มารีญา มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์

มารีญา มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2017 หิ้วถุงขยะติดตัว ไม่สนใครมองบ้า!

ไม่สนใครมองบ้า! มารีญา พูลเลิศลาภ มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2017 หิ้วถุงขยะติดตัว หวังสร้างแรงกระเพื่อมให้สังคม ในแคมเปญ Trash Me Challenge

มารีญา มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์

ก่อนหน้านี้สร้างความฮือฮาด้วยการพลิกโฉมกางเกงลิงเก่าให้กลายเป็นที่คาดผม ล่าสุด มารีญา พูลเลิศลาภ มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2017 ได้สร้างความฮือฮาอีกครั้งด้วยการไปไหนมาไหนก็หิ้วถุงขยะไปด้วย ทำให้หลายคนที่พบเจอเธอในสถานที่ต่างๆ รู้สึกงงงวยเป็นอย่างมาก

ทั้งนี้สาวงามได้ให้สัมภาษณ์กับไทยรัฐว่า เธอได้เข้าร่วมกับ สิงห์-วรรณสิงห์ ประเสริฐกุล และ ลูกกอล์ฟ-คณาธิป สุนทรรักษ์ ในแคมเปญ Trash Me Challenge โดยมีวัตถุประสงค์ในการลดการใช้ขยะโดยมารีญาจะบรรจุขยะเต็มกระเป๋าสานสองใบ ซึ่งภายในนั้นเป็นขยะที่เธอใช้ตลอดเวลา 2 สัปดาห์ โดยเธอจะนำไปล้างก่อนที่จะนำไปหิ้วไปหิ้วมา โดยเมื่อถึงกำหนดก็จะนำไปทิ้งขยะ โดยเธอหวังว่าสิ่งที่ทำจช่วยสร้างแรงกระเพื่อมสู่สังคมให้ตระหนักเรื่องการสร้างขยะของคนไทย แน่นอนว่าหลายคนอาจจะมองว่าเธอบ้าหรือเปล่า ซึ่งเธอได้ออกมาตอบเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า

มารีญา มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์

มารีญา มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์

“ยิ่งมองว่าบ้ายิ่งถูกจุดประสงค์ของเราค่ะ เพราะว่านี่เป็นขยะที่เราสร้างจริงๆ ยิ่งเราได้เก็บไว้กับตัวมันยิ่งทำให้เราตระหนักมากขึ้นว่าเราต้องให้ขยะของเราสะอาด แล้วมันจะทำให้เราไม่อยากมีขยะด้วย”

มารีญายังบอกอีกว่า “ไม่ว่าเราจะทำเงินได้เยอะขนาดไหน แต่ถ้าเราไม่สามารถอยู่บนโลกใบนี้ได้แล้ว เงินก็ไม่มีประโยชน์อะไร”


สามารถติดตามอ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติมได้ที่นี่

สีสันสะท้านวงการรียูส มารีญา พลิกโฉมกางเกงลิงเก่าให้กลายเป็นเครื่องประดับผม

เชอรี่-เข็มอัปสร นางเอกหัวใจสีเขียว หายหน้าเข้าป่าเพื่อตอบแทนคุณแผ่นดิน

หล่อทั้งกายและใจ “อเล็กซ์ เรนเดล” ชีวิตจริงในบทบาทพระเอกผู้พิทักษ์สิ่งแวดล้อม

“ช่อโสน” ยกครัวกรุงเก่า เสิร์ฟสำรับไทย ตำรับอยุธยา ส่งตรงถึงบ้าน

หากเอ่ยถึง อยุธยา หลายคนคงนึกถึง กุ้งแม่น้ำตัวโต แต่ในความเป็นจริงแล้วยังมีอาหารไทยต้นตำรับกรุงเก่าอีกหลากหลายที่แต่ละครอบครัวต่างสืบทอดรสชาติมาอย่างยาวนาน เช่นเดียวกับร้านอาหารไทย “ช่อโสน” (Chorsnow) ที่เปิดตัวพร้อมรูปแบบการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนไปแบบ New normal ด้วยการให้บริการอาหารไทย ที่ครบครันและครบเครื่องเรื่องรสชาติ ส่งตรงถึงประตูบ้านด้วยรูปแบบ เดลิเวอรี่ รวมถึงมีบริการ เคเทอริ่ง เต็มรูปแบบ ที่พร้อมตอบทุกโจทย์ความต้องการของลูกค้า และ บริการ One Table ซึ่งมีเชฟและทีมงานมืออาชีพไปปรุงอาหารและให้บริการอย่างเต็มรูปแบบให้ถึงที่บ้าน

ช่อโสน

สาวเก่งแห่งธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ออย-นภัสวรรณ พันธ์เจริญวรกุล ภรรยาคนสวยของ คุณป๋อม-ร้อยโทปรีชาพล พงษ์พานิช เดินหน้าลุยธุรกิจอาหาร เพราะมองเห็นโอกาสของร้านอาหารแบบเดลิเวอรี่ ประกอบกับอยากให้ทุกคนได้มีโอกาสลิ้มลองรสมือของพ่อครัว- แม่ครัวชาววังน้อยของอยุธยา จึงเกิดเป็นร้าน “ช่อโสน” (Chorsnow) โดยคุณออย-นภัสวรรณ ยกทัพพ่อครัว- แม่ครัวที่มากด้วยประสบการณ์กว่า 20 ชีวิต จากวังน้อยมาตั้งทัพเปิดครัวที่กรุงเทพฯ ย่านสาทร โดยทุกเมนูของช่อโสนคือความใส่ใจในการนำสูตรอาหารตำรับอยุธยาของครอบครัวคุณออย มาเสิร์ฟถึงกรุงเทพฯ

ช่อโสน
ชุดสำรับช่อโสน

จุดเด่นของร้านช่อโสนคือ สำรับอาหารไทยต้นตำรับอยุธยา ที่ปรุงอาหารแบบพื้นบ้าน เพื่อให้ได้รสชาติที่ ถึงรส ถึงกลิ่น กลมกล่อม อย่างเช่น การใช้เตาถ่านย่างพริกให้หอม ก่อนจะมาทำน้ำยำรสจัดจ้านราดไข่ต้มยางมะตูม เมนูประจำครอบครัว ที่พลาดไม่ได้ หรือการใช้เวลานานในการผัดน้ำพริกเผาโบราณ จนกลายเป็นของกินเลื่องชื่อ นอกจากนี้ยังเพิ่มสีสันสะท้อนภูมิปัญญาพื้นถิ่นให้สำรับอาหารด้วยการนำเครื่องสานจากชุมชนในอยุธยามาเป็นภาชนะฝาชีครอบใส่ชุดอาหารเดลิเวอรี่ พร้อมประดับด้วยดอกไม้ไทย มาลัยร้อย ไปกับทุกสำรับเพื่อให้ผู้รับได้รับความพิถีพิถันฉบับสำรับอยุธยาอย่างแท้จริง โดยสามารถโทรสั่งอาหารได้ง่ายๆ เพียง แอดไลน์ (Add line) : @chorsnow ตั้งแต่เวลา 09.00 – 18.00 น.

ช่อโสน

อาหารแต่ละสำรับต่างมีเรื่องราวและเคล็ดลับประจำครอบครัว ใครจะรู้ว่า “ผักดอง” เครื่องเคียงชูรสง่ายๆ ที่ครัวช่อโสนลงมือดองเองนั้น ทำให้มื้อธรรมดาๆ กลายเป็นมื้อพิเศษขึ้น กระเทียมโทนดอง ผักกาดดอง ขิงดอง หรือผักอีกหลายชนิด ที่ดองอย่างพิถีพิถัน สะอาด ให้รสเปรี้ยวหวานเค็มกลมกล่อม สำหรับแกล้มน้ำพริก หรือนำมาปรุงอาหารที่ครัวช่อโสน จนกลายเป็นหลายเมนูขึ้นชื่ออย่าง มะระผัดไข่พริกแห้งกระเทียมโทน ที่หอมหวานกระเทียมโทนดองน้ำผึ้ง ตัดกับรสชาติมะระและไข่ได้อย่างลงตัว

ส่วน หอมแดงคั่วปลาเค็ม นำเนื้อปลาอินทรีย์เค็ม คัดอย่างดีจากสมุทรสงครามมาคั่วกับพริกและหอมแดง เป็นอีกจานเด่นที่ถึงแม้จะไม่คุ้นเคย แต่ลองได้ชิมแล้วจะวางช้อนไม่ลงเลยทีเดียว

เมนูชวนชิมที่น่าลิ้มลองอย่าง พริกยำไข่ยางมะตูม ใช้ไข่เป็ดไร่ทุ่งต้มยางมะตูมราดด้วยน้ำยำสูตรพิเศษหอมพริกย่างเตาถ่าน

และที่จะขาดไม่ได้สำหรับมื้ออาหารไทยคือ สารพัดน้ำพริก อย่าง น้ำพริกเผาช่อโสน แม่ครัวต้องผัดน้ำพริกเผาด้วยไฟอ่อนๆ นาน 3 ชั่วโมง จึงได้น้ำพริกเผาที่หอม หนักเครื่องจนได้รับ ฉายาว่า น้ำพริกเผาช่อโสนกินกับอะไรก็อร่อย


ยำส้มโอกุ้งสด เมนูเรียกน้ำย่อยที่หาทานได้ยาก ใช้ส้มโอขาวแตงกวา รสหวานซ่อนเปรี้ยว เคล้ากับน้ำยำสูตรเฉพาะที่ต้องใช้น้ำพริกเผาช่อโสนมาคลุกจนได้รสกลมกล่อม

มาถึงกรุงเก่าแล้วต้องลองปลาแม่น้ำเนื้ออร่อย อย่าง ฉู่ฉี่ปลาเนื้ออ่อน ปลาชิ้นโตเนื้อแน่น สดใหม่ แกงด้วยกะทิสดใหม่ ได้แกงฉู่ฉี่น้ำขลุกขลิก รสชาติหอมละมุน

ส่วน แกงขี้เหล็ก ที่หาทานยาก แม่ครัวของร้าน แกงมาจนถูกปาก เลือกใช้ใบขี้เหล็กอ่อนมาแกง เพิ่มรสชาติด้วยหมูย่างหรือปลาทูย่าง รับรองจะติดใจ

อีกหนึ่งเมนูที่ห้ามพลาดกับ แกงเทโพ รสสัมผัสละมุนลิ้น เข้มข้นเครื่องแกงที่ทางร้านโขลกเองสดๆ แล้วเคี่ยวด้วยไฟอ่อน เพื่อดึงรสชาติของเครื่องแกงและความหอมของหัวกะทิสดที่เข้ากันได้อย่างลงตัวกับผักบุ้ง

ผัดกระเพราปลากระพง รสจัดจ้านแบบฉบับผัดกระเพราแท้ หอมกลิ่นกระเทียมและพริกสด ผสานกับรสหวานจากเนื้อปลากระพงสดๆ หั่นชิ้นโต

ไก่ผัดเม็ดมะม่วง เมนูแสนคลาสสิค ที่ใช้ความเชี่ยวชาญในการผัดให้ซอสเคลือบไก่และเม็ดมะม่วงหิมพานต์ อร่อยครบรสชาติ

นอกจากนี้ยังมีอีก 3 เมนูที่ไม่ควรพลาดอย่าง ซี่โครงหมูตุ๋นตำรับช่อโสน เนื้อหมูสุดนุ่มที่เคี่ยวมาอย่างดี ซึ่งเมนูนี้ทางร้านใช้ความหวานจากเนื้อลำใย และ ยังใส่ผักกาดดองโฮมเมด รวมถึงเก๋ากี้ลงไป จึงทำให้ตัวน้ำซุปมีความเข้มข้นรสกำลังดี

เมนูอร่อยเหาะที่เหมาะกับคลุกข้าวสวยร้อนๆ “ปลาสลิดฟูผัดพริกเผา” สำหรับเมนูนี้ทางช่อโสนคัดเนื้อปลาสลิดเกรดพรีเมียม นำมายีให้เนื้อฟู ผัดกับพริกเผาที่ทางร้านเคี่ยวเองนานกว่า 3 ชั่วโมง รสชาติออกหวาน เผ็ดนิดๆ แกล้มกับแตงกวาสด เป็นอีกเมนูที่มาแล้วต้องสั่ง

ตบท้ายมื้ออาหารด้วย กระท้อนลอยแก้วน้ำกระเจี๊ยบ ที่ต้องอาศัยวิธีการลอย แก้วจนได้เนื้อกระท้อนนุ่ม หวานแบบดั้งเดิม เพิ่มเติมคือการเพิ่มน้ำกระเจี๊ยบลงไป กลายเป็นของหวานคลายร้อนสูตรใหม่เปรี้ยวอมหวานกำลังดีทานแล้วชื่นใจอย่าบอกใคร

ลิ้มลองอาหารสำรับไทยตำรับอยุธยา “ช่อโสน” (Chorsnow) กันได้อย่างเต็มอิ่ม ด้วยการสั่งเดลิเวอรี่ที่ Line: @chorsnow หรือ โทร. 095-445-6459 ตั้งแต่เวลา 9.00-18.00 น. และยังมีบริการสั่งอาหารทาง Application line Man และ Grab นอกจากนี้ทางร้านยังมีบริการรับจัดชุดอาหารไทยถวายพระ, ชุดเคเทอริ่งสำรับไทย และบริการ One Table ซึ่งมีเชฟและทีมงานมืออาชีพไปปรุงอาหารให้บริการอย่างเต็มรูปแบบให้ถึงที่บ้าน สามารถสอบดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Facebook : Chorsnowbkk และ Instagram : chorsnow


 

รองเท้า YEEZY 700 V3 ARZARETH

ไม่ต้องผูกเชือก! YEEZY 700 V3 ARZARETH มาครบไซส์ ใส่ได้ทั้งครอบครัว

ส่งท้ายเดือนสิงหาคมด้วย YEEZY 700 V3 ARZARETH สนีกเกอร์ดีไซน์ล้ำกับความเก๋แบบไม่ต้องผูกเชือก จากแบรนด์กีฬาดัง Adidas

อาดิดาส และคานเย เวสต์ ร่วมกันส่งท้ายเดือนสิงหาคมด้วย YEEZY 700 V3 ARZARETH สนีกเกอร์โมเดล 700 ที่มาในโทนสีฟ้าเติมความสดใสให้ฤดูฝน แถมยังมีให้เลือกแบบครบไซส์ ทั้งผู้ใหญ่ เด็ก และเด็กเล็ก ใส่แมตช์กันได้ทั้งครอบครัว

YEEZY 700 V3 ARZARETH โดดเด่นด้วยวัสดุผ้าเมชแบบโมโนฟิลาเมนต์ (Monofilament) ภายใต้ลวดลายอันเป็นเอกลักษณ์จากวัสดุ RPU ที่นอกจากจะทำหน้าที่เป็นโครงสร้างอันทนทานแล้ว ยังมีลูกเล่นแบบสะท้อนแสงที่น่าตื่นตาตื่นใจ พิเศษขึ้นไปอีกขั้นด้วยเชือกรองเท้าแบบไม่ต้องผูก ที่ช่วยให้สวมใส่ได้สะดวกยิ่งขึ้น

ส่วน midsole แบบ EVA ห่อหุ้มด้วยวัสดุ PU ก็ช่วยให้รู้สึกสบายเท้าในทุกการเคลื่อนไหวและยังยืดอายุการใช้งานให้ยาวนาน ปิดท้ายด้วยพื้นยางลายก้างปลา (Herringbone) ที่ทำให้รองเท้าคู่นี้อัดแน่นไปด้วยเอกลักษณ์ความเป็นอาดิดาสและคานเย ทั้งในด้านการดีไซน์และฟังก์ชั่นการใช้งานอย่างเต็มเปี่ยม

พบกับ YEEZY 700 V3 ARZARETH ได้ในวันเสาร์ที่ 29 สิงหาคม 2563 ในราคา 7,000 บาท ที่ร้านอาดิดาส ออริจินอลส์ สาขาสยามเซ็นเตอร์ คาร์นิวัล สยาม แอทมอส เซ็นทรัลเวิลด์ และทางออนไลน์ที่ http://www.adidas.co.th/ สำหรับไซส์เด็กและเด็กเล็ก จะวางจำหน่ายทางออนไลน์ที่ www.adidas.co.th เท่านั้น ในราคา 4,700 และ 3,600 บาท


บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

หลักพันก็ล้ำได้! เปิดตัวสนีกเกอร์ใหม่จาก ASICS สายสตรีทต้องมีสักคู่

เผยดีเทล รองเท้า BALENCIAGA SPEED 2.0 ปรับโฉมใหม่ ใส่สบายมากขึ้น

อัพเกรดรองเท้าแตะ! Adidas ปล่อย PW BOOST SLIDE ใส่นุ่มสบายมากกว่าเดิม

กู้หน้าด่วน!!! ด้วย LA ROCHE-POSAY เซรั่มพลังโมเลกุล 3 สูตรเห็นผลแรงส์สุดใจ ที่ให้ความอ่อนโยนต่อผิว ต้องโดนละแมะๆ!!!

