5 เรื่องที่พิสูจน์แล้วว่า เจ้าหญิงชาร์ลอตต์ วัย 5 ชันษา เป็นผู้ทรงอิทธิพลของอังกฤษ
ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า เจ้าหญิงชาร์ลอตต์ แห่งเคมบริดจ์ ทรงเป็นหนึ่งในสมาชิกราชวงศ์ที่ทรงอิทธิพลมากที่สุดในสหราชอาณาจักร นอกจากจะเป็นที่รักของคนในประเทศแล้ว เจ้าหญิงพระองค์น้อยยังมีแฟนคลับเกือบทั่วโลกในหลายๆ ประเทศอีกด้วย
นับตั้งเจ้าหญิงชาร์ลอตต์ ซึ่งทรงประสูติในวันที่ 2 พฤษภาคม 2558 5 ปีแล้วที่พระองค์ได้เข้ามาอยู่ในหัวใจของแฟนที่รักพระองค์ เจ้าหญิงพระองค์น้อยๆ ค่อยเติบโตขึ้นจากความรักที่พระบิดา และพระมารดามอบให้ รวมถึงความรักจากคนทั่วโลก
ซึ่งในทุกปีนั้นๆ ราชวงศ์อังกฤษจะมีการลงพระฉายาลักษณ์ของเจ้าหญิงชาร์ลอตต์ในอินสตาแกรมซึ่งมาจากฝีพระหัตถ์ของ ดัชเชสเคท เพื่อให้แฟนๆ ได้เข้ามาถวายพระพรเจ้าหญิงพระองค์น้อย ซึ่งปีนี้ก็เช่นเดียวกันที่เราได้ยลโฉมเจ้าหญิงชาร์ลอตต์ในวัย 5 ชันษา พระองค์ดูเติบโตขึ้นมาก และความพิเศษในปีนี้คือ เจ้าหญิงชาร์ลอตต์ทรงสร้างความประทับใจให้กับแฟนๆ ด้วยการช่วยเตรียมอาหารและสิ่งของสำหรับประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากไวรัสโคโรน่า (โควิด-19) ในพื้นที่ท้องถิ่น
และในวันพิเศษเช่นนี้ แพรวดอทคอม ได้ลิสต์ 5 เรื่องจริงของเจ้าหญิงชาร์ลอตต์ เนื่องในโอกาศครบรอบ 5 ชันษา มาให้แฟนๆ ของเจ้าหญิงพระองค์น้อยได้รู้กันในฐานะ
ทรงเป็นทายาทลำดับที่ 4 และ ทรงสร้างประวัติศาสตร์ในราชวงศ์อังกฤษ
เจ้าหญิงชาร์ลอต์ทรงเป็นพระธิดาองค์แรกของเจ้าชายวิลเลียม และเคท มิดเดิลตัน ดยุกและดัชเชสแห่งเคมบริดจ์ โดยพระองค์ทรงเป็นรัชทายาทลำดับที่ 4 ทั้งนี้พระองค์ยังทรงเป็นสมาชิกของราชวงศ์วินด์เซอร์ และเป็นราชวงศ์ชเลสวิก ฮอลชไตน์ ซอนเดอร์บูร์ก กลึคส์บูร์ก ตามพระบิดาอีกด้วย โดยมีเจ้าชายจอร์จแห่งเคมบริดจ์ เป็น พระเชษฐา และ เจ้าชายหลุยส์เป็นพระอนุชา
นอกจากนี้เจ้าหญิงชาร์ลอตต์ยังได้ทรงเปลี่ยนประวัติศาสตร์การขึ้นครองราชย์ของราชวงศ์อังกฤษ โดยทรงเป็นรัชทายาทหญิงพระองค์แรก ที่รักษาลำดับสืบสันตติวงศ์ไว้ได้ ไม่ต้องทรงถูกลดขั้นลงเมื่อทรงมีพระอนุชา โดยแต่เดิมนั้นตามกฎการสืบสันตติวงศ์อังกฤษ ซึ่งกำหนดขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1701 ได้ระบุว่าหากสมาชิกพระราชวงศ์องค์ใหม่เป็นผู้ชาย รัชทายาทหญิง ที่ประสูติก่อนหน้าจะต้องถูกลดขั้นเพื่อหลีกให้เจ้าชายองค์ใหม่ได้ขึ้นมาเป็นรัชทายาทแทน
