อัพเดต แบบชุดแต่งงาน 2019 กิมมิกชุดแต่งงานสวยๆ แบบไหนที่ใช่คุณ

3 แบบ ชุดแต่งงาน สำหรับว่าที่เจ้าสาว 3 สไตล์

ชุดแต่งงาน เป็นชุดที่จะต้องสะท้อนถึงความเป็นตัวตนของเจ้าสาวให้มากที่สุด แถมยังเป็นชุดที่มีชุดเดียว ใส่ได้ครั้งเดียวอีกต่างหาก แพรว wedding เลยนำ 3 กิมมิก 3 แบบชุดแต่งงาน 2019 มาให้เหล่าว่าที่เจ้าสาวได้อัพเดตกัน แบบไหนที่เป็นตัวคุณมากที่สุด ก็จัดไปเลย-ย-ย

เจ้าสาวจอมเนี้ยบ : ชุดแต่งงานเรียบง่ายแต่หรูหรา

 “สไตล์มินิมัล” เป็นคำที่เราได้ยินกันอยู่บ่อยๆ ในปีนี้ และจะยังได้ยินไปยันปีหน้า เพราะเป็นเทรนด์ที่ผู้คนให้ความสนใจ ไม่เว้นแม้กระทั่งกับชุดแต่งงานที่ได้กลายมาเป็นเทรนด์ในหมู่ว่าที่เจ้าสาวทั้งหลาย และที่ยิ่งตอกย้ำเทรนด์นี้ให้แรงขึ้นไปอีกก็เห็นจะเป็นชุดแต่งงานจากแบรนด์ Givenchy ของเมแกน มาร์เคิล ที่มาในลุคเรียบหรูไร้การตกแต่งใดๆ

 ซึ่งเทรนด์ชุดแต่งงานที่เรียบง่ายนี้ ไม่ได้จำกัดอยู่แค่รูปแบบที่เหมือนกับของเมแกน มาร์เคิล เท่านั้น แต่ว่าที่เจ้าสาวสามารถดูเรียบหรู น้อยแต่มากในสไตล์มินิมัลได้ อย่างเช่น

“ชุดแต่งงานเฉดสีบลัช”

“ชุดแต่งงานผ้าลูกไม้”

“ชุดแต่งงานประดับลูกปัด”

ซึ่งทั้งหมดอยู่ภายใต้โครงสร้างของชุดที่ไม่ซับซ้อน เน้นรูปแบบที่ง่ายแต่เน้นเค้าโครง หรือรูปร่างของผู้สวมใส่ให้ชัดเจน

 

เจ้าสาวเน้นความคลาสสิค : ชุดแต่งงานแบบมีแขน

 ปีหน้าชุดแต่งงานแบบเกาะอกอาจจะถูกแขวนไว้บนราวไร้การเหลียวแล เพราะชุดแต่งงานแบบมีแขนจะเริ่มเข้ามาอยู่ในความสนใจของว่าที่เจ้าสาวมากขึ้น ซึ่งหลายแบรนด์ก็ขนชุดแต่งงานแบบมีแขนขึ้นอวดโฉมในซีซั่น Spring / Winter ที่ผ่านมามากขึ้นด้วย และเชื่อได้เลยว่าในคอลเลคชั่น 2020 ชุดแต่งงานแบบมีแขนก็จะยังคงได้โลดแล่นอยู่บนรันเวย์อีกแน่นอน

เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งสไตล์ชุดแต่งงานสุดคลาสสิคที่ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน ว่าที่เจ้าสาวก็จะยังดูสวยร่วมสมัยในชุดแต่งงานสไตล์นี้อยู่เสมอ

 

เจ้าสาวจอมประหยัด : ชุดแต่งงานแบบ 2 in 1

เดี๋ยวนี้นอกจากว่าที่เจ้าสาวจะมีชุดแต่งงาน 2 ชุดสำหรับใส่ในพิธีช่วงเช้า กับพิธีฉลองช่วงเย็นแล้ว บางคนอาจจะมีมากกว่านั้น เช่น ชุดถ่ายภาพที่แบ็คดร็อป, ชุดช่วงพิธีการ และชุดอาฟเตอร์ปาร์ตี้ เรียกได้ว่าแทบจะเปลี่ยนกันในทุกซีเคว้นก็ว่าได้ (สงวนไว้สำหรับว่าที่เจ้าสาวกระเป๋าหนัก!!)

แต่ถ้าคุณเป็นว่าที่เจ้าสาวที่มีงบจำกัด แต่ก็อยากจะมีชุดแต่งงานมากกว่า 2 ชุดแบบคนอื่นเขาบ้าง ทางออกสำหรับเรื่องนี้มี 2 แบบคือ

– ให้ดีไซเนอร์หรือร้านชุดแต่งงานช่วยออกแบบชุดให้มีหลายฟังก์ชั่น เช่น สามารถถอดส่วนนี้ หรือสวมส่วนนั้น เพื่อให้เกิดเป็นรูปแบบชุดใหม่ที่ไม่ซ้ำกัน

– เลือกชุดแต่งงานแบบแยกชิ้น เพื่อที่เจ้าสาวจะได้เลือกเปลี่ยนส่วนใดส่วนหนึ่งได้ ที่สำคัญยังสามารถนำไปแมตช์กับชุดอื่นๆ เพื่อสวมใส่ในโอกาสพิเศษต่างๆ ได้อีกด้วย

ติดตามไอเดียชุดเจ้าสาว ชุดเจ้าบ่าว และชุดแก๊งเพื่อนเจ้าบ่าวเจ้าสาวเพิ่มเติมได้ที่นี่ คลิกเลย!

ภาพ pinterest

เครื่องขัตติยราชอิสริยาภรณ์ของพระมหากษัตริย์ ที่ใช้ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก

เครื่องขัตติยราชอิสสริยภรณ์ คือเครื่องประดับพระราชอิสริยยศของพระมหากษัตริย์ที่มีมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา โดยจะทรงใช้ในพระราชพิธีสำคัญๆ อย่าง พระราชพิธีบรมราชาภิเษก

ลักษณะของสร้อยพระสังวาล จะเป็นสร้อยทองคำสายคู่หรือสามสาย เชื่อมติดอยู่กับดอกดาราแปดกลีบ ประดับด้วยอัญมณีสีต่างๆ มีเพชรอยู่กลางที่เรียกว่า “นพเก้า” โดยจะใช้คล้องพระองค์จากพระอังสามาถึงบั้นพระองค์ แต่เดิมสร้อยพระสังวาลจะมิได้เจียระไนเป็นเหลี่ยมอย่างเพชรพลอยทุกวันนี้ แต่จะฝนกลมมนหรือมนรี เมื่อประดับลงกับสร้อยหรือแหวนจึงต้องทำแผ่นทองรับหลังและยกขอบเท่าขนาดอัญมณีเพื่อกวดขอบให้รัดไว้

ทั้งนี้สร้อยพระสังวาลที่นำมาเป็นตัวอย่างประกอบ เป็นสร้อยสังวาลพระนพ และพระสังวาลนพรัตน์ที่มีอายุเก่าแก่มาตั้งแต่สมัยกรุงธนบุรี และได้โปรดเกล้าฯให้สร้างขึ้นอีกองค์หนึ่งในรัชกาลที่ 1 โดยมีความยาว 124 ซม. สำหรับทรงใช้ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เป็นสร้อยสังวาลแฝดทำด้วยทองคำ ประดับดอกจอกเก้ากลีบ ฝังอัญมณีดอกละชนิดรวมทั้งสาย 36 ดอก เรียงประดับบนสายสังวาลแฝดยาว 176 ซม.

เครื่องขัตติยราชอิสริยาภรณ์สร้อยสังวาลพระนพและพระสังวาลพระนพรัตน์ นับเป็นเครื่องต้นสำหรับพระมหากษัตริย์โดยเฉพาะ ซึ่งในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกที่ใกล้จะมาถึงก็คงจะมีปรากฏให้เห็นเช่นเดียวกัน

ข้อมูล : หนังสือ เครื่องราชภัณฑ์ / ผู้เขียน วิทย์ พิณคันเงิน

 

BLACKPINK ติดอันดับ Forbes “30 Under 30” เกิร์ลกรุ๊ปทรงอิทธิพลแรกของโลก

BLACKPINK ติดอันดับ Forbes “30 Under 30 Asia” ประจำปี 2019 ในกลุ่มเอนเตอร์เทนเมนท์ – กีฬา ตัวแทนคนรุ่นใหม่ที่อายุไม่เกิน 30 ปี ซึ่งประสบความสำเร็จและน่าจับตามอง รวมถึงทรงอิทธิของโลก

สมกับเป็นวงเกิร์ลกรุ๊ปที่กำลังฮอตฮิต และมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลกสำหรับ BLACKPINK ที่ตอนนี้ไม่ว่าพวกเธอขยับไปไหน ทำอะไร ต้องกลายเป็นกระแส และเรียกเสียงฮือฮาแทบจะทุกครั้ง

Forbes

นับตั้งแต่เดบิวต์เพลงแรกอย่าง Boobayah เมื่อปี 2016 จนถึงตอนนี้กับเพลง Kill This Love ที่คัมแบคมาไม่ถึง 10 วันแต่ยอดวิวสูงถึง 202 ล้านวิวแล้ว ซึ่งสาวๆ BLACKPINK ใช้เวลาเพียง 2 ปีกว่าเท่านั้นในการผงาดขึ้นเป็นวงเกิร์ลกรุ๊ปอันดับ 1 ของประเทศเกาหลีใต้

Forbes

ไม่เพียงแค่นั้น ตอนนี้พวกเธอเรียกได้ว่ากำลังก้าวขึ้นมาเป็นกลุ่มศิลปินหญิงระดับอินเตอร์ ที่ทรงอิทธิพลไปทั่วโลกเลยก็ว่าได้ ด้วยเหตุนี้จึงทำให้พวกเธอถูก Forbes จัดอันดับให้ติดอยู่ใน 30 Under 30 Asia ประจำปี 2019 ในกลุ่มเอนเตอร์เทนเมนท์ – กีฬา โดยเป็นกลุ่มตัวแทนคนรุ่นใหม่ที่อายุไม่เกิน 30 ปี ซึ่งพวกเขาเหล่านี้ประสบความสำเร็จและน่าจับตามอง รวมถึงยังทรงอิทธิพลของโลกอีกด้วย

Forbes

ทั้งนี้สาวๆ ยังสามารถสร้างประวัติศาสตร์ให้กับวงการเพลง K-pop กับเพลง DDU-DU DDU-DU ด้วยการพาเพลงนี้ไปเปิดตัวบนชาร์ต Billboard Hot 100 ด้วยอันดับที่ 55 ซึ่งถือว่าเป็นอันดับสูงที่สุดของเกิร์ลกรุ๊ปเกาหลี ลบสถิติเพลง “Nobody” จากวงรุ่นพี่อย่าง Wonder Girls ที่ติดอันดับ 76 ในช่วงนั้นลงได้

นอกจากนี้ BLACKPINK ยังเป็นเกิร์ลกรุ๊ปที่ได้เซนต์สัญญากับ Interscope Records ค่ายเพลงดังระดับโลก ภายใต้การดูแลของ Universal Music Group เพื่อโปรโมทเพลงในระดับอินเตอร์

ทั้งนี้สาวๆ ยังได้ไปร่วมโชว์และทอล์กในรายการ “The Late Show With Stephen Colbert“ ซึ่งพวกเธอยังถูกสัมภาษณ์โดยพิธีกรชื่อดังอย่าง “John Oliver” อีกด้วย

ตอกย้ำความสำเร็จในระดับสากลมากยิ่งขึ้น เมื่อสาวๆ จะได้ไปร่วมแสดงในเทศกาลดนตรี Coachella 2019 ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 12-14 เมษายน และ 19-21 เมษายน 2019 ซึ่งปีจะมีการถ่ายทอดสดผ่าน Youtube ด้วยนะจ๊ะ

สำหรับปีนี้เราคงได้เห็นผลงานของสาวๆ มากยิ่งขึ้น เพราะนอกจากงานเพลงแล้ว สาวๆ BLACKPINK เรียกได้ว่าเนื้อหอมมากกกก เพราะแบรนด์ดังต่างๆ ทั่วโลกอยากร่วมงานกับเธอกันเป็นแถว ซึ่งบลิ๊งค์ชาวไทยอาจจะได้เจอลิซ่า กันบ่อยขึ้น เพราะล่าสุดยัยหนูได้เป็นพรีเซนเตอร์ให้กับเครือข่ายโทรศัพท์ชื่อดังของบ้านเราเป็นที่เรียบร้อย

CL 2NE1
คิม แทรี

ทั้งนี้ยังมีศิลปินจากเกาหลีอย่าง CL หรือ ลี แชริน อดีตสมาชิกนักร้องสาววง 2NE1 และ คิม แทรี นักแสดงดาวรุ่งของแดนกิมจิ ที่ได้รับรางวัล Best New Actress awards ประจำปี 2016 และ 2017 รวมถึงยังเป็นนักแสดงดาวรุ่งที่ค่าตัวแพงที่สุด ในวงการบันเทิงเกาหลีอีกด้วย


ภาพ : lalalalisa_m, roses_are_rosie, chaelincl

Choi Kyoung Won สไตล์ลิสต์ผู้อยู่เบื้องหลัง แฟชั่นสุดปัง สะกดทุกสายตาของ BLACKPINK

เปิดคลังแสง กล้องถ่ายรูป “LISA BLACKPINK” พร้อมฝีมือการถ่ายรูปที่ไม่ธรรมดา

เปย์นี้เพื่อลลิษา! Blink ชาวจีนซื้อของหรูระดับไฮเอนด์ ให้กับลิซ่า BLACKPINK

Blink ชาวจีนทำโปรเจ็กต์ดีๆ เพื่อสังคม ฉลองวันเกิดลิซ่า BLACKPINK

 

 

 

 

เจ้าสาวผมสั้น ต้องอ่าน! เรารวมแบบผมเจ้าสาว ไล่ระดับความยาวแบบจัดเต็ม!

