รักได้แต่ต้องรักให้เป็น หากริจะรักผู้ชายเจ้าชู้ สาวๆ ต้องฝึกวิทยายุทธรับมือคาสโนว่า

บ่อยครั้งที่สาวๆ มักจะพบเจอกับผู้ชายที่หน้าตาดี ฐานะดี การงานดี เรียกได้ว่า “เพอร์เฟ็กต์สุดๆ” แต่สิ่งที่พ่วงมากับความดูดีเหล่านี้ก็คือกิตติศัพท์ในความเจ้าชู้ของเขา ถึงแม้จะได้ยินมาเยอะแต่พอรู้ตัวอีกทีก็ตกหลุมรัก ผู้ชายเจ้าชู้ ไปซะแล้ว สำหรับสาวคนไหนที่อยากท้าทายความสามารถตัวเองในการปลูกต้นรักกับคนเจ้าชู้ เรามีวิธีรับมือมาฝากกันค่ะ

คิดจะรักกับ ผู้ชายเจ้าชู้ สาวๆ ต้องรู้ทันและแก้เกมพ่อปลาไหลให้เก่ง

ผู้ชายเจ้าชู้
Photo by cottonbro from Pexels

1. ถามใจตัวเองก่อนว่า “ไหวหรือเปล่า?”

ก่อนจะพูดถึงการรับมือข้ออื่นๆ อยากให้คุณลองถามใจตัวเองดูซะก่อนว่า “คุณจะรับความเจ้าชู้ของเขาได้หรือไม่” คุณสามารถทำใจร่มๆ ได้หรือเปล่าเวลาที่เห็นเขาชายตามองสาวคนอื่น ถ้าคุณคิดว่าเรื่องแค่นี้คุณรับได้สบายมากก็สานต่อความสัมพันธ์ได้เลย แต่ถ้าคุณเป็นสาวโลกสวย อ่อนไหวง่าย อยากให้เขาจับจ้องสายตามาที่คุณแค่คนเดียว บอกได้เลยว่าถอยออกมาเถอะค่ะ อย่าไปฝืนคบเขาเลย ไม่อย่างนั้นตัวคุณเองนั่นแหละที่จะไม่มีความสุข

สำหรับใครที่กำลังจะตัดสินใจในขั้นนี้ขอให้คุณคิดและพิจารณาผู้ชายคนนั้นให้ดีว่าเขาแค่เจ้าชู้กรุ่มกริ่มแบบชอบมองสาวไปทั่วแต่ไม่คิดอะไรเกินเลย หรือว่าเป็นประเภทที่คบซ้อนซ่อนเงื่อนมีสาวในสต๊อกไว้คุยเป็นโหลๆ ถ้าเป็นอย่างแรกก็พอรับมือไหว แต่ถ้าเป็นอย่างหลังขอให้คิดดีๆ คิดเยอะๆ นะจ๊ะ

2. อย่าคาดหวังกับคนเจ้าชู้

ถ้าคุณตัดสินใจแล้วว่าผู้ชายคนนี้คุณ “เอาอยู่” และอยากจะลองรักกับหนุ่มเฟลิร์ทดูสักตั้ง คุณต้องบอกกับตัวเองว่า “อย่าตั้งความหวังในตัวเขามากจนเกินไป” เขาอาจจะพาคุณไปดินเนอร์ ดูหนัง หรือไปเที่ยว นั่นเป็นเรื่องปกติ แต่ถ้าเมื่อไหร่คุณเริ่มคาดหวังว่าเขาจะต้องดูแลคุณยามเจ็บป่วย หาหยูกยาอาหารมาป้อนให้ คอยอยู่ใกล้ดูแลไม่ห่างแล้วล่ะก็ ขอให้รู้ตัวไว้เลยว่าคุณเริ่มจะตั้งความหวังในตัวคนเจ้าชู้อย่างเขาสูงเกินไปแล้ว ระวังจะร้องไห้ช้ำใจเพราะเขาไม่เป็นอย่างที่คุณหวังไว้ก็แล้วกัน  (ถือว่าเตือนแล้วนะ!)

3. ชอบไม่ชอบก็บอกกันแล้วทำข้อตกลงซะ

แน่นอนค่ะว่าคนเราก็ต้องมีขอบเขตกันบ้าง ไม่ต้องทำตัวเป็นนางเอกแล้วแสร้งว่าฉันยอมได้ทุกอย่างหรอกนะ คุณควรจะบอกให้เขารู้ไปเลยว่าสิ่งไหนที่คุณรับได้และสิ่งไหนที่คุณรับไม่ได้ อย่างเช่น  คุณไม่ชอบให้เขารับโทรศัพท์ผู้หญิงคนอื่นต่อหน้าคุณ หรือคุณรับได้ถ้าเขาจะส่งสายตามองผู้หญิงคนอื่น แต่นั่นต้องไม่ใช่เวลาที่คุณทั้งคู่อยู่ด้วยกัน การทำข้อตกลงหรือเปิดใจถึงเรื่องเหล่านี้ตั้งแต่เริ่มต้นจะทำให้คุณทั้งคู่ได้รู้ว่าจะสามารถทำตามข้อตกลงของกันและกันได้หรือไม่ และถ้าทำไม่ได้คุณจะได้ถอนตัวถอนใจจากผู้ชายเจ้าชู้ทันเวลา

ผู้ชายเจ้าชู้
Photo by Andrea Piacquadio from Pexels

4. นิ่งเข้าไว้ ใจเย็นๆ อย่าหึงจนเลือดขึ้นหน้าเด็ดขาด

ถามตัวเองดูอีกครั้งว่า “คุณเป็นคนขี้หึงหรือเปล่า?” ถ้าคำตอบคือใช่ ผู้ชายเจ้าชู้ก็ไม่เหมาะจะเป็นคู่ควงของคุณหรอก เพราะแน่นอนว่าคุณจะต้องตามหึงตามหวงจนไม่เป็นอันทำอะไร คอยแต่จะเช็คข้อความ เช็คโทรศัพท์ของเขา รับรองว่าทั้งคุณและเขาจะไม่มีความสุขกับรักครั้งนี้แน่นอน

ในทางตรงกันข้ามถ้าคุณใจเย็นเป็นน้ำเย็น (น้ำแข็งได้ยิ่งดี) ไม่ว่าโทรศัพท์ของเขาจะดังสักกี่รอบ คุณก็ยังคงนิ่งและไม่สนว่าใครจะส่งข้อความมา ขอให้คุณรู้ไว้เลยว่าคุณทำถูกต้องแล้ว

5. “ผูกพัน” ได้แต่ไม่ใช่ “ผูกมัด”

เป็นเรื่องปกติที่คนเจ้าชู้มักจะไม่ชอบผูกมัดตัวเองกับใคร เพราะฉะนั้นการที่คุณจะพาเขาไปทำความรู้จักกับกลุ่มเพื่อนสนิทหรือพ่อแม่และคนในครอบครัวย่อมเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ยาก ยิ่งถ้าคุณกดดันแกมบังคับด้วยล่ะก็ บอกเลยว่าเขาคงไม่ชอบใจและพยายามถอยห่างจากคุณแน่นอน

ทางที่ดีให้เวลาได้ทำหน้าที่ของมันจะดีกว่า ปล่อยให้ความรักระหว่างคุณและเขาเติบโตขึ้นในแบบที่ควรจะเป็น ไม่เร่งรัดเขาจนเกินไป และถ้าวันหนึ่งเขามั่นใจว่าพร้อมจะหยุดที่คุณ เรื่องแบบนี้จะเกิดขึ้นเองแบบที่คุณไม่ต้องร้องขอเลย

6. อย่าปล่อยให้เขาเข้ามามีอิทธิพลกับคุณ

คิดจะคบกับคนเจ้าชู้คุณก็ต้อง “อยู่คนเดียว” ให้เป็นนะ อย่าไปยึดติดกับเขามากจนเกินไป ถ้าคุณมัวแต่คิดว่าเมื่อไหร่จะได้เจอกันอีก เมื่อไหร่จะได้ไปทานข้าวด้วยกันอีก หรือตอนนี้เขาจะอยู่ที่ไหน อยู่กับใคร ทำอะไรอยู่ และอีกสารพัดความคิดเกี่ยวกับเขามากมาย รับรองเลยว่าตัวคุณเองนั่นแหละที่จะกระวนกระวายจนไม่มีความสุข  คุณควรคิดไว้เสมอว่า ไม่มีเขาก็ไม่เป็นไรคุณก็อยู่ได้สบายมาก!

เขาว่ากันว่าคนเจ้าชู้ถ้าจะให้หยุดที่ใครสักคนก็คงจะยาก เอาเป็นว่าถ้าคุณลองทำตามวิธีเหล่านี้แล้วยังรู้สึกว่ารับมือไม่ไหว รักครั้งนี้กับคนเจ้าชู้มันยากและเหนื่อยเกินไปก็ถอยออกมาดีกว่า จะได้ไม่ต้องเสียใจและไม่เสียเวลาไปหาคนใหม่ที่รักเดียวใจเดียวอีกด้วย

ภาพ : pixabay.com

>> อ่านบทความเกี่ยวกับความรักและความสัมพันธ์เพิ่มเติม คลิกเลย <<

5 ข้อตกลง “ไม่ควรมี” ก่อนแต่งงาน ถ้าไม่อยากให้ชีวิตคู่ต้องอึดอัด

เราเคยแนะนำคุณผู้อ่านที่กำลังจะตัดสินใจแต่งงานกันแล้วว่า ก่อนที่คุณสองคนจะเซย์เยสใช้ชีวิตคู่ พวกคุณควรจะพูดคุยและมีข้อตกลงกันให้ชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องลูก เรื่องเงิน และการวางแผนชีวิตและครอบครัวอีกจิปาถะ แต่! มันก็ยังมีบางเรื่อง ก่อนแต่งงาน ที่ต้องละไว้ในฐานที่เข้าใจกันสองคน ไม่จำเป็นต้องหยิบยกมาให้เป็นเรื่องเป็นราวจริงจัง ไม่เช่นนั้นชีวิตคู่ของคุณคงอึดอัดไม่น้อย

1. ตั้งเวลากลับบ้านแบบเป๊ะๆ

เรามักจะเห็นกันตามละครหลังข่าวหรือมุกตลกในหนังสือการ์ตูนที่เหล่าภรรยาจะตั้งเวลากลับบ้านให้กับสามี เช่น เลิกงานปุ๊บต้องกลับบ้านปั๊บ ห้ามเถลไถลไม่เกิน 6 โมงเย็น! หากกลับหลังจากนั้นคุณภรรยาจะยืนถือสากกะเบือหรือไม้กอล์ฟคอยท่าที่หน้าประตู! แหมม…คุณค่ะ สามีก็คนนะคะ ไม่ใช่นาฬิกาปลุกที่จะให้เขาตามเวลาเป๊ะๆ บางวันเขาอาจต้องทำโอทีหรือสังสรรค์กับเพื่อนร่วมงานบ้าง ถ้ามัวแต่คอยจับผิด โทรจิกโทรตามให้กลับบ้านตรงเวลาแบบนี้ก็คงจะอึดอัดและทะเลาะกันได้ง่ายๆ

2. ต้องเก็บเงินที่ฉันทั้งหมด เดี๋ยวจะแบ่งให้ใช้รายวัน

ข้อนี้แพรวเวดดิ้งเจอมากับคนใกล้ชิดค่ะ โดยมักจะเป็นการตกลง (แบบที่สามีรู้เท่าไม่ถึงการณ์) กันก่อนแต่งงานว่า เมื่อแต่งไปแล้วจะต้องรวมเงินเป็นกระเป๋าเดียวกัน แล้วต้องให้ภรรยาดูแลเงินทั้งหมด แบบนี้ถ้าภรรยาเก็บเงินเก่ง ใจดี และไม่ขี้เหนียวจนเกินไป คุณสามีก็ยังพอใช้เงินได้แบบสบายๆ แต่ถ้าบางบ้านภรรยาขี้เหนียวมากๆ แบ่งเงินให้ใช้วันละ 200-300 บาท แบบนี้สามีคงต้องส่ายหน้า เพราะแค่ค่าน้ำมันรถไปทำงาน ค่ากิน ค่ากาแฟก็แทบจะไม่พอแล้ว! ถ้าเป็นแบบนี้นานๆ คุณสามีคงออกอาการเบื่อหน่ายแน่นอน

3. ใจกว้างยอมให้เขาเที่ยวอาบ อบ นวด (นาบ)

อีกหนึ่งวิธีเด็ดที่สาวๆ หลายคนใช้ปราบพยศผู้ชายเจ้าชู้ด้วยการทำตัวใจกว้างยอมให้เขาเที่ยวกลางคืนได้ เพียงเพราะหวังว่าเขาจะเกรงใจและหยุดพฤติกรรมเจ้าชู้ที่เคยทำ (ทำตัวเหมือนเป็นเมียหลวงที่ดี) โดยยื่นข้อเสนอว่า “อยากจะเที่ยวก็ได้นะ แต่ต้องใส่ถุงยางทุกครั้ง” แหม…แล้วจะรู้ได้ยังไงละคะว่าเขาใช้ condom ทุกครั้งจริงเหรอเปล่า! แพรวเวดดิ้งขอฟันธงเลยว่า 90 % ของคู่สามีภรรยาที่ตกลงกันแบบนี้ก่อนแต่งมักจะต้องแยกทางกันชัวร์! เพราะคงไม่มีใครที่ไหนทนเห็นสามีเที่ยวกลางคืน (กับผู้หญิง) ไปได้ตลอดรอดฝั่งหรอกค่ะ เพราะฉะนั้นอย่าคิดจะทำข้อตกลงแบบใจกว้างเป็นแม่น้ำอย่างนี้เลย เชื่อเหอะ!

4. กำหนดแบบตายตัวว่าบ้านนี้ 3 วัน บ้านนั้น 4 วัน!

จุ๊ๆๆ บ้านนี้กับบ้านนั้น แพรวเวดดิ้งไม่ได้หมายถึงบ้านเมียหลวงกับบ้านเมียน้อยนะคะ ฮ่าๆ แต่กำลังพูดถึงเรื่องที่พักอาศัยในกรณีที่คู่สามีภรรยาต้องแยกบ้านกันอยู่เนื่องจากเหตุผลต่างๆ อย่างเช่น บ้านอยู่ไกลจากที่ทำงาน หรือต้องไปทำงานที่ต่างจังหวัด เป็นต้น ในกรณีแบบนี้คงต้องอาศัยความเข้าอกเข้าใจและไว้ใจกันให้มาก อาจไม่สามารถกำหนดตายตัวได้ว่าต้องกลับมาบ้านนี้ 3 วัน แล้วต้องไปอยู่ที่อีกบ้านหนึ่ง 4 วัน แบบนี้นอกจากจะเหนื่อยกับการทำงานแล้ว ยังต้องเหนื่อยเดินทางอีกด้วยนะ แต่ก็ใช่ว่าจะกำหนดวันอยู่บ้านไม่ได้เลย จริงๆ แล้วสามารถกำหนดได้นะคะ แต่ในบางครั้งก็ต้องมีหยวนๆ กันบ้างถ้าเกิดว่าเขาติดงานหรือติดธุระสำคัญ ซึ่งมันอาจจะไม่ได้ตรงวันเป๊ะๆ หรือถ้าจะให้ดีก็สลับกันไปสลับกันมา แบบนี้น่าจะเวิร์ก!

5. แบ่งแยกอำนาจกันอย่างชัดเจน!

มีหลายครอบครัวที่มักจะตกลงกันว่า เรื่องในบ้านภรรยาเป็นใหญ่ ส่วนเรื่องนอกบ้านต้องยอมให้คุณสามีเป็นใหญ่ แบบนี้ก็คงจะดูแปลกๆ ไปหน่อยนะคะ เพราะถ้าอยู่ในบ้านคุณสามีอาจจะเกิดอาการอึดอัดขัดใจ จะทำอะไรแต่ละอย่างก็ไม่สบายตัว หรือพอออกนอกบ้านคุณภรรยาก็ต้องคอยแต่จะเป็นช้างเท้าหลัง ออกสิทธิ์ออกเสียงอะไรก็ลำบากเต็มที ถ้าจะให้ดีแพรวเวดดิ้งคิดว่ากระจายอำนาจ 50-50 หรือตามแต่ความเหมาะควรของสถานการณ์จะดีกว่า อย่าลืมนะคะว่านี่คือครอบครัว ไม่ใช่การเมืองนะจ๊ะ อิอิ!

