ตั๊ก บงกช เรียนทำเกษตร ตามวิถีเศรษฐกิจพอเพียง มุ่งพัฒนาแปลงเกษตรสมัยใหม่

มุ่งมั่นไม่หยุด! ตั๊ก บงกช เบญจรงคกุล ตั้งใจเรียนรู้การทำเกษตร ตามวิถีเศรษฐกิจพอเพียง มุ่งพัฒนาที่ดินเปล่าให้เป็นแปลงเกษตรสมัยใหม่

ตามวิถีเศรษฐกิจพอเพียง

เป็นอีกหนึ่งนักแสดงสาวที่เมื่อตั้งใจทำอะไรแล้วต้องไปให้สุด ไม่มีหยุด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงานในวงการบันเทิง ครอบครัว การลดน้ำหนัก หรือล่าสุดในช่วงการแพร่ระบาดอย่างหนักของโควิด-19 ที่ทุกคนต้องล็อกดาวน์อยู่บ้าน สาวตั๊กก็ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ หันมาปลูกผักไว้กินเองที่บ้าน

ทั้งนี้ตั๊กเคยให้สัมภาษณ์กับแพรวว่า “ตั๊กมองว่าการปลูกผักไม่ใช่แค่ผัก แต่เป็นเรื่องของอาหารและชีวิต ถ้าวันหนึ่งที่ไม่มีเงิน แต่เราปลูกผักได้ อนาคตก็สามารถสร้างรายได้และมีกินด้วย หรือการปลูกผักโดยใช้ปุ๋ยที่เป็นผักมาหมุนเวียน รีไซเคิลใหม่ เป็นเรื่องที่ต้องศึกษาให้ถ่องแท้ว่าเราจะทำอะไรอย่างไร”

ตั๊ก บงกช เรียนทำเกษตร ตามวิถีเศรษฐกิจพอเพียง มุ่งพัฒนาแปลงเกษตรสมัยใหม่

ตามวิถีเศรษฐกิจพอเพียง

จากการเริ่มปลูกผักในบ้าน สู่การพัฒนา “ไร่เบญจรงคกุล” ให้กลายเป็นพื้นที่ที่อุดมสมบูรณ์ ปลูกข้าวและต้นไม้นานาชนิด ล่าสุดตั๊กลุกหน้าไปอีกขั้น เติมความรู้เรื่องการทำเกษตรให้เข้มข้น ด้วยการมาเป็นนักเรียนของมูลนิธิชัยพัฒนา เรียนรู้การทำเกษตร ตามวิถีเศรษฐกิจพอเพียง โดยเธอมีเป้าหมายว่าอยากจะพัฒนาที่ดินเปล่าให้เป็นแปลงเกษตรสมัยใหม่

ซึ่งมูลนิธิชัยพัฒนาได้เล่าถึงนักเรียนคนนี้ว่า….

ตามวิถีเศรษฐกิจพอเพียง

คุณบงกช เบญจรงคกุล หรือที่ทุกคนรู้จักกันดีว่า “คุณตั๊ก” เป็นอีกหนึ่งตัวแทนคนรุ่นใหม่ที่สนใจเรียนรู้การทำเกษตร ตามวิถีเศรษฐกิจพอเพียง ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9
วันหนึ่งคุณตั๊กได้ติดต่อมายัง #มูลนิธิชัยพัฒนา เล่าให้ฟังว่ามีที่ดินเปล่าและมีความสนใจอย่างมากที่จะพัฒนาที่ดินผืนนี้ให้เป็นแปลงเกษตรสมัยใหม่อย่างจริงจัง
ตามวิถีเศรษฐกิจพอเพียง
มูลนิธิชัยพัฒนาจึงได้แนะนำ #โครงการศูนย์บริการวิชาการเกษตรของมูลนิธิชัยพัฒนา อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี ให้คุณตั๊ก เนื่องจากโครงการนี้อยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ อีกทั้งยังเป็นสถานที่ให้ความรู้ด้านการเกษตรแบบครบวงจร
โดยเริ่มตั้งแต่ทฤษฎี การลงมือปฏิบัติ ไปจนถึงการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร โดยวันที่ 30 พฤศจิกายน 2563 ที่ผ่านมา คุณตั๊กได้เดินทางไปยังโครงการฯ ตามที่นัดแนะไว้โดยมีทีมงานมูลนิธิชัยพัฒนา นำโดย นายนนทธกร พุ่มกล่อม ผู้เชี่ยวชาญด้านการเกษตรของมูลนิธิชัยพัฒนา และนางภากมล รัตตเสรี กรรมการและรองเหรัญญิกมูลนิธิชัยพัฒนา เป็นผู้ถ่ายทอดวิชาความรู้ด้านการเกษตรและการบริหารจัดการให้
ตามวิถีเศรษฐกิจพอเพียง
หนึ่งวันที่ลงมือปฏิบัติอย่างจริงจังทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ สังเกตได้ว่าคุณตั๊กมีความตื่นเต้นและกระตือรือร้นที่ได้เรียนรู้การทำการเกษตร ก่อนกลับยังได้นัดกับโครงการว่าจะมาลงมือเก็บผักที่โครงการด้วยตัวเองตั้งแต่ 6 โมงเช้า และหากมีข้อสงสัยใดๆ จะติดต่อขอความรู้มาเป็นระยะๆ…. เชื่อได้ว่าอีกไม่นานทีมงานมูลนิธิชัยพัฒนา จะได้มีโอกาสไปเยี่ยมแปลงเกษตรของคุณตั๊กอย่างแน่นอน
เห็นความตั้งใจของสาวตั๊กแล้ว แพรวเชื่อว่าอีกไม่นาน แฟนๆ คงได้เห็นแปลงเกษตรแบบสมัยใหม่ของเธอ ตามวิถีเศรษฐกิจพอเพียงอย่างแน่นอน

ขอบคุณข้อมูลจาก : มูลนิธิชัยพัฒนา, @bong_kod_tak

จ๊ะจ๋า-พริมรตา เลื่อนงานวิวาห์

งานรุ่งพุ่งแรงอย่างต่อเนื่อง จิ๊บ-วสุ & จ๊ะจ๋า-พริมรตา เลื่อนงานวิวาห์ ครั้งที่ 2

เมื่อกลางปี 2562 คู่รักต่างวัยใจตรงกัน นักร้องรุ่นใหญ่ “จิ๊บ-วสุ” ได้ทำเซอร์ไพร้ส์ขอแฟนสาวรุ่นน้อง จ๊ะจ๋า-พริมรตา แต่งงานไกลถึงทิเบต โดยทั้งสองได้วางแผนร่วมกันว่าจะจัดงานแต่งงานอย่างเป็นทางการขึ้นในช่วงปลายปีเดียวกัน แต่ก็ปัจจัยความไม่พร้อมหลายอย่างทำให้ทั้งคู่เลือกที่จะเลื่อนงานออกไป บวกกับในเวลาต่อมา ทั่วโลกได้เจอกับสถานการณ์ที่คาดไม่ถึงเมื่อไวรัสโควิด-2019 ได้ระบาดหนัก ทำให้ทั้งสองยังไม่กล้าที่จะจัดงานในช่วงนั้น โดยต่อมาทั้งสองได้ออกมาเปิดเผยว่า จะมีงานสำคัญในวันที่ 29 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันคล้ายวันเกิดของสาวจ๊ะจ๋าด้วย แต่เมื่อถึงวันกลับไร้ข่าวงานแต่ง ซึ่งล่าสุดรายการรีวิวบันเทิง ช่อง 3 ได้ออกมาเปิดเผยว่าดาราทั้งสองเลือกที่จะเลื่อนงานวิวาห์อีกครั้ง

งานรุ่งพุ่งแรงอย่างต่อเนื่อง จิ๊บ-วสุ & จ๊ะจ๋า-พริมรตา เลื่อนงานวิวาห์ ครั้งที่ 2

จ๊ะจ๋า-พริมรตา เลื่อนงานวิวาห์

โดย “จิ๊บ-วสุ” ได้ให้สัมภาษณ์ว่า  เดิมทีแล้วมีการวางแพลนเอาไว้ว่าจะจัดงานแต่งงานกับ “จ๊ะจ๋า” ในวันที่ 29 พฤศจิกายนที่ผ่านมาจริงๆ แต่มีเหตุที่ต้องให้เลื่อนการจัดงานออกไปก่อน ซึ่งเป็นการเลื่อนครั้งที่ 2 แล้ว ส่วนสาเหตุของการเลื่อนนั้น เป็นเพราะว่าตอนนี้ “จ๊ะจ๋า” มีภารกิจหลายอย่างที่ต้องโฟกัส ทั้งธุรกิจร้านดอกไม้ที่ตั้งใจทำมาก รวมถึงการสร้างบ้านให้ครอบครัวที่เขาใหญ่ ก็เลยมีการพูดคุย และเห็นพ้องต้องกันว่าควรเลื่อนการจัดงานแต่งงานไปก่อน เพราะไม่มีเวลาในการเตรียมงานจริงๆ พร้อมกับพูดติดตลกบอกว่า การเลื่อนครั้งนี้ ถือเป็นการขยายเวลาให้ “จ๊ะจ๋า” ได้ใช้ คำนำหน้าว่า “นางสาว” ออกไปอีกหน่อย

จ๊ะจ๋า-พริมรตา เลื่อนงานวิวาห์

อย่างไรก็ตามในส่วนของฤกษ์ดีงานวิวาห์นั้นจะจัดขึ้นในปีหน้าอย่างแน่นอน ซึ่งตอนนี้กำลังอยู่ในช่วงพูดคุยหารือว่าจะเป็นวันไหน โดยยึดหลักการ 2 ส. คือ “สะดวกสบาย” และ “มีความสุข” ซึ่งจะสรุปลงเอยที่วันไหน “พี่จิ๊บ” บอกว่าหากชัวร์แล้ว จะแจ้งให้ทราบอย่างแน่นอน


ข้อมูล : @jaja_primrata @reviewbanterng

สามารถติดตามอ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติมได้ที่นี่

เปิดใจว่าที่เจ้าสาวคนล่าสุด จ๊ะจ๋า พริมรตา เดชอุดม หลังถูกแฟนหนุ่มขอแต่งงาน

สายเปย์ตัวจริง “จิ๊บ วสุ” ควักเงินพา “จ๊ะจ๋า พริมรตา” เที่ยวทริปอเมริกานานถึง 20 วัน

‘ถ้าเรากลัว เราจะไม่มีวันก้าวออกไปได้’ จ๊ะจ๋า พริมรตา อีกพรสวรรค์ด้านร้องเพลง ที่เคยวิ่งหนีมาแล้ว 3 ครั้ง!

‘ผิดคาด! ผู้ที่เกิดวันพุธและวันพฤหัส มองเพศเดียวกันแล้ว’ ดูดวงรายวัน 2 ธันวาคม 2563

ดูดวงรายวัน 2 ธันวาคม 2563 #หมอปุ้ยพยากรณ์ เช็กทุกวัน เป๊ะปังทุกดวง ทั้งการงาน การเงิน ความรัก และสุขภาพ

ผู้ที่เกิดวันอาทิตย์

การงาน :  คุณก็ยังโดดเด่นในเรื่องของการติดต่อประสานงาน การบริหารจัดการ และเป็นที่ปรึกษาให้คำแนะนำกับผู้อื่น ซึ่งหากคุณนั่งในตำแหน่งผู้บริหารขององค์กร มีลูกน้องอยู่ในความปกครอง วันนี้คุณไฟแรง กล้าได้กล้าเสียจนน่ากลัว ก็คงต้องวางตัวให้ดี ไม่ควรให้ความสนิทสนมกับลูกน้องมากเกินไป เพราะอาจเปิดโอกาสให้เขาตัดสินใจแทนคุณได้โดยพลการ

การเงิน : ชอบลงทุน เพราะสามารถใช้เงินทำงานสร้างรายได้ที่สูงให้กับตัวเอง ก็ต้องระวังความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้น แต่คุณก็มีดวงผู้ใหญ่อุปถัมภ์ หากพลาดพลั้งสามารถกลับไปขอท่านได้

ความรัก :  หากคุณแต่งงานอยู่กันมานาน ความหวานลดลง ทิฐิมากขึ้นเป็นธรรมดา แต่ที่ถูกต้องควรเพิ่มความหวาน แล้วลดทิฐิ ลดการเอาชนะ เน้นการประนีประนอม คนโสด คุณก็ยังโรแมนติกและวาดฝันถึงความรักไว้อย่างงดงาม วันนี้หากคุณผิดหวังมาไม่ต่ำกว่า 2 ครั้ง อาจได้เจอรักแท้

สุขภาพ :  ออกจากบ้านควรพกยาดม ยาหม่องติดกระเป๋าด้วย เพราะคุณอาจหน้ามืด เวียนศีรษะ จนถึงเป็นลม

 

ผู้ที่เกิดวันจันทร์

การงาน :  สำหรับผู้ที่ทำงานหรือเกี่ยวข้องกับงานที่ต้องใช้แรงกายแรงใจ เพื่อเอาชนะปัญหาและอุปสรรคต่างๆ เช่น ทหาร ตำรวจ นักกฎหมาย ฯลฯ รวมถึงผู้ที่ทำงานเกี่ยวข้องกับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ยวดยานพาหนะ วันนี้คุณจะโดดเด่นในการติดต่อประสานงาน การบริหารจัดการ รวมถึงให้คำปรึกษาแนะนำ แม้จะเหนื่อยจนตัวแทบแตก แต่คุณก็ยังมีผู้ใหญ่ช่วยส่งเสริมสนับสนุน ส่วนเพื่อนร่วมงาน และเจ้านายก็เมตตาคุณเป็นพิเศษ

การเงิน : คุณชอบลงทุนแบบกล้าได้กล้าเสีย แล้วส่วนมากก็จะได้ด้วย แต่คุณก็ใช้เงินเก่ง ชอบเลี้ยงดูปูเสื่อเพื่อนสนิทมิตรสหาย และดูแลญาติมิตร จนไม่เหลือเงินเก็บ

ความรัก : จากที่คุณสามีเลิกงานก็ไปดื่มสังสรรค์ต่อ วันนี้เขาอาจกลับบ้านเร็วมาอยู่กับผู้ใหญ่ ซึ่งคุณก็ไม่ควรมีทิฐิหรือยึดมั่นในเหตุผลของตัวเอง เพื่อต้องการเอาชนะ จะทำให้เสียบรรยากาศ คนโสด คุณโรแมนติกและมองโลกสวยงาม ตามสไตล์ผู้หญิงสวยคิดบวก จนผู้ใหญ่เป็นห่วง อาจเลือกคนที่เหมาะสมไว้ให้

สุขภาพ :  ระวังจะเกิดอุบัติเหตุจากของมีคมและแผลจากไฟไหม้

 

ผู้ที่เกิดวันอังคาร

การงาน :  สำหรับผู้ที่ทำงานหรือเกี่ยวข้องกับงานในสายยุติธรรม เช่น ทนายความ นักกฎหมาย ผู้พิพากษา ผู้ที่ดูแลความถูกต้องในสังคม ฯลฯ หากคุณกำลังอยู่ในช่วงสร้างสรรค์ผลงาน เช่น เขียนหนังสือ หรือคิดค้นงานวิจัยใหม่ๆ วันนี้คุณอาจถูกบังคับให้เข้าไปอยู่ในกระแสการแข่งขันแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นอย่างดุเดือด ทั้งในเรื่องผลประโยชน์และหน้าที่การงาน หรือถูกบังคับให้ต้องทำงานให้เสร็จภายในระยะเวลาที่กำหนด ซึ่งความสำเร็จรอคุณอยู่หากก้าวผ่านจุดนั้นได้

การเงิน : หากคุณกำลังร่วมหุ้นร่วมทุนกับแฟน ผู้ใหญ่จะให้ความอุปถัมภ์  แต่ในช่วงแรกอาจต้องลงทุนสูงหน่อย เพราะคู่แข่งเยอะ แต่งานนี้มีรุ่ง ต้องใช้เวลาจึงจะถึงจุดสร้างผลกำไร

ความรัก :  คุณกำลังอยู่ในช่วงแย่งชิงบุตร หรือแย่งชิงความเป็นอิสระต่อกันอยู่หรือเปล่า หากใช่ วันนี้อาจมีการใช้กระบวนการทางกฎหมายเข้ามาตัดสิน คนโสด คุณเคยถูกแย่งคนรักไปจนรู้สึกเข็ดขยาดกับความรัก เพราะฉะนั้นวันนี้หากจะรักใครควรดูให้ดีกว่าเดิม

สุขภาพ :  ควรให้ความสำคัญกับการขับถ่าย ไม่ควรกลั้นปัสสาวะต่อเนื่องกันเป็นเวลานาน เพราะอาจทำให้กรวยไตและกระเพาะปัสสาวะมีปัญหา เสี่ยงต่อการติดเชื้อในกระแสเลือด

 

ผู้ที่เกิดวันพุธ

การงาน :  สำหรับผู้ที่ทำงานหรือเกี่ยวข้องกับงานที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ เช่น งานโฆษณาประชาสัมพันธ์ งานสื่อสารมวลชน ศิลปินดารา นักร้อง ดีไซเนอร์ วันนี้คุณโดดเด่นในเรื่องของการติดต่อประสานงาน เรียกว่าชีพจรลงเท้าไม่ได้อยู่ติดออฟฟิศเลยทีเดียว ซึ่งคุณก็จะได้ผู้ใหญ่และคนใกล้ชิดช่วยสนับสนุนให้ได้ทำอย่างที่ตั้งใจ แต่สิ่งที่ไม่ควรทำ คือวางตัวเป็นกันเองกับลูกน้องมาก เพราะเขาจะตัดสินใจแทนคุณโดยพลการ ทำให้เสียงานได้

การเงิน : คุณมีดวงผู้ใหญ่อุปถัมภ์ มีโชคลาภบ่อยๆ วันนี้อาจได้ทรัพย์มรดก หากจะนำไปลงทุนหรือเดินทางท่องเที่ยว หรือช็อปปิ้ง ก็ควรแบ่งเงินเก็บไว้ก่อน

ความรัก :  โดดเด่นในเรื่องของอารมณ์อย่างมาก เอาแน่เอานอนอะไรกับคุณไม่ได้เลย วูบไปวูบมาจนคนใกล้ชิดเดาใจลำบาก อยู่ด้วยยาก คนโสด วันนี้คุณก็ยังหลงใหลได้ปลื้มในเพศเดียวกัน เพราะหากคุณรักแล้วก็ทุ่มเทใจให้หมดอย่างไม่มีเหตุผล ก็ต้องระวังความผิดหวังไว้หน่อย

สุขภาพ :  ช่วงนี้คุณเอ็นจอยกับการรับประทานอาหารมาก นอกจากต้องระวังน้ำหนักขึ้นแล้ว ระบบการย่อยอาหาร กระเพาะอาหารอาจมีปัญหา

 

ผู้ที่เกิดวันพฤหัสบดี

การงาน : ก็ยังไม่หยุดที่จะเดินทาง วันนี้อาจได้ไปยาวเลย ยิ่งหากคุณทำงานหรือเกี่ยวข้องกับงานที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ เช่น งานโฆษณา ประชาสัมพันธ์ ศิลปิน สื่อสารมวลชน ดีไซเนอร์ คุณมีโอกาสได้เดินทางไปบุกเบิกงานใหม่ยังสถานที่ที่แปลกใหม่ นับเป็นการเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่มั่นคงขึ้นกว่าเดิม

การเงิน : ก็ยังมีดวงผู้ใหญ่อุปถัมภ์อยู่ ยิ่งวันนี้อาจได้ลาภเป็นยวดยานพาหนะคันใหม่ หรือได้มรดก แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นอย่าหลงเชื่อคำพูดที่อ่อนหวานที่จะมาชักชวนให้คุณลงทุน หรือขายของ เพราะคุณอาจถูกหลอก

