เจลล้างมือ

เตือน! เจลล้างมือ แอลกอฮอล์ต้องเข้มข้นเกิน 70% ถึงฆ่าเชื้อ COVID-19 ได้

เจลล้างมือ
เจลล้างมือ

อาจารย์แพทย์ ธรรมศาสตร์ เผยเจลล้างมือที่ฆ่าเชื้อ COVID-19 ได้ ต้องมีเอทานอลเข้มข้นเกิน 65% เตือน! ไม่ควรสัมผัสหน้ากากอนามัยฝั่งสีเข้มหลังสวมใส่

สภาอาจารย์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จัดกิจกรรมการบรรยายหัวข้อ COVID-19 (Coronavirus Disease 2019) โดยวิทยากรผู้เชี่ยวชาญจากคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เมื่อวันที่ 24 ก.พ. 2563 ที่ผ่านมา ณ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต

ดร.นพ.พลวัฒน์ ติ่งเพ็ชร สาขาวิชาจุลชีววิทยาและภูมิคุ้มกันวิทยา สถานวิทยาศาสตร์พรีคลินิก คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้บรรยายถึงไวรัส COVID-19 ด้วยการอ้างอิงจากงานวิจัยในหลายประเทศ โดยระบุว่า ทุกวันนี้ระยะฟักตัวของไวรัส COVID-19 ยังอยู่ที่ 14 วัน ตามข้อมูลที่องค์การอนามัยโลก (WHO) ให้การรับรอง ส่วนตัวเลข 24 วันที่มีการพูดถึงกันนั้น WHO แสดงความคิดเห็นว่า มีความเป็นไปได้ว่าเกิดจากมีผู้ที่ได้รับเชื้อซ้ำ

สำหรับการติดต่อจากคนสู่คน ไวรัสนี้สามารถติดต่อได้ในระยะน้อยกว่า 2 เมตร เรียกว่าติดต่อผ่านทางละอองฝอย แต่เนื่องจากโรคนี้คือ SARS-CoV-2 ซึ่งมีลักษณะใกล้เคียงกับ SARS-CoV ฉะนั้นจึงมีความเป็นไปได้ที่จะเกิดการแพร่ระบาดได้มากกว่าทางละอองฝอย แต่ข้อมูล ณ ปัจจุบันยังอยู่ที่ละอองฝอยเท่านั้น

เจลล้างมือ

นอกจากนี้ ยังพบว่าเชื้อดังกล่าวยังมีอยู่ในอุจจาระด้วย ฉะนั้นวิธีการป้องกันคือ

  1. อย่าอยู่ใกล้กับผู้ป่วย ถ้าอยู่ใกล้กันจำเป็นต้องใส่หน้ากาก
  2. ล้างมือก่อนสัมผัสอาหาร หรือสัมผัสส่วนต่างๆ ของร่างกายตัวเอง
  3. ปิดฝาก่อนกดชักโครก

ดร.นพ.พลวัฒน์ กล่าวว่า แม้ว่า SARS-CoV-2 หรือ ไวรัส COVID-19 จะเป็นไวรัสที่มีเปลือกหุ้ม ซึ่งตามทฤษฎีจัดว่าอ่อนแอ แต่กลับพบว่ามีความสามารถอยู่ในสิ่งแวดล้อมได้นานและไม่ตายง่ายๆ โดยผลการศึกษาพบว่าในอากาศ 20 องศาเซลเซียส ความชื้นสัมพัทธ์ 50% เชื้อมีอายุได้ถึง 6 วัน หรือจากการทดลองพบว่าเชื้ออยู่บนพลาสติกได้ 9 วัน และอยู่ในเสื้อกาวน์ได้ถึง 2 วัน

“จากการทดลองในต่างประเทศ พบว่าต้องใช้แอลกอฮอล์เข้มข้นเกิน 70% เชื้อถึงจะตาย ขณะที่เอทานอล (Ethanol) ต้องมีความเข้มข้น 70-95% เชื้อถึงจะตาย ฉะนั้นต้องกลับไปดูเจลล้างมือที่เราใช้ว่าเอทานอลเข้มข้นเท่าใด ถ้าเพียงแค่ 50% หรือ 65% คงไม่พอ เชื้อไม่ตาย ส่วนตัวผมใช้วิธีพกแฮลกอฮอล์ขวดเล็ก ๆ ติดตัวตลอดเวลา ซึ่งจะช่วยได้มาก”

