เซตเครื่องประดับ เจ้าสาวเลือกยังไงให้สวยถูกใจและคุ้มค่า

เซตเครื่องประดับ นอกจากจะสวยแล้ว ต้องดูร่วมสมัยด้วยนะ เรามีเคล็ดลับให้ได้ทั้งสองสิ่งนี้มาฝาก

เซตเครื่องประดับ ก็เหมือนแฟชั่นเสื้อผ้าที่ไม่ได้มีแบบเดียวเท่านั้น และถ้าเมื่อไหร่ที่เทรนด์แฟชั่นหมุนเวียนเปลี่ยนไป เครื่องประดับที่ใช้ก็ต้องเปลี่ยนรูปแบบตามไปด้วย แต่หากคุณต้องการเครื่องประดับที่ใส่กี่ปีหรือกี่ครั้งก็ยังเข้าได้กับทุกยุคสมัย ขอให้เลือกเครื่องประดับที่ออกแบบในสไตล์คลาสสิค เน้นความเรียบหรูจะดูดีที่สุด เพราะสามารถใส่ได้กับเสื้อผ้าทุกรูปแบบ แถมยังนำไปใช้ได้ทุกโอกาสอีกด้วย

นอกจากที่บ่าวสาวจะเลือกเครื่องประดับแบบคลาสสิคที่ให้ความเรียบหรู สิ่งที่ควรคำนึงถึงคู่กันไปด้วยคือความสวยงาม และควรเลือกเครื่องประดับเพื่อการลงทุนด้วย นั่นก็คือ การให้ช่างออกแบบหรือเลือกแบบที่ใช้ได้นานและหลายโอกาส และถ้าเมื่อไหร่ที่ต้องเลือกระหว่างเครื่องประดับที่มีเพชรเม็ดเล็กหลายๆ เม็ด กับเพชรเม็ดใหญ่ไม่กี่เม็ดบนตัวเรือนชิ้นเดียว ขอแนะนำให้เลือกแบบหลัง เพราะมูลค่าในอนาคตจะมากกว่าแน่นอน

เซตเครื่องประดับ

ก่อนเจอนักออกแบบต้องเตรียมสิ่งนี้

ต้องชัดเจนว่าจะนำเครื่องประดับชิ้นที่ว่านี้ไปใช้ในโอกาสอะไร เพื่อให้นักออกแบบช่วยแนะนำความเหมาะสมโดยรวมว่า จะจับคู่กับชุดที่จะใส่ออกงานนั้นๆ หรือรูปแบบชุดแต่งงานให้ลงตัวได้อย่างไร และสามารถนำไปใช้ต่อในโอกาสอื่นได้หรือไม่

ถัดมาคือต้องการเครื่องประดับที่ทำจากตัวเรือนอะไร ประกอบด้วยอัญมณีประเภทใด และควรตั้งงบประมาณในใจไว้ด้วยสักนิด จากนั้นค่อยพูดคุยกับนักออกแบบเพื่อให้ช่วยสรุปสิ่งที่ต้องการออกมาเป็นเครื่องประดับที่ตรงใจคุณมากที่สุด

เครื่องประดับกับระยะเวลาการผลิต

โดยส่วนมากเครื่องประดับแบบสั่งทำระยะเวลาในการผลิตจะอยู่ที่ประมาณ 1 เดือน (หรือถ้าใครกลัวเสร็จไม่ทันวันงานจะล่วงหน้านานกว่านี้ก็ได้นะ) นับตั้งแต่การออกแบบ  ขึ้นตัวเรือน ปรัแต่ง และฝังเพชร แต่ถ้าหากบ่าวสาวไม่ได้ต้องการที่จะสั่งทำเครื่องประดับเซตใหม่นั้นแบบ made to order แล้วล่ะก็ ก็อาจจะเลือกจากเครื่องประดับสำเร็จรูปที่ทางร้านมีได้เลย โดยอาจจะสอบถามพูดคุยกับนักออกแบบเพื่อให้ทางร้านช่วยคัดเลือกตัวเรือนที่ใกล้เคียงกับสิ่งที่บ่าวสาวต้องการมากที่สุดมาให้ลองก่อน จากนั้นจึงปรับรูปแบบที่มีอยู่ให้ตรงตามความต้องการของบ่าวสาวมากที่สุด และด้วยวิธีการที่ว่านี้จะทำให้ระยะเวลาในการผลิตเครื่องประดับชิ้นหนึ่งลดลงไปอีก

เมื่อเลือกเครื่องประดับที่ทั้งสวย ร่วมสมัย และคุ้มค่าแล้ว ก็ต้องเลือกให้เข้ากับชุดแต่งงานด้วยนะ >>> ชุดเจ้าสาวและเครื่องประดับชิ้นสำคัญ … ความลงตัวที่ต้องเข้ากัน

ภาพ : unsplash.com, pinterest.com

สายแฟ สายช้อป สายชิม สายแชะ สายบุญ ต้องมา “MCM Christmas Charity” จบครบในที่เดียว

เช็คอิน คริสต์มาสมาร์เก็ต แบบชิคๆ และไฮแฟชั่น กับ “MCM Christmas Charity” ที่สุดแห่งอีเว้นท์เพื่อการกุศลส่งท้ายปี

จิงกะเบล จิงกะเบล  เสียงดนตรีเริ่มลอยมาให้ได้ยิน ต้นคริสต์มาสประดับประดาอย่างสวยงามตามสถานที่ต่างๆ เห็นแล้วทำให้หัวใจพองโต หลายคนอยากจะออกไปเที่ยวและดื่มด่ำกับบรรยากาศเทศกาลงานคริสต์มาส เพื่อเป็นการเปิดประสบการณ์แปลกใหม่ไม่ซ้ำใคร วันนี้เลยพามาสัมผัสบรรยากาศเยอรมัน คริสต์มาสมาร์เก็ต (German Christmas Market) ฉบับออริจินัล แถมยังได้เสพผลงานแฟชั่นระดับโลก ที่งาน “MCM Christmas Charity” (เอ็มซีเอ็ม คริสต์มาส แชร์ริตี้) ณ ธารา ฮอลล์ ชั้น M ไอคอนสยาม บอกเลยว่าจะสายแฟ สายช้อป สายชิม สายแชะ หรือจะสายบุญ ก็ตอบโจทย์ครบในอีเว้นท์เดียว

โซนแรก โซนประวัติของแบรนด์  MCM บอกเล่าเรื่องราวของแบรนด์ MCM ซึ่งจะมีกระเป๋ารุ่นไอคอนิกของทางแบรนด์เรียงไว้อยู่ 6 ใบด้วยกันตามลำดับ ซึ่งทุกใบบอกได้เลยว่าสะท้อนให้เห็นถึงวิวัฒนาการของแบรนด์ MCM ในแต่ละยุคสมัยโดยแท้จริง สำหรับคนที่อยากรู้จักแบรนด์ MCM ให้มากขึ้น นอกจากนี้สิ่งพิเศษยิ่งกว่านั้นคือ จะมีตัว QR Code ที่ติดอยู่บนแผ่นข้อมูลที่ห้อยอยู่ทางด้านบนของกระเป๋า สามารถร่วมสนุกสแกน QR Code – Add Line@ MCMTHAILAND – กรอกข้อมูลและลุ้นรับสิทธิพิเศษที่จะสามารถนำไปใช้ช้อปปิ้งแบบฟินๆ

ถัดมา MCM Santa Bear เรียกได้ว่าเป็นไฮไลท์ของแบรนด์ MCM กับหมียักษ์ MCM ที่สวมชุดซานต้าครอสเข้ากับเทศกาลนี้เป็นอย่างดีเยี่ยม ซึ่งความพิเศษจะอยู่ที่ สามารถมาร่วมถ่ายภาพกับน้องหมี MCM จากนั้นโพสต์ลงใน Instagram พร้อมระบุในแคปชั่น @MCMThailand #MCMLoveBearTH เพียงเท่านี้ ก็ได้มีส่วนร่วมบริจาคให้กับสภากาชาดไทย

จากนั้น โซน German Christmas Market ที่หลายคนคุ้นตาแต่อาจจะไม่ทราบว่ามีจุดกำเนิดมาจากประเทศเยอรมัน ซึ่งครั้งนี้ทาง MCM ได้เนรมิตให้เหมือนอยู่เยอรมันเลยทีเดียว ซึ่งบริเวณ Market นี้ทั้งหมดนี้ประกอบไปด้วยร้านค้าทั้งหมด 5 บูท มีทั้งอาหารและเครื่องดื่มมากมายหลากหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นไส้กรอกเยอรมันแท้และเพรทเซล

สำหรับสายหวานต้องนี้เลยเบเกอรี่และ Christmas Cookies ทั้งหมดจากร้าน Bei Otto

อีกทั้งยังมี Butter Beer สุดฮิตจากร้านภว (ภะวะ) และเครื่องดื่มอีกหลากหลายชนิด บอกเลยว่ารสชาติฟินมาก และยังมีเมนูที่ครีเอทขึ้นเพื่องานครั้งนี้ด้วยล่ะ บอกเลยว่าพิเศษมากๆ

ต่อมาในส่วนของหวาน พลาดไม่ได้เลยกับช็อกโกแลตของ Paradai ที่มีหลากหลายรสชาติให้ได้เลือกชิม รวมถึงน้ำช็อกโกแลตด้วยเช่นกัน ต้องบอกเลยว่าเข้มข้นกำลังดี มาถึงร้านสุดท้ายที่คาดว่าหลายคนน่าจะตั้งตารอชิม คือวาฟเฟิลที่มาพร้อมไอศกรีมมีให้เลือกทั้งหมด 3 รสชาติ จากร้าน Waft Me ซึ่งมีเตาทำพร้อมเสิร์ฟสดๆ ร้อนๆ

แต่ถ้าใครอยากจะช้อปปิ้งด้วยและยังได้ร่วมทำบุญกับสภากาชาดไทย ยังมีแคมเปญ “Gift For Yourself And Gift For Others” เพียงช้อปกระเป๋ารุ่นไอคอนิก ไม่ว่าจะเป็น กระเป๋ารุ่นบอสตัน (Boston) กระเป๋ารุ่นโด่งดังที่มีมาตั้งสมัยยุคมิวนิค ดิสโก้ ในปี ค.ศ. 1976 , กระเป๋าสตาร์คแบ็คแพ็ค (Stark Backpack) กระเป๋าที่ได้รับความนิยมจากเหล่าคนดังทั่วโลก และกระเป๋าเบลท์แบ็ค (Belt Bag) สุดฮิตของบรรดาหนุ่มสาว โดยจะนำรายได้ส่วนหนึ่งจากการจำหน่ายกระเป๋าหลังหักค่าใช้จ่ายมอบให้กับสภากาชาดไทย แถมยังได้รับถุงผ้า MCM Limited Edition ที่ถูกสร้างสรรค์ขึ้นมาสุดเอ็กซ์คลูซีฟเพื่อแทนคำขอบคุณ  ซึ่งผู้สนใจร่วมทำบุญสามารถช็อปได้ตั้งแต่วันนี้ – 25 ธันวาคม 2562 ณ MCM ทุกสาขาเลยนะจ๊ะ     

พบกับ “MCM Christmas Charity” (เอ็มซีเอ็ม คริสต์มาส แชริร์ตี้) อีเวนท์เพื่อการกุศลส่งท้ายปี  ณ ธารา ฮอลล์ ชั้น M ไอคอนสยาม ตั้งแต่วันนี้ – 28 พฤศจิกายน นี้ งานนี้สาวกแบรนด์ MCM สายช้อปปิ้งและสายแชร์ริตี้ห้ามพลาด

 

หลุยส์ วิตตอง เลิฟเวอร์ จากเครื่องหนัง สู่เรดี้ทูแวร์ ของ ทีม-ศุภาวิตา จิราธิวัฒน์

ในพาร์ตของงาน คุณทีม – ศุภาวิต จิราธิวัฒน์ คือเวิร์คกิ้งวูเมนคนเก่งแห่งโครงการน่าจับตาแห่งใหม่บนถนนชิดลม ส่วนในมุมไลฟ์สไตล์ของเธอรายล้อมด้วยความพิเศษแห่งรสนิยมของแบรนด์ที่มีประวัติมายาวนาน นั่นคือความหลงใหลใน หลุยส์ วิตตอง ไม่เพียงเฉพาะการแต่งตัว แต่ยังรวมถึงการตกแต่งเรสซิเดนซ์หรู ที่เมื่อเปิดประตูก็ได้สัมผัสกับทรังก์ใบใหญ่สั่งทำพิเศษตั้งตระหง่านต้อนรับแขกผู้มาเยือน

เมื่อคุณชอบอะไรสักอย่าง แล้วเดินทางไปถึงสิ่งนั้นด้วยรัก ชีวิตจะพบกับคำว่าเติมเต็ม

หลุยส์ วิตตอง
บนโต๊ะจัดวางอย่างมีสไตล์ด้วยกระเป๋าทรังก์หนัง Epi ที่นำมาปรับสำหรับใส่ดอกไม้

“ตอนที่เราตกแต่งบ้านใหม่ คุณแม่ (คุณสุรางค์รัตน์  จิราธิวัฒน์) มีไอเดียอยากได้ทรังก์มาไว้ที่บ้าน ท่านเลยสั่ง พิเศษมา ซึ่งถือว่าเป็นชิ้นที่มีคุณค่าที่จะส่งต่อรุ่นสู่รุ่น บางคนอาจคิดว่าทำไมไม่ซื้อวินเทจทรังก์ที่เป็นชิ้นตั้งแต่หลุยส์ วิตตอง ทำขึ้นสมัยแรกๆ แต่สำหรับเราคิดว่าให้เริ่มต้นที่คุณแม่ดีกว่า และส่งต่อให้ลูก ๆ ต่อไป (ยิ้ม) ตั้งแต่ตอนออกแบบบ้าน  เราก็มองไว้แล้วว่าทรังก์จะมาตั้งอยู่ที่ตำแหน่งนี้ได้ลงตัว เพราะทั้งสวยและได้ใช้งาน คือเก็บของได้ด้วย”

กระเป๋าเก็บหมวกหลุยส์ วิตตอง Boite Chapeaux Monogram 40 นำมาปรับเป็นแจกันใส่ดอกไม้ให้อีกอารมณ์ในการตกแต่งบ้าน คุณทีมสวมแหวนไฟน์จิเวลรี่ในคอลเล็คชั่น B Blossom ทั้งหมดจากหลุยส์ วิตตอง
รองเท้าบู๊ตหุ้มข้อตกแต่งส้นลายโมโนแกรมจากหลุยส์ วิตตอง

ไม่เพียงทรังก์ใบใหญ่ แจกันดอกไม้ที่ประดับตกแต่งภายในห้องยังสะดุดตาด้วยเสน่ห์ของลายโมโนแกรม “จริงๆ ชิ้นนี้คือกระเป๋าเก็บหมวก แต่สามารถปรับการใช้งานได้หลากหลาย เช่น เก็บผ้าพันคอบ้าง เป็นแจกันดอกไม้บ้าง เหมือนอีกชิ้นที่เป็นกระเป๋าถือ เรานำมาปรับเป็นแจกันดอกไม้ได้เช่นกัน

หลุยส์ วิตตอง
เซตน้ำหอม LV ลงตัวกับโทนสีเฟอร์นิเจอร์ในห้องลิฟวิ่งรูม

“ส่วนตัวทีมกับคุณแม่ชอบความเฮอริเทจ มรดกทางวัฒนธรรม มีประวัติความเป็นมา และสามารถหยิบมาปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้ น้ำหอมถือเป็นโปรดักต์ที่หลุยส์ วิตตอง ออกมาไม่นานมาก พอได้ลองกลิ่นแล้วคือ ชอบเลย เป็นกลิ่นที่เรพรีเซ้นต์ความเป็นหลุยส์ วิตตองได้ดี ทีมมีกลิ่นที่ชอบ คุณแม่ก็มีกลิ่นที่ชอบ เลยได้เป็น กล่องนี้ที่รวมหลายกลิ่นไว้ ซึ่งด้วยแพ็คเกจจิ้งยังสามารถนำมาเป็นชิ้นตกแต่งห้องได้อีก”

ภายในห้องลิฟวิ่งรูมยังมีชิ้นคอลลาบอเรชั่นที่นักสะสมตามหา “ส่วนตัวไม่ได้มาทางสายสตรีทแบบสุพรีม แต่พอเขามาคอลลาบอเรชั่นกับหลุยส์ วิตตอง ด้วยสีสันและดีไซน์ ทีมและน้องชาย (คุณแท๊ป - ทยาวัต  จิราธิวัฒน์) จึงคิดว่าน่าจะมาช่วยเพิ่มสีสันให้บ้านได้” (ยิ้ม)

THE HERITAGE

“ถ้าถามว่าชอบหลุยส์ วิตตอง ตอนไหน ทีมขอเล่าย้อน กลับไปถึงตอนเด็กตั้งแต่เห็นคุณแม่ใช้กระเป๋าสปีดี้แบ็กไปจนถึง กระเป๋าเดินทาง เรื่องแฟชั่นนี่คุณแม่มีอิทธิพลสูง เราไปช็อปปิ้งด้วยกัน เที่ยวด้วยกัน คุยเรื่องแต่งตัวกันตลอด กระเป๋าใบแรกในความทรงจำ ตอนนั้นเรายังเด็ก ไปเห็นที่ตู้คุณแม่ น่าจะเป็นใบมัลติคัลเลอร์ไซส์จิ๋ว ก็ขอหยิบมาใช้ หลังจากนั้นเรียกได้ว่าทีม  เป็นแฟนหลุยส์  วิตตอง

หลุยส์ วิตตอง
กระเป๋า City Trunk และ กระเป๋า Camera Box

“ความน่าสนใจของแบรนด์นี้คือความไม่หยุดนิ่ง  มีการปรับและพัฒนาไปตามยุคสมัย  มีลูกเล่นใหม่ใส่เข้ามาตลอด ไหนจะมีการคอลลาบอเรชั่นสร้างสีสันใหม่ๆ แต่ก็ยังคงคุณค่า  และความคลาสสิกตามแบบฉบับของแบรนด์ไม่เปลี่ยน  เมื่อเราชอบในตัวแบรนด์อยู่แล้ว พอได้เห็นอะไรใหม่ กลายเป็นว่าอันนู้นก็ดี อันนี้ก็สวย (ยิ้ม) สิ่งที่เลือกซื้อคือสิ่งที่ทีมชอบ ไม่ได้เลือกเพราะตามเทรนด์หรือตามกระแส

Petite Noe Trunk นำมาปรับใส่ดอกไม้ เติมความสดชื่นให้ อีกมุมภายในห้อง กระเป๋าทรงกล่องใบเล็ก

