หุ่นเป๊ะทุกเอเคอร์ “ตั๊ก บงกช” เผยวิธี ไดเอท ไม่ต้องอดก็ลดได้มากถึง 31 กก.

ตั๊ก – บงกช เบญจรงคกุล “เธอ” กลายเป็นแรงบันดาลใจที่ทรงพลังสำหรับผู้หญิงหลายคนที่อยากมีหุ่นฟิตแอนด์เฟิร์ม สวย ดูดี มีออร่า จากคุณแม่ลูกหนึ่งที่มีน้ำหนักตัว 87 กิโลกรัม ตั๊กทุ่มเทกับการ ไดเอท อย่างจริงจังจนประสบความสำเร็จอย่างสวยงาม น้ำหนักลดลงมาเหลือ 56 กิโลกรัมในระยะเวลาสองปี ซึ่งผลลัพธ์แบบนี้มีไว้สำหรับคนที่ใจสู้เท่านั้น “มีแต่คนแปลกใจว่าตั๊กทำอย่างไรน้ำหนักถึงลดลงได้ขนาดนี้” ตั๊ก-บงกช เปรยก่อนจะเริ่มบทสนทนาจริงจัง

“เคยมีคนเห็นตั๊กนั่งกินข้าวกับครอบครัวที่ร้านอาหาร เขาคงไม่แน่ใจว่าใช่เราหรือเปล่า เถียงกันเองว่าใช่หรือไม่ใช่ จนเขาตัดสินใจถาม พี่ใช่ตั๊ก-บงกช หรือเปล่าคะ พอตั๊กตอบว่าใช่ค่ะ เขาก็ถามว่า ทำไมพี่ผอมอย่างนี้ล่ะคะ (หัวเราะ) บางคนก็ถามว่าทำไมผอมเร็วขนาดนี้ ซึ่งไม่ใช่ว่าตั๊กผอมเร็ว แต่อาจเพราะตั๊กมีช่วงที่เก็บตัว ไม่ได้ออกไปไหน พอมาเห็นอีกทีทุกคนก็เลยงงว่าน้ำหนักลงได้อย่างไร”

ถ้าอย่างนั้นอะไรเป็นจุดเริ่มต้นให้ตั๊กลุกขึ้นมาเปลี่ยนชีวิตตัวเองคะ

“แม่คือแรงกระตุ้นของตั๊กค่ะ หลังจากท่านเสีย มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์เยอะ เพราะภาพที่ตั๊กนั่งตัวอ้วนมากอยู่ในงานศพ ซึ่งที่ผ่านมามีคนพูดเรื่องความอ้วนของตั๊กมาระยะหนึ่งแล้ว แต่ตั๊กไม่ได้สนใจ และสามี(บุญชัย เบญจรงคกุล) ก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรกับหุ่นตั๊ก เพราะเขารู้ว่าตั๊กเครียดเรื่องการรักษาแม่ พยายามสู้ให้แม่กลับมาเหมือนเดิม ทำให้ตั๊กกินเยอะแล้วอ้วน ที่จริงตั๊กคิดเรื่องลดน้ำหนักมาตลอด ยังจำคำพูดสุดท้ายของแม่ก่อนป่วยได้ ‘เมื่อไหร่จะลดน้ำหนัก’ เพราะแม่พูดมาตลอดว่าตั๊กคลอดลูกแล้ว น้องข้าวหอมสองขวบแล้ว หย่านมแล้วด้วย ต้องลดน้ำหนักได้แล้ว ถ้าอายุมากกว่านี้จะลดยากนะ แม่ตั๊กเสียเซลฟ์ทุกครั้งที่มีคนพูดว่าลูกสาวอ้วน มักกลับมาบ่นให้ฟังว่า ‘ไปงานแต่งงานมา คนทักกันใหญ่เลยว่าเดี๋ยวนี้ตั๊กอ้วนมาก น้ำหนักตัวเยอะ ไม่สวยเลย’ ซึ่งเมื่อก่อนมีแต่คนพูดว่าลูกสาวสวย หุ่นดี เป็นธรรมดาที่คนเป็นแม่อยากให้ลูกดูดี จึงเหมือนแม่ได้รับแรงกดดันไปด้วย

“หลังจากที่แม่เสีย ตั๊กมาคิดทบทวนเองทีหลังว่าแม่คงมองการณ์ไกลมากกว่าคำว่าลดน้ำหนัก เพราะต่อไปลูกตั๊กต้องโตขึ้นเรื่อยๆ จึงอยากให้ตั๊กมีสุขภาพแข็งแรง อยู่กับลูกนานๆ และเราเองมีสามีแล้ว ถ้าเราดูดี ทุกอย่างก็คงดี”

