ชีวิตจริงยิ่งกว่าซีรีส์ "ผึ้ง-ประภาภรณ์" ธุรกิจโดนโกง สามีนอกใจ ฮึดสู้สู่เจ้าของแฟรนไชส์ดัง

ชีวิตจริงยิ่งกว่าซีรีส์ “ผึ้ง-ประภาภรณ์” ธุรกิจโดนโกง สามีนอกใจ ฮึดสู้สู่เจ้าของแฟรนไชส์

ชีวิตจริงยิ่งกว่าซีรีส์ "ผึ้ง-ประภาภรณ์" ธุรกิจโดนโกง สามีนอกใจ ฮึดสู้สู่เจ้าของแฟรนไชส์ดัง
ชีวิตจริงยิ่งกว่าซีรีส์ "ผึ้ง-ประภาภรณ์" ธุรกิจโดนโกง สามีนอกใจ ฮึดสู้สู่เจ้าของแฟรนไชส์ดัง

ชีวิตจริงยิ่งกว่าซีรีส์ “ผึ้ง-ประภาภรณ์ ไชยมาตร” ธุรกิจโดนโกงแล้วโกงอีก สามีนอกใจ ทิ้งหนี้ไว้ให้นับ 10 ล้านบาท ฮึดสู้สู่เจ้าของแฟรนไชส์

ชีวิตของ “ผึ้ง-ประภาภรณ์ ไชยมาตร” ผ่านมรสุมลูกแล้วลูกเล่า จากแม่ค้าขายเสื้อผ้าที่เคยประสบความสำเร็จ โดนโกงจนต้องผันตัวมาปั้นแบรนด์เบเกอรี่ พอตั้งหลักได้ สามีกลับทอดทิ้งให้เผชิญกับหนี้มหาศาล เธอกัดฟันสู้อีกครั้งจนสร้างแบรนด์ที่มีแฟรนไชส์ทั่วประเทศ ด้วยเหตุผลเดียวคือเพื่อลูก

ชีวิตแม่ค้าตลาดนัด

“ครอบครัวผึ้งฐานะไม่ดี พ่อแม่ขายของที่ตลาดนัด ชีวิตจึงคลุกคลีกับการค้าขายมาตั้งแต่เด็ก กระทั่งผึ้งเรียนชั้น ม.ปลาย ที่บ้านมีปัญหาด้านการเงิน จึงตัดสินใจกับน้องสาวว่าจะช่วยพ่อแม่หาเงินส่งเสียตัวเองเรียน ผึ้งถนัดการรำนาฏศิลป์ หลังเลิกเรียนจึงไปรับจ้างรำตามโรงแรมทุกวัน ได้ทิปดี จนจะเข้ามหาวิทยาลัย ถ้าหาเงินด้วยการรำอย่างเดียวยังไม่พอ จึงตัดสินใจไปรับเสื้อผ้ามาขาย ปรากฏว่าขายดีและทำกำไรได้เยอะ จากหลักพันเป็นหลักหมื่น พอเริ่มมีเงินก้อนก็ตัดสินใจเปิดร้านที่จตุจักร รับเสื้อยืดมาขายช่วงเสาร์-อาทิตย์ ทั้งปลีกและส่ง ขายดีมาก รายได้เป็นหลักแสน ตอนนั้นผึ้งเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร สาขานาฏศิลป์แล้ว แต่เรียนได้แค่เทอมเดียวก็ออก เพราะตอนนั้นรายได้ดีมาก คิดว่าเดี๋ยวมีเวลาค่อยกลับมาเรียนใหม่ แต่น่าเสียดายที่จนถึงวันนี้ก็ไม่เคยมีเวลาได้กลับไปเรียนอีกเลย

