7 ความยิ่งใหญ่ของ “สี่แผ่นดิน THE LEGEND MUSICAL @ LHONG 1919”

ถ้าพูดถึงการกลับมาของละครแห่งกรุงรัตนโกสินทร์  “สี่แผ่นดิน THE LEGEND MUSICAL @ LHONG 1919” ฉลองครบรอบ 100 ปี “ล้ง 1919” ท่าประวัติศาสตร์ศิลป์ไทย – จีน ที่จะเตรียมเปิดม่านการแสดงให้ได้ชมกันในวันที่ 29 พฤศจิกายนนี้ ที่ “ล้ง 1919” เชื่อว่าหลายคนคงจะมีคำถามอยู่ในใจกันแน่ๆ ว่า อีกแล้วหรอ? จะเหมือนเดิมกับที่เคยแสดงมาหลายเวอร์ชั่นหรือไม่? แตกต่างและแปลกใหม่กว่าที่เคยมีอย่างไร?

วันนี้เลยไม่พลาดที่เฟ้นหาคำตอบ คลายข้อสงสัยให้กับทุกคนมาฝากกันกับ 7 ความยิ่งใหญ่ ทำไมต้องมาชม “สี่แผ่นดิน THE LEGEND MUSICAL @ LHONG 1919”

1. จัดแสดงสถานที่แห่งประวัติศาสตร์ “ล้ง 1919

รู้หรือไม่ว่า “ล้ง 1919” เป็นอีกหนึ่งสถานที่ประวัติศาสตร์เช่นเดียวกัน ที่ก่อสร้างและเจริญรุ่งเรืองมาตั้งแต่สมัย รัชกาลที่ 4 เสมือนศูนย์กลางค้าขายทำธุรกิจที่คึกคักที่สุดระหว่างชาวสยามและชาวจีน และยังเป็นแหล่งการค้าที่สำคัญที่สุดในสมัยนั้นด้วย ไม่ว่าจะเป็นตัวอาคาร ถูกใช้เป็นร้านค้า โชว์รูม และโกดังสำหรับเก็บสินค้านำเข้าจากต่างประเทศ ซึ่ง “สี่แผ่นดิน” ก็เป็นบทประพันธ์อิงประวัติศาสตร์เช่นเดียวกัน ที่เล่าเรื่องตั้งแต่สมัย รัชกาลที่ 5 แค่คิดว่าจะได้มานั่งดูละครเวทียิ่งใหญ่แห่งปี พร้อมกับซึมซับกลิ่นอายของสถานที่จริงที่เคยมีบทบาทในประวัติศาสตร์ด้วยแล้ว เป็นอีกหนึ่งความทรงจำดีๆ ที่เกิดขึ้น ณ ช่วงเวลาหนึ่งซึ่งหาชมที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว

2. ละครเวทีกลางแจ้งริมแม่น้ำเจ้าพระยา

หลายคนคงจะทราบกันดีว่าชีวิตของตัวละคร “แม่พลอย” มีความผูกพันกับสายน้ำคลองบางหลวง มาตั้งแต่เกิด และชีวิตของแม่พลอยเองก็ถูกนำมาเปรียบเปรยไม่ต่างอะไรกับสายน้ำขึ้น มีลง มีแห้งขอด บางครั้งไหลเชี่ยว หรือบางทีก็นิ่งสนิท สะท้อนชีวิตที่ผ่านร้อน ผ่านหนาว สุขทุกข์ปะปนกันไปเป็นสัจธรรมของชีวิต ซึ่งขนาดชีวิตของแม่พลอยยังมีความผูกพันธ์กับสายน้ำ แล้วการที่เราจะได้มาชมละครเวทีกลางแจ้งริมแม่น้ำเจ้าพระยา เห็นแม่น้ำจริงๆ มาเป็นฉากหลังในการแสดง อย่าว่าแต่นักแสดงอินเนอร์มาเต็มเลยเชื่อว่าคนที่ได้ไปชมละครเวทีกลางแจ้งเรื่องนี้จะต้องอิน และประทับใจมากเช่นกัน

3. เทคนิคพิเศษม่านน้ำสุดอลังการ และฉากหลังที่ไม่ธรรมดา    

คุณจ๊ะ – ศศวัต บุษยพันธ์ Art Director ในฐานะผู้กำกับศิลป์ละครเวที และควบคุมด้านโปรดักส์ชั่นให้กับละครเวทีกลางแจ้ง “สี่แผ่นดิน THE LEGEND MUSICAL@LHONG 1919” ได้เผยว่า “ความพิเศษของ “สี่แผ่นดิน เวอร์ชั่น 2019” ด้วยความที่เป็นโรงละครกลางแจ้ง ริมแม่น้ำเจ้าพระยา เพราะฉะนั้นความท้าทายของการทำงานในครั้งนี้ เริ่มตั้งแต่การออกแบบโรงละคร ที่จะต้องคำนึงถึงทิศทางลมเป็นสำคัญ ซึ่งครั้งนี้เราก็จะได้สัมผัสกับลมหนาว รวมถึงได้เห็นม่านน้ำ สุดอลังการ ที่ผสมผสานระหว่างเทคนิคแสดงผ่านมัลติมีเดียได้อย่างลงตัว รวมถึงฉากหลังที่ไม่ธรรมดาใช้เทคนิคพิเศษที่จะทำให้สายน้ำเจ้าพระยาผสมผสานกลมกลืนกับฉากบนเวทีได้อย่างลงตัว”

4. จัดเต็ม แสง สี เสียง ตระการตา

ปีก่อนคนที่เคยไปดู “ลอดลายมังกร The Epic Musical @ LHONG 1919” พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ยิ่งใหญ่ คุ้มค่ามากจริง ๆ แค่ได้เห็นพลุของจริง ความอลังการแสง สี เสียง ก็คุ้มแล้ว และแน่นอนว่าปีนี้ฉลอง 100 ปี “ล้ง 1919” ทั้งทีจะน้อยกว่าครั้งที่แล้วได้อย่างไรกัน ยิ่งเวทีการแสดงหันเข้าริมแม่น้ำเจ้าพระยา เต็มอิ่มชมการแสดงจากนักแสดงระดับคุณภาพของเมืองไทย ไม่ต้องรอชมพลุสิ้นปีแค่มาดูละครเวทีกลางแจ้ง “สี่แผ่นดิน THE LEGEND MUSICAL@LHONG 1919” กับคนพิเศษ ในบรรยากาศโรแมนติก ชมแสง สี เสียง พลุ เทคนิคพิเศษ ตระการตา แค่นี้ก็คุ้มสุดๆ แล้วค่ะ

5. นักแสดงคุณภาพพร้อมแสดงฝีมือ

แค่เห็นชื่อนักแสดงครั้งนี้ก็ไม่ธรรมดา ล้วนเป็นนักแสดงยอดฝีมือที่เจ้าตัวยังเอ่ยปากว่า ไม่คิดว่าจะมีโอกาสหวนคืนบทบาทที่เคยฝากผลงานไว้ใน “สี่แผ่นดิน” มาแล้วถึง 3 ครั้ง อย่าง นักแสดงหญิงต้นแบบของวงการบันเทิง “นก – สินจัย” และนักแสดงรุ่นใหญ่มากฝีมือ “อุ้ย – เกรียงไกร” ที่กลับมาสวมบท “แม่พลอย” และ “คุณเปรม” ถ่ายทอดซีนอารมณ์สะกดคนดูอีกครั้ง ไหนจะ ดีว่าสาวของเมืองไทย “ต๊งเหน่ง – รัดเกล้า” รับบทเป็น “ช้อย” ที่แม้บทจะน้อยแต่ตราตรึงใจกับเสียงเพราะๆ  เสริมทัพความสนุกครบรสจาก“ตี๋ ดอกสะเดา” รับบทเป็น “พ่อเพิ่ม” กรี๊ดให้สุดกับลุคทหารมาดเท่ อาร์ – อาณัตพล รับบทเป็น “อ้น”  เรียกว่าแค่มาชมการแสดงของนักแสดงทั้ง 4 ท่านก็คุ้มแล้ว ….แต่ยิ่งคุ้มค่า ต้องมาดู!! เมื่อ “สี่แผ่นดิน THE LEGEND MUSICAL@LHONG 1919” ดึง “จิ๊บ – กุลธิดาฐ์ กลับมาสวมบทอีกครั้ง เสริมทัพนักแสดงเจนใหม่ที่ฝีไม้ลายมือการร้อง และการแสดงไม่ธรรมดา อย่าง รอน – ภัทรภณ, ปอ – อรรณพ และ หนุ่มซาน – อัศรัญที่เคยผ่านผลงานการพากย์เสียงของ 2 ตัวละครภาพยนตร์ชื่อดังจากดิสนีย์ และยังเคยลงตำแหน่งเป็นนักแสดงสำรองในบทของ “อั้น” มาด้วยนะเธอ

6. บทละครตีความใหม่ตามยุคสมัย

“สี่แผ่นดิน เวอร์ชั่น 2019” นี้จะมีการปรับตีความปรับคาแรคเตอร์ของตัวละครตามยุคตามสมัย เพื่อให้เข้ากับอารมณ์และความรู้สึกของสังคมในปัจจุบัน ดูได้ทุกเพศทุกวัย

7. การันตีความประทับใจ ด้วยเจ้าพ่อละครเวที

แค่ได้ยินชื่อผู้กำกับ บอยถกลเกียรติ วีรวรรณ ก็ทำเอาคนดูอย่างเราขนลุกซู่!! เลยทีเดียว ก็แหม…เรื่องการแสดงคุณ “บอยถกลเกียรติ”ก็ลงมาคุมเข้ม ควบคุมการผลิตด้วยตัวเอง ส่วนเรื่องความอลังการและความประทับใจที่คนดูจะได้รับในครั้งนี้น๊าน….รับประกันความอลังการ เหมือนยกรัชดาลัยมาไว้ที่ “ล้ง 1919” กันเลยทีเดียว เพราะเราจะได้เห็นเอฟเฟค เทคนิคพิเศษต่างๆ ที่ไม่สามารถทำในโรงละครแบบปิดได้ มาสร้างมิติใหม่ที่ยิ่งใหญ่และอลังการกว่าที่ผ่านมาแน่นอน

แฟนๆ สี่แผ่นดิน ห้ามพลาด ถึงจะเคยดูมาหลากหลายเว่อร์ชั่น แต่สำหรับ “สี่แผ่นดิน THE LEGEND MUSICAL @ LHONG 1919” เรียกได้ว่าเวอร์ชั่นนี้พิเศษกว่าที่ผ่านมาแน่นอน


Special Event 10 รอบเท่านั้น !! ก่อนหมดโอกาส สี่แผ่นดิน THE LEGEND MUSICAL @ LHONG 1919” ฉลองครบรอบ 100 ปี “ล้ง 1919” ระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน ถึงวันที่ 15 ธันวาคม 2562 บัตรราคา 7,000 / 4,000 / 3,000 / 2,500 / 2,000 และ 1,500 บาท ซื้อบัตรได้แล้วที่ ไทยทิคเก็ต เมเจอร์ โทร. 02-262-3456 ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ Facebook: LHONG 1919, Line Official: @Lhong1919ticket

 

ให้รักพิพากษา DARE TO LOVE

คู่จิ้นใหม่ “กองทัพพีค – เบลล่า” ให้รักพิพากษา DARE TO LOVE

เรียกว่าเป็นการกำเนิดคู่จิ้นคู่ใหม่ของวงการบันเทิง สำหรับพระเอกและนางเอกต่างวัย “กองทัพพีค – เบลล่า” ที่โคจรมาเจอกันเป็นครั้งแรกในละครเรื่อง ให้รักพิพากษา DARE TO LOVE ของค่ายลัมพี โปรดักชั่น

ให้รักพิพากษา DARE TO LOVE

ได้ฤกษ์บวงสรวงไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วสำหรับละครโรแมนติกคอมเมดี้ที่หลายคนรอคอย “ให้รักพิพากษา DARE TO LOVE” ละครใหม่ของช่อง 3 ผลิตโดยค่ายละครดัง “ชลลัมพี โปรดักชั่น” ของผู้จัด “ต้น-ณฐนนท์” ทายาทผู้จัดละครตัวแม่อย่าง “แม่หนู-สรวงสุดา ชลลัมพี”กำกับการแสดงโดย “วุ้น-ทรงศักดิ์ มงคลทอง”

สำหรับละครฟอร์มยักษ์โรแมนติก-ดราม่า สัญชาติไทย “ให้รักพิพากษา DARE TO LOVE” ละครรักต่างวัยเรื่องล่าสุดที่น่าจับตามองอย่างมาก ซึ่ง ณ ตอนนี้ หลายประเทศต่อสายตรงถึง ช่อง3 ขอซื้อลิขสิทธิ์ไปออนแอร์มากที่สุด โดยได้นางเอกซุปเปอร์สตาร์ประจำช่องอย่าง “เบลล่า-ราณี แคมเปน” มานั่งแท่นเจ๊ดันตัวแม่ เปิดซิงการแสดงนักแสดงหน้าใหม่ของเอเชีย “พีค-กองทัพ” ทายาทคนดัง “ปราบ-ยุทธพิชัย” ที่เป็นคนไทยหนึ่งเดียวที่ผ่านการประกวด รายการเกาหลีใต้ชื่อดัง PRODUCE X 101 โด่งดังระดับเอเชีย คว้าตัวมาเปิดซิงการแสดงรับบทพระเอกเต็มตัวครั้งแรกทางหน้าจอ ช่อง 33 และยังได้นางเอกฟรีแลนซ์สาวตาคม “พิ้งกี้-สาวิกา ไชยเดช” หวนคืนจอกลับมารับงานละครเต็มๆอีกครั้ง  หลังเคยฝากฝีมือการแสดงไว้เมื่อตอนเด็ก ห่างจอมานานกว่า 26 ปี มาประชันฝีมือการแสดงดราม่าประกบรุ่นใหญ่ไฟกระพริบ “อู๋-ธนากร” นักแสดงตัวพ่อที่สาวๆ ฟินหน้าจออย่างแรง

  

นอกจากนี้ยังมีนักแสดงที่มาร่วมสร้างสีสันอีกเพียบ นำทีมโดย “เค้ก-นัทธวัชร์, ลาล่า-ลาริสา,น้ำฟ้า-ธัญญภัสร์,มายด์-ฑาริกา,แก๊ป-จักริน” และทัพนักแสดงมากฝีมือมากมาย ร่วมด้วย “เกิร์ก ชิลเลอร์,แป้ง เดอะสตาร์,ใหม่-นัฏฐา ลอยด์ , ปาล์ม-ศุภชัย, คิน-การันต์,บูม-วิศรุต,พีช-พิมพ์ลดา,จุ๊บแจง-วิมลพันธ์ ฯลฯ

ทั้งนี้ทีมงานได้เปิดกล้องถ่ายทำกันมาได้ระยะหนึ่งแล้ว แต่เนื้อหาของเรื่องยังคงปิดเงียบ เพื่อไว้รอเซอร์ไพร้ส์คุณผู้ชมทางหน้าจอ เพียงแต่ใบ้ให้ได้ลุ้นกันว่าเป็นเรื่องราวรักต่างวัยของทนายสาวรุ่นพี่ ที่ลมพัดหวนกลับมาเจอกับอดีตรักรุ่นน้อง ที่เคยตกหลุมรักกันเมื่อครั้งในอดีต มีกำหนดออนแอร์กลางปีหน้า 2020 ถือว่าเป็นอีกหนึ่งละครฟอร์มดีที่คุณจะได้ชม ปรากฏการณ์รักครั้งใหม่ และ เคมีรักครั้งใหม่ของคู่จิ้น “เบลล่า-พีค” ที่ชวนกันมาจิกหมอนที่หน้าจอหวานเลี่ยนสุดๆอย่างแน่นอน

ให้รักพิพากษา DARE TO LOVE


สามารถติดตามอ่านบทความอื่นๆเพิ่มเติมได้ที่นี่ 

จบม. 6 สอบขับเครื่องบิน ตอบคำถามแบบ “ชาลี” ไม่ชอบเรียน แต่อย่าเลียนแบบผม!

