เทคนิคลับสไตล์ "ลานา คอนดอร์" ซุปตาร์เวียดนาม

“ลานา คอนดอร์” ซุปตาร์เวียดนาม สวยอินเตอร์ด้วยเมคอัพผสมความเอเชียและตะวันตก

ลานา คอนดอร์ (LANA CONDOR) สาววัย 23 ปีคนนี้ แจ้งเกิดอย่างเต็มตัวจากภาพยนตร์เรื่อง To All The Boys I’ve Love Before ซึ่งภาคที่ 3 เพิ่งฉายไปทาง Netflix ด้วยความน่ารักและคาแร็คเตอร์ขี้เล่น ทำให้วันนี้เธอมีผู้ติดตามในอินสตาแกรมกว่า 11 ล้านคนแล้ว

กว่าจะประสบความสำเร็จอย่างทุกวันนี้ วัยเด็กของลานาไม่ได้ราบรื่นนัก เธอเติบโตจากบ้านเด็กกำพร้า ก่อนที่พ่อแม่ชาวอเมริกันจะรับมาอุปการะที่อเมริกาตั้งแต่ยังเล็ก เธอเล่าถึงเรื่องนี้ไว้ว่า

"ลานา คอนดอร์" ซุปตาร์เวียดนาม

“ฉันเป็นคนเอเชีย 100 เปอร์เซ็นต์ และเป็นคนอเมริกัน 100 เปอร์เซ็นต์ นั่นคือสิ่งที่ฉันพยายามอย่างหนักให้ทุกคนเข้าใจตัวตนของฉัน เพราะบางครั้งคนคิดว่าฉันไม่ใช่ชาวเอเชียอย่างแท้จริง เพียงเพราะครอบครัวอเมริกันรับเลี้ยงฉัน ความคิดนี้ตลกมาก”

ต้องบอกว่าลานาผ่านอะไรมาเยอะทีเดียว กว่าที่จะมีความมั่นใจอย่างทุกวันนี้ “สมัยวัยรุ่นฉันถูกเพื่อนแกล้งประจำ เพราะเป็นคนเอเชีย ตอนนั้นฉันไม่รู้หรอกว่าตัวเองเป็นคนยังไงหรือเป็นใคร ในช่วงเวลาที่สับสน ฉันเริ่มแต่งหน้าแบบที่ไม่ใช่ตัวเอง พูดง่ายๆ ว่าฉันพยายามซ่อนตัวตนไว้ เพื่อเป็นอะไรที่ฉันไม่ได้เป็น ต้องขอบคุณกาลเวลาที่ทำให้ฉันเติบโตและผ่านมันมาได้ ทุกวันนี้ฉันภูมิใจและมั่นใจในสิ่งที่ตัวเองเป็น ฉันเริ่มเรียนรู้ที่จะแต่งหน้าโดยสื่อความเป็นตัวเองออกมาให้มากที่สุด”

"ลานา คอนดอร์" ซุปตาร์เวียดนาม

สไตล์การแต่งหน้าของเธอผสมผสานความเป็นเอเชียและตะวันตกได้อย่างเข้ากัน เธอมักจะเผยผิวแทน ซึ่งเป็นสีผิวธรรมชาติ ขณะเดียวกันก็เพิ่มลูกเล่นให้ดวงตาดูใหญ่ขึ้นด้วยการต่อขนตาปลอม และคอนทัวร์กรอบหน้าให้ได้รูป ปิดท้ายด้วยพวงแก้มสีระเรื่ออันเป็นเอกลักษณ์

และเธอมีเคล็ดลับการดูแลและแต่งหน้าให้สวยเจิด “เริ่มต้นจากใช้ Neutrogena Skin Balancing Gel Cleanser ล้างหน้า ด้วยความที่เรียนบัลเลต์ตั้งแต่เด็ก จึงถูกแต่งหน้าบ่อยมาก จำได้ว่าตอนอายุ 10 ขวบ ฉันก็เริ่มเป็นห่วงสภาพผิวหน้าของตัวเอง จึงพยายามล้างหน้าให้สะอาด หลังจากน้ำเปล่า จะมาสก์หน้าด้วย Talika Bubble Mask Bio Detox ซึ่งฉันชอบมาก เพราะมันเป็น Foaming Sheet Mask หลังจากที่มาสก์หน้า ให้กดนวดเบาๆ เม็ดบีดส์จะเปลี่ยนสภาพกลายเป็นโฟม ถูวนจนโฟมขึ้นทั่วหน้า จะรู้สึกสะอาดขั้นสุด

"ลานา คอนดอร์" ซุปตาร์เวียดนาม

“หลังจากที่ทามอยส์เจอไรเซอร์ จะใช้ Face Roller กลิ้งทั่วใบหน้า โดยเฉพาะตรงใต้คางเพื่อยกกระชับ ไม่ให้ผิวหย่อนคล้อย จากนั้นทาครีมใต้ตา ฉันเลิฟแบรนด์ iS Clinical Youth Eye Complex มาก เพราะปราบใต้ตาคล้ำๆ ของฉันได้อยู่หมัด แต้มเพียงเล็กน้อยและเบาๆ ด้วยนิ้วนาง

“สำหรับเมคอัพ ฉันให้ความสำคัญกับการเตรียมผิว เริ่มจากใช้คอนซีลเลอร์ของ Rare Beauty ผสมกับคอนซีลเลอร์ของ Neutrogena Radiant Cream Concealer จากนั้นใช้แปรงเกลี่ยให้เรียบเนียนทั่วใบหน้า ผิวจะดูเรียบเป็นเนื้อเดียวกัน ก่อนจะใช้คอนทัวร์ของ Anastasia Beverly Hills แต้มทั่วกรอบหน้า และอย่างที่คุณเห็น จมูกฉันไม่ค่อยโด่ง จึงต้องใช้คอนทัวร์เกลี่ยตรงสันจมูกเพื่อสร้างมิติ

"ลานา คอนดอร์" ซุปตาร์เวียดนาม

“ฉันมีเทคนิคลับจะบอกด้วย ตอนที่ถ่ายหนังภาคต่อ To All The Boys I’ve Love Before ฉันต้องทำงานต่อเนื่องวันละ 18 ชั่วโมงเกือบทุกวัน เหนื่อยจนแอบร้องไห้บ่อยๆ ผลคือใต้ตาบวม หน้าโทรมสุดๆ เมคอัพอาร์ติสต์ประจำกองแนะนำให้ฉันทาสีครีมบลัชที่แก้ม เทคนิคคือแต้มครีมบลัชตรงโหนกแก้ม ถ้าสียังดูชัดไม่พอ ให้ใช้สีจากลิปสติกก็ได้ แต้มได้เยอะๆ เลยค่ะ แล้วใช้แปรงเกลี่ย แต่ถ้าคุณเผลอปัดแก้มเยอะจนสีแดงเปื้อนมาถึงใต้ตา ให้ใช้คอนซีลเลอร์ทาทับจะช่วยลดความแดงลงได้ เทคนิคนี้ทำให้หน้าของฉันดูสดใสขึ้น จนไม่มีใครรู้ว่าแอบไปร้องไห้มา

“ตอนที่ถ่ายหนัง To All The Boys : Always and Forever ที่เกาหลี ฉันมีวันว่างหนึ่งวันจึงไปช็อปปิ้งเครื่องสำอางมาเยอะมาก มีหลายโปรดักต์ที่ปลื้ม อย่างไฮไลเตอร์จากแบรนด์ 3CE ใช้แต้มไฮไลต์เหนือโหนกแก้ม ได้ลุคเป็นธรรมชาติดีค่ะ พูดถึงลุคธรรมชาติ เวลาทาลิปสติกฉันจะใช้นิ้วจุ่มลิปแล้วแต้มเบาๆ เฉพาะตรงกลางริมฝีปาก แล้วค่อยเกลี่ยออกด้านข้าง จะดูเป็นธรรมชาติมากถึงมากที่สุด”

"ลานา คอนดอร์" ซุปตาร์เวียดนาม

สำหรับสไตล์การแต่งตัว ความที่เธอรูปร่างเล็กแบบสาวเอเชีย เวลาออกงานจึงเลือกใส่เดรสที่โชว์สัดส่วนเพื่อให้รูปร่างดูสูงโปร่งและเพรียวขึ้น ส่วนมากเธอมักจะเลือกเดรสสั้นสีสดใส ลวดลายน่ารัก เพื่อโชว์เรียวขาคู่กับรองเท้าส้นสูง แต่ถ้าเป็นเดรสยาว เธอเลือกที่จะเปิดไหล่ข้างหนึ่งหรือไม่ก็ผ่าอกลงมา เพื่อให้ดูตัวไม่ตันเกินไป

ส่วนถ้าเป็นชีวิตประจำวัน เธอเล่าถึงสไตล์ที่ชื่นชอบให้ฟังว่า “ฉันชอบใส่เสื้อสูทโอเวอร์ไซส์ค่ะ หรือไม่ก็เสื้อที่มีคอปกสูงให้ดูมีลูกเล่น

“วันนี้ฉันชอบค้นหาความสนุกจากการแต่งหน้า แต่งตัว และรู้สึกโชคดีที่ทำอาชีพนักแสดง เพราะเปิดโอกาสให้ได้ทดลองหลากหลายบทบาท”

"ลานา คอนดอร์" ซุปตาร์เวียดนาม "ลานา คอนดอร์" ซุปตาร์เวียดนาม "ลานา คอนดอร์" ซุปตาร์เวียดนาม "ลานา คอนดอร์" ซุปตาร์เวียดนาม "ลานา คอนดอร์" ซุปตาร์เวียดนาม


ข้อมูล : นิตยสารแพรว ฉบับ 969
ภาพ : @LANACONDOR

 

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

สวยเป๊ะทุกมุม! “คริสตินา ลาซะสิมมา” มิสยูนิเวิร์สลาว2020 ฉายาตุ๊กตาบาร์บี้ลาว

ทริคดูแลตัวเองของ “แอลลี่” ลูกสาวแห่งชาติ ครบเครื่องทั้งความน่ารัก และความสามารถ

ไอรีน คิม สาวเท่แห่งสตรีทยูนิคอร์น นางแบบและแฟชั่นไอคอนชื่อดัง เกาหลีใต้

 

เลื่อนงานแต่งงาน

เลื่อนดีกว่าเลิก 7 เหตุผลที่ควร เลื่อนงานแต่ง ดีกว่ายกเลิกในสถานการณ์โควิด-19

สถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในปัจจุบัน ส่งผลกระทบกับชีวิตของเราในทุกๆ ด้าน ไม่เว้นแม้กระทั่งการแต่งงาน ที่ต้องถูกแคนเซิลไปเนื่องจากสถานการณ์ที่ยังไม่สามารถควบคุมได้ สร้างความเสียหายให้กับเจ้าของกิจการ และส่งผลกระทบกับคู่บ่าวสาวที่วางแผนจัดงานแต่งกันไว้เป็นอย่างดีแล้ว บ่าวสาวคู่ไหนที่กำลังคิดหนักเรื่องยกเลิกงานแต่งในสถานการณ์แบบนี้อยู่ล่ะก็ แพรวเวดดิ้ง มีคำแนะนำดีๆ ในการ เลื่อนงานแต่ง มาให้พิจารณากันว่า ทำไมเราควรเลื่อนวันจัดงาน มากกว่าที่จะยกเลิกงานไปเลย จะมีข้อดีอะไรบ้าง ไปดูกันเลยค่ะ

เลื่อนดีกว่าเลิก 7 เหตุผลที่ควร เลื่อนงานแต่ง ดีกว่ายกเลิกในสถานการณ์โควิด-19

1. ไม่เสียเงินไปเปล่าๆ

การที่เราตัดสินใจเลื่อนวันจัดงานแทนที่จะยกเลิกช่วยหลีกเลี่ยงไม่ให้เราต้องเสียเงินค่ามัดจำที่จ่ายไปแล้วในการดำเนินงาน เช่น ค่ามัดจำค่าเช่าสถานที่ ค่ามัดจำอาหาร หรือค่าเช่าอุปกรณ์ที่เกี่ยวกับงานแต่งอื่นๆ ถ้าเราสามารถตกลงวันจัดงานใหม่กับบรรดาร้านที่จ้างมาในงานโดยการนำเอาเงินมัดจำที่เรามีอยู่ย้ายไปเป็นวันที่เรากำหนดงานใหม่ได้ ก็จะช่วยเซฟทุนไปได้มากกว่าการแคนเซิลงานไปเลยเป็นไหนๆ

2. เลือกวันจัดงานได้ตามที่ต้องการ

ถ้าเราจองวันจัดงานที่ต้องการเลื่อนไปทันทีที่ทำได้ จะทำให้เราสามารถเลือกวันจัดงานดีๆ ที่เราต้องการได้มากขึ้น เพราะในช่วงที่สถานที่และอีเวนต์ต่างๆ มีการเลื่อนวันจัดงานหรือยกเลิกงานก็จะมีวันจัดงานว่างเพิ่มขึ้นนั่นเอง

เลื่อนงานแต่งงาน

 

3. สามารถเก็บสถานที่จัดงานเดิมไว้ได้

ถ้ายกเลิกงานแต่งงานไปแล้วคิดจะจัดงานอีกครั้งหน้า อาจจะไม่ได้สถานที่จัดงานเดิมแล้วก็ได้ ดังนั้นการที่เราเก็บเงินมัดจำค่าเช่าสถานที่ไว้และขอเลื่อนวันจัดงานแทนที่จะยกเลิกงานแต่งแล้วไปหาเอาวันข้างหน้า จะเป็นหลักประกันได้ว่าเราจะยังได้สถานที่จัดงานแต่งที่เคยตกลงไว้ได้ในงานครั้งหน้า

4. เก็บของขวัญวันแต่งงานล่วงหน้าได้ไม่เสียมารยาท

ส่วนมากแล้วบ่าวสาวจะได้รับของขวัญแสดงความยินดีในงานแต่งล่วงหน้าก่อนวันจัดงาน เมื่อไม่สามารถจัดงานได้ตามกำหนดเดิมได้ ตามมารยาทแล้วก็ต้องคืนของขวัญที่ได้รับมา แต่ถ้าเราเลื่อนวันจัดงานแทนที่จะยกเลิกงาน เราก็ยังจะสามารถเก็บของขวัญแสดงความยินดีจากแขกในงานแต่งไว้ได้ เพราะงานแต่งที่กำหนดวันเลื่อนไปแล้วก็ได้จัดอย่างแน่นอน

เลื่อนงานแต่งงาน

5. ไม่เสียใจทีหลังแน่นอน

กว่าจะวางแผนจัดงานแต่งงานหนึ่งได้ขนาดนี้ ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ทั้งงบจัดงาน วางแผนจัดสถานที่ เลือกชุด เชิญแขก ถ้ายกเลิกไปตอนนี้ พอถึงเวลาที่สถานการณ์กลับมาเป็นปกติแล้ว เราอาจจะกลับมานึกเสียดายทีหลังได้ การเลื่อนวันจัดงานแต่งงานจะทำให้เราไม่ต้องเสียแรงในการแพลนงานไปเปล่าๆ โดยไม่ได้ประโยชน์ ยังไงงานที่เราทุ่มเทคิดและวางแผนมาก็จะเกิดขึ้นอยู่ดี แค่อาจจะช้านิดหน่อยเท่านั้นเอง

6. ได้ช่วยเหลือคนอื่นๆ ที่เดือดร้อนด้วย

ดูจากสถานการณ์ในปัจจุบันนี้ งานอีเวนท์หรือแพลนต่างๆก็คงจะมีคนแคนเซิลไปไม่น้อยทำให้บรรดาเจ้าของกิจการขนาดเล็กที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับงานพวกนี้ต่างก็เดือดร้อนและเสียรายได้ไปตามๆ กัน การเลื่อนวันจัดงานแทนการยกเลิกไปเลยนั้น จะช่วยให้เจ้าของกิจการเล็กๆ เหล่านี้ยังมีงานและรายได้ในอนาคตไว้ ไม่ต้องเสียไปเปล่าๆ ถือเป็นการช่วยเหลือกันและกันเล็กๆ น้อยๆ ในช่วงเวลาที่ยากลำบาก

เลื่อนงานแต่งงาน

7. มีอะไรให้คาดหวังและตั้งตารอ

หลังจากเหตุการณ์ผ่านไปและสถานการณ์รอบข้างดีขึ้น การเลื่อนวันจัดงานไปในเวลาที่เหมาะสมจะทำให้ทุกคนตั้งตารอคอยที่จะได้มาเจอกัน และคาดหวังในวันงานที่จะมาถึงในอนาคต ช่วยเพิ่มบรรยากาศแห่งความสุขและการร่วมฉลองแสดงความยินดีกับบ่าวสาวได้เป็นอย่างดีอีกด้วย


ข้อมูล : shefind.com, freepik.com

เรียบเรียง : KimZ

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

เลื่อนจัดงานแต่ง ต้องบอกใครก่อนกันนะ!? เรามีคำตอบมาให้แล้ว

แจก Wedding Checklist วางแผนแต่งงาน ฉบับบ่าวสาวมือโปร

รวมลิสต์ปี 2021 สถานที่จัดงานแต่ง + แพ็คเกจแต่งงาน ที่บ่าวสาวไม่ควรพลาด!

 

แพ็กเกจงานแต่ง

รวมลิสต์ปี 2021 สถานที่จัดงานแต่ง + แพ็คเกจแต่งงาน ที่บ่าวสาวไม่ควรพลาด!

เปิดลิสต์ สถานที่จัดงานแต่ง และ แพ็คเกจแต่งงาน สุดคุ้ม! ประจำปี 2021 ในโซนกรุงเทพฯและปริมณฑล โดย แพรวเวดดิ้ง รวบรวมมาให้ว่าที่บ่าวสาวเลือกสรร ตั้งแต่โรงแรมสุดหรูใจกลางเมือง ไปจนถึงสถานที่จัดงานแต่งสุดโรแมนติก

รวมลิสต์ปี 2021 สถานที่จัดงานแต่ง + แพ็คเกจแต่งงาน ที่บ่าวสาวไม่ควรพลาด!

1. Varavela 

แพ็กเกจงานแต่ง

The Minimal Package (Set A) 150,000 บาท : งานแต่งไซส์เล็ก ที่เต็มไปด้วยความอบอุ่น กับไอเท็มการตกแต่งที่คุณสามารถใช้ร่วมกันได้ ทั้งงานพิธีการเช้าและงานเลี้ยง

The Signature Package (Set B) 270,000 บาท : งานแต่งราคากลางๆ ที่มาพร้อมกับทีมรันคิวมืออาชีพ จำนวน 3 ท่าน เพื่อให้งานแต่งราบรื่นและสมบูรณ์แบบ

The Selective Package (Set C) 350,000 บาท : ครบทุกสิ่งที่งานแต่งต้องมี ไม่ว่าจะเป็นการตกแต่งทั่วทั้งบริเวณตามธีมที่ต้องการ โดย In-house Decorator ที่ไม่เพียงช่วยออกแบบให้ได้ดั่งใจ แต่ยังช่วยดูแลการจัดวางทุกองค์ประกอบให้ตรงใจ พร้อมกับทีม Service แบบครบทีม ทั้ง In-house Wedding Planner พร้อมทีมรันคิว 5 ท่าน และพิธีกร

แพ็กเกจงานแต่ง

(ในทุกแพ็คเกจจะรวมค่าใช้จ่ายของค่าสถานที่, ค่าตกแต่ง และการบริการ แต่ยังไม่รวมค่าอาหาร )

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม
Tel. 02-946-6626 , 097-271-3888
Email : [email protected]
www.varavela.com

 

2. Magic love house

แพ็กเกจงานแต่ง
เมจิกเลิฟเฮ้าส์ สถานที่จัดงานแต่ง ซึ่งมีทั้งแบบบ้านเรือนไทย และแบบห้องจัดเลี้ยงสไตล์เก๋ ทั้งหมด 7 สาขา ได้แก่ Le Pasiri, Country cottage, Casa de proud, VANESSA, White house, เรือนอักษะ และ Green house  พร้อมด้วยบริการแพ็คเกจแต่งงานหลากหลายแบบ ครอบคลุมครบทุกความต้องการโดยที่งบประมาณไม่บานปลาย รับรองว่าได้งานแต่งสวยถูกใจ และพิธีการครบถ้วนตามประเพณี โดยไม่ต้องยุ่งยากในการจัดเตรียมงานเอง เพราะเขามีทีมงานมืออาชีพที่ดูแลงานทุกขั้นตอน แถมยินดีให้คำปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ

แพ็กเกจงานแต่ง

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม
Tel. 065 923 8650
Email : [email protected]
www.magiclovehouse.com

 

3. เรือนประกายเพชร

แพ็กเกจงานแต่ง
แพ็คเกจฉลองเย็น เวลางาน 17.00-22.00 น.
โปรโมชั่นเดือนเมษายน 2564 ราคาพิเศษ 199,000-299,000 บาทเท่านั้น (ราคารวมสถานที่+ตกแต่ง, พิธีการ, งานฉลอง, อาหารจัดเลี้ยง)

แพ็คเกจเช้า-เย็น เวลางาน 6.00-22.00 น.
โปรโมชั่นเดือนเมษายน 2564 ราคาพิเศษ 359,000-499,000 บาทเท่านั้น (ราคารวมสถานที่+ตกแต่ง, พิธีการ, งานฉลอง, อาหารว่าง, อาหารมื้อเที่ยง, อาหารมื้อเย็น)

