แพ็คเกจแต่งงาน

บ่าวสาวต้องรู้! ก่อนตัดสินใจเลือกซื้อ แพ็คเกจแต่งงาน ของโรงแรม

แพ็คเกจแต่งงาน
แพ็คเกจแต่งงาน

เมื่อตกลงปลงใจว่าจะจูงมือกันเข้าสู่ประตูวิวาห์ ขั้นตอนต่อไปคือการจัดงานซึ่งถือว่าเป็นด่านหินด่านโหด สำหรับคู่ที่มีแรงมีเวลาอาจเลือกจัดการเองทุกสิ่งสรรพ แต่สำหรับคู่ที่มีเวลาน้อยต้องใช้สอยอย่างจำกัดหรือไม่ถนัดเรื่องนี้เอาซะเลย การเลือกใช้บริการ แพ็คเกจแต่งงาน ก็ถือเป็นทางเลือกที่ดี ซึ่งหลายคนคงอยากรู้ว่าแพ็คเกจแต่งงานแบบไหนเป็นอย่างไร หรือมีบัดเจ็ทเท่านี้งานจะออกมาหน้าตาแบบไหน เราจึงสรุปมาให้ว่าที่บ่าวสาวทั้งหลายได้รู้กันตรงนี้

บ่าวสาวต้องรู้! ก่อนตัดสินใจเลือกซื้อ แพ็คเกจแต่งงาน ของโรงแรม

รู้ก่อนสักนิด

ก่อนอื่นคุณว่าที่บ่าวสาวทั้งหลายต้องทำความเข้าใจกันก่อนว่า ราคาแพ็คเกจแต่งงานของแต่ละโรงแรมนั้นไม่ได้มีการกำหนดไว้ตายตัว แต่เป็นราคาขั้นต่ำตามที่ใช้จ่ายจริง ซึ่งในแต่ละช่วงราคาก็จะได้รับของสมนาคุณที่แตกต่างกันออกไป ไม่ว่าจะเป็นเค้ก แบ็กดร็อป หรือดอกไม้ตกแต่ง พูดง่ายๆ คือ จ่ายน้อยก็ได้น้อย จ่ายมากก็ได้มาก เช่น หากคุณใช้จ่าย 500,000 บาท จะได้รับเค้ก 5 ชั้น แต่หากใช้จ่าย 700,000 บาท จะได้รับเค้ก 7 ชั้น เป็นต้น

แล้วค่าใช้จ่ายดังกล่าวเกิดขึ้นมาได้อย่างไร ก็เกิดขึ้นจากค่าอาหารและเครื่องดื่มตามเมนูที่คุณเลือกคูณกับจำนวนแขก ซึ่งแน่นอนว่าในแต่ละเมนูก็จะมีราคาที่แตกต่างกันออกไป ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับลักษณะของเมนูว่าเป็นค็อกเทล บุฟเฟ่ต์ หรือโต๊ะจีน และขึ้นอยู่กับความวิลิศมาหราของเมนูที่คุณเลือกนั่นเอง

บัดเจ็ทเบาๆ ที่เราเอื้อมถึง

เป็นที่ทราบกันดีว่าราคาแพ็คเกจแต่งงานของโรงแรมนั้นแพงหูฉี่ แต่ด้วยปัจจัยหลายๆ อย่าง ไม่ว่าจะเป็นความสมเกียรติสมฐานะ บรรยากาศหรูเลิศอลังการ หรือความสะดวกในการเดินทาง ทำให้บ่าว-สาวตัดสินใจยอมควักกระเป๋าจ่าย ซึ่งต้องมีบัดเจ็ทขั้นต่ำเท่าไหร่กันเล่าถึงจะจัดงานแต่งที่โรงแรมได้ เราจะบอกใบ้ให้รู้กัน

400,000 บาท ถือเป็นบัดเจ็ทขั้นต่ำที่บ่าว-สาวควรกำไว้ในมือให้แน่นสำหรับการใช้บริการแพ็คเกจแต่งงานของโรงแรม เพราะเพียงมีงบจำนวนนี้ก็สามารถจัดงานแต่งในโรงแรมระดับ 3 ดาวได้แล้ว ทั้งนี้ห้องจัดเลี้ยงหรือแคเทอริ่งอาจจะไม่หรูหราเท่ากับโรงแรม 5 ดาว แต่ก็จัดว่าดูดีเป็นหน้าเป็นตาได้ในระดับหนึ่ง

