส ลูกครึ่งแอฟริกัน-ไทย อายุ 24 ปี เจ้าของตำแหน่ง มิสแกรนด์ภูเก็ต 2019 เธอมีความฝันที่จะประกวดนางงามมาตั้งแต่เด็กจึงเริ่มเดินสายตั้งแต่อายุ 10 ปี และได้ตำแหน่งแรกตอนอายุ 13 ปี

ทารีน่า โบเทส

2.มด-นันทิยา สุวรรณแสวง อายุ 24 ปี ผู้ชนะ 1 ใน 10 ของเวที OCAC: Young ART MODEL 2019 สังกัดบ้านนางงามขี้เมาของ เอม-เอื้อ ตามใจตุ๊ด

.มด-นันทิยา สุวรรณแสวง

3.หงส์-หยก ศิริมาตย์ อายุ 26 ปี นักแสดงและนางแบบสาวที่แจ้งเกิดจาก  The Face Thailand 1 ตำนานเจ้าของฉายา หงส์โกงความตาย กลับมาร่วมรายการ THE FACE THAILAND รีเทิร์น ซีซั่น4

หงส์-หยก ศิริมาตย์

4.อูลี่-พิมพ์ณารา ฟอนซูร์มูเล็น ลูกครึ่งไทย-เยอรมัน อายุ 26 ปี นางแบบสังกัด Kiss Mode สังกัดเดียวกับที่เคยส่ง แนท อนิพรณ์ และ   มารีญา พูลเลิศลาภ นอกจากนี้ยังเคยคว้า Top 5 Miss Thailand World และ รอง 1 Elite Model Look Thailand

อูลี่-พิมพ์ณารา ฟอนซูร์มูเล็น

5.เนท-ศิตานันท์ อัศวกิตติกร อายุ 27 ปี  ประกอบอาชีพพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน โดยเธอยังเป็นลูกสาวของ แน่งน้อย อัศวกิตติกร จากกลุ่ม ศชอ. (ศูนย์ช่วยเหลือด้านกฎหมายผู้ถูกล่วงละเมิด bully ทางสังคมออนไลน์ ศชอ.)

เนท-ศิตานันท์ อัศวกิตติกร

6.เอิร์น-ภัทรวดี บุญมีทรัพย์ อายุ 22 ปี ดีเจคนสวยสุดแซ่บประจำคลื่นวิทยุขวัญใจคนไทย EFM94 มีความสามารถพูดได้ 4 ภาษา  ไทย,อังกฤษ,เซอร์เบียและรัสเซีย

เอิร์น-ภัทรวดี บุญมีทรัพย์

7.แอนชิลี สก๊อต–เคมมิส ลูกครึ่งไทย-ออสเตรเลีย อายุ 22 ปี เธอจบปริญญาตรี รัฐศาสตร์สาขาสังคมวิทยา จากซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย และในระหว่างศึกษาช่วงมัธยมปลายจากโรงเรียนนานาชาติ NIST ปัจจุบัน เธอมีอาชีพเป็นนางแบบ Curve Model หรือบางคนอาจเรียกว่า นางแบบพลัสไซซ์ นั่นเอง

แอนชิลี สก๊อต-เคมมิส

8.มีมี-กัลย์สุดา ชนาคีรี ลูกครึ่งไทย-เมียนมา ที่มีเชื้อสายเป็นกะเหรี่ยง อายุ 23 ปี อดีตผู้เข้าประกวด มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2019 ที่ขอกลับมาประกวดอีกครั้ง

มีมี-กัลย์สุดา ชนาคีรี

อย่างไรก็ตามแฟนนางงามไทยทั่วโลกสามารถเข้าถึงการประกวดอย่างใกล้ชิดผ่านเว็บไซต์ www.missuniverse.in.th และแอปพลิเคชัน มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2021 บนอุปกรณ์เคลื่อนที่ (Mobile Device) ทั้งระบบ iOS และ Android ซึ่งใช้งานง่าย สะดวกรวดเร็ว และมีความปลอดภัยสูงระดับสากล รวมถึงทางดิจิทัลแพลตฟอร์มของทางกองประกวดฯ ได้แก่ Facebook, Instagram, YouTube และ TikTok และจะมีการถ่ายทอดสดรอบ Preliminary และรอบ Final ทั่วประเทศทางสถานีโทรทัศน์ PPTV จากเวทีประกวดนางงามสุดล้ำในรูปแบบ Virtual Technology สำหรับการประกวดรอบตัดสิน จะมีขึ้นในค่ำคื่นวันที่ 24 ตุลาคม นี้ แฟนนางงามตามเชียร์ตามลุ้นได้เลย