แพ็คเกจครึ่งวัน เวลางานเลือกได้ (ราคาเดียวกัน)
หมั้นเช้าเลี้ยงเที่ยง 6.00-14.00 น. หรือ หมั้นบ่ายเลี้ยงเย็น 15.00-22.00 น. โปรโมชั่นราคาพิเศษ 259,000-359,000 บาทเท่านั้น (ราคารวมสถานที่+ตกแต่ง, พิธีการ, งานฉลอง, อาหารว่าง, อาหารจัดเลี้ยง)

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม
Tel. 02 102 0022
Facebook : เรือนประกายเพชร
Email : [email protected]
www.benjarongwedding.com

 

4. Siam Kempinski hotel Bangkok

แพ็กเกจงานแต่ง

Chadra Ballroom
ความจุแบบนั่ง 300 คน
จัดงานแต่งตอนเช้า เริ่มต้นที่ 1,500 บาท/คน
จัดงานแต่งงานตอนเย็น เริ่มต้นที่ 1,800 บาท/คน
โต๊ะจีน (8-10 ที่นั่ง) เริ่มต้นที่ 20,000 บาท/โต๊ะ
บุฟเฟ่ต์ เริ่มต้นที่ 2,000 บาท/คน
ค็อกเทล เริ่มต้นที่ 1,400 บาท/คน

Sarocha Room
ความจุแบบนั่ง 120 คน
จัดงานแต่งตอนเช้า เริ่มต้นที่ 1,500 บาท/คน
จัดงานแต่งงานตอนเย็น เริ่มต้นที่ 1,800 บาท/คน
โต๊ะจีน (8-10 ที่นั่ง) เริ่มต้นที่ 20,000 บาท/โต๊ะ
ค็อกเทลเริ่มต้นที่ 1,400 บาท/คน

Pathumma Room
ความจุแบบนั่ง 80 คน
ความจุแบบยืน 120 คน
จัดงานแต่งตอนเช้า เริ่มต้นที่ 1,500 บาท/คน
จัดงานแต่งงานตอนเย็น เริ่มต้นที่ 1,800 บาท/คน
โต๊ะจีน (8-10 ที่นั่ง) เริ่มต้นที่ 20,000 บาท/โต๊ะ
บุฟเฟ่ต์ เริ่มต้นที่ 2,000 บาท/คน
ค็อกเทล เริ่มต้นที่ 1,400 บาท/คน

SURAWIN Room
ความจุแบบนั่ง 50 คน
ความจุแบบยืน 75 คน
จัดงานแต่งงานตอนเช้า เริ่มต้นที่ 1,500 บาท/คน
จัดงานแต่งงานตอนเย็น เริ่มต้นที่ 1,800 บาท/คน
โต๊ะจีน (8-10 ที่นั่ง) เริ่มต้นที่ 20,000 บาท/โต๊ะ
บุฟเฟ่ต์ เริ่มต้นที่ 2,000 บาท/คน
คอกเทล เริ่มต้นที่ 1,400 บาท/คน

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม
Tel. 0 2162 9000
Email: [email protected]
www.kempinski.com/en/bangkok

 

5. Grand Hyatt Erawan Bangkok

แพ็กเกจงานแต่ง
แพ็คเกจแต่งงาน ค่าใช้จ่ายเริ่มต้นที่ 400,000 บาท

แพ็คเกจ Chinese Set ราคาเริ่มต้น 17,000++ บาทต่อโต๊ะ/ 10 ท่าน
เมนูให้เลือก – อาหารโต๊ะจีน
แพ็คเกจ Cocktail ราคาเริ่มต้น 1,250++ บาทต่อท่าน
เมนูให้เลือก – ค็อกเทลนานาชาติ
แพ็คเกจ Buffet ราคาเริ่มต้น 1,700++ บาทต่อท่าน
เมนูให้เลือก – บุฟเฟ่ต์นานาชาติ
แพ็คเกจ Western Set ราคาเริ่มต้น 2000++ ต่อท่าน

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม
Tel. 0 2254 6275, 0 2254 6274
Email : [email protected]
www.bangkok.grand.hyatt.com

 

6. S31 Sukhumvit Hotel

แพ็กเกจงานแต่ง
แพ็คเกจแต่งงาน ค่าใช้จ่ายขั้นต่ำ 250,000 บาท
ราคาอาหารค็อกเทล เริ่มต้น 1,300 บาท/ท่าน
ราคาอาหารบุฟเฟ่ต์ เริ่มต้น 1,300 บาท/ท่าน
ราคาอาหารโต๊ะจีน เริ่มต้น 14,000 บาท/โต๊ะ
รองรับแขกได้สูงสุด 1000 คน
รองรับที่จอดรถได้สูงสุด 300 คัน

แพ็กเกจงานแต่ง

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม
Tel. 022601111 ต่อ 0741- 0752
E-mail : [email protected]
www.sweddingsbangkok.com, www.s31hotel.com

 

7. InterContinental Bangkok

แพ็กเกจงานแต่ง
Pinnacle Hall
แพ็คเกจแต่งงาน ค่าใช้จ่ายเริ่มต้นที่ 500,000 บาท
รองรับแขกได้สูงสุด 500 คน
ราคาอาหารค็อกเทล เริ่มต้น 1,600 บาท/ท่าน
ราคาอาหารบุฟเฟ่ต์ เริ่มต้น 1,900 บาท/ท่าน
ราคาอาหารโต๊ะจีน เริ่มต้น 2200 บาท/โต๊ะ

Grand Ballroom  
แพ็คเกจแต่งงาน ค่าใช้จ่ายเริ่มต้นที่ 1,000,000 บาท
รองรับแขกได้สูงสุด 1,200 คน
ราคาอาหารค็อกเทล เริ่มต้น 1,600 บาท/ท่าน
ราคาอาหารบุฟเฟต์ เริ่มต้น 1,900 บาท/ท่าน
ราคาอาหารโต๊ะจีน เริ่มต้น 2,200 บาท/โต๊ะ

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม
Tel. 0 2656 0444 ต่อ 6935
Email: [email protected]
www.bangkok.intercontinental.com

 

8. Somrose Convention Hall

แพ็กเกจงานแต่ง
แพ็คเกจแต่งงาน ค่าใช้จ่ายเริ่มต้นที่ 218,000 บาท
รองรับแขกได้สูงสุด 300 คน

แพ็กเกจงานแต่ง

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม
Tel. 065-982-4892
Email: [email protected]
www.somrose.co

 

9. AVANI Riverside Bangkok Hotel

แพ็กเกจงานแต่ง
แพ็คเกจแต่งงาน ค่าใช้จ่ายเริ่มต้นที่ 800,000 บาท
รองรับแขกได้สูงสุด 1,000 คน
ราคาอาหารค็อกเทล เริ่มต้น 1,300 บาท/ท่าน
ราคาอาหารบุฟเฟ่ต์ เริ่มต้น 1,650 บาท/ท่าน
ราคาอาหารโต๊ะจีน เริ่มต้น 17,500 บาท/โต๊ะ (10 คน)

GRAND RIVERSIDE BALLROOM รองรับ 1000 คน
LUNAR & MOON รองรับ 500 คน
GALAXY & MOON รองรับ 500 คน

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม
Tel. 0 2431 9100
E-mail : [email protected]
www.avanihotels.com

 

10. Benedict Studio

แพ็กเกจงานแต่ง
แพ็คเกจแต่งงาน ค่าใช้จ่ายเริ่มต้นที่ 269,000 บาท
รองรับแขกได้สูงสุด 300 คน
ราคาอาหารค็อกเทล เริ่มต้น 55,000 บาท
ราคาอาหารบุฟเฟ่ต์ เริ่มต้น 45,000 บาท

Zone Benedict Studio
ประกอบด้วย Benedict Courtyard, Benedict Room (ห้องผนังอิฐเปลือย), Michael Room, ห้อง F และห้อง Studio 1 โซนนี้จะเป็นพื้นที่ outdoor และ indoor สามารถรองรับแขกได้ 300 คน สำหรับอาหารแบบค็อกเทล

Zone Benedict Theatre
ประกอบด้วย Paulo Room, Theatre Room, St. Valentine Room และ Nicolas Roomโซนนี้จะเป็นพื้นที่ indoor ทั้งหมด สามารถรองรับแขกได้ 350 คน สำหรับอาหารแบบค็อกเทล

แพ็กเกจงานแต่ง
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม
Tel. 02-936-6365, 091-838-0919, 091-787-2083
LINE@: @benedictstudio (with@)
Facebook: @Benedictstudio
E-mail: [email protected]
www.benedictstudio.com


เรียบเรียง : KimZ

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

บ่าวสาวต้องรู้! ก่อนตัดสินใจเลือกซื้อ แพ็คเกจแต่งงาน ของโรงแรม

เลื่อนดีกว่าเลิก 7 เหตุผลที่ควร เลื่อนงานแต่ง ดีกว่ายกเลิกในสถานการณ์โควิด-19

แจก Wedding Checklist วางแผนแต่งงาน ฉบับบ่าวสาวมือโปร

กระเป๋า Vanity Case

สวยยั่ว ใช้งานง่าย กระเป๋า Vanity Case ทรงสุดฮ็อต ใบเท่านี้ แต่ราคาแสนโหด

เปิดลิสต์ยั่วใจ กระเป๋า Vanity Case ทรงลูกบาศก์ยอดฮิตมาแรง ที่ไม่จำเป็นต้องใส่เครื่องสำอางเท่านั้น อีกทั้งราคายังแรงแซงหน้าไปหลายรุ่น

ในช่วงสองสามปีที่ผ่านมากระเป๋า Vanity Case หรือ Vanity Bags ได้เติบโตขึ้น จนกลายเป็นรูปทรงกระเป๋าถือที่เป็นที่ต้องการอย่างมาก โดยปรากฏขึ้นในแต่ละฤดูกาลท่ามกลางการเลือกสรรของนักออกแบบชื่อดัง ซึ่ง Vanity Case เป็นเทรนด์ที่ยังคงอยู่เรื่อยๆ เหล่าแฟชั่นเฮ้าท์ต่างออกกระเป๋าทรงลูกบาศก์โดยปรับโฉมใหม่นับไม่ถ้วน ซึ่งมักจะมาพร้อมกับซิปคู่ หูหิ้ว และสายสะพายเสมอ

ต้นกำเนิดของมัน ย้อนกลับไปในช่วงเวลาที่ผู้หญิงชื่นชอบการแต่งตัวและแต่งหน้าเพื่อให้ตัวเองสวยงาม กล่องความงามนี้จะวางอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้งของพวกเธอ ที่สามารถใส่เครื่องสำอาง แปรงแต่งหน้า ทุกอย่างที่เกี่ยวกับความงามได้อย่างง่ายดาย หลังจากนั้นกระเป๋าหน้าโต๊ะเครื่องแป้งก็ถูกเปลี่ยนมาเป็นกระเป๋าที่สามารถใช้ได้ในชีวิตประจำวัน โดยไม่จำเป็นต้องใส่แค่เครื่องสำอางเท่านั้น

หนึ่งในกระเป๋า Vanity Case ที่กำลังได้รับความนิยมก็คือ กระเป๋า SAINT LAURENT รุ่น Vanity Bag มาในโทนเฉดสีดำ ที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายวินเทจในช่วงยุค 80s พร้อมกับตัวซิปสีทองอร่ามรูดปิดแนบชิดบรรจบกัน อันเสริมเสน่ห์ให้กระเป๋าดูสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น รวมถึงตัวสายสะพายที่ออกแบบมาให้ง่ายต่อการใช้สอย และป้ายแท็กประดับตัวอักษรย่อ YSL อันเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งกระเป๋าใบนี้ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันเป็นที่สุด ไม่ว่าจะเป็นลุคสุดแสนจะ Cozy แค่ไหนก็เอาอยู่ หรือจะในลุคที่มีคลาสหน่อยๆ ก็ยกระดับสไตล์ของคุณให้โดดเด่นไม่แพ้กัน

สวยยั่ว ใช้งานง่าย กระเป๋า Vanity Case ทรงสุดฮ็อต ใบเท่านี้ แต่ราคาแสนโหด

กระเป๋า Vanity Case โบว์ เมลดา

กระเป๋า Vanity Case
กระเป๋า Saint Laurent Quilted Vanity Bag ราคาประมาณ 53,500 บาท

นอกจากนี้ยังมี Vanity Case จากอีกหลายแบรนด์ดัง ที่คุณเห็นแล้วอาจใจอ่อน จนยอมเปย์เงินให้

กระเป๋า Vanity Case LV

Louis Vuitton Game On Vanity PM ราคาประมาณ 90,000 บาท

กระเป๋า Vanity Case Dior

Dior Small Vanity Case ราคาประมาณ 95,000 บาท

กระเป๋า Vanity Case Chanel

Chanel Lambskin Medium CC Vanity Case ราคาประมาณ 148,500 บาท

กระเป๋า Vanity Case

Valentino Garavani Mini VSLING Vanity Case ราคาประมาณ 41,000 บาท

กระเป๋า Vanity Case Gucci

Gucci GG Marmont Vanity Case ราคาประมาณ 44,500 บาท

กระเป๋า Vanity Case Chanel

Chanel Vanity Case Lambskin , Crystal , Calfskin & Gold-Tone MetalPurple ราคาประมาณ 186,500 บาท

กระเป๋า Vanity Case

Chloé C Mini Vanity Bag ราคาประมาณ 39,500 บาท


ภาพ :  IG@bow_maylada  , @thanaerngnin , ลิขสิทธิ์แบรนด์

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ใบแค่นี้ราคาเท่าไหร่? กระเป๋าใส่เหรียญ Chanel ที่ลูกสาว ‘เนย โชติกา’ สะพาย

แฟนสายเปย์! โต้ง ทูพี ซื้อของขวัญ กระเป๋า Chanel Gabrielle ให้ ปราง กัญญ์ณรัณ

ไม่ใช่มือสอง! กระเป๋า Balenciaga Neo Classic Used รุ่นใหม่ ฮาร์ดแวร์สนิม หนังซีด

 

Morgan x Wawwa

ครั้งแรกของ “วาววา” กับการถ่ายแบบชุดชั้นใน “มอร์แกน” ภายใต้ชื่อ #MorganxWawwa กับ 3 คอลเลคชันสุดพิเศษ สะท้อนคาแรคเตอร์ ผู้หญิงสไตล์มอร์แกน สวย มีเสน่ห์ เซ็กซี่จากภายใน

เรียกว่าปังไม่หยุดสำหรับสาว “วาววา-ณิชชา โชคประจักษ์ชัด” ที่มีผลงานต่างๆออกมาให้เราได้เห็นอย่างต่อเนื่อง ส่วนด้านความรักก็กำลังอยู่ในจุดที่ลงตัว  และล่าสุดกับการเป็นแบบให้กับชุดชั้นในแบรนด์ “มอร์แกน”  ในการพรีเซนต์ 3 คอลเลคชันสุดพิเศษ #MorganxWawwa สะท้อนคาแรคเตอร์ผู้หญิงสไตล์มอร์แกน สวย มีเสน่ห์ เซ็กซี่จากภายใน

มอร์แกนได้นำชุดชั้นใน 3 คอลเลคชัน ได้แก่ Figure Perfect,  Sexy Wireless และ Je Suis Sexy ซึ่งขายดี และเป็นที่นิยมจากลูกค้ามาทำตลาดในช่วงซัมเมอร์นี้ โดยได้ดาราสาวมากความสามารถ “วาววา-ณิชชา โชคประจักษ์ชัด” มาเป็นผู้ถ่ายทอดแบบชุดชั้นใน มอร์แกน ภายใต้ชื่อ #MorganxWawwa  ซึ่ง “วาววา” เป็นผู้หญิงที่มีบุคลิกโดดเด่น สามารถสะท้อนคาแรคเตอร์ผู้หญิงสไตล์มอร์แกน นั่นคือ ผู้หญิงที่มีความ Lively และ truly sexy คือ มีความสวยเซ็กซี่จากภายใน มีเสน่ห์ เป็นคนรักอิสระ รักตัวเอง มีไลฟสไตล์ที่หลากหลาย ที่เข้ากับความพิเศษของชุดชั้นใน 3 คอลเลคชันนี้ คือ

Figure Perfect  (ฟิกเกอร์ เพอร์เฟกต์) “บราเก็บเรียบทุกมุม สวยครบทุกองศา” เป็นบราตัวช่วยในเรื่องของการเก็บทรง เก็บสรีระส่วนเกินด้านข้าง ให้กระชับ  เพื่อให้ได้รูปร่างสวยสมบูรณ์แบบ เป็นบราที่เกาะอกได้จริง ช่วยเสริมความมั่นใจให้กับทุกการสวมใส่ใส่สวยได้ทุกวัน

Sexy Wireless (เซ็กซี่ ไวร์เลส) “บราที่สวมใส่สบายรอบทิศทาง ลืมไปเลยว่าเคยกดเจ็บรอบลำตัว” เป็นบราไร้โครง ในซีซั่นนี้จะเน้นดีไซน์ ในรูปแบบ sport look ที่กำลังเป็นเทรนด์ความชอบของผู้หญิงคนรุ่นใหม่

Je Suis Sexy (เจอ ซุย เซ็กซี่) คอลเลคชันที่มีความพิเศษ เป็น Exclusive collection ที่น่าสะสม ใช้วัสดุที่พรีเมียม เช่น ไข่มุก คริสตัล ผ้าซาติน รวมทั้งความปราณีตในการตกแต่งลูกไม้ มีดีไซน์ที่เน้นความพิเศษโดดเด่นอย่างชัดเจน เน้นความสวย เซ็กซี่ หรูหรา แตกต่างจากชุดชั้นในทั่วไป สำหรับใส่ในโอกาสพิเศษ

“นอกจากงานถ่ายละครหรืองานอีเวนท์ต่างๆ  วาววายังมีไลฟ์ไสตล์ที่ชื่นชอบการเล่นกีฬาด้วย ดังนั้นการเลือกชุดชั้นในที่เหมาะสมกับไลฟ์ไสตล์จึงมีความจำเป็นอย่างมาก ชุดชั้นในที่ต้องใส่ในวันทำงาน ชุดชั้นในที่ต้องใส่ออกงานอีเวนท์ หรือแม้แต่ชุดชั้นในที่สวมใส่เล่นกีฬา ก็จะมีความแตกต่างกัน แต่ทุกแบบสิ่งสำคัญคือต้องสวมใส่สบาย ใส่สวย ตอบโจทย์ไลฟ์ไสตล์ที่หลากหลายของเราได้  ซึ่งเป็นครั้งแรกของวาววากับการได้ร่วมงานถ่ายแบบชุดชั้นในให้กับแบรนด์มอร์แกน  จากการได้สวมใส่รู้สึกว่าตอบโจทย์ผู้หญิงยุคใหม่ได้ ใส่แล้วรู้สึกมั่นใจ ทำให้เราสวย มีเสน่ห์ และเซ็กซี่จากภายในได้ โดยไม่ต้องพยายามค่ะ” ดาราสาว วาววา กล่าว

พบกับ #MorganxWawwa ทั้ง 3 คอลเลคชันนี้ได้ที่ https://bit.ly/2PUuS8D และช้อปสินค้าได้ที่ห้างสรรพสินค้าชั้นนำทุกสาขา และร้านมอร์แกน สาขา ดิ เอ็มควอเทียร์ และ เทอร์มินอล21 อโศก หรือสั่งซื้อผ่านช่องทางออนไลน์ได้ที่ https://bit.ly/3dHI0Xh และ https://bit.ly/3mQfrK6 #morgandetoi_th #morganthailand

มารีเมกโกะ

The Treats for Life “มารีเมกโกะ” ชวนเดินตลาดสดในช่วงฤดูร้อนแบบฟินแลนด์

Marimekko (มารีเมกโกะ)  ส่งคอลเล็คชั่นล่าสุด The Treats for Life ประจำฤดู Spring/Summer 2021 ที่จะพาไปสนุกสนานและเพลิดเพลินที่ Finnish Summer Market หรือ ตลาดสดในช่วงฤดูร้อนแบบฟินแลนด์ อันเต็มไปด้วยสีสันของผักและผลไม้ที่สุกงอมในฤดูร้อน

The Treats for Life “มารีเมกโกะ” ชวนเดินตลาดสดในช่วงฤดูร้อนแบบฟินแลนด์

The Treats for Life "มารีเมกโกะ"

ซึ่งได้นำแรงบันดาลใจเหล่านั้นมาเลือกลายพิมพ์จากคลังภาพในปี 1960 และ 1970 อาทิ ลายพิมพ์  Appelsiini (ส้ม), Mansikka (สตรอว์เบอร์รี่), Mansikkavuoret (ภูเขาสตรอว์เบอร์รี่), Melooni (เมล่อน), Tori (ตลาด), Päärynä (ลูกแพร) และ Unikko (ดอกอูนิกโกะ) ออกแบบโดย Maija Isola (ไมยา ไอโซลา)

The Treats for Life "มารีเมกโกะ"

The Treats for Life "มารีเมกโกะ"

รวมไปถึงลาย Linssi (เลนส์) ออกแบบโดย Kaarina Kellomäki (การีนา เกลโลมากิ) เพิ่มเติมความสดชื่นด้วยลายพิมพ์ใหม่ที่ออกแบบมาอย่างสอดคล้องกัน ได้แก่ ลายพิมพ์ Mehu (น้ำผลไม้) และ Torin Kukat (ตลาดดอกไม้) ออกแบบโดย Antti Kalevi (อันต์ติ กาเลวิ)

