จัดไป แหวนหมั้นประจำ 12 ราศีที่มาพร้อม 12 เฉดอัญมณีสีสวย

คุณผู้ชายคนไหนที่กำลังมองหา แหวนหมั้น สวยๆ มาเซอร์ไพรส์แฟน พอเห็นราคาแหวนเพชรเม็ดงามก็แทบถอดใจ เราขอแนะนำให้ลองเปลี่ยนจากแหวนเพชรมาเป็นอัญมณีประจำราศีก็ดูคูลไม่เบา แต่หากคุณยังไม่รู้ว่าราศีของคนรู้ใจต้องซื้ออัญมณีชนิดไหนให้ เรามาดูกันได้เลยจ้า

1โกเมน (Garnet) : อัญมณีประจำราศีมังกร (14 ม.ค.-13 ก.พ.)

อัญมณีสีแดงเลือดนกประจำราศีมังกร มีความโดดเด่นอยู่ที่สีแดงสดหลายเฉด นำจับคู่กับเพชรสีขาวบริสุทธิ์ก็เริ่ดไม่หยอก อีกทั้งช่วยส่งเสริมให้ดวงมีความเข้มแข็งมากขึ้น ช่วยปรับสมดุลด้านความรู้สึก และยังช่วยเพิ่มบารมีให้มีความสุขอีกด้วย

2อเมทีสต์ (Amethyst) : อัญมณีประจำราศีกุมภ์ (14 ก.พ.-13 มี.ค.)

พลอยสีม่วงใส หากนำมาคู่กับตัวเรือนสีเงินจะทำให้พลอยดูโดดเด่นที่สุด แต่ถ้าอยากให้ดูดีมีราคาสามารถนำเพชรเม็ดเล็กๆ มาเรียงประดับรอบตัวพลอยได้อีกด้วย นอกจากนี้ยังเชื่อกันว่าจะทำให้ปราดเปรื่อง มีความคิดสร้างสรรค์ และช่วยคุ้มครองให้พ้นจากอบายมุขที่เข้ามายั่วยุ

3อความารีน (Aquamarine) : อัญมณีประจำราศีมีน (14 มี.ค.-13 เม.ย.)

อัญมณีแห่งสายน้ำที่โดดเด่นด้วยสีฟ้าน้ำทะเลสดใส ที่สามารถเข้าคู่ได้เป็นอย่างดีกับตัวเรือนทองคำขาว และหากนำมาจับคู่กับเพชรน้ำงามด้วยแล้ว บอกได้เลยว่าดูสวยสุดๆ

4เพชร (Diamond) : อัญมณีประจำราศีเมษ (14 เม.ย.-13 พ.ค.)

นอกจากจะมีราคาที่โดดเด่นแล้ว แต่ด้วยสีที่ใสสะอาดและมีความแข็งแรงสูงจึงทำให้สาวๆ ทั่วโลกต่างใฝ่ฝันที่จะมีในครอบครอง นอกจากนี้ยังเหมาะกับนักริเริ่ม นักบุกเบิกที่แข็งแกร่งอย่างชาวราศีเมษ สำหรับคุณหนุ่มๆ ที่มีกำลังซื้อน้อยอาจเลือกเป็นเพชรแฟนซีที่มีราคาถูกกว่าเพชรจริงแแต่ก็ดูสวยไม่แพ้กันจ้า

5มรกต (Emerald) : อัญมณีประจำราศีพฤษภ (14 พ.ค.-13 มิ.ย.)

รัตนชาติสีเขียวอันเป็นเอกลักษณ์ที่มีโทนสีให้เลือกตั้งแต่สีอ่อนไปจนถึงสีเข้ม ซึ่งเหมาะที่จะนำมาทำเป็นแหวนทรงเหลี่ยมมากที่สุด โดยคุณสามารถเลือกได้ทั้งแบบโชว์มรกตเม็ดเดี่ยวหรือล้อมด้วยเพชรก็สวยไม่แพ้กัน นอกจากนี้ยังมีความเชื่อกันอีกว่าพลอยสีเขียวจะทำให้ผู้สวมใส่เกิดความศรัทธาที่มั่นคงและกล้าหาญอีกด้วย

6มุกดาหาร (Moonstone) : อัญมณีประจำราศีเมถุน (14 มิ.ย.-13 ก.ค.)

แร่สีหมอกมัวอย่างมุกดาหารที่แสดงถึงความบริสุทธิ์ ความสดชื่น อายุยืนยาวสามารถจับเข้าตัวเรือนได้ทั้งสีทองและสีเงินก็ทำให้ดูเริ่ดทั้งคู่ ที่สำคัญควรเลือกแบบที่เป็นแหวนเม็ดเดี่ยวเพราะจะทำให้ได้โชว์มุกดาหารอย่างเต็มที่ นอกจากนี้ยังเหมาะกับคนราศีเมถุนเป็นพิเศษเพราะจะช่วยส่งเสริมดวงให้ชัดเจน สดใส และช่วยลดอารมณ์ที่ชอบแปรปรวนให้หมดสิ้น

7ทับทิม (Ruby) : อัญมณีประจำราศีกรกฎ (14 ก.ค.-13 ส.ค.)

ทับทิมเป็นสัญลักษณ์แห่งความรักและความกล้าแสดงออกโดดเด่นด้วยสีแดงกล่ำ ที่สามารถนำมาเข้าได้ทั้งตัวเรือนทองคำขาวและทองชมพูก็ทำให้ดูโดดเด้งทั้งคู่ และถ้าอยากเพิ่มมูลค่าก็ลองเลือกเพชรนำงามขนาดเล็กกว่ามาประดับ ก็จะทำให้ทับทิมดูน่าสวมใส่มากยิ่งขึ้น

8เพอริโดต์ (Peridot) : อัญมณีประจำราศีสิงห์ (14 ส.ค.-13 ก.ย.)

หากใครที่ไม่ชอบแร่สีเขียวจัดอาจเลือกเป็นอัญมณีเนื้ออ่อนสีเขียวใสอย่างเพอริไดต์ก็ดูเด้งไม่แพ้กัน เพราะสามารถนำมาจับคู่ได้ทั้งกับตัวเรือนสีทองและสีขาวก็สวยทั้งคู่ และถ้าหาเพชรเม็ดเล็กๆ มาประดับรอบๆ ตัวแร่ก็จะช่วยดึงให้สีดูเด่น ใสมากขึ้น นอกจากนี้ยังเชื่อว่าสามารถขับไล่วิญญาณของภูติผีปีศาจได้ และที่สำคัญต้องดูแลทะนุถนอมและระมัดระวังมากเป็นพิเศษ เพราะเป็นพลอยที่มีความไม่แข็งมากจึงเกิดรอยขีดขวดได้ง่าย

9ไพลิน (Sapphire) : อัญมณีประจำราศีกันย์ (14 ก.ย.-13 ต.ค.)

แร่สีน้ำเงินเข้มอย่างไพลินหรือนิลกาฬ เป็นอัญมณีที่สามารถนำมาทำแหวนได้หลากหลายทรงที่สามารถเข้ากับตัวเรือนทองคำขาวมากที่สุด เพราะจะช่วยดึงสีนำเงินออกมาทำให้ดูแจ่มยิ่งขึ้น ทั้งนี้ไพลินยังเป็นอัญมณีที่สื่อถึงความเมตตากรุณา และความเอื้อเฟื่อเผื่อแผ่

10ทัวร์มาลีน (Tourmaline): อัญมณีประจำราศีตุลย์ (14 ต.ค.-13 พ.ย.)

เป็นอัญมณีที่มีหลายสีโดดเด่นไม่แพ้ใคร สามารถพบได้ตั้งแต่สีเขียว ดำ และชมพู หรืออาจเป็นแบบสีผสมก็ได้ ซึ่งทั้งสีเขียวและดำเหมาะกับตัวเรือนสีดำเป็นอย่างยิ่ง และสีชมพูควรคู่กับตัวเรือนสีพิ้งโกลด์เป็นที่สุด อีกทั้งทัวร์มาลีนยังสามารถสร้างพลังบวกและทำลายพลังงานลบ กระตุ้นการสื่อความเข้าใจและให้ความร่วมมือระหว่างขั้วที่แตกต่างกันได้

11บุษราคัม (Topaz) : อัญมณีประจำราศีพิจิก (14 พ.ย.-13 ธ.ค.)

เป็นพลอยที่มีให้เลือกตั้งแต่โทนสีเหลืออ่อนไปจนถึงโทนสีเข้ม เหมาะกับตัวเรือนสีทองเป็นพิเศษและสามารถเพิ่มมูลค่าได้ด้วยการประเพชรลงไป อีกยังมีความเชื่อกันว่าบุษราคัมเป็นอัญมณีที่สื่อถึงความรอบคอบ การปกป้องจากความทุกข์เข็ญ ช่วยเพิ่มความกระปรี้กระเป่า ความกล้าหาญ และที่สำคัญยังช่วยรักษาความสมดุลแห่งอารมณ์ทางเพศได้อีกด้วย

12เทอร์คอยส์ (Turquoise) : อัญมณีประจำราศีธนู (14 ธ.ค.-13 ม.ค.)

เทอร์คอยส์หรือหินมูลนกการเวก โดดเด่นด้วยสีโทนสีเขียวอมฟ้า หากนำมาจับคู่กับตัวเรือนทองคำขาวก็จะช่วยขับสีของเทอร์คอยส์ให้ดูสวยน่าสวมใส่ยิ่งขึ้นไปอีก สามารถทำเป็นแหวนได้ทั้งแบบโชว์เม็ดเดี่ยวและแบบล้อมเพชรก็ดูสวยงามทั้งคู่ ทั้งนี้เทอร์คอยส์ยังมีพลังอำนาจเสริมดวงทำให้สวมใส่แล้วมีความสุขุมเยือกเย็นยิ่งขึ้น อีกทั้งยังช่วยให้ประสบความสำเร็จและช่วยเสริมบารมีชีวิตให้ก้าวไกลยิ่งขึ้น

นี้คือการเลือกแหวนอัญมณีและความหมายของอัญมณีประจำราศีที่รวบรวมมาฝากกันจ้า ทั้งนี้นอกจากคนรู้ใจของคุณจะได้แหวนสวยๆ แล้ว เผลอๆ บางทีคุณหนุ่มๆ อาจจะได้เซอร์ไพรส์ที่คาดไม่ถึงกลับมาก็ได้นะจ๊ะ

ดูแบบแหวนแต่งงานและเครื่องประดับเพิ่มเติม คลิกเลย!