“พอธุรกิจไปได้ดี ผึ้งคิดอยากเป็นผู้จำหน่ายเอง ทั้งค้าปลีกค้าส่ง จึงตัดสินใจไปขายที่ประตูน้ำ ซึ่งเป็นแหล่งขายเสื้อ แต่ปรากฏว่าเเป้กค่ะ เพราะกระแสเสื้อยืดเริ่มซา วัยรุ่นหันมาใส่เดรสหรือชุดแส็คตามดารา ต้องเปลี่ยนแผนไปขายชุดสไตล์นั้นแทน ผลคือขายดีมาก ขายได้ 4-5 แสนต่อวัน แต่ที่สุดก็เจ๊งค่ะ เพราะขายอย่างเดียว ไม่เคยทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย เลยไม่รู้ว่าเงินหมดไปกับอะไรบ้าง มาสังเกตดูว่ารายรับเยอะ แต่ทำไมไม่มีเงินจ่ายค่าเย็บ ไม่มีเงินซื้อผ้า กำไรหาย ไปไหนหมด จึงรู้ว่าโดนร้านเย็บผ้าโกง สมมติว่าผ้า 1 พับตัดชุดได้ 100 ตัว แต่เราได้รับแค่ 50 ตัว แล้วช่วงที่ขายดี สั่งตัดวันละ 4-5 พันตัว ไม่สามารถกลับไปตรวจเช็กได้ว่าผ้า 1 พับเขาตัดได้ 100 ตัวจริงไหม สุดท้ายคือเป็นหนี้ 3-4 ล้าน บาท โดนยึดบ้านและรถ ตอนนั้นผึ้งมีสามีและกำลังตั้งท้องลูกคนแรก เราต้อง ออกจากประตูน้ำโดยไม่เหลืออะไร แล้วก็ไม่สามารถต่อสู้อะไรได้เลย เพราะไม่มีหลักฐาน ไม่เหลือเงินให้สู้ด้วย”

ชีวิตจริงยิ่งกว่าซีรีส์ "ผึ้ง-ประภาภรณ์" ธุรกิจโดนโกง สามีนอกใจ ฮึดสู้สู่เจ้าของแฟรนไชส์ดัง

พายเปลี่ยนชีวิต

“ผึ้งกับสามีไปขอตั้งหลักอาศัยอยู่บ้านแม่สามีหลังจากคลอดลูก วันหนึ่งขณะที่ชีวิตเคว้งคว้างและอยากหาทางออก มีพี่ที่รู้จักกันทำบลูเบอร์รี่ชีสพายมาให้ชิม เราชอบเค้กอยู่แล้ว ก็รู้สึกว่าน่าจะทำขายได้นะ เพราะยุคนั้นตลาดนัดแทบไม่มีเค้กขาย จึงลองหาสูตรในอินเทอร์เน็ต ก็พอดีกับที่แม่ส่งเงินมาให้ 2,000 บาท เรารู้สึกอยากต่อยอดให้ได้มากกว่านั้น จึงนำเงินไปซื้อวัตถุดิบทำเค้ก ส่วนอุปกรณ์ก็ยืมรุ่นพี่ที่ทำเค้กมาให้ชิม

“แม้จะไม่มีพื้นฐานมาก่อน แต่พอจะทำตามสูตรได้ไม่ยาก ที่สุดทำเค้กออกมาได้ 5 ก้อน ตัดแบ่งได้ก้อนละประมาณ 10 ชิ้น แบ่งให้เพื่อนชิมเขาบอกว่าอร่อย ขายได้เลยนะ ได้ยินแล้วใจชื้น รีบขนเค้กที่เหลือไปขายที่ตลาดนัด เพราะอยากรู้ว่าพอจะขายได้ไหม โดยขายชิ้นละ 50 บาท ความที่แม่สามีขายชุดนอนที่ตลาดนัดอยู่แล้ว เราก็ขอตามไปอาศัยพื้นที่ด้วย

“ผ่านไปครึ่งชั่วโมงขายหมดเกลี้ยง ลูกค้าชมว่าอร่อยดี แต่ติว่าแพงไป วันต่อๆ ไปจึงลดเหลือชิ้นละ 35 บาท ถ้าซื้อ 3 ชิ้นขาย 100 บาท และเริ่มผลิตหน้าเค้กที่หลากหลายขึ้น นอกจากนี้ก็พยายามปรับสูตรให้เค้กไม่เลี่ยน เช่น ใส่น้ำตาลน้อยลงเพื่อเอาใจคนรักสุขภาพ ความที่ขายถูกลงและรสชาติใช้ได้จึงขายดีมาก ถึงขั้นมีคนขอรับของไปขายต่อ มีออร์เดอร์เข้ามาเยอะ ขณะเดียวกันก็เริ่มมีเค้กร้านอื่นๆ ที่ทำเลียนแบบ ผึ้งจึงสร้างเป็นแบรนด์ Sweet’n Soft Cake พอคนสั่งเยอะก็เริ่มขยับขยาย จากการช่วยกันทำกับสามีสองคนในห้องครัวที่บ้านไปเช่าตึก จ้างทีมมาช่วย แล้วทำธุรกิจในรูปแบบแฟรนไชส์ ประสบความสำเร็จภายในระยะเวลา 2-3 ปี ได้ยอดขายสูงสุดอยู่ที่ 400 ล้านบาทต่อปี”

