ไม่อ่านพลาดแรง! 10 Q&A ถาม-ตอบตรงใจ ว่าที่เจ้าสาว กว่านี้ไม่มีอีกแล้ว

ใกล้ถึงวันแต่งงาน ว่าที่เจ้าสาว ส่วนใหญ่มักจะมี “เจ้าหนูจำไม” โผล่เข้ามาสิงร่าง ผุดคำถามแนวกังวลประมาณว่า … ถ้าเลือกอย่างโน้น ถ้าเลือกอย่างนี้ จะดีกว่าไหมนะ

หลายคนตีบตันไม่รู้จะไปสรรหาคำตอบจากไหน กลายเป็นโมเม้นต์นับถอยหลังวันแต่งแบบเครียดๆ ก็มาก

ไม่เป็นไรค่ะ แพรวเวดดิ้งเข้าใจหัวอกคุณๆ ว่าที่เจ้าสาวทั้งหลายเป็นอย่างดี ผสมกับอยากให้คุณเฟรชสดชื่นไร้ความกังวลในวันสำคัญแบบสุดๆ จึงอาสารวบ 10 สารพันปัญหาคาใจที่เจ้าสาวตัวจริงและเวดดิ้งกูรูทั้งหลายฟันเฟิร๋มว่าถ้าว่าที่เจ้าสาวได้รู้ก่อนถึงวันแต่งงานของตน รับรองจะขจัดปัญหาอุปสรรคที่ไม่คาดฝันในวันแต่งงานไปได้มากกว่าครึ่ง

ใจดีรวบมาขนาดนี้ ว่าที่เจ้าสาว อย่าลืมส่งมินิฮาร์ทมาให้เราด้วยน้าาาา

ว่าที่เจ้าสาว, ถาม-ตอบ, Q&A, ปัญหาของว่าที่เจ้าสาว
Photo: @beatriz_perez on Unsplash

Q1: ลองแหวนแต่งงานตอนไหน ได้แหวนถูกใจที่สุด?

A1: คำตอบง่ายๆ เลยคือ ตอนที่คุณอารมณ์ดี และมีสติมากที่สุด อย่าชวนกันไปเลือกแหวนช่วงที่รู้สึกไม่สบายหรือมีประจำเดือน ที่สำคัญ ไม่ควรลองไซส์แหวนในช่วงเช้า เพราะร่างกายอาจบวมจากการสะสมเกลือหรือแอลกอฮอล์จากคืนก่อนหน้านั้น  หลังออกกำลังกายหรือ เดินเหนื่อยๆ ก็อาจจะทำให้นิ้วบวมได้เช่นกัน

ว่าที่เจ้าสาว, ถาม-ตอบ, Q&A, ปัญหาของว่าที่เจ้าสาว
Photo: @photos_by_lanty on Unsplash

Q2: จัดงานวันธรรมดา ต้องคำนึงถึงเรื่องอะไรเป็นพิเศษบ้าง?

A2: ควรคำนึงเรื่องการคอนเฟิร์มอาหาร  เพราะงานวันธรรมดาแขกจะมาค่อนข้างตามจำนวนซองที่แจก และมักไม่ค่อยพาลูกมา ด้วย ซึ่งบางงานอาจมีแขกแค่ 80 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น อีกเรื่องที่ไม่ควรมองข้ามคือแขกจำนวนหนึ่งจะมาก่อนกำหนดมาก แต่อีกกลุ่ม หนึ่งที่อยู่ในส่วนที่การจราจรคับคั่งจะมาช้าไปเลย เพราะฉะนั้นจึงต้องกะจำนวนแขกก่อนเริ่มพิธีให้ดี ไม่อย่างนั้นแขกที่มาช้าจะไม่ได้เห็นงานช่วงพิธีการเลย

ว่าที่เจ้าสาว, ถาม-ตอบ, Q&A, ปัญหาของว่าที่เจ้าสาว
Photo: @hermez777 on Unsplash

Q3: จะบอกว่าที่คุณแม่สามีได้ไหมว่าอยากให้ใส่ชุดแบบไหนและบอกอย่างไรดี?

A3: เจ้าสาวตัวจริงคนหนึ่งเล่าประสบการณ์ของเธอให้ฟังว่า ว่าที่คุณแม่สามีซื้อเดรสผ้าคอตต้อนสีขาวไว้สำหรับใส่ในงานแต่ง ในขณะที่คุณแม่ของเธอเองเตรียมชุดราตรีสีมิดไนท์บลูสุดคลาสสิก ความแตกต่างสุดขั้วแบบนี้ทำให้เธอรู้สึกอึดอัดและคิดไม่ตกว่าจะบอกว่าที่แม่สามียังไงดี

คำแนะนำนะคะ ขึ้นอยู่กับระดับความสัมพันธ์ของคุณกับท่าน หากเข้าขั้นสนิทอาจจะอธิบายกับท่านไปตรงๆ ได้ว่า ปกติแล้วคุณแม่ ทั้งสองฝ่ายน่าจะแต่งตัวเป็นทางการใกล้เคียงกัน อาจแนะนำให้ใส่ชุดที่เตรียมไว้แล้วสำหรับงานเลี้ยงกันเองในครอบครัว

แต่หากไม่ค่อยสนิทกันนัก งานนี้ก็ต้องบอกให้ว่าที่สามีช่วยพูดให้แล้วละ หรือถ้าที่บ้านคุณว่าที่สามี มีพี่สาวหรือน้องสาวหรือใครที่เป็นผู้หญิง ลองขอให้เขาช่วยพูดก็จะแลดูซอฟท์ขึ้นมาก เพราะคนในครอบครัวน่าจะสนิทและรู้วิธีพูดกับท่านมากกว่าเรา

ว่าที่เจ้าสาว, ถาม-ตอบ, Q&A, ปัญหาของว่าที่เจ้าสาว
Photo: @jamesbold on Unsplash

Q4: จำเป็นไหมที่รองเท้าแต่งงานจะต้องเป็นสีขาว?

A4: แคร์ลีย์ โรนีย์ บรรณาธิการ “The Knot” นิตยสารเวดดิ้งชื่อดังของสหรัฐอเมริกา ได้แนะนำไว้อย่างน่าสนใจว่า ไม่เคยมีใครกำหนดว่ารองเท้าแต่งงานต้องเป็นสีขาว เพียงแต่เพราะเจ้าสาวส่วนใหญ่ใส่ชุดแต่งงานโทนขาว จึงนิยมเลือกรองเท้าที่ดูเข้ากันได้ง่ายที่สุด ซึ่งก็คือสีขาว

อย่างไรก็ตาม เจ้าสาวยุคใหม่หลายคนที่ยังติดกับชุดแต่งงานสีขาวก็หันมาเล่นสนุกกับดีไซน์ของรองเท้ามากขึ้น ด้วยการเลือกรองเท้าโทนเมแทลลิกให้แมตช์กับความวาววับของเครื่องประดับ หรือดีเทลบนชุดแต่งงานก็ดูเก๋ไม่เบา

นอกจากนี้แคร์ลีย์ยังยุให้เจ้าสาวอินดี้เลือกรองเท้าแต่งงานที่แสดงความ เป็นตัวของตัวเอง เธอเล่าว่าเคยเห็นเจ้าสาวใส่บู๊ตขี่มอเตอร์ไซค์และบู๊ตคาวบอยปักอักษรย่อ บ่าว- สาว เดินอย่างมาดมั่นเข้าโบสถ์มาแล้ว

สรุปคุณบอกอนิตยสาร The Knot เธอต้องการจะบอกว่า เลือกรองเท้าที่คุณชอบน่ะแหละ และไม่ว่ามันจะเป็นสีอะไร ขอแค่ใส่แล้วคุณมั่นใจเป็นพอ

ว่าที่เจ้าสาว, ถาม-ตอบ, Q&A, ปัญหาของว่าที่เจ้าสาว
Photo: https://www.stargidap.com/

Q5: จะหอบชุดแต่งงานขึ้นเครื่องไปแต่งงานต่างจังหวัดหรือต่างประเทศ ต้องทำอย่างไร?

A5: มีหลายช้อยส์ให้เลือกค่ะ

1. แพ็คหลวมๆ ลงกล่อง กระเป๋า หรือใส่ที่คลุมหิ้วขึ้นไปเก็บในช่องเก็บกระเป๋า แต่อย่างหลังแนะนำให้เช็คอินน์ขึ้นเครื่องเนิ่นๆ เพื่อจะได้ยังมีที่ว่างพอ

2. ฝากแอร์โฮสเตสนำไปแขวน ตรงที่แขวนสูทใน Business Class ได้ (แต่ถ้าชาวบิสเนสคลาสครองที่แขวนไปเต็มหมดแล้วก็อาจ จะมีปัญหาได้นะคะ)

3. เครื่องบินบางเครื่อง โดยเฉพาะเครื่องเล็กและสายการบินราคาประหยัดจะไม่มีที่แขวนให้  หรือหากมีความสูงก็ไม่พอสำหรับแขวนชุดแต่งงานยาวๆ  แนะนำให้ซื้อตั๋วสำหรับวางชุดเพิ่มไปเลยเพื่อความสบายใจ

4. ถ้าไปประเทศไกลๆ ยิ่งที่ต้องทรานซิทเครื่องด้วยแล้ว แนะนำให้ใช้บริการชิบปิ้งอย่าง FedEx หรือ DHL ไปเลย น่าจะทำให้อุ่นใจกว่า

ว่าที่เจ้าสาว, ถาม-ตอบ, Q&A, ปัญหาของว่าที่เจ้าสาว
Photo: @chiro on Unsplash

Q6: ใส่ชุดแต่งงานอย่างไรให้นั่งแล้วไม่ยับ?

A6: ทำผม – แต่งหน้าให้เรียบร้อย (อย่าเพิ่งทาลิปสติก) แล้วค่อยสวมชุด โดยให้เพื่อนช่วยจับชุด หากมีสุ่มก็จับซ้อนกันให้เรียบร้อยก่อน แล้วสวมจากทางปลายเท้าขึ้นมา จะช่วยให้ชุดไม่ยับมาก ในกรณีต้องเดินทางด้วยรถ ควรแผ่ชายกระโปรงด้านนอก (นั่งทับสุ่ม) ลงบนเบาะให้ได้มากที่สุด เพื่อไม่ให้ชุดยับยู่ยี่

ส่วนคุณเจ้าสาวที่สวมกระโปรงแคบ ให้นั่งหมิ่นๆ เอียงตัวเล็กน้อย เพื่อกระโปรงจะได้ไม่ยับ ไม่ควรนั่งไขว่ห้าง เพราะจะทำให้กระโปรงยับมากขึ้น

ว่าที่เจ้าสาว, ถาม-ตอบ, Q&A, ปัญหาของว่าที่เจ้าสาว
Photo; @victoriapriessnitz on Unsplash

Q7: มีรอยสักทำให้ไม่ค่อยมั่นใจ ควรทำอย่างไรดี?

A7: อีกหนึ่งปัญหาคลาสสิคที่กวนใจเจ้าสาวแทททูคือกลัวว่ารอยสักจะไปสะดุดสายตา ทำให้ว่าที่คุณแม่สามีและผู้ใหญ่หลายๆ ท่านรู้สึกไม่ปลื้ม  ที่จริงปัญหานี้แก้ไขได้หลายวิธี เช่น

1. เลือกชุดที่ปกปิดช่วงที่มีรอยสักเสียตั้งแต่แรก ปัญหาส่วนใหญ่จะเกิดกับรอยสักช่วงหัวไหล่และหลัง ลองเลือกชุดเจ้าสาวแบบไหล่เดี่ยว หรือแบบที่มีเสื้อคลุมก็ช่วยได้

2. สาวๆ ที่ตัดใจจากชุดเกาะอกไม่ได้ ให้ใช้เมคอัพช่วยปกปิด ซึ่งช่างแต่งหน้ามืออาชีพส่วนใหญ่จะมีรองพื้นและคอนซีลเลอร์ที่ปกปิดรอยสักได้ดีติดกระเป๋าช่างอยู่แล้ว คุณเจ้าสาวจึงแทบจะไม่ต้องกังวลเรื่องปกปิดรอยสักเลย เพราะช่างจะมีอุปกรณ์และเทคนิคเนรมิตผิวใหม่ให้คุณได้อยู่แล้ว

แต่หากงานแต่งของคุณเป็นแบบกันเอง ไม่ได้จ้างช่างแต่งหน้า แถมยังหารองพื้นปกปิดขั้นเทพไม่ได้ อีกเทคนิคหนึ่งที่แนะนำคือลงคอนซีลเลอร์แล้วพ่นทับด้วยแอร์สต๊อกกิ้ง (Air Stocking) กดเบาๆ ให้เนียน และรอให้แห้ง ก็พอช่วยได้อยู่นะ

3. ถ้าเป็นรอยสักเล็กๆ ที่ช่วงแขน แนะนำให้ลองหากำไลข้อแขนสวยๆ ที่มีความหนาพอจะปิดรอยสักมาใส่ แพรวเวดดื้งเคยห็นเจ้าสาวคนหนึ่งใช้วิธีนี้ กลายเป็นเก๋ไปเสียอีก

ว่าที่เจ้าสาว, ถาม-ตอบ, Q&A, ปัญหาของว่าที่เจ้าสาว
Photo: @victoriapriessnitz on Unsplash

Q8: เตรียมงานมาอย่างหนักหน่วง กลัวว่าตื่นมาวันแต่งงานแล้วตาจะคล้ำ แถมบวมตุ่ย มีวิธีแบบเอสโอเอสช่วยบ้างไหม?

A8: ความรู้ทั่วไปเวลาตาบวมคือให้ใช้ถุงชา ช้อนแช่เย็น หรือน้ำแข็งมาประคบ บางคนบอกควรใช้ความร้อน เช่น สำลีชุบน้ำอุ่นประคบจะดีกว่า ความเชื่อที่ขัดแย้งกันแบบนี้ยิ่งทำให้หลายคนงงเข้าไปใหญ่ว่าตกลงแล้วควรต้องใช้ความเย็นหรือความร้อนกันแน่

แพรวเวดดิ้งขอเฉลยว่า ที่จริงแล้วทั้งความเย็นและความร้อนก็ช่วยให้ตาหายบวมได้ แต่ต้องขึ้นอยู่กับสาเหตุด้วย ถ้าเป็นอาการใต้ตาบวม หมองคล้ำ เพราะเส้นเลือดฝอยใต้ตาขยาย ซึ่งมักเกิดจากการทำงานหนัก พักผ่อนไม่เพียงพอ และเกิดร่วมกับคนที่มีพันธุกรรมใต้ตาคล้ำเนื่องจากมีเส้นเลือดฝอยใต้ตาจำนวนมากหรือคนที่มีภาวะภูมิแพ้ ก็ต้องใช้ความเย็นประคบเพื่อให้เส้นเลือดหดตัว ทำให้ผิวดูเปล่งปลั่ง กระชับขึ้น

แต่หากตาบวมจากการร้องไห้หรืออดนอน ทำให้มีของเหลวคั่งอยู่บริเวณเนื้อเยื่ออ่อนใต้ดวงตา ก็ต้องใช้ความร้อนประคบเพื่อระบายน้ำระหว่างเซลล์ออกไป ทำให้อาการบวมลดน้อยลง เพราะฉะนั้นหลังตื่นนอนในเช้าวันแต่งงานลองประคบอุ่นก่อนเพื่อระบาย ของเสียออกจากเซลล์ จากนั้นประคบเย็นตามเพื่อให้เส้นเลือดหดตัว

จากนั้นทาครีมรอบดวงตาที่มีส่วนผสมของ Bi-mineral Complex หรือวิตามิน K ก็ได้ เพื่อช่วยลดอาการบวมช้ำและรอยเขียวคล้ำ  ทำให้ผิวรอบดวงตาใสวิ้งมากขึ้น

ว่าที่เจ้าสาว, ถาม-ตอบ, Q&A, ปัญหาของว่าที่เจ้าสาว
Photo: @foodess on Unsplash

Q9: เช้าวันแต่งงานควรกินอะไรให้อยู่ท้องไปทั้งวัน และที่สำคัญ… พุงไม่ป่อง?

A9: ผู้เชี่ยวชาญต่างชาติมักแนะนำให้กินอาหารที่ช่วยรักษาระดับน้ำตาล แต่ไม่หนักท้องและไม่ทำให้ท้องอืด เช่น ชีสกับแครกเกอร์ โยเกิร์ตกับกล้วย ซึ่งอาจไม่ค่อยคุ้นปากคนไทยเท่าไร แพรวเวดดิ้งอาสาจัดเมนูอาหารเบาๆ แต่อยู่ท้อง ได้แก่ น้ำเต้าหู้หรือนมถั่วเหลือง ขนมปังโฮลวีต ร่วมกับผลไม้ที่มีไฟเบอร์ แต่ไม่หวานจัด เช่น แอ๊ปเปิ้ล ฝรั่ง ชมพู่

และหากยังกลัวง่าหิว แต่ก็ไม่อยากให้ท้องป่อง ให้เตรียมผลไม้ที่กล่าวมาไว้กินระหว่างวัน หรือดื่มน้ำผลไม้ผสมบุก จะทำให้อยู่ท้อง และอิ่มได้นาน แถมสดชื่นไปถึงฤกษ์ส่งตัวเข้าหอด้วยนะ

ว่าที่เจ้าสาว, ถาม-ตอบ, Q&A, ปัญหาของว่าที่เจ้าสาว
Photo: @tronle_sg on Unsplash

Q10: ทำอย่างไรจึงไม่ปรี๊ดแตก เมื่อว่าที่สามีไม่ยอมช่วยจัดการอะไรเลย โดยให้เหตุผลสวยหรูว่า “ผมให้เกียรติคุณ คุณจะได้มีงานแต่งงานที่ถูกใจคุณที่สุดไง”

A10: ปัญหาระดับชาตินี้คงต้องอาศัยความสามารถเฉพาะบุคคลในการจัดการกับว่าที่เจ้าบ่าวของตัวเอง แต่ทางที่ดีแพรวเวดดิ้งแนะนำว่า ควรจะเปิดใจคุยกันอย่างจริงจัง บอกเขาไปตรงๆ ว่า คุณคาดหวังให้เขาช่วยอะไรบ้าง ให้เขาเข้าใจว่า คุณไม่สามารถเตรียมงานทั้งหมดด้วยตัวคนเดียวได้

การแบ่งหน้าที่แยกส่วนกันไปตามความสนใจและความสามารถ ก็เป็นวิธีที่เวิร์คอยู่ เช่น ให้เขาเป็นคนหาวงดนตรี หาช่างภาพ ฯลฯ พูดง่ายๆ คือ ให้พ่อเจ้าประคุณทำอะไรก็ได้ตามความถนัดของเขาไปเลย

อีกเทคนิคที่อยากแนะนำคือ ให้ถามถึงความต้องการของผู้ใหญ่ฝ่ายเขาเยอะๆ และสุดท้ายก็โอนหน้าที่นั้นไปให้เขาช่วยจัดการเลย ด้วย เหตุผลว่าเราอยากเอาใจฝ่ายเขา แต่กลัวว่าจะจัดการให้ไม่ถูกใจ หรือเวลาคุณว่าที่เสนออะไรที่พอจะเข้าท่ามาสักนิด ให้รีบชื่นชมว่ามันช่างเลิศล้ำ นี่ละเป็นโอกาสโยนหน้าที่นั้นให้อีกฝ่ายรับไปแบบเนียนๆ

สุดท้ายถ้าให้ช่วยทำอะไรแล้วยังบ่ายเบี่ยงว่าไม่ถนัดอะไรสักอย่าง แนะนำว่าควรใช้วิจารณญาณไตร่ตรองอย่างรอบคอบอีกครั้ง ถ้าทำทุกเม็ดแล้วเขายังงงๆ ทำอะไรไม่ถูก ก็ให้ท่องไว้ว่าอย่างน้อยเขาก็ยืนอยู่กับเราในวันแต่งงาน