มุ่งมั่นสมศักดิ์ศรีสาวไทย เบื้องหลังความสำเร็จก่อนคว้าชัย มิสอินเตอร์ฯ 2019 ของ “บิ๊นท์ สิรีธร”

พร้อมสู้ศึก Miss World 2019 “เกรซ-นรินทร” ลัดฟ้าสู่กรุงลอนดอน

สวยเฉียบฉลาดเลือก ชุดแต่งงาน โดนัท มนัสนันท์ คุ้มค่าคุ้มราคา ใส่กี่รอบก็ได้  

Anniversary! พุฒ-พุฒิชัย สามีที่แสนเสมอต้นเสมอปลายในสายตา จุ๋ย-วรัทยา

รวยน้ำใจสม่ำเสมอ อั้ม-พัชราภา หยิบยื่นความช่วยเหลือให้พี่น้องวงการบันเทิง

ขั้วตรงข้าม “ปราง-นวลวรรณ พรรณเชษฐ์” ลูกสาวคนเก่งของ มาดามแป้ง

ฟ้าใส ปวีณสุดา MUT 2019

สวยพร้อมชิงมง! ฟ้าใส ปวีณสุดา MUT 2019 ยิ่งใกล้วันประกวด ยิ่งออร่าจับ

แฟนนางงามเชียร์เต็มที่! ลุ้น ฟ้าใส ปวีณสุดา MUT 2019 คว้ามงที่สามให้ไทย เพราะมั่นใจในความสวยและความสามารถที่มีพร้อมทุกด้าน

ได้เวลานับถอยหลังกันแล้ว สำหรับการประกวดมิสยูนิเวิร์ส 2019 ที่จะมีขึ้นในวันจันทร์ที่ 9 ธันวาคม 2562 ตามเวลาประเทศไทย โดยปีนี้เมืองแอตแลนตา รัฐจอร์เจีย ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้ทำหน้าที่เป็นเจ้าภาพ ซึ่งฟ้าใส-ปวีณสุดา ดรูอิ้น Miss Universe Thailand 2019 ก็กำลังเตรียมความพร้อมอย่างเต็มที่สำหรับการประกวดที่กำลังใกล้เข้ามา และมี Expert Team นำโดย ลูกเกด-เมทินี กิ่งโพยม เป็นผู้ดูแล

แต่ก่อนจะเหินฟ้าไปเก็บตัวไกลถึงสหรัฐอเมริกา เพื่อคว้ามงกุฎนางงามจักรวาลมงที่สามของไทย ตามที่ใครหลายคนคาดหวังไว้ เรามาส่องลุคสวยๆ ของเธอกันก่อนเลย เพราะตอนนี้ออร่านางงามจักรวาลจับมากไม่ไหวแล้ว สวยดูดีทุกลุค ทุกสไตล์ ไม่ว่าจะงานหน้าผมจัดเต็มหรือในชุดที่ดูไม่เป็นทางการมาก ก็สวยกินขาดจริงๆ

สวยพร้อมชิงมง! ฟ้าใส ปวีณสุดา MUT 2019 ยิ่งใกล้วันประกวด ยิ่งออร่าจับ

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

สวยยั่วกิเลส! อัพเดทดีไซน์พร้อมราคา กระเป๋า Chanel Boy ทรงคลาสสิก

รู้หรือไม่? สุภาพสตรีในราชวงศ์อังกฤษ ห้ามสวมหมวกหลัง 6 โมงเย็น

ยกเลิกขนสัตว์จริง! ควีนเอลิซาเบธ ทรงมีรับสั่ง ต่อไปจะใช้ขนเทียมเท่านั้น

เพราะเหตุใด กระเป๋า Hermes ถึงเป็นที่ต้องการ แม้ราคาจะแพงหูฉี่

อยากได้แบรนด์นี้ ต้องซื้อรุ่นไหน! กระเป๋า Chanel 5 ตัวท็อปใช้ได้นาน คุ้มค่าเงิน

ไฮโซเซนต์พร้อมเปย์! ตามใจ มิว-นิษฐา เลือกชุดแต่งงานแบรนด์ดังจากนิวยอร์ก

ขายหมดเกลี้ยง! กระเป๋า Chanel ใบเก่งของ ‘ดัชเชสเคท’ ที่ทรงถือมาตลอด 3 ปี

เหตุใดหลังจากเสกสมรส​ ดัชเชสเมแกน​ ไม่ได้รับอนุญาตให้ยืมเทียร่าอีก

แฟชั่นหลักร้อยของ ลิซ่า BLACKPINK สวยเซ็กซี่รับลมทะเลภูเก็ต

#แม่ว่าแม่ได้ ชมพู่-อารยา 3 ลุคเซ็กซี่แหวกอก ร่วมงานอีเว้นท์ระดับไฮเอนด์

ซูมเครื่องประดับหรูของ ลิซ่า Blackpink ในงานอีเว้นท์ แต่ละชิ้นราคาโหดมาก


ภาพ : IG@paweensuda

พรหมลิขิต

ออเจ้าฮิตไม่เลิก บุพเพสันนิวาส – พรหมลิขิต คว้ารางวัลที่สุดของนิยายไทยแห่งปี

ร้านนายอินทร์ ในเครือบริษัท อมรินทร์ บุ๊ค เซ็นเตอร์ จำกัด จัดงานมอบรางวัล NAIIN READERS’ AWARDS 2019 โดยปีนี้กระแสออเจ้าฟีเวอร์ยังแรงดีไม่มีตกส่ง บุพเพสันนิวาส และ พรหมลิขิต ผลงานของ รอมแพง คว้ารางวัลที่สุดของนิยายไทยแห่งปี 

จัดงานขึ้นเป็นปีแรกแต่ได้กระแสตอบรับจากผู้อ่านอย่างล้นหลามเลย สำหรับงานมหกรรมนิยายนานาชาติ ครั้งที่ 1 (International Novel Festival) ที่จัดขึ้นโดย ร้านนายอินทร์ ในเครือบริษัท อมรินทร์ บุ๊ค เซ็นเตอร์ จำกัด ซึ่งภายในงานครั้งนี้ได้รวบรวม 200 สำนักพิมพ์ชั้นนำและนิยายมาไว้มากที่สุดกว่า 10,000 เรื่อง พร้อมฉีกกฏรูปแบบงานบุ๊คแฟร์แบบเดิม เนรมิตฉากจำลอง 7 เมืองนิยายในโลกจินตนาการมาไว้ที่ชั้น 5 Samyan Mitrtown ซึ่งมีพื้นที่กว่า 2,000 ตารางเมตร มีผู้ร่วมงานประมาณ 100,000 คน

ภายในงานยังมีการจัดงานมอบ NAIIN READERS’ AWARDS 2019  รางวัลที่ได้จัดการโหวตนิยายยอดนิยมจากผู้อ่านกว่า 10,000 เพื่อเป็นกำลังใจให้กับผู้สร้างสรรค์ผลงานและสำนักพิมพ์ต่างๆ และปลุกกระแสรักการอ่านในไทย ให้กลับมามีส่วนสำคัญในการพัฒนาคุณภาพสังคมไทย โดยรางวัลแบ่งเป็น 2 ประเภทด้วยกัน โดยประเภทแรก “รางวัลที่สุดของนิยายแปลแห่งปี” ส่วนอีกหนึ่งประเภทคือ “รางวัลที่สุดของนิยายไทยแห่งปี”  

พรหมลิขิต

โดย ม.ล.ลือศักดิ์ จักรพันธุ์ กรรมการผู้ขัดการ บริษัท อมรินทร์ บุ๊ค จำกัด ได้กล่าวถึงกานจัดงานมอบรางวัลในครั้งนี้ว่า “ในฐานะที่ร้านนายอินทร์เป็นศูนย์กลางกระจายความรู้ ความคิด และส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน เราจึงอยากรับฟังความคิดเห็นและความสนใจของนักอ่านอย่างเปิดกว้างผ่านการโหวตอย่างอิสระ จนได้รายชื่อนิยายที่ได้รับรางวัล NAIIN READERS’ AWARDS 2019 ทั้ง 10 รางวัลเพื่อให้มีการถ่ายทอดหนังสือคุณภาพไปสู่เหล่านักอ่าน และยังเป็นกำลังใจให้กับผู้เขียนและสำนักพิมพ์ ซึ่งผลรางวัลที่ได้มาจากการโหวตนับหมื่นราย จะเห็นได้ว่าตลาดของหนังสือนิยาย ยังคงได้รับความนิยมอยู่ในปัจจุบัน และมีการยอมรับนักเขียนรุ่นใหม่มากขึ้น ซึ่งนิยายระดับตำนานก็ยังคงเป็นที่ชื่นชอบอยู่ไม่แพ้กัน โดยผู้ที่มาร่วมโหวตต่างทำด้วยใจ เพื่อมาลงคะแนนให้กับหนังสือที่รัก คนประพันธ์ที่ชอบ แบบไม่ได้หวังสิ่งตอบแทน ตรงนี้สะท้อนให้เห็นว่า ความผูกพันของสังคมไทยกับหนังสือยังคงแข็งแรงอยู่ ถึงแม้ว่าไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตจะเปลี่ยนไป แต่ความเป็นนิยายก็สามารถสร้างความสนใจให้คนทั่วไปกลับมาอ่านหนังสือได้อีกครั้ง สร้างกลุ่มนักอ่านรุ่นใหม่ต่อไปได้อย่างไม่รู้จบ”

โดยผลรางวัลมีดังต่อไปนี้ รางวัลที่สุดของนิยายแปลแห่งปี อันดับ 1 “ปรมาจารย์ลัทธิมาร” แปลโดย “อลิส” สำนักพิมพ์ bakerybook อันดับ 2 “แฮร์รี่ พอตเตอร์” แปลโดย “สุมาลี บำรุงสุข”, “วลีพร หวังซื่อสกุล”, “งามพรรณ เวชชาชีวะ” สำนักพิมพ์ นานมีบุ๊คส์ อันดับ 3 “ทะลุมิติหักดิบจอมมาร” แปลโดย “MW” สำนักพิมพ์ “Rose” อันดับ 4 “ตัวร้ายอย่างข้าจะหนีเอาตัวรอดยังไงดี” แปลโดย “ลาเวนเดอร์” สำนักพิมพ์ “Sense Book” อันดับ 5 “รัชศกเฉิงว่าปีที่สิบสี่” แปลโดย “everY”

ปรมาจารย์ลัทธิมาร
รางวัลที่สุดของนิยายแปลแห่งปี
ปรมาจารย์ลัทธิมาร
“ปรมาจารย์ลัทธิมาร” แปลโดย “อลิส” สำนักพิมพ์ bakerybook

รางวัลที่สุดของนิยายไทยแห่งปี  อันดับ 1 ” บุพเพสันนิวาส” ประพันธ์โดย “รอมแพง” สำนักพิมพ์ happy Banana อันดับ 2 “พรหมลิขิต” ประพันธ์โดย “รอมแพง” สำนักพิมพ์ happy Banana อันดับ 3 “นิทานพันดาว” ประพันธ์โดย ” Bacteria” สำนักพิมพ์ นาบู  อันดับ 4 “เพราะเราคู่กัน” ประพันธ์โดย ” JittiRain” สำนักพิมพ์ everY อันดับ 5 ” เพชรพระอุมา” ประพันธ์โดย “พนมเทียน” สำนักพิมพ์ ณ บ้านวรรณกรรม

พรหมลิขิต
รางวัลที่สุดของนิยายไทยแห่งปี
พรหมลิขิต
“รอมแพง” ผู้ประพันธ์ ” บุพเพสันนิวาส” และ “พรหมลิขิต”

อย่างไรก็ตาม “จันทร์ยวีร์ สมปรีดา” เจ้าของนามปากกา “รอมแพง” ได้เปิดเผยความรู้สึกภายหลังได้รับรางวัลโดยกล่าวว่า “จริงๆ ก็เคยรับรางวัลมาหลายรางวัลแล้วเหมือนกันนะคะสำหรับเรื่องบุพเพสันนิวาสแต่การรับรางวัลในครั้งนี้มันทำให้เราตื่นเต้นมากที่สุด เพราะเป็นผลโหวตจากผู้อ่านที่อ่านงานของเราจริงๆ มันก็เลยมีความรู้สึกตื้นตันและตื่นเต้นและดีใจมากๆ ที่ได้รับรางวัลนี้ ส่วนเรื่องพรหมลิขิตก็ต้องยอมรับว่าเป็นอานิสงส์จากผู้ที่ได้ชมละครและอ่านนิยายเรื่องบุพเพสันนิวาสที่อยากรู้เรื่องราวต่อก็เลยทำให้ผลตอบรับดีก็เลยทำให้มีคนชื่นชอบและยอดขายสูง ต้องขอขอบคุณทุกคนจริงๆ นะคะ”

เหล่านักอ่านสามารถติดตามข่าวสารของงานมหกรรมนิยายนานาชาติ ครั้งที่ 1 (International Novel Festival) อย่างต่อเนื่อง ผ่านทาง Facebook : International Novel Festival หรือ www.naiin.com/novelfest


 

กระเป๋า Chanel Boy

สวยยั่วกิเลส! อัพเดทดีไซน์พร้อมราคา กระเป๋า Chanel Boy ทรงคลาสสิก

อัพเดทดีไซน์และราคาของ กระเป๋า Chanel boy ไอเท็มดังที่หลายคนหมายตา กับสไตล์ใหม่ที่ออกมาเพื่อดูดเงินในบัญชีของคุณ!ใครที่เล็งรุ่นนี้อยู่ ห้ามพลาด

กระเป๋า Chanel Boy เป็นอีกหนึ่งรุ่นยอดนิยมไม่แพ้ Classic Flap เลยทีเดียว เพราะสามารถผสมผสานทั้งความเป็นชายและหญิงเข้าด้วยกัน ทำให้ได้กระเป๋าที่ดูทะมัดทะแมง แต่หรูหราลงตัว ซึ่ง กระเป๋า Chanel boy ได้รับแรงบันดาลใจมาจากความรัก โคโค่ตั้งชื่อรุ่นตาม Arthur Capel คนรักของเธอ ที่มีชื่อเล่นว่า “Boy” ตัวกระเป๋าดีไซน์เรียบง่าย แต่มีความเก๋ไก๋ ฟังก์ชั่นต่างๆ ของกระเป๋าตอบโจทย์การใช้งานได้ดี บอกเลยว่า Chanel boy คือการลงทุนที่ยอดเยี่ยม เพราะมูลค่าจะเพิ่มขึ้นในปีต่อๆ ไป

ซึ่งวันนี้เรามีราคาและดีไซน์ใหม่ของ กระเป๋าชาเนล รุ่นดังมาฝากกันด้วย โดยจะแนะนำเป็น Chanel Chevron Boy ตัวหนังจะมีลักษณะคล้ายบั้ง เป็นสไตล์ที่คลาสสิก เรียบง่าย เหมาะกับสาวๆ และหนุ่มๆ ที่รักชาเนลเป็นอย่างมาก แม้ว่าในแต่ละฤดูกาล Chanel Boy จะถูกปล่อยรุ่นใหม่ๆ ออกมานับไม่ถ้วน แต่ Chanel Chevron Boy ก็ยังคงติดอยู่ในลิสต์ของกระเป๋าแบรนด์เนมที่ควรค่าแก่การเสียเงิน

สวยยั่วกิเลส! อัพเดทดีไซน์พร้อมราคา กระเป๋า Chanel Boy ทรงคลาสสิก

กระเป๋า Chanel Boy
Medium Boy Chanel in Black Calfskin & Ruthenium-Finish Metal ราคา $5,200 หรือประมาณ 157,076 บาท
กระเป๋า Chanel Boy
Small Boy Chanel in Metallic Lambskin, Calfskin & Gold-Tone Metal ราคา $5,100 หรือประมาณ 154,056 บาท
กระเป๋า Chanel Boy
Small Boy Chanel in Green Calfskin & Gold-Tone Metal ราคา $4,800 หรือประมาณ 144,993 บาท
กระเป๋า Chanel Boy
Small Boy Chanel in Yellow Grained Calfskin & Gold-Tone Metal ราคา $4,500 หรือประมาณ 135,930 บาท
กระเป๋า Chanel Boy
Small Boy Chanel in Cotton, Mixed Fibers, Calfskin & Gold-Tone Metal ราคา $4,100 หรือประมาณ 123,848 บาท

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ก่อนซื้อควรรู้! 5 ข้อเกี่ยวกับ กระเป๋า Celine Triomphe ราคาหลักแสน

รู้หรือไม่? สุภาพสตรีในราชวงศ์อังกฤษ ห้ามสวมหมวกหลัง 6 โมงเย็น

ยกเลิกขนสัตว์จริง! ควีนเอลิซาเบธ ทรงมีรับสั่ง ต่อไปจะใช้ขนเทียมเท่านั้น

เพราะเหตุใด กระเป๋า Hermes ถึงเป็นที่ต้องการ แม้ราคาจะแพงหูฉี่

อยากได้แบรนด์นี้ ต้องซื้อรุ่นไหน! กระเป๋า Chanel 5 ตัวท็อปใช้ได้นาน คุ้มค่าเงิน

ไฮโซเซนต์พร้อมเปย์! ตามใจ มิว-นิษฐา เลือกชุดแต่งงานแบรนด์ดังจากนิวยอร์ก

ขายหมดเกลี้ยง! กระเป๋า Chanel ใบเก่งของ ‘ดัชเชสเคท’ ที่ทรงถือมาตลอด 3 ปี

เหตุใดหลังจากเสกสมรส​ ดัชเชสเมแกน​ ไม่ได้รับอนุญาตให้ยืมเทียร่าอีก

แฟชั่นหลักร้อยของ ลิซ่า BLACKPINK สวยเซ็กซี่รับลมทะเลภูเก็ต

#แม่ว่าแม่ได้ ชมพู่-อารยา 3 ลุคเซ็กซี่แหวกอก ร่วมงานอีเว้นท์ระดับไฮเอนด์

ซูมเครื่องประดับหรูของ ลิซ่า Blackpink ในงานอีเว้นท์ แต่ละชิ้นราคาโหดมาก


ภาพและที่มา : www.purseblog.com/

ไดเอท

4 วิธี ปรับท่าวิ่ง ลดอาการปวดเข่า-ปวดหลัง ที่สายฟิตหุ่นไม่ควรละเลย!!