แน่นอนว่าก่อนแต่งงานคุณและคนรักคงมีเรื่องราวมากมายให้ตกลงและทำความเข้าใจกันเยอะแยะ แต่ 5 เรื่องที่แพรวเวดดิ้งกล่าวมาข้างต้นนั้น หลายคู่รักมักจะทำไม่ได้ตามที่ตั้งไว้ จนบางครั้งเลยเถิดไปถึงขั้นทะเลาะกันใหญ่โตเลิกราหย่าร้างไปก็หลายคู่ เพราะฉะนั้น จะตกลงหรือสร้างข้อกำหนดอะไรในการใช้ชีวิตร่วมกันก็ขอให้ดูความเหมาะสม ไลฟ์สไตล์ และหน้าที่การงานของแต่ละคนด้วยนะจ๊ะ

ภาพ : www.kirkcameron.com

>> อ่านบทความเกี่ยวกับความรักและความสัมพันธ์เพิ่มเติม คลิกเลย <<

6 โมเม้นต์ วิลเลียม-เคท หวนระลึกถึงคู่ ‘เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์-เจ้าหญิงไดอานา’

หลังจากเจ้าชายวิลเลี่ยม องค์รัชทายาทลำดับที่ 2 แห่งราชวงศ์อังกฤษ เข้าพิธีเสกสมรสกับ เคท มิดเดิลตัน และทรงใช้ชีวิตคู่ร่วมกันในฐานะ ดยุกและดัชเชสแห่งเคมบริดจ์ ทั้งสองพระองค์ได้แสดงความเคารพและระลึกถึง เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์-ไดอานา เจ้าหญิงแห่งเวลล์ ในหลาย ๆ ครั้ง และหลาย ๆ โอกาส

นอกจากนี้ พระอิริยาบท พระจริยาวัตร และองค์ประกอบต่าง ๆ ที่ทั้งสองพระองค์ทรงดำเนินในชีวิตประจำวัน ยังย้อนให้นึกถึงภาพของเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ และเจ้าหญิงไดอานา อย่างปฏิเสธไม่ได้

นับตั้งแต่พิธีหมั้น ชุดของดัชเชสเคท เป็นชุดสีน้ำเงินเข้ม navy blue เช่นเดียวกับสีชุดในพิธีหมั้นของเจ้าหญิงไดอานา หลังจากดัชเชสเคททรงมีพระประสูติกาลพระโอรส ทรงฉลองพระองค์ด้วยชุดสีฟ้าลายจุด polka dot ที่สั่งตัดพิเศษ ออกมาจากโรงพยาบาลเพื่อทักทายกับสื่อที่มาเฝ้ารอคอยรายงานข่าว เช่นเดียวกับเจ้าหญิงไดอานา ที่ทรงเลือกฉลองพระองค์เป็นชุดเดรสลายจุด polka dot สีน้ำทะเลจากแบรนด์ Catherine Walker และทรงอุ้มเจ้าชายวิลเลียม ออกมาปรากฏกายเป็นครั้งแรก

เคท มิดเดิลตัน

นอกจากนี้ ฉลองพระองค์ของเจ้าชายจอร์จ พระโอรสองค์โต ยังมีสไตล์คล้ายกับฉลองพระองค์ของเจ้าชายวิลเลียม เมื่อทรงพระเยาว์ รวมถึงการปฏิบัติพระกรณียกิจต่างๆ อย่างการเสด็จเยือนประเทศอินเดีย และราชอาณาจักรภูฏาน ซึ่งทั้งสองพระองค์ได้เสด็จเยือนสุสานหินอ่อน ทัชมาฮาล อนุสรณ์สถานแห่งความรัก ซึ่งนับเป็นการเสด็จตามรอยเจ้าหญิงไดอานา ที่เคยเสด็จเยือนมาก่อนแล้วในปี 1992

6 โมเม้นต์ของ เจ้าชายวิลเลียม และ เคท มิดเดิลตัน ดัชเชสแห่งเคมบริดจ์ ที่ทำให้หวนระลึกถึงคู่พระบิดา พระมารดา ‘เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์-ไดอานา เจ้าหญิงแห่งเวลล์’

1. พระฉายาลักษณ์วันพิธีหมั้น

เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ยืนควงแขนเลดี้ไดอานา สเปนเซอร์ ซึ่งเป็นพระคู่หมั้นในขณะนั้น บริเวณหน้าพระราชวังบักกิงแฮม โดยเจ้าหญิงไดอานาทรงอยู่ในฉลองพระองค์สีน้ำเงิน Navy Blue ในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 1981

ขณะที่ในวันพิธีหมั้นของเจ้าชายวิ ลเลียม และแคเธอรีน มิดเดิลตัน ในวันที่ 16 พฤศจิกายน 2010 ดัชเชสเคททรงฉลองพระองค์ในชุดเดรสสี navy blue เช่นเดียวกัน พระฉายาลักษณ์นี้ ฉายบริเวณหน้าพระตำหนักเซนต์เจมส์ ในกรุงลอนดอน โดยเจ้าชายวิลเลี่ยมและดัชเชสเคทเคท ทรงยืนควงแขนกันในพระอิริยาบทเดียวกันกับคู่ของพระบิดาและพระมารดา

2. ทรงจุมพิศขณะเสด็จออกสีหบัญชร บริเวณพระเบียงมุข พระราชวังบักกิงแฮม

เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 1981 เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ และเจ้าหญิงไดอานา เสด็จออกสีหบัญชร บริเวณพระเบียงมุข พระราชวังบักกิงแฮม และทรงจุมพิศกันท่ามกลางการร่วมแสดงความยินดีของคนทั้งโลก

เคท

เช่นเดียวกับ เจ้าชายวิลเลียม และดัชเชสเคทเคท ที่เสด็จออกสีหบัญชร และทรงจุมพิศอย่างหวานชื่น บริเวณระเบียงมุข พระราชวังบักกิงแฮม หลังพระราชพิธีเสกสมรส โดยมีพสกนิกรชาวอังกฤษ พร้อมประชาชนทั่วโลกที่ชมการถ่ายทอดสดร่วมเป็นสักขีพยาน ในวันที่ 29 เมษายน 2011

3. โบกพระหัตถ์ทักทายพระสกนิกร

เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ และเจ้าหญิงไดอานา โบกพระหัตถ์ทักทายพสกนิกรที่มาร่วมแสดงความยินดี บริเวณด้านหน้าพระราชวังบักกิงแฮม เนื่องในพิธีอภิเสกสมรส ในวันที่ 29 กรกฎาคม 1981

เคท

ส่วนเจ้าชายวิลเลียม และดัชเชสเคทเคท ก็ทรงโบกพระหัตถ์ทักทายพสกนิกรในวันเสกสมรสเช่นกัน บริเวณด้านหน้าพระราชวังบักกิงแฮม เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2011 เช่นกัน

4. วันเสด็จออกจากโรงพยาบาล หลังมีพระประสูติกาลพระโอรสองค์แรก

เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ และเจ้าหญิงไดอานา เสด็จออกจากโรงพยาบาลเซ็นต์แมรี่ ในกรุงลอนดอน เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 1982 หลังเจ้าหญิงไดอานา ทรงมีพระประสูติการเจ้าชายวิลเลียม พระโอรสองค์แรก โดยทั้งสองพระองค์ทรงกำลังช่วยกันอุ้มประคองพระโอรสอย่างทะนุถนอม

ส่วนในวันที่ 23 กรกฎาคม 2013 เจ้าชายวิลเลียม และดัชเชสเคท ก็เสด็จออกจากโรงพยาบาลเซ็นต์แมรี่ ในกรุงลอนดอน หลังทรงมีพระประสูติการเจ้าชายจอร์จ พระโอรสองค์แรกเช่นเดียวกัน โดยทรงมีพระอิริยาบทที่คล้ายคลึงกัน คือการช่วยประคองพระโอรสอย่างทะนุถนอม นอกจากนี้ ดัชเชสเคทยังฉลองพระองค์ด้วยชุดเดรสสีฟ้าลายจุด polka dot คล้ายกับเจ้าหญิงไดอานาในวันดังกล่าวด้วย

5. พ่อลูกคู่เหมือน…เจ้าชายจอร์จ ฉลองพระองค์คล้ายพระบิดา

ในวันที่ 16 กันยายน 1984 เจ้าชายวิลเลียม ฉลองพระองค์ในชุดสุดน่ารัก เสื้อสีชาว กางเกงสีแดง พร้อมสวมถุงเท้า และรองเท้าสีดำ เสด็จไปยังโรงพยาบาลเซ็นต์แมรี่ ในกรุงลอนดอน หลังเจ้าหญิงไดอานา พระมารดา เพิ่งมีพระประสูติการเจ้าชายแฮร์รี่ ส่วนในวันที่ 5 กรกฎาคม 2015

เคท

เจ้าชายจอร์จ พระบิดาในเจ้าชายวิลเลียม ทรงฉลองพระองค์ในชุดแบบเดียวกันกับพระบิดาเมื่อยังทรงพระเยาว์ เป็นเสื้อสีขาว กางเกงสีแดง พร้อมสวมถุงเท้า และรองเท้าสีดำ เสด็จร่วมพิธีศีลจุ่มของเจ้าหญิงชาร์ลอตต์ พระขนิษฐา ที่โบสถ์เซ็นต์แมรี่ แม็กดาลีน ในเขตพระตำหนักซานดริงแฮม

6. อิริยาบทคล้ายกันทั้งพระบิดาและพระโอรส ตั้งแต่สมัยนั้นถึงสมัยนี้

พระฉายาลักษณ์เก่า ๆ ที่เคยฉายไว้ ปรากฎให้เห็นอิริยาบทที่แสนจะคล้ายคลึงกันสุด ๆ โดยในวันที่ 6 มิถุนายน 1984 เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ ได้ทรงอุ้มเจ้าชายวิลเลียม ไว้ข้างลำตัวขณะทอดพระเนตรพิธีสวนสนาม จากระเบียงมุข พระราชวังบักกิงแฮม

เคท

ส่วนในวันที่ 13 มิถุนายน 2015 ที่ผ่านมา เจ้าชายวิลเลียม ก็ทรงอุ้มเจ้าชายจอร์จไว้ข้างลำตัว ขณะทอดพระเนตรพิธีสวนสนามเช่นเดียวกัน และอีกประการคือชุดที่สวมใส่ของเจ้าชายวิลเลียมเมื่อทรงพระเยาว์ กับชุดของเจ้าชายจอร์จ ยังมีสีและสไตล์ละม้ายคล้ายกันอีกด้วย


ยลโฉมเครื่องประดับสุดรักของ เจ้าหญิงไดอานา ที่เคท-เมแกนชอบใส่เป็นประจำ

5 อันดับราชนิกุลผู้มี ‘ใบหน้าสัดส่วนทองคำ’ ไดอานา อันดับ 1 เมแกน ชนะเคท

ดัชเชสเคท ราชวงศ์องค์ถัดไปที่จะใช้พระยศ “เจ้าหญิงแห่งเวลล์” ต่อจากไดอานา

 

 

 

ผ้าไทย

ผ้าไทย แมทช์ยังไงก็งาม! ส่องแก๊งลูกเจี๊ยบ ไปวัดสวยๆ ดูดีอย่างมีสไตล์

หวานละมุนยกทีม! แก๊งลูกเจี๊ยบ นำทีมโดย บัว-นลินทิพย์ ,โม-มนชนก ,พรีม-รณิดา ,เปรี้ยว-ทัศนียา ,พัดพัด-รัตน์ฟ้า ,แพรว-จรัสพิมพ์  พร้อมใจใส่ ผ้าไทย ไปทำบุญ งดงามอย่างมีสไตล์

ก๊วนนางเอกสาวสวย บัว-นลินทิพย์ สกุลอ่องอำไพ, โม-มนชนก แสงฉายเพียงเพ็ญ, พรีม-รณิดา เตชสิทธิ์, เปรี้ยว-ทัศนียา การสมนุช, พัดพัด-รัตน์ฟ้า ไชยชื่นจิตต์ และเมคอัพอาร์ติสสาวเก่ง แพรว-จรัสพิมพ์ อิทธิธนากร ขอจัดหนักจัดเต็ม ตื่นตั้งแต่เช้าตรู่ แต่งองค์ทรงเครื่องด้วยชุดผ้าไทย มาร่วมทำบุญไหว้พระเนื่องในวันคล้ายวันเกิด พี่แพร-ภรณ์มณี เมษสิทธิ์สิริ ผู้จัดการส่วนตัว ที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม (วัดพระแก้ว) ซึ่งแต่ละคนแมทช์ลุคออกมาได้อย่างสุภาพและงดงามสุดๆ  บอกเลยว่าเทรนด์ผ้าไทยใส่ยังไงก็ไม่มีเอ้าต์

ผ้าไทย

ซึ่งสาวโมได้พูดถึงธีมการแต่งกายในวันนี้ว่า “ผ้าไทยเป็นภูมิปัญญาของคนไทย ถือเป็นมรดกที่ส่งต่อและพัฒนาสืบต่อกันมายาวนาน ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน  คนไทยจำนวนมาก และชาวต่างชาติที่มาท่องเที่ยวที่บ้านเรา เมื่อได้รู้จักก็ล้วนหลงใหลในความปราณีตและสวยงามของผ้าไทย ไม่ว่าจะเป็นผ้าไหม ผ้าฝ้าย ผ้าทอพื้นเมือง หรือผ้าซิ่น โมเองก็อยากจะเป็นส่วนหนึ่งในการสืบทอดความสวยงามของผ้าไทยนี้ให้อยู่คู่กับคนไทยไปนานๆ ด้วยการสนับสนุนและเลือกสวมใส่เสื้อผ้าที่ทำจากผ้าไทยในชีวิตประจำวัน หรือในโอกาสต่างๆ ให้มากขึ้นค่ะ”

ขณะที่เปรี้ยวให้ความเห็นว่า  “พอรู้ว่ามีโอกาสจะได้มาทำบุญไหว้พระที่วัดพระแก้ว ซึ่งเป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองที่เก่าแก่และสวยงาม มีเปรี้ยวกับเพื่อนๆ ก็นัดกันเลยว่า จะใส่ชุดผ้าไทยมาถ่ายรูปกัน เป็นการแต่งกายที่เหมาะสมกับสถานที่ รูปถ่ายที่ได้ก็สวย ผ้าไทยของเราสวยมาก และสามารถนำมาประยุกต์ออกแบบตัดเย็บให้ดูร่วมสมัยเพื่อใส่ในชีวิตประจำวันได้ อีกทั้งบ่งบอกถึงเอกลักษณ์ความเป็นไทย ที่ไม่เหมือนใครด้วยค่ะ”

เอาเป็นว่างานนี้สิบปากว่า ไม่เท่าตาเห็น เลยขอประมวลภาพถ่ายสาวๆ ในชุดผ้าไทยสวยๆ มาฝากทุกคน บอกเลยว่างดงามทรงคุณค่าจริงๆ ค่ะ

บัว-นลินทิพย์ สกุลอ่องอำไพ

โม-มนชนก แสงฉายเพียงเพ็ญ

พรีม-รณิดา เตชสิทธิ์

เปรี้ยว-ทัศนียา การสมนุช

พัดพัด-รัตน์ฟ้า ไชยชื่นจิตต์

เมคอัพอาร์ติสสาวเก่ง แพรว-จรัสพิมพ์ อิทธิธนากร


สามารถติดตามอ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติมได้ที่นี่

สวยหรู คุณหนูสายบุญ ‘เกรซ กาญจน์เกล้า’ ในเดรสผ้าไทยราคาแค่ 2 พันบาท!