พระนามของเจ้าหญิงชาร์ลอตต์ ตั้งตามชื่อของควีนเอลิซาเบธที่ 2 และ ไดอานา เจ้าหญิงแห่งเวลล์
ภายหลังจากที่เจ้าหญิงชาร์ลอตต์ทรงประสูติ 2 วัน ดยุกและดัชเชสแห่งเคมบริดจ์ได้ประกาศพระนามเต็มอย่างเป็นทางการว่า Charlotte Elizabeth Diana โดย Elizabeth ชื่อกลางนั้นมาตั้งเพื่อเป็นเกียตริให้กับ ควีนเอลิซาเบธที่ 2 และ Diana มาจากชื่อของเสด็จย่า (ไดอาน่า เจ้าหญิงแห่งเวลล์) ที่ทรงล่วงลับไปแล้ว
ทรงเป็นแรงบันดาลในการออกแบบเสื้อผ้าให้กับ Gucci
การออกแบบเสื้อผ้าส่วนใหญ่แล้วมักได้ไอเดียจากงานศิลปะ และวัฒนธรรม รวมถึงความเป็นเอกลักษณ์ของคนดังระดับโลก ซึ่งหนึ่งในนั้นคือเจ้าหญิงชาร์ลอตต์ โดยแบรนด์เสื้อผ้าแฟชั่นไฮเอนด์อย่าง Gucci ได้หยิบเสื้อผ้าที่เจ้าหญิงพระองค์น้อยใส่มาเป็นแรงบันดาลในการออกแบบในคอลเล็คชั่น Fall/Winter 2020 ไม่ว่าจะเป็นเดรสโค้ดสีแดงที่พระองค์ทรงใส่เมื่อครั้งไปเนอสเซอรี่ครั้งแรก หรือจะเป็นชุดที่ทรงใส่ไปเล่นในสวนกับครอบครัว และ ชุดนักเรียนที่ทรงใส่ไปโรงเรียนกับเจ้าชายจอร์จครั้งแรก แม้ว่าทางแบรนด์จะไม่ได้ออกมาประกาศอย่างชัดเจนว่าได้ไอเดียมาจากฉลองพระองค์จากเจ้าหญิงชาร์ลอตต์ แต่ดูจากรูปแล้วมีความคล้ายคลึงเป็นอย่างมาก แล้วคุณล่ะคิดแบบนั้นเหมือนกันไหม
ทรงเป็นสไตล์ไอคอนให้กับเสื้อผ้าเด็ก
แม้พระเนตรจะยังไม่เปิด เป็นแค่เบบี้ตัวน้อยในอ้อมอกพระมารดา เมื่อครั้งที่ดัชเชสเคททรงพาเจ้าหญิงพระองค์น้อยปรากฎโฉมครั้งแรกที่โรงพยาบาลเซนต์แมรี่ ซึ่งเจ้าหญิงชาร์ลอตต์ทรงอยู่ในผ้าคลุมสีขาวจากแบรนด์ G.H. Hurt & Sons ออกมาให้ทุกคนได้ยลโฉมนั้น ไอเท็มชิ้นนี้ก็ได้ความสนใจเป็นอย่างมาก ซึ่งนาย Gillian Taylor ไดเร็คเตอร์ของแบรนด์ได้ออกมาให้สัมภาษณ์กับ The Telegraph เมื่อปี 2016 ว่า “ช่วงเวลาแค่ไม่กี่นาที มีคนเข้ามาดูสินค้าในเว็บไซต์มากกว่าหนึ่งแสนครั้ง จาก 183 ประเทศทั่วโลก ทั้งนี้เขายังเสริมอีกว่า ทางแบรนด์ขายผ้าคลุมชิ้นนี้ได้เป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะในอเมริกา, ออสเตรเลีย, แคนาดาและ ปัจจุบันก็ยังคงขายได้อย่างต่อเนื่อง
