เทรนเนอร์ไอดอล เผยความจริงเบื้องหลังวงการไอดอลเคป๊อป หากเด็กฝึกเดบิวต์ไม่ทัน

เมื่อไม่นานมานี้ เทรนเนอร์ไอดอลคนหนึ่งได้แบ่งปันความจริงเบื้องหลังวงการไอดอลเคป๊อปว่ามีเพียง 10% ของไอดอลที่เดบิวต์ในหนึ่งปีเท่านั้นที่จะอยู่รอดได้ และยังเปิดเผยว่าจะเกิดอะไรขึ้นหากเด็กฝึกไม่สามารถเดบิวต์ได้ทันเวลา In Jin Woong อดีต เทรนเนอร์ไอดอล ที่ผันตัวเป็น Youtuber ได้แชร์เกี่ยวกับด้านมืดของวงการไอดอล โดยเฉพาะเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อเด็กฝึกไม่สามารถเดบิวต์ได้ทันเวลา เกี่ยวกับกระบวนการที่ไอดอลได้รับการฝึกฝน และข้อเสียของเด็กฝึกหัดเหล่านี้ เขาเตือนอย่างตรงไปตรงมาว่ากระบวนการสร้างไอดอลกำลังเปลี่ยนเด็กฝึกหัดเหล่านี้ให้กลายเป็นสินค้าอุปโภคบริโภค เทรนเนอร์ไอดอล เผยความจริงเบื้องหลังวงการไอดอลเคป๊อป หากเด็กฝึกเดบิวต์ไม่ทัน เขาเริ่มต้นด้วยการแบ่งปันว่า “มันอาจจะแตกต่างกันสำหรับเอเจนซี่ต่างๆ แต่โดยปกติแล้วระยะเวลาของการเป็นเด็กฝึกจะอยู่ที่ 7-8 ปี หลังจากที่เด็กฝึกได้เดบิวต์กับทีมแล้ว อีก 1 ถึง 2 ปีก่อนที่พวกเขาจะเดบิวต์จริงๆ” “จริง ๆ แล้วมันเป็นรูปแบบพีระมิด มีเด็กหลายคนที่ไม่ได้เป็นเด็กฝึกด้วยซ้ำ เมื่อเอเจนซี่ใหญ่ประกาศรับสมัคร วิดีโอออดิชั่นมากกว่า 10,000 วิดีโอถูกส่งเข้ามา หลังจากเอาชนะการแข่งขันและได้เป็นเด็กฝึก เด็กๆ ผ่านกระบวนการสร้างเป็นสินค้าอุปโภคบริโภค เปลี่ยนวิธีคิดโดยพื้นฐาน” “เด็กเหล่านี้ไม่สามารถแม้แต่จะไปร้านสะดวกซื้อด้วยตัวเองได้จนกว่าพวกเขาจะมีประสบการณ์มาหลายปี ดังนั้น พวกเขาจึงต้องบอกผู้จัดการให้ไปซื้อกาแฟให้พวกเขาสักแก้ว พวกเขาถูกลิดรอนอิสรภาพในชีวิตประจำวัน ดังนั้น พวกเขาจึงได้รับการฝึกฝนจนเคยชินกับวิถีชีวิตเช่นนั้นหรือถูกครอบงำด้วยความเครียด” “มีคนบอกว่า ‘ถ้าคุณต้องการเป็นคนดัง ไลฟ์สไตล์นั้นถูกกำหนดไว้แล้ว’ ฉันรู้สึกว่ามันเป็นวิธีที่จะดักจับคนเข้ามาในบ่อนี้ที่เรียกว่าวงการบันเทิง”  “พวกเขาเข้าบริษัทตอนอายุ 8-10 ปี และฝึกฝนเป็นเวลาประมาณ […]

เจาะลึกประสบการณ์ตรงจากผู้เผชิญ “โรคฮิสโตพลาสโมซิส” ปอดติดเชื้อจากต้นไม้

เชื่อว่าหลายคนเพิ่งเคยได้ยินชื่อ “โรคฮิสโตพลาสโมซิส” ครั้งแรกในชีวิต จากเหตุการณ์ที่กลุ่มอนุรักษ์ธรรมชาติเข้าไปในโพรงต้นช้างม่วงที่ป่าจังหวัดนครศรีธรรมราช แล้วเกิดอาการติดเชื้อราในปอดกว่า 10 คน หนึ่งในนั้นคือ คุณไอซ์ – ศันสนีย์ เชี่ยววิทย์ ผู้จัดการฝ่ายขายและผู้จัดการแผนกทีมพัฒนาระบบ Mobile Application บริษัทจีเอเบิล จำกัด (มหาชน) บริษัทจัดการเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์สำหรับผู้ประกอบการชั้นนำ เธอเป็นคุณแม่สายลุยที่รักธรรมชาติเป็นชีวิตจิตใจ ครั้งนี้มาเป็นตัวแทนแชร์ประสบการณ์ “ครั้งหนึ่ง” ที่ต้องเผชิญกับภัยเงียบจากเชื้อราแบบไม่คาดคิด เจาะลึกประสบการณ์ตรงจากผู้เผชิญ “โรคฮิสโตพลาสโมซิส” ปอดติดเชื้อจากต้นไม้ ทริปอนุรักษ์ “จุดเริ่มต้นของทริปเป็นการรวมตัวกันของกลุ่มคนอนุรักษ์ธรรมชาติประมาณ 25 คน ที่ตั้งใจเดินทางไปศึกษาความสมบูรณ์ของธรรมชาติตามผืนป่าในแต่ละพื้นที่ ของประเทศที่มีความหลากหลายและแตกต่าง โดยถือโอกาสพาลูก ๆ ร่วมทริปไปด้วย ในฐานะเยาวชนที่รู้คุณค่าของธรรมชาติและพร้อมจะสืบสานให้คงอยู่ตลอดไป โดยมีผู้เชี่ยวชาญไปคอยให้ความรู้ ซึ่งทริปก่อนหน้านี้เราไปศึกษาธรรมชาติในป่า ดอยอินทนนท์ที่เป็นปลายสุดของเทือกเขาเอเวอเรสต์ และป่าที่จังหวัดสตูล ซึ่งเป็น ป่าชนิดเดียวกับเกาะบอร์เนียว ประเทศอินโดนีเซีย เราสังเกตได้จากสัตว์และพันธุ์พืช “สำหรับทริปนี้เราไปช่วงปลายเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา เดินทางมาที่อุทยาน แห่งชาติน้ำตกโยงและป่าวังหีบ จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นลักษณะผสมของ ป่าดิบชื้นและป่าดิบเขาที่คงความเป็นผืนป่าดึกดำบรรพ์ให้ศึกษาพรรณไม้และสัตว์ป่า โดยกลุ่มเรามีประมาณ 15 คน นั่งเครื่องจากกรุงเทพฯไปลงที่จังหวัดนครศรีธรรมราช แล้วนั่งรถต่อไปอีกประมาณ […]