“แม้ดีไซน์และฟังก์ชันจะปรับไปตามยุคสมัย แต่หลุยส์ วิตตอง ก็ยังคงรักษาคุณภาพในแต่ละชิ้นงานไม่เปลี่ยน ซึ่งจุดนี้ทำให้เรามั่นใจและสนใจที่จะมองสินค้าอื่นๆ เพิ่มเติมนอกเหนือจากไลน์แฟชั่นประเภทกระเป๋า รองเท้า จิเวลรี่ และนาฬิกา”

A MATTER OF STYLE

อีกมุมภายในบ้าน จัดวางด้วยโคมไฟ Objets Nomades Bell Lamp และของ ตกแต่งชิ้นเล็ก ทั้งหมด จากหลุยส์  วิตตอง

ลุคทำงานจะต้องใส่ชุดสูทครบทั้งชิ้นบนและชิ้นล่าง แต่ปัจจุบัน เราสามารถหยิบมามิกซ์แอนด์แมตช์ได้เยอะขึ้น โดยยังคำนึงถึงเรื่องความเหมาะสมด้วย ที่สำคัญ เมื่อแต่งแล้วต้องรู้สึกสบาย คล่องตัว และมั่นใจ

หลุยส์ วิตตอง
ลุคทะมัดทะแมงที่มาพร้อมสีสัน เสื้อผ้านิตลายกราฟฟิคแมตช์กับกางเกงสีดำตกแต่งซิปและรองเท้าบู๊ตหนัง ทั้งหมดจากหลุยส์ วิตตอง มีผ้าห่ม LV Supreme ช่วยสร้างลูกเล่นให้ห้องลิฟวิ่งรูม “สำหรับทีม การแต่งตัวเป็นความสนุกสนานในทุกวัน ยิ่งสมัยนี้เปิดกว้าง กว่าสมัยก่

“ทีมจะดูสถานการณ์เป็นหลัก เลือกชุดให้ถูกกาลเทศะและสถานที่นั้นๆ  แล้วมิกซ์แอนด์แมตช์เสื้อผ้าให้เหมาะสมกับสิ่งที่ต้องทำในวันนั้น อย่างตอนนี้ ต้องเข้าไปดูโครงการ Athena 23 ถี่หน่อย เพราะใกล้เปิดตัวเต็มที อยากให้เสร็จทันภายในปีนี้ โครงการนี้ตั้งใจให้เป็นเดสติเนชั่นของไลฟ์สไตล์บนถนน ชิดลม มีทั้งหมด 6 ชั้น เป็นบิสเนสยูนิตทั้งหมด มีร้านต่างๆ มาเปิดเพื่อตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ ทั้ง Le Chocolat Alain Ducasse ร้านช็อกโกแลตขึ้นชื่อจากฝรั่งเศส ร้านดอกไม้ ร้านอาหารไทย จนถึงสปาและซาลอนทำผม

คุณทีมในลุคสปอร์ตตี้กับเดรสผ้านิตตกแต่งลวดลายปกและดีเทลซิปแมตช์กับกระเป๋า Petite Boite Chapeau Monogram Reverse และสนีกเกอร์หลุยส์ วิตตอง

“ในวันที่ต้องเข้าไปดูไซต์ก่อสร้างและไปประชุมด้วย ก็จะเลือกชุดที่ฟังก์ชันนัลใส่สนีกเกอรแต่ยังต้องดูดี ไม่ดูแคชชวลเกินไปที่จะเข้าไปนั่งประชุม  สไตล์การแต่งตัวจะเน้นเรียบๆ เท่ๆ ในสีเรียบ เช่น โทนน้ำเงิน น้ำตาล อาจจะมีสีสันได้บ้างในบางวันติด

“แอ๊กเซสซอรี่ส์ที่ขาดไม่ได้คือต่างหู  ต้องมีติดตัวตลอด  แต่จะไม่เลือกแบบติดหู ทีมชอบที่มีรูปทรงคล้ายจี้ มีลูกเล่นห้อยยาวลงมาเล็กน้อยรับกับรูปหน้าตัวเอง

กระเป๋าใบโปรดของคุณทีม Louis Vuitton Monogram Canvas Pleats Explorer Bag (ซ้าย) และ Louis Vuitton Petite Malle (ขวา)

“อีกชิ้นที่ต้องมีคือกระเป๋า กระเป๋าทุกใบของหลุยส์ วิตตอง จะมีคาแร็คเตอร์ของแต่ละคอลเล็คชั่น ซึ่งเราก็ติดตามตลอด ทุกใบของทีมใช้จริงในชีวิตประจำวัน ชอบกระเป๋าแบบทรงกล่องขนาดไม่ใหญ่ แต่ใส่ของได้เยอะ ซึ่งทีมก็จะพกกระเป๋าสตางค์ ลิปสติก  โทรศัพท์ และพาวเวอร์แบงก์ ซึ่งเป็นสิ่งที่จำเป็นเท่านั้น ให้คล่องตัวกับไลฟ์สไตล์ที่ต้องทำงานและเดินทางในแต่ละวัน”


เรื่อง : Lynlry (นิตยสารแพรว ฉบับที่ 952)

ภาพ : วรสันต์ ทวีวรรธนะ

ผู้ช่วยช่างภาพ : ศักดินนท์ ปิตะฝ้าย

10 อินสตาแกรมตัวท็อปแห่งวงการบิวตี้ สาวๆ รักสวยรักงามต้องกดฟอลโลว์

ครีเอตลุคสวยอัพเดตทุกวัน มันก็ต้องมีตันกันบ้าง ทางที่ดีสาวๆ สายบิวตี้ต้องมีที่ยึดเหนี่ยว หาอินสไปเรชั่น อย่าให้รู้สึกตันหรือเบื่อ ลองเปิดโลกด้วยการติดตามแอ๊กเคานต์ของเหล่าบิวตี้อินฟลูเอนเซอร์ระดับโลก หรือแอ๊กเคานต์ของบิวตี้แบรนด์ดังที่มีไอเดียสุดล้ำมานำเสนออย่างต่อเนื่อง ตัวท็อปทั้งหลายจะช่วยให้เราได้ไอเดียมาปรับใช้สร้างลุคสวยเรียกไลค์ในสไตล์ของเราเอง

 

@patmcgrathreal

แอ๊กเคานต์ของ Pat McGrath เมคอัพอาร์ติสต์ที่ขึ้นชื่อว่าทรงอิทธิพลที่สุดในโลก ผู้อยู่เบื้องหลังการออกแบบลุคให้แบรนด์ดังอย่าง Dolce & Gabbana, Lanvin, Prada, Calvin Klein และอีกหลากหลายสารพัดที่อยู่ในระดับซูเปอร์ไฮเอนด์ ผลงานของนางมีทั้งสไตล์มินิมัลและอลังการจัดเต็ม ที่สำคัญคือเต็มไปด้วยไอเดียสดใหม่มาจากสมองของเธอล้วนๆ โดยเธอการันตีว่าไม่เคยต้องไปส่องไอจีคนอื่นเพื่อหาอินสไปเรชั่นที่ไหน ไม่ตามแม่ แล้วจะตามใครล่ะว่าไหม

 

@patrickta 

Patrick Ta คือเมคอัพอาร์ติสต์คู่บุญที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของบิวตี้ไอคอนแห่งยุคอย่างเบลล่าและจีจี้ ฮาดิด แพทริกแต่งหน้าให้จีจี้มาตั้งแต่มีผู้ติดตามเพียงเรือนแสน จนทุกวันนี้มีอยู่เบาๆ 50.1 ล้าน ชื่อเสียงของเขาจึงเติบโตไปพร้อมกับจีจี้ กลายเป็นช่องทางเปิดโอกาสสร้างชื่อบนพรมแดงฮอลลีวู้ด จนเป็นที่ต้องการตัวของเซเลบริตี้ระดับโลกในวัยเพียง 25 ปี ใครชอบเมคอัพสไตล์สวยคลีนผิวสะอาด แต่เด่นเด้งพอที่จะเฉิดฉายบนพรมแดง ต้องกดฟอลโลว์รัวๆ

 

@nikkietutorials

เมคอัพอาร์ติสต์มืออาชีพที่ผันตัวมาเป็นบิวตี้บล็อกเกอร์ เธอคนนี้ทำวิดีโอออกมาได้สวยอินสไปร์สุดๆ เพราะนอกจากจะมีฝีมือทางด้านเมคอัพเป๊ะปังแบบหาตัวจับยากแล้ว เธอยังเรียนจบมาทางด้านการจัดแสง เพื่อถ่ายทำงานบิวตี้โดยตรง เพราะฉะนั้นไม่ต้องพูดถึงเลยว่างานจะออกมาสวยสดขนาดไหน พอไม่แต่งหน้า ใครๆ ก็ว่าเป็นสาวอวบอ้วนธรรมดา แต่อย่าให้นางจัดฝีมือเมคอัพขึ้นมา บอกเลยว่า “ควีนชัดๆ”

 

@gelcream

สายที่ชอบโชว์การถ่ายภาพโปรดักต์ต้องไม่พลาดงานถ่ายภาพแพ็คช็อตเก๋ๆ ของ Yana Sheptovetskaya บุคคลลึกลับที่ว่ากันว่าเป็น Anti-influencer แอ๊กเคานต์นี้จึงสร้างสรรค์ขึ้นมาแบบไม่มีโฆษณาแฝงใดๆ อาศัยความรักในบิวตี้โปรดักต์และการถ่ายภาพล้วนๆ ใครไม่ชอบงานบิลด์ขายของหนักๆ กดติดตามด่วน

 

@ritualofme

สำหรับคนที่รู้สึกฟินกับการได้เห็นเท็กซ์เจอร์ของโปรดักต์สุดเลิฟแบบซูมๆ ชัดๆ มุมกล้องสวยอาร์ต ต้องหลงรัก @ritualofme ที่เต็มไปด้วยงานสวอตช์สีปาดป้าย เขาบอกว่าต้องการให้คนดูรู้สึกเหมือนได้สัมผัสกับบิวตี้โปรดักต์อย่างใกล้ชิด ชนิดเหมือนกับได้ปาดมันลงบนหลังมือของตัวเองเลยเชียว

 

@topshelfbeaute

เรียกไลค์จากการพาไปสอดส่องโต๊ะเครื่องแป้งและมุมเคาน์เตอร์ห้องน้ำจากทั่วทุกมุมโลก มุมจัดวางเก๋ๆ และบิวตี้โปรดักต์ที่น่าสนใจถูกนำมารวมไว้เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้คนรักบิวตี้ บรรยากาศสวยคลีน การจัดวางข้าวของอย่างเป็นระเบียบสะอาดตา ช่วยบิลด์ให้สาวๆ อยากลุกขึ้นมาจัดโต๊ะเครื่องแป้งให้สะอาดเอี่ยม พร้อมถ่ายรูปลงโซเชียลอยู่เสมอ

 

@britneytokyo

อยากตามงานเล็บล้วนๆ ต้องมาทางนี้ Britney Tokyo เป็นสาวญี่ปุ่นที่ชนะการแข่งขันทำเล็บมาแล้วทั้งในญี่ปุ่นและอเมริกา ผลงานของเธอสร้างชื่อให้กลายเป็นอินฟลูเอนเซอร์สายเล็บที่แบรนด์เล็บทั่วโลกต้องการตัว ผลงานเล็บสุดอลังการที่ครีเอตให้แฟชั่นแมกกาซีนและเซเลบริตี้บนพรมแดง ด้วยสไตล์ที่เฟี้ยวฟ้าว มีความเป็นทั้งญี่ปุ่นและอเมริกันผสมผสานกัน ทำให้งานเล็บของเธอมีสไตล์เป็นของตัวเองที่ชัดเจนไม่ซ้ำทางใคร

 

@thekatvond

เจ้าของแบรนด์เมคอัพ Kat Von D ที่เริ่มต้นจากการเป็นช่างออกแบบลายสักระดับเซเลบริตี้ ก่อนจะกลายมาเป็นเมคอัพอาร์ติสต์ที่มีแบรนด์เป็นของตัวเอง ไม่ใช่แค่จงใจจะมาขายของ แต่อินสตาแกรมของเธอนั้นแซ่บแรงสวยทุกรูปจนต้องกดติดตาม ตัวตนที่แฝงสไตล์กอทิกแบบช่างสักไว้ในทุกอณู ผสมผสานกับการใช้สีเมคอัพแบบแรงไม่มียั้ง ทำให้ได้ใจสายแซ่บและสายดาร์กไปเต็มๆ

 

@vladamua

Vlada Haggerty คือสาวรัสเซียเจ้าของงานลิปอาร์ตฉบับออริจินัล จากสาวผู้คลั่งไคล้ในเมคอัพจนกลายเป็นพนักงานประจำของ Sephora ก่อนจะออกมาสร้างสรรค์ผลงานศิลปะบนเรียวปากที่น่าอัศจรรย์จนดังกระฉ่อนบนโลกออนไลน์ ผลงานฮิตๆ อย่างงานเมแทลลิกไหลเยิ้มบนเรียวปาก การติดกลิตเตอร์แน่นๆ หรือปากไล่สีแบบออมเบรอันเนี้ยบกริบ ล้วนเป็นผลงานสไตล์หญิงเดี่ยว ที่ทั้งเมคอัพเอง ใช้เรียวปากของตัวเอง ถ่ายทำและรีทัชด้วยตัวเอง ไม่ต้องพึ่งพาโปรดักชั่นอื่นใด ยอมใจในฝีมือ

 

@lisaeldridgemakeup

ตัวแม่จากเกาะอังกฤษ Lisa Eldridge ยูทูบเบอร์และเมคอัพอาร์ติสต์ผู้เนรมิตลุคให้คนดังอย่างนิโคล คิดแมน, เทย์เลอร์ ฮิลล์, เคียร่า ไนท์ลีย์, ริฮานน่า และลิลี่ คอลลินส์ อยู่บ่อยครั้ง สร้างผลงานโดดเด่นจนได้รับการเรียกตัวให้ไปดำรงตำแหน่ง Global Creative Director ให้แบรนด์ดังอย่าง Lancóme ด้วยสไตล์การพูดที่ดูเป็นหลักเป็นการน่าฟัง บวกกับผลงานที่ดูมีความเป็นผู้ดี๊ผู้ดี ทำให้แอ๊กเคานต์นี้เป็นที่รักสำหรับสาวที่ชอบสไตล์สวยแพง


 

ที่มา : นิตยสารแพรว ฉบับ 952

ช่างแต่งหน้า

HOW TO แต่งหน้ากลบสิว และเทคนิคแต่งหน้าอย่างไร ไม่ให้สิวเห่อ!!

อย่าปล่อยให้ “สิว” มารบกวนการใช้ชีวิตประจำวันของคุณ เพราะสาวๆ หลายคนอาจจำเป็นที่จะต้องแต่งหน้าทุกวัน แต่จะทำอย่างไรเมื่อคุณมีผิวเป็นสิว ยิ่งแต่งหน้าก็เหมือนสิวจะยิ่งเห่อ แต่ไม่ต้องเป็นกังวลไป

แพรวดอทคอม มีเคล็ดลับดีๆ แต่งหน้ากลบสิว สำหรับผู้ที่มีปัญหาสิว ช่วย ปกปิดรอยดำจากสิว นอกจากจะไม่ทำให้สิวขึ้นเพิ่มแล้ว ยังช่วยปรับสภาพผิวหน้าของเราให้ดีขึ้นได้อีกด้วย

HOW TO แต่งหน้า สำหรับผิวเป็นสิว

  • การเตรียมผิว

การเตรียมผิวให้พร้อมก่อนแต่งหน้า มีส่วนช่วยให้เมคอัพที่ลงนั้นเนียนและติดทนมากขึ้น แต่ถ้าหากเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่เหมาะกับสภาพผิว นั่นก็อาจจะทำให้หน้ามันเยิ้มหรือแห้งลอกระหว่างวัน ส่งผลให้ผิวหน้าเกิดการระคายเคืองและกลายเป็นสิวเห่อขึ้นมาได้นั่นเอง ฉะนั้นผู้ที่มีปัญหาสิว แนะนำให้เลือกใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้าที่มีส่วนของน้ำเป็นเบส และตามด้วยครีมกันแดดทุกเช้าจะช่วยลดโอกาสในการเกิดสิวได้

เคล็ดลับ: แนะนำให้ใช้สเปรย์ลดสิวก่อนแต่งหน้าทุกครั้งจะช่วยลดโอกาสการเกิดสิวอุดตันจากเครื่องสำอาง

ป้องกันสิวไว้ก่อน ดีกว่ามาคอยแก้ปัญหาสิวภายหลัง แนะนำให้ใช้สเปรย์โอลด์ร๊อค แอคเน่ ฉีดก่อนแต่งหน้า ซึ่งเป็นสูตร Non-Comedogenic สกัดจากจากหินน้ำมันฝรั่งเศส ไม่ทำให้เกิดการอุดตันของรูขุมขน ฉีดสเปรย์ให้ทั่วใบหน้าก่อนแต่งหน้า ก็จะช่วยลดความเสี่ยงของสิวอุดตันที่เกิดจากเครื่องสำอางและยังช่วยให้เครื่องสำอางติดทนนานอีกด้วย

แต่งหน้ากลบสิว

  • การลงเมคอัพ

ผู้ที่มีปัญหาสิว มักใช้วิธีลงรองพื้นและลงคอนซีลเลอร์หนาๆ ในการ ปกปิดรอยดำจากสิว ที่มีอยู่บนใบหน้า ซึ่งถือเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ อีกทั้งยังเป็นสาเหตุหลักๆ ของการเกิดสิวอุดตันอีกด้วย เพราะฉะนั้นสาวๆ ที่ยังใช้วิธีนี้อยู่ เลิกด่วน!