เจ้าสาวผมสั้น เรารวมแบบผมเจ้าสาว ไล่ตามความยาวทุกระดับตั้งแต่ผมซอยสั๊นสั้น ผมบ๊อบ ไปจนถึงผมยาวเคลียไหล่ รับรองว่าสวยปังทุกทรง

ใครว่าเจ้าสาวต้องผมยาวเกล้าผมเสมอไป? เดี๋ยวนี้มีเจ้าสาวสายเปรี้ยว สายแนว สายฮิปสเตอร์ หลายคนที่ฉีกลุคเดิมๆของเจ้าสาวด้วยการเป็น เจ้าสาวผมสั้น เราว่าเก๋กู้ดดีออก ว่าที่เจ้าสาวคนไหนที่ค้นพบว่าตัวเองไม่ใช่ลุคเจ้าสาวผมยาวแน่ๆ มาดูกันค่ะว่าแบบทรงผมที่เหมาะกับระดับความยาวของผมเรา คือแบบไหนบ้าง? ไล่มาเลยตั้งแต่ผมซอยสั้นหรือ Pixie Cut จนถึงผมบ็อบ ผมสไตล์กึ่งสั้นกึ่งยาวหรือ Lob เรารวบรวมแบบที่รับรองว่าทำแล้วปังไม่มีพลาดแน่นอน

ผมซอยสั้น Pixie Cut

ใครที่ทำทรงนี้แล้วรอด แสดงว่าคุณเป็นคนที่มีรูปศีรษะสวย ยิ่งถ้าเป็นคนที่ช่วงคอยาวจะยิ่งส่งให้ลุคผมซอยสั้นของคุณดูเรียบโก้ เราแนะนำให้ใส่ชุดเจ้าสาวเปลือยช่วงคอและบ่า หากคุณไม่อยากให้มีเครื่องประดับติดผม เพียงแค่เซทผมให้เสยเปิดหน้า หรืออาจจะใช้เทคนิคการถักเปียเก็บแนวผมให้ไปในทิศทางเดียวกัน แค่นี้คุณก็เป็นเจ้าสาวที่ทั้งเท่ห์และเรียบหรูแล้วค่ะ

เจ้าสาวผมสั้น pixie cut

หรือถ้าหากอยากเติมลูกเล่นด้วยเครื่องประดับผม คุณสามารถเลือกคาดที่คาดผมประดับเพชร หรือดอกไม้ตามธีมงาน เซทผมให้ดูฟุ้งเบาสไตล์สาวโบฮีเมียน แมทช์กับชุดเจ้าสาวเรียบง่ายเน้นลูกไม้หรือสไตล์วินเทจ ได้ลุคเจ้าสาวแนวฮิปสเตอร์สุดชิคมาเลยละค่ะ

เจ้าสาวผมสั้น pixie cut

11 สิ่งที่ว่าที่บ่าวสาวต้องซ้อมให้คล่องก่อนที่จะถึงวันแต่งงานตามนี้เลย

แม้ว่าข้าวของเครื่องใช้ สถานที่ อาหาร และทุกอย่างในงานแต่งจะเตรียมไว้พร้อม แต่ถ้าตัวคุณไม่พร้อม เตรียมของไปก็เท่านั้น วันนี้ แพรว wedding ขอบอกให้ว่าที่บ่าวสาวเตรียมพร้อมซ้อมทำสิ่งเหล่านี้ให้คล่องก่อน วันแต่งงาน จะมาถึง แล้วรับรองว่าเมื่อถึงวันจริงทุกอย่างจะได้ผ่านไปอย่างฉลุย

1. ลองทำผมและแต่งหน้าถ้าคุณพอมีงบประมาณเหลือควรเจียดเอาไว้เพื่อการนี้ค่ะ เพราะไม่ว่าคุณจะจ้างช่างแต่งหน้าช่างทำผมมืออาชีพมาจากที่ไหน ราคาแพงเท่าไหร่ก็ตาม เพื่อความชัวร์ขอให้คุณลองแต่งหน้าทำผมเหมือนวันจริงสักครั้ง โดยเฉพาะคุณว่าที่เจ้าสาว เพราะคุณคือนางเอกของงานไงล่ะ ต้องสวยที่สุด มั่นใจที่สุด ส่วนถ้าสงสัยว่า เจ้าบ่าวต้องลองด้วยไหม อันนี้อาจอนุโลมได้ เพราะเจ้าบ่าวส่วนใหญ่ผมสั้น แต่ยังไงก็ตามควรเอาใบหน้าหล่อๆ ไปให้ช่างทั้งหลายเห็นไว้ก่อนเป็นดีที่สุด อย่างน้อยช่างทั้งหลายจะได้คิดไอเดียหรือเตรียมผลิตภัณฑ์รองพื้นที่เบอร์เหมาะกับผิวหน้าไว้ให้โดยเฉพาะ อย่าลืมว่าผิวหน้าชายหนุ่มต่างกับสาวๆ นะคะ

2. ซ้อมท่านั่งตอนเขามารับตัวในประเพณีแต่งงานไม่ว่าจะเป็นแบบไทยหรือจีน จะมีช่วงที่เจ้าบ่าวสู่ขอเสร็จแล้วเดินถือช่อดอกไม้มามอบให้เจ้าสาว ซึ่งแน่นอนว่าจังหวะนั้นต้องมีการเก็บภาพที่ระลึกอย่างแน่นอน ฉะนั้นอย่าคิดเพียงว่านั่งง่ายๆ ในท่าสบายๆ ก็รับตัวได้เหมือนกัน เพราะภาพที่ออกมาจะไม่สวย คุณคงไม่อยากได้ภาพเจ้าสาวหลังค่อมนั่งตัวบิดกำลังยื่นมือรับช่อดอกไม้ใช่ไหมล่ะ

3. ซ้อมเดินเข้างานพร้อมรองเท้าคู่จริงทั้งงานแต่งตามประเพณีไทยและงานฉลองสมรสแบบฝรั่ง ล้วนต้องมีช๊อตที่บ่าวสาวคล้องแขนเข้างานแน่นอน ซึ่งโมเม้นนี้จะเกิดหรือจะแป้กก็ขึ้นอยู่กับคุณทั้งคู่ ซึ่งส่วนใหญ่ที่แป้กคือ ความไม่คุ้นเคยกับรองเท้าที่เจ้าสาวสวมใส่ ไหนจะกระโปรงยาวๆ ที่ลากไปมา ถ้าเป็นงานประเพณีไทยนุ่งผ้าถุงคือไปกันใหญ่ จะก้าวฉับๆ เป็นไปไม่ได้ ฉะนั้นเพื่อความมั่นใจเต็มร้อย หยิบรองเท้าคู่ที่เลือก ผ้าถุงที่จะใช้จริงมาใส่ซ้อมเดินก่อนวันงานจนคล้อง รับรองวันนั้นสวยเกิดเจิดทุกราย

4. ซ้อมนั่งพับเพียบอันนี้สำคัญมากกับบ่าวสาวที่เลือกจัดงานแต่งงานตามประเพณีไทย เพราะท่านั่งพับเพียบไม่ได้นั่งกันทุกวัน แล้วมีหรือจะคุ้นชิน เราจึงขอแนะนำว่า ลองนั่งพับเพียบให้คล่อง นั่งแล้วจะเก็บเท้าท่าไหนถึงถ่ายรูปออกมาสวย ซ้อมไว้รับรองวันจริงสบาย

5. ซ้อมก้มกราบคนไทยแต่งงานตามประเพณีต้องมีก้มกราบ หัวข้อนี้จึงเกิดมาเพื่อว่าที่เจ้าสาวเท่านั้น ก็เพราะคุณคือฝ่ายที่ต้องพับเพียบและก้มลงกราบที่ตักของว่าที่สามีไงล่ะคะ แต่ลองนึกภาพตามนะว่า ถ้าคุณเลือกสวมชุดไทย ความรัดแน่นพอดีตัว ชุดที่สวมต้องทำมาเพื่อรองรับการขยับก้มไหว้ด้วย ฉะนั้นนี่จึงไม่ได้แนะนำแค่ซ้อมท่าทาง แต่ซ้อมเพื่อให้รู้ว่าชุดที่เลือกสวมในวันนั้นต้องขยับออกขยับเข้าเพื่อเอื้ออำนวยทุกอิริยาบถหรือเปล่ายังไงล่ะคะ

6. ซ้อมเฟิร์สแดนซ์เฉพาะคู่ที่อยากแดนซ์เพลงซึ้งต้องซ้อมให้หนัก เริ่มต้นท่าไหน หมุนตัวยังไง ตอนจบจะหวานแหววหรือจุมพิตปิดท้ายล้วนต้องซ้อมค่ะ เพราะเฟิร์สแดนซ์ดีๆ คุณจะได้รูปสวยและความซาบซึ้งใจกลับไปเป็นความทรงจำดีๆ ด้วยนะ

7. ซ้อมกล่าวปฏิญาณและสปีด ถ้าคุณไม่ค่อยชอบเวลาโดนให้พูดหน้าชั้นเรียนหรือพรีเซนงานในที่ประชุมยิ่งต้องร่างบทออกมาก่อน จากนั้นซ้อมให้คล่อง เพราะถ้าคล่องแล้วอย่างน้อยคุณจะมั่นใจ ไม่ยืนอึ้งบนเวที แม้อาจมีบ้างที่เสียงสั่นเพราะกลัวไมค์ แต่สคริปต์อยู่ในหัวไม่ต้องกลัวอะไรแล้ว อ่ะๆ บอกตรงนี้อีกนิดเพื่อความสบายใจว่าแขกทุกคนพร้อมเข้าใจที่คุณจะตื่นเต้น ประหม่า มือเย็น ก็แหมคนเพียบขนาดนั้นย่อมตื่นเต้นตื้นตันเป็นธรรมดา

8. ซ้อมโพสต์ท่าหน้ากล้องอันนี้ไม่ขำ ขอให้ทำจริงๆ เพราะเราเชื่อว่าทุกคนอยากได้ภาพสวยหล่อเก็บไว้ดูจนแก่เฒ่าด้วยกันทั้งนั้น แต่ประเภทสวยมุมเดียวนี่ไม่ได้เชียว เดี๋ยวจะกลายเป็นว่าดูกี่รูป เปิดกี่ไฟล์ก็เป็นบ่าวสาวหน้าเดียวตลอดๆ ดังนั้นคุณจึงควรซ้อมโพสต์หน้ากล้องหามุมที่ชอบเตรียมไว้ จะได้มีภาพหลากหลายไว้ดูไงล่ะ

9. ซ้อมเปลี่ยนชุดลองใส่เนคไทที่ว่าให้ซ้อมเปลี่ยนชุดเพราะเดี๋ยวนี้เทรนด์นิยมบ่าวสาวชอบเตรียมชุดไว้หลายๆ ชุด สำหรับเปลี่ยนตามซีเคว้นต่างๆ ของงาน บางคนถ่ายรูปกับแขกชุดนึง เดินเข้างานชุดนึง อาฟเตอร์ปาร์ตี้ชุดนึง จึงขอแนะนำให้ซ้อมเปลี่ยนชุดให้คล่อง แขกเหรื่อจะได้ไม่รอนาน แถมไม่งงต้องตอนใส่ชุดเองกับผู้ช่วยจำเป็นอย่างแก๊งเพื่อนอีกด้วย ส่วนคุณเจ้าบ่าวแม้ไม่มีอะไรต้องห่วงมาก แต่ช่วงที่ต้องเลือกเนคไทนี่แหละตัวทำให้ชักช้า บางคนรักพี่เสียดายน้อง ถ้าอย่างนั้นลองจับเนคไทกับชุดที่ใส่ไว้เลยสิ รับรองไวขึ้นอย่างแรง

10. ซ้อมมอบเค้ก ใครที่คิดว่าแค่มอบเค้กง่ายๆ ไม่ต้องซ้อมขอบอกเลยว่าคิดผิด ไม่เชื่อคุณลองถามบ่าวสาวที่เคยมีประสบการณ์สิคะ เพราะเวลาเข้าไปมอบเค้กส่วนใหญ่ต้องคุกเข่าเข้าไปหาผู้ใหญ๋ จะมายืนค้ำหัวมอบให้ก็ไม่เหมาะ แต่ต้อวชุดแต่งงานที่เลือกของบางนางเป็นชุดสุ่มพองฟู่นั่งทีเบียดเจ้าบ่าวเกือบหลุดเฟรม หรือบางชุดหางยาวถึงเชียงใหม่กว่าจะรวบเก็บจัดท่าได้นานโข ยิ่งถ้าจัดแบบโต๊ะจีนกว่าทั้งคู่จะแทรกตัวเข้าไปหาแขกเพื่อมอบแขกแสนลำบาก นี่แหละค่ะ คือที่มาว่าทำไมคุณควรซ้อมมอบเค้กไว้บ้างก็ดี

11. ซ้อมท่าโยนดอกไม้ท่าโยนดอกไม้ทำเอาภาพที่ออกมาไม่รอดมานักต่อนักนะพูดเลย ไม่ใช่เพราะเจ้าสาวไม่ได้กำจัดขนรักแร้ แต่พลาดตรงที่เจ้าสาวชอบอ้าปากแล้วโยนดอกไม้ ประมาณว่าอาจจะรวบรวมกำลังภายในให้มีแรง ช่อดอกไม้ที่โยนจะได้ไปถึงมือเพื่อนๆ ที่ยื้อแย่ง อีกเหตุผลที่อยากให้ซ้อเพราะเพดานห้องจัดเลี้ยงแต่ละที่สูงต่ำไม่เท่ากัน เจ้าสาวจึงควรรู้น้ำหนักมือของตัวเองไว้บ้าง จะได้ไม่ต้องเสียเงินจ่ายค่าโคมไฟระย้าราคาแพง

ติดตามไอเดียและคำแนะนำดีๆ เกี่ยวกับการจัดงานแต่งงานเพิ่มเติมได้ที่นี่ คลิกเลย!

cr : steamplantwedding.com

เหล่าเซเลบฯไทยตบเท้า หนีร้อนไปพึ่งเย็น จัดทริปหรูสัมผัสความหนาวเย็นที่ต่างประเทศ

หนีร้อนไปพึ่งเย็น กันรัวๆ สำหรับเหล่าเซเลบริตี้เมืองไทย ที่ต่างเข้าคิวพากันจัดทริปเดินทางสุดหรูไปเที่ยวต่างประเทศกันเป็นแถว ขณะที่คนกรุงเทพฯและต่างจังหวัดฉลองเทศกาลสงกรานต์ ท่ามกลางคลื่นความร้อนอุณหภูมิสูงกว่าสามสิบองศา บางจังหวัดปาเข้าไปกว่าสี่สิบองศา ไปดูกันดีกว่าว่าพวกเขาและเธอหนีร้อนไปพึ่งเย็นที่ไหนกันบ้าง

เหล่าเซเลบฯไทยตบเท้า หนีร้อนไปพึ่งเย็น จัดทริปหรูสัมผัสความหนาวเย็น

หนีร้อนไปพึ่งเย็น

หนีร้อนไปพึ่งเย็น

ครอบครัวคุนผลิน ยกขบวนกันไปสัมผัสความหนาวที่ประเทศเกาหลี งานนี้ เบบี้พอล ตามมาหาป้าเอ๋ — ภูวดี คุนผลิน เจ้าของและผู้บริหารเจ้าพระยาครุยส์ ถึงที่นี่ด้วยน้า นานๆ ป้ากับหลานจะได้เจอกันใกล้ชิดแบบนี้ ก็ต้องลงรูปเบบี้พอลกันแบบรัวๆ หน่อยสิจ๊ะ รออะไร

หนีร้อนไปพึ่งเย็น
หนีร้อนไปพึ่งเย็น

ปิ๊ง ชญาภา จูตระกูล ลูกสาวเจ้าแม่ห้างไอคอนสยามและสยามพารากอน –ชฎาทิพ จูตระกูล ออกเดินทางท่องเที่ยวอิตาลีจ้า เธอมีแพลนเดินทางเที่ยวทั้งเมืองฟลอเรนซ์ ทัสคานี และ ลุคคา แต่ละชุดที่ใส่เที่ยว เธอบอกว่าเป็นลุคฮอลิเดย์ ดูสวยสดใสมากกกก