ภาพ : pinterest.com, cmpdenver.com, buggzodiac.com

‘คนที่ใช่กับคนที่ชอบ ไม่ใช่คนๆ เดียวกัน อย่าเพิ่งด่วนตัดสินใจ’ ดูดวงรายวัน 16 พฤศจิกายน 2562

ดูดวงรายวัน 16 พฤศจิกายน 2562 #หมอปุ้ยพยากรณ์ เช็กทุกวัน เป๊ะ ปังทุกดวง ทั้งการงาน การเงิน ความรัก และสุขภาพ

ผู้ที่เกิดวันอาทิตย์

การงาน :  คุณขยันและตั้งใจทำงานมาก แล้วหากคุณคิดจะทำสิ่งใดแล้วใครก็มาขวางไม่ได้ แต่วันนี้ควรอดทนรอคอยจังหวะ เวลา และโอกาส แล้วค่อยลงมือทำ จะทำให้งานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ แต่ไม่ควรคิดหรือจินตนาการฟุ้งเกินกว่าความเป็นจริงมาก จะทำให้คุณไม่สามารถควบคุมงานได้

การเงิน : คุณช่วยเหลือญาติสนิทมิตรสหายมากจนตัวเองเดือดร้อน เสียรู้ หรือถูกหลอกให้ลงทุน จนอาจต้องหมุนเงินตัวเป็นเกลียว

ความรัก : ชีวิตครอบครัววันนี้ค่อนข้างราบเรียบและราบรื่น อาจเป็นเพราะผ่านการปรับความเข้าใจกันมาแล้วระยะหนึ่ง แต่ที่ยังเป็นปัญหามาตลอดก็คือ คู่ชอบจำกัดความคิดอิสรภาพของคุณ ซึ่งคุณไม่ชอบอาจมีหงุดหงิด รำคาญใจบ้าง คนโสด คนรักเก่าอาจติดต่อกลับมานะคะ แต่คุณก็ยังมีน้อยใจ งอน วันนี้ก็อาจยังง้อไม่สำเร็จ

สุขภาพ : ควรให้ความสำคัญกับการทานอาหารที่ถูกสุขลักษณะ งดน้ำตาล ไขมัน เพราะอาจทำให้เกิดโรคหัวใจ และไขมันอุดตันในเส้นเลือด

 

ผู้ที่เกิดวันจันทร์

การงาน :  สำหรับคุณที่อยู่ในสายงานศิลปะทุกแขนง คุณอาจกำลังอยู่ในช่วงพิจารณาผลงาน ส่งผลให้คุณอึดอัด เบื่อหน่ายกับการทำงานช่วงนี้มาก ควรใช้เวลานี้เตรียมข้อมูล หรือปรึกษาผู้ทรงคุณวุฒิไว้รับมือกับสถานการณ์ที่จะมาถึงดีกว่า

การเงิน : รายได้หลักมาจากงานประจำ แต่คุณอาจใช้เงินซื้อความสุข ดื่ม กินสังสรรค์ ระวังรายจ่ายเกินตัว

ความรัก :  คืนเสาร์หรรษาคุณอาจหลงเพลินกับการเที่ยว ดื่มกิน ปาร์ตี้ ซึ่งมีความเสี่ยงสูงที่จะตกเป็นข่าวฉาว จึงควรอยู่บ้าน เตรียมหาข้อมูลดีกว่าไปลั้ลลานอกบ้านนะคะ คนโสด ออกไปสังสรรค์ปาร์ตี้ ก็ระวังตัวด้วย เพราะคุณอาจได้เจอหนุ่มตาน้ำขาว แต่มือเป็นปลาหมึก คอยหาเศษหาเลย

สุขภาพ :  ควรหลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ หรือดื่มหนักติดต่อกัน เพราะจะทำให้สุขภาพทรุดโทรมได้อย่างรวดเร็ว

 

ผู้ที่เกิดวันอังคาร

การงาน  :  วันนี้ความสำเร็จไม่ได้แลกมาด้วยความบังเอิญนะคะ แม้คุณจะมีดวงนารีอุปถัมภ์ สนับสนุนส่งเสริมช่วยเหลือคุณให้ได้เลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่ง แต่ก่อนจะถึงจุดนั้น คุณก็ต้องอดทน มีพลังกายและใจอย่างเข้มแข็ง เพื่อรับกับการเปลี่ยนแปลงของเนื้อหางานเป็นรายวันเลยทีเดียว

การเงิน : มีรายได้เข้ามาจากหลากหลายช่องทาง มีผู้ใหญ่อุปถัมภ์ แต่คุณอาจต้องเลี้ยงดูบริวารหรือผู้ใต้บังคับบัญชา คนใกล้ชิดมิตรสหาย เพื่อนฝูงค่อนข้างมาก

ความรัก : วันเสาร์อาจเป็นวันครอบครัวของหลายๆ บ้าน ทำให้สมาชิกในบ้านได้มาอยู่พร้อมหน้ากัน วันนี้คุณอาจอยากใช้เวลาอยู่กับคู่มากกว่าจนไม่ได้มาร่วมงานก็ได้ คนโสด คุณยอมเป็นนารีอุปถัมภ์ให้กับแฟนเด็ก แต่ก็น่าจะแป๊บเดียว เพราะคุณอาจมีคนใหม่แล้ว

สุขภาพ : อาจมีปัญหาเกี่ยวกับระบบย่อยอาหาร ต่อมทอนซิลอักเสบ หรือหลอดลมอักเสบ

 

ผู้ที่เกิดวันพุธ

การงาน : วันนี้หากคุณกำลังจัดงานอีเว้นท์ หรือต้องเดินทางติดต่อประสานงาน คุณจะได้รับความร่วมมืออย่างดี ทำงานกับทีมงานที่ดีมีคุณภาพ แต่ก็ต้องระวังอาจถูกใส่ร้ายป้ายสี ทำให้ต้องตกอยู่ในภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก ถูกให้รับผิดชอบงานที่ไม่ถนัดเสียนี่

การเงิน :  ไม่ควรหลงเชื่อคำพูดที่ดูมีหลักการมาชักชวนให้ลงทุน หรือซื้อเครื่องประดับราคาแพง เพราะคุณอาจถูกหลอก

ความรัก :  คุณอาจแต่งงานกันด้วยความเหมาะสมของผู้ใหญ่ ไม่ว่าจะด้วยหน้าที่การงาน หรือครอบครัว แต่ก็ทำให้คุณมีปัญหาขัดแย้งในเรื่องความรักความสัมพันธ์กันมาตลอด ยกเว้นวันนี้ที่อาจมีเรื่องดีเข้ามาที่ทำให้คุณมีความคิดเห็นไปในทิศทางเดียวกัน คนโสด คุณอาจได้ข่าวดีในเรื่องของการศึกษาต่อต่างประเทศ เพราะฉะนั้นเรื่องรักพักไว้ก่อน

สุขภาพ :  ระบบหมุนเวียนน้ำในร่างกายอาจมีปัญหา ต่อมไร้ท่อ เลือดและน้ำเหลืองไม่ดี ควรระวังเนื้องอก ก้อนเนื้อ หรือซีสต์ ทางที่ดีควรไปตรวจเช็กเพื่อความไม่ประมาท

 

ผู้ที่เกิดวันพฤหัสบดี

การงาน :  คุณตั้งใจทำงานมากและคาดหวังความสำเร็จอย่างแรงกล้า อาจเพราะวันนี้คุณได้รับมอบหมายให้ทำงานที่สำคัญของบริษัท ซึ่งนับจากนี้คุณก็จะทำงานอย่างหนักหนาสาหัส จนไม่มีเวลาสนใจเรื่องอื่นใดเลยในชีวิต

การเงิน :  คุณทำงานหาเงินเพื่อสร้างครอบครัว แต่ก็ใช้เงินตามใจตัวเองมากจนน่าเสียดาย ควรเก็บเงินไว้บ้าง เพราะผลตอบแทนที่ลงทุนไปเป็นไปอย่างช้าๆ

ความรัก : เช่นกัน คุณทำงานๆๆๆ จนกลายเป็นอยู่ในโลกส่วนตัวมากกว่าจะสนใจครอบครัว วันนี้วันเสาร์ก็ควรให้เวลากับครอบครัวด้วยนะคะ ทำวันนี้ให้ดีที่สุดก่อนดีกว่าที่จะเร่งสร้างอนาคตเพื่อ วันข้างหน้า เพราะอาจไปไม่ถึงก็ได้ คนโสด คุณทำงานหาเลี้ยงตัวเองหนักมาก จนมีความคิดว่า หากเจอคู่ที่ไม่สมบูรณ์เพอร์เฟ็กท์ ก็อยู่คนเดียวดีกว่า

สุขภาพ : โหมงานหนักจนไม่ได้พักผ่อน ร่างกายอ่อนเพลีย จนอาจล้มหมอนนอนเสื่อ หรือถึงขั้นนอนให้น้ำเกลือ ระวังเรื่องปวดหลัง ปวดตามข้อ โดยเฉพาะข้อเข่าและข้อเท้าด้วย

 

ผู้ที่เกิดวันศุกร์

การงาน  :  หากกำลังคิดที่จะทำในสิ่งแปลกใหม่ที่ท้าทายความสามารถ ควรพักไว้ก่อนค่ะ เพราะวันนี้อาจยังไม่ใช่เวลา ควรติดต่อประสานงาน หรือเจรจาประนีประนอมให้แน่นอนก่อน แล้วค่อยเริ่มงานจะดีกว่า งานจึงจะประสบความสำเร็จ และคุณก็จะได้รับการยอมรับจากคนรอบข้างด้วย

การเงิน : ระวังอาจอยู่ในสถานการณ์วิกฤติ ถูกหลอกจากคนรัก หรือคนใกล้ตัวนะคะ

ความรัก : หากที่ผ่านมาความรักความสัมพันธ์ของคุณมีแต่รอยร้าว วันนี้ชีวิตคู่อาจมาถึงวันที่ต้องแตกหัก แต่ครอบครัวยังอยู่ คุณกับคู่ก็ยังเป็นพ่อเป็นแม่ที่ดีของลูกเหมือนเดิม คนโสด คุณอาจได้พบคนถูกใจแบบกะทันหัน แต่อย่ายึดติด เป็นความรักที่ผ่านเข้ามาเพียงแค่ชั่ววูบ เพราะจากนี้คุณอาจพบคนที่รักจริงรออยู่ก็ได้

สุขภาพ :  พบทันตแพทย์บ้างหรือคะ ระวังสุขภาพฟันอาจทำให้ปัญหาลุกลามเกิดโรคทางช่องปาก จนถึงทางเดินหายใจ

 

ผู้ที่เกิดวันเสาร์

การงาน  :  คุณควรลดอีโก้และความเชื่อมั่นในตัวเองลงบ้าง ไม่ควรกล้าได้กล้าเสีย หรือเสี่ยงจนเกินไป เพราะอาจทำให้คุณเครียด และซีเรียส แม้ได้เลื่อนตำแหน่งสูงก็จริง แต่ยืนอยู่อย่างโดดเดี่ยว หากก้าวไปต่อก็ตกเหว จะย้อนกลับก็มาไกลเกินไป วันนี้จึงควรคิดบวก มองโลกในแง่ดี แล้วคุณจะทำงานอย่างมีความสุข

การเงิน : ไม่ควรทุ่มลงทุนด้วยเงินก้อนใหญ่ เพราะการลงทุนทุกชนิดมีความเสี่ยง แล้วแนวโน้มที่จะพลาดมีสูง

ความรัก : ควรปล่อยวาง ไม่ควรมีทิฐิและยึดติดความเป็นตัวกูของกูมากนัก เพราะหากทะเลาะกันคุณมักยึดแต่ความถูกต้องของตัวเอง จนไม่สนใจการประนีประนอม ซึ่งมีแต่จะทำให้ยิ่งห่างเหินกัน คนโสด พิถีพิถันในการเลือกแฟนมาก เพราะคุณไม่ชอบเริ่มต้นบ่อยๆ จึงคาดหวังถึงการมีครอบครัวที่ดีทีเดียวเลย

สุขภาพ : อาจเจ็บป่วยด้วยโรคหัวใจ โรคเส้นเลือดในโลหิตตีบตัน หรือไขมันอุดตันในเส้นเลือด ควรรักษาสุขภาพ ด้วยการออกกำลังและรับประทานอาหารที่มีประโยชน์

เช็กดวงย้อนหลังได้ที่นี่

อย่าหวั่นไหวกับแสงจันทร์วันเพ็ญ เพราะกระทงอาจหลงทาง ดูดวงรายวัน 11 พฤศจิกายน 2562

อย่าลืม!!!! ความเจ็บช้ำที่เขาทำกับคุณไว้ โดยยอมรีเทิร์นง่ายๆ  ดูดวงรายวัน 12 พฤศจิกายน 2562

พยายามให้คุณนายแม่ปลื้ม ตามประสา (ว่าที่) ลูกสะใภ้ที่ดี ดูดวงรายวัน 13 พฤศจิกายน 2562

ระวัง!!! แฟนเก่าตีหน้าเศร้าเล่าเรื่องเท็จ เพื่อหวังคืนดี ดูดวงรายวัน 14 พฤศจิกายน 2562

คำว่า หลอก  พูดเบาๆ ก็เจ็บ!! ดูดวงรายวัน 15 พฤศจิกายน 2562

 

รวมจุดเสี่ยงปริ! ขาด! แคว๊ก!! บน ชุดเจ้าสาว ที่ต้องระวังเป็นพิเศษ

เพราะรักเลยมาเตือนกับจุดเสี่ยงทำ ชุดเจ้าสาว พัง!!