จากฉลองพระองค์ สมเด็จพระพันปีหลวง รังสรรค์สู่ ชุดไทยจิตรลดา สาวงาม MUT

ชุดไทย สายกูตูร์! ส่องลุคสวยทำบุญราคาหลักแสนของเหล่าคนดัง

มีคุณค่าทางจิตใจ! เปิด 14 อันดับไอเท็มหรูของไอดอลเกาหลี ที่ราคาแพงที่สุด

มีคุณค่าทางจิตใจ! เปิด 14 อันดับไอเท็มหรูของไอดอลเกาหลี ที่ราคาแพงที่สุด

รายการดังเกาหลีใต้ เปิดเผย 14 อันดับไอเท็มหรูของ ไอดอลเกาหลี ที่มีราคาแพงที่สุด บางชิ้นมูลค่าสูงจนสามารถซื้อรถยนต์ตัวท็อปได้เลย

เมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา รายการ TMI NEWS ได้ทำสกู๊ปรวบรวมของมีค่าราคาแรงที่ไอดอลเกาหลีเป็นเจ้าของ โดยจัดมาทั้งหมด 14 อันดับด้วยกัน ในรายการยังเผยด้วยว่าบางไอเท็มมีมูลค่าสูงจนสามารถซื้อรถยนต์รุ่นดีๆ สักคันได้เลย และจากสกู๊ปที่ทีมงานนำเสนอ ทำเหล่าพิธีกรต้องร้องว้าว! ตลอดทั้งรายการ รวมถึงกลุ่มแฟนคลับของศิลปินที่ได้รับชมสกู๊ปตัวนี้ ก็อึ้งไปตามๆ กัน

แต่อยากจะบอกว่า นอกจากสินค้ามูลค่าหลักแสนหลักล้านจะเป็นการซื้อความสุขให้ตัวเอง หลังจากทำงานมาอย่างเหน็ดเหนื่อยของศิลปินแล้ว ก็ยังมีอีกหลายไอเท็มที่กลุ่มแฟนคลับตั้งใจมอบให้ศิลปินคนโปรดเป็นของขวัญเนื่องในโอกาสพิเศษ โดยเฉพาะวันเกิดที่มักจะมีมหกรรมการเปย์ของแฟนคลับแต่ละบ้าน ซึ่งไอเท็มเหล่านี้เป็นที่ชื่นชอบของไอดอลไม่น้อย หรือไม่ก็เป็นของที่ทางแบรนด์ส่งให้ เพราะได้ร่วมงานกัน

เรามาเช็คกันดูว่าใน 14 อันดับที่รายการ TMI NEWS จัดมา จะมีไอดอลคนไหนบ้าง และของแต่ละชิ้นจะราคาแรงขนาดไหน ซื้อรถยนต์ได้จริงเหรอ? พูดเว่อร์เกินไปหรือเปล่า

มีคุณค่าทางจิตใจ! เปิด 14 อันดับไอเท็มหรูของไอดอลเกาหลี ที่ราคาแพงที่สุด

ไอดอลเกาหลี
อันดับ 14 ฮยอนอา : นาฬิกา Rolex ที่เธอซื้อเป็นไอเท็มคู่ให้กับตัวเองและแฟนหนุ่ม ราคาประมาณ 200,000 บาท
อันดับ 13 นาอึน Apink : กระเป๋า Chanel 2.55 Flap Bag ราคาประมาณ 230,000 บาท ซึ่งนาอึนเป็นแฟนชาเนลตัวยงเลยล่ะ ยังมีกระเป๋าของแบรนด์นี้อีกเพียบ!
ไอดอลเกาหลี
อันดับ 12 ซูจี : กระเป๋า Mini Lady Dior Art ราคาประมาณ 280,000 บาท ซูจีถือกระเป๋าใบนี้เข้าร่วมงานอีเว้นท์ในฐานะ Spokesperson ของดิออร์
อันดับ 11 บ๊อบบี้ iKON : นาฬิกาแบรนด์หรู Piaget ราคาประมาณ 370,000 บาท บ๊อบบี้ใส่นาฬิกาเรือนนี้เพื่อเข้าร่วมงานอีเว้นท์ของแบรนด์
ไอดอลเกาหลี
อันดับ 10 ทิฟฟานี่ : นาฬิกา Rolex รุ่น Lady Datejust Oyster 28 ราคาประมาณ 390,000 บาท ทิฟฟานี่เป็นอีกคนที่มีเครื่องประดับและไอเท็มราคาแรงอยู่เยอะมาก แม้กระทั่งเคสมือถือยังเป็นของ Louis Vuitton
อันดับ 9 ฮาซองอุน : นาฬิกา Rolex รุ่น Submariner Date ราคาประมาณ 450,000 บาท เป็นไอเท็มที่กลุ่มแฟนคลับมอบให้เป็นของขวัญวันเกิด
อันดับ 8 เจสสิก้า : กระเป๋า Hermes Birkin ราคาประมาณ 690,000 บาท และนี่เป็นเพียงแอร์เมสใบหนึ่งจากคลังกระเป๋าของเธอเท่านั้น!
อันดับ 7 คังแดเนียล : นาฬิกา Vacheron Constantin รุ่น Overseas Chronograph ราคาประมาณ 990,000 บาท ซึ่งแฟนคลับมอบให้เป็นของขวัญ
อันดับ 6 ลิซ่า Blackpink : นาฬิกา Rolex รุ่น Datejust 31 ราคาประมาณ 1,030,000 บาท เป็นนาฬิกาอีกหนึ่งเรือนจาก Rolex ที่ลิซ่าชื่นชอบและใส่บ่อยมากๆ
อันดับ 5 ซิโค่ Block B : นาฬิกา Rolex 2 เรือน ราคาประมาณ 1,200,000 บาท โดยซิโค่ใส่ออกรายการวาไรตี้ Knowing Bros ของเกาหลีใต้ ทำเหล่าพิธีกรอึ้งไปเลย
ไอดอลเกาหลี
อันดับ 4 คิมนัมจุน BTS : นาฬิกา Patek Philippe รุ่น Nautilus 5712r ราคาประมาณ 2.4 ล้านบาท ซึ่งนัมจุนเป็นอีกคนที่โปรดปรานนาฬิกามาก นอกจาก Patek Philippe เขายังมีนาฬิกาแบรนด์ดังอีกหลายเรือน
อันดับ 3 ชานยอล Exo : นาฬิกา Rolex รุ่น Daytona Platinum Ice Blue ราคาประมาณ 3.1 ล้านบาท ไอเท็มชิ้นนี้แฟนคลับมอบให้เป็นของขวัญ
อันดับ 2 ไอรีน Red Velvet : สร้อยเพชร Damiani ราคาประมาณ 7 ล้านบาท! ไอรีนได้รับการสนับสนุนคอลเล็คชั่นเครื่องเพชร เนื่องจากเป็นมิวส์คนแรกของเอเชียให้กับแบรนด์ Damiani
อันดับ 1 จี-ดรากอน : นาฬิกาของจีดีเป็นสินค้าที่แพงที่สุดจากแบรนด์ Richard Mille ราคาประมาณ 15 ล้านบาท!!! เป็นรุ่นลิมิเต็ดที่ตอนนี้ไม่สามารถหาซื้อได้แล้ว

กว่าจะไล่มาถึงอันดับ 1 เกือบหัวใจวายเลยทีเดียว เพราะแค่เริ่มต้นก็ปาไปแล้ว 2 แสนบาท แต่ถึงจะเป็นข้าวของที่ราคาสูงยิ่งกว่ากำแพง เหล่าไอดอลก็ใช้งานอย่างคุ้มค่า ถือเป็นของขวัญชิ้นพิเศษที่มอบให้ตัวเอง หรือจะเป็นสิ่งที่คนอื่นมอบให้ ก็ล้วนมีความหมายและมีคุณค่าทางใจทั้งนั้น


ที่มา : Mnet TMI NEWS

ภาพ : [email protected] , IG@lalalalisa_m , IG@hyunah_aa , MoneyS , Limittender , Lizahasavona , Twitter@EXOXOXOID , DIVERSE CHANYEOL , [email protected] , Korea Press

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

สวยจบในชิ้นเดียว! แฟชั่นจั๊มสูท เทรนด์ที่สุภาพสตรีในราชวงศ์ต่างประเทศชื่นชอบ

เจ้าพ่อซูเปอร์แบรนด์ บาส-นิติ DIY หน้ากากจากผ้าแอร์เมส-ชาเนล พร้อมทำบริจาค

เปิดห้องเสื้ออีกครั้ง! Dior ผลิตหน้ากากอนามัย มอบให้บุคลากรทางการแพทย์

ไปให้สุดค่ะแม่! แฟชั่น STAYHOME ฉบับ ‘วทานิกา’ ดีไซเนอร์สุดแซ่บ

หล่อมาดนายแบบ! ‘เกาเหว่ยกวง’ หรือ ‘มหาเทพตงหัว’ กับแฟชั่นมิดชิดช่วงโควิด-19

เหตุใด ดัชเชสเคท แต่งตัวผ่อนคลายขึ้น หลัง เมแกน ออกจากการเป็นราชวงศ์ชั้นสูง

ถูกวิจารณ์เยอะเกินพอดี! คอสตูม ดั่งดวงหฤทัย ไม่เรียบง่ายตามบทนิยาย

บลิ๊งค์ขอความเท่าเทียม! สปอร์ตแบรนด์ดังตัดภาพ จีซู BLACKPINK บนเว็บไซต์จีน

#ดูเอาเถิด ลุคเข้าสวน-ทำครัวของ เจ้าแม่แฟชั่น ‘ชมพู่ อารยา’

เปลี่ยนลุคเหมือนลดอายุ! ซงฮเยคโย ถ่ายแฟชั่นเซ็ตรับซัมเมอร์

ปกป้องตัวเองแบบมีสไตล์! 9 แบรนด์ไทยโชว์ไอเดียออกแบบ หน้ากากผ้า

แม่จีนเปย์ไม่พัก! จัดแบรนด์เนมหรูให้ ‘ลิซ่า’ ฉลองวันเกิด 23 ปี

Burberry ดัดแปลงโรงงานในอังกฤษ ผลิตชุดคลุมและหน้ากาก มอบทางการแพทย์

แบรนด์ไทย NARONG ออกแบบหน้ากากอนามัย สวยแถมซักได้ในราคาหลักร้อย

สวยใจบุญ ‘ศรีริต้า’ แจกหน้ากากอนามัย 5 พันชิ้น ได้แรงสนับสนุนจากแบรนด์ไทย

ลุคเรียบง่ายแค่หลักพัน ‘ดัชเชสเคท’ เข้าเยี่ยมเจ้าหน้าที่สุขภาพในวิกฤต COVID-19

มัดรวมไอเท็มกู้ผิวอ่อนแอ สำหรับ 3 สภาพผิว ใครมีปัญหาไหน ตามมาดูกัน!

สาวๆ ที่กำลังเผชิญปัญหาผิวอ่อนแอต้องรู้! Cetaphil ไม่ได้มีแค่คลีนเซอร์ที่เป็นไอเท็มยอดฮิตเท่านั้น แต่ยังมีอีกหลายไอเท็มที่ดีงามต่อผิวแบบครบเซ็ต ตั้งแต่ล้าง บำรุง ไปจนถึงปกป้อง ซึ่งพร้อมดูแลทุกสภาพผิว

Cetaphil

หากจะพูดถึงปัญหาผิวของสาวๆ ยุคนี้ ก็ต้องบอกเลยว่าสาหัสจริงๆ ด้วยสารพัดมลภาวะที่ถาโถมกระหน่ำแบบไม่พัก ไม่ว่าจะเป็น แสงแดด ฝุ่นควัน หรือความเครียด ที่ล้วนเป็นต้นเหตุของปัญหาผิวอ่อนแอทั้งสิ้น ซึ่งถือเป็นปัญหาใหญ่ เพราะอาจทำให้เกิดปัญหาผิวอื่นๆ ตามมาได้ แถมยังมีโอกาสเกิดขึ้นได้กับสาวๆ ทุกสภาพผิว โดยสามารถสังเกตอาการได้จากสัญญาณผิวอ่อนแอ เช่น ผิวแห้งกร้าน ขาดความชุ่มชื้น ผิวระคายเคืองง่าย เกิดผดผื่นคัน เนื่องจากอาการแพ้

Cetaphil

แม้สาวๆ จะไม่สามารถควบคุมมลภาวะให้ห่างไกลจากผิว แต่สามารถปกป้องผิวจากมลภาวะ เพื่อป้องกันไม่ให้สัญญาณผิวอ่อนแอเกิดขึ้นกับผิวได้ พูดง่ายๆ ก็คือสามารถเสริมสร้างผิวให้ดูสุขภาพดีเอาไว้ก่อนที่จะเกิดอาการผิวอ่อนแอนั่นเอง ซึ่งหนึ่งในวิธีที่ง่ายที่สุด ก็คือการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยให้ผิวดูสุขภาพดี และป้องกันอาการผิวอ่อนแอได้ อย่าง Cetaphil Gentle Skin Cleanser มาเป็นไอเท็มแรกของการดูแลผิว

Cetaphil

แน่นอนว่าสาวๆ คงรู้จัก Cetaphil Gentle Skin Cleanser คลีนเซอร์ตัวดังนี้กันเป็นอย่างดี เพราะ 95%1 ของผู้หญิงไทยเลือกใช้ และที่สำคัญคือขึ้นชื่อลือชาว่าสามารถทำความสะอาดผิวได้อย่างเกลี้ยงเกลา แถมยังช่วยป้องกันการสูญเสียน้ำของผิวได้อีกด้วย เรียกว่าสามารถล้างสิ่งสกปรก และล็อกความชุ่มชื้นให้ผิวได้พร้อมๆ กันเลยทีเดียว โดยต้องยกความดีความชอบให้กับนวัตกรรม Moisturizing Film ซึ่งทำหน้าที่เป็นฟิล์มบางๆ เคลือบผิวไว้ไม่ให้ความชุ่มชื้นระเหยออกจากผิว หลังใช้ผิวจึงไม่แห้งตึง

Cetaphil

นอกจากนี้ Cetaphil Gentle Skin Cleanser ยังขึ้นแท่นไอเท็มลูกรักของสาวๆ ที่มีผิวบอบบาง แพ้ง่าย และเป็นไอเท็มที่ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังแนะนำ ด้วยคุณสมบัติที่อ่อนโยนต่อผิว ไม่ว่าจะเป็น ค่า pH 6.5 ที่ใกล้เคียงผิวตามธรรมชาติ ไม่มีฟอง ไม่มีส่วนผสมของน้ำหอม ผ่านการวิจัยแล้วว่าไม่ทำให้เกิดอาการแพ้ และไม่อุดตันผิว

Cetaphil

และอย่างที่บอกกันไปในตอนต้นว่า Cetaphil ไม่ได้เริ่ดแค่คลีนเซอร์เท่านั้น แต่ยังมีอีกหลายไอเท็มที่ดีงามต่อผิว แถมยังจัดมาให้ครบทั้ง 3 ขั้นตอน ล้าง บำรุง และปกป้อง ตามสมการผิวสุขภาพดีของ Cetaphil และที่สำคัญยังจัดเซ็ตผลิตภัณฑ์สำหรับการดูแลผิว 3 ประเภท คือ ผิวบอบบาง แพ้ง่าย ผิวมัน เป็นสิวง่าย และผิวแห้ง ขาดน้ำ เอาไว้เสร็จสรรพ เพื่อให้สาวๆ แต่ละสภาพผิวเลือกใช้กันได้อย่างเหมาะสมอีกด้วย หากสาวๆ อยากมีผิวดูสุขภาพดีแบบครบสูตร ก็ต้องตามไปเก็บลิสต์นี้เอาไว้กันเลย

