ซีรีส์ซอนต๊อก

ทำไมสาวกว่าเดิม! พระสนมมีซิล จาก ซีรีส์ซอนต๊อก อายุจะ 50 แต่ยังสวยเปรี๊ยะ

เปิดเคล็ดลับความสาวของ นักแสดงเกาหลีหญิง “โกฮยอนจอง” หรือ  พระสนมมีซิล จาก ซีรีส์ซอนต๊อก มหาราชินีสามแผ่นดิน อายุย่างเลข 5 แต่ผิวยังเปรี๊ยะ

เมื่ออายุมากขึ้นเราจะรู้สึกว่าใบหน้าของเราก็สูงขึ้นตามวัยไปด้วย แต่ทุกคนก็ไม่ได้เหมือนกันซะทีเดียว เพราะก็มีหลายคนเหมือนกันที่มีใบหน้าอ่อนเยาว์สวนทางอายุ หนึ่งในนั้นก็คือนางร้ายขวัญใจชาวเกาหลี “โกฮยอนจอง” (Go Hyun Jung) เจ้าของบท”พระสนมมีซิล” ใน ซีรีส์ซอนต๊อก มหาราชินีสามแผ่นดิน

ซีรีส์ซอนต๊อก

ปัจจุบันอายุของ  “โกฮยอนจอง” กำลังจะย่างเข้า 50 แล้ว แต่เธอกลับยังดูสาวกว่าตอนที่แสดงซีรีส์เสียอีก ซึ่งเรื่องนี้กลายเป็นประเด็นที่โซเชียลเกาหลีกำลังพูดถึงอย่างมาก หลังจากที่ นักแสดงหญิงเกาหลี คนนี้ได้โพสต์ภาพใบหน้าไร้เมคอัพล่าสุดลงในอินสตาแกรมส่วนตัวของเธอ ซึ่งชาวเน็ตได้บอกเป็นเสียงเดียวกันว่า ใบหน้าของเธอในเวลานี้อ่อนเยาว์มากๆ ไม่น่าเชื่อเลยว่าเธอกำลังจะอายุ 50 ปีแล้ว

โกฮยอนจอง

Sandglass
เรื่อง Sandglass ผลงานเมื่อ 25 ปีที่แล้วของนักแสดงสาว

“โกฮยอนจอง” ถือเป็นหนึ่งในดาราสาวที่ได้รับฉายาว่าเป็นบิ้วตี้ควีนของเกาหลี เพราะไม่เพียงแต่เธอจะเคยได้รับตำแหน่งรองชนะเลิศมิสเกาหลีประจำปี 1989 เธอยังเคยเป็นผู้ทรงอิทธิพลในผลิตภัณฑ์ความงามหลากหลายแบรนด์ นอกจากนี้ยังเคยเขียนหนังสือเคล็ดลับความงามที่ใช้ชื่อว่า “Go Hyun-jung’s Texture” เพื่อบอกเล่าประสบการณ์และวิธีการดูแลตัวเองของเธอให้กับสาวเกาหลีได้ลองทำตามกัน

โดยหนึ่งในทริคที่เคยเปิดเผยผ่านรายการโทรทัศน์ก็คือ การล้างหน้าตามแนวเส้นขน  และวิธีนี้ยังสามารถใช้กับการทาครีมประจำวันให้กับคุณสาวๆ ได้อีกด้วย

ขั้นตอนแรกของ การล้างหน้าตามแนวเส้นขน นั้น ให้ล้างด้วยน้ำอุ่นเพื่อเปิดรูขุมขน จากนั้นผสมโฟมล้างหน้ากับน้ำอุ่นแล้วปั้นเป็นฟองขนาดเท่าไข่ไก่ แล้วถูกทำความสะอาดบนใบหน้าตามทิศทางของเส้นผม วิธีนี้จะช่วยไม่ให้ผิวแก่ก่อนวัย โดยส่วนของใบหน้าที่ควรทำความสะอาดก่อนก็คือบริเวณทีโซน (T-zone) หลังจากนั้นให้ทำความสะอาดบริเวณยูโซน (U-zone) เนื่องจากบริเวณนี้เป็นผิวที่ค่อนข้างแห้งง่าย ซึ่งตัวเธอใช้เวลาในการล้างหน้าต่อครั้งถึง 15 นาทีเลยทีเดียว

ไม่เพียงเท่านั้น นักแสดงสาวยังได้แนะนำว่าสิ่งสำคัญ “อย่าลืมล้างมือก่อนที่จะล้างหน้าเด็ดขาด” โดยนอกจากวิธีการล้างหน้าที่กล่าวมาแล้ว “โกฮยอนจอง”  ยังได้แนะนำให้ทำความสะอาดตั้งแต่หลังหูไปจนถึงกรามด้วย

โกฮยอนจอง


สามารถติดตามอ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติมได้ที่นี่

เมคอัพเบาหวิว + ทรงคิ้วลดอายุ เทคนิคสวยแบ๊วตลอดกาลของ ‘ซงฮเยคโย’

อ่อนกว่าวัย! “คิมฮีแอ” แม้จะดูรู้ว่าเป็นรุ่นใหญ่ แต่ก็เดาไม่ได้ว่าอยู่ในวัย 50+

กินแบบสาวสองพันปี ‘ลียองเอ’ วัยใกล้แตะเลข 5 แต่หน้ายังตึง ไม่พึ่งโบท็อกซ์

 

 

 

 

3 หมื่นบาท! Face Shield แบรนด์หรู Louis Vuitton สวยมีสไตล์ป้องกันโควิด

ป้องกัน โควิด-19 อย่างมีสไตล์ Face Shield แบรนด์หรู Louis Vuitton ผลงานในคอลเล็คชั่น Cruise 2021 มาในราคาเบาๆ แค่ 3 หมื่นเองค่ะคุณ

โควิด-19 มีผลกระทบต่อโลกของเราอย่างมาก ทุกอย่างต้องหยุดชะงัก ไม่เว้นแม้แต่อุตสาหกรรมแฟชั่นและการค้าปลีกที่ได้รับผลกระทบอย่างหนัก ถึงแม้จะเป็นเช่นนั้น Louis Vuitton ก็ยังคงให้ความช่วยเหลือในวิกฤตครั้งนี้อย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่การผลิตเจลแอลกอฮอล์และผลิตหน้ากากอนามัยเพื่อมอบให้แก่บุคลากรแนวหน้าทางด้านสาธารณสุข

ในเดือนเมษายนที่ผ่านมา Louis Vuitton กลับมาเปิดโรงงาน 5 แห่งที่ตั้งอยู่ในสถานที่ต่างๆ ของฝรั่งเศสอีกครั้ง เพื่อผลิตหน้ากากอนามัยโดยเฉพาะ และตั้งเป้าไว้ว่าจะผลิตหน้ากากกว่า 1 แสนชิ้นต่อสัปดาห์เลยทีเดียว ล่าสุดแบรนด์เฮ้าส์ชื่อดัง Louis Vuitton ก็ได้ผลิต Face Shield หรือหน้ากากพลาสติกในราคา 961 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 30,000 บาท ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของคอลเล็คชั่น Cruise 2021 นอกจากจะเป็น Face Shield ที่สามารถป้องกันโควิด-19 ก็ยังมีสไตล์ที่หรูหราด้วยเช่นกัน

Face Shield แบรนด์หรู Louis Vuitton

ซึ่ง Face Shield ตกแต่งด้วยลายโมโนแกรมอันเป็นซิกเนเจอร์ของแบรนด์ ตัวกระดุมมีการสลักชื่อ Louis Vuitton แถบคาดศีรษะสามารถปรับได้ หมวกยังสามารถสวมขึ้นด้านบนเป็นหมวกยอดแหลมแบบคลาสสิก โดย Face Shield จะเริ่มวางจำหน่ายทางออนไลน์และที่ร้าน Louis Vuitton ตั้งแต่เดือนตุลาคมนี้

Face Shield ของ Louis Vuitton Face Shield Louis Vuitton


ที่มา : edition.cnn.com

ภาพ : www.dezeen.com

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

งูเขียวใบละ 7 หมื่น! กระเป๋าแบรนด์ Bvlgari ของ อั้ม พัชราภา คาดเอว คาดอกก็เก๋

สร้างเทรนด์เอง! ลิซ่า แปลว่าอิสระ จะใส่เสื้อยืดตัวละ 4 พัน สลับหน้าหลังก็ได้

เปิดตัวแบรนด์ เสื้อผ้าเด็ก สายฟ้า พายุ แม่ชมการันตีราคาจับต้องได้ เพราะเข้าใจพ่อแม่

 

 

รู้จัก "เอิง-สร้อยสกุล คุณสุข" นักบินฝนหลวงหญิงคนแรก ผู้สร้างสุขจากสายฝน

รู้จัก “เอิง-สร้อยสกุล คุณสุข” นักบินฝนหลวงหญิงคนแรก ผู้สร้างสุขจากสายฝน

เปิดเส้นทางกว่าจะมาถึงวันนี้ “เอิง-สร้อยสกุล คุณสุข” นักบินฝนหลวงหญิงคนแรก ผู้มุ่งมั่นสร้างความสุขจากสายฝน

“ฝนหลวง” เปรียบได้กับความมหัศจรรย์ที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 พระราชทานแก่ชาวไทยทั้งประเทศ และเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้หญิงคนนี้ “เอิง-สร้อยสกุล คุณสุข” มุ่งมั่นและตั้งใจก้าวขึ้นมาเป็นนักบินหญิงคนแรกของกรมฝนหลวงและการบินเกษตร

นักบินหญิงฝนหลวง

เอิง นักบินหญิงวัย 27 ปี บอกกับ แพรว ว่า เพราะเชื่อว่าไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้ หลังจากเรียนจบปริญญาตรี เธอจึงสนใจอาชีพนักบิน

“หลังจากเรียนจบปริญญาตรี คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มีรุ่นพี่ที่รู้จักกันเป็นนักบิน เล่าให้ฟังถึงประสบการณ์การทำงาน วิธีคิดต่างๆ จึงเสิร์ชหาข้อมูลเพิ่มเกี่ยวกับนักบิน จากที่รู้สึกแค่ว่าเท่ดี พอพบว่าเป็นประสบการณ์แปลกใหม่ เป็นงานที่ต้องมีการคิดวางแผน ก็ยิ่งทำให้สนใจ และอยากเรียนต่อด้านนี้ จึงไปสมัครเรียนหลักสูตรการบินที่โรงเรียนการบินกรุงเทพ (Bangkok Aviation Center)

รู้จัก "เอิง-สร้อยสกุล คุณสุข" นักบินฝนหลวงหญิงคนแรก ผู้สร้างสุขจากสายฝน“พอเรียนจบหลักสูตรประมาณ 1 ปี ก็ไปสอบใบประกาศ ซึ่งตอนนั้นเราชัดเจนแล้วว่าชอบทางนี้จริงๆ จึงเริ่มมองหางานนักบินตามสายการบินต่างๆ เห็นกรมฝนหลวงและการเกษตรประกาศรับสมัครนักบิน รู้สึกสนใจมากๆ เพราะเป็นการทำงานอีกแบบหนึ่งที่แตกต่างจากสายการบินเชิงพาณิชย์ จำได้ว่ารุ่นที่เอิงสมัครมีผู้หญิงแค่ 3 – 5 คนเท่านั้น หลังจากสอบข้อเขียน สอบสัมภาษณ์ และสอบปฏิบัติ เอิงก็ได้เป็นนักบินผู้หญิงคนแรกที่ผ่านการคัดเลือกในปีนั้น (ยิ้ม)

“เมื่อเข้ามาที่กรมต้องเรียนเพิ่มเติม ทั้งทฤษฎีต่างๆ ฝึกการบิน และเรียนรู้เรื่องเกี่ยวกับการทำฝนหลวงว่ามีขั้นตอนอะไรบ้าง ยอมรับค่ะว่าช่วงแรกค่อนข้างยากและกดดัน ต้องอ่านหนังสือทุกวัน เพราะเป็นเรื่องใหม่ที่เราไม่เคยรู้มาก่อน ซึ่งในความคิดของเอิง นักบินที่นี่แตกต่างจากที่อื่น เพราะเป็นการบินเพื่อปฏิบัติภารกิจตามที่ได้รับมอบหมาย

“โดยเริ่มจากการทำงานร่วมกับนักวิชาการ เพื่อดูว่าพื้นที่ตรงไหนต้องการความช่วยเหลือ ดูสภาพอากาศ ความชื้น เวลาที่เหมาะสม และทำงานร่วมกัน ซึ่งความแตกต่างของการบินเพื่อทำฝน ก็คือต้องบินเข้าไปใกล้เมฆ ซึ่งตามปกติเราจะไม่เข้าไปใกล้เมฆ เพราะอาจจะเกิดสภาพอากาศแปรปรวนได้ แต่ถ้าจะทำฝน เราต้องบินไปใกล้เมฆ เพื่อ เข้าไปเติมความชื้นให้สารเกิดการควบแน่น ช่วงแรกจึงต้องศึกษาข้อมูลเพิ่มเยอะ ทั้งการบิน เรื่องของสภาพอากาศ และเทคนิคการบิน เพราะไม่ว่าจะปฏิบัติการอะไรก็ตาม ความปลอดภัยต้องมาเป็นอันดับแรกค่ะ”

สร้างสุข…จากฝน

แม้นักบินฝนหลวงเป็นงานที่ต้องใช้ความอดทน เผชิญกับความเสี่ยงต่างๆ แต่เวลาที่ได้เห็นพื้นดินแห้งแล้งกลับมาชุ่มชื้นจากสายฝน ก็ทำให้เธอเป็นสุขใจทุกครั้ง