หลังจากติดอยู่ในบ้านบ้าง ออฟฟิศบ้างอย่างยาวนานในช่วงโควิด แม้แต่บิวตี้ เอดิเตอร์อย่างพัดชาก็ยอมรับว่าการ์ดตกไปบ้างในเรื่องของการดูแลผิว ก็เมื่อไม่ได้ไปอีเว้นท์ที่ไหน แรงบันดาลใจก็เลยขาดหาย มารู้ตัวอีกทีคือเหลือเวลาแค่ราวๆ 2 เดือนก็จะมีการถ่ายทำสำหรับโปรเจ็คท์ Praew Iconic Beauty 2020 ซึ่งงานนี้หมายถึงงานที่ต้องถ่ายทำประกบกับเซเลป ดาราสาวสวยอีกหลายนาง ซึ่งบอกเลยว่างานนี้ ‘แม่จะดรอปไม่ได้’

รีบสิคะ จะรออะไรงานนี้ต้องหาข้อมูล เพราะโดยทั่วไปเวลาใช้ผลิตภัณฑ์บูสผิว พลังแรงสูง ทีไร พัดชามักจะประสบปัญหาว่าผิวพัง คือแต่ละแบรนด์แรงมากจนแพ้ระคายเคือง ผิวแห้งแสบ บางทีสิวเห่อไปเลยก็มี โชคดีที่ La Roche-Posay ส่งเซรั่มเซ็ตนี้มาให้ทันเวลา

LA ROCHE-POSAY

3 เซรั่มพลังโมเลกุลจากศาสตร์ทางการแพทย์ หมองคล้ำ/ขาดน้ำ/มีริ้วรอย สอยเลย

เซรั่มเซ็ตนี้มาเป็น3 สูตร 3 สีส้วยสวย ฟ้า เหลืองและแดงในขวดแก้วสไตล์วิทยาศาสตร์ ยิ่งมากับหลอดหยดแบบดรอปเปอร์ยิ่งทำให้ลุคเหมือนส่งตรงจากห้องแลปมาถึงมือเรา

ความโดดเด่นของเขาคือการใช้โมเลกุลเบอร์หนึ่งของแต่ละปัญหาผิว ทั้งไฮยาลูรอน วิตามินซี และเรตินอล เพื่อกู้ภัยผิวขาดน้ำไม่อิ่มฟู / ผิวหมองคล้ำไม่สดใส/ ผิวร่วงโรยมีริ้วรอย ซึ่งต่างก็เป็นโมเลกุลจากเทรนด์สุดฮิตในโลกของความงาม แถมยังเป็นที่ยอมรับในวงการแพทย์ว่าปลอดภัยและเห็นผลจริง

LA ROCHE-POSAY

ความพิเศษคือการใช้ส่วนผสมในความละเอียดระดับโมเลกุล ซึ่งทำให้ผิวรับไปใช้ได้อย่างรวดเร็ว เห็นผลชัดเจนได้โดยไม่ต้องพึงพาส่วนผสมใดๆ ที่รุนแรงต่อผิว งานนี้เลยไม่ต้องตกใจถ้าใช้ไปแล้วจะกู้ผิวได้รวดเร็วกว่าเซรั่มอื่นๆ ที่เคยใช้อย่างเห็นได้ชัด พัดชาลองใช้ทั้ง 3 สูตรจัดเวลาสลับใช้เพราะส่วนตัวยอมรับว่ามีความกังวลอยู่ทั้ง 3 ปัญหา เฮ้อแค่คิดก็เหนื่อย ว่าไป!

LA ROCHE-POSAY

HYALU B5 ขวดสีฟ้า หน้านุ่ม เด้งฟู รู้เรื่องใน 4 ชั่วโมง

ส่วนผสมยอดฮิตเป็นที่พูดถึงในแวดวงความงามมากที่สุดใน 2-3 ปีที่ผ่านมา ต้องยกให้ ‘ไฮยาลูรอน’ เพราะยุคนี้เทรนด์ผิวดีไม่ได้จบลงที่ขาว หรือแค่ไม่มีริ้วรอย แต่ต้องดูเด้ง อิ่มฟู ดูมีน้ำหล่อเลี้ยงผิว แบบที่เรียกว่า ‘Glass Skin’ ถึงจะดูดีจริงแค่แต่งหน้าเบาๆ ก็เอาอยู่

‘ไฮยาลูรอน’ ใน LA ROCHE-POSAY HYALU B5 ขวดสีฟ้านี้มีถึง 2 ขนาดด้วยกัน คือไฮยาลูรอนโมเลกุลใหญ่ช่วยในเรื่องของการลดเลือนริ้วรอยและกักเก็บความชุ่มชื้นในผิว และไฮยาลูรอนโมเลกุลเล็กที่สามารถเติมน้ำเข้าสู่ผิวได้อย่างล้ำลึกในทันทีที่ทา ทำให้ผิวอิ่มฟูดูดีขึ้นได้ในชั่วข้ามคืน  ที่จริงทางลาโรชฯเขาได้มีการทำการทดสอบภายใต้การดูแลจากผู้เชี่ยวชาญได้ผลแล้วว่า หลังใช้ใน 4 ชั่วโมงเรื่องคืนผิวนุ่มเด้งก็รู้เรื่องแล้วนะ

ส่วนผสมอื่นๆ ที่ช่วยซัพพอร์ตอย่าง วิตามิน บี5 ช่วยเสริมสร้างปราการปกป้องผิวให้แข็งแรง และมาดิคัสโซไซด์ ทำหน้าที่สร้างคอลลาเจนและเผยเซลล์ผิวใหม่ที่เปล่งปลั่งสดใส เรียบเนียน

LA ROCHE-POSAY

เนื้อสัมผัสเป็นแบบเจลสีใสเนื้อสัมผัสเข้มข้นปานกลาง คือสามารถเซ็ตตัวเป็นหยดเจลอยู่บนมือได้ แต่พอลูบเท่านั้นแหละซึมซาบหายวับไปทันทีแบบไม่ต้องรอ เล่านิดนึงว่าเซรั่มพลังโมเลกุลทั้ง 3 ตัวมีกลิ่นพื้นฐานที่หอมสดชื่นเหมือนๆ กัน แต่จะมีกลิ่นที่เป็นส่วนผสมสำคัญเข้ามาด้วย ทำให้ทั้ง 3 ตัวมีกลิ่นที่ต่างกันออกไปเล็กน้อย แต่ถือว่ากลิ่นหอมอ่อนๆ ไม่รบกวนจิตใจทั้ง 3 ตัว

หยดเซรั่มลงแล้วลูบไล้ทั้งหน้าและคอทั้งเช้าและเย็น ตัวนี้ช่วยให้รู้สึกว่าผิวรับน้ำได้ดีมาก จากที่เคยรู้สึกแห้งอยู่ภายใน หน้าดูเหนื่อยโทรมแต่งหน้าติดยาก กลับสดใสผิวนิ่มเด้งออกจากบ้านไวเพราะไม่ต้องโบกนาน มันเริดตรงนี้!!

LA ROCHE-POSAY

PURE VITAMIN C10 ขวดสีส้มใสๆ ไม่ทำร้ายผิว

บูสผิวดีด้วยวิตามินซีอันนี้ยอมรับตามตรงว่าเป็นชิ้นที่กลัวที่สุด เพราะวิตามินซีนั้นเป็นส่วนผสมที่เห็นผลผิวใสวิบวับได้ชัดจริง แต่ก็มีโอกาสที่จะแพ้ง่าย เคยโดนมากับตัวทั้งคันลอกและสิวเห่อ จนเจอคำว่าวิตามินซีเข้มข้นเมื่อไหร่จะเกิดอาการกล้าๆ กลัวๆ

LA ROCHE-POSAY

แต่สำหรับ LA ROCHE-POSAY PURE VITAMIN C10 ขวดสีส้มบอกเลยว่าเขาใส่ใจเรื่องอาการแพ้วิตามินซีมากเป็นพิเศษ ด้วยการปรับค่า pH ให้ใกล้เคียงกับผิว ทำให้คนที่มีแนวโน้มผิวบอบบางระคายเคืองง่ายสามารถใช้ได้สบายๆ ตัวนี้เขาใช้วิตามินซี 10 (วิตามินซีบริสุทธิ์ 10%) กับสารผลัดผิวอย่างอ่อนโยน เช่น Salicylic acid, Neurosensine ผสมผสานกับน้ำแร่จาก เมือง LA ROCHE-POSAY ซึ่งแฟนๆ ต้องรู้ดีถึงคุณสมบัติปลอบประโลมผิวอย่างอ่อนโยนสุดๆ

LA ROCHE-POSAY

ตัวเนื้อสัมผัสจะมีสีขุ่นกว่าขวดสีฟ้า กลิ่นหอมๆ นั้นมีกลิ่นของวิตามินซีผสมอยู่อย่างชัดเจน ที่ชอบมากๆ คือว่ารู้สึกสบายผิวไม่แสบยิบยับเหมือนวิตามินซีอื่นๆ ที่เคยใช้ สามารถบูสผิวโกลว์ใสได้อย่างว่องไวไม่น่าเชื่อ ทั้งๆ ที่ไม่รู้สึกว่าเป็นเซรั่มที่รุนแรงต่อผิว เรียกว่าใสขึ้นชัดเจนจนใครๆ เริ่มทัก

ก็ได้แต่ยิ้มในใจว่าค้นพบวิตามินซีสูตรอ่อนโยนที่ช่วยผลัดเซลล์ผิวได้อย่างจริงจังพบเสียที อ่อนโยนแต่ไม่เห็นผล พัดชาก็ไม่ให้ผ่านนะ แต่สำหรับ PURE VITAMIN C10 ขอยกคะแนนเต็มให้ไปเลย

LA ROCHE-POSAY

RETINOL B3 ริ้วรอยลึกต้องสอยขวดสีแดง

ขวดสุดท้ายที่ได้ลองคือสูตรที่ท้าทายที่สุด เพราะปัญหาริ้วรอยร่องลึกโดยเฉพาะวัย 30+++ บวกเยอะไปหน่อยอย่างพัดชานั้นไม่ใช่เรื่องล้อเล่น  ถ้าไม่เห็นผลคือเสียเวลายาวๆ เลยเชียว La Roche-Posay มีสูตรเฉพาะตัวที่น่าสนใจยิ่งสำหรับสาวผิวแพ้ ระคายเคืองง่ายด้วยการจับคู่โมเลกุลหยุดริ้วรอยแห่งวัยอย่าง ‘เรตินอล’ เข้ากับโมเลกุลที่อ่อนโยนต่อผิวอย่าง ‘วิตามิน บี3’ ที่ช่วยหนุนการทำงานของเรตินอลให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่ในขณะเดียวกันก็มีความอ่อนโยนปราศจากการระคายเคือง

LA ROCHE-POSAY

บอกเลยว่าตัวนี้ไม่ได้คาดหวังแต่เห็นผลเกินคาดโดยเฉพาะในเรื่องของความแน่นกระชับ ใช้ไปประมาณ 1 เดือนก็เริ่มสัมผัสได้ว่าผิวยกเฟิร์ม แข็งแรงแน่นกระชับขึ้น ที่ส่งกระจกแล้วรู้สึกย้อยๆ โทรมๆ เริ่มดูฟิตขึ้นเลยเชียว ที่ดีงามอย่างชัดเจนอีกอย่างคือเรื่องปัญหาสีผิวที่ไม่สม่ำเสมอ ขวดสีแดงนี้ช่วยได้เยอะมาก

LA ROCHE-POSAY

สังเกตจากรอยแดงและดำที่เคยมีจากที่สิวเจ้ากรรมเคยทำทิ้งไว้ ตอนนี้จางหายเกลี้ยงไปเลยจ้า ส่วนเรื่องริ้วรอยพัดชาก็ว่าดีขึ้นชัดอยู่นะสำหรับการเติมเต็มริ้วรอยเล็กๆ น่าจะเป็นเพราะมีตัวสีฟ้า สูตร HYALU B5 ช่วยกันพยุงอีกแรง

LA ROCHE-POSAY

อ่ะหรือว่า จะเลิฟทั้ง 3 สูตรละมะ

ช่วงนี้ยอมรับเลยว่าอินจัดใช้ทั้ง 3 สูตร วนไปอย่างเมามัน บิวตี้รูทีนตอนนี้คือล้างหน้าด้วยโฟมล้างหน้าโทเลเรียน ตามด้วยเซรั่มพลังโมเลกุล แล้วตามด้วยครีมบำรุงผิวโทเลเรียน ถือเป็นเพอร์เฟ็คท์บิวตี้ีรูทีนสำหรับผิวแพ้ง่าย

สังเกตตัวเองว่าสุดท้ายแล้วพัดชาติดใจใช้สูตร HYALU B5 ยืนพื้น เพราะเรื่องของการเติมเต็มความชุ่มชื้นนั้นคือพื้นฐานที่ผิวต้องการอยู่ตลอดเวลา ส่วนอีก 2 สูตรนั้นใช้สลับไปมาตามความกังวลในช่วงนั้นๆ

ใครที่มีความกังวลเรื่องใดเรื่องหนึ่งจะโฟกัสไปที่สูตรนั้นเลยก็น่าจะเห็นผลชัดเจนดี ที่การันตีคือทั้งสามสูตรต่างเห็นผลพลังแรง แต่กลับช่วยปลอบประโลมผิวได้จริงสมคำที่เขาเคลม

เลยยังตัดใจไม่ได้ว่าชอบใช้สูตรไหนที่สุด
สาวๆ ลองใช้แล้วมาช่วยโหวตหน่อยเร้ววว!!!

‘ขอเตือน หากกำลังมีรักที่ซ่อนเร้น วันนี้อาจถูกจับได้’ดูดวงรายวัน 25 สิงหาคม 2563

ดูดวงรายวัน 25 สิงหาคม 2563 #หมอปุ้ยพยากรณ์ เช็กทุกวัน เป๊ะปังทุกดวง ทั้งการงาน การเงิน ความรัก และสุขภาพ

ผู้ที่เกิดวันอาทิตย์

การงาน : เป็นเพราะคุณขยันและตั้งใจทำงาน วันนี้จึงอาจมีญาติผู้ใหญ่ชักชวนไปร่วมงานกับธุรกิจของครอบครัว จึงมีโอกาสได้บุกเบิกเริ่มต้นงานใหม่ หรือโยกย้ายงาน เพื่อผลตอบแทนที่ดีกว่าอย่างไรก็ตามคุณควรหาข้อมูลของธุรกิจล่วงหน้าก่อนการตัดสินใจ เพราะอาจมีการแข่งขันสูง ซึ่งหากคุณรับปากแล้วจะถอนตัวลำบาก

การเงิน : แปรปรวนสูง เพียงแต่คุณมีความสามารถหารายได้จากหลายทาง หมุนเงินเก่ง จึงเหมาะสมกับการลงทุนระยะสั้นมากกว่าจะหวังผลระยะยาว

ความรัก :  ชีวิตครอบครัวคุณราบเรียบและราบรื่นดี คุณให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์ของสมาชิกในครอบครัว แต่วันนี้ก็อาจยังมีง้องอนกันพอน่ารักบ้าง คนโสด คุณมีเสน่ห์โดดเด่นในวงสังคม เข้ากับบุคคลอื่นได้ง่าย แต่ก็ต้องทำใจ เพราะส่วนใหญ่เป็นความสัมพันธ์ที่ฉาบฉวย เดี๋ยวก็มาเดี๋ยวก็ไป

สุขภาพ : ก็ยังต้องระวังภูมิแพ้ โดยเฉพาะน้ำยาเคมีที่ผสมอยู่ในน้ำยาทำความสะอาด อาจทำให้ผิวหนังอักเสบ เป็นผื่นคัน

 

ผู้ที่เกิดวันจันทร์

การงาน :  หากคุณกำลังทำโครงการเพื่อจะนำเสนองาน หรือเข้าสู่การประมูลงาน ซึ่งคุณคาดหวังความสำเร็จอย่างแรงกล้า สามารถทำได้ทุกอย่างโดยไม่คิดถึงความถูกต้องชอบธรรม วันนี้คุณมีความเสี่ยงที่จะเกิดการขัดแย้งกับเพื่อนร่วมงาน จึงควรปล่อยวาง อย่ายึดติด หรือตัดสินใจด้วยทิฐิ เพราะอาจทำให้งานเกิดความเสียหายเกินกว่าจะแก้ไข สุดท้ายคุณเองนั่นล่ะที่จะเสียใจในภายหลัง

การเงิน :  อาจได้รายได้พิเศษจากการทำงานพิเศษ แต่ก็อย่าคาดหวังถึงจำนวนเงิน เพราะจะทำให้เครียดเสียเปล่าๆ

ความรัก : คุณทุ่มเทกับความรักมากจนอาจเรียกได้ว่าลุ่มหลง และคาดหวังสูงมากกับการใช้ชีวิตคู่ ซึ่งคุณมักจะแสดงออกด้วยการยั่วยุอารมณ์และท้าทาย จึงค่อนข้างหาความสงบสุขในครอบครัวยากมาก ควรปล่อยวางบ้าง  คนโสด คุณพยายามยื้อแย่งช่วงชิงเพื่อให้เขามาเป็นของคุณ แต่เมื่อได้มาแล้วก็ใช่ว่าจะมีความสุข คุณก็ยังคาดหวัง ง้องอนต่อ จนที่สุดแล้วก็อาจไม่ได้อยู่ด้วยกัน

สุขภาพ : ควรเพิ่มความระมัดระวังในการเดิน เพราะคุณอาจพลัดตกหกล้ม หรือตกจากที่สูง ข้อเท้าแพลง หรือเจ็บขา

 

ผู้ที่เกิดวันอังคาร

การงาน :  วันนี้คุณอาจได้รับมอบหมายให้ทำงานในโครงการพิเศษของบริษัท ก็ถือว่าโชคดีที่ผู้ใหญ่ คนใกล้ชิด สนับสนุนให้คุณได้ทำในสิ่งที่คุณตั้งใจ แต่ก็ต้องระวังอาจตกอยู่ในสถานการณ์ที่ตึงเครียด องค์กรอาจมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงภายใน ส่งผลกระทบต่อเนื้อหาของงานที่ทำอยู่ ทำให้คุณต้องตัดสินใจอย่างเร่งด่วน เพื่อค้นหาหนทางออกที่ดีที่สุดให้กับตัวเอง

การเงิน : ผู้ใหญ่และทางบ้านอุปถัมภ์คุณอย่างไม่เดือดร้อน แต่คุณก็ใช้เงินเก่ง เรียกว่าเข้ามือซ้ายออกมือขวาตลอดเวลา โดยเฉพาะซื้อของมีมูลค่าราคาแพง

ความรัก :  วันนี้คุณเอาแน่เอานอนไม่ได้เลย เปลี่ยนใจไปมาวันละหลายๆ รอบ เดี๋ยวก็จะไปทำงาน เดี๋ยวก็เปลี่ยนใจจะอยู่บ้าน ฉะนั้นจึงควรอยู่ต่างมุมกันก่อนดีกว่า เดี๋ยวจะทะเลาะกันเสียเปล่าๆ คนโสด ตกหลุมรักคนง่ายและรวดเร็ว ทุ่มเททั้งกายและใจให้เขาจนหมด ที่ผ่านมาคุณถูกหลอกมาตลอด วันนี้จึงเข็ดขยาดกับความรัก แต่ไม่เสียทีเดียว เพราะยังอยากมีอยู่

