จัดเลี้ยงงานแต่ง ด้วยโต๊ะกลม

14 สไตล์ที่ควรหาทำ จัดเลี้ยงงานแต่ง ด้วยโต๊ะกลม สวยคลาสสิก ดูอบอุ่น

เมื่อพูดถึงงานแต่งงาน ช่วงเวลาที่สนุกที่สุดในการวางแผนก็คือการ จัดเลี้ยงงานแต่ง เนื่องจากแขกจะนั่งทานอาหารเย็นด้วยกัน เรียกว่าเป็นช่วงที่แขกในงานจะได้ใช้เวลาพูดคุยกันมากที่สุด และเพลิดเพลินไปกับอาหารแสนอร่อยตรงหน้า ดังนั้นคุณจะต้องแน่ใจว่างานเลี้ยงเป็นประสบการณ์ที่ดึงดูดสายตาและสนุกสนาน

หากคุณจะเลือกโต๊ะสำหรับงานเลี้ยงที่เหมาะสมกับช่วงเวลานี้ เราขอแนะนำโต๊ะกลม เพราะเป็นรูปทรงโต๊ะแบบคลาสสิก หนึ่งในตัวเลือกที่มีจำหน่ายทั่วไปตามสถานที่ต่างๆ ทั่วประเทศ และเนื่องจากมันเข้าคู่ได้อย่างสวยงามกับสไตล์งานแต่งงานและเก้าอี้ทุกประเภท คุณจึงมั่นใจได้ว่างานจะออกมาดี

14 สไตล์ที่ควรหาทำ จัดเลี้ยงงานแต่ง ด้วยโต๊ะกลม สวยคลาสสิก ดูอบอุ่น


ภาพและที่มา : www.brides.com

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

สายหวานต้องเซฟไว้! เค้กปาร์ตี้สละโสด โทนสีละมุน ประดับดอกไม้

ยกมาเลยทั้งต้น! ไอเดียจัดวาง Tree Centerpieces ให้งานแต่งมีชีวิตชีวา

10 ไอเดีย ตกแต่ง โต๊ะจัดเลี้ยงสไตล์วินเทจ สวยคลาสสิก แถมหรูหรา

 

ทัณฑ์นรก

4 เหตุผลที่คุณไม่ควรพลาด ทัณฑ์นรก ผลงานล่าสุดของ ยูอาอิน

หลังโกยเอาเสียงฮือฮาไปเป็นกระบุงจากการฉายพรีเมียร์เป็นน้ำจิ้มในเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติชั้นนำ ซีรีส์โดย Netflix เรื่องล่าสุดอย่าง ทัณฑ์นรก (Hellbound) ก็กำลังจะออนแอร์ในสัปดาห์นี้แล้วพร้อมพล็อตสดใหม่ที่บอกเล่าอีกมุมมองของการมอง “โลก” อันเป็นเอกลักษณ์ผ่านสายตาของผู้กำกับ ยอนซังโฮ ผ่านทางเรื่องราวของโลกที่ถูกครอบงำโดยปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติและการถือกำเนิดขึ้นของกลุ่มลัทธิทางศาสนากลุ่มใหม่ที่ชื่อว่า “กลุ่มสัจธรรมใหม่” ท่ามกลางความวุ่นวายโกลาหลเมื่อมีคนพบเห็นผู้ปฏิบัติการจากนรกที่ปรากฏกายขึ้นเพื่อส่งผู้คนไปลงนรก ก่อนจะไปพบเรื่องราวสุดระทึกใจในวันศุกร์ที่จะมาถึงนี้ เรามี 4 เหตุผลเน้นๆ ว่าทำไมคุณไม่ควรพลาดมาฝากกันค่ะ

4 เหตุผลที่คุณไม่ควรพลาด ทัณฑ์นรก ผลงานล่าสุดของ ยูอาอิน

1. ที่สุดของความระทึกใจในรูปแบบใหม่

ผลงานเรื่องนี้ถูกดัดแปลงจากผลงานเว็บตูนชื่อเดียวกันซึ่งผู้กำกับยอนซังโฮร่วมเขียน เรื่องราวเล่าถึงปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลันใจกลางกรุงโซล สร้างความหวาดกลัวและความสับสนอลหม่านให้กับสังคม จนนำไปสู่การแบ่งแยกทางความเชื่อ และเปลี่ยนโลกใบเดิมที่เราอาศัยอยู่นี้ไปตลอดกาล ผู้กำกับยอนซังโฮเล่าถึงไอเดียของการสร้างผู้ปฏิบัติการจากนรกที่ปรากฏกายขึ้นตามประกาศิตและส่งคนบาปลงนรกว่า “ความเชื่อเรื่องนี้มีมาตั้งแต่โบราณเลยครับ คนโบราณเล่ากันว่าทุกร้อยปีหรือสองร้อยปี พวกเขาจะปรากฏกายให้เห็นในรูปของอสุรกายหรือยมทูต ผมพยายามใส่จินตนาการเสริมเข้าไป โดยอยากให้ผู้ชมเห็นรูปลักษณ์ของพวกเขาแล้วจินตนาการและเห็นภาพของนรกได้ชัดเจนยิ่งขึ้น”

ทัณฑ์นรก

2. คอมบิเนชันสุดปังระหว่างผู้กำกับฝีมือเยี่ยมและทัพนักแสดงชั้นนำ

หนึ่งในความพิเศษของซีรีส์เรื่องนี้คือเคมีที่ลงตัว และชวนให้ติดตาม ซึ่งเป็นส่วนผสมที่ลงตัวในการร่วมงานกันของผู้กำกับมือฉมัง ยอนซังโฮ ที่เคยฝากฝีมือในการหยิบเอาประเด็นความไม่แน่นอนและความอยุติธรรมในสังคมปัจจุบันมาบอกเล่าผ่านผลงานคุณภาพมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ด่วนนรกซอมบี้คลั่ง (Train to Busan) และ ฝ่านรกซอมบี้คลั่ง (Peninsula) ด้านนักแสดงก็หนาแน่นไปด้วยยอดฝีมือในวงการ ทั้ง ยูอาอิน, คิมฮยอนจู, พัคจองมิน, วอนจินอา และยังอิกจุน โดยผู้กำกับยอนซังโฮได้กล่าวชมนักแสดงในงานแถลงข่าวว่า “ผมว่าการแสดงบทลึกลับเป็นเรื่องที่ยากมาก บางครั้งการที่ยิ่งพยายามแสดงออกมาให้ดูลึกลับ กลับยิ่งทำให้ดูออกมาไม่เป็นธรรมชาติ แต่คุณยูอาอินแสดงออกมาได้ราวกับเป็นคนลึกลับจริงๆ ส่วนคุณคิมฮยอนจูนั้น ในฐานะที่เป็นแฟนติดตามผลงานของเธอมานาน ผมคิดว่าเธอสามารถสร้างรากฐานที่ดีให้กับตัวละครมินฮเยจินได้เป็นอย่างดีด้วยประสบการณ์การแสดงของเธอครับ”

Hellbound

3.จัดเต็มโปรดักชั่นและงานภาพสุดอลังการ

เพื่อที่จะถ่ายทอดปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติที่ผู้ชมไม่เคยพบเห็นมาก่อน ให้ออกมาดูเหมือนประสบการณ์จริง งานภาพและรายละเอียดต่างๆ ก็จะต้องดูสมจริง ซึ่งการใช้เทคนิคการจัดแสงก็มีส่วนช่วยอย่างยิ่งในการขับเน้นอารมณ์ลึกลับ รุนแรง และลุ้นระทึก ความอลังการและสมจริงของภาพที่ออกมาได้รับการกล่าวถึงอย่างกว้างขวางนับตั้งแต่ปล่อยตัวอย่างบนโลกออนไลน์ รวมถึงในงานเทศกาลภาพยนตร์ชั้นนำระดับนานาชาติ ยูอาอิน กล่าวถึงครั้งแรกที่ได้เห็นผู้ปฏิบัติการจากนรกว่า “ผมคิดว่าแค่ภาพลักษณ์ของมันสามารถทำให้ผลงานนี้ดูน่าสนใจมากครับ” ขณะที่ยังอิกจุนกล่าวว่า “ผมมีโอกาสได้เห็นครั้งแรกที่เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติที่ปูซาน มันเหนือความคาดหมายและเกินที่ผมจินตนาการไว้มากเลยครับ”

4. บทซีรีส์ที่สร้างสรรค์ด้วยเมสเสจที่ล้ำลึก


Emily in Paris ซีซั่น 2

เคาะวันแล้ว! Emily in Paris ซีซั่น 2 กลับมาแบบจัดเต็ม เดือนธันวานี้

เตรียมไปพักร้อนแบบสุดชิคที่ฝรั่งเศสกับ Emily in Paris ซีซั่น 2 ออกเดินทางพร้อมกันทาง Netflix 22 ธันวาคมนี้

เมื่อใช้ชีวิตในกรุงปารีสมาสักพัก เอมิลี่ก็เริ่มคุ้นเคยกับเมืองแห่งนี้มากขึ้น แต่ก็ยังรู้สึกว่ายังมีเรื่องแปลกๆ ให้พบเจอและปรับตัวกับชีวิตสไตล์ชาวฝรั่งเศส หลังจากที่เข้าไปพัวพันกับรักสามเส้าระหว่างเพื่อนบ้านหนุ่มและเพื่อนชาวฝรั่งเศสคนแรกของเธอ เอมิลี่ก็หันมาโฟกัสเรื่องงาน ที่นับวันยิ่งซับซ้อนขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่ในคลาสเรียนภาษาฝรั่งเศส เอมิลี่ก็ได้พบเจอกับชาวต่างชาติคนหนึ่งที่ทั้งน่ารำคาญและน่าทำความรู้จักไปพร้อมๆ กัน

ดาร์เรน สตาร์ ผู้สร้างและผู้จัดมือรางวัล กลับมานำทัพซีซั่นที่ 2 ของซีรีส์ Emily In Paris (เอมิลี่ในปารีส) หลังจากที่ซีซั่นแรกได้เข้าชิงรางวัลเอมมี่ และเป็นซีรีส์แนวคอมเมดี้ที่มีผู้ชมมากที่สุดทาง Netflix ประจำปี 2020 ส่วนลิลี่ คอลลินส์ โปรดิวเซอร์และนักแสดงของซีรีส์กลับมารับบทเอมิลี่ คูเปอร์อีกครั้ง พร้อมด้วยนักแสดงจากซีซั่นแรก ได้แก่  ฟิลิปปีน เลอรัว-โบลิเออ, แอชลีย์ พาร์ค, ลูกัส บราโว, คามิลล์ ราซาต, ซามูเอล อาร์โนลด์, บรูโน กูเออรี และวิลเลี่ยม อเบดี้ พร้อมด้วยนักแสดงรับเชิญ เคท วอล์ช นอกจากนี้ยังมีนักแสดงใหม่ ได้แก่ ลูเซียน ลาวิสเคาท์, เจเรมี่ โอ แฮริส และ อาร์โนด์ บินาร์ด


บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ฮ็อตไฟลุก! กระเป๋า Longchamp Filet ‘ลิลี่ คอลลินส์’ ในเบื้องหลัง Emily in Paris SS 2

ทุกชุดมีเรื่องราว! เจาะลุคแฟชั่นของ ลิลี่ คอลลินส์ จากซีรี่ส์ดัง Emily in Paris

เปิดสเต็ปบิวตี้รูทีนจัดเต็มของ Lily Collins เน้นงานผิวทั้งสกินแคร์และเมคอัพ

 

6 เซเลบหนุ่ม

เปิดวาร์ป 6 เซเลบหนุ่มคลื่นลูกใหม่ รูปหล่อ นามสกุลดัง โปรไฟล์ดีมาก-ก-ก

รีบตามมาเลยค่ะสาวๆ แพรว จะพาไปทำความรู้จักกับ 6 เซเลบหนุ่มคลื่นลูกใหม่ไฟแรงจากตระกูลดัง ซึ่งนอกจากหน้าตาจะหล่อเหลาเอาการแล้ว โปรไฟล์ยังดี๊ดีมากแม่! เรียกว่ามีครบทั้งกึ๋นและเรื่องราวชีวิตที่น่าสนใจ รับรองว่าทำให้สาวๆ กระชุ่มกระชวยหัวใจได้อย่างแน่นอน

เปิดวาร์ป 6 เซเลบหนุ่มคลื่นลูกใหม่ รูปหล่อ นามสกุลดัง โปรไฟล์ดีมาก-ก-ก

 

พูม – ภานุกร ศรีอรทัยกุล

“พูม – ภานุกร ศรีอรทัยกุล” ลูกชายคนโตของคุณหนึ่ง – สุริยน และคุณเมก้า ศรีอรทัยกุล ที่แม้ลุคจะดูนิ่งๆ เท่ๆ แต่เจ้าตัวบอกว่า “ผมเป็นสายแอดเวนเจอร์นะครับ

“ตอนนี้ผมใกล้จะเรียนจบด้านเศรษฐศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยบอสตัน สหรัฐอเมริกา แต่เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 จึงต้องเรียนทางออนไลน์จากประเทศไทย และบางวันก็เข้าไปศึกษางานที่บริษัทกับคุณพ่อบ้างครับ (ยิ้ม)

พูม ภานุกร ศรีอรทัยกุล

“ผมแพลนไว้ว่าพอจบปริญญาตรีจะเรียน GIA (Gemological Institute of America) ซึ่งเป็นสถาบันอัญมณีและศึกษาทางด้านอัญมณีศาสตร์เพิ่มเติม เพราะในอนาคตผมตั้งใจว่าจะทำด้านนี้ต่อจากคุณพ่อ ซึ่งจริงๆ คุณพ่อไม่ได้บังคับนะครับ ท่านให้อิสระเต็มที่ ท่านบอกเสมอว่าให้ทำสิ่งที่ชอบและอยากทำจริงๆ

“สารภาพว่าผมเพิ่งสนใจด้านอัญมณีเมื่อประมาณ 2 ปีนี้เองครับ จริงอยู่ที่ผมโตมากับสิ่งนี้ แต่เมื่อก่อนเรายังไม่ได้ศึกษาละเอียด แค่รู้สึกว่าหินอะไรทำไมแพงขนาดนี้ (หัวเราะ) แต่พอได้ศึกษาประวัติศาสตร์ความเป็นมาว่าเพชรแต่ละชนิดเป็นอย่างไร มาจากไหน ทำให้ผมอินและอยากเรียนด้านนี้เพิ่มเติมอย่างละเอียด

“อีกอย่างที่ชอบและอยากทำคือสนามกอล์ฟครับ เพราะชอบตีกอล์ฟมาก เล่นมาตั้งแต่อายุ 13 ปี ผมรู้สึกว่ากอล์ฟเป็นกีฬาที่มีเสน่ห์ ทุกครั้งที่ไปออกรอบเราจะเจอสถานการณ์ที่ไม่เหมือนเดิม อย่างสนาม ทิศทางลม จะเลือกใช้ไม้ตีแบบไหน รวมถึงองค์ประกอบต่างๆ ที่ทำให้เราได้คิดอยู่ตลอด ซึ่งผมเคยเป็นนักกีฬาโรงเรียนตอนอยู่ไฮสกูล แต่ผมรู้สึกว่าถ้าถึงขั้นเป็นนักกีฬาคงซีเรียสเกินไป ขอทำเป็นงานอดิเรกดีกว่า

“และเมื่อปี 2559 ผมเคยจัดกิจกรรมแข่งกอล์ฟการกุศล ‘Golf for School’ เพื่อหารายได้สมทบทุนการศึกษาให้นักเรียนด้อยโอกาส เพราะผมชอบงานด้านการกุศล การช่วยเหลือคน ผมไม่ชอบเห็นคนเป็นทุกข์ เพราะผมก็เคยมีช่วงที่เศร้า เครียด ซึ่งผมไม่ชอบความรู้สึกนั้นเลย บวกกับผมชอบกีฬากอล์ฟมาก จึงนำไอเดียไปปรึกษาคุณพ่อกับคุณปู่ และท่านก็ช่วยจัดการจนเกิดเป็นงานครั้งนั้น ซึ่งผมพอใจและมีความสุขมากครับ แต่หลังจากนั้นผมก็ไปเรียนต่อ แต่กิจกรรมนั้นคุณพ่อยังจัดต่อเนื่องมาตลอด เพียงแต่ผมไม่ได้เข้าไปทำแล้ว ส่วนในอนาคตถ้ามีโอกาส ผมจะทำกิจกรรมช่วยเหลือสังคมอีกแน่นอน

“และช่วงนี้ผมอินกับการพัฒนาตัวเองมากๆ ในทุกด้าน ชอบดูสารคดีเกี่ยวกับเรื่องนี้ เช่น แนวคิดของคนที่ประสบความสำเร็จ นักธุรกิจ การบริหาร ซึ่งย้อนไปสมัยเด็กผมค่อนข้างเกเร ขี้เล่น ไม่ตั้งใจเรียน ไม่ค่อยสนใจอะไร ดูไม่ค่อยจริงจังกับอะไรเท่าไร แต่พอเข้ามหาวิทยาลัย ผมจริงจังขึ้นเยอะเลยครับ เพราะรู้แล้วว่าการเรียนเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ยิ่งจะเข้าสู่วัยทำงานแล้วด้วย จึงต้องเตรียมตัวให้พร้อมที่สุด

“ส่วนวันว่างผมชอบอ่านหนังสือ ฟังเพลง และออกกำลังกายด้วยการยกเวต (ยิ้ม) จริงๆ ผมเล่นกีฬาแทบทุกประเภท ชอบกิจกรรมเอ๊าต์ดอร์ อย่างสกี ดำน้ำ ต่อยมวย ฟุตบอล เทนนิส แต่ชอบที่สุดคือกอล์ฟ และเข้าฟิตเนสออกกำลังกายสัปดาห์ละ 3 วัน เพราะการดูแลสุขภาพเป็นสิ่งสำคัญมาก ฉะนั้นเริ่มดูแลตั้งแต่ตอนยังอายุไม่มากดีกว่า แต่ถ้าเรื่องการดูแลผิวพรรณ ความหล่อ ผมไม่เก่งเลย (หัวเราะ) ทาแค่ครีมกันแดดก่อนออกไปตีกอล์ฟเท่านั้น…เรื่องนี้ต้องยกให้คุณพ่อครับ

“ถ้ามองนิสัยตัวเอง ผมค่อนข้างเข้ากับคนง่ายนะครับ เฟรนด์ลี่ แต่ถ้าโมโหขึ้นมาก็น่ากลัวอยู่ครับ เพียงแต่ไม่ค่อยจะมีเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้น ส่วนเรื่องหัวใจ ตอนนี้มีแฟนแล้วครับ (ยิ้ม) ผมชอบผู้หญิงที่มีความชัดเจนกับตัวเอง มีเป้าหมายว่าอยากทำอะไร ส่วนผม…คิดว่าตัวเองค่อนข้างโรแมนติก อย่างทุกวันสำคัญก็จะมีอะไรพิเศษให้ตลอด แต่จริงๆ เรื่องนี้ต้องให้คนอื่นตอบนะ” (หัวเราะ)

 

กัน – ณัฐภัทร สหวัฒน์

ณัฐภัทร สหวัฒน์ ลูกชายคนโต หนึ่งในสี่หนุ่มของคุณภัทท และคุณนีน่า – ณัฐนันท์ สหวัฒน์ ที่พกความหล่อมาเต็มอัตรา เขาคือผู้ชายสายลอง มีความชอบหลากหลาย ไม่ว่าจะกระโดดร่ม เล่นโยคะ ฝึกธรรมะ ไปจนถึงเป็นมังสวิรัติ

กัน ณัฐภัทร สหวัฒน์

“ตอนนี้ผมช่วยธุรกิจที่บ้านครับ อยู่ที่บริษัท วนชัย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) รวมไปถึงดูแลบริษัท วนชัย วู้ดสมิธ จำกัด ทำเกี่ยวกับวัสดุก่อสร้างและค้าไม้ โดยผมทำตำแหน่ง Communication on Cloud ดูแลช่องทางการขายและการสื่อสารผ่านทางออนไลน์ ทำมาได้ 1 ปีแล้ว ซึ่งต้องเรียนรู้เยอะ เพราะผมไม่ได้จบด้านออนไลน์มาโดยตรง บวกกับไม่ใช่สายเล่นโซเชียล ก็ต้องศึกษาหาวิธีว่าถ้าอยากให้คนเสิร์ชเจอบริษัทเราต้องทำอย่างไร มีวิธีไหนที่จะทำให้คนรู้จักมากขึ้น เพื่อที่จะได้ลูกค้าใหม่ๆ ยากเหมือนกัน แต่ก็ทำได้ครับ

“ผมเรียนจบด้านบริหารจาก Emmanuel College ที่บอสตัน โดยไปเรียนไฮสกูลตั้งแต่อายุ 11 ผมชอบนะ เพราะความที่โรงเรียนมีเด็กนักเรียนมาจากกว่า 50 ประเทศ จึงได้ฝึกเรื่องการปรับตัว กลายเป็นคนที่เข้ากับคนง่าย และสอนให้ผมไม่ตัดสินคนอื่น

“แต่นิสัยผมเบื่อง่ายครับ จึงชอบทดลองหากิจกรรมใหม่ๆ ทำอยู่เสมอ โดยเฉพาะแนวแอดเวนเจอร์ ชอบปีนเขา กระโดดร่ม ซึ่งช่วงที่เรียนมหาวิทยาลัยผมเคยไปลงเรียนคอร์สกระโดดร่มจริงจัง โชคดีที่ผมไม่กลัวความสูง แต่จะรู้สึกตื่นเต้นที่สุดตอนที่กำลังจะกระโดดลงจากเครื่องบิน ความสูงประมาณ 13,000 ฟตุ จากพื้นดิน ต้องมีสติ หมั่นดูสัญญาณมือจากครูผู้ฝึก ซึ่งการฝึกครั้งแรกจะมีครูจับมือแล้วกระโดดไปพร้อมกัน ถ้าเขาเห็นว่าเราทรงตัวได้ ไม่มีอาการตกใจก็จะปล่อยมือ สิ่งที่ต้องทำคือดูว่าตัวเองอยู่ที่ระดับความสูงเท่าไร และคอยเช็กว่าจุดแลนดิ้งคือตรงไหน เพื่อที่จะบังคับร่มให้ไปลงตรงจุด ซึ่งผมโชคดีมาก กระโดดร่มมา 6 ครั้งยังไม่เคยลงผิดจุด

