เชฟฟาง

“เชฟฟาง” ณัฐพงศ์ หน่อชูเวช หนุ่มตี๋รูปร่างกำยำที่ให้ความสำคัญด้านดูแลตัวเองเป็นงานหลัก

หนุ่มตี๋ ผิวขาว รูปร่างสูง บึกบึนแข็งแรง วัย 35 ปี ฟาง – ณัฐพงศ์ หน่อชูเวช หรือที่สาวๆ หลายคนคุ้นหน้าและรู้จักเขาในนาม เชฟฟาง ครัวอินดี้ ผู้ชายที่รักในการทำอาหารและหมั่นรังสรรค์ไอเดียใหม่ๆ มาปรุงอาหาร มีทั้งความอร่อยและมีประโยชน์ต่อสุขภาพมาให้เหล่านักชิมได้ทาน โดยตอนนี้ก็มีธุรกิจส่วนตัว ร้านอาหาร Pain Perdu (แปง เปอร์ดู) อยู่ที่เซ็นทรัลเวิลด์

เชฟฟาง
เชฟฟาง – ณัฐพงศ์ หน่อชูเวช

นอกจากจะต้องดูแลธุรกิจร้านอาหารของตัวเองแล้ว เชฟตี๋คนนี้ก็ยังออกมาโชว์ฝีมือปรุงอาหารตามรายการต่างๆ ด้วย โดยล่าสุดกับรายการมันตราเลดี้ ในช่วง Healthy Meal Happy Me ที่เชฟฟางจะมาทำอาหารเพื่อสุขภาพ ให้แฟนๆ รายการได้นำเมนูไปทำทานเองได้ง่ายๆ โดยสามารถชมได้ทางช่อง GMM25 เวลา 9.00 น. – 10.00 น. นอกจากนี้เชฟฟางก็ยังออกงานอีเว้นต์เกี่ยวกับอาหาร เพื่อไปทำอาหารและเผยสูตรเมนู รวมถึงเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ เพื่อนำมาครีเอตอาหารและรสชาติให้หลากหลายและมีประโยชน์ต่อสุขภาพด้วย

เชฟฟาง
เชฟฟางทำอาหาร

รายการมันตราเลดี้

สำหรับเชฟฟางนั้นถือว่าคลุกคลีในแวดวงการทำอาหารมานานเกือบสิบปี จบการศึกษาด้าน French Culinary Institute สาขา Culinary Arts รัฐนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา และมีประสบการณ์ทั้งเคยเป็น Executive Chef ที่ Mango Tree Signature, Executive Sous Chef ที่ Karmakamet Hotel เกาะสมุย และ Cook Helper ที่ Mandarin Oriental

สิ่งสำคัญคือ เชฟฟางเป็นผู้ชายที่รักในการดูแลตัวเองมากๆ โดย แพรวดอทคอม มีโอกาสได้เจอเชฟฟางในงานควอร์น (Quorn)  งานอาหารเกี่ยวกับการนำโปรตีนมาใช้ทดแทนเนื้อสัตว์ ที่สถานเอกอัครราชทูตอังกฤษประจำประเทศไทย เลยอัพเดตถามถึงการดูแลตัวเองเสียหน่อย สาวๆ นำไปปรับใช้ได้เหมือนกันนะ

เชฟฟาง

ให้ความสำคัญในการเลือกสิ่งที่ทานเข้าไป… “ผมเป็นคนกินง่าย จะไปกินนอกบ้านก็ได้ แต่ผมจะเป็นคนเลือกมากกว่าว่าจะกินอะไรเข้าไป อย่างเช่น สมมุติเรากินแกง เราจะไม่ได้กินน้ำเยอะ แต่จะเน้นกินส่วนที่เป็นโปรตีนและผักเยอะ พยายามควบคุมให้แคลอรี่ที่เราได้รับอยู่ในเกณฑ์ที่โอเค”

เมื่อถามถึงเรื่องใส่ใจดูแลสุขภาพ เชฟฟางเล่าต่อว่า “ปกติเป็นคนที่ใส่ใจตัวเองมากครับ เป็นคนรักสุขภาพมาก แต่ว่าถ้าถามจริงๆ เราก็มีส่วนหนึ่งในชีวิตนะที่ยังกินอะไรตามใจปากอยู่ แต่ให้นับเป็นอย่างนี้ดีกว่าครับว่า เรารักสุขภาพ 80 เปอร์เซ็นต์ ส่วนอีก 20 เปอร์เซ็นต์ เราก็ยังสนุกสนานอยู่”

เชฟฟาง

ส่วนในเรื่องการออกกำลังกายนั้น ได้ฟังจำนวนวันที่เชฟฟางบอกก็ถึงกับว้าวเลย “เรื่องออกกำลังกายก็ถือเป็นงานหลักของผมเลย เพราะออกกำลังกายอาทิตย์นึงประมาณ 6 วัน มียกเวตและมีวิ่งครับ โดยจะสลับๆ กันไป วิ่งบ้าง ยกเวตบ้าง ก็ดูประกอบกับเรื่องน้ำหนักร่างกายด้วยว่าตอนนี้สภาพร่างกายเราเป็นอย่างไรด้วย”

ใกล้ช่วงเทศกาลสงกรานต์แล้ว เราเลยถามถึงแพลนไปเที่ยวสักหน่อย “สงกรานต์ปีนี้ไม่น่าจะได้ไปเที่ยวที่ไหนครับ น่าจะอยู่กรุงเทพฯนี่แหละ เพราะว่าเวลามีเทศกาลยาวๆ ผมชอบอยู่กรุงเทพฯ คนน้อยดี ส่วนมากผมจะอยู่ที่กรุงเทพฯ เพราะมีธุรกิจเกี่ยวกับอาหาร เวลาที่มีหยุดยาวแบบนี้ เราก็ต้องดูแลร้านเรา และคนเขาก็จะมาเที่ยวกัน เวลาทำพวกนี้ (ร้านอาหาร) เวลาเขาเที่ยว เราก็ทำงาน เวลาเขาทำงาน เราก็จะเที่ยวอะไรอย่างนี้ครับ สลับๆ กันไป”

ส่วนถ้าได้ปะแป้งคนดัง 1 คน “ผมขอเลือกพี่โน้ต – อุดม เพราะพี่เขาน่ารักดี ดูตลกดี และคิดว่าถ้าไปป้ายพี่เขา พี่เขาคงไม่ว่าเราอะ” (หัวเราะ) แหม่ เป็นเชฟคนเก่งใส่ใจดูแลตัวเองแบบนี้ มุมขำๆ ก็มีกับเขาเหมือนกันนะเนี่ย…

เชฟฟาง

เชฟฟาง
ตั้งใจทำอาหารมากๆ

รายการมันตราเลดี้

โหมดหัวหน้าครอบครัวก็ดูเป็นผู้ชายอบอุ่นนะ

เชฟฟาง
เชฟฟางกับลูกสาว
ครอบครัวหน่อชูเวช
ครอบครัวเชฟฟาง ลูกสาว และภรรยา

เรื่อง : Gingyawee_แพรวดอทคอม
ภาพ : Bird Thongchai, IG @fang_nattapong

ทอม ROOM39

เปิดภาพ ทอม ROOM 39 หรือ หน้ากากทุเรียน !! ที่ชีวิตจริงยิ่งตอกย้ำความน่ารักตะมุตะมิ

เป็นไปตามคาด !! สาแก่ใจคนไทยทั่วประเทศ เมื่อในที่สุด หน้ากากทุเรียน หน้ากากแห่งความน่ารักตะมุตะมิ ก็ได้เปิดหน้ากากออกมาแล้ว ซึ่งก็ตรงไปตามเสียงที่คนไทยส่วนใหญ่ได้คาดเดา นั่นก็คือ ทอม ROOM 39 หรือ ทอม – อิศรา กิจนิตย์ชีว์ 

แม้ไม่โสดแต่เสน่ห์แรงมาก ณ จุดนี้คงต้องยกให้แชมป์คนแรกแห่งรายการ The Mask Singer นั่นก็คือ หน้ากากทุเรียน หรือทอม – อิศรา กิจนิตย์ชีว์ หนึ่งในสมาชิกวง ROOM 39 ร่วมกับนักร้องนำ มน – ชุติมน วิจิตรทฤษฎี และมือกีตาร์ แว่นใหญ่ – โอฬาร ชูใจ ที่ได้แต่งงานไปกับภรรยาสาวนอกวงการ ฟิล์ม – วณิชยา หลังจากคบหาดูใจกันมานานกว่า 5 ปี ไปเมื่อวันที่ 9 มกราคม 2559 ที่จังหวัดขอนแก่น โดยจุดเริ่มต้นของวง ROOM 39 เกิดขึ้นเมื่อทั้งสามคนไปศึกษาต่อที่ประเทศสหรัฐอเมริกา และได้รวมกันตั้งวงร้อง Cover เพลงต่างๆ ลงบนเว็บไซต์ YouTube จนกระทั่งบอย โกสิยพงษ์ ได้ฟังเสียง สนใจและส่งอีเมลติดต่อไป เมื่อจับมาเซ็นสัญญากับค่าย LOVEis ซึ่งมีเพลงฮิตปล่อยออกมาติดหูคนจำนวนมาก อาทิ หน่วง, อย่าทำให้ฉันคิด ฯลฯ และล่าสุดเพลง เป็นทุกอย่าง

หน้ากากทุเรียน
ทอม และสาวฟิล์ม ภรรยา

เฉลยความรู้สึกสาเหตุที่ทำไมถึงเลือกเป็นหน้ากากทุเรียนให้คนไทยทั่วประเทศได้ทราบกันแล้ว ส่วนหนึ่งเพราะทอมเป็นคนชอบกินทุเรียนและข้าวเหนียวทุเรียนอย่างมาก ซึ่งทุเรียนก็เป็นตัวแทนผลไม้ที่มีหลายคนหลายเสียงไม่ชอบ อยากอยู่ห่าง เพราะกลิ่นเหม็น คนชอบกินทุเรียนก็ชอบไปเลย คนไม่ชอบก็ไม่ชอบไปเลย ซึ่งทอมก็ยังพูดคมๆ ให้ขบคิดด้วยว่า “คุณยังไม่ได้ลองเลยนะ” ที่มีความหมายประมาณว่า ยังไม่ได้ลองกินทุเรียนเลย แล้วจะรู้ได้ไงว่าไม่ดีหรือไม่อร่อยยังไง

ความโดดเด่นในเรื่องความสามารถด้านการร้องเพลงได้หลากแนวคงเป็นที่ประจักษ์โดยไม่ต้องพิสูจน์อะไรอีกแล้ว และอีกความโดดเด่นที่กลายเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของทอมไปแล้ว นั่นก็คือ ความน่ารักตะมุตะมิที่ทะลุผ่านหน้ากากทุเรียนในรายการ ซึ่งเป็นตัวตนของหนุ่มทอม จนทำให้ใครๆ ต่างเอ็นดูและตกหลุมรักหน้ากากทุเรียนและทอมเข้าไปโดยไม่รู้ตัว โดยวันฉลองแชมป์หนุ่มทอมก็ยังได้มาฝากเสียงร้องกระชากใจแฟนๆ หลายเพลงทิ้งทวนซีซั่น 1 ต้อนรับซีซั่น 2 ด้วย ไม่ว่าจะเป็นเพลง มือปืน เวอร์ชั่นเปียโนคู่กับพี่หนึ่ง – จักรวาล ที่ตอนนี้ยอดวิวปาไปเกิน 70 ล้านวิว, แฟนจ๋า, Black At One คู่หน้ากากจิงโจ้, ขอบคุณที่รักกัน ฯลฯ

วันนี้เป็นวันที่รู้สึกโล่งใจมากๆที่ไม่ต้องปิดบังใครอีกต่อไปแล้ว แล้วอีกสิ่งที่ผมอยากบอกกับทุกคนที่สุดคือ ขอบคุณจากหัวใจ ที่ทุกคนรักชื่นชมและเอ็นดูทุเรียนคนนี้ ผมดีใจมากจริงๆมันจะเป็นอีกหนึ่งความทรงจำที่ผมจะไม่ลืม 😘 >> ผมร้ากกกกกกทุกคนเลย (IG @tom_reckless)

ไหนๆ แล้วขึ้นชื่อว่า เป็นคนน่ารักตะมุตะมิ ทั้งนี้ แพรวดอทคอม ก็เลยนำภาพแชมป์ที่ชีวิตจริงยิ่งตอกย้ำภาพลักษณ์ความน่ารักตะมุตะมิมาฝาก ร้องเพลงเพราะ น่ารัก แถมยังรักแฟนมากขนาดนี้ แหม่ ถึงจะไม่โสด แต่ก็ขอรักทอมต่อไปละกันนะฮ้าาา

ฝากเพลงฝากรักกับซิงเกิ้ลล่าสุด เป็นทุกอย่าง จากวง ROOM 39
ปล่อยออกมาเพียง 2 วัน แต่ยอดวิวทะลุ 2 ล้านกว่าวิวแล้ว ฮ็อตขนาดไหน คิดดู๊ว!