“การทำงานหลักๆ ของนักบินฝนหลวงจะเริ่มตั้งแต่ช่วงเปิดฤดูฝน คือเดือนมีนาคมถึงตุลาคม ซึ่งมักมีภัยแล้งในหลายพื้นที่ นักบินฝนหลวงจะออกไปประจำการตามจังหวัดต่างๆ จังหวัดละ 2-3 เดือน แต่ถ้าแล้งมากๆ ก็อาจจะอยู่ถึง 4-5 เดือน อีกช่วงคือระหว่างเดือนพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์ที่เรียกว่าช่วงปิดฤดูฝน นักบินจะกลับมาประจำที่กรมการฝนหลวงและการบินเกษตร เพื่อเข้าคลาสเรียนรู้ทักษะเพิ่มเติม แต่ถ้าพื้นที่ไหนต้องการความช่วยเหลือ ก็จะมีหน่วยฝนหลวงเคลื่อนที่เร็วไปคอยดูแลได้ตลอดค่ะ

“ปีแรกของการทำงาน เอิงโชคดีได้ไปประจำที่จังหวัดจันทบุรี บ้านเกิด จากนั้นไปอยู่สระแก้ว สุรินทร์ หัวหิน กาญจนบุรี และล่าสุดประจำอยู่สุรินทร์ สลับไปเรื่อยๆ ค่ะ โดยการขึ้นบินจะดูตามความเหมาะสม บางสัปดาห์บินทุกวัน เพราะเราไม่ได้ทำฝนให้ตกในพื้นที่เกษตรกรรมอย่างเดียว แต่รวมไปถึงน้ำในการอุปโภคบริโภคที่ต้องสร้างฝน เพื่อเติมน้ำในอ่างเก็บน้ำไว้ใช้ด้วย

รู้จัก "เอิง-สร้อยสกุล คุณสุข" นักบินฝนหลวงหญิงคนแรก ผู้สร้างสุขจากสายฝน

“แต่การบินเพื่อทำฝนหลวงจะไม่ทำในกรุงเทพฯนะคะ เนื่องจากความปลอดภัยของพื้นที่ที่มีตึก ไม่ได้เป็นพื้นที่โล่ง และไม่ได้มีพื้นที่เกษตรกรรมมาก แต่ช่วงที่มีปัญหาเรื่องฝุ่น PM2.5 ทีมนักบินจะแสตนด์บายอยู่ที่สนามบินอู่ตะเภา จังหวัดระยอง หรือจังหวัดนครสวรรค์ และคอยตรวจตราดูสภาพอากาศว่าเป็นอย่างไร สมมติว่าเจอเมฆในระยะใกล้ที่กำลังจะเคลื่อนตัวเข้าไปในกรุงเทพฯ ทีมนักบินจึงจะออกไปทำฝนหลวงในบริเวณนั้น เพื่อเพิ่มความชื้นให้ก้อนเมฆเคลื่อนตัวไปตกเป็นฝนเพื่อลดปัญหาฝุ่นในกรุงเทพฯ

“และความที่ครอบครัวของเอิงเป็นเกษตรกร ปลูกผลไม้ที่จันทบุรี ทำให้เข้าใจความต้องการและปัญหาที่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง เรารู้ว่าถ้าปลูกผลไม้แล้วไม่มีฝนจะเกิดอะไรขึ้น เพราะเกษตรกรลงทุนไปเยอะ ถ้าช่วงที่ต้องเก็บผลผลิต แต่ผลไม่ออกเพราะแล้ง ผลไม้ราคาตก ทุกอย่างเสียหมดเลยนะคะ เหมือนว่าที่ตั้งใจทำมาทั้งปีคือสูญเปล่า

“เมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา (พ.ศ. 2561 – 2562) เอิงไปอยู่ที่จังหวัดสุรินทร์ จำได้เลยว่าปีแรกที่ขึ้นบินผ่านอ่างเก็บน้ำ เห็นภาพเป็นแอ่งน้ำขนาดใหญ่ แต่เมื่อปีที่แล้วบินผ่านจุดเดิม ภาพที่เห็นคือเป็นพื้นดินแห้งแล้ง ไม่มีน้ำเลยค่ะ จนเกือบจำไม่ได้ว่าตรงนี้คือพื้นที่เก็บน้ำ ทำให้ต้องคิดว่าแล้วชาวบ้านจะอยู่กันอย่างไร เราจะช่วยเขาอย่างไรได้บ้าง

“และเมื่อทีมนักบินเริ่มทำงานขึ้นไปสร้างฝนหลวง จากเดิมที่มีปริมาณน้ำน้อยมากๆ ค่อยๆ เห็นปริมาณน้ำที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนกลับมาเป็น 100 เปอร์เซ็นต์ได้ ในฐานะนักบิน เอิงรู้สึกว่าฝนหลวงคือสิ่งมหัศจรรย์มากๆ ค่ะ เพราะเราเห็นและอยู่กับมันทุกขั้นตอน จากพื้นดินแห้งแล้ง ท้องฟ้าสว่างสดใส จากนั้นเมฆก็เริ่มก่อตัวจนมืดดำ แล้วกลายเป็นฝนตกลงมา รู้สึกดีใจและภูมิใจทุกครั้งที่เห็นภาพแบบนี้ (ยิ้ม) และตรงนี้เองที่เป็นแรงผลักดันและกำลังใจในการทำงานที่ทำให้เอิงอยากพัฒนาตัวเอง อยากเรียนรู้ให้มากขึ้น

“ในการเป็นนักบินฝนหลวง อย่างแรกต้องคิดถึงความเดือดร้อนของผู้คน ฉะนั้นเราต้องทำหน้าที่ให้เต็ม 100 เปอร์เซ็นต์ ต้องกลับมาดูตัวเองทุกครั้งหลังจบงานว่ายังมีจุดไหนที่ต้องแก้ไข และต้องเรียนรู้อะไรเพิ่มเพื่อพัฒนาตัวเอง ทำให้งานมีประสิทธิภาพและดีขึ้นเรื่อยๆ

“การเป็นนักบินช่วยให้เอิงคิด วางแผน และทำงานอย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพ เพราะเวลาที่อยู่หน้างาน ถ้ามีบางอย่างไม่ตรงกับแผนที่วางไว้จะมัวตกใจไม่ได้ ต้องมีสติ นั่นคือสิ่งสำคัญมากค่ะ และต้องมีแผนสำรองอยู่เสมอ

“เอิงรู้สึกดีใจและภูมิใจที่ได้เป็นตัวแทนของนักบินผู้หญิง ทำให้หลายๆ คน รู้ว่าผู้หญิงก็เป็นนักบินฝนหลวงได้ ซึ่งถ้ามองในด้านทางกายภาพ แน่นอนว่าผู้หญิงแตกต่างกับผู้ชาย แต่เอิงเชื่อว่า ในการทำงานทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเพศไหน ถ้าเรามีศักยภาพ มีความตั้งใจ อะไรก็เป็นไปได้ค่ะ”


ที่มา : นิตยสารแพรว ฉบับ 955

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ชีวิตจริงยิ่งกว่าซีรีส์ “ผึ้ง-ประภาภรณ์” ธุรกิจโดนโกง สามีนอกใจ ฮึดสู้สู่เจ้าของแฟรนไชส์ดัง

ดราม่า ‘มาดามตวง’ ถูกตัดสิทธิ์ในมรดกตระกูลนับ 1,000 ล้าน เพียงเพราะเป็นผู้หญิง

เส้นทางสู่แชมป์ไม่ง่าย แมมมอธ วัย 18 ปี ลายมือสวยขั้นเทพ มุ่งฝึกฝนจนเป็นที่หนึ่ง

 

จะจัดงานแต่งทั้งทีลองดูฮวงจุ้ยงานแต่งงาน จัดตามนี้รับรองว่าดี!

ฮวงจุ้ยงานแต่งงาน โดยซินแส เป็นหนึ่ง จัดตามนี้รับรองว่าดี!

จะสร้างเรือนหอ จะเปิดบริษัท ยังต้องมีหลักฮวงจุ้ย แล้วทำไมจะจัดงานแต่งทั้งที จะอาศัยหลัก ฮวงจุ้ยงานแต่งงาน มาเสริมดวงด้วยไม่ได้ งานนี้ ซินแสเป็นหนึ่ง  ซินแสด้านฮวงจุ้ยชื่อดังแห่งยุคและยังเป็นผู้ออกแบบโลโก้งานแต่งงานให้กับนางเอกสาว เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ จะมาเปิดเผยความลับฟ้าดิน ทั้งตำแหน่งในงานแต่ง และการออกแบบการ์ดแต่งงาน วางตำแหน่งให้ถูกตำราชีวิตรักยั่งยืน!!

ฮวงจุ้ยงานแต่งงาน

การวางตำแหน่ง ฮวงจุ้ยงานแต่งงาน เป็นเรื่องสำคัญที่พลังจะช่วยหนุนนำคู่รักให้ครองคู่กันอย่างยั่งยืน  จำหลักง่ายๆ เมื่อหันหน้าเข้าหางาน คือ

ขวาไฟ ซ้ายน้ำ

ด้านขวาของงานควรจะเป็นโทนสีส้มแดง หรือมีการตกแต่งด้วยแสงไฟ

ด้านซ้ายของงานควรจะเป็นโทนสีฟ้า ที่ให้ความร่มเย็น หรือประดับด้วยสายน้ำ

หญิงยืนซ้าย ชายยืนขวา

ฮวงจุ้ยงานแต่งงาน

ตำแหน่งการยืนของคู่บ่าวสาว คือเมื่อหันหน้าเข้าสู่งาน ผู้หญิงต้องยืนฝั่งซ้าย ผู้ชายยืนฝั่งขวา เป็นไปตามหลักของหยินและหยาง

จำนวนโต๊ะในงานแต่ง ต้องเป็นเลขคี่! หรือบวกกันได้เลขคี่ เพราะเป็นเลขที่แฝงไว้ด้วยความสำเร็จ และทำให้เรื่องราวมีความสมดุลกัน

โลโก้งานแต่ง

การออกแบบโลโก้งานแต่งซินแสเป็นหนึ่ง บอกว่าเป็นเรื่องยากที่ใช้ความละเอียดอ่อนอย่างสูง ต้องดูวันเดือนปีเกิด ลักษณะนิสัย มาร่วมออกแบบด้วย หากเป็นคนอารมณ์ร้อนทั้งคู่ ก็จะต้องใช้เรื่องสีที่ให้รู้สึกว่าเย็น ลายเส้นต้องลื่นไหล หากเป็นคนชอบบริหารเสน่ห์ก็ต้องตัดบางอย่างออกเพื่อให้รักนี้สมบูรณ์

การ์ดแต่งงานเจนี่

ถึงจะฟังดูแล้วยาก แต่คู่รักที่อยากออกแบบเองอย่างง่าย ซินแสเป็นหนึ่งก็แง้มหลักสำคัญเอาไว้ให้ ตามนี้

  1. ลายเส้นโลโก้ควรเป็นลายเส้นที่ต่อเนื่องกัน ห้ามขาดออกจากกัน
  2. ห้ามมีเหลี่ยมมุมในตัวลายเส้น
  3. หากมีมุมแหลมในโลโก้ ก็ต้องทิ่มออกด้านนอก ห้ามทิ่มเข้าสู่ตัวโลโก้
  4. 3 รูปต้องที่มี คือ วงกลม หัวใจ และรูปอินฟินิตี้ เพราะเป็นสัญลักษณ์ของความสุข และการเงินที่สมบูรณ์

บ่าวสาวคู่ไหนที่อยากได้ทริคดีๆ แบบนี้สำหรับการจัดงานแต่งงาน เรายังมีอีกเพียบเลยนะ ไม่ว่าจะเป็น >> พิธีไทย << และ >> พิธีสากล <<

ภาพ IG : fengshui6909  และ pinterest

3 เคล็ดลับดี๊ดีของ อาหารมงคล ในงานแต่งทำแบบนี้แล้วดีคอนเฟิร์ม!

แน่นอนว่าในงานแต่งคุณต้องสรรหาอาหารรสเลิศมาบริการแขกเหรื่อ แต่เราขอเตือนไว้ว่าถ้าอยากให้ชีวิตคู่แฮปปี้ อาหารที่หามาจะอร่อยอย่างเดียวไม่พอ ต้องเป็น อาหารมงคล ด้วยนะจ๊ะ โดยหลักจำง่ายๆ ในเบื้องต้นคือ เมนูไหนเปล่งเสียงออกมาแล้วแบบว่าฟังดูไม่รื่นหูก็อย่าสั่ง เมนูไหนพูดออกมาแล้วรู้สึกถึงความหมายดีๆ ออเดอร์เลย ว่าแล้วไปดูค่ะว่า เมนูไหนบ้าง

1. เมนูฟังแล้วไม่รื่นหูก็อย่าสั่ง

อาหารคาวที่ว่ากันว่าห้ามไม่ให้นำมาเลี้ยงแขกหรือแม้แต่มีในงานแต่ง ได้แก่ อาหารจำพวกแกงบอน แกงหอยขม ต้มยำ เพราะชื่อไม่เป็นมงคล ฟังแล้วแสลงใจ เดี๋ยวก็ (ปาก) บอน เดี๋ยวก็ (ชีวิต) ขม  รู้แบบนี้ห้ามออร์เดอร์เด็ดขาด!