หนีร้อนไปพึ่งเย็น

สุพรทิพย์ ช่วงรังษี ขอลาแสงแดดกรุงเทพฯ ไปชมซากุระและทิวลิปญี่ปุ่นที่ Nabana No Sato เมืองนาโกย่า บอกเลยว่าทั้งคนทั้งวิวสวยแข่งกันดุเดือดจริงๆ

หนีร้อนไปพึ่งเย็น
แถมยังได้ย่ำหิมะสนุกสนานกับหลานๆ ระหว่างเดินทางจากเมืองนาโกย่าไปหมู่บ้าน Ogimachi ในชุดสีสวย พร้อมพร็อพที่เทรนด์สุดๆ เพราะทั้งสนีกเกอร์และแว่นตาเป็น Chanel Pharelle จนมีแต่คนเป็นห่วงสนีกเกอร์ที่เธอสวมอยู่ว่าจะสู้หิมะไหวมั้ย 😉

หนีร้อนไปพึ่งเย็น
ขณะที่ครอบครัว จูเนียร์ วัชร วัชรพล และ น้อยหน่า สิริผกา แม้จะตั้งครรภ์ได้ 14 สัปดาห์แล้ว แต่เพราะทั้งคู่ชื่นชอบชีวิตเอาท์ดอร์ จึงชักชวนกันไปอาบแดด ทำกิจกรรมกลางแจ้ง ท่ามกลางอากาศเย็นสบายของชายทะเลฝั่งตะวันตก ประเทศออสเตรเลีย

หนีร้อนไปพึ่งเย็น
ส่วนคู่สามีภรรยาสุดโรแมนติก แดน เหตระกูล พร้อม มัดมุก แพรดาว ภรรยาซึ่งตั้งครรภ์ได้ 28 สัปดาห์แล้ว ชวนกันไปฉลองสุดสวีท ท่ามกลางบรรยากาศสวนดอกไม้ประเทศอังกฤษ อีกไม่นานเกินรอ เราคงได้เห็นหน้าทายาทตัวน้อยและร่วมแสดงความยินดีกับพวกเขาทั้งคู่แล้วละ

หนีร้อนไปพึ่งเย็น
หนีร้อนไปพึ่งเย็น
ครอบครัวดีไซเนอร์ชื่อดัง ออม ดิษยา- เอ ดนัย สรไกรกิติกูล แห่งแบรนด์ Disaya และลูกสาวคนโต ‘น้องอิ่มเอม’ จูงมือกันจัดทริปชิลๆ เบาๆ ตามสไตล์ครอบครัวและคุณแม่ที่มีอายุครรภ์ 22 สัปดาห์ ชวนกันไปชมดอกไม้สวยๆ ล่องเรือเที่ยว Amsterdam’s Canal ที่เมืองอัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์ เห็นมีแดดสวยๆ อย่างนี้ เธอบอกว่าอุณหภูมิแค่ 1 องศาเท่านั้นนะจ๊ะ

หนีร้อนไปพึ่งเย็น
จีน่า สนิทพิมพ์ เอกชัย ขอหลบร้อนไปชมความงามของดอกซากุระหลากหลายสายพันธุ์ที่เมืองโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น

หนีร้อนไปพึ่งเย็น
ถ้าเป็นดอกซากุระออกสีชมพูสวยหวาน จะเรียกว่าเป็นสายพันธุ์ Matsho Basho

หนีร้อนไปพึ่งเย็น
ภาพนี้ยืนคู่กับดอก คามิเลีย ซึ่งเป็นดอกไม้สุดโปรดของเธอ เรียกว่าทั้งคน ทั้งดอกไม้ ช่างดูเข้ากั๊นเข้ากัน

หนีร้อนไปพึ่งเย็น

หนีร้อนไปพึ่งเย็น

หนีร้อนไปพึ่งเย็น
ส่วนดีไซเนอร์แบรนด์ Canitt ‘นิดหน่อย’ –ขนิษฐา ดรุณเนตร พร้อมครอบครัว สามคนพ่อ-แม่-ลูก จัดทริปเที่ยวสวยๆ มุ่งหน้าไปฝรั่งเศสและไอซ์แลนด์ เพื่อชมความงามของศิลปะและธรรมชาติที่แสนมหัศจรรย์ ดูแล้วหนาวสุดๆ ไม่ว่าจะอยู่ปารีสหรือไอซ์แลนด์ เธอคนนี้เท่ห์ทุกช็อตจ้า
เห็นแต่ละทริปของเหล่าเซเลบฯ คงพอช่วยให้องศาความร้อนและเหงื่อที่แตกพลั่กๆ ของคนทางนี้ลดลงได้บ้างนะจ๊ะ

ภาพ : @nn_sk @dizzydiz @danhethecool @pinkchayapa @aey_chaophrayacruise @supornthip @ginaekachai @littledelight

ติดตามอ่านเรื่องราวเกี่ยวกับการเดินทางทริปอื่นๆของเหล่าเซเลบริตี้ได้ที่

ทริปสุดหรู กรณ์ ณรงค์เดช ควง ศรีริต้า สวีทหนักกระชับรักที่ยุโรป

ควงหวานใจ…สวีท หรู กลางทะเล Costa Cruises ‘Tokyo – Jeju’

ขุมทรัพย์มหัศจรรย์ธรรมชาติที่ “แอฟริกาใต้”

ทริปสุดหรู VS. แฟชั่นไฮแบรนด์ สุพรทิพย์ ช่วงรังษี เซเลบริตี้เสน่ห์แรงในดินแดนอียิปต์

ความหมายของ ‘เบญจราชกกุธภัณฑ์’ เครื่องแสดงพระอิสริยศักดิ์ แห่งพระมหากษัตริย์

เครื่องมงคลสิริเบญจราชกกุธภัณฑ์ เป็นอีกสิ่งที่สำคัญที่มักจะได้เห็นในพระราชพิธีสำคัญตามโบราณราชประเพณี รวมถึงพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เพื่อเป็นการแสดงพระอิสริยศักดิ์ของพระมหากษัตริย์มาตั้งแต่สมัยสุโขทัย จวบจนมาถึงสมัยรัตนโกสินทร์

ทั้งนี้ในสมัยรัตนโกสินทร์ในบางรัชกาลกลับมีเครื่องราชกกุธภัณฑ์มากกว่า 5 สิ่ง เช่น ในรัชกาลที่ 2 ปรากฏว่ามีอยู่ 7 สิ่ง ได้แก่ พระมหาพิชัยมงกุฎ,พระขรรค์,ฉลองพระบาท ,ธารพระกร,ฉัตร,วาลวิชนี (พัดกับแซ้จามรี) และพระแสงดาบ ส่วนในรัชกาลที่ 7 มีอยู่ 5 สิ่ง คือ พระมหาพิชัยมงกุฎ,พระแสงขรรค์ชัยศรี,ฉลองพระบาท,ธารพระกร และวาลวิชนี โดยยังคงใช้มาจนถึงในสมัยรัชกาลที่ 9

พระมหาพิชัยมงกุฎ

เป็นเครื่องมงคลสิริเบญจกกุธภัณฑ์ ประเภทเครื่องราชศิราภรณ์ โโยพระมหาราชครูเป็นผู้ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายสมเด็จพระมหากษัตริย์ในการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก หลังจากทรงรับพระปรมาภิไธยและทรงรับที่จะดำรงราชสมบัติ

ทั้งนี้พระมหาพิชัยมงกุฎที่นำมาเป็นภาพตัวอย่างให้ดูนั้น สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 1 ทำด้วยทองคำลงยาประดับเพชร ประดิษฐ์ดุนลายต่อเติมเป็นลายรักร้อย มีดอกประจำยามทั้งสี่ด้านทุกชั้น เกี้ยวแต่ละชั้นประดับด้วยดอกไม้ไหวทองคำฝังเพชรและกรรเจียกจรประดับเพชรซ้ายขวา ระหว่างเกี้ยวแต่ละชั้นวางกระจังตาอ้อยเรียงซ้อนกันห้าชั้น เกี้ยวบนสุดเป็นยอดรูปปลีบัวแวง มีมาลัยลูกแก้วคั่นบัวกลุ่มสามชั้น ยอดสุดเดิมเป็นทรงพุ่มข้าวบิณฑ์ร้อยด้วยเพชรเล็กๆ แต่ภายหลังรัชกาลที่ 4 โปรดให้หาซื้อเพชรจากเมืองกัลกัตตา ประเทศอินเดีย มาประดับแทน และพระาชทานนามว่า “พระมหาวิเชียรมณี” และประดับระย้ารูปใบโพโดยรอบ รวมน้ำหนักทองคำทั้งสิ้น 7.3 กิโลกรัม ความสูงรวมยอด 66 ซม. สื่อความหมายถึงพระมหากษัตริย์ทรงเป็นยอดแห่งความเคารพอย่างสูง

พระแสงขรรค์ชัยศรี

เป็นเครื่องมงคลสิริเบญจกกุธภัณฑ์ ประเภทเครื่องราชศัสตรา โดยพระมหาราชครูเป็นผู้ทูลถวายในการพระราชพิธีบรมราชาภิเษกต่อจากพระมหาพิชัยมงกุฎ พระแสงขรรค์ชัยศรีจัดเป็นพระแสงราชศัสตราวุธ อันเป็นของใช้สำหรับพระมหากาัตริย์ มีลักษณะคล้ายดาบยาวคมทั้งสองข้าง

ธารพระกร

เป็นเครื่องมงคลสิริเบญจกกุธภัณฑ์ จะถูกถวายต่อจากพระแสงขรรค์ชัยศรี ธารพระกรนี้ทำจากไม้ชัยพฤกษ์หุ้มด้วยทองคำเกลี้ยง ส่วนศีรษะทำเป็นหัวเม็ดทรงบัวอ่อน เถลิงคอทำด้วยเหล็กคร่ำทองเป็นลายก้านเย่งดอกใน ประกอบแม่ลายขนาบทั้งล่างและบน ส่วนสันล้อมสามขาด้วยเหล็กกล้าคร่ำทอง

วาลวิชนี

เป็นเครื่องมงคลสิริเบญจกกุธภัณฑ์ที่จะถูกถวายเป็นลำดับถัดมาต่อจากธารพระกร ประกอบด้วย พัดวาลวิชนี ทำด้วยใบตาลขลิบทองหุ้มขอบ ด้ามและนมพัดทำด้วยทองคำเพลาลายลงยาราชาวดีประดับด้วยรัตนชาติ ส่วนพระแส้จามรีทำด้วยด้วยขนหางจามรี ด้ามเป็นแก้ว จงกลรัดโคนแส้และส้นทำด้วยทองคำเพลาลาย ลงยาราชาวดีประดับด้วยรัตนชาติ

ฉลองพระบาทเชิงงอน

เป็นเครื่องมงคลสิริเบญจกกุธภัณฑ์ ประเภทเครื่องที่จะถูกถวายสุดท้ายในส่วนของเครื่องมงคลสิริเบญจราชกกุธภัณฑ์ ทำด้วยทองคำจำหลักลายประดับด้วยรัตนชาติ ด้านในทั้งสององค์บุด้วยสัดหลาดสีแดง

สำหรับการใช้เครื่องเบญจราชกกุธภัณฑ์ ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกของพระมหากษัตริย์แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์นั้น ยังได้มีการบันทึกโดยปรากฏตามลำดับรัชกาลต่างๆ ของพระมหากษัตริย์ไทยแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ดังเช่นในรัชกาลที่ 1 -4 ดังนี้

รัชกาลพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช

“พระมหาราชครูพิธีอ่านพระเวทสรรเสริญไกรลาศแล้ว ถวายพระสุพรรณบัฏเบญจราชกกุธภัณฑ์คือ พระมหามงกุฎ,พระแสงขรรค์,ธารพระกร,พัดวาลวิชนี ฉลองพระบาท แล้วถวายพระแสงอัษฎาวุธ…” กล่าวกันว่าในการถวายพระมหาพิชัยมงกุฎนั้น เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้ายอยู่หัวทรงรับจากพระมหาราชครูแล้ว ทรงส่งให้เจ้าพนักงานโดยมิได้ทรงสวมมงกุฎ (เจ้าพระยาทิพากรวงศ์,พระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ 1)

รัชกาลพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย

“พระมาหราชครูพราหมณ์โตรคาจารย์ถวายพระสุพรรณบัฏจารึกพระนามและเครื่องราชกกุธภัณฑ์ทั้งพระแสงขรรค์,พระแสงอัษฎาวุธ,เครื่องสรรพยุทธ์ทั้งปวงตามเยี่ยงอย่างพระราชพิธี…” (เจ้าพระยาทิพากรวงศ์,พระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ 2)

รัชกาลพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว

“…แล้วเสด็จมาพระที่นั่งภัทรบิฐ รับพระสุพรรณบัฏและเครื่องราชกกุธภัณฑ์ เจษฎาวุธเสร็จแล้วเสด็จขึ้นพระมหามณเฑียร…” (เจ้าพระยาทิพากรวงศ์,พระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ 3 )

รัชกาลพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

“พระมาหราชครูถวายพระสุพรรณบัฏ,พระมหาพิไชยมงกุฏ,พระมหาสังวาล ทรงรับมาสวมสอดทรงในพระองค์ แล้วพระมหาราชครูถวายธารพระกรกับพระแสงขรรค์ ทรงรับธารพระกรพาดเบื้องขวา พระแสงพาดเบื้องซ้าย แล้วทรงรับพระแสงอัษฎาวุธ เครื่องราชกกุธภัณฑ์ราชูโภค ประกอบด้วยลักษณุเวทอิศวรมนตร์ ทั้งนี้ทรงรับแล้ว แต่ฉลองพระบาท พระมหาราชครูมาสอดทรงถวาย…” (สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ,พระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ 5)

ทั้งนี้การถวายสิริราชสมบัติและเครื่องเบญราชกกุธภัณฑ์แล้วเสร็จ จึงจะมีพระราชดำรัสเป็นพระปฐมบรมราชโองการในข้อความอย่างเดียวกันทุกรัชกาลว่า “พรรณพฤกษ์ ชลธี แลสิ่งของในแผ่นดินทั่วทั้งพระราชอาณาเขต ซึ่งหาผู้หวงแหนมิได้นั้น ตามแต่สมณชีพพราหมณาจารย์ราษฎรจะปรารถนาเถิด” ซึ่งในรัชกาลถัดมาก็โปรดเกล้าฯ ให้ปฏิบัติเช่นเดียวกันตามโบราณราชประเพณีจนถึงปัจจุบัน

 

ที่มา :

หนังสือ ประมวลภาพประวัติศาสตร์ไทย พระราชพิธีบรมราชาภิเษกสมัยรัตนโกสินทร์ โดย กรมศิลปากร สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ

หนังสือ เครื่องราชภัณฑ์ ผู้เขียน วิทย์ พิณคันเงิน

 

 

