9 โรคเสี่ยงตายจาก ผลิตภัณฑ์อกฟูรูฟิต

9 โรคเสี่ยงตายจาก ผลิตภัณฑ์อกฟูรูฟิต แม้เป็นสมุนไพรแต่ทำไมไม่ควรกิน!!

Alternative Textaccount_circle
event
9 โรคเสี่ยงตายจาก ผลิตภัณฑ์อกฟูรูฟิต
9 โรคเสี่ยงตายจาก ผลิตภัณฑ์อกฟูรูฟิต

เชื่อว่าทุกวันนี้ยังมีคนซื้อเพราะเชื่อโฆษณาชวนเชื่อเกินจริงในโซเชี่ยลอีกมาก และก็ยังมีหลายคนที่อยากทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับ ผลิตภัณฑ์อกฟูรูฟิต ที่กล่าวอ้างว่าช่วยให้อกฟูรูฟิต เพราะมีเพื่อนบ้านมาแนะนำให้ซื้อกิน บอกว่าจะช่วยให้หน้าอกใหญ่ขึ้นและทำให้ช่องคลอดกระชับ ซึ่ง พญ.ชัญวลี ศรีสุโข สูตินรีแพทย์ รพ.ประจำจังหวัดพิจิตร จะมาไขข้อข้องใจว่าผลิตภัณฑ์ดังกล่าวมีอันตรายไหม และสามารถกินได้หรือไม่

ความกลัวที่ว่าสามีจะไม่รัก หากไม่เซ็กซี่ ไม่มีหน้าอกใหญ่ๆ ช่องคลอดไม่ฟิตกระชับนั้น ย่อมซ่อนอยู่ในใจของผู้หญิงจำนวนหนึ่ง นี่จึงเป็นที่มาของผลิตภัณฑ์ประเภทช่วยอกฟูรูฟิต ซึ่งขายดิบขายดีมียอดขายรวมหลายร้อยหลายพันล้านต่อปี หากเราเปิดอินเทอร์เน็ตค้นคำว่าอกฟูรูฟิต จะเจอกับผลิตภัณฑ์นับร้อยที่โฆษณาสรรพคุณว่าช่วยให้หน้าอกใหญ่ กระชับช่องคลอด ร่วมกับสรรพคุณด้านความงามอื่นๆ

แต่ก็จะเจอผู้โพสต์เกี่ยวกับอันตรายของผลิตภัณฑ์ดังกล่าวมากมาย เช่น มีคนไข้รายหนึ่ง หลังจากกินผลิตภัณฑ์อ้างสรรพคุณอกฟูรูฟิตติดต่อกันเป็นเดือน พบว่าหน้าอกเต่งตึงขึ้นจริง แต่ปัสสาวะไม่ออก ปวดท้องรุนแรง ต้องไปโรงพยาบาลเพื่อเข้ารับการผ่าตัดด่วน เพราะมีเนื้องอกมดลูกขนาดโตเท่าผู้หญิงที่มีอายุครรภ์สี่เดือนกดทับกระเพาะปัสสาวะจากฤทธิ์ของผลิตภัณฑ์ดังกล่าว

คนไข้อีกหลายรายประจำเดือนมามาก ตกเลือดจนต้องให้เลือด และไปจบที่ต้องนอนโรงพยาบาล ทั้งยังมีคนไข้เป็นมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก มะเร็งเต้านมกำเริบจากการใช้ผลิตภัณฑ์ดังกล่าว ทำไมจึงเกิดเหตุการณ์เช่นนั้นได้ ในเมื่อคำโฆษณาของผลิตภัณฑ์กล่าวถึงสรรพคุณที่ว่าอกฟูรูฟิต มีส่วนประกอบของสมุนไพรจากธรรมชาติปลอดภัย มีงานวิจัยรับรอง มี อย. และ GMP

ผลิตภัณฑ์อกฟูรูฟิต แม้เป็นสมุนไพรแต่ทำไมไม่ควรกิน!!

ผลิตภัณฑ์เหล่านี้แม้เป็นสมุนไพร แต่ไม่ผ่านการทดลองตามข้อกำหนดเกี่ยวกับประสิทธิภาพและความปลอดภัยที่จะรับรองให้เป็นยา จึงได้ชื่อว่าผลิตภัณฑ์อาหารเสริมหรือเสริมอาหาร ไม่ใช่ยา บนฉลากจึงไม่สามารถเขียนคำว่ารักษาโรคและป้องกันโรคได้

ส่วนการที่ อย.รับรอง แปลว่ามีส่วนประกอบของสมุนไพรตามฉลาก ไม่ได้แปลว่าได้ผลดีและปลอดภัยร้อยเปอร์เซ็นต์ เรื่องนี้จึงเป็นหน้าที่ของผู้บริโภคที่จะตัดสินใจเองว่าควรกินดีหรือไม่ ส่วนประกอบหลักของผลิตภัณฑ์เป็นสมุนไพร มีส่วนประกอบสารเคมีที่เป็นฮอร์โมนเพศหญิง เรียกว่าไฟโตเอสโทรเจน ได้แก่ กวาวเครือ ว่าน ชักมดลูก ตังกุย โปรตีนสกัดเข้มข้นจากถั่วเหลือง และอื่นๆ

หากกินผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่มีไฟโตเอสโทรเจนเหล่านี้ติดต่อกันเป็นระยะเวลานานหรือกินในปริมาณมาก จะกระตุ้นส่วนต่างๆ ของร่างกาย รวมไปถึงอวัยวะสืบพันธุ์ของผู้หญิง ทำให้เต้านมขยายตัว ช่องคลอดบวมมีเนื้อหนา สร้างตกขาวปริมาณมาก

ผลิตภัณฑ์อกฟูรูฟิต แม้เป็นสมุนไพรแต่ทำไมไม่ควรกิน!!