ถ้าขาดเขา ทั้งหมดที่เราทำไปก็ไร้ประโยชน์เนอะ

เชอรี่ เข็มอัปสร เล่า เที่ยวป่าหน้าฝน โดนทากกัด กว่าจะเจอต้นสมพง ใจมีผลมาก

เป็นหนึ่งในนักแสดงสาวที่หลงใหลในธรรมชาติมากสำหรับ เชอรี่ เข็มอัปสร สิริสุขะ เพราะเวลาที่ไถไปเจออินสตาแกรมของเธอทีไรเป็นต้องได้ซึมซับพลังบวกในเรื่อง การดูแลสิ่งแวดล้อมจากเธอมากทีเดียว

เชอรี่ เข็มอัปสร

ล่าสุดนั้นเชอรี่ได้ไปเดินป่าที่จังหวัดกระบี่ เธอได้เล่าเกี่ยวกับประสบการณ์ เที่ยวป่าหน้าฝน พร้อมกับการตะลุยเส้นทางป่า ที่ต้องผ่านความกลัวของตัวเอง ซึ่งเชอรี่เผยว่า ใจมีผลมาก กว่าจะได้เจอ “ต้นสมพง” ต้นไม้ใหญ่ที่มีอายุกว่า 100 ปี ณ อุทยานแห่งชาติเขาพนมเบญจา ทำเอาเหนื่อย แต่คุ้มค่าที่ได้มาจริงๆ ทั้งนี้เชอรี่ได้เล่าว่า

เชอรี่ เข็มอัปสร

ก่อนที่จะข้ามไปหาต้นสมพงได้ ต้องข้ามสะพานต้นไม้นี้ไปค่ะ พี่หมูหัวหน้าอุทยานเขาพนมเบญจาเล่าว่า 3-4 วันที่ผ่านมานี้ ฝนตกต่อเนื่องแทบไม่หยุดเลย น้ำป่าไหลหลากทำให้สะพานที่มีเดิมเสียหายไปหลายจุด ไม้ต้นนี้เพิ่งล้มลงกลายเป็นสะพานธรรมชาติอันใหม่ที่เพิ่งเกิดขึ้น จะไปหาต้นสมพงยักษ์ต้องข้ามท่อนไม้ซุงนี้ไป

เมื่อขึ้นไปยืนอยู่บนท่อนซุงที่เชื่อมต่อสองฝั่ง น้ำด้านล่างไหลแรงเอาเรื่อง ทำเอาตื่นเต้นพอควร ตั้งสติก่อนก้าวขาแรก จากนั้นค่อยๆ ก้าวขาช้าๆ ทีละก้าวๆ อย่างระมัดระวัง จนมาถึงกลางทางที่เหมือนจะรักษาสมดุลย์ไม่ดีจึงย่อตัวลงนั่ง พยายามตั้งสติถามใจตัวเองว่า “นี่เรากำลังกลัวหรอ” คำตอบที่ได้ไม่ชัดเจน แต่ยืนขึ้นไม่ได้ ทำไม? ไม่เข้าใจตัวเอง เสียง ความสูงและความแรงของน้ำด้านล่างส่งผลต่อใจพอสมควร ต้องยอมรับว่านี่เป็นครั้งแรกที่พยายามจะลุกยืนแต่ยืนขึ้นไม่ได้ พยายามจะก้าวขาก็ก้าวขาไม่ออก

นั่งอยู่อย่างนั้นน่าจะเป็นนาที ขณะที่กำลังคิดว่าควรจะทำอย่างไรดี พี่จรูญเจ้าหน้าที่อุทยานที่เดินนำข้ามไปก่อน ข้ามกลับมาหา พี่จรูญพูดอย่างมีสติให้เราทำตามช้าๆ ว่า ”ค่อยๆ เกาะหลังผมไว้เบาๆ และค่อยๆ ลุกขึ้นยืนช้าๆ” เมื่อรู้สึกว่ามีเจ้าหน้าที่อยู่ด้วย ใจก็ผ่อนคลาย ลุกยืนขึ้นได้และก้าวต่อไปจนถึงอีกฝั่ง

ประสบการณ์การใกล้ชิดธรรมชาติครั้งนี้สอนให้สร้างสมดุลย์ในใจตัวเอง สังเกตใจเราเองว่าความคิดที่เกิดขึ้นกำลังเป็นอุปสรรคที่สำคัญต่อสิ่งที่กำลังทำอยู่รคเปล่า

เชอรี่ เข็มอัปสร

เชอรี่ เข็มอัปสร

ใจมีผลมาก เมื่อมีความกังวลและความกล้าก็มีข้อดี แต่ต้องรักษาระดับให้พอดีๆ เมื่อระมัดระวังเกินพอดีอาจนำไปสู่ความกลัว กล้าเกินไปก็นำไปสู่ความประมาทได้เช่นกัน #บทเรียนจากการใกล้ชิดธรรมชาติ #หวงแหนกระบี่ #cherishkrabi #พี่จรูญsavelife

ปิดท้ายด้วยการเล่าประสบการณ์การเดินป่าหน้าฝน แพรวเห็นรูปแล้วอยากไปสัมผัสธรรมชาติอย่างใกล้ชิดแบบเธอบ้างเลย

เชอรี่ เข็มอัปสร

ประสบการณ์การเดินป่าหน้าฝน ได้อรรถรสมากกกกจริงๆ ค่ะ ที่อุทยานแห่งชาติเขาพนมเบญจา เส้นทางขึ้นไปจุดชมวิว ค่อนข้างชันค่ะ ความยาวเส้นทางประมาณ 800 ม. สูงจากระดับน้ำทะเล 382 ม. ใช้เวลาเดินสลับกับพักประมาณ 1 ชม. เดินขึ้นก็เหนื่อยแบบนึง ช่วงเดินลงก็ต้องระวังลื่นไปอีกแบบ แต่ทั้งคู่ทำให้รู้ว่าการมีสติทุกย่างก้าวนั้นสำคัญจริงๆ และการเดินไปตามจังหวะของเราเอง ไม่เร่งไปตามคณะจนเกินกำลังนั้นเป็นสิ่งจำเป็น และยิ่งเน้นให้เห็นถึงความสำคัญที่ได้เรียนรู้ระหว่างทางมากกว่าที่จะมุทะลุไปสู่จุดหมายปลายทางแค่เพียงอย่างเดียว

ฝนตกๆ หยุดๆ ตลอดเส้นทาง แต่ที่เปิดประสบการณ์แปลกใหม่อีกแบบนั่นก็คือทากค่ะ!! ถูกทากกัดแบบไม่รู้ตัวเลยค่ะ รู้อีกทีก็เดินกลับลงมาแล้วและมีคนทักว่าทำไมที่เข่ามีเลือด!! #พี่จรูญsavelife อีกแล้วค่ะ เท่านั้นยังไม่พอ พอไปถึงที่ร้านอาหาร เข้าห้องน้ำเพื่อไปล้างมือ มีเลือดออกจากเข่าอีกข้าง!! ทากกกผู้สมมาตร เลือกเป้ากัดได้อย่างมีศิลปะมากจ่ะ ทางเราก็อาจจะนอยด์ทากหน่อยๆ ช่วงนี้  แต่ดีใจที่ได้เป็นส่วนนึงของการขยายเผ่าพันธุ์ทากจ่ะ #เพื่อระบบนิเวศโน๊ะ  เป็นประสบการณ์ที่ประทับใจไปอีกแบบค่ะ  #หวงแหนกระบี่ #cherishkrabi


CR : @cherrykhemupsorn

เปิดหัวใจสีเขียวของนางเอกรักษ์โลก “เชอรี่-เข็มอัปสร” กับโครงการ Little Forest

งามแต๊งามว่า “เชอรี่ เข็มอัปสร” เจ้านางน้อย ณ น่าน ถอดความงามจากคุณแม่

‘มีคนถูกใจอยู่ แต่ก็คิดเสมอว่าเดี๋ยวก็เลิก ระวัง!! จะเป็นอย่างที่คิด’ ดูดวงรายวัน 16 ตุลาคม 2563

ดูดวงรายวัน 16 ตุลาคม 2563 #หมอปุ้ยพยากรณ์ เช็กทุกวัน เป๊ะปังทุกดวง ทั้งการงาน การเงิน ความรัก และสุขภาพ

ผู้ที่เกิดวันอาทิตย์

การงาน : นอกจากคุณจะขยันและตั้งใจทำงานของตัวเองแล้ว ยังช่วยเหลืองานของคนอื่นอย่างเสมอต้นเสมอปลายซึ่งมีความเสี่ยงที่จะถูกบังคับให้ต้องทำงานภายใต้เงื่อนไขสัญญา ทั้งที่เป็นลายลักษณ์อักษร หรือสัญญาใจ ดังนั้น วันนี้คุณก็ยังต้องเจรจาต่อรอง หรือประนีประนอม เพื่อแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าให้สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี

การเงิน :  มีความสามารถหาเงินได้เรื่อยๆ แต่ไม่ถึงกับร่ำรวย เพราะคุณใจดีและใจบุญ ชอบช่วยเหลือญาติพี่น้อง วันนี้จะหมดกับการเดินทางท่องเที่ยว การเข้าสังคม และการลงทุนใหม่ๆ

ความรัก :  ที่จริงชีวิตครอบครัวของคุณก็ราบเรียบและราบรื่นดี แต่ที่ไม่จริงก็คือ อาจมีบุคคลที่สามเข้ามาหลอกลวงผลประโยชน์แล้วก็จากไป ทิ้งให้คุณต้องแบกรับเรื่องราวหนักอึ้งไว้คนเดียว คนโสด  ระวังจะติดบ่วงรักจนไม่สามารถสลัดหลุดได้ ซึ่งคุณก็จะคาดหวัง แล้วก็ลงเอยด้วยความหึงหวง

สุขภาพ : อาการปวดตึงตั้งแต่สะโพกลงมาก็ยังเป็นอยู่ ลองดูว่า สาเหตุมาจากน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นหรือเปล่า หากใช่ก็ควรรีบลดด่วนๆๆ

 

ผู้ที่เกิดวันจันทร์

การงาน : คุณอาจได้ร่วมงานหรือร่วมทำธุรกิจกับเพื่อนสนิท มีความเป็นไปได้สูงว่าจะเป็นผู้หญิง ซึ่งเป็นงานใหญ่ที่เน้นการสร้างประโยชน์ให้กับสังคม เช่น นักประดิษฐ์คิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ หรือศิลปินที่กำลังสร้างงานศิลปะชิ้นเอกอุ จนถึงนักวิทยาศาสตร์ที่กำลังทดสอบทดลองสิ่งใหม่ๆ วันนี้หากไม่วิ่งเต้น งานอาจไม่ปัง ก็ควรเข้าหาให้ถูกคนถูกเวลาด้วย เพราะคนที่เคยให้ความช่วยเหลืออาจเปลี่ยนท่าทีไปแล้ว

 

การเงิน : คุณจำเป็นต้องวิ่งเต้นหาเงินเพื่อนำมาสร้างงาน ซึ่งก็อาจเหนื่อยในระยะแรก แต่เมื่องานเปิดตัวแล้ว ซึ่งก็มีความเป็นไปได้สูงว่า จะประสบความสำเร็จ ก็พอจะหายใจได้คล่องขึ้น

ความรัก :  เน้นที่ความสัมพันธ์ในหมู่ญาติพี่น้องผู้หญิง วันนี้พวกเธออาจอยู่กันไม่สงบ มีปัญหาวุ่นวายให้คุณได้แก้ไขตลอดๆ ทางที่ดีก็อยู่ห่างๆ พวกเธอบ้าง คนโสด คุณอาจอ่อนไหวกับเพื่อนสนิทผู้หญิงนะคะ แต่ก็เป็นแค่เพียงบรรยากาศที่ทำให้เคลิบเคลิ้ม ไม่ใช่รักแท้

สุขภาพ : ระบบไหลเวียนน้ำในร่างกาย เช่น น้ำเหลือง น้ำเลือด น้ำย่อย จนถึงน้ำในหูอาจมีปัญหา ยังรวมถึงฮอร์โมนที่อาจสวิง จนคุณคุมอารมณ์ตัวเองไม่อยู่

 

ผู้ที่เกิดวันอังคาร

การงาน : ดูเหมือนช่วงนี้คุณจะเน้นทำงาน เพื่อความก้าวหน้าในตำแหน่งหน้าที่การงาน ชื่อเสียงเงินทอง แต่บอกเลยว่า สำหรับคุณความสำเร็จไม่ได้มาง่ายๆ ต้องแลกด้วยพลังกายพลังใจที่เกินร้อย ดังนั้น หากคุณอยากได้ในสิ่งที่ต้องการ จึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องรับภาระงานหนักขึ้น

การเงิน : คุณทำงานหนักเพื่อหาเงินเยอะๆ ไว้เพื่ออำนวยความสะดวกสบายให้กับชีวิต ซึ่งรายได้ของคุณมาจากอำนาจและบารมี ดังนั้น จึงควรคืนกลับให้กับผู้ใกล้ชิดและบริวารบ้างตามสมควร

ความรัก :  คุณทำงานหนัก เพื่อต้องการหาเงินเยอะๆ เพื่อจะมีหน้ามีตาทัดเทียมคนอื่น จนลืมให้เวลากับครอบครัว ซึ่งมีความสำคัญไม่แพ้กัน ไม่แน่ว่า เมื่อถึงเวลาที่คุณมีเงินเยอะๆ อาจไม่เหลือใครอยู่เคียงข้างเลยก็ได้ คนโสด ทำงานหนักเพื่อตำแหน่งหน้าที่การงาน ชื่อเสียงเงินทอง จากนั้นความรักก็จะมาเอง  

สุขภาพ : ปกติคุณดูแลสุขภาพร่างกายอย่างดีอยู่แล้ว แต่วันนี้เพราะคุณโหมงานหนัก ทำให้ร่างกายอ่อนเพลียจนอาจล้มป่วยได้

 

ผู้ที่เกิดวันพุธ

การงาน :  หากคุณทำงานหรือเกี่ยวข้องกับงานที่ต้องใช้คำพูดในการติดต่อประสานงาน เช่นนักการทูต นักหนังสือพิมพ์ นักโฆษณาประชาสัมพันธ์ ศิลปินนักร้อง นักแสดง และพนักงานส่งเสริมการขายทุกประเภท วันนี้ก็ยังเกี่ยวข้องกับการใช้ความรู้มาทำงาน คุณอาจได้รับหน้าที่เป็นกุนซือหรือที่ปรึกษาประจำโครงการ ซึ่งจะประสบความสำเร็จหรือไม่นั้น ก็อยู่ที่คุณจะเปิดใจรับฟังความคิดเห็นของคนอื่นได้มากน้อยขนาดไหน

การเงิน :  มีแนวโน้มที่จะเสียเงินให้กับคนรักและคนใกล้ชิด อยู่ในหมวดหมู่เครื่องประดับที่มีมูลค่าสูง อาจเป็นแหวนหมั้นก็ได้นะ

ความรัก : ความรักก็ยังคงตามมาหลอกหลอนอยู่นะคะ วันนี้จึงอาจต้องใช้ขนบธรรมเนียมประเพณีในครอบครัวมาเป็นมาตรฐานชี้ขาดเลยก็ได้ คนโสด มีความเป็นไปได้สูงว่า คุณกำลังจะเปลี่ยนสถานะจากคนโสด เป็นมีคู่มีครอบครัว เพราะเขากำลังจะให้ญาติผู้ใหญ่มาสู่ขอแล้วค่ะ

สุขภาพ : ระวังความป่วยไข้ไม่สบายที่เกิดจากโรคที่เป็นมานาน โดยไม่มีอาการเตือนล่วงหน้า จึงปล่อยปละละเลย ซึ่งวันนี้จะแสดงอาการเตือนให้คุณรู้ล่ะ

 

ผู้ที่เกิดวันพฤหัสบดี

การงาน : สำหรับเจ้าของกิจการหรือผู้ที่ทำงานเกี่ยวข้องกับอสังหาริมทรัพย์ บ้าน คอนโด และสิ่งก่อสร้าง วันนี้คุณคาดหวังความสำเร็จอย่างมาก แต่ต้องระวังความเปลี่ยนแปลงที่คาดไม่ถึง อาจทำให้คุณผิดคาด จนเกิดปัญหาขลุกขลักตลอดการทำงาน โดยเฉพาะเอกสารทางราชการอาจเกิดความผิดพลาดกลายเป็นคดีความ ควรหาเพื่อนที่รู้ใจ ผู้รู้หรือผู้มีประสบการณ์มาช่วยทำงานจะดีกว่า

การเงิน :  รายได้ของคุณมาจากอำนาจและบารมี ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับบ้านและที่ดิน ดังนั้น เมื่อได้มาก็ควรเผื่อแผ่ให้กับลูกน้อง เพื่อนร่วมงานที่ช่วยงานจนสำเร็จด้วย

ความรัก :  คุณมีหน้าที่การงานที่ดี ซึ่งคุณอาจแต่งงานกับคู่ เพื่อเหตุนี้ก็ได้ แต่วันนี้อาจมีเหตุให้คุณขัดแย้งกัน ซึ่งคุณมุ่งมั่นที่จะเอาชนะกันมากกว่าการประนีประนอม คนโสด มีแนวโน้มที่จะได้เจอคนที่ถูกใจ แล้วอาจได้เดินทางโยกย้ายถิ่นฐานไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ก็ได้นะคะ

สุขภาพ :  อวัยวะที่ต้องให้ความสำคัญอันดับแรกคือ หัวใจ และโรคที่เกี่ยวข้องกับหัวใจทุกประเภท และความสามารถทางการมองเห็น อาจต้องเปลี่ยนแว่น หรือตัดแว่นใส่แล้วนะคะ

 

ผู้ที่เกิดวันศุกร์

การงาน : หากคุณกำลังสร้างงาน เพื่อนำเสนอหรือประมูลงาน ซึ่งคุณมุ่งมาดปรารถนาอย่างยิ่งว่างานนี้ต้องสำเร็จ จนไม่แคร์ว่า จะดำเนินการด้วยวิธีที่ถูกต้องชอบธรรมหรือเปล่า แล้ววันนี้โชคก็เป็นของคุณเสียด้วยสิ เพราะคุณจะพบกับความสำเร็จอย่างฟลุ๊คๆ แบบเหนือความคาดหมาย

การเงิน : มีลาภลอย หรือได้เงินพิเศษแบบฟลุ๊คๆ

ความรัก : คุณมีความเป็นผู้นำสูงจึงมีทิฐิและความเชื่อมั่นในตัวเองสูงมาก วันนี้ควรลดลงมาหน่อย เพราจะทำให้คุณไม่รับฟังเหตุผลใดๆ เลย โดยเฉพาะความหึงหวงมาเป็นอันดับหนึ่ง คนโสด หากคุณหลงรักใครอยู่ ต้องระวังอาจเกิดศึกแย่งชิง เพราะความหึงหวง

สุขภาพ :  สอดคล้องกับหน้าที่การงานเสมอ อาจมีการเจ็บไข้ได้ป่วยหรือเกิดอุบัติเหตุจากการปฏิบัติงาน จึงไม่ควรประมาท

 

ผู้ที่เกิดวันเสาร์

การงาน  :  สำหรับผู้ที่ทำงานหรือเกี่ยวข้องกับงานที่ต้องใช้วาทศิลป์ในการติดต่อประสานงาน เช่น พีอาร์ประชาสัมพันธ์ นักสื่อสารมวลชน พนักงานขาย ฯลฯ วันนี้แม้คุณจะมุ่งมั่นและคาดหวังกับความสำเร็จในการทำงานมาก แต่ก็อาจยังไม่เพียงพอ หากเอาจริงเอาจังกว่านี้คุณจะพุ่งฉิวเลย