เรื่อง: Gingyawee_แพรวดอทคอม
ภาพ: IG @tom_reckless

ย้อนรอยละครดัง “กันต์ กันตถาวร” ก่อนจะรุ่งบนเส้นทางพิธีกร งานละครก็ปังมาก่อนเหมือนกัน

กลายเป็นพิธีกรที่ฮ็อตที่สุดใน พ.ศ.นี้ไปซะแล้ว สำหรับนักแสดงหนุ่ม “กันต์ กันตถาวร” ที่พลิกผันตัวเองมาเป็นพิธีกรเต็มตัว แม้จะเคยชิมลางงานพิธีกรมาบ้าง แต่ผลงานพิธีกรที่สร้างชื่อเสียงให้หนุ่มกันต์จนดังเป็นพลุแตกก็คือการเป็นพิธีกรให้รายการ The Mask Singer ทำให้ตอนนี้เส้นทางสายพิธีกรของหนุ่มกันต์ต้องเรียกว่าโดดเด่น จนกลายเป็นดาวรุ่งในเส้นทางสายนี้ไปซะแล้ว

แต่ก่อนหน้าที่หนุ่มกันต์จะโด่งดังเพราะผลงานพิธีกร จริงๆ แล้วหนุ่มกันต์นั้นก็เป็นนักแสดงมากฝีมือที่ผ่านงานละครมาก่อนหลายเรื่องเชียวนะ แถมแต่ละเรื่องก็โด่งดังไม่แพ้งานพิธีกรเลยด้วย ซึ่งแพรวก็ได้รวบรวมผลงานละครเด่นๆ ของหนุ่มกันต์มาฝากกันด้วย ตามไปย้อนรอยกันดีกว่าว่าจะมีเรื่องอะไรบ้าง หลายคนยังจำได้รึเปล่า? ตามไปดูกันเลยค่ะ

บ่วงร้ายพ่ายรัก

เรื่องนี้หนุ่มกันต์แสดงบทร้ายได้แบบแนบเนียนจนคนเกลียดกันทั้งบ้านทั้งเมือง กับบทบาทของ “เชน” ที่มีความแค้น ต้องการแก้แค้นครอบครัวนางเอก ซึ่งรับบทโดยสาวแพนเค้ก – เขมนิจ ที่เมื่อสิบกว่าปีที่แล้วเขาต้องสูญเสียพ่อไปเพราะโดนครอบครัวนางเอกฮุบกิจการ จนพ่อของเขาเส้นเลือดในสมองแตก ทำให้เขาสาบานต่อหน้าหลุมศพพ่อว่าจะต้องทวงทุกอย่างที่เป็นของเขาคืนมา จึงเริ่มแผนการเข้าไปตีสนิทกับนางเอกและน้องสาวของนางเอก เพื่อต้องการทำลายครอบครัวนี้และเอาทุกอย่างกลับคืนมา เป็นไงบ้างคะ แม้จะเป็นผลงานละครเรื่องแรกๆ ที่หนุ่มกันต์ได้แสดง แต่ก็ตีบทแตกจนทำให้นักแสดงหน้าใหม่อย่างเขามีผลงานมาอย่างต่อเนื่อง

ชิงนาง 

เป็นละครจากค่ายโพลีพลัส ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 โดยเนื้อเรื่องจะกล่าวถึงพี่น้องทั้ง 4 แห่งแสนสมุทร โดยหนุ่มกันต์รับบทเป็น เมฆา แสนสมุทร ลูกชายคนที่ 3 ซึ่งพี่น้องทั้งหมดตกหลุมรักผู้หญิงคนเดียวกัน นั่นก็คือ “วงเดือน” รับบทโดย รถเมล์ – คะนึงนิจ จักรสมิทธานนท์ จึงเกิดการแย่งชิงขึ้นระหว่างพี่น้อง จากความรักกลายเป็นความเกลียดชัง จนเกิดเหตุการณ์พลิกผันทำให้เมฆา ผู้ชายที่แสนดี ต้องเปลี่ยนไปเป็นคนที่อันตรายที่สุด บอกเลยว่าเรื่องนี้หนุ่มกันต์แสดงได้เชื่อสนิทว่าร้ายมากกก! ร้ายจนวินาทีสุดท้าย เอาเป็นว่าถ้าใครยังไม่ได้ดู ก็ไปหามาดูกันนะจ๊ะ

บ่วงบาป

แม้เรื่องนี้นักแสดงเด่นๆ หลายคนในเรื่องจะได้รับการพูดถึงซะส่วนใหญ่ แต่สำหรับเรา เรามองว่าเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่หนุ่มกันต์ซึ่งรับบทร้ายได้พัฒนาฝีมือเป็นอย่างดี โดยเรื่องนี้เป็นละครย้อนยุคที่หนุ่มกันต์ต้องมารับบทเป็น ขุนไว เจ้าหน้าที่ในกรมฯผู้มีความขยันหมั่นเพียร มักเป็นอริกับขุนพิทักษ์ รับบทโดย ปอ – ทฤษฎี สหวงษ์ พระเอกของเรื่องอยู่เสมอ เพราะขุนพิทักษ์มักดูถูกว่ามีกำพืดเป็นเพียงเด็กวัด ทำให้เขาเป็นคนทะเยอทะยาน ใฝ่สูง รักเดียวใจเดียว หลงรักรำพึง รับบทโดย เฌอมาลย์ บุญยศักดิ์ จนยอมเป็นมือเป็นเท้าทำบาปให้หญิงผู้เป็นที่รัก ซึ่งเรื่องนี้หนุ่มกันต์ได้ประกบคู่กับนักแสดงมากฝีมือมากมาย แต่ไม่ดร็อปลงเลย สามารถประชันกับตัวท็อปๆ ได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

เสน่หาสัญญาแค้น

ถึงจะแสดงเป็นคู่รองของเรื่อง แต่บอกเลยว่าเรื่องนี้คู่พระรองอย่างหนุ่มกันต์ กันตถาวร กับสาวลิเดีย – ศรัณย์รัชต์ สามารถขโมยซีนคู่หลักอย่างหนุ่มโดมกับสาวเจนี่ไปได้มากเชียวละ เพราะคู่นี้เขามาสายฮา ไม่เครียด มีฉากกุ๊กกิ๊กทำให้อมยิ้มตลอด แถมยังเป็นเรื่องที่หนุ่มกันต์รับบทเป็นคนดี ไม่ร้ายแบบเรื่องก่อนๆ คาแร็คเตอร์ในเรื่องจะคล้ายๆ กับตัวจริง ทำให้ได้เห็นอีกมุมหนึ่งของหนุ่มกันต์ที่อบอุ่น ขี้เล่น จนสาวๆ ดูแล้วตกหลุมรักหนุ่มกันต์เพราะเรื่องนี้กันเป็นแถวเลยละ

กุหลาบร้ายของนายตะวัน

อยากจะบอกว่าเรื่องนี้ดังมากกก ทำเอาทั้งหนุ่มกันต์และสาวใหม่ – ดาวิกา โฮร์เน่ กลายเป็นคู่จิ้นกันไปเลยแหละ เป็นเรื่องราวของ โรสริน รับบทโดย ใหม่ – ดาวิกา โฮร์เน่ คุณหนูจอมดื้อรั้นที่คุณปู่ต้องส่งตัวมาดัดนิสัยที่บ้านไร่ตะวัน ซึ่งที่นี่ทำให้โรสรินได้พบกับตะวัน รับบทโดย กันต์ กันตถาวร ชาวสวนสุดหล่อที่จะมาเป็นคู่ปรับนางเอก เรื่องราววุ่นๆ จึงเกิดขึ้นในไร่ จากคู่ปรับกลายมาเป็นคู่รักชวนฟิน ซึ่งเรื่องนี้หนุ่มกันต์ได้กลับมาแสดงบทพระเอกอีกครั้ง แถมยังประกบคู่กับสาวใหม่ด้วย ทั้งคู่เคมีเข้ากันจนอยากให้มาแสดงคู่กันอีกครั้งเลยแหละ

นางชฎา

หลังจากที่ทั้งคู่เคยแสดงร่วมกันแล้ว เรื่องนางชฏาก็ถือเป็นการกลับมาตามคำเรียกร้องของแฟนๆ อีกครั้ง แต่เรื่องนี้ไม่ได้คอมเมดี้แบบเรื่องแรกที่ทั้งคู่เจอกันนะ แถมยังมาในแนวละครรักดราม่าสยองขวัญที่ดังมากๆ ในตอนนั้นอีกด้วย โดยสาวใหม่ต้องรับบทเป็นวิญญาณที่ต้องทุกข์ทรมานเพราะความแค้น แถมยังจมกับคำสัญญาของพระเอกอย่างหนุ่มกันต์ ที่บอกว่าไม่มีสิ่งไหนมาพรากทั้งสองคนจากกันได้ แม้แต่ความตาย จนเกิดเป็นเรื่องราวสยองขวัญต่างๆ นี้ขึ้นมา

 

เลือดตัดเลือด

สุดท้ายก็คือเรื่องเลือดตัดเลือด เป็นผลงานที่หนุ่มกันต์แสดงและได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก ก่อนที่พักหลังจะหันไปเอาดีทางด้านงานพิธีกร โดยเรื่องนี้หนุ่มกันต์ต้องประกบคู่กับหนุ่มเป้ – อารักษ์ อมรศุภศิริ ที่ทั้งคู่ได้ถูกสลับตัวกันตั้งแต่เด็ก โดยเติบโตมาในพื้นฐานครอบครัวที่ต่างกัน ซึ่งเบื้องหลังเรื่องราวทั้งหมดนั้นมาจากความแค้นในอดีตของรุ่นพ่อแม่ที่เป็นศัตรูกัน เรื่องนี้เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ทำเอาร้องไห้น้ำตาไหลตามหนุ่มเป้และหนุ่มกันต์ เพราะค่อนข้างดราม่าหนักมากทีเดียว ถ้าใครเป็นแฟนคลับของหนุ่มกันต์ นี่ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ไม่ควรพลาดเชียวละ

เรื่อง : saipiroon_แพรวดอทคอม

ภาพ : ละครออนไลน์, วิกิพีเดีย

 

จะตบกี่ทีก็ไม่มีดราม่า! สาวเมืองทิพย์รวมแก๊ง เก็บตกงานเลี้ยงปิดกล้อง “เพลิงพระนาง”

แม้ในละครจะตบกันสนั่นสั่นพสุธา แต่จะตบกี่ทีก็ไม่มีดราม่านอกจอแน่นอน สำหรับเจ้านางทั้้งหลายในเมืองทิพย์ เพราะบรรยากาศในกองถ่าย เพลิงพระนาง จริงๆ แต่ละคนซี้กันสุดๆ เรียกว่าขาดใครไปสักคนเงียบเหงาขึ้นมาทันใด 

ล่าสุดเพิ่งจัดงานเลี้ยงปิดกล้อง เพลิงพระนาง ไปเมื่อคืนวันที่ 29 มี.ค. ที่ผ่านมา เหล่าตัวแม่ตัวลูกมาร่วมเลี้ยงส่งกันคับคั่ง ไม่ว่าจะเป็น อั้ม – พัชราภา, ยุ้ย – จีรนันท์, กระติ๊บ – ชวัลกร, เปรี้ยว – ทัศนียา, ฐิ – วริฏฐิสา, หงส์ The Face Thailand ซีซั่น 1, เคลลี่ ธนะพัฒน์ และหนุ่มๆ เมืองทิพย์

บรรยากาศเต็มไปด้วยความอบอุ่น ภายในงานยังมีเซอร์ไพร้ส์วันเกิดให้ “เจ้าตองแปง” หรือหนุ่ม “ขุน – ชานนท์” อีกด้วย หมดเวลาสนุกแล้วสิ ได้เวลา เกิร์ลกรุ๊ปแห่งเมืองทิพย์ ต้องแยกวงแล้ว ตามไปส่องบรรยากาศในงานกันเถอะ

เพลิงพระนาง

จะตบกี่ทีก็ไม่มีดราม่า! สาวเมืองทิพย์รวมแก๊งค์ เก็บตกงานเลี้ยงปิดกล้อง เพลิงพระนาง

 

เรื่อง : Red Apple_แพรวดอทคอม
ภาพ : IG@yui_chiranan |  IG@aum_patchrapa | IG@hongyorkii
IG@preawwnp |IG@thivaritthisa | IG@kratip

ใต้ร่มฉัตร

ใต้ร่มฉัตร เปิดเรื่องราวชีวประวัติ หม่อมเจ้าการวิก จักรพันธุ์ ในวัยเยาว์ (ตอนที่ 2)

ใต้ร่มฉัตร เปิดเรื่องราวชีวประวัติ หม่อมเจ้าการวิก จักรพันธุ์ ในวัยเยาว์ที่อยุธยา ทรงเป็นเด็กที่มีความซุกซน แก่นแก้ว ใช้ชีวิตอย่างสุขสงบ จนถึงวันที่สิ้นแผ่นดินรัชกาลที่ 6 พระชะตาชีวิตของท่านก็เริ่มเปลี่ยนไป…

หม่อมเจ้าการวิกทรงฆ้องวง เมื่อวัยเยาว์

2. วัยเด็กจอมซน

ตอนเด็กๆ ผมเป็นลูกที่อยู่ใกล้ชิดเสด็จพ่อมากที่สุด ด้วยความที่เป็นเด็กดื้อ ซน และชอบแกล้งผู้อื่น อย่างร้ายถึงกับเคยถูกพี่เปาเหวี่ยงลงจากนอกชาน เพราะไปด่าท่านเข้า เสด็จพ่อจึงทรงเอาไว้ใกล้ตัว ต่างกับเจ้าพี่องค์อื่นๆ ที่ทรงส่งเข้าวังมาอยู่ในพระอุปการะของเจ้าพี่ดวงแก้ว ซึ่งทรงทำหน้าที่เป็นผู้ดูแลจัดการในเรื่องต่างๆ แทนเสด็จพ่อ หรือไม่ก็ถวายให้บรรดาพระญาติผู้ใหญ่ตามวังต่างๆ ช่วยอบรมเลี้ยงดู หากเป็นชายก็จะถวายเป็นมหาดเล็ก หากเป็นหญิงก็ให้มีกิริยามารยาทเรียบร้อย เรียนรู้เรื่องการบ้านการเรือน ซึ่งเป็นธรรมเนียมหนึ่งของบรรดาเจ้านายในสมัยนั้นนิยมปฏิบัติ

ตอนนั้นผมยังป่าเถื่อน จึงยังไม่ทรงกล้าส่งไปไหน แต่แล้วเสด็จพ่อกับแม่ก็ยังเอาผมไว้ไม่ไหว ต้องมอบให้ยาย ซึ่งเป็นคนธรรมะธัมโมมาก คอยเลี้ยงดูผมเวลากินกับนอน ผมจึงผูกอยู่กับยาย ทุกคืนก่อนนอนยายจะสวดมนต์บทต่างๆ ยาวมากจนผมฟังเพลินหลับไป และผมก็จำบทสวดมนต์ต่างๆ ได้มาตลอด กระทั่งบางคนบอกว่าผมเหมือนคนเคยบวชเรียนมา ทั้งที่ผมไม่เคยบวชเรียนมา ทั้งที่ผมไม่เคยบวชเลย แล้วยายก็เป็นคนทำให้ผมกลายเป็นเด็กท่าจะดีกับคนอื่นเขาขึ้นมาได้

การที่ผมเป็นเด็กดื้อ ไม่ได้หมายความว่าเก่งกล้าอะไร กลับเป็นเด็กที่ขี้ขลาด กลัวกระทั่งกล้องถ่ายรูป ซึ่งสมัยก่อนเป็นกล้องใหญ่ๆ ตั้งบนขาหยั่ง ดูเหมือนสัตว์โบราณ และต้องใช้เวลานานในการถ่าย พอเขาเอาผ้าคลุมกล้องจะถ่ายทีไร ผมก็ร้องจ๊ากวิ่งหนี ทำให้ผมไม่มีรูปถ่ายตอนเด็กๆ เลย

กลอ้งถ่ายภาพแบบโบราณที่ หม่อมเจ้าการวิกทรงกลัว

อย่างหน้าน้ำ น้ำจะขึ้นสูงท่วมเสาเรือนเกือบถึงพื้น วันหนึ่งผมมองลงไปใต้ถุน คิดในใจว่าต้องมีอะไรแน่ๆ จึงก้มลงดู เห็นพญานาคตัวเบ้อเริ่ม มีหงอน มีเกล็ดลายกนกเหมือนรูปเขียนในโบสถ์ ก็ตกใจวิ่งร้องไปหายาย พอมาดูอีกที ปรากฏว่า เป็นงูเหลือมตัวใหญ่มาก นั่นเป็นจินตนาการกับความบ้าปนกัน ทำให้ผมเห็นเป็นพญานาค

หรืออย่างเวลาท้องฟ้ามืดครึ้ม มีพายุเมฆทะมึนมา ผมก็ร้องไห้กลัว วิ่งหนีเข้าไปคลุมโปงในห้องยาย ยายก็จะบอก “ท่านชายของยายเป็นคนเก่ง ไม่ต้องกลัว เดี๋ยวยายจะเสกมีดอีโต้ไปตัดลมให้” แล้วยายก็พาออกไปทำท่าตัดลมตามทิศต่างๆ พร้อมกับสวดคาถากำกับด้วย คาถาที่สวดนั้นว่าอย่างไร ผมก็จำไม่ได้ แต่เห็นผลทันที คราวหลังมีลมพายุมาอีก ยายก็ให้ผมเป็นคนรำอีโต้แล้วสวดคาถาเอง ซึ่งวิธีที่ยายสอนนี้เท่ากับสอนให้ผมมีความกล้าและเชื่อมั่นในตัวเองมากขึ้น