แม้ว่าร้านชุดแต่งงานที่คุณเลือกจะตัดเย็บ ชุดเจ้าสาว ของคุณมาอย่างดี แต่ก็มีใช่ไหมละคะที่เมื่อคุณนำมาใส่แล้วต้องขยับตัวไปมาในอิริยาบถต่างๆ อาจทำให้ชุดสวยปริ ขาดและส่งเสียงแคว๊กต่อหน้าธารกำนัลจนได้อาย ฉะนั้นเพื่อความชัวร์ทุกการเคลื่อนไหว มาเช็คไปพร้อมกับเราจุดต่อจุดดีกว่าว่าจุดไหนบ้างมีความเสี่ยงทำเสียหน้าในงานแต่ง

  • คอเสื้อ

สำหรับบ่าวสาวที่มีช่วงคอใหญ่แล้วยังปักใจเลือกใช้ชุดแต่งงานแบบคอปีนคอปิดต้องระวัง เพราะช่วงจังหวะการก้มคอไหว้มีความเสี่ยงสูงเหลือเกินที่นอกจากความแน่นจะทำให้อึดอัดแล้ว ยังส่งผลให้เกิดอาการดึงรั้งของรังดุมที่ด้านหลัง ซึ่งถ้าโชคร้ายตัดเย็บมาไม่ดีละก็ จุดตรงนี้ทำพิษให้รังดุมขาดได้ ซึ่งถ้ารักจะเลือกคอเสื้อแบบนี้ อย่าลืมซ้อมก้มไหว้และให้ช่างขยายช่วงคอไว้เผื่อๆ ก็ดีนะคะ

  • ตะเข็บแขนเสื้อใต้รักแร้

โอ๊ยยยยยยย อันนี้เจอมาเยอะเจ็บมาแยะเลยค่ะ เพราะตอนที่ลองชุดก็เอาแต่โพสต์ท่ายกมือไหว้ไม่ก็กุมมือประสานท่าทางเรียบร้อย แต่ลืมนึกไปไว้จังหวะการโยนดอกไม้ที่ต้องยกแขนขึ้นสุดมือไว้ด้านบนทำให้เกิดอาการรั้งใต้รักแร้ ทีนี้ก็แคว๊กสิคะสาวๆ

ชุดเจ้าสาว

  • ซิปติดซิปแตกคาแผ่นหลังและบั้นท้าย

เหตุการณ์นี้น่ากลัวสุดๆ และมีแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นได้ง่ายด้วยนะคะ แต่ปัญหาไม่ได้มาจากร้านชุดแต่งงานที่คุณเลือกเท่านั้น เพราะอาจมาจาก 2 กรณีนี้ คือ..

1. ลักษณะการรูดซิปที่ผู้ช่วยในการแต่งตัวของคุณไม่เคยรูดซิปยาวๆ แบบนี้มาก่อนจึงไม่รู้ว่า ต้องค่อยๆ รูดขึ้นอย่างช้าๆ และระวังว่าตัวซิปจะไปกินเนื้อผ้า แต่กลับออกแรงรูดซิปรวดเดียว ทีนี้ละพอเกิดอาการซิปติดขึ้นมาก็ฝืนดึงๆๆ จนซิปที่ติดนิดๆ ยิ่งติดมากขึ้น เลยเถิดไปว่าซิปไม่ลงล็อกก็แตกสิคะงานนี้

2. คือว่าที่เจ้าสาวที่รับชุดมาก่อนแล้วไม่ระวังตัว กินอาหารเข้าไปแบบลืมตัวจนลำตัวหนาขึ้นมา ชุดที่เคยพอดีตัวก็แน่นซะงั้น ทีนี้พอใส่ๆ ไปขยับท่านั้นท่านี้ก็ส่งผลให้ซิปมีอาการต้านความแน่นของเนื้อไม่ไหว สุดท้ายก็จบลงด้วยอาการซิปแตกคาหลังไงคะ

  • ด้ายรันตามรอยต่อ

จุดเสี่ยงที่ว่านี้อาจเกิดขึ้นได้ยาก แต่ไม่ใช่วาจะไม่เกิดเลย เพราะถ้าคุณโชคไม่ดี เจอร้านที่ไม่ประณีตในการตัดเย็บชุดให้ก็มีแววจะเกิดอาการด้ายรันตามรอยต่อของเนื้อผ้าหรือแม้แต่ลูกไม้ที่นำมาประดับไว้บนชุด ซึ่งถ้าใครไม่รู้ไปดึงด้ายนั้นทิ้ง บางทีชิ้นส่วนที่นำมาต่อกันก็อาจโบกมือลาจากกันได้ง่ายๆ ซึ่งแน่นอนว่า สิ่งที่คุณทำได้มีแค่ 2 ทางคือ ทิ้งชิ้นส่วนนั้นไปแล้วคิดซะว่านี่คือดีไซน์ใหม่ หรืออีกทางคือหาเข็มด้ายมาเย็บเอง ซึ่งจะเย็บได้ส่วนแบบเดิมไหม ก็ลุ้นกันเองนะคะ

ไม่อยากให้เกิดเหตุไม่ดีไม่งามแบบที่เราบอกไปทั้งหมดนี้ อย่าลืมเช็คทุกจุดบนชุดเจ้าสาวให้ดี เพราะไม่ว่าคุณจะเลือกชุดราคาแพงสุดๆ หรือถูกเหลือเชื่อ ก็ล้วนมีความเสี่ยงไม่ต่างกัน ลองสวมแล้วขยับ โดยจำลองเหตุการณ์ทั้งหมดที่จะเกิดขึ้นในวันแต่งงาน แล้วเชื่อเถอะว่าเปอร์เซ็นต์ความเสี่ยงจะลดลงจนแตะศูนย์ค่ะ

แต่ถ้าจะเคลื่อนย้านชุดแต่งงานโดยเครื่องบินก็ทำตามเคล็ดลับนี้ได้เลย >> ขนชุดเจ้าสาวขึ้นเครื่องบินยังไงให้รอดปลอดภัยไม่เสียหายแน่นอน

เรื่อง : ดอกปีบ
ภาพ : femalemag.com.my/,www.joelnisleitphotography.coma a

7 ข้อผิดพลาดที่จะทำให้ธีมสีงานแต่งของว่าที่บ่าวสาวพังไม่เป็นท่า!

เดี๋ยวนี้จะจัดงานแต่งงานทั้งทีนอกจากธีมงานก็ต้องมี ธีมสีงานแต่ง ตามมาด้วย กลายเป็นข้อหนักใจสำหรับว่าที่เจ้าสาวหลายๆ คนที่มักจะรับหน้าที่เลือกธีมสีงานแต่ง สีไหนดี สีไหนสวย สีไหนจะทำให้งานดูเก๋ไก๋อลังการล้านแปด แต่ระวังนะคะ ยิ่งคิด ยิ่งงง ยิ่งสับสนจนเลือกไม่ถูก คิดมากก็มึนมากจนเผลอทำพฤติกรรมพลาดๆ เหล่านี้จนธีมสีงานแต่งเละเทะไปหมด

1. คิดว่างานแต่งจะต้องมีธีมสีเก๋ๆ เสมอ

ภาพจาก : www.onewed.com
ภาพจาก : www.onewed.com

เชื่อเถอะค่ะว่าคนที่กำลังจะเป็นเจ้าสาวหลายคนมักจะถามกับตัวเองอยู่เสมอว่า “งานแต่งฉันจะเป็นธีมสีอะไรดี?” ใครมีสีที่ชอบไว้ในใจอยู่แล้วก็ดีไป ส่วนใครที่ไม่ได้ชื่นชอบสีใดเป็นพิเศษก็ไม่ต้องเสียเวลาคิดให้มากมาย สีพื้นๆ อย่างสีขาว สีครีม ก็ใช้ได้และเวิร์กสำหรับทุกงาน เติมสีสันเพียงเล็กน้อยด้วยดอกไม้งามๆ ไม่ให้ดูจืดชืดจนเกินไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งใครที่คิดจะจัดงานแต่งในสวน สีพื้นๆ นี่แหละค่ะจะทำให้งานแต่งคุณออกมาเพอร์เฟ็กต์สุดๆ

2. เลือกสีตามเทรนด์ ไม่ได้เลือกตามที่ตัวเองชอบ

ภาพจาก : coral.org

ขอเตือนไว้ก่อนเลยว่าเทรนด์มาได้มันก็ไปได้เช่นกันนะ ปีหน้าเทรนด์สีใหม่ก็จะมาอีก สีนี้จึงจะไม่จีรังยั่งยืนตลอดไปหรอก เพราะฉะนั้นว่าที่เจ้าสาวคนไหนที่คิดว่าจะเลือกธีมสีงานแต่งแล้วให้เหตุผลว่าสีนี้กำลังมาแรง ขอบอกเลยนะคะว่า ผิดอย่างแรง!!!

ในความเป็นจริงแล้วคุณควรจะเลือกสีที่ตัวเองชอบ อย่าไปตามเทรนด์มากนัก ลองคิดดูว่าถ้าเวลาผ่านไปสักสิบปีแล้วกลับมาดูรูปงานแต่งอีกที คุณก็คงจะได้แต่คิดว่าสีอะไรเนี่ยเช้ยเชยๆ ขอให้จำไว้ว่า “Trends come and go” ท่องไว้ๆ

3. เลือกสีแปลกๆ หาของแมตช์ยาก

ภาพจาก : www.pinterest.com
ภาพจาก : www.pinterest.com

ว่าที่บ่าวสาวบางคู่ก็อยากให้งานตัวเองออกมาไม่เหมือนคนอื่น ก็เลยเลือกสีแปลกๆ มาเป็นธีมสีหลักของงาน อยากแปลก อยากแหวกแนวก็ได้ค่ะแล้วแต่ความชอบของแต่ละคน แต่ขอให้คิดสักนิดนึงว่าคุณจะสามารถหาอุปกรณ์และของตกแต่งอย่างอื่นที่แมตช์เข้ากันกับธีมสีที่คุณเลือกได้หรือไม่ ถ้าธีมสีหลักไปทาง สีของตกแต่งและองค์ประกอบงานไปอีกทาง บอกได้เลยว่านอกจากจะเละเทะแล้วยังแปลกทั้งงานสมใจอยากของจริง!