เคล็ดลับแต่งหน้าให้เบาที่สุด เอาแค่ให้ใบหน้าดูสดใสขึ้นก็พอ อย่าเพิ่งประโคมทุกสิ่งอย่างลงบนใบหน้า โดยแนะนำให้เลือกใช้แป้งอัดแข็ง แทนการลงรองพื้นแบบปกปิด ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงที่จะเกิดการอุดตันได้ในระดับนึง และที่สำคัญที่สุดก็คือ อย่าลืมล้างแปรงแต่งหน้าและพัฟฟ์ของคุณให้สะอาดอยู่เสมอ เพราะเหล่าบรรดาเชื้อโรคและสิ่งสกปรกอันเป็นบ่อเกิดของสิวก็แฝงตัวอยู่ในนั้นนั่นเอง

แต่งหน้ากลบสิว

  • หลังการลงเมคอัพ

ระหว่างวันไม่แนะนำให้เติมเครื่องสำอางใดๆ ลงบนใบหน้าเด็ดขาด ไม่ว่าจะเป็นแป้ง บลัชออน ไฮไลท์ หรือเฉดดิ้ง ถึงแม้ว่าเมคอัพบนใบหน้าของคุณจะเริ่มเลอะเลือนไปแล้วก็ตาม เพราะถ้าหากคุณเติมเครื่องสำอางลงไปบนใบหน้าในระหว่างที่ผิวกำลังขับน้ำมันส่วนเกินออกมา จะยิ่งเพิ่มโอกาสให้เกิดสิวอุดตันได้ง่าย ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าสิวของคุณจะต้องขึ้นเพิ่มอีกแน่ๆ

เคล็ดลับหากเมคอัพเริ่มเยิ้มในระหว่างวัน แนะนำให้ใช้กระดาษซับมันซับลงไปบริเวณที่มัน วิธีนี้จะช่วยให้เมคอัพของคุณกลับมาดูดีได้เหมือนเดิม แต่ต้องใช้วิธีการซับห้ามถูเด็ดขาด

แต่งหน้ากลบสิว


ภาพ : Pexels

 

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

น้องแพรพาเพลิน ช่างแต่งหน้า ฝีแปรงไม่ธรรมดา แต่งลุคหลอนได้เป๊ะมาก

ทิปส์แต่งหน้าเน้นสี Coral จากเมคอัพอาร์ติสต์คู่ใจของ ดาโกต้า และ แอล แฟนนิ่ง

มักโดนกังขาว่าสวยหรือขี้เหร่ “Kelly Mittendorf” นางแบบหน้าแปลก แต่ฮ็อตมาก

เปิดอาณาจักร “ป้อม วินิจ” ช่างแต่งหน้า ตัวท็อปจากเรทหลักร้อยเคยได้หลักล้าน

สวย รวย รักษ์โลก “อแมนด้า เฮิร์สต์” ใช้เครื่องสำอาง Sustainable Beauty เท่านั้น

Well Well แต่งตามง่าย “น้องฉัตร” แชร์เทคนิคเมคอัพลุค “มาเลฟิเซนต์” 2 เวอร์ชั่น

สอยยังกำลังฮ็อต! แบรนด์เครื่องสำอางของ Victoria Beckham ขายออนไลน์แล้ว

Tips แต่งหน้าโทนสีส้มพีชให้ซี๊ดขึ้น จากเมคอัพอาร์ติสต์คู่กาย “ไคลีย์ เจนเนอร์”

จบโทโตเป็นสาวแล้ว “น้องนนนี่” ลูกสาวคนสวย “แอน สิเรียม” เตรียมสละโสด

เซฟไอเดียทรงผมออกงานกว่า 20 สไตล์ของ “ดัชเชสเคท” สวยหรูดูแกลมมาก

Aloha “ลิซ่า” อวดลุคทรงผม “แกละสองข้าง” ที่ริมชายหาดฮาวาย

เปิดภาพ “น้องใยไหม” ในวัย 14 ปี น่ารักสมวัย แถมฉายแววสวยคมขึ้นเยอะ

เด็กเดี๋ยวนี้โตไว! ส่อง Isabel Jones นางแบบน้องใหม่วัย 17 ปี สูงยาวเข่าดี หน้าเก๋

ยิ่งโตยิ่งสวย “น้องแอลลี่” หน้าหวานลุคโมเดล อนาคตมีแววโกอินเตอร์

โตเป็นสาวแล้วนะ “ดี เดอะสตาร์” เด็กหญิงผมหยิกฟูเสียงใส ตอนนี้สวยขึ้นเป็นกอง

มิติใหม่..ไม่เผยหน้าจริง! LULUPANG ยูทูบเบอร์เกาหลีสอนแต่งหน้าด้วยแอนิเมชั่น

นี่คนหรือนางฟ้า! ส่องหน้าสวยหวาน Dasha Taran บิวตี้บล็อกเกอร์ชาวรัสเซีย

 

 

สวย เรียบ เฉียบ! Furla เปิดตัวกระเป๋ารุ่นใหม่ล่าสุดที่สาวๆ จะต้องตกหลุมรัก

ฟูร์ล่า (Furla) เปิดตัว “Furla 1927” กระเป๋ารุ่นใหม่ล่าสุดที่สาวๆ ทุกคนควรมีสำหรับซีซั่นฤดูใบไม้ผลิ/ฤดูร้อน 2020

ฟูร์ล่าขอแนะนำกระเป๋ารุ่น “Furla 1927” กระเป๋าไอคอนใบใหม่ประจำฤดูใบไม้ผลิ/ฤดูร้อนปี 2020 โดยกระเป๋ารุ่นนี้ได้ผสมผสานนำเทคโนโลยีและงานฝีมือสุดประณีตเข้าไว้ด้วยกัน ซึ่งเราเชื่อว่าคุณจะตกหลุมรักกระเป๋าใบนี้อย่างแน่นอน! นอกจากนั้นยังได้มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบกระเป๋าให้ดูทันสมัยแต่ยังคงเอกลักษณ์ในแบบฉบับของฟูร์ล่าอยู่

กระเป๋ารุ่น Furla 1927 มีให้เลือกหลากสีสันทั้งสีขาวทัลโก (Talco) สีน้ำตาลคอนยัค (Cognac) สีแดงเบอร์กันดี (Burgundy) และสีดำ ประกอบด้วย 3 รูปทรงด้วยกัน ได้แก่กระเป๋าถือขนาดเล็กทรง Pochette กระเป๋าสะพายข้าง (Crossbody) และกระเป๋าแซดเดิล (Saddle)  โดยใช้วัสดุที่หลากหลายอย่างเช่น หนังลูกวัวชนิดเรียบ (Vit Sella) หนังลูกวัวพิมพ์ลาย (Ares) นอกจากนั้นยังรวมถึงลายรูปหัวใจ ลายเสือดาว และลายจระเข้ และสุดท้ายกับหนังแพะ (Kigali effect) โดยกระเป๋าไลน์ใหม่ทั้งหมดนี้เน้นดีไซน์ที่ดูโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ โดยนำมาผสมผสานกับสไตล์ร่วมสมัยได้อย่างลงตัว

นอกจากนี้ความพิเศษยังอยู่ที่กระเป๋ารุ่นสะพายข้างที่มาพร้อมตัวล็อคโลหะและกระเป๋าทรง Pochette ที่มีฝาเปิดปิดแบบแม่เหล็กตกแต่งด้วยโลโก้ใหม่ รวมถึงกระเป๋าแซดเดิลที่มาพร้อมสายหนังที่สามารถปรับระดับความยาวได้ นอกจากนั้นกระเป๋ารุ่นนี้ยังมีช่องเก็บของด้านนอกกระเป๋า ซึ่งออกแบบมาเพื่อเพิ่มความจุให้มากยิ่งขึ้น

โลโก้ใหม่นี้จึงไม่เพียงแต่เป็นโลโก้เท่านั้น แต่ยังเป็นองค์ประกอบพื้นฐานที่บ่งบอกว่าโลโก้ไม่ใช่สิ่งที่แยกออกจากแบรนด์ แต่คือดีเอ็นเอที่สะท้อนถึงมรดกของงานฝีมือและแนวคิดใหม่ของฟูร์ล่า ซึ่งเริ่มต้นโดยผู้ก่อตั้งแบรนด์ Aldo Furlanetto ที่ได้ก่อตั้งแบรนด์ฟูร์ล่าขึ้นในปี 1927 ด้วยวิสัยทัศน์ที่ว่าแฟชั่นควรเป็นเรื่องของงานฝีมือแบบดั้งเดิมที่สามารถพัฒนาสู่ระดับสากลได้

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

เปิดคลังแสง! กระเป๋าแบรนด์เนม ไคลีย์ เจนเนอร์ รวมมูลค่ากว่า 30 ล้านบาท

ลิสต์เอาไว้! กระเป๋า Louis Vuitton 6 เฉดสีหวาน สวยละมุน ชวนเสียตังค์

เปิดโพย กระเป๋า Gucci 5 รุ่นดังน่าเปย์ ที่ควรมีอยู่ในคลังแสง

10 ผู้ทรงอิทธิพลด้านแฟชั่น ปี 2019 ดัชเชสเมแกนที่ 1 , ลิซ่า แซงไคลีย์ เจนเนอร์

มีเกินร้อยชิ้น! ปาล์ม-จิตติมา เซเลบสาวผู้หลงรัก แบรนด์ SIRIVANNAVARI

เพราะอะไร ‘ดัชเชสเคท’ สวมเดรสสีดำ แต่ไม่ผิดกฎราชวงศ์อังกฤษ

แฟชั่นสุดเอ็กซ์คลูซีฟ “ท่านผู้หญิงสิริกิติยา เจนเซน” สง่างามในลุคเวิร์คกิ้งวูแมน

สวยพร้อมชิงมง! ฟ้าใส ปวีณสุดา MUT 2019 ยิ่งใกล้วันประกวด ยิ่งออร่าจับ

รู้หรือไม่? สุภาพสตรีในราชวงศ์อังกฤษ ห้ามสวมหมวกหลัง 6 โมงเย็น

ยกเลิกขนสัตว์จริง! ควีนเอลิซาเบธ ทรงมีรับสั่ง ต่อไปจะใช้ขนเทียมเท่านั้น

เพราะเหตุใด กระเป๋า Hermes ถึงเป็นที่ต้องการ แม้ราคาจะแพงหูฉี่

อยากได้แบรนด์นี้ ต้องซื้อรุ่นไหน! กระเป๋า Chanel 5 ตัวท็อปใช้ได้นาน คุ้มค่าเงิน

หลี่ยั่วถง เซียวเหล่งนึ่ง จากมังกรหยกเผย เคล็ดลับดูแลหุ่น ให้ยังดูเป๊ะในวัย 52

สวยไม่สร่างในวัย 52 หลี่ยั่วถง หรือแม่นางเซียวเหล่งนึ่ง จากมังกรหยกเผย เคล็ดลับดูแลหุ่น อย่างไรให้ดูเป๊ะ แม้ก่อนหน้านี้แฟนๆ จะบอกว่าเธอดูผอมไป

หากใครเป็นแฟนๆ ซีรีส์เรื่องมังกรหยก โดยเฉพาะในปี 1995 คงรู้จักเธอดีเป็นแน่แท้สำหรับ หลี่ยั่วถง นักแสดงสาวชาวฮ่องกงชื่อดัง กับบทเซียวเหล่งนึ่ง ที่สร้างชื่อเสียงอันโด่งดังจากเรื่องมังกรหยก ซึ่งหลายคนชื่นชอบ และยกให้เป็นเซียวเหล่งนึ่งในดวงใจ และต้องบอกเลยว่าสมกับฉายาที่ว่า นางฟ้าคนที่ 7 (ลูกคนที่ 7 ของบ้าน) เพราะหน้าตาที่สวยตั้งแต่วัยเด็ก ผ่านมาจนถึงตอนนี้กาลเวลาไม่สามารถทำอะไรเธอได้จริงๆ เธอยังสวยไม่สร่างที่สำคัญหุ่นดีมากกก

เคล็ดลับดูแลหุ่น

ทั้งนี้หลี่ยั่วถง ได้โพสต์ภาพหุ่นอันเป๊ะปัง กล้ามเนื้อหน้าท้องที่ชัด เป็นเลข 11 ในวัย 52 ทำเอาแฟนๆ ถึงกับร้องตกตะลึงกันถ้วนหน้า รวมถึงโพสต์ข้อความใต้ภาพผ่าน Weibo ว่า “แชร์ให้ดูว่านี่คือผลจากการออกกำลังกาย หลายคนที่บอกว่าฉันดูผอมเกินไป แต่จริงๆ แล้วฉันแข็งแรงมากต่างหาก”

เคล็ดลับดูแลหุ่น

เคล็ดลับดูแลหุ่น

เคล็ดลับดูแลหุ่น

นอกจากนี้เธอยังได้เผย เคล็ดลับดูแลหุ่น กับสื่อจีนว่า “สาเหตุที่เธอดูอ่อนกว่าวัยนั้นเป็นเพราะเธอออกกำลังกาย 3 วันต่อสัปดาห์ อย่างน้อย 2 ชั่วโมงต่อวัน ด้านอาหารการกินนั้น เธอก็ไม่ได้เข้มงวด ไม่ได้อด ไม่ได้ไดเอตแต่อย่างใด”

เห็นหุ่นของเธอแล้วหมูกระทะ ชาบู ชานมไข่มุก สั่นระรัวเลยจ๊ะพี่จ้า ก้มมองพุงตัวเองแล้วถึงกับถอนหายใจหนักๆ แต่ต้องบอกเลยว่า การออกกำลังกายไม่เพียงจะช่วยให้รูปร่างดูดีขึ้นแล้ว สำคัญสุดคือร่างกายของเราจะแข็งแรงขึ้น มีพลังมากขึ้น ไม่เหนื่อยง่าย รู้แบบนี้แล้วสาวๆ ต้องมาออกกำลังกายกันเยอะๆ นะ


ข้อมูล : Matichon Online

ภาพ : Weibo

สวยใสมีเลือดฝาด เปิดหน้าสด “ฟ้าใส-ปวีณสุดา ดรูอิ้น” พร้อมทริคดูแลหุ่น

หุ่นเป๊ะทุกเอเคอร์ “ตั๊ก บงกช” เผยวิธี ไดเอท ไม่ต้องอดก็ลดได้มากถึง 31 กก.

สะดวกสูตรนี้ วิธีลดความอ้วน ของเซเลบสายหวาน พาย ภัทรียา ณ นคร ลองแล้วเห็นผล

แซบเซี๊ยะ มาดามตั๊ก “บงกช” ออกโรงเผยเคล็ดลับผอมโดยไม่ต้องรัดกระเพาะ

ซูเปอร์ จูเนียร์

ซูเปอร์ จูเนียร์ ย้อนรอยความทรงจำดี ๆ ตลอด 14 ปี FOREVER ME & YOU

ซูเปอร์ จูเนียร์ (SUPER JUNIOR) กลับมาพิสูจน์ความยิ่งใหญ่ได้ติดต่อกันเป็นปีที่ 8 ด้วยสุดยอดแบรนด์คอนเสิร์ต “SUPER SHOW” เวอร์ชั่นใหม่ที่สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้นกว่าเดิม กับการรวมตัวกันของสมาชิกหลังเสร็จสิ้นภารกิจรับใช้ชาติในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาเรียบร้อย ใน ‘SUPER JUNIOR WORLD TOUR – SUPER SHOW 8 : INFINITE TIME’ in BANGKOK ซึ่งจัดขึ้นที่ อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี

ซูเปอร์ จูเนียร์

เริ่มต้นคอนเสิร์ตด้วยความร้อนแรงกับการปรากฏตัวของ ซูเปอร์ จูเนียร์ (SUPER JUNIOR) พร้อมกับเพลง ‘The Crown’ ที่เล่าเรื่องราวของพวกเขาซึ่งอยู่ในวงการมานานจนเรียกได้ว่าเป็นตำนานแห่งเค-ป๊อป ต่อด้วยเพลง ‘A Man In Love’ โชว์สเต็ปเต้นสุดแข็งแรง ตามมาด้วยเพลง ‘Bonamana’ ที่ปรับจังหวะใหม่ให้เร้าใจยิ่งกว่าเดิม และเพลง ‘Blue World’ ที่นำมาร้องในเวอร์ชั่นภาษาเกาหลี แล้วจึงได้ทักทายผู้ชม พร้อมต้อนรับทุกคนเข้าสู่คอนเสิร์ตอย่างเป็นทางการ โดยแต่ละคนได้เตรียมบทพูดภาษาไทยมาสื่อสารกับแฟน ๆ ตลอดทั้งช่วง

ซูเปอร์ จูเนียร์

หลังจากนั้นจึงได้เร่งเครื่องความสนุกจนถึงขีดสุด กับหลากหลายโชว์ที่ประกอบไปด้วยบทเพลงฮิตจากทุกอัลบั้ม เรียกกระแสตอบรับได้อย่างท่วมท้น ทั้ง ‘SORRY, SORRY’, ‘Mr. Simple’, ‘Sexy, Free & Single’, ‘MAMACITA’, ‘Devil’, ‘Black Suit’ และเพลงใหม่ที่นำมาแสดงเป็นครั้งแรก ไม่ว่าจะเป็นเพลงเปิดตัวจากอัลบั้มเต็มชุดที่ 9 ‘Time_Slip’ อย่าง ‘SUPER Clap’ ซึ่งได้รับเสียงปรบมือกระหึ่ม และเพลงอื่น ๆ อย่าง ‘I Think I’, ‘Heads Up’, ‘Somebody New’, ‘Show’ ความน่าตื่นตาตื่นใจยังไม่หมด เพราะพวกเขาได้เตรียมเวทีพิเศษมากมายที่รับชมได้เฉพาะในคอนเสิร์ตเท่านั้น ทั้งเพลง ‘ROKUKO’ เวอร์ชั่นฮิปฮอป รวมถึงเพลงจากยูนิตต่าง ๆ อย่างเพลงบัลลาด ‘Love Disease’ ที่โชว์เสียงประสานอันไพเราะจับใจของ SUPER JUNIOR-K.R.Y., เพลง ‘What is Your Name’ ที่ผสมผสานความเท่ และความขี้เล่นของ SUPER JUNIOR-D&E ซึ่งมี ‘SHINDONG’ มาร่วมร้องด้วย และ ‘Hairspray’ เพลงแดนซ์สุดมันส์ที่ยังไม่เคยเปิดเผยที่ไหนมาก่อนนอกจากในคอนเสิร์ตของ ‘LEETEUK’ และ ‘SIWON’

ซูเปอร์ จูเนียร์

อีกทั้งคอนเสิร์ตนี้ สมาชิกยังได้มีส่วนร่วมในการออกแบบคอนเสิร์ตเพื่อดึงเอาภาพลักษณ์อันโดดเด่นของแต่ละคนออกมาให้ได้มากที่สุด โดย ‘EUNHYUK’ รับหน้าที่กำกับโปรดักชั่นเวที และ ‘SHINDONG’ เป็นผู้กำกับวีดีโอ ซึ่ง SM True ก็ตอบรับความต้องการแบบจัดเต็มทั้งแสง สี เสียงอลังการตระการตาที่สร้างความสวยงามเพลินตาให้กับผู้ชม และเวทีรอบฮอลล์เป็นรูปสัญลักษณ์อินฟินิตี้แบบเดียวกับเกาหลีให้หนุ่ม ๆ ได้ใกล้ชิดกับแฟน ๆ อย่างไม่สิ้นสุดทั่วถึงทุกพื้นที่ นอกจากนี้ ยังมีวีซีอาร์ที่ย้อนรอยความทรงจำดี ๆ ตั้งแต่สมัยแรกเริ่มเดบิวต์ จนถึงปัจจุบัน รวมถึงวีซีอาร์ซึ้ง ๆ ที่สมาชิกพูดเกี่ยวกับความรักตามความคิดตัวเอง พร้อมเผยความรู้สึกอันจริงใจถึง ‘E.L.F.’ (เอลฟ์: ชื่อแฟนคลับ) ที่คอยมอบความรัก และอยู่เคียงข้างมาอย่างยาวนาน แถมเซอร์ไพรส์ช่วงอังกอร์ที่อัดเสียงเป็นภาษาไทยมาเพื่อแฟนคลับชาวไทยโดยเฉพาะ