หรือจะเป็นชุดเดรสลายดอกไม้สุดน่ารักที่เรามักจะได้เห็นดัชเชสเคททรงใส่บ่อยๆ จาก M&H แบรนด์เสื้อเด็กจากประเทศสเปน ก็ทำเอาทางขายดีเป็นเทน้ำ เทท่าอีกเช่นเดียวกัน โดย Margarita Pato ผู้ก่อตั้งแบรนด์ได้ออกมาเผยว่า “เจ้าหญิงชาร์ลอตต์ทรงสวมชุดกระโปรงลายดอกไม้ของเรา พระองค์ทรงสร้างอิมแพคให้กับทางแบรนด์เป็นอย่างมาก มันเป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับแบรนด์ขนาดกลางเช่นเรา ที่มีเพียง 5 สาขาในสเปน”
เจ้าหญิงชาร์ลอตต์ทรงเผยให้เห็นแล้วว่า แม้พระองค์จะยังทรงเป็นเด็กน้อยแต่ก็มีอิทธิพลด้านแฟชั่นเป็นอย่างมาก ทรงตามรอยพระมารดา พระปิจตุฉา (เมแกน มาร์เคิล) และ พระอัยยิกา (ไดอานา เจ้าหญิงแห่งเวลล์) ไม่มีผิดเพี้ยน
ทรงทำเงินเข้าประเทศอังกฤษได้มากถึง 4,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
อาจเป็นเพราะเอฟเฟ็กต์ของเจ้าหญิงชาร์ลอตต์ที่แม่ๆ ทั่วสหราชอาณาจักรอยากให้ลูกสาวแต่งตัวเหมือนเจ้าหญิงพระองค์น้อย จึงทำให้เกิดเงินแพร่สะพัดในแบรนด์เสื้อผ้าเด็กมูลค่าแสนล้านบาท
โดยเมื่อปี 2018 “Brand Finance Group” บริษัทให้คำปรึกษาด้านกลยุทธ์ และประเมินมูลค่าทรัพย์สิน พบว่าเจ้าหญิงชาร์ลอตต์สามารถนำเงินเข้าประเทศอังกฤษ นับตั้งแต่ที่พระองค์ทรงประสูติ จนถึงวัย 3 ชันษา โดยเจ้าหญิงน้อยทรงทำเงินได้มากถึง 4,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1.3 แสนล้านบาท มากกว่าเจ้าชายจอร์จที่ทำเงินไปได้ 3,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
โดยเงินที่สะพัดเข้าประเทศอังกฤษนี้มีผลมาจากการที่เจ้าหญิงชาร์ลอตต์ทรงมีอิทธิพลด้านแฟชั่น ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า เครื่องประดับแบรนด์อังกฤษต่างๆ ที่พระองค์สวมใส่นั้น ขายดีจนถล่มทลาย จนไอเท็มหลายๆ ชิ้นขาดตลาด เรียกได้ว่าสร้างรายได้ให้กับทางแบรนด์อย่างมหาศาล





















New Normal สายนี้ ถ้าไม่พูดถึง ‘พาย’ ภัทรียา ณ นคร ดูจะพลาดไปนิด เพราะเธอรีวิวในไอจีแบบตั้งใจมาก ได้ใจเจ้จริงๆ เช่น
























































ชาวอินเดียเรียกคนที่เกิดภายใต้อิทธิพลดาวอังคารว่า Manglik และเชื่อว่าหากแต่งงานกับพวกที่ไม่ได้เกิดภายใต้อิทธิพลดาวอังคาร จะทำให้เกิดสิ่งอัปมงคล เกิดเรื่องโชคร้าย ชีวิตไม่ราบรื่น มีเหตุให้ต้องหย่าร้างจนถึงคู่ครองเสียชีวิต จึงต้องมีพิธีสะเดาะเคราะห์ก่อนเข้าพิธีแต่งงานจริง โดยให้เจ้าสาวแต่งงานกับต้นไม้ ซึ่งนิยมใช้ต้นกล้วยมาเป็นตัวแทนเจ้าบ่าวนั่นเอง