ความหลากหลายของเมนูอาหารและเครื่องดื่มก็ไม่ขี้ริ้วขี้เหร่แต่อย่างใด เพราะมีให้เลือกสรรกันตั้งแต่เมนูเบสิกๆ ไปจนถึงหูฉลาม  ราคาโดยเฉลี่ยไม่ว่าจะเป็นค็อกเทล บุฟเฟ่ต์ หรือโต๊ะจีนอยู่ที่หัวละประมาณ 1,000-1,200 บาท ซึ่งเมื่อคูณกับจำนวนแขกพื้นฐาน 300 คน ก็ยังอยู่ในงบที่ว่าไว้แบบพอเผื่อเหลือเผื่อขาดเพื่อความอุ่นใจ นอกจากนี้หากอยากได้ซุ้มอาหารแบบทำสดใหม่ โรงแรมระดับ 3 ดาวบางแห่งก็เสกสรรให้คุณได้ในราคาเบาๆ เพียงซุ้มละประมาณ 6,000-8,000 บาท เท่านั้น

สำหรับเรื่องความสวยงามของห้องจัดเลี้ยงนั้นก็ไม่น่าเป็นห่วงเพราะถือว่าสวยงามสมราคา อาจมีจุดด้อยอยู่บ้างในเรื่องขนาดเพราะไม่ค่อยมีห้องขนาดใหญ่ โดยส่วนมากจะรองรับแขกได้ประมาณ 300-500 คนเท่านั้น

ทุ่มงบไม่อั้นเพื่อวันของเรา

หากคุณคือบ่าว-สาวกระเป๋าหนักที่คิดว่าวันสำคัญของชีวิตทั้งทีต้องออกมาดีที่สุด แพ็คเกจแต่งงานของโรงแรมระดับ 5 ดาวจะไม่ทำให้ผิดหวังอย่างแน่นอน เพราะสิ่งแรกที่การันตีความหรูเลิศอลังการให้งานแต่งของคุณได้คือ ห้องจัดเลี้ยงซึ่งสวยงามหรูหราประดับประดาแชนเดอร์เลียร์ระยิบระยับ อีกทั้งระบบแสงสีเสียงที่จัดเต็มอย่างสมบูรณ์แบบ ไม่มีปัญหาเรื่องเสียงไมค์เบาเกินไปหรือสีไฟประหลาดๆ ให้ว้าวุ่นใจอย่างแน่นอน นอกจากนี้ยังหมดกังวลเรื่องขนาดห้องกับจำนวนแขกเพราะโรงแรมระดับ 5 ดาวส่วนใหญ่จะมีห้องจัดเลี้ยงที่ใหญ่โตกว้างขวางสำหรับรองรับแขกได้ถึง 1,000 คน

ในส่วนของแคเทอริ่งนั้นขอบอกเลยว่าจัดหนักด้วยเมนูอย่างหรูแถมรสชาติก็รับรองได้ว่าดีเลิศประเสริฐศรี แต่แน่นอนว่าต้องแลกมาด้วยราคาที่สูงลิบลิ่วเช่นกัน อย่างค็อกเทลจะอยู่ที่หัวละประมาณ 1,400-1,800 บาท บุฟเฟ่ต์หัวละประมาณ 1,600-1,900 บาท และโต๊ะจีนมีให้เลือกกันตั้งแต่ราคาประมาณ 17,000 บาท ไปจนถึง 28,000 บาท เลยทีเดียว เรียกว่าอยากเลี้ยงดูปูเสื่อให้แขกเหรื่อกินหรูอยู่ดีขนาดไหนก็จัดกันได้เต็มที่