สุขภาพ : ผลจากที่คุณเอ็นจอยอีตติ้งช่วงวันหยุดที่ผ่านมา ทำให้น้ำหนักขึ้น จนทำให้แข้งขาเจ็บ ปวดตามข้อ เพราะต้องรับน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้น และต้องระวังเรื่องตกจากที่สูง ก้าวพลาด ทำให้บาดเจ็บด้วย

 

ผู้ที่เกิดวันพุธ

การงาน :  หากคุณทำงานหรือเกี่ยวข้องกับการเอ็นเทอร์เทน เช่น เอ็นเทอร์เทนเนอร์ นักร้อง นักธุรกิจ หรือผู้ประกอบการสถานบันเทิง วันนี้คุณอาจงานเข้า ซึ่งเป็นสาเหตุที่เกิดขึ้นจากตัวคุณเอง จึงควรลดอีโก้ เปิดใจรับฟังความคิดเห็นของเพื่อนร่วมงาน ไม่เช่นนั้นอาจเปิดศึกทะเลาะเบาะแว้ง จนทำให้หน้าที่การงานของคุณสะดุดหยุดลงกลางคัน

การเงิน : แม้คุณจะสามารถหารายได้ได้ทุกช่องทาง แต่วันนี้ธุรกิจอาจสะดุดจนคุณตั้งตัวไม่ติด  ต้องหาเงินมาหมุนโดยด่วน ก็ไม่ควรเข้าไปเกี่ยวข้องกับเงินที่ไม่ถูกต้อง เพราะเป็นเงินร้อนจะนำความเดือดร้อนมาให้ไม่รู้จบ

ความรัก : วันนี้สถานการณ์ชีวิตคู่ของคุณเข้มข้นขึ้น ก็ยังติดอยู่ที่เรื่องชู้สาว สถานบันเทิงยามราตรี วันนี้คุณอาจทนไม่ได้จนถึงกับปิดฉากตัดปัญหาเลยก็ได้ แต่อย่างไรก็ตาม ไม่ควรโทษตัวเอง หรือประชด รักตัวองให้มากๆ คนโสด หากใครที่กำลังอยู่ในภาวะรักที่ซ่อนเร้น วันนี้ต้องระวังอาจถูกจับได้ จนต้องเลิกรากันไป

สุขภาพ : ต้องระวังการมีประจำเดือนที่ไม่ปกติ หรือโรคที่เกี่ยวข้องกับมดลูก รวมถึงปล่อยวาง อย่าเครียด เพราะจะบั่นทอนสุขภาพจิตให้เลวร้ายลง

 

ผู้ที่เกิดวันพฤหัสบดี

การงาน  :  หากคุณมีโครงการที่จะเดินทางไปบุกเบิกงานยังสถานที่แปลกใหม่ ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจการท่องเที่ยว การโรงแรม หรือยวดยานพาหนะ วันนี้อาจต้องเตรียมความพร้อม ทำการบ้านหน่อย เพราะคุณอาจเจอปัญหาวุ่นวายตั้งแต่เช้าจรดเย็นเลยทีเดียว ก็ยังโชคดีที่ผู้ใหญ่พร้อมให้การสนับสนุนช่วยเหลือ เพื่อนร่วมงาน และเจ้านายก็เมตตาและเอ็นดูคุณเป็นพิเศษ จึงไม่หนักเท่าที่ควร

การเงิน : ไม่ควรหลงเชื่อคำพูดที่อ่อนหวานที่จะชักชวนให้คุณลงทุนในธุรกิจหรือธุรกรรมทางการเงิน  เสี่ยงต่อการถูกหลอก โดยเฉพาะการซื้อยวดยานพาหนะใหม่

ความรัก : คุณอาจมีความคิดที่จะโยกย้ายถิ่นฐานไปทำงานต่างประเทศ หรือย้ายไปอยู่กับญาติผู้ใหญ่ หรือมีญาติผู้ใหญ่โยกย้ายมาอยู่กับคุณ แต่จะอย่างไรก็แล้วแต่ วันนี้คู่คุณไม่ตามใจ ทำให้คุณหงุดหงิดกับเรื่องไม่เป็นเรื่องไปทั้งวัน  คนโสด คุณตกหลุมรักชาวต่างชาติสูงวัย จนอยากโยกย้ายถิ่นฐานตามเขากลับประเทศไปด้วยเลย

สุขภาพ :  อย่าประมาท ระวังหกล้ม หรือบาดเจ็บกล้ามเนื้อ และกระดูก เส้นเอ็นต่างๆ โดยเฉพาะช่วงขาและหลัง

 

ผู้ที่เกิดวันศุกร์

การงาน :  คุณอาจได้เริ่มต้นงานใหม่ หรือมีการโยกย้ายงาน ด้วยเหตุผลเรื่องของค่าตอบแทนที่สูงกว่า วันนี้คุณจึงมีไอเดียที่เลอค่ามาก ซึ่งอาจทำให้คุณทำงานร่วมกับผู้อื่นยาก จึงอาจต้องขอร้องเจ้านาย หรือหัวหน้างาน เพื่อที่จะทำงานของตัวเอง หรือเป็นโครงการพิเศษ

การเงิน : ก็ยังเป็นพี่คนเดิมที่มีแต่ให้โดยไม่หวังผลตอบแทน วันนี้ต้องระวัง เพราะคุณอาจเสียรู้ หรือถูกคนรัก หรือคนใกล้ชิดหลอก

ความรัก : คุณให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์ของสมาชิกในครอบครัวอย่างดี แต่เพราะคุณยึดมั่นในความคิดของตัวเองจนไม่ยอมปรับเปลี่ยน วันนี้จึงอาจมีดราม่า เพราะคู่คุณอาจขอแยกตัวไปอยู่คนเดียว แม้คุณจะอ้อนวอนขอร้อง แต่เขาก็ไม่กลับ   คนโสด คุณมีเสน่ห์ โดดเด่น เป็นที่สนใจและหมายปองนะคะ แต่คนที่คุณเลือกในวันนี้ไม่เหมาะสมกับคุณด้วยประการทั้งปวง

สุขภาพ :  สภาพร่างกายอาจเปลี่ยนแปลงไปตามสภาวะอากาศ อาจเป็นภูมิแพ้ เกิดผื่นคันบริเวณผิวหนัง

 

ผู้ที่เกิดวันเสาร์

การงาน  :  หากคุณทำงานหรือเกี่ยวข้องกับงานที่ต้องติดต่อสื่อสาร หรือช่างเทคนิคทางด้านอุปกรณ์อิเล็คทรอนิกส์ คอมพิวเตอร์ หรือโทรศัพท์มือถือ วันนี้คุณหมกมุ่นครุ่นคิดอยู่แต่การทำงานตลอดเวลา ก็ต้องระวังอย่าวางตัวเป็นกันเองกับลูกน้องมาก เพราะเขาจะไม่เกรงใจ อาจตัดสินใจแทนคุณได้โดยพลการ

การเงิน : กล้าได้กล้าเสีย  ซึ่งการลงทุนทุกชนิดมีความเสี่ยง วันนี้คุณก็กล้าเสี่ยงจนน่ากลัวว่าอาจต้องกลับไปขอเงินทางบ้านมาเพิ่มทุน

ความรัก : คุณแต่งงานใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันมานาน จนความหวานประสาคู่รักอาจจืดจางไปนานแล้ว ซึ่งคุณก็พยายามทำตัวยุ่งๆ  เพื่อไม่ให้ตัวเองต้องคิดมาก ก็ถือเป็นทางออกที่ดี แต่ก็ต้องระวังทิฐิและความเชื่อมั่นของตัวเองด้วย เพราะคุณจะไม่ประนีประนอม แต่ต้องการเอาชนะกัน คนโสดอารมณ์คุณเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา เดี๋ยวก็อยากมีแฟน เดี๋ยวก็อยากอยู่คนเดียว   

สุขภาพ : หากออกจากบ้านควรพกยาดม ยาหม่อง หรือยาประจำตัวไปด้วย เพราะคุณอาจวิงเวียนศีรษะ หน้ามืด เป็นลมทั้งยืน

เช็กดวงย้อนหลังกันได้ที่นี่

ระวัง!! เพื่อนสนิทคิดไม่ซื่อ ลอบตีท้ายครัวจนแตก ดูดวงรายวัน 22 สิงหาคม 2563

มีเกณฑ์พัวพันเรื่องชู้สาว ทำหน้าที่การงานพัง ดูดวงรายวัน 23 สิงหาคม 2563

หากเคลิบเคลิ้มกับเด็ก คุณอาจตกเป็นมือที่สาม ดูดวงรายวัน 24 สิงหาคม 2563

 

ท่าบริหารแก้ปวดคอบ่าไหล่

6 ท่าบริหารแก้ปวดคอบ่าไหล่ จากพฤติกรรมชอบเผลอก้มตัวงุ้มไปด้านหน้าประจำ

แปะ 6 ท่าบริหารแก้ปวดคอบ่าไหล่ เพราะพนักงานออฟฟิศส่วนใหญ่ มักจะมีพฤติกรรมนั่งทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์ นั่งทำงานเอกสารบนโต๊ะ ก้มหน้าทั้งวัน ทำให้มีอาการปวดคอบ่าไหล่ได้ง่าย

ปัญหาเหล่านี้ หากเริ่มมีอาการ แล้วจัดการตัวเองเบื้องต้นได้ จะทำให้ปัญหาไม่บานปลาย คุณเพ็ญพิชชากร แสนคำนักกายภาพบำบัดจาก คลินิกกายภาพบำบัดอริยะ ชั้น 1 ไลฟ์เซ็นเตอร์ (คิวเฮ้าส์ ลุมพินี) ได้ให้ข้อมูลอาการปวดคอบ่าไหล่ว่า อาการดังกล่าวข้างต้น เป็นผลจากความไม่สมดุลของกล้ามเนื้อด้านหน้ากับด้านหลังที่ทำงานผิดสมดุล เกิดจากท่าทางที่เราคุ้นชินจนส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงของความยาว และความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ อาจมาจากท่าทางเหล่านี้

  • นั่งกอดอก
  • ก้มคอเล่นโทรศัพท์
  • นั่งหลังค่อมใช้คอมพิวเตอร์
  • นอนตะแคงตัวงอเป็นกุ้ง
  • ชอบยืนหรือนั่งงอตัว เอาอกไปวางบนพุง
  • ห่อไหล่

หรือรวมไปถึงกิจวัตรประจำวันต่างๆ ในชีวิตเราก็มักก้มตัวงุ้มไปด้านหน้าเป็นปกติอยู่แล้ว เช่น กินข้าว แปรงฟัน อ่านหนังสือ เขียนหนังสือ ฯลฯ และทั้งหมดก็เป็นเหตุให้มีอาการดังได้กล่าวที่เรียกว่ากล้ามเนื้อขาดความสมดุลหรือ Muscle Imbalance ภาวะนี้เป็นภาวะที่กล้ามเนื้อหน้าอกมัดตื้นและมัดลึก หรือกล้ามเนื้อที่เกาะระหว่างชายโครงด้านหน้า หดสั้นเกร็งมากกกว่าปกติ ส่วนกล้ามเนื้อด้านหลัง ช่วงสะบักทั้งหมด จะยาวโก่งออก เส้นใยกล้ามเนื้อจะถูกยืด เหมือนหนังยางที่ยืดค้างไว้นานๆ ก็จะหดกลับยาก ทำให้กล้ามเนื้อเหล่านี้อ่อนแรง

หน้าที่กล้ามเนื้อเหล่านี้คือพยุงก้านคอ และทำให้หลังตรง ซึ่งพออ่อนกำลังหลังก็ค่อม ไหล่ก็จะห่อลง ฯลฯ กล้ามเนื้อเหล่านี้คนส่วนใหญ่มักไปยืด ซึ่งยิ่งยืดอาจจะยิ่งทำให้ปวดมากขึ้น แต่ยืดใหม่ๆ ก็จะรู้สึกสบายค่ะ ในระยะยาวจะยิ่งเกิดผลเสียต่อโครงสร้างร่างกาย  เราจึงมึ 6 ท่าบริหารแก้ปวดคอบ่าไหล่ มาแนะนำ 

ท่าบริหารแก้ปวดคอบ่าไหล่
ท่าที่ 1

ท่าที่ 1 มือประสานกัน เหยียดแขนสุดขึ้นเหนือศีรษะ กระดกข้อมือวาดแขนเหยียดตรงไปด้านหลัง พร้อมยืดอกเหลือบหน้ามองบน แขม่วงท้อง ค่อยๆ วาดลงช้าๆ

ท่าบริหารแก้ปวดคอบ่าไหล่
ท่าที่ 2

ท่าที่ 2 มือคว่ำจับยางยืดพอตึงๆ เหยียดแขนขึ้นบนศีรษะ ดึงยางยืดแยกออกจากกันพร้อมงอศอกตั้งฉาก ผลักแขน ไหล่ไปด้านหลัง แล้วค่อยๆ ดึงลงล่าง ดึงสะบักเข้าหากัน ค้างไว้ 5 วินาที

ท่าบริหารแก้ปวดคอบ่าไหล่
ท่าที่ 3

ท่าที่ 3 กางแขน งอศอก 90 องศา หันหน้าไปด้านตรงกันข้าม พร้อมหมุนไหล่กว้าง ดันไปด้านหลัง (เหมือนใช้ศอกวาดเป็นวงกลมกว้างๆ) เป็นจังหวะพร้อมๆ กัน

ท่าบริหารแก้ปวดคอบ่าไหล่
ท่าที่ 4

ท่าที่ 4 กางแขนงอศอก 90 องศา หันหน้าไปด้านตรงกันข้าม พร้อมผลักหัวไหล่ แขนไปด้านหลังดึงสะบักแน่นๆ ค้างไว้ 3 วินาที แล้วผ่อนกลับท่าเริ่มต้น

ท่าบริหารแก้ปวดคอบ่าไหล่
ท่าที่ 5

ท่าที่ 5 มือประสานกันด้านหลัง เหยียดศอกให้ตึง ดึงสะบักเข้าหากัน ดันมือไปด้านหลัง ยืดอก เงยหน้าเหลือบมองบน ค้างไว้ 3 วินาที แล้วผ่อนกลับท่าเริ่มต้น

ท่าบริหารแก้ปวดคอบ่าไหล่
ท่าที่ 6

ท่าที่ 6 จับยางยืดดึงพอประมาณหงายมือ งอศอกไว้ระดับสะดือ ดึงยางยืดแยกออกจากกัน ดึงสะบัก ผลักไหล่ไปด้านหลังแล้วยืดอก แขม่วท้อง ค้างไว้ 3 วินาที แล้วกลับท่าเริ่มต้น

ทำท่าละประมาณ 5 ครั้ง 3 รอบต่อวัน หรือทำได้บ่อยๆ เวลาที่มีอาการเลยค่ะ


ภาพ : Pexels

 

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ฝ่าด่านความอ้วนจากพันธุกรรม ปรับพฤติกรรมการกินและไลฟ์สไตล์

ตามใจปากจนเผละ! ถึงเวลากู้หุ้นพังตามสูตรทั้ง 7 ข้อ ฟิตหุ่นย้วยให้เฟิร์มเพอร์เฟ็ค

เช็คลิสต์ 11 อาการว่า ปวดหลังธรรมดา หลังเสื่อม หรือแค่กล้ามเนื้อเกร็งธรรมดา

 

 

น้อยแต่มากด้วยมงคล! กับข้าวตอก ดอกไม้ ถั่ว และงา ของสำคัญในงานแต่งไทย

ของที่ต้องใช้ใน งานแต่งไทย นั้นมีมากมายหลายอย่าง และแต่ละอย่างก็ล้วนแฝงความหมายอันเป็นมงคลไว้ทั้งสิ้น ไม่เว้นแม้กระทั่งข้าวตอก ดอกไม้ ถั่ว และงา สิ่งของเล็กๆ น้อยๆ เพียงไม่กี่หยิบมือ แต่กลับให้ความหมายที่มีพลังมหาศาล 

ข้าวตอก – ธัญพืชเมล็ดสีขาวที่เกิดจากการนำเมล็ดข้าวเปลือกไปคั่วจนแตกพองออกมาเป็นสีขาว เปรียบเสมือนเป็นการอวยพรให้ความรักของบ่าวสาวเบ่งบานเช่นเดียวกับข้าวตอก

งานแต่งไทย

ดอกไม้ – กลีบดอกไม้มงคลที่มักจะนำมาใช้โรยสินสอด ได้แก่ ดอกรัก ดอกดาวเรือง ดอกกุหลาบ และดอกบานไม่รู้โรย โดยเปรียบเสมือนการอวยพรให้บ่าวสาวครองรักกันมั่นคง ยืนยาว และให้ชีวิตครอบครัวมีความสุข เจริญรุ่งเรือง

ถั่ว งา – เป็นธัญพืชที่เติบโตง่าย เพราะฉะนั้นการโปรยถั่วและงาลงบนสินสอด เปรียบเสมือนเป็นการอวยพรให้สิ่งของมีค่าเหล่านั้นงอกงาม เพิ่มพูน หรือหากว่าทำการค้าใดๆ ก็ให้เจริญรุ่งเรืองด้วยดี

รู้อย่างนี้แล้วก็รีบเตรียมมาไว้กันด่วนๆ นะคะ จะได้ช่วยเสริมความเป็นสิริมงคลให้กับชีวิตคู่

สาระหน้ารู้เกี่ยวกับข้าวตอกดอกไม้ยังมีอีกเพียบ
>> ตีแผ่ให้รู้จะได้เตรียมถูก ‘ข้าวตอกดอกไม้’ ในงานแต่งไทย
>> ข้าวตอก-ดอกไม้-ถั่วงา ของหาง่ายในพิธีแต่งงานที่ต้องพิถีพิถันในการซื้อ

