ชุดเจ้าสาว ลุคพรมแดง

ชุดขาวพิฆาตพรมแดง! 11 ชุดเจ้าสาว ที่เหล่าคนดังฮอลลีวู้ดหยิบมาใส่เดินพรมแดง

อีเว้นต์เดินพรมแดง ไม่ว่าจะงานประกาศรางวัลไหนๆ ต่างก็เป็นที่รอคอยและจับตามองของเหล่าผู้ชมเสมอ ว่าเหล่าศิลปินคนดังที่เราชื่นชอบนั้นจะออกมาเดินในลุคไหน หลายๆ ครั้งที่เซเลบริตี้ก็ปรากฏตัวบนพรมแดงในลุคที่ทำให้แฟนๆ อ้าปากค้างไปตามๆ กัน แถมลุคพรมแดงของเหล่าคนดังนั้นยังสร้างแรงบันดาลใจให้กับวงการแฟชั่นอีกด้วย ไม่เว้นแม้แต่วงการแฟชั่น ชุดเจ้าสาว ครั้งนี้ แพรวเวดดิ้ง จึงรวบรวมเอาลุคเจ้าสาวสุดปัง ที่คนดังฮอลลีวู้ดทั้งหลายสวมใส่ขณะเดินบนพรมแดง ตบเท้าเข้างานประกาศรางวัล จะมีดีไซน์สะดุดตาถูกใจเหล่าเจ้าสาวกันขนาดไหน ตามไปดูกันเลย

ชุดขาวพิฆาตพรมแดง! 11 ชุดเจ้าสาว ที่เหล่าคนดังฮอลลีวู้ดหยิบมาใส่เดินพรมแดง

1. Maria Bakalova ในงาน Oscars Awards 2021

นักแสดงสาวผู้มีชื่อเข้าชิงรางวัล Oscars ในบท Tutar จากหนัง Borat 2 สวมชุดเดรส Ball Gown ของ Louis Vuitton ให้ความรู้สึกราวกับเจ้าหญิง Maria ยังสวมสร้อยและต่างหูเพชรจากแบรนด์ Moussaieff Jewellers เพิ่มความหรูหราราวราชนิกูลขึ้นไปอีก

ชุดเจ้าสาว ลุคพรมแดง

 

2. Priyanka Chopra ในงานเทศกาลหนังเมืองคานน์ปี 2019

ชุดทูเล่ Ball Gown กระโปรงไล่ชั้นและดีไซน์เกาะอกที่เป็นเอกลักษณ์จากคอลเล็คชั่นฤดูใบไม้ผลิของ Georges Hobeika จูงมือมาคู่กับสามีของเธอ Nick Jonas ในชุดสูทสีขาวล้วนและรองเท้าหนังสีดำ

ชุดเจ้าสาว ลุคพรมแดง

 

3. Sarah Jessica Parker ในงาน Golden Globe Awards 2017

Sarah Jessica Parker นักแสดงดังเป็นที่รู้จักกันดีในบท Carrie Bradshaw ในซีรี่ย์ Sex and The City เดินพรมแดงงานประกาศรางวัล Golden Globe Awards 2017 ในชุดราตรีสีขาวคอวีแขนโอเวอร์ไซส์ จากคอลเล็คชั่นชุดเจ้าสาวฤดูใบไม้ผลิของแบรนด์ Vera Wang

ชุดเจ้าสาว ลุคพรมแดง

 

4. Lady Gaga ในงาน SAG Awards 2019

ป็อปสตาร์ตัวแม่ Lady Gaga ปรากฏตัวบนพรมแดงงาน SAG Awards ปี 2019 ในลุคฮอลลีวู้ดวินเทจด้วย ชุดเจ้าสาวจากคอลเล็คชั่นโอต์กูตูร์ของแบรนด์ Dior ชุดเดรสคอวี ดีเทลผ้าทูเล่กระโปรงผ่าข้าง โดย Gaga แต่งหน้าทำผมสไตล์วินเทจ ลิปสีแดงเข้มเปลี่ยนลุคเจ้าสาวจ๋าให้กลายเป็นลุคที่เหมาะกับการเดินพรมแดงมากขึ้น

ชุดเจ้าสาว ลุคพรมแดง

 

5. Adriana Lima ในเทศกาลหนังเมืองคานน์ปี 2017

ซูเปอร์โมเดล Adriana Lima สวมชุดเกาะอกสีขาวจากแบรนด์ชุดเจ้าสาวชื่อดังอย่าง Naeem Khan พร้อมด้วยสร้อยคอดีไซน์เก๋จาก Chopard เพิ่มความเป็นลุคเดินพรมแดงด้วย ทรงผมแบบ wet look ปาดหลัง และลิปสติกสีแดงแรงฤทธิ์

ชุดเจ้าสาว ลุคพรมแดง

 

6. Margot Robbie ในงาน Oscars Awards ปี 2018

นักแสดงสาว Margot Robbie ปรากฏตัวในงานพรมแดงของ Oscars Awards ปี 2018 ชุดเดรสสีขาวดีเทลชายกระโปรงไล่ชั้น จากแบรนด์ Chanel ให้ลุคเจ้าสาวที่เรียบหรูสง่างามสมกับเอกลักษณ์ของแบรนด์กันเลยทีเดียว

ชุดเจ้าสาว ลุคพรมแดง

 

7. Serena Williams ในงาน Oscars after-party ปี 2016

Serena Williams สวมชุดเจ้าสาวจากแบรนด์ Galia Lahav ชุดเดรสแขนยาวลูกไม้สไตล์วินเทจด้วยดีเทลลูกปัดและคริสตัลที่ปักอยู่ทั่วชุด จับทุกสายตาภายในงานได้อย่างไม่ต้องสงสัย

ชุดเจ้าสาว ลุคพรมแดง

 

8. Elle Fanning ในงานเทศกาลหนังเมืองคานน์ปี 2019

อีกหนึ่งเจ้าหญิงแห่งวงการฮอลลีวู้ดอย่าง Elle Fanning ที่ปรากฎตัวในพิธีปิดงานเทศกาลหนังเมืองคานน์ปี 2019 ด้วยลุคเจ้าสาว ชุดเดรสสีแชมเปญปักลายลูกปัดและคริสตัลจาก Reem Acra และผ้าคลุมผ้าโปรงทำให้ Elle Fanning ดูเหมือนเจ้าหญิงในชุดเจ้าสาวเข้าไปอีก

ชุดเจ้าสาว ลุคพรมแดง

 

9. Nicole Kidman ในงาน Hollywood Film Award ปี 2019

สำหรับใครที่เป็นสายวินเทจ พลาดไม่ได้เลยกับลุคของ นักแสดงฮอลลีวู้ดระดับเอลิสต์ ตัวแม่อย่าง Nicole Kidman ที่ปรากฏตัวในงาน Hollywood Film Award ปี 2019 ด้วยชุดเดรสแขนยาวสีขาวปักลายดอกไม้ผ้าจากคอลเล็คชั่นฤดูใบไม้ผลิของแบรนด์ Loewe ด้วยเนื้อผ้าซาตินสีขาวทำให้ได้ลุควินเทจ และแมตช์กับรองเท้าส้นสูงสีแดงสดเพิ่มความเป็นลุคพรมแดงมากขึ้น

ชุดเจ้าสาว ลุคพรมแดง

 

10. Jessica Biel ในงาน Emmy Awards ปี 2018

นักแสดงสาวสวย Jessica Biel ตบเท้าเดินพรมแดงเข้างานประกาศรางวัล Emmy Awards ปี 2018 ในชุด Ball Gown สีขาวดีเทลผ้าลายทรงเปลือกหอยของแบรนด์ Ralph & Russo ด้วยดีเทลแปลกตาของกระโปรงชุดเดรสและลายชุดที่เป็นเอกลักษณ์เรียกได้ว่าเป็นดีไซน์แฟชั่นจ๋า เหมาะกับเจ้าสาวสมัยใหม่สุดๆ

ชุดเจ้าสาว ลุคพรมแดง

 

11. Jennifer Aniston ในงาน SAG Awards ปี 2020

อีกหนึ่งดาราดังของฮอลลีวู้ดที่ออกมาในชุดสไตล์วินเทจ Jennifer Aniston ปรากฏตัวในงาน SAG Awards ปี 2020 ในชุดผ้าไหมสีขาวเข้ารูปทรงหางปลาจากแบรนด์ Dior อวดทรวดทรงหุ่นสวยเป๊ะในวัย 51

ชุดเจ้าสาว ลุคพรมแดง

 


ข้อมูล : bride.com, pinterest.com

เรียบเรียง : KimZ

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

สวยโลกต้องจำ 10 ชุดเจ้าสาว สุดปังแห่งทศวรรษของคนดังระดับเอลิสต์

ผ่านมา 10 ปีแล้ว ทำไมยังตราตรึงใจ ย้อนซูมทุกดีเทล ลุคเจ้าสาวของดัชเชสเคท

ต้องสวยทุกช่วงเวลา! เสิร์ฟ 10 Dinner Dresses สำหรับเจ้าสาวทุกสไตล์

ลิมิเต็ด เอดิชั่น UNIQLO x Marimekko คอลเล็คชั่นใหม่ สดใสในดีไซน์เดนิม

ลิมิเต็ด เอดิชั่น UNIQLO x Marimekko คอลเล็คชั่นใหม่ สดใสในดีไซน์เดนิม

ยูนิโคล่ แบรนด์เครื่องแต่งกายระดับโลกจากญี่ปุ่น เปิดตัวคอลเล็คชั่นใหม่ UNIQLO x Marimekko ลิมิเต็ด เอดิชั่น แคปซูลคอลเล็คชั่นในวันที่ 21 พฤษภาคมนี้ คอลเล็คชั่นล่าสุดจากการร่วมมือกันระหว่างยูนิโคล่กับมารีเมกโกะ ดีไซน์เฮาส์ยอดนิยมจากฟินแลนด์ มาในธีม Joyful Summer หรือฤดูร้อนอันแสนสุข ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากประเพณีการเฉลิมฉลองกลางฤดูร้อนของชาวนอร์ดิก

ยูกิ คัทซึตะ (Yuki Katsuta) หัวหน้าฝ่ายวิจัยและพัฒนาของยูนิโคล่ กล่าวถึงคอลเล็คชั่นใหม่ว่า “เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้กลับมาทำงานร่วมกับมารีเมกโกะอีกครั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่เราได้นำลายพิมพ์ของ ฟูจิโว อิชิโมโตะ (Fujiwo Ishimoto) นักออกแบบชาวญี่ปุ่นของมารีเมกโกะมาร่วมอยู่ในคอลเล็คชั่นนี้เป็นครั้งแรก

ลิมิเต็ด เอดิชั่น UNIQLO x Marimekko คอลเล็คชั่นใหม่ สดใสในดีไซน์เดนิม

UNIQLO x Marimekko

เสื้อผ้า UNIQLO x Marimekko

UNIQLO x Marimekko

โดยเป็นลายที่ผสมผสานระหว่างการออกแบบสไตล์สแกนดิเนเวียกับความเป็นญี่ปุ่น ทำให้เกิดลวดลายที่มีความโดดเด่น ละเอียดอ่อนและมีเอกลักษณ์” ยูกิ ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า “ลายพิมพ์ล่าสุดของเราสื่อความเรียบง่ายซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของยูนิโคล่กับลายพิมพ์ที่สดใสของมารีเมกโกะเข้าไว้ด้วยกัน เพื่อสื่อถึงการใช้เวลาที่ดีกับครอบครัวและเพื่อน ผมหวังว่าเสื้อผ้าที่มีสีสันสดใสของคอลเล็คชั่นนี้จะช่วยเติมความสนุกสนานให้กับทุกคนในหน้าร้อน”

UNIQLO x Marimekko

เสื้อผ้า UNIQLO x Marimekko

UNIQLO x Marimekko

“เรารู้สึกภูมิใจที่ได้ทำงานร่วมกับยูนิโคล่อีกครั้งสำหรับลิมิเต็ดเอดิชั่น แคปซูลคอลเล็คชั่นล่าสุดที่ได้รับแรงบันดาลใจจากความสุขและการมองโลกในแง่ดีในช่วงกลางฤดูร้อนของชาวนอร์ดิก ลายพิมพ์ที่เราเลือกสื่อถึงความสวยงามและพลังของช่วงเวลาที่แสนมหัศจรรย์ของปี โดยเป็นการผสมผสานกันระหว่างลวดลายที่บ่งบอกถึงหน้าร้อนของมารีเมกโกะและเสื้อผ้าชิ้นสำคัญซึ่งสวมใส่ได้หลากหลายโอกาสจากยูนิโคล่

เสื้อผ้า UNIQLO x Marimekko

ชุดเด็ก UNIQLO x Marimekko

ชุดเด็ก UNIQLO x Marimekko

คอลเล็คชั่นนี้ยังมีลายพิมพ์ที่ออกแบบโดยนักออกแบบที่มีชื่อเสียงของมารีเมกโกะ ตั้งแต่ลายดอกไม้ที่งดงามโดยฟูจิโว อิชิโมโตะ (Fujiwo Ishimoto) และลายทางที่มีชีวิตชีวาโดยแอนนิกา ริมาลา (Annika Rimala) เราเชื่อว่าการออกแบบเป็นภาษาสากลและหวังว่าคอลเล็คชั่นนี้จะนำมาซึ่งความสุขของหน้าร้อนให้กับผู้คนทั่วโลก” มินนา คีเมล-คุตโวเนน (Minna Kemell-Kutvonen) ผู้อำนวยการฝ่ายออกแบบลายพิมพ์และผลิตภัณฑ์ในครัวเรือน มารีเมกโกะ กล่าว

ชุดเด็ก UNIQLO x Marimekko

ชุดเด็ก UNIQLO x Marimekko

รองเท้า UNIQLO x Marimekko

เสื้อผ้าสำหรับผู้หญิง ราคา (บาท) เสื้อผ้าสำหรับเด็กผู้หญิงและเด็กเล็ก ราคา (บาท)
เสื้อเชิ้ต 990 เดรสสำหรับเด็กผู้หญิง จั๊มสูท 790
เสื้อยืด 590 เดรสสำหรับเด็กเล็ก 590
กางเกง กระโปรง 990-1,490 เลกกิ้งสำหรับเด็กเล็ก 290
เดรส จั๊มสูท 990-1,990 บอดี้สูทสำหรับเด็กเล็ก (1 แพค 2 ชิ้น) 390
เครื่องประดับ 990

ภาพ : UNIQLO

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

รุ่นใหม่ปล่อยแล้ว! รองเท้าแตะ Onitsuka พื้นหนา น้ำหนักเบา ใส่สบาย

The Treats for Life “มารีเมกโกะ” ชวนเดินตลาดสดในช่วงฤดูร้อนแบบฟินแลนด์

สนุกทุกลวดลาย! ISSEY MIYAKE SS2021 ในชื่อ UNPACK THE COMPACT

 

หลิง จันทิมา ติยะวัชรพงศ์ HappyMate

20 ปี บนเส้นทางอาหารสุขภาพ “หลิง-จันทิมา ติยะวัชรพงศ์” ผู้บุกเบิกแบรนด์ HappyMate

ด้วยใจรักในอาหารสุขภาพและอยากส่งต่อสุขภาพที่ดี เป็นสิ่งที่ทำให้ “คุณหลิง-จันทิมา ติยะวัชรพงศ์” กรรมการผู้จัดการ บริษัท สามพรานฟู้ดส์ จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ HappyMate (แฮปปี้เมท) มุ่งมั่นต่อสู้เพื่อสร้างแบรนด์และคงไว้ซึ่งคุณภาพของผลิตภัณฑ์มาตลอด 20 ปี

20 ปี บนเส้นทางอาหารสุขภาพ “หลิง-จันทิมา ติยะวัชรพงศ์” ผู้บุกเบิกแบรนด์ HappyMate

เล่าถึงแรงบันดาลใจของการทำธุรกิจอาหารสุขภาพสักนิดค่ะ

“ต้องย้อนเล่าไปสมัยวัยรุ่นค่ะ หลิงอ่านหนังสือต่างประเทศ A New World ที่บอกว่าร่างกายมนุษย์ไม่จำเป็นต้องกินเนื้อสัตว์หรือดื่มนม ซึ่งความจริงคุณแม่ก็ไม่กินเนื้อสัตว์นะคะ ท่านพยายามให้ลูกๆ เลิกกินด้วย แต่ไม่มีใครทำตาม พออ่านเล่มนี้หลิงอินมาก บวกกับตอนนั้นไปปล่อยปลากับเพื่อน เราไม่เคยเดินตลาดมาก่อน พอเห็นคนทุบหัวปลา เย็นนั้นเลิกกินเนื้อสัตว์เลย ซึ่งตอนนั้นหลิงอายุแค่ 19 ปีเอง ที่ทำได้ทันที คิดเองนะคะว่าอายุยังน้อย กิเลสจึงน้อย (ยิ้ม)

“หลังจากเลิกกินเนื้อสัตว์ ก็ทำให้สนใจต่อว่าแล้วเราจะกินอย่างไรให้ได้สารอาหารครบ หลิงเริ่มจากเน้นกินถั่ว ผักสด ถ้าไปกินข้าวข้างนอกแล้วไม่มีข้าวกล้อง ก็ทนหิวกลับมากินที่บ้าน ไม่แตะน้ำมันเลย ต้องมีถ้วยใส่น้ำร้อนวางไว้ข้างๆ สำหรับล้างอะไรที่มันๆ ออกก่อน

“ผลของความสุดโต่งครั้งนั้น ผ่านไป 3 เดือน ผมร่วง ตัวเหลือง อาจเพราะกินมะละกอและแครอตเยอะ จากนั้นประจำเดือนขาดๆ หายๆ หมอให้ฮอร์โมนมากิน แต่หลิงคิดว่าไม่ใช่ทางออก จึงหาหมอจีนด้วย หมอบอกว่าเรากินไม่ถูกต้อง ก็ลดความสุดโต่งลงมา ปรับอาหารไม่ให้เคร่งจนเกินไป สุดท้ายกว่าร่างกายจะฟื้นตัวได้ใช้เวลานานถึง 3 ปีเลยทีเดียว

“ช่วงเรียนปริญญาตรีหลิงมีโอกาสไปงานแฟร์ Natural Food Expo ที่แอลเอ พี่สาวคุณแม่ ซึ่งเป็นคนมาเลเซีย มีร้านอาหารสุขภาพอยู่ที่กัวลาลัมเปอร์ และต้องหาผลิตภัณฑ์ต่างประเทศมาขาย จึงชวนหลิงไปงานนี้ ความรู้สึกเราคือเหมือนเป็นสวรรค์ของเรา มีทั้งอาหารสุขภาพ วิตามิน สกินแคร์ออร์แกนิก ซึ่งเมื่อกว่า 20 ปีที่แล้วเมืองไทยยังไม่มี เห็นแล้วอยากนำเข้ามาขายบ้าง โดยเฉพาะแอ๊ปเปิ้ลไซเดอร์ ซึ่งคุณป้านำเข้ามาขายที่มาเลเซียอยู่แล้ว จริงๆ ที่เมืองไทยก็มีบ้าง แต่ไม่ใช่แบบไม่ผ่านการกรอง ไม่ผ่านความร้อน และออร์แกนิกเหมือนอย่างแบรนด์ Bragg ที่คุณป้านำเข้าจากอเมริกา ซึ่งคนรู้จักทั่วโลก

“ในงานแฟร์นั้น หลิงได้เจอแพททริเซีย ซึ่งเป็นลูกสาวของ Paul Bragg ผู้ก่อตั้งแบรนด์ Bragg เธออายุ 70 กว่าแล้ว แต่ดูสดใส กระฉับกระเฉง พอรู้ว่าเขาเป็นมังสวิรัติและกินแอ๊ปเปิ้ลไซเดอร์ หลิงจึงยิ่งอิน”

หลิง จันทิมา ติยะวัชรพงศ์ HappyMate

แล้วจากความสนใจ ต่อยอดเป็นธุรกิจได้อย่างไรคะ

“ตอนแรกหลิงมีแผนไปเรียนต่อปริญญาโทที่ต่างประเทศ แต่คุณพ่อ (สุรสิทธิ์ ติยะวัชรพงศ์) เห็นว่าสนใจแอ๊ปเปิ้ลไซเดอร์ ท่านจึงแนะนำให้เรียนในไทย แล้วเริ่มทำธุรกิจไปเลยในขณะเรียน หลิงทำตำแหน่ง QMR (ตัวแทนฝ่ายบริหารด้านคุณภาพ) ให้โรงงานสิ่งทอของคุณพ่อ และขายอาหารสุขภาพให้พนักงานในโรงงาน โดยขับรถกระบะไปซื้อข้าวกล้องจากวัด ซื้อจมูกข้าว งา แชมพูสมุนไพรอัญชัน วุ้นเส้นไม่ฟอกสี ฯลฯ ซึ่งของเหล่านี้เรากินและใช้อยู่แล้ว จุดประสงค์ตอนนั้นคืออยากให้พนักงานได้รู้จักและกินอาหารที่ดีต่อสุขภาพ ไม่ได้คิดกำไรมากมาย เช่น ซื้อข้าวกล้องมา 50 บาท ขาย 55 บาท โดยขายเดือนละ 2 ครั้ง ช่วงเงินเดือนออก

“หลิงขยันขายทุกเดือนจนคุณพ่อเห็นความตั้งใจ อนุญาตให้เปิดสหกรณ์เล็กๆ ดีใจมาก ไปรับน้ำนมข้าวโพด น้ำสมุนไพร ข้าวต้มมัดเจ้าอร่อยมาขายเพิ่มเติม อย่างข้าวต้มมัด เราซื้อมาคู่ละ 4 บาท แต่ขาย 2 บาท ตั้งใจขายขาดทุน เพราะรู้ว่ามีประโยชน์ สารอาหารครบ แถมไม่มีเนื้อสัตว์ ทั้งอิ่มและอร่อย

“ช่วงนั้นหลิงเรียนปริญญาโท MBA Inter ภาคค่ำที่นิด้า ทำวิทยานิพนธ์เรื่องแอ๊ปเปิ้ลไซเดอร์ว่าจะปลูกที่ทางเหนือของไทยได้ไหม สรุปคือไม่ได้ แต่เรื่องน่าสนใจคือยังไม่มีใครนำแอ๊ปเปิ้ลไซเดอร์ออร์แกนิกเข้ามาขายสักที จึงติดต่อแบรนด์ที่นิวซีแลนด์ โดยให้เขาผลิตให้เรา เพราะหลิงตั้งใจจะทำแบรนด์สินค้าไทยส่งขายต่างประเทศ ขณะเดียวกันก็นำเข้าแบรนด์ Bragg มาขายในเมืองไทยด้วย นั่นเป็นจุดเริ่มต้นของการทำบริษัทอาหารสุขภาพ ตอบโจทย์ทั้งเราและคนอื่นๆ ที่รักอาหารสุขภาพ ซึ่งคุณพ่อไม่ว่าที่หลิงไม่รับช่วงต่อกิจการสิ่งทอ ท่านเห็นด้วยที่หลิงเลือกมาแนวอาหารสุขภาพ เพราะมองว่าเป็นธุรกิจที่ดี”

เส้นทางของการทำธุรกิจแรกเป็นอย่างไรคะ

“หลิงทำทุกอย่างเองทั้งหมด ตั้งแต่เรื่องใหญ่อย่างเครื่องจักร จนถึงติดฉลากสินค้า ทำโบรชัวร์ ทำใบเสนอสินค้า นำสินค้าไปเสนอห้าง ซึ่งตอนนั้นหลิงเสนอแอ๊ปเปิ้ลไซเดอร์ตัวเดียว เขางงกันหมด แต่โชคดีที่ Bragg เป็นแบรนด์มีชื่อและน่าสนใจ ทำให้หลายๆ ห้างยอมรับ แรกๆ เจอปัญหา ความที่คนยังไม่รู้จักโปรดักต์ พอเห็นตะกอนในขวด ซึ่งเป็นธรรมชาติของแอ๊ปเปิ้ลไซเดอร์ ก็แจ้งให้มารับคืน เราก็ต้องอธิบายว่าไม่ได้เสียนะ ธรรมชาติเขาเป็นอย่างนั้น เนื่องจากการหมักแอ๊ปเปิ้ลออร์แกนิกจะไม่ผ่านการกรองและไม่ผ่านความร้อน จึงทำให้เกิดใย ไม่ใสกิ๊งเหมือนหลายแบรนด์ บางคนเข้าใจผิด คิดว่าตกตะกอน แต่จริงๆ แล้วเป็นเส้นใยบางๆ ที่เรียกว่า มาเธอร์ (Mother) เป็นส่วนที่มีสารอาหารทั้งวิตามินและแร่ธาตุต่างๆ มากที่สุด