“นอกจากกีฬาที่ตื่นเต้นแล้ว โยคะผมก็เล่น ที่สนใจเพราะช่วยฝึกการทรงตัว อย่างผมชอบเล่นกีฬา ทางน้ำ เช่น เซิร์ฟ เวคบอร์ด ต้องใช้กล้ามเนื้อทุกส่วน โยคะจะช่วยได้มาก หลายคนคิดว่าโยคะเป็นกีฬาช่วยผ่อนคลาย แต่ไม่นะ เหงื่อหยดติ๋งๆ เลย เหนื่อยกว่าวิ่งอีก ผมใช้วิธีฝึกฝนเอง โดยดูคลิปในยูทูบ เริ่มจากวันละ 10 นาที ขยับขึ้นมาเรื่อยๆ ตอนนี้อยู่ที่ 1 ชั่วโมงครึ่ง สามารถทำท่า Head Stand (ยืนด้วยศีรษะ) ได้แล้ว ผมอยากทำท่า Hand Stand (ยืนด้วยมือ) ให้ได้ด้วย กำลังฝึกอยู่ครับ

“อีกอย่างที่ผมทดลองทำได้ปีกว่าคือการกินมังสวิรัติครับ เดิมผมชอบเนื้อสัตว์มาก อยากลองดูว่าถ้าไม่กินผมจะโอเคไหม เป็นความท้าทายอีกแบบ ปรากฏว่าผลลัพธ์ดีกว่าที่คิด เพราะร่างกายตอบรับได้ดีมาก ช่วยให้รู้สึกกระฉับกระเฉงขึ้น สำหรับใครที่รู้สึกว่ากินมังสวิรัติแล้วจะได้สารอาหารไม่เพียงพอ ผมแนะนำให้เสริมด้วยไขมันชนิดดีและกินวิตามินเสริม เพื่อทดแทนการกินเนื้อสัตว์ด้วยครับ

“อีกอย่างที่หลายคนไม่รู้คือผมชอบงานศิลปะด้วย ทั้งการปั้นดินน้ำมัน แกะสลักไม้ และวาดรูป ทั้งสีน้ำ สีอะคริลิก ตอนนี้อยากลองสีน้ำมันเพิ่ม พอวาดเสร็จบางครั้งก็ให้เป็นของขวัญวันเกิดกับคนในครอบครัว (ยิ้ม)

“นอกจากนี้ผมยังชอบปฏิบัติธรรม เริ่มไปวิปัสสนาเมื่อ 2 ปีที่แล้ว และทำต่อเนื่องมาจนถึงตอนนี้ ที่สนใจเพราะคิดว่าการวิปัสสนาเป็นประโยชน์กับตัวเอง ช่วงแรกยอมรับว่าทรมานมาก นึกว่าไปเข้าแคมป์คณิตศาสตร์ เพราะมัวแต่บวกลบคูณหารว่าจะได้กลับบ้านวันไหน (หัวเราะ) นับทุกอย่าง ต้องนอนกี่วัน กินอาหารกี่มื้อ แต่ศูนย์วิปัสสนาที่เชียงใหม่สอนดีมาก ถ้าเบื่อก็แค่กำหนดกับตัวเองว่าเบื่อหนอ อยากกลับบ้านหนอ ไม่อยากอยู่หนอ ทำตามนั้นจนรู้สึกดีขึ้น มันทำให้ผมมีสติ รู้จักสังเกตร่างกายตัวเอง รู้ว่ากำลังคิดอะไร จึงไปต่อเนื่องเรื่อยๆ

“ในอนาคตผมอยากมีธุรกิจของตัวเอง อยากทำเกี่ยวกับไม้หรือไม่ก็ทำฟาร์ม ผมชอบอยู่กับธรรมชาติ สมัยเรียนไฮสกูล คุณลุงของเพื่อนมีฟาร์มวัว เวลาปิดเทอมผมก็ไปช่วยเป็นลูกมือ ตื่นแต่เช้ามืดไปรีดนม ทำความสะอาดคอก ป้อนอาหาร ชอบมาก เป็นชีวิตในฝันเลยครับ”

 

ซีซาร์ – เปรมชนก วงศ์โชติสถิต

“ซีซาร์” ลูกชายของคุณไพบูลย์ – คุณอุบลวรรณ วงศ์โชติสถิต เจ้าของธุรกิจส่งออกผลไม้ไทย บริษัท โอพี ฟรุตส์ จำกัด เขากำลังศึกษาอยู่คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยนิวยอร์ก นอกจากจะเรียนเก่งแล้ว ยังมีความสามารถหลากหลาย ทั้งงานในวงการบันเทิง กีฬา และแฟชั่น เรียกว่าครบเครื่องจริงอะไรจริง

ซีซาร์ เปรมชนก วงศ์โชติสถิต

“ผมกำลังขึ้นปี 2 แลว้ ครับ หลายคนอาจคิดว่าผมไม่น่าเรียนคณะเศรษฐศาสตร์ เพราะลุคผมค่อนข้างติสต์ (หัวเราะ) แต่เอาจริงๆ ผมก็สนใจงานอาร์ตและแฟชั่นมาก ที่จริงเกือบจะเลือกเรียนสายนั้นแล้ว แต่อีกใจผมก็ชอบเศรษฐศาสตร์เหมือนกัน และการเรียนสาขานี้จะสามารถกลับมาช่วยงานของที่บ้านได้ ถึงอย่างนั้นผมก็ไม่ทิ้งงานด้านที่ชอบครับ อยากเรียนอะไรที่เสริมความครีเอทีฟให้ตัวเองด้วย จึงลงเรียนวิชาด้านมีเดียควบคู่กันไป

“ผมเป็นผู้ชายสายแฟ อินกับแฟชั่นมาก สไตล์ผมคือสตรีท ชอบใส่เสื้อตัวใหญ่ กางเกงโคร่ง กับสนีกเกอร์ แต่วันนี้ขอเปลี่ยนลุคเพื่อ แพรว โดยเฉพาะ อย่างช่วงนี้ผมอินกับดีไซเนอร์ไทย ชอบแบรนด์ Painkiller และ Leisure Projects ที่สามารถนำความเป็นไทยให้โกอินเตอร์ได้ลงตัว ไม่ว่าจะออกคอลเล็คชั่นอะไรมา ก็น่าซื้อไปหมด เรื่องช็อปจึงเป็นของชอบครับ ตอนอยู่นิวยอร์กแค่มีเวลาว่างระหว่างคลาส ก็สามารถไปเล็งไว้ก่อนได้ ไอเท็มที่มีเยอะที่สุดในตู้คือรองเท้า หลากหลายมาก ทั้งบู๊ต สนีกเกอร์ หุ้มข้อ ฯลฯ แบรนด์ที่ชอบที่สุดตอนนี้คือ Nike ชอบที่เขาทำงานกับศิลปินหลากหลาย ทุกคู่ที่เขาดีไซน์ออกมาเป็นสไตล์ผมทั้งนั้นเลย (ยิ้ม)

“ถ้าเป็นเรื่องกีฬา ผมเคยเล่นบาสเกตบอลสมัยเรียนไฮสกูลที่อังกฤษ ซึ่งเป็นอีกเรื่องที่ผมภูมิใจมาก ผมเริ่มเล่นบาสตั้งแต่อายุ 12 และตัวเล็กที่สุดในทีม ทั้งที่ผมสูง 180 ซึ่งถือว่าสูงสำหรับคนไทยแล้ว แต่เพื่อนในทีมตอนนั้นส่วนใหญ่สูง 190 กัน ความที่ตัวเล็กสุดจึงได้เล่นตำแหน่งพ้อยต์การ์ด ทำหน้าที่จ่ายลูกบอลเพื่อเริ่มบุกเกม และกันฝ่ายตรงข้าม ครั้งหนึ่งเกิดอุบัติเหตุขณะกำลังซ้อมกับเพื่อน แล้วเพื่อนอีกคน ซึ่งสูงกว่า 2 เมตร คือสูงที่สุดในทีม เขาล้มทับผมหัวโขกกันสนั่น โอ้โฮ…อย่างมึน แล้วสัปดาห์ถัดมาต้องสอบ ดีที่ไม่เป็นอะไรมาก

“บาสยังทำให้ผมประทับใจด้วย ตอนอายุ 17 ผมมีโอกาสไปร่วมแข่งที่ประเทศสเปน สนุกมาก เหมือนได้เปิดโลกใบใหม่ เพราะได้ร่วมฝึกกับทีมสเปน ซึ่งเป็นทีมมืออาชีพ เขาเล่นบาสกันเต็มเวลา ไม่ต้องแบ่งเวลาเรียนเหมือนพวกผม นักกีฬาที่นั่นมีแพสชั่นสูง เขาจะคอยผลักดันผมตลอดว่ายูต้องมีพลังนะ ถ้ารู้ว่าตัวเองมีปัญหาเรื่องอะไร ต้องแก้ตอนนี้เลยนะ ถึงแมตช์นั้นทั้งแพ้และชนะ แต่ก็ทำให้ผมได้ทักษะใหม่ๆ และได้เพื่อนใหม่กลับมา

“ถ้าถามถึงแพสชั่นที่ผมอยากทำตอนนี้คืองานในวงการบันเทิงครับ นอกจากงานเดินแบบ ถ่ายแบบที่ผมทำอยู่แล้ว ผมยังชื่นชอบการเต้นและร้องเพลงด้วย รักการฟังเพลงตั้งแต่เด็ก ไม่ว่าจะทำอะไรต้องเปิดเพลงตลอดเวลา ไอดอลคือ Jay Park ศิลปินเกาหลีที่มีความสามารถหลากหลาย แร็พเก่ง ร้องเพลงก็ดี เต้นก็ได้ และ บุคลิกเขาชัดมาก เวลาอยู่บนเวทีเราละสายตาจากเขาไม่ได้เลย เป็นแรงบันดาลใจให้ผมหัดเต้นและลองแร็พเล่นๆ ตอนนี้กำลังเรียนเพิ่มเติมอยู่ครับ นอกจากเพลง งานแสดงผมก็สนใจ ผมชอบดูนักแสดงที่สามารถสื่ออารมณ์ของตัวละครออกมาได้ดี อยากลองทำอย่างนั้นบ้าง ซึ่งที่บ้านก็พร้อมสนับสนุนเต็มที่

“ส่วนเรื่องหัวใจ ผมไม่โสดแล้วครับ (ยิ้ม ) ผมเป็นแฟนที่ค่อนข้างตามใจ เรียกว่ายอมเลยแหละครับ เซย์โนไม่ค่อยเป็น แต่ถ้ามีเรื่องที่ผมไม่สบายใจก็จะพูดนะ เคลียร์ให้จบทันที สุดท้ายแล้วผมง้อได้ แม้จะไม่เก่งก็ตาม ถึงอย่างนั้นก็ได้ผลซะส่วนใหญ่นะครับ” (ยิ้ม)

 

เท็ดดี้ – อธิวัฒน์ ตั้งพูลสินธนา 

“เท็ดดี้” นอกจากจะเรียนเก่ง เขายังเด่นทั้งเรื่องกิจกรรมและมีแพสชั่นทำงานอาสา เรียกว่าหล่อ เก่ง ใจดี ครบสูตร

เท็ดดี้ อธิวัฒน์ ตั้งพูลสินธนา 

“ผมเป็นเด็กกิจกรรมตั้งแต่สมัยเรียนที่สาธิตจุฬาฯ เป็นทั้งนักกีฬาว่ายน้ำและแบดมินตันของโรงเรียน แมตช์ที่ภูมิใจคือชนะเลิศการแข่งขันแบดมินตันในงานสาธิตสามัคคี ซึ่งเป็นการแข่งขันระหว่างโรงเรียนสาธิต ผมชนะครั้งแรกตอนเรียนชั้น ป.6 และอีกครั้งคือ ม.2 แต่ตอนหลัง อยากมุ่งเรื่องการเรียนให้เต็มที่จึงหยุดไว้ก่อน สุดท้ายก็สามารถเอนทรานซ์ติดคณะบัญชี ภาคอินเตอร์ จุฬาฯ ได้อย่างที่ตั้งใจครับ (ยิ้ม)

“ตอนนี้ผมเรียนอยู่ชั้นปี 3 กำลังอินกับสิ่งที่เรียนมาก เพราะมีโอกาสไปฝึกงานด้าน Investment Banking ที่ Jay Capital Advisory Limited ลองทำงานด้านไฟแนนซ์มาสักพัก สนุกดีครับ ทำให้อยากลองทำงานเป็นที่ปรึกษา ดูแลและแก้ไขปัญหาธุรกิจในแต่ละเคสมากกว่าจะลงทุนทำธุรกิจของตัวเอง เพราะผมไม่ชอบความเสี่ยง

“ผมยังสนใจงานในวงการบันเทิงด้วย เคยมีโอกาสไปแคสติ้งงานของช่อง One ช่วงที่เรียนอยู่ ปี 2 และได้เรียนคลาสการแสดงเพิ่มเติม ผมยังไม่แน่ใจว่าตัวเองรักงานด้านนี้จนอยากเอาจริงเลยไหม แต่เมื่อมีโอกาสก็อยากทำให้เต็มที่ที่สุด

“เรื่องที่ถือเป็นจุดเปลี่ยนในชีวิตผมคือ เมื่อก่อนผมเป็นสายช็อปแบรนด์เนม เคยไปเที่ยวญี่ปุ่นแล้วไม่ทำอะไรเลยนอกจากช็อปปิ้งทั้งวัน กระทั่งเรียนมหาวิทยาลัยแล้วมีโอกาสไปค่ายอาสา ซึ่งก่อนหน้านั้นชีวิตผมมีแต่เรื่องเรียนกับกีฬา ไม่ค่อยทำอะไรอย่างอื่น โดยเฉพาะงานอาสา จึงอยากลองออกไปช่วยคนและอยู่แบบลำบากบ้าง เพราะค่ายนี้กินอยู่ค่อนข้างลำบากและห้ามแตะมือถือ 7 วัน ตอนบอกคุณพ่อว่าจะไปค่าย ท่านยังแปลกใจ แต่ก็สนับสนุนให้ไปเรียนรู้เต็มที่ ซึ่งเป้าหมายของค่ายอาสาครั้งนั้นคือสร้างห้องสมุดให้เด็กๆ ที่จังหวัดมหาสารคามเป็นเวลา 7 วัน

“คืนแรกต้องปูเสื่อนอนในห้องเรียน แมลงเยอะมาก ต้องปัดกันทั้งคืน แย่สุดคืออาหาร ผมไม่กินผัก แต่ในค่ายมีแต่ผัก เมนูวันแรกคือแกงจืดแตงกวากับถั่วงอกแบบไม่ปรุงรส เห็นแล้วไม่อยากกินเลยครับ แต่กฎของค่ายคือต้องกินให้หมด ตอนนั้นคิดเลยนะว่าจะรอดไหม แต่ถ้าให้ชั่งน้ำหนัก เรื่องสนุกในค่ายมีเยอะกว่า จนผมเลิกโฟกัสเรื่องอาหาร คือนอกจากสร้างห้องสมุด ยังมีงานสอนหนังสือ กิจกรรมสัมพันธ์กับชุมชน และงานสวัสดิการ ทุกคนจะได้วนทำครบทุกอย่าง ผมได้ผสมปูน ก่ออิฐฉาบปูนเป็นครั้งแรกในชีวิต ได้ไปสอนหนังสือเด็กๆ ส่วนกิจกรรมสัมพันธ์ คือไปหาชุมชน พูดคุย เรียนรู้วัฒนธรรม และมอบของใช้ให้ผู้ป่วยติดเตียง วันสวัสดิการก็ทำความสะอาด ทำอาหาร ดูแลค่าย ทั้งหมดนี้ผมชอบการสอนมากที่สุด ที่แปลกคือผมเคยคิดว่าตัวเองไม่ชอบเด็กเลย แต่เด็กๆ ที่นี่น่ารักมาก จนผมรู้สึกอยากช่วยให้เขาได้รับอะไรสักอย่าง จะเป็นความรู้หรือความสุขก็ได้ พอใกล้ถึงวันกลับบ้านไม่อยากกลับเลยครับ พอขึ้นปี 2 และปี 3 ผมสมัครเป็นสต๊าฟทำหน้าที่จัดค่าย โดยดูแลเรื่องการสอนว่าแต่ละวันจะสอนเรื่องอะไร เช่น ความสามัคคี น้ำใจ ความอดทน การตั้งเป้าหมาย ฯลฯ

“สิ่งที่เปลี่ยนผมมากที่สุดจากการไปค่ายคือทำให้ผมรู้สึกขอบคุณชีวิตที่ผมมีอย่างทุกวันนี้ รู้จักพอใจในสิ่งเล็กๆ น้อยๆ รอบตัวมากขึ้น อย่างมีวันหนึ่งที่ผมอยู่ค่าย ต้องกินแครอตกับหัวหอม จากคนที่ไม่กินผัก แต่วันนั้นผมกลับรู้สึกว่ามันอร่อย คือแค่รู้สึกอย่างนั้นเราก็มีความสุขได้ แล้วมันทำให้นิยามของความสุขเปลี่ยนไปจากเดิม เมื่อก่อนผมคิดว่าการซื้อของทำให้มีความสุข แต่ตอนนี้มันคงไม่ได้มากเท่ากับที่ได้ช่วยเหลือคนอื่น ทุกวันนี้ผมช็อปปิ้งของแบรนด์เนมน้อยลง ถือว่าประหยัด ไปได้เยอะ (หัวเราะ) ผมใช้เงินไปกับการท่องเที่ยวหาประสบการณ์ชีวิตหรือกินของกินอร่อยๆ แทน

“ตอนนี้ผมอยากทำโปรเจ็กต์ที่เปิดโอกาสให้นิสิตไปทำกิจกรรมร่วมกับเด็กกำพร้าได้โดยไม่ต้องจำกัดจำนวนคน เพราะปกติเวลาทำกิจกรรมมักจะต้องจำกัดจำนวนด้วยเงื่อนไขต่างๆ ผมอยากทำให้สำเร็จ เพื่อนๆ น้องๆ จะได้มีประสบการณ์ในการออกไปช่วยเหลือผู้อื่นดูบ้าง เพราะมันทำให้เกิดความรู้สึกดีๆ หลายอย่าง ผมเองยังไม่เคยลืมความประทับใจที่น้องๆ ชั้นประถมเดินมาขอบคุณที่เราช่วยสอนหนังสือ เป็นความรู้สึกดีที่ต้องสัมผัสด้วยตัวเองครับ”

 

อั๊น – ณพวุฒิ ขุนพินิจ 

“อั๊น” ทายาทคนสุดท้องของคุณอรรถกวี ขุนพินิจ และคุณอพัชชา รัตนนันท์ แห่งบริษัท ยูเนี่ยน เคมีคอล แอนด์ อีควิปเม้นท์ จำกัด ผู้ผลิตเอทิลแอลกอฮอล์ที่ได้การรับรองมาตรฐานอาหารและยารายเดียวในประเทศไทย (Food Grade) หลังจากเรียนจบจากอเมริกา ตอนนี้เขากำลังสนุกกับการแตกไลน์งานธุรกิจ

อั๊น ณพวุฒิ ขุนพินิจ 

“ผมไปเรียนไฮสกูลที่คอนเนตทิคัต อเมริกา ตั้งแต่อายุ 14 ปี ตอนแรกไม่อยากไป เมื่อมองย้อนไปก็เป็นเรื่องดีนะ ผมยังคิดเลยว่าถ้ามีลูกก็อยากส่งไปเรียนที่อเมริกา เพราะมันช่วยสอนให้ใช้ชีวิตด้วยตัวเอง อย่างโรงเรียนประจำที่ผมไปอยู่มีตารางเวรให้เด็กแต่ละคนว่าต้องทำหน้าที่อะไรบ้าง เช่น ดูดฝุ่นในห้องเรียน ตักหิมะ เก็บจานหลังกินข้าว สอนให้ผมรู้จักรับผิดชอบ ฝึกวินัย พอไปเรียนมหาวิทยาลัยก็อยู่ได้สบายเลย

“ผมตัดสินใจเรียนต่อด้าน Arts and Science ที่มหาวิทยาลัยนิวยอร์ก จากนั้นก็เบนเข็มมาเรียนด้าน Public Policy โฟกัสเรื่องรัฐศาสตร์และเศรษฐศาสตร์ ศึกษาเกี่ยวกับนโยบายรัฐ รวมถึงเรื่องภาษี เพราะได้ลองเรียนแล้วชอบ ผมรู้สึกว่าการเรียนสาขานี้ตอบโจทย์ เพราะสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับธุรกิจที่บ้านได้เป็นอย่างดี

“ผมกับพี่สาว (เอิร์น – ธัญนิจ ขุนพินิจ) ยังร่วมก่อตั้งธุรกิจอีก 2 อย่าง คือ Avia by Union Alcohol ผลิต Hand Sanitizing Gel และ Alcohol Hand Spray ผลตอบรับค่อนข้างดี ส่วนอีกธุรกิจที่เพิ่งทำด้วยกันคือแบรนด์ Skin & Tonic เป็น Pillow Spray ใช้ฆ่าเชื้อและช่วยให้ผ่อนคลาย นอนหลับได้ดี ใช้สำหรับฉีดหมอนและเครื่องนอน ซึ่งทั้งสองธุรกิจนี้เราใช้วัตถุดิบที่ดีที่สุดของธุรกิจในครอบครัวเรามาต่อยอด อย่าง Pillow Spray พี่สาวเลือกที่ไม่มีส่วนผสมของน้ำหอม แต่ใช้เอสเซนเชียลออยล์อย่างดีที่นำเข้ามาจากฝรั่งเศส โดยขายทางออนไลน์ Line : @AviabyUnionAlcohol และ Line : @skinandtonic