ภาพข้าวตอก : www.jatiewpainai.coma a a

รวม เทคนิคคลายร้อน ในงานแต่งงานแบบเอ้าท์ดอร์ทำตามได้ไม่ยาก

เทคนิคคลายร้อน ในงานแต่งแบบเอ้าท์ดอร์ เย็นชื่นใจทั้งบ่าวสาวและแขก

หากใครอยากจะจัดงานแต่งงานแบบเอ้าท์ดอร์อาจจะคิดหนักกันเสียหน่อย ยิ่งถ้าหากจัดในช่วงซัมเมอร์ที่ร้อนจนทอดไข่ดาวสุกด้วยแล้วล่ะก็ อาจจะแยกไปออกว่าอยู่ในงานแต่งหรืองานสงกรานต์ แต่ถ้าวางแผนเอาไว้แล้วว่ายังไงก็ต้องจัดแบบเอ้าท์ดอร์ให้ได้ ก็ไม่ต้องเครียดไปนะจ๊ะ เพราะทุกปัญหามีทางออก แพรว wedding เลยนำ เทคนิคคลายร้อน ในงานแต่งงานแบบเอ้าท์ดอร์มาฝาก ที่ทำตามได้แบบไม่ยากเลย แถมไม่ต้องเล่นใหญ่ไฟกระพริบก็สามารถทำให้แขกในงานเย็นได้ นอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มกิมมิคให้งานน่าสนใจอีกด้วยน้า มาดูกันเลยดีกว่า ว่ามีวิธีใดบ้าง

1. พัด

ไอเทมง่ายๆ ที่ราคาไม่สูง บ่าวสาวสามารถแจกพัดให้กับแขกในงานได้ ถ้าใครร้อนก็สามารถพัดเองได้เลย ระดับความเย็นขึ้นอยู่กับตัวเองว่าจะพัดแรงขนาดไหน ขอบอกเลยว่าพัดนั้น สามารถเพิ่มไอเดียความน่ารักกุ๊กกิ๊กได้เยอะมากนะจ๊ะ ไม่ว่าจะเลือกเป็นพัดไม้ที่มีกลิ่นหอมของน้ำมันหอมระเหย หรือพัดจักรสานของคนไทยก็เก๋ แต่ถ้าอยากให้เป็นไอเดียเฉพาะงานแต่งบ่าวสาวเท่านั้นก็สามารถสั่งทำพัดเป็นโลโก้งานแต่งงานขึ้นมา แจกแก้ร้อนแถมยังเป็นของชำร่วยได้อีกน้า

เทคนิคคลายร้อน

2. เครื่องดื่มคลายร้อน

สิ่งที่ดับร้อนที่ดีที่สุดคือน้ำเย็นๆ ในแก้วน้ำแข็ง จะเป็นน้ำเปล่า น้ำผลไม้ น้ำอัดลม น้ำสมุนไพร หรือม็อคเทลก็แล้วแต่สะดวก เพราะถ้าเสิร์ฟมาคูลๆ แล้วล่ะก็ยังไงก็คลายร้อนได้แน่ๆ ยิ่งถ้าหากมีรสหวานหน่อยๆ ก็จะยิ่งช่วยดับกระหายได้อย่างดีเยี่ยมไปอีก หรือบ่าวสาวอาจลองหาน้ำสมุนไพรที่มีส่วนช่วยในการดับกระหายมาลองเสิร์ฟดูก็ได้นะจ๊ะ ทั้งชื่นใจทั้งดีต่อสุขภาพด้วย

> เครื่องดื่มในงานแต่ง เตรียมเองง่ายๆ แบบไม่ต้องง้อบาร์เทนเดอร์

> เครื่องดื่มในงานแต่ง ครีเอทใหม่ได้ให้เป็นซิกเนเจอร์เฉพาะงานแต่งของเรา

เทคนิคคลายร้อน

3. ร่ม

หลบร้อนไม่ได้ก็สู้แดดไปเลย กับไอเดียการแจกร่มที่ช่วยกันแดดได้อย่างดีเยี่ยม ยิ่งถ้าหากร่มนั้นมีสีสันสดใสหรือลวดลายน่ารักๆ ด้วยแล้ว ก็จะยิ่งช่วยเพิ่มความน่ารักสดใสให้กับงานแต่งงานของบ่าวสาวได้อีกด้วยนะ อาจจะลองดูธีมงานของเราก็ได้ว่าเป็นสไตล์ไหน แล้วก็แค่เลือกใช้ร่มให้เหมาะกับธีมงานหรือสถานที่ เช่น ถ้าธีมงานเป็นแนวโมเดิร์น ก็อาจเลือกใช้เป็นร่มกันยูวีเฉดสีสดใส แต่ถ้าเป็นงานแต่งไทยก็แค่เปลี่ยนมาใช้ร่มสไตล์บ่อสร้างก็เพิ่มความเป็นออเจ้าทันทีเลยหนา

เทคนิคคลายร้อน

4. พัดลมไอน้ำ

ถ้าในกรณีที่ต้องการความเย็นแบบชัวร์ๆ เราขอแนะนำพัดลมไอน้ำค่ะ จัดเตรียมนำมาไว้ในงานแต่งงานให้ทั่วบริเวณไปเลย เพราะนอกจากจะได้ความเย็นฉ่ำจากพัดลมขนาดใหญ่แล้ว ยังได้ไอน้ำนิดๆ ที่ช่วยลดความร้อนเพิ่มความชุ่มชื้นได้เป็นอย่างดี แต่ควรจัดตำแหน่งพัดลมดีๆ นะจ๊ะ เพราะถ้ามากเกินไปแขกในงานอาจจะเปียกแทนที่จะร้อนก็ได้น้า และที่สำคัญเตรียมงบกันไว้ด้วยนะ หรืออาจจะลองสอบถามกับทางสถานที่จัดงานดูก็ได้ว่ามีบริการเสริมให้ในส่วนนี้หรือเปล่า จะได้ช่วยบ่าวสาวประหยัดงบไปอีกแรง

แต่งงานoutdoor

5. ไอศครีม

ของหวานที่เย็นชื่นใจและไม่ค่อยมีใครปฏิเสธก็คือไอศกรีม ไม่ว่าจะเป็น ไอศกรีมแท่ง ไอศกรีมแบบตัก หรือไอศกรีมโคน ก็แล้วแต่ดีไซน์ได้ตามความชอบของบ่าวสาวแต่ล่ะคู่เลยค่ะ แต่ถ้าอยากให้สดชื่นลองเลือกไอศครีมที่มีส่วนผสมของผลไม้ หรือเพิ่มความเป็นโซดาเพื่อความซาบซ่าชื่นใจ

แต่งงานoutdoor

เป็นยังไงค่ะกับเทคนิคคลายร้อน ง่ายมากเลยใช่มั้ย แถมยังคลายร้อนอย่างเห็นผลอีกด้วย … แต่ถ้าอัพเลเวลการคลายร้อนขึ้นมาอีกหนึ่งสเต็ป ลองทำตามคำแนะนำนี้ดีไหมจ๊ะกับ >> ดับความร้อนด้วยธีมงานแต่งงานสีเขียวสุดคูลที่ทั้งสวยและดูแพง

ภาพจาก : marthastewartweddings.com , Pinterest.com

ข้อควรรู้ชีวิตหลังแต่งงาน ให้สามีภรรยาป้ายแดงสดใสเหมือนข้าวใหม่ปลามันทุกวัน

ชีวิตหลังแต่งงาน ที่สามี-ภรรยาป้ายแดงทั้งหลายต้องรู้ มาทำชีวิตคู่ให้เป็นข้าวใหม่ปลามันในทุกวันกันเถอะ

ละครแนวแฮปปี้เอนดิ้งหลายเรื่องมักจะปิดฉากด้วยงานวิวาห์ของพระเอกและนางเอกที่ทำให้ละครจบอย่างสวยงาม แต่ในความเป็นจริงเมื่อคืนแห่งความสุขนั้นสิ้นสุดลง ชีวิตหลังแต่งงาน ก็เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการในเช้าวันใหม่ แพรวเวดดิ้งเลยนำข้อควรรู้มาฝากคู่ชีวิตป้ายแดงกันค่ะ ทำตามนี้ประจำสม่ำเสมอคอนเฟิร์มเลยว่าคุณจะเป็นคู่รักข้าวมันปลามันในทุกวันแน่นอน 

ข้อที่ 1 นับหนึ่งแล้วเดินหน้า

วันแต่งงานเป็นวันที่สำคัญที่สุด ตื่นเต้นที่สุด และมีความสุขที่สุด ทว่างานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา เมื่อวันวิวาห์ผ่านพ้นไป บ่าวสาวก็จะกลับมาสู่ชีวิตประจำวันตามปกติ เจ้าสาวบางคนอาจจะรู้สึกเศร้าใจที่วันแห่งความสุขนั้นช่างผ่านไปไวเหลือเกิน บางคนอาจจิตตกเล็กน้อยที่สูญเสียความโสด อย่ามัวทำหน้าหงอยคอยแต่นึกถึงช่วงเวลาที่เพิ่งผ่านไปเลยค่ะ เพราะว่าหนทางแห่งชีวิตคู่ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว ยังมีอะไรรอให้พบเจออีกเยอะ!

ข้อที่ 2 ขอให้เหมือนเดิม

เมื่อผ่านการแต่งงานไปแล้วดูเหมือนว่าระดับความหวานของคู่รักหลายคู่จะลดลง ปล่อยไว้นานอาจทำให้ความรักจืดจาง คุณควรเอาใจใส่กันและกันให้เหมือนกับก่อนจะเซย์เยส ไหนๆ ก็มีเวลาอยู่ด้วยกันมากขึ้นแล้ว ทำทุกวินาทีให้มีค่า ให้สมกับที่รอคอยคู่ชีวิตมาตั้งนานดีกว่า

ข้อที่ 3 วางแผนเรื่องลูก

ในช่วงเวลาที่คุณกำลังจะแต่งงาน แน่นอนว่าหัวข้อที่คนรอบข้างจะหยิบยกมาคุยกับคุณมักจะเป็นเรื่องการเตรียมงาน แต่หลังจากคืนสมรสผ่านพ้นไปแล้ว คราวนี้เรื่องที่จะได้ยินได้พูดกันอยู่เสมอคงหนีไม่พ้นเจ้าตัวเล็กที่จะมาเป็นโซ่ทองคล้องใจคุณทั้งคู่ ซึ่งนั่นเป็นสัญญาณว่าถึงเวลาแล้วที่คุณทั้งคู่จะต้องปรึกษาเรื่องนี้กันอย่างจริงจังเสียทีว่าจะมีหรือไม่มี และถ้ามีควรเตรียมความพร้อม เตรียมสุขภาพ และวางแผนให้เจ้าตัวน้อยอย่างไร

สำหรับคู่ชีวิตมือใหม่อาจมีความรู้สึกแปลกๆ บ้างเล็กน้อยที่สถานะของพวกคุณเปลี่ยนจากคำว่าแฟนมาเป็นคำว่าสามีภรรยา แต่นั่นหมายถึงว่าความรักได้ถูกพัฒนาไปอีกขั้น อย่าลืมนะคะว่าคุณเพิ่งจะผ่านพ้นคืนวันวิวาห์มาหมาดๆ เก็บภาพความทรงจำและบรรยากาศที่สวยงามไว้ในใจแล้วเริ่มต้นชีวิตใหม่ไปพร้อมๆ กัน

อ่านบทความเพิ่มเติม

7 เรื่องเล็กๆ ปัญหาชีวิตคู่ที่ส่งผลแรงถึงทรวงต่อชีวิตรักที่อาจทำให้ไปต่อไม่ได้

5 วิถีคนขี้กั๊ก ความรักไม่ชัดเจน ถ้าเจอแบบนี้ให้รู้ไว้เลยว่าคุณคือตัวเลือก

https://praewwedding.com/love-and-relationships/sex-and-relationship/91682

ภาพ : pexels.com

วางแผนชีวิตคู่ให้ปลอดภัย เพื่องานแต่งงาน บ้านใหม่ และเจ้าตัวเล็ก

การ วางแผนชีวิตคู่ เป็นอีกก้าวสำคัญในชีวิต เกิดจากคนสองคนต่างครอบครัวตัดสินใจสร้างครอบครัวร่วมกัน ช่วยกันสร้างฐานะความเป็นอยู่ให้ดีขึ้นและให้กำเนิดทายาทรุ่นต่อไป โดยทั้งก่อนและหลังสร้างครอบครัวใหม่ ต้องทยอยเก็บเงินสำหรับค่าใช้จ่ายใหญ่ 3 ประเภท คือ งานแต่งงาน บ้านใหม่ และเจ้าตัวเล็กในอนาคตนั่นเองนะคะ เพราะการเตรียมตัวเพื่ออนาคตนั้นไม่ใช่เรื่องเล่นๆ แพรวเวดดิ้งจึงนำเทคนิคดีๆ มีประโยชน์โดยกูรูเรื่องการวางแผนจากธนาคารกรุงศรีอยุยามาฝากกันค่ะ ว่า 3 เรื่องหลักที่ว่านั้น เราควรจัดการอย่างไรให้ไม่พลาดกัน 😉

 

งานแต่งงาน         

ชีวิตคู่

  • จงวางแผนใช้ชีวิตร่วมกัน

หลังจากตัดสินใจแน่วแน่แล้วว่าจะใช้ชีวิตคู่ ก็ควรพูดคุยทำความเข้าใจกันเพื่อให้ชีวิตคู่ราบรื่น โดยเรื่องเงินเป็นประเด็นหลักอันหนึ่งที่ควรคุยกันให้ชัดเจน ตกลงกันว่าเป้าหมายทรัพย์สินที่ต้องการมีมากน้อยเพียงใด จะบริหารทรัพย์สินเหล่านี้ยังไง รายได้-ค่าใช้จ่ายต่างๆ ใครเป็นผู้ดูแล เงินออม-หนี้สินควบคุมควรอยู่ในระดับใด อะไรประะมาณนี้เป็นต้นนะคะ

  • จงหาข้อมูลก่อนจ่ายเงินเสมอ

เคยไหมจ่ายเงินไปแล้วรู้สึกว่าเสียดายเงิน รู้งี้หาข้อมูลก่อนซื้อน่าจะดี สมัยนี้ข้อมูลมีให้ศึกษากันเต็มโลกออนไลน์ ควรหาข้อมูลก่อนตัดสินใจซื้อสินค้าที่เล็งเอาไว้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งค่าใช้จ่ายขนาดใหญ่อย่างงานแต่ง หากพลาดไปแล้วเทียบเท่ากับทำงานฟรีไม่รับเงินเดือนไปนานหลายเดือนเชียวนะคะ

  • จงควบคุมค่าใช้จ่ายในงานแต่ง

จริงอยู่ว่าปกติจัดงานแต่งครั้งเดียวในชีวิตควรจัดออกมาให้ดูดี สถานที่สวยงาม อาหารอร่อย แขกผู้ใหญ่เพื่อนสนิทมากันพร้อมหน้า แต่ก็ไม่ควรจัดจนถึงขั้นมีปัญหาเรื่องเงินกลายเป็นหนี้ ควรควบคุมค่าใช้จ่ายโดยดูจากตัวเลข ค่าใช้จ่ายต่อหัวและค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่คุณรับไหว ไม่ให้สูงจนเกินกำลังทรัพย์ที่มี โดยพิจารณาดูว่าค่าใช้จ่ายบางรายการลดได้ไหม ตัวอย่างเช่น ค่าถ่ายภาพแต่งงาน ซึ่งสตูดิโอขนาดใหญ่คิดรูปละพันกว่าบาท พอรวมทั้งอัลบั้มก็เป็นจำนวนเงินหลายหมื่นบาท อาจเปลี่ยนไปจ้างช่างภาพอิสระหรือเพื่อนที่มีฝีมือถ่ายภาพทำให้แทนก็ย่อมได้

  • จงเขียนรายชื่อแขกมาร่วมงานแต่ง

หลายงานเจอกับปัญหาจำนวนแขกมาผิดคาดมากมีทั้งเยอะเกินหรือน้อยไป ปริมาณอาหารก็เช่นกันมีสิทธิ์ผิดคาดไปได้มาก วิธีแก้ไขทำได้ด้วยการลิสต์รายชื่อแขกที่มาร่วมงานและสอบถามไปตรงๆ เลยว่าสะดวกมาร่วมงานมงคลหรือไม่ เหตุผลเพื่อเตรียมสิ่งต่างๆ ได้เพียงพอ ซึ่งช่วยควบคุมค่าใช้จ่ายจัดงานได้ถูกต้องอีกด้วย

 

บ้านหลังใหม่

ชีวิตคู่

  • จงเลือกซื้อบ้านไม่เกินฐานะ

คนไทยกว่า 80% ซื้อบ้านด้วยการกู้ธนาคารเพราะบ้านที่น่าอยู่มีราคาหลายล้านบาทเกินกำลังจะจ่ายไหวในคราวเดียว ดังนั้นคนส่วนใหญ่จึงเลือกกู้ธนาคารแล้วค่อยผ่อนจ่ายทีละเดือนเอา หากผ่อนจ่ายทุกงวดตามค่างวดบ้านที่มาเรียกเก็บแบบไม่โปะเลย ดอกเบี้ยที่จ่ายไปทั้งหมดเทียบเท่ากับซื้อบ้านได้อีกหลังเลยนะครับ จึงควรซื้อบ้านที่ราคาไม่แพงเกินไป ช่วยให้ยอดผ่อนชำระรายเดือนน้อยลง จ่ายดอกเบี้ยน้อยลง และควรโปะบ้างถ้ามีเงินเหลือเก็บเพื่อไม่ให้เป็นภาระในระยะยาว

  • จงเยี่ยมชมโครงการบ้านหลายแห่งก่อนตัดสินใจซื้อ

ก่อนซื้อบ้านควรไปดูคอนโด ทาวน์โฮม บ้านเดี่ยว ตึกแถว หรือบ้านมือสอง ในหลายทำเลในหลายโครงการที่คุณสนใจ เพื่อมาเปรียบเทียบทำเลที่สะดวก ความคุ้มค่าด้านราคา โปรโมชั่น วัสดุและการออกแบบ ประโยชน์ใช้สอย  ฯลฯ เลือกสิ่งที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับครอบครัวคุณเองนะคะ

  • จงเก็บเงินอย่างน้อย 20% ของราคาบ้านก่อนซื้อ

ปกติธนาคารให้กู้ไม่เกิน 90% ของราคาประเมินนั้น หมายถึง ส่วนที่เหลือประมาณ 10% ผู้ซื้อบ้านต้องเตรียมเงินสดมาจ่ายเอง แล้วเงินเก็บอีก 10% ใช้สำหรับค่าใช้จ่ายอื่นๆ ช่วงโอนและสำหรับค่าตกแต่งบ้านอีกด้วย กรณีที่ดินเปล่า ตึกแถว และบ้านมือสอง อาจต้องเตรียมเก็บเงินเพิ่มขึ้นมากกว่า 20% ของราคาบ้าน เพราะธนาคารอาจให้กู้ได้น้อยกว่า 90% อาจให้กู้ในระยะเวลาที่สั้นลง และอาจต้องเตรียมจ่ายค่าปรับปรุงซ่อมแซมเพิ่มเติมไว้ด้วยนะคะ

  • จงรักษาประวัติการชำระเงินให้ดี

ข้อนี้สำคัญมากเลยนะคะ เพราะประวัติการชำระเงินบัตรเครดิต สินเชื่อส่วนบุคคล ผ่อนรถ ผ่อนบ้าน ของคุณจะถูกเก็บรวบรวมไว้ที่สำนักงานข้อมูลเครดิตแห่งชาติ ซึ่งจะมีผลโดยตรงต่อการพิจารณาอนุมัติสินเชื่อของคุณในอนาคต ดังนั้นวางแผนชำระเงินให้ดีและะตรงเวลานะคะ

 

เจ้าตัวเล็ก

ชีวิตคู่

  • จงวางแผนเรื่องมีเจ้าตัวเล็ก

ควรพูดคุยกันเรื่องต้องการมีลูกหรือไม่ แล้วถ้าต้องการมีอยากมีซักกี่คน เพื่อเตรียมเงินไว้ให้พร้อมสำหรับการเลี้ยงดูซึ่งค่าใช้จ่ายลูกแต่ละคนเลี้ยงจนโตเป็นหลักล้าน และจำนวนเงินที่ใช้มีความไม่แน่นอนซะด้วย ควรแบ่งเงินไว้เลี้ยงลูกแยกต่างหากจากเงินก้อนอื่น โดยเฉพาะเงินที่เอาไว้ลงทุนเพราะมีความเสี่ยงสูญหายไปจากการขาดทุน

  • จงอย่ารอนานไปที่จะมีเจ้าตัวเล็ก

เพราะสังคมสมัยนี้แข่งขันสูงมีความเครียดมากขึ้น จึงมีลูกกันช้าลงและน้อยลงทุกที โดยอาจลืมไปว่าอายุยิ่งมากโอกาสมีลูกน้อยลงทวีคูณ จนทำให้บางคนอยากมีลูกตอนอายุมากแต่หมดโอกาสไป บางคนโอกาสเหลือน้อยต้องใช้เทคโนโลยีการแพทย์เข้าช่วยแต่ไม่มีเงินที่จะทำ ซึ่งน่าเสียดายมากเลย ดังนั้นอย่าลืมคิดเรื่องนี้กันไว้แต่เนิ่นๆเลยนะคะ

  • จงเลี้ยงดูลูกตามกำลังทรัพย์ที่มี

บางคนส่งลูกเข้าเรียนโรงเรียนนานาชาติทั้งๆ ที่เกินกำลังทรัพย์จะจ่ายไหว เหนี่ยวกันสุดชีวิตจนบางทีก็ไม่ไหว จนลืมไปว่าการศึกษาในห้องเรียนนั้นไม่ใช่ทั้งหมด เพราะสมัยนี้การศึกษานอกห้องเรียนก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน โดยเฉพาะคำสอนจากพ่อแม่ ปู่ย่าตายาย และคนที่อยู่ใกล้ชิดลูก จึงควรเอาความรู้เอาประสบการณ์ที่มีบวกกับหาความรู้เพิ่มเติมจากสื่อต่างๆ มาสอนลูก แล้วอาจเลือกให้เข้าโรงเรียนสองภาษาหรือโรงเรียนที่มีสภาพแวดล้อมที่ดี ปลูกฝังให้ลูกเป็นคนดีของสังคมแทน

  • จงมีเวลาอยู่กับครอบครัวเพียงพอ

การเติบโตและพัฒนาการของเจ้าตัวน้อยมีความสำคัญไม่แพ้ความสำเร็จเรื่องงาน ดังนั้นควรมีเวลาเลี้ยงดูเจ้าตัวน้อยตั้งแต่เล็กจนโต โดยเลือกงานเลือกวิธีการหาเงินให้มีเวลาเพียงพอ โอกาสมีเข้ามาในชีวิตเสมอขึ้นอยู่กับว่าคุณจะเห็นและคว้าโอกาสนั้นได้หรือเปล่า

สุดท้ายนี้ ต้องขอขอบคุณธนาคารกรุงศรีอยุธยาที่เปิดโอกาสให้แชร์แนวคิดเตรียมเงินสร้างครอบครัวที่มีประโยชน์อย่างยิ่ง แพรวเวดดิ้งขอให้คุณผู้อ่านทุกท่านประสบความสำเร็จในการมีชีวิตครอบครัวกันนะคะ

อ่านบทความเพิ่มเติม

7 เรื่องเล็กๆ ปัญหาชีวิตคู่ที่ส่งผลแรงถึงทรวงต่อชีวิตรักที่อาจทำให้ไปต่อไม่ได้

5 วิถีคนขี้กั๊ก ความรักไม่ชัดเจน ถ้าเจอแบบนี้ให้รู้ไว้เลยว่าคุณคือตัวเลือก

https://praewwedding.com/love-and-relationships/sex-and-relationship/91682

cr : krungsri.com, asyouwishweddings.ca, quickenloans.com, nationalpost.com

แพร ธรรมวัฒนะ จัดเบบี้ชาวเออร์ต้อนรับลูกสาว โพสต์หวานสามีทำหน้าที่ได้ดีเยี่ยม

หล้งจากเข้าพิธีวิวาห์สุดชื่นมื่นไปเมื่อวันที่ 20 มกราคม 2561 ล่าสุด แพร-แพรพรรณ ธรรมวัฒนะ และ สามี ไทร-กรมิษฐ์ ธนิสรธเนศ ก็เตรียมต้อนรับทายาทคนแรกที่รอมานานอย่างน้องพริมา ลูกสาวคนแรก ซึ่งสาวแพรคุณแม่คนสวยก็ใกล้ครบกำหนดคลอดน้องเร็วๆ นี้แล้วจ้า

ธรรมวัฒนะ

ใกล้คลอดลูกสาวคนแรกเต็มทีแล้วสำหรับ แพร-แพรพรรณ ธรรมวัฒนะ และ สามี ไทร-กรมิษฐ์ ธนิสรธเนศ ซึ่งล่าสุดทั้งคู่จัดงาน Baby Shower (เบบี้ชาวเออร์) ชวนเพื่อนสนิทและคนใกล้ชิดมาร่วมงานเลี้ยงฉลองทารกใกล้คลอด งานนี้ทำเอาสาวแพรปลื้มใจสุดๆ เพราะเพื่อนๆ เห่อหลานคนแรกมาก ซื้อของมาให้เป็นเยอะสุดๆ ทำเอาว่าที่คุณแม่เกรงใจเลยทีเดียว ซึ่งสาวแพรได้โพสต์ถึงโมเม้นต์ในงานนี้ว่า

ธรรมวัฒนะธรรมวัฒนะ

Thank you everyone for coming to Prima’s baby shower… ตอนจัดงานคิดแค่ว่าอยากจัดงานให้เพื่อนๆเอาลูกๆมาเจอกัน มาเล่นกัน อยากได้บ้านบอลลูน Clowns มาที่งาน ละมีวงดนตรีมาเล่นระหว่างทานข้าว… งานกลางวันที่ให้คนมาชิวๆกันได้… ขอบคุณทุกคนที่มานะคะ ละก็ซื้อของกันมาเยอะมาก ทั้งๆที่ไม่จำเป็นต้องซื้อมาเลย (แพรฟาดมาครบเองหมดแล้ว) ขอบคุณที่รักและเอ็นดูหลานกันค่ะ… วันนี้ยืนและเดินเยอะไปหน่อยพึ่งได้พักและถึงบ้าน… ขอพักร่างไว้รอคลอดก่อนน้า มีเป้าคือเดือน 9 ต้องไปให้ถึงพริมาจะได้นิสัยแบบพ่อ หากเดือนนี้คือนิสัยแม่แน่นอน!!! นอนติดเตียงยาวๆละค่ะ With Love, Prair Sai and Baby Prima 💋💋💋 #prairsaibabyfinally

ทั้งนี้ แพรพรรณ ยังได้โพสต์หวานถึงหนุ่มไทร คุณสามีอีกด้วยว่า คบกันมา 9 ปี ครบรอบแต่งงาน 2 ปี พยายามมีลูกกันมาปีกว่าๆ ตอนนี้ท้องได้ 9 เดือนนิดๆ น้ำหนักแพรขึ้น 9 กิโลกรัม น้ำหนักพี่ไทรขึ้นน่าจะ 19 กิโลกรัม ไม่รู้ลูกสาวจะคลอดตอนไหน แต่ Mommy กับ Daddy พร้อมรอต้อนรับหนูทุกเมื่อละค่ะ แต่หากทนได้ 9/9 จะดีมากเลยเพราะวันนี้ดีและนิสัยหนูจะเหมือนDaddy นิ่งแต่ดื้อเงียบ….

9 เดือนที่ผ่านมาแพรกับพี่ไทรก็ไม่รู้หรอกว่าเราพร้อมหรือยังที่จะเป็นพ่อและแม่คน แต่การตั้งท้องนี้ทำให้เราก็มีกิจกรรมร่วมกันหลายอย่างเลยเช่น ทุกเช้าและเย็นพี่ไทรต้องทาครีมกันท้องลายให้แพรเพื่อที่จะได้ bonding กับลูก, เตรียมวิตามินให้แพรทานทุกเช้าเพราะไม่งั้นลืมทานแน่นอน, อยากกินอะไรก็พาไปกินไม่ว่าจะหายากหรือง่าย, เป่าให้แห้งทุกคืนเพื่อไม่ให้แพรป่วย, ชาร์ตมือถือให้ทุกคืนเพราะขยับตัวหยิบไม่ไหว และอีกหลายสิ่งที่แพรบางทีแกล้งใช้เพื่อทดสอบสมรรถภาพความอดทนของพี่ไทร  พริมาคลอดมาคงจะมีอะไรใหม่ให้ได้ทดสอบพี่ไทรอีก….

ไม่รู้ว่าหลังจากนี้กี่วันกว่าจะคลอดเพราะหมอบอกมาได้ทุกเมื่อหัวพริมาลงพร้อมออกตั้งแต่ 3 อาทิตย์ก่อนละแต่พยุงกันมาตลอด…. ออกมาตอนไหนก็ขอแค่หนูแข็งแรงพอนะคะลูก ที่เหลือ Mommyกับ Daddy จะทำให้หนูมีความสุขที่สุดเอง

แพรวดอทคอมขอแสดงความยินดีกับ คุณแพร และ คุณไทรด้วยนะคะ เตรียมรอดูความน่ารักของพริมารัวๆ แล้วค่า


CR : prair_tumwattana

สวยจับใจ คุณแพร วทานิกา ในชุดไทยจิตรลดา ครอบครัวพร้อมหน้าทำบุญในวันเกิด

โคโค่ ชาเนล เมืองไทย เรียนทำขนมเลอกอร์ดองเบลอเพื่อทำหน้าที่สะใภ้เกาหลีเต็มตัว

จาก ด.ช. เปลี่ยนเป็นนาย คุณโชค-สู่ขวัญ ฉลองวันเกิดปีที่ 15 ของ ปราบ บูลกุล

ดีแทคเปิดเส้นทางการเดินทางของขยะอิเล็กทรอนิกส์ จากถังสีฟ้า ‘ทิ้งให้ดี’ ที่ดีแทคฮอลล์ และอุปกรณ์ส่งสัญญาณทั่วประเทศ สู่เป้าหมายไม่ทิ้งซากเป็นขยะฝังกลบ (ZERO Landfill) ภายในปี 2565

ดีแทค ‘ทิ้งให้ดี’ คัดเลือกบริษัทที่ให้บริการรีไซเคิลขยะอิเล็กทรอนิกส์ตามมาตรฐานสากล จัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อคืนโลหะมีค่าและวัตถุดิบสำคัญ สู่กิจกรรมทางเศรษฐกิจใหม่ได้ 96-98% ของจำนวนขยะที่เก็บได้

ดีแทคและเทส หนึ่งในบริษัทรีไซเคิลขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่ดีแทคเลือก ให้จัดการขยะอย่างมีความรับผิดชอบ

ดีแทคเริ่มต้นที่กระบวนการจัดหาบริษัทรีไซเคิลตามนโยบายการจัดซื้อจัดหาสินค้าและบริการ ด้วยการประเมินความเสี่ยงด้านต่างๆ อาทิ ธรรมาภิบาล การบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม ผู้รับกำจัดขยะอิเล็กทรอนิกส์จะต้องลงนามในเอกสารว่าด้วยข้อตกลงในการปฏิบัติธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ หรือ Agreement of Responsible Business Conduct และต้องแสดงใบอนุญาตประกอบกิจการประเภท 106 ออกโดยกรมโรงงานอุตสาหกรรม โดยระบุประเภทกิจการที่เกี่ยวข้องกับการกำจัดหรือรีไซเคิลขยะอิเล็กทรอนิกส์ และต้องมีใบรับรองมาตรฐาน NIST 800-88R1 ซึ่งเป็นมาตรฐานการกำจัดข้อมูลต่างๆ ที่ยังอาจคงค้างอยู่ในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้กันมากที่สุดทั่วโลก ดีแทคมีหน่วยงานกำกับดูแลห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain Sustainability Management) ทำหน้าที่ตรวจประเมินบริษัทผู้ให้บริการรีไซเคิลเหล่านี้เป็นประจำทุกปี เพื่อให้มั่นใจว่าบริษัทผู้ให้บริการที่ได้รับคัดเลือกมานี้ยังคงรักษามาตรฐานกระบวนการรีไซเคิล มีการพัฒนาระบบการทำงานและเทคโนโลยีอยู่เสมอ

เส้นทางขยะเริ่มต้นที่ ถังสีฟ้า ‘ทิ้งให้ดี’ สู่เป้าหมาย Zero Landfill

ดีแทคทำงานร่วมกับเทสมานาน 8 ปี เมื่อเทสรับซากโทรศัพท์มือถือและอุปกรณ์เสริมต่างๆ จากโครงการ “ทิ้งให้ดี” มาถึงยังโรงงานแล้ว เทสจะทำการตรวจนับและชั่งน้ำหนัก เพื่อรายงานจำนวนและน้ำหนักและสถานที่รับเพื่อแจ้งให้ดีแทคทราบและยืนยันว่าได้รับอุปกรณ์เป็นที่เรียบร้อย จากนั้นจะนำเข้าพื้นที่จัดเก็บและจะทำการคัดแยกวัสดุตามประเภทหลักๆ เช่น โทรศัพท์มือถือ แบตเตอรี่ หูฟัง สายชาร์ตแบตเตอรี่ พาวเวอร์แบงค์ เป็นต้น เพื่อนำวัสดุหลักดังกล่าวเข้าสู่กระบวนการแกะแยก เช่น โทรศัพท์มือถือ หลังการแกะแยกจะทำการบรรจุวัสดุตามแต่ละประเภท วัสดุทั้งหมดจะถูกนำส่งออกไปยังโรงงานของเทสที่สิงคโปร์ เพื่อทำลายหน่วยความจำในเครื่อง และสกัดเป็นโลหะมีค่า ได้แก่ ทองคำ ทองแดง พาราเดี้ยม เหล็ก อลูมิเนียม ลิเทียม และวัสดุประเภทพลาสติก เพื่อนำไปใช้ในกระบวนการผลิตสินค้าใหม่ต่อไป ทั้งนี้ 96-98% ของขยะทั้งหมดที่ดีแทคเก็บได้สามารถนำเข้าสู่กระบวนกำจัดที่ถูกต้อง และช่วยลดการใช้ทรัพยากรทางธรรมชาติที่มีอยู่อย่างจำกัด ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์หรือลดคาร์บอนฟุตพรินต์ รวมทั้ง ไม่ทิ้งเศษซากขยะเป็นขยะฝังกลบเลย หรือ Zero Landfill ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2555

ทำไมต้อง ‘ทิ้งให้ดี ทิ้งที่ดีแทค’

ผลการสำรวจพฤติกรรมการจัดการกับขยะอิเล็กทรอนิกส์เมื่อไม่ใช้งานแล้วของสำนักสิ่งแวดล้อม พบว่า กว่าร้อยละ 50% ของผู้ใช้งานจะเลือกขายซากขยะอิเล็กทรอนิกส์กับผู้รับซื้อของเก่า หรือ รถขายของเก่า ซึ่งมักจะนำขยะไปแยกชิ้นส่วน โดยจะเลือกเฉพาะส่วนที่มีมูลค่าเพื่อนำไปขายต่อได้ และจะกำจัดซากขยะที่เหลือด้วยการทิ้งปะปนกับขยะทั่วไป ปัญหาสำคัญ คือ การทิ้งซากผลิตภัณฑ์ปะปนกับขยะทั่วไป และการจัดการซากผลิตภัณฑ์ที่ไม่ถูกต้อง ส่งผลต่อสุขภาพอนามัยทั้งในระยะสั้นและระยะยาว และก่อให้เกิดปัญหามลพิษต่อแหล่งน้ำ พื้นดิน และอากาศ