ซูเปอร์ จูเนียร์

ทางด้านแฟนคลับก็ได้ทำโปรเจกต์เพื่อแสดงการสนับสนุน ‘SUPER JUNIOR’ อย่างไม่เปลี่ยนแปลง ทั้งการชูกระดาษรูปหัวใจสีแดงทั้งฮอลล์เป็นการบอกรัก และข้อความ ‘ถ้าได้อยู่กับ SJ ตลอดไป ไม่ว่าอะไรพวกเราก็สามารถทำได้ทุกอย่าง’, การแปรอักษรที่มีความหมายว่า ‘ความรักของพวกเรานั้นไม่มีที่สิ้นสุด’, ‘FOREVER ME & YOU’ และป้ายผ้าที่มีความหมายว่า ‘พวกเราเป็นความสุขของกันและกันมา 14 ปีแล้ว’, ‘เมื่อไหร่ที่ต้องการพลัง ลูกโป่งสีน้ำเงินจะคอยเชียร์อยู่ตรงนี้เสมอ’ ซึ่งตลอดระยะเวลากว่า 3.30 ชั่วโมง รวมทั้งสิ้น 27 บทเพลง ‘SUPER JUNIOR’ ได้เติมเต็มความสมบูรณ์แบบให้กับโชว์ด้วยเสน่ห์อันหลากหลาย รวมถึงความเป็นมืออาชีพบนเวทีที่สะกดผู้ชมให้อินไปกับการแสดงอันยอดเยี่ยม และความสนุกสนานตามแบบฉบับของพวกเขาได้ทั้งคอนเสิร์ต พร้อมสร้างอีกหนึ่งความทรงจำน่าประทับใจอันเต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข และพิสูจน์ว่าเวลาที่ใช้ร่วมกันระหว่าง ‘SUPER JUNIOR’ กับ ‘E.L.F.’ นั้นแสนมีค่า และเป็นนิรันดร์

ซูเปอร์ จูเนียร์

ซูเปอร์ จูเนียร์


 

ตั๊ก-บงกช

สวยหรูแพงแบบไทย ตั๊ก-บงกช โชว์ฝีมือออกแบบชุดผ้าไหมด้วยตัวเอง

อีกหนึ่งความสามารถของนักแสดงสาวเจ้าบทบาท ตั๊ก-บงกช โชว์ฝีมือการออกแบบชุดผ้าไหมด้วยตัวเอง โดยได้รับแรงบันดาลใจจากเสื้อยันต์นักรบในหนังเรื่องบางระจัน

ถึงแม้ “มาดามตั๊ก” ( ตั๊ก-บงกช ) จะเป็นแฟนตัวยงจนได้รับตำแหน่งลูกค้าวีไอพีของ แบรนด์ไฮเอนด์สัญชาติอิตาลีอย่าง Versace แต่ถ้าพูดถึงชุดผ้าไหมไทยนั้น เธอก็มีเยอะไม่น้อยหน้ากันเลย โดยเฉพาะในงานสำคัญ ๆ เธอมักจะเลือกหยิบมาใส่เสมอ ยิ่งช่วงนี้รูปร่างฟิตแอนด์เฟิร์มสุด ๆ ยิ่งสวยทั้งคนและชุดเลยทีเดียว

และเมื่อไม่นานมานี้ ตั๊กได้โชว์ทักษะความสามารถที่นอกเหนือจากการเป็นนักแสดง,ผู้กำกับ นั่นก็คือการออกแบบชุดผ้าไหมไทย ซึ่งเธอได้สวมใส่เพื่อร่วมในงานมหกรรมผ้าไหมไทย 2562  ซึ่งจัดขึ้นที่ หอประชุมกองทัพเรือ

โดยตั๊กได้เผยผ่านอินสตราแกรมส่วนตัว @bong_kod_tak ระบุว่าเสื้อคลุมตัวนี้เธอได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบมาจากเสื้อยันต์นักรบในภาพยนตร์เรื่องบางระจันซึ่งเธอเคยนำแสดง ตัดโดยคุณหมวย ซึ่งนอกจากจะใส่กับกระโปรงอย่างที่เธอใส่ในงานนี้แล้ว ถ้าเลือกจับคู่กับกับกางเกงยีนส์ก็เก๋ไปอีกแบบนะคะ

 

 บงกช เบญจรงคกุล

บงกช เบญจรงคกุล

  ตั๊ก-บงกช

ตั๊ก-บงกช

ตั๊ก-บงกช

 


ภาพจาก : @bong_kod_tak 

สามารถติดตามอ่านบทความอื่น ๆ เพิ่มเติมได้ที่นี่ 

หวานพอไหม? พี่แอฟ – น้องต่อ คู่จิ้นข้ามรุ่นในละคร ” ขอเกิดใหม่ใกล้ๆ เธอ “

 เปิดคลังแสง! กระเป๋าแบรนด์เนม ไคลีย์ เจนเนอร์ รวมมูลค่ากว่า 30 ล้านบาท

คู่จิ้นใหม่ “กองทัพพีค – เบลล่า” ให้รักพิพากษา DARE TO LOVE

เจาะลึก 4 ละครเข้ารอบสุดท้าย รางวัล Asian Academy Creative Awards 2019

นักแสดงและศิลปินไทย บิลลี่-ภัทรชนน ผู้เคยปฏิเสธโอกาสจากวงการบันเทิงเกาหลี

ฟ้าหลังฝน คิมอูบิน พระเอกเกาหลี ดีใจได้กลับมาพบแฟนคลับที่รักเขาอีกครั้ง

เวลคัมทูไทยแลนด์ บิ๊นท์-สิรีธร มิสอินเตอร์เนชั่นแนล 2019 หอบมงกุฎกลับบ้านเกิด

หลากหลายไอเดีย ชุดประจำชาติ เตรียมขึ้นเวที Miss Universe 2019

 จบม. 6 สอบขับเครื่องบิน ตอบคำถามแบบ “ชาลี” ไม่ชอบเรียน แต่อย่าเลียนแบบผม!

ขั้วตรงข้าม ปราง-นวลวรรณ พรรณเชษฐ์ ลูกสาวคนเก่งของ มาดามแป้ง

ขั้วตรงข้าม ปราง-นวลวรรณ พรรณเชษฐ์ ลูกสาวคนเก่งของ มาดามแป้ง

น่ารักคิ้วต์ๆ “น้องเลิฟ” หลานรัก “อัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา” แห่ง KING POWER

กระเป๋าแบรนด์เนม ไคลีย์ เจนเนอร์

เปิดคลังแสง! กระเป๋าแบรนด์เนม ไคลีย์ เจนเนอร์ รวมมูลค่ากว่า 30 ล้านบาท

ส่องคลังแสงหรือห้องสำหรับเก็บ กระเป๋าแบรนด์เนม ไคลีย์ เจนเนอร์ สาวสุดฮ็อตอีกคนที่สะสมกระเป๋าแบรนด์ดังจากทั่วโลก มีกระเป๋าเป็นร้อยๆ ใบ รวมมูลค่ากว่า 30 ล้านบาทเลยทีเดียว

เรียกได้ว่าเป็นสาวที่ทำให้ใครหลายคนต้องอิจฉาจริงๆ สำหรับสาวไคลีย์ ในวัยเพียง 22 ปี ที่สามารถสร้างฐานะ ด้วยธุรกิจส่วนตัวจนมีทรัพย์สินเป็นของตัวเองไม่น้อย จึงเป็นเหตุให้เธอถูกจับตามองจากสื่อและผู้คนจากทั่วโลก เพียงแค่ขยับตัวนิดหน่อยก็เป็นประเด็นแล้ว และด้วยความเป็นคนดังและมีผู้ติดตามกว่าร้อยล้านคน ทำให้เธออัพเดทชีวิตและงานต่างๆ ลงอินสตาแกรมส่วนตัวอยู่บ่อยครั้ง จนเป็นภาพที่แฟนๆ คุ้นชิน

นอกจากจะอัพเดทไลฟ์สไตล์แล้ว เรื่องของแฟชั่นก็ไม่น้อยไปกว่ากัน อย่างไอเท็มข้างกาย เช่น กระเป๋า ก็ถือเป็นสิ่งที่เธออัพลงโซเชียลถี่ยิ่งกว่าสิ่งอื่นๆ ในหมวดเดียวกัน และที่ทำเอาสาวๆ ตาลุกวาว ก็ตอนที่เธอลงคลิปเปิดคลังแสง พาชมห้องเก็บกระเป๋าส่วนตัวแบบสั้นๆ ให้ได้ชมกัน เพียงแค่กวาดตามอง ก็เห็นแล้วว่ามีแต่แบรนด์ดังๆ ทั้งนั้น ไม่ว่าจะ Hermès  , Chanel , Louis Vuitton , Gucci , Givenchy หรือ Fendi

กระเป๋า Hermès รุ่น Birkin ไม่ว่าจะหนังจระเข้ , หนังนกกระจอกเทศ สาวไคลีย์เก็บเรียบ
สาวไคลีย์พาทัวร์ห้องเก็บประเป๋าสุดหรู

บอกเลยว่าสาวๆ คนไหนได้เห็นห้องเก็บกระเป๋าลูกรักของสาวไคลีย์ต้องกรีดร้อง เพราะมันคือสวรรค์ของคนรักกระเป๋าจริงๆ ที่สำคัญกระเป๋าเหล่านี้มีมูลค่าไม่ธรรมดา โดยกระเป๋าทั้งหมดที่สาวไคลีย์เก็บไว้ในห้องนั้น มีมูลค่ารวมกันกว่า 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 32 ล้านบาทเลยทีเดียว

จากความอลังการนี้ แพรวดอทคอมก็ขอพาบุกห้องเก็บกระเป๋าของไคลีย์ เจนเนอร์กันสักหน่อย นอกจากนั้นเราจะขอซูมกระเป๋าแบรนด์ดังที่สาวไคลีย์ขยันอัพลงโซเชียลอยู่ตลอดๆ ด้วยจ้า จะมีแบรนด์ไหนบ้าง ตามมาเลย

เปิดคลังแสง! กระเป๋าแบรนด์เนม ไคลีย์ เจนเนอร์ รวมมูลค่ากว่า 30 ล้านบาท

เห็นแค่นี้ก็รู้แล้วว่ามีแต่แบรนด์ดังๆ ราคาแรงทั้งนั้น
มาอีกมุม ซูมความชัดอีกระดับ กระเป๋าที่มีการ collaboration สาวไคลีย์ก็ไม่พลาด
มุม Hermès อีกแบรนด์โปรดของเธอ

ต่อไป…มาส่องกระเป๋าแต่ละใบ แต่ละแบรนด์แบบชัดๆ กันบ้าง 

กองทัพใหม่จาก หลุยส์ วิตตอง พร้อมเข้าไปอยู่ในคลังแสงแล้ว
กระเป๋า Chanel ใบใหญ่ดีไซน์พิเศษก็โดนสอยเรียบร้อย
กระเป๋าเป้สะพายหลังน่ารักๆ จาก Chanel
มุมเผลอๆ กับกระเป๋าหนังเมทาลิคจาก Louis Vuitton
Hermès หนังธรรมดา โลกไม่จำ
กระเป๋าแบรนด์โปรด Hermès ช่วยคอมพลีทลุคได้ดีมากๆ
สำหรับ Gucci ต้องลายเก๋ๆ แบบนี้เท่านั้น
กระเป๋าใบเล็กๆ จาก Louis Vuitton
Hermès ใบสีส้มสุดเด่นก็มีนะจ๊ะ
เป็นการรวมตัวกันระหว่างกระเป๋า 3 ใบจากแบรนด์ดัง
กระเป๋าเป้ หน้าตาเก๋ๆ จาก Fendi
กระเป๋า Givenchy รุ่นฮ็อตตลอดกาล ไคลีย์ต้องมี!

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ยอมจ่ายไม่อั้น! คนดังในอินสตาแกรมถือ กระเป๋าแบรนด์เนม ใช้ชีวิตสุดหรู

ลิสต์เอาไว้! กระเป๋า Louis Vuitton 6 เฉดสีหวาน สวยละมุน ชวนเสียตังค์

เปิดโพย กระเป๋า Gucci 5 รุ่นดังน่าเปย์ ที่ควรมีอยู่ในคลังแสง

10 ผู้ทรงอิทธิพลด้านแฟชั่น ปี 2019 ดัชเชสเมแกนที่ 1 , ลิซ่า แซงไคลีย์ เจนเนอร์

มีเกินร้อยชิ้น! ปาล์ม-จิตติมา เซเลบสาวผู้หลงรัก แบรนด์ SIRIVANNAVARI

เพราะอะไร ‘ดัชเชสเคท’ สวมเดรสสีดำ แต่ไม่ผิดกฎราชวงศ์อังกฤษ

แฟชั่นสุดเอ็กซ์คลูซีฟ “ท่านผู้หญิงสิริกิติยา เจนเซน” สง่างามในลุคเวิร์คกิ้งวูแมน

สวยพร้อมชิงมง! ฟ้าใส ปวีณสุดา MUT 2019 ยิ่งใกล้วันประกวด ยิ่งออร่าจับ

รู้หรือไม่? สุภาพสตรีในราชวงศ์อังกฤษ ห้ามสวมหมวกหลัง 6 โมงเย็น

ยกเลิกขนสัตว์จริง! ควีนเอลิซาเบธ ทรงมีรับสั่ง ต่อไปจะใช้ขนเทียมเท่านั้น

เพราะเหตุใด กระเป๋า Hermes ถึงเป็นที่ต้องการ แม้ราคาจะแพงหูฉี่

อยากได้แบรนด์นี้ ต้องซื้อรุ่นไหน! กระเป๋า Chanel 5 ตัวท็อปใช้ได้นาน คุ้มค่าเงิน


ภาพ : IG@kyliejenner

‘อย่าสละความเป็นหนึ่งง่ายๆ ต้องสู้เพื่อรักษาตำแหน่งไว้’ ดูดวงรายวัน 26 พฤศจิกายน 2562

ดูดวงรายวัน 26 พฤศจิกายน 2562 #หมอปุ้ยพยากรณ์ เช็กทุกวัน เป๊ะ ปังทุกดวง ทั้งการงาน การเงิน ความรัก และสุขภาพ

ผู้ที่เกิดวันอาทิตย์

การงาน :  หากวันนี้คุณคิดจะเริ่มต้นงานใหม่ หรือนำโครงการเดิมมาพัฒนาปรับปรุงใหม่ ก็อยากให้ชะลอไว้ก่อน เพราะคุณอาจถูกคนใกล้ชิด หรือเพื่อนร่วมงานแอบแทงข้างหลัง หรือเป็นหนอนบ่อนไส้ โดยที่เขาอาจใช้คำสัญญาหรือเอกสารมาผูกมัดคุณ จนคุณต้องเสียงานนี้ไป  เพราะฉะนั้นก่อนตกลงรับปากสัญญากับใคร หรือเซ็นเอกสารก็พิจารณาให้ถี่ถ้วนก่อน

การเงิน : อาจมีการทะเลาะกันเรื่องหนี้สินหรือผลประโยชน์อย่างรุนแรง สุดท้ายแล้วคุณก็ไม่ได้คืนอยู่ดี

ความรัก : วันนี้คุณอาจเริ่มสังเกตว่า คู่มีพฤติกรรมไม่น่าไว้วางใจ จนถึงอาจจับได้เลยว่า เขาหลอกลวงคุณ ซึ่งความสัมพันธ์อาจร้ายแรงกว่าที่คิด เสี่่ยงที่จะแตกหักสูงมาก คนโสด คุณอาจเบื่อกับสถานะที่แฟนมีคนใหม่อยู่เรื่อย คุณอาจขอเลิกเลยดีกว่าที่จะทนอยู่อีกต่อไป

สุขภาพ : ถึงเวลาชาวอาทิตย์บิ๊กคลีนนิ่งบ้างนะคะ ห่างหายไปนาน เพราะออกนอกบ้านก็เจอฝุ่นละอองขนาดเล็ก  กลับเข้าบ้านก็เจอฝุ่นสะสมอีก ร่างกายอาจรับไม่ไหว ทำให้เกิดภูมิแพ้

 

ผู้ที่เกิดวันจันทร์

การงาน :  คุณอาจกำลังเข้าสู่การสอบแข่งขัน หรือประมูลงาน ซึ่งคุณคาดหวังความสำเร็จสูงมาก โดยไม่คิดถึงความถูกต้องชอบธรรมเท่าไหร่ เรียกว่าอาจเดินสายสอบแข่งขันเป็นรายวันทีเดียว วันนี้คุณอาจควรไปศึกษาหาความรู้เพิ่มอีก เพราะที่มีอยู่อาจยังไม่ตรงกับสายที่คุณจะสอบ

การเงิน : รายได้หลักมาจากงานประจำ อาจได้เงินพิเศษจากงานพิเศษเป็นรายวัน ทำเท่าไหร่ได้เท่านั้น

ความรัก :  คุณอาจพยายามทำเพื่อให้คู่เปลี่ยนใจให้ในสิ่งที่คุณต้องการ หลังจากที่อ้อนมาหลายวันก็ยังไม่สำเร็จ วันนี้อาจต้องไปเดือดร้อนให้ผู้ใหญ่มาช่วยพูดด้วยอีกแรง คนโสด ชาวต่างชาติสูงวัยก็ยังเป็นสเป๊กอยู่ แต่คุณอาจต้องพยายามเอาใจเขาหน่อย เพราะวันนี้ยังไม่ใจอ่อน

สุขภาพ :  ปล่อยวางบ้างค่ะ เครียดไปก็มีแต่จะเสียสุขภาพ มองอะไรก็ขวางหูขวางตาไปหมด

 

ผู้ที่เกิดวันอังคาร

การงาน  : คุณก็ยังไม่ล้มเลิกความคิดที่จะบุกเบิกงานใหม่ หรือโยกย้ายไปอยู่ในส่วนงานใหม่ที่ท้าทาย ซึ่งคุณก็ยังพยายามที่จะขอความช่วยเหลือจากพนักงานรุ่นน้องคนเดิม แต่เขาก็ยังชิล อาจเพราะเขาอยากพัก วันนี้คุณอาจเปลี่ยนเป้าหมายไปที่เพื่อนสนิทผู้หญิงแทนก็ได้ น่าจะดีกว่า

การเงิน : อาจหมดเงินกับการซื้อความสุข เช่น เครื่องประดับราคาแพง หรือเดินทาง แต่ไม่ควรเสี่ยงโชค เพราะการเงินติดลบได้เลย

