สวยเลอค่า DOLCE & GABBANA ปล่อยเมคอัพคอลเล็คชั่น Be A Queen

10 ปีกับการกำเนิดความงามหลายรูปแบบและหลากอารมณ์ DOLCE&GABBANA ยกย่องความเป็นผู้หญิงและเสน่ห์แห่งความงามภายในตัวของแต่ละคน ด้วยเมคอัพคอลเล็คชั่นใหม่ ทรงเอกลักษณ์ Be A Queen ได้รับการออกแบบขึ้นมาเพื่อทวีอำนาจแห่งอิสตรี นำมาซึ่งความสุข เบิกบาน สดใสและความมั่นใจให้แก่พวกเธอเหนืออื่นใดคือทำให้พวกเธอรู้สึกเสมือนราชินีในทุกๆวัน โดยเมคอัพในคอลเล็คชั่นนี้ นับว่าเป็นผลงานสร้างสรรค์อันทรงเอกลักษณ์ที่เผยความโดดเด่นแก่บุคลิกเฉพาะตัวของผู้หญิงตามมาตรฐานความงามสง่าจากอดีต ด้วยการสรรค์สร้างลุคการแต่งหน้าที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นสาวเจ้าเสน่ห์ เต็มไปด้วยอำนาจเย้ายวน หญิงสาวผู้ภูมิฐาน หรือเด็กสาวแสนซน ลุคลำลองของผู้หญิงที่เต็มไปด้วยความมั่นใจ ตลอดจนความงามสง่าเผยความเป็นผู้หญิงเต็มตัว

ดื่มด่ำกับเสน่ห์เร่าร้อนแห่งริมฝีปาก

คอลเล็คชั่นเมคอัพของ DOLCE&GABBANA ให้ความสำคัญกับริมฝีปากผ่านการออกแบบเฉดสีหรูหราในเนื้อสัมผัสเย้ายวนชวนให้หลงใหล อีกทั้งยังเป็นเครื่องมือที่ใช้สื่อสารความคิด ความรู้สึก เล่าถึงโลกส่วนตัวของเธอ โดยการกระซิบ จูบ ยิ้มแย้ม พูดคุย และลิ้มลองรสชาติใหม่ๆ ผ่านลิปสติกทั้ง 4 รุ่น : The Only One Luminous Colour Lipstick, Dolcissimo Matte Liquid Lipcolour, Dolce Matte Lipstick, Classic Cream Lipstick และ Miss Sicily

สำหรับลิปสติกรุ่น The Only One Luminous Colour เคลือบผิวริมฝีปากอย่างแนบเนียน เพราะราชินีแต่ละองค์ล้วนมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว  จึงมีให้เลือกถึง 32 เฉดสี มีให้เลือก 32 เฉดสี (6 สีโทนนู้ด, 11 สีโทนชมพู, 3 สีโทนม่วง, 4 สีโทนส้ม, 8 สีโทนแดง) ราคา 2,000 บาท

และลิปสติกรุ่นDolcissimo Matte Liquid Lipcolour

ลิปสติกเนื้อลิควิด ที่ง่ายต่อการแต่งเติม มอบสัมผัสอันฉ่ำชื่นแสนเย้ายวนมอบเสน่ห์หรูหราสะกดสายตาด้วยบรรจุภัณฑ์อันทรงเอกลักษณ์ด้วยลวดลายดอกกุหลาบบนพื้นขาว สัญลักษณ์ของความโรแมนติก อ่อนหวาน มีให้เลือก 12 เฉดสี ราคา 1,400 บาท

SOLAR GLOW จำลองแสงมาแต่งผิว

เนื้อผิวที่ต้องแสงเป็นประกายเปล่งปลั่ง เงางามตามธรรมชาติ บ่งบอกถึงสุขภาพภายในที่ดี ให้ความรู้สึกดุจผ่านการอาบแดดภายใต้ผืนฟ้าแห่งเมืองซิซิลี ผลิตภัณฑ์กลุ่ม Solar Glow ประกอบไปด้วย Solar Glow Ultra-Light Bronzing Powder และ Solar Glow Universal Bronzing Drops ช่วยฟื้นบำรุง พร้อมมอบสัมผัสบางเบาสบายผิวจากส่วนผสมเชิงซ้อน Mediterranean Glow Complex ที่มอบผลลัพธ์การแต่งหน้าที่กลมกลืนกับผิวพรรณอย่างแนบเนียนราวหลอมละลายกลายเป็นหนึ่งเดียวกัน อีกทั้งยังทิ้งกลิ่นไอหอมกรุ่น สดใส และตราตรึงใจอย่างทรงเอกลักษณ์

Solar Glow Ultra-Light Bronzing Powder มีให้เลือก 7 เฉดสี ราคา 2,450 บาท

บลอนซิ่ง พาวเดอร์ที่ให้ผิวดูเปล่งปลั่งเงางามเป็นธรรมชาติ ด้วยอณูแป้งเนื้อละเอียด บางเบาเป็นพิเศษ ช่วยให้ผิวดูเปล่งประกายเสมือนอาบแดดมาในทันที และไม่เลอะเลือนในระหว่างวัน เนื้อสัมผัสนุ่มละมุนดุจใยกำมะหยี่ พร้อมด้วยคุณค่าการฟื้นบำรุงจากสูตรส่วนผสม Mediterranean Glow Complex เผยผิวที่ดูประกายเปล่งปลั่ง สดใส มีชีวิตชีวาอย่างเป็นธรรมชาติ

Solar Glow Universal Bronzing Drops เบอร์ 1 สี Sunkissed ราคา 1,750 บาท

บลอนซิ่ง ดรอปส์ แต่งผิวให้ทอประกายเปล่งปลั่งเสมือนผิวผ่านการอาบแดด สามารถปรับระดับความเข้มของเฉดโทนได้ตามต้องการ ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมสูตรส่วนผสมที่อุดมด้วยความชุ่มชื่น บางเบาราวซีรั่ม เติมประกายอบอุ่นให้โทนผิวในทันที สามารถหยด Solar Glow ผสมร่วมกับรองพื้นหรือมอยส์เจอไรเซอร์ เพื่อมอบความชุ่มชื่นได้เนิ่นนาน ฟื้นบำรุงผิวให้อิ่มเอิบ นวลเนียน ต้องแสงเป็นประกายเปล่งปลั่ง เงางาม

ผิวพรรณหมดจดและงดงาม

เนื้อผิวสดใสบ่งบอกถึงผิวดูสุขภาพดี กลุ่มผลิตภัณฑ์รองพื้นของ DOLCE&GABBANA จึงได้หลอมรวมไว้ซึ่งอานุภาพความงามให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง พร้อมสัมผัสสบายผิว ด้วยคู่ผลิตภัณฑ์ไพรเมอร์ Secret Veil และรองพื้น Gloriouskin เพื่อเผยความงดงามสมบูรณ์แบบ และคงผลลัพธ์การแต่งหน้าได้ตลอดทั้งวัน

Secret Veil Hydrating Radiant Primer SPF 30 ราคา 2,500 บาท

 ไพรเมอร์ขั้นตอนสำคัญอันดับแรกที่อุดมไปด้วยสารสกัดอันล้ำค่าจากโปรตีนไหมทอง (Gold Silk Sericin) สูตรส่วนผสมที่มอบการปกป้องผิว เพื่อให้ผิวพรรณคงความสดใส เปล่งปลั่งเป็นเงางามตามธรรมชาติภายใต้สัมผัสนุ่มละมุน ละเอียดเนียนสม่ำเสมอ พร้อมด้วยค่าปกป้องผิวจากแสงแดด SPF30 ช่วยให้ผิวเนียนสวย ดูกระจ่างใส

 

Gloriouskin Perfect Luminous Creamy Foundation SPF 20/PA++ มีให้เลือก 15 เฉดสี ราคา 4,800 บาท

รองพื้นเนื้อครีมโปร่งแสง ให้ผิวแลดูกระจ่างใสผ่านเนื้อสัมผัสบางเบา ให้สัมผัสสบายผิว ไม่เหนอะหนะระหว่างวัน ด้วยสูตรผสมระหว่างเมคอัพและสกินแคร์โดยอาศัย Mediterranean Glow Complex ส่วนผสมเชิงซ้อนเอกสิทธิ์ของ DOLCE&GABBANA  มอบความชุ่มชื่นตลอดวัน อีกทั้งยังช่วยปกป้องผิวจากมลภาวะ ปฏิกิริยาอ๊อกซิเดชั่น และรังสีในแสงแดด ให้การปกปิดอย่างมีประสิทธิภาพ

Millennialskin On-the-Glow Tinted Moisturiser SPF 30 มีให้เลือก 13 เฉดสี ราคา 1,750 บาท

Millennialskin ทินท์มอยส์เจอไรเซอร์ยอดนิยม ที่ได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบและพัฒนาสูตรผลิตภัณฑ์เพื่อตอบรับกับกลุ่มมิลเลนเนียล ที่ดำเนินชีวิตแบบเร่งรีบ ไม่หยุดนิ่ง ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ใช้ง่าย เกลี่ยไล้ได้กลมกลืน รวดเร็ว ด้วยนวัตกรรมเม็ดแป้งสะท้อนแสง light reflective powders ช่วยสะท้อนแสงตกกระทบให้กระจายตัวรอบทิศทางเพื่อเลือนอำพราง ริ้วรอยเส้นบาง รูขุมขน ความคล้ำหมอง และเงาดำตามจุดต่างๆ ได้อย่างเป็นธรรมชาติ

สีสันประดับผิว

Blush of Roses Luminous Cheek Colour มีให้เลือก 12 เฉดสี (9 เนื้อแมทท์, 3 เฉดเนื้อชิมเมอร์) ราคา 2,000 บาท

บลัชออนในรูปแบบเนื้อแป้ง ที่ได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบเฉดจากหลากโทนสีของมวลกุหลาบ ด้วยเนื้อสัมผัสซึ่งจำลองความนุ่มละมุนราวกำมะหยี่ของกลีบดอก เพื่อเติมประกายสว่างสดใส มีชีวิตชีวาให้ผิวหน้า กับเฉดสีกุหลาบอ่อนโยน ทวีประกายเปล่งปลั่งระเรื่อสีดุจผิวสุขภาพ สูตรส่วนผสมจากสกัดพฤกษาธรรมชาติที่หลอมรวมกับผิวพรรณ เพื่อมอบสีสะสวยสะกดสายตาในทันที

Dolce Blush Creamy Cheek & Lip Colour มีให้เลือก 4  เฉดสี ราคา 2,000 บาท

บลัชออนในรูปแบบเนื้อครีม มอบเนื้อสัมผัสบางเบาราวแพรไหม ให้การกระจายตัวของสีกลมกลืนไปกับผิวอย่างได้อย่างแนบเนียนผ่านด้วยการปัดเพียงครั้งเดียว ใช้แต่งเติมได้ทุกลุค ทุกสไตล์ที่ต้องการ สามารถใช้ Dolce Blush เติมประกายให้ผิวดูเปล่งปลั่งลงบนแก้ม หรือริมฝีปากได้ตามต้องการ

Dolce Skin All-In-One Face Palette ราคา 3,100 บาท

ทุกผลิตภัณฑ์ที่มอบผลลัพธ์ผิวเปล่งประกาย ทวีความงดงามตามธรรมชาติในแบบฉบับของ DOLCE&GABBANA ถูกระดมมาบรรจุไว้ในหนึ่งตลับล้ำค่านี้ ที่สามารถกลมกลืนกับทุกโทนผิวสากลได้อย่างแนบเนียน หนึ่งตลับกับสี่ปฏิบัติการของ Dolce Skin เอื้อต่อการผสม และปรับระดับความเข้มสีจากทุกสิ่งที่จำเป็นต่อกิจวัตรการแต่งหน้า ไม่ว่าจะเป็นคอนซีลเลอร์ บรอนเซอร์ บลัช และไฮไลท์ บรรจุอยู่ในตลับที่ได้รับการออกแบบจำลองแบบรูปทรงกระเป๋าคลัทช์ สีทอง ลวดลายดอกเดซี่

ดวงตาสื่ออารมณ์

ผู้หญิงสื่ออารมณ์ผ่านแววตาคู่นั้นจะเต็มไปด้วยเสน่ห์เย้ายวน ความแน่วแน่ เคร่งขรึม แต่ซ้อนไว้ด้วนประกายซุกซน ร่าเริงสนุกสนาน คอลเลคชั่นเมคอัพแต่งตาของ DOLCE&GABBANA ประกอบไปด้วย Intenseyes และ Felineyes ซึ่งล้วนทวีอำนาจแห่งแววตา จรัสประกายหรูหรายิ่งกว่าเคย

Felineyes Intense Eyeshadow Quad มีให้เลือก 8 ชุดสี ราคา 2,500 บาท

อายแชโดว์ 4 เฉดในตลับเดียวมอบเนื้อสัมผัสที่เนียนสม่ำเสมอ ปรับระดับความเข้มสีได้ตามต้องการ แนบสนิทติดทนนาน ไม่ว่าจะเป็นลุคอ่อนโยน ละมุนละไมในสีนู้ดธรรมชาติ ไปจนถึงสีสดสว่าง ใช้ได้ทั้งแบบแห้ง และชุบน้ำ

Intenseyes Creamy Eyeshadow Stick มีให้เลือก 12 เฉดสี ราคา 1,400 บาท

อายแชโดว์แบบแท่งที่ช่วยเติมสีสันให้ดวงตาได้ง่าย หลากลุคได้ทุกที่ ทุกเวลา มาพร้อมที่เหลาดินสอติดตั้งในตัว แค่ตวัดมือก็เกลี่ยไล้ให้กลมกลืนเพียงครั้งเดียว เม็ดสีทั้งหลายก็กระจายตัว มอบความสดชัดระดับสูงผ่านเนื้อครีมซึ่งแปรสภาพไปเป็นเนื้อแป้งแนบสนิทติดทนเนิ่นนานกลมกลืนไปกับผิว ไม่เลอะเลือนระหว่างวัน

พบกับผลิตภัณฑ์เมกอัพ DOLCE&GABBANA BEAUTY ได้แล้ววันนี้ที่เคาน์เตอร์ โดลเช่ แอนด์ กาบบาน่า บิวตี้ ณ แผนกบิวตี้ ฮอลล์ ห้างสรรพสินค้าสยามพารากอน เท่านั้น

MQDC ทุ่มงบสร้าง “เดอะ ฟอเรสเทียส์” ยกความมหัศจรรย์ของผืนป่ามาไว้ในเมือง

MQDC ทุ่มงบสร้าง “เดอะ ฟอเรสเทียส์” ยกความมหัศจรรย์ของผืนป่ามาไว้ในเมือง

ไม่ว่าโลกจะหมุนเวียนเปลี่ยนไปกี่ยุคกี่สมัย วิทยาการและเทคโนโลยีต่างๆ จะเข้ามามีบทบาทกับไลฟ์สไตล์ของผู้คนในปัจจุบันมากแค่ไหน แต่สิ่งหนึ่งที่ทุกคนยังคงโหยหาอยู่เสมอ ยังคงต้องยกให้กับความสวยงามและความสงบของธรรมชาติ ซึ่งเปรียบเสมือนขุมทรัพย์ที่ช่วยเติมเต็มพลังใจ อีกทั้งคงจะดีที่สุดหากการใช้ชีวิตในสังคมเมืองและความสุขจากการเสพธรรมชาติ สามารถรวมเป็นหนึ่งเดียวกันได้ 

ด้วยเหตุนี้ บริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (MQDC) ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของประเทศไทย จึงเดินหน้าเต็มสูบเพื่อยกความมหัศจรรย์ของผืนป่ามาไว้ในเมือง ด้วยการประกาศเพิ่มเงินลงทุนในโครงการ “เดอะ ฟอเรสเทียส์” ซึ่งตั้งอยู่บนที่ดินขนาด 300 ไร่ บนถนนบางนา-ตราด กม. 7 โดยขยายมูลค่าโครงการจากเดิม 90,000 ล้านบาท พุ่งทะยานสู่ 125,000 ล้านบาท และ เพิ่มขนาดพื้นที่โครงการขึ้นอีก 98 ไร่ เป็น 398 ไร่ เพื่อสร้างโครงการต้นแบบแห่งใหม่ของโลกในการพัฒนาเมือง ซึ่งการเพิ่มงบการลงทุนครั้งนี้ ทำให้ “เดอะ ฟอเรสเทียส์” จึงขึ้นแท่นโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไทย

ทั้งนี้ นายกิตติพันธุ์ อุยยามะพันธุ์ ผู้อำนวยการโครงการ เดอะ ฟอเรสเทียส์ โดย บริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (MQDC) ได้เล่ารายละเอียดเกี่ยวกับการตัดสินใจเพิ่มเงินลงทุนในโครงการ “เดอะ ฟอเรสเทียส์” ให้ แพรวดอทคอม ฟังว่า 

“MQDC กำลังสร้างโครงการเมืองแห่งแรกของโลกที่ออกแบบทุกมิติมาเพื่อการใช้ชีวิตที่มีสุขภาพดียิ่งขึ้น โดย เดอะ ฟอเรสเทียส์ อยู่ในระหว่างการออกแบบรังสรรค์และก่อสร้างโดยผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งได้รับการยอมรับและยกย่องมากที่สุดกลุ่มหนึ่งของโลก รวมทั้งสถาบันต่างๆ ที่เป็นสถาบันชั้นนำระดับโลก เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าทุกองค์ประกอบของโครงการจะส่งเสริมการมีคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้น ซึ่งการออกแบบโครงการได้รับการยอมรับจากอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยฮาวาร์ดใน T.H. Chan School of Public Health ว่าเป็นโครงการที่มีวิสัยทัศน์ดีเยี่ยม