หลายคนอาจคิดว่าถ้าอย่างนั้นเชิญแขกน้อยๆ สัก 100-200 คน ก็สามารถจัดงานแต่งในโรงแรมระดับ 5 ดาว ในงบเบาๆ ได้แล้วล่ะสิ ถ้าทำอย่างนั้นได้ก็คงดี แต่ความเป็นจริงแล้วโรงแรมระดับ 5 ดาว ส่วนใหญ่จะกำหนดจำนวนแขกขั้นต่ำเอาไว้อย่างชัดเจน ซึ่งอยู่ที่ประมาณ 500 คน ลองคำนวณกันดูเล่นๆ แบบเลือกแคเทอริ่งราคาถูกสุด 1,400 บาท กับจำนวนแขก 500 คน ผลลัพธ์ที่ออกมาคือ 700,000 บาท ทั้งนี้ยังไม่รวมซุ้มอาหารแบบทำสดใหม่ที่มีให้เลือกกันตั้งแต่ราคาซุ้มละประมาณ 12,000 บาท ไปจนถึง 40,000 บาท ขึ้นอยู่กับเมนูอาหารที่เลือก บอกเลยว่าแค่เห็นตัวเลขกลมๆ ลมก็แทบจับแล้ว อย่าลืมเช็คกันด้วยว่าราคาที่เห็นนี้รวมเซอร์วิสชาร์จ 10% และภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% แล้วหรือยัง อีกทั้งค่านำเข้าดอกไม้หรือข้าวของต่างๆ เท่าไหร่และมีเงื่อนไขอย่างไร ต้องตกลงกับทางโรงแรมให้ดี งบจะได้ไม่บานปลายและไม่บาดหมางใจกันทีหลัง

ห้ามพลาด! ของสมนาคุณ 

ของสมนาคุณ เรียกง่ายๆ ว่าของแถมหรือของฟรีที่บ่าว-สาวจะได้รับตามจำนวนเงินที่ใช้จ่าย ซึ่งจริงๆ แล้วก็ไม่ฟรีหรอกเพราะมันรวมมูลค่าอยู่ในราคาแคเทอริ่งแล้ว ใครจะให้กันฟรีๆ จริงไหมล่ะคะ แต่พอใช้คำว่าของฟรีมันก็ล่อตาล่อใจขึ้นมาในบัดดล ซึ่งอย่างไรเสียก็ถือว่าเป็นผลประโยชน์ของคุณ ดังนั้นจึงควรได้รับอย่างคุ้มค่าที่สุด

สำหรับของสมนาคุณที่ควรจะได้รับจากแพ็คเกจแต่งงานนั้น หลักๆ เลยคือ แบ็กดร็อปถ่ายภาพหน้างาน แบ็กดร็อปบนเวที ดอกไม้ตกแต่ง เค้ก น้ำแข็งแกะสลัก พวงมาลัยบ่าว-สาว ช่อบูเกต์ ดอกไม้ติดหน้าอก กล่องใส่ซอง สมุดเซ็นอวยพร จอโปรเจ็กเตอร์ ฟรีค่าเปิดขวดสำหรับเหล้าหรือไวน์ อาหารและเครื่องดื่มสำหรับบ่าว-สาวในวันงาน ห้องแต่งตัวและห้องพัก 1 คืนพร้อมอาหารเช้า ซึ่งทั้งหมดนี้จะมีความแตกต่างกันไปในเรื่องจำนวนและความสวยงามขึ้นอยู่กับเม็ดเงินที่ใช้จ่ายและระดับของโรงแรม

นอกจากนี้ในส่วนของโรงแรมระดับ 5 ดาว จะมีของสมนาคุณที่ล่อตาล่อใจขึ้นไปอีก เช่น ไวน์ชั้นดี สปาสำหรับบ่าว-สาว บัตรรับประทานอาหารสำหรับวันครบรอบแต่งงานปีแรก ห้องพัก 1 คืนพร้อมอาหารเช้าสำหรับวันครบรอบแต่งงานปีแรก เป็นต้น

ทริคง่ายๆ หากอยากได้รับของสมนาคุณอย่างคุ้มค่า เราขอแนะนำว่าให้มองหาโรงแรมที่กำลังจัดโปรโมชั่น อาจจะเป็นตามงานเวดดิ้งแฟร์หรืองานอีเว้นท์ต่างๆ เพราะเขาจะแข่งกันแจกแข่งกันแถมเพื่อดึงดูดใจแบบไม่ยั้ง


ภาพ : pexels.com

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

เลื่อนดีกว่าเลิก 7 เหตุผลที่ควร เลื่อนงานแต่ง ดีกว่ายกเลิกในสถานการณ์โควิด-19

วิธีจัดการความกดดัน! ช่วง เตรียมตัวแต่งงาน ให้สุขภาพดีทั้งกายและใจในวันสำคัญ

แจก Wedding Checklist วางแผนแต่งงาน ฉบับบ่าวสาวมือโปร

Praew Recommend

keyboard_arrow_up