อีกเรื่องที่ผมจำได้ถึงความเก่งของยายคือ ผมเป็นโรคตาแดง มีขี้ตาเต็มตา ความเชื่อโบราณบอกห้ามส่องกระจกถึงจะหายเร็ว ถ้าส่องแล้วตาจะบอด เพราะเมล็ดข้าวในตาดำมันจะใหญ่ปิดตาดำจนมองไม่เห็น ด้วยความดื้อ ผมก็แอบไปส่องกระจกที่แขวนอยู่ แล้วก็ต้องร้องลั่นด้วยความตกใจที่เห็นขี้ตาเป็นเมล็ดข้าว ยายได้ยินก็ถามว่า

“ท่านชายแอบไปส่องกระจกมาใช่ไหม ไม่เป็นไร เดี๋ยวยายจะแก้ให้ ทีหน้าทีหลังอย่าดื้ออีก”

แล้วยายก็สั่งผมไปหาเมล็ดข้าวมา ๓ เมล็ดวางที่ขอบโต๊ะ ใช้อีโต้สับ เป่ามนตร์เพี้ยง บอกว่าหายแล้ว จากนั้นไม่นานผมก็หายจากโรคตาแดง ไม่รู้เป็นเพราะการรักษาความสะอาดหรือเวทมนตร์ของยาย แต่นั่นทำให้ผมเชื่อและศรัทธาในความเก่งของยายมากขึ้น

ความเป็นเด็กบ้านนอกที่อยู่ใกล้ชิดกับเรือยนต์ เขาทำอะไรผมก็ไปดูไปช่วย จึงทำให้ผมมีความชำนาญในการซ่อมแซมเครื่องยนต์ของเรือ และเดินเรือเป็นมาตั้งแต่อายุแค่ ๗ ขวบ เวลาเสด็จพ่อเข้ากรุงเทพฯ ต้องไปขึ้นรถไฟที่สถานีบางปะอิน ผมก็ออกเรือไปส่ง ทรงภูมิใจมาก และผมก็ท่องชื่อเรือยนต์หลวงได้ครบทั้ง ๔๐ กว่าลำ เพราะมีอยู่ครั้งหนึ่ง สมเด็จเจ้าฟ้ากรมหลวงนครราชสีมา (สมเด็จเจ้าฟ้าอัษฎางค์เดชาวุธ) เสด็จพร้อมหม่อมแผ้ว (ท่านผู้หญิงแผ้ว สนิทวงศ์เสนี) มาเยี่ยมเสด็จพ่อ หม่อมแผ้วก็สอนให้ผมท่องชื่อเรือพร้อมกับพิมพ์ดีดให้ดู ผมก็หัดพิมพ์เองจนสามารถพิมพ์ดีดได้ และผมก็หัดเขียนรูปเรือด้วย คนที่มาเห็นก็บอกว่าเหมือนเรือนั่นเรือนี่ ฯลฯ

สมเด็จเจ้าฟ้าอัษฎางค์เดชาวุธ กับหม่อมแผ้ว

วันหนึ่ง เสด็จอากรมหมื่นอนุวัตรฯ ซึ่งมักเสด็จโดยขบวนเรือตุ๊กๆ (เรือสูบเดียว) มาเยี่ยมที่ตำหนักท้ายเกาะบ่อยๆ รับสั่งให้ผมลองแข่งเรือกับพี่จักรพันธ์ (พระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ โอรสของเสด็จอา) ตอนนั้นทรงมีชันษาราว ๑๖ ปี

พระองค์เจ้าอ๊อศคาร์นุทิศ กรมหมื่นอนุวัตน์จาตุรนต์
พระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ ในวัยหนุ่ม

เสด็จอาให้ผมขับเรือจักรเพชร เป็นเรือยนต์เล็กๆ ของท่าน ส่วนพี่จักรพันธ์ทรงขับเรืออภัยโทษ ซึ่งเป็นเรือลำยาว แล้วตรงท้ายเกาะต้องเลี้ยววงกว้างถึงจะเลี้ยวได้ ผมก็เลี้ยวตัดปรื้ดเลย เสด็จอาก็รับสั่งว่า

“อ้อ…เป็นมวย ไม่เลี้ยวโค้งตาม”

ในช่วงนั้นผมเคยตามเสด็จพ่อ ซึ่งต้องมาทำหน้าที่รับเสด็จพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖ ในยามที่เสด็จฯมาทรงทอดกฐิน ณ วัดวิเวกวายุพักตร์ อยู่บ้างไม่กี่ครั้ง แต่เฝ้าอย่างไกลๆ เพราะผมยังเด็ก ไม่มีหน้าที่เกี่ยวข้องเข้าไปถึงชั้นใน และเป็นช่วงปลายรัชกาลแล้ว ความทรงจำเกี่ยวกับพระองค์ท่านจึงมีไม่มาก และเสด็จสวรรคตเมื่อวันที่ ๒๕ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๖๘

เมื่อผลัดแผ่นดินใหม่ สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าประชาธิปกศักดิเดชน์ กรมหลวงสุโขทัยธรรมราชา เสด็จขึ้นครองราชย์ เป็นพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ และในเวลาต่อมาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระองค์ใหม่ พร้อมพระมเหสี คือ สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี ได้พระราชทานพระมหากรุณาธิคุณแก่ผมอย่างสูงสุด ดุจร่มเงาแห่งฉัตรที่ปกแผ่ให้ความอบอุ่นแก่ชีวิตผมตลอดมา

(ติดตามอ่านตอนต่อไปได้ในวันศุกร์ที่ 7 เมษายน)  

 

ฮิปฮอปชิงแชมป์โลก 2017 คัมแบ็ค! กูรูเท้าไฟเผย 7 สเต็ปสู่การเป็นนักเต้นให้โลกสะเทือน

ได้เวลาชีพจรลงเท้าออกสเต็ปปล่อยของกันอีกครั้งในศึก “ฮิปฮอปชิงแชมป์โลก 2017” งานนี้ประเทศไทยเองก็เฟ้นหาสุดยอดนักเต้นของประเทศไทย จัดงาน Hip Hop International Thailand 2017 ไปชิงแชมป์ในเวทีโลกที่สหรัฐอเมริกาเช่นกัน

แต่เอ๊ะ…! แล้วการเต้นฮิปฮอปนี้เขามีสเต็ปการเต้นสู่เวทีระดับโลกกันยังไง หรือจะต้องแต่งตัวแนวไหนถึงจะเรียกฮิปฮอป วันนี้ “แพรวดอทคอม” มีกูรูเท้าไฟมาเผย 7 สเต็ปสู่การเป็นนักเต้นฮิปฮอประดับโลก ให้ทราบกัน ใครที่กำลังคิดจะเริ่มหรือเริ่มไปแล้ว แต่ต้องการเพิ่มขีดระดับความสามารถไปแข่งระดับโลกกับเขาบ้าง ไปตามอ่านกันเลย

สเต็ป 1 ฮิปฮอปแค่ไหน…แค่ไหนเรียกฮิปฮอป

ภาพลักษณ์และการแต่งตัวของชาวฮิปฮอป แท้จริงแล้วไม่จำเป็นต้องใส่เสื้อตัวโคร่งเสมอไป สาวๆ หนุ่มๆ นักเต้นในงาน Hip Hop International Thailand 2017 ช่วยจำแนกสไตล์ออกมาได้หลายสไตล์เลยเชียว เช่น Old School Style แนวเสื้อผ้าโอเวอร์ไซส์, Urban Style แบบทะมัดทะแมง และ Japanese Style แบบโอเวอร์ไซส์แฝงกลิ่นอายญี่ปุ่น ส่วนแอ๊กเซสซอรี่ส์ก็ประโคมเข้าไปได้หลายสิ่ง อาจจะใส่หมวกแก๊ป เครื่องประดับนิดหน่อย บวกอินเนอร์ไปนิด เท่านี้ก็เข้าแก๊งฮิปฮอปได้แล้ว

ภาพ : keywordsuggest.org/gallery

สเต็ป 2 แยกแยะก่อนนะว่า “ฮิปฮอป” กับ “บีบอย” นั้นต่างกัน

ไม่ว่าจะฮิปฮอปหรือบีบอย ทั้งสองสไตล์ก็คือการเต้น แต่มีความแตกต่างกันในเรื่องระนาบของการเคลื่อนไหวร่างกาย  ซึ่งเหล่าบีบอยก็คือนักเต้นเบรกแดนซ์ ที่ระนาบการเต้นจะอยู่ด้านล่างซะเป็นส่วนใหญ่ มีความผาดโผน ใช้เทคนิคและความแข็งแรงของร่างกายในการเต้นเยอะ ในขณะที่การเต้นฮิปฮอปเป็นการเต้นอยู่ระนาบบน อาจจะมีลงไปขยับท่าด้านล่างแบบเบรกแดนซ์บ้าง เพราะในการเต้นฮิปฮ็อปมักนำการเต้นหลายๆ แบบมาผสมรวมกัน สามารถเลือกเต้นได้ตามความถนัดของตัวเองเลย

ภาพ : keywordsuggest.org/gallery

สเต็ป 3 อยากเต้นต้องเริ่มต้น

“หากใครอยากเริ่มต้นเต้นฮิปฮอปไม่ยากเลย เพียงนำร่างกาย รองเท้าคู่ใจ และพกใจมาก็พอ” ทราย – กิตติยา แก้วมณี เจ้าของสตูดิโอและหัวหน้าทีม D-Maniac ผู้นำทีมติดท็อป 5 ในการแข่งขัน World Hip Hop Championship 2016 ที่ลาสเวกัส แนะนำไว้

แต่เน้นว่าต้องมีใจรักและมีเวลาเรียนรู้ให้เต็มที่ เพราะนักเต้นส่วนใหญ่ไม่มีใครเก่งหรือเต้นเป็นมาก่อน ทุกคนเริ่มต้นจากศูนย์เหมือนกัน เพียงแค่มีใจที่เต็มร้อยพร้อมลุยก็พอแล้ว

สเต็ป 4 เต้นให้ดีต้องมีครู

ทุกคนสามารถเรียนรู้และฝึกซ้อมด้วยตัวเองได้ นักเต้นที่ประสบความสำเร็จส่วนใหญ่หลายคนเริ่มต้นจากการฝึกฝนด้วยตัวเองผ่านทาง YouTube แต่ถ้าจะเอาดีด้านนี้แล้ว ต้องเทคคลาสเต้นให้หลากหลาย ในปัจจุบันมีการเปิดคลาสสอนตามสตูดิโอต่างๆ มีเวิร์คชอปจากนักเต้นต่างชาติที่เปิดโอกาสให้เรียนรู้เพิ่มเติมเทคนิค ซึ่งทรายฝากมาว่า “การเต้นคือการเรียนรู้ที่ไม่มีวันสิ้นสุด”

สเต็ป 5 ยิ่งรวมกลุ่มยิ่งเต้นดี

ต้อม – นที มาลัยทอง ครูและหนึ่งในแม่ทัพแห่ง D-Maniac Studio เริ่มเต้นมาตั้งแต่อายุ 18 ปี โดยจับกลุ่มเพื่อนๆ ฝึกเต้นกันเองจนเคยถูกมองว่าเป็นเด็กเกเร แต่วันเวลาแห่งการฝึกฝนทำให้ปัจจุบันเขากลายมาเป็นครูฝึกเด็กรุ่นใหม่ ต้อมมองว่าฮิปฮ็อปเป็นเหมือนครอบครัวใหญ่ที่สมาชิกมีความชอบเหมือนกัน มารวมตัวกันเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ในการเต้น ยิ่งรวมกันยิ่งพัฒนาฝีมือ

ภาพ : reviewjournal.com (courtesy photo)

สเต็ป 6 ก้าวสู่เส้นทางสายนักเต้นมืออาชีพ

การเต้นเป็นศิลปะที่สามารถทำเป็นอาชีพได้เช่นเดียวกับศิลปินและจิตรกร สามารถทำเงินได้ เลี้ยงตัวเองได้ด้วย นักเต้นหลายคนสร้างรายได้ให้ตัวเองตั้งแต่อายุยังน้อย โดยการเต้นตามงานอีเว้นต์ คอนเสิร์ต หรือเต้นประกอบเอ็มวีของศิลปินชื่อดัง ซึ่งทรายและต้อมก็เริ่มสร้างรายได้จากสิ่งเหล่านี้ จนต่อยอดพัฒนาบริหารสตูดิโอ และฟอร์มทีมฝึกฝนรุ่นน้องให้มีสกิลการเต้นจนก้าวไปแข่งขันระดับโลก

สเต็ป 7 อุปสรรคไม่ได้อยู่ที่เงิน แค่มีใจรักก็เต้นได้

เรียนฮิปฮ็อปไม่ต้องรวยก็เรียนได้ ครูเจด้า – อภิสราฐ์ เพชรเรืองรอง เจ้าของฮาร์เล็มเช็ค สตูดิโอ และคนไทยคนเดียวที่เข้าไปเป็นกรรมการตัดสินในการแข่งขัน World Hip Hop Dance Championship คอนเฟิร์ม

ครูเจด้าพร้อมผลักดันเด็กๆ อยู่เสมอ หากใครพร้อมและมั่นใจในความสามารถ ลองเข้าไปที่ www.facebook.com/harlemshakes เพราะครูเจด้าจะมีโครงการให้ทุนการศึกษาอยู่เรื่อยๆ
หากอยากหาประสบการณ์และดูการเต้นฮิปฮอปจากนักเต้นฝีมือระดับประเทศแบบไม่เสียสตางค์ สุดสัปดาห์นี้ (วันที่ 1 – 2 เมษายน 2560) ลองแวะมาชมการแข่งขัน HIP HOP INTERNATIONAL 2017 ประเภท 1 ต่อ 1 ที่กำลังค้นหาตัวแทนประเทศไทยไปแข่งฮิปฮ็อประดับโลก ที่ลานเอ็มบีเค อเวนิว ชั้น G เอ็มบีเค เซ็นเตอร์ อาจได้เทคนิคดีๆ นำไปใช้พัฒนาท่าเต้นของตัวเองก็ได้

ครูเจด้า – อภิสราฐ์ เพชรเรืองรอง
ต้อม – นที หนึ่งในหัวเรือ D-Maniac
ทราย – กิตติยา หัวหน้าทีม D-Maniac
ภาพ : reviewjournal.com (courtesy photo)
ภาพ : gettyimages
ภาพ : gettyimages

เรื่อง : Red Apple_แพรวดอทคอม

พลอย เฌอมาลย์

แค่เห็นแก้มก้นก็ทำใจเสียว พลอย-เฌอมาลย์ เซ็กซี่ขยี้ใจ แฮ็ปปี้คงคอนเซ็ปต์พลอยแทนแทน