ชะลอวัยง่ายๆ ด้วย ‘เต้าหู้ขาว’ และ ‘ผักผลไม้สีม่วง’ ทางลัดที่ดีต่อสุขภาพ

ไม่ว่าใครก็ไม่อยากปล่อยให้ตัวเองดูแก่กว่าวัยกันทั้งนั้น ยิ่งเป็นผู้หญิงก็ยิ่งอยากดูสาวและสวยอยู่ตลอดเวลา แม้ว่าอายุอาจจะขึ้นเลขหลายหลักกันไปแล้วก็ตาม แต่จะทำอย่างไรดี เมื่อสภาพร่างกายเปลี่ยนไปตามวันเวลา และริ้วรอยต่างๆ เริ่มถามหา ครั้งนี้จึงขอนำทริคการเลือกกินอาหารโดยเฉพาะ ‘เต้าหู้ขาว’ และ ‘ผักผลไม้สีม่วง’ ที่จะช่วยชะลอความเสื่อมของร่างกายและสมองให้แข็งแรงเหมือนคนหนุ่มสาวอีกครั้ง ชะลอวัยง่ายๆ ด้วย ‘เต้าหู้ขาว’ และ ‘ผักผลไม้สีม่วง‘ ทางลัดที่ดีต่อสุขภาพ ชะลอผิวเหี่ยวย่นเมื่ออายุเพิ่มขึ้น น้ำหล่อเลี้ยงผิวก็ลดลง ทำให้ผิวไม่เต่งตึงเหมือนดังก่อน “เต้าหู้” ขาวๆ อวบๆ ช่วยได้ เพราะเต้าหู้มีฮอร์โมนเอสโตรเจน ซึ่งเป็นฮอร์โมนเพศหญิง มีส่วนช่วยทำให้ผิวเนียนนุ่ม ผิวพรรณผ่องใส ช่วยหยุดยั้งผิวที่ซีดเซียว เหี่ยวแห้งให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง ชะลอผมขาวไม่น่ามองผมที่ค่อยๆ เปลี่ยนสีไปทีละเส้น อาจเป็นปัญหาที่คอยบั่นทอนความมั่นใจของคุณสาวๆ การย้อมผมอาจเป็นตัวช่วยหนึ่ง แต่อีกทางเลือกหนึ่งที่ดีไม่แพ้กันคือ การกิน “วอลนัท” เพราะวอลนัทอุดมไปด้วย ทองแดง และทองแดงนี้จะช่วยคงสภาพสีผมไม่ให้เปลี่ยนสีก่อนวัยอันควร ชะลอสายตาฝ้าฟางปัญหาเรื่องสายตาเป็นปัญหาอันดับต้นๆ เลยนะคะ สำหรับผู้ที่มีอายุเพิ่มขึ้น ซึ่งการดูแลรักษาดวงตานั้นเราควรเริ่มทำตั้งแต่วันนี้ ลองเลือกผลไม้ที่มีประโยชน์ตามนี้ค่ะ ผลไม้ที่จะช่วยบำรุงสายตาได้แก่ผลไม้ในตระกูลเบอรี่ โดยเฉพาะ “บลูเบอรี่” ค่ะ เพราะผลสีม่วงๆ ของบลูเบอรี่จะมีแอนโทไซยานิน (anthocyanin) อยู่ และสารนี้เองล่ะค่ะที่ช่วยในเรื่องของการมองเห็น […]

ปรับพฤติกรรมการกิน ลดเสี่ยง ‘โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ’ ที่เป็นกันเยอะสุด และอันตรายถึงชีวิต

ในปัจจุบันคนไทยเสียชีวิตจาก ‘โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ หรือตัน’ มากที่สุด เป็นอันดับ 3 รองจากอุบัติเหตุและโรคมะเร็ง จากสถิติพบว่า มีผู้ป่วยเกิดขึ้นใหม่ 21,700 รายต่อปี ซึ่งมีแนวโน้มจะเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ โดยสาเหตุเกิดจากการรวมตัวกันของไขมันที่เกาะภายในผนังหลอดเลือดหัวใจหนาขึ้น ซึ่งไขมันนี้เกิดจากคอเลสเตอรอล ทำให้เกิดภาวะหลอดเลือดแข็งตัวและหนาตัวขึ้น ร่างกายจึงไม่สามารถส่งเลือดไปยังกล้ามเนื้อหัวใจได้ สัญญาณเตือน ‘โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ’ อันตรายถึงชีวิต ปัจจัยเสี่ยงที่เกิดโรคหลอดเลือดหัวใจตีบนั้น มี 2 กลุ่ม คือ 1.ปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้ ได้แก่ อายุที่มากขึ้นมีโอกาสเป็นเพิ่มขึ้น โดยเพศชายมีโอกาสเกิดโรคหัวใจได้มากกว่าเพศหญิงในวัยที่ยังมีประจำเดือน ในขณะที่วัยหมดประจำเดือนเพศหญิงมีโอกาสเกิดเท่ากับเพศชาย ปัจจัยด้านพันธุกรรม2.ปัจจัยที่ควบคุมได้ ได้แก่ ไขมันในเลือดสูง ความดันโลหิตสูง เบาหวาน สูบบุหรี่ ไม่ออกกำลังกาย น้ำหนักเกินมาตรฐาน กินอาหารที่ไม่มีประโยชน์ และความเครียด ส่งผลทำให้เพิ่มโอกาสการเกิดหลอดเลือดหัวใจนั้นตีบตันในที่สุด อาการของโรคหลอดเลือดหัวใจตีบเฉียบพลันผู้ป่วยสามารถมีอาการเจ็บที่บริเวณหน้าอกคล้ายของหนักมาทับในขณะพัก และอาจมีอาการร้าวไปที่บริเวณแขน สะบัก ไหล่ หรือขากรรไกรด้านซ้ายได้ นอกจากนี้ยังอาจพบว่ามีอาการร่วมอื่นๆ เช่น อาการหอบเหนื่อย นอนราบไม่ได้ ใจสั่น เหงื่อออกมาก คลื่นไส้อาเจียนหน้ามืดคล้ายจะเป็นลม หรือหมดสติ หากสังเกตพบอาการดังกล่าวข้างต้น ควรพบแพทย์ที่ใกล้ที่สุดโดยทันที […]

เซอร์ไพรส์คนรักด้วยช่อ ‘ผลไม้สีแดง’ แทนดอกไม้หรือช็อคโกแลต เติมหวานแบบไม่เพิ่มน้ำตาล