“หลังจากขายแอ๊ปเปิ้ลไซเดอร์ หลิงก็ขายน้ำผึ้งป่าควบคู่ไปด้วย เพราะใช้ผสมทานด้วยกันได้ ตอนนั้นเราทำเป็นจุกก๊อก เพราะอยากใช้ของจากธรรมชาติ ปรากฏว่าจุกขวดกระเด็นออกจากขวดในโกดังเก็บของ เพราะเมื่อเวลาผ่านไป ข้างในเกิดแรงดันบวกกับโดนอากาศร้อน จึงกระเด็นออกจากขวด สุดท้ายต้องเปลี่ยนเป็นแบบฝาเกลียวหมุน ยอมทิ้งจุกก๊อกหมด”

จากแอ๊ปเปิ้ลไซเดอร์ คุณหลิงต่อยอดโปรดักต์อย่างไรคะ

“หลิงเริ่มจากความสนใจของตัวเอง เช่น ครีมงาดำ สำหรับใครที่กินมังสวิรัติ เราจะขาดงาไม่ได้ เนื่องจากเป็นแหล่งของแคลเซียมและโปรตีน จากนั้นก็มีน้ำจิ้มไก่ น้ำจิ้มบ๊วย ซึ่งหลิงไม่ใช้น้ำส้มสายชูกลั่นธรรมดา แต่ใช้แอ๊ปเปิ้ลไซเดอร์ผสมกับน้ำผึ้งหรือน้ำตาลทรายแดงให้มีรสชาติหอมอร่อย สินค้าเหล่านี้หลิงคิดเองนะคะ ใช้เซ้นส์ล้วนๆ ไม่ได้มีการสำรวจตลาด กับมีความโชคดีผสมอยู่ด้วย อย่างผลิตภัณฑ์ซอสแมนดาริน หลิงได้สูตรจากคุณป้าท่านหนึ่งที่ทำร้านอาหาร ทำซอสเหล้าแดงกับกระเทียมโทนดองอร่อยมาก แล้วใจดียอมบอกสูตรให้

“แต่กระบวนการที่จะเปิดโรงงานไม่ง่ายนะคะ สินค้าทุกอย่างต้องผ่านมาตรฐานของ อย.ให้เรียบร้อยก่อน ต้องมีการตรวจสถานที่ การจัดวางสินค้า อีกเรื่องที่ยากคือการขอการรับรองว่าเป็นโปรดักต์ออร์แกนิก ซึ่งต้องตรวจว่าไม่มีสารอะไรที่ไม่ใช่ออร์แกนิกปนเปื้อนในอาหาร นอกจากนี้ยังมีมาตรฐาน HACCP คือการตรวจเพื่อไม่ให้เกิดจุดเสี่ยงติดเชื้อ เช่น เราผลิตถั่วขวด จุดเซ้นสิทีฟคืออุณหภูมิ เขาจะมาดูว่าควบคุมความร้อนอย่างไร อุณหภูมิประมาณไหน ภาชนะที่ใช้บรรจุต้องสะอาดจริงๆ

“แล้วกว่าที่แต่ละผลิตภัณฑ์จะได้เลข อย. คือนานมาก อย่างซีเรียลใช้เวลาขอ อย. นาน 2 ปี เพราะมีเรื่องของนมผง ต้องไปขอที่ อย. กลาง รวมไปถึงการตรวจคำโฆษณา อย่างยุคนั้นคำว่าออร์แกนิกยังไม่แพร่หลาย หลิงก็คิดว่าควรใช้คำว่าไร้สารพิษ แต่ อย. ให้ใช้คำว่าเกษตรอินทรีย์ ซึ่งเราก็กลัวลูกค้าจะคิดว่าเราขายปุ๋ย (หัวเราะ) แต่เขาก็ยังยืนยันให้ใช้คำว่าเกษตรอินทรีย์มาถึงตอนนี้”

ฟีดแบ็กจากธุรกิจแรกเป็นอย่างไรคะ

“ต้องบอกว่าผลิตภัณฑ์เราเป็นที่รู้จัก แต่ไม่ได้ทำเงิน เพราะคนไทยไม่ได้กินถั่วกับขนมปังเป็นหลัก จึงอาจจะไม่ได้ซื้อครีมถั่ว Peanut Butter ซ้ำใน 1 เดือน แต่เราไม่ขาดทุน เพราะมียอดขายจากแอ๊ปเปิ้ลไซเดอร์ จึงพอมีกำไรจากตรงนั้นมาช่วย อย่างช่วงแรกเรานำเข้าแอ๊ปเปิ้ลไซเดอร์มาไม่เยอะ แต่ทุกวันนี้ต้องสั่งมาเป็นตู้คอนเทนเนอร์ (ยิ้ม)

“ถ้าพูดตามตรง หากขายเฉพาะผลิตภัณฑ์ของ HappyMate เราคงขาดทุน แต่ก็ขอทำต่อไป เพราะใจรักจริงๆ อย่างน้ำจิ้มไก่ คนไม่เข้าใจอาจจะบอกว่าแพง แต่ เพราะเราใช้แอ๊ปเปิ้ลไซเดอร์ ไม่ได้ใช้น้ำส้มสายชูกลั่นทั่วไป หรืออย่าง Peanut Butter ที่ช่วงแรกขายไม่ดี เพราะเขาคิดว่าที่น้ำมันแยกตัวคือเสีย ที่จริงมันเป็นธรรมชาติและดีต่อสุขภาพมากกว่า และที่เนื้อถั่วแยกเป็นชั้น เนื่องจากเราไม่ใช้เนยเทียม ซึ่งถ้าให้หลิงใส่เนยเทียมก็คงไม่ทำออกมาขาย เพราะพูดไม่ออกว่าดีต่อสุขภาพยังไง แรกๆ ที่ถูกตีคืน หลิงเสียดายของ จึงนำไปบดรวมกับช็อกโกแลต แล้วแจกบ้านเด็กกำพร้า หรืออย่างธัญพืชอื่นๆ ที่เหลือกลับมา แต่ยังไม่หมดอายุ หลิงบดรวมทำซุปงาดำแจกในเทศกาลกินเจที่หน้าบ้านคุณพ่อทุกปี เพิ่งมาเว้นช่วงตอนโควิด

“หรืออย่างเท็มเป้ (ทำจากถั่วเหลือง มีโปรตีนสูง ย่อยง่าย) เป็นสินค้าที่หลิงรักมาก แม้ไม่ใช่โปรดักต์ที่จะเลี้ยงบริษัท แต่ก็ทำและฝ่าฟันมาตั้งแต่ยุคแรก ไปขายในห้างก็ถูกตีกลับมาเยอะ เพราะคนไม่รู้จักว่าคืออะไร จนต้องเลิกขายในบางห้าง จนตอนหลังคนรู้จักเท็มเป้เยอะขึ้น ก็มีหลายที่มาขอสั่งกับเราประจำ และที่สุดก็ได้กลับไปขายในบางห้าง

“เช่นเดียวกับ Peanut Butter ที่เมื่อเราสู้ต่อ ที่สุดมีบล็อกเกอร์ฝรั่งพูดชมผ่านสื่อว่า Peanut Butter ของเราเป็นแบรนด์ไทยที่ดีที่สุด ฟังแล้วเหมือนได้รับรางวัลเลยทีเดียว เช่นเดียวกับตอนไปเจอผู้เชี่ยวชาญทางด้านโภชนาการที่อยู่โรงแรมธัญปุระ เขาบอกว่าวันนี้เขาได้เจอฮีโร่ ที่ผ่านมาเขาแนะนำ Peanut Butter ของเราให้ลูกค้าหลายคน ฟังแล้วปลื้มมาก คือสินค้าเราอาจจะไม่ได้ทำเงิน แต่ทำชื่อเสียงและความภาคภูมิใจ”

หลิง จันทิมา ติยะวัชรพงศ์ HappyMate

ในช่วงที่คนไทยยังไม่อินเรื่องออร์แกนิก ทำอย่างไรให้สินค้าเป็นที่รู้จักคะ

“หลิงโชคดีที่ได้รับโอกาสเชิญไปเป็นนักพูดเรื่องสุขภาพผ่านทางรายการวิทยุ ทีวี และนิตยสาร จึงเป็นจุดที่มีโอกาสบอกต่อคนอื่นๆ แต่ก็เหมือนตอนที่คนยังไม่ฮิตเรื่องการดูแลสุขภาพ เวลาเราแนะนำว่าอย่ากินเนื้อสัตว์เลย คนก็ยังไม่เชื่อ เพราะยังไม่มีข้อมูลให้เขาค้นหามากพอ แต่ทุกวันนี้คนเข้าใจมากขึ้น เพราะสามารถเสิร์ชหาข้อมูลได้มากมาย การไม่กินเนื้อสัตว์ไม่ใช่แค่ดีเฉพาะร่างกายของเรา แต่ยังดีต่อโลกและสิ่งแวดล้อมด้วย หลิงคิดว่าเรื่องสุขภาพสำคัญมาก โดยทั่วไปถ้ายังไม่ป่วยก็มักจะยังไม่สนใจสุขภาพ ฉันยังแข็งแรงดี กินอะไรก็ได้ แต่หลิงกลับมองอีกมุมว่าไม่ต้องรอให้ป่วยดีกว่าไหม ถ้าเราอยากแข็งแรงจนวันตาย ไม่ต้องนอนรักษาตัวอยู่โรงพยาบาล”

อุปสรรคที่คนทำธุรกิจอาหารสุขภาพต้องเจอคืออะไรคะ

“ต้องทำใจว่าจะขายไม่ออกค่ะ สำหรับคนที่จะทำธุรกิจนี้ให้เตรียมใจไว้เลยว่า ต่อให้สินค้าดีแค่ไหนก็อาจจะขายไม่ได้ แม้จะอยู่ในเทรนด์สุขภาพก็ตาม เพราะบางคนเห็นผลิตภัณฑ์แล้วอาจไม่รู้ว่าจะนำไปทำเป็นอาหารอะไรดี

“สิ่งที่ต้องทำคือต้องใช้ความอดทนเข้าสู้ อย่าง 3 ปีแรกหลิงเหนื่อยมาก กลับบ้านคือหมดแรง เพราะเวลาไปออกบู๊ธแต่ละครั้งหลิงต้องพูดแนะนำโปรดักต์ตลอด เพราะเรารู้จักสินค้าดีที่สุด เรียกว่าตอบจนมึน ข้าวกลางวันได้กินตอนเย็น เลิกงานขับรถกระบะไปส่งลูกน้องที่บ้านอีก ทำทุกอย่างเองหมด จำได้ว่าไหล่เกร็งเป็นประจำ และไม่มีเวลา วันๆ ขลุกอยู่แต่ในโรงงาน

“เพราะฉะนั้นใจต้องรักจริงๆ ถึงของที่คุณผลิตจะขายไม่ออก แต่คุณก็ยังต้องรักและอยากขายมันต่อ แล้ววันหนึ่งลูกค้าจะสัมผัสได้เอง เคยไปออกบู๊ธแล้วมีลูกค้าชมว่าผลิตภัณฑ์ของเราคุณภาพดี ฉะนั้นวันแรกเราอาจจะขายไม่ได้ แต่ถ้าลูกค้ากินแล้วดี เขาจะบอกต่อเอง”

เมื่อไรที่พูดได้เต็มปากว่า แบรนด์ HappyMate ประสบความสำเร็จคะ

“ผ่านไป 3 ปี แฮปปี้เมทก็เริ่มเป็นที่รู้จักค่ะ เคยมีลูกค้ามาที่โรงงาน และถามว่าบริษัทก่อตั้งมา 3 ปีเองเหรอ เพราะเขาเห็นว่าแบรนด์เรามีผลิตภัณฑ์เยอะ ต้องอายุมากแล้วแน่ๆ เพราะตอนนั้นเรามีทั้งแอ๊ปเปิ้ลไซเดอร์ ครีมงา กระเทียมโทนดอง ซอสมะขาม น้ำจิ้มไก่ น้ำจิ้มบ๊วย น้ำผึ้งป่า ซีเรียล งาดำ ช็อกโกแลต ห้างเองก็ยอมรับมากขึ้น ให้ไปทำชั้นวางของสำหรับอาหารสุขภาพ โดยเฉพาะบางห้างเชิญไปขายโดยไม่ต้องเสียค่าแรกเข้าก็มี” (ยิ้ม)

ในยุคที่เทรนด์สุขภาพมาแรง การแข่งขันระหว่างแบรนด์อาหารสุขภาพดุเดือดไหมคะ

“พอสมควรค่ะ แต่หลิงไม่ได้เน้นทำการตลาดมากนัก ยึดมั่นเรื่องคุณภาพ แม้ลูกค้าอาจจะไปลองของเจ้าอื่นบ้าง แต่ถ้าของเราคุณภาพดี เชื่อว่ายังไงเขาก็กลับมา อย่างเครื่องดื่มธัญญาหาร เราเก็บคืนมากกว่าขาย เพราะรสชาติจืด คนอาจจะไม่คุ้น เนื่องจากไม่ใส่น้ำตาล ไม่ผสมสีหรือผสมแป้ง อย่างเช่น รสมันม่วงก็คือมันม่วง 100 เปอร์เซ็นต์ รสข้าวแดงก็เช่นกัน ซึ่งที่จริงสะดวกกับยุคนี้ เพราะคุณสามารถใส่กับน้ำร้อนต้มกินเป็นข้าวต้มได้เลย ถ้าได้ลองจะรู้เลยว่ามันดีต่อสุขภาพจริงๆ

“หรือผลิตภัณฑ์ล่าสุดที่หลิงภูมิใจอย่างถั่วต้ม ที่ผ่านมาหลิงซื้อถั่วกระป๋องแบรนด์ต่างประเทศกินตลอด โดยต้องคอยระแวงสาร BPA (Bisphenol A เป็นสารเคมีที่ถูกนำไปใช้ในผลิตภัณฑ์บรรจุอาหารและเครื่องดื่มที่ทำจากพลาสติก เพื่อให้บรรจุภัณฑ์นั้นมีความใสและแข็งแรง) แม้เขาจะบอกว่าถ้าเจือปนนิดหน่อยไม่เป็นไร แต่เราไม่อยากได้ จึงคิดทำเอง โดยซื้อเครื่องที่ฆ่าเชื้อโรคในอาหาร และสามารถบรรจุในขวดแก้วได้โดยไม่ต้องแช่เย็น อีกอย่างคือถั่วของเราต้มด้วยน้ำ ไม่มีสารเคมี ไม่มีเกลือ ตอบโจทย์คนรักสุขภาพ และขวดแก้วยังช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมอีกด้วย หลิงชอบเอาถั่วต้มมาทำเป็นซุปถั่ว ปรุงรสด้วยเกลือดำกับพริกไทย หรือใช้ทำสลัดก็ได้”

ในฐานะผู้บริหาร คุณหลิงมีวิธีบริหารจัดการอย่างไรคะ

“ด้วยปัจจุบันหลิงมีครอบครัวและมีลูก 3 คน หลิงจึงปล่อยงานบางจุดให้ลูกน้อง ไปทำ แทนที่ตัวเองจะจัดการเองทุกเรื่อง ตอนที่ท้องลูกคนโต (น้องพุด – ด.ช. พุฒิลักษณ์ 14 ปี) ยังทำงานเต็มร้อย เดินเยอะมาก สุดท้ายลูกคลอดก่อนกำหนดตอน 7 เดือน ถ้าวันไหนพี่เลี้ยงลากลับบ้าน หลิงกลัวมาก เพราะนอนกับลูกไม่เป็น เนื่องจากเราใช้พลังไปกับงานทั้งวัน ถ้าตอนกลางคืนลูกร้องกวนคงไม่ไหว พอมีลูกคนที่สอง (น้องกิมมี่ – ด.ญ.ภริดา 12 ปี) ก็ยังทำงานหนัก เครียดเหมือนเดิม จำได้เลยว่าตอนปีใหม่ขลุกอยู่ในโรงงาน เพราะกลัวทำกระเช้าส่งห้างไม่ทัน บวกกับต้องทำออร์เดอร์จากต่างประเทศด้วย จบช่วงปีใหม่ไปนั่งวิปัสสนา กินข้าวน้อย ไม่กิน เนื้อสัตว์ สุดท้ายลูกสาวคลอดออกมาเป็นโรคหัวใจ ทั้งที่ครอบครัวไม่เคยมีใครมีประวัติเลย ตอนนั้นทำให้หันมามองตัวเองว่าความเครียดมีส่วนมาก สุดท้ายพอมีลูกคนที่ 3 (น้องเคน – ด.ช.ภูริวัฒน์ 10 ปี) หลิงปล่อยงานบางส่วนให้ลูกน้องไปทำต่อ ปรากฏว่าลูกเลี้ยงง่าย แข็งแรง เล่นกีฬาแทบจะทุกอย่างในโรงเรียน

“ขณะเดียวกันพอปล่อยให้พนักงานทำเองในส่วนนั้นๆ เขากลับเก่งขึ้นด้วยซำ้ ต่างจากแต่ก่อนที่เราไม่เคยปล่อย ตอนนี้เขาวางแผนการผลิตได้ดีขึ้น จึงได้รู้ว่าที่จริงเราไม่ได้เก่งอยู่คนเดียว คนอื่นอาจจะเก่งกว่าก็ได้ ถ้าเราไว้ใจให้เขาแสดงฝีมือ

“เมื่อไหร่ที่มีโอกาสพูดกับทีมงาน หลิงจะบอกพวกเขาเสมอว่า ถ้าคุณทำ คุณ ได้ และงานของเราไม่ได้เกี่ยวข้องกับสัตว์ ไม่ได้ทำบาป แล้วยังช่วยทำให้คนสุขภาพดี ถ้าคุณทำอาหารที่ดีมีคุณภาพออกไป คุณก็จะได้บุญด้วย ทำให้ทุกคนมีใจทำงาน”

อะไรคือแรงบันดาลใจในการทำงานของคุณหลิงคะ

“การที่ได้ทำประโยชน์ให้คนอื่นค่ะ หลิงภูมิใจมากที่ทำอาชีพนี้ ตอนแรกหลิงตั้งเป้าที่จะส่งออกขายต่างประเทศเยอะๆ ตอนนี้ไม่ได้เน้นแบบเดิม เพราะภูมิใจกับการขายในประเทศ ขณะเดียวกันลูกค้าฝรั่งที่ซื้อของเรากินและชมสินค้าเราก็มี ซึ่งเป็นอะไรที่ยิ่งกว่าแรงบันดาลใจ หรือการไปเจอลูกค้าตอนออกบู๊ธ แล้วเขาบอกว่าช่วยทำขนมดีๆ อร่อยๆ ออกมาให้กินหน่อย แค่นี้ก็รู้สึกว่าเขาเชื่อมั่นในตัวเราแล้ว

“อีกอย่างที่รู้สึกว่าสินค้าเราตอบโจทย์ความตั้งใจของหลิงคือ แฮปปี้เมท เป็นผลิตภัณฑ์ที่กินได้ทั้งครอบครัว อย่างเด็กยังต้องการความหวาน เราก็มีโปรดักต์ช็อกโกแลต หรือผู้ใหญ่ต้องการความจืด เราก็มีซีเรียลที่ไม่มีน้ำตาล เพราะความต้องการอาหารของแต่ละวัยไม่เท่ากัน เราจึงใส่ใจที่จะทำผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย

“ปฏิเสธไม่ได้ว่าปัจจัยสำคัญในการทำธุรกิจคือเงิน เราไม่สามารถขาดทุนจนเลี้ยงตัวเองไม่ได้ สำหรับสินค้าที่ขายไม่ดี หลิงจะให้โอกาสเขาฝ่าฟันไปอีกสัก 2 ปี ถ้ายังขายไม่ได้จริงๆ ค่อยยกเลิก แต่ทั้งหมดคือเรามั่นใจว่าเราทำสิ่งที่ดี

“สิ่งสำคัญคือหลิงจะยึดความรู้สึกแรกไว้เตือนตัวเองเสมอว่าทำไมเราจึงทำผลิตภัณฑ์นี้ออกมา เราทำเพราะมันเป็นสิ่งดี เราไม่ได้หลอกลูกค้า ถ้าเขาได้กินก็จะรู้ นี่คือพลังและแรงบันดาลใจให้ยังสู้และทำต่อไปค่ะ”

HappyMate’S STYLE

  • ทำงานด้วยใจรัก
  • ผลิตสินค้าที่มีคุณภาพ ยึดแนวทางธรรมชาติ
  • มุ่งมั่นทำในสิ่งที่ดี ไม่เปลี่ยนไปตามกระแส
  • ปล่อยให้ลูกน้องทำงานเองบ้าง เพื่อให้เขาเก่งและเติบโต

ที่มา : นิตยสารแพรว ฉบับ 969

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ชีวิตจริงที่ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ มาดามแป้ง นวลพรรณ CEO นักสู้หญิงเหล็ก

คัมภีร์นักสู้! ของคนจริง “ตัน ภาสกรนที” ยอมรับปัญหาให้ไว เริ่มแก้ไขให้เร็ว

ดร.เอกลาภ ยิ้มวิไล & พราว ลิ่มพงศ์พันธุ์ หัวเรือใหญ่แห่ง ZIPMEX ผู้นำวงการเงินดิจิทัล

มิสยูนิเวิร์สแคนาดา โดยคอมเม้นต์ เหยียดสีผิว!!