ความรัก : เน้นความสัมพันธ์ระหว่างญาติผู้หญิงในครอบครัว ซึ่งคุณให้ความสำคัญกับพวกเขาอย่างมาก ซึ่งวันนี้ก็อยู่กันชิลๆ ไม่มีปัญหาอะไร  คนโสด ภายนอกคุณวางตัวโดดเด่นในสังคม แต่จริงๆ แล้วคุณอาจแอบรักเพื่อนหญิงคนสนิทอยู่หรือเปล่าคะ

สุขภาพ :  ระวังอาหาร อากาศ และฝุ่น เพราะอาจทำให้คุณเป็นป่วยเป็นหวัด ปอดบวม หรือโลหิตจาง รวมถึงน้ำในหูไม่เท่ากัน

                      

ผู้ที่เกิดวันพุธ

การงาน :  วันนี้ทำงานแบบชิลๆ นะคะ อาจเพราะใกล้ปลายปีแล้ว ความยุ่งเหยิงต่างๆ เริ่มซา งานประจำที่ทำอยู่ วันนี้ก็ได้ผู้ใหญ่ให้ความช่วยเหลือสนับสนุนด้วยดี เพื่อนร่วมงาน และเจ้านายก็เมตตาคุณเป็นพิเศษ แต่อาจต้องระวังนิดหนึ่ง ก็ตรงที่ถูกเอ็นดูมาก จนอาจถูกเขม่น

การเงิน :  มีโชคนะคะ แต่ก็จะหมดกับการกิน เที่ยว ดื่มเลี้ยงเพื่อนฝูง ญาติพี่น้องเยอะมาก ควรเก็บเงินไว้บ้าง เพราะโชคอาจมาแค่วันเดียว

ความรัก : เป็นช่วงที่คุณอาจรู้สึกว่าอยากพัก อยากใช้ชีวิตชิลๆ ไม่ต้องเครียดกับการทำงานบ้าง ช่วงนี้จึงอาจเที่ยวบ่อย ซึ่งคู่คุณก็เข้าใจด้วยดี คนโสด คุณอาจกำลังได้เพื่อนกิน ดื่ม เที่ยวที่รู้ใจ ซึ่งต่างคนต่างก็ไม่ได้ซีเรียสเรื่องความสัมพันธ์

สุขภาพ : อาจเอ็นจอยกินดื่มเที่ยวมาก ควรดูแลสุขภาพด้วยนะคะ อาจมีปัญหาเรื่องน้ำหนัก กับโรคต่างๆ ที่จะตามมา

 

ผู้ที่เกิดวันพฤหัสบดี

การงาน :  หากคุณอยู่ในสายงานบ้านและคอนโด อสังหาริมทรัพย์ โรงแรม เซอร์วิสอพาร์ทเม้นท์ รีสอร์ต โฮมสเตย์ วันนี้ต้องระวัง ทั้งศึกนอกและศึกใน ไหนคุณจะตกอยู่ท่ามกลางการแข่งขัน ทั้งหน้าที่การงานและผลประโยชน์ ไหนจะถูกเพื่อนร่วมงาน หรือคนใกล้ชิดแอบแทงข้างหลังอีก งานนี้ต้องตัดสินใจดีๆ หากพลาดชีวิตเปลี่ยนได้เลย

การเงิน : ไม่ควรทุ่มลงทุนโดยยังไม่เห็นผลตอบแทน เพราะคุณอาจถูกเบี้ยวหนี้ หรือผลประโยชน์ หรืออาจถูกโจกรรมทรัพย์สิน

ความรัก : คุณอาจจับได้ว่า คู่คุณมีพฤติกรรมที่ไม่น่าไว้วางใจ หลอกลวงคุณในเรื่องของบ้านและที่ดิน ซึ่งเขาอาจกำลังหาทางขยับขยายโยกย้ายเพื่อนำไปให้คนอื่นอยู่หรือเปล่า คนโสด ก็ยังต้องต่อสู้เพื่อศักดิ์ศรีของตัวเองอยู่ ซึ่งวันนี้อาจต้องสู้เพื่อปกป้องความเป็นหนึ่งค่ะ

สุขภาพ :  ใช้ของมีคมต้องระวัง เพราะอาจถูกบาดจนเป็นแผลตามร่างกาย จนถึงอาจมีเกณฑ์ผ่าตัด

 

ผู้ที่เกิดวันศุกร์

การงาน  :  วันนี้คุณจะได้ใช้ความรู้ ความสามารถ และบารมีที่สั่งสมมาตลอดอายุการทำงาน ออกไปเริ่มต้นบุกเบิกงานใหม่ในสถานที่ที่แปลกใหม่ อาจเป็นธุรกิจที่ต้องเดินทางไปๆ มาๆ ร่วมกับเพื่อนร่วมงาน หรือเพื่อนร่วมหุ้นที่เป็นผู้หญิง ก็นับว่าประสบความสำเร็จด้วยดี

การเงิน : หากมีใครมาพูดชักชวนให้คุณซื้อเครื่องประดับราคาแพง หรือชวนไปทัวร์ต่างประเทศ ก็คิดพิจารณาให้ถ้วนถี่นะคะ เพราะอาจไม่ได้ดีอย่างที่คุย

ความรัก :  คุณเป็นผู้หญิงที่เก่งทั้งงานในบ้านและนอกบ้าน อาจเป็นหัวเรือหลักของครอบครัว คุณจึงจำยอมที่อาจต้องเดินทางไกลไปทำงานต่างบ้านต่างเมือง ก็อาจมีญาติผู้หญิงตามไปดูแลคุณด้วยก็ได้ คนโสด แม้เพื่อนหญิงคนสนิทจะดูแลคุณอย่างดี แต่หากมาจำกัดความคิดและอิสรภาพกันมากไป วันนี้ก็อาจทำให้คุณหงุดหงิด โมโหง่าย กับเรื่องไม่เป็นเรื่องได้

สุขภาพ :  เครียด และหมกมุ่นในการทำงาน จนอาจส่งผลกับระบบย่อยอาหาร และลำไส้อาจมีปัญหา และโรคกระเพาะอาหาร

 

ผู้ที่เกิดวันเสาร์

การงาน  : แม้ผู้ใหญ่ผู้หญิงจะสนับสนุนส่งเสริมและช่วยเหลือให้ได้ไปบุกเบิกงาน ในสถานที่ที่แปลกใหม่อย่างที่คุณต้องการก็ตาม แต่วันนี้สถานที่ปลายทางอาจยังมีปัญหา ทำให้คุณไม่สามารถไปได้ตรงตามกำหนด แม้คุณพยายามอ้อนวอนอย่างไร ก็ยังไม่เป็นผล

การเงิน : อาจมีดวงไปอุปถัมภ์เขานะคะ ไม่ควรหลงเชื่อคำพูดที่มีหลักการ หรือคำพูดหวานๆ ที่จะมาอ้อนวอนขอให้ลงทุน หรือซื้อยวดยานพาหนะให้ เพราะอาจถูกหลอก

ความรัก : คุณอาจมีโครงการที่จะเดินทางไปพบปะสมาชิกในครอบครัว อาจเป็นต่างจังหวัด หรือต่างประเทศ จนถึงย้ายไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ แต่คุณอาจต้องไปคนเดียว คู่อาจไม่ตามไปด้วย แม้คุณจะอยากให้ไปมากแค่ไหนก็ตาม  คนโสด คนที่คุณกำลังอุปถัมภ์ อาจไม่ชอบให้คุณจำกัดความคิดและอิสรภาพหรือผูกมัดมากก็ได้นะคะ หากเป็นแบบนี้ อีกไม่นานเขาก็คงค่อยๆ ตีตัวออกห่าง แม้คุณจะอ้อนวอนแค่ไหน เขาก็ไม่กลับมา

สุขภาพ :  อวัยวะที่ควรดูแลเป็นพิเศษคือ อวัยวะในช่องท้อง พวกกระเพาะอาหาร ลำไส้ และมดลูก

เช็กดวงย้อนหลังได้ที่นี่

ต้องสู้เพื่อศักดิ์ศรีผู้หญิง อย่าให้ผู้ชายมาอวดฉลาดใส่ ดูดวงรายวัน 25 พฤศจิกายน 2562

สูตรลดน้ำหนัก

“เส้นใยอาหาร” ตัวช่วยลดน้ำหนัก เพื่อหุ่นเซี๊ยะ ผิวใส ขับถ่ายคล่อง ปรื๊ด!

สาวๆ ที่กำลังมองหาตัวช่วยในการลดน้ำหนัก และมีปัญหา ขับถ่ายยาก ต้องไม่มองข้าม “เส้นใยอาหาร” ที่มีอยู่ในพืชผักผลไม้นานาชนิด ที่จะช่วยให้ระบบ ขับถ่ายคล่อง ทำงานได้ดี ที่สำคัญ ทำให้อยู่ท้องนานขึ้น กินน้อยลง ช่วยให้ไม่อ้วนอีกด้วย

กินอาหารเส้นใยดียังไง

  • เส้นใยช่วยอุ้มน้ำและพองตัวอยู่ในกระเพาะอาหารทำให้อิ่มได้นาน ไม่เสี่ยงกินเยอะ
  • ช่วยเรื่อง ปัญหาการขับถ่าย ป้องกันการหมักหมมในลำไส้ ลดอาการท้องผูก และลดเสี่ยงมะเร็งลำไส้
  • ปรับสมดุลความเป็นกรดด่าง กระตุ้นการย่อยสลายในลำไส้เล็ก
  • วิจัยพบว่า ช่วยขัดขวางปฏิกิริยาของฮอร์โมนเพศหญิงลดความเสี่ยงมะเร็งเต้านมในผู้หญิงได้

ขับถ่ายคล่อง

กินยังไงดีที่สุด

  • กินพืชตระกูลถั่ว เปลือกแข็ง
  • กินผักสดอย่างน้อยวันละครึ่งจาน
  • กินธัญพืช งา ให้มากขึ้น
  • เลี่ยงอาหารที่ผ่านการทำลายเส้นใย เช่น ขัดสี เคี่ยวจนเปื่อย

เส้นใยที่ไม่ละลายน้ำ

ช่วยเพิ่มปริมาณอาหารในกระเพาะ ทำให้อิ่มเร็ว แถมช่วยการ ขับถ่ายคล่อง ขึ้น ป้องกันมะเร็งลำไส้ ท้องผูก และริดสีดวงทวาร อาทิ รำข้าว รำข้าวสาลี ข้าวโพด และผักผลไม้บางชนิด เมล็ดถั่วเปลือกแข็ง เช่น ถั่วลิสง ถั่วประเภทผัก เผือก มัน และผลไม้ที่แก่จัด

เส้นใยชนิดละลายน้ำ

จำเป็นต่อการย่อยและการดูดซึมสารอาหาร เมื่อละลายน้ำจะมีลักษณะหนืด ทำให้ลำไส้ย่อยและดูดซึมสารอาหารได้ช้าลง เราจึงไม่หิวบ่อย อาทิ ธัญพืชไม่ขัดสี รำข้าวโอ๊ต รำข้าวบาร์เลย์ และจากผลไม้ เช่น พรุน ส้ม แอ๊ปเปิ้ล สตรอว์เบอร์รี่
และถั่วบางชนิด เช่น ถั่วแดงหลวง

ขับถ่ายคล่อง

ซึ่งเส้นใยที่ละลายน้ำมีอยู่ในผักผลไม้เกือบทุกชนิด ส่วนเส้นใยที่ไม่ละลายน้ำ มีอยู่ในธัญพืชต่างๆ ข้าวกล้อง ข้าวโพด และข้าวสาลี แนะนำว่าควรกินอาหารที่มีเส้นใยทั้งสองชนิดร่วมกัน และหนุ่มสาววัยทำงานอย่างเราควรได้รับใยอาหารวันละ 20 – 35 กรัม ซึ่งได้จากการกินผักมื้อละ 1 ทัพพี และกินผลไม้ให้พอดีสำหรับ 1 วัน นอกจากนี้ควรดื่มน้ำอย่างน้อย 8 แก้ว เพื่อช่วยระบบย่อยอาหาร

ขับถ่ายคล่อง

และในหนึ่งวันควรกินผลไม้ 3 – 5 ส่วน เทียบเท่าผลไม้ในปริมาณต่อไปนี้

  • ฝรั่งขนาดกลาง 1 ผลครึ่ง
  • มะละกอ แตงโม สัปปะรด 24 – 40 ชิ้นคำ
  • กล้วยน้ำว้า 3 – 5 ผล
  • องุ่น 24 – 40 ผล
  • ส้มเขียวหวาน 3-5 ผล

กินผลไม้แทนผักได้ในบางมื้อ แต่กินมากไประวังปริมาณน้ำตาล! ด้วยนะคะ


ข้อมูล : “109 เมนูชูสุขภาพ” กองโภชนาการ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข
ภาพ : Pexels

 

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

แชร์ 5 ความลับสุขภาพดีที่ไม่ควรมองข้าม เพื่อร่างกายแข็งแรงในวัยที่เพิ่มขึ้น

3 ทางออกสุดเวิร์ครับมือหิวมื้อดึก รับรองว่าส่วนไหนที่เคยแฟตจะกลายเป็นฟิต!

ไฟโตนิวเทรียนท์ อีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยให้ร่างกายรับสารต้านอนุมูลอิสระได้ง่าย

ทีมไดเอท กินผลไม้มาก อ้วนนะจะบอกให้! แนะ 3 ทริคหม่ำผลไม้ให้หุ่นสวย ผิวดี

รู้ทัน 3 อ. ตัวการพังแผน ไดเอท พร้อมทริคหุ่นดีแบบกินอิ่ม..ไม่ต้องอด!

4 วิธีปรับท่าวิ่ง ลดอาการปวดเข่า-ปวดหลัง ที่สายฟิตหุ่นไม่ควรละเลย!!

เทรนด์สุขภาพดี 2020 เน้นไดเอทสไตล์แพลนต์เบส ฟิตหุ่นแบบฟังก์ชันนัล เทรนนิ่ง

“เมนูอาหารบำรุงผิว” ที่ผู้หญิงต้องมีไว้ในลิสต์ และเพื่อวันนั้นของเดือน!

รู้งี้กินนานแล้ว 4 ประโยชน์ของน้ำมันมะกอก ช่วยทั้งเรื่องสุขภาพและความอ่อนเยาว์

วิธีลดน้ำหนัก สัปดาห์ละ 1 กิโลกรัม!! ด้วยสูตร 6 – 7 – 8 ตามนาฬิกาชีวิต

ตีแตกทะลุปรุโปร่งกับ 7 ความเข้าใจผิดเรื่องลดอ้วน ที่ทำให้ไม่ผอมสักที!!

หุ่นเป๊ะทุกเอเคอร์ “ตั๊ก บงกช” เผยวิธี ไดเอท ไม่ต้องอดก็ลดได้มากถึง 31 กก.

 

 

 

บ่าวสาวฝึกไว้เคล็ดลับเด็ดๆ ช่วยให้ยิ้มได้ยาวแบบเหงือกไม่แห้ง

อีกหนึ่งปัญหาที่ บ่าวสาว เจอกันมานับไม่ถ้วนในวันแต่งงานคือเรื่องของการยิ้มค่ะ โดยเฉพาะบางคนที่ปกติเป็นเสือยิ้มยาก จะกังวลมากเป็นพิเศษว่าในงานแต่งงานที่ต้องเจอแขกนับร้อยต้องถ่ายรูปนับพันช็อต จะทำยังไงให้ยิ้มได้ยาวนาน และยิ้มยังสวยหล่อสดใสเห็นฟันส่องประกาย ง่ายนิดเดียวค่ะ ลองทำตามวิธีที่แพรว wedding หามาฝากดู

ลูกอมช่วยท่านได้

‘ยิ้มจนเหงือกแห้ง’ คำนี่แหละค่ะ ที่บ่าวสาวทั้งหลายเจอมากับตัว เพราะต้องยิ้มทุกรูปและยิ้มกับทุกคนที่มาร่วมยินดี แต่พอยิ้มไปมากๆ ปากก็เริ่มหุบไม่ลงและดูเหมือนรอยยิ้มนั้นจะถูกล็อกไว้บนใบหน้าแบบแปลกๆ เพราะอากาศสัมผัสกับทั้งเหงือกและฟันจนรู้สึกว่าส่วนนี้จะแห้งไปโดยปริยาย พอจะหุบยิ้มแล้วเผยยิ้มใหม่ก็มีอาการติดๆ นิดนึง งั้นก็หาลูกอมมาเป็นตัวช่วยสิคะ เพราะเมื่อคุณอมลูกอม น้ำลายที่ออกมาจะช่วยลดอาการเหงือกและฟันแห้งได้ค่ะ

ดื่มน้ำและใช้ลิ้นแอบเลียฟันหน้า

เตือนตัวเองไว้เลยค่ะว่าผ่านไปสัก 10 นาทีต้องจิบน้ำสักหน่อย เพื่อให้ในช่องปากมีความชุ่มชื้น ถ้ามองไม่เห็นใครจะเสิร์ฟน้ำให้ก็ใช้มือยกขึ้นมาบังหน้าแล้วเอาลิ้นเลียฟันหน้าอย่างไว เพื่อใน้บ่อน้อยในปากหน้าที่ให้ความชุ่มชื่น จากนั้นเปิดปากยิ้มต่อไปอย่างมั่นใ

บางทริคที่เราบอกไปอาจอ่านแล้วตลกๆ ดูแล้วจะเป็นไปได้ไง แต่ของแบบนี้ไม่ลองไม่รู้ ลองดูไม่เสียหาย จริงไหมคะ

อ่านเรื่องราวเกี่ยวกับการวางแผนแต่งงานและดูไอเดียงานแต่งเพิ่มเติมได้ที่นี่อีกเพียบ คลิกเลย!

เรื่อง : ดอกปีบ
ภาพ : maxpixel.freegreatpicture.com

เคล็ดลับใส่รองเท้าส้นสูงให้ปังในวันแต่งงาน แบบไม่ต้องทนทรมานปวดหลัง!