เล่นเอาหัวใจคนมองสั่นวูบวาบสนั่นโซเชียล เมื่อตัวแม่ที่เครซี่ความสวยแบบผิวแทน “พลอย-เฌอมาลย์” ลุกขึ้นมาโพสท่านิด บิดตัวหน่อย ก็เล่นเอาอุณหภูมิรอบตัวร้อนแรงขึ้นมาโดยทันทีเพราะความเซ็กซี่ฉบับพลอยแทนแทน ในส่วนก้นสุดกระชับที่ทะลุผ่านกางเกงยีนส์แบรนด์ Chermarn Collection เซ็กซี่กินขาด จนอยากตะโกนให้สาวพลอยได้ยินไปเลยว่า 10! 10! 10! ไปเลยจ้า

พลอย เฌอมาลย์

เป็นอีกหนึ่งสาวที่ยกให้มีบั้นท้ายสวยที่สุดคนหนึ่งเลย สำหรับพลอย-เฌอมาลย์ บุญยศักดิ์ นักแสดงสาวที่หลงรักความสวยเซ็กซี่สไตล์สาวผิวแทน เพราะนอกจากจะชอบไปอาบน้ำบ่มผิวให้แทนแล้ว แฟนๆ ก็มักจะได้เห็นสาวพลอยเซ็กซี่ในชุดบิกินี่ อวดทรวดทรงองค์เอว และที่สำคัญส่วนบั้นท้าย ส่วนก้น ที่เห็นแล้วกระชับสุดจนรู้สึกหมั่นเขี้ยว อยากจะตีก้นหยอกเลยจริงๆ

สำหรับสาวพลอยนั้น ความเซ็กซี่มาทุกโพสทุกท่าเลยจริงๆ และไม่จำเป็นต้องขายความเซ็กซี่เผยผิวทั้งตัว เพราะแค่รู้จักจุดเด่นของตัวเอง เลือกโชว์แค่ส่วนใดส่วนหนึ่ง อย่างส่วนบั้นท้ายและก้นสุดกระชับ ไร้เซลลูไลต์ หรือที่เรียกกันว่า ผิวเปลือกส้ม ก็เล่นเอาบรรดาหนุ่มๆ ใจระทวย หรือแม้แต่สาวๆ ทั่วบ้านทั่วเมืองอยากจะลุกขึ้นมาฟิตแอนด์เฟิร์มแบบสาวพลอยกันแล้ว แต่กว่าจะได้แบบนี้ก็ไม่ใช่ว่าสาวพลอยจะนั่งๆ นอนๆ อยู่เฉยๆ นะ ณ จุดนี้แพรวดอทคอมต้องขอชื่นชมกับการมีวินัยของสาวพลอยมากๆ เพราะเธอหมั่นออกกำลังกายอย่างหนักเลยละ ซึ่งพอเห็นผลงานแล้วก็ถือว่าคุ้มมากเลยทีเดียว เอาเป็นว่าจะเซ็กซี่ขนาดไหน แพรวดอทคอมคัดรูปสาวพลอยมาให้ชมกันเรียบร้อยแล้วจ้า…

พลอย เฌอมาลย์ พลอย เฌอมาลย์ พลอย เฌอมาลย์ พลอย เฌอมาลย์ พลอย เฌอมาลย์ พลอย เฌอมาลย์ พลอย เฌอมาลย์

เบื้องหลังรูปร่างสุดเฟิร์มกระชับของสาวพลอย ><
พลอย เฌอมาลย์ พลอย เฌอมาลย์ พลอย เฌอมาลย์


เรื่อง: Gingyawee_แพรวดอทคอม
ภาพ: IG @chermarn @gemmo

ขอพื้นที่ให้ชะนีด้วยค่ะ! สองนักวอลเลย์บอลชาย “ทาคามัตสึ-ยามาโมโตะ” โชว์จูบกันกลางสนาม

โลกหมุนเร็วจนฉันตามไม่ทันแล้วพี่บัวลอย TT เมื่อวันก่อนมีการแข่งขันวอลเลย์บอลชาย V-League All Star Game ที่ประเทศญี่ปุ่น เป็นการปะทะกันระหว่างทีม Toyoda Gosei กับทีม Suntory Sunbirds ซึ่งการแข่งขันครั้งนี้ก็มีเหตุการณ์ที่ทำเอาแฟนๆ หลายคนกรี๊ดดดกระจาย เรียกได้ว่าฮือฮากันทั้งสนามจนแชร์กันเป็นกระแสดังในโลกโซเชียลน่ะสิ

โดยเหตุการณ์นี้ก็มีคนถ่ายคลิปแล้วนำมาแชร์กันว่อนโซเชียล เรื่องมันมีอยู่ว่า หลังจากที่ฝั่งชุดแดง ทีม Suntory Sunbirds ตบลูกลงในเขตของทีม Toyoda Gosei จนทำคะแนนได้ ยู ยามาโมโตะ (อายุ 24 ปี) ผู้เล่นหมายเลข 15 ก็มุดตาข่ายเข้าไปเย้ยทีมคู่แข่ง ทำให้ ทาคุยะ ทาคามัตสึ (อายุ 29 ปี) ผู้เล่นเบอร์ 12 ของทีม Toyoda Gosei เกิดความไม่พอใจ เดินเข้ามาผลักอกยามาโมโตะ โดยในคลิปจะเห็นว่าทั้งคู่ผลักอกกันไปมาจนคนในสนามตกใจว่าทั้งคู่จะมีเรื่องกัน แต่จู่ๆ ระหว่างที่ทั้งคู่ทะเลาะกัน ก็เปลี่ยนมาเป็นสบตากันแล้วจูบกันกลางสนาม ทำเอาแฟนๆ ถึงกับส่งเสียงกรี๊ดกึกก้องไปทั่วทั้งสนาม จนตอนนี้หลายคนยกให้คู่นี้เป็นคู่จิ้นใหม่ของญี่ปุ่นไปซะแล้ว

พอคลิปนี้ถูกเผยแพร่ออกไปก็เกิดการตั้งคำถามว่าทั้งคู่เป็นแฟนกันหรืออย่างไร? ทำไมถึงจูบกันแบบนี้? ซึ่งก็มีแฟนๆ หลายคนที่รู้คำตอบออกมาเฉลยแล้วว่า แท้จริงแล้วสองคนไม่ได้เป็นแฟนกัน และทั้งคู่ก็ไม่ได้เป็นเกย์ แต่เหตุการณ์นี้เป็นเพียงการเซอร์วิสแฟนๆ ในสนามเท่านั้น เป็นมุกของคณะตลกชื่อดัง Dajo Club ในญี่ปุ่น ที่คนญี่ปุ่นชอบเล่นมาก โดยให้ผู้ชายทำทีมีปากเสียงกัน ผลักกันไปมา แล้วอยู่ดีๆ ก็จูบกัน ซึ่งคนญี่ปุ่นจะเข้าใจมุกนี้กันหมดนั่นเอง และถ้าใครสงสัยว่าเหตุการณ์เป็นยังไง แพรวก็มีคลิปวิดีโอนี้มาฝากกันด้วยค่ะ บอกเลยว่าฟินจนคิดว่าเขาจิ้นกันจริงๆ เลยแหละ

เรื่อง : saipiroon_แพรวดอทคอม

ขอบคุณคลิปกีฬาจาก : Nan Akwongsatwitter.com/DAZN_JPN, FB:ญี่ปุ่นเบาเบา

ดูดวงรายวัน ประจำวันพฤหัสที่ 30 มีนาคม 2560

ดูดวงรายวัน ประจำวันพฤหัสที่ 30 มีนาคม 2560 เช็คทุกวัน ทันทุกดวงกับ แพรว ดอทคอม

ผู้ที่เกิดวันอาทิตย์

การงาน :  มีคู่แข่งมาประชิดตัวทำให้ท่านขาดความมั่นใจบ้าง อย่าหวั่นไหว เพราะท่านมีความเสมอต้นเสมอปลายเป็นจุดแข็ง ตั้งใจทำงานต่อไป เริ่มมีคนเมตตาอยู่เงียบๆ แล้ว

การเงิน : เริ่มเก็บเงินได้

ความรัก :  วุ่นวายใจเรื่องผู้ใหญ่ป่วยไข้ ก็ค่อยๆ ดูแลกันไป คนโสด เนื้อหอมก็จริง แต่หาคนจริงใจยากเต็มที ค่อยๆ ดูไปนะ

สุขภาพ :  พักผ่อนนอนหลับให้เพียงพอ เพราะจะทำให้เกิดอาการร้อนใน ดื่มน้ำเยอะๆ

 

ผู้ที่เกิดวันจันทร์

การงาน : ไม่รู้ว่าท่านไปได้ยาดีมาจากไหน เพราะวันนี้ความกระตือรือล้นเต็มเปี่ยม เทมาได้เลย พร้อมทุกงาน

การเงิน : มีเงินเยอะ เงินเดือนออก ก็พร้อมใช้

ความรัก :  หวั่นไหวบ้าง เพราะงานเยอะ ทั้งที่ตัวใกล้กัน แต่เหมือนอยู่ไกลกันคนละขอบฟ้าเลย รีบเคลียร์ เพราะไม่อย่างนั้นยืดเยื้อ คนโสด มีคนเข้ามาชอบเยอะ แต่ก็ยังเข็ดกับความรักครั้งเก่าอยู่

สุขภาพ : จะมีปัญหาเรื่องของไขมัน ควรไปเช็คเลือดดูบ้าง

 

ผู้ที่เกิดวันอังคาร

การงาน  : พยายามทำตัวให้ปกติ การวีน เหวี่ยง ไม่ทำให้งานดีขึ้นเลย ตรงกันข้ามหากทำโดยใช้สมาธิ งานจะมีประสิทธิภาพมากกว่า

การเงิน :  ใช้จ่ายเยอะ เก็บเงินไม่อยู่

ความรัก : อย่าทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่ ทำตัวสบายๆ นิ่งๆ เดี๋ยวทุกอย่างก็ดีเองละ ไม่ต้องกระวนกระวายอะไรมากมาย ชีวิตคู่ก็ต้องไว้ใจกันและกัน คนโสด  เนื้อหอมกับคนลักษณะพิเศษ เช่น คนมีตำหนิ ต่างชาติ เพศเดียวกัน หรือถูกทุกข้อ

สุขภาพ : ระวังเรื่องของมีคม มีดบาดเลือดไหล

 

ผู้ที่เกิดวันพุธ

การงาน : ท่านถูกกากบาทซ้อนมาหลายวันแล้ว ผลจากสิ่งนั้น ทำให้วันนี้ไร้อุปสรรค งานลื่นไหลไปได้ดี

การเงิน   : ได้เรื่อยๆ เก็บเงินได้

ความรัก :  ยังไม่ค่อยลงตัวกันเท่าไหร่ อาจทำงานกันคนละเวลาก็เลยทำให้ห่างเหินกันบ้าง จริงๆ ยังรักกันอยู่ คนโสด อย่าเลือกเพราะเค้าบอกว่าดี ต้องพิสูจน์ด้วยตัวเอง

สุขภาพ :  จะมีปัญหาเรื่องสายตา อาจต้องเปลี่ยนแว่นหรือเลนส์

 

ผู้ที่เกิดวันพฤหัสบดี

การงาน : งานที่ท่านทำก็ดีอยู่แล้ว อย่าได้คิดที่จะทำธุรกิจ เพราะท่านอาจหลงกลคนที่มาชวนได้ หากอยากลองก็ขอให้สืบดูประวัติของเขาให้ดีๆ ว่าคนนั้นดีจริงไหม

การเงิน : อาจได้เงินฟลุ๊คๆ จากญาติพี่น้องบ้าง

ความรัก :  เรื่อยๆ ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง อาจมีกังวลเรื่องความเจ็บไข้ได้ป่วยของบุตรหลาน คนโสด อย่าเพิ่งคาดหวังอะไรมาก ยังไม่ชัดเจน อย่าเพิ่งรักใคร

สุขภาพ :  ระวังเรื่องกระดูก เอ็นข้ออักเสบ

 

ผู้ที่เกิดวันศุกร์

การงาน  :  มีเกณฑ์ต้องเดินทางสัญจรไปตรวจงานนอกสถานที่ เหนื่อยหน่อย เพราะต้องทำงานแข่งกับเวลา แต่ก็ถือว่าดี เพราะได้พบปะเพื่อนร่วมงานและลูกน้องเก่าๆ

การเงิน : ได้เงินพิเศษจากผู้ใหญ่

ความรัก : ต้องอดทน และตั้งรับให้ดี ท่านอาจได้ข่าวอะไรมาที่จะมีผลต่อชีวิตคู่ ก็เปิดใจคุยกัน   คนโสด มีคนมารัก มาชอบ ก็เลือกกันไป ตรงตามสุภาษิตที่ว่า คนในอยากออกคนนอกอยากเข้า

สุขภาพ  : ร่างกายแข็งแรงดี

 

ผู้ที่เกิดวันเสาร์

การงาน : กากบาทหน่อยนะ ท่านจะเครียดด้วยภาวะการงานมากมาย รับความกดดันสูงทั้งงาน และคนรอบข้าง ตั้งสติตั้งรับให้ดี อดทน อดกลั้น และรอคอย จะนำชัยชนะ หาโอกาสไปทำบุญทำทานกับคนยากไร้ หรือสภากาชาดไทย

การเงิน : ทวงหนี้ยาก ให้ยืมแล้วไม่ได้คืน

ความรัก : ชีวิตคู่ถูกผู้ใหญ่ฝ่ายท่านกดดัน ซึ่งท่านเป็นคนกลางก็อึดอัดใจ อดทนหน่อย หวังว่าสถานการณ์จะดีขึ้น คนโสด ไม่ค่อยดีเลย สถานการณ์บีบบังคับให้ต้องเลิก หากไม่ใช่อย่าฝืนเลย

สุขภาพ : ป่วยบ้าง เบาหวาน ไขมันให้ระวัง

ฟองน้ำล้างหน้า

คลิปรีวิวฟองน้ำเช็ดหน้าน้ำมันกุหลาบและทับทิม ช่วยคลีนหน้าใสไร้เมคอัพตกค้างฉบับอ่อนโยนต่อผิว

เดี๋ยวนี้มีนวัตกรรมอุปกรณ์ช่วยทำความสะอาดผิวหน้าเยอะแยะเต็มไปหมด แต่ถ้าจะให้ดี Back to Basic สิคะ เวิร์คสุด ฟองน้ำล้างหน้า ยังถือเป็นอุปกรณ์ช่วยล้างหน้าที่ดี แทนการใช้มือ ทำให้ผิวหน้าไม่ระคายเคือง รูขุมขนไม่อุดตัน คราบสกปรกไม่หลงเหลือ บอกเลยว่าดีต่อเบ้าหน้า ช่วยทั้งคลีนและถนอมผิวหน้า ยิ่งถ้าสาวๆ คนไหนมีผิวที่บอบบาง ควรค่าแก่การใช้อย่างยิ่งจะบอกให้ เพียงแค่ใช้และดูแลให้ถูกวิธีก็จะมีผิวหน้าที่สะอาดหมดจด ไร้เมคอัพคาผิวเรียกสิวมา วันนี้ แพรวดอทคอม จึงมีรีวิวฟองน้ำล้างหน้ามาฝาก

แค่คลิกปุ่ม play ด้านล่างนี้ก็ชมคลิปรีวิวฟองน้ำเช็ดหน้าครบถ้วนทุกสเต็ปตั้งแต่วิธีการใช้และการเก็บรักษา