ความรัก :  คุณอาจมีโครงการเดินทางโยกย้ายถิ่นฐานไปอยู่ต่างจังหวัด หากไม่ติดโควิด-19 ก็คงได้ไปต่างประเทศแล้ว แต่วันนี้คุณก็ยังโลเล ไม่มั่นใจว่า รักแท้จะแพ้ระยะทางหรือเปล่า  คนโสด อาจได้พบเจอคนถูกใจในระหว่างเดินทางนะคะ แต่เอ วันนี้คุณมองเพศเดียวกันซะงั้น

สุขภาพ : เดินทางเปลี่ยนสถานที่อาจมีปัญหาในเรื่องของการรับประทาน จึงต้องระวังตั้งแต่ทอลซินอักเสบ น้ำย่อย กระเพาะอาหาร และถุงน้ำดี

 

ผู้ที่เกิดวันศุกร์

การงาน :  แม้คุณจะโดดเด่นในเรื่องของการเจรจาต่อรอง และการประนีประนอม แต่คุณอาจมาถึงจุดที่รู้สึกว่า เจรจาไปก็ไม่มีอะไรดีขึ้น แถมยังจะเจ็บตัวเสียอีก วันนี้จึงควรหยุดพักน่าจะดีกว่า

การเงิน :  อาจมีรายจ่ายกับการลงทุนใหม่ๆ การเข้าสังคม และการเดินทางท่องเที่ยว ไม่ควรใช้เงินตามใจ เพราะจะทำให้คุณเสียเงินก้อนใหญ่โดยไม่รู้ตัว

ความรัก : ปกติคุณก็แบกรับเรื่องราวต่างๆ ของสมาชิกในครอบครัวไว้อย่างหนักอึ้ง วันนี้คุณอาจมีปัญหากวนใจกับคู่ครองอีก ในเรื่องของทัศนคติในการใช้ชีวิตคู่ ซึ่งมีปัญหามาโดยตลอด คนโสด ที่ผ่านมาความรักทำให้คุณเจ็บจนเหนื่อย อยากพักร่างและใจไว้ที่ครอบครัวแล้ว

สุขภาพ :  หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ต้องยืนและเดินเป็นเวลานาน เพราะจะทำให้คุณปวดขาตั้งแต่สะโพกลงไป จนถึงข้อเข่าและข้อเท้า

 

ผู้ที่เกิดวันเสาร์

การงาน  :  คุณก็ยังคงต้องยึดอยู่กับการประกอบสัมมาอาชีพอยู่บนความถูกต้อง ซื่อสัตย์ ซื่อตรง ซึ่งวันนี้คุณมีความเป็นศิลปินสูง ควรทำงานที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ได้ดี เช่น ดีไซเนอร์ ศิลปิน สถาปนิก เมคอัพอาร์ทติส ฯลฯ  ซึ่งวันนี้คุณจะขยัน ทำงานหนัก และชอบช่วยเหลือผู้อื่น น่าชมเชย

การเงิน :  โชคดีมาก เพราะหาเงินง่ายใช้เงินคล่อง ซึ่งคุณใจใหญ่ ชอบเลี้ยงดูปูเสื่อเพื่อนฝูงอย่างเต็มที่ แล้วยังใจบุญ ช่วยเหลือผู้ที่เดือดร้อนอีกต่างหาก

ความรัก : ชีวิตคู่ของคุณก็ราบเรียบและราบรื่นดี แต่ต้องวงเล็บด้วยว่า ควรดำเนินชีวิตอยู่บนความพอเพียง พอดี ไม่มากไปหรือน้อยไป ไม่สุขจนเกินพอดี หรือหึงหวงกันจนเกินงาม   คนโสด คุณเป็นคนน่ารัก ชอบเฮฮาปาร์ตี้ แต่ก็อยากให้อยู่ในความพอดีๆ เพราะไม่งั้นจะเกินคำว่า น่ารักไปแล้วจะกลายเป็นความหึงหวง คาดหวัง และเรียกร้องความสนใจ

สุขภาพ : คุณเอ็นจอยกับการดื่มกิน เสาะหาอาหารอร่อยรับประทาน ก็ต้องระวังโรคอ้วน หรือขาดสารอาหารที่มีประโยชน์

 เช็กดวงย้อนหลังได้ที่นี่

เป็นโสดดีกว่า หากมีความรักแล้วต้องเป็นที่สอง ดูดวงรายวัน 30 พฤศจิกายน 2563

โรแมนติกมาก จนไม่ทันสังเกตว่า เขามีคู่แล้ว ดูดวงรายวัน 1 ธันวาคม 2563

ฟิตหุ่นด้วยโยคะ

ข้อดีของการ ฟิตหุ่นด้วยโยคะ ท่านกพิราบและท่าพวงมาลัย ทำตามได้ไม่ยาก

พูดถึงเรื่องการออกกำลังกาย การยืดเหยียดกล้ามเนื้อ และโยคะ เพิ่มความยืดหยุ่น และความคล่องตัวในการเคลื่อนไหวร่างกาย ถือเป็นหนึ่งในหัวข้อที่หลายคนให้ความสนใจ สำหรับบทความนี้ Emine Basarir เทรนเนอร์ผู้เชี่ยวชาญด้านสมรรถภาพร่างกาย จะมาให้คำแนะนำเกี่ยวกับเรื่อง ฟิตหุ่นด้วยโยคะ เพิ่มความยืดหยุ่นและความคล่องตัวในการเคลื่อนไหวร่างกาย และการประสานเข้าด้วยกัน เพื่อช่วยเสริมสมรรถภาพร่างกายขณะออกกำลังกายและเล่นกีฬาให้ดียิ่งขึ้น

เริ่มจากการเลือกเวลายืดเหยียดกล้ามเนื้อให้เหมาะสม และแนะนำท่าโยคะที่จะช่วยให้เราเคลื่อนไหวร่างกายได้ดีขึ้น และมีความยืดหยุ่นมากขึ้นด้วย

ความยืดหยุ่นและความคล่องตัวในการเคลื่อนไหวร่างกายแตกต่างกันอย่างไร

หากกล่าวแบบสรุป ความยืดหยุ่นก็คือความสามารถของกล้ามเนื้อที่จะยืดขยายออกไป ขณะที่ความคล่องตัวในการเคลื่อนไหวร่างกายเป็นเรื่องการเคลื่อนไหวของข้อต่อในยามที่ร่างกายขยับเปลี่ยนท่าและเคลื่อนไหวต่างๆ ได้อย่างคล่องตัวและไม่รู้สึกยากลำบากหรือเจ็บปวด

 

ฟิตหุ่นด้วยท่าโยคะ

ท่าบริหารร่างกายก่อนออกกำลังกาย เพื่อเพิ่มความคล่องตัว

เพื่อเพิ่มความคล่องตัวและช่วยให้ข้อต่อในร่างกายเคลื่อนไหวได้หลากหลายแบบ เราสามารถฝึกท่าบริหารร่างกายดังต่อไปนี้ โดยใช้เพียงน้ำหนักร่างกายของเรา

ก่อนออกกำลังกาย ให้บริหารร่างกายและเตรียมความพร้อมร่างกาย 4 ส่วน ดังนี้

  • ข้อเท้า
  • สะโพก
  • กระดูกสันหลัง
  • ไหล่

ระมัดระวังและขยับเคลื่อนไหวร่างกายในท่าต่างๆ ให้มีความคล่องตัว

ท่าบริหารร่างกายหลังออกกำลังกาย เพื่อสร้างความยืดหยุ่น

หลังออกกำลังกาย ให้ยืดเหยียดกล้ามเนื้อแบบมีการเคลื่อนไหว (dynamic stretching) หรือยืดเหยียดแบบหยุดค้างเป็นระยะ (static stretching) เพื่อให้กล้ามเนื้อมีความยืดหยุ่นมากขึ้น โดยการยืดเหยียดกล้ามเนื้อแบบ static stretching จะใช้เวลานานกว่าแบบ dynamic stretching

ฟิตหุ่นด้วยท่าโยคะ

สิ่งที่เรามักทำผิดพลาดกันบ่อยๆ เวลาออกกำลังกายก็คือยืดเหยียดกล้ามเนื้อแบบ static stretching ก่อนออกกำลังกาย ซึ่งอาจทำให้กล้ามเนื้อบาดเจ็บ เนื่องจากเราพยายามยืดเหยียดกล้ามเนื้อที่เย็นและตึงอยู่

ที่เราต้องทำก็คือ ให้ยืดเหยียดและถนอมกล้ามเนื้อที่เพิ่งออกกำลังกายมาใหม่ๆ การยืดเหยียดกล้ามเนื้อหลังออกกำลังกายจะช่วยบรรเทาอาการตึงของกล้ามเนื้อที่เกิดจากการออกกำลังกาย และช่วยลดการปวดเมื่อยหลังออกกำลังกายด้วย

โยคะช่วยเพิ่มความคล่องตัวและความยืดหยุ่นให้ร่างกายได้อย่างไร

เมื่อเราเข้าใจความแตกต่างระหว่างความคล่องตัวในการเคลื่อนไหวร่างกายและความยืดหยุ่นของร่างกายแล้ว เราก็จะมาพูดถึงวิธีการที่โยคะช่วยให้บรรลุเป้าหมายสุขภาพและรูปร่างที่ดียิ่งขึ้น เพราะโยคะช่วยเรื่องกล้ามเนื้อและข้อต่อ จึงอยากแนะนำให้เล่นโยคะหลังออกกำลังกายหรือเล่นในวันถัดไปแทน

โยคะบางรูปแบบจะต้องอาศัยความคล่องตัวและความยืดหยุ่นมากกว่าแบบอื่น ยกตัวอย่างเช่น แอ็คโครโยคะ (Acro Yoga) ที่จะทดสอบขีดความสามารถร่างกายในเรื่องความคล่องตัวและความยืดหยุ่น

ในขณะที่ บูโดคอน โยคะ (Budokon Yoga) เป็นโยคะอีกรูปแบบที่ไม่เพียงต้องอาศัยทั้งความคล่องตัวและความยืดหยุ่นของร่างกายเท่านั้น แต่ยังต้องมีพละกำลังและความแข็งแรงของร่างกายด้วย ต่อไปเป็นท่าโยคะที่ Basarir อยากแนะนำให้ลองทำตาม

ข้อดีของการ ฟิตหุ่นด้วยโยคะ ท่านกพิราบและท่าพวงมาลัย ทำตามได้ไม่ยาก

ฟิตหุ่นด้วยโยคะ โยคะท่านกพิราบ
โยคะท่านกพิราบ

โยคะท่านกพิราบ

ท่านกพิราบเป็นท่าที่ดีที่ช่วยเปิดสะโพกและยืดกล้ามเนื้อและเส้นเอ็นบริเวณสะโพก ตลอดจนเอ็นต้นขาด้านข้าง (Iliotibial band: ITB) ยาวไปจนถึงไลน์สะโพกด้านนอกด้วย

การยืดเหยียดต้นขาออกไปจะช่วยยืดกล้ามเนื้อสะโพกและลดอาการตึงของเส้นประสาทไซอาติก (sciatic nerve) ซึ่งแนะนำให้ผู้ที่มีอาการโรคปวดร้าวลงขา (sciatic problems) ทำท่านี้ เพราะจะช่วยยืดเหยียดกล้ามเนื้อ psoas ซึ่งเป็นกล้ามเนื้อหลักที่เชื่อมต่อกระดูกสันหลัง กับขา และช่วยยืดเหยียดบริเวณขาหนีบ และกล้ามเนื้อ adductor ที่อยู่บริเวณต้นขาด้านใน

ฟิตหุ่นด้วยโยคะ โยคะท่าพวงมาลัย
โยคะท่าพวงมาลัย

โยคะท่าพวงมาลัย

ท่าพวงมาลัยช่วยยืดเหยียดสะโพกและต้นขาด้านใน รวมถึงกระดูกสันหลัง ท่านี้จะช่วยบริหารอุ้งเชิงกรานและข้อต่อสะโพกได้ดี

สรุปการทำงานประสานกันระหว่างความคล่องตัวและความยืดหยุ่น

ความคล่องตัวและความยืดหยุ่นอาจเป็นศัพท์คนละความหมายกัน แต่ในทางปฏิบัติมันทำงานประสานกันเพื่อช่วยเสริมสมรรถภาพร่างกายโดยรวมขณะออกกำลังกายและเล่นกีฬาให้ดียิ่งขึ้น

ยกตัวอย่างเช่น หัวไหล่ที่มีอาการตึงอาจทำให้คุณมีปัญหากับข้อต่อเวลาขยับร่างกาย ดังนั้นหมั่นฝึกการออกกำลังกายที่เพิ่มทั้งความยืดหยุ่นและความคล่องตัวสำหรับตารางออกกำลังกายในแต่ละวัน

โยคะเป็นการบริหารร่างกายเพิ่มเติมชั้นดีหลังออกกำลังกายหรือเล่นในวันถัดไป จำไว้ว่า ถ้าคุณสังเกตว่าข้อต่อหรือส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายมีความแข็งตึง ก็ควรฝึกท่าออกกำลังกายให้ถูกวิธีและเหมาะสมเพื่อลดโอกาสเสี่ยงในการบาดเจ็บ


ภาพ : HerbalifeThailandOfficial , Pexels

 

บทความอื่นๆๆ ที่น่าสนใจ

7 เหตุผลที่ต้องเล่น โยคะ พร้อมเทียบความต่างจากการออกกำลังกายทั่วไป

ปวดคอบ่าไหล่เกินทน! ออฟฟิศซินโดรม ปล่อยไว้หายเองไหม หรือต้องแก้ด้วยวิธีนี้

อย่าทำตาม! รีวิวดัดขนตาด้วยไดร์เป่าผมจนงอนงาม เสี่ยงโรคตาแห้ง

 

ฟอร์ดยกทัพรถยนต์แห่งสมรรถนะ สะท้อนตัวตนที่แตกต่าง จัดแสดงในงานมอเตอร์ เอ็กซ์โป 2020 พร้อมข้อเสนอสุดพิเศษแห่งปี

  • ฟอร์ด จัดแสดงรถยนต์ทุกรุ่นทั้งไลน์อัพ นำโดย ฟอร์ด เรนเจอร์ ใหม่ และฟอร์ด เอเวอเรสต์ ใหม่ ที่มาพร้อมดีไซน์อันโดดเด่น ระบบส่งกำลังที่ได้รับการพัฒนาไปอีกขั้น และสีใหม่สุดเร้าใจ ไปจนถึงมัสแตงรุ่นพิเศษ
  • พบกับรถแข่งจากทีมฟอร์ด ไทยแลนด์ เรสซิ่ง ที่เพิ่งคว้า 2 ถ้วยรางวัลจากการแข่งขันไทยแลนด์ ซูเปอร์ ซีรีส์ 
  • ฟอร์ด พร้อมมอบข้อเสนอสุดพิเศษสำหรับรถรุ่นใหม่ภายในงานและที่ผู้จำหน่ายฟอร์ดทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 2 – 13 ธันวาคม นี้ 
  • ลูกค้าที่ชม LIVE ถ่ายทอดสดจากบูธฟอร์ดในงาน Motor Expo ผ่าน YouTube และ Facebook Ford Thailand ในวันที่ 2 ธันวาคม 2563 สามารถลุ้นรับส่วนลด 50,000 บาท จำนวน 30 รางวัล มูลค่ารวม 1,500,000 บาท

กรุงเทพฯ ประเทศไทย, 1 ธันวาคม 2563 – ฟอร์ด ประเทศไทย เปิดฉากมหกรรมยานยนต์จัดแสดงรถรุ่นใหม่ ทั้งฟอร์ด เรนเจอร์ ใหม่ ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ใหม่ ไปจนถึง ฟอร์ด มัสแตง รุ่นพิเศษ ที่มาพร้อมดีไซน์อันโดดเด่น ภายในงานมอเตอร์ เอ็กซ์โป 2020 ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 2 – 13 ธันวาคม 2563 ณ อิมแพค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1 เมืองทองธานี

ฟอร์ดพร้อมมอบข้อเสนอสุดพิเศษตลอดระยะเวลาการจัดงาน โดยลูกค้าที่จองและออกรถฟอร์ด รุ่นเครื่องยนต์ 2.0 ลิตร ยังจะได้รับโปรแกรมการขยายการรับประกันเครื่องยนต์และระบบส่งกำลังนาน 10 ปี หรือ 150,000 กม. 

สัมผัส ฟอร์ด เรนเจอร์ ใหม่ และฟอร์ด เอเวอเรสต์ ใหม่ ที่โดดเด่นด้วยรูปโฉมใหม่ทั้งไลน์อัพ สะท้อนตัวตนที่แตกต่างของผู้ขับขี่ รองรับทุกไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย นอกจากนี้ ผู้เข้าชมบูธยังได้พบกับรถแข่งฟอร์ด เรนเจอร์ จากทีมฟอร์ด ไทยแลนด์ เรสซิ่ง ที่เพิ่งได้รับ 2 ถ้วยรางวัลจากการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบในปีแรกที่สนามไทยแลนด์ ซูเปอร์ ซีรีส์ 2020 เมื่อเร็วๆ นี้

“ด้วยรถแข่งฟอร์ด เรนเจอร์ จากทีมฟอร์ด ไทยแลนด์ เรสซิ่ง และฟอร์ด มัสแตง รุ่นพิเศษฉลองครบรอบ 55 ปี ฟอร์ด ยังคงสร้างความตื่นเต้นให้กับตลาดยานยนต์ในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง โดยผู้เข้าชมบูธจะได้สัมผัสดีเอ็นเอของฟอร์ด เพอร์ฟอร์มานซ์ ที่โดดเด่นทั้งด้านรูปลักษณ์ สมรรถนะ และเทคโนโลยี อย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ เรามั่นใจว่า ฟอร์ด เรนเจอร์ และ ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ที่ได้รับการรูปโฉมใหม่ทั้งไลน์อัพ พร้อมเครื่องยนต์และระบบส่งกำลังที่ได้รับการพัฒนาไปอีกขั้น เพื่อตอบโจทย์ด้านไลฟ์สไตล์ให้ลูกค้าของเราได้ใช้ชีวิตอย่างเต็มที่ไปอีกขั้น จะได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากลูกค้าทั้งภายในงานและที่ผู้จำหน่ายฟอร์ดทั่วประเทศ” นายวิชิต ว่องวัฒนาการ กรรมการผู้จัดการ ฟอร์ด ประเทศไทย กล่าว

ยกทัพจัดแสดงครบทุกรุ่น

ฟอร์ด เรนเจอร์ ใหม่: สุดยอดรถกระบะ มาพร้อมดีไซน์ใหม่สุดโฉบเฉี่ยว ดุดัน ด้วยกระจังหน้าสไตล์สปอร์ต ระบบส่งกำลังและเครื่องยนต์ดีเซล ขนาด 2.0 ลิตรที่ได้รับการพัฒนาไปอีกขั้น เทคโนโลยีอำนวยความสะดวก และสีใหม่สุดเร้าใจ นำโดย ฟอร์ด เรนเจอร์ ไวลด์แทรค ที่มาพร้อมอุปกรณ์เสริมใหม่ เพิ่มความสะดวกสบายและตอบโจทย์การใช้ชีวิต อย่าง ฝาปิดกระบะท้ายควบคุมด้วยไฟฟ้า (Power Roller Shutter) ซึ่งเป็นครั้งแรกในตลาดรถกระบะประเทศไทยที่ติดตั้งอุปกรณ์นี้มาจากโรงงาน นอกจากนี้ ลูกค้าสามารถสัมผัสรถกระบะรุ่นย่อยใหม่ล่าสุด ฟอร์ด เรนเจอร์ XL สตรีท ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากรถแข่งฟอร์ด เรนเจอร์ จากทีมฟอร์ด ไทยแลนด์ เรสซิ่ง รวมถึงรุ่นยอดนิยมอย่าง XLT และรุ่น XL และ XLS ซึ่งต่างสะท้อนนิยามการใช้ชีวิตที่หลากหลายของเจ้าของรถ ฟอร์ด เรนเจอร์ ตามแนวคิด ‘Live The Ranger Life’ 

ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์: รถกระบะออฟโรดสมรรถนะสูง อัดแน่นด้วยดีเอ็นเอของฟอร์ด เพอร์ฟอร์มานซ์ ด้วยขุมพลังจากเครื่องยนต์ดีเซล เทอร์โบคู่ ขนาด 2.0 ลิตร ที่ผสานกับเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด ส่งมอบกำลังสูงสุด 213 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 500 นิวตันเมตร พร้อมยกระดับประสบการณ์การขับขี่ด้วยโหมดการขับขี่ Terrain Management System 6 รูปแบบที่ปรับได้ตามสภาพเส้นทาง และเทคโนโลยีช่วยขับขี่อัจฉริยะมากมาย

ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ใหม่: รถเอสยูวีขนาดกลาง มาพร้อมโฉมใหม่ดีไซน์สปอร์ตทั้งไลน์อัพ ด้วยกระจังหน้าใหม่เป็นเอกลักษณ์ ตัวอักษรนูน ‘EVEREST’ บนฝากระโปรงหน้า พร้อมมือจับ กระจกข้าง และล้ออัลลอยใหม่ในรุ่นเทรนด์ โดยฟอร์ด เอเวอเรสต์ ใหม่ ยังคงอัดแน่นด้วยเทคโนโลยีช่วยในการขับขี่อัจฉริยะมากมาย นอกจากนี้ ยังมีตัวเลือกสีภายนอกใหม่ อย่างสีขาว สโนว์ เฟลก ไวท์ เพิร์ล สำหรับรุ่นเทรนด์ ไทเทเนี่ยม และไทเทเนี่ยม พลัส และเพิ่มสีน้ำเงิน ดีพ คริสตัล บลู ในรุ่นสปอร์ต  

ฟอร์ด มัสแตง: ฟอร์ด มัสแตง รุ่นพิเศษฉลองครบรอบ 55 ปี มาพร้อมกับออปชั่นเสริมเพิ่มเอกลักษณ์ของเจ้าของรถ อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีสุดล้ำ มีวางจำหน่ายในประเทศไทยสองรุ่น ได้แก่ รุ่นเครื่องยนต์ 5 ลิตร V8 GT Coupe Performance Pack และรุ่นเครื่องยนต์อีโคบูสต์ 2.3 ลิตร

ข้อเสนอสุดพิเศษ

ฟอร์ดพร้อมมอบข้อเสนอและสิทธิประโยชน์มากมายภายในงานและที่ตัวแทนจำหน่ายฟอร์ดทั่วประเทศ ตลอดระยะเวลาการจัดงานมอเตอร์ เอ็กซ์โป ดังนี้

  • ฟอร์ด เรนเจอร์ XL สตรีท มาในราคา 669,000 บาท พร้อมข้อเสนอสุดพิเศษ ดาวน์เพียง 25,500 บาท พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง
  • ฟอร์ด เรนเจอร์ DBL XLT รุ่นเกียร์ธรรมดา ราคาพิเศษช่วงแนะนำ เพียง 799,000 บาท จากราคาปกติ 854,000บาท พิเศษ รับฟรีชุดแต่งแท้จากฟอร์ด มูลค่ากว่า 10,000 บาท  และฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง
  • ฟอร์ด เรนเจอร์ ไวลด์แทรค ราคาพิเศษช่วงแนะนำเริ่มต้นที่เพียง 979,000 บาท จนถึง 1,265,000 บาท ไวลด์แทรค ทุกรุ่นมาพร้อมโปรแกรมการขยายการรับประกันเครื่องยนต์และระบบส่งกำลังนาน 10 ปี หรือ 150,000 กม. พร้อมฟรีโปรแกรมบำรุงรักษารถยนต์ตามระยะ นาน 4 ปี  หรือ 60,000 กม. และฟรีประกันภัยชั้นหนึ่งนาน 2 ปี 
  • ฟอร์ด เอเวอเรสต์ มีจำหน่ายทั้งหมด 5 รุ่น ด้วยราคาสุดเร้าใจเริ่มต้นเพียง 1,299,000 บาท ถึง 1,799,000 บาท ทุกรุ่นมาพร้อมโปรแกรมขยายการรับประกันเครื่องยนต์และระบบส่งกำลังนาน 10 ปี หรือ 150,000 กม. รับฟรีชุดอุปกรณ์เสริมไฟฟ้า กล้องหน้า-หลัง พร้อมแท่นชาร์จไร้สายมูลค่ากว่า 10,000 บาท และฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง

ยิ่งไปกว่านั้น ฟอร์ดยังมีกิจกรรมถ่ายทอดสด LIVE จากบูธฟอร์ดในงานมอเตอร์ เอ็กซ์โป 2020 ผ่านช่องทาง YouTube Ford Thailand และ Facebook Ford Thailand ตลอดช่วงการจัดงาน โดยในวันที่ 2 ธันวาคม 2563 ลูกค้าที่ชม LIVE สามารถลุ้นรับลดมูลค่า 50,000 บาท จำนวน 30 รางวัล มูลค่ารวม 1,500,000 บาท ในช่วง LIVE 1: เวลา 12.30 – 13.00 น. LIVE 2: เวลา 15.00 – 15.30 น. และ LIVE 3: เวลา 18.00 – 18.30 น. ลูกค้าที่โทรเข้ามาที่ Ford Call Center 1383 กด 2 เป็น 10 สายแรกของแต่ละช่วง LIVE จะได้รับส่วนลดในการซื้อรถยนต์ฟอร์ด 50,000 บาท 1 รางวัลต่อ 1 สาย  รวมทั้งหมด 30 รางวัลของ LIVE ทั้ง 3 ช่วง โดยต้องจองรถภายในวันที่ 2 ธันวาคม 2563 – 13 ธันวาคม 2563 และออกรถภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2563 ที่โชว์รูมฟอร์ดทั่วประเทศเท่านั้น โดยบริษัทฯ จะทําการรวบรวม ชื่อ-นามสกุล และหมายเลขโทรศัพท์ลูกค้าที่ได้รับส่วนลด และจะประกาศผลอย่างเป็นทางการผ่าน Facebook Ford Thailand ในวันที่ 2 ธันวาคม 2563 เวลา 20.00 น.

นอกจากนี้ อีกสิ่งหนึ่งที่ฟอร์ดให้ความสำคัญสูงสุดและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง คือการส่งมอบประสบการณ์ที่ดีเยี่ยมในการเป็นเจ้าของรถฟอร์ด ดูแลลูกค้าเปรียบเสมือนคนในครอบครัว โดยย้ำคำมั่นสัญญาในการ “การันตีความใส่ใจ” ในทุกรายละเอียด ด้วยการพัฒนาบริการลูกค้าทั้งเชิงรุกและเชิงรับ เพื่อให้ลูกค้าใช้รถด้วยความอุ่นใจและมั่นใจสูงสุด 

ลูกค้าสามารถดูรายละเอียดและข้อมูลเพิ่มเติมที่ได้เว็บไซต์ www.ford.co.th 

ดีแทคจับมือยารา เปิดตัว Kaset Go เครือข่ายดิจิทัลชุมชนเพื่อเกษตรกรแห่งแรกในประเทศไทย

ดีแทคจับมือยารา เปิดตัว Kaset Go เครือข่ายดิจิทัลชุมชนเพื่อเกษตรกรแห่งแรกในประเทศไทย แพลตฟอร์ม Kaset Go มีจุดมุ่งหมายเพื่อกระตุ้นการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลของภาคการเกษตรของประเทศไทย ด้วยการเชื่อมโยงเกษตรกรกับผู้เชี่ยวชาญเข้ากับชุมชนเกษตรกร

ดีแทคและยาราประเทศไทย เปิดตัว Kaset Go แอปพลิเคชันบนมือถือที่เชื่อมต่อเกษตรกรเข้ากับข้อมูลเชิงลึกที่เชื่อถือได้และเรียลไทม์ที่ตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญด้านการเกษตร แอปพลิเคชันได้รับการออกแบบมาเพื่อช่วยให้เกษตรกรไทยใช้ประโยชน์จากความรู้ด้านการเกษตรของ ยารา ประเทศไทยและเทคโนโลยีการสื่อสารจากดีแทค

ปัจจุบัน Kaset Go เปิดโอกาสให้เกษตรกรถามคำถามกับผู้เชี่ยวชาญด้านการเกษตร และแบ่งปันความรู้กับเกษตรกรรายอื่นในชุมชนที่มีประสบการณ์คล้ายกัน นอกจากนี้ยังช่วยให้เกษตรกรสามารถเข้าถึงข้อมูลสำคัญเช่น ราคาพืชผลประจำวัน ข่าวเกษตร เคล็ดลับเกี่ยวกับพืชหลัก 8 ชนิดในประเทศไทย ได้แก่ ข้าว ข้าวโพดไร่ ผัก ทุเรียน มังคุด ลำไย ส้ม และมะม่วง รวมทั้งพืชอื่นๆ อีกกว่า 52 ชนิด เนื้อหามีความเหมาะสมกับความต้องการเฉพาะของเกษตรกรในภูมิภาคต่างๆ ของประเทศไทย และจะมีเนื้อหาเฉพาะเพื่อสนับสนุนกลุ่มเกษตรกรที่มีความสนใจเฉพาะทาง เช่น การให้คำแนะนำเรื่องมาตรฐานและใบรับรองทางการเกษตร การขนส่ง และการตลาด เนื้อหาในแอปพลิเคชันนี้ได้รับการสนับสนุนโดยผู้เชี่ยวชาญจากกรมส่งเสริมการเกษตร ภายใต้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มูลนิธิร่วมด้วยช่วยกันสำนึกรักบ้านเกิด และ ยารา ประเทศไทย

นายชารัด เมห์โรทรา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค กล่าวว่า“ ดีแทคมีความมุ่งมั่นมาอย่างยาวนาน ในการเสริมสร้างศักยภาพให้กับเกษตรกรไทยด้วยการเชื่อมต่อการสื่อสารจากโทรศัพท์เคลื่อนที่ ไม่ว่าจะผ่านแพลตฟอร์มข้อมูลหรืออินเทอร์เน็ตออฟธิงส์โซลูชัน ในช่วง 12 ปีที่ผ่านมา เราได้ร่วมมือกับพันธมิตรชั้นนำในอุตสาหกรรมเช่น กรมส่งเสริมการเกษตร มูลนิธิร่วมด้วยช่วยกันสำนึกรักบ้านเกิด เพื่อสนับสนุนและเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับเกษตรกร Kaset Go เป็นตัวแทนของแพลตฟอร์มที่ทันสมัยที่สุดของเราซึ่งร่วมมือกับ ยารา เนื่องจากการทำการเกษตรเป็นส่วนหนึ่งของแรงงานในประเทศไทย และยังมีการใช้งานของสมาร์ทโฟนอย่างแพร่หลายสูงที่สุดในภูมิภาค Kaset Go อาจเป็นตัวเปลี่ยนวิถีในการทำเกษตรแบบดิจิทัลของประเทศไทย”

นับตั้งแต่การเปิดตัวในเดือนสิงหาคม Kaset Go มียอดดาวน์โหลดมากกว่า 150,000 ครั้งและดึงดูดผู้ใช้ที่ลงทะเบียนมากกว่า 100,000 คน เนื่องจากจำนวนการดาวน์โหลดและผู้ใช้เพิ่มขึ้นอย่างทวีคูณดีแทค และ ยารา ประเทศไทย กำลังวางแผนการพัฒนาขั้นต่อไปของ Kaset Go ซึ่งจะรวมข้อมูลเกี่ยวกับพืชผลอีก 44 รายการ และฟีเจอร์หลักที่สำคัญในการเพาะปลูก เช่น คำเตือนสภาพอากาศ การแจ้งเตือนโรค การเปรียบเทียบราคาตลาด นอกจากนี้ยังมีแผนที่จะขยายไปสู่บริการเสริมอื่น ๆ เช่นอุปกรณ์ฟาร์มประกันภัยและการเงิน

นายเมดิ เซนท์-อังเดร์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ยารา (ประเทศไทย) จำกัด และรองประธานกลุ่มธุรกิจประเทศไทย และประเทศเมียร์มา ผู้นำผลิตภัณฑ์ธาตุอาหารพืชของโลก กล่าวว่า “ตั้งแต่ยาราเริ่มก่อตั้งในปี 2448 เราเชื่อมั่นอย่างยิ่งว่าความรู้เป็นกุญแจสำคัญในการสนับสนุนผลผลิตของเกษตรกร และด้วยเครือข่ายนักปฐพีวิทยาในพื้นที่ทั่วประเทศของยารา เราได้ให้บริการโซลูชั่นที่ยั่งยืนแก่เกษตรกรไทยมาตลอดเวลา 47 ปี ตั้งแต่ปี 2560 ยารา ได้เร่งดำเนินกลยุทธ์ดิจิทัลฟาร์มมิ่ง (Digital Farming) เพื่อเป็นเครื่องมือในการทำการเกษตรที่แม่นยำแก่เกษตรกรทั่วโลก และการร่วมมือกันเพื่อพัฒนาแพลตฟอร์ม Kaset Go ถือเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญในอุตสาหกรรมการเกษตรของประเทศไทย เนื่องจากแพลตฟอร์มนี้ เชื่อมโยงเกษตรกรกับข้อมูลที่เชื่อถือได้ซึ่งตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญและชุมชนการเกษตร  คาดว่า Kaset Go จะกลายเป็นแพลตฟอร์มออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยสำหรับเกษตรกรและเป็นจุดเริ่มต้นการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลในอุตสาหกรรมการเกษตรของประเทศไทย”

4 ฟีเจอร์เด่นแอป Kaset Go ที่สนับสนุนเกษตรกรไทยให้ก้าวไกล

  1. คำถามและคำตอบที่ได้รับการรับรอง  : ให้คำตอบที่เป็นประโยชน์ และให้คำปรึกษาแก่เกษตรกรในแพลตฟอร์ม ผ่านการแลกเปลี่ยนความรู้ของเกษตรกรในชุมชน โดยมีผู้เชี่ยวชาญเป็นผู้รับรองความถูกต้อง
  2. เชื่อมต่อและแบ่งปันความรู้: ชุมชนที่เกษตรกรสามารถเชื่อมต่อกับผู้เชี่ยวชาญในพื้นที่และเพื่อนเกษตรกรได้อย่างเปิดเผย เพื่อแบ่งปันความรู้เชิงปฏิบัติจากประสบการณ์จริงของตนเอง ส่งเสริมการสร้างชุมชนตามพืชผล หัวข้อ และพื้นที่ของเกษตรกร เนื้อหาที่ผู้ใช้สร้างขึ้นในชุมชนจะได้รับการรวบรวม และแบ่งปันกลับไปยังเกษตรกรในแพลตฟอร์ม รวมถึงประสบการณ์จริงจากภูมิปัญญาท้องถิ่น และข้อมูลราคา
  3. ข้อมูลเชิงลึกที่ตรงความต้องการ และสามารถนำไปใช้ได้ทันที: เนื่องจากข้อมูลการเกษตรมีความหลากหลาย Kaset Go จึงช่วยให้เกษตรกรสามารถบริหารจัดการ จัดลำดับ และวิเคราะห์ข้อมูลทั้งหมดแบบเรียลไทม์ และสามารถให้ข้อมูลสำคัญกลับไปยังเกษตรกรได้อย่างทันท่วงที ช่วยให้เกษตรกรติดตามแนวโน้มการเพาะปลูกและเข้าถึงข้อมูลเชิงลึกที่นำไปปฏิบัติได้ในท้องถิ่นเพียงปลายนิ้วสัมผัส เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจที่ดีขึ้นสำหรับการเกษตรของตน
  4. บริการด้านการเกษตรแบบดิจิทัล: ฟีเจอร์ที่สร้างมูลค่าเพิ่ม พัฒนาขึ้นเพื่อเพิ่มการทำงานของแพลตฟอร์ม Kaset Go ได้แก่  เทคโนโลยีล้ำสมัยที่สามารถตอบสนองความต้องการของเกษตรกรได้ดีขึ้นตามสถานที่ เช่น ราคาพืชผล การพยากรณ์อากาศ คำเตือนสภาพอากาศ และ การแจ้งเตือนศัตรูพืช

ทำไมต้อง Kaset Go

ในขณะที่ภาคเกษตรกรรมมีเกษตรกรประมาณหนึ่งในสามของแรงงานในประเทศไทย แต่ส่วนแบ่งของผลผลิตมวลรวมในประเทศ (GDP) อยู่ที่ร้อยละ 8 ในปี 2562 เท่านั้น ซึ่งแสดงให้เห็นถึงปัญหาด้านผลผลิตที่ต่ำ เนื่องจากการขาดเทคโนโลยีและความรู้ ยิ่งไปกว่านั้นเหตุการณ์สภาพอากาศที่รุนแรงเกิดบ่อยขึ้น โดยคาดว่าภัยแล้งในปีนี้จะทำให้การผลิตลดลงร้อยละ 2 ตามผลการวิจัยของกสิกร

การพัฒนาแอป Kaset Go เริ่มต้นขึ้นหลังจากการศึกษาร่วมกับเกษตรกรรายย่อยทั่วประเทศไทยซึ่งชี้ให้เห็นปัญหาหลัก 3 ประการในภาคเกษตรกรรม ได้แก่ 1) ผลผลิตต่ำจากการขาดความรู้และเทคนิคการทำการเกษตรที่ทันสมัย 2) การขาดประสิทธิภาพในการทำการเกษตรเนื่องจากการเข้าถึงข้อมูลและเทคโนโลยีของเกษตรกร และ 3) ความสามารถในการทำกำไรต่ำ อันเป็นผลมาจากศักยภาพในการเข้าถึงตลาด และความสามารถที่จำกัดของเกษตรกรรายย่อยในห่วงโซ่คุณค่าทางการเกษตรการ และขาดความโปร่งใสในการตลาด

Kaset Go มุ่งหวังที่จะเป็นโซลูชันที่เคียงข้างเกษตรกร (Go-to solution) ที่ช่วยยกระดับความรู้ของเกษตรกรแก้ปัญหาความท้าทายและสร้างชุมชนเกษตรกรรมที่เข้มแข็งด้วยระบบดิจิทัล

Kaset Go มีให้บริการบน iOS และ Android จาก App store และ Google Play ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://kasetgo.com/  

ชมภาพยนตร์โฆษณา Kaset Go ได้ที่ https://youtu.be/E-xM58O5zls

กว่าจะเป็นสมาร์ทโฟน … ชำแหละวิวัฒนาการผลิตมือถือ ในยุคที่ผู้ผลิตต้องขับเคลื่อนชิ้นส่วนทางเทคโนโลยีไปพร้อมกับความยั่งยืน และทำไมต้อง “ทิ้งให้ดี” ที่ดีแทค

รู้หรือไม่? ประเทศไทยมีสัดส่วนผู้ใช้งานเลขหมายโทรศัพท์มือถือมากถึง 93.7 ล้านเบอร์ และทุก ๆ ปีจะมีโทรศัพท์มือถือใหม่จำหน่ายออกสู่ตลาดปีละประมาณ 14 ล้านเครื่อง โดยสัดส่วนราว 100,000 เครื่องต่อปี เป็นส่วนของผู้ใช้มือถือครั้งแรก และอีกประมาณ 14 ล้านเครื่องต่อปี เป็นการเปลี่ยนอุปกรณ์ของผู้ใช้มือถือเดิม (Replacement) ทั้งนี้ ยอดขาย 14 ล้านเครื่อง คิดเป็นสัดส่วนถึง 20% ของประชากรไทยเลยทีเดียวถ้าเช่นนั้นแล้ว โทรศัพท์มือถือเก่าราว 14 ล้านเครื่องต่อปีที่ถูกทดแทนที่ขายออกไปใหม่ในทุกปีนั้นไปอยู่ที่ไหนบ้าง

ดีแทคขอเชิญชวนท่านมาร่วมสนทนากับกูรูด้านมือถือและการออกแบบกับ “ทิ้งให้ดี” โครงการที่ขอชวนผู้ใช้บริการมาร่วมจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่หมดอายุการใช้งานอย่างมีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและเพื่อนร่วมโลก