แนะเซอร์ไพรส์คนรักด้วยช่อ ‘ผลไม้สีแดง‘ แทนดอกไม้หรือช็อคโกแลต เติมหวานแบบไม่เพิ่มน้ำตาล พอถึงวันวาเลนไทน์ คู่รักทั่วไปนิยมมอบของขวัญแทนใจเพื่อแสดงความรักให้แก่กัน นอกจากดอกกุหลาบสีแดงแล้ว ก็จะนิยมมอบขนมหวาน เช่น ช็อกโกแลต คุกกี้ ลูกกวาด เป็นต้น เพื่อเป็นสัญลักษณ์แทนความรัก ความสุข ความหวานให้แก่คนรัก แต่ขนมหวานเป็นอาหารที่ให้พลังงานได้รับสารอาหารที่ไม่เหมาะสม ส่วนใหญ่มีสารอาหารที่ให้ประโยชน์น้อย (Empty Calories) หากกินโดยไม่มีการควบคุมบ่อยๆ เป็นระยะเวลานาน จะทำให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่ไม่เหมาะสม ระบบภูมิคุ้มกันเสียสมดุล ทำให้ติดเชื้อง่าย และอาจเสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวาน โรคหัวใจ และหลอดเลือด โรคไขมันในเลือดสูง และโรคอ้วนในระยะยาวได้ เซอร์ไพรส์คนรักด้วยช่อ ‘ผลไม้สีแดง’ แทนดอกไม้หรือช็อคโกแลต เติมหวานแบบไม่เพิ่มน้ำตาล ช็อกโกแลต คุกกี้ ลูกกวาด ฯลฯ ขนมหวานดังกล่าวเป็นอาหารที่ให้พลังงานสูง และพลังงานส่วนใหญ่มาจากน้ำตาล ซึ่งหากได้รับในปริมาณที่มากไปอาจจะเพิ่มความเสี่ยงในการเป็นโรคต่างๆ ได้ โดย ช็อกโกแลต 1 ชิ้น พอดีคำ ขนาด 10 กรัม ให้พลังงานประมาณ 50 กิโลแคลอรี คุกกี้ 1 […]

แพทย์ผิวหนังเผยวิจัย ฝุ่น PM 2.5 ส่งผลให้ผิวเสื่อมชราและเกิดจุดด่างดำเพิ่มขึ้น

แพทย์ผิวหนังเผย ฝุ่น PM 2.5 ส่งผลกระทบทางผิวหนังได้ทั้งระยะสั้นและระยะยาว ฝุ่นละอองในอากาศเป็นปัญหาที่พบมากขึ้นทั่วโลกและกำลังเป็นปัญหาที่สำคัญของประเทศไทย โดยพบค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก มีเส้นผ่านศูนย์กลาง ไม่เกิน 2.5 ไมครอน เกินค่ามาตรฐานทั้งในกรุงเทพ ปริมณฑลและอีกหลายจังหวัด ฝุ่นที่มีอนุภาคขนาดเล็กมากนี้ นอกจากจะทำให้มีปัญหาต่อระบบทางเดินหายใจ ระบบหัวใจและหลอดเลือดแล้ว ยังส่งผลกระทบต่อผิวหนังด้วยเช่นกัน แพทย์ผิวหนังเผยวิจัย ฝุ่น PM 2.5 ส่งผลให้ผิวเสื่อมชราและเกิดจุดด่างดำเพิ่มขึ้น ผิวหนังเป็นอวัยวะหลักที่ต้องเผชิญกับสิ่งแวดล้อมและมลภาวะต่างๆ ตลอดเวลา ดังนั้น จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ฝุ่นละอองดังกล่าวจะส่งผลต่อผิวหนัง ด้วยข้อมูลจากงานวิจัยพบว่า ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 สามารถจับตัวกับสารเคมีและโลหะต่างๆและนำพาเข้าสู่ผิวหนัง มีผลทำร้ายเซลล์ผิวหนังโดยตรง และทำให้การทำงานของเซลล์ผิวหนังผิดปกติ ทั้งในด้านกลไกการป้องกันของผิวหนังจากสิ่งแวดล้อมภายนอกและการซ่อมแซมผิวหนัง กระตุ้นให้เกิดกระบวนการอักเสบของเซลล์ผิวหนัง ทำให้เกิดผื่นคัน โดยเฉพาะในผู้ที่มีโรคผิวหนังอยู่เดิม เช่น โรคภูมิแพ้ผิวหนังหรือโรคผื่นผิวหนังอักเสบ จะมีการระคายเคืองคันมากยิ่งขึ้น ผื่นกำเริบมากขึ้นได้ การสัมผัสกับฝุ่นดังกล่าวอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน เป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ผิวเสื่อมชราได้เร็วขึ้น นอกเหนือจากปัจจัยทางแสงแดดและการสูบบุหรี่ การศึกษาในประเทศเยอรมนีและประเทศจีน พบว่าการสัมผัสกับฝุ่นละอองขนาดเล็กเป็นเวลานานมีผลทำให้ผิวเสื่อมชรา โดยพบการเกิดจุดด่างดำเพิ่มมากขึ้นบริเวณใบหน้าและการเกิดริ้วรอยบริเวณร่องแก้มมากยิ่งขึ้นด้วย นอกจากนี้ยังพบว่าฝุ่น PM2.5 มีผลกระทบต่อผิวหนังได้ทั้งระยะสั้นและระยะยาว ดังนั้น การปกป้องผิวหนังให้สัมผัสกับฝุ่นดังกล่าวให้น้อยที่สุดจึงเป็นสิ่งที่สำคัญและจำเป็น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในคนที่มีโรคผิวหนังอยู่เดิมเพื่อป้องกันไม่ให้โรคกำเริบมากยิ่งขึ้น ข้อมูล : […]

สาเหตุและอาการ ‘โรคกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน’ ถึงมือแพทย์เร็วยิ่งมีโอกาสรอด

งานหนักไม่เคยฆ่าใครจริงหรือ? สำหรับกรณีที่มีข่าวพนักงานบริษัทแห่งหนึ่งในไทยทำงานหนักจนเสียชีวิตคาโต๊ะทำงานด้วยอาการกล้ามเนื้อหัวใจตาย เราจึงขอนำข้อมูลการรักษา ‘โรคกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน‘ มาแนะนำ ก่อนอื่นคำถามที่ว่า งานหนักไม่เคยฆ่าใครจริงหรือ? ทาง องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้เคยเผยผลการศึกษา งานหนักไม่เคยฆ่าใครนั้นไม่จริง เพราะในปี 2016 มีคนตายจากการทำงานหนักเกือบ 8 แสนคน ยิ่ง Work From Home ยิ่งเป็นปัญหา เพราะคนส่วนใหญ่ทำงานมากขึ้นกว่าเดิม โดยจำนวนผู้ที่เสียชีวิตจากการทำงานหนักนี้ แบ่งออกเป็น เสียชีวิตจากเส้นเลือดในสมองแตก 398,000 คน เสียชีวิตจากโรคหัวใจ 347,000 คน ฉะนั้น รักงานแค่ไหนก็อย่าลืมรักและดูแลตัวเองให้ดีนะคะ เพราะเรามีเพียงคนเดียวเท่านั้น อะไรก็ทดแทนไม่ได้ สาเหตุและอาการ ‘โรคกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน’ ถึงมือแพทย์เร็วยิ่งมีโอกาสรอด สำหรับ ‘โรคกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน’ เป็นโรคเกี่ยวกับหัวใจเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ผู้คนเสียชีวิตมากเป็นอันดับต้นๆ เช่นกัน หัวใจของเราเป็นอวัยวะหนึ่งที่ทำงานหนักที่สุดตลอดชีวิต หลอดเลือดที่มาเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจประกอบด้วยหลอดเลือดแดงหลัก 2 ฝั่ง เป็นหลอดเลือดแดงที่อยู่ด้านขวาและด้านซ้าย ซึ่งหลอดเลือดแดงด้านซ้ายจะแตกแขนงออกเป็น 2 เส้นใหญ่ รวมหลอดเลือดแดงหลักๆ ทั้งหมดเป็น 3 เส้น นอกจากนั้นแต่ละเส้นยังมีการแบ่งออกเป็นแขนงย่อยๆ […]