2. เมนูความหมายดีต่อใจ

ส่วนใครที่ปลื้มมากกับอาหารเส้น ไม่ว่าจะเป็นขนมจีนหรือแม้แต่ฝอยทอง ต้องใช้แบบที่เป็นจับสวย เส้นไม่ขาด เพราะเชื่อกันว่าจะทำให้มีชีวิตคู่ยืดยาว ฉะนั้นแล้วถ้าจะนำมาเลี้ยงแขกขอให้กำชับคนจัดสำรับเลยว่าอย่าให้เส้นขาดเด็ดขาด OK นะจ๊ะ

3. ห้ามกินจนหมดเกลี้ยงชามเด็ดขาด

ในส่วนของประเพณีแต่งงานแบบจีนนั้น พิธีกินขนมอี๋หรือขนมบัวลอย บ่าวสาวต้องจำไว้ว่าห้ามกินจนหมดถ้วยเด็ดขาด จะต้องเหลือติดถ้วยประมาณ 4-8 ลูก เพราะชาวจีนเชื่อว่าจะทำให้บ่าวสาวร่ำรวย มีเงินเหลือกินเหลือใช้ไงจ๊ะ

เป็นอย่างไรกันบ้างกับแนวทางการสั่งอาหารมงคลในงานแต่งงาน สั่งมาไว้ในงานเถอะจ้ะ รับรองได้ว่าจะมงคลกันทุกหน่วยในงานแน่นอน

>> อ่านเรื่องราวเกี่ยวกับความเชื่อในงานแต่งงานเพิ่มเติมได้ที่นี่อีกเพียบ คลิกเลย! <<

ภาพ : site.google.com

5 ปัญหาก่อกวน ชีวิตคู่ ให้ล่มก่อนได้เริ่ม ที่ว่าที่บ่าวสาวต้องรู้ก่อนแต่งงาน

ชีวิตคู่ ใครๆ ก็รู้ว่าไม่ใช่เรื่องง่าย เมื่อคนสองคนต่างที่มา ต่างการเติบโต แล้วต้องมาใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน แต่หนทางการประคับประคองให้ยืนยาวอยู่เป็นคู่จะง่ายมากขึ้น หากรู้จัก 5 ปัญหาเล็กๆ ที่อาจลุกลามจนนำไปสู่การหย่าร้างได้ตั้งแต่ก่อนวันแต่งงาน

1. ไม่มีความเป็นตัวเอง

หลายคนบอกว่า เป็นตัวเองมากไปก็อยู่กับคนอื่นยาก แต่ถ้าไม่มีความเป็นตัวเองเลย ก็ทำให้อยู่กับคนอื่นไม่ได้เหมือนกันนะ โดยเฉพาะกับคนที่จะต้องอยู่ไปด้วยกันตลอดชีวิต เพราะหากเริ่มต้นโดยการยอมไปเสียทุกอย่าง แล้วคุณคิดว่าจะยอมไปได้อีกนานแค่ไหนกัน เมื่อถึงวันที่ยอมไม่ไหวแล้ว ความขัดแย้งก็จะเกิดขึ้น ทางที่ดีคือตลอดเวลาที่เรียนรู้กันคุณต้องค่อยๆ เปิดความเป็นตัวเองให้อีกฝ่ายได้เห็น ให้เวลาทำให้เราได้เรียนรู้กันมากขึ้น และอย่าลืมตระหนักในคุณค่าของตัวเองด้วย

2. แต่งงานเพราะอะไร

เมื่อคิดถึงเรื่องแต่งงาน อย่าลืมถามตัวเองด้วยว่า เราอยากแต่งงานเพราะอะไร หากมีคำตอบว่า เพราะแรงกดดันจากสังคม สถานภาพทางการเงิน การงาน นั่นอาจแปลว่าคุณยังไม่พร้อมแต่งงาน เพราะปัจจัยเหล่านี้ไม่ใช่เหตุผลที่จะทำให้คู่รักอยู่ด้วยกันได้ยืนยาวเลย แต่หากคำตอบคือความรัก ความเข้าใจ ล่ะก็ ถ้าอย่างนั้นก็อย่ามัวรีรอที่จะใช้ชีวิตคู่ร่วมกันเลย

3. ไม่เคยคุยเรื่องเป้าหมายการใช้ชีวิตกันเลย

เรื่องเป้าหมายการใช้ชีวิตเป็นเรื่องใหญ่ และใหญ่มากสำหรับคนสองคนที่จะมาอยู่ด้วยกัน หากว่าไม่ได้มีเป้าหมายเดียวกัน หรือไม่เคยรู้เป้าหมายของกันและกันมาก่อน ก็อาจจะต่างกันพาครอบครัวไปในทิศทางที่แตกต่างกัน ทางที่ดีจึงควรมานังจับเข่าเปิดอกพูดคุยถึงเป้าหมายของแต่ละคน หากว่าเหมือนกันก็โชคดีไป แต่ถ้าไม่ การยอมรับในเหตุผลและการพบกันครึ่งทาง จะทำให้ทางเดินที่วาดหวังไว้ทอดยาวไปได้อีกไกล

4. ไม่ยอมรับในความแตกต่าง

เราไม่จำเป็นต้องพูดถึงความแตกต่างในแง่ของการเลี้ยงดู พื้นฐาน ฐานะ หรือใดๆ เอาแค่เรื่องแรก คือความแตกต่างระหว่างความเป็นหญิง ความเป็นชาย หากไม่สามารถยอมรับและเข้าใจในจุดนี้ได้ เรื่องความแตกต่างอื่นๆ ก็ยากที่จะคุยกันลงตัวได้แล้ว ทางที่ดีจึงควรคุยกันด้วยความเข้าใจอย่างแท้จริง บางคู่อาจรวมไปถึงการทำข้อตกลงต่างๆ ร่วมกันเพื่อเป็นบรรทัดฐานของการใช้ชีวิตคู่ และไม่ว่าจะคุยกันเช่นไรต้องไม่ลืมว่านี่คือการปรับตัวเข้าหากัน ไม่ใช่การที่ฝ่ายใดยอมจนไม่เหลือความเป็นตัวเองนะ

5. ไม่ตั้งความหวังจนเกินจริง

หลายคนอาจจะบอกว่า “หวังให้ไกล แล้วไปให้ถึง” แต่สำหรับชีวิตคู่แล้วการตั้งความหวังนั้นทำได้ แต่ควรอยู่บนพื้นฐานของความจริงด้วย แล้วให้ความหวังนั้นเป็นเพียงแรงผลักดันเพื่อไปให้ถึงสิ่งที่ดีกว่า อย่าเคร่งเครียดจนกลายเป็นแรงกดดัน และแรงบีบคั้น เพราะแต่ละคนก็มีกำลังที่จะทนแรงกดดันได้ไม่เท่ากัน หากว่าอีกคนยอมแพ้ไปก่อน ชีวิตคู่ ที่ตั้งใจไว้ก็อาจจะเหลือเพียงตัวคนเดียวได้เหมือนกัน

หากว่าคุณบ่าวสาวพูดคุยตกลงทั้ง 5 ข้อนี้ลงตัวแล้ว ก็จะทำให้เกิดความเข้าใจพื้นฐานในการใช้ชีวิตคู่ แล้วปัญหาที่เหลือก็ไม่ใช่เรื่องยากที่จะจับมือฝ่าฝันไปด้วยกันบนพื้นฐานของความเข้าใจ แต่ถ้าอยากรู้เรื่องเคล็ดลับให้รักยืนยาวก็ >> คลิกอ่านได้เลย <<

ภาพ unsplash.com

25 กิมมิคสร้างสีสันให้งานแต่งงานจากธีมงานแต่งการ์ตูนดิสนีย์

แพรวเวดดิ้งขอนำ 25 กิมมิคน่ารักๆ จาก ธีมงานแต่งการ์ตูนดิสนีย์ ที่เหล่าสาวกของการ์ตูนค่ายนี้ต้องลองนำไปใช้ตกแต่งงานแต่งงาน บอกเลยว่าไม่ควรพลาดจริงๆ

ธีมงานแต่งการ์ตูนดิสนีย์

สร้างสีสันบนโต๊ะอาหารให้เหมือนกับอยู่ในท้องทะเลอย่างในการ์ตูนเรื่อง Little Mermaide โดยใช้ปลาดาวตกแต่งและใช้จานคล้ายเปลือกหอยโทนสีเขียวอ่อนๆ ตัดกับดอกไม้สีสวยๆ บนโต๊ะ ก็ดูสวยน่ารักไม่เบา

ธีมงานแต่งการ์ตูนดิสนีย์

มอบความสดชื่นให้กับแขกที่มาร่วมงานด้วยเครื่องดื่มสุดวิเศษอย่างการ์ตูนในเรื่อง Alice in the wonderland แก้วทรงสูงผูกด้วยโบว์สีหวานพร้อมหลอดสีฟ้าตัดขาวโทนสีพาสเทล

ธีมงานแต่งการ์ตูนดิสนีย์

การ์ดเชิญที่ได้แรงบันดาลใจจากเรื่อง Beauty and the Beast  สร้างความประทับใจให้กับแขกที่มาร่วมงานตั้งแต่แรกเห็นและยังเปลี่ยนการ์ดเชิญแบบธรรมดาให้แตกต่างที่ทั้งสวยและหรูหรามากขึ้นโดยเพิ่มโบว์และอัญมณีสวยๆ และใช้อักษรที่ดูหรูเข้ากับการ์ด ดูแล้วเจิดสุดๆ

ธีมงานแต่งการ์ตูนดิสนีย์

กิมมิคๆ เล็กทางประตูเข้าออกของงานจากเรื่อง Tinker Bell ใช้กากเพชร (pixie dust) โปรยปรายให้ระยิบระยับ ดูฟรุ้งฟริ้ง เพ้อฝัน ให้เหมือนเหล่าบรรดาแขกที่มาร่วมงานเป็นนางฟ้า เทวดา โลดแล่นอยู่ในงาน

ธีมงานแต่งการ์ตูนดิสนีย์

เข็มกลัดผู้กล้าจากเรื่อง Up ก็เป็นกิมมิคที่สามารถติดบนเสื้อของเจ้าบ่าวได้

ธีมงานแต่งการ์ตูนดิสนีย์

หมวกมิกกี้เม้าส์และมินนี่เม้าส์ของเจ้าบ่าวและเจ้าสาว อะไรจะน่ารักขนาดนี้

ธีมงานแต่งการ์ตูนดิสนีย์

แรงบันดาลใจในการตกแต่งสถานที่ จากเรื่อง Tangled  ทำให้บรรยากาศในงานดูอบอุ่นและโรแมนติกที่สุด

ธีมงานแต่งการ์ตูนดิสนีย์

หรือจะเป็นการถ่ายพรีเวดดิ้งแบบเรื่อง Tangled อีกเช่นกัน ที่ให้อารมณ์แปลกไม่เหมือนใคร และดูโรแมนติกเหมือนกับตัวการ์ตูนในเรื่อง

9

อีกหนึ่งที่กิมมิคที่เราขอแนะนำเลย เพราะในงานเหล่าบรรดาสาวๆ ที่จิกส้นสูงมางานก็คงต้องเมื่อยกันบ้าง หากมีสลิปเปอร์ให้เปลี่ยนก็คงดีไม่น้อย โดยไอเดียนี้ได้จากเรื่อง Cinderella

10

กระดุมมิกกี้เม้าส์ ดีเทลเกร๋สำหรับเจ้าบ่าวที่ทำให้ไม่น้อยหน้าเจ้าสาวได้นะจ๊ะ

11

กุหลาบในโหลแก้วหนึ่งดีเทลสำคัญในเรื่อง Beauty and the Beast หากลองนำมาตกแต่งบนโต๊ะอาหารในงานต้องสวยงาม ชวนฝัน และโรแมนติกสุดๆ ท่ามกลางแสงเทียนแน่นอน

12

สมุดภาพอัลบั้มรวมรูปถ่ายพรีเวดดิ้ง เก็บความทรงจำดีๆ ให้แขกได้ร่วมซาบซึ้งและยังเป็นของตกแต่งภายในงานได้อีกด้วย กิมมิคเกร๋ๆ จากเรื่อง Up

13

มาการองรูปมิกกี้เม้าส์และมินนี่เม้าส์ ของว่างในงานที่แสนจะอร่อยและยังน่ารักอีกด้วย

14

อย่าลืมมองข้ามสิ่งเล็กๆ อย่างเล็บที่มีส่วนให้สาวๆ ดูสมบูรณ์แบบที่สุดในวันสำคัญ ลองเพ้นท์เป็นลวดลายที่ชอบหรือ อย่างลายนี้ได้แรงบันดาลใจจากเจ้าหญิง จัสมิน จากเรื่อง Aladdin

15

คัพเค้กขนมยอดฮิตที่เราเห็นในงานแต่งงาน หากใส่จานก็คงดูธรรมดาไป ว่าไหม ลองเปลี่ยนมาใส่ถ้วยน้ำชาสวยๆ ปักข้อความเกร๋ๆ อย่างในภาพนี้นั้นได้กิมมิคจากเรื่อง Alice in wonderland

16

มองเผินๆ โต๊ะอาหารในภาพอาจจะดูธรรมดา แต่เดี่ยวก่อนลองดูบนโต๊ะอีกรอบเชิงเทียนที่อยู่ในรถฟักทองนั้นช่างทำให้ดีเทลบนโต๊ะอาหารดูหรูขึ้นมาทันทีและคงไม่ต้องบอกว่างานนี้นั้นได้แรงบันดาลใจจากเรื่อง Cinderella นั่นเอง

17

เค้กแต่งงานสุดน่ารักที่ได้หุ่นยนต์จากเรื่อง Wall E มาเป็นตัวแทนของบ่าวสาว น่ารักมากว่าไหม ?