เทคนิค ดูแลเส้นผม ให้ตรงกับปัญหาเส้นผมเจ้าสาวแต่ละประเภท

หลายๆ คนอาจยังไม่แน่ใจว่าเส้นผมของคุณคือเส้นผมประเภทไหน เวลาจะเลือกแชมพูทีนึงทำให้ต้องยืนคิดอยู่นานว่าจะใช้สูตรไหนดี จนตัดสินเลือกสูตรสำหรับผมแห้งเสียมาใช้เพราะคิดว่าน่าจะ ดูแลเส้นผม ได้ดีที่สุด แต่นั่นคือความคิดที่ผิดค่ะ

ดูแลเส้นผม ให้ถูกประเภท เราต้องรู้จักปัญหาของเส้นผมของเราก่อน เพื่อที่จะเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมได้ถูกต้อง และแก้ปัญหาเส้นผมได้ตรงจุด

ผมลีบแบน

ปัญหาผมลีบ น่าหนักใจไม่แพ้ปัญหาผมอื่นๆ เพราะทำให้จัดทรงยาก ผมดูน้อย

ลักษณะของผมลีบแบน

  • ผมเส้นเล็ก
  • จัดทรงยาก ไม่เป็นทรง
  • ผมลื่นมาก ตรงมาก ไม่มีน้ำหนัก
  • ส่วนใหญ่คนที่ยืดผมมักจะประสบปัญหาผมลีบแบน

วิธีดูแล

  • เวลาใช้คอนดิชันเนอร์ให้ชโลมที่ส่วนปลายผมเท่านั้น
  • งดสระผมแล้วเข้านอนขณะที่ผมยังไม่แห้ง
  • ใช้ไดร์เป่าผมให้แห้งโดยก้มศรีษะลงเวลาเป่าผม
  • การดัดผมจะช่วยให้ผมดูพองและมีวอลลุ่มมากขึ้น แต่ถ้าจะดัดต้องบำรุงผมดีๆเพราะอาจกลายเป็นผมแห้งชี้ฟูได้
  • เซตผมด้วยสเปรย์หรือแว็กซ์เพื่อให้ผมดูพองขึ้น
  • หลีกเลี่ยงอาหารประเภทของทอด ของมัน
  • ไม่ควรไว้ผมยาวมากๆ เพราะจะทำให้ผมขาดร่วงได้ง่าย ผมจะยิ่งบางขึ้นจากเดิม

ผลิตภัณฑ์บำรุงผม

ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่เพิ่มคว่มชุ่มชื้นให้กับเส้นผม หรืออาจเลือกแชมพูเนื้อใสสำหรับผมมัน มองหาสูตรแชมพูที่ช่วยควบคุมความมันของหนังศรีษะ หรืออาจเป็นสูตรที่ช่วยให้ผมหนา นุ่ม เงางาม

ผมแห้ง แตกปลาย

ปัญหาผมแห้งแตกปลาย ถือว่าเป็นปัญหาที่ใหญ่มาก และเกิดกับแทบทุกคน สาเหตุหลักๆเกิดจากการปล่อยปละละเลย ไม่ดูแลเส้นผมอย่างต่อเนื่อง

ลักษณะของผมแห้ง แตกปลาย

  • ผมแห้งกรอบ แตกปลาย
  • ผมไม่มีน้ำหนัก จัดทรงยาก
  • ปลายผมมักพันกัน และแข็งกระด้าง
  • ทำผมทรงอะไรก็จะไม่อยู่ทรง

วิธีดูแล

  • ห้ามสระผมด้วยน้ำร้อน
  • ใช้คอนดิชันเนอร์ทุกครั้งหลังสระผม
  • อบไอน้ำ เดือนละ 2-3 ครั้ง
  • ชโลมน้ำมันมะพร้าวที่ปลายผมทิ้งไว้ 20-30 นาที ก่อนสระผม
  • หลีกเลี่ยงการใช้ความร้อนและสารเคมีกับเส้นผมทุกประเภท เช่น ดัด ยืด ไดร์
  • เล็มปลายผมออก 3-5 เซนติเมตร
  • ถ้าจำเป็นต้องตากแดดให้ใช้หมวกหรือร่ม ปกป้องเส้นผมเอาไว้
  • งดหวีผมขณะผมเปียก
  • ใช้ครีมหมักผมสูตรเข้มข้นสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง
  • ถ้าว่ายน้ำ ควรใส่หมวกคลุมผมทุกครั้ง และควรสระผมให้สะอาดทุกครั้งหลังว่ายน้ำ

ผลิตภัณฑ์บำรุงผม

เลือกใช้แชมพูและคอนดิชันเนอร์สูตรที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื่น เพิ่มความเงางาม และช่วยบำรุงให้ผมนุ่มลื่นมีน้ำหนัก และควรเลือกสูตรที่ช่วยบำรุงให้เส้นผมแข็งแรงอย่างล้ำลึก

ผมมัน

ปัญหาผมมัน เป็นปัญหาที่บั่นทอนความมั่นใจได้ง่ายๆ เพราะผมจะมันเยิ้ม จับตัวเป็นก้อน ไม่น่ามอง เกิดจากต่อมไขมันบริเวณหนังศรีษะผลิตไขมันออกมาเยอะเกินไป

ลักษณะของผมมัน

  • ผมมันมากกว่าปกติ หนังศรีษะมันเยิ้มและมีรังแคกับมีอาการคันหนังศรีษะควบคู่กันไป และมักมีปัญหาเส้นผมลีบแบนควบคู่ไปด้วย
  • ถึงจะเพิ่งสระผมไป แต่ผมมักกลับมามันอย่างรวดเร็ว

วิธีดูแล

  • หลีกเลี่ยงอาหารประเภทของทอด ของมัน
  • สระผมวันละครั้ง เพราะการสระผมบ่อยๆ ยิ่งกระตุ้นให้ต่อมไขมันผลิตน้ำมันออกมา
  • หลีกเลี่ยงอากาศที่ร้อนจัด
  • เวลาใช้คอนดิชันเนอร์ให้ชโลมที่ส่วนปลายผมเท่านั้น
  • หลีกเลี่ยงการใส่เจล แว็กซ์ หรือน้ำมันใส่ผมอย่างเด็ดขาด

ผลิตภัณฑ์บำรุงผม

เลือกใช้แชมพูเนื้อใสๆ และเลือกสูตรสำหรับผมมันโดยเฉพาะ

ผมเป็นรังแค

ปัญหาผมเป็นรังแค เป็นปัญหาใหญ่ และรักษาให้หายขาดยาก

ลักษณะของผมเป็นรังแค

  • มีแผ่นบางๆเล็กๆ สีขาว อยู่บนหนังศรีษะ บริเวณโคนผม
  • มีอาการคันและระคายเคืองหนังศรีษะร่วมด้วย

วิธีดูแล

  • ห้ามสระผมด้วยน้ำร้อน
  • รับประทานอาหารจำพวกวิตามินซี, บี และสังกะสี
  • อย่าเกาหนังศรีษะ
  • ควรเป่าผมให้แห้งก่อนนอน
  • รักษาความสะอาดของเครื่องใช้ส่วนตัว เช่น หวี ปลอกหมอน
  • หากเพิ่งเปลี่ยนแชมพู แล้วเกิดรังแค อาจเป็นไปได้ว่าเกิดจากการแพ้แชมพู ลองสังเกตุและงดใช้

ผลิตภัณฑ์บำรุงผม

เลือกใช้แชมพูสูตรอ่อนโยนต่อหนังศรีษะ และใช้สูตรขจัดรังแคไปพร้อมกับการบำรุงหนังศรีษะไปด้วย

รู้อย่างนี้แล้ว ควรดูแลเส้นผมให้ถูกับปัญหาเส้นผมของคุณกันดูนะคะ

เครดิตภาพ : pinterest

Summer 2019

แซ่บซี้ดปาก เผ็ดไฟลุก 10 นางเอกไทย ในชุดว่ายน้ำ Summer 2019

เซ็กซี่ระดับพรีเมี่ยม ภาค 2 รวมความร้อนแรงของ 10 นางเอกไทย ภายใต้แฟชั่นชุดว่ายน้ำในช่วง Summer 2019 แซ่บซี้ดปาก เผ็ดไฟลุก

เมื่อปีที่แล้วในช่วงเดียวกันนี้ แพรวดอทคอม ได้รวบรวมภาพเซ็กซี่ของเหล่า นางเอกไทย มาให้ผู้อ่านได้ชมกัน (เซ็กซี่ระดับพรีเมี่ยม 10 นางเอกเสิร์ฟชุดว่ายน้ำ 2018) ซึ่งได้กระแสตอบรับอย่างดีมากๆ ปีนี้จึงขอรวบรวมความเซ็กซี่ระดับพรีเมี่ยมมาเป็นภาคต่อ Summer 2019 ให้ได้ชมกัน และจากที่เห็นครั้งนี้แซ่บกว่าเก่า เนื่องจากมีนักแสดงระดับแม่เหล็กหลายคนมาร่วมลงสนามเสิร์ฟความเซ็กซี่ ส่วนจะมีใครบ้างนั้น ไปติดตามกันเลย


1. แต้ว-ณฐพร เตมีรักษ์ 

Summer 2019

Summer 2019

Summer 2019

เริ่มต้นที่คนแรกเจ้าแม่นาคี “แต้ว-ณฐพร เตมีรักษ์” ปีนี้ไม่ได้แค่มาสลัดผ้าอวดหุ่นเท่านั้น เพราะสาวคนนี้ยังมาโกยทรัพย์อีกด้วย โดยในซัมเมอร์นี้แต้วได้ร่วมมือกับแบรนด์ชุดออกกำลังกาย @wakingbee ออกคอลเล็คชั่น “Wakingbee X Taew Swim and Sweat” ซึ่งออกแบบให้เหมาะกับกิจกรรมทางน้ำ ซึ่งแต้วก็ถ่ายทอดภาพออกมาได้น่ารักและสดใสมากๆ เลยทีเดียว


2. เจนี่ อัลภาชน์ ณ ป้อมเพชร

Summer 2019

ส่วนสาวคนนี้ไม่เคยทำให้ซัมเมอร์ผิดหวัง “เจนี่ อัลภาชน์ ณ ป้อมเพชร” โดยในปีนี้ นอกจากสาวเจนี่พารูปร่างฟิตแอนด์เฟิร์มที่ดูดีกว่าเดิมมาอวดสายตาแล้ว ยังพาคุณสามี “นนท์ อัลภาชน์” มาเป็นช่างภาพให้อีกด้วย …โอ้ย! อิจฉาตาร้อนจริงๆ


3. ศรีริต้า เจนเซ่น

Summer 2019

นางเอกไทย

Summer 2019 Summer 2019

หุ่นดีเสมอต้นเสมอปลายต้องยกให้คนนี้เลย เมนเทอร์ ริต้า-ศรีริต้า เจนเซ่น โดยเคล็ดลับที่ทำให้เธอรูปร่างดีเสมอต้นเสมอปลายก็คือการออกกำลังกายด้วยการเล่นโยคะเป็นประจำ ถึงว่า! เป็นอย่างนี้นี่เอง เวลามีทริปทะเลปุ๊บปั๊บทีไร สาวคนนี้ไม่ทำให้ผิดหวัง เพราะเธอมีความมั่นใจในการใส่ชุดว่ายน้ำตลอด


4. ปุ๊กลุก-ฝนทิพย์ วัชรตระกูล

 Summer 2019

Summer 2019

ถึงจะเป็นทริปซับน้ำตาให้เพื่อนรักอย่าง “ญิ๋งญิ๋ง-ศรุชา เพชรโรจน์” แต่กลับเผ็ดร้อนไม่เบาเลยสำหรับ “ปุ๊กลุก-ฝนทิพย์ วัชรตระกูล” จากที่เห็นท่าโพสต์จิกกล้องแตกนี้ ทำให้นึกไปถึงช่วงที่เธอประกวดมิสยูนิเวิร์สจริงๆ เสียดายเก็บภาพมาฝากแฟนๆ น้อยไปหน่อย ครั้งหน้าขอแบบชุดใหญ่ไฟกระพริบนะสาวปุ๊กลุก


5. พีค-ภัทรศยา เครือสุวรรณศิริ

Summer 2019

Summer 2019

อีกหนึ่งสาวที่รูปร่างดีไม่เปลี่ยนแม้เวลาจะผ่านมาเป็นสิบๆ ปีก็คือนางเอกสาว “พีค-ภัทรศยา เครือสุวรรณศิริ” ยิ่งได้เห็นไลฟ์สไตล์ของสาวคนนี้ผ่านอินสตาแกรมยิ่งต้องขมวดคิ้ว เพราะพีคเป็นคนที่ทำอะไรทำสุดจริงๆ ไม่เว้นแม้แต่เรื่องกิน เพื่อนๆ หลายคนคอนเฟิร์มเลยว่าสาวคนนี้กินเก่งมาก แต่จากภาพที่เห็นก็ไม่รู้เอาไปเก็บไว้ตรงไหนกันนะเนี่ย


กระเป๋า PVC

ไอเท็มกันน้ำระดับไฮเอนด์! 10 กระเป๋า PVC จากแบรนด์ดังที่ควรมีสักใบ

รวมผลงานดีไซน์เก๋ กระเป๋า PVC จากเหล่าแบรนด์ดังที่ราคาแรงเอาเรื่อง แต่ก็มีหลายคนยอมจ่ายเพื่อสไตล์ที่แตกต่าง และยังเป็นเทรนด์ที่กลับมาฮิตอีกครั้งในปี 2019

เชื่อแล้วว่าแฟชั่นก็มาๆ ไปๆ แบบนี้แหละ อะไรที่เคยฮ็อต เคยเปรี้ยงก็สามารถกลับมาเรียกกระแสได้อีกครั้ง อย่างในปี 2019 เราจะเห็นไอเท็มต่างๆ คัมแบ็คอยู่บนรันเวย์แฟชั่นวีคนับไม่ถ้วน หนึ่งในนั้นก็เห็นจะเป็น กระเป๋าใสหรือกระเป๋า PVC ที่ยังคงอินอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะ Fendi SS19 , Chanel SS19 , Mary Katrantzou SS19 ก็ล้วนแต่หยิบ PVC ขึ้นมารังสรรค์เป็นไอเท็มชิ้นเด็ดเรียกคะแนนจากเหล่าแฟชั่นนิสต้าและปลุกความนิยมของกระเป๋าใสให้กลับมาฮิตอีกครั้ง

 กระเป๋า PVC
Fendi SS19
Chanel SS19
กระเป๋า PVC
Mary Katrantzou SS19
Christian Cowan SS19

ด้วยความที่กระเป๋า PVC มีดีไซน์เก๋ แถมคุณสมบัติยังกันน้ำได้ ถือแล้วยังชิคจนใครๆ ก็อยากเป็นเจ้าของ จึงไม่น่าแปลกใจที่เทรนด์นี้จะได้รับกระแสอีกครั้ง และไหนๆ กระเป๋า PVC กำลังมา แพรวดอทคอมจึงขอเลือกกระเป๋า PVC ระดับไฮเอนด์มาเสิร์ฟกันแบบเพลินๆ ขอบอกกระเป๋าใสเป็นอะไรที่สนุกมากกับการครีเอทลุคของคุณมาก ถ้าไม่เชื่อก็ลองเปิดใจสักใบไหมล่ะ