‘มะเร็งหัวใจ’ พบยาก แต่เกิดได้ทุกเพศทุกวัย หากมีอาการผิดปกติควรรีบพบแพทย์

“มะเร็งหัวใจ” โรคร้ายที่สามารถพบได้ในทุกเพศทุกวัย แต่พบได้น้อยมาก อีกทั้ง ยังไม่ทราบสาเหตุของการเกิดโรคและปัจจัยเสี่ยงของการเกิดโรคที่แน่ชัด ควรหมั่นสังเกตอาการของตนเองเพื่อการรักษาที่ทันท่วงที มะเร็งหัวใจ (Cardiac cancer หรือ Heart cancer) เป็นโรคที่พบได้น้อยมาก แต่สามารถพบได้ในทุกเพศทุกวัย โดยส่วนใหญ่เป็นมะเร็งของอวัยวะอื่นๆ แล้วกระจายมาที่หัวใจ เช่น มะเร็งปอด มะเร็งลำไส้ มะเร็งเต้านม ซึ่งสามารถแพร่กระจายมาที่หัวใจได้ แต่ถ้าเป็นมะเร็งหัวใจเองส่วนใหญ่เกิดจากเซลล์ผนังหลอดเลือดที่เรียกว่า Angiosarcoma ส่วนที่เกิดจากกล้ามเนื้อหัวใจเรียกว่า Rhabdomyosarcoma ซึ่งมะเร็งหัวใจของทั้ง 2 กลุ่มนี้ไม่ค่อยตอบสนองต่อการฉายแสงและยาเคมีบำบัด จึงต้องใช้วิธีรักษาด้วยการผ่าตัดเพื่อเอามะเร็งออกให้หมด ‘มะเร็งหัวใจ’ พบยาก แต่เกิดได้ทุกเพศทุกวัย หากมีอาการผิดปกติควรรีบพบแพทย์ โดย มะเร็งหัวใจ แบ่งออกเป็น 2 ชนิด – มะเร็งหัวใจปฐมภูมิ ได้แก่ มะเร็ง Angiosarcoma, Rhabdomyosarcoma, Fibrosarcoma, Malignant schwannoma, Mesothelioma – มะเร็งหัวใจทุติยภูมิ (Secondary cardiac cancer หรือ Metastatic […]

สาเหตุและปัจจัยเสี่ยง ‘หลอดเลือดสมองโป่งพอง’ อันตรายที่ไม่มีสัญญาณเตือน

หลอดเลือดโป่งพองในสมอง (Brain หรือ Cerebral aneurysm) คือ ตำแหน่งของหลอดเลือดสมองที่มีการโป่งพองออกจากผนังปกติ การโป่งพองของหลอดเลือดบริเวณสมอง เกิดจากแรงดันในหลอดเลือดกระทบกับบริเวณผนังหลอดเลือดที่อ่อนแอและจนเกิดการดันให้ผนังโป่งพองขึ้น เมื่อมีแรงดันมากขึ้น ผนังบริเวณนี้จะยิ่งโป่งพองมากขึ้น ขนาดของหลอดเลือดโป่งพองที่ใหญ่ขึ้น เป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการแตกของหลอดเลือดสมองที่เพิ่มขึ้นโดยตรง นำไปสู่การเกิดเลือดออกในเยื่อหุ้มสมอง หรือเนื้อสมองตามมา ส่งผลให้เกิดการบาดเจ็บของเนื้อสมองจน เกิดความทุพพลภาพ และมีอันตรายถึงเสียชีวิตได้  สาเหตุของ หลอดเลือดสมองโป่งพอง มีได้หลายสาเหตุ สาเหตุที่ทำให้เกิดความผิดปกติและความอ่อนแอลงของผนังหลอดเลือด ที่เกิดภายหลัง เช่น  ความดันโลหิตสูง  การสูบบุหรี่  ไขมันในหลอดเลือด  การใช้ยาเสพติด เช่น ยาบ้า หรือโคเคน  การดื่มแอลกอฮอล์โดยเฉพาะการดื่มครั้งละมาก ๆ   การบาดเจ็บที่บริเวณสมอง  การติดเชื้อในหลอดเลือด  การมีภาวะหลอดเลือดแดงฉีกเซาะ  โรคมะเร็งบริเวณศีรษะและคอ  ปัจจัยบางอย่างที่เกี่ยวข้องกับโรคทางพันธุกรรม หรือทางกายภาพ ได้แก่  เพศหญิง  อายุมากกว่า 40 ปีขึ้นไป มีประวัติครอบครัวเป็นโรคหลอดเลือดโป่งพอง  เป็นโรคเกี่ยวกับหลอดเลือด หรือเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน เช่น Fibromuscular dysplasia,  Hereditary hemorrhagic telangiectasis, Ehlers-Danlos […]

6 ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับ ‘สุขภาพทั่วไป’ และการดูแลรูปร่าง