“MQDC เพิ่มงบประมาณการลงทุนสำหรับโครงการ เดอะ ฟอเรสเทียส์ หลังจากที่ได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยมจากพันธมิตรระดับโลก ซึ่งเป็นแรงผลักดันการเดินหน้าของเราในการสร้างโครงการรูปแบบใหม่ที่ให้ความสำคัญสูงสุดกับคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้อยู่อาศัย ชุมชนโดยรอบ และความยั่งยืน โดยนับเป็นครั้งแรกในโลก ซึ่งไม่เคยมีที่ไหนมาก่อนที่ผืนป่าขนาดใหญ่เช่นนี้ถูกนำมาหลอมรวมเป็นส่วนหนึ่งของโครงการเมือง เพื่อนำธรรมชาติกลับคืนสู่ชุมชนและพื้นที่ที่เป็นเมือง และนี่คือหนึ่งในหลายๆ เหตุผลที่ทำให้โครงการเแห่งนี้ได้รับการขนามนามว่า โครงการเมืองแห่งความมหัศจรรย์ในผืนป่า”

ความโดดเด่นของโครงการ “เดอะ ฟอเรสเทียส์” ต้องยกให้กับป่าขนาดใหญ่ พื้นที่ 30 ไร่ ที่เริ่มปลูกมาตั้งแต่เป็นเมล็ดและต้นกล้า ตั้งอยู่บริเวณใจกลางของโครงการ ทำหน้าที่สร้างความหลากหลายและความอุดมสมบูรณ์ให้กับระบบนิเวศน์ ซึ่งจะพัฒนาเติบโตและมีวิวัฒนาการความอุดมสมบูรณ์ตามธรรมชาติต่อไปเรื่อยๆ นับเป็นความมหัศจรรย์ของผืนป่าที่สร้างประโยชน์มากมาย อีกทั้งยังส่งผลต่อความเย็นและอุณหภูมิในแต่ละวันของพื้นที่ทั้งหมด ตลอดจนช่วยฟื้นฟูธรรมชาติโดยรวมเพื่อประโยชน์ของทุกคน

หนึ่งในนวัตกรรมที่สำคัญสูงสุดของ เดอะ ฟอเรสเทียส์ คือวิธีการที่นำพาสมาชิกในครอบครัวจากหลากหลายเจเนอเรชั่นให้มาอยู่ใกล้ชิดกัน ด้วยการวางผังองค์ประกอบของพื้นที่ที่อยู่อาศัยโดยรอบโครงการอย่างพิถีพิถัน ซึ่งทั้งหมดถูกออกแบบเพื่อตอบสนองต่อความต้องการของคนแต่ละช่วงวัยโดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นวัยเริ่มต้นทำงาน คู่สมรสใหม่ วัยสร้างครอบครัว หรือพ่อแม่สูงวัย ทำให้ทุกคนได้อยู่ใกล้ชิดกับลูก หลาน และพ่อแม่ แต่ในขณะเดียวกัน ก็ยังสามารถใช้ชีวิตของตัวเองได้อย่างมีอิสระและมีพื้นที่ส่วนตัว

โดย “เดอะ ฟอเรสเทียส์” ประกอบด้วยโครงการที่พักอาศัยหลากหลายรูปแบบ ทั้งบ้านและคอนโดมิเนียม มุ่งตอบสนองความหลากหลายของไลฟ์สไตล์และขนาดของครอบครัวที่แตกต่างกัน อีกทั้งยังมีพื้นที่เชิงธุรกิจสำหรับสำนักงาน สปอร์ตคอมเพล็กซ์ กิจกรรมไลฟ์สไตล์ต่างๆ ร้านค้าปลีก ร้านอาหารและเครื่องดื่ม รวมถึงพื้นที่ Family Life Center สำหรับกิจกรรมการเรียนรู้ที่สนุกและสร้างสรรค์ของครอบครัว 

อีกทั้งยังมีพื้นที่ Town Center สำหรับจัดกิจกรรมชุมชนและกิจกรรมทางวัฒนธรรม โรงละคร อีเว้นท์ฮอลล์ ตลาด และมีทางเดินยกระดับความยาวกว่า 1.6 กิโลเมตร ซึ่งเป็นทางเดินที่เชื่อมต่อไปยังองค์ประกอบต่างๆ ในโครงการ รวมถึงมีทางเดินที่ทอดตัวอยู่เหนือผืนป่า ซึ่งอยู่บริเวณใจกลางโครงการ ถือเป็นเส้นทางเดินเท้าท่ามกลางธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ 

องค์ประกอบสำคัญของ “เดอะ ฟอเรสเทียส์” อีกอย่าง ซึ่งไม่เคยมีในโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่ไหนในเมืองไทยมาก่อน คือพื้นที่การอยู่อาศัยสำหรับผู้สูงอายุ ซึ่งได้รับการออกแบบขึ้นโดยเฉพาะ เพื่อให้ผู้สูงวัยสามารถใช้ชีวิตได้อย่างปลอดภัยและสะดวกสบายยิ่งกว่าที่เคย รวมถึงมีสิ่งอำนวยความสะดวกเฉพาะทางสำหรับกิจกรรมต่างๆ และผู้ดูแลที่ผ่านการฝึกอบรมมาเป็นอย่างดี 

นอกจากนี้ยังมีโรงแรมระดับ 5 ดาว ศูนย์การแพทย์และสุขภาพขนาดใหญ่ ซึ่งครบครันด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกและเครื่องมือที่ทันสมัยที่สุด พร้อมด้วยบุคลากรผู้เชี่ยวชาญที่ประสบความสำเร็จและมีชื่อเสียงที่สุดในประเทศไทยจำนวนหนึ่ง 

อีกหนึ่งความใส่ใจในทุกรายละเอียดของ “เดอะ ฟอเรสเทียส์” คือการมีระบบการป้องกันน้ำท่วม ซึ่งเป็นพื้นที่กักเก็บน้ำทิ้งขนาดใหญ่ที่สามารถรองรับน้ำได้มากกว่า 10 ล้านลิตร มั่นใจได้ว่าสามารถป้องกันน้ำท่วมได้แม้จะต้องเจอกับพายุฝนหนักก็ตาม

ใครที่กำลังมองหาโครงการที่พักอาศัย ซึ่งหลอมรวมสังคมเมืองกับธรรมชาติเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว เตรียมพบกับ “เดอะ ฟอเรสเทียส์” ที่มาพร้อมกับที่พักอาศัยหลากหลายรูปแบบได้เลย ไม่ว่าจะเป็น คอนโดมิเนียมแบรนด์ “วิสซ์ดอม” คอนโดมิเนียมแบรนด์ “มัลเบอร์รี โกรฟ” ที่อยู่อาศัยแบรนด์ “มัลเบอร์รี โกรฟ วิลล่า” ที่อยู่อาศัยแบรนด์ “ดิ แอสเพน ทรี” ที่อยู่อาศัยแบรนด์ “ซิกส์เซนส์” โรงแรมแบรนด์ “ซิกส์เซนส์” และองค์ประกอบอื่นๆ อีกมากมาย โดยสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.theforestias.com หรือ Call Center 1265

เครื่องสำอางหมดอายุ

ฮาวทูทิ้ง! ถึงเวลาเช็คเครื่องสำอาง และ สกินแคร์หมดอายุ โละลงถังขยะ

รู้สึกว่าช่วงนี้ใครหลายคนอาจจะกำลังอินกับคำว่า ฮาวทูทิ้ง จากชื่อเรื่องภาพยนตร์เรื่องใหม่ที่กำลังจะเข้าโรงพรุ่งนี้  และเพื่อให้สาวๆ และหนุ่มๆ สายบิวตี้อินกับกระแสฉบับฮาวทูทิ้ง วันนี้ แพรวดอทคอม เลยมีบิวตี้ทิปส์ เช็คเครื่องสำอาง หมดอายุทิ้งกันค่ะ มาดูวิธี เช็คเครื่องสำอาง และสกินแคร์กันว่าอันไหนหมดอายุควรทิ้ง อันไหนยังใช้ได้อยู่ เพราะเรารู้ว่ามักมีสาวๆ บางคนที่ชอบเก็บทุกอย่าง ไม่ชอบทิ้งหรือทิ้งไม่ลง อาจจะเพราะคิดว่าเครื่องสำอางทั้งหลายมีอายุการใช้งานได้ประมาณ 2-3 ปี

 

แต่รู้หรือไม่ว่าสาวๆ กำลังเข้าใจผิดกันอยู่นะคะ อย่างที่เห็นกันอยู่แล้วว่าเครื่องสำอางมักระบุวันหมดอายุ นับเริ่มต้นตั้งแต่วันที่ผลิตไปอีกประมาณ 2-3 ปีค่ะ แต่นั่นเป็นการนับเวลาในลักษณะที่เครื่องสำอางนั้นยังไม่ได้ถูกเปิดใช้งาน

 

แต่เมื่อเราแกะห่อเครื่องสำอางนำออกมาใช้จริงแล้วนั้น เครื่องสำอางจะสัมผัสกับอากาศ รับแบคทีเรียเข้าไป ทำให้เสื่อมคุณภาพ อายุการใช้งานก็จะลดน้อยลง เครื่องสำอางแต่ละชนิดมีอายุการใช้งานที่ไม่เท่ากันค่ะ ลองมาดูกันดีกว่าว่าเครื่องสำอางแต่ละชนิดมีอายุการใช้งานเท่าไหร่กันบ้างนับจากการเปิดใช้ครั้งแรก

 

  • ลิปสติก มีอายุใช้งานประมาณ 2-3 ปี หลังจากเปิดใช้ครั้งแรก
  • ลิปไลเนอร์หรือดินสอเขียนขอบปาก หมดอายุประมาณ 2 ปี หลังจากเปิดใช้ครั้งแรก
  • รองพื้น ถ้าเป็นแบบผสมน้ำใช้ได้ 1 ปี แบบผสมน้ำมัน ใช้ได้ประมาณ 1.5 ปี หลังจากเปิดใช้ครั้งแรก
  • แป้งฝุ่นหรือแป้งบลัชออนสีต่างๆ ที่ใช้ทาแก้ม-หน้า จะหมดอายุภายใน 2 ปีหลังจากเปิดใช้ครั้งแรก
  • อายไลเนอร์หรือดินสอเขียนขอบตา ในกรณีที่มีการเหลาใช้เป็นประจำ มีอายุใช้งานประมาณ 2 ปี
  • มาสคาร่า มีอายุใช้งานประมาณ 3-6 เดือน หลังเปิดใช้ครั้งแรก
  • อายแชโดว์ มีอายุใช้งานระมาณ 2 ปี หลังจากเปิดใช้ครั้งแรก
  • ยาทาเล็บ ปกติจะหมดอายุภายใน 1 ปี ขึ้นอยู่กับคุณภาพ ระหว่างนั้น ถ้าไม่ค่อยได้ใช้ก็ควรเขย่าขวดบ่อยๆ เพื่อช่วยยืดอายุการใช้งาน
  • น้ำหอม ถ้ายังไม่เปิดใช้ และเก็บให้ห่างจากแสงสว่าง และความร้อน จะมีอายุใช้งานนานประมาณ 3 ปี แต่ถ้าเริ่มเปิดใช้แล้ว จะอยู่ได้ประมาณ 1.5 ปี
  • ครีมบำรุงผิว จะอยู่ได้ราวๆ  1 ปีหลังจากเปิดใช้ครั้งแรก

 

เช็คเครื่องสำอาง
วิธีเช็ค เครื่องสำอางหมดอายุ

 

และอย่าลืมดู สัญลักษณ์ PAO (Period After Opening) สัญลักษณ์รูปกระปุกเปิดฝา มีตัวเลขตามด้วยตัวอักษร M หมายถึงผลิตภัณฑ์จะมีอายุได้กี่เดือน เช่น 24M ก็แปลว่าผลิตภัณฑ์ใช้ได้ปกติ หลังเปิดใช้ได้ในระยะเวลา 24 เดือน หรือ 2 ปีนั่นเอง และ วันหมดอายุ (Expiration Dates) เชื่อว่าข้อนี้ทุกคนคงดูก่อนซื้อกันแล้ว เพราะส่วนใหญ่ผลิตภัณฑ์มีวันหมดอายุระบุไว้ทุกครั้ง แต่ถ้าเป็นผลิตภัณฑ์ที่หมดอายุภายใน 30 เดือน ถ้ามีอายุการใช้งานมากกว่า 30 เดือน มักจะไม่มีการพิมพ์บอกไว้บนบรรจุภัณฑ์ ส่วนถ้าไม่แน่ใจ สามารถเช็คจากเว็บไซต์ checkcosmetic.net  เพราะผลิตภัณฑ์บางตัวจะมีการระบุตัวเลขสำหรับตรวจเช็ควันหมดอายุไว้บนบรรจุภัณฑ์ สามารถนำตัวเลขนั้นไปเช็คได้ในเว็บไซต์ checkcosmetic.net จะทำให้รู้ว่าสามารถใช้ผลิตภัณฑ์นั้นได้ถึงกี่เดือน

 

เอาละค่ะสาวๆ หากอ่านจบแล้ว อย่าลืมหันไปลองเช็คโต๊ะเครื่องแป้งของตัวเองดูนะคะ อะไรหมดอายุก็ทิ้งซะ อย่าไปเสียดาย เพราะการบำรุงง่ายกว่าการรักษานัก พร้อมแนะเคล็ดลับดีๆ ในการยืดอายุของเครื่องสำอางให้สามารถใช้งานได้นานขึ้น ก็คือการเก็บไว้ในตู้เย็น หรือที่ๆ มีอุณหภูมิต่ำ รวมทั้งเรื่องของการรักษาความสะอาดค่ะ ความสะอาดนี่ถือว่าสำคัญมาก เพราะนอกจากเครื่องสำอางจะใช้ได้นานแล้วยังไม่ก่อให้เกิดปัญหาสิวบนใบหน้าอีกด้วยนะคะ

 


 

ขอขอบคุณข้อมูลจากไลฟ์เซ็นเตอร์บล็อก lifecenterthailand.wordpress
ภาพ : Pexels และ Pixabay

 

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

อย่าดื้อใช้จนหน้าพัง! วิธีเช็คผิว แพ้เครื่องสำอาง พร้อมการดูแลเมื่อมีอาการแพ้

ระวังหน้าพัง!! สารอันตรายที่ไม่ควรมีในสกินแคร์และเครื่องสำอาง พร้อมวิธีทดสอบด้วยตัวเองเบื้องต้น

สวยแบบอีโคลีฟวิ่ง Love Beauty and Planet ออร์แกนิคบิวตี้แบรนด์จากอเมริกาสู่ไทย

เปิดคลังน้ำหอม พร้อมอัพเดทไอเท็มพรีฟอลกับ 17 เซเลบริตี้เฟรนด์ส ออฟ หลุยส์ วิตตอง

เผ็ชชช! ซูมความสวยเซ็กซี่ “Alexina Graham” นางฟ้าคนใหม่ของ Victoria’s Secret

เปิดวาร์ป “ซันนี่ เกวลิน” สาวหล่อหน้าใสกิ๊งที่ติดอันดับสวยที่สุดในเอเชียแปซิฟิก

รู้ทันยารักษาสิวแต่ละประเภท! เปลี่ยนหน้าสิวเป็นหน้าสวยหลังเผชิญ PM 2.5

ทนเจ็บได้ แต่อย่าดีกว่า 10 วิธีทำสวยควรเลี่ยง! เสี่ยงหน้าพัง อาจไม่ทันได้สวย

รื้อโต๊ะเครื่องแป้ง ค้นอาวุธลับความสวยเป๊ะของ “ฟ้า – ษริกา” บิวตี้ยูทูปเบอร์ที่สาวๆ ชอบฟอล

3 กฎเหล็กสำหรับ ไดเอท ที่สาวอยากหุ่นโป๊ะเชะ สุขภาพเป๊ะ ต้องทำตาม!

แค่กินเป็นก็ไม่อ้วน! เปิดสูตรลับอาหารเร่งเผาผลาญ เพิ่มพลัง แต่ไม่เพิ่มน้ำหนัก

หิวหรืออยากกันแน่! 5 ทริคปราบปรามความอยากอาหาร เพราะหลุมพรางอยู่ที่ปาก

รีบแก้ก่อนทรุด! เปิดสาเหตุความเครียดจากโรคอ้วน เพราะอะไร พร้อมวิธีแก้

“เส้นใยอาหาร” ตัวช่วยลดน้ำหนัก เพื่อหุ่นเซี๊ยะ ผิวใส ขับถ่ายคล่องปรื๊ด!

3 ทางออกสุดเวิร์ครับมือหิวมื้อดึก รับรองว่าส่วนไหนที่เคยแฟตจะกลายเป็นฟิต!

ท่องให้ขึ้นใจ! “คาถาหุ่นดี” สำหรับคนที่ต้องการ ไดเอท รูปร่าง แต่ไม่อยากอดอาหาร

8 กฎฟิตหุ่น ลดน้ำหนักด้วยวิธีธรรมชาติ ให้ได้ผล และถูกวิธี

ปรับสมดุลร่างกายและจิตใจแบบ “หยิน-หยาง” ด้วยอาหารจานอร่อย

แพทย์เตือน..ผู้หญิงเสี่ยง โรคอ้วน อัลไซเมอร์ ซึมเศร้า มากกว่าผู้ชายสองเท่า!!