หลายคนเคยคิดไหมว่า เวลาที่เราวิ่งไปนานๆ ทำไมถึงปวดเข่าปวดหลัง หรืออาจจะเป็นเพราะว่าก่อนที่เราจะวิ่งเราทำ ท่ายืดกล้ามเนื้อก่อนวิ่ง ผิดวิธีหรือเปล่า หรือว่าเราจะวิ่งผิดท่าแล้ว ท่าวิ่งที่ถูกต้องไม่ต้องเจ็บเข่า ไม่ต้องปวดหลังวิ่งยังไง  แพรวดอทคอม มีทริคดีๆ ในการ ปรับท่าวิ่ง มาฝากค่ะเพื่อให้ทุกๆ คนมีความสุขกับการวิ่งมากขึ้น

ปัจจุบันคนหันมาสนใจสุขภาพกันมากขึ้น “การวิ่ง” ก็ได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นด้วยเช่นกัน เพราะเป็นการออกกำลังกาย และ ไดเอท ที่ง่าย และลงทุนน้อย แค่มีรองเท้าวิ่งหนึ่งคู่ก็สามารถเริ่มวิ่งได้แล้ว แต่ด้วยความคิดที่ว่าการวิ่ง ‘ง่าย’ นี่แหละที่ทำให้นักวิ่งหน้าใหม่หลายคนละเลยที่จะเรียนรู้วิธีการวิ่งที่ถูกต้อง พอเกิดอาการบาดเจ็บก็ไปทึกทักเอาว่าเพราะรองเท้าไม่ดีเป็นสาเหตุ

“แม้ว่าการวิ่งจะเป็นการออกกำลังกายที่ดูง่าย และไม่อันตราย แต่ก็มักพบนักวิ่งทั้งมือเก่ามือใหม่ได้รับบาดเจ็บกันอยู่บ่อยครั้ง นั่นก็เพราะในการวิ่งจะมีช่วงที่ร่างกายลอยอยู่ในอากาศ เมื่อกลับลงสู่พื้นจะต้องใช้อวัยวะส่วนต่างๆ ของร่างกายในการรับน้ำหนัก หรือแรงกระแทกที่มากกว่าภาวะปกติราว 3 เท่าของน้ำหนักตัว นักวิ่งจึงอาจได้รับบาดเจ็บสะสมจากการกระแทกซ้ำๆ แน่นอนว่ารองเท้าสำหรับวิ่งสามารถช่วยลดแรงกระแทกขณะวิ่งได้ส่วนหนึ่ง แต่หากนักวิ่งมีสภาพร่างกายที่ไม่พร้อม เช่น กล้ามเนื้อไม่แข็งแรงพอ ไม่มีความยืดหยุ่นที่ดี วิ่งในท่าทางที่ไม่ถูกต้อง วิ่งในสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม หรือการวิ่งมากเกินไป ก็จะเป็นปัจจัยเสริมให้เกิดการบาดเจ็บได้มากขึ้น” นพ. ประชัน บัญชาศึก แพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์การกีฬา ประจำโรงพยาบาลพญาไท 2

ปวดเข่า-ปวดหลัง’ อาการบาดเจ็บยอดฮิตของนักวิ่ง

  • ปวดเข่าด้านหน้า 

เป็นการบาดเจ็บที่ผิวกระดูกอ่อนของกระดูกสะบ้า จากการเสียดสีของลูกสะบ้ากับกระดูกต้นขา เป็นอาการบาดเจ็บที่นักวิ่งเป็นกันมากจนได้รับชื่ออาการว่า Runner’s knee โดยคนไข้จะมีอาการปวดรอบ ๆ กระดูกสะบ้าเวลางอเข่า โดยเฉพาะเวลาขึ้นลงเนินเขาหรือบันได เกิดได้จากหลายสาเหตุ ที่พบบ่อยคือการก้าวยาวเกินไปเวลาวิ่ง วิ่งลงส้นเท้าในขณะที่เข่าตึง การไม่บริหารให้เกิดความยืดหยุ่นของข้อและกล้ามเนื้อก่อนการวิ่ง รวมไปถึงการเพิ่มระยะทางวิ่งในขณะที่กล้ามเนื้อแกนกลางร่างกาย กล้ามเนื้อต้นขา และกล้ามเนื้อสะโพกด้านข้างยังไม่แข็งแรงพอ เมื่อกล้ามเนื้อเกิดการล้า จะส่งผลให้เข่าทั้งสองข้างต้องรับแรงกระแทกมากขึ้น จึงเสี่ยงต่อการปวดเข่า

  • ปวดเข่าด้านนอก หรือ ITBS (iliotibial band syndrome)

เป็นอาการอักเสบที่เกิดจาก IT Band ซึ่งเป็นเอ็นที่อยู่ด้านข้างต้นขาเสียดสีกับกระดูกเข่าด้านนอก ส่งผลให้คนไข้มีอาการเจ็บเข่าด้านนอกร้าวขึ้นไปต้นขา สาเหตุมักจะเกิดจากการวิ่งระยะไกล โดยสภาพกล้ามเนื้อเกิดความล้า วิ่งขึ้นลงทางชัน วิ่งในพื้นแข็ง ๆ เป็นเวลานาน รวมไปถึงการวิ่งโดยลงเท้าในลักษณะเปิดเข้าด้านใน

  • ปวดหลัง

เป็นอีกหนึ่งอาการบาดเจ็บที่พบได้บ่อยในนักวิ่งมือใหม่ จะมีอาการปวดไปทั้งแผ่นหลัง หรือปวดเฉพาะบริเวณเอว โดยสาเหตุอาจเกิดจากการวิ่งโน้มตัวไปข้างหน้ามากเกินไป การไม่แกว่งมือตามธรรมชาติ ซึ่งทำให้ร่างกายขาดสมดุล จึงเกิดการเกร็งตัวอัตโนมัติเพื่อรักษาสมดุล กล้ามเนื้อแผ่นหลังที่เกิดการเกร็งตัวเป็นเวลานานจึงล้าและมีอาการปวด รวมไปถึงการที่ไม่ได้ฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้อรอบลำตัวให้แข็งแรงพอ

 ปรับท่าวิ่ง

มา ปรับท่าวิ่ง ลดอาการบาดเจ็บกันเถอะ!

  1. ศีรษะ ควรตั้งให้ตรงเป็นแกนเดียวกับลำตัว ไม่ก้ม ไม่เงย สายตามองตรงไปข้างหน้า เพื่อให้ไม่เกิดการเกร็งบริเวณกล้ามเนื้อคอ และไม่ทำให้น้ำหนักลงที่บั้นเอว ส่งผลให้เกิดอาการปวดหลังได้
  2. ลำตัวและหลัง ควรตั้งตรงตามธรรมชาติ ยืดหลังให้ตรงแต่ไม่เกร็ง เพื่อให้การหายใจเข้ามีประสิทธิภาพ ปอดขยายตัวได้อย่างเต็มที่ และป้องกันอาการปวดหลังได้
  3. แขนและไหล่ แขนควรแกว่งให้สัมพันธ์กับการก้าวเท้าขณะวิ่ง ตั้งศอกเป็นมุมประมาณ 90 องศา ไหล่ไม่ห่อ ไม่ยกสูง และไม่โยกเวลาวิ่ง
  4. เข่า เท้า และข้อเท้า วิ่งปลายเท้าตรงไปข้างหน้าไม่บิดเข้าข้างใน การวางเท้าลงพื้นไม่ควรกระแทกกับพื้นแรง ๆ ส้นเท้าควรสัมผัสพื้นก่อน ตามด้วยฝ่าเท้า เมื่อปลายเท้าแตะพื้นจะพอดีกับจังหวะที่ส้นเท้าเปิดขึ้น พร้อมถีบตัวเคลื่อนไปข้างหน้า ซึ่งการลงเท้าที่ผิดวิธีอาจทำให้เกิดข้อเท้าพลิกได้ ส่วนเข่าไม่ควรยกสูงมากนักและไม่เหยียดจนสุด ไม่ควรก้าวยาวเกินไป และขณะเท้าสัมผัสพื้นควรปล่อยเข่าสบาย ๆ ไม่เกร็ง เพื่อให้การงอเข่าเป็นไปตามธรรมชาติ

ปรับท่าวิ่ง

“นอกจากการ ปรับท่าวิ่ง แล้ว สิ่งสำคัญที่ลืมไม่ได้คือการวอร์มอัพและยืดกล้ามเนื้อก่อนการวิ่ง เพื่อให้กล้ามเนื้อและข้อต่อมีความยืดหยุ่น จะช่วยป้องกันการบาดเจ็บได้ และจะต้องไม่หักโหมจนเกินไป ค่อย ๆ เพิ่มความเร็วและระยะทาง โดยเฉลี่ยไม่เกิน 10% ต่อสัปดาห์ รวมไปถึงการบริหารเพื่อเพิ่มความแข็งแรงให้กล้ามเนื้อลำตัว สะโพก และต้นขาอย่างต่อเนื่อง ที่สำคัญคือหากเกิดอาการบาดเจ็บไม่ควรฝืนวิ่งต่อ อย่าคิดว่าวิ่งไปเรื่อย ๆ แล้วอาการจะดีขึ้น เปลี่ยนไปออกกำลังกายที่ได้รับแรงกระแทกน้อยกว่า เช่น การว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน และอาจรับประทานยาแก้ปวดร่วมด้วย เมื่อหายจากอาการบาดเจ็บค่อยกลับมาวิ่งใหม่ แต่หากมีอาการกล้ามเนื้อขาอักเสบ หรือบวม ปวดเกินกว่าที่จะทนได้ ควรรีบพบแพทย์” นพ.ประชัน กล่าว


ภาพ : Pexels

 

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

เปิดแผนการกินและเมนูเพิ่ม “แรง อึด ถึก ทน”ที่จะทำให้นักวิ่งได้รับพลังงานเหลือล้น

สายฟิตหุ่น อย่าลืมฝึก 5 ท่าบริหารกล้ามเนื้อก่อนวิ่ง บอกลาอาการบาดเจ็บ

แชร์ท่า “โยคะสำหรับนักวิ่ง” ที่ควรทำเพื่อยืดเหยียดหลังการวิ่ง ป้องกันการบาดเจ็บ

วิ่งที่ดีไม่จำเป็นต้องเร็ว แต่วิ่งอย่างไรให้หัวใจแข็งแรง เลี่ยงอาการหัวใจวายเฉียบพลัน

2 เซเลบฯ สายเฮลท์ตี้ แนะเทคนิควิ่งเปลี่ยนไซส์แบบถูกวิธีสำหรับนักวิ่งมือใหม่

ใครๆ ก็วิ่งได้! โค้ชเหรียงเผยเทคนิค “พลิกชีวิตนักวิ่งหน้าใหม่สู่การเป็นนักวิ่งอาชีพ”

 

 

 

‘มีจริงๆ ไม่ได้ด้วยเล่ห์ก็ต้องด้วยมนต์คาถา’ ดูดวงรายวัน 18 พฤศจิกายน 2562

ดูดวงรายวัน 18 พฤศจิกายน 2562 #หมอปุ้ยพยากรณ์ เช็กทุกวัน เป๊ะ ปังทุกดวง ทั้งการงาน การเงิน ความรัก และสุขภาพ

ผู้ที่เกิดวันอาทิตย์

การงาน : วันนี้คุณอาจนั่งทำงานอยู่กับบ้านแล้วก็ได้ ซึ่งคุณขยัน ทำงานหนัก ชอบช่วยเหลือผู้อื่นและมองโลกในแง่ดี แต่ต้องระวังอาจตกอยู่ในภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก เพราะต้องทำงานที่ไม่ถนัด หรืออาจถูกใส่ร้ายป้ายสีให้ต้องรับผิดชอบในสิ่งที่ไม่ได้ทำ จึงควรรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น หรือขอคำปรึกษาจากผู้รู้ผู้มีประสบการณ์ ก่อนที่จะตัดสินใจอะไรลงไป

การเงิน : อาจมีโชคอย่างไม่คาดฝัน อาจได้มรดกเป็นที่ดิน ลาภลอย แต่คุณก็จะหมดกับการช่วยเหลือญาติสนิทมิตรสหาย จึงไม่ควรเชื่อคำพูดที่คล้อยตามทุกอย่าง เพราะเขาต้องการตักตวงผลประโยชน์

ความรัก : ชีวิตคู่ราบเรียบและราบรื่น คู่คุณก็รักและดูแลเอาใจใส่คุณอย่างดี ซึ่งวันนี้อาจเป็นวันแรกในหลายๆ วันที่คุณจะพูดคุยกันรู้เรื่อง มีความคิดเห็นเป็นไปในทางเดียวกัน  คนโสด มีเสน่ห์และมีคนรักมากมาย  แต่วันนี้อาจไม่สมหวังกับใครเลย เพราะความหึงหวง

สุขภาพ : คุณไม่ค่อยชอบไปหาหมอ หากไม่หนักหนาสาหัสจริงๆ วันนี้จึงอาจล้มหมอนนอนเสื่อได้

 

ผู้ที่เกิดวันจันทร์

การงาน : แม้คุณจะทำงานหนัก จนสายตัวแทบขาด แต่ยังต้องรับมือกับศึก ทั้งจากเพื่อนร่วมงาน หรือคนใกล้ชิดที่จ้องเสียบงานแทน รวมถึงเจ้านายที่อาจกดดันให้คุณต้องใช้ความรู้ความสามารถในการทำงานมากขึ้นอีก แล้วไม่เท่านั้น เขายังสามารถให้คุณให้โทษคุณได้ในชั่วพริบตา

การเงิน : ต้องเสียเหงื่อกว่าจะได้เงินมาสักบาท แต่วันนี้คุณอาจถูกเบี้ยวหนี้ หรือถูกขโมยทรัพย์สิน ต้องระวังไม่เข้าไปพัวพันกับเงินที่ไม่ถูกต้อง ทั้งบนโต๊ะและใต้โต๊ะ

ความรัก :  คุณอาจจับได้ว่า คู่มีพฤติกรรมไม่น่าไว้วางใจ หลอกลวงคุณ เพราะฉะนั้นวันนี้จากเพลย์บอยจึงปรับเปลี่ยนตัวเองกลายเป็นแฟมิลี่แมน อยู่บ้านเป็นคู่คิดและที่ปรึกษาที่ดีให้กับคุณ คนโสด วันนี้อาจต้องสู้รบปรบมือ เพื่อแย่งคนที่รักคืนมา แม้ไม่ได้ด้วยเล่ห์ก็จะใช้มนต์คาถา ขอาจารย์ที่ไหนว่าดีก็จะตามไปขอของดี ของเด็ด

สุขภาพ : โหมงานหนักจนร่างกายอ่อนเพลีย วันนี้โรคประจำตัวที่รักษามาอย่างยาวนานอาจกำเริบ จนต้องรักษาอย่างจริงจัง อาจถึงขั้นลงมีดบ

 

ผู้ที่เกิดวันอังคาร

การงาน  :  คุณก็ยังใช้ความรู้ความสามารถ และบารมีในการติดต่อประสานงาน สามารถเป็นที่ปรึกษาให้คำแนะนำกับบุคคลอื่น แต่วันนี้ควรผ่อนคลาย ยืดหยุ่นบ้าง เพราะด้วยอีโก้ที่รุนแรงและเชื่อมั่นในตัวเอง กล้าได้กล้าเสียและเสี่ยงจนน่ากลัว วันนี้คุณอาจได้ไปยืนอยู่ปากเหวคนเดียว ไม่มีใครยอมเสี่ยงกับคุณด้วย

การเงิน :  มีเงินไหลเวียนค่อนข้างสะดวก ได้จากการลงทุนที่ค่อนข้างเสี่ยง แต่ก็ควรลดการใช้จ่ายที่ฟุ่มเฟือยกับการซื้อความสุข หรือของที่มีราคาแพง

ความรัก : คุณเป็นผู้หญิงเก่ง มีบารมีในตัวเอง ซึ่งวันนี้มาพร้อมกับทิฐิและความเป็นตัวเองอย่างมาก เพราะฉะนั้นคุณจึงสนใจแต่ความถูกต้องของตัวเองมากกว่าประนีประนอม จึงควรปล่อยวาง อย่ายึดติดมากนะคะ คนโสด มีทั้งบุ๊นและบู๊ในตัวเอง ยามรักก็แสนจะโรแมนติก แต่หากยามทำงานใครก็อย่ามายุ่งวุ่นวายกับคุณ หากใครจะชอบ ก็ต้องเข้าใจตรงนี้ก่อน

สุขภาพ : ระวังโรคหัวใจ หรือเส้นโลหิตในสมองตีบตัน หรือไขมันอุดตันในเส้นเลือด รวมถึงปวดหลังมาก ซึ่งอาจสืบเนื่องจากน้ำหนักตัว ต้องควบคุมน้ำหนักด้วย

 

ผู้ที่เกิดวันพุธ

การงาน :  วันนี้คุณอาจรับอาสาเจ้านายไปปฏิบัติงานที่ต้องใช้ความคล่องตัวสูง ก็ไม่ควรคาดหวังกับผู้ร่วมงานที่เป็นเด็กรุ่นน้องนัก เพราะเขาอาจไม่ใช่อย่างที่คุณคิด อาจมีดราม่า ทิ้งงานให้คุณรับผิดชอบคนเดียว แล้วใส่ร้ายว่าคุณไม่ทำงานก็ได้

การเงิน :  เก็บเงินไม่อยู่ อาจเสียเงินกับเรื่องจุกๆ จิก ๆ เช่น ซื้อขนมนมเนย

ความรัก : ปล่อยวางบ้างนะคะ ทั้งเรื่องคู่และเรื่องลูกหลาน บริวารในบ้าน วันนี้อาจไม่ได้ดังใจเลยสักคน คนโสด คุณเจ้าชู้ รักง่ายหน่ายเร็วปานกามนิตหนุ่ม หากรักใครก็ทุ่มเงินทองให้จนหมด จึงต้องระวัง เพราะเป็นแค่ความรักที่ฉาบฉวย

สุขภาพ : มีอาการท้องอืดท้องเฟ้อ ลำไส้อาจอักเสบ ระบบย่อยอาหารอาจมีปัญหา หรือเป็นโรคกระเพาะ

 

ผู้ที่เกิดวันพฤหัสบดี

การงาน :  เริ่มต้นวันแรกของสัปดาห์ด้วยความโชคดี ผู้ใหญ่ให้ความสนับสนุนช่วยเหลือ เพื่อนร่วมงานและผู้บังคับบัญชาก็ให้ความเอ็นดูคุณเป็นพิเศษ เช่นนี้แล้ว คงไม่ต้องลังเล สับสนใดๆ อีก เดินหน้าลุย ให้เวลากับการหาข้อมูลให้เต็มที่

การเงิน :  รายได้หลักมาจากงานประจำ ซึ่งคุณก็มีภาระหลักที่ต้องช่วยเหลือครอบครัว วันนี้อาจมีลาภลอย หรือได้รับมรดก มาช่วยแบ่งเบา

ความรัก : วันนี้คุณใช้ชีวิตคู่อยู่กันอย่างผู้ใหญ่ มีเหตุผลและทัศนคติที่ตรงกัน ตกลงกันแล้วว่า บางเวลาก็ขออยู่คนเดียวบ้าง อาจไปปฏิบัติธรรม หรืออยู่กับตำรับตำรา  คนโสด คุณอาจเริ่มไม่แน่ใจ สับสนกับรสนิยมของตัวเองว่า ชอบเพศเดียวกันหรือเปล่า วันนี้จึงอาจต้องขอคำปรึกษาแนะนำจากผู้ใหญ่

สุขภาพ : ระวังความเครียด อาจมีผลต่อระบบน้ำย่อย กระเพาะอาหาร ถุงน้ำดี และต่อมน้ำเหลืองจนถึงปวดศีรษะเป็นไมเกรน

 

ผู้ที่เกิดวันศุกร์

การงาน  :  วันนี้หากรับอาสาเจ้านายไปปฏิบัติงาน ระวังความรวดเร็วในการทำงานอาจถูกใส่ร้ายว่างานผิดพลาด จนคุณต้องไปขอความเห็นใจจากเจ้านาย แม้วันนี้เขาอาจไม่สนใจ แต่ที่สุดแล้วเขาจะเข้าใจ ส่งผลให้คุณได้รับการยอมรับนับถือจากเพื่อนร่วมงานและบริวาร

การเงิน : ไม่ควรใจอ่อน เพราะคุณอาจเสียทรัพย์ ซื้อของราคาแพง เพราะความไว้วางใจ

ความรัก : วันนี้ความพยายามอ้อนวอนขอคืนดี อาจเป็นผล แต่ต้องมีของแลกเปลี่ยน อาจเป็นเงินทอง หรือคำสัญญานะคะ คนโสด คุณเจ้าชู้ รักง่ายหน่ายเร็ว วันนี้คนที่ชอบอาจไม่เหมาะสมกับคุณเลย ปล่อยเขาไปก่อน เพราะมีคนที่ใช่รออยู่

สุขภาพ : โหมงานหนักจนไม่ได้พักผ่อน ไม่มีเวลาได้สนใจดูแลตัวเอง จึงควรระวังโรคที่เกี่ยวกับทางเดินหายใจ หลอดเลือด และหัวใจ

 

ผู้ที่เกิดวันเสาร์

การงาน  : วันนี้คุณอาจถูกผูกมัดจะด้วยสัญญาใจ สัญญาที่เป็นลายลักษณ์อักษร หรือสัญญาทาสก็ตาม แต่ก็ทำให้คุณไปทำงานที่ไหนไม่ได้ อาจต้องฝืนทนกับภาวะที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกแบกรับความรับผิดชอบที่หนักหนาสาหัส แถมไม่ใช่งานที่ตัวเองถนัดด้วยอีก

การเงิน : ระวังถูกมิจฉาชีพหลอก หรือถูกตักตวงผลประโยชน์ ไม่ควรให้กู้ยืมเงิน หรือเซ็นค้ำประกันแทน เพราะคุณอาจต้องรับผิดชอบหนี้แทน

ความรัก : คุณอาจมีบุคคลที่สามเข้ามาพัวพันในครอบครัว ซึ่งเขาหรือเธอเข้ามาเพื่อหวังผลประโยชน์อย่างเดียวเลย แล้วเมื่อได้สมใจเธอหรือเขาก็บินจากไป แต่คุณไม่สามารถไปไหนได้ คนโสด คุณอาจกำลังตกอยู่ในห้วงแห่งความรักมัดตัวมัดใจอย่างหนัก ขณะเดียวกันก็ต้องทำงานอย่างหนักเช่นกัน เป็นภาวะที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกจริงๆ

สุขภาพ : โหมงานหนักจนไม่ใส่ใจดูแลสุขภาพร่างกาย กว่าจะรู้ตัวว่าร่างกายรับไม่ไหว ก็ป่วยแล้ว ระวังพวกโรคเลือด ดีซ่าน ไวรัสตับอักเสบ

เช็กดวงย้อนหลังได้ที่นี่

คนที่ใช่กับคนที่ชอบ ไม่ใช่คนๆ เดียวกัน อย่าเพิ่งด่วนตัดสินใจ ดูดวงรายวัน 16 พฤศจิกายน 2562

อย่าหลงทาง!!! คนที่ถูกใจอาจไม่ใช่คนที่ถูกต้อง ดูดวงรายวัน 17 พฤศจิกายน 2562

กว่าจะถึงฝัน ว่าที่หมอทหาร “วรวิทย์ คงบางปอ” อดีตเด็กเกเร ทำแม่เสียใจ จนต้องเรียน กศน.

อีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้ “อาร์ม-วรวิทย์ คงบางปอ” นักศึกษาแพทย์ ชั้นปีที่ 6 วิทยาลัยแพทยศาสตร์พระมงกุฎเกล้า จะถูกเรียกขานอย่างเต็มปากเต็มคำว่า “คุณหมออาร์ม” หรือ “คุณหมอวิทย์” (อีกหนึ่งชื่อเล่นที่หนุ่มคนนี้เล่าให้ฟังว่าเพื่อนๆ ติดปากเรียกกันแบบนี้มากกว่า)

จากเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่มีพื้นฐานชีวิตแบบบ้านๆ แต่ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อแอบเกเร ไม่เอาถ่าน จนถึงขั้นทำให้แม่เสียน้ำตาอย่างหนัก เพราะชีวิตพลิกผันสู่รั้ว กศน. แบบไม่ทันตั้งตัว

แต่คำว่าเด็ก กศน. ไม่ใช่อุปสรรคสำหรับเด็กหนุ่มคนนี้ เขาฮึดสู้แบบทุ่มสุดตัว เพื่อวิ่งไล่ตามความฝันในการเป็นหมอ ซึ่งเคยถูกบางคนยิ้มเยาะในความอาจหาญ แต่ไม่ว่าจะเจอสักกี่คำดูถูกดูแคลน เขาก็ไม่เคยล้มเลิกความตั้งใจ จนวันหนึ่งก็ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นเด็ก กศน. คนแรกของประเทศไทยที่สอบติดหมอ

อีกไม่นานนี้ความพากเพียรพยายามกว่า 8 ปีของเขากำลังจะตอกย้ำความสำเร็จอีกขั้นของชีวิต กับการได้เป็นหมอเต็มตัว คว้าความฝันได้ตามความตั้งใจ และลบคราบน้ำตาในวันนั้นของแม่จนหมดสิ้น

ทำไมจู่ๆ ถึงต้องเรียน กศน. คะ

จุดเริ่มต้นมาจากการที่พ่ออยากให้เป็นทหารครับ เลยพยายามผลักดันให้ผมสอบเข้าโรงเรียนนายร้อย ช่วงเรียน ม. 3 พ่อจึงส่งผมไปเรียนกวดวิชาสำหรับติวสอบเข้าโรงเรียนนายร้อยโดยเฉพาะ ซึ่งตอนนั้นส่วนตัวผมเองไม่ได้อยากเป็นทหารสักเท่าไหร่  แต่ก็ไม่มีเป้าหมายในชีวิต พ่ออยากให้เรียนอะไรก็เรียน พ่ออยากให้เป็นอะไรก็เป็น ช่วงที่ไปเรียนติวก็เลยเรียนๆ เล่นๆ และโดดเรียนบ่อยมาก ไปหลบอยู่บ้านเพื่อนบ้าง ที่อื่นบ้าง ส่วนการเรียนในโรงเรียนปกติ ก็เรียนๆ เล่นๆ เหมือนกัน ไม่ค่อยเข้าเรียน ไม่ตั้งใจเรียน

พอเรียนจบ ม. 3 ถึงเวลาสอบเข้าโรงเรียนนายร้อย ก็ปรากฏว่าสอบไม่ติด ผมก็เลยต้องเรียน ม. 4 ตามปกติต่อไปก่อนที่โรงเรียนเดิม ส่วนพ่อก็ไม่ลดละความพยายาม ยังคงส่งผมไปเรียนติวเพื่อสอบเข้าโรงเรียนนายร้อย เพราะผมยังมีสิทธิ์สอบได้อีกครั้ง ด้วยความที่ไม่อยากทะเลาะกับพ่อ เขาอยากให้ไปเรียนก็ไป แต่ตัวผมเองก็ทำเหมือนเดิม คือเรียนๆ เล่นๆ โดดเรียนเป็นประจำ จนกระทั่งสอบเข้าโรงเรียนนายร้อยอีกครั้ง ก็ยังคงสอบไม่ติดเหมือนเดิม

พอสอบเข้าโรงเรียนนายร้อยไม่ติดทั้ง 2 ครั้ง ครูที่ติวให้ที่โรงเรียนกวดวิชา ซึ่งผมสนิทกับเขา ก็เลยชวนมาอยู่ที่กรุงเทพฯ เพราะเขาจะย้ายมาสอนที่กรุงเทพฯ โดยครูจัดการคุยกับพ่อแม่ให้เรียบร้อย ส่วนตัวผมเองก็ต้องยอมรับว่ารู้สึกเคว้งอยู่พอสมควร ไม่รู้ว่าจะไปทางไหนต่อดี จึงตัดสินใจตามเขาไป เพราะครูแนะนำว่าเผื่อมาดูลู่ทางการเรียนต่อที่นี่ได้ แต่พอเอาเข้าจริง ปรากฏว่ามาอยู่กรุงเทพฯได้แปบเดียว ยังไม่ทันได้เรียนอะไรเป็นชิ้นเป็นอันเลย ก็ต้องย้ายกลับระนอง เพราะครูติดปัญหาบางอย่าง ทำให้ต้องย้ายกลับ ซึ่งตัวผมเองก็ไม่มีญาติอยู่ที่กรุงเทพฯเลย จึงต้องย้ายกลับตามเขาไปด้วย

สุดท้ายพอย้ายกลับมาที่ระนอง ก็เกิดปัญหาขึ้น คือผมตั้งใจจะกลับไปเรียน ม. 5 ต่อที่โรงเรียนเดิม แต่เขาไม่รับ โดยให้เหตุผลว่าหน่วยกิต ม. 4 ไม่ตรง ตอนนั้นผมไปไม่ถูกเลย เพราะที่ระนองมีโรงเรียนประจำจังหวัดแค่ 2 โรงเรียน โรงเรียนเดิมไม่รับเข้าเรียน ส่วนอีกโรงเรียนหนึ่งก็จะให้ผมไปตามเรียน ม. 4 ใหม่เกือบ 20 วิชา

จุดนี้เองที่ทำให้ต้องไปเรียน กศน.

ใช่ครับ แต่ก็ไม่ถือว่าใช่ทั้งหมด เพราะยังมีอีกจุดหนึ่งที่กระทบใจผมมาก จากที่เล่าว่าโรงเรียนเดิมไม่รับผมเข้าเรียน ม. 5 โดยให้เหตุผลว่าหน่วยกิต ม. 4 ของผมไม่ตรง ทั้งๆ ที่ผมเรียนจากที่นั่น และจากพฤติกรรมที่ไม่ค่อยดีในช่วงนั้นของผม ทำให้เกิดคำพูดที่ว่า เคยบอกแล้วใช่ไหมว่าถ้าเลือกที่จะออกไปแล้ว ก็จะไม่รับกลับมาอีก

พอได้ยินแบบนี้ ด้วยความที่ผมยังเด็กและยังไม่รู้ตัวถึงความเกเรของตัวเอง จึงถามกลับไปว่า แล้วจะให้ผมทำยังไง ซึ่งเขาตอบกลับมาว่า ไม่ใช่ปัญหาของเขา ถ้าไม่มีที่เรียนก็ไปเรียน กศน. ตอนนั้นผมโกรธมาก ทำให้คิดเดี๋ยวนั้นด้วยความโมโหเลยว่า ได้ ในเมื่อท้ากันแบบนี้ เดี๋ยวจะทำให้ดู แล้วผมก็ไปสมัครเรียน กศน. วันนั้นเลย ลากพี่สาวไปเป็นเพื่อน โดยที่ไม่ได้บอกพ่อแม่ก่อนด้วย

ตอนนั้นรู้อะไรเกี่ยวกับการเรียน กศน. บ้าง

ผมรู้เหมือนที่คนส่วนใหญ่เข้าใจกัน ว่าการเรียน กศน. เป็นการเรียนเพื่อเอาวุฒิ ไม่ต้องเรียนอะไรมาก ซึ่งผมยอมรับว่าตอนนั้นก็คิดแค่นั้นจริงๆ คือเรียนเพื่อให้ได้วุฒิ ม. 6 มาก่อน แล้วจะเรียนอะไรต่อก็ค่อยว่ากันอีกที

พอกลับมาบอกพ่อแม่ เขาว่าอย่างไรบ้าง

ตอนนั้นพอผมกลับมาบอกพ่อกับแม่ แม่ก็ตกใจมาก ถึงขั้นเป็นลมไปเลย เพราะเขาไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าจะเกิดปัญหาแบบนี้ขึ้นกับผม จากเด็กที่เคยมีที่เรียนในระบบตามปกติ แม้จะเกเรไปบ้าง ไม่ตั้งใจเรียน โดดเรียน ซึ่งเรื่องพวกนี้เขาพอจะทราบจากการรายงานของครูฝ่ายปกครองเป็นประจำอยู่แล้ว แต่อย่างเรื่องยกพวกตีกันหรือยาเสพติด ผมไม่เคยยุ่งเลย ทำให้ผมไม่ได้เป็นเด็กที่แย่ในสายตาแม่ขนาดนั้น

พอมาถึงจุดนี้ที่ผมกลายเป็นเด็กไม่มีที่เรียน ไม่มีหลักแหล่งแน่นอน ต้องไปเรียน กศน. แม่จึงเสียใจมาก รวมถึงพ่อด้วย แต่แม่จะหนักกว่า วันนั้นผมเห็นแม่ร้องไห้จนเป็นลมไปต่อหน้าต่อตา ซึ่งนั่นทำให้ผมเสียใจมาก หลังจากนั้นจึงมาคิดทบทวนตัวเองว่า เราทำให้พ่อแม่เสียใจขนาดนี้ จะอยู่เฉยๆ ได้ยังไง จะเรียน กศน. เพื่อให้ได้วุฒิ ม. 6 มาแค่นั้นหรอ ทีนี้เลยคิดต่อว่าต้องสร้างเป้าหมายให้กับตัวเองแล้วว่าจะเป็นอะไรดี

ทำไมเป้าหมายที่ว่านั้นถึงกลายเป็นอาชีพหมอคะ

ความอยากเป็นหมอของผม มีจุดเริ่มต้นมาจากการที่ผมเคยไปช่วยครูที่สนิททำงานเพื่อสังคม ก็ช่วงเดียวกับตอนที่ย้ายไปอยู่กรุงเทพฯนั่นเองครับ แม้จะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ แต่ผมได้ทำงานเพื่อสังคมเยอะมาก ทั้งช่วยเหลือเด็กกำพร้า ช่วยเหลือผู้ยากไร้ ทีนี้พอต้องคิดว่าตัวเองจะทำอาชีพอะไรดี ก็เลยคิดว่าอยากทำอะไรที่ช่วยเหลือคนเหล่านี้ได้ด้วย จึงคิดว่าเป็นหมอก็แล้วกัน

ตอนนั้นต้องยอมรับว่าผมคิดเอาแบบง่ายๆ แต่พอดูตามความเป็นจริงแล้ว ไม่ง่ายอย่างที่คิดเลยครับ เพราะอย่างที่บอกไปว่าผมไม่ตั้งใจเรียน โดดเรียนตลอด ดังนั้นถ้าเทียบเนื้อหาที่ต้องใช้สอบหมอ 100 เปอร์เซ็นต์ ผมมีความรู้อยู่แค่ 20 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น

พอรู้แบบนี้แล้ว ทำยังไงต่อคะ

หลังจากนั้นผมพยายามหาข้อมูลว่า ถ้าจะสอบหมอต้องใช้ความรู้อะไรบ้าง การเรียน กศน. จะได้ความรู้แค่ไหน แล้วเอาความรู้ที่ต้องใช้ในการสอบหมอทั้งหมดมาวางแผนในการอ่านหนังสือ เพราะผมต้องอ่านหนังสือเองทั้งหมด เรียกว่าจะสะเปะสะปะไม่ได้เลย จำได้ว่าตอนนั้นต้องอ่านหนังสือขั้นต่ำวันละ 7 ชั่วโมง ภายในระยะเวลาปีครึ่งแบบไม่หยุดพักเลย เพราะผมมีเวลาจำกัด ด้วยเรื่องเกณฑ์ของอายุในการมีสิทธิ์สอบหมอ

ผมวางแผนอ่านหนังสือแบบระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว อย่างระยะสั้นคือรายวันว่าวันนี้ต้องอ่านได้แค่ไหน จากนั้นเป็นรายสัปดาห์และรายเดือน รวมถึงต้องเผื่อเวลาในการทบทวนทุกอย่างอีกรอบด้วย ซึ่งผมวางแผนเองทั้งหมด บวกกับค้นข้อสอบเก่าๆ มาลองทำ

หาข้อมูลจากที่ไหน หรือปรึกษาใครคะ

อินเทอร์เน็ตเป็นที่พึ่งเดียวของผมครับ เพราะข้อด้อยของการเรียน กศน. คือไม่มีครูแนะแนวที่มีข้อมูลการศึกษาต่อ ทำให้ตอนนั้นกูเกิ้ลกลายเป็นตัวช่วยเดียวของผม แต่ถ้าไม่มั่นใจว่าข้อมูลที่เสิร์ชเจอผิดหรือถูก ก็จะใช้วิธีโทร.ไปสอบถาม อย่างตอนที่หาข้อมูลว่าเด็ก กศน. อย่างผมสามารถสมัครสอบหมอที่ไหนได้บ้าง ผมก็โทร.ไปยืนยันข้อมูลกับที่นั้นๆ โดยตรงว่าคุณสมบัติแบบนี้สมัครสอบได้จริงไหม

อีกอย่างหนึ่งคือมีการไปเรียนพิเศษบ้างครับ แต่ที่ระนองไม่มีที่ติวเลย หมายถึงที่ติวดังๆ อย่างในกรุงเทพฯนะครับ ดังนั้นในการไปเรียนพิเศษแต่ละครั้ง ผมต้องนั่งรถตู้จากระนองไปเรียนที่สุราษฎร์ ซึ่งใช้เวลาเดินทางไปกลับ 7 ชั่วโมง ตอนนั้นจึงต้องเลือกเรียนเท่าที่จำเป็น หรือเรียนเฉพาะจุดที่ไม่เข้าใจจริงๆ เท่านั้น

ช่วงนั้นรู้สึกกดดันไหม

ตอนนั้นผมอายุ 17 เองครับ ด้วยวัยแค่นี้ ถ้าถามว่ากดดันไหม ก็ต้องตอบเลยว่ากดดันมาก เพราะผมต้องทำทุกอย่างด้วยตัวเองล้วนๆ ไม่มีครูแนะแนว ไม่เคยสอบหมอมาก่อน ไม่เคยรู้ว่าการสอบหมอเป็นยังไง คนใกล้ชิดก็ไม่มีใครรู้ เพราะที่บ้านไม่มีใครเป็นหมอ

โดยเฉพาะช่วงแรกๆ ผมเครียดมาก รู้สึกว่าทุกอย่างยากไปหมด แต่ทุกครั้งที่ท้อ ผมจะบอกตัวเองเสมอว่า ทุกอย่างขึ้นอยู่ที่ตัวเราและการวางแผน ถ้าตัวเราคิดว่าทำได้ ก็เท่ากับทำได้ไปครึ่งหนึ่งแล้ว ยกตัวอย่างง่ายๆ หากมีคนมาถามว่าผมจะเรียนอะไร หรือจะทำอาชีพอะไร ผมไม่เคยรู้สึกอายเลยที่จะบอกใครๆ ว่าเด็ก กศน. อย่างผมตั้งใจจะสอบหมอ

แล้วเจอคำถามแบบนี้บ่อยไหม

เจอเรื่อยๆ อยู่แล้วครับ อย่างเพื่อนหรือญาติที่นานๆ เจอกันที หรือบังเอิญเจอกัน หลายคนมองว่าความตั้งใจของผมเป็นเรื่องตลกที่เป็นไปไม่ได้ ซึ่งทุกครั้งผมเลือกที่จะมองข้ามไป และคิดอีกมุมหนึ่งว่าผมจะมัวแต่อายไม่ได้ เพราะถ้าผมไม่กล้าบอกใครๆ ว่าผมจะทำอะไร ก็เท่ากับว่าผมแพ้ไปครึ่งหนึ่งแล้ว

