3 สเต็ปพิชิตงานแต่งงานในฝันก่อนไปหาเวดดิ้งแพลนเนอร์

ไม่ว่าบ่าวสาวคู่ไหนก็คงอยากได้ งานแต่งงาน ที่ออกมาเป็นตัวเองทั้งนั้น แต่กว่าจะได้ผลลัพธ์เป็น ธีมงานแต่ง ที่ตรงใจนี่สิ ทำเอาบ่าวสาวลมแทบจับสมองแทบระเบิด แพรว wedding เลยจะมาเรียกสติด้วย 3 สเต็ปต่อไปนี้ ที่จะช่วยให้บ่าวสาวเจอทางสว่างจนได้ภาพงานแต่งงานในฝันที่จะนำไปให้เวดดิ้งแพลนเนอร์เนรมิตให้เป็นจริง หรือหากคุณเป็นบ่าวสาวขาลุยด้านการจัดการจะจัดเองก็ได้นะคะ

แรงบันดาลใจคือจุดเริ่มต้น

อยากเพิ่งงงหรือตกใจว่าแล้วไอ้แรงบันดาลใจจะไปหาได้จากที่ไหนล่ะเนี่ย เพราะโลกออนไลน์ อย่าง Google หรือ Pinterest ช่วยคุณได้ เพราะในนั้นจะเป็นอีกโลกหนึ่งที่เต็มไปด้วยไอเดียและแรงบันดาลใจที่ว่าที่บ่าวสาวกำลังตามหาแน่นอน

อย่างใน Pinterest นั้นมีทั้งพาเลตต์หลายสีสัน ชุดแต่งงานหลากสไตล์ รวมไปถึงแบบหน้าผม และรายละเอียดปลีกย่อยต่างๆ ในงานแต่งงาน ไม่ว่าจะเป็น รูปแบบฟ้อนต์แปลกใหม่ที่บ่าวสาวอยากจะนำมาใช้ในการ์ดแต่งงาน หรือสูทแบบแฟชั่นรันเวย์ของคุณเจ้าบ่าวสุดเท่ก็ยังได้ หรือจะเลือกดูเป็นภาพแฟชั่นเพื่อนำมาครีเอทการถ่ายภาพพรีเวดดิ้งให้เก๋ล้ำก็เป็นไอเดียที่ไม่เลว หรือจะเข้ามาดูใน praewwedding.com ก็มีทุกอย่างที่แทบจะครบจบในที่เดียว

จากนั้นเมื่อบ่าวสาวได้ภาพพอประมาณก็อาจจะต้องมาคัดและตัดสินใจร่วมกันอีกทีว่า รายละเอียดแบบไหน หรือสิ่งของอะไรที่ดูเป็นตัวตนของบ่าวสาวและถูกใจคุณทั้งคู่มากที่สุด โดยต้องคำนึงว่าสิ่งที่เลือกนั้นจะสามารถนำเสนอตัวตนของบ่าวสาวออกมาได้มากและดีที่สุดด้วย เพราะนี่เป็นงานของคุณสองคนแถมยังเป็นวันสำคัญที่จะมีภาพถ่ายบันทึกเอาไว้อีก

กำหนดธีมงานและรายละเอียด

เมื่อได้ภาพต่างๆ ที่เป็นแรงบันดาลใจจากขั้นตอนแรกแล้ว สิ่งต่อไปที่บ่าวสาวจะต้องหาให้ได้คือ ธีมงานแต่ง (คร่าวๆ ก็ยังดี) ซึ่งบ่าวสาวอาจจะต้องระดมความคิดในการแยกหมวดหมู่และจัดประเภทของภาพเรฟเฟอร์เรนซ์ที่หามา เพื่อที่คุณจะได้เริ่มมองเห็นภาพชัดเจนยิ่งขึ้น อย่างเช่น อาจจะแยกตามสถานที่ หรือตามสไตล์การจัดงาน เช่น โต๊ะจีน, ปาร์ตี้ค็อกเทล หรือซิตดาวน์ดินเนอร์ ซึ่งการแยกแบบนี้จะช่วยจำกัดขอบเขตความคิดของบ่าวสาวให้แคบลง และจะทำให้บ่าวสาวเริ่มเห็นภาพงานแต่งงานของตัวเองชัดขึ้น เช่น บ่าวสาวอาจจะเลือกจัดงานแต่งในปาร์ตี้ค็อกเทล เพราะสามารถเดินไปทักทายพูดคุยกับแขกได้อย่างทั่วถึง หรือเมื่อแยกตามสถานที่แล้วบ่าวสาวอาจจะพบว่าภาพงานแต่งงานที่อยากได้ไม่ใช่วิวในโรงแรม แต่เป็นงานแต่งงานท่ามกลางบรรยากาศของสวนสวยที่เขียวขจีมากกว่า เป็นต้น

แยกรายละเอียดปลีกย่อย

เมื่อบ่าวสาวเลือกภาพธีมงานได้คร่าวๆ แล้ว คราวนี้ก็จะต้องขุดให้ลึกลงไปอีก โดยการมองหารายละเอียดปลีกย่อยต่างๆ อย่างเช่น สี หรือวัสดุตกแต่งต่างๆ เช่น งานไม้, งานดอกไม้, กลิตเตอร์ หรืองานผ้า จากนั้นจึงรวมทุกอย่างเข้าด้วยกันเพื่อที่จะได้ออกแบบงานที่เป็นวันสำคัญของคุณ เช่น หากบ่าวสาวรู้สึกหลงใหลในความระยิบระยับของกลิตเตอร์เป็นพิเศษ เพราะเหมาะกับบุคลิกที่สนุกสนาน แถมยังช่วยให้งานแต่งออกมาดูหรูหราก็อาจจะเลือกเป็นธีมนี้ไปเลยก็ได้

งานแต่งงาน

และสุดท้ายถ้าหากบ่าวสาวไม่แน่ใจว่าที่ทำมาทั้งหมดนั้นถูกต้องหรือเข้ากันไหม หากออกมาเป็นงานแต่งงานจริงๆ แล้วจะโอหรือเปล่า หากบ่าวสาวตั้งใจจะเลือกใช้บริการเวดดิ้งแพลนเนอร์อยู่แล้วล่ะก็ เราขอแนะนำให้บ่าวสาวนำไอเดียที่หามาได้ทั้งหมดไปปรึกษากับเวดดิ้งแพลนเนอร์ เพื่อให้มืออาชีพช่วยคิด ช่วยปรับ หรืออาจจะต่อยอดจากไอเดียของบ่าวสาว เท่านี้บ่าวสาวก็ได้งานแต่งในฝันที่ออกมาดีแถมยังตรงใจตรงสไตล์ของคุณอีกด้วย

ถ้าทำครบทั้ง 3 สเต็ปแล้วก็ไปต่อกันที่ 8 ขั้นตอนต้องรู้! ก่อนจ้างเวดดิ้งแพลนเนอร์

CR. pexels.com, theknot.com, diwas.in

5 เรื่อง ห้ามทำใน อาทิตย์สุดท้ายก่อนแต่งงาน

ใกล้ถึงวันแต่งงานเข้ามาทุกที ไม่แปลกถ้าเจ้าสาวหลายคนจะตื่นเต้น จนต้องหาอะไรใหม่ๆ ทำเพื่อคลายความกังวล ซึ่งเจ้าสาวจะทำอะไรก็ได้ใน อาทิตย์สุดท้ายก่อนแต่งงาน แต่ห้ามทำ 5 เรื่องนี้เด็ดขาด!!

1. เปลี่ยนทรงผม

หลายคนบอกว่า การแต่งงานก็เหมือนการเริ่มต้นใหม่ การเปลี่ยนทรงผมก็เป็นการต้อนรับสิ่งใหม่ๆ แต่ต้องไม่ใช่ อาทิตย์สุดท้ายก่อนแต่งงาน เพราะการทำแบบนี้หากพลาด คนที่จะเสียใจก็ไม่ใช่ใคร คือตัวเจ้าสาวเอง แต่ถ้าไม่พลาดก็มีคนที่กรีดร้องอยู่ดี คนนั้นก็คือ ช่างทำผมไง รับรองว่าเขามีโกรธแน่ๆ

2. ฉลองหนัก ปาร์ตี้เยอะ

ช่วงอาทิตย์สุดท้ายไม่ว่าเพื่อนกลุ่นไหนก็อยากเจอว่าที่บ่าวสาวกันทั้งนั้น และการนัดเจอคงไม่ใช่ที่ร้านนมหน้าบ้านหรอก มันต้องปาร์ตี้สุดเหวี่ยง เราจะขอเตือนว่าขอให้ปฎิเสธนัดทั้งหมดไป หรือไม่ก็เจอกันก่อนหน้านั้น เก็บอาทิตย์สุดท้ายเอาไว้เพื่อการฟื้นฟูร่างกายให้สวยปิ๊ง  ผิวใส เพราะการดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงนี้ไม่เพียงทำให้ดูโทรมในวันแต่งงาน ยังทำให้ดูบวมฉุอีกด้วย

3. ออกกำลังกายท่าใหม่ๆ

เราเข้าใจว่าใครๆ ก็อยากฟิต อยากเฟิร์ม แต่ขอให้คงการออกกำลังกายท่าเดิมๆ ในกล้ามเนื้อมัดเดิมไปก่อน เพราะการออกกำลังกายท่าใหม่ๆ ในบริเวณใหม่ๆ จะทำให้เกิดอาการปวดเนื้อ ปวดตัว เคลื่อนไหวลำบาก ลุกก็โอ้ย ยืนก็อูย แล้วอย่างนี้วันแต่งงานรับรองว่าสาหัสแน่นอน ไว้รอฟิตหลังงานแต่งงานเนอะ

4. เปลี่ยนสกินแคร์

ว่ากันว่าสกินแคร์ควรเปลี่ยนทุก 3 เดือนเพื่อให้ผิวได้ปรับตัวกับสารบำรุงใหม่ๆ ไม่ด้านชาไปกับการบำรุงแบบเดิมๆ แต่! หากกำลังจะแต่งงาน ก็ควรต้องใช้ผลิตภัณฑ์เดิมไปก่อน อย่าได้ลองของใหม่ ของแปลกในช่วงนี้เด็ดขาด เพราะถ้าแพ้ขึ้นมาหมอไหนๆ ก็รักษาให้หน้ากลับมาปิ๊งแบบเดิมไม่ทันหรอก

5. กินอาหารแซ่บซี๊ด

สำหรับบ่าวสาวที่หลงใหลในอาหารรสแซ่บ ขอให้โบกมือทำใจห่างกันสักพักไปก่อน เพราะว่าการกินอาหารรสชาติจัดจ้าน ของแซ่บๆ ที่เสี่ยงกับการท้องเสีย มันเสี่ยงมากที่จะทำให้แต่งงานไม่เป็นสุข เพราะถ้าหายไม่ทันคุณจะต้องทรมานกับการวิ่งเข้าออกห้องน้ำในสภาพชุดแต่งงาน หรือถ้าทันอาการท้องเสียก็จะทิ้งร่องรอยความโทรมความอ่อนเพลียเอาไว้ให้เห็นอยู่ดี a a a a a  a a a a  a a a 

นี่ละ 5 คำเตือนจากใจจาก แพรว wedding ที่ส่งถึงว่าที่เจ้าสาว ว่าห้ามทำเด็ดขาด ส่วนใครที่อยากรู้เรื่องการวางแผนแต่งงาน หรืออยากดูงานแต่งงานของคู่อื่นๆ เรามีให้ดูเพียบ คลิกเลย

ภาพ unsplash.com

วิธีการนวดเท้าแก้เมื่อย สำหรับเจ้าสาวช่วยคลายปวดเท้าในวันแต่งงาน

เด็ดสุดๆ กับวิธี นวดเท้าแก้เมื่อย เมื่อต้องยืนบนส้นสูงนานๆ

ในวันแต่งงาน วันสำคัญของเจ้าสาวหลายๆ คน แน่นอนว่าเป็นงานในฝันที่ผู้หญิงทุกคนทุ่มสุดตัว เพื่อให้งานออกมาเพอร์เฟกต์และสิ่งที่จะช่วยเสริมให้เจ้าสาวดูโดดเด่นก็คือ รองเท้าส้นสูง และถึงแม้ชุดแต่งงานจะยาวคลุมรองเท้าพอดี แต่การสวมใส่รองเท้าส้นสูงก็ช่วยเพิ่มความสูงให้เจ้าสาวดูสง่า และมั่นใจมากขึ้น แต่ปัญหาที่ตามมาหลักๆ ก็คือ อาการปวดเท้า นั่นเอง เพราะไม่ว่าจะใส่รองเท้าส้นสูงที่มีการซับพอร์ทเท้าดีแค่ไหน แต่ถ้าต้องใส่ยืนนานๆ ยังไงก็ปวดเท้าแน่นอน แพรว wedding เลยขอนำวิธีการ นวดเท้าแก้เมื่อย สำหรับเจ้าสาวเพื่อคลายปวดเท้าในวันแต่งงานมาฝาก จะนวดด้วยตนเองหรือให้คุณเจ้าบ่าวช่วยนวดก็ได้นะจ๊ะ

1. เมื่อถอดรองเท้าแล้ว วิธีที่เจ้าสาวสามารทำได้ง่ายที่สุดคือการ นอนเหยียดเท้า ให้สบายที่สุด โดยให้ขาและเท้าขนานไปกับพื้นที่เรานอน ลองขยับนิ้วเท้าเพื่อคลายเส้นก่อน ง่ายๆ ก็ได้ค่ะ

วันแต่งงาน

2. ลองดัดนิ้วเท้าขึ้นลง ขึ้นลงเรื่อยๆ ลักษณะคล้ายๆ กับการดัดนิ้วมือเวลาเรียนรำไทยค่ะ ทำไปเรื่อยๆ จะดัดด้วยตนเอง หรือให้คนอื่นช่วยดัดก็ได้ ซึ่งจะช่วยให้เท้าเกิดการผ่อนคลาย และจะเริ่มรู้สึกสบายเท้ามากขึ้น ทำไปสัก 5 นาทีค่ะ

วันแต่งงาน

3. ใช้นิ้วมือบริเวณนิ้วโป้งกดลงไปตรงกลางฝ่าเท้า ใช้เวลา 5-10 นาที จากนั้นมากดเท้าอีกข้าง สลับกัน วิธีการนี้จะช่วยเพิ่มความผ่อนคลาย และช่วยทำให้เจ้าสาวหลับสบายขึ้นด้วยน้า

วันแต่งงาน

4. นวดเบาๆ บริเวณนิ้วเท้าที่ปวด เพราะเวลาเราสวมใส่รองเท้าที่รัดเท้ามากๆ นิ้วเท้าจะโดนรัดไปด้วย ลองนวดเบาๆ อย่าแรงนะจ๊ะ เพราะนวดเพื่อแค่ให้ผ่อนคลายเท่านั้น ถ้าแรงไปจะยิ่งไปเพิ่มความปวดระบมให้กับเท้าได้

วันแต่งงาน

5. ทำมือเป็นกำปั้น แล้วกดจากบริเวณกลางเท้าลงไปยังส้นเท้า ค่อยๆ ทำไปเรื่อยๆ ทำแบบนี้ประมาณ 5-10 นาทีแล้วสลับไปทำที่เท้าอีกข้าง วิธีการนี้จะช่วยเพิ่มการไหลเวียนโลหิตที่เท้าได้ดียิ่งขึ้นวันแต่งงาน

และขอบอกเลยว่าควรทำนะจ๊ะ เพราะถ้าไม่ทำผ่านพ้นวันไปจะปวดเท้ามากๆ แน่นอน … หรืออยากจะลองทำสปาเท้าด้วยตนเองก็ได้นะจ๊ะ มาดูกัน ชวนว่าที่เจ้าสาวมาทำสปาเท้าด้วยตัวเองที่บ้านแบบชิลล์ๆ

เรื่องและภาพจาก : Kapook.com

ทานขนมอี๋แบบนี้ในงานแต่ง รับรองมีแต่เฮงเฮงเฮงแน่นอน!!