4. เลือกสีมากเกินไป

ภาพจาก : www.styleinhome.com
ภาพจาก : www.styleinhome.com

การเลือกโทนสีงานแต่งนั้น ถ้าจะให้ดีควรเลือกไม่เกิน 3 สี (เพิ่มสีแนวเมทัลลิกได้อีกสีนะ) เพื่อให้สีโดยรวมของงานดูไม่มากไม่น้อยจนเกินไป สองสีแรกอาจเลือกเป็นสีคนละขั้วก็ได้ สีหนึ่งโทนร้อน อีกสีหนึ่งโทนเย็น แล้วลองใช้สีขาว สีเทา หรือสีเบจเป็นสีที่สามเพื่อช่วยให้ทุกอย่างดูสมูทและกลมกลืน แต่ถ้าใครตั้งใจจะให้งานแต่งออกมาในสไตล์เทศกาลงานวัดก็จัดสีสันคัลเลอร์ฟูลได้เต็มที่ อันนี้ไม่ว่ากันเนอะ

5. ตีกรอบสีสันให้ตัวเองจนเกินไป

ภาพจาก : www.robesbysilkandmore.com
ภาพจาก : www.robesbysilkandmore.com

ว่าที่เจ้าสาวหลายคนมักชอบคิดว่าสีโทนร้อนต้องคู่กับสีโทนร้อน สีโทนเย็นต้องคู่กับสีโทนเย็น ทุกอย่างจะได้ดูกลมกลืนและสวยงาม เราอยากบอกว่า อย่าจำกัดจินตนาการตัวเองอยู่แค่นั้นเลยค่ะ ถ้าคุณจะลองคิดนอกกรอบจับสีโทนเย็นมาคู่กับโทนร้อนเสียบ้างมันก็คงจะดูสวยงามไม่น้อย อย่างเช่น สีพีชคู่กับสีมรกต สีส้มคู่กับสีน้ำเงินเข้ม หรือจะเอาสีมิ้นท์คู่กับสีม่วงก็ดูจะเข้าท่าดีเหมือนกัน ขอเพียงแค่ว่าลองนำสีคู่ตรงข้ามเหล่านั้นมาลองแปะทาบดูก่อนว่าสวยหรือไม่ ถ้าใช่ถ้าชอบก็จัดเลยสิคะ จะรออะไรอยู่!

6. ลืมคิดไปว่าโลกนี้ยังมีสีขาว

ภาพจาก : www.stacyesser.wordpress.com
ภาพจาก : www.stacyesser.wordpress.com

หลายๆ ครั้งที่ว่าที่เจ้าสาวเอาแต่จมดิ่งอยู่กับการเลือกสีอื่นๆ ที่จะมาใช้ในงานแต่งตัวเอง สีนั้นไม่เข้ากับสีนี้ สีนู้นก็เชยไป สีโน้นก็ไม่อยากได้ จนบางทีก็ลืมสีอรรถประโยชน์อย่าง “สีขาว” ไปเสียสนิท ขอบอกเลยว่าเมื่อไหร่ที่คุณเริ่มสงสัยและตัดสินใจเรื่องสีไม่ได้ แนะนำให้เลือกสีขาวมาไว้ก่อนเพราะมันจะช่วยให้สีอื่นๆ ที่คุณอยากเลือกดูละมุนนุ่มนวลมากขึ้น ผสมลงไปในสีอะไรก็สวยหวานพาสเทล แถมยังเข้ากันกับทุกสถานที่ ไม่ว่าจะเป็นงานแต่งในสวน ริมทะเล หรือในโรงแรม อีกทั้งสีขาวก็ยังมีอีกตั้งหลายเฉด อยากได้สีขาวแบบไหนก็ลองเสิร์ช 50 Shades of White ในกูเกิ้ลดูก็ได้จ้า

7. ลืมดูสีของสถานที่จัดงาน

ภาพจาก : www.pinterest.com
ภาพจาก : www.pinterest.com

สีของสถานที่จัดงานก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญสำหรับการกำหนดธีมสีงานแต่งเหมือนกันนะคะ เพราะฉะนั้นเราอยากให้คุณคิดไว้ก่อนเลยว่าธีมสีงานแต่งจะเป็นสีอะไร แล้วตอนไปเลือกดูสถานที่จัดงานก็ควรดูด้วยว่าองค์ประกอบต่างๆ ในห้องนั้นเป็นสีที่เข้ากันกับสีที่คุณคิดไว้หรือไม่ เพราะถ้าคุณเลือกสถานที่ที่การตกแต่งเดิมมีสีตรงใจอยู่แล้ว คุณก็ไม่จำเป็นต้องเปลืองงบประมาณในการตกแต่งเพิ่มเติมมากมาย หรือบางทีก็สามารถใช้สิ่งที่มีอยู่แล้วด้วยก็ได้ (ประหยัดงบประมาณได้อีก) หรือถ้าสถานที่ที่คุณเลือกยังมีองค์ประกอบที่ไม่เข้ากันกับธีมสีที่คุณวางแผนไว้ คุณก็อาจพยายามปกปิดหรือปรับให้สีของทุกอย่างกลืนไปด้วยกัน ไม่ให้มีอะไรโดดเด่นจนดูแปลกตา

การเลือกธีมสีงานแต่งไม่ใช่เรื่องยากเลยนะคะ ไม่จำเป็นจบจิตรกรรมหรือศิลปกรรมศาสตร์หรอกนะ ขอเพียงแค่ว่าเลือกสีตามที่ใจชอบบวกกับจินตนาการเล็กๆ น้อยตามที่คุณอยากได้ก็พอแล้ว ถ้าขืนมัวแต่คิดเยอะแยะมากมายระวังงานแต่งจะกลายเป็นงานวัดนะจ๊ะ

ดูไอเดียงานแต่งงานเพิ่มเติมได้อีกเพียบที่นี่ คลิกเลย!

เรียบเรียง : brides.com

ว่าที่เจ้าบ่าวเตรียมไว้ แหวนแต่งงานผู้ชาย พร้อมเทคนิคเลือกยังไงให้เหมาะ

แหวนแต่งงานผู้ชาย ที่อาจจะไม่ได้มีดีไซน์ที่ซับซ้อนเหมือนแหวนแต่งงานของผู้หญิง แต่ถึงอย่างนั้นก็ต้องเลือกให้ดีนะคะ เพราะแหวนวงนี้จะอยู่ติดนิ้วของคุณไปตลอดชีวิตเชียวน้า ^^ แพรว wedding เลยมีเทคนิคดีๆ ที่จะช่วยเสริมให้ลุคของเจ้าบ่าวดูเท่ขึ้นไปอีกมาฝาก

ก่อนที่จะเลือกดีไซน์แบบแหวนที่ถูกใจ ต้อง เลือกให้เข้ากับลักษณะงานที่ทำก่อน เช่น หากการทำงานของคุณต้องใช้มือตลอดเวลาก็ควรเลือกแหวนแต่งงานแบบเรียบๆ เลือกวัสดุที่มีความทนทานสูง ไม่ประดับเพชรหรือพลอย เนื่องจากหากสวมใส่แบบไม่ระมัดระวังอาจทำให้เพชรหรือพลอยได้รับการกระทบกระแทกจนเกิดความเสียหายหรือสูญหายได้ แต่ถ้าหากคุณภรรยาอนุญาตว่าไม่ต้องสวมใส่แหวนแต่งงานทุกวันก็ได้ อนุโลมให้สวมใส่เฉพาะเวลาไปออกงานสำคัญๆ ก็อาจจะเลือกดีไซน์ที่ประดับเพชรหรือพลอยได้ตามสะดวกเลยค่า

ต่อมาต้องคำนึงถึง ความสะดวกสบายในการสวมใส่ เพราะคุณต้องสวมแหวนวงนี้ติดนิ้วไว้ทุกขณะของลมหายใจเชียวนะ แนะนำให้เลือกแหวนแบบ comfort fit ที่ด้านในของตัวแหวนมีความโค้งมน ไม่บาดนิ้ว ทำให้สวมใส่ได้สบายในทุกอิริยาบถ ซึ่งหน้ากว้างมาตรฐานและนิยมจะอยู่ที่ประมาณ 5-7 มิลลิเมตร

แต่ถ้าหากคุณอยากมีแหวนคู่แบบที่ดูเข้ากัน งานนี้ไม่จำเป็นว่าต้องใส่แหวนที่เหมือนกันทุกกระเบียดนิ้วนะจ๊ะ เอาแค่ให้ดูคล้ายๆ กันหรือมีบางอย่างที่ลิงค์กันก็พอ เช่น ขนาดต่างกัน สีต่างกัน เป็นต้น หรือหากเจ้าสาวอยากได้แหวนทอง แต่เจ้าบ่าวอยากได้ทองคำขาว แหวนแต่งงานแบบสองกษัตริย์ ที่ทั้งทองและทองคำขาวอยู่ในวงเดียวกันก็ดูจะตอบโจทย์มากที่สุด โดยอาจจะเลือกเป็นแบบเกลี้ยงธรรมดาไม่ต้องประดับเพชรก็ได้ แต่ที่สำคัญที่สุดคือต้องเลือกให้เหมาะกับบุคลิกและสะท้อนถึงตัวตนของคุณเจ้าบ่าวด้วยนะ

หรือถ้าหนุ่มๆ โดนไฟล์ทบังคับว่าต้องเป็นแหวนแต่งงานแบบประดับเพชรหรือพลอยเท่านั้นล่ะก็ แนะนำให้เลือกเป็นเพชรหรือพลอยเม็ดเล็กๆ โดยอาจจะเลือกเป็นแบบสี่เหลี่ยมเพื่อช่วยให้ดูแมนขึ้น และอาจเลือกการฝั่งแบบหุ้ม หรือแบบ channel  เพื่อไม่ให้ตัวเพชรหรือพลอยยื่นออกมา จะได้ไม่ไปเกี่ยวกับอะไรทำให้อัญมณีอันมีค่าชำรุดหลุดหายได้ ซึ่งถ้าหากจะฝังพลอย แนะนำให้ฝังเป็นพลอยเนื้อแข็งที่มีความทนทานอย่าง ไพลิน บุษราคัม ทับทิม และหลีกเลี่ยงพลอยเนื้ออ่อนประเภท โอปอล มรกต หรืออเมทิส

และสุดท้ายเรื่องสรีระของนิ้วก็สำคัญไม่ใช่น้อย เพราะหากคุณมีนิ้วสั้นอ้วนป้อม ก็ไม่เหมาะอย่างแรงที่จะสวมแหวนวงใหญ่ เพราะจะยิ่งเน้นลักษณะนิ้วให้สั้นป้อมเข้าไปอีก

ดูแบบแหวนแต่งงานและเครื่องประดับเพิ่มเติม คลิกเลย!

ภาพ pexels.com

PRAEW ICONIC BEAUTY 2019 ‘THE GAIETY OF ORIENTAL’ WINNER ANNOUNCEMENT

ในที่สุดก็ได้เวลาประกาศผลของโปรเจ็คท์ด้านความงามแห่งปี PRAEW ICONIC BEAUTY 2019 ที่ปีนี้บอกเลยว่า การแข่งขันค่อนข้างดุเดือด

หากใครได้เห็นผลิตภัณฑ์ความงามกล่องยักษ์ที่กรรมการต้องรับไปตัดสิน ก็ต้องบอกว่าเป็นความรู้สึกระคนกันระหว่างจะสงสาร หรือจะอิจฉาดี ที่ต้องมานั่งครุ่นคิดวิเคราะห์คะแนนให้ละเอียดยิบเที่ยงตรงบนกองบิวตี้โปรดักส์สุดลักชัวรี่ ทั้งยาก ทั้งลุ้น ทั้งหอมและกระจ่างใส เอาใจช่วยพวกเขาพร้อมกับรับฟังผลคะแนนไปพร้อมๆ กันค่ะ

 

พบกับข้าวต้ม 13 เมนูใหม่ ที่ลองกินแล้วฟินแน่นอน ได้ที่ Met Café ทองหล่อได้

หนึ่งในเมนูรอบเย็นหรือหัวค่ำยอดนิยมของคนไทยคือ “ข้าวต้ม” ลองคิดดูสิตกเย็นเลิกงานได้ข้าวต้มร้อนๆ กับข้าวสักสองสามอย่าง นั่งทานในร้านบรรยากาศชิลๆ คงฟินน่าดู แต่จะหาทานได้ที่ไหนล่ะ?