 

 

ซอฮโยริม

โชคชะตาของ ซอฮโยริม ! จากแม่-ลูกในละคร กลายมาเป็นครอบครัวจริงๆ

ไม่น่าเชื่อโชคชะตาของ ดาราเกาหลีหญิง ซอฮโยริม กับ คิมซูมี จากการรับบทเป็นแม่-ลูกกันในละคร กลายมาเป็นครอบครัวเดียวกันจริงๆ

เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ดาราเกาหลีหญิง ซอฮโยริม (Seo Hyo Rim)  ได้เข้าพิธีแต่งงานกับ “จองมยองโฮ” โดยมาจีค เอ็นตอร์เทนเม้นต์ ต้นสังกัดของนักแสดงสาวได้แชร์ภาพถ่ายจากพิธีแต่งงาน ซึ่งแสดงให้ความสุขสุดๆ บนรอยยิ้มของคู่บ่าว-สาว ผ่านบัญชีอินสตาแกรมออฟฟิเชียลของค่าย และเขียนแคปชั่นแสดงความยินดีกับคู่บ่าว-สาวป้ายแดง อีกทั้งทางต้นสังกัดยังกล่าวขอบคุณบรรดาแขกผู้มีเกียรติที่ได้มาร่วมเป็นสักขีพยานในงานแต่งงานที่น่ายินดี โดยยังมีรายงานระบุว่าผู้ที่ได้รับช่อดอกไม้ในงานแต่งครั้งนี้ก็คือ “จีซุก” อดีตสมาชิกวง Rainbow อีกด้วย

ซอฮโยริม

ซอฮโยริมซอฮโยริม

ทั้งนี้อีกหนึ่งหัวข้อที่น่าสนใจภายในงานมงคลนี้ก็คือการที่ “Seo Hyo Rim” กับ “คิมซูมี” ซึ่งเคยรับบทเป็นแม่ลูกกันในละครเรื่อง “Man Who Sets the Table” ได้กลายมาเป็นครอบครัวเดียวกันจริงๆ ในฐานะลูกสะใภ้กับคุณแม่สามี

และเมื่อไม่นานมานี้  “Seo Hyo Rim” ได้เคยเผยผ่านรายการโทรทัศน์เกี่ยวกับการเริ่มต้นความสัมพันธ์ของเธอและสามีว่า  ขณะที่เธอทำรายการ “Do You Eat? คุณจองก็เข้ามาเลี้ยงข้าวทีม หลังจากที่ถ่ายทำเสร็จเขาได้โทรหาเธอและสารภาพรักในคืนนั้นเลย คำพูดของเขาแน่วแน่มาก เขาบอกว่าได้โปรดอย่าจับมือใครอีกและมาหาเขา แน่นอนว่าหลังจากนั้นเราได้เดทกัน” ที่มา

Seo Hyo Rim

Seo Hyo Rim

Seo Hyo Rim


 

Clé de Peau Beauté Holiday Collection

เคลย์ เดอ โป โบเต้ เปิดตัวคอลเล็คชั่นสุดพิเศษเฉลิมฉลองเทศกาลแห่งความสุข

เคลย์ เดอ โป โบเต้ ขอแนะนำ KIMONO DREAM Holiday Collection คอลเล็คชั่นสุดพิเศษเพื่อเฉลิมฉลองเทศกาลแห่งความสุข ที่ได้รับแรงบันดาลใจการออกแบบจากศิลปะบนผืนผ้ากิโมโน

เครื่องแต่งกายประจำชาติของชาวญี่ปุ่น โดยได้ออกแบบร่วมกับสุดยอดผู้ผลิตกิโมโน “เกียวโต ทาชิบานะ” (Surigata-Yuzen) ซึ่งโด่งดังจากการใช้เทคนิค “สุริกาตะ-ยูเซ็น”ในการย้อมสีและพิมพ์ลายแบบสเต็นซิลลงบนแพรไหมทีละผืน นอกจากนั้นยังได้ซ่อนลวดลายในกล่องบรรจุภัณฑ์ของแต่ละผลิตภัณฑ์ด้วย “บิจิน-กะ” อันหมายถึงภาพวาดผู้หญิงสวมกิโมโน ผลงานของจิตรกรหญิงอายานะ โอตาเกะ ซี่งนำวิจิตรศิลป์แบบบิจิน-กะ ตามธรรมเนียมดั้งเดิมของญี่ปุ่นมาใช้ในการแสดงให้เห็นถึงความงดงามทั้งภายนอก และ ภายใน สอดคล้องไปกับความงามของฤดูกาล

เคลย์ เดอ โป โบเต้ ขอ

ROUGE À LÈVRES

LIPSTICK #511 Silk Passion เฉดสีรุ่นพิเศษ มีจำนวนจำกัด บ่งบอกถึงความเป็นผู้หญิงผ่านประกายเงางามบางเบาราวเทพนิยาย ล้ำหน้าด้วยวิทยาการ Translucent Pigment Technology ก่อกำเนิดเม็ดสีทวีความเข้มแสงด้วยการผสมเม็ดสีสีแดง, สีเหลือง และสีม่วงอมแดงในฐาน เนื้อสีที่คลี่ตัวเคลือบผิวริมฝีปากก่อมิติรูปทรง ในขณะเดียวกันก็กลมกลืนกับโทนผิวธรรมชาติอย่างแนบเนียน

ROUGE A LEVRES
ราคา 2,350 บาท

ROUGE À LÈVRES CACHEMIRE

LIPSTICK CASHMERE  #512 Red Passion ความเข้มข้นของเฉดสีในเนื้อแม็ต คลี่ตัวลื่นเนียนขณะแต่งเติมสัมผัสละมุนให้กับริมฝีปาก ก่อมิติรูปทรงต้องแสงเป็นประกายสดใสสัมผัสบางเบา ทว่ายืดหยุ่นด้วยความสามารถของเม็ดแป้ง Flexible and Light Transition Powder รองรับการเคลื่อนไหวของเนื้อผิวริมฝีปาก เนื้อสีต้องแสงเป็นประกายอ่อนโยน ปราศจากสภาพฉ่ำวาว ด้วยส่วนผสม Illuminating HydroWrap Complex กับ Premium Argan Tree Oil จึงมอบปฏิบัติการฟื้นบำรุงความงามอย่างล้ำลึก เฉกเช่นผลิตภัณฑ์ถนอมผิวสุดหรูหราให้แก่ริมฝีปาก

ROUGE À LÈVRES CACHEMIRE
ราคา 2,350 บาท

OMBRES COULEURS QUADRI

EYE COLOR QUAD n#320 Draped in Velvet พาเล็ตต์แต่งตารุ่นพิเศษ มีจำนวนจำกัด ประกอบไปด้วยอายแชโดว์สามเฉดกับอายไลเนอร์สีดำขลับล้ำลึก สูตรผสมอุดมเม็ดแป้ง Featuring Silk Fit Powder มอบสัมผัสนุ่มนวลอ่อนโยนต่อผิวเปลือกตาที่บอบบาง อีกทั้งยังคลี่ตัวเนียนผิวผนึกแนบอย่างงดงาม อณูมุก Optical Color Pearl ทอประกายสว่างสุกใสในเนื้อสี และให้ความชัดเจน สมจริงไม่ผิดเพี้ยนแม้ลงทับกับสีอื่น ให้แต่ละเฉดสีมอบความกระจ่างชัด สมจริง และสดใสในยามแต่งเติม

OMBRES COULEURS QUADRI n
ราคา 2,500 บาท

POUDRE COMPACTE ESSENTIELLE 

REFINING PRESSED POWDER #101 Blooming Cherry แป้งแต่งหน้าสูตรอัดแข็งสีกุหลาบรุ่นพิเศษในแบบจำนวนจำกัด มอบผลลัพธ์ของผิวกระจ่างใส นวลเนียน เติมความสดใสให้ผิวพรรณในทันทีผ่านประกายละมุนละไม คงผลลัพธ์เหมือนเพิ่งแต่งเสร็จอย่างต่อเนื่อง เม็ดแป้งสูตรฟื้นบำรุงความงามIlluminating Treatment Powder ช่วยบรรเทาสภาพหยาบกร้านให้เนื้อผิว ต้องแสงเป็นประกายสว่างสดใส แลดูมีน้ำมีนวล

POUDRE COMPACTE ESSENTIELLE
ราคา 3,500 บาท

HUILE ÉCLAT MULTI RÉPARATRICE 

RADIANT MULTI REPAIR OIL 75 ml ลดสภาพปรากฏของบรรดาริ้วรอยเส้นบาง เนื้อผิวแลดูละเอียด นวลเนียน ในความอิ่มเอิบ สัมผัสสุดหรูหราของสูตรน้ำมัน ซึมซาบและหลอมรวมลงสู่ผิวพรรณอย่างล้ำลึก

HUILE ÉCLAT MULTI RÉPARATRICE
ราคา 6,500 บาท

ปลดล็อคอานุภาพความงามในตัวคุณไปกับ KIMONO DREAM Holiday Collection ได้ที่เคาน์เตอร์เคลย์ เดอ โป โบเต้ทุกสาขา ตั้งแต่วันที่ เป็นต้นไป

‘จิงเกิ้ลเบลล์สุขสันต์ คุณจะไม่เงียบเหงาอีกต่อไป’ ดูดวงรายวัน 25 ธันวาคม 2562

ดูดวงรายวัน 25 ธันวาคม 2562 #หมอปุ้ยพยากรณ์ เช็กทุกวัน เป๊ะ ปังทุกดวง ทั้งการงาน การเงิน ความรัก และสุขภาพ

ผู้ที่เกิดวันอาทิตย์

การงาน : วันนี้คุณอาจต้องปรึกษาประชุมงานด้านบริการ งานเอ็นเทอร์เทน หรือธุรกิจที่เกี่ยวกับสถานบริการยามราตรีกับทีมงานตั้งแต่เช้ายันค่ำเลยทีเดียว แต่ก็ไม่น่าเป็นห่วงนัก เพราะทีมงานของคุณฝีมือดีมีคุณภาพ ประชุมแป๊บเดียวก็สามารถดำเนินงานต่อได้

การเงิน : อาจถูกหยิบยืมเงินจากญาติสนิทมิตรสหาย หรือเสียเงินกับการแสวงหาความรู้

ความรัก : คุณอาจแต่งงานหรืออยู่ด้วยกัน เพราะความเหมาะสม ทั้งทางหน้าที่การงาน หรือทางครอบครัว จึงทำให้คุณมีทัศนคติขัดแย้งกันค่อนข้างบ่อย เมื่อในบ้านไม่มีความสุข คู่คุณจึงอาจไปโปรยเสน่ห์นอกบ้านแทน คนโสด วันนี้คุณอาจตัดสินใจลองไปใช้ชีวิตอยู่กินกันก่อน ซึ่งสมัยนี้ถือเป็นเรื่องธรรมดา แต่หากต้องไปเป็นบ้านเล็กของเขา คงไม่ใช่เรื่องธรรมดาแน่

สุขภาพ : ระวังเรื่องโรคทางช่องปาก และระบบทางเดินหายใจ ซึ่งเป็นปัญหารุกรานไปถึงระบบย่อยอาหาร

 

ผู้ที่เกิดวันจันทร์

การงาน : คุณอาจได้รับมอบหมายให้ทำงานสำคัญของบริษัท แม้ว่าคุณจะมีผู้ใหญ่ส่งเสริมและสนับสนุน ให้ความช่วยเหลือ แต่วันนี้ความสำเร็จไม่ได้มาด้วยความบังเอิญ แต่แลกมาด้วยพลังกาย พลังใจที่เข้มแข็ง ความช่วยเหลือของผู้ใหญ่เป็นแค่แต้มต่อให้คุณทำงานได้ง่ายขึ้น

การเงิน :  ผู้ใหญ่ให้ความอุปถัมภ์ในการลงทุน ซึ่งผลกำไรวันนี้จะได้มาแบบค่อยเป็นค่อยไป

ความรัก :  วันนี้คริสต์มาส ที่บ้านอาจมีงานเลี้ยงให้สมาชิกในบ้านได้มาอยู่พร้อมหน้ากัน แต่คุณอาจไม่มาร่วมงาน หรือไม่ก็มา แต่ก็ยังอยู่ในมุมของตัวเอง น่าจะออกมาสนุกสนานเฮฮากับครอบครัวนะ ไม่เช่นนั้นจะดูเหมือนแปลกแยก คนโสด คุณอาจได้เจอเด็กหนุ่มหน้าตาและจิตใจดี แถมส่งเสริมหน้าที่การงานคุณได้อีกด้วย แต่ขาดทุนการศึกษา คุณจึงยอมเป็นนารีอุปถัมภ์ให้

สุขภาพ : คุณดูแลและรักษาสุขภาพตัวเองดีอยู่แล้ว แต่วันนี้อาจพลาดตรงที่รับประทานอาหารไม่ตรงเวลา ทำให้ระบบย่อยอาหารมีปัญหา อาจเป็นโรคกระเพาะ

 

ผู้ที่เกิดวันอังคาร

การงาน  :  หากคุณอยู่ในสายงานที่ต้องเจรจาติดต่อประสานงาน การบริหารจัดการ หรือรับเป็นที่ปรึกษา วันนี้ต้องระวัง เพราะคุณอาจตกอยู่ท่ามกลางเสือสิงห์กระทิงแรด ชิงดีชิงเด่นกันอย่างเอาเป็นเอาตาย เพราะฉะนั้นคุณจึงควรทุ่มเทให้กับการทำงานมากกว่าที่เป็นอยู่

การเงิน : ไม่ควรลงทุนอย่างกล้าได้กล้าเสีย เพราะอาจเสียมากกว่าได้ รวมถึงอาจเสียเงินกับลูกหลานและบริวาร

ความรัก : คุณอาจให้เวลากับการทำงานมากจนไม่มีเวลาให้ครอบครัว หลังจากคู่คุณยอมดูแลครอบครัวแทนคุณมานานแล้ว วันนี้อาจไม่ยอม จึงกลายเป็นประเด็นโต้เถียงกัน คนโสด  คุณอาจกำลังถกเถียงอยู่ในใจก็ได้ว่า จะยังคบกับแฟนต่อหรือจะอยู่เป็นโสดดี เพราะมีแฟนก็ทะเลาะกันทุกวัน อยู่คนเดียวน่าจะดีกว่า

สุขภาพ : อาจถูกของมีคมบาดเป็นแผลตามร่างกาย หรือไม่ก็อาจมีเกณฑ์ผ่าตัดเกี่ยวกับโรคกระเพาะอาหาร หรือลำไส้

 

ผู้ที่เกิดวันพุธ

การงาน :  วันนี้เป็นวันบ้านและที่ดินแห่งชาติของคนวันพุธหรืออย่างไร เพราะจะเกี่ยวข้องกับผู้ที่อยู่ในสายงานการเกษตร นักตกแต่งสวน หรือสินค้าโอท็อป รวมถึงผู้ที่อยู่ในสายบ้านและที่ดิน อสังหาริมทรัพย์ อาจได้เริ่มต้นธุรกิจของตัวเอง ซึ่งจะประสบความสำเร็จด้วยดี

การเงิน :  คุณอาจได้โชคอย่างไม่คาดคิด อาจได้รับมรดกเป็นบ้าน ที่ดิน หรือที่การเกษตร

ความรัก : วันนี้คุณได้รับการดูแลเอาใจใส่อย่างดีจากครอบครัว มีบ้านให้อยู่ มีเงินให้ใช้สุขสบาย คนโสด คุณต้องการคนที่เป็นผู้ใหญ่ ช่วยกันสร้างเนื้อสร้างตัว สามารถเลี้ยงดูคุณได้ วันนี้คุณมีโอกาสได้ตามนั้น

สุขภาพ : ไม่ชอบไปหาหมอ ชอบที่จะซื้อยามารับประทานเอง เพราะฉะนั้นอาการโรคที่เคยเป็นก็ไม่หายขาดเสียที วันนี้อาจกำเริบจนถึงล้มหมอนนอนเสื่อ

 

ผู้ที่เกิดวันพฤหัสบดี

การงาน : วันนี้คริสต์มาส คุณอาจอยากสร้างความตื่นเต้นให้กับงานประจำที่ทำอยู่ ด้วยการคิดในสิ่งแปลกใหม่ที่เกี่ยวกับงานบันเทิงเริงรมย์ ดีดสีตีเป่า ไม่แน่ หากคุณทำได้ก็อาจกลายเป็นงานสำคัญของบริษัท ซึ่งเพื่อนร่วมงานก็ยอมรับในความสามารถของคุณ

การเงิน : หากคุณกำลังลงทุนทำธุรกิจ วันนี้ชิลๆ ผลตอบแทนจะค่อยๆ เป็น ค่อยๆ ไป

ความรัก :  ช่วงนี้เป็นเทศกาลส่งความสุข คุณอาจกำลังชิลกับงานเลี้ยง งานสังสรรค์ส่วนตัว จนอาจไม่ค่อยมีเวลาได้พูดคุยกันนัก ระวังจะห่างกันโดยไม่รู้ตัวนะคะ คนโสด คริสต์มาสนี้คุณอาจได้เจอคนถูกใจอย่างกะทันหัน อาจเป็นนักร้อง ศิลปิน เด็กหนุ่มอารมณ์ดี แต่จะไปกันได้ไหมก็ต้องลองคบกันก่อน