นายพีระพล ฉัตรอนันทเวช หรือ ปีเตอร์กวง ผู้อำนวยการแผนกอุปกรณ์สื่อสาร บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค กล่าวว่า อุปกรณ์โทรศัพท์มือถือนับเป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ชนิดหนึ่งที่มีการเติบโตและมียอดขายสูงมากกว่าสินค้าอิเล็กทรอนิกส์อื่น ๆ มาก ขีดความสามารถในการใช้งานก็สูงขึ้นในทุก ๆ ปี เนื่องด้วยวิวัฒนาการด้านเทคโนโลยีที่ทันสมัย ทำให้ปัจจุบันประชากรผู้ใช้โทรศัพท์มือถือคิดเป็นสัดส่วนกว่า 130% ของประชากรไทย คือมีจำนวนเลขหมายเบอร์โทรศัพท์ที่ถูกใช้มากกว่าจำนวนประชากรไปแล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มคนทำงาน นักธุรกิจที่บางคนมีโทรศัพท์มือถือใช้งานถึง 2 เครื่อง 2 เลขหมายด้วยกัน หรืออาจจะเป็น 1 เครื่อง 2 เลขหมายก็มี

แต่ในการเติบโตนั้น ก็มาพร้อมกับ “ต้นทุนด้านสิ่งแวดล้อม” ที่สูงขึ้น เนื่องจากอายุการใช้งานที่ลดลงเหลือ 18-24 เดือนต่อเครื่อง ขณะที่อดีต อายุการใช้งานอยู่ที่ 24-36 เดือน ซึ่งเป็นผลจากปัจจัยด้านแฟชั่นนิยมและการตลาด โดยเฉพาะในกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง มีการเปลี่ยนเครื่องใหม่เร็วกว่าสมัยก่อนมาก (รุ่นที่มีราคาสูงกว่าหมื่น) ขณะที่เซ็กเมนต์ที่มีราคาต่ำกว่าหมื่นจะมีพฤติกรรมการใช้งานที่นานกว่า เน้นอรรถประโยชน์มากกว่าความสวยงาม

“ตลาดโทรศัพท์มือถือมีการเปลี่ยนแปลงเร็วมาก มีการแข่งขันสูงมาก แต่ละแบรนด์มีการออกสินค้ารุ่นใหม่ๆ รวมกันปีละนับร้อยรุ่น ทำให้อายุของผลิตภัณฑ์ (shelf life) ของโทรศัพท์มือถือเหลืออยู่เพียง 6 เดือนจากเดิม 12 เดือน แสดงให้เห็นถึงปริมาณการบริโภคโทรศัพท์มือถือใหม่อยู่ในระดับสูง ขณะที่การจัดเก็บมือถือเก่าที่ไม่ใช้แล้วยังคงถูกตั้งคำถาม โดยเฉพาะผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม” นายพีระพล กล่าว

ชำแหละอุปกรณ์มือถือ

ปัจจุบันตลาดโทรศัพท์มือถือจะมีสินค้าใหม่ ๆ ที่ถูกนำออกสู่ตลาดปีละนับร้อยรุ่น องค์ประกอบโดยรวมของชิ้นส่วนภายในเครื่องแบ่งออกได้เป็น 4 ส่วนหลัก ได้แก่

  1. Main board หรือ PCB (Printed Circuit Board) เป็นส่วนประกอบหลักโทรศัพท์มือถือที่มีชิ้นส่วนหลักๆมากมายประกอบกันอยู่ ไม่ว่าจะเป็น CPU (หน่วยประมวลผล) ทำหน้าที่คำนวณ ประมวลผล สั่งการ คล้ายกับ “สมอง” ของโทรศัพท์มือถือ RAM/ROM (หน่วยความจำ) เพื่อเก็บข้อมูลและเป็นพื้นที่ให้ใช้ในการร่วมประมวลผลต่าง ๆ และยังมีอีกมากมายหลายชิ้นส่วน โดยชิ้นส่วนเหล่านี้ผลิตจากแร่มีค่าหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็น ทองคำ ทองแดง ตะกั่ว เงิน แพลเลเดียม ซิลิคอน เป็นต้น โดยแร่มีค่าเหล่านี้มีบทบาทในการสร้างเป็นชิ้นส่วนทางอิเล็กทรอนิกส์ ใช้ในการเหนี่ยวนำทางเดินของวงจรไฟฟ้า และอื่นๆ ซึ่งสามารถนำไปรีไซเคิลได้หากได้รับการแยกด้วยเทคโนโลยีชั้นสูง
  2. หน้าจอ (Display) เป็นส่วนที่ผู้ใช้งานสัมผัสมากที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคสมาร์ทโฟนที่กระบวนการสั่งการดำเนินผ่านหน้าจอแบบ LCD หรือแบบ OLED ทั้งนี้ จอ LCD หรือ OLED นั้นมีส่วนประกอบเป็น “ผลึกเหลว” (Liquid crystal) สลับชั้นกับแผ่นแก้ว ซึ่งผลึกเหลวที่ถูกผนึกไว้ในหน้าจอนั้นมีเคมีที่มีความเป็นพิษอยู่ด้วย ซึ่งหากไม่ได้รับการจัดเก็บที่ดี จะส่งผลกระทบต่อคนและสิ่งแวดล้อมขึ้นได้
  3. เเบตเตอรี่ (Battery) เป็นชิ้นส่วนที่ให้พลังงานไฟฟ้าแก่โทรศัพท์มือถือของเรา ซึ่งในอดีตมักมีโลหะหนักเป็นสารประกอบโดยเฉพาะนิกเกิ้ล แคดเมียมและนิกเกิ้ล เมธัลไฮด์ดราย แต่ในปัจจุบัน ผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือส่วนใหญ่ได้เปลี่ยนมาให้แบตเตอรี่แบบลิเธียมอิออน (Lithium-ion) หรือ ลิเธียมโพลีเมอร์ (Lithium-Polymer) ที่เพิ่มความจุของพลังงานไฟฟ้าได้มากกว่าเดิม ชาร์จได้ไวขึ้น ทำให้โทรศัพท์มือถือยุคหลังมีขนาดเล็กลงเบาขึ้นและอายุการใช้งานในแต่ละครั้งนานขึ้น ด้วยวัตถุดิบเดียวกันนี้เอง ก็เป็นเหตุผลให้โทรศัพท์มือถือต้องได้รับการจัดเก็บที่ดี ไม่เช่นนั้นอาจทำลายสิ่งแวดล้อมอย่างรุนแรง
  4. ตัวเครื่อง (Body) เป็นโครงสร้างหลัก เป็นส่วนประกอบของโทรศัพท์ที่มีดีไซน์ความหลากหลายและแตกต่างกันไปตามกลุ่มเป้าหมายของตลาด ตั้งแต่รุ่นเริ่มต้นที่ผลิตจากพลาสติกแบบ PC+ABS อลูมิเนียม แสตนเลสสตีล กระจก ไปจนถึงโลหะไทเทเนียม ซึ่งนอกจากให้เรื่องความทนทานแล้ว ยังช่วยเสริมในแง่ของความสวยงามและภาพลักษณ์ของผู้ใช้งาน

มาตรฐาน RoHS เช็คลิสต์ที่ควรรู้

 

นายพีระพล กล่าวเสริมว่า จากปริมาณโทรศัพท์มือถือใหม่ที่ออกสู่ตลาดปีละ 14 ล้านเครื่องในประเทศไทยและนับร้อยล้าน นับพันล้านเครื่องทั่วโลก ทำให้ผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือในฐานะ “ต้นทาง” ต่างให้ความสำคัญกับ “มาตรฐานทางอุตสาหกรรมต่อสิ่งแวดล้อม” มากขึ้น โดยปัจจุบัน ผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือได้ยึดมาตรฐาน RoHS (Restriction of Hazardous Substances) ของสหภาพยุโรป เฉกเช่นเดียวกับโรงงานประกอบสินค้าอิเล็กทรอนิกส์อื่น ๆ ว่าด้วยเรื่องการใช้สารที่เป็นอันตรายในอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ เป็นหลักเกณฑ์ในการกำหนดสารประกอบเพื่อผลิตเป็นโทรศัพท์มือถือ ทั้งนี้ สินค้าที่จะนำไปจำหน่ายในสหภาพยุโรปจะต้องผ่านมาตรฐาน RoHS ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ปี 2549 และได้เพิ่ม 4 สารต้องห้ามในปี 2019 เป็นต้นมา โดยมีสาระสำคัญ คือ ชิ้นส่วนทุกอย่างที่ประกอบเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้านั้น ตั้งแต่แผงวงจร อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ไปจนถึงสายไฟ จะต้องผ่านตามข้อกำหนดดังกล่าว โดยสารที่จำกัดปริมาณในปัจจุบัน กำหนดไว้ 10 ชนิด ดังนี้

  1. ตะกั่ว (Pb) ไม่เกิน 0.1% โดยน้ำหนัก
  2. ปรอท (Hg) ไม่เกิน 0.1% โดยน้ำหนัก
  3. แคดเมียม (Cd) ไม่เกิน 0.01% โดยน้ำหนัก
  4. เฮกซะวาเลนท์ โครเมียม (Cr-VI) ไม่เกิน 0.1% โดยน้ำหนัก
  5. โพลีโบรมิเนต ไบเฟนนิลส์ (PBB) ไม่เกิน 0.1% โดยน้ำหนัก
  6. โพลีโบรมิเนต ไดเฟนนิล อีเธอร์ (PBDE) ไม่เกิน 0.1% โดยน้ำหนัก
  7. พาทาเลต Bis(2-Ethylhexyl) phthalate (DEHP) ไม่เกิน 0.1% โดยน้ำหนัก
  8. เบนซิล บูทิล พาทาเลต (Benzyl butyl phthalate (BBP) ไม่เกิน 0.1% โดยน้ำหนัก
  9. ไดบูทิล พาทาเลต (Dibutyl phthalate (DBP) ไม่เกิน 0.1% โดยน้ำหนัก
  10. ดิโซบูทิล พาทาเลต (Diisobutyl phthalate (DIBP) ไม่เกิน 0.1% โดยน้ำหนัก

ทั้งนี้ สินค้าใดที่ผ่านมาตรฐาน RoHS จะมีสัญลักษณ์วงกลม ที่มีตัวอักษร Pb คาดด้วยเส้นเฉียง หรือมีการระบุคำว่า RoHS compliant หรือ Pb-Free อยู่บนสินค้านั้น ๆ

นอกจากนี้ ผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือเอง ก็มีความตื่นตัวต่อประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ตัวอย่างเช่น การเปิดตัวโทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่จากแบรนด์ชั้นนำที่ผ่านมา ผู้ผลิตประกาศว่าจะไม่มีอะแดปเตอร์หัวชาร์จเจอร์ และหูฟังแบบมีสายในบรรจุภัณฑ์ใหม่ของสินค้าทุกรุ่นอีกต่อไป ซึ่งทำให้ขนาดของกล่องบรรจุภัณฑ์ก็มีขนาดเล็กลงไปโดยปริยาย ใช้กระดาษน้อยลง ขณะที่การขนส่งต่อเที่ยวสามารถมีจำนวนของสินค้าได้เพิ่มขึ้นกว่าเดิมทำให้การขนส่งมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น ในภาพใหญ่ก็อาจจะทำจำนวนเที่ยวของการขนส่งของยานพาหนะลดลงไปด้วย ก็เป็นการลดลงของแก๊ซพิษคาร์บอนไดอ๊อกไซด์ที่เกิดจากขับเคลื่อนของเครื่องบินขนส่งและรถขนส่งสินค้าไปอีกทาง นอกจากนี้ทางผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือรายใหญ่ ๆ ในโลกต่างก็พร้อมใจในการสร้าง “นโยบาย” การช่วยรักษาสิ่งแลดล้อมของตัวเองขึ้นมาอีกด้วย ขณะที่ผู้ผลิตรายใหญ่อื่น ๆ ก็อาจมีแนวโน้มว่าในอนาคตอาจจะไม่ให้อะแดปเตอร์ตัวชาร์จไฟในโทรศัพท์บางรุ่นกันบ้างแล้ว

“แม้ผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือในฐานะต้นทางของอุตสาหกรรมจะมีความพยายามในการจัดการต่อผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมเพียงใด แต่ผู้บริโภคในฐานะปลายทางของ value chain ก็มีความจำเป็นในการตระหนักรู้ถึงผลกระทบหากโทรศัพท์มือถือที่ไม่ได้ใช้แล้วนั้น ไม่ได้รับการจัดเก็บและคัดแยก เพื่อทิ้งอย่างเหมาะสม เพราะสุดท้ายผลกระทบก็จะตกที่ผู้บริโภคเสียเอง” นายพีระพล กล่าว

OPPO มุ่งพัฒนานวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน

นายสุทธิพงศ์ อมรประดิษฐ์กุล ผู้จัดการผลิตภัณฑ์ บริษัท ออปโป้ ไทยแลนด์ กล่าวว่า OPPO มีความมุ่งมั่นอย่างยิ่งในการพัฒนาทุกกระบวนการ เพื่อให้ได้สมาร์ทโฟนที่ดีที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบตัวเครื่อง การใช้วัสดุอุปกรณ์ การออกแบบซอฟท์แวร์และฮาร์ดแวร์ ดังจะเห็นได้จากการที่ OPPO มีฐานการผลิตและทีมงานด้าน R&D ทั่วทุกมุมโลก ไม่ว่าจะเป็นที่เซินเจิ้น ตงกวน เซี่ยงไฮ้ และปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน โยโกฮามา ประเทศญี่ปุ่น ซิลิคอนวัลเล สหรัฐอเมริกา

เช่นเดียวกับประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม ที่ OPPO มีนโยบายในการลดการใช้พลาสติกในกระบวนการบรรจุภัณฑ์ ซึ่งได้เริ่มนโยบายดังกล่าวในตลาดยุโรปก่อน โดยมีการเปลี่ยนถาดรองอุปกรณ์ในกล่องมือถือเป็นกระดาษ พลาสติกบรรจุห่อสายชาร์จหรือกล่องพลาสติกใส่หูฟังถูกปรับมาใช้กระดาษจากธรรมชาติ ได้แก่ เยื่อไม่ไผ่ ซึ่งสามารถรีไซเคิลและย่อยสลายได้ง่าย จากนโยบายดังกล่าว ช่วยให้ OPPO Reno4 สามารถลดการใช้พลาสติกไปได้ถึง 93% เมื่อเทียบกับบรรจุภัณฑ์แบบเดิม

นอกจากนี้ OPPO ยังได้ใช้มาตรฐาน RoHS ในกระบวนการผลิตที่เกี่ยวข้องกับแร่หายาก ซึ่งทำให้ขนาดขิปเซ็ตมีขนาดเล็กลง ลดปริมาณการใช้แร่หายากในกระบวนการผลิตได้อย่างมีนัยสำคัญ ตัวอย่างเช่น ความร่วมมือกับ MediaTek ที่สามารถผลิตชิปเซ็ตขนาด 7 นาโนเมตร ซึ่งมีการติดตั้งในรุ่น Reno4 Z ในปัจจุบัน ความร่วมมือกับ Snapdragon ซึ่งได้คิดค้นนวัตกรรมชิปเซ็ตขนาด 5 นาโนเมตรสำหรับ Snapdragon 875

นอกจากนี้ ยังได้ประกาศความร่วมมือกับ Qualcomm ที่ในการเป็นพันธมิตรเพื่อพัฒนาด้านเทคโนโลยีไว้ในงาน WMC 2019 และจะมีการเปิดตัวเทคโนโลยีชิปเซ็ตล่าสุดงาน Tech Summit Digital 2020 ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1-2 ธันวาคม นี้ ที่เมืองซาน ดิเอโก สหรัฐอเมริกา

“เราจะได้เห็นนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืนต่อไปในแผนงานการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการ รวมถึงการควบคุมและจัดการพลังงาน ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สู่ชั้นบรรยากาศ สร้างแบบจำลองเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) อยู่ในกลยุทธ์ทางธุรกิจ นำแนวคิดด้านการออกแบบเพื่อสิ่งแวดล้อมในขั้นตอนการวิจัยและพัฒนาให้มากขึ้น ซึ่งนี่เป็นทิศทางของ OPPO ที่กำลังก้าวไปในอนาคตอันใกล้” นายสุทธิพงศ์ กล่าว

เทรนด์ออกแบบผลิตภัณฑ์เปลี่ยนสู่ Circular Economy

นางสาวกัลยา โกวิทวิสิทธิ์ นักออกแบบผลิตภัณฑ์และผู้ร่วมก่อตั้ง Fab Cafe กล่าวว่า การออกแบบผลิตภัณฑ์มีปัจจัยหลายประการที่เกี่ยวข้องและต้องคำนึงถึง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องหน้าที่การใช้สอย (function) ความสวยงามน่าใช้ (Aesthetics) ความสะดวกสบายในการใช้ (Ergonomics) ความแข็งแรงคงทน (Construction) ราคา (Cost) กรรมวิธีการผลิต (Production) รวมถึงปัจจัยด้าน “วัสดุ” (Materials) ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับปริมาณขยะบนโลกที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก

“ในอดีต การอออกแบบผลิตภัณฑ์มักคำนึงถึงความทนทานเป็นหลัก จึงมีการใช้วัสดุที่แข็งแกร่ง แต่อาจมีราคาแพง แต่ด้วยปัจจัยทางการตลาดที่กระตุ้นให้มีการซื้อถี่ขึ้น ปัจจัยด้านแฟชั่นนิยมของลูกค้า ทำให้เทรนด์การเลือกใช้วัสดุที่มีคุณภาพต่ำลง ทำให้ปริมาณขยะเพิ่มขึ้น แต่ด้วยปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้เจ้าของแบรนด์หันมาให้ความสำคัญกับการออกแบบและเลือกใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น สอดรับกับแนวคิด Circular Economy” นางสาวกัลยา กล่าว

Circular Economy คือแนวคิดของระบบเศรษฐกิจที่ต้องการหมุนเวียนเอาทรัพยากรมาใช้ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดจนครบเกิดเป็นวงจร ตั้งแต่ภาคการผลิต การบริโภค ไปจนถึงการจัดการของเสียด้วยกระบวนการใช้ซ้ำ (Reuse) หมุนเวียนกลับมาใช้ใหม่ (Recycle) และการผลิตใหม่ (Re-material) ตลอดจนคำนึงถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นระหว่างการขนส่งสินค้า อันจะนำไปสู่ความยั่งยืนของทั้งระบบเศรษฐกิจเอง การใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า และลดมลภาวะที่จะเกิดขึ้นต่อสิ่งแวดล้อม

นางสาวกัลยา กล่าวเสริมว่า ในแง่ของการพัฒนาวัตถุดิบเองก็มีความพยายามอย่างมากในกลุ่มนักวัสดุศาสตร์ (Material scientist) เพื่อให้วัตถุดิบสามารถซ่อมแซมตัวเองได้ (Self-healing) หรือในกรณีของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ก็มีแนวโน้มการเลือกใช้วัสดุจาก Electronics-based material สู่ Bio-degradeble materials (สามารถสลายตัวทางชีวภาพได้) ซึ่งจะเห็นการเปลี่ยนผ่านอย่างชัดเจนในช่วง 5-10 ปีข้างหน้า

อย่างไรก็ตาม แม้เจ้าของสินค้ารายใหญ่จะหันมาให้ความสำคัญกับ Circular Economy มากขึ้น แต่ปัญหาสำคัญคือ ต้นทุนของวัตถุดิบที่ได้มาจากการรีไซเคิล (recycled materials) มีราคาแพงกว่าวัตถุดิบบริสุทธิ์ (Virgin materials) อยู่มาก ทำให้การปรับใช้แนวคิด Circular Economy ในทางปฏิบัติยังคงเป็นไปได้ยากในสินค้าทั่วไป