เรียกว่าคุณแม่มีส่วนอย่างมากกับการผลักดันให้เกิดความเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ใช่ไหม

“ใช่ค่ะ ถ้าอธิบายง่ายๆ คือทุกๆ คนก็คงรักแม่เหมือนกัน สำหรับตั๊ก… ตั๊กรักท่านเท่ากับสิ่งที่ตั๊กเปลี่ยนแปลงตัวเองใหม่ เปลี่ยนชีวิตใหม่ เปลี่ยนทุกอย่าง ซึ่งยากนะ แต่ตั๊กทำได้ เพราะตั๊กรักแม่มาก ไม่อยากให้ท่านเป็นห่วง ซึ่งตอนนี้คงไม่ต้องห่วงอีก เพราะตั๊กมีลูกและครอบครัวแล้ว อยากให้แม่แฮ็ปปี้กับชีวิตวันหน้าของตั๊กมากกว่า และนี่คือสิ่งที่ตั๊กทำเพื่อแม่”

เล่าถึงวันแรกที่คิดเปลี่ยนแปลงตัวเองให้ฟังหน่อยสิคะว่าเป็นอย่างไรบ้าง

“เริ่มต้นจากเดือนพฤษภาคมปี 2560 หลังจากแม่เสียหนึ่งเดือน ตั๊กบอกสามีในวันที่นั่งกินอาหารเย็นด้วยกันว่าอยากลดน้ำหนักจังเลย ไม่อยากมีรูปร่างแบบนี้แล้ว อยากผอม แต่ไม่รู้จะทำให้ถูกต้องได้อย่างไร เพราะเคยอดอาหารแป๊บเดียวก็กลับมาใหม่ สามีฟังแล้วถามว่ามีอะไรหรือเปล่า ตั๊กจึงบอกเขาว่าถ้าตั๊กอ้วนต่อไป กลัวเป็นเบาหวาน และไม่อยากไปโรงเรียนลูกในสภาพนี้ เพราะสามีเองเคยพูดกับตั๊กว่าเขาพยายามทำให้ตัวเองดูดี เพราะไม่อยากให้เพื่อนลูกมีคำถามว่าทำไมพ่อกับแม่อายุไม่เท่ากัน ทำไมพ่อดูอายุมากกว่าแม่

“คุณบุญชัยจึงเล่าให้ฟังว่าเขามีเพื่อนทำอาหารให้นางงามจักรวาลที่อิตาลีกินตามกรุ๊ปเลือด ซึ่งตั๊กต้องส่งเลือดไปตรวจและเข้าโปรแกรมที่คลินิกประเทศออสเตรีย โดยเพื่อนคุณบุญชัยช่วยติดต่อประสานงานให้ ก่อนส่งเลือดตั๊กไปตรวจ คุณบุญชัยถามเรื่อยๆ ว่าแน่นะ เอาจริงนะ ไหวนะ โอเคนะ ตั๊กก็บอกว่าแน่ เพราะการที่เราจะจ้างเชฟมาทำอาหารให้ ส่งเลือดไปตรวจ ให้เขาทำการประเมิน
มีค่าใช้จ่ายสูง ตั๊กมารู้ทีหลังว่าที่เมืองไทยก็มีการตรวจแบบนี้ แต่เผอิญว่าตอนนั้นเรารู้เรื่องนี้จากเพื่อนคุณบุญชัย บวกกับตั๊กไม่อยากให้สามีรู้สึกว่าตั๊กทำเล่นๆ กับชีวิต จึงตั้งใจเดินหน้าอย่างมุ่งมั่น”

โปรแกรมที่ต้องทำมีอะไรบ้างคะ

“หลังจากเขาส่งผลเลือดมาให้พบว่าตั๊กแพ้ยีสต์ที่หมักในแป้งขนมปังทุกชนิด ชีส นม เนย ฯลฯ ซึ่งการที่เราแพ้อาหารบางอย่างไม่ได้แปลว่าเราป่วย แต่เป็นเพราะเรากินไปแล้วร่างกายเผาผลาญช้า ไม่มีประโยชน์นอกจากความอร่อย แถมยังทำลายระบบในร่างกายด้วย

“ส่วนโปรแกรมที่ต้องทำคือ ต้องปรับปรุงเรื่องการกินอาหาร เพราะการเผาผลาญของเราต่ำมาก ตั๊กอายุ 30 ปี แต่ระบบเผาผลาญเกือบเท่าคนอายุ 40 ปี เกิดจากอาหารที่กิน ซึ่งมีผลต่อระบบการเผาผลาญของเรา