ชีวิตจริงยิ่งกว่าซีรีส์ "ผึ้ง-ประภาภรณ์" ธุรกิจโดนโกง สามีนอกใจ ฮึดสู้สู่เจ้าของแฟรนไชส์ดัง

ชีวิตพัง

“พอประสบความสำเร็จมาถึงจุดหนึ่ง ปรากฏว่าสามีนอกใจไปมีคนอื่น ตอนนั้นมีลูก 2 คนแล้ว คนโตอายุ 7 ขวบ คนที่สอง 5 ขวบ ไม่เคยคิดเลยว่าคนที่อยู่ด้วยกันมาตลอดจะทิ้งเรา ชีวิตผึ้งพังอีกรอบ ไม่เหลือสติ คิดสั้นจะฆ่าตัวตาย คือรักเขามาก ทำใจไม่ได้

“ย้อนกลับไปประมาณ 3-4 ปีที่แล้ว ช่วงนั้นประเทศมีเคอร์ฟิว วันนั้นขับรถไปสะพานพระราม 8 ข้างๆ สะพานมีซุ้มทหาร ผึ้งจอดรถแล้วฝากกุญแจกับเบอร์โทร.ยื่นให้ทหาร บอกเขาว่าฝากไว้ก่อนนะคะ เดี๋ยวมา จากนั้นเดินขึ้นสะพาน เดินไปไกลจนคิดว่าปลอดสายตาคน กำลังจะกระโดดแล้วค่ะ แต่ทหารเขาเดินตามมา เพราะสงสัยเขาเรียกแล้วด้วย แต่เราหูอื้อมาก ไม่ได้ยิน โชคดีที่เขาช่วยจับไว้ทัน ก่อนพูดให้สติว่า คิดให้ดีก่อนนะ มีคนที่รักคุณเยอะแยะ และเขาก็ถามเราว่า คุณมีลูกไหม พอได้ยินคำว่าลูก สติกลับมาเลยค่ะ ถ้าเราตาย ผู้หญิงคนนั้นคงเข้ามาอยู่กับลูก เขาไม่ได้รักลูกเหมือนที่เรารัก ฉะนั้นเราต้องไม่ตาย ต้องกลับมายืนหยัดเพื่อลูก

“หลังจากวันนั้นมีอยู่ช่วงหนึ่งที่สามีผึ้งกลับมา ด้วยความที่ยังรักเขาอยู่มาก ก็เลยยอมให้โอกาส ผ่านไปประมาณเดือนกว่าๆ ผึ้งท้องลูกคนที่ 3 ส่วนเขากลับไปหาผู้หญิงคนนั้นอีก ถึงขั้นพามาที่บ้าน นั่นเป็นจุดที่ยอมไม่ได้อีกต่อไป เพราะไม่อยากให้ลูกต้องมาเห็นอะไรแบบนี้ จึงตัดสินใจขอเลิก เขาโอเคโดยบอกเงื่อนไข 2 ข้อคือ หนึ่ง เขาจะให้เงินผึ้ง 1 ล้านบาท แลกกับการที่เขาเอาธุรกิจไปทั้งหมด กับสอง เขาจะทิ้งธุรกิจไว้ให้ แต่ไม่ให้เงินเลย เขาไม่เอ่ยถึงลูกสักคำ สุดท้ายผึ้งเลือกที่จะเอาธุรกิจไว้ ไม่ขออะไรจากเขา นับจากนั้นก็ตัดขาดกันจนถึงทุกวันนี้