เคยมีความเชื่อแบบ 6 ข้อด้านล่างนี้กันบ้างหรือเปล่าคะ ลองมาทำความเข้าใจ พร้อมสาระดีๆ เกี่ยวกับ ‘สุขภาพทั่วไป’ และการดูแลรูปร่างกันค่ะ 6 ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับ ‘สุขภาพทั่วไป‘ และการดูแลรูปร่าง กินโปรตีนเพิ่ม พละกำลังก็เพิ่มไม่ถูกซะทีเดียวค่ะ เพราะร่างกายของเรามีโปรตีนและไขมันที่เพียงพออยู่แล้ว การเพิ่มปริมาณโปรตีนที่พิเศษไปกว่าโปรตีนที่เรากินตามปกติไม่ได้ช่วยเรื่อง “พละกำลัง” แต่เป็นเรื่องของ “จิตใจ” มากกว่า เราอาจจะเชื่อคำโฆษณาชวนเชื่อทั้งหลาย ที่จูงใจด้วยสรรพคุณของอาหารเสริมโปรตีน ราวกับว่าโปรตีนคือยาวิเศษ แท้จริงแล้วพละกำลังเกิดจากกล้ามเนื้อ การบริหารร่างกายเพื่อเสริมสร้างกล้ามเนื้อ ให้กล้ามเนื้อแข็งแรง จะเป็นประโยชน์ต่อร่างกายในการเพิ่มพละกำลังมากกว่า น้ำหนักจะเพิ่มขึ้น เมื่อเราอายุมากขึ้นอาจจะถูกส่วนหนึ่ง เพราะเมื่อเราอายุเพิ่มขึ้น ระบบการเผาผลาญอาหารและพลังงานของร่างกายก็ทำงานได้ลดลง ทำให้เกิดการสะสมในรูปแบบของไขมันส่วนเกินที่มากขึ้น ประกอบกับการสร้างกล้ามเนื้อก็ลดลง เป็นส่วนหนึ่งของปัญหาไขมันสะสมเพราะไม่ได้ถูกนำไปใช้ เราจึงควรจะกำจัดส่วนเกินเหล่านั้นออกไป แล้วรักษาน้ำหนักให้สมดุล ดีกว่าที่จะปล่อยให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นตามตัวเลขอายุที่เพิ่มมากขึ้นนะคะ ยาลดความอ้วนทำให้หายจากโรคอ้วนยาลดความอ้วนที่โฆษณาและวางขายตามท้องตลาดนั้น ส่วนใหญ่มักเป็นยาขับปัสสาวะ ลดการดูดซึมไขมัน เมื่อใช้ยาอาจส่งผลให้ดูผอมในระยะหนึ่ง แต่เป็นความผอมแบบขาดสารอาหาร ร่างกายทรุดโทรม การลดความอ้วนที่ดีและได้ผลที่สุดนั้นไม่มีตัวยาเฉพาะเจาะจง แต่เป็นการควบคุมอาหาร และปริมาณสารอาหารที่ร่างกายได้รับ ควบคู่ไปกับการออกกำลังกายที่เหมาะสม แน่นอนว่าวิธีดังกล่าวต้องใช้เวลาและความพยายามมากพอสมควรเลยทีเดียวค่ะ ป่วยต้องทานยาจากการปลูกฝังอย่างต่อเนื่องจากการแพทย์แผนปัจจุบันที่เน้นให้ผู้ป่วยทานยา ความจริงแล้ว 90 % ของโรคต่างๆ ร่างกายเราสามารถรักษาให้หายได้ด้วยตัวเองโดยไม่จำเป็นต้องพึ่งยา ยาเป็นเพียงตัวช่วยหนึ่งที่ลดอาการของความเจ็บป่วยนั้นๆ […]

จริงหรือไม่ ‘เปิดไฟนอน’ เสี่ยงต่อภาวะสุขภาพทางหัวใจและเมตาบอลิก

ตามที่มีข้อมูลในสื่อโซเชียลเกี่ยวกับประเด็นการ เปิดไฟนอน ส่งผลเสียต่อร่างกาย ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงกับสถาบันโรคทรวงอก โรงพยาบาลสงฆ์ พบว่าข้อมูลดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ จากกรณีที่มีการโพสต์ข้อความบนสื่อโซเชียลโดยระบุว่าการเปิดไฟนอนส่งผลเสียต่อร่างกาย ทางกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ได้ตรวจสอบข้อมูลและชี้แจงว่ายังไม่มีหลักฐานทางการแพทย์ที่ชัดเจนว่าการเปิดไฟนอนมีความเสี่ยงต่อภาวะสุขภาพทางหัวใจและเมตาบอลิก ยังไม่มีหลักฐานทางการแพทย์ที่ชัดเจนว่าการ เปิดไฟนอน เสี่ยงต่อภาวะสุขภาพทางหัวใจและเมตาบอลิก แต่มีการศึกษาในห้องปฏิบัติการ พบว่าทำให้เพิ่มอัตราการเต้นของหัวใจ การทำงานของระบบประสาทอัตโนมัติเพิ่มขึ้น และภาวะดื้อต่ออินซูลินเพิ่มขึ้นในเช้าวันถัดไปเท่านั้น จึงสรุปได้ว่า ยังไม่มีหลักฐานทางการแพทย์ที่ชัดเจนว่าการเปิดไฟนอนมีความเสี่ยงต่อภาวะสุขภาพทางหัวใจและเมตาบอลิก ข้อมูล : กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ภาพ : Pexels บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ป้องกันไว้ก่อนเกิด ‘ภาวะตาบอดกลางคืน’ เพราะปัจจุบันยังไม่มีวิธีรักษาให้หายขาด

ภาวะตาบอดกลางคืน (Night Blindness) คือภาวะตาบอดกลางคืนจะพบปัญหาการมองเห็นในที่มืดซึ่งเป็นอาการที่อาจส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น อาจทำให้การขับรถในเวลากลางคืนมีความลำบากในการมองเส้นทางและอาจเกิดอันตรายได้ จึงควรหลีกเลี่ยงเพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ การดูแลตนเองที่ดีที่สุด คือ เมื่อมีปัญหาทางการมองเห็น ควรพบจักษุแพทย์ เพื่อวินิจฉัยหาสาเหตุและรักษาแต่เนิ่นๆ เพราะปัญหาในการมองเห็นเกิดได้จากหลากหลายสาเหตุ และอาจมีโรคร่วมแทรกซ้อนได้ ซึ่งส่วนใหญ่มักเป็นโรคที่รักษาได้ถ้าพบแพทย์ตั้งแต่แรกเริ่มมีอาการ เช่น สายตาสั้น ต้อกระจก ต้อหิน เบาหวานขึ้นตา รวมทั้งอาการตาบอดกลางคืน หรือการมองเห็นในที่มืด ซึ่งการดูแลตนเองที่ดีที่สุด คือ การปฏิบัติตามแพทย์ พยาบาลแนะนำให้ถูกต้อง ครบถ้วนเสมอ พบแพทย์ตามนัด และรีบพบแพทย์ก่อนนัดเมื่อมีอาการผิดปกติไป ภาวะตาบอดกลางคืนหรือปัญหาการมองเห็นในที่มืด แสงสลัว จะพบว่าผู้ป่วยจะมีความลำบากในการทำกิจวัตรในที่แสงมืดหรือสลัว หรือต้องใช้เวลาปรับตัวในการเข้าในที่มืดนานกว่าปกติ ลักษณะอาการผู้ที่มีอาการตาบอดกลางคืน จะพบปัญหาการมองในสถานที่ที่มีแสงสลัว หรือที่มีแสงสว่างน้อย โดยมักจะเกิดอาการขณะที่ต้องมีการปรับเปลี่ยนการมองจากที่ที่มีแสงสว่างมาก ไปยังที่แสงสลัว เช่น การเดินจากภายนอกอาคารเข้ามาในตัวอาคารการเข้าชมภาพยนตร์หรือ การขับรถตอนกลางคืนที่มีแสงสว่างไม่สม่ำเสมอ อาการตาบอดกลางคืนถือเป็นอาการสำคัญของโรคที่อาจทำให้มีความเสี่ยงเรื่องการขับรถในเวลากลางคืน ควรหลีกเลี่ยงเพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ ตาบอดกลางคืน (Night blindness) ไม่ใช่โรค แต่เป็นอาการที่มองเห็นไม่ชัดในที่แสงสลัว หรือในเวลากลางคืน พบได้ในโรคของจอตาหลายโรค กล่าวคือ ในคนปกติภายในจอตาจะมีเซลล์รับรู้การเห็น (Photoreceptor cells) 2 […]