โดนว่าเหมือนผี!! มิสยูนิเวิร์สแคนาดา เรียกร้องให้หยุดเหยียดสีผิว ชีวิตคนดำก็มีค่า

โดนว่าเหมือนผี!! มิสยูนิเวิร์สแคนาดา เรียกร้องให้หยุด เหยียดสีผิว ชีวิตคนดำก็มีค่า

เรื่องการเหยียดสีผิวชวนให้หวนคิดถึง แฮชแท็ก #BlackLivesMatter ย้อนกลับไปเมื่อช่วงเดือนพฤษภาคม ปี 2020 ที่ผ่านมา เคยเกิดเหตุการณ์สะเทือนใจคนทั่วโลกที่เมืองมินนิอาโปลิส รัฐมินเนโซตา สหรัฐอเมริกา เมื่อตำรวจเข้าจับกุมชายผิวสีนามว่า George Floyd โดยใช้ช่วงเข่ากดต้นคอของจอร์จเอาไว้เป็นเวลานานจนขาดอากาศหายใจในที่สุด แต่การเสียชีวิตของจอร์จในครั้งนั้น เป็นเสมือนเชื้อเพลิงโหมกระพือให้กระแสสังคมหันกลับมาให้ความสำคัญกับ “มนุษยธรรม” และ “ความยุติธรรม” กับชนทุกสีผิว โดยกระแสการเรียกร้องความยุติธรรมดังกล่าวเริ่มคุกรุ่นขึ้นเรื่อยๆ หลังจากที่เริ่มมีเหตุการณ์อีกนับสิบเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นกับคนผิวสีในสหรัฐอเมริกา ทำให้เกิดการรณรงค์ #BlackLivesMatter นั้นเริ่มขึ้น และกลายเป็นที่พูดถึงไปทั่วโลก

ซึ่งการรณรงค์เรียกร้อง #BlackLivesMatter ไม่ได้มีจุดประสงค์เพียงเพื่อเรียกร้องความยุติธรรมให้กับ จอร์จ ฟลอยด์ คนเดียวเท่านั้น แต่รวมไปถึงกลุ่มคนผิวสีทั่วโลกที่ต้องพบเจอกับเหตุการณ์รุนแรง และความไม่ยุติธรรมในสังคมด้วย ตั้งแต่เหตุการณ์นั้นหลายคนก็คงจะได้เห็นเหล่าศิลปินคนดังมากหน้าหลายตาออกมาเคลื่อนไหวเพื่อคนผิวสีกันมากขึ้น

เหตุผลที่เกริ่นเรื่อง #BlackLivesMatter มานั้น เพราะดูเหมือนการเหยียดสีผิวจะยังไม่หมดไป แม้ทั่วโลกจะช่วยกันรณรงค์มากน้อยแค่ไหน ล่าสุด “Nova Stevens” มิสยูนิเวิร์สแคนาดา (Miss Universe Canada) ได้โพสต์ภาพบนอินสตาแกรมของเธอ @thenovastevens โดยในภาพดังกล่าวมีแต่คอมเม้นต์ทัศนคติเชิงลบที่แสดงถึงการเหยียดผิวอย่างรุนแรง และคอมเม้นต์เหล่านั้นเป็นภาษาตากาล็อก

 

View this post on Instagram

 

A post shared by NOVA (@thenovastevens)

 

View this post on Instagram

 

A post shared by NOVA (@thenovastevens)

ความคิดเห็นในทัศนคติเชิงลบที่มีต่อรูปลักษณ์ของเธอเป็นจำนวนมาก ส่วนใหญ่เป็นภาษาตากาล็อก (ภาษาฟิลิปปินส์ หรือ ภาษาฟิลิปีโน)

จากสิ่งที่เกิดขึ้นนี้ เธอจึงโพสต์ว่า ‘black lives matter’ ซึ่งเป็นคำพูดที่กลายเป็นสัญลักษณ์ของการเหยียดสีผิว “ชีวิตคนดำก็มีค่า” เช่นกันกับ ชาวเอเชียก็เป็นมนุษย์ ที่ถูกเหยียดผิวไม่ต่างกัน เธอรู้สึกผิดหวังกับคอมเม้นต์เหล่านี้มาก เธอบอกว่าความสนุกของพวกคุณกำลังสร้างความเกลียดชังมากขึ้น พวกคุณไม่จำเป็นต้องสนับสนุนผู้เข้าประกวดทุกคน แต่ก็ไม่จำเป็นต้องเหยียดหยามใครเพื่อให้ใครอีกคนได้เปล่งประกายมากกว่า

พร้อมกันนี้ Nova Stevens ยังทิ้งท้ายว่า “เชียร์นางงามคนอื่นๆด้วยความรักและเคารพเหมือนกับที่เชียร์นางงามของคุณ เพราะพวกเธอก็สมควรได้รับมงกุฎมิสยูนิเวิร์สเช่นกัน มาช่วยกันส่งต่อความรักไม่ใช่ความเกลียดชังกันเถอะ”

หลังจากโพสต์นี้ของเธอถูกเผยแพร่ไปวันเดียว Nova Stevens  ก็ได้โพสต์ภาพใหม่ พร้อมกับคอมเม้นต์จากแฟนๆ ชาวฟิลิปปินส์ ที่เข้ามาขอโทษกับเรื่องที่เกิดขึ้นและให้กำลังใจเธอมากมาย ทำให้เธอรู้สึกซาบซึ่งใจ พร้อมทั้งกล่าวว่าที่เธอโพสต์ไม่ได้ต้องการกระตุ้นให้เกิดความเกลียดชังมากขึ้น และเข้าใจดีว่านั่นไม่ใช่ความเห็นจากคนฟิลิปปินส์ทั้งหมด เธอก็มีเพื่อนรักเป็นชาวฟิลิปปินส์เช่นกัน

เหตุการณ์นี้หวังว่าจะช่วยเตือนใจชาวโซเชี่ยลทั้งหลาย ให้ตั้งสติ ไตร่ตรอง คิดดีๆ ก่อนที่จะแสดงความคิดเห็นอะไรออกไป เพราะบางครั้งแค่คำพูดเล็กๆ ที่เราอาจไม่ทันคิดว่าอาจเป็นเรื่องราวใหญ่ มันอาจลุกลามจนอาจสร้างความเกลียดชังและประเด็นที่ไม่ควรเกิดขึ้นได้เช่นเดียวกัน xoxo

มิสยูนิเวิร์สแคนาดา เจอคอมเม้นต์เหยียดสีผิว มิสยูนิเวิร์สแคนาดา เจอคอมเม้นต์เหยียดสีผิว มิสยูนิเวิร์สแคนาดา เจอคอมเม้นต์เหยียดสีผิว มิสยูนิเวิร์สแคนาดา เจอคอมเม้นต์เหยียดสีผิว มิสยูนิเวิร์สแคนาดา เจอคอมเม้นต์เหยียดสีผิว มิสยูนิเวิร์สแคนาดา เจอคอมเม้นต์เหยียดสีผิว มิสยูนิเวิร์สแคนาดา เจอคอมเม้นต์เหยียดสีผิว


ภาพ IG : thenovastevens

 

 

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

เหตุผลที่ Justin Bieber ทำผมทรงเดรดล็อค แล้วเจอดราม่าด้านเชื้อชาติและวัฒนธรรม

สวยไม่สร่าง ‘แอนนา นาตาชา’ วัย 53 ปี หน้าใส หุ่นเป๊ะทุกสัดส่วนในชุดบิกิินี่สุดแซ่บ

แผนการกินแบบ ‘Sirtfood Diet’ สูตรลดน้ำหนักที่ Adele กินควบคู่ฟิตหุ่นแล้วได้ผล

มาริโอ้ เมาเร่อ

สื่อฮ่องกงยก พระเอกไทย มาริโอ้ เมาเร่อ Thailand No. 1 Handsome

หลังจากตัดสินใจเล่นภาพยตร์ฮ่องกงครั้งแรก ในที่สุดผลงานหนังเรื่องใหม่ของ พระเอกไทย มาริโอ้ เมาเร่อ “Moved Her 77 Times” หรือชื่อไทย “77 จังหวะหัวใจกระซิบรัก” ได้คิวเตรียมฉายในวันที่ 14 พฤษภาคม นี้แล้ว (ที่ฮ่องกง) ซึ่งล่าสุดสื่อบันเทิงของฮ่องกง Oriental Daily News ได้เผยบทความถึงพระเอกหนุ่มชาวไทยคนนี้ พร้อมเรียกหนุ่มหล่อขวัญใจสาวๆ ว่า  “Thailand No. 1 Handsome”

นักแสดงหนุ่มวัย 32 ปี  มาริโอ้ เมาเร่อ ที่เป็นที่รู้จักในนาม Thailand No. 1 Handsome  เขามีผลงานหนังอันโด่งดังและเป็นที่รู้จักของชาวฮ่องกงอาทิ “รักแห่งสยาม…The Love of Siam”, “สิ่งเล็กเล็กที่เรียกว่ารัก…A Little Thing Called Love”, “พี่มากพระโขนง…PEE MAK” ล่าสุดได้ร่วมงานกับ  Charlene Choi และ Pakho Chau ในผลงานเรื่อง “Moved Her 77 Times” โดยภาพยนตร์เรื่องนี้ถือเป็นผลงานแรกของในฮ่องกงอีกด้วย

มาดูสัมภาษณ์ของดาราหนุ่มคนนี้กันบ้างดีกว่า มาริโอ้ ได้ให้สัมภาษณ์ว่า  เขาเองก็เป็นแฟนหนังฮ่องกง เพราะที่เมืองไทยมีคนชอบหนังฮ่องกงเยอะ โดยภาพยนตร์ที่เขาชื่นชอบที่สุดคือ กู๋หว่าไจ๋ มังกรฟัดโลก (Young and Dangerous) มาริโอ้ยังบอกอีกว่าผลงาน “Moved Her 77 Times”  ถือได้ว่าท้าทายสำหรับเขามากๆ แม้มีเรื่องติดขัดบ้างแต่เขาก็ผ่านไปได้จากความช่วยเหลือของผู้กำกับ Qiu Litao

อย่างไรก็ตาม มาริโอ้ยังได้พูดถึง 2 นักแสดงนำที่ต้องเข้าฉากด้วยอย่าง Charlene Choi โดยบอกว่าเขารู้สึกว่าเธอมีทัศนคติที่ดีและเป็นมิตรมากๆ ขณะที่ Pakho Chau เป็นคนที่มีน้ำใจมากและเป็นคนสบายๆ มาริโอ้รู้สึกโชคดีมากที่ได้ทำงานร่วมกับนักแสดงทั้งสองคน

พระเอกไทย มาริโอ้ เมาเร่อ  จากผลงาน “Moved Her 77 Times”

 

 มาริโอ้ เมาเร่อ

Mario Maurer


สามารถติดตามอ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติมได้ที่นี่

สื่อฮ่องกงพูดถึง นางเอกของเมืองไทย ใหม่-ดาวิกา สวยระดับนางงาม

ยกอันดับ 1 ให้เลย! สื่อเกาหลีพูดถึงสไตล์ ‘ลิซ่า’ แฟชั่นนิสต้าที่ได้รับการยอมรับ

‘วันศุกร์ ยุติ สิ้นสุดความสัมพันธ์กับเพื่อนหญิง ด้วยเรื่องของเด็กๆ’ ดูดวงรายวัน 7 พฤษภาคม 2564

ดูดวงรายวัน 7 พฤษภาคม 2564 #หมอปุ้ยพยากรณ์ เช็กทุกวัน เป๊ะปังทุกดวง ทั้งการงาน การเงิน ความรัก และสุขภาพ

‘วันศุกร์ ยุติ สิ้นสุดความสัมพันธ์กับเพื่อนหญิง ด้วยเรื่องของเด็กๆ’

ดูดวงรายวัน 7 พฤษภาคม 2564

ผู้ที่เกิดวันอาทิตย์

การงาน  :  มีโอกาสได้รับการชักชวนให้เข้าไปทำงานในธุรกิจของครอบครัว หรือคนรู้จัก ซึ่งคุณมีปฏิภาณไหวพริบ เทคนิค แท็คติกแพรวพราว สามารถพลิกแพลงกลยุทธ์ ทำงานได้หลากหลาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งงานหรือเกี่ยวข้องกับงานสายเอ็นเทอร์เทนเม้นท์ เช่น ดีเจ พิธีกร ศิลปิน นักร้อง นักแสดง ผู้ประกอบการสถานบันเทิง ฯลฯ วันนี้ควรระวังการตัดสินใจที่เด็ดขาด แต่ไม่รอบคอบ กับการไม่มีแผนงานล่วงหน้า เพราะจะทำให้การตัดสินใจต่างๆ ผิดพลาดเสมอ

การเงิน  : จะได้ลาภใหญ่เฮงๆ ปังๆ  ในรูปของเงินปันผลจากธุรกิจของครอบครัว ซึ่งคุณไม่คาดคิดว่าจะได้  แต่เมื่อได้มาแล้วก็นำไปเลี้ยงดูปูเสื่อเพื่อนฝูง ญาติมิตร และบริวารจนหมด

ความรัก :  คุณตัวติดกันตลอดเวลา แต่มีแนวโน้มว่า วันนี้มีเหตุให้ต้องอยู่ห่างกัน คุณก็เริ่มจะคิดเล็กคิดน้อย หึงหวง และแสดงออกด้วยการเรียกร้องความสนใจ จนมีความเป็นไปได้ที่เขาจะไปจริงๆ คนโสด คุณมีดวงได้เจอชายหนุ่มในฝันแบบที่อยากจูงมือไปอยู่ด้วยกันเลย ก็ควรแต่แค่คิดนะคะ เพราะเสี่ยงต่อการถูกหลอกมาก

สุขภาพ :  ที่ต้องระวังมากที่สุด เกี่ยวกับระบบหมุนเวียนเลือด ทำให้คุณมีอาการอ่อนเพลีย หน้ามืด ตาลาย เวียนศีรษะ ที่มีสาเหตุมาจากโลหิตจาง หรือเซลล์เม็ดเลือดผิดปกติ จึงควรรับประทานอาหาร ผักและผลไม้ และวิตามินที่จะช่วยในการบำรุงเลือด

 

ผู้ที่เกิดวันจันทร์

การงาน  :  สำหรับผู้ที่ทำงานหรือเกี่ยวข้องกับงานที่มีรูปแบบการทำงานเป็นลำดับขั้นตอน และระเบียบข้อบังคับเป๊ะ เช่น งานในหน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ งานบัญชี งานธุรการ งานเอกสาร ซึ่งคุณมีความรู้ ความสามารถ รับผิดชอบงานในหน้าที่ และมีความคิดสร้างสรรค์ หากกำลังทำโปรเจ็คท์อะไรอยู่ คุณมีโอกาสได้เลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่งเป็นผู้บริหารระดับสูง มีลูกน้องอยู่ในอำนาจการปกครอง ซึ่งคุณก็มีพลังกาย พลังใจที่จะฝ่าฟันอุปสรรคและปัญหาที่จะเข้ามาอีกเพียบเลย

การเงิน :  คุณสามารถใช้เงินทำงานหารายได้ที่สูงให้กับตัวเอง ชอบลงทุน แต่วันนี้ไม่ควรหลงเชื่อคำพูดที่มีหลักการและเหตุผลที่จะชักชวนให้คุณลงทุนในธุรกิจ ธุรกรรม อะไรก็ตาม เพราะมีความเสี่ยงที่จะตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ

ความรัก : จากที่คุณมีภาวะผู้นำสูงมาก จนถึงครอบครัวคุณก็ซีเรียสจนจริงจังไปเสียทุกเรื่อง ผ่อนคลายบ้างค่ะ คนข้างตัวจะได้เป็นตัวของตัวเอง ไม่ต้องเกร็งเวลาอยู่กับคุณ คนโสด คุณชอบแอบรัก อาจเพราะด้วยตำแหน่งหน้าที่การงาน ทำให้คุณไม่สามารถที่จะแสดงออกได้ วันนี้มีโอกาสได้พบคู่แท้นะคะ

สุขภาพ  :  ควรให้ความสำคัญกับการขับถ่ายนะคะ ไม่ควรกลั้นปัสสาวะจนเคยชิน เพราะจะทำให้กรวยไตและกระเพาะปัสสาวะมีปัญหา ในกรณีรุนแรงมีความเสี่ยงที่จะติดเชื้อในกระแสเลือดได้

 

ผู้ที่เกิดวันอังคาร

การงาน :  มีความเป็นไปได้สูงที่งานของคุณกำลังอยู่ในช่วงที่ต้องแก้ไขปัญหาและอุปสรรคยาวนานเลย โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่เพิ่งบรรจุเข้าทำงานใหม่ ซึ่งคุณมีความรู้ ความสามารถ รับผิดชอบงานได้ดี มีความคิดสร้างสรรค์ ในความเป็นจริงน่าจะผ่านงานได้ไม่ยาก แต่ก็อย่าเพิ่งชะล่าใจไป เพราะมีความเป็นไปได้ที่จะมีบางอย่างติดขัด ทำให้คุณไม่ผ่านการพิจารณาอนุมัติเสียที ก็ควรใจเย็นๆ ไม่ควรโวยวาย พูดเท่าที่จำเป็น ไม่เช่นนั้นสถานการณ์อาจเลวร้ายกว่านี้

การเงิน :  เป็นนักลงทุน แต่ก็ไม่ควรเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเงินที่ได้มาจากแหล่งเงินที่ไม่ถูกต้อง งานสีเทาทุกรูปแบบ รวมถึงการเสี่ยงโชคด้วย

ความรัก :  มีความเป็นไปได้สูงมากที่คุณจะถูกพวกปากหอยปากปูเม้าท์มอยว่า คุณงานยุ่งจนไม่มีเวลาให้ครอบครัว แต่จริงๆ แล้วคุณแอบคบกิ๊ก ไปเที่ยวกับหนุ่มๆ หนักแน่นนะคะ เพราะมีโอกาสที่จะทำให้ครอบครัวเกิดความร้าวฉานขึ้นได้ คนโสด  คุณพยายามทำทุกอย่างเพื่อชนะใจคนที่ถูกใจ วันนี้มีแนวโน้มที่จะประสบความสำเร็จ แต่พอสมใจแล้วคุณก็เบื่อ

สุขภาพ  :  หลีกเลี่ยงอาหารสุกๆ ดิบๆ ไม่สด ไม่สะอาด ถูกสุขอนามัย เพราะจะทำให้คุณอาหารเป็นพิษ ท้องเสีย จนถึงลำไส้อักเสบ

 

ผู้ที่เกิดวันพุธ

การงาน :  สำหรับผู้ที่ทำงานหรือเกี่ยวข้องกับงานที่ต้องใช้คำพูดหรือวาทศิลป์ในการติดต่อประสานงาน การโฆษณา ประชาสัมพันธ์ สื่อมวลชน และงานส่งเสริมการขายทุกประเภท มีความเป็นไปได้ที่คุณจะได้รับมอบหมายให้เป็นหัวหน้าทีมทำงาน หรืออยู่ในตำแหน่งบริหารงานระดับสูง บอกเลยว่า ความสำเร็จวันนี้ไม่ได้มาด้วยความบังเอิญ แต่ต้องแลกด้วยพลังกายและพลังใจอย่างมากมาย วันนี้คุณควรลดอีโก้และความเชื่อมั่นในตัวเองลง และเปิดใจยอมรับฟังความคิดเห็นของคนอื่นด้วย เพื่อป้องกันดราม่าที่จะเกิดขึ้น

การเงิน :  สามารถทำงานสร้างรายได้ที่มั่นคงให้กับตัวเอง เมื่อได้มา คุณก็ใช้เงินซื้อความสุขหรูหราฟู่ฟ่าให้กับตัวเองไม่พอ ยังมอบให้กับเพื่อนฝูง พี่น้อง และญาติมิตรด้วย ควรเก็บเงินไว้บ้างนะคะ

ความรัก :  วันนี้คุณมีโอกาสได้ข่าวที่น่ายินดี เช่น การเฉลิมฉลองที่เกี่ยวกับหน้าที่การงาน มีความเป็นไปได้ที่คุณจะได้รับมอบหมายหน้าที่อันทรงเกียรติ คือเป็นหลักของธุรกิจครอบครัว ซึ่งคู่คุณก็จะช่วยเสริมหน้าที่การงานให้คุณได้อย่างดี คนโสด  มีโอกาสได้รับข่าวดี ข่าวมงคลนะคะ แต่น่าจะติดที่งานยุ่งและสถานการณ์โควิด-19 ขณะนี้  คุณจึงยังไม่สามารถไปถึงจุดนั้นได้

สุขภาพ :  คุณดูแลสุขภาพร่างกายตัวเองเป็นอย่างดี แต่เพราะคุณทำงานหนักจนอาจประมาทไปนิด พักผ่อนน้อยไปหน่อย หรือรับประทานอาหารไม่ตรงเวลา จึงมีความเสี่ยงที่คุณจะมีโอกาสเจ็บไข้ได้ป่วย

 

ผู้ที่เกิดวันพฤหัสบดี

การงาน  :  สำหรับผู้ที่ทำงานหรือเกี่ยวข้องกับงานที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ เช่น งานในวงการบันเทิง งานโฆษณา ประชาสัมพันธ์ ศิลปะ งานออกแบบดีไซน์ ก็ยังมีความเป็นไปได้ที่คุณจะยังทำงานอยู่กับการติดต่อประสานงาน เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ เทคโนโลยี คอมพิวเตอร์ การวางระบบและเครือข่าย ซึ่งเป็นงานที่ไม่สามารถ work from home  ได้ วันนี้ไม่ควรวางตัวสนิทสนมกับลูกน้องมาก เพราะเขาจะมองไม่เห็นศีรษะคุณ ส่งผลให้คุณอึดอัด เหมือนถูกต้อนเข้าสู่ทางตัน ไปต่อไม่ถูก ต้องหาทางออกให้ตัวเองอย่างบัวไม่ให้ช้ำน้ำไม่ให้ขุ่น

การเงิน :  มีโชคลาภ มีผู้ให้ความช่วยเหลือและอุปถัมภ์ มีโอกาสได้มรดกด้วยนะเนี่ย แต่คุณก็จะนำเงินไปลงทุน และทุ่มให้กับคนรักอย่างไม่อั้น อาจมีญาติพี่น้องมาขอหยิบยืมเงินนะคะ

ความรัก :  คุณเริ่มสับสนว่า จะอยู่กันแบบนี้ไปได้อีกนานแค่ไหน เพราะตอนนี้อยู่ด้วยกันบ่อยจนเริ่มเบื่อกันแล้ว ทางที่ดีคุณไม่ควรใส่ใจจนอีกฝ่ายขยับเขยื้อนตัวไม่ได้เลย คนโสด คุณรักคนง่ายมากและรวดเร็ว ไม่คิดเยอะ หากคุณอกหักก็ไม่คิดเยอะเช่นกัน เริ่มต้นใหม่ได้เสมอ

สุขภาพ :  มีความเป็นไปได้ที่ช่วงขาและข้อต่างๆ จะมีปัญหา เช่น โรคเก๊า หรืออัมพฤกษ์ รวมถึงเกิดจากการเดินตกจากขั้นบันได หรือตกจากขอบฟุตบาท ตกหลุม ทำให้กล้ามเนื้ออักเสบ จนถึงเส้นเอ็นตึงยึด

 

ผู้ที่เกิดวันศุกร์

การงาน :  หากงานของคุณยังติดขัด คาราคาซัง วันนี้มีความเป็นไปได้ที่จะดำเนินมาถึงวาระสุดท้าย ก็ควรคิดในทางบวกไว้ว่า จบเพื่อจะเริ่มต้นในสิ่งที่ดีกว่า เพราะวันนี้คุณมีโอกาสได้ร่วมงานหรือร่วมธุรกิจกับเพื่อนสนิทผู้หญิง โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ทำงานหรือเกี่ยวข้องกับงานที่ต้องใช้ความคิดและจินตนาการในการสร้างสรรค์ผลงาน เช่น นักแสดง นักเขียน สื่อมวลชน ศิลปิน รวมถึงงานบริการ และเกี่ยวข้องกับเด็ก ซึ่งเป็นงานที่จำเป็นต้องตั้งใจอย่างเสมอต้นเสมอปลาย

การเงิน : รายได้ประจำอาจติดตัวแดง สร้างความเดือดร้อนให้กับคุณอย่างมาก เพราะไม่ได้ใช้จ่ายอย่างสุขสบายเหมือนที่ผ่านมา หรือซื้อขนมนมเนยอย่างที่เคยซื้อ ก็ต้องอดทนให้ผ่านวันนี้ไปก่อนนะคะ

ความรัก :  มีความเป็นไปได้ที่คุณจะสิ้นสุดความสัมพันธ์ระหว่างญาติพี่น้องผู้หญิง หรือเด็กๆ ในบ้าน ควรคุยกันปรับความเข้าใจกันดีกว่าค่ะ คนโสด มีโอกาสที่คุณจะสิ้นสุดความสัมพันธ์กับเพื่อนผู้หญิงที่สนิทนะคะ มีสาเหตุมาจากเรื่องของเด็กๆ

สุขภาพ :  ระบบหมุนเวียนน้ำในร่างกาย เช่น น้ำเหลือง น้ำเลือด น้ำเหลือง น้ำย่อย น้ำในหู จนถึงระดับฮอร์โมนอาจสวิงหนักถึงหนักมากนะคะ

 

ผู้ที่เกิดวันเสาร์

การงาน  : มีความเป็นไปได้สูงที่คุณอยู่ในช่วงที่ต้องแก้ไขปัญหาและฝ่าฟันกับอุปสรรคที่จะเข้ามายาวเลย แต่ที่จะสร้างความหนักใจให้กับคุณอย่างมากก็คือ จะถูกมองข้ามหรือลดบทบาทความสำคัญลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณอยู่มีหน้าที่การงานในระดับสูง ไม่ว่าจะนักธุรกิจ นักบริหาร นักการเมือง หรือบุคคลในเครื่องแบบ บอกเลยว่า ความสำเร็จไม่ได้มาด้วยความบังเอิญ แล้วหากคุณอดทนจนผ่านจุดนี้ไปได้ ผลตอบแทนที่ได้รับถือว่าคุ้มกับความเหนื่อย

การเงิน : เงินแลกมาด้วยหยาดเหงื่อและแรงกาย ไม่ควรเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเงินที่ได้มาอย่างไม่ถูกต้อง หรือการเสี่ยงโชค เพราะคุณจะสูญเงินก้อนใหญ่ให้กับคนใกล้ชิด ต้องระวัง!!