“ที่ผ่านมาเวลาทำธุรกิจ ผึ้งรับหน้าที่ดูเรื่องโปรดักต์และสูตรขนมต่างๆ ส่วนอดีตสามีดูเรื่องบัญชีและการตลาด วันที่เราได้รับมอบหุ้นทุกอย่างจากเขา ถึงรู้ว่าเขายักยอกเงินบริษัทไปหลายล้านและทิ้งหนี้ไว้ให้กว่า 10 ล้าน เพราะเขาไม่ได้จ่ายค่าซัพพลายเออร์ แต่เอาเงินเข้ากระเป๋าตัวเอง ที่แย่สุดคือเขาไปตั้งโรงงานผลิตขนมแบบเดียวกัน แล้วดึงพนักงานออฟฟิศไปด้วย เหลือไว้แค่พนักงานที่ทำเค้ก รวมทั้งขโมยฐานลูกค้าเพื่อไปเสนอขายตัดราคาถูกกว่า ปกติผึ้งขายราคาส่ง 3 ปอนด์ 200 บาท แต่เขาขาย 2 ปอนด์ 120 บาท ลูกค้าจึงเทไปทางเขาหมด ผึ้งถามเขาว่า ทำไมแบบนี้ เขาบอกว่า ผึ้งยอมเซ็นเอกสารการเงินทุกอย่างเอง แต่ที่ผ่านมาเราไม่เคยคิดว่าคนที่อยู่เคียงข้างกันมาจะทรยศ เลยไม่ได้ตรวจสอบอะไร ถ้าจะฟ้องก็ทำได้ แต่มันจะยืดเยื้อและเสียค่าใช้จ่ายเยอะ สุดท้ายผึ้งยอมปล่อย เพราะไม่มีเวลาไปโฟกัสและทุ่มพลังให้ตรงนั้น เนื่องจากหนี้เราก็ต้องจ่าย ลูกก็ต้องเลี้ยง โรงงานต้องเริ่มใหม่ทุกอย่าง ได้แต่เดินหน้าอย่างเดียว บอกตัวเองว่าต้องสู้นะ และจำไว้เป็นบทเรียน”

ชีวิตจริงยิ่งกว่าซีรีส์ "ผึ้ง-ประภาภรณ์" ธุรกิจโดนโกง สามีนอกใจ ฮึดสู้สู่เจ้าของแฟรนไชส์ดัง

พลิกวิกฤติสร้างแบรนด์ใหม่

“ชีวิตพังรอบนั้น ผึ้งเหลือเงินติดบัญชีแค่ 3-4 หมื่น แต่ยังดีที่มีโรงงานมีเครื่องจักร และพนักงานทำขนม ผึ้งจึงตั้งแบรนด์ใหม่ในชื่อ ‘หอมมนต์’ พร้อมทั้งเปิดรับสมัครพนักงานออฟฟิศ ผันตัวเองทำหน้าที่พนักงานขาย เปิดเว็บเพจออนไลน์ เปิดรับตัวแทนต่างจังหวัด รวมทั้งปรับกลยุทธ์ในการต่อสู้ คือปรับจากการทำเค้กแบบ 3 ปอนด์เหลือ 2 ปอนด์ และลดราคาลงมา ยอมขายแพงกว่าอดีตสามี แต่มั่นใจว่าคุณภาพกับรสชาติของเราดีกว่า จากนั้นก็ปรับรูปแบบของผลิตภัณฑ์ คิดหน้าเค้กเพิ่มกว่า 40 หน้า พร้อมทั้งเพิ่มขนมหวานอื่นๆ ด้วย เช่น มาการอง บราวนี่ ฯลฯ

“นอกจากนี้เรายังรุกการตลาดทางออนไลน์ และเปิดโอกาสให้คนมาเริ่มต้นธุรกิจได้ง่าย ใช้ทุนน้อย คือตัวแทนลงทุนแค่ 2,000 บาท แต่ได้รายได้หลักหมื่นต่อเดือน โดยเราจะส่งเค้กให้เขานำไปขายต่อ ด้วยคุณภาพของเค้กหอมมนต์ที่อยู่ได้นาน ถ้าแช่ตู้เย็นก็สามารถอยู่ได้ถึง 1 เดือน โดยที่ไม่ใส่สารกันบูด สินค้าหลากหลาย ราคาไม่แพง จึงไม่ยุ่งยาก ตอบโจทย์พ่อค้าแม่ค้าตลาดนัด อีกทั้ง เขายังได้กำไรพอสมควร จุดนี้ทำให้หอมมนต์โตเร็ว จนเรามีเครือข่ายและตัวแทนรายย่อยกว่า 60 จังหวัดทั่วประเทศ