ฟองน้ำเช็ดหน้าน้ำมันทับทิม Facial Cleansing Pad (Pomegranate)

ฟองน้ำเช็ดหน้าน้ำมันกุหลาบ Facial Cleansing Pad (Red Rose)

แอดมินไปซื้อมาจากร้าน MINI MONO จากเซ็นทรัล ราคาเบาๆ 60 บาทขึ้นไป มีของให้ช็อปเพียบ อาทิ เครื่องเขียน เครื่องสำอาง เครื่องครัว แอ๊กเซสซอรี่ส์ ของใช้ในบ้าน ไปจนถึงอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ฯลฯ  

สาธิตวิธีการใช้ฟองน้ำเช็ดหน้า

ขั้นตอนแรก หลังจากทำความสะอาดหน้าด้วยคลีนซิ่งเพื่อเป็นการขจัดคราบหนักจากเครื่องสำอางด่านแรกเรียบร้อย ให้สาวๆ นำฟองน้ำล้างหน้าไปแช่น้ำสะอาดจนชุ่ม ทิ้งไว้ 30 วินาที – 1 นาทีโดยประมาณ เพื่อให้ฟองน้ำซับน้ำจนเต็มทั่วฟองน้ำ แล้วบีบน้ำออก อย่าบิด

ขั้นตอนที่สอง จากนั้นใช้ฟองน้ำนวดวนขึ้นเป็นวงกลมทั่วใบหน้า และล้างน้ำออก ควรล้างหน้าแบบเบามือ อย่าถูหน้าแบบรุนแรงแม้จะใช้ฟองน้ำก็ตาม เพราะจะเป็นการทำร้ายผิวและทำให้เกิดริ้วรอยได้ หรือล้างตามแนวขน จะช่วยเรื่องผิวและเรื่องสิวได้ดี เริ่มจากค่อยๆ เช็ดบริเวณกลางหน้าผาก ไล่ลงมาตามแนวขมับ ต่อด้วยช่วงแก้ม ไล่ลงมาจนช่วงข้างขอบจมูกจนถึงขากรรไกร เช็ดไล่จากตามแนวสันจมูก (ช่วงดั้งจนถึงปลายจมูก) ตามด้วยบริเวณเหนือริมฝีปาก ไล่ลงมาถึงช่วงคาง ปิดท้ายเช็ดช่วงหว่างคิ้วโดยไล่จากล่างขึ้นบนตามแนวขน วิธีการล้างแบบนี้สามารถกำจัดสิ่งสกปรกและไขมันในโพรงสิวออกได้หมด

วิธีการเก็บรักษาฟองน้ำเช็ดหน้า

หลังจากเช็ดคราบสกปรกบนใบหน้าเรียบร้อย สาวๆ จะเห็นคราบเครื่องสำอางบนฟองน้ำชัดเจน ให้นำฟองน้ำเช็ดหน้าไปแช่น้ำอุ่นทิ้งไว้ 1 – 2 นาทีโดยประมาณ อย่าลืมถูบริเวณที่เห็นคราบชัดๆ ด้วยนะจ๊ะ แล้วบีบฟองน้ำให้แห้งหมาดๆ อย่าบิด แล้วนำไปผึ่งบริเวณที่มีอากาศถ่ายเทสะดวก อย่าวางทิ้งไว้ในห้องน้ำเด็ดขาดนะ

สรุปนะคะ ฟองน้ำล้างหน้า หรือฟองน้ำเช็ดหน้า แล้วแต่จะสะดวกเรียกเนอะ เป็นไอเท็มที่สาวๆ ควรมีไว้ใช้ติดบ้านจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นคนแต่งหน้าจัดหรือเบาก็ตามแต่ สามารถใช้ได้ทุกสภาพผิว ช่วยให้ผิวดูอ่อนเยาว์จากความอ่อนโยนเวลาทำความสะอาดใบหน้าด้วยฟองน้ำทุกครั้ง ไม่ระคายเคืองผิว ทำความสะอาดได้ล้ำลึกอีกด้วย ไม่มีไม่ได้แล้วนะ ถูกเว่อร์ ไปหาซื้อมาลองใช้ด่วน เป็นผู้หญิงเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ก็ควรดูแลตัวเองนะจ๊ะ


เครดิต
นางแบบ : Nitcha Kaewprakaisaengkul 
ภาพ : IcyCool Sroisuwan
เรื่อง : Lutairat Chaiya (PP_แพรวดอทคอม)-

ฉีกรันเวย์ เสน่ห์แรงพุ่งปรี๊ด 4 นางแบบไทยสุดฮ็อต ถึงผิวไม่ขาว แต่เสน่ห์แพรวพราวนะขอบอก

ฉีกรันเวย์ เสน่ห์แรงพุ่งปรี๊ด 4 นางแบบไทยสุดฮ็อต ถึงผิวไม่ขาว แต่เสน่ห์แพรวพราวนะขอบอก ส่วนจะมีสาวคนไหนบ้าง แพรวดอทคอม นำมาให้ชมกันแล้ว…

แนท – อนิพรณ์ เฉลิมบูรณะวงศ์

เริ่มกันที่สาวคนแรก แนท – อนิพรณ์ อายุ 23 ปี ดีกรีมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ ประจำปี 2558 และติดรอบ 10 คนสุดท้ายบนเวทีระดับโลก มิสยูนิเวิร์สที่ประเทศสหรัฐอเมริกา พร้อมทั้งคว้ารางวัลชุดประจำชาติยอดเยี่ยมกลับมาด้วย สาวแนทถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ปลุกพลังให้สาวผิวแทน ผิวสองสีในวงการนางงามบ้านเรามีความมั่นใจขึ้น โดยฉีกกฎเดิมๆ ว่านางงามไม่จำเป็นต้องผิวขาวก็สวยและโดดเด่นได้ หลังจากทำความฝันบนเวทีนางงามได้สำเร็จ ความฝันสเต็ปต่อไปของแนทก็อยากจะเป็นนางแบบ Victoria’s Secret ซึ่งแนทก็กำลังตั้งมั่นรักษาหุ่นและพัฒนาบุคลิกตัวเองให้โดดเด่นอยู่ โดยในตอนนี้ก็เข้าสู่วงการนางแบบไทย เดินแบบแฟชั่นโชว์ให้เสื้อผ้าแบรนด์ดังมากมาย อาทิ ISSUE, MILIN, NAGARA, SIRIVANNAVARI ฯลฯ 

นอกจากนี้อนิพรรณ พี่สาวแท้ๆ ของสาวแนทก็ยังเป็นนางแบบด้วย ส่วนงานด้านแสดง เธอก็เริ่มมีให้เห็นกันบ้างแล้ว โดยปีนี้จะมีผลงานละครเรื่อง ละครคน แสดงร่วมกับ เก้า – จิรายุ ทางช่อง GMM25 รวมถึงยังได้เป็นนางเอกมิวสิควิดีโอเพลง ซิ่ง ของศิลปินอินดี้ชื่อดัง POLYCAT ที่ปล่อยออกมาแล้วในปีนี้ด้วยเช่นกัน

น้ำตาล – ชาลิดา ส่วนเสน่ห์

ตามมาที่สาวสวยคนเก่งวัย 22 ปี น้ำตาล – ชาลิดา มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ ประจำปี 2559 และติด 1 ในรอบ 6 คนสุดท้ายบนเวทีประกวดมิสยูนิเวิร์สระดับโลก ซึ่งจุดนี้ก็ทำให้ชื่อเสียงของเธอยิ่งขยายโด่งดังเป็นอย่างมาก น้ำตาลมีความฝันอยากจะเป็นนางงามมาตั้งแต่เด็ก ส่วนหนึ่งเพราะมีคุณแม่ที่มีดีกรีนางงามสงกรานต์เป็นไอดอล รวมถึงความสวยของคุณแม่ในฉบับลูกครึ่งไทย – เยอรมัน ก็ส่งตรงช่วยให้ลูกสาวคนนี้สวยคมและโดดเด่นในหมู่สาวๆ นอกจากนี้น้ำตาลก็ยังมีอีกหนึ่งความฝัน นั่นคือการเป็นนางแบบ Victoria’s Secret ซึ่งน้ำตาลก็ได้เริ่มเดินสายเดินแบบในงานแฟชั่นโชว์ให้เสื้อผ้าแบรนด์ดังต่างๆ แล้ว รวมถึงยังได้รับเกียรติจากแบรนด์ดังเชิญให้ไปร่วมงานเปิดช็อปวิกตอเรียส์ ซีเคร็ต ที่ประเทศสิงคโปร์ก่อนหน้านี้ และได้ร่วมเฟรมกับนางฟ้าวิกตอเรียส์ ซีเคร็ต “เอเดรียนา ลิมา” อีกด้วย

กุ้ง – กุสุมา ชาวดอน

เป็นอีกหนึ่งสาวตัวเต็งบนเวทีประกวดนางงามมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ปีเดียวกับน้ำตาล – ชาลิดา ซึ่งทั้งสองก็ถือเป็นเพื่อนรักคู่ซี้กันมากด้วย โดยลุคผิวแทนเข้มของสาวกุ้งบวกกับใบหน้าสวยคมดูโกอินเตอร์ก็ทำให้ชื่อของเธอโดดเด่นและเป็นขวัญใจในแวดวงสาวแท้ สาวเทียม ซึ่งก่อนจะมาประกวดเวทีนางงาม โปรไฟล์ในสายนางแบบของเธอก็ไม่ธรรมดาเลย เพราะทั้งเคยร่วมถ่ายปกแฟชั่นให้นิตยสารหัวนอกชื่อดัง เซ็นสัญญากับเอเจนซี่นางแบบชื่อดังของนิวยอร์กอย่าง Wilhelmina อีกทั้งยังได้รับการสนับสนุนจากเว็บไซต์ชื่อดังอย่าง models.com ช่วยโปรโมตโปรไฟล์ให้เธอด้วย ซึ่งปัจจุบันสาวกุ้งก็ร่วมเดินแบบแฟชั่นโชว์ให้เสื้อผ้าแบรนด์ดังจำนวนมาก และเป็นนางแบบสาวที่เซ็กซี่และเท่สุดๆ ด้วย

เกรซ – ณัฐธยาน์ บุญชมไพศาล

ส่งท้ายกันที่น้องเล็ก เกรซ The Face Thailand ซีซั่น 3 ที่กระแสกำลังมาแรง นางแบบระดับโลกอย่างนาโอมิถึงกับมากดไลค์รูปของเธอในอินสตาแกรมส่วนตัว สำหรับสาวเกรซนั้นถือเป็นม้ามืดในรายการเดอะเฟซ ที่ช่วงแรกคนไม่ได้ให้ความสนใจนัก แต่เมื่ออยู่ไปสักพัก ความสามารถ ความมั่นใจ ความแข็งแกร่งของเธอก็ฉายแววแซงนำคนอื่นๆ จนเมนเทอร์ลูกเกดและเมนเทอร์บีถึงกับเอ่ยคำชม และด้วยภาพลักษณ์สาวผิวเข้ม ลุคนางแบบอินเตอร์ ก็ทำให้สาวเกรซสวยโดดเด่นต่างจากคนอื่นๆ และในที่สุดเธอก็สามารถคว้าตำแหน่งThe Face Thailand ในซีซั่น3 จนได้ด้วย

ช็อตกรุ๊ป 4 สาวกันเบาๆ แต่ดาเมจแรงหนักมาก

น้ำตาล – แนท
แนท – น้ำตาล
เกรซ – กุ้ง
เกรซ – กุ้ง – น้ำตาล
เกรซ – กุ้ง – น้ำตาล
แนท – น้ำตาล

แต่ละคนจะได้เป็นนางแบบระดับโลกไหม ก็ต้องตามลุ้นและให้กำลังใจกัน แต่บอกเลยว่าผิวแบบนี้มีเสน่ห์และสวยเด่นมากเลยแหละ…


เรื่อง: Gingyawee_แพรวดอทคอม
ภาพ: IG @potter_natt @super_kung @namtanlitaa @shesgrace

หล่อ เข้ม สะใจ! ป๋อ ณัฐวุฒิ พระเอกรุ่นใหญ่หน้าไทยแท้ แต่สะกิดหัวใจชะนีทุกวัย

พระเอกรุ่นใหญ่หน้าไทยแท้ๆ แต่สามารถสะกิดหัวใจชะนีทุกช่วงวัยคงต้องยกให้พี่ ป๋อ ณัฐวุฒิ สกิดใจ 

อยู่ในวงการบันเทิงมาร่วม 16 ปี เป็นพระเอกโกยเรทติ้งกระฉูดจากช่อง7 ตั้งแต่ละครเรื่องแรก เก็บแผ่นดิน, จิตสังหาร, มนต์รักลูกทุ่ง ,คมแฝก, รุกฆาต, คู่เดือด ถือเป็นพระเอกตัวพ่อด้านการแสดงแนวแอคชั่น ที่กระโดดมาลงจอช่อง 3 ก็ยังฝากฝีมือการแสดงสุดละเมียดไว้ในเรื่อง ทองเนื้อเก้า, ทางผ่านกามเทพ, นางทาส ล่าสุด ในเรื่อง ตะวันยอแสง ที่ในตอนแรกหลายคิดว่าจะ “แป็ก” แต่กลับ “ปัง” ไม่น้อย

ซึ่งงานนี้ ป๋อ ณัฐวุฒิ ถึงกับบอกว่า การแสดงถ้าพยายามเล่นให้ดีที่สุด โชว์ผลงานที่ตนเองทำได้ ย่อมมีคนเห็น

“เรื่องนี้จะเป็นผู้ชายอบอุ่นนะครับสำหรับตัวผม เป็นคนลุยๆ แต่มีความอ่อนโยนซ่อนอยู่ เวลาอยู่ที่ไร่ก็จะจริงจัง ขึงขัง เวลาอยู่ที่บ้านเขาจะมีความสุภาพอ่อนน้อม เราก็จะวางคาแรกเตอร์ของเขาค่อนข้างนิ่งๆ อุ่นๆ ภาษาของผมคืออุ่นๆ ไม่ร้อนแรง กับความรักที่มีต่อนางเอก ที่รับบทโดยน้องน้ำตาล พิจักขณา เรียกว่า เป็นเรื่องของความรู้สึกที่ดีต่อกันมากกว่า ไม่ว่าเขาจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายเรารู้สึกดี พอเรารู้สึกดีต่อเขา วันหนึ่งเขาเป็นผู้หญิงขึ้นมาจริงๆ เรารู้สึกชอบเขาเหมือนกัน แต่มันก็ยากอีก ต้องปรับอารมณ์ไม่ให้ชอบเขาอีก เพราะเขาเป็นเด็กที่เราดูแลอยู่ เดี๋ยวจะหาว่าเป็นผู้ใหญ่มากินเด็ก”