‘พัคโซดัม’ เล่าถึงการต่อสู้กับมะเร็งต่อมไทรอยด์ ที่ทำให้เธอเกือบสูญเสียเสียง

เมื่อไม่นานมานี้ นักแสดงหญิง พัคโซดัม เพิ่งคัมแบ็คสู่วงการบันเทิงด้วยภาพยนตร์เรื่องล่าสุด Phantom (กำหนดเข้าฉายวันที่ 18 มกราคม 2566) ก่อนที่ภาพยนตร์จะออกฉาย เธอได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อเกี่ยวกับการต่อสู้กับโรคร้าย “มะเร็งต่อมไทรอยด์” ของเธอในระหว่างและหลังการถ่ายทำภาพยนตร์ ย้อนกลับไปในปี 2564 แฟนคลับของเธอต่างช็อกกับข่าว เมื่อต้นสังกัดของเธอเปิดเผยว่า เธอได้รับการวินิจฉัยว่าเป็น มะเร็งต่อมไทรอยด์ และเข้ารับการผ่าตัดเพื่อรักษา ทำให้เธอห่างหายจากสายตาของสาธารณชนตลอดทั้งปีก่อนที่จะปรากฏตัวในงานแถลงข่าวเมื่อเดือนธันวาคม 2565 ที่ผ่านมา เธอขอโทษแฟนๆ ที่ทำให้กังวลและบอกกล่าวเกี่ยวกับฟื้นตัวหลังการรักษา “ฉันไม่รู้ว่าตัวเองป่วยตอนที่ถ่ายทำ ฉันคิดว่าร่างกายกำลังส่งสัญญาณอะไรบางอย่าง แต่ฉันคิดว่ามันเป็นปัญหาทางจิตใจ ฉันรู้สึกเสียใจกับผู้อำนวยการและรุ่นพี่ของฉัน หลังจากการถ่ายทำจบลง ฉันถึงกับร้องไห้และอยากขอโทษพวกเขามาก” ‘พัคโซดัม’ เล่าถึงการต่อสู้กับมะเร็งต่อมไทรอยด์ ที่ทำให้เธอเกือบสูญเสียเสียง ขั้นตอนสุดท้ายในการพากย์เสียงหลังการถ่ายทำเสร็จสิ้น เป็นช่วงที่เธอรอรายงานการตรวจชิ้นเนื้อพอดี เธอจึงบอกว่า “มันเป็นสถานการณ์ที่เลวร้ายจนฉันเกือบจะสูญเสียเสียงของฉันไป ถ้าฉันช้าไปแม้แต่นิดเดียว คงไม่สามารถอัดเสียงได้” แม้ว่าเธอจะได้ทำครบทุกขั้นตอน ตั้งแต่แสดงและพากย์เองจนจบ แต่จริงๆ แล้วเธอก็อดกังวลไม่ได้ว่าการแสดงของเธอจะออกมาเป็นอย่างไรในตอนท้าย หลังจากได้รับการผ่าตัดมะเร็งในเดือนธันวาคม 2564 เธอก็อยู่ในช่วงฟื้นตัวจากการรักษา ซึ่งเธอรู้สึกขอบคุณแฟนๆ ที่ส่งกำลังใจ และตอนนี้เธอสามารถเริ่มมีความสุขกับชีวิตปกติได้อีกครั้ง “ฉันรู้สึกขอบคุณที่ฉันสามารถฟื้นฟูสุขภาพของฉันได้ และตอนนี้ฉันสามารถพบปะผู้คนใหม่ๆ และทักทายพวกเขาด้วยเสียงของฉัน ฉันดีขึ้นมากจริงๆ แต่รู้สึกฮอร์โมนยังไม่ค่อยสมดุล ทำให้ผิวดูหมอง ฉันจึงจะเล่นพิลาทิสสัปดาห์ละ 5-6 ครั้งเพื่อให้ระบบภายในร่างกายไหลเวียนได้สม่ำเสมอ เพราะฉันยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ แต่เมื่อนึกถึงช่วงเวลานี้ของปีที่แล้ว ฉันรู้สึกมีความสุขจริงๆ” ขออวยพรให้ Park […]

อยากสวยต้องทน แถมเสี่ยง ‘ภาวะนิ้วหัวแม่เท้าเอียง’ จากการใส่ส้นสูง

ปัจจุบันมีรายงานข่าวในสื่อออนไลน์ พบว่ามี ภาวะนิ้วหัวแม่เท้าเอียง คือสภาวะหัวแม่เท้าผิดรูปที่เกิดจากกระดูกปูดออกมาจากบริเวณข้อต่อของโคนนิ้วหัวแม่เท้า เนื่องจากนิ้วหัวแม่เท้าถูกเบียดให้เอนไปชิดกับนิ้วชี้ทำให้ข้อต่อบริเวณโคนนิ้วหัวแม่เท้ายื่นออกมา โดยบริเวณที่มีอาการอาจมีลักษณะบวมแดงและทำให้รู้สึกเจ็บปวดทางด้านข้างหัวแม่เท้า ใส่รองเท้าลำบาก มักจะเกิดขึ้นจากการใส่รองเท้าส้นสูง ปลายรองเท้าแคบ บางท่านอาจเคยสังเกตเห็นความผิดปกติบริเวณเท้า และบางครั้งอาจมีสีแดงระเรื่อบริเวณกระดูกที่ปูดนูนขึ้นมาอีกด้วย อยากสวยต้องทน แถมเสี่ยง ‘ภาวะนิ้วหัวแม่เท้าเอียง‘ จากการใส่ส้นสูง ภาวะนิ้วหัวแม่เท้าเอียง (Bunion) หรือ (Hallux Valgus) คือ ภาวะนิ้วหัวแม่เท้าเอียงชิดเข้าหานิ้วชี้ กระดูกหัวแม่เท้าด้านในจึงปูดบวมขึ้น ต่อมาข้อนิ้วหัวแม่เท้าจะมีปุ่มลักษณะกลมนูนออกมา ทางด้านข้างหัวแม่เท้า ซึ่งปุ่มที่นูนออกมานี้จะทำให้มีอาการปวด ใส่รองเท้าลำบาก มักจะเกิดขึ้นโดยเฉพาะในเพศหญิงมากกว่าเพศชาย โดยเฉพาะผู้หญิงที่ใส่รองเท้าส้นสูง และพบมากเมื่ออายุมากขึ้น ส่วนมากจะพบที่เท้าทั้ง 2 ข้างมากกว่าพบที่เท้าข้างเดียว ปัจจัยกระตุ้นการเกิดภาวะนิ้วหัวแม่เท้าเอียง เกิดจากการสวมใส่รองเท้าที่ไม่เหมาะสมเป็นประจำ เช่น รองเท้าส้นสูง รองเท้าหัวแหลม รองเท้าที่คับแน่นจนเกินไป การรักษามีหลากหลายวิธี ตั้งแต่การรักษาเบื้องต้น ตั้งแต่พบอาการเริ่มแรก ไปจนถึงการผ่าตัดในผู้ที่มีอาการรุนแรง การรักษาเบื้องต้น เลือกใส่รองเท้าที่เหมาะสม ใส่รองเท้าขนาดพอดี ไม่คับ หัวรองเท้ากว้าง (wide toe box) เมื่อสวมใส่แล้วสามารถขยับนิ้วเท้าได้ไม่บีบรัดนิ้วเท้า พื้นรองเท้านุ่ม ควรหลีกเลี่ยงรองเท้าที่มีหัวส่วนปลายที่แหลมและส้นรองเท้าสูงมากกว่า 2นิ้ว […]