 

‘เป็นที่รักของใครหลายๆ คน รวมถึงแฟนเก่าที่จะติดต่อกลับมา’ ดวงรายวัน 24 กันยายน 2564

ดวงรายวัน 24 กันยายน 2564 #หมอปุ้ยพยากรณ์ เช็กทุกวัน เป๊ะปังทุกดวง ทั้งการงาน การเงิน ความรัก และสุขภาพ

‘เป็นที่รักของใครหลายๆ คน รวมถึงแฟนเก่าที่จะติดต่อกลับมา’

ดวงรายวัน 24 กันยายน 2564

ผู้ที่เกิดวันอาทิตย์

การงาน  : มีความเป็นไปได้ว่า คุณอาจต้องแบกรับภาระความรับผิดชอบอย่างหนักและอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ด้วย โดยอยู่ภายใต้การติดตามงานอย่างใกล้ชิดจากเจ้านาย แม้ปกติคุณจะมีปฏิภาณไหวพริบ และความรับผิดชอบ เป็นที่ไว้วางใจของเจ้านายก็ตาม โดยเฉพาะผู้ที่เป็นเจ้าของธุรกิจรายย่อย หรือผู้ประกอบอาชีพอิสระ วันนี้คงต้องทำแค่พอเอาตัวรอดไปก่อน เพื่อป้องกันความผิดพลาดและความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น

การเงิน  :  ขยัน ทำงานหนัก มีโชคลาภ ไม่ว่าคุณจะจับอะไรก็เป็นเงินเป็นทองไปหมด แต่วันนี้จะหากคุณจะควักเงินออกจากกระเป๋าควรมีสติ เพราะมีความเป็นไปได้ว่า คุณจะเสียเงินด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ หรือไม่รู้ตัวมาก่อน

ความรัก :  แม้ที่ผ่านมาคุณจะทำงานหนัก จนไม่มีเวลาให้กับครอบครัว ซึ่งก็เป็นประเด็นที่ติดอยู่ในใจที่คุณรู้สึกผิดมาตลอด  วันนี้ลองวีคเอ็นท์ ควรวางมือจากงานมาอยู่บ้านกับครอบครัวบ้าง ก่อนที่คุณจะรู้สึกผิดไปมากกว่านี้ คนโสด  หากคุณเคยทำงานหนักจนต้องเสียแฟนมาแล้ว วันนี้คุณอาจเปลี่ยนความตั้งใจมาทำงานเพื่อครอบครัวคุณแทน

สุขภาพ  :  ปกติคุณแข็งแรง ไม่ค่อยเจ็บป่วยไม่สบาย แต่หากคุณประมาท โหมงานหนักจนไม่ได้ใส่ใจดูแลสุขภาพตัวเอง หากป่วยจะถึงกับล้มหมอนนอนเสื่อ โดยเฉพาะโรคที่เกี่ยวกับมดลูก

 

ผู้ที่เกิดวันจันทร์

การงาน  :  สำหรับผู้ที่ทำงานหรือเกี่ยวข้องกับสายอสังหาริมทรัพย์ บ้าน ที่ดิน สิ่งปลูกสร้าง อาคารสำนักงาน มีความเป็นไปได้ว่าคุณจะตกอยู่ในภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก ต้องทำงานที่นอกเหนือจากที่ตกลงกันไว้ หรือตกเป็นแพะรับบาป ต้องรับผิดในสิ่งที่ตัวเองไม่ได้กระทำ ซึ่งวันนี้คุณมีความคิดของตัวเองสูงมาก จนยากที่จะร่วมงานกับคนอื่นได้อย่างราบรื่น ทางที่ดีจึงควรรับงานเองจะดีกว่า เพราะไม่เช่นนั้นจากความมั่นใจที่สูงมากมีโอกาสทำให้คุณตัดสินใจในการประกอบอาชีพผิดพลาด จนทำให้ชีวิตคุณถึงกับหักเหเลยทีเดียว