“สองวันแรกให้ดีท็อกซ์ลำไส้ด้วยการกินผักใบเขียวมื้อละ 5 กรัม วันละ 3 มื้อ แทนอาหารทุกอย่าง กินกับน้ำสลัดอิตาเลียนผสมน้ำมันมะกอก มีลิสต์รายชื่อผักให้ด้วยว่ากินอะไรได้บ้าง เพื่อให้ถูกกับกรุ๊ปเลือด ซึ่งแค่ดูก็อยากจะอาเจียนเพราะมีแต่ผัก สู้ไม่กินดีกว่าไหม แต่ในเมื่อเสียเงินเจาะเลือดไปแล้ว ต้องเข้าโปรแกรมแล้ว ตั๊กก็ต้องนั่งกินผักไป เป็นการหักดิบมากๆ

“วันที่สามเริ่มกินปลาและไก่ได้ โดยมีเงื่อนไขว่าถ้าวันนั้นเริ่มต้นกินสัตว์น้ำแล้ว เราต้องกินสัตว์น้ำทั้ง 3 มื้อ ห้ามสลับ ทุกอย่างที่กินต้องชั่งน้ำหนักว่ากินได้มื้อละกี่กรัม โดยต้องปรุงด้วยการอบ นึ่ง ต้มเท่านั้น แค่รู้ว่ากินอะไรได้ อะไรไม่ได้ก็งงแล้ว เราไม่สามารถทำอาหารกินเองได้ เพราะละเอียดอ่อนเกินไป ต้องหาเชฟมาทำ ก็เลยขอให้เพื่อนคุณบุญชัยซึ่งเปิดร้านอาหารอิตาเลียนและทำอาหารกินตามกรุ๊ปเลือดอยู่แล้วช่วยทำอาหารส่งให้ เดือนแรกตั๊กไม่แตกเลยนะ น้ำหนักลดไป 6 กิโลเป๊ะตามที่เขาตั้งไว้ แต่ไม่ได้เห็นการเปลี่ยนแปลงปุ๊บปั๊บฉับพลันนะคะ เพราะน้ำหนักเดิม 87 กิโล เหลือ 81 กิโล สำหรับผู้หญิงก็ยังถือว่าเยอะอยู่ดี”

ถือว่าใจแข็งมากเลยนะคะ

“ปกติตื่นเช้ามาตั๊กชอบกินขนมปังกับกาแฟเย็น ซึ่งผิดมหันต์ เพราะมันจะจับตัวกันเป็นก้อนในร่างกายเรา ขนมหวานก็เป็นสิ่งที่ตั๊กชอบมาก ซึ่งเดือนแรกเขาระบุมาละเอียดเลยว่าถ้าไปยุ่งกับอาหารที่ไม่ได้อยู่ในโปรแกรม คุณต้องตั้งสติหายใจเข้าลึกๆ และถามตัวเองว่า…ถ้าคุณกินไปแล้ว จะยังอยู่ในโปรแกรมนี้อีกไหม หรือจะรอให้จบโปรแกรมก่อน แล้วถึงค่อยกิน แต่เขามีทางเลือกให้ ถ้า
รู้สึกอยากกินอะไรที่สดชื่น สามารถดื่มน้ำดื่มประเภทสปาร์กลิ้งบีบมะนาวได้ หรือกินแอ๊ปเปิ้ลทั้งเขียวและแดงได้ตลอดเวลา เพราะแอ๊ปเปิ้ลถือเป็นอาหารทางเลือก เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะเดินทางไปไหน ตั๊กกินแอ๊ปเปิ้ลอย่างเดียว (หัวเราะ) จนตอนหลังถึงขั้นสั่งแอ๊ปเปิ้ลคันไซมาเป็นลังๆ เพราะกินแล้วอร่อย สดชื่น ไม่หวานหรือเปรี้ยวเกินไป”

พอเข้าสู่เดือนที่ 2 เป็นอย่างไรบ้าง

“เอาจริงๆนะ พอเข้าระยะยาวแล้วมันเริ่มเบื่อ ท้อ แต่น้ำหนักลงมาได้ก็เริ่มมีกำลังใจ แต่จะเป็นความรู้สึกประมาณว่ากินแป้ง กินขนมนิดหนึ่งคงไม่เป็นไรหรอก หลุดไปหนึ่งมื้อ ต้องรีบกลับเข้าโปรแกรมอย่างด่วนเพราะรู้สึกผิด (หัวเราะ)