พิธีการสำคัญในประเพณีแต่งงานแบบจีนคือ การทาน ขนมอี๋ หรือ ขนมบัวลอยจีน ที่มักเกิดเป็นประเด็นถกเถียงกันเป็นประจำว่า ต้องทานให้หมด ต้องทานให้เหลือ หรือต้องเหลือไว้ครึ่งหนึ่งหรือเปล่า แพรว wedding เลยมีเคล็ดในการทานขนมอี๋เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่คู่บ่าวสาวมาฝาก แต่จะทานยังไงให้เป็นมงคล ไปดูกันเลย

“ขนมอี๋” หรือ “บัวลอยจีน” มีหน้าตาเป็นแป้งปั้นกลมๆ เล็กๆ สีชมพูเข้มไปจนถึงสีแดง และสีขาวคละกันไป ต้มในน้ำเชื่อมหรือบางบ้านก็จะใส่น้ำแดงเพื่อความหอมหวานและความอร่อย รวมถึงใส่ไข่ต้มสุกลงไปในถ้วยขนมอี๋ของบ่าวสาวด้วย ซึ่งลักษณะของขนมอี๋ที่เป็นแป้งเหนียวหนึบก็สื่อถึงความรักที่เหนียวแน่นของบ่าวสาว ความกลมเกลียวของคนในครอบครัว สีชมพูของขนมอี๋สื่อถึงความโชคดีตามความเชื่อของชาวจีน

การรับประทานขนมอี๋ให้ถูกต้องและเป็นสิริมงคลนั้น บ่าวสาวจะต้อง “ห้ามทานหมดถ้วย” เด็ดขาด และต้องทานให้เม็ดบัวลอยเหลือติดก้นถ้วยไว้สัก 4 หรือ 8 เม็ด ส่วนไข่ต้มก็ห้ามใช้ช้อนตัดแบ่งไข่ แต่จะต้อง “ทานทั้งฟอง” โดยเอาเข้าปากไปให้หมดในคำเดียว เพราะชาวจีนเชื่อกันว่า ถ้าทานทั้งฟองจะได้ลูกคนแรกเป็นลูกชาย (คนจีนชอบ) ส่วนใครที่คิดว่าไข่ไก่ทั้งฟองจะใหญ่เกินไปเอาเข้าปากไม่ไหว ก็สามารถใช้เป็นไข่นกกระทาลูกเล็กๆ ทานง่ายก็ได้ แบบนี้ก็ไม่ผิดธรรมเนียมเช่นกัน

สำหรับอาหมวยอาตี๋คนไหนที่บ่นว่าไม่อยากทานไข่ต้ม (ของคาว) ในขนมอี๋ (ของหวาน) แบบว่ามันไม่เข้ากันสุดๆ ทานแล้วอยากจะอ้วก! เราก็ขอแนะนำว่าให้กลั้นใจทานเข้าไปเถอะค่ะ แต่ให้เตรียมลูกอมรสชาติที่ตนเองชอบไว้ พอไข่หมดปากปุ๊บ จิบน้ำนิดหน่อยแล้วก็อมลูกอมโลด น่าจะพอช่วยบรรเทาอาการได้

บอกเสร็จสรรพครบถ้วนกันขนาดนี้แล้ว หวังว่าเจ้าบ่าวเจ้าสาวเชื้อสายจีนรวมถึงแขกที่ไปร่วมงานน่าจะหายสงสัยและทานขนมอี๋ได้อย่างถูกต้องตามประเพณีของชาวจีนกันแล้วนะคะ

รู้วิธีทานขนมอี๋แล้วก็มาไขความลับ เผยความลับที่ซ่อนอยู่ในถ้วยชาใบจิ๋วในพิธียกน้ำชาแบบจีน กันต่อเลย

ภาพเปิด : งานแต่งคุณเฟย์ & คุณติ ถ่ายโดย Jakawin Photography

สวยคุ้มค่าเงิน! กระเป๋า Chloe Mily ดีไซน์หรู สะพายได้ทุกโอกาส

ใบเดียวสะพายได้ทุกโอกาส กระเป๋า Chloe Mily ซื้อไปมีแต่คุ้มกับเงินที่จ่าย ทั้งดีไซน์และโทนสี ใช้งานง่าย ไปไหนก็รอด

กระเป๋า Chloe Mily เรียกได้ว่าเป็นกระเป๋าที่เผยถึงความเป็นผู้หญิงอ่อนหวาน แต่ในขณะเดียวกันก็เต็มไปด้วยความแข็งแกร่ง เป็น กระเป๋าเบรนด์เนมดีไซน์น่ารัก ที่ผสานความเฟมินีนและความเท่จากตัวล็อคอันเป็นเอกลักษณ์ของกระเป๋ารุ่นนี้ไว้ได้อย่างลงตัว อีกทั้งตัวกระเป๋า Mily ยังสามารถใช้งานได้อเนกประสงค์ เนื่องจากดีไซน์ให้มีช่องเก็บของหลายช่องแถมเป็น กระเป๋าแบรนด์เนมราคาไม่แรง ตัวล็อคที่มีลูกเล่นลดเลี้ยวก็ดึงความสนุกในการใช้งานออกมาได้อย่างดี พร้อมกับแสตมป์โลโก้แบรนด์ไว้ด้านหน้า ยิ่งทำให้เป็นที่จดจำได้ง่าย สายหนังสีดำที่แขวนอยู่กับห่วงพวงกุญแจก็ช่วยเสริมให้ตัวกระเป๋าดูโมเดิร์น ส่วนหนังแพะสุดหรูที่นุ่มนวลก็เป็นหัวใจหลักก็กระเป๋าได้อย่างไม่มีข้อบกพร่อง นอกจากนี้ห่วงโซ่ทองเหลืองที่ทำให้ตัวกระเป๋าดูแกลม ดูแพงก็สามารถปรับสะพายเป็นสองสายหรือสายเดียวก็ได้ตามความต้องการ และสายหนังสีดำก็สามารถถอดออกได้ บอกเลยว่ามีใบเดียว ครบจบทุกโอกาส เพราะจะแมทช์เข้ากับลุคไหนก็รอดชัวร์!

จากคุณสมบัติที่เลอค่าและคุ้มแก่การลงทุน เราจึงขอแนะนำ กระเป๋า Chloé Mily ตามด้านล่างนี้ สำหรับข้อมูลที่จะสามารถช่วยให้หลายๆ คนที่กำลังเล็งกระเป๋ารุ่นนี้อยู่ ตัดสินใจซื้อได้ง่ายขึ้น เอาล่ะ…เรามาอ่านข้อควรรู้ของ The Chloé Mily Shoulder Bag กันเลย

ซื้อได้ที่ไหน

คุณสามารถซื้อ กระเป๋า Chloé Mily ได้โดยตรงจากเว็บไซต์ของ Chloé , ร้านค้าขายกระเป๋าแบรนด์เนมแท้ หรือง่ายที่สุดคือเดินไปเลือกในช็อปของ Chloé ที่อยู่ใกล้คุณ

ขนาดและราคา

Chloé Mily Medium Shoulder Bag

ขนาด : ความกว้าง  9.3 นิ้ว สูง  7 นิ้ว ลึก 3.4 นิ้ว

ราคาเริ่มต้นประมาณ : 63,764 บาท

Chloé Mily Medium Shoulder Bag

Chloé Mily Medium Shoulder Bag

สีที่มีให้เลือก

สีกระเป๋าแบรนด์เนม

กระเป๋าแบรนด์เนม

กระเป๋าแบรนด์เนม

มุมอื่นๆ

กระเป๋าแบรนด์เนม

กระเป๋าแบรนด์เนม

กระเป๋าแบรนด์เนม

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

มีเงินหมื่นก็ซื้อได้! กระเป๋าแบรนด์เนม 6 ตัวท็อป มาแรงไม่แพ้ใบละแสน

ขึ้นแท่นคุณแม่ลูกสอง รวม 6 ชุดคลุมท้อง ‘แอน แฮทธาเวย์’ สวยสะพรั่งทุกลุค

Sold out แน่! อาดิดาส ปล่อย สนีกเกอร์ หนังสีขาว ดึง Blackpink ร่วมคอลเล็คชั่น

เคารพวัฒนธรรม ‘ดัชเชสเคท’ สวมชุดตามจารีต เยือนปากีสถานอย่างเป็นทางการ

ใครว่าใช้แต่ของแพง! ‘ดัชเชสเมแกน’ สวมต่างหูหลักร้อย ในทริปทัวร์แอฟริกาใต้

ยอมจ่ายเพื่อความปัง! 7 ลุคที่แพงที่สุดของ ‘เมลาเนีย ทรัมป์’ สตรีหมายเลขหนึ่ง

ลูกค้าวีไอพี ‘ตั๊ก-บงกช’ สวย คม เฉียบ หรูหราด้วยเครื่องประดับจาก Versace

เฉพาะไทยเท่านั้น! Disney x anello ออกลายแลนด์มาร์ค 5 ประเทศ 5 ดีไซน์

เปิดตัวไกลถึงปารีส! PAVA กระเป๋าผ้าไหมไทย 4 ดีไซน์ใหม่ เปรี้ยวเท่ยิ่งกว่าเดิม

สวยเปล่งประกาย ถูกใจสื่อเกาหลี ‘เจนนิษฐ์ BNK48’ ขึ้นรับรางวัลที่ปูซาน

โปรดแบรนด์เดียวกัน! ซูมนาฬิกาเรือนหรูของ สองสะใภ้ราชวงศ์อังกฤษ


ที่มา : pursefiend.com

ภาพ : www.chloe.com , pursefiend.com

‘สิ่งที่รักมักไม่ได้ แต่จะได้ในสิ่งที่ไม่ได้รัก’ ดูดวงรายวัน 19 ตุลาคม 2562

ดูดวงรายวัน 19 ตุลาคม 2562 #หมอปุ้ยพยากรณ์ เช็กทุกวัน เป๊ะปังทุกดวง ทั้งการงาน การเงิน ความรัก และสุขภาพ

ผู้ที่เกิดวันอาทิตย์

การงาน : คุณขยันทำงาน นอกจากงานของตัวเองแล้วก็ยังไปช่วยงานของคนอื่นด้วย แต่ด้วยความที่คุณกล้าลุย เสี่ยงเป็นเสี่ยงกัน ตัดสินใจด้วยตัวเองล้วนๆ จากงานของคนอื่นก็อาจกลายเป็นงานของตัวเองไปโดยไม่รู้ตัว วันนี้จึงควรทำแต่พอดีๆ อย่าก้าวล่วง เดี๋ยวจะเป็นภัย

การเงิน : มีเงินไหลเวียนค่อนข้างสะดวก แต่ไม่ควรลงทุนเยอะโดยยังไม่เห็นผลตอบแทน เพราะการลงทุนทุกชนิดมีความเสี่ยง

ความรัก : โดยรวมๆ แล้วชีวิตครอบครัวก็ราบเรียบและราบรื่นดี ยิ่งหากคุณสามารถลดทิฐิและความเชื่อมั่นในตัวเอง คาดหวังในตัวคู่ให้น้อยลงอีกนิด ก็จะยิ่งเป็นครอบครัวที่สุขสันต์ คนโสด คุณโรแมนติก ฝันไกลไปก่อนแล้วว่าเขามีใจให้คุณ แต่ระวังอาจฝันค้าง

สุขภาพ : เป็นช่วงเอ็นจอยอีทติ้ง ระวังน้ำหนักขึ้นมาแล้ว กว่าจะลดได้แต่ละขีด เหนื่อยมาก

 

ผู้ที่เกิดวันจันทร์

การงาน :  วันนี้หากคุณกำลังทำเรื่องเอกสารสัญญาซื้อขายบ้านที่ดิน หรืออสังหาริมทรัพย์ ระวังอาจไม่ทันกลโกง ถูกผูกมัดโดยไม่รู้ตัว จึงควรทำให้ถูกต้องตามหลักกฎหมาย หรือปรึกษาผู้ที่เชี่ยวชาญด้านกฎหมายก่อนที่จะทำเอกสารสัญญา

การเงิน : หากคุณกำลังคิดจะซื้อบ้านหรือที่ดินกับคู่ครอง ระวังจะถูกมิจฉาชีพหลอก จนต้องสูญเงินจำนวนมาก

ความรัก : วันนี้อาจมีบุคคลที่สามเข้ามาขอมีสิทธิ์อยู่ในบ้านของคุณด้วย จะเกี่ยวดองกันทางไหนไม่ทราบ แต่ควรระวัง เพราะเธอเข้ามาหวังผลประโยชน์ล้วนๆ แล้วเมื่อสมใจก็จากไป คนโสด  อยากให้คุณจำความรู้สึกที่ตกอยู่ในห้วงรัก จนไม่เป็นอันทำอะไรเช่นวันนี้ไว้ให้ดี เพราะสุดท้ายแล้วคุณอาจได้อยู่กับคนที่คุณไม่ได้รักก็ได้

สุขภาพ :  ควรให้ความสำคัญกับการขับถ่าย ไม่ควรกลั้นปัสสาวะ อาจทำให้กรวยไตหรือกระเพาะปัสสาวะอักเสบ

 

ผู้ที่เกิดวันอังคาร

การงาน  : วันนี้คุณอาจตกอยู่ในภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก เพราะต้องรับผิดชอบโครงการที่สำคัญของบริษัทที่เกี่ยวกับบ้านที่ดิน อสังหาริมทรัพย์ หรือโรงแรม ซึ่งวันนี้การเติบโตจะค่อยเป็นค่อยไป อาจไม่ได้หวือหวาอย่างที่เจ้านายอยากให้เป็น

การเงิน : ไม่ควรหลงเชื่อคำพูดที่มีหลักการ เพราะเขาจะเข้ามาตักตวงผลประโยชน์จากคุณ

ความรัก : คุณให้ความสำคัญกับการสร้างบ้านสร้างอนาคตของครอบครัว จึงยอมเปิดโลกส่วนตัวออกมาร่วมพูดคุยกัน ปรึกษาหารือกัน ซึ่งวันนี้คุณกับคู่ก็สามารถพูดคุยกันได้อย่างเป็นไปในทิศทางเดียวกัน  คนโสด อาจเพราะคุณเพิ่งอกหักมา จึงทำให้กว่าจะเริ่มต้นความรักความสัมพันธ์ได้ใหม่ก็คงอีกนาน

สุขภาพ :  ระวังโหมงานหนักจนไม่ได้พักผ่อนและรับประทานอาหารไม่ตรงเวลา จนเป็นสาเหตุของโรคกระเพาะอาหาร และลำไส้ ซึ่งอาจเป็นแบบเรื้อรัง

 

ผู้ที่เกิดวันพุธ

การงาน  :  คุณอาจกำลังคิดที่จะเริ่มต้นทำในสิ่งแปลกใหม่ที่ท้าทายความสามารถ ซึ่งต้องใช้ความรู้ความสามารถ และเทคนิคเฉพาะบุคคลอย่างมาก วันนี้คุณมีอีโก้และความมั่นใจในตัวเองสูงจนไม่สนใจความคิดเห็นที่ต่างจากคุณ ซึ่งไม่ดีต่อการปกครอง จึงควรเปิดใจรับฟังความคิดเห็นของคนอื่นด้วย จะทำให้สิ่งที่คุณคิดจะทำสำเร็จได้ง่ายขึ้น

การเงิน : หาเงินได้เท่าไหร่ ก็ช่วยเหลือคนอื่นหมด ทั้งญาติมิตรพี่น้อง เพื่อนฝูงบริวาร