ทั้งนี้ ภาครัฐและผู้กำกับนโยบายทางสิ่งแวดล้อมมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการผลักดันแนวคิด Circular Economy ให้เกิดขึ้นผ่านการออกนโยบายสนับสนุน (Subsidy measures) โดยร่วมมือกับภาคเอกชนและภาคประชาสังคม นอกจากนี้ ประเด็นดังกล่าวจะต้องมองให้ครอบคลุมทั้ง value chains ของผลิตภัณฑ์หนึ่งๆ ตั้งแต่การจัดหาวัตถุดิบ การออกแบบ การผลิต ตลอดจนการจัดเก็บ เพื่อนำมาเข้าสู่กระบวนจัดหาวัตถุดิบใหม่อีกครั้ง

“ทิ้งให้ดี” ที่ดีแทค

นางอรอุมา ฤกษ์พัฒนาพิพัฒน์ ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานสื่อสารองค์กรและการพัฒนาที่ยั่งยืน ดีแทค กล่าวว่า  โทรศัพท์มือถือล้วนประกอบไปด้วยสารประกอบทั้งที่รีไซเคิลได้และรีไซเคิลไม่ได้ ทั้งยังส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ดังนั้น หัวใจสำคัญของเรื่องนี้ คือ กระบวนการจัดเก็บและการคัดแยก ดีแทคในฐานะหนึ่งในซัพพลายเชนของการบริโภคโทรศัพท์มือถือ ขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการลดผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมผ่านโครงการ “ทิ้งให้ดี” ซึ่งเป็นหนึ่งในความพยายามสู่เป้าหมาย Zero Landfills หรือลดการฝังกลบขยะให้เหลือศูนย์ ภายในปี 2565 โดยลูกค้าดีแทคสามารถทิ้งโทรศัพท์มือถือที่ไม่ใช้แล้วได้ที่จุดรับทิ้งขยะอิเล็กทรอนิกส์ ที่ศูนย์บริการดีแทค 51 สาขาทั่วประเทศ ตามเว็บไซต์ https://dtac.co.th/sustainability/ewaste/

“ดีแทคส่งเสริมให้ลูกค้าและผู้บริโภคมีส่วนร่วมในการกำจัดขยะอิเล็กทรอนิกส์อย่างถูกต้อง มุ่งหวังว่าจะช่วยลดปัญหาเรื่องสารเคมีปนเปื้อนที่รั่วไหลจากซากอุปกรณ์เหล่านี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นและเป็นประโยชน์ต่อทุกภาคส่วนอย่างแท้จริง” นางอรอุมา กล่าว

"แคทรียา อิงลิช" ป่วยซึมเศร้า 10 ปี เคยคิดสั้น ถึงขั้นเอาหัวโขกเตียงระบายอารมณ์

“แคทรียา อิงลิช” ป่วยซึมเศร้า 10 ปี เคยคิดสั้น ถึงขั้นเอาหัวโขกเตียงระบายอารมณ์

สถิติการเสียชีวิตด้วยการฆ่าตัวตายของคนไทยทุกวันนี้ ล้วนมีสาเหตุมาจากโรคซึมเศร้าที่ติดอันดับต้นๆ เลยก็ว่าได้ โดยจากผลสำรวจของกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข พบว่ามีคนไทยกว่า 1.5 ล้านคน ป่วยด้วยโรคซึมเศร้า ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในช่วงวัยทำงาน และผู้หญิงยังมีโอกาสเสี่ยงมากกว่าผู้ชายถึง 1.7 เท่าอีกด้วย

ซึ่งวันนี้จะนำเรื่องราวที่ต่อสู้กับโรคซึมเศร้าของนักร้องและนักแสดงสาวมากความสามารถอย่าง แคทรียา อิงลิช ป่วยซึมเศร้า มากว่า 10 ปี ได้มาถ่ายทอดผ่านรายการ Z story ทางช่องอมรินทร์ทีวี เอชดี 34 ถึงอาการที่ต้องเผชิญในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา และวิธีตั้งรับให้ผ่านมาได้คืออะไร

"แคทรียา อิงลิช" ป่วยซึมเศร้า

“แคทรียา อิงลิช” ป่วยซึมเศร้า 10 ปี เคยคิดสั้น ถึงขั้นเอาหัวโขกเตียงระบายอารมณ์

รู้ตัวเองได้ไงว่ามีอาการของโรคซึมเศร้า?

“ตอนแรกก็ไม่รู้ตัวว่าตัวเองเป็นโรคซึมเศร้า รู้แค่ว่าเราอารมณ์แปรปรวน อารมณ์สวิง ร้องไห้ง่าย บางทีบางวันไม่ได้ร้องไห้ แต่นั่งๆ อยู่แล้วสะอื้น เคยเป็นไหมเหมือนเราอยากร้องไห้ แต่มันแน่นหน้าอกอ่ะ ไม่มีเหตุผลเลย แต่รู้แค่ว่าทำไมวันนี้เราอยากร้องไห้จังเลย อยากร้องไห้โดยไม่มีเหตุผลอะไร ในช่วงนั้นเราถ่ายละคร เป็นครั้งแรกที่เล่นละครร้าย แล้วอารมณ์ตอนนั้นวันหนึ่งเล่นประมาณ 40 ฉาก ร้องไห้พอคัทปุ๊บออกมา เติมหน้าเติมตา กลับไปเข้าฉาก ร้องไห้อีก กรี๊ดแตกในฉาก มันเหมือนกับว่าเรารับอารมณ์ของตัวเองไม่ทัน มันก็เลยสวิงไปหมด”

คิดไหมว่าเราอาจจะอินกับบทมากเกินไป กลับบ้านมาเลยตัดไม่ได้?

“รู้สึกนะ แต่พอละครจบไปแล้ว ก็ยังรู้สึกอยู่แบบนั้นอยู่ คืออยากร้องไห้ อยากกรี๊ด ใครพูดอะไรก็พูดไม่เข้าหูทุกอย่าง ทุกอย่างเป็นเนกาทีฟไปหมด มองไปแง่ร้ายไปเลยเซ้นซีทีฟในทุกๆ เรื่อง คือเพื่อนออกไปเที่ยว แล้วเห็นในโซเชียลก็ร้อง เหมือนเพื่อนออกไปเที่ยวแล้วทำไมไม่ชวน เราจะสามารถน้อยใจได้กับทุกเรื่องเลย คือเราจะคิดเล็กคิดน้อยทุกอย่างเลย สิ่งที่เราจะคิดอยู่เสมอเลยคือเราไม่สำคัญ รู้สึกงอน น้อยใจไปหมดทุกเรื่องแม้ว่าจะเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ”

"แคทรียา อิงลิช" ป่วยซึมเศร้า

ดิ่งสุดขนาดไหน เคยขนาดคิดสั้นเลยไหม?

“เคยมีนะ แต่ว่าไม่ได้ทำ ยังมีสติอยู่ สิ่งที่สำคัญคือเรื่องสติ การคิดสั้นหลายๆ คนก็เป็นนะ มันจะมีวูบเดียวว่า ฉันจะอยู่ทำไม ฉันรู้สึกทุกข์ ฉันหาทางออกไม่ได้ ซึ่งจริงๆ แล้วมันอยู่ที่จิตใจของเรามากๆ”

อะไรที่ทำให้เราดึงตัวเองกลับมาได้?

“นึกถึงครอบครัวค่ะ คือนึกในใจว่าถ้าฉันไป คนที่จะแย่ไม่ใช่เรา เพราะเราจะไม่รับรู้อะไรแล้ว คนที่จะแย่ก็คือคุณพ่อ คุณแม่ น้องชาย ซึ่งเรารู้ว่าลึกๆ แล้วอ่ะ น้องชายพึ่งเราพอสมควร ทำด้านจิตใจและหลายๆ อย่าง ส่วนคุณแม่นึกในใจว่าคุณแม่ให้ชีวิตเราคลอดเราออกมา แล้วจะทำกับเขาแบบนี้ได้ยังไง นี้จะเป็นสิ่งที่จะทำให้ดึงตัวเองกลับมาตลอดเวลา”

"แคทรียา อิงลิช" ป่วยซึมเศร้า

มีเข้ารับการรักษาหรือปรึกษากับทางการแพทย์บ้างไหม?

“ก็มีไปหาหมอ มีให้ยามาทาน หมอช่วยได้บ้างส่วน อย่างน้อยได้มีที่ระบาย มีคนที่เราสามารถจะปรึกษาได้ คุยได้ แล้วเขาก็ชำนาญในด้านนี้อยู่แล้ว แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นมันอยู่ที่จิตใจเราจริงๆ บางคนก็มีคนทีรู้จักและเป็นหนักมากๆ ทำร้ายตัวเองด้วย ซึ่งในขณะที่คุณทำร้ายตัวเอง คุณก็มีสตินะ แต่ควบคุมสติไม่ได้ นี่คือสิ่งที่คุณต้องควบคุมให้ได้เลยคือ สติ!! แม้ว่ามันจะยากมากๆ”

ต่อสู้กับโรคนี้มานานแค่ไหนแล้ว?

“10 ปีแล้วค่ะ คือทำงานก็ก็ต่อสู้กับโรคนี้ไปด้วยตัวเอง แต่ที่หนักสุดเลยเคยเอาหัวไปโขกเตียง เหมือนกับว่าเรารู้สึกเจ็บจากข้างใน แต่ไม่รู้จะระบายออกมายังไง หมั่นเขี้ยวตัวเอง เจ็บปวดไม่รู้จะระบายยังไง เอาหัวโขกโป้ง โอเค เจ็บดีจังเลย แต่ละคนจะมีวิธีที่ระบายออกต่างกัน ไม่ได้แนะนำว่าทุกคนต้องทำแบบนี้นะ แต่มันผ่านมาแล้ว สติคือสำคัญมาก”

"แคทรียา อิงลิช" ป่วยซึมเศร้า

เคยได้ยินว่าคนที่เป็นโรคซึมเศร้า ถ้าใครบอกว่า สู้ๆ นะ แบบให้กำลังใจ ไม่ไช่วยทำให้รู้สึกดีขึ้น?

“ไม่ช่วย มองทุกอย่างในแง่ลบ เพราะฉะนั้นการที่บอกว่าสู้ๆ นะ สู้เพื่อ สู้กับอะไร ทั้งชีวิตของฉันมันไม่มีอะไรดี สู้เพื่อ คือคนปกติอาจจะโลกสดใส คนที่เป็นโรคซึมเศร้าจะไม่มองแบบนี้ ทุกอย่างไปในแง่ลบหมดเลย ถ้าอยากจะให้กำลังใจก็แค่อยู่ข้างๆ เขา ไม่ต้องพูดอะไรเลยด้วยซ้ำ ให้ความสำคัญกับเขา เพราะคนที่เป็นโรคซึมเศร้าเขาไม่ได้เรียกร้องความสนใจ แต่เป็นสิ่งที่เขาต้องการ!! และอย่าพยายามไปเซ้าซี่ถามเขาว่าเป็นอะไร ถ้าเขาไม่อยากพูด แค่อยู่ข้างๆ ก็พอ”

ข้อมูลจาก : คลิปรายการ Z story เพราะทุกที่มีเรื่องเม้าท์” ออกอากาศทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 14.50 น. ทางอมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34 หรือรับชมย้อนหลัง youtube : amarintvhd


ภาพ IG : katreeya_e

 

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

เช็คด่วน! พฤติกรรมแบบไหนเสี่ยงเป็น “โรคซึมเศร้า” เราอาจไม่รู้ตัว

แพทย์เตือน..ผู้หญิงเสี่ยง โรคอ้วน อัลไซเมอร์ ซึมเศร้า มากกว่าผู้ชายสองเท่า!!

วิธีรับมือการถูก “บูลลี่” ในสังคมที่ไม่ใช่แค่โลกไซเบอร์ แต่ทุกที่ในชีวิตประจำวัน

 

 

กระเป๋าแบรนด์ Bottega Veneta

ที่สุดของงานสาน! เบิกลิสต์ 7 รุ่น กระเป๋าแบรนด์ Bottega Veneta ที่ควรหาซื้อ

ส่งท้ายคอลเล็คชั่น Fall 2020 ด้วย กระเป๋าแบรนด์ Bottega Veneta ที่มีมาแนะนำจัดเต็มถึง 7 รุ่น 7 ดีไซน์ด้วยกัน รับรองว่าเห็นลิสต์นี้แล้ว คนรักงานสานจะต้องหวั่นไหวแน่นอน

Bottega Veneta ส่ง 7 ไอเท็มสุดปังที่พลาดไม่ได้จากคอลเล็คชั่น Fall 2020 กระเป๋ารูปทรงอันหลากหลายที่ทาง Daniel Lee ครีเอทีฟไดเร็กเตอร์ของแบรนด์ได้นำเสนอ ซึ่งถือเป็นไอเท็มที่โดดเด่นประจำคอลเล็คชั่น เพื่อสร้างสรรค์นิยามความสง่างามรูปแบบใหม่ที่เหมาะสำหรับทุกโอกาสของการแต่งตัว สะท้อนสไตล์สาวก Bottega Veneta

เชื่อว่าคนที่รักในฝีมืองานสานอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของโบเตก้า จะต้องเก็บหนึ่งในลิสต์นี้เพื่อไปตามหามาครอบครองอย่างไม่ต้องสงสัย ที่สำคัญกระเป๋าทั้ง 7 รุ่นเคยอวดโฉมบนรันเวย์มาแล้วด้วย จะบอกว่าคอลเล็คชั่นนี้นั่งส่องเพลินๆ ยังคุ้มเลยค่ะคุณ

ที่สุดของงานสาน! เบิกลิสต์ 7 รุ่น กระเป๋าแบรนด์ Bottega Veneta ที่ควรหาซื้อ

The Crochet Shoulder Bag

กระเป๋า Crochet Shoulder Bag โดดเด่นด้วยเทคนิคงานโครเชต์ถักมือทั้งใบด้วย Tubular Jersey มาพร้อมสายโซ่โลหะสีทองที่สามารถถอดได้ เพื่อปรับเปลี่ยนดีไซน์เป็นกระเป๋าคลัทช์ ด้านหน้าของกระเป๋าตกแต่งตัวล็อคทรงกลมแบบปุ่มกด โดยเสน่ห์ของกระเป๋า Crochet Shoulder Bag เผยให้เห็นลายถักโครเชต์ในทุกมุมมอง

กระเป๋าแบรนด์ Bottega Veneta The Crochet Shoulder Bag

กระเป๋าแบรนด์ Bottega Veneta The Crochet Shoulder Bag สีขาว

The Intrecciato Hobo Bag

กระเป๋ารุ่นฮิตเหนือกาลเวลาอย่าง กระเป๋า Intrecciato Hobo จาก Bottega Veneta ที่สร้างสรรค์ด้วยงานฝีมือมือโดยการใช้วัสดุหนังนุ่มสานผ่านเทคนิค Intrecciato Nappa การสานอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ ตกแต่งด้วยซิปแบบซ่อน ซึ่งยังคงคอนเซ็ปต์ไม่มีซับใน เพื่อโชว์ลายสานทั้งในและนอกกระเป๋าให้เป็นรูปแบบเดียวกัน ทั้งนี้ยัง Intreciatto Hobo ยังคงการออกแบบให้ดูหรูหราและเหมาะสำหรับการใช้ในชีวิตประจำวันของคุณ

กระเป๋าแบรนด์ Bottega Veneta The Intrecciato Hobo Bag

กระเป๋าแบรนด์ Bottega Veneta

The Crisscross or the Fringe Crisscross

The Crisscross และ the Fringe Crisscross กระเป๋าคลัทช์ ที่ Bottega Veneta ถ่ายทอดปรัชญาความสุขในการใช้ชีวิตของชาวฝรั่งเศส หรือ Joie de Vivre (Joy of Living) ด้วยรูปทรงที่แหวกแนวจากการสานหนังสไตล์ Intrecciato ของรุ่นอื่นๆ ด้วยระยางค์เส้นหนังทิ้งตัวสวยงามราวสายน้ำที่โปรยปรายของน้ำตก โดยยังคงยึดโทนสีเรียบง่าย เช่น สีดำ สีบราวนี่ และสีพอริจ ในขณะที่รูปแบบคลาสสิกที่ไร้ระยางค์เส้นหนัง สร้างสรรค์ขึ้นเพื่อสำหรับผู้ที่ชื่นชอบลุคเรียบหรูและเหมาะสมกับทุกโอกาส

กระเป๋าแบรนด์ Bottega Veneta The Crisscross or the Fringe

กระเป๋าแบรนด์ Bottega Veneta The Crisscross or the Fringe สีดำ

กระเป๋าแบรนด์ Bottega Veneta

The Intrecciato Tote Bag

นับเป็นไอเท็มที่ตอบโจทย์การใช้งานในทุกวัน อย่างกระเป๋าโท้ท Maxi ที่ยังคงใช้เทคนิคการสานแบบ Intrecciato Nappa มาพร้อมสายสะพายยาวที่สร้างสรรค์จากวัสดุหนัง อีกทั้งยังสามารถสะพายแบบสะพายคาดอกเพื่อเพิ่มความสะดวกสบาย มาพร้อมกระเป๋าซิปใบเล็กด้านในที่สามารถถอดออกได้ตามโอกาสการใช้งานที่เหมาะสม

กระเป๋าแบรนด์ Bottega Veneta The Intrecciato Tote Bag

กระเป๋าแบรนด์ Bottega Veneta

The Intrecciato Shoulder Bag

Intrecciato Shoulder Bag กระเป๋าลายสานอันเป็นเอกลักษณ์ขนาดใหญ่ที่กำลังเป็นที่นิยมในช่วงนี้มาพร้อมสายสะพายไหล่ปรับระดับได้ โดดเด่นด้วยโลหะสีทองรูปทรงสามเหลี่ยม อันเป็นเอกลักษณ์ ด้วยตัวกระเป๋าที่มีขนาดกว้าง ซึ่งได้ลดทอนซิปปิดกระเป๋าออก แต่ยังคงสร้างลูกเล่นด้วยการเพิ่มกระเป๋าด้านในที่สามารถถอดออกได้ ทั้งยังคงคอนเซ็ปต์โชว์ลายสานทั้งใบ ด้วยการไม่เสริมซับในกระเป๋า

กระเป๋าแบรนด์ Bottega Veneta The Intrecciato Shoulder Bag

กระเป๋าแบรนด์ Bottega Veneta สีขาว

The Whirl

กระเป๋าคลัทช์ที่จะช่วยเสริมสร้างความมั่นใจให้กับลุคสาวโบเตก้ามากยิ่งขึ้น ด้วยการสร้างสรรค์ด้านนอกกระเป๋าเป็นลายคลื่น 3 มิติ บุภายในด้วยหนัง Nappa สามารถเปิด-ปิดกระเป๋าด้วยแม่เหล็กที่ซ่อนอยู่ภายใน อีกทั้งมาพร้อมกับสีสันสดใสให้สาวๆ ได้เลือกแมตช์ ถึง 5 สี อาทิ  Butter , Lollipop , Grass , Kiwi , Egg yolk , Scarlet , Peachy

กระเป๋าแบรนด์ Bottega Veneta The Whirl

กระเป๋าแบรนด์ Bottega Veneta The Whirl สีแดง

The Clasp

กระเป๋ารูปทรงอันเป็นเอกลักษณ์และดีไซน์ที่ทันสมัย คล่องแคล่วต่อการใช้งาน กระเป๋าคลัทช์สำหรับคุณผู้ชายรุ่น The Clasp จาก Bottega Veneta สานต่อการออกแบบและพัฒนารูปลักษณ์เพื่อสะท้อนความหมายที่แท้จริงของความสุขุมที่แฝงไปด้วยภูมิฐาน โดยกระเป๋าคลัทช์ รุ่น The Clasp นั้นมีวิวัฒนาการมาจากกระเป๋ารุ่น Cabat ที่ได้พัฒนารูปทรงให้สะดวกสบายต่อการใช้งานพร้อมผิวสัมผัสที่นิ่มนวลยิ่งขึ้น โดดเด่นด้วยลวดลายการสานหนังในแบบ Intrecciato อันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ที่ดูอ่อนโยนและมีเสน่ห์

กระเป๋าแบรนด์ Bottega Veneta The Clasp

กระเป๋าแบรนด์ Bottega Veneta


ภาพ : Bottega Veneta 

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ใช้กันถล่มทลาย! กระเป๋าแบรนด์ Prada รุ่น Cleo ไอเท็มมาแรง ทำไมถึงต้องมี?