18

สแครบเบิ้ลของเล่นที่เราเห็นในเรื่อง Toy Story ลองนำมาเป็นของตกแต่งในงานให้แขกได้เล่นเพลินๆ หรือจะตั้งไว้ให้แขกได้เรียงเป็นคำอวยพรถ่ายรูปเกร๋ๆ อัพ IG หรือ Facebook แฮชแทคชื่องงานเรา ก็เป็นกิมมิคที่ดูแล้วสร้างสรรค์ไม่น้อย

19

ของตกแต่งบนโต๊ะอาหารในบางทีก็ไม่จำเป็นต้องดูหรูหราเสมอไป ลองสร้างเรื่องราวหรือกิมมิคอย่างในเรื่อง Alice in the wonderland กาน้ำชาลอยได้ที่ดูแล้วชวนมองและดูวิเศษ รับรองว่าบนโต๊ะอาหารของคุณไม่จำเจและน่าเบื่อแน่นอน

20

หากใครเคยดูการ์ตูนเรื่อง Cinderllea ต้องไม่มีทางลืมรถฟักทองที่พานางซินของเราไปพบเจ้าชายแน่นอน แต่หากเรื่องจริงมีรถฟักทองมารับเจ้าสาวของเราบ้างล่ะ คงวิเศษสุดๆ ไปเลยล่ะ

21

ไอเดียจากเรื่อง Sleeping Beauty โดยนำแกนด้ายมาใช้ตกแต่งบนโต๊ะอาหาร และยังมีกระดาษเน็ตใบเล็กที่ซ่อนข้อความอยู่บนแกนด้ายให้แขกได้อ่านก็ดูสร้างสรรค์ไม่น้อย

22

นี่ต้องเป็นเตกิล่าที่ดูน่าดื่มและดูตื่นตาที่สุด เพราะได้ไอเดียจากเรื่อง Peter Pan นั้นเอง

23

บอลดอกไม้กลมๆ ที่เราเห็นทั่วไป อาจดูธรรมดาเกินไป เปลี่ยนบอลดอกไม้ของเราเป็นรูปมิกกี้เม้าส์ก็เกร๋อย่าบอกใครเชียวล่ะ

24

โอ้ว มาย ก็อด เจ้าสาวคนไหนได้แหวนวงนี้ไปต้องร้องกรี๊ดดีใจสุดๆ แน่นอน เพราะแหวนวงนี้ได้แรงบันดาลใจมากเจ้าหญิงเอลซ่า จากเรื่อง Flozen สวย เว่อ อลังการมาก

25

เค้กรูปปราสาท มีไฟวิบวับ ให้ความรู้สึกวิเศษ และดูน่าตื่นเต้นไม่เหมือนใคร สวยงาม หรูหรา แต่กินไม่ได้นะจ๊ะ

สาวๆ คนไหนดูแล้ว ได้ไอเดียก็นำไปลองใช้กับงานตัวเองเป็นกิมมิคเสริมในงาน รับรองว่างานของคุณต้องไม่น่าเบื่อและพิเศษกว่างานไหนๆ แน่นอน

>> ดูไอเดียงานแต่งงานและคำแนะนำดีๆ เพิ่มเติมอีกเพียบได้ที่นี่ คลิกเลย! <<

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก www.huffingtonpost.com/,http://2.bp.blogspot.com/

คุชชั่นยี่ห้อไหนดี

คัด 5 คุชชั่นเนื้อดีโดนใจ บางเบา แต่ปกปิดหน้าเนียนเป๊ะจนใครก็จับโป๊ะไม่ได้

คุชชั่นยี่ห้อไหนดี ที่ติดโผจนหนุ่มสาวต่างก็เลิฟ เพราะเนื้อดีโดนใจ หน้าเนียนเป๊ะจนใครก็จับโป๊ะไม่ได้

#PraewIconicBeauty2020 #IconicBeautySelected บิวตี้ไอเท็มที่ฮ็อตไม่แพ้อุณหภูมิบ้านเราคงหนีไม่พ้นคือ คุชชั่น  รองพื้นในรูปแบบตลับที่ซึมซับอยู่ในฟองน้ำ ช่วยปกปิดพร้อมบำรุงให้ผิวสวยใสชุ่มชื่น ด้วยเนื้อสัมผัสบางเบา ใช้ง่าย พกพาสะดวก ไม่เลอะมือด้วย บอกเลยว่าหนุ่มสาวคนไหนชอบงานผิวดิวอี้ฉ่ำน้ำ จะพลาดจากคุชชั่นไปไม่ได้ เพราะเป็นบิวตี้ไอเท็มสุดฮิตที่สามารถเนรมิตผิวฉ่ำสุขภาพดีได้รวดเร็วดังใจคิด

จุดเด่นสำหรับคนที่ชอบใช้คุชชั่นคือ ถ้าชอบงานผิวจะให้ฟีลเหมือนไม่แต่งหน้าแต่ปกปิดได้เนียนกริบ และเสกผิวให้โกลว์กึ่งๆ Glass Skin ดูสุขภาพดีด้วย แถมคุชชั่นยังสามารถใช้ทัชอัพระหว่างวันให้ดูสวยเฟรซขึ้นแบบไม่ต้องกลัวเยิ้มแล้ว เดี๋ยวนี้สูตรพัฒนามามีหลากหลายเนื้อ แต่เนื้อที่ออก Semi-Matte จะได้รับความนิยมมากในสาวเอเชีย เพราะไม่ทำให้ผิวเยิ้มหรือแห้งเกินไป แต่กำลังสวยพอดี

 

คุชชั่น งานผิว
LAURA MERCIER Flawless Lumière Cushion SPF 50 UVA/UVB PA+++ (์New 2020)

LAURA MERCIER Flawless Lumière Cushion SPF 50 UVA/UVB PA+++ New 2020 (1,800 บาท)

ถือเป็นครั้งแรกของลอร่า เมอร์ซิเอ เลยก็ว่าได้ กับการแนะนำรองพื้นในรูปแบบคุชชั่นที่ปกปิดแบบเซ็ตตัวเนียนกริบ แต่ก็ยังคงให้ความชุ่มชื้นและเพิ่มความเปล่งประกายให้ผิว และแน่นอนว่าไม่ต้องกลัวเยิ้ม เพราะติดทนนานถึง 12 ชั่วโมง ให้ลุคผิวดิวอี้ผสมผสานด้วยผงเพชรที่บดละเอียด แอบกระซิบว่าถ้าจะให้ครบเซ็ตแบบเก๋ๆ ตอนนี้มีโปรฯ แถมฟรี Luminous Case มูลค่า 790 บาท รีบเลยค่ะ เนื้อดีแบบเซมิแมตต์ แพ็คเก็จก็เก๋กรุบ ถ้าซื้อไม่ทันแอบมีนอยบอกเลย
คุชชั่น งานผิว
YSL Le Cushion Encre de Peau 2020

YSL Le Cushion Encre de Peau 2020 (2,750 บาท)

แว่บแรกเลยที่สะดุดตาเห็นจะเป็นตลับดีไซน์ใหม่ หรูหราน่าจับจองเป็นที่สุด เคสหนังนี้ได้แรงบันดาลใจจากชุดหนังสีดำ ซึ่งเป็นหนึ่งในซิกเนเจอร์ที่โด่งดังที่สุดของอีฟ แซ็งต์ โลร็องต์ สื่อออกมาในรูปของตลับขอบทองบุหนังเทียมสีดำเป็นลายบั้งยศ ส่วนตัวเนื้อสัมผัสก็เป็นคุชชั่นรองพื้นในรูปแบบ ink-in-cushion พกพาสะดวก ทันสมัยขึ้นด้วยสูตรต้านความหมองคล้ำและควบคุมความมันเงา พร้อมคอนโทรลผิวให้สวยกระจ่างใสได้ดั่งใจ คุมมันอยู่หมัด ฟินิชลุคแมตต์ แต่ไม่แห้งแตกเป็นคราบ ลองเลย เชียร์!

คุชชั่น งานผิว
DIOR Forever Couture Perfect Cushion

DIOR Forever Couture Perfect Cushion (2,400 บาท)

เพื่อให้คุชชั่นรองพื้นสำหรับพกติดตัวรุ่นนี้หย่อนลงในกระเป๋าถือได้ดูสวยแพง จึงออกมาในรูปแบบเคสหุ้มหนังประดับลายขัดสานแบบฉบับจากห้องเสื้อแฟชั่น พร้อมตราประทับโมโนแกรมสีเงิน รูปทรงเพีรยวบางยิ่งขึ้นช่วยเพิ่มความงามสง่า และทันสมัยไปพร้อมกัน  ที่สำคัญเป็นทั้งเมคอัพ และเครื่องประดับเก๋ๆ ไว้พกพาสะดวก แถมเวลาหยิบขึ้นมาทัชอัพระหว่างก็ดูแพงขึ้นไปอีก ส่วนเนื้อสัมผัสบางเบา ตัวเม็ดแป้งคุชชั่นให้ฟินิชลุคเนื้อแมตต์ละมุนละไม แอบมีความฉ่ำนิดๆ ไม่แห้งผาก หายห่วงได้ และเป็นสูตร long-wear ติดทนนาน 24 ชั่วโมงจุกๆ

 

คุชชั่น เกาหลี
JUNGSAEMMOOL Masterclass Radiant Cushion (1,800 บาท)

JUNGSAEMMOOL Masterclass Radiant Cushion (1,800 บาท)

ถ้าพูดถึงงานผิวสไตล์เกาหลี ต้องยกให้เจ้าแห่งคุชชั่นอย่าง JUNGSAEMMOOL แน่นอน เพราะเค้าขึ้นชื่อเรื่องงานผิวฉ่ำวาว Glass Skin เรียกว่าออกคุชชั่นมากี่สูตรก็ขายดีเป็นเทน้ำเทท่า แถมรุ่นใหม่นี้ดูมีความมาสเตอร์คลาสมาก ให้อารมณ์เหมือนได้นั่งโรลส์-รอยซ์ เบาๆ ทั้งส่วนผสมที่เป็นเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดให้ฟินิชลุคที่กริบแต่บางเบา เหมาะสำหรับคนที่ชอบฟินิชลุคผิวอิ่ม ดูสุขภาพดีแต่ไม่ต้องการความฉ่ำวาวจนเกินไป และRadiant Mool Ampoule ที่เป็นส่วนผสมในคุชชั่นนั้น  Ampoule เป็นบริสุทธิ์ ไม่มีส่วนผสมของน้ำ จึงทำให้ยิ่งเติมก็ยิ่งบำรุง ช่วยเติมความชุ่มชื้นจากภายในสู่ภายนอก ด้วยกรดไฮยาลูโรนิก 8 ชั้น ผิวจึงดูอิ่มเหมือนผิวที่ดื่มน้ำมาเต็มที่ตลอดวัน และไม่หมองหรือดร็อป ยาวนานถึง 24 ชั่วโมง

คุชชั่น งานผิว
ARTISTRY Exact Fit Cushion Foundation All Day Cover EX (1,845 บาท)

ARTISTRY Exact Fit Cushion Foundation All Day Cover EX (1,845 บาท)

ผิวโกลว์เจิดจรัสได้ในทันทีด้วยไข่มุกตาฮิติ ปกปิดทุกจุดบกพร่องบนใบหน้า ช่วยอำพรางรูขุมขนและริ้วรอย ให้สีผิวสม่ำเสมอเรียบเนียนด้วยเทคโนโลยี เพอร์เฟคท์ ทรี ช่วยให้คุชชั่นเกาะติดบนผิวหน้าอย่างบางเบา หน้าไม่ดร็อประหว่างวันแม้ในสภาพอากาศร้อนชื้นแบบบ้านเรา แต่ไม่ต้องหน้าจะหมอง เพราะมีส่วนผสมของลูทีนที่ช่วยปกป้องผิวสวยของสาวยุคดิจิทัลจากแสงสีฟ้าที่ออกมาจากจอคอมพิวเตอร์และสมาร์ทโฟน พร้อมป้องกันผิวจากแสงยูวีด้วย SPF 50+ PA+++ มาในคอมแพ็ครูปลักษณ์ใหม่สะท้อนความสวยโกลว์พร้อมกับพัฟฟ์ทรงหยดน้ำ เนื้อแน่นเนียนนุ่ม ช่วยควบคุมปริมาณเนื้อคุชชั่นได้ดี สามารถเกลี่ยผิวได้เรียบเนียนยิ่งขึ้น และรูปทรงของพัฟฟ์ทำให้สามารถเข้าถึงมุมเล็กๆ บนใบหน้าได้เนียนกริบอีกด้วย


เรื่อง : Primphy_praewnista

 

 

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

คัดแป้งผสมรองพื้น 4 ยี่ห้อ ตบผิวเนียนใส ถูกใจสาวออนเดอะโก

ผิวเนี๊ยบ! 7 รองพื้น เบลอ บางเบา บำรุง และปกปิด ให้ลุคซอฟท์แมตต์เนียนสวย

ต้องลอง! 5 คอนซีลเลอร์ที่ให้ฟีลสกินนี่ที่สุด แต่ปกปิดรอยตำใจ เนียนกลืนไปกับผิว

 

 

อีดงอุค

คาริสม่าเกินต้าน! อีดงอุค ในบท อียอน จิ้งจอกหนุ่มผู้มีเสน่ห์อันร้อนแรง

พระเอกเกาหลี อีดงอุค (Lee Dong Wook)  เปิดเผยคาริสม่าเกินต้าน ในบท อียอน จิ้งจอกหนุ่มผู้มีเสน่ห์อันร้อนแรง ในละครแฟนตาซีเรื่อง “Tale of the Nine Tailed”

อีดงอุค

สมกับเป็นหนุ่มฮ็อตตลอดกาลจริงๆ สำหรับพระเอกเกาหลี “อีดงอุค” (Lee Dong Wook) เพราะไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน แต่หนุ่มคนนี้ก็ยังทำให้แฟนคลับตกหลุมรักเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า โดยลุคล่าสุดในละครเรื่อง “Tale of the Nine Tailed” ทำเอาสาวๆ ใจเต้นไม่เป็นจังหวะ โดยภาพที่เพิ่งปล่อยออกมานี้เผยให้เห็นมุมที่เต็มไปด้วยเสน่ห์อันร้อนแรงของเขาอย่างชัดเจน เหมาะสมสุดๆ กับคาแร็คเตอร์จิ้วจอกหนุ่มในเรื่องนี้มากๆ เลยทีเดียว