เคยเหนื่อยจนคิดล้มเลิกความตั้งใจไหม

ต้องยอมรับเลยว่าก็มีบ้างครับ เพราะในช่วงปีครึ่งนั้นที่ผมต้องอ่านหนังสือหนักๆ ผมใช้เวลาแทบจะทั้งหมดอยู่ในห้องสี่เหลี่ยม พออยู่คนเดียวมากๆ เข้า บวกกับอ่านหนังสือเยอะจนเหนื่อย ก็จะมีความคิดฟุ้งซ่านแวบเข้ามาในหัวว่า เราควรไปต่อหรือควรหยุด

ทุกครั้งที่เกิดความรู้สึกแบบนั้น สิ่งแรกที่ผมทำคือตั้งสติ แล้วถามตัวเองว่าเราแค่เหนื่อยหรืออยากล้มเลิกความตั้งใจจริงๆ ซึ่งผมจะหยุดอ่านหนังสือทันทีเลยด้วย แล้วไปทำอะไรที่อยากทำ ทำอะไรที่ผ่อนคลาย พอรู้สึกดีขึ้นแล้วค่อยกลับมาถามตัวเองอีกครั้ง คำตอบที่มาจากใจที่ผ่อนคลายจะช่วยให้ผมไปต่อได้ครับ

ช่วงนั้นกำลังใจที่สำคัญที่สุดคืออะไร

ณ ตอนนั้นกำลังใจที่เป็นแรงผลักดันผมมากที่สุดคือพ่อแม่ครับ เพราะผมเห็นพวกเขาเสียใจมากจากการกระทำของผม จึงตั้งใจกับตัวเองว่าต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อให้พวกเขาภูมิใจให้ได้ และกำลังใจสำคัญอีกอย่างหนึ่งของผมที่จะลืมไม่ได้เลย คือการให้กำลังใจตัวเอง ผมบอกตัวเองเสมอว่าผมทำได้ แล้วผมก็ทำได้จริงๆ

พอมาถึงวันที่ความพากเพียรพยายามเป็นผลสำเร็จ รู้สึกอย่างไรบ้าง

พอผลสอบออกมาตามที่หวังไว้ ผมดีใจมากครับ มากแบบอธิบายไม่ได้ ส่วนพ่อกับแม่ก็ดีใจมากเช่นกัน แววตาของแม่ในวันนั้นกับวันนี้ต่างกันอย่างสิ้นเชิง ผมเข้าใจถึงความดีใจสุดขีด ความสุข ความสมหวัง และความภูมิใจ จากรอยยิ้มของพ่อกับแม่ในวันนี้ ซึ่งนั่นทำให้ผมดีใจและมีความสุขมากยิ่งขึ้นไปอีก

ตอนสอบว่ายากแล้ว พอได้มาเรียนจริงๆ เป็นอย่างไรบ้าง

หลายคนมักพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า การเรียนหมอยาก ซึ่งผมก็คิดไว้แล้วแหละครับว่ามันยาก เรียกว่ายากเหมือนที่คิดไว้จึงจะถูกกว่า ส่วนถ้าถามว่าเหนื่อยไหม แน่นอนว่าเหนื่อยครับ แต่ก็ไม่ถึงขนาดที่ต้องกลับมาถามตัวเองว่า คิดผิดหรือเปล่าที่เลือกเรียนหมอ เพราะมันเป็นความเหนื่อยที่ผมรู้ว่าจะเกิดประโยชน์ต่อคนอื่นได้ในวันข้างหน้า เรียกว่าเหนื่อยแต่มีความสุขครับ

แล้วเด็ก กศน. อย่างเราต้องปรับตัวแตกต่างจากคนอื่นไหม

สำหรับการปรับตัว ผมคิดว่าในเรื่องเนื้อหาทฤษฎีไม่ต่างกันเท่าไหร่ เพราะผมก็ผ่านเข้ามาจากการทำข้อสอบเดียวกันกับทุกคน แต่ความแตกต่างที่เห็นได้ชัดคือเรื่องทักษะการปฏิบัติครับ อย่างการใช้ห้องแล็บ เพราะผมอาศัยการอ่านหนังสือเองทั้งหมด ไม่เคยลงมือทำจริง แต่ทุกสิ่งทุกอย่างก็ไม่ได้ยากเกินที่จะปรับตัวครับ

ช่วงเรียนหมอ 6 ปี ที่ทั้งยากและเหนื่อย กำลังใจที่สำคัญที่สุดคืออะไร

อย่างแรกเลยคือการให้กำลังใจตัวเองครับ เพราะผมตั้งใจไว้ว่า ถ้าตัดสินใจที่จะมาเรียนหมอแล้ว ก็ต้องไปให้สุดทาง อีกอย่างหนึ่งคือพ่อแม่ เพราะผมเป็นลูกชายคนเดียว อีกทั้งยังมีพี่สาวกับน้องสาว ซึ่งต่อไปผมอยากทำหน้าที่ดูแลพวกเขา และช่วยกันดูแลครอบครัวให้ดีที่สุด

ดังนั้นแม้ว่ามันจะยากหรือจะเหนื่อยแค่ไหน ผมก็จะสู้จนถึงที่สุด จะไม่ยอมกลับไปอยู่ในจุดเดิม จะไม่ยอมให้สิ่งที่พยายามมาทั้งหมดสูญเปล่าเด็ดขาด ทั้งหมดนี้เป็นแรงผลักดันให้ผมผ่านปัญหาทุกอย่างมาได้ครับ

ผมมีคติประจำใจด้วยนะครับ ซึ่งมันจะเปลี่ยนไปตามช่วงชีวิตหรือเหตุการณ์ที่เจอ อย่างช่วงเตรียมตัวสอบหมอ ผมมักบอกกับตัวเองว่า ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะฝันได้ ไม่เว้นแม้กระทั่งผมที่เป็นเด็ก กศน. ก็สามารถฝันที่จะสอบหมอให้ติด เรียนหมอให้ได้ เพราะฉะนั้นทุกคนมีสิทธิ์ที่จะฝันอะไรก็ได้ ไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ แต่ต้องตั้งใจทำตามความฝันให้ดีที่สุด

เพราะความฝันไม่จำเป็นต้องตรงใจใคร ขอแค่ตรงใจเราก็พอ ส่วนตอนนี้คือทำวันนี้ให้ดีที่สุด และเชื่อใจตัวเองเสมอว่าเราทำได้ครับ


 

สัมภาษณ์และเรียบเรียง : อรจิรา ยิ้มอยู่

ภาพ : วรสันต์ ทวีวรรธนะ

ชีวิตติดหรูที่แท้ทรู AIRPODS PRO ทองคำ ราคา 2 ล้านบาท ฟังแล้วขึ้นสวรรค์!

สาวก Apple หรือใครที่ชอบความหรูหราแบบ 24/7 ต้องไม่พลาดกับ Airpods Pro Gold Edition หูฟังที่ทำจากทองคำแท้ 18 กะรัต ในราคาเบาๆ แต่ทำตัวเบาหวิว

สำหรับใครที่ชื่นชอบเทคโนโลยีล้ำๆ แต่ขณะเดียวกันก็ชื่นชอบความหรูหรา  เราขอแนะนำนี่เลยจ้า หูฟังเคลือบทองคำ ผลิตโดย Cavier แบรนด์แกดเจ็ตสุดหรูจากประเทศรัสเซีย

AIRPODS PRO

AIRPODS PRO

AIRPODS PRO

โดยทาง Cavier ได้ทำการเปิดตัว Airpods Pro Gold Edition หูฟังซึ่งนำมาเคลือบทองคำ 18 กะรัต รวมถึงตัวเคสด้วยที่นำมาเคลือบทองคำ และมีการปั๊มโลโก้ของแบรนด์ลงบนเคส สนนราคาทั้งเซ็ตจะอยู่ที่ $67,290 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 2,032,633 บาท

แต่นี่ก็ไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ของ Apple ที่ Cavier นำมารังสรรค์ให้หรูหราและมีราคามากขึ้น โดยก่อนหน้านี้ทางแบรนด์ได้เปิดตัว iPhone 11 Pro ซึ่งทำจากด้วยทองคำ 500 กรัม ประดับด้วยเพชรอีก 137 เม็ด พร้อมด้วยกลไกนาฬิกาแฟนซีสุดหรูติดตั้งไว้หลังเครื่อง โดยในกลไกนั้นมีการติดตั้ง “กรงตูบิยอง” (Tourbillon) ซึ่งจะมีเฉพาะในแบรนด์นาฬิการะดับลักซ์ชัวรีเท่านั้น โดยราคาของมือถือเครื่องนี้อยู่ที่  70,000 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 2,114,494 บาท

อันที่จริงมันก็คุ้มค่าน่าลงทุนเหมือนกันนะเพราะคุณจะได้แกดเจ็ตที่ทำจากทองคำไปพร้อมๆ กัน….


ภาพ : Cavier

ทิ้งไม่ลง! ถังขยะใบละ 2 แสน จาก แอร์เมส ในคอลเล็คชั่น Équilibre d’Hermès

ชิลล์ๆ รับลมร้อน รองเท้าแตะยาง Hermes ราคาจุกๆ เพียง 14,000 บาท

จัดไปอย่าให้เสีย! 10 กระเป๋าลายโมโนแกรม ซีซั่นนี้มิควรพลาด

ครีเอทเก่ง! กระเป๋า Moschino F/W 2019 แปลกแต่เก๋ไก๋ไม่หยอก

เปิดลิสต์ 16 กระเป๋า Navy Blue โทนสีสุภาพ เรียบหรู แมทช์กับชุดไหนก็ดูแพง

ล้มไม่เจ็บ! สนับเข่าชิคๆ หมวกสุดเก๋ ไอเท็มล่าสุดจาก Gucci

เตียงนอนอัจฉริยะ 1.2 ล้านบาท มาพร้อมโปรเจคเตอร์ 4K และเทคโนโลยีสุดล้ำ

แฮงค์เอ้าท์ไม่มีเบื่อ! LV ออกไอเท็มสายแฟ Jenca ลายโมโนแกรม ราคาแสนนิดๆ

 ของมันต้องมีที่แท้ทรู! รองเท้าแตะยาง Gucci ฝนตก แดดออก น้ำท่วม ก็เอาอยู่

LV ออกไอเท็มใหม่เอาใจสายสปอร์ต ลูกวอลเลย์ลายโมโนแกรม ราคาเหยียบแสน

 

 

Sephora

Sephora สาขาใหม่ เซ็นทรัลพลาซา เวสต์เกต พร้อมเติมความสุขกับบิวตี้ไอเท็มรุ่นลิมิเต็ด

คุณสุปราณี จันทไพบูลย์ขจร Country General Manager บริษัท เซโฟรา (SEPHORA) ประเทศไทย จำกัด ร้านความงามอันโด่งดังสัญชาติฝรั่งเศส ฉลองความสำเร็จ จัดงานเปิดตัว “SEPHORA at CentralPlaza Westgate” ซึ่งเป็นสาขาที่ 12  ส่งท้ายปี 2019 พร้อมกับการตกแต่งร้านรูปแบบใหม่ที่อลังการ ทันสมัย และเสริมประสบการณ์การชอปปิ้งให้ลูกค้าเซโฟราเพลิดเพลินยิ่งกว่าเดิม งานเปิดร้านครั้งนี้มาใน คอนเซ็ปต์ “Holiday Celebration” การเฉลิมฉลองจากเซโฟรา ที่จะมาสร้างความสุขให้ชาวนนทบุรี ได้เปิดประสบการณ์ใหม่ และเพลิดเพลินไปกับการชอปปิงบิวตี้ไอเทมที่ไม่เหมือนใคร ยกขบวนสินค้าแบรนด์ดังอิมพอร์ตจากต่างประเทศ และจัดหนักจัดเต็มกับโปรโมชั่นร้อนแรง! พร้อมเซตของขวัญ Holiday Limited Edition สุดคิ้วท์ สำหรับคนพิเศษในโอกาสพิเศษ กระทบไหล่เหล่าดารา เซเลบริตี้ และบิวตี้บล็อกเกอร์ชื่อดังมากมาย พลาดไม่ได้กับการเปิดกล่องของขวัญยักษ์ พร้อมการแสดงสุดพิเศษจากพระเอกหนุ่มสุดฮอตตลอดกาล “ณเดช คูกิมิยะ”  ณ ชั้น 1 โซน สีม่วง ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา เวสต์เกต

เซโฟรา เปิดประตูความสวยมอบความสุขให้กับเหล่าบิวตี้เลิฟเวอร์ต้อนรับเทศกาลปลายปีสุดพิเศษ พลาดไม่ได้กับเซตของขวัญ Holiday Collection 2019 ลายลิมิเต็ดสุดน่ารัก ที่ให้สาว ๆ ได้สวยครบจบ ตั้งแต่ขั้นตอนเตรียมผิวจนไปถึงเมกอัปจัดเต็ม! เติมความชุ่มชื่นให้แก่ผิวด้วย Saturday Skin Everyday Glow Set ที่มาพร้อมทั้ง cleanser, gel cream, eye cream และ intensive mask ช่วยให้ผิวเปล่งปลั่ง ดูสุขภาพดี ต่อด้วย Becca The Pop Of The Party เสกใบหน้าสาว ๆ ให้ดิวอี้ ฉ่ำน้ำ เปล่งประกาย ดูมีเสน่ห์ หลังจากนั้นเซตเครื่องสำอางให้ติดทนพร้อมรับการบำรุงด้วย Mario Badescu Facial Spray Travel Trio ส่วนผสมสกัดจากธรรมชาติ อย่างว่านหางจระเข้ กุหลาบ ชาเขียว และวิตามินซีสกัด ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ เติมความชุ่มชื่นให้แก่ผิว เตรียมพร้อมสำหรับลมหนาวที่จะมาถึง ยกขบวนเหล่าบิวตี้ไอเทมแบรนด์ดังเอ็กซ์สุดคลูซีฟ แบบจัดเต็ม อาทิ Tarte Cosmetics, Dr. Jart+, Clinique Urban Decay, Estee Lauder, Laura Mercier, K-Bright, Percy and Reed, Benefit Cosmetics, Zoeva และอีกมากมาย พร้อมด้วยผลิตภัณฑ์ที่แทนความหมายดีดี สำหรับคนพิเศษในเทศกาลแห่งความสุขส่งท้ายปี กับ Sephora Collection ลายเพนกวินเมืองหนาวแสนซน สุดน่ารัก ที่จัดเซตได้อย่างลงตัวทั้ง Frosted Party Skincare Surprise หรือ where is the Penguin? Mask Set ที่ดีต่อใจมอบให้ใครก็เลิฟ!         

นอกจากนี้ยังจัดโปรโมชั่นร้อนแรงฉลองการเปิดสาขาใหม่ พร้อมของพรีเมียมสมนาคุณอีกมากมาย สามารถติดตามรายละเอียด และข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ https://www.sephora.co.th/pages/westgate และ Instagram: https://www.instagram.com/thaisephora/

 

 

 

9 เคล็ดลับให้ว่าที่เจ้าสาวได้ชุดเจ้าสาวดั่งใจในวันแต่งงานไม่ใช่เรื่องยาก

หลังจากที่สาวๆ โดนเซอร์ไพร้ส์คุกเข่าขอแต่งงาน แพรว wedding เชื่อว่าสิ่งแรกที่หลายคนนึกถึงคือชุดเจ้าสาวสีขาวสวยๆ คิดได้แค่นั้นแล้วก็ไปต่อไม่ถูก ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นอย่างไร ซื้อ ชุดเจ้าสาว จากไหน ต้องเตรียมตัวเตรียมใจ และที่สำคัญคือ ต้องเตรียมเงินเท่าไหร่ มีอะไรที่ว่าที่เจ้าสาวจะต้องรู้ก่อนเดินเข้าร้านชุดเจ้าสาวบ้าง เดี๋ยววันนี้ได้รู้กัน

1. กำหนดงบสำหรับชุดเจ้าสาว

ขอเตือนไว้ก่อนเลยว่าให้ “กำหนดงบ” ที่คุณจะใช้ไปกับชุดเจ้าสาวเสียแต่เนิ่นๆ โดยดูจากงบประมาณงานแต่งทั้งหมดที่คุณมี แนะนำว่างบประมาณสำหรับซื้อชุดเจ้าสาวควรจะสัก 10% ของจำนวนเงินทั้งหมด แต่ถ้าใครคิดว่า 10% อาจไม่พอ อยากสวยเริดอลังการเพราะเป็นงานครั้งหนึ่งในชีวิต ก็ลองแบ่งสรรปันเงินจากงบส่วนอื่นๆ มาโป๊ะก็ได้ การทำแบบนี้จะช่วยให้งบประมาณสำหรับชุดเจ้าสาวและงานแต่งของคุณไม่บานปลายนะจ๊ะ

2. เตรียมตัวเสียแต่เนิ่นๆ

ทันทีที่แฟนหนุ่มคุกเข่าสวมแหวนเข้านิ้วนางข้างซ้าย ขอแนะนำว่าให้รีบหาฤกษ์หายามอย่างเร็วที่สุด แล้วดูซิว่าคุณเหลือเวลาสำหรับเตรียมตัวเท่าไหร่ ซึ่งช่วงเวลาที่เหมาะสมและคุณจะสามารถเตรียมตัวได้อย่างสบายๆ ไม่เร่งรีบจนเกินไปก็ควรจะเป็น 6 เดือนถึง 1 ปี เพราะดีไซเนอร์ส่วนใหญ่ต้องใช้เวลาประมาณ 4-5 เดือนในการเสกชุดเจ้าสาวให้สวยตามที่คุณต้องการ แถมตัวคุณเองก็ต้องจัดตารางเวลาสำหรับไปลองชุดอย่างน้อยๆ 3 ครั้ง เพื่อความเป๊ะปังของตัวคุณเอง เพราะฉะนั้นจัดสรรเวลาให้ดีๆ นะคะ

3. หาแบบ หาร้าน อ่านรีวิว

ก่อนที่คุณจะออกไปเดินต๊อกแต๊กหาร้านชุดเจ้าสาว ถ้าไม่อยากเหนื่อยแบบไร้ประโยชน์ แนะนำว่าท่องโลกอินเตอร์เน็ต เปิดเว็บไซต์เพื่อดูแบบชุดเจ้าสาวที่คุณชอบและอยากจะใส่เสียก่อน ถูกใจชุดสไตล์ไหนก็เซฟรูปเก็บไว้เป็นตัวอย่าง จากนั้นก็มองหาร้านชุดเจ้าสาวและอ่านรีวิวก่อนตัดสินใจเลือกร้านด้วย ถ้าขยันขึ้นมาอีกนิดแนะนำว่าให้หาความรู้เกี่ยวกับผ้าที่ใช้ตัดชุดเจ้าสาวสักนิดว่าผ้าแต่ละแบบให้ผิวสัมผัสอย่างไร เอาไว้เป็นความรู้ติดตัวตอนไปคุยกับดีไซเนอร์ อ่อ! ที่สำคัญอย่าลืมหาแบบหน้าและทรงผม รวมถึงช่างหน้าช่างผมไว้ด้วย

4. จัดการนัดหมายกับร้านชุดที่คุณต้องการ

หลังจากที่ตัดสินใจได้แล้วว่าจะเลือกซื้อชุดเจ้าสาวจากร้านไหน ต่อไปก็เป็นการนัดแนะกับทางร้าน สิ่งสำคัญที่ฮีบินอยากเตือนก็คือ อย่าเดินดุ่มๆ เข้าร้านไปเลย  ควรหาเบอร์ของร้านนั้นๆ และ โทรนัดหมายกับทางร้านไว้ก่อน ว่าคุณสะดวกเมื่อไหร่และดีไซเนอร์ว่างตรงกันกับคุณหรือไม่ อย่างน้อยก็ควรจะโทรไปนัดกับทางร้านล่วงหน้าสัก 2 อาทิตย์ อย่าลืมเช็คเวลาให้บริการของร้านด้วยว่าเปิดกี่โมงปิดกี่โมง ไม่ใช่อยู่ๆ โทรไปตอน 3-4 ทุ่ม แบบนี้เสียมารยาท!