พวกเราชาว Met Cafe เองก็ชอบทานข้าวต้ม คิดว่าทำไมไม่มีร้านข้าวต้มแนวสตรีทฟู๊ดที่มีที่นั่งสบายๆ ร้านตกแต่งสวยงามบ้างนะ

พอไม่มี เราก็ทำเองซะเลย แต่จะเสิร์ฟข้าวต้มกับเมนูไม่กี่อย่างคงไม่สนุก Met Cafe เลยขอทำข้าวต้ม 0 บาท ซะเลย

และเมนูกับข้าวจะให้มาน้อยๆ คงไม่ใช่ Met Cafe เพราะเราจัดเต็มกับข้าวให้เลือกทานกับข้าวต้มถึง 13 เมนู และที่สำคัญ 13 เมนูที่ว่าเป็นสูตรลับของบ้านเพื่อนๆ เราทั้งหมด ไม่เชื่อก็ลองดูที่ชื่อเมนูสิ ปูไข่ดองเจ้ตุ้ม, ปลาสลิดฟูกู๋กัน,  แกงจืดหมูสับเกี๊ยมบ๊วยตั่วเจ้ณี, ยำ 3 ไข่แปะจุ่น เป็นต้น

แต่สำคัญกว่าข้าวต้ม 0 บาท และเมนู 13 อย่าง คงเป็นการได้กินข้าวต้มสไตล์สตรีทฟู๊ดที่อร่อยมาก ในบรรยากาศร้านสวยๆ ที่ Met Cafe นี่แหละ รู้แบบนี้แล้วเย็นนี้ถ้าไม่รู้จะไปไหนมาทานข้าวต้มที่ Met Cafe กันสิ เริ่มเสิร์ฟตั้งแต่ 18.00 – 21.30 น.

“EatSpiration เพราะทุกเมนูมีเรื่องเล่า” เมนูอาหารของ Met Cafe ทุกเมนูมีแรงบันดาลใจน่ารักๆ ที่เราอยากเล่าให้ฟังอยู่อีกมาก # EatSpiration #metcafebkk

ส่วนลดสำหรับคนติดตาม preaw.com รับ 10% ทันที เมื่อแจ้ง code #praewmag ตั้งแต่วันนี้-30 พ.ย. 62

ความสุขฉบับผู้ให้ “พาย-ภาริอร วัชรศิริ” หญิงแกร่งผู้เติมเต็มชีวิตด้วยการแบ่งปันกำลังใจ

กำลังใจที่มีค่าที่สุดในแบบฉบับของคุณคืออะไร บางคนอาจมีคำตอบอยู่ในใจแล้ว ในขณะที่บางคนอาจยังหาคำตอบไม่ได้ หรือกำลังค้นหาอยู่ แต่สำหรับผู้หญิงคนนี้ “พาย-ภาริอร วัชรศิริ” นักเขียนหญิงแกร่งผู้มุ่งมั่นกับการแบ่งปันกำลังใจ เพื่อเติมเต็มความสุขให้กับชีวิตในแบบฉบับของตัวเอง 

เธอค้นพบคุณค่าของการส่งต่อกำลังใจ ด้วยการถ่ายทอดเรื่องราวของตัวเองผ่านหนังสือ How I love MY MOTHER กับประสบการณ์ที่เธอต้องเปลี่ยนชีวิตแบบไม่ทันตั้งตัวในวัยเพียง 16 ปี เพราะคุณแม่ป่วยเป็นอัมพฤกษ์ พลิกชีวิตจากวัยรุ่นที่ถูกตามใจมาตลอด กลายเป็นผู้ดูแลคุณแม่ที่ป่วยแบบเต็มตัว และปรับมุมมองเพื่อเก็บเกี่ยวความสุขจากปัญหาที่ต้องเผชิญ 

แม้ความสุขของเธอจะแตกต่างจากความสุขของคนทั่วไป แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้จริงๆ ว่า สิ่งที่เธอทำ ช่วยสร้างกำลังใจที่ยิ่งใหญ่ให้กับเพื่อนมนุษย์อีกหลายๆ คนได้ แพรวดอทคอม จึงอยากพาทุกคนไปสัมผัสตัวตนและก้นบึ้งหัวใจของผู้หญิงคนนี้กัน

ตอนนั้นด้วยวัยเพียง 16 ปี พอรู้ว่าคุณแม่ป่วยเป็นอัมพฤกษ์ คุณพายรับมือกับเหตุการณ์ต่างๆ อย่างไร 

พายขอเล่าให้ฟังก่อนว่า การที่แม่ป่วยเป็นอัมพฤกษ์เกิดจากการที่เขาล้ม จากนั้นพายจึงรีบพาแม่ไปโรงพยาบาลด้วยความตกใจ ซึ่งจากการล้มนั้น ทำให้แม่มีอาการชาครึ่งซีก ลิ้นแข็ง ร่างกายอ่อนแรง และเส้นเลือดในสมองแตก ทำให้ต้องเข้ารับการผ่าตัด หลังจากนั้นแม่ก็กลายเป็นอัมพฤกษ์ครึ่งซีก ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ 

ตอนนั้นพายอายุ 16 ปี เพิ่งเรียนอยู่ ม.ปลาย ซึ่งพายเป็นเด็กที่แม่สปอยล์มาทั้งชีวิต เพราะฉะนั้นการเจอเหตุการณ์แบบนี้จึงช็อคโลกพายมาก เหมือนทุกอย่างพลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือ พายปรับตัวไม่ทัน ช่วงแรกๆ ต้องใช้เวลาในการปรับตัวนานมาก เรียกว่าเป็นการปรับตัวก่อนปรับวิธีคิด ไลฟ์สไตล์ของพายเปลี่ยนไป จากที่เป็นคนรับและได้ทุกอย่างมาตลอด กลายเป็นคนที่ต้องทำทุกอย่างด้วยตัวเอง และต้องทำให้แม่ด้วย ซึ่งในการปรับตัวนั้นค่อนข้างยาก มีความทุลักทุเลอยู่พักหนึ่งเลยทีเดียว เพราะพายเป็น Caregiver ที่เริ่มจากไม่มีความรู้อะไรเลย ต้องค่อยๆ ลองผิดลองถูก สักพักใหญ่ๆ เลยกว่าจะปรับตัวได้ พอปรับตัวได้ จึงค่อยๆ เริ่มปรับวิธีคิด เพราะการดูแลคนป่วยเป็นงานที่เจาะจงไม่ได้ว่าจะจบเมื่อไหร่ ต้องทำไปตลอด ต้องทำไปเรื่อยๆ ไม่เหมือนกับการเรียนหนังสือหรือการทำงานบางอย่าง 

เคยรู้สึกน้อยใจบ้างไหม ที่ไม่ได้ใช้ชีวิตวัยรุ่นเหมือนเพื่อนวัยเดียวกัน

รู้สึกแน่นอน และมากๆ เลยค่ะ (หัวเราะ) โดยเฉพาะในช่วงแรกๆ ที่พายดูแลแม่ได้สักพักหนึ่ง ซึ่งเป็นช่วงเดียวกับที่พายเข้าเรียนมหาวิทยาลัย เพราะพายได้เห็นเพื่อนๆ ทำกิจกรรมของคณะกัน ไปแฮงค์เอ้าท์กัน รวมถึงช่วงที่เรียนจบ เริ่มทำงาน มีเงินเดือน พายได้เห็นเพื่อนบางคนเก็บตังค์ไปเที่ยวต่างประเทศ แต่พายแทบไม่ได้ทำอะไรแบบนั้นเลย เพราะพายกลับบ้านดึกไม่ได้ อย่างเวลาไปเรียนก็ต้องรีบกลับบ้านมาดูแลแม่ พอเรียนจบ ทำงาน พายหาเงินได้เหมือนเพื่อนเลย แต่ไม่สามารถใช้เงินได้เหมือนเพื่อน เพราะพายต้องเอาเงินไปดูแลคนป่วย ซึ่งนั่นก็คือแม่ของพาย 

พายมีความน้อยใจ ความอึดอัดใจ ลามไปจนถึงความอิจฉานิดๆ แต่พายพยายามปรับเปลี่ยนวิธีคิด โดยคิดเสมอว่าเราทำสิ่งนี้เพื่ออะไร เราหรือใครที่จะได้อะไรจากสิ่งที่เราทำบ้าง อย่างการดูแลแม่ที่พายทำอยู่ พายทำเพื่อให้แม่มีความสุขที่สุด แม่จะรู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่า เป็นที่รักของลูก ซึ่งนั่นทำให้แม่เป็นคนป่วยที่มีจิตใจแข็งแรง มีความสุข มีชีวิตอยู่ได้ยาวนาน ซึ่งสิ่งเหล่านี้แหละที่ตอบแทนพายกลับมา ทำให้พายรู้สึกว่าสิ่งที่พายทำก็มีคุณค่าไม่ต่างจากสิ่งที่คนอื่นทำ และเป็นความสุขอย่างหนึ่งในแบบฉบับตัวเอง เพราะพายรู้ว่ากำลังทำบางอย่างเพื่อคนที่พายรักนั่นเอง

เคยรู้สึกเหนื่อยจนท้อบ้างไหม แล้วผ่านมาได้อย่างไร 

มีค่ะ พายถึงขั้นเคยรู้สึกอยากฆ่าตัวตายเลยนะ เพราะสำหรับเด็กอายุ 16 ปี กับการดูแลคนป่วย ในระยะเวลา 11 ปี มันหนักหนาสาหัส แม้จะบอกว่าเป็นช่วงเวลาที่มีความสุข แต่ก็มีความเหนื่อยกายและเหนื่อยใจอยู่มาก โดยเฉพาะช่วงที่ใจไม่แข็งพอ ก็รู้สึกท้อได้เป็นธรรมดา ซึ่งถ้าเราดึงตัวเองขึ้นมาไม่ได้ ก็จะรู้สึกดิ่งดาวน์อยู่แบบนั้น 

จุดหนึ่งที่คนดูแลคนป่วยต้องระวังคือ พอเราดูแลคนป่วย ไลฟ์สไตล์ของเราจะป่วยตามเขาไปด้วย เพราะเราไม่มีเวลาเหมือนคนอื่น ไม่สามารถใช้เงินได้เหมือนคนอื่น ซึ่งเป็นข้อจำกัดของเรา เพราะฉะนั้นเวลาที่ท้อ ก็ต้องพยายามสร้างเสริมกำลังใจ ซึ่งกำลังใจที่ดีที่สุดสำหรับพายคือ การสร้างเสริมกำลังใจด้วยตัวเอง ปรับเปลี่ยนวิธีคิด และรับกำลังใจจากคนรอบตัว บวกกับรับกำลังใจดีๆ จากแม่  เพราะพายรู้สึกว่าทุกครั้งที่พายดูแลแม่ แสดงความรักต่อแม่ แม่ก็จะทำสิ่งนั้นกลับมาให้พายเสมอ ทำให้พายรู้สึกได้กำลังใจกลับคืนมา รู้สึกว่าสิ่งที่ทำไปไม่สูญเปล่า

อีกหนึ่งวิธีคิดในการให้กำลังใจตัวเองของพายคือ พายจะรู้สึกนับถือตัวเองมากๆ ที่ทำทุกอย่างได้ถึงขนาดนี้ ทั้งๆ ที่มีทางเลือกอื่นอีก แต่พายก็เลือกที่จะอยู่ตรงนี้ เลือกที่จะดูแลแม่อย่างเต็มใจและเต็มที่ ซึ่งความภูมิใจและการนับถือตัวเองในวินาทีที่ท้อ ทำให้พายคิดได้ว่าจริงๆ แล้วฉันก็เป็นคนเก่งคนหนึ่งเหมือนกันนะ (หัวเราะ) ฉันทำไหว ฉันไปต่อได้