ความชื้นสัมพัทธ์

พญ.พาณิภัค กตเวทิวงศ์ หน่วยโรคติดเชื้อ ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวถึงอาการและแนวทางการรับมือ การรักษา และการป้องกัน COVID-19 ว่า ผู้ที่ควรสวมใส่หน้ากากอนามัยคือ 1. ผู้ที่ป่วย 2. ผู้ที่อยู่ใกล้ชิดกับผู้ป่วย 3. ผู้ที่เดินทางไปในแหล่งชุมชนหรือพื้นที่ที่มีความแออัด โดยหน้ากากที่แนะนำคือ หน้ากากอนามัย

อย่างไรก็ตาม การสวมใส่หน้ากากอนามัยต้องสวมและถอดอย่างถูกวิธี ไม่เช่นนั้นประสิทธิภาพในการป้องกันจะไม่ดีเท่าที่ควร โดยก่อนใส่ต้องล้างมือให้สะอาดทุกครั้ง จับตรงหูด้านข้าง หันฝั่งสีเข้มออกด้านนอก บีบลวดตรงจมูก และคลุมให้ถึงคาง

“หน้ากากฝั่งสีเข้มคือฝั่งที่จะสัมผัสกับเชื้อโรคโดยตรง ฉะนั้นเมื่อสวมใส่หน้ากากไปแล้ว ไม่ควรนำมือไปสัมผัสฝั่งสีเข้มอีกเป็นอันขาด โดยเฉพาะตอนถอด หากเราไปสัมผัสจะทำให้มีการปนเปื้อนเชื้อ”

พญ.พาณิภัค กล่าวอีกว่า อาการที่สามารถสังเกตได้ในชีวิตประจำวัน คือ มีไข้ ไอ เหนื่อย ร่วมกับประวัติที่น่าสงสัย เช่น เดินทางมาจากพื้นที่การระบาด หรือสัมผัสกับผู้ที่มีความเสี่ยง ก็ควรมาพบแพทย์ ซึ่งจากสถิติพบว่าผู้ป่วย 1 คน มีโอกาสแพร่เชื้อไปยังผู้อื่นเฉลี่ยแล้ว 2 ราย โดยระยะการแพร่เชื้อผ่านทางละอองฝอยในสภาวะปกติจะอยู่ที่ 6 ฟุต หรือระยะ 2 เมตร

สำหรับคำแนะนำ ได้แก่

  1. หลีกเลี่ยงการเดินทางไปต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศที่เป็นแหล่งระบาดของโรคตามประกาศ
  2. หากไปมาแล้วและเพิ่งเดินทางกลับมา ควรหยุดอยู่บ้าน แยกของใช้ และวัดไข้วันละ 2 ครั้ง หากเกิดไข้ ไอ เหนื่อย ให้รีบไปพบแพทย์

“อยากให้ประชาชนติดตามสถานการณ์และประกาศอย่างใกล้ชิด เพื่อเป็นแนวทางการปฏิบัติตัวอย่างเหมาะสม เนื่องจากสถานการณ์อาจมีการเปลี่ยนแปลงในอนาคต”


ข้อมูล : tu.ac.th/thammasat-2020-tu-senate-expert-talk-covid-19
ภาพ : Pexels

 

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ความเสี่ยงในไทย กับการระบาดของ ไวรัสอู่ฮั่น หรือไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่

ลุ้น! จีนผลิต วัคซีนต้านไวรัสโคโรนา ภายใน 1 ปี

ทาสแมวมั่นใจได้ นักวิจัยเผย โคโรนาแมวคนละสายพันธุ์กับ ไวรัสอู่ฮั่น ไม่ติดสู่คน

ฮาวทูเซฟชีวิตในวิกฤต ฝุ่น PM2.5 มหันตภัยร้ายเล็กจิ๋วที่ห้ามมองข้าม!

 

 

 

keyboard_arrow_up
error: Content is protected !!