นางอรอุมา ฤกษ์พัฒนาพิพัฒน์ ผู้อำนวยการอาวุโสสายงานสื่อสารองค์กรและความยั่งยืน บริษัท โทเทิ่ล แอคเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค กล่าวว่า ดีแทค ‘ทิ้งให้ดี’ ต้องการเป็นทางออกที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้งาน ให้สามารถทิ้งขยะอิเล็กทรอนิกส์ประเภทมือถือและอุปกรณ์เสริมที่ใช้งานไม่ได้แล้วอย่างอย่างถูกวิธี ปลอดภัยต่อเพื่อนร่วมโลกและรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม โดยในแต่ละปี ดีแทคในฐานะผู้ให้บริการโทรคมนาคม เป็นผู้จัดจำหน่ายมือถือหลายแสนเครื่องต่อปี เราจึงมุ่งมั่นนำขยะมือถือจากผู้ใช้งาน ซึ่งคิดเป็น 19% ของขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่ดีแทคเก็บได้ เข้าสู่กระบวนการการรีไซเคิลและไม่มีเศษขยะที่เหลือไปฝังกลบ (ZERO Landfill) ซึ่งเราทำได้แล้วตั้งแต่ปี พ.ศ. 2555 นอกจากนี้ ดีแทคยังเดินหน้าจัดกระบวนการควบคุมเพื่อนำขยะอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมดที่เกิดจากการดำเนินธุรกิจของดีแทคเองโดยไม่ใช้วิธีฝังกลบเลย (ZERO Landfill) ภายในปี พ.ศ. 2565 ตามนโยบายด้านการจัดการผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมและสภาวะอากาศ หรือ Environment Management System and Climate ตามกลยุทธ์ด้านความยั่งยืนที่ดีแทค”

ดีแทค ‘ทิ้งให้ดี’ จัดการขยะโครงข่ายสัญญาณและอื่นๆ ที่เกิดขึ้นในกระบวนการดำเนินธุรกิจ

ขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่เกิดขึ้นจากการดำเนินธุรกิจการให้บริการด้านโทรคมนาคม ส่วนใหญ่มาจากโครงข่ายสัญญาณ เฉพาะในปีพ.ศ. 2562 ดีแทคสร้างขยะอิเล็กทรอนิกส์กว่า 213,476 ชิ้น แบ่งเป็นขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่ได้รับจากผู้ใช้งานทั่วไป จำนวน 46,221 ชิ้น คิดเป็น 21% และขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่เกิดขึ้นจากการการขยายโครงข่าย 167,255 ชิ้น หรือคิดเป็น 79% ของขยะอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมดที่เก็บได้ ดีแทคให้ความสำคัญกับการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่เกิดขึ้นภายในองค์กร เริ่มตั้งแต่สถานที่ที่ใช้เก็บอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่เสื่อมสภาพ โดยจะต้องเป็นคลังสินค้าที่มีระบบการควบคุมรักษาความปลอดภัย เป็นไปตามมาตรฐานอาคารคลังสินค้าของกรมการค้าภายใน และสามารรองรับระบบการจัดเก็บเครื่องมือและอุปกรณ์ของดีแทคได้ ทั้งนี้เพื่อให้มั่นใจว่าหากเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินกับอุปกรณ์ จะไม่สร้างความเสียหายหรือมลภาวะใดๆ สู่ชุมชนรอบข้าง

สำหรับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่มาจากหน่วยงานภายในดีแทค อย่างศูนย์บริการดีแทคและสำนักงาน ส่วนใหญ่เป็นเครื่องโทรศัพท์มือถือสำหรับทดลองใช้ อุปกรณ์เสริมที่ตกรุ่น เป็นต้น ดีแทคจะมีหน่วยงานที่ทำหน้าที่ตรวจสอบจำนวนและสภาพของอุปกรณ์โดยเฉพาะ หากยังมีสภาพดี ก็จะนำกลับมาใช้ซ้ำในกิจกรรมต่างๆ ตามความเหมาะสม ส่วนที่เสื่อมสภาพถาวรแล้ว ก็จะเข้ากระบวนการกำจัดและรีไซเคิลต่อไป

ความอ้วนจากพันธุกรรม

ฝ่าด่านความอ้วนจากพันธุกรรม ปรับพฤติกรรมการกินและไลฟ์สไตล์

ฝ่าด่าน ความอ้วนจากพันธุกรรม ปรับพฤติกรรมการกินและไลฟ์สไตล์

วิวัฒนาการทางการแพทย์สาขาพันธุศาสตรการแพทย์และจีโนมิกส์ ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา เป็นองค์ความรู้ที่สามารถอธิบายการก่อโรคต่างๆ ที่เป็นผลมาจากยีนและโครโมโซมในร่างกายได้ ไม่ว่าจะเป็นโรคมะเร็ง โรคอ้วน โรคเบาหวาน โรคหัวใจและหลอดเลือด โดยพบว่าปัจจัยที่ควบคุมสุขภาพและความอ้วน มีผลมาจากทั้งพันธุกรรม ประวัติครอบครัว พฤติกรรมการกิน การดำรงชีวิต รวมถึงการรับสารกระตุ้นจากภายนอกเช่น ยา หรือ ฮอร์โมนต่างๆ

พญ.กอบกาญจน์ ชุณหสวัสดิกุล ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการทางการแพทย์ จิณณ์ เวลเนส คลินิก โรงพยาบาลธนบุรี บำรุงเมือง เล่าถึงปัญหาความอ้วนเป็นปัญหาที่มีสาเหตุร่วมจากหลายปัจจัย และยังก่อให้เกิดโรคเรื้อรังได้ในหลายอวัยวะ เช่น หัวใจ หลอดเลือดสมอง ไต ตับ ดังนั้น การประเมินปัญหาและการดูแลรักษาจึงต้องครอบคลุมตั้งแต่ระดับพันธุกรรม การกินอาหาร การออกกำลังกาย การเผาผลาญพลังงาน อาทิเช่น ถ้าบุคคลนั้นมีประวัติครอบครัว พ่อ แม่ พี่ น้องมีน้ำหนักเกินเกณฑ์มาตรฐานหรือมีโรคที่เป็นความผิดปกติของการใช้พลังงานของร่างกายในครอบครัวหลายคน เช่น เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง ความดันโลหิตสูง เก๊าท์ โรคเส้นเลือดหัวใจตีบ โรคหลอดเลือดสมองตีบแตกตัน หรือมีคนในครอบครัวเสียชีวิตไม่ทราบสาเหตุ คนกลุ่มนี้ควรจะเข้ามารับคำแนะนำ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการดำรงชีวิตเพิ่มขึ้น เช่น การควบคุมน้ำหนัก การกินอาหารที่เหมาะสมกับสภาพร่างกาย การออกกำลังกายที่เพียงพอ รวมถึงการปรับพื้นฐานสภาพจิตใจให้แข็งแกร่งพร้อมต่อสู้กับความเครียดในสังคมปัจจุบัน

อย่างไรก็ตาม ปัญหาความอ้วนและความผิดปกติด้านการเผาผลาญสารอาหารบางชนิด เป็นผลจากระดับยีนเป็นตัวหลักเด่นเหนือสิ่งแวดล้อม เช่น ยีนควบคุมความอิ่มเสียไป หรือยีนที่ควบคุมการสร้างไขมันในร่างกายผิดปกติ เป็นต้น คนกลุ่มนี้จะต้องเข้มข้นในการปรับพฤติกรรมเพื่อต่อสู้กับพันธุกรรม รวมถึงอาจมีความจำเป็นต้องใช้ยา ซึ่งอยู่ในดุลยพินิจของแพทย์

ความอ้วนจากพันธุกรรม

สู้พันธุกรรมด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินและการดำรงชีวิต?

รศ.ดร.นพ. โอบจุฬ ตราชู แพทย์เฉพาะทางสาขาอายุรศาสตร์และเวชพันธุศาสตร์ ศูนย์จิณณ์ เวลเนส คลินิก โรงพยาบาลธนบุรี บำรุงเมือง เล่าเพิ่มเติมว่า หลายคนถอดใจเรื่องความอ้วน เนื่องจากเห็นคนในตระกูลอ้วนมาตั้งแต่รุ่นก่อนๆ หรือหลายคนเครียดว่าพยายามลดน้ำหนักเท่าไหร่ก็ไม่ลง การพบแพทย์ที่สามารถดูแลอย่างองค์รวมและบูรณาการร่วมกับศาสตร์ต่างๆ จะวางแผนการดูแลสุขภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตั้งแต่การประเมินทางด้านพันธุกรรม โภชนาการ กายภาพบำบัด และฟื้นฟูสภาพจิตใจ การเลือกอาหารให้เหมาะสมในแต่ละบุคคลไม่ใช่เรื่องยาก ขอเพียงมีข้อมูลที่สำคัญทางการแพทย์อย่างครบถ้วนในการวางแผน

จะรู้ได้อย่างไร ว่าตัวเรามียีนที่เสี่ยงต่อโรคอะไรบ้าง 

การสืบประวัติการเจ็บป่วยของคนในครอบครัวตั้งแต่รุ่นคุณปู่ คุณย่า คุณพ่อ คุณแม่ ก็สามารถเป็นตัวบ่งชี้ความเสี่ยงได้ส่วนหนึ่ง แต่หลายครั้งที่พบคนไข้ป่วยเป็นโรคมะเร็ง ทั้งที่คนในครอบครัวไม่มีประวัติการเป็นโรคดังกล่าว เนื่องจากรูปแบบการใช้ชีวิต และอาหารบางชนิดมีผลต่อการทำงานของยีนที่มีลักษณะเปลี่ยนไปจากเดิม จึงอาจส่งผลต่อความรุนแรงของโรคที่แฝงมากับยีนทางพันธุกรรมได้

จึงควรไปตรวจสุขภาพยีน ซึ่งทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะสามารถตรวจวิเคราะห์ยีนได้อย่างละเอียด และหากพบว่ามีความเสี่ยง ก็จะมีการพูดคุยเพื่อรูปแบบการใช้ชีวิต เช่น มีความเสี่ยงการเกิดโรคมะเร็ง ก็ต้องวางแผนการคัดกรองมะเร็งเพิ่มเติมด้วยวิธีต่างๆ หรือเป็นคู่สมรสที่เสี่ยงต่อการเกิดลูกมีโรคพันธุกรรมผิดปกติ เช่น ปัญญาอ่อน ตาบอด หูหนวก ก็สามารถวางแผนเลือกวิธีการมีบุตรด้วยเทคโนโลยีทางวิทยาศาสตร์ ถ้ามีพันธุกรรมผิดปกติต่อการเผาผลาญไขมันหรือน้ำตาล ก็ต้องพูดคุยทางเลือกการรักษา และปรับการรับประทานให้ทานอาหารที่มีโภชนาการที่ถูกต้อง ฝึกออกกำลังกายให้เพียงพอเหมาะสม จะลดความเสี่ยงการเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงและความทุพพลภาพได้


ภาพ : Pexels

 

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ตามใจปากจนเผละ! ถึงเวลากู้หุ้นพังตามสูตรทั้ง 7 ข้อ ฟิตหุ่นย้วยให้เฟิร์มเพอร์เฟ็ค

หุ่นเซี้ยะสุขภาพดีได้ แค่ปรับนิสัยกินหนัก-กินตามใจอยาก ให้อยู่หมัดตามทริคนี้

Optimal Health Level อีกหนึ่งตัวเลือกของผู้บริโภคบนวิถี New Normal เพื่อสุขภาพ

 

 

มุกดา นรินทร์รักษ์ ในละครเรื่องล่าสุด โซ่เวรี

ถอดแบรนด์มาให้รู้! ส่องคอสตูม ‘มุกดา นรินทร์รักษ์’ จากละครโซ่เวรี

ถอดลุคถอดแบรนด์ของนางเอกดัง มุกดา นรินทร์รักษ์ ในละครเรื่องล่าสุด โซ่เวรี งานนี้มีแต่แบรนด์ปังๆ การันตีว่าสวยทุกซีน

นอกจากเรียกเสียงฮือฮา ชื่นชมนางเอกสาวสุดฮ็อต ‘มุกดา นรินทร์รักษ์’ กับการพลิกมารับบทบาทสุดท้าทาย ‘ปารมิตา’ สาวสวยอนาคตไกลที่ชีวิตพลิกผันมาเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวในละครโซ่เวรี ว่าเรื่องนี้พลิกลุคได้แซ่บสวยถึงใจแล้ว ชุดที่ใส่ในละครแต่ละชุดยังถูกพูดถึงความสวยปัง อลังการด้วย

ไหนๆ ก็เป็นเรื่องที่ผู้คนให้ความสนใจแล้ว วันนี้เราเลยขอประมวลชุดสวยเป๊ะในละครและถอดแบรนด์มาให้รู้กันไปเลยค่ะ ขอบอกว่าสวยเด็ดทุกซีน ทุกลุค ตั้งแต่สาวหวาน สาวเซ็กซี่ ไปจนถึงลุคเวิร์กกิ้งวูแมน

SENSE’S STUDIO : Echoes คอลเล็คชั่น Fall / Winter 2018
เดรสจาก PATINYA ราคาเกือบครึ่งแสน มาพร้อมชุดเครื่องเพชรหลักล้าน
เสื้อสีขาวจาก Calista Boutique
ชุดจาก SRETSIS : Paradiso Spring / Summer 2017
เดรสจาก ZIMMERMANN รุ่น Heathers Off Shoulder Dress in Garden Floral
เสื้อฉลุลายดอกไม้จาก Self-Portrait รุ่น Asymmetric White Circle Floral Broderie Top
ชุดสูทสีเทาจาก Calista Boutique : C’est Magnifique คอลเล็คชั่น Autumn/Winter 2018
เดรสสีขาวจาก Self-Portrait : Deep V-neck Broderie-anglaise Dress
เดรสจาก For Love & Lemons : Tarta Cap Sleeve Dress
ชุดสวยๆ เข้าเซ็ตจาก For Love & Lemons : Indio Lace Crop Top Las Palmas Lace Shorts
เดรสสูทจาก INSOMNIA by VARA
เดรสเกาะอกจาก Calista Boutique : Gala Extravaganza คอลเล็คชั่น Spring/Summer 2019
ชุดจาก Fendi และเสื้อคลุมจาก Burberry
ชุดเดรสสีขาวจาก Insomnia by Vara

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ชุดไทย สายกูตูร์! ส่องลุคสวยทำบุญราคาหลักแสนของเหล่าคนดัง

นี่แหละทางถนัด ‘ซงฮเยคโย’ ในลุคเรียบเท่ ดูสบาย แต่งตัวน้อยๆ แต่สวยปังมาก

งานหนังต้อง Bottega Veneta เจาะดีเทลกระเป๋า 2 รุ่นใหม่ มีความพิเศษยังไง

 

Wedding

Wedding is coming soon? คนดังที่กำลังจะมีงานแต่งงานในปี 2020

Wedding is coming soon? โฉมหน้าเจ้าบ่าว&เจ้าสาว ยุคCovid-19  ที่กำลังจะมีงานแต่งงานในปี 2020 นี้

อันที่จริงแล้วปี 2020 นี้เป็นปีที่จะมีงานแต่งงานของคนดังเยอะมากๆ แต่เนื่องจากการระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่ผ่านมา ทำให้หลายคู่ต้องจำใจเลื่อนงานสำคัญออกไประยะหนึ่งก่อน ซึ่งกลายเป็นว่าในปลายปีนี้จะมีคู่รักคนดังจ่อคิวจัดงาน Wedding เยอะมาก ซึ่งจะมีใครบ้างนั้นไปติดตามในบทความนี้เลยค่ะ

ก้อย & ตูน

ระยะเวลาเกือบ 10 ปี บนเส้นทางความรักนับว่าไม่ใช่เรื่องง่ายเลยสำหรับ คู่นักรักวิ่ง ก้อย-รัชวิน วงศ์วิริยะ  และ  ตูน-อาทิวราห์ คงมาลัย ทั้งคู่ผ่านบททดสอบความรักทั้งสุขและทุกข์มาพอสมควร จนในที่สุดเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ปีนี้นักร้องหนุ่มวัย 41 ปี ก็ได้ตัดสินใจขอแฟนสาว ก้อย-รัชวิน แต่งงานอย่างเซอร์ไพร้ส์ที่ฟิตเนส แม้จะไม่ได้อลังการใหญ่โต แต่อบอวลไปด้วยความรักโดยทั้งคู่มีแผนที่จะวิวาห์ในวันที่ 6 มิถุนายน ที่ผ่านมา แต่ด้วยสถานการณ์การระบาดของ Covid-19 ทำให้งานมงคลต้องเลื่อนออกไปก่อน แต่ว่าล่าสุดทั้งสองได้ฤกษ์ใหม่เป็นที่เรียบร้อยแล้วก็คือในวันที่ 28 พฤศจิกายน 2563 โดยธีมงานจะถูกออกแบบให้คล้ายกับสวนสนุกเพื่อสร้างความสุขให้กับแขกที่มาร่วมในงานทุกคนด้วย

ตู่-ปิยวดี & มาวิน

ถึงหลายคนจะบอกว่าความรักเป็นเรื่องของคนสองคน แต่ในความจริงเราก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า คนรอบตัวมีอิทธิพลต่อความรักไม่น้อย เช่นเดียวกับคู่ของ ผู้จัดสาว ตู่-ปิยวดี มาลีนนท์ กับ  มาวิน ทวีผล ทั้งคู่ถูกจับตามองในเรื่องนี้ตั้งแต่เริ่ม เนื่องจากความสัมพันธ์แบบเจ้านายและลูกน้อง  ทำให้ทั้งคู่ต้องฝ่าฟันอุปสรรคพร้อมกับข่าวมากมาย มาตลอด 10 ปี จนในที่สุดเส้นทางรักเติบโตอย่างมั่นคง และพร้อมที่จะก้าวสู่สถานะใหม่ โดยเมื่อวันที่ 18 กรกฎาคมที่ผ่านมา หนุ่มมาวิน ได้ทำเซอร์ไพร้ส์ขอผู้จัดสาวแต่งงาน ซึ่งพิธีมงคลสมรสจะมีขึ้นในวันที่ 20 ธันวาคม 2563 และจะจัดงานฉลองมงคลสมรสในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2564