“ผมเป็นคนชิลๆ ง่ายๆ ชอบดูหนัง ฟังเพลง ถ่ายรูป ไม่ชอบความเครียด ถ้านอกเวลางานผมไม่เคยจัดตารางว่าต้องทำอะไร บางวันก็ขับรถเรื่อยๆ ไปโผล่ที่อยุธยาเลยก็มี แล้วก็ชอบความแอดเวนเจอร์ มีเรื่องนึงที่ผมภูมิใจมากคือ เมื่อปี 2019 ผมเดินขึ้นยอดเขาคิลิมันจาโรสำเร็จ ซึ่งเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในทวีปแอฟริกา มีความสูง 5,895 เมตร ใช้เวลาเดินทั้งหมด 7 วัน คือ เดินขึ้นเขา 6 วัน และเดินลงจากเขา 1 วัน ไปกับเพื่อนและพี่สาว โดยมีไกด์ช่วยนำทาง เรียกว่าเป็นสิ่งที่ยากที่สุดที่เคยทำ เพราะแม้ผมจะเข้ายิมบ้าง แต่ร่างกายไม่ได้ฟิตแบบนักกีฬา แล้วเราต้องเดินตลอดเวลา อย่างวันสุดท้ายคือเดิน 14 ชั่วโมง ต้องตื่นตอนกลางคืนแล้วเดินข้ามเขา เส้นทางไม่ได้ยาก แต่เพราะเป็นทางซิกแซ็ก และยิ่งขึ้นไปบนที่สูงยิ่งหายใจลำบาก ผมถึงขั้นอาเจียน บางวันนอนแล้วตอนเช้าลุกขยับตัวไม่ได้ เพราะปวดเมื่อยมาก โชคดีอย่างคือไม่เกิดอุบัติเหตุร้ายแรง

“วันที่ต้องเดินขึ้นยอดเขาเราเริ่มเดินตั้งแต่ 5 ทุ่ม อากาศหนาวมาก ทั้งลื่นและชัน ต้องใช้ ไม้เท้าช่วยให้ไต่ไปเรื่อยๆ แต่ก็เดินลำบาก เพราะเป็นทรายนิ่ม ก้าวลงไปแล้วเท้าจะจมถอยลงไป บรรยากาศรอบด้านมืดไปหมด มองไม่เห็นเพื่นร่วมทาง เห็นแค่แสงจากไฟฉายที่อยู่บนหัว ผ่านไปหลายชั่วโมงแล้วยังรู้สึกเหมือนอยู่ที่เดิม เหนื่อยแค่ไหนก็พักไม่ได้ เพราะไกด์บอกว่าพักแล้วอาจจะไม่ตื่น พวกผมไปถึงยอดเขาช่วงเช้า มองลงไปข้างล่างเห็นเมฆ บรรยากาศเงียบสงบมาก คุ้มกับความเหนื่อยครับ”

 

ซีซ่า – เบญจมินทร์ เบญจฤทธิ์

“ซีซ่า – เบญจมินทร์ เบญจฤทธิ์” หนุ่มนักกีฬามากความสามารถ ลูกชายของคุณอภิชาติ – คุณวีรนุช เบญจฤทธิ์ MD One & All Thailand และ MD Vera Allied Manufacturing Co. Ltd. ซึ่งนอกจากเขาจะมาพร้อมกับความสูงโปร่ง ยังมีเสน่ห์จากความน่ารัก ยิ้มเก่ง ใจดี และเป็นกันเอง

ซีซ่า เบญจมินทร์ เบญจฤทธิ์

“ผมเรียนอยูที่ Harrow School (Year 13) ประเทศอังกฤษ ซึ่งผมมาเรียนต่อที่นี่ตั้งแต่อายุ 13 ปี เป็นโรงเรียนประจำชายล้วน การที่ได้เข้าเรียนที่นี่เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ผมภูมิใจนะครับ เพราะต้องผ่านการสอบหลายรอบ ทั้งข้อเขียน ทั้งสัมภาษณ์ และได้รับทุนพิเศษในฐานะนักกีฬาว่ายน้ำ (Outstanding Talent Scholarship 2016 – 2021) และทุนเรียนดี A – Level (Honarary Academic Scholarship 2019 – 2021)

“ผมว่ายน้ำมาตั้งแต่ 3 ขวบ และเริ่มลงแข่งขันครั้งแรกตอน 6 ขวบ จากนั้นก็เป็นนักกีฬาว่ายน้ำของโรงเรียนมาตลอด มีตารางฝึกซ้อมสัปดาห์ละ 5 วันเพื่อเตรียมสำหรับแข่งขันรายการต่างๆ ความภูมิใจล่าสุดคือผมได้รับเลือกเป็นหัวหน้าชั้นประจำบ้าน คอยดูแลน้องๆ ปีแรก (Year 9) โดยมีหน้าที่ดูแลความเรียบร้อย ให้คำปรึกษาน้องๆ เพราะเวลาเข้ามาเรียนโรงเรียนประจำใหม่ๆ นักเรียนอาจจะเกิดอาการซึมเศร้าหรือคิดถึงบ้าน คิดถึงครอบครัว ผมก็จะคอยให้คำปรึกษา แนะนำ เทคแคร์ เพราะผมก็เคยผ่านช่วงปีแรกของการเรียนมาก่อน ทำให้เข้าใจความรู้สึกน้องๆ ว่าต้องการอะไร เพียงแต่ตัวผมตอนนั้นไม่ได้โฮมซิกเท่าไร อาจเพราะไม่ค่อยมีเวลาว่าง กิจกรรมเยอะ และเจอเพื่อนใหม่ตลอด…เรียกว่าไม่ค่อยมีเวลาเหงาครับ (หัวเราะ)

“ตำแหน่งหัวหน้าชั้นนี้ 50 เปอร์เซ็นต์คุณครูเลือก แล้วอีก 50 เปอร์เซ็นต์มาจากการโหวตของลูกบ้านครับ ผมคิดว่าส่วนหนึ่งน่าจะเพราะนิสัยผมค่อนข้างเข้ากับคนง่าย คุยกับเพื่อนๆ ได้หมด เฟรนด์ลี่ ใจดี รับฟังปัญหาของคนอื่น ซึ่งผมชอบให้คนมาคุย มาปรึกษานะ ถ้าช่วยอะไรได้ก็จะช่วยเต็มที่ ถ้าปลอบใจแล้วยังไม่ดีขึ้น ก็อาจจะพาไปกินข้าว พาไปเที่ยว ให้เขาไม่คิดมากครับ (ยิ้ม)

“ถ้าผมมีเวลาว่างส่วนใหญ่ก็จะดูหนัง ฟังเพลง แต่หลักๆ จะอยู่กับการออกกำลังกาย เพราะเป็นนักกีฬา แต่ไม่เฉพาะว่ายน้ำนะครับ ผมชอบเล่นกีฬาแทบทุกประเภท อย่างวิ่งผมก็เคยลงวิ่งฮาล์ฟมาราธอน (21 กิโลเมตร) และล่าสุดลงวิ่ง Cross Country คือวิ่งผสมว่ายน้ำ เป็นงานการกุศลของโรงเรียน ซึ่งปีนี้ผมจะจบแล้ว ก็เลยขอจัดเต็มนิดนึง (หัวเราะ) ลงว่ายน้ำ 10 กิโลเมตร ต่อด้วยวิ่ง 20 กิโลเมตร เป็นการวิ่งขึ้นลงภูเขาในบริเวณโรงเรียน รวมเวลาประมาณ 5 – 6 ชั่วโมง ถือเป็นอีกหนึ่งรายการที่ประทับใจครับ (ยิ้ม)

“ถ้าพูดถึงประสบการณ์แปลกใหม่ ผมคิดว่าน่าจะเป็นตอนที่บินกลับจากอังกฤษช่วงธันวาคมที่ผ่านมา เพราะต้องกักตัวนาน 4 สัปดาห์เลย เริ่มจากกักตัวที่อังกฤษก่อน 15 วัน พอมาถึงเมืองไทยก็กักต่ออีก 15 วัน แต่ผมไม่มีปัญหา ครับ เพราะปกติอยู่โรงเรียนประจำจึงอยู่คนเดียวได้ ไม่เหงา (ยิ้ม) ถือว่าได้ใช้เวลากับตัวเองเต็มที่ มีเวลาเขียนโปรเจ็กต์ส่งมหาวิทยาลัย เรียนออนไลน์ ฯลฯ

“ตอนนี้ผมอยู่ในช่วงรอการตอบรับจากมหาวิทยาลัยที่อังกฤษกับสหรัฐอเมริกาครับ ผมอยากเรียนต่อด้านวิทยาศาสตร์เคมี เพราะครอบครัวทำธุรกิจเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ดูแลผิวและเส้นผม คิดว่าพอเรียนจบด้านนี้ อยากเรียนต่อเป็นแพทย์ผิวหนัง เพื่อจะได้สานต่อธุรกิจของครอบครัวครับ (ยิ้ม)

“อย่างช่วงสถานการณ์โควิด-19 ที่ผ่านมา ผมอยู่เมืองไทยพอดี จึงใช้เวลาว่างทำผลิตภัณฑ์กับเพื่อน ชื่อแบรนด์ ZkinS (IG : @zkinsoffcial) เป็นผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหน้า 3 ชิ้น คือ โฟมล้างหน้า ครีมบำรุง และครีมกันแดด ซึ่งคิดค้นมาจากความชอบและประสบการณ์ของตัวเองว่าส่วนผสมแบบไหนดี ควรมีอะไรบ้าง เพราะผมโตมาในห้องแล็บ อยู่ในโรงงาน ทำให้รู้จักส่วนผสมต่างๆ บวกกับศึกษาเพิ่มเติม ทดลองด้วยตัวเองมาตลอด แต่ตอนนั้นทำออกมาจำนวนไม่เยอะครับ เพราะมีเวลาว่างไม่กี่เดือนก็ต้องกลับไปเรียนต่อ แต่เร็วๆ นี้มีแพลนจะออกผลิตภัณฑ์ใหม่เพิ่มเติม ฝากติดตามด้วยนะครับ (ยิ้ม)

“งานนี้ตรงกับความสนใจของผมที่ค่อนข้างให้ความสำคัญกับการดูแลตัวเองครับ ยิ่งเป็นนักกีฬาด้วย ยิ่งต้องดูแลผิวหน้าให้ดี (ยิ้ม) บิวตี้รูทีนของผมก็ไม่ได้เยอะนะครับ (คุณแม่แซวว่าจริงๆ แล้วเยอะ) ตอนเช้าเริ่มจากโฟมล้างหน้า ยาแต้มสิว เซรั่มลดเลือนจุดด่างดำ และครีมกันแดด แต่ถ้าวันไหนต้องไปงานก็เพิ่มคอนซีลเลอร์กลบรอยสิวนิดนึง

“ส่วนก่อนนอนเริ่มจากใช้คลีนซิ่งเช็ดสิ่งสกปรก และเพิ่มการสครับผิวหน้าสัปดาห์ละ 2 – 3 ครั้ง ตามด้วยยาแต้มสิว และเซรั่ม 2 ชนิดคือ ลดเลือนจุดด่างดำและเติมความชุ่มชื้น ประมาณนี้ครับ (หัวเราะ) เพียงแต่บนโต๊ะมีของเยอะมาก เพราะบางครั้งพี่คนขายแนะนำดี ผมเลยใจอ่อน ซื้อกลับมาลองตลอด” (หัวเราะ)


ที่มา : นิตยสารแพรว ฉบับ 967

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

สาวๆ ใจเต้นแรง! อีตั้น-ศักดิเดช บาริสต้าสุดหล่อ ดีกรีลูกชายแม่หมิว

ชีวิตคือ การเรียนรู้ เอม-สรรเพชญ์ ทายาทหนึ่งเดียวของ ดู๋-สัญญา คุณากร

เปิดใจ “ลุค อิชิคาว่า” พระเอกน้องใหม่มาแรง! ที่ขโมยหัวใจแม่ยกอยู่ในตอนนี้

 

สนีกเกอร์ Dior Vibe

ซูมความเท่ สนีกเกอร์ Dior Vibe ตีความใหม่จากรองเท้าวิ่ง

รองเท้าผ้าใบหรือ สนีกเกอร์ Dior Vibe ซึ่งออกแบบโดย มาเรีย กราเซีย คิอูริ (Maria Grazia Chiuri) สำหรับคอลเล็คชั่นครูซ 2022 เป็นการนำรองเท้าวิ่งมาตีความใหม่ โดยมีจุดเด่นอยู่ที่การนำวัสดุโปร่งใสมาเป็นลูกเล่น เสริมด้วยแถบสีทองหรือเงิน พร้อมพื้นรองเท้ายางที่มอบความยืดหยุ่น

ดวงดาวอันถือเป็นสัญลักษณ์อันเป็นที่รักของกูตูริเยร์ผู้ก่อตั้งแบรนด์ดิออร์ จะถูกนำมาประดับประดาอยู่บนผลงานชิ้นนี้ ปิดท้ายด้วยชื่อ Christian Dior ถือเป็นการผสมผสานโลกของสปอร์ตแวร์เข้ากับสไตล์อันเป็นเอกลักษณ์ตามแบบฉบับของดิออร์ มีจำหน่ายภายในบูติกของดิออร์และทางเว็บไซต์ Dior.com สนนราคาคู่ละ 42,000 บาท

ซูมความเท่ สนีกเกอร์ Dior Vibe ตีความใหม่จากรองเท้าวิ่ง

สนีกเกอร์ Dior Vibe-1 สนีกเกอร์ Dior Vibe-2 สนีกเกอร์ Dior Vibe-3 สนีกเกอร์ Dior Vibe-4


บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

หลักแสนก็ยอมจ่าย! กระเป๋า Dior Bobby รูปทรงใหม่แนวนอน ใบเดียวใช้คุ้ม

ไม่ได้ตาฝาด! กระเป๋า Balenciaga The Hacker หน้าตาเหมือน Gucci

หลายคนอาจไม่รู้! สไตลิสต์ BLACKPINK เผย 4 สาวเลือกคอสตูมเองหรือไม่

 

Katherine Langford

คนรักสวยไม่ได้ดูแลแค่ผิวหน้า Katherine Langford เผยทริคบำรุงผิวส่วนอื่นที่ไม่ควรละเลย

ผิวสวยจังแม่คุณ ทำบุญด้วยอะไร! ไม่ใช่ว่าเหล่าเซเลบริตี้ประจำพรมแดงจะมีแต้มบุญสูงกว่าเราจึงมีผิวพรรณสวยกระจ่างไปทั้งตัว แต่เป็นเพราะการดูแลตัวเองอย่างเคร่งครัดด้วยผลิตภัณฑ์และเทคนิคที่เหมาะสม แม้พวกเธอจะอยู่เมืองหนาว แต่ก็ยังมีผิวชุ่มชื้นนวลเนียนอ่อนเยาว์ ดังเช่นนักแสดงสาวสวย Katherine Langford (แคทเธอรีน แลงฟอร์ด)

Katherine Langford 5

คนรักสวยไม่ได้ดูแลแค่ผิวหน้า Katherine Langford เผยทริคบำรุงผิวส่วนอื่นที่ไม่ควรละเลย

คนรักสวยที่แท้ไม่ได้ดูแลแค่ผิวหน้า แต่มือและเท้าก็เป็นส่วนสำคัญที่ต้องดูแลในช่วงหน้าหนาว ละเลยแค่แป๊บเดียวผิวอาจหยาบกร้านจนกู้ยาก

“ฉันเคยมีช่วงเวลาที่ยุ่งกับตารางงานต่างๆ จนละเลยการดูแลตัวเองกับผิวหน้านั้นเคร่งครัดอยู่แล้ว แถมยังมีแพทย์ช่วยดูแล แต่ส่วนที่มักลืมคือมือและเท้า มาสะดุ้งอีกทีตอนที่เห็นภาพมือตัวเองถูกซูมในมอนิเตอร์ ซึ่งมันทั้งแห้งและดูหยาบ มีริ้วรอย เหมือนอายุมาก นึกสภาพว่าพอมันขึ้นจอใหญ่ใน โรงหนังจะสยองขวัญขนาดไหน

Katherine Langford 4

“จากนั้นฉันเปลี่ยนบิวตี้รูทีนเลยค่ะ ต้องดูแลมือและเท้ามากขึ้น เลิกล้างมือด้วยน้ำอุ่น เลือกใช้สบู่ที่อ่อนโยนและชุ่มชื้นมากๆ ก่อนนอนอัดครีมแน่นๆ แล้วสวมถุงมือและถุงเท้าเพื่อกักเก็บความชุ่มชื้นเอาไว้ ไม่นานมือและเท้าก็คืนสภาพนุ่มนวลขึ้นค่ะ”

Katherine Langford 1 Katherine Langford 2 Katherine Langford 3


ข้อมูล : นิตยสารแพรว ฉบับ 976 เดือนพฤศจิกายน 2564
ภาพ : katherinelangford

 

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

สาวผิวสวย “ยุนอา” เผยทริคคลีนผิวสะอาดใสแบบไม่เอี๊ยด แต่ยังคงความชุ่มชื้น

พาส่อง 4 ไอเท็มตอบโจทย์การอาบน้ำในแบบเซเลบริตี้ที่ไม่ธรรมดา

“จองโฮยอน” หรือ “คังแซบยอก” ผู้เล่นหมายเลข 067 Squid Game เผยทริคดูแลผิว

 

 

คิ้วต์บอย อโยธยา

ระวังตกหลุมรัก! เปิดโฉมหน้าพร้อมทำความรู้จัก 7 หนุ่ม คิ้วต์บอย อโยธยา 2021

เจมส์-จิรายุ ตั้งศรีสุข และ เกรท-สพล อัศวมั่นคง นำทัพหนุ่มๆ  คิ้วต์บอย อโยธยา 2021 มาขโมยหัวใจผู้ชมในโปรเจ็คต์ “คิ้วท์บอย อโยธยา”

ก่อนหน้าที่หนังจะลงตัวที่ชื่อ “อโยธยา มหาละลวย” ครั้งหนึ่งทีมงานเคยเรียกหนังเรื่องนี้ว่า “คิวท์บอย อโยธยา” มาก่อน เนื่องจากหนังเต็มไปด้วยนักแสดงชายวัยรุ่นหน้าตาดี เพื่อสะท้อนความตั้งใจของผู้กำกับที่อยากนำเสนอ ความหลากหลายของเชื้อชาติในช่วงเวลาหนึ่ง และอยากให้มันเป็นหนังรักเรื่องหนึ่งที่มีฉากหลังเป็นอโยธยา

สุดท้ายแล้ว โปรเจ็คต์ “คิ้วท์บอย อโยธยา” ได้เปลี่ยนชื่อมาเป็น  “อโยธยา มหาละลวย” เพื่อให้สอดคล้องกับ ความตั้งใจของผู้กำกับที่จะทำเป็นหนังรักวัยรุ่น โดยมีฉากหลังเป็นอโยธยา และมนต์คาถาเป็นไอเทมลับพิชิตใจ ซึ่งคำว่า “มหาละลวย” ก็คือมนต์ที่ทำให้รักทำให้หลงนั่นเอง

นอกจากความสนุกของเรื่องราวแล้ว ในภาพยนตร์ที่หลายคนจับตามอง ยังมีบรรดานักแสดงหนุ่มหล่อล่ำ ที่ยกขบวนมารับบทในเรื่องนี้ด้วย เช่นนั้นครั้งนี้เราจะพาไปรู้จัก 7 หนุ่มหล่อจากผลงานเรื่องนี้กัน แต่ขอเตือนนิดหนึ่งว่า ระวังตกหลุมรักหนุ่มๆ ไม่รู้ตัวนะคะ

ระวังตกหลุมรัก! เปิดโฉมหน้าพร้อมทำความรู้จัก 7 หนุ่ม คิ้วต์บอย อโยธยา 2021

“เจมส์-จิรายุ ตั้งศรีสุข” หรือ “เจมส์จิ” พระเอกช่อง 3 วัย 28 ปี แจ้งเกิดในวงการจากผลงาน สุภาพบุรุษจุฑาเทพ เรื่องคุณชายพุฒิภัทร โดยหลังจากที่แจ้งเกิดในเรื่องนี้ก็ได้มีผลงานพิสูจน์ฝีมือการแสดงต่ออีกหลายเรื่อง ปดิวรัดา,หนึ่งในทรวง,เกมเสน่หา ฯลฯ สำหรับในเรื่องนี้เจมส์รับบท “เรียว” หนุ่มลูกครึ่งญี่ปุ่น ที่มีเชื้อสาย “ยามาดะ” (ยามาดะ นากามาซะ เป็นซามูไรคนสุดท้ายในสมัยอยุธยา) ที่ถูกชุบเลี้ยงมาโดยหลวงปู่เขียน ที่สอนวิชาคชสาร ซึ่งเป็นคาถาที่ น้อยคนนักจะสามารถเรียนรู้ได้ รวมถึงคาถาอาคมอื่นๆ ที่หลวงปู่สอนไว้ให้เขาใช้ป้องกันตัว

คิ้วต์บอย อโยธยา คิ้วต์บอย อโยธยา 2021

นักแสดงหนุ่มวัย 27 ปี “เกรท-สพล อัศวมั่นคง”ดาวรุ่งจากช่อง 7 สี มีผลงานเป็นที่รู้จักอาทิ สองนรี,พรหมพิศวาส ฯลฯ และภาพยนตร์เรื่อง  แสงกระสือ สำหรับในเรื่องนี้รับบทเป็นคู่หูของ เรียว ชื่อ “ทอง” เป็นคนที่หลวงปู่ให้มาดูแลและคอยช่วยเหลือ เรียว ยามเกิดอันตราย ทอง เติบโตมาพร้อมกับเรียว และเรียนรู้วิชา คาถาอาคมเช่นเดียวกัน เรียกได้ว่าเหมือนกระจกของกันและกัน เรียวไปไหน ทองก็ไปที่นั่น