วิธีกินให้ปลอดภัย ไม่ควรกินในรูปแบบผลิตภัณฑ์อาหารเสริมหรือสกัดเข้มข้นในปริมาณมาก แต่ควรกินเป็นอาหารที่มีฮอร์โมนไม่มาก เพราะสารไฟโตเอสโทรเจนนั้นมีอยู่ในพืชผักกว่า 300 ชนิด เช่น ถั่วเหลือง ผักใบเขียว ซึ่งจะเกิดอันตรายน้อย และอาจจะลดการเกิดโรคที่เกี่ยวกับความผิดปกติของเต้านม มดลูก รังไข่ ปากมดลูก ช่องคลอด เพราะเป็นฮอร์โมนเพศหญิงชนิดออกฤทธิ์อ่อนที่คอยไปจับฮอร์โมนเพศหญิงชนิดออกฤทธิ์แรงจากเซลล์รับฮอร์โมนเพศหญิง

หากกินในรูปแบบผลิตภัณฑ์อาหารเสริม ไม่ควรกินมาก และไม่ควรกินต่อเนื่อง (เกิน 1 สัปดาห์) ผลที่เกิดขึ้นจะอยู่ชั่วคราวและกลับมาสู่ปกติได้ แต่หากกินในปริมาณมาก อาจทำให้ร่างกายได้รับฮอร์โมนมากเกินไปจนเกิดอันตราย และอาจจะเกิดโรคของเต้านม มดลูก รังไข่ ปากมดลูก ช่องคลอด หลอดเลือด ดังที่กล่าวไปแล้ว ซึ่งจะไม่สามารถกลับมาเป็นปกติได้อีก

3,000 เท่า คือปริมาณฮอร์โมนเอสโทรเจนในอาหารเสริม 1 ช้อนชา ซึ่งมีมากกว่าฮอร์โมนเอสโทรเจนในยาเม็ดคุมกำเนิด

ดังนั้น ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมที่มีไฟโตเอสโทรเจน แม้จะเป็นสารสกัดจากธรรมชาติ ก็ใช่ว่าจะไม่ก่อให้เกิดอันตราย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในคนที่มีโรคหรืออยู่ในสภาวะดังต่อไปนี้

9 โรคเสี่ยงตายจาก ผลิตภัณฑ์อกฟูรูฟิต

9 โรคเสี่ยงตายจาก ผลิตภัณฑ์อกฟูรูฟิต

1. ผู้หญิงที่มีน้ำหนักมาก มักมีฮอร์โมนเพศหญิงมาก อาจทำให้ตกเลือด เลือดประจำเดือนออกไม่หยุด

2. เป็นโรคมะเร็ง หรือมีความเสี่ยงที่จะเป็นมะเร็งเต้านม โพรงมดลูก รังไข่ ปากมดลูก อาจทำให้เกิดโรคมะเร็ง หรือโรคมะเร็งที่เป็นอยู่แล้วกำเริบ

3. เป็นโรคหลอดเลือด เช่นหลอดเลือดอุดตันที่หัวใจ ที่สมองที่หลอดเลือดดำ เส้นเลือดขอดอุดตัน การอุดตันจะมากขึ้น

4. เป็นโรคตับ เช่น ตับอักเสบ ตับแข็ง มีค่าเอนไซม์ตับผิดปกติจะเป็นมากขึ้นจนถึงขั้นตับวายได้

5. เป็นโรครังไข่และโรคมดลูก เช่น ซีสต์รังไข่ ช็อกโกแลตซีสต์ เนื้องอกรังไข่ เนื้องอกมดลูก เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ สารไฟโตเอสโทรเจนจะทำให้เนื้องอกเหล่านี้โตอย่างรวดเร็ว

6. เป็นโรคหัวใจ เช่น ลิ้นหัวใจรั่ว หัวใจวาย ความดันโลหิตสูงมากอาจทำให้อาการรุนแรงขึ้น

7. เป็นไมเกรน อาจทำให้อาการปวดศีรษะรุนแรงขึ้น

8. เป็นโรคเกี่ยวกับภูมิแพ้ร่างกาย เช่น ภูมิแพ้เอสแอลอี เพราะจะทำให้เกิดเส้นเลือดอุดตัน อาการจึงอาจกำเริบ

9. สูบบุหรี่เป็นประจำ เพราะอาจก่อให้เกิดหลอดเลือดอุดตันที่หัวใจหรือในสมอง เป็นอัมพฤกษ์หรืออัมพาตได้


ข้อมูล : นิตยสารชีวจิต ฉบับ 448
ภาพ : Pexels

 

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

“น้ำตาลเทียม” อาจทำให้ลดน้ำหนักได้ยากกว่าน้ำตาลธรรมดาจริงหรือ?

วัคซีนปลอมระบาด! เปิดความรู้เรื่อง วัคซีนโควิด-19 ที่ผ่านการทดลอง

แพทย์เตือน “ฉีดวิตามิน” เข้าหลอดเลือด อันตราย แนะนำ ทาครีมกันแดด หลบแดด

 

Praew Recommend

keyboard_arrow_up