สำหรับเจ้าสาวที่ต้องการใส่รองเท้าส้นสูงให้ออกมาสวยดูดีเป็นสง่า เพราะคงปฏิเสธไม่ได้ว่า รองเท้าเจ้าสาว แบบส้นสูงนั้น ถือเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ทำให้เจ้าสาวดูสวยโดดเด่นในชุดเจ้าสาว แต่ก็ไม่มีใครปฏิเสธอีกเช่นกันว่าการใส่รองเท้าส้นสูงเป็นความทรมานของผู้หญิงอีกอย่างหนึ่ง เจ้าสาวหลายคนเมื่อเสร็จงานถึงกับนิ้วชาไปหลายวัน แต่ในเมื่อเจ้าสาวจะต้องใส่ส้นสูงตลอดทั้งงานแล้ว วันนี้ แพรว wedding เลยมีวิธีสำหรับการใส่รองเท้าส้นสูงให้สวยและไม่ปวดล้าในวันแต่งงานมากเกินไปมาฝากกันค่ะ ที่สำคัญเจ้าสาวจะต้องไม่กังวลจนเกินไป จับมือชายหนุ่มคนข้างๆ แล้วเดินบนรองเท้าส้นสูงเริดๆ เข้าประตูวิวาห์อย่างมีความสุขจะดีกว่านะคะ 😉
  • เลือกรองเท้าที่ใส่สบาย

เพราะว่าในวันงาน เจ้าสาวจะสวมใส่รองเท้าส้นสูงเกือบตลอดทั้งงาน เหนือสิ่งอื่นใดเจ้าสาวควรเลือกรองเท้าที่ใส่แล้วรู้สึกสบาย ไม่หลวมและไม่คับจนเกินไป เมื่อใส่แล้วลองใส่เดินไปรอบ ๆ เพื่อที่จะดูว่ารองเท้าสามารถรองรับพื้นแต่ละแบบได้ดีแค่ไหน ถ้าจะให้ดีควรไปเลือกซื้อรองเท้าในช่วงบ่ายถึงเย็น เพราะนั่นเป็นช่วงเวลาที่เท้าคุณขยายเต็มที่

  • ยืนหลังตรงเข้าไว้

การบาลานซ์น้ำหนักบนส้นสูงถือเป็นเรื่องสำคัญ เพราะมันจะช่วยทำให้เจ้าสาวไม่รู้สึกเมื่อยมากเกินไป หลักการง่าย ๆ สำหรับการยืนบนส้นสูงนาน ๆ นั่นคือเจ้าสาวควรยืนหลังตรง อกผาย ไม่เดินก้มหน้า ลองเจ้าสาวคนไหนได้ทำตามแบบนี้ เชื่อเลยว่าจะช่วยบรรเทาอาการความปวดล้าจากการใส่รองเท้าส้นสูงได้เยอะเลย

  • ค่อยๆ เดิน ค่อยๆ ก้าว

ขอให้เจ้าสาวทุกคนจำไว้ว่าในวันนั้นคุณคือคนที่สวยที่สุดในงาน ดังนั้นอย่าได้กังวลมากเกินไป เจ้าสาวควรที่จะผ่อนคลายเยื้องย่างอย่างสง่างามดุจนางพญาบนรองเท้าส้นสูงคู่สวย เดินช้า ๆ ไม่ต้องรีบ หรือถ้าเกิดเหตุสะดุดยังไงก็ขอให้มีสติ อย่าเพิ่งตกใจ แล้วก็เดินต่อไปให้เป็นปกติมากที่สุด

  • หลีกเลี่ยงรองเท้าส้นเข็ม

ถ้าเจ้าสาวไม่อยากร้องโอดโอยเพราะอาการเจ็บปวดเท้า แนะนำให้เจ้าสาวทั้งหลายหลีกเลี่ยงการใส่รองเท้าส้นเข็มอย่างเด็ดขาด เพราะรองเท้าส้นสูงลักษณะนี้ จะทำให้เจ้าสาวปวดหลังและเมื่อยขา เผลอ ๆ พอใส่แล้วปวด อาจส่งผลให้เจ้าสาวหน้าหงิกหน้างอ และควรเลือกรองเท้าที่มีลักษณะส้นแชมเปญแทน ซึ่งมีฐานรองเท้าที่รองรับน้ำหนักได้มากนั่นเอง แต่ถ้าคุณว่าที่เจ้าสาวคนไหนคุนเคยแลเซียนกับการใส่รองเท้าส้นเข็มอยู่แล้วก็ลุยเลยค่ะ

  • พกรองเท้าสองคู่

สุดท้ายเจ้าสาวควรเตรียมรองเท้าส้นสูงไว้สองคู่ เพื่อที่ว่าเกิดรองเท้าคู่ใดคู่หนึ่งอาจส้นหลุด เจ้าสาวอย่างเราจะได้มีรองเท้าไว้สำรองทันท่วงที ที่สำคัญเจ้าสาวควรสวมใส่รองเท้าส้นสูงคู่นั้น ๆ ให้ชินเท้า ก่อนจะใส่จริงในวันงาน เพราะจะได้ชินกับรองเท้าในวันแต่งงานโดยไม่ต้องกลัวรองเท้ากัดอีกด้วยค่ะ

อ่านคำแนะนำและดูไอเดียเกี่ยวกับการจัดงานแต่งงานเพิ่มเติมอีกเพียบได้ที่นี่ คลิกเลย!

cr : easyweddings.co.uk, lover.ly, twotwentyone.net

4 กฏเหล็กสร้างชุดเพื่อนเจ้าสาวให้สวยเป๊ะในราคาสบายกระเป๋า

จะเริ่มต้นหา ชุดเพื่อนเจ้าสาว ยังไงดีน้าาาา..??

พอเพื่อนสาวได้ฤกษ์สละโสด บรรดาเพื่อนสาวทั้งหลายต่างก็เตรียมตัวเป็นการใหญ่เพื่อที่จะเป็นเพื่อนเจ้าสาวสุดเพอร์เฟกต์ในวันสำคัญ โดยเฉพาะเรื่อง ชุดเพื่อนเจ้าสาว นั้นต้องสวยเด่นมีคอนเซปต์ไม่เหมือนใคร แต่นั่นละค่ะ งานดีงานเด่นก็มักจะมาพร้อมบัดเจ็ดที่มโหฬาร แต่ถ้าหากคุณอยากประหยัดแล้วจัดงบไว้เปย์อย่างอื่น แพรว wedding มี 4 กฏเหล็กต้องคิดก่อนจิ้มเลือกชุดเพื่อนเจ้าสาวมาฝาก รับรองว่างานนี้สบายใจแถมสบายกระเป๋าด้วย

1. ตั้งงบให้ชัดก่อนจิ้มเลือกชุด

ก่อนที่คุณจะเริ่มท่องโลกอินเตอร์เน็ตเพื่อหาแบบชุดเพื่อนเจ้าสาวล้านแปดในนั้น ลองมานั่งล้อมวงแล้วตั้งงบราคาชุดกันก่อนเป็นอันดับแรกดีกว่า ว่าราคาประมาณไหนที่ดูจะสมเหตุสมผลและเป็นที่พอใจของทุกคนในแก๊งมากที่สุด เพื่อที่จะได้พุ่งไปยังแบรนด์หรือร้านที่มีชุดเข้ากับราคาที่ตั้งไว้ เพื่อช่วยลดทอนเวลาและไม่ต้องมานั่งเสียเวลาเลือกร้านใหม่ทุกครั้ง ซึ่งขั้นตอนนี้อาจจะต้องใช้การพูดคุยแบบเปิดใจกันสักหน่อย หากใครจ่ายไม่ไหวจริงๆ ก็ต้องบอกเพื่อนไปตรงๆ จะได้หาวิธีการหรือให้การช่วยเหลือกันได้อย่างถูกต้อง อย่าลืมนะคะว่าจะสวยทั้งทีก็ต้องสวยแบบสบายใจจะได้ยิ้มออกมาอย่างสดใสในวันสำคัญ

2. เผื่อค่าใช้จ่ายส่วนอื่นไว้ด้วย

ตอนที่คิดคำนวณค่าชุดนั้น อย่าลืมคิดไปถึงค่าเครื่องประดับเสริมความงามอย่างอื่นด้วยนะคะ ไม่ว่าจะเป็น รองเท้า เครื่องสำอางเซตใหม่ หรือเครื่องประดับแบบเซตที่เข้ากับชุด เป็นต้น โดยเฉพาะหากแก๊งของคุณอยากจะมีเครื่องประดับอะไรสักร่วมกันเพื่อให้เป็นซิกเนเจอร์ หรืออาจจะอยากจ้างช่างหน้าช่างผมระดับมืออาชีพมาช่วยเสกความงามในวันนั้น ทางที่ดีลิสต์ไว้เลยก็ดีนะคะ ว่าในวันนั้นนอกจากเรื่องชุดแล้ว เราอาจจะต้องเพิ่มงบเพื่อเรื่องไหนอีกบ้าง จากนั้นจึงลองมาไล่เช็กดูว่าสิ่งไหนจำเป็นหรือไม่จำเป็น และสามารถตัดบางอย่างออกไปได้หรือไม่ จะได้หาแนวทางอื่นๆ ร่วมกันใหม่แบบไม่ทรมานกระเป๋า

ชุดเพื่อนเจ้าสาว

3. ตั้งคีย์ลุคแล้วไปหาชุดของตัวเอง

หากราคาเป็นเรื่องที่คุณกังวลจริงๆ (โดยเฉพาะกับเพื่อนสาวที่กำลังมีค่าใช้จ่ายที่ต้องเคลียร์แบบอีรุงตุงนังเต็มไปหมด) ก็อาจจะตั้งคีย์ลุคร่วมกันอย่างเช่น สี หรือสไตล์ ไม่ว่าจะเป็น รูปแบบชุด แบบคอเสื้อ เนื้อผ้า หรือรายละเอียดบางอย่าง แล้วปล่อยให้เพื่อนสาวแต่ละคนแยกย้ายกันไปจัดหาของตัวเอง ซึ่งวิธีนี้นอกจากจะประหยัดแล้วยังช่วยให้แต่ละคนสามารถหาสไตล์หรือชุดที่ตัวเองชอบและอยากใส่จริงๆ ได้โดยยึดคีย์หลักของลุคไว้ร่วมกัน และยังเป็นการสร้างความสบายใจในเรื่องของราคาให้กับเพื่อนสาวที่มีปัญหาด้านการเงินอีกด้วย และอย่าลืมคอยอัพเดตกันเป็นประจำสม่ำเสมอนะคะว่าชุดของแต่ละคนไปถึงไหนแล้ว หากมีรูปก็อวดโชว์กันหน่อยเผื่อของบางคนมีรายละเอียดหรือดีเทลตรงไหนที่ซ้ำกันจะได้หลีกทางให้กันถูก

4. ชุดเพื่อนเจ้าสาวแบบเช่า หรือเช่าตัด

ชุดเพื่อนเจ้าสาวไม่จำเป็นต้องตัดใหม่เสมอไปหรอกนะคะ เพราะชุดเช่าสวยๆ มีให้เลือกมากมายในปัจจุบัน หรือหากใครไม่อยากใส่ชุดที่คนอื่นเคยใส่แล้วก็อาจจะเลือกเป็นบริการแบบตัดเช่าไปเลยก็ได้ เพราะชุดประเภทนี้ราคาต่ำกว่าการซื้อผ้ามาตัดเองแน่นอน แถมเรื่องดีไซน์หรือรูปแบบนั้นไม่ต้องห่วงเพราะแขวนกันเป็นราวให้เลือกกันยาวๆ ไปเลยหนึ่งวัน รับรองว่าหนึ่งในนั้นจะต้องมีชุดที่ถูกใจคุณแน่นอน และทางร้านก็มีบริการปรับขนาดให้เข้ากับรูปร่างของคุณอีกด้วย ที่สำคัญเราเชื่อว่าสาวๆ น้อยคนที่จะใส่ชุดเดิมที่เคยใส่แล้วไปออกงานอีกครั้ง ก็แหม ลงรูปซะเต็มไอจีขนาดนั้น หากเพื่อนมาทักว่าชุดซ้ำก็ช้ำใจหน่อยๆ เหมือนกันจริงไหมล่ะคะ

รู้อย่างนี้แล้วก็ตามไปส่องตามลิงค์นี้กันได้เลย รวมร้านเช่าชุดเพื่อนเจ้าสาวสวยงามอลังการ ราคาแค่หลักร้อยถึงหลักพัน

ภาพ : weddceremony.com, davidsbridal.com

เซฟค่าใช้จ่ายช่างภาพงานแต่งอย่างไรได้บ้าง … มาอ่านกัน

จะประหยัดค่า ช่างภาพงานแต่ง ได้ยังไงกันนะ??

ช่างภาพงานแต่ง ถือเป็นอีกหนึ่งคนสำคัญที่ช่วยเก็บบันทึกโมเม้นต์ดีๆ ที่เกิดขึ้นในงานแต่ง และแน่นอนว่าภาพเหล่านั้นจะถูกเก็บไว้อีกนานเท่านาน ซึ่งปัจจุบันก็มีช่างภาพงานแต่งให้ว่าที่บ่าวสาวได้เลือกใช้บริการเยอะมากขึ้น แต่ส่วนที่ฝีมือดีๆ ผลงานเป็นที่ยอมรับก็มีราคาสูงมากเช่นกัน จนทำเอาบ่าวสาวหลายคนอาจจะสู้ราคาไม่ไหว เพราะว่าต้องนำเงินไปใช้จ่ายในส่วนอื่นๆ เราเลยนำทริคมาแนะนำคู่บ่าวสาวที่กำลังหาช่างภาพงานแต่งฝีมือดี แต่ราคาไม่สูงมากนัก แล้วจะหาได้อย่างไร มีวิธีการเลือกแบบไหน มาดูกันค่ะ

ช่างภาพในงานแต่ง

1. เลือกที่ผลงาน

แน่นอนว่าสมัยนี้การจะหาข้อมูลช่างภาพงานแต่งนั้น หาได้ไม่ยากเลย อาจจะลองหาตามรีวิวเฟสบุคแฟนเพจต่างๆ คุณก็จะเจอข้อมูลแล้ว เพียงแค่เลือกจากผลงานดูก่อนว่าเราชื่นชอบแบบไหน แล้วหาช่างภาพตามที่เราต้องการ โดยไม่ได้ยึดติดกับแบรนด์ของช่างภาพ … แบรนด์ในที่นี้คือ ชื่อเสียงของช่างภาพ รวมไปถึงสตูดิโอนั่นเองค่ะ เพราะเดี๋ยวนี้ช่างภาพฟรีแลนซ์ที่ฝีมือดีๆ ยังมีอีกเยอะ และมีเรทราคาปานกลาง ไม่ต่ำและไม่สูงมากก็ยังมีอยู่นะจ๊ะ

ช่างภาพในงานแต่ง

2. ระบุเวลาให้ชัดเจน

การจ้างช่างภาพงานแต่งส่วนมากจะจ้างเป็นคิวงาน เช่น ครึ่งวัน เต็มวัน งานเช้า งานเย็น โดยจะมีการระบุอย่างชัดเจนว่าเรทราคาของแต่ละช่วงเวลามีราคาเท่าใด ซึ่งในกรณีที่บ่าวสาวมีคิวงานเต็มทั้งวัน จะจ้างช่างภาพทั้งวันเลยก็ไม่แปลก แต่ถ้ามีคิวงานแต่งแค่ครึ่งเช้า หรือครึ่งวันเย็น ก็ควรจ้างตามเวลานะจ๊ะ จะได้ช่วยประหยัดลงไปได้เยอะเลย

ช่างภาพในงานแต่ง

3. ปฏิเสธบริการพิเศษ

โดยส่วนมากช่างภาพในงานแต่ง มักจะมีบริการพิเศษต่างๆ มาลดแลกแจกแถมให้กับคู่บ่าวสาวเสมอ แต่เราไม่ได้บอกว่าไม่ดีนะคะ ดีค่ะ แต่เราต้องดูก่อนว่า เราต้องการภาพอะไรบ้าง ถ้าสิ่งไหนไม่จำเป็นก็ตัดออกค่ะ เอาของแถมมาลองขอเป็นส่วนลดดู เพราะมันเกินความจำเป็นกับที่เราต้องการ ถูกต้องไหมคะ

ช่างภาพในงานแต่ง

4. ถ่ายภาพเพียงอย่างเดียว

ช่างภาพบางคนจะปริ้นต์ภาพถ่ายทั้งหมดให้เราด้วย บวกกับการใส่กรอบภาพใหญ่ซึ่งราคาก็จะสูงขึ้นตาม ถ้าไม่ได้อยากได้ หรือคิดว่าเราไปทำเองก็ได้ ก็บอกไปเลยนะจ๊ะว่า ไม่เอาค่ะ ไม่ต้องเขินเนอะ เพราะเรากำลังประหยับงบ

ช่างภาพในงานแต่ง

5. ใช้ช่างภาพคนเดียว

คนเดียวที่ว่านี้ ไม่ใช่ทั้งงานถ่ายคนเดียวนะจ๊ะ แต่เรากำลังหมายถึง ถ้าบ่าวสาวต้องการใช้บริการถ่ายภาพพรีเวดดิ้ง และถ่ายภาพในงานแต่งก็ลองหาช่างภาพที่จะถ่ายให้เราไปเลยในเจ้าเดียวทั้งสองงาน โดยไม่ต้องเปลี่ยนช่างภาพ เพราะเขาอาจจะมีส่วนลดพิเศษให้เราได้ แถมบ่าวสาวยังจะได้ทำความรู้จักกับช่างภาพก่อนวันถ่ายงานแต่งงานจริงอีกด้วย

ช่างภาพในงานแต่ง

ถ้าคู่ของคุณกำลังอยากจะประหยัดงบก็ลองทำตามที่เราแนะนำไปนะจ๊ะ จะได้นำเงินไปจ่ายค่าใช้จ่ายอื่นๆ ได้อย่างสบายใจ

นอกจากนี้ลองมาอ่านวิธีการเลือกช่างภาพในงานแต่งงานกันดีกว่ากับ 3 ข้อแนะนำ จาก 3 ช่างภาพเวดดิ้งมือโปร รวมสิ่งที่ควรรู้ก่อนจ้างช่างภาพงานแต่ง

ภาพจาก : Pinterest.com

“ถ้าคิดจะทำต้องร้อยเปอร์เซ็นต์” เปิดชีวิตการทำงานของ “ท่านผู้หญิงสิริกิติยา”

นับเป็นโอกาสพิเศษที่ ท่านผู้หญิงใหม่ – สิริกิติยา เจนเซน ธิดาคนเล็กในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ให้ทีมงาน แพรว สัมภาษณ์ท่ามกลางบรรยากาศร่มรื่นของวังสระปทุม ถึงหลายเรื่องราวในชีวิต ตั้งแต่ช่วงเวลาที่ท่านผู้หญิงอยู่สหรัฐอเมริกา จนถึงการตัดสินใจกลับเมืองไทย เพื่อรับราชการและทำงานด้านประวัติศาสตร์

ท่านผู้หญิงสนใจประวัติศาสตร์มาตั้งแต่เมื่อไรครับ

ตั้งแต่เด็กค่ะ (ยิ้ม) จำได้ว่าชอบตั้งคำถามกับผู้ใหญ่ว่าทำไมวัฒนธรรมไทยมีส่วนผสมของหลายชาติ เหตุการณ์ในสมัยโบราณเป็นอย่างไร เราได้รับอิทธิพลจากอะไรบ้าง ทำไมอาคารนี้ถึงหน้าตาแบบนี้ ดูแล้วน่าจะเป็นเด็กที่น่ารำคาญพอสมควร (หัวเราะ)