สุขภาพ : อย่าวางใจกับสุขภาพที่ดี เพราะคุณอาจมีโรคประจำตัวแฝงอยู่นานแล้วโดยที่คุณไม่รู้ตัว ทางที่ดีควรไปตรวจเช็คสุขภาพเป็นประจำ

 

ผู้ที่เกิดวันศุกร์

การงาน :  งานที่คุณทำอยู่อาจมีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง จนคุณเครียด รู้สึกคับข้องใจ เหมือนกำลังเดินเข้าสู่ทางตัน วันนี้ยังมีช่องทางที่จะให้คุณดิ้นหาทางออก ด้วยการไปเรียนต่อ อาจเป็นโค้ชชิ่งในการอบรมสัมมนา หรืองานที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ งานสื่อมวลชน

การเงิน : รายได้หลักมาจากงานประจำ แต่ก็อาจมีโอกาสได้รับมรดก หรือลาภลอยเข้ามาบ้าง

ความรัก : วันนี้คุณวุ่นวายใจกับงานมาเยอะ จึงอาจอยากปลีกวิเวกมากกว่าการออกไปจิงเกิลเบลล์ ต้องการเวลาเพื่อหาข้อมูลไปเริ่มงานใหม่  คนโสด วันนี้ผู้ใหญ่อาจนัดให้คุณไปเดทฉลองจิงเกิลเบลล์กันก็ได้นะคะ

สุขภาพ : ไปเดทฉลองคริสต์มาส ก็ควรรับประทานอาหารที่สะอาด ถูกหลักโภชนาการ ไม่เช่นนั้นอาจเกิดปัญหากับระบบน้ำย่อย กระเพาะอาหาร หรือถุงน้ำดี

 

ผู้ที่เกิดวันเสาร์

การงาน  : ก็ยังทุ่มเวลาให้กับการทำงานจนไม่ได้สนใจภารกิจส่วนตัวของตัวเองเลย ยิ่งวันนี้คุณอาจได้รับมอบหมายให้เป็นหัวหน้าทีมด้วย ควรลดทิฐิและความเชื่อมั่นในตัวเองลง เพราะคุณจะไม่สนใจความรู้สึกของผู้ร่วมงาน จนอาจเกิดการแก่งแย่งแข่งขันชิงดีชิงเด่นกันเอง ทั้งเรื่องผลประโยชน์และหน้าที่การงานกันได้

การเงิน : ไม่ควรทุ่มลงทุนโดยยังไม่เห็นผลกำไรที่แน่นอน เพราะการลงทุนทุกชนิดมีความเสี่ยง

ความรัก : คุณเป็นเสาหลักของบ้าน จึงให้ความสำคัญกับการทำงานมากกว่าครอบครัว โดยยกหน้าที่ดูแลครอบครัวให้กับคู่ แต่วันนี้เขาเริ่มมีปัญหา จึงอาจมีปากเสียงกันใหญ่โต คนโสด คุณเป็นหลักของบ้าน ด้วยภาระหน้าที่ก็มากมายเกินกว่าจะคิดถึงเรื่องความรักแล้ว

สุขภาพ : อย่าประมาท คุณอาจได้รับบาดเจ็บหรือเจ็บป่วยอย่างไม่คาดคิดจากการปฏิบัติงาน หรือในการใช้ชีวิตประจำวัน

เช็กดวงย้อนหลังได้ที่นี่

ย่าเสี่ยงคบกับคนที่มีเจ้าของแล้ว คุณอาจเจอคนที่ไม่ควรต่อกรด้วย ดูดวงรายวัน 21 ธันวาคม 2562

มองข้ามรักแท้ของเพื่อนสนิท ไปชอบคนที่มีเจ้าของแล้ว ดูดวงรายวัน 22 ธันวาคม 2562

มัวแต่ทำงาน เผลอแป๊บเดียว อาจถูกมือดีแย่งตัวไป ดูดวงรายวัน 23 ธันวาคม 2562

รู้ทั้งรู้ว่าเขามีใครอื่น ก็ยอมทน เพราะยังต้องพึ่งพากันอยู่ ดูดวงรายวัน 24 ธันวาคม 2562

 

10 คำถาม-คำตอบ สัมภาษณ์บ่าวสาว บนเวที เตรียมไว้ให้ดีจะได้ไม่สตั๊นท์

เตรียมการไว้ให้ดีกับช่วง สัมภาษณ์บ่าวสาว บนเวทีให้ไม่มีสะดุด

ช่วง สัมภาษณ์บ่าวสาว บนเวที เป็นอีกช่วงเวลาหนึ่งที่ช่วยสร้างความบันเทิงให้กับแขกด้านล่างเวทีไม่น้อย แต่หัวใจสำคัญของการถามคือ คำถามต้องสนุก ดึงดูดคนฟัง และที่สำคัญไม่ยืดเยื้อเกินไป เพราะเดี๋ยวจะกลายเป็นกร่อยซะเปล่าๆ แพรว wedding เลยมีไอเดียคำถามที่ควรถามบนเวทีมาให้บ่าวสาวได้เลือกใช้กันตามความชอบและนิสัยของแต่ละคู่ ลองไปเช็คดูว่า ข้อไหนเหมาะกับคู่ของคุณบ้าง

1. รู้จักกันได้อย่างไร : เพื่อเป็นการบอกเล่าให้แขกในงานได้รู้จักคุณทั้งคู่ เพราะแขกที่มางานมีหลากหลาย ซึ่งบางคนคุณเองก็เพิ่งเคยเห็นหน้าครั้งแรกเช่นแขกของคุณพ่อคุณแม่ ฉะนั้นการมีคำถามเปิดตัวเพื่อแนะนำเรื่องราวของคุณทั้งคู่ให้ได้รู้จักกัน จึงไม่ควรพลาด (ในกรณีที่คุณมีวิดีโอพรีเซนเทชั่นมาแสดง คำถามนี้อาจไม่จำเป็น)

2. ความรู้สึกแรกที่เห็นหน้า : เป็นคำถามที่บางคนถามเพื่อเอาฮา เพราะเจ้าบ่าวเจ้าสาวบางคู่เลือกที่จะตอบแบบสนุกสนานและหยอกเอินแซวเรื่องหน้าตากันบนเวทีแบบพอน่ารัก ขณะที่บางคู่จะเขินอายแอบซึ้งแอบชมกันเนียนๆ ต่อหน้าธารกำนัลก็มี ฉะนั้นจึงอยู่ที่พระเอกนางเอกของงานว่าจะตอบไปทางแนวไหน

3. กลยุทธการจีบ : คำถามนี้ต้องระวังเวลาถามให้ดี เพราะถ้าเจ้าบ่าวเจ้าสาวที่ไม่ได้เรียนย่อความมา อาจเกิดอาการเล่ายาวยืดเยื้อจนแขกเลิกสนใจไปเลย ฉะนั้นสิ่งทั้งคู่พึงตระหนักคือ เล่าได้แต่ให้กระชับจะดีที่สุด

4. เกิดความประทับใจอีกฝ่ายตอนไหน : คำถามนี้เรียกได้ว่าเป็นคำถามแถลงการณ์ความนัยของแต่ละฝ่ายว่าเหตุผลกลใดจึงเซย์เยสรับรักอีกฝ่ายมาไว้ในดวงใจ เจอคำถามนี้เมื่อไหร่ เตรียมซึ้งไว้ล่วงหน้าได้เลย

5. จำวันที่ตกลงเป็นแฟนกันได้ไหม : เตือนไว้ก่อนสำหรับคู่รักที่รู้ว่าตัวเองความจำสั้นควรคุ้ยหาคำตอบเรื่องวันที่เตรียมไว้บ้าง แต่หากจำไม่ได้จริงๆ แนะนำให้เลี่ยงพูดถึงตัวเลขวันที่แต่ให้เล่าเหตุการณ์ในวันที่ได้ตกลงปลงใจเป็นแฟนกันแทน

6. เล่าวันที่ขอแต่งงาน : อาจเล่าเป็นเหตุการณ์ที่ทำเซอร์ไพร้ส์หรือโมเม้นต์ที่คุกเข่าขออีกฝ่ายแต่งงาน อย่าลืมแทรกความรู้สึกทั้งหมดที่มีของหัวใจลงไปด้วย รับรองว่า อรรถรสและเสียงกรี๊ดแห่งความอิจฉาของเพื่อนๆ มาเต็ม

7. ของขวัญชิ้นแรกหรือเซอร์ไพร้ส์แรก : เป็นคำถามที่อาจถามเพื่อนำทางสู่การให้ของขวัญหรือเซอร์ไพร้ส์กันบนเวที แต่เตือนไว้อย่างว่า ถ้าจะเซอร์ไพร้ส์ต้องให้เนียนและเก็บเป็นความลับให้มิดชิดที่สุด ไม่อย่างนั้นแป้กแน่ๆ

8. คำสัญญา : เป็นการนำทางสู่ความซึ้งช่วงท้ายบนเวทีที่เปิดโอกาสให้แต่ละฝ่ายกล่าวถึงความตั้งใจของตัวเองในการใช้ชีวิตร่วมกันในอนาคต พูดเสร็จอย่าลืมสบตาซึ้งและหอมแก้มกันหนักๆ บนเวทีด้วยล่ะ

9. จะมีลูกกี่คน : อาจใช้คำถามนี้ทิ้งท้ายเพื่อสร้างสีสันในงานและนำทางสู่คำถามปิดท้ายข้อต่อไป…

10. คืนนี้จะทำอะไรกัน : แน่นอนว่าคำถามนี้ห้ามเตี๊ยมกับบ่าวสาวเด็ดขาด เพราะเป็นคำถามเรียกเสียงฮาส่งท้าย ซึ่งถ้าถามกับบ่าวสาวที่เรียบร้อย ภาพที่ได้จะออกแนวสะท้านอายพูดไม่ออก บอกไม่ได้

          แต่ถ้าเมื่อไหร่ถามกับคู่รักที่มีนิสัยสนุก การันตีได้เลยว่า คำตอบที่ได้ฮาน้ำตาเล็ดแน่นอน

นอกจากเตรียมคำถาม-คำตอบบนเวทีแล้ว ช็อตเปิดตัวบ่าวสาวก็ต้องเตรียมไว้เหมือนกันนะ คู่ไหนยังคิดไม่ออก ตามไปดู 12 ไอเดียเปิดตัวบ่าวสาวเก๋ๆ ที่น่าจดจำในภาพถ่ายไม่รู้ลืม กันเลย

ภาพเปิด : stocksnap.io

4 เรื่องต้องระวังเมื่อคิดจะทำพรีเซนเทชั่นงานแต่ง

เทรนด์การทำ พรีเซนเทชั่นงานแต่ง มีอยู่อย่างต่อเนื่องในทุกยุคค่ะ แต่แพรว wedding ขอเตือนตรงนี้ว่า ไม่ใช่แค่คิดอยากทำ มีตังค์คือจบ แต่ควรคิดถึง 4 เรื่องนี้ที่เรารวบมาฝาก ก่อนตัดสินใจนัดแนะคนทำงานจัดถ่าย 

1. พรีเซนเทชั่นที่ยาวเว่อร์

จริงอยู่ที่ยุคนี้คือยุคของการทำคลิปวิดีโอ ยุคแห่งภาพเคลื่อนไหวบนโลกโซเชียล ซึ่งขอบอกเลยว่า พรีเซนเทชั่นงานแต่งก็ไม่ต่างกัน เรื่องความยาวที่มากไปจะทำให้แขกเบื่อได้ง่ายๆ แถมยังเมื่อยคออีกด้วยนะคะ เพราะจอฉายส่วนใหญ่อยู่สูงกว่าระดับสายตาเสมอ ทำให้แขกเกิดอาการแหงนคอมองจอ ซึ่งถ้ามากกว่า 5 นาที แถมพรีเซนเทชั่นยังไม่น่าดึงดูด แขกทั้งงานไม่อยากดูหรอกค่ะ

2. พรีเซนเทชั่นที่มีในงานมากกว่า 2 ชิ้น

เคยเจอไหมคะที่ไปงานแต่งงานแล้วแบบว่าอารมณ์เหมือนยืนดูทีวีอยู่กับบ้าน เพราะก่อนเปิดตัวบ่าวสาวก็เปิดมา 1 ชิ้นเรียกน้ำย่อย อ่ะ! อันนี้ไม่ว่ากัน จากนั้นพอประธานลงไปก็เปิดอีก 1 ชิ้น อืม…อันนี้เริ่มงงๆ ว่าทำไมต้องมี จากนั้นก็ขอบคุณพ่อแม่ก็อีก 1 ชิ้น โอ๊ย…ซึ้งกันไป  นี่ยังไม่นับรวมพรีเซนเทชั่นเซอไพร้ส์อีกด้วยนะคะ แบบว่า…ไม่ขอบรรยายดีกว่า เอาเป็นว่า ที่บอกมาคือจำนวนพรีเซนเทชั่นที่เคยมีคนเปิดจริงในงานแต่ง ซึ่งแบบว่าแม้งบประมาณจะไม่จำกัด แต่แขกก็ไม่ได้แฮปปี้เสมอไปนะคะ

พรีเซนเทชั่นงานแต่ง

3. พรีเซนเทชั่นที่มีแต่บทพูดและหน้าคน

รูปแบบและวิธีการนำเสนอในพรีเซนเทชั่นสำคัญมากนะคะ เพราะอย่างที่บอกว่าอย่ายาวไปจะดีกว่า อย่ามีจำนวนมากจะดีมากเท่านั้นยังไม่พอ เพราะเนื้อหาควรดึงดูดด้วย ไม่ใช่ว่าบ่าวสาวพูดไม่เก่งเลยใช้การอัดคลิปมาเปิดแทนแค่นั้น คือถ้าพูดไปแล้ววิธีนี้ก็ช่วยได้ค่ะ แต่ควรมีการนำรูปภาพหรือคั่นด้วยภาพเคลื่อนไหวอะไรมาบ้าง ไม่ใช่ตั้งกล้องนิ่งๆ จ่อหน้าบ่าวสาวแล้วอัดมาเปิดเท่านั้นค่ะ

4. พรีเซนเทชั่นที่ดูแล้วปวดตาในความมืด

บ่าวสาวอาจไม่เชี่ยวชาญเรื่องเทคนิคการถ่ายทำ แต่เคยดูจากภาพยนตร์ต่างๆ แล้วชอบก็เกิดอินอยากให้ครั้งหนึ่งในชีวิตตัวเองได้มีพรีเซนเทชั่นสวยๆ ออกแนวอาร์ทๆ มาเก็บไว้ ทำได้ค่ะ ไม่ได้ห้าม เพียงแต่ว่าอย่าลืมว่าเวลาเปิดจะต้องปิดไฟทั้งห้อง ซึ่งถ้าภาพในพรีเซนเทชั่นทำให้คนดูปวดตามากไปก็ไม่ควรเสี่ยงนะคะ เพราะนอกจากแขกจะบ่นแล้ว ยังส่งผลถึงสุขภาพดวงตาอีกด้วยนะคะ เอาเป็นว่าภาพสวยแสงแปลกเลียนแบบหนังที่ปลื้มได้ แต่อาจต้องปรับความความเหมาะสมของสภาพแวดล้อมที่จัดงานด้วยนะคะ

ดูไอเดียงานแต่งงานอีกเพียบได้ที่นี่ คลิกเลย!