ความรัก : มีความเป็นไปได้ที่จะมีเสียงนกเสียงกาลอยลมมาให้เข้าหูคู่คุณว่า คุณมีกิ๊ก ซึ่งคุณก็พยายามที่จะแสดงความบริสุทธิ์ใจทุกอย่าง แต่ก็ไม่เป็นผลนะคะ เพราะเขาไปแล้ว เอ…ใครมีกิ๊กกันแน่เนี่ย    คนโสด คุณกำลังทำทุกอย่างเพื่อเอาชนะใจคนที่คุณถูกใจ แต่วันนี้อย่าเพิ่งคาดหวังเลยค่ะ เพราะเขาไม่น่าจะเหมาะสมกับคุณ

สุขภาพ :  คุณดูแลสุขภาพร่างกายตัวเองเป็นอย่างดี แต่ยิ่งระวังก็ยิ่งพลาด วันนี้มีความเสี่ยงที่คุณจะอาหารเป็นพิษ ท้องเสีย ลำไส้อักเสบ ทางที่ดีควรหลีกเลี่ยงอาหารที่ปรุงไม่สุก หรือสุกๆ ดิบๆ รสจัดนะคะ

 

 

ก๊อต จิรายุ ตันตระกูล

ตัวตนลึกๆ ที่ไม่ค่อยมีใครรู้ของ “ก๊อต จิรายุ ตันตระกูล” #สามีแห่งชาติ คนล่าสุด

หลายคนรู้จักและชื่นชม “ก๊อต จิรายุ ตันตระกูล” จากบท “หลวงสรศักดิ์” ในละครเรื่อง บุพเพสันนิวาส ที่แม้ไม่ใช่พระเอก แต่การแสดงของเขาได้ใจผู้ชมไปเต็มๆ หลายคนเรียกเขาว่า “ก๊อต ซิกซ์แพ็ค” ซึ่งเขาไม่อินกับคำชมนี้เท่าไร แต่จะปลื้มกว่าถ้าบอกว่าเขาเล่นละครดี จนมาถึงบทบาทล่าสุด “อำพน” ผู้ชายแสนอบอุ่น ในละครเรื่อง กระเช้าสีดา ที่ส่งให้เขาขึ้นแท่น #สามีแห่งชาติ คนล่าสุดไปเรียบร้อย

เขาเคยคิดอยากออกจากวงการหลายครั้ง เพราะคิดว่าทำได้ ไม่ดีพอ แต่ทุกครั้งเขากลับมาได้เพราะหาความรู้ ก๊อตเรียนไม่จบ แต่อาจจะอ่านหนังสือมากกว่าคนที่เรียนจบปริญญาเสียอีก นี่เป็นเพียงแง่มุมหนึ่งของ “ก๊อต จิรายุ ตันตระกูล” ศิลปินนักแสดงที่ใช้ชีวิตไม่เหมือนใครและไม่มีใครเหมือน วันนี้ แพรว มีโอกาสนั่งคุยกับเขายาวๆ ถึงชีวิตที่ผ่านมา ตลอดจนแง่มุมความคิดและความติสต์

ตัวตนลึกๆ ที่ไม่ค่อยมีใครรู้ของ “ก๊อต จิรายุ ตันตระกูล” #สามีแห่งชาติ คนล่าสุด

ก๊อต จิรายุ ตันตระกูล

ก๊อตในวัยเด็กเติบโตมาอย่างไรคะ

“ผมเป็นลูกคนเดียว แต่โตมาในครอบครัวใหญ่ คืออยู่กับญาติพี่น้อง ฝั่งแม่ที่มีกว่าสิบคน แต่ละบ้านก็มีลูกครอบครัวละคน จึงมีเด็กอยู่รวมกันเยอะมาก เราอัดอยู่ด้วยกันในแฟลตย่านห้วยขวาง ค่อนข้างอบอุ่น ได้รวมกลุ่มเล่นกันไปตามประสาเด็ก ปั่นจักรยาน จุดประทัด เล่นลูกแก้ว

“เดิมผมเรียนใกล้บ้านมาตลอด กระทั่งขึ้น ม.ปลาย ย้ายไปเรียนที่โรงเรียนวัดราชบพิธ เพราะพ่ออยากให้เรียนไกลบ้านบ้าง จะได้รู้จักถนนหนทาง ดูแลตัวเองเป็น

“เรื่องเรียนผมมีทัศนคติส่วนตัวว่าคนที่ได้เกรดดีไม่ได้เป็นคนดีทุกคน คนที่สอบได้เอบวก แต่จัดการอารมณ์ไม่ได้หรือเอาตัวไม่รอด มีให้เห็นเยอะแยะ ตอนอยู่โรงเรียนวัดราชบพิธ ผมอยู่สาขาวิชาการทั่วไป คือที่อื่นมีสายวิทย์-คณิต ศิลป์-คำนวณ ศิลป์-ภาษา แต่ที่นี่มีสายวิชาการทั่วไป คือรวมมนุษย์ที่เรียนห่วย ไม่เข้าเรียน อย่างผมเองตอน ม.6 ขาดเรียน 6 เดือน จนครูไม่รู้จะทำอย่างไรกับไอ้บ้านี่แล้ว

“แต่ผมไม่ได้หายไปเกเรที่ไหนนะ ผมไม่ตั้งใจเรียนในระบบก็จริง แต่ถ้าอยากรู้เรื่องอะไร ผมจะขวนขวายหาความรู้มาให้ได้ อย่างตอนที่หายไปหลายเดือน ผมไปเรียนภาคค่ำเป็นพวกวิชาชีพต่างๆ เช่น ซ่อมคอมพิวเตอร์ เขียนแบบอินทีเรียร์ เย็บผ้า แล้วก็ฝึกตัดต่อริงโทนเองเพราะชอบ คือเรียนในสิ่งที่อยากรู้ แต่ไม่มีสอนในโรงเรียน ค่าเรียนคลาสหนึ่งไม่แพง 700 บาท ผมเก็บจากค่าขนมบวกกับหารายได้เสริม เช่น ไรต์เพลงขายบ้าง รับจ้างซื้อหนังสือการ์ตูนให้เพื่อนบ้าง คือบวกค่าหิ้ว สมมติเล่มละ 35 บาท ผมคิด 38 บาท แล้วให้เพื่อนรวมกันสั่งทีละเยอะๆ จะได้ซื้อทีเดียว ไม่ต้องไปบ่อย แต่ได้กำไรหลายบาท”

มามีแววชอบงานวงการบันเทิงตอนไหนคะ

“ตอนเข้ามหาวิทยาลัยผมเลือกเรียนออกแบบนิเทศศิลป์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เพราะชอบวาดรูป กำลังจะขึ้นปีสอง รุ่นพี่ชวนไปเป็นเด็กฝึกงาน คอยยกฉากให้บริษัทโซนิกซ์ยูธ 1999 ของพี่ก้อง-ปิยะ ได้เงินวันละ 500 บาท พอยกฉากเสร็จผมก็นั่งดูเขาทำงานกัน ตอนนั้นพี่ท็อป-ดารณีนุช กับพี่ก้อง-ปิยะ เป็นผู้ดำเนินรายการ เอ๊ะ ดูสนุกดี เลยไปช่วยเขาทำหน้าที่อื่นด้วย ทั้งเคาะสเลต (Slate) เขียนบอร์ด ก็เริ่มรู้สึกว่างานวงการบันเทิงน่าสนใจ จากนั้นจึงตระเวนแคสต์งานไปทั่ว แต่ไม่เคยได้ ผ่านไปพักใหญ่จึงได้งานโฆษณาชิ้นแรก เป็นเครื่องดื่มน้ำอัดลม ผมเล่นเป็นวุ้นอยู่ข้างหลัง (หัวเราะ) คือเป็นเอกซ์ตร้าเดินอยู่ไกลๆ เบลอๆ เขาบอกให้เดินก็เดิน ตอนนั้นไม่รู้หรอกว่านักแสดงคืออะไร แค่อยากทำ

“กระทั่งวันหนึ่งเพื่อนชวนไปประกวดรายการ ดิ ไอดอล โปรเจ็กต์ ผมไปเพราะไม่รู้อะไรเลย เข้าใจว่า 12 วันก็จบ แต่ความจริงคือ 12 สัปดาห์ (ยิ้ม) แต่แค่ได้เป็นหนึ่งในคนที่เข้าประกวดก็โอเคแล้ว จึงลองดู ข้อดีคือมีเรียนการแสดง ร้อง เต้นทุกสัปดาห์ ยอมรับว่าผมทำได้ห่วยมาก อาศัยว่ากล้าไว้ก่อน กระทั่งวันสุดท้ายที่ประกวด ผมคิดว่ายังไงเราคงไม่ได้หรอก เพราะต้องชนะด้วยคะแนนโหวต บ้านเราไม่มีสตางค์ไปช่วยโหวตขนาดนั้น ขณะที่ผู้เข้าแข่งขันอื่นเขาโหวตกันเต็มที่ จำได้ว่าผมร้องเพลงของไมโคร เห็นญาติๆ มาดู เราก็สนุกเลย ใส่ไปเต็มเหนี่ยว ดันชนะซะงั้น (หัวเราะ) และเพราะรายการนี้ทำให้ผมได้งานจากพี่กอบสุข (กอบสุข จารุจินดา ผู้จัดละคร) เล่นละครเรื่องแรกคือ คุณนายสามสลึง”

ได้เข้าวงการบันเทิงเต็มตัวครั้งแรกเป็นอย่างไรคะ

“ช่วงแรกผมทำตามออร์เดอร์อย่างเดียว ไม่เข้าใจอะไรเกี่ยวกับการแสดงเลย มาเริ่มสนุกขึ้นตอนเล่น หลวงตามหาชน เพราะได้เจอลุงโน้ต พี่เจี๊ยบ เชิญยิ้ม อากล้วย อาโย่ง ได้เห็นการทำงานของตลกที่เป็นเรื่องของจังหวะและไทมิ่งรับส่งมุกกัน และเป็นช่วงที่ทำให้ผมได้เรียนรู้ว่าทำงานวงการบันเทิงต้องระวังเรื่องเงิน เพราะหลังจากทำงานละครและซีรี่ส์อยู่ได้ประมาณ 3 ปี พบว่าเป็นหนี้สามแสน! อะไรวะ เล่นซีรี่ส์เป็นตอน ออกอากาศทุกสัปดาห์ ต้องมีเงินสิ ทำไมไม่มีล่ะ

“เพราะส่วนใหญ่เป็นการพูดอย่างจ่ายอย่าง ได้ไม่เท่าจำนวนจริงตามที่ตกลงไว้ อย่างตอนนั้นได้เงินจากละคร มีบริษัทต้นขั้วหักไป 30 เปอร์เซ็นต์ ผมต้องได้ 70 เปอร์เซ็นต์ แต่พอรับเงินจริงๆ เขาให้ไม่ถึง 70 เปอร์เซ็นต์ ไหนจะเรื่องภาษีอีก ซึ่งเด็กใหม่ที่เข้ามาส่วนใหญ่จะไม่รู้เรื่องนี้ แต่ถือเป็นข้อดีที่ทำให้ผมฉลาดขึ้น บอกเลยว่าเรื่องเงินเราต้องจัดการเอง ต้องมีคนที่ไว้ใจได้คอยดูแล อย่างตอนนั้นผมก็ได้พ่อที่คอยจี้ตามถามให้ และด้วยเรื่องนี้แหละที่ทำให้รู้สึกว่านี่คือวงการมายาของแท้ เป็นการทำงานที่สร้างภาพให้ดูดี ส่งผลให้ผมมีทัศนคติที่ไม่ดี จนรู้สึกไม่อยากเป็นดารา อยากเป็นแค่นักแสดงอย่างเดียว ไม่อยากออกสื่อ ไม่ให้สัมภาษณ์ ไม่อยากคุยกับนักข่าว ผมทำงานแสดงโดยมีทัศนคติอย่างนี้จนอายุ 25 จึงได้เปลี่ยนมุมมอง”

ก๊อต จิรายุ ตันตระกูล

เพราะอะไรจึงเปลี่ยนได้คะ แล้วมุมมองใหม่เป็นอย่างไร

“ช่วงอายุ 23-24 ปี ผมเริ่มอ่านหนังสือเยอะ ต้องบอกว่าแม้ผมจะเรียนไม่จบปริญญา เพราะออกมาเข้าวงการก่อน แต่ถ้าอยากรู้อะไร ผมจะหาอ่านเองอย่างจริงจัง โดยเฉพาะพวกหนังสือนอกตำรา ทั้งการบริหารและด้านอื่นๆ ปรากฏว่ามันว้าวและเปิดหัวมาก เพราะให้ทั้งความรู้และแรงบันดาลใจ ผมจึงอ่านหนังสือทุกวัน พกติดตัวตลอดเวลา ผมเชื่อว่าคนอ่านหนังสือมีข้อได้เปรียบกว่าคนที่เสพข่าวทุกวัน ตรงที่สมองของคนที่เสพข่าวจะมีความชำนาญเรื่องด้านลบ เพราะข่าวส่วนใหญ่นำเสนอด้านลบ แต่ถ้าคนอ่านหนังสือดีๆ ทุกวัน เราจะมีความคิดเชิงบวก

“พออ่านเยอะ ผมจึงคิดใหม่ว่าแต่ละอาชีพมีองค์ประกอบส่วนที่เกี่ยวข้อง ที่ต้องรับผิดชอบหลากหลายด้าน เหมือนกับต้นไม้ที่มีแค่ลำต้นไม่ได้ ต้องมีกิ่ง ก้าน ใบ นักแสดงก็เช่นกัน การออกสื่อหรือออกงานก็เป็นองค์ประกอบหนึ่ง ยิ่งเราขยายกิ่งก้านสาขาและดอกใบออกไปเยอะก็ยิ่งมีคนเห็นเยอะ ผมจึงตั้งใจใหม่ว่าเราจะเป็นนักแสดงดารา ไม่ใช่ดารานักแสดง คือดาราเป็นดาวบนท้องฟ้า จับต้องไม่ได้ ส่วนนักแสดงเป็นศิลปินหรืออาร์ติสต์ การเป็นนักแสดงดารา จึงหมายถึงเป็นนักแสดงที่มีฝีมือและความเข้าใจในการแสดง แต่สามารถจับต้องได้ ผมจึงเริ่มโอเคกับการออกงานมาเจอผู้คนบ้าง”

การทำงานเปลี่ยนไปไหมคะ

“เปลี่ยน แต่ไม่ใช่ในทันที ค่อยๆ ปรับตัว แต่ผมรู้ตัวว่าตั้งใจทำงานมากขึ้น อย่างตอนนั้นพี่หน่อง-อรุโณชา กำลังจะทำละครเรื่อง บางระจัน ซึ่งผมอยากเล่นมาก เพราะชอบฟันดาบ เรียกตัวเองว่าเป็นนักดาบเลยละ ที่จริงเคยเล่นซีรี่ส์เรื่อง ครัวซอง ทำนองรัก ให้พี่หน่องมาก่อน แต่เล่นบทตลก จึงไม่เคยมีใครรู้ว่าผมฟันดาบได้ บู๊ได้ ช่วงนั้นผมจึงเสนอตัวไปช่วยงานพี่หน่องตลอด จุดประสงค์คือเพื่อนำวิดีโอที่ผมโชว์ฟันดาบไปให้พี่หน่องดู คืออย่าให้มีจังหวะ ผมจะพุ่งเข้าไปหาทันที ผลของความพยายามในครั้งนั้น แม้ตอนแรกจะไม่มีบทให้ลง แต่สุดท้ายพี่หน่องก็เขียนบทเพิ่มขึ้นมาให้ผมเล่นคือ หมู่เคลิ้ม ครั้งนั้นผมจึงเล่นเต็มที่มาก ทั้งขี่ม้า ฟันดาบ ครบเซต สะใจ!” (ยิ้ม)

ตอนนั้นคิดไหมว่าละคร บุพเพสันนิวาส จะดังและสร้างชื่อเสียงให้ก๊อตขนาดนี้

“มีเรื่องหนึ่งที่ผมไม่เคยเล่าให้ใครฟัง ก่อนหน้าจะได้เล่น บุพเพสันนิวาส ผมฝันว่าได้ขี่ช้างตัวใหญ่มาก แล้วช้างก็พาวิ่งไปริมทะเล พอตื่นมาจึงวาดรูปสเก็ตช์ ไว้ให้แม่ดู กระทั่งวันที่ละครออนแอร์แล้วมีฉากที่ผมต้องขึ้นช้าง แม่นำรูปที่ผมสเก็ตช์ไว้มาให้ดู ไม่อยากบอกเลยว่าเหมือนมาก (ยิ้ม) อันนั้นคือฝัน แต่ความจริงคือเราทำอะไรเรารู้ตัว อย่างหลังถ่ายละคร 3 เรื่องนี้จบ ผมบอกทุกคนในครอบครัวว่าคอยดู 3 เรื่องนี้นะ ผมโคตรมั่นใจเลยว่าจะออกมาดี เพราะผมมีความรู้เพิ่มขึ้นจากการทำงาน และทำการบ้านหนักมาก จนรู้ว่าผมสามารถสร้างสรรค์อะไรในตัวละครเหล่านี้ได้มากมาย เพราะเข้าใจและรู้ว่าจะทำอย่างไรให้โดดเด่นและแตกต่าง ผมฝึกสังเกต ท่วงท่าและอารมณ์ผู้คนจนสายตาเฉียบคม ขนาดโบว์ทำท่าไม่พอใจนิดเดียว ผมก็รู้แล้ว ผมจึงนำการแสดงออกเล็กๆ น้อยๆ ที่ผมสังเกตเห็นเหล่านี้มาใส่ในละครด้วย สมมติเรากำลังคุยเรื่องการเมืองอยู่ พอถึงตอนที่ผมต้องพูดเรื่องที่น้อยใจ ผมจะเปลี่ยนอารมณ์และสีหน้าแค่แว่บเดียว ซึ่งพอกล้องบันทึกไว้ คนดูจะมองเห็นทันที ดังนั้นผมจึงต้องเล่นละครและสวมบทบาทอยู่ตลอดเวลาที่เข้าฉาก ไม่มีหลุด

“จากกระแสต่างๆ ถ้าเป็นคำชมที่ว่าหล่อ หุ่นดี ซิกซ์แพ็ค ผมเฉยๆ แต่จะรู้สึกดีเวลาได้รับคำชมว่าแสดงดี ซึ่งได้ยินเยอะจากเรื่องนี้ ก็รู้สึกภูมิใจที่การทำงานหนักทำให้เห็นผลลัพธ์ที่แตกต่าง”

ก๊อต จิรายุ ตันตระกูล

หลายคนบอกว่าก๊อตเป็นจอมขโมยซีน สามารถเล่นให้คนชื่นชอบผู้ร้ายหรือตัวรองได้

“ต้องอธิบายก่อนว่าเวลาเล่นผมไม่ได้ต้องการแย่งซีนใคร สำหรับผมการแสดงคือการสร้างงานศิลปะรูปแบบหนึ่ง นักแสดงแต่ละคนต่างมีสีของตัวเองที่จะใส่เข้าไปในตัวละคร ผมก็ใช้ความรู้ของผมสร้างสรรค์ตัวละครในแบบของผม อย่างตอนเล่นเป็น ‘แสน ราชสีห์’ ใน คมแฝก ทำไมจึงกลายเป็นตัวร้ายที่หลายคนเชียร์ เพราะผมรู้สึกว่าเราเล่นเป็นพระเอก ไม่ได้เล่นเป็นตัวร้าย ถ้าเราปักหลักความคิดว่าเราเป็นตัวร้าย เราจะทำเรื่องน่าเกลียด แต่ถ้าเราปักหลักว่าเรากำลังทำในสิ่งที่ถูก หมายถึงถูกในความคิดของตัวละครนั้นๆ นะ ไม่ใช่ถูกของผม ก็ทำให้เรามั่นใจ ความรู้สึกนั้นก็จะส่งออกมาถึงคนดู แล้วถ้าดูให้ดี ‘แสน ราชสีห์’ ไม่ได้มั่นใจแค่คมแฝกของเขานะ เขามั่นใจแม้กระทั่งเสื้อผ้าที่เขาจ้างช่างเสื้อมาตัดให้ ดังนั้นแสนจึงมีความมั่นใจในตัวเองทุกท่วงท่า ไม่ว่าจะเดิน ยืน นั่ง สิ่งเหล่านี้เป็นแบ็กอัพสตอรี่ที่ผมสร้างขึ้นมาเองหมดเลย ซึ่งจะสร้างได้ ก็ต้องทำการบ้านหนักมากว่าเขาเจออะไรมาบ้าง จึงกำหนดให้เขาเป็นอย่างนี้ในวันนี้”

จนถึงตอนนี้ก๊อตคิดว่าเราเป็นนักแสดงจริงๆ แล้วหรือยัง แล้วในอนาคตวางแผนไว้ว่าอย่างไรคะ

“ส่วนตัวผมได้พิสูจน์มาส่วนหนึ่งแล้วว่าผมเป็นนักแสดงจริงๆ แต่คุณจะเอาความเป็นดารามาสวมให้ผมก็ได้ ไม่เป็นไร แต่อย่างที่บอกว่าจะดีใจกว่า ถ้าคนชมว่าแสดงดี ส่วนจะทำไปอีกนานแค่ไหน ผมวางแผนไว้ว่าจะทำงานด้านนี้ไปอีกประมาณ 7-8 ปี แต่นั่นเป็นเรื่องของอนาคต ถ้าพูดถึงปัจจุบันในฐานะศิลปิน ทุกคนล้วนอยากสร้างงานที่สร้างแรงบันดาลใจดีๆ อยากทำหนังที่งดงาม หมายถึงหนังที่สามารถทำให้ลูกรักพ่อแม่ได้มากขึ้น หรือหนังรักโรแมนติกที่ทำให้คนพยายามฟังกันมากขึ้น หนังแอ๊คชั่นที่สอดแทรกบางสิ่งบางอย่างที่ดีงามเข้าไป

“อีกเป้าหมายที่ผมอยากทำให้เกิดขึ้น คืออยากรวบรวมคนเก่งหลายๆ ด้านมาไว้ด้วยกัน ผมเชื่อว่าถ้าผมมีศิลปะมากพอในการทำให้คนเก่งอยู่ร่วมกันได้ด้วยความสามัคคี และทำให้เขาเก่งมากขึ้นกว่าเดิม ผมก็คงไม่ต่างอะไรกับแจ็คกี้ ชาน ที่รวบรวมคนเก่งอย่างทีมกล้อง ทีมภาพ และอื่นๆ มาทำงานด้วยกัน จนกลายเป็นพยัคฆ์ของเอเชีย คือผมไม่ได้ต้องการเป็นพยัคฆ์ แต่อยากทำให้เห็นว่าถ้าเราสามารถสร้างระบบงานที่มีมาตรฐานและมีศิลปะได้ จะเป็นอย่างไร ซึ่งแน่นอนว่าอาจไม่ได้รับการยอมรับ แต่ควรจะมีคนเริ่ม”

หลายคนมองว่าก๊อตค่อนข้างติสต์และเจ้าความคิด มองตัวเองอย่างไรคะ

“ผมว่าติสต์มาจากการที่ผมไม่ได้ดำเนินชีวิตในแบบที่คนอื่นทำ เพราะมนุษย์เราล้วนเติบโตมาท่ามกลางคำสอนของพ่อแม่ โรงเรียน ชาติ ศาสนา ทุกคนดำเนินชีวิตไปตามนั้น โดยไม่ถามว่าฉันอยากดำเนินชีวิตแบบนี้หรือเปล่า สังคมให้เป็นแบบนนี้ ก็เลยเป็นแบบนี้ ผมแค่ไม่ทำตามเรื่องพวกนั้น แล้วหาหนทางของตัวเอง เปรียบเป็นนกแบบใน หนังสือเรื่อง โจนาทาน ลิฟวิงสตัน : นางนวล ที่บินหาที่อยู่อันเหมาะสมของตัวเอง โดยรับผิดชอบตัวเองเต็มที่ ทั้งเรื่องเงิน เรื่องงาน และชีวิต จึงมีอิสระ แต่คนที่ไม่มีอิสระ เพราะใช้ชีวิตโดยขึ้นอยู่กับปัจจัยภายนอกทั้งหมด พอเราต่างจากเขาก็เลยดูผิดแผก แค่นั้นเอง