Tale of the Nine Tailed

สำหรับละครเรื่อง “Tale of the Nine Tailed”  เป็นละครแนวดราม่าแฟนตาซี ว่าด้วยเรื่องราวเกี่ยวกับตำนาน”โกมินโฮ” (จิ้งจอกเก้าหาง)  ซึ่งเคยถูกสร้างมาแล้วหลายครั้งทั้งในแบบละครและภาพยนตร์ โดยการนำมารีเมคในครั้งนี้มีการเปลี่ยนวิธีการเล่าเรื่องจากปีศาจจิ้งจอกที่เป็นผู้หญิง ครั้งนี้กลายเป็นผู้ชาย ซึ่งได้พระเอกหนุ่มสุดฮ็อต Lee Dong Wook มารับบทเป็น “อียอน” ปีศาจที่แฝงตัวมาในร่างชายหนุ่ม และเข้ามาตั้งรกรากในเมืองใหญ่ ขณะที่ “นัมจีอา”รับบทโดย”โจโบอา” โปรดิวเซอร์รายการเรื่องลี้ลับผู้บ้าบิ่นที่คอยตามล่ากูมิโฮ ตัวเป็นๆ มาออกรายการ วันหนึ่งเธอพบกับ”อียอน”และทำให้เธอได้เข้าไปสู่โลกอันแสนลึกลับ

อีดงอุค

โดยอีดงอุคได้เปิดเผยกับสื่อท้องถิ่นว่าเขารู้สึกตื่นเต้นมากๆ ที่ได้รับบทนี้ เนื่องจากความซับซ้อนของตัวละครมันค่อนข้างท้าทายการแสดงของเขาเป็นอย่างมาก ซึ่งนักแสดงหนุ่มยังได้บอกอีกด้วยว่าเขาดีใจที่มีโอกาสได้ร่วมงานกับนักแสดงรุ่นน้องที่หายหน้าไปนานถึง 4 ปี อย่างหนุ่ม “คิมบอม” พร้อมกับยกย่องว่ารุ่นน้องคนนี้เป็นคนที่เตรียมพร้อมและทำงานหนักมากเสมออีกด้วย

อย่างไรก็ตามไม่ใช่แค่แฟนคลับที่ตั้งตารอชมผลงานใหม่ของเขาเท่านั้น แต่ผู้อำนวยการสร้างเอาก็ยังรอคอยให้ถึงวันออกอากาศไม่แพ้กัน เพราะเขามั่นใจว่าบทบาทของดงอุคในเรื่องนี้น่าจะเผยทักษะอันยอดเยี่ยมของหนุ่มคนนี้ให้แฟนๆได้เห็นอย่างแน่นอน


สามารถติดตามอ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติมได้ที่นี่

บังเอิญเหมือน! Sunny VS Lee Dong Wook หนุ่มมาดกวนชวนหลงรักหัวปักหัวปำ

เก่งเกินเบอร์! “อี้หยางเชียนซี” วัย 19 ปี! หนุ่มฮ็อตจากซีรีส์ “ฉางอันสิบสองชั่วยาม”

นางเอกเกาหลี แห่งยุค “ซอเยจี” สวย แกร่ง เท่ ความสามารถรอบด้าน

กระเป๋าแบรนด์ Bvlgari ของ อั้ม พัชราภา

งูเขียวใบละ 7 หมื่น! กระเป๋าแบรนด์ Bvlgari ของ อั้ม พัชราภา คาดเอว คาดอกก็เก๋

แม่ก็คือแม่ พาส่อง กระเป๋าแบรนด์ Bvlgari ของนางเอกตลอดกาล อั้ม พัชราภา ใบสีเขียวสุดแซ่บ ที่มีน้องงูเป็นซิกเนเจอร์ ในราคาใบละเกือบ 8 หมื่นบาท!

เปิดอินสตาแกรมมา ฮานะ_แพรวนิสต้า ก็เจอเข้ากับงูเขียวตัวน้อยของแม่อั้มที่เด่นสะดุดตามากกกก แต่งูที่ว่าคือกระเป๋านะคะ ไม่ใช่สัตว์เลื้อยคลานตัวเป็นๆ แต่อย่างใด ถึงแม้ว่าแม่อั้มจะรักสัตว์มากก็ตาม ซึ่งกระเป๋าแบรนด์เนมสุดแซ่บใบนี้ หากใครติดตามหรือเห็นข่าวสารแฟชั่นผ่านตามาบ้าง คงเดาได้ว่าเจ้างูน้อยตัวนี้เป็นซิกเนเจอร์ของแบรนด์หรูอย่าง Bvlgari นั่นเอง

กระเป๋าแบรนด์ Bvlgari อั้ม พัชราภา

งูเขียวใบละ 7 หมื่น! กระเป๋าแบรนด์ Bvlgari ของ อั้ม พัชราภา

ที่สำคัญน้องเป็น Special edition ด้วยนะจ๊ะ มีชื่อรุ่นว่า AMBUSH X BVLGARI BELT BAG กระเป๋าสามารถนำมาคาดเอวหรือคาดอกก็ได้ ผลิตจากหนังแนปป้าสีเขียวสุดแซ่บ ส่วนของหัวงู Serpenti ทำด้วยทองเหลืองชุบแพลเลเดียม แต่งด้วยหนังแนปป้าสีเขียวสดใสอีกชั้น พร้อมตกแต่งดวงตาสีดำนิลอันเย้ายวน มาในราคา 2,100 ยูโร หรือประมาณ 78,000 บาท

กระเป๋าแบรนด์ Bvlgari อั้ม พัชราภา

กระเป๋าแบรนด์ Bvlgari รุ่น อั้ม พัชราภา

กระเป๋าแบรนด์ Bvlgari ของ อั้ม พัชราภา

โดยกระเป๋ารุ่นลิมิเต็ด อิดิชั่นมาพร้อมเข็มขัดหนังแบบถอดได้และสายโซ่แบบถอดและปรับได้ พร้อมสายหนังเพื่อการสวมใส่ที่หลากหลาย โลโก้ “BVLGARI AMBUSH” เป็นตัวอักษรโลหะแวววาวอยู่ด้านหลัง กระเป๋าด้านในมีหนึ่งช่องใหญ่และสองช่องเล็ก ทำให้เป็นกระเป๋าขนาดเล็กที่สมบูรณ์แบบ

กระเป๋าแบรนด์ AMBUSH X BVLGARI BELT BAG

กระเป๋าแบรนด์ AMBUSH X BVLGARI BELT BAG ของ อั้ม พัชราภา

กระเป๋า AMBUSH X BVLGARI BELT BAG

กระเป๋าแบรนด์คาดเอว AMBUSH X BVLGARI BELT BAG


ภาพ : www.bulgari.com , IG@aum_patchrapa

เรื่อง : ฮานะ_แพรวนิสต้า

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

สร้างเทรนด์เอง! ลิซ่า แปลว่าอิสระ จะใส่เสื้อยืดตัวละ 4 พัน สลับหน้าหลังก็ได้

เปิดตัวแบรนด์ เสื้อผ้าเด็ก สายฟ้า พายุ แม่ชมการันตีราคาจับต้องได้ เพราะเข้าใจพ่อแม่

ดูเด็กลง 10 ปี! ตั๊ก บงกช ในลุคเสื้อยืด กางเกงยีนส์ แต่งตัวเรียบๆ แต่สวยเฉียบมาก

เฌอเอม ชญาธนุส

สวย..ทัศนคติเริ่ด! ‘เฌอเอม’ พูดถึงตัวเองที่มีรูปร่างผอมเกินไป และรูปปากที่ผิดปกติ

สวย..ทัศนคติเริ่ด! เฌอเอม ชญาธนุส พูดถึงตัวเองที่มีรูปร่างผอมเกินไป และรูปปากที่ผิดปกติ

นาทีนี้ต้องยอมรับว่าเธอฮ็อตจริงๆ สำหรับ เฌอเอม ชญาธนุส อีกหนึ่งสาวงามที่มีความคิดและทัศนคติที่ดีในวงการนางงาม และยังมีดีกรีเป็นนางแบบระดับอินเตอร์ ซึ่งแน่นอนว่าหลายคนคงรู้จักเธอดีจากบทสัมภาษณ์ที่ได้เผยแพร่ตามสื่อต่างๆ ในเรื่องที่เธอมีปัญหาเรื่องรูปปากที่ผิดปกติแต่กำเนิด และยังเคยประสบอุบัติเหตุทำให้เสียฟันหน้าไปอย่างถาวร จึงทำให้เธอมีปัญหาการพูดไม่ชัด และจำเป็นต้องใส่ฟันปลอม แต่เธอกลับไม่ได้มองว่านั่นคือข้อบกพร่องหรืออุปสรรคจนด้อยสู้ใครไม่ได้ จึงเปลี่ยนเป็นแรงผลักดันตัวเองจนก้าวเข้าสู่วงการนางแบบร่วมงานกับแบรนด์แฟชั่นระดับโลกชื่อดังอีกด้วย

ผู้เข้าประกวดนางงาม Miss Universe Thailand 2020

ซึ่งในรอบออดิชั่นผู้เข้าประกวดนางงาม Miss Universe Thailand 2020 เฌอเอมก็ยังย้ำว่าการมีรูปปากผิดปกตินั่นไม่ใช่สิ่งที่จะมากีดขวางความฝันของเธอ และเฌอเอมพูดถึงความเป็นนางแบบของเธอด้วยความภาคภูมิใจว่า “การเป็นนางแบบนั้นเป็นจุดเด่นของเอมค่ะ เพราะว่าบนางงามไม่ควรจะเหมือนกันหมด ที่สำคัญผู้หญิงทุกคนไม่ได้เหมือนกัน ถ้าเรามีตัวตนที่แตกต่าง ความสามารถที่แตกต่าง เราควรจะโชว์สิ่งนั้น จะทำให้คนดูสบายตาค่ะ”

ผู้เข้าประกวดนางงาม Miss Universe Thailand 2020

และแม้ว่าจะมีหลายคนคอมเม้นต์ว่าเฌอเอมมีรูปร่างที่ผอมมากๆ แต่เธอก็ได้พูดถึงความผอมของเธอไว้อย่างน่าสนใจว่า “มีคนบอกว่าเอมผอมเกินไป เอมเคยพยายามที่จะผอมเพื่อเป็นคนที่ดูสวยหรือสวยแบบพิมพ์นิยมในสายตาคนทั่วไป ความจริงแล้วนี่เป็น Body Shaming นะคะ มันไม่ได้เกิดขึ้นกับคนอ้วนเสมอไป เพราะเอมผอมตั้งแต่เกิด เอมเคยพยายามจะกินเพื่อให้คนอื่นสบายใจ แล้วเอมก็อ้วกออกมา ซึ่งเอมกลับรู้สึกว่าเรามี Bod Type หลายแบบ มันผิดที่คุณค่าที่เราให้ แต่ไม่ได้ผิดที่เราเกิดมาเป็นค่ะ” เรียกได้ว่าเมื่อเธอได้เอ่ยปากพูดหรือให้สัมภาษณ์คำถามอะไรก็แล้วแต่ ทุกคำที่ออกจากปากของเธอนั้นช่างน่าฟัง และดูมีความรู้ที่เต็มไปด้วยคลังศัพท์สละสลวยมากมาย

ผู้เข้าประกวดนางงาม Miss Universe Thailand 2020

ซึ่งจากบทสัมภาษณ์ต่างๆ ที่เธอได้พูดออกสื่อ ก็ทำให้เฌอเอมกลายเป็นผู้เข้าประกวดนางงามที่โลกโซเชียลให้ความสนใจได้มากที่สุด และเฌอเอมก็ยังเป็นนางงามที่ทุกคนจับตามอง ไม่ว่าจะเป็นความสวยทั้งจากภายในและภายนอกของเธออีกด้วย แม้ว่าเธออาจจะไม่ใช่นางงามแบบพิมพ์นิยมเหมือนคนอื่นๆ แต่ทัศนคติของเธอที่สื่อออกมานั้นสะท้อนความคิดในมุมมองที่ดีถึงความรักและเคารพในตัวเองจริงๆ

ข้อมูลจากคลิป T-Pageant – Exclusive Interview × Che-aim

 

ผู้เข้าประกวดนางงาม Miss Universe Thailand 2020 ผู้เข้าประกวดนางงาม Miss Universe Thailand 2020 ผู้เข้าประกวดนางงาม Miss Universe Thailand 2020 ผู้เข้าประกวดนางงาม Miss Universe Thailand 2020 ผู้เข้าประกวดนางงาม Miss Universe Thailand 2020


IG : Cheraims

 

 

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

Su Naing สาวชาวเมียนมา เตรียมชิงสถิติเจ้าของเอวเล็กที่สุดในโลก

แอลลี่-อชิรญา นิติพน ติดโผเข้าชิงการจัดอันดับ ผู้หญิงสวยที่สุดในโลก ปี 2020

สวยสังหาร! เปิดเคล็ดลับเทคแคร์ผิวและบอดี้ของ ‘ธัญญ่า’ เป๊ะแบบไม่มีอะไรมากั้น

 

 

ลิซ่า ใส่เสื้อยืดตัวละ 4 พันสลับหน้าหลัง

สร้างเทรนด์เอง! ลิซ่า แปลว่าอิสระ จะใส่เสื้อยืดตัวละ 4 พัน สลับหน้าหลังก็ได้

ขายหมดเกลี้ยงสิคะ รออะไร! เสื้อยืด ลิซ่า BLACKPINK ที่ถูกนำมาใส่กลับด้าน ตอกย้ำความเป็นแฟชั่นนิสต้าผู้ไม่ตามใคร แต่สร้างเทรนด์ขึ้นมาเอง

กลายเป็นประเด็นให้แฟนๆ ได้หยิบยกขึ้นมาพูดคุยกันอีกแล้ว สำหรับลิซ่า BLACKPINK เมื่อเธอกลายเป็นผู้นำแฟชั่น ใส่เสื้อยืดสลับหน้าหลัง จนบลิ๊งค์พากันแซว ลิซ่า แปลว่าอิสระ ทำให้รู้ว่าแฟชั่นไม่มีกฎเกณฑ์อะไรที่ตายตัว มันสามารถพลิกแพลงได้ตามสถานการณ์ ความพอใจ และความชอบของคนใส่