เรื่อง : Hoyamemoria
ภาพ : planyourperfectwedding.com

รู้จักและเข้าใจเพชร H&A และ 3Ex ก่อนเลือกซื้อเพชรมาทำแหวนแต่งงาน

รู้ไหมคะว่า Heart & Arrow และ 3 Excellent เป็นคุณสมบัติที่ควรให้ความสำคัญในการเลือกซื้อเพชรเป็นที่สุด เราจึงได้เชิญคุณอรพินท์ พงษ์ประพัฒน์ ผู้บริหารบริษัทเพชร Thye Seng Hong มาบอกเล่าถึงความสำคัญของสองสิ่งนี้เพื่อให้บ่าวสาวได้ แหวนแต่งงาน ที่ดีที่สุดมาครอบครอง

Q : สองคุณสมบัติที่ว่าคืออะไรบ้าง

A : H&A คือเพชรทรงกลม (Round Brilliant) ที่ได้รับการเจียระไนอย่างสมบูรณ์แบบ ทำให้มีประกายแสงแวววาว คุณสามารถมองเห็นลูกศร 8 ดอกจากด้านบนของเพชรและรูปหัวใจ 8 ดวงบริเวณด้านล่างเพชรด้วยการส่องกล้อง โดยต้องมีขนาดเท่าๆ กันเท่านั้น ส่วนคำว่า Excellent หรือเรียกสั้นๆ ว่า Ex คือการประเมินเพชรจากสถาบันอัญมณีซึ่งแบ่งออกเป็น การขัดเงา (Polish) ความสมมาตร (Symmetry) และการเจียระไนโดยรวม (Cut Grade) ซึ่งเพชรเม็ดไหนที่ได้การประเมินดีเยี่ยมระดับ Excellent ทั้ง 3 ส่วน ในใบเซอร์ (Certificate) เราจะเรียกเพชรเม็ดนั้นว่าเป็นเพชร 3Ex

Q : เพชร H&A ต้องเป็น 3 Ex เสมอไปหรือเปล่า

A : ไม่จำเป็นค่ะ เพราะเพชร H&A อาจจะได้รับการประเมินเรื่องความสมมาตรและการเจียระไนโดยรวมในระดับ Excellent แต่ในเรื่องการขัดเงาเพชรเม็ดนั้นอาจจะได้แค่ระดับ Very Good ก็เป็นได้ ซึ่งการเลือกซื้อแหวนเพชรคุณจะต้องเลือกจากพื้นฐาน 4C รวมถึง H&A และ 3Ex ประกอบกันไป

เลือกเพชร

Q : H&A และ 3Ex มีผลต่อราคามากน้อยแค่ไหน

A : เพชรที่เป็น H&A และ 3Ex จะมีราคาสูงกว่าเพชรที่ไม่มี H&A และ 3Ex ประมาณ 5-10 % เพราะการเจียระไนให้ได้เพชร H&A และ 3Ex จะต้องเสียเนื้อเพชรดิบมากกว่าการเจียระไนที่ด้อยกว่า ซึ่งหากจะให้แนะนำ บ่าว-สาวก็ควรเลือกเพชรที่มีคุณสมบัติสองสิ่งนี้ เพราะจะทำให้คุณได้แหวนเพชรที่คุ้มค่าและดีที่สุดไปครอบครอง

Q : อะไรคือสิ่งทำให้คุณสมบัติของ Heart&Arrow และ 3 Excellent ลดลง

A : อยู่ที่การใช้งานของแต่ละคนค่ะ บริเวณขอบเพชรจะเป็นส่วนที่บางที่สุด หากไม่ทันระวังแหวนอาจไปกระทบกับวัตถุแข็งจนทำให้เพชรเกิดรอยร้าวและแตกได้ ส่วนความหมองที่เกิดขึ้นจากคราบเหงื่อและแป้งไม่ส่งผลกระทบใดๆ ต่อ H&A และ 3Ex แน่นอน

Q : วิธีการเก็บรักษาและการทำความสะอาดเพชรให้คงคุณค่า Heart&Arrow และ 3 Excellent

A : ทำความสะอาดง่ายๆ ด้วยการใช้น้ำอุ่นผสมกับน้ำยาล้างจานจากนั้นให้คุณนำแหวนเพชรลงไปแช่ไว้ซักพัก นำแปรงสีฟันที่ไม่ได้ใช้งานแล้วมาแตะเบาๆ โดยห้ามใช้แปรงสีฟันถูหรือขัดเด็ดขาด เสร็จแล้วนำไปเช็ดให้แห้งและเก็บใส่ถุงแยกเป็นชิ้นๆ เพื่อป้องกันไม่ให้เพชรเสียดสีกันเองเพราะจะทำให้เกิดรอยได้ หรือจะเลือกใช้บริการทำความสะอาดตามร้านขายเพชรทั่วไปก็ได้เช่นกัน

ดูไอเดียและคำแนะนำเกี่ยวกับแหวนแต่งงานและเครื่องประดับเพิ่มเติม คลิกเลย!

ขอบคุณกูรูผู้ให้คำตอบเรื่องเพชร  คุณอรพินท์ พงษ์ประพัฒน์ ผู้บริหารบริษัทเพชร Thye Seng Hong

เตรียมให้พร้อมคำถามงานแต่งที่แขกมักถามที่โต๊ะลงทะเบียนบ่อยๆ

ในวันแต่งงานว่าที่บ่าวสาวก็จะหมดภาระหน้าที่ในการจัดการต่างๆ และต้องปล่อยให้ผู้จัดงาน เวดดิ้งแพลนเนอร์ หรือเพื่อนเจ้าบ่าวเจ้าสาวเป็นผู้รับผิดชอบงานหลักๆ ตามความรับผิดชอบที่ได้รับมอบหมาย และอีกหนึ่งภารกิจที่ว่าที่บ่าวสาวจะต้องเตรียมผู้ช่วยในวันแต่งงานไว้ให้พร้อมก็คือ ผู้ที่จะต้องอยู่ที่โต๊ะลงทะเบียน เพราะพวกเขาเหล่านี้จะต้องเจอกับ คำถามงานแต่ง ต่างๆ จากบรรดาแขกที่มาถึง ซึ่งหากไม่เตี๊ยมกับบ่าวสาวให้ดีอาจจะเกิดอาการอ้ำอึ้งจนให้ข้อมูลกับแขกไม่ถูก โดยเฉพาะกับแขกผู้ใหญ่ที่ต้องการคำตอบ

 และนี่คือคำถามที่ผู้รับผิดชอบตรงจุดลงทะเบียนอาจจะต้องเจอ เพราะฉะนั้นเตี๊ยมกันไว้ให้ดีก่อนถึงวันงานนะ

 

“เมื่อไหร่จะเข้าไปนั่งในงานได้?”

ส่วนมากแขกผู้ใหญ่มักจะมาถึงงานก่อนที่บ่าวสาวจะลงมาถึงจุดถ่ายภาพเสียอีก และแน่นอนว่าคำถามตรงจุดลงทะเบียนที่มักเจอบ่อยๆ คือ “เมื่อไหร่จะเข้าไปในงานได้? หรือ เมื่อไหร่บ่าวสาวจะลงมา?” เพราะฉะนั้นบ่าวสาวจะต้องแจ้งกำหนดการหรือเวลาคร่าวๆ ไว้ให้ผู้ที่อยู่ตรงจุดลงทะเบียนได้ทราบด้วย พร้อมกันนี้อาจจะจัดให้มีเครื่องดื่มไว้รองรับแขกที่มาถึงก่อนเวลา เพื่อให้แขกรู้สึกว่าได้รับการใส่ใจเมื่อมาถึงหน้างานแม้จะยังไม่เจอบ่าวสาวก็ตามที

และถ้าหากงานแต่งงานของบ่าวสาวเป็นโต๊ะจีน อย่าลืมเตรียมข้อมูลรายชื่อแขกพร้อมกับหมายเลขโต๊ะไว้ให้กับผู้ที่อยู่ตรงจุดลงทะเบียนด้วย เพราะถึงแม้จะมีป้ายบอกหน้างานว่าแขกคนไหนหรือกลุ่มไหนนั่งโต๊ะอะไร แต่เชื่อเถอะว่า แขกผู้ใหญ่บางท่านก็จะต้องเดินมาถามที่โต๊ะลงทะเบียนเพื่อความชัวร์อีกรอบอยู่ดี และเมื่อถึงเวลาให้เข้างานบ่าวสาวก็ต้องจัดเตรียมผู้ที่จะพาแขกเดินไปยังโต๊ะของตัวเองด้วย ถือเป็นการอำนวยความสะดวกให้แขกรู้สึกอุ่นใจว่าบ่าวสาวให้ความใส่ใจกับพวกเขา พร้อมกันนี้ยังเป็นการป้องกันการนั่งผิดโต๊ะที่อาจจะสร้างความปวดหัวตามมาในภายหลังอีกด้วย

 

“อาหารจะเสิร์ฟเมื่อไหร่?”

เมื่อถึงเวลาที่แขกสามารถเข้าสู่งานได้ บางทีก็ไม่ได้หมายความว่าไลน์อาหารจะพร้อมให้บริการเลยนะ เช่น เปิดให้แขกงานได้ 18.00 น. แต่อาหารอาจจะเสิร์ฟเวลา 18.30 น. เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ผู้อยู่ตรงจุดลงทะเบียน หรือแก๊งเพื่อนเจ้าบ่าวเจ้าสาวจะต้องให้ข้อมูลกับแขกได้ ซึ่งตรงนี้อาจจะต้องมีการพูดคุยกับแคเทอริ่งหรือทางสถานที่จัดงานให้ดีเพื่อที่จะได้มีความเข้าใจที่ตรงกัน

 

 

“เสิร์ฟเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ตอนไหน?”

เมื่อแขกรับประทานอาหารจนอยู่ท้อง สิ่งต่อมาที่แขกมักถามหาคือ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งแขกบางคนอาจจะไม่ได้เดินไปถามที่จุดลงทะเบียน แต่อาจเดินไปขอที่บาร์เครื่องดื่มด้วยตัวเองเลยก็มี เพราะฉะนั้นนอกจากที่บ่าวสาวจะต้องแจ้งกับผู้ที่อยู่โต๊ะลงทะเบียน หรือแก๊งเพื่อนเจ้าบ่าวเจ้าสาวแล้ว เราขอแนะนำให้แจ้งพนักงานที่จุดบริการเครื่องดื่มไว้ด้วย (และต้องกำชับให้ใจแข็งสักนิด) เพราะหากพลาดเสิร์ฟให้แขกคนใดคนหนึ่งไปแค่แก้วเดียวก่อนเวลาอันควร เชื่อเถอะว่าไม่มีทางเบรกแก้วที่ 2, 3, 4 ได้แน่นอน หรือถ้าจะให้ดีก็เปิดบาร์แบบเต็มที่ในช่วงอาฟเตอร์ปาร์ตี้ไปเลย

ดูไอเดียและคำแนะนำดีๆ เกี่ยวกับการจัดงานแต่งงานเพิ่มเติมอีกเพียบได้ที่นี่ คลิกเลย!

ภาพ pexels.com

ที่คาดผม

ที่คาดผม ของเบบี๋สุดน่ารักของม.ล.อภิมงคล-นาเดีย โสณกุล เห็นแล้ว WOW!

ที่คาดผม เก๋ๆ เยอะมาก สำหรับเบบี๋ของคุณแม่นาเดีย ผู้อยู่เบื้องหลังการแต่งตัวสายแฟให้ ‘น้องโมนา’– ลูกสาววัย 8 เดือน โดยเธอให้สัมภาษณ์ ‘แพรวดอทคอม’ ถึงที่มาที่ไปของแฟชั่น ที่คาดผม ของลูกสาวตัวกลม ว่าที่คาดผม
“โมนามีที่คาดผม… อลังการมาก นับไม่ถูกกันเลยทีเดียว (หัวเราะ) มีทั้งคนให้ ซื้อใส่เองบ้าง ด้วยความที่น้องสาวเดียมีลูกสาวด้วย อันไหนใส่ไม่ได้ ก็แบ่งๆ กันไปใช้เรียงอายุกันไป เราจึงสบายใจที่จะซื้อไปเรื่อยๆ ซื้อแล้วคุ้ม มีคนใช้ต่อแน่นอน (ยิ้ม)

ที่คาดผม
“แฟชั่นที่คาดผมลูก เริ่มจากเดียอยากได้ลูกสาวมานานแล้ว พอดีช่วงใกล้คลอดลูกคนที่สอง เดียต้องนอนอยู่บ้านเฉยๆ เพื่อให้อายุครรภ์ครบ ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวคลอดออกมาก่อน อยู่บ้านว่างๆ ไม่รู้จะทำอะไร จึงช้อปออนไลน์กระจาย เริ่มจากเล็งเสื้อผ้าเด็กผู้หญิง อยากได้ผ้าห่อตัวลายดอก ดูไปดูมา เอ๊ะ…เราควรมีที่ติดผมให้ลูกด้วยนะ แต่ไม่รู้จะซื้อลายไหนดี กลัวลูกเจ็บ พอดีมีเพื่อนทำที่คาดผมขายในไอจี จึงถามเขาว่าลูกเราควรใช้รุ่นไหนยังไง หรือใช้แบบไหนที่ไม่เจ็บหัว เขาจึงไปรีเสิร์ชว่าหัวเด็กแรกเกิดมีขนาดเท่าไหร่ และเขาก็ออกแบบมาให้ชนิดที่ไม่เจ็บ ไม่คัน ไม่รัด เนื้อผ้านุ่ม ไม่มีโลหะ พอใส่ให้โมนาแล้วดูน่ารักดี แม่ก็เลยชอบ

ที่คาดผม
“ด้วยความที่เราใส่ที่คาดผมให้เขาตั้งแต่เล็ก พอโตขึ้นหน่อยแล้วไม่ใส่ที่คาดผม พาไปไหนมาไหนด้วย คนมักจะถามว่าผู้หญิงหรือผู้ชาย เพราะหน้าเขาเหมือนปู่ (ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล) มาก อุตส่าห์ให้ใส่เสื้อลายดอกแล้วนะ คนก็ยังถามว่าผู้ชายหรือผู้หญิง จนเดียต้องบอกพี่เลี้ยงว่า — ควักโบว์ขึ้นมาใส่ให้น้องเดี๋ยวนี้ เลยต้องมีที่คาดผมน่ารักๆ ไว้ กันไม่ให้ดูแมนเกิน (หัวเราะ) ให้คนรู้ว่านี่ผู้หญิงนะคะ ซึ่งผมเขาไม่ยาวสักที ก็เลยต้องมีที่คาดผมไว้เพราะอย่างนี้”

ที่คาดผม
เบบี๋ตัวกลมมักมีที่คาดผมสีชมพูหวานๆ น่ารัก หลากแบบหลายสไตล์มาก ซึ่งคุณแม่เล่าให้ฟังว่า
“โมนาเขาใส่สีชมพูขึ้นค่ะ ใส่แล้วดูผ่อง เข้ากับผิวเขา เพราะฉะนั้นเสื้อผ้าส่วนใหญ่ก็จะเป็นสีชมพู จึงมีที่คาดผมสีชมพูมากหน่อย (ยิ้ม) ซื้อตามสีชุด ใส่ชุดสีอะไร มีที่คาดผมสีนั้น ขนาดอายุแค่ 8 เดือน แต่รู้เรื่องแล้ว เป็นเด็กรักสวยรักงามมาก บางทีพาไปร้าน Calista ของน้องสาวเดีย เห็นเสื้อผ้าสีๆ เขาจะร้องอี๊อ๊าๆ ถูกใจ หรือไม่ก็ตื่นเต้นตบมือดีใจ เวลาเห็นที่คาดผมสีสวยๆ เขาก็จะชอบ”

ที่คาดผมที่คาดผม
ถามถึงการเป็นคุณแม่เต็มเวลาหน่อยค่ะ ชีวิตวันนี้ยุ่งมากน้อยแค่ไหนกับการดูแลลูกสาวลูกชายที่อายุห่างกัน
“ช่วงแรกทั้งลูกทั้งแม่ปรับตัวยังไม่ได้ อุตลุดกันไปหมด แผลผ่าคลอดแม่ยังไม่ทันหายดี ต้องเขย่งไปส่งลูกคนโตที่โรงเรียนแล้ว กลับบ้านต้องมาดูลูกคนเล็กต่อ ให้เขากินนม เอาเข้านอน เหนื่อยใช้ได้เลยค่ะ กลางคืนก็ปั๊มนมไปสิ ตื่นเช้ามาก็ต้องไปส่ง-รับลูกคนโตที่โรงเรียนอีก เหมือนเราต้องนับ 1 ใหม่ เพราะ ‘นพ’ ลูกชายคนโต กับ ‘โมนา’ ลูกสาวคนเล็ก อายุห่างกันเกือบเจ็ดปีกว่า เราเป็นแม่ก็ต้องจัดสรรเวลาดีๆ เพราะกิจกรรมเขาไม่เหมือนกัน”

ที่คาดผม
เธอเล่าถึงคาแรคเตอร์ลูกสองคนที่ต่างกันว่า ลูกชายคนโตเป็นเด็กที่มีคาแรคเตอร์แซ่บ ไม่เคยง่ายเลย กิจกรรมเขาจะโหดๆ ลุยๆ เป็นตัวของตัวเอง ถ้ายิ่งห้าม ยิ่งอยากทำ เรียกว่ามีวีรกรรมตลอด จนแทบจะเรียกได้ว่าเกินหน้าคำว่าซนเสียอีก แม่ก็จะเหนื่อยแบบหนึ่ง ส่วนโมนาคนน้องเป็นเด็กอารมณ์ดี กินเยอะ นอนเยอะ
“มีเวลาไม่กี่ปีหรอกที่วัยเด็กของพวกเขาจะอยู่กับเราแบบนี้ ถ้าเลยจากวัยนี้แล้ว เขาจะพึ่งพาเราน้อยลง จึงเป็นช่วงเวลาทองที่จะสร้างความผูกพัน ความทรงจำที่เป็นสายใยไปตลอดชีวิต เดียจึงทุ่มเทเวลาที่มีทั้งหมดเพื่อเขา ตื่นเช้าไปรับ-ส่งลูกเองที่โรงเรียน พาเข้านอนเอง ซึ่งลูกคนโตชอบให้แม่อ่านนิทานให้ฟัง แต่บางทีอยากเล่นเกม เดียก็จะบอกเขาว่า –‘แม่เล่านิทานให้นพฟังได้อีกไม่นานหรอกนะ อีกหน่อยนพโตแล้ว ก็ไม่ได้นอนฟังนิทานของแม่แล้ว นพเลือกเอาแล้วกัน ว่าจะเลือกเกมหรือนิทาน’ สุดท้ายเขาวางเกม และฟังนิทานที่แม่เล่า”

ที่คาดผม
งานหลักของคุณแม่ลูกสองวันนี้ จึงมี 2 อย่าง คือ การดูแลธุรกิจความงาม ‘Junka’ ที่เอ็ม
โพเรียม และทุ่มเทให้กับการเป็นคุณแม่เต็มเวลา ซึ่งเธอบอกว่าเป็นช่วงเวลาทองของการสร้างสายใยความรักความผูกพัน และความทรงจำที่ดีระหว่างแม่-ลูก
“วันนี้มีลูกชายลูกสาวอย่างละคนพอแล้ว อายุขนาดนี้ คงต้องปิดอู่บ๊ายบายแล้วค่ะ” (หัวเราะ)