ตู่-ปิยวดี & มาวิน

จ๊ะจ๋า & จิ๊บ-วสุ

แม้จะมีวัยต่างกันถึง 16 ปี แต่ไม่ได้ทำให้หัวใจทั้งคู่ห่างกันเลย สำหรับนักแสดงสาวตาหวาน “จ๊ะจ๋า – พริมรตา เดชอุดม”  กับดารารุ่นใหญ่ “จิ๊บ-วสุ แสงสิงแก้ว” โดยคู่นี้ได้ขอแต่งงานกันในช่วงเดือนเมษายนปีที่แล้ว ในระหว่างทริปกระชับรักที่ทิเบต ดินแดนแห่งหลังคาโลก สำหรับฤกษ์นั้นทั้งคู่บอกว่าขอใช้ฤกษ์สะดวกในช่วงปลายปี 2563 นี่แหละค่ะ

Wedding

แก้ว-จริญญา & โทนี่

จากโมเม้นต์ในละครสู่โมเม้นต์ในชีวิตจริง เมื่อไม่นานมานี้ คู่รักนักเดินทาง โทนี่ รากแก่น และ แก้ว-จริญญา  ศิริมงคลสกุล ได้ตัดสินใจสิ้นสุดทางแฟนและขยับสถานะใหม่เป็นว่าที่เจ้าบ่าว-เจ้าสาว หลังจากที่คบหาดูใจกันมานาน 2 ปี โดยจากข่าวที่อัปเดตล่าสุดคู่รักคู่หวานนี้จะจัดงานมงคลในวันที่ 11 ธันวาคม 2563 ท่ามกลางบรรยากาศธรรมชาติที่เที่ยวเขาใหญ่ ปากช่อง

Wedding

นาตาลี & ฟลุค 

ส่วนคู่นี้! สาวสวยสุดเพอร์เฟ็กต์ นาตาลี-ณัฏฐินี เจียรวนนท์ กับคาสโนวาฆ่าไม่ตาย ฟลุค-เกริกพล มัสยวาณิช คู่รักมาราธอน 10 ปี  ที่ได้เข้าพิธีแบบไทยไปเป็นที่เรีบร้อยแล้วเมื่อช่วงมีนาคมที่ผ่านมา แต่เนื่องด้วยมีความห่วงใยต่อสถานการณ์เชื้อไวรัส “COVID-19” จึงขอเลื่อนกำหนดจัดงานฉลองมงคลสมรส จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย


สามารถติดตามอ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติมได้ที่นี่ 

เปิดใจคู่ ‘นาตาลี-ฟลุค’ ไม่ง่ายกว่าจะมีวันนี้ พิสูจน์รัก 10 ปี ลบคำว่าคาสโนวาเกลี้ยง

ก้าวไปด้วยกัน! ตูน & ก้อย รัชวิน กับเส้นทางความรักที่กำลังขยับเข้าสู่เส้นชัย

จากลูกนายไม่กล้าจีบ สู่คู่รักมาราธอน ” ปิยวดี มาลีนนท์ – มาวิน ทวีผล “

 

เปิดใจ "เฌอปราง" จากวันแรกถึงวันนี้ ขึ้นแท่นไอดอลอายุน้อย แต่เต็มร้อยเกินวัย

เปิดใจ “เฌอปราง” จากวันแรกถึงวันนี้ ขึ้นแท่นไอดอลอายุน้อย แต่เต็มร้อยเกินวัย

เปิดใจเอ็กซ์คลูซีฟ “เฌอปราง อารีย์กุล” เบื้องลึกเบื้องหลังจากวันแรกถึงวันนี้ วันที่ขึ้นแท่นไอดอลอายุน้อย แต่ความคิดความอ่านเต็มร้อยเกินวัย

แคปเฌอ BNK48 หรือ “เฌอปราง อารีย์กุล” ไอดอลสาววัย 24 ปี เธอเป็นทั้งต้นแบบและแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่มากมาย ไม่เพียงความสามารถในการร้อง เต้น แสดง ยังมีความมุ่งมั่น ตั้งใจ พยายาม เพราะเธอเชื่อว่า “ไม่มีความสำเร็จใดได้มาโดยง่าย”

ย้อนกลับไปวันแรกของการเป็น BNK48 (2560) ถึงวันนี้ ชีวิตเปลี่ยนไปอย่างไรบ้างคะ

“เยอะมากๆ ค่ะ แต่คงเพราะเฌอเข้ามาด้วยความไม่คาดหวังมั้งคะ ช่วงแรกจึงไม่รู้ว่าตัวเอง กดดันขนาดไหน กระทั่งพอเริ่มเปิดตัว ก็เริ่มลุ้นเหมือนกันว่ายอดฟอลโลว์จะขึ้นเท่าไร คนจะชอบไหม ซึ่งพอขึ้นมาอยู่ระดับบน ๆ ก็เริ่มรู้สึกว่าเราก็น่าจะมีฐานแฟนคลับในระดับหนึ่งนะ จึงพยายามพัฒนา และดันตัวเองไปในจุดที่เราพอจะทำได้

“ความกดดันต่อมาคือ จะพิสูจน์ตัวเองอย่างไรให้เร็วที่สุด จะเพิ่มสกิลตัวเองอย่างไรให้พอ ไปวัดไปวาได้ คืออาจไม่ดีที่สุด แต่ขอให้อยู่ในเกณฑ์ที่ทำงานได้ เพราะอย่างที่บอกว่าเฌอมาจาก ศูนย์ ความจริงต้องบอกว่ายิ่งกว่าศูนย์อีกค่ะ น่าจะติดลบด้วยซ้ำ เพราะเฌอไม่เคยทำงานด้านนี้

“จะมีก็แค่เป็นเชียร์ลีดเดอร์ตอนประถม กับมีทักษะการพรีเซ็นเทชั่น การพูด การนำเสนอ ส่วนเรื่องการใช้เสียง สกิลการร้องเพลง การวอร์มเสียงต่าง ๆ ไม่มีเลย ชอบฟังอย่างเดียวมาตลอด ตอนแรกจึงไม่ได้คาดหวังว่าจะได้รับเลือก แต่พอได้เข้ามาจริง ๆ จึงต้องเปลี่ยน ต้องพัฒนาตัวเอง แม้จะต้องพยายามอย่างหนักและใช้เวลาพอสมควร ซึ่งเฌอเพิ่งรู้สึกว่าตัวเองผ่านมาตรฐานก็ช่วง ปีนี้เองค่ะ”

เปิดใจ "เฌอปราง" จากวันแรกถึงวันนี้ ขึ้นแท่นไอดอลอายุน้อย แต่เต็มร้อยเกินวัย

เฌอหมายถึงมาตรฐานของตัวเอง?

“ค่ะ ทั้งมาตรฐานของตัวเองและเกณฑ์ของวงที่เราคิดว่าควรจะเป็น คือรู้สึกว่าตัวเองร้องได้ ไวขึ้น ดีขึ้น อย่างงานที่ผ่านมา (ซีรี่ส์ของ Cat Radio TV) เฌอได้ซ้อมร้องเพลงก่อนเข้าห้องอัดจริง แค่วันเดียว แต่ก็สามารถทำได้ ซึ่งเฌอดีใจกับตัวเองมากนะ เหมือนเราก้าวมาอีกขั้นแล้ว ทั้งแฮ็ปปี้ สบายใจ และรู้สึกว่าเรามาอยู่ในมาตรฐานที่ใช้ช่องเสียงได้มากขึ้น ร้องเพลงได้หลากหลายขึ้นในระยะ เวลาอันสั้น

“จากเมื่อก่อนไม่รู้เลยว่าต้องทำอะไรบ้าง เสียงก็ไม่ดี เวลาร้องเพลงพี่ ๆ ทีมงานเคยบอกว่า ‘ร้องได้แค่นี้ก็พอแล้ว’ เพราะเฌอร้องไม่เก่ง ร้องได้ไม่กี่แบบ แต่ตอนนี้พัฒนาขึ้นแล้ว คำพูดของ พี่ ๆ เปลี่ยนเป็น ‘ร้องดีแล้วนะ แต่ขอลองร้องแบบอื่นอีกได้ไหม’ ซึ่งมันทำให้รู้ว่าเราพัฒนาไปอีกขั้น แล้ว…แค่นี้ก็ดีใจแล้วค่ะ” (ยิ้ม)

ระยะเวลา 3 ปีของเฌอปราง BNK48 ช่วงไหนโหดที่สุด

“สำหรับเฌอคือตอนเลือกตั้งครั้งแรกค่ะ (BNK48 6th Single Senbatsu General Election เดือนมกราคม 2562) แล้วมีคอนเสิร์ตของวงด้วย ทุกคนยังมึน ๆ กันอยู่ ต้องซ้อมในส่วนงานของตัวเอง ด้วย กดดันไปหมด ถ้าใครได้ดูภาพยนตร์สารคดี One Take จะเห็นเบื้องหลังว่าหลายคนรู้สึกว่าพี่เฌอได้อยู่แล้ว พี่เฌออยู่อันดับ สูงอยู่แล้ว ไม่ต้องกดดันเลย

“แต่สำหรับเฌอ ตอนนั้นกลับรู้สึกว่าเขาไม่ลุ้นกับเราหน่อยเหรอ หรือน้อง ๆ จะไม่ดีใจกับการที่เราได้อยู่ตรงนี้ มันทำให้เฌอกังวล และถ้าเฌอไปปลอบน้อง ๆ เขาก็คงรู้สึกว่าก็เพราะเราได้อยู่แล้วไง กลัวความรู้สึกในตอนนั้นมาก ๆ เฌอจึง เลือกที่จะนิ่งแล้วทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด ซึ่งพอวันที่ประกาศผลด่วนรอบแรก เฌอดีใจมากนะ พอผลด่วนรอบสองออก ก็รู้สึกอีกว่าน้อง ๆ ไม่ดีใจกับฉันนิดหนึ่ง เหรอ คือก็มีคนเข้ามาแสดงความยินดีด้วยนะคะ แต่ประมาณแค่ 10 คน

“ซึ่งเฌอเข้าใจว่าทุกคนกังวลเรื่องของตัวเองอยู่ แต่ก็อดรู้สึกไม่ได้ว่า เขาไม่ยินดีกับเราเหรอ พอวันประกาศผลจริง เฌอจึงเลือกพูดบนเวทีว่า ไม่รู้ว่า จะมีใครยินดีกับเราไหม เพราะไม่อย่างนั้นเรื่องนี้…ก็จะค้างคาใจเฌออยู่แบบนั้น”

การพูดครั้งนั้น…ส่งผลอย่างไรบ้าง

“ทุกคนเข้ามากอดเฌอ…ซึ่งทำให้เฌอมีแรงทำงานตรงนี้ต่อค่ะ เพราะ กลายเป็นว่าที่ 2 คือจุดที่ดี ที่สุดสำหรับเฌอในตอนนี้ เพราะจากที่หลายคน พูดว่าเฌอแบกวงไว้… วงถึงอยู่ได้ มันไม่จริง เฌอเป็นแค่ส่วนเล็กๆ ส่วนเดียว แต่ตอนนี้ เราลบล้างคำนั้นได้แล้วจริง ๆ แล้วเฌอรู้สึกว่าไม่ว่าเราจะอยู่ตรงไหนก็ตาม เฌอรู้ว่าแฟน ๆ จะไปกับเฌอ คอยดู คอยสนับสนุนอยู่ตลอด

“แต่จุดสำคัญที่ทำให้การทำงานตรงนี้มีความที่สุดก็คือเพื่อนร่วมงาน อันนี้ เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้เฌอตอบคำถามตัวเองได้ว่าฉันควรทำงานตรงนี้ต่อไปไหม เพราะเรื่องฝั่งบริหาร ผู้ใหญ่ ทีมงาน ก็เรื่องหนึ่งนะคะ อันนั้นทุกอย่างโอเค มีแฟนคลับเราก็แฮ็ปปี้ แต่สิ่งสำคัญคือเมมเบอร์ทุกคน เพราะเราต้องทำงาน ด้วยกัน ต้องเต้น ต้องซ้อม อยู่ด้วยกันตลอด

“ในการทำงาน อย่างหน้าที่กัปตันวง ถ้าเราทำไปแล้วเกิดคำถามว่าที่ทุ่มเทไป ทำเพื่ออะไร มันก็คงจะไม่ดี ตัวเราเองก็นอยด์ ซึ่งเฌอไม่อยากให้เกิดขึ้น เพราะ เรายังเต็มใจที่จะทำ ฉะนั้นถ้าเราเคลียร์ใจกับเมมเบอร์ได้ในระดับหนึ่ง เราก็อยาก ทำให้สบายใจ เราจะเต็มที่ มีความสุขที่จะทำงาน วันนั้นจึงเหมือนเป็นการ ปลดล็อกเฌอเลยค่ะ ทำให้เข้าใจว่ามีเมมเบอร์ที่เข้าใจและยังให้กำลังใจกันอยู่

“คือช่วงนั้นมีจุดพีคหลายอย่างค่ะ ทั้งร้อง เต้น งานแสดง ทุกอย่างใหม่ สำหรับเฌอมาก แต่พอปรับตัวได้ เริ่มเข้าใจทุกอย่างมากขึ้น ใจเราก็ดีขึ้นค่ะ บวกกับช่วงที่ไปได้ World Senbatsu ที่ญี่ปุ่น เป็นความรู้สึกที่ว่าเป็นตัวแทนของวง ทำให้เห็นว่าทุกคนยินดีกับเราจริง ๆ นะ แฮ็ปปี้มาก ๆ ค่ะ

“ส่วนอีกความรู้สึกก็คือ เฌอดีใจมากที่ได้อยู่ในซีนประวัติศาสตร์ตรงนั้น ได้ไปอยู่ในจุดที่ไอดอลที่เราชื่นชอบอยู่ และอันดับที่เราอยู่ก็สูงกว่าไอดอลญี่ปุ่น บางคนที่เราติดตามมาตลอด มันจึงเกิดอีกความรู้สึกว่า…นี่เรื่องจริงเหรอ จริงใช่ไหม ซึ่งเฌอภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ BNK48 เป็นที่รู้จักในระดับสากล ทำให้ทุกคน ได้รู้ว่าไอดอลไทยมีความสามารถอย่างไร ตรงนี้แหละค่ะที่ภูมิใจมาก” (ยิ้มกว้าง)

เปิดใจ "เฌอปราง" จากวันแรกถึงวันนี้ ขึ้นแท่นไอดอลอายุน้อย แต่เต็มร้อยเกินวัย

สำหรับเฌอ ความท้าทายของการเป็นไอดอลคืออะไรคะ

“ส่วนหนึ่งคือการทำงานกับคนหมู่มากค่ะ เป็นเรื่องจิตวิทยาอย่างหนึ่ง ซึ่งเฌอมีความสนใจเรื่องนี้อยู่แล้วบ้าง ต้องขอบคุณโรงเรียนตั้งแต่สมัยมัธยม จนถึงมหาวิทยาลัยที่มีกิจกรรม ได้ลงพื้นที่ ได้เจอผู้คนหลากหลาย ได้ทำงาน สังคมค่อนข้างเยอะ และช่วงมหาวิทยาลัย เฌอได้เรียนวิชาเลือก Educational Psychology จิตวิทยาการเรียนรู้ของมนุษย์ เพื่อให้เข้าใจว่ามนุษย์มีการเรียนรู้ ยังไง จะได้พอเข้าใจหรือจินตนาการออกว่าเวลาใครแสดงออกแบบนี้เพราะ อะไร หรือควรเข้าหาคนนี้อย่างไร และพอเราเข้าใจมากขึ้น ก็ทำให้มีทักษะที่จะ เข้าหาคน พูดคุย หรือเข้าใจคนอื่น ไม่อย่างนั้นก็คงเป๋มากกว่านี้

“เพราะยิ่งคนเยอะ ยิ่งหลากหลายความคิด แต่เราจะทำอย่างไรให้บาลานซ์ที่สุด จุดไหนที่ต้องแข็ง ตรงไหนที่ต้องอ่อน เนื่องจากการทำงานตรงนี้ไม่ได้ มีแต่เรื่องงาน แต่คือเรื่องชีวิตทั้งหมด ทักษะสำคัญคือการพูดคุย เข้าใจกัน และมี Empathy มีความเห็นอกเห็นใจซึ่งกันและกัน”

แล้วเวลาเจอคอมเมนต์ด้านลบในโลกโซเชียล เฌอรับมืออย่างไร

“บอกตามตรงว่าเจอทีไรก็เศร้าและนอยด์ค่ะ เพราะยังปล่อยวางไม่ได้ ขนาดนั้น ซึ่งวิธีจัดการก็แล้วแต่ครั้งไป บางครั้งเฌอก็ปล่อยให้ตัวเองคิดมาก ไปเลย บางครั้งใช้วิธีระบายออกมาในคลาสแอ๊คติ้ง (การแสดง) คือระบายมัน ออกมา ดีดมันออกมาให้สุด เพื่อให้หมดไป

“ก่อนหน้านี้เฌอไม่ค่อยรู้วิธีจัดการอารมณ์ตัวเอง กระทั่งได้เรียนคลาสแอ๊คติ้งค่ะ เพราะเราต้องจัดการอารมณ์ตัวเองเพื่อจะเข้าถึงตัวละคร ซึ่งเป็น การทำงานที่สามารถนำมาปรับใช้ในชีวิตจริงได้

“อย่างบางคนอาจจะนั่งสมาธิหรือกำหนดจิตอยู่กับตัวเอง เพื่อให้เข้าใจ ตัวเองมากขึ้น แต่สำหรับเฌอ การแสดงคือทางลัดค่ะ เพียงแต่คุณต้องเปิดใจ และยอมรับตัวเองให้ได้จริง ๆ เฌอรู้สึกว่าการแสดงกับการกำหนดจิตทำสมาธิ ใกล้กันมาก เพราะคือการเข้าใจตัวเอง