5. ไม่ต้องพาคนไปด้วยเยอะ

วลีที่ว่า “มากคนก็มากความ” เป็นความจริงเสมอค่ะ อยากจะบอกว่าพาไปเฉพาะคนที่สำคัญจริงๆ สัก 1-2 คน ขอร้องว่าอย่าเกิน 3 ถ้าคุณไม่อยากปวดหัว คนที่จะพาไปด้วยอาจเป็นว่าที่เจ้าบ่าว คุณแม่ หรือเพื่อนเจ้าสาวสักคนก็ได้ จำไว้ว่าให้เขาไปช่วยดู ช่วยออกความเห็น แต่อย่าให้เขาครอบงำความคิดคุณจนคุณไม่ได้ชุดที่ต้องการ

6. สวย ไม่สวย ต้องลองก่อน

ว่าที่เจ้าสาวบางคนตัดสินว่าชุดๆ นั้นไม่สวยและดูเหมือนถุงกระดาษเพียงเพราะแค่เห็นมันอยู่บนไม้แขวน หยุดค่ะ! อย่าคิดแบบนั้นจนกว่าคุณจะได้ลองมันบนเรือนร่างของคุณ เพราะบางทีมันอาจจะเป็นชุดที่คุณใส่แล้วสวยที่สุดก็ได้ แต่ในทางกลับกันถ้าดีไซเนอร์หรือใครก็ตามบอกว่าชุดนี้สวย เหมาะกับคุณสุดๆ แต่คุณใส่แล้วไม่ชอบ ใส่แล้วไม่มั่นใจก็อย่าฝืนทำตามคำพูดเหล่านั้น คุณสามารถปฏิเสธชุดนั้นได้เช่นกัน

7. อ่านราคาและรายละเอียดการจองให้ดี

สิ่งสำคัญอีกเรื่องที่ว่าที่เจ้าสาวจะต้องโฟกัสก็คือ รายละเอียดราคาชุดและการจอง ดูให้แน่ใจว่าราคาชุดตรงตามที่ตกลงกันหรือไม่ สี ไซส์ สไตล์ใช่แบบที่ได้คุยกันหรือเปล่า และอย่าลืมเรื่องของค่ามัดจำด้วยว่าคุณจะต้องจ่ายมัดจำเท่าไหร่ เรื่องเงินๆ ทองๆ แบบนี้ต้องให้เคลียร์อย่าคลุมเครือนะคะ เดี๋ยวจะเป็นปัญหาทีหลัง

8. ตอนลองชุดต้องขยับเยอะๆ

เวลาที่คุณลองชุดเจ้าสาวแนะนำว่าอย่ายืนนิ่งๆ เป็นหินแกรนิตหน้ากระจกนะคะ จงหมุนซ้าย หมุนขวา เดินหน้า ถอยหลัง เดินรอบร้าน (แต่อย่าเดินออกจากร้านนะ) จนกว่าคุณจะมั่นใจว่าชุดเจ้าสาวที่คุณใส่มันพอดีกับคุณจริงๆ ไม่อึดอัด ไม่รัดแน่นจนเกินไป และที่สำคัญคือ เดินไปไหนมาไหนได้สะดวก ลุกนั่งสบาย เพราะในวันแต่งงานคุณจะไม่ได้ยืนอยู่เฉยๆ แน่นอน

9. จะใส่ชุดกระชับสัดส่วนหรือเปล่า?

ว่าที่เจ้าสาวหลายคนอาจไม่ได้มีรูปร่างเป๊ะปังกระชับตึงไปทั้งหมด ดังนั้นจึงมักหาตัวช่วยเป็นชุดกระชับสัดส่วนมาใส่ให้ตัวเองดูเฟิร์มและมีส่วนเว้าส่วนโค้งชัดเจน และเมื่อคุณใส่ชุดกระชับสัดส่วนขนาดของร่างกายคุณจะเล็กกว่าตอนที่ไม่ได้ใส่หลายนิ้ว เพราะฉะนั้นถ้าคุณตัดสินใจว่าจะใส่ชุดกระชับสัดส่วนในวันแต่งงาน คุณจะต้องใส่มันทุกครั้งที่ลองชุดเจ้าสาว อย่ามาใส่แบบทันทีทันใดในวันแต่งจริงเด็ดขาด ไม่อย่างนั้นชุดหลวมกว่าตอนซ้อมจะแก้ไขกันลำบาก เสียเวลาต้องมาเย็บเข้าแบบสดๆ กันอีก

เห็นกันแล้วใช่ไหมคะว่าการเลือกซื้อชุดเจ้าสาวไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็ไม่ยากอย่างที่คิด ว่าที่เจ้าสาวคนไหนที่ยังกังวลและไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร สามารถนำ 9 ข้อนี้ไปใช้กันได้เลยจ้า

ดูไอเดียและคำแนะนำดีๆ เกี่ยวกับชุดเจ้าสาวเพิ่มเติมอีกเพียบ คลิกเลย!

ข้อมูล : www.marthastewartweddings.com
ภาพ : www.druggarmemes.com, www.marthastewartweddings.com

ทำไงดี เมื่อลิสต์แขกยาวเป็นหางว่าวแต่งบประมาณเท่าหางอึ่ง!

สิ่งที่น่าปวดหัวไม่ใช่น้อยสำหรับการเตรียมงานแต่งก็คงไม่พ้นเรื่องรายชื่อแขกที่จะเชิญ ไหนจะญาติเจ้าสาว ญาติเจ้าบ่าว เพื่อนเจ้าสาว เพื่อนเจ้าบ่าว บางทีขยายวงกว้างไปถึงเพื่อนของพ่อ เพื่อนของแม่ และอีกมากมายหลายคนจนแทบกุมขมับ งานนี้ถ้าเงินหนาปัญหาก็คงแก้ไม่ยาก แต่สำหรับว่าที่บ่าวสาวที่มี งบประมาณ และสถานที่จำกัด เรามี 5 ข้อง่ายๆ มาเป็นตัวช่วยในการคัดกรองรายชื่อแขกว่าใครที่คุณควรจะส่งการ์ดเชิญ และใครที่อาจจะต้องนั่งดูรูปผ่านเฟซบุ๊กเท่านั้น

ข้อที่ 1 : ลิสต์รายชื่อแขกที่ต้องเชิญ

อันดับแรกคุณควรลิสต์รายชื่อแขกที่จำเป็นต้องเชิญมาก่อน อาจจะเป็นแขกผู้ใหญ่คนสำคัญและคนสนิทใกล้ชิด จากนั้นค่อยขยับวงกว้างออกไป ซึ่งวิธีการนี้จะทำให้คุณรู้จำนวนแขกที่แน่นอน แต่อย่าลืมคำนึงถึงงบประมาณและพื้นที่ของสถานที่จัดงานด้วยว่าสามารถรองรับแขกได้เต็มที่กี่คน อย่างเช่น ถ้าสถานที่สามารถรองรับได้ 120 คน ก็คงไม่มีประโยชน์อะไรที่คุณจะลิสต์รายชื่อแขกจนถึง 150 คน จริงไหม?

ข้อที่ 2 : เราเจอกันครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่นะ?

ถ้ารายชื่อแขกเกินจำนวนที่สามารถรองรับได้ ลองถามคำถามนี้กับตัวคุณเองซิว่า “คุณและเขาได้เจอกันครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่?” ไม่นับรวมการพบเห็นผ่านทางโซเชียลเน็ตเวิร์กอย่างเฟซบุ๊กหรือทวิตเตอร์นะ หากว่าไม่ใช่คนสนิทชิดเชื้อกันจริงๆ อีกทั้งยังห่างหายจากวงโคจรของคุณไปนานกว่า 6 เดือน คุณสามารถตัดรายชื่อพวกเขาเหล่านั้นออกไปได้เลย

ข้อที่ 3 : คู่ของคุณรู้จักคนนั้นหรือไม่?

หากว่าบางรายชื่อที่คุณเองก็ยังลังเลว่าจะเชิญดีไหม เช่น เพื่อนจากที่ทำงานเก่า หรือเพื่อนเก่าที่เรียนด้วยกันสมัยมหาวิทยาลัย คุณลองหันไปถามคนข้างๆ สักนิดว่า “เธอรู้จักคนนี้ไหม?” หรือ “เธอสนิทกับคนนั้นหรือเปล่า?” ถ้าคำตอบออกมาเป็นการส่ายหน้าซ้ายขวาแล้วล่ะก็ คัดชื่อคนเหล่านั้นออกจากการ์ดเชิญไปเลยเถอะ

ข้อที่ 4 : แขกคนนั้นเขารู้จักกับใครบ้าง

ลำพังให้เรารู้จักเขา เขารู้จักเราอย่างเดียวคงไม่พอ งานนี้ถ้าปล่อยให้มาเดี่ยวๆ คนเดียวแบบไม่รู้จักใครเลย เขาอาจเกิดอาการเบื่อๆ เหงาๆ ถ้าเป็นอย่างนั้นก็ตัดรายชื่อเขาออกเถอะค่ะ อย่าให้เขาต้องมารู้สึกโดดเดี่ยวภายในงานเลย

ข้อที่ 5 : มองมุมกลับ ปรับมุมมอง

ข้อสุดท้ายถือเป็นข้อสำคัญเชียวนะคะ ลองคิดดูสิว่าถ้าในอนาคตแขกคนนั้นแต่งงาน คุณจะเป็นหนึ่งในรายชื่อที่เขาจะเชิญไปร่วมยินดีในงานมงคลหรือไม่ ถ้าคิดแล้วว่าอาจไม่ได้เทียบเชิญจากเขา จะตัดรายชื่อเขาออกก็คงไม่เป็นปัญหาอะไร ฟังดูแล้วอาจเหมือนเป็นคนใจแคบ แต่นี่ก็เป็นตัววัดและเป็นตัวช่วยตัดสินใจที่ดีทีเดียว

อ่าน 5 ข้อนี้แล้วก็ได้แต่หวังว่าบ่าวสาวที่กำลังหนักใจกับรายชื่อแขกที่ยาวเป็นหางว่าว จะสามารถตัดสินใจได้ว่า “ใครจะได้เข้ารอบ” และ “ใครจะต้องตกรอบ” ในงานวิวาห์ของคุณครั้งนี้ ฟังดูแล้วเหมือนเรียลลิตี้โชว์เลยเนอะ อิอิ!

ดูไอเดียและคำแนะนำเกี่ยวกับการจัดงานแต่งงานเพิ่มเติมได้ที่นี่ คลิกเลย!

ข้อมูล : www.weddingandweddingflowers.co.uk
ภาพ : www. Eliteweddinglooks.com

“น้ำตาล – พิจักขณา” สวยหวานในแฟชั่นชุดแต่งงานคอลเล็กชั่นใหม่จาก Love Concerto

ช่วงนี้แพรวเวดดิ้งเห็นว่านางเอกสาวตาโต น้ำตาล – พิจักขณา วงศารัตนศิลป์ กำลังอยู่ในโลกสีชมพูกับแฟนหนุ่ม ไผ่ – พาทิศ พิสิฐกุล เพราะขยันโพสรูปอวดความหวานในโซเชียลกันถี่ยิบ เห็นอย่างนี้ก็เลยอดใจไม่ได้ที่จะชวนสาวน้ำตาลมาถ่ายแฟชั่น ชุดแต่งงาน คอลเล็กชั่นใหม่ล่าสุดจากร้าน Love Concerto กับชุดแต่งงานหลากสไตล์ที่ทั้งสวยหวาน หรูหรา และเรียบง่ายสไตลิมินิมอล

Love Concerto เป็นร้านที่ให้บริการเรื่องชุดแต่งงานและสตูดิโอถ่ายภาพแต่งงานที่ประสบความสำเร็จและได้รับความไว้วางใจจากคู่บ่าวสาวมายาวนานนับ 10 ปี โดยที่ร้านมีทั้งชุดแต่งงานสากลและชุดไทยหลากหลายรูปแบบให้ว่าที่บ่าวสาวได้เลือกสวมใส่ให้เข้ากับสไตล์ของตัวเอง

จุดเด่นของร้าน Love Concerto คือจำนวนชุดแต่งงานทั้งชุดสากล ชุดไทย และชุดสูทที่มีให้เลือกหลายร้อยชุด เรียงรายอยู่ภายในร้านทั้งหมด 4 ชั้นให้บ่าวสาวได้เลือกกันอย่างจุใจ ไม่ว่าจะเป็นชุดสำหรับสวมใส่ในวันแต่งงานหรือชุดสำหรับถ่ายภาพพรีเวดดิ้ง โดยทางร้านได้ออกแบบตัดเย็บชุดแต่งงานและชุดไทยชุดใหม่ๆ อยู่เสมอ เพื่อรองรับกับความต้องการของคู่บ่าวสาวทุกสไตล์ให้มากที่สุด ซึ่งชุดแต่งงานที่ Love Concerto มีราคาหลากหลายระดับให้บ่าวสาวเลือก โดยราคาจะขึ้นอยู่กับแบบชุดและวัสดุที่นำมาตัดเย็บ ซึ่งทุกชุดทางร้านได้เลือกใช้วัสดุอย่างดีในการตัดเย็บ รวมไปถึงการออกแบบที่พิถีพิถันในทุกขั้นตอน

สำหรับคู่บ่าวสาวที่เลือกใช้บริการที่ Love Concerto ทางร้านพร้อมให้บริการอย่างดีที่สุดโดยคำนึงถึงความสบายใจของคู่บ่าวสาวเป็นหลัก ผ่านการพูดคุยในบรรยากาศแบบสบายๆ เป็นกันเอง พร้อมทั้งให้เวลาบ่าวสาวได้เดินเลือกชมชุดแต่งงานทั้งหมดที่อยู่ภายในร้าน โดยมีพนักงานผู้มีความเชี่ยวชาญคอยให้คำแนะนำจนกว่าบ่าวสาวจะได้เจอชุดแต่งงานที่ถูกใจ และได้ลองสวมใส่ชุดแต่งงานที่ชอบจริงๆ

และสำหรับว่าที่เจ้าสาวที่ยังไม่มีแบบชุดแต่งงานในใจ ลองมาดูแฟชั่นสวยๆ ของ น้ำตาล – พิจักขณา กับชุดแต่งงานคอลเล็กชั่นใหม่ของ Love Concerto เซตนี้ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากเจ้าสาวที่ต้องการดูเป็นตัวของตัวเอง สดใส และเปล่งประกายในวันแต่งงาน โดยเน้นดีไซน์ชุดที่มีรูปทรงอันสวยงามเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นชุดแต่งงานสไตล์มินิมอลที่สวยหวานมีดีเทลเฉพาะตัว หรือชุดอื่นๆ ที่มีดีเทลของเนื้อผ้าและลูกไม้แลดูหรูหราเพื่อสร้างออร่าให้เจ้าสาวดูเฉิดฉายมากขึ้นในวันสำคัญ รับรองว่าไม่ว่าจะใส่ชุดไหนเจ้าสาวก็สวยว้าวทุกชุดแน่นอน

ชุดแต่งงาน
ชุดแต่งงาน ร้าน Love Concerto
ชุดแต่งงาน
ชุดแต่งงาน ร้าน Love Concerto
ชุดแต่งงาน
ชุดแต่งงาน ร้าน Love Concerto
ชุดแต่งงาน
ชุดแต่งงาน ร้าน Love Concerto
ชุดแต่งงาน
ชุดแต่งงาน ร้าน Love Concerto
ชุดแต่งงาน
ชุดแต่งงาน ร้าน Love Concerto
ชุดแต่งงาน
ชุดแต่งงาน ร้าน Love Concerto
ชุดแต่งงาน
ชุดแต่งงาน ร้าน Love Concerto
ชุดแต่งงาน
ชุดแต่งงาน ร้าน Love Concerto
ชุดแต่งงาน
ชุดแต่งงาน ร้าน Love Concerto

ดูแฟชั่นชุดแต่งงานสวยๆ จากร้าน Love Concerto เพิ่มเติม คลิกเลย!