“แต่ก่อนผมก็เหมือนคนอื่น เป็นลูกแกะที่โดนต้อนให้ทำนั่นทีนี่ที วันหนึ่งอายุ 24-25 เราเปลี่ยนจากลูกแกะกลายเป็นสิงโต บอกว่าไม่เอาแล้ว ฉันจะออกล่าเหยื่อด้วยตัวเอง วิ่งเข้าหาทุกอย่างเอง ศึกษาเอง ล่าสิบครั้ง ได้หนึ่งครั้ง ก็ถือว่าชนะ แต่ตอนนี้ผมไม่ใช้ทั้งแกะและสิงโต แต่กลับไปเป็นเด็ก คือทำทุกอย่างเพราะสนุกและมีความสุข ไม่ต้องถามหาความหมายอะไรมากมาย ชีวิตควรดำรงอยู่ด้วยความเบิกบาน ยินดี และเห็นค่าของชีวิต เพราะเราไม่รู้จะตายเมื่อไร คิดแบบนี้ติสต์ไหมล่ะ ติสต์! (ตอบเองแล้วหัวเราะชอบใจ)

“แต่ที่คิดแบบนี้ได้เพราะผมไปฝึกนั่งสมาธิ ทำให้รู้ว่ามนุษย์มักจะคาดหวังความสุขในอนาคตอยู่ตลอด วันนี้ไม่เคยดีเลย วันหน้าถึงจะดี ต้องมีสิ่งนั้นสิ่งนี้ จึงจะมีความสุข ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ ชีวิตจะเน่าลงทุกวัน จึงเป็นเรื่องสำคัญที่เราต้องหาความสขุในปัจจุบันให้เจอ ซึ่งความสุขก็เหมือนความเงียบที่มีอยู่ตลอด แต่เพราะมีเสียงอื่นมากวน ทำให้เราไม่ได้ยิน แต่พอลองแยกทุกเสียงออกไป เราจะเห็นว่าความเงียบนั้นมีอยู่ เสียงรบกวนในที่นี้ก็คือความคิดของเรานั่นแหละ ความคิดเราไปแค่ 4 ที่ อดีต อนาคต ชอบ ไม่ชอบ วนเวียนอยู่แค่นี้ แต่ถ้าเรานั่งนิ่งๆ แยกความคิดออกไปให้หมด ชั่วขณะที่ไม่มีความคิดรบกวน นั่นแหละความสุขสงบ


อ่านบทสัมภาษณ์ฉบับเต็มได้ที่ นิตยสารแพรว ฉบับ 963

ภาพเพิ่มเติม : godfather1632

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

หุ่นดีเพราะมีแรงบันดาลใจ “ก๊อต-จิรายุ” แชร์ทริคเวิร์คเอ๊าต์ให้สนุก เพื่อรูปร่างสุดฟิตแอนด์เฟิร์ม

ฮิวโก้-จุลจักร จักรพงษ์ ผู้ชายภักดีต่อความรัก เสียงเพลง ธรรมชาติ และครอบครัว

ลูกเปลี่ยนชีวิต อุ้ม สิริยากร เผยชีวิตเรียบง่ายในสหรัฐฯ กับบทบาทคุณแม่ลูกสอง

เคล็ดลับบำรุงผมสลวยแบบ 'นุ่น วรนุช' ให้ดำขลับ มีน้ำหนัก เงางามสุขภาพดี

เคล็ดลับบำรุงผมสลวยแบบ ‘นุ่น วรนุช’ ให้ดำขลับ มีน้ำหนัก เงางามสุขภาพดี

นักแสดงสาวสวย ‘นุ่น วรนุช ภิรมย์ภักดี’ นอกจากจะสวย หน้าหวาน บุคลิกดี ฝีมือดีมากความสามารถจนขอยกให้เป็นนางเอกตลอดกาลแล้ว อีกเรื่องหนึ่งที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวคือ ผมสวยตลอดกาล เป็นนักแสดงที่ไว้ผมยาวสลวย และบำรุงเส้นผมเป็นอย่างดีมาตลอด ยิ่งช่วงนี้คาดว่าแฟนๆ หลายคนคงติดละครเรื่อง กระเช้าสีดา ที่นุ่น วรนุช รับบทนำนางเอกเช่นเคยนั้น ต้องบอกเลยว่บทคุณพิงค์หรือน้ำพิงค์ ที่นุ่นเล่นฟาดได้ฟาดทุกตอนจริง และนอกจากเนื้อเรื่องจะสนุกแล้ว แอดก็ไม่สามารถละสายตาจากความสวยของใบหน้า และความสลวยสุขภาพดีของเส้นผมของเธอไปได้เลย

ยิ่งล่าสุด นุ่น วรนุช เล่น TikTok ไดร์ผมยาวตรงสลวย สวยดำขลับ ดูมีน้ำหนักของเธอนั้น ยิ่งยอมรับเลยว่าเส้นผมคือ มงกุฏของใบหน้าไม่ต่างจากคิ้วเลยจริงๆ ไม่แปลกใจเลยที่ นุ่น วรนุช ขึ้นชื่อเรื่องการดูแลสุขภาพผม และห่วงใยเส้นผมจริงๆ ไม่ว่าจะพบเจอเธอที่ไหน งานอะไร เป็นต้องเห็นผมยาวสลวยจนกลายเป็นเสน่ห์ติดตัวเธอไปแล้ว

เคล็ดลับบำรุงผมสลวยแบบ ‘นุ่น วรนุช’ ให้ดำขลับ มีน้ำหนัก เงางามสุขภาพดี

วิธีดูแลเส้นผมให้ดูสวยสุขภาพดี 

ถ้าเป็นวันปกติที่ไม่ได้ทำงาน นุ่นจะไม่ทำอะไรกับเส้นผมเลย ปล่อยให้เส้นผมและหนังศีรษะได้พัก เพราะในวันทำงานผมนุ่นต้องต้องทั้งไดร์ ม้วน เจอความร้อนเยอะแล้ว ถ้าวันไหนไม่ได้ทำงาน นุ่นก็จะใช้วิธีง่ายๆ ด้วยการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมให้ตรงกับสภาพเส้นผม ทุกครั้งหลังสระผม จะต้องใช้คอนดิชันเนอร์บำรุงผมทุกครั้ง ตามด้วยการหมักผมด้วยทรีทเมนท์อย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง และเป็นคนที่ไม่ค่อยเข้าร้านทำผม ชอบทำผมเองที่บ้าน สะดวกและถูกใจตัวเอง

https://praew.com/beauty/beauty-celebrity/396674.html

คำแนะนำสำหรับสาวๆ ที่อยากมีเส้นผมแบบ นุ่น วรนุช

ปกตินุ่นเป็นคนให้ความสำคัญกับเส้นผมมาก นุ่นคิดว่าผมสวยเป็นเสน่ห์ของผู้หญิงอย่างหนึ่ง เวลาออกงานสังคมหรือไม่ว่าจะไปไหนก็ตาม ถ้าผมสวย ก็จะยิ่งเสริมให้เราดูดีได้ และนุ่นก็เชื่อว่า ผู้หญิงที่รักสวยรักงามก็ต้องใส่ใจในการดูแลผมอยู่แล้ว ที่สำคัญไม่ควรไม่ทำร้ายเส้นผม อย่างเช่น การทำสี ไดร์ผม ทำเคมีต่างๆ ที่เกิดความร้อนและทำให้ผมเสียได้ และหาเวลาว่างทำทรีทเมนต์ ตลอดจนดูแลที่หนังศีรษะบ้าง เพียงแค่นี้ผมก็จะนุ่มสลวยแล้วค่ะ

https://praew.com/beauty/beauty-celebrity/396674.html https://praew.com/beauty/beauty-celebrity/396674.html https://praew.com/beauty/beauty-celebrity/396674.html https://praew.com/beauty/beauty-celebrity/396674.html


ภาพ IG : nuneworanuch
เคล็ดลับ : เกร็ดดี้ Sanook! Women

 

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

สวยไม่สร่าง ‘แอนนา นาตาชา’ วัย 53 ปี หน้าใส หุ่นเป๊ะทุกสัดส่วนในชุดบิกิินี่สุดแซ่บ

เคล็ดลับเมคอัพสาวฝรั่งเศส Jeanne Damas เผยผิวจุดไม่เพอร์เฟ็กต์บ้างให้ดูเป็นธรรมชาติ

ทริคดูแลตัวเองของ “แอลลี่” ลูกสาวแห่งชาติ ครบเครื่องทั้งความน่ารัก และความสามารถ

 

เครื่องประดับ Chaumet ซงฮเยคโย

คุณค่าที่แม่คู่ควร! ซงฮเยคโย สวยแพงทั้งลุค ตั้งแต่ชุดยันเครื่องประดับ

ส่องลุคเรียบโก้ของนางเอกตัวแม่แห่งเกาหลีใต้ ซงฮเยคโย ที่มาพร้อมเครื่องประดับสุดหรูราคาสูงเสียดฟ้าจาก Chaumet เรียกว่าสมฐานะ Brand Ambassador ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกจริงๆ บอกเลยลุคนี้ของแม่มูลค่ารวมซื้อบ้านซื้อรถได้สบาย

เครื่องประดับสุดหรู Chaumet เปิดตัวคอลเล็คชั่นใหม่ที่ชื่อว่า Joséphine ได้รับแรงบันดาลใจมาจากจักรพรรดินีแห่งฝรั่งเศส Joséphine ในฐานะภรรยาคนแรกของจักรพรรดินโปเลียนที่ 1 จิตวิญญาณแห่งความเป็นผู้หญิงร่วมสมัยที่ยืนยงของเธอ เป็นบททดสอบของกาลเวลาที่ก้าวข้ามผ่านยุคสมัย เปิดเผยในการสร้างสรรค์คอลเล็คชั่นใหม่ที่เป็นสัญลักษณ์ของเธอ

ซงฮเยคโย

ซงฮเยคโย

ซึ่งมีแต่ซงฮเยคโยที่เหมาะกับแคมเปญนี้เท่านั้น เพราะนักแสดงหญิงชาวเกาหลีใต้มีภาพลักษณ์ที่สง่างาม เธอเป็นแรงบันดาลใจในการเพิ่มขีดความสามารถของผู้หญิงร่วมสมัย Chaumet Joséphine และจากภาพล่าสุดที่แม่ซงอัพบนอินสตาแกรม บนตัวก็เต็มไปด้วยเครื่องประดับชิ้นสวย ราคาแสนโหด ซึ่งในวันนี้เราจะพามาเจาะมูลค่าเครื่องประดับเหล่านี้ที่แม่ซงสวมใส่กัน

ซงฮเยคโย

ซงฮเยคโย

เครื่องประดับ Chaumet ซงฮเยคโย

แต่นอกจากเครื่องประดับจะราคาแรงแล้ว เสื้อเชิ้ตสีฟ้าที่แม่ใส่จากแบรนด์ ROCHAS ในรุ่น HABUTAI SILK SHIRT W/ FLARED CUFFS ก็ราคาไม่เบา อยู่ที่ประมาณ 32,500 บาท

คุณค่าที่แม่คู่ควร! ซงฮเยคโย สวยแพงทั้งลุค ตั้งแต่ชุดยันเครื่องประดับ

สร้อยคอ Chaumet ซงฮเยคโย
สร้อยคอ Joséphine Aigrette Impériale pendant ราคาประมาณ 1.7 ล้านบาท
สร้อยคอ Chaumet ซงฮเยคโย
สร้อยคอ Joséphine Ronde d’Aigrettes 0.50 carat pendant ราคาประมาณ 300,000 บาท
สร้อยคอ Chaumet ซงฮเยคโย
สร้อยคอ Joséphine Ronde d’Aigrettes ราคาประมาณ 210,000 บาท
เครื่องประดับ Chaumet ซงฮเยคโย
แหวน Joséphine Ronde d’Aigrettes ring in white gold ราคาประมาณ 138,000 บาท
ต่างหู Chaumet ซงฮเยคโย
ต่างหู Joséphine Ronde d’Aigrettes earrings ราคาประมาณ 162,500 บาท
นาฬิกา Chaumet ซงฮเยคโย
นาฬิกาหน้าปัดฝังเพชร JOSÉPHINE AIGRETTE TIMEPIECE ราคาประมาณ 988,000 บาท

นี่เป็นเพียงเครื่องประดับส่วนหนึ่งจากทั้งหมดที่แม่ซงใส่ ซึ่งเราหยิบมาให้ชมกันเพลินๆ เฉพาะชิ้นที่มีราคาระบุชัดเจน และทั้ง 6 ชิ้นนี้ก็มีมูลค่ารวมประมาณ 3.5 ล้านบาท! ถ้าหากรวมทุกชิ้นบนตัวแม่ซง รับรองว่าทะลุ 4 ล้านอย่างแน่นอน พูดได้คำเดียวว่า ‘ปัง’


ภาพ : www.chaumet.com

เรื่อง : ฮานะ_แพรวนิสต้า

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ผู้นำเทรนด์ตัวจริง ‘ลิซ่า’ ใส่กางเกงที่ดัดแปลงมาจากเสื้อยืด!

เกินวัยหรือมีสไตล์? ‘Maya Basol’ แฟชั่นนิสต้าวัย 6 ขวบ ใส่ชุดไหนก็สวยปัง

ควีนเอลิซาเบธ ทรงมีรับสั่งให้ ดัชเชสเคท ปรับการแต่งตัว เมื่อต้องออกงาน

 

จดทะเบียนสมรสกับชาวต่างชาติ

รักจะโกอินเตอร์ต้องรู้! เอกสาร + ขั้นตอน ในการ จดทะเบียนสมรสกับชาวต่างชาติ

เพราะความรักไม่มีข้อจำกัดในเรื่องเชื้อชาติ หากคุณเกิดสปาร์คหัวใจกับชาวต่างชาติ และตัดสินใจที่จะใช้ชีวิตคู่อย่างจริงจัง การ จดทะเบียนสมรสกับชาวต่างชาติ ถือเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องทำให้เรียบร้อย เพื่อความถูกต้องสมบูรณ์ ซึ่งเชื่อว่าหลายคนยังไม่ค่อยรู้ว่าต้องทำอย่างไรบ้าง วันนี้ แพรวเวดดิ้ง จึงรวบรวมทุกเรื่องที่ต้องรู้ในการจดทะเบียนสมรสกับชาวต่างชาติมาฝากกันค่ะ

รักจะโกอินเตอร์ต้องรู้! เอกสาร + ขั้นตอน ในการ จดทะเบียนสมรสกับชาวต่างชาติ

1. เอกสารที่ต้องใช้ในการจดทะเบียนสมรส

สำหรับชาวต่างชาติ

  • คำร้องขอนิติกรณ์
  • หนังสือเดินทาง (Passport) ฉบับจริง + สำเนา อย่างละ 1 ชุด
  • หนังสือรับรองสถานภาพบุคคลจากสถานทูต หรือสถานกงสุล หรือองค์การของรัฐบาลประเทศนั้นๆ พร้อมแปล
  • ใบสำคัญการหย่าฉบับจริง + สำเนา อย่างละ 1 ชุด (ถ้ามี) (ขอ ณ สถานทูตของชาวต่างชาติในประเทศไทย สำหรับบางประเทศสามารถยื่นขอในไทยได้)
  • เอกสารอื่นๆ เช่น ใบเปลี่ยนชื่อหรือนามสกุล (ถ้ามี)

สำหรับชาวไทย

  • คำร้องขอนิติกรณ์
  • บัตรประชาชนฉบับจริง + สำเนา อย่างละ 1 ชุด
  • ทะเบียนบ้านฉบับจริง + สำเนา อย่างละ 1 ชุด (นำฉบับจริงมาด้วย กรณีที่เราจะทำเรื่องเปลี่ยนนามสกุลและคำนำหน้าชื่อ)
  • พยาน 2 คน และบัตรประชาชนของพยาน ซึ่งพยานจะต้องเป็นบุคคลใกล้ชิด เช่น บิดา มารดา พี่น้อง ญาติ
  • ใบสำคัญการหย่าฉบับจริง + สำเนา อย่างละ 1 ชุด
  • ล่ามคนไทย 1 คน เพื่อแปลภาษาให้ฝ่ายที่เป็นชาวต่างชาติ
  • เอกสารอื่นๆ เช่น ใบเปลี่ยนชื่อหรือนามสกุล (ถ้ามี)
  • มรณบัตร (กรณีคู่สมรสเดิมเสียชีวิต)

หมายเหตุ : ระยะเวลาและเอกสารที่แจ้งข้างต้นอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงขึ้นอยู่กับสัญชาติของชาวต่างชาติ

2. คุณสมบัติของผู้จดทะเบียนสมรส

  • อายุไม่ต่ำกว่า 17 ปีบริบูรณ์ ต้องนำบิดา หรือมารดา หรือผู้ปกครองมาให้ความยินยอม
  • อายุ 20 ปีบริบูรณ์สามารถดำเนินการได้ด้วยตนเอง
  • ฝ่ายชายหรือหญิงต้องมีสัญชาติไทย
  • ไม่เป็นบุคคลวิกลจริต หรือบุคคลซึ่งศาลสั่งให้เป็นคนไร้ความสามารถ
  • ไม่เป็นพี่น้องร่วมบิดามารดา หรือเป็นพี่น้องร่วมแต่บิดามารดา
  • ไม่เป็นคู่สมรสของบุคคลอื่น
  • ผู้รับบุตรบุญธรรมจะสมรสกับบุตรบุญธรรมไม่ได้
  • หญิงหม้ายจะสมรสใหม่ เมื่อการสมรสครั้งก่อนได้สิ้นสุดไปแล้วไม่น้อยกว่า 310 วัน เว้นแต่
    * คลอดบุตรแล้วในระหว่างนั้น
    * สมรสกับคู่สมรสเดิม
    * มีใบรับรองแพทย์ว่าไม่ได้ตั้งครรภ์
    * มีคำสั่งของศาลให้สมรสได้

3. จดทะเบียนสมรสที่ไหน

  • กรณีอยู่ในประเทศไทย จดทะเบียนสมรสได้ที่ที่ว่าการอำเภอหรือสำนักงานเขต
  • กรณีอยู่ต่างประเทศ จดทะเบียนสมรสได้ที่สถานเอกอัครราชทูตไทยประจำประเทศนั้นๆ
    * ทำได้เฉพาะการจดทะเบียนระหว่างบุคคลสัญชาติไทยหรือระหว่างบุคคลสัญชาติไทยกับต่างชาติ และเป็นการจดทะเบียนตามกฎหมายไทย ถ้าหากในอนาคตมีความจำเป็นต้องย้ายไปอยู่ประเทศเกิดของสามีหรือภรรยา ก็ไม่จำเป็นต้องจดทะเบียนสมรสซ้ำอีก แต่ให้ติดต่อรับรองการจดทะเบียนสมรสของประเทศนั้นๆ

4. ขั้นตอนการจดทะเบียนสมรส

  • ต้องไปยื่นขอใบรับรองความเป็นโสดจากสถานทูตของชาวต่างชาติ ประจำประเทศไทย
  • นำใบโสดไปแปลเป็นภาษาไทยและนำไปรับรองตราประทับจากกระทรวงการต่างประเทศ
  • ไปที่ว่าการอำเภอหรือสำนักงานเขตตามเวลาที่นัดหมายกับเจ้าหน้าที่ พร้อมล่ามและพยาน (พยานต้องนำบัตรประชาชนไปด้วย)
  • ไปติดต่อฝ่ายทะเบียน แล้วยื่นเอกสารให้เจ้าหน้าที่
  • จากนั้นกรอกเอกสารตามที่เจ้าหน้าที่ให้มา
  • เจ้าหน้าที่จะสอบถามข้อมูลความสัมพันธ์ของทั้งสองฝ่าย เช่น ระยะเวลาที่คบหา ระยะเวลาที่อยู่กินกันมา ฝ่ายหญิงจะใช้คำนำหน้านามเป็นอะไร ใช้นามสกุลตามฝ่ายชายหรือไม่
  • ล่ามจะช่วยแปลรายละเอียดในการจดทะเบียนสมรสให้กับทั้งสองฝ่าย
  • เสร็จแล้ว เจ้าหน้าที่ก็จะมอบเอกสารทะเบียนสมรส (คร.2) และใบสำคัญการสมรส (คร.3) ให้กับทั้งสองฝ่าย คนละ 1 ชุด
    * คนที่วางแผนจะขอวีซ่าหรือจะกลับไปแจ้งกับประเทศว่าได้แต่งงานที่ประเทศไทยแล้ว แนะนำว่าให้ขอคัดเอกสาร คร.2 ฉบับภาษาอังกฤษด้วย สำนักงานเขตสามารถออกเอกสารเป็นภาษาอังกฤษให้ได้

5. หลังจากจดทะเบียนสมรสแล้ว ทั้งฝ่ายชายและฝ่ายหญิงจะเลือกได้ดังนี้

  • ใช้นามสกุลเดิมทั้งสองฝ่าย
  • ผู้หญิงใช้นามสกุลของสามี
  • ผู้ชายใช้นามสกุลของภรรยา
  • ผู้หญิงใช้นามสกุลของสามี ผู้ชายใช้นามสกุลของภรรยา
  • ผู้หญิงไทยที่สมรสกับสามีต่างชาติสามารถใช้นามสกุลเดิมของตนเองเป็นชื่อรองได้
    * เมื่อจดทะเบียนสมรสแล้วคนไทยที่ได้ทำการเปลี่ยนนามสกุลควรรีบมาดำเนินการเปลี่ยนชื่อในทะเบียนราษฎร์ให้เรียบร้อย และทำหนังสือเดินทางฉบับใหม่โดยเร็วที่สุด

ข้อมูล : www.wonderfulpackage.com

ภาพ : pixabay.com, pexels.com

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ทะเบียนสมรส ควรจดเลยตอนแต่งงานหรือรอให้พร้อมก่อนดีนะ?

ยิ่งบ่าวสาวยิ่งต้องรู้! งานแต่งศาสนาคริสต์ มีกฎระเบียบข้อห้ามไหนให้ต้องเตรียมตัว

เตรียมตัวแต่งงานกับชาวมุสลิม และเข้าศาสนาอิสลาม ทำอย่างไร?