Cetaphil ผิวบอบบางแพ้ง่าย

เริ่มกันที่สาวๆ ผิวบอบบาง แพ้ง่าย ขอแนะนำให้ล้างหน้าด้วย Cetaphil Gentle Skin Cleanser แล้วบำรุงผิวเป็นประจำด้วย Cetaphil Moisturising Cream ที่ช่วยฟื้นฟูผิวบอบบางให้กลับมาดูสุขภาพดี และที่ขาดไม่ได้เด็ดขาดคือปกป้องผิวจากรังสียูวีด้วยครีมกันแดดสูตรอ่อนโยนที่ใช้ได้เป็นประจำทุกวัน ซึ่ง Cetaphil มีให้เลือกใช้ 2 สูตร คือ Cetaphil UVA/UVB Defense SPF 50+ / UVA 28 ที่เหมาะสำหรับการปกป้องผิวจากแสงแดดที่ต้องเผชิญในชีวิตประจำวัน และ Cetaphil Sun SPF50+ PA++++ Light Gel ที่เหมาะสำหรับวันที่ต้องทำกิจกรรมหรือออกกำลังกายกลางแจ้ง

Cetaphil ผิวมันเป็นสิวง่าย

มาต่อกันที่สาวๆ ผิวมัน เป็นสิวง่าย2 ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่ช่วยกำจัดความมันส่วนเกินได้ดีอย่าง Cetaphil Oily Skin Cleanser ซึ่งมีนวัตกรรม Gentle Foaming Action ที่มีประสิทธิภาพในการลดความมันส่วนเกินได้จริง 54%3 จากนั้นใช้ Cetaphil Daily Advance Ultra Hydrating Lotion โลชั่นบำรุงผิวที่อุดมไปด้วย Vitamin A และ E ธรรมชาติจาก Shea Butter บำรุงให้ผิวชุ่มชื้นทันทีที่ใช้ และคงความชุ่มชื้นยาวนาน 24 ชั่วโมง แล้วปิดท้ายด้วย Cetaphil UVA/UVB Defense SPF 50+ / UVA 28 หรือ Cetaphil Sun SPF50+ PA++++ Light Gel ที่ช่วยปกป้องผิวจากรังสียูวีได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Cetaphil ผิวแห้งขาดน้ำ

ส่วนสาวๆ ผิวแห้ง ขาดน้ำ และต้องเผชิญมลภาวะหรือฝุ่นควันในชีวิตประจำวัน ควรล้างหน้าด้วย Cetaphil Gentle Foaming Cleanser โฟมเนื้อนุ่มที่ช่วยทำความสะอาดผิวได้อย่างหมดจด ทั้งสิ่งสกปรก ความมัน และเครื่องสำอาง แถมช่วยขจัด 80% ของสารก่อมลภาวะและฝุ่นละอองขนาดเล็กได้ โดยไม่ทำให้ผิวสูญเสียความชุ่มชื้นตามธรรมชาติ จากนั้นบำรุงผิวด้วยเซ็ตไอเท็ม Cetaphil Daily Hydrating Lotion สำหรับกลางวัน Cetaphil Hydrating Rich Night Cream สำหรับกลางคืน และ Hydrating Eye Cream Serum สำหรับผิวรอบดวงตา ซึ่งช่วยบำรุงผิวได้อย่างเข้มข้นด้วยเนื้อผลิตภัณฑ์แบบ Lightweight HYAluronic Acid4 ที่บางเบา ซึมเร็ว ไม่เหนอะหนะผิว ช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นได้มากถึง 1,000 เท่า5 ยาวนาน 24 ชั่วโมง ด้วยส่วนผสมของ HYAluronic Acid แล้วปกป้องผิวจากรังสียูวีเป็นประจำด้วย Cetaphil UVA/UVB Defense SPF 50+ / UVA 28 หรือ Cetaphil Sun SPF50+ PA++++ Light Gel

Cetaphil

บอกแล้วว่านอกจากคลีนเซอร์ตัวดังในตำนาน Cetaphil ยังมีไอเท็มที่น่าใช้อีกเพียบ แถมยังเข้าใจปัญหาผิวอ่อนแอของสาวๆ เป็นอย่างดี จึงจัดเซ็ตมาให้ใช้กันแบบง่ายๆ ครบทุกขั้นตอน หากสาวๆ รู้แล้วว่าตัวเองมีสภาพผิวแบบไหน ก็ตามไปหาซื้อ Cetaphil ได้เลยที่ร้านค้าชั้นนำ ร้านขายยาทั่วไป และช่องทางออนไลน์ หรือติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.cetaphil.co.th และ Facebook : Cetaphil Thailand

  1. 95% ของผู้หญิงไทยอายุระหว่าง 18-40 ปี (213 จาก 223 คน) เห็นด้วยว่ารู้สึกผิวดีทันทีหลังล้างหน้าด้วย เซตาฟิล เจนเทิล สกิน คลีนเซอร์ จากการสำรวจบนเว็บไซต์ www.tryandreview.com ประเทศไทย ระหว่างเดือน ธ.ค. 2562 – ม.ค. 2563
  2. Zoe D. Draelos, MD Wake Faest University School of Medicine, Winston-Saiem, NC USA
  3. Chris T. McAllister, et. al., Clinical Assessment of a Cleanser for Moderately Oily Acne-Prone Skin, 1997
  4. มีส่วนผสมของ Hyaluronic Acid และเป็นเนื้อผลิตภัณฑ์แบบ Lightweight
  5. Hyaluronic Acid สามารถอุ้มน้ำได้มากถึง 1,000 เท่า ขึ้นอยู่กับน้ำหนักโมเลกุล

เป็นแบรนด์สกินแคร์อันดับ 1 ที่แนะนำโดยผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง*

*จากผลสำรวจการแนะนำผลิตภัณฑ์ของแพทย์ผิวหนังในประเทศสหรัฐอเมริกา จำนวน 1,532 คน พฤศจิกายน 2562 โดย IQVIA ประเทศสหรัฐอเมริกา

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
Cetaphil Gentle Skin Cleanser
Cetaphil Moisturising Cream
Cetaphil UVA/UVB Defense SPF 50+ / UVA 28
Cetaphil Sun SPF50+ PA++++ Light Gel
Cetaphil Oily Skin Cleanser
Cetaphil Daily Advance Ultra Hydrating Lotion
Cetaphil Gentle Foaming Cleanser
Cetaphil Daily Hydrating Lotion
Cetaphil Hydrating Rich Night Cream 
Cetaphil Hydrating Eye Cream Serum

ไอซ์-สารวัตร

นักข่าวหนุ่มสุดฮ็อต ไอซ์-สารวัตร กิจพานิช “ซุปตาร์บ้านกกกอก”

ปังกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว นักข่าวหนุ่มสุดฮ็อต ไอซ์-สารวัตร กิจพานิช ผู้สื่อข่าวอมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34  เจ้าของฉายา “ซุปตาร์บ้านกกกอก”

ปังกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว! สำหรับผู้สื่อข่าวมาแรง “ไอซ์-สารวัตร กิจพานิช” ผู้สื่อข่าวงานดี ช่องอมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง34 ที่ลงพื้นที่จริง ตามติดคดีดัง “บ้านกกกอก” จนเป็นที่รู้จักทั่วประเทศ ด้วยบุคลิกการรายงานข่าวที่เจาะลึก และ เข้าถึงแหล่งข่าว จนชาวเน็ตให้ฉายากันว่า “ซุปตาร์บ้านกกกอก” ล่าสุดเดินทางมาเปิดใจถึงความฮ็อตที่รายการ Z story ช่องอมรินทร์ทีวี ทุกกระแสความดังในโลกออนไลน์ ผ่านรายการไว้ว่า

ไอซ์-สารวัตร

ประสบความสำเร็จชั่วค่ำคืนจากการรายงานลงพื้นที่จริง

“จริงๆ เราไม่รู้เลยนะว่าคนให้ความสนใจเยอะ เพราะตอนที่เราไปอยู่ที่บ้านกกกอก มันมีคนไม่เยอะมาก ประมาณ 200 คน ไปไหนก็อยู่นั้น คิดว่าคนคงรู้จักเราแค่ในพื้นที่อีสาน สกลนคร มุกดาหาร แค่นี้ เรารู้แค่ว่าอยู่ตรงนั้นมีคนขอถ่ายรูป เรารู้แค่นั้นไม่คิดว่ากลับมากรุงเทพแล้วจะยังไง ไปไหน ที่อื่นๆ หรือว่าเดินห้างแล้วจะเป็นยังไง แต่พอกลับมาที่กรุงเทพ กระแสก็คือมีคนรู้จักมากขึ้น อย่างช่องทางการติดต่อของผม Facebook ตอนแรกมีคนติดตาม 3,000 กว่า ตอนนี้ก็อยู่ที่ 80,000กว่า ไอจี และ ติ๊กต๊อกก็คือขึ้นมาหมด คนนี้คนตามอยู่ที่ประมาณ 250,000 ก็ขอบคุณทุกคนที่ติดตามผมทุกช่องทาง”

ไอซ์-สารวัตร

กลายเป็นขวัญใจพ่อยก แม่ยก และเด็กๆ คอยส่งข้าวส่งน้ำให้เพียบเลย

“อย่างคนที่ติดตามเรา แรกๆที่ทำข่าวส่วนใหญ่จะเป็นอายุคนทำงาน อายุประมาณ 35 ขึ้นไป แต่ว่าพอมาทำข่าวน้องชมพู่ ที่บ้านกกกอกเนี้ย ปรากฏว่าที่เรารู้เนี้ย เด็กๆก็ติดตามข่าว เด็กก็มาหาเรา มาเรียกพี่ไอซ์อะไรแบบนี้ เวลาเราไปทำกิจกรรมแบบที่โรงเรียน เด็กๆก็ออกมาดู วิ่งตามกรี๊ดกร๊าด ทุกวันนี้พวกแม่ๆพอๆก็จะมีของมาให้เราตลอดคือน่ารักมาก อย่างล่าสุดก็มีคนซื้อมะพร้าวมาให้เรา 40-50 ลูก คือทุกคนน่ารักมาก เป็นเหมือนกำลังใจให้เราในการทำงาน”

ติดตามทุกประเด็นร้อนชุบซิบทุกเรื่องที่เป็น ทอล์ค ออฟ เดอะ ทาวน์ใน รายการ Z story เพราะทุกที่มีเรื่องเม้าท์” ออกอากาศทุกวันจันทร์-ศุกร์  เวลา 16.00 น.- 16.45 น. ทางอมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34 หรือรับชมย้อนหลัง youtube : amarintvhd


สามารถติดตามอ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติมได้ที่นี่

ทำความรู้จัก Anisha Isa-Kalebic สาวผู้กุมหัวใจ เจ้าชายอับดุล มาทีน

ขึ้นแท่นมหาเศรษฐี หวงจื่อเทา อดีต EXO พ่อเสียชีวิตทิ้งมรดกให้ 9 หมื่นล้านบาท

เส้นทางรัก แบรด พิตส์ กับแฟนสาววัย 27 นิโคล โพทูราสกี นางแบบ คุณแม่ลูก 1

“มูลนิธิเอสซีจี” ส่งหนังสั้น “จดหมายจากปลายเท้า” ถึงคนไทย ปลุกคุณค่าและพลังพิเศษในตัวทุกคน

มูลนิธิเอสซีจี ส่งต่อความเชื่อมั่นในคุณค่าของตัวเอง ผ่านหนังสั้น “จดหมายจากปลายเท้า” นำเสนอเรื่องราวชีวิตจริงของ 4 บุคคล ที่ต้องเผชิญวิกฤตโควิด-19 สะท้อนวิธีคิด วิธีปรับตัว และการรับมือในช่วงวิกฤต เพื่อเป็นแรงบันดาลใจ ปลุกพลังและความหวังให้คนไทยทุกคนก้าวข้ามวิกฤตโควิด-19 ไปด้วยกัน

สุวิมล จิวาลักษณ์ กรรมการและผู้จัดการ มูลนิธิเอสซีจี กล่าวว่า จากสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19 ที่เกิดขึ้น มูลนิธิเอสซีจีได้ดำเนินการช่วยเหลือในระยะเร่งด่วนนับแต่เดือนมกราคม 2563 ที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นการให้ความช่วยเหลือบุคลากรทางการแพทย์ เด็กและเยาวชน กลุ่มผู้ยากไร้และผู้ขาดโอกาส ทั้งในด้านของนวัตกรรมทางการแพทย์ ด้านสุขอนามัย ด้านอุปโภคบริโภค อย่างไรก็ตาม ยังมีผู้คนที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 อีกจำนวนมากที่ตกงาน ถูกลดเงินเดือน กิจการต้องปิดลง สูญเสียทุกอย่างที่เคยสร้างมา ทำให้หลายคนอาจจะรู้สึกว่าคุณค่าในตัวเองลดหายไป หมดหวัง เสียกำลังใจ  บางคนถึงขั้นตัดสินใจจบชีวิตตัวเอง

 “มูลนิธิเอสซีจี ในฐานะองค์กรสาธารณกุศลที่ให้ความสำคัญและมุ่งมั่นในการพัฒนา ‘คน’ เราเชื่อมั่นในคุณค่า ในความสามารถและศักยภาพของ ‘คน’ จึงได้หยิบยกประเด็นความสามารถในการ “ปรับตัว” ซึ่งถือเป็นพลังพิเศษที่แฝงอยู่ในตัวของทุกคน มาร้อยเรียงเป็นเรื่องราวถ่ายทอดผ่านหนังสั้นเรื่อง “จดหมายจากปลายเท้า” ที่นำเสนอชีวิตจริงของ 4 บุคคล ไม่ว่าจะเป็น บิวตี้บล็อกเกอร์, เจ้าของบาร์, ช่างซ่อมเครื่องซักผ้า และเชฟภัตตาคาร เพื่อบอกเล่าเรื่องราวของคนธรรมดาที่มีแนวคิดไม่ธรรมดา โดยแต่ละคนนั้นสามารถปรับตัวและรับมือกับโควิด-19 ในแบบของฉบับของตัวเองที่แตกต่างกันออกไป จนสามารถก้าวข้ามผ่านความยากลำบากในครั้งนี้ มูลนิธิฯ หวังว่าเรื่องราวชีวิตจริงที่เราหยิบยกขึ้นมาเป็นแรงบันดาลใจ จะช่วยส่งต่อความเชื่อมั่นในคุณค่าของตนเอง ปลุกพลัง ปลุกกำลังใจ เหมือนที่ในหนังบอกไว้ว่า “ถ้ายังไม่สูญเสียลมหายใจ ยังไงคุณก็จะรอด” 

ผู้สนใจสามารถรับชม หนังสั้นเรื่อง“จดหมายจากปลายเท้า” โดยมูลนิธิเอสซีจี ได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปผ่านทางยูทูปแชนเนล scgfoundation และเฟซบุ๊กแฟนเพจมูลนิธิเอสซีจี

มหาเศษฐี

ขึ้นแท่นมหาเศรษฐี หวงจื่อเทา อดีต EXO พ่อเสียชีวิตทิ้งมรดกให้ 9 หมื่นล้านบาท

นักธุรกิจวัย 52 ปี  หวงจงตง เสียชีวิตทิ้งมรดก 9 หมื่นล้านบาท ให้ลูกชายคนเดียว หวงจื่อเทา อดีตสมาชิกวง EXO ขึ้นแท่นมหาเศรษฐีอายุน้อย

 หวงจื่อเทา

สำนักข่าวปักกิ่งนิวรายงานว่า เมื่อวันที่ 11 กันยายนที่ผ่านมา นักธุรกิจวัย 52 ปี หวงจงตง (Huang Zhongdong) ผู้ก่อตั้งและผู้บริหาร Long Tao Entertainment  ซึ่งเป็นพ่อของ นักร้องวัยรุ่นชื่อดังของเมืองจีน หวงจื่อเทา (Huang Zi Tao) และยังเคยเป็นอดีตสมาชิกบอยแบนด์ชื่อดังของเกาหลีวง EXO ได้เสียชีวิตจากโรคมะเร็งตับอ่อน ซึ่งสร้างความเศร้าโศกเป็นอย่างมากให้กับครอบครัว แต่อีกด้านหนึ่งในโลกออนไลน์ เรื่องนี้กลายเป็นประเด็นที่ร้อนแรงอย่างมาก เมื่อมีการเปิดเผยว่า เขาอาจจะขึ้นแท่นมหาเศรษฐี อายุน้อยของโลก หลังจากที่คุณพ่อของเขาทิ้งมรดกไว้ให้มากถึง 2 หมื่นล้านหยวน (ประมาณ 92,000 ล้านบาท)