ความรัก : คุณจริงจังกับการสร้างครอบครัวมาก ใส่ใจในทุกๆ รายละเอียด จนอยู่ด้วยแล้วกดดัน วันนี้วันเสาร์ลดความจริงจัง ชวนกันไปเที่ยวผ่อนคลายบ้าง  คนโสด อาจได้เจอชายในฝัน เป็นหนุ่มหัวใจฟรุ๊งฟริ๊ง และมีแนวโน้มสูงว่า อาจเป็นหนุ่มเกาหลี

สุขภาพ : พบทันตแพทย์บ้างหรือยังคะ วันนี้อาจลามไปถึงสุขภาพในช่องปาก จนถึงระบบทางเดินหายใจ

 

ผู้ที่เกิดวันพฤหัสบดี

การงาน :  วันนี้คุณทำงานด้วยความหวาดระแวง และระวังตัวอย่างมาก อาจเป็นเพราะคุณถูกปัญหาและอุปสรรคถาโถมเข้ามาจากทุกทิศทุกทาง จนคุณท้อแท้กับโชคชะตาที่ไม่ดี แม้คุณจะพยายามทำเพื่อเอาตัวรอดจากสถานการณ์ตรงหน้าแล้ว แต่ที่สุด ทุกอย่างก็เอวัง

การเงิน :  คุณอาจเสียเงินโดยที่ไม่รู้ล่วงหน้ามาก่อน พอรู้ก็เป็นหนี้เสียแล้ว

ความรัก : คุณทุ่มเทกับความรักมากจนกลายเป็นลุ่มหลง และคาดหวังสูงกับการใช้ชีวิตคู่ จนกลายเป็นกดดันทั้งตัวเอง และคู่ วันนี้อาจมาถึงจุดสิ้นสุดของคุณก็ได้ คนโสด คุณอาจพยายามสร้างภาพเพื่อป้องกันตัว เพราะไม่อยากเจ็บอีก จนต้องเลิกรากันไป

สุขภาพ :  ระวังหกล้มจากการก้าวพลาด หรือตกจากที่สูง จนเท้าแพลง

 

ผู้ที่เกิดวันศุกร์

การงาน  : หากคุณคิดจะเริ่มต้นงานใหม่เกี่ยวกับการติดต่อประสานงาน ที่ต้องใช้เทคนิคปฏิภาณไหวพริบ และความสามารถในการประนีประนอม วันนี้ทุกอย่างราบรื่น ไม่มีปัญหา

การเงิน : หมดกับการเดินทาง การเข้าสังคม และการลงทุนใหม่ๆ แต่ไม่ควรยุ่งเกี่ยวกับการเสี่ยงโชค หรือเงินที่ไม่ถูกต้อง เพราะจะส่งผลให้หน้าที่การงานของคุณมัวหมอง

ความรัก : คุณให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์ของสมาชิกในครอบครัวมาก และแบกรับภาระเรื่องราวของสมาชิกไว้กับตัวเองจนหมด อย่างไรก็ตามคุณควรปล่อยวางบ้าง ไม่อย่างนั้นเครียดแย่ คนโสด คุณโดดเด่นในสังคม บุคลิกดี จึงมีคนเข้ามาพูดคุยด้วย แต่คุณก็ไม่ใช่ประเภทใจเร็วด่วนได้ ต้องคบกันนานๆ กว่าจะตกลงปลงใจ

สุขภาพ : ระวังอาหาร อากาศ และฝุ่น  เพราะอาจทำให้เกิดภูมิแพ้ และผิวหนังอักเสบ

 

ผู้ที่เกิดวันเสาร์

การงาน  :  คุณอาจกำลังคิดที่จะทำสิ่งแปลกใหม่ที่ท้าทายความสามารถ แต่ก็ยังระแวงระวังไปหมด แม้ว่าจะทำงานเพื่อเอาตัวให้รอดก็แล้ว แต่ก็ยังไม่หมดห่วง หากเป็นเช่นนั้น วันนี้ควรใช้วิธีทางกฎหมายมาช่วยจะทำให้คุณวางใจขึ้น

การเงิน : หากคุณคิดจะเปิดธุรกิจกับคู่หรือแฟน ควรดูให้ดี ไม่เช่นนั้นคุณอาจเสียเงินเพราะความไว้ใจ

ความรัก : คุณอาจเคยเจอกับความผิดหวังมาก่อน แม้ตอนนี้จะเริ่มชีวิตคู่ครั้งใหม่แล้วก็ตาม แต่คุณก็ยังไม่วางใจ วันนี้จึงอาจกลายเป็นกดดันทั้งคู่และตัวเองจนไม่มีความสุขเท่าที่ควร คนโสด คุณได้เจอชายในฝันที่รอมานาน แต่เมื่อเจอกันวันนี้ก็อาจสายเกินไป เพราะคุณเจ็บจนไม่กล้าเปิดใจให้ใครอีกแล้ว

สุขภาพ : ควรให้ความสำคัญกับระบบขับถ่าย ไม่ควรกลั้นปัสสาวะ เพราะอาจทำให้เป็นกรวยไตหรือกระเพาะปัสสาวะอักเสบ

เช็กดวงย้อนหลังได้ที่นี่

มีมือที่สามก็ว่าหนักแล้ว แถมยังเป็นเพศเดียวกันอีก ยิ่งช้ำกว่า ดูดวงรายวัน 14 ตุลาคม 2562

ไลฟ์สไตล์ต่างกันมากเกินกว่าจะปรับ แยกทางกันง่ายกว่า ดูดวงรายวัน 15 ตุลาคม 2562

;ผิดไหม!!! ที่ต้องสร้างภาพว่า เข้มแข็ง เพราะไม่อยากเจ็บอีก ดูดวงรายวัน 16 ตุลาคม 2562

เพื่อนสนิทขอเป็นแฟน เพื่อป้องกันไม่ให้ใครมาจีบ ดูดวงรายวัน 17 ตุลาคม 2562

ใจเด็ดมาก ยอมเลิก แต่ไม่ยอมเสียความเป็นตัวเอง ดูดวงรายวัน 18 สิงหาคม 2562

How To เลือกเพลงในงานแต่งยังไงให้ถูกใจและน่าประทับใจที่สุด

ไม่ว่าใครเมื่อได้ยินเพลงรักก็มักเกิดอาการวิ้งๆ ยิ้มๆ และนึกถึงคนรักขึ้นมาแบบไม่รู้ตัว หรือบางครั้งภาพความทรงจำดีๆ ก็ผุดขึ้นมาเมื่อได้ยินเพลงที่โดนใจ เช่นเดียวกับว่าที่บ่าวสาวหลายคู่ที่อยากจะมีเพลย์ลิสต์เพลงรักของตัวเองเพื่อใช้บรรเลงในงานแต่ง ซึ่ง เพลงในงานแต่ง ที่จะเปิดนั้นก็ควรเป็นเพลงที่มีความพิเศษและเกี่ยวข้องกับเรื่องราวความรักของคุณทั้งคู่ด้วยนะ

แต่ว่าที่บ่าวสาวบางคนอาจจะยังตัดสินใจเลือกเพลย์ลิสต์ที่จะเปิดในงานแต่งไม่ได้ แพรว wedding เลยมีวิธีที่จะทำให้ขั้นตอนนี้ไม่ลำบากใจและไม่ยุ่งยาก แถมยังทำให้การเลือกเพลงสนุกมากขึ้นด้วย

และนี่คือคำแนะนำเล็กๆ น้อยๆ สำหรับว่าที่บ่าวสาวที่ยังเลือกเพลงในงานแต่งของตัวเองไม่ได้สักที

1. อย่ารับฟังความคิดเห็นที่มากเกินไป

โปรดจำไว้ว่าทุกคนมีรสนิยมในการฟังเพลงที่ต่างกัน เพราะฉะนั้นหากว่าที่บ่าวสาวขอคำแนะนำจากคนอื่นเมื่อไหร่ คุณอาจพบว่า คุณกำลังพยายามทำให้คนอื่นพอใจมากกว่าตัวคุณเองซะอีก ดังนั้นการพูดคุยและตกลงกันแค่เพียงสองคนระหว่างคุณและคนรักนั้นดีที่สุด โดยลงความเห็นว่าเพลงไหนที่ดูเป็นคู่ของคุณมากที่สุดก็ลิสต์ไว้เลย

2. ฟังเพลงก่อนค่อยเลือก

ด้วยจังหวะเพลงอาจทำให้บ่าวสาวโยกตัวตาม แต่เนื้อร้องอาจจะไม่ได้ตรงกับเรื่องราวที่บ่าวสาวอยากจะสื่อก็ได้ เพราะฉะนั้นก่อนที่จะเลือกเพลงใดเพลงหนึ่งมาใช้นอกจากเมโลดี้หรือโน้ตเพลงที่สวยงามแล้ว บ่าวสาวต้องฟังด้วยว่าเพลงๆ นั้นกำลังพูดถึงเรื่องอะไร มีความเกี่ยวข้องหรือมีความหมายต่อคู่ของคุณยังไงบ้าง เพราะจะช่วยให้บ่าวสาวตัดสินใจเลือกเพลงได้อย่างถูกต้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพลงสากลยิ่งต้องแปลให้ดีๆ เลยนะ

3. เพลย์ลิสต์เปิดรอก่อนงานเริ่ม

บ่าวสาวสามารถจัดเตรียมเพลย์ลิสต์สำหรับที่จะเปิดในช่วงก่อนที่พิธีจะเริ่มได้เพื่อช่วยสร้างบรรยากาศให้กับงานแต่งงานของคุณ หรือหากบ่าวสาวเลือกเป็นวงดนตรีสดหรือดีเจแทนการเปิดแผ่น ก็ต้องเตรียมรายการเพลงที่จะให้วงหรือดีเจเล่นด้วย โดยอาจจะต้องแจ้งล่วงหน้าเพื่อที่ทางวงและดีเจจะได้ทำการบ้านมาก่อน แถมบางวงหรือดีเจบางคนอาจมีการจำกัดจำนวนเพลง เพราะบางครั้งจำนวนเพลง หรือจำนวนเครื่องดนตรีก็มีผลต่อราคาด้วยนะ

4. เปิดใจให้กว้าง

ไม่ว่าคุณจะมีแนวเพลงที่ชอบเป็นพิเศษ หรือชอบฟังเพลงทุกประเภท ลองหาเวลาฟังเพลงต่างๆ ให้มากและหลากหลายขึ้น เพราะบางครั้งคุณอาจจะพบแนวเพลง หรือเพลงพิเศษที่ทำให้หัวใจเต้นแรงและแอบยิ้มตามได้ ถ้าจะให้ดีลองควงแขนคนรักเข้าร้านซีดี หรือไปนั่งดินเนอร์ฟังเพลง ก็เป็นอีกทางที่จะทำให้คุณได้พบเพลงใหม่ๆ ที่กระทบหูแล้วกระแทกใจได้ แถมยังได้ใช้เวลาหวานๆ ฟังเพลงซึ้งๆ ด้วยกันไปในตัว

5. ทำตามหัวใจ

ไม่ว่าคุณจะฟังเพลงมากแค่ไหน แต่เชื่อเถอะว่าจะมีเพียงไม่กี่เพลงหรอกที่พิเศษและมีความหมายลึกซึ้งต่อคุณมากกว่าเพลงอื่นๆ เพราะฉะนั้นบางครั้งการเชื่อในสัญชาตญาณและฟังเสียงหัวใจของตัวเอง ก็เป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่จะทำให้คุณได้เพลย์ลิสต์ซึ้งๆ ไปเปิดในช่วงพิธีการที่สำคัญๆ ได้เหมือนกัน

แพรว wedding หวังว่าทิปส์ดีๆ ทั้ง 5 ข้อนี้จะช่วยให้ว่าที่บ่าวสาวเจอเพลย์ลิสต์ที่สมบูรณ์แบบสำหรับงานแต่งงานของคุณกันบ้างนะคะ หรือจะลองไปฟัง 5 เพลงในงานแต่งฮอตฮิตตลอดๆ ก่อนก็ได้นะ

ภาพ stocksnap.io, pinterest

เคล็ดลับถ่ายรูปพรีเวดดิ้งให้บ่าวสาวออกมาสวยดูดีเป็นธรรมชาติ

ไม่ใช่แค่เฉพาะสไตล์การจัดงานแต่งงาน หรือชุดแต่งงานเท่านั้นที่คู่รักมองหาจากอินเทอร์เน็ต แต่การ ถ่ายรูปพรีเวดดิ้ง ก็เป็นอีกเรื่องที่คู่รักมักหาเรฟเฟอร์เรนซ์จากอินเทอร์เน็ตเช่นกัน โดยเฉพาะจาก Pinterest หรือ Instagram ที่ช่างภาพมืออาชีพหรือคู่รักมักเข้ามาอวดภาพสวยๆ กันในโลกโซเชียล ที่ทั้งมุมภาพ แสง การโพส และอารมณ์ของคู่รักในภาพนั้นดูดีสุดๆ จนว่าที่บ่าวสาวอยากจะได้ภาพแบบนั้นกับเขาบ้าง และนี่คือเทคนิคที่จะทำให้ว่าที่บ่าวสาวได้ภาพถ่ายสวยๆ แบบในโลกโซเชียลเอาไว้อวดชาวโลกกับเขาบ้าง

1. ช่วงที่เตรียงานแต่งทุกอย่างเสร็จแล้วคือดีที่สุด

นู่นก็ยังไม่ได้คิด นี่ก็ยังไม่เสร็จ นั่นก็ยังไม่ได้คอนเฟิร์ม…คงไม่ดีแน่หากว่าที่บ่าวสาวไปถ่ายภาพงานแต่งด้วยอารมณ์แบบนี้ เพราะนั่นเท่ากับว่าคุณพกความกังวลไปถ่ายภาพสวยๆ ด้วย และคุณคงไม่อยากต้องรับโทรศัพท์หรือคุยงานในขณะถ่ายภาพแต่งงานหรอกจริงไหม ยิ่งถ้าหากเรื่องนั้นทำให้คุณไม่สบายใจด้วยแล้วล่ะก็ รับรองว่าทริปถ่ายภาพนี้มีแต่พังกับพังแน่นอน เพราะฉะนั้นเพื่อให้การถ่ายภาพเต็มไปด้วยความสุข เราขอแนะนำให้ว่าที่บ่าวสาวเคลียร์ทุกเรื่องให้เสร็จสิ้นก่อนที่จะถ่ายภาพพรีเวดดิ้งดีกว่า จะได้ไปแบบไม่สบายไร้ซึ่งความกังวลใดๆ จะได้ยิ้มกว้างได้อย่างเต็มที่กันไปเลย

2. ภาพที่ดีคือภาพที่บ่าวสาวผ่อนคลายที่สุด

ซึ่งการที่จะทำให้ว่าที่บ่าวสาวรู้สึกผ่อนคลายก็คือ ไม่มีเรื่องต้องกังวลใจ ไม่มีเวลาเป็นตัวบีบคั้น และที่สำคัญว่าที่บ่าวสาวได้แสดงออกถึงความเป็นตัวของตัวเอง แบบไม่เก้ๆ กังๆ หรือต้องฝืนใจทำอะไรที่ไม่ได้อยากทำหรือไม่เป็นตัวเอง เพราะฉะนั้นหากคุณเป็นว่าทีบ่าวสาวขี้เขิน ก็อาจจะให้เพื่อนสนิทที่มีฝีมือด้านการถ่ายภาพมาเป็นช่างภาพจำเป็นให้กับงานนี้ซะเลย เพราะการที่คุณอยู่กับเพื่อนสนิทจะช่วยเพิ่มความผ่อนคลาย ลดความอาย และสามารถเป็นตัวของตัวเองได้อย่างเต็มที่อีกด้วย

3. ภาพที่ดีคือภาพที่ไม่ได้เซต

บางครั้งช็อตเผลอๆ ของบ่าวสาวก็กลับเป็นภาพที่ดีที่สุดในเซตภาพถ่ายก็ได้ เพราะภาพนั้นแสดงออกถึงรอยยิ้มและแววตาที่เต็มไปด้วยความสุขและความรักอย่างแท้จริง เพราะฉะนั้นลองหนีบช่างภาพเพิ่มไปอีกสักคนเพิ่มเติมจากกล้องหลัก เพื่อให้เขาช่วยสแนปภาพอีกแรง รับรองว่าคุณจะได้ภาพถ่ายดีๆ จากกล้องนี้แน่นอน

ติดตามไอเดียดีๆ เกี่ยวกับงานแต่งงานอีกเพียบที่นี่ คลิกเลย!