การเงิน : คุณใจดีและใจบุญมาก เบาๆ แบบไม่ทำอะไรก็ต้องมีซื้อขนมเลี้ยงเด็ก หรือลูกหลานบริวารในบ้าน เรียกว่าคุณทำงานหาเงินมาก็ให้คนอื่นใช้หมด

ความรัก :  วันนี้คุณก็ยังคิดไม่ตกและไม่เลิกคิด ระหว่างการอยู่คนเดียว หรืออยู่กับครอบครัวต่อดี เพราะอาจมีปัญหาเรื่องลูกหลานบริวารเพิ่มเข้ามาอีก ซึ่งหากคุณยังย้ำคิดย้ำทำแบบนี้จะทำให้คุณพลาดช่วงเวลาดีๆ ไปนะคะ คนโสด คุณเอาแต่ใจเหมือนเด็กๆ อาจมีคนถูกใจอยู่แล้ว แต่ก็ยังคิดอยู่ตลอดว่า เดี๋ยวก็เลิก ระวังจะเป็นตามที่คิด แล้วจะเสียใจทีหลังไม่ได้นะ

สุขภาพ :  นัดทันตแพทย์บ้างหรือยังคะ เพราะสุขภาพฟันมีผลต่อสุขอนามัยในช่องปาก และทางเดินหายใจ จึงควรตรวจเช็กฟันอย่างสม่ำเสมอ

 เช็กดวงย้อนหลังได้ที่นี่ 

มีคู่แข่งหัวใจ จะแย่งชิงหรือจะปล่อยให้เธอไป ดูดวงรายวัน 10 ตุลาคม 2563

คนรักเก่ายังไม่ยอมไปไหน แต่เพราะศักดิ์ศรีจึงใจอ่อนไม่ได้ ดูดวงรายวัน 11 ตุลาคม 2563

ถูกผู้ไม่หวังดีดราม่า เขย่าจนเตียงสะเทือน ดูดวงรายวัน 12 ตุลาคม 2563

ที่ใดมีรักที่นั่นมีทุกข์ เลิกคิดจริงจังกับใคร ดูดวงรายวัน 14 ตุลาคม 2563

ไม่ขอเจ็บช้ำซ้้ำๆ ที่เดิม ขอปลีกวิเวก ไม่รับฟังเรื่องราวใดๆ ดูดวงรายวัน 15 ตุลาคม 2563

ขอบคุณที่คอยเรียกชื่อตลอด! ความในใจของ "เจี๊ยบ-จิตดี" ผู้ประกาศข่าวหญิงมือรางวัล

ขอบคุณที่คอยเรียกชื่อตลอด! ความในใจ “เจี๊ยบ-จิตดี” ผู้ประกาศข่าวหญิงมือรางวัล

ความในใจของ “เจี๊ยบ-จิตดี ศรีดี” ผู้ประกาศข่าวหญิงมือรางวัลแห่งอมรินทร์ทีวี เล่าถึงเบื้องหลังการทำงานสุดหิน พร้อมขอบคุณทุกกำลังใจ

ชื่อของ “เจี๊ยบ-จิตดี ศรีดี” ขึ้นแท่นเป็นหนึ่งในผู้ประกาศข่าวในใจของใครหลายคน ด้วยการเล่าข่าวที่ชัดเจน ครบประเด็น และบุคลิกที่สดใสร่าเริง แต่จริงๆ แล้วหน้าที่ของเธอไม่ได้อยู่เฉพาะเบื้องหน้าในฐานะผู้ดำเนินรายการทุบโต๊ะข่าวเท่านั้น แต่ยังรับหน้าที่หัวหน้าผู้ประกาศข่าวที่คัดกรอง ค้นคว้า และหาข้อมูลข่าวมาเล่าให้ผู้ชมทุกวัน

ขอบคุณที่คอยเรียกชื่อตลอด! ความในใจของ "เจี๊ยบ-จิตดี" ผู้ประกาศข่าวหญิงมือรางวัล

“เจี๊ยบชอบการทำงานที่ต้องพูดหรือการใช้เสียงมาตั้งแต่เด็กแล้วค่ะ กระทั่งเรียนจบก็ไปสมัครสอบจนได้ใบผู้ประกาศข่าว และได้มีโอกาสทำงานเป็นผู้ประกาศข่าวที่รายการช่องหนึ่งอยู่ 7 ปี กระทั่งได้มีโอกาสเข้ามาทำงานที่อมรินทร์ทีวีตั้งแต่ช่วงเริ่มต้น ซึ่งสนุกมากค่ะ สนุกที่ได้มีส่วนร่วมและมีอิสระ ซึ่งหลายครั้งข่าวที่เราเลือกนำเสนอไปได้รับความสนใจจากประชาชน มีการนำไปขยาย สืบเรื่องต่อ เกิดการเปลี่ยนแปลงในสังคม ทำให้เราดีใจ มีกำลังใจในการทำงาน

ขอบคุณที่คอยเรียกชื่อตลอด! ความในใจของ "เจี๊ยบ-จิตดี" ผู้ประกาศข่าวหญิงมือรางวัล

“หลักในการคัดเลือกข่าว เจี๊ยบจะคิดเสมือนว่าตัวเองเป็นผู้ชม เป็นประชาชนคนหนึ่ง ซึ่งขณะนั้นกำลังสนใจเรื่องอะไร จนถึงข่าวที่มีผลกระทบต่อประชาชนอย่างเรื่องปากท้อง เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟ เรื่องพวกนี้สำคัญมากนะคะ แต่ถ้าถามว่าชอบอ่านข่าวประเภทไหนมากที่สุด เจี๊ยบชอบเล่าเรื่องดีๆ ที่ทำให้ผู้ชมยิ้มได้ ซึ่งจะเห็นว่าเจี๊ยบจะเล่าไป ยิ้มไป อารมณ์ดีตามไปด้วย

ขอบคุณที่คอยเรียกชื่อตลอด! ความในใจของ "เจี๊ยบ-จิตดี" ผู้ประกาศข่าวหญิงมือรางวัล

“สำหรับการทำงานกับพี่พุทธ (พุทธอภิวรรณ องค์พระบารมี) ไม่มีคำว่าไม่ได้เด็ดขาด! อย่างนักข่าวลงพื้นที่ไปทำข่าวแล้วบอกว่าไม่มีอะไรครับ คำนี้ไม่ได้เลยนะ เพราะในคำว่าไม่มีอะไร ต้องมีอะไรเสมอ อยู่ที่ว่าเราจะหยิบมุมไหนออกมานำเสนอ

ขอบคุณที่คอยเรียกชื่อตลอด! ความในใจของ "เจี๊ยบ-จิตดี" ผู้ประกาศข่าวหญิงมือรางวัล

“ส่วนการนั่งอ่านข่าวคู่กัน บางทีแค่มองตาก็รู้ใจว่าจะรับส่งบทกันอย่างไร แม้ช่วงแรกจะมีกระแสออกมาว่าจิตดีไม่ได้พูดเลย (หัวเราะ) แต่เราไม่ได้คิดมากนะคะ เพราะความที่รู้ใจกัน รู้สไตล์การทำงานของกันและกันอยู่แล้ว ทำให้รู้ว่าเราควรทำอย่างไร เช่น ถ้าพี่เขาพูดแบบนี้ เราควรจะต่อแบบนี้นะ เป็นไปตามธรรมชาติของเราสองคน

ขอบคุณที่คอยเรียกชื่อตลอด! ความในใจของ "เจี๊ยบ-จิตดี" ผู้ประกาศข่าวหญิงมือรางวัล

“แต่อีกมุมหนึ่ง คอมเมนต์ต่างๆ ในโลกโซเชียล ก็ทำให้เราเห็นกำลังใจจากผู้ชมเยอะมากๆ แสดงว่ามีคนดูรายการของเรา ต้องขอบคุณมากๆ และที่ประทับใจเป็นพิเศษก็คือคอมเมนต์ที่บอกว่า ‘จิตดีสู้ๆ นะ’ หรือบอกว่า ‘ชอบเสียงหัวเราะของคุณจิตดีจังเลย’ เหล่านี้เป็นกำลังใจที่ดีมากๆ เลยค่ะ และอยากขอบคุณพี่พุทธมากๆ ที่คอยสอนงานและเรียกชื่อเราตลอดเวลาในรายการ จนทำให้ทุกวันนี้ใครๆ ก็รู้จักจิตดี (ยิ้ม) แต่ที่ดีใจที่สุดก็คือรายการทุบโต๊ะข่าวเป็นที่รู้จัก เพราะเป็นรายการที่เราสองคนทำมาด้วยกันตั้งแต่เริ่มต้น จนวันนี้รู้สึกว่าเราประสบความสำเร็จไปด้วยกัน เป็นอีกหนึ่งความภูมิใจค่ะ (ยิ้ม)

“สำหรับรางวัลที่ได้รับ (รางวัลผู้ประกาศข่าวหญิงที่สุดแห่งปี 2017 และรางวัลผู้รังสรรค์ข่าวยอดเยี่ยมในปี 2561) ถือเป็นของขวัญสำหรับคนทำงานนะคะ และต้องบอกว่ารางวัลนี้มาจากทีมงานเบื้องหลังทุกๆ คนที่แข็งแรง เข้มแข็ง สามัคคี และล้มลุกคลุกคลานมาด้วยกัน รางวัลคือสิ่งที่สะท้อนให้เห็นว่ามีคนเห็นการทำงานของพวกเรา เจี๊ยบจึงไม่เคยคิดว่าเป็นรางวัลของเราคนเดียว แต่คือรางวัลของทีมงานอมรินทร์ทีวีทุกคนค่ะ”


ที่มา : นิตยสารแพรว ฉบับ 963

ภาพเพิ่มเติม : jitdee_sridee

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

เบื้องหลังโต๊ะข่าวของ “พุทธอภิวรรณ” ผู้อำนวยการฝ่ายข่าวฝีปากกล้าแห่งอมรินทร์ทีวี

ครั้งแรก! เปิดบ้านริมทะเลสาบสุดอลังของ “ตัน ภาสกรนที” และครอบครัวแสนอบอุ่น

สัมภาษณ์หยิกแกมหยอกของ เบลล่า-ราณี & โป๊ป-ธนวรรธน์ คู่จิ้นที่มองตาก็รู้ใจ

มด-ณปภัช

มด-ณปภัช วางแผนแต่งงานหนุ่มนอกวงการ ทิว-ธันว์ตรี สจ๊วตแอร์เอเชีย

มด-ณปภัช วัฒนากมลวุฒิ วางแผนแต่งงานหนุ่มนอกวงการ ทิว-ธันว์ตรี สจ๊วตสายการบินแอร์เอเชีย ด้าน “แม่แดง” ปลื้มว่าที่ลูกเขย

มด-ณปภัช

หันหลังให้วงการบันเทิง เดินสายไปเป็นแอร์โฮสเตสเต็มตัว สำหรับอดีตนักร้องดังยุค90 มด-ณปภัช วัฒนากมลวุฒิ ล่าสุดความรักของเธอสุกงอมกับเพื่อนร่วมอาชีพ สจ๊วตหนุ่มสายการบินแอร์เอเชีย “ทิว-ธันว์ตรี” มีแพลนงานวิวาห์เรียบร้อยแล้ว ปิดตำนานแม่ไม่ปลื้ม

ล่าสุดสาวสวยคนเก่งดูโอ้ในตำนานวง “โฟร์-มด” ขอเคลียร์คิวงานแน่นๆ มาเปิดใจเรื่องความรักในรายการบันเทิงสุดแซ่บๆ Z story ช่อง อมรินทร์ทีวี เอชดีช่อง34 แบบเอ็กซ์คลูซีฟไว้ว่า

กับแฟนหนุ่ม “ทิว-ธันว์ตรี” สจ๊วตแอร์เอเชียเห็นว่าแม่ให้ผ่านแล้ว?

“หนูก็ไม่รู้เหมือนกันทำไมคนนี้เขาให้ผ่าน (หัวเราะ) เพราะเมื่อก่อนเขาไม่เคยชอบแฟนมดเลยแต่ละคนที่ผ่านมา เมื่อก่อนเราก็มีคำถามนะ ว่าทำไม (หัวเราะ) ทำไมแม่ถึงเข้ม เรื่องการมีแฟน แต่พอเราโตขึ้นเราเข้าใจ ว่าเขาเป็นแม่คน เขาอาบน้ำร้อนมาก่อน อะไรที่เรามองไม่เห็น แต่เขาจะมองเห็น และมองได้ลึกกว่าเรา ตอนนี้เราโตแล้วเราเข้าใจในสิ่งที่แม่เป็น เราโตแล้วเข้าใจ ถ้าเราเป็นแม่คน เราก็คงต้องทำแบบที่แม่ทำกับเรา”

ทิว-ธันว์ตรี

คิดว่าเหตุผลอะไรที่ทำให้ “แม่แดง” ยอมยกธงขาวให้ “ทิว” เป็นแฟนเราได้?

“คิดว่าน่าจะเป็นธรรมชาติของเขา เลยทำให้เข้ากับแม่ได้ดี เพราะเขาเป็นตัวของตัวเอง ทิวเป็นคนไม่ประดิษฐ์ เป็นคนไม่เก๊กไม่วางมาด แม่น่าจะชอบที่ทิวเป็นคนธรรมชาติ ก็เลยน่าจะทำให้แม่ชอบ ก็มีความเอ็นดูมาก อย่างช่วงโควิดทิวก็จะมีฝากของไปให้ทิวตลอด ทำกับข้าวมาให้ แกงหม้อใหญ่ เมื่อก่อนไม่เคยทำเลย แล้วแม่ก็ไม่ได้ทำกับข้าวมานานมากแล้ว (หัวเราะ) ขนาดมดเองก็ไม่ได้กินมานานมาก นานๆ เขาจะเข้าครัว เขา ก็ทำยกหม้อมาให้ทิวเลย”

เห็นว่าเริ่มวางแผนเรื่องงานแต่งเอาไว้แล้วด้วย ว่าจะแต่งงานกัน?

“ถามว่ามีคิดไหม ก็มีคิด เรื่องจากเราคุยกันตั้งแต่แรกที่คบกันแล้วว่า ครั้งนี้ที่เราคบกันคุยกัน มันจะไปถึงไหน เราได้มองข้างหน้าด้วยกันไหม แล้วเหมือนกับว่าเป้าหมายในชีวิตเราเหมือนกัน คือไม่ได้คบเพื่อเลิก หรือว่าจะเลิกไปไหน เราคุยกันว่าเราอยากคบกัน เพื่อมีอนาคตด้วยกัน มีแผนคิดไว้ก็มี แต่ว่าเราก็ไม่ได้ไปเร่งหรืออะไร เราก็ปล่อยให้มันเป็นไปตามธรรมชาติ ก็ถ้าว่ามันถึงเวลาของมัน ก็เป็นเวลาของมัน”

ทิว-ธันว์ตรี


สามารถติดตามอ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติมได้ที่นี่

เคียงข้าง 10 ปี ปราง & โต้ง ทูพี “เพราะรักเราเคยขม เราจึงเข้าใจความหวาน”

 

อบอุ่นถ้วนหน้า พิธีหมั้นสุดเรียบง่ายของ เซเลบสาว เบลล์-รินทร์รตา ในยุคโควิด-19

ล้วงหัวใจ สิงห์ วรรณสิงห์ หนุ่มผู้พิชิตใจสาวงาม มารีญา พูลเลิศลาภ

เจาะความเจ๋ง “สมาร์ทเฮดโฟนไร้สายจาก Montblanc” สุดยอดเพื่อนคู่หูนักเดินทาง

ชวนสายแก็ดเจ็ตมุง! แพรวดอทคอม พาไปเจาะลึกความเจ๋งของ “สมาร์ทเฮดโฟนไร้สายจาก Montblanc” สวมใส่นุ่มสบาย คุณภาพเสียงดีเยี่ยม ดีไซน์สวยหรู

หากถามสาวๆ ว่าชอบทำอะไรแก้เบื่อระหว่างเดินทางกันบ้าง เชื่อว่าหนึ่งในคำตอบยอดฮิตจะต้องเป็นการฟังเพลงอย่างแน่นอน รวมถึงการเสพความบันเทิงต่างๆ จากสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ต ไม่ว่าจะเป็น ดูหนัง ฟังพอดแคสต์ ดังนั้นแก็ดเจ็ตที่จะขาดไม่ได้เลย ก็ต้องยกให้กับหูฟัง เพราะแบบนี้ แพรวดอทคอม จึงไม่พลาดหยิบ “สมาร์ทเฮดโฟนไร้สาย Montblanc” ที่มาพร้อมกับสารพัดความเจ๋ง มาแนะนำให้กับเหล่านักเดินทางที่ต้องการเพื่อนคู่หูสุดเริ่ด

Montblanc

“สมาร์ทเฮดโฟนไร้สายจาก Montblanc” ถือเป็นสมาร์ทเฮดโฟนชิ้นแรกของแบรนด์ ทุกองค์ประกอบจึงได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถัน เริ่มตั้งแต่สัมผัสของการสวมใส่ที่นุ่มสบายสุดๆ และการดีไซน์ขนาดให้ใหญ่ขึ้น เพื่อให้รับกับสรีระและสามารถสวมครอบหูได้อย่างไม่อึดอัด แต่ขณะเดียวกันก็ออกแบบให้พับได้ กลายเป็นไอเท็มขนาดกะทัดรัด เพื่อความสะดวกในการพกพา

และที่สำคัญคือการสร้างสรรค์คุณภาพเสียงที่เจ๋งสุดๆ โดย “สมาร์ทเฮดโฟนไร้สายจาก Montblanc” มาพร้อมกับเทคโนโลยีล้ำๆ ที่ทำให้คุณภาพเสียงดีเยี่ยม และเทคโนโลยีกำจัดเสียงรบกวน อีกทั้งยังได้ผู้เชี่ยวชาญด้านเสียงอย่าง Alex Rosson มาช่วยสร้างสรรค์ด้วย 

ส่วนความเจ๋งของฟีเจอร์อื่นๆ ก็ล้ำไม่เบา ไม่ว่าจะเป็น ระบบควบคุมและสั่งการด้วยเสียง Google Assistant รวมถึงสามารถทำงานร่วมกับอุปกรณ์บลูทูธได้หลากหลาย ทั้งระบบ iOS และ Android

Montblanc

นอกจากนี้ “สมาร์ทเฮดโฟนไร้สายจาก Montblanc” ยังมาพร้อมกับดีไซน์สวยหรูดูดี ตามคอนเซ็ปต์เอกลักษณ์ความสง่างามของ Montblanc โดยมีให้เลือก 3 แบบ สะท้อนถึงรสนิยม 3 สไตล์ คือ หนังสีดำพร้อมโลหะประกอบชุบโครเมียม หนังสีน้ำตาลเข้มพร้อมโลหะประกอบทำสีทอง และหนังสีเทาอ่อนพร้อมโลหะประกอบขัดเงา โดยมาพร้อมกับถุงผ้าเกรดพรีเมียมสำหรับใส่สายชาร์จ USB-C สายแจ็ค และอะแดปเตอร์สำหรับใช้บนเครื่องบิน

สายแก็ดเจ็ตที่กำลังตามหาเพื่อนคู่หูเจ๋งๆ สามารถตามไปตำ “สมาร์ทเฮดโฟนไร้สายจาก Montblanc” ได้เลยที่บูติกมงต์บลองค์ สาขาสยามพารากอน, เอ็มโพเรียม และสยามพารากอนดีพาร์ทเม้นท์สโตร์บีเทรนด์ สามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.montblanc.com