ถักทอความสดใสของลายพิมพ์จากวัสดุธรรมชาติ

Marimekko_SS21 006

คอนเซ็ปต์ของ Marimekko คือการเลือกใช้วัสดุจากธรรมชาติ ที่มีคุณภาพ คงทนต่อการใช้งาน และส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด เรียกว่า วัสดุที่ยั่งยืน (Sustainable Materials) ในผลิตภัณฑ์สิ่งทอ ผลิตจากเส้นใยธรรมชาติ อาทิ Cotton, Wool และ Silk รวมไปถึง Recycled Polyester คือเส้นใยที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมโดยใช้เส้นใยฝ้ายธรรมชาติผสานเส้นใยที่ได้จากการนำพลาสติกมาหลอมและแปรสภาพ เพื่อลดปริมาณขยะพลาสติกและช่วยประหยัดพลังงานในกระบวนการผลิต 

กระเป๋าใหม่บนพิมพ์ลายใหม่             

           

                             

Sorea bag series นำเสนอการผสมผสานความสวยงามของวัสดุใหม่ ระหว่าง cotton canvas และหนัง vacchetta บนลายพิมพ์ไอคอนิค Taifuuni (ไต้ฝุ่น) และ Unikko (ดอกอูนิกโกะ) พร้อมโทนสีของคอลเลคชั่นใหม่ผสานความคลาสสิคอย่างลงตัว ในดีไซน์และฟังค์ชันที่ใช้ได้จริง


ฉลอง 70 ปี มารีเมกโกะ นำ Abstract art เรขาคณิต มาสร้างสรรค์ดีไซน์ให้โดดเด่น

ล็อคเป้าหมาย! 7 Timeless Bags ที่คุณไม่มีวันเบื่อ จะกี่ปีก็ไม่มีเอ้าท์

เครื่องประดับและนาฬิกา Cartier

ชวนซูมอิน 7 คอลเล็คชั่นสุดปังของ คาร์เทียร์ ร่วมกิจกรรมพิเศษ @คาร์เทียร์ไอคอนิคป๊อปอัพ

หากคุณคือผู้หญิงที่หลงใหลในความงดงามของเครื่องประดับและนาฬิกา แถมยังเป็นสาวกตัวจริงของแบรนด์ระดับตำนานอย่างคาร์เทียร์ (Cartier) แพรว ขอย้ำหนักๆ เลยว่าห้ามพลาดโอกาสสำคัญนี้อย่างเด็ดขาด! กับการเปิดร้านคาร์เทียร์ไอคอนิคป๊อปอัพ ณ Hall of Fame ศูนย์การค้าสยามพารากอน

ชวนซูมอิน 7 คอลเล็คชั่นสุดปังของ คาร์เทียร์ ร่วมกิจกรรมพิเศษ @คาร์เทียร์ไอคอนิคป๊อปอัพ

เครื่องประดับและนาฬิกา Cartier

เพราะงานนี้คาร์เทียร์จัดขึ้นเป็นพิเศษ เพื่อต่อยอดแคมเปญ The Culture of Design แคมเปญระดับโลกของคาร์เทียร์ ซึ่งอุทิศให้กับดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว และเพื่อเป็นเกียรติแก่ผลงานชิ้นไอคอน ซึ่งสร้างความว้าวให้กับสาวๆ ตลอดกาล

เครื่องประดับและนาฬิกา Cartier

ยิ่งไปกว่านั้นคือเพื่อเอาใจสาวกคาร์เทียร์ เพราะร้านคาร์เทียร์ไอคอนิคป๊อปอัพเปิดโอกาสให้สาวๆ ได้สัมผัสกับ 7 คอลเล็คชั่นอันเป็นไอคอนของคาร์เทียร์ รวมถึงเปิดโอกาสให้สาวๆ เลือกช้อปเครื่องประดับและนาฬิกาสุดหรูแบบเอ็กซ์คลูซีฟ พร้อมร่วมสนุกกับกิจกรรมพิเศษ ร่วมถ่ายรูปในphoto booth ที่ออกแบบมาเพื่องานนี้ได้เลยแบบรัวๆ

เครื่องประดับและนาฬิกา Cartier

โดยร้านคาร์เทียร์ไอคอนิคป๊อปอัพเปิดให้สาวๆ ไปเช็คอินกันได้ ตั้งแต่วันนี้ – 13 พฤษภาคม 2564 ณ Hall of Fame ศูนย์การค้าสยามพารากอน งานนี้หมดกังวลและสบายใจหายห่วงได้เลย เพราะร้านคาร์เทียร์ไอคอนิคป๊อปอัพมีมาตรการควบคุมความสะอาดและความปลอดภัยสูงสุด โดยจำกัดจำนวนคนภายในร้าน พร้อมทำความสะอาดทุกๆ จุดสัมผัสตลอดวัน และมีเจลแอลกอฮอล์ให้บริการลูกค้าทุกท่าน พนักงานในร้านคาร์เทียร์ทุกคนใส่หน้ากากอนามัยอย่างเคร่งครัด และได้รับการตรวจสอบแล้วว่าไม่ได้เดินทางไปในพื้นที่เสี่ยง สำหรับผู้ที่สนใจกิจกรรมถ่ายรูปโฟโต้บูธ (ไม่มีค่าใช้จ่าย) สามารถจองคิวล่วงหน้า เพียงแอดไลน์ @CartierTH เพื่อลดเวลาการรอ ทั้งยังสะดวกและรวดเร็วอีกด้วย

เครื่องประดับและนาฬิกา Cartier

แต่ก่อนที่สาวๆ จะพุ่งตัวไป แพรว ขอเสิร์ฟออเดิร์ฟยั่วๆ ด้วยการพาไปยลโฉม 7 คอลเล็คชั่นสุดคลาสสิกของคาร์เทียร์กันค่ะ

เครื่องประดับและนาฬิกา Cartier

 

บัลลง เบลอ เดอ คาร์เทียร์ (Ballon Bleu de Cartier)

นาฬิกาคอลเล็คชั่นบัลลง เบลอ เดอ คาร์เทียร์ สร้างสรรค์ขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 2007 โดยคาร์เทียร์นำความกลมมนมาตีความใหม่ด้วยการเพิ่มมิติ ทำให้เกิดความซับซ้อนของทรงกลมบนตัวเรือน ซึ่งสร้างสมดุลระหว่างเส้นสายได้อย่างสมบูรณ์แบบ อีกทั้งยังโดดเด่นด้วยซิกเนเจอร์ อย่างการซ่อนเม็ดมะยมแซฟไฟร์สีน้ำเงินเอาไว้กับตัวเรือนอย่างแนบเนียนที่ตำแหน่ง 3 นาฬิกา
Cartier - Ballon Bleu de Cartier

จุตส์ เอิง คลู (Juste un Clou)

เครื่องประดับคอลเล็คชั่นจุตส์ เอิง คลู สร้างสรรค์ขึ้นที่เมืองนิวยอร์กในช่วงยุค 70 จากฝีมือของ อัลโด ซิปูโย ดีไซเนอร์ของคาร์เทียร์ ซึ่งนำรูปทรงตะปูที่สามารถพบเห็นได้ทั่วไปมาตีความใหม่ กลายเป็นเครื่องประดับสุดเก๋ที่โดดเด่นด้วยเส้นสายโค้งมน และสัดส่วนที่รับกับข้อมืออย่างลงตัว
Cartier Juste un Clou

 

แทงก์ (Tank)

นาฬิกาคอลเล็คชั่นแทงก์ (Tank) สร้างสรรค์ขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1917 โดย หลุยส์ คาร์เทียร์ นำแรงบันดาลใจจากความคมชัดของเส้นสายต่างๆ และภาพมุมมองด้านบนของรถถังมาดีไซน์เป็นรูปทรงใหม่ มีเอกลักษณ์เป็นโลหะ 2 ชิ้น ที่ประกบตัวเรือนทรงเหลี่ยม โดยเปรียบตัวเรือนเป็นหอบังคับการ ส่วนคานทรงเหลี่ยม 2 ชิ้น ที่ประกบตัวเรือนเป็นล้อรถ หัวใจสำคัญคือการประกอบตัวเรือนกับสายนาฬิกาอย่างกลมกลืนที่สุด จนดูเหมือนเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน
Cartier - Tank

 

ทรินิตี้ (Tritiny)

แหวนทรินิตี้ เป็นผลงานการออกแบบของ หลุยส์ คาร์เทียร์ เมื่อปี ค.ศ. 1924 โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ด้วยดีไซน์ของวงแหวนสีทองไวท์โกลด์ เยลโลโกลด์ และพิงค์โกลด์ 3 วง ที่มีเส้นสายเรียบง่าย สมบูรณ์แบบสุดๆ ด้วยสัดส่วน ซึ่งกระหวัดพันเข้าด้วยกันอย่างลงตัว
Cartier - Trinity

 

ปองแตร์ เดอ คาร์เทียร์ (Panthère de Cartier)

นาฬิกาคอลเล็คชั่นปองแตร์ เดอ คาร์เทียร์ สร้างสรรค์ขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1983 ด้วยคอนเซ็ปต์การเป็นมากกว่างานศิลปะ อีกทั้งยังเป็นทั้งนาฬิกาและเครื่องประดับในเวลาเดียวกัน งดงามด้วยตัวเรือนทรงเหลี่ยมมุมมน ความกลมกลืนแบบไร้รอยต่อระหว่างตัวเรือนและสายนาฬิกา รวมถึงหมุดตอกที่ปรากฏบนกรอบตัวเรือน โดยนาฬิกาคอลเล็คชั่นนี้มีชื่อเดียวกันกับกำไลข้อมือ ซึ่งสะท้อนความเคลื่อนไหวของเสือแพนเตอร์ สัตว์สัญลักษณ์ของคาร์เทียร์ โดยในปี ค.ศ. 2017 นาฬิกาคอลเล็คชั่นปองแตร์ เดอ คาร์เทียร์ ถูกนำมาออกแบบตีความใหม่อีกครั้ง เพื่อสะท้อนถึงผู้หญิงที่มีความสุข ความเด็ดเดี่ยว และความอิสระ
Cartier - Panthere de Cartier

 

เลิฟ (Love)

เครื่องประดับคอลเล็คชั่นเลิฟ ถือเป็นคอลเล็คชั่นที่สะท้อนวิสัยทัศน์ด้านการดีไซน์ของคาร์เทียร์ สมบูรณ์แบบด้วยเส้นสายที่เฉียบคม เครื่องประดับสุดฮ็อตอย่างกำไลข้อมือทรงรี สร้างสรรค์ขึ้นโดย อัลโด ซิปูโย ที่เมืองนิวยอร์ก เมื่อปี ค.ศ.1969 เป็นการนำทองทรงโค้ง 2 ชิ้นมาประกอบเข้าด้วยกัน โดยใช้สกรูและไขควงที่ให้มาโดยเฉพาะ

Cartier Love

 

ซานโตส เดอ คาร์เทียร์ (Santos de Cartier)

นาฬิกาคอลเล็คชั่นซานโตส เดอ คาร์เทียร์ สร้างสรรค์ขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1904 จากแนวคิดเรื่องรูปทรง สะท้อนถึงรสนิยมเรียบง่าย แต่เนี้ยบเป๊ะในทุกรายละเอียด โดยนับเป็นครั้งแรกที่คาร์เทียร์ออกแบบนาฬิกาข้อมือหน้าปัดสี่เหลี่ยม ขณะที่ในยุคนั้นนาฬิกาข้อมือหรือนาฬิกาพกมักเป็นทรงกลม และโดดเด่นด้วยการเผยให้เห็นสกรูอย่างเด่นชัด ซึ่งกลายเป็นสัญลักษณ์แห่งความสวยงามของคอลเล็คชั่นนี้
Cartier - Santos de Cartier

เรียกว่าโดดเด่น ละสายตาไม่ได้ทุกคอลเล็คชั่น สมกับเป็นแบรนด์ระดับตำนานอย่างคาร์เทียร์จริงๆ ดังนั้นสาวๆ จึงห้ามพลาด! ตามไปสัมผัสกับทั้ง 7 คอลเล็คชั่นนี้ด้วยตัวเองกันได้เลยที่ร้านคาร์เทียร์ไอคอนิคป๊อปอัพ ณ Hall of Fame ศูนย์การค้าสยามพารากอน ตั้งแต่วันนี้ – 13 พฤษภาคม 2564 ขอกระซิบว่า คาร์เทียร์มีมาตรการควบคุมความสะอาดและความปลอดภัยอย่างสูงสุด จำกัดจำนวนคนภายในร้าน พร้อมทำความสะอาดทุกจุดสัมผัสตลอดวัน และมีเจลแอลกอฮอล์ให้บริการลูกค้าทุกท่าน พนักงานในร้านคาร์เทียร์ทุกคนใส่หน้ากากอนามัยอย่างเคร่งครัดและได้รับการตรวจสอบแล้วว่าไม่ได้เดินทางไปในพื้นที่เสี่ยง

เครื่องประดับและนาฬิกา Cartier

และที่สำคัญคืออย่าพลาด! ร่วมกิจกรรมพิเศษ เพียงแอดไลน์ @CartierTH เพื่อร่วมถ่ายรูปใน Photo Booth ที่ออกแบบมาเพื่องานนี้โดยเฉพาะ โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ แพรวแนะนำว่า ให้สาวๆ จองคิวถ่ายรูปล่วงหน้า โดยการเพิ่มเพื่อนในไลน์กับ @CartierTH เพื่อนัดหมายกับเจ้าหน้าที่ก่อนได้เลย แต่ต้องจองคิวล่วงหน้าอย่างน้อย 3 ชั่วโมงก่อนเข้ารับบริการนะคะ  นอกจากจะได้ลดเวลาการรอแล้ว ยังสะดวกและรวดเร็วอีกด้วย

ส่วนสาวๆ ที่แอดไลน์ @CartierTH เรียบร้อยแล้ว ก็เตรียมรอรับความพิเศษก่อนใครได้เลย ไม่ว่าจะเป็นข่าวสารต่างๆ จากคาร์เทียร์ หรือภาพแฟชั่นเซ็ตที่หาชมได้ที่ LINE Official Account เท่านั้น โดยเฉพาะความพิเศษที่ต้องจับตามองให้ดีๆ ในวันที่ 27 เมษายน 2564 คาร์เทียร์จะมอบความน่ารักสุดเอ็กซ์คลูซีฟให้กับเพื่อนไลน์เท่านั้น ดังนั้นอย่ารอช้าค่ะ รีบแอดไลน์ @CartierTH หรือแสกน QR Code นี้แล้วมาเป็นสาวกคาร์เทียร์ด้วยกันนะคะ

เคียวโกะ ฟูคาดะ

เปิดผลงานล่าสุดของนางเอก เคียวโกะ ฟุคาดะ ยังไว้ลายสาวน้อยน่ารักตลอดกาล 

ถึงอายุจะเพิ่มขึ้นแต่ความน่ารักสดใสไม่เปลี่ยนไปเลยสำหรับ เคียวโกะ ฟุคาดะ  นางเอกชื่อดังของประเทศญี่ปุ่น ที่แม้ปัจจุบันจะมีวัย 38 ปีแล้ว แต่ยังไว้ลายสาวน้อยน่ารักตลอดกาล

ตอนนี้แม้จะมีนางเอกญี่ปุ่นเกิดใหม่เพียบ แต่เชื่อว่าถ้าหากพูดถึงชื่อของคนนี้ยังไง ก็ยังเป็นที่รักของแฟนคลับชาวไทยอยู่เสมอสำหรับอดีตนางเอกยอดนิยมแห่งยุค 90  เคียวโกะ ฟุคาดะ (Kyoko Fukada) ที่มีผลงานที่ยังคนตราตรึงในหัวใจใครหลายคนไม่ว่าจะเป็น Precious Time…อยู่เพื่อรัก,Friends ข้ามฟ้ามาเชื่อมรัก,Strawberry on the Shortcake รหัสรักรสสตรอว์เบอร์รี่  ฯลฯ

ถึงแม้กระแสซีรีส์ญี่ปุ่นในไทยจะแผ่วลงไปมาก แต่เชื่อหรือไม่ว่านางเอกสาวคนนี้ยังคงได้รับความนิยมจากแฟนๆ อยู่เสมอ เพราะเธอยังอยู่ในลำดับ Top 10 สำหรับการจัดอันดับผู้ทรงอิทธิพล รวมถึงสมุดภาพและปฏิทินประจำปี ยังคว้ารางวัลทางด้านยอดขายในลำดับ 2-3 นี่ยังไม่นับรวมที่ว่าเธอได้ประกาศข่าวจะแต่งงานกับเจ้าพ่อแห่งวงการธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ สุกิโมโตะ ฮิโรยูกิ แต่ความนิยมของเธอไม่ลดลงเลย เรียกว่าถึงเป็นดาราเก่า แต่ก็ยังเก๋าจริงๆ

เปิดผลงานล่าสุดของนางเอก เคียวโกะ ฟุคาดะ ยังไว้ลายสาวน้อยน่ารักตลอดกาล

ล่าสุดเคียวโกะได้ปรากฏตัวพร้อมกับความน่ารักเหนือกาลเวลา.oงานเปิดตัวในฐานะนักพากย์ในบทบาท “คลาวด์เบบี้ ฟุวารี” ตัวละครเอกอีกตัวหนึ่งในการ์ตูนอนิเมชั่นเรื่อง “Soreike! Anpanman Fluffy Fluffy and Cloud Country” ซึ่งมีกำหนดฉายในวันที่ 25 มิถุนายน 2564

เคียวโกะ ฟุคาดะ นางเอกญี่ปุ่น เคียวโกะ ฟุคาดะ


สามารถติดตามอ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติมได้ที่นี่

นางเอกขวัญใจตลอดกาล! เปิดลุค ‘เคียวโกะ ฟูคาดะ’ ทั้งหวานทั้งแซ่บในวัย 37 ปี

การกลับมาของหนุ่มลึกลับ ทาเคชิ คาเนชิโระ หล่อตลอดกาล ที่กาลเวลาฆ่าไม่ตาย

พ่อพระของคนยาก กู่เทียนเล่อ ไม่หยุดปิดทองหลังพระ สร้างโรงเรียนเพิ่มอีกเพียบ

เล็ก กรกนก ยงสกุล

ซูมชีวิต “เล็ก กรกนก ยงสกุล” เจ้าแม่แห่งวงการเทรนเนอร์พัฒนาศักยภาพ

“เล็ก กรกนก ยงสกุล” เธอคือผู้ก่อตั้ง RBL Training Academy สถาบันพัฒนายกระดับขีดความสามารถบุคลากรครบรอบด้าน และทักษะที่จำเป็นสำหรับโลกยุคปัจจุบัน รวมถึงการเป็นที่ปรึกษาทางธุรกิจให้กับบริษัทชั้นนำของไทย โดยมีแนวความคิดใหม่ๆ รวมทั้งกลยุทธ์ที่น่าสนใจนำเสนอลูกค้าตลอดเวลา ต้องอาศัยความใส่ใจทุกรายละเอียด มีวินัย ทุ่มเทและมุ่งมั่นเกินร้อย กว่าที่เธอจะก้าวมายืนอยู่บนเวทีนี้อย่างภาคภูมิ

ซูมชีวิต “เล็ก กรกนก ยงสกุล” เจ้าแม่แห่งวงการเทรนเนอร์พัฒนาศักยภาพ

ย้อนไปถึงวันที่เริ่มต้นทำธุรกิจนี้ คุณเล็กสตาร์ตจากอะไรคะ

“เมื่อ 7 ปีที่แล้ว เล็กตั้งคำถามกับตัวเองว่า ‘เราตื่นขึ้นมาทุกวันนี้เพื่ออะไร เราทำอะไรอยู่ ได้อะไร และสิ่งที่เราทำมีประโยชน์กับคนอื่นหรือเปล่า’ เป็นการสำรวจตนเอง ทั้งที่ไม่ได้เดือดร้อนอะไรเพราะมีครอบครัวที่ดี มีงานที่ดี มีคนให้การสนับสนุน แต่อยากหาความหมายของชีวิต เหมือนเป็นการค้นหาตัวตนอีกมิติว่าเราเก่งหรือถนัดอะไร แล้วสิ่งนั้นทำประโยชน์อะไรให้ใครบ้าง เพราะเราเรียนและมีประสบการณ์ทำงานมาหลายด้าน อะไรคือสิ่งที่ชัดเจนที่สุดสำหรับเรา จึงเป็นจุดเริ่มต้นให้เล็กออกเดินทางหาคำตอบให้ตัวเองและพบว่าเล็กชอบเรียนรู้ กับมีทักษะในการปรับตัว การเข้าใจผู้อื่น สื่อสารได้มั่นใจ ยินดีและพร้อมรับฟังผู้อื่น สนใจเรียนรู้พฤติกรรมที่แตกต่างของแต่ละคน รวมถึงสนใจการพัฒนาศักยภาพตนเอง