‘ฮีโมโครมาโตซิส’ โรคที่มีธาตุเหล็กสะสมในร่างกายมากเกินไป หากไม่รักษาอวัยวะอาจล้มเหลวได้

‘ฮีโมโครมาโตซิส’ โรคที่มีธาตุเหล็กสะสมในร่างกายมากเกินไป เหล็กเป็นแร่ธาตุที่ร่างกายต้องการสำหรับการทำงานหลายอย่าง ตัวอย่างเช่น ธาตุเหล็กเป็นส่วนหนึ่งของฮีโมโกลบิน ซึ่งเป็นโปรตีนที่นำออกซิเจนจากปอดของเราไปทั่วร่างกาย ช่วยให้กล้ามเนื้อเก็บและใช้ออกซิเจน ธาตุเหล็กยังเป็นส่วนหนึ่งของโปรตีนและเอนไซม์อื่นๆ อีกมากมาย ร่างกายจึงต้องการธาตุเหล็กในปริมาณที่เหมาะสม หากมีธาตุเหล็กน้อยเกินไป อาจเป็นโรคโลหิตจางจากการขาดธาตุ เหล็ก สาเหตุของระดับธาตุเหล็กต่ำ ได้แก่ การเสียเลือด กินอาหารที่ไม่ดี หรือการดูดซึมธาตุเหล็กจากอาหารไม่เพียงพอ ผู้ที่มีความเสี่ยงสูงที่จะมีธาตุเหล็กน้อยเกินไปคือเด็กเล็กและสตรีที่กำลังตั้งครรภ์หรือมีประจำเดือน ธาตุเหล็กมากเกินไปสามารถทำลายร่างกายได้เช่นเดียวกัน การเสริมธาตุเหล็กมากเกินไปอาจทำให้เกิดพิษจากธาตุเหล็กได้ บางคนมีโรคที่สืบทอดมาเรียกว่าฮีโมโครมาโตซิส ทำให้ร่างกายสร้างธาตุเหล็กมากเกินไป ‘ฮีโมโครมาโตซิส’ โรคที่มีธาตุเหล็กสะสมในร่างกายมากเกินไป หากไม่รักษาอวัยวะอาจล้มเหลวได้ ซึ่ง ฮีโมโครมาโตซิส (Hemochromatosis) เป็นโรคที่มีธาตุเหล็กสะสมในร่างกายมากเกินไป จริงอยู่ที่ร่างกายต้องการธาตุเหล็ก แต่มากเกินไปก็เป็นพิษ หากคุณเป็นโรคฮีโมโครมาโตซิส แสดงว่าคุณดูดซึมธาตุเหล็กมากเกินความต้องการ ร่างกายของคุณไม่มีวิธีกำจัดธาตุเหล็กส่วนเกินตามธรรมชาติ เก็บไว้ในเนื้อเยื่อของร่างกาย โดยเฉพาะตับ หัวใจ และตับอ่อน ซึ่งธาตุเหล็กส่วนเกินสามารถทำลายอวัยวะ และหากไม่มีการรักษาอาจทำให้อวัยวะล้มเหลวได้ ฮีโมโครมาโตซิส มี 2 ประเภท โรคโลหิตจางปฐมภูมิ เป็นโรคที่สืบทอดมา และฮีโมโครมาโตซิสทุติยภูมิ มักเป็นผลจากอย่างอื่น เช่น โรคโลหิตจาง ธาลัสซีเมีย โรคตับ หรือการถ่ายเลือด อาการหลายอย่างของฮีโมโครมาโตซิส คล้ายกับโรคอื่นๆ เช่น อาการปวดข้อ เหนื่อยล้า อ่อนแรงทั่วไป น้ำหนักลด และปวดท้อง ฯลฯ แต่ก็ไม่ใช่ทุกคนที่มีอาการ  แพทย์จะวินิจฉัยโรคฮีโมโครมาโตซิสโดยพิจารณาจากประวัติทางการแพทย์และครอบครัว การตรวจร่างกาย และผลจากการทดสอบและขั้นตอนต่างๆ การรักษารวมถึงการนำเลือด (และธาตุเหล็ก) ออกจากร่างกาย ยา และการเปลี่ยนแปลงอาหารของคุณ NIH: National […]