ไขข้อสงสัย กระเป๋าแบรนด์เนม Lady Dior และ Lady D-lite ต่างกันยังไง?

น่าลงทุนกว่าสีดำ! 10 กระเป๋าแบรนด์ Chanel โทนนู้ด สีชานม ที่ควรหาตำ

 

ตระกูลที่ร่ำรวยที่สุดในเอเชีย

10 ตระกูลที่ร่ำรวยที่สุดในเอเชีย 2020 เจียรวนนท์-จิราธิวัฒน์ ไม่พลาดในลิสต์นี้

Fobes จัดอันดับ 10 ตระกูลที่ร่ำรวยที่สุดในเอเชีย ประจำปี 2020 เจียรวนนท์-จิราธิวัฒน์ 2 ตระกูลใหญ่จากไทย ไม่พลาดในลิสต์นี้ ฟาดอันดับ 4 และ 10 ไปครอง

เป็นประจำทุกปีที่ Fobes จะจัดอันดับเหล่ามหาเศรษฐี และ ครอบครัวมหาเศรษฐีทั่วโลกว่าใครอยู่อันดับไหน ซึ่งอันดับ 1 ผู้ที่ร่ำรวยที่สุดในโลกก็คงไม่พ้น เจฟฟ์ เบซอส เจ้าของ Amazon อย่างแน่นอน

ตระกูลที่ร่ำรวยที่สุดในเอเชีย

มากันที่ครอบครัวที่ร่ำรวยที่สุดในเอเชียกันบ้าง ซึ่งล่าสุด Fobes ได้จัดอันดับครอบครัวเป็นที่เรียบร้อย โดยอันดับ 1 คือ ตระกูลอัมบานี จากอินเดีย เจ้าของบริษัท Reliance Industries Limited ผู้ครอบคลุมกิจการแทบจะครอบจักรวาลของอินเดียไม่ว่าจะเป็น ธุรกิจน้ำมัน, ก๊าซ, ปิโตรเคมี และ ธุรกิจโรงกลั่นน้ำมัน รวมถึงธุรกิจก่อสร้าง, การสื่อสารโทรคมนาคม, บริษัทบริหารสินทรัพย์, สื่อบันเทิง และ โรงงานผลิตกระแสไฟฟ้า อับบานีกลายเจ้าเก่า เจ้าเดิม ผลไม่ผลิกโผเพราะรวยอย่างไร ก็รวยอย่างนั้น มีทรัพย์สินสุทธิ 44.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

ตระกูลที่ร่ำรวยที่สุดในเอเชีย

ขณะที่อันดับ 2 คือซัมซุง จากประเทศเกาหลีใต้ แบรนด์ผลิตโทรศัพท์มือถือ และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกชนิด ผู้ซึ่งเคลมตัวเองว่าเป็นแบรนด์สร้างชาติก็ได้คว้าอันดับ 2 ไปครองโดยนายลี เบียงชอล (Lee Byung-chul) หรือ โฮอัม มีทรัพย์สินสุทธิ 40.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

ตระกูลที่ร่ำรวยที่สุดในเอเชีย

ส่วนอันดับ 3 คือ ตระกูล Kwok  จากฮ่องกง เจ้าของ Sun Hung Kai & Co บริษัทที่ให้บริการด้านการเงิน ผู้เชี่ยวชาญด้านโครงสร้างการเงินและสินเชื่อเพื่อผู้บริโภค ปัจจุบันบริษัทมีสาขาและสำนักงานมากกว่า 200 แห่งทั่วฮ่องกงและจีนแผ่นดินใหญ่ มีทรัพย์สินสุทธิอยู่ที่ 40.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

10 ตระกูลที่ร่ำรวยที่สุดในเอเชีย 2020 เจียรวนนท์-จิราธิวัฒน์ ไม่พลาดในลิสต์นี้

ตระกูลที่ร่ำรวยที่สุดในเอเชีย

สำหรับอันดับ 4 นั้นคุ้นหน้า คุ้นตาเป็นอย่างดี เห็นแค่ดวงตาก็รู้ว่าเป็นใคร แน่นอนว่าตระกูลนี้ไม่ติด Top 5 ของเอเชียคงไม่ได้สำหรับตระกูล เจียรวนนท์ โดย ธนินท์ เจียรวนนท์ จากไทยแลนด์ (ขอเสียงมิสไทยแลนด์ 1 ) กับทรัพย์สินสุทธิ 36.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ รวยติดอันดับเอเชียขนาดนี้ แน่นอนก็ต้องรวยที่สุดในประเทศไทยด้วยสิจ๊ะ

ตระกูลที่ร่ำรวยที่สุดในเอเชีย

อันดับ 5 นายโรเบิร์ต บูดี ฮาร์โตโน  หรือ หวอง ฮุ่ยเจียงนักธุรกิจชาวอินโดนีเซียเชื้อสายจีน ผู้มั่งคั่งจากธุรกิจบุหรี่ เจ้าของบริษัท conglomerate  ปัจจุบันมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ 32 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

ตระกูลที่ร่ำรวยที่สุดในเอเชีย
ลูกชาย และ ลูกสะใภ้ลี เชากี CR: SCMP

อันดับ 6 ตระกูลลี (ลี เชากี) มหาเศรษฐีเบอร์ 2 ของฮ่องกง เจ้าของ เฮนเดอร์สัน แลนด์ ดีเวลลอปเมนต์ บริษัทอสังหาริมทรัพย์ มีทรัพย์สินสุทธิอยู่ที่ 29 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

ต่อกันที่อันดับ 7 ตระกูลเก็ก/เควก จากมาเลเซีย เจ้าของธนาคารฮองเหลียง ธุรกิจการเงินเปโตรนาสแห่งมาเลเซีย ปัจจุบันมีทรัพย์สินสุทธิอยู่ที่ 23.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

CR : Tatler Hongkong

อันดับ 8 นายเฮนรี เจิ้ง จากฮ่องกง เจ้าของ Chow Tai Fook กลุ่มบริษัทเอกชนที่ตั้งอยู่ในฮ่องกง มีธุรกิจอยู่ในเครือมากมายเช่น อัญมณี การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ โรงแรม ห้างสรรพสินค้า การขนส่ง พลังงาน โทรคมนาคม ท่าเรือ คาสิโนและธุรกิจอื่นๆ  มีทรัพย์สินสุทธิอยู่ที่ 22.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

อันดับ 9 ตระกูลไซ จากประเทศฟิลิปปินส์ เจ้าของบริษัท เอสเอ็ม อินเวสเมนท์ คอร์ปอเรชั่น หรือที่รู้จักกันในนามกลุ่ม SM กลุ่มบริษัทในฟิลิปปินส์ บริหารศูนย์การค้าปลีก การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ การธนาคาร และการท่องเที่ยว มีทรัพย์สินสุทธิอยู่ที่ 20.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

ตระกูลที่ร่ำรวยที่สุดในเอเชีย
นายทศ จิราธิวัฒน์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เซ็นทรัล รีเทล

ปิดท้ายที่อันดับ 10 จิราธิวัฒน์ อีกหนึ่งตระกูลในไทย เจ้าของกลุ่มเซ็นทรัล มีทรัพย์สินสุทธิอยู่ที่ 19.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

ตระกูลที่ร่ำรวยที่สุดในเอเชีย

อย่างไรก็ตามยังมีอีก 1 ตระกูลจากประเทศไทยที่ Fobes จัดอันดับให้ติด 50 ครอบครัวที่รวยที่สุดในเอเชีย คือ!! ครอบครัวอยู่วิทยา อันดับ 22 ของกลุ่มมีทรัพย์สินสุทธิอยู่ที่ 13.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ


พบกับ อัมบานี ตระกูลที่รวยที่สุดในเอเชีย ผู้ครอบครองคฤหาสน์ 3 หมื่นล้านจุก

เหล่ามหาเศรษฐีไทย กับความมั่งคั่งที่ลดลง 9 แสนล้าน ท่ามกลางวิกฤต โควิด-19

รวยล้นฟ้า หาใครเทียบ! เจฟฟ์ เบซอส ทุบสถิติตัวเองรวยขึ้นอีก แสนล้านบาท

อัพเดตประเทศที่อนุญาตให้ คู่รักเพศเดียวกัน แต่งงานและ จดทะเบียน ปี 2020

อิสระในความรักเป็นของหนุ่มสาวทุกผู้ทุกคนนะคะ วันนี้ แพรวเวดดิ้ง เลยขอรวบรวม 31 ประเทศที่ออกกฎหมายอนุญาตให้ คู่รักเพศเดียวกัน จดทะเบียน แต่งงานได้แล้วอย่างถูกกฎหมายและรองรับสิทธิ จะมีประเทศไหนบ้าง ไปไล่ดูตามไทม์ไลน์กันเลยจ้า

31 ประเทศทั่วโลกที่อนุญาตให้สามารถ จดทะเบียน แต่งงาน คู่รักเพศเดียวกัน ได้อย่างถูกกฎหมาย

คู่รักเพศเดียวกัน จดทะเบียน
Photo by Ian Taylor on Unsplash

ปี 2000 – เนเธอร์แลนด์

ปี 2003 – เบลเยี่ยม

ปี 2005 – สเปน, และ แคนาดา 

ปี 2006 – แอฟริกาใต้

ปี 2008 – นอร์เวย์

ปี 2009 – สวีเดน

ปี 2010 – ไอซ์แลนด์, โปรตุเกส, และ อาร์เจนตินา 

คู่รักเพศเดียวกัน จดทะเบียน
Photo by Mercedes Mehling on Unsplash

ปี 2012 – เดนมาร์ก

ปี 2013 – อุรุกวัย, นิวซีแลนด์, ฝรั่งเศส, อังกฤษ และ เวลส์

ปี 2014 – สก็อตแลนด์, และ ลักเซมเบิร์ก

ปี 2015 – ฟินแลนด์, ไอร์แลนด์, กรีนแลนด์, และ สหรัฐอเมริกา,  

ปี 2016 – โคลัมเบีย

ปี 2017 – เยอรมนี, มอลตา, และ ออสเตรเลีย

ปี 2019 – ออสเตรีย, ไต้หวัน, เอกวาดอร์, และ ไอร์แลนด์เหนือ

ปี 2020 – คอสตาริกา และ ไทย

ใน 31 ประเทศนี้ มี 30 ประเทศที่ขึ้นชื่อว่าคู่รักสามารถ “จดทะเบียนสมรส” ตามกฎหมาย ส่วนในประเทศไทย ถึงแม้จะอนุญาตให้ “จดทะเบียนคู่ชีวิต” พร้อมสิทธิทางกฎหมายที่รองรับประโยชน์ของคู่รักเพศเดียวกันหลายอย่าง แต่ยังไม่ใช่การจะทะเบียนสมรสที่ได้สิทธิเท่าเทียมกับคู่รักชายหญิงทั่วไป อย่างไรก็ตาม การผ่านร่างพ.ร.บ. คู่ชีวิตในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ถือเป็นก้าวแรกและก้าวสำคัญของความรักและการสมรถเท่าเทียมในอนาคต

ตามไปดูสรุปสาระสำคัญของพ.ร.บ. คู่ชีวิต ได้ที่ >>> พ.ร.บ. คู่ชีวิต หนุ่มสาว Same Sex เขาได้สิทธิอะไรบ้าง ไปดูกัน

ข้อมูลจาก : pewforum.org

ดาราหญิงเมืองไทย

ส่องชุดลุยทุ่งของ ดาราหญิงเมืองไทย สาดความสดใส สวยแข่งกับดอกไม้

เชื่อว่าช่วงนี้หลายคนกำลังหาสถานที่หย่อนใจสำหรับวันหยุดยาวแน่ๆ ซึ่งหากว่าใครกำลังเล็งๆ ว่าจะไปเที่ยวทุ่งดอกไม้ ขอเชิญทางนี้ก่อนจ้า เพราะ “แพรวดอทคอม” จะไปส่องชุดสวยๆ ของเหล่า ดาราหญิงเมืองไทย ที่แมทช์กันได้ดีกับทุ่งดอกไม้ เผื่อเป็นไอเดียให้สาวๆ นำไปใช้สำหรับทริปฮอลิเดย์ที่กำลังจะมาถึงนี้ักันค่ะ

ส่องพิกัดชุดลุยทุ่งของ ดาราหญิงเมืองไทย สาดความสดใส สวยแข่งกับดอกไม้

นุ่น-วรนุช ภิรมย์ภักดี

นางเอกมากฝีมือ นุ่น-วรนุช ภิรมย์ภักดี ที่มาพร้อมกับชุดสวยสีสมจากแบรนด์ tandbangkok

เต้ย-จรินทร์พร จุนเกียรติ

เขียวตัดแดง เต้ย-จรินทร์พร จุนเกียรติ มาในลุคกล่องตัวที่มีกลิ่นอายวิเทจ จากแบรนด์ tandbangkok

ใหม่-ดาวิกา โฮร์เน่

นางเอกแสนสวย ใหม่-ดาวิกา โฮร์เน่ มาในเดรสจากแบรนด์สุดหรู Gucci

ญาญ่า-อุรัสยา เสปอร์บันด์

ญาญ่า อุรัสยา เสปอร์บันด์ เดรสลูกไม้สีดำตัดกับดอกไม้สีแดง ถึงจะไม่สดใสแต่ก็ดูแพงสุดๆ 

พลอย ชิดจันทร์

คุณแม่ลูก 4 หนุ่มเป๊ะ พลอย ชิดจันทร์ เดรสสีเหลืองตัดกับดอกไม้สีแดงสดได้อย่างลงตัว

กาญจน์เกล้า ด้วยเศียรเกล้า

แนวสวยหวานละมุนมากเว่อร์ต้องยกให้สาว เกรซ-กาญจน์เกล้า ด้วยเศียรเกล้า

ณิชา ณัฏฐณิชา ดังวัธนาวณิชย์

สดใสฟรุ้งฟริ้งสไตล์นางเอกหน้าวาน ณิชา ณัฏฐณิชา ดังวัธนาวณิชย์


ภาพจาก IG @therayphoto

สามารถติดตามอ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติมได้ที่นี่

สื่อฮ่องกงพูดถึง นางเอกของเมืองไทย ใหม่-ดาวิกา สวยระดับนางงาม

เผ็ดไฟลุก! รวมแฟชั่นชุดว่ายน้ำ 10 ไฮโซร่างแซ่บ

ซัมเมอร์ฮ็อตฉ่า! 8 เซเลบสาวประชันโฉมแซ่บ แนะทริคฟิตหุ่น ดูแลผิว ใส่ชุดว่ายน้ำแล้วปังสุด

แว่นตา ภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ของ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี

เปิดตัวครั้งแรก! แฟชั่นเซ็ตแว่นกันแดด ภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ของ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี

สวยเก๋และมีเอกลักษณ์ เมื่อแบรนด์ SIRIVANNAVARI เปิดตัวคอลเล็คชั่นแว่นตากันแดดเป็นครั้งแรก พร้อมเผย ภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ของ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี ในคอลเล็คชั่นนี้ให้ได้ชมกันด้วย

เพื่อเติมเต็มคาแร็คเตอร์ของหญิงสาวให้สวยสมบูรณ์แบบ แบรนด์ SIRIVANNAVARI เปิดตัวคอลเล็คชั่นแว่นตากันแดด ‘Lunettes de soleil’ ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากหญิงสาวเปี่ยมสไตล์แห่งยุค 90s ซึ่งนับว่าเป็นยุคที่โลกแฟชั่นถึงจุดรุ่งเรืองสูงสุดอีกยุคหนึ่ง แต่ยังคงกลิ่นอายความมีเสน่ห์ของปารีเซียงสตรีทสไตล์เพื่อลุคอันโมเดิร์น

เปิดตัวครั้งแรก! แฟชั่นเซ็ตแว่นกันแดด ภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ของ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี

แว่นตา ภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ของ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี แว่นตา ภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ของ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี แว่นตา ภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ของ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี ภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ของ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี

สำหรับดีไซน์แรกของแว่นตากันแดดคอลเล็คชั่นนี้ ผลิตขึ้นจากอาซิเตตชั้นดี ได้รับการดีไซน์กรอบแว่นเป็นทรงแปดเหลี่ยม ประดับเหรียญ และประทับโลโก้นกยูงที่ขาแว่น โดยมีให้เลือก 3 เฉดสีด้วยกัน คือ สีกระ , สีเขียว และสีน้ำตาล ทั้งหมดมาพร้อมโซ่คล้องแว่น เพื่อความเก๋และความสะดวกในการใช้งาน ทั้งสำหรับสุภาพสตรีและสุภาพบุรุษ ทั้งนี้ภาพแฟชั่นเซ็ตแว่นตากันแดดคอลเล็คชั่นนี้ เป็นภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ของพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา

ภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ของ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี

ภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ของ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี

แว่นตาสีกระ ภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ของ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี

แว่นตาสีเขียว ภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ของ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี

แว่นตาสีน้ำตาล ภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ของ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี

ภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ของ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี

สายคล้องแว่น ภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ของ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี

สายคล้องแว่น ภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ของ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี

สามารถชมคอลเล็คชั่นแว่นตากันแดดและผลิตภัณฑ์แฟชั่นอื่นๆ ในคอลเล็คชั่นทรงออกแบบประจำฤดูกาลออทั่ม/วินเทอร์ 2020-2021 ของแบรนด์ SIRIVANNAVARI และ S’Homme ได้ที่ร้าน SIRIVANNAVARI ชั้น 1 ศูนย์การค้าสยามพารากอน ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป


ภาพ : SIRIVANNAVARI

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ลุคสวยหวานกับโมเม้นต์มดขึ้น ‘แต้ว’ ควงคู่ ‘ไฮโซณัย’ ร่วมงานแต่งที่เชียงใหม่

เสื้อหรือสไบ? หลบทางให้ ยิหวา ปรียากานต์ กับลุคสวยเก๋ ร่วมงานแต่ง ก้อย-ตูน

เจ้าสาวผู้คิดนอกกรอบ ก้อย-รัชวิน ในชุดอาฟเตอร์ปาร์ตี้ โทนดำ-ชมพู สไตล์ชาวร็อค

 

อแมนด้า ออบดัม

อแมนด้า ออบดัม เปิดทริคหุ่นเอสเคิร์ฟ และความพร้อมเอามง 3 ให้คนไทย

ไม่ว่าสวมใส่อะไรก็ดูสวยเป๊ะไปหมด สมกับเป็นตัวแทนสาวงามของเมืองไทยจริงๆ สำหรับ อแมนด้า ออบดัม  มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2020 เจ้าของหุ่นเอสเคิร์ฟสัดส่วน 33-24-35 โดยถึงแม้ว่าปีนี้เวทีนางงามจักรวาลจะไม่เปิดเวที แต่สาวคนนี้ก็ยังยืนยันว่าเธอจะเตรียมความพร้อมอยู่เสมอ เพื่อให้พัฒนาตัวเองไปได้ไกลที่สุดไม่ว่าจะเป็นเรื่องรูปลักษณ์หรือการตอบคำถาม

“ช่วงนี้ออกงานทุกวันไม่มีเวลาได้พักเลย แต่ก็พยายามเตรียมตัวในทุกๆ ด้าน อาทิเช่น การทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ การออกกำลังกายเพื่อฟิตหุ่นให้มากกว่าเดิมเพราะหลายประเทศก็หุ่นดีกันหมด เราก็ต้องฟิตหุ่นสู้ด้วย แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดเลยก็คือเรื่องการตอบคำถาม เพราะเวทีนี้ต้องการผู้หญิงที่ตอบคำถามแล้วทุกคนในฮอลล์ต้องหยุดฟัง ดังนั้นจึงให้ความสำคัญกับตรงนี้เป็นพิเศษเพราะเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด”