“จนวันหนึ่งได้รู้จักผู้ที่ทำงานด้านเทรนนิ่ง ซึ่งเราไม่เคยรู้มาก่อนว่ามีอาชีพแบบนี้ด้วยจึงเริ่มอ่านหนังสือ ศึกษาค้นคว้า พูดคุยซักถามผู้รู้ พอปรึกษาเพื่อนสนิทและคนรอบข้างก็ได้รับคำแนะนำให้ลองฝึกฝนการเป็นวิทยากรกับสถาบันพัฒนาศักยภาพบุคลากรชั้นนำจากประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นที่แรกในการจุดประกายให้เล็กสนใจธุรกิจฝึกอบรม ต่อด้วยการเรียนด้านจิตวิทยาบริหารจัดการ (Neuro Linguistic Programming) เพิ่มเติมอีกเกือบ 2 ปี เป็นการเรียนรู้จิตวิทยาในการเข้าใจตัวเองและผู้อื่น ฝึกให้เราได้ขยายกรอบความคิด ทำความเข้าใจภาษาที่เราสื่อสารกับตัวเอง ซึ่งภาษาถือเป็นตัวกำหนดความคิด คำพูดและการกระทำของเรา

“เล็กเริ่มขยายมุมมองแล้วเห็นว่าการเรียนรู้เพื่อยกระดับพัฒนาศักยภาพของตนเองนั้นสร้างความแตกต่างได้มากมาย จึงตัดสินใจทำธุรกิจฝึกอบรมและเป็นที่ปรึกษา โดยไปศึกษาเพิ่มเติมด้านทักษะการเจรจาต่อรองทางธุรกิจที่สิงคโปร์อีกหนึ่งเดือนและนำองค์ความรู้มาต่อยอด เพื่อยกระดับมาตรฐานและขยายการบริการของบริษัท ไม่ว่าจะเป็นด้านการตลาด  การวางระบบการทำงาน การร่วมมือกับพันธมิตร การเป็นที่ปรึกษาและบริหารธุรกิจที่ทำจนถึงทุกวันนี้”

เล็ก กรกนก ยงสกุล

เรียกว่าต้องหาความรู้พอสมควรเลยนะคะ กว่าจะเริ่มต้น

“ค่ะ อย่างที่บอกว่าเล็กให้เวลาตัวเอง 1 ปีในการเพิ่มเติมความรู้ ทั้งไปเรียนและอบรมที่นั่นที่นี่ กระทั่งปี 2558 จึงลงมือจัดเวิร์คชอปเอง ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นของการเป็นผู้ประกอบการ โดยตั้งชื่อว่า ‘Ruenrom by Lek’เพราะตอนนั้นเล็กมีความมุ่งมั่นอยากเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้ตัวเอง เพราะความเชื่อมั่นจะผลักดันไปสู่ความมั่นใจ โดยนำทักษะที่มีไปถ่ายทอดและส่งต่อให้เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น อยากให้ผู้คนมีเป้าหมายในชีวิตจะได้ใช้ชีวิตได้ราบรื่นและมีความสุข และถ้าเจออุปสรรคใดในชีวิต ควรต้องฝึกปรับตัวให้ได้ ซึ่งจะเป็นหัวใจหลักทําให้เราก้าวข้ามผ่านอุปสรรคไปได้

“ตอนแรกคิดว่าคงมีผู้เข้าอบรมสัก 25 คน ปรากฏว่าพอถึงเวลามีผู้สนใจร่วมเวิร์คชอป 55 คน แต่ทีมงานมีแค่ 3 คน ซึ่งคนที่มาร่วมเวิร์คชอปบางส่วนชื่นชมเราอยู่แล้ว บางส่วนเป็นแฟนคลับ ความรู้สึกวันนั้นจึงเป็นความอัศจรรย์ใจเล็กๆ ที่มีคนให้ความสนใจเข้าร่วมมากกว่าที่คาด เป็นเวิร์คชอปราคาหลักพันต้นๆ แต่มีของขวัญให้ผู้อบรมเป็นหมื่น (หัวเราะ) เพราะเล็กคำนึงถึงคุณค่าความรู้ที่เขาจะได้รับกลับไปและเป็นการสร้างความประทับใจอีกด้วย”

จากเวิร์คชอปแล้วต่อยอดไปอย่างไรคะ

“พอเวิร์คชอปแรกประสบความสำเร็จ จึงเริ่มทำเต็มตัวโดยจัดเวิร์คชอปเดือนละครั้ง เปลี่ยนหัวข้อไปเรื่อยๆ นานเกือบปีรวมทั้งเริ่มมีคนเชิญไปเป็นวิทยากรพิเศษ บรรยายให้กับสถาบันการศึกษา มหาวิทยาลัยชั้นนำ รวมถึงจัดเวิร์คชอปให้ลูกค้าคนพิเศษของแบรนด์ต่างๆ โดยยังใช้ชื่อ ‘Ruenrom by Lek’ ได้ไปอบรมบรรยายหลากหลายที่ ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด แรกๆ ก็ตื่นเต้นว่าเขาให้เกียรติและเห็นคุณค่าในความรู้ที่เรามี แต่มักมีเสียงเล็กๆ ในหัวคอยถามว่าเราจะทำได้ไหม ผู้ฟังจะเข้าใจและพึงพอใจหรือไม่ ซึ่งสิ่งที่คิดนั้นที่จริงคือความกลัวของเราเอง กลัวการถูกตัดสิน กลัวคนไม่ชอบ วิธีแก้ความกลัวของเล็กคือใช้จินตนาการมองภาพตัวเองในเชิงบวกและใช้ภาษาที่เป็นบวก เช่น บอกตัวเองว่าเขาตั้งใจจัดเวลามาเพื่อเราแล้วก็ต้องจัดให้เต็มที่ หรือปล่อยพลังออกไปให้เต็มที่เลยให้เขารู้ว่าเราตั้งใจเตรียมตัวและพร้อมมาก ส่งผลให้เกิดความเชื่อมั่นและเป็นการนำความกลัวมาเป็นพลังให้สู้ต่อไปได้

“กระทั่งผู้บริหารบริษัทยูนิเพรสซิเด้นท์ ผลิตน้ำผลไม้พร้อมดื่มตรายูนิฟ มาร่วมเวิร์คชอปและอยากให้เราไปจัด In House Training เกี่ยวกับการให้บริการลูกค้าของพนักงานฝ่ายขายที่บริษัท จึงเป็นจุดเริ่มต้นให้เล็กก้าวมาสู่ธุรกิจฝึกอบรม (Training) เต็มตัว ได้เรียนรู้การบริหารธุรกิจมากขึ้นและเริ่มขยายไปทำเทรนนิ่งให้บริษัทอื่นๆ โดยเริ่มต้นจากการติดต่อขอเข้าไปแนะนำบริษัทของเรา เข้าไปนำเสนองานตามบริษัทที่เพื่อนทำงาน ให้เพื่อนช่วยแนะนำคนที่เราต้องติดต่อด้วย ซึ่งก็มีถูกปฏิเสธบ้าง เพราะเราอาจจะยังมีประสบการณ์ไม่มากพอเมื่อเปรียบเทียบกับบริษัทอื่นๆ หรือยังไม่ตรงความต้องการของเขา แต่เล็กคิดเสมอว่าการถูกปฏิเสธเปรียบเหมือนของขวัญล้ำค่าที่เขามอบให้ เพื่อนำมาปรับปรุงและพัฒนาตัวเราและทีมงานต่อไป ซึ่งเล็กมองว่าทุกฟีดแบ็กเป็นเหมือนการค้นพบจิ๊กซอว์ที่ขาดหายไป แล้วนำมาต่อเติมให้สมบูรณ์และกว้างไกลมากขึ้น”

เป็นธุรกิจเทรนนิ่งเต็มตัวเมื่อไหร่คะ

“ประมาณปี 2559 ค่ะ เล็กรีแบรนด์จาก ‘Ruenrom by Lek’ เป็น ‘บริษัท RBL Training Academy’ โดยมีมิชชั่นว่า ‘เรามีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาบุคลากรยกระดับให้มีศักยภาพทางความคิด ความสามารถครบรอบด้าน เสริมด้วยทักษะการเรียนรู้ต่างๆ เพื่อให้บุคคลนั้นมีประสิทธิภาพทั้งในชีวิตและการทำงานส่งเสริมให้สังคม บริษัท องค์กรและประเทศไทยเจริญก้าวหน้า’

“จากนั้นจึงเริ่มจัดงานฝึกอบรม Corporate Training ให้องค์กรชั้นนำของประเทศและต่างประเทศ โดยเล็กเป็นวิทยากรหลักในทักษะด้าน Soft Skill คือทักษะการบริหารจัดการตนเอง ให้บุคคลสามารถทำงานได้มีประสิทธิภาพ ครอบคลุมถึงทักษะการสื่อสาร การนำเสนอ การขาย การให้บริการที่เป็นเลิศ การบริหารจัดการอารมณ์

“จากที่เล็กเคยเป็นวิทยากร พอเปิดบริษัทจึงต้องเพิ่มบทบาทการเป็นผู้บริหารและผู้นำบริษัท มีการเปิดรับสมัคร  สัมภาษณ์ผู้ช่วยและทีมงานเองทุกคน เริ่มสร้างเครือข่ายการมีพันธมิตร พาร์ตเนอร์ผู้เชี่ยวชาญในแต่ละสาขาวิชาความรู้ต่างๆ เริ่มมีงานเทรนนิ่งและเป็นที่ปรึกษาเข้ามาเพิ่มมากขึ้น ทั้งภาคเอกชน หน่วยงานรัฐ รัฐวิสาหกิจ องค์กรมหาชน  บริษัทรายเล็กรายย่อ และแบรนด์ Luxury Lifestyle

“เล็กมองว่าการที่งานพัฒนาบุคลากรไปได้ดีเพราะผู้บริหาร องค์กรต่างๆ เล็งเห็นความสำคัญของบุคลากรมากขึ้น จนปี 2561 ถือเป็นอีกก้าวที่สำคัญของบริษัทเรา คือเล็กมีโอกาสได้ร่วมงานและได้เรียนรู้ฝึกฝนขัดเกลาการเป็นวิทยากรอย่างมืออาชีพ โดยเข้าอบรมการจัดเทรนนิ่งระดับเวิลด์คลาสกับศูนย์พัฒนาผู้นำและผู้บริหารระดับสูงซึ่งอยู่ในธุรกิจนี้มานานกว่า 20 ปี เป็นสถาบันผู้บุกเบิกการพัฒนาศักยภาพผู้นำและปลูกฝังการเรียนรู้ตลอดชีวิต โดยมีหลักสูตรผู้บริหารมาจากต่างประเทศมากมาย ทำให้เราเข้าใจว่าการเป็นวิทยากรมืออาชีพและการเป็นที่ปรึกษาระดับเวิลด์คลาสเป็นอย่างไร

“ขณะที่ได้ร่วมงานและเรียนรู้ไปควบคู่กัน เล็กได้ฝึกฝนตนเองอย่างก้าวกระโดด สะท้อนดูตัวเองและรับฟีดแบ็กจากหลายฝ่ายว่าอะไรคือจุดแข็งและจุดที่เราควรได้รับการพัฒนา ซึ่งจุดแข็งหรือพรสวรรค์ของเล็กคือการไม่ย่อท้อเมื่อเจออุปสรรค  มีความคิดสร้างสรรค์ พร้อมเรียนรู้ ปรับตัวได้เร็ว ส่วนจุดที่เราสามารถพัฒนาได้ต่อไปคือทีมงานที่มีแพสชั่นและอยากพัฒนาตนเองไปสู่ความสำเร็จ ถือเป็นปีที่เราได้เรียนรู้และพัฒนาตัวเองอย่างก้าวกระโดด เล็กจึงโฟกัสความสำคัญของการสร้างทีม เฟ้นหาบุคคลที่เข้าใจในวิสัยทัศน์และพร้อมก้าวไปข้างหน้ากับเราอย่างมั่นคง ซึ่งในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาดูเหมือนเศรษฐกิจโลกเกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างมาก ธุรกิจของเราเองก็ต้องปรับตัวตามโลกที่หมุนไป เล็กจะเป็นวิทยากรหลักและเป็นที่ปรึกษาให้กับองค์กรคนเดียวไม่ได้แล้ว เพราะเราตั้งใจปลุกปั้นสร้างให้บริษัทอยู่ได้ในสังคมนี้อย่างยั่งยืน จึงมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการดำเนินธุรกิจให้เป็นบริษัทผู้นำในการเป็นศูนย์รวมการพัฒนาคนให้มีประสิทธิภาพ และสร้างสังคมของการเรียนรู้

“ปัจจุบันเราจึงขยายมาสู่ธุรกิจการให้คำปรึกษาแก่ผู้นำบริษัทและองค์กรต่างๆ โดยมีกระบวนการทำงานที่มุ่งเน้นการให้คำแนะนำเฉพาะเจาะจง เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดี ผลักดันให้เกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริงของบุคคลและเป็นฟันเฟืองขับเคลื่อนองค์กรไปสู่ความสำเร็จ”

เล็ก กรกนก ยงสกุล

หัวใจสำคัญของการทำธุรกิจบริษัทที่ปรึกษาคืออะไร

“ต้องศึกษาและมีความเข้าใจอย่างลึกซึ้งถึงประเภทและทิศทางธุรกิจ วิสัยทัศน์ผู้บริหาร วัฒนธรรมองค์กรและบุคลากร  ซึ่งเป็นหัวใจขององค์กร รวมถึงคู่แข่งทางธุรกิจของลูกค้าด้วย เพื่อเราจะได้ออกแบบโครงการหรือให้คำปรึกษาได้อย่างเหมาะสม โดยเล็กให้ความสำคัญกับการทำความเข้าใจลูกค้า ซึ่งเป็นผู้บริหารด้วยการเป็นคนรับบรี๊ฟเองทุกครั้ง ก่อนนำมาปรึกษาหารือกันในทีมอาจารย์หรือโค้ชผู้เชี่ยวชาญที่เป็นพาร์ตเนอร์ เพื่อร่วมกันหาข้อมูลวิจัย ร่วมกันออกแบบโครงการหรือโปรแกรมที่สามารถแก้ไขปัญหา สร้างความเปลี่ยนแปลงให้องค์กร รวมถึงการวัดผลและติดตามผลอย่างต่อเนื่อง

“นอกจากนี้เราต้องใช้เวลาในการศึกษาเก็บข้อมูลเพื่อให้มีความรู้ รู้จริง รู้ลึกในเรื่องที่ให้คำปรึกษาครบรอบด้าน รวมทั้งลงมือทำอย่างจริงจังและต่อเนื่อง เพื่อให้เราเป็นมืออาชีพและสร้างความน่าเชื่อถือ”

การทำงานช่วงสถานการณ์โควิด-19 มีความท้าทายอะไรใหม่ๆ เกิดขึ้นบ้าง

“สำหรับเล็กคือการนำเทคโนโลยีต่างๆ มาปรับใช้ในการทำงานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้มีคุณภาพ ไม่ว่าจะเป็นทักษะความคิดในยุคดิจิทัล การบริหารทีมงาน การวางระบบงานและการจัดเทรนนิ่งออนไลน์ เพื่อให้สามารถเรียนที่ไหนก็ได้ ทุกที่ทุกเวลา ตามคอนเซ็ปต์ว่า ‘Learning Anywhere Anytime’

“ที่ผ่านมาเราไม่ได้เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี แต่เมื่อโลกเปลี่ยนเราก็ต้องเปลี่ยน ต้องฝึกและทดลองใช้จริง ใช้เวลากับการศึกษาค้นคว้าหาข้อมูลว่าจะมีกระบวนการไหน รูปแบบไหน วิธีใดบ้าง เพื่อกระตุ้นและดึงดูดให้ผู้เรียนเข้าใจว่าการเรียนรูปแบบใหม่นี้มีความสนุกสนานเพลิดเพลินไม่ต่างจากการได้พบหน้า ซึ่งความท้าทายคือการออกแบบระบบออนไลน์และเครื่องมือที่ใช้ เพื่อให้พนักงานและผู้บริหารองค์กรซึ่งมีพื้นฐานทักษะการใช้เทคโนโลยีที่ต่างกัน รวมทั้งอายุที่ต่างกันให้มีความเข้าใจและสนใจการเรียนรู้ใหม่ๆ

“สถานการณ์นี้ถือเป็นความท้าทายของเราอย่างมากที่จะต้องปรับ Business Model ของเราให้สามารถใช้ร่วมกับเทคโนโลยีได้อย่างมืออาชีพ จึงต้องศึกษาและเข้าไปนั่งเรียนเอง เพื่อให้รู้ว่าการเรียนออนไลน์ระดับเวิลด์คลาสเขาทำกันอย่างไร เกิดการมีส่วนร่วมอย่างไร แล้วนำมาประยุกต์ใช้กับโปรเจ็กต์ของบริษัทเรา ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบ E Learning, VDO Learning, Virtual Webinar, Live Streaming เล็กและทีมงานได้เรียนรู้การฝึกเขียนสคริปต์วิดีโอ จัดการถ่ายทำและตัดต่อ รวมทั้งออกแบบอุปกรณ์ส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ในการเรียนรู้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องตีโจทย์ให้แตก”

ธุรกิจด้านนี้มีการแข่งขันสูง คุณเล็กมีวิธีสร้างความโดดเด่นและแตกต่างอย่างไร

“จริงอยู่ว่าธุรกิจนี้มีการแข่งขันสูงแต่เล็กมองว่าเราไม่ได้แข่งกับใคร เราแข่งกับตัวเอง เปรียบเทียบตัวเองในวันนี้กับปีที่แล้ว หมั่นถามตัวเองอยู่เสมอว่าเราได้เรียนรู้อะไรเพิ่มบ้าง เราเติบโตอย่างไรแล้วจะก้าวต่อไปอย่างไร จึงไม่ได้มองว่าใครเป็นคู่แข่ง แต่มองว่าเป็นเพื่อนทางสายงานที่เราสามารถสร้างเครือข่ายหรือเป็นพันธมิตรทางธุรกิจ สามารถเรียนรู้ซึ่งกันและกันได้ เราไม่ได้ขายสินค้าแต่เราเปรียบเป็นธุรกิจสีขาวที่มอบองค์ความรู้อย่างตั้งใจจริง เพื่อสร้างคุณค่าให้แก่บุคลากรและพัฒนาสังคมไทยให้ก้าวไกล

“RBL Training Academy จึงมีหลักการว่า ‘Personalize Experience’ คือคำนึงถึงการสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับทุกฝ่ายเพราะทุกคนคือคนสำคัญ เราเชื่อว่า ‘Learning Is Beautiful’ การเรียนรู้เป็นทักษะหลักของทุกคน ยิ่งเรียนรู้มากเท่าไหร่ ยิ่งทำให้เราสามารถพัฒนาตนเองจากภายในสู่ภายนอกได้อย่างงดงาม

“สำหรับโครงการใหม่ของเล็กในปีนี้คือการนำเทคโนโลยีมาออกแบบระบบการเรียนรู้ในรูปแบบ Remote Learning สร้างโครงการที่เรียกว่า ‘การเรียนแบบผสมผสาน’ (Personalized Hybrid Learning) เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีและผู้ที่สนใจ พัฒนาตนเองไปสู่ความสำเร็จ เป็นระบบการเรียนทั้งออนไลน์และออฟไลน์ผสมกัน สามารถเรียนได้ทุกที่ทุกเวลา และที่น่าตื่นเต้นคือโครงการ Virtual Edutainment เป็นการนำ Education มาผสมผสานกับ Entertainment บนระบบออนไลน์ที่จะสร้างความสุขและความเพลิดเพลินไปกับความรู้ที่สอดแทรกไปด้วยกัน

“เพราะโลกปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลง ไม่แน่นอนและผันผวนตลอดเวลา การที่เรามีทัศนคติพร้อมเรียนรู้สิ่งใหม่ ปรับเปลี่ยนตนเอง เรียนรู้จากความผิดพลาด ล้มแล้วลุกขึ้นมาใหม่เพื่อก้าวเดินต่อไป หรือที่เรียกว่า ‘Resilience Mindset’  จะเป็นพลังขับเคลื่อนให้เราไปสู่ความสำเร็จ Winners Never Quit, Quitters Never Win.”