การเงิน :  มีโอกาสได้ซื้อ-ขายอสังหาริมทรัพย์ รวมถึงธุรกิจต้นไม้ หรือธุรกิจที่อยู่ใกล้น้ำ นับว่าคุณโชคดีเรื่องเงินที่ไม่ต้องทำงานหนัก ก็มีเงินให้ใช้แบบไม่เดือดร้อน  แต่ต้องระวังความใจดีใจกว้างดุจแม่น้ำของคุณ ที่สงเคราะห์หรืออุปถัมภ์ใครแล้วก็จะไม่ไหลกลับมา

ความรัก :  คุณกำลังคิดถึงเรื่องขยับขยายที่อยู่อาศัย สำนักงาน หรือซื้อบ้าน ซื้อที่ดินใหม่ มีความเป็นไปได้ว่า คุณอยากไปปรึกษาเพื่อนๆ หรือคนรู้จักด้วย  ซึ่งวันนี้คู่คุณก็ยอมตามใจทุกอย่าง  คนโสด เสน่ห์ของคุณอยู่ที่เอาการเอางาน ขยัน ซึ่งหากจะมีแฟนสักคน คุณก็อยากได้แฟนที่สามารถเป็นที่ปรึกษาให้กับคุณได้ แต่วันนี้คุณยังอยากอยู่ท่ามกลางสังคมมากกว่าจะมีใครเป็นตัวเป็นตน

สุขภาพ  : มีโอกาสที่จะมีปัญหากับระบบเลือดและต่อมน้ำเหลืองต่างๆ  ซึ่งจะเป็นสาเหตุให้เกิดโรคเบาหวาน และโรคที่ผิดปกติของเซลล์เม็ดเลือด นอกจากนั้นยังต้องระวังเป็นโรคภูมิแพ้ และไข้หวัดด้วย

 

ผู้ที่เกิดวันอังคาร

การงาน :  สำหรับผู้ที่ทำงานหรือเกี่ยวข้องกับการติดต่อประสานงาน การโฆษณา ประชาสัมพันธ์ สื่อมวลชน รวมถึงผู้ที่เชี่ยวชาญทางด้านภาษา มีความเป็นไปได้ว่า คุณจะได้ร่วมงานกับคนที่มีความคิดเห็นขัดแย้งกับคุณทุกอย่าง ซึ่งจะเป็นปัญหาและอุปสรรคที่จะทำให้คุณรู้สึกผิดหวัง เสียใจ จนถึงกับท้อแท้ต่อโชคชะตาได้เลย ทางที่ดีจึงควรใช้สติ ความเข้มแข็งในการแก้ไขปัญหา อย่าปล่อยให้โทสะหรือโมหะเข้าครอบงำจิตใจ เพราะจะทำให้เกิดความเสียหายยากเกินกว่าจะแก้ไขได้ทัน

การเงิน : แม้คุณจะพยายามประหยัด ใช้เงินทุกบาททุกสตางค์อย่างรู้คุณค่าที่สุด แต่การเงินของคุณก็ยังผันผวน ขึ้นลงตลอดๆ  วันนี้โอกาสที่จะเสียเงินให้กับลูกหลาน หรือคนรักด้วย

ความรัก : คุณกำลังอยู่ในอารมณ์รักแบบหัวปักหัวปำอยู่หรือเปล่า จนอยากให้คู่ของคุณคิดเหมือนกับที่คุณคิด ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่า คุณจะถูกมองว่า ไม่มีเหตุผล คนโสด  คุณกำลังมีความรัก หรือกำลังตกเป็นที่รักของใครอยู่ หรือเปล่า ซึ่งคุณก็พร้อมเปลี่ยนใจไปหาคนใหม่ได้ตลอดๆ เพราะต้องการคนที่เหมาะสมที่สุด

สุขภาพ :  ต้องระวังอันตรายจากการเดินทาง ทั้งทางบกและทางน้ำ รวมถึงอย่าเครียด หรือวิตกกังวลมาก เพราะจะไม่ดีต่อสุขภาพจิตในระยะยาว

 

ผู้ที่เกิดวันพุธ

การงาน :  สำหรับผู้ที่ทำงานหรือเกี่ยวข้องกับงานศิลปะทุกแขนง ความสวยความงามทุกรูปแบบ คุณคาดหวังความสำเร็จอย่างแรงกล้า แต่ดวงการงานยังไม่ค่อยดี ทำอะไรก็จะขลุกขลักไปหมด โดยเฉพาะอย่างยิ่งงานที่ต้องติดต่อกับทางราชการ หากเป็นในเรื่องการขอสัมปทานหรืออนุญาตวางเครือข่าย โครงข่าย อินเทอร์เน็ต หรือเครื่องมืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์  ไฮเทค ฯลฯ มีโอกาสที่เอกสารจะเกิดความผิดพลาดจนถึงขั้นเป็นคดีความ ทั้งทางแพ่งและอาญา ดังนั้น ควรหาเพื่อนที่ไว้ใจได้ หรือผู้รู้ผู้มีประสบการณ์มาช่วยงานจะดีกว่า