ลิซ่า ใส่เสื้อยืดตัวละ 4 พัน สลับหน้าหลังก็ได้

ลิซ่า ใส่เสื้อยืดสลับหน้าหลัง

ซึ่งก่อนหน้านี้ ลิซ่าก็เคยใส่เสื้อสลับหน้าหลังเพื่อจะเซฟความเซ็กซี่ จนกลายเป็นที่ฮือฮามาแล้ว กับเสื้อลายดอกที่ใส่ในรายการ BLACKPINK’S SUMMER DIARY มาครั้งนี้แม้จะเป็นเสื้อยืดสบายๆ ที่ไม่มีความเสี่ยงว่าจะดูไม่เรียบร้อย แต่เจ้าตัวก็ขอแหวกแนวครีเอตการใส่ด้วยตัวเอง คือเลือกด้านหลังที่มีลายน้องแมวมาใส่ไว้ด้านหน้าแทน

ลิซ่า ใส่เสื้อยืดสลับด้าน

โดยเสื้อยืดที่ลิซ่าใส่กลับหน้ากลับหลังเป็นของ RE/DONE รุ่น Kool Kat 90s Oversized Tee สี Vintage White ราคา $150 หรือประมาณ 4,700 บาท ที่สำคัญตอนนี้ Sold out ไปแล้วเรียบร้อย เรียกได้ว่าจะใส่ยังไง ใส่แบบไหน หรือจะหั่นจนเหลือครึ่งตัวก็ขายหมดเกลี้ยง ขอแค่ลิซ่าเป็นคนใส่ อะไรก็เกิดขึ้นได้จริงๆ และหากสังเกตดีๆ จะเห็นว่ากางเกงยีนส์ลิซ่าก็ใส่แบบไม่ติดกระดุมหน้า แต่เลือกพับขอบกางเกงลงมา บอกเลยว่าเก๋ที่สุดดด

ลิซ่า ใส่เสื้อยืดตัวละ 4 พัน สลับด้าน

ลิซ่า ใส่เสื้อยืดสลับหน้าหลัง เสื้อยืด ลิซ่า


ภาพ : IG@lalalalisa_m , www.shopbop.com
เรื่อง : ฮานะ_แพรวนิสต้า
บทความอื่นๆ น่าสนใจ

เปิดตัวแบรนด์ เสื้อผ้าเด็ก สายฟ้า พายุ แม่ชมการันตีราคาจับต้องได้ เพราะเข้าใจพ่อแม่

วันพีชกำลังมาแรง! ‘แต้ว ณฐพร’ ในชุดว่ายน้ำ เซ็กซี่ ขี้เล่น แถมยังน่ารัก

ดูเด็กลง 10 ปี! ตั๊ก บงกช ในลุคเสื้อยืด กางเกงยีนส์ แต่งตัวเรียบๆ แต่สวยเฉียบมาก

 

รถเมล์ คะนึงนิจ

ไฮคลาสมากแม่! ‘รถเมล์ คะนึงนิจ’ ว่าที่เจ้าสาว สวยออร่า ในชุดแต่งงานสไตล์ฝรั่งเศส

ใกล้เต็มทีแล้วสำหรับงานมงคลที่จะเกิดขึ้น หลังจากที่แฟนหนุ่ม “สุเมธ” ขอสาว รถเมล์-คะนึงนิจ จักรสมิทธานนท์ แต่งงาน และนับวันออร่าก็ยิ่งเปล่งประกายฉายแววว่าที่เจ้าสาวสุดๆ คงไม่ต้องลุ้นกันมากว่าวันจริงจะสวยขนาดไหน เพราะแค่ไปลองชุดเจ้าสาวก็สวยจับตาแล้ว

รถเมล์ คะนึงนิจ

ออร่าเปล่งประกายเหลือเกินสำหรับว่าที่เจ้าสาวคนนี้ รถเมล์ คะนึงนิจ จักรสมิทธานนท์ หลังจากที่ประกาศข่าวดีว่าเตรียมสละโสดแล้ว ล่าสุดแอบเห็นสาวรถเมล์ไปลองชุดแต่งงานที่ ห้องเสื้อ วนัช เฟิร์ส  ต้องยอมรับเลยว่าสวยละมุนมาก ๆ  อีกทั้งชุดแต่งงานสไตล์ฝรั่งเศสแบบนี้ดูเข้ากับรถเมล์สุดๆ

ไฮคลาสมากแม่! ‘รถเมล์ คะนึงนิจ’ ว่าที่เจ้าสาว สวยออร่า ในชุดแต่งงานสไตล์ฝรั่งเศส

รถเมล์ คะนึงนิจ

งานนี้ สรรค์ สุดเกตุ เจ้าของห้องเสื้อยังลงมาดูแลด้วยตัวเองอีกยิ่งทำให้ทุกอย่างดูสวยสมบูรณ์แบบอย่างไร้ที่ติจริง ๆ งานนี้ต้องมารอลุ้นกันว่าวันงานจริงเธอจะสวยเปล่งประกายในชุดเจ้าสาวมากขนาดไหน เหล่าแฟนคลับห้ามพลาดเด็ดขาด

รถเมล์ คะนึงนิจ

 

 

อ่านเรื่องราวอื่นๆ ต่อที่นี่

รถเมล์ คะนึงนิจแชร์วิธีควบคุมน้ำหนักและลีนรูปร่างให้ผอมเพรียวแบบง่ายๆ

นึกว่าสาวบ้านคาร์เดเชียน ที่แท้นางเอกสายหวาน รถเมล์ คะนึงนิจ ในลุคสาย ฝ.

เปิดตัวปุ๊บแต่งปั๊บ รถเมล์-คะนึงนิจ เตรียมเป็นว่าที่เจ้าสาวคนต่อไป

ไม่เคยละเลย! ควีนเลตีเซียแห่งสเปน สวยทุกลุคแม้อยู่ภายใต้แมสก์

ชมแฟชั่นสวยๆ แม้ต้องใส่แมสก์ของ ควีนเลตีเซียแห่งสเปน ผู้ให้ความร่วมมือในการป้องกันโควิด-19 มาโดยตลอด ถึงแม้หลายพื้นที่จะคลายล็อกดาวน์บ้างแล้วก็ตาม

ก่อนหน้านี้หลายประเทศในยุโยปต้องเจอกับศึกหนัก ผู้ติดเชื้อโควิด-19 พุ่งพรวดในเวลาไม่นาน แต่ช่วงเดือนสองเดือนที่ผ่านมา หลายพื้นที่ในสเปนเริ่มมีการผ่อนคลายมาตรการเข้มงวด ทำให้ผู้คนได้ออกมาใช้ชีวิตในแบบ New normal ด้วยการป้องกันตัวเองมากขึ้น ซึ่งสิ่งที่จะเห็นได้ชัดคือการสวมหน้ากากอนามัย

แม้แต่ราชวงศ์สเปนที่ต้องออกมาปฏิบัติงานต่างๆ ก็ยังป้องกันตัวด้วยการใส่แมสก์ ถึงจะไม่ได้ใส่ตลอดเวลา แต่เมื่อพบเจอผู้คนหรืออยู่ในแหล่งชุมชน เราจะเห็นได้ว่าสมาชิกราชวงศ์สเปนมักให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี

สมเด็จพระราชาธิบดีเฟลิเป้ที่ 6 , สมเด็จพระราชินีเลติเซียแห่งสเปนและพระธิดา

เช่นเดียวกับควีนเลตีเซีย หรือสมเด็จพระราชินีเลตีเซียแห่งสเปน ที่แม้จะใส่ชุดสวยปฏิบัติภารกิจก็ไม่เคยห่วงว่าการสวมหน้ากากอนามัยจะทำให้ลุคของพระองค์ถูกบดบังหรือดูไม่สวยงาม แต่การป้องกันต้องมาก่อนเสมอ เพราะสเปนเป็นประเทศที่มีจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 มากเป็นอันดับ 2 รองจากสหรัฐอเมริกา

ควีนเลตีเซียเลือกชุดที่ดูคล่องตัวในการปฏิบัติงาน
ชุดเดรสก็ไม่เป็นปัญหาสำหรับการทำงาน

ไม่เคยละเลย! ควีนเลตีเซียแห่งสเปน สวยทุกลุคแม้อยู่ภายใต้แมสก์

กระโปรงลายดอกไม้ตัวนี้ ควีนเลตีเซียเคยสวมมาแล้วในปี 2018 แต่พอนำกลับมาใส่อีกครั้งก็ยังงดงาม
เดรสสีเขียวจากแบรนด์โปรด Zara และรองเท้าส้นเตารีดเป็นอะไรที่เข้ากันมาก
ควีนเลตีเซียและพระธิดาในอิริยาบถสบายๆ และแฟชั่นที่ดูผ่อนคลาย
เดรสสีแดงเด่นแขนยาวจากแบรนด์ Massimo Dutti ที่ได้ sold out ไปแล้วเรียบร้อย
ควีนเลตีเซียในเดรสเกาะอกสีแดง ถึงจะสวมหน้ากากก็ยังดูสง่างาม
เดรสสีเขียวสดใสสไตล์ที่ควีนถนัดมาจากแบรนด์ Maje และใส่คู่กับรองเท้าส้นเตารีด
ลุคนี้ให้ความรู้สึกคล่องตัวกับเสื้อสีขาวจาก Massimo Dutti และกางเกงขายาวสีดำจาก Emporio Armani
ปิดท้ายด้วยลุคเสื้อแจ็กเก็ตจาก Uterqüe ที่ทรงใส่มาแล้วหลายครั้งตั้งแต่ปี 2015 เรียกได้ว่าซื้อมาใช้อย่างคุ้มค่าจริงๆ

ภาพ : www.queenletiziastyle.com

เรื่อง : ฮานะ_แพรวนิสต้า

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ซูมชุดแบรนด์โปรด! ‘ดัชเชสเคท’ สอยเดรสตัวใหม่ ลายคล้ายผ้าไหมไทย

ดราม่าชุดสูท! สไตลิสต์ถูกต่อว่าหลัง ลิซ่า Blackpink ใส่ชุดนี้ขึ้นแสดง

ราคาไม่ถึงหมื่น! กระเป๋าโท้ทจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI ของ ‘มิว นิษฐา’

ชุดนี้มีเรื่องเล่า แม่ชม เกือบไม่ได้ใส่เดินพรมแดงคานส์ เพราะเซเลบเบอร์ใหญ่จอง!

สวยหรูมีสไตล์! ซูมแบรนด์เนมใบเก่ง ‘พอช่า พัชรมนต์’ ลูกสะใภ้ ‘มูนา’ เศรษฐีนีดูไบ

แต่งตัวกระชากวัย! ส่องลุค Vera Wang ดีไซเนอร์ระดับโลก ในช่วงอายุ 70 ปี

ใบนี้สอยตามได้! กระเป๋า Longchamp ของ ‘จีซอนอู’ รุ่นเด็ดประจำซีซั่น

เข้าครัวให้เหมือนไปคานส์! ‘ชมพู่ อารยา’ แมตช์ชุดแบรนด์เนมแต่งลุคเซ็กซี่

ดัชเชสเคท สนับสนุนแบรนด์เพื่อนน้องสาว ฟีเวอร์จนต้องเปิด Pre Order

ที่มาไม่ได้สวยงาม ‘เทียร่า Belgian Sapphire’ ของควีนเอลิซาเบธ เคยมีเรื่องอื้อฉาว

นางเอกขวัญใจตลอดกาล! เปิดลุค ‘เคียวโกะ ฟูคาดะ’ ทั้งหวานทั้งแซ่บในวัย 37 ปี

ยกอันดับ 1 ให้เลย! สื่อเกาหลีพูดถึงสไตล์ ‘ลิซ่า’ แฟชั่นนิสต้าที่ได้รับการยอมรับ

 

หวานจุกๆ น้ำตาลเรียกพี่ ส่องโมเม้นต์สวีท ของ แต้ว ณฐพร-ประณัย พรประภา

ช่วงนี้ใครไถอินสตาแกรมไปเจอนางเอกสาว แต้ว ณฐพร-ประณัย พรประภา เป็นต้องร้องโอ้ยแบบไม่มีอะไรมากั้น เพราะอยู่ดีๆ ก็โดนมดกัด เหตุเกิดจากความหวานนนนน ของรูปคู่ งานนี้ทำเอาเพื่อน พี่ น้องในวงการบันเทิงแซวกันรัวๆ

หลังจากสาวแต้ว และ ไซโฮณัย ปล่อยรูปคู่รูปแรกอย่างเป็นทางการเมื่อครั้งที่ไปทริปภูเก็ตเมื่อไม่นานที่ผ่านมา ทำเอาชาวทวิตร่วมใจติด #แต้วณฐพร พร้อมกับวิจารณ์กันสนั่นหวั่นไหว ส่งให้แฮชแทคทะยานจนติดอันดับ 1 บนทวิตเตอร์

แน่นอนล่ะ ว่าคอมเม้นต์มีทั้งดีและไม่ดี อย่างที่รู้กันว่า ทนายนิด้าได้ออกมาโพสต์ว่ามีนักแสดงสาวชื่อดังของไทย ซึ่งชาวเน็ตต่างคาดเดาไปว่าเธอคนนั้นคือสาวแต้วที่กำลังเตรียมฟ้องคนที่หมิ่นประมาทว่าร้าย ใช้ถ้อยคำหยาบคาย งานนี้ทำเอาชาวเน็ตร้อนๆ หนาวๆ ไปตามๆ กันเลยทีเดียว เพราะมีการคาดการณ์ว่าจะฟ้องคนละ 1 ล้านบาท!!! ส่วนคดีจะคืบหน้าไปถึงไหน แพรวจะมารายงานให้ทราบกันนะจ๊ะ

