อย่าดื้อใช้จนหน้าพัง! วิธีเช็คผิว แพ้เครื่องสำอาง พร้อมการดูแลเมื่อมีอาการแพ้

แพ้เครื่องสำอาง
แพ้เครื่องสำอาง

สาวๆ ในปัจจุบัน กว่าจะสวยได้ ต้องดูแลทั้งเสื้อผ้า หน้า ผม มากมายไปหมด โดยเฉพาะเรื่องการแต่งหน้าที่จำเป็นต้องมีการใช้เครื่องสำอาง และครีมบำรุงผิวอีกหลายขั้นตอน ทำให้ผิวต้องเสี่ยงกับการสัมผัสกับสารเคมีที่อาจสะสมทำให้เกิดการระคายเคืองได้ คุณสาวๆ จึงต้องระวังและเลือกให้มากหน่อย เพื่อไม่ให้ผิวของสาวๆ เกิดอาการ แพ้เครื่องสำอาง หรืออาการระคายเคือง งั้นลองมาดูกันค่ะว่าสาวๆ ที่มีผิวบอบบาง แพ้ง่าย ควรจะระมัดระวังและดูแลผิวกันอย่างไรบ้าง

อย่าดื้อใช้จนหน้าพัง! วิธีเช็คผิว แพ้เครื่องสำอาง พร้อมการดูแลเมื่อมีอาการแพ้

ป้องกันไม่ให้เกิดการระคายเคืองจากเครื่องสำอาง แนะนำว่าให้ทดลองใช้เครื่องสำอางนั้นๆ โดยทดสอบดูที่บริเวณผิวใต้ท้องแขนก่อน เพราะใต้ท้องแขนเป็นบริเวณที่มีผิวบางที่สุด รองจากผิวหน้า หากไม่เกิดอาการระคายเคือง โอกาสที่จะเกิดการระคายเคืองบนใบหน้าก็จะน้อยลง แต่การทดสอบที่ท้องแขนก็ไม่ได้แปลว่าเครื่องสำอางนั้นจะปลอดภัย ไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้ไปเสียทั้งหมด เพราะผิวหน้ามีรูขุมขน มีน้ำมันต่างจากผิวบริเวณใต้ท้องแขน ทำให้สารบางชนิดสามารถซึมผ่านได้ดีกว่า นอกจากนั้นผิวหน้ายังได้รับการล้างทำความสะอาดอยู่เป็นประจำ ผิวเคลือบชั้นบนของผิวหนังจึงบางกว่าผิวที่บริเวณใต้ท้องแขน ทำให้สารต่างๆ ในเครื่องสำอางสามารถซึมผ่านและก่อให้เกิดอาการแพ้ได้ง่ายๆ ค่ะ

แต่ถ้าระมัดระวังก็แล้ว เลือกเครื่องสำอางอย่างดีก็แล้ว แต่ก็ยังจะมีอาการแพ้ขึ้นมาจนได้ การแก้ไขที่ปลอดภัยที่สุดคือการพักหน้า โดยไม่แต่งแต้มหรือใช้เครื่องสำอางในบริเวณที่แพ้จนกว่าอาการแพ้จะหายไป ทั้งนี้เพราะการใช้เครื่องสำอางในบริเวณที่มีอาการระคายเคือง จะยิ่งทำให้เกิดการระคายเคืองซ้ำซ้อนและการล้างหน้าด้วยสารชำระล้างก็อาจจะทำให้อาการรุนแรงมากขึ้น ถ้าสามารถพักหน้า ทำความสะอาดด้วยน้ำสะอาด เซลล์ผิวก็จะฟื้นกลับมาอย่างรวดเร็วภายใน 1–2 วัน แต่หากพักหน้าสักวันสองวันแล้วยังไม่หาย คงต้องลองไปพบแพทย์ผิวหนังที่อาจจะรักษาด้วยการให้ทานยาแก้แพ้ เน้นว่าต้องใช้ทานยาแก้แพ้เท่านั้น หลายคนอาจเข้าใจว่าถ้าหากแพ้ต้องใช้ยาทา แต่ในความเป็นจริง ยาทาเหล่านั้นส่วนใหญ่มักประกอบด้วยสารสเตียรอยด์ที่มีความแรงแตกต่างกันไป เมื่อใช้ครั้งแรกๆ อาจจะหายในทันที ทำให้ผู้ใช้ติดใจ เพราะสามารถแต่งหน้าได้ดังเดิม แต่การใช้ยาทาแบบนี้ จะทำให้ผิวอ่อนแอลงจนรักษายากและอาจทำเกิดอาการแพ้มากขึ้นในอนาคตจนไม่สามารถใช้เครื่องสำอางได้อีก