 

LINE FASHION ANNUALE 2021

LINE FASHION ANNUALE 2021 เผยซูเปอร์เทคนิค ครองใจลูกค้ายุคดิจิทัล

LINE FASHION ANNUALE 2021 เผยซูเปอร์เทคนิค ครองใจลูกค้ายุคดิจิทัล ดึง 3 กูรูแฟชั่นแถวหน้าเมืองไทย นำ 15 แบรนด์ไทยฉายแววปัง บนรันเวย์แฟชั่นครั้งใหญ่

LINE FASHION ANNUALE 2021 (ไลน์ แฟชั่น แอนนัวเล่ 2021) เชิญผู้เชี่ยวชาญ

แฟชั่นแถวหน้าของไทย ป้าตือ-สมบัษร ถิระสาโรช คุณฟอร์ด-กุลวิทย์ เลาสุขศรี และคุณปุ๊ก จงกล พลาฤทธิ์ บรรณาธิการแฟชั่น นิตยสาร โว้ก ประเทศไทย ให้ความรู้เทรนด์การออกแบบและการทำธุรกิจแฟชั่นแก่ 15 แบรนด์ ที่ได้รับการคัดเลือกเข้าร่วมเป็นหนึ่งในแบรนด์ที่จะจัดแสดงคอลเลคชั่น บนรันเวย์แบบไฮบริดครั้งแรกของไทยในเดือนกรกฎาคมนี้

หลังจากทั้ง 15 ทีมต้องฝ่าฟันผ่านการคัดเลือกจากกว่า 500 ทีมเข้ามาถึงรอบสุดท้าย ต่อจากนี้ก็ถึงเวลาที่พวกเขาจะได้รับประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ ผ่านกระบวนการกรูมมิ่งและเวิร์คช้อปกับมืออาชีพแถวหน้าของเมืองไทย เพื่อพัฒนาแนวคิดทักษะฝีมือทุกมิติ ทั้งแฟชั่น การตลาด และดิจิทัล เริ่มต้นด้วยกิจกรรมปฐมนิเทศน์บอกเล่า 4 เทคนิคจำเป็น ที่แบรนด์แฟชั่นไทยต้องมีในโลกแฟชั่นยุคนี้

LINE FASHION ANNUALE 2021

 

เรื่องเล่าโดดเด่นเป็นกระแสได้อย่างดี

LINE FASHION ANNUALE 2021

ปุ๊ก-จงกล พลาฤทธิ์ แฟชั่นไดเร็กเตอร์ Vogue แนะนำว่า การที่แบรนด์มีเรื่องราว story telling จะทำให้สามารถมีบทสนทนา ใหม่ๆกับลูกค้าได้เสมอ ซึ่งจะช่วยกระตุ้นความสนใจในตัวตนของแบรนด์ได้อย่างมาก ผู้ประกอบการต้องกลับไปทำความเข้าใจในเรื่องนี้อย่างถ่องแท้ ก่อนจะนำมาคิดออกแบบแล้วทดลองสื่อสารกับลูกค้า อย่างเช่น หลายๆ แบรนด์ปัจจุบันมีการทำสินค้ารักษ์โลก เพื่อรักษาสิ่งแวดล้อม แล้วนำปัจจัยนี้ไปประกอบการเล่าเรื่อง Story Telling ที่สุดท้ายแล้วเพิ่มมูลค่า เพิ่ม Value เพื่อส่วนรวมและสังคมได้

คุณปุ๊ก ได้ยกตัวอย่างแบรนด์ไทยที่เป็นกรณีศึกษาที่ยอดเยี่ยมอย่าง BOYY Bag เมื่อมาถึงจุดธุรกิจที่ค่อนข้างอิ่มตัว เขาสามารถสร้างบทสนทนาใหม่ โดยออกแบบกระเป๋าที่เป็น Upcycling มาสร้างเป็นคอลเลคชั่นใหม่เรียกว่า BOYY UP นำกระเป๋าโครงสร้างเดิมแต่เปลี่ยนมาใช้วัสดุจากอีกแพทเทิร์นหนึ่ง ทำให้เกิดเป็นชิ้นงานใหม่ เป็นการใช้วัสดุและวัตถุดิบต่างๆ ที่มีอยู่แล้วมาออกแบบและประกอบร่างใหม่เพื่อสร้างรูปทรงและตัวตนที่ไม่เหมือนเดิม เป็นคอลเลคชั่นที่ขายดี เพราะมีความชาญฉลาดในการเล่าเรื่องใหม่ที่เล่าผ่านกระแสความยั่งยืนนั่นเอง

 

สต็อคค้างมีได้แต่ต้องรู้จักจัดการ

LINE FASHION ANNUALE 2021

ป้าตือ-สมบัษร ถิระสาโรช กล่าวเสริมถึงการจัดการแบรนด์ โดยเฉพาะเรื่องเคลียร์สต็อกว่าเป็นอีกส่วนที่สำคัญ ไม่ว่าจะนำมาอยู่ในรูปแบบ New Form หรือ Re-Construction ต้องทำให้สต็อกมีชีวิตใหม่ขึ้นมาด้วยวิธีการต่างๆ เช่น การนำเสื้อผ้าเก่ามาดีไซน์เป็นชิ้นงานใหม่ เป็นต้น ผู้ประกอบการต้องมองถึงคุณค่าของแบรนด์ที่อยากส่งต่อ ต้องศึกษาภาพรวมทั้งอุตสาหกรรมแฟชั่น แล้วนำมาสู่การพลิกแพลงผลงานให้มีคุณค่า ทำให้สินค้าเป็นที่ยอมรับ ควบคู่ไปกับความอยู่รอดของบริษัท นอกจากนั้น ต้องมีความสามารถบริหารจัดการสต็อก ทำให้มีเงินหมุนเวียนได้ ซึ่งป้าตือ เล่าถึงกรณีศึกษาของแบรนด์หนึ่งว่า ทุกครั้งที่ทำคอลเลคชั่นจะไม่ใช้เงินทุนที่ได้จากกำไรของคอลเลคชั่นที่ผ่านมา แต่จะตั้งงบประมาณแยกขึ้นมาสำหรับแต่ละโปรเจคเพื่อควบคุมกำไรขาดทุนและวิธีการทำงานได้ง่ายกว่า ทำให้สามารถมีเงินสำรองไว้รันธุรกิจต่อไปได้

 

Passion ต้องชัด ความอินเตอร์ต้องมี

LINE FASHION ANNUALE 2021

ฟอร์ด-กุลวิทย์เลาสุขศรี บรรณาธิการบริหาร Vogue Thailand กล่าวว่า ผู้ประกอบการต้องแสดงออกถึง Passion ของตนเองให้ชัดเจน เอาจุดแข็งออกมานำเสนอ แฟชั่น คือ เรื่องการดีไซน์ทุกองค์ประกอบ มันคือการขายผลงานการออกแบบ ไม่ใช่แค่เรื่องของงานผ้า เช่น หากวัสดุมีเรื่องราว มีจุดเด่น ก็ควรส่งเสริมคุณค่าของวัสดุที่นำมาใช้ สื่อสารถึงที่มาของสินค้าโดยแสดงออกถึงความจริงใจ การแสดงตัวตนที่ชัดเจน ต้องมีคู่ไปกับความเป็นอินเตอร์เสมอ ถือเป็นการสร้างเสน่ห์ให้กับคอลเลคชั่น ไม่ใช่แค่ตรงใจกลุ่มเป้าหมายแล้วเกิดการซื้อเท่านั้น แต่ต้องเป็นการสร้างการมีส่วนร่วม ให้เกิด Community ของผู้ที่ใช้สินค้าของเรา

 

เครื่องมือออนไลน์ ไม่ใช่แค่ขาย แต่ใช้บริหารข้อมูลลูกค้า

เหล่ากูรูยังแนะนำให้ผู้ประกอบการใช้ทักษะการสื่อสารที่ถูกต้อง โดยเฉพาะช่องทางออนไลน์นำเสนอสินค้าด้วยวิธีการใหม่ๆ ไม่จำเป็นต้องเน้นขายสินค้าเสมอไป แต่ควรเปลี่ยนมาสนองตอบความต้องการของลูกค้าให้ได้มากกว่า  โดยเริ่มจากศึกษาข้อมูลพฤติกรรมของลูกค้า  ทำสถิติลูกค้า Active  ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงฉับไวจนต้องวางแผนกันแบบเดือนต่อเดือน โดย ป้าตือ ได้แนะนำเทคนิคครองใจลูกค้าจากประสบการณ์ด้านออนไลน์ของตนเองว่า ต้องค่อยๆสร้างฐานลูกค้าจากกลุ่มคนทั่วไปให้รู้จักแบรนด์ของเราก่อน แล้วจับเฉพาะกลุ่มมากขึ้น เพราะหากเริ่มต้นจากกลุ่มเล็ก และนำเสนอเฉพาะกลุ่ม จะทำให้ลูกค้าส่วนมากคิดว่าแบรนด์นี้ไม่ได้ทำมาเพื่อตัวเขา แบรนด์นี้ก็จะไม่ได้รับความสนใจต่อไป ซึ่งสิ่งเหล่านี้ ผู้ประกอบการสามารถเก็บข้อมูลและศึกษาข้อมูลลูกค้า ได้จากช่องทางออนไลน์

 

LINE FASHION ANNUALE 2021

เพียงเริ่มต้น ก็อัดแน่นไปด้วยเนื้อหาที่ทั้ง 15 แบรนด์แฟชั่นไทย ต้องนำไปใช้และปรับปรุงพัฒนางานของตน แต่จะเป็นไปตามคอนเซ็ปต์ที่วางไว้ ตรงใจลูกค้าอย่างเราๆ ได้แค่ไหน ต้องเตรียมติดตามบนเวที LINE FASHION ANNUALE 2021 รันเวย์แบบไฮบริดครั้งแรกของไทยในเดือนกรกฎาคมนี้ และสำหรับผู้ประกอบารแฟชั่น ที่อยากได้รับความรู้ เพื่อร่วมพัฒนาแบรนด์ของตัวเองไปด้วยกัน สามารถรอติดตามชม ซีรี่ส์เรียลลิตี้ Behind the Stage – LINE FASHION ANNUALE 2021 ผ่าน LINE TV  และติดตามความเคลื่อนไหวของงานได้ทาง LINE Official Account: LINE for Business (@linebizth)

AP Thailand

30 ปี เอพี ไทยแลนด์ เพราะทุกคนในบ้านคือพลังเติมเต็มชีวิต ‘YOU ARE MY HOME’

  • ครั้งแรกกับการนำผลงานศิลปะจาก 30 ศิลปินชื่อดัง สร้างสรรค์เป็น “Fine Art Tote Bags” การ์ดเมสเสจขนาดใหญ่สุดคูล
  • ที่พร้อมถ่ายทอดเรื่องราวความผูกพันระหว่างคุณ – คนสำคัญ และพื้นที่ในบ้านกับกิจกรรม AP 30 x 30 YOU ARE MY HOME
  • เลือก “Fine Art Tote Bags” 30 งานศิลป์จาก 30 ศิลปิน เพื่อส่งต่อเป็นพลังเติมเต็มชีวิตให้คนสำคัญของคุณได้ที่ www.apthai30.com ตั้งแต่วันนี้ถึง 19 พฤษภาคมนี้

เนื่องในโอกาสครบรอบ 30 ปี บมจ. เอพี ไทยแลนด์ ขอเชิญชวนร่วมกิจกรรมที่แสนอบอุ่นกับ  “AP 30 x 30 YOU ARE MY HOME – เพราะทุกคนในบ้านคือพลังที่เติมเต็มชีวิต” ครั้งแรกกับการนำผลงานศิลปะมากมูลค่าจาก 30 ศิลปินชื่อดัง มาสร้างสรรค์เป็น ‘Fine Art Tote Bags’ การ์ดเมสเสจขนาดใหญ่ ในรูปแบบกระเป๋าลิมิเต็ดคอลเลกชันพิเศษ ‘YOU ARE MY HOME’ ที่หาซื้อไม่ได้จากที่ใด เพียงถ่ายทอดเรื่องราวความผูกพันระหว่างคุณ – คนสำคัญ กับพื้นที่ในบ้าน ในมุมมองที่แตกต่างกัน กับ 30 ผลงานศิลปะที่คุณเลือกสื่อความหมายได้ เพื่อส่งมอบ ‘Fine Art Tote Bags’ ให้คนสำคัญที่ช่วย EMPOWER LIVING เติมพลังชีวิตให้คุณ ได้ที่ www.apthai30..com  นอกจากนี้ คุณยังสามารถดาวน์โหลดวอลล์ เปเปอร์ 30 ภาพ สื่อความหมายบ้านที่เติมเต็มพลังชีวิตได้ฟรี ตั้งแต่วันนี้ – 19 พฤษภาคม 2564

นายสรรพสิทธิ์ ฟุ้งเฟื่องเชวง  ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายงานกลยุทธ์แบรนด์องค์กร บมจ. เอพี ไทยแลนด์ กล่าวว่า “กิจกรรมนี้เป็นส่วนหนึ่งในแคมเปญ HOME IS EMPOWERING YOU ที่ต้องการตอกย้ำความเชื่อของเราที่ว่า บ้านจะเติมเต็มพลังชีวิตให้เต็มเสมอ สำหรับเอพีคำว่าบ้านไม่ใช่สถานที่ แต่คือศูนย์รวมความรู้สึกของทุกเรื่องราวชีวิต ซึ่งเราได้ต่อยอดผลงานศิลปะที่ได้รับการร่วมมือจาก 30 ศิลปินรุ่นใหม่ในการสื่อความหมายที่ซ่อนอยู่ในแต่ละสเปซบ้าน ทั้งเรื่องราวความประทับใจ ความสัมพันธ์ที่เป็นพลังต่อยอดการใช้ชีวิตของคนในครอบครัว มาสร้างสรรค์เป็น ‘Fine Art Tote Bags’ กระเป๋าลิมิเต็ดคอลเลกชันพิเศษ ‘YOU ARE MY HOME’ พร้อมฟรี! ดาวน์โหลดผลงานศิลปะเพื่อติดตั้งเป็นวอลล์เปเปอร์ที่หน้าจอมือถือ หรือคอมพิวเตอร์ได้อย่างไม่จำกัดอีกด้วยครับ”

มาร่วมถอดรหัสเรื่องราวชีวิตของคุณ – คนสำคัญ – พื้นที่ในบ้าน ออกมาเป็นงานศิลปะมากคุณค่าทางจิตใจ เพื่อเอ็มพาวเวอร์ เติมพลังชีวิตให้กันและกัน…เพราะทุกคนในบ้านคือพลังที่เติมเต็มชีวิต YOU ARE MY HOME

AP Thailand

AP Thailand

เอพี ไทยแลนด์ และ 30 Illustrators นักวาดภาพประกอบชั้นนำของประเทศ ร่วมสะท้อนความประทับใจและความหมายที่ซ่อนอยู่ในพื้นที่แต่ละห้องในบ้าน

  • YOU ARE KITCHEN

JEEP JEEP: จี๊ป-ภาสินี คงเดชะกุล    OREO JIMNOM: เตอร์-อัครพล หมุนรอด   CHUBBYNIDA: ชนิดา อารีวัฒนสมบัติ KAPI: กะปิ-ปิยนาฏ ต้นมาลี   POMME CHAN: ปอม-ธัชมาพรรณ จันทร์จำรัสแสง

  • YOU ARE BEDROOM

LOVESYRUP (JARUWAT): เตว-จารุวัฒน์ น้อมรับพร   REENP: รีน-กรศริน ภัทรโสภาคย์  THE PIGEON POST: แทนขวัญ ทรงพานิช  JIRAYU KOO: จิรายุ คูอมรพัฒนะ  PAIROJ PICHET: ไพโรจน์ พิเชฐเมธากุล

  • YOU ARE MY LIVINGROOM

VIPUT. A: วิพุธ อัศวเวทวุฒิ   THE FAIRYDUST: กฤติกา วัฒนเธียร   PAINTERBELL : เบล-เศรษฐพร ก่อวาณิชกุล  BHBH: เบนซ์-ธนวัต ศักดาวิษรักษ์     JULI BAKER: ป่าน-ชนารดี ฉัตรกุล ณ อยุธยา

  • YOU ARE MY TERRACE

TUNA DUNN: ตุล-ตุลยา ตุลย์วัฒนจิต   YUREE KENSAKU: ยุรี เกนสาคู  YUNE: ยูน-พยูณ วรชนะนันท์SUNTUR: ซันเต๋อ-ยศนันท์ วุฒิกรสมบัติกุล  VERY KIND INVENTION

  • YOU ARE BEDROOM

LOVESYRUP (JARUWAT): เตว-จารุวัฒน์ น้อมรับพร  REENP: รีน-กรศริน ภัทรโสภาคย์   THE PIGEON POST: แทนขวัญ ทรงพานิช  JIRAYU KOO: จิรายุ คูอมรพัฒนะ  PAIROJ PICHET: ไพโรจน์ พิเชฐเมธากุล

  • YOU ARE MY BATHROOM

WISUT: ตั้ม-วิศุทธิ์ พรนิมิตร  NUT DAO: นัด-ณัฐพงศ์ ดาววิจิตร  BE OUR FRIEND: มะลิ จุลเกียรติNYYYDESIGN: นิวเยียร์-ปภากร ศรีกัลยกร  O TERAWAT: โอ-ธีรวัฒน์ เฑียรฆประสิทธิ์

  • YOU ARE MY GARDEN

INFLOWERLESSON: เมย์-นันทิชา ดิเรกวัฒนานุกุล  PATTREEDA: แป้ง – ภัทรีดา ประสานทอง  TRY2BENICE: อาท-สุรัติ โตมรศักดิ์  CUSCUS (Cuscus the Cuckoos): กุ๊ก-ชนิดา วรพิทักษ์  PARNARTS: ครูปาน-สมนึก คลังนอก

หมายเหตุ

  • ร่วมกิจกรรม AP 30 x 30 YOU ARE MY HOME ลงทะเบียนส่งต่อความรู้สึกไปยังคนสำคัญ ผ่านความหมายของส่วนต่างๆ ในบ้านจากมุมมองของ 30 illustrators เพื่อส่งต่อให้คนสำคัญได้ทาง apthai30.com เริ่มแล้ววันนี้ – 19 พฤษภาคม 2564 นี้เท่านั้น
  • บริษัทฯ สงวนสิทธิ์ 1 ท่าน ต่อ 1 การลงทะเบียนเท่านั้นในการรับ Fine Art Tote Bags

เอพี ไทยแลนด์ กรุ๊ป ภายใต้พันธกิจ ‘EMPOWER LIVING’

เติมเต็มทุกเป้าหมายของชีวิต ด้วยนวัตกรรมสินค้าและบริการที่มีคุณค่าและมีความหมาย

เซ็นทรัล&โรบินสัน ผุดไอเดียช้อปปิ้งได้ทุกที่ รับมือโควิด-19

เซ็นทรัล&โรบินสัน ตอบรับทุกความต้องการของลูกค้า ชูกลยุทธ์อยู่ที่ไหนก็ช้อปได้กับบริการ ‘Central & Robinson, With You Anytime Anywhere’ พร้อมกำชับเข้ม! มาตรการสุขอนามัย รับมือโควิด-19 ระลอกใหม่  ทั้ง 73 สาขาทั่วประเทศ พร้อมอำนวยความสะดวกตลอด 24 ชั่วโมง

ห้างเซ็นทรัลและโรบินสัน ยังได้ตอบรับทุกความต้องการของลูกค้า ด้วยการอำนวยความสะดวกให้ลูกค้าช้อปปิ้งได้อย่างอุ่นใจและปลอดภัย ทั้ง หน้าร้าน และช่องทางช้อปปิ้งแบบออมนิชาแนลที่ลูกค้าสามารถช้อปได้ ทุกที่ทุกเวลา ซึ่งในส่วนของ ‘หน้าร้าน’ ห้างเซ็นทรัล กำหนด 5 หัวข้อหลัก 26มาตรการเข้ม ในคอนเซ็ปต์ “Central Clean & Safe” ห้างเซ็นทรัล สะอาด ปลอดภัย อุ่นใจ เสมือนอยู่บ้าน ดังนี้ 1.ปลอดภัยสูงสุด 2.เคร่งครัด คัดกรอง 3.สะอาด ปลอดภัย ไร้กังวล 4.เว้นห่าง อย่างห่วงใย 5.ลดเสี่ยงจากสัมผัส ด้าน ห้างโรบินสัน และ โรบินสันไลฟ์สไตล์ ได้กำหนดมาตรการภายใต้ยุทธศาสตร์ 5 แผนแม่บท “โรบินสัน สะอาด มั่นใจ ในทุกตารางเมตร” ดังนี้ 1. คัดกรองเข้มงวด 2.ลดความแออัด 3. ติดตามให้มั่นใจ 4. สะอาดทุกจุดในเชิงรุก 5. ลดการสัมผัส เพื่อสร้างความมั่นใจถึงความสะอาดปลอดภัยแก่ลูกค้าเมื่อเข้ามาใช้บริการที่หน้าร้าน

อีกทั้ง ช่องทางช้อปปิ้งแบบออมนิชาแนล ที่ห้างเซ็นทรัลและโรบินสันถือเป็นผู้ริเริ่ม เพื่อให้ตอบรับทุกความต้องการของลูกค้าได้มากที่สุด ผ่านแคมเปญCentral & Robinson, With you Anytime Anywhere’ อยู่ที่ไหนก็ช้อปได้ ทุกที่ทุกเวลา กับหลากหลายช่องทางการช้อปปิ้ง

ไม่ว่าจะเป็น ช้อปผ่าน Central App แอปแรกของวงการรีเทลที่ให้ลูกค้ารับสิทธิพิเศษได้ทั้งในห้างฯและในแอปฯ, ช้อปผ่านเว็บไซต์ www.central.co.th และwww.robinson.co.th ตลอด 24 ชั่วโมง, Central / Robinson Chat & Shop แชตและช้อปสินค้าผ่าน Line Official @centralofficial และ @Robinson

รวมถึงเพิ่มความสะดวกในการ  ช้อปปิ้งผ่าน Line Official ของทุกสาขาทั่วประเทศ, Central / Robinson Call & Shop โทร.1425 ที่มาพร้อมบริการ Personal Shopper On Demand ผู้ช่วยช้อปส่วนตัวสำหรับทุกคน โดยจะมีพนักงานคอยให้คำแนะนำเกี่ยวกับข้อมูล ทั้งโปรโมชั่นและสิทธิพิเศษต่างๆ อย่างครบครัน รวมทั้งลูกค้าสามารถเลือกชมสินค้าที่ต้องการได้แบบเรียลไทม์ ผ่าน Video Call เสมือน Live Shopping กับ Personal Shopper ส่วนตัวของคุณ รวมทั้ง Central / Robinson Facebook Live และFacebook Inbox ทั้ง Facebook Fanpage หลักของห้างเซ็นทรัลและโรบินสัน ที่ www.facebookcom/CentralDepartmentStore และ www.facebook.com/RobinsonDepartmentStore รวมถึงใน Facebook Fanpage แต่ละสาขาของเรา อีกด้วย โดยสามารถเลือกช่องทางการรับสินค้าได้เอง ไม่ว่าจะรอรับที่บ้าน หรือมารับสินค้าที่หน้าร้าน ผ่านบริการ Central / Robinson Drive Thru  ที่ห้างเซ็นทรัลและโรบินสัน ทุกสาขาทั่วประเทศ

โดยห้างเซ็นทรัลและโรบินสันยังคงเดินหน้าพัฒนาและต่อยอดช่องทางช้อปปิ้งแบบออมนิชาแนลอย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อตอบรับพฤติกรรมและความต้องการของลูกค้าในยุคปัจจุบัน และตอกย้ำการเป็นผู้นำของวงการรีเทล

นอกจากนี้ ยังเสริมความแข็งแกร่งของหน้าร้าน และช่องทางช้อปปิ้งแบบออมนิชาแนล ด้วยสินค้าที่หลากหลาย ครอบคลุมทุกเซ็กต์เม้นท์ และการันตีคุณภาพแบรนด์แท้ 100% ไม่ว่าจะเป็น Beauty at Home, Work&Study at Home, Clean at Home, Kids at Home, Cook at Home, Style at Home รวมถึง Luxury Brand, New Brand หรือ Premium Brand ระดับโลกที่ส่งตรงมาให้คุณได้ช้อปเฉพาะที่ห้างเซ็นทรัล และ  โรบินสันเท่านั้น!พร้อมโปรโมชั่นพิเศษให้ลูกค้าได้รับสิทธิประโยชน์มากมายในทุกช่องทางการช้อปปิ้ง อาทิ

·       เอาใจขาช้อป กับส่วนลดสุดพิเศษทั้งหน้าร้านและออนไลน์ กับแคมเปญ  Central / Robinson 5.5 (วันที่ 30 เม.ย.- 6 พ.ค.2564), Central Birthday X-treme (วันที่ 7-17 พ.ค.2564)

·       รับคูปองแทนเงินสดและเครดิตเงินคืนจากบัตรเครดิตเซ็นทรัล เดอะวัน รวมสูงสุด 15%  รับเพิ่มคะแนนเดอะวันสูงสุด 5,000 คะแนน (เฉพาะช้อปที่ห้างเซ็นทรัล) หรือ ลด/รับเพิ่มสูงสุด 30% จากเดอะวันและบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ

·       เมื่อช้อปฯ สินค้าผ่านช่องทาง Central / Robinson Chat & Shop, Call & Shop, Facebook Inbox ครบ 1,500 บาทขึ้นไป รับคูปองส่วนลด ท็อปส์ ซูเปอร์มาร์เก็ต มูลค่า 200 บาท  และเมื่อช้อปฯ ตั้งแต่ 3,000 บาทขึ้นไป รับคะแนนเดอะวันเพิ่ม 3 เท่า (ตั้งแต่วันที่ 1 – 31พฤษภาคม 2564)

·       พิเศษ! สำหรับบริการ Personal Shopper ผู้ช่วยช้อปส่วนตัว โทร.1425 กด 3 ช้อปผ่านผู้ช่วยส่วนตัวสำหรับทุกคนวันนี้!  รับคะแนนเดอะวันพิเศษ 800 คะแนน เมื่อช้อปครบ 2,000 บาท (ตั้งแต่วันนี้ – 25 พฤษภาคม 2564)

·       สำหรับลูกค้าเดอะวัน เพียงใช้คะแนนเดอะวัน 400 คะแนน แลกรับส่วนลดทันที 100 บาท (ตั้งแต่วันที่ 17 – 31 พฤษภาคม 2564)