โดย 4 วันก่อนที่บิดาของเขาจะเสียชีวิตจื่อเทาได้ Live ลงโซเชียลส่วนตัว ซึ่งจากที่เห็นแฟนๆ ต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าใบหน้าของเขาซีด ผมยุ่งเหยิง เบ้าตาดำคล้ำ ดูน่าสงสารเป็นอย่างมาก ก่อนที่จะรำพึงรำพันว่า “ไม่มีใครรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับฉัน” แน่นอนว่าแฟนคลับต่างรู้สึกไม่เข้าใจเขา แต่เมื่อมีการเปิดเผยเรื่องการเสียชีวิตของคุณพ่อของเขาออกมาก็ทำให้ทุกคนเข้าใจได้ ว่าเขาต้องเผชิญกับความสูญเสียครั้งใหญ่ในชีวิต

หวงจงตง
หวงจงตง

สำหรับจงตงและจื่อเทาเป็นคุณพ่อคุณลูกที่สนิทสนมกันมากๆ พวกเขามักแบ่งปันเรื่องราวและปรึกษากันอยู่เสมอโดยไม่มีปิดบัง ยกเว้นในวัยเด็กที่ถูกคุณพ่อหลอกว่าที่บ้านจน

คุณพ่อจงตงเคยเปิดใจเล่าถึงเรื่องราวชีวิตของเขาว่าชีวิตของเขาเคยลำบากมากๆ ตอนที่ตัดสินใจมาอยู่ที่ชิงเต่าแทบจะไม่มีเงินเลยสักแดงเดียว แต่ด้วยความเชื่อมั่นอย่างแรงกล้า เขาจึงทำงานอย่างหนัก และได้เงินมาจำนวนหนึ่งจึงตัดสินใจลงทุนในตลาดหุ้น เขาใช้เวลา 13 ปี ในการปลุกปั้นบริษัทให้มั่นคง และมันก็ทำรายได้ให้เขาอย่างงามถึง 2 หมื่นล้านหยวน

 หวงจื่อเทา

ถึงแม้ว่าจงตงจะมีรายได้มากระดับมหาเศรษฐีแต่กลับยังใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย โดยในช่วงที่จื่อเทายังเด็ก เขามักจะบอกลูกชายว่าที่บ้านจน และให้เงินไปโรงเรียนแค่เพียง 1 หยวนเท่านั้น ขณะที่เพื่อนๆ ได้เงินไปโรงเรียน 10-100 หยวน โดยในช่วงมัธยมลูกชายสุดที่รักของเขาได้เขียนจดหมายถึงเขาว่า ไม่อยากไปโรงเรียนแล้ว และอยากที่จะหางานทำมากกว่า กระทั่งวันหนึ่งจื่อเทาได้งานพาร์ทไทม์เป็นงานแจกใบปลิว เขาทำงานอย่างหนัก และนั่งรถรถเมล์กลับบ้านดึกๆ ทุกวัน ซึ่งทุกๆ อย่างที่จื่อเทาทำนั้นพ่ออย่างเขาก็เห็นมากับตาและก็ทำให้น้ำตาซึมเลยทีเดียว แต่เมื่อโตขึ้นเขาก็เปิดเผยความจริงกับซึ่งทำให้ลูกชายคนเดียวของเขาเซอร์ไพร้ส์เป็นอย่างมาก

Huang Zi Tao

สำหรับ หวงจงตง มีบริษัทส่วนตัวซึ่งมีมูลค่า 2 หมื่นล้านหยวน เขามีบ้าน 4-5 หลังอยู่ที่ชิงเต่า นอกจากนี้เขายังเป็นหัวเรือใหญ่ที่สนับสนุนลูกชายให้เปิดบริษัท Long Tao Entertainment  หลังจากที่ย้ายจากเกาหลีใต้กลับมาที่เมืองจีน

อย่างไรก็ตามจื่อเทาได้ยืนยันว่าเขาจะรักษาบริษัทของพ่อให้ดีที่สุด เขาจะไม่ยอมให้หยาดเหงื่อของพ่อที่ทำมาตลอดชีวิตต้องเสียเปล่า เขาจะไม่ทำให้พ่อผิดหวังตลอดชีวิต


ข้อมูลจาก : PANTIP โดย TAOmyth,sohu,chinapress

สามารถติดตามอ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติมได้ที่นี่

IU (ไอยู) จากเด็กน้อยที่กินมันต้ม อยู่ห้องแมลงสาบ สู่สุดยอดผู้ใจบุญแห่งเกาหลี

9 มหาเศรษฐีฟันน้ำนม รวยไม่เกรงใจ ใสๆ แบ๊วๆ ทรัพย์สินแตะระดับพันล้าน!

โฟร์ซีซั่นส์ รีสอร์ท เชียงใหม่ เปิดตัวสปาใหม่ที่มีชื่อว่า “วรา ชีวา สปา”

เฉลิมฉลองของขวัญแห่งชีวิตเพื่อความเป็นอยู่ที่ดี ผ่านทรีทเม้นท์ภายใต้ 4 ประการสำคัญของการมีชีวิตที่สมดุล – ร่างกาย อารมณ์ สังคมและคุณค่าทางโภชนาการ

หลายศตวรรษที่ผ่านมาชาวเหนือได้สืบทอดวัฒนธรรมและพิธีกรรมที่มุ่งเน้นให้ชีวิตดำรงอยู่อย่างสมดุล โฟร์ซีซั่นส์ รีสอร์ท เชียงใหม่ พร้อมทีมผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพซึ่งนำโดย ลุยซา แอนเดอร์สัน – ผู้อำนวยการสปาประจำภูมิภาค ได้รับแรงบันดาลใจและนำเอาศาสตร์ความรู้และภูมิปัญญาเหล่านี้มาเพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่บนเส้นทางแห่งความเป็นอยู่ที่ดี “วรา ชีวา สปา” นั้นหมายถึงการเฉลิมฉลองของขวัญแห่งชีวิตและมอบประสบการณ์ใหม่ที่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อการบำบัดแบบองค์รวมทั้งภายในและภายนอกที่เราต่างแสวงหา” ลุยซา แอนเดอร์สัน กล่าว

 “เราภูมิใจที่โฟร์ซีซั่นส์ รีสอร์ท เชียงใหม่ ให้ความสำคัญกับวัฒนธรรมและทำงานใกล้ชิดกับชุมชนอย่างแน่นแฟ้นตลอดระยะเวลา 25 ปีที่ผ่านมา” กล่าวโดยแอนโธนี กิลล์ ผู้จัดการทั่วไป โฟร์ซีซั่นส์ รีสอร์ท เชียงใหม่ และโฟร์ซีซั่นส์ เต็นท์แคมป์สามเหลี่ยมทองคำ

“ตั้งแต่ผู้เชี่ยวชาญที่สปาของเราเองซึ่งนำเอาประสบการณ์ของพวกเขามาใช้ในการทำทรีทเม้นท์แต่ละครั้ง รวมทั้งอิทธิพลของศาสตร์แบบดั้งเดิมที่ใช้วัตถุดิบท้องถิ่นที่ปลูกเองมาเป็นส่วนประกอบของทรีทเม้นท์ที่ วรา ชีวา สปา (Wara Cheewa Spa)

สปาเมนูถูกออกแบบมาเพื่อสร้างความสอดคล้องและก่อให้เกิดการผสมผสานกันระหว่างร่างกาย จิตใจและจิตวิญญาณ โดยจำแนกประเภทตามเสาหลัก 4 ประการสำคัญของการมีคุณภาพชีวิตที่ดี ได้แก่ ด้านร่างกาย ด้านอารมณ์ ด้านสังคมและด้านคุณค่าทางโภชนาการ

พร้อมนำเสนอทรีทเม้นท์หลากหลาย อาทิ การนวด การสครับขัดผิว ทรีทเม้นท์ดูแลผิวหน้า และทรีทเม้นท์ที่มีเอกลักษณ์ของแต่ละประเภทข้างต้น “เราอยากให้แขกได้สัมผัสกับองค์ประกอบพื้นฐานของการมีสุขภาพและการเป็นอยู่ที่ดี โดยใช้สัญชาตญาณในการเลือกทรีทเม้นท์ที่จะตอบโจทย์ความต้องการในสภาวะปัจจุบันได้ดีที่สุด”  กล่าวโดย เจมมา อาบาด ผู้อำนวยการฝ่ายสปา

ฟื้นฟูด้วยการบำบัดและปรับสมดุลร่างกาย

ทรีทเม้นท์ที่อยู่ในหมวด Physical Wellbeing  เน้นเรื่องการปรับสมดุลร่างกายด้วยการเข้าถึงพลังของธาตุดิน “ เพื่อการฟื้นฟูและมอบพลังกลับคืน ด้วยการเยียวยาที่เป็นดั่งของขวัญจากแม่ธรณี การตระหนักถึงความสำคัญและความเกี่ยวเนื่องกันของการพักผ่อนที่ส่งผลต่อการฟื้นฟูร่างกาย” เจมมากล่าวถึง เพื่อการพักผ่อนร่างกายและการสัมผัสถึงความผ่อนคลายได้อย่างเต็มที่ เธอขอแนะนำทรีทเม้นท์ที่มีชื่อว่า Rice & Spice Scrub ซึ่งเป็นซิกเนเจอร์ทรีทเม้นท์ที่สะท้อนถึงจิตวิญญาณแห่งผืนดิน โดยมีส่วนประกอบสำคัญเป็นเมล็ดข้าวหอมมะลิผสมผสานกับสมุนไพรและเครื่องเทศในท้องถิ่นนานาชนิด เพื่อใช้สำหรับการขัดผิวและคืนความอ่อนเยาว์” ซึ่งล้วนเป็นภูมิปัญญาของชาวนาที่สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุ ส่วนผสมที่ลงตัวของสมุนไพรและเครื่องเทศจากดิน ผสมผสานด้วยมือในห้องครัวสปาของเราจะช่วยผลัดเซลล์ผิว ทำให้กล้ามเนื้อคลายตัวและกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดเพื่อให้คุณมีผิวพรรณเปล่งปลั่งและสุขภาพดี” เธอกล่าวเสริม

สัมผัสถึงหัวใจกลางของความสมดุลแบบฉบับภาคเหนือ

ทรีทเม้นท์เมนูในหมวด Social Wellbeing  นั้นใช้ส่วนประกอบที่ผสมผสานกันระหว่างวัตถุดิบจากท้องถิ่นและศาสตร์ความรู้ของบรรพบุรุษ “ทรีทเม้นท์เหล่านี้จะช่วยให้คุณสามารถปรับเปลี่ยนความสนใจมาสู่ปัจจุบันขณะ เพื่อค้นพบความสมดุลที่เกิดจากความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของ ณ ที่นี้” เจมมาอธิบาย แขกผู้เข้าพักสามารถสัมผัสกับประสบการณ์นี้ไปกับทรีทเมนท์ Spirit of Freedom Couple’s Ritual ซึ่งมีน้ำเป็นองค์ประกอบที่มีบทบาทหลักในการบำบัดโดยธรรมชาติ “เป็นทรีทเม้นท์ที่สามารถสัมผัสได้ถึงการหลอมรวมเป็นส่วนหนึ่งส่วนเดียวกันกับผู้อื่นและการยอมจำนนต่อคลื่นแห่งความเป็นอยู่ที่ดี สามารถทำทรีทเม้นท์นี้ได้ตลอดทั้งปี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงหน้าฝน” เธอกล่าวเสริม

ค้นพบความปลอดโปร่งจากภายใน

ทรีทเม้นท์ในหมวด Emotional Wellbeing  คือภาพสะท้อนที่แท้จริงของความหมายของคำว่า ‘ดินแดนแห่งรอยยิ้ม’ เมนูนี้มุ่งเน้นไปที่การดูแลตนเองผ่านการรับรู้ถึงความสงบและความสุขที่มาจากความรู้สึกถึงความเป็นหนึ่งเดียวกัน “ผู้เชี่ยวชาญของเราจะยกระดับจุดศูนย์กลางของอารมณ์และทำให้ร่างกายและจิตใจท่วมท้นไปด้วยความเมตตา” เจมมากล่าว สำหรับการเดินทางเพื่อค้นพบความสมดุลทางอารมณ์ที่แท้จริงนั้น  ด้วยทรีทเม้นท์ที่มีชื่อว่า Silk Samunprai Massage เป็นทรีทเม้นท์ที่อ่อนโยนเพื่อคืนความสมดุลภายในและเพิ่มระดับของความเมตตา ความเอื้ออาทรและความเป็นอยู่ที่ดี “เปิดใจของคุณและค้นพบความสมดุลทางอารมณ์อีกครั้ง ด้วยการประคบด้วยลูกประคบสมุนไพรอุ่นๆ ห่อผ้าไหมอย่างหรูหราซึ่งจะทำให้คุณกลับมาสู่ภายใน พร้อมการนวดน้ำมันที่สกัดจากส้มและขิงเพื่อปลุกศักยภาพภายในตัวคุณ” เธอกล่าว

ดูแลและปรนนิบัติร่างกาย ความคิด และจิตใจ

ทรีทเม้นท์เมนูในหมวด Nutritive Wellbeing สร้างแรงบันดาลใจให้แขกได้ใช้เวลาในการฟื้นฟูและคืนกลับสู่การมีสุขภาพที่ดีจากภายใน ด้วยทรีทเมนท์ที่อุดมไปด้วยสารอาหารเพื่อการฟื้นฟูจากภายนอกสู่ภายในร่างกาย “ปรนนิบัติร่างกายด้วยการทำทรีทเม้นท์ Oriental Blend Massage ที่เน้นการบำรุงร่างกายด้วยพลังในการรักษาของธรรมชาติ” เจมมากล่าว ด้วยการนวดน้ำมันหอมระเหยที่มอบความชุ่มชื้นกลับสู่ผิวและเทคนิคการนวดอย่างอ่อนโยน พร้อมการนวดกดจุดแบบดั้งเดิมของชาวตะวันออกเพื่อการฟื้นฟูอย่างสมบูรณ์แบบทั้งระดับผิวและระดับพลังงานภายใน

เฉลิมฉลองของขวัญแห่งชีวิตไปกับศาสตร์ภูมิปัญญาภาคเหนือ และผู้เชี่ยวชาญที่จะช่วยสร้างความสมดุลในชีวิต เพื่อยกระดับการมีสุขภาพที่ดีแบบองค์รวมในเมืองเชียงใหม่ “สวรรค์แห่งความเป็นอยู่ที่ดี”

เปิดบริการทุกวันตั้งแต่ 09:00 น. – 19:00 น. ผู้เข้าพักสามารถจองเพื่อสัมผัสประสบการณ์เหล่านี้ผ่านทาง FS CHAT หรือโทร 053 298 181

แจสเปอร์ หลิว สามีแห่งชาติไต้หวัน

สามีแห่งชาติไต้หวัน ‘แจสเปอร์ หลิว’ กับผมทรงผักบล็อกโคลี่ ซิกเนเจอร์ประจำตัว

หนุ่มหล่อ แจสเปอร์ หลิว สามีแห่งชาติไต้หวัน แปลงร่างเป็นชาวไร่สุดหล่อในซีรีส์ “My Goddess” กับทรงผมที่ไม่เปลี่ยน จนดูเป็นเอกลักษณ์ประจำตัวของเขาไปซะแล้ว

เชื่อว่าหลายคนที่ได้ชมซีรีส์ฟีลกู๊ดยอดเยี่ยมอันดับต้นๆ ของประเทศไต้หวัน “My Goddess ปลูกหัวใจให้รักผลิบาน”ต้องกำลังตกหลุมรักคนสวนสุดหล่ออย่างพระเอกหนุ่ม “หลิวอี่หาว” หรือ “แจสเปอร์ หลิว” ที่ความดังของเขาถูกยกให้เป็น “สามีแห่งชาติไต้หวัน” เลยทีเดียว!