การเงิน :  เงินไหลมาเทมา รายได้จะมาจากอำนาจ วาสนา บารมีของคุณ แต่เมื่อได้มาแล้วคุณจะหมดกับการเลี้ยงเพื่อนฝูง บริวาร อย่างเต็มที่ แต่ก็อย่าถึงกับเซ็นเอกสารกู้ยืมหรือค้ำประกันให้เลย เพราะมีโอกาสผิดพลาด

ความรัก : คุณเป็นผู้นำในครอบครัว ทั้งงานในบ้าน และงานนอกบ้านคุณก็ทำได้ดีอย่างเสมอต้นเสมอปลาย แต่หากคุณเป็นคู่ที่แต่งงานกันมานาน วันนี้มีความเป็นไปได้ว่า จะมีการตกลงที่จะอยู่ด้วยกันเพื่อบางอย่างแล้ว คนโสด คุณมีเสน่ห์ ทั้งหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่อยากจะอุปถัมภ์คุณนะเนี่ย แต่วันนี้คุณขี้เบื่อ รักง่ายหน่ายเร็วเหมือนกระแสลม

สุขภาพ :  คุณเริ่มออกเดทแล้ว ก็ต้องระวังเรื่องอาหารด้วย ของมัน ของทอดควรหลีกเลี่ยง เพราะวันนี้อวัยวะที่ควรให้ความสำคัญอย่างยิ่งคือ หัวใจ และโรคที่เกี่ยวข้องกับหัวใจทุกประเภท

 

ผู้ที่เกิดวันพฤหัสบดี

การงาน  :  คุณมีเทคนิค แท๊กติกในการทำงานแพรวพราว สามารถปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ทำงานได้หลากหลายแนว หากคุณมีตำแหน่งหน้าที่การงานอยู่ในระดับสูง ไม่ว่าจะภาครัฐ เอกชน รัฐวิสาหกิจ หรือภาคธุรกิจ ก็มีความเป็นไปได้ว่า คุณจะตกอยู่ในภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก ต้องทำงานนอกเหนือจากที่ตกลงไว้ รวมถึงตกเป็นแพะรับบาป ต้องรับผิดในสิ่งที่ตัวเองไม่ได้กระทำ ทางที่ดีควรรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น ทางที่ดีควรปรึกษาผู้รู้ผู้มีประสบการณ์ก่อนจะตัดสินใจทำอะไรลงไป

การเงิน :   มีโชคลาภเฮงๆ ปังๆ ได้ลาภอย่างไม่คาดคิด มีโอกาสได้จากครอบครัว รวมถึงการลงทุน ซึ่งคุณควรเก็บเงินไว้บ้าง อย่าฟุ่มเฟือยหรือซื้อของราคาแพง เพราะจะหมดไปอย่างน่าเสียดาย

ความรัก :  คุณรักใครรักจริง ทุ่มเทความรักให้เขาจนหมด มีความเป็นไปได้ว่า วันนี้คุณอยากให้คู่คุณใช้เวลาอยู่กับคุณอย่างเต็มที่ ซึ่งเขาก็ยอมตามใจคุณอย่างดี ไม่หือไม่อือใดๆ คนโสด วันนี้คุณอ่อนไหวและโรแมนติกมาก หากรักใครก็จะทุ่มเทให้เขาเต็มที่ ก็มีโอกาสที่จะสมหวัง แต่ขณะเดียวกันก็ต้องระวังผิดหวังไว้ด้วย

สุขภาพ :  อย่าประมาท โหมงานหนักจนร่างกายไม่ได้พักผ่อนนอนหลับอย่างเต็มที่ ซึ่งจะมีผลให้การทำงานไม่มีประสิทธิภาพ วันนี้มีความเสี่ยงที่จะได้รับอันตรายหรือความเจ็บป่วยจากการปฏิบัติงาน

 