คุณแม่ ไอซ์ พาริส

นึกว่าพี่สาว! คุณแม่ของหนุ่มหล่อ ‘ไอซ์ พาริส’ วัย 50 ยังสวยแซ่บและเซี๊ยะมาก

นึกว่าพี่สาว! คุณแม่ของหนุ่มหล่อ ‘ไอซ์ พาริส’ วัย 50 ยังสวยแซ่บและหุ่นเซี๊ยะมาก

สารภาพว่าเพิ่งเปิดดู ฉลาดเกมส์โกง เดอะซีรีส์ จบไป รู้สึกชื่นชอบทุกตัวละครในเรื่องนี้ที่ตีบทแตกระจุย เลยตามไปส่องผลงานอื่นๆ ที่อินสตาแกรมต่อ จึงเห็นว่านักแสดงหนุ่มหล่อ ไอซ์ พาริส โพสต์ภาพกับผู้หญิงคนหนึ่งที่ดูสนิทสนมมาก แถมดูหน้าคล้ายกันจนนึกว่าพี่สาว แต่ที่ไหนได้สาวสวยคนนี้คือ คุณแม่ ของหนุ่ม ไอซ์ พาริส นั่นเอง

แต่หากใครที่เป็นแฟนคลับ คงจะเคยเห็นโฉมหน้าสมาชิกครอบครัวของหนุ่มไอซ์แล้ว บอกเลยว่าหน้าตาดีเหมือนกันทั้งบ้าน โดยเฉพาะคุณแม่ ที่ยังดูสวยอ่อนเยาว์จนแทบเดาอายุไม่ถูก ชนิดที่ว่ากาลเวลาไม่อาจทำลายความสวยได้เลยจริง ๆ เห็นทีแรกคิดว่าเป็นพี่สาวซะอีกแน่ะ ที่สำคัญคุณแม่ยังหุ่นเซี๊ยะเซ็กซี่มากอีกด้วย

ซึ่งเห็นคุณแม่ดูยังสวยและยังดูสาวแบบนี้ แต่ความจริงแล้วปีนี้ (2020) คุณแม่ พิพพา อินทรโกมาลย์สุต มีอายุครบ 50 ปีแล้วนะคะ ทำให้ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมหนุ่มไอซ์ พาริส อินทรโกมาลย์สุต ถึงได้หล่อคมเข้มขนาดนี้ เอาเป็นว่า สวัสดีค่ะคุณแม่ ทางนี้ว่าที่ลูกสะใภ้สายมโนเองค่ะ ขอสมัครเป็นทั้งแฟนคลับคุณแม่และคุณลูกเลยค่ะ

แม่ไอซ์ พาริส แม่ไอซ์ พาริส แม่ไอซ์ พาริส แม่ไอซ์ พาริสแม่ไอซ์ พาริส หน้าเด็ก แม่ไอซ์ พาริส หน้าเด็ก แม่ไอซ์ พาริส หน้าเด็ก แม่ไอซ์ พาริส หน้าเด็ก แม่ไอซ์ พาริส หน้าเด็ก แม่ไอซ์ พาริส หน้าเด็ก แม่ไอซ์ พาริส หน้าเด็ก

เปิดภาพสมัยสาวๆ ของ คุณแม่ไอซ์ พาริส

เปิดภาพสมัยสาวๆ ของ คุณแม่ไอซ์ พาริส เปิดภาพสมัยสาวๆ ของ คุณแม่ไอซ์ พาริส


ภาพ IG : pippa_in , icepariss

 

 

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

แว่วว่าคล้ายคลึงกัน! เจี๊ยบ พิจิตตรา หรือ ซนเยจิน กันแน่ ใน ฟ้ามีตะวัน

สวยไม่เปลี่ยน! เปิดภาพผู้จัดคนสวย ‘ตู่ ปิยวดี’ ย้อนหลัง 20 ปี พร้อมทริคหน้าเด็ก

เปิดสูตรสาวสองพันปี ‘ตั๊ก มยุรา’ ดูแลตัวเองทุกวินาที สวยไม่สร่างเหมือนตอนวัยสาว

สวยสังหาร! เปิดเคล็ดลับเทคแคร์ผิวและบอดี้ของ ‘ธัญญ่า’ เป๊ะแบบไม่มีอะไรมากั้น

 

 

ออร่ามี ดีง ภณ ณวัสน์ และชิปปี้ ศิรินทร์ เสริมทัพพรีเซนเตอร์ พร้อมฉลองความสำเร็จของแบรนด์ด้วยการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุด 

บริษัท ออร่ามี จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้าและเครื่องสำอางภายใต้แบรนด์ออร่ามี (Aura Me) โดย คุณวิรันพัชร ชินภัคธนัชศิริ ประธานกรรมการผู้จัดการฯ จัดงาน AURA ME Rock The World เพื่อเฉลิมฉลองความสำเร็จของแบรนด์ และเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุด ออร่า มี ทริปเปิล โรส คอนเซ็นเทรต เซรั่ม (AURA ME Triple Rose Concentrate Serum) อย่างยิ่งใหญ่ พร้อมดึง 2 ดาราหนุ่ม-สาวสุดฮอต ตัวแทนคนรุ่นใหม่อย่าง ภณ ณวัสน์   ภู่พันธัชสีห์ และ ชิปปี้ ศิรินทร์ ปรีดียานนท์ เสริมทัพพรีเซนเตอร์คนใหม่ของแบรนด์อย่างเป็นทางการ ตอกย้ำภาพลักษณ์ของสโลแกน “ยิ่งใช้ ยิ่งออร่า” โดยมีเหล่านักแสดงและพรีเซนเตอร์รุ่นพี่ของแบรนด์ ได้แก่ ซัน ประชากร ปิยะสกุลแก้ว, แพทริเซีย กู๊ด, ต่าย เพ็ญพักตร์ ศิริกุล และน้ำหวาน ภูริตา สุปินชมภู ร่วมแสดงความยินดี ก่อนปิดท้ายความสนุกด้วยมินิคอนเสิร์ตของนักร้องขวัญใจมหาชน ปาล์มมี่ ณ ศูนย์การค้าโชว์ ดีซี

วิรันพัชร ชินภัคธนัชศิริ ประธานกรรมการผู้จัดการ บริษัท ออร่ามี จำกัด กล่าวถึงการจัดงานในครั้งนี้ว่า       “งานในวันนี้เราจัดขึ้นเพื่อฉลองความสำเร็จของแบรนด์ร่วมกับตัวแทนจำหน่ายของออร่ามี ที่สนับสนุนและพาให้แบรนด์เติบโตได้จนถึงทุกวันนี้ พร้อมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดของแบรนด์ คือ ออร่า มี ทริปเปิล โรส คอนเซ็นเทรต เซรั่ม เนื้อเจลเข้มข้นและซึบซาบเร็ว ที่สกัดจากส่วนต่างๆ ของกุหลาบ เช่น น้ำกุหลาบ ดอกกุหลาบดามัซก์จากบัลแกเรีย ใบกุหลาบพันปี แห่งเทือกเขาแอลป์ และส่วนผสมทรงคุณค่าอื่นๆ เพื่อยกระดับการฟื้นบำรุงผิวหน้าอย่างอ่อนโยน 

นอกจากนี้เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองครั้งสำคัญทางแบรนด์จึงทำการเปิดตัวพรีเซนเตอร์คนใหม่ถึง 2 คน คือ ภณ ณวัสน์  ภู่พันธัชสีห์ และชิปปี้ ศิรินทร์ ปรีดียานนท์ เพื่อตอกย้ำภาพลักษณ์ของการเป็นผลิตภัณฑ์สำหรับคนรุ่นใหม่ที่เข้าถึงทุกไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต ให้ภาพที่สื่อถึง “ออร่ามี ยิ่งใช้ ยิ่งออร่า” ได้ชัดเจน และตรงกับกลุ่มเป้าหมายของผลิตภัณฑ์ที่วางไว้ ซึ่งเรามีการจำหน่ายแล้วผ่านตัวแทนจำหน่าย ออร่ามี ทั่วประเทศ ในราคาโปรโมชั่นเพียง 980 บาท จากราคาปกติ 1,890 บาท”

ด้านพรีเซนเตอร์หนุ่มสุดฮอต ภณ ณวัสน์ ภู่พันธัชสีห์ เผยว่า “ปกติในการทำงานก็ต้องแต่งหน้าและใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวอยู่แล้ว เมื่อได้ลองใช้ ออร่ามี แล้วชอบมาก เพราะใช้แล้วผิวหน้าเรียบเนียน กระจ่างใส และรอยสิวรอยดำลดลงอย่างเห็นได้ชัด ผมเลยอยากให้ทุกคนได้ลองใช้ ออร่ามี กันเยอะๆ แล้วจะติดใจผลลัพธ์ที่ได้อย่างแน่นอนครับ”

ขณะที่ ชิปปี้ ศิรินทร์ ปรีดียานนท์ พรีเซนเตอร์สาวคนใหม่ กล่าวเสริมว่า “รู้สึกดีใจและขอบคุณทางแบรนด์ ออร่ามี ที่เล็งเห็นถึงความเป็นตัวตนของชิปปี้ และเลือกให้เราได้ทำหน้าที่เป็นพรีเซนเตอร์ของ ออร่า มี ทริปเปิล โรส คอนเซ็นเทรต เซรั่ม ซึ่งเป็นเซรั่มที่เนื้อละเอียดมาก และมีกลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกกุหลาบด้วย เวลาใช้แล้วรู้สึกผ่อนคลายและแฮปปี้มากค่ะ ใครที่สนใจก็สามารถมาเป็นแฟนคลับ ออร่ามี เหมือนชิปปี้ได้นะคะ เพราะออร่ามี ยิ่งใช้ ยิ่งออร่า จริงๆ ค่ะ”

นอกจากนี้ภายในงานยังมีกิจกรรมเสวนาจากผู้เชี่ยวชาญชื่อดังที่จะช่วยเสริมสร้างความรู้ กลยุทธ์ และวิธีขายสินค้าอย่างไรให้ปัง! มาแบ่งปันกับตัวแทนจำหน่าย เพื่อต่อยอดและพัฒนารูปแบบการขายในช่วงนิวนอร์มอล พร้อมของขวัญและโปรโมชั่นสุดพิเศษที่มีเฉพาะภายในงานนี้เท่านั้น ก่อนปิดท้ายวันแห่งความสุขด้วยมินิคอนเสิร์ตจากศิลปินสาวขวัญใจมหาชนอย่าง ปาล์มมี่ ที่ชวนให้ทุกคนได้แดนซ์กันอย่างสนุกสนาน

พิเศษช่วงแนะนำ ออร่า มี ทริปเปิล โรส คอนเซ็นเทรต เซรั่ม ขนาด 30 มิลลิลิตร ราคาเพียง 980 บาท จากราคาปกติ 1,890 บาท ร่วมพิสูจน์ความมหัศจรรย์ของดอกกุหลาบ ได้แล้ววันนี้ ติดต่อสอบถามหรือสั่งสินค้าได้ที่ ตัวแทนจำหน่าย ออร่ามี ทั่วประเทศ 

ติดตามข่าวสารและข้อมูลเพิ่มเติมได้ทาง www.facebook.com/aurameofficial

บุพเพร้อยร้าย

บุพเพร้อยร้าย โปรเจ็กต์คู่ครั้งใหม่ของ พ่อหมีแม่หมี เต้ย-พงศกร & เชียร์-ฑิฆัมพร

บุพเพร้อยร้าย โปรเจ็กต์คู่ครั้งใหม่ในรอบ 3 ปี ของ พ่อหมีแม่หมี เต้ย-พงศกร เมตตาริกานนท์ & เชียร์-ฑิฆัมพร ฤทธิ์ธาอภินันท์

หลังจากปล่อยให้ตั้งตารอมานาน ในที่สุดก็ได้ฤกษ์เดินหน้าแล้วสำหรับ โปรเจ็กต์คู่ครั้งใหม่ของ พ่อหมีแม่หมี เต้ย-พงศกร & เชียร์-ฑิฆัมพร ที่โคจรมาพบกันอีกครั้งในละครเรื่อง “บุพเพร้อยร้าย” ของค่าย ค่ายบรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น

โดยเมื่อไม่นานมานี้หนุ่มเต้ยได้ให้สัมภาษณ์ถึงการมารับแสดงในเรื่องนี้ว่า เขารู้สึกตื่นเต้นและรู้สึกท้าทายกับบทบาทใหม่ครั้งนี้มากๆ และเพื่อการแสดงที่สมจริงมากขึ้น เขาถึงขั้นไปศึกษาในสถานที่จริงเลยทีเดียว

เต้ย-พงศกร

“เนื่องจากผมต้องเล่นเป็นทนาย ผมเลยเข้าไปที่ศาลเพื่อศึกษาว่าการเป็นทนายซักฟอกลูกความจริงๆ เขาต้องซักฟอกยังไง แล้วต้องวางบุคลิกยังไง เพราะทนายแต่ละคนบุคลิกแตกต่างกัน โดยเฉพาะเกี่ยวกับข้อกฎหมายถ้าอ่านอย่างเดียวมันค่อนข้างเข้าใจยาก ผมก็เลยไปฟังเองเพื่อที่จะได้เข้าใจได้มากขึ้น”

เมื่อถูกถามเกี่ยวกับการกลับมาร่วมงานกับเชียร์นั้น หนุ่มเต้ยกล่าวว่า “อันนี้ขอให้ทุกคนรักในตัวละครที่เราเล่นดีกว่า เพราะตัวละครแต่ละตัวมันไม่เหมือนกัน อย่างในกามเทพฯ ผมก็จะเป็นอีกแบบหนึ่ง ในเรื่องบุพเพร้อยร้ายผมจะเป็นอีกแบบหนึ่ง ขอให้คนดูปล่อยใจไปกับตัวละครที่เราเล่นดีกว่า เรื่องว่าจะกลับมาเป็นคู่จิ้นที่ได้รับความนิยมแบบเดิมไหม ผมไม่คาดหวังดีกว่า เพราะทำเต็มที่ อยากให้คนดูชื่นชอบผลงานเรา ไม่ต้องคาดหวังว่าจะกลับมาจิ้นกันอีก อยากให้คนชื่นชอบผลงานเราและเป็นถึงพัฒนาการทางการแสดง อยากให้เขามองมุมนั้นมากกว่า”

บุพเพร้อยร้าย

อย่างไรก็ตามเมื่อถูกถามว่าฝั่งเชียร์ก็มีคนพิเศษแล้ว เต้ยเองก็มีคนที่คุยอยู่ ปัจจัยภายนอกนี้จะทำให้ความฟินในละครลดลงหรือเปล่า? เกี่ยวกับเรื่องนี้หนุ่มเต้ยบอกว่า ”

ผมคิดว่ายุคสมัยเปลี่ยนไปแล้ว ผมเชื่อว่าคนเปิดรับมากขึ้น คนมีแฟนก็เป็นเรื่องปกติ อย่างนักแสดงเมืองนอกแต่ละคนเขาก็แฟนทั้งนั้น แต่เรายังเชื่อได้เวลาที่เขาเล่นหนังด้วยกัน เขาเป็นแฟนกันจริงๆ  และคนก็ยังอินไปตามละครนั้นได้ ผมคิดว่าถ้าคนจะรักเราจริงๆ เขาคงรักเราในแบบที่เราเป็น ซึ่งเต้ยพูดคำนี้มาตลอด และแฟนคลับผมก็เป็นแบบนั้นจริงๆ แต่ก็มีบางคนแหละที่ไม่เข้าใจ มีคนรักก็ต้องมีคนเกลียดด้วย เราไม่สามารถทำให้ทุกคนรักเราได้”


ภาพจาก : @toey_pongsakorn

สามารถติดตามอ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติมได้ที่นี่

สัมภาษณ์หยิกแกมหยอกของ เบลล่า-ราณี & โป๊ป-ธนวรรธน์ คู่จิ้นที่มองตาก็รู้ใจ

เคมีเกินต้าน! บทสนทนาชวนอมยิ้มของคู่จิ้น #ลุงลุง โป๊ป-ธนวรรธน์ & เต๋อ-ฉันทวิชช์

คนนี้พิเศษใส่ไข่! เชียร์ พัฒนาความสัมพันธ์ หลานชายเจ้าสัวบุญชัย มานาน 2 ปี

หวานรับวาเลนไทน์ “บิ๊ก” เซอร์ไพร้ส์! เชียร์ ฑิฆัมพร เขินม้วน

ซิกแพค อีดงอุค vs คิมบอม

เอะอะถอดเสื้อ! ซูมกล้ามท้องแน่นๆ ของ 2 จิ้งจอกหนุ่ม ‘อีดงอุค vs คิมบอม’

เอะอะถอดเสื้อ! ซูมกล้ามท้องแน่นๆ ของ 2 จิ้งจอกหนุ่ม อีดงอุค vs คิมบอม

เผลอกดเข้าไปดูซีรี่ส์เกาหลีเรื่อง Tale Of The Nine Tailed (เทพบุตรจิ้งจอกเก้าหาง) ซึ่งเป็นเทพเจ้าโบราณ ที่เดินทางข้ามระหว่าง 2 โลก เพื่อลงโทษเหล่าสัตว์ประหลาดที่ก่อความอันตรายในโลกมนุษย์ เขาตัดสินใจมาอาศัยอยู่ในเมืองใหญ่ อยู่ในคราบหนุ่มหล่อ มาดเท่ แสนลึกลับ นามว่า อียอน (รับบทโดย อีดงอุค)

แต่ต่อมาก็ถูกตามล่าตัวโดย นัมจีอา โปรดิวเซอร์รายการทีวีเกี่ยวกับเรื่องเหนือธรรมชาติ เธอผู้ที่พยายามจะเปิดโปงความลับนี้ เพื่อบรรลุความฝันที่จะเป็นนักผลิตรายการที่มีเรตติ้งทะลุจอ โดยไม่รู้ว่าการตามล่าหาความจริงนี้ทำให้ จีอาต้องตกอยู่ในอันตรายโดยไม่รู้ตัวจาก อีรัง (รับบทโดย คิมบอม) หนุ่มเลือดร้อน ลูกผสมระหว่างมนุษย์และจิ้งจอกเก้าหาง ลูกพี่ลูกน้องของ อียอน หรือพระเอกนั่นเอง

อีดงอุค vs คิมบอม

และขอยกระดับความฟินเต็มๆ มาให้แฟนคลับสองหนุ่มด้วยภาพกล้ามหน้าท้องแน่นๆ ของ อีดงอุค และ คิมบอม ซึ่งหากใครอยากรูปร่างดีมีซิกแพคแบบนี้ เรามีเคล็ดลับปั้นซิกแพคมาฝาก

ออกกำลังกายแบบ Strength Training เช่น การยกน้ำหนัก เพื่อเเพิ่มขนาดให้กับกล้ามเนื้อ เมื่อกล้ามเนื้อมีขนาดใหญ่ขึ้น ระบบเผาผลาญพื้นฐานก็จะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย หรือลองแบบ High Intensity Interval Trainingออกกำลังกายแบบหนักสลับเบา เช่น การวิ่ง จากเดิมอาจจะวิ่งสบาย ๆ ต่อเนื่อง 30 นาที ลองเปลี่ยนเป็นวิ่งแบบเร็วสุด 2 นาที จากนั้น สลับเป็นการวิ่งเหยาะๆ 1 นาที ทำสลับกันไปจนครบ 30 นาที การทำแบบนี้จะทำให้ระบบเผาผลาญของร่างกายจะยังทำงานต่อไปแม้จะหยุดออกกำลังกายไปแล้วนานสูงสุดถึง 39 ชั่วโมงเลยทีเดียว หรือทำตามสเต็ปง่ายๆ คลิก > วิธีปั้นซิกแพค

ซิกแพคของจิ้งจอกหนุ่ม คิมบอม

ซิกแพคของจิ้งจอกหนุ่ม อีดงอุค

2 จิ้งจอกหนุ่ม อีดงอุค vs คิมบอม

 


ภาพจากเพจ : ดูอะไรกันอยู่

 

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ตกหลุมรัก! หนุ่มเมืองน้ำหอม Lucas Bravo เชฟหนุ่มหล่อจากเรื่อง Emily in Paris

หุ่นกร้าวใจมาก! ปั้นซิกแพคแบบ “คิมซูฮยอน” แค่ 5 ท่าง่ายๆ อยู่บ้านก็ทำได้

หล่อแถมซิกแพคน่าลูบ “แบรี่-ณเดชน์ คูกิมิยะ” แชร์ทริคฟิตหุ่น บวกดูแลผิวครบสูตร

 

17 เหตุผลที่คนเลือก นอกใจแฟน มันทั้งน่าตกใจและชวนใจสลายมาก!