เรื่องนี้เล่นยาก เพราะไม่เคยเล่นละครแนวที่ต้องอายุต่างจริงๆ ซึ่งทางฝั่งของพระเอกจะค่อนข้างมีเรื่องวุ่นวายเกี่ยวกับครอบครัว เกี่ยวกับหลานๆ ซึ่งเป็นผู้หญิง แล้วเข้ามาพัวพันกับเรา จนสุดท้ายเราก็ต้องเข้าไปเกี่ยวพันกับชีวิตของนางเอกโดยไม่ได้ตั้งใจ แต่ในเรื่องของความดราม่าหนักๆ จะอยู่กับน้องน้ำตาลเสียเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งเรื่องนี้ถือว่าเป็นเรื่องแรกที่ได้ร่วมงานกับผู้จัด คุณนก สินจัย และ คุณนก ฉัตรชัย บอกเลยว่าเกร็งมาก พี่นก ฉัตรชัย ก็จะคอยดูเราในโอบี ส่วนพี่นก สินจัย ก็จะนั่งอยู่หน้ามอนิเตอร์ คอยเช็คเทปกับผู้กำกับ ซึ่งก็คืออาหมี โชติรัตน์ เรียกว่า มีคนคอยดูงานเราตลอดเวลา แต่ผมก็พยายามเล่นให้ดีที่สุด ต้องโชว์ผลงานที่เราทำได้ พอวันหนึ่งพี่หมีเค้าไว้ใจเรา พี่สองนกเค้าไว้ใจเรา เราเล่นอะไรเค้าก็ซื้อหมด เท่าที่เล่นมาเค้าก็ซื้อหมด เชื่อแล้วว่าเราเชื่อว่าตัวละครตัวนี้น่าจะเป็นประมาณนี้”

ป๋อ ณัฐวุฒิ

“นักแสดงที่ร่วมเล่นละครกับผมเรื่องนี้ ส่วนมากก็จะเป็นเด็กๆ ด้วยกันทั้งนั้น อ่อนกว่าผมซะเป็นส่วนใหญ่ เราก็ช่วยดูเด็กๆ ช่วยใส่รายละเอียดให้กับน้องๆ สอนพวกรายละเอียดต่างๆ เช่นนั่งพับเพียบยังไง จังหวะของกล้องอย่างไรที่มันจะพอดี อันนี้หยุดนิดนึงแล้วค่อยพูดดีกว่า คือจะเป็นการสอนจังหวะการเล่นมากกว่า ซึ่งทำให้น้องเขาเข้าใจมากขึ้น ทำให้การถ่ายทำเร็วขึ้น คือจริงๆ การแชร์ประสบการณ์ ความรู้ของพี่คือมันก็ให้ประโยชน์กับตัวพี่เองนะ คือน้องๆ ก็จะทำได้ง่ายขึ้น มันก็จะผ่านเร็วขึ้น แล้วด้วยเรื่องของตะวันยอแสง เป็นละครที่เคยถูกสร้างมาแล้ว มั่นใจว่ามันเป็นละครที่ดีถึงได้มีการนำมารีเมค ผมมั่นใจว่านักแสดงตั้งใจ มีบทที่ดี ทั้งผู้กำกับทั้งผู้จัด ใส่รายละเอียดต่างๆ เข้าไป มั่นใจว่าเวอร์ชั่นนี้สนุกแน่นอนครับ ฝากติดตามกันด้วยครับ ตะวันยอแสง”

ป๋อ ณัฐวุฒิ เคยรับรางวัลด้านการแสดงการันตีฝีมือมาแล้วมากมาย ไม่ว่าจะเป็น รางวัลเทพทอง สาขาบุคคลดีเด่นด้านวิทยุโทรทัศน์ พ.ศ. 2550 จาก จันทร์พันดาว, รางวัลนาฏราช สาขานักแสดงนำชายดีเด่น พ.ศ. 2556 จากละครเรื่อง ทองเนื้อเก้า, รางวัลโทรทัศน์ทองคำ สาขานักแสดงนำชายดีเด่น พ.ศ. 2558 จากเรื่อง ทางผ่านกามเทพ และล่าสุดกับรางวัล ศิลปินเพื่อสังคมไทยปลอดบุหรี่ ครั้งที่8

เรื่อง : Red Apple_แพรวดอทคอม
ภาพ : Thai TV3 | IG@poh_natthawut

เฉี่ยวเว่อร์แม้จะวัย 40 อัพ! รวมแบบทรงผม ทำแล้วสวยสมวัย ไม่ชราภาพ

แฟชั่นทรงผมอาจจะเดี๋ยวมาเดี๋ยวไป สำหรับชะนีน้อยวัยเลข 1 เลข 2 หรือชะนีวัยผู้ใหญ่ขึ้นมาอีกนิดด้วย เลข 3 อาจไม่มีปัญหากับเรื่องทรงผมเท่าใดนัก แต่พอเมื่อคุณเป็นสุภาพสตรีที่อายุขยับมาเลข 4 บางทรงผมก็ต้องโบกมือลาตลอดกาล แม้จะยังไม่ชรา แต่ดูทรงแล้วอาจไม่สวยสมวัยอีกต่อไป

วันนี้ “แพรวดอทคอม” จึง รวมแบบทรงผม ที่เหมาะกับสาววัย 40 อัพมาฝาก ขอบอกว่าไม่ใช่แค่ทรงผมที่ทำได้ แต่ 7 ทรงนี้ทำแล้วเฉี่ยวเว่อร์!!

1. ผมซอยสั้นสไตล์ Layered Pixie

คุณพี่สาวทั้งหลายเมื่อแตะวัยเลข 4 ก็ไม่รู้ทำไม้ทำไมนิยมหั่นผมสั้น แต่จะซอยผมสั้นยังไงให้ไม่ถูกเรียกว่าป้า ขอแนะนำให้ตัดสไตล์ Layered Pixie แบบนักแสดงสาว Paz Vega ที่ปีนี้เธอก็ก้าวเข้าสู่วัย 41 ปีพอดิบพอดี สำหรับทรงนี้เหมาะกับคนที่มีรูปหน้ายาว เพราะมีความซอยสั้นมากอะไรมากแบบ Pixie Cut แต่เน้นซอยช่อผมเป็นเลเยอร์ไว้สำหรับการเซตทรงด้วย เรียกว่าสามารถเฉี่ยวเว่อร์ได้ทั้งแบบปล่อยธรรมดาและแบบเซตทรงผมเลยทีเดียว

เฉี่ยวเว่อร์แม้จะวัย40 อัพ! รวมแบบทรงผม ทำแล้วสวยสมวัย ไม่ชราภาพ
ภาพ : Getty | IG@pazvegaofficial

2. ผมซอยสั้นสไตล์ Pixie Cut

ซอยผมสั้นนั้นหากมีจุดต่างเพียงเล็กน้อยก็ให้ลุคที่ต่างกันออกไป ความยาวอาจจะเท่ากับทรง Layered Pixie ของ Paz Vega แต่ความต่างคือ การซอยสั้นสไตล์ขุ่นแม่ Charlize Theron วัย 41 ปี เป็นการซอยผมที่ไม่เน้นลูกเล่นการจับช่อเซต ด้านหลังสั้นสไลซ์ด้านหน้ายาวเสมอกัน ทรงนี้เรียบแต่หรู น้อยแต่มากจริงๆ

ภาพ : Getty | Axelle/Bauer-Griffin

3. ผมยาวสไตล์ Long Curls

สาววัยเลข 4 จะดูสวยหวานมีเสน่ห์แบบสาววัย 20 ก็ย่อมทำได้ การไว้ผมยาวดัดลอนก็ยังทำได้อยู่ ทรงที่เหมาะคือ ม้วนเป็นลอนแล้วแสกข้างไปด้านใดด้านหนึ่ง จะเซตแบบดัดลอนเป๊ะเป็นลูกคลื่น หรือแอบยีผมให้เซอร์นิดๆ เป็นแคชวลเวฟ ก็ได้หมดสดชื่นแน่นอน

ภาพ : PacificCoastNews.com

เซตแบบ “ดัดลอนเป๊ะเป็นลูกคลื่น” VS  “แคชวลเวฟ”

ภาพ : PacificCoastNews.com

4. เกล้าผมบ๊อบ

ถ้าอยากจะปล่อยเสน่ห์ของสาววัย 40 อัพ การตัดบ๊อบสั้นนั้นไม่แนะนำเป็นอย่างยิ่ง เพราะทรงเด็กม.ต้น ไม่ใช่ว่าตัดแล้วจะรอดทุกคน แต่การเกล้าผมบ๊อบ คือการพรางตาของสาวผมยาวที่หลอกว่าผมสั้น ด้วยการเกล้าเก็บปลายผม ใช้กิ๊บเหน็บซ่อนไว้ในผมอีกที (ช่วงท้ายทอย) ด้านหน้าดึงปอยผมออกมาข้างใดข้างหนึ่ง แล้วดัดลอน 1 ลูก ช่วงปลายผม อย่างทรงของขุ่นแม่ Nicole Kidman วัย 49 ปี สวยสง่าพาเพลินสายตาค่ะบอกเลย!

ภาพ : Axelle/Bauer-Griffin

5. เกล้าผมสไตล์ Classic Bun

ทรงคุณแม่บ้านพร้อมทำงาน จับผมสางง่ายๆ แล้วเกล้าขึ้นมัดแบบไม่ตั้งใจ ปล่อยปอยผมด้านหน้าหลุดนิดหน่อย นี่แหละที่เรียกว่า คลาสสิกบัน! หากใครบอกว่าเกล้าทรงนี้แล้วแก่ ให้ดูขุ่นแม่ Renée Zellweger วัย 47 ปี ที่สวยคลาสซี่สุดๆ ด้วยเกล้าทรง Classic Bun

ภาพ : PacificCoastNews.com

6. เกล้าผมทรง Beehive หรือทรงรังผึ้ง

เกล้าผมยังไงให้ดูหรูหรา แต่ไม่เป็นเจ้าป้า เจ้าย่า ไม่ชราภาพ! ต้องทรงนี้เลย หรูหรามีระดับสมวัย 40 อัพด้วยการเกล้าผมทรงรังผึ้ง คือเกล้าผมแบบเน้นรูปทรงกรวยที่ด้านบนของศีรษะ ดึงปอยผมด้านหน้าออกมานิด แค่นี้ก็สวยแบบขุ่นแม่ Julia Roberts วัย 49 ปี แต่ไม่ดูเป็นเจ้าป้าแล้วคร้าาา

ภาพ : Getty Images

7. เกล้าผมแบบ Classic Bun มวยต่ำ

ปิดท้ายกันด้วยการเกล้าผมให้สวยคลาสซี่ ดูดีจนชะนีน้อยใหญ่ต้องหลบไป ด้วยการเกล้าผมมวยต่ำ หวีเรียบ แสกข้างปัดเป๋ แบบนักแสดงสาว Julie Benz วัย 44 ปี ดูสวยสมวัยแต่ไม่ชราภาพจริงๆ ใช่ไหมล้าาา

ภาพ : FlynetPictures.com

เรื่อง : Red Apple_แพรวดอทคอม

4 เซเลบริตี้สาวที่หลงรักการใช้ชีวิตในเมืองใหญ่เผยมุมมองการทางานและสไตล์ในแบบของตัวเองผ่าน DKNY

ดิษยา กรกชมาศ

นักร้องสาวมาดเท่ที่มีใจรักในสิ่งที่ตัวเองทำ อัพเดตชีวิตการทางาน “ตอนนี้เป็นนักร้องนาวง Kidnappers ทำงานเกี่ยวกับวงการบันเทิง และยังเป็นหุ้นส่วนร้านอาหาร S’Mores Hunting Lodge” กับ “Tales of Gold Mine” ค่ะ
เห็นทำงานเยอะขนาดนี้ แต่ทุกหน้าที่รับผิดชอบกลับไปได้สวยและ ลงตัว เคล็ดลับของเธอมีอยู่ 3 ข้อ “อย่างแรกเลยติวเป็นคนที่ ‘ทำอะไรในสิ่ง ที่ตัวเองชอบ’ รักอะไรก็จะตั้งใจทำในสิ่งนั้น นอกจากนี้ ‘เราต้องใส่ใจกับงานที่เรารัก’ เมื่อเรารัก งานที่เราทำแล้ว ก็ควรใส่ใจกับรายละเอียดของงาน เพื่อให้งานออกมา มีคุณภาพ และอีกอย่างคือ ‘ความตรงต่อเวลา’ ไม่ว่าเราทำงานอะไร การตรง ต่อเวลาถือเป็นเรื่องที่สาคัญมากๆ เพราะแสดงให้เห็นว่าเราเป็นคนที่มี ความรับผิดชอบในหน้าที่การงาน”

บุคลิกที่เรียบง่ายแต่มีความเก๋ในตัวทำให้อดถามถึงเคล็ดลับ การแต่งตัวไม่ได้ “ติวชอบแต่งตัวสไตล์เปรี้ยวๆ เฉี่ยวๆ เป็นคนชอบมิกซ์ แอนด์แมทช์เสื้อผ้า สมัยก่อนก็เริ่มจากการเอาเสื้อผ้าคุณแม่มาผสมกับ เสื้อผ้าของเราที่เป็นสไตล์สมัยใหม่ ที่สาคัญจะใส่ใจถึงเรื่องสถานที่ที่ไปด้วย ติวจะปรับเปลี่ยนการแต่งตัวให้เหมาะตามสถานที่และโอกาสต่างๆ “สำหรับลุคของ DKNY ติวชอบนะ ทุกลุคของ DKNY เข้ากับสไตล์ และชุดเดรสที่ใส่วันนี้ก็เข้ากับคาแรคเตอร์ของตัวเอง คิดว่าชุดจากคอลเลคชั่นนี้มีความเท่ สปอร์ต และยังแฝงความเซ็กซี่ในแบบฉบับผู้หญิงยุคใหม่
“ติวชื่นชอบ DKNY เพราะแบรนด์นี้เข้ากับคนที่มีไลฟ์สไตล์อยู่ในเมือง สามารถนามาพลิกแพลงแต่งสนุกได้หลายแบบไม่ว่าจะเป็นเสื้อหรือกางเกงนำมาแมทช์กันได้อย่างดี เสื้อแต่ละลุคจะไปใส่กับผ้าใบแมนๆ หรือส้นสูงก็ได้ และยังปรับใส่ได้หลายโอกาส

“ชีวิตในเมืองใหญ่ในความคิดของติว เป็นชีวิตที่มีความหลากหลาย ทุกรูปแบบแต่ยังแฝงเสน่ห์ได้ทุกซอกทุกมุม ถึงจะเป็นเมืองใหญ่ ผู้คนพลุกพล่าน แต่ก็มีบางมุมที่คนเหงา ซึ่งติวคิดว่าเป็นมุมที่ซ่อนเร้นเสน่ห์เอาไว้ ท่ามกลางความวุ่นวาย นอกจากนี้เมืองใหญ่อย่างกรุงเทพฯ ยังมีจุดเด่นทาง ด้านวัฒนธรรมแบบดั้งเดิมบวกกับความทันสมัยของโลกยุคใหม่ ซึ่งเป็น ส่วนผสมที่ลงตัวเลยทีเดียว”