“ตอนนั้นผึ้งทำงานหนักมาก นอนวันละ 3-4 ชั่วโมง ทั้งคิดทั้งบริหาร ลงมือ ช่วยลูกน้องทำเค้กด้วย ก็มีช่วงที่ท้อนะ แต่นึกถึงชีวิตลูก นั่นคือเป้าหมายที่เราต้องเดินไปให้ได้ ลูกคือแรงผลักดันทุกอย่างที่ทำให้เรามาถึงวันนี้ ถ้าไม่มีลูกก็อาจจะไม่มาถึงวันนี้ และอาจจะเป็นโชคดีของชีวิตที่ช่วงนั้นมีแฟนใหม่เข้ามา เขาช่วยวางแผนวางระบบงานได้ดี ที่สุดจึงประสบความสำเร็จได้ในเวลา 1-2 ปี มีกำไร มีแฟรนไชส์ แม้กระทั่งช่วงโควิด-19 ยอดขายเราก็ไม่กระทบ เพราะมีช่องทางขายทางออนไลน์ วันนี้เราซื้อโรงงานใหม่เพื่อขยับขยายธุรกิจ และเร็วๆ นี้กำลังจะรุกเข้าร้านสะดวกซื้อ ส่วนหนี้ที่อดีตสามีทิ้งไว้ให้ จาก 10 ล้าน ตอนนี้เหลือ 2 ล้าน ชีวิตเริ่มเข้าที่เข้าทางมากขึ้น ส่วนธุรกิจของอดีตสามี สุดท้ายก็ไปต่อไม่ไหวและหายไปในที่สุด” (ยิ้ม)

ชีวิตจริงยิ่งกว่าซีรีส์ "ผึ้ง-ประภาภรณ์" ธุรกิจโดนโกง สามีนอกใจ ฮึดสู้สู่เจ้าของแฟรนไชส์ดัง

เริ่มต้นใหม่อีกครั้ง

“ตอนนี้ผึ้งแต่งงานใหม่แล้ว ตอนแรกกลัวนะ แต่ที่ผ่านมาสามีคนปัจจุบัน เขารับเราได้ทุกอย่าง ที่สำคัญรักลูกเราด้วย บททดสอบชีวิตหลายอย่างที่ผึ้งผ่านมาด้วยตัวเอง สอนให้ได้เรียนรู้กับคำว่าชีวิตและการใช้ชีวิตแบบไม่ประมาท สิ่งสำคัญคือใจค่ะ เราต้องสู้ ต้องอดทน บางคนเป็นคนเก่ง แต่คำว่าเก่งไม่ได้เป็นตัววัดความสำเร็จ คนเก่งมีเยอะ แต่คนเก่งที่ไม่สำเร็จก็มีเยอะ เพราะเขาอาจจะไม่พยายามและไม่อดทนมากพอ ผึ้งไม่มีเงินและไม่มีโอกาส มีเงินแค่ 2,000 บาท เจอสามีทิ้งและมีหนี้มหาศาล ชีวิตติดลบ แต่เราก็ผ่านมันมาได้ ถ้าวันนี้คุณท้อ บอกตัวเองให้อดทนและอดทนไว้ก่อนนะคะ แล้ววันหนึ่งคำว่าสำเร็จจะเป็นของเราค่ะ”


ที่มา : นิตยสารแพรว ฉบับ 959

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ดราม่า ‘มาดามตวง’ ถูกตัดสิทธิ์ในมรดกตระกูลนับ 1,000 ล้าน เพียงเพราะเป็นผู้หญิง

ฝันให้ไกลไปให้ถึง “มีมี่ เทา” ไม่สนคำคน พกฝันสู่รันเวย์ระดับโลก

เส้นทางสู่แชมป์ไม่ง่าย แมมมอธ วัย 18 ปี ลายมือสวยขั้นเทพ มุ่งฝึกฝนจนเป็นที่หนึ่ง

 

 

Praew Recommend

keyboard_arrow_up
error: Content is protected !!