เกรท-สพล อัศวมั่นคง เกรท-สพล อัศวมั่นคง 01

ดาราหนุ่มลูกครึ่งไทย-เวียดนามอายุ 24 ปี “ภีม- ธนบดี ใจเย็น” หรือ “เตอร์ ฮอร์โมนส์ วัยว้าวุ่น ซีซั่น 3” มาครั้งนี้เขาได้ที่สลัดลุคสุดคูลมารับบท “ขวัญ” เป็นบุตรชายของออกญาคชบาล เก่งทั้งบุ๋นและบู๊ มีความ หล่อคมแบบแมนๆ ชอบสังสรรค์ และรักสาวนางเดียวกับเรียว

ภีม- ธนบดี ใจเย็น

“ฟลุ๊คจ์-พงศภัทร์ กันคำ” นักแสดงหนุ่มผู้มีภูมิลำเนาจากจังหวัดเชียงราย มีผลงานอาทิ ลองของเดอะซีรีส์ ,My Dream The Series นายในฝัน ฯลฯ ซึ่งในผลงานชิ้นนี้รับเป็น “แก้ว” น้องชายต่างมารดาของ “ขวัญ”

“โมสต์-วิศรุต หิมรัตน์” หรือ ไอ้จ้อย แห่ง บุพเพสันนิวาส ดาราหนุ่มผู้ขโมยซีน ในผลงานเรื่องนี้เขาพลิกบทบาทมารับคาแรกเตอร์ “จีนล้ง” ชาวจีน วัยรุ่นจากโพ้นทะเลที่มีนิสัยรักสนุก รักเพื่อน เฮไหนเฮนั่น และที่สำคัญเขาอยากเรียนคาถาอาคมเพื่อให้สาวรักสาวหลง

โมสต์-วิศรุต หิมรัตน์

“ฟลุค-พงศกร วงศ์เพียร” นักแสดงชายคนนี้เคยชนะเลิศการประกวดคว้ารางวัลใหญ่มาจากเวที GSB GEN CAMPUS STAR ประจำปี 2018 กหลังจากนั้นก็ได้รับงานในวงการบันเทิงอย่างเต็มตัว และสร้างชื่อเสียงจากผลงานภาพยนตร์สุดฟินที่สร้างมาจากนิยายแจ่มใสเรื่อง วุ่นนัก รักต้องประหยัด Make Money

 

ฟลุ๊คจ์-พงศภัทร์ กันคำ ฟลุ๊คจ์-พงศภัทร์ กันคำ

“โดม-เพชรธำรงชัย” หนุ่มเป็นลูกครึ่ง ไทย-ออสเตรเลีย อดีตผู้เข้าแข่งขันจาก THE FACE THAILAND ซีซั่น 5 และเคยขึ้นชกในรายการ 10 FIGHT 10 ด้วย นอกจากนี้เขายังเป็นหลานชายของ ต๊อกแต๊ก A4 หมอดูชื่อดัง สำหรับในเรื่อง อโยธยา มหาละลวย เขารับบทเป็น “ทวย” หนึ่งในแก๊งหนุ่มๆ ที่มาขโมยหัวใจผู้ชม

“เกรกัวร์ เดอ บ๊อด” นักแสดงลูกครึ่งไทย-เบลเยียม อีกหนึ่งผู้เข้าแข่งขันในรายการ THE FACE THAILAND ซีซั่น 5 มารับบทเป็นหนุ่ม ชาวฮอลันดา ชื่อ “คอง” ซึ่งจะมาเติมเต็มให้เรื่องราว ให้มีความ หลากหลายมากยิ่งขึ้นศิลปะมวยไทย นอกจากนี้ยังเคยชกบนเวที

อย่างไรก็ตามสำหรับภาพยนตร์ “อโยธยา มหาละลวย” เป็นเรื่องราวของ  เรียว (เจมส์ – จิรายุ ตั้งศรีสุข) ชายหนุ่ม ที่กำลังตามหารากเหง้า ของตัวเอง พ่อของเขาเป็นซามูไรที่ถูกทางการสังหารอย่างโหดเหี้ยม ส่วนแม่ถูกจับตัวไป และเขาได้รับการ เลี้ยงดูโดยหลวงปู่ ซึ่งสอนให้เขาได้เรียนรู้วิชาการต่อสู้และเวทมนตร์คาถา เพื่อใช้ป้องกันตัวในวันข้างหน้า ในวันที่เขาต้องการตามหาแม่ และตามหานางในดวงใจ ออสร้อย (โบว์-เมลดา สุศรี) หญิงสาวที่เขาช่วย จากการจมน้ำ เมื่อครั้งไปช่วยหลวงปู่ซ่อมวัดในอโยธยา การเดินทางตามหาครอบครัวและหัวใจของ เรียว ได้รับการปกป้องจาก ทอง (เกรท-สพล อัศวมั่นคง) ตามการมอบหมายของหลวงปู่ และระหว่างทางนั้นเอง พวกเขาพบเจอเรื่องราวมากมายที่ทำให้เรียวสึต้องงัดมนตร์คาถาที่เรียนรู้มาทั้งชีวิตจากหลวงปู่เพื่อการเอาตัวรอด


 

บีบสิวปลายจมูก

บีบสิวปลายจมูก เสี่ยงติดเชื้อในสมองเกิดขึ้นได้จริงหรือไม่?

ทนพ.ภาคภูมิ เดชหัสดิน นักเทคนิคการแพทย์ประจำศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติสภากาชาดไทย ทั้งยังเป็นเจ้าของเพจดัง “หมอแล็บแพนด้า” โพสต์ไขข้อข้องใจเกี่ยวกับเรื่อง บีบสิวปลายจมูก เสี่ยงติดเชื้อในสมอง ตามรายงานข่าวจากประเทศจีน ว่ามีผู้หญิงคนหนึ่งบีบสิวแล้วติดเชื้อลามเข้าสมอง

โดยหมอแล็บได้โพสต์ไว้ว่ากรณีนี้ “เป็นไปได้” แต่ในความเป็นจริงแล้วยังถือว่าพบได้น้อยมาก เพราะสิวมันมีหลายแบบ แบบที่ติดเชื้อแบคทีเรียก็มี และบริเวณรอบจมูกมีเยื่อบุต่อเนื่องเข้าไปภายในโพรงจมูก ซึ่งมีหลอดเลือดมาเลี้ยงจำนวนมาก หลอดเลือดพวกนี้ เชื่อมต่อไปดวงตา และสมองได้

บีบสิวปลายจมูก 01

และนอกจากไม่ควรบีบสิวแล้ว “ฝี”ก็เหมือนกันนะครับ เพราะฝีคือผิวที่ติดเชื้อแบคทีเรีย แล้วถ้าเราบีบฝี บางทีมันหนองมันไม่ได้พุ่งปรี๊ดออกมา มันกลับถูกผลักเข้าไปในเส้นเลือด แล้วหนองมีแต่แบคทีเรียทั้งนั้น อาจทำให้เชื้อแบคทีเรียแพร่เข้าสู่กระแสเลือดได้

ฉะนั้น นักบีบทั้งหลาย หักห้ามใจกันไว้หน่อยนะครับ มันไม่ค่อยเกิด แต่มันก็เกิดขึ้นได้สำหรับบางคน เพื่อความปลอดภัยของตัวเองนะครับ


ข้อมูล : หมอแล็บแพนด้า
ภาพ : Pexels , Shutterstock

 

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ดูแล “สิววัยรุ่น” กับ “สิววัยทำงาน” ต่างและเหมือนกันอย่างไร

แพทย์เตือน “สารปรอท” ที่พบบ่อยในสกินแคร์ อันตรายมีผลกระทบต่อร่างกายหลายระบบ

จะได้ไม่งง! ฉีด “ฟิลเลอร์” แตกต่างจากการฉีด “โบท็อกซ์” อย่างไร? และข้อควรระวัง

 

 

‘มีดวงเหงาในคืนลอยกระทง ความสัมพันธ์ถึงกาลอวสาน แม้จะเจ็บ แต่ก็จบ’ ดวงรายวัน 19 พฤศจิกายน 2564

ดวงรายวัน 19 พฤศจิกายน 2564 #หมอปุ้ยพยากรณ์ เช็กทุกวัน เป๊ะปังทุกดวง ทั้งการงาน การเงิน ความรัก และสุขภาพ

‘มีดวงเหงาในคืนลอยกระทง ความสัมพันธ์ถึงกาลอวสาน แม้จะเจ็บ แต่ก็จบ’

ดวงรายวัน 19 พฤศจิกายน 2564

ผู้ที่เกิดวันอาทิตย์

การงาน  :  สำหรับผู้ที่ทำงานหรือเกี่ยวข้องกับงานที่ท้าทาย สลับซับซ้อนและต้องใช้เวลายาวนาน เช่น งานสืบสวน สอบสวน นักกฎหมาย นักประวัติศาสตร์ นักค้นคว้า วิจัย ฯลฯ หากคุณกำลังเผชิญหน้ากับปัญหาและอุปสรรคต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาการขัดแย้งกับบุคคลอื่น ซึ่งทำให้คุณรู้สึกเสียใจ ผิดหวัง และท้อแท้กับโชคชะตา และมีความเป็นไปได้ว่ามีแต่จะรุนแรงขึ้นจนยากจะต้านทานไหว อาจถึงขั้นปิดจ็อบ หรือในกรณีร้ายแรงคือลาออก ก็ควรใจเย็นๆ อย่าเพิ่งหุนหันพลันแล่นด่วนตัดสินใจ เพราะวันนี้มีโอกาสที่คุณจะได้ร่วมงานกับทีมงานที่ดีมีความรู้ขั้นเทพเลยทีเดียว

การเงิน  :  แม้คุณพยายามประหยัด ด้วยการใช้เงินทุกบาททุกสตางค์อย่างมีคุณค่าที่สุด แต่เงินก็ยังไม่พอใช้ วันนี้จะเบาขึ้น เพราะมีโอกาสได้รับความช่วยเหลือจากทีมงานและผู้บังคับบัญชาที่ดี

ความรัก :  คุณคาดหวังในชีวิตสูงจึงกลายเป็นกดดันทั้งตัวเองและคู่ จนมีโอกาสที่จะเกิดปากเสียงกันอย่างรุนแรง  มีความเป็นไปได้ว่า วันนี้ผู้ใหญ่จะเข้ามาไกล่เกลี่ย  คนโสด คุณรักๆ เลิกๆ เพื่อหาคนที่เหมาะสมกับคุณที่สุด แต่วันนี้มีความเสี่ยงที่จะมีปากเสียงกับผู้ใหญ่อย่างรุนแรง เพราะท่านพยายามจะหาคู่เดทให้คุณ

สุขภาพ  : ความเครียด ความกดดันในเรื่องต่างๆ จะส่งผลต่อระบบต่างๆ ในร่างกาย เช่น ระบบย่อยอาหาร ทำให้ท้องอืด ท้องเฟ้อ ท้องผูก ท้องเสีย รวมถึงระบบประสาท ความดันโลหิต ไมเกรน นอกจากนั้นยังต้องระวังหกล้ม เท้าพลิก เท้าแพลง อีกด้วย

 

ผู้ที่เกิดวันจันทร์

การงาน  :  คุณมีความรู้ ความสามารถ และความเชี่ยวชาญชำนาญงานขั้นเทพ หากกำลังยึดติดอยู่กับอีโก้ของตัวเองจนไม่เปิดใจรับฟังความคิดเห็นของคนอื่นเลย มีความเป็นไปได้ว่า คุณกำลังจะตกอยู่ในภาวะที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก เพราะต้องทำงานที่นอกเหนือจากที่ตกลงกันไว้ หรือตกเป็นแพะรับบาปในความผิดที่ตัวเองไม่ได้กระทำ ซึ่งก็มีความเป็นไปได้อีกว่า วันนี้คุณจะไม่มั่นคงทางภาวะอารมณ์พอจะแก้ไขปัญหาให้สำเร็จลุล่วงได้เลย

การเงิน :  คุณมีความสามารถบริหารจัดการการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ แล้วประกอบกับคุณโชคดีที่แม้ไม่ต้องทำงานหนัก ก็มีเงินให้จับจ่ายใช้สอยอย่างคล่องมือ แต่วันนี้ควรระวังจะตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ ถูกหลอก ถูกโกง ทุกรูปแบบ

ความรัก :  คุณให้ความสำคัญกับหลักการและเหตุผล ยึดติดในขนบธรรมเนียมประเพณีมากกว่าจะเน้นการแสดงออกทางความรักแบบสามีภรรยา ซึ่งวันนี้คู่คุณก็ยอมรับในสิ่งที่คุณเป็นได้อย่างไม่มีปัญหาอันใด  คนโสด วันนี้คุณมีเสน่ห์มากมาย ไหนจะมีโอกาสได้พบกับชาวต่างชาติที่ฉลาดขั้นเทพ พร้อมๆ กับแฟนเก่าก็ยังมีความเป็นไปได้ที่จะติดต่อกลับมาขอคืนดีด้วย

สุขภาพ  :  วันนี้คุณเครียดง่าย จึงมีโอกาสที่จะปวดศีรษะอย่างต่อเนื่อง จึงควรระวังหัวใจและระบบเลือดจะมีปัญหา รวมถึงโรคผิวหนังด้วย

 

ผู้ที่เกิดวันอังคาร

การงาน :  วันนี้ควรเตรียมตัวเตรียมใจให้ดี เพราะนอกจากคุณจะคงอยู่ท่ามกลางปัญหาที่ยากจะแก้ไขได้ทัน ยังมีความเสี่ยงที่เก้าอี้ประจำตำแหน่งที่คุณนั่งอยู่จะสั่นคลอน รวมถึงหลังคุณก็กำลังพรุนจากการถูกแทง มีความเป็นไปได้ว่าจะถูกบังคับให้ทำงานที่ไม่อยากทำ โดยอยู่ภายใต้สัญญา ข้อตกลง และเงื่อนไข ทั้งที่เป็นลายลักษณ์อักษรหรือสัญญาใจ เมื่อถึงที่สุดแล้วมีความเป็นไปได้ว่า งานจะถูกปิดจ็อบเร็วกว่ากำหนด หรือในกรณีร้ายแรงคือถูกให้ออกจากงาน

การเงิน : มีความเสี่ยงที่จะตกลงในเรื่องผลประโยชน์ไม่ลงตัว รวมถึงมีโอกาสตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ จนเดือดร้อนเรื่องเงินถึงขั้นวิกฤติ

ความรัก :  ไม่ค่อยแฮปปี้ จะมีความเสี่ยงที่จะมีมือที่สามเข้ามาสร้างความวุ่นวายให้กับชีวิตคู่ของคุณ ซึ่งเธอมาเพื่อหลอกให้รักแล้วก็จากไป มีความเป็นไปได้ว่าจะทำให้ครอบครัวคุณแตกแยกในที่สุด ต้องระวังเธอคนนี้ไว้ให้ดี คนโสด  แม้จะรู้ว่าความสัมพันธ์ของคุณเริ่มมีมือที่สามเข้ามาเกี่ยวข้อง แต่ก็ยังตัดใจจากเขาไม่ขาด วันนี้โอกาสมาถึงแล้ว คุณจะจบแต่ไม่ค่อยสวยเท่าไหร่

สุขภาพ :  วันนี้ไปลอยกระทงต้องระวังตัวให้ดีเลยทีเดียว มีโอกาสที่คุณจะได้รับบาดเจ็บจากของมีคม รวมถึงเปลวไฟ ความร้อน หากประมาทมีความเสี่ยงที่จะลุกลามบานปลาย

 

ผู้ที่เกิดวันพุธ

การงาน :  สำหรับผู้ที่ทำงานหรือเกี่ยวข้องกับธุรกิจที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ งานในวงการบันเทิง งานศิลปะ งานโฆษณา ประชาสัมพันธ์ สื่อมวลชน งานออกแบบ ดีไซน์ ฯลฯ มีความเป็นไปได้ว่า วันนี้คุณจะให้ความสำคัญกับความก้าวหน้าในตำแหน่งหน้าที่การงาน ชื่อเสียง และเงินทองมากกว่าปกติ ก็นับว่าโชคดีที่คุณจะได้รับโอกาสที่ดีจากผู้ใหญ่ ส่วนเพื่อนร่วมงาน และเจ้านายก็เมตตาเอ็นดูคุณเป็นพิเศษ จนมีความเสี่ยงที่จะเกิดดราม่า ถูกอิจฉาริษยาจากผู้ไม่หวังดี

การเงิน :  มีโชค ลาภลอย ได้รับมรดก ซึ่งจริงๆ แล้วคุณก็คาดหวังอยู่แล้ว เพราะวันนี้คุณมีโอกาสที่จะต้องช่วยเหลือสงเคราะห์ผู้ใหญ่ และญาติสนิทมิตรสหาย จึงทำให้คุณต้องหาเงินสำรองไว้เยอะๆ

ความรัก :  วันนี้มีความเป็นไปได้ว่า คุณจะรู้สึกไม่มั่นคงกับชีวิตคู่ จึงพยายามทุ่มเททำงานหนักขึ้น เพื่อเก็บเงินไว้ให้เยอะๆ ก็อย่าลืมให้เวลากับครอบครัว กับญาติผู้ใหญ่ในบ้านนะ คนโสด  ที่ผ่านมาคุณไม่มั่นคงกับความรัก กับการมีแฟนเลย จึงทุ่มเวลาทั้งหมดกับการทำงานเก็บเงิน วันนี้มีโอกาสที่ผู้ใหญ่จะหาคู่เดทเตรียมไปลอยกระทงกับคุณก็ได้นะ

สุขภาพ :  มีความเสี่ยงที่ลำไส้และน้ำย่อยจะมีปัญหา จึงควรรับประทานอาหารให้ถูกสุขลักษณะ หรือหลักโภชนาการ นอกจากนั้นยังมีโอกาสปวดศีรษะ ไมเกรน และความดันขึ้น

 

ผู้ที่เกิดวันพฤหัสบดี

การงาน  :  สำหรับผู้ที่ทำงานหรือเกี่ยวข้องกับงานที่ต้องใช้วาทศิลป์ในการติดต่อประสานงาน โฆษณา ประชาสัมพันธ์ สื่อมวลชน พนักงานส่งเสริมการขายทุกประเภท นับว่าคุณประสบความสำเร็จในการทำงาน ได้พบช่องทางทำมาหากินใหม่ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งนักเขียน นักวิทยาศาสตร์ นักวิจัย ค้นคว้า ทดลอง มีโอกาสที่ผลงานที่คุณตรากตรำมานานจะประสบความสำเร็จ มีชื่อเสียงโด่งดัง อย่างไรก็ตามต้องอยู่ภายใต้ความถูกต้อง และถูกหลักศีลธรรมอันดี

การเงิน  :  แฮปปี้ ใช้จ่ายซื้อความสุขให้กับตัวเองอย่างฟุ่มเฟือยหรูหรา ซึ่งวันนี้ก็ควรประหยัด ใช้จ่ายอย่างพอเพียงได้แล้ว

ความรัก :  ความสุขความสำเร็จในชีวิตคู่ของคุณต้องอาศัยเวลา ค่อยๆ สร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างกัน ขณะเดียวกันก็ต้องมีพื้นที่ส่วนตัวของกันและกันด้วย ที่สุดแล้ววันนี้คุณจะกลายเป็นกัลยาณมิตรที่ดีของกันและกัน คนโสด  วันนี้อารมณ์คุณแปรปรวน เหวี่ยงวีนได้ง่าย ดังนั้น ผู้ที่จะสามารถรับกับอารมณ์คุณได้ ควรเริ่มมาจากความสัมพันธ์ที่ยั่งยืน แม้ไม่ใช่คนรัก แต่ก็จะเป็นกัลยาณมิตรที่ดีต่อกัน

สุขภาพ : หากคุณกำลังใช้ร่างกายทำงานหนักจนลืมคิดถึงสภาพที่แท้จริงของร่างกายตัวเอง ดังนั้น วันนี้มีความเสี่ยงที่คุณจะปวดเนื้อปวดตัวและตามข้อต่างๆ จนกระทั่งลุกไปทำงานไม่ไหว

 

ผู้ที่เกิดวันศุกร์

การงาน :  สำหรับผู้ที่ทำงานหรือเกี่ยวข้องกับงานที่ท้าทาย สลับซับซ้อนและต้องใช้เวลายาวนาน เช่น งานสืบสวน สอบสวน นักกฎหมาย นักประวัติศาสตร์ นักค้นคว้า วิจัย ฯลฯ หากคุณกำลังเผชิญหน้ากับปัญหาและอุปสรรคต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาการขัดแย้งกับบุคคลอื่น ซึ่งทำให้คุณรู้สึกเสียใจ ผิดหวัง และท้อแท้กับโชคชะตา ก็ใจเย็นๆ เพราะวันนี้คุณมีโอกาสได้ร่วมงานกับทีมงานที่ดีมีความรู้ประสบการณ์ขั้นเทพ ที่จะมาช่วยคุณเริ่มต้นทำงานชิ้นใหม่ หรือนำโครงการเดิมที่มีอยู่แล้วขึ้นมาพัฒนาและปรับปรุงใหม่

การเงิน :  คุณใช้เงินอย่างประหยัด มัธยัสถ์มาตลอด วันนี้คุณจะได้ทีมงานและผู้บังคับบัญชาให้ความช่วยเหลือด้วย แต่ก่อนจะรับปากหรือเซ็นสัญญาทำงานกับใคร ควรพิจารณาให้ดีว่าทำได้ตามนั้นไหม เพื่อป้องกันการเสียเครดิตและเงินค่าปรับ