สาวิตรี โรจนพฤกษ์

ถ้าให้นึกถึงพิธีกรสาวสวยมากความสามารถ ที่มาพร้อมใบหน้าหวานคมคาย แน่นอนว่าต้องมีเธอคนนี้รั้งตำแหน่งต้นๆ เธอไม่เคยหยุดยั้งการพัฒนาตัวเองและนี่คือเคล็ดลับสู่ความสาเร็จตามแบบฉบับสาวยุคใหม่ “สาหรับจูนอย่างแรก เราควรจะ ‘ทำสิ่งที่เราทาได้ดี..ให้ดีที่สุด’ คือเราควรจะตั้งใจทำในสิ่งที่เราทาได้ให้เต็มความสามารถของเรา บางคนจะบอกว่าให้ทำสิ่งที่ชอบ แต่บางครั้งสิ่งที่เราชอบอาจเป็นสิ่งที่เราทำได้ไม่ดีก็ได้ สาหรับใคร ที่ยังทำสิ่งไหนได้ไม่ดี จูนอยากจะให้คุณลอง ‘ให้เวลากับงานที่ทำ’ นอกจากนี้ในการทำงานนั้นเรา ‘อย่าหยุดพัฒนาตนเอง’ เพราะโลก มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ฉะนั้นการ ทำงานรวมทั้งตัวเนื้องานก็จะเปลี่ยนไปตลอด เช่นเดียวกัน เราจึงต้องหมั่นหาความรู้ใหม่ๆ เพื่อให้งานนั้นออกมาดีและพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ เสมอ”

ทุกครั้งที่พบคุณจูน จะมาพร้อมกับสไตล์แต่งตัวที่สวย ลงตัวในทุกมุมมองและสร้างความประทับใจให้แก่ คนรอบข้างเสมอ “จูนเป็นคนที่ให้ความสำคัญ กับเรื่องการแต่งกายให้เหมาะสมกับกาลเทศะ เป็นอันดับหนึ่ง รู้สึกว่าเราจะแต่งตัวยังไงก็ตาม ถ้าหากเรารู้จักกาลเทศะนั้น ไม่มีทางที่เราจะแต่งตัวผิด “จูนคิดว่าเสน่ห์ของแฟชั่น คือการที่เราได้ลองเล่นสนุกกับการแต่งตัว ซึ่งลุคของ DKNY ที่ใส่วันนี้รู้สึกว่าเป็นการเปลี่ยนสไตล์ตัวเอง เหมือนเป็นการได้ลองสิ่งใหม่ๆ ส่วนตัวชอบการตีความของคอลเลคชั่นนี้เป็นพิเศษ เพราะเสื้อผ้าแต่ละตัวได้นาความเป็นผู้หญิงที่มีความ Active อยู่ในเมืองใหญ่ ผ่านมุมมองของผู้ชาย (Dao-Yi Chow และ Maxwell Osborne) ซึ่งเป็น ดีไซน์เนอร์หนุ่มใหม่ไฟแรง ซึ่งแสดงให้เห็นว่าแบรนด์ DKNY ไม่หยุดในการมองหาสิ่งใหม่ๆ ให้กับโลกแฟชั่นเสมอ
“DKNY คือแบรนด์ที่มีความเป็นผู้หญิงทางานที่ทันสมัย เวลาที่เราจะมองหาอะไรที่ดู แปลกใหม่ เราก็จะเดินเข้าไปที่ร้าน DKNY ซึ่งเราก็จะเจอเสื้อผ้าหลากหลาย แบบตั้งแต่ Day Wear ไปจนถึง Evening ซึ่งลงตัวกับไลฟ์สไตล์คนเมือง

“ในเมืองใหญ่มีกิจกรรมให้ทำหลากหลาย จูนไม่ชอบทำกิจกรรม อะไรอย่างเดียว แล้วเมืองใหญ่มีอะไรให้เลือกทุกอย่าง การใช้ชีวิตอยู่ในเมืองใหญ่เหมือนถูกห้อมล้อมด้วย ศิลปะ และแรงบันดาลใจ เมื่อเราตื่นขึ้นมาทุกเช้าเรามักจะมองหาความสุข ซึ่งเมืองใหญ่มีความสุขหลากหลายรูปแบบให้คุณได้เลือก”

ณัฐปรี พิชัยรณรงค์สงคราม

นักธุรกิจสาวหวานซ่อนเปรี้ยวที่มีใจรักการทำธุรกิจโรงแรมและ โครงการ Retail อัพเดตชีวิตการทางานในแต่ละสัปดาห์ด้วยน้าเสียงที่มี ความสุขกับทุกสิ่งที่ทำในทุกโมเม้นต์ “ปิ๋มยึดคติการทำงานที่ว่า ‘เราต้องเรียนรู้งานจากศูนย์’ ซึ่งการที่เราเริ่มจากศูนย์นี้ทำให้เราได้เรียนรู้ รายละเอียดต่างๆ อย่างลึกซึ้ง ซึ่งสำคัญกับการทำธุรกิจโรงแรม เพราะถ้าเรา ได้ลองเป็นลูกค้ามาแล้ว เราก็จะเข้าใจว่าลูกค้าต้องการสิ่งใดและต้องการ การบริการอย่างไร อีกอย่างปิ๋มเน้นความใส่ใจในรายละเอียด หรือ ‘Attention to details’ ในการทำธุรกิจทุกอย่างถือว่าเรื่องรายละเอียดเป็นเรื่องสาคัญ เพราะตอนนี้การแข่งขันสูงมาก เราจะมีคู่แข่งที่เก่งขึ้นเรื่อยๆเสมอ เราก็ต้องเอารายละเอียดต่างๆ มาเป็น ‘Unique Selling Factor’ หรือจุดเด่นของเรา อีกอย่างนึงคือ ‘การที่เราได้ทำงานที่เรารัก’ ก็จะทำให้เรา รู้สึกสนุกไปกับเนื้องานและทำได้อย่างไม่ย่อท้อ”

ในภาพลักษณ์เวิร์คกิ้งเกิร์ล แต่คุณปิ๋มสามารถหยิบสไตล์ความเป็นตัวเองมาใส่ในการแต่งตัวในวันทำงานได้อย่างสมบูรณ์แบบ “ปิ๋มเป็นคนแต่งตัว แบบเน้นการสวมใส่ได้จริงเป็นหลัก เพราะไม่ได้ทางานนั่งอยู่ในออฟฟิศ ตลอดเวลา ส่วนใหญ่จะเน้นการแต่งกายให้ทะมัดทะแมง และเน้นเสื้อผ้า ที่ทำจากเนื้อผ้าที่ใส่สบาย ใส่ได้ทั้งวัน เน้นเป็น All Day Outfit ใส่เข้าประชุมได้ ใส่ไปทานข้าวกับเพื่อนได้ สามารถมิกซ์แอนด์แมทช์จาก Day Wear เป็น Evening ได้ด้วย
“สิ่งที่ประทับใจใน DKNY ชอบดีไซน์ที่คลาสสิค แต่ยังมีความเป็น ผู้หญิงทันสมัย เสื้อผ้าแต่ละตัวสามารถหยิบมาใส่ได้เรื่อยๆ ไม่เบื่อ เหมาะกับ สาววัยทางาน ถือเป็นแบรนด์ที่มีแบบเสื้อผ้าที่สามารถเลือกใส่ได้ทั้งวัน”
“สิ่งที่น่าค้นหาในเมืองใหญ่ในความคิดของปิ๋ม คือความ Fast-Paced หรือความรวดเร็วที่ไม่มีที่สิ้นสุด ทำให้เราต้องกระตุ้นตัวเองตลอดเวลา มุ่งไปข้างหน้าเสมอ ไม่มีการถอยหลังกลับ ซึ่งทาให้เราต้องคอย ‘Keep Up With The Trend’ เสมอ เพื่อไม่ให้ตกกระแส ซึ่งความกระตือรือร้นนี้ ถือเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งในการใช้ชีวิตในเมืองใหญ่

สิตามนินท์ สุสมาวัตนะกุล

สาวเก่งที่มาพร้อมความมุ่งมั่นในการสานต่อ ธุรกิจการเงินของครอบครัว บริษัท Super Rich Thailand ที่ให้บริการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ แม้เป็นผู้บริหารเจเนอเรชั่นใหม่ แต่เต็มที่กับทุกสิ่งที่ทำ “อย่างแรกเลยคือ แพมเลือกทำสิ่งที่เรารัก” เพราะจะทำให้เราอินกับสิ่งที่เราทำ และก็จะทำได้ดี อีกอย่างคือ ‘ทำงานด้วยความตั้งใจ’ ไม่ว่าจะได้รับมอบหมายงานอะไรก็ตาม เราต้องตั้งใจเพื่อให้ ชิ้นงานออกมาดีที่สุด และที่สาคัญต้อง ‘Be True To Yourself’ มีจุดมุ่งหมายในแต่ละสิ่งที่ทำ อย่างชัดเจนว่าทำไปเพื่ออะไร”

สไตล์ที่ชัดเจนมีคาแร็กเตอร์ ทำให้คุณแพมถือเป็นผู้บริหารรุ่นใหม่ที่โดดเด่นเรื่องการแต่งตัวคนหนึ่ง “ปกติเป็นคนชอบแต่งตัวแบบ Functional ให้เข้ากับการทางานในแต่ละวัน ส่วนมากแล้วชอบ แต่งตัวแบบผสมผสานกับความเป็น Masculine เข้าไปด้วย ชอบชุดที่ทะมัดทะแมง สามารถใส่ไปทำงานและเข้าประชุม ในขณะเดียวกันสามารถ ใส่ไปงานสังสรรค์ได้ด้วย”

“สาหรับ DKNY แพมชอบความเรียบหรูที่อยู่ได้นานและคลาสสิคของแบรนด์นี้ เพราะตั้งแต่แบรนด์เริ่มก่อตั้งกว่า 30 ปีที่แล้ว ก็ยังคงความ Timeless และคลาสสิคให้กับผู้หญิงยุคใหม่ได้ ตลอดกาล สาหรับ Runway Look ของ DKNY ที่แต่งวันนี้ ทาให้แพมได้สัมผัสกับสิ่งใหม่ ได้ลอง แฟชั่นสไตล์ใหม่ๆ สไตล์ Active เป็นความสนุกที่ เหมาะกับผู้หญิงที่ต้องการความทะมัดทะแมง ในการใช้ชีวิตในเมืองอีกรูปแบบค่ะ”

“ชีวิตในเมืองใหญ่เป็นอะไรที่รวดเร็ว มีอะไร หลากหลาย น่าสนใจเกิดขึ้นพร้อมๆ กัน ซึ่งนับว่า เป็นเสน่ห์หลักของความเป็นเมืองใหญ่ ไม่ว่าจะไป ที่ไหน ก็มีไอเดียใหม่และความเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ซึ่งเป็นอะไรที่น่าท้าทาย มีสิ่งใหม่ๆ ให้ได้ลอง อยู่เสมอ”

พบกับคอลเลคชั่นฤดูใบไม้ผลิประจาปี 2017 จาก DKNY ได้ที่
ดิ เอ็มควอเทียร์ ชั้น M โทร. 02-021-2188
เซ็นทรัลชิดลม ชั้น 1 โทร. 02-252-0279
พารากอน ดีพาร์ทเมนท์สโตร์ ชั้น 1 โทร. 02-610-7860
เซ็นทรัลภูเก็ต ชั้น 1 โทร. 076-209-414

มดตายเกลื่อน! “นาวินต้าร์” เลิกกั๊กความหวานไว้คนเดียว ปล่อยวิดิโอพรีเวดดิ้งจากอิตาลี

ระดับน้ำตาลในเลือดสูงมากค่ะคุณขาาาา หลังจากอดีตนักร้องขวัญใจยุค 90’s “นาวิน ต้าร์” แต่งงานไปแบบส่วนตั๊ว ส่วนตัว กับ “ไฮโซน้ำหวาน – พัสวี” ให้แฟนคลับงวยงงไปก่อนหน้านี้ เพราะจู่ๆ ก็มีภาพแหวนแต่งงานโพสต์ลงอินสตาแกรมแบบไม่ระบุรายละเอียดใดๆ ปล่อยให้ชาวเน็ตต่อมเผือกสั่นระริก ตามรอยแท็กไอจีเจ้าของแหวน จนมาสืบรู้ว่าเป็น “ไฮโซน้ำหวาน – พัสวี”

แต่เรื่องราวความสัมพันธ์ของทั้งคู่ ก็ยังไม่ได้ถูกเปิดเผยมากนัก ปล่อยให้นักท่องโซเชียลอยู่กับอาการคันไปนานแสนนาน จนเมื่อวันที่ 25 มี.ค. ที่ผ่านมาเพิ่งจะมีพิธีฉลองมงคลสมรสไปแบบชื่นมื่น มีเพื่อนในวงการร่วมงานคับคั่ง โดยครั้งนี้หนุ่ม “นาวิน ต้าร์” ได้โพสต์ภาพงานแต่งให้ชาวเน็ตได้เห็นแจ้งใจกันไป ทว่าตามสไตล์ความติสท์ ที่แอบสะกิดต่อมอยากรู้อยากเห็นของชาวโซเชียลก็มีมาอีกรอบ เมื่อเจ้าตัวโพสต์ภาพงานแต่งด้วยแคปชั่น Our third wedding (หรือแปลว่า งานแต่งงานครั้งที่สามของเรา) เล่นเอางงงวยทั้งบาง เกาะติดไอจีเพื่อเผือกกันรัวๆ

ล่าสุด มีความอัพเดทจาก เจ้าบ่าวป้ายแดง อีกรอบ และคราวนี้ไม่กั๊กความหวานไว้คนเดียวอีกต่อไป เผยคลิปพรีเวดดิ้งหวานเจี๊ยบกับเจ้าสาวคนสวย ที่ทั้งคู่บินไกลไปถ่ายกันถึงมิลาน ประเทศอิตาลี หวานแค่ไหนไปดูกันค่า

https://www.instagram.com/p/BSNAFrlj5Bz/

https://www.instagram.com/p/BSM-tBpjcqI/

นาวินต้าร์

นาวินต้าร์ เผยวิดิโอพรีเวดดิ้ง

เรื่อง : Red Apple_แพรวดอทคอม
ภาพ : IG@navintar | IG@numwanz

หวานได้อีก! เซเลบสาว “เฟย์-อรชุมา” ควงหวานใจ “ติ-ปิติพัฒน์” เรียกเสียงฮือฮา! เล่นสกีถ่ายพรีเวดดิ้ง

เซเลบสาว “เฟย์ – อรชุมา” ควงหวานใจเล่นสกีถ่ายพรีเวดดิ้ง สวีทหวานหิมะละลาย

เซเลบสาว “เฟย์ – อรชุมา” กับหนุ่ม “ติ – ปิติพัฒน์” ใกล้วันวิวาห์เข้าไปทุกที แต่ก่อนที่จะถึงวันสำคัญ ขอพูดถึงเรื่องภาพพรีเวดดิ้งที่ทั้งคู่ควงกันไปถ่ายที่ประเทศญี่ปุ่น ท่ามกลางหิมะและสภาพอากาศที่ติดลบ 15 องศา เห็นภาพออกมาดูสวยโรเเมนติกขนาดนี้ แต่บอกเลยว่าเบื้องหลังมีความทุลักทุเลสุดๆ เพราะงานนี้สาวเฟย์ทำเองทุกสิ่งอย่าง