Valentino Plexi Medium Shoulder Bag ราคา $2,445 หรือประมาณ 77,812 บาท
Chanel Vintage Jumbo PVC Clear Bag ราคาประมาณ 145,030 บาท
Hermès Clear Vinyl Kelly Satchel ราคา $1,195 หรือประมาณ 38,030 บาท
Dolce & Gabbana Sicily PVC Bag ราคา $686 หรือประมาณ 25,014 บาท
Maison Margiela Japanese Transparent Bag ราคารุ่นนี้อยู่ที่ 5 หลักเบาๆ
Valextra Clear Bag Case รุ่นนี้ขายดีจน Sold Out ไปแล้วจ้า

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

งานแต่งหรือแฟชั่นโชว์! ดีไซเนอร์ดัง Marc Jacobs จัดงานเลี้ยงวิวาห์รวมคนดัง

อวดไลฟ์สไตล์สุดหรู! 10 ผู้ทรงอิทธิพลในอินสตาแกรม ชีวิตอู้ฟู่จนน่าอิจฉา

เห็นแล้วเกิดกิเลส! เปิดโพยสนีกเกอร์ ลิซ่า BLACKPINK ตั้งแต่หลักพันยันหลักหมื่น

เปิดประมูล! ภาพสเก็ตช์ที่ไม่เคยเห็นของ คาร์ล ลาเกอร์เฟลด์ เคาะราคาเกือบแสน

ก่อนหิ้วควรเช็ค! กระเป๋าเป้ Louis Vuitton Palm Springs ไอเท็มขายดีตลอดกาล

เหลืองสดสะกดตา! ริฮานนา แต่งลุคโมโนโครมสวยเด่นตั้งแต่หัวจรดเท้า

เรียกร้องมากไป? ควีนสั่งห้าม ‘ดัชเชสเมแกน’ ยืมเทียร่า Lover’s Knot

ฟาดให้สุด! คอสตูมเพลงใหม่ Kill This Love ของ BLACKPINK เผ็ดแซบจนตาค้าง

แบรนด์เดียวในดวงใจ! รู้จัก กระเป๋า Launer ที่ควีนเอลิซาเบธทรงใช้มานานกว่า 50 ปี

แฟล็กชิพสโตร์แห่งแรก! ร้าน SIRIVANNAVARI งดงาม หรูหรา พร้อมให้ยลโฉมแล้ว

 แม่จีนทุ่มไม่อั้น! แกะกล่องของขวัญวันเกิด ลิซ่า BLACKPINK หรูหราระดับไฮเอนด์


ภาพและที่มา : glowsly.com , www.whowhatwear.com

เครื่องสุง

รู้จัก 8 เครื่องสูง สิ่งประกอบพระราชอิสริยยศของพระมหากษัตริย์ไทย

ในการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 ของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 4-6 พฤษภาคม 2562 การเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนคร โดยขบวนพระพยุหยาตราสถลมารค (ทางบก) ในวันที่ 5 พฤษภาคม 2562 นับเป็นพระราชพิธีสำคัญที่พสกนิกรต่างเฝ้าชื่นชมในความยิ่งใหญ่และงดงาม ซึ่ง “เครื่องสูง” เป็นสิ่งประกอบพระราชอิสริยยศของพระมหากษัตริย์ ที่จะประกอบอยู่ในขบวนพระพยุหยาตราสถลมารคด้วย แพรวดอทคอม จึงขอพาทุกคนไปทำความรู้จักกับเครื่องสูงชนิดต่างๆ กันค่ะ

เครื่องสูง
(ซ้าย) พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เสด็จพระราชดำเนินโดยขบวนราบใหญ่ ในการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก (ขวา) พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินในการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก
เครื่องสูง
การฝึกซ้อมริ้วขบวนที่ 3 ริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ พยุหยาตราสถลมารคเสด็จเลียบพระนคร ในการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562

สำหรับความหมายของคำว่า “เครื่องสูง” สันนิษฐานว่าเป็นชุดหรือสำรับที่ประกอบด้วยฉัตรเป็นหลัก เพราะฉัตรคือร่มของนักรบ จึงมีศักดิ์ศรีสูงกว่าสิ่งใดทั้งหมด ส่วนประกอบต่างๆ นั้นเพื่อเป็นประโยชน์ในการปกป้องแสงแดดและสายลม ตลอดจนป้องกันศาสตราวุธที่อาจมีได้ เช่น ธนูหรือกระสุน เพื่อช่วยปะทะหรือบังไม่ให้ต้องพระวรกายของพระมหากษัตริย์ได้ ส่วนการที่สร้างขึ้นอย่างประณีตนั้น เนื่องจากเป็นเครื่องราชภัณฑ์ จึงต้องประดิษฐ์ด้วยฝีมือที่งดงาม ซึ่งเครื่องสูงสำหรับพระราชอิสริยยศพระมหากษัตริย์มี 8 สิ่ง ดังนี้

เครื่องสูง

1. ฉัตรเจ็ดชั้น 

สันนิษฐานว่ามีใช้ในสมัยรัตนโกสินทร์ เพราะไม่ปรากฏในสมัยอยุธยา โดยสำรับหนึ่งมี 4 คัน สำหรับปัก หรือให้พนักงานถือ 4 มุมพระที่นั่งหรือพระราชยานในกระบวนพยุหยาตรา ซึ่งถ้าใช้ปักในเรือพระที่นั่ง จะปักไว้หน้าพระที่นั่งคันหนึ่ง และหลังพระที่นั่งอีกคันหนึ่ง

2. ฉัตรห้าชั้น 

สำรับหนึ่งมี 10 คัน ให้พนักงานถือด้านหน้าพระที่นั่ง 6 คัน ด้านหลังพระที่นั่ง 4 คัน วิธีถือคือเดินเป็นสองแถว (สลับกับบังแทรก) ด้านหน้า 3 คู่ ด้านหลัง 2 คู่ ถ้าปักเรือพระที่นั่ง ด้านหน้า 3 คัน ด้านหลัง 2 คัน

เครื่องสูง

3. บังแทรก

เป็นแผ่นผ้าปักหักทองขวางหรือปักทองแผ่ลวด รูปแบนกลม ขอบรูปใบสาเก คือเป็นจักๆ ตอนล่าง ตอนบนเป็นยอดแหลม สำรับหนึ่งมี 6 คัน พนักงานถือแทรกสลับกับฉัตร 5 ชั้น โดยมีด้ามยาวเช่นเดียวกับฉัตร วัดความยาวตั้งแต่ยอดถึงด้ามสุดได้ 78 เซนติเมตร

4. บังสูรย์ 

เป็นเครื่องบังแดดขนาดใหญ่รูปใบโพ ปักหักทองขวางหรือปักทองแผ่ลวด มีด้ามไม้ปิดทอง วัดความกว้างของแผ่นได้ 90 เซนติเมตร ความสูงจากยอดลงมาถึงด้ามสุดได้ 325 เซนติเมตร พนักงานถืออยู่ข้างพระราชยาน ตรงกันข้ามกับพระกลด (ร่ม)

เครื่องสูง

5. จามร

เป็นแผ่นคล้ายพัดรูปน้ำเต้า เดิมนั้นเป็นปลอกแส้ทำจากขนจามรี จึงเป็นที่มาของคำว่าจามร แต่เมื่อตัวแส้สูญหายไปแล้วจึงเหลือแค่ปลอก มีการบันทึกไว้ว่า ภายหลังเลิกใช้ แล้วเอาพุ่มดอกไม้เงินทองหรือทวนที่มีพู่มาถือแทน ซึ่งมีมาตั้งแต่สมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว จามรสำรับหนึ่งมี 16 คัน เมื่อเปลี่ยนมาใช้พุ่มดอกไม้เงินทองหรือทวนก็มี 16 คันเช่นเดียวกัน โดยพนักงานเสื้อแดงเรียกว่า “พรหม” ถือจามร 8 คัน ด้านขวาพระราชยาน และพนักงานเสื้อเขียวเรียกว่า “อินทร์” ถือจามร 8 คัน ด้านซ้ายพระราชยาน

6. พัดโบก 

เป็นพัดใบตาลลงรักปิดทอง มีขนาดใหญ่ ซึ่งพนักงานถือเข้าขบวนพยุหยาตราหรือเสด็จพระราชดำเนิน รูปทรงงอนช้อย ด้ามเป็นคันดาล คือหักโค้งเข้ามุมฉาก ถ้าเป็นพัดโบกที่ใช้ในพระราชฐานขณะพระมหากษัตริย์ประทับพระที่นั่งจะมีปลายมน พนักงานถืออยู่ค่อนไปทางหลังพระราชยาน

7. ชุมสาย

เป็นฉัตรอีกแบบหนึ่ง มี 3 ชั้น ขนาดใหญ่กว่าทุกชนิด ทำด้วยผ้าสีปักหักทอง มีเส้นไหมผูกโยงตาข่ายห่างๆ คลุม เลยลงมาถึงข้างล่างทำเป็นพู่ห้อยเพื่อกันลมตีกลับ สำรับหนึ่งมี 4 คัน ลวดลายที่ปักประดับเป็นลายกระจังหรือลายกรวยเชิงในรูปบัวคว่ำทั้ง 3 ชั้น มีระบาย 2 ชั้น เช่นเดียวกับฉัตรทุกชนิด พนักงานถือตามฉัตร 5 ชั้น

เครื่องสูง

8. พระกลด

เป็นร่มกันแดดกันฝน มีลักษณะเป็นฉัตรชั้นเดียว ตัวพระกลดทำด้วยผ้าชุบขี้ผึ้ง ผ้าโหมด ผ้าตาด หรือเยียรบับดำ ด้ามนั้นมีทั้งที่เป็นไม้หุ้มด้วยเงินถม ทาทอง ลงยาสี ยอดเป็นรูปพรหมพักตร์ ใช้กั้นอยู่ตรงกันข้ามบังสูรย์ หรือค่อนไปข้างหน้าบ้าง ข้างหลังบ้าง อีกทั้งยังมีการใช้ในสามัญชนด้วย คือการใช้สำหรับนาคที่เตรียมเข้าอุปสมบท ซึ่งเป็นการให้เกียรติอย่างหนึ่ง และปรากฏหลักฐานว่ามีการใช้สำหรับสามัญชนมาตั้งแต่สมัยสุโขทัย


 

ข้อมูลและภาพ : หนังสือเครื่องราชภัณฑ์ / ผู้เขียน วิทย์ พิณคันเงิน, หนังสือ ประมวลภาพประวัติศาสตร์ไทย พระราชพิธีบรมราชาภิเษกสมัยรัตนโกสินทร์

ภาพเพิ่มเติม : จตุพล กล้าศึก

รองเท้าเจ้าสาว มีความสำคัญยังไงกันนะ? มาหาคำตอบไปพร้อมกันเลย

รองเท้าเจ้าสาว ก็สำคัญและต้องเลือกให้เข้ากับชุดแต่งงานด้วยนะ

รองเท้าเจ้าสาว หรือรองเท้าแต่งงาน มักเป็นเรื่องท้ายๆ ที่เจ้าสาวจะนึกถึง ทั้งที่ความจริงหากเลือกรองเท้าที่ใส่ไม่สบายจะกลายเป็นปัญหาใหญ่ในวันสำคัญเลยทีเดียว เพราะถึงแม้เจ้าสาวจะแต่งหน้าทำผมใส่ชุดที่สวยหรูอลังการขนาดไหน ลุคโดยรวมก็จะดูสมบูรณ์แบบไปไม่ได้ถ้าขาดรองเท้าที่เข้ากันกับชุด

หลายคนมักคิดว่ารองเท้าแต่งไม่จำเป็น เพราะชุดแต่งงานจะคลุมหมดมองไม่เห็นอยู่ดี แต่ที่จริงแล้วกระโปรงจะคลุมรองเท้าเวลาคุณยืนอยู่กับที่เท่านั้น แต่เมื่อคุณเดิน นั่ง หรือแม้กระทั่งก้าวขึ้นเวที แขกก็ต้องมองเห็นรองเท้าที่อาจไม่เข้ากันกับชุดเลย เพราะฉะนั้นถ้าได้คัดเลือกรองเท้าที่สวยเหมาะกับชุดและบุคลิกแล้ว จะทำให้คุณสวยสมบูรณ์แบบตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า เสริมความเชื่อมั่นให้ดูโดดเด่นยิ่งขึ้น

รองเท้าเจ้าสาว

รองเท้าแต่งงานเป็นสิ่งสำคัญและจำเป็นมากทีเดียว หากว่าที่เจ้าสาวเลือกรองเท้าที่ใช่ สวมใส่แล้วนุ่มสบายเท้า มีความมั่นใจ ก็จะเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ตลอดพิธีเต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข ซึ่งรองเท้าแต่ละแบบจะมีความโดดเด่นที่ต่างกัน เช่นเดียวกับชุดเจ้าสาว ถ้าทั้งชุดและรองเท้าเข้ากันได้ดีกับบุคลิกของผู้สวมใส่ จะช่วยเสริมความมั่นใจให้ว่าที่เจ้าสาวดูสวยสมบูรณ์แบบและเป็นตัวของตัวเอง

เช่น ว่าที่เจ้าสาวที่เป็นคนที่มีความหวาน น่ารัก อาจเลือกแบบมีโบหรือดอกไม้ประดับ ส่วนเจ้าสาวสไตล์เซ็กซี่และมีนิ้วเท้าที่เรียงสวย อาจเลือกรองเท้าที่ประดับด้วยคริสตัลและมีแพตเทิร์นที่เปิดเพื่อโชว์สรีระของเท้ามากขึ้น เป็นต้น

นอกจากนี้ควรพิจารณาถึงความสูงของว่าที่เจ้าบ่าวด้วย คือควรพิจารณาความสูงของเจ้าสาวและเจ้าบ่าวประกอบกันเพื่อเพิ่มและลดให้ความสูงของทั้งคู่ดูลงตัว สง่างาม เคียงคู่กันอย่างเหมาะสม

 

ติดตามไอเดียและเคล็ดลับดีๆ เพิ่มเติมได้ที่นี่ คลิกเลย!