ปัญหา นอกใจแฟน เป็นปัญหาระดับสากลโลกที่มีอยู่ในทุกเชื้อชาติ ทุกสีผิว และทุกเพศ

จากข้อมูลของสมาคมที่ปรึกษาปัญหาครอบครัวและชีวิตคู่แห่งอเมริการะบุว่า กว่า 60% ของคู่ชีวิตทั้งหมด ล้วนเคยประสบปัญหาคู่ครองนอกใจ อย่างน้อย 1 ครั้งในช่วงชีวิตแต่งงาน

เห็นตัวเลขสูงเกินกึ่งแล้วก็อย่าเพิ่งตาโต ถ้าจะบอกว่ามันเป็นเพียงตัวเลขประมาณขั้นต่ำ เนื่องจากว่าไม่ใช่ทุกคนจะยอมรับว่าตนเองหรือคู่ครองของตนเคยนอกใจกันมาก่อน โดยเฉพาะเมื่อยังมีกลุ่มคนที่มีแนวความคิดว่าแค่พูดคุย คบหากับ “กิ๊ก” ไม่เรียกว่าเป็นการนอกใจแต่อย่างใด เพราะยังไม่ได้มีเพศสัมพันธ์กันซะหน่อย

จะว่าไปมุมมองต่อปัญหานอกใจนี้ก็เข้าข่าย คนทำไม่ได้คิด(มาก) แต่คนที่ถูกกระทำ(ไม่ได้ทำ) ไม่ว่าจะเป็นเพศไหน กลับคิดและต่างเห็นพ้องต้องกันว่า ถึงจะเป็นการนอกใจแบบไม่มีเพศสัมพันธ์มาเกี่ยวข้อง แต่ความรุนแรงของมันก็ไม่ต่างอะไรกับการนอกใจแบบมีเพศสัมพันธ์ และเป็นการบ่งบอกว่า “คู่ของเรา” ได้ตัดสินใจลาออกจากชีวิตคู่แล้ว

เพราะการนอกใจในรูปแบบนี้สามารถทำลายความสัมพันธ์ได้ยิ่งกว่าการนอกใจแบบมีเพศสัมพันธ์ ค่าที่มันสร้างความเจ็บปวดให้กับคู่ครองได้มากกว่าการยอมรับตรง ๆ ว่านอกใจเสียอีก

เนื่องด้วยมันเป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่าการหลอกลวงนี้เกิดขึ้นอย่างจงใจ ซึ่งถือเป็นหัวใจของการทรยศเลยทีเดียว โดยผู้หญิง 88% จะให้ความสำคัญกับการที่คู่ครองคบหากับคนอื่นมากกว่าการที่คู่ครองมีเพศสัมพันธ์กับคนอื่น ซึ่งนับเป็นตัวเลขที่มากกว่าคำตอบของฝั่งผู้ชายถึง 2 เท่า

แล้วทำไมเมื่อรู้ว่าผลของการนอกใจสร้างความเจ็บปวดให้กับคู่ครองเพียงใดแล้ว คนจำนวนมากถึงยังเลือก นอกใจแฟน กันอีกล่ะ?

17 เหตุผลชวนใจสลายต่อไปนี้ อาจทำให้คุณที่ผ่านพบประสบการณ์แย่ๆ เข้าใจถึงสาเหตุมากขึ้น

นอกใจแฟน, คนนอกใจ, มีกิ๊ก, แอบมีกิ๊ก, มือที่สาม
Photo: @nathan_mcb on Unsplash

1.คนที่นอกใจเป็นพวกหลงตัวเองและต้องการย้ำเตือนความสำคัญของตัวเองไม่มีที่สิ้นสุด

คนประเภทนี้มักจะค้นหาเป้าหมายใหม่ไปเรื่อย ๆ เพื่อให้ตัวเองยังรู้สึกมั่นใจอยู่ จึงมีอาการเหมือนเสพติดการเป็นคนสำคัญที่ต้องการให้คนอื่นคอยช่วยย้ำเตือนความสำคัญของตนเองอย่างไม่มีที่สิ้นสุด เพราะแท้จริงแล้วคนประเภทนี้รู้สึกไม่มั่นใจและมีความมั่นใจในตัวเองต่ำ มันจึงเป็นเรื่องที่ง่ายกว่าสำหรับคนพวกนี้ในการหาคนอื่นมาคอยชื่นชมตัวเองแทนที่จะเผชิญหน้ากับความไม่มั่นใจที่คอยหลอกหลอนตัวเองอยู่

2.คนที่นอกใจมีปัญหาในการควบคุมความต้องการของตนเอง

สัญญาณที่บ่งบอกถึงปัญหาความบกพร่องในการควบคุมความต้องการของตนเองนั้นคือการเสพติด “ความสุข” จากสิ่งต่าง ๆ เช่น สุรา อาหาร หรือการพนัน มากเกินไป ซึ่งการนอกใจก็เป็นอีกรูปแบบหนึ่งของปัญหานี้เช่นกัน แม้แต่เรื่องที่ดูเล็กน้อยอย่างการให้ท่าแบบไม่มีพิษภัยหรือการคบหาที่ไปไกลกว่าคำว่า “เพื่อน” ก็ส่งผลให้คนเหล่านี้ต้องปกปิดความผิดอย่างเลี่ยงไม่ได้

3.คนที่นอกใจเชื่อว่าการมีกิ๊กเป็นเรื่องที่ถูกต้องสำหรับตนเอง

คนประเภทนี้ชอบอ้างว่า “มันไม่ใช่เรื่องเสียหายอะไร คนเรามีชีวิตเพื่อเติมเต็มความต้องการเป็นธรรมชาติ” และข้ออ้างนี้ก็ถูกใช้สร้างความชอบธรรมให้กับพฤติกรรมของคนประเภทนี้ พร้อมกับเหตุผลอีกสารพัดว่าทำไม “เพื่อน” คนนี้หรือการมีคนอื่นถึงสำคัญกับชีวิตของเขา และการคบซ้อนแบบนี้ก็เป็นเรื่องที่ไม่ได้ทำลายความสัมพันธ์แต่อย่างใด

ที่สำคัญคนประเภทนี้ยังเชื่อจริง ๆ อีกว่า ตัวเอง “ไม่ได้เจ้าชู้” และพร้อมจะหาเหตุผลสารพัดมายืนยันตัวเอง ซึ่งเหตุผลอย่างหนึ่งก็คือรายได้ของคนที่นอกใจมากพอที่จะไปมีคนอื่นได้

4.คนที่นอกใจเชื่อว่าตัวเองเป็นคนดีและไม่คิดว่าพฤติกรรมของตนเป็นเรื่องผิด

คนประเภทนี้เชื่อว่าการนอกใจที่เป็นความผิดหมายถึงการมีเพศสัมพันธ์กับคนอื่นที่ไม่ใช่คู่ของตนเท่านั้น และในเมื่อเขาไม่ได้มีเพศสัมพันธ์กับคนอื่น ก็ไม่มีความจำเป็นจะต้องรู้สึกผิดอะไรกับการทำกิจกรรมอื่น ๆ และคิดเพียงแค่ว่าคู่ของตนนั้นคิดมาก ขี้หึง กลัวถูกทิ้ง หรือเจ้ากี้เจ้าการน่ารำคาญ ฯลฯ

คนประเภทนี้จะชอบย้ำว่าตัวเองไม่มีแม้แต่ความคิดที่จะ “ทำผิด” (คือแอบไปมีเพศสัมพันธ์กับคนอื่น) แต่จะเพิกเฉยกับการกระทำอื่น ๆ ที่ก็ถือเป็นการนอกใจทั้งหมด

5.คนที่นอกใจปฏิเสธใครไม่เป็น

คนประเภทนี้มองว่าตนเองเป็นที่พึ่งสำคัญของคนอื่น ไม่ว่าจะเพราะคนอื่นที่ว่านี้ต้องการ “ความช่วยเหลือ” หรือเพราะตัวคนที่นอกใจต้องการรู้สึกเป็นคนสำคัญอยู่ลึก ๆ ก็ตาม

นอกใจแฟน, คนนอกใจ, มีกิ๊ก, แอบมีกิ๊ก, มือที่สาม
Photo: @naveenkumar on Unsplash

6.คนที่นอกใจไม่ชอบให้คู่ครองคอย “บงการชีวิต”

คนประเภทนี้มักล้มเหลวในการสื่อสารความต้องการของตนเองอย่างถูกวิธี จึงคิดว่าสิ่งที่ตัวเองทำอยู่คือการต่อสู้เพื่ออิสรภาพในชีวิต ทั้งที่แท้จริงแล้วก็ยังติดอยู่กับการถูกบงการ ด้วยการไม่ยอมอ่อนข้อให้กับคู่ของตน คนประเภทนี้ก็เพียงแค่แสดงให้คู่ของตนเห็นว่าขอบเขตของการควบคุมอยู่ตรงไหนเท่านั้น

7.คนที่นอกใจโตมาในสภาพแวดล้อมที่ส่งเสริมการนอกใจ

คนประเภทนี้อาจมีญาติพี่น้องที่มีพฤติกรรมแบบเดียวกันและไม่คิดว่าการนอกใจเป็นเรื่องผิด เมื่อค่านิยมในครอบครัวคือการป้องกันตัวอย่างไร้ความรับผิดชอบและแก้ปัญหาด้วยการโยนความผิด ไม่รับผิด มีความเชื่อผิด ๆ และไม่ยอมรับความจริง คนประเภทนี้ก็ย่อมมีพฤติกรรมไม่ต่างกัน

8.คนที่นอกใจไม่พอใจคู่ของตนเองแต่ไม่แสดงออก

คนประเภทนี้ไม่สามารถแสดงความรู้สึกของตน (โดยเฉพาะความรู้สึกแง่ลบ) ออกมาได้ และมักตามใจคนอื่นเพื่อหลีกหนีปัญหา ดังนั้นมันจึงเป็นเรื่องที่ง่ายกว่าที่จะแสดงตัวเป็น “คนดี” แล้วแอบไปหาที่เติมพลังที่อื่น

9.คนที่นอกใจรู้สึกผิดหวังในความสัมพันธ์หรือในตัวคู่ครอง

คล้ายกับเหตุผลก่อนหน้า คนประเภทนี้จะไม่แสดงออกตรง ๆ เมื่อความโกรธขึ้นมา คนประเภทนี้จะไม่แสดงออกอย่างตรงไปตรงมา ไม่ว่าจะเป็นความผิดหวังในแง่ของชีวิตคู่ที่ไม่เหมือนฝัน หรือคู่ครองที่เปลี่ยนไปไม่เหมือนเดิม การแสดงออกถึงความรู้สึกแง่ลบกับคู่ครองของตนโดยตรงก็ดูจะเสี่ยงเกินไปสำหรับคนประเภทนี้

10.คนที่นอกใจกลัวการผูกมัด

การผูกมัดเป็นสิ่งที่น่ากลัวสำหรับคนประเภทนี้ ที่แม้จะใจใฝ่หาแต่ก็หวาดกลัว มันจึงเป็นเรื่องง่ายกว่าที่จะหามือที่ 3 มาผสมโรงแทนที่จะพูดคุยกับคู่ของตนตรง ๆ คนประเภทนี้จะทำทุกอย่างเพื่อหลีกเลี่ยงความสัมพันธ์ลึกซึ้งและเลือกที่จะคบหาแบบปลอดภัยไว้ก่อน ด้วยความกลัวว่าจะเป็นฝ่ายถูกทิ้ง คนประเภทนี้จึงมักเตรียมทางออกไว้เพื่อให้ตัวเองไม่เสียความรู้สึก เพราะการเป็นฝ่ายทิ้งย่อมรู้สึกดีกว่า

11.คนที่นอกใจเคยพบว่าพ่อแม่ของตนก็นอกใจ

ประสบการณ์แบบนี้ทำให้คนประเภทนี้มองว่าการนอกใจเป็นเรื่องธรรมดา ชีวิตคู่ที่ดีนั้นเป็นเรื่องแปลกประหลาดสำหรับคนประเภทนี้ คนกลุ่มนี้จึงทำตัวใกล้ชิดสนิทสนมกับคนอื่นได้อย่างไม่มีกาลเทศะ ซึ่งก็ถือว่าเป็นการนอกใจเช่นกัน

นอกใจแฟน, คนนอกใจ, มีกิ๊ก, แอบมีกิ๊ก, มือที่สาม
Photo: @etonesabina on Unplash

12.คนที่นอกใจกำลังอยู่ในห้วงทุกข์ของความสูญเสีย

คนประเภทนี้ยังมีใจกับคนรักเก่า (อาจจะเป็นคู่ที่เสียชีวิตไปแล้ว คู่ที่เลิกรากันไป หรือแม้แต่รักแรก) ทำให้คนประเภทนี้ไม่มีความสุขกับความสัมพันธ์ใหม่เมื่อเทียบกับคนเก่าที่ยังอยู่ในใจ

13.คนที่นอกใจมีคู่ครอง(หรือลักษณะความสัมพันธ์)ที่ไม่ตอบสนองความคาดหวัง

คนประเภทนี้อาจมีคู่แต่งงานที่จริงจังและหัวโบราณจนน่าเบื่อ ก็เลยเลือกที่จะไปตีสนิทกับคนอื่นที่สนุกสนาน มีสีสัน และอิสระมากกว่า คนประเภทนี้มักรู้สึกเก็บกดเวลาอยู่กับคู่ครอง แต่จะรู้สึกมีอิสระในการเป็นตัวของตัวเองเมื่ออยู่กับชู้รัก และการได้ปลดปล่อยตัวตนที่เก็บซ่อนไว้ก็เป็นเรื่องที่รู้สึกดีเสียด้วย

14.คนที่นอกใจใฝ่หาความรู้สึกสดใหม่

คนประเภทนี้ต้องการความรู้สึกสดใหม่ในชีวิตที่หาไม่ได้จากที่บ้าน

15.คนที่นอกใจต้องการเปลี่ยนแปลงตัวเอง

คนประเภทนี้เหนื่อยกับการทำตัวเป็นคนดีตลอดเวลา จึงอยากทำเรื่องไม่ดีเพื่อปลดปล่อยตัวเองบ้าง ซึ่งก็เป็นข้ออ้างที่คนประเภทนี้มักเอามาใช้

16.คนที่นอกใจชอบมีความลับ

การมีความลับนั้นเย้ายวนใจและให้ความรู้สึกว่าเป็นฝ่ายมีอำนาจเหนือกว่าในความสัมพันธ์ คนประเภทนี้อาจจะชอบมีความลับตั้งแต่เด็กจนกลายเป็นนิสัย

17.คนที่นอกใจเป็นพวกไม่ยอมโต

ไม่ว่าจะความรู้สึกว่าอยากเป็นเด็กตลอดไป หรือความไม่พร้อมที่จะรับผิดชอบชีวิตของตัวเองแบบผู้ใหญ่ก็ทำให้คนประเภทนี้เลือกที่จะหนีความจริง ทุกความสัมพันธ์ล้วนมีอุปสรรคแต่คนประเภทนี้จะตัดสินใจหนีมากกว่าเผชิญหน้ากับปัญหา

แต่ไม่ว่าคู่ของคุณจะนอกใจคุณเพราะสาเหตุใด การเข้าใจที่มาที่ไปของเขาก็ไม่ใช่เพื่อจุดมุ่งหมายให้คุณ “ยอม” อยู่ตกอยู่ในสถานการณ์อิหลักอิเหลื่อแต่เพียงฝ่ายเดียว แต่มันควรจะเป็นความเข้าใจที่อยู่บนพื้นฐานว่าคุณจะหาทางออกให้กับปัญหาการนอกใจนี้ในทิศทางใด

ให้เวลาเขาปรับเปลี่ยนพฤติกรรรม หรือเดินจากมา

Bangkok Art Biennale 2020

“กรมสมเด็จพระเทพฯ” เสด็จฯเปิดงาน Bangkok Art Biennale 2020 เป็นการส่วนพระองค์

“กรมสมเด็จพระเทพฯ” เสด็จฯเปิดงาน เทศกาลศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ Bangkok Art Biennale 2020 (BAB 2020)

เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2563 เวลา 17.30 น. สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดงาน เทศกาลศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ Bangkok Art Biennale 2020 (BAB 2020) เป็นการส่วนพระองค์ ณ ชั้น 15 อาคาร The Parq (พระราม 4)

"กรมสมเด็จพระเทพฯ" เสด็จเปิดงาน Bangkok Art Biennale 2020 เป็นการส่วนพระองค์

โดยมี นายฐาปน สิริวัฒนภักดี กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ในนามประธานกรรมการและผู้ก่อตั้งมูลนิธิ บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่, นางปภัชญา สิริวัฒนภักดี, นายปณต สิริวัฒนภักดี, ม.ล.ตรีนุช สิริวัฒนภักดี, ศาสตราจารย์ ดร.อภินันท์ โปษยานนท์ ประธานอำนวยการและผู้อำนวยการศิลป์ บางกอกอาร์ต เบียนนาเล่, นายนิติกร กรัยวิเชียร กรรมการมูลนิธิ บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ และคณะผู้จัดงานเฝ้าทูลละอองพระบาทรับเสด็จ

"กรมสมเด็จพระเทพฯ" เสด็จเปิดงาน Bangkok Art Biennale 2020 เป็นการส่วนพระองค์

เทศกาลศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ Bangkok Art Biennale 2020 (BAB 2020) เป็นงานที่มีหัวเรือใหญ่อย่าง บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ผสานความร่วมมือครั้งสำคัญจากภาครัฐและเอกชน ซึ่งกำหนดจัดขึ้นทุกๆ 2 ปี เพื่อสร้างสรรค์ศิลปะร่วมสมัย บอกเล่าความเป็นไทยไปทั่วโลก ถือเป็นโครงการสำคัญที่ทำให้กรุงเทพมหานครกลายเป็นศูนย์กลางแห่งการท่องเที่ยวที่สำคัญทางด้านศิลปะร่วมสมัยในอันดับต้นๆ ของโลก และเป็นจุดหมายของนักเดินทางผู้รักงานศิลปะจากทั่วโลก

"กรมสมเด็จพระเทพฯ" เสด็จเปิดงาน Bangkok Art Biennale 2020 เป็นการส่วนพระองค์

เทศกาลศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ Bangkok Art Biennale 2020 (BAB 2020) ชวนเสพงานศิลป์วิถีใหม่ New Normal กับผลงานศิลปะกว่า 200 ชิ้น โดย 82 ศิลปินชั้นนำทั่วโลก จาก 35 ประเทศ รวม 5 ทวีป ที่จะมาสร้างความอลังการและความยิ่งใหญ่ให้กับวงการศิลปะไทย กับแนวคิดหลักสุดท้าทาย “Escape Routes” หรือ “ศิลป์สร้าง ทางสุข” ที่จะนำมาจัดแสดงบน 10 สถานที่สำคัญใจกลางกรุงเทพมหานครได้แก่ เดอะ ปาร์ค, BAB BOX, เดอะ พรีลูด โครงการวัน แบงค็อก จัดแสดงตั้งแต่วันที่ 12 ตุลาคม 2563 และจะเปิดแสดงเพิ่มในพื้นที่ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ราชวรมหาวิหาร, วัดอรุณราชวราราม ราชวรมหาวิหาร, วัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร, หอศิลปวัฒนธรรม แห่งกรุงเทพมหานคร, ล้ง 1919, มิวเซียมสยาม และ ริเวอร์ ซิตี้ แบงค็อก โดยจะจัดแสดงตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม 2563 จนถึงวันที่ 31 มกราคม 2564