“มีช่วงหนึ่งเฌอเลือกตัดอารมณ์ไม่ดีทิ้ง เพื่อจะได้ไปทำอย่างอื่นต่อ จนกลายเป็นว่าช่วงหนึ่งรู้สึกว่าตัวเองเหมือนหุ่นยนต์ เพราะเราแค่เก็บกดอารมณ์ นั้นไว้ ไม่ได้ปล่อยออกมา พอได้เรียนการแสดงแล้วได้ระเบิดทุกอย่าง มัน เหมือนเราคลายเลยค่ะ ได้เข้าใจตัวเองมากขึ้นว่าจริง ๆ ฉันเป็นอย่างไร ได้เห็นตัวเอง และได้รู้วิธีจัดการอารมณ์ของตัวเอง”

มักจะเครียดกับเรื่องอะไรที่สุดคะ

“ช่วงหลังไม่ค่อยมีแล้วค่ะ ถ้าจะมี…ก็เรื่องงาน คงเพราะเฌอปลดล็อกตรงนั้นมาแล้ว ปล่อยวางได้ง่ายขึ้นกับหลาย ๆ เรื่องเลย แน่นอนว่าต้องมีเรื่องเครียดบ้างอยู่แล้ว เพียงแต่ไม่หนักเท่าเมื่อก่อน เหมือนเราเห็นวงโคจรของปัญหาว่าเดี๋ยวมันก็เป็นแบบนั้น ต่อด้วยอย่างนั้น แล้วก็วนกลับมาเหมือนเดิม ใช้คำว่าเข้าใจโลกมากขึ้นก็ได้ค่ะ

“อย่างตอนวัยรุ่น เวลาเจอเรื่องใหม่ ทุกอย่างจะเป็นจะตายมากสำหรับเรา แต่พอเจอเยอะขึ้น บ่อยขึ้น ก็เข้าใจเองว่าเดี๋ยวมันก็ผ่านไป เราแค่ต้องอยู่กับมันให้ได้ ต้องอึด (ยิ้ม) อาจดูเหมือนคนแก่เนอะ แต่เฌอเพิ่งจะอายุ 24 เองนะ” (หัวเราะ)

ตอนนี้เดินทางมาถึงเป้าหมายของตัวเองหรือยัง

“ถ้าเป็นเป้าหมายหรือความฝันในวง สำเร็จแล้วค่ะ ได้ไปอยู่ในจุดที่ตั้งใจแล้ว แต่เป้าหมายระยะสั้นตอนนี้ก็คือทำทุกวันให้ดีที่สุด ในระยะเวลาที่เรายังอยู่ตรงนี้ (ยิ้ม)

“คำว่าไอดอล ถ้าคุณร้องเก่ง เต้นเก่ง ก็ต่อยอดออกยูนิตไปเป็นศิลปินได้ ซึ่งเฌอก็กำลังเอาใจช่วยน้อง ๆ ในวงอยู่ค่ะ แต่สำหรับเฌอ ตอนนี้เลือกสายนักแสดง แต่ถามว่ายังสนุกกับการขึ้นเวทีไหม เอนจอยมากค่ะ มีความสุขที่ได้อยู่กับทุกคน แต่ถ้าต้องร้องเดี่ยวคงไม่มั่นใจ เพราะรู้สึกว่าเราไม่ได้ร้องเพลงเก่งขนาดนั้น

“ส่วนความฝันอย่างอื่นก็คืออยากไปท่องอวกาศค่ะ (ยิ้ม) อีกอย่างคือออกเดินทางไปใช้ชีวิตอยู่ที่ใดที่หนึ่งสักปีสองปี เพื่อเรียนรู้วัฒนธรรม เรียนรู้ผู้คนและรู้จักอะไรใหม่ ๆ ซึ่งจริง ๆ เวลาดูภาพยนตร์ก็ค่อนข้างเห็นเยอะนะคะ แต่สุดท้ายก็อยากไปสัมผัสด้วยตัวเองจริง ๆ ถ้าตอนนี้เลือกได้คงอยากไปทำงานในดิสนีย์แลนด์ สหรัฐอเมริกาค่ะ เพราะมีเพื่อนไปทำงานที่นั่นแล้วรู้สึกว่าน่าสนใจ ยิ่งเฌอชอบพวกคอสเพลย์ อินกับตัวละครต่าง ๆ อยู่แล้ว และเป็นสิ่งมหัศจรรย์มาก ๆ ที่เขาสามารถทำให้เด็ก ๆ เชื่อพวกเขาได้ เฌอว่ามันสุดยอดและมีพลังมาก แม้จะเป็นเรื่องเล็ก ๆ แต่เขาอาจจะทำให้เด็กคนหนึ่งเปลี่ยนไปได้ตลอดกาล

“คงเพราะเฌอโตมากับการ์ตูนด้วย สมัยเด็กตื่นมาดูทุกเช้าเสาร์ – อาทิตย์ สิ่งหนึ่งที่ได้จากการ์ตูนก็คือความไม่ค่อยยอมแพ้ ถ้าแพ้หรือล้มก็ต้องเริ่มใหม่ ซึ่งเนื้อเรื่องการ์ตูนส่วนใหญ่เป็นแบบนี้ คงเพราะเฌอถูกปลูกฝังมาแบบนี้ก็ได้มั้ง ทำให้รู้สึกว่าล้มยังไง…ก็ต้องไปต่อ” (ยิ้ม)

เปิดใจ "เฌอปราง" จากวันแรกถึงวันนี้ ขึ้นแท่นไอดอลอายุน้อย แต่เต็มร้อยเกินวัย

เคยคิดไหมว่าถ้าไม่ได้เป็นเฌอปราง BNK48 ตอนนี้จะทำอะไรอยู่

“ตอนนี้น่าจะไปเรียนต่ออะไรที่เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ค่ะ สันนิษฐานจากความชอบนะคะ เฌอสนุกกับการได้ทดลองอะไรใหม่ ๆ ยิ่งเป็นการค้นพบด้วยตัวเองจะรู้สึกว่ามหัศจรรย์มาก ๆ เฌอชอบความรู้สึกที่เห็นสิ่งที่ทดลองสำเร็จ แบบฉันฟิน ความเหน็ดเหนื่อยของฉันสัมฤทธิ์ผลแล้ว แม้มันจะเป็น 1 ใน 1,000 ก็ตาม

“เฌออาจจะไม่ได้เก่งขนาดคิดค้นอะไรใหม่ได้ แต่ชอบที่จะลงมือทำ เป็นลูกมือปฏิบัติการ ซึ่งในไทยยังขาดตรงนี้นะคะ ทั้งที่มีเด็กเก่ง ๆ เยอะมาก แต่อาจจะไปทำงานในต่างประเทศกัน เพราะไม่มีงานรองรับในเมืองไทย ซึ่งทำให้เฌออยากสนับสนุนงานด้านนี้ให้เป็นที่รู้จัก”


ติดตามอ่านบทสัมภาษณ์ฉบับเต็มได้ที่ นิตยสารแพรว ฉบับ 961

ภาพเพิ่มเติม : cherprang.bnk48official

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

อัพเดตชีวิต 15 ปี เส้นทางนักร้อง “เป๊ก-ผลิตโชค” ล้มลุกแล้วโลดแล่นด้วยพลังบวก

สวยไม่ได้จำกัดแค่ขาว! Samina ขอพิสูจน์ ค่านิยมความงาม เปลี่ยนไปแล้วหรือยัง?

เส้นทางสู่แชมป์ไม่ง่าย แมมมอธ วัย 18 ปี ลายมือสวยขั้นเทพ มุ่งฝึกฝนจนเป็นที่หนึ่ง

 

เป๊ก ผลิตโชค

ลมหายใจของผลิต..ที่นุชต้องมี! BREATH กลิ่นหอมสื่อรักจาก “เป๊ก ผลิตโชค”

เป๊ก ผลิตโชค ออก “COLOUR SOUL BREATH” น้ำหอมรุ่นใหม่ล่าสุดที่นุชต้องมี! BREATH “ลมหายใจ” กลิ่นหอมสื่อกลางรักระหว่างเป๊กกับนุช

หลังจาก “เป๊ก ผลิตโชค อายนบุตร” เปิดตัวน้ำหอมแบรนด์ตัวเอง COLOUR SOUL SECRET EAU DE PARFUM (คัลเลอร์ โซล ซีเครท โอ เดอ พาร์ฟูม)  ครั้งแรกไปเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งได้รับการสนับสนุนที่ดีจากแฟนคลับ ล่าสุดตามความตั้งใจของ “เป๊ก ผลิตโชค” เจ้าของแบรนด์ได้ผลิตน้ำหอม รุ่นใหม่ล่าสุดออกมาในปีนี้ เพื่อเอาใจแฟนๆ และตอบรับกระแสที่ยังคงสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง โดยมีชื่อรุ่นว่า “BREATH” ที่มาของชื่อนี้ มาจาก “เป๊ก ผลิตโชค” อยากสร้างสรรค์สิ่งที่เป็นตัวเอง สิ่งที่ตนชอบ และรัก เป็นเหมือนลมหายใจ จึงได้แรงบันดาลใจกับคำว่า “BREATH” ซึ่งมีความหมายว่า “ลมหายใจ” ลมหายใจของผลิต ลมหายใจของแฟนๆ (นุช) กลิ่นหอมนี้ที่เป็นสื่อกลางให้เราสื่อถึงกันได้ ซึ่งน้ำหอมรุ่นนี้ “เป๊ก ผลิตโชค” ยังคงพิถีพิถัน ตั้งชื่อ เลือกรูปแบบ และออกแบบผลิตภัณฑ์ด้วยตัวเอง คัดเลือกโรงงานผู้ผลิต และนำเข้าวัตถุดิบที่ได้มาตรฐานสากล คัดเลือกส่วนผสม และกลิ่นเอง ได้ทดลองใช้สินค้าจริง จนมั่นใจในคุณภาพของสินค้าก่อนจะมาส่งต่อถึงทุกคน

“COLOUR SOUL BREATH” เป็นสินค้า Limited Edition โดยจัดจำหน่ายพร้อมกับบัตรเข้างาน THE BREATH FANMEET และ MERCHANDISE อื่นๆ มีให้เลือกทั้งหมด 3 BOXSET ได้แก่ COLOUR SOUL BREATH – BOXSET VIP, BOXSET A และ BOXSET B โดยการออกแบบ MERCHANDISE ในแต่ละแพค ได้แรงบันดาลใจมาจากทะเล ชายหาด และการถ่ายทำหนังโฆษณาที่เมือง LOS ANGELES ประเทศ สหรัฐอเมริกา

และทุกๆ การสนับสนุน COLOUR SOUL BREATH Limited Edition (ทุกขวด) คือการสมทบทุนเพื่อต่อลมหายใจ ให้โอกาสชีวิตใหม่กับเด็กๆ และผู้ซื้อจะได้มีสิทธิเข้าร่วมบริจาคเงินร่วมด้วยกับ “เป๊ก ผลิตโชค” ในงาน THE BREATH DONATION EVENT นำรายได้ส่วนหนึ่งบริจาคให้กับมูลนิธิที่เกี่ยวข้องกับเด็ก ได้แก่ 1) ทุนโครงการผู้ป่วยมะเร็งในเด็ก มูลนิธิรามาธิบดี 2) กองทุนเพื่อผู้ป่วยเด็ก โรงพยาบาลศิริราช ศิริราชมูลนิธิ 3) มูลนิธิเด็กโรคหัวใจ ในพระอุปถัมภ์ของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ 4) มูลนิธิโรงพยาบาลเด็ก

“เป๊ก ผลิตโชค” บอกว่า “COLOUR SOUL BREATH” เป็นลมหายใจที่อยากส่งต่อให้แฟนๆ ผ่านทางกลิ่นหอมสดชื่น เลยตั้งใจว่าซีรี่ย์นี้ต้องเป็น BREATH แน่นอน ประเทศไทยเป็นเมืองซัมเมอร์ตลอดเวลา อยากให้น้ำหอมมีกลิ่น Fresh ให้ทุกคน ได้ใช้จะได้หายคิดถึงกัน และแน่นอนว่าได้แรงบันดาลใจมาจากทะเล ซึ่งคอนเซ็ปต์มาจากสีฟ้า นึกถึง ทะเล สีทอง นึกถึง แสงแดด หาดทราย เป็นส่วนผสมที่ลงตัวมาก และที่สำคัญได้ประสบการณ์ที่เยี่ยมมาก ได้มาทำงานที่เมือง LOS ANGELES ประเทศ สหรัฐอเมริกา กับทีมงาน Professional Hollywood ทุกอย่างออกมาเฟอร์เฟคมาก”

แพรวดอทคอม รีวิว “กลิ่นหอมอ่อนๆ ให้ฟีลสดชื่นเย็นๆ​ แต่ก็มีความละมุน​ ฟีลกลิ่นคล้ายๆ น้ำหอมหรูแบรนด์ดัง ซึ่งถ้าใครเป็นเพอร์ฟูมเลิฟเว่อร์จะต้องรักขวดนี้เช่นกัน ส่วนตัวด้วยความที่กลิ่นจะเฟรชๆ เลยรู้สึกว่าเหมาะกับผู้ชายมากกว่า แต่ผู้หญิงที่ชอบกลิ่นแนวนี้ก็เยอะ ฉะนั้นก็มองว่าเป็นน้ำหอมUnisex หญิงก็ใช้ได้ ชายก็ใช้ดีค่ะ บอกเลยว่านุชต้องมีขวดนี้!!”

ปักหมุด! เริ่มให้จับจอง “COLOUR SOUL BREATH” แบรนด์น้ำหอมของนักร้อง เป๊ก ผลิตโชค อายนบุตร ครั้งแรกในวันพฤหัสบดีที่ 27 สิงหาคม 2563 เวลา 11.00 น. ที่ https://www.thaiticketmajor.com/coloursoulbreath/ และจุดจำหน่ายหลักของ THAITICKETMAJOR 14 สาขา หรือสามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ทาง https://takemybreath.com/ และ https://www.facebook.com/Peckpalitchoke/

แพรวดอทคอม ถ่ายรูปรีวิวมาให้นุชชมจุกๆ ด้วยค่ะ

เป๊ก ผลิตโชคเป๊ก ผลิตโชค เป๊ก ผลิตโชค เป๊ก ผลิตโชค เป๊ก ผลิตโชค เป๊ก ผลิตโชค เป๊ก ผลิตโชค เป๊ก ผลิตโชค เป๊ก ผลิตโชค เป๊ก ผลิตโชค เป๊ก ผลิตโชค เป๊ก ผลิตโชค เป๊ก ผลิตโชค เป๊ก ผลิตโชค เป๊ก ผลิตโชค

เป๊ก ผลิตโชค เป๊ก ผลิตโชค เป๊ก ผลิตโชค เป๊ก ผลิตโชค เป๊ก ผลิตโชค


ภาพ : แพรวดอทคอม (www.praew.com)

 

 

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

หอมฟุ้งพาใจนุชละลาย! รีวิวน้ำหอม ‘เป๊ก-ผลิตโชค’ COLOUR SOUL

7 น้ำหอมกลิ่นดอกไม้ หอมหวานชวนหลงใหล ช่วยเสริมบุคลิกให้ดูละมุนขึ้น

นุชฟินจัด! ตามส่องครั้งแรกของ “เป๊ก-ผลิตโชค” กับทริปโปแลนด์ ดินแดนในฝันที่ต้องไปให้ได้

 

 

กระเป๋า Bottega Veneta Pre Fall 2020

งานหนังต้อง Bottega Veneta เจาะดีเทลกระเป๋า 2 รุ่นใหม่ มีความพิเศษยังไง

เปิดลิสต์กระเป๋ารุ่นใหม่! Bottega Veneta นำเสนอกระเป๋าสุดไอคอนิกประจำซีซั่น มาใน 2 สไตล์ 2 ดีไซน์ จากคอลเล็คชั่น Pre Fall 2020 

สำหรับแอคเซสซอรี่ประจำคอลเล็คชั่น Pre Fall 2020 แสดงถึงส่วนผสมของงานอันเป็นเอกลักษณ์ของ Bottega Veneta ไอเท็มอย่างกระเป๋านั้นยังคงสานต่อเทคนิคการสานหนัง Intrecciato อันเป็นเอกลักษณ์ที่ได้นำมาสร้างสรรค์ รวมไปถึงการนำเสนอสีสันอันสวยงามของคอลเล็คชั่นนี้

สำหรับซีซั่นนี้ โดดเด่นด้วยโซ่ทองขนาดใหญ่ ซึ่งถูกนำมาใช้เป็นองค์ประกอบหลักของกระเป๋า Padded Cassette โดยผลงานการออกแบบสุดไอคอนิกจาก แดเนียล ลี (Daniel Lee) ครีเอทีฟไดเร็กเตอร์ของแบรนด์ รังสรรค์ขึ้นจากหนังนัปป้า (Nappa) ที่มอบสัมผัสนุ่มนวลและน่าหลงใหล ผสานเข้ากับเทคนิคการสานหนังแบบ Intrecciato โดยช่างฝีมือผู้เชี่ยวชาญที่เป็นอัตลักษณ์โดดเด่นของ Bottega Veneta ตัวกระเป๋าถูกออกแบบมาให้สามารถใช้งานได้ทั้งรูปแบบการถือผ่านตัวกระเป๋าและใช้งานด้วยสายสะพายไหล่

อีกหนึ่งไอเท็มที่ แดเนียล ลี (Daniel Lee) ได้ต่อยอดการสร้างสรรค์อย่าง Fringe Pouch ที่ดีไซน์เป็นทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัสแบนเรียบ ผลิตขึ้นจากหนังแกะ (Nappa) ประดับด้วยริ้วเส้นหนังจากวัสดุชนิดเดียวกัน สามารถใช้งานได้หลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการพับลงเสมือนกระเป๋าคลัทช์ หรือปรับเปลี่ยนให้เป็นสะพายไหล่พร้อมกับสายหนังที่ปรับระดับได้


บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

วางขายแล้ว! หน้ากากอนามัยคุณภาพสูงจาก Burberry มาพร้อมลายซิกเนเจอร์

โฉมใหม่ไอเท็มฮ็อต! กระเป๋า Fendi Peekaboo ISeeU เริ่มหลักพันจนถึงหลักแสน

อยากได้ต้องจ่ายเท่าไหร่? กระเป๋า SAINT LAURENT 2 ดีไซน์สไตล์สาวสตรอง