 

ภาพ unsplash.com, pinterest.com

คลีนซิ่ง

อย่าลืม! เช็ดด้วยคลีนซิ่งสูตรอ่อนโยน อีกหนึ่งขั้นตอนสำคัญหลังเล่นน้ำเสร็จ

วนกลับมาอีกปีสำหรับเทศกาลสงกรานต์ แน่นอนว่าพฤติกรรมการเล่นน้ำสงกรานต์ของแต่ละคนแตกต่างกันไป ยิ่งใครสายลุยออกแต่วัน พร้อมบวกกลางแดดเปรี้ยงๆ เพราะคิดว่ากันแดดที่ใช้จะเอาอยู่ มากองตรงนี้ก่อนค่ะ การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์กันแดดแบบกันน้ำ มักจะมีส่วนผสมของเนื้อผลิตภัณฑ์ที่ไม่ละลายน้ำ ซึ่งทำให้ทำความสะอาดผิวได้ยากกว่าผลิตภัณฑ์กันแดดแบบไม่กันน้ำ แต่อย่างไรก็ตามในสภาวะที่ต้องออกแดดแรงๆ หรือมีการเล่นน้ำสงกรานต์ต่อเนื่องการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์กันแดดชนิดกันน้ำจะช่วยปกป้องผิวได้ดีกว่า แต่อย่าลืมว่าเมื่อเลือกใช้ผลิตภัณฑ์กันแดดชนิดกันน้ำแล้ว สาวๆ ต้องไม่ลืมขั้นตอน คลีนซิ่ง การทำความสะอาดผิวอย่างถูกต้องที่จะชำระล้างสารตกค้างที่อยู่บนใบหน้าอย่างอ่อนโยน ไม่กลายเป็นตัวเพิ่มปัญหาผิวด้วย

และอีกเรื่องเวลาเล่นน้ำสงกรานต์ทั้งใบหน้าและตัวจะเปียกชื้นอยู่ตลอดเวลา และน้ำที่เล่นสงกรานต์อาจปนเปื้อน ด้วยเชื้ออนุภาคต่างๆ ทั้งแป้ง ดินสอพอง และน้ำอบ สาวๆ คนไหนที่ผิวแพ้ง่าย อาจเกิดเป็นผดผื่น รุกลามจนก่อให้เกิดสิวอักเสบได้ง่าย ดังนั้นควรล้างหน้าให้สะอาดหลังเลิกเล่นสงกรานต์ และเมื่อกลับถึงบ้านควรทำความสะอาดผิวหน้าด้วยคลีนซิ่งเช็ดเครื่องสำอาง และล้างหน้าด้วยผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยน ไม่ระคายเคืองผิว ซึ่งวันนี้ แพรวดอทคอม มี 6 คลีนซิ่งตัวเด็ดมาแนะนำค่ะ

 

AESOP Gentle Facial Cleansing Milk
(200 มล. / 1,850 บาท)

คลีนซิ่งมิลล์สำหรับทุกสภาพผิว โดยเฉพาะผิวแพ้ง่าย บอบบาง และผิวแห้ง ต้องลองเลยขวดนี้เป็นเนื้ออิมัลชั่นสูตรไม่มีฟอง เบาสบาย พัฒนามาเพื่อขจัดคราบสิ่งสกปรก รวมถึงเครื่องสำอางอย่างหมดจดด้วยขั้นตอนเรียบง่าย เป็นสูตรที่สามารถละลายในน้ำได้ดี จึงทำความสะอาดได้หมดจดแบบไม่ต้องกลัวตกค้าง และไม่ทำให้ผิวแห้งตึง หรือสูญเสียความชุ่มชื่น จากน้ำมันสกัดจากก้านลาเวนเดอร์และแซนดัลวู้ดในสูตรช่วยเติมคุณสมบัติการปลอบประโลมผิวเป็นพิเศษ ในขณะเดียวกันน้ำมันสกัดจากเมล็ดองุ่น ช่วยขจัดเครื่องสำอางได้หมดจด ส่วนแพนธีนอล หรือโปรวิตามิน บี 5 ปลอบประโลมผิวให้นุ่มชุ่มชื่น โดยไม่ทำให้ผิวแห้ง ระคายเคืองเลยด้วย


PHILOSOPHY Purity Micellar Cleansing Water
(200 มล. / 890 บาท)

คลีนซิ่งสูตรน้ำสำหรับเช็ดเมคอัพและสิ่งสกปรกบนใบหน้าอย่างล้ำลึก พร้อมมอบผิวนุ่มชุ่มชื้นด้วยคุณสมบัติของไมเซลล่า ทำหน้าที่เสมือนแม่เหล็กช่วยดูดซับสิ่งสกปรกและขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้ว หรือแม้แต่เครื่องสำอางกันน้ำออกจากผิวหน้าได้อย่างหมดจด เป็นตัวใหม่ล่าสุดที่เหมาะกับผิวอ่อนโยนมาก เพราะไม่มีส่วนผสมของน้ำหอมและแอลกอฮอล์ สาวๆ จึงมั่นใจได้เลยว่าไม่ทิ้งสารตกค้างหรือทำให้เกิดสิวอุดตัน แค่หยดคลีนซิ่งลงบนสำลี เช็ดให้ทั่วใบหน้า หลังใช้รู้สึกผิวสะอาด ไม่แห้งตึง สามารถใช้ได้ทั้งดวงตาและริมฝีปากโดยไม่ระคายเคือง

SANCTUARY SPA Foaming Micellar Cleansing Water
(200 มล. / 500 บาท)

คลีนซิ่งวอเตอร์ สำหรับเช็ดทำความสะอาดผิวหน้า และด้วยคุณสมบัติพิเศษของไมเซลล์ลาร์ ซึ่งทำหน้าที่เหมือนแม่เหล็กดูดจับเครื่องสำอางและสิ่งสกปรกมาในรูปแบบของโฟม ทำให้สามารถทำความสะอาดได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด พร้อมด้วยสารสกัดจากดอกกุหลาบและอาร์แกนออยล์ช่วยปลอบประโลมผิว แค่ปั้มโฟมลงบนสำลีแผ่น 1 – 2 ปั้ม แล้วเช็ดทำความสะอาดให้ทั่วใบหน้า เพื่อลบเครื่องสำอางและทำความสะอาดฝุ่นมลภาวะที่เจอมาตลอดวัน


BIODERMA Sensibio Gel Moussant
(200 มล. / 700 บาท) 

เจลทำความสะอาดผิวสูตรอ่อนโยน Hypoallergenic ที่มีโอกาสเกิดการแพ้หรือระคายเคืองต่ำ ช่วยทำความสะอาดผิวหน้าและเช็ดเครื่องสำอางออกจากใบหน้าและรอบดวงตาอย่างหมดจด พร้อมปลอบประโลมผิว ทำให้ผิวแข็งแรงขึ้น และคืนความชุ่มชื้นให้ผิว มี Coco Glucoside & Glycéryl Oléate ที่มีลักษณะสารประกอบคล้ายโครงสร้างผิว ช่วยคืนความชุ่มชื้นในหนึ่งเดียว โดยไม่ทำร้ายผิวหรือทำให้ผิวแห้งตึง และค่า pH 5.5 ใกล้เคียงกับผิว จึงอ่อนโยนต่อผิวที่บอบบาง แถมปราศจากน้ำหอม แอลกอฮอล์ พาราเบน และสารแต่งสี ทำให้ทุกครั้งที่ล้างหน้ามั่นใจว่าอ่อนโยนต่อผิวของเราจริงๆ


NIVEA MicellAIR Skin Breathe Micellar Rose Water
(400 มล. / 299 บาท)

คลีนซิ่งเช็ดเครื่องสำอางสำหรับทำความสะอาดเครื่องสำอางกันน้ำและติดทนแน่นได้อย่างล้ำลึก สูตรนำเข้าจากเยอรมัน ช่วยให้สาวๆ สามารถเช็ดเครื่องสำอางกันน้ำออกได้อย่างง่ายดาย โดยไม่ต้องลงแรงเช็ดถูจนกังวลว่าริ้วรอยอาจมาเร็วกว่าที่ควร ทั้งยังให้ความอ่อนโยนเหมาะสำหรับทุกสภาพผิว และพิเศษด้วยสูตร 0% ความมัน จึงไม่ทำให้ผิวแห้งตึง ไม่ทิ้งความมันและสารตกค้างที่ก่อให้เกิดสารพัดปัญหาผิวโดดเด่นด้วยสารสกัดจาก Rose Water ที่ช่วยเพิ่มความอ่อนโยนต่อผิวในทุกหยด ให้ผิวหน้านุ่ม ชุ่มชื้น กระจ่างใส ดุจกลีบกุหลาบแรกแย้ม พร้อมเติมเต็มความสดชื่นไปกับกลิ่นหอมอันละมุนจากกุหลาบ ทั้งยังผ่านการทดสอบโดยผู้เชี่ยวชาญด้านผิวพรรณและจักษุว่าไม่ระคายผิวรอบดวงตาอีกด้วย


MAMONDE Micro Deep Cleansing Oil
(200 มล . / ราคาสอบถามได้ที่เคาน์เตอร์)

ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวหน้า Micro Deep Cleansing ที่ไม่เพียงเพิ่มประสิทธิภาพในการขจัดสิ่งสกปรกบนใบหน้า ได้อย่างล้ำลึกถึงรูขุมขน แต่ยังคืนความสดชื่นให้แก่ผิว ด้วยคุณค่าสารสกัดจากดอกบัวที่บริสุทธิ์และสะอาด ช่วยขจัดคราบสิ่งสกปรกที่ ตกค้างและเครื่องสำอางได้อย่างอ่อนโยน พร้อมกักเก็บความชุ่มชื่นให้ผิวหลังล้างหน้า


เรื่อง : PP_แพรวดอทคอม
ภาพ Cover : Pexels

 

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ดูแลผิวแล้วอย่าลืมดูแล “ผม” ยิ่งแห้งเสียขั้นโคม่า ยิ่งต้องรีบหมักผมฟื้นฟูด่วน

จัดเต็มมากลูก! เมคอัพ แอนด์ แฮร์สไตล์ แซบลืม “ลิซ่า” ซิงเกิ้ลใหม่ Kill This Love

อย่าดื้อใช้จนหน้าพัง! วิธีเช็คผิว แพ้เครื่องสำอาง พร้อมการดูแลเมื่อมีอาการแพ้

เจาะลึกสารกันแดด แจกทริค 3 ข้อป้องกันก่อนดีเอ็นเอผิวพังแบบละเอียดยิบ

 

 

เสริมสิริมงคล

มหาสงกรานต์ดวงดาวเปลี่ยน! เสริมสิริมงคล รับทรัพย์ปีใหม่ ทำอย่างไรให้อยู่เย็นเป็นสุข

วันสงกรานต์คือวันปีใหม่ของไทย แน่นอนว่าสิ่งที่คนไทยนับถือศาสนาพุทธจะทำในวันขึ้นปีใหม่นี้ก็คือ การทำบุญการตักบาตร สำหรับคนที่มีความเชื่อในสายมูเตลูนั้น นอกจากการทำบุญตักบาตรที่กล่าวมาข้างต้นแล้ว “อาจารย์บ๊อบบี้” หรือ “พนม จิตจารุกร” ก็แนะนำว่าอย่าลืมกราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำบ้าน ซึ่งเป็นวิธีเสริมสิริมงคลที่ไม่ยากเลย

“อาจารย์บ๊อบบี้” ได้เปิดเผยว่า “โดยรวมในช่วงสงกรานต์ปีนี้อุบัติเหตุการเดินทางในปีนี้ไม่ดุเดือดเหมือนทุกๆ ปีที่ผ่านมา ค่อนข้างราบรื่นแต่อย่างไรก็ต้องมีสติและระมัดระวังในการเดินทาง อุบัติเหตุปีนี้การันตรีว่าน้อยลง เนื่องด้วยคนเดินทางน้อย เพราะเรื่องของเศรษฐกิจเริ่มจะมีการเปลี่ยนแปลง ฉะนั้นทุกคนต้องระวังเรื่องการใช้จ่ายให้มากขึ้น อย่างในวันที่ 13-15 เมษายน  วันที่ควรระวังตัวมากที่สุดคือวันที่ 15 เมษายน ซึ่งเป็นวันเดินทางกลับของทุกคน ส่วนใหญ่ที่เขาชอบบอกว่าไปไม่กลับ หลับไม่ตื่นคือไปแล้วมันไม่ได้กลับ เพราะคือขาไปนี่จะเป็นอะไรที่ทุกคนมีความสุขที่สุดแฮ็ปปี้แล้วที่จะพักผ่อนกลับบ้านกัน แต่พอวันกลับทุกคนเริ่มเพลีย เริ่มเหนื่อยล้าก็อยากให้ระมัดระวังกันด้วย”

มาถึงในส่วนการเสริมสิริมงคลในบ้านให้อยู่เย็นเป็นสุขนั้น “อาจารย์บ๊อบบี้” ได้บอกว่าหลังวันที่ 15 เม.ย. ดาวเปลี่ยนดวงเคลื่อนอย่าลืมทำบุญ “คนส่วนใหญ่มักจะทำบุญไหว้พระในวันมหาสงกรานต์ แต่ปีนี้อยากให้ไหว้อีกครั้งในวันที่ 16 เม.ย. ด้วย เพราะหลังวันที่ 15 เม.ย. เป็นต้นไป ดวงดาวจะมีการเริ่มย้าย ใครอยู่ที่ไหนก็ตามปีนี้ อยากจะให้ทุกคนกราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำบ้าน เจ้าทางที่เจ้าทาง เพราะปีนี้ดาวเทวดาจะสถิตอยู่ที่หน้าบ้านเลย”

เสริมสิริมงคล

วิธีเสริมสิริมงคลทำที่บ้านไม่ยาก

“ที่บอกว่าอยากให้ไหว้ที่บ้านเพราะอะไรรู้ไหม เพราะว่าทุกคนได้เงินเสร็จก็ต้องเข้าบ้าน ได้อะไรมาก็ต้องเข้าบ้าน แล้วทำไมบ้านกลับเป็นสิ่งที่ทุกคนมองข้าม ทำไมต้องไปไหว้ที่นั่นที่นี่ละคะ และถ้าไหว้ที่บ้านนะคะให้จุดธูป 5-7 ดอกค่ะ 5 ดอกหมายถึงดิน-น้ำ-ลม-ไฟ-อากาศ คือธาตุทั้ง 5 แต่ถ้า 7 ดอกหมายถึงวันทั้ง 7 ที่เราต้องเดินวนไปวนมาใน 7 วัน ขอให้เรามีตังค์ ขอให้เราแข็งแรง แค่นั้นเองค่ะ อย่างส่วนของวันดีก็จะเป็นวันที่ 19 เม.ย. สืบต่อไป 19-20-21 ก็จะเป็นวันมงคล ทำการมงคลก็จะสำเร็จประสิทธิ์ผลค่ะ 3 วันนี้จะเป็นวันที่เฮง ปัง อลัง รวย ใครอยากทำอะไรก็ทำ”

วิธีการจัดของไหว้

“เราสามารถจัดของไหว้ด้วยผลไม้ 3 อย่าง หรือผลไม้ 5 อย่าง น้ำหนึ่งแก้ว หมากพลู 12 คำ แล้วก็ไหว้กลางบ้านเลย ขอให้เหล่าเทวดาที่สถิตอยู่ที่นี่ทั้งหลายขอให้มาอำนวยอวยพร ให้วันนี้เป็นวันปีใหม่เถลิงศก ก็ขอฝากให้เทวดาช่วยอำนวยพรให้กับเราด้วย”

