เปิดผนึก 3 บันทึกถึงฝรั่ง คนไทยรักในหลวงรัชกาลที่๙ ด้วยหัวใจ และไม่ได้ถูกล้างสมอง

เปิดผนึก 3 บันทึกถึงฝรั่ง คนไทยรักในหลวงรัชกาลที่๙ ด้วยหัวใจ และไม่ได้ถูกล้างสมอง

ฉลองพระองค์สุดเรียบง่ายที่ไม่เคยเห็นของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ

แม่แห่งแผ่นดินสยาม สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ผู้เป็นต้นแบบให้หญิงไทยในทุกด้าน โดยเฉพาะฉลองพระองค์ที่โดดเด่น ทำให้ดีไซเนอร์ไทย รวมถึงแบรนด์ไทยหลากหลายแบรนด์ยกให้พระองค์เป็นต้นแบบในเรื่องของแฟชั่น เพราะทรงเลือกฉลองพระองค์ได้เข้ากับโอกาส เหมาะสมกับสถานที่นั้นๆได้อย่างดีทุกครั้ง ไม่ว่าจะเสด็จฯไปที่ใดก็ตาม ส่วนมากเราจะเห็นสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ในฉลองพระองค์ที่เป็นทางการ เรียบหรู หรือฉลองพระองค์เมื่อเสด็จฯออกงานสำคัญต่างๆ ที่ทรงพระสิริโฉมอย่างยิ่ง และมักจะเห็นจนคุ้นตา แต่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ในฉลองพระองค์ผ่อนคลาย เป็นภาพที่เราอาจจะไม่คุ้นหรือไม่ได้เห็นกันบ่อยนัก วันนี้แพรวดอทคอมขอนำฉลองพระองค์ที่แปลกตาจากทุกครั้งที่เราชาวไทยเคยได้ชมกันมานำเสนอ ซึ่งเป็นฉลองพระองค์ที่สุดแสนจะเรียบง่าย แต่ช่างพระสิริโฉมงดงามเป็นอย่างยิ่ง       สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ทรงสวมฉลองพระองค์แบบไหนก็พระสิริโฉมเสมอ แม้จะเป็นฉลองพระองค์แบบสบายๆก็ตาม   เรื่อง : Hana_แพรวดอทคอม (ฮานะ) ภาพ : IG@chantanaratn , Twitter@TomangMo , sugarcane  

พระองค์ที เสด็จส่วนพระองค์ ทอดพระเนตรริ้วขบวนสุดท้าย

เมื่อวานนี้ (29 ตุลาคม 2560 ) ในการพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ซึ่งได้มีการจัดริ้วขบวนี่ 6 อัญเชิญพระบรมราชสรีรางคาร ไปบรรจุ ณ วัดบวรนิเวศวรวิหาร นั้น พระองค์ที (พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ) ได้เสด็จเป็นการส่วนพระองค์ เพื่อร่วมชมริ้วขบวนด้วย

โทมนัสอย่างไร แต่ยังอบอุ่นเสมอ รวมภาพประทับใจในหลวงร. ๑๐ และพระบรมวงศานุวงศ์จากงานพระราชพิธีฯ วันสุดท้าย

จบสิ้นลงไปแล้วสำหรับพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ซึ่งพิธีสุดท้ายของวันนี้ (29 ตุลาคม 2560) คือการเคลื่อนของริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ ริ้วที่ 6 เป็นการอัญเชิญพระผอบพระบรมราชสรีรางคาร ประดิษฐานที่วัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร และ วัดบวรนิเวศราชวรวิหาร โดยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร และ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงถือพระผอบพระบรมราชสรีรางคารขึ้นรถยนต์พระที่นั่ง เพื่อบรรจุพระผอบพระบรมราชสรีรางคารของในหลวงรัชกาลที่ ๙ ณ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร และ วัดบวรนิเวศราชวรวิหาร ตามที่ได้กล่าวไว้ข้างต้น ตลอดงานพระราชพิธีฯ ตั้งแต่วันที่ 25 ตุลาคมเป็นต้นมา ขัตติยมานะ ของเจ้านายทุกพระองค์ถูกเก็บซ่อน ไม่เปิดเผยให้ประชาชนเห็นถึงความอ่อนแอ แต่ในบรรยากาศอันโศกเศร้า เราก็ได้เห็นความอบอุ่นของราชวงศ์จักรีอยู่เรื่อยมา อย่าง สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อเสด็จ พระองค์จะทรงรอพระเชษฐภคินี และ พระขนิษฐภคินีอยู่เสมอ หรือ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงประคองเจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ฯ ซึ่งทุกอย่างที่เราได้เห็นทำให้สามารถสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นจริงๆ ก่อนงานพระราชพิธีฯ ในวันนี้ซึ่งเป็นวันสุดท้าย (29 ตุลาคม 2560) จะจบลง ก่อนที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์จะเสด็จกลับ ก็ทรงพูดคุยกันเล็กน้อย แต่กลับเป็นภาพแห่งความประทับใจที่ชาวไทยได้เห็นแล้วก็รู้สึกปลื้มยิ่งนัก แม้ว่าตอนนี้ในหลวงรัชกาลที่ ๙ จะได้จากพวกเราชาวไทยไปแล้ว แต่คำสอนของพระองค์ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๑๐  สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ ๙ […]