“เดือนนี้เขาเริ่มให้ตั๊กเดินออกกำลังกายเบาๆ 35 นาที 45 นาที 55 นาทีจนถึง 60 นาทีก็ได้ แต่เดินมากเดี๋ยวหิวอีก (ยิ้ม) เป็นช่วงที่ตั๊กรีบนอนมาก ไม่ดูทีวี ไม่ค่อยมีแรงด้วย กำลังใจก็ไม่มี ประจวบกับเริ่มออกกำลังกาย ทำให้หลับได้เร็วขึ้น ดื่มน้ำเปล่าอุณหภูมิห้องเยอะๆ เวลาที่รู้สึกเหมือนจะลงแดง ไม่ไหวแล้ว เขาให้เรากินดาร์กช็อกโกแลตจิ้มน้ำผึ้งได้สัปดาห์ละ 1 ครั้ง เดือนนี้น้ำหนักลงไป 10 กิโล

“พอเข้าเดือนที่ 3 เขาให้เราแตกได้สัปดาห์ละ 1 วัน หรือที่เรียกว่าชีตมีล เขาบอกด้วยว่าคุณเก่งมาก ทำสำเร็จแล้ว สามารถออกกำลังกายหนักได้ พอเริ่มเข้าเดือนนี้ ลงไปอีก 6 กิโล รวมแล้ว 22 กิโล เหลือ 65 กิโล ซึ่งยังดูอ้วนอยู่ เพราะน้ำหนักลงจริง แต่ไขมันไม่ลง  การที่น้ำหนักลงเร็วไปทำให้เนื้อหนังมังสาของเราไม่เฟิร์ม ทีนี้เริ่มอยากสวย อยากดูดี จึงเริ่มเล่นโยคะและพิลาทีส พร้อมกับวิ่งเหยาะๆ ในเวลาที่นานขึ้น สัปดาห์ละ 3 วัน ครั้งละ 4 ชั่วโมง ทำไปเรื่อยๆ

“หลังจากครบ 3 เดือนถือว่าจบโปรแกรม ที่เหลือตั๊กต้องดูแลด้วยตัวเอง เพราะตอนนี้รู้แล้วว่ากินอะไรได้บ้าง เริ่มเจาะเลือดใหม่ เพื่อดูว่าเราเลิกแพ้อาหารหรือยัง ปรากฏว่าตรวจเลือดรอบ 2 เราแพ้น้อยลง แต่นม เนย และแป้งยังกินไม่ได้อยู่ดี กินได้แค่แป้งสเปลท์ (แป้งประเภทโฮลเกรนไม่ขัดสี มีไฟเบอร์สูง) ดีอย่างหนึ่งว่าเลิกแพ้ถั่วเขียว ทำให้กินวุ้นเส้นได้ ทุกวันนี้ตั๊กยังกินอาหารตามกรุ๊ปเลือด
จนน้ำหนักตัวเหลือ 56 กิโล กับออกกำลังกายต่อเนื่อง มี 1 วันต่อสัปดาห์เท่านั้นที่มีชีตเดย์ ครบกำหนดทุก 6 หรือ 8 เดือน ค่อยตรวจเลือดอีกทีหนึ่ง”

พอน้ำหนักลงแล้ว เคยมีอารมณ์ประมาณว่าทำได้แล้ว พอแล้ว กินดีกว่าบ้างไหมคะ

“ไม่ค่ะ ใจหนึ่งอยากจะหลุดนะ แต่เหมือนมีอีกคนในตัวเราคอยเตือนว่า บงกชเธอจะกินเหรอ เธอแน่ใจเหรอ…บงกช มันออกยากนะ เธอต้องกลับไปวิ่งนะ (ยิ้ม) พอคิดแบบนี้ก็จะกินของที่ชอบได้คำสองคำ