ภาพ unsplash.com, pinterest.com

5 อุปสรรคการเลือกชุดแต่งงานที่ว่าที่บ่าวสาวต้องก้าวผ่านให้ได้

หมดปัญหาการตัดสินใจเรื่อง ชุดแต่งงาน หากว่าที่บ่าวสาวขจัด 5 สิ่งเหล่านี้ออกไปได้

แพรว wedding ได้ประมวล 5 อุปสรรคที่สลักอยู่ในใจว่าที่เจ้าบ่าวเจ้าสาวเมื่อต้องเลือก ชุดแต่งงาน มาฝาก ซึ่งทั้ง 5 ข้อนี้เป็นปัญหาอมตะนิรันดร์กาลที่บ่าวสาวมักต้องเผชิญแทบทุกคู่ในช่วงการเฟ้นหาชุดแต่งงานโดนใจ และต่อไปนี้คือทางออกง่ายๆ ที่จะทำให้ปัญหาชวนปวดหัวนี้หมดไปแบบไร้กังวล

1. ตั้งงบไม่ถูก

ปัญหาสุดคลาสสิคด่านแรกของว่าที่บ่าวสาวก็ว่าได้ แต่ข้อนี้แก้ไม่ยากอย่างที่คิด เพียงแค่บ่าวสาวตัดสินใจให้ได้ก่อนว่าคุณต้องการเลือกชุดเจ้าสาวแบบไหน เช่าตัด หรือตัดซื้อ เพราะทั้งสองแบบนี้ต่างกันในเรื่องราคาอย่างแน่นอน ซึ่งหากเจ้าสาวเลือกที่จะเช่า ก็เพียงแค่เลือกชุดเจ้าสาวที่ชอบแล้วแก้ขนาดให้พอดีกับรูปร่าง เท่านี้ก็เป็นอันจบภารกิจ

แต่หากว่าที่เจ้าสาวเลือกชุดแบบเช่าตัดคุณก็จะได้เป็นมือวางอันดับหนึ่งในการสวมใส่ชุดนั้นเป็นคนแรก ก็คล้ายๆ กับว่าคุณสั่งตัดขึ้นมาเพื่อคุณเองโดยเฉพาะ แต่แค่เมื่อเสร็จงานชุดนี้จะกลับไปอยู่ที่ร้านแทนที่จะเป็นบ้านของคุณ ซึ่งชุดเช่าตัดนั้น ราคาจะถูกกว่าชุดตัดซื้อ แต่ชุดตัดซื้อนั้นว่าที่เจ้าสาวจะได้ทุกอย่างที่ต้องการ ไม่ว่าจะเป็นงบประมาณ แบบชุด และที่สำคัญได้ชุดนั้นกลับบ้านเมื่อเสร็จงานอีกด้วย

เมื่อเลือกรูปแบบชุดได้แล้ว ก็มาดูว่างบประมาณที่เตรียมไว้สำหรับการจัดงานแต่งงานนั้นมีอยู่ทั้งหมดเท่าไหร่ จากนั้นก็ค่อยๆ เกลี่ยงบไปในส่วนต่างๆ มากน้อยตามลำดับความสำคัญ แล้วนำงบประมาณที่เตรียมไว้สำหรับเรื่องชุดแต่งงานนั้นเข้าไปคุยกับร้าน เพื่อให้ดีไซเนอร์ทำชุดในงบที่มีให้สวยที่สุด แต่ถ้าเจ้าสาวเกิดไปถูกใจความพิเศษต่างๆ ที่ทางร้านนำเสนอ เช่น ผ้าลูกไม้นำเข้า หรือเทคนิคการตัดเย็บเฉพาะตัว งานนี้ก็อาจจะต้องเจียดเงินจากส่วนอื่นๆ มาถมเอานะจ๊ะ

“แพงถูกไม่ใช่เรื่องใหญ่ เพราะจะมีงบเท่าไหร่ก็มีชุดแต่งงานสวยๆ ได้เช่นกัน”


2. ไม่กล้าบอกเธอ

ปัญหานี้ตกอยู่ที่ว่าที่เจ้าบ่าวล้วนๆ เพราะเจ้าบ่าวบางนายก็อยากจะใส่ชุดแบบสลิมฟิตเท่ๆ สักครั้งในวันแต่งงาน หรืออาจจะอยากใส่ชุดทักซิโดสีขาวราวกับเทพบุตร แต่ก็ไม่กล้าบอกถึงความต้องการลึกๆ ให้ใครรู้ เลยกลายเป็นว่างานนี้ต้องไหลไปตาม เออออไปกับดีไซเนอร์และว่าที่เจ้าสาว หากหนุ่มๆ คนไหนเข้าข่ายพฤติกรรมแบบนี้ จงหยุด! แล้วบอกความในใจและความต้องการออกไปตรงๆ เพราะอย่าลืมนะว่าวันนี้เป็นวันสำคัญของคุณ ที่จะถูกบันทึกไว้ในภาพถ่ายที่จะอยู่กับคุณไปตลอดชีวิต เพราะฉะนั้นไม่ต้องเขินอายในสไตล์ของตัวเอง เพราะดีไซเนอร์จะสามารถช่วยดึงตัวตน และปรับแก้ทุกอย่างจนคุณเจ้าบ่าวออกมาดูดีได้อย่างแน่นอน

และอาการไม่กล้าบอกนี้จะเกิดขึ้นกับคุณว่าที่เจ้าบ่าวอีกครั้งในวันฟิตติ้ง เช่น เมื่อลองชุดแล้วติดๆ ขัดๆ รูปทรงยังไม่เป๊ะตามที่อยากได้ หรือดีเทลบางอย่างยังไม่ถูกใจ แต่ก็ไม่กล้าบอกเพราะกลัวจะโดนหาว่าเรื่องมาก เราขอให้คุณเจ้าบ่าวเปลี่ยนความคิดใหม่ซะนะคะ จงคิดไว้เสมอว่า เราต้องดูดีและได้สิ่งที่ดีที่สุดในวันสำคัญ

“ไม่ชอบคัตติ้งตรงไหน หรือแม้แต่อยากเปลี่ยนกระดุม ก็แมนๆ บอกไปเลย ดีกว่ายืนเสียเซลฟ์ในวันงานเพราะชุดไม่โดนใจ”

ชุดแต่งงาน


3. กลัวพังเพราะหุ่นไม่เป๊ะ

ปัญหาระดับชาติของว่าที่เจ้าสาวที่เมื่อเปิดดูชุดแต่งงานก็จินตนาการไปก่อนว่า ‘ฉันใส่คงไม่สวยเท่านางแบบหรอก’ โถ่ อย่าเพิ่งฝันสลายไปไกลขนาดนั้นนะคะสาวๆ เพราะดีไซเนอร์นั้นสามารถเนรมิตแบบชุดที่หลากหลายให้เข้ากับสรีระของว่าที่เจ้าสาวหลายไซส์ได้แบบไม่ยาก แต่อาจจะมีเงื่อนไขนิดๆ หน่อยๆ ตรงที่ว่า ชุดนั้นควรตัดเย็บจากการวัดตัวของเจ้าสาวตั้งแต่แรก เพราะดีไซเนอร์จะได้รู้ถึงจุดบกพร่องและช่วยแก้ไขจุดเพื่อให้ชุดในฝันให้เข้ากับสรีระของเจ้าสาวได้มากที่สุด


4. วางแผนเวลาผิด

ให้จำไว้เสมอว่า 5-6 เดือนเป็นระยะเวลาที่กำลังเหมาะ โดยเดือนแรกอาจจะเป็นช่วงสำรวจตัวเองว่าอยากได้ชุดแต่งงานแบบไหน เพื่อที่จะได้จัดงบและตามหาร้าน หรือดีไซเนอร์ได้ถูก ส่วนเดือนที่ 2 ถึงเดือนที่ 5 คือช่วงเวลาการลงกรรไกรเพื่อตัดเย็บชุดแต่งงานในฝัน และโดยเฉลี่ยแล้วว่าที่เจ้าสาวจะได้ลองชุดแต่งงานทั้งหมด 4 ครั้ง โดยมีไทม์ไลน์คร่าวๆ ดังนี้

เดือนที่ 2 – ลองชุดครั้งที่ 1 เป็นการลองโครงผ้าเพื่อฟิตติ้งไซส์ที่เหมาะสม
เดือนที่ 3 – ลองชุดครั้งที่ 2 เป็นการลองชุดจริงแต่ยังไม่ได้ตกแต่งใดๆ ให้สวยงาม
เดือนที่ 4 – ลองชุดครั้งที่ 3 เป็นการลองชุดที่ตกแต่งเรียบร้อยแล้ว
เดือนที่ 5 – ลองชุดครั้งสุดท้าย

สุดท้ายเดือนที่ 6 อาจจะเผื่อไว้สำหรับกรณีที่ต้องรอสั่งวัสดุที่หายากหรือนำเข้าจากเมืองนอก หรือต้องใช้เทคนิคเฉพาะตัวในการตัดเย็บที่ต้องใช้เวลามากกว่าปกติ

5. เจอชุดใหม่เลยเปลี่ยนใจกะทันหัน

ถ้าแค่เพิ่มรายละเอียดหรือเพิ่มการตกแต่งก็คงไม่เป็นปัญหา แต่ถ้าถึงขั้นเปลี่ยนทรงชุดอันนี้อาจจะต้องคุยกันยาวนะจ๊ะ เพราะชุดบางทรงอาจจะไม่เอื้อต่อการปรับเปลี่ยนโครงสร้างให้กลายเป็นแบบใหม่ได้ เช่น ถ้าเจ้าสาวเลือกตัดชุดทรงบอลกาวน์ แต่เกิดเปลี่ยนใจเพราะไม่อยากได้กระโปรงที่ใหญ่โตแล้ว แบบนี้ก็ยังพอที่จะแก้ไขกระโปรงให้มีขนาดเล็กลงมาได้ แต่ถ้าเกิดอยากเปลี่ยนเป็นทรงอื่นไปเลย อาจจะต้องคิดกันให้ดีอีกทีเพราะนอกจากจะเสียเวลาในการปรับเปลี่ยนแก้ไข หรือตัดเย็บใหม่แล้ว อาจจะต้องเสียทรัพย์เพิ่มอีกด้วยนะจ๊ะ

“เจ้าสาวควรฟันธงแบบชุดให้จบก่อนที่จะสั่งตัด และจงหนักแน่นเข้มแข็งเข้าไว้นะ”

หากเลือกชุดแต่งงานแบบสากลกันได้แล้ว ก็อย่าลืมใส่ใจกับขั้นตอนการเลือกชุดไทยให้ดูเข้ากันด้วยน้า นี่เลย…เรามีทิปส์ดีๆ จากกูรูมาบอกต่อ เทคนิคการเลือกชุดแต่งงานไทยของบ่าวสาวยังไงให้ดูเข้ากัน

ภาพ stocksnap.io, www.pinterest.com

Fujifilm instax mini Link

ให้ภาพถ่ายดูมีชีวิต ไม่ใช่แค่อยู่ในโทรศัพท์มือถือด้วย instax mini Link a new Smartphone Printer เครื่องปรินต์ภาพฟิล์มขนาดพกพา สนุกกับการปรินต์ภาพ แกดเจ็ตใหม่ที่ต้องมีติดกระเป๋า

ทุกวันนี้ไม่ว่าจะไปไหนมาไหน แค่มีสมาร์ทโฟนเครื่องเดียวก็สามารถตอบโจทย์การใช้งานได้แทบทุกอย่าง แกดเจ็ตใหม่ๆ ก็ได้พัฒนาให้ใช้งานควบคู่กับสมาร์ทโฟน เพื่อเอื้อต่อการใช้งานให้ง่ายและสะดวกขึ้น เช่นเดียวกับ instax mini Linkเครื่องปรินต์ภาพฟิล์มรุ่นใหม่ล่าสุดของทางฟูจิฟิล์ม ที่ได้รับการออกแบบให้ใช้งานควบคู่กับสมาร์ทโฟนโดยเฉพาะ ทำให้การปรินต์ภาพเป็นเรื่องง่าย สนุกและไม่ยุ่งยาก โดยมีแอปพลิเคชัน instax mini Link”  เป็นสื่อกลางในการเชื่อมต่อระหว่างเครื่องปรินต์กับสมาร์โฟนผ่าน Bluetooth ตัวเครื่องดีไซน์สวยมีความเรียบเท่ขนาดเล็กกระทัดรัด น้ำหนักเบา พกพาง่าย อยากได้ภาพฟิล์มเมื่อไรก็สามารถหยิบขึ้นมาปรินต์ได้เลย

สนุกไปอีกขั้นกับฟังก์ชั่น Motion control ที่ช่วยเปิดประสบการณ์ในการปรินต์ภาพให้ง่ายและสนุกยิ่งขึ้นกว่าเดิม ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายภาพและปรินต์ภาพก็ใช้ instax mini Link สั่งงานได้แบบเพลินๆ ทั้งการ zoom in/out ทำง่ายๆแค่เอียงเครื่องปรินต์ instax mini Link และยังกดชัตเตอร์ถ่ายภาพด้วยปุ่มเปิด/ปิดเครื่องได้เลยทันที นอกจากนี้ ถ้าอยากปรินต์ภาพซ้ำ (reprint) ก็แค่พลิกตัวเครื่องให้คว่ำลงแล้วกดปุ่มเปิด/ปิด1 ครั้ง เรียกว่าเป็นเทคโนโลยีล้ำที่สุดในตอนนี้เลยก็ว่าได้

instax mini Link ยังมาพร้อมฟีเจอร์สนุกอีกมาก ไม่ว่าจะเป็นฟีเจอร์ Video Print ที่เราสามารถเลือกปรินต์ช็อตที่ชอบจากไฟล์วิดีโอได้โดยตรง ฟีเจอร์ Party Print ที่เราสามารถเชื่อมต่อกับโทรศัพท์มือถือของเพื่อนผ่าน Bluetooth ได้สูงสุดถึง 5 เครื่อง โดยแต่ละคนจะเลือกส่งรูปที่ต้องการปรินต์ลงเฟรม และยังให้ทุกคนลุ้นไปกับภาพที่จะออกมาได้ด้วย Surprise Mode ซึ่งแต่ละคนจะไม่รู้ว่าใครส่งรูปอะไรจนกว่าภาพจะปรินต์ลงบนฟิล์ม และฟีเจอร์ Match Test ที่เราสามารถวัดความเข้ากันได้ผ่านรูปภาพ นอกจากนี้เรายังสามารถตกแต่งรูปให้ชิคและแตกต่างในสไตล์ของตัวเองได้ด้วยเฟรมที่มีให้เลือกถึง 27 แบบ และตกแต่งภาพในกรอบรูปแบบต่างๆ ได้ถึง 17 แบบ อีกด้วย

instax mini Linkใช้เวลาในการปรินต์ภาพเพียง12 วินาที ซึ่งถือเป็นเครื่องปรินต์ภาพที่ใช้เวลาปรินต์เร็วที่สุดในตลาด ณ ขนาดนี้ และยังคงคุณภาพของภาพฟิล์ม instax mini อยู่ทนอยู่นานไม่ต้องกลัวสีจางมี 3 สีน่าใช้ให้เลือก ได้แก่ Dark Denim, Ash White และ Dusky Pink ในราคาเพียง 3,890 บาท เท่านั้นเอง instax mini Link ไม่ใช่แค่ช่วยเก็บความทรงจำแต่ยังเพิ่มสีสันให้กับทุกการเที่ยว hangout และในงาน party และแบ่งปันช่วงเวลาที่น่าจดจำให้กับเพื่อนและคนรอบข้าง นอกจากนี้ ยังเป็นเสมือนสิ่งที่จะเชื่อมความสัมพันธ์ให้เราได้ใช้เวลาสนุกๆ กับคนรอบข้างอีกด้วย และฟิล์ม instax ยังทำให้ภาพถ่ายที่เราโพสต์ขึ้นโซเชียลมีเดียดูเก๋และเท่ขึ้นกว่าเดิม แค่มี instax mini Link เครื่องนี้พกติดตัวไว้ รับรองว่าตอบโจทย์ทุกความสนุกและคุ้มค่ากับการใช้งานให้ทุกคนปรินต์ภาพฟิล์มกันเพลินๆแน่นอนสนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ บริษัท ฟูจิฟิล์ม (ประเทศไทย) จำกัด โทร. 022706000 หรือ www.fujifilm.co.th, www.facebook.com/fujifilm.instax.thailand

อยากผอม

5 ข้อควรรู้ของคน อยากผอม เลยลอง ดีท็อกซ์ลำไส้ วิธีนี้ช่วยได้จริงหรือมั่ว?