หลังจากเผชิญปัญหานี้ คิดว่านิสัยของตัวเองเปลี่ยนแปลงไปบ้างไหม 

เปลี่ยนไปเยอะมากๆ ค่ะ เรียกว่าในทุกๆ มิติเลย ทั้งนิสัย ตัวตน และความคิด รวมถึงมีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น ทั้งตอนที่ดูแลแม่ และตอนที่แม่เสียไปแล้ว โดยตอนที่ดูแลแม่ พายรู้สึกว่าพายสามารถจัดการเวลาได้ดีขึ้น เพราะใน 24 ชั่วโมง พายไม่ได้ทำเพื่อตัวพายคนเดียว แต่พายต้องแบ่งเวลาในการดูแลแม่ ทั้งอาบน้ำ ป้อนข้าว 3 มื้อ พาแม่ไปโรงพยาบาล ซึ่งพอเวลา 24 ชั่วโมงของพายไม่เหมือนคนปกติ พายจึงจัดการเวลาและวางแผนล่วงหน้าในการทำสิ่งต่างๆ ได้ดีขึ้นมาก อีกทั้งพายยังรู้จักใช้เงิน รู้จักเก็บเงิน เพราะพายต้องเก็บเงินไว้ดูแลแม่ 

นิสัยอีกอย่างที่เห็นชัดมาก คือจากคนที่โลกหมุนรอบตัวเอง เพราะแม่สปอยล์มาตลอด หลังจากเจอเหตุการณ์นี้พายกลายเป็นคนที่แคร์คนอื่น แคร์ความรู้สึก แคร์เรื่องราวของคนอื่นมากขึ้น รวมถึงชอบดูแลคนอื่นในเชิงปฏิบัติ ไม่ใช่แค่การรับฟังเท่านั้น และพายยังได้เรียนรู้ว่าเราไม่มีทางรู้ล่วงหน้าได้เลยว่าใครจะจากเราไปวันไหน ดังนั้นนิสัยแบบผัดวันประกันพรุ่ง หรือไม่ทุ่มเทอย่างเต็มที่กับอะไรสักอย่าง จะทำให้เรารู้สึกผิดและเสียดายไปตลอดชีวิต ถ้าวันหนึ่งเราต้องสูญเสียมันไป เพราะแบบนี้พายจึงดูแลแม่อย่างสุดตัวและสุดหัวใจ ซึ่งพอแม่เสียไป นิสัยหรือมุมองของพายก็เปลี่ยนไปอีก พายได้เรียนรู้ถึงความรู้สึกโล่งใจ สบายใจ เพราะพายทำเต็มที่อย่างดีที่สุดในช่วงเวลาที่แม่ยังอยู่ 

มาถึงตอนนี้แล้ว เป้าหมายชีวิตเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรบ้าง

ถ้าพูดกันตรงๆ คือเปลี่ยนไปค่ะ เพราะตอนที่ดูแลแม่ เป้าหมายหลักคือการทำให้แม่อยู่อย่างมีคุณภาพชีวิตที่ดี เป็นคนป่วยที่อารมณ์ดีและมีอายุยืน แต่พอแม่เสียไป พายก็สูญเสียเป้าหมายนั้นไปด้วย ความรู้สึกเหมือนงานจบแล้ว ตอนนี้พายจึงเปลี่ยนเป้าหมายมาโฟกัสกับการทำงาน และพยายามแชร์ประสบการณ์ของตัวเองให้เกิดประโยชน์กับคนอื่น เพราะพายรู้สึกว่าเรื่องที่เกิดขึ้นกับพายนั้น ทั้งการที่แม่ป่วยเป็นอัมพฤกษ์และการที่เสียแม่ไป ไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นกับพายแค่คนเดียว อีกทั้งพายไม่ใช่คนแรกและคนสุดท้ายที่เจอเรื่องนี้แน่นอน ซึ่งคงจะดีมากๆ ถ้าพายได้ส่งต่อประสบการณ์ ความรู้ วิธีคิด หรืออารมณ์บางอย่างเกี่ยวกับเรื่องนี้ เพื่อให้เป็นประโยชน์กับคนอื่นๆ ต่อไป ซึ่งวันหนึ่งเขาอาจจะต้องเจอเรื่องนี้เหมือนพาย แต่เขาจะได้ประโยชน์และกำลังใจจากเรื่องราวของพาย ทำให้เขาไม่ต้องเป็น Caregiver ที่เริ่มต้นจากศูนย์เหมือนพาย

ทำไมถึงตัดสินใจถ่ายทอดเรื่องราวของตัวเองเป็นหนังสือ 

พายเป็นคนชอบเขียน และคิดในใจเสมอว่าสักวันหนึ่งอยากมีหนังสือของตัวเอง แต่โอกาสนั้นก็ไม่ได้มาถึงง่ายๆ คือพายไม่ได้เริ่มจากการเขียนต้นฉบับ เพื่อส่งให้สำนักพิมพ์ตีพิมพ์เป็นหนังสือ แต่พายเริ่มจากการบันทึกเรื่องราวหรือบทสนทนาที่เกิดขึ้นตอนดูแลแม่ลงในเฟซบุ๊ก ซึ่งพายทำมาเรื่อยๆ จนเห็นว่าหลายๆ คนรู้สึกดีกับสิ่งที่พายทำ พายได้รับกำลังใจจากตรงนั้น และอีกอย่างคือพายค้นพบว่ามีคนที่เจอปัญหานี้เหมือนพาย ทำให้สิ่งที่พายเขียนเป็นประโยชน์ต่อพวกเขา เพราะพวกเขาสามารถนำเรื่องราวของพายไปปรับใช้กับตัวเองได้ ช่วยเปลี่ยนวิธีคิดหรือพฤติกรรมของพวกเขาได้ ทั้งหมดนี้ทำให้พายอยากออกเป็นหนังสือ สุดท้ายด้วยความโชคดีพายจึงมีหนังสือ How I love MY MOTHER ออกมา  

หนังสือของพายไม่ใช่หนังสือ How to ที่บอกว่ารักแม่สิจ๊ะ แล้วผลลัพธ์จะเท่ากับครอบครัวมีความสุขจังเลย แต่เป็นการแชร์ประสบการณ์ชีวิตของคนๆ หนึ่ง ซึ่งอยากให้อ่านแล้วนำไปตีความชีวิตด้วยวิธีคิดในแบบของตัวเอง เพราะปัญหาที่เกิดขึ้นในชีวิตของแต่ละคนไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยสูตรเดียวกัน และพายเชื่อว่าถ้าเขาได้ตกตะกอนความคิดในแบบของตัวเองจะเกิดผลดีที่สุด

รู้สึกอย่างไรบ้าง ที่หนังสือ How I love MY MOTHER ประสบความสำเร็จในการช่วยสร้างกำลังใจดีๆ ให้กับผู้อ่าน 

พายขอใช้คำว่า พายอบอุ่นใจกับมัน แทนที่จะตอบว่าดีใจ เพราะหนังสือเล่มนี้ไม่ใช่หนังสือ Best seller หรือตีพิมพ์ซ้ำหลายรอบ แต่หนังสือเล่มนี้ตีพิมพ์แค่ครั้งเดียว แล้วก็ขายแค่ครั้งเดียว ซึ่งสิ่งที่พายได้กลับมาเยอะมากจากเสียงตอบรับของหนังสือเล่มนี้ คือการที่คนอ่านแสดงออกอย่างชัดเจนผ่านช่องทางต่างๆ ทั้งอีเมล อินบ็อกซ์ และจดหมาย ว่าเขาเปลี่ยนแปลงตัวเองเกี่ยวกับความสัมพันธ์ต่อคนในครอบครัว เพื่อน หรือคนรักอย่างไรบ้าง จากการที่เขาอ่านหนังสือของพาย ซึ่งพายรู้สึกว่ามันเป็นรางวัลสูงสุดของชีวิตสำหรับนักเขียนหนังสืออย่างพาย ที่ช่วยทำให้คนๆ หนึ่งเปลี่ยนไป หรือใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขมากขึ้น ด้วยการส่งต่อกำลังใจให้แก่กันและกัน

อีกทั้งพายยังรู้สึกดีใจมากๆ ที่หนังสือ How I love MY MOTHER ของพายเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยกระตุ้นให้ทุกคนเห็นถึงความสำคัญของการให้กำลังใจต่อกัน ตามแนวคิดของ “โครงการรณรงค์ส่งเสริมกำลังใจในสังคม” ของโรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ โดยเป้าหมายของโครงการกับความตั้งใจของพายมุ่งไปในทิศทางเดียวกัน อย่างพายที่ไม่ได้สนใจเฉพาะเรื่องวิธีการต่างๆ เช่น การดูแล การรักษา การใช้ชีวิตประจำวันของคนป่วย และ Caregiver เท่านั้น แต่พายแคร์ไปถึงใจของคนเหล่านี้ด้วย เพราะพายเข้าใจดีว่าเรื่องยากต่างๆ ที่ต้องเผชิญ จะผ่านไปได้ง่ายขึ้นและดีขึ้น ด้วยการส่งต่อพลังใจ ส่งต่อความเข้าใจ และส่งต่อกำลังใจให้แก่กันและกัน ซึ่งในฐานะที่พายผ่านจุดนั้นมาแล้ว จึงยิ่งเชื่อในสิ่งนี้ และอยากส่งต่อกำลังใจที่เข้าใจแบบนี้ เพื่อให้เกิดสิ่งดีๆ ยิ่งๆ ขึ้นไป

ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญ #กำลังใจที่เข้าใจ กับโรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ โดยการส่งต่อกำลังใจถึงคนรอบข้างด้วยความเข้าใจ ผ่านทางเว็บไซต์ http://bit.ly/2oxAl86

กระเป๋า Celine Celine Triomphe

ก่อนซื้อควรรู้! 5 ข้อเกี่ยวกับ กระเป๋า Celine Triomphe ราคาหลักแสน

ก่อนซื้อควรรู้! กระเป๋า Celine Triomphe Bag ราคาหลักแสน อีกหนึ่งไอเท็มลูกรักของ ลิซ่า Blackpink ที่ไม่ว่าจะไปไหนก็ต้องสะพายไปด้วย

แน่นอนว่าไอดอลสาวอย่าง ‘ลิซ่า’ จะหยิบจับอะไรก็เป็นที่สนใจของแฟนๆ ทั่วโลกได้อย่างไม่ต้องสงสัย อีกทั้งข้าวของเหล่านั้นก็พร้อมจะขึ้นสถานะ Sold Out ได้ทุกเวลา เมื่อแฟนคลับตามสืบจนเจอว่าแหล่งช้อปมาจากไหน เช่นเดียวกับกระเป๋าที่ ‘ลิซ่า’ สะพายติดตัวตลอดทริปฝรั่งเศสเพื่อร่วมชมแฟชั่นโชว์ CELINE SS 2020 อย่างเจ้ากระเป๋ารุ่น Triomphe ก็ถูกหลายคนเล็งไว้เหมือนกัน นอกจากนี้ภาพแฟชั่นสนามบินของลิซ่าก็มักจะมีกระเป๋ารุ่นนี้อยู่ในเฟรมด้วยตลอด เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งไอเท็มที่ลิซ่าหยิบมาใช้บ่อยเลยทีเดียว

กระเป๋า Celine Triomphe

กระเป๋า Celine Triomphe

แต่ก่อนจะไปหาซื้อกระเป๋าใบละหลายแสน ก็อย่าเพิ่งใจร้อนด่วนกดซื้อหรือวิ่งไปที่ช็อป เราควรมาเช็คข้อมูลเบื้องต้นและทำความรู้จักกับกระเป๋ารุ่นนี้กันก่อนว่ามีความพิเศษอย่างไรบ้าง ด้านล่างนี้เราได้รวบรวมทุกสิ่งที่คุณจำเป็นต้องรู้เกี่ยวกับกระเป๋า Celine Triomphe ไว้ให้แล้ว