อแมนด้า ออบดัม

อแมนด้า Miss Universe Thailand 2020 ร่วมพูดคุยแบบเอ็กซ์คลูซีฟในคอนเซ็ปต์ Real Swimsuit x Real Amanda 

เปิดทริคหุ่นเอสเคิร์ฟแบบ อแมนด้า ออบดัม  มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2020

คนละครึ่งนี่แหละ! ทริคหุ่นเอสเคิร์ฟ

“จริงๆ การที่จะมีรูปร่างที่ดีได้นั้นเราต้องมีวินัย วินัยในการทานอาหาร ด้าจะเป็นคนที่ไม่อดอาหารที่ตัวเองอยาก สมมุติว่าวันนี้อยากกินเบอร์เกอร์ ด้าก็จะหาเพื่อนกินด้วย แบ่งกันคนละครึ่ง แล้วก็อีกวินัยหนึ่งคือการออกกำลังกาย ถ้าเรารู้สึกว่าวันนี้กินเยอะไป เราก็แค่ออกกำลังกายให้นานขึ้นเท่านั้นเอง แต่มันก็คือวินัยในการใช้ชีวิต”

“จริงๆ เป็นคนไม่ชอบออกกำลังกายแบบคาดิโอเลย แต่ชอบเวท ด้าเลยเลือกทำตามในยูทูปต่างๆ ถึงแม้เราจะมองว่าดูง่ายๆ ออกกำลังกายเพียงแค่สิบกว่านาที แต่มันค่อนข้างเห็นผลมากๆ เลย”

อแมนด้า ออบดัม เปิดทริคหุ่นเอสเคิร์ฟ

ในงาน รีโนเวทเคาน์เตอร์ ผลิตภัณฑ์ชุดว่ายน้ำ BSC Streamline ที่ เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ งามวงศ์วาน

ความมั่นใจสำคัญที่สุด

“นอกเหนือจากที่กล่าวมาแล้ว สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือมายด์เซ็ต ไม่ว่าเราจะทำอะไรทุกอย่างมันมาจากมายเซ็ตค่ะ ความมั่นใจคือที่หนึ่ง ถ้าในใจคิดว่าเราใส่ชุดนี้แล้วสวย ทุกคนจะมองว่าเราสวย ใส่ไปเลยค่ะไม่ต้องแคร์ว่าคนอื่นจะคิดยังไง ถ้าเราคิดว่าสวยก็สวยค่ะ”

“ความมั่นใจมันสื่อออกมาได้จากสายตา ไม่สามารถโกหกใครได้ ถ้าเรามีความมั่นใจว่าเราสวย สายตามันจะออกมาเลย และทุกคนก็จะเห็น”

ผลิตภัณฑ์ชุดว่ายน้ำ BSC Streamline  โดย บริษัท ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ในเครือสหพัฒน์ ผู้สนับสนุนการประกวดเวที Miss Universe Thailand 2020 อย่างเป็นทางการ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการคัดเลือกสาวงามที่มีความพร้อมก้าวสู่เวทีประกวดระดับโลก


สามารถติดตามอ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติมได้ที่นี่

6 เรื่องรู้จัก อแมนด้า-ชาลิสา ออบดัม Miss Universe Thailand 2020

เปิดใจอดีตสาวคลั่งผอม อแมนด้า ออบดัม เผชิญโรคอะนอเร็กเซีย 2 ปีเต็ม

อแมนด้า MUT2020 เคลื่อนไหวหลังมีแฮชแท็ก #ทรงผมบังเพื่อน

‘โรแมนติกมาก จนไม่ทันสังเกตว่า เขามีคู่แล้ว’ ดูดวงรายวัน 1 ธันวาคม 2563

ดูดวงรายวัน 1 ธันวาคม 2563 #หมอปุ้ยพยากรณ์ เช็กทุกวัน เป๊ะปังทุกดวง ทั้งการงาน การเงิน ความรัก และสุขภาพ

ผู้ที่เกิดวันอาทิตย์

การงาน :  สำหรับผู้ที่ทำงานหรือเกี่ยวข้องกับงานศิลปะ งานในวงการบันเทิง รวมถึงงานที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ เช่น  ดีไซเนอร์ สถาปนิก มัณฑนากร ฯลฯ วันนี้คุณจะโดดเด่นในการติดต่อประสานงาน การบริหารจัดการ และเป็นที่ปรึกษาให้คำแนะนำกับผู้อื่น แต่ระวังคุณอาจหลงในอีโก้ของตัวเองจนไม่สนใจความรู้สึกนึกคิดของคนอื่น จะทำให้เกิดความขัดแย้ง ส่งผลให้หน้าที่การงานสะดุดลงกลางคัน ถูกใส่ร้ายป้ายสีจากผู้ร่วมงาน แล้วหากคุณพลาดหรือล้มก็จะถูกกระหน่ำซ้ำเติม

การเงิน : มีโชค หาเงินง่าย แต่ก็ใช้เงินเก่งเช่นกัน วันนี้ไม่ควรเข้าไปเกี่ยวข้องกับเงินที่ไม่ถูกต้อง หรือการเสี่ยงโชค ซึ่งจะทำให้เกิดความวุ่นวายตามมาจนชักหน้าไม่ถึงหลัง

ความรัก :  คุณ work hard & play hard  ซึ่งเสี่ยงกับการมี Something wrong โดยที่คุณไม่รู้ตัว แต่โลกรู้ จึงต้องระวังอาจเกิดปัญหาครอบครัว อย่างไรก็ตามควรลดทิฐิลงด้วย เพราะไม่เช่นนั้นทะเลาะกันบ้านแตกแน่  คนโสด โรแมนติกและวาดฝันถึงความรักไว้อย่างสวยสดงดงาม แต่วันนี้อาจมีเมฆหมอกบังตาทำให้คุณมองความจริงไม่ออกว่า คนที่กำลังฝันถึงนั้น เขามีคู่อยู่แล้ว

สุขภาพ :  อวัยวะที่ควรให้ความสำคัญเป็นพิเศษคือ หัวใจ และโรคที่เกี่ยวกับหัวใจทุกชนิด รวมถึงโรคที่เกี่ยวกับกระดูกสันหลัง ซึ่งจะมีอาการปวดหลังค่อนข้างมาก

 

ผู้ที่เกิดวันจันทร์

การงาน : สำหรับผู้ที่ทำงานหรือเกี่ยวข้องกับงานที่ต้องใช้คำพูดในการติดต่อสื่อสาร เช่น พีอาร์ประชาสัมพันธ์ นักการทูต สื่อสารมวลชน พนักงานขาย ฯลฯ คุณอาจกำลังคิดจะสร้างสรรค์งานซึ่งแปลกและแตกต่างจากงานที่ทำอยู่ประจำ ซึ่งวันนี้คุณมีความสามารถโดดเด่นในงานศิลปะทุกประเภท แต่บอกเลยว่า ความสำเร็จ ชื่อเสียง และเงินทองไม่ได้มาด้วยความบังเอิญ แต่แลกมาด้วยพลังกายพลังใจที่เข้มแข็ง

การเงิน : คุณมีงานที่มั่นคงและมีค่าตอบแทนสูง นอกจากนั้นยังได้ผู้ใหญ่ช่วยอุปถัมภ์อีก จึงทำให้คุณมีเงินทองใช้จ่ายอย่างไม่ขาดมือ แต่ก็เหมือนมีกรรม เพราะคุณใจดี ชอบช่วยเหลือผู้อื่น มีเท่าไหร่ก็เปย์ให้หมด  จนเหมือนหาเงินมาเพื่อให้ผู้อื่นใช้

ความรัก : คุณมีภาวะผู้นำสูง ดูแลทั้งงานในบ้านและนอกบ้านก็ส่งเสริมสนับสนุนสามีให้ก้าวหน้าในหน้าที่การงาน ซึ่งดูแล้วก็เป็นชีวิตที่ราบเรียบและราบรื่น แต่หากคุณมีพื้นฐานอารมณ์ที่มั่นคงกว่านี้อีกหน่อย ก็จะทำให้คุณมีความสุขขึ้น คนโสด คุณมีเสน่ห์มากมาย มีทั้งรุ่นใหญ่และรุ่นเล็ก ในเครื่องแบบมารุมรัก แต่หากคุณยังลังเลและโลเล เลือกใครไม่ได้สักที ก็อาจพลาดโอกาสดีๆ ในที่สุด

สุขภาพ :  ปกติคุณดูแลสุขภาพร่างกายดีอยู่แล้ว แต่อาจเป็นช่วงที่คุณแฮปปี้กับชีวิต ทำให้เอ็นจอยกับการรับประทานอาหารจนน้ำหนักขึ้น ซึ่งเสี่ยงต่อการมีโรคอ้วนตามมา

 

ผู้ที่เกิดวันอังคาร

การงาน :  สำหรับผู้ที่ทำงานหรือเกี่ยวข้องกับงานที่ต้องบริหารจัดการ การให้บริการคำปรึกษาแนะนำ วันนี้คุณอาจได้ทำงานในส่วนของงานที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ งานโฆษณา ประชาสัมพันธ์ งานในวงการบันเทิง สื่อสารมวลชน ฯลฯ ซึ่งคุณควรใช้วาทศิลป์มากกว่าที่จะดื้อดึงกับความคิดของตัวเอง กล้าได้กล้าเสียอย่างน่ากลัว เพราะจะทำให้ลูกค้าเกิดความไม่มั่นใจว่างานจะประสบความสำเร็จ

 

การเงิน : มีโชค  ลาภลอย อาจได้รับมรดก หรือถูกหวยรวยหุ้น แต่อุปสรรคที่จะทำให้คุณเก็บเงินไม่ได้ก็คือ ตัวเองติดหรู ใช้ของแพง หากลดรายจ่ายตรงนี้ได้คุณจะเก็บเงินได้อีกเยอะ

ความรัก :  วันนี้อารมณ์คุณไม่นิ่งมากๆ แถมยังโลเลอีกต่างหาก แล้วหากขัดใจกันคุณก็ทิฐิสูงมากๆ เพราะฉะนั้นจึงควรอยู่นิ่งๆ ไม่ควรยุ่งเกี่ยวกับใครมาก คนโสด คุณมีเสน่ห์ โรแมนติก รักใครก็จะทุ่มให้เขาหมดทั้งใจ แต่ที่ผ่านมาคุณอาจพบกับความเสียใจและผิดหวังเสมอ ดังนั้น คู่ที่เหมาะสมควรเป็นผู้ใหญ่ เพราะเขาจะเข้าใจและให้ความอบอุ่นกับคุณได้

สุขภาพ :  จะมีปัญหากับระบบน้ำย่อย กระเพาะอาหาร และถุงน้ำดี ซึ่งอาจเป็นผลจากความเครียด จึงควรรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ นอกจากนั้นยังมีโอกาสที่จะปวดศีรษะไมเกรนอีกด้วย

 

ผู้ที่เกิดวันพุธ

การงาน :  สำหรับผู้ที่อยู่ในตำแหน่งผู้บริหาร หรือบริหารงานในองค์กร วันนี้คุณเหมาะสมกับงานที่ต้องใช้ความสามารถในการแสดงออกและถ่ายทอดอารมณ์ ความรู้สึก เช่น งานในวงการบันเทิง งานเขียน ดีไซเนอร์ ฯลฯ ซึ่งคุณอาจได้ร่วมงานกับเพื่อนสนิทผู้หญิงที่รู้ใจกันมาก และมีความเป็นไปได้ที่คุณอาจออกมาเปิดธุรกิจของตัวเองเลยทีเดียว

การเงิน : คุณสามารถใช้เงินทำงานสร้างรายได้ที่สูงให้กับตัวเอง เรียกว่าจับอะไรก็เป็นเงินเป็นทองไปหมด วันนี้คุณอาจโชคดี ได้ลาภอย่างไม่คิดไม่ฝันมาก่อน

ความรัก : วันนี้เป็นความสัมพันธ์ระหว่างญาติผู้หญิง ซึ่งคุณรักและทุ่มเทให้กับพวกเธอมาก อยากได้อะไรคุณให้หมด คนโสด วันนี้ความรักมาแบบเหนือความคาดหมาย เพราะคุณอยากสร้างครอบครัวกับเพื่อนสนิทผู้หญิง

สุขภาพ :  ควรให้ความสำคัญกับการขับถ่าย ไม่ควรกลั้นปัสสาวะ เพราะอาจทำให้กรวยไตและกระเพาะปัสสาวะอักเสบ เสี่ยงต่อการติดเชื้อในกระแสเลือด

 

ผู้ที่เกิดวันพฤหัสบดี

การงาน : คุณมีความสามารถโดดเด่นในการใช้วาทศิลป์ในการติดต่อประสานงาน เช่น งานพีอาร์ประชาสัมพันธ์ งานขาย รวมถึงเครื่องมืออุปกรณ์ทางการสื่อสาร และอิเล็คทรอนิกส์ เรียกว่าไปโน้นมานี่แทบจะไม่ได้อยู่ติดออฟฟิศเลย วันนี้คุณอาจต้องวางตัวให้ดี อย่าสนิทสนมหรือให้ความเป็นกันเองกับเพื่อนร่วมงานมากเกินไป เพราะเขาจะไม่เกรงใจคุณ จะตัดสินใจแทนคุณโดยพลการ

การเงิน : มีดวงผู้ใหญ่อุปถัมภ์ หากช่วงนี้คุณกำลังจะลงทุน หรือเข้าสังคม เดินทางท่องเที่ยว ซึ่งต้องใช้เงินมากจนต้องหาเงินตัวเป็นเกลียว ก็อาจกลับไปขอความช่วยเหลือจากผู้ใหญ่ได้

ความรัก : หากคุณแต่งงานหรือครองคู่อยู่ด้วยกันมาน้านนานแล้ว วันนี้ความโรแมนติกอาจหายไปตามกาลเวลา ก็ควรเติมความหวานเข้าไปบ้าง เช่น ชวนกันไปเที่ยว หรือออกไปทานข้าวนอกบ้านบ้าง คนโสด วันนี้อารมณ์ไม่นิ่ง ปรวนแปร มีโอกาสเหวี่ยงคนใกล้ตัวกระเด็นหลุดไปหมด

สุขภาพ : อย่าเหวี่ยงวีน หรือโมโหบ่อย เพราะจะทำให้ความดันขึ้น จนหน้ามืด เป็นลมได้เลย

 

ผู้ที่เกิดวันศุกร์

การงาน :  ก็ยังเครียดอยู่นะคะ โดยเฉพาะหากคุณทำงานหรือเกี่ยวข้องกับงานเอ็นเทอร์เทนเม้นท์ เช่น ศิลปินนักร้อง ดีเจ เอ็นเทอร์เทนเนอร์ ผู้ประกอบการสถานบันเทิง ฯลฯ วันนี้หากคุณมีเป้าหมายในการทำงานเพื่อเงินทอง ชื่อเสียง และความก้าวหน้า จนลืมคิดถึงจิตใจของคนที่ทำงานด้วย ก็อาจส่งผลให้โปรเจ๊คท์ที่ดีลไว้ต้องจบหรือยกเลิกโดยที่ไม่รู้ตัวมาก่อน

การเงิน :  คุณทุ่มเทกับการหาเงินอย่างมากจนไม่ได้คำนึงถึงเรื่องใดเลย ซึ่งวันนี้ดวงคุณไม่ค่อยดี อาจทำให้ทุกอย่างจบลงไม่ค่อยสวยงามเท่าไหร่

ความรัก : ก็ยังไม่พ้นจากมือที่สาม วันนี้มีความเป็นไปได้อย่างมากว่า จะจบไม่ค่อยสวยงามนัก ทั้งคนรัก ทั้งทรัพย์สินอาจหลุดลอยไปหมด จึงควรปล่อยวางและให้ความสำคัญกับครอบครัวก่อนปัจจัยภายนอกอื่นๆ   คนโสด เป็นโสดต่อไปก่อนค่ะ เพราะดวงยังไม่พ้นจากการเป็นที่สอง ยิ่งวันนี้อาจทำให้บ้านเขาแตกอีกต่างหาก

สุขภาพ :  ควรระวังเรื่องโรคขาดสารอาหาร จนถึงโรคอ้วน ซึ่งจะเป็นผลให้เกิดความเจ็บป่วยเรื้อรัง

 

ผู้ที่เกิดวันเสาร์

การงาน  :  เริ่มต้นวันแรกของเดือนคุณก็เปิดตัวรับอาสาเจ้านายไปทำงานที่เสี่ยงต่ออันตรายและความผิดพลาดสูงมาก แต่ก็มีผลกับค่าตอบแทนที่มากขึ้น ดังนั้น จึงต้องระวังอาจถูกเข้าใจว่า ‘อยู่เป็น’ จนทำให้เพื่อนร่วมงานไม่ไว้วางใจคุณ จากที่เคยช่วยเหลือก็เปลี่ยนท่าที เพราะฉะนั้นควรทำอะไรอยู่บนความถูกต้อง ซื่อสัตย์ ซื่อตรงจะทำให้งานก้าวหน้าอย่างมั่นคง

การเงิน : คุณสามารถหาเงินได้อย่างคล่องตัว แต่เมื่อได้มาก็หมด ไม่ควรเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเงินที่ได้มาอย่างไม่ถูกต้อง จากการพนัน การเสี่ยงโชค เพราะอาจทำให้คุณเป็นหนี้หรือล้มละลายได้เลย

ความรัก : คุณก็ยังคงให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์ของสมาชิกในครอบครัว แต่คุณอาจทำให้แค่ชั่วครั้งชั่วคราวเท่านั้น ยังไม่นิ่ง   คนโสด คุณมีเสน่ห์โดดเด่นอยู่ในสังคม ก็อาจต้องเผื่อใจไว้หน่อยว่า มีแต่ความรักแบบฉาบฉวย เดี๋ยวก็ไป

สุขภาพ :  ภูมิแพ้มาแล้วจ้า วันนี้คุณอาจแพ้สารเคมีที่อยู่ในน้ำยาทำความสะอาด ใกล้ตัวที่สุดก็คือ แอลกอฮอลล์ เจล ที่จะทำให้เกิดเม็ดผื่นคันบริเวณผิวหนัง

 เช็กดวงย้อนหลังได้ที่นี่

เป็นโสดดีกว่า หากมีความรักแล้วต้องเป็นที่สอง ดูดวงรายวัน 30 พฤศจิกายน 2563

"เพลีย ง่วง เบื่อ เรื้อรัง" พักผ่อนไม่พอ หรือมีสาเหตุอื่นแอบแฝงที่เป็นอันตรายไหม?

“เพลีย ง่วง เบื่อ เรื้อรัง” พักผ่อนไม่พอ หรือมีสาเหตุอื่นแอบแฝงที่เป็นอันตรายไหม?

คุณกำลังมีอาการเหล่านี้หรือเปล่า? อ่อนเพลีย ไม่สดชื่น ไม่กระปรี้กระเปร่า นอนหลับยาก หลับๆ ตื่นๆ นอนไม่เต็มอิ่ม ง่วงนอนตอนกลางวัน มีภาวะเครียดสะสม หงุดหงิดง่าย บางครั้งหดหู่ รู้สึกเบื่อ ขาดแรงจูงใจ บางครั้งมีภาวะซึมเศร้า

ถ้าใช่ แสดงว่าคุณกำลังมีอาการ “เพลีย ง่วง เบื่อ เรื้อรัง” พญ.อนงนุช ชวลิตธำรง แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ จาก Addlife Medical Center ชั้น 2 ไลฟ์เซ็นเตอร์ (คิวเฮ้าส์ ลุมพินี) ได้ให้ข้อมูลว่าอาการเหล่านี้เป็นอาการเริ่มต้นที่แสดงว่าร่างกายคุณกำลังไม่สมดุล  ซึ่งมีหลายสาเหตุหลักๆ คือ

"เพลีย ง่วง เบื่อ เรื้อรัง" พักผ่อนไม่พอใช่หรือเปล่า

  • ภาวะฮอร์โมนไม่สมดุล
  • ขาดสารอาหาร
  • การไหลเวียนเลือดติดขัด
  • ออกซิเจนระดับเซลล์ไม่เพียงพอ
  • มีการสะสมของเสีย

"เพลีย ง่วง เบื่อ เรื้อรัง" พักผ่อนไม่พอใช่หรือเปล่า

“เพลีย ง่วง เบื่อ เรื้อรัง” พักผ่อนไม่พอ หรือมีสาเหตุอื่นแอบแฝงที่เป็นอันตรายไหม?