สิ้นขบวนสุดท้าย เสด็จสู่สวรรคาลัย ธ สถิตอยู่ในใจตราบนิรันดร์

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนิน ร่วมพระบรมราชอิสริยยศ ริ้วขบวนสุดท้าย ทรงอัญเชิญพระผอบ พระบรมราชสรีรางคารในหลวงรัชกาลที่9 บรรจุ ณ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม และ วัดบวรนิเวศวิหาร เมื่อวันที่ 29 ต.ค. 60 เวลา 17.30 น.สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร และ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ประทับรถยนต์พระที่นั่ง ทรงอัญเชิญพระผอบพระบรมราชสรีรางคาร พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ออกจากพระบรมมหาราชวัง ทางประตูวิเศษไชยศรีไปบรรจุ ณ ฐานพุทธบัลลังก์ พระพุทธอังคีรส วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม และฐานพุทธบัลลังก์พระพุทธชินสีห์ วัดบวรนิเวศราชวรวิหาร โดยมีขบวนพระบรมราชอิสริยยศริ้วที่ 6 ซึ่งพันโทหญิง พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ องค์ผู้บังคับการกองพันทหารม้าที่ 29 รักษาพระองค์ ทรงม้านำขบวนอย่างสมพระเกียรติ      โดยริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ ริ้วขบวนที่ 6 ใช้เส้นทางออกประตูวิเศษไชยศรี เลี้ยวขวาไปตามถนนหน้าพระลาน แล้วเลี้ยวขวาไปตามถนนสนามไชย เลี้ยวซ้ายเข้าถนนกัลยาณไมตรี ข้ามสะพานช้างโรงสี […]

ความโทมนัส ในพระราชหฤทัยแลพระทัย ใครเล่าจะรู้หรือเข้าใจได้ทั้งหมด

ความโทมนัส ใดเล่าจะสาหัสยิ่งใหญ่เท่าทุกข์จากการสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก ทว่าสังขารมีความเสื่อมฉันใด เกิด แก่ เจ็บ ตาย ก็เป็นธรรมดาโลกฉันนั้น และแม้ผู้คนจะรู้ถึงสัจธรรมความจริงข้อนี้ ก็ยังยากเหลือเกินที่จะหักห้ามความเศร้าโศกไม่ให้เกิด โดยเฉพาะห้วงเวลาปีกว่าที่ผ่านมา นับจากวันที่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เสด็จสู่สวรรคาลัย ซึ่งหากเราสามารถแปรความเสียใจเป็นมวลสารหนึ่งก้อน น้ำหนักความเสียใจของลูกหลานไทยครั้งนี้ก็ช่างหนักอึ้งจนเกินบรรยาย คำถามคือ แล้วจะมีสักกี่คนที่รู้หรือเข้าใจถึงน้ำหนักแห่ง ความโทมนัส ที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ทรงต้องเผชิญอยู่ หลายครั้งที่เราได้ยินคำว่า… ขัตติยมานะ ทำให้เจ้านายพระองค์นั้นพระองค์นี้ต้องทรงความเข้มแข็ง ต้องไม่ทรงเผยความอ่อนแอให้ประชาชนเห็น ทว่าในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ซึ่งผ่านพ้นไปแล้วทุกกระบวนการขั้นตอนอย่างสง่างาม สมพระเกียรติสูงสุด แต่ท่ามกลางเสียงร่ำไห้อาดูรของประชาชนที่อยู่ในพระราชพิธีฯพระผู้เสด็จสวรรคาลัย สิ่งที่เกิดขึ้นจากการถ่ายทอดสดด้วยระบบ HD โดยโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย รวมกับการที่โลกขับเคลื่อนด้วยสื่อโซเชียล ก็ทำให้พสกนิกรที่ชมริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศอยู่หน้าจอทีวีหรือช่องทางออนไลน์ได้เห็นถึงแววพระเนตรทุกข์ตรม และสีพระพักตร์โศกศัลย์ของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระบรมวงศานุวงศ์หลายพระองค์   เพราะนับจากวันพฤหัสบดีที่ 13 ตุลาคม 2559 ซึ่งเป็นวันที่ไทยต้องสูญเสีย ‘พ่อแห่งแผ่นดิน‘ วันนั้นสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ ก็ต้องทรงสูญเสีย ‘ทูลกระหม่อมพ่อ ทูลกระหม่อมปู่ หรือทูลกระหม่อมตา’ เช่นกัน เทียบกับยามที่เราอ่านพบว่า ในหลวงรัชกาลทื่ ๙ เคยทรงเปล่งสัจจะวาจาไว้ว่า “ไม่ต้องจำว่าฉันคือใคร […]