“เวลาสามีซื้ออะไรอ้วนๆ มาจะเตือนเขาว่า พี่ระวังนะ จะเข้าไปตีบตันในเส้นเลือด กินเข้าไปย่อยยาก เกาะผนังลำไส้ กว่าจะเอาออกได้เผาผลาญยาก สามีบอกว่า เธอเริ่มคิดมากไปแล้วนะ ซึ่งเราไม่ได้คิดมาก แต่เป็นอย่างนั้นจริงๆ (หัวเราะ) คงเป็นความเคยชิน เพราะกินอาหารคลีน เวลาที่เรากินอะไรมากๆ จนเริ่มอร่อยกับสิ่งที่กิน พอแตะส้มตำใส่ผงชูรสเยอะ ลิ้นชา แต่เราขาดส้มตำไม่ได้ เวลาไปกินที่ไหนก็จะบอกคนตำว่า น้องจ๋า…อย่าใส่ผงชูรสให้พี่เลยนะ เพราะในปลาร้ามีผงชูรสอยู่แล้ว หรือไม่ก็ตำส้มตำกินเองเลย  กลายเป็นว่าเราเริ่มกลัวความอ้วน มีช่วงหนึ่งที่ตั๊กผอมมาก เพราะน้ำหนักลงไปที่ 52 กิโล จนสามีบอกว่าผอมหัวโต ขอให้เพิ่มน้ำหนัก เพราะดูไม่เฮลตี้ คือตั๊กกินคลีนอยู่แล้ว แล้วยังกินในปริมาณที่น้อยลงไปอีก บางวันกินแค่แอ๊ปเปิ้ลทั้ง 3 มื้อ เพราะเบื่ออาหาร
คลีน จนสามีบอก เธอ ฉันขอร้อง นี่น่ากลัวแล้วนะ

“เรื่องออกกำลังกายตั๊กก็เอาจริงมาก จนสามารถสอนตัวเองได้แล้วว่าต้องทำอะไรบ้าง วิ่งความเร็วเท่าไหร่ ความชันเท่าไหร่ ฮาร์ตเรตต้องอยู่แค่ไหน บางวันตื่นมารู้สึกร้าวไปทั้งตัว ต้องหาตัวช่วย ครั้นจะกินเวย์โปรตีนก็ไม่ได้ เพราะเรามีกล้ามเนื้ออยู่แล้ว จะยิ่งทำให้มีกล้ามเนื้อมากกว่าเดิม จึงปรึกษาคุณบุญชัยอีก (แล้ว) ว่า ตั๊กอยากได้ถั่งเช่าจากทิเบต คุณบุญชัยรู้จักไหมว่าที่ไหนมีขาย  เพราะทราบมาว่าถั่งเช่าเป็นสมุนไพรที่ช่วยให้ร่างกายดึงออกซิเจนเข้าสู่กระแสเลือดดีขึ้น ทำให้มีแรงหายใจได้ดี ปรากฏว่าได้ตัวถั่งเช่าสีทอง ขีดละ 200,000 บาท ตุ๋น 3 ชั่วโมงเพื่อนำน้ำมาดื่ม เป็นเครื่องดื่มประจำวัน จิบเรื่อยๆ ส่วนตัวถั่งเช่าที่ตุ๋นแล้วเอาไปใส่ไข่เจียวให้ลูกกิน ลูกก็แรงดีมากเลย กระโดดโลดเต้นได้ทั้งวัน” (หัวเราะ)

ตั๊กมีเทคนิคการสร้างวินัยอย่างไรไม่ให้ตัวเองท้อหรือล้าไปเสียก่อน

“ตั๊กใช้ความคิดที่อยากมีสุขภาพดี แก่อย่างมีคุณภาพ สามารถทำอะไรเองได้ พึ่งคนอื่นให้น้อยที่สุด เพราะฉะนั้นต้องเริ่มตั้งแต่ตอนนนี้ที่จริงควรดูแลตัวเองเร็วกว่านี้ด้วยซ้ำ เพราะเป็นสิ่งที่ดีกับตัวเอง เรามาถูกทางแล้ว แม้จะเคยลองผิด ลองถูก เคยอด เคยลดแป้ง แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จ กลับมากินเยอะเหมือนเดิม แต่การกินตามกรุ๊ปเลือดเราไม่ต้องถึงกับอด เลือดคือส่วนหนึ่งของร่างกาย การทำงานของอวัยวะต่างๆ ในร่างกายล้วนต้องอาศัยเลือด จึงมีคำว่ากินอะไรได้อย่างนั้น พอเรากินอาหารที่ถูกกับเลือด เลือดจะแฮ๊ปปี้ สิวและผื่นหายหมดเป็นเรื่องที่พิสูจน์ได้”

รูปร่างในฝันของตั๊กเป็นแบบไหน 

“ตั๊กชอบรูปร่างผู้หญิงที่ดูแข็งแรง ไม่ต้องผอม มีซิกซ์แพ็คหน้าท้อง ซึ่งตอนนี้ตั๊กเริ่มเข้ายิม เล่นเวตเพื่อให้มีซิกซ์แพ็คและผิวกระชับ ไม่มีเซลลูไลต์ ความที่เคยอ้วนมากจึงต้องกระชับผิวด้วยการเล่นเวตให้หนักขึ้น เบื่อการไปเข้าคลินิกความงาม นอนให้เขานวด ซึ่งได้ผลแค่ชั่วคราว ต้องใช้แรงออกกำลังกายจึงจะได้ผลดีกว่า