อยากผอม หุ่นดี ฟังทางนี้การ ดีท็อกซ์ลำไส้ เป็นอีกวิธีที่หลายๆ คนนึกถึงตอนสุดท้าย

การมีสุขภาพดีไม่มีทางลัดนะจ๊ะ เพราะคงไม่มีใครปล่อยตัวกินตามใจปากแล้วผอม และคงไม่มีใครที่อดหลับอดนอน หรือนอนไม่เพียงพอแล้วสดชื่นดูมีชีวิตชีวาเป็นแน่ ยิ่งเดี๋ยวนี้วิธีลดน้ำหนักแบบต่างๆ ออกมากมาย ไม่รู้วิธีไหนใช้ได้จริงหรือไม่จริงบ้างเยอะแยะไปหมด ซึ่งหนึ่งในวิธีที่สาวๆ อยากลดน้ำหนักคิดว่าช่วยได้คือเรื่อง ดีท็อกซ์ลำไส้ มีหลายรูปแบบทั้งเครื่องดื่มดีท็อกซ์สำเร็จรูป สูตรดีท็อกซ์ธรรมชาติ และการสวนดีท็อกซ์หลายรูปแบบ ลองมาดูกันว่า 5 ความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับการ ดีท็อกซ์ลำไส้ จาก พญ.ผุสดี โรจน์พลากร ว่ามีอะไรกันบ้าง

1. ดีท็อกซ์ช่วยลดไขมัน

หลายสูตรหลายวิธีเน้นการทำ ดีท็อกซ์ลำไส้ ด้วยการขับถ่ายของเสียออกจากร่างกาย โดยเฉพาะการถ่ายอุจจาระ ซึ่งอาจทำให้รู้สึกตัวเบา  แต่ในความจริงแล้ว การขับถ่ายมีเพียงอุจจาระและน้ำเท่านั้น แต่ร่างกายไม่ได้เผาผลาญไขมันส่วนเกินออกไปเลย บางกรณีผู้ขับถ่ายอาจเสียเกลือแร่และวิตามินจากการขับถ่ายจำนวนมากจนเกิดปัญหาสุขภาพตามมา

2. เครื่องดื่มยอดฮิตคือทางลัดของการทำ ดีท็อกซ์ลำไส้

สุขภาพดีไม่มีทางลัด การทำดีท็อกซ์ก็เช่นกัน การซื้ออาหารเสริมหรือเครื่องดื่มดีท็อกซ์ที่ขายตามท้องตลาดหรือในโลกออนไลน์ ควรอ่านข้อมูลให้ครบ ดูส่วนผสม และดูว่ามีอย.หรือไม่ ทางที่ดีไม่ควรซื้อหามารับประทานเอง โดยไม่ได้ปรึกษาเภสัชกรหรือแพทย์อย่างเด็ดขาด

3. น้ำหมักช่วยขับของเสีย

การนำผักและผลไม้มาหมักเพื่อให้เกิดน้ำหมักใช้ดื่มเพื่อล้างพิษ อาจเสี่ยงสารพิษตกค้างในกรณีที่ล้างทำความสะอาดไม่ทั่วถึง โดยเฉพาะเมื่อนำไปหมักด้วยวิธีต่างๆ ที่ไม่ได้มาตรฐาน เสี่ยงต่อการปนเปื้อนระหว่างการหมัก ทั้งจากภาชนะและวัตถุดิบ รวมถึงมีโอกาสปนเปื้อนเชื้อโรคและแบคทีเรียที่เป็นอันตรายต่อร่างกายได้ง่าย ส่งผลให้ท้องเสีย หรือมีผลต่อระบบทางเดินอาหารในระยะยาวได้

4. ยาระบาย ทดแทนดีท็อกซ์

มีฤทธิ์ช่วยดึงน้ำออกจากผนังลำไส้ ส่งผลให้เนื้ออุจจาระนิ่มและขับถ่ายออกได้ง่าย โดยที่ยาระบายไม่สามารถชะล้างสารพิษหรือคราบตะกรันที่สะสมตามผนังลำไส้ ในกรณีที่มีอาการท้องผูกเรื้อรังควรปรึกษาแพทย์

5. ดีท็อกซ์เองที่บ้านก็ได้

การสวนลำไส้เองที่บ้านอาจเสี่ยงต่อเชื้อโรคและสิ่งปนเปื้อน เสี่ยงต่อความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการทำดีท็อกซ์

ดีท็อกซ์ลำไส้

ซึ่งตามธรรมชาติ ร่างกายมนุษย์มีกลไกกำจัดสารพิษโดยผ่านการทำลายที่ตับและการขับออกที่ไต ดังนั้นการ ดีท็อกซ์ลำไส้ จึงไม่มีความจำเป็น ทั้งนี้หากอาหารที่รับประทานเข้าไปมีสารพิษปนเปื้อนร่างกายจะดูดซึมไปยังลำไส้เล็กพร้อมกับสารอาหารและวิตามินอื่นๆ ส่วนที่ตกค้างในลำไส้ใหญ่เป็นเพียงกากอาหารที่ไม่ถูกย่อยหรือดูดซึมแล้ว

แต่หากสาวๆ กลัวว่าร่างกายจะมีสารพิษตกค้าง อยากให้ลองปรับการใช้ชีวิตประวันจากเรื่องง่ายๆ ใกล้ตัวก็ได้ เริ่มใส่ใจการลดสารพิษตั้งแต่ต้นทาง โดยการเลือกทาน อาหารล้างลำไส้ ที่มีประโยชน์ ไขมันต่ำ และลดการนำสารพิษเข้าสู่ร่างกายจากการทานอาหารปนเปื้อน หลีกเลี่ยงอาหารแปรรูป อาหารปิ้งย่าง และอาหารทอด โดยเฉพาะอาหารที่ทอดด้วยน้ำมันใช้ซ้ำหลายๆ ครั้ง


ขอบคุณข้อมูลจาก : พญ.ผุสดี โรจน์พลากร  แพทย์ทางเดินอาหาร และตับ รพ.สมิติเวช ศรีนครินทร์
ภาพ : Pexels

 

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

อยากผอม หุ่นเป๊ะ สุขภาพดี ลองวิธีง่ายๆ ไม่ต้องพึ่งพายาลดน้ำหนัก!

เปิด สูตรลดน้ำหนัก ด้วยวิธีธรรมชาติ ช่วยลด 18 โลได้ในเวลาไม่นาน

วิธีลดน้ำหนัก ด้วยการกินอาหารตามกรุ๊ปเลือด ได้ผลจริงหรือไม่?

เห็นหน้ากดไลค์ เห็นหุ่นกดเลิฟ “ซูจี” สวยครบสูตรทั้งรูปร่างและผิวดีออร่าจับ

ชอบกินผัก..แต่กลับไม่ผอม! ลองกินผักให้ถูกและกินให้เป็น ตาม 6 สเต็ปนี้ดู

เบื้องหลังหุ่นนาฬิกาทรายที่โจษขานกันว่าน่ามอง ของซูเปอร์โมเดล “มิแรนด้า เคอร์”

สายเฮลท์มียัง! Fitbit Versa 2 สมาร์ทวอทช์สั่งงานจากเสียง ดูแลสุขภาพใกล้ชิด

เหตุผลที่ “ยิ่งไดเอ็ทยิ่งอ้วน” คุมทั้งอาหารและออกกำลังกาย แต่ “น้ำหนักก็ไม่ลดลง”

รู้จัก “โยคะ นิทรา” การดูแลสุขภาพแบบป้องกัน เสริมภูมิคุ้มกันจากมลภาวะรอบตัว

5 ทิปส์ปฏิวัตินักกินสายจังค์ฟู้ดเป็นสายเฮลตี้ เพราะ You Are What You Eat! ใช้ได้เสมอ!

สุขภาพดีด้วย 5 อาหารต้านภัยฝุ่นจิ๋ว PM 2.5 ที่ไม่ว่าจะหนักหรือเบาเราก็สูดดมทุกวัน!

4 จุดริ้วรอยบอกโรค! ส่วนไหนไม่ปกติ ส่วนไหนบกพร่อง สะท้อนสุขภาพจากภายใน

แชร์เคล็ดลับสร้างสมดุลผิวสู้ภัยฝุ่น PM 10-2.5 สำหรับสาวๆ ที่เกิดผื่นแพ้ผิวหนังและสิวง่าย

คัดมาเน้นๆ 5 พืชผักน่ากินกับสรรพคุณสุดว้าวที่ดีต่อสุขภาพ ผิวพรรณ ต่อต้านอนุมูลอิสระ

 

 

 

ความเหมือนที่แตกต่างของ “แม่พลอย สี่แผ่นดิน” และ “ล้ง 1919”

หลายคนคุ้นหูกับวรรณกรรมเรื่อง “สี่แผ่นดิน” บทประพันธ์ชิ้นเอกของ  ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช ซึ่งท่านได้เรียงร้อยเรื่องราวลำดับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงในสยามประเทศ ผ่านตัวละครหลักอย่าง แม่พลอย และตัวละครอื่นๆ ซึ่งแต่ละตัวละคร เสมือนตัวแทนของคนในยุคสมัยนั้น จึงทำให้ สี่แผ่นดิน ถูกยกให้เป็นวรรณกรรม แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ และถูกตีพิมพ์ สร้างเป็นละครโทรทัศน์ ละครเวที หลายต่อหลายครั้ง

ซึ่งในแต่ละครั้งก็ได้รับคำนิยมชมชอบมากมาย และล่าสุด “สี่แผ่นดิน” ได้กลับมาอีกครั้งในรูปแบบละครเวที แต่ที่ดูแปลกและน่าตื่นเต้นกว่าทุกครั้ง คือ การกลับมาครั้งนี้ในรูปแบบ ละครเวทีกลางแจ้ง ที่มีฉากหลังเป็น แม่น้ำเจ้าพระยา ภายใต้ชื่อ  “สี่แผ่นดิน THE LEGEND MUSICAL @ LHONG 1919” จัดแสดงที่ โครงการ “ล้ง 1919” เพื่อฉลองครบรอบ 100 ปี “ล้ง 1919”

หากใครเป็นแฟน “สี่แผ่นดิน” คงตื่นเต้นไม่น้อย เพราะอีกหนึ่งสิ่งสำคัญของเรื่องนอกจาก “แม่พลอย” ตัวละครหลักแล้ว “สายน้ำ – แม่น้ำ” เป็นอีกหนึ่งสิ่งสำคัญของเรื่อง เพราะ “ชีวิตของแม่พลอย เปรียบเสมือนสายน้ำ ที่ผันผวนปรวนแปรไปอย่างรวดเร็ว…สายน้ำที่มีขึ้น มีลง มีแห้งขอด บางครั้งไหลเชี่ยว หรือบางทีก็นิ่งสนิท สะท้อนชีวิตแม่พลอยที่ผ่านร้อน ผ่านหนาว มีสุข และมีทุกข์ อันเป็นเรื่องธรรมดาของชีวิต”

ในขณะที่ “ล้ง 1919” หรือ “ท่าเรือฮวย จุ่ง ล้ง” ก็เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ชาติไทย และมีเส้นชีวิตไม่ต่างจากแม่พลอยมากนัก คือ มีช่วงเวลาที่รุ่งเรือง และถูกลบเรือนไปตามกาลเวลา

จุดเริ่มต้นของสายน้ำที่หลั่งไหล

แม่พลอย : บ้านเกิดแม่พลอยตั้งอยู่ที่ “คลองบางหลวง” แม่พลอย เป็นลูกของ “พระยาพิพิธ” และ “แม่แช่ม” (ภรรยารอง) มีพี่ชาย 1 คน คือ “พ่อเพิ่ม” อายุ 10 ขวบ ต้องจากบ้านมาอยู่ในวังเพียงคนเดียว  โดย “แม่แช่ม”ได้ถวายตัว “พลอย”ให้เป็นข้าหลวงของเสด็จ พลอยมีเพื่อนสนิท 1 คน ชื่อว่า “ช้อย” ทั้งพลอยและช้อยอยู่ในวังภายใต้การดูแลของ “คุณสาย”

ล้ง 1919 : “ฮวย จุ่ง ล้ง” หรือ “ท่าเรือกลไฟ” เกิดขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 4 โดย พระยาพิศาล ศุภผล (ชื่น พิศาลบุตร) เป็นผู้สร้าง ฮวย จุ่ง ล้ง เป็นท่าเรือโดยสารบรรทุกสินค้าของชาวจีน ท่าเรือแห่งนี้เสมือนประตูด่านแรกที่ชาวจีนทุกคนต้องมาขึ้นฝั่งเหยียบแผ่นดินสยาม เพื่อค้าขาย หรือ เข้ามาตั้งรกรากในประเทศ

ความสุขเอ่อล้น เหมือนน้ำล้นฝั่ง

แม่พลอย : ถึงคราวออกเรือน “แม่พลอย” ตัดสินใจแต่งงานกับ “คุณเปรม”  และย้ายออกจากวังมาอยู่ที่บ้าน
“คลองพ่อยม” คุณเปรมมีลูกติดอยู่ 1 คน ชื่อ “อ้น” ต่อมาทั้งสองมีลูกด้วยกันอีก 3 คน ชื่อว่า “อั้น” “อ๊อด” และ “ประไพ” ทุกคนในครอบครัวรักใคร่กลมเกลียวกัน คุณเปรมก็เจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงานได้เลื่อนขั้น

ล้ง 1919 : ยุคทองการค้าเสรี เป็นยุคเฟื่องฟูของ “ท่าเรือฮวย จุ่ง ล้ง” เสมือนศูนย์กลางค้าขายทำธุรกิจที่คึกคักที่สุดระหว่างชาวสยามและชาวจีน ตัวอาคารท่าเรือขนาด 6,800 ตารางเมตร ถูกใช้เป็นร้านค้า โชว์รูม และโกดังสำหรับเก็บสินค้านำเข้าจากต่างประเทศ เช่น จีนสิงคโปร์ และฮ่องกง เรียกว่าเป็นแหล่งการค้าสำคัญที่สุดในขณะนั้น

ชีวิตผกผันดั่งน้ำในคลองที่แห้งขอด

แม่พลอย : ต้องเผชิญกับความทุกข์ การพลัดพราก ความสูญเสียจากคนในครอบครัว “อ้น” ติดคุก “คุณเปรม” เสียชีวิตจากการตกม้า “อ๊อด” ลูกชายคนเล็กเสียชีวิตจากไข้มาลาเรีย บ้านโดนระเบิดจากสงครามโลกครั้งที่ 2 ถือว่าเป็นจุดต่ำสุดของชีวิตแม่พลอย