ตอบข้อสงสัยทำไมต้องไหว้กลางบ้าน

“ที่แนะนำให้ไหว้กลางบ้านก็เพราะ เราต้องอยู่ ต้องกิน ต้องใช้ อย่างบางคนมีคอนโด ก็ทำที่คอนโด เหมือนให้เราสำนึกว่าวันนี้เรามาอยู่ตรงนี้เทวดาเจ้าที่เจ้าทางขอให้มารับกุศลผลบุญที่เราสร้างมา เพื่อให้รำลึกว่าที่เรามาอยู่ตรงนี้มีวันนี้ได้เพราะว่าถิ่นที่เราอาศัยนี้ ดีที่สุดคือการไว้ที่ที่เรากินอยู่ เพราะว่าทุกวันเราต้องกินทุกวันเราต้องนอน ใครมีอะไรก็ไหว้อันนั้น เจ้าที่ตรงไหนบนดาดฟ้าก็ไหว้บนดาดฟ้า ส่วนใครอยู่คอนโดไม่อยากไปไหว้รวมข้างล่าง ในห้องจุดธูปไม่ได้ก็ตั้งอธิษฐานจิต พวงมาลัยพวงหนึ่ง เพราะว่าทุกอย่างอยู่ที่ศรัทธา เพราะศรัทธาอยู่ที่ใจ”

ทั้งหมดนี้คือคำแนะนำของ “อาจารย์บ๊อบบี้” หรือ “พนม จิตจารุกร” สำหรับคนที่มีความเชื่อในสายมูเตลู เอาเป็นว่าสงกรานต์นี้ไม่ว่าจะสายไหนก็ขอให้ทุกคนอยู่เย็นเป็นสุข สุขภาพแข็งแรงกันทุกคนนะคะ


ภาพจาก : ล้ง1919

ไอเดียงานแต่งสุดยูนีค สร้างเอกลักษณ์ให้งานแต่งของบ่าวสาวไม่ซ้ำใคร

แน่นอนว่าจัดงานแต่งครั้งเดียวในชีวิตทั้งที ว่าที่บ่าวสาวก็อยากได้งานแต่งงานที่สวยล้ำไม่อยากจะซ้ำใคร แพรว wedding เลยมี ไอเดียงานแต่ง สุดน่ารักที่แค่เติมไปในงานแต่งปุ๊ปแขกในงานก็ร้องว้าวปั๊ป เอาเป็นว่าไม่ต้องทำให้ครบทุกข้อ แค่เลือกมาสองสามข้องานก็ปังแล้วล่ะ

ช่อดอกไม้เล็กๆ สไตล์มินิมอลที่ดูทันสมัยและให้กลิ่นอายคลาสสิคในช่อเดียว เหมาะสำหรับว่าที่เจ้าสาวที่อยากได้ลุคดูทันสมัย

หากเป็นไปได้ ลองแนบการ์ดใบเล็กๆ ให้แขกของคุณเขียนเพลงโปรดของพวกเขาส่งกลับมา หรือจะทิ้งอีเมลไว้แทนก็ได้ จากนั้นว่าที่บ่าวสาวก็แค่รวบรวมเพลย์ลิสต์ทั้งหมดแล้วส่งต่อให้กับดีเจในงาน รับรองว่าแขกจะเซอร์ไพรส์เมื่อเพลงโปรดของพวกเขาบรรเลงขึ้นแน่นอน

ท็อปเค้กที่เป็นเอกลักษณ์ บ่งบอกความชอบ ไลฟ์สไตล์ บุคลิก เรื่องราวความรักของบ่าวสาว หรือจะเลือกให้สะท้อนถึงธีมงานแต่งงานก็ได้

เพื่อความแตกต่าง ว่าที่บ่าวสาวอาจเปลี่ยนจากการใช้ป้ายฟ้อนต์ชื่อหรือโลโก้บ่าวสาวแบบธรรมดา มาเป็นหลอดไฟนีออนที่ทำขึ้นเป็นพิเศษ หรือจะทำเป็นโค้ดคำพูดหวานๆ ก็ยังได้ แถมยังเข้ากันได้ดีกับทั้งงานแต่งในช่วงกลางวันและกลางคืน เมื่อใช้งานเสร็จแล้วยังสามารถนำไปประดับไว้ในบ้านได้อีก

สำหรับว่าที่บ่าวสาวที่จัดงานในบ้านเกิดตัวเอง อาจจะจัดซุ้มอาหารที่มีของขึ้นชื่อของท้องถิ่นหรือจังหวัดเอาไว้ รับรองว่าแขกที่เดินทางมาจากที่อื่นจะต้องเซอร์ไพรส์กับอาหารซุ้มนี้แน่นอน นอกจากจะเก๋ไก๋แล้ว ยังเป็นการสำนึกรักของดีท้องถิ่นของตัวเองไปอี๊กกก

แบ็กดร็อปงานแต่งไม่จำเป็นต้องประดับด้วยดอกไม้หรือรูปถ่ายของบ่าวสาวเท่านั้นนะ เพราะผลงานศิลปะก็สามารถนำมาจัดให้เป็นแบ็กดร็อปถ่ายภาพเก๋ๆ ได้เหมือนกัน

อาบแดด

ซัมเมอร์นี้ผิวแทนต้องมา! แชร์ 6 เทคนิคอาบแดดอย่างไรให้ผิวสวยสุขภาพดี

บอกเลยว่าช่วงซัมเมอร์นี้ผิวขาวๆ ต้องหลบไปก่อน เพราะเทรนด์ผิวแทนแบบสาวสาย ฝ. กำลังอินสุดๆ แถมแดดของบ้านเราช่วงนี้ก็ดี๊ดี เหมาะแก่การ อาบแดด สร้างผิวแทนสวย แต่ทั้งนี้ก็ใช่ว่าจะสุ่มสี่สุ่มห้าไป อาบแดด แบบไร้เทคนิคได้นะคะ เพราะถ้าเลือกอาบแดดผิดที่ผิดเวลา หรือเตรียมข้าวของไม่พร้อมล่ะก็ ความหวังที่จะมีผิวแทนเนียนสวย ดูสุขภาพดีก็อาจพังไม่เป็นท่า ดังนั้นก่อนจะพุ่งตัวไปอาบแดดเพื่อเสกผิวแทนสุดแซ่บ ก็ต้องรู้เทคนิคต่างๆ เหล่านี้ที่ แพรวดอทคอม นำมาฝากกันก่อนค่ะ

อาบแดด

1. เตรียมผิวให้พร้อมก่อน

ก่อนอาบแดดสัก 1-2 ชั่วโมง ควรเตรียมผิวด้วยการอาบน้ำและสครับผิวให้สะอาด เพื่อกำจัดทั้งขี้ไคลและเซลล์ผิวเก่าที่ตายแล้วออกไป ผิวจะได้พร้อมรับแสงแดดได้อย่างเต็มที่ รวมถึงควรบำรุงผิวด้วยครีมหรือโลชั่นเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวก่อน เพราะตอนอาบแดดผิวจะเสียความชุ่มชื้นมากอาบแดด2. เลือกช่วงเวลาที่เหมาะสม

อย่างที่บอกไปแล้วว่าจะสุ่มสี่สุ่มห้าพุ่งตัวไปอาบแดดไม่ได้ ซึ่งอีกเรื่องที่สำคัญมากคือการเลือกเวลาในการอาบแดดที่เหมาะสม เพราะถ้าอาบแดดผิดเวลา แสงแดดอาจรุนแรงเกินไป ทำให้ผิวอาจไหม้และเสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็งผิวหนังได้ โดยสำหรับแสงแดดของบ้านเราที่ค่อนข้างจะร้อนแรง ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการอาบแดดคือช่วงเช้าและช่วงเย็น โดยช่วงเช้าคือประมาณ 7.00 – 10.00 น. ส่วนช่วงเย็นคือประมาณ 15.00 – 17.00 น.

3. Tanning Oil ต้องมี

ไอเท็มที่จะเป็นตัวช่วยสำหรับสาวๆ ที่อยากมีผิวแทนแบบรวดเร็วทันใจ ต้องยกให้กับ Tanning Oil เพราะเจ้าตัวนี้จะช่วยดูดแสงแดดเข้าสู่ผิวได้ดียิ่งขึ้น จึงทำให้ผิวแทนเร็วขึ้นนั่นเอง โดยควรทาผิวให้ทั่วอย่างสม่ำเสมอก่อนอาบแดดประมาณ 15 นาที และสามารถทาซ้ำได้ตามต้องการ

 

อาบแดด

4. ครีมกันแดดสำคัญเสมอ

แม้จะเป็นการอาบแดด แต่ขอย้ำเลยว่าจะขาดการทาครีมกันแดดไม่ได้เด็ดขาด เพราะครีมกันแดดจะช่วยปกป้องผิวจากรังสี UVA และ UVB ซึ่งเป็นต้นเหตุของโรคมะเร็งผิวหนัง โดยสาวๆ ควรเลือกใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF ไม่สูงมาก ประมาณ SPF 5-15 ก็เพียงพอแล้วสำหรับการอาบแดด

อาบแดด

5. หลีกเลี่ยงเสื้อผ้าลายแปลกประหลาด

จริงๆ แล้วถ้าไม่อยากให้สีผิวเป็นลายประหลาดๆ วิธีที่ดีที่สุดคือการเปลือยค่ะ แต่สำหรับสาวไทยที่จะให้เปลือยเลยก็คงไม่ไหว ดังนั้นจึงขอแนะนำว่าขณะอาบแดดควรหลีกเลี่ยงการใส่เสื้อผ้าที่มีลวดลายแปลกๆ ไม่ว่าจะเป็นบิกินี่ ทูพีช หรือวันพีช ถ้าเป็นลายไขว้ ลายตาข่าย ลายรูๆ หรือแบบที่มีเส้นสายเยอะๆ อย่าเอามาใส่ในการอาบแดดจะดีกว่า

6. บำรุงผิวหลังการอาบแดด

ขั้นตอนที่สำคัญไม่แพ้ขั้นตอนไหนๆ เลยก็คือการบำรุงผิวหลังการอาบแดด โดยสาวๆ ควรเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวด้วยมอยส์เจอไรเซอร์ ซึ่งไอเท็มที่ได้ผลดีมากๆ ก็คือเจลว่านหางจระเข้ เพื่อช่วยลดอาการผิวไหม้ ผิวแห้งกร้าน ส่วนอีกอย่างคือการดื่มน้ำให้เพียงพอ เพื่อทดแทนน้ำที่ร่างกายสูญเสียไปตอนอาบแดด


 

ภาพ : Pexels, Pixabay


 

ติดตามบทความอื่นๆ ได้ที่ :

ร้อนนี้ระอุแตะ40° ถ้าชอบอาบแดด ออกกำลังกายหนัก กินน้ำน้อย ต้องระวัง! ลมแดดอันตรายถึงชีวิต

ทริคอาบแดดไม่ให้ผิวไหม้ แต่ได้ผิวแทนเนียนสวยสีน้ำผึ้งสไตล์เซเลบสาว ปิยะวิภา อินทรทัต

ซัมเมอร์นี้พร้อม 5 เมคอัพไอเท็มชิ้นเด็ดและเทคนิคอาบแดดจากเซเลบสาว ‘ปัญชิกา อัศวศิริศิลป์’

ผิวแทน หุ่นเซี๊ยะ!! แชร์ทริคดูแลผิวรับซัมเมอร์ของ ‘จันทรา จันพิทักษ์ชัย’ เซเลบสาวผู้รักการอาบแดด

อวบแล้วไง มั่นใจก็แล้วกัน “Venezia Cruz” นางแบบพลัสไซส์แต่ S Line สวยแซ่บเว่อร์

ซัมเมอร์นี้ต้องมี! Kaftan ลายพริ้นต์ และ ชุดว่ายน้ำEmilio Pucci เก๋ชิค มีสไตล์

ซัมเมอร์ฮ็อตฉ่า! 8 เซเลบสาวประชันโฉมแซ่บ แนะทริคฟิตหุ่น ดูแลผิว ใส่ชุดว่ายน้ำแล้วปังสุด

รู้ไว้ไม่มีเอ้าท์! อัพเดตเทรนด์ชุดว่ายน้ำ 4 แบบ ที่ซัมเมอร์นี้ต้องมี

ซัมเมอร์นี้ต้องเซ็กซี่ให้สุด 4 ซุปตาร์ฮอลลีวู้ด เผยทุกสเต็ปดูแลผิวและเมคอัพทุกกระเบียดนิ้ว

ผดผื่น

สาดมาเลย! 5 วิธีป้องกันผิวพัง สิวเห่อ ผดผื่นมาเยือนจากแดดและน้ำสงกรานต์นี้

เทศกาลสงกรานต์ใกล้มาถึงแล้ว อากาศร้อนแบบนี้ใครๆ ก็อยากไปสาดน้ำให้เย็นชุ่มฉ่ำ แต่ก็อาจเจอกับปัญหาที่ตามมาหลังจากที่เล่นสงกรานต์นั่นคือ “ผดผื่น”  และ “ผิวแห้งลอก” ที่ทำให้หลายๆ คนกลัวที่จะออกไปเล่นน้ำสงกรานต์ เพราะไม่อยากเผชิญกับ “ปัญหาสิว” และ “ผิวพัง” ที่ตามมา โดยเฉพาะผู้ที่มีปัญหาสิวและแพ้ง่ายอยู่แล้ว แต่หากรู้วิธีป้องกันและดูแลผิวหน้าเพื่อเตรียมความพร้อมในการเล่นน้ำสงกรานต์ โอกาสที่จะเกิดปัญหาผิวพังและสิวเห่อก็ลดน้อยตามไปด้วย โดย ดร.จิรวรรณ โอพรสวัสดิ์ ได้แนะนำเคล็ดลับง่ายๆ ในการดูแลผิวหน้าให้ไกลสิว พร้อมตะลุยเล่นน้ำสงกรานต์ง่ายๆ ตามนี้

1.บำรุงผิวให้ชุ่มชื้นก่อนออกไปเผชิญแสงแดด

ผิวหน้าที่แข็งแรง ชุ่มชื้น จะช่วยให้ผิวบรรเทาการแห้งเสียจากการสูญเสียเหงื่อ จากอากาศร้อน ดังนั้นการเตรียมผิวให้ชุ่มชื้นก่อนไปเล่นน้ำสงกรานต์  เช่น การมาสก์หน้าที่ให้ความชุ่มชิ้น การใช้มอยเจอร์ไรเซอร์ครีมหรือเจลบำรุงหน้าก่อนนอน หรือก่อนออกไปสัมผัสแสงแดด จะช่วยเติมความชุ่นชื้นให้กับผิว ซึ่งนอกจากจะช่วยให้ผิวแลดูอิ่มน้ำและสดใสแล้ว ยังช่วยลดความแห้งกร้านของผิวขณะเผชิญแสงแดดแรงหรือความร้อนจัดขณะเล่นน้ำสงกรานต์