ความรัก :  มีความเป็นได้ว่า คุณจะเครียด เพราะถูกคาดหวังจากผู้ใหญ่ที่อยากเห็นคุณสร้างครอบครัวให้เป็นปึกแผ่นมั่นคง จนกลายเป็นกดดันทั้งคุณและคู่ วันนี้มีโอกาสที่คุณจะปลีกวิเวกไปอยู่ตามลำพังแล้ว คนโสด  ที่ผ่านมาหากคุณรักๆ เลิกๆ เพราะอยากเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับตัวเอง แต่อย่างไรก็ยังไม่ถูกใจเสียที วันนี้ผู้ใหญ่จะเข้ามามีส่วนร่วมแล้วนะ

สุขภาพ :  วันหยุดนี้ควรบิ๊กคลีนนิ่งบ้านบ้าง เพราะฝุ่นผงจะทำให้สมาชิกในบ้านมีความเสี่ยงที่จะเป็นภูมิแพ้

 

ผู้ที่เกิดวันเสาร์

การงาน :  สำหรับผู้ที่ทำงานหรือเกี่ยวข้องกับธุรกิจที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ ศิลปะ วงการบันเทิง สถาปนิก ดีไซเนอร์ คุณมีอารมณ์ศิลปินอยู่ในตัวสูงจึงทำงานแนวนี้ได้ดี ประกอบกับมีผู้ให้ความช่วยเหลือได้รับโอกาสที่ดีมาตลอด วันนี้ก็เช่นกัน มีความเป็นไปได้ว่า คุณจะได้รับงานใหม่ที่นอกเหนือจากงานประจำ เป็นงานที่ท้าทาย มีการแข่งขันสูง โดยอยู่ภายใต้การติดตามงานอย่างใกลชิดด้วย ซึ่งหากผ่านไปได้ ก็เท่ากับคุณสามารถพิสูจน์ตัวเองให้ทุกคนยอมรับได้

การเงิน :  มีเงินใช้จ่ายอย่างมีความสุขสำราญจากการทำงานหนัก ขณะเดียวกันคุณก็ใจดี ใจบุญ วันนี้วันพระ คุณมีโอกาสทำบุญและช่วยเหลือสงเคราะห์ผู้ที่เดือดร้อน จนเรียกว่าหาเงินได้เท่าไหร่ก็ช่วยเหลือจนหมด

ความรัก :  วันนี้คุณมีโอกาสใช้ชีวิตอย่างสุดโต่ง ทำงานหนัก ขณะที่คุณก็เฮฮาปาร์ตี้ในคืนลอยกระทงอย่างสุดเหวี่ยงเช่นกัน  คนโสด หากวันนี้ได้ไปเฮฮาปาร์ตี้ฉลองคืนวันลอยกระทงที่ไหน ก็อย่าเพิ่งเคลิบเคลิ้มไปกับบรรยากาศแสงจันทร์วันเพ็ญจนยอมรับรักใครง่ายๆ เพราะมีความเป็นไปได้ว่าคุณจะพลาดโอกาสดีๆ ไปอย่างน่าเสียดาย

สุขภาพ :  คุณเอ็นจอยกับการรับประทานอาหาร และการดื่มสังสรรค์ ควรเคี้ยวช้าๆ เพราะมีความเสี่ยงที่ฟันจะมีปัญหา ทำให้คุณต้องนัดพบทันตแพทย์อย่างรีบด่วน

 

 

จางเจ๋อฮั่น-จวีจิ้งอี กรุ่นรักกลิ่นบุปผา

คัมแบ็คความฟิน! จางเจ๋อฮั่น-จวีจิ้งอี กลับมาเจออีกครั้งในซีรีส์ กรุ่นรักกลิ่นบุปผา

หากเอ่ยชื่อของพระเอกหนุ่ม จางเจ๋อฮั่น และนางเอกสาว จวีจิ้งอี เชื่อว่าเหล่าสาวกซีรีส์จีนทั้งหลายต่างยกให้เป็นคู่จิ้นอันดับต้นๆ ของแดนมังกรไปซะแล้ว! ล่าสุด MONOMAX (โมโนแมกซ์) ขอเอาใจแฟนคลับของคู่จิ้น จางเจ๋อฮั่น-จวีจิ้งอี ด้วยการนำเสนอซีรีส์แนวพีเรียด-โรแมนติก The Blooms At Ruyi Pavilion กรุ่นรักกลิ่นบุปผา ทั้ง 44 EP. ที่ได้จางเจ๋อฮั่นและจวีจิ้งอี กลับมารับบทคู่กันอีกครั้ง

หลังจากสร้างความประทับมาแล้วจากซีรีส์ Legend of Yunxi หยุนซี หมอพิษหญิงยอดอัจฉริยะ แถมงานนี้ทั้งผู้เขียนบท จิน หยวนหยวน และผู้กำกับ หลิน เจียนหลง ก็เป็นทีมงานเดิมจากซีรีส์ Legend of Yunxi หยุนซี หมอพิษหญิงยอดอัจฉริยะ เช่นกัน

คัมแบ็คความฟิน! จางเจ๋อฮั่น-จวีจิ้งอี กลับมาเจออีกครั้งในซีรีส์ กรุ่นรักกลิ่นบุปผา

สำหรับซีรีส์ The Blooms At Ruyi Pavilion กรุ่นรักกลิ่นบุปผา เป็นเรื่องราวของ ฟู่หรง บุตรสาวคนรองของเจ้าเมืองเหิงจิง แห่งแคว้นต้าอวี๋ พลัดตกต้นไม้จนสลบไป แต่เมื่อเธอฟื้นขึ้นมาดันได้รับความสามารถในการฝันถึงอนาคตกลับมาด้วย แม้นิมิตฝันนั้นจะไม่ชัดเจนแต่ก็เป็นดั่งดาวหายนะ ครอบครัวจะพบโศกนาฏกรรม เธอจะต้องแต่งงานเข้าจวนอ๋องอย่างไม่มีทางเลือก และสุดท้ายยังต้องจบชีวิตลงด้วยการถูกฝังทั้งเป็นไปพร้อมสามีหลังท่านอ๋องตาย!

แต่ด้วยความแสบซนและก็แฝงด้วยความกล้าหาญมุทะลุของฟู่หรง ทำให้เธอตัดสินใจจะทำทุกวิถีทาง เพื่อหลีกหนีโชคชะตานี้ให้ได้ สุดท้ายฟู่หรงก็หนีชะตากรรมไม่พ้นอยู่ดี เธอบังเอิญได้พบกับ สวีจิ้น อ๋องซู่ องค์ชายสี่แห่งแคว้นต้าอวี๋ และได้ช่วยชีวิตเขาไว้โดยไม่ตั้งใจ ซ้ำร้ายยิ่งเธอใกล้ชิดกับ อ๋องซู่ มากเท่าไหร่ ภาพฝันนั้นก็ยิ่งชัดเจนมากขึ้นเรื่อยๆ จนเธอพบว่าจวนท่านอ๋องที่เธอต้องแต่งเข้าในความฝันนั้นคือจวนของ อ๋องซู่ นั่นเอง

เรื่องราวถาโถมเข้ามาอีก เมื่อ ฟู่หรง ได้รู้ว่าคุณชายจวีสุ่ย กวีชื่อดังผู้เป็นที่ชื่นชอบของสาวๆ ในเมืองคือ “สมุนตัวน้อย” เพื่อนวัยเด็กของเธอ ที่พ่วงตำแหน่ง สวีผิง อ๋องอัน น้องชายของฮ่องเต้องค์ปัจจุบันที่มีฐานะเป็นอาของ อ๋องซู่ มาด้วย แม้พ่อของ ฟู่หรง จะไม่ค่อยชอบให้เธอยุ่งเกี่ยวกับพวกอ๋องเท่าไหร่ เพราะไม่อยากให้เธอต้องเข้าไปพัวพันกับชีวิตอันวุ่นวายในวังหลัง

แต่ก็เหมือนหนีเสือปะจระเข้ ไม่เจอ อ๋องอัน ไปก็ยังเจออ๋องซู่ พ้นอ๋องซู่ ไปก็ยังมีอ๋องอันอยู่ดี  และเมื่อสืบสาวราวเรื่องเพื่อหนีโชคชะตาไปเรื่อยๆ ฟู่หรงกลับยิ่งพบว่าเหตุการณ์นี้มีเบื้องหลังมากกว่าที่เธอคิด เพราะมันเกี่ยวข้องไปถึงการแย่งชิงอำนาจในราชสำนักระหว่างเหล่าอ๋อง การแย่งชิงอำนาจในวังหลังของพระสนม และยังเกี่ยวข้องกับคนของหอหรูอี้ องค์กรลับที่ไม่รู้ที่มาที่ไปอีกด้วย!


บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

คิดถึงการเดินทางอยู่ใช่ไหม? มัดรวม 6 ซีรีส์เกาหลีใต้ บรรเทาอาการอยากไปเที่ยว

จดลิสต์ด่วน! ปลายปีเตรียมไปพักร้อนที่ฝรั่งเศสกับ Emily in Paris ซีซั่น 2

เปิด 5 ตัวละคร The Whole Truth ปริศนารูหลอน ไขปมระทึกขวัญดราม่า

 

“สิริไท” ผลิตภัณฑ์เพื่อสังคม เปิดตัว “Sirithai Artisan Liquid Soap” ในรูปแบบเมดทูออเดอร์เท่านั้น

จากสถานการณ์โควิด-19 แบรนด์ ‘สิริไท’ ที่ก่อตั้งโดย เชอรี่ – เข็มอัปสร สิริสุขะ ตระหนักดีว่าอาจมีปัญหาบางอย่างสำหรับเกษตรกรไทยในการขายผลผลิตของตน ในปี 2563 จึงได้ก่อตั้ง สิริไท ธุรกิจเพื่อสังคมขึ้นเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรที่ปลูกข้าวอินทรีย์ที่บ้านโคกสะอาด จังหวัดสกลนคร ไม่เพียงแต่พวกเขาไม่ใช้สารเคมีในทุกขั้นตอนในการปลูกข้าวเท่านั้น แต่ยังดูแลป่ารอบๆ นาข้าวด้วย ซึ่งทำให้ระบบนิเวศโดยรอบพื้นที่เหล่านั้นดียิ่งขึ้น เป็นเวลาหนึ่งปีแล้วที่เราช่วยให้พวกเขาขายผลผลิตข้าวอินทรีย์บริสุทธิ์ภายใต้แบรนด์ SiriThai ที่มีจุดมุ่งหมายร่วมกันคือ เพื่อจัดการกับปัญหาสิ่งแวดล้อมตั้งแต่ต้นน้ำ ทั้งความรับผิดชอบในการออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่ถูกออกแบบให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากที่สุด และเน้นย้ำเรื่องการนำกลับมาใช้ใหม่ และการรีไซเคิล ในปีที่ 2 นี้ ถือเป็นอีกก้าวของ “สิริไท” โดยมีผลิตภัณฑ์ใหม่ “Sirithai Artisan Liquid Soap” ในรูปแบบเมดทูออเดอร์ โดยในการเปิดตัว เคน – ธีรเดช และ เก๋ – ชลลดา พร้อมเหล่าคนดัง เจนี่ อัลภาชน์ ณ ป้อมเพชร, สู่ขวัญ บูลกุล, ชวนล ไคสิริ, จ๋า – ยศสินี ณ นคร, ดิว – ปิ่นกมล มาลีนนท์ มาร่วมงานและพูดคุยถึงความประทับใจที่ได้ใช้ผลิตภัณฑ์

เชอรี่ – เข็มอัปสร สิริสุขะ ผู้ก่อตั้งแบรนด์ สิริไทย กล่าวว่า “ในปี 2564 นี้ ซึ่งเป็นการก้าวเข้าสู่ปีที่ 2 ของสิริไท เรายังคงยึดมั่นในปณิธานของแบรนด์ที่ตั้งใจสนับสนุนเกษตรกรวิถีเกษตรอินทรีย์ พร้อมกับการเปิดตัวผลิตภัณฑ์กลุ่มใหม่ของแบรนด์ที่เกิดจากความตั้งใจที่อยากให้ทุกคนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดยเราเชื่อว่า  ธรรมชาติ ศาสตร์และศิลปะของความงาม คืนความสมดุลให้ชีวิตของคุณ อันเป็นที่มาของผลิตภัณฑ์ใหม่ของสิริไทในปีนี้ นั่นก็คือ “Sirithai Artisan Liquid Soap”  ที่คัดสรรขึ้นจากวัตถุดิบคุณภาพสูงที่ทำจากน้ำมันรำข้าวพรีเมียมออแกนิค ในคุณภาพระดับเดียวกับที่ใช้ในการผลิต Dietary Supplement  โดยใช้น้ำมันรำข้าวจากชุมชนเลิงนกทา จังหวัดยโสธร ที่เป็นแหล่งปลูกข้าวเกษตรอินทรีย์ สกัดเข้มข้นภายใน 24 ชั่วโมง นำมารังสรรค์ เป็น โฮมเมด ลิขวิด โซป ในชื่อ “Sirithai Artisan Liquid Soap” แบบเมด ทู ออเดอร์ เท่านั้น* เนื่องด้วยเรามีกรรมวิธีในการผสมผสานสบู่สูตรพิเศษของเราอย่างพิถีพิถันในทุกขั้นตอน ด้วยส่วนผสมระดับพรีเมียมที่ถูกคัดสรรมาอย่างดีที่สุดจากธรรมชาติถึง 99% จึงมั่นใจได้ว่าผลิตภัณฑ์ชิ้นนี้จะตอบโจทย์กับทุกสภาพผิวอย่างแท้จริง”

Sirithai Artisan Liquid Soap รังสรรค์ขึ้นมาเป็นพิเศษ เฉพาะ Made to order เท่านั้น เนื่องด้วยมีกรรมวิธีในการผสมผสานสบู่สูตรพิเศษของเราอย่างพิถีพิถันในทุกขั้นตอน ใช้ส่วนผสมระดับพรีเมียมที่ถูกคัดสรรมาอย่างดีที่สุดจากธรรมชาติถึง 99% เพื่อให้ผิวของคุณได้รับการทะนุถนอมด้วยคุณค่าจากธรรมชาติอย่างนุ่มนวล ให้ความรู้สึกสะอาดสดชื่น แต่ไม่แห้งตึงผิว รู้สึกผิวนุ่มชุ่มชื้นทันทีหลังใช้และให้คุณมั่นใจได้ว่าไม่มีสารเคมีที่เป็นอันตรายสามารถซึมผ่านผิวเข้าสู่ร่างกายของคุณได้  ด้วยกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ ‘Sunny days in a rice field’ ที่มอบความสดชื่นแต่ผ่อนคลายราวกับว่า ‘คุณกำลังมีความสุขในวันที่แสงแดดสดใส เป็นอิสระท่ามกลางทุ่งข้าวที่สวยงาม’ รวมทั้ง ‘สิริไท’ ได้สนับสนุนชุมชนที่ใช้วิถีเกษตรนิเวศในการเพาะปลูกอีกด้วย  โดยได้สนับสนุนไปยังชุมชนเลิงนกทา จังหวัดยโสธร ซึ่งชุมชนนี้เองที่เป็นแหล่งปลูกข้าววิถีเกษตรอินทรีย์แท้พร้อมทั้งดูแลผืนป่าโดยรอบ

โดย สิริไท เลือกใช้น้ำมันรำข้าวจากชุมชนนี้ ซึ่งน้ำมันรำข้าวที่เราเลือกสรรคือเกรดพรีเมียมที่ดีที่สุด ที่สกัดภายใน 24 ชั่วโมง เราเห็นถึงความสำคัญของผลิตภัณฑ์อาบน้ำ ที่นอกเหนือจากการทำความความสะอาดผิวแล้ว ยังช่วยถนอมผิวและต้องไม่ก่อให้เกิดสารเคมีตกค้างไปพร้อมกันด้วย เราจึงให้ความสำคัญกับการเลือกส่วนผสมที่ดีที่สุด โดยเลือกใช้น้ำผึ้งแท้ดอกไม้ป่าจากกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงผึ้งภาคเหนือที่ได้รับการรับรอง ซึ่งเป็นการช่วยเพิ่มจำนวนผึ้งที่ทำหน้าที่ Pollinator ที่สำคัญ ทั้งยังเป็นการช่วยขยายพันธุ์พืชและเฝ้าระวังไฟป่าไปพร้อมกันด้วย นอกจากนั้น Essential oils ที่บรรจงคัดสรรนำมาใช้ ไม่เพียงแค่มอบกลิ่นที่สดชื่นอย่างมีเอกลักษณ์ แต่ยังบำรุงผิวอย่างอ่อนโยน ทั้งยังได้รับการรับรองจาก USDA อีกด้วย

โดยเหล่าคนดังที่มาร่วมพูดคุยในไลฟ์อย่าง สู่ขวัญ บูลกุล เล่าว่า ตนเองมีปัญหาผิวแห้งอยู่แล้ว เวลาเลือกอะไรสำหรับอาบน้ำจะต้องเลือกส่วนผสมที่มีออยล์ เพราะไม่อย่างนั้นหลังอาบน้ำจะต้องทาครีมทันที จนเชอรี่ส่งมาให้เลยมีโอกาสได้ลอง ซึ่งเราก็ตั้งใจว่าต้องลองทันที วันแรกที่พออาบน้ำเสร็จแล้ว เราไม่ได้รู้สึกเลยว่าต้องทาครีมทันที เพราะผิวยังมีความชุ่มชื้น ฟีลลิ่งของการอาบน้ำทำให้เรารู้สึกสะอาด แต่ก็ไม่ทำให้รู้สึกผิวแห้ง อันนี้เป็นสิ่งที่พี่ขวัญประทับใจมาก ของมันต้องมีไว้อาบน้ำจริงๆ

ด้าน ชวนล ไคสิริ หรือ ฌอน POEM เล่าว่า เซอร์ไพร้ส์ตรงที่ตอนแรกคิดว่าจะเป็น liquid soap สำหรับผู้หญิง แต่จริงๆ แล้วทุกคนใช้ได้ เพราะกลิ่นมีความเท่ ดังนั้นเลยคิดว่าผู้หญิงเอาไปไว้ในห้องน้ำ ผู้ชายก็สามารถใช้ได้และจะชอบเช่นกัน กลิ่น top nose นี่คือเรียกว่าดีมาก และเรามั่นใจในการเลือกของเชอรี่อยู่แล้ว เลยคิดว่าจะเป็นแฟนของสิริไทในทุกๆ ผลิตภัณฑ์แน่นอน

ทุกๆ ผลิตภัณฑ์จาก ‘สิริไท’ คุณสามารถรับรู้ได้ถึงความปรารถนาดีอย่างจริงใจ ที่เราตั้งใจมอบให้กับคุณ จากการใส่หัวใจของเราในทุกรายละเอียดอย่างประณีต ไม่ใช่เพียงเพื่อสุขภาพความเป็นอยู่ที่ดีของคุณเท่านั้น แต่สิ่งแวดล้อมคือสิ่งที่เรารักและตั้งใจปกป้องดูแลด้วยเช่นกัน สำหรับผู้ที่สนใจ สามารถสั่ง Sirithai Artisan Liquid Soap 500 ml ราคา 1,190 บาท ช่องทางการสั่งซื้อ Line : @sirithaibrand IG,FB @sirithaibrand


Coco Chic Wedding

ปังทุกชุด! “มุก-วรนิษฐ์” ในชุดยกน้ำชาจากแบรนด์ Coco Chic Wedding

ชุดไหนไม่ปัง ถ้าหาเจอ ก็เชิญเอาปากกามาวงได้เลยจ้า เพราะ แพรว มั่นใจว่าชุดยกน้ำชาคอลเล็คชั่นนี้จากแบรนด์ Coco Chic Wedding นั้นปังทุกชุดจริงๆ แบบไม่จกตา และที่สำคัญคือมาพร้อมกับหลากหลายสไตล์ ตั้งแต่หวานหยดมดขึ้น ฟรุ้งฟริ้งแบบสายคิวต์ ไปจนถึงสวยสง่าทรงพลังดุจนางพญา แถมการถ่ายแฟชั่นเซตนี้ลงใน นิตยสารแพรว Wedding ฉบับ 2/2564 ยังเพิ่มดีกรีความปังด้วยนางแบบอย่างนักแสดงสาวหน้าหวาน “มุก-วรนิษฐ์ ถาวรวงศ์” อีกด้วย ขอบอกเลยว่าเจ้าสาวชาวไทยเชื้อสายจีนที่กำลังมองหาชุดเจ้าสาว ชุดยกน้ำชา ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวงค่ะ

ปังทุกชุด! “มุก-วรนิษฐ์” ในชุดยกน้ำชาจากแบรนด์ Coco Chic Wedding

Coco Chic Wedding

Coco Chic Wedding

Coco Chic Wedding

Coco Chic Wedding

Coco Chic Wedding

Coco Chic Wedding

Coco Chic Wedding

Coco Chic Wedding

ตามไปหาซื้อ นิตยสารแพรว Wedding ฉบับ 2/2564 กันได้เลยที่ร้านนายอินทร์ทุกสาขา และร้านหนังสือชั้นนำทั่วประเทศ หรือสั่งซื้อออนไลน์ได้ที่ www.naiin.com/product/detail/535123 นะคะ


เสื้อผ้า : COCO CHIC Wedding

79/336 ถนนสาธุประดิษฐ์ แขวงช่องนนทรี เขตยานนาวา กรุงเทพฯ 10120

โทร. 0-2115-8500 , 09-9635-8585

Facebook : COCO CHIC Wedding

Instragram : @cocochicwedding

นางแบบ : วรนิษฐ์ ถาวรวงศ์

แต่งหน้า : พัทธ์ธีรา ปารย์นิราวาทย์ (IG : @shemoddd)

ทำผม : สิทธิพงศ์ เมธา (IG : @torrmonster)