ล้ง 1919 : เมื่อท่าเรือแห่งประเทศไทย (ท่าเรือคลองเตย) เข้ามามีบทบาทด้านการค้ากับชาวต่างชาติมากขึ้น ส่งผลให้ “ท่าเรือฮวย จุ่ง ล้ง” ค่อยๆ ลดบทบาทลง หลังสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 1 “นายตัน ลิบ บ๊วย” ทายาทตระกูลหวั่งหลี ได้เข้ามารับช่วงเป็นเจ้าของต่อจากตระกูลพิศาลบุตร ปรับปรุงท่าเรือแห่งนี้ให้กลายเป็นอาคารสำนักงาน และยังเป็นโกดังเก็บสินค้าการเกษตรของตระกูลหวั่งหลี คนรุ่นหลังจึงเรียกสถานที่ท่าเรือแห่งนี้ว่า “โกดังบ้านหวั่งหลี” ถือเป็นจุดสิ้นสุดของท่าเรือ ฮวย จุ่ง ล้ง

บทสรุปของสายน้ำที่สงบนิ่ง กับ การเริ่มต้นของสายน้ำที่ไหลเชี่ยว

แม่พลอย : การเปลี่ยนแปลงในแต่ละช่วงเวลาชีวิตของแม่พลอยที่พบเจอทั้งความสุขและทุกข์จากการสูญเสียนั้น
ไม่ต่างอะไรจากการไหลของสายน้ำหลายสายที่แตกต่างกัน หลังจากที่บ้านโดนระเบิด  แม่พลอยจึงเลือกที่จะกลับมาใช้ชีวิตบั้นปลายที่สงบอยู่ที่บ้านเกิดคลองบางหลวง อันเป็นสถานที่เปรียบเหมือนจุดเริ่มต้นของแม่พลอยนั่นเอง

ล้ง 1919 : หลังจากที่ “ท่าเรือฮวย จุ่ง ล้ง” ถูกลดบทบาทลงกลายมาเป็น “โกดังบ้านหวั่งหลี” โกดังเก็บสินค้า บั้นปลายชีวิตของ “ล้ง 1919 บัดนี้เหมือนการเริ่มต้นครั้งใหม่ของกระแสน้ำที่ไหลเชี่ยว กลายมาเป็น “ล้ง 1919” การกลับมาในรูปแบบไทม์แมชชีน สะท้อนประวัติศาสตร์ที่มีคุณค่าชีวิตของคนไทยเชื้อสายจีน ที่มีอายุมาอย่างยาวนานกว่า 100 ปี ผ่านสถาปัตยกรรมและจิตรกรรม ปัจจุบันเป็นแลนด์มาร์ค แหล่งท่องเที่ยวแนว Heritage ที่โดดเด่นด้วยศิลปะและสถาปัตยกรรมแห่งใหม่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาย่านฝั่งธนที่นักท่องเที่ยวทุกคนจะต้องมาเช็คอิน

กระเป๋า Dior Saddle Bag

หายไปเกือบ 20 ปี! เช็คราคา กระเป๋า Dior Saddle Bag กลับมาเรียกเรตติ้งอีกครั้ง

กลับมาทวงบัลลังก์ กระเป๋า Dior Saddle Bag ดีไซน์ทรงอานม้า ที่ปลุกกระแสความฮ็อตฮิตไปทั่วโลก หลังจากหายไปนานเกือบ 20 ปี ซึ่งเหล่าคนดังต่างสะพายกันให้พรึบ 

นอกจาก Lady Dior รุ่นฮ็อตของแบรนด์เฮ้าท์ชื่อดังจะสร้างภาพจำให้คนทั้งโลกได้แล้ว กระเป๋า Dior Saddle ก็ถือเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ดังเช่นกัน ซึ่งได้เปิดตัวในรูปแบบใหม่ที่หลากหลายขึ้นในฤดูกาล Fall/Winter 2018 และกลับมาดังเป็นพลุแตกอีกครั้ง หลังจากเผยโฉม Dior Saddle ครั้งแรกเมื่อปี 1999 โดย John Galliano ผู้อำนวยการสร้างสรรค์ของดิออร์ และได้รับฟีดแบ็คอย่างถล่มทลายจากคนดังฮอลลีวู้ด รวมถึงแฟชั่นไอคอนทั่วโลก ไม่ว่าจะ ปารีส ฮิลตัน หรือบียอนเซ่ นอกจากนี้ กระเป๋า Dior Saddle ยังเคยปรากฏตัวในซีรี่ส์ดัง Sex and the City มาแล้วด้วย ก่อนจะหายไปนานเกือบ 20 ปี

กระเป๋า Dior Saddle Bag

กระเป๋า Dior Saddle Bag

แต่ทันทีที่คัมแบ็คก็ได้รับความนิยมอีกครั้ง แถมกระแสยังเปรี้ยงหนักกว่าเดิม เพราะความครีเอทที่ใส่ลูกเล่นต่างๆ บนตัวกระเป๋าอย่างลวดลายปักสุดประณีต ที่มีให้เลือกทั้งขนาดกลางและขนาดเล็ก มีสายคล้องสั้นติดมากับกระเป๋าหนึ่งเส้น และสามารถถือได้หลายแบบ เช่น สะพายไหล่ คล้องแขน หรือจะซื้อสายยาวมาเพิ่มก็สามารถสะพายแบบ crossbody ได้ 

กระเป๋า Dior Saddle มาพร้อมกับฮาร์ดแวร์โทนสีทอง ด้วยการแขวนตัวอักษร “D” ไว้ด้านหน้า และตัวอักษร “CD” ถูกติดไว้กับสายคล้องกระเป๋า หากใครกำลังมีใจให้ กระเป๋า Dior Saddle ด้านล่างนี้เราได้รวบรวมข้อมูล เช็คราคากระเป๋า ที่จะเป็นประโยชน์ต่อการตัดสินใจของคุณมาฝากกัน หวังว่าข้อมูลเบื้องต้นเหล่านี้จะสามารถช่วยให้คุณได้กระเป๋าใบใหม่มาครอบครองเร็วๆ นะคะ

ซื้อได้ที่ไหน

คุณสามารถซื้อ กระเป๋า Dior Saddle Bag กระเป๋าดิออร์ทรงอานม้า ได้เฉพาะที่ดิออร์บูติกเท่านั้น และกรุณาโทรสอบถามก่อนจะเข้าไปช้อปปิ้งนะจ๊ะ จะได้ไม่ไปเสียเที่ยว

สีและสไตล์ กระเป๋าดิออร์ทรงอานม้า

Saddle Bag ขนาดกลาง

Saddle Bag

Saddle Bag

Saddle Bag

Saddle Bag

Saddle Bag

Saddle Bag

Saddle Bag

Saddle Bag

Saddle Bag ขนาดเล็ก

Saddle Bag ขนาดเล็ก

Saddle Bag ขนาดเล็ก

Saddle Bag ขนาดเล็ก

Saddle Bag ขนาดเล็ก

Saddle Bag ขนาดเล็ก

Saddle Bag ขนาดเล็ก

Saddle Bag ขนาดเล็ก

Saddle Bag ขนาดเล็ก

รุ่น ขนาด ราคากระเป๋า Dior Saddle Bag และ Dior Mini Saddle Bag

กระเป๋า Dior Saddle Bag in Calfskin : ขนาด 10″ x 7.9″ x 2.6″ ราคา $3,250 หรือประมาณ 101,728 บาท

กระเป๋า Dior Saddle Bag in Oblique Canvas  : ขนาด 10″ x 7.9″ x 2.6″ ราคา $2,850 หรือประมาณ 89,207 บาท

กระเป๋า Dior Saddle Bag with Embroidery (งานปักลวดลาย)  : ขนาด 10″ x 7.9″ x 2.6″  ราคา $6,000 หรือประมาณ 187,805 บาท

กระเป๋า Dior Mini Saddle Bag in Calfskin  : ขนาด 7.7″ x 6.3″ x 2.6″ ราคา $2,600 หรือประมาณ 81,382 บาท

กระเป๋า Dior Mini Saddle Bag in Oblique Canvas  : ขนาด 7.7″ x 6.3″ x 2.6″ ราคา $2,350 หรือประมาณ 73,557 บาท

กระเป๋า Dior Mini Saddle Bag with Embroidery (งานปักลวดลาย)  : ขนาด 7.7″ x 6.3″ x 2.6″ ราคา $5,900 หรือประมาณ 184,675 บาท

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

มีเงินหมื่นก็ซื้อได้! กระเป๋าแบรนด์เนม 6 ตัวท็อป มาแรงไม่แพ้ใบละแสน

เช็คลิสต์ 7 กระเป๋าแบรนด์เนม ที่ควรลงทุนซื้อเป็นใบแรก เพราะคุ้มค่าใช้ได้นาน

เปิดโพยหนังสัตว์หายากของ กระเป๋า Hermès อีกปัจจัยที่ทำให้ราคาแพงหูฉี่

ขายดีจนต้องหลีกทาง! เจาะราคาทุกไซส์ของ กระเป๋า Louis Vuitton รุ่นสะพายหลัง

ขึ้นแท่นคุณแม่ลูกสอง รวม 6 ชุดคลุมท้อง ‘แอน แฮทธาเวย์’ สวยสะพรั่งทุกลุค

Sold out แน่! อาดิดาส ปล่อย สนีกเกอร์ หนังสีขาว ดึง Blackpink ร่วมคอลเล็คชั่น

เคารพวัฒนธรรม ‘ดัชเชสเคท’ สวมชุดตามจารีต เยือนปากีสถานอย่างเป็นทางการ

ใครว่าใช้แต่ของแพง! ‘ดัชเชสเมแกน’ สวมต่างหูหลักร้อย ในทริปทัวร์แอฟริกาใต้

ยอมจ่ายเพื่อความปัง! 7 ลุคที่แพงที่สุดของ ‘เมลาเนีย ทรัมป์’ สตรีหมายเลขหนึ่ง

ลูกค้าวีไอพี ‘ตั๊ก-บงกช’ สวย คม เฉียบ หรูหราด้วยเครื่องประดับจาก Versace

เฉพาะไทยเท่านั้น! Disney x anello ออกลายแลนด์มาร์ค 5 ประเทศ 5 ดีไซน์

เปิดตัวไกลถึงปารีส! PAVA กระเป๋าผ้าไหมไทย 4 ดีไซน์ใหม่ เปรี้ยวเท่ยิ่งกว่าเดิม

สวยเปล่งประกาย ถูกใจสื่อเกาหลี ‘เจนนิษฐ์ BNK48’ ขึ้นรับรางวัลที่ปูซาน

โปรดแบรนด์เดียวกัน! ซูมนาฬิกาเรือนหรูของ สองสะใภ้ราชวงศ์อังกฤษ


ที่มา : pursefiend.com

ภาพ : pursefiend.com

 

 

 

 

 

 

สูตรลดน้ำหนัก

เปิด สูตรลดน้ำหนัก ด้วยวิธีธรรมชาติ ช่วยลด 18 โลได้ในเวลาไม่นาน

สาวๆ ที่อยาก เริ่มต้นลดน้ำหนัก ด้วยวิธีธรรมชาติมาทางนี้วันนี้ แพรวดอทคอม มี สูตรลดน้ำหนัก ด้วยการนอนและดื่มน้ำอุ่น ที่ช่วยให้ลดน้ำหนักได้ลงถึง 18 โล ภายในเวลา 1 เดือนมาฝาก แต่จะจริงหรือมั่ว มาลองดูกันเลย

เชื่อว่าคนส่วนใหญ่มักมองข้ามเรื่องเล็กๆ ในชีวิตประจำวันไปไม่น้อย เพราะกิจวัตรในแต่ละวันที่แสนจะยุ่งเหยิงนั้น ทำให้อาจจะละเลยบางสิ่งที่ดีต่อร่างกายและสุขภาพไปได้ อย่างเช่น เรื่องการนอนหลับให้เต็มอิ่มและเพียงพอในแต่ละวัน และการดื่มน้ำอุ่นที่มีประโยชน์ต่อร่างกายมากกว่าการดื่มน้ำเย็นที่หลายคนอาจไม่ทราบว่าช่วยได้ในหลายเรื่อง อยากให้สาวๆ ลองอ่านให้จบ แล้วนำไปลองปรับใช้กันดูนะคะ ที่สำคัญเป็น สูตรลดน้ำหนัก ด้วยวิธีธรรมชาติ ไม่มีโทษให้เกิดโยโย่ทีหลังแน่นอน

ซึ่งกระบวนการสำคัญที่ทำให้เห็นว่าการนอนหลับสัมพันธ์กับการมีรูปร่างที่ดีนั้น ก็คือ การเข้าสู่สภาวะหลับลึก, ร่างกายหลั่งฮอร์โมนโปรตีนที่ควบคุมน้ำหนักและฮอร์โมนกระตุ้นการเจริญเติบโต, ร่างกายส่งสัญญาณให้สมองควบคุมความอยากอาหารและเพิ่มพลังการเผาผลาญ และการนอนเต็มอิ่ม 6 – 8 ชั่วโมง ช่วยรักษาทรวดทรง ทำให้ไม่อ้วนง่าย

ส่วนสาเหตุหลักที่ทำให้นอนไม่หลับและผอมยาก เกิดจากภาวะความเครียดทางจิตใจ, โรคภัยไข้เจ็บ, ผลข้างเคียงจากการใช้ยา และการดำเนินชีวิตที่ไม่เหมาะสม และหลายคนที่มีอาการนอนไม่หลับ อาจจะมีลักษณะ 3 รูปแบบ คือ หลับยาก นอนกลิ้งไปกลิ้งมาเป็นชั่วโมงก็ยังไม่หลับ หลับไม่ต่อเนื่อง นอนหลับๆ ตื่นๆ ไม่ต่อเนื่อง และตื่นก่อนเวลา ตื่นกลางดึกแล้วนอนไม่หลับอีก

สูตรลดน้ำหนัก

เคล็ดลับช่วยให้หลับได้สนิท

  • ปรับแสงในห้องให้มีสีเหลืองนวลใกล้เคียงกับแสงอาทิตย์ยามเย็นทำให้สายตาได้ผ่อนคลายอย่างเต็มที่
  • สร้างสภาพแวดล้อมให้หลับสบายยิ่งขึ้น โดยการเลือกใช้สีโทนอบอุ่นอย่างสีน้ำตาลกาแฟหรือสีชมพูอ่อนกับฝ้า เพดาน ผนังและเครื่องนอน
  • งดใช้มือถือและคอมพิวเตอร์ก่อนนอน 2 ชั่วโมง เพราะหากเจอข้อมูลที่น่าสนใจจะยิ่งทำให้ร่างกายตื่นตัวและหลับยาก
  • หลังอาหารเย็น อย่าดูรายการทีวีหรือหนังที่เขย่าขวัญสั่นประสาทหรือต้องเก็บไปคิดต่อ จนทำให้นอนหลับยาก

ดื่มน้ำอุ่นทุกเช้า

  • ฝึกดื่มน้ำอุ่น 40 – 50 องศาเซลเซียส (หลังน้ำต้มเดือด 10 นาที) เมื่อตื่นนอนทุกเช้าให้เป็นนิสัย
  • อย่าเพิ่งกลืนน้ำอุ่นอึกแรกลงท้อง ควรกลั้วคอทำความสะอาดช่องปากแล้วบ้วนทิ้งเสียก่อน เพื่อป้องกันเชื้อโรคในช่องปากลงไปในร่างกาย
  • ห้ามดื่มน้ำอึกใหญ่ ค่อยๆ จิบให้น้ำไหลลงท้องเพื่อกระตุ้นอวัยวะภายในอย่างช้าๆ (น้ำ 1 แก้วใช้เวลาดื่มประมาณ 10 นาที)