ชนเผ่า Yugur ในประเทศจีน มีประเพณีสุดแปลกก่อนเข้าพิธีแต่งงานคือเจ้าบ่าวต้องยิงธนูใส่เจ้าสาวเป็นจำนวน สามดอกแต่ไม่ต้องตกใจไปเพราะลูกธนูไม่มีหัวจ้า โดยเชื่อกันว่าเป็นสัญลักษณ์ของความรักชั่วนิรันด์
จะขอลูกสาวเขาทั้งทีต้องมีของมาแลกเปลี่ยนสักหน่อย ประเพณีและวัฒนธรรมของหมู่เกาะฟิจิ ชายหนุ่มต้องนำเขี้ยวปลาวาฬมาแลกหญิงสาวกับพ่อของเธอ แค่นี้หนุ่มๆ ก็จะมีสาวๆ มาเคียงกายล่ะค่ะ
ประเพณีสุดแปลกที่ไม่ค่อยได้ยินมากนักเกิดขึ้นที่สกอตแลนด์ โดยครอบครัวและเพื่อนๆ ของเจ้าสาวจะจับเธอมัดไว้และราดสิ่งสกปรกลงบนตัวเจ้าสาวเพื่อพิสูจน์ว่าหากเธอทนได้กับสิ่งสกปรกเหล่านี้ เธอก็จะทนความยากลำบากทุกๆเรื่องในชีวิตแต่งงานได้ เอิ่ม…ไม่อยากคิดถึงเวลาอาบน้ำเลยว่านางจะต้องสบู่มากโขขนาดไหน
ประเพณีของชนเผ่า Tidong บนเกาะบอร์เนียวในประเทศอินโดนีเซียหลังจากที่บ่าวสาวเข้าพิธีแต่งงานแล้วห้ามเข้าห้องน้ำเพื่อชำระร่างกายและขับถ่ายเป็นเวลาสามวันเพราะเชื่อกันว่าบ่าวสาวคู่ใดที่ไม่สามารถอั้นการเข้าห้องน้ำได้เป็นเวลาสามวัน จะทำให้ต้องหย่าร้าง แท้งบุตรหรือลูกที่เกิดจะต้องเสียชีวิตในวัยเด็ก งานนี้บอกเลยว่าต้องอาศัยความอดทนขั้นสูงสุดกันเลยทีเดียว
เป็นใครก็ต้องอิจฉาประเพณีอย่างแน่นอน เพราะเป็นประเพณีที่บ่าวสาวจะต้องเต้นรำท่ามกลางกองเงินที่โปรยอยู่บนพื้นเต็มไปหมด โอ้ยเป็นไทยหน่อยล่ะไม่ได้ บุพการีร้องแน่นอนที่เอาเงินมาเหยียบย้ำ
ประเพณีในแต่งงานชวนสยิวของชาวฝรั่งเศสนั้น คือบ่าวสาวจะต้องทานอาหารในโถชำระจำลอง ลองคิดดูสิวะถ้าหากเป็นของจริงที่ผ่านการใช้งานมาแล้วจะเป็นอย่างไร !!
หลังจากพิธีแต่งงานของชาวเกาหลี เจ้าบ่าวจะถูกมัดปลายเท้าด้วยเชือกและถูกตีด้วยปลาที่ปลายเท้า แสดงให้เห็นถึงความแข็งแรงและแข็งแกร่งของเจ้าบ่าว ว่าแต่ปลาที่ใช้ตีเสร็จแล้วเอาไปไหนต่อล่ะนี่
ชนเผ่า Massai ในประเทศเคนย่ามีประเพณีดั้งเดิมที่ปัจจุบันยังคงสืบทอดกันมาอยู่คือ พ่อของเจ้าบ่าวจะถ่มน้ำลายลงบนศีรษะและหน้าอกของลูกสาวเพื่อเป็นการให้พรก่อนที่จะแยกย้ายออกไปมีครอบครัว แหม..พรจากพ่อนี่ชุ่มฉ่ำเป็นน้ำทิพย์จริงแต่เอ๊ะรับน้ำแต่ขอไม่รับกลิ่นด้วยได้ไหมคะคุณพ่อ
ตามธรรมเนียมของประเทศสวีเดนหากเจ้าบ่าวหรือเจ้าสาวคนใดคนหนึ่งเผลอไปเข้าห้องน้ำ เขาหรือเธอจะถูกขโมยจูบจากแขกผู้ร่วมงาน หึๆ รู้แบบนี้แล้วหากใครมีหวานใจเป็นชาวสวีเดนก็อย่าเผลอเข้าห้องน้ำเชียวล่ะ เอ๊ะ ! หรือจูบแบบนี้เรียกว่าจูบส่งท้ายความโสดนะ