เครดิต : ร้าน Love Concerto
โทร. 09-7963-9988, 09-2417-9994
ไลน์ : @loveconcerto
เฟซบุ๊ก : facebook.com/loveconcerto/
ไอจี : love_concerto_
เว็บไซต์ : www.loveconcerto.net

Tara ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมจากธรรมชาติ

Tara ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมจากธรรมชาติฝีมือคนไทย ผสานคุณค่าพืชสมุนไพรท้องถิ่นและระดับโลก

จากแรงบันดาลใจที่เกิดขึ้นระหว่างการเดินทางเพื่อหาจุดมุ่งหมายใหม่ๆ ผสมผสานเข้ากับความตั้งใจที่อยากมอบความสุขในทุกๆ ครั้งที่สระผม สู่การเฟ้นหาวัตถุดิบคุณภาพจากธรรมชาติเพื่อตอบโจทย์ทุกปัญหาสุขภาพผม จนมาเป็นแบรนด์ tara (ธารา) ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมจากธรรมชาติสัญชาติไทยที่ใส่ใจดูแลคุณ ผสานส่วนผสมอันเปี่ยมไปด้วยคุณภาพต่อทุกสภาพผมและหนังศีรษะ พร้อมมอบประสบการณ์การดูแลเส้นผมที่เหนือระดับและอ่อนโยนเพื่อเส้นผมสุขภาพดีได้ทุกวัน

จุดเริ่มต้นของแบรนด์ tara เกิดจาก คุณกุ๊ก-พัชรินทร์​ รวินท์​ธันย์ ผู้ก่อตั้งแบรนด์ที่อยากให้คนไทยได้ใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมที่ไม่มีส่วนผสมของสารเคมีอย่าง Paraben, SLS หรือ Silicone ซึ่งมักจะตกค้างจากการสระผม ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของอาการแพ้ ระคายเคือง ร่วมกับความตั้งใจและความจริงใจที่จะมอบผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมที่ดีที่สุดในราคาที่ทุกคนเอื้อมถึง จนทำให้ในวันนี้แบรนด์ tara ได้รับรางวัลมากมายตอกย้ำถึงผลลัพธ์ในคุณภาพของการเป็นสุดยอดผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมจากธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นรางวัลผลิตภัณฑ์แบรนด์คนไทยน่าลองจาก ELLE 20 Top Thai to Try ประจำปี 2017, คอนดิชันเนอร์สำหรับผมเสีย The CLEO Beauty Hall of Fame 2017 หรือ สุดยอดผลิตภัณฑ์แชมพูจากธรรมชาติ LISA Beauty Choice Award 2018

tara โดดเด่นด้วยการนำคุณประโยชน์ของพืชมหัศจรรย์ ที่นานาชาติยกให้เป็นส่วนผสมอันล้ำค่า ซึ่งถูกนำไปใช้ในผลิตภัณฑ์บำรุงผิวมานับหลายร้อยปี เช่น Canadian Willowherb, Witch Hazel, Green Tea มาผสมผสานกับสมุนไพรไทยหลายชนิด ออกมาเป็นผลิตภัณฑ์ ที่ตอบโจทย์การดูแลสุขภาพเส้นผมและหนังศีรษะด้วยธรรมชาติสำหรับทุกความต้องการ ผลิตภัณฑ์ของ tara ได้แก่

  • Scalp Relief Natural Shampoo (590 บาท) และ Scalp Relief Natural Conditioner (590 บาท) แชมพูและคอนดิชันเนอร์สูตรอ่อนโยน ผสานสารสกัดจาก Aloe Vera ช่วยลดการอักเสบของหนังศรีษะและการแพ้สารเคมี และ Ginger บำรุงรากผมและเส้นผมให้แข็งแรง ลดการขาดหลุดร่วง พร้อมทั้ง Green Tea ช่วยปรับสมดุลและคืนความชุ่มชื้นให้เส้นผม ช่วยขจัดรังแคและลดอาการคันที่เกิดขึ้น พร้อมทั้งควบคุมความมัน มอบเส้นผมนุ่มลื่น ตั้งแต่ครั้งแรกที่ใช้
  • Nourishing Hair Natural Shampoo (690 บาท) แชมพูดีท็อกซ์ปรับสมดุล ผสานวิตามิน บี 5 ที่ ช่วยบำรุงอย่างล้ำลึก กระตุ้นการเกิดผมใหม่ และบำรุงสภาพผมให้แข็งแรง พร้อมผสาน Sebomine ช่วยลดความมัน ยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย และ Menthol ช่วยให้หนังศรีษะเย็นสบาย
  • Nourishing Anti Hairloss Serum (790 บาท) เซรั่มสำหรับผู้ที่มีปัญหาผมขาดหลุดร่วง ฟื้นบำรุงให้ผมกลับมาแข็งแรงอีกครั้ง

ในวันนี้ tara ยังคงตั้งใจ เรียนรู้ และพัฒนาให้ tara Naturals เป็นผู้นำของตลาด Real-Natural Hair Care Product เพื่อให้คนไทยได้ใช้ผลิตภัณฑ์คุณภาพระดับโลกในราคาที่คุ้มค่า และดูแลให้ผมสวยสุขภาพดีได้ยาวนาน ซึ่งวางจำหน่ายแล้วที่ ABRACADABRA สาทร 21 ,  The Organique สาธุประดิษฐ์ , Nature Market ชั้น 4 Siam Paragon , The Selected ชั้น 2 ICONSIAM , ODS Siam Discovery , Skin Lab ชั้น 2 Gaysorn Village , The Giving Town พระราม 4 , Oleaf Organic Silom
, Organic Supply (เลียบทางด่วนรามอินทรา-เอกมัย) และสั่งซื้อออนไลน์ทาง LINE @tarathai

 

 

 

‘อย่าหลงทาง!!! คนที่ถูกใจอาจไม่ใช่คนที่ถูกต้อง’ ดูดวงรายวัน 17 พฤศจิกายน 2562

ดูดวงรายวัน 17 พฤศจิกายน 2562 #หมอปุ้ยพยากรณ์ เช็กทุกวัน เป๊ะ ปังทุกดวง ทั้งการงาน การเงิน ความรัก และสุขภาพ

ผู้ที่เกิดวันอาทิตย์

การงาน :  หากคุณมีความคิดที่อยากลาออกจากงานประจำมาทำงานอยู่กับบ้าน ช่วงนี้อาจยังไม่ใช่จังหวะเวลาที่ดีนัก เพราะคุณอาจต้องเจอกับปัญหาและอุปสรรคค่อนข้างหนักและยาวนาน เรียกว่าต้องแก้ปัญหาแบบนั่งไม่ติดทีเดียว แต่หากผ่านจุดนี้ไปได้ ก็นับว่าคุ้มค่ากับความเหนื่อย

การเงิน : ได้จากการทำงาน ไม่ควรเข้าไปพัวพันกับเงินที่ไม่ถูกต้อง เพราะอาจทำให้หน้าที่การงานมัวหมอง

ความรัก : คุณได้รับการดูแลและเอาใจใส่จากครอบครัวอย่างดี แต่วันนี้อาจถูกผู้หวังดีบิ้ลท์ว่า คู่คุณแอบมีกิ๊ก จึงทำให้คุณหงุดหงิดกับเรื่องไม่เป็นเรื่อง  คนโสด คุณพยายามเอาชนะใจคนรัก เพื่อให้ได้เป็นคนของเขา แต่อย่าคาดหวังนัก เพราะเขาไม่จริงใจกับคุณ

สุขภาพ : ควรรับประทานอาหารที่สะอาดถูกสุขลักษณะ เพราะคุณอาจอาหารเป็นพิษ ท้องเสีย และลำไส้อักเสบ

 

ผู้ที่เกิดวันจันทร์

การงาน : วันนี้คุณอาจได้เริ่มต้นงานใหม่ หรือขอโยกย้ายไปอยู่ในสายงานบริการที่มีผลตอบแทนสูงกว่า ก็ถือว่าท้าทายความสามารถ แต่ต้องระวังอาจเจอพวกหน้าไหว้หลังหลอก ไม่จริงใจ แล้วคุณก็เป็นประเภทสุดโต่ง ไม่ยืดหยุ่น จึงควรทำธุรกิจของตัวเองดีกว่า

การเงิน : คุณเป็นผู้ให้ ให้อย่างไม่สิ้นสุด ให้แล้วไม่ได้คืน ทำใจ

ความรัก :  จริงๆ แล้วคุณให้ความรักความสำคัญกับสมาชิกในครอบครัวมากนะ แต่วันนี้อาจเป็นเพราะคุณมีความคิดเป็นของตัวเองมาก ไม่ยืดหยุ่น จึงทำให้คู่อาจต้องแวบออกไปผ่อนคลายนอกบ้าน คนโสด คุณโดดเด่นในสังคม มีหนุ่มๆ แวะเวียนเข้ามาหาไม่ซ้ำหน้า ซึ่งคุณก็เปลี่ยนตลอดๆ เหมือนกัน เพื่อเฟ้นหาคนที่ดีที่สุด หากไม่เช่นนั้นก็อาจไม่แต่งงานเลย

สุขภาพ : ควรระวังอาหาร อากาศ และฝุ่นละออง เพราะช่วงนี้อาจเพราะคุณโหมงานหนัก ร่างกายอ่อนเพลีย เสี่ยงต่อการเป็นภูมิแพ้ รวมถึงป่วยด้วย

 

ผู้ที่เกิดวันอังคาร

การงาน  :  หากคุณกำลังจะติดต่อประสานงาน หรือเป็นตัวกลางในการเจรจา ประนีประนอม วันนี้ด้วยความสามารถและบารมีในหน้าที่การงานของคุณ จะทำให้งานสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี ได้พบคู่ค้าที่จริงใจ สามารถผูกปิ่นโตกันได้ยาวนาน

การเงิน : อาจหมดกับการซื้อเครื่องประดับราคาแพงให้แฟน รวมถึงซื้อความสุขให้กับตัวเอง

ความรัก : คุณอาจมีโครงการฉลองครบรอบแต่งงาน หรือกำลังเดินทางไปฮันนีมูน ไม่ว่าจะรอบที่เท่าไหร่ แต่ก็ทำให้ความรักของคุณสดชื่นอยู่ตลอด คนโสด คุณเป็นนักรักตัวยง ระวังวันนี้อาจถูกจับให้หาฤกษ์มงคลนะคะ

สุขภาพ : เดินทางไปไหนอย่าประมาท อาจเดินชนนั่นนี่ ทำให้เกิดแผลฟกช้ำดำเขียวตามร่างกาย

 

ผู้ที่เกิดวันพุธ

การงาน :  คุณอาจรู้สึกระแวงแคลงใจ ไม่แน่ใจกับการติดต่อประสานงาน อาจเพราะรับอาสาเจ้านายทำงานที่ต้องใช้ความคล่องตัวสูง งานนี้ไม่ควรวางตัวเป็นกันเองกับบริวารหรือลูกน้อง ไม่เช่นนั้นเขาอาจตัดสินใจแทนคุณโดยพลการ ควรทำแค่พอเอาตัวรอดจากสถานการณ์นี้ไปก่อน

การเงิน : ระวังจะเสียทรัพย์กับการลงทุนใหม่ๆ และคนรัก โดยไม่รู้ตัวมาก่อน จ่ายเพราะอารมณ์ล้วนๆ จนคุณอาจต้องกลับไปเดือดร้อนทางบ้าน

ความรัก : คุณอาจแต่งงานมานาน ผ่านร้อนผ่านหนาวด้วยกันจนเริ่มรู้สึกเบื่อกันแล้ว วันนี้ควรโยกย้ายสถานที่ทำงานหรือถิ่นฐานที่พักบ้าง วันนี้วันอาทิตย์ชวนกันไปรับประทานข้าวนอกบ้าน เพื่อเปลี่ยนบรรยากาศ คนโสด คุณอาจรู้สึกระแวง สับสน ไม่แน่ใจกับความรักความสัมพันธ์ ณ ปัจจุบัน เพราะแฟนคุณเดี๋ยวก็มาเดี๋ยวก็หายไป

สุขภาพ :  ออกจากบ้านควรเตรียมยาดม ยาหม่อง และยาประจำตัวใส่กระเป๋าไปด้วยนะคะ เพราะคุณอาจวิงเวียนศีรษะ หน้ามืด เป็นลม

 

ผู้ที่เกิดวันพฤหัสบดี

การงาน :  คุณอาจถูกเจ้านายกดดันให้ใช้ความรู้ความสามารถทำงานอย่างหนัก ซึ่งงานนี้มีการปรับเปลี่ยนเนื้อหาตลอดๆ จนเรียกว่านั่งไม่ติดที่เลยทีเดียว แล้วก็อย่าเพิ่งด่วนเป็นปลื้มกับความสำเร็จในวันนี้นะคะ เพราะเจ้านายคุณสามารถเปลี่ยนใจได้ในชั่วพริบตา

การเงิน :  คุณอาจเสียเงินกับการซื้อเครื่องประดับราคาแพง ก็ควรระวังจะเข้าไปพัวพันกับเงินที่ไม่ถูกต้อง ทั้งบนโต๊ะและใต้โต๊ะ

ความรัก :  วันนี้หากคุณลังเล ไม่แน่ใจ ก็เปิดอกคุยกับคู่ของคุณเลย เพราะวันนี้เขาพร้อมตอบทุกคำถาม และสามารถให้คำปรึกษาแนะนำกับคุณได้อย่างดี คนโสด คุณลองถูกลองผิดมาจนวันนี้อาจพบคนถูกใจ อยากร่วมชีวิตด้วยแล้ว

สุขภาพ : ความที่คุณไม่ชอบไปหาหมอ จึงมีแนวโน้มที่จะเจ็บป่วยจากโรคที่สะสมมานาน มาแบบไม่มีอาการเตือนใดๆ ทั้งนั้น

 

ผู้ที่เกิดวันศุกร์

การงาน  :  ความสำเร็จไม่ได้มาเพราะความบังเอิญ แต่ต้องแลกมาด้วยกำลังกาย กำลังใจที่เข้มแข้ง จึงจะฝ่าฟันปัญหาและอุปสรรคนี้ไปได้ เพราะวันนี้คุณอาจไม่ได้รับความสนใจจากเจ้านายเลย จึงทำให้คุณอึดอัด ร้อนรุ่มกับการทำงานมาก จนอยากลาออกวันละหลายๆ รอบ

การเงิน : ร้อนเงิน เงินร้อนนะคะ ระวังจะเสียทรัพย์จากความไว้วางใจ

ความรัก : แม้คุณจะพยายามอ้อนวอนขอกลับมาเป็นเหมือนเดิม แต่วันนี้ก็ยังมีปัญหาความเข้าใจผิดซ้ำเข้ามาอีก ทำให้ครอบครัววุ่นวายเพราะบุคคลที่สาม จนความพยายามของคุณไม่เป็นผล คนโสด คนที่คุณถูกใจอาจไม่ใช่คนที่ถูกต้องนะคะ เพราะเขามีเจ้าของแล้ว

สุขภาพ : ผ่อนคลายค่ะ ไม่ควรเครียด หรือยึดติดอยู่กับความโกรธ อาฆาต จะทำลายสุขภาพจิตและร่างกาย อาจทำให้ปวดไมเกรน และความดันขึ้น

 

ผู้ที่เกิดวันเสาร์

การงาน  :  คุณอาจได้ติดต่อประสานงาน หรือพีอาร์ประชาสัมพันธ์ หรือเจรจาต่อรองเกี่ยวกับงานซื้อขายบ้านและที่ดิน อสังหาริมทรัพย์ โรงแรม หรือเซอร์วิสอพาร์ทเม้นท์ ซึ่งความสำเร็จวันนี้บอกเลยไม่ง่าย ต้องแลกมาด้วยกำลังกาย กำลังใจที่เข้มแข็ง เพื่อเอาชนะปัญหาและอุปสรรคต่างๆ ไปให้ได้

การเงิน : อาจได้เงินจากการซื้อขายบ้าน แต่ก็อาจหมดกับการทุ่มเทซื้อความสุขให้แฟนมากเกินไป

ความรัก : วันนี้คุณอาจวางแผนที่จะซื้อบ้านใหม่ หรือขยับขยายที่อยู่อาศัย เพื่อต้อนรับสมาชิกใหม่ คนโสด อาจมีเด็กหนุ่มจิตใจดีมาชอบ ซึ่งคุณกำลังอยู่ในช่วงทั้งรักทั้งหลงทีเดียว อาจถึงกับซื้อบ้านอยู่ด้วยกันเลย

สุขภาพ : คุณดูแลสุขภาพตัวเองอย่างดี แต่วันนี้อาจพลาดไปติดเชื้อหวัดจากคนอื่น จึงควรเตรียมป้องกันตัวไว้ก่อน

เช็กดวงย้อนหลังได้ที่นี่

อย่าหวั่นไหวกับแสงจันทร์วันเพ็ญ เพราะกระทงอาจหลงทาง ดูดวงรายวัน 11 พฤศจิกายน 2562

อย่าลืม!!!! ความเจ็บช้ำที่เขาทำกับคุณไว้ โดยยอมรีเทิร์นง่ายๆ  ดูดวงรายวัน 12 พฤศจิกายน 2562

พยายามให้คุณนายแม่ปลื้ม ตามประสา (ว่าที่) ลูกสะใภ้ที่ดี ดูดวงรายวัน 13 พฤศจิกายน 2562

ระวัง!!! แฟนเก่าตีหน้าเศร้าเล่าเรื่องเท็จ เพื่อหวังคืนดี ดูดวงรายวัน 14 พฤศจิกายน 2562

คำว่า หลอก  พูดเบาๆ ก็เจ็บ!! ดูดวงรายวัน 15 พฤศจิกายน 2562

คนที่ใช่กับคนที่ชอบ ไม่ใช่คนๆ เดียวกัน อย่าเพิ่งด่วนตัดสินใจ ดูดวงรายวัน 16 พฤศจิกายน 2562

 

ทิปส์จัดงานแต่งงานแบบมีเหล่าสัตว์มาร่วมสร้างสีสันในงานแต่ง

สำหรับคู่บ่าวสาวที่รักสัตว์และอยากจะ จัดงานแต่งงาน แบบมีเพื่อนซี้ขนปุยมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในงานแต่งงานด้วย ไม่ว่าจะนำมาถ่ายภาพด้วยกันหน้าแบ็คดร็อป หรือจะให้เจ้าสี่ขานำขบวนเข้างานไปเลย หรือบางคู่รักอาจจะอยากสร้างความประทับใจที่ไม่เหมือนใครด้วยการขี่ม้าเข้ามาในงานแต่ง หรือยกฟาร์มแกะมาไว้ในงาน หากคุณเป็นคนรักสัตว์ที่กำลังมีความคิดเหล่านี้อยู่แล้วล่ะก็ ไม่ว่าจะเป็นสัตว์เล็กหรือสัตว์ใหญ่จำนวนมากเท่าไหร่ก็ตาม มีสิ่งที่บ่าวสาวจะต้องคิดและพิจารณาให้ดีก่อนที่จะตัดสินใจ

และนี่คือ 7 เคล็ดลับจัดงานแต่งงานที่มีสัตว์ในงานแต่ง ที่จะช่วยให้บ่าวสาวได้วางแผนว่าต้องทำอย่างไรบ้างหากจะนำเหล่าสัตว์เลี้ยงเข้ามาร่วมในงานแต่งงานของคุณ

 