THINKING DESIGN BY LEK KORNKANOK

  • คนเรามีความกลัว 4 อย่าง 1. กลัวไม่เป็นที่รัก 2. กลัวไม่เข้าพวก 3. กลัวไม่ดีพอ 4. กลัวสิ่งที่เราไม่รู้และการถูกตัดสิน ซึ่งทุกคนสามารถเอาชนะความกลัวเหล่านั้นได้ด้วยการฝึกคิดแยกแยะ และใช้ภาษาที่เป็นในทางบวกกับตัวเองทุกวัน
  • อุปสรรคคือสิ่งที่มีเป็นปกติทุกวัน เพื่อให้เราได้คิดและเติบโต เราต้องรู้จักบริหารอุปสรรคด้วยการใช้สติแยกแยะปัญหา กลั่นกรองว่าเป็นปัญหาแท้หรือปัญหาเทียม ไม่วิ่งหนีปัญหาแต่คิดหาวิธีการแก้ เพราะถ้าไม่บริหารจัดการ อุปสรรคต่างๆ เหล่านั้นจะอยู่กับเราตลอดไป
  • การจะฝ่าวิกฤติใดก็ตามควรกลับมาตั้งหลักกับตัวเองให้ได้ ด้วยการประเมินศักยภาพความสามารถที่เรามี สำรวจดูจุดแข็งและดึงจุดแข็งหรือพรสวรรค์ของเรามาใช้ให้เป็นประโยชน์
  • Resilience Mindset หรือความยืดหยุ่น ล้มแล้วลุกขึ้นมาได้ใหม่ เป็นทักษะสำคัญมากของคนยุคนี้ เพราะไม่มีใครรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เราจึงควรวางตัวเสมือนเป็นแก้วเปล่าเสมอและเตรียมตนเองให้พร้อมเรียนรู้เพื่อที่จะก้าวต่อไป

ที่มา : นิตยสารแพรว ฉบับ 968

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ชีวิตจริงที่ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ มาดามแป้ง นวลพรรณ CEO นักสู้หญิงเหล็ก

คัมภีร์นักสู้! ของคนจริง “ตัน ภาสกรนที” ยอมรับปัญหาให้ไว เริ่มแก้ไขให้เร็ว

กว่าจะสำเร็จ…ไม่ง่าย “หมอโจ้” แพทย์ความงามมือดีที่เซเลบฝากหน้าให้ดูแล

วัคซีนโควิด-19 "ฉีดดี" หรือ "ไม่ฉีดดี"

ตอบคำถามคาใจ! วัคซีนโควิด-19 “ฉีดดี” หรือ “ไม่ฉีดดี” ข้อไหนเวิร์คกว่า

…ติดรึยัง ติดรึยัง…

อยู่บ้านมาได้สิบสี่วัน ติดรึยัง ติดรึยัง

ตรวจวัดไข้วันละพันครั้ง ติดรึยัง ติดรึยัง อยากตรวจโรคแต่ไม่มีตังค์…

เพลงของ Noth Getsunova อาจจะแทงใจใครหลายๆ คน โดยเฉพาะในห้วงเวลาที่มันกลับมาอีกแล้ว และนักวิชาการบางคนประเมินว่าการแพร่ระบาดละลอกใหม่นี้จะมีผู้ติดเชื้อเพิ่มมากกว่าปีที่แล้วหลายเท่า โควิด-19 แม้ ณ วันนี้ประเทศไทยเริ่มมีการฉีดวัคซีนโควิด-19 แล้วในหลายๆ พื้นที่ เปิดให้ลงทะเบียนเข้ารับการฉีดวัคซีนสำหรับกลุ่มเสี่ยง แต่ก็ยังคงคำถามคาใจสำหรับใครหลายคนเกี่ยวกับโควิด-19 อาทิ ฉีดวัคซีนดีไหม? ฉีดแล้วยังจำเป็นต้องใส่หน้ากากอนามัยอีกหรือเปล่า? ร่างกายเราสามารถรักษาโควิด-19 ได้เองหรือไม่? ทุกคนควรเข้ารับการฉีดวัคซีนไหม?

รายการ Rama Variety ของ RAMA CHANNEL ขับเคลื่อนสังคมไทยให้สุขภาพดี รายการที่นำเสนอเรื่องน่ารู้หลากหลายมุมมองเกี่ยวกับสุขภาพ พาไปหาคำตอบจาก ศ. พญ.ศศิโสภิณ เกียรติบูรณกุล สาขาวิชาโรคติดเชื้อ ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทย์ศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล โดยท่านได้ไขข้อข้องใจ ดังนี้

Q วัคซีนโควิด-19 สามารถป้องกันการติดเชื้อได้มากเพียงใด?

ต้องบอกว่าบางทีวัคซีนโควิด-19 อาจจะไม่ใช่คำตอบสุดท้าย ก่อนอื่นต้องย้อนกลับไปอธิบายถึงการแพร่กระจายของโควิด-19 ก่อน โควิด-19 เกิดจากไวรัส ซึ่งเชื้อแพร่กระจายได้ง่ายผ่านทางละอองน้ำมูก ละอองน้ำลาย โดยการติดเชื้อเกิดขึ้นได้ 2 ทาง

  • การอยู่ใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อ คือ ห่างกันน้อยกว่า 1 เมตร เมื่อผู้ติดเชื้อไอจามหรือพูด และละอองน้ำมูก ละอองน้ำลายกระเด็นเข้าจมูกเข้าปากของอีกฝ่ายโดยตรง
  • เมื่อผู้ติดเชื้อไอหรือจามแล้วเชื้อโรคจากละอองน้ำมูก ละอองน้ำลาย ไปติดตามพื้นผิวพื้นที่สาธารณะ เช่น บนพื้น ราวบันได หรือกรณีที่มือผู้ติดเชื้อเปื้อนละอองเหล่านั้นและไปจับตามพื้นที่สาธารณะ ฉะนั้น เวลาที่เราไปจับหรือสัมผัสตามพื้นที่สาธารณะแล้วเผลอมาจับหน้า ป้ายตา แคะจมูก หรือจับปาก ซึ่งเป็นทางเข้าของเชื้อโรคอีกทางหนึ่ง จะเกิดการรับเชื้อไปด้วย

ฉะนั้นถามว่า มีวัคซีนโควิด-19 แล้วเราทำชีวิตตามปกติ ไม่ต้องสวมหน้ากาก ไม่ต้องล้างมือบ่อยๆ ไม่ต้องเว้นระยะห่างได้ไหม ต้องบอกว่า “ไม่ได้” เรายังคงต้องป้องกันตนเองอย่างที่เคยทำมา เนื่องจากข้อมูลของวัคซีนตอนนี้ไม่ได้ป้องกันการติดเชื้อ แต่ถ้ามีการติดเชื้อแล้วจะลดความรุนแรงลงรวมถึงลดอัตราการเสียชีวิต

Q ได้รับวัคซีนครบโดสแล้ว ไม่จำเป็นต้องใส่หน้ากากอีกต่อไป?

ต้องบอกว่าวัคซีนทุกชนิดในโลกนี้ไม่มีวัคซีนชนิดไหนที่สามารถป้องกันการติดเชื้อได้ 100 เปอร์เซ็นต์ ไม่ว่าจะเป็นวัคซีนโควิด-19 หรือวัคซีนอื่นๆ ที่มีมาก่อนหน้านี้ วัคซีนที่เรามีอยู่ในขณะนี้บางชนิดประสิทธิภาพเต็มที่อาจจะสัก 60 เปอร์เซ็นต์หรือบางยี่ห้ออาจมากถึง 90 กว่าเปอร์เซ็นต์ แต่ไม่มีวัคซีนไหนที่ให้ประสิทธิภาพเต็มร้อย ปัจจุบันแม้จะฉีดวัคซีนครบโดส คือฉีด 2 เข็มแล้ว อย่างไรเรายังคงต้องป้องกันตัวเหมือนเดิม

วัคซีนโควิด-19

Q ทุกคนควรได้รับวัคซีน?

ในความเป็นจริงการได้รับวัคซีนทุกคนเป็นเรื่องที่ดีอยู่แล้ว แต่ขณะนี้ด้วยกำลังการผลิตยังทำได้ไม่เต็มที่ จึงต้องทยอยให้กับกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงก่อน

Q เมื่อได้รับวัคซีนครบโดสแล้ว ให้ประสิทธิภาพยาวนานแค่ไหน?

ขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลว่าจะต้องฉีดซ้ำหรือไม่ ทั้งนี้ การที่เราจำเป็นต้องฉีดซ้ำหรือไม่ขึ้นกับ 2 ประเด็นหลัก ๆ

  • ขึ้นอยู่กับภูมิคุ้มกันของเราว่าจะอยู่นานแค่ไหน ถ้าภูมิคุ้มกันลดลงจนถึงเกณฑ์ที่ป้องกันโรคไม่ได้ ก็ต้องฉีดซ้ำ
  • การกลายพันธุ์ของไวรัส ถ้าไวรัสกลายพันธุ์หมายความว่าวัคซีนที่เราได้รับไม่สามารถจะป้องกันการติดเชื้อของไวรัสนั้นได้

Q การฉีดวัคซีนโควิด-19 และการตรวจเชื้อ โควิด-19 มีค่าใช้จ่ายหรือไม่?

ขณะนี้รัฐบาลได้จัดหาวัคซีนโควิด-19 ให้ประชาชนฟรี โดยเป็นวัคซีนที่ได้รับการอนุมัติจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ประเทศไทย แต่จะได้รับครบทุกคนหรือไม่ต้องว่ากันอีกที ส่วนการตรวจหาเชื้อไวรัสที่ทำให้เกิดโควิด-19 นั้น เราพยายามวินิจฉัยให้เร็ว เพื่อจะส่งผู้ป่วยเข้าโรงพยาบาล ป้องกันการแพร่เชื้อให้กับผู้อื่น

สำหรับการเข้ารับการตรวจหาเชื้อไวรัสที่ทำให้เกิดโควิด-19 นั้น ตามโรงพยาบาลถ้าเข้าเกณฑ์ความเสี่ยงที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด เช่น ผู้อยู่ในกลุ่มเสี่ยงสูง ผู้ที่เสี่ยงต่อการสัมผัสโรคสูง เข้าเข้าไปพื้นที่สีแดง หรือใกล้ชิดกับผู้ที่ติดเชื้อ สามารถเข้ารับการตรวจฟรี

Q ทุกคนควรจะเข้ารับการตรวจหาเชื้อโควิด-19 หรือไม่?

ในความเป็นจริงไม่ใช่ว่าทุกคนจำเป็นต้องเข้ารับการตรวจหาเชื้อ เพราะบางคนไม่ได้เดินทางไปที่ไหนเลย อยู่แต่บ้านไม่มีความเสี่ยงอะไร แต่ถ้าไม่แน่ใจสามารถปรึกษาแพทย์หรือขอเข้ารับการตรวจได้

Q การจะหยุดเชื้ออย่างแท้จริงต้องมีข้อปฏิบัติอย่างไร?

ประการแรกคือ การป้องกันตัวเองก่อน มีสติตลอดเวลา ทั้งนี้มี 3 อย่างที่ต้องทำตลอดเวลา คือ ใส่หน้ากากอนามัย ล้างมือบ่อย ๆ ยิ่งถ้าต้องออกนอกบ้านให้พกเจลแอลกอฮอล์สำหรับล้างมือ และต้องมี Social Distancing คือการเว้นระยะห่างต้องทำอย่างต่อเนื่องและทำไปเรื่อยๆ รวมทั้งให้ความร่วมมือในการวัดอุณหภูมิ และสแกนแอปพลิเคชันที่ได้รับการแนะนำ

Q สำหรับคนที่มีรู้สึกมีอาการไม่อยากบอกไทม์ไลน์ แต่ใช้วิธีการกักตัว 14 วันแทนได้ไหม ร่างกายเราสามารถรักษาหายได้เอง?

เชื้อที่ทำให้เกิดโควิด-19 เป็นเชื้อไวรัส ถามว่าถ้าเราแข็งแรงจริงๆ สามารถรักษาหายได้เองโดยไม่ต้องใช้ยาได้ โดยเฉพาะถ้าไม่มีอาการเลย และเป็นคนหนุ่มสาวที่ไม่มีโรคประจำตัว เช่นเดียวกับการเป็นไข้หวัด แต่ประเด็นคือ เราไม่สามารถทราบได้เลยว่าเราจะเป็นคนส่วนน้อยที่บังเอิญมีอาการแย่ลงและเกิดอาการเชื้อลงปอด และเกิดปอดอักเสบหรือไม่

ทั้งนี้ในผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่ถ้าอาการทรุดลงจะเกิดขึ้นในช่วงคือปลายสัปดาห์แรก คือประมาณวันที่ 6-7 หลังมีอาการ ฉะนั้นก็ต้องนั่งลุ้นอาการว่าจะแย่ลงมไหม จะเหนื่อยจะหอบไหม ถ้าอาการแย่ลง อาจจะเกิดอาการปอดอักเสบ ซึ่งเมื่อถึงจุดนั้น อาจจะช้าไปแล้ว ยาอาจจะช่วยไม่ทัน แต่ถ้าได้รับยาเร็วจะให้ผลในการรักษาได้ดีกว่า

สรุปคือ แม้วัคซีนโควิด-19 จะมาแล้ว แต่วิถี New Normal ยังคงต้องมี สวมหน้ากากอนามัย หมั่นล้างมือบ่อยๆ เว้นระยะห่าง กินอาหารจานใครจานมัน ไม่ควรเอาตัวเองไปอยู่ในที่เสี่ยง ที่มีคนหนาแน่น อากาศถ่ายเทไม่ดี เป็นดีที่สุด


ข้อมูล : Rama Variety – วัคซีน Covid 16/02/64 | RAMA CHANNEL – YouTube

 

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

จุฬาฯ วิจัยสำเร็จ สุนัขดมกลิ่น บ่งชี้ผู้ติดเชื้อโควิด-19 แบบไม่แสดงอาการได้

ทันตแพทย์เตือน อย่าคิดทำ “วีเนียร์” กับหมอเถื่อน เสี่ยงเสียฟัน เสียเงินฟรี

9 โรคเสี่ยงตายจาก ผลิตภัณฑ์อกฟูรูฟิต แม้เป็นสมุนไพรแต่ทำไมไม่ควรกิน!!

 

ลุคหวานแม่ถนัด! ศรีริต้า ใส่ชุดไทยวันสงกรานต์ จับลูกชายแต่งด้วย

ลุคหวานๆ ดูละมุนแบบนี้ เข้าทางคุณแม่มาก เมื่อ ศรีริต้า ใส่ชุดไทยวันสงกรานต์ แบบประยุกต์ ทั้งยังจับลูกชาย น้องกวินท์ แต่งชุดไทยเป็นครั้งแรกอีกด้วย งานนี้สวยหล่อกันทั้งคู่เลยจ้า

เมื่อช่วงวันสงกรานต์ที่ผ่านมา แม้จะเงียบเหงาเพราะสถานการณ์โควิด-19 กำลังแพร่ระบาดระลอกใหม่ แต่หลายๆ ครอบครัวก็มีการรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ตามประเพณีแบบเรียบง่ายกันที่บ้าน รวมถึงครอบครัวณรงค์เดช ที่เพิ่งต้อนรับสมาชิกใหม่ น้องกวินท์ ลูกพ่อกรณ์ แม่ริต้า ไปหมาดๆ ก็ขอฉลองวันปีใหม่ไทยด้วยเช่นกัน

 ศรีริต้า ใส่ชุดไทยวันสงกรานต์

ลุคหวานแม่ถนัด! ศรีริต้า ใส่ชุดไทยวันสงกรานต์ จับลูกชายแต่งด้วย

โดยคุณแม่ริต้ามาในชุดไทยแบบประยุกต์ ผลงานของร้าน Amitabridal ตัวเสื้อตัดเย็บจากผ้าลูกไม้มีระบายช่วงอก แขนสั้น ส่วนตัวผ้านุ่งเป็นสีชมพูอ่อนๆ เข้ากับรองเท้าส้นสูง พร้อมโพสต์ข้อความว่า “สุขสันต์วันสงกรานต์จากเราค่ะ มีความสุข สดชื่น กันถ้วนหน้า มีแต่สิ่งดีดีตลอดทั้งปี เดินทางไปไหนขอให้ปลอดภัย รักษาสุขภาพกันด้วยนะคะ”

 ศรีริต้า ใส่ชุดไทยวันสงกรานต์

ศรีริต้า ใส่ชุดไทยวันสงกรานต์

ทางด้านลูกชาย คุณแม่ก็ขอจัดแจงการแต่งตัวให้เข้ากับวันสงกรานต์ ด้วยการใส่ชุดไทยน่ารักๆ เสื้อสีขาวมีกระดุมและผ้านุ่งลายไทยสีเงิน-เทา ซึ่งคุณแม่ริต้าได้โพสต์ข้อความในภาพของลูกชายว่า “สงกรานต์ปีแรกของผมครับ ผมใส่ชุดไทยมารอเลยครับ ขอให้พี่ ลุง ป้า น้า อา คุณปู่ คุณย่า คุณตา คุณยาย มีความสุขในวันสงกรานต์นี้นะครับ”

กวินท์ ลูกชายศรีริต้า

กวินท์ ลูกชายศรีริต้า

ศรีริต้า ใส่ชุดไทย

ศรีริต้า ใส่ชุดไทย

ศรีริต้า ใส่ชุดไทย

ศรีริต้า ใส่ชุดไทยวันสงกรานต์

ศรีริต้า ใส่ชุดไทย

ศรีริต้า ใส่ชุดไทย

ศรีริต้า ใส่ชุดไทย


ภาพ : IG@sriritajensen

เรื่อง : ฮานะ_แพรวนิสต้า

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ฟลุค-นาตาลี ต้อนรับลูกสาวในชุด Baby Gucci สมกับเป็นทายาทแสนล้าน

สวยสง่าทุกท่วงท่า ‘แพนเค้ก เขมนิจ’ โชว์เอวเอสใน ชุดผ้าไทย ตัดโดย POEM 

งดงามทุกมุม! ตั๊ก บงกช เดินสายทำบุญใน ชุดไทยบรมพิมาน สวยหวานดั่งผ้าพับไว้

 

‘วันศุกร์ ฝันอยากเป็นคุณหญิงคุณนาย แต่แค่ฝันก็ยังทุกข์แล้วเลย’ ดูดวงรายวัน 16 เมษายน 2564

ดูดวงรายวัน 16 เมษายน 2564 #หมอปุ้ยพยากรณ์ เช็กทุกวัน เป๊ะปังทุกดวง ทั้งการงาน การเงิน ความรัก และสุขภาพ

‘วันศุกร์ ฝันอยากเป็นคุณหญิงคุณนาย แต่แค่ฝันก็ยังทุกข์แล้วเลย’

ดูดวงรายวัน 16 เมษายน 2564

ผู้ที่เกิดวันอาทิตย์

การงาน : สำหรับผู้ที่ทำงานหรือเกี่ยวข้องกับงานที่ต้องใช้คำพูดหรือวาทศิลป์ในการติดต่อประสานงาน การโฆษณา ประชาสัมพันธ์ สื่อมวลชน รวมถึงงานส่งเสริมการขายทุกชนิด ฯลฯ วันนี้หากคุณคิดที่จะสร้างสรรค์งานใหม่ที่แตกต่างจากงานประจำ ก็ต้องทำใจนิดหนึ่ง เพราะไม่มีใครยอมทำด้วย อาจเพราะไม่อยากเหนื่อยเพิ่ม เพราะไม่ได้เกี่ยวข้องกับงานประจำ  แม้กระทั่งเจ้านายก็ไม่สนใจ จึงส่งผลให้คุณร้อนรุ่มและอึดอัดไปหมด ทั้งบรรยากาศการทำงาน เพื่อนร่วมงาน และเจ้านาย จนอยากลาออกให้รู้แล้วรู้รอดไป

การเงิน  :  คุณใจดี ใจบุญ ทำงานได้เท่าไหร่ก็ควักกระเป๋าให้คนใกล้ชิด ญาติสนิทมิตรสหายหมด เรียกว่าทำงานได้เท่าไหร่ ก็ให้เขาหมด โดยเฉพาะอย่างยิ่งวันนี้คุณอาจเสียเงินก้อนใหญ่ให้กับคนใกล้ชิด จนตัวเองเดือดร้อนเลยทีเดียว

ความรัก : หากคุณยังสับสนลังเล ตัดสินใจไม่ได้ วันนี้แม้คุณจะเรียกร้องให้คู่อยู่กับคุณ แต่ก็คงยาก เพราะวันนี้เขาย้ายไปอยู่กับคนใหม่แล้ว   คนโสดคนที่คุณกำลังมีใจให้ และคิดว่า จะใช่ตัวจริงหรือเปล่า บอกเลยว่า ไม่ใช่ เพราะเขามีเจ้าของแล้ว คุณคงไม่อยากเป็นโลกที่สองของเขา

สุขภาพ : ช่วงนี้จะรู้สึกปวดศีรษะ ปวดกระบอกตา และมึนงงบ่อยๆ  ซึ่งเป็นผลมาจากความเครียด ความวิตกกังวล ดังนั้น จึงควรปล่อยวาง ทำใจให้สบายๆ

 

ผู้ที่เกิดวันจันทร์

การงาน  : คุณมีภาวะผู้นำสูง หากตั้งใจจะทำอะไรแล้ว ใครก็ขวางคุณไม่ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ทำงานหรือเกี่ยวข้องกับงานที่ต้องใช้ความรู้ ความสามารถ ความรับผิดชอบในการแก้ปัญหาสูงมาก เช่น บุคคลในเครื่องแบบ ผู้รักษากฎหมาย ทนายความ นักกฎหมาย ผู้พิพากษา นักการเมือง ฯลฯ วันนี้คุณมีโอกาสได้เริ่มต้นงานใหม่ หรือนำงานเก่าที่ทำไว้ขึ้นมาปัดฝุ่นใหม่ แต่หากต้องเข้าไปเกี่ยวข้องกับงานสีเทาทุกรูปประเภท กรุณาหลีกเลี่ยง เพราะหากถลำลึกลงไปแล้ว จะมีแต่อุปสรรคและปัญหา ทำให้เสียเวลาโดยเปล่าประโยชน์

การเงิน :คุณกำลังอยู่ในช่วงที่ต้องบริหารจัดการทรัพย์สินตัวเป็นเกลียว ซึ่งวันนี้คุณก็สามารถหมุนเงิน ต่อเงินพอเอาตัวรอดไปได้ แต่เมื่อได้มาแล้วก็ควรเก็บไว้บ้าง ไม่ควรนำไปเลี้ยงเพื่อนฝูงหมด โดยเฉพาะอย่างยิ่งก่อนที่จะตกลงรับปากหรือเซ็นเอกสารสัญญา ในเรื่องทรัพย์สินเงินทอง และผลประโยชน์ ก็ควรพิจารณาให้ดี เพราะหากทำไม่ได้ คุณจะเสียทั้งเงินและเครดิต