สรุปได้ว่า การรักษาที่ดีนั้นต้องไม่ใช้สเตรียรอยด์ ไม่แต่งหน้า และทานยาแก้แพ้ ไม่เช่นนั้น หากอาการรุนแรง อาจถึงขั้นต้องใช้แสงเลเซอร์ Vbeam (595) ช่วยในการรักษา ซึ่งจะสิ้นเปลืองทั้งระยะเวลาที่ยาวนานเป็นเดือนและค่ารักษาพยาบาลอีกมาก ที่สำคัญการรักษาด้วยแสงเลเซอร์ดังกล่าวยังมีข้อจำกัดที่ไม่สามารถรักษาผิวหนังบริเวณเปลือกตาบน เพราะแสงจะเข้าตา เป็นอันตรายได้ การฟื้นฟูผิวหนังในบริเวณนี้จึงเป็นบริเวณที่ทำได้ยากที่สุด

เพื่อป้องกันไม่ให้อาการรุนแรงและเป็นเรื่องที่ซับซ้อนยิ่งขึ้น แนะนำว่าควรรักษาผิวตั้งแต่เริ่มเกิดอาการระคาย หรืออาการแพ้ ในช่วงแรกๆ และรีบทานยา รวมทั้งพักการใช้เครื่องสำอาง หรือสารเคมีที่จะมารบกวนผิว ให้ผิวได้ฟื้นฟูตัวเอง สำคัญที่สุดคือไม่ควรจะใช้เครื่องสำอางมากเกินความจำเป็น เพราะหากสามารถลดการใช้เครื่องสำอางลงได้ โอกาสเกิดการระคายหรืออาการแพ้ก็จะน้อยลงตามไปด้วย การใช้ยาแก้แพ้ก็ไม่จำเป็น ผลข้างเคียงของการใช้ยาก็จะน้อยลงตามไปด้วยค่ะ


ขอขอบคุณข้อมูลจากไลฟ์เซ็นเตอร์บล็อก lifecenterthailand.wordpress
ภาพจาก Pixabay 

 

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ตัดใจทิ้งบ้าง! เช็คลิสต์โต๊ะเครื่องแป้งว่า เครื่องสำอางหมดอายุ และอยู่ได้นานแค่ไหน

ระวังหน้าพัง!! สารอันตรายที่ไม่ควรมีในสกินแคร์และเครื่องสำอาง พร้อมวิธีทดสอบด้วยตัวเองเบื้องต้น

สวยแบบอีโคลีฟวิ่ง Love Beauty and Planet ออร์แกนิคบิวตี้แบรนด์จากอเมริกาสู่ไทย

เปิดคลังน้ำหอม พร้อมอัพเดทไอเท็มพรีฟอลกับ 17 เซเลบริตี้เฟรนด์ส ออฟ หลุยส์ วิตตอง

เผ็ชชช! ซูมความสวยเซ็กซี่ “Alexina Graham” นางฟ้าคนใหม่ของ Victoria’s Secret

เปิดวาร์ป “ซันนี่ เกวลิน” สาวหล่อหน้าใสกิ๊งที่ติดอันดับสวยที่สุดในเอเชียแปซิฟิก

รู้ทันยารักษาสิวแต่ละประเภท! เปลี่ยนหน้าสิวเป็นหน้าสวยหลังเผชิญ PM 2.5

ทนเจ็บได้ แต่อย่าดีกว่า 10 วิธีทำสวยควรเลี่ยง! เสี่ยงหน้าพัง อาจไม่ทันได้สวย

รื้อโต๊ะเครื่องแป้ง ค้นอาวุธลับความสวยเป๊ะของ “ฟ้า – ษริกา” บิวตี้ยูทูปเบอร์ที่สาวๆ ชอบฟอล

ทำได้ไม่ยาก 7 สเต็ปยุติการเกิดสิวด้วยตัวเอง แค่ชอบสังเกตและปรับพฤติกรรม

 

 

keyboard_arrow_up