·       ห้ามพลาด!! กับโปรโมชั่น “Central Online7th Anniversary” ช้อปมันส์วันเกิด ระหว่างวันที่ 18-31 พ.ค.2564 จัดเต็มส่วนลดสุดพิเศษมากมาย ทั้งบนเว็บ www.central.co.th และที่ CENTRAL APP

ร่วมสัมผัสประสบการณ์ช้อปปิ้งสุดพิเศษบนแพลตฟอร์มออมนิชาแนลที่สมบูรณ์แบบที่สุดของห้างเซ็นทรัล และโรบินสัน ในแคมเปญ ‘Central & Robinson, With You Anytime Anywhere’ อยู่ที่ไหนก็ช้อปได้ ทุกที่ทุกเวลา พร้อมมาตรการด้านสุขอนามัยให้ลูกค้า       ช้อปหน้าร้านได้อย่างมั่นใจถึงความสะอาด ปลอดภัย ซึ่งทั้งหมดนี้คือความตั้งใจที่ห้างเซ็นทรัลและโรบินสันพร้อมมอบให้ลูกค้าคนสำคัญทุกคน

 

แผนการกินแบบ 'Sirtfood Diet' สูตรลดน้ำหนักที่ Adele กินควบคู่ฟิตหุ่นแล้วได้ผล

แผนการกินแบบ ‘Sirtfood Diet’ สูตรลดน้ำหนักที่ Adele กินควบคู่ฟิตหุ่นแล้วได้ผล

เรื่องการลดน้ำหนัก ถือเป็นเรื่องที่สาวๆ ให้ความสนใจเป็นอย่างมากไม่แพ้เรื่องเครื่องสำอาง และเคล็ดลับเมคอัพต่างๆ เลยก็ว่าได้ ซึ่งที่ผ่านมา มีเคล็ดลับน้ำหนักวิธีที่นิยมในหมู่คนดังก็ไม่เคยพลาดนำมาแชร์ให้สาวๆ แพรวได้แชร์ลิสต์กันไว้ รอบนี้ก็มีอีกสูตรการกินเพื่อควบคุมน้ำหนักมาฝากเช่นเคย อาจจะเป็นวิธีที่หลายคนทราบและเคยลองแล้ว แต่คนไม่ทราบก็มีอีกเยอะ สำหรับ สูตรลดน้ำหนัก ด้วยแผนการกินแบบ ‘Sirtfood Diet’ สำหรับคนดังที่ใช้วิธีนี้แล้วเห็นผลแบบชัดเจนเลยก็คือ Adele ที่ก่อนหน้านี้ เธอฟิตหุ่นทั้งควบคุมอาหารและออกกำลังกายจนผอมเพรียว กลายเป็นแรงบันดาลใจของใครหลายๆ คน ซึ่งการกินแบบ ‘Sirtfood Diet’ ก็เป็นโปรแกรมที่เทรนเนอร์ของเธอแนะนำให้ทำ แต่จะกินอย่างไร เรามีมาบอกค่ะ

สูตรลดน้ำหนักที่ Adele กินควบคู่ฟิตหุ่นแล้วได้ผล

ทำความรู้จักกับ Sirtfood Diet สูตรลดน้ำหนัก ที่นิยมในหมู่คนดัง

การกินอาหารแบบ Sirtfood Diet เป็นที่ชื่นชอบของเหล่าดาราและคนมีชื่อเสียงในฝั่งยุโรป ซึ่งสูตรนี้ถูกเผยแพร่ผ่านหนังสือที่ชื่อว่า The Sirtfood Diet เขียนโดยนักโภชนาการชาวอังกฤษ Aidan Goggins และ Glen Matten ในปี 2016 เป็นโปรแกรมการกินที่เน้นกลุ่มอาหารที่อุดมไปด้วย “โพลีฟีนอล” (Polyphenols) สารอาหารจากพืชที่ช่วยกระตุ้นระบบเผาผลาญของร่างกายด้วยการเข้าไปกระตุ้นการผลิตเอนไซม์ในกลุ่มของโปรตีนที่ชื่อว่า Sirtuin (เซอทูอิน) ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมระบบเผาผลาญและการต้านการอักเสบภายในร่างกาย โดยการกินอาหารที่จะช่วยกระตุ้นการทำงานของ Sirtuin (ที่มาของชื่อ Sirtfood Diet) จะช่วยกระตุ้นให้ร่างกายเผาผลาญไขมันได้ดีขึ้น ซึ่งนักโภชนาการชาวอังกฤษยืนยันว่าวิธีนี้ไม่ใช่เทรนด์แฟชั่น แต่เป็นกุญแจที่นำไปสู่การลดไขมัน และป้องกันโรค

ซึ่งสารประกอบในพืชธรรมชาติบางชนิด อาจเพิ่มระดับโปรตีนในร่างกาย และอาหารที่มีส่วนประกอบเหล่านั้นมักได้รับการขนานนามว่า “Sirtfood Diet” ซึ่งอาหารที่สามารถกินได้ มีดังนี้

  • ผักคะน้า
  • ไวน์แดง
  • สตรอว์เบอร์รี่
  • หัวหอม
  • ถั่วเหลือง
  • พาสลีย์
  • น้ำมันมะกอกบริสุทธิ์
  • ดาร์กช็อกโกแลต (มีส่วนผสมของโกโก้ 85 เปอร์เซ็นต์)
  • ชาเขียวมัทฉะ
  • โซบะ
  • ขมิ้น
  • วอลนัท
  • อารูกูล่า ร็อคเก็ต (Arugula Rocket)
  • พริกขี้หนู (Bird’s eye chili)
  • โลเวจ (Lovage)
  • อินทผาลัม เมดจูล (Medjool dates)
  • ผักชิโครี่สีแดง (Red Chicory)
  • บลูเบอร์รี่
  • เคเปอร์
  • กาแฟ

โดยการกินอาหารแบบนี้อาจทำให้ร่างกายผลิตระดับเซอทูอินที่สูงขึ้น นอกจากนั้น ผู้คิดค้นวิธีนี้ยังกล่าวว่า “การกินอาหารแบบนี้จะนำไปสู่การลดน้ำหนักอย่างรวดเร็ว แต่ในขณะเดียวกันก็จะรักษามวลกล้ามเนื้อและปกป้องคุณจากโรคเรื้อรัง”

สูตรลดน้ำหนัก แบบ Sirtfood Diet กินอะไรได้บ้าง

ลดน้ำหนักแบบ Sirtfood Diet กินอะไรได้บ้าง

โปรแกรมอาหารของการลดน้ำหนักนั้นจะได้รับการดูแลเป็นอย่างดี โดยจะมีการลดจำนวนแคลอรี่ทั้งหมดของอาหาร ในความเป็นจริงผู้เขียนหนังสือเล่มหนึ่งกล่าวว่า โปรแกรมการลดน้ำหนักด้วยการกินอาหารแบบนี้ สามารถช่วยให้คุณลดน้ำหนักลงไปได้ 3.2 กิโลกรัม ภายในเวลาสัปดาห์เดียว แต่แผนมื้ออาหารจะค่อนข้างน่ากลัว เนื่องจากในช่วง 3 วันแรก ผู้ที่เข้ารับการลดน้ำหนักจะต้องกินแคลอรี่เพียง 1,000 แคลอรี่ต่อวัน ซึ่งประกอบด้วยอาหารมื้อเดียว และน้ำผลไม้สีเขียว 2 ขวด นอกจากนั้นในช่วงสัปดาห์แรกผู้เข้ารับการลดน้ำหนักด้วยวิธีนี้จะได้รับแคลอรี่ 1,500 แคลอรี่เป็นเวลา 4 วัน โดยจะแบ่งเป็น 2 มื้อ

โปรแกรมส่วนใหญ่ของการลดน้ำหนักแบบนี้จะมีสารอาหารที่สูง ซึ่งอาหารที่เน้นให้กินนั้นมีหลากหลายรายการ ไม่ว่าจะเป็นคะน้า สตรอว์เบอร์รี่ หัวหอม ผักชีฝรั่ง บลูเบอร์รี่ และธัญพืชบางชนิด เช่น วอลนัท สำหรับเครื่องดื่มที่ดื่มได้ก็จะเป็น กาแฟ ชาเขียวมัทฉะ และไวน์แดง เป็นต้น

สูตรลดน้ำหนัก แบบ Sirtfood Diet กินอะไรได้บ้าง

แผนการลดน้ำหนักเป็นอย่างไร

สำหรับแผนในการลดน้ำหนักแบบนี้จะถูกแบ่งออกเป็น 2 ระยะ โดยใช้เวลา 3 สัปดาห์ ซึ่งส่วนผสมส่วนใหญ่ของการลดน้ำหนักแบบนี้มักจะหาได้ง่าย ซึ่งอาหารส่วนใหญ่ของการลดน้ำหนักแบบนี้ก็คือ น้ำผลไม้สีเขียว ซึ่งคุณจะต้องทำด้วยตัวเอง และดื่มระหว่างวัน 1-3 ครั้ง โดยจะต้องคั้นน้ำผลไม้ และชั่งส่วนผสมต่างๆ ตามที่ได้มีการระบุไว้ ซึ่งสูตรของเครื่องดื่ม มีดังนี้

สูตรลดน้ำหนัก แบบ Sirtfood Diet กินอะไรได้บ้าง

สูตรน้ำผลไม้สีเขียว

  • ผักคะน้า 75 กรัม
  • อารูกูล่า ร็อคเก็ต (Arugula Rocket) 30 กรัม
  • ผักชีฝรั่ง 5 กรัม
  • คื่นฉ่าย 2 ต้น
  • ขิง 1 เซนติเมตร
  • แอปเปิ้ลเขียวครึ่งลูก
  • มะนาวครึ่งลูก
  • ชาเขียวมัทฉะครึ่งช้อนชา

วิธีการทำ: นำส่วนผสมทั้งหมด ยกเว้นผงชาเขียวมัทฉะและมะนาว ผสมเช้าด้วยกันแล้วเทลงในแก้ว คั้นน้ำมะนาวจากมือ จากนั้นเทผงชาเขียวมัทฉะลงไป จากนั้นคนส่วนผสมทั้งหมดของน้ำผลไม้ให้เข้ากัน

อย่างที่กล่าวข้างต้นว่า การลดน้ำหนักแบบนี้จะมี 2 ระยะด้วยกัน ซึ่งแผนการลกน้ำหนักทั้ง 2 ระยะต้องทำ ดังนี้

  • แผนการลดน้ำหนักระยะที่ 1

ในระยะแรกจะใช้เวลา 7 วัน จะต้องจำกัดแคลอรี่และดื่มน้ำผลไม้สีเขียวเป็นจำนวนมาก

โดยการใช้วิธีนี้มีการอ้างว่าจะทำให้น้ำหนักลดลงไปถึง 3.2 กิโลกรัม ในเวลาเพียง 7 วัน ในช่วง 3 วันแรกของระยะที่ 1 ปริมาณแคลอรี่จะถูกจำกัดเอาไว้ที่ 1,000 แคลอรี่ โดยคุณจะต้องดื่มน้ำผลไม้สีเขียว 4 มื้อต่อวัน ในแต่ละวันคุณสามารถเลือกสูตรอาหารซึ่งจะเป็นส่วนหลักของมื้ออาหาร จากหนังสือที่เกี่ยวข้องกับการลดน้ำหนักแบบนี้ได้ ตัวอย่างเช่น เต้าหู้ในซุปมิโซะ ไข่เจียว หรือกุ้งผัดกับบะหมี่บัควีต (Buckwheat Noodle)

ส่วนในวันที่ 4-7 ของระยะที่ 1 จำนวนแคลอรี่จะถูกเพิ่มขึ้นเป็น 1,5000 ซึ่งรวมถึงน้ำผลไม้สีเขียว 2 มื้อต่อวัน และอาหารที่อุดมไปด้วย Sirtfood นอกจากนั้นอีก 2 มื้อคุณสามารถเลือกได้จากหนังสือ

  • แผนการลดน้ำหนักระยะที่ 2

ระยะที่ 2 จะใช้เวลาทั้งหมด 2 สัปดาห์ ซึ่งในระยะนี้จะเรียกว่า “ช่วงบำรุงรักษา” ซึ่งควรจะต้องลดน้ำหนักอย่างต่อเนื่อง

ในระยะที่ 2 นี้ไม่มีการจำกัดแคลอรี่ แต่ต้องกินอาหาร 3 มื้อที่เต็มไปด้วย Sirtfood และน้ำผลไม้สีเขียว 1 มื้อต่อวัน และแน่นอนว่าอาหารจะถูกเลือกจากสูตรอาหารที่มีในหนังสือ

สูตรลดน้ำหนัก แบบ Sirtfood Diet กินอะไรได้บ้าง

การลดน้ำหนักแบบนี้มีข้อเสียหรือไม่

ส่วนที่ยากที่สุดของการลดน้ำหนักแบบนี้ก็คือ การจำกัดแคลอรี่และการพึ่งพาน้ำผลไม้สีเขียว ซึ่งอาจไม่ปลอดภัยสำหรับคนบางกลุ่ม

Tanya Freirich นักกำหนดอาหารและนักโภชนาการจากนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา กล่าวว่า เธอไม่แนะนำอาหารแบบนี้สำหรับผู้ที่ทานยาบางชนิด เช่น คูมาดิน® (Coumadin®) ซึ่งเป็นยาละลายลิ่มเลือด หรือด้วยปัญหาสุขภาพ เช่น โรคเบาหวาน และถ้าหากคุณกำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตรก็ไม่ควรลดน้ำหนักด้วยวิธีการนี้

นอกจากนี้ Tanya Freirich ยังกล่าวเสริมอีกว่า โดยทั่วไปเธอไม่แนะนำอาหารใดๆ ที่พึ่งพากฎที่เข้มขวดเกินไป อย่างไรก็ตามอาหารในกลุ่มส่วนใหญ่ในกลุ่ม Sirtfood Diet นั้นเป็นอาหารที่ช่วยส่งเสริมสุขภาพ จึงขอแนะนำให้ใช้วิธีการนำอาหารเหล่านี้มารวมไว้ในมื้ออาหารที่รับประทาน และที่สำคัญอย่าปล่อยให้ร่างกายรู้สึกหิวโหยจะเป็นการดีที่สุด

ซึ่งทางที่ดีที่สุดในการลดน้ำหนักแบบเฉพาะตัวเอง คือควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการก่อนที่จะเริ่มโปรแกรมลดน้ำหนัก เพื่อหาดูว่าวิธีไหนที่เหมาะกับตัวเองมากกว่า เพราะแต่ละคนมีร่างกายและระบบการเผาผลาญต่างกัน


ข้อมูล : hellokhunmor.com
ภาพ : adele , Pexels

 

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

“สรัย วัชรพล” แชร์วิธีลดน้ำหนัก ลดลง 18 โล ผอมเพรียว ชัดทั้งรูปร่างและโครงหน้า

‘ซูบิน’ ตั้งเป้าหุ่นลีน ฟิตแอนด์เฟิร์มขึ้นในปีนี้ หลังลดจนน้ำหนักหายไปถึง 80 กว่าโล

วัดโชว์ให้หายข้องใจ! นักแสดงสาวไซส์เล็ก “แอร์ ภัณฑิลา” ขนาดเอวมด แค่ 23 นิ้ว

 

 

4 ยูทูปเบอร์สาวไทย

ชีวิตดีที่ต่างแดน 4 ยูทูปเบอร์สาวไทย คนตามเป็นแสน คนดูเป็นล้าน!

ตั้งแต่โลกใบนี้การติดต่อสื่อสารแคบลง ก็ได้เห็นอะไรหลายอย่างที่กว้างขึ้นมาก ยิ่งถ้าคนไหนต้องออกไปใช้ชีวิตอยู่ต่างบ้านต่างเมืองสมัยนี้ก็ได้พวกโซเชียลมีเดียนี่แหละที่ช่วยให้คนไกลบ้านได้คลายเหงา ยิ่งถ้าขยันหาคอนเท้นต์ให้ตัวเองได้ ก็อาจจะกลายเป็นคนดัง สร้างรายได้จากการเป็นยูทูปเบอร์เป็นกอบเป็นกำเลยทีเดียว

จากคนดูหลักร้อย เริ่มแตะหลักพันถึงหมื่น จนเป็นแสนเป็นล้านวิว ไม่ใช่เรื่องบังเอิญสำหรับการสร้างช่องบนชาแนลสุดฮ็อตอย่างยูทูป อีกทั้งการทำคอนเท้นต์นำเสนอชีวิตตัวเองของเหล่าคนไทยที่ออกไปใช้ชีวิตอยู่ต่างแดนก็มีให้เลือกชมเยอะมาก แต่สาวไทยทั้ง 4 คนนี้ กลับสามารถทำให้คนดูติดหนึบจนยอดวิวแตะเป็นล้านได้ อีกทั้งยังมีแฟนคลับติดตามอีกเพียบ

ชีวิตดีที่ต่างแดน 4 ยูทูปเบอร์สาวไทย คนตามเป็นแสน คนดูเป็นล้าน!

ยูทูปเบอร์สาวไทย

เริ่มต้นที่ชาแนลของสาวอีสานหน้าคมที่ใครๆ ต่างเรียกเธอว่า “น้องซอ” ที่เรียกได้ว่ามีคนติดตามไม่ใช่หลักแสนด้วยซ้ำ แต่มากถึง 2.09 ล้าน Subscribers แล้ว  เธอคือสาวไทยที่ไปใช้ชีวิตอยู่ที่ประเทศเกาหลีใต้กับสามี โดยคอนเท้นต์ของช่องนี้จะเน้นการนำเสนอวิถีชีวิตแบบชนบทของชาวเกาหลีใต้ เพราะที่บ้านสามีของเธอนั้นเปิดร้านอาหารและปลูกพืชผักขาย ซึ่งเจ้าตัวเองก็มักจะเอาไลฟ์สไตล์ประจำวันที่ทำงานกับบ้านสามีมาให้ดู ไม่ว่าจะเป็นการช่วยปลูกผัก และขายของที่ร้านอาหาร ไปจนถึง การทำอาหารไทยให้กับพ่อแม่สามีกิน

อีกหนึ่งสาวไทยที่ตอนนี้ยอดคนติดตามมากถึง 8.4 แสน Subscribers ก็คือ “แม่แหม่ม-กาญจนา” สาวไทยที่ไปเป็นแม่บ้านญี่ปุ่นใช้ชีวิตอยู่ที่นั่นมานานกว่า 15 ปีกับสามี โดยช่องนี้จะนำเสนอไลฟ์สไตล์การปลูกพืชผักกินเองในสวนหน้าบ้าน การแต่งสวน การทำอาหารทั้งไทยและญี่ปุ่น

แม่แหม่ม-กาญจนา

รวมไปถึงรีวิวร้านอาหารญี่ปุ่นและสถานที่ท่องเที่ยว พร้อมกับสอดแทรกเรื่องราวความอบอุ่นของครอบครัว ซึ่งตอนนี้นอกจากคนจะติดตามเพราะแม่แหม่มแล้ว หลายคนที่ดูช่องนี้ต่างก็ชอบดูรีแอ็คของสามีชาวญี่ปุ่นของแม่แหม่มเวลากินข้าว และหลงรักสาวน้อยอย่าง “น้องโนอะ” ลูกสาวของแม่แหม่มอีกด้วย

ข้ามฝั่งมาโซนอเมริกากันบ้างสำหรับสาวสวยหุ่นดีคนนี้ “จ๋า-ชิษณุชา พึ่งเพียร” ช่อง Jayy Crane ยูทูปเบอร์สาวไทยที่ขโมยหัวใจหนุ่มอเมริกัน แถมยังมีคนติดตามมากถึง 6.9 แสนSubscribers

จ๋า-ชิษณุชา

เสน่ห์ของช่องนี้ก็คือ การนำเสนอเรื่องราวของการใช้ชีวิตคู่ที่ดูเป็นธรรมชาติมาก พร้อมไปกับเรื่องการทำอาหารไทย และเทคนิคการออกกำลังกายให้หุ่นสวยเฟิร์มแบบสาวจ๋า

ท้ายสุดของวันนี้ก็คือ ช่อง “ไหมไทย ในฝรั่งศส” หรือที่ทุกคนเรียกกันว่า “ยายไหม” สาวไทยจากขอนแก่นที่ตอนนี้เธอใช้ชีวิตอยู่กับสามีอยู่ที่ประเทศฝรั่งเศส ซึ่งจริงๆ แล้วเธอก็มีชีวิตที่ดีเป็นแม่บ้านคอยดูแลลูกและสามี

ไหมไทย ในฝรั่งศส

แต่ด้วยความที่เจ้าตัวชอบขายของ เลยผันตัวเองไปเป็นแม่ค้าขายของทอดที่ตลาดนัดในฝรั่งเศสสัปดาห์ละหนึ่งครั้ง รวมถึงคลิปของช่องยายไหมยังถ่ายทอดความน่ารักของครอบครัว โดยมีลูกสาว สามี และพ่อแม่สามี มาร่วมเฟรมอยู่บ่อยๆ ซึ่งคลิปวีดิโอของช่องนี้ แม้จะเป็นเรื่องราวที่ไม่มีอะไรซับซ้อน แต่ก็มีคนติดตามดูเยอะมาก

เอาเป็นว่าใครที่ชอบเรื่องราวชีวิตในต่างแดนของคนไทย ก็ลองไปติดตามกันดูนะ ทั้ง 4 ช่องนี้ นอกจากจะได้เห็นวิถีการใช้ชีวิตแล้ว ยังมีสอนภาษา บอกศัพท์ต่างๆ  ดูเพลินๆ แล้ว ก็ยังได้ความรู้ไปด้วย


 

‘วันพฤหัส พลังสีส้มร้อนแรง ทั้งอารมณ์และเสน่ห์ จนบอกไม่ได้ว่า จะคบกันได้นานแค่ไหน’ ดูดวงรายวัน 6 พฤษภาคม 2564

ดูดวงรายวัน 6 พฤษภาคม 2564 #หมอปุ้ยพยากรณ์ เช็กทุกวัน เป๊ะปังทุกดวง ทั้งการงาน การเงิน ความรัก และสุขภาพ

‘วันพฤหัส พลังสีส้มร้อนแรง ทั้งอารมณ์และเสน่ห์ จนบอกไม่ได้ว่า จะคบกันได้นานแค่ไหน’

ดูดวงรายวัน 6 พฤษภาคม 2564

ผู้ที่เกิดวันอาทิตย์

การงาน  :  สตรอง กล้าได้กล้าเสีย ไม่รับฟังความคิดเห็นจากใครใดๆ ทั้งสิ้น จึงเหมาะที่จะลุยงานคนเดียว แต่ก็ต้องระวังการตัดสินใจที่รวดเร็ว ไม่ได้พิจารณาให้ถี่ถ้วน กับการมีบริวารที่ไม่ซื่อสัตย์ จะมีโอกาสที่คุณจะผิดพลาดล้มเหลวได้อย่างไม่น่าเกิดขึ้น เพราะฉะนั้นวันนี้จึงควรมีสติ และสมาธิในการทำงานเยอะๆ รวมถึงยึดอยู่ในหลักศีลธรรม ความถูกต้อง ไม่ควรวู่วาม หรือใช้อารมณ์เด็ดขาด

การเงิน  : ชอบความท้าทายและความเสี่ยง ชอบลงทุนแบบกล้าได้กล้าเสีย แต่วันนี้ควรยึดทางสายกลาง ลงทุนแต่พอเพียง เพราะมีความเสี่ยงที่คุณจะขาดทุน ต้องบริหารจัดการทรัพย์สินตัวเป็นเกลียว

ความรัก :  จริงๆ แล้วคุณร้อนแรงและมีเสน่ห์ทางเพศสูง แต่วันนี้เหมือนคุณได้พบพระธรรม ทำให้ได้ดับเพลิงกิเลสในตัว เห็นถึงสัจธรรมว่า มนุษย์มีความแก่เป็นธรรมดา รูปกายภายนอกก็เสื่อมลงไปทุกวัน คุณจึงนิ่งลงไปได้เยอะ  คนโสด คุณมีเสน่ห์ทางเพศสูง หากถูกใจใครก็ไม่แคร์ว่า จะถูกต้องหรือเปล่า แต่วันนี้คุณเริ่มเข้าโหมดธรรมสายแข็ง จึงเริ่มให้ความสำคัญกับศีลข้อ 3  แล้ว