 

ภาพ : @nadiakaaa

แชร์พิกัด! ช้อปของขวัญชิ้นพิเศษสุด จับฉลากก็ดี มอบให้ใครก็โดนใจ

สำหรับใครที่กำลังมองหาของขวัญสุดพิเศษให้กับคนที่คุณรักแบบไม่ซ้ำใคร ไม่ว่าจะเป็น ให้ผู้ใหญ่ ให้เพื่อน ให้แฟน หรือของขวัญจับสลาก แพรวดอทคอม ขอชวนพุ่งตัวไปที่สยามดิสคัฟเวอรี่กันได้เลย กับงาน “SiamDiscovery The Magical Gifts” (สยามดิสคัฟเวอรี่ เดอะ เมจิคอลกิฟท์) งานช้อปของขวัญที่ช่วยสร้างแรงบันดาลใจในการค้นหาของขวัญในแบบที่ไม่เหมือนใครและไม่มีใครเหมือนสยามดิสคัฟเวอรี่

ต้องบอกเลยว่างานนี้ละลานตาด้วยของขวัญชิ้นพิเศษมากมาย ทั้งสินค้าลิมิเต็ดเอดิชั่น สินค้าหายาก ของขวัญแนวครีเอท รวมถึงของขวัญรักษ์โลก เรียกว่าเป็นของขวัญที่ครีเอทีฟที่สุด ดีที่สุด และล้ำที่สุด จากไอเดียสร้างสรรค์ที่ได้รับการคัดสรรมาเป็นอย่างดีจากทั่วทุกมุมโลกสำหรับทุกไลฟ์สไตล์ พร้อมสร้างความประทับใจแก่ผู้ให้และผู้รับ

ชั้น G

นอกจากนี้ สยามดิสคัฟเวอรี่ยังสร้างความเซอร์ไพร้ส์ ด้วยการชวนร่วมสนุกในกิจกรรม Come Play With Us เพื่อค้นหาของขวัญที่ตรงใจที่สุด เป็นการมอบรอยยิ้มให้กับคนสำคัญ และเพื่อให้ของขวัญของคุณมีเพียงชิ้นเดียวในโลก

พร้อมเพลิดเพลินกับไอเดียการสร้างสรรค์ของขวัญชิ้นพิเศษ โดยเฉพาะเหล่าสนีคเกอร์เลิฟเวอร์ที่พลาดไม่ได้ กับการครีเอทรองเท้าให้เป็นเพียงคู่เดียวในโลก ด้วยการดีไซน์ให้เป็นสไตล์ของตัวเองในแบบ “Your Edition” ณ Future Lab ชั้น Gของขวัญ สายรัดข้อมือ

หลากหลายไอเดียของขวัญได้รับการคัดสรรมาเป็นอย่างดีสำหรับทุกไลฟ์สไตล์ กับคอร์นเนอร์ของขวัญหลากแบบหลายราคา โดยจัดตามราคาสินค้า ตั้งแต่ 300 บาท, 500 บาท, 900 บาท และ 1,000 บาท พร้อมทั้งบริการห่อของขวัญด้วยกระดาษลวดลายสุดพิเศษ ที่ Last Minuite Market โซนของขวัญไอเดียสุดครีเอทีฟ

ของขวัญกระเป๋าสะพาย

สำหรับของขวัญดีไซน์รักษ์โลก ซึ่งคุณจะได้ใส่ใจคนสำคัญไปพร้อมกับความห่วงใยสิ่งแวดล้อม โดยของขวัญหลากหลายดีไซน์มารวมตัวกันอยู่ที่นี่ ไม่ว่าจะเป็น ของใช้, ของแต่งบ้าน, กระบอกน้ำ, แก็ตเจ็ทแนวอีโค่ และเสื้อผ้าที่ผลิตจากวัสดุเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมสินค้าที่ผลิตจากธรรมชาติ 100% ไม่มีสารเคมีใดๆ อีกหลากหลายหลายแบรนด์ที่ไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน พบกับ ECO is Magic โซนของขวัญชิ้นพิเศษสำหรับอีโค่คอมมูนิตี้ ณ ชั้น G สยามดิสคัฟเวอรี่ของขวัญกระเป๋ารักโลก

และจะดีแค่ไหนหากของขวัญชิ้นเดียวในโลกมาพร้อมกับกระดาษห่อของขวัญลายเอ็กซ์คลูซีฟ อิมพอร์ตจากประเทศญี่ปุ่น ซึ่งหาได้เพียงที่นี่ที่เดียว แถมเปิดให้บริการฟรี เพื่อสร้างความประทับใจและเพิ่มคุณค่าให้กับของขวัญของทุกคนอีกด้วย ณ Wrapping Corner ชั้น 2 สยามดิสคัฟเวอรี่ของขวัญ แก้วน้ำ

ตามไปเลือกช้อปของขวัญชิ้นพิเศษสุดกันได้ที่ งาน “SiamDiscovery The Magical Gifts” (สยามดิสคัฟเวอรี่ เดอะ เมจิคอลกิฟท์) ตั้งแต่วันนี้ – 12 มกราคม 2563 ณ สยามดิสคัฟเวอรี่ ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่  www.siamdiscovery.co.th

พวงหรีดหนังสือ

อมรินทร์กรุ๊ป จับมือ 3 ศิลปินนักออกแบบชื่อดัง เปิดโครงการ “ผลบุญ” พวงหรีดหนังสือ

อมรินทร์กรุ๊ป จับมือ 3 ศิลปินนักออกแบบชื่อดังแถลงเปิดโครงการ ผลบุญพวงหรีดหนังสือ ช่องทางใหม่ เพิ่มโอกาสบริจาคหนังสือ 100% สู่สังคมไทย

บริษัท อมรินทร์บุ๊คเซ็นเตอร์ จำกัด เปิดโครงการ  “ผลบุญ”  โครงการพวงหรีดหนังสือ ร่วมกับ 3 ศิลปินชืดัง ได้แก่ พัชรพล แตงรื่น หรือ ALEX FACE, กชวัช บูรณภิญโญ และ กรศริน ภัทรโสภาคย์ หรือ REENP  โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อส่งต่อโอกาส ส่งต่อหนังสือ ภายใต้คอนเซ็ปท์ “ซื้อพวงหรีดเท่าไร บริจาคหนังสือเท่ากัน 100% เต็ม”  ให้แก่  7  องค์กรพันธมิตร  กรมราชทัณฑ์   มูลนิธิกระจกเงา   มูลนิธิส่งเสริมพัฒนาเด็กและเยาวชน  CYF  มูลนิธิหนังสือเพื่อเด็ก   บ้านเด็กอ่อนพญาไท   โรงเรียนสังกัดกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน และยุวพุทธิกสมาคมแห่งประเทศไทย หรือองค์กรใดก็ตาม ที่ผู้ซื้อพวงหรีดผลบุญมีความประสงค์ที่จะบริจาคหนังสือ

พวงหรีดหนังสือ

นางระริน อุทกะพันธุ์ ปัญจรุ่งโรจน์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ อมรินทร์กรุ๊ป กล่าวว่า “ตลอดระยะเวลากว่า 40 ปีที่  อมรินทร์กรุ๊ป ได้แก่ บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน) และ บริษัท อมรินทร์บุ๊คเซ็นเตอร์ จำกัด ได้สืบสานเจตนารมณ์ในการทำงานเพื่อความสุขและความรุ่งโรจน์ของสังคม ริเริ่มโครงการบริจาคหนังสือให้แก่สังคมผ่านโครงการ “ปันความรักด้วยความรู้” โครงการ “ส่งความรู้ สร้างความสุข” และอีกหลายโครงการ  ซึ่งได้ทำการบริจาคหนังสือไปยังองค์กรต่างๆ ทั่วประเทศ เป็นจำนวนรวมกว่า 1,000,000 เล่ม หรือกว่า 150,000 บาท แต่ยังพบว่า ยังมีผู้ด้อยโอกาส ทั้ง เด็กและเยาวชน มูลนิธิ ผู้ที่อยู่ในทัณฑสถาน ที่ไม่สามารถเข้าถึงหนังสือได้อีกจำนวนมาก เราจึงจัดตั้งโครงการผลบุญ พวงหรีดหนังสือ เพื่อเปิดโอกาสในทุกคนในสังคม สามารถที่จะเป็น ผู้ให้ และ ผู้เติมเต็มโอกาส ให้แก่ผู้ด้อยโอกาสในสังคมไทยได้ต่อยอดทางความคิด ต่อยอดอนาคต”

พวงหรีดหนังสือ
Flower To The Souls ผลงานของคุณพัชรพล

พวงหรีดผลบุญ ได้รับเกียรติจากศิลปินนักออกแบบที่มีชื่อเสียงของประเทศไทย  3  ท่าน สร้างสรรค์ขึ้นมา 3 แบบ 3 สไตล์ ออกแบบ พัฒนาให้มีความสวยโดดเด่นเป็น Art Piece เฉพาะตัว ทำจากกระดาษลูกฟูก มีรูปแบบเป็นหนังสือเล่มใหญ่ขนาด 120 x 80 เซ็นติเมตร สะท้อนถึงการบริจาคหนังสือสู่สังคมไทย โดย คุณพัชรพล แตงรื่น หรือที่รู้จักกันในนาม  Alex Face   ศิลปินกราฟฟิตี้แนวสตรีทอาร์ต ผู้ทรงอิทธิพลคนหนึ่งของเมืองไทย ที่ใช้ศิลปะออกแบบผลงานชื่อ  Flower  To  The  Souls ถ่ายทอดให้เห็นมุมมองความเป็นสัจธรรม ความไม่จีรัง ผ่านคาแรคเตอร์ “เด็กสามตาหน้าบึ้ง” หรือ “น้องมาร์ดี” คาแรคเตอร์ชื่อดังระดับ International ที่มีขนร่วง ตัวแทนของหลักธรรมของการพิจารณาสังขาร ได้แก่ เกศา โลมา นขา ทันตา ตโจ ประกอบกับรูปดอกไม้สีชมพู เพื่อลดทอนความเศร้าหมองในจิตใจ และพร้อมในการดำเนินชีวิตต่อไปด้วยการส่งต่อโอกาสให้แก่ผู้อื่น

พวงหรีดหนังสือ
คุณกชวัช บูรณภิญโญ

คุณกชวัช บูรณภิญโญ เจ้าของภาพเขียนศิลปะลายไทยประยุกต์  ผลงานชื่อ  The  Last   Friendship เล็งเห็นความสำคัญของพวงหรีดที่จะไม่ใช่แค่พวงหรีดอีกต่อไป แต่สามารถส่งต่อความรัก ความทรงจำที่มีต่อผู้วายชนม์ให้เกิดการรับรู้จากรุ่นสู่รุ่น โดยเพิ่มฟังก์ชันในพวงหรีด ให้สามารถเขียนข้อความระลึกถึงผู้วายชนม์ ประกอบกับลายเส้นลายไทยรูปคนกอดปลอบใจอยู่รอบข้าง เพื่อปลอบประโลมผู้ที่สูญเสีย พร้อมแฝงด้วยสัจธรรม การเกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป เป็นวัฎสงสาร เป็นธรรมดาในการดำเนินชีวิต

พวงหรีดหนังสือ
A Never Ending Journey ผลงานของคุณกรศริน

คุณกรศริน ภัทรโสภาคย์   กราฟฟิคดีไซน์   เจ้าของนามปากกา  REENP  นักวาดภาพประกอบสไตล์มินิมอลชื่อดัง  กับผลงานชื่อ  A  Never  Ending  Journey  ถ่ายทอดถึงความสูญเสียที่ไปสู่การเริ่มต้นใหม่ผสานดอกไม้ ผ่านเส้นทางการเดินทางที่ไม่มีจุดจบ จากดินกลับสู่ท้องฟ้าที่ดงาม สิ่งที่เหลืออยู่คือรอยประทับที่จะบันทึกเรื่องราวดีๆ และการระลึกถึงบุคคลที่จากไป

พวงหรีดหนังสือ
ม.ล.ลือศักดิ์ จักรพันธุ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อมรินทร์บุ๊คเซ็นเตอร์ จำกัด

ม.ล.ลือศักดิ์  จักรพันธุ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อมรินทร์บุ๊คเซ็นเตอร์ จำกัด  กล่าวเพิ่มเติมถึงโครงการผลบุญว่า “โครงการนี้จัดขึ้นเพื่อต่อยอดการบริจาคหนังสือให้แก่ผู้ด้อยโอกาสให้สามารถเข้าถึงหนังสือ  พัฒนาความรู้ สติปัญญา และสามารถนำความรู้ไปต่อยอดสู่ชีวิตที่ดีขึ้นได้  และเป็นโครงการที่จะช่วยสร้างผลบุญกับผู้ให้   ช่วยกระจายความรู้สู่สังคม   โดยทางเราได้คัดสรรหนังสือ 5 กลุ่มหนังสือ  ได้แก่  กลุ่มหนังสือเพื่อเด็กและเยาวชน  กลุ่มหนังสือพัฒนาส่งเสริมอาชีพและพัฒนาตัวเอง  กลุ่มหนังสือธรรมะและสุขภาพ  ที่เหมาะกับชุมชนหรือหน่วยงานที่รับบริจาค เพื่อให้ทุกคนที่ได้หนังสือ นำไปเสริมสร้างทักษะในการเรียนรู้ สร้างการพัฒนาการศึกษาทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ทั่วประเทศ นอกจากนี้ ผู้ที่ซื้อพวงหรีดผลบุญจะได้บริจาคหนังสือ 100% เต็มของราคาพวงหรีดแล้ว สำหรับบุคคลธรรมดายังสามารถนำใบเสร็จไปลดหย่อนภาษีได้ 100% อีกด้วย”

ผู้ที่ต้องการร่วมเป็นส่วนหนึ่งของสังคมด้วยการบริจาคหนังสือถึงองค์กรต่างๆ  สนใจซื้อพวงหรีดผลบุญ สามารถสั่งซื้อพวงหรีดผลบุญ ได้โดย ติดต่อช่องทางการสั่งซื้อ ได้แก่ ช่องทางที่ 1 : www.phonboon.com , ช่องทางที่ 2 : Line @phonboon, ช่องทางที่ 3 :   โทร 02-4239889 จากนั้น เลือกพวงหรีดของศิลปินที่ต้องการ มี 2 ระดับราคา คือ 3,500 บาท และ 4,500 บาท พร้อมเลือกระบุชุดหนังสือที่ต้องการบริจาคโดยจะมีมูลค่าหนังสือในการบริจาค 100% เต็มตามราคาพวงหรีด ได้แก่ 5 กลุ่มหนังสือ  จากนั้น เลือกองค์กรที่ต้องการบริจาคหนังสือจากรายชื่อ 7 องค์กรข้างต้น หรือระบุองค์กรอื่นๆ ตามที่ผู้สั่งซื้อต้องการ  ทางโครงการ จะดำเนินการส่งพวงหรีดผลบุญไปยังวัดในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร และจังหวัดนนทบุรี   พร้อมจัดชุดหนังสือบริจาคแก่หน่วยงานผู้รับบริจาคต่อไป   และจัดส่งใบเสร็จกลับไปยังผู้สั่งซื้อ เพื่อนำไปลดหย่อนภาษีได้  100%  และจะขยายพื้นที่ในการสั่งซื้อพวงหรีดไปยังจังหวัดหัวเมืองในอนาคต


 

ลีวายส์ HOLIDAY 2019

ชิ้นเดียวในโลก! ลีวายส์ HOLIDAY 2019 ให้คุณครีเอทลายบนเสื้อยืดด้วยตัวเอง

เข้าใกล้ช่วงสิ้นปี ซึ่งมักจะมาพร้อมโอกาสส่งมอบความสุขผ่านของขวัญปีใหม่ ใครที่กำลังมองหาของขวัญส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ อยากส่งต่อของขวัญสุดพิเศษด้วยของขวัญชิ้นพิเศษไม่ซ้ำใคร ลีวายส์® จึงขอเป็นส่วนหนึ่งในการส่งมอบของขวัญที่จะมีเพียงชิ้นเดียวในโลกเพื่อตัวคุณเองและคนที่คุณรักด้วยสินค้า Customized Tee & Trucker ที่ให้คุณสามารถสร้างสรรค์จากโลโก้หลากหลายลายที่ทางลีวายส์® ได้เตรียมไว้ พร้อมใส่ ชื่อ หรือ คำที่ คุณต้องการเพื่อส่งผ่านความเป็นตัวตนสร้างความประทับใจให้คนที่คุณรัก ของขวัญแทนใจที่สามารถสวมใส่ได้เสมือนได้อยู่ใกล้กันตลอดเวลา

เพราะเราไม่ได้ผลิตเพียงแค่เสื้อผ้าให้คุณสวมใส่ แต่เราใส่ใจและอยากเป็นส่วนร่วมในการสร้างสรรค์ ลีวายส์® ตัวเดียวในโลก ที่ถ่ายทอดเรื่องราวความเป็นตัวคุณ ด้วยการออกแบบสไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์ของคุณลงบนเสื้อยืดสีขาวหรือสีเทา ที่มาพร้อมโลโก้ที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นสีพื้นที่สามารถเลือกได้ทั้งหมด 7 สี ประกอบไปด้วยสีฟ้า ส้ม ดำ เขียว แดง ชมพู น้ำเงิน และยังมีลวดลายแนวฮาวายสุดพิเศษอีก 9 ลวดลาย พร้อมทั้ง Key Words ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นชื่อ วลีเด็ดต่างๆ หรือจะเลือกส่งต่อความในใจผ่านตัวหนังสือถึงคนที่คุณรักได้อีกด้วย