แจสเปอร์ หลิว สามีแห่งชาติไต้หวัน

แจสเปอร์ หลิว หรือชื่อจริง หลิวอี่หาว เกิดเมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 1986 ที่เมืองไทเป ประเทศไต้หวัน ปัจจุบันอายุ 34 ปี สูง 180 ซม. มีพี่สาว 1 คน แจสเปอร์ จบปริญญาตรีสาขา Actual Design จาก Dayeh University งานอดิเรกของเขาคือชอบการวาดภาพ ระบายสี มาตั้งแต่เด็กๆ

แจสเปอร์ หลิว

ส่วนไอดอลของ แจสเปอร์ ไม่ใช่ใครที่ไหน! แต่เป็นคุณพ่อของเขานั่นเอง! เขาจึงเดินตามรอยคุณพ่ออย่างเต็มตัวด้วยการออกกำลังกายดูแลตัวเองอย่างสม่ำเสมอ จนทำให้เขาเป็นคนสุขภาพดีมาตั้งแต่เด็กๆ แถมคุณพ่อของเขาก็เล่นกีต้าร์เก่งมากๆ จนทำให้เขาหัดเล่นกีต้าร์จนเก่งเหมือนคุณพ่อ จนเขาได้เคยเป็นมือกีตาร์ในวง Morning Call วงดนตรีแนว Electronic Post-Rock  อีกด้วย!

สามีแห่งชาติไต้หวัน

เขาเข้าวงการมาตั้งแต่ปี 2008 ด้วยการเป็นนายแบบและนักร้อง ก่อนจะเข้าสู่วงการซีรีส์อย่างจริงจังในปี 2011 จากการแสดงซีรีส์เรื่อง In time with you ถึงแม้ว่าเรื่องนี้ แจสเปอร์ จะไม่ได้แสดงเป็นตัวหลัก แต่ออร่าความหล่อใสของเขาก็เปล่งประกาย ถูกใจผู้ชมไม่น้อย เมื่อเขาได้เปลี่ยนทรงผมใหม่จากผมตรงธรรมชาติ ด้วยการทำผมหยิกหยอยๆ ลอนๆ ให้เหมือนผักบล็อกโคลี่เพื่อให้สมบทบาท “เหม่ย หนาน” และหลังจากซีรีส์เรื่องนี้จบ! ทรงผมนี้ก็กลายเป็นเอกลักษณ์ประจำตัวของเขาไปโดยปริยาย!

เรนแห่งเกาะไต้หวัน

หลังจากนั้น แจสเปอร์ โด่งดังขึ้นไปอีก! ด้วยการได้ถ่ายแบบในนิตยสารชื่อดังมากมายก่อนจะมีผลงานที่แจ้งเกิดเขาให้โด่งดังและเป็นที่รู้จักในปี 2014 จนทำให้ชื่อของ แจสเปอร์ หลิว กลายเป็นที่รู้จักในหมู่แฟนๆ หลายประเทศ ไม่ว่าจะเป็นไต้หวัน, ฮ่องกง, ญี่ปุ่น และเกาหลี และในปี 2016 แจสเปอร์หลิว ได้รับการเลือกจากสื่อเกาหลีใต้ว่าเป็นดาราชายไต้หวันที่ได้รับความนิยมสูงสุดในเกาหลี ไปจัดงานแฟนมีตติ้งในประเทศเกาหลีใต้ จนได้รับฉายาว่า “เรนแห่งเกาะไต้หวัน” บวกกับภาพลักษณ์หนุ่มอบอุ่น ที่มาพร้อมรอยยิ้มสดใสและลักยิ้มสองข้างที่ทำให้ใครต่อใครต่างก็ตกหลุมรัก เขาเลยมีอีกฉายาหนึ่งว่า “สามีแห่งชาติประจำไต้หวัน”

สามีแห่งชาติประจำไต้หวัน สามีแห่งชาติประจำไต้หวัน สามีแห่งชาติประจำไต้หวัน

จนมาถึงปี 2018 แจสเปอร์ หลิว ได้มาร่วมแสดงในซีรีส์ฟีลกู๊ดแนวโรมแมนติกคอมเมดี้ “My Goddess ปลูกหัวใจให้รักผลิบาน” กับบทบาท เหยียนตงหมิง โปรดิวเซอร์หนุ่มจากเมืองกรุงที่กลายมาเป็นชาวไร่ชาวสวนในหมู่บ้านเล็กๆ ซึ่งบทนี้ถือว่าเป็นการถ่ายทอดตัวตนกับชีวิตจริงของ แจสเปอร์ อย่างมากเพราะเป็นคนรักธรรมชาติและยังได้โชว์ฝีมือการเล่นกีต้าร์ร้องเพลงในแบบที่เขาชอบอีกต่างหาก

 ปลูกหัวใจให้รักผลิบาน

ชมรอยยิ้มน่ารักของ แจสเปอร์ หลิว และร่วมฟังบทเพลงเพราะๆ ไปพร้อมกันได้ในซีรีส์ My Goddess ปลูกหัวใจให้รักผลิบาน ผ่านทาง MONOMAX (โมโนแมกซ์) ดูครบ จบทุกตอน!


 

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

แซ่บฉุดหัวใจ! “ไบร์ท-วชิรวิชญ์ ชีวอารี” หนุ่มหล่อลูกครึ่งไทย-อเมริกัน

อยู่แต่บ้านก็ต้องฟิต “ณเดชน์” ชวนคุยเรื่องออกกำลังกาย พร้อมแชร์ทริคให้ลองทำดู

หล่อคูลดูเด็ก! เปิดไอเท็มดูแลผิวของ กงยู โอปป้า หน้าใส ริมฝีปากอมชมพูน่าจุ๊บ

 

 

Versace จับมือ Lifestyle Design เผยโฉมเฟอร์นิเจอร์แต่งบ้านสุดหรู

เลอค่าทุกชิ้น! Versace จับมือ Lifestyle Design เผยโฉมเฟอร์นิเจอร์แต่งบ้านสุดหรู

Versace จับมือ Lifestyle Design เผยโฉมผลิตภัณฑ์ตกแต่งบ้านและเฟอร์นิเจอร์สุดหรู ตามแบบฉบับ Versace

Jonathan Akeroyd , CEO Versace กล่าวว่า “ Versace ให้ความสำคัญกับเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้านเสมอมา ข้อตกลงที่ทำร่วมกันกับ Lifestyle Design บริษัทยักใหญ่ที่มีชื่อเสียงในด้านฝีมือและความเป็นเลิศด้านการออกแบบ เพื่อนำความเชี่ยวชาญชั้นสูงของในการผลิตเฟอร์นิเจอร์มาใช้กับ Versace ซึ่งจะช่วยให้เราสามารถพัฒนาและขยายธุรกิจได้อย่างไม่หยุดนิ่ง”

Versace จับมือ Lifestyle Design เผยโฉมผลิตภัณฑ์ตกแต่งบ้านและเฟอร์นิเจอร์สุดหรู Versace จับมือ Lifestyle Design

Versace เป็นหนึ่งในแบรนด์แฟชั่นเฮ้าส์แห่งแรกที่เปิดตัวของตกแต่งบ้านตั้งแต่ปี 1992 โดยเริ่มจากการสร้างสรรค์สิ่งทอ ภาชนะบนโต๊ะอาหาร ที่มีลวดลายอันเป็นเอกลัษณ์ตามแบบฉบับของ Versace และนับแต่นั้นมา Home Collection ก็ได้ครอบคลุมไปถึงชุดเครื่องนอน เฟอร์นิเจอร์ วอลเปเปอร์ รวมถึงของประดับตกแต่งบ้าน อาทิ แจกัน เทียน และรูปปั้น

Donatella Versace กล่าวว่า “ในฐานะของดีไซน์เนอร์ แนวคิดของ Lifestyle design ช่วยให้ผลิตสินค้ากลุ่มเฟอร์นิเจอร์ของ Versace น่าสนใจมากขึ้น เมื่อ Versace Home เปิดตัว พวกเราอยากให้ทุกคนสัมผัสประสบการณ์ Versace ในรูปแบบไลฟ์สไตล์มากยิ่งขึ้น ไม่ได้มีเพียงแต่แฟชั่นเพียงอย่างเดียว และการที่เราร่วมมือกับ Lifesyle design ทำให้เราก้าวไปอีกขั้นและเติบโตมากยิ่งขึ้น ขอบคุณสำหรับความเชี่ยวชาญของพันธมิตร ที่ทำให้ฉันตื่นเต้นเป็นพิเศษ”

Versace จับมือ Lifestyle Design ทำเฟอร์นิเจอร์หรู Versace จับมือ Lifestyle Design ทำเฟอร์นิเจอร์ตกแต่งบ้าน

คอลเล็คชั่นนี้ได้เฉลิมฉลองให้กับผู้ก่อตั้งที่หลงใหลในมนต์เสน่ห์ของการแสดงละครโอเปร่า เฟอร์นิเจอร์จึงเต็มไปด้วยกลิ่นอายของโอเปร่า ผสมผสานลวดลายอันเป็นเอกลักษณ์ ได้แก่ ลาย Medusa ลวดลายกรีก และลวดลายบาโรก รวมถึงภาพพิมพ์ที่ประดับประดาให้เห็นในคอลเล็คชั่นแฟชั่นอยู่เสมอ

Dario Rinero , CEO ของกลุ่ม Lifestyle Design กล่าวว่า “เรารู้สึกตื่นเต้นมากที่ได้ต้อนรับ Versace Home เข้าสู่ครอบครัวของเรา การร่วมมือครั้งนี้นับเป็นก้าวสำคัญอย่างยิ่งสำหรับ Lifestyle Design ที่พวกเราได้สร้างมาเป็นเวลานาน เรามั่นใจว่าคุณค่าของคุณภาพ ความหลงใหลในการออกแบบ และความเป็นเป็นเอกลัษณ์ของ Versace จะช่วยให้เราสามารถร่วมงานกันได้อย่างแข็งแกร่ง เพื่อพัฒนาศักยภาพที่ยิ่งใหญ่ของการร่วมมือในครั้งนี้”

Versace Home จะถูกวางจำหน่ายผ่านตัวแทนทั่วโลก รวมถึงโชว์รูมใหม่ที่ตั้งอยู่ใน Via Durini ณ กรุงมิลาน ย่านที่มีชื่อเสียงในกลุ่มเฟอร์นิเจอร์


บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

เอาใจ เศรษฐีจีน ! Hermès รุกตลาดแดนมังกรเปิดตัวเช็ตไพ่นกกระจอกหลักล้าน

เพียเจต์ “Wings of Light” การเดินทางครั้งใหม่ของเครื่องประดับชั้นสูง ที่มาพร้อมกับความสนุกสนาน

หรูหรา สมการรอคอย นาฬิกา Rolex 4 รุ่นใหม่ในคอลเล็คชั่น Oyster Perpetual

 

แอน-จักรพงษ์

แอน-จักรพงษ์ ไขข้อสงสัย จ่ายเท่าไหร่สำหรับจ้างอุ้มบุญที่ต่างประเทศ

แอน-จักรพงษ์ จักราจุฑาธิบดิ์ เปิดใจถึงเรื่องจ้างฝรั่งอุ้มบุญเด็ก ที่สถาบันดังของสหรัฐอเมริกา รับหมดเงินไปกว่า 30 ล้านบาท

เว่อร์กว่านี้ไม่มีอีกแล้ว สำหรับ แอน-จักรพงษ์ จักราจุฑาธิบดิ์ หรือที่รู้จักกันในนาม “แอน JKN” เจ้าแม่นำเข้าซีรีส์ต่างประเทศ ล่าสุดขอประกาศข่าวดีเปิดตัวลูกชายอุ้มบุญ “น้องแอนดรูว์” และ ลูกสาว “น้องแองเจิ้ล” เด็กลูกครึ่งไทย-เยอรมัน ที่เกิดจากการจ้างอุ้มบุญที่สถาบันดังของสหรัฐอเมริกา กลางรายการ Z story ช่อง อมรินทร์ทีวีเอชดี ช่อง34

แอน-จักรพงษ์

ใช้เวลานานแค่ไหนกว่าจะได้ทายาทอุ้มบุญมูลค่ากว่า 30 ล้าน?

“กับทายาทแอนเองมี 2 คน ตอนนี้แอนดรูว์ผู้ชายอายุ 1 ปี 4 เดือน ส่วนน้องแองเจิ้ลผู้หญิง 8 เดือน จริงๆ อันนี้เตรียมการมานานตั้งแต่ปี 2017 ตอนที่พี่แอนแปลงเพศ ก็คือว่าไปฝากสเปิร์มเก็บเอาไว้ ตอนแรกบินไปที่ประเทศกรีซก่อน ปรากฏว่าไม่ได้ ก็คือเก็บตามกระบวนการ แต่ไม่ได้ผู้หญิงที่จะมาอุ้มบุญตามที่ต้องการ คนที่จะอุ้มท้องให้เราได้ เลยบินไปทำต่อที่อเมริกา สุดท้ายก็เลยได้อุ้มบุญที่ลอสแองเจลิส ประเทศสหรัฐอเมริกา เราไปอยู่ที่นู้นประมาณ 1 เดือน แล้วก็ฝากสเปิร์ม แล้วกระบวนการที่หนักที่สุดเลยก็คือการเลือกไข่ ก็เลยเลือกมาได้คนที่อุ้มบุญให้เราเป็นผู้หญิงชาวเยอรมัน ตาฟ้า ผมทองเลย อายุ 23 ปี น้องทั้งสองคนเกิดจากคนนี้ทั้งคู่เลยค่ะ เราอยากให้เขาทั้งสองคนมีความรู้สึกเป็นพี่น้องกัน กว่าจะได้มาก็ใช้เวลาการผสมจากเชื้อของพี่ อีกเกือบปี ใช้เวลานานมาก”

ไม่กลัวดราม่าหรอ…ทำไมไม่เลือกที่จะรับเด็กมาเลี้ยงมากกว่าล่ะ?

“การที่เราจะมีลูก ต้องเป็นลูกเราอ่ะ มันรู้สึกว่าเป็นลูกเรามากกว่า เคยคิดเหมือนกัน ถ้าไม่ได้ก็คงเป็นแบบนั้น แต่เราทำวิธีของเราก่อน แต่พอดีได้ แล้วเขาก็มาเกิด ที่พี่ทำบียอนเซ่ทำทีเดียวกัน นิโคล คิดแมน ทำทีเดียวกัน ที่ ลอสแอนเจลิส คือซุปตาร์ทั่วโลก ทำที่นี้หมด แล้วบริษัทเขาก็ลิสต์อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ สำหรับคนละ 15 ล้าน เป็นเรื่องสบายมาก เราเลือกได้หมดทุกอย่าง ทั้งเรื่องเพศ ทั้งสีตา ทั้งสีผม คือทุกอย่างได้หมด คือที่ยอมจ่ายให้เยอะ เพราะตัวไข่ต้องเป็นสิ่งที่ดีที่สุด สามารถเลือกได้หมด ตั้งแต่สุขภาพดีตั้งแต่รุ่นปู่ทวด การเรียน การศึกษาของคนอุ้ม อย่างคนที่อุ้มให้แอน เขาเป็นหมอ ทุกอย่างเลือกได้หมด ชีวิตนี้ลิขิตเองได้”

แอน-จักรพงษ์

เห็นว่าเลี้ยงน้องทั้งสองคน ค่อนข้างหรูหรามีค่าใช้จ่ายเกือบเดือนละครึ่งล้านเลยเหรอ?