"กรมสมเด็จพระเทพฯ" เสด็จเปิดงาน Bangkok Art Biennale 2020 เป็นการส่วนพระองค์

ทั้งนี้ คุณฐาปน สิริวัฒนภักดี กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ในนามประธานกรรมการ และผู้ก่อตั้งมูลนิธิ  บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ ได้กล่าวว่า “การจัดงานบางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ 2020 ถือเป็นการตอกย้ำความตั้งใจอย่างแน่วแน่ของมูลนิธิบางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ ที่จะใช้พลังสร้างสรรค์ของเหล่าศิลปินระดับโลกทั้งไทยและต่างประเทศจากทุกทวีปทั่วโลกมาช่วยส่งเสริม และกระตุ้นให้เกิดการท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรมในรูปแบบของการจัดเทศกาลศิลปะร่วมสมัยนานาชาติถึงแม้ทั่วโลกจะเผชิญกับสถานการณ์การระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ตั้งแต่ต้นปี 2020  แต่ด้วยความร่วมมือร่วมใจของคนไทย ประเทศไทยถือว่าสามารถบริหารจัดการควบคุมการแพร่ระบาดได้เป็นอย่างดี ซึ่งเราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการจัดงานครั้งนี้จะเป็นหนึ่งในตัวชี้วัดที่สำคัญที่แสดงให้ทั่วโลกได้มั่นใจในศักยภาพของประเทศไทยของเรา

“ศิลป์สร้าง ทางสุข” หรือ Escape Routes ที่เป็นแนวคิดหลักของการจัดงานครั้งนี้ คณะกรรมการบางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ ได้เล็งเห็นว่าช่วงเวลาของปี 2020 คือการขึ้นทศวรรษใหม่ที่ท้าทาย ซึ่งองค์การสหประชาชาติประกาศว่าเป็น “ทศวรรษแห่งการลงมือทำ” หลังจากการประกาศ 17 เป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนมา 5 ปี ซึ่งกระตุ้นความตื่นตัวในเรื่องการพัฒนาเพื่อความยั่งยืน รวมทั้งการตื่นตัวของบริษัทในตลาดทุนในหลายอุตสาหกรรมทั่วโลก ที่เป็นสมาชิกดัชนีความยั่งยืนดาวโจนส์ ที่สามารถทำคะแนนได้สูงขึ้นในทุกปี แต่โลกของเราก็ยังมีเหตุการณ์ต่างๆ ที่นำมาซึ่งความกังวลใจร่วมกัน เช่น ปัญหาทางเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ และโดยเฉพาะสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ผ่านมา ก็เป็นสิ่งเตือนใจให้กับคนทั่วไปในความใส่ใจในสุขภาพทั้งของตนเองและสุขภาพของโลกของเราที่ถือเป็นเรื่องสำคัญ   มูลนิธิบางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ จึงตั้งใจที่จะกำหนดแนวคิดหลักของงานให้เป็นการกระตุ้นศิลปินที่เป็นนักคิดนักสร้างสรรค์ที่ร่วมมาแสดงผลงานครั้งนี้ จะร่วมสร้างสรรค์ชิ้นงานศิลปะในรูปแบบต่างๆ ที่ถ่ายทอดและกระตุ้นความคิดใหม่ๆ อีกทั้งสะท้อนถึงมุมมองจากสถานการณ์ปัจจุบัน แล้วจะชวนเรามองไปถึงอนาคตที่น่าอยู่ที่ยั่งยืนได้อย่างไรนั้น เป็นเรื่องที่ชวนให้ติดตามชมเป็นอย่างยิ่ง

“ผมมีความยินดีขอเชิญชวนผู้ที่ชื่นชอบหรือผู้ที่รักในงานศิลปะทั้งหลายได้ติดตามชมงานศิลปะระดับโลกที่นำมาจัดแสดงในครั้งนี้ เพราะนี่คือความคิดสร้างสรรค์จากศิลปินระดับโลกนานาชาติ 51 ท่าน จาก 35 ประเทศ และ ศิลปินไทย 31 ท่าน รวมแล้วเรามีศิลปินถึง 82 ท่าน ซึ่งมากกว่างานบางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ ที่จัดครั้งที่แล้วในปี 2018 ที่ผ่านมา การจัดงานบางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ 2020 ถือเป็นการตอกย้ำความตั้งใจอย่างแน่วแน่ของ มูลนิธิ บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ ที่จะใช้พลังสร้างสรรค์ของเหล่าศิลปินระดับโลกทั้งไทย และต่างประเทศจากทุกทวีป ทั่วโลกมาช่วยส่งเสริมและกระตุ้นให้เกิดการท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรม ในรูปแบบของการจัดเทศกาล ศิลปะร่วมสมัย นานาชาติ”

“โดยในการจัดบางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ ครั้งที่ 1 เมื่อปี 2018 นั้น จากสถิติที่ TCEB หรือสํานักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ ที่ได้เก็บข้อมูลตลอดการจัดงานพบว่า มีนักท่องเที่ยวในเชิงศิลปวัฒนธรรมจากต่างชาติสูงถึง 1.44 ล้านคน ในระหว่างการจัดงาน และสามารถสร้างรายได้เพิ่มทางเศรษฐกิจสูงถึง 8 พันล้านบาท ในปี 2020 นี้ ถึงแม้ทั่วโลกจะเผชิญกับสถานการณ์การระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ตั้งแต่ต้นปี 2020 แต่ด้วยความร่วมมือร่วมใจของคนไทย ประเทศไทยเราถือว่าสามารถบริหารจัดการควบคุมการแพร่ระบาดได้เป็นอย่างดี ซึ่งเราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการจัดงานครั้งนี้จะเป็นหนึ่งในตัวชี้วัดที่สําคัญที่แสดงให้ทั่วโลกได้มั่นใจในศักยภาพของประเทศไทยของเรา คณะจัดงานหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการจัดงาน บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ 2020 ครั้งนี้ จะมีส่วนส่งผลให้กรุงเทพมหานครเป็นศูนย์กลางศิลปะร่วมสมัยระดับโลก และช่วยกระตุ้นอุตสาหกรรมด้านการท่องเที่ยว เสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ สร้างรายได้ในภาพรวมตั้งแต่ชุมชนคนรักศิลปะไปจนถึงเศรษฐกิจฐานรากของชุมชนในบริเวณโดยรอบของพื้นที่จัดงานได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว”


บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

“กรมสมเด็จพระเทพฯ” ทรงรับการทูลเกล้าฯถวายรางวัล ผู้นำสตรีโลก 2563

ทรงเรียบง่าย “พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์” ทรงบำเพ็ญพระกุศลในวันคล้ายวันประสูติ

เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี ทรงรับพระราชทานปริญญาบัตร ศิลปกรรมศาสตรดุษฎีบัณฑิต

‘ไม่ขอเจ็บช้ำซ้้ำๆ ที่เดิม ขอปลีกวิเวก ไม่รับฟังเรื่องราวใดๆ’ ดูดวงรายวัน 15 ตุลาคม 2563

ดูดวงรายวัน 15 ตุลาคม 2563 #หมอปุ้ยพยากรณ์ เช็กทุกวัน เป๊ะปังทุกดวง ทั้งการงาน การเงิน ความรัก และสุขภาพ

ผู้ที่เกิดวันอาทิตย์

การงาน : สำหรับผู้ที่ทำงานหรือเกี่ยวข้องกับงานที่ต้องเดินทางและการติดต่อ หรืองานประดิษฐ์ พวกเครื่องมือสื่อสาร หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ วันนี้ความสนิทสนมกับลูกน้องมากไป อาจทำให้คุณต้องแบกรับงานหนักอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ดังนั้น จึงควรใช้ความรู้ ความสามารถ และเทคนิคเฉพาะบุคคล เพื่อเจรจาต่อรอง ประนีประนอม แก้ปัญหาเฉพาะหน้าให้สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี

การเงิน :  มีความสามารถในการทำงานหาเงิน แต่ก็ใช้เงินเก่งเช่นกัน โดยเฉพาะในเรื่องการเข้าสังคม และการเดินทางท่องเที่ยว

ความรัก :  คุณขี้เบื่อ ยิ่งช่วงนี้งานเยอะ คุณให้เวลากับการทำงานมากกว่าครอบครัว จึงทำให้ความสัมพันธ์ยิ่งห่างเหินกันขึ้นไปอีก หากได้โยกย้ายที่ทำงานก็ควรพาคู่ไปด้วย จะได้เปลี่ยนบรรยากาศ เผื่อความรักจะสดชื่นขึ้น คนโสด  อารมณ์คุณไม่มั่นคงเปรียบเหมือนสายลม เปลี่ยนแปลงรวดเร็วมาก จนสามารถเปลี่ยนใจได้ง่ายๆ

สุขภาพ :  โหมงานหนัก ควรระวังกิจกรรมที่ต้องเดินหรือยืนเป็นเวลานานๆ เพราะจะทำให้คุณปวดเมื่อยตั้งแต่เอวลงมา กล้ามเนื้ออาจอักเสบ

 

ผู้ที่เกิดวันจันทร์

การงาน : สำหรับผู้ที่ทำงานหรือเกี่ยวข้องกับการใช้คำพูดหรือวาจาในการติดต่อสื่อสาร เช่น นักการทูต นักสื่อสารมวลชน ศิลปินดารา พิธีกร ฯลฯ รวมถึงพนักงานส่งเสริมการขายทุกประเภท วันนี้คุณอาจได้เดินทางไปทำงานหรือบุกเบิกตลาดใหม่ยังสถานที่ใหม่ๆ อาจเป็นต่างจังหวัด หรือได้ยวดยานพาหนะใหม่ ก็มีแนวโน้มว่าจะประสบความสำเร็จด้วยดี ได้พบเจอคู่ค้าที่มีความจริงใจสามารถคบกันได้ในระยะยาว หากคุณประกอบสัมมาชีพด้วยความถูกต้องและซื่อสัตย์ก็จะเป็นความสำเร็จอย่างยั่งยืน

 

การเงิน : รายได้ส่วนใหญ่มาจากการเดินทางและการติดต่อ ซึ่งคุณควรพอใจในสิ่งที่ตัวเองหาได้ด้วยวิธีที่ถูกต้อง ไม่ควรคาดหวังมากกว่านั้น เพราะอาจถูกหลอกจนเสียเงินเสียทอง

ความรัก :  หากคุณมีโครงการที่จะเดินทางโยกย้ายที่อยู่ไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ วันนี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงโปรแกรมกะทันหัน เพราะคู่คุณอารมณ์ไม่ค่อยดี เดี๋ยวจะไป เดี๋ยวก็ไม่ไปอีกแล้ว   คนโสด คุณอาจได้เจอคนถูกใจระหว่างการเดินทาง มาแบบธรรมะสายแข็งเลยทีเดียว

สุขภาพ :  ระวังโรคลำไส้ ระบบย่อยอาหารและโรคกระเพาะ ซึ่งคุณเป็นพวกปล่อยวางเรื่องงานไม่ได้ง่ายๆ  จึงเพิ่มความเครียด และนอนไม่หลับเข้ามาด้วย

 

ผู้ที่เกิดวันอังคาร

การงาน :  สำหรับผู้ที่ทำงานหรือเกี่ยวข้องกับงานบุญงานกุศล หรือจิตอาสาทำประโยชน์เพื่อสังคม วันนี้คุณคาดหวังความสำเร็จอย่างแรงกล้ามาก แต่ก็จะมีปัญหาขลุกขลักเข้ามาตลอด ต้องระวังเอกสารทางราชการอาจผิดพลาด จนกลายเป็นคดีความ ทางที่ดีคุณอาจชวนเพื่อนสนิทผู้หญิงที่ไว้ใจได้ หรือผู้รู้ผู้มีประสบการณ์มาช่วยงานก็จะประสบความสำเร็จขึ้น

การเงิน : รายได้จะมาจากอำนาจและบารมี ดังนั้น รายจ่ายของคุณจึงอยู่ที่การเลี้ยงดูมิตรสหายและบริวาร เพื่อต่อยอดบารมี รวมถึงการทำบุญ บริจาคทรัพย์คืนกลับสู่สังคม

ความรัก : เป็นความรักความสัมพันธ์ในหมู่ญาติผู้หญิง ซึ่งครอบครัวคุณค่อนข้างมีกฎระเบียบที่เคร่งครัดตึงเป๊ะ จึงต้องระวังเรื่องทิฐิและความมั่นใจในตัวเองมากๆ เพราะทุกคนต้องการที่จะเอาชนะ ไม่เน้นการประนีประนอม   คนโสด หากคุณหลงรักเพื่อนสนิทที่เป็นผู้หญิง ก็ต้องพยายามฝ่าด่านทางบ้านของเธอให้ได้

สุขภาพ :  ภูมิแพ้มาแล้วจ้า ช่วงนี้อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อยจึงควรระวังระบบทางเดินหายใจจะทำงานไม่สะดวก ทำให้คัดจมูก จามถี่ๆ จนอาจเป็นไซนัส หรือเยื่อบุโพรงจมูกอักเสบ

 

ผู้ที่เกิดวันพุธ

การงาน :  สำหรับผู้ที่ทำงานหรือเกี่ยวข้องกับงานเอ็นเทอร์เทน เช่น เอ็นเทอร์เทนเนอร์ ศิลปินนักร้อง ดีเจ นักธุรกิจประกอบการสถานบันเทิง ฯลฯ วันนี้คุณอาจรู้สึกระแวง ไม่มั่นใจในงานที่ตัวเองทำ จนอยากไปเรียนต่อเพื่อเพิ่มพูนทักษะการทำงานในวิชาชีพให้แน่นขึ้น ก็นับว่าเป็นทางออกที่ดีค่ะ

การเงิน :  คุณมีรายได้จากงานประจำซึ่งไม่พอใช้ แม้จะได้งานจ็อบ รายได้สูงก็ตาม แต่หากคุณยังคงใช้เงินตามอารมณ์แบบนี้ หาเท่าไหร่ก็ไม่พอค่ะ

ความรัก : ต้องระวัง ประสบการณ์ที่เคยผิดหวังเก่าๆ จะย้อนกลับมา เพราะเขายังเลิกนิสัยเจ้าชู้ไม่ได้ จึงทำให้คุณเจ็บซ้ำๆ ที่เดิมจนอาจมาถึงจุดที่ขอตัวไปปลีกวิเวก ไม่อยากรับฟังเรื่องราวใดๆ คนโสด คุณไม่อาจทนรับความเจ็บปวดจากความรักได้อีกแล้ว จึงยังคงเป็นโสด อยู่กับครอบครัวดีกว่า

สุขภาพ : อวัยวะที่ต้องระวังเป็นพิเศษคือ มดลูก และอวัยวะในช่องท้อง ซึ่งหากคุณล้มป่วยจะมีอาการหนักถึงขั้นล้มหมอนนอนให้น้ำเกลือเลย

 

ผู้ที่เกิดวันพฤหัสบดี

การงาน : เป้าหมายในการทำงานของคุณ ก็คือความสำเร็จในตำแหน่งหน้าที่การงาน ลาภยศ ชื่อเสียง เงินทอง ซึ่งคุณพยายามทุกวิถีทางเพื่อไปให้ถึงจุดนั้น วันนี้เตรียมใจไว้เลยว่า จะมีปัญหาขลุกขลักเข้ามาตลอด เอกสารทางราชการอาจผิดพลาดจนกลายเป็นคดีความ ดังนั้น จึงควรเข้าทางผู้ใหญ่และคนใกล้ชิด เพราะเขาพร้อมจะสนับสนุนให้คุณได้เดินไปถึงเป้าหมาย

การเงิน : รายได้มาจากอำนาจและบารมี รวมถึงผู้ใหญ่ที่จะช่วยเหลือคุณไม่ให้เดือดร้อน ดังนั้น คุณจึงควรเลี้ยงดูปูเสื่อญาติสนิทมิตรสหายที่มีบุญคุณกับคุณอย่างดีด้วย

ความรัก :  คุณให้ความสำคัญกับการหาเงิน เพื่อแลกกับเครื่องอำนายความสุขสบายให้กับครอบครัว ดังนั้น คุณจึงค่อนข้างเอาแต่ใจและยึดติดความเป็นตัวเอง จนไม่สนใจความรู้สึกของคนรอบข้าง ต้องการเอาชนะมากกว่าการประนีประนอม คนโสด เอาแน่เอานอนอะไรกับคุณไม่ได้ค่ะวันนี้ อาจถูกใจข้าราชการหนุ่มรูปหล่อ หน้าที่การงานดี แต่แป๊บเดียวก็เปลี่ยนใจแล้ว

สุขภาพ : อวัยวะที่ต้องให้ความสำคัญอันดับหนึ่งคือ หัวใจ และโรคที่เกี่ยวข้องกับหัวใจทุกชนิด รองลงมาคือ ความสามารถทางการมองเห็น อาจต้องเปลี่ยนแว่นใหม่ หรือลองไปวัดสายตาเตรียมใส่แว่น

 

ผู้ที่เกิดวันศุกร์

การงาน : หากคุณทำงานหรือเกี่ยวข้องกับการประดิษฐ์คิดค้น หรือศิลปินผู้สร้างงานศิลปะ จนถึงนักวิทยาศาสตร์ที่กำลังทดลองค้นคว้าวิจัยสิ่งใหม่ๆ ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อสังคม วันนี้คุณอาจถูกกดดันให้ต้องกระโดดเข้าสู่การแข่งขัน ในเรื่องของหน้าที่การงาน และผลประโยชน์อย่างรุนแรง รวมถึงอาจถูกบีบบังคับด้วยสัญญา ไม่ว่าจะสัญญาใจ หรือเอกสารสัญญา ให้ต้องทำงานให้เสร็จภายในระยะเวลาที่กำหนด ส่งผลให้คุณอึดอัดและคับข้องใจมาก จนคุณอาจหลุด คุมตัวเองไม่อยู่ อาจทุบโต๊ะกลางห้องประชุมเลยก็ได้

การเงิน :  จะมีเงินเข้ามาสม่ำเสมอ แต่ก็ไม่ถือว่ารวย เพราะส่วนมากเป็นเงินหมุน ใช้ไปกับการลงทุน ระวังถูกมิจฉาชีพหลอก ถูกโกง จนเสียเงินก้อนใหญ่

ความรัก : อาจต้องระวังปัญหาเรื่องมือที่สาม ซึ่งจะเข้ามาหลอกให้รักแล้วก็จากไปพร้อมๆ กับผลประโยชน์ โดยปล่อยให้คุณกับคู่ทะเลาะกันอย่างรุนแรง เพราะเหมือนถูกหยามเกียรติและศักดิ์ศรี คนโสด คุณอาจถูกหลอกหรือกดดันให้คบกับคนที่คุณไม่ชอบ จนอาจมีปากเสียงทะเลาะกัน เพื่อหาทางออกจากสภาวะนี้

สุขภาพ :  ใจเย็นๆ นะคะ ความใจร้อนเป็นบ่อเกิดของอุบัติเหตุ ทั้งจากการขับขี่และการทะเลาะวิวาท ต้องระวังให้มากๆ

 

ผู้ที่เกิดวันเสาร์

การงาน  : หากคุณทำงานหรือเกี่ยวข้องกับงานที่ต้องใช้ทักษะและความสามารถส่วนตัวสูง เช่น ทหาร ตำรวจ นักการเมือง นักปกครอง ฯลฯ วันนี้คุณอาจต้องใช้แรงกาย แรงใจ เพื่อเอาชนะปัญหาและอุปสรรคที่ถาโถมเข้ามา เรียกว่าเหนื่อยจนสายตัวแทบขาดเลยทีเดียว แต่ก็พอเบาใจได้ว่าผู้ใหญ่จะช่วยส่งเสริมสนับสนุนคุณเต็มที่ เพื่อนร่วมงาน และเจ้านายก็เมตตาเอ็นดูคุณเป็นพิเศษ