แต่ถ้าพูดถึงการตัดสินใจรับราชการและทำงานด้านประวัติศาสตร์ เกิดจากความสนใจที่เป็นเรื่องส่วนตัว ความรู้สึกนี้เกิดขึ้นตอนอายุ 30 ปี จู่ๆ ก็ตั้งคำถามกับตัวเองว่าเหมือนมีอะไรขาดหายไป เราไม่ได้เข้าใจเรื่องราวของตัวเอง 100 เปอร์เซ็นต์ อาจเพราะเกิดและโตที่อเมริกา ถึงแม้สมัยเด็กๆ จะมีโอกาสเข้าร่วมงานพระราชพิธีสำคัญบ้าง แต่ก็ไม่ค่อยเข้าใจประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมไทยเท่าไร

ตอนนั้นสังเกตว่าครอบครัวเราสำคัญเหมือนกันนะ คนไทยรู้เรื่องราวในครอบครัวของเรา แต่ทำไมเราไม่รู้เรื่องของตัวเอง ทำไมเข้าวังหลวงแล้วไม่รู้สึกถึงความยิ่งใหญ่ เรามีคำถามเรื่องนี้ในใจ จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ตัดสินใจกลับเมืองไทย เพื่อศึกษาเรื่องราวของตัวเอง ซึ่งพอได้ทำงานด้านนี้ เราคิดว่านี่คือหัวใจสำคัญของการเรียนรู้เรื่องประวัติศาสตร์ เพราะถ้าทำให้คนรู้สึกว่าประวัติศาสตร์เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับทุกคน คนไทยจะสนใจเรื่องนี้มากขึ้น

ท่านผู้หญิงใช้ชีวิตที่อเมริกานาน 30 ปี ถึงวันที่ต้องกลับมาอยู่เมืองไทย ตัดสินใจยากไหมครับ

ไม่ยากนะ เป็นคนที่ตัดสินใจอะไรแล้วจะไม่กลัว ซึ่งความคิดนี้เกิดขึ้นหลังเหตุการณ์สึนามิที่เราเกือบตาย ตอนนั้นรู้เลยว่าชีวิตไม่แน่นอน จริงๆ ก่อนเหตุการณ์นั้นเราฝันอยากเรียนที่มหาวิทยาลัยนิวยอร์กมาตั้งแต่เด็ก แต่ความที่อยู่แคลิฟอร์เนียมา 20 ปี ก็มีความกังวลไปเองว่าจะอยู่นิวยอร์กคนเดียวไม่ได้

แต่หลังจากเหตุการณ์สึนามิ พอกลับไปอเมริกาเราก็สมัครเรียนที่มหาวิทยาลัยนิวยอร์กเลย ไปอยู่คนเดียวโดยที่ไม่รู้จักใครที่นั่น ซึ่งก็มีหลายคนไม่เห็นด้วยว่าจะไปทำไม อยู่ที่เดิมก็สบายอยู่แล้ว คุณใหม่ถูกเลี้ยงโดยมีคนคอยดูแลมาตลอด ไม่มีทางที่จะอยู่รอดได้ด้วยตัวเอง เราจึงอยากพิสูจน์ว่าทำได้ อยากเจอเรื่องยากบ้าง ชีวิตจะได้มีหลายมิติ

ชีวิตที่นิวยอร์กเป็นอย่างไรครับ

ชอบที่สุด (ยิ้มกว้าง) เป็นช่วงเวลาที่ได้เป็นตัวเองเต็มที่ มีความอยากรู้อยากเห็นในสิ่งใหม่ๆ ซึ่งเป็นลักษณะของคนที่นั่น ไม่ค่อยมีใครสนใจว่าคุณเป็นใคร มาจากไหน ทุกอย่างอยู่ที่ตัวเราเองว่าเป็นใครและทำอะไร ถ้าพยายามแล้วไม่สำเร็จ อย่างน้อยก็ได้ลองแล้ว นี่คือความคิดของคนที่นั่น

นิวยอร์กทำให้เราโตเป็นผู้ใหญ่ กล้าขึ้น และยังได้เจอเพื่อนสนิทคนหนึ่งที่นิสัยคล้ายกัน เธอสนใจศิลปะ ประวัติศาสตร์ และการเดินทาง เราได้เดินทางท่องเที่ยวประเทศต่างๆ ด้วยกันบ่อยมากทำไมเลือกเรียนด้านการศึกษาภูมิภาคเอเชียตะวันออกที่มหาวิทยาลัยนิวยอร์กครับ

ตอนนั้นอยากเป็นนักธุรกิจและทำงานในทวีปเอเชีย เราเรียนเพื่อให้เข้าใจวัฒนธรรมของคนในภูมิภาคนี้ เพื่อที่ต่อไปจะได้ทำงานร่วมกันอย่างเข้าใจ เพียงแต่ตอนนั้นไม่ได้เรียนประวัติศาสตร์แบบเฉพาะเจาะจง แต่เรียนครอบคลุมทั้งวรรณกรรมและหนังที่เกี่ยวกับประวัติศาสตร์

แล้วทำไมตอนเรียนจบจึงไปเริ่มงานในวงการแฟชั่นล่ะครับ

ตอนนั้นเพิ่งอายุแค่ 20 ต้นๆ ยังไม่อยากทำงานด้านวิชาการ กลัวว่าถ้าเริ่มทำแล้วจะต้องอยู่แบบนั้นไปตลอด อยากหาประสบการณ์จากงานอื่นๆ ก่อน

อีกเรื่องหนึ่งคือ เราชอบศิลปะและครีเอทีฟ อยากหางานที่อยู่กึ่งกลางระหว่างสองเรื่องนั้น พอดีมีเพื่อนหลายคนทำงานแฟชั่น ซึ่งดูสนุกสนานและมีชีวิตชีวา เราจึงเปิดหนังสือพิมพ์หน้าสมัครงานเหมือนเด็กจบใหม่ทั่วไป ก่อนจะได้ฝึกงานพีอาร์กับแบรนด์ Yohji Yamamoto

ตอนนั้นหัวหน้าเราเป็นลูกครึ่งไทยด้วย จำได้ว่าเวลาโกรธเขาจะบ่นเป็นภาษาไทย (หัวเราะ) เราได้ประสบการณ์จากที่นั่นเยอะมาก บริษัทญี่ปุ่นทำงานละเอียด อย่างเรื่องของการแพ็คของที่บางคนอาจคิดว่าเป็นงานเล็กๆ ที่ไม่โก้ แต่เขาเน้นมาก เราได้เรียนรู้ว่า You need to start from basic. ถ้าทำเรื่องพื้นฐานไม่เป็น ไม่ให้ความสำคัญกับเรื่องเล็กๆ จะทำเรื่องยากๆ ไม่ได้ และทำให้ภาพรวมของงานไม่สมบูรณ์ หลังจากฝึกงานที่นั่นเสร็จก็ไปทำต่อที่แบรนด์ Hermes

ทำหน้าที่อะไรครับ

เป็นพีอาร์เหมือนเดิม แต่พอทำไปเรื่อยๆ ก็รู้ตัวว่าไม่ชอบด้านนี้เท่าไร วันหนึ่งหัวหน้าคงเห็นว่าเราไม่ค่อยสบายใจ จึงแนะนำว่าคุณใหม่น่าจะชอบงานเกี่ยวกับวิชาการมากกว่า จากนั้นเขาเล่าให้ฟังว่าเคยเป็นพีอาร์ที่ THE MET Costume Institute ทำงานค้นคว้าเจาะลึกเกี่ยวกับเครื่องแต่งกายของคนในสมัยก่อน เพื่อมาเล่าให้คนยุคปัจจุบันเข้าใจว่าทำไมในอดีตคนถึงแต่งตัวกันแบบนั้น เป็นงานที่อยู่กึ่งกลางระหว่างวิชาการกับศิลปะ เราฟังด้วยความสนใจมาก เป็นครั้งแรกที่ทำให้คิดว่าฉันอยากทำงานนี้

เพราะฉะนั้นถ้าเรื่องนี้จะบอกคนรุ่นใหม่ได้ เราก็อยากบอกว่าไม่ต้องรีบตัดสินใจอนาคตในวันที่ตัวเองอายุเพิ่ง 20 ก็ได้ ถ้าคุณเพิ่งเรียนจบ ยังมีเวลาทดลองและเรียนรู้อีกเยอะ อย่าจำกัดเส้นทางตัวเองเร็วเกินไปนัก เราก็เพิ่งมารู้จักตัวเองตอนอายุ 30 ปี วันนั้นเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เราอยากทำงานด้านนี้ แต่อีกใจก็คิดว่าเป็นไปได้ยาก เพราะตำแหน่ง Costume Institute มีอยู่ไม่กี่แห่ง และส่วนใหญ่จะทำงานกันนาน 10-20 ปี ไม่ค่อยมีใครลาออก ตอนนั้นเราจึงทิ้งความตั้งใจนี้ไป

พอเริ่มโตขึ้น เราคิดว่าต้องทำอะไรกับชีวิตแล้ว ตอนนั้นได้เข้าเฝ้าฯสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เรากราบบังคมทูลว่าสนใจทำงานด้านอนุรักษ์ พระองค์ท่านมีรับสั่งแนะนำให้ลองกลับมาฝึกงานที่กรมศิลปากรดูก่อน เราจึงเข้ามาทดลองงานในกลุ่มวิชาการอนุรักษ์ สำนักสถาปัตยกรรม กรมศิลปากร เมื่อเดือนกันยายน 2559 ก่อนจะบรรจุเป็นข้าราชการในเดือนพฤษภาคม 2560 ในตำแหน่งนักอักษรศาสตร์ ปฏิบัติการ กลุ่มประวัติศาสตร์ สำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์ ช่วยราชการที่สำนักสถาปัตยกรรม กรมศิลปากร

ผู้หญิงที่เติบโตในอเมริกา 30 ปี จู่ๆ มาสมัครเป็นข้าราชการไทย เหมือนโลกคนละใบไหมครับ

มีคนถามว่า It’s a big culture shock ไหม…เราคิดว่าไม่ขนาดนั้น (ยิ้ม) เพราะเข้าใจ และคิดว่าในเมื่อเรากลับมาอยู่ในเมืองไทยก็ควรปรับที่ตัวเอง ไม่ควรเปลี่ยนคนที่นี่ให้เข้ากับเรา และส่วนหนึ่งอาจเพราะเรามีพี่เลี้ยงเป็นคนไทยด้วย จึงไม่ถึงขนาดต้องปรับตัวแบบ 100 เปอร์เซ็นต์

เรื่องที่ลำบากจริงๆ น่าจะเป็นความซับซ้อนของวัฒนธรรม เช่น วันหนึ่งมีคนบอกให้เราขึ้นเวทีไปทำเรื่องหนึ่ง เราก็โอเค เตรียมตัวจะทำให้ แต่สักพักเขาบอกว่า คุณใหม่ไม่ต้องแล้วนะ ไม่เป็นไรแล้ว คือเขาอาจจะเกรงใจ แต่เราก็งงว่าตกลงต้องทำตัวอย่างไร หรือความที่เราเป็นคนพูดตรง บางทีก็งงว่าทำไมโดนโกรธ ทุกวันนี้เวลาเจอเรื่องแบบนี้ก็ยังเครียดอยู่บ้าง แต่เข้าใจมากขึ้น

ชีวิตข้าราชการเป็นอย่างไรบ้างครับ

สนุกนะ ช่วงปีแรกเป็นเหมือนช่วงเวลาของการศึกษาค้นคว้า มีงานสัมมนาหรือดูโบราณสถานที่ไหน เราก็ขอไปด้วย เพื่อไปฟังว่าเขาทำงานกันอย่างไร แล้วจดเก็บเป็นข้อมูล

ทุกครั้งที่มีบรรยาย เราแทบไม่เคยขาดเลย เราเรียนประวัติศาสตร์ไทยจากการนั่งฟัง ช่วงแรกๆ ไม่ค่อยพูด จำได้ว่าในการประชุมใหญ่ครั้งหนึ่งมีเจ้าหน้าที่ถามว่า ทำไมคุณใหม่ไม่มีความคิดเห็นอะไรเลย ไม่สนใจเรื่องนี้หรือ เราก็ตอบว่า ถ้ามัวแต่พูดแล้วจะเรียนรู้ได้อย่างไร เราไม่ชอบพูดเรื่องอะไรที่เราไม่รู้จริงหรือไม่มีเหตุผล เพราะฉะนั้นต้องฟังก่อน ถ้ารู้เรื่องแล้วจึงแลกเปลี่ยน

นอกจากนี้เราใช้วิธีคุยกับคนเยอะๆ อย่างถ้าอยากรู้เรื่องราวของวัดไหน ก็เข้าไปคุยกับพระหรือคนที่ทำงานในนั้น เราชอบออกไปหาข้อมูลด้วยตัวเอง มีครั้งหนึ่งเพื่อนที่กรมศิลปากรให้ดูหนังสือเกี่ยวกับสถาปัตยกรรมที่ได้รางวัล เราอ่านเจอเรื่องหอไตร วัดระฆังโฆสิตาราม พออ่านจบก็ตัดสินใจไปดูของจริง ซึ่งสวยมากๆ เขาทำภูมิทัศน์เป็นสวนที่น่านั่ง

ข้างในหอไตรมีจิตรกรรมเก่าแก่ ได้เจอคุณป้าที่ดูแลหอไตรมา 30 ปี ก็นั่งคุยกันอยู่เป็นชั่วโมง คุณป้าเล่าให้ฟังถึงความหมายของจิตรกรรมฝาผนัง ประวัติของสถานที่ว่าหอไตรย้ายมาตรงนี้ตั้งแต่เมื่อไร สำหรับเรา ความรู้จากประสบการณ์ของคนที่ทำงานตรงนั้นมา 30 ปีสำคัญมาก บางทีการอ่านหนังสือจะได้แค่ข้อมูลเบื้องต้น ข้อมูลที่น่าสนใจคือประสบการณ์ของคนที่ทำงานอยู่ในพื้นที่ ซึ่งถ้าหายไปก็น่าเสียดาย

เวลาออกไปหาข้อมูลแบบนี้ ไปคนเดียวหรือมีผู้ติดตามด้วยครับ

มีทั้งสองแบบ บางทีก็ขอไปคนเดียว เพราะเวลาคนเห็นตำรวจเยอะจะกลัว หลายครั้งที่เข้าไปคุย เขาก็ไม่รู้ว่าเราเป็นใคร เราเองก็ไม่ค่อยคุ้นกับการที่คนเรียกว่าท่านผู้หญิง เพราะไม่เคยคิดว่าตัวเองพิเศษ ตอนนี้ก็ยังรู้สึกแบบนั้น อาจเป็นเพราะเราโตมาแบบธรรมดาที่เมืองนอก

บางทีคนที่ทำงานด้วยก็ทำตัวไม่ถูก พอจะมานั่งใกล้ๆ ก็ไม่รู้จะวางตัวอย่างไร เราก็บอกว่านั่งด้วยกันบนเก้าอี้นี่ละ คุยกันปกติ ไม่ต้องกลัว แต่บางครั้งที่อยากไปไหนคนเดียวจริงๆ ก็เคยแอบหนีไปบ้างนะ ไม่อยากให้มีคนติดตามเยอะ แต่ตอนนี้หนีไม่ค่อยเก่งแล้ว (หัวเราะ)

ปรับตัวกับชีวิตที่เมืองไทยได้แล้วใช่ไหมครับ

ได้แล้ว (ยิ้ม ) ตอนกลับมามืองไทยใหม่ๆ เราพยายามมีเพื่อนคนไทยเยอะๆ จะได้คุยภาษาไทยมากขึ้น จริงๆ เป็นคนขี้อาย แต่บังคับตัวเองให้พูดเยอะ เรื่องงานก็สนุก อาจเพราะลักษณะงานของเราเป็นสิ่งที่ไม่ค่อยมีคนทำ กรมศิลปากรจึงให้ความยืดหยุ่นและอิสระในการทำงาน เราสามารถเสนอโครงการที่สนใจได้

อย่างประเด็นหนึ่งที่เราพบจากการไปสัมมนาและคุยกับคนที่ทำงานด้านนี้เยอะๆ คือ บางทีเราให้ความสำคัญแค่การอนุรักษ์สิ่งก่อสร้าง แต่เราดูแลตึกอย่างเดียวไม่ได้ ต้องให้ความสำคัญเรื่องความเข้าใจของคนด้วยว่าสมัยก่อนสร้างตึกนี้ขึ้นมาทำไม รู้ไหมว่าอาคารนี้มีส่วนผสมของอยุธยากับสุโขทัย ความเชื่อของคนในสมัยนั้นเป็นอย่างไร เราคิดว่าแม้จะรักษาตึกให้คงอยู่ได้ แต่คนไม่สนใจเรื่องเหล่านี้ แล้วคนรุ่นหลังจะอนุรักษ์ถูกต้องได้อย่างไร วัฒนธรรมและประวัติศาสตร์จะไปต่อไม่ได้ นี่เป็นประเด็นที่เราให้ความสำคัญโดยการทำโครงการ เพื่อนำเสนอข้อมูลทางประวัติศาสตร์ให้คนเข้าถึงได้ง่าย

จึงเป็นที่มาของการทำโครงการแรกที่ “วังหน้า” ใช่ไหมครับ

ใช่ค่ะ เราไม่ชอบทำอะไรที่ทุกคนศึกษากันหมดแล้ว ประเทศไทยยังมีวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์อีกหลายเรื่องที่คนมองข้าม สาเหตุที่เลือกวังหน้า หรือกรมพระราชวังบวรสถานมงคล เพราะตอนเข้าไปพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร เจ้าหน้าที่บอกว่าที่นี่เคยเป็นวังใหญ่ในอดีต เราก็ถามว่าจริงหรือ มาตั้งหลายครั้งไม่เคยรู้เลย เนื่องจากฟังก์ชันการใช้งานและประโยชน์ใช้สอย คือเป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร และมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ความตั้งใจของเราคือ การนำเสนอว่าตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ประวัติศาสตร์มีการเปลี่ยนแปลงและขับเคลื่อนไปข้างหน้า แม้ ‘วังหน้า’ ในวันนี้แตกต่างจากในอดีตมาก แต่ไม่ได้หมายความว่าสถานที่ตรงนั้นในอดีตไม่เคยเป็นที่ประทับของกรมพระราชวังบวรสถานมงคล คือเราอยากทำให้คนรู้ว่าสถานที่นี้มีความสำคัญ