6 เทรนด์ออกกำลังกาย 2023 ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่

สิ่งที่ยิ่งใหญ่ในการเริ่มต้นปีใหม่คือ การเริ่มทำสิ่งใหม่ๆ พร้อมกับโอกาสที่ไม่สิ้นสุด อีกทั้งการเริ่มต้นปีใหม่ยังเป็นสัญญาณของการปล่อยวางอดีต ยอมรับการเปลี่ยนแปลง และให้การเปลี่ยนแปลงนั้นเป็นจุดเริ่มต้นของแรงบันดาลใจสำหรับสิ่งที่เราจะทำให้สำเร็จลุล่วงภายในไม่กี่เดือนข้างหน้า การบริโภคอาหารที่ดีต่อสุขภาพและการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ก็เป็นหนึ่งในปณิธานยอดนิยมที่ผู้คนมักตั้งขึ้นในทุกปีใหม่ ซึ่งถือเป็นสิ่งที่ดี อีกทั้งจากการศึกษาแสดงให้เห็นว่าการให้ความสำคัญของสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีจะส่งผลกระทบกับทุกแง่มุมในชีวิตของคุณ รวมถึงช่วยพัฒนาสมาธิ ความจำ และอื่นๆ สิ่งเหล่านี้เชื่อมโยงกันถือเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการดูแลสุขภาพองค์รวม 6 เทรนด์ออกกำลังกาย 2023 ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ เป้าหมายในการออกกำลังกายของคุณไม่จำเป็นต้องเทียบเท่ากับของนักกีฬาอาชีพ อย่างการชนะการแข่งขันไตรกีฬาหรือการทำลายสถิติโลก เพราะแค่ขยับร่างกายเพียงเล็กน้อยในแต่ละวันก็สามารถสร้างประโยชน์ต่อสุขภาพและช่วยให้เริ่มต้นทำอย่างถูกทางได้ และเพื่อสุขภาพที่ดีในปี 2023 นี้ ขอแนะนำ เทรนด์การออกกำลังกาย ที่น่าสนใจมาฝาก เทรนด์การเดินและการวิ่งจะยังคงได้รับความนิยมต่อในปี 2023 เพราะเป็นกิจกรรมไม่มีค่าใช้จ่าย มีประสิทธิภาพ และสามารถทำได้ทุกที่ กล่าวง่ายๆ คือ การออกกำลังกายเช่นนี้เป็นวิธีที่ง่ายและรวดเร็วในการเริ่มต้นเส้นทางในการออกกำลังกายของคุณ โดยจากผลการวิจัยพบว่า การเดินมีบทบาทสำคัญในการช่วยรักษาความคล่องตัวและอิสระในการเคลื่อนไหวร่างกาย โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุ นอกจากนี้การเดินยังเป็นการออกกำลังกายที่มีแรงกระแทกต่ำ จึงส่งผลกระทบต่อส่วนข้อต่อน้อยกว่า รวมถึงการเดินบนทางลาดเอียง เช่น การเดินชันบนลู่วิ่งซึ่งเป็นรูปแบบการเดินที่ลงน้ำหนัก โดยจะช่วยเพิ่มความแข็งแรงของกระดูกและกล้ามเนื้อที่ทำงานหนักขึ้นจากการเดินต้านแรงโน้มถ่วง ซึ่งจะช่วยเพิ่มหรือรักษาความหนาแน่นของกระดูกที่สำคัญเป็นอย่างยิ่งเมื่อเราอายุมากขึ้น โดยศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งชาติสหรัฐฯ ได้แนะนำให้ออกกำลังกาย เช่น การเดินเร็วนาน 30 นาที เป็นเวลา 5 วันต่อสัปดาห์ พื้นฐานของการเดินและวิ่ง รวมถึงการออกกำลังกายต่างๆ คือ “การทำให้สำเร็จในสิ่งที่คุณเริ่มต้น” นอกจากนี้ การวิ่งหรือเดินกลางแจ้งยังช่วยให้ได้วิตามินดีจากแสงแดด ซึ่งจำเป็นต่อการดูดซึมแคลเซียมที่มีความจำเป็นต่อกระดูกอีกด้วย […]

จริงหรือมั่ว? ผู้ที่เป็น ‘โรคไมเกรน’ เสี่ยงเส้นเลือดสมองแตกมากกว่าคนปกติถึง 46%

ตามที่มีการแชร์ข้อมูลสุขภาพในประเด็นเรื่องผู้ที่เป็น โรคไมเกรน เสี่ยงเส้นเลือดสมองแตกมากกว่าคนปกติถึง 46% ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยสถาบันประสาทวิทยา กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ ผู้ที่เป็น ‘โรคไมเกรน’ เสี่ยงเส้นเลือดสมองแตกมากกว่าคนปกติถึง 46% ประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ กรณีดังกล่าว ทางสถาบันประสาทวิทยา กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ได้ตรวจสอบข้อมูลและชี้แจงว่าเนื้อหาข้อความดังกล่าวไม่เป็นความจริง เพราะไม่มีข้อมูลทางการแพทย์ในปัจจุบันบอกถึงไมเกรนว่าจะเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมองแตกตามที่กล่าวอ้าง ดังนั้น ขอให้อย่าหลงเชื่อ และขอความร่วมมือไม่ส่ง หรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ ส่วนเรื่องหากเวลาปวดหัวไมเกรน สามารถกินยาแก้ปวดธรรมดาที่มีติดบ้านได้หรือเปล่า จะช่วยบรรเทาได้หรือไม่ อ่านเพิ่มเติมคลิกลิงค์ >>> (ปวดหัว “ไมเกรน” สามารถกินยาแก้ปวดธรรมดาได้หรือเปล่า ควรเช็คตามลิสต์นี้) ข้อมูล : สถาบันประสาทวิทยา กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุขภาพ : Pexels บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

‘ภาวะกล้ามเนื้อมือเกร็ง’ อาการที่ไม่ควรมองข้าม ระวังลามไปสู่โรคทางระบบประสาทอื่นๆ

กรมการแพทย์ โดยสถาบันประสาทวิทยา เผย ภาวะกล้ามเนื้อมือเกร็ง (Writer’s cramp) อาการเกร็งที่กล้ามเนื้อมือและแขนเมื่อเขียนหนังสือ และเขียนได้ช้าลง อาจทำให้อาการรุนแรงมากขึ้น แนะควรพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัย ‘ภาวะกล้ามเนื้อมือเกร็ง’ อาการที่ไม่ควรมองข้าม ภาวะกล้ามเนื้อมือเกร็ง (Writer’s cramp) หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า task-specific dystonia ซึ่งเป็นอาการเคลื่อนไหวผิดปกติในรูปแบบของการบิดเกร็งผิดรูป ทีเกิดขึ้นเฉพาะบางท่าทาง เช่น เขียนหนังสือ พิมพ์ดีด เล่นดนตรี เล่นกีฬาบางชนิด เป็นต้น และอาการเกร็งจะหายไปเมื่อเลิกทำท่าทางนั้นหรือเมื่ออยู่เฉยๆ โดยจะพบอาการเกร็งมือเวลาเขียนหนังสือได้บ่อยที่สุดในผู้ป่วยกลุ่มโรคนี้ ผู้ป่วยจะมีความรู้สึกแน่นหรือเกร็งนิ้วมือ มือ ข้อมือหรือแม้กระทั่งอาจลามถึงแขนเวลาใช้มือข้างนั้นเขียนหนังสือ ส่งผลให้ลายมือเปลี่ยนไป เขียนหนังสือช้าลง จนกระทั่งไม่สามารถเขียนหนังสือได้ บางครั้งอาจทำให้ผู้ป่วยต้องหัดเขียนหนังสือด้วยมืออีกข้างแทน ซึ่งจะส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันของผู้ป่วยโดยตรง ผู้ป่วยประมาณ 10-20% อาจมีอาการของโรครุนแรงมากขึ้น จนมีอาการมือเกร็งเวลาทำกิจกรรมอื่นนอกจากเขียนหนังสือ เช่น จับช้อนหรือส้อมเวลาทานอาหาร ติดกระดุมเสื้อ เป็นต้น หรืออาจมีอาการเกร็งลามไปมืออีกข้างทำให้เป็นภาวะมือเกร็งทั้งสองข้างได้ ภาวะกล้ามเนื้อมือเกร็งอาจเป็นอาการนำของการเกิดโรคทางระบบประสาทอื่นๆ ได้อีกด้วย เช่น โรคกล้ามเนื้อบิดเกร็ง ทั่วตัวที่เป็นกรรมพันธุ์ เป็นต้น สาเหตุของโรคเกิดจากสมองที่มีวงจรทำงานผิดปกติ โดยส่งผลให้เกิดการบิดเกร็งของร่างกายส่วนนั้นๆ แพทย์อาจพิจารณาให้การรักษาผู้ป่วยโดยการกินยา และการทำกายภาพบำบัดเพื่อลด […]

keyboard_arrow_up