การเงิน : หาเงินได้มากก็ใช้จ่ายมาก play hard & work hard ก็อย่าลืมดูแลให้ความช่วยเหลือญาติสนิทมิตรสหายด้วย

ความรัก :  คุณทำงานหนักหาเลี้ยงครอบครัว รวมถึงญาติผู้ใหญ่ ขณะที่คู่คุณเป็นนักเที่ยวนักดื่ม นักสังสรรค์ปาร์ตี้ ดังนั้น วันนี้คุณจึงอาจกลับมาคิดทบทวนตัวเองว่า ควรจะอยู่คนเดียวดีไหม คนโสด คุณให้ความสำคัญกับการทำงาน แม้ผู้ใหญ่จะนัดเดทให้ แต่คุณก็ไม่สนใจ

สุขภาพ :  ระวังอุบัติเหตุที่เกิดจากของมีคม และความร้อน อย่าประมาท

 

 

เช็กดวงย้อนหลังได้ที่นี่ 

มีคู่แข่งหัวใจ จะแย่งชิงหรือจะปล่อยให้เธอไป ดูดวงรายวัน 10 ตุลาคม 2563

คนรักเก่ายังไม่ยอมไปไหน แต่เพราะศักดิ์ศรีจึงใจอ่อนไม่ได้ ดูดวงรายวัน 11 ตุลาคม 2563

ถูกผู้ไม่หวังดีดราม่า เขย่าจนเตียงสะเทือน ดูดวงรายวัน 12 ตุลาคม 2563

ที่ใดมีรักที่นั่นมีทุกข์ เลิกคิดจริงจังกับใคร ดูดวงรายวัน 14 ตุลาคม 2563

เต๋อ-ฉันทวิชช์

เคมีเกินต้าน! บทสนทนาชวนอมยิ้มของคู่จิ้น #ลุงลุง โป๊ป-ธนวรรธน์ & เต๋อ-ฉันทวิชช์

บทสนทนาชวนอมยิ้มของ เต๋อ-ฉันทวิชช์ ,โป๊ป-ธนวรรธน์ และ แซมมี่ เคาวเวลล์ 3 นักแสดงนำจากภาพยนตร์เรื่อง “My God Father…เฮ้ย!ลูกเพ่ นี่ลูกพ่อ” 

My God Father...เฮ้ย!ลูกเพ่ นี่ลูกพ่อ

ถือเป็นการโคจรมาเจอกันที่ไม่ธรรมดาเลยทีเดียว สำหรับ 2 พระเอกสุดฮ็อตจากสายหนังและสายละคร เต๋อ-ฉันทวิชช์ และ โป๊ป-ธนวรรธน์ ที่มาเจอกันเป็นครั้งแรกในภาพยนตร์เรื่อง “My God Father…เฮ้ย!ลูกเพ่ นี่ลูกพ่อ” ซึ่งแม้จะเข้าฉายไปไม่กี่วันแต่กลับได้กระแสตอบรับจากผู้ชมอย่าถล่มทลาย เป็นภาพยนตร์ที่เปิดตัวด้วยรายได้สูงสุดในสถานการณ์โควิดแบบนี้ โดยเฉพาะการแสดงของ 3 นักแสดงนำต่างได้รับเสียงชื่นชมว่าแคสติ้งออกมาได้ดีมาก เพราะเล่นออกมาได้ทั้งซึ้งทั้งฮา

เห็นแบบนี้แล้ว แพรวดอทคอม เลยไม่พลาดขอจับเข่าคุยกับเหล่านักแสดงนำ ที่กำลังเป็นกระแสอยู่ในตอนนี้ ซึ่งขอบอกเลยว่า บทสัมภาษณ์ครั้งนี้ 3 นักแสดงปล่อยมุกกันแบบโบ๊ะบ๊ะมากๆ เลยทีเดียว

เฮ้ย!ลูกเพ่ นี่ลูกพ่อ

มาร่วมงานกันครั้งแรกในภาพยนตร์ “เฮ้ย!ลูกเพ่ นี่ลูกพ่อ“เป็น อย่างไรบ้าง?

แซมมี่ : สำหรับพี่โป๊ปมีความใกล้เคียงกับที่เคยคิดไว้ แต่สำหรับพี่เต๋อ (หัวเราะ) คือเขาก็เป็นคนดีอย่างที่เราคิดไว้แหละ แต่ก็ความแตกต่างหลายอย่างที่คาดไม่ถึง เช่นเขาเป็นคนชอบอำ

โป๊ป : จริงๆ ผมเคยรู้จักแซมมี่มาก่อนหน้านี้แล้ว ก็เลยไม่ค่อยแปลกใจในการทำงานร่วมกัน แต่ส่วนเต๋อ จริงๆ เต๋อก็ไม่ได้แตกต่างจากที่เราคิดไว้ แต่ที่ไม่เหมือนกับที่เราคิดไว้อย่างหนึ่งก็คือ ตอนดูหนังมองว่าเขาหล่อ ดูดี แต่พอเจอตัวจริงก็ …แค่นั้นแหละที่ผมรู้สึก

เต๋อ : กับแซมมี่ผมไม่เคยคิดเลยครับว่าเขาจะเป็นแบบไหน เพราะเราไม่ค่อยมีโอกาสได้เจอกัน จนได้มาเล่นเรื่องนี้ แล้วพอมาร่วมงานกัน มันก็มีที่ไม่เหมือนกับความคิดบางอย่าง เช่นเราไม่เคยรู้มาก่อนว่าเขาเป็นคนที่อ่านบทละเอียดมาก อย่างบางครั้งผมกับโป๊ปเล่นกันก็รู้สึกผิด เพราะหันไปเห็นแซมมี่ตั้งใจกับบทมากๆ ส่วนคุณโป๊ปผมคิดว่าเขาจะเป็นแนวศิลปินมากๆ เก็บตัว เป็นคนที่โลกส่วนตัวสูง แต่พอได้มาร่วมงานกันจริงๆ เขาต๊องนะ เขามีความติ๊งต๊อง มีความสนุกสนาน เป็นคนที่หัวเราะง่าย หรืออาจจะเป็นเพราะผมเป็นคนตลกด้วยหรือเปล่า

โป๊ป : เพื่อนเป็นคนตลกไง มันก็เลยขำใหญ่เลย

เต๋อ : รู้สึกโชคดีครับ ที่ได้มาร่วมงานกับสองคนนี้ มันเป็นโอกาสที่ไม่ค่อยเกิดขึ้นง่าย เพราะเราก็อยู่คนละสังกัดกัน ดังนั้นโอกาสจะมาเจอกันก็ค่อนข้างยาก

คาแร็กเตอร์แต่ละคนในภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นอย่างไรบ้าง?

โป๊ป : ผมรับบทเป็น “ก็อต” ค่อนข้างเป็นเด็กที่ชอบแหกกฎ ไม่ยอมคน รั้นๆ กวนๆ  และไม่ค่อยรักพ่อเท่าไหร่ เพราะเข้าใจว่าพ่อไม่ดีกับแม่มาตลอด เลยกลายเป็นเด็กที่มีปัญหา เขาจึงหาทางออกด้วยการทำอะไรที่รุนแรง ชอบขับรถซิ่ง มีเรื่องกับคนอื่น ซึ่งทำให้พ่อเสียใจและทุกข์ใจ

แซมมี่ : รับบทเป็น “บิ” ในเรื่องจะเป็นแฟน “เปรม” (เต๋อ) เป็นผู้หญิงที่มีความฝันว่าอยากจะมีครอบครัวที่สมบูรณ์ เพราะเขาโตมากับครอบครัวที่ไม่ได้สมบูรณ์มาตั้งแต่เด็ก ดังนั้นเขาอยากจะมีสามีและมีลูก แต่ก็ค่อนข้างมีความเด็ดเดี่ยวด้วย เพราะต้องเอาเปรมให้อยู่ เพราะเขาก็เป็นนักเลงหัวโจก

เต๋อ : รับบทเป็น “เปรม” ซึ่งจะเป็นพ่อของ “ก็อต” สำหรับบทนี้ก็เป็นนักเลงหัวไม้เลย เป็นคนที่รักพวกพ้องมาก รักความยุติธรรม แต่ไม่ค่อยฉลาด คิดอะไรก็คือคิดชั้นเดียว ไม่ค่อยมีความซับซ้อนทางอารมณ์ รู้สึกยังไงก็แสดงออกมาแบบนั้น อารมณ์ขึ้นง่าย แต่พื้นฐานจิตใจเป็นคนดี

เฮ้ย!ลูกเพ่ นี่ลูกพ่อ

ถ้าในชีวิตจริง “เต๋อ” กลายเป็นพ่อของ “โป๊ป” คิดว่าชีวิตจะเป็นอย่างไร?

โป๊ป : ผมก็คงจะแฮ็ปปี้จริงๆ พ่อเป็นคนอารมณ์ดีแบบนี้ ถึงแม้มันจะฝืดไปบ้าง แต่ก็ทำให้เราตลก ผมคิดว่าถ้าผมเป็นลูกเขาผมก็คงมีความสุขนะ และจริงๆ ก็มีคนบอกเหมือนกันว่าเราสองคนหน้าคล้ายกันด้วย

เต๋อ : ส่วนถ้าในชีวิตจริงผมมีลูกอย่าง “โป๊ป” ก็น่าจะภูมิใจในตัวเขานะ เพราะเขาเป็นคนที่ทำอะไรที่เราไม่อาจคาดคิดได้ เช่น เตะฟุตบอลก็เก่ง กีตาร์ก็เล่นได้ วาดรูปยิ่งวาดเก่งมาก การแสดงก็เก่ง ในฐานะที่เป็นพ่อเรารู้สึกดี พาไปไหนมาไหนเราก็ภูมิใจในตัวเขา ถ้าไม่นับเรื่องชอบแกล้งนะ

โป๊ป : ถ้ามีลูกหน้าตาแบบนี้จะดีไหม?

เต๋อ : ได้พ่อมาเต็มๆ

ในเรื่องนี้ทั้งโป๊ปและเต๋อก็มีมุมแข่งกันจีบสาวกัน อยากรู้ว่าระหว่าง เปรม กับ ก็อต แซมมี่ในฐานะบิถ้าให้เลือก 1 ในสองคนนี้จะเลือกใคร?

แซมมี่ : พี่ๆ ลองขายตัวเองมาก่อน ว่าแต่ละคนมีข้อดีอะไร

โป๊ป : คือ “ก็อต” ไม่มีอะไรดี มีแค่หน้าตา จบ

เต๋อ : ส่วน “เปรม” หน้าตาพอไปวัดไปวาได้ แต่ทุกอย่างที่เหลือดีหมด

แซมมี่ : ก็คงเลือกเปรมแหละค่ะ คือในเรื่องมันคบมานานมากแล้ว แล้วจะไปเริ่มต้นเรียนรู้ใหม่มันก็เสียเวลาไง ก็ขอเลือกเปรมดีกว่า แต่ก็อาจจะแว็บมาหาก็อต (หัวเราะ)

แซมมี่ เคาวเวลล์

อยากให้ 3 นักแสดงฝากถึงภาพยนตร์เรื่องนี้?

แซมมี่ : เรื่องนี้แซมมี่ถือว่าเป็นน้องใหม่ในวงการภาพยนตร์ เป็นเรื่องแรก และมีโอกาสได้มาร่วมงานกับพี่เต๋อและพี่โป๊ป บอกเลยว่ามันมากกว่าความสนุกแน่นอน

โป๊ป : เรื่องนี้ครบรสอย่างแน่นอน โดยเฉพาะเรื่องราวของครอบครัว ความรักของพ่อและลูก ยังไงก็ฝากด้วยครับ

เต๋อ : สำหรับเรื่องนี้มีครบทุกรสชาติเลยครับ เพราะฉะนั้นผมเชื่อว่าถ้าไปดูฟิกันทั้งครอบครัวอย่างแน่นอน

คลิกหน้า 2 อ่านบทสัมภาษณ์คู่จิ้น #ลุงลุง โป๊ป & เต๋อ

มีลุ้นมงลง มาเรีย “MU ฟิลิปปินส์” นางพยาบาลลากองไปรักษาผู้ป่วย จนติดโควิด

จับตา Maria Isabela Galeria หนึ่งในผู้เข้าประกวด “MU ฟิลิปปินส์” Miss Universe Philippines 2020 ด้วยเรื่องราวที่น่าทึ่งในอาชีพของเธอ งานนี้มีลุ้นอาจมงลง

ใกล้เข้ามาแล้วสำหรับการประกวด Miss Universe Philippines 2020 รอบไฟนอล ซึ่งจะเกิดขึ้นในวันที่ 25 ตุลาคม 2563 นี้ แน่นอนว่าบ้านเขาเองก็มีนางงามตัวเต็งเหมือนกับบ้านเราเช่นกัน ซึ่งหนึ่งในผู้เข้าประกวดที่ฉายแสงและมีลุ้นมงลงมากที่สุดเห็นจะเป็น María Isabela Galería เพราะเธอมีสตอรี่ที่เรียกได้ว่าน่าประทับใจสุดๆ

สำหรับ María Isabela Galería เป็นตัวแทนจาก ซอร์โซกอน จังหวัดหนึ่งในเขตบีโคล ประเทศฟิลิปปินส์ มาเรียเป็นหนึ่งใน 51 จากผู้เข้าประกวด Miss Universe Philippines 2020 โดยเว็บไซต์นางงามอย่าง angelopedia ได้กล่าวว่ามาเรียคือ ส่วนผสมผสานระหว่างความสวยและมีสมอง (ฉลาด) เธอคือหนึ่งในผู้เข้าแข่งขันที่แข็งแกร่งที่สุดที่ต้องระวังในการประกวดระดับประเทศในปีนี้

ด้วยความฝันที่อยากจะช่วยให้ประชาชนทั่วไปในรัฐของเธอ ที่พวกเขาต้องต่อสู้และเผชิญกับความทุกข์ทรมานในการเข้าถึงการดูแลสุขภาพขั้นพื้นฐาน นับตั้งแต่นั้นมา มาเรียได้ตั้งคำมั่นและสัญญากับตัวเองว่าจะเข้าร่วมงานบริการด้านการแพทย์ให้จงได้ มาเรียจึงตัดสินใจเลือกเรียนในวิทยาลัยการแพทย์ และจบการศึกษาที่ศูนย์การแพทย์ มหาวิทยาลัย รามอน แมกไซไซตะวันออก เมมโมเรียล ด้วยปริญญาพยาบาลศาสตร์ และตอนนี้เธอได้เป็นพยาบาลที่ขึ้นทะเบียนเรียบร้อยแล้ว

ขณะเดียวกันมาเรียยังรู้สึกขอบคุณ สำหรับการสนับสนุนของ เฮิร์ต อีวานเกลิสตา สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งของจังหวัดซอร์โซกอน ซึ่งเธอเป็นภรรยาของ ฟรานซิส เอสคูเดโร ผู้ว่าการรัฐซอร์โซกอนคนปัจจุบัน ทั้งนี้มาเรียยังได้ทำงานใกล้ชิดกับ เฮิร์ต และรัฐบาลของ Sorsogon City สำหรับโครงการที่เกี่ยวข้องกับการดูแลสุขภาพประชาชนในซอร์โซกอน ซึ่งรวมถึงโปรแกรม “TeleMed / TeleDoc” ซึ่งช่วยให้ผู้ป่วยจากพื้นที่ห่างไกลของซอร์โซกอน สามารถปรึกษาแพทย์ โดยใช้โทรศัพท์สมาร์ทโฟนและการเชื่อมต่อทางอินเทอร์เน็ตได้

มาเรียในอาชีพพยาบาลได้ช่วยเหลือผู้คนจำนวนมาก ในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ซึ่งที่ฟิลิปปินส์ถือว่าหนักหนาสาหัสเลยทีเดียว โดยในขณะที่เธอเข้าประกวด Miss Universe Philippines 2020 เธอได้แสดงสปิริตในอาชีพด้วยการขอลากองประกวดออกไปทำหน้าที่พยาบาลดูแลผู้ป่วย จนสุดท้ายเธอกลายเป็นผู้ป่วยเสียเอง เมื่อมาเรียดันติดโควิด-19 นั่นจึงให้เธอต้องพักไปรักษาตัว และกลับมาเข้ากองมาประกวดต่อ

ทั้งนี้เธอได้โพสต์ในอินสตาแกรมส่วนตัวว่า สวัสดีทุกคน ฉันมีเรื่องที่น่าเศร้าต้องแจ้งให้คุณทราบว่า ฉันตรวจพบ COVID-19 rtPCR ในเชิงบวก ข่าวนี้ทำให้หัวใจของฉันแตกสลายและฉันต้องขออภัยหากทำให้คุณตกอยู่ในความเสี่ยง

เราได้ปฎิบัติตามมาตรการป้องกันความปลอดภัยทั้งหมดเพื่อป้องกันการติดเชื้อ แต่ก็ยังตรวจพบมัน ฉันได้พูดคุยกับคนที่ใกล้ชิดฉันที่มะนิลา ทุกคนตรวจพบว่าเป็นลบ ซึ่งตอนนี้ฉันได้พักรักษาตัวและถูกกักบริเวณ

ฉันขอให้ใครก็ตามที่ใกล้ชิดกับฉัน โปรดแจ้งเจ้าหน้าที่สาธารณสุขของเมือง / เทศบาลของคุณ และทีมของพวกเขา เพื่อเข้าไปตรวจร่างกายให้ หวังว่าฉันจะไม่ส่งต่อไวรัสให้กับคุณ

สำหรับเวที Miss Universe Philippines ไม่ใช่เรื่องใหม่ในโลกแห่งการประกวดของเธอ มาเรียได้เข้าร่วมการประกวด Miss Mandaluyong 2019 ซึ่งเธอได้รับตำแหน่งรองชนะเลิศอันดับ 3 ก่อนที่จะลองเสี่ยงโชคใน Binibining Pilipinas 2019 เมื่อปีที่แล้ว ซึ่งในครั้งนั้นเธอติดท็อป 15 จากการประกวด

นอกจากการเป็นนางพยาบาลแล้ว เธอยังเขียนนวนิยายใน Wattpad ที่ชื่อว่า “ Wrong Number” ซึ่งต่อมาได้รับการดัดแปลงเป็นมินิซีรี่ส์โดย TV5 ซึ่งตอนนั้นเธออายุได้เพียง 14 ปี

ด้วยสตอรี่และรูปร่างหน้าตาที่คมเข้มของ María Isabela Galería ตำแหน่ง Miss Universe Philippines 2020 อาจไม่ใช่เรื่องไกลเกินเอื้อมสำหรับเธอ


CR : @mariaisabelagaleria

6 เรื่องรู้จัก อแมนด้า-ชาลิสา ออบดัม Miss Universe Thailand 2020

ปังสมมง ตรงคอนเซ็ปต์จักรวาล “อแมนด้า” คว้ามิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2020

ช่วยเหลือสัตว์

ไม่ต้องซื้อก็บริจาค! อาวร์กลาส ชวนโพสต์ภาพคู่สัตว์เลี้ยง เพื่อสมทบทุนช่วยเหลือสัตว์ทั่วโลก

Hourglass Cosmetics ชวนทุกคนขับเคลื่อนวงการบิวตี้ ช่วยเหลือสัตว์ ไปกับแคมเปญ “Eye to Eye” ตอกย้ำความเป็นวีแกน (Vegan) และครูเอลตี (Cruelty) ฟรี บริจาค 1 ดอลลาร์ ต่อ 1 โพสต์แก่ มูลนิธิพิทักษ์สัตว์