เก็บไว้ในรอยจำ ๙๐ พระบรมฉายาลักษณ์ ในหลวงรัชกาลที่ ๙ พ่อแห่งแผ่นดิน

พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ในหลวงรัชกาลที่ ๙ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ล่วงผ่านไปแล้วอย่างยิ่งใหญ่ สมพระเกียรติที่สุด ท่ามกลางเสียงร่ำไห้ของพสกนิกรทั้งแผ่นดิน และแม้วันหนึ่งรอยน้ำตาลูกไทยจะเหือดหาย แต่รอยอาลัย ระลึกถึงองค์มหาราชาผู้ประเสริฐสุดในโลกหล้าจะยังคงฝังแน่นอยู่ในใจของพวกเราทุกคน ในการนี้แพรวขอรวบรวม ๙๐ พระบรมฉายาลักษณ์ ในหลวงรัชกาลที่ ๙ ในห้วงพระชนมายุต่างๆ เพื่อให้พี่น้องไทยเก็บเป็นรอยจำหลักว่า พระองค์จะประทับอยู่ในใจเราตราบนิรันดร์   ขอกราบน้อมสำนึกต่อพระมหากรุณาธิคุณในทุกเรื่องราวที่พระองค์ทรงสรรสร้างให้ลูกหลานไทย ขอพระองค์สถิตบนสรวงสวรรค์และในใจปวงราษฎร์ตราบนิจนิรันดร์  

“เหรียญทรงงาน” น้อมรำลึกถึงในหลวง ร.9 รายได้สมทบทุนสร้างศูนย์แพทย์เพื่อผู้สูงอายุ

เพราะแพทย์ยังต้องอยู่คู่รักษาคนไทยไปอีกนาน จึงเกิดโครงการ “เหรียญทรงงาน” โดยสมาคมคนไทยเชื้อสายจีนขึ้น โดยรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายนี้จะนำไปสมทบทุน สร้างศูนย์การแพทย์ศาสตร์และการเรียนรู้เพื่อผู้สูงอายุ

ริ้วขบวนพระอิสริยยศที่ ๕ อัญเชิญพระบรมอัฐิประดิษฐานพระวิมาน ณ พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท

วันนี้ ๒๙ ตุลาคม ๒๕๖๐ ซึ่งถือเป็นวันที่พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ใกล้เสร็จสมบูรณ์แล้ว ในช่วงบ่ายที่ผ่านมาก็ได้มีการอัญเชิญพระบรมอัฐิประดิษฐานพระวิมาน ณ พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระบรมราชานุญาต ปชช. เฝ้ารับเสด็จ 29 ต.ค.นี้