“ทุกวันนี้เวลาลูกกินเฟรนช์ฟรายส์ก็บอกลูกว่าเขากำลังกินเซลลูไลต์เข้าไป ลูกถามว่าเซลลูไลต์คืออะไร ตั๊กเปิดรูปในเว็บไซต์ให้เขาดู และอธิบายว่าอยู่ใต้ท้องแขนหม่าม้าไงคะ ซึ่งเขาเริ่มเข้าใจ แต่พอมาถึงจุดหนึ่ง เราจะรู้สึกว่ายากเหมือนกันที่จะทำให้รูปร่างเป็นอย่างนี้ไปเรื่อยๆ คงต้องหาความรู้เพิ่มขึ้น ซึ่งตอนนี้ตั๊กพอใจตัวเองที่น้ำหนัก 56 กิโลและมีรูปร่างแบบนี้” (ยิ้ม)

คุณบุญชัยว่าอย่างไรบ้างคะกับรูปร่างใหม่ของตั๊ก

“เขาบอกว่าตั๊กมาไกลมาก และถึงขั้นออกกำลังกายสุดเหวี่ยงไปแล้ว เพราะตั๊กซื้อเครื่องพิลาทีสมาเล่นที่บ้านด้วย วันไหนไม่มีเวลาเข้ายิมเพื่อเล่นเวตหรือโยคะก็เล่นพิลาทีสอยู่ที่บ้าน ส่วนคุณบุญชัยชอบปั่นจักรยานพร้อมเปิดทีวีดูข่าว ตอนนี้เขาเริ่มหันมาดูแลตัวเองด้วยการกินอาหารตามกรุ๊ปเลือดแบบตั๊ก เพราะเขาก็แพ้นม ไข่ และเนยด้วยเหมือนกัน ปรากฏว่าหน้าใสมาก รูปร่างดูลีนขึ้น”

พอได้หุ่นใหม่มา แฮ็ปปี้กับชีวิตมากกว่าเดิมไหมคะ

“ตั๊กรู้สึกว่าแต่งตัวสนุกขึ้น ต้องเปลี่ยนไซส์เสื้อผ้าใหม่หมด รวมถึงชุดชั้นในด้วย เพราะหน้าอกลดลง เซ็งเลย (ยิ้ม) แต่ก็ดีชีวิตปลอดภัย ไม่ต้องมีปัญหากับมันมาก รู้สึกดีกับตัวเองมากขึ้น จนบางครั้งรู้สึกว่าหมกมุ่นกับขนาดของรูปร่างมากไป โดยเฉพาะช่วงใกล้มีประจำเดือน ผู้หญิงทุกคนจะเป็นเหมือนปอบ อยากกินเผ็ดๆ แซ่บๆ ไม่อย่างนั้นจะเหวี่ยง สำหรับตั๊กก็ต้องส้มตำเลยค่ะ แต่พอรู้สึกเหมือนบวมน้ำ ออกกำลังกายไม่ได้ ทำไมน้ำหนักขึ้นมา 2 กิโลโดยไม่มีสาเหตุ ก็รู้สึกแย่ สามีต้องคอยปลอบใจว่า อย่าคิดมากเลย เธอมาไกลแล้ว เธอเริ่มคิดเยอะ ไม่ดีนะ ปล่อยวางบ้าง” (ยิ้ม)

ถ้าเทียบตอนที่อ้วนกับความรู้สึกในวันนี้ต่างกันอย่างไร

“ตอนนั้นมีความสุขอีกแบบ คือมีความสุขในการกิน ไม่ค่อยชอบแต่งตัวหรือต้องใส่เสื้อผ้าตัวใหญ่ๆ สีดำเพื่อพรางหุ่น ใส่รองเท้าส้นสูงไม่ค่อยได้ เดินไม่ไหว ดูไม่สวย ดูไม่ดี ไม่ค่อยกล้าออกไปไหน แต่เดี๋ยวนี้เวลาไปรับลูกที่โรงเรียนรู้สึกมั่นใจขึ้น ล่าสุดได้เป็นพรีเซ็นเตอร์ช่วยงานวิ่งของโรงเรียนลูกด้วย ดีใจที่ทางโรงเรียนเห็นว่าเรามาทางออกกำลังกาย จึงชวนมาร่วมงานวิ่งของโรงเรียน ซึ่งตั๊กรู้สึกภูมิใจที่ทำสำเร็จและได้ถ่ายทอดความมีสุขภาพดีให้ลูก ถ้าแม่ยังอยู่คงดี แต่ในเมื่อเราไม่สามารถย้อนกลับไปอดีตได้ เพราะฉะนั้นทำปัจจุบันให้ดี โดยให้ลูกเป็นตัวแทนที่มองเห็นว่าเราเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อเขา”