สุขภาพ :  ควรให้ความสำคัญกับสมอง ระบบประสาท และหัวใจที่มีปัญหาต่อเนื่องมาโดยตลอด

 

ผู้ที่เกิดวันจันทร์

การงาน  :  ก็ยังนับว่าโชคดีอยู่ จะมีนารีขี่มาขาวมาให้ความสนับสนุนส่งเสริม และหากคุณทำได้ดี ทำได้โดน เธอก็พร้อมจะผลักดันให้คุณได้เลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่งอีกด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณทำงานหรือเกี่ยวข้องกับธุรกิจของครอบครัว หรือคนรู้จัก วันนี้เขาจะเปิดโอกาสให้คุณได้ใช้ความรู้ ความสามารถ และบารมีจากตำแหน่งหน้าที่การงานมาทำงานอย่างเต็มที่ หากเป็นงานที่เกี่ยวกับการเขียน นักดนตรี นักแสดง ด้วยแล้วล่ะก็ จะไปได้โลดเลย เพื่อนร่วมงานและผู้ใต้บังคับบัญชาให้การยอมรับ

การเงิน :  ผู้ใหญ่ให้ความอุปถัมภ์ มีโอกาสได้ปันผลจากธุรกิจของครอบครัว โดยที่คุณก็มีการบริหารจัดการทรัพย์สิน เก็บออมอย่างดี

ความรัก : มีความเป็นไปได้ที่จะมีวาระพิเศษให้สมาชิกในบ้านได้มาพบเจอกัน ก็ควรรีบมารีบไป อยู่นานไม่ได้นะคะ  คนโสด มีดวงที่จะเป็นนารีอุปถัมภ์ แล้ววันนี้ก็มีโอกาสได้พบกับชายในฝันที่อยากจูงมือไปอยู่ด้วยกันเลย แต่ในความเป็นจริง คุณทำไม่ได้ เพราะตำแหน่งหน้าที่การงานค้ำคออยู่

สุขภาพ  :  พลังคุณเยอะ ไม่ค่อยเจ็บไข้ได้ป่วยกับใครหรอก แต่หากคุณประมาท หักโหมทำงานจนไม่ได้พักผ่อน ก็เท่ากับเปิดทางให้ความเจ็บไข้ได้ป่วยมาเยี่ยมเยือน

 

ผู้ที่เกิดวันอังคาร

การงาน :  สำหรับผู้ที่ทำงานหรือเกี่ยวข้องกับงานบริการ เช่น ร้านอาหาร เครื่องดื่ม พนักงานต้อนรับ ร้านนวด สปา ขายสินค้าและบริการที่เกี่ยวกับเด็ก ฯลฯ  วันนี้คุณมีโอกาสได้ร่วมงานกับทีมงานที่ดี รวมถึงได้ที่ปรึกษาเป็นถึงระดับปรมาจารย์ที่มีความรู้ มีความเชี่ยวชาญมาช่วยกันทำงาน ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งกับสถานการณ์ ณ ขณะนี้ แต่การที่คนเก่งมาอยู่ด้วยกัน อีโก้และความเชื่อมั่นของแต่ละคน น่ากลัวที่สุด หากควบคุมไม่ดี วันนี้จะมาถึงจุดที่เกิดการขัดแย้งและรุนแรงด้วย

การเงิน :  รายได้จะมาจากทีมงานและผู้บังคับบัญชาที่ดี ซึ่งคุณก็อาจซื้อขนมนมเนยเลี้ยงพวกเขา จนมากกว่าที่ได้รับมาก็ได้นะ

ความรัก :  มีความเป็นไปได้ที่คุณยังอยู่ด้วยกัน เพราะลูกหรือบริวารในบ้าน ซึ่งวันนี้พวกเขามีแนวโน้มที่จะนำปัญหาและความเดือดร้อนมาให้คุณ ซึ่งคุณกับคู่ก็มีความคิดเห็นที่ขัดแย้งกัน จนนำไปสู่การมีปากเสียงกันอย่างรุนแรง จนต้องขอคำปรึกษาจากผู้ใหญ่ คนโสด  คุณเอาแต่ใจเหมือนเด็กๆ แต่วันนี้คุณมีโอกาสได้เจอกับบุคคลที่เป็นผู้ใหญ่ม๊าก จึงถูกดุไปตามระเบียบ

สุขภาพ  :  ควรระวังเรื่องโรคช่องปากและระบบทางเดินหายใจ ซึ่งอาจเป็นปัญหาลุกลามไปถึงระบบการย่อยอาหาร รวมถึงการกดดันตัวเองจนเครียด มีโอกาสเป็นโรคซึมเศร้า

 

ผู้ที่เกิดวันพุธ

การงาน :  สำหรับผู้ที่ทำงานหรือเกี่ยวข้องกับงานที่มีรูปแบบกฎเกณฑ์ที่เป็นลำดับขั้นตอน เช่น งานในหน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ งานธุรการ เอกสาร บัญชี ฯลฯ ซึ่งคุณเป็นประเภทที่หากตั้งใจจะทำอะไรแล้ว ใครก็ห้ามไม่ได้ แต่ช่วงนี้เป็นช่วงที่คุณต้องอยู่กับการแก้ปัญหาและฝ่าฟันอุปสรรค โดยเฉพาะเรื่องความขัดแย้งระหว่างบุคคล จึงไม่ควรวู่วาม หรือใช้อารมณ์ในทางลบ เพราะจะทำให้สถานการณ์ผิดพลาดเสียหายอย่างไม่น่าจะเกิดขึ้น จนกว่าคุณจะผ่านจุดนี้ไปได้ ก็จะได้รับผลตอบแทนที่คุ้มค่ากับความเหนื่อยยากเลยทีเดียว

การเงิน :  ไม่ควรหลงเชื่อคำพูดที่มีหลักการและเหตุผล ที่จะเข้ามาขอความช่วยเหลือในเรื่องของการลงทุนหรือในการทำธุรกิจ เพราะคุณจะถูกหลอก จนต้องบริหารจัดการทรัพย์สินตัวเป็นเกลียว รวมถึงไม่ควรเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเงินที่ไม่ถูกต้อง หรือการเสี่ยงโชค

ความรัก :  คุณไม่ชอบให้ใครมาจำกัดความคิด และอิสรภาพ แต่วันนี้เพราะปากหอยปากปูแท้ๆ ที่เม้าท์มอยว่า คุณแอบมีกิ๊ก จึงทำให้คุณต้องระวังตัวมากขึ้น คนโสด อย่ามัวแต่แอบรักอยู่เลย เดี๋ยวจะไม่ทันการณ์ เพราะคู่แข่งคุณปรากฏตัวแล้ว สมน้ำสมเนื้อกับคุณด้วยสิ

สุขภาพ :  ร่างกายแข็งแรงจึงไม่ค่อยให้ความสำคัญกับสุขภาพร่างกาย วันนี้ควรหลีกเลี่ยงอาหารสุกๆ ดิบๆ รสจัด  ไม่สดสะอาด เพราะคุณมีความเสี่ยงที่จะอาหารเป็นพิษ ท้องเสียง จนไปถึงโรคทางพยาธิ์

 

ผู้ที่เกิดวันพฤหัสบดี

การงาน  :  ก็ยังอยู่ที่กลุ่มของผู้ที่ทำงานหรือเกี่ยวข้องกับงานที่ต้องติดต่อสื่อสาร งานโครงข่าย วางเครือข่าย อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องมือไฮเทคโนโลยี คอมพิวเตอร์ ฯลฯ  แต่วันนี้คุณจะเหมาะกับการบริหารจัดการ การให้คำปรึกษาในด้านต่างๆ วันนี้คุณมีโอกาสได้ริเริ่มงานใหม่ หรือนำโครงการที่มีอยู่แต่เดิมขึ้นมาพัฒนาและปรับปรุงใหม่ ซึ่งวันนี้ในแง่การปกครอง การวางตัวมีความอ่อนไหวมาก เพราะหากคุณกล้าหาญชาญชัยจนน่ากลัว ก็ไม่มีใครก้าวไปกับคุณด้วย แต่หากคุณให้ความสนิทสนมมากเกินไป ก็จะถูกพวกเขาข้ามศีรษะไปอีก ก็ต้องอยู่บนทางสายกลาง มีทั้งพระเดชและพระคุณ

การเงิน : ก่อนจะติดต่อประสานงานหรือทำเอกสารสัญญาใดๆ ที่เกี่ยวกับผลประโยชน์และเงินทอง ควรคิดทบทวนให้ดี เพราะมีโอกาสที่คุณจะทำไม่ได้ตามกำหนดที่ตกลงไว้ ซึ่งจะเสียทั้งเครดิตและเงินได้

ความรัก :  คุณประเภทรักใครรักจริง หากดีก็ดีใจหาย แต่หากเบื่อแล้วก็เบื่อจนตาย ก็อย่าเพิ่งปล่อยให้ไปถึงจุดนั้นเลยนะคะ เพราะหากคุณแต่งงานอยู่กันมานาน ประกอบกับทิฐิบวกๆ เข้าไปอีก จึงมีความเป็นไปได้สูงที่จะหันหลังเดินจากกันไป คนโสด คุณร้อนแรง ทั้งอารมณ์และเสน่ห์ วันนี้มีโอกาสที่จะได้พบกับคนถูกใจ แต่ก็ไม่รับประกันว่า จะคบกันได้นานแค่ไหน

สุขภาพ :  ต้องระวังอุบัติเหตุและความเจ็บป่วยที่เกิดจากการเดินทางบ่อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกล้ามเนื้อช่วงขา เท้า หน้าแข้ง เพราะใช้งานหนักมากเกินไป หากคุณไม่ชอบดื่มน้ำ ก็ควรดื่มเพิ่มขึ้น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการไหลเวียนของโลหิต

 

ผู้ที่เกิดวันศุกร์

การงาน :  คุณเป็นคนมีปฏิภาณไหวพริบ มีความรับผิดชอบ เป็นที่พึ่งของหัวหน้างานได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณทำงานหรือเกี่ยวข้องกับงานที่ต้องใช้คำพูดหรือวาทศิลป์ในการติดต่อประสานงาน โฆษณา ประชาสัมพันธ์ สื่อมวลชน พนักงานขาย วันนี้อย่าไว้ใจเพื่อนร่วมงาน และคนใกล้ชิดมาก  เพราะคุณอาจเจอดราม่า ถูกกลั่นแกล้ง ถูกแทงข้างหลัง หรือไม่ก็ถูกเลื่อยขาเก้าอี้ วันนี้จึงควรทำงานแค่พอเอาตัวรอดไปก่อน เพื่อป้องกันความผิดพลาดล้มเหลวที่จะเกิดขึ้นกับงานของคุณ

การเงิน :  คุณมีความสามารถหารายได้เป็นหลักของครอบครัวได้ แต่วันนี้คุณอาจได้รับผลตอบแทนที่ไม่เป็นธรรม หรือหากไปทวงหนี้ก็จะถูกชักดาบ ไม่มี ไม่หนี ไม่จ่าย หรือร้ายสุดๆ ก็คือ ถูกขโมยทรัพย์สิน

ความรัก :  ก็ยังคงมีปัญหาในเรื่องของมือที่สามนะคะ ซึ่งวันนี้จะแสดงตัวชัดเจนขึ้น ก็อย่าหวังจะให้เขาเลิกกัน คุณเลิกกับเขาน่าจะง่ายกว่า  คนโสด หากความรักทำให้คุณผิดหวังมายังเจ็บไม่หาย วันนี้คุณก็ยังหนีไม่พ้นนะคะ มีโอกาสเจอกับปัญหามือที่สาม หรือไม่คุณก็เป็นมือที่สามเสียเอง

สุขภาพ :  มีความเสี่ยงที่จะเกิดปัญหากับมดลูก และอวัยวะในช่องท้อง รวมถึงมีโอกาสได้รับอันตรายจากของมีคมบาดเป็นแผลตามร่างกาย

 

ผู้ที่เกิดวันเสาร์

การงาน  :  คุณมีความรู้ ความสามารถ และความคิดสร้างสรรค์ รับผิดชอบงานดี จึงสามารถทำงานได้หลากหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นนักธุรกิจ ผู้บริหาร นักการเมือง บุคคลในเครื่องแบบ ฯลฯ  ส่วนมากก็จะประสบความสำเร็จมีตำแหน่งหน้าที่การงานอยู่ในระดับสูงเสียด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณทำงานในสายการศึกษา เช่น ครูบาอาจารย์ นักวิชาการ ไลฟ์ โค้ช เทรนเนอร์ ฯลฯ วันนี้คุณจะใช้เวลาทั้งหมดทุ่มเทให้กับการศึกษาหาความรู้ ทั้งทางโลกและทางธรรม เพื่อนำมาทำงานเพื่อสร้างประโยชน์ให้กับสังคม ทั้งออนไลน์ และออฟไลน์

การเงิน :  มีความเป็นไปได้ที่คุณจะตัดสินใจลงทุน เพื่อสร้างรายได้เพิ่มจากงานประจำ แต่เมื่อได้ได้มาแล้วคุณก็จะนำไปทำบุญ บริจาคคืนกลับสู่สังคมหมด

ความรัก :  หนักไปในทางปลีกวิเวก ใช้เวลาอยู่กับตัวเองสูง อาจเพื่อค้นหาความรู้มาใช้กับการทำงาน หรือจะอยากอยู่คนเดียว ปฏิบัติธรรม ก็เป็นไปได้ทั้งนั้น  คนโสด คุณมีภาวะผู้นำสูง และมีต้องรับผิดชอบหลายชีวิตมาก จึงต้องคัดสรรผู้ที่จะมาเป็นแฟนอย่างเข้มข้น

สุขภาพ :  ภูมิแพ้มาแล้วจ้า ฝนตกทุกวัน อากาศไม่ค่อยดี ทำให้คุณมีปัญหากับทางเดินหายใจ จามบ่อย จนมีความเสี่ยงที่ไซนัสจะอักเสบ (หากใครเป็นอยู่)

 

 

บิลล์ เกตส์

แบบนี้ก็ได้! บิลล์ เกตส์ ทำข้อตกลงกับ เมลินดา ให้เขาไปเที่ยวกับแฟนได้เก่าทุกปี

แปลกแต่จริง!! เจ้าพ่อไมโครซอฟต์ บิลล์ เกตส์ มหาเศรษฐีอันดับ 4 ของโลก เคยมีข้อตกลงกับ เมลินดา เกตส์ ที่ยาวนานมาหลายสิบปี……

เรียกได้ว่าเป็นข่าวใหญ่ระดับโลกเลยทีเดียวกับการประกาศหย่าร้างของ มหาเศรษฐี บิลล์ เกตส์ และ เมลินดา เกตส์ ซึ่งทั้งคู่ครองชีวิตสมรสมานานถึง 27 ปี โดยพวกเขาระบุถึงการหย่าร้างในครั้งนี้ว่า “เราไม่เชื่อว่าจะสามารถครองคู่กันได้อีกต่อไปแล้ว”

บิลล์ เกตส์ เมลินดา เกตส์

อย่างไรก็ตาม เมลินดา เคยออกมาให้สัมภาษณ์ว่า “บิลเป็นคนมีระบบระเบียบ ดูเหมือนไม่มีข้อยกเว้นกระทั่งเรื่องของหัวใจ” ถึงขั้นที่ว่ามีการเขียน “ข้อดี-ข้อเสีย” ของการแต่งงานลงบนกระดาน

นอกจากนี้ทั้งคู่ยังมีข้อตกลงที่ฟังแล้วอาจดูประหลาด อย่างการที่เมลินดาให้บิลล์ไปพักผ่อนในช่วงฮอลลิเดย์ที่ชายหาดกับอดีตแฟนสาว แอนน์ วินแบลด ได้ทุกปีที่บ้านริมชายหาดของแอนน์ในเขตนอกฝั่งนอร์ทแคโรไลนา ซึ่งบิลล์ และ แอนน์ จะใช้เวลาพักผ่อนในทุกๆ ช่วงฤดูใบไม้ผลิด้วยการขี่รถบักกี้ เล่นเครื่องร่อน รวมถึงเดินเล่นบนชายหาด โดยข้อตกลงนี้มีมานานนับ 10 ปีแล้ว ตั้งแต่ที่พวกเขาแต่งงานกัน

แอนน์ วินแบลด

ปัจจุบัน แอนน์ วินแบลด วัย 70 ปี นั้นเป็นนักธุรกิจหญิงชาวอเมริกัน เธอเป็นหุ้นส่วนผู้ก่อตั้ง Hummer Winblad Venture Partners แอนน์เคยคบหาดูใจกับ บิลล์ เกตส์ และเลิกรากันไปในปี 1987 ซึ่งเป็นปีเดียวกันกับที่ บิลล์พบรักกับเมลินดา ซึ่งขณะนั้นเมลินดาทำงานให้กับบริษัทไมโครซอฟท์ในตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายผลิต

ขณะเดียวกันมีรายงานว่า อันที่จริงแล้ว แอนน์ วินแบลด พร้อมที่จะแต่งงานกับบิลล์ เกตส์ แต่เป็นเพราะว่า เขาทำงานทั้งกลางวันและกลางคืน เพื่อสร้างอาณาจักรไมโครซอฟต์ มูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์

บิลล์ เกตส์ เมลินดา เกตส์

อย่างไรก็ตาม ทั้งคู่ก็ยังคงรักษามิตรภาพไว้ได้เป็นอย่างดี โดยนิตยสาร Time เคยสัมภาษณ์บิลล์ เกตส์ในช่วงปี 1997 ซึ่งเขากล่าวว่า ‘ตอนที่ผมคิดจะแต่งงานกับเมลินดา ผมโทรหาแอนน์และขอความเห็นชอบจากเธอ’ ซึ่งแอนน์ก็เห็นด้วย นอกจากนี้ ‘ผมกับแอนน์ยังสามารถเล่นพัตต์ได้ในขณะที่คุยเรื่อง ไบโอเทคโนโลยี

สำหรับ บิลล์ และ แอนน์ พบกันครั้งแรกเมื่อปี 1984 ในการประชุมเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ Ben Rosen-Esther Dyson และขณะที่บิลล์ และแอนน์อยู่ต่างเมืองนั้น พวกเขาก็เริ่ม ‘เดทเสมือนจริง’ โดยทั้งคู่ไปดูหนังเรื่องเดียวกัน พร้อมกันและพูดคุยเกี่ยวกับภาพยนตร์เรื่องนี้ทางโทรศัพท์มือถือ ซึ่งแอนน์ยังโน้มน้าวให้เขาเลิกกินเนื้อสัตว์ในช่วงสั้นๆ อีกด้วย

เมลินดา เกตส์

แต่ถึงอย่างนั้นก็ 3 ปีถัดมาพวกเขาก็เลิกกัน ซึ่งนิตยสาร Time ได้อ้างถึงคำพูดของแอนน์ว่า บิลล์ และ เมลินดาจะเข้ากันได้ดี เพราะเธอมีจิตใจที่เข้มแข็ง

ด้าน แอนน์ วินแบลด นั้นก็ได้แต่งงานกับ เอ็ดเวิร์ด อเล็กซ์ ไคลน์ นักสืบเอกชนในซานฟรานซิสโกวัย 63 ปี โดยสามีของแอนน์นั้นเป็นถึงน้องชายของนักแสดง เควิน ไคลน์

อย่างไรก็ตาม การหย่าร้างของ บิลล์ เกตส์ และ เมลินดา เว็บไซต์ Daily Mail ได้ออกมาเผยว่าสาเหตุหลักๆ คือ บิลล์มีปัญหามาตลอดในเรื่องการให้เวลาระหว่างงาน และ ครอบครัว

ขณะเดียวกันมีรายงานว่า เจ้าของทรัพย์สินสุทธิ มูลค่า $130 พันล้านดอลลาร์ ได้โอนหุ้นจำนวน $1.8 พันล้านดอลลาร์ให้กับเมลินดาในวันที่พวกเขาประกาศการหย่าร้าง ซึ่งเป็นการบรรลุ ‘ข้อตกลงการแยกทาง’ กัน


ที่มา : เว็บไซต์ Daily Mail

บิลล์ เกตส์ เลิกภรรยาหลังครองรักมานาน 27ปี อาจเป็นการหย่าที่แพงที่สุดในโลก

เผย 3 สิ่งที่ บิลล์ เกตส์ มหาเศรษฐีอันดับ 2 ของโลก คนรวย สุดประหยัดยอมเปย์

หล่อไม่อ่อนโยนต่อใจ! รวมลุคสีผมที่ ชาอึนอู เคยทำ ดาเมจแรงเกินต้านทุกสีเลย

หล่อไม่อ่อนโยนต่อใจ! รวมลุคสีผมที่ ชาอึนอู เคยทำ ดาเมจแรงเกินต้านทุกสีเลย

หล่อไม่อ่อนโยนต่อใจ! รวมลุคสีผมที่ ชาอึนอู เคยทำ ดาเมจแรงเกินต้านทุกสีเลย

ในบรรดาพระเอกซีรีส์เกาหลี ขอยกให้ ชาอึนอู (Cha EunWoo) เป็นหนุ่มหน้าใสนัยต์ตาหวานละมุนละไมเป็นที่สุด แถมโครงหน้าเป๊ะไปทุกสัดส่วนของใบหน้าจริงๆ ถ้าใครเคยได้เห็นรูปตั้งแต่ยังเด็กของชาอึนอู ก็ต้องยอมรับว่าหนุ่มคนนี้ หล่อเหลามาตั้งแต่เกิดเลยก็ว่าได้

หล่อไม่อ่อนโยนต่อใจ! รวมลุคสีผมที่ ชาอึนอู เคยทำ ดาเมจแรงเกินต้านทุกสีเลย

และไม่เพียงแค่หล่อเท่านั้น ชาอึนอู ยังมีความสามารถหลากหลายด้าน เป็นนักร้องสุดฮ็อตจากวง ASTRO นักแสดง และนายแบบ ซึ่งทุกผลงานก็โด่งดังมากๆ อีกด้วย โดยผลงานด้านการแสดงที่เตะตาต้องใจจนถูกจริตสาวๆ ทั้งเกาหลีและต่างประเทศ เริ่มตั้งเมื่อปี 2017 เขาถูกเสนอให้เล่นซีรีส์เรื่อง Hit the Top และในปี 2018 กับเรื่อง Gangnam Beauty ที่ได้รับแสดงบทนำครั้งแรก

และเรื่องที่ทำให้ ชาอึนอู เป็นที่รู้จักในฐานะนักแสดงเพิ่มมากขึ้นไปอีก คือเรื่อง Rookie Historian Goo Hae-ryung ประกบคู่กับนางเอกดังอย่าง ชินเซคยอง ก่อนจะมาได้รับความนิยมอีกครั้งในซีรีส์เรื่องล่าสุดที่เพิ่งจบไปไม่นานนี้ที่ถูกดัดแปลงมาจากเว็บตูนเรื่อง True Beauty ทำให้ความนิยมในตัวหนุ่มหล่อชาอึนอูเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งล่าสุด แอดได้เห็นชาอึนอูในลุคสีผมใหม่สุดกร้าวใจ จนไม่อยากเก็บไว้กรี้ดเหงาๆ คนเดียว เลยขอรวบรวมสีผมและไฮไลท์ผมทุกลุคที่ชาอึนอูเคยทำ มาฝากให้สาวๆ เชยชมไปด้วยกันค่ะ

หล่อไม่อ่อนโยนต่อใจ! รวมลุคสีผมที่ ชาอึนอู เคยทำ ดาเมจแรงเกินต้านทุกสีเลย


เรื่อง : Primphy_praewnista
ภาพ : Cha Eun Woo

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

พี่ดุนะ! ‘ซงจุงกิ’ ทนายมาเฟียสุดโหด แต่หล่อหน้าใส จนสาวๆ ใจละลายเป็นแถว

เหตุผลที่ Justin Bieber ทำผมทรงเดรดล็อค แล้วเจอดราม่าด้านเชื้อชาติและวัฒนธรรม

น้ำหอมกลิ่นคู่ใจของหนุ่มสุดเท่ ‘แจ็คสัน หวัง’ อบอวลด้วยแนวกลิ่นเซ็กซี่และมีเสน่ห์