ความเปลี่ยนแปลงหลังดื่มน้ำอุ่นจนน้ำหนักค่อยๆ ลดลง

  • อาการท้องผูกและอาการบวมน้ำเริ่มหายไป
  • ช่องปากและเยื่อบุลิ้นสะอาด สังเกตได้จากสีของลิ้นจะเป็นสีชมพูสวยหรือสีแดงชุ่มชื่น
  • ผิวพรรณดีขึ้น

สูตรลดน้ำหนัก

แต่ถ้าเบื่อน้ำอุ่นเปล่าๆ ลองเพิ่มรสชาติให้น้ำอุ่นด้วยการใส่ผัก ผลไม้ และสมุนไพรบำรุงร่างกาย เช่น น้ำอุ่น + มะนาว = ระงับความอยากอาหาร / กระตุ้นการย่อยอาหาร หรือน้ำอุ่น + กีวี่ฝาน 1 ชิ้น = กระตุ้นการย่อยอาหาร เป็นต้น

น้ำอุ่นแก้วสำคัญที่ควรดื่มให้ได้ทุกวัน ลองเลือกดื่มน้ำอุ่นตามช่วงเวลานี้ดู

  • แก้วที่ 1 ทุกเช้าหลังตื่นนอน น้ำอุ่นแก้วแรกช่วยกระตุ้นการเผาผลาญได้ดีที่สุด
  • แก้วที่ 2 ก่อนอาหารมื้อกลางวัน ช่วยให้รู้สึกอิ่มและกินอาหารได้น้อยลง
  • แก้วที่ 3 หลังอาหารมื้อกลางวัน ช่วยบำรุงรักษากระเพาะอาหาร
  • แก้วที่ 4 ก่อนอาหารมื้อเย็น ช่วยให้รู้สึกอิ่มและกินอาหารได้น้อยลง
  • แก้วที่ 5 หลังอาบน้ำ เป็นช่วงที่เลือดไหลเวียนดีที่สุด

และโดยปกติควรดื่มน้ำวันละ 1.6 ลิตร เพื่อป้องกันไม่ให้ร่างกายขาดน้ำ แต่หากดื่มน้ำมากเกินไป อาจเกิดภาวะ “น้ำเป็นพิษ”ทำให้เกิดอาการปวดศีรษะ อ่อนเพลีย และอาจหมดสติได้ พร้อมกันนี้ควรสังเกตว่าจำนวนการปัสสาวะปกติใน 1 วัน คือ 4 – 6 ครั้ง ซึ่งหากปัสสาวะน้อยกว่า 3 ครั้งใน 1 วัน ถือว่าร่างกายอยู่ในภาวะขาดน้ำ

ส่วนในเวลานอนตอนกลางคืน ถ้าปัสสาวะบ่อยมากกว่า 4 ครั้ง แสดงว่ามีน้ำในร่างกายมากเกินไปหรือไตทำงานผิดปกติ และน้ำหนักจะลดได้ถึง 18 กก. ใน 1 เดือน! จริงหรือไม่ ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายๆ อย่างของแต่ละบุคคลด้วย ว่าออกกำลังกายสม่ำเสมอไหม เลือกทานแต่อาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ และไม่เพิ่ม Kcal ด้วยไหม อันนี้ก็เป็นเรื่องสำคัญ แต่ว่าหากใครทำสำเร็จ อย่าลืมฟีดแบ็กกลับมาบอกแอดกันบ้างนะคะ


ข้อมูล : หนังสือ “ดื่มน้ำอุ่นลดหุ่น” และหนังสือ “ยิ่งนอน ยิ่งผอม” สำนักพิมพ์อมรินทร์สุขภาพ
ภาพ : Pexels

 

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

อยากผอม หุ่นเป๊ะ สุขภาพดี ลองวิธีง่ายๆ ไม่ต้องพึ่งพายาลดน้ำหนัก!

วิธีลดน้ำหนัก ด้วยการกินอาหารตามกรุ๊ปเลือด ได้ผลจริงหรือไม่?

รับมือสภาวะ Hit The Plateau หรือ “หิดปลาทู” แบบง่ายๆ ที่คนลดหุ่นต้องเจอ!

เฉลยเมคอัพไอเท็มลุคสวยหรูดูแพงของ “สู่ขวัญ” งัดมาประชันความแกลมกับซุปตาร์ฮอลลีวู้ด

เป๊ะตั้งแต่ตื่น! รีวิวต่อขนตาที่ Ever Lash Studio อัพลุคปังให้สาวๆ มั่นใจขึ้น

ลองทำ 25 ข้อ เปลี่ยนพุงพลุ้ยเป็นหุ่นเพรียว แค่เปลี่ยนไลฟ์สไตล์การกินอยู่

เผยแคลอรี่เครื่องดื่มสุดโปรดของสาวๆ ดื่มเพลินระวังอ้วนไม่รู้ตัว!!

กินแล้วดูเด็ก! 4 เมนูชะลอวัย เคล็ดลับที่ช่วยให้ผิวสวยดูอ่อนกว่าวัย

หม่ำซีฟู้ดยังไงให้ดีต่อหุ่น น้ำหนักไม่พุ่ง แคลอรี่ไม่กระฉูด!

ประชัน “เมนูเส้น” จานไหนกินแล้วผอม จานไหนกินแล้วอ้วน มาดู kcal กัน

มาดูแคลอรี่กันชัดๆ กับ “สลัดจานลวง” อาหารสุขภาพตัวการทำอ้วนกว่าเก่า

คุมน้ำหนัก! ควรเลือกน้ำสลัดรสชาติแบบไหน ปริมาณแคลอรี่เท่าไร มีบอกครบ

ชี้เป้า “บุฟเฟ่ต์ซีฟู้ดสำหรับสายเฮลท์ตี้กินดุ” อิ่มไม่ยั้ง..แต่ยังสุขภาพดี

กินง่ายไม่ทรมานตัวเองด้วย 4 โปรแกรมไดเอตตามกรุ๊ปเลือด A, B, AB และ O

วิธีรักษาภาวะอ้วนและดื้อต่ออินสุลิน สาเหตุ “อ้วนลงพุง” พบหญิงเป็นมากกว่าชาย

กินไว้ให้เป็นนิสัย! กับ 6 สุดยอดกลุ่มอาหารต้านมะเร็งที่ผู้หญิงควรใส่ใจ

ลดน้ำหนักแบบ Intermittent Fasting อิ่มบ้าง..อดบ้าง จะผอมไหม?

Ketogenic Diet เข้าใจง่ายๆ ใน 4 นาที แต่วิธีนี้ไม่เหมาะกับทุกคน!!

กินอาหารตามธาตุ ช่วยปรับสมดุลร่างกายให้ไม่เจ็บป่วย ตามหลักการแพทย์แผนไทย

 

 

 

กระเป๋าแบรนด์เนม

มีเงินหมื่นก็ซื้อได้! กระเป๋าแบรนด์เนม 6 ตัวท็อป มาแรงไม่แพ้ใบละแสน

หลักแสนไม่ไหว แต่หลักหมื่นยังพอได้ เปิดลิสต์ 6 กระเป๋าแบรนด์เนม ตัวเด็ดตัวดัง ราคาไม่แรงที่คุณสามารถซื้อได้แบบไม่ต้องปาดเหงื่อ

ว่าด้วยเรื่องของ กระเป๋าแบรนด์เนม ที่วางขายอยู่ในช็อปและช่องทางออนไลน์ ขอบอกว่ามีเยอะจนนับแทบไม่หวาดไม่ไหว เพราะแต่ละแบรนด์ช่างขยันออกคอลเล็คชั่นใหม่ๆ มายั่วกิเลสสาวนักช้อปได้ทุกซีซั่น แต่เชื่อไหมว่ามีเพียงกระเป๋าไม่กี่รุ่นที่กลายเป็นตัวชูโรงของแบรนด์และไม่หายไปตามกาลเวลา ถือเป็นรุ่นที่แค่กวาดตามองก็รู้ว่ามาจากแบรนด์ไหน เป็นเหมือนสัญลักษณ์ของแบรนด์ไปแล้วก็ว่าได้

เช่นเดียวกับกระเป๋าแบรนด์เนมทั้ง 6 ใบที่เราจะกล่าวถึงในวันนี้ เพียงแค่ชำเลืองมองก็ต้องร้องอ๋อ! ว่านี่ Gucci สินะ ส่วนใบนี้ก็ Dior แน่นอน เพราะแต่ละรุ่นที่เราพามาส่องราคากัน ล้วนเป็นตัวท็อปของคอลเล็คชั่นที่หลายคนเคยเห็นหน้าเห็นตากันมาแล้วทั้งนั้น แต่อาจจะไม่เคยทราบว่ากระเป๋าใบสวยที่คนดังชอบใช้ราคาเท่าไหร่บ้าง ซึ่งวันนี้เราจะมาเจาะราคากันไปทีละใบเลยจ้า

มีเงินหมื่นก็ซื้อได้! กระเป๋าแบรนด์เนม 6 ตัวท็อป มาแรงไม่แพ้ใบละแสน

Gucci Dionysus GG Supreme Super Mini Bag ราคาประมาณ 24,479 บาท
Chanel Multicolor PVC and Lambskin Quilted Flap Bag ราคาประมาณ 95,059 บาท
3.1 Phillip Lim Pashli Mini Two-Tone ราคาประมาณ 22,400 บาท
Dior Book Tote Dior Oblique Bag ราคาประมาณ 83,430 บาท
MCM Stark Side Studs Backpack in Visetos ราคาประมาณ 24,000 บาท
Louis Vuitton Speedy Bandoulière ราคาประมาณ 44,800 บาท

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

เช็คลิสต์ 7 กระเป๋าแบรนด์เนม ที่ควรลงทุนซื้อเป็นใบแรก เพราะคุ้มค่าใช้ได้นาน

เปิดโพยหนังสัตว์หายากของ กระเป๋า Hermès อีกปัจจัยที่ทำให้ราคาแพงหูฉี่

ขายดีจนต้องหลีกทาง! เจาะราคาทุกไซส์ของ กระเป๋า Louis Vuitton รุ่นสะพายหลัง

ขึ้นแท่นคุณแม่ลูกสอง รวม 6 ชุดคลุมท้อง ‘แอน แฮทธาเวย์’ สวยสะพรั่งทุกลุค

Sold out แน่! อาดิดาส ปล่อย สนีกเกอร์ หนังสีขาว ดึง Blackpink ร่วมคอลเล็คชั่น

เคารพวัฒนธรรม ‘ดัชเชสเคท’ สวมชุดตามจารีต เยือนปากีสถานอย่างเป็นทางการ

ใครว่าใช้แต่ของแพง! ‘ดัชเชสเมแกน’ สวมต่างหูหลักร้อย ในทริปทัวร์แอฟริกาใต้

ยอมจ่ายเพื่อความปัง! 7 ลุคที่แพงที่สุดของ ‘เมลาเนีย ทรัมป์’ สตรีหมายเลขหนึ่ง

ลูกค้าวีไอพี ‘ตั๊ก-บงกช’ สวย คม เฉียบ หรูหราด้วยเครื่องประดับจาก Versace

เฉพาะไทยเท่านั้น! Disney x anello ออกลายแลนด์มาร์ค 5 ประเทศ 5 ดีไซน์

เปิดตัวไกลถึงปารีส! PAVA กระเป๋าผ้าไหมไทย 4 ดีไซน์ใหม่ เปรี้ยวเท่ยิ่งกว่าเดิม

สวยเปล่งประกาย ถูกใจสื่อเกาหลี ‘เจนนิษฐ์ BNK48’ ขึ้นรับรางวัลที่ปูซาน

โปรดแบรนด์เดียวกัน! ซูมนาฬิกาเรือนหรูของ สองสะใภ้ราชวงศ์อังกฤษ


ภาพ : www.gucci.com , www.dior.com , www.lyst.com , us.louisvuitton.com

นาฬิกาทิสโซต์ ผู้อยู่เบื้องหลังการจับเวลาในการแข่งขัน MotoGP™ 2019

TISSOT (ทิสโซต์) เรือนเวลาแห่งความแม่นยำของนวัตกรรมสวิส นำโดย ปิยานุช เชยสงวน รองผู้อำนวยการ นาฬิกาทิสโซต์ ประเทศไทย ร่วมเป็นผู้สนับสนุนการจับเวลาอย่างเป็นทางการในการแข่งขันกีฬามอเตอร์ไซค์ทางเรียบชิงแชมป์โลก MotoGP™ 2019 พร้อมเผยถึงเบื้องหลังการจับเวลาในการแข่งขันที่มีความเที่ยงตรงและแม่นยำที่สุด อีกทั้งยังร่วมฉลองแชมป์โลกสมัยที่ 8 ของ มาร์ค มาร์เกวซ แบรนด์แอมบาสเดอร์นาฬิกาทิสโซต์ ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์

ในปี 2019 นี้ ประเทศไทยได้รับคัดเลือกให้เป็น 1 ใน 19 สนามการแข่งขันกีฬามอเตอร์ไซค์ทางเรียบชิงแชมป์โลก MotoGP™ อีกครั้ง และในฐานะของผู้สนับสนุนการจับเวลาอย่างเป็นทางการในการแข่งขัน TISSOT (ทิสโซต์) พยายามพัฒนาระบบที่มีความซับซ้อนในการจับเวลาให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพื่อให้การจับเวลาถูกถ่ายทอดออกไปอย่างไร้ที่ติ รถในการใช้แข่งขันทุกคันจะถูกติดตั้งเครื่อง Transponder (ทรานสปอนเดอร์) เพื่อทำหน้าที่รับส่งสัญญาณระหว่างตัวรถกับระบบปฏิบัติการที่อยู่ในห้องการจับเวลา หลังจากนั้นเครื่อง Transponder (ทรานสปอนเดอร์) จะทำงานร่วมกับเครื่องมืออื่นๆ ที่ติดตั้งอยู่ตามจุดต่างๆ ในสนาม สำหรับสิ่งที่เครื่องTransponder (ทรานสปอนเดอร์) จะส่งกลับมาที่ห้องการจับเวลานั้นมีทั้งเวลา ความเร็ว  องศาการโค้ง และตำแหน่งของนักบิดที่อยู่ในสนาม สำหรับในห้องการจับเวลาจะมีเจ้าหน้าที่และผู้เชี่ยวชาญจำนวนไม่น้อยกว่า 10 ชีวิต เพื่อตรวจเช็คสัญญาณ ตรวจสอบความแม่นยำ และจดบันทึกด้วยมือ เพื่อให้ผลการจับเวลาแม่นยำที่สุด นอกจากนี้ห้องการจับเวลายังต้องทำงานร่วมกับกล้องถ่ายภาพที่เส้นชัยอีกด้วย เพื่อตรวจเช็คความแม่นยำในลักษณะของภาพถ่ายอีกครั้ง ในกรณีที่นักบิดเข้าเส้นชัยในเวลาใกล้เคียงกันมากๆ ต่างกันที่ 0.001 วินาที จึงต้องมีการใช้ภาพถ่ายนี้คู่กับการจับเวลาเพื่อหาผู้ชนะค่ะ สำหรับในปีนี้แบรนด์แอมบาสเดอร์นาฬิกาทิสโซต์ มาร์ค มาร์เกวซ ก็สามารถคว้าแชมป์โลกสมัยที่ 8 มาครอบครองได้ตามความคาดหมาย

บรรยากาศภายในบูธนาฬิกาทิสโซต์ บริเวณลานด้านหน้าสนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ คึกคักไปด้วยแฟนนักบิดที่แวะเวียนมาเยี่ยมบูธ พร้อมกันนี้ ยังมีผู้โชคดีที่ได้เป็นเจ้าของเรือนเวลาแห่งนวัตกรรมสวิส TISSOT T-RACE MARC MARQUEZ 2019 LIMITED EDITION (ทิสโซต์ ที-เรซ มาร์ค มาร์เกวซ 2019 ลิมิเต็ดเอดิชั่น) ที่มาพร้อมลายเซ็นของนักบิดหนุ่มเจ้าของแชมป์โลกสมัยที่ 8 จำนวนจำกัดเพียง 50 เรือนสุดท้ายในประเทศไทยอีกด้วย ส่วนผู้ที่สนใจสามารถร่วมสัมผัสนาฬิกาทิสโซต์รุ่นอื่นๆ ได้ที่ร้านทิสโซต์ ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์
โทร. 02-613-1172, ชั้น 2 เซ็นทรัลภูเก็ต ฟลอเรสต้า โทร. 076-619-960, ชั้น G เทอร์มินอล 21 พัทยา โทร. 033-252-608 และห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วไป สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 02-610-0200 หรือคลิก www.tissotwatches.com

“กาละแมร์” แชร์เรื่องจริงการทำ “อัลเทอร่า” อยากสวยชัวร์…ต้องของแท้เท่านั้น!!