“ค่าเลี้ยงดูทุกอย่างตอนนี้เดือนละครึ่งล้าน แนนนี่ (พี่เลี้ยง) คนละ 1 เลย มีบอดี้การ์ด มีเชฟ มีคนขับรถ ดูแลโภชนาการทั้งเราและเด็กๆ แต่ถ้าใช้ไม่ถึงนะ ก็เก็บเข้าธนาคารให้ลูกเท่านั้นเอง ยิ่งโตขึ้นไป พี่จะบอกว่ายิ่งแพงกว่านี้อีก เพราะค่าเทอมค่าเรียนอินเตอร์ เดี๋ยวนี้เทอมละล้านนะ ทุกวันนี้เขาก็มีรถประจำตำแหน่งของเขากันเองแล้วนะ เพราะเราทำงานอาจจะอยู่กับเขาไม่ได้ตลอด ฉะนั้นถ้าพี่มอบสิ่งที่ดีที่สุดให้เขา ก็มอบให้เลย รวมทั้งประกันชีวิต ประกันสุขภาพทุกอย่าง คนละพันล้านอยู่แล้วค่ะ

ติดตามทุกประเด็นร้อนซุบซิบทุกเรื่องที่เป็น ทอล์ค ออฟ เดอะ ทาวน์ใน รายการ Z story เพราะทุกที่มีเรื่องเม้าท์” ออกอากาศทุกวันจันทร์-ศุกร์  เวลา 16.00 น.- 16.45 น. ทางอมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34 หรือรับชมย้อนหลัง youtube : amarintvhd


สามารถติดตามอ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติมได้ที่นี่

มหัศจรรย์ รักแท้ของแม่ แม้ฉันไม่ได้อุ้มท้อง แต่ทุ่มรักลูกสุดตัวหมดหัวใจ

ไอคอนสยาม ร่วม สืบสานตำนาน “เทศกาลไหว้พระจันทร์” ประจำปี 2563 อย่างยิ่งใหญ่ รวบรวมขนมเปี๊ยะ ขนมไหว้พระจันทร์จากร้านดังทั่วไทย ระหว่างวันที่ 18 ก.ย. – 1  ต.ค. ศกนี้

ไอคอนสยาม แลนด์มาร์คของไทยริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ร่วมเฉลิมฉลอง “เทศกาลไหว้พระจันทร์” ประจำปี 2563 อย่างยิ่งใหญ่ รวบรวมสุดยอดขนมไหว้พระจันทร์เลื่องชื่อจากหลากหลายร้านดังยอดนิยมอย่างครบครันในที่เดียว ให้ได้ลิ้มลองรสชาติแปลกใหม่และความอร่อยของขนมไหว้พระจันทร์ซึ่งล้วนคัดสรรวัตถุดิบชั้นเลิศระดับพรีเมี่ยมเหมาะอย่างยิ่งสำหรับเป็นของฝากหรือของขวัญให้แก่คนที่รักและเคารพนับถือ  ระหว่างวันที่ 18  กันยายน – 1 ตุลาคม ศกนี้ ณ ไอคอนสยาม ถนนเจริญนคร

เมืองสุขสยาม ณ ไอคอนสยาม ชั้น G  นำเสนอ “เปี๊ยะไหว้จันทร์ 4 ภาค”

ความอร่อยถัดมาที่ เมืองสุขสยาม ณ ไอคอนสยาม ชั้น G กับ งานเปี๊ยะไหว้จันทร์  คัดสรรขนมไหว้พระจันทร์หลากหลายไส้และขนมเปี๊ยะต้นตำรับ ทั่วไทย จาก 4 ภาค มาจำหน่ายที่สุขสยามที่เดียว  อาทิ ขนมเปี๊ยะต้นตำรับ ทั่วไทย  ร้านขนมเปี๊ยะพี่หน่อย ตลาดซาวไฮ่ จ.อุทัยธานี เช่น ไส้ฝอยทองไข่เค็ม  งาดำไข่เค็ม ร้านเปี๊ยะบางกอก จ.ปทุมธานี  เช่น ไส้ถั่วไข่เค็ม  ไส้งาดำ  ร้านตั้งเซ่งจั้ว จ.ฉะเชิงเทรา, ร้านขนมเปี๊ยะแม่ศรีเมือง และร้านตั้งซ่งเฮง  เปี๊ยะดอกบัวนาทวี จ.สงขลา ขนมเปี๊ยะไข่ทะลัก ไส้ล้นๆ อร่อยเต็มคำ นอกจากนี้ยังมีขนมไหว้พระจันทร์จากภัตตาคาร และแบรนด์ชื่อดัง อาทิ ร้านขนมไหว้พระจันทร์เจ้าเด็ดย่านบางลำพู เป็นเจ้าเก่าดั้งเดิมกว่า 60 ปี สืบทอดเป็นรุ่นที่ 3 มีทั้งหมด 4 ไส้  ไส้ทุเรียน, โหงวยิ้ง ไส้บัว และงาดำ ภัตตาคารกอกใจเจ๋าเหล่า  เปิดขายมายาวนานกว่า 70 ปี สืบทอดมาถึงรุ่นหลาน มีอาหารจีนและขนมมงคลสำหรับไหว้ช่วงเทศกาลต่าง ๆ  โดยเน้นสูตรน้ำตาลน้อย โดยมีไส้ Signature ไส้โหงวยิ้ง-เมล็ดทานตะวัน-หมูแฮม  ทุเรียน-วอลนัท และไส้เม็ดบัว-วอลนัท (หญ้าหวาน)  ภัตตาคารเชียงการีลา  เมนูเลื่องชื่อคู่ร้านมายาวนานคือ ไส้ทุเรียนคู่ ไส้โหงวยิ้ง  และในปีนี้จัดทำไส้ใหม่ โดยคัดสรรมันม่วงกวนจนได้ ไส้มันม่วงที่หอมหวาน

ไอคอนสยาม นำเสนอ “ขนมไหว้พระจันทร์” จากร้านดังยอดนิยม

คัดสรรความอร่อยจากร้านดังยอดนิยมเริ่มด้วยขนมไหว้พระจันทร์สีสันสดใสจากร้านเกียวโรลเอ็น (Kyo Roll En) ชั้น 3 ไอคอนสยาม ผสานความอร่อยแบบต้นตำรับของขนมสัญชาติญี่ปุ่นและจีนเข้ากันอย่างน่าอัศจรรย์ ยกขนมไหว้พระจันทร์ มาในชุด Afternoon Tea ให้ได้ลิ้มลองทั้ง 4 รสชาติ​ อาทิ​คัสตาร์ดไข่เค็ม, ไส้มัทฉะถั่วแดง​, Yusu​ Custard​ Lava  คัสตาร์ดผสานยูซึ​ และ Satsuma​ Imo มันหวานแท้จากเกาะคิวชู​  ​ ถัดมาด้วย ขนมไหว้พระจันทร์ซิกเนเจอร์จากร้านสตาร์บัคส์ (Starbucks) ชั้น 1 ไอคอนสยาม พลาดไม่ได้กับรสชาติใหม่ในเซ็ทพรีเมียม 4 รสชาติ   ได้แก่ ไส้ชากุหลาบและเบอร์รี่,ไส้มอคค่า, ไส้อาซาอิมิกซ์เบอร์รี่ และ ไส้บราวน์ชูการ์มิลค์ที และเซ็ทคลาสสิก ขนมไหว้พระจันทร์หลากรสจากร้านเอสแอนด์พี (S&P) ชั้น 4 ไอคอนสยาม  นำเสนอไส้ยอดนิยม  อาทิ ไส้หมอนทองแมคคาเดเมีย, ไส้บัวทองไข่เค็มลาวา, และอีกมากมายหลากหลายรสชาติ

ห้างสรรพสินค้า สยาม ทาคาชิมายะ จัดงาน “Mooncake Festival 2020”

นอกจากนี้ ห้างสรรพสินค้า สยาม ทาคาชิมายะ คัดสรรสุดยอดขนมไหว้พระจันทร์สูตรเอ็กซ์คลูซีฟให้ได้เลือกลิ้มลอง  ในงาน “Mooncake Festival 2020” อาทิ โรงแรม ดิ แอทธินี นำสนอขนมไหว้พระจันทร์ในกล่องคอลเล็กชั่นสุดพิเศษนี้ เป็นลวดลายดอกไม้รังสรรค์โดย อาเรียนนา คาโรลี (Arianna Caroli) ศิลปินชาวอิตาเลียนชื่อดัง, โรงแรม แบงค็อก แมริออท มาร์คีส์ ควีนส์ปาร์ค รังสรรค์ขึ้นโดยเชฟผู้เชี่ยวชาญจากห้องอาหารจีนพาโกด้า ไชนีส เรสเตอรองท์ คัดสรรวัตถุดิบชั้นเลิศผสมผสานกรรมวิธีการทำขนมไหว้พระจันทร์แบบดั้งเดิม, ขนมไหว้พระจันทร์จาก ร้าน 3SIS & Selected Goods สไตล์ Homemade พิถีพิถันทุกขั้นตอนการผลิตในสูตรแบบหวานน้อย ไส้แน่น อิ่มอร่อยกับ 6 รสชาติ และ ขนมไหว้พระจันทร์ จาก Phoenix Lava  ขนมไหว้พระจันทร์ไส้ลาวา ความอร่อยที่ลงตัวขนาดพอดีคำกับ 3 ชั้น 2 รสชาติ ไส้ออริจินอลไข่เค็มลาวา, ไส้ทุเรียนลาวา ฯลฯ

เชิญทุกท่านร่วมสืบสานตำนาน “เทศกาลขนมไหว้พระจันทร์” พร้อมซื้อขนมเปี๊ยะ และ ขนมไหว้พระจันทร์จากร้านดังทั่วไทย และแบรนด์ดัง พร้อมเพลิดเพลินไปกับการลิ้มลองรสชาติแปลกใหม่และความอร่อยสุดเอ็กซ์คลูซีฟของขนมไหว้พระจันทร์ที่ล้วนคัดสรรวัตถุดิบชั้นเลิศระดับพรีเมียม ระหว่างวันที่ 18 กันยายน – 1 ตุลาคม 2563 ณ ณ ไอคอนสยาม  ถนนเจริญนคร  สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโทร. 1338 หรือ www.iconsiam.com

เฌอเอม ตัวเต็งมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์  ใส่บอดี้สูท POEM

องค์นางแบบลง! เฌอเอม ตัวเต็งมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ สวยสับในบอดี้สูท POEM

สวยสับแบบนี้มงต้องลงแล้ว เฌอเอม ตัวเต็งมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ ในชุดบอดี้สูท POEM โพสต์ท่าเฉี่ยวสมกับเป็นนางแบบระดับอินเตอร์

ทัศนคติและไหวพริบในการตอบคำถามของ เฌอเอม ชญาธนุส ศรทัตต์ หนึ่งในผู้เข้าประกวดมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2020 กลายเป็นไวรัลที่มีคนแชร์กันทั้งโซเชียล พาให้เธอได้ใจแฟนนางงามไปไม่น้อย แม้ว่าตอนแรกจะถูกสบประมาทเรื่องรูปร่างที่ดูผอมเกินไป แต่ด้วยทัศนคติที่ดีและการตอบคำถามอย่างฉะฉานชัดเจน ทำให้เธอกลายเป็นหนึ่งในตัวเต็งของการประกวดครั้งนี้ได้อย่างไม่ต้องสงสัย

นอกจากสกิลการตอบคำถามจะโดดเด่นเป็นที่ยอมรับแล้ว ฝีมือและความสามารถในบทบาทนางแบบของเธอก็ไม่แพ้กัน ล่าสุด เฌอเอม ได้ไปปรากฏตัวอยู่บนอินสตาแกรมของ POEM แบรนด์ไทยชื่อดัง ในชุดบอดี้สูทสีดำที่มีชื่อรุ่นว่า “Victoria” Black velvet with build-in brassiere v-neck bodysuit พร้อมกับโพสต์ท่าปังๆ เฉี่ยวๆ อินเนอร์มาเต็ม เห็นแล้วบอกเลยว่าไม่เสียชื่อนางแบบที่ทำงานร่วมกับแบรนด์ระดับโลกมาแล้วมากมาย

โดยบอดี้สูทสีดำชุดนี้จากโพเอม เป็นอีกหนึ่งไอเท็มที่แสดงให้เห็นซิกเนเจอร์ของแบรนด์ได้เป็นอย่างดี คือการทำให้รูปร่างของผู้ใส่ดูชัดทุกสัดส่วน กลบจุดด้อย เสริมจุดเด่น ทำให้เฌอเอมในลุคนี้สวยเซ็กซี่เกินต้าน ไหนจะหน้าผมที่แสนจะลงตัว พูดได้คำเดียวว่า ฉ่ำมากแม่!

 เฌอเอม ตัวเต็งมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ ในบอดี้สูท POEM  เฌอเอม ตัวเต็งมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ บอดี้สูทโพเอม  เฌอเอม ตัวเต็งมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ บอดี้สูท poem

ซึ่งก่อนหน้านี้ ในคลิปตอบคำถามที่กลายเป็นไวรัล เฌอเอม ก็ได้ใส่ชุดสูทโทนสีออมเบรจาก Poem เช่นกัน 

เฌอเอม ชุดสูทโพเอม เฌอเอม ชุดสูท poem เฌอเอม ชุดสูท poem


ภาพ : IG@poem_official , @cheraims

เรื่อง : ฮานะ_แพรวนิสต้า

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

นี่อาจเป็น สัญญาณตั้งครรภ์ของ ดัชเชสเคท หลังสไตล์การแต่งตัวต่างไปจากเดิม

กระเป๋าแบรนด์หรูของ ‘คิมเบอร์ลี่’ จ่ายไม่เกิน 2 หมื่นก็ซื้อไอเท็มใบสวย คุณภาพดีได้

นางฟ้าตลอดกาล! ส่อง 14 ลุควันสบายๆ สไตล์ ‘มิแรนด้า เคอร์’ คุณแม่ลูกสาม

ท้องเสียเรื้อรัง

ท้องอืด ท้องเสียเรื้อรัง เหตุแพ้โปรตีนกลูเตนจากเบเกอรี่ ระวังเป็นโรคเซลิแอค

เตือนท้องอืด ท้องเสียเรื้อรัง อย่านิ่งนอนใจ อาจเป็นโรคเซลิแอคได้ เหตุจากแพ้โปรตีนกลูเตนที่มีอยู่ในเบเกอรี่และอาหารจำพวกแป้งบางชนิด ปล่อยไว้มีผลทำให้ลำไส้เล็กถูกทำลายได้

พฤติกรรมคนรุ่นใหม่ที่นิยมบริโภคอาหารประเภท เบเกอรี่ อาทิ เค้ก พาย ขนมปัง ข้าวโอ๊ต ซีเรียล ซึ่งในอาหารจำพวกแป้งเหล่านี้จะมีโปรตีนที่เรียกว่า กลูเตน (Gluten) ที่ช่วยทำให้อาหารเหนียวนุ่ม และยังมีประโยชน์ต่อร่างกาย โดยเฉพาะในกลุ่มคนที่รับประทานมังสวิรัติและอาหารเจ แต่สำหรับผู้ที่แพ้กลูเตนอาจก่อให้เกิดผลเสียต่อร่างกายได้

การแพ้กลูเตนอาจก่อให้เกิดโรคที่เรียกว่า โรคเซลิแอค (Celiac Disease) โดยกลูเตนจะทำให้เกิดภาวะลำไส้อักเสบ จากความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันต่อตัวเอง (Autoimmune Disease) โดยระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายจะสร้างแอนติบอดี้เข้าไปทำลายเนื้อเยื่อบุเซลล์ที่ลำไส้เล็ก (Microvilli) ส่งผลให้เกิดการอักเสบและฝ่อในที่สุด ไม่สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้การดูดซึมอาหาร เกลือแร่ วิตามิน ได้ไม่เพียงพอ

ทั้งนี้ผู้ป่วยจะมีอาการท้องอืด ท้องเสียเรื้อรัง ปวดท้องที่เกิดจากแก๊สในกระเพาะอาหาร โลหิตจาง (Anemia) เนื่องจากดูดกลืนโฟลิกและวิตามิน B12 ได้ไม่เพียงพอ อ่อนเพลีย น้ำหนักตัวลดลง กระดูกพรุน ระบบประสาททำงานผิดปกติ ผิวหนังเป็นผื่นบริเวณข้อศอกและเข่า ปวดตามข้อและกล้ามเนื้อ โกธรง่าย ซึมง่าย ในกรณีที่เกิดในเด็กจะทำให้เด็กโตช้า ตัวเล็กกว่าเด็กปกติทั่วไป ในผู้ป่วยโรคเซลิแอคบางรายจะไม่มีอาการเลยก็ได้ แต่โรคดังกล่าวยังคงมีการทำลายลำไส้เล็กอย่างต่อเนื่อง

