เทคนิคกอบกู้ผิวมัน บอบบาง เป็นสิวง่าย ด้วยไอเท็มที่ช่วยแก้ปัญหาลึกถึงต้นเหตุ

ตอนนี้มีสาวๆ คนไหนที่กำลังกลุ้มอกกลุ้มใจกับปัญหาผิวมันเยิ้ม เป็นสิวอยู่บ้างหรือเปล่าคะ ถ้ายกมือกันให้พรึ่บพรั่บล่ะก็ ขอชวนให้รีบมามุงเรื่องจริงยิ่งกว่านิยายของแอดกันด่วนๆ กับการต่อสู้กับเจ้าสิวตัวร้ายมาอย่างหนักหน่วง จนกระทั่งค้นพบไอเท็มที่ช่วยจัดการกับปัญหาสิวได้อย่างตรงจุด ตรงใจ และช่วยแก้ปัญหาสิวแบบลึกถึงต้นเหตุกันเลยทีเดียว

ก่อนอื่นต้องขอเล่าให้ฟังก่อนว่า แอดเป็นมนุษย์เงินเดือนที่ทำงานในเมือง ซึ่งต้องเจอกับมลภาวะมากมายก่ายกอง ทั้งฝุ่นควัน แสงแดด แถมด้วยความเครียดจากการทำงาน จนตอนนี้หน้าแก่เกินวัยไปประมาณหนึ่งแล้ว อีกทั้งแอดยังมีปัญหากวนใจหลักๆ คือ หน้ามัน เป็นสิวง่าย มีรอยแดง ซึ่งสร้างความไม่มั่นใจให้ทุกที ยิ่งวันไหนที่ต้องออกไปพบปะผู้คน เจ้าสิวก็เหมือนจะรู้ พร้อมใจกันผุดขึ้นมาบนใบหน้าให้เพียบ ทำให้แอดแทบอยากจะมุดลงดินกันเลยล่ะค่ะ

นี่แหละปัญหาหนักอกหนักใจของแอด ซึ่งบอกเลยว่าก่อนหน้านี้พยายามหาวิธีแก้ไขแทบจะทุกทาง ไม่ว่าจะเป็นไปหาหมอผิวหนัง ลองใช้ยารักษาสิวสารพัดตัว ทั้งกิน ทั้งทา ใครว่าอะไรดีก็ลองหมด แต่เจ้าสิวก็ไม่มีทีท่าว่าจะลาจากไป แถมพอทายารักษาสิวติดต่อกันนานๆ เข้า ก็ส่งผลให้ผิวอ่อนแอและบอบบางมากยิ่งขึ้น ทีนี้สิวก็ไม่หาย แถมผิวยังแพ้ง่ายอีก แต่แอดก็ไม่หมดความพยายาม โดยตลอดเวลานั้นก็หมั่นสังเกตตัวเองด้วยว่าสิวขึ้นเพราะอะไร ซึ่งล่าสุดก็ค้นพบว่ามีต้นเหตุมาจากการที่หน้ามันมากจนเกินไป มันเยิ้มขนาดที่ว่าวันๆ หนึ่งแอดใช้กระดาษซับมันเกือบ 10 แผ่นเลยทีเดียว

มาถึงจุดนี้แอดจึงไม่ทนอีกต่อไป ลงมือเสิร์ชอากู๋เพื่อหาเหตุผลว่าทำไมหน้าถึงมันหนักขนาดนี้ ทำให้สิวขึ้นแล้วขึ้นอีก ไม่หายขาดสักที แล้วก็ได้คำตอบว่าเกิดจากการที่ “ซีบัม” หรือต่อมไขมันหลั่งน้ำมันออกมามากจนเกินไป ซึ่งพอซีบัมหลั่งมากผิดปกติ บวกกับต้องเจอกับแสงแดด ความร้อน ก็ยิ่งทำให้ซีบัมเหนียวข้นและจับตัวเป็นก้อน กลายเป็นสิวอุดตันในที่สุด โดยปัจจัยที่ทำให้ซีบัมหลั่งมากกว่าปกติมีอยู่หลายอย่างด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นฮอร์โมนเพศ กรรมพันธุ์ ช่วงวัย สภาพอากาศ รวมถึงอาหารที่มีน้ำตาลและไขมันสูงก็มีผลเช่นกัน