เห็นแค่ประโยคเดียวก็ทำใจหล่นลงไปกองที่พื้นแล้วค่ะ เพราะสาวๆ ยุคนี้ ให้ความสนใจดูแลตัวเองมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกาย และตัวช่วยความสวยแบบเร่งด่วน ทำให้เกิดการลอกเลียนแบบอย่างมากมาย รวมไปถึงเครื่องอัลเทอร่าปลอม ที่กำลังระบาดอยู่ในขณะนี้ ที่ทั้งเสียเงินฟรี ไม่ได้ผล หรือร้ายแรงจนถึงขั้น หน้าพัง!!! 

สาวสวยมั่นใจ “กาละแมร์ – พัชรศรี เบญจมาศ” จึงขอแชร์ประสบการณ์จริงจากการทำอัลเทอร่าแท้ และความน่ากลัวของโฆษณาชวนเชื่อ เพื่อให้สาวๆ ได้เช็คชัวร์ ความปลอดภัย ก่อนตัดสินใจทำ

“ขอบอกตัวโตๆ ตรงนี้เลยค่ะว่า ดิฉันโชคดีมากที่ได้ทำอัลเทอร่าใช้ของจริง เพราะก่อนหน้านี้แมร์ไม่ทราบว่า มีเครื่องปลอมระบาดมาก่อน ซึ่งทุกครั้งก่อนจะอะไรเกี่ยวกับความงาม อย่างแรกคือ ต้องเลือกคลินิก หรือสถานเสริมความงามที่น่าเชื่อถือ ทั้งชื่อเสียงสถาบัน และคุณหมอที่ดูแล

“เนื่องจากก่อนหน้านี้แมร์ไม่ค่อยได้ทำอะไรเกี่ยวกับใบหน้าเท่าไหร่ แต่เชื่อไหมคะคุณ! พออายุมากขึ้น…สิ่งที่ตามมาก็คือ ใบหน้าตกค่ะ แม้ว่าเราจะกินอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกาย แต่เชื่อไหมคะว่า ด้านในของเราเบิกบาน แข็งแรง สดใสจริง แต่ใบหน้าของเรา ไม่ไปด้วยกันค่ะ ดิฉันจึงรู้แล้วว่า…ถึงเวลาต้องทำอะไรสักอย่างแล้วค่ะ (หัวเราะ)”

สวยจริง…ด้วยอัลเทอร่าแท้ 

“แต่! เนื่องจากแมร์เป็นคนกลัวเจ็บมา….ก จะให้จิ้มอะไรเข้าใบหน้า คือกลัวเจ็บไปหมดเลยค่ะ คุณหมอจึงแนะนำให้ทำอัลเทอร่าค่ะ ซึ่งเป็นการยกกระชับใบหน้า โดยใช้คลื่นเสียงอัลตราซาวด์ ชนิด Micro Focused Ultrasound with Visualization (MFU-V) ซึ่งเข้าไปถึงผิวชั้นในได้อย่างตรงจุด และที่สำคัญคือ เห็นผลทันที ไม่ต้องพักฟื้น ซึ่งพอได้ทำครั้งแรกก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ ค่ะ เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงของกรอบหน้าที่ชัดเจนมากๆ ช่วยเพิ่มความมั่นใจได้แบบทันที

“และเพราะผลลัพท์ที่เริ่ดขนาดนี้ ทำให้มีเครื่องอัลเทอร่าปลอม หรือของเลียนแบบ ออกมาเพียบ เพราะไม่ว่าใครก็อยากดูดีขึ้น อยากดูแลตัวเองกันทั้งนั้น แต่ว่าบางคนไม่รู้ เสียเงินไปทำแล้วไม่เห็นผล หรือไปทำแล้วหน้าพัง เพราะไม่รู้ว่าเป็นของปลอม โดยการหลอกล่อด้วยโปรโมชั่น หรือราคาที่ดึงดูด ซึ่งสิ่งเหล่านี้ไม่เพียงแต่ทำร้ายผู้บริโภคนะคะ แต่ยังทำลายเศรษฐกิจของประเทศด้วย

“ดิฉันจึงอยากให้สาวๆ หรือใครที่กำลังจะตัดสินใจทำอัลเทอร่า เช็คข้อมูลให้ดีก่อน จะได้ไม่เสี่ยงต่อหน้าพัง! อย่างแรกคือ นำชื่อคลินิกหรือสถานเสริมความงามนั้น ไปเสิร์ชในเว็บไซต์ www.merzclubthailand.com เพราะ เมิร์ซ เอสเธติกส์ เป็นผู้นำเข้าเครื่องอัลเทอร่า ที่ถูกสิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย ซึ่งเป็นเครื่องที่มีหน้าจอสแกนผิวแบบ real timevisualization ที่ช่วยให้คุณหมอมองเห็นชั้นผิวขณะทำ และส่งพลังงานไปยังชั้นผิวที่ต้องการได้อย่างแม่นยำ ฉะนั้นถ้าเสิร์ชในเว็บไซต์ แล้วมีชื่อคลินิกนั้น ก็สบายใจได้เลยค่ะว่าเป็นเครื่องอัลเทอร่าแท้

“พอเราเช็คแล้วว่า คลินิกนั้นซื้อเครื่องแท้จาก เมิร์ซ เอสเธติกส์ แต่เพื่อความชัวร์ เมื่อไปที่คลินิกก็ขอเขาดูหลักฐานยืนยันเพิ่มอีกสักนิด คุณสาวๆ อาจจะอ้างชื่อ กาละแมร์ ได้เลยนะคะว่า พี่แมร์บอกว่า ถ้าเครื่องแท้ต้องมีใบประกาศ และโล่เพชรเพื่อเป็นการยืนยัน ไม่ต้องอายนะคะสาวๆ เราต้องเช็คให้ชัวร์ ดีกว่าเสี่ยงหน้าพังค่ะ เพราะสุดท้ายแล้วคนที่ได้รับผลกระทบก็คือ ผู้บริโภคอย่างเรา ทั้งเสียเงิน เสียหน้า ฉะนั้นเราต้องรู้ให้ทัน ฉลาดเลือก และช่วยกันเป็นกระบอกเสียงกระจายเรื่องนี้ออกไป เพื่อให้ทุกคนรู้ว่าต้องเช็คอย่างไร

“เพราะจะสวยแล้ว ต้องสวยให้จริง สวยให้สุด ต้องเลือกเครื่องอัลเทอร่าแท้ จาก เมิร์ซ เอสเธติกส์ เท่านั้นค่ะ

สามารถติดตามข้อมูลเกี่ยวกับเพิ่มเติม และตรวจสอบคลินิกที่ให้บริการเครื่องอัลเทอร่าได้ที่  www.merzclubthailand.com หรือ ติดตามข่าวสารที่  Facebook : MerzAesthetics Thailand

ASICS สนีกเกอร์ GLIDERIDE

ASICS ออก สนีกเกอร์ GLIDERIDE™ รองเท้า Energy Saving คู่ใหม่ วิ่งสบายขึ้น

ASICS เปิดตัว สนีกเกอร์ GLIDERIDE™ รองเท้า Energy Saving คู่ใหม่ด้วยนวัตกรรมล่าสุด รองเท้าที่ได้รับการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ว่าช่วยลดการสูญเสียพลังงาน GLIDERIDE™ ถือเป็นรองเท้ารุ่นใหม่ล่าสุดในตระกูลรองเท้า Energy Saving จาก ASICS หลังจากการเปิดตัวของรุ่น METARIDE™ ไปเมื่อต้นปีที่ผ่านมาที่งานโตเกียวมาราธอน ทีมผู้เชี่ยวชาญนำเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดของ ASICS รวมถึงทฤษฎีประสิทธิภาพในการวิ่ง มาทดสอบในการแข่งขันวิ่งครั้งยิ่งใหญ่ กับการแข่งขันวิ่งแบบไร้เส้นชัยใน Bonneville Salt Flats

ASICS เปิดตัว GLIDERIDE™ รองเท้าวิ่งใหม่ที่ช่วยลดการสูญเสียพลังงานให้กับเหล่านักวิ่ง ด้วยเทคโนโลยี GUIDESOLE™ ที่หลายๆ คนเฝ้าคอยหลังจากที่เคยปรากฏตัวครั้งแรกบนรองเท้า METARIDE™ มาแล้ว ในครั้งนี้ ASICS ได้นำเทคโนโลยี GUIDESOLE™ มาไว้ในรองเท้า GLIDERIDE™ เพื่อให้นักวิ่งที่มีสมรรถภาพที่แตกต่างกันจากทั่วโลกได้สวมใส่ในการแข่งขันวิ่งสุดพิเศษครั้งนี้

เทคโนโลยี  GUIDESOLE™ เป็นเทคโนโลยีที่มีรูปร่างโค้งตามหลักสรีระ ลดการสูญเสียพลังงาน ด้วยการทำงานที่ลดการเคลื่อนไหวบริเวณข้อเท้า ให้ความรู้สึกของการเคลื่อนไหวที่ง่ายดาย และช่วยให้นักวิ่งวิ่งต่อไปได้นานขึ้น แรงบันดาลใจเบื้องหลังรองเท้าใหม่คู่นี้ คือเพื่อให้ทุกคนได้เข้าถึงเทคโนโลยี GUIDESOLE™ มากขึ้น ซึ่งเทคโนโลยีนี้พัฒนาโดยทีมงานผู้เชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์และนักออกแบบของ ASICS Institute of Sport Science (ISS) GLIDERIDE™ รุ่นใหม่นี้ได้เข้ามาเป็นหนึ่งในรุ่นที่น่าจับตามองที่สุดที่มีเทคโนโลยี GUIDESOLE™ ซึ่งนอกจากจะโดดเด่นในเรื่องของ Energy Saving แล้ว ยังมาพร้อมกับน้ำหนักที่เบา ส่วนโค้งที่ออกแบบมาเข้ากับสรีระ และการรองรับแรงกระแทกที่เพิ่มความสบายให้คุณได้มากขึ้น

ในการทดสอบ GLIDERIDE™ ได้รับการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์แล้วว่า 

  • ลดการสูญเสียพลังงานทั้งหมดที่ข้อต่อข้อเท้า ซึ่งเป็นบริเวณที่นักวิ่งใช้พลังงานมากที่สุด
  • ปรับปรุงการรองรับแรงกระแทกเพื่อความสะดวกสบายที่เพิ่มขึ้น
  • ลดน้ำหนักในขณะที่รักษาเสถียรภาพเพื่อมอบทั้งประสิทธิภาพและการป้องกัน

คุณเคนิชิ ฮาราโน เจ้าหน้าที่บริการและผู้จัดการทั่วไปอาวุโส แห่งสถาบันวิทยาศาสตร์การกีฬา ASICS กล่าวว่า  “การได้รับสัญญาณในเชิงบวก และความเร็วที่นักวิ่งได้ใช้กับเทคโนโลยีใหม่นี้ กระตุ้นเราให้พัฒนา GLIDERIDE ™ และเพื่อประสิทธิภาพที่มากขึ้น เราขอเสนอการวิ่งที่สะดวกสบายที่เชื่อว่ามีศักยภาพที่จะช่วยนักวิ่งในทุกระดับ เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพให้ดียิ่งขึ้นกว่าที่คิด”

คุณยาสุฮิโตะ ฮิโรตะ ประธานบริหารและประธานฝ่ายปฎิบัติการ ASICS กล่าวว่า “นวัตกรรมล่าสุดนี้เป็นก้าวสำคัญในการบรรลุเป้าหมายของเรา ที่จะทำให้เทคโนโลยี Energy Saving นั้นพร้อมสำหรับนักวิ่งทุกคน และในปี 2020 นี้ เราจะเปิดตัวรองเท้าคู่ต่อไปในตระกูล EVORIDE™ และยังไม่หยุดแค่นั้น  ASICS ตั้งใจที่จะทำให้เทคโนโลยีใหม่นี้เป็นมากกว่ารองเท้า ด้วยแผนงานที่จะเปิดตัวนวัตกรรมใหม่ ทั้งในร้านค้า และร้านค้าออนไลน์”

รองเท้า GLIDERIDE™ จาก ASICS จะวางจำหน่ายเร็วๆ นี้ ที่ Super Sport, ARI, General Sport, Infinite Sport, Pootonkee และ ASCIS shop รวมถึงทางออนไลน์ที่ www.asics.com/th ทั้งโมเดลสำหรับผู้หญิงและผู้ชาย ในราคา 5,900  บาท

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

เช็คลิสต์ 7 กระเป๋าแบรนด์เนม ที่ควรลงทุนซื้อเป็นใบแรก เพราะคุ้มค่าใช้ได้นาน

เปิดโพยหนังสัตว์หายากของ กระเป๋า Hermès อีกปัจจัยที่ทำให้ราคาแพงหูฉี่

ขายดีจนต้องหลีกทาง! เจาะราคาทุกไซส์ของ กระเป๋า Louis Vuitton รุ่นสะพายหลัง

ขึ้นแท่นคุณแม่ลูกสอง รวม 6 ชุดคลุมท้อง ‘แอน แฮทธาเวย์’ สวยสะพรั่งทุกลุค

Sold out แน่! อาดิดาส ปล่อย สนีกเกอร์ หนังสีขาว ดึง Blackpink ร่วมคอลเล็คชั่น

เคารพวัฒนธรรม ‘ดัชเชสเคท’ สวมชุดตามจารีต เยือนปากีสถานอย่างเป็นทางการ

ใครว่าใช้แต่ของแพง! ‘ดัชเชสเมแกน’ สวมต่างหูหลักร้อย ในทริปทัวร์แอฟริกาใต้

ยอมจ่ายเพื่อความปัง! 7 ลุคที่แพงที่สุดของ ‘เมลาเนีย ทรัมป์’ สตรีหมายเลขหนึ่ง

ลูกค้าวีไอพี ‘ตั๊ก-บงกช’ สวย คม เฉียบ หรูหราด้วยเครื่องประดับจาก Versace

เฉพาะไทยเท่านั้น! Disney x anello ออกลายแลนด์มาร์ค 5 ประเทศ 5 ดีไซน์

เปิดตัวไกลถึงปารีส! PAVA กระเป๋าผ้าไหมไทย 4 ดีไซน์ใหม่ เปรี้ยวเท่ยิ่งกว่าเดิม

สวยเปล่งประกาย ถูกใจสื่อเกาหลี ‘เจนนิษฐ์ BNK48’ ขึ้นรับรางวัลที่ปูซาน

โปรดแบรนด์เดียวกัน! ซูมนาฬิกาเรือนหรูของ สองสะใภ้ราชวงศ์อังกฤษ

เหลืองเด่นยิ่งกว่าพรมแดง!​ ถอดราคาลุคเจ้าหญิงของ ‘ยุนอา​ Girls’ Generation’