ผู้ที่เกิดวันศุกร์

การงาน :  ก็ยังอยู่ที่งานเพื่อสาธารณะกุศล สาธารณะประโยชน์ CSR เพื่อสังคม รวมถึงงานบุญ งานแชริตี้ ฯลฯ มีความเป็นไปได้ว่า คุณจะได้รับมอบหมายให้เป็นหลักของทีมทำงาน แต่ก็เตรียมใจไว้หน่อย เพราะมีโอกาสที่ทีมงานของคุณจะมีความคิดเห็นต่างจากคุณในทุกๆ เรื่อง โดยเฉพาะกับเจ้านาย แล้วหากคุณยังเชื่อมั่นในตัวเองสูงมาก ก็จะมีความเสี่ยงที่จะเกิดการขัดแย้งกัน จนงานสะดุดหยุดลงกลางคัน

การเงิน :  แม้คุณจะมีมรดกจากทางบ้านสนับสนุนให้คุณใช้จ่ายได้อย่างไม่เดือดร้อน ทำงานโดยไม่หวังผลตอบแทน ทำบุญทำกุศลได้อย่างสบายใจ แต่ก็ต้องระวังช่วงนี้การเงินจะผันผวน ขึ้น-ลง ตลอดๆ

ความรัก : หากวันนี้คุณอยากแยกไปอยู่มากกว่าอยู่เป็นครอบครัวใหญ่อย่างที่เป็นอยู่ ระวังจะมีปากเสียงกับทางบ้าน หรือผู้ใหญ่ที่เคารพ คนโสด  วันนี้หากคุณอยู่ในช่วงที่โน้มน้าวใจผู้ใหญ่ให้ยอมรับแฟนคุณ ก็อาจต้องใช้เวลา ยิ่งหากคุณเป็นหลักของครอบครัวด้วยแล้ว ยิ่งยากมากขึ้น

สุขภาพ :  หากคุณยังโหมทำงานอย่างไม่รู้วันรู้คืน วันนี้มีความเป็นไปได้ว่า จะมีเพิ่มมาอีกโรคคือ ภูมิแพ้อากาศ หายใจไม่สะดวก จามบ่อย หากเป็นไซนัสอยู่แล้ว มีความเสี่ยงที่จะอักเสบ

 

ผู้ที่เกิดวันเสาร์

การงาน :  สำหรับผู้ที่ทำงานหรือเกี่ยวข้องกับการติดต่อประสานงาน การโฆษณา ประชาสัมพันธ์ สื่อมวลชน รวมถึงผู้ที่มีความเชี่ยวชาญทางการใช้ภาษา มีความเป็นไปได้ว่า คุณจะได้ริเริ่มงานใหม่ หรือมีโอกาสโยกย้ายเปลี่ยนแปลงงานไปอยู่ในหน่วยงานที่มีผลตอบแทนสูง แต่ก็มีความท้าทายและแข่งขันสูงเช่นกัน ยิ่งหากเป็นงานที่ต้องใช้ความคิดจินตนาการด้วยแล้ว มีแนวโน้มว่าคุณจะมีโอกาสประสบความสำเร็จสูงมาก

การเงิน :  คุณพยายามใช้เงินอย่างประหยัด รู้คุณค่า ซึ่งวันนี้หากคุณนำเงินไปลงทุนก็มีโอกาสได้ผลตอบแทนสูง แต่ก็ไม่ควรนำเงินไปใช้ในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง หรือการเสี่ยงโชค มีความเสี่ยงที่จะถูกมิจฉาชีพหลอก หรือถูกโกง จนหมดตัวเลย

ความรัก :  เป็นเวลาที่คุณกำลังอยู่ในห้วงแห่งความรัก อาจใช้เวลาวันหยุดยาวให้ความรักความสำคัญกับความสัมพันธ์ในครอบครัวอย่างเต็มที่   คนโสด  คุณกำลังเป็นที่รักของใคร หลายๆ คน รวมถึงแฟนเก่าที่มีความเป็นไปได้ว่า จะติดต่อกลับมา

สุขภาพ :  ภูมิแพ้มาแล้วจ้า มีความเสี่ยงที่จะแพ้สารเคมีที่เป็นส่วนผสมในน้ำยาทำความสะอาด ใกล้มือที่สุดคือ แอลกอฮอลล์ ทั้งแบบเจลและสเปรย์ จะมีอาการคันบริเวณที่ใช้ หากในกรณีรุนแรงจะเป็นอักเสบ บวมแดง