ช่างภาพ : ดวงพร ใบพลูทอง

ผู้ช่วยช่างภาพ : ประเมศฐ์ พิพิธชนินันท์

สไตลิสต์ : siridawedding

สถานที่ : Studiokas โทร. 08-3063-0961

ออกกำลังกาย

“ออกกำลังกาย” มีดีกว่าแค่ “ลดน้ำหนัก” ผลวิจัยชี้ชัดคนอ้วนลดความเสี่ยงจากโรคได้

“ออกกำลังกาย” มีดีกว่าแค่การ “ลดน้ำหนัก” ช่วยเพิ่มความฟิตพร้อมพิชิตโรค ผลวิจัยชี้ชัดลดความเสี่ยงให้คนอ้วน ช่วยสร้างสุขภาพที่ดีมีชีวิตยืนยาว

การออกกำลังกายนั้นมีคุณประโยชน์มากมายที่หลายคนอาจคาดไม่ถึง บางคนเป้าหมายของการออกกำลังกายคือต้องการมีน้ำหนักที่ลดลง แต่ในความจริงแล้ว น้ำหนักที่ลดลงและหุ่นที่สวยงามถือว่าเป็นของแถมเพราะสิ่งที่คุณจะได้เต็มๆ นั้นคือสุขภาพที่ดีรอบด้าน ลดความเสี่ยงต่อโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ

ถ้าเป้าหมายคือ “ผอมลง” หรือ “น้ำหนักลง” ในตอนเริ่มต้นของการออกกำลังกายอาจท้อ เพราะน้ำหนักมักลดลงไม่มาก เหตุผลมาจากเมื่อออกกำลังกาย ปริมาณไขมันซึ่งมีน้ำหนักเบาจะลดลง แต่สิ่งที่ได้มาคือกล้ามเนื้อซึ่งมีน้ำหนักที่มากกว่าไขมัน ซึ่งในความเป็นจริงนั่นคือเรื่องที่ดี เพราะกล้ามเนื้อนั้นมีประโยชน์หลายอย่าง เช่น กล้ามเนื้อช่วยให้กระดูกแข็งแรง ช่วยให้ร่างกายตอบสนองไวต่ออินซูลิน ช่วยเรื่องความแข็งแรงต่อร่างกายที่ถึงแม้ว่าตัวเลขน้ำหนักบนเครื่องชั่งจะลดลงไม่มาก แต่หากเทียบกับมวลกล้ามเนื้อที่ได้มา ได้ระบบเผาผลาญที่ดีขึ้น คอเลสเตอรอลที่ลดลง นับว่าเป็นเรื่องที่ดียิ่งกว่า และหากต้องการมีอายุยืนยาว มีสุขภาพที่ดีใช้ชีวิตอย่างมีความสุขสนุกกับไลฟ์สไตล์ตามที่ต้องการ “การออกกำลังกายเพิ่มความแข็งแรง” มีความสำคัญมากกว่า “การลดน้ำหนัก” ซึ่งทุกคนสามารถสร้างสุขภาพที่ดีได้ทุกเมื่อ หากมีความกระตือรือร้นเพียงพอ

 

ผลวิจัยชี้ชัดคนอ้วนลดความเสี่ยงจากโรคได้ด้วยการ “ออกกำลังกาย”  

แต่ถ้ามีเป้าหมายเพื่อสุขภาพที่ดี ไม่อยากมีโรครุมเร้า ผลวิจัยนี้สนับสนุนชัดว่า การออกกำลังกายมีผลดีแน่นอน โดย Dr. Glenn Gaesser ศาสตราจารย์ด้านสรีรวิทยาการออกกำลังกาย มหาวิทยาลัยแห่งรัฐแอริโซนาในฟีนิกซ์ เชี่ยวชาญเรื่องความไม่เพียงพอของการออกกำลังกาย ได้ศึกษาผลกระทบของการออกกำลังกายเพื่อผลต่อการดูแลองค์ประกอบร่างกายและการเผาผลาญอาหารมาเป็นเวลาหลายสิบปี โดยเน้นเฉพาะผู้ที่เป็นโรคอ้วน ซึ่งงานวิจัยส่วนใหญ่เน้นย้ำถึงความไร้ประโยชน์ของการออกกำลังกายเพื่อลดน้ำหนัก พบว่าสภาวะปัญหาสุขภาพที่สำคัญ รวมทั้งความดันโลหิตสูง ระดับคอเลสเตอรอลที่ไม่ดี หรือการดื้อต่ออินซูลิน ดีขึ้นอย่างมากหลังจากเริ่มออกกำลังกาย ไม่ว่าพวกเขาจะลดน้ำหนักหรือไม่ก็ตาม

Dr. Gaesser จึงเริ่มสงสัยว่า ความฟิตอาจทำให้ผู้ที่มีน้ำหนักเกินสามารถมีสุขภาพการเผาผลาญที่ดี ไม่ว่าตัวเลขมวลกายจะเป็นอย่างไร

ผลศึกษาใหม่ที่ตีพิมพ์ใน iScience ของเดือนล่าสุด โดย Dr. Gaesser และเพื่อนร่วมทีม Siddhartha Angadi ศาสตราจารย์ด้านการศึกษาและการเคลื่อนไหวร่างกาย มหาวิทยาลัยเวอร์จิเนียในชาร์ลอตส์วิลล์ ได้เริ่มสำรวจฐานข้อมูลการวิจัยสำหรับการศึกษาที่เกี่ยวข้องกับการอดอาหาร การออกกำลังกาย ฟิตเนส, เผาผลาญสุขภาพและอายุยืน มีความเกี่ยวข้องกับผู้ชายและผู้หญิงจำนวนหลายหมื่นคนที่ส่วนใหญ่เป็นโรคอ้วน พบว่าการออกกำลังกายเพื่อเพิ่มสมรรถนะของร่างกาย มีประโยชน์ต่อร่างกายในระดับสูงกว่าการลดน้ำหนัก

 

ช่วยลดเสี่ยงเสียชีวิตก่อนวัยอันควรให้คนอ้วนได้มากถึง 30%

ผลศึกษาแสดงให้เห็นว่า คนอ้วนที่เริ่มออกกำลังกายและปรับปรุงสมรรถภาพของตนเอง สามารถลดความเสี่ยงของการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรได้มากถึง 30% หรือมากกว่านั้น แม้ว่าน้ำหนักจะไม่เปลี่ยนแปลง ทำให้มีความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรน้อยกว่าผู้ที่มีน้ำหนักปกติ แต่ไม่ได้ออกกำลังกาย ขณะที่คนอ้วนลดน้ำหนักด้วยการคุมอาหาร (ไม่ใช่จากการป่วย)  ความเสี่ยงเสียชีวิตในวัยหนุ่มสาวในทางสถิติจะลดลงประมาณ 16% โดยงานวิจัยบางชิ้นพบว่า “การลดน้ำหนักในกลุ่มคนอ้วน ไม่ได้ลดความเสี่ยงในการเสียชีวิตเลย”

นอกจากนี้ คนที่หวังลดน้ำหนักด้วยการอดอาหาร จะทำให้เกิดโยโย่เอฟเฟกต์ ซึ่งก็คือระบบการเผาผลาญแย่ลง ส่งผลให้น้ำหนักดีดกลับขึ้นมาสูงกว่าเดิมหากกลับไปทานอาหารตามปกติ และจะมีผลเสียต่าง ๆ ที่ตามมา เช่น โรคเบาหวาน คอเลสเตอรอลสูง และมีชีวิตที่สั้นลง แต่ในทางกลับกัน การออกกำลังกายจะทำให้ไขมันในอวัยวะภายในบางส่วนลดลงแม้น้ำหนักโดยรวมจะลดลงเพียงเล็กน้อย ซึ่งจะช่วยทำให้ระบบการทำงานภายในดีขึ้นด้วย

หลักการทบทวนใหม่ของงานวิจัย จึงสรุปได้ว่า เราไม่จำเป็นต้องลดน้ำหนักเพื่อสุขภาพที่ดี แต่สุขภาพจะดีขึ้นและความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตจะลดลงได้ ด้วยการเพิ่มกิจกรรมทางกายและความฟิต  

 

และจากการสำรวจข้อมูลในประเทศไทยพบว่า “โรคอ้วน” เป็นเรื่องใกล้ตัวของทุกคน โดยช่วง 20 ปีที่ผ่านมา มีกลุ่มคนที่น้ำหนักตัวเกินมาตรฐานจำนวนมาก ทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ ซึ่งปัจจุบันมีคนไทยประมาณ 19.3 ล้านคน คิดเป็น 34.1% ที่มีภาวะ “อ้วน” และมีคนไทยที่รอบเอวเกิน อ้วนลงพุงกว่า 20.8 ล้านคน คิดเป็น 37.5% ขณะที่ทั่วโลกมีคนเป็นโรคอ้วน จำนวนกว่า 800 ล้านคน มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดโรคต่าง ๆ ตามมามากมาย ดังนั้น การเพิ่มกิจกรรมทางกายจึงเป็นเรื่องง่าย ๆ ที่พลาดไม่ได้ เพื่อเพิ่มความฟิต ช่วยพิชิตโรค ทำให้มีอายุยืนยาว


ขอบคุณบทความจาก : ฟิตเนส เฟิรส์ท ประเทศไทย
ภาพ : Pexels

 

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ทำไมยิ่ง “ลดน้ำหนัก” ถึงยิ่ง “อ้วน” มีปัจจัยอะไรบ้างที่ควรแก้

สลัดความเชื่อเดิมๆ คุณแม่ ‘ตั้งครรภ์’ และ ‘หลังคลอด’ ออกกำลังกายได้ ถ้ารู้สูตรที่ถูกต้อง

เตือน! ผู้หญิงออกกำลังกายมากไป เสี่ยงกระดูกพรุน ขาดสารอาหาร และประจำเดือนขาด

 

 

 

 

 

เซ็นทรัลลาดพร้าว ปรับโฉมแผนก “Beauty Galerie” ยกทัพแบรนด์ความงามดังระดับโลก

พร้อมเอาใจสายบิวตี้เลิฟเวอร์ ตอกย้ำความเป็น Beauty Destination ของเมืองไทย ปรับโฉมแผนก “Beauty Galerie” (บิวตี้ แกเลอรี) เซ็นทรัลลาดพร้าว บนพื้นที่กว่า 4,000 ตารางเมตรให้กลายเป็นบิวตี้แลนด์มาร์คแห่งใหม่ พร้อมเปิดประสบการณ์ด้านความงามสุดเอ็กซ์คลูซีฟ เผยโฉมเคาน์เตอร์แบรนด์ดังระดับโลก ทั้งเครื่องสำอาง และน้ำหอมกว่า 300 แบรนด์ อาทิ Dior ,Chanel, La Mer, Lancôme, Shiseido, Estée Lauder, Clarins, SK-II, Clé de Peau Beauté, Sisley, La Prairie,  Jo Malone London, Clinique, Kiehl’s,  YSL, Tom Ford,  Armani Beauty, Bobbi Brown, M.A.C,  Nars, Laura Mercier, Hourglass, Sulwhasoo, The History of Whoo,  Aesop, L’Occitane, Fresh, Origins , Ipsa,  Biotherm และอีกมากมาย

พร้อมต้อนรับแบรนด์ New-in ใหม่ล่าสุด! ที่มาร่วมเปิดเคาน์เตอร์ ฉลองโฉมใหม่ให้ยิ่งอลังการ ไม่ว่าจะเป็น  Charlotte Tilbury, Gucci Beauty, Augustinus Bader, Dolce&Gabbana, Diptyque, Suqqu และ By Terry ดีไซน์พิเศษในสไตล์ของตนเอง เผยเอกลักษณ์ (Brand Identity) ของแต่ละแบรนด์ได้อย่างลงตัว ครบครันด้วยผลิตภัณฑ์ความงามแบบเอ็กคลูซีฟ พร้อมโปรโมชั่นสุดพิเศษให้เหล่าบิวตี้เลิฟเวอร์ได้เลือกช้อปอย่างจุใจ

รวิศรา จิราธิวัฒน์ ประธานบริหารฝ่ายการตลาด บริษัท สรรพสินค้าเซ็นทรัล จำกัด ในเครือเซ็นทรัลรีเทล กล่าวว่า “เซ็นทรัลพร้อมตอกย้ำความเป็นผู้นำห้างสรรพสินค้าอันดับ 1 ของเมืองไทย โดยการปรับโฉมแผนก “Beauty Galerie” (บิวตี้ แกเลอรี) ห้างเซ็นทรัล ลาดพร้าว บนพื้นที่กว่า 4,000 ตารางเมตร เพื่อส่งมอบความสุขให้บิวตี้เลิฟเวอร์ด้วยดีไซน์ที่ทันสมัย ผสมผสานเข้ากับความเป็นอินโนเวทีฟ ภายใต้คอนเซ็ปต์ Central The Sensation of Beauty เพื่อสร้างความแปลกใหม่ และเปิดประสบการณ์สุดพิเศษกับ #ความรู้สึกใหม่ของความงาม ให้กับบิวตี้เลิฟเวอร์ได้เลือกช้อปกันอย่างสนุกสนาน พบกับ New Brands ทั้งเครื่องสำอาง และน้ำหอม กว่า 300 แบรนด์ที่จะมาช่วยเปิดประสบการณ์ความงามรูปแบบใหม่ที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน  มาพร้อม New Counter Design ในรูปแบบที่ทันสมัยกับดีไซน์สุดพิเศษของเคาน์เตอร์แบรนด์ดังระดับโลกซึ่งออกแบบอย่างโดดเด่นและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว (Brand Identity) สะท้อนถึงดีเอ็นเอของแต่ละแบรนด์ได้อย่างชัดเจน และพร้อมมาอวดโฉมที่ห้างเซ็นทรัล ลาดพร้าว เป็นที่แรกและที่เดียวเท่านั้น  พิเศษสุดกับ New Technology and Services ที่จะมาช่วยยกระดับการให้บริการและนวัตกรรมสุดล้ำเพื่อสร้างประสบการณ์สุดพิเศษ ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์และความต้องการให้แหล่าบิวตี้เลิฟเวอร์ได้สัมผัสในแบบที่แตกต่างไปจากเดิม อีกทั้งยังให้ความสำคัญด้านสุขอนามัยในยุค New normal ที่เคร่งครัดขั้นสูงสุดอีกด้วย ซึ่งเชื่อว่าทุกท่านจะรู้สึกประทับใจอย่างแน่นอน”

ภายในงานได้รับเกียรติ ธาพิดา นรพัลลภ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ฝ่ายบริหารสินค้าลักชัวรี่ และแฟชั่นสตรี บริษัท สรรพสินค้าเซ็นทรัล จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล, ณัฐกาญจน์ สำราญกิจ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส สายบริหารสินค้าเครื่องสำอาง บริษัท สรรพสินค้าเซ็นทรัล จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล พร้อมด้วยคณะผู้บริหารจากแบรนด์เครื่องสำอางชั้นนำต่างๆ อีกทั้งยังขนทัพบิวตี้เลิฟเวอร์คนดังอาทิ จุฬาลักษณ์ ปิยะสมบัติกุล, แม้นวาด นาครทรรพ, ปฏิญญา เกี่ยวข้อง พร้อมด้วยมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์คนล่าสุด แอนชิลี สก็อต เคมมิส  ที่แท็กทีม ทารีน่า โบเทส และ มด-นันทิยา สุวรรณแสวง รองอันดับ 1 และ รองอันดับ 2  มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์มาร่วมแชร์มาร่วมแชร์เคล็ดลับให้สาวๆ มั่นใจในความงามในแบบของตัวเอง พร้อมไฮไลท์โชว์สุดพิเศษจาก วี วิโอเลต วอเทียร์ ศิลปินที่มีไลฟ์สไตล์แสนโดดเด่น รวมถึงทัพดารานักแสดง อาทิ กรีน อัษฎาพร, เกรซ กาญเกล้า, ก็อต อิทธิพัทธ์, ภณ ณวัสน์ เซเลบริตี้ และบิวตี้บล็อกเกอร์มาอัพเดทเทรนด์ความงามกันอย่างคับคั่ง

สำหรับโซน “Beauty Galerie” แต่ละแบรนด์มาพร้อมดีไซน์สุดพิเศษในสไตล์ของตัวเอง แสดงให้เห็นถึงเอกลักษณ์ (Brand Identity และความงามแบบเอ็กคลูซีฟ  อาทิ “YSL” เปิดตัวเคาน์เตอร์ดีไซน์ใหม่ล่าสุด ในรูปแบบ “Marble Look” แห่งแรกของโลก ที่ห้างเซ็นทรัลลาดพร้าว แสดงออกถึงแบรนด์ DNA ผ่านการตกแต่งด้วยหินอ่อนสลับดำ-ขาวเต็มพื้นที่ หรูหราด้วยการเล่นวัสดุลายเส้นสีทอง-เงินเงาวาว ดึงดูดทุกสายตา พร้อมการออกแบบภายในที่เอื้อต่อการบริการเหนือระดับ  “Kiehl’s” พบกับแฟล็กชิฟสโตร์ใหม่ ในคอนเซ็ปต์ Future Made Better ซึ่งเป็นแคมเปญหลักของคีลส์ในการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและช่วยพัฒนาชุมชนที่เราอยู่ให้ดียิ่งขึ้น มีการออกแบบร้านอย่างยั่งยืน (Eco-Conscious Retail Design) โดยคำนึงถึงวัสดุและวิธีการก่อสร้างที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็น เฟอร์นิเจอร์ไม้ภายในร้านเป็นวัสดุ FSC (Finest Stewardship Council) ที่มีการจัดการอย่างถูกต้องและไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมการติดตั้งแผงไฟ LED ทั้งร้าน เพื่อเป็นการประหยัดไฟ และสีที่ใช้ตกแต่งร้านเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (VOCs = 0%)  “Bobbi Brown” ปรับโฉมใหม่ล่าสุด โดยได้แรงบันดาลใจจากเมือง New York เน้นโทนสีขาวดำ สื่อถึงความนำสมัยให้ความรู้สึกหรูหรา รวมถึงมีตัว Skylight ที่ฝ้า ทำให้เหมือนอยู่ในตึกที่ NYC มาพร้อมกับมุม Make Up ที่ทันสมัยมากขึ้น ภายใต้แนวคิด Loft Design Concept พบได้ที่ห้างเซ็นทรัล สาขาลาดพร้าว เท่านั้น “Shiseido” ขออวดโฉม
ใน “Shiseido Alive Counter” เคาน์เตอร์รูปแบบล่าสุด ออกแบบในคอนเซ็ปต์ “The Japanese Digital Garden” ได้แรงบันดาลใจจากน้ำตกและสายน้ำ สู่ดีไซน์ที่สามารถหมุนได้ 360 องศา ซึ่งเป็นดีไซน์เอ็กซ์คลูซีฟที่เคาน์เตอร์ห้างเซ็นทรัล สาขาลาดพร้าว เท่านั้น! “Clé de Peau Beauté” ผสมผสานความหรูหรา แต่ดูอบอุ่นและเป็นกันเอง พร้อมสัมผัสนวัตกรรมสุดล้ำแห่งวงการบิวตี้ อย่าง “Smart Radiance Mirror” อีกทั้งยังมีเทคโนโลยี  “Virtual Makeup Try-on”  เพียงสแกน QR Code ก็สามารถเลือกเมคอัพลุคที่ต้องการลงบนใบหน้าได้เสมือนจริง โดยไม่ต้องถอดหน้ากากอนามัยอีกด้วย

พบกับโปรโมชั่นสุดพิเศษรับคูปองส่วนลดแทนเงินสด สูงสุด 5,000 เมื่อช้อปตามเงื่อนไข, ลดเพิ่ม สูงสุด 27.5% เมื่อใช้คะแนนเดอะวัน 2 เท่าของยอดช้อป หรือใช้คะแนนลดเพิ่มและรับเครดิตเงินคืนสูงสุด30% จากเดอะวันและบัตรเครดิต ตั้งแต่วันที่ 11 พ.ย 64  – 15 ธ.ค 64 ณ แผนก “Beauty Galerie” (บิวตี้ แกเลอรี) ห้างเซ็นทรัลลาดพร้าว นอกจากนี้บิวตี้เลิฟเว่อร์ยังสามารถสัมผัสประสบการณ์การช้อปผ่าน Central Chat & Shop ที่ไลน์ @centralofficial, Central Call & Shop ที่เบอร์ 1425 พร้อมบริการใหม่ล่าสุด Personal Shopper โทร. 1425 กด 3 ผู้ช่วยช้อปส่วนตัวบริการสุดพิเศษสำหรับทุกคน หรือช้อปผ่าน Facebook Inbox ที่ www.facebook.com/centralbeautyclub พร้อมช่องทางรับสินค้าเติมเต็มความสะดวกสบายให้แก่คุณด้วยบริการ Click & Collect และ Drive Thru ที่ห้างเซ็นทรัลทั่วประเทศ

 

 

เข็ม-กฤตธีรา

กาลครั้งหนึ่งของ เข็ม-กฤตธีรา เรียนจิตวิทยาเพื่อเยียวยาหัวใจตัวเอง

หายจากหน้าจอไปนานเลยสำหรับ เข็ม-กฤตธีรา อินพรวิจิตร อดีตพิธีกรหญิง “รายการตี 10″ ล่าสุดเธอได้ออกมาเปิดเผยเรื่องราวหลากหลายแง่มุม อัปเดตชีวิตปัจจุบัน บทเรียนความรักในอดีต เลือกคนผิด ผิดหวัง ซ้ำซ้อน จนต้องหันไปเรียนจิตวิทยา รวมถึงชีวิตสาวโสดสุดแฮ็ปปี้ แต่ก็ไม่รู้ว่าสุขขนาดนี้จะถึงขั้นปิดตายความรักเลยหรือเปล่า

กาลครั้งหนึ่งของ เข็ม-กฤตธีรา เรียนจิตวิทยาเพื่อเยียวยาหัวใจตัวเอง

เข็ม-กฤตธีรา

ไม่เห็นหน้าในการเป็นพิธีกรนานแล้วนะ ตอนนี้ทำอะไรอยู่บ้าง?
“เยอะมาก ช่วงที่โควิด-19 ระบาด 2 ปี เรียนเยอะมาก แต่เป็นช่วงเวลาที่เรามีความสุข จริงๆก็ไม่ได้ห่างหายจากหน้าจอเท่าไหร่ เพียงแต่ว่าทำรายการเองเล็กๆ แล้วก็หยุดไปช่วงโควิดพอดี เนื่องจากเป็นรายการท่องเที่ยว ไปเที่ยวต่างประเทศ พอมันมีโรคระบาดมันเลยต้องหยุดไป ช่วงว่างๆ เลยลงเรียนเยอะมาก”

เรียนนี่คือเรียนเกี่ยวกับอะไรบ้าง?