อาการอ่อนเพลีย ง่วงนอน ไม่มีแรง โดยไม่ทราบสาเหตุ มีคนจำนวนไม่น้อยที่ต้องทนทุกข์อาการดังกล่าวนี้ และพยายามค้นหาสาเหตุด้วยการไปตรวจสุขภาพที่โรงพยาบาล หลายที่ แต่ก็ตรวจไม่พบความผิดปกติ แม้จะพักผ่อนอย่างเพียงพอ แต่อาการอ่อนเพลียก็ยังไม่หาย อย่างไรก็ตามอาการเหล่านี้ ดูเหมือนไม่ใช่โรคร้ายแรง แต่ถ้าปล่อยไว้ก็จะก่อให้เกิดโรคขึ้นมาได้ในอนาคต

อาการอ่อนเพลียเรื้อรัง เมื่อพบสาเหตุของอาการและได้รับการวินิจฉัยรักษาอย่างถูกวิธี อาการเหล่านี้ก็สามารถหายขาดได้ จนสามารถกลับมาดำเนินชีวิตตามปกติได้อย่างมีประสิทธิภาพเหมือนเดิม

"เพลีย ง่วง เบื่อ เรื้อรัง" พักผ่อนไม่พอใช่หรือเปล่า

การตรวจเช็คร่างกายธรรมดาอาจไม่พบความผิดปกติ ต้องอาศัยการตรวจร่างกายอย่างละเอียดในระดับเซลล์ก็จะพบความผิดปกติได้  เมื่อทราบสาเหตุแล้ว แพทย์ก็จะได้ทำการรักษาได้อย่างตรงจุด  ดังนั้น ถ้ามีอาการเหล่านี้ อย่าปล่อยไว้ ควรพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางเพื่อทำการรักษา ก่อนที่จะเกิดโรคนะคะ


ภาพ : Pexels

 

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ดีกว่าที่คิด! ลิสต์ 9 ข้อดีของการดื่ม น้ำมะนาวอุ่นๆ ที่ทำให้สวยแถมสุขภาพดี

อยากลดน้ำหนักไม่ใช่เรื่องยาก! น้ำมันมะกอก สูตรลับต้านเบาหวานและโรคอ้วน

ลองฟังดีๆ ‘เสียงข้อ’ บอกสุขภาพกระดูก หากได้ยินเสียงกรอบแกรบ ลองทำ 4 ข้อนี้

 

 

พบกับ อัมบานี ตระกูลที่รวยที่สุดในเอเชีย ผู้ครอบครองคฤหาสน์ 3 หมื่นล้านจุก

พบกับตระกูล “อัมบานี” ครอบครัวที่ร่ำรวยที่สุดในเอเชีย และรวยที่สุดในอินเดีย พวกเขาอาศัยในบ้านที่เป็นตึกสูงระฟ้าราคา $1 พันล้านดอลลาร์ (32.4 พันล้านบาท) จัดว่าแพงเป็นอันดับสองของโลก รองจากพระราชวังบักกิ้งแฮม!!

หลายคนคงจำงานพรีเวดดิ้ง และงานแต่งงานที่น่าจะมีราคาแพงที่สุดในโลกอย่าง งานวิวาห์ของ ไอชา อัมบานี ลูกสาวมหาเศรษฐีอินเดียที่รวยที่สุดในประเทศได้ ซึ่งครั้งนั้นมีค่าใช้จ่ายในการจัดงานราวๆ 3 พันล้านบาท (แค่งานพรีเวดดิ้งนะคะคุณ)

งานวิวาห์ของไอชาครั้งนั้น มีแขกคนดังระดับโลกมาร่วมงานกันอย่างคับคั่ง ร่วมถึงเจ้าภาพในงานยังได้จ้าง บียอนเซ่ นักร้องสาวอาร์แอนด์บี กับค่าตัวจุกๆ เพียง $6 ล้านดอลลาห์สหรัฐ (197 ล้านบาท) ซึ่งเงินเท่านี้เป็นแค่เสี้ยวหนึ่งใน 3 พันล้านจ้าาาา

อัมบานี

ตระกูลอัมบานี นำโดย นายมูเกช อัมบานี เป็นผู้อยู่เบื้องหลังกลุ่มอุตสาหกรรมน้ำมัน ปิโตรเคมี สิ่งทอ ไปจนถึง คมนาคม ของประเทศอินเดีย ภายใต้บริษัทที่ชื่อว่า Reliance Industries Limited ซึ่งเขาเป็นเจ้าของทรัพย์สินมูลค่า $49.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1.5 ล้านล้านบาท ติดอันดับที่ 21 ของโลก

จุดเริ่มต้นความมั่งคั่งของครอบครัวอัมบานี ก็คงต้องยกให้เป็นผลงานของ นายดิรุฟ อัมบานี ผู้ก่อตั้ง Reliance Industries Limited โดยเริ่มต้นจากการผลิตสิ่งทอ จากนั้นได้ต่อยอดไปทำธุรกิจจนประสบความสำเร็จกลายเป็นหนึ่งในครอบครัวที่ทรงอิทธิพลที่สุดในโลก ปัจจุบัน Reliance เป็นบริษัทที่ติดอันดับ Fortune 500 มีมูลค่ากว่า $5.7 พันล้านเหรียญสหรัฐ

อัมบานี

อย่างไรก็ตาม นายดิรุฟ ได้เสียชีวิตลงอย่างกระทันหันในปี 2002 โดยที่ไม่ทำพินัยกรรมใดๆ นั่นจึงเป็นสาเหตุที่ทำให้สองพี่น้อง นายมูเกช และ นายอนิล ขัดแย้งกัน (อย่างว่าเงินไม่เข้าใครออกใครจริงๆ) แต่ถึงอย่างนั้นก็ตามคนที่มาเป็นกาวใจ ผสานรอยร้าวที่เกิดขึ้นคือ แม่ของพวกเขานั่นเอง

ทั้งคู่ได้ฤกษ์แบ่งสมบัติในปี 2005 และแบ่งหน้าที่ในการบริหารงานต่างๆ ในบริษัท โดยนายมูเกชได้เป็นประธานและผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุดของ Reliance Industries และได้เข้าไปควบคุมธุรกิจน้ำมัน, ก๊าซ, ปิโตรเคมี และ ธุรกิจโรงกลั่นน้ำมัน ส่วนนายอนิล ได้ดูแลในส่วนธุรกิจก่อสร้าง, การสื่อสารโทรคมนาคม, บริษัทบริหารสินทรัพย์, สื่อบันเทิง และ โรงงานผลิตกระแสไฟฟ้า

นายมูเกช อัมบานี แต่งงานกับ นิต้า อัมบานี ซึ่งในปี 2016 Forbes เรียกเธอว่า “สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งของธุรกิจอินเดีย”

นิต้าเป็นประธานมูลนิธิ Reliance ซึ่งเป็นองค์กรการกุศลของบริษัท เธอยังมีส่วนเกี่ยวข้องกับกิจการด้านกีฬาของ บริษัท รวมถึงวางกลยุทธ์ทางการตลาดและการสร้างแบรนด์สำหรับ Reliance Jio ผู้ให้บริการเครือข่ายด้านมือถือ

นิต้า และ มูเกช มีลูกสามคน คือสองฝาแฝด ไอชา และ อกาช อัมบานี และ ลูกชายคนสุดท้อง อนันต์ อัมบานี ทั้งนี้ อกาชยังได้เป็นหนึ่งในคณะกรรมการ Reliance Jio บริษัทด้านโทรคมนาคมของอินเดีย บริษัทในเครือของ Reliance Industries

ปัจจุบัน อกาช ได้แต่งงานกับ Shloka Mehta ทายาทเจ้าของธุรกิจค้าเพชร ณ นครมุมไบ ประเทศอินเดีย เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2562 ที่ผ่านมา งานแต่งของเขาเรียกได้ว่าเว่อร์วังไม่แพ้งานแต่งของไอชาเลย

ไอชาร่วมงาน Met Gala 2019

สำหรับไอชา เธอเป็นหนึ่งในคณะกรรมการบริหาร Reliance Retail ผู้ค้าปลีกรายใหญ่ที่สุดของอินเดีย ซึ่งเป็นบริษัท ย่อยของ Reliance Industries และยังทำหน้าที่เป็นผู้อำนวยการร่วมของ Reliance Jio ซึ่งก่อนหน้านี้ไอชาเคยทำงานที่ McKinsey บริษัทให้คำปรึกษาด้านการจัดการในนิวยอร์ก

3 หมื่นล้านจุกๆ! เปิดคฤหาสน์ตระกูล อัมบานี มหาเศรษฐีที่รวยที่สุดในเอเชีย

ไอชาแต่งงานกับ อานัล พิรามาล วัย 34 ปี ทายาทนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และธุรกิจเภสัชกรรมเมื่อเดือนธันวาคม 2561 แน่นอนความอลังการในงานวิวาห์ของทั้งคู่ยิ่งใหญ่สมฐานะจริงๆ ซึ่งสถานที่ที่จัดงานแต่งงานก็คือบ้านของเจ้าสาวในเมืองมุมไบนั่นเอง

ตึกสูงระฟ้าจำนวน 27 ชั้น สูง 570 ฟุต มองเผินๆ หลายคนอาจคิดว่านั่นคือโรงแรม แต่นั่นล่ะค่ะคือบ้านของครอบครัวอัมบานี ตึกนี้ถูกเรียกว่า Antilia ได้รับการออกแบบโดย Perkins and Will ซึ่งเป็นสถาปนิกในชิคาโก ส่วน Leighton Holdings บริษัทก่อสร้างในประเทศออสเตรเลียเป็นผู้ดูแลการก่อสร้าง

แต่ละชั้นของ Antilia จะมีเพดานที่สูงเป็นพิเศษ ตัวตึกสามารถทนต่อแรงแผ่นดินไหวในระดับ 8 ริกเตอร์ได้ ภายในมีสระว่ายน้ำ ห้องบอลลูม โรงภาพยนตร์ ห้องซาลอน ห้องรวมเทพเจ้าฮินดู สวนที่ครอบคลุมถึงสามชั้น ลานจอดรถ 6 ชั้น ซึ่งจอดรถได้ 160 คัน และลานจอดเฮลิคอปเตอร์ 3 จุดบนชั้นดาดฟ้า รวมถึงยังมีแม่บ้าน หรือ คนดูแลบ้านจำนวน 600 คนที่หมุนเวียนผัดเปลี่ยนกันมาดูแลตลอด 24 ชั่วโมง

ทั้งนี้มีการประเมินว่าตึก Antilia นั้นมีมูลค่าสูงถึง $1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 32.4 พันล้านบาท เป็นอสังหาริมทรัพย์ที่แพงติดอันดับ 2 ของโลก รองจากพระราชวังบักกิ้งแฮม

อย่างไรก็ตามมีรายงานว่า หลังจากที่ไอชาแต่งงานกับอานัลนั้น เธอได้ย้ายออกไปอยู่กับสามีในบ้านหลังใหม่ในเมืองมุมไบที่เรียกว่า Gulita ดูๆ แล้วเหมือนห้างสรรพสินค้าไม่มีผิด

ครอบครัวอัมบานี นั้นมีความสนิทสนมกับบุคคลสำคัญทั่วโลกไม่ว่าจะเป็น นายเดวิด คาเมรอน (อดีตนายกรัฐมนตรีอังกฤษ) และ นายนเรนทรา โมดี (นายกรัฐมนตรีของอินเดีย) นายบารัค โอบามา (อดีตนายกรัฐมนตรีสหรัฐอเมริกา) และ อดีตรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐ (นางฮิลลารี คลินตัน) ซึ่งเธอได้มาร่วมงานแต่งงานลูกสาวของเขาด้วย และสองบุคคลสำคัญของสหราชอาณาจักร เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ เจ้าชายแห่งเวลล์ และ คามิลลา ดัชเชสแห่งคอร์นวอล

ความมั่งคั่งของตระกูลอัมบานีเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง Jio บริษัทด้านการสื่อสารของตระกูลอัมบานีเขย่าวงการโทรคมนาคมในอินเดียเพิ่มขึ้นเป็น 200 ล้านดอลลาร์ในเวลาเพียงสองปี ทั้งนี้นาย Deven Choksey กรรมการผู้จัดการของ K.R. มีการเผยกับ Bloomberg เมื่อปี 2018 ว่า “ Jio เป็นตัวขับเคลื่อนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่อยู่เบื้องหลังกระแสหุ้น Reliance”

ขณะเดียวกันเมื่อไม่นานมานี้ มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก ผู้ก่อตั้ง Facebook และ นายมูเกช เศรษฐีอันดับ 1 ของอินเดียนั้น ได้ตกลงทำธุรกิจร่วมกัน โดยมาร์คได้เข้าซื้อหุ้น 10% ใน Jio Platforms หน่วยโทรคมนาคมและบรอดแบนด์ของอัมบานี ยักษ์ใหญ่ด้านอุตสาหกรรมน้ำมันและปิโตรเคมีซึ่งอยู่ในเครือ Reliance Industries มูลค่า 5.7 พันล้านเหรียญสหรัฐ

ซึ่งข้อตกลงนี้สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับ Jio Platforms อยู่ที่ประมาณ 66 พันล้านดอลลาร์และจะช่วยให้ Reliance Industries ซึ่งเป็นบริษัทแม่สามารถลดภาระหนี้ได้มากขึ้น ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 43,000 ล้านดอลลาร์ ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2562 ซึ่งบริษัทได้กล่าวว่ามีแผนจะให้หนี้สุทธิเป็นศูนย์ภายในเดือนมีนาคม 2564

โดยนายมาร์ค ซัคเคอร์เบิร์กกล่าวว่า “เรากำลังทำการลงทุนทางการเงินและยิ่งกว่านั้นเรามุ่งมั่นที่จะทำงานร่วมกันในโครงการสำคัญๆ ที่จะเปิดโอกาสทางการค้าสำหรับผู้คนทั่วประเทศอินเดีย”

ด้านนายมูเกซ ประธาน Reliance Industries ประกาศในแถลงการณ์ว่า การร่วมมือกับ Facebook จะช่วยให้ภารกิจ ‘Digital India’ ของนายกรัฐมนตรี นายนเรนทรา โมดี ไปถึงสองเป้าหมายที่วางไว้คือ “ความสะดวกในการใช้ชีวิต และ ความง่ายในการทำธุรกิจสำหรับคนอินเดียทุกประเภทโดยไม่มีข้อยกเว้น”

ทั้งนี้ Fobes ยังได้จัดอันดับให้ตระกูลอัมบานี เป็นครอบครัวที่ร่ำรวยที่สุดในเอเชีย โดยอัมบานียังได้ครองตำแหน่งนี้ต่อเนื่องมายาวนานในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา และนายมูเกซยังเป็นนักธุรกิจชาวอินเดียเพียงคนเดียวที่ติดโผผู้ทรงอิทธิพลที่สุดของโลกของนิตยสารฟอบส์ในเดือนตุลาคม 2020 อีกด้วย


Source : businessinsider, Fobes, vanityfair

มีเงิน จะทำอะไรก็ได้! งานพรีเวดดิ้ง 3 พันล้านของ ไอชา แอมบานี ลูกสาวมหาเศรษฐีอินเดีย

คฤหาสน์พันล้านที่แอลเอ ของ ปุ๋ย-ภรณ์ทิพย์ ยิ่งใหญ่ตระการตา 360 องศา!

อยากได้ ต้องได้! เจฟฟ์ เบซอส ควักเงิน 4.9 พันล้าน ซื้อคฤหาสน์หรูในเบเวอร์ลี่ฮิลส์

 

 

 

 

 

สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2

รู้ไหม? เทียร่าองค์ไหนที่ สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ทรงเครซี่ที่สุด

สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 แห่งสหราชอาณาจักร มักทรงสวมเทียร่าเวลาเสด็จฯออกงานพระราชพิธีต่างๆ ว่ากันว่าคอลเล็คชั่นเทียร่าส่วนพระองค์เหล่านี้ พระองค์ทรงได้รับตกทอดเป็นพระราชมรดกจากสมเด็จพระราชินีอเล็กซานดร้า พระมเหสีในกษัตริย์เอ็ดเวิร์ดที่ 7 และสมเด็จพระราชินีแมรี่ พระมเหสีในกษัตริย์จอร์จที่ 5 ทว่าท่ามกลางเทียร่าองค์งามนานัป ดูเหมือนจะมีเพียงหนึ่งองค์ที่พระองค์โปรดปราน เพราะทรงเลือกที่จะหยิบมาสวมใส่หลายห้วงหลายวาระ นั่นคือเทียร่าที่มีพระนามว่า The Girls of Great Britain and Ireland Tiara สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 

ภาพ:orderofsplendor.blogspot.com
ภาพ:orderofsplendor.blogspot.com

มีข้อมูลทางประวัติศาสตร์บันทึกไว้ว่า ในปี 1893 คณะกรรมการ The girls of Great Britain and Ireland ได้ระดมทุนเพื่อจัดหาของขวัญวันเสกสมรสถวายแด่เจ้าหญิงเมย์แห่งเท็ก ซึ่งต่อมาได้รับการสถาปนาพระอิสริยยศเป็นสมเด็จพระราชินีแมรี่ พระมเหสีในกษัตริย์จอร์จที่ 5 ณ ตอนนั้นคณะกรรมการสามารถระดมทุนได้กว่า 5 พันปอนด์ แม้ซื้อเทียร่าเพชรจาก Garrard & Co. ก็ยังมีเงินเหลืออยู่ เจ้าหญิงเมย์จึงทรงมีพระดำริให้นำไปก่อตั้งกองทุนเพื่อช่วยเหลือสตรีหม้ายและเด็กกำพร้าของเจ้าหน้าที่ซึ่งเสียชีวิตจากเหตุการณ์เรือรบหลวง HMS Victoria อัปปาง เทียร่าองค์นี้จึงนับว่ามีความหมายและมีคุณค่าทางจิตใจสำหรับเจ้าหญิงเมย์เป็นอย่างมาก

ภาพ : people.com
ภาพ : people.com

ต่อมาพระองค์ได้พระราชทานเทียร่าองค์นี้แก่สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบ็ธที่ 2 (ขณะนั้นยังทรงเป็นเจ้าหญิงเอลิซาเบ็ธ) เป็นของขวัญวันอภิเษกสมรส ในช่วงแรกเจ้าหญิงทรงสวมเทียร่าโดยถอดฐานที่ประดับไข่มุกออก แต่ปัจจุบันทรงนำฐานมาติดไว้ดังเดิม

ภาพ:tiarasandtrianon.com
ภาพ:tiarasandtrianon.com
ภาพ : Getty Images
ภาพ : Getty Images
ภาพ : Getty Images
ภาพ : Getty Images

คาดกันว่าเทียร่าองค์นี้น่าจะเป็นองค์โปรดเนื่องจากสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบ็ธที่ 2 ทรงสวมออกงานอยู่บ่อยครั้ง และยังเป็นเทียร่าในพระบรมฉายาลักษณ์ของพระองค์บนธนบัตรและเงินเหรียญของอังกฤษอีกด้วย


เรื่อง : ชนาฉัตร

Thanks to : getty images, orderofsplendor.blogspot.com, people.com ,tiarasandtrianon.com

สามารถติดตามอ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติมได้ที่นี่

30 เรื่องน่าประหลาดใจเกี่ยวกับ ควีนเอลิซาเบธที่ 2 ที่อาจจะทำให้คุณทึ่งสุดๆ

เหตุผลไม่ซับซ้อน ทำไม ‘ควีนเอลิซาเบธที่ 2’ ทรงสวมถุงมืออยู่เสมอ

สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ทรงป้องกันตัวเองจากเชื้อ COVID-19 อย่างไร