รูปร่างสวยขนาดนี้แล้ว  มีแผนจะกลับมารับงานวงการบันเทิงอีกไหม

“ก่อนหน้านี้ตั๊กทำตามความฝันตัวเองแล้ว ด้วยการเปิดค่ายหนังของตัวเอง ‘พอยท์อัพฟิล์ม’ ทำหนัง Sad Beauty โปรดิวซ์ร่วมกับคุณก้องเกียรติ โขมศิริ ธีมเรื่องเกี่ยวกับชีวิตวัยรุ่นผู้หญิงไทยที่มีความป่วยทางกายและจิตสองคน เป็นเหมือนเพื่อนที่ออกไปผจญภัยด้วยกัน เป็นหนังทางเลือกที่ถือว่าประสบความสำเร็จพอสมควร ได้ฉายตามเทศกาลหนังที่ต่างประเทศ เช่น เทศกาลหนังปูซานที่เกาหลี อิตาลี เซี่ยงไฮ้ ฮ่องกง โอซาก้า นิวยอร์ก ชิคาโก

“ส่วนงานวงการบันเทิง เวลามีค่ายละครหรือภาพยนตร์ติดต่อ ตั๊กเลือกบทเป็นหลัก เพราะคาแร็คเตอร์ตั๊กมีบทให้แสดงไม่มากนัก ต้องยอมรับว่าบทบาทตัวแสดงของละครหรือภาพยนตร์ไทยไม่ได้มีความหลากหลายเหมือนของต่างประเทศ เพราะฉะนั้นถ้าบทบาทไหนน่าแสดงถึงจะรับ อย่างตอนนี้ตั๊กอยากแสดงบทย้อนยุคอิงประวัติศาสตร์หรือเป็นพีเรียด ดูจบแล้วให้อะไรคนดู ส่วนหนังรัก หนังครอบครัวหรือการทะเลาะกัน คุณบุญชัยไม่อยากให้รับ เพราะมีความเสี่ยงที่ลูกจะแยกแยะไม่ได้ว่านี่คือการแสดง ที่ตั๊กไปเป็นนักแสดงรับเชิญและถ่ายเสร็จแล้วคือศรีอโยธยา ตอนที่ 2 รับบทเป็นเจ้าหญิงจากนครศรีธรรมราช ส่วนที่เริ่มไปฟิตติ้งแล้วคือละครฟอร์มใหญ่ของพี่แดง – พี่อ๊อฟ (ธัญญา – พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง) เรื่องลายกินรี รับบทเป็นเจ้าจอมกินรี สมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช แสดงกับญาญ่า – ณเดชน์

“ตั๊กรับงานแสดงมากไม่ได้ เพราะดูแลลูกเอง ไม่จ้างพี่เลี้ยง คุณบุญชัยเป็นห่วงเรื่องความคิดของลูก อยากให้ลูกฟังเขาและครอบครัวเท่านั้น ไม่อยากให้ลูกอยู่กับพี่เลี้ยง ปัจจุบันข้าวหอม 6 ขวบแล้ว เราก็อยู่ด้วยกัน นอนด้วยกัน เลี้ยงกันเองนี่แหละ”

เล่าถึงบทบาทการเป็นคุณแม่และภรรยาหน่อยสิคะเป็นอย่างไรบ้าง

“หน้าที่ตั๊กคือดูแลบ้าน ความเป็นอยู่ของทุกคนในบ้านและคนงานในบ้าน เรียกว่าเป็นแม่บ้านฟูลไทม์เลย ของกินของใช้อะไรในบ้านหมด เราต้องจัดหา บ้านไม่ได้ใหญ่แต่ต้องสะอาด ซึ่งตั๊กคอยดูแลให้แม่บ้านปัดกวาดเช็ดถูให้เรียบร้อย ส่วนเรื่องเสื้อผ้าหน้าผมของคุณบุญชัย เราไม่ต้องยุ่ง ขนาดโต๊ะทำงานของเขายังห้ามจัด เดี๋ยวหาของไม่เจอ (หัวเราะ)