ความรัก :คุณใช้ชีวิตและเวลาอยู่กับครอบครัวอย่างอบอุ่น ซึ่งวันนี้คู่คุณก็เป็นแฟมิลี่แมน ดูแลคุณและครอบครัวอย่างดี แต่อย่ามาบังคับหรือตั้งกฎเกณฑ์ใดๆ ให้คุณ เพราะคุณจะหงุดหงิดทันที คนโสด หากคุณเป็นสาวสายปาร์ตี้ และชอบหว่านเสน่ห์  ช่วงนี้ก็พักก่อนนะคะ เพราะมีความเสี่ยงมากมาย

สุขภาพ  : อย่าประมาท วันนี้มีความเสี่ยงที่คุณจะได้รับอันตรายจากของมีคม และความร้อน จนเกิดบาดแผลตามร่างกาย

 

ผู้ที่เกิดวันอังคาร

การงาน :  เปิดทำงานวันแรกของวันหยุดยาว คุณมีโอกาสได้รับเลือกหรือได้รับมอบหมายให้เป็นหัวหน้าทีมทำงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณทำงานหรือเกี่ยวข้องกับงานที่มีรูปแบบการทำงานที่เป็นลำดับขั้นตอน เช่น งานในหน่วยงานราชการ การเงิน การบัญชี งานเอกสาร ฯลฯ ที่ผ่านมาคุณทำงานอยู่ในเซฟโซนมานาน จึงจำเป็นต้องใช้เวลาในการปรับตัวมากเป็นพิเศษ ซึ่งคุณก็คงไม่อยากให้มีดราม่าเกิดขึ้น วันนี้จึงควรลดอีโก้ตัวเองลง และใส่ใจในความรู้สึกนึกคิดของเพื่อนรวมงานให้มากขึ้น รวมถึงควรรับผิดชอบงานอย่างเสมอต้นเสมอปลายด้วย

การเงิน :คุณให้ความสำคัญกับตัวงานมากกว่าตัวเงิน เมื่อได้เงินมา คุณก็นำไปซื้อขนมนมเนย ใช้เงินกับของไร้สาระ วันนี้อย่าหลงเชื่อคำพูดที่มีหลักการและเหตุผล ที่จะมาขอให้คุณช่วยซื้อของ หรือทำธุรกิจ ธุรกรรมใดๆ เพราะอาจถูกหลอก

ความรัก :  คุณอาจรู้สึกว่า ให้เวลากับการทำงานมากกว่าเวลาของครอบครัวเกินไปหน่อย วันนี้คุณจึงพยายามเอ็นเทอร์เทนสมาชิกในบ้าน ลูกๆ หลานๆ แม้จะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ แต่ก็ยังดีกว่าไม่ได้ทำเลยค่ะ คนโสด ช่วงนี้งานคุณยุ่งมาก ซึ่งก็มีความเป็นไปได้สูงที่คนที่คุณกำลังแอบรักอยู่ จะถูกงานกลบหายไปเลย

สุขภาพ  :  คุณมีสุขภาพแข็งแรง จึงไม่ได้ให้ความสำคัญกับสุขภาพร่างกาย คุณชอบโหมงานหนักไม่พักผ่อน รับประทานอาหารไม่เป็นเวลา จึงมีความเสี่ยงที่จะเกิดโรคภัยชนิดที่ไม่มีอาการเตือน แล้วเมื่อไหร่ที่ร่างกายอ่อนแอ อาการก็จะฟ้องขึ้นมา เมื่อถึงเวลานั้นอาจต้องรักษายากและนานขึ้น ทางที่ดีจึงควรดูแลสุขภาพร่างกายอย่างต่อเนื่อง และไปตรวจเช็กอย่างสม่ำเสมอ

 

ผู้ที่เกิดวันพุธ

การงาน :  คุณกำลังแบกรับภาระความรับผิดชอบอย่างหนักอยู่หรือเปล่าคะ โดยที่ต้องทำงานอยู่ภายใต้การเพ่งเล็งของผู้ใหญ่อย่างใกล้ชิด หากที่ผ่านมาไม่ว่าคุณจะเสนองานหรือร้องขอใดๆ จากเจ้านาย ก็ไม่เคยไปถึงหูของเขาเลย วันนี้เปิดทำงานวันแรก ผลบุญที่คุณทำมาในช่วงวันสงกรานต์ จะช่วยให้สิ่งที่เคยติดขัดราบรื่นขึ้น ผู้ใหญ่จะช่วยสนับสนุนส่งเสริม เพื่อนร่วมงาน และเจ้านายก็จะเมตตาเอ็นดูคุณเป็นพิเศษ

การเงิน :  คุณทำงานหาเงินเก่ง แต่วันนี้คุณอาจเสียเงินก้อนโตให้กับคนใกล้ชิด ญาติผู้ใหญ่ เพื่อนฝูงนะคะ ต้องระวัง

ความรัก :  คุณเป็นสาวทำงานที่แทบจะไม่มีเวลาอยู่กับครอบครัวหรือเปล่าคะ วันนี้หากคุณจะคิดกลับไปให้เวลากับพวกเขา ก็อาจสายไป เพราะพวกเขาแยกย้ายไปกันหมดแล้ว ทางที่ดีจึงควรปรึกษาผู้ใหญ่ ให้ท่านเป็นตัวกลางคอยประสาน คนโสด คุณเป็นคนเอาจริงเอาจังกับการทำงาน เพราะฉะนั้นผู้ที่จะเหมาะสม จึงควรเป็นผู้ใหญ่ที่มีความคิดเห็นเป็นไปในทิศทางเดียวกัน สามารถช่วยเหลือและส่งเสริมหน้าที่การงานของคุณได้

สุขภาพ :  เดินดีๆ นะคะ ระวังหกล้ม ก้าวพลาดตกจากที่สูง เช่น ขั้นบันได ขอบฟุตบาท หรือแม้กระทั่งตกจากร้องเท้าส้นสูง จนข้อเท้าพลิก ข้อเท้าแพลง มีอาการบวมแดง

 

ผู้ที่เกิดวันพฤหัสบดี

การงาน  :หากคุณกำลังอยู่ในช่วงรองาน ที่รอแล้ว รอเล่าก็ยังติดอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาอนุมัติ จนคุณร้อนรุ่ม เป็นกังวลกับงานชิ้นนี้มาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ทำงานหรือเกี่ยวข้องกับงานที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ งานออกแบบดีไซน์ งานในวงการบันเทิง สื่อมวลชน ฯลฯ ก็ขอให้ใจเย็นๆ อย่าเพิ่งเหวี่ยงวีน เพราะวันนี้เริ่มจะมีสัญญาณที่ดีส่งมาจากผู้ใหญ่ผู้หญิง ท่านจะให้ความเมตตาเอ็นดูคุณเป็นพิเศษ นอกจากงานจะผ่านแล้ว ยังได้เลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่งอีก

การเงิน :  วันหยุดยาวคุณใช้เงินกับการสังสรรค์ปาร์ตี้ ดื่มกินจนหมด แม้ผู้ใหญ่จะให้ความช่วยเหลือบ้าง แต่ก็ยังไม่พอกับรายจ่ายของคุณ

ความรัก :วันนี้มีความเป็นไปได้สูงที่คุณจะตัดสินใจรับอุปถัมภ์ใครสักคน ซึ่งคุณอาจเก็บเขาไว้ในสถานะเพื่อนเที่ยว เพื่อนคลายเหงา ไม่มีอะไรมากกว่านั้น  คนโสด หากวันนี้คุณนัดเดท คุณมีดวงเป็นนารีอุปถัมภ์นะคะ ต้องดูแลทุกสิ่งสรรพ และก็ไม่รับประกันด้วยว่า เขาจะใช่ตัวจริงหรือเปล่า

สุขภาพ :  ไม่ควรดื่มแอลกอฮอลล์ติดๆ กันหลายวันนะคะ จะส่งผลต่อระบบย่อยอาหาร เกิดความเจ็บป่วยในช่องท้องและลำไส้ หากคุณเพิ่งผ่าตัดจะมีผลต่อแผล

 

ผู้ที่เกิดวันศุกร์

การงาน : สำหรับนักธุรกิจมือใหม่ ประเภท SMEs เช่น ร้านอาหาร กาแฟ ขายดอกไม้ สอนพิเศษ โฮมออฟฟิศ แม้คุณจะได้ผู้ใหญ่ที่มีหน้าที่การงานสูงเป็นแบ๊คอัพอยู่ข้างหลัง แต่ก็ไม่ได้หมายถึงว่า จะประสบความสำเร็จเลย ตรงกันข้ามคุณต้องใช้พลังกาย พลังใจที่เข้มแข็งในการเอาชนะอุปสรรคและปัญหาอีกมากมาย ซึ่งหากคุณประพฤติปฏิบัติอยู่บนความถูกต้อง พอดี และพอเพียง ก็ไม่ยากที่จะพบกับความสำเร็จแบบยั่งยืนด้วย

การเงิน :  มีโอกาสที่จะได้รับโชคลาภอย่างไม่คาดคิด เฮงๆ ปังๆ  จากความรู้ ความสามารถของคุณ  วันนี้มีความเป็นไปได้ที่คุณจะใช้เงินกับการเลี้ยงดูปูเสื่อเพื่อนฝูง ญาติพี่น้อง และบริวาร ดังนั้น จึงควรจัดสรรเงินให้พอดีๆ อย่าเกินตัว

ความรัก : คุณอยู่ในครอบครัวที่รัก ดูแล และเอาใจใส่คุณอย่างดี รวมถึงคู่คุณก็ช่วยส่งเสริมหน้าที่การทำงานของคุณ ซึ่งคุณก็อยู่ในจุดที่พอใจแล้วกับชีวิตในวันนี้  คนโสด คุณอาจฝันอยากเป็นคุณหญิงคุณนาย ได้ร่วมชีวิตกับผู้ที่มีตำแหน่งหน้าที่การงานระดับสูง แต่วันนี้คุณเริ่มปลง เข้าใจถึงสัจธรรม ‘มีรักก็มีทุกข์’ เพราะขนาดยังไม่มี ยังทุกข์แล้วเลย

สุขภาพ :  คุณดูแลสุขภาพร่างกายตัวเองอย่างดีมาตลอด แต่วันนี้มีโอกาสพลาดไปรับเชื้อจากบุคคลอื่นมา อย่าประมาท ยกการ์ดให้สูง หากไม่จำเป็นควรอยู่บ้านนะคะ

 

ผู้ที่เกิดวันเสาร์

การงาน  :  คุณโดดเด่นทางด้านการติดต่อประสานงาน การบริหารจัดการ และการให้คำปรึกษาแนะนำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเป็นงานหรือเกี่ยวข้องกับการประดิษฐ์คิดค้น วิจัย ค้นคว้า ทดลอง นักวิทยาศาสตร์ หรือช่างฝีมือทุกประเภท ซึ่งเป็นงานที่ทำประโยชน์ต่อสังคม หรือบริการประชาชน จากที่เคยสร้างชื่อเสียงให้คุณอย่างมาก แต่ไม่มีอะไรแน่นอน  เพราะมีความเป็นไปได้ว่า ชื่อเสียงและความสำเร็จจะดำเนินมาถึงวาระสุดท้าย เสื่อมสลายหายไปอย่างคาดไม่ถึง

การเงิน :  คุณชอบลงทุน ชอบหมุนเงินไปทำธุรกิจเพิ่ม วันนี้ก็ต้องระวัง เพราะอาจเกิดพลิกล็อค เกิดความเสียหาย ขาดทุนอย่างหนัก

ความรัก : คุณมีทั้งความร้อนแรงและความโรแมนติก แต่วันนี้ที่มาแน่ๆ คือ ทิฐิ ความยึดมั่นถือมั่น จนไม่ยอมให้อภัย และประนีประนอม และก็มีความเป็นไปได้สูงที่ความรักจะดำเนินมาถึงวาระสุดท้าย หากไม่อยากให้เวลานั้นมาถึงก็ควรใจเย็นๆ ค่อยๆ คุยกัน คนโสด จากทิฐิและความเอาแต่ใจของคุณ อาจทำให้ความรักต้องปิดฉากลงเร็วกว่าที่คิดนะคะ

สุขภาพ :  น่าจะมีอาการของออฟฟิศซินโดรมปรากฏขึ้น เช่น ปวดหลัง ตึงคอ บ่า ไหล่ จึงควรลุกขึ้นเปลี่ยนอิริยาบถบ้าง หรือไปหาหมอนวดฝีมือดี นวดคลายเส้นแก้อาการบ้าง

 

 

เบอร์ดี้ ปาวา นาคาศัย

เป๊ะทุกทริป! รวบตึงทริคสวยแซ่บ “เบอร์ดี้ ปาวา นาคาศัย” เจ้าหญิงแห่งวงการเที่ยวทะเล

เบอร์ดี้ ปาวา นาคาศัย เซเลบสาวสวยรักสุขภาพมากความสามารถ เจ้าของแบรนด์ชุดว่ายน้ำ Parva Collection และร้านมัลติแบรนด์ Solid State เป็นที่รู้กันในหมู่เพื่อนว่าเรื่องความสวยความงามต้องปรึกษาเธอคนนี้ รวมถึงความสนุกกับทุกกิจกรรมที่เกี่ยวกับทะเล โดยเฉพาะการดำนำ้ ล่าสุดกำลังจะเปิดตัวธุรกิจให้บริการเรือสำหรับดำน้ำ Vanora ซัมเมอร์จึงเป็นช่วงเวลาแห่งความสุขของสาวเบอร์ดี้

เป๊ะทุกทริป! รวบตึงทริคสวยแซ่บ “เบอร์ดี้ ปาวา นาคาศัย” เจ้าหญิงแห่งวงการเที่ยวทะเล

Vacation Time

“เบอร์ดี้ชอบไปดำน้ำในที่ใหม่ๆ ครั้งที่ประทับใจคือการได้ไปหมู่เกาะกาลาปาโกสกับแก๊งรุ่นพี่ที่ดำน้ำด้วยกัน ซึ่งไม่ได้ไปได้ง่ายๆ ต้องบินถึง 7 ไฟลท์กว่าจะไปถึง จึงอยู่ที่นั่น 1 เดือนเต็ม ได้เห็นในสิ่งที่ไม่เคยเห็นมาก่อน อย่างฉลามหัวค้อน ที่ไม่ได้มาแค่ตัวสองตัว แต่มาเป็นฝูงนับร้อย ได้เห็นสัตว์ใต้ทะเลที่ไม่มีในเมืองไทยหลายชนิด อย่างปลาพระอาทิตย์ ตัวกลมๆ แบนๆ ครีบเหมือนบูมเมอแรง และกิ้งก่ากาลาปาโกสที่อาศัยอยู่ในน้ำเหมือนก๊อดซิลล่าเลย แต่ที่ตื่นเต้นมากคือมีฝูงแมวน้ำมาว่ายน้ำเล่นกับพวกเราด้วย เป็นครั้งแรกในชีวิตเลยค่ะ”

Summer Story

“เคยไปทริปกับที่บ้าน นั่งเรือเพื่อไปดำน้ำแบบสนอร์เกิลตามเกาะต่างๆ เบอร์ดี้เห็นว่าเกาะอยู่ไม่ไกล จึงชวนเพื่อนใส่ฟิน แล้วตีขาเข้าฝั่งกัน ลืมไปว่าชุดว่ายน้ำเป็นแบบเว้าหลัง ปรากฏว่ากลับถึงที่พักจึงเห็นว่าแดดเผาหลังเป็นวงกลมสีดำ จนโดนแซวว่าเหมือนนินจาเต่า คือผิวพังสุดๆ เปิดหลังไม่ได้เป็นเดือนเลยค่ะ อายมาก”

Summer Skincare Essentials

“สำหรับเบอร์ดี้ขอสกินแคร์แบรนด์อะไรก็ได้ที่เป็นสูตร Repair เพราะความที่ชอบกิจกรรมเอ๊าต์ดอร์มาก เมื่อผิวโดนแสงแดดมากๆ ก็ต้องดูแลเป็นพิเศษ และที่สำคัญต้องเป็นสูตรที่ไม่ทำร้ายปะการัง คือไม่มีสาร Oxybenzone กับ Octinoxate เพราะสารเหล่านี้รบกวนระบบสืบพันธุ์ ทำให้ปะการังไม่สามารถขยายพันธุ์ได้ หรือที่เรียกว่าปะการังฟอกขาว”

Get Leaner and Fitter

“วิธีดูแลหุ่นของเบอร์ดี้ง่ายๆ คือออกกำลังกายด้วยการวิ่ง แล้วเวตเทรนนิ่งกับต่อยมวย ก่อนหน้านี้เคยน้ำหนักขึ้น 7 กิโลกรัม เพราะชอบอาหารฝรั่ง พวกครีม ชีส สปาเกตตี แถมไม่ชอบกินผัก แล้วยังไม่ออกกำลังกาย ที่สุดเบอร์ดี้ต้องวิ่งครั้งละ 10 กิโลเมตร 4-5 วันต่อสัปดาห์ แล้วเวตเทรนนิ่งกับต่อยมวยครั้งละอย่างน้อย 1 ชั่วโมง สัปดาห์ละ 3 วัน ใช้เวลา 4-5 เดือน กว่าน้ำหนักจะคงที่”

My Favorite Swimsuits

“จำได้ว่าเบอร์ดี้ใส่ทูพีซครั้งแรกตอนเรียนมัธยมต้น แม้จะเป็นการแอบใส่เล่นที่บ้าน แต่ก็ตื่นเต้นมาก มาเริ่มใส่จริงจังตอน ม.6 ทริปไปเที่ยวกับเพื่อนๆ ที่หัวหิน

“สำหรับทูพีซชุดนี้เป็นรุ่นคลาสสิกของดิออร์ค่ะ เบอร์ดี้ตามหาอยู่นานกว่าจะได้ชิ้นท็อปมาก่อน ส่วนกางเกงตามมาทีหลัง อีกแบรนด์ที่ชอบคือ TRIANGL ของออสเตรเลีย เบอร์ดี้ชอบใส่ทูพีซทรงสามเหลี่ยม เขาดีไซน์สวยมาก และด้วยคัตติ้งของแบรนด์ทำให้ใส่แล้วดูผอม ขายาว ไม่มีหน้าท้อง แต่ที่ใส่ตลอด ก็ต้อง Tanned Swim แบรนด์ชุดว่ายน้ำของตัวเองค่ะ (หัวเราะ) ทำร่วมกับจินนี่ (เขริกา โชติวิจิตร) เพื่อนสนิท

“สำหรับทริคในการใส่ชุดว่ายน้ำให้สวยของเบอร์ดี้คือ ใส่อะไรก็ได้ที่เหมาะกับตัวเอง ใส่แล้วมั่นใจ ไม่ต้องตามแฟชั่นมาก เอาที่เราสบายใจแค่นั้นพอ เดี๋ยวอินเนอร์ก็มาเองค่ะ”


ที่มา : นิตยสารแพรว ฉบับ 969

ภาพ :birdieparva

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ทริคดูแลตัวเองของ “แอลลี่” ลูกสาวแห่งชาติ ครบเครื่องทั้งความน่ารัก และความสามารถ

‘คิมเบอร์ลี่’ แชร์สูตรลดน้ำหนัก แบบ14 วันไม่ต้องอดอาหาร เพื่อหุ่นสวยสับในชุดบิกินี่

ดีกรีเซ็กซี่ไม่มีแผ่ว! Kendall Jenner อวดหุ่นสุดแซ่บ กล้ามหน้าท้องสุดเฟิร์ม

christiano junior

อนาคตนักฟุตบอลระดับโลกอยู่ไม่ไกล โรนัลโด้ จูเนียร์ ตามรอยตำนาน CR7

ตัวพ่อถูกจังตามองตั้งแต่ย้ายกลับถิ่นเดิม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แต่สำหรับลูกไม้ใต้ต้นอย่างคริสเตียโน่ โรนัลโด้ จูเนียร์  เห็นทีชีวิตของเขาก็คงจะถูกคาดหวังไม่น้อย ในฐานะทายาทนักฟุตบอลระดับโลก ซึ่งตอนนี้เดินตามรอยพ่อเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

อนาคตนักฟุตบอลระดับโลกอยู่ไม่ไกล โรนัลโด้ จูเนียร์ ตามรอยตำนาน CR7

ภาพนี้เผยให้เห็น โรนัลโด้ จูเนียร์ ได้เดินไปซ้อมร่วมกับลูกชายของ เนมันยา มาติช  ดาวเด่นแห่ง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ซึ่งนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เด็กชายวัย 12 ปี ฉายแววเป็นนักฟุตบอลแบบพ่อของเขา ซึ่งขณะที่โรนัลโด้สังกัดทีม ยูเวนตุส โรนัลโด้จูเนียร์ก็ได้ไปซ้อมกับพ่อของเขาเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม โรนัลโด้เคยให้สัมภาษณ์กับ DAZN หลังจากเข้าร่วมทีมยักษ์ใหญ่ในอิตาลีได้ไม่นานโดยเขากล่าวว่า “ผมหวังว่าคริส ลูกชายของผมจะเป็นเหมือนพ่อ เขาเคยบอกว่า จะเก่งกว่าผมให้ได้ แต่ผมคิดว่ามันยาก คริสลงเล่นให้กับ ทีมเยาวชนของ เขาปรับตัวได้ดีมาก”