“เรียนหลายอย่าง เรียนจิตวิทยา แล้วที่เรียนล่าสุดยังไม่จบ คือ จิตวิทยาสุนัข คือเรียนเพื่อให้เข้าใจสุนัข จริงๆ เราลงเรียนหลักสูตรสหรัฐอเมริกาเลย ครั้งแรกงงๆ คิดว่าเป็นการฝึกสุนัข เข้าไปลงทะเบียนเรียบร้อยเลย จ่ายเงินเรียบร้อย พอเริ่มเรียนวันแรก มันเป็นการเข้าใจสุนัขที่เราสามารถเอามาใช้กับคนได้”

ที่เลือกเรียนจิตวิทยา เพราะว่าสมัยก่อนเราเคยผิดหวังกับความรักบ่อยหรือเปล่า?

“จริงๆ เรียนจิตวิทยา เพราะเรามีคำถาม มันเกิดจากการชอบตั้งคำถาม ด้วยนิสัยของการเป็นพิธีกร และด้วยนิสัยของตัวเองด้วย เราเลยรู้สึกว่าทำไมฉันถึงยอม ทำไมฉันถึงไม่เลิก เมื่อเรามีคำถามซ้ำๆ บ่อยๆ กับตัวเอง เราจะเริ่มไม่อยากรู้เหรอ เราต้องอยากรู้สิ เพราะฉะนั้นก็เรียนให้มันรู้ไปเลย”

เข็ม-กฤตธีรา พิธีกรตี10
ให้สัมภาษณ์ในรายการคุยแซ่บshow ทางช่อง วัน31

แล้วเรียนมาได้นานเท่าไหร่แล้ว?

“ประมาณ 7-8 ปีที่แล้ว แล้วช่วงที่มีข่าวเยอะๆ เบรกตัวเองออกไปพักผ่อน ไปต่างประเทศ แต่มันยังอยู่ มันยังรู้สึกว่าตัวเองไม่ประสบความสำเร็จอะไรบางอย่าง มันเหมือนอยู่ได้แหละ แต่มันยังคาๆ อยู่นิดๆ มันเหมือนเป็นตะกอน มันต้องทำยังไง”

งั้นแสดงว่าอนาคตมองตัวเองว่าจะเป็นจิตแพทย์?

“ไม่มอง แต่ถ้าสมมติว่าย้อนกลับไปตอนเรียนจบใหม่ๆ จะไม่เรียนศิลปะ จะเรียนเอาไว้เป็นทางเลือก แต่ว่าอยากเรียนอาชญาวิทยา คือเหมือนกับดูคนที่เป็นฆาตกรว่าทำไมเขาทำแบบนี้ รู้สึกว่ามันเป็นความอยากรู้ของเรา เคยไหมแบบทำไมเขาต้องด่า เขาต้องมีอะไรแน่ๆ แต่ ณ วันนี้เรารู้แล้วทำไมเขาถึงด่าเรา ชีวิตมันมีความสุขมากเลยเมื่อเรารู้ว่าทำไมคนนี้ถึงเป็นอย่างนี้ แล้วเราจะไม่โกรธใคร”

ที่เลือกเรียนจิตวิทยามาส่วนหนึ่งเพื่อบำบัดความรู้สึกตัวเองจากเรื่องความรักหรือเปล่า?

“มันนานแล้วนะ แต่เพื่อให้เราเข้าใจตัวเองจริงๆ สมมติว่าเรามีแฟนมาทั้งหมด 4 คน ทุกคนนิสัยเหมือนกันหมดเลย มีความคล้ายกันหมดเลย จะว่าสเปคมันก็ยังไม่ใช่ แต่ว่าเป็นมากเป็นน้อยขึ้นอยู่กับสถานการณ์ตรงนั้น สมมติเรามีชื่อเสียงเรื่องนี้ก็จะดังมาก แต่ทุกคนเหมือนกันหมดเลย ไม่สงสัยเหรอ ทำไมฉันถึงต้องเลือกคนแบบนี้ มันต้องมีเหตุสิ ต่อให้มานั่งตรงนี้ ชอบทั้งคู่เลย แต่สุดท้ายก็เลือกคนนี้ มันเป็นอัตโนมัติเลย

สุดท้ายคือเลือกคนผิดที่สุด?

“มีคนดีกับคนไม่ดี ต่อให้เราไม่รู้ว่าเขาดีหรือไม่ดีนะ แต่เราก็จะเลือกคนไม่ดีไว้ก่อน”

คิดว่าเพราะอะไรเราถึงเลือกคนที่ผิดกับชีวิตเรา?

“เราไม่ได้ชอบนะ มันเป็นปม มันเป็นความทรงจำในสมอง มันเป็นวิทยาศาสตร์เลย สมองเราเป็นคนเลือก เคยไหมที่เขาบอกว่าห้ามเด็กดู ความรุนแรง สมองเด็กจะพัฒนาเต็มที่ตอน 3 ขวบ เด็กดูอะไรเกี่ยวกับความรุนแรงทางทีวีแล้วเขาจะจำ หรือเด็กที่โตมาในครอบครัวที่พ่อกับแม่ทะเลาะกัน พอถึงจุดหนึ่งแล้วพ่อทำร้ายแม่ เด็กจำ แต่อีกวันเด็กลืม แต่สมองเด็กไม่ได้ลืมนะคะ มันถูกจำไว้แล้วเรียบร้อย เมื่อเด็กคนนั้นโตถึงวัยหนึ่ง เกิดเหตุการณ์คล้ายๆ กัน เด็กคนนั้นจะตบบ้าง มันจะเกิดขึ้นจริงๆ แล้วมันเป็นวิทยาศาสตร์แล้วมันก็ถูกสอนอยู่ในวิชาจิตวิทยา”

สมัยก่อนที่เข็มเลือกคนพิเศษไม่ได้เลือกที่หัวใจเหรอคะ?

“คือสมองมี 3 ส่วน มันจะมีส่วนสมองที่เป็นอารมณ์ หรือที่เราเรียกเล่นๆ เวลาเรียน เราจะเรียกว่าสมองหมา ทำอะไรปั๊บรีแอค คนที่แต่งงาน คนที่เจอคนที่เราชอบ เราจะตัดสินเขาจากอารมณ์ก่อน สมองกลางน่าจะเป็นเหตุ เป็นผล สมมติเราตัดสินใจแต่งงาน เราจะเอาอารมณ์ก่อน แล้วจะมีเหตุ มีผล มาซัปพอร์ต สมองส่วนหน้า คือ การแยกแยะ แยกว่าอันนี้ถูกทาง อันนี้ไม่ถูกทาง อันนี้ดีอันนี้ไม่ดี ฆาตกรจะไม่ค่อยได้ถูกพัฒนาสมองส่วนหน้าที่เข็มเรียนมา เข็มบอกก่อนนะว่าเข็มไม่ได้เก่งเรื่องนี้ แต่ว่าอันนี้แชร์ให้ฟังจากที่เราเรียนมา”

ย้อนกลับไปตอนนั้นที่บอกว่าเกิดเหตุการณ์แบบนี้ ทำไมเรายังอยู่ ไม่เลิกกับเขา ตอนนั้นพี่คิดอะไรอยู่?

“เราต้องการจะซ่อมตัวเองในวัยเด็กที่เราไม่รู้ว่าเราต้องการจะซ่อม สมมติว่าคุณพ่อหย่ากับคุณแม่ คุณพ่อออกไปจากชีวิตเรา แล้วเราก็คิดว่าเด็กจะโทษตัวเอง จะไม่โทษพ่อ โทษแม่ จะมาโทษตอนโตแล้ว วัยรุ่น แต่ว่าเด็กจะโทษตัวเองฉันทำอะไรผิด ทำไมพ่อถึงออกไปจากบ้าน ฉันทำอะไรผิดทำไมแม่ถึงไม่สนใจฉัน ฉันทำอะไรผิดทำไมคุณยายถึงตีฉัน เด็กจะโทษตัวเอง เพราะฉะนั้นเราจะรู้สึกว่าเราไม่ดีพอ การที่เราดีพอ เราจะต้องดีงพ่อเราไว้ได้สิ มันก็เลยกลายเป็นว่าเราพยายามดึงคนที่อยู่ในชีวิตเรา โดยการที่เรายอม”

ที่ทราบมาแฟนเก่าของพี่ พี่จับได้คาหนัง คาเขาเลยแต่ไม่เลิก?

“ทุกคนเลย”

แต่ไม่เคยโทษผู้ชายด้วยว่าเขาผิด?

“โทษตัวเอง ไม่โทษผู้หญิง คือมันเป็นมุมคล้ายๆ กับว่าเหรียญมันมีสองด้าน แต่เราจะเป็นมุมว่าจริงๆ เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นกับเรา ทุกคนถูกหมดเลยนะ แต่มุมมองคนละมุม ทุกคนพูดความจริงหมด แต่เป็นมุมมองด้านตัวเอง”

ทำไมพี่คิดว่าต้องเป็นพี่ที่ผิด?

“เรารู้สึกว่าถ้าคนจับทางเราได้สมัยก่อนนะ เราจับได้แล้ว เราต้องเลิกสิ เรารู้ด้วยนะว่าเราจะต้องเลิก แต่เราก็หาเหตุผล สมองเริ่มมาละหาเหตุผลมาซัพพอร์ตว่าเขาอาจจะไม่ได้ตั้งใจ เราอาจจะทำได้ดีกว่านี้ เราต้องทนกว่านี้ จนสุดท้ายนี่แบบพีคสุดๆ แล้วนะ เคยโดนแบบว่าจอดรถแล้วผลักลงจากรถ คือเราจับได้ว่าจริงๆ เขามีแฟนแล้ว แต่เขาบอกว่าเขาเป็นโสด เขามีทุกอย่างมาพิสูจน์กับเราเลย”

ใครผลักใครลงจากรถ?

“ผู้ชายผลักลงมาเลย แบบพูดจับได้ไง เราก็ยืนงงๆ แล้วคิดว่าเราควรจะโทษตัวเองไหม  เราไม่ควรจะโทษตัวเอง แต่เรารู้สึกว่าฉันไม่น่าพูดอย่างนั้นเลย ฉันน่าจะทนอีกนิดหนึ่ง”

แต่ละคนให้เวลาเขาเท่าไหร่?

“ถ้าไม่รู้ตัวก็ไปเรื่อยๆ”

ไม่มีใครเตือนด้วย?

“ก็มีนะ บางทีเพื่อนเอายันต์อะไรมาไม่รู้ แล้วจับไปงานบวช บอกนี่โดนของ”

แล้วอะไรเป็นจุดเปลี่ยน?

“เหมือนเรากระโดดลงจากหน้าผา ถ้าไม่กระแทกพื้นไม่รู้ตัว เรากระแทกพื้นทุกครั้งเลย ขนาดเจอไลน์เพื่อนสนิท เป็นเพื่อนรักมาก แคปหน้าจอส่งไลน์สมัยไอโฟน1 ตอนนั้นยังไม่มีไลน์ แคปส่งมาให้ คุยเลย จีบเพื่อนเราไปด้วย เธอไปทำอะไรหรือเปล่า โทษเพื่อน ซึ่งเข็มคิดว่าเหตุการณ์แบบนี้หลายคนเจอนะ เราจะโทษ และเป็นวลีที่ว่า เนี่ยทะเลาะกัน เดี๋ยวก็ดี เป็นสุนัข จริงๆ เข็มว่าคนเราแค่อยากมีใครสักคนที่ฟัง ก็เลยเหมือนพูดทุกอย่าง พูดออกไปแล้วสุดท้ายคนที่สามก็เป็นสุนัขไป”

ถ้าคนดูอยู่ในวังวนเดียวกับเรา อยากบอกอะไรเขา?

“เวลาที่คนมาแนะนำว่าต้องรู้คุณค่าตัวเอง ต้องรู้จักตัวเอง ต้องรักตัวเอง ไม่มีใครทำได้ ไม่มีใครที่อยู่ดีๆ ฉันจะรักตัวเอง ฉันจะเลิกกับคนนี้แน่ๆ ไม่มีใครทำได้ จากคนที่หลุดมาแล้วนะ เราต้องรู้ก่อน สมมติว่าเราอยู่ในส้วม คนที่อยู่ตรงนั้นจะไม่รู้ว่าตัวเองอยู่ในส้วม จะไม่รู้ว่าตัวเองเหม็นเน่าขนาดไหน แต่เราคิดว่าเราอยู่ในห้องสวยงาม ห้องนอน แอร์เย็นฉ่ำ เราต้องรู้ตัวเอง ยอมรับตัวเองขึ้นมาจริงๆ นั่งอยู่กับตัวเอง ยอมรับว่าไม่ไหวแล้วหรือเปล่า ต้องอยู่กับตัวเองให้ได้ก่อน คุยกับตัวเองว่าสมมติฉันโดนสามีซ้อมมันโอเคเหรอ ถ้าเราคิดว่ามันโอเค ใครมาพูดกับเรา เราก็ไม่มีทาง ต้องให้รู้ว่าอยู่ในส้วมถึงจะออกจากตรงนั้นได้ ตราบใดที่เรายังคิดว่าส้วมคือวิมานเราก็ออกไม่ได้ สมมติเรามีความอิจฉา ริษยา รู้สึกว่าคนนี้มันสวยกว่า รู้สึกอิจฉาปั๊บมนุษย์ส่วนใหญ่จะไม่ยอมรับว่าตัวเองอิจฉา แต่เราสามารถยอมรับกับตัวเองได้ นั่งคิด นี่เป็นความอิจฉาใช่ไหม ถ้าเรารู้ว่าเราอิจฉาเขา เราจะเลิกอิจฉาได้ แต่คนจะไม่ค่อยยอมรับว่าตัวเองอิจฉานะ โกรธอยู่นะ พี่เข็มพูดเสมอนะว่าพี่เรียนจิตวิทยาเชิงบวก แต่ก็ไม่ใช่คนดีนะ เป็นคนปกติ ก็ยังมีแบบด่ามากๆ ก็สวนบ้าง”

วิเคราะห์คนมาก็เยอะ เคยวิเคราะห์ตัวเองไหม ว่าทำไมถึงไม่ค่อยประสบความสำเร็จกับความรัก?

“จริงๆ พอรู้เหมือนกัน แต่ไม่อยากบอกหมด เดี๋ยวคนจะรู้ เคยคิดกับตัวเองเหมือนกันนะ ถ้าเราแยกความเหงาก้อนหนึ่ง อยากมีเพื่อนก้อนหนึ่ง ไม่มีอะไรทำก้อนหนึ่ง แล้วเราลองเลือกสิ มันถูกทดแทนได้ด้วยอย่างอื่น ถ้าเราไม่มีความเหงาเราจะอยากมีแฟนไหม อะไรคือความเหงา แยกไปอีก เพราะฉะนั้นพอเราเจอคุณค่าของตัวเอง เราจะไม่เหงาไงแล้วจะหาแฟนไปทำไม ถ้าสมมติรู้สึกว่าฉันต้องมีใครสักคนอยู่ในชีวิต ต้องมีใครสักคนอยู่ข้างๆ ไว้ดูแลฉัน ก็ดันดูแลตัวเองได้อีก”

แสดงว่าตอนนี้คือโสด?

“โสดมา 10 ปีได้แล้ว เข็มแชร์เรื่องหนึ่ง เข็มเคยโดนคนด่า แล้วมีคนมาเล่าให้ฟัง เขาคงไปเสพเรื่องราวของเรามา แล้วเขารู้สึกว่าเขาไม่ชอบเราเป็นทุนเดิม แค่เรื่องจอดรถ สตาร์ทรถหน้าบ้าน เราก็พยายามรู้สึกว่าทำไมต้องโกรธ แต่ก็จะมีคนด่าเราว่า “โอ๊ย…ลูกก็ไม่มี ผัวก็ไม่มี แฟนก็ไม่มี” อะไรอย่างนี้ เขาคิดว่าเราจะต้องเจ็บปวดมาก แต่เรากลับรู้สึกว่าสุดท้ายมันเป็นมุมมองของคนด่านะบางเรื่อง คือชีวิตของเขาถูกเติมเต็มด้วยสามีกับลูก เขาก็เลยคิดว่าพี่เข็มต้องเป็นแบบนี้ คือมนุษย์เกิดมาพร้อมการตัดสินคนอื่นและถูกตัดสิน ลองกลับไปคิดเล่นๆ ก็ได้ว่าเราเคยตัดสินใครไหม ไม่มีใครไม่เคยตัดสินใครเลย แค่ง่ายๆ ทำงานอยู่ที่บริษัทหนึ่งเรามีเพื่อนแล้ว อยู่มาวันหนึ่งมีคนมาสมัครงาน เด็กใหม่เข้ามาเลย ผมแดง แต่งตัวแบบสไตล์เขา ทุกคนจะตัดสินไปแล้ว หรือถ้าเราจะไม่พูดกับใคร แค่เราเหลือบตามอง เราก็ตัดสินเขาไปแล้ว เพราะฉะนั้นการถูกตัดสินเป็นเรื่องปกติ แต่คนตัดสิน เขาตัดสินจากมุมมองของตัวเอง อย่างเราคิดว่าเป็นโสดแล้วแฮ็ปปี้ แล้วถ้าพี่เข็มไปด่า เป็นไงละเป็นโสด แล้วมันไม่เจ็บไง คือเราเป็นคนไม่โกรธ”

ซึ่งในความไม่โกรธ ล่าสุดแอบรู้มาว่าแฟนของเพื่อนสนิทยังหึงและไม่พอใจพี่เข็ม?
“เอาเป็นว่าบ่อย เป็นคนมีเพื่อนผู้ชายเยอะ สมมติว่าเราสนิทกันกับเพื่อน แล้วเวลาที่เราไปไหนมาไหนกับเพื่อน แฟนเขาคงไม่ชอบไงรู้สึกห่วง เราก็เข้าใจเขา เขาคงเสพข่าวมาบ้าง แล้วมีอีกอันเวลาที่คนมาคุยกับเรา ใครที่เสิร์ชกูเกิลก่อนนี่รู้หมด จะบอกเลยว่าเรื่องของเราทั้งหมดตอนนี้เป็นมุมมองของนักข่าวฝ่ายเดียว เขาอ่านเรื่องเป็นมุมเดียวเลย เรารู้สึกว่ามันไม่ใช่ตัวเรา เพราะฉะนั้นคนที่ไปเสิร์ชกูเกิลแล้วมีรีแอคกับเรา เราก็เข้าใจ ไม่เป็นไร”

กับคนที่เม้าท์เราในอดีต ณ จุดนี้อโหสิกรรมให้ทุกคนหรือยัง?

“ไม่อโหสิกรรม เพราะว่ามันเป็นพุทธไง เราเอาแบบเวอร์วายไหม ไม่ได้คิดอะไรแล้ว แทบจะลืมไปหมดแล้ว ไม่ได้รู้สึกอะไรเลย เป็นคนตรงที่แบบว่าไม่รู้สึกจริงๆ นะ”

ตอนนี้โสด ถ้าอนาคตไม่มีลูก ไม่แต่งงาน โอเคไหม?