“สำหรับเรื่องอาหารการกิน บางวันแม่บ้านของบ้านน้องสาวคุณบุญชัยทำส่งมาให้กิน หรือบางทีตั๊กทำอาหารเอง สามีชอบให้ทำต้มจืด เพราะใช้น้ำต้มกระดูกหมูแท้ๆ ทำให้แกงจืดหวานน้ำกระดูกหมู บางทีเขาอยากกินเบอร์เกอร์แกะ ตั๊กก็ทำให้ได้ ตอนนี้เขาชอบรังนก ตั๊กก็เริ่มฝึกตุ๋นเอง ส่วนข้าวหอมชอบให้ทำไข่ตุ๋น เพราะสูตรตั๊กเป็นไข่ตุ๋นอนามัย ไม่ใส่น้ำปลาหรือมีรสเค็มมาก”

นับจากนี้ตั๊กมีความฝันอะไรที่อยากทำอีกไหมคะ

“ตั๊กอยากมีความรู้เรื่องการปลูกผัก เพราะตั๊กมองว่าการปลูกผักไม่ใช่แค่ผัก แต่เป็นเรื่องของอาหารและชีวิต ถ้าวันหนึ่งที่ไม่มีเงิน แต่เราปลูกผักได้ อนาคตก็สามารถสร้างรายได้และมีกินด้วย หรือการปลูกผักโดยใช้ปุ๋ยที่เป็นผักมาหมุนเวียน รีไซเคิลใหม่ เป็นเรื่องที่ต้องศึกษาให้ถ่องแท้ว่าเราจะทำอะไรอย่างไร

“อนาคตตั๊กอยากมีสวนหลังบ้านที่อยากกินอะไรก็เดินไปเด็ดกิน ถ้ามีเยอะก็แจกจ่ายคนอื่นด้วย ตอนนี้กำลังปรึกษาคุณบุญชัยว่าอยากปลูกแอ๊ปเปิ้ลและดอกไม้ฤดูหนาว อาจต้องทำกลาสเฮ้าส์โดยใช้พลังงานโซลาร์เซลล์

“ถ้าตั๊กทำเรื่องปลูกผักสำเร็จเร็วเหมือนการลดน้ำหนัก อนาคตอาจเปิดค่ายภาพยนตร์หรือละครอีก ซึ่งถือเป็นความฝันอีกสเต็ปหนึ่งของตั๊ก”


ข้อมูลและภาพ : นิตยสาร แพรว ปี 2562 ฉบับที่ 952 (พ.ย. 62) หน้า 140-147 คอลัมน์ special interview

 

บทความอื่นๆ ที่หน้าสนใจ

สูตรเมนูอาหารคุมหุ่นที่ “ตั๊ก บงกช” ทำเอง ทานเอง ทั้งมื้อเช้าและมื้อเย็น

“ตั๊ก บงกช” ย้ำกินตามกรุ๊ปเลือด และแนะลองแปะเมล็ดผักกาด ลดความอยากอาหาร!!

โครงหน้าชัดเหมือนตอนสาวๆ “ตั๊ก บงกช” สวยเรียบหรูในเมคอัพโทนนู้ดนัวๆ

หุ่นเป๊ะเหมือนตอนเข้าวงการใหม่ๆ “ตั๊ก บงกช” ฟิตหุ่นจนเซี๊ยะ กล้ามหน้าท้องแน่น

ลองทำ 25 ข้อ เปลี่ยนพุงพลุ้ยเป็นหุ่นเพรียว แค่เปลี่ยนไลฟ์สไตล์การกินอยู่

โครงหน้าชัดเหมือนตอนสาวๆ “ตั๊ก บงกช” สวยเรียบหรูในเมคอัพโทนนู้ดนัวๆ

หุ่นเป๊ะเหมือนตอนเข้าวงการใหม่ๆ “ตั๊ก บงกช” ฟิตหุ่นจนเซี๊ยะ กล้ามหน้าท้องแน่น

เคยผอมแห้งสู่หุ่นสุดแซ่บชวนฝัน “แอน มนัสนันท์” เทรนเนอร์สาวผู้เลิฟชานมไข่มุก

หยุดตามใจปาก! บล็อกเกอร์สาวแชร์สูตรลดนน. 10 โลเปลี่ยนไซส์ L ไป S

หุ่นดีมาก “ชญาณิศา ชมชื่นดี” นักกระโดดค้ำสาวทีมชาติไทย กล้ามท้องฟิตเปรี๊ยะจนน่าอิจฉา

อยากหุ่นดีอย่าขี้เกียจ! “ออร์แกน” แนะเทคนิคเฟิร์มเฉพาะส่วน ไม่เอาแบบผอมเกินไป

 

 

 

keyboard_arrow_up