ครั้งแรกในไทยที่ อาวร์กลาส (Hourglass) ลักซ์ชัวรี่เมคอัพแบรนด์จากอเมริกา เปิดตัวโซเชียลแคมเปญ Eye to Eye” เชิญชวนสาวกบิวตี้และเหล่าโซเชียลอินฟลูเอ็นเซอร์ทั่วโลก ร่วมขับเคลื่อนวงการอุตสาหกรรมความงาม เพียงถ่ายภาพตัวเองคู่กับสัตว์เลี้ยงและโพสต์ลงบนโซเชียลมีเดีย พร้อมติดแฮชแท็ก #HG_EyetoEye และ #HourglassCosmeticsThailand โดยอาวร์กลาสร่วมบริจาคเงินจำนวน 1 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 31 บาท) ต่อ 1 การโพสต์ แก่มูลนิธิพิทักษ์สัตว์ (Non-human Right Project) สมทบทุนกิจกรรมเพื่อการช่วยเหลือสัตว์ทุกประเภททั่วโลกที่ถูกคุกคามและทารุณอย่างโหดร้ายในระบบอุตสาหกรรม เพื่อปลดปล่อยสัตว์เหล่านี้คืนสู่ธรรมชาติพร้อมอิสรภาพอย่างแท้จริง

จากความเชื่อที่ว่า “พลังแห่งความงามนั้น คือสิ่งเดียวกับหัวใจรักในความยุติธรรม” เป็นกำลังสำคัญที่ทำให้อาวร์กลาส ตั้งใจปฏิวัติอุตสาหกรรมความงามให้ก้าวขึ้นไปอีกระดับด้วยการไม่ทดลองกับสัตว์ (Cruelty-Fee) และก้าวเข้าสู่การเป็นผลิตภัณฑ์บิวตี้ที่ปราศจากส่วนผสมจากสัตว์ (Vegan) อย่างเต็มตัวในปี 2020 นี้ พร้อมทั้งบริจาค 1% ของกำไรจากยอดขายผลิตภัณฑ์ทั้งหมดของ แบรนด์ให้แก่พาร์ทเนอร์สำคัญที่ยืนหยัดต่อสู้ไปกับอาวร์กลาสมาโดยตลอดอย่าง “มูลนิธิพิทักษ์สัตว์” (Nonhuman Rights Project) องค์กรเพื่อสิทธิพลเมืองเพียงหนึ่งเดียวที่ต่อสู้เพื่อปกป้องสิทธิพื้นฐานของบรรดาสัตว์ทั่วโลก

HourglassCosmeticsThailand

มาค่ะสายบิวตี้ทุกคน มาโพสต์ภาพคู่สัตว์เลี้ยงลงบนโซเชียลมีเดียพร้อมติดแฮชแท็ก #HG_EyetoEye #HourglassCosmeticsThailand ซึ่ง อาวร์กลาส จะร่วมบริจาคเงินจำนวน 1 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อ 1 การโพสต์ แก่มูลนิธิพิทักษ์สัตว์ (Non-human Right Project) และพิเศษ เพียงแสดงโพสต์ “Eye to Eye” ของตัวเอง รับทันที Veil Translucent Setting Powder Deluxe จำนวน 1 ชิ้น ตั้งแต่วันที่ 10-30 ตุลาคม 2563 ที่เคาน์เตอร์อาวร์กลาสทุกสาขา

HourglassCosmeticsThailandHourglassCosmeticsThailand HourglassCosmeticsThailand

สะท้อนชีวิตจิตใจจากนัยน์ตาของเหล่าสัตว์ที่เรารัก ไปกับโซเชียลแคมเปญ “Eye to Eye” ด้วยกันค่ะ


 

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

INGLOT ฉลองครบรอบ 2 ปี ปล่อยพาเล็ตต์ 3 เฉดสีใหม่ สามารถแต่งได้ถึง 9 ลุค

เปิดราคาขายบิวตี้ไอเท็มชิ้นเด็ดที่สร้างชื่อเสียงของ “ชาร์ลอต ทิวเบอร์รี่” ในไทย

5 วิธีเลือก ครีมกันแดด และเฉลยว่าควรเติมกันแดดระหว่างวันหรือไม่?

 

 

เบื้องหลังโต๊ะข่าวของ "พุทธอภิวรรณ" ผู้อำนวยการฝ่ายข่าวฝีปากกล้าแห่งอมรินทร์ทีวี

เบื้องหลังโต๊ะข่าวของ “พุทธอภิวรรณ” ผอ.ฝ่ายข่าวฝีปากกล้าแห่งอมรินทร์ทีวี

ค้นโต๊ะข่าว เจาะเบื้องหลังการทำงานของ พุทธอภิวรรณ องค์พระบารมี ผอ.ฝ่ายข่าวฝีปากกล้า สร้างปรากฏการณ์ทุบโต๊ะข่าวฟีเวอร์

พุทธอภิวรรณ องค์พระบารมี ผู้อำนวยการฝ่ายข่าวและผู้ประกาศข่าวฝีปากกล้า จากช่อง อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34 ด้วยลีลาการนำเสนอข่าวอย่างตรงไปตรงมา ทำให้มีแฟนคลับอยู่ทั่วประเทศและต่างแดน การันตีด้วยรางวัลเกียรติยศสำหรับคนเล่าข่าวที่เขาได้รับมาตลอด 4 ปี

“หน้าจอของการอ่านข่าวไม่กี่ชั่วโมง หลังจอมีกระบวนการเตรียมงานหลายส่วนมาก ต้องใช้เวลากว่า 6-7 ชั่วโมงในทุกวัน เริ่มจากผมต้องมาถึงสถานีประมาณช่วงบ่าย เพื่อประชุมทีมงาน ดูภาพรวมของข่าวทั้งหมดตั้งแต่ต้นทาง ไม่ว่าจะเนื้อหา เคาะประเด็น แล้วควรจะเสนอประเด็นไหนก่อน หนึ่ง สอง สาม สี่ กำหนดเนื้อข่าวไล่เรียงไปตามลำดับความสำคัญของเนื้อข่าวในแต่ละวัน

“รวมทั้งกำหนดว่าจะทำอินโฟกราฟิก (การแสดงข้อมูลโดยใช้ภาพ) อย่างไร แล้วตอนนี้เรามี 3D Animation ประกอบด้วย จากยุคแรกมีแค่สองตัว แต่วันนี้มีประมาณ 10-20 ตัวต่อวัน ขึ้นอยู่กับเรื่องราวของข่าว เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน เช่น ตึกถล่มที่ว่าเกิดจากโครงสร้างเอียงนั้นคือเอียงแบบไหน เกิดรอยร้าวตรงไหน การสร้างภาพจำลองเหตุการณ์ทำให้คนดูเข้าใจง่ายขึ้น

เบื้องหลังโต๊ะข่าวของ "พุทธอภิวรรณ" ผู้อำนวยการฝ่ายข่าวฝีปากกล้าแห่งอมรินทร์ทีวี

“สำหรับเนื้อข่าวที่ต้องเตรียมสำหรับนำเสนอทั้งหมดที่พริ้นต์ออกมาจะหนาเหมือนวิทยานิพนธ์เลย ประมาณ 200-300 แผ่นต่อวันที่ต้องอ่าน แล้วแต่ละข่าวไม่ได้มีข้อมูลแค่ไม่กี่บรรทัด เนื่องจากเราหาข้อมูลเพิ่มจากที่อื่นนอกจากที่ทีมเราหามาด้วย นี่คือความยากในการเตรียมพร้อมของทุบโต๊ะข่าวก่อนออกอากาศ

“พอจบรายการก็ต้องประชุมสรุปงานกันต่อว่าวันนี้มีความผิดพลาดตรงไหน แล้ววันถัดไปมีเรื่องอะไรที่ต้องตามต่อ ทีมคนไหนต้องไปทำอะไร กว่าจะจบงานจริงๆ ก็เกือบตีสอง

“เรื่องที่ทำให้ลุ้นเสมอเวลาอยู่หน้างานคือ ข้อมูลภาพจะส่งกลับมาทันออกอากาศไหม หรือนักข่าวพร้อมที่จะรายงานสดหรือยัง อย่างข่าวการชุมนุม เราอยากได้ภาพสดออกอากาศ แต่บางทีสัญญาณไม่มา นักข่าวไม่พร้อม ภาพไม่สามารถส่งเข้าระบบ ฯลฯ ถ้าเป็นอย่างนี้ผมก็ต้องอ่านข่าวเรื่องอื่นไปก่อนจนกว่าจะพร้อม

“การจัดรายการครั้งที่ถือว่ายากที่สุด น่าจะเป็นเหตุการณ์กราดยิงที่โคราช วันนั้นตอนประมาณหกโมงเย็นมีข่าวแจ้งเข้ามาว่าเกิดการกราดยิงแล้วมีผู้เสียชีวิต 9 คน ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ผู้ประกาศข่าวต้องตั้งสติ ผมตัดสินใจนำข่าวนี้เข้ารายการเลย เพราะถือเป็นเรื่องใหญ่ แล้ววันนั้นผมจัดรายการตั้งแต่หนึ่งทุ่มจนตี 3 ใช้เวลากว่าแปดชั่วโมง ถือเป็นการจัดรายการที่ยาวนานมาก บางทีผมต้องออกจากหน้าจอด้วยการส่งให้เพื่อนผู้ประกาศคือคุณจิตดี (จิตดี ศรีดี) เล่าข่าวไปก่อน กล้องก็จะจับไปที่คุณจิตดีคนเดียว ส่วนผมวิ่งออกไปไกด์ไลน์ประเด็นให้ทีมงานว่าขอเรื่องนี้ก่อน สำคัญกว่า ลองติดต่อคนนั้นคนนี้ เพื่อจะได้ทราบว่าเกิดอะไรขึ้น แล้วสั่งให้ช่างภาพตามเก็บภาพมุมต่างๆ ส่งเข้ามา เพราะน้องๆ ไม่ได้ทำข่าวมานานเหมือนผม อาจจะไม่เคยแก้ปัญหาในช่วงสถานการณ์วิกฤติอย่างนี้ นี่คือสิ่งที่ไม่ได้ออกอากาศ คนดูจะเห็นเพียงผู้ประกาศนั่งประจำโต๊ะเท่านั้น

“หลายคนมักมองว่าสื่อเป็นคนทำให้เกิดกระแส ผมว่าเราไม่มีสิทธิ์ในการสร้างกระแส เราเพียงเลือกสรรสิ่งที่คนอยากรู้จริงๆ มากกว่า ผมว่าเราประเมินความรู้สึกคนดูได้ จึงหยิบยกประเด็นต่างๆ มานำเสนอให้เกิดความน่าสนใจ แล้วติดตามประเด็นที่ไม่เหมือนกับที่อื่น จึงทำให้ข่าวช่องอมรินทร์ทีวีแตกต่าง คือมี ‘ความใหม่’ ในเรื่องเดียวกัน

“อย่างคดีน้องชมพู่ แรกเริ่มเป็นเรื่องของเด็กสามขวบหายขึ้นไปบนเขา เพราะเราทำข่าวมาเยอะ จะรู้ว่าน้องคงต้องเจ็บปวดและทรมานมาก แล้วเราเข้าใจความรู้สึกของพ่อแม่ดีว่าคงต้องอยากให้มีใครมาช่วย ในฐานะที่เราเป็นสื่อ ควรมีส่วนช่วยตรงนี้ ผมจึงให้นักข่าวลงพื้นที่เป็นสื่อแรกเพื่อช่วยค้นหาตั้งแต่ที่ยังไม่มีเจ้าหน้าที่เข้าไป ตามต่อทุกวัน จนกระทั่งพบศพน้อง

“ตอนแรกไม่ได้คาดหวังว่าสิ่งที่เราอยากมีส่วนช่วยเหลือจะกลายเป็นข่าวที่มีคนรับรู้มากมาย อาจจะเป็นความโชคดีที่ผมทำข่าวอาชญากรรมสืบสวนสอบสวนมาก่อน แล้ววันนั้นพอเห็นข่าวน้องชมพู่ก็เกิดคำถามว่าเด็กสามขวบหายบนเขาได้อย่างไร ต้องมีคนพาไปหรือเปล่า แล้วน้องไปเสียชีวิตตรงนั้นได้อย่างไร ผมเชื่อว่าคนอยากรู้ข่าวต่อ แต่ยังไม่มีใครทำให้เขาดู ในขณะเดียวกันเราก็มีนักข่าวที่มีความสามารถที่จะทำข่าวอย่างไรเพื่อคลายสิ่งที่ผู้คนอยากรู้

“ผมว่าข่าวต้องมีความน่าสงสัย ต้องน่าติดตาม ทั้งตัวคนร้าย ทั้งผลที่ตามมา ซึ่งช่องอื่นอาจจะจับคนร้ายได้แล้วจบ พรุ่งนี้ไม่ตามแล้ว แต่อมรินทร์ทีวียังไม่จบ เราตามไปถึงผลกระทบต่อคนในข่าวด้วย เขาจะอยู่ต่อยังไง ซึ่งเราเลือกหยิบมุมแบบนี้มานำเสนอ จึงทำให้ข่าวอมรินทร์มีความพิเศษจากข่าวช่องอื่น

“มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์การที่เราเสนอข่าวแต่เรื่องดราม่าแบบนี้มากพอสมควร เรารับฟังนะครับ ผมมองอีกมุมหนึ่งว่าดราม่าก็คือชีวิต ข่าวก็สะท้อนชีวิต อย่างกรณีข่าวน้องชมพู่ เราใช้เวลาเล่าข่าว 40-50 นาที ขณะที่บางช่องเสนอ 5 นาที ก็เปลี่ยนข่าว ซึ่งสอดคล้องกับสิ่งที่ผมบอกว่าคนดูอยากรู้ สื่อก็อยากรู้ เราจึงทำให้เขารู้และคลายสงสัยด้วยการนำเสนอชีวิตของคนในแบบธรรมดาที่สุด ผลตอบรับคือคนดูเฝ้าตามดูทั้งประเทศ ไม่เปลี่ยนช่องไปไหน ถือว่าเราตอบโจทย์ได้มากกว่า

“หลายครั้งที่เราได้คุยกับคนในพื้นที่ กลายเป็นว่าเขาขอบคุณเรา แล้วมีหลายข่าวที่เขาบอกว่าให้อมรินทร์ทีวีอยู่ต่อนะ อย่าเพิ่งไปไหน เพราะถ้านักข่าวเราพ้นพื้นที่ไปแล้วเรื่องราวจะเงียบ ถ้าดราม่าคือชีวิต เราก็ได้ช่วยเหลือชีวิตของพวกเขา

“ความภูมิใจที่สุดของผมในฐานะคนทำข่าวคือ การได้มีส่วนช่วยเหลือสังคม แล้วได้รับการยอมรับจากคนดูในที่สุด เคยมีคนถามผมว่าสามารถทำข่าวให้คนสนใจได้มากกว่าละครหรือเปล่า เรตติ้งรายการข่าวจะชนะละครได้ไหม แต่สุดท้ายก็เกิดขึ้นได้ คนสนใจข่าวมากกว่าละครฟอร์มยักษ์ไปแล้ว นี่คือปรากฏการณ์ที่แสดงให้เห็นชัดเจนว่าพฤติกรรมคนดูเปลี่ยนไปแล้ว เนื่องจากคนทำข่าวอย่างเราเปลี่ยนตัวเอง คือต้องรู้ว่าคนดูอยากดูอะไร จะทำอย่างไรให้คนดูหายสงสัยในหลายๆ เรื่อง ถือเป็นปรากฏการณ์ในวงการข่าวเลย แสดงว่าเรามาถูกทางแล้วครับ”


ที่มา : นิตยสารแพรว ฉบับ 963

สามารถติดตามอ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติมได้ที่นี่

ครั้งแรก! เปิดบ้านริมทะเลสาบสุดอลังของ “ตัน ภาสกรนที” และครอบครัวแสนอบอุ่น

สัมภาษณ์หยิกแกมหยอกของ เบลล่า-ราณี & โป๊ป-ธนวรรธน์ คู่จิ้นที่มองตาก็รู้ใจ

สวยเก่งใช่เล่น! “ชาเม-ยาหยี” สองสาวลูกไม้ใต้ต้นของคุณพ่อ “ติ๊ก ชิโร่”

กระเป๋ากระจูดของ แอฟ ทักษอร

สนับสนุนฝีมือคนไทย กระเป๋ากระจูดของ แอฟ ทักษอร ราคาไม่ถึง 2 พันบาท!

คนสวยน้ำใจงาม สนับสนุนผลงานของคนไทย กับ กระเป๋ากระจูดของ แอฟ ทักษอร ที่เจ้าตัวถือถ่ายรูปสวยๆ ริมทะเล มาพร้อมราคาน่ารักเพียงหลักพันต้นๆ เท่านั้น

คุณแม่ยังสาว แอฟ ทักษอร ขนาดว่านั่งชิลริมทะเลก็ยังสวย แม้ชุดที่ใส่จะเป็นเพียงเสื้อกล้ามและกางเกงยีนส์ง่ายๆ ก็ดูน่ามอง เพราะหนึ่งในไอเท็มที่แม่แอฟตั้งใจพรีเซ็นต์ในลุคนี้คือกระเป๋ากระจูดเพ้นท์ลายนั่นเอง ซึ่งเป็นผลงานของร้านในอินสตาแกรมที่ใช้ชื่อบัญชีว่า foolgee23__uncle_dog แน่นอนนี่คือฝีมือคนไทยที่แม่แอฟช่วยสนับสนุนและแฟนๆ ที่ติดตามอยู่ 5 ล้านกว่าคนในอินสตาแกรมก็จะได้เห็นว่ากระเป๋าสานแบบไทยๆ ฝีมือดีไม่แพ้ไฮแบรนด์ แถมยังมีเอกลักษณ์อีกด้วย

โดยกระเป๋ากระจูดของร้านนี้จะใช้เวลาในการผลิตประมาณ 7 – 10 วัน เป็นกระเป๋ากระจูดสานเกรดA สานขัดตอกอบแห้งอย่างดี เพ้นท์ด้วยสีอะคริลิคชั้นเยี่ยมไทโทน เนี้อสีเเน่นยืดหยุ่นได้ดี มาด้วยกัน 2 ขนาดคือใบเล็กก้นกระป๋ากว้าง 7 นิ้ว สูง 9 นิ้ว ขอบปากกระเป๋ากว้างประมาณ 13 นิ้ว ราคาใบละ 1,500 บาท ส่วนใบใหญ่ที่แม่แอฟใช้ ก้นกระป๋ากว้าง 10 นิ้ว สูง 11 นิ้ว ราคาใบละ 1,800 บาท การเพ้นท์ลายชื่อจะอยู่ด้านหลัง และลายอยู่ด้านหน้า

ถือเป็นชิ้นงานที่น่าอุดหนุนและช่วยส่งเสริมผลงานของคนไทยได้ดีเลยทีเดียว โดยเฉพาะช่วงนี้ที่ใครๆ ก็พากันไปทะเล กระเป๋าสานแบบนี้เป็นตัวเลือกที่ดี แถมราคาก็ยังน่าคบอีกด้วย

สนับสนุนฝีมือคนไทย กระเป๋ากระจูดของ แอฟ ทักษอร ราคาไม่ถึง 2 พันบาท!

สนับสนุนฝีมือคนไทย กระเป๋ากระจูดของ แอฟ ทักษอร ราคาไม่ถึง 2 พันบาท!

กระเป๋ากระจูดของ แอฟ ทักษอร ราคาไม่ถึง 2 พันบาท!

กระเป๋ากระจูดของ แอฟ ทักษอร


ภาพ : IGaff_taksaorn  , @foolgee23__uncle_dog

เรื่อง : ฮานะ_แพรวนิสต้า

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

สุดแสนจะชิล! เปิดสไตล์นอกเวที อแมนด้า ผู้คว้ามงกุฎ MUT 2020

ดัชเชสเคท ส่งข้อความลับถึง ควีนเอลิซาเบธ ด้วยการเลือกสีชุดที่มีความหมาย

กางปีกพร้อมบิน! แม่ชม ในชุด Balenciaga เสริมไหล่สูง ไม่แน่จริง ลุคนี้อาจไม่รอด