แต่งานนี้ขอจบดราม่า เพราะสาวแต้วไม่เก็บมาให้หนักใจ ขอโฟกัสแต่ความสุข เพราะล่าสุดนั้น ทั้งคู่ได้ควงกันไปดินเนอร์ใต้แสงจันทร์ สวีทททททท จนน้ำตาลยังต้องยอมแพ้ มดขึ้นไอจีรัวๆ กันเลยจ้า นอกจากนี้สาวแต้วยังได้โพสต์ข้อความสุดสวีทถึงไฮโซณัยด้วยว่า “In case I forget to tell you later, I had a really good time tonight” “เผื่อฉันลืมที่จะบอกคุณว่า ฉันมีความสุขมากจริงๆ ในค่ำคืนนี้” โรแมนติกไม่พอๆ ทั้งคู่ยังจัดรูปไอจีสตอรี่ สุดมุ้งมิ้งมาฆ่าคนโสด เห้อออออ สามีไม่มีแฟนหาไม่ได้อย่างอิฉันถึงกับมองบนรัวๆ เลยทีเดียวค่าคู้นนนนน


CR : @taewaew_natapohn

หล่อ เก่ง ขยัน! 3 หนุ่มบ้านพรประภา ทายาทหมื่นล้าน เจ้าของธุรกิจนับไม่ถ้วน

ลดรอยดำตามข้อพับ

4 วิธี ลดรอยดำตามข้อพับ ขาหนีบ และตามซอกลับๆ ที่ไม่อยากบอกใคร

4 วิธี ลดรอยดำตามข้อพับ ขาหนีบ และตามซอกลับๆ ที่ไม่อยากบอกใคร

รอยดำตามข้อพับ ขาหนีบ ปัญหากวนใจชิ้นใหญ่ โดยเฉพาะใครที่ชอบเปิดเผยเนื้อหนังหรืออวดหุ่นตัวเองผ่านชุดว่ายน้ำ นั่นคือ ตามซอกดำหรือคล้ำ ไม่ว่าจะเป็นซอกขาหนีบ ใต้รักแร้ ข้อพับ รอยบิกินี่ ซอกคอ ร่องก้น หรือแม้กระทั่ง น้องสาว(จิมมิ) แม้หลายคนจะลองหาวิธีแก้มาแล้วหลายวิธี แต่ก็ยังไม่ได้ผลดีเท่าไหร่

ขาหนีบดำ

ปัญหารอยดำ (ตามซอก) เกิดจากอะไร

  • การเสียดสีกันของบริเวณระหว่างเนื้อ เช่น ขาหนีบดำ เกิดจากขาทั้ง 2 ข้าง โดยเฉพาะใครที่มีน้ำหนักตัวมาก หรือมีรูปร่างที่อวบ เพราะการเสียดสีนานๆ จะทำให้ผิวหนังหมองคล้ำได้ เนื่องจากกลไกร่างกายตามธรรมชาติ ส่วนที่มีการเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลาและเสียดสีกันมากๆ จะมีการผลิตเม็ดสีที่มากและเยอะกว่าผิวหนังตรงส่วนอื่น
  • การกำจัดขนผิดวิธี บ่อยและรุนแรงเกินไป โดยเฉพาะใต้รักแร้ ทำให้ผิวได้รับการเสียดสี บาดเจ็บซ้ำๆ บางครั้งเกิดขนคุด รูขุมขนอุดตัน ผิวจึงตอบสนองด้วยการผลิตเม็ดสีมากขึ้น จึงทำให้เกิดรอยคล้ำตามมา
  • การแพ้หรือระคายเคืองจากเครื่องสำอาง โลชั่นทาผิว น้ำหอม บางครั้งรอยดำอาจเข้มขึ้นจากการใช้ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ เนื่องจากการระคายเคืองอ่อนๆ ส่งผลให้ผิวบริเวณนั้นผลิตเม็ดสีได้มากกว่าปกติ
  • ความอับชื้น หากบริเวณนั้นเกิดความอับชื้นขึ้นมา อาจทำให้เกิดการสะสมของเชื้อแบคทีเรียหรือเชื้อราได้ ส่งผลให้เกิดตุ่มคัน ผด หรือสิว หากมีตุ่มคัน เราจึงเผลอไม่ได้ที่จะเกาจนเกิดการอักเสบของผิวหนัง ส่งผลให้มีรอยดำตามมาได้ โดยเฉพาะบริเวณที่ดูแลไม่ถึง
  • เสื้อผ้า หรือกางเกงที่สวมใส่รัดแน่นเกินไป ก็อาจทำให้ผิวหนังเกิดการเสียดสีกับผ้า ก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุของรอยดำตามซอกได้
  • กรรมพันธุ์ ฮอร์โมน ความเครียด และอาการภูมิแพ้ ซึ่งบางครั้งเป็นปัจจัยที่เกิดจากภายใน อาจส่งผลให้เกิดรอยดำ คล้ำได้เช่นกัน

ลดรอยดำตามข้อพับ ขาหนีบ และตามซอกลับๆ

  • ภาวะตั้งครรภ์ เพราะฮอร์โมนในระหว่างการตั้งครรภ์เกิดการเปลี่ยนแปลง อาจส่งผลให้ผิวของคุณแม่ตั้งครรภ์บางคน มีรอยดำคล้ำ หรือมีสีเข้มขึ้นตามต้นคอ ข้อพับ ขาหนีบและหัวนม รักแร้ ซึ่งปกติแล้วรอยดำคล้ำเหล่านี้จะหายไปเองหลังการคลอดบุตร
  • ผู้ที่ป่วยเป็นเบาหวานชนิดที่ 2 อาจพบปื้นสีดำบริเวณคอ ซึ่งเป็นโรคผิวหนังชนิดหนึ่งที่มีลักษณะผิวคล้ำ หนา และมีลักษณะเหมือนกำมะหยี่ มักจะเกิดบริเวณรักแร้ คอ และขาหนีบเกิดขึ้นจากการที่ร่างกายมีภาวะดื้อต่อฮอร์โมนอินซูลินเนื่องจากระดับอินซูลินที่สูง จะไปกระตุ้นให้เซลล์ผิวหนังมีการเจริญมากขึ้นเรียกว่า อะแคนโทสิส นิกริแคนส์ (Acanthosis nigricans) ผิวหนังลักษณะนี้มักพบในผู้ที่รูปร่างอ้วนมากๆ หรือในผู้ที่เป็นเบาหวานชนิดที่ 2 นอกจากนี้ยังพบได้ในโรคอื่นๆ เช่น โรคมะเร็งทางเดินอาหาร และจากโรคความผิดปกติของต่อมไร้ท่อบางชนิด และในผู้ที่ได้รับยาบางชนิดเช่น ยาคุมกำเนิด และยาสเตียรอยด์ เป็นต้น

ลดรอยดำตามข้อพับ ขาหนีบ และตามซอกลับๆ

4 วิธีลดรอยดำ

  • ใช้กรดผลไม้หรือครีมผสมสารไวท์เทนนิ่ง โดยปกติผิวคนเราจะผลัดเซลล์ได้เอง ทุก 28 วัน แต่ด้วยอายุที่มากขึ้นหรือการเสียดสีบ่อยๆ ทำให้การผลัดเซลล์ผิวอาจไม่เป็นไปตามปกติ การใช้กรดผลไม้ (Alpha Hydroxy Acid-AHA) จะช่วยเร่งให้ผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้ว ทำให้เซลล์ที่เกิดมาใหม่ก็จะมีสีใกล้เคียงกับสีผิวโดยกำเนิดมากขึ้น แต่การเลือกซื้อควรเลือกกรดผลไม้ ชนิดที่มีความเข้มข้นต่ำ ไม่เกิน 15% เพราะถ้าเลือกสารที่มีความเป็นกรดเข้มข้นสูงอาจกัดผิว จนไหม้ อักเสบและดำถาวรได้ สำหรับครีมผสมสารไวท์เทนนิ่งนั้น สามารถเลือกดูจากส่วนผสมที่ช่วยลดการสร้างเม็ดสีเมลานินได้ เช่น ไทอามิดอล (Thaimidol) บิลทิล-รีซอซินอล (4-butylresorcinol) กรดทรานซามิก (Tranexamic acid) วิตามินซี (Ascorbic acid and derivative) วิตามินบี 3 (Niacinamide) อัลฟ่าอาร์บูติน (Alpha-arbutin) กรดโคจิก (Kojic acid)
  • งดใช้ผลิตภัณฑ์ที่ผสมน้ำหอมมากจนเกินไป หรือผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่เคยใช้แล้วแพ้ ระคายเคือง เมื่อมีผื่นแพ้ระคายเคืองตามซอก ข้อพับ ควรปรึกษาแพทย์ ไม่ควรแกะ เกา เพราะอาจจะเกิดการอักเสบตามมาได้
  • สำหรับผู้ที่มีขาหนีบดำ จากการที่ขาเบียดกันจากภาวะน้ำหนักเกิน แนะนำให้ลดน้ำหนักและออกกำลังกาย และไม่ใส่กางเกงที่รัดแน่นจนเกินไป
  • การใช้เลเซอร์ ที่ช่วยลดความหมองคล้ำและรอยดำ โดยแพทย์ด้านผิวหนังที่มีประสบการณ์ สำหรับผู้ที่ไม่มีเวลาหรือต้องการเห็นผลลัพธ์ไว

ปัญหารอยดำ

การลดรอยดำด้วย Pigment Laser (เลเซอร์ในกลุ่มที่จัดการกับเม็ดสี)

ปัจจุบันมีเลเซอร์หลายชนิดสามารถทำให้เม็ดสีจางลงได้ดี แต่การเลือกชนิดเลเซอร์ ให้เหมาะสมกับปัญหาของแต่ละคนต้องใช้ความชำนาญของแพทย์ในการพิจารณา เพราะหากมีการปรับค่าของแสงเลเซอร์ที่ไม่เหมาะสม อาจทำให้รอยดำกลับกลายเป็นมีสีคล้ำขึ้นได้ ตัวอย่างเลเซอร์ที่นิยมใช้ในปัจจุบัน ได้แก่

  • Gentle MAX Pro เป็นเทคโนโลยีเลเซอร์ จากประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นเครื่องที่มี เลเซอร์ 2 ชนิด คือ Nd:YAG (1064/532) และ Alexandrite (755 nm.) อยู่ด้วยกัน ทำให้สามารถแก้ปัญหาผิวพรรณได้หลายแบบ เช่น เม็ดสีเข้มตามจุดต่างๆ ริ้วรอยตามใบหน้า ผิวไม่กระชับ เส้นเลือดบริเวณใบหน้า และการกำจัดขนใต้วงแขนหรือตามร่างกาย โดยเครื่องมือชนิดนี้จะมีระบบสเปรย์พ่นความเย็น DCD (Dynamic Cooling Device) ปกป้องผิวชั้นนอกไม่ให้เกิดผลข้างเคียง ในขณะที่ลำแสงเลเซอร์ตรงเข้าไปทำงานด้านในของผิวได้ทันที จึงเหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหารอยดำใต้รักแร้ เพราะนอกจากจะช่วยกำจัดขนถาวรได้แล้ว ยังปรับผิวใต้รักแร้ให้ขาวเรียบเนียนได้อีกด้วย
  • Picosecond Laser เลเซอร์ที่พัฒนามาจากเลเซอร์ชนิด Q-Switched Nd:YAG ที่ใช้สำหรับลบรอยสัก รอยดำที่แก้ไม่หาย รอยฝ้าลึก รอยแผลเป็น เนื่องจาก Picosecond Laser ซึ่งเป็นเลเซอร์รุ่นใหม่ล่าสุดที่มีการพัฒนาพลังงานแสงแบบ Nanosecond เป็น Picosecond ซึ่งเป็นการส่งพลังงานเลเซอร์ที่มีความยาวคลื่นในระดับ 1 ต่อล้านล้านวินาที ทำให้เม็ดสีดำแตกตัวเป็นเม็ดเล็กๆ หลังจากนั้น เม็ดสีที่แตกตัวจะถูกเก็บทำลายและขับออกจากร่างกายตามระบบปกติโดยไม่ทำให้เกิดผลข้างเคียงใดๆ ไม่เสี่ยงต่อผิวไหม้ และสามารถทำการรักษาได้อย่างต่อเนื่อง ส่วนผลลัพธ์นั้นขึ้นกับสภาพผิวแต่ละบุคคล จึงควรให้แพทย์พิจารณาและประเมินจำนวนครั้งในการรักษา

ข้อมูล : ผศ. พญ. ปุณยพัศฐิช์ ศิริธนบดีกุล แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ สาขาตจวิทยา รพ.สมิติเวช สุขุมวิท
ภาพ : Pexels

 

 

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

วิธีคลีนหน้าใส 3 ข้อ ล้างหน้าอย่างไรไม่ให้แก่ คีพความหน้าเด็ก เเถมสะอาดหมดจด

เมนู อาหารบำรุงผิว ที่ผู้หญิงต้องมีไว้ในลิสต์ และเพื่อวันนั้นของเดือน!