ก่อนซื้อควรรู้! 5 ข้อเกี่ยวกับ กระเป๋า Celine Triomphe ราคาหลักแสน

ที่มา

กระเป๋า Celine Triomphe เป็นส่วนหนึ่งของคอลเล็คชั่นเปิดตัว Hedi Slimane ในฐานะผู้กำกับครีเอทีฟคนใหม่ของแฟชั่นเฮ้าส์ เช่นเดียวกับกระเป๋ารุ่น Medium C ซึ่งกระเป๋า Triomphe มีรูปทรงเป็นกล่องคล้ายกับกระเป๋า Classic Box ของ Celine แต่มีการออกแบบโลโก้ที่สะดุดตาแบบวินเทจ ถูกนำมาปัดฝุ่นใหม่ด้วยแรงบันดาลใจจากผลงานการออกแบบของ CELINE ในช่วงยุค 70 ณ ช่วงเวลานั้นสัญลักษณ์ทรียงฟ์ถูกใช้บนผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย อาทิ กระเป๋า เครื่องประดับ ลายพิมพ์ และรองเท้า

กระเป๋าถูกตั้งชื่อตาม Arc de Triomphe ของกรุงปารีส โดยแรงบันดาลใจมาจากห่วงโซ่ที่ล้อมกันอาณาเขตรอบอนุเสาวรีย์อาร์กเดอทรียงฟ์ของปารีส ในปี ค.ศ. 1972 รถยนต์ของผู้ก่อตั้งแบรนด์ Céline Vipiana หยุดจอดบนเพลสเดอเลตวล โดยเธอได้พุ่งความสนใจไปที่ห่วงโซ่ที่ล้อมกันอาณาเขต ในห่วงโซ่มีลายละเอียดตัวเป็นรูปอักษร C สองตัวติดกัน ทันใดนั้นเธอจึงเกิดความคิดในการนำสัญลักษณ์ดังกล่าวมาใช้เป็นเครื่องหมายของห้องเสื้อ ทำให้กระเป๋าดูมีความเก่าแก่ของปารีส ซึ่งโดดเด่นด้วยฮาร์ดแวร์โลหะสีทอง มาพร้อมกับสายหนังปรับระดับได้สำหรับการสะพายไหล่และ crossbody

ซื้อได้ที่ไหน

คุณสามารถซื้อกระเป๋า Celine Triomphe ได้ที่ร้านบูติกของ Celine หรือช้อปปิ้งโดยตรงผ่านเว็บไซต์ของแบรนด์ แต่ควรโทรสอบถามล่วงหน้าเพื่อความพร้อมของกระเป๋าที่คุณจะหิ้วกลับบ้าน

สีที่มีให้เลือก

กระเป๋า Celine Triomphe
White
กระเป๋า Celine Triomphe
Red
กระเป๋า Celine Triomphe
Nude
กระเป๋า Celine Triomphe
Amazone
กระเป๋า Celine Triomphe
Black
กระเป๋า Celine Triomphe
Burgundy
กระเป๋า Celine Triomphe
Light Camel
กระเป๋า Celine Triomphe
Black
กระเป๋า Celine Triomphe
Light Burgundy
กระเป๋า Celine Triomphe
Navy
กระเป๋า Celine Triomphe
Tan

ราคากระเป๋า Celine Triomphe

ราคาของกระเป๋ามีหลายเรท ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับหนังและขนาด

Celine Triomphe หนัง shiny calfskin ราคา $3,850 หรือประมาณ 117,850 บาท

Celine Triomphe หนัง Lizard ราคา $7,000 หรือประมาณ 214,273 บาท

Celine Triomphe หนังจระเข้ ราคา $24,800 หรือประมาณ 759,141 บาท

หนังที่นำมาทำกระเป๋า

กระเป๋ารุ่น Triomphe นอกจากจะมีหลายสีให้เลือกแล้ว ยังมีทั้งหนัง shiny calfskin , หนัง Lizard และหนังจระเข้ เข้ามาเป็นตัวเลือกอีกด้วย

กระเป๋า Celine Triomphe
หนัง shiny calfskin
กระเป๋า Celine Triomphe
หนังจระเข้
กระเป๋า Celine Triomphe
หนัง Lizard

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

รู้หรือไม่? สุภาพสตรีในราชวงศ์อังกฤษ ห้ามสวมหมวกหลัง 6 โมงเย็น

ยกเลิกขนสัตว์จริง! ควีนเอลิซาเบธ ทรงมีรับสั่ง ต่อไปจะใช้ขนเทียมเท่านั้น

เพราะเหตุใด กระเป๋า Hermes ถึงเป็นที่ต้องการ แม้ราคาจะแพงหูฉี่

อยากได้แบรนด์นี้ ต้องซื้อรุ่นไหน! กระเป๋า Chanel 5 ตัวท็อปใช้ได้นาน คุ้มค่าเงิน

ไฮโซเซนต์พร้อมเปย์! ตามใจ มิว-นิษฐา เลือกชุดแต่งงานแบรนด์ดังจากนิวยอร์ก

ขายหมดเกลี้ยง! กระเป๋า Chanel ใบเก่งของ ‘ดัชเชสเคท’ ที่ทรงถือมาตลอด 3 ปี

เหตุใดหลังจากเสกสมรส​ ดัชเชสเมแกน​ ไม่ได้รับอนุญาตให้ยืมเทียร่าอีก

แฟชั่นหลักร้อยของ ลิซ่า BLACKPINK สวยเซ็กซี่รับลมทะเลภูเก็ต

#แม่ว่าแม่ได้ ชมพู่-อารยา 3 ลุคเซ็กซี่แหวกอก ร่วมงานอีเว้นท์ระดับไฮเอนด์

ซูมเครื่องประดับหรูของ ลิซ่า Blackpink ในงานอีเว้นท์ แต่ละชิ้นราคาโหดมาก

จ่ายรอบเดียวได้ 3 ใบ! กระเป๋า Louis Vuitton รุ่นฮิตที่ตอนนี้หาซื้อยากมาก


ภาพและที่มา : pursefiend.com

โรงแรมแชงกรี-ลา กรุงเทพฯ ฉลองส่งท้ายปีเก่าในธีม Golden Eye พร้อมการแสดงดอกไม้ไฟ

โรงแรมแชงกรี-ลา กรุงเทพฯ ร่วมเฉลิมฉลองค่ำคืนส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ พ.ศ. 2563 ในธีม “GoldenEyeสีทองสุดหรู พร้อมตื่นตาไปกับการแสดงดอกไม้ไฟอันวิจิตรเหนือลำน้ำเจ้าพระยา

อีกหนึ่งช่วงเวลาอันแสนพิเศษที่สุดของปีกำลังจะมาบรรจบครบรอบอีกครั้ง กับเทศกาลแห่งความสุขและความรื่นเริงในช่วงวันหยุดที่จะนำพาความสุขสำราญและความสนุกสนานมายังคุณและครอบครัวที่คุณรัก ด้วยการเฉลิมฉลองอันแสนอบอุ่น ณ โรงแรมแชงกรี-ลา กรุงเทพฯ

โรงแรมแชงกรี-ลา กรุงเทพฯ ขอเชิญคุณพร้อมครอบครัวและคนที่คุณรัก มาร่วมเฉลิมฉลองค่ำคืนส่งท้ายปีเก่าเพื่อต้อนรับปีใหม่ พร้อมรับชมการแสดงดอกไม้ไฟอันวิจิตรตระการตาเหนือลำน้ำเจ้าพระยา ร่วมกันนับถอยหลังเพื่อส่งท้ายปีเก่า และต้อนรับปีใหม่ในค่ำคืนวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2562 เข้าสู่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2563 แบบมีสไตล์ ทุกท่านจะได้เพลิดเพลินไปกับปาร์ตี้ธีม “GoldenEye” ภาคหนึ่งของนวนิยายและภาพยนตร์เรื่องเจมส์บอนด์ที่มีชื่อเสียงโด่งดังตลอดกาล ณ บริเวณริมสระน้ำ ร่วมแต่งกายสไตล์หรูในแบบฉบับเจมส์ บอนด์ พร้อมสนุกสนานไปกับปาร์ตี้ในบรรยากาศการตกแต่งด้วยสีทองสุดหรู มีความสุขไปกับความบันเทิงมากมาย พร้อมอิ่มอร่อยไปกับเมนูอาหารนานาชาติเลิศรสที่คัดสรรมาเป็นอย่างดีเพื่อเฉลิมฉลองเทศกาลแห่งความสุขนี้โดยเฉพาะ

เริ่มเฉลิมฉลองกันตั้งแต่ค่ำคืนวันคริสมาสต์ อีฟ และเพลิดเพลินไปกับบั้นซ์เลิศรสมื้อสายในวันคริสต์มาส ในวันที่ 24 -25 ธันวาคม พ.ศ. 2562

  • เน็กซ์ทู ค่าเฟ่
    ในวันที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2562 พร้อมนำเสนอเมนูอาหารนานาชาติเลิศรสจากทั่วทุกมุมโลกเพื่อให้สมาชิกในครอบครัวได้อิ่มอร่อยในช่วงเวลาแห่งความอบอุ่นในค่ำคืนวันคริสต์มาสอีฟ พร้อมสูดอากาศบริสุทธิ์ และชมวิวทิวทัศน์อันสวยงามยามค่ำคืนของเม่น้ำเจ้าพระยา
    ราคา: ผู้ใหญ่ ในราคา 4,400 บาทถ้วน เด็ก ในราคา 2,200 บาทถ้วน*ส่วนในวันที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2562เฉลิมฉลองเทศกาลแห่งความสุขกันต่อด้วยการรับประทานบุฟเฟ่ต์มื้อสายแสนอร่อยในวันคริสมาสต์ อิ่มหนำไปกับหลากหลายเมนูบุฟเฟ่ต์นานาชาติชั้นเลิศที่รังสรรค์จากทีมเชฟมากพรสวรรค์ ไม่ว่าจะเป็น กุ้งล็อบสเตอร์สดใหม่ตัวโตนำเข้าจากประเทศแคนาดา, คาร์ฟวิงสเตชั่นยอดนิยม ไปจนถึงเมนูขนมหวานรสเลิศนานาชนิด พร้อมร่วมสนุกไปกับคุณลุงซานต้าที่จะมากับพร้อมถุงบรรจุของขวัญใบใหญ่ที่เตรียมมามอบให้กับทุกท่านที่มาร่วมรับประทานอาหาร พร้อมเพลิดเพลินไปกับเสียงเพลงอันไพเราะจากการขับร้องเพลงคริสต์มาสแครอล
    ราคา: ผู้ใหญ่ในราคา 4,200 บาทถ้วน เด็กในราคา 2,100 บาทถ้วน* (*ราคาดังกล่าวสำหรับเด็กอายุเด็กอายุตั้งแต่ 4 – 11 ปี)
    **ข้อเสนอพิเศษ: รับส่วนลดทันที 15% เมื่อสำรองที่นั่งและชำระเงินล่วงหน้า ภายในวันที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562 นี้ สำหรับสมาชิกโกลเด้นเซอร์เคิล รับส่วนลด ตั้งแต่วันนี้ จนถึง วันที่สิ้นสุดโปรโมชั่น
  • เรือฮอไรซัน
    ในวันที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2562 คุณและคนที่คุณรักจะได้ใช้เวลาแห่งการเฉลิมฉลองในค่ำคืนวันคริสมาสต์ อีฟ ร่วมกันบนเรือพร้อมรับประทานอาหารบุฟเฟ่ต์นานาชาติมื้อค่ำเลิศรสท่ามกลางบรรยากาศแสนอบอุ่นใจกลางแม่น้ำเจ้าพระยา ที่จะนำคุณล่องเรือผ่านสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์อันงดงามของกรุงเทพมหานครมากมายที่ตั้งอยู่สองริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยายามค่ำคืน
    ราคา: ผู้ใหญ่ ในราคา 4,400 บาทถ้วน เด็กในราคา 2,200 บาทถ้วน*