  • สถานที่แต่งงานอนุญาตให้นำสัตว์เข้าไปได้

ข้อนี้ขึ้นอยู่กับสถานที่แต่งงานของบ่าวสาวล้วนๆ ว่าอนุญาตให้นำสัตว์เข้าไปในสถานที่นั้นๆ ได้หรือไม่ บางสถานที่อาจจะอนุญาตให้นำเข้ามาได้แค่บริเวณภายนอกตัวอาคาร แต่ไม่สามารถนำเข้ามาภายในโรงแรมหรือห้องบอลรูม แต่ถ้าหากบ่าวสาวดันได้สถานที่ที่เป็นใจอนุญาตให้นำสัตว์เข้าไปไดด้ ก็ไม่ใช่ว่าจะสบายได้เลยนะ เพราะยังมีสิ่งที่บ่าวสาวต้องคำนึงอีกมาก ไม่ว่าจะเป็น การเคลื่อนย้ายสัตว์, เสียงร้องที่อาจจะรบกวนแขกของโรงแรมท่านอื่น, กลิ่นของสัตว์ชนิดต่างๆ, และสิ่งปฏิกูลที่เราไม่สามารถควบคุมได เพราะฉะนั้นบ่าวสาวจะต้องสอบถามเรื่องเหล่านี้กับสถานที่ให้ดีว่า การนำสัตว์เลี้ยงเข้าไปต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมหรือไม่ และใครจะเป็นผู้คอยดูแลสัตว์เหล่านี้

  • พื้นที่ภายในงานเพียงพอสำหรับสัตว์ด้วยหรือไม่

เรื่องนี้สำคัญมากที่บ่าวสาวจะต้องคิดให้ดี หากคุณจะให้แขกที่มางานสามารถพาสัตว์เลี้ยงของพวกเขามาได้ด้วย หรือคุณจะมีม้าแคระ ฟาร์มแกะ หรือกระต่ายตัวน้อย สิ่งที่บ่าวสาวจะต้องพิจารณาก็คือ มีพื้นที่เพียงพอที่จะรองรับพวกเขาหรือไม่ ซึ่งถ้าหากบ่าวสาวเชิญแขกเยอะ และสถานที่แต่งงานก็ค่อนข้างจำกัด ไม่กว้างขวางพอที่จะรองรับพวกสัตว์ทั้งหลาย แบบนี้ก็คงต้องตัดใจไปก่อนเนอะ

  • ผู้ดูแลสัตว์เป็นสิ่งจำเป็น

หากสัตว์ที่บ่าวสาวจะนำมาไว้ในงานแต่งไม่ใช่สัตว์เลี้ยงหรือสัตว์บ้าน แต่เป็นสัตว์ใหญ่อย่าง ม้า ม้าแคระ ลา หรือแกะ สัตว์เหล่านี้ไม่ใช่ว่าจะลงจากรถแล้วมาอยู่ในงานแต่งคุณได้เลยนะ แต่พวกเขาจะต้องมาพร้อมกับผู้ดูแลที่มีความเชี่ยวชาญด้านสัตว์นั้นๆ โดยเฉพาะ เช่น รู้อารมณ์และการควบคุมสัตว์ไม่ให้ตื่นคน เป็นต้น

หรือแม้แต่ในกรณีที่บ่าวสาวจะนำสัตว์เลี้ยงแสนรักของตัวเองมาร่วมงานแต่ง คุณเองก็ต้องจัดหาผู้ดูแลมาดูแลสัตว์เลี้ยงของคุณเช่นกัน เพราะในวันนั้นไม่ใช่วันที่บ่าวสาวจะต้องมาคอยวุ่นวายดูแลหรือไล่จับเจ้าสัตว์เลี้ยงแสนซนหรอกนะ ฉะนั้นบ่าวสาวจะต้องจัดหาคนที่คุ้นชินและสัตว์เลี้ยงของคุณไว้ใจ (และบ่าวสาวก็ไว้ใจเขาด้วย) มาช่วยดูแล ไม่ว่าจะให้อาหารหรือพาไปเดินถ้าจำเป็น

  • เรียนรู้พฤติกรรมของสัตว์ที่จะนำเข้ามา

สัตว์ที่ไม่ใช่สัตว์เลี้ยง อย่างสัตว์ใหญ่ที่คุณจะนำมาใช้งานหรือโชว์นั้น บ่าวสาวจะต้องมั่นใจว่าสัตว์เหล่านั้นได้ผ่านการฝึกอบรมมาเป็นอย่างดี และไม่ตื่นคน เพราะฉะนั้นจึงจำเป็นมากที่บ่าวสาวจะต้องแจ้งให้กับผู้ดูแลสัตว์ได้ทราบว่า สัตว์เหล่านั้นจะต้องมาทำอะไรในงานแต่งบ้าง เพื่อที่ผู้ดูแลจะได้ฝึกซ้อมสัตว์ของพวกเขาก่อนที่จะนำมาในงานแต่งงานของคุณ

หรือถ้าหากสัตว์เลี้ยงของของคุณไม่เป็นมิตรหรือเข้ากับบุคคลแปลกหน้าได้ยากเราขอแนะนำว่า ให้คุณปล่อยพวกเขาให้นอนเล่นอยู่ที่บ้านอย่างสบายใจ ดีกว่าจะมานั่งกังวลว่าสัตว์เลี้ยงของคุณจะเป็นอย่างไรในงาน หรือไปทำร้ายแขกหรือเปล่าเนอะ

  • แจ้งแขกที่จะมางานให้ทราบล่วงหน้า

การแจ้งให้แขกที่จะมางานแต่งงานได้ทราบล่วงหน้าเป็นสิ่งจำเป็น เพราะแขกบางคนอาจจะนำหรือไม่นำสัตว์มาร่วมในงานแต่ง หรือหากคุณจะมีการแสดงหรือมีฟาร์มสัตว์เล็กๆ ในงานก็ต้องแจ้งให้แขกได้ทราบล่วงหน้าเช่นกัน ถึงแม้ว่าสิ่งนั้นจะเป็นสิ่งที่บ่าวสาวอยากจะเซอร์ไพร้ซ์แขกก็ตาม เพราะหากแขกมาเจอเอาหน้างานบางทีอาจจะเซอร์ไพร้ซ์มากกว่า เพราะกลัวหรือมีความทรงจำที่ไม่ดีกับสัตว์เหล่านั้น ฉะนั้นไม่ว่าจะแจ้งทางการ์ดแต่งงาน, อีการ์ด, หรือใช้บอกให้เพื่อนหรือครอบครัวไปบอกต่อ ก็เป็นสิ่งจำเป็นที่บ่าวสาวห้ามลืมทำเด็ดขาดนะ

  • ครอบครัวหรือแขกในงานมีอาการภูมิแพ้หรือไม่

หากสัตว์ที่คุณนำเข้ามาในงานไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้ใดๆ ก็ถือว่าปลอดภัย แต่ถึงอย่างนั้นบ่าวสาวก็ไม่ควรที่จะนิ่งนอนใจ ทันทีที่บ่าวสาวกระจายข่าวว่าจะมีสัตว์ในงานแต่ง และได้ฟีดแบ็คกลับมาว่าแขกคนใดคนหนึ่งมีอาการแพ้แล้วล่ะก็ บ่าวสาวต้องรีบหาวิธีแก้ไขโดยด่วน เช่น จัดพื้นที่สำหรับสัตว์แยกไว้ที่ด้านนอก หรือมียาสำหรับแก้แพ้หรือผดผื่นสำรองเอาไว้ด้วย เป็นต้น ที่สำคัญอย่าลืมรักษาความสะอาด อาบน้ำ กำจัดเห็บหมัดเหล่าสัตว์มาให้เรียบร้อยก่อนงานแต่งด้วยนะ

  • แจ้งทุกหน่วยงานในงานแต่งงานให้ทราบ

เช่นเดียวกับการแจ้งธีมงานและจำนวนแขกของคุณให้สถานที่จัดงานแต่งงาน และเวดดิ้งแพลเนอร์ได้ทราบ ว่าคุณจะมีสัตว์มาอยู่ในงานแต่งงานของคุณด้วย โดยแจ้งให้ละเอียดว่า มีสัตว์ประเภทไหนบ้าง จำนวนเท่าไหร่ และจะอยู่บริเวณไหนของงาน เพื่อให้ผู้จัดงานได้วางแผนภาพรวมของงานแต่ง และเตรียมแผนการที่จำเป็นเพื่อรองรับเหล่าสัตว์เหล่านั้น เช่น อุปกรณ์สำหรับกำจัดกลิ่นและสิ่งปฏิกูล หรืออาหาร เป็นต้น และอย่าลืมแจ้งช่างภาพงานและช่างวิดีโอในงานแต่งให้ทราบด้วย เพื่อที่พวกเขาจะได้จัดเตรียมความพร้อมและอุปกรณ์ต่างๆ ได้อย่างเหมาะสม

สุดท้ายสิ่งที่บ่าวสาวจะต้องระวังก็คือ สัตว์เหล่านั้นที่อยู่ในงานจะไม่ไปทำลายการตกแต่งสวยงามใดๆ ในงานแต่งงานของคุณเอานะ

ดูไอเดียและคำแนะนำเกี่ยวกับการจัดงานแต่งงานเพิ่มเติมอีกเพียบได้ที่นี่ คลิกเลย!

ภาพ popsugar.com, pinterest

รวมสารพัดเรื่องสุดน่าเบื่อในงานแต่งงานที่บ่าวสาวรู้แล้วอย่าได้ทำ

โดยปกติแล้ว งานแต่งงาน เป็นงานที่เราจะได้เห็นรอยยิ้มเยอะที่สุด แต่คุณจะมั่นใจได้อย่างไรว่ารอยยิ้มนั้นจะอยู่ตลอดทั้งงาน มาดูกันดีกว่าว่าอะไรบ้างที่ทำให้รอยยิ้มของแขกในงานแต่งเหือดหายและกลายเป็นความรู้สึกว่างานแต่งน่าเบื่อ!!

1. บ่าวสาวพูดยาวเกินไป

“สั้น กระชับ นับเฉพาะคนสำคัญ” ดีที่สุด เพราะจากการท่องโลกวิวาห์ของเราที่ผ่านมา มักพบว่าเมื่อไหร่ที่บ่าวสาวกล่าวขอบคุณแบบยาวเวิ่นเว้อ ไล่ตั้งแต่อาเหล่ากงเหล่าม่า ตา ยาย พ่อ แม่ เพื่อน ม.ปลาย เพื่อนมหา’ลัย ไปยันคุณป้าข้างบ้าน แขกในงานจะเริ่มเบื่อและไม่สนใจสิ่งที่คุณพูดบนเวที ทางที่ดีคุณควรคิดเสียแต่เนิ่นๆ ว่าจะขอบคุณใครบ้าง เลือกมาเฉพาะคนสำคัญ หากมีมากกว่า 5 คน แนะนำว่าให้พูดขอบคุณนอกรอบกันตัวต่อตัวจะดีกว่าเนอะ

2. รอประธานนานเกิน

กรุงเทพฯ ขึ้นชื่อว่ารถติดมากมายมหาศาล จึงไม่แปลกที่ประธานอาจมาถึงช้ากว่าเวลาที่นัดหมายไว้ คุณอาจมีประธานไม้สองไว้รองรับกรณีฉุกเฉินหรือมีอะไรมาฆ่าว่าเวลารอสักหน่อย แขกจะได้ไม่รู้สึกว่าต้องรอนานจนกว่างานจะเริ่ม

3. ประธานมีหลายคน

ยังคงวนเวียนอยู่ในเรื่องของประธานค่ะ เพราะนี่คืออีกเหตุผลที่ทำให้แขกโคตรเบื่อเลย ยิ่งบางงานมีประธานมากกว่า 2 คน ไม่พอยังพูดหลายภาษาอีก โอ๊ย…ฟังไม่ออกแถมต้องรอนาน ไม่เบื่อก็แปลกแล้ว!

4. คิวรออาหารแสนยาว

สำหรับงานไหนที่จัดเลี้ยงแบบบุฟเฟต์หรือค็อกเทลที่มีซุ้มอาหารให้แขกไปต่อแถวรอทาน คุณจะต้องมั่นใจได้ว่าจะมีอาหารบริการเพียงพอกับแขกทุกคน และพนักงานจะไม่ตักอาหารช้าจนแขกต้องยืนรอแล้วรออีก ถ้าเป็นแบบนี้คงได้ยินคำถามจากแขกว่า “งานเลิกแล้วจะได้กินไหมเนี่ย” อารมณ์บูดเพราะความหิวกันไปอีก

5. ต้องใส่สีนี้เท่านั้น

สมัยนี้ฮิตกำหนดธีมสีเสื้อผ้า หรือที่เรียกว่า Dress Code ให้กับแขกที่จะมางานแต่งเพื่อให้เข้ากับบรรยากาศงานที่บ่าวสาวเตรียมไว้ แต่ก็อย่างว่าล่ะค่ะ แขกมากมาย ร้อยพ่อพันแม่จะมาแต่งสีเดียวกันเป๊ะๆ ไม่เพี้ยนเฉดก็คงจะลำบาก เพราะฉะนั้นก็ปล่อยๆ ไปบ้าง ไม่ต้องเป็นสีเดียวกับที่คุณกำหนดตั้งแต่หัวจรดเท้าหรอก

6. ซีเคว้นท์ยืดเยื้อ

เข้าใจค่ะว่าวันนี้เป็นวันพิเศษ แต่ถ้าจะใส่ซีเคว้นท์มากมายลงไปแขกก็เบื่อได้นะคะ บางงานที่ไปเจอ เดี๋ยวก็เซอร์ไพร้ส์ เอะอะก็เปิดพรีเซนฯ ดูกันไปหาวกันไปไม่จบไม่สิ้น กว่าจะเลิกแขกเบื่อหนีกลับบ้านพอดี คำแนะนำคือ มีเซอร์ไพร้ส์ได้ค่ะ แต่เอาแบบพอดีๆ แล้วแต่ละเซอร์ไพร้ส์ควรสั้น กระชับ เอาแบบเนื้อๆ จะดีงามที่สุด

รู้อย่างนี้แล้วว่าที่บ่าวสาวก็รีบเช็คตัวเองกันนะคะว่างานแต่งที่คุณกำลังจะจัดเข้าข่าย 8 ข้อนี้หรือเปล่า ถ้าใช่ก็รีบเปลี่ยนซะ คุณจะได้ไม่ถูกนินทาลับหลังว่างานของคุณน่าเบื่อที่สุด!

ดูไอเดียและคำแนะนำเพิ่มเติมเกี่ยวกับการจัดงานแต่งงานอีกเพียบได้ที่นี่ คลิกเลย!

ข้อมูล : brides.com
ภาพ : easywedding.co.uk

ระดับความยาว กระโปรงเจ้าสาว ที่คนเป็นว่าที่เจ้าสาวต้องรู้ไว้

ชุดเจ้าสาว เป็นชุดที่เต็มไปด้วยดีเทลและรายละเอียดต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็น ทรงชุด เนื้อผ้า ลูกไม้ เนคไลน์ หรือแม้กระทั่งระดับความยาวของ กระโปรงเจ้าสาว ก็มีมากมายให้ได้เลือกกันตามความชอบและความเหมาะสม ซึ่งรูปแบบกระโปรงและความยาวก็มีผลต่อความงามโดยรวมของลุคเจ้าสาวขณะเดินเข้างานเหมือนกันนะ เพราะฉะนั้นก่อนที่สาวๆ จะตัดสินใจเลือกชุดแต่งงานที่มีระดับความยาวของกระโปรงที่หลากหลาย แพรว wedding เลยนำเรื่องที่คนจะเป็นเจ้าสาวควรจะรู้มาฝาก เพื่อที่จะได้มีข้อมูลเล็กๆ น้อยๆ ไปคุยกับร้านหรืออย่างน้อยก็ช่วยในเรื่องการหาเรฟเฟอร์เรนซ์ชุดแต่งงานได้นะ

Watteau

ชุดแต่งงานลักษณะนี้มีความพิเศษตรงที่จะมีชายผ้าลากยาวมาจากช่วงไหล่คล้ายชุดเจ้าสาวแบบมีเคป ซึ่งมีความยาวให้เลือกหลากหลายทั้งยาวเสมอชายกระโปรง หรือยาวกว่าชายกระโปรงชุดแต่งงานออกไป เรียกได้ว่าเป็นลุคที่ช่วยเพิ่มลูกเล่นให้กับชุดแต่งงานของสาวๆ ได้เป็นอย่างดี โดยอาจดีไซน์ให้เป็นส่วนหนึ่งของชุด หรือจะดีไซน์แยกให้ถอดได้ก็เป็นไอเดียที่ดี

Sweep

missstypes.com

หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า brush เป็นกระโปรงที่มีความยาวไม่มาก ส่วนมากความยาวของกระโปรงเมื่อวัดจากชายผ้าที่ตกกระทบพื้นจะยาวเกินออกมาประมาณ 1 ฟุตหรือน้อยกว่านั้น (ประมาณ 1 ไม้บรรทัด) เหมาะกับว่าที่เจ้าสาวที่อยากได้ลุคชุดแต่งงานที่ดูอ่อนโยนบอบบาง และโรแมนติก

Court

luulla.com

ความยาวของกระโปรงสไตล์นี้เมื่อวัดจากผ้าที่ตกกระทบพื้นจะมีความยาวเกินออกมาประมาณ 2 ฟุต (ประมาณ 2 ไม้บรรทัดหรือ 60 เซนติเมตร) ซึ่งยาวกว่าสไตล์ sweep เล็กน้อยแต่ก็ยังสามารถเดินได้อย่างสะดวกสบาย

Chapel

kleinfeldbridal.com

เป็นระดับความยาวที่ได้รับความนิยมในหมู่เจ้าสาวมากที่สุด เป็นระดับความยาว 3-4 ½ ฟุต (ประมาณ 1 – 1.30 เมตร) เมื่อวัดจากรอบเอว

Cathedral

เป็นความยาวของชุดแต่งงานที่เป็นทางการ เมื่อวัดจากขอบเอวจะมีความยาวประมาณ 6-7 ½ ฟุต (ประมาณ 2 เมตร) จึงเป็นลุคที่ช่วยให้ผู้สวมใส่ดูสง่างาม

Monarch

dhgate.com

หรือมักเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า royal เป็นระดับความยาวที่ยาวที่สุดคือ เมื่อวัดจากขอบเอวจะมีความยาวประมาณ 12 ฟุต (ประมาณ 3.50 เมตร) หรือมากกว่านี้

ไม่ว่าระดับความยาวจะแค่ไหน แต่สุดท้ายเจ้าสาวก็ต้องเลือกให้เหมาะสมกับรูปแบบชุด ธีมงาน และที่สำคัญเจ้าสาวต้องเดินได้อย่างสะดวกในความยาวระดับที่เลือกด้วยนะ

ดูไอเดียเกี่ยวกับชุดแต่งงานเพิ่มเติมได้ที่นี่ คลิกเลย!

ภาพเปิด https://unsplash.com