วงจรสิว เข้าแล้วออกยาก! ลองแก้ด้วย 5 วิธีดูแลผิวง่ายๆ ให้หลุดจากวังวนสิวซ้ำซาก

 

 

เสื้อผ้าเด็ก สายฟ้า พายุ

เปิดตัวแบรนด์ เสื้อผ้าเด็ก สายฟ้า พายุ แม่ชมการันตีราคาจับต้องได้ เพราะเข้าใจพ่อแม่

เปิดตัวแบรนด์ เสื้อผ้าเด็ก สายฟ้า พายุ ลูกชายฝาแฝดของ ชมพู่ อารยา งานนี้คุณแม่คอนเฟิร์มว่าราคาจับต้องได้ เพราะตัวเองก็ไม่ซื้อเสื้อผ้าแพงให้ลูก

หลังจากรายการช่องยูทูปของผู้จัดการชื่อดัง สับปากหวานเจี๊ยบ ได้พาไปบุกกองถ่ายเสื้อผ้าแบรนด์ SAIFAH BHAYU คุณพ่อคุณแม่ที่มีลูกวัยใกล้ๆ กับสองแฝดก็เตรียมตัวช้อปได้เลย เพราะเสื้อผ้าดีไซน์น่ารักมากกก โดยงานนี้ผู้จัดการส่วนตัวของแม่ชมก็พาไปชมเบื้องหลังการทำงานของพี่สายและน้องยุ บอกเลยว่ามืออาชีพสุดๆ เปลี่ยนกี่ชุดก็ไม่มีงอแง งานผ่านฉลุย

เปิดตัวแบรนด์ เสื้อผ้าเด็ก สายฟ้า พายุ

ซึ่งโปรเจ็กต์นี้ได้เริ่มทำกันมาตั้งแต่ต้นปี คอนเซ็ปต์คือสิ่งที่ผู้ใหญ่และเด็กมีประสบการณ์ร่วมกันได้ นั่นก็คือสวนสนุก จากนั้นก็เอาเรื่องราวมาร้อยเรียงเป็นดีเทลเสื้อผ้า ออกมาเป็นแนวสตรีทๆ โดยคอลเล็คชั่นแรกมีชื่อว่า Fun Park เสื้อผ้าจะเป็นแบบโอเวอร์ไซส์ มีทั้งหมด 4 ไซส์คือ S , M , L และ XL ขนาดเหมาะสำหรับเด็กอายุตั้งแต่ 2 ขวบไปจนถึง 8 ขวบ และแน่นอนว่าดีไซเนอร์ของงานนี้จะเป็นใครไปไม่ได้ นอกจาก ธรธรรม พงษ์พานิช ดีไซเนอร์แบรนด์ TOHNS (ธร) เพื่อนสนิทของแม่ชมนั่นเอง

เสื้อผ้าแบรนด์ SAIFAH BHAYU

ซึ่งแม่ชมก็ได้เล่าถึงที่มาของแบรนด์ SAIFAH BHAYU ว่า “จริงๆ พ่ออยากทำมากกว่าเราอีก และที่เลือกน้องหนุ่ม (ธรธรรม พงษ์พานิช) มาเป็นดีไซเนอร์เพราะคิดว่าเข้าใจกัน พอเล่าให้เขาฟัง เขาก็เข้าใจทันที เราอยากได้ออกมาคล้ายๆ สตรีท มีความ unisex พูดง่ายๆ คือแต่งตัวเหมือนแม่ มีความคล้ายๆ แม่ เราอาจจะมีล้อๆ ผู้ใหญ่นิดหน่อย แต่เราก็ทำดีเทลหรือกิมมิกบางอย่างให้มันมีความเป็นเด็กๆ

โดยส่วนมากเรื่องของแบบ พ่อแม่จะเป็นคนตัดสินใจซื้อให้ เพราะงั้นเรื่องของสไตล์เรามักจะขายพ่อแม่ เพียงแต่ว่าเด็กเขาต้องการความสบาย วัสดุ ผ้าต่างๆ ต้องดี

ส่วนราคาถึงจะเห็นอย่างนี้ แต่ชมก็เป็นคนไม่ซื้อเสื้อผ้าแพงนะ เพราะเด็กโตไวมาก เรื่องราคาเราเลยเข้าใจคุณพ่อคุณแม่ว่ามันไม่ควรต้องคิดมาก ราคาจับต้องได้จริงๆ”

เสื้อผ้าแบรนด์เด็ก SAIFAH BHAYU เสื้อผ้า SAIFAH BHAYU เสื้อผ้าเด็ก สายฟ้า พายุ แบรนด์เสื้อผ้าเด็ก สายฟ้า พายุ

สำหรับครอบครัวไหนที่อยากอุดหนุนพี่สายฟ้าและน้องพายุ ก็ไม่นานเกินรอเพราะเริ่มวางขายวันแรก 15 กันยายนนี้แล้ว สามารถตามไปส่องกันได้ที่อินสตาแกรม saifahbhayu เลยค่ะทุกคนนน

ชมคลิปเปิดตัว! บุกกองถ่ายเสื้อผ้า SAIFAH BHAYU ได้ที่นี่


ภาพ : IG@saifahbhayu , @araya.worldx

ที่มา : Youtube สับปาก hwanjeab Official

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ดูเด็กลง 10 ปี! ตั๊ก บงกช ในลุคเสื้อยืด กางเกงยีนส์ แต่งตัวเรียบๆ แต่สวยเฉียบมาก

สวยหรู คุณหนูสายบุญ ‘เกรซ กาญจน์เกล้า’ ในเดรสผ้าไทยราคาแค่ 2 พันบาท!

เอวคอดยิ่งกว่าเดิม! ตี๋ลี่เร่อปา ใส่เดรสแดงจาก POEM โชว์หุ่นสวยจนคนจีนแห่ชม

 

เริงริตา

16ปีในวงการ ของ กาญจน์เกล้า จาก ธิดาซาตาน ถึง เริงริตา ละครที่แรงที่สุดในชีวิต

16 ปี ในวงการ ของนักแสดงสาวมากฝีมือ “เกรซ” กาญจน์เกล้า ด้วยเศียรเกล้า จาก ธิดาซาตาน ถึง เริงริตา ละครที่แรงที่สุดในชีวิต

ละครเริงริตา

เส้นทางสู่ดวงดาวของเกรซ-กาญจน์เกล้า

เกรซ-กาญจน์เกล้า ด้วยเศียรเกล้า เข้าสู่วงการบันเทิงตอนอายุประมาณ 16 ปี จากการประกวด มิสทีนไทยแลนด์ 2004 จึงทำให้เธอได้มีโอกาสร่วมงานกับช่อง 7 สี เกรซเคยเล่าว่าเธอเข้ามาในวงการเพราะมีความฝันอยากที่จะเป็นนักร้อง แต่เมื่อได้เข้ามาจริงๆ เธอกลับถูกวางตัวในฐานะนักแสดง โดยวีรกรรมแรกที่หลังจากที่ได้มาเป็นดาราคือเธอปฏิเสธ คุณแดง-สุรางค์ เปรมปรีดิ์ ว่า “หนูไม่ได้อยากเล่นละครค่ะ” เนื่องจากตอนนั้นยังเป็นเด็กและไม่รู้คุณค่าของงาน นั่นทำให้เธอถูกกองประกวดเรียกเข้าห้องเย็นเพื่อเคลียร์และปรับทัศนคติใหม่ ซึ่งตอนนั้นที่ปฏิเสธไปเพราะเธอรู้สึกว่าไม่เชื่อมั่นว่าตัวเองจะมีศักยภาพในตรงนี้

แม้จะถูกว่าตัวในฐานะนักแสดงแต่เกรซยังคงพยายามตามฝันในด้านการร้องเพลง และหลังจากที่เกิดเรื่องนั้นละครเรื่องต่อไปเธอได้แสดงรวมถึงร้องเพลงประกอบละคร ทำให้เธอมีความสุขอย่างมาก ก่อนที่จะมีผลงานละครและเพลงละครตามมาอีกหลายเรื่อง

แจ้งเกิดจากแก๊งกุหลาบไฟ ผลงานเรื่อง “ธิดาซาตาน”

เกรซค่อยๆ ฝึกประสบการณ์จากการรับบทนางรอง แต่ด้วยพรสวรรค์บวกกับทักษะที่เธอมีเลยทำให้ค่อนข้างโดดเด่น และดึงดูดสายตาผู้ชม นับตั้งแต่ละครเรื่องแรก “ดวงใจและสายน้ำ” รับบท “นภสร” นักกีฬาว่ายน้ำ ,”หยิบหัวใจใส่ตัวโน้ต” รับบท “แอนนี่” แต่ที่สร้างชื่อให้กับเธอมากๆ ก็คืบทร้ายครั้งแรก ในเรื่อง “ธิดาซาตาน” รับบทเป็น “เพลิงพิศ โชติชัชวาล” หนึ่งใน 4 สาวกุหลาบไฟ แม้ในตอนนั้นเธอจะมีประสบการณ์ทางการแสดงน้อยมากๆแต่กลับทำได้ดีจนคนดูหมั่นไส้ และกลายเป็นภาพจำของเธอมาจนถึงวันนี้เลยทีเดียว

ธิดาซาตาน

16 ปี ในฐานะนักแสดงของเกรซ

ย้อนกลับไปสมัยที่เข้าวงการใหม่ๆ เกรซมักจะพูดเสมอว่าเธอไม่ค่อยมีความทะเยอทะยาน แต่ทว่าเธอก็ไม่ใช่คนที่ขาดความรับผิดชอบ เธอทุ่มเทเต็มที่ในสิ่งที่ได้รับโอกาสมา ไม่ว่าจะเป็นงานเล็กหรืองานใหญ่ และด้วยความที่เข้าวงการมาตั้งแต่เด็กๆ ทำให้เกรซมีผลงานการแสดงมากกว่า 30 เรื่อง ไม่ว่าจะได้บทไหนเธอก็ทุ่มเทอย่างเต็มที่ แต่สิ่งที่ค่อนข้างทำแปลกใจคือเธอมักจะได้รับบทนางร้ายและบทนางเอกสลับกันไป นับเป็นสิ่งที่แตกต่างจากนางเอกทั่วไป ที่เมื่อข้ามไปเล่นบทนางร้ายแล้วแทบจะไม่สามารถกลับมาเล่นบทนางเอกได้เลย นั่นแสดงให้เห็นว่าเธอสามารถเป็นตัวละครตัวนั้นได้อย่างแท้จริง

ตั้งแต่เข้าวงการมาการถ่ายละครถือเป็นชีวิตประจำวันของเกรซมาตลอด แต่เมื่อปี 2560-2561 เธอตัดสินใจที่จะไม่รับงานละครนานถึง 2 ปี เพราะอยากที่จะลองค้นหาสิ่งที่เป็นตัวเองจริงๆ ทำให้เกรซได้ลองทำหลายสิ่งหลายอย่างที่เธอไม่เคยทำมาก่อน แต่สุดท้ายมันก็เหมือนกับว่ามีสิ่งหนึ่งที่หายไป แต่ในขณะเดียวกันก็ทำให้เธอคิดและมีเป้าหมายที่ชัดเจนมากขึ้น จนวันนี้เกรซได้รู้แล้วว่าอาชีพนักแสดงทำให้เธอมีความสุขมากเพียงใด

เกรซ-กาญจน์เกล้า ด้วยเศียรเกล้า

เริงริตาละครที่แรงที่สุดในชีวิต

15 ปีที่ผ่านมาเกรซค่อนข้างเล่นละครที่หลากหลายโดยไม่จำกัดว่าต้องเป็นนางเอกเท่านั้น  แต่! ละครเริงริตา ถือเป็นความท้าทายใหม่ในการแสดง เมื่อเธอต้องมารับบทเป็น “ผู้หญิงขายบริการ” ซึ่งเธอยอมรับว่าเป็นบทบาทที่แรงที่สุดในชีวิตของเธอ แต่มันก็มีความท้าทาย ทั้งยังชี้วัดฝีมือการแสดงของเธอด้วยว่าจะทำได้หรือเปล่า

เริงริตา

ดูเหมือนว่าการรับบทเป็นผู้หญิงขายบริการของเกรซ ไม่ใช่การที่แค่ยั่วยวนพระเอก (สมาร์ท-กฤษฎา พรเวโรจน์) เท่านั้น แต่เธอยังต้องแสดงฉากที่เกินความคาดหมายไม่ว่าจะเป็น การนอนนอนบนขาหยั่งเพื่อตั้งใจให้พระเอกเดินมาเห็น ฉากเซ็กซ์ต่อหน้าภรรยาหลวง (เอมี่ กลิ่นประทุม) ซึ่งแม้บททั้งหมดจะมาจากทีมผู้เขียน แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าเธอก็กลายเป็นเป้าที่ถูกตามด่าไม่แพ้กัน

มองผิวเผินอาจมองว่าจุดขายของละครคือความแรงอย่างเดียว แต่! ถ้ามองให้ลึกลงไปจะรู้ว่านอกจากจะสะท้อนมุมดาร์กหนึ่งของสังคมแล้ว ยังแฝงไปด้วยมุมมองที่อยากให้คนเหล่านั้นหันมารักตัวเองมากขึ้น

ซึ่งเกรซได้เคยเผยมุมมองต่อตัวละครริตานี้ว่า “มีคนบางกลุ่มที่ไม่ชอบละครแบบนี้เลย แต่สำหรับเกรซซึ่งเป็นคนเล่นมันก็เป็นรสชาติของละครที่มันมีหลากหลายแบบและค่อนข้างท้าทาย ละครเรื่องนี้เป็นอะไรที่ค่อนข้างที่จะพีคมากสำหรับเกรซ ถือว่าบทค่อนข้างที่จะเป็นสีเทามากจนเกือบดำแล้วก็เป็นอะไรที่ไม่เคยได้เล่นเลยค่ะ”

สำหรับละครเรื่องเริงริตาถือเป็นละครเรื่องแรกหลังจากที่เกรซเป็นนักแสดงอิสระ ซึ่งบทบาทที่ได้รับในครั้งนี้เรียกว่าแรงมากๆ รวมถึงกระแสวิพากษ์วิจารณ์ด้วย เอาเป็นว่าคิดในแง่ดี ถ้าเล่นแล้วคนไม่ด่าไม่อินก็ถือว่าไม่ประสบความสำเร็จอ่ะนะ!


ข้อมูล : รายการแฉ, sanook ภาพจาก : IG @wechiiz @alexandul

สามารถติดตามอ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติมได้ที่นี่

จบดราม่า! ใบเฟิร์น-พิมพ์ชนก คว้า นักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม “นาฏราช ครั้งที่ ๑๑”

ร้ายฉายแสงแห่งปี! อีพิไล หรือ แพร์-พิชชาภา เพชรเม็ดงามประดับวงการบันเทิง

หวนทวงบัลลังก์ Drama Queen พลอย-เฌอมาลย์ กับความท้าทายในบทบาทใหม่