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

น่ารักยกคอลเล็คชั่น! Marc Jacobs Resort 2020 ผลงานคอลแลปที่น่าตำ

เคยเป็นเด็กฝึกงานมาก่อน! ‘มิว-นิษฐา’ เจาะจงเลือกชุดเข้าพิธีหมั้นจาก Asava

ยอมรับเสียดายตังค์ ‘ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก’ ชอบกระเป๋าผ้า มากกว่า กระเป๋าแบรนด์เนม

ใบแรกและใบเดียว! กระเป๋า Chanel ดัชเชสเคท ดียังไง ทำไมทรงใช้มาตลอด 3 ปี

รุ่นดังที่ควรมี! ส่องราคา กระเป๋า Celine ของไอดอลตัวแม่ ‘ยุนอา-เจสสิก้า’

ราคานี้เปย์ได้! ‘Skechers’ ปล่อย 2 คอลเล็คชั่นเอ็กซ์คลูซีฟ ทั้งเรียบง่ายและขี้เล่น

น่ารัก เรียบง่าย ‘มิว’ ควงคู่ ‘ไฮโซเซนต์’ ใส่เสื้อยืด กางเกงยีนส์ ถ่ายพรีเวดดิ้ง

สวยผงาดดั่งนกอินทรี ‘แคทรีโอนา เกรย์’ ส่งต่อตำแหน่งบนเวทีมิสยูนิเวิร์ส 2019

เดรสแดงสวยตรงปก! ชุดราตรี ฟ้าใส-ปวีณสุดา รอบ 5 คนสุดท้าย บนเวที MU 2019

สวยเฉียบ เรียบโก้! ส่องสไตล์ ฟ้าใส ปวีณสุดา รอบเก็บตัวที่อเมริกา

เปิดคลังแสง! กระเป๋าแบรนด์เนม ไคลีย์ เจนเนอร์ รวมมูลค่ากว่า 30 ล้านบาท

เพราะอะไร ‘ดัชเชสเคท’ สวมเดรสสีดำ แต่ไม่ผิดกฎราชวงศ์อังกฤษ

ลิสต์เอาไว้! กระเป๋า Louis Vuitton 6 เฉดสีหวาน สวยละมุน ชวนเสียตังค์

 

Traveloka Xperience เปิดตัว “Movies” ฟีเจอร์ใหม่ครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์

Traveloka Xperience เปิดตัวการจองภาพยนตร์ในประเทศไทย ขยายประสบการณ์ และครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์ของคุณ

(จากซ้ายไปขวา)

คุณธีร์ ฉายากุล ผู้บริหารทราเวลโลก้าประจำประเทศไทย, คุณเฮนรี่ เฮนดราวัน ประธานบริหารทราเวลโลก้ากรุ๊ป, คุณฮารุ สุประกอบพร้อมครอบครัว และ คุณซิลเวีย กุลนาวัน รองผู้อำนวยการฝ่ายรายได้และการเติบโตประจำ Traveloka Xperience ในงานเปิดตัวฟีทเจอร์ Movies จากทราเวลโลก้า ซึ่งเป็นผู้นำทางด้านแพลตฟอร์มการท่องเที่ยวและไลฟ์สไตล์แบบดิจิตอลชั้นนำของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยได้ร่วมมือกับ Major Cineplex ผู้นำบริการโรงภาพยนตร์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ได้เปิดตัวบริการจองตั๋วภาพยนตร์ภายใต้ชื่อ “Traveloka Xperience” บนแอป Traveloka สำหรับผู้ใช้งานในประเทศไทย ช่วยให้ผู้ใช้งานได้รับความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้นในการจองและซื้อตั๋วภาพยนตร์ ทั้งที่กำลังฉายในโรง รวมถึงการขายตั๋วล่วงหน้า นับว่าเป็นก้าวสำคัญเพื่อยืนยันว่า Traveloka Xperience กำลังก้าวสู่การเป็นผู้นำด้านการท่องเที่ยวและไลฟ์สไตล์ที่ครบวงจรต่อไป

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม: นุ-ภาณุพงษ์ เดชดอนบม Tel:089-607-5210  ไหม-พิสมัย ด่านยุทธพลชัย Tel: 086-902-1031

 

 

มาตามนัด! เจ้าหญิงฮายา ชายาเจ้าผู้ครองนครดูไบขึ้นศาล หลังหอบลูกหนีพร้อมเงินพันล้าน

มาตามนัด หาได้หวั่นไม่ สำหรับ เจ้าหญิงฮายา บินท์ ฮุสเซนแห่งจอร์แดน พระชายาของ ชีค โมฮัมเหม็ด บิน ราชิด อัล มัคตูม เจ้าผู้ครองนครดูไบ ที่ทรงเสด็จมาขึ้นศาล หลังจากก่อนหน้านี้ทรงเสด็จหนีพร้อมพระโอรสและพระธิดา รวมถึงหอบเงินพันกว่าล้านมาอยู่ที่อังกฤษ งานนี้จึงทำให้พระสวามีถึงกับหัวเสีย เขียนประณามผ่านโลกโซเชียล พร้อมกับยื่นฟ้องศาลเพื่อเรียกร้องสิทธิ์ดูแลลูกๆ

เรียกได้ว่าเป็นมหากาพย์แห่งดูไบ ที่หยิบมาทำซีรีส์เลยก็ว่าได้ สำหรับเรื่องราวของเจ้าหญิงฮายา และ ชีค โมฮัมเหม็ด บิน ราชิด อัล มัคตูม เจ้าผู้ครองนครดูไบ โดยก่อนหน้านี้ในช่วงเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา มีข่าว เจ้าหญิงฮายา ทรงพาลูกๆ หนีพร้อมเงินจำนวน £31 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 1.2 พันล้านบาท ไปซ่อนพระองค์ยังทาวน์เฮาส์บนถนน Kensington Palace Gardens

หลังจากนั้นก็มีข่าวตามมาอีกระลอกว่า เจ้าหญิงฮายาได้ทรงเตรียมการหนีมาสักพักใหญ่ ซึ่งสาเหตุนั้น สำนักข่าวชื่อดังอย่าง BBC ได้ออกมาเผยว่า พระองค์ทรงกลัว และรู้สึกถึงความไม่ปลอดภัย หลังจากที่ได้รับรู้เรื่องราวของ เจ้าหญิงลาติฟา พระธิดาในลำดับที่ 23 ที่ทรงถูกทารุณกรรม และถูกจับขัง หลังจากที่ได้ทำการหลบหนีออกนอกประเทศโดยทางเรือเพื่อไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ยังประเทศสหรัฐอเมริกา โดยการช่วยเหลือของชายชาวฝรั่งเศส (อ่านต่อได้ที่ : ชีวิตไม่ปลอดภัย! เผยความจริงอันน่าสะพรึง สาเหตุการหนีของ เจ้าหญิงฮายา)

ผ่านมาไม่กี่วันหลังจากที่ BBC ได้เผยข้อมูลออกไป ก็ได้มีข่าวเคลื่อนไหวของ ชีค โมฮัมเหม็ด บิน ราชิด อัล มัคตูม ว่าพระองค์กำลังทรงยื่นฟ้องต่อพระชายา เจ้าหญิงฮายาเพื่อเรียกร้องสิทธิ์ในการเลี้ยงดูพระโอรสและพระธิดา เจ้าหญิงอัล จาลิลา บิน โมฮัมเหม็ด บิน ราชิด อัลมักตูม พระชันษา 11 ปี และเจ้าชายซาเยด บิน โมฮัมเหม็ด บิน ราชิด อัลมักตูม พระชันษา 7 ปี

แต่ดูเหมือนว่าเหตุการ การฟ้องร้องจะเกิดขึ้นจริง เพราะล่าสุดนั้นทางเพจ Royal World Thailand ได้ออกมาเผยว่า

เจ้าหญิงฮายา

เจ้าหญิงฮายา บินท์ ฮุสเซนแห่งจอร์แดน เสด็จไปยังศาลฎีกาในกรุงลอนดอนอีกครั้งตามนัด หลังจากทรงยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งคุ้มครองพระโอรสและพระธิดา หลังจากเสด็จหนีออกจากพระสวามี ชีค โมฮัมเหม็ด บิน ราชิด อัล มัคตูม เจ้าผู้ครองนครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เมื่อหลายเดือนก่อน ที่สร้างความตกตะลึงให้เกือบทั้งโลก การไต่สวนครั้งนี้ มิใช่เกี่ยวกับเรื่องสถานภาพทางการเงินในการเลี้ยงดู แต่ยังเป็นการขอยื่นคำร้องขอสิทธิ์ในการเลี้ยงดูพระโอรสและพระราชธิดา เนื่องจากทรงเกรงว่าอาจถูกบังคับให้เสกสมรสได้

เจ้าหญิงฮายา

สื่อท้องถิ่นของอังกฤษได้รายงานว่า เจ้าหญิงฮายายังได้ทรงให้การเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิและความรุนแรงในครอบครัว หรือจากพระสวามีของพระองค์เอง ทำให้เกิดข้อกังขาในสภาพแวดล้อมที่พระโอรสและพระธิดาประทับอยู่ และเช่นเคย พระสวามีมิได้เสด็จมาทรงฟังการไต่สวนครั้งนี้ด้วย อย่างไรก็ตาม ผู้เข้าร่วมการไต่สวนในครั้งนี้คือ เซอร์ แอนดรูว์ แม็คฟาเลน ประธานแผนกคดีครอบครัว

เจ้าหญิงฮายา

สำหรับทนายความประจำพระองค์คือ ฟิโอน่า แช็คเกิ้ลตัน (เสื้อสีแดง) ทนายความชื่อดังผู้เคยทำหน้าที่เป็นทนายประจำพระองค์ เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ เจ้าชายแห่งเวลส์ เมื่อครั้นทรงฟ้องหย่ากับไดอาน่า เจ้าหญิงแห่งเวลส์ ขณะที่ฝ่ายพระสวามี โปรดให้เฮเลน วอร์ด ทนายผู้เคยทำคดีหย่าของสองนักร้องและเซเลบคนดังของฮอลลีวู้ด กาย ริชชี่และมาดอนน่า

เจ้าหญิงฮายา

เจ้าหญิงฮายาทรงเป็นพระธิดาในสมเด็จพระราชาธิบดีฮุสเซน และทรงเป็นพระกนิษฐภคินีในสมเด็จพระราชาธิบดีอับดุลลาห์ที่ 2 รัชกาลปัจจุบัน ทรงเสกสมรสกับชีค โมฮัมเหม็ด เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2004 โดยทรงมีบทบาทสำคัญทางสังคมอันโดดเด่นมากที่สุดพระองค์หนึ่ง จากการทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจของสหประชาชาติ ซึ่งเจ้าหญิงฮายา เพิ่งทรงรับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง เป็นนักการทูตประจำสถานเอกอัครราชทูตจอร์แดน ในกรุงลอนดอน โดยสมเด็จพระราชาธิบดีอับดุลลาห์ด้วย

กลายเป็นมหากาพย์ที่ชวนน่าติดตามเสียจริงๆ เพราะประมวลจากเหตุการณ์ทั้งหมดแล้ว คงมีอะไรที่ซับซ้อนมากเลยทีเดียว ซึ่งทั้งสองฝ่ายต่างเป็นบุคคลสำคัญระดับโลก งานนี้คงต้องงัดหลักฐานและความน่าเชื่อถือมาสู้กันบนชั้นศาล


ข้อมูล : Royal World Thailand

ภาพ : Getty Image

 

 

ณเดชน์ คูกิมิยะ

หล่อแถมซิกแพคน่าลูบ “แบรี่-ณเดชน์ คูกิมิยะ” แชร์ทริคฟิตหุ่น บวกดูแลผิวครบสูตร

10 ปีคือตัวเลขประสบการณ์ในวงการบันเทิงของ “แบรี่ – ณเดชน์ คูกิมิยะ” วันนี้ในวัย 28 ปี ไม่เพียงฝีมือของเขาจะพัฒนาขึ้นอย่างรอบด้าน แต่มุมมองความคิดของ “แบรี่” ยังคมชัดขึ้นด้วย ถ้าถามว่าวันนี้ณเดชน์ในวัย 28 ปีเป็นอย่างไรบ้างคะ ซึ่งหนุ่มแบรี่ได้ตอบกับแพรวว่า

“โตขึ้นมากครับ ทั้งประสบการณ์การทำงาน สังคม การใช้ชีวิต ทุกๆ อย่าง ผมรู้สึกว่าชีวิตผ่านอะไรมาเยอะในทางที่ดีขึ้นเรื่อยๆ และมีความสุขมากขึ้นเรื่อย ๆ ด้วย ตอนนี้ผมเป็นผู้นำครอบครัวที่ทำงานหาเงินมาดูแลเกือบ 10 ชีวิตในบ้าน เป็นคนมอบความสุขที่ไม่ใช่แค่ทางวัตถุ แต่ทางจิตใจด้วย ซึ่งผมมีความสุขที่ได้ทำนะ ขณะเดียวกันผมก็ต้องคิดหน้าคิดหลังเยอะๆ ด้วยเวลาจะทำอะไร แต่ละอย่าง เพราะเราไม่ใช่ตัวคนเดียว ถ้าสะดุดขาตัวเองหรือเกิดพลาดพลั้งอะไรขึ้นมา ไม่ได้เสียเฉพาะเรา แต่ยังมีคนข้างหลัง รวมไปถึงผู้มีพระคุณที่อุปการะเราอีก ตรงนี้เป็นเรื่องที่ทำให้ผมโตขึ้น เป็นผู้ใหญ่ขึ้น” ติดตามอ่านทุกแง่มุมความคิด และความรักที่กำลังผลิบานเพิ่มเติมแบบเต็มๆ ได้ที่ นิตยสารแพรว ฉบับ 953 เดือนธันวาคม 2562 และสำหรับบทความนี้ขอยกเรื่องไลฟ์สไตล์การดูแลตัวเองและปั้นหุ้นสุดแซ่บของหนุ่มแบรี่มาฝากจุกๆ เริ่มจากถามว่า

ถ้ามีเวลาว่างหนึ่งวัน แบร์ทำอะไรบ้าง “อาจจะตื่นสายหน่อย ประมาณ 9 โมงลุกมาดื่มกาแฟ เปิดคอมพิวเตอร์ เสิร์ชหาที่เที่ยว โรงแรม สไลด์อินสตาแกรมดูว่ามีที่ไหนแปลกๆ ที่น่าไปบ้าง หรือดูสิ่งที่สนใจ อย่างตอนนี้ผมชอบงานเซรามิก งานคราฟต์ หรืองานถัก จากนั้นกินขนม ดูหนัง ดูการ์ตูน หรือไม่ก็ไปกินข้าวนอกบ้าน ออกกำลังกายประมาณนี้ครับ”

มีตารางออกกำลังกายในแต่ละวันไหมคะ “ก่อนหน้าจะมีคอนเสิร์ตผมออกกำลังกายแบบหนักเว่อร์ๆ ชีวิตอยู่ในยิมวันละ 10 ชั่วโมง เริ่มด้วยปั่นจักรยาน แล้วก็ยกเวต พักกินข้าว แล้วเล่นกล้ามเนื้อขาต่อ เป็นช่วงที่ผมบ้ากับการสร้างหุ่น ทีแรกเริ่มจากเพื่องานก่อน แต่พอเล่นแล้วติด เคยเล่นถึงขนาดโอเวอร์เทรนนิ่ง ร้อนไปทั้งตัว หายใจไม่ออก แน่นหน้าอก ต้องเข้าโรงพยาบาลเลย ซึ่งหมอบอกว่าเพราะพักผ่อนน้อยเกินไป

“จากนั้นจึงต้องเบาลง เปลี่ยนเป็นวิ่งสัปดาห์ละ 2 ครั้ง สลับกับการสร้างกล้ามเนื้อมัดเล็กด้วยท่าเบสิก คือไม่ได้เล่นแบบยกน้ำหนักเยอะๆ เพื่อให้กล้ามใหญ่ แต่เน้นเอาความแข็งแรงจากข้างในออกมาข้างนอก อย่างบางวันอยู่บ้านก็สควอต 50 ครั้ง แล้วก็ยืดเส้น หรือเล่นโยคะสัปดาห์ละ 1 – 2 ครั้ง

“บวกกับเน้นเดินเยอะๆ ในชีวิตประจำวัน เพราะไม่ค่อยได้ขับรถอยู่แล้วเวลาไปไหนมาไหนผมชอบเดิน เพราะกรุงเทพฯ รถติดมาก ผมจะให้พี่คนรถจอดส่งขึ้นรถไฟฟ้า แบบนี้สบายใจกว่า (ยิ้ม) ผมเคยวิ่งจากสุขุมวิทไปสาทร สุดท้ายไปหมดแรงอยู่แถวสวนลุมฯ จะไม่ทันเวลานัดแล้วด้วย เลยต้องอาศัยพี่วินมอเตอร์ไซค์ต่อ” (หัวเราะ)