“เคยถ่ายแบบจัดเต็มลงแมกกาซีนมาเยอะแล้ว เลยอยากจะทำอะไรในรูปแบบของเราเองบ้าง ด้วยความที่คุณติเล่นสโนว์บอร์ดเก่งมาก แล้วเฟย์ก็เล่นสกีพอได้ แต่ไม่เก่งขั้นเทพ เลยคิดกันว่าอยากจะไปถ่่ายรูปพรีเวดดิ้งตอนเล่นสกีที่ญี่ปุ่น แล้วจู่ๆ แฟนก็ปุบปับชวนไปญี่ปุ่น อีกสองวันเดินทาง เตรียมพร็อปอะไรไม่ทันเลย เฟย์ต้องวานคนขับรถไปซื้อเวลเจ้าสาวมาให้ ทุกอย่างฉุกละหุกมากๆ แต่ภาพที่ออกมาดูเหมือนเตรียมตัวมาดี (หัวเราะ)

“ไหนๆ ก็จะเป็นเจ้าสาว Bride to be ต้องใส่ชุดขาวเท่านั้น เลยเลือกหยิบชุดที่มีตัดเก็บไว้อยู่ในตู้ ของแบรนด์ Ananya Couture มาใส่ ภายใต้ไอเดียที่ว่า ต้องทำทุกอย่างให้เป็น White Snow Frozen Look ในแบบฉบับของเราเอง คือมีความสบายๆ แต่งหน้าทำผมกันเอง เพราะส่วนตัวไม่ใช่คนแต่งหน้าเยอะ แค่ทาปากแดง รวบผมธรรมดา แล้วอากาศช่วงนั้น -15 องศา หนาวสั่นมากๆ ถ่ายเสร็จหนึ่งช็อตก็ต้องรีบวิ่งหลบขึ้นรถตู้ พอหายหนาวแล้วค่อยกัดฟันออกมาถ่ายใหม่ จังหวะนั้นหิมะก็ตกหนัก งานนี้มีไข่มุกช่วยเป็นสไตลิสต์ คอยดูเรื่องชุดและคอยปัดหิมะออกจากหน้า กับผมให้ทุก 10 วินาที แต่ภาพที่ออกมาอะเมซิ่งมากๆ ไม่ค่อยเห็นมีคนใส่ชุดเจ้าสาวเล่นสกีนะ ตอนถ่ายฝรั่งก็ผิวปากแซว ปรบมือแสดงความยินดีกันเพียบเลย แล้วก็มีช็อตเซอร์ไพร้ส์ เพราะจู่ๆ แฟนก็ถือป้ายแล้วคุกเข่าขอแต่งงานอีกรอบ เป็นการคอนเฟิร์มอีกทีว่าชัวร์นะ” (หัวเราะ)

แหม อะไรจะหวานขนาดนี้ ทำเอาตาร้อนผ่าวกันเป็นแถว…งานนี้ว่าที่เจ้าสาวยังแอบกระซิบบอกมาว่าช่วงนี้เตรียมตัวเต็มที่ ทั้งสปา ขัด มาสก์ นวดหน้า นวดตัว ให้วิตามินผิว จัดเต็มขนาดนี้ บอกเลยว่างานวันที่ 6 เมษายน ต้องสวยสะพรั่งสุดๆ โดยงานจะแบ่งเป็นงานเช้ากับงานเย็น ทุกอย่างจบในวันเดียว

“คุณพ่ออยากได้ความเป็นจีน คือยกน้ำชา คุณแฟนอยากได้ความเป็นไทย คือต้องมีหลั่งน้ำสังข์ ส่วนตัวเฟย์ชอบความเป็นฝรั่ง วันนั้นจึงเป็นการรวม 3 พิธีในหนึ่งวัน ส่วนงานฉลองช่วงเย็นจะเป็นธีม Vintage Glamorous เป็นสไตล์ French Vintage มีความหรูหราภายใต้ธีมสี Rose Brush”

ได้ข่าวว่าเจ้าสาวเตรียมชุดไว้ถึง 6 ชุดเลยทีเดียว แต่ละชุดจะอลังการขนาดไหน แล้วจะเก็บภาพและดีเทลชุดมาฝากกัน ห้ามพลาด!!

เรื่อง : อะพิน

ภาพ : @ti_pitipat, @fayonchuma

 

 

ส่องมุมติดดินของเหล่าซุป’ตาร์ ที่มีรายได้มหาศาลแต่ทำตัวติดดิน กินข้าวข้างทาง ไม่กลัวเสียลุค

ขึ้นชื่อว่าเป็นซุป’ตาร์ หลายคนอาจจะคิดภาพในหัวว่าพวกเขาต้องใช้ชีวิตหรูหรา กินข้าวมื้อละหมื่นกันใช่ไหมล่ะ แต่จริงๆ แล้วไม่ว่าจะดาราหรือซุป’ตาร์ก็คือคนธรรมดาเหมือนๆ กันกับเรานี่แหละ ยิ่งบางคนทำตัวติดดินซะเราคาดไม่ถึงเลยทีเดียว วันนี้แพรวก็มีมุมเรียบง่ายของเหล่าซุป’ตาร์ชื่อดังที่ใช้ชีวิตอยู่ง่าย กินข้าวข้างทางมาฝากค่ะ จะมีใครบ้าง ตามไปส่องกันโลดด

อั้ม – พัชราภา ไชยเชื้อ

เริ่มที่ซุป’ตาร์เมืองไทยอย่างสาว อั้ม – พัชราภา ไชยเชื้อ ที่รวยล้นฟ้า แต่ก็ขึ้นชื่อเรื่องติดดินสุดๆ โดยเราจะเห็นว่าสาวอั้มมักจะกินข้าวข้างทางบ่อยๆ แม้แต่เมนูโปรดของสาวอั้มนี่ไม่ใช่อาหารหรูๆ นะจ๊ะ แต่เธอชอบกินส้มตำปลาร้าเป็นที่สุด จะเป็นร้านอาหารข้างทาง ร้านอาหารเพื่อชีวิต ติดแอร์หรือไม่ติดแอร์ สาวอั้มก็เข้าหมด ขอแค่อร่อยก็พอ เพราะน่ารัก ไม่หยิ่งแบบนี้ไง ใครๆ ก็เลยรักสาวอั้มกันทั้งประเทศ

ชมพู่ – อารยา เอ ฮาร์เก็ต

ไหน! ใครบอกว่าสาว ชมพู่ – อารยา เอ ฮาร์เก็ต ต้องทำตัวเว่อร์วังอลังการตลอดเวลา ถึงภาพลักษณ์ภายนอกของสาวชมพู่จะดูเยอะ ดูเป็นผู้หญิงสายเฮลตี้ ดูแลตัวเองตลอด แต่จริงๆ แล้วเธอก็มีมุมเรียบง่ายเหมือนกันนะ เรียกได้ว่าเป็นอีกคนหนึ่งที่ไม่ว่าจะอยู่สูงหรือดังแค่ไหนก็ยังใช้ชีวิตแบบคนธรรมดา มีโมเมนต์ที่แต่งตัวจัดเต็ม แต่ดันไปกินข้าว กินก๋วยเตี๋ยวข้างทางกับเดอะแก๊งอะไรประมาณนี้อยู่บ่อยๆ นะจ๊ะ

แอน ทองประสม

สำหรับสาว แอน ทองประสม เจ้าหญิงแห่งวงการบันเทิงของเราก็ติดอันดับอยู่ในลิสต์คนดังติดดินเช่นกัน บอกเลยว่าเธอทำตัวได้สมฉายาจริงๆ เพราะเป็นคนที่สวยทั้งกายและใจ ไม่อวดรวย รู้จักคุณค่าของเงิน แถมยังใช้ชีวิตแบบเรียบง่าย มีหลายๆ ครั้งที่เราเห็นสาวแอนเดินไปซื้อหมูปิ้งร้านริมทาง หรือแม้กระทั่งช่วยอุดหนุนขนมคุณยายตามริมฟุตปาธอยู่บ่อยๆ จนหลายคนยกให้เธอเป็นไอดอลเรื่องการใช้ชีวิตไปแล้ว

ขวัญ – อุษามณี ไวทยานนท์

นอกจากเรื่องความกตัญญูที่มีต่อครอบครัวแล้ว สาวขวัญ – อุษามณี ไวทยานนท์ ยังขึ้นชื่อว่าเป็นนางเอกติดดินสุดๆ แม้แต่คนรอบตัวของเธอยังบอกว่าสาวขวัญเนี่ยเห็นหน้าสวยๆ ลูกครึ่งแบบนี้ แต่ชอบจกข้าวเหนียว จกส้มตำข้างทางสุดๆ เพราะเธอเริ่มเข้ามาทำงานในวงการบันเทิงตั้งแต่เด็กเพื่อหารายได้มาเลี้ยงครอบครัว จึงรู้จักคุณค่าของเงินว่ามันหายากแค่ไหน แม้แต่จะซื้อของแบรนด์เนมสักชิ้นนี่ยังคิดแล้วคิดอีกเลยจ้าา

หนุ่ม – ศรราม เทพพิทักษ์

มาที่พระเอกตลอดกาลอย่าง หนุ่ม – ศรราม เทพพิทักษ์ ที่ใครๆ ต่างก็พูดถึงว่าเขาเป็นพระเอกที่ใช้ชีวิตเรียบง่ายยิ่งกว่าคนธรรมดาทั่วไปซะอีก ดาราคนอื่นเขาถ่ายรูปอาหารหรูๆ ของแพงๆ ลงในอินสตาแกรม แต่เมื่อเข้าไปดูอินสตาแกรมของหนุ่ม – ศรราม จะเห็นว่ามีแต่มื้ออาหารที่เรียบง่าย และไม่ใช่ว่าจะสร้างภาพอะไรนะจ๊ะ เพราะหลายคนยืนยันมาแล้วว่าตั้งแต่เข้าวงการมาใหม่ๆ เมื่อ 20 ปีที่แล้ว หนุ่ม – ศรรามเป็นยังไง ทุกวันนี้ก็ยังเป็นอย่างนั้น

ปันปัน – สุทัตตา อุดมศิลป์

ใครจะคิดล่ะว่านักแสดงดาวรุ่งอย่างสาว ปันปัน – สุทัตตา อุดมศิลป์ ที่หลายคนมองว่าเธอแรง! เป็นคุณหนู! ใช้แต่ของแบรนด์เนม จะมานั่งกินก๋วยเตี๋ยวข้างทางได้ เพราะต้องบอกก่อนว่าครอบครัวของเธอรวยอยู่แล้ว ไม่เป็นดาราเธอก็ใช้ชีวิตแบบมีอันจะกิน แต่จริงๆ แล้วอีกมุมหนึ่งสาวปันปันก็คือวัยรุ่นธรรมดาทั่วๆ ไป กินง่าย อยู่ง่าย เป็นคนตรงๆ ซึ่งขัดกับภาพลักษณ์คุณหนูใสๆ ของเธอมาก

มิน – พีชญา วัฒนามนตรี

โดนกระแสกระหน่ำมาอย่างต่อเนื่องว่าชอบทำตัวเป็นคุณหนูไฮโซอวดรวย แต่สาว มิน – พีชญา วัฒนามนตรี ก็หาได้แคร์ไม่ เพราะเธอถือว่าเธอไม่ได้ใช้เงินเกินตัวหรือไปเดือดร้อนเงินใครนี่จ๊ะ แต่สาวมินก็มีอีกด้านที่หลายคนอาจยังไม่รู้ ว่าถึงจะใช้ชีวิตแบบคุณหนู แต่ก็กินข้าวข้างทาง กินลูกชิ้นปิ้งริมถนนแบบคนธรรมดาทั่วไปได้ เพียงแต่หลายๆ ข่าวที่ออกมานั้นนำเสนอเพียงด้านเดียว เลยทำให้ภาพลักษณ์ของเธอดูเป็นแบบนั้น แต่จริงๆ แล้วเธอก็มีมุมที่ติดดินเหมือนกันนะจ๊ะ

เรื่อง : saipiroon_แพรวดอทคอม

ภาพ : IG@minpechayapunpun_sutattasornram_theappitakkwanusa9,

annethongaum_patchrapa

ตำนานที่ยังมีชีวิต! 5 ซูเปอร์โมเดลแห่งยุค 80’s-90’s แต่สวยไม่สร่าง ท่ามกลางนางแบบรุ่นลูก!!

เพราะโลกนี้ไม่มีอะไรจีรัง อย่างความงามของมนุษย์ก็ย่อมจางหายไปตามกาลเวลา แต่อาจไม่ใช่สำหรับซูเปอร์โมเดลระดับโลก ที่ดูเหมือนจะผ่านไปกี่ร้อนกี่หนาวก็สวยคงกระพันข้ามยุคอยู่เช่นนั้น

ดั่ง 5 ซูเปอร์โมเดลแห่งยุค 80’s-90’s ที่ “แพรวดอทคอม” หยิบมาให้ชมกันวันนี้ เรียกได้ว่าเป็นตำนานนางแบบที่ยังมีลมหายใจ ไม่ว่าจะผ่านไปอีกกี่ร้อนกี่หนาวก็ยังดูสาวคงกระพัน แม้พวกเธอจะวัยแตะเลข 4 เลข 5 กันแล้ว ก็ยังสามารถเดินเฉิดฉายบนรันเวย์กลมกลืนไปกับนางแบบรุ่นลูก แถมพื้นที่บนปกนิตยสารแฟชั่นชั้นนำก็ยังคงต้องการเหล่าขุ่นแม่ทั้งหลายนี้ขึ้นปกอยู่เสมอ!

“อีวา เฮอร์ซิโกวา ซูเปอร์โมเดลชาวเช็กวัยแตะเลข 4 แต่ยังเดินเปิดรันเวย์!

“อีวา เฮอร์ซิโกวา” ซูเปอร์โมเดลชาวเช็ก ที่เริ่มเข้าสู่วงการนางแบบตอนอายุ 16 ปี ด้วยการชนะการประกวดนางแบบในเมืองปราก จากนั้นจึงก้าวขาสู่ปารีส ไต่ระดับความฮ็อตถึงขั้นฉุดไม่อยู่ นอกจากจะเป็นนางแบบแล้ว ยังก้าวสู่การเป็นนักแสดงด้วย

ตำนานที่ยังมีชีวิต! 5 ซูเปอร์โมเดลแห่งยุค 80’s-90’s แต่สวยไม่สร่าง ท่ามกลางนางแบบรุ่นลูก!!

แม้ปัจจุบันอายุ 44 ปีแล้ว แต่ขอบอกว่าทั้งถนนสายนางแบบและเส้นทางนักแสดง ขุ่นแม่ “อีวา เฮอร์ซิโกวา” ก็ยังคงนั่งอยู่บนเสลี่ยงเช่นเดิม เสลี่ยงของผู้ใดก็เบียดเสลี่ยงแม่มิได้!

เพราะล่าสุดยังเดินเปิดรันเวย์ให้แบรนด์ Bottega Veneta อยู่เลยจ้าาา เรียกว่าเป็นซูเปอร์โมเดลวัยเลข 4 ก็ยังมีที่ยืนบนรันเวย์ แถมยืนอยู่แถวหน้าซะด้วย กราบแม่คร้าาา

"อีวา เฮอร์ซิโกวา" ซูเปอร์โมเดลชาวเช็ควัยแตะเลข 4 แต่ยังเดินเปิดรันเวย์!

อายุเลข 4 แต่สวยไม่สร่างท่ามกลางนางแบบรุ่นลูก!!!

อายุเลข 4 แต่สวยไม่สร่าง ท่ามกลางนางแบบรุ่นลูก!!!

และรันเวย์นี้ขุ่นแม่จะครองไปอีกนานแสนนาน

อ่านต่อหน้า 2