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร พระบรมราชานุญาตให้ประชาชนเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ ด้านกองอำนวยการร่วมงานพระราชพิธีฯ แจ้งปิดการจราจรตั้งแต่15.00 น.เป็นต้นไป การพระราชพิธีพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ได้เข้าสู่ขั้นตอนพิธีสุดท้ายเหลือเพียง อัญเชิญพระบรมอัฐิ พระบรมราชสรีรางคาร บรรจุ ณ ฐานพุทธบัลลังก์พระพุทธอังคีรส วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม และฐานพุทธบัลลังก์พระพุทธชินสีห์ วัดบวรนิเวศวิหาร ล่าสุดกองอำนวยการร่วมงานพระราชพิธีฯ (กอร.พระราชพิธีฯ)แจ้งว่าในวันที่ 29 ต.ค.60 สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร พระบรมราชานุญาตให้ประชาชนเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จตลอดเส้นทาง อย่างไรก็ตามสำหรับกำหนดการนั้น กอร.พระราชพิธีฯ แจ้งว่าในวันที่ 29 ต.ค.60 ตั้งแต่เวลา 15.00 น.เป็นต้นไป กองบังคับการตำรวจจราจร จะปิดการจราจรระดับ 2 จำนวน 27 เส้นทาง ซึ่งเป็นเส้นทางของริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ ริ้วที่ 6 คือการอัญเชิญพระผอบพระบรมราชสรีรางคารของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร จาก พระศรีรัตนเจดีย์ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในพระบรมมหาราชวัง ไปบรรจุที่ฐานพุทธบัลลังก์พระพุทธอังคีรส วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม และใต้ฐานบัลลังก์พระพุทธชินสีห์ พระประธานพระอุโบสถ วัดบวรนิเวศวิหาร ตามเส้นทาง ดังนี้ 1.ถนนหน้าพระลาน […]

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบรมวงศานุวงศ์ ร่วมบําเพ็ญพระราชกุศลพระบรมอัฐิ ร.๙

วันนี้ 28 ตุลาคม 2560 เวลาประมาณ 17.30 น. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร  พร้อมด้วย พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา และพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ เสด็จฯ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง เพื่อร่วมพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลพระบรมอัฐิของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ ๙ โดยมี สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี, ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี และพระบรมวงศานุวงศ์ เฝ้ารับเสด็จ   เรื่องและภาพ : แพรวดอทคอม

รัฐฯประกาศ ออกทุกข์ 30 ตุลา คืนที่ 29 เตรียมเก็บป้ายส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย

เป็นเวลา 1 ปีกว่าแล้วที่ปวงชนชาวไทยแต่งตัวไว้ทุกข์เพื่อแสดงความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร กษัตริย์อันเป็นที่รักยิ่งของชาวไทยทุกคน และเมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2560 เวลา 22.30 น. ได้มีการถวายพระเพลิงพระบรมศพในหลวงรัชกาลที่ ๙ ในวันที่ 27 ตุลาคม 2560 ที่ผ่านมาก็มีพิธีเก็บพระบรมอัฐิและอัญเชิญพระบรมราชสรีรางคารประดิษฐานที่วัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร และ วัดบวรนิเวศราชวรวิหาร เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพราะฉะนั้นใกล้เวลาตามที่รัฐบาลกำหนดไว้แล้วว่าการไว้ทุกข์จะสิ้นสุดลงในเดือนนี้ โดยรัฐบาลประกาศให้ไว้ทุกข์จนถึงเที่ยงคืนวันที่ 29 ตุลาคม และออกทุกข์ในเช้าวันที่ 30 ตุลาคม หลังจากการออกทุกข์ก็ควรเลิกแต่งสีดำ แต่แนะนำให้ใส่เสื้อโทนสีสุภาพไปก่อน เพื่อความเหมาะสมกับกาลเทศะ สำหรับสถานที่ราชการ ภาคเอกชน บ้านเรือนต่างๆ ให้เริ่มเก็บผ้าระบาย ป้ายส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย ผ้าขาวดำที่เป็นเครื่องหมายไว้ทุกข์ ยกเว้นภาพพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ก็ให้เป็นไปตามความสมัครใจ ซึ่งก็ถือเป็นการถวายพระเกียรติพระองค์ท่าน คณะรัฐมนตรีมีมติขยายเวลาการไว้ทุกข์และการลดธงครึ่งเสา ในช่วงงานพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ตามที่สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีเสนอ ดังนี้ 1. ขยายเวลาการไว้ทุกข์ของข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ และเจ้าหน้าที่ของรัฐ จากเดิมขยายจากวันศุกร์ที่ 13 ต.ค. 2560 ไปจนถึงวันที่ 27 ต.ค. 2560 […]

เสี้ยววินาทีสุดตื้นตัน “เจ้าชายเฟรเดอริก” ทรงแนบพระปราง “สมเด็จพระเทพฯ”

เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2560 ที่ผ่านมา มีพระราชอาคันตุกะ และบุคคลสำคัญจากหลายประเทศ เดินทางมาร่วมในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ณ พระที่นั่งทรงธรรม ในการนี้ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร พร้อมด้วย สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และพระบรมวงศานุวงศ์ของไทย ได้มีพระราชปฏิสันถารกับราชวงศ์จากต่างประเทศ ประมุข และผู้นำจากทั่วโลกที่ได้มาร่วมในพระราชพิธีในครั้งนี้ โดยมีภาพความประทับใจแม้เพียงเสี้ยววินาทีที่ปรากฏผ่านถ่ายทอดสด ในช่วงระหว่างที่ เจ้าชายเฟรเดอริก มกุฎราชกุมาร แห่งราชอาณาจักรเดนมาร์ก ทรงทักทายสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ด้วยการแนบพระปรางทั้ง 2 ข้าง พร้อมทั้งจับพระหัตถ์ไปด้วย ซึ่งถือเป็นการปฏิสันถารแบบใกล้ชิดอย่างเป็นกันเอง ตามมารยาทการทักทายของชาวเดนมาร์ก ทั้งนี้ เจ้าชายเฟรเดอริก มกุฎราชกุมารแห่งเดนมาร์ก ทรงเป็นรัชทายาทแห่งราชบัลลังก์เดนมาร์ก เป็นพระราชโอรสพระองค์แรกในสมเด็จพระราชินีนาถมาร์เกรเธที่ 2 แห่งเดนมาร์ก กับเจ้าชายเฮนริกแห่งเดนมาร์ก พระราชสวามี

ควรอ่านก่อนไป!! กำหนดการเข้าชมพระเมรุมาศ 2 – 30 พ.ย.นี้ เปิดรอบละ 5,500 คน

หลังเสร็จสิ้นงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทางรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มีกำหนดการเปิดให้ประชาชนเข้าชมนิทรรศการพระเมรุมาศ โดยมี สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณจะเสด็จเป็นองค์ประธานเปิดนิทรรศการในวันที่ 2 พฤศจิกายน 2560 นี้ หลังจากนั้นจะเปิดให้เข้าชม ตั้งแต่วันที่ 2 – 30 พฤศจิกายน 2560 เท่านั้น โดยมีรายละเอียด ดังนี้ เปิดให้เข้าชมตั้งแต่เวลา 07.00 น. ถึง 22.00 น. เบื้องต้นจะเปิดให้เข้าชมอย่างอิสระ รอบละ 5,500 คน รองรับประชาชน ได้วันละ 104,000 คน แบ่งเป็นกลุ่มภิกษุ สามเณร 500 รูปต่อวัน, ผู้พิการทุกประเภท 500 คนต่อวัน, นักท่องเที่ยว 8,000 คนต่อวัน, นักเรียน นักศึกษา 15,000 คนต่อวัน, ประชาชนทั่วไป 80,000 คน ต่อวัน กำหนดเวลาเข้าชมรอบละ 1 […]

หรือนี่คือเหตุผลที่พระบรมราชสรีรางคาร ในหลวงรัชกาลที่ ๙ ต้องแบ่งบรรจุ ๒ วัด

จากข่าวรายละเอียดพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ในหลวงรัชกาลที่ ๙ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ที่มีการระบุว่า เวลา ๑๐.๓๐ น. ของวันที่ ๒๙ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๖๐ จะมีพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลและเชิญพระบรมอัฐิขึ้นประดิษฐาน ณ พระวิมาน พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท สถานที่ประดิษฐานพระบรมอัฐิพระเจ้าแผ่นดินทุกรัชกาล โดยริ้วกระบวนที่ ๕ ส่วนเวลา ๑๗.๓๐ น. เป็นพระราชพิธีเชิญพระบรมราชสรีรางคาร(เถ้ากระดูก)ไปบรรจุ ณ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม และวัดบวรนิเวศราชวรวิหาร โดยริ้วกระบวนที่ ๖ ซึ่งพันโทหญิงพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ ทรงม้านำในริ้วขบวนนี้ ทำให้มีบางคนสงสัยว่า เหตุใดพระบรมราชสรีรางคาร ในหลวงรัชกาลที่ ๙ จึงต้องแบ่งไปบรรจุถึง ๒ วัด เพราะตามราชประเพณีโบราณ การถวายพระเพลิงพระบรมศพและการบรรจุพระบรมอัฐิ พระบรมราชสรีรางคารนั้น มีธรรมเนียมว่าหลังจากเสร็จสิ้นพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพแล้ว ในวันรุ่งขึ้น สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ จะเสด็จมาทรงเก็บพระบรมอัฐิลงพระโกศด้วยพระองค์เอง โดยจะทรงเก็บพระบรมอัฐิอย่างละชิ้นจนครบพระสรีระ จากนั้นอัญเชิญใส่พระโกศเพื่อไปประดิษฐานที่ “หอเก็บพระบรมอัฐิ” ซึ่งอยู่ในพระบรมมหาราชวัง ส่วนพระบรมอัฐิที่เหลือ จะมีทั้งที่ให้พระราชโอรส พระราชธิดา และพระประยูรญาติใกล้ชิดทรงเก็บไปบูชา และให้เจ้าหน้าที่ทำการแปรสภาพเป็นพระบรมราชสรีรางคาร […]

ไม่ธรรมดา! เทคโนโลยีเสมือนจริง ความลับที่ซ่อนอยู่ในแผ่นพับที่ระลึกจากงานพระราชพิธีฯ

ถือเป็นอีกหนึ่งผลงานที่ทรงคุณค่าสำหรับแผ่นพับที่ระลึกจากงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพในหลวงรัชกาลที่ ๙ เพราะสามารถรับชมภาพ โดยมีเสียงประกอบ อัลบั้มภาพ และภาพแบบ 3 มิติ ได้ ซึ่งจัดทำโดยกระทรวงวัฒนธรรม     ประชาชนที่เดินทางไปถวายดอกไม้จันทน์แสดงความอาลัยที่พระเมรุมาศจำลองและซุ้มถวายดอกไม้จันทน์ทั่วประเทศ จะได้รับแผ่นพับที่ระลึกพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร  ภายในแผ่นพับนอกจากจะมีเนื้อหาเกี่ยวกับพระราชประวัติ พระราชกรณียกิจ และภาพพระบรมฉายาลักษณ์ที่มีความสำคัญแล้ว ยังมีเทคโนโลยี AR Code หรือเทคโนโลยีเสมือนจริง ตัวช่วยที่จะทำให้แผ่นพับปกติไม่ธรรมดาอีกต่อไป เพราะสามารถเข้าถึงเนื้อหาได้อย่างชัดเจนด้วยภาพแบบสามมิติที่ไม่เคยมีมาก่อน เพียงดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่นผ่านสมาร์ทโฟน แล้วเปิดกล้องส่องไปที่ภาพพระบรมฉายาลักษณ์ โดยมีวิธีการดังนี้ 1. แอปพลิเคชั่น Zappar  เปิดแอปพลิเคชั่นแล้วใช้กล้องสแกนภาพพระบรมฉายาลักษณ์ ที่มีสัญลักษณ์ Zappa อยู่ด้านล่างขวา จะมีเมนูให้เลือกพิเศษ ทั้งวีดีโอ ประมวลภาพเหตุการณ์พระราชพิธีฯ และอื่นๆ 1 1 2. แอปพลิเคชั่น Arzio  เพียงเปิดแอปพลิเคชั่นแล้วใช้กล้องสแกนภาพพระบรมฉายาลักษณ์ จะสามารถรับชมภาพ โดยมีเสียงประกอบ อัลบั้มภาพ และภาพแบบ 3 มิติ ให้เลือกชมอีกด้วย   คลิปแสดงการใช้งานแผ่นพับที่ระลึก สำหรับแผ่นพับที่ได้จากงานเมื่อวาน มีเรื่องราวซ่อนอยู่นะคะ […]

ท้ายสุดของพระราชพิธี ยลวัดประดิษฐาน พระบรมราชสรีรางคาร ประจำรัชกาลที่ 1-9

การอัญเชิญ พระบรมราชสรีรางคาร ไปบรรจุยังวัดนับเป็นกระบวนการท้ายสุดของงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ท้ายสุดแต่อยู่ในใจนิรันดร์…สำหรับกระบวนการอัญเชิญ พระบรมราชสรีรางคาร (เถ้าที่เหลือนอกจากกระดูก) ไปประดิษฐานตามพระอารามหลวงยังที่ต่างๆ นับเป็นกระบวนท้ายสุดของพระราชพิธีถวายพระเพลิงฯ โดยพระบรมราชสรีรางคาร พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ส่วนริ้วขบวนที่ 6 ขบวนกองทหารม้า ได้เชิญพระบรมราชสรีรางคารทั้งหมดจากพระศรีรัตนเจดีย์ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม โดยรถยนต์พระที่นั่งออกจากพระบรมมหาราชวังทางประตูวิเศษไชยศรี ไปยังวัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร จากนั้นขบวนกองทหารม้าอีกขบวนหนึ่ง เชิญพระบรมราชสรีรางคารส่วนหนึ่ง จากวัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร โดยรถยนต์พระที่นั่ง ไปบรรจุ ณ วัดบวรนิเวศราชวรวิหาร ซึ่งวัดทั้งสองแห่งนี้จะถือเป็นวัดประจำรัชกาลที่ 9 โดยนิตินัย

รู้แล้วจะหนาว มาดามผู้เรียบง่ายคนนี้ ที่แท้คือผู้สำเร็จราชการฯ คนที่29แห่งแคนาดา

ทำความรู้จักมาดามฌูว์ลี ปาแย็ต ผู้สำเร็จราชการฯคนที่29 แห่งแคนาดา อดีตนักบินอวกาศคนแรกหญิงของประเทศ ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ที่ผ่านมา มีพระราชอาคันตุกะและบุคคลสำคัญเดินทางมาร่วมแสดงความอาลัย ซึ่งระหว่างการถ่ายทอดสดพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ ภาพของสตรีที่สวมชุดสีดำซึ่งนั่งอยู่ในตำแหน่งที่5ของพระราชวงศ์ต่างประเทศ เป็นที่สะดุดตาของใครหลายคน เนื่องจากชุดที่สตรีสูงศักดิ์สวมใส่นั้น เป็นชุดสีดำเรียบๆไม่มีการประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์มีเพียงกระเป๋าเป้1ใบที่สะพายอยู่ด้านหลัง ทั้งนี้ในเวลาต่อมาจึงได้ทราบว่าสตรีผู้นี้คือ มาดามฌูว์ลี ปาแย็ต ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 แห่งสหราชอาณาจักร โดยในเวลาต่อมาอาจารย์ลอย ชุนพงษ์ทอง ผู้เชี่ยวชาญทางด้านคณิตศาสตร์และดาราศาสตร์ ได้ใจดีอธิบายผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวระบุเกี่ยวกับคำถามที่ว่า “หญิงฝรั่งคนนี้เป็นใครราชวงศ์ไหน ไม่ประดับเครื่องราชฯ ไม่เคยเห็นมาก่อน” ซึ่งอาจารย์ชี้แจงให้ฟังว่า มาดามฌูว์ลี ปาแย็ต คืออดีตนักบินอวกาศ และวิศวกรคอมพิวเตอร์ โดยเมื่อเร็วๆนี้ได้รับการสถาปนาเป็นประมุขสูงสุด ของประเทศแคนาดา ซึ่งทางประเทศได้ยกย่องมาดามเป็นบุคคลที่ทำหน้าที่ของตนเองได้ดีเยี่ยม ดำรงตำแหน่ง ประมุขสูงสุดเทียบได้กับประธานาธิบดี สามารถรับรองและตอบโต้กฎหมายที่ออกโดยรัฐสภา และสั่งปลดนายกรัฐมนตรีได้ สำหรับประวัติมาดาม มาดามฌูว์ลี ปาแย็ต ปัจจุบันอายุ 53 ปี จบการศึกษาด้านวิศวกรรมศาสตร์ เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ และการบิน ในปี 1992 ต่อมาได้รับเลือกจากบรรดาผู้สมัครทั้งหมด 5,000 ให้เป็น 1 ใน […]

keyboard_arrow_up