และเพื่อดูแลผิวหน้าที่เป็นสิวจากสิ่งปลอมปนที่มาจากน้ำอาจสามารถเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหน้าสำหรับผิวเป็นสิว แบบครีมหรือสเปร์ย หรือรูปแบบอื่นๆ ในท้องตลาดที่ไม่ทำร้ายผิว ทั้งก่อนและหลังเล่นน้ำสงกรานต์ โดยหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่ไม่ทำให้ผิวบางซึ่งส่วนใหญ่จะมีกรดเช่น AHA หรือ BHA อยู่ในสูตร หรือเลือกผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่ไม่มีส่วนผสมของสารลอกผิว ซึ่งจะทำให้ชั้นผิวบางส่งผลต่อความสามารถในการต้านทานต่อแสงแดดและความร้อนของผิว จะยิ่งทำให้ผิวแห้งลอก หรือแสบผิวขณะเผชิญกับแสงแดด

2.งดสครับผิวก่อนเล่นน้ำสงกรานต์  

หากใครมีแผนจะออกไปตะลุยเล่นน้ำสงกรานต์ ให้งดสครับผิวหน้าหรือหยุดการทำพีลลิ่งผลัดเซลล์ผิว หรือแม้กระทั่งลอกสิว รวมถึงงดการทำเลเซอร์ ก่อนจะลุยเล่นน้ำสงกรานต์ เนื่องจากผิวยังอ่อนแอจากวิธีการดังกล่าว ซึ่งจะยิ่งทำให้ผิวอักเสบง่ายและเมื่อถูกกระตุ้นด้วยแสงแดดและมลภาวะรวมทั้งสิ่งสกปรกที่มากับน้ำ แป้ง และน้ำอบ อาการที่พบได้บ่อยคือ อาจทำให้เกิดผื่นคัน  เกิดผื่นต่างๆ มีอาการแสบร้อนที่ผิวหน้า เกิดรอยแดง ผิวแห้งลอก ผิวไหม้ ได้ง่าย นอกจากนั้นผิวที่บางอาจถูกเหนี่ยวนำให้เกิดทั้งสิวและฝ้าได้ง่ายขึ้นอีกด้วย

3.เลือกใช้ผลิตภัณฑ์กันแดดให้เหมาะกับวิถีการเล่นน้ำ ลดการอุดตันและสิวเห่อ

พฤติกรรมการเล่นน้ำสงกรานต์ของแต่ละคนแตกต่างกันไป การเลือกใช้ครีมกันแดดสำหรับการเล่นน้ำต่างกันก็เลือกใช้ต่างกัน ยิ่งสำหรับคนที่ผิวมีปัญหาเรื่องสิวอยู่แล้วยิ่งต้องระมัดระวังในการเลือก

โดยปรกติสำหรับผิวที่มีปัญหาหรือผิวเป็นสิว การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์กันแดดมักจะเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของน้ำมันหรือซิลิโคนน้อย เพื่อลดการอุดตัดของรูขุมขนซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดสิว ซึ่งผลิตภัณฑ์ที่มีคุณสมบัติดังกล่าวมักจะเป็นผลิตภัณฑ์กันแดดที่ไม่กันน้ำ ซึ่งเมื่อโดนน้ำก็จะหลุดลอกจากผิวได้ง่ายกว่า ผลิตภัณฑ์กันแดดชนิดนี้จึงเหมาะกับคนที่เล่นน้ำสงกรานต์แบบเบาๆ ในเวลาสั้นๆ หรือในเวลาที่แสงแดดไม่แรงจัด

สำหรับผลิตภัณฑ์กันแดดอีกชนิดหนึ่งคือผลิตภัณฑ์กันแดดแบบกันน้ำ มักจะมีส่วนผสมของเนื้อผลิตภัณฑ์ที่ไม่ละลายน้ำ ซึ่งทำให้ทำความสะอาดได้ยากกว่าผลิตภัณฑ์กันแดดชนิดแรก อย่างไรก็ตามในสภาวะที่ต้องออกแดดแรงๆ หรือมีการเล่นน้ำสงกรานต์ต่อเนื่องการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์กันแดดชนิดกันน้ำจะช่วยปกป้องผิวได้ดีกว่า แต่อย่าลืมว่าเมื่อเลือกใช้ผลิตภัณฑ์กันแดดชนิดกันน้ำแล้วเราจะต้องมีขั้นตอนการทำความสะอาดผิวอย่างถูกต้องที่จะชำระล้างสารตกค้างที่อยู่บนใบหน้าอย่างอ่อนโยน ไม่กลายเป็นตัวเพิ่มปัญหา

นอกจากเลือกประเภทกันน้ำไม่กันน้ำแล้ว แนะนำให้เลือกผลิตภัณฑ์กันแดดแบบ physical sunscreen ที่ช่วยสะท้อนรังสียูวี โดยสามารถสังเกตส่วนผสมข้างผลิตภัณฑ์กันแดดที่มีส่วนผสมของ Zinc Oxide หรือ Titanium Dioxide และที่สำคัญในสภาวะที่เราต้องเล่นน้ำสงกรานต์ต้องทาซ้ำบ่อยๆ อย่างน้อยทุก 2-3 ชั่วโมง เมื่ออยู่ท่ามกลางแสงแดดจัดถูกสาดน้ำ และอยู่ในสภาวะที่เราต้องเช็ดหน้าตลอด ซึ่งการเช็ดหน้าจะเป็นการลอกผลิตภัณฑ์กันแดดออกจากใบหน้าเราไปด้วย

 

4.งดการเล่นแป้ง หรือหลีกเลี่ยงการถูกปะแป้ง

ผิวที่ถูกแผดเผาโดยแสงแดด ถูกน้ำสารพัดชนิดฉีด ซึ่งเป็นสภาวะที่ไม่ปรกติสำหรับผิว อาจทำให้ผิวอ่อนแอส่งผลให้ประสิทธิภาพในการปกป้อง อนุภาคหรือสารต่างๆ ที่มาสัมผัสกับผิวลดลง ซึ่งสำหรับสงกรานต์แป้งจากแหล่งที่มาต่างกัน ซึ่งอาจมีการผลิตจากกระบวนการหรือมีความระมัดระวังด้านความปลอดภัยต่างกัน เป็นสิ่งที่แปลกปลอมหลักที่จะมาสัมผัสกับผิว และอาจเป็นสาเหตุของการแพ้ระคายเคืองที่ผิวได้ ดังนั้นหากเป็นไปได้ให้หลีกเลี่ยงแป้งหรืออนุภาคหรือสารต่างๆ ที่จะมาสัมผัสกับผิว เพื่อลดโอกาสของการเกิดผื่น คัน ลอก หรือเป็นสิวที่ใบหน้าได้

5. ทำความสะอาดผิวหน้าและอาบน้ำทันทีเมื่อกลับถึงบ้าน

เวลาเล่นน้ำสงกรานต์ทั้งใบหน้าและตัวจะเปียกชื้นอยู่ตลอดเวลา และน้ำที่เล่นสงกรานต์อาจปนเปื้อน ด้วยเชื้ออนุภาคต่างๆ ทั้งแป้ง ดินสอพอง และน้ำอบ หากปล่อยให้ตัวเปียกชื้นเป็นเวลานานอาจจะทำให้เกิดการติดเชื้อในร่มผ้า เกิดเป็นผดผื่น รุกลาม อาจก่อให้เกิดสิวอักเสบได้ง่าย ดังนั้นควรล้างหน้าให้สะอาดและล้างตัวด้วยน้ำสะอาดหลังเลิกเล่นสงกรานต์ และเมื่อกลับถึงบ้านควรทำความสะอาดผิวหน้าด้วยคลีนซิ่งเช็ดเครื่องสำอาง และล้างหน้าด้วยผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยน ไม่ระคายเคืองผิว เช่น เจลล้างหน้า หรือโฟมล้างหน้าชนิดไม่มีฟองซึ่งจะอ่อนโยนกว่า และอาจชโลมว่านหางจระเข้บนใบหน้า แล้วตามด้วยสกินแคร์อีกครั้ง นอกจากนั้นควรดื่มน้ำมากๆ เพื่อคืนความชุ่มชื้นให้กับผิวที่เผชิญกับแสงแดดมาตลอดทั้งวัน

สำหรับผู้ที่กำลังมีผิวเป็นสิว หากนำ ทั้ง 5 ข้อดังกล่าวไปปฏิบัติ สงกรานต์ปีนี้ไม่ต้องคอยเก็บตัวในบ้านอีกต่อไป ออกไปเล่นน้ำสงกรานต์กับเพื่อนๆ ให้สนุกสุดเหวี่ยงได้เลยค่ะซิส


ขอบคุณข้อมูลจาก : ดร.จิรวรรณ โอพรสวัสดิ์ กรรมการผู้จัดการ บ.แอล.เอ.เดอร์มาเทค ผู้นำด้านการผลิต-วิจัยและพัฒนา เครื่องสำอางและเวชสำอางที่ได้รับรองมาตรฐาน ISO 22716/ COSMETICS GMP ระดับสากล

 

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ผิวแดงแห้งลอก! ลอง 10 วิธีปราบอาการ “ผิวแพ้ง่าย” ไวต่อการระคายเคือง

ยืนยันว่าเวิร์ค! “ปอนด์-หฤทัย ไชยันต์ ณ อยุธยา” แชร์ทริคสวยฉบับสาวผิวแพ้ง่าย

แชร์สเต็ปดูแลผิวแพ้ง่าย..สไตล์เซเลบสาว “เอย-ณัฐชนันท์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา”

เจาะลึกสารกันแดด แจกทริค 3 ข้อป้องกันก่อนดีเอ็นเอผิวพังแบบละเอียดยิบ

เภสัชกรเตือน “ผิวเป็นสิว” ควรเลี่ยงแดดจัด พร้อมแนะวิธีดูแลผิวหน้าร้อนนี้

รู้ทันยารักษาสิวแต่ละประเภท! เปลี่ยนหน้าสิวเป็นหน้าสวยหลังเผชิญ PM 2.5

ซ่อมแซมผิวด่วนกับ 11 สุดยอดสกินแคร์ ทั้งสูตรเดย์แอนด์ไนท์ บำรุงดีจนต้องบอกต่อ

บล็อคผิวก่อนพัง! ชี้เป้า 7 สกินแคร์ ที่ควรใช้เป็นไอเท็มสู้มลพิษในอากาศ

แค่ดูแลผิวให้ถูก! 7 วิธีจบปัญหา ผิวแห้ง หยาบกร้าน ให้นุ่มชุ่มชื้นขึ้น

สวยสู้แดดสู้ฝนกับ 6 Must Have Item สำหรับสายออร์แกนิกไร้สารเคมีโดยเฉพาะ

ใช้เองชอบเอง! “สรัย วัชรพล” ชี้เป้า 7 สกินแคร์ตัวเด็ดที่ใช้เป็นประจำ

รวบตึง 7 คลีนซิ่ง ทั้งแบบน้ำ ออยล์ บาล์ม ผิวแบบเราใช้แบบไหนดี!!

ทริคสวยผิวดีได้จากพ่อ! หยดน้ำ – นัดดาภรณ์ นิวาตวงศ์ ลูกสาวสุดเลิฟของพ่อปู-แม่ขวัญฤดี

 

 

 

งานแต่งไทยธีมหวานซ่อนเปรี้ยวของคุณอีฟ & คุณไบร์ท @The Botanical House Bangkok

คุณอีฟ – จุฑารัตน์ และคุณไบรท์ – กันตภณเจอกันที่งานสัมมนาของบริษัท แต่ตอนนั้นไม่ได้คุยอะไรกัน จนได้มาสานสัมพันธ์อีกครั้งหลังจากเพื่อนๆ กลุ่มเดิมนัดรวมตัวไปเที่ยวเขาใหญ่ เพราะคุณไบรท์รับหน้าที่เป็นช่างภาพในทริป ต่อด้วยการส่งภาพให้ทางไลน์ ทั้งคู่จึงได้เริ่มคุยกันตั้งแต่ตอนนั้น จนกระทั่งคุณไบรท์พบว่าตัวเองป่วยเป็นไทรอยด์จึงได้ชวนคุณอีฟไปหาหมอด้วยกัน ซึ่งคุณหมอเข้าใจว่าทั้งคู่เป็นแฟนกันจึงถามว่าก่อนหน้านี้ร่างกายของคุณไบรท์เปลี่ยนแปลงยังไงบ้าง พร้อมคำถามชวนอึ้งที่ว่า “คบกันมานานหรือยังครับ” ซึ่งตอนนั้นทั้งคู่ยังไม่ชัดเจนในความสัมพันธ์ แต่คุณไบรท์ก็หันไปตอบว่า “สองเดือนแล้วครับ” เมื่อออกมาจากห้องตรวจคุณไบรท์เลยขอคุณอีฟเป็นแฟนเสียเลย จนในวันครบรอบ 2 ปีคุณไบรท์ก็ขอคุณอีฟแต่งงาน จนเกิดเป็น งานแต่งไทย ธีมหวานซ่อนเปรี้ยวสุดโมเดิร์นขึ้น

บ่าว – สาวเลือกมาดูสถานที่จัดงานที่ The Botanical House Bangkok เป็นที่แรกเพราะไม่อยากจัดงานในห้องสี่เหลี่ยมธรรมดา ซึ่งที่นี่ให้ความรู้สึกเหมือนบ้าน มีสวนสีเขียว ดูอบอุ่นแตกต่างจากที่อื่น และยังตอบโจทย์ทุกความต้องการของบ่าว – สาวได้อย่างครบถ้วนตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็น อีกทั้งยังมีบริการต่างๆ แบบครบวงจรช่วยให้บ่าว – สาวใช้เวลาในการเตรียมงานไม่นานทั้งคู่เลยตัดสินใจเลือกที่นี่ทันที

บ่าว – สาวเลือกใช้ทีมจัดงานของทางสถานที่จึงทำให้การคุยงานเป็นไปอย่างราบรื่นและใช้เวลาไม่นาน เพียงแค่บอกสิ่งที่ต้องการทางทีมงานก็ดีไซน์และจัดหามาให้ทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นอาหาร การตกแต่ง ขบวนขันหมาก พร้อมทั้งดูแลในทุกๆ ขั้นตอนตั้งแต่ต้นจนจบอีกด้วย

งานแต่งแบบไทยของทั้งคู่จัดขึ้นในธีมสีพีช ชมพู และขาว โดยใช้สีพีชมาตัดความหวานของสีชมพู ทำให้งานของทั้งคู่เป็นงานแต่งไทยที่มีสีสันหวานซ่อนเปรี้ยว และไปได้ดีกับบรรยากาศของสวนสีเขียวเป็นที่สุด

The Details
Venue & Decoration : The Botanical House Bangkok โทร. 0-2301-1868 (เฟซบุ๊ก : The Botanical House Bangkok)
Wedding Dress : ชุดไทย ครูบิ๊ก – พีรมณฑ์ อาภรณ์งาม studio ไอจี : @big_peeramon ชุดยกน้ำชา @maisontutti
Groom Suit : @gentle_rams
Makeup : หลิน ไอจี : @lindsay_magic
Hair : โรเบิร์ต ไอจี : @robirt_99
Photo : คุณสิทธิ์ ไอจี : @sitphotograph

ดูงานแต่งงานอื่นๆ เพิ่มเติมอีกเพียบได้ที่นี่ คลิกเลย!