“ก็ต้องคิดสิ โสดมันเป็นทางเลือกของเรา อย่าไปกลัวเรื่องโสด จริงๆ เราเตรียมทุกอย่างไว้แล้วแหละ คือโสดอยู่คนเดียวโดดๆ ไม่ได้ มนุษย์เป็นสัตว์สังคม แต่เราก็เตรียมไว้ว่าถ้าเราป่วยโทรหาใคร เบอร์อันนี้เบอร์ใคร คือเราจะต้องเตรียมเอาไว้ บ้านที่อยู่อยู่คนเดียวจริง แต่ขยับไปอีกนิดก็เป็นบ้านคุณแม่ ขยับไปเป็นบ้านคุณน้า บ้านคุณลุง เราอยู่ในละแวกเดียวกันหมด สมมติว่าเราแก่กว่านี้เราอาจจะอยู่กับเพื่อน คือมันถูกแพลนไว้แล้ว แล้วมีบ้านที่อเมริกา ถ้ายังไงแก่ๆ คุณแม่ไม่อยากไปไงก็อยู่เป็นเพื่อนคุณแม่ ดูแลคุณแม่จนสุดๆ เลย พอสุดท้ายอาจจะย้ายประเทศก็ได้”


ข้อมูล : รายการคุยแซ่บshow ทางช่อง วัน31

‘เป็นวันชั่วคราวแห่งชาติ มีดวงที่ได้พบความสุขแบบไม่จีรังยั่งยืน’ ดวงรายวัน 18 พฤศจิกายน 2564

ดวงรายวัน 18 พฤศจิกายน 2564 #หมอปุ้ยพยากรณ์ เช็กทุกวัน เป๊ะปังทุกดวง ทั้งการงาน การเงิน ความรัก และสุขภาพ

‘เป็นวันชั่วคราวแห่งชาติ มีดวงที่ได้พบความสุขแบบไม่จีรังยั่งยืน’

ดวงรายวัน 18 พฤศจิกายน 2564

ผู้ที่เกิดวันอาทิตย์

การงาน  :  หากคุณอยู่ในตำแหน่งหน้าที่การงานสูง ได้รับการยอมรับนับถืออย่างกว้างขวาง บอกเลยว่า ความสำเร็จในวันนี้ไม่ได้มาด้วยความบังเอิญ แต่แลกมาด้วยพลังกาย พลังใจที่แรงกล้า เพราะความเป็นไปได้ว่า คุณจะตกอยู่ท่ามกลางสถานการณ์การแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นในเรื่องของผลประโยชน์ และหน้าที่การงานอย่างบ้าคลั่ง มีโอกาสที่จะเกิดการขัดแย้งกันอย่างรุนแรง ต่อเมื่อคุณสามารถเอาชนะจนผ่านจุดนี้ไปได้ จึงจะได้พบช่องทางทำมาหากินใหม่ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งนักเขียน นักวิทยาศาสตร์ นักค้นคว้า นักทดลอง ฯลฯ ก็มีโอกาสที่ผลงานจะประสบความสำเร็จ

การเงิน  : สร้างรายได้อย่างมั่นคงจากความสามารถของตัวเอง ซึ่งวันนี้คุณชอบลงทุน รักการแข่งขัน และการท้าทาย จึงมีความเป็นไปได้ว่า คุณจะนำเงินไปลงทุนจนหมด

ความรัก :  จากคู่ที่เคยช่วยเหลือสนับสนุนคุณในเรื่องงานด้วยดีมาตลอด มีความเป็นไปได้ว่า วันนี้นอกจากเขาจะไม่ให้เกียรติคุณเหมือนเดิมแล้ว ยังแยกออกไปมีโลกส่วนตัวอีกต่างหาก คนโสด  ก็ยังมีความเป็นไปได้ว่าจะเกิดการแย่งชิง การขัดแย้ง ไม่ให้เกียรติกัน ถึงวันนี้คุณขออยู่คนเดียวก่อนดีกว่า

สุขภาพ  :  ดูแลสุขภาพร่างกายตัวเองอย่างดีมาตลอด แต่ต้องระวังในเรื่องของอารมณ์ เพราะมีโอกาสที่คุณจะได้รับอันตรายจากการทะเลาะวิวาท และการขับขี่ จึงไม่ควรใจร้อนและประมาท

 

ผู้ที่เกิดวันจันทร์

การงาน  :  หากคุณได้ค้นพบช่องทางทำมาหากินใหม่ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งนักเขียน นักวิทยาศาสตร์ นักค้นคว้า ทดลอง ผลงานที่คุณตรากตรำทำงานมาตลอดชีวิตก็พบกับความสำเร็จ ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง วันนี้มีโอกาสที่ครอบครัวหรือคนรู้จักจะชักชวนคุณไปร่วมงานด้วย แต่ควรเตรียมความพร้อมหรือวางแผนล่วงหน้าให้ดี เพราะมีความเสี่ยงสูงมากที่จะงานจะดำเนินมาถึงวาระสุดท้าย ต้องปิดบริษัท หากกรณีร้ายแรงคือ ถูกเลิกจ้าง

การเงิน : เงินปันผลที่คุณควรจะได้รับ หรือที่สำรองจ่ายล่วงหน้าไปก่อน วันนี้มีความเป็นไปได้สูงมากว่าจะไม่ได้ ซึ่งเป็นเหตุให้คุณถึงกับวิกฤติ เดือดร้อนเลยทีเดียว

ความรัก :  หากคุณแต่งงานหรืออยู่กันอย่างรวดเร็ว ไม่ทันได้ศึกษานิสัยใจคอกันให้ดีก่อน วันนี้มีความเป็นไปได้สูงมากว่า จะไปไม่ถึงฝั่งฝัน ต้องแยกย้ายจากกันไปในที่สุด  คนโสด คนที่แอบรักก็ยังคงแอบรักต่อไป แต่ก็มีความเป็นไปได้ว่า วันนี้คุณมีโอกาสได้พบกับหนุ่มในฝันที่อยากจะจูงมือไปอยู่ด้วยกันเลย สำหรับคนนี้ดวงไม่ใช่เนื้อคู่กัน เพราะอยู่กันได้ไม่นาน

สุขภาพ  : สาเหตุมาจากการทำงานหนักจนนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ จะมีอาการหน้ามืด วิงเวียนศีรษะ จนถึงเป็นลมปัจจุบันทันด่วน จึงควรพักผ่อนนอนหลับให้เพียงพอ รับประทานอาหาร ผัก ผลไม้ที่ช่วยในการบำรุงเลือดด้วย

 

ผู้ที่เกิดวันอังคาร

การงาน :  หากกำลังเหนื่อยใจกับการร่วมงานกับผู้ที่มีความคิดเห็นขัดแย้งกับคุณในทุกๆ เรื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณเป็นเจ้าของธุรกิจรายย่อย ผู้ประกอบการอิสระ เช่น ขายอาหาร ขายกาแฟ ช่างภาพ นักข่าว ออร์กาไนเซอร์ ฯลฯ  โดยที่คุณก็ไม่ยอมปรับเปลี่ยนความคิดเสียด้วย วันนี้ควรใจเย็นๆ เปิดใจรับฟังความคิดเห็นของคนอื่นด้วย เพราะจากธุรกิจที่กำลังไปได้ด้วยดีมีโอกาสจะสะดุดหยุดลงกลางคัน มีความเสี่ยงสูงที่คุณจะถูกเลิกจ้าง

การเงิน :  แม้จะขึ้นๆ ลงๆ ไม่แน่นอน แต่ก็นับว่ามีรายได้เข้ามาไม่ขาดสาย ขณะที่วันนี้มีความเป็นไปได้ว่า จะอยู่ในช่วงขาลงจนถึงวิกฤติ

ความรัก :  ที่ผ่านมาต่อให้ขัดแย้งกันอย่างไร คุณก็ยังอดทน ด้วยเพราะความรักที่มีให้กับครอบครัว แต่วันนี้มีความเป็นไปได้ว่า จะมาถึงจุดที่คุณจะไม่ทนอีกต่อไป มีโอกาสที่เลิกรากันในที่สุด คนโสด  คุณยึดมั่นในความคิดของตัวเองมากและก็อยากให้คนที่คุณคบด้วยคิดเหมือนคุณ แต่เมื่อเขาคิดต่าง วันนี้จึงมีโอกาสเลิกรากันได้ง่ายๆ

สุขภาพ :  คุณเครียด คิดมาก จึงมีความเสี่ยงที่จะปวดศีรษะไมเกรน รวมถึงโรคที่เกี่ยวข้องกับระบบประสาท รวมถึงโรคซึมเศร้าด้วย

 

ผู้ที่เกิดวันพุธ

การงาน :  สำหรับผู้ที่ทำงานหรือเกี่ยวข้องกับงานประดิษฐ์ คิดค้น ค้นคว้า ทดลอง เพื่อประโยชน์ของสังคม ของมวลหมู่มนุษยชาติ วันนี้ขอให้ยึดมั่นในการประกอบอาชีพที่ถูกต้อง ถูกหลักศีลธรรมอันดี แล้วคุณจะมีโอกาสได้เริ่มต้นงานใหม่ หรือนำโครงการเก่าที่มีอยู่แล้วขึ้นมาพัฒนาปรับปรุงใหม่ ซึ่งก็มีความเป็นไปได้ว่าจะเกี่ยวข้องกับการเดินทางไม่ได้หยุดเลยทีเดียว และจะประสบความสำเร็จด้วยดี

การเงิน : มีโอกาสที่คุณจะทำงานเพื่อมวลชน โดยไม่แสวงหาผลประโยชน์ส่วนตัว วันนี้ก่อนจะรับปากหรือเซ็นสัญญาใดๆ ควรพิจารณาให้รอบคอบ เพราะมีโอกาสที่จะเกิดความผิดพลาดขึ้นได้ ในกรณีที่ทำไม่ได้ตามที่รับปากไว้

ความรัก : ถึงวันนี้คุณอยู่ด้วยกันแบบกัลยาณมิตรแล้ว ดูแลกันไปจนกว่าชีวิตจะหาไม่ ซึ่งคุณก็ทำทุกอย่างเพื่อครอบครัว  คนโสด คุณซื่อสัตย์ในความรัก รักเดียวใจเดียวมาตลอด แต่หากเพิ่งจะอกหักมาก็มีความเป็นไปได้ว่า วันนี้คุณจะปลงกับความรักแล้วว่า ‘มีรักก็มีทุกข์’

สุขภาพ :  ออฟฟิศซินโดรมมาเยือนแล้ว มีความเป็นไปได้ว่า จะมาจากทั้งท่าทางการนั่งทำงานในท่าเดิมนานๆ รวมถึงการเข้าสู่ภาวะผู้สูงอายุที่กระดูกต่างๆ เริ่มเสื่อม จึงควรออกกำลังกายเบาๆ เหยียดยืดกล้ามเนื้อบ้าง

 

ผู้ที่เกิดวันพฤหัสบดี

การงาน  :  เรียกว่าเป็นวันขัดแย้งแห่งชาติของคุณเลยทีเดียว หากคุณกำลังเผชิญหน้ากับอุปสรรคและปัญหาที่เข้ามาอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง วันนี้มีโอกาสที่คุณจะได้ร่วมงานกับผู้ที่มีความคิดเห็นขัดแย้งกับคุณในทุกๆ เรื่อง โดยที่คุณก็ไม่ยอมปรับเปลี่ยนความคิดของตัวเองเสียด้วย จึงมีความเสี่ยงสูงที่คุณจะรับมือไม่ไหว ในกรณีร้ายแรงสุดๆ อาจถึงขั้นลาออกจากงานเลยทีเดียว แต่หากคุณสามารถอดทนจนก้าวข้ามช่วงเวลานี้ไปได้ ผลตอบแทนที่ได้รับจะคุ้มค่ากับความเหนื่อยยากเลยทีเดียว

การเงิน  :  สะดุด อาจถึงขั้นถูกเลิกจ้าง วันนี้ไม่ควรเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเงินที่ได้มาอย่างไม่ถูกต้อง หรือการเสี่ยงโชค เพราะนอกจากการเงินจะขึ้นๆ ลงๆ ไม่แน่นอนแล้ว ยังมีโอกาสเสื่อมเสียชื่อเสียงด้วย

ความรัก : มีโอกาสที่คุณจะถูกใส่ร้ายป้ายสีว่า แอบมีความสัมพันธ์ลับๆ ซึ่งก็มีความเป็นไปได้ว่า จะคุยกันไม่รู้เรื่อง คุณก็มีเหตุผลและก็พยายามให้อีกฝ่ายยอมรับ เมื่อเขาไม่ยอมรับ ปัญหาก็ยิ่งลุกลามรุนแรงขึ้น คนโสด  หากคุณกำลังอยู่ในสถานการณ์การแย่งชิง มีโอกาสสูงมากที่วันนี้จะเผชิญหน้ากัน แล้วเปิดฉากทะเลาะกันอย่างรุนแรง

สุขภาพ : หลีกเลี่ยงอาหารที่ไม่สดสะอาดถูกสุขลักษณะ สุกๆ ดิบๆ รสจัด มีความเสี่ยงที่คุณจะท้องเสีย เพราะอาหารเป็นพิษจนถึงสำไส้อักเสบ

 

ผู้ที่เกิดวันศุกร์

การงาน :  สำหรับผู้ที่ทำงานหรือเกี่ยวข้องกับงานประดิษฐ์ คิดค้น ค้นคว้า ทดลอง เพื่อประโยชน์ของสังคม ของมวลหมู่มนุษยชาติ นอกจากผลงานจะประสบความสำเร็จแล้ว ยังมีโอกาสได้รับการส่งเสริมสนับสนุนช่วยเหลืออย่างดีจากผู้ใหญ่ผู้หญิง  จนถึงเลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่งให้เลยทีเดียว อย่างไรก็ตาม วันนี้ดวงเรื่องคนของคุณไม่ค่อยดี มีโอกาสที่จะถูกทรยศหักหลังได้อย่างไม่คาดคิด จึงไม่ควรไว้วางใจใครง่ายๆ

การเงิน : คุณทำงานโดยไม่หวังผลประโยชน์ส่วนตัว เมื่อไม่คาดหวังก็มักจะได้มาอย่างไม่คาดคิด วันนี้คุณมีผู้ใหญ่ให้ความอุปถัมภ์ แต่จะมาแบบชั่วครั้งชั่วคราว ไม่ต่อเนื่องและสม่ำเสมอ จึงควรวางแผนให้ดี

ความรัก :  หากคุณกำลังคิดจะตกแต่งต่อเติมขยับขยายที่อยู่อาศัย เพื่อให้สมาชิกในบ้านได้อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตา ซึ่งวันนี้มีความเป็นไปได้สูงว่า เขาจะผลัดกันมาอยู่ชั่วคราว ไม่สามารถอยู่กับคุณได้อย่างถาวร คนโสด  เป็นช่วงเวลาที่คุณกำลังมีความสุขกับความรัก หรือกับครอบครัว แต่ก็เผื่อใจไว้หน่อยว่า เป็นความสุขแบบชั่วครั้งชั่วคราว ไม่จีรังยั่งยืน

สุขภาพ :  ออฟฟิศซินโดรมถามหาแล้ว จะมีอาการปวดตึงที่บริเวณคอ บ่า ไหล่ ร้าวไปตามแนวกระดูกสันหลัง หากยังไม่วางใจที่จะไปนอนนวด ก็ควรบริหารยืดเหยียดกล้ามเนื้อ ฝึกทำโยคะไปพลางๆ ก่อน

 

ผู้ที่เกิดวันเสาร์

การงาน :  หากคุณกำลังอึดอัด เพราะถูกบังคับให้ต้องทำงานภายใต้เงื่อนไขสัญญาหรือข้อตกลง ไม่ว่าจะทางเอกสาร หรือสัญญาใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ทำงานในสายเกษตร เช่น เกษตรกร นักออกแบบตกแต่งสวน ศิลปวัฒนธรรม นักธุรกิจโอท็อป วันนี้มีความเป็นไปได้ว่า คุณจะมีเฮ ได้หลุดพ้นจากเงื่อนไขสัญญาที่รัดตัวอยู่ แต่ควรยั้งๆ ไว้บ้าง เพราะดวงคุณยังมีโอกาสได้พบกับปัญหาและอุปสรรคที่จะเข้ามาอย่างกะทันหัน โดยเฉพาะเรื่องบริวารหรือผู้ร่วมงานที่มีโอกาสจะไม่ซื่อสัตย์ ทรยศคุณอย่างคาดไม่ถึงเลยทีเดียว

การเงิน :  มีโอกาสได้ซื้อขายที่ดิน ต้นไม้ หรือผลผลิตทางการเกษตร แต่ควรดูเรื่องเอกสาร สัญญาให้ดี เพราะคุณมีความเสี่ยงที่จะตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ ถูกฉ้อโกง หลอกลวง

ความรัก :  หากคุณเคยผ่านประสบการณ์ถูกหลอกให้รักแล้วจากไป ซึ่งก็ทำให้คุณกับคู่กลับมาเข้าใจกันดี แต่ก็อย่าเพิ่งวางใจ เพราะเขาอาจเข้าใจเพียงวันนี้วันเดียวก็ได้ แล้วก็กลับไปไม่เข้าใจ คนโสด หากคุณยังตัดสายสัมพันธ์เก่าๆ ไม่ขาด วันนี้มีโอกาสที่จะได้พบกับคนรักที่จริงใจและจริงจังกับคุณ จนสามารถลืมคนเก่าไปได้ แต่กระนั้นคุณก็ลืมได้แค่ชั่วครั้งชั่วคราวเท่านั้น

สุขภาพ :  ไม่ควรหักโหมทำงานจนไม่ใส่ใจดูแลสุขภาพร่างกาย เพราะกว่าจะรู้ตัวว่าเจ็บไข้ได้ป่วย ก็อาการนักจนคุณอาจรับสภาพไม่ไหว

 

 

แอนเจลิส บาเลก

แอนเจลิส บาเลก ดีไซเนอร์ไทย-อเมริกัน โดดเด่นเข้าตา สื่อดังอเมริกาเชิญสัมภาษณ์

Angelys Balek แบรนด์ลักซ์ชัวรี่สวิมแวร์ ของดีไซเนอร์ลูกครึ่งไทย-อเมริกัน แองจี้-แอนเจลิส บาเลก โดดเด่นเข้าตา สื่อดังอเมริกา Business Insider ส่งเทียบเชิญสัมภาษณ์

แอนเจลิส บาเลก ดีไซเนอร์ไทย-อเมริกัน โดดเด่นเข้าตา สื่อดังอเมริกาเชิญสัมภาษณ์

แอนเจลิส บาเลก

ดีไซเนอร์ลูกครึ่งไทย-อเมริกัน แองจี้-แอนเจลิส บาเลก ครีเอทีฟไดเรกเตอร์และผู้ก่อตั้ง AB. Angelys Balek แบรนด์ลักซ์ชัวรี่สวิมแวร์ ที่ไอคอนตัวท็อปของวงการแฟชั่นโลก อาทิ นาโอมิ แคมป์เบลล์ (Naomi Campbel), ฮัลลี่ เบอร์รี (Halle Berry), คริสซี่ ไทเก้น (Chrissy Teigen), เบเบ้ เร็กซา (Babe Rexha), ปารีส ฮิลตัน (Paris Hilton), นิกกี้ ฮิลตัน (Nicky Hilton), แอนนา เดลโล รุสโซ่ (Anna Dello Russo) ฯลฯ เลือกสวมใส่ เพราะด้วยเอกลักษณ์ของแบรนด์ที่นำศิลปะมาผสานเทคนิคการตัดเย็บแสนประณีต และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมโดยใช้ sustainable fabric หรือ เส้นใยรีไซเคิลในกระบวนการผลิตมากกว่า 80% สู่ชุดว่ายน้ำที่มีลวดลายและดีไซน์โดดเด่นไม่เหมือนใคร ได้รับกระแสตอบรับดีจากชาวอเมริกัน แม้ปีที่ผ่านมาจะได้รับผลกระทบจากโควิด-19 แต่ AB. Angelys Balek ยังสามารถสร้างรายได้หลายล้านดอลลาร์สหรัฐ

ชื่อของดีไซเนอร์ลูกครึ่งไทย แองจี้-แอนเจลิส บาเลก จึงปรากฏในสื่อดังอเมริกาอย่างต่อเนื่อง อาทิ Forbes USA, Vogue America และล่าสุดสื่อทรงอิทธิพลด้านข่าวและบทความธุรกิจ การเงิน เทคโนโลยีในเชิงลึกที่ใหญ่ที่สุดในโลก อย่าง Business Insider ได้ส่งเทียบเชิญสัมภาษณ์ คุณแองจี้-แอนเจลิส ถึงกลยุทธ์การบริหารธุรกิจและการสร้างกำลังใจแก่ทีมงานเพื่อร่วมฝ่าฟันอุปสรรคและผ่านพ้นวิกฤตไปด้วยกัน ..นับว่าเป็นอีกสาวลูกครึ่งไทยดีไซเนอร์ที่เก่งครบเครื่อง ทั้งเรื่องดีไซน์และเรื่องบิซิเนส


 

Peanut Butter Sandwich เรื่องราวการวิจัยความรัก

Peanut Butter Sandwich เรื่องราวการวิจัยความรักและความสุขของผู้หญิง เป็นซีรี่ส์ญี่ปุ่นที่ดัดแปลงจากมังงะ

ซีรีส์ญี่ปุ่นแนวโรแมนติก ที่ดัดแปลงมาจากมังงะประเทศญี่ปุ่น “Peanut Butter Sandwich พีนัต บัตเตอร์ แซนด์วิช” เรื่องราวการวิจัยความรักและความสุขของผู้หญิง เมื่อรัฐบาลญี่ปุ่นได้จัดตั้งองค์กรลับเพื่อทำการวิจัยและสนับสนุนความสุขของผู้หญิง ภายใต้ชื่อว่า “Peanut Butter Sandwich” เพื่อวิจัยเกี่ยวกับผู้หญิงที่อยากแต่งงานโดยเฉพาะ

ประกอบไปด้วย 3 หนุ่มนักวิจัย กอนดะ, โคบายาชิ และ สึบากิ โดยเป้าหมายการวิจัยของพวกเขาตอนนี้คือกลุ่มผู้หญิงโสด 4 คน ได้แก่ คาตากิริ ซาโยะ พนักงานบริษัทไอที มีมาตรฐานคนที่จะแต่งงานด้วยไว้สูง, โมริโมโตะ มิฮารุ พยาบาลสาวที่คบกับแฟนมาแล้ว 6 ปี แต่ไม่มีท่าทีว่าจะได้แต่งงาน, มัตสึโอกะ อากาเนะ เลขานุการสาวสวย ผู้ไม่เคยคบใครได้นาน และ ยามาชิตะ มิวะ พนักงานเครดิตยูเนี่ยน ที่มักตกอยู่ในสถานการณ์เป็นได้แค่คู่นอน!

สุดท้ายแล้วผลวิจัยจะออกมาเป็นเช่นไร? และความสุขที่แท้จริงจะอยู่ที่การแต่งงานใช่หรือไม่? มาร่วมหาคำตอบได้ในซีรีส์ “Peanut Butter Sandwich พีนัต บัตเตอร์ แซนด์วิช” นำแสดงโดย อิโต้ ชูโกะ (รับบท กอนดะ), อิโต้ เคนทาโร่ (รับบท โคบายาชิ), ยาฮางิ โฮโนกะ (รับบท สึบากิ), โฮตตะ อากาเนะ (รับบท คาตากิริ ซาโยะ), โมริโมโตะ มิฮารุ (รับบท ทากิโมโตะ มิโอริ), มัตสึโอกะ อากาเนะ (รับบท นิวะ นิกิ) และ คาเคอิ มิวาโกะ (รับบท ยามาชิตะ มิวะ) ผ่านทาง MONOMAX (โมโนแมกซ์)