วิธีการทำงานเป็นอย่างไรครับ

เจ้าหน้าที่กรมศิลปากรทำข้อมูลเรื่องวังหน้าไว้อยู่แล้ว แต่เป็นการค้นคว้าเชิงวิชาการ สุดท้ายก็ยกเลิกโครงการนี้ไป เราจึงขอรื้อฟื้นโดยนำข้อมูลไปทำอย่างอื่น จริงๆ วังหน้าเป็นสถานที่ที่มีข้อมูลน้อย โบราณวัตถุก็เหลืออยู่ไม่มาก เราจึงต้องหาวิธีนำเสนอใหม่ๆ เพื่อให้คนรู้ว่าสถานที่นี้สำคัญ จึงเป็นที่มาของงานนิทรรศการ ‘วังน่านิมิต’ (จัดที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร เมื่อเดือนมิถุนายน 2561) โดยใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น Interactive Map ภาพยนตร์สั้น และโมเดล มาอธิบายสถาปัตยกรรมภายในวังหน้า ซึ่งไม่ปรากฏอยู่แล้วในปัจจุบัน เทคโนโลยีเหล่านี้จะช่วยให้ผู้ชมเข้าใจหลักฐานทางประวัติศาสตร์ได้ง่ายขึ้นผ่านภาษาภาพ

พอถึงโครงการ “วังหน้านฤมิต ในมิติแห่งกาลเวลา” ที่จัดขึ้นช่วงต้นปี 2562 ท่านผู้หญิงก็ใช้วิธีเล่าเรื่องอีกแบบ

ใช่ (ยิ้ม) โครงการ ‘วังหน้านฤมิต ในมิติแห่งกาลเวลา’ (จัดที่พระที่นั่ง อิศราวินิจฉัย พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร วันที่ 6 มีนาคม – 28 เมษายน 2562) เราไม่ได้เล่าประวัติของวังหน้า แต่ชวนศิลปินและผู้เชี่ยวชาญหลายสาขา เช่น ช่างเขียนรูป นักพัฒนาแอพพลิเคชั่น นักพฤกษศาสตร์ สถาปนิก เชฟ ฯลฯ เข้ามาสร้างสรรค์ผลงานโดยใช้แรงบันดาลใจจากประวัติศาสตร์ของวังหน้ามาตีความ

ยกตัวอย่าง เชฟตาม-ชุดารี เทพาคำ ที่เล่าเรื่องวังหน้าผ่านอาหารในรูปแบบของ Chef’s Table เชฟตามหาข้อมูลเป็นเดือน ไปดูตำราอาหารสมัยรัชกาลที่ 4 และรัชกาลที่ 5 เพื่อทำอาหารให้เข้ากับแต่ละยุคของวังหน้า เช่น สมัยรัชกาลที่ 4 มีความเป็นตะวันตกเข้ามา วัตถุดิบที่ใช้ก็ต้องเกี่ยวข้องกัน คนที่เข้ามาชมนิทรรศการได้พูดคุยกันในหลายๆ มิติของประวัติศาสตร์ เพราะถ้าคนในยุคปัจจุบันไม่คุยกันถึงเรื่องนี้ วันหนึ่งประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมก็จะตาย

ล่าสุดโครงการวังหน้านฤมิตฯ นำเสนอในรูปแบบดิจิทัลด้วย

เราทำงานกับ Google Arts & Culture ทุกอย่างมาจากประสบการณ์ของตัวเอง เพราะตอนกลับเมืองไทยแล้วเริ่มหาข้อมูลเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ เราไม่รู้จะหาตรงไหน เพราะข้อมูลค่อนข้างกระจัดกระจาย บางทีเป็นข้อมูลทางวิชาการที่เข้าใจยาก หรือหนังสือประวัติศาสตร์ไทยที่เป็นภาษาอังกฤษก็ไม่ค่อยมี ทำให้เราคิดว่าถ้าจะทำเรื่องนี้ก็ต้องใช้วิธีที่ทำให้คนเข้าถึงได้ง่าย และไม่ได้ทำให้คนไทยเท่านั้น ต้องทำเนื้อหาภาษาอังกฤษสำหรับคนต่างชาติด้วย

จริงๆ อยากทำกับกูเกิ้ลตั้งแต่ตอนทำโครงการวังน่านิมิตแล้ว แต่มาลงตัวที่วังหน้านฤมิตฯ เราคิดว่า Google Arts & Culture เป็นแพลตฟอร์มที่จะช่วยแบ่งปัน อนุรักษ์ และเผยแพร่มรดกทางศิลปะและวัฒนธรรมไทยไปสู่สายตาชาวโลก (ชมได้ในเว็บไซต์ Google Arts & Culture หรือแอพพลิเคชั่น Google Arts & Culture ทั้งบนระบบ iOS และ Android)

นอกจากนี้ยังเป็นการบันทึกประวัติศาสตร์ให้คงอยู่ตลอดไป โดยเฉพาะบนแพลตฟอร์มออนไลน์ที่ไม่ว่าเป็นคนประเทศอะไรหรืออยู่ที่ไหนในโลกก็เข้าไปศึกษาได้ ทำให้งานของเราสมบูรณ์ขึ้น

ทราบว่าท่านผู้หญิงมักทำงานจนถึงดึกดื่นเป็นประจำ

ใช่ ยิ่งโครงการหลังๆ นี่หนักมาก ไม่ได้ทำคนเดียวนะคะ จริงๆ มีคนเก่งๆ มาช่วยเยอะ แต่ในส่วนของตัวเองก็เต็มที่ เวลาทำงานเราไม่เคยทำอะไรแค่ 50 เปอร์เซ็นต์ ถ้าคิดจะทำต้อง 100 เปอร์เซ็นต์ และถ้าคิดว่าทำได้ไม่ถึงสุดๆ ก็จะไม่ทำตั้งแต่แรก เพราะฉะนั้นจึงมีหลายช่วงที่ทำงานสัปดาห์ละ 7 วัน ไม่ได้หยุดพัก

วันจันทร์ถึงศุกร์จะหมดไปกับการสัมภาษณ์เก็บข้อมูล ประสานงาน หรือบางทีก็ต้องให้สัมภาษณ์เองด้วย เนื่องจากเราเป็นหัวหน้าโครงการ มีทั้งบทบาทของการทำข้อมูลและการประชาสัมพันธ์งานให้คนทั่วไปได้รับรู้ ทำให้บางสัปดาห์แทบไม่ได้อยู่ในห้องทำงานเลย ต้องใช้วันเสาร์-อาทิตย์ในการเคลียร์งานทั้งหมด

ท่านผู้หญิงเคยให้สัมภาษณ์ว่า บางครั้งก็ทำงานจนรู้สึกท้อ

มีบ้าง แต่ไม่เคยท้อถึงขนาดจะเลิกทำนะ มีบางวันที่เจอเรื่องยากๆ หรือเป็นสิ่งใหม่ที่ไม่เคยทำมาก่อน อาจเพราะเราเป็นเพอร์เฟ็กชั่นนิสต์ อยากทำทุกอย่างให้ดี พอบางครั้งงานไม่ได้ออกมาอย่างที่คิดก็จะเครียด ซึ่งเป็นเรื่องที่เราต้องเรียนรู้เหมือนกันว่าจะทำทุกอย่างแบบที่เราต้องการทั้งหมดไม่ได้ เพราะงานจะออกมาจากมุมมองของเราคนเดียว ต้องหัดถอยบ้าง

การทำงานใหญ่ขนาดนี้ก็อาจทำให้มีคนไม่พอใจ และความที่เรามีหน้าที่ดูแลโปรเจ็กต์ เหมือนคนกลางที่ต้องนำความคิดของหลายๆ คนเข้ามาผสมกัน ซึ่งเป็นเรื่องที่เหนื่อย บางครั้งจึงท้อจนร้องไห้ไปหลายรอบ กว่าจะเข้าที่ต้องใช้เวลาพอสมควร แต่พองานสำเร็จก็ภูมิใจนะ เป็น 3 ปีที่ทำงานหนัก พอโครงการเกิดขึ้นก็รู้สึกภูมิใจ ได้เห็นข้อมูลกระจายออกไปในทิศทางที่เข้าถึงคนได้ง่ายเหมือนที่เราตั้งใจ

ทราบว่าท่านผู้หญิงปรึกษางานด้านประวัติศาสตร์กับสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ทรงเป็นนักประวัติศาสตร์และศึกษางานด้านนี้มายาวนาน

เราได้ความรู้จากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เยอะมาก ทั้งแนวพระราชดำริในการทรงงานด้านประวัติศาสตร์ รวมถึงวิธีการนำเสนอให้คนเข้าใจง่าย พระองค์ท่านทรงเคยเล่าว่า ตอนสอนวิชาประวัติศาสตร์จะไม่ทรงใช้แค่เอกสาร เพราะนักเรียนจะไม่รู้สึกว่าเป็นส่วนหนึ่งของเรื่อง พระองค์ท่านใช้ดนตรีและอาหารเป็นสื่อกลางให้นักเรียนเข้าถึงได้ง่าย

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเคยเล่าว่า ตอนเป็นพระอาจารย์ที่โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า มีการทำวิจัยเรื่องนครนายก สมัยสงครามโลก พระองค์ท่านทรงใช้เรื่องขนมโมจิเป็นตัวเล่าถึงประวัติศาสตร์ เนื่องจากจังหวัดนครนายกเคยเป็นฐานทัพของญี่ปุ่นในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 และ คนญี่ปุ่นในสมัยนั้นสอนคนพื้นที่ทำโมจิ ทำให้กลายเป็นขนมขึ้นชื่อในช่วงเวลานั้น

พระองค์ท่านมีรับสั่งให้นักเรียนเข้าไปบันทึกเรื่องราวเหล่านั้น โดยการสัมภาษณ์ชาวบ้านและเรียนรู้การทำขนมโมจิสูตรสงครามโลกครั้งที่ 2 หลังจากนั้นพระองค์ท่านรับสั่งกับเราว่า มีคืนหนึ่งที่ทรงค้างคืนที่โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า เพราะรุ่งขึ้นมีสัมมนาตอนเช้า ปรากฏว่าเด็กผู้ชายในคลาสเข้ามาเรียนในสภาพเลอะผงแป้งทั้งตัว เพราะฝึกทำขนมโมจิทั้งวัน (หัวเราะ)

เราประทับใจวิธีการของพระองค์ท่านมาก เพราะทำให้นักเรียนเข้าใจประวัติศาสตร์จากการเรียนรู้และบันทึกข้อมูลที่อยู่ตรงนั้นด้วยตัวเอง

สำหรับท่านผู้หญิง ประวัติศาสตร์สำคัญต่อปัจจุบันและอนาคต อย่างไรครับ

งานที่เราทำเน้นตอบคำถามข้อนี้เลย เราเชื่อว่าทุกอย่างที่มีอยู่ในปัจจุบัน ล้วนมีเรื่องราวความเป็นมาของตัวเอง อย่างอาหารไทยที่กินกันทุกวันนี้ก็ไม่ใช่ว่าจู่ๆ เกิดขึ้นเอง แต่มีวิวัฒนาการที่ยาวนาน เพราะคนในสมัยโบราณไม่ได้อ่านออกเขียนได้กันหมด เขาจึงบันทึกประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมผ่านงานจิตรกรรมฝาผนัง ดนตรี จนถึงอาหาร แต่ปัญหาใหญ่คือบางคนคิดว่าประวัติศาสตร์เป็นเรื่องที่จบไปแล้ว ไม่ได้เกี่ยวข้องกับปัจจุบัน ถ้าคิดแบบนั้นก็เหมือนขังประวัติศาสตร์ให้อยู่ในห้อง ถ้าเราเลิกคุยกันถึงเรื่องนี้เมื่อไร วัฒนธรรมไทยก็จะค่อยๆ ตายไป เราอยากให้คนเข้าใจว่าจริงๆ แล้วทุกอย่างที่เกิดขึ้นนั้นมีความเชื่อมโยงกัน เราทุกคนล้วนเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ที่มีการเปลี่ยนแปลงมาตลอด นี่เป็นเรื่องสำคัญที่ทุกคนต้องเข้าใจ

 

ติดตามอ่านบทสัมภาษณ์ฉบับเต็มได้ที่ นิตยสารแพรว ฉบับ 952


 

ที่มา : นิตยสารแพรว ฉบับ 952

ความต่างที่ลงตัว การจับมือกันครั้งแรกของ DISAYA x DRY CLEAN ONLY BANGKOK

แบรนด์ DISAYA (ดิษยา) และ DRY CLEAN ONLY BANGKOK (ดราย คลีน โอนลี่ แบงคอก) จับมือกันนำเสนอคอลเล็คชั่นพิเศษ เพื่อเฉลิมฉลองเทศกาลส่งความสุขช่วงปลายปี (festive collection) “ทั้ง DISAYA และ DRY CLEAN ONLY BANGKOK มีจุดร่วมกันคือ ความเทิดทูนงานออกแบบ ประดิดประดอย รายละเอียดการตกแต่งผืนผ้าบนโครงสร้างร่วมสมัย”

คุณออม-ดิษยา สรไกรกิติกูล ครีเอทีฟไดเร็คเตอร์แห่งแบรนด์ DISAYA กล่าวถึงไอเดียแรกของการคอลลาบอเรชั่นโปรเจ็กต์ครั้งสำคัญนี้ของทั้งสองแบรนด์ว่า

“ทั้งออม และเบสท์ (ปฏิพัทธ์ ชัยภักดี) ต่างก็เชื่อในไอเดียการมีอยู่ของเพื่อนในจินตนาการ (imaginary friends) ตั้งแต่เด็ก ที่เป็นทั้ง buddies เป็นทั้ง muses เป็นทั้งความฝันที่ผลักดันให้เกิดผลงานทั้งในอดีต ปัจจุบัน ไปจนถึงอนาคต จึงเป็นจุดเริ่มต้นของคอลเล็คชั่นนี้” DRY CLEAN ONLY BANGKOK แบรนด์ที่มีซิกเนเจอร์ดีเอ็นเอคือ ความ one-of-a-kind ไม่เหมือนใคร และความไม่เพอร์เฟ็กต์ ล้อเลียน เสียดสีความหรูหรา เมื่อมาเจอกับ DISAYA ที่หยิบยกเอาความหรูหรามาเป็นตัวชูโรง จึงเป็นผลลัพธ์ที่ตื่นเต้นแปลกตา”

ด้านคุณเบสท์ – ปฏิพัทธ์ ชัยภักดี ครีเอทีฟไดเร็คเตอร์แบรนด์ DRY CLEAN ONLY BANGKOK กล่าวถึงดิษยาว่า

“คนทั่วไปอาจจะมองว่า DISAYA เป็นแบรนด์สาวหวาน แต่สำหรับเบสท์ เรามองเห็นความกบฏในตัวของพี่ออม ตั้งแต่สมัยที่เขาใช้ชีวิต และเปิดตัวคอลเล็คชั่นของ DISAYA ให้เป็นที่รู้จักในลอนดอน จนถึงกรุงเทพฯ และปกติแล้ว DRY CLEAN ONLY BANGKOK จะผสมความหรูหราของเทคนิคงานทำมือเข้ากับชิ้นเสื้อผ้ามือสอง แต่ครั้งนี้พอมาเจอความหรูหราบนเสื้อของ DISAYA แล้ว เราจึงใส่ความกบฏเข้าไปได้อย่างเต็มที่เพื่อให้ดีไซน์มันบาลานซ์ และออกมาเป็นผลงานที่เราหวนคิดถึง DISAYA ในภาพจำของเรา”

คอลเล็คชั่นหลักของ DISAYA x DRY CLEAN ONLY BANGKOK ประกอบด้วยชิ้นงาน hybrid one-of-a-kind ที่ผลิตขึ้นจาก archive ในอดีตของ DISAYA โดยผ่านการเลือกสรรของผู้ก่อตั้งแบรนด์ทั้งสองท่าน มาตัดเย็บรวมร่างกับชิ้นวินเทจจากตลาดเก่า เช่น เสื้อยืด JG Sporstline Inc. จากปี 2002 หรือ เสื้อเชิ้ตผ้าผ้าอ๊อกซ์ฟอร์ดของ Polo Ralph Lauren เป็นต้น

ผลที่ได้ คือ เดรสเลื่อมที่เราเคยคุ้นตาจากคอลเล็คชั่นไล่เรียงตั้งแต่ Spring/Summer 2014, Spring/Summer 2015 ไปจนถึง Fall/Winter 2017 ผสมผสานกับชิ้นวินเทจจากตลาดเก่า ปักทับด้วยเลื่อมในลวดลายต่างๆ แบบ 3 มิติ กลายมาเป็นคีย์พีซชิ้นเด่นประจำฤดูกาลเฉลิมฉลองที่โดดเด่นเกินใครในปาร์ตี้

นอกจากนี้เพื่อตอกย้ำไอเดีย festive collection ช่วงสิ้นปี DISAYA x DRY CLEAN ONLY BANGKOK จึงนำเสนอคอลเล็คชั่นของขวัญที่ร่างขึ้นมาจากสินค้าของที่ระลึก และนำมาบิดแกนความคลาสสิกและความกบฏเข้าด้วยกัน จนเป็นผลลัพธ์ที่ทันสมัย ถูกใจผู้ให้ ตรงใจผู้รับ ตั้งแต่สินค้า ready-to-wear ไปจนถึง non-apparel ต่างๆ

DISAYA x DRY CLEAN ONLY BANGKOK Toile de Jouy (ตวน เดอ ชูย) ลายพิมพ์หลักของคอลเล็คชั่นนี้ เป็นการนำลาย Toile de Jouy ที่ปรากฏในคอลเล็คชั่น Fall/Winter 2015 ครบรอบ 10 ปี ของ DISAYA มาดัดแปลงใหม่ ใส่ความสนุก และกบฏในแบบ DRY CLEAN ONLY BANGKOK เข้าไป ลวดลายคลาสสิกที่บอกเล่าเรื่องราวชนบทฝรั่งเศสจึงกลายเป็นจุดนัดพบของทั้ง  2 แบรนด์ที่มาเจอกันผ่านสัญลักษณ์หมี และนกอินทรี บนฉากหลังในป่าใหญ่แบบอเมริกันน่าและเฉดสีสเปคตรัมบนพื้นขาวโทนลินิน

โดยลวดลายจะไปปรากฏบนสินค้าหลากหลาย เช่น เซ็ตเสื้อทรงพาจามัส เสื้อคลุมนอน สเวตเชิ้ต เสื้อยืด เสื้อครอปเชิ้ต เสื้อเชิ้ตฮาวาย แรปเดรส กระโปรง ไปจนถึงสินค้าของที่ระลึก เช่น กระเป๋าผ้า ถุงผ้า กระติกน้ำ รองเท้าผ้าใบ หมวกหลากทรง และ Grip Tok สำหรับสมาร์ทโฟน เป็นต้น

พบกับคอลเล็คชั่น DISAYA x DRY CLEAN ONLY BANGKOK ได้ที่ร้าน DISAYA x DRY CLEAN ONLY BANGKOK pop-up store เลเวล 2 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอมบาสซี (หน้าทางเชื่อมไปเซ็นทรัล ชิดลม) ได้ตั้งแต่วันนี้ ถึง 31 มกราคม 2563 ติดตามข่าวสารและรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่ Instagram @DISAYAofficial Facebook : https://www.facebook.com/disayaofficial / Website : www.DISAYA.com