  • ศาลาทิพย์
    ในวันที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2562 อิ่มเอมไปกับอาหารไทยรสชาติต้นตำรับในรูปแบบคลาสสิกภายใต้บรรยากาศอันร่มรื่นที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายของความเป็นไทย ด้วยศาลาเรือนไทยไม้สักทองที่ได้รับการตกแต่งในแบบสง่างามเรียบหรูร่วมสมัยท่ามกลางสวนสวยริมแม่น้ำเจ้าพระยา เพลิดเพลินไปกับการแสดงรำไทย พร้อมชุดอาหารไทยรสชาติดั้งเดิมที่รังสรรค์โดยทีมเชฟอาหารไทยมืออาชีพ ที่จะมอบประสบการณ์การรับประทานอาหารมื้อค่ำสุดหรูให้กับทุกท่านในค่ำคืนวันคริสมาสต์ อีฟ
    ราคา: ผู้ใหญ่ในราคา 3,800 บาทถ้วน เด็กในราคา 1,900 บาทถ้วน*

  • โวลติ เรสเตอรองต์ แอนด์ บาร์
    ในวันที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2562 มาร่วมเปิดประสบการณ์การรับประทานอาหารอิตาเลียนจานโปรดในสไตล์ “ตราตโตเรีย” ที่ปรุงรสและนำเสนอผ่านความคิดสร้างสรรค์ของเอ็กเซ็คคิวทีฟซูเชฟ “เดวิด ไพวา” ด้วยหลากหลายเมนูอะลาคาร์ทใหม่เลิศรสสำหรับเฉลิมฉลองค่ำคืนวันคริสมาสต์ อีฟ ให้ทุกท่านได้ลิ้มลองความอร่อย

เฉลิมฉลองค่ำคืนวันส่งท้ายปีเก่า พร้อมต้อนรับปีใหม่แห่งความสุข ในวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2562 กับ กาล่าดินเนอร์สุดหรู ณ ริมสระว่ายน้ำ ในธีม “GoldenEye” สีทองสุดหรู

เชิญคุณและคนที่คุณรักมาร่วมดื่มด่ำไปกับช่วงเวลาแห่งความสุขในค่ำคืนวันส่งท้ายปีเก่าเพื่อต้อนรับปีใหม่แบบมีสไตล์ ณ โรงแรมแชงกรี-ลา กรุงเทพฯ พร้อมแต่งกายด้วยชุดทักซิโด้สำหรับท่านสุภาพบุรุษและชุดราตรีสำหรับท่านสุภาพสตรีในแบบฉบับ เจมส์ บอนด์ และ บอนด์ เกิร์ล ร่วมงานกาล่าดินเนอร์หรูในธีม “GoldenEye” สีทองสุดหรู ณ ริมสระว่ายน้ำ อิ่มเอมไปกับอลังการอาหารบุฟเฟ่ต์นานาชาติมื้อค่ำเลิศรสจากทั่วทุกมุมโลก พร้อมเพลิดเพลินไปกับความบันเทิงมากมาย อาทิ หลากหลายการแสดงอันสนุกสนาน, ลุ้นรับรางวัลจากการจับฉลาก อีกทั้งเต้นตามจังหวะบทเพลงยอดนิยมที่ได้รับการคัดสรรมาเป็นอย่างดีจากดีเจมืออาชีพ ปิดท้ายด้วยการรับชมการแสดงชุดดอกไม้ไฟอันเป็นเอกลักษณ์เหนือลำน้ำเจ้าพระยาอันวิจิตรตระการตา
ราคา: ผู้ใหญ่ในราคา 15,000 บาทถ้วน เด็กในราคา 7,500 บาทถ้วน*

  • เรือฮอไรซัน
    ร่วมสนุกสนานไปกับประสบการณ์การนั่งเรือฮอไรซันหรูในธีม “Casino Royale” ที่จะนำพาทุกท่านล่องเรือไปตามลำน้ำเจ้าพระยาเพื่อรับชมวิวทิวทัศน์ยามค่ำคืนของทั้งสองริมฝั่งน้ำ ทุกท่านจะได้เพลิดเพลินไปกับอาหารทานเล่นเลิศรสหลากเมนูพร้อมจิบมาร์ตินีให้เย็นใจ จากนั้นอิ่มอร่อยไปกับอาหารบุฟเฟ่ต์นานาชาติ   มื้อค่ำรสเลิศจากทั่วทุกมุมโลก ในขณะรับชมการแสดงชุดดอกไม้ไฟอันแสนวิจิตรเหนือลำน้ำเจ้าพระยาเพื่อเตรียมตัวต้อนรับวันปีใหม่ พ.ศ. 2563 ที่กำลังจะมาถึง
    ราคา: ผู้ใหญ่ในราคา 14,000 บาทถ้วน เด็กในราคา 7,000 บาทถ้วน*

  • เน็กซ์ทู คาเฟ่
    เชิญคุณพร้อมครอบครัวที่คุณรักมาร่วมเฉลิมฉลองค่ำคืนวันส่งท้ายปีเก่า พ.ศ. 2019 กันอย่างยิ่งใหญ่ ด้วยการรับชมการแสดงชุดดอกไม้ไฟอันสุดแสนอลังการที่มีความยาวตลอดโค้งน้ำของแม่น้ำเจ้าพระยา พร้อมอิ่มหนำไปกับอาหารบุฟเฟ่ต์นานาชาติมื้อค่ำคุณภาพรสเลิศนำเข้าจากทั่วทุกมุมโลก อาทิ กุ้งล็อบสเตอร์หวานฉ่ำนำเข้าจากประเทศแคนาดา ปิดท้ายความอร่อยของอาหารมื้อค่ำมื้อพิเศษนี้ด้วยเมนูขนมหวานแสนอร่อยนานาชนิด ในขณะชื่นชมวิวทิวทัศน์ยามค่ำคืนของสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา หรือจะเลือกรับชมความบันเทิงต่างๆ ผ่านหน้าจอแอลอีดีขนาดยักษ์
    ราคา: บริเวณเน็กซ์ทู เทอเรซ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ผู้ใหญ่ในราคา 12,000 บาทถ้วน และเด็กในราคา 6,000 บาทถ้วน*
    หากเป็นบริเวณภายในห้องอาหาร ผู้ใหญ่ในราคา 8,500 บาทถ้วน และเด็กในราคา 4,250 บาทถ้วน*

  • ศาลาทิพย์
    มีความสุขไปกับค่ำคืนแห่งการเฉลิมฉลองค่ำคืนวันส่งท้ายปีเก่าในสไตล์ไทยๆ ไปกับการรับประทานอาหารมื้อค่ำอันแสนโรแมนติกท่ามกลางมนต์ขลังของห้องอาหารไทยภายในศาลาเรือนไทยไม้สักทองที่ได้รับการตกแต่งในแบบสง่างามเรียบหรูร่วมสมัยที่แวดล้อมไปด้วยสวนสวยริมแม่น้ำเจ้าพระยา คุณและคนที่คุณรักจะได้อิ่มเอมไปกับชุดอาหารไทยมื้อค่ำสุดหรูรสชาติต้นตำรับที่นำเสนอในรูปแบบคลาสสิก รังสรรค์โดย เชฟ ญาณวิทย์ ธีรสมบูรณ์กุล
    ราคา: ผู้ใหญ่ในราคา 8,500 บาทถ้วน เด็กในราคา 4,250 บาทถ้วน*

  • โวลติ เรสเตอรองต์ แอนด์ บาร์
    เอ็กเซ็คคิวทีฟซูเชฟ “เดวิด ไพวา” นำทีมเชฟมืออาชีพแห่งมาสร้างสรรค์เซ็ตเมนูอาหารอิตาเลียนเลิศรสขึ้นเป็นพิเศษ เพื่อร่วมเฉลิมฉลองศักราชใหม่ที่กำลังจะมาถึงโดยเฉพาะ ให้ทุกท่านได้อร่อยกันแบบเต็มอิ่ม พร้อมรับชมการแสดงดอกไม้ไฟอันแสนงดงามตระการตา ณ บริเวณริมสระว่ายน้ำอีกด้วย
    ราคา: ผู้ใหญ่ในราคา 7,000 บาทถ้วน เด็กในราคา 3,500 บาทถ้วน*

  • ล็อบบี้ เลาจน์และลานริมน้ำอาคารกรุงเทพวิง
    สถานที่ที่สมบูรณ์แบบสำหรับการรับชมการแสดงดอกไม้ไฟอันวิจิตรตระการตาเหนือลำน้ำเจ้าพระยาในค่ำคืนวันส่งท้ายปีเก่า คุณและคนที่คุณรักจะได้เพลิดเพลินไปกับการจิบเมนูค็อกเทลแก้วโปรด พร้อมชื่นชมแสงไฟระยิบระยับจากหมู่เรือที่แล่นผ่าน ณ บริเวณลานริมน้ำอาคารกรุงเทพวิง ยามค่ำคืนในวันสุดท้ายของปี
    ราคา: 2,500 บาทถ้วน รวมเครื่องดื่มตามที่กำหนดจำนวน 2 แก้ว ตั้งแต่เวลา 22.30 น. ถึงเวลา  24.00 น.

มีความสุขต้อนรับวันปีใหม่ พร้อมอิ่มหนำไปกับซันเดย์บรั้นซ์ ณ เน็กซ์ทู คาเฟ่ ในวันที่ 1 มกราคม 2563

เริ่มต้นศักราชใหม่ไปกับครอบครัวที่คุณรักด้วยอาหารบุฟเฟ่ต์นานาชาติคุณภาพเยี่ยมรสเลิศที่ได้รับการคัดสรรมาเป็นอย่างดีจากทั่วทุกมุมโลก อีกทั้งเมนูของหวานแสนอร่อยนานาชนิด ที่รังสรรค์โดยทีมพ่อครัวมืออาชีพที่พร้อมให้ได้เลือกรับประทานอย่างเต็มอิ่มกันทั้งครอบครัว อีกทั้งเพลิดเพลินไปกับบรรยากาศอันแสนร่มรื่น ณ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา
ผู้ใหญ่ในราคา 3,200 บาทถ้วน เด็กในราคา 1,600 บาทถ้วน*
*ราคาดังกล่าวสำหรับเด็กอายุเด็กอายุตั้งแต่ 4 – 11 ปี
**ข้อเสนอพิเศษ: รับส่วนลดทันที 15% เมื่อสำรองที่นั่งและชำระเงินล่วงหน้า ภายในวันที่ 30 พฤศจิกายน  พ.ศ. 2562 นี้ สำหรับสมาชิกโกลเด้นเซอร์เคิล รับส่วนลด ตั้งแต่วันนี้ จนถึง วันที่สิ้นสุดโปรโมชั่น

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม และสำรองที่นั่งได้ที่ ฝ่ายสำรองที่นั่งห้องอาหารของโรงแรมฯ โทร. 0 2236 9952 หรือ 0 22367777 หรือ อีเมล [email protected] หรือ สำรองที่นั่งได้ที่ เว็บไซต์ https://www.shangri-la.com/bangkok/shangrila/dining/restaurants/next2/book-a-table/

16 พ.ย. นี้ คิง เพาเวอร์ มหานคร ชวนคนไทยขึ้นตึกมหานคร สกายวอล์ค ฟรี 314 คนแรก

คิง เพาเวอร์ มหานคร แลนด์มาร์คของกรุงเทพฯ ใจกลางสาทร เฉลิมฉลองเนื่องในโอกาสเปิดดำเนินการครบรอบ 1 ปี มหานคร สกายวอล์ค จุดชมวิวชั้นดาดฟ้าและรูฟท๊อปบาร์ที่สูงที่สุดในประเทศไทย ณ ชั้น 78 ความสูง 314 เมตร

พร้อมชวนทุกท่านร่วมