บ้านหรู

เบิกตากว้างเน้นๆ เปิด 10 บ้านหรู อลังการดาวล้านดวง ขึ้นชื่อว่า มีมูลค่าแพงที่สุดในโลก

ที่สุดของโลกไม่ว่าจะเป็นเรื่องใด ต้องยอมรับจริงๆ ว่าผู้คนส่วนใหญ่ล้วนให้ความสนใจเป็นอย่างมาก โดยวันนี้ แพรวดอทคอม ก็ได้ไปส่อง 10 บ้านหรู ที่ขึ้นชื่อว่าแพงที่สุดในโลก อู้ฟู่ โอ่อ่า อลังการดาวล้านดวง จนบางทีก็ไม่กล้าเรียกว่าบ้านเต็มปากเต็มคำ เพราะเป็นยิ่งกว่าบ้านอีกน่ะสิจ๊ะ พิกัดจะอยู่ ณ ประเทศแห่งหนใดบ้าง อย่ารอช้า รีบไปดูกันเลย!

อันดับ 10ปราสาทแดร็กคูลา (Dracula Castle) ประเทศโรมาเนีย (Romania)
ราคา $135 million (ประมาณ 4,800 ล้านบาท)

10_draculas-castle-romania

เปิดอันดับ 10 กันที่ประเทศโรมาเนีย ดินแดนที่ใครได้ยินแล้วต้องนึกถึงตำนานแดร็กคูลา สำหรับปราสาทแดร็กคูลานี้ตั้งอยู่ใกล้เมืองบราน (Bran) และติดท็อป 10 ปราสาทหรูที่สุดในโลก ซึ่งคนทั่วไปมักจะรู้จักปราสาทนี้ว่าเป็นบ้านของตัวละครแดร็กคูลา จนกระทั่งกลายมาเป็นพิพิธภัณฑ์ในปี 1980 ภายในปราสาทที่สวยงามหรูหรานี้มีห้องทั้งหมด 57 ห้อง และเป็นห้องนอนประมาณ 17 ห้อง พร้อมตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์โบราณ

อันดับ 9คฤหาสน์ Updown Court สหราชอาณาจักร
ราคา $139 million (ประมาณ 4,900 ล้านบาท)

9_updown-court-england

โดดเด่นด้วยการตกแต่งสไตล์แคลิฟอร์เนีย (Californian Style) สำหรับคฤหาสน์ Updown Court แห่งอังกฤษ ที่ก่อตั้งอยู่ในหมู่บ้าน Windlesham ในเซอร์รีย์ (Surrey) ทางตอนใต้ของอังกฤษ โดยสร้างขึ้นบนที่ดิน 58 ไร่ และมีห้องพักทั้งหมด 103 ห้อง พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกสุดหรูมากมาย มีแทบทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นสระว่ายน้ำ ที่โยนโบว์ลิ่ง และเมื่อปี 2005 คฤหาสน์หลังนี้ก็ได้เป็นบ้านส่วนตัวที่แพงที่สุดติดตลาดทุกแห่งระดับโลกอีกด้วย

อันดับ 8 – คฤหาสน์ The Manor ประเทศสหรัฐอเมริกา
ราคา $150 million (ประมาณ 5,300 ล้านบาท)

8_the-manor-holmby-hills-los-angeles

สะกดสายตาผู้คนทุกหนทุกแห่ง สำหรับคฤหาสน์ยักษ์ The Manor ที่โดดเด่นด้วยสีขาวเทา ตกแต่งสไตล์ฝรั่งเศส Chateau และได้ชื่อว่าเป็นบ้านที่ใหญ่ที่สุดในเมืองลอสแอนเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา คฤหาสน์ส่วนตัวหลังนี้สร้างขึ้นในปี 1991 บนที่ดินขนาด 4.6 ไร่ และมีห้องรองรับทั้งหมด 123 ห้อง

อันดับ 7Franchuk Villa ลอนดอน สหราชอาณาจักร
ราคา $161 million (ประมาณ 5,700 ล้านบาท)

7_london-franchuk-villa

Franchuk Villa ก่อตั้งขึ้นใน Belgravia กลางกรุงลอนดอน อังกฤษ โดดเด่นด้วยการตกแต่งสไตล์วิกตอเรีย มีทั้งหมด 6 ชั้น พร้อมมีสิ่งอำนวยความสะดวกสุดหรูหราจำนวนมากอยู่ภายในบ้าน ไม่ว่าจะเป็นสระว่ายน้ำ ห้องฟิตเนส โรงภาพยนตร์ส่วนตัว ฯลฯ เรียกว่าแค่อยู่ในบ้านหลังนี้ก็ไม่จำเป็นต้องออกไปเที่ยวแล้ว

อันดับ 6Victorian Villa ประเทศยูเครน (Ukraine)
ราคา $161 million (ประมาณ 5,700 ล้านบาท)

6_victorian-villa

ผ่านมาแล้วครึ่งทาง ขึ้นมาอันดับ 6 ที่ประเทศยูเครน สำหรับ Victorian Villa หนึ่งในบ้านหลังที่แพงที่สุดของยูเครน ซึ่งเจ้าของอาณาจักรมหึมาหลังนี้คือ Elena Franchuk นักธุรกิจยูเครนสุดใจบุญ ภายในบ้านมี 5 ชั้น มีพร้อมทั้งสระว่ายน้ำ โรงละคร ห้องหลบภัยกรณีฉุกเฉิน (Panic Room) และห้องซาวน่าบวกยิมสำหรับออกกำลังกาย 

อันดับ 5Hearst Mansion ประเทศสหรัฐอเมริกา
ราคา $165 million (ประมาณ 5,800 ล้านบาท)

5_hearst-mansion-san-simeon-california

Hearst Mansion บ้านหรูสุดงาม มองแล้วน่าประทับใจแทบทุกองศาหลังนี้ ก่อตั้งขึ้นบนชายฝั่งตอนกลางของรัฐแคลิฟอร์เนีย เมืองซานไซเมียน (San Simeon) ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยผู้ก่อตั้งคือไอคอนหนังสือพิมพ์ของสหรัฐฯ อย่างนาย William Randolph หลังจากนั้นก็ได้มีทนายหนุ่ม Leonard Ross มาเป็นผู้ซื้อต่อในปี 1976 พื้นที่บ้านหรูสุดสวยนี้ขยายอาณาเขตอยู่บนที่ดิน 6 ไร่ มี 29 ห้องนอน อีกทั้งยังได้นำมาใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์อันโด่งดังอย่างเรื่อง The Godfather ด้วย

อันดับ 4 Fairfield Pond นิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา
ราคา $170 million (ประมาณ 6,000 ล้านบาท)

4_fairfield-pond-new-york

กว้างขวางสุดลูกหูลูกตา สำหรับ Fairfield Pond บ้านและอาณาจักรอันใหญ่โตของนักลงทุนและนักธุรกิจชาวอเมริกันนามว่า Ira Rennert ซึ่งที่มาของชื่อบ้านหลังนี้ส่วนหนึ่งก็เพราะตัวบ้านของเขาติดกับบ่อน้ำ Fairfield โดยพิกัดบ้านหลังนี้ก่อตั้งขึ้นอยู่ในเมืองแฮมป์ตัน รัฐนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา มีอาณาเขตทั้งหมด 63 ไร่ และเป็นบ้านที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐอเมริกา ที่สำคัญยังได้ชื่อเรื่องความหรู เพราะมีที่สำหรับเล่นโบว์ลิ่งแยก และมีอ่างน้ำร้อนมูลค่า 150,000 ดอลลาร์สหรัฐ

อันดับ 3The Penthouse ลอนดอน สหราชอาณาจักร
ราคา $200 million (ประมาณ 7,000 ล้านบาท)

3_penthouse-in-london

พูดถึงลอนดอนทีไร สิ่งที่จะต้องนึกตามมาและเป็นเรื่องที่นำมาพูดกันมากก็คือ เรื่องที่พักที่มักจะมีราคาแพงสูงลิ่วนี่แหละ โดย The Penthouse เป็นอพาร์ตเมนต์ที่ถูกยกให้มีราคาแพงที่สุดในโลก ตั้งอยู่ในสวนสาธารณะอย่าง Hyde Park โดยพื้นที่อพาร์ตเมนต์นี้มีราคา 6,000 ปอนด์ต่อตารางฟุตเลยทีเดียว ซึ่งได้ทำให้เหล่าตัวแทนอสังหาริมทรัพย์หลายแห่งในลอนดอนถึงกับช็อกกับราคาที่แพงสูงลิ่ว

อันดับ 2Villa Leopolda ประเทศฝรั่งเศส
ราคา $506 million (ประมาณ 17,992 ล้านบาท)

2_villa-leopolda-french-riviera

เชื่อว่าเป็นบ้านหลังที่แพงที่สุดของยุโรปเลยทีเดียว สำหรับ Villa Leopolda ที่มีทั้งหมด 27 ชั้น ตั้งอยู่ใน French Riviera ประเทศฝรั่งเศส โดยชื่อของบ้านหลังแพงอันดับ 2 นี้ได้มาจากชื่อของพระมหากษัตริย์ Leopold ซึ่งได้ขึ้นมาในปี 1902 ให้แก่คนรัก Blanche Zélie Joséphine Delacroix มีพื้นที่ทั้งหมด 80,000 ตารางฟุต โดยได้แบ่งออกเป็นเกสต์เฮ้าส์ 2 แห่ง บนที่ดิน 20 ไร่ ที่สะดุดตาและเป็นที่ชื่นชอบคงหลีกไม่พ้นบริเวณหน้าหาดส่วนตัว ซึ่งเป็นริมชายหาดที่ดีที่สุดทางภาคใต้ของฝรั่งเศสเลย มีทั้งหมด 14 ห้อง 11 ห้องนอน พร้อมทั้งสวนขนาดใหญ่และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ อีกจำนวนมาก

อันดับ 1 – Antilla เมืองมุมไบ ประเทศอินเดีย 
ราคา $1 billion (ประมาณ 35,557 ล้านบาท)

1_antilla-luxurious-house-india

ในที่สุดก็มาถึงอันดับ 1 บ้านที่แพงที่สุดในโลก ซึ่งตกเป็นของ Antilla คฤหาสน์ 27 ชั้นที่ก่อตั้งอยู่ในเมืองมุมไบ ประเทศอินเดีย ซึ่งก็ได้รับการยอมรับว่าดีไซน์ทันสมัย สวยพอๆ กับทัชมาฮาล โดยมูลค่าของอภิมหาบ้านหรือคฤหาสน์หลังนี้อยู่ที่ $1 พันล้าน เจ้าของเป็นคนที่ร่ำรวยอันดับ 5 ของโลก มีชื่อว่า Mukesh Ambani และเมื่อมองความสูงอย่างทั่วถึง บ้านที่แพงที่สุดของโลกหลังนี้มีพื้นที่ 40,000 ตารางฟุต และบอกเลยว่าแต่ละชั้นหรูหราทุกชั้น

เห็นราคา อาณาเขตแต่ละที่กันแล้ว ขอยอมจริงๆ จ้า


เรื่อง: Gingyawee_แพรวดอทคอม
ข้อมูลและภาพ: http://www.wonderslist.com/top-10-luxurious-houses-world/

รู้จัก Simone Rocha หนึ่งใน แฟชั่นดีไซเนอร์ชาวไอริช ที่น่าจับตามองในเวลานี้

รู้จัก Simone Rocha หนึ่งใน แฟชั่นดีไซเนอร์ชาวไอริช ที่น่าจับตามองในเวลานี้

H&M ร่วมมือครั้งใหม่กับแฟชั่นดีไซเนอร์จากกรุงลอนดอน “ซิโมน โรชา (Simone Rocha)” ในคอลเล็คชั่่นพิเศษ Simone Rocha x H&M ซึ่งนำเสนอเสื้อผ้าสตรีสไตล์โรชา รวมถึงเสื้อผ้าบุรุษและเด็กไปพร้อมกันด้วย การร่วมมือกันครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกของโรชาที่ออกแบบเสื้อผ้าสำหรับทุกคนในครอบครัว โดยเป็นการออกแบบเสื้อผ้าแต่ละประเภทอย่างครบถ้วนสำหรับทุกโอกาส รวมถึงเสื้อผ้าสำหรับโอกาสพิเศษ เช่น เดรสผ้าทูลล์และชุดสูท เสื้อผ้าไหมพรม เสื้อเชิ้ต เสื้อตัวนอก เช่น เสื้อเทรนช์ เสื้อยืดสไตล์ลำลอง และแอ็กเซสซอรี่ต่างๆ ซึ่งรวมถึงเครื่องประดับที่มีประกายวิบวับและรองเท้าประดับไข่มุกตามสไตล์ของโรชา

รู้จัก Simone Rocha หนึ่งใน แฟชั่นดีไซเนอร์ชาวไอริช ที่น่าจับตามองในเวลานี้

ซิโมน โรชา (Simone Rocha) นับว่าเป็นดีไซเนอร์ชาวไอริชคนแรกที่ได้มีโอกาสร่วมงานในโปรเจ็คคอลลาบอเรชั่นกับ H&M โดยคอลเล็คชั่่นนี้มีสิ่งที่เหมือนกับผลงานอื่นๆ ของเธอตรงที่เป็นการสะท้อนความหลากหลายทางวัฒนธรรมของตัวดีไซเนอร์และแรงบันดาลใจต่างๆ ที่เธอได้รับ สิ่งเหล่านี้ช่วยให้แบรนด์ของเธอเติบโตตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ตั้งแต่ศิลปะและประเพณีของฮ่องกง ตลอดจนความยิ่งใหญ่ของประวัติศาสตร์ศิลป์

 

 

View this post on Instagram

 

A post shared by SIMONE ROCHA (@simonerocha_)

Simone Rocha x H&M เป็นคอลเล็คชั่นที่มีความหลากหลาย ตั้งแต่ในด้านการออกแบบซิลลูเอต เนื้อผ้าที่ใช้ การประดับตกแต่ง และอิทธิพลที่ได้รับมา ซึ่งสะท้อนความหมายของโลกแห่ง Simone Rocha คอลเล็คชั่นนี้เป็นการตีความสไตล์ของเธอในรูปแบบใหม่ โดยยังสื่อถึงเรื่องราวของแบรนด์ Simone Rocha ด้วย ซึ่งเราเห็นได้จากเสื้อผ้าที่มีกลิ่นอายของสไตล์ในยุคทิวดอร์ ดอกไม้ป่า ภาพถ่าย ตุ๊กตา และของเล่น อีกทั้งยังมีลายตาราง การตกแต่งลูกปัด ลายดอกไม้สีชมพู สีแดงหลากหลายเฉด และเนื้อผ้าพิเศษที่ผลิตขึ้นมาเองสำหรับการร่วมมือครั้งนี้โดยเฉพาะ ในการออกแบบคอลเล็คชั่นนี้ โรชาได้ใช้เวลาสำรวจเสื้อผ้าเก่าๆ ของแบรนด์เธอ ผสมผสานคอลเล็คชั่นเก่าและออกแบบเสื้อผ้าที่เธอชอบในรูปแบบใหม่ หลอมรวมเป็นดีไซน์ใหม่ที่เหมาะกับยุคสมัย

หากใครสนใจคอลเล็คชั่นนี้จะวางจำหน่ายในวันที่ 11 มีนาคม 2564 เป็นต้นไป และยังเป็นการเฉลิมฉลองโอกาสครบรอบ 10 ปีของ
แบรนด์ Simone Rocha นับเป็นการฉลองความสำเร็จให้กับแบรนด์ของเธออีกด้วย โดย Simone Rocha เป็นแบรนด์แฟชั่นอิสระที่ก่อตั้งขึ้นในกรุงลอนดอน โด่งดังในเรื่องของวิสัยทัศน์ และความคงเส้นคงวาอย่างเห็นได้ชัดในการออกแบบเสื้อผ้าทุกชิ้น ทำให้ใครก็ตามที่สวมใส่สามารถนำไปมิกซ์แอนด์แมตช์กับเสื้อผ้าในซีซั่นอื่นๆ ได้ คอลเล็คชั่น Simone Rocha x H&M ออกแบบมาด้วยความตั้งใจเดียวกัน คือเพื่อรังสรรค์เสื้อผ้าที่ใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย มีดีไซน์ที่ถูกใจ สามารถใส่ได้ครั้งแล้วครั้งเล่า เป็นนวัตกรรมซึ่งผสานเข้ากับโลกแห่ง Simone Rocha ที่พร้อมเปิดรับทุกคนให้ได้เข้ามาสัมผัส

“ฉันตื่นเต้นมากที่ได้ร่วมงานกับ H&M ในคอลเล็คชั่นพิเศษนี้ ผลงานในครั้งนี้เป็นการเฉลิมฉลองจุดเด่นของแบรนด์ Simone Rocha และอิทธิพลที่แบรนด์มีต่อตัวตนของดิฉันในฐานะดีไซเนอร์และลูกค้า ดิฉันติดตามคอนเซ็ปต์ในโปรเจ็คคอลลาบอเรชั่นของ H&M มาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็น มาร์เจลล่า (Margiela) อัลแบร์ เอลบาซ (Alber Elbaz)หรือ กอมม์ เดส์ การ์ซงส์ (Comme des Garcons) จึงรู้สึกยินดีมากที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของโปรเจ็คนี้”

แฟชั่นดีไซเนอร์ชาวไอริช

ซิโมน โรชา เป็นดีไซเนอร์ผู้หญิงที่ใส่ใจเรื่องความเป็นหญิงแบบร่วมสมัย รวมถึงใส่ใจเรื่องงานฝีมือและการออกแบบอย่างประณีต ไม่ว่าจะเป็นขั้นตอนการรังสรรค์เนื้อผ้าใหม่ๆ รูปทรงที่แตกต่าง การออกแบบที่แปลกใหม่ เสื้อผ้าทุกชิ้นในคอลเล็คชั่นนี้มีเอกลักษณ์พิเศษ ซึ่งเกิดจากการทำงานและหาข้อมูลอย่างละเอียดมาเป็นเวลาหลายปี


บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

คุยกับ ‘คริสตอฟ’ ผู้อำนวยการฝ่ายศิลป์ ล้วงลึก Uniqlo U คอลเล็คชั่น SS 2021

ตามรอยรองเท้า เคนโตะ ยามาซากิ ที่ใส่วิ่งยับเอาชีวิตรอดใน Alice in Borderland

แว่นกันแดดไม่ใช่แค่แฟชั่น! รู้หรือไม่ สีของเลนส์แต่ละสีช่วยป้องกันดวงตาต่างกัน

 

 

MEKO CLINIC

นี่คลินิกหรือลักชัวรี่สปา!! ทำอัลเทอร่าแบบ VIP ที่ MEKO CLINIC มันก็จะเป็นอะไรที่หรูหราประมาณนี้

เล่าสู่กันฟังแบบไม่ได้อวยว่าพัดชาเป็นแฟนของเมโกะคลีนิคมาอย่างยาวนานเพราะนอกจากฝีมือคุณหมอที่การันตีว่าขั้นเทพด้วยการนำทัพของคุณหมอมนัส นพ.มนัส ฉายาวิจิตรศิลป์แห่งรายการ Let Me In Thailand แล้ว ที่นี่เขายังใส่ใจเรื่องการบริการและความรู้สึกที่ดีของคนไข้ทั้งในเรื่องของความสะอาด บรรยากาศหรูหราชวนผ่อนคลายและนวัตกรรมเครื่องไม้เครื่องมือที่อัพเดทที่สุดเสมอ

ดีงามแบบนี้ล่าสุดเมโกะคลีนิคเลยเพิ่งได้ได้รางวัล  ICONIC LUXURY SERVICE แห่งปีจากงาน Praew Iconic Beauty การันตีความไม่ธรรมดาของบริการที่นี่ว่านอกจากผลลัพธ์ที่โดนใจคนรักสวยแล้ว ความรู้สึกดีในการเข้าใช้บริการคือเรื่องที่เมโกะ คลินิกให้ความสำคัญยืนหนึ่ง

MEKO CLINIC

LUXURY SERVICE ในบรรยากาศสุดหรู คลินิกหรือสปาเอาให้ดี?

วันนี้พัดชาเลยขอเข้ามาอัพกรอบหน้าสวยๆ ด้วยบริการ MEKO ULTHERA SIGNATURE ที่ได้ยินว่าหรูหราหมาเห่าที่สุดจนอยากรู้เลยว่าจะแตกต่างจากการทำอัลเทอร่าทั่วไปแค่ไหน พอเดินเข้าคลีนิคเท่านั้นแหละ อุแม่เจ้า!!…สวยปิ๊งจริงอะไรจริง MEKO CLINIC ที่ชั้น 5 เซ็นทรัลเวิลด์คือสาขาที่ตกแต่งใหม่ไว้รองรับสายหรูโดยเฉพาะ บรรยากาศตกแต่งด้วยสีขาว/ทองวิ้งวิบ มีทั้งห้องทรีตเม้นท์และมุมแต่งหน้าที่ใหญ่โตโอ่โถงทำให้ผู้มาใช้บริการได้รับความสะดวกสบายไม่ต้องมานั่งหลบมุมเล็กๆ แอบๆ แต่งหน้าก่อนกลับ

MEKO CLINIC

พอแจ้งว่ามาทำ MEKO ULTHERA SIGNATURE ปุ๊บชีวิตก็อัพเกรดปั๊บ เพราะเจ้าหน้าที่ที่น่ารักเขาพาไปเปลี่ยนเครื่องทรงเป็นบาธโรปแจ่มๆ อย่างนี้เหมือนอยู่ในสปา พร้อมเข้ารับบริการในห้องวีไอพีที่หรูหรามีมุมสำหรับให้จิบน้ำชาที่เสริฟมาพร้อมขนมกรุบกริบระหว่ารอคุณหมอ การตกแต่งในห้องนี้บอกเลยว่าคือห้องสปาหรูดีๆ นี่เอง ทำไปนอนมองบรรยากาศการตกแต่งไปก็หายกังวลไปเยอะ

MEKO CLINICMEKO ULTHERA SIGNATURE ยิงไปนวดอโรม่าไป…ได้ด้วยเหรอ

พูดถึงความกังวลแน่นอนค่ะว่าคนที่ทำอัลเทอร่าจะรู้ดีว่ามีความหวาดเสียวแฝงอยู่ในขั้นตอนการยิง เพราะจะมีความรู้สึกเจ็บมากน้อยไม่เท่ากันในแต่ละจุดเรียกว่าเกร็งรอกันเลยทีเดียว โปรแกรม MEKO ULTHERA SIGNATURE นี้เขาเลยมีบริการนวด Aroma Therapy ช่วยลดความเกร็งจากความรู้สึกเจ็บ ด้วยน้ำมัน Natural Oil 100% ตั้งแต่ปลายเท้าจนถึงศีรษะ การนวดไปด้วยแบบนี้จะช่วยอาการตึงเครียด กระตุ้นการไหลเวียนของเลือด และเปิดต่อมน้ำเหลือง ซึ่งจะทำให้ร่างการสร้างคอลลาเจนได้อย่างเต็มประสิทธิภาพผลลัพธ์ที่จะได้จากการทำอัลเทอร่าจึงชัดเจนเต็มที่อีกด้วย

MEKO CLINICงัดทุกเทคนิคเพื่อความเจ็บน้อย/บวมน้อย/คอลลาเจนมาเต็ม

ที่พัดชาชอบมากคือความใส่ใจในความกังวลและความรู้สึกเจ็บ ที่นี่เขามีเทคนิคการมาส์กยาชาที่เรียกว่านวดจนเข้าเนื้อชาจริงหายเจ็บจริง รอเวลาจริงๆ เพื่อให้ชัวร์ว่าคนไข้จะไม่ต้องอึดเกินเบอร์จึงจะผ่านไปได้ อันนี้รู้สึกดีมากเพราะเคยเจอบิวตี้คลีนิคบางที่ที่ทายาชาแบบผิวเผิน ไม่ครบทั่วทุกบริเวณและไม่รอระยะเวลาให้ยาชาออกฤทธิ์ ผลลัพธ์ออกมาคือเจ๊บ…เจ็บกว่าจะสวยต้องอดทน

เมื่อนวดยาชาเต็มที่ มีการนวดผ่อนคลายไปด้วยความรู้สึกเกร็งก็น้อยลงให้คุณหมอยิงอัลเทอร่าได้ชิลด์ๆ ไร้กังวลเรื่องอาการเจ็บ เมื่อยิงเสร็จปุ๊บยังไม่จบจ่ะ เขาทาผิวหน้าให้ด้วย ‘Calecim’ จากสายสะดือกวางแดง ซึ่งตัวนี้จะช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนไปพร้อมกับลดอาการบวมแดงที่อาจเกิดขึ้นหลังทำ ทำให้ผิวยุบบวมเร็วขึ้นไปอีก จากนั้นยังมีการสะกิดผิวด้วย Vitamin C 1 โดยใช้เข็มเล็กๆ สะกิดวิตามินซีไปทั่วใบหน้าเพื่อกรตุ้นให้ผิวสร้างคอลลาเจนอย่างต่อเนื่อง

MEKO CLINICอัลเทอร่าอีกครั้งก็ยังต้องที่เมโกะ

บอกเลยว่าประทับใจในการใส่ใจทุกขั้นตอนของเมโกะ คลีนิคมากจริงๆ เพราะกับทรีตเม้นท์ที่ใช้งบค่อนข้างสูงแบบการทำอัลเทอร่าลูกค้าย่อมต้องการเห็นผลที่ชัดเจน รวมไปถึงความรู้สึกลักชัวรี่สมราคาทั้งในส่วนของการบริการและสถานที่ ผลลัพธ์ของการทำอัลเทอร่าครั้งนี้ก็ออกมาปังสวยสมใจ ได้กรอบหน้ายกกระชับชัดเจนโดยที่บวมน้อย เจ็บน้อย จนส่วนตัวเรียกว่าการทำครั้งนี้ไม่เจ็บเลยดีกว่านาทีนี้คือถ่ายรูปง่ายได้ทุกมุม

นวัตกรรมที่ไหนๆ ก็มีได้แต่ความใส่ใจที่เมโกะ คลินิกเขายกมาหมดใจจริงๆ เริ่ดแบบนี้อัลเทอร่าคราวหน้าเจอกันอีกแน่ๆ ค่ะ

มาส์กหน้า

เหตุผลที่ควร มาส์กหน้า ทางลัดฟื้นฟูผิว หลังหลบอยู่ใต้หน้ากากอนามัยทั้งวัน!!

ใส่หน้ากากป้องกันฝุ่นและไวรัสนอกบ้านทั้งวันแล้ว กลับบ้านมาอย่าลืมใส่หน้ากาก มาส์กหน้า บำรุงผิวบ้าง เสียเวลาแค่ไม่กี่นาทีเท่านั้นเอง

สำหรับสถานการณ์ช่วงนี้ทุกคนออกจากบ้านก็ต้องระวังป้องกันตัวเองจากฝุ่นพิษ มลภาวะทางอากาศ และไวรัส ด้วยการใส่หน้ากากป้องกันตัวเองไปทุกที่ ไม่เว้นแม้กระทั่งต้องคอยล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ 70% ขึ้นไปตลอดเวลา เอาเป็นว่าออกจากบ้านทีไรก็เหมือนออกไปสู้รบปรบมือกับสิ่งที่มองไม่เห็นทุกวินาที เหนื่อยใช่ไหมล่ะคะ

แต่เมื่อกลับมาบ้านที่แสนปลอดภัยของตัวเอง นอกจากจะต้องรีบอาบน้ำชำระสิ่งสกปรก และเชื้อโรคต่างๆ ที่อาจติดแฝงมา ก็อยากจะย้ำกับทุกคนว่า ทำความสะอาดเรียบร้อยแล้ว ก็อย่าลืมบำรุงกันต่อนะคะ ไหนๆ ช่วงนี้ก็จำเป็นต้องใส่หน้ากาก แต่เราก็เหมือนคุมขังผิวหน้าของเราไม่ได้หายใจเต็มที่ เผลอๆ อาจมีของแถมเป็นสิว ผด ผื่น ตามมาจากทั้งมลภาวะและเมคอัพอีก ยิ่งใส่หน้ากากซ้ำก็ยิ่งเสี่ยง

ดังนั้น เพื่อให้ผิวหายใจเต็มที่ ต้องมีตัวช่วยฉบับเร่งรัดสำหรับผิวหน้าที่ดีขึ้น เพราะถ้าการแว่บไปฉีดโบท็อกซ์หรือลอกหน้าตอนกลางวันไม่ใช่วิสัยของคุณ ทำไมไม่ลองหันไปใช้มาส์กหน้าแบบดั้งเดิมกันล่ะ แม้ผลลัพธ์ที่ได้จะไม่เร็วทันใจเหมือนเวลาทำทรีตเม้นต์ที่สปาหรือคลินิกแพทย์ผิวหนัง แต่อย่างน้อยผิวหน้าคุณจะดูอิ่มเอิบและสดชื่นขึ้นมาทันที แถมมีรอยแดงและความมันน้อยลง แค่ยอมเสียเวลาไม่กี่นาทีในการพอกหน้าให้มาส์กเข้าไปเติมความสดชื่นให้ผิวคุณสัก 10 – 15 นาทีเท่านั้นเอง

มาส์กหน้า

สิ่งควรรู้ก่อน มาสก์หน้า

ทดลองก่อน ด้วยการลองแต้มมาสก์ปริมาณน้อยๆ บนหลังมือหรือท้องแขน ปล่อยไว้สัก 1-2 ชั่วโมง จากนั้นดูว่ามีผลข้างเคียงหรือไม่ เช่น รอยแดง รอยแดง ผื่นคัน หรืออาการปวดแสบปวดร้อน จากนั้นลองทำซ้ำอีกครั้ง “บางครั้งคุณจะไม่มีอาการแพ้ จนกระทั่งเริ่มใชมาส์กเป็นครั้งที่สอง” เอมี่ บี. ลูอิส ศาสตราจารย์ด้านผิวหนัง แห่งคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเยล กล่าว

และอย่าทำมากเกินไป การทามาส์กทิ้งไว้บนหน้านานกว่าที่ควรจะเป็น ไม่ได้ทำให้ผิวหน้าดีขึ้น เพราะส่วนผสมในมาส์กจะหยุดทำงานตามเวลาที่ระบุไว้บนฉลาก สิ่งที่ควรคำนึงถึงมากกว่า คือความถี่ในการมาส์กหน้า และจำนวนครีมที่คุณทา ถ้าหากใช้มาส์กได้ผลดีมาตลอด แต่วันหนึ่งเกิดรอยแดงบนผิว ก็ควรหยุดใชมาส์กตัวนั้นทันที “รอยสีชมพูจางๆ ไม่เป็นไร แต่ถ้าสีเข้มกว่านั้น แสดงว่าคุณมาสก์หน้าบ่อยเกินไป หรือทามาส์กเยอะเกินไปแล้ว” เดวิด แบงก์ แพทย์ผิวหนังจากนิวยอร์ก กล่าว


เรื่อง : Primphy_Praewnista
ภาพ : Pexels

 

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

เปิดเทคนิคเมคอัพเน้นงานผิวติดทน รองพื้นไม่ติดแมส พร้อมสวยสู้ทุกสถานการณ์

เตือน! เจลล้างมือ แอลกอฮอล์ต้องเข้มข้นเกิน 70% ถึงฆ่าเชื้อ COVID-19 ได้

วิธีฟื้นฟูและรักษาสมดุลคนที่ผิวแพ้ง่าย จนเกิดผดผื่น สิว จากปัญหา ฝุ่น PM 2.5

 

 

 

ชุดแต่งงาน ของเจ้าแม่เวดดิ้งแพลนเนอร์

มีความหมายทุกดีเทล 3 ชุดแต่งงาน 2 รองเท้าเจ้าสาว ของตัวแม่เวดดิ้งแพลนเนอร์

นอกจากงานแต่งงานจะน่ารักไม่ซ้ำใคร ในสไตล์คิ้วต์ๆ สวยคลีน ดูอบอุ่นสบายตาที่ไม่ว่าใครเห็นก็ต้องปิ้ง ตกหลุกรักกับไอเดียนี้แน่ๆ สำหรับงานวิวาห์ริมทะเลของ “ดีเจซายน์ – ดร.วรัญญภัสสร์ สิรินิธิยประภา” อดีตดีเจคลื่น GET 102.5 แถมยังเป็นเจ้าแม่เวดดิ้งแพลนเนอร์ชื่อดัง (Bride to be Wedding Planner) ที่เหล่าเซเลบริตี้รู้จักกันเป็นอย่างดี

และแน่นอนด้วยความที่เป็นถึงเจ้าแม่เวดดิ้งแพลนเนอร์ชื่อดังที่คอยจัดการครีเอทไอเดียให้งานแต่งของคนอื่นมามากมาย พอถึงคราวงานแต่งตัวเองที่สวยโดดเด่นจนสะดุดตาขนาดนี้ ก็ต้องขอพามาอัพเดทกันหน่อยว่าดีเทลแต่อย่างกว่าจะลงตัว น่ารักดูเป็นงานแต่งที่อบอุ่น และเพอร์เฟ็คขนาดนี้ต้องตระเตรียมรายละเอียดอะไรบ้าง โดยครั้งนี้จะเป็นดีเทลในเรื่อง ชุดแต่งงาน และรองเท้าเจ้าสาวค่ะ

มีความหมายทุกดีเทล! 3 ชุดแต่งงาน และรองเท้าเจ้าสาวของตัวแม่เวดดิ้งแพลนเนอร์

ชุดแต่งงาน รองเท้าเจ้าสาวของเจ้าแม่เวดดิ้งแพลนเนอร์  ชุดแต่งงาน รองเท้าเจ้าสาวของเจ้าแม่เวดดิ้งแพลนเนอร์

โดยล่าสุด ดีเจซายน์ ก็ได้อัพเดทผ่านอินสตาแกรมถึงเรื่องรองเท้าเจ้าสาว และ ชุดแต่งงาน ทั้ง 3 ชุดว่า “สำหรับรองเท้าชุดแรกชุดพิธีการที่ทะเล ทางเพื่อนรักอย่าง ploysrirathum มาดามสเปน จัดแจงช่วยออกไปซื้อทันที พร้อมหลานชายสุดที่รักหลังจากเราส่งรูปไป ฝ่าสถานการณ์ COVID-19 จัดการส่งมาให้ และตอนนั้นนางยังคิดว่าตัวเองน่าจะได้มาร่วมงาน สารภาพว่ามีรองเท้า 2 คู่ก่อนที่ชุดแต่งงานจะออกแบบ กลัวที่สุดคือไม่มีรองเท้าแต่งงาน สำหรับคู่แรกนี้ Meaningful มีความหมายมากจริงๆ ตอนวันจริงเห็นแล้วก็คิดถึงคนให้ตลอดเวลา เหมือนเพื่อนได้มาอยู่ตรงนี้ด้วยกัน คิดถึงที่สุด รองเท้ามาทันเวลาช่วงรอแบบและฟิตติ้งครั้งแรกพอดีๆ รองเท้าอีกคู่ก็พิเศษมากๆ เช่นกัน ออกแบบใหม่สั่งตัดวัดขนาดทาง @ceremony.shop ออกแบบขึ้นมาใหม่เป็นของขวัญเพื่อให้เข้ากับชุด After Party ที่ทะเล

ชุดแต่งงาน รองเท้าเจ้าสาวของเจ้าแม่เวดดิ้งแพลนเนอร์ ชุดแต่งงาน รองเท้าเจ้าสาวของเจ้าแม่เวดดิ้งแพลนเนอร์

ในส่วนของชุดแต่งงาน ตอน After ริมทะเลชื่อว่า Mermaid’s Dream แค่เห็นชื่อก็หลงรักแล้ว พี่เอ๋ย @pimstarr แห่ง @sretsisofficial ตั้งชื่อและตัดใหม่ รองเท้าคู่นี้กับชุดปลื้มมากเช่นกัน รองเท้าทำจากมุกสีขาวตามแบบชุดที่มีมุกปักๆ และเราชอบใส่รองเท้าพันๆ เวลาไปทะเล (ชอบรองเท้าที่ต้องพันๆ ข้อเท้า พันไปเลยสองคู่งานที่ทะเล) โจทย์ที่ให้ทางแบรนด์คือรองเท้าต้องเต้นบนทรายได้ ต้องเปิดหน้าเท้าด้วย จะได้ไม่เจ็บ ไม่เอาสูงมาก และอยากโชว์รองเท้าด้วย ทีม @ceremony.shop ออกแบบได้ถูกใจมากกกกก แถมตั้งชื่อรุ่นว่า VERSAILLE ด้วย น่ารักสุดๆ แต่ทางเราขอตั้งให้ใหม่ใช้ชื่อรุ่นว่า SUNSET และทางทีมก็ตกลงใช้ชื่อนี้ ขอบคุณสำหรับรองเท้าสุดพิเศษนี้นะคะ ไม่ต้องเป็นเจ้าสาวก็ไปสั่งมาใส่กันได้นะคะ  ดีต่อใจมากด้านหลังรองเท้าของเราได้สกรีน #VSXVP รายละเอียดงานเราไว้ได้ด้วย น่ารักมาก

ชุดแต่งงาน รองเท้าเจ้าสาวของเจ้าแม่เวดดิ้งแพลนเนอร์ชุดแต่งงาน รองเท้าเจ้าสาวของเจ้าแม่เวดดิ้งแพลนเนอร์ ชุดแต่งงาน รองเท้าเจ้าสาวของเจ้าแม่เวดดิ้งแพลนเนอร์

ส่วนอีกชุดช่วง First Dance พิเศษมากๆ ชุดแต่งงานของขวัญจาก MP เพื่อนสนิทสุดที่รักอีกคน ที่นางส่งคุยกับดีไซเนอร์เอง จัดการทุกอย่างเลยจ้า ไว้จะมาเล่าต่อในโพสต์ต่อๆ ไปนะคะ

แต่งหน้า ทำผมเจ้าสาว แต่งหน้า ทำผมเจ้าสาว

และนี่ก็คือโฉมหน้าของเมคอัพอาร์ติสต์และแฮร์สไตลิสต์ที่ช่วยเนรมิตรลุคในวันสำคัญแบบดีงามมาก สวยสู้ทะเล ลม ฝน (ใช่ค่ะมีเรื่องระทึก ฝนก็มาวันงานค่ะ ไว้เล่าในVlog linkที่ Bio นะคะ) และต่อด้วยน้ำตามารัวๆ แต่หน้าผมก็ยังเป๊ะค่ะ นึกถึงบรีฟหน้าผมละขำทุกที”

ชุดแต่งงาน เจ้าสาว ชุดแต่งงาน เจ้าสาว ชุดแต่งงาน เจ้าสาว ชุดแต่งงาน เจ้าสาว


ข้อมูลและภาพ : versaille

มาริสก้า ฮาร์จิเตย์

จากบทบาทตัวละคร สู่การเป็นผู้พิทักษ์เยียวยาเหยื่อของ มาริสก้า ฮาร์จิเตย์

เมื่อ มาริสก้า ฮาร์จิเตย์ รับบทเป็น Olivia Benson ในเรื่อง Law & Order : Special Victims Unit ในปี1999 เนื้อหาที่สัมผัสเหมือนได้เปิดโลกอีกใบให้เธอ ไม่ว่าจะเป็นสถิติเกี่ยวกับการข่มขืน ความรุนแรงในครอบครัว รวมทั้งการทารุณกรรมเด็กในสหรัฐอเมริกา

หลังจากซีรีส์ออกฉาย เธอได้รับจดหมายนับพันจากผู้รอดชีวิตจากการถูกทำร้าย ซึ่งเธอก็ตอบจดหมายเหล่านั้นด้วยตัวเอง จากนั้นเธอก็ก่อตั้งมูลนิธิ Joyful Heart Foundation ขึ้นในปี 2004

 มาริสก้า ฮาร์จิเตย์

Joyful Heart ถือเป็นองค์กรชั้นนำระดับนานาชาติ มีวัตถุประสงค์ให้คนในสังคมได้รับรู้ถึงความรุนแรงในครอบครัว การข่มขืน การทารุณกรรมเด็ก ไปจนถึงการช่วยเหลือเหยื่อที่รอดชีวิต และความพยายามที่จะยุติความรุนแรงทั้งหมดด้วยการบูรณาการด้านการศึกษา การปฏิรูปพัฒนานโยบายรวมไปถึงกฎหมาย เพื่อให้เหยื่อได้รับความยุติธรรมมากที่สุด ตัวอย่างของกิจกรรมที่มูลนิธิ Joyful Heart ได้เข้ามาช่วยเหลือ ได้แก่ จัดกิจกรรมให้เรียนรู้วิธีรับมือกับความเจ็บปวด ด้วยการไม่ต้องพูดคุยถึง

เรื่องราวที่เกิดขึ้น แต่ใช้การบำบัดเข้าช่วย เช่น การเล่นโยคะ การอยู่ใกล้ชิดกับธรรมชาติ และฝึกหายใจ ซึ่งมีเหยื่อกว่า 1,000 คน เข้าร่วมกิจกรรม โดยทางมูลนิธิทำงานร่วมกับ Dr. Mary Ann Dutton ศาสตราจารย์ด้านจิตเวชศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัยจอร์จทาวน์

โดยก่อนเข้ากิจกรรมจะมีการประเมินสุขภาพจิต เพื่อลดอาการบาดเจ็บและความตึงเครียด รวมทั้งปรับชีวิตความเป็นอยู่ ไม่เพียงเท่านั้น ทาง Joyful Heart ยังได้ร่วมมือกับหลายองค์กร ไม่ว่าจะเป็น Peace Over Violence, Center for Community Solutions, The Village Family Services, YWCA of Greater Los Angeles, Rainbow Services และ Homeboy Industries เพื่อรวบรวมข้อมูลการวิจัยที่ถูกต้องของผู้ที่ตกเป็นเหยื่อ โดยข้อมูลดังกล่าวจะนำไปใช้พัฒนาสภาพชีวิตและความเป็นอยู่ให้ดีขึ้น

ไม่เพียงเหยื่อเท่านั้นที่ได้รับการเยียวยา มูลนิธิ Joyful Heart ยังออกแบบโปรแกรม Heal the Healers ขึ้นในปี 2010 เนื่องจากผู้เชี่ยวชาญและผู้ใกล้ชิดที่ต้องพูดคุยกับเหยื่อเป็นประจำจะมีความตึงเครียด เจ็บปวดได้พอๆ กัน โครงการนี้เปิดโอกาสให้คนทำงาน ไม่ว่าจะเป็นนักบำบัด นักกฎหมาย ทนายความ นักสังคมสงเคราะห์ ได้มีโอกาสพักผ่อนและพูดคุยกับนักจิตวิทยา เพื่อพัฒนาตัวเองให้มีแรงและมีกำลังใจกลับไปทำงานได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งมีแพทย์มากกว่า 12,000 คน จากองค์กรกว่า 450 แห่งเข้าร่วม ถือเป็นการช่วยเยียวยาความรู้สึกเจ็บปวดของคนทำงานที่ประสบความสำเร็จโครงการหนึ่ง

อีกหนึ่งโปรเจ็กต์สำคัญคือ การยุติการข่มขืน ซึ่งโครงการ Joyful Heart ได้ทำงานร่วมกับพันธมิตรในระดับต่างๆ ตั้งแต่ระดับประเทศไปจนถึงองค์กรท้องถิ่น รวมทั้งองค์กรที่ไม่แสวงหากำไร เพื่อให้เกิดการบังคับใช้กฎหมายที่เป็นธรรมต่อเหยื่อที่เคราะห์ร้าย โดยมูลนิธิจะเป็นแนวหน้าในการจัดการหลักฐานการข่มขืนที่ไม่ได้รับการตรวจสอบในเมืองต่างๆ ทั่วประเทศ รวมไปถึงการสนับสนุนระดมทุนเพื่อตรวจสอบหลักฐานที่คั่งค้าง โดยตรวจสอบไปแล้วมากกว่า 225,000 ชุด และเชื่อว่ายังมีอีกหลายแสนชุดที่ยังไม่ถูกค้นพบ และยังก่อตั้งเว็บไซต์ endthebacklog.org ซึ่งเป็นศูนย์กลางออนไลน์แห่งแรกและแห่งเดียวที่รวบรวมหลักฐานในคดีข่มขืนต่างๆ โดยมีเป้าหมายให้เกิดการปฏิรูปกฎหมายการข่มขืนครอบคลุมทั้ง 50 รัฐ

และเพื่อให้ประชาชนทั่วไปเข้าใจถึงสถานการณ์ความเลวร้ายของการเป็นเหยื่อที่ถูกข่มขืนและเห็นภาพมากที่สุด มาริสก้าก็ได้ขึ้นแท่นเป็นผู้อำนวยการสร้างสารคดีในชื่อ I Am Evidence

ในปี2017 ฉายผ่านทางช่อง HBO ซึ่งภายหลังได้รับรางวัล The Best Documentary Emmy Awards จากการเล่าเรื่องราวของเหยื่อในคดีข่มขืนที่ไม่ได้ถูกตรวจสอบหรือพิจารณาหลายปี ในขณะที่เจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายซึ่งเป็นผู้ดำเนินคดีนี้ก็ยังคงเพิกเฉยต่อคดีต่างๆ มาริสก้าหวังว่าภาพยนตร์เรื่องนี้จะเป็นตัวอย่างที่ดีในการกระตุ้นให้เกิดการปฏิรูปและเกิดความรู้ความเข้าใจของคนในสังคม เพื่อนำไปสู่การปฏิรูปกฎหมายข่มขืนให้ได้ประสิทธิภาพมากขึ้น

คุณสามารถเป็นส่วนหนึ่งในการบริจาคและการช่วยเหลือผ่านทางเว็บไซต์ www.joyfulheartfoundation.org


 

ป้อ กรกนก เจ้าของแบรนด์ Shu

ป้อ – กรกนก ดีไซเนอร์ผู้พลิกชีวิตจากโรครองช้ำ ไปสู่การมัดใจคนดังระดับโลก

เผยเรื่องราวของ ป้อ – กรกนก สว่างรวมโชค หัวเรือใหญ่แห่ง SHU แบรนด์รองเท้าชื่อดังของไทย ใครจะรู้ว่าอุบัติเหตุข้อเท้าหักที่ทำให้เธอรู้สึกท้อ จะกลับกลายมาเป็นจุดเปลี่ยนพลิกชีวิตของตัวเองและธุรกิจให้พุ่งทะยาน จนล่าสุดสามารถครองใจคนดังระดับโลกได้สำเร็จ 

ซึ่งคุณป้อ – กรกนก ได้เปิดเผยถึงเบื้องลึกเบื้องหลังของชีวิตไทยดีไซเนอร์กับ แพรวดอทคอม ว่าต้องมีการปรับตัวอยู่ตลอดเวลาเพื่อตามให้ทันกระแส ที่สำคัญอยากให้คนดังเปิดใจต้องทำการบ้านอย่างหนัก เรามาฟังเรื่องราวที่น่าสนใจตั้งแต่จุดเริ่มต้น จุดเปลี่ยน จนถึงจุดมุ่งหมายใหม่ในอนาคตของรองเท้าแบรนด์ไทยที่กำลังฮ็อตที่สุดในขณะนี้กันค่ะ

ป้อ – กรกนก ดีไซเนอร์ผู้พลิกชีวิตจากโรครองช้ำ ไปสู่การมัดใจคนดังระดับโลก

 

ป้อ กรกนก เจ้าของแบรนด์ Shu

เริ่มต้นจากการออกแบบกระเป๋า จนกลายมาเป็นธุรกิจรองเท้า

“ตอนที่ทำกระเป๋าป้อยังเป็นนักศึกษา เริ่มทำจากกระเป๋าตัวอย่างแค่ใบเดียว แล้วก็ไปรับออเดอร์ จนสามารถมีรายได้มาเปิดร้าน พอเปิดร้านก็เลยเพิ่มสินค้านอกจากกระเป๋าก็มีเข็มขัด มีการออกแบบเสื้อผ้าเพิ่ม เพราะทุกอย่างมันครบแล้ว มีเสื้อผ้ากระเป๋า เข็มขัด แต่มันยังขาดรองเท้า

ช่วงนั้นที่ป้อมีร้าน มันไม่ค่อยมีความหลากหลายในเรื่องของรองเท้า ไม่ได้มีรองเท้าให้เลือกมากนัก รองเท้าที่สวยๆ ในตอนนั้นก็จะเป็นรองเท้าที่คนนำเข้ามาจากฮ่องกง และมีราคาแพง เราเลยรู้สึกว่ามันมีช่องว่างตรงนี้ เราก็เลยคิดทำรองเท้าที่ตอบโจทย์ตัวเราเองด้วย จริงๆ ป้อเป็นคนที่เน้นเรื่องรองเท้ามาก เพราะเป็นคนที่ตัวเล็ก ดังนั้นรองเท้าส้นสูงจึงมีความสำคัญมาก นอกจากมีความสูงต้องมีความสวย และเราต้องยืนบนส้นสูงได้ทั้งวัน และตัวเลือกในตอนนั้นมันมีน้อย เราเลยเลือกที่จะจับธุรกิจนี้”

ป้อ กรกนก เจ้าของแบรนด์ Shu

โรครองช้ำที่เกิดจากข้อเท้าหัก สามารถพลิกชีวิตและธุรกิจให้พุ่งทะยาน

“เหตุการณ์นี้ทำให้รองเท้า Sofa shoes เกิดขึ้นเมื่อ 7 ปีที่แล้ว และเป็นรองเท้าที่ได้รับรางวัลนวัตกรรม เพราะตอนนั้นป้อประสบอุบัติเหตุข้อเท้าหัก หลังจากนั้นก็มีปัญหาเป็นโรครองช้ำ (โรคเอ็นฝ่าเท้าอักเสบ) ทำให้เจ็บส้นเท้ามาก และหาซื้อรองเท้ามาปรนนิบัติตรงนี้ไม่ได้ เราก็เลยออกแบบรองเท้าเพื่อใส่เอง จนออกมาเป็นรองเท้า Sofa shoes

นอกจากจะเป็นรองเท้าที่เป็นจุดเปลี่ยนในชีวิตแล้ว ต้องบอกว่าตอนเป็นโรครองช้ำ หลายคนที่เป็นแบบนี้จะเข้าใจดีว่ามันมีความยากลำบากในการใช้ชีวิตมาก หารองเท้าใส่ยากมาก เพราะมันจะเจ็บส้นเท้ามาก ทำให้การใช้ชีวิต การออกสังคม ออกไปทำงานมันลำบาก และรูปแบบรองเท้าเพื่อสุขภาพบางครั้งดีไซน์อาจจะไม่ถูกใจ

ป้ออยากได้รองเท้าที่เน้นทั้งเรื่องของสุขภาพและความสวยงาม พอทำรองเท้ารุ่นนี้ขึ้นมาได้ก็เป็นจุดเปลี่ยนชีวิต ทำให้หายจากโรครองช้ำไปเลย กลับมาใส่รองเท้าส้นสูงได้อย่างมั่นใจ ใช้ชีวิตได้ตามปกติ โดยที่ไม่ต้องหาคุณหมอเลย ใช้รองเท้าเป็นตัวช่วยอย่างเดียวที่ทำให้เรากลับมาใช้ชีวิตได้ปกติและหายจากโรครองช้ำ

พอรองเท้ารุ่นนี้รักษาเราหาย ก็เลยได้รับรางวัล ทำให้กลายเป็นรองเท้าที่ทุกคนรู้จักมากขึ้น นอกจากจะเป็นรองเท้าที่เปลี่ยนชีวิตเราแล้ว ยังเป็นจุดเปลี่ยนของธุรกิจด้วย ต้องบอกตรงๆ ว่าตอนนั้นธุรกิจเราก็ประสบปัญหาเหมือนกัน ช่วงนั้นเศรษฐกิจซบเซามาก บวกกับมีอินเตอร์แบรนด์ต่างๆ เข้ามาในประเทศเยอะมาก ถือว่าเป็นจุดที่เปลี่ยนจากขาลงพลิกขึ้นมาเป็นทะยานเลยก็ว่าได้”

ป้อ กรกนก รองเท้า Shu Sofa shoes
รองเท้า Sofa shoes

รองเท้าเป็นมากกว่าแค่รองเท้า

“จิตวิญญาณของรองเท้าจริงๆ จุดประสงค์ของมันก็เพื่อปกป้องเท้า ให้เราใส่เดินได้โดยไม่มีอะไรขีดข่วน แต่ในการทำแบรนด์ ป้อมองว่ารองเท้ามีความสำคัญมากกว่าแค่การปกป้อง มันไม่ใช่แค่ใส่เดิน แต่ยังช่วยเสริมบุคลิกเรา เสริมความมั่นใจ บางครั้งแต่งตัวดีหน้าผมดี แต่ถ้ารองเท้าไม่ได้ก็จะเสียลุคไปเลย กลับกันถ้าเราแต่งตัวที่ดูเรียบธรรมดา แต่รองเท้าดีมันจะช่วยเสริมลุคให้เราดูดีขึ้น

จากประสบการณ์ดูด้วยสายตาก็รู้เลยค่ะว่ารองเท้าทรงไหนใส่แล้วจะให้ความรู้สึกยังไง สโลปของรองเท้าประมาณไหนที่ใส่แล้วจะสบาย มันจะมีสโลปที่ใส่แล้วสบายหรือสโลปที่ใส่แล้วดูสง่า”

รองเท้า Shu

ไฟไอเดียในการทํางานไม่เคยมอด

“เรื่องของเติมไฟ ถึงตรงนี้ป้อก็ทำแบรนด์มาประมาณ 20 ปีแล้ว ยังรู้สึกเหมือนเดิมเลย เหมือนตอนเพิ่งเริ่มทำแบรนด์ใหม่ๆ ยังคงรู้สึกสนุก รู้สึกยังอยากคิดสิ่งต่างๆ อยู่เรื่อยๆ เรื่องเติมไฟป้อมองว่าเวลาที่เราทำธุรกิจ เราต้องรู้สึกสนุกเวลาที่เห็นมันพัฒนาขึ้น สนุกกับความท้าทายที่เข้ามา ไม่ได้ทำเพื่อคาดหวังจะให้มันนิ่งหรือดีที่สุด เพราะดีที่สุดไม่ได้อยู่ตลอดไป ดีที่สุดมันจะใช้ได้แค่ช่วงเวลาหนึ่ง เราต้องรู้สึกสนุกและทำให้มันดีที่สุดในทุกๆ ช่วงที่เปลี่ยนไป

ส่วนเรื่องของการเติมไอเดียต่างๆ โลกทุกวันนี้ก็ช่วยเราเยอะ มีโซเชียลมีช่องทางต่างๆ ให้เราหาข้อมูล หาแรงบันดาลใจ บางทีเล่นโซเชียลเห็นเพื่อนโพสต์ภาพหรือเห็นรูปอะไรเราก็คิดไอเดียออกแล้ว แต่แหล่งที่จะทำให้คิดออกส่วนใหญ่จะเป็นที่ร้าน หรือบางทีแค่เข้าไปดู Inbox ของลูกค้า ที่ลูกค้าคุยกับทางแบรนด์ ดูจากความต้องการของลูกค้า หรือลูกค้ามีปัญหาอะไร เราก็จะคิดอะไรใหม่ๆ ได้จากตรงนั้นด้วย”

 ป้อ กรกนก เจ้าของแบรนด์ Shu

แฟชั่นไปไวมาไว การแข่งขันสูง แต่ SHU ยังยืนหยัดมาจนถึงทุกวันนี้

“สิ่งที่ทำให้ยืนหยัดก็คือเราไม่เคยหยุดนิ่ง และก็ปรับเปลี่ยนอยู่ตลอด เรารู้สึกว่ามันต้องพัฒนาอยู่ตลอดเวลา หลายคนอาจคิดว่าสินค้าแฟชั่นทำยังไงให้อยู่ได้นานขนาดนี้ การที่ไปไวมาไว จริงๆ ตรงนี้มันก็กลายเป็นจุดแข็งของเราด้วย เพราะการที่เราสามารถตามเทรนด์ได้ทัน ปรับเปลี่ยนตัวเองได้ทัน มันทำให้เราอยู่ตรงนี้ได้ตลอด

ถ้าเทียบกับคู่แข่งที่ไม่สามารถปรับตรงนี้ได้ ตอนนี้คู่แข่งเก่าๆ จะไม่ค่อยมี ส่วนมากที่จะเจอตามเวลาที่เปลี่ยนไป ก็คือคู่แข่งที่เกิดขึ้นใหม่มาในแต่ละยุค สิ่งที่เป็นจุดแข็งคือพอเราสามารถผ่านมาได้ในแต่ละยุคแล้ว มันเป็นเหมือนประสบการณ์ที่เรามีเหนือกว่า”

ป้อ กรกนก รองเท้า Shu Sofa shoes

จัดการกับความรู้สึกของตัวเองในช่วงที่รู้สึกท้อ

“ป้อว่าคนทำธุรกิจ ถ้าผ่านมาหลายยุคอาจจะไม่ได้รู้สึกท้อเท่าไหร่ ที่ผ่านมาไม่ได้รู้สึกท้ออะไรเกี่ยวกับการทำงาน แต่กลับเป็นปัจจัยภายนอกที่ทำให้รู้สึกท้อเหมือนกัน นั่นก็คือตอนที่ข้อเท้าหัก มันเป็นเหตุการณ์ภายนอกที่ทำให้เรารู้สึกว่า พอเราขาหักเราไม่ได้ลองรองเท้า ลองแล้วมันไม่ได้ความรู้สึกเดิม ในตอนนั้นเลยทำให้รู้สึกท้อไปช่วงหนึ่งเหมือนกัน

ตอนนั้นก็ต้องเบรคตัวเองออกมาจากสิ่งที่เครียดบ้าง ออกมาพักผ่อน นอนคิดไปคิดมาก็คิดขึ้นได้ว่า ทำไมเราไม่ทำรองเท้าขึ้นมาแก้ปัญหาของเราเอง เพราะก่อนหน้านั้นไม่ได้คิดว่าจะทำรองเท้าเพื่อสุขภาพ เพราะเราทำรองเท้าแฟชั่นมาตลอด เอาแต่ไปสรรหาซื้อรองเท้าเพื่อสุขภาพมาใส่ แต่พอเราได้พักได้คิด มันก็อยู่ใกล้ตัวแค่นี้เอง”

Position ของแบรนด์ในอีก 5-10 ปีข้างหน้า

“ใน 5-10 ปีข้างหน้ามองว่าอยากเป็นแบรนด์ที่เป็น Global Brand มีคนทั่วโลกอยากจะครอบครองเรา อยากจะสวมใส่รองเท้าของเรา และมีลูกค้าไปทั่วโลก ซึ่งตอนนี้ก็เป็นเหมือนจุดเริ่มต้นที่เราก้าวเดินไปทางนั้นแล้ว เริ่มมีดาราฮอลลีวู้ดหลายคนใส่ เป้าหมายที่เราอยากจะตั้งไว้เลยนอกจากเป็น Global Brand แล้ว อยากสรรสร้างรองเท้าที่ให้ทุกคนได้สวมใส่แล้วรู้สึกว่าเขาภาคภูมิใจ มีศักดิ์ศรีเทียบเท่าการใส่สินค้าไฮแบรนด์

ป้อ กรกนก เจ้าของแบรนด์ Shu

 

สิ่งที่มัดใจให้คนดังระดับโลกเลือกใส่รองเท้า SHU 

“ต้องบอกว่าเซเลบริตี้ระดับโลก เขามี Super Brand ที่ส่งรองเท้า ส่งสินค้าให้เขาอยู่แล้ว และเราก็ทำเช่นเดียวกัน เราก็พยายามส่งรองเท้าไปให้ สิ่งที่ทำได้ดีที่สุดก็คือการแค่ส่งไปให้ หลายๆ แบรนด์ก็ไม่ได้คาดหวังว่าดาราเหล่านั้นจะใส่ ขอแค่ได้ส่ง นั่นคือดีที่สุดแล้ว แต่การที่เขาหยิบขึ้นมาใส่ มันเป็นอะไรที่เกินความคาดหวังมากๆ ทำให้เรารู้สึกภูมิใจมากว่ารองเท้าเรา เขาหยิบไปใส่ในงานที่สำคัญมากๆ สำหรับเขา

จริงๆ เวลาเราส่งรองเท้าไปให้คนดัง เราจะมีการทำการบ้านอย่างดี ถึงแม้จะไม่ได้คาดหวัง แต่ในใจลึกๆ เราก็อยากให้เขาหยิบขึ้นมาลองก็ยังดี เราต้องศึกษาว่าเซเลบริตี้ระดับโลกเขาใส่รองเท้าแบบไหน ถ้าเป็นไปได้ก็อยากให้เขาใส่ออกงาน เราไม่ได้อยากให้เขาแค่ใส่เดินไปเดินมาในวันธรรมดา

รองเท้า Shu
ปารีส ฮิลตัน ใส่รองเท้า SHU รุ่น CELEB HEELS IN MILAN 4” SILVER COLORS

เราก็คิดว่าถ้าเขาใส่รองเท้าออกงาน เขาจะใส่แบบไหน ไปศึกษาแล้วก็มาดีไซน์ เพื่อให้รูปแบบมันตอบโจทย์ พอเขาเห็นแล้วต้องรู้สึกว่านี่คือดีไซน์ที่เขาชอบ ถึงจะเป็นรองเท้าที่มีดีไซน์คลาสสิกก็ตาม แต่ถ้าใครใส่รองเท้าสไตล์นี้อยู่แล้ว จะรู้ว่ามันทำยากที่จะให้ดูสวยโดดเด่นและแตกต่างกัน

ดังนั้นสิ่งที่เราดีไซน์จึงพยายามทำให้มันแตกต่างและสวย มันต้องสวยก่อน เขาถึงจะลองหยิบขึ้นมา แต่แค่ลองเฉยๆ แล้วถ้ามันใส่ไม่สบาย หรือไม่แตกต่างจาก Super Brand ก็ไม่มีทางที่เขาจะหยิบขึ้นมาใส่ ซึ่งฟังก์ชั่นด้านในเรามีตัวตนของความเป็น SHU อยู่แล้ว นั่นคือความใส่สบาย หลายแบรนด์จะทำได้ยาก เรารู้สึกมั่นใจว่าขอแค่เขาหยิบขึ้นมาลองเท่านั้นแหละ มันต้องมัดใจเขาได้เลย และก็ประสบความสำเร็จจริงๆ”

รองเท้า Shu

รองเท้า Shu

 

ทุกวิกฤตมีโอกาสเสมอ

“ป้อผ่านมาหลายวิกฤต ในทุกวิกฤตมันมีโอกาสจริงๆ ถ้าเรามองเห็นโอกาสตรงนั้น ทำอะไรก็ได้ที่มันไปตอบโจทย์ผู้คน แก้ปัญหาให้ผู้คนในช่วงเวลานั้นได้ มันก็เป็นโอกาสของเราที่จะเกิดทำเป็นธุรกิจได้ ตอนที่ป้อเริ่มต้นครั้งแรกตั้งแต่ยังเป็นนักศึกษา ป้อเริ่มในช่วงวิกฤต 40 ช่วงนั้นเศรษฐกิจมหาโหดมาก แต่ป้อเกิดในช่วงวิกฤตนั้น เป็นช่วงที่เศรษฐีประสบปัญหา

ซึ่งต้องบอกว่าธุรกิจของไทยก่อนปี 40 นั้นบูมมาก ทุกคนจะใช้แบรนด์เนมกันถ้วนหน้า พอเกิดวิกฤต 40 คนก็เลยไม่ได้ใช้แบรนด์เนมมากเหมือนเมื่อก่อน คนเริ่มมองหาอะไรใหม่ๆ ที่มาตอบโจทย์ มันเลยเป็นโอกาสให้เราออกแบบสินค้าที่เน้นงานดีไซน์มาเป็นทางเลือก แล้วคนก็เริ่มเน้นใส่ใจเรื่องของดีไซน์มากกว่าเรื่องของแบรนด์”


เรื่อง : ฮานะ_แพรวนิสต้า

ภาพ : วรสันต์ ทวีวรรธนะ และกิติภูมิ เธียรโกศล

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ชุดนี้มีที่มา! โต๋ กระซิบสไตลิสต์ จัดชุดสวยให้ ไบรท์ เพื่อเตรียมขอแต่งงาน

#หวานไม่ไหวแล้วแม่ ชมพู่ ออกแบบรองเท้า ประดับดอกไม้ ส้นลายหินอ่อน

เผยดีเทลชุดไทยโบราณ ‘ครีม-ศุภากร’ เจ้าสาวของ ‘เปปเปอร์ UHT’ ในพิธีแต่งงาน

 

สวยเหนือกาลเวลา "จูเลีย โรเบิตส์"

สวยเหนือกาลเวลา “จูเลีย โรเบิตส์” วัยเลข 5 แต่หน้าเลข 3 ดูอ่อนเยาว์ไม่เคยแผ่ว

คงไม่ต้องอธิบายถึงความสวยอมตะของนางเอกคนนี้ จูเลีย โรเบิตส์ (Julia Roberts) เพราะเธอมีการันตีจาก People Magazine ให้ครองตำแหน่ง “ผู้หญิงสวยที่สุดในโลก” มากถึง 5 ครั้ง แม้กระทั่งในช่วงวัย 40 – 50 ซึ่งก็ไม่ขอเถียงเธอสวยไม่เปลี่ยนด้วยความเป็นธรรมชาติสดใส แถมด้วยรอยยิ้มที่คนทั้งโลกตกหลุมรัก

สวยเหนือกาลเวลา “จูเลีย โรเบิตส์” วัยเลข 5 แต่หน้าเลข 3 ดูอ่อนเยาว์ไม่เคยแผ่ว

"จูเลีย โรเบิตส์" หน้าเด็ก

ปัจจุบันในฐานะคุณแม่ จูเลียไม่ได้รับงานมากเท่าเดิม เพราะเลือกที่จะให้เวลากับลูกๆ อย่างเต็มที่ “การเป็นแม่เป็นหน้าที่ที่ต้องเสียสละ จนบางครั้งทำให้เราหลงลืมการดูแลตัวเองไปเลย ฉันเคยใช้เวลากับการทากันแดดให้กับลูกๆ จนลืมตัวเอง มารู้ตัวอีกทีคือจมูกไหม้เป็นรอยแดงจนถลอก ทำให้เข้าใจถึงพลังของกันแดดเลยว่าเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้

“ช่วงที่ผ่านมาฉันใช้ชีวิตเป็นแม่บ้านเต็มตัว เตรียมอาหารให้สามีและลูกๆ ล้างจานเสียจนมือแห้ง สำหรับผู้หญิงมือสำคัญมากนะคะมันฟ้องวัยได้ชัดเจน ฉันจึงหันมาทาแฮนด์ครีมอย่างจริงจัง ไม่ล้างมือด้วยน้ำอุ่นและไม่ใช้เครื่องเป่ามือลมร้อน เพราะนั่นเป็นตัวการทำให้มือแก่ก่อนวัย ก่อนนอนฉันจะล้างมือแล้วเช็ดให้หมาด ทาแฮนด์ครีมหนักๆ และใส่ถุงมือนุ่มๆ เพื่อล็อกมอยส์เจอไรเซอร์เอาไว้ตลอดทั้งคืน

"จูเลีย โรเบิตส์" หน้าเด็ก

“แม้ช่วงที่ห่างหายจากวงการฉันจะแต่งหน้าน้อยลง แต่ก็มีชิ้นที่ขาดไม่ได้เลยคือมาสคาร่า แม้จะไม่ได้แต่งหน้ามากมาย มาสคาร่าก็ช่วยให้ผู้หญิงดูสวยขึ้นมาได้ ความลำบากอยู่ที่ตอนล้างออก ยังรู้สึกสยองทุกครั้งที่ตื่นขึ้นมาแล้วพบว่าดวงตามีคราบดำเกาะ แต่ LANCOME Bi-Facil Eye Makeup Remover เอาอยู่สุดๆ จัดการมาสคาร่าได้เกลี้ยงเกลาแบบไม่ต้องออกแรงให้เสี่ยงเกิดริ้วรอย”

"จูเลีย โรเบิตส์" หน้าอ่อนเยาว์ "จูเลีย โรเบิตส์" หน้าอ่อนเยาว์ "จูเลีย โรเบิตส์" หน้าอ่อนเยาว์ "จูเลีย โรเบิตส์" หน้าอ่อนเยาว์


ข้อมูล : นิตยสารแพรว ฉบับ 960
ภาพ : #juliaroberts

 

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

บอกเป็นรอบที่ 500 ล้านครั้ง! คุณแม่เจโล ตอกกลับชาวเน็ต ลั่นไม่เคยฉีดโบท็อกซ์

สวยออร่าพุ่ง! เปิดวาร์ป “โกยุนจอง” นักแสดงน้องใหม่มาแรงจาก Sweet Home

เข้าสู่วงการแม่ค้าเพิ่มหนึ่ง! Halsey เปิดตัว About-Face แบรนด์บิวตี้เป็นครั้งแรก

 

 

ซูเปอร์สตาร์แดนมังกร 'ถานซงอวิ้น'

ซูเปอร์สตาร์แดนมังกร ‘ถานซงอวิ้น’ ในเดรสขาวโอต์ กูตูร์ สวยฟุ้งตลบพรมแดง

ซูเปอร์สตาร์แดนมังกร ‘ถานซงอวิ้น’ ถึงตัวจะเล็ก ก็พาชุดเดรสโอต์ กูตูร์ สีขาวลากยาวเดินบนพรมแดงได้สบาย ทั้งยังสวยสง่า จนละสายตาจากเธอไม่ได้เลย

ค่ำคืนที่ผ่านมา (19 ม.ค. 64) วงการบันเทิงจีนก็คึกคักอีกครั้ง กับงานพรมแดงและประกาศรางวัล Douyin Star Motion Night 2021 ที่เหล่าคนดังต่างมาเข้าร่วมกันมากมาย หนึ่งในนั้นก็คือนักแสดงหญิงที่แฟนซีรีส์จีนคุ้นหน้าและรู้จักกันดีอย่าง ถานซงอวิ้น นักแสดงฝีมือดีระดับแนวหน้า ที่ถึงแม้จะยังดูละอ่อน แต่จริงๆ เธออายุ 30 แล้ว และเธอยังได้รับรางวัล Expressive Actor of the Year จากงานนี้ด้วย

ในงาน Douyin Star Motion Night 2021 ต้องบอกว่าลุคเดินพรมแดงของ ถานซงอวิ้น สวยละมุนราวกับเจ้าหญิงตัวน้อยๆ ด้วยเดรสสีขาว มาพร้อมเข็มขัดสีเงิน ด้านบนตกแต่งขนนกฟุ้งๆ ซึ่งเป็นผลงานจากแบรนด์ Stephane Rolland คอลเล็คชั่น Haute Couture Spring/Summer 2020 ที่ถูกออกแบบขึ้นมาเพื่อเป็นชุดเจ้าสาว แต่พออยู่บนพรมแดงก็เข้ากันได้ดี

โดย ถานซงอวิ้น ได้ถูกพิธีกรถามตอนเดินพรมแดงว่าชุดวันนี้เป็นอย่างไรบ้าง? เจ้าตัวก็ตอบว่า “ให้ 8 คะแนนค่ะ อีก 2 คะแนนสำหรับตัวฉันเอง เพื่อให้ตัวเองได้เติบโตไปข้างหน้า” แหม…ช่างตอบจริงๆ นะคะ

ซูเปอร์สตาร์แดนมังกร ‘ถานซงอวิ้น’ ในเดรสขาวโอต์ กูตูร์ สวยฟุ้งตลบพรมแดง

ซูเปอร์สตาร์แดนมังกร 'ถานซงอวิ้น'

ซูเปอร์สตาร์แดนมังกร 'ถานซงอวิ้น'

ซูเปอร์สตาร์แดนมังกร 'ถานซงอวิ้น'

ซูเปอร์สตาร์แดนมังกร 'ถานซงอวิ้น'

ซูเปอร์สตาร์แดนมังกร 'ถานซงอวิ้น'

ซูเปอร์สตาร์แดนมังกร 'ถานซงอวิ้น'

ซูเปอร์สตาร์แดนมังกร 'ถานซงอวิ้น'

ซูเปอร์สตาร์แดนมังกร 'ถานซงอวิ้น'

ซูเปอร์สตาร์แดนมังกร 'ถานซงอวิ้น'


ภาพ : Weibo Tan Songyun Studio

แปลคำสัมภาษณ์ : Twitter@JinJin_Infinty

เรื่อง : ฮานะ_แพรวนิสต้า

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

สมกับ Ambassador แฟนจีนทุ่มเปย์ Chanel ของขวัญวันเกิด เจนนี่ BLACKPINK

พักยกชุดฮันบก! ส่องลุค ชินฮเยซอน นางเอก Mr.Queen ในชีวิตจริง

แฟชั่นนิสต้าระดับพันล้าน Nita Ambani มีกระเป๋า Hermes มูลค่าโหดทุกใบ!

 

นิ่ม-สาริศา

ถอดสไตล์ นิ่ม-สาริศา ล่ำซำ หลานสาวมาดามแป้ง แต่งตัวดีต้องมีเคล็ดลับ

แม้ไม่ค่อยได้เห็นเธอในงานสังคมบ่อยนัก แต่ทุกครั้งที่เจอ นิ่ม-สาริศา ล่ำซำ ลูกสาวคนสวยของคุณสาระ – สลิล ล่ำซำ เธอจะมาพร้อมลุคสวยเด่นที่ชวนให้กด Like รัวๆ ทุกครั้ง

“ชอบแต่งตัวและชอบช้อปปิ้ง สองสิ่งนี้ได้มาจากคุณแม่โดยตรงเลยค่ะ สมัยเด็กคุณแม่แต่งตัวให้ตลอด มีเสื้อผ้าเยอะมาก พอช่วงวัยรุ่นเริ่มสนุกกับการเลือกเสื้อผ้า จึงสนุกกับการช้อปปิ้งเอง

นิ่ม-สาริศา

“ส่วนใหญ่ไปช้อปกับคุณแม่ค่ะ เพราะชอบสไตล์คล้ายๆ กัน แต่ช่วงนี้นิ่มชอบช้อปปิ้งออนไลน์ เลื่อนดูรูปในอินสตาแกรมไปเรื่อยๆ เผลอแป๊บเดียวได้หลายชุดแล้วค่ะ (หัวเราะ) และถ้าเจอตัวที่ถูกใจก็จะส่งรูปไปให้คุณแม่ทางไลน์ ถามความคิดเห็นว่าตัวนี้สวยไหม ซื้อดีไหม เพราะคุณแม่แต่งตัวเก่ง เรื่องนี้ต้องยกให้ท่านค่ะ (ยิ้ม) ส่วนใหญ่เห็นตรงกัน มีแค่บางชิ้นที่คุณแม่บอกว่า ไม่โอเค เช่น รองเท้าแตะแบบสาน แต่นิ่มชอบ เพราะมันใส่สบาย ก็ไปแอบซื้อทีหลังอยู่ดี (หัวเราะ)

“และที่โชคดีมากๆ คือคุณแม่กับนิ่มแชร์เสื้อผ้าและรองเท้าด้วยกันได้ เพราะไซส์เดียวกัน จึงช้อปปิ้งได้เยอะแบบไม่รู้สึกผิด เพราะว่าเราซื้อมาสำหรับใส่ตั้ง 2 คนไงคะ (ยิ้มหวาน) บางชิ้น น้องสาว (นุ่ม – สุพิชชา) ก็ใส่ด้วย ฉะนั้นคุ้มค่าแน่นอนค่ะ และความที่แชร์เสื้อผ้ากัน บางวันนิ่มตื่นขึ้นมาแล้วรีบ เลือกชุดไม่ทัน ก็จะไปหยิบชุดที่คุณแม่เตรียมไว้ใส่ไปเลย คุณแม่ท่านแต่งตัวหลายสไตล์ค่ะ และนิ่มใส่ด้วยได้หมดทุกชุด จนคุณแม่บ่นว่านิ่มไปขโมยชุดอยู่บ่อยๆ (หัวเราะ)

“นิ่มคิดว่าตัวเองแต่งตัวได้ทุกสไตล์นะคะ ทั้งเรียบ เท่ หรือสบายๆ แต่อาจจะไม่ถึงขนาดหวานฟรุ้งฟริ้งที่แต่งระบายเยอะๆ ชุดที่ใส่บ่อยที่สุดคือเดรสค่ะ เพราะตัวเดียวจบ โดยเฉพาะเดรสลายพริ้นต์สีสันสดใสฟีลซัมเมอร์ เหมือนอยู่ริมทะเล รู้สึกว่าเป็นสไตล์ที่เข้ากับตัวเอง แบบ Casual Chic อย่างแบรนด์ Dolce & Gabbana ที่เขาเด่นเรื่องลวดลายอยู่แล้ว นำมาแมทช์กับรองเท้าแตะสานหรือรองเท้าผ้าใบ และกระเป๋าสะพายใบเล็กๆ ที่มีดีเทลน่ารักๆ อย่าง กระเป๋ารูปแมว แว่นตารูปหัวใจ เพื่อให้ลุคดูสนุกขึ้น แต่ถ้าไปงานที่เป็นทางการหน่อย ก็แมทช์เดรสกับรองเท้าส้นสูง เติมเครื่องประดับอีกนิด แค่นี้ก็เปลี่ยนลุคให้ดูหรูขึ้นได้แล้วค่ะ

“บางวันนิ่มก็แต่งลุคมินิมอลนะคะ ใส่แค่เสื้อยืด เสื้อกล้ามกับกางเกงยีนหรือกางเกงผ้า ก็ลงตัวแล้ว ชอบกางเกงของ Asava เพราะแพตเทิร์นดี ผ้าดี สามารถแมทช์กับท่อนบนได้ หลากหลาย ทั้งเสื้อเชิ้ต เสื้อยืด หรือเสื้อคร็อปพอดีตัวได้หมด

“สิ่งสำคัญที่สุดในการแต่งตัวคือ ต้องเลือกชุดให้เหมาะกับสถานที่ที่ไปค่ะ (ยิ้ม) อย่างนัดเพื่อนไปคาเฟ่กัน นิ่มจะทำการบ้านตั้งแต่ก่อนไป เสิร์ชดูรูปในเฟซบุ๊กว่าร้านเป็นอย่างไร สไตล์ไหน แล้วค่อยเลือกชุดให้เข้ากับร้าน จะได้ถ่ายรูปออกมาสวยๆ ไว้อัพลงอินสตาแกรมค่ะ

“นอกจากร้านกาแฟเก๋ๆ ทะเลเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่นิ่มชอบมาก เสื้อผ้าส่วนใหญ่จึงเป็นฟีลสบายๆ และแน่นอนว่าต้องแมทช์ชุดให้เข้ากับสถานที่ด้วย ล่าสุดไปเที่ยวทะเลกับคุณแม่สองคน นิ่มเสิร์ชดูมุมโรงแรมไว้ หลายมุมมาก เซฟรูปส่งให้คุณแม่ดู จากนั้นเราก็ช่วยกันเลือกเสื้อผ้าให้เข้ากับมุมต่างๆ ทั้งสไตล์ของชุดและโทนสีว่าเข้ากับมุมตรงนั้นไหม และต้องระวังไม่ให้สีชุดกลืนไปกับบรรยากาศจนเกินไป นิ่มจะคิดภาพไว้ ในหัวเลยว่าชุดนี้แมทช์กับกระเป๋าใบนี้ แว่นตาอันนี้ เตรียมไปเป็นลุคๆ บางวันเปลี่ยนประมาณ 3 – 4 ชุดก็มี (ยิ้ม) อย่างเช่น พอไปถึงโรงแรม ก็อาจจะใส่เสื้อคร็อปสีขาวกับกางเกงยีนขาสั้นให้ดูสบายๆ เพื่อถ่าย ในห้องนอนก่อน แล้วค่อยเปลี่ยนเป็นเดรสสีพาสเทลหรือลายพริ้นต์ ไปถ่ายรูปริมทะเลก่อนแสงจะหมด แล้วจึงเปลี่ยนอีกชุดสำหรับดินเนอร์ตอนค่ำเพื่อให้เข้ากับบรรยากาศแต่ละที่

“เรียกว่าไปไหนนิ่มจะใส่ใจทำการบ้านก่อน ไม่ค่อยมีที่อยู่นอกเหนือแพลน จะเสิร์ชข้อมูลเพื่อวางแผนการแต่งตัวเป๊ะมาก (หัวเราะ) แม้บางครั้งจะไม่ได้ถ่ายรูป แต่ก็ยังอยากให้ชุดที่ใส่สวยเข้ากับบรรยากาศค่ะ”

FAVORITE ITEMS ของ นิ่ม-สาริศา ล่ำซำ

1. รองเท้า Miu Miu

2. แว่นตากันแดด Jeremy Scott

3. นาฬิกาข้อมือ Patek Philippe

4. กระเป๋า Charlotte Olympia

 


ภาพและที่มา : นิตยสารแพรว ฉบับ 930 คอลัมน์ STYLE CONFIDENTIAL หน้า 52-55

หมู อาซาว่า ชวนฉลองตรุษจีน

หมู อาซาว่า ชวนฉลองตรุษจีนกับเซ็ตเมนูพิเศษ Sava All Day Dining และเสื้อผ้า Asv Resort 2021

Asava Group (อาซาว่า กรุ๊ป) นำโดย หมู-พลพัฒน์ อัศวะประภา ดีไซเนอร์และผู้ก่อตั้ง ชวนทุกท่านร่วมดื่มด่ำไปกับบรรยากาศการเฉลิมฉลองของเทศกาลตรุษจีนด้วยเซ็ตเมนูพิเศษจากร้าน Sava All Day Dining ที่คัดสรรเมนูอาหารจานอร่อย ที่เรียบง่ายแต่เปี่ยมไปด้วยความประณีตบรรจงจากวัตถุดิบชั้นดีมาให้ได้ลิ้มลองกันตลอดเทศกาลนี้  อีกทั้งยังส่งคอลเล็คชั่นใหม่ล่าสุดจาก Asv Resort 2021 ที่หยิบยกความพิเศษของช่วงเทศกาลมาถ่ายทอดผ่านโทนสีที่เต็มไปด้วยความสนุกสนาน รังสรรค์ออกมาเป็นแคปซูลคอลเล็คชั่นที่จะมาช่วยเติมเต็มสีสันให้กับสาวๆ ในช่วงนี้ได้อย่างพอดิบพอดี

หมู อาซาว่า ชวนฉลองตรุษจีนกับเซ็ตเมนูพิเศษ Sava All Day Dining และเสื้อผ้า Asv Resort 2021

ทางด้านดีไซเนอร์คนเก่ง หมู-พลพัฒน์ อัศวะประภา เล่าว่า สำหรับเทศกาลตรุษจีนที่กำลังจะมาถึงนี้ เราขอพาทุกท่านไปสัมผัสกับกลิ่นอายและวัฒนธรรมการเฉลิมฉลองของเทศกาลตรุษจีนผ่านเซ็ตเมนูพิเศษจากร้านอาหาร Sava All Day Dining ซึ่งได้คัดสรรจานอร่อยออกมาต้อนรับทุกคนตลอดช่วงเทศกาลนี้ถึง 4 เมนูด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น กุยช่ายเยาวราชทอด, ขนมผักกาดผัดไข่กุ้ง, มาม่าผัดซอส XO และ ข้าวหน้าไก่ ซึ่งแต่ละเมนูนั้นล้วนแล้วแต่มีความหมายอันเป็นมงคล เหมาะสำหรับการเฉลิมฉลองเป็นอย่างยิ่ง

แต่หากใครที่ไม่สะดวกมารับประทานที่ร้าน ก็ยังมีบริการ Delivery เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับลูกค้า เพียงแค่กดสั่งผ่านแอปพลิเคชั่น Grab และ LINE MAN หรือโทร. 02-003-6208 , Line @savaallday ก็สามารถลิ้มรสความอร่อยจากครัวของ Sava All Day Dining ได้แล้ว

และในครั้งนี้เรายังส่งแคปซูลคอลเล็คชั่น Asv Resort 2021” ออกมาเพื่อช่วยเพิ่มสีสันให้กับสาวๆ ได้สนุกไปกับการแต่งตัว ด้วยการนำเสนอ ความสุข และความสนุกสนานในแบบ Festive ถ่ายทอดผ่านแคปซูลคอลเล็คชั่นที่มีความโดดเด่นในเรื่องของสีสัน ด้วยโทนสีแดง สีพีช และสีม่วงอ่อนเป็นหลัก เพิ่มความพิเศษด้วยการสอดแทรกดีเทลคอจีน (Mandarin Collar) เข้ามาเป็นองค์ประกอบหลัก ผสมผสานเข้ากับการตกแต่งแถบปิเก้ซึ่งนับเป็นอีกหนึ่งซิกเนเจอร์ในแบบฉบับเอเอสวี ที่ยังคงเน้นย้ำในทุกๆ ซีซั่น และถือเป็นอีกหนึ่งคอลเล็คชั่นที่จะมาช่วยเพิ่มสีสันและความมีชีวิตชีวาให้กับการใช้ชีวิตของสาวๆ ได้อย่างแท้จริง

เติมสีสันให้กับเทศกาลนี้ด้วยเซ็ตเมนูพิเศษจากร้าน Sava All Day Dining และคอลเล็คชั่นเสื้อผ้าจาก Asv Resort 2021 ได้แล้วที่ โซน ไทยดีไซเนอร์ ศูนย์การค้า ดิ เอ็มโพเรียม, ชั้น 1  โซนดีพาร์ทเมนท์สโตร์ ศูนย์การค้าสยามพารากอน,ชั้น 2  โซนไทยไทย ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลชิดลม, ชั้น 2  โซน THAITHAI ห้างสรรพสินค้าเซ็น เซ็นทรัลเวิลด์, อาซาว่ากรุ๊ป แฟลกชิปสโตร์ ซ.สุขุมวิท 45 หรือและออนไลน์สโตร์ Website: https://asavagroup.com/product-category/asv/collection-asv/rs-2021/ Line Official: @asavagroup  และ Lazada: Asv Flagship Store

 

 

 

LINE Meeting

Work From Home แบบหน้าสดก็ไม่หวั่น LINE Meeting ฟีเจอร์สุดเจ๋งให้ประชุมผ่านจอพร้อมฟิลเตอร์หน้าใส

  • ใช้ฟรีผ่านแอป LINE ไม่ต้องดาวน์โหลดแอปเพิ่ม ไม่ต้องเป็นเพื่อนบน LINE ก็คุยได้
  • เปิดกล้องเผยหน้าสดได้ไม่หวั่น ใส่ฟิลเตอร์ แบคกราวด์และเอฟเฟกต์ เพิ่มสีสันให้การประชุม
  • พร้อมให้แชร์หน้าจอและไฟล์ผ่านกรุ๊ปแชท ใช้งานได้ทั้งบนมือถือและคอมพิวเตอร์ รองรับสูงสุด 500 คน

LINE Meeting

เมื่อสถานการณ์โควิด – 19 กลับมาทำให้คนไทยต้องเฝ้าระวังมากขึ้นพร้อมนโยบาย Work From Home อีกครั้ง แต่ก็เชื่อว่าจะสามารถรับมือและปรับไลฟ์สไตล์ให้เข้ากับวิถี New Normal ได้เร็วยิ่งขึ้น  โดยเฉพาะการสื่อสารที่ต้องการแอปพลิเคชั่นที่จะช่วยให้การพูดคุยและประชุมกลุ่มในชีวิตประจำวันให้มีสีสันราวกับได้เจอกันตัวเป็นๆ เวลานี้ก็ต้องโหวตให้ LINE Meeting ฟีเจอร์ต้องห้ามพลาดบนแอปฯ LINE ถูกออกแบบมาได้ถูกจริตคนไทยที่มาพร้อมกับฟังก์ชั่นครบครัน ตอบโจทย์การสื่อสารในชีวิตประจำวันทั้งการประชุมงาน พบปะเพื่อนฝูงและครอบครัวในยามที่ต้องรักษาระยะห่าง ซึ่งได้รับความนิยมสุดๆ หลังจากเปิดตัวเมื่อปลายปี 2020 ลากยาวมาถึงตอนนี้ ที่คนต้องกลับมา Work From Home และ Stay at Home กันอีกครั้ง

LINE Meeting

ถอดรหัสความสำเร็จของ LINE Meeting ถึงเป็นฟีเจอร์เพื่อการ “ประชุมออนไลน์” ของพ.ศ.นี้ ที่พูดได้เลยว่า “ใช้สะดวก คุยสนุก ตอบโจทย์ทุกการสื่อสาร” ทั้งเรื่องงานและไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้ LINE

  1. เข้าถึงง่าย ใช้งานสะดวก – ไม่ต้องไปดาวน์โหลดแอปฯ ใหม่ให้ยุ่งยาก ไร้ขั้นตอนยุ่งหยุมหยิม เพราะไม่ต้องสร้าง Line Group ไม่ต้องเป็นเพื่อนบน LINE ก็ได้ เริ่มต้นใช้งานเพียงกดไปที่ไอคอน LINE Meeting สัญลักษณ์รูปกล้องวีดีโอที่มีเครื่องหมายบวก (+) ด้านใน ด้านบนหน้าแท็ปแชท จากนั้นก็แชร์ลิงก์ เชิญคนต้องการจะให้ร่วมประชุมก็คลิกกดเข้ามารวมตัวได้ทันที

 

  1. ฟังก์ชั่นประชุมครบครัน – ด้วยหน้าที่เป็น “ห้องประชุมเสมือนจริง” ดังนั้นทุกองค์ประกอบของ LINE Meeting จึงฟังก์ชั่นรองรับการทำงานประชุมจริง สามารถย่อหน้าจอระหว่างประชุม เพื่อมาตอบแชทอื่น หรือพิมพ์ในห้องแชทเฉพาะกิจสำหรับประชุมนั้น พร้อมให้แชร์ไฟล์งาน โดยระบบจะสร้างห้องแชทชั่วคราวขึ้นมาโดยอัตโนมัติ และห้องแชทดังกล่าวจะหายไปเมื่อประชุมเสร็จสิ้น มาพร้อมฟังก์ชั่น Watch Together ไว้แชร์หน้าไฟล์วิดีโอออนไลน์หรือวิดีโอบนยูทูปให้ชมไปพร้อมๆกันทั้งภาพและเสียง ซึ่งใครจะเอาไว้ใช้ดูคลิปใหม่แล้วรีแอคร่วมกันก็น่าเอนจอยไม่น้อย

 

  1. ฟิลเตอร์ เอฟเฟค แบคกราวด์แน่น – จุดชนะใจผู้ใช้ LINE เห็นจะเป็นลูกเล่นแพรวพราว ทั้งภาพแบคกราวด์แบบสำเร็จรูป ให้เบลอพื้นหลังหรือจะตกแต่งเองได้ตามใจชอบ และที่ต้องใช้ให้ได้เลยคือ “ฟิลเตอร์” ปรับหน้าใสที่เหมาะกับใครที่กลัวเปิดกล้องเผยหน้าสด หรือถ้ายังไม่มั่นใจก็เพิ่มเอฟเฟกต์ตกแต่งใบหน้าก็ยิ่งสนุกเข้าไปใหญ่ ทั้งหน้าหนู หน้าแมว หน้ากากอนามัย จนผู้ใช้บางรายยอมเข้ามารอประชุมในกรุ๊ปก่อนเพราะอยากเลือกเอฟเฟคเก๋ๆ ดังนั้นจะทางการหรือไม่ทางการ LINE Meeting ก็จัดให้ทุกโอกาส

 

  1. ฟีเจอร์ฟรี มีความปลอดภัย – LINE Meeting รองรับการใช้งานได้ทั้งบนมือถือและคอมพิวเตอร์ ชวนผู้เข้าร่วมประชุมได้สูงสุดถึง 500 คน แถมผู้จัดการประชุมยังสามารถเชิญเพื่อนเข้าห้องเพิ่ม หรือลบคนออกจากห้องประชุมก็ได้ ทั้งนี้ก็เพื่อให้การประชุมครั้งนั้นปลอดภัย ไม่มีใครรบกวนหรือทำพฤติกรรมไม่เหมาะสมนั่นเอง

ต้องยอมรับว่า LINE Meeting มาช่วยให้เราๆที่ต้องรักษาระยะห่าง กักตัวอยู่บ้านยังคงรันงานต่อได้ไม่สะดุด แถมยังสร้างสีสันความสุขความสนุก ให้บางช่วงเวลาเครียดๆกลายเป็นช่วงเวลาน่าเอนจอยกันได้ง่ายๆ

คู่รักมาราธอน ก้อย รัชวิน

เบื้องหลังชีวิตแต่งงานของ คู่รักมาราธอน ก้อย รัชวิน & ตูน บอดี้สแลม

หลังจากที่ คู่รักมาราธอน ก้อย รัชวิน & ตูน บอดี้สแลม ถือฤกษ์ดีจูงมือกันเข้าประตูวิวาห์เมื่อปลายปีที่ผ่านมา (หวานแบบชาวร็อค! ตูน บอดี้สแลม เผยซึ้งใจ ก้อยทำเซอร์ไพร้ส์มัดใจตลอดสิบปี) ล่าสุดภรรยาสุดสวยของร็อกเกอร์หนุ่ม “ตูน บอดี้สแลม” ก็ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงเบื้องหลังชีวิตแต่งงาน ให้แฟนๆได้ทราบกัน พร้อมกันนี้ก้อยยังได้เล่าถึงอาการป่วยของสามีที่รักษาตัวในโรงพยาบาลถึง 15 วัน ที่นับเป็นบทพิสูจน์ก้าวแรกของการใช้ชีวิตคู่เลยทีเดียว

เบื้องหลังชีวิตแต่งงานของ คู่รักมาราธอน ก้อย รัชวิน & ตูน บอดี้สแลม

วันเกิดที่ผ่านมาเป็นอย่างไรบ้าง?

“ก็ดีค่ะ เป็นวันเกิดอีกปีหนึ่งที่เราโตขึ้น ก็พาคุณพ่อคุณแม่ ครอบครัวพี่ตูไปทำบุญ แล้วก็เลี้ยงฉลองทานข้าวกันนิดๆ หน่อยๆ ถามว่าสามีเซอร์ไพร้ส์อะไรไหม คือตอนแรกเราก็บอกเขาไปว่าไม่ต้องให้อะไร เพราะก่อนช่วงแต่งงานเขาเซอร์ไพร้ส์อะไรเรามาเยอะมาก เรารู้สึกว่าเราได้อะไรมาเยอะ เราไม่ได้ต้องการอะไรแล้ว ปีนี่สิ่งที่อยากได้ที่สุดคืออยากให้เขาแข็งแรง ก็เลยบอกเขาว่าไม่ต้องซื้ออะไรให้ แต่สุดท้ายเขาก็ซื้อเค้กมะพร้าวที่เราชอบมาให้ ซึ่งมันเป็นอะไรที่ก้อยรู้สึกว่าแค่นี้ก้อยก็ดีใจแล้ว”

ตูน บอดี้สแลม

มันต่างกับการเป็นแฟนไหม?

“เหมือนเขาใส่ใจรายละเอียดมากขึ้น ช่วงเวลาที่ผ่านมา 10 ปี ก้อยจะเป็นฝ่ายเซอร์ไพร้ส์พี่ตู แต่พอเปลี่ยนสถานภาพไป เรารู้สึกว่าเขาพยายามดูแล และเอาใจใส่เราแม้แต่เรื่องเล็กๆ น้อยๆ เขาก็บอกเราว่า เขาอยากดูแลเราไปตลอดชีวิต เหมือนฉลองวันเกิดไปด้วยกันเรื่อยๆ คือตั้งแต่แต่งงานมาพี่ตูเขาก็น่ารักขึ้นมากๆ ปกติเขาเป็นคนน่ารักสม่ำเสมออยู่แล้ว แต่มันมีความรู้สึกอุ่นใจ ในแง่ความรักที่มั่นคง มันดีมากๆ พอเราผ่านเรื่องราวต่างๆ มาด้วยกัน ทั้งสุขและทุกข์เหมือนเรามองเห็นอนาคตร่วมกันมากขึ้น คือเขาเคยพูดกัน ก้อยว่า เขาไม่คิดที่จะทำอะไรแล้ว ชีวิตหลังจากนี้คือการสร้างครอบครัวกับเรา”

ชินหรือยังที่ตื่นมาแล้วเจอตูนอยู่ข้างๆ ทุกวัน?

“เราเป็นแฟนกันมา 10 ปี เราตื่นมาแล้วเจอเขามันก็ดี ถามว่ามันชินหรือยัง คือตอนแรกเราก็เข้าใจว่าตอนเป็นแฟนกับตอนเป็นสามีภรรยา ความรู้สึกน่าจะเหมือนกัน แต่จริงๆ แล้วความรู้มันต่างกัน เรารู้สึกว่ามันมีความรู้สึกของหน้าที่ ความรับผิดชอบในแง่การเป็นภรรยา คือเราต้องดูแลชีวิต ดูแลความเป็นอยู่ เอาใจใส่ในเรื่องอาหาร เรื่องต่างๆ ที่อยู่รอบๆ ตัวเขา ยิ่งเขาป่วยเรายิ่งเห็นเด่นชัดเลย คือแต่ก่อน ถ้าเขาป่วย แล้วเราไม่สามารถไปเฝ้าเขาได้ ก็จะมีคุณพ่อคุณแม่ มีคนที่อยู่รอบข้างเขาไปดูแล แต่พอตอนนี้เรารู้สึกว่ามันคือหน้าที่มันเป็นสิ่งที่เราต้องทำ เพราะมันไม่มีใครที่จะทำแทนกันได้”

ก้อย รัชวิน

หลังแต่งสามีขี้อ้อนขึ้นไหม?

“ใช่ ก็อย่างที่ทุกคนเห็น อาจจะเป็นเพราะเป็นช่วงที่เขาไม่สบาย เขาก็เลยอยากให้เราคอยดูแล คอยอยู่ข้างๆ เขา เวลาอ้อนเขาก็จะมีเสียงสองก็เหมือนคู่รักทั่วๆ ไป เป็นเสียงที่เราเอาไว้ใช้กับคนที่เรารัก ปกติเราเรียกแทนกันว่าเป็ด พี่ตูนก็เรียกก้อยว่าเป็ด คือเวลาที่เขาไม่ได้อยู่บนเวทีเขาก็จะเป็นผู้ชายที่อ่อนโยน แบบนิ่มๆ พูดเบาๆ น้อยๆ คือตอนนี้พี่ตูนเขามุ้งมิ้งมากกว่าก้อยแล้ว อย่างตอนเช้าก่อนออกจากบ้าน หรือก่อนนอน เขาก็จะมีโมเม้นต์มุ้งมิ้งบ้าง”

กิจกรรมที่ทำร่วมกันที่บ้านมีอะไรบ้าง?

“ช่วงนี้เป็นช่วงที่พี่ตูนต้องพักฟื้นอยู่ที่บ้าน  ก้อยก็จะช่วยพี่ตูนทำกายภาพ ก็จะมีเครื่องกระตุ้นประสาท เป็นเครื่องไฟฟ้า ถ้าเป็นเวลาอื่นก็จะดูซีรีส์ ซึ่งเป็นกิจกรรมยอดฮิตที่อยู่ที่บ้าน ถามว่าก้อยทำกับข้าวไหม คือก้อยเป็นแผนกจัดเตรียมมากกว่า อาจจะไม่ได้ลงมือปรุงอาหารด้วยตัวเอง แต่เราก็จะถามเขาว่าอยากทานอะไร เพราะตั้งแต่ปีใหม่มา ตั้งแต่พี่ตูนออกจากโรงพยาบาลมาก็ไม่ได้ไปไหนเลย ก็อยู่บ้าน เหมือนล็อกดาวน์ตัวเอง หรือถ้าวันไหนพิเศษหน่อยก็จะมีทำสุกี้ทานกัน ก็จะไปซื้อวัตถุดิบมาทำทานกันเองที่บ้าน”

คู่รักมาราธอน ก้อย รัชวิน

จุดเริ่มต้นที่ตูนป่วยมาจากอะไร?

“อาการที่พี่ตูเป็นคือหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทและมีส่วนที่ทำให้ปลายประสาทที่แขนมีอาการอ่อนแรง ตามที่คุณหมอวินิจฉัย เราก็บอกไม่ได้ว่าจุดเริ่มต้นมันมาจากตรงไหน อย่างที่เห็นคือพี่ตูเป็นคนใช้ร่างกายเยอะมาก มันเหมือนเป็นอาการสะสม ไม่ใช่เป็นเฉียบพลัน มันมาจากการที่เขาใช้ร่างกายแบบนี้มาเป็นระยะเวลานาน อย่างเวลาวิ่งก็จะวิ่งระยะไกลๆ เล่นคอนเสิร์ตเขาก็มีการใช้ร่างกายเต็มที่ ก็เลยเป็นอาการที่สะสม เขาก็จะมีอาการปวดคอ ปวดหลัง มีอาการชา ซึ่งเป็นมาตลอดอยู่แล้ว แต่มาเห็นชัดๆ ช่วงหลังแต่งงาน คือมีวันหนึ่งที่เขาตื่นเช้าขึ้นมา เขานั่งเล่นกีตาร์ แล้วเขาก็รู้สึกว่ากดคอร์ดกีตาร์ไม่ได้เหมือนเดิม ก็เลยรู้สึกว่ามันผิดปกติแล้ว ก็เลยไปหาหมอ เหมือนร่างกายเขาฟ้องขึ้นมาเรื่อยๆ ว่ามีอาการแบบนี้ แบบนี้ เรื่องอาการก่อนแต่งงานก็มีมาบ้าง แต่เวลาเขาเป็นอะไรเขาจะไม่พูด แต่เราจะรู้เพราะเราใกล้ชิด ที่ผ่านมาก็ทานยารักษาตามอาการไป ยังไม่ได้รักษาจริงจัง จนช่วงหลังแต่งงานแล้วไปวิ่ง พอกลับมาอาการก็เริ่มชัดขึ้น”

อาการป่วยของตูนต้องรักษาโดยการผ่าตัดไหม?

“ตอนนี้ยังไม่มีการผ่าตัด คืออาการของพี่ตูนสามารถรักษาได้โดยการทำกายภาพ และช่วงเวลาที่อยู่โรงพยาบาล คุณหมอก็ดูแลอย่างดีมากๆ ก็รักษาให้ยาต่างๆ ตอนนี้ก็ทำกายภาพเป็นส่วนใหญ่ อาการของพี่ตูนแยกเป็น 2 ส่วนคือเรื่องหมอนรองกระดูกก็เรื่องหนึ่ง เรื่องที่ปลายประสาทอักเสบก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง”

 ตูน บอดี้สแลม ป่วย

พอทราบว่าป่วย ตูนและก้อยรู้สึกอย่างไรบ้าง?

“จริงๆ มันเหมือนกับว่าร่างกายเขาพยายามมาบอกอะไรบางอย่างกับเรา คือก้อยรู้สึกว่ายังโชคดีที่ไม่หนักจนถึงขั้นต้องผ่าตัด คือเมื่อ 10 ปีก่อนพี่ตูเคยเป็นที่หมอนรองกระดูกครั้งแรก ตอนนั้นเป็นอะไรที่เฉียบพลัน เกิดจากการที่เขาเล่นคอนเสิร์ตแล้วเล่นผิดท่า แต่ครั้งนี้มันเป็นอาการสะสม ดังนั้นหลังจากนี้ไป เมื่อคุณรักษาหายแล้ว วิธีการใช้ชีวิต ไลฟ์สไตล์ต่างๆ ที่ส่งผลกับร่างกายก็อาจจะต้องเปลี่ยนแปลงไป ก้อยว่าเป็นเวคอัพคอร์อย่างหนึ่ง คือพี่ตูเขาเป็นคนที่ใจเขาแข็งแรงมาก เขาก็จะคิดว่าร่างกายเขาต้องแข็งแรง ซึ่งที่ผ่านมาเขาเป็นคนที่ทำอะไรก็จะทำแบบเต็มที่มากๆ หลังจากนี้ไปเราก็มาคุยกันว่า บางอย่างที่เราเคยทำแล้วมันหนักเกินไป หรือการที่เรายืมพลังในอนาคตมาใช้ก่อนล่วงหน้า ตอนนี้ร่างกายเขากำลังบอกอะไรเราอยู่ หลังจากนี้ก็ต้องเปลี่ยน หลังจากนี้ก็ยังวิ่งได้ คือโรคนี้ต้องใช้ระยะเวลาในการรักษา ด้วยความที่ไม่ได้ผ่าตัด การกายภาพก็ต้องใช้เวลานานขึ้นจากการรักษาด้วยวิธีอื่นๆ คือแต่ละคนก็รักษาแตกต่างกันไป ก้อยว่ามันต้องใช้เวลาให้เขาดีขึ้น แล้วก็กลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติเหมือนเดิม แต่อาจจะไม่ได้วิ่งไกลๆ เป็นร้อยกิโลเมตร คงไม่มีแล้ว”

 ตูน บอดี้สแลม ป่วย

ยาที่หมอให้ กับยาใจที่ดูแล ตูน โอเคไหม?

“มันต้องไปด้วยกันเนอะ เพราะเวลาคนป่วย จิตใจก็จะห่อเหี่ยวตาม เราก็ต้องทำใจให้เราแข็งแรงเข้าไว้ คือถ้าร่างกายป่วยแล้วใจป่วยไปด้วย มันยากที่จะดึงกลับมา เราก็พยายามให้กำลังใจ และสนับสนุนเขาในทุกๆ ทาง ที่เราจะทำได้ คือร่างกายหนักแล้ว ก็อย่าให้ใจเครียดตามไปด้วย และก้อยมั่นใจว่าอย่างไรก็ต้องหาย คือเราเคยเห็นเคสประมาณนี้ หรือคนที่ป่วยหนักกว่านี้ เขาก็ยังกลับมาใช้ชีวิตตามเดิมได้ ส่วนหนึ่งมาจากใจล้วนๆ เราก็จะบอกเขาว่าพี่ตูเป็นตอนนี้เดี๋ยวก็หาย เดี๋ยวก็กลับมาวิ่งได้ เดี๋ยวก็กลับมาใช้ชีวิตเหมือนเดิมได้ เพียงแต่ว่าหลังจากนี้เราอาจจะต้องปรับการใช้ชีวิตนิดหนึ่งนะ เล่นคอนเสิร์ตอาจจะไม่ได้ปีนป่าย แล้วกระโดดลงมาอีกแล้ว”

สิ่งที่ได้เรียนรู้จากการที่ตูนป่วยครั้งนี้ด้วย?

“มันเหมือนเป็นสัจธรรมชีวิต คือช่วงหลังแต่งงาน ก้อยรู้สึกว่าชีวิตเรามีความสุขจังเลย คือตอนนั้นเป็นช่วงเวลาที่จิตใจพองโต วันแต่งงานหรือหลังแต่งงาน มันคือวันที่ชีวิตคู่ได้ก้าวเข้าสู่สถานภาพจากแฟนมาเป็นคู่ชีวิต แล้วเราเริ่มต้นที่จะเป็นสามี เป็นภรรยา หรือในอนาคตจะเป็นคุณพ่อคุณแม่ ช่วงเวลานั้นเป็นช่วงเวลาที่ก้อยมีความสุขมากๆ”

ก้อย รัชวิน วงศ์วิริยะ

“แล้วจู่ๆ ก็ฉุกคิดขึ้นมาได้ว่า ตอนนี้มีความสุขแล้ว ถ้ามันมีอะไรที่เป็นความทุกข์เข้ามาแบบเฉียบพลัน เราจะเป็นอย่างไร เราจะรับมือกับมันอย่างไร เพราะตอนนี้มันสุขมากเหลือเกิน แล้วทันทีที่คิดมันก็มาเลย เราก็เลยเรียนรู้ได้ทันทีเลยว่ามันเป็นสัจธรรมชีวิต สุขอยู่กับเราไม่นาน ความทุกข์ก็อยู่กับเราไม่นานเช่นกัน ทุกอย่างมีเกิดมีดับ คือถ้ามีความสุขก็ให้มีความสุขแบบมีสติ พร้อมที่จะรับมือกับเหตุการณ์ทุกอย่างที่กำลังจะเข้ามา เพราะเราไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้น แล้วเราก็นึกถึงเพลงที่พี่ตูแต่งให้ในวันแต่งงาน ชื่อเพลงว่า “เวลามีน้อย” คือเขาจะพูดอยู่ตลอดว่าเวลามีน้อยนะ ใช้เวลาในชีวิตนี้ให้คุ้มค่า ให้ดีต่อกัน โกรธก็ให้รีบหาย เราก็เลยรู้สึกว่าชีวิตหลังแต่งงานมันมีอะไรให้เราเรียนรู้ และหลังจากวันนี้ไปเราก็จะทำให้ทุกๆ วันให้ดีที่สุด จะได้ไม่เสียดายทีหลัง”

“เพลงที่พี่ตูนแต่งให้ก้อยในวันแต่งงาน อาจจะไม่ใช่เพลงรักซะทีเดียว แต่มันคือเพลงที่เตือนสติให้เราระลึกการใช้ชีวิตอยู่เสมอ  คือท่อนฮุกมันจะร้องว่า “เวลามีน้อย ฉันขอใช้มันอย่างใจ ได้มีชีวิตมีความรักมอบให้ใคร ถ้าหากถึงวันสุดท้ายของลมหายใจ จะไม่เสียดาย เพราะหัวใจ เพียงพอแล้วได้รักเธอ” ตอนฟังน้ำตาไหล พูดตอนนี้เราก็ยังตื้นตัน”

ก้อย รัชวิน & ตูน บอดี้สแลม

ตอนเข้าโรงพยาบาล เราทราบจำนวนวันไหม?

“ตอนแรกไม่ทราบ จนอยู่ไปเรื่อยๆ สุดท้ายก็อยู่โรงพยาบาล 15 วัน ตอนนี้ออกจากโรงพยาบาลแล้ว แต่ก็ยังอยู่ในช่วงกายภาพ พี่ตูสามารถกลับมาวิ่งได้ แต่ต้องไม่หักโหมมาก อาจจะออกกำลังกายเบาๆ แต่อาการอ่อนแรงก็ยังมีอยู่นิดหน่อย ซึ่งต้องใช้เวลา”

วางแผนเรื่องการมีลูกอย่างไร?

“ตอนนี้ก็พร้อมแล้ว ก็มีการตรวจสุขภาพก่อนมีลูก ตรวจมาก็โอเค คือก้อยอย่างน้อยก็ต้อง 2 คน เพราะเราอยากให้มีพี่น้องกัน แต่พี่ตูนเขาอยากมีลูกเยอะๆ เขาเคยบอกก้อยว่าอยากมี 4 คน แต่ต้องดูก่อนว่าร่างกาย ความสามารถของพ่อกับแม่เป็นอย่างไร ส่วนเรื่องเพศ เราอยากให้เป็นไปตามธรรมชาติมากกว่า เพราะตัวก้อยเอง มีหลานทั้งผู้หญิงและผู้ชาย ก้อยก็เลยไม่ต้องเลือกว่าจะต้องเป็นผู้หญิง หรือผู้ชาย เราก็รักหมด ตอนนี้ก็ปล่อยตามธรรมชาติประมาณครึ่งปีก่อน ถ้ายังไม่มาแล้วค่อยพึ่งวิทยาศาสตร์ แต่เราอยากให้เป็นตามธรรมชาติ เพราะเรารู้สึกว่ามันเป็นสิ่งที่พ่อและแม่ต้องไม่เครียด ส่วนพี่ตูนก็อะไรก็ได้ แต่เป้าหมายในชีวิตของเราตอนนี้คืออยากให้เขาแข็งแรง ไม่ใช่แค่เพื่อตัวเขาเอง แต่เพื่อวันหนึ่งที่เรามีลูก เราจะได้ดูแลลูกอย่างดีที่สุด”

ชีวิตคู่ ตูน บอดี้สแลม

แล้วมีไปขอลูกกันบ้างไหม?

“อย่างที่ไปทำบุญ เวลาเราอธิษฐานหรือพระอวยพร ท่านก็จะอวยพรให้มีอติชาต อภิชาตบุตรมาเกิด เวลาเราไหว้พระ เราก็ขอพร ถ้ามีลูกก็ขอให้ลูกแข็งแรงครบ 32 เพราะมันเป็นสิ่งที่พ่อแม่ทุกคนอยากได้มากที่สุด คืออยากให้ลูกแข็งแรงค่ะ”


ข้อมูลจาก : คุยแซ่บSHOW

ภาพจาก : Vin Buddy

สามารถติดตามอ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติมได้ที่นี่

หนูดีใจที่มีพี่อยู่ในชีวิต “ก้อย รัชวิน” โพสต์หวานปนซึ้งในวันเกิด ตูน BodySlam

รักครั้งนี้เปรียบเหมือนสิ่งใด? ย้อนดูคำพูด “ตูน” เผยต่อ “ก้อย” แม้สั้นๆ แต่หวานกินใจ

 

สวยหรูทุกแบบ! รวม 7 ชุดแต่งงานแห่งปี 2020 แบรนด์ไทยกวาดเรียบเกินครึ่ง

‘ดวงถูกหนุ่มตี๋หลอกให้อุปถัมภ์ สุดท้ายก็ไม่ได้มีคุณคนเดียว’ ดูดวงรายวัน 20 มกราคม 2564

ดูดวงรายวัน 20 มกราคม 2564 #หมอปุ้ยพยากรณ์ เช็กทุกวัน เป๊ะปังทุกดวง ทั้งการงาน การเงิน ความรัก และสุขภาพ

‘ดวงถูกหนุ่มตี๋หลอกให้อุปถัมภ์ สุดท้ายก็ไม่ได้มีคุณคนเดียว’ดูดวงรายวัน 20 มกราคม 2564

ผู้ที่เกิดวันอาทิตย์

การงาน :  ดูเหมือนช่วงนี้คุณจะใจกล้าบ้าบิ่นทำอะไรเกินตัวไปมาก ก็อย่าลืมว่า ดวงการงานของคุณยังไม่ดี แม้วันนี้ผู้ใหญ่จะช่วยสนับสนุนส่งเสริม เพื่อนร่วมงาน และเจ้านายก็เมตตาเอ็นดูเป็นพิเศษ ก็ยังมิวายที่คุณจะเครียด กับปัญหาที่จะเข้ามาให้ตัดสินใจอย่างฉุกละหุก ก็ยังต้องระวังเรื่องเอกสารทางราชการอาจเกิดความผิดพลาด จึงควรหาเพื่อนรู้ใจหรือผู้รู้ผู้มีประสบการณ์มาช่วยคิดช่วยทำงานดีกว่า

การเงิน  : รายได้ก็ยังมาจากอำนาจ วาสนา และบารมีที่มีในตัวคุณ จึงได้ทำงานที่มีรายได้ดี แต่ข้อเสียของคุณที่ก็ยังแก้ไม่ได้ก็คือจ่ายไม่อั้น หมดกับการช่วยเหลือญาติผู้ใหญ่และเลี้ยงดูเพื่อนฝูง โดยเฉพาะอย่าทำสัญญากู้ยืมเงิน หรือเซ็นค้ำประกันให้คนรักหรือผู้ที่ใว้ใจ เพราะคุณอาจต้องรับผิดชอบหนี้แทน

ความรัก :  คุณอาจแต่งงานกันเพราะผู้ใหญ่จัดสรร จึงอยู่กันแบบเพื่อนคู่คิด ให้คำปรึกษาในเรื่องการทำงาน และการใช้ชีวิตมากกว่าจะเป็นรักแบบหนุ่มสาว ซึ่งความรักแบบนั้นไว้ไปหาที่อื่นแทน  คนโสด คุณอาจตกหลุมรักผู้ใหญ่ที่มีทั้งวัยวุฒิและคุณวุฒิ ก็อย่าทุ่มให้เขาหมดใจ เพราะเสี่ยงต่อการถูกหลอกอย่างยิ่ง แม้คุณจะไม่เข็ดกับการเริ่มต้นใหม่ก็ตาม

สุขภาพ :  เดินดีๆ นะคะ เพราะคุณอาจก้าวพลาดตกจากที่สูง เช่น ตกบันได ตกจากฟุตบาท ตกจากสเต๊ป รวมถึงตกจากส้นสูง ทำให้ข้อเท้าพลิก ข้อเท้าแพลง

 

ผู้ที่เกิดวันจันทร์

การงาน : สำหรับผู้ที่ทำงานหรือเกี่ยวข้องกับงานที่ต้องใช้คำพูดหรือวาทศิลป์ในการติดต่อประสานงาน เช่น งานโฆษณาประชาสัมพันธ์ นักสื่อสารมวลชน งานส่งเสริมการขาย วันนี้คุณจะโดดเด่นในเรื่องของงานออนไลน์ หรืองานที่ต้องติดต่อกับต่างประเทศ กระนั้นก็ตามบอกเลยว่า ความสำเร็จไม่ได้มาด้วยความบังเอิญ ต้องแลกด้วยพลังกายพลังใจที่เข้มแข็ง เพราะงานคุณอาจยังไม่ผ่านการพิจารณา ก็ใจเย็นๆ ระวังคำพูด

การเงิน : มีโชคลาภเข้ามาไม่ขาดสาย รายได้จะมาจากงานที่ทำและมีค่าตอบแทนสูง ซึ่งคุณก็ยังติดนิสัยจ่ายไม่อั้นไปการกินดื่มอย่างฟุ่มเฟือย และซื้อเครื่องประดับราคาแพง จึงเก็บเงินไม่อยู่

ความรัก : อารมณ์คุณไม่นิ่ง ขึ้นๆ ลงๆ เปลี่ยนแปลงเร็วมาก เดี๋ยวก็รักครอบครัวดี แต่เดี๋ยวก็แอบไปกุ๊กกิ๊กกับหนุ่มๆ แต่ก็เป็นแค่การหว่านเสน่ห์ เช็กเรตติ้งเท่านั้น ไม่ซีเรียสจริงจังอะไร คนโสด ความรักก็ยังอยู่ไม่ไกลจากแสงสียามค่ำคืน แต่วันนี้คุณอาจได้เจอเพชรในสถานบันเทิงก็ได้ เป็นหนุ่มน้อยหน้าที่การงานดี ซึ่งคุณอาจมัดมือชกคบเป็นแฟนเลยก็ได้

สุขภาพ :  คุณดูแลสุขภาพร่างกายดีอยู่แล้ว แต่ก็อย่าประมาท เพราะเชื้อโรคอยู่รายรอบตัวคุณ ซึ่งคุณอาจพลาดติดเชื้อจากภายนอกมาตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ หากเริ่มมีอาการ ควรไปพบแพทย์นะคะ

 

ผู้ที่เกิดวันอังคาร

การงาน :  สำหรับผู้ที่ทำงานหรือเกี่ยวข้องกับสายบุญ สายจิตอาสาทำประโยชน์ให้กับสังคม เป็นฝ่าย CSR ขององค์กร หากคุณได้รับการชักชวนให้เข้าไปช่วยงานของครอบครัว เป็นลักษณะจ็อบพิเศษ ก็ขอให้หาข้อมูลของงานก่อนที่จะตัดสินใจ เพราะคุณอาจได้รับงานหนักอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ก็ขึ้นอยู่กับความพยายาม ความอดทน และอดกลั้นในการแก้ปัญหาและอุปสรรค หากคุณอดทนได้ก็มีโอกาสที่จะประสบความสำเร็จ

การเงิน : คุณทำงานหนักหาเงินตัวเป็นเกลียว มีรายได้เข้ามาจากหลากหลายช่องทาง วันนี้จึงเหมาะกับการลงทุนระยะสั้นๆ หากได้มาก็ควรแบ่งเงินไปทำบุญบ้าง

ความรัก : หากคุณแต่งงานอยู่กินกัน โดยไม่ผ่านความเห็นชอบจากผู้ใหญ่ที่บ้าน ซึ่งเป็นบ้านที่มีกฎระเบียบเข้มงวด เคร่งครัดเสียด้วย จึงใช้ชีวิตลำบากแล้ว ยิ่งหากหมดช่วงโปรโมชั่นแล้วยิ่งหนัก เพราะคุณอาจถูกละเลยไม่สนใจเหมือนก่อนเลยก็ได้ คนโสด คุณอาจได้เจอชายในฝันแล้วจูงมือไปอยู่ด้วยกันเลย โดยไม่ให้ผู้ใหญ่รับรู้ ก็อาจต้องเตรียมใจว่า นับจากนี้ชีวิตจะต้องเหนื่อย ทำงานหนัก เพื่อหาเงินมาใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน

สุขภาพ  :  ภูมิแพ้มาแล้วจ้า อากาศเย็นอีกแล้ว ยิ่งช่วงนี้คุณโหมงานหนัก ไม่ได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ รับประทานอาหารไม่ตรงเวลา จนร่างกายอ่อนแอก็อาจเกิดอาการแพ้อากาศ เป็นหวัด คัดจมูก หายใจไม่ออก อาการเริ่มต้นคล้ายกับโควิด-19  หากไม่สบายใจ ก็ไปตรวจเช็กให้แน่ใจ

 

ผู้ที่เกิดวันพุธ

การงาน :  สำหรับผู้ที่ทำงานหรือเกี่ยวข้องกับบุคคลในเครื่องแบบ เช่น ทหาร ตำรวจ ทนายความ ผู้พิพากษา ระดับผู้ใหญ่ จนถึงผู้บริหาร วันนี้คุณอาจต้องใช้ความรู้ ความสามารถ และทักษะเฉพาะบุคคลมาใช้ในการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า เรียกว่า เหนื่อยจนร่างแทบแหลกเลยทีเดียว จะอย่างไรก็ตามขอให้คุณยึดหลักความถูกต้อง พอดี และพอเพียง แล้วคุณจะประสบความสำเร็จอย่างงดงาม ได้รับการยอมรับนับถือจากลูกน้องและบริวารเป็นอย่างดี

การเงิน :  คุณมีความสามารถใช้เงินทำงานสร้างรายได้ที่สูงให้กับตัวเอง แต่ก็ขอให้ตั้งมั่นอยู่บนความพอดีและพอเพียง ไม่ควรเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับงานเอ็นเทอร์เทนยามค่ำคืน เพราะคุณอาจต้องเลี้ยงดูปูเสื่อเพื่อนจนร้านเจ๊งเลยทีเดียว

ความรัก : หากคุณผ่านความผิดหวังหรือล้มเหลวกับชีวิตคู่มาหลายครั้ง จนได้เจอกับคู่ชีวิตที่อยู่ด้วยกันขณะนี้ วันนี้เขาอาจค้นพบสัจธรรมในชีวิต หลุดจากการเที่ยวเตร่ สังสรรค์แล้วอยู่กับเหย้าเฝ้ากับเรือน ดำรงตนเสมือนพระ  คนโสด หากคุณอกหักมาหลายครั้ง วันนี้อาจได้พบตัวจริง เป็นแบ๊ดบอยกลับใจก็ได้นะคะ

สุขภาพ : ควรให้ความสำคัญกับการขับถ่าย ยิ่งเป็นนักดื่มด้วยแล้ว ไม่ควรกลั้นปัสสาวะเป็นเวลานาน เพราะอาจทำให้กรวยไตหรือกระเพาะปัสสาวะมีปัญหา อาจเสี่ยงต่อการติดเชื้อในกระแสเลือด

 

ผู้ที่เกิดวันพฤหัสบดี

การงาน :  สำหรับผู้ที่ทำงานหรือเกี่ยวข้องกับงานอสังหาริมทรัพย์ สิ่งปลูกสร้าง อาคารสำนักงาน บ้านจัดสรร คอนโด วันนี้คุณขยันและตั้งใจทำงาน นอกจากงานของตัวเองแล้ว ก็ยังไปช่วยเหลืองานคนอื่นด้วย ก็ต้องระวังความเชื่อมั่นในตัวเองที่มากจนเกินไป อาจทำให้คุณตัดสินใจผิดพลาดหรือมีจุดหักเหในชีวิตอย่างไม่ทันตั้งตัว เพราะฉะนั้นควรทำแต่งานของตัวเอง เพื่อป้องกันตัวเองจากความผิดพลาดเสียหายที่อาจเกิดขึ้น

การเงิน : อาจได้เงินจากการซื้อ-ขายอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งคุณใจดี ใจบุญ ชอบช่วยเหลือผู้อื่นจนอาจต้องเสียเงินก้อนใหญ่โดยไม่ทันระวังตัว จึงควรมีสติเยอะๆ

ความรัก :  ชีวิตรักของคุณราบเรียบและราบรื่นดี ต่างคนต่างช่วยกันทำงานสร้างครอบครัว แต่วันนี้อาจไม่ราบเรียบเหมือนเดิม ก็เพราะความหึงหวงและเรียกร้องความสนใจ เมื่อต่างคนต่างทำงานมาเหนื่อยๆ ก็กลายเป็นประเด็นทะเลาะกันได้  คนโสด คุณหึงหวงและคาดหวังสูง จึงเป็นประเด็นให้เวลาคุณมีความรักทีไรก็จะล่มสลายตลอด จนคุณเข็ดกับความรักแล้ว

สุขภาพ : คุณไม่ค่อยเจ็บไข้ได้ป่วยบ่อยนัก แต่หากเป็นขึ้นมาก็ถึงกับล้มหมอนนอนเสื่อเลย โรคที่ต้องระวังคืออวัยวะในช่องท้อง มดลูก ซึ่งคุณมีโอกาสเป็นเนื้องอก หากมีอาการควรรีบไปตรวจเช็ก

 

ผู้ที่เกิดวันศุกร์

การงาน :  สำหรับผู้ที่ทำงานหรือเกี่ยวข้องกับงานที่ต้องใช้ทักษะความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน เช่น บุคคลในเครื่องแบบ นักบริหาร นักการเมือง นักธุรกิจ ฯลฯ วันนี้แม้คุณจะมีผู้ใหญ่ผู้หญิงช่วยสนับสนุนหน้าที่การงานของคุณอยู่เบื้องหลัง แต่หากคุณยังไม่สนใจความรู้สึกนึกคิดของผู้อื่น ยึดมั่นอยู่แต่เฉพาะกลุ่มของตัวเอง อาจทำให้เพื่อนร่วมงานรู้สึกไม่ดีกับคุณ จนอึดอัดและร้อนรุ่มจนอยากลาออกจากตำแหน่งเลยทีเดียว

การเงิน : แม้คุณจะมีผู้ใหญ่อุปถัมภ์ แต่วันนี้คุณมีรายจ่ายเยอะมาก จนส่งผลกระทบกับการใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ผู้ใหญ่ก็อุปถัมภ์ไม่ไหว ก็อาจต้องพึ่งเงินกู้จากภายนอก

ความรัก :  ที่บ้านอาจมีวาระพิเศษให้สมาชิกในบ้านได้มาอยู่กันอย่างพร้อมหน้า ซึ่งอาจเป็นการประกาศข่าวหรือแจ้งให้ทราบในสถานการณ์บางอย่าง เช่น การแยกกันอยู่ของสมาชิกในครอบครัว ซึ่งอาจเป็นคู่ของคุณก็ได้ คนโสด คุณอาจถูกใจหนุ่มหน้าตี๋มากจนยอมอุปถัมภ์ค้ำชูเลี้ยงดู วันนี้คุณอาจได้เจอความจริงที่เจ็บช้ำก็ได้ว่า เขาไม่ได้มีคุณคนเดียว

สุขภาพ :  ระบบการย่อยอาหารอาจมีปัญหา เจ็บปวดในช่องท้องและลำไส้ รวมถึงอักเสบของแผลในช่องท้อง หรือแผลผ่าตัดจากการคลอดบุตร

 

ผู้ที่เกิดวันเสาร์

การงาน  : สำหรับผู้ที่ทำงานหรือเกี่ยวข้องกับงานที่ต้องใช้คำพูดในการติดต่อประสานงาน เช่น  นักโฆษณาประชาสัมพันธ์ สื่อสารมวลชน พนักงานขาย ฯลฯ วันนี้คุณอาจชีพจรลงเท้า เดินทางไปโน่นนี่ไม่ได้หยุดเลย ซึ่งคุณก็เป็นประเภทหากตั้งใจอะไรแล้ว ใครก็ขวางไม่ได้ด้วย จึงต้องระวังที่จะเกิดการผิดใจกับเพื่อนร่วมงาน เพราะฉะนั้นควรอดทน อดกลั้น และรอคอยจังหวะและโอกาส อย่าตัดสินด้วยอารมณ์ เพราะสุดท้ายแล้วคุณนั่นละที่จะผิดหวัง เสียใจ กับการกระทำของตัวเอง

การเงิน :   ก่อนจะตกลงทำสัญญาหรือรับปากกับใคร ควรพิจารณาให้ดี เพราะอาจเกิดผิดพลาดทำให้คุณไม่สามารถทำตามที่ตกลงไว้ได้ อาจเสียทั้งเงินและเครดิต

ความรัก : คุณรักบ้าน รักครอบครัวมาก สามารถทำทุกอย่างเพื่อสองสิ่งนี้อย่างไม่เหน็ดเหนื่อย ซึ่งคุณขออย่างเดียวคือ อย่าออกกฎเกณฑ์หรือข้อบังคับให้คุณต้องทำโน้นนี่ เพราะจะทำให้คุณหงุดหงิดกับเรื่องไม่เป็นเรื่อง คนโสด คุณคบกับใครก็คาดหวังว่า เขาจะรักคุณเหมือนที่คุณรักเขา จึงกลายเป็นความกดดัน เมื่อถึงที่สุดแล้วก็เลิกรากัน

สุขภาพ :  บิ๊กคลีนนิ่งหรือยังค่ะ เพราะวันนี้ความสะอาดสำคัญกับคุณมาก ทั้งบ้าน ที่นอน เสื้อผ้า อาหารการกิน เพราะมีโอกาสที่เชื้อโรคจะเข้าหาคุณได้ในทุกๆ ทาง

 

 

ส่องของใช้แบรนด์หรู Saint Laurent ส่งให้ “แฮงค์” น้องหมา โรเซ่ BLACKPINK

จัดเต็มไม่แพ้เจ้านาย งานนี้มาเป็นเซ็ต ครบทุกไอเท็มสำหรับของใช้แบรนด์หรู Saint Laurent ของขวัญวันคริสต์มาสของ “แฮงค์” น้องหมา โรเซ่ BLACKPINK

ไม่เพียงแค่สาวๆ BLACKPINK จะได้รับของขวัญจากแฟนๆ และสปอนเซอร์แบรนด์หรูต่างๆ ที่ส่งข้าวของเครื่องใช้อย่าง เสื้อผ้า กระเป๋า และ แอคเซสซอรี่มาให้พวกเธอใช้กันไม่ขาดสายแล้ว เหล่าบรรดาลูกๆ อย่างน้องแมว และ น้องหมาของพวกเธอก็ไม่พลาดที่จะได้รับของขวัญเหล่านั้นด้วยเช่นกัน

หนึ่งในน้องหมาที่ตอนนี้กำลังได้รับความสนใจเป็นอย่างมากคือ เจ้าแฮงค์ สุนัขของ โรเซ่ที่อดีตเคยถูกทอดทิ้งและเธอได้รับมาเลี้ยงจาก Gangneung Shelter  ซึ่งปัจจุบันเจ้าแฮงค์ยังมีอินสตาแกรมเป็นของตัวเอง @hank_says_hank  และยังมีผู้ติดตามกว่า 1 ล้านคนอีกด้วย

แน่นอนว่าเป็นถึงน้องหมาของโรเซ่ BLACKPINK เกิร์ลกรุ๊ปแห่งยุค ไอคอนสาว แบรนด์แอมบาสเดอร์แห่ง Saint Laurent ข้าวของเครื่องใช้ของแฮงค์ก็ไม่พลาดที่จะใช้แบรนด์นี้เหมือนเจ้าของเช่นกัน โดยเมื่อช่วงเทศกาลคริสต์มาสปี 2020 ที่ผ่านมา Anthony Vaccarello ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ของ แซงต์ โลรองต์ ก็ได้ส่งของขวัญมาให้กับโรเซ่ ซึ่งเป็นอุปกรณ์สัตว์เลี้ยงต่างๆ พร้อมกับการ์ดที่เขียนว่า “Dear Rose Merry Xmas to Hank Lot’s of Love”

ทั้งนี้โรเซ่ยังได้ใช้อินสตาแกรมของแฮงค์ตอบกลับไปว่า “ขอบคุณ Anthony และ Saint Laurent สุขสันต์วันคริสต์มาส Hank!” และเมื่อลองซูมเข้าไปก็พบว่าแอคเซสซอรี่ต่างๆ นั้น ราคาไม่ธรรมดา แต่ละชิ้นแพงกว่าของคนไปอีกกกกก……

ส่องของใช้แบรนด์หรู Saint Laurent ส่งให้ “แฮงค์” น้องหมา โรเซ่ BLACKPINK

กระเป๋าใส่สัตว์เลี้ยงทำจากหนังเรียบ ราคา $3,250 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 97,500 บาท

ชามใส่อาหาร และ น้ำ ขนาดเล็ก และ ใหญ่ ทำจากหินอ่อน 100% ก้นชามปั้มโลโก้ Saint Laurent ราคาขนาดใหญ่ $690 ดอลลาร์ (20,700 บาท) ขนาดเล็ก ราคา $615 ดอลลาร์ (18,450 บาท)

ปลอกคอ ทำจากหนังคราฟแบบเรียบ ราคา $260 ดอลลาร์ หรือประมาณ 7,800 บาท

ปิดท้ายที่สายจูงทำจากหนังแลมป์สกิน ราคา $410 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาน 12,300 บาท

แทบจะยกทั้งแอคเซสซอรี่สัตว์เลี้ยงของ Saint Laurent มาทั้งคอลเล็คชั่น สมกับมีแม่เป็นแอมบาสเดอร์จริงๆ นะเจ้าแฮงค์


Cr : @hank_says_hank , Saint Laurent 

 

 

 

Uniqlo U คอลเล็คชั่น SS 2021

คุยกับ ‘คริสตอฟ’ ผู้อำนวยการฝ่ายศิลป์ ล้วงลึก Uniqlo U คอลเล็คชั่น SS 2021

ยูนิโคล่ แบรนด์เครื่องแต่งกายระดับโลกจากญี่ปุ่นเตรียมวางจำหน่าย Uniqlo U คอลเล็คชั่น SS 2021 (ประจำฤดูใบไม้ผลิ/ฤดูร้อน 2021) ตั้งแต่วันที่ 22 มกราคมนี้ (สินค้าบางไอเท็มได้วางจำหน่ายก่อนแล้ว) โดยคอลเล็คชั่นล่าสุดเป็นคอลเล็คชั่นที่ 10 ที่ออกแบบโดยผู้อำนวยการฝ่ายศิลป์ คริสตอฟ เลอแมร์ (Christophe Lemaire) และทีมงานที่ศูนย์วิจัยและพัฒนา ยูนิโคล่ (UNIQLO R&D) ณ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส

สะท้อนถึงความเบาสบายและความอิสระหลังจากฤดูหนาวที่คนส่วนใหญ่ต้องใช้ชีวิตอยู่แต่ในบ้าน มาในโทนสีเอิร์ธโทนที่ผสมผสานกับสีสันสดใสทำให้ผู้สวมใส่รู้สึกราวกับว่าธรรมชาติได้ถือกำเนิดขึ้นมาใหม่อีกครั้ง

คุยกับ ‘คริสตอฟ’ ผู้อำนวยการฝ่ายศิลป์ ล้วงลึก Uniqlo U คอลเล็คชั่น SS 2021

จุดเริ่มต้นของคอลเล็คชั่นนี้คืออะไร

คอลเล็คชั่นนี้เริ่มมาจากความตั้งใจในการสร้างสรรค์เสื้อผ้าให้เป็นชิ้นสำคัญ ซึ่งสามารถสวมใส่ได้นานและความเข้าใจถึงวิวัฒนาการของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในขณะนี้และอนาคตอันใกล้ คอลเลคชั่นนี้ยังสะท้อนถึงไลฟ์สไตล์ในปัจจุบันของเรา ไม่ว่าจะเป็น การทำงานอยู่ที่บ้าน การใช้ชีวิตละแวกบ้านในรัศมี 1 ไมล์ภายใต้คอนเซ็ปต์ “One-mile” ของญี่ปุ่น

จนถึงไอเท็มที่ตอบโจทย์กิจกรรมทั้งในบ้านและนอกบ้าน นั่นคือ เสื้อผ้าที่มีความเรียบง่ายยิ่งขึ้น โดยเน้นเฉพาะสิ่งที่จำเป็น ตอบโจทย์การใช้งานได้จริง และมาในสไตล์เรียบๆ และในฤดูร้อนที่กำลังมาถึงนี้ เราจึงได้สร้างสรรค์ไอเท็มที่มอบความเบาสบายเท่าที่จะ เป็นไปได้ ด้วยทรงหลวมๆ สวมใส่ได้ง่ายกับเนื้อผ้าที่ให้ความรู้สึกสดชื่น

Uniqlo U คอลเล็คชั่น SS 2021
ผู้อำนวยการฝ่ายศิลป์ คริสตอฟ เลอแมร์

การเลือกใช้โทนสีโดยรวมคืออะไร

เราทำงานเพื่อเลือกสีสันทั้งหมดอย่างพิถีพิถันจากความใส่ใจและความรัก การสร้างสรรค์สีต่างๆ มีมากมายหลากวิธี ตั้งแต่การใช้สีโทนกลาง สีโทนอ่อน ไปจนถึงสีโทนสว่าง ยกตัวอย่างเช่น การใช้สีเบจ ซึ่งเป็นสีโทนกลางที่เรียบหรูที่สุด และในซีซั่นนี้เราได้สร้างสรรค์โทนสีที่สมบูรณ์แบบทั้งหมด 7 โทน โดยรวมแล้วเราต้องการสื่อถึงความสดชื่นจากการเข้าถึงธรรมชาติและความสว่างสดใส หลังจากที่ได้ผ่านพ้นฤดูหนาวที่มีสีหม่น ในคอลเล็คชั่นนี้เราจึงนำเสนอสีที่สว่างขึ้นไม่ว่าจะเป็น สีชมพูอมเทา สีเอิร์ธโทน และสีขาวออฟไวท์ ผสมกับสีเขียวสด สีเขียวโทนมะนาว สีส้มจี๊ด สีส้มแมนดาริน สีม่วงลาเวนเดอร์ สีโทนฟ้าน้ำเงิน และสีครามแบบผ้าเดนิม

Uniqlo U คอลเล็คชั่น SS 2021 ผู้หญิง

Uniqlo U คอลเล็คชั่น SS 2021 ผู้หญิง

ให้เผยถึงรายละเอียดของกระบวนการออกแบบ

ในทุกๆ ซีซั่น เราใช้เวลาในการวิจัยเพื่อหาข้อมูลและระดมความคิดเป็นอย่างมาก อารมณ์ความรู้สึกหลักของแต่ละคอลเล็คชั่นเกิดขึ้นจากกระบวนการนี้ ส่วนแรงบันดาลใจแรกๆ ของการใช้เนื้อผ้าและซิลลูเอทต่างๆ ได้มาจากการเริ่มต้นทำสไตลิ่ง เช่น บางครั้งไอเท็มวินเทจบางอย่างก็สามารถช่วยสร้างแรงบันดาลใจในเรื่องเนื้อผ้าและสีสัน เป็นต้น

เราทำงานร่วมกับซัพพลายเออร์ที่ช่วยจัดหาเส้นใยผ้าอย่างใกล้ชิด อย่าง โทเรอินดัสตรีส์ (Toray Industries) เพื่อพัฒนาเนื้อผ้าที่โดดเด่นด้วยนวัตกรรม เราเริ่มร่างชาร์ตสีสำหรับออกแบบจากภาพวาดและรูปถ่าย รวมถึงพิจารณารายละเอียดปลีกย่อยอย่างพิถีพิถัน ตั้งแต่ขั้นตอนการตัดเย็บและการตกแต่ง ความเรียบง่าย ใช้งานได้จริงและความใส่ใจรายละเอียดซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในทุกๆ ขั้นตอน

Uniqlo U คอลเล็คชั่น SS 2021

Uniqlo U คอลเล็คชั่น SS 2021 ผู้หญิง

รบกวนเล่าถึงไฮไลท์ของคอลเล็คชั่นสำหรับผู้หญิงในครั้งนี้

ไอเท็มของผู้หญิงเป็นเสื้อผ้าสวมใส่ได้หลายโอกาสที่มาในซิลลูเอทเรียบง่าย สามารถสวมใส่ได้เดี่ยวๆ โดยไม่ต้องเพิ่มเลเยอร์ ให้ความรู้สึกของความเป็นอิสระ ผ่านสัมผัสที่เบาสบายราวกับอากาศและมีความพลิ้วไหว การพัฒนาเนื้อผ้ายังเน้นให้ดูแลรักษาง่าย อย่างผ้าฝ้ายไนลอนที่น้ำหนักเบาและระบายอากาศได้ดี และผ้าเจอร์ซี่คอตตอนผสมโพลีเอสเตอร์เนื้อด้าน

เรายังได้รับแรงบันดาลใจจากผ้าวิสโคสสไตล์วินเทจมาสร้างสรรค์ไอเท็มที่ให้ความรู้สึกเรียบหรู แต่สวมใส่ง่าย ดีไซน์เรียบและตอบโจทย์การใช้งาน ซึ่งแน่นอนว่าให้สัมผัสที่ลื่นเบาสบาย นอกจากนี้ ยังมีผ้าที่มีความเงาเล็กน้อย และสำหรับเสื้อผ้าถัก เรายังคงเลือกใช้การผลิตแบบสามมิติ (3D) ที่ไร้ตะเข็บ และเลือกใช้เส้นด้ายที่เหมาะกับฤดูร้อนอย่างเช่น ผ้าฝ้ายชนิดตีเกลียวสูง (high-twist cotton)

Uniqlo U คอลเล็คชั่น SS 2021

Uniqlo U คอลเล็คชั่น SS 2021 ผู้หญิง

คอลเล็คชั่นสำหรับผู้ชายมีความพิเศษอย่างไรบ้าง

ในปัจจุบันผู้คนมีความต้องการและมองหาเสื้อผ้าที่มีคุณภาพ สวมใส่ได้ยาวนาน และตอบโจทย์การใช้งานในหลายโอกาสมากขึ้นยิ่งกว่าที่เคย ด้วยการเปลี่ยนแปลงที่กำลังเกิดขึ้นในโลกนั้น ทำให้เราหันมาให้ความสำคัญกับไอเท็มที่จำเป็นอย่างจริงจัง โดยเน้นที่ประโยชน์ในการใช้งานเป็นหลัก สำหรับการออกแบบในครั้งนี้ ผมนึกถึงตู้เสื้อผ้าของผู้ชายที่เรียบง่าย ที่มีแต่ไอเท็มตามแบบฉบับที่ผู้ชายพึงมี ซึ่งเข้ากันได้ดีกับคอลเล็คชั่นก่อนหน้านี้

ในส่วนของรูปทรงของเสื้อผ้านั้น ลุคการแต่งตัวแบบโอเวอร์ไซส์ซึ่งแต่ก่อนเคยให้ความรู้สึกถึงความแปลกใหม่และเป็นผู้นำเทรนด์ได้รับความนิยมมากขึ้น เราจึงได้พัฒนาการดีไซน์ให้มีทรงหลวมและมีความประณีตยิ่งขึ้น โดยได้ก้าวข้ามวัฒนธรรมการแต่งตัวแนวสตรีท ให้เป็นเสื้อผ้าที่ทุกคนเข้าถึงได้มากยิ่งขึ้นและเหนือกาลเวลา สำหรับเนื้อผ้านั้นสอดคล้องกับคอลเล็คชั่นก่อนหน้าที่เน้นการใช้งาน ในซีซั่นนี้เราเลือกใช้เนื้อผ้าที่เรียบง่าย และค้นหาวิธีการนำมาประยุกต์ใช้ พร้อมคำนึงถึงอายุการใช้งานที่สามารถสวมใส่ได้ยาวนานไปอีกหลายปี

Uniqlo U คอลเล็คชั่น SS 2021

Uniqlo U คอลเล็คชั่น SS 2021 ผู้ชาย

Uniqlo U คอลเล็คชั่น SS 2021 ผู้ชาย

เล่ารายละเอียดของ Uniqlo U สำหรับเด็ก

เราได้รับเสียงเรียกร้องให้ออกแบบเสื้อผ้าสำหรับเด็ก ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าที่ตื่นเต้นมาก เราได้ปรับดีไซน์ของ Uniqlo U สำหรับผู้ใหญ่โดยนำมาลดขนาดลงให้เป็นเสื้อผ้าสำหรับเด็ก บางครั้งเราได้ปรับเนื้อผ้าและสีสันต่างๆ ด้วย จึงไม่อาจเรียกได้ว่าคอลเล็คชั่นสำหรับเด็กเป็นการเริ่มออกแบบใหม่จากศูนย์ แต่เป็นเพียงการนำสิ่งที่มีอยู่แล้วมาปรับใช้และลดทอนขนาดลง

การที่ได้เห็นตัวอย่างเสื้อผ้าที่เราเคยออกแบบไว้สำหรับคอลเล็คชั่นผู้ใหญ่กลับมาอีกครั้งในไซส์ของเด็กเป็นอะไรที่มีความสุข (หัวเราะ) รายละเอียดต่างๆ ถูกขยายให้ใหญ่ขึ้น ทำให้เสื้อผ้าสำหรับเด็กน่ารักมากๆ  เรารู้สึกพอใจมากแทบทุกครั้งที่เราสามารถปรับเปลี่ยนแพทเทิร์นเสื้อผ้าในคอลเล็คชั่นผู้ใหญ่ให้เป็นเสื้อผ้าเด็กได้อย่างลงตัว และเด็กๆ ก็ยังได้เป็นส่วนหนึ่งของคอลเล็คชั่นนี้อีกด้วย

Uniqlo U คอลเล็คชั่น SS 2021

Uniqlo U คอลเล็คชั่น SS 2021 เด็ก

ในโอกาสที่ Uniqlo U กำลังจะก้าวสู่การเปิดตัวคอลเล็คชั่นที่ 10 อยากให้เล่าถึงจุดเริ่มต้นและอัพเดตความคืบหน้าในปัจจุบัน

ปี 2014 ยูนิโคล่ได้ติดต่อเรามาที่เลอแมร์ (LEMAIRE) เพื่อมองหาโอกาในความร่วมมือของการทำงานด้วยกัน  ซึ่งก็ประสบความสำเร็จและมีการร่วมมือกันถึง 2 ซีซั่น จากนั้นเอง เราจึงได้ตระหนักว่าทั้งสองบริษัทมีคุณค่าและมุมมองในเรื่องความงามที่คล้ายกัน เราจึงเริ่มพูดคุยถึงโอกาสในการทำงานร่วมกันในระยะยาวและเริ่มก่อตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนาที่กรุงปารีสขึ้น

นับตั้งแต่นั้น วัตถุประสงค์ในของการทำงานของเราได้มีการเปลี่ยนแปลงและแตกต่างจากการร่วมมือกันในครั้งแรกอย่างชัดเจน ในครั้งนี้ไม่ใช่เป็นเพียงแค่การออกแบบร่วมกัน แต่เรากำลังออกแบบให้กับแบรนด์ยูนิโคล่ เรามองเห็นถึงโอกาสการขยายสินค้าในไลน์สินค้าหลัก โดยได้อิงกับคอนเซ็ปต์ไลฟ์แวร์และแนวทางการทำงานในรูปแบบของยูนิโคล่อย่างเต็มรูปแบบ หลักในการออกแบบของเราคือเน้นที่ความเรียบง่าย และนี่คือจุดเริ่มต้นของ Uniqlo U

ในวันนี้ เรามีเป้าหมายเช่นเดียวกันกับยูนิโคล่ สิ่งนั้นคือการนำเสนอไอเท็มที่โดดเด่นด้วยคุณภาพ การออกแบบที่เรียบง่าย และเหมาะสำหรับทุกคน ความแตกต่างก็คือ Uniqlo U จะเน้นการออกแบบสิ่งจำเป็นพื้นฐานโดยอาศัยมุมมองที่เป็นเอกลักษณ์ เรายกระดับเสื้อผ้าชิ้นที่มีความจำเป็นยิ่งขึ้นผ่านทางการออกแบบ เราจะยังคงพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อค้นหาสิ่งที่จำเป็นและสำคัญของเสื้อผ้าแต่ละชิ้น ไม่ว่าจะเป็นด้านคุณภาพ การใช้งาน ความคล่องตัว ความคงทน ความแข็งแรง ความสบาย และเหนือกาลเวลา

คำนิยามเกี่ยวกับไอเท็มที่จำเป็นของผมคือ ของชิ้นนั้นต้องเป็นสิ่งที่คุณจำเป็นต้องใช้พอๆ กับที่คุณอยากได้มันมาครอบครอง หรือเรียกได้ว่าเป็นความต้องการที่ผสานเข้ากับความจำเป็น และนั่นคือ Uniqlo U


ภาพ : Uniqlo

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

นี่แหละคู่ไม้ตาย! สนีกเกอร์สีขาว จาก PRO-Keds แมตช์กับลุคไหนก็เอาอยู่

ใจเหลวไปหมด! กระเป๋า Coach รุ่น Mickey Mouse ไอเท็มแก๊งใหม่ที่จะตกเงินคุณ

H&M ลงทุน 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ก้าวสู่ อุตสาหกรรมแฟชั่นที่เป็นมิตรต่อโลก

 

มาดามแป้ง

เปิดใจคู่กันครั้งแรก มาดามแป้ง & ดร.ณรัชต์ ความรักดั่งบุพเพสันนิวาสครั้งสุดท้าย

เพราะ “ความรัก” มีเรื่องราวที่ทำให้หัวใจพองโตได้เสมอ เหมือนเช่นความรักของ  มาดามแป้ง -นวลพรรณ ล่ำซำ กับ พ.ต.อ. ดร.ณรัชต์ เศวตนันทน์ ที่ให้เกียรติสัมภาษณ์คู่ด้วยกันเป็นครั้งแรกที่ แพรว พร้อมเล่าถึงจุดเริ่มต้นของความรักที่คุณแป้งเชื่อว่าเป็นบุพเพสันนิวาส รวมถึงอีกหลายเหตุการณ์พิเศษที่ทำให้ทั้งคู่ตัดสินใจร่วมทุกข์ร่วมสุข เป็นเรื่องที่ไม่เคยเปิดเผยที่ไหน และทำให้คุณได้รู้จักนวลพรรณ ล่ำซำ ในองศาอื่น นอกจากความเป็นเซเลบริตี้หรือนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ แต่เป็นผู้หญิงธรรมดาที่น่ารักมากจริงๆ

เปิดใจคู่กันครั้งแรก มาดามแป้ง & ดร.ณรัชต์ ความรักดั่งบุพเพสันนิวาสครั้งสุดท้าย

แพรว เคยคุยกับคุณแป้งหลายครั้ง แต่เพิ่งได้โอกาสคุยกับคุณเอเป็นครั้งแรก เล่าถึงเรื่องราวในชีวิตก่อนเจอคุณแป้งหน่อยครับ

“ผมเกิดและเติบโตในครอบครัวข้าราชการ คุณปู่กับคุณพ่อเป็นตำรวจ คุณแม่เป็นครู สมัยเรียนมัธยมปลายผมเข้าเรียนที่โรงเรียนเตรียมทหาร ต่อด้วยโรงเรียนนายร้อยตำรวจ จึงได้สวมเครื่องแบบตั้งแต่อายุ 17-18 ปี ได้ฝึกการมีวินัย ความรับผิดชอบ การตรงต่อเวลา รวมถึงภาวะผู้นำ ซึ่งผมได้รับเลือกจากครูบาอาจารย์และเพื่อนๆ ให้เป็นหัวหน้านักเรียนของทั้งสองสถาบัน มีหน้าที่เป็นผู้แทนเพื่อนๆ และปกครองบังคับบัญชาน้องๆ ถือเป็นเกียรติและความภูมิใจมาก

“พอเรียนจบ ผมทำงานที่สถานีตำรวจนครบาลลุมพินีได้ 2 ปี ก็ไปเรียนต่อที่ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยเรียนจบปริญญาโทที่มหาวิทยาลัยเคนทักกีสเตท และปริญญาเอกที่มหาวิทยาลัยฟลอริดาสเตทในสาขาอาชญาวิทยา จากนั้นกลับมารับราชการในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตำแหน่งสุดท้ายคือ ผู้กำกับการ ฝ่ายองค์การตำรวจสากลกองการต่างประเทศ ยศพันตำรวจเอก

“ปี 2546 ผมได้รับการโอนย้ายไปอยู่กระทรวงยุติธรรม เป็นผู้บัญชาการสำนักงานกิจการต่างประเทศและคดีอาชญากรรมระหว่างประเทศ ก่อนจะเติบโตเป็นรองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ DSI แล้วได้เลื่อนเป็นผู้ตรวจราชการกระทรวงยุติธรรม ถึงวันนี้เป็นอธิบดี 3 กรมแล้ว เริ่มจากอธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ อธิบดีกรมคุมประพฤติ และปัจจุบันเป็นอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ซึ่งอีก 2 ปีจะครบกำหนดเกษียณอายุราชการแล้วครับ” (ยิ้ม)

มาดามแป้ง

แล้ว “อธิบดีเอ” โคจรมาเจอ “มาดามแป้ง” ได้ อย่างไรครับ

คุณแป้งยิ้มก่อนเล่าถึงจุดเริ่มต้น “เราเป็นเพื่อนร่วมชั้นเรียนหลักสูตร วตท. รุ่น 8 ที่สถาบันวิทยาการตลาดทุน เมื่อปี 2552 ค่ะ ก่อนหน้านั้นไม่เคยรู้จักกันมาก่อน แต่แป้งจำได้ว่าผู้ชายคนนี้เป็นรองอธิบดี DSI” (ตำแหน่งคุณเอขณะนั้น)

คุณเอพูดบ้าง “ส่วนผมก็รู้ว่าน้องแป้งเป็นเซเลบริตี้ที่สวย มีชื่อเสียงในแวดวงสังคม ความจริงแอบเห็นเขาในงานหนึ่ง ซึ่งตอนนั้นใกล้เปิดเรียน วตท. พอดี ผมได้แต่มองและชื่นชมว่าน้องคนนี้น่ารัก แต่ไม่ได้คิดว่าจะมีโอกาสใกล้ชิด จนได้เจอในห้องเรียน ซึ่งบังเอิญอีกว่าในคลาสนั้นมีอาจารย์ธงทอง จันทรางศุ เป็นเพื่อนร่วมชั้น ซึ่งท่านเป็นรุ่นพี่ของเราที่โรงเรียนสาธิตปทุมวันด้วย จึงได้เรื่องนี้เป็นจุดเชื่อมในการพูดคุย เหมือนมีความผูกพันของพี่น้องร่วมสถาบันขึ้นอีกระดับหนึ่ง”

แล้วคุณเอจีบคุณแป้งอย่างไรครับ

“อาศัยเทคโนโลยี 1G ครับ” คุณเอยิ้ม “เราส่งข้อความคุยกันผ่านโทรศัพท์มือถือ ตอนนั้นหน้าจอยังเป็นขาวดำอยู่เลย สติ๊กเกอร์มีแค่สัญลักษณ์ยิ้มธรรมดา แต่เราส่งข้อความหากันแทบจะตลอดเวลา ตั้งแต่ Good Morning จนถึง Good Night”

คุณแป้งเล่าต่อ “เราเป็นมนุษย์โลว์เทคโนโลยีทั้งคู่ ที่แปลกคือแป้งกับพี่เอมักจะส่งข้อความถึงกันในเวลาเดียวกันโดยไม่ได้นัดหมาย เรียกว่าข้อความชนกันกลางอากาศบ่อยๆ สมมติแป้งพิมพ์ถามไปว่า ‘Tham arai yu ka?’ หลังจากกดส่งไปปุ๊บ จะมีข้อความจากพี่เอมาถึงพร้อมกันว่า ‘Meeting อยู่จ้ะ…How are you?’ เป็นแบบนี้บ่อยมาก”

คุณเอ “พอผมได้คุยกับน้องแป้งก็ไม่คิดว่าเขาจะติดดินแบบ Down to Earth ขนาดนั้น ทั้งที่ภาพภายนอกมีความหรูหรา แต่จริงๆ ติดดิน จริงใจ และลุยมาก อย่างเรื่องกินก็ไม่ได้กินแต่ของแพงๆ อาหารโปรดของแป้งคือก๋วยเตี๋ยวกับอาหารอีสานด้วยซ้ำ แต่ผมสารภาพตรงๆ ว่าความที่น้องแป้งอยู่รายล้อมด้วยลักชัวรี่แบรนด์ ด้วยชื่อเสียงของตระกูลล่ำซำ ตอนแรกผมรู้สึกเกร็งมาก ก็ได้การส่งข้อความทางโทรศัพท์มือถือที่ทำให้ทุกอย่างง่ายขึ้น”

มาดามแป้ง

ผู้ชายคนนี้ทำลายกำแพงในหัวใจคุณแป้งได้อย่างไรครับ

“เมื่อพูดถึงความรัก แม้เกิดมาเป็นนวลพรรณ ล่ำซำ แต่ชีวิตไม่ได้โรย ด้วยกลีบกุหลาบเลย แป้งผ่านเรื่องราวทั้งสุขและทุกข์มาเยอะ ทั้งเรื่องสุขภาพ หน้าที่การงาน เคยผ่านการแต่งงาน ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลถือเป็นประสบการณ์ที่ดีของชีวิต บางคนอาจคิดว่าแป้งคงเข็ดขยาดกับความรักแล้ว แต่แป้งไม่เคยคิดแบบนั้นเลยค่ะ ความรักยังเป็นสิ่งสวยงามเสมอ แป้งไม่เคยปิดกั้นตัวเอง แต่ก็ไม่ถึงขนาดเปิดรับใครเข้ามาในใจได้ง่ายๆ เหมือนกัน เพราะอายุตัวเองก็ไม่ใช่น้อยๆ แต่เพราะพี่เอเป็นสุภาพบุรุษ มีความเข้าใจในตัวแป้ง และทุ่มเทให้ความรักจริงๆ ทำให้ความสัมพันธ์ของเราพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ

“พูดถึงคู่ชีวิต แน่นอนว่าด้วยความเป็นปุถุชนธรรมดา ไม่ว่าใครก็คงอยากได้คนที่มีพร้อมทุกอย่าง ทั้งหน้าตา ชื่อเสียง เกียรติยศ หน้าที่การงาน เงินทอง สำหรับแป้งคนที่เข้ามาในชีวิตก็มีความโดดเด่นไม่เหมือนกัน แต่ที่สุดแล้วแป้งคิดว่าพี่เอเป็นคู่ชีวิตที่เหมาะสมที่สุด ถ้าพูดแบบเปิดใจก็คงบอกว่า แป้งไม่ได้คาดหวังให้พี่เอซื้อเพชรสีชมพูในราคา 50 ล้านบาทให้ แต่สิ่งที่ทำให้แป้งมีความสุขมากคือ พี่เอเข้ามาเติมเต็มส่วนสำคัญที่แป้งต้องการ นั่นคือความสุข ด้วยนิสัยและการดูแลเอาใจใส่”

แล้วความรักก็เดินทางมาถึงงานแต่งงาน

“ใช่ค่ะ ถ้าพูดจากใจจริง แป้งไม่คิดที่จะแต่งงานใหม่ แต่หลังจากศึกษาดูใจพี่เออยู่หลายปี ทำให้มั่นใจว่าเราสามารถใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันได้ แป้งแพ้ในความจริงใจและเป็นคนดี ถึงวันนี้แป้งยังจำประโยคที่พี่เอพูดได้ว่า ถ้ามั่นใจในตัวเขา ก็แต่งงานกัน เราจะได้ใช้ชีวิตครอบครัวร่วมกัน

“ความจริง…มีเรื่องหนึ่งที่ไม่เคยบอกใคร ตอนแรกเราได้ฤกษ์แต่งงานในเดือนมีนาคม 2557 แต่ช่วงปลายปี 2556 พี่เอมีอาการตาพร่า บางครั้งมองเห็น เป็นภาพซ้อน เขาจึงไปตรวจ MRI ระหว่างรอผลเราเดินทางไปสิงคโปร์ด้วยกัน ซึ่งพอไปถึงไม่นาน คุณหมอก็โทร.มาบอกแป้งว่า ข่าวร้ายหน่อยนะ คุณเอมีถุงน้ำในสมองขนาดเท่ากับลูกมะนาวย่อมๆ เราตกใจกันมาก สักพักคุณแม่ของแป้งก็โทร.มาบอกว่าให้รีบกลับเมืองไทย ถ้าต้องผ่าสมอง ท่านเตรียมคุณหมอไว้ให้แล้ว ตอนนั้นรู้สึกช็อกมาก สรุปว่าวันนั้นเราไม่ได้นอนค้างที่สิงคโปร์ เพราะต้องเดินทางกลับมาพบคุณหมอทันที”

คุณเอเล่าต่อ “คุณหมอบอกว่าวิธีรักษามีอยู่ 3 ทาง หนึ่ง ถ้ากินยาแล้วถุงน้ำไม่ใหญ่ขึ้นก็เก็บไว้เฉยๆ ได้ และคอยมอนิเตอร์อยู่สม่ำเสมอ แต่ถ้าถุงน้ำมีขนาดใหญ่ขึ้นและมีอาการปวดหัว ก็ไปสู่ขั้นตอนที่สอง นั่นคือการสอดท่อเข้าไปดูดน้ำออก ซึ่งน้ำก็อาจเข้าไปใหม่ หรือทางที่สามคือ การผ่าตัดสมอง เพื่อนำก้อนนี้ออกมา…ในวันนั้นเราตัดสินใจว่าจะเลือกการกินยาก่อน ซึ่งถ้าพูดตรงๆ ก็เสี่ยงทุกทาง”

คุณแป้ง “หลังจากเกิดเรื่อง ญาติของแป้งถามด้วยความเป็นห่วงว่านี่เป็นเรื่องใหญ่ แป้งต้องตัดสินใจให้ดีว่าจะแต่งงานไหม เนื่องจากพี่เออายุเยอะพอสมควร ผลจากการรักษาอาจทำให้เขาเกิดเรื่องไม่ดีหรืออายุสั้นได้ แต่แป้งคิดว่าในเมื่อเรารักกันก็จะไม่ทิ้งเขาแบบนี้ พูดง่ายๆ ว่าไม่ว่าอย่างไรก็จะแต่งงานกับพี่เอ แป้งจึงเลื่อนงานให้เร็วขึ้น จากเดือนมีนาคมเป็นวันที่ 19 มกราคม 2557 เพื่อที่พี่เอจะได้ย้ายมาอยู่ด้วยกันที่บ้าน จะได้มีคนช่วยดูแล นี่คือเหตุการณ์ที่แป้งไม่เคยลืม เพราะเป็นวันที่เราตัดสินใจที่จะร่วมทุกข์ร่วมสุขกันจนแก่เฒ่าจริงๆ”

คุณเอยิ้มให้คุณแป้ง “ผมไม่เคยลืมเรื่องนี้เหมือนกัน เมื่อย้อนกลับไปก็ต้องขอบคุณน้องแป้งที่ตัดสินใจแบบนั้น เพราะถึงจะไม่ต้องผ่าตัดก็ไม่มีใครการันตีได้ว่าผมจะอยู่กับเขากี่ปี หรือถ้าต้องผ่าตัดแล้วจะมีสภาพอย่างไร แต่ด้วยน้ำใจของน้องแป้งและครอบครัวที่ตัดสินใจเลื่อนงานแต่งมาเร็วขึ้น เพราะตอนนั้นผมอยู่คอนโดคนเดียว คุณแม่ของแป้งจึงเป็นห่วงว่าถ้าผมหน้ามืดแล้วหกล้มไป จะทำอย่างไร ใครจะดูแล

“สำหรับงานแต่งงาน คุณแม่ของแป้งให้คำแนะนำว่าไม่ต้องจัดงานให้ใหญ่นัก เพราะต่างฝ่ายต่างรู้จักคนเยอะ ถ้าต้องเชิญแขกจำนวนกว่า 1,000 คน จะเตรียมงานลำบาก ให้ทำบุญเลี้ยงพระแล้วกัน เพราะฉะนั้นเราจึงเปลี่ยนวันแต่งงานจากเดือนมีนาคมเป็นวันที่ 19 มกราคม 2557 จากนั้นผมก็เข้ามาเป็นสมาชิกใหม่ของบ้าน ได้รับความรักและความเมตตาจากคุณพ่อคุณแม่ รวมทั้งได้รับความช่วยเหลือจากแม่บ้านและคนงานหลายคนที่ช่วยดูแลในทุกๆ เรื่อง”

นวลพรรณ ล่ำซำ

คุณแป้งเคยเล่าว่าเวลาทำงานด้วยกัน คุณแป้งเป็นฝ่ายบู๊ ส่วนคุณเอเป็นฝ่ายบุ๋น

“ใช่ค่ะ เรามีทั้งเรื่องที่เหมือนและต่างกันหลายอย่าง สิ่งที่ต่างกันอย่างชัดเจนคือ แป้งมีนิสัยชอบความเสี่ยง ชอบความท้าทาย นี่อาจเป็นเหตุผลที่ทำให้ สนุกกับการทำทีมฟุตบอล ซึ่งนี่คือนิสัยที่ตรงข้ามกับพี่เอ ถึงฝ่ายนั้นจะชอบฟุตบอล แต่มีบุคลิกที่มั่นคงและนิ่งมากกว่า แต่ความต่างนี้ได้กลายเป็นส่วนผสมที่พอดีสำหรับคู่เรา ถ้าเปรียบเทียบเป็นกองทัพ แป้งเป็นเหมือนแม่ทัพฝ่ายบู๊ ส่วนพี่เอเป็นแม่ทัพฝ่ายบุ๋น ถ้าวันไหนฝ่ายบู๊หุนหันพลันแล่นมากเกินไป พี่เอจะช่วยดึง ให้มาอยู่ตรงกลาง”

คุณเอเล่าเสริม “เนื้องานเราไม่เหมือนกันด้วย ผมเป็นข้าราชการก็ต้อง Slow But Sure ส่วนแป้งเป็นผู้นำองค์กรภาคธุรกิจ บางครั้งต้องตัดสินใจเร็ว ฉะนั้นเมื่อมาใช้ชีวิตคู่ก็เป็นประโยชน์กับทุกฝ่าย ผมเองได้เปิดโลกทัศน์ออกจากกรอบเดิมๆ สำหรับแป้งก็อย่างที่เขาบอกว่าได้เรียนรู้อีกแนวคิดจากผม ซึ่งผมคิดว่าเป็นความสมดุลที่พอดี”

นอกจากเรื่องงาน สองคนนี้ดูแลกันและกันอย่างไรบ้างครับ

คุณเอตอบก่อน “เราพยายามกินข้าวด้วยกันให้บ่อยที่สุด อย่างมื้อเย็นกินด้วยกันเกือบทุกวัน ถ้าเป็นสมัยจีบกันใหม่ๆ จะมีร้านประจำ แต่พอมาอยู่ด้วยกันก็เปลี่ยนมากินที่บ้าน เพราะคุณพ่อคุณแม่ของน้องแป้งอายุมากแล้ว คุณพ่ออายุ 85 ปี ส่วนคุณแม่ 77 ปี เพราะฉะนั้นการได้กินข้าวร่วมกับบุพการีก็เป็นเรื่องที่ดี บางทีเราจะดูทีวีบนโต๊ะอาหารครั้งละ 1-2 ชั่วโมง จนน้องแป้งหรือผมหลับคาโต๊ะไปเลย แต่ก็เป็นช่วงเวลาที่อบอุ่นมาก”

คุณแป้ง “ต้องขอบคุณพี่เอที่ช่วยเป็นอีกหลักหนึ่งให้ครอบครัวแป้ง แต่ช่วงหลังเรากินข้าวเย็นกันดึกมาก ปีนี้แป้งตั้งใจว่าจะหันกลับมาดูแลสุขภาพมากขึ้น ต้องยอมรับว่าเราแก่กันแล้ว”

คุณเอ “ผมเป็นห่วงน้องแป้งเรื่องนี้มาก เมื่อก่อนเขายังออกกำลังกายด้วยการเดินบนลู่วิ่งบ้าง แต่ช่วงหลังงานเยอะจนไม่ได้ออกกำลังกาย แล้วน้องแป้งมีปัญหาเรื่องนอนไม่หลับ ต้องทานยานอนหลับช่วยมาเกือบ 20 ปีแล้ว เพราะฉะนั้นเขาจะตื่นสายหน่อย ส่วนผมอาจเพราะโดนฝึกให้ตื่นเช้ามาตั้งแต่ 40 ปีที่แล้ว ไม่เกิน 6 โมงเช้าจะตื่นมาอาบน้ำ แปรงฟัน และออกกำลังกายทุกวัน”

สองคนนี้ทะเลาะกันบ้างไหมครับ

“มีบ้างอยู่แล้วค่ะ ถึงแป้งจะรักสามี แต่ก็ยอมรับว่าค่อนข้างเอาแต่ใจตัวเอง (หัวเราะ) ซึ่งพี่เอก็มีกลยุทธ์อันชาญฉลาด อย่างในปีแรกๆ ที่แต่งงานกัน ถ้าแป้งเริ่มเสียงดัง พี่เอจะบอกว่าพี่เป็นลูกคนเดียวของพ่อแม่ ตอนเด็กๆ พ่อแม่เรียกว่าน้องเอตลอด เพราะฉะนั้นเวลาทะเลาะกับแป้ง พี่เอจะบอกว่า อย่า ทำอะไรน้องเอนะ น้องเอเป็นลูกคนเดียว อย่าทำร้ายจิตใจฉัน…น่ารักไหมคะ” (คุณแป้งหันไปยิ้มให้คุณเอ)

พ.ต.อ. ดร.ณรัชต์ เศวตนันทน์

ซื้อของขวัญให้กันบ้างไหมครับ

“แป้งบังคับให้พี่เอซื้อให้บ่อยค่ะ ถือเป็นฝันร้ายของเขาเลย (คุณเอหัวเราะ) แป้งเรียงเทศกาลให้ด้วย ยกตัวอย่างช่วงปลายปีไล่ไปเลย มีคริสต์มาส ปีใหม่ ครบรอบแต่งงาน วาเลนไทน์”

คุณเอเล่าต่อ “เรื่องของขวัญไม่ได้เซอร์ไพร้ส์เท่าไรครับ เพราะน้องแป้งจะทำให้เห็นว่าอยากได้อะไร เช่น กระเป๋า ต่างหู หรือแหวน ก็เป็นอันรู้กันว่าผมจะต้องเตรียมตัวซื้อของขวัญอะไรแทนความรัก” (ยิ้ม)

ถ้าถอดบทบาทหน้าที่การงานออกไป สามีภรรยาคู่นี้ใช้ชีวิตที่บ้านอย่างไรบ้างครับ

คุณเอ “บางวันกลับมาถึงบ้านตอนเย็นเราแทบไม่ได้คุยกันเลย เพราะน้องแป้งจะโทรศัพท์สั่งงานเรื่องนั้นเรื่องนี้ พออาบน้ำเสร็จก็จะดูงานต่ออีกหน่อย จากนั้นดูยูทูบอัพเดตข่าว ทั้งกีฬา บันเทิง การเมือง ส่วนผมเปิดทีวีดูกีฬาหรือภาพยนตร์ แต่ที่อยากบอกคือบางทีเราไม่ต้องคุยกันสักคำ แต่ขอให้รู้ว่าอยู่ด้วยกันตรงนั้น ผมเชื่อว่าแป้งไม่เคยรู้สึกโดดเดี่ยว และรู้สึกได้ถึงคู่ชีวิตที่พร้อมซัพพอร์ตเสมอ”

คุณแป้งเคยเล่าว่า เชื่อว่าความรักกับคุณเอคือบุพเพสันนิวาส

“ใช่ค่ะ แป้งว่าเป็นปาฏิหาริย์นะ ไม่ง่ายเลยที่ผู้ชายผู้หญิงที่พบเจอกันในวันที่อายุใกล้ 50 ปี แล้วสามารถพัฒนาความสัมพันธ์จนได้แต่งงาน จะบอกว่าเป็นชีวิตที่สมบูรณ์หรือเปล่าคงตอบไม่ได้ เพราะโลกนี้ไม่มีอะไรสมบูรณ์แบบ แต่สำหรับแป้ง พี่เอเข้ามาช่วยเติมเต็มให้ชีวิตแป้งมีความสุขมาก”

คุณเอ “สำหรับผม นี่คือเรื่องเหนือความคาดฝันนะ ด้วยชื่อเสียง รูปโฉม ชาติตระกูล และฐานะของน้องแป้ง ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะมาเจอผมได้ ก็ต้องถือเป็นวาสนาของผมที่ได้รับความรักจากน้องแป้ง รวมถึงครอบครัวที่ช่วยดูแลทุกอย่าง เพราะฉะนั้นผมมีเพียงหน้าที่เดียวคือดูแลน้องแป้งให้ดีที่สุด”

คุณแป้งยิ้มหวาน “มีเรื่องหนึ่งที่เราชอบเหมือนกันคือฟังเพลง พี่เอร้องเพลงเพราะนะคะ ส่วนแป้งไม่ค่อยได้เรื่องเท่าไร บางครั้งเราจะเลือกเพลงฟังไปเรื่อยๆ ว่าเพลงนี้พี่เอเหมาะร้องให้แป้งนะ หรือเพลงนี้ความหมายเหมือนคู่เราเลย เช่น เพลงสายลมแห่งรัก ของเบน-ชลาทิศ (คุณแป้งเปิดเพลงนี้
ในโทรศัพท์คลอไปด้วยแล้วยิ้มกว้าง)

“แป้งอยากให้ความรักของเราเป็นเหมือนเนื้อเพลงนี้…สายลมแห่งรักพัดมา ขอจงอย่าพารักไป อย่าพัดให้เธอห่างไกลให้เราห่างกัน หากลมได้ยินหัวใจ ขอจงเมตตาบ้างสักครั้ง ให้รักได้อยู่คู่กัน ให้เธอได้อยู่คู่ฉันตลอดไป…แป้งตั้งใจให้รักครั้งนี้เป็นรักครั้งสุดท้ายที่ดีที่สุด”


ข้อมูลจาก : IG @panglamsam นิตยสารแพรว ฉบับ 943 

สามารถติดตามอ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติมได้ที่นี่

ขั้วตรงข้าม ปราง-นวลวรรณ ล่ำซำ ลูกสาวคนเก่งของ มาดามแป้ง

นี่แหละตำนานคิ้วต์เกิร์ลจุฬาฯ มาดามแป้ง-นวลพรรณ ล่ำซำ

5 เรื่องลึกที่คุณอาจยังไม่รู้เกี่ยวกับ “มาดามแป้ง” สตรองจนผู้ชายอกสามศอกต้องยกนิ้วให้!

เกรซ กาญจน์เกล้า

ปั๊วะเว่อร์! ทริคอัพหุ่นในฝันของ ‘เกรซ กาญจน์เกล้า’ ซิกซ์แพ็คชัด เอวเอส

สาวๆ ที่อยากมีซิกซ์แพ็คชัด เอวเอสแบบ เกรซ กาญจน์เกล้า ด้วยเศียรเกล้า รีบมามุงกันด่วนๆ เพราะสกู๊ปนี้เธอมีวิธีอัพกล้ามท้องมาแชร์ให้กับสาวๆ เพื่อฟิตหุ่นสวยเฟิร์มกันถ้วนทั่ว แบบไม่หวงเคล็ดลับเลยล่ะ

ปั๊วะเว่อร์! ทริคอัพหุ่นในฝันของ ‘เกรซ กาญจน์เกล้า’ ซิกซ์แพ็คชัด เอวเอส

เกรซ-กาญจน์เกล้า

Don’t Fix Day 

ในหนึ่งสัปดาห์เกรซจะเข้ายิมประมาณ 3 วันค่ะ แต่ไม่สามารถกำหนดได้ชัดเจนว่าจะออกกำลังกายวันไหน เพราะต้องดูตารางทำงานเป็นหลัก บวกกับดูสภาพร่างกายด้วย เพราะเคยนอนไม่พอแล้วไปออกกำลังกาย สรุปคือป่วยเลย

เกรซ กาญจน์เกล้า

My Crunch is the best

เกรซชอบเล่นกล้ามท้อง เพราะชอบใส่เสื้อคร็อปหรือเอวลอย ความจริงทุกคนมีกล้ามเนื้อที่สามารถพัฒนากลายเป็นซิกซ์แพ็คอยู่แล้วนะคะ ประกอบด้วย 6 ชิ้น คือ ท่อนบน ท่อนกลาง และท่อนล่าง ซึ่งท่อนล่างจะเป็นช่วงที่เกิดกล้ามยากที่สุด เพราะเป็นบริเวณที่มีไขมันสะสมเยอะ วิธีเล่นให้เกิดซิกซ์แพ็คคือ การเล่นบอดี้เวต เน้นช่วงล่าง รวมทั้งทำท่า Crunch (เพื่อสร้างกล้ามท้อง) เป็นประจำ ซึ่งเป็นท่าบริหารคล้ายซิตอัพ แต่เน้นการใช้กล้ามเนื้อส่วนหน้าท้อง เริ่มจากนอนราบ งอเข่าขึ้นมา ใช้มือแตะที่หน้าอกหรือศีรษะก็ได้ จากนั้นงอลำตัวช่วงบนขึ้นมาแค่ระดับหัวไหล่ ให้หลังด้านล่างติดกับพื้น ค้างไว้ แล้วค่อยนอนราบลงไป แล้วยกขึ้นอีกครั้ง ทำวนไปเรื่อยๆ นอกจากนี้ยังมีท่าบริหาร Cable Crunch คือนั่งคุกเข่าหันหน้าเข้าเครื่องเคเบิล จากนั้นดึงสายเคเบิลลงมาจนข้อศอกแตะพื้น ระหว่างนั้นให้เกร็งหน้าท้อง แล้วค่อยๆ ผ่อนลำตัวขึ้นข้างบน เป็นท่าที่ได้ทั้งแขนและหน้าท้อง ที่สำคัญคือได้กล้ามท้องทั้ง 6 ชิ้น ทำประมาณ 25-30 ครั้ง ติดกัน 5 เซต อีกท่าที่กระตุ้นให้กล้ามเนื้อส่วนหน้าท้องทำงานหนักจนได้กล้ามคือ Hanging Leg Raise หรือการโหนบาร์ เกร็งหน้าท้องและยกขาทั้งสองข้างขึ้นมางอไว้ระดับเอว เป็นท่าที่ยาก เพราะต้องอาศัยแรงควบคุมกล้ามเนื้อให้ได้

เกรซ-กาญจน์เกล้าHip & Legs

เกรซอยากได้งานขา สะโพก และบั้นท้ายแน่นๆ จึงชอบเครื่องเล่นที่ชื่อว่า Hip Abduction โดยนั่งลงบนเก้าอี้ โน้มตัวไปข้างหน้า จับเสาตรงเครื่องเล่นไว้จากนั้นค่อยๆ แยกขาออกช้าๆ เป็นท่าที่ช่วยกระชับสะโพกได้เป็นอย่างดี ยิ่งถ้าทำสควอตรวมทั้งท่าเดดลิฟต์เป็นประจำ จะช่วยให้ยิ่งกระชับและกล้ามเนื้อเฟิร์มขึ้นอีก

เกรซ กาญจน์เกล้า

 

Diet Always

เกรซพยายามคุมน้ำหนักอยู่ตลอด แต่ไม่ถึงขั้นอด โดยเลือกกินเมนูที่มีคุณค่าทางโภชนาการครบถ้วน มื้อเช้าก่อนออกกำลังกายควรกินแป้ง เพราะต้องใช้พลังงานเยอะ อาจเป็นอะไรง่ายๆ อย่างขนมปัง มื้อเที่ยงเป็นเมนูที่เน้นโปรตีน เช่น ไก่ เนื้อปลา อาจจะเป็นซูชิก็ได้ ส่วนมื้อเย็นเน้นผักเป็นหลัก เช่น สลัดต่างๆ เลี่ยงไขมัน แป้ง และของหวาน

เกรซ-กาญจน์เกล้า

Must Have Gloves

สิ่งที่ขาดไม่ได้เลยคือถุงมือ ทุกครั้งที่เล่นเวตหรือโยคะ เวลาหยิบจับอุปกรณ์อะไรจะได้ไม่เจ็บมือ มือไม่ด้านด้วยค่ะ

เกรซ กาญจน์เกล้า

How To Pose 

ใครที่ชอบถ่ายรูปให้เห็นเกือบทั้งตัวไว้อัพอินสตาแกรมแบบเกรซ แนะนำให้ออกกำลังกายส่วนอัพเปอร์บอดี้ คือ อกไหล่ หลัง แขน จากนั้นเล่นช่วงล่างต่อ ใช้เวลาเล่นประมาณชั่วโมงครึ่ง ถ่ายรูปแล้วรับรองว่ากล้ามเนื้อออกมาสวย กล้ามดูแน่นขึ้น เรียกไลค์ได้ชัวร์ๆ


ที่มา : นิตยสารแพรว ฉบับ 944

ภาพ : @gracekanklao

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

4 เคป็อปสตาร์ แชร์ทริคสู้ผิวพังจากปัญหาสิวมาสก์ จนผิวสวยใสราวกับไม่เคยเป็นสิว

รีวิวโหดเหมือนโกรธพุง! “หญิงแย้ นนทพร” สร้าง Sexy Line อวดเอว S เล็กมาก

แซ่บไม่พัก! แชร์ทริคฟิตหุ่นเฟิร์ม เสริมหุ่นเป๊ะ สไตล์ “ใหม่ ดาวิกา”