เรื่องอาหารการกินล่ะคะ ต้องคุมไหม “ตอนนี้ยึดหลักว่า ถ้าเมื่อวานกินเยอะ วันรุ่งขึ้นก็ต้องเบา คล้ายๆ Fasting (Intermittent Fasting คือวิธีควบคุมน้ำหนักแบบหนึ่งโดยจำกัดเวลาในการกิน) คือไม่กินหลัง 6 โมงเย็น และเริ่มกินอีกที 6 โมงเช้า ส่วนของทอด
ก็มีบ้างในวันที่อยากให้รางวัลตัวเอง (หัวเราะ) หรือขนมถุง ๆ มันฝรั่งทอดอะไรแบบนี้ ของโปรดผมทั้งนั้นเลยนะ ถ้าวันไหนอยากกิน จะกินเหมือนชูชกเลยละ (หัวเราะ)

“อย่างชานมไข่มุกนี่…ชอบมาก (หัวเราะ) เมื่อก่อนเวลาไปเรียนพิเศษกินทุกอาทิตย์เลย ตอนอยู่ขอนแก่น แถวห้างแฟรี่พลาซ่ามีชานมไข่มุกขาย แต่พอตอนหลังข่าวเริ่มออกว่ากินมากไม่ดีนะ น้ำตาลเยอะ บวกกับเพื่อนเป็นเบาหวาน ผมก็พลอยเลิกไปด้วยพักใหญ่เลย จนปีนี้เพิ่งกลับมากินอีกครั้งเพราะอดใจไม่ไหว (หัวเราะ) คิดว่าเราออกกำลังกายตลอด คงไม่อ้วนหรอกมั้ง” (ยิ้ม)

แล้วเรื่องการรักษาความหล่อ แบร์มีเคล็ดลับไหมคะ “เมื่อก่อนผมไม่สนใจเรื่องพวกนี้เลย ไม่ทาครีมอะไรทั้งสิ้น อย่างเรื่องเมคอัพที่ทำกับแฟชั่น แพรว วันนี้ถือเป็นครั้งแรกเลยครับ ก่อนหน้านี้มีแต่งลุคผู้หญิงในละคร แต่ไม่ได้เมคอัพจริงจังเชิงแฟชั่นแบบนี้ ถือเป็นเรื่องแปลกใหม่เป็นการเปลี่ยนลุคต่างๆ ที่ผมไม่เคยทำมาก่อน สนุกดี

“ที่ผมไม่ค่อยสนใจเรื่องดูแลตัวเองเพราะด้วยนิสัยผู้ชาย คิดว่าเดี๋ยวก็ต้องแก่ หน้าก็ต้องเหี่ยวอยู่ดี จะสนใจทำไม กระทั่งวันหนึ่งไปถ่ายงานอะไรสักอย่าง ผมยิ้มแล้วตีนกามาเต็มเลย ใต้ตาก็ดำ พี่ๆ ทุกคนพากันบอกว่าต้องทาครีมแล้วนะ ก็เลยเริ่มดูแลตัวเองขึ้นมาบ้าง (หัวเราะ)

“เริ่มจากทาครีมก่อนนอนกับตอนเช้า บวกกับทาครีมใต้ตา จนตอนนี้มาถึงเจลบำรุงหนังศีรษะแล้ว ส่วนครีมกันแดดผมเพิ่งเริ่มใช้ เพราะญาญ่าบอกว่าจำเป็นมากๆ จากนั้นก็ชวนผมมาสก์หน้านู่นนี่ เอาจริงคือเขาบังคับนั่นแหละว่าต้องใช้นะ เพราะบางทีผมก็ลืม ล้างหน้าเสร็จก็จบเลย ไม่ได้สนใจ (หัวเราะ) และนานๆ ครั้งก็มีไปคลินิกเพื่อทำทรีตเมนต์ บีบสิว นวดหน้าตามโอกาสครับ

“ถ้าเทียบกับเมื่อก่อนผมรู้สึกว่าหน้ามีเค้าโครงมากขึ้น เมื่อก่อนหน้าเป็นตัววี ตอนนี้เริ่มมีกราม ไม่รู้ว่าเกี่ยวหรือเปล่าที่ยิ่งโตขึ้น กระดูกเลยใหญ่ตาม”

แล้วคิดว่าตอนนี้หรือเมื่อก่อนหล่อกว่ากัน “ตอนนี้สิครับ ผมคิดว่าตัวเองหล่อขึ้นนะ” (หัวเราะ)


ข้อมูล : นิตยสารแพรว ฉบับ 953 เดือนธันวาคม 2562
ภาพจาก IG เพิ่มเติม : kugimiyas , keaw_jung

 

 

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

รวมเมคอัพสุดไฮแฟชั่นของ “ณเดชน์ คูกิมิยะ” ลงปกนิตยสารแพรว ฉบับธ.ค.62

ส่องเทรนด์เสริมความงาม เพราะยุคนี้แค่สะบัดแปรงแต่งหน้าอย่างเดียวอาจไม่พอ

สวยจับใจ “มิว-นิษฐา” กับเมคอัพโทนเรียบหรูในงานหมั้น

ทำทุกวันได้ผล! รวม 9 เคล็ดลับที่ “ควรทำ” และ “ไม่ควรทำ” สำหรับการมาสก์หน้า

รวม 11 ลุคเมคอัพ & ทรงผมของเจ้าสาวป้ายแดง “บี มาติกา” สวยหวานราวเจ้าหญิง

เป๊ะ! น้องฉัตร เมคโอเวอร์ช่างผมในทีม ลุค Zozibini Tunzi มิสยูนิเวิร์ส 2019

สูตรนี้ทำตามได้! ทริคหุ่นเป๊ะ ผิวสวยจาก “บิ๊นท์ สิรีธร” มิสอินเตอร์เนชั่นแนล 2019

ชุบชีวิตหนังศีรษะแห้งลอกด้วยทรีทเมนต์จาก “SUBLIMIC’ เพราะผมก็เหมือนผิวที่ต้องบำรุง

HOW TO แต่งหน้ากลบสิว และเทคนิคแต่งหน้าอย่างไร ไม่ให้สิวเห่อ!!

10 อันดับ นักแสดงหญิงเกาหลีใต้ที่สวยที่สุด จากผลโหวตบน Naver’s (네이버)

“พัฟฟ์ กัว” นักแสดงไต้หวัน หน้าคล้าย “ลิซ่า”, “พัคชินฮเย” และคนดังอีกหลายคน

เปิดวาร์ปบิวตี้ทริคผิวสวยใส ออร่าจับฉบับ “พัคชินฮเย” (Park Shin Hye)

สูตรนี้ทำตามได้! 5 วิธี ไดเอ็ท แบบธรรมชาติฉบับ Jun Ji Hyun ลดได้แน่นอน

รวมไอเดียเล็บสีเรียบ แต่สวยแรงของ “ฮยอนอา” ทาแล้วดูเป็นแฟชั่นนิสต้าตัวแม่

เปิดสูตรลดหุ่นของเซ็กซี่ควีน “ฮยอนอา” แบบไม่อดอาหาร และไม่เสียสุขภาพ

เซฟไอเดียทรงผมออกงานกว่า 20 สไตล์ของ “ดัชเชสเคท” สวยหรูดูแกลมมาก

เปิดสูตรไดเอตฉบับเร่งด่วนของ “ไอยู” ดมหรือกิน..ทำไมผอมจัง!

Aloha “ลิซ่า” อวดลุคทรงผม “แกละสองข้าง” ที่ริมชายหาดฮาวาย

สวยไม่หยุด! แง้มเคล็ดลับเมคอัพแสนละมุน และทริคเซฟหุ่นของ “พัคมินยอง”

 

 

 

ศิริลักษณ์ ผ่องโชค

4 ปีที่หายไป “ ศิริลักษณ์ ผ่องโชค ” เตรียมหวนคืนวงการหลังจบปริญญาเอก

อดีตนางเอกดังดีกรี (ว่าที่) ด็อกเตอร์ “ จอย –  ศิริลักษณ์ ผ่องโชค ” หลังหายหน้าจากจอแก้วไปนานถึง 4 ปี ล่าสุดเธอเตรียมหวนคืนวงการอีกครั้งหลังจากจบปริญญาเอก

หลังจากที่ฝากผลงานในละครเรื่อง “รับแซ่บ MY BOSS” เมื่อปี 2558 เธอก็หายหน้าหายตาไปเลย สำหรับอดีตนางเอกดัง “ จอย –  ศิริลักษณ์ ผ่องโชค ” นักแสดงสาวในความทรงจำของหลายคน จากผลงานที่มีชื่อเสียง อาทิ รักเดียวของเจนจิรา,  สาวน้อยคาเฟ่, ราชินีหมอลำ, เสน่ห์นางงิ้ว ฯลฯ ซึ่งล่าสุดเธอได้เปิดเผยกับ “แพรวดอทคอม” ขณะเดินทางมาโปรโมทธุรกิจใหม่ ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวแบรนด์ “จีวานี่” (Jivany) ว่าสาเหตุที่ไม่ค่อยได้ทำงานในวงการบันเทิงเท่าไหร่นั้น เนื่องจากเธอต้องทุ่มเทให้กับการเรียน ซึ่งในไม่ช้านี้เธอจะจบการศึกษาในระดับปริญญาเอก ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ายินดีมากเนื่องจากเธอทุ่มเทอย่างหนักมากๆ

ศิริลักษณ์ ผ่องโชค

หายหน้าจากหน้าจอโทรทัศน์ไปนานถึง 4 ปี หลายคนอยากรู้ว่าจอยหายไปทำอะไรมา?

“ก็เป็นช่วงที่จอยเรียนปริญญาโทกับปริญญาเอก”

แรงบันดาลใจอะไรที่ทำให้เราเลือกเรียนด้านอาชญาวิทยาและการบริหารงานยุติธรรม?

“จริงๆ ตอนปริญญาตรีจอยไม่ได้เรียนเกี่ยวกับด้านนี้เลย และไม่เคยคิดว่าในชีวิตจะมาในเส้นทางนี้ ด้วยความที่เราเองทำกิจกรรมเยอะเลยได้เจอคนที่หลากหลาย บางคนมีปัญหาเขามาปรึกษาเรา และด้วยความที่ชอบเห็นใจคนอื่น อยากเข้าใจคนอื่น ว่าทำไมเลือกแบบนั้น และเราเองก็รู้สึกอยากช่วยเขาอยากให้คำแนะนำเขา แต่การแนะนำแบบไม่มีทิศทางมันเสี่ยง จึงคิดว่าอันนี้เป็นอันที่หนึ่งที่เราต้องไปเรียนรู้หลักการของมันอย่างจริงๆ จังๆ บวกกับเรามองเห็นว่ามันมีช่องว่างของคนไม่เท่ากัน ทั้งๆ ที่มันควรจะเท่ากัน เราจึงอยากค้นหาว่าอะไรคือความยุติธรรม นิยามมันคืออะไร นิยามของใคร และเป็นแบบไหน เราก็รู้ว่าเราอยากเข้าไปรู้ในเรื่องนี้ เพื่อช่วยคนที่เขาเข้าไม่ถึงได้ พอคิดได้เราก็ลุยกับมันเลย เริ่มจากการลงเรียนปริญญาโทที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พอเรียนไป 2 ปีแรกความรู้สึกมันไวมากมันเหมือนฉันเพิ่งจะรู้ เหมือนเหล็กมันเพิ่งตีมันกำลังจะร้อน มันรู้สึกว่าเราต้องไปต่ออีก จึงตัดสินใจสอบเข้าไปเรียนในระดับปริญญาเอกต่อ”

ศิริลักษณ์ ผ่องโชค

ยากไหมสำหรับการเรียนในด้านนี้?

“ยากมากค่ะ อาจารย์เขาประเมินหลายอย่าง พอเข้าไปได้เลยคิดว่าจะต้องทำให้ดีที่สุด จึงทำให้ไม่ได้รับงานละครเลย เพราะอยากทุ่มเทกับตรงนี้ให้ดีที่สุดก่อน และเราเป็นประเภทที่ทุ่มอะไรก็ทุ่มอยู่อย่างนั้น ซึ่งมันเป็นข้อดีเวลาที่เราทำงาน เวลาที่เรารับงานเราก็จะทุ่ม ซึ่งมันเลยทำให้ผลงานที่ออกมามันดี พอมาเรียนก็เหมือนกันเราก็ทุ่มจนไม่ได้รับงานละครเลย”

ตอนนี้ใกล้จะจบแล้วหรือยัง?

“อันนี้คือจบแล้ว แต่ในหลักสูตรของมหาวิทยาลัยมหิดล มันต้องได้รับการตีพิมพ์ในต่างประเทศด้วย ตอนนี้เป็นช่วงของการนำเสนอให้ต่างประเทศตีพิมพ์ให้ ซึ่งสำนักพิมพ์ก็ต้องมีอยู่ในลิสต์ของมหาวิทยาลัยด้วย เลยจะค่อนข้างยากนิดหนึ่ง”

จากนี้เราจะผันตัวเองไปทำงานในด้านที่เรียนอย่างเต็มตัวเลยหรือเปล่า ?

“จริงๆ ทุกอย่างเราทำงานควบคู่กันได้ จอยมองว่าทุกคนมีไลฟ์สไตล์เป็นของตัวเอง อย่างเมื่อก่อนจอยทุ่มเทให้กับวงการมาเป็นสิบๆ ปี แล้วเบรกไปเรียน ตอนนี้มันถึงจุดที่อยากทำอะไรก็ทำแล้วเราแค่จัดสรรให้สมดุลกับชีวิต เช่น อยากมีเวลาดูแลคุณแม่เราก็ต้องจัด อยากมีเวลาลงละคร ลงประมาณไหนที่เรามีเวลาไปทำอย่างอื่นด้วย ไม่เครียดเกินไป สุขภาพโอเค อยากจะไปทำอะไรบ่อยๆ กับเพื่อนสายบุญเราก็มีเวลาไป  จะไปเที่ยวก็ไปในวัยที่เราแข็งแรงอยู่ รวมถึงการทำธุรกิจด้วย”

ดูเหมือนว่าพี่จอยเป็นหนึ่งในคนดังที่มักถูกชมเรื่องหน้าเด็กตลอด แม้ปัจจุบันจะอายุ 42 ปีแล้ว แต่ก็ยังเป็นผู้หญิงหลักสี่ที่สดใส?

“รู้สึกว่าต้องส่องกระจกแล้วบอกกับตัวเองว่า ใช่ใช่ไหม (หัวเราะ)”

พอได้รับคำชมเยอะๆ มันทำให้เรากดดันไหม?

“ไม่นะคะ เรารู้สึกว่าเราขอบคุณเป็นคำอวยพร ดีกว่าโดนทักว่าเธอหน้าเธอไปโดนอะไรมามันก็ไม่โอเคนะ แต่ทางกลับกันโดนชมทำไมหน้าเด็กจัง ยังสวยเหมือนเดิม เรารู้สึกว่ามีคนชอบ พอมีคนชอบเราก็รู้สึกว่ามันมีพลังบวก เวลาที่ใครจะสวยหรือทุกเพศทุกวัยเวลามันสวยจากความอิ่มใจข้างในมันมีความสุข”

ศิริลักษณ์ ผ่องโชค

อีกเรื่องที่หลายคนอยากรู้ก็คือ จะมีโอกาสกลับมาเล่นละครอีกไหม?

“จริงๆ ก็มีติดต่อมาเข้ามาเรื่อยๆ จอยมีผู้ใหญ่ที่หยิบยื่นโอกาสมาให้เพราะเขาอยากให้กลับมาปัง แต่ตอนนั้นถ้าเรียนไม่จบก็พัง ดังนั้นเรื่องปังเลยต้องเอาไว้ก่อน จึงต้องปฏิเสธผู้ใหญ่ไป อันนี้ต้องขอโทษจริงๆ เพราะการที่เราจะรับงานสักหนึ่งงานเราต้องมีความเต็มที่ ทุกครั้งที่มีผู้ใหญ่ติดต่อมาเราจะคิดจากตัวเราก่อนว่าเราเต็มที่ให้เขามากแค่ไหน ดังนั้นเหตุที่ไม่รับงาน เพราะกลัวว่าจะไม่เต็มร้อย แต่ตอนนี้ถ้าอะไรลงตัวก็คิดว่าน่าลงละคร เพราะเราเองยังรักในงานละครอยู่ รักบรรยากาศ อยากเจอเพื่อนในกอง”

ละครหลายเรื่องของพี่จอยถูกนำมารีเมค แต่เวอร์ชั่นที่พี่จอยแสดงก็ยังอยู่ในใจคนมากกว่า ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเท่าไหร่คนก็ยังคิดถึงเสมอ?

“ต้องขอบคุณมากๆ นะคะ อันนี้เป็นในมุมของคนที่ชอบเนอะ ทั้งบทและทีมตัวละครที่แตกต่าง ส่วนตัวจอยเองเวลาที่มีคนพูดถึงก็กลับไปดูผลงานเก่าของตัวเองเหมือนกัน คืออยากรู้ว่าเขาคิดถึงเราตอนไหน พอกดดูกลายเป็นติดไปเลย ดูตั้งแต่หนึ่งถึงจบเลย”

เอาเป็นว่าอ่านบทสัมภาษณ์นี้ให้คลายคิดถึงกันเล็กๆ น้อยๆ ไปก่อน เพราะเชื่อว่าหลังจบโปรเจ็กต์ปริญญาเอก นักแสดงสาวคนนี้คงมีผลงานมาฝากแฟนคลับที่ตั้งตารอคอยอย่างแน่นอน