ไม่เพียงแค่ โรนัลโด้ จูเนียร์ ที่ฉายแววเป็นนักเตะแบบพ่อของเขาแล้ว อีกหนึ่งทายาทคนดังในแวดวงฟุตบอลที่น่าจับตาไม่น้อยคือ ลูกชายของ เวย์น รูนี่ย์ ซึ่งเข้าร่วม อคาเดมี่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เช่นกัน

ที่น่าสนใจคือ ทั้งคู่อยู่ในกลุ่มอายุเดียวกัน ไม่แน่ว่าในอนาคต สักวันหนึ่ง อาจมีความเป็นไปได้ที่แฟนๆ จะได้เห็นสองทายาทของ โรนัลโด้-รูนีย์ ร่วมกันเล่นที่ Old Trafford


ที่มา : www.mirror.co.uk

กระเป๋า Balenciaga Neo Classic Used

ไม่ใช่มือสอง! กระเป๋า Balenciaga Neo Classic Used รุ่นใหม่ ฮาร์ดแวร์สนิม หนังซีด

เห็นแล้วอย่าเพิ่งเข้าใจผิดว่านี่เป็นของใช้แล้ว เพราะ กระเป๋า Balenciaga Neo Classic Used เป็นไอเท็มรุ่นใหม่ ที่ราคาพุ่งแรงเหยียบแสนเลยจ้า

ดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ที่ผสมผสานวิธีการเปลี่ยนแปลงตามกาลเวลา (aging process) ซึ่งแสดงให้เห็นถึงเจตนารมณ์การใช้งานของกระเป๋าในที่สุด Balenciaga Neo Classic Used ใบนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ใช้งานได้ตลอด เปรียบเสมือนผ่านการใช้งานมาแล้ว ในขณะที่หนังด้านในยังคงสภาพเดิม ด้วยรูปทรงแข็งแรงและใช้งานได้ นอกจากนี้ด้านนอกของกระเป๋าทำจากวัสดุหนังลูกวัวและใช้ฮาร์ดแวร์ที่เหมือนผ่านการใช้งานมาแล้ว

ไม่ใช่มือสอง! กระเป๋า Balenciaga Neo Classic Used รุ่นใหม่ ฮาร์ดแวร์สนิม หนังซีด

ด้วยวัสดุทองเหลืองที่มีความหม่นและที่จับกระเป๋าด้านบนแบบถักที่ให้สัมผัสแบบนุ่ม รวมถึงรูปทรงกระเป๋าสี่เหลี่ยมคางหมูแบบร่วมสมัย กระเป๋า Neo Classic Used ใบนี้ มอบสัมผัสที่ยืดหยุ่นมากกว่ากระเป๋า Neo Classic โดยโลโก้ Balenciaga จะมีลักษณะนูนลงบนแผ่นหนัง ประดับอยู่ระหว่างหมุดอันเป็นเอกลักษณ์ซึ่งติดอยู่ด้านล่างของกระเป๋าตรงซิปด้านหน้า

กระเป๋า Balenciaga Neo Classic Used

ลักษณะภายนอกของกระเป๋าประกอบด้วยหัวเข็มขัดเล็กๆ ที่มุมด้านล่างทั้งสองด้านของกระเป๋า และมีซิปสายพู่ยาว ด้านในของกระเป๋า ภายในกระเป๋าประกอบด้วยช่องกระเป๋าเล็กหนังแนปป้า Neo Classic Used มีให้เลือกอย่างหลากหลาย ทั้งขนาด วัสดุ และสี ทั้งยังมีสายสะพายไหล่ที่สามารถถอดออกได้และพวงกุญแจยางโลโก้ Balenciaga

พวงกุญแจ กระเป๋า Balenciaga Neo Classic Used

ซึ่งกระเป๋า Neo Classic Used ในแต่ละขนาดมีราคาดังนี้

กระเป๋า Balenciaga Neo Classic Used

Balenciaga NEO CLASSIC MINI TOP HANDLE BAG ราคาประมาณ 74,900 บาท

กระเป๋า Balenciaga Neo Classic Used

Balenciaga NEO CLASSIC TOP HANDLE BAG ราคาประมาณ 87,900 บาท

กระเป๋า Balenciaga Neo Classic Used

Balenciaga NEO CLASSIC LARGE TOP HANDLE BAG ราคาประมาณ 118,000 บาท


บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ของใหม่ยั่วใจ! Kai X Gucci เท็ดดี้แบร์ จัดเต็มตั้งแต่เสื้อผ้า กระเป๋า ไปจนรองเท้า

แฟนสายเปย์! โต้ง ทูพี ซื้อของขวัญ กระเป๋า Chanel Gabrielle ให้ ปราง กัญญ์ณรัณ

กล่องคุกกี้หรือเปล่า? กระเป๋า Gucci ‘ชมพู่ อารยา’ ใบเดียวราคาเกือบแสน

 

เหรียญเจ้าแม่นาคีรุ่นวีรสตรีต้านโควิด

SOLD OUT เหรียญเจ้าแม่นาคีรุ่นวีรสตรีต้านโควิด “แต้ว” เล็งผลิตรุ่น 2

กระแสตอบรับดีเกินคาด เหรียญเจ้าแม่นาคีรุ่นวีรสตรีต้านโควิด SOLD OUT นางเอก แต้ว-ณฐพร  เล็งผลิตเหรียญรุ่น 2 ต่อเนื่อง

ได้รับฉายาว่า เจ้าแม่แห่งการกักตัว ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สำหรับนางเอกสาวช่อง 3 แต้ว-ณฐพร เตมีรักษ์ รอดจากการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 มาได้ถึง 4 รอบหลังจากไปใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อ ซึ่งหลังจากที่เหตุการณ์ผ่านไปก็มีหลายคนได้ดูถึงแต้วทีเล่นทีจริงว่า น่าจะนำรูปของเธอมาบูชาเป็นของขลังพกติดตัวเพื่อความอุ่นใจ เพื่อให้รอดการติดเชื้อเช่นเดียวกับเธอ

ล่าสุดนางเอกสาวเอาจริงด้วยการผุด เหรียญเจ้าแม่นาคีรุ่นวีรสตรีต้านโควิด ออกมาให้แฟนคลับได้ซื้อหากัน แต่ต้องบอกก่อนว่า สินค้าชิ้นนี้ไม่ใช่เหรียญของขลังอย่างที่ใครเข้าใจ  แต่เป็นตัวติดโทรศัพท์มือถือหรือที่เรียกว่า Griptok ที่นำมาเลียนแบบ ซึ่งเป็นไอเดียในเชิงสนุกสนานมากกว่า โดยรายได้ทั้งหมด โดยไม่หักค่าใช้จ่าย จำนำไปมอบให้กับสถาบันบำราศนราดูร และมูลนิธิรามาธิบดีใน โครงการป้องกันและช่วยเหลือสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19

ล่าสุดสาวแต้สได้แจ้งผ่านอินสตาแกรมว่า เหรียญเจ้าแม่นาคี ได้กระแสตอบรับดีเกินคาด ทำให้ตอนนี้สินค้า SOLD OUT เป็นเรียบร้อยแล้ว หลังเปิดจำหน่ายไม่ทันข้ามวัน นอกจากนี้นักแสดงสาวยังเปิดเผยข่าวดีว่าในเร็วๆ นี้จะมีการจำหน่ายรุ่นสองอีกด้วย แฟนคลับเตรียมจับจองกันให้ดีๆ

 เหรียญเจ้าแม่นาคีรุ่นวีรสตรีต้านโควิด

แต้ว ณฐพร โควิด เหรียญเจ้าแม่นาคีรุ่นวีรสตรีต้านโควิด แต้ว ณฐพรเหรียญเจ้าแม่นาคีรุ่นวีรสตรีต้านโควิด


สามารถติดตามอ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเิตมได้ที่นี่

ส่องลุคกุลสตรีไทย ของ แต้ว-ณฐพร ในชุด ผ้าไหมมัดหมี่ เที่ยววัดอยุธยา

เบื้องหลัง แต้ว-ณฐพร ราชินี TikTok สร้างรอยยิ้มและเสียงหัวเราะให้คุณพ่อที่รัก

แต้ว ณฐพร นักแสดงสาวที่ไม่หยุดพัฒนาฝีมือ เพราะทุกบทบาทใหม่คือการเรียนรู้

ป้าเอ๋-ดวงเพ็ญ

เส้นทาง1 มนุษย์กับคาราวานหมาแมว 400 ชีวิต ของ ป้าเอ๋-ดวงเพ็ญ

กว่า 20 ปีที่ผ่านมาป้าเอ๋-ดวงเพ็ญ ผ่านศึกสมรชัย ทิ้งชีวิตคู่สุขสบายกับสามีมาอุทิศกายใจดูแลหมาแมวที่ถูกทิ้งและโดนทำร้ายกว่า 400 ชีวิต  แม้จะอยู่ในวัยเลยเกษียณและป่วยเป็นโรคหอบหืดก็ตาม

เส้นทางที่ผ่านมาของ 1 มนุษย์กับคาราวานหมาแมว 400 ชีวิตไม่ง่ายเลย โดนไล่ที่หลายครั้ง จนล่าสุดต้องย้ายไปอยู่ที่อำเภอจอมบึง จังหวัดราชบุรี ในที่ดินที่มีผู้ใจดีให้อาศัยอยู่ฟรี แม้จะห่างไกลจากตัวเมือง  เดินทางลำบาก  แต่ป้าเอ๋คิดว่าจากนี้หมาแมวจะได้มีบ้านอยู่ถาวรเสียที

เส้นทาง1 มนุษย์กับคาราวานหมาแมว 400 ชีวิต ของ ป้าเอ๋-ดวงเพ็ญ

จรจัด…หมาแมวด้อยโอกาส

“หลังจากเรียนจบผู้ช่วยพยาบาลจากโรงพยาบาลศิริราช  ป้าไปทำงานเป็นผู้ช่วยพยาบาลส่วนตัวให้คนไข้ที่ต่างประเทศ ทั้งฮ่องกง สิงคโปร์ และไต้หวัน พอกลับมาเมืองไทยก็ได้รู้จักกับแฟนซึ่งเป็นคนจีน เราแต่งงานกันแล้วใช้ชีวิตอยู่ที่เมืองไทย มีความสุขมาก ไม่มีลูกเต้าให้ดูแล การเงินก็ไม่เดือดร้อน เพราะบ้านสามีฐานะดี มีโรงงานตัดเย็บเสื้อผ้า สามารถเลี้ยงดูเราได้สบายโดยไม่ต้องทำงานเลย”

“กระทั่งวันหนึ่งป้ากับแฟนไปวัดเฉลิมพระเกียรติตรงท่าน้ำนนท์ เห็นหมา ป้าเอ๋… นางฟ้าของหมาแมวจรจัดนอนอยู่ จำได้ติดตาจนถึงวันนี้เลยว่าเขาเป็นอัมพาต มีแผลกดทับที่สะโพกทั้งสองด้าน แมลงวันตอมเต็มตัว ตรงหน้ามีชามสังกะสี ข้าวเต็มชาม แต่ขึ้นราแล้ว หมาแทบขยับตัวมากินไม่ได้ คนเดินผ่านไปมาก็รังเกียจเพราะกลิ่นเหม็น เห็นแล้วสงสาร ป้าคิดว่าชีวิตเราที่ได้แต่กินเที่ยวไปวันๆ ไม่มีสาระประโยชน์อะไรเลย เรามีความรู้ด้านพยาบาล ถ้าเก็บเขามาดูแลก็คงจะทำได้ จึงตัดสินใจเก็บมาเลี้ยง อุ้มขึ้นรถทั้งที่สภาพเหม็นมาก สามีก็ไม่ว่าอะไร พอมาถึงบ้านก็ทำแผลให้ มีความสุขมากที่ได้ช่วย ให้เขามีที่กินที่อยู่”

“หลังจากนั้นป้าก็เริ่มทำงานอาสา โดยสามีให้ทุนสำหรับซื้ออุปกรณ์ต่างๆ เช่น ยาแก้เห็บหมัด ยาพิษสุนัขบ้า ด้วยความรู้ที่เรามีก็ไปช่วยฉีดยาให้หมาจรจัดตามหมู่บ้าน ส่วนถ้าเป็นหมามีเจ้าของ ก็จะขอเก็บค่ายาเขาเพียง 50 บาท นอกจากนี้ก็มีไปขอบริจาคยาจากทางเทศบาล พร้อมกับรณรงค์เรื่องการทำหมันให้หมาจรจัด อย่างที่ดินแดงมีบริการทำหมันฟรี ป้าก็ไปขนหมาที่อยู่ตามวัดไปทำ เสร็จก็เอากลับไปส่งวัด เพราะหมาเหล่านี้ดูแลตัวเองได้”

“ส่วนที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ อย่างป่วย ถูกทำร้าย ตาบอด พิการ จะพามารักษาและเลี้ยงดูที่บ้าน ที่เลือกเฉพาะหมาป่วยเพราะเขามีโอกาสตายได้ถ้าอยู่ข้างนอก พอมีคนรู้ว่าเราทำงานตรงนี้  เขาก็จะคอยบอกว่ามีหมาแมวรอความช่วยเหลืออยู่ตรงไหนบ้าง ภายในระยะเวลา 3-4 ปี  ป้าเก็บมาเลี้ยงที่บ้านได้เป็นร้อยตัว”

“ต้องเล่าก่อนว่าบ้านป้าอยู่ตรงเขตชุมชน  แถววัดเฉลิมพระเกียรติท่าน้ำนนท์เป็นบ้านเดี่ยว  พื้นที่ประมาณ 75 ตารางวา  แต่อาศัยอยู่กับครอบครัวของสามี โดยแบ่งพื้นที่ 25 ตารางวาสำหรับเลี้ยงดูหมา  เราก็เอาหมาใส่กรงตั้งซ้อนๆกัน ทีนี้พอจำนวนหมาแมวเพิ่มเยอะก็เริ่มเกิดปัญหา  สร้างความรำคาญให้เพื่อนบ้าน ตอนนั้นเราเป็นมือใหม่  คิดแค่ว่าทำความดีช่วยหมาแมว  คนไม่น่าจะรังเกียจนะแต่พอนึกย้อนก็ไม่แปลกใจที่เขาจะไม่ชอบ  เพราะมีทั้งเสียงเห่าและกลิ่น  ตอนนั้นเพื่อนบ้านไปแจ้งตำรวจ  แจ้งปศุสัตว์  สุดท้ายคณะกรรมการในหมู่บ้านสั่งให้ป้าย้ายหมาแมวออกไปอยู่ที่อื่น  ก็ต้องยอมไป  และต้องยอมรับความจริงว่าแม้จะทำดี แต่ถ้าทำความเดือดร้อนให้ชาวบ้านก็คงไม่ใช่”

ป้าเอ๋-ดวงเพ็ญ

ชีวิตวิบากของหนึ่งมนุษย์กับคาราวานหมาแมว

“หลังจากนั้นป้าย้ายหมาแมวไปเช่าอยู่ในพื้นที่สวนประมาณ 2 ไร่  ข้างวัดสวนแก้ว  ค่าเช่าเดือนละ 3,000 บาท  ตอนนั้นมีหมาแมวรวมกันกว่า 200 ตัวแล้วปัญหาของที่อยู่ใหม่คือหาอาหารลำบาก  สามีส่งเงินมาให้เดือนละ 2 หมื่น  ซึ่งรวมค่ากินอยู่ของเราด้วย  ป้าปลูกกระต๊อบ  มีแคร่เล็กๆใช้แทนเตียงนอน  แล้วกินอยู่
กับหมาแมวที่นั่น  เพราะส่วนใหญ่เป็นสัตว์พิการ  ดูแลตัวเองแทบไม่ได้  และเราไม่มีเงินไปจ้างใคร  ก็ต้องทำเองทั้งหมด”

“ตอนแรกสามีไม่ยอมให้ไป  แต่ป้ายืนยัน  สุดท้ายเขาก็ต้องยอม  ถ้าถามว่าอยู่ได้ไหม  เครียดไหม  ไม่เครียด  ไม่ทุกข์เลย  ขออย่างเดียวให้หมามีที่นอน  ที่อยู่ที่กินแค่นั้น  ป้าอยู่ได้”

“สุดท้ายเมื่อเห็นจากสิ่งที่เราทำ  สามีก็เข้าใจ  เขาไม่โกรธที่เราเลือกหมาแมวคือป้ารู้สึกว่าสามีมีครอบครัว เพื่อนฝูง  แต่หมาแมวพวกนี้ไม่มีใครเลย  แต่จะให้สามีมาอยู่ช่วยเหลือเรา  เขาก็ไม่เคยใช้ชีวิตแบบนี้  เขายินดีช่วยเรื่องเงินมากกว่าแต่ทุกวันอาทิตย์เขาจะมารับไปกินข้าวบ้าง  ไปเดินห้างสรรพสินค้าบ้าง”

“แล้วจู่ๆปี2554 เกิดเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่  มันเหมือนโศกนาฏกรรมเวลาน้ำมาตอนเช้าสูงแค่เอว  กลางวันถึงคอ  ตกเย็นมิดหัว  หมาตายไปเยอะแม้จะมีอาสาสมัครเข้ามาช่วย  แต่เขาไม่กล้าเข้าในพื้นที่ของป้า  เพราะไม่แน่ใจว่าตรงไหนเป็นร่องสวน  กลัวเดินแล้วตกน้ำ  ตอนนั้นป้าเรียกน้องสาวมาช่วยอุ้มหมาแมวหนีน้ำ  แต่บางตัวก็ช่วยออกมาไม่ได้  บางตัวช่วยได้แต่ก็หายไป”

“ป้าแก้ปัญหาเฉพาะหน้าด้วยการพาหมาแมวที่เหลือไปอยู่ที่บ้านสามีก่อนพอเหตุการณ์ดีขึ้นค่อยกลับไปอยู่สวน  แต่พบว่าเรากลับไปอยู่ไม่ได้แล้ว  เพราะทุกอย่างพังหมด  มีแต่ขยะลอยเกลื่อน”

“ป้ามองหาที่อยู่ใหม่  ไปเห็นตึกท้ายสวนใกล้ๆกับสวนเดิม  มีห้องประมาณ6 ห้อง  จึงไปขอเช่าเดือนละ 3,000 บาท  แม้จะไม่โล่งสบายเหมือนอยู่สวน  แต่ข้อดีของตรงนั้นคืออยู่ในละแวกชุมชนที่คนเดินเอาอาหารมาบริจาคให้ได้  เราอยู่กันตรงนั้น 5 ปี  ก็มีคนมาซื้อที่และกำหนดว่าต้องย้ายออกภายใน 3 เดือน”

“ตอนนั้นป้าไม่คิดเลยว่าจะต้องย้ายอีก  เพราะรู้สึกว่าแม้จะไม่สบาย  แต่เราก็อยู่กันได้  พยายามหาที่อยู่จากหลายแหล่ง  ซึ่งหลังจากน้ำท่วมปี2554  คนที่ทราบว่าป้ารับหมาแมวมาเลี้ยงก็บริจาคที่ดินให้  บอกว่าไปอยู่ได้เลยนะ  ไม่คิดเงิน  แต่ส่วนใหญ่อยู่ต่างจังหวัด  ป้าไม่อยากไป  เพราะตัวเองเป็นโรคหอบหืด  ถ้าเกิด
อะไรขึ้นมาจะเดินทางไปโรงพยาบาลลำบาก”

“ที่สุดพบที่ดินบริเวณปลายนาที่ปทุมธานี  แถวลาดหลุมแก้ว  เป็นโรงเลี้ยงไก่ร้าง  ก็ไปขอเช่าเขาเดือนละ 7,000 บาท  ซึ่งพอปรับปรุงพื้นที่ตรงโรงเลี้ยงไก่แล้วบรรยากาศก็ดีขึ้น”

“การย้ายหมาแมวแต่ละครั้งยากมากนะ  อย่างตอนนั้นมีหมาประมาณ 250ตัว  แมว 20 ตัว  ใช้เวลาย้ายเป็นเดือน  เรามีรถปิ๊กอัพเก่าๆอยู่คันหนึ่ง  ค่อยๆทยอยขนหมาแมว  พอไปอยู่ที่นั่นรู้สึกว่าคุ้ม  เพราะหมาแมวได้อยู่ในพื้นที่ที่กว้างขึ้นไม่แออัด  และเราสามารถช่วยเหลือหมาแมวเพิ่มได้อีก  ขณะเดียวกันก็อยู่ใกล้ชุมชน
ใกล้ตลาด  แม้จะอยู่ปลายนา  แต่ขับรถออกมาแป๊บเดียวก็ถึงเขตชุมชน  คนที่รู้จักเราจากเพจบ้านสงเคราะห์สุนัขป้าเอ๋ก็มาบริจาคอาหารให้”

“กลุ่มอาสาสมัครต่างๆก็แวะเวียนมาให้ความช่วยเหลือตลอด  หมาแมวมีกินไม่เคยอด และป้ายังเปิดให้นักเรียน นิสิต นักศึกษาเข้ามาทำกิจกรรมช่วยเหลือหมาแมวได้  เช่น  เวลาตาข่ายพัง หลังคาพัง  นักเรียนเข้ามาช่วยซ่อม บางคนก็มาอาบน้ำให้หมา  นักศึกษาสัตวแพทย์มากายภาพหมาพิการ  มีทหารอากาศเข้ามาทำกิจกรรม เช่น ล้างพัดลมที่ใช้พัดหมาแมว บางคนก็มาช่วยปรับพื้นที่”