ดังนั้นหากจะจัดการปัญหาสิวที่ต้นเหตุ ก็ต้องหาทางปรับสมดุลซีบัม หรือความมันบนหน้า รวมถึงลดความเหนียวข้นของซีบัม เพื่อไม่ให้เกิดการอุดตันของรูขุมขน โดยวิธีที่นิยมกันมากที่สุดก็คือการทายารักษาสิว ซึ่งแอดเคยลองมาแล้ว แต่ก็ไม่ได้ผลสักเท่าไหร่ แถมพอทายารักษาสิวมากๆ ผิวก็เริ่มมีอาการระคายเคืองง่าย อ่อนแอและบอบบางอย่างเห็นได้ชัด กลายเป็นปัญหาที่ต้องแก้ไขกันต่ออีก

แต่แล้วสวรรค์ก็มาโปรดจนได้ เมื่อแอดได้ลองใช้ผลิตภัณฑ์ตัวหนึ่งที่ช่วยปรับสมดุลซีบัมโดยเฉพาะ เรียกว่าสามารถแก้ปัญหาหน้ามันเยิ้มได้แบบตรงจุด จึงช่วยลดการเกิดสิวอุดตัน และการเกิดสิวครั้งใหม่จากต้นเหตุ อีกทั้งยังเหมาะสำหรับคนที่มีผิวแพ้ง่าย บอบบาง โดยเฉพาะคนที่ผ่านการทายารักษาสิวมาอย่างโชกโชนจนผิวอ่อนแอ ขอบอกเลยว่าไอเท็มนี้ตอบโจทย์สุดๆ ซึ่งนั่นก็คือ Bioderma Sebium Sensitive ที่ตอนนี้กลายเป็นไอเท็มลูกรักของแอดไปเรียบร้อยแล้ว

นอกจากช่วยลดความมัน สาเหตุของการเกิดสิวแล้ว ยังช่วยให้รอยแดงดูลดเลือนลง และช่วยฟื้นฟูให้ผิวที่แพ้ง่าย บอบบางกลับมาแข็งแรงขึ้นได้ ด้วยเทคโนโลยี SeboRestore™ ซึ่งเป็นนวัตกรรมเฉพาะของไบโอเดอร์มา ที่ช่วยลดความมันและแบคทีเรีย ทำให้ความมันและสิวอุดตันลดลงอย่างเห็นผล รวมถึงมีสารสำคัญที่ขาดไม่ได้อย่างซิงค์ ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมความมัน จึงทำให้ผิวแมตต์ใส ไม่มันเงา

ในส่วนของการบำรุงและฟื้นฟูผิวนั้น Bioderma Sebium Sensitive ประกอบด้วยสารสกัด Bakuchiol ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระมากกว่าวิตามินอีถึง 2 เท่า และมี InflaStop™ Complex ที่ช่วยลดการระคายเคืองผิวได้ถึง 71% และช่วยให้รอยแดงดูลดเลือนลงได้ถึง 78% นอกจากนี้สำหรับใครที่กลัวว่าถ้าใช้แล้วผิวจะแห้งเกินไปหรือเปล่า ก็ไม่ต้องกังวลกันเลยค่ะ เพราะ Bioderma Sebium Sensitive มาพร้อมกับ Glycerine ที่ช่วยเติมความชุ่มชื้นให้ผิวได้นานถึง 12 ชั่วโมงเลยทีเดียว

ทั้งนี้สาวๆ สามารถใช้ Bioderma Sebium Sensitive ได้เป็นประจำทุกวัน ทั้งเช้าและเย็น เพราะนางมีเนื้อสัมผัสที่บางเบาเป็นพิเศษ เกลี่ยง่าย ซึบเข้าสู่ผิวได้ดีและไว ทาแล้วไม่รู้สึกหนักผิว แต่ขณะเดียวกันก็ทำให้ผิวชุ่มชื้นขึ้นด้วย อีกทั้งสำหรับสาวๆ ที่ต้องแต่งหน้าทุกวัน ก็สามารถใช้ Bioderma Sebium Sensitive ในขั้นตอนการบำรุงผิวก่อนลงเมคอัพได้เลย รับรองว่าช่วยควบคุมความมันได้ดี ไม่ทำให้เครื่องสำอางหลุดร่อนง่าย และไม่ก่อให้เกิดสิวอุดตัน

นี่แหละไอเท็มที่ช่วยกอบกู้ผิวเป็นสิวและผิวอ่อนแอของแอด หากสาวๆ คนไหนกำลังมีปัญหาสิวกวนใจไม่หายขาดแบบนี้ล่ะก็ บอกเลยว่าต้องลอง Bioderma Sebium Sensitive ตั้งแต่วันนี้ อย่ารอให้ปัญหาลุกลามบานปลายเด็ดขาด เพราะเดี๋ยวจะแก้ไขยากกว่าเดิม รีบพุ่งตัวไปซื้อหรือคลิกเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้เลยที่ http://www.bioderma.co.th และ https://www.facebook.com/BIODERMAThailand

keyboard_arrow_up