พบว่าทั่วโลกมีผู้ป่วยโรคเซลิแอคประมาณ 1-2% ประชากรไทยพบโรคนี้ได้ 0.3% พบได้มากในคนผิวขาว เป็นได้ในทุกช่วงอายุ แต่จะพบมากสุดในกลุ่มช่วงอายุ 35 ปีขึ้นไป โดยหากมีพ่อแม่ พี่น้องในครอบครัวเป็นโรคนี้ จะมีโอกาสที่คนอื่นๆ ในครอบครัวจะเป็นโรคนี้ด้วยถึง 10%

ณิศรา ตีระวัฒนพงษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการทางห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ N Health เปิดเผยว่า การวินิจฉัยโรคเซลิแอคนั้นทำได้โดยตรวจร่างกาย ตรวจเลือด ส่องกล้องและตัดชิ้นเนื้อในลำไส้เล็กเพื่อตรวจยืนยัน เนื่องจากโรคเซลิแอคจะมีอาการใกล้เคียงกับโรคอื่นๆ ของระบบลำไส้ ซึ่งแพทย์จะรักษาตามอาการ จึงมีคนไข้ที่อาจไม่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคเซลิแอค หากไม่ได้รับการตรวจเลือดเพื่อวินิจฉัยเบื้องต้นก่อน โดยสามารถตรวจได้ที่ห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ของโรงพยาบาลทั่วไป

อย่างไรก็ตาม หากตรวจดูอาการของตนเองแล้วพบว่ามีอาการเข้าข่ายแพ้กลูเตน ควรปรึกษาแพทย์พร้อมประวัติการรักษาเกี่ยวกับโรคที่เกี่ยวกับช่องท้อง เพื่อให้ได้รับการวินิจฉัยโรคที่ถูกต้อง ทั้งนี้หากตรวจแล้วพบว่าแพ้กลูเตน ก็จำเป็นที่จะต้องหลีกเลี่ยงอาหารที่มีกลูเตนเป็นส่วนประกอบ รวมทั้งอาจจะต้องหลีกเลี่ยงการบริโภคนมด้วย เพราะผู้ที่เป็นโรคเซลิแอคจำนวนมากมีอาการแพ้นม เนื่องจากไม่สามารถย่อยแล็กโตสได้ นอกจากนี้ควรได้รับการแนะนำจากนักโภชนาการที่มีประสบการณ์โดยตรงในการจัดอาหารสำหรับผู้ที่เป็นโรคเซลิแอค และควรอ่านฉลากอย่างระมัดระวังก่อนที่จะบริโภคอาหารทุกชนิด


ข้อมูล : N Health
ภาพ : Pexels

 

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

อร่อยแบบ 0 แคลอรี่! ด้วยวิธี ลดน้ำหนัก ง่ายๆ กับอาหารที่ชอบ

3 กฎเหล็กสำหรับ ไดเอท ที่สาวอยากหุ่นโป๊ะเชะ สุขภาพเป๊ะ ต้องทำตาม!

แสงแดดไม่ได้ทำร้ายแค่ผิว! 5 โรคตา ต้องระวังเมื่อต้องสัมผัสยูวี และวิธีป้องกัน

 

 

 

รักข้ามรุ่นไม่วุ่นแน่กับ 5 สิ่งที่หนุ่มสาวพึงกระทำถ้าริจะรักคนแก่

ดันไปตกหลุมรักหนุ่มใหญ่หรือสาวรุ่นพี่ที่อายุห่างกันมากกกกกกกก แต่ไม่รู้ว่าจะวางตัวแบบไหนดีให้รักข้ามรุ่นครั้งนี้ไหลลื่นไม่มีติดขัด และพิชิตใจหนุ่ม-สาวรุ่นใหญ่ในฝันได้ แพรว wedding เลยจัดมาให้เต็มๆ หากริจะ รักคนแก่ ข้ามรุ่นต้องทำแบบนี้ รับรองว่าดีแน่น้องเอ๊ย

 

คีฟความสดใสเอาไว้

รักคนแก่กว่าไม่ว่าจะเป็นรักสาวใหญ่หรือหนุ่มใหญ่ ก็ไม่ต้องเปลี่ยนตัวเองให้แก่ตาม ขอให้เก็บความสดใสตามสไตล์เด็กวัยอ่อนกว่าไว้กับตัวให้เหนียวแน่น และใช้ความสดใสที่ว่านี้ไปเติมเต็มความสัมพันธ์ของคุณและคนในฝันให้สตรอง ดีไม่ดีความสดใสของคุณจะช่วยทำให้เขาคนนั้นรู้สึกเหมือนกลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง แบบนั้นน่ะกระชุ่มกระชวยจะตาย

ลดช่องว่างของวัยด้วยการรู้ทัน

ส่วนใหญ่รักคนโตกว่ามากๆ แล้วแป้กอกหักไม่เป็นท่าก็เพราะเรื่องของช่วงวัยที่ห่างกัน ที่ส่วนหนึ่งติดที่ความสนใจในเรื่องราวต่างๆ รอบตัวไปคนละทิศคนละทาง ทางที่ดีก็คือ รู้ทันความสนใจในวัยของอีกฝ่ายให้ได้ว่าตอนนี้ คนรุ่นนั้นเขาสนใจอะไรกันอยู่ เวลาคุยกัน อีกฝ่ายจะได้รู้สึกว่าคุณเองก็พูดภาษาเดียวกันกับเขาได้ เวลามีปัญหาเขาก็สามารถมาบ่นๆ หรือขอคำปรึกษาคุณได้ไม่ต่างกับคนวัยเดียวกัน

แต่คำเตือนก็คือ แม้จะรู้ทันแต่อย่าอวดรู้ เพราะยังไงซะเขาก็มีประสบการณ์ชีวิตมากกว่าคุณ ถ้าเกิดพยายามโชว์ภูมิแล้วข้อมูลไม่แน่นจริง ผลที่ได้คือตรงข้ามกับที่คิดเลยนะขอเตือน

มีสติและมีเหตุผล

ส่วนใหญ่ที่การจีบคนอายุมากกว่าต้องพลาดเป้าไปเพราะอารมณ์อันอ่อนไหวและด้อยประสบการณ์ชีวิตทำให้สติที่มีอยู่น้อยเกินไป ส่งผลให้ความอดทนต่ำ ทำอะไรเอาแต่อารมณ์ จนบางครั้งเหตุผลที่ควรมีกลับหลบหายหรือไม่ปรากฏให้เห็นเมื่อจำเป็น เวลาทะเลาะกันหรือแม้แต่ถกเรื่องทั่วๆ ไปที่มองคนละมุมก็กลายมาเป็นเรื่องได้ ฉะนั้นถ้าคิดจะรักข้ามรุ่นให้ประสบความสำเร็จ จงตั้งสติให้มั่นและพูดคุยกันอย่างมีเหตุผลเสมอ หรือพูดง่ายๆ คือ อย่าเล่นไปซะทุกเรื่อง อย่าร่าเริงผิดเวลา

ทำตัวให้ร่วมวัยและเข้าสังคมได้

อย่างหนึ่งที่ทำให้รุ่นใหญ่ลังเลที่จะตกลงใจรับรักคนวัยอ่อนกว่าก็คือ เวลาต้องพาไปไหนต่อไหนกลัวว่าคนจะมองไม่ดีเหมือนพาลูกไปดูหนังหรือพาหลานไปกินข้าว ดังนั้นคุณค่ะ อย่าไปแคร์และอย่าไปสนว่าคนจะมองคุณว่าอย่างไร ขอเพียงรู้จักวางตัวให้เป็นในยามที่อีกฝ่ายพาคุณเข้าสังคม เพื่อให้เขาวางใจได้ว่า ทั้งเสื้อผ้าหน้าผมและกริยามารยาทของคุณที่แม้จะอ่อนวัยกว่าไม่เป็นอุปสรรคในการพาไปโชว์ตัวหรือควงแขนออกงาน

เคารพพื้นที่ส่วนตัวเสมอ

หลายคนที่อ่อนวัยกว่ามักมองข้ามเรื่องพื้นที่ส่วนตัวไปซะสนิท และคิดเพียงว่าเมื่อจีบติด เป็นแฟนกันแล้วเธอคือหนึ่งเดียวของฉัน แต่ในความเป็นจริง รักข้ามรุ่นไม่ควรคิดแบบนั้นจนกว่าจะมั่นใจว่าอีกฝ่ายคิดตรงกันจริงๆ เพราะความเป็นผู้ใหญ่กว่าของอีกฝ่ายอาจทำให้มีเรื่องส่วนตัวหรือเรื่องเฉพาะเจาะจงที่คุณเองไม่สามารถเข้าไปมีส่วนร่วมได้ก็อย่าไปวุ่นวาย เช่นสังคมการทำงานที่คุณอาจจะยังก้าวไปไม่ถึงเพราะด้อยประสบการณ์กว่า จึงไม่ควรก้าวก่ายถ้าเขาไม่อนุญาตหรือขอความเห็น โดยเฉพาะเรื่องแสนจะอ่อนไหวอย่างปัญหาครอบครัวที่คุณอาจจะยังเด็กกว่าและไม่ต้องรับผิดชอบเท่าอีกฝ่าย คุณจึงควรวางตัวให้นิ่ง เคารพและให้เกียรติในการใช้ชีวิตในแบบของเขา โดยคอยอยู่ข้างๆ และสนับสนุนให้กำลังใจและความเห็นในยามที่เขาร้องขอก็พอ

ทำทั้ง 5 ข้อนี้ได้ดี แพรว wedding รับรองว่ารักข้ามรุ่นของคุณจะมีแต่เฮและดี๊ดีจนไม่อยากพรากจากกันไปไหนเชียวละ

เรื่อง : Hoyamemoria
ภาพ : www.insideweddings.com

>> อ่านบทความเกี่ยวกับความรักและความสัมพันธ์เพิ่มเติม คลิกเลย <<

8 พฤติกรรมบอกรักให้รู้ว่า “รัก” คำที่แม้ไม่พูดแต่อีกฝ่ายก็รู้สึกได้

หนุ่มสาวคนไหนที่กำลังอินเลิฟอยู่กับคนปากแข็ง ในใจก็อยากจะได้ยินคำหวานๆ อย่างคำว่า “รัก” บอกรัก ให้ชื่นใจบ้าง แต่พอจะให้ถามว่า “รักกันไหม?” กลับเขินอายไม่กล้าถามออกไปตรงๆ เอาเป็นว่าถ้าอยากรู้แต่ไม่อยากถามก็สังเกตอาการเหล่านี้ให้ดี ถ้าเขามีตามนี้เขารักคุณชัวร์!

1. คอยเป็นห่วงเป็นใย ดูแลเอาใจใส่เสมอ

เรื่องของการจูงมือ คล้องแขนเป็นอะไรที่ปกติธรรมดามาก ใครๆ ก็ทำกัน แต่ที่อยากให้โฟกัสคือ ในขณะที่คุณกำลังจะข้ามถนนเขามักจะขยับตัวเองย้ายฝั่งมาอยู่ด้านที่รถกำลังจะมา เรียกง่ายๆ ว่าเอาตัวเองกันรถเพื่อความปลอดภัยของคุณ นอกจากนี้เขายังรู้จักสังเกตคุณด้วย เมื่อไหร่ที่คุณไม่สบายหรือมีท่าทีอ่อนเพลียจากการทำงาน เขาก็จะคอยดูแลอยู่ใกล้ๆ หาอาหารอร่อยๆ ให้ทาน และมักถามคำถามที่แสดงความห่วงใยอย่างเช่น “เหนื่อยไหม?” , “ไหวหรือเปล่า?” เพื่อบอกให้รู้ว่าเป็นห่วงนะจ๊ะที่รัก

2. แสดงออกว่าหวง

ห่วงกันไปแล้วคราวนี้ก็ต้องหวงกันบ้าง ลองสังเกตดูนะคะว่าเมื่อไหร่ที่คุณคุยกับผู้ชายคนอื่น เขาก็จะเข้ามายืนเลียบๆ เคียงๆ หรือจับมือโอบไหล่คุณสักนิด พอให้ผู้ชายเหล่านั้นรู้ว่าคุณเป็นคนรักของเขานะ คุยได้แต่อย่าคิดมาแหยมเชียวล่ะ!

3. รักษาสัญญา

พูดคำไหนคำนั้น บอกว่าจะมาก็มาตรงเวลา ไม่มีการโกหกหรือปล่อยให้คุณต้องรอเก้อ และที่สำคัญคือ ไม่ว่าจะเคยเกี่ยวก้อยสัญญาอะไรกันไว้ เขาจะทำให้ตามสัญญาแบบอัตโนมัติโดยที่คุณไม่ต้องทวงถามสักนิดเดียว

4. ดูแลครอบครัวเราด้วย

นอกจากตัวคุณที่เขาคอยดูแลแล้ว ความเป็นห่วงนี้ยังเผื่อแผ่ไปถึงคนในครอบครัวคุณด้วย ไม่ว่าจะเป็น ซื้อของมาฝาก ถามไถ่สารทุกข์สุขดิบ จนไปถึงขั้นอาสาพาคนในครอบครัวเราไปหาหมอ หนุ่มสาวคนไหนเห็นอาการแบบนี้แล้วตระหนักไว้เลยว่าเขารักคุณมาก อย่าปล่อยให้หลุดมือเชียวนะ!

5. ยอมง้อเราก่อน

คนรักกันมันก็เหมือนลิ้นกับฟันทะเลาะกันบ้างเป็นเรื่องปกติ แต่ถ้าเขายอมใจอ่อนเข้ามาง้อคุณก่อน (ไม่ว่าใครจะผิดก็ตาม) โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเขาไม่ใช่คนยอมใครง่ายๆ นั่นหมายความว่าคุณได้หัวใจของเขาไปเต็มๆ แล้วนะ

6. พัฒนาตัวเองในทางที่ดีเพื่อคุณ

อย่างเช่น เลิกสูบบุหรี่ เลิกดื่มเหล้า หรือวันดีคืนดีลุกขึ้นมาทำอาหารอร่อยๆ ให้ทาน หรืออะไรก็ตามเขาไม่เคยทำและไม่คิดจะทำมาก่อนโดยที่คุณไม่ต้องขอ นอกจากคุณจะเซอร์ไพรส์แล้ว รับรองว่าฟินสุดๆ แน่นอน

7. เก็บทุกความทรงจำระหว่างเรา

ข้อนี้เรียกว่าโรแมนติกสุดๆ ลองคิดดูว่าถ้าวันหนึ่งเราบังเอิญไปเห็นตั๋วหนังที่เคยไปดูด้วยกันตั้งแต่เดทแรก ตั๋วรถเมล์ที่เคยนั่งรถเดินทางไปไหนมาไหนด้วยกัน รวมถึงการ์ดและของขวัญที่มอบให้กันในวันพิเศษ ถ้าเขาเก็บสิ่งเหล่านี้ไว้ฟันธงได้เลยว่ารักนี้ยังเดินต่อไปได้อีกน้านนนน!

8. ร่วมทุกข์ร่วมสุข

สิ่งสำคัญของคนรักกันคือการอยู่เคียงข้างกันในทุกช่วงเวลาของชีวิต ยามเราสุขเขาก็ยิ้มและหัวเราะไปด้วย แต่เมื่อถึงเวลาที่ปัญหารุมเร้า ถ้าเขายังคงอยู่ข้างกายคอยให้กำลังใจไม่ทิ้งกันไปไหนแล้วละก็ แบบนี้ไม่เรียกว่าความรักก็หาคำนิยามอื่นๆ มาอธิบายไม่ได้แล้ว

อย่างที่เขาพูดกันว่า “การกระทำสำคัญกว่าคำพูด” ลองเช็คอาการคนข้างกายนะคะว่ามีตามนี้หรือเปล่า ถ้าตรงเป๊ะทุกข้อก็ควรเลิกสงสัยในความรู้สึกของเขาได้แล้วนะ

>> อ่านบทความเกี่ยวกับความรักและความสัมพันธ์เพิ่มเติม คลิกเลย <<

ภาพ : www.desktopbestwallpaper.com