“สำหรับเรื่องรายได้  ตอนนั้นสามีก็ยังส่งเงินให้เดือนละ 20,000 บาทค่ะ ใช้เป็นค่าใช้จ่ายของตัวเองแลดูแลหมาแมว  แต่จริงๆ แล้วไม่พอหรอก  เพราะแต่ละเดือนเรามีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 50,000 บาท  จึงต้องหารายได้เสริมด้วยการไปรับซื้อตุ๊กตาหมาแมวมาขาย ตัวละ 70 บาท ซึ่งคนซื้อมักจะช่วยทำบุญเป็น 100 บาท ขณะเดียวกันก็มีคนช่วยบริจาคเสื้อผ้าหมาแมวใหม่ๆที่ยังไม่เคยใส่ รวมไปถึงอุปกรณ์ กระเป๋า  สายจูงที่ยังไม่ได้ใช้  รวมถึงเงินบริจาคจากตู้หยอดเหรียญทำบุญ ก็ถือว่าเพียงพอ”

“ช่วงนั้นพี่สาวเกษียณจากงานพยาบาลพอดี ก็มาอยู่เป็นเพื่อน มาช่วยดูแลหมาแมว เช่น ทำความสะอาด  ส่วนป้าจะทำงานหลัก เช่น ฉีดยา ป้อนข้าว ป้อนยา”

“เราอยู่ตรงนั้น 7 ปี  โดยเจ้าของที่ขึ้นค่าเช่าปีละหนึ่งพัน แต่ก่อนก็อดทนแต่พอนานไปก็รู้สึกว่าเขาบีบเกินไป  เขาบอกว่าถ้าไม่ให้ค่าเช่าก็ต้องย้ายออก ตอนนั้นคิดว่าเราจะไปไหนได้ เพราะมีหมาแมวเกือบ 400 ตัวแล้ว”

“ที่สุดไม่รู้จะทำอย่างไร จึงอัดคลิปขอความช่วยเหลือโพสต์ลงเพจตัวเองก็มีป้าที่รู้จักกัน ชื่อวัชรี บอกว่ามีที่ดินประมาณ 10 ไร่ที่ราชบุรี ให้อยู่ฟรีตลอดชีวิตไม่ต้องจ่ายค่าเช่า ตอนนั้นเรารู้สึกหมดหนทาง ทั้งที่ใจจริงไม่อยากย้ายมาอยู่ต่างจังหวัด เพราะเป็นโรคหอบ แต่ก็คิดว่าไปตายดาบหน้าแล้วกัน”

ป้าเอ๋ นางฟ้าของหมาแมว

ชีวิตใหม่ที่ราชบุรี

“เราโชคดีที่ได้รับความช่วยเหลือจากผู้ใจบุญ รายละ 500,000 บาทบ้าง200,000 บ้าง รวมๆ      กันแล้วก็พอสร้างอาคารโรงเลี้ยงหมาแมวได้สำเร็จ ส่วนสามีป้าก็ยังให้เงิน แต่ลดเหลือเดือนละ 1 หมื่นบาท เพราะโรงงานเขาเจอวิกฤติจากโควิด”

“บ้านใหม่ของเราเป็นอาคารชั้นเดียว แบ่งกั้นห้องให้หมา 30 ห้อง บางตัวอยู่รวมกันได้เพราะมาจากคอกเดียวกัน บางตัวป่วยต้องแยกต่างหาก หรือถ้าตัวไหนไม่ถูกกันก็จะแยกห้องให้ ส่วนแมวอาศัยอยู่รวมกัน  สำหรับป้ามีเตียงที่วางข้างๆคอกหมาเลย ไม่ไปสร้างที่อยู่ใหม่แล้ว ตู้เสื้อผ้า ข้าวของเครื่องใช้ก็อยู่ที่นี่ทั้งหมด”

“การมาอยู่ที่ราชบุรีทำให้คนไปมาหาสู่ลำบากขึ้น แต่ยังโชคดีที่มีอาสาสมัครมาช่วยเหลือ คนที่รู้ว่าเราย้ายมาอยู่นี่ก็ขับรถเอาอาหารมาบริจาค มีอาสาสมัครมาทำงาน ทั้งมาช่วยทำความสะอาด ปรับปรุงพื้นที่ รวมถึงป้ายังเปิดรับนักศึกษาหรือนักเรียนมาทำกิจกรรมได้เหมือนเดิมค่ะ”

หมาแมวก็มีจิตใจ

“หมาแมวทุกตัวที่ป้าช่วยมา เขาต้องเจอความทรมานทั้งใจและร่างกาย บางตัวถูกตี  ถูกเจ้าของยิงก็มี  ตัวหนึ่งชื่อบ๊อบบี้  โดนรถเจ้าของชนตั้งแต่เด็ก ขาเป๋ไปข้างนึง เวลาเดินอึจะไหลตลอดทาง สุดท้ายเจ้าของทิ้ง เราก็ไปช่วยมา เวลาอุ้มเขาจะอึไหล ฉี่ไหล ป้าไม่คิดอะไร คิดแต่ว่าเขาเจ็บทรมานอยู่แล้วอย่าไปว่าอะไรเขา จนกระทั่งวันหนึ่งป้าเหนื่อยจากการทำงานมาก พอทำความสะอาดเสร็จ บ๊อบบี้เดินอึไหลแล้วเหยียบเปื้อนพื้นไปหมด ความที่เหนื่อยมากจึงพูดออกไปว่าเมื่อไหร่จะตายสักที  แล้วผลักตัวเขาไปจนเซล้มทับอึ พอหันไปมองก็สงสาร รู้สึกผิดมาก เพราะถ้าบ๊อบบี้พูดได้คงบอกว่าตัวเขาก็ไม่อยากขาเป๋ ไม่อยากอึไหล ป้าเข้าไปกอด บอกว่าแม่ขอโทษ แม่เหนื่อยไปหน่อย บ๊อบบี้อยู่กับป้าได้4 ปีก็ตาย”

“หรืออย่างป็อปคอร์นเป็นหมามีเจ้าของ แต่วันดีคืนดีเจ้าของเดินทางกลับต่างประเทศแล้วไม่พาไปด้วย พอเจ้าของบ้านใหม่มา ป็อปคอร์นก็โดนไล่ เขานั่งรอหน้าบ้านว่าเมื่อไหร่เจ้าของจะกลับมา ป้าไปเห็นเขาเป็นขี้เรื้อนทั้งตัว มีแผลโดนยุงกัด จึงรับมาเลี้ยง”

“อีกตัวคือรัตนา เป็นเพื่อนสนิทกับป็อปคอร์นเพราะนอนด้วยกัน แต่ก่อนรัตนาตัวเล็กมาก  ตอนนี้เลี้ยงจนอ้วนท้วน ที่เจอเขาเพราะมีคนมาบอกป้าว่าให้ไปดูหน่อย ได้ยินเสียงร้องอยู่กลางนา ไม่รู้ว่าเป็นหมาหรือเปล่า ปรากฏว่าไปพบรัตนาถูกเชือกผูกคอรัดกับต้นไม้ สภาพโทรมมากเพราะโดนแดดเผา จึงรับเขามาดูแล”

“ส่วนแมวก็เจอเรื่องหนักๆมาเยอะ ตัวหนึ่งโดนโยนลงมาจากตึก  สมองกระทบกระเทือน ชักตลอดเวลา  เก็บมาเลี้ยงไม่นานเขาก็ตาย แมวส่วนใหญ่ที่ป้ารับมาเลี้ยงคือแม่แมวท้องแล้วคนทิ้ง เพราะไม่อยากเลี้ยงลูกให้เป็นภาระ ไม่ก็แมวพิการแล้วเจ้าของทิ้ง บางตัวโดนรถชนหลังหัก บางตัวแม่โดนหมากัดตาย  เรา
ก็รับลูกมาเลี้ยง อย่างแมวเราเห็นต้องรับเลี้ยงเลย เพราะช่วยเหลือตัวเองได้แย่กว่าหมา”

“ป้าเลี้ยงหมาแมวทุกตัวอย่างดี จนสมบูรณ์ น่ารัก เคยมีคนมาขอเอาไปเลี้ยงเยอะ แต่ก็ไม่ได้ให้ใครไป  เพราะผูกพัน รักกันไปแล้ว เห็นกันมาตั้งแต่ป่วยโทรม เจ็บหนัก จนตอนนี้แข็งแรง ป้าคิดว่าเขาอยู่อย่างนี้มีความสุขดีแล้ว”นางพยาบาลจำเป็น”

“ช่วงแรกๆเวลาเขาไม่สบาย ป้าจะพาไปหาหมอ เพราะยังไม่รู้ว่าต้องจัดการยังไง ทำให้ได้รู้ว่าถ้าเป็นโรคหัดกับโรคลำไส้หมอจะรังเกียจ เพราะเป็นหมาจรและโรคนี้ติดต่อได้ ถ้ามีคนเอาหมาตัวละหมื่นไปรักษา  แล้วป้าเอาหมาจรไปพร้อมกันหมอจะไล่ป้าออกมาเลย เพราะเชื้อสามารถติดหมาตัวอื่นตายได้ สุดท้ายต้องหาวิธีรักษาในแบบของเราเอง อีกอย่างคือจะพึ่งหมอรักษาตลอดก็ไม่ได้ ไม่อย่างนั้นคงมีหนี้เป็นล้าน”

“ป้ามาศึกษาว่าเวลาหมาเป็นโรคหัดหรือโรคลำไส้ต้องกินยาอะไร ฉีดยาอะไร ด้วยความเป็นพยาบาลจึงพอจะรักษาเองได้ เริ่มแรกคือถ้าเป็นหัดจะต้องแยกกรงไม่ให้อยู่กับเพื่อน ส่วนถ้าเป็นลำไส้ก็จะป้อนยา ขณะเดียวกันการติดโรคของหมาไม่ได้เกิดจากหมาสู่หมา แต่บางครั้งยังเกิดจากคนได้ด้วย เช่น ถ้าป้าเดิน เข้าห้องหมาที่เป็นโรคหัดแล้วไปห้องหมาปกติ  โรคก็ติดกันได้  เพราะฉะนั้นเราต้องเปลี่ยนรองเท้า เปลี่ยนเสื้อ หรือถ้าป้อนยาตัวนี้เสร็จ ก่อนจะไปป้อนอีกตัวต้องล้างมือ”

“ยาที่ต้องมีติดไว้เสมอคือยาฆ่าเชื้อและยาปฏิชีวนะ doxy ที่สามารถรักษาได้เกือบครอบคลุม ทั้งอาการตาเจ็บ คอเจ็บ ไอ แต่ถ้าหมาท้องเสียหรือเป็นโรคเกี่ยวกับลำไส้ ให้กินไดเซนโต กินไปสักพักอาการกทุเลา”

“ที่สำคัญคือการฉีดวัคซีน ต้องพาหมาไปฉีดให้ครบ จะช่วยป้องกันโรคหัดกับลำไส้ได้ ช่วงแรกป้าลงทุนออกเงินเอง ตกโดสละประมาณ 280 บาท แต่ตอนหลังหลายคนรู้ว่าเราหันมาทำงานตรงนี้ ก็จะมีคุณหมอจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ หรือคุณหมอจากคลินิกเอายามาให้ บางคนก็มาช่วยทำหมันฟรี”

“ถ้าเจอเคสหนักๆก็จะขอความช่วยเหลือจากหมออาสา มีหมาที่ป้าตั้งชื่อว่าโอปป้า โดนรถชนแล้วเจ้าของไม่ดูแล ปล่อยให้เดินลากขาจนเป็นแผล เราก็ไปรับมาสุดท้ายต้องตัดขา ถ้าเข้าโรงพยาบาลต้องจ่ายเงินไม่ต่ำกว่า 3 หมื่นบาท  ปศุสัตว์ปทุมธานีรู้ก็ส่งหมอมาช่วยตัดขา ซึ่งพอตัดเสร็จเราก็ดูแลแผลเองทั้งหมด”

“ตอนแรกหมอตัดถึงเข่า โดนเย็บไปกว่า 100 เข็ม แต่โอปป้ากัดแผลตลอดเราพยายามเอาปลอกคอใส่ให้ก็ยังกัดแผลได้อยู่ สุดท้ายแผลเน่า ต้องโดนตัดอีกรอบ คราวนี้ถึงโคนขา โอปป้าก็พยายามจะกัดอีก  สุดท้ายป้าต้องใช้ฟ้าทะลายโจรทาแผลเพื่อให้มีรสขม โอปป้าจึงเลิกกัด”สู้ตราบที่ยังมีแรง”

“ป้าป่วยเป็นโรคหอบหืดตั้งแต่สมัยสาวๆ ยิ่งตอนไปอยู่ต่างประเทศ เวลาอากาศหนาวสุขภาพแย่มาก แต่อยู่เมืองไทยไม่เป็นไร ยกเว้นวันที่อากาศร้อนจัดโชคดีที่ไม่แพ้ขนหมาแมว ขนาดใช้ชีวิตร่วมกันทั้งวันทั้งคืน  แต่พอย้ายมาอยู่ที่ราชบุรี อยู่ใกล้บ้านที่เผาถ่าน ช่วงนั้นอาการจะแย่ จึงต้องมีถังออกซิเจนขนาดใหญ่ไว้ติดบ้านเผื่อเกิดกรณีฉุกเฉิน เพราะกว่าจะขับรถไปถึงโรงพยาบาลในตัวเมืองจอมบึงใช้เวลาราวครึ่งชั่วโมง แต่ถ้าให้พูดตามจริงนะคะ แค่ออกซิเจนอย่างเดียวไม่พอ ต้องให้หมอฉีดยาขยายหลอดลมด้วย จึงต้องฝึกปฐมพยาบาลตัวเองอีก สิ่งแรกคือพยายามไล่ลมออกก่อน เรอออกมาเพื่อให้ตัวโล่ง  แล้วใส่ออกซิเจนอันนี้ช่วยได้  โชคดีคือยังไม่เคยเกิดเหตุร้ายแรงสักครั้ง”

“ตอนเป็นสาวป้าสามารถทำงานได้ทั้งวันทั้งคืนโดยไม่เหนื่อย  แต่ทุกวันนี้ 6 โมงเย็นคือสลบแล้ว จากการที่ต้องป้อนข้าวป้อนน้ำให้หมา รวมถึงซักผ้ารองฉี่รองอึ  ตกวันละกว่า 200 ผืน  หลายคนถามว่าทำไมไม่ใช้แพมเพิร์ส อย่างแรกคือ สิ้นเปลือง สองคือ หมาส่วนใหญ่เป็นแผลกดทับ น้ำที่ไหลออกมาแพมเพิร์ส
เอาไม่อยู่ ไม่เหมือนกับผ้าหนาที่รองรับได้ดีกว่า ซึ่งป้าโชคดีที่มีคนบริจาคผ้านวมมาให้เยอะ”

“บางคนบอกว่าที่ป้าทำงานตรงนี้คงเพราะเป็นเวรกรรมที่ต้องมาชดใช้ บางคนก็บอกว่าป้าเป็นหอบ ไม่แข็งแรง อย่าช่วยหมาแมวเลย แต่ป้ากลับคิดว่าถ้าเราคิดแต่ว่าเราจะตาย ก็จะไม่ได้ทำอะไรเลย เหมือนเราไปตัดโอกาสการมีชีวิตอยู่ของเขา ก่อนที่เราจะตายอาจจะช่วยให้เขารอดก็ได้”

“ป้าจึงไม่เคยคิดว่าเป็นเวรกรรม ถึงจะเหนื่อยยาก ลำบากอย่างไร การช่วยพวกเขาทำให้ใจเราเป็นสุข“ถ้ายังมีแรง ก็อยากทำต่อไปค่ะ”


สามารถติดตามอ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติมได้ที่นี่

ความหิวโหยอันโหดร้ายคือแรงบันดาลใจ “นารายานาน” เชฟของผู้ยากไร้

พ่อพระของคนยาก กู่เทียนเล่อ ไม่หยุดปิดทองหลังพระ สร้างโรงเรียนเพิ่มอีกเพียบ

หล่อทั้งกายและใจ “อเล็กซ์ เรนเดล” ชีวิตจริงในบทบาทพระเอกผู้พิทักษ์สิ่งแวดล้อม

 

เตรียมตัวแต่งงาน

วิธีจัดการความกดดัน! ช่วง เตรียมตัวแต่งงาน ให้สุขภาพดีทั้งกายและใจในวันสำคัญ

พอพูดถึงวันแต่งงาน อะไรๆ ก็ควรจะต้องออกมาเพอร์เฟ็กต์ เพื่อวันสำคัญอีกหนึ่งวันในชีวิตของเรา ตั้งแต่สถานที่จัดงาน ธีมงานแต่ง ชุดแต่งงาน หรือแม้กระทั่งตัวบ่าวสาวเองก็ตาม ต้องฟิต ต้องดูแลตัวเองเพื่อให้ดูดีที่สุดในวันแต่งงาน ซึ่งหลายๆ ครั้งการที่ต้องดูแลตัวเองมากขึ้นเพื่อโอกาสพิเศษนี้ อาจทำให้เกิดแรงกดดันและความเครียดว่าเราจะต้องสมบูรณ์แบบให้ได้ตามที่วาดภาพไว้ จนนำไปสู่การหักโหมและฝืนร่างกายตัวเองจนเกินขีดจำกัด ดังนั้น แพรว จึงมีคำแนะนำดีๆ ในการลดความกดดันและความเครียดที่เกิดจากการต้อง เตรียมตัวแต่งงาน ทั้งการดูแลร่างกายและจิตใจให้มีสุขภาพดี พร้อมสำหรับการสร้างวันสำคัญให้เป็นความทรงจำดีๆ

วิธีจัดการความกดดัน! ช่วง เตรียมตัวแต่งงาน ให้สุขภาพดีทั้งกายและใจในวันสำคัญ

1. หลีกเลี่ยงการไดเอทแบบหักโหม

ยกตัวอย่างเช่น งดการรับสารอาหารไปหนึ่งหมู่ หรือลดปริมาณแคลอรี่ที่ร่างกายควรได้รับเยอะเกินไป เป็นต้น พฤติกรรมแบบนี้จะทำให้ระบบคุ้มกันของร่างกายเรามีปัญหา และอาจส่งผลกับอารมณ์และสมาธิ ทำให้เรารู้สึกหงุดหงิดอยู่ตลอดเวลาในช่วงเวลาที่ควรจะเต็มไปด้วยความสุขและสนุกสนาน จำไว้ว่าไม่ว่าอย่างไรก็ตาม เจ้าสาวก็ยังเป็นคนที่สวยที่สุดในงานเสมอ

เตรียมตัวก่อนงานแต่ง

2. ระมัดระวังทุกครั้งในการออกกำลังกาย

ทางที่ดีที่สุดคือให้ยึดเอารูทีนในการออกกำลังกายที่คุณเคยทำมาตลอดก่อนที่จะวางแผนแต่งงาน เพราะร่างกายของเราก็จะคุ้นเคยกับการเคลื่อนไหวต่างๆ และหลีกเลี่ยงการบาดเจ็บและอุบัติเหตุที่จะเกิดขึ้นได้ หรือสำหรับว่าที่เจ้าสาวคนไหนที่ไม่เคยออกกำลังกายอย่างจริงจังมาก่อน ก็ลองจัดตารางออกไปเดินเล่นออกกำลังกายกับเพื่อนๆ สัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง หรือเข้าคลาสโยคะใกล้ๆ บ้าน เพื่อช่วยให้เรารู้สึกดีกับร่างกายและจิตใจของตัวเองมากขึ้น โดยไม่เป็นการหักโหมและทำลายสุขภาพจนเกินไป

เตรียมตัวก่อนงานแต่ง

3. เมื่อเลือกชุดเจ้าสาว จำไว้ว่าไม่ใช่แค่เลือกชุดที่ถูกใจเท่านั้น แต่ต้องเป็นชุดที่เราใส่แล้วรู้สึกสบายตัวด้วย

พาเพื่อนๆ สมาชิกในครอบครัว หรือคนสนิทที่ไว้ใจไปด้วยเวลาเลือกชุดแต่งงาน เพื่อที่เราจะได้รับกำลังใจและแรงซัพพอร์ตในทางบวกจากพวกเขา ในการตัดสินใจเลือกชุดเจ้าสาวที่ดีสุดสำหรับคุณ และคอยช่วยกันเอาพลังงานด้านลบออกไปในระหว่างที่เราต้องตัดสินใจเลือกชุด

เตรียมตัวก่อนงานแต่ง

4. เก็บเกี่ยวพลังบวกจากคำแนะนำดีๆ ของคนที่รักและห่วงใยเราจากใจจริง

ระวังตัวจากผู้คนที่พยายามจะยัดเยียดความคิดด้านลบและวิธีการในการดูแลตัวเองแบบผิดๆ ที่จะพาให้เราออกห่างจากความรู้สึกด้านบวก และความทรงจำดีๆ ที่วันแต่งงานของเราควรจะนำมาให้

เตรียมตัวก่อนงานแต่ง


ข้อมูล : insideweddings.com, freepik.com, pinterest.com

เรียบเรียง : KimZ

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ 

เคล็ดลับเตรียมผิว เจ้าสาว จากเซเลบฮอลลีวูดส์ก่อนเดินพรมแดง

คัดมาให้แล้ว! 10 น้ำหอม สำหรับเจ้าสาว กลิ่นหรูหราเลอค่าส่งเจ้าสาวให้ดูแพง!

แมตช์หน้ากากให้เข้ากับชุด แต่งงาน แฮ็ปปี้ทั้งบ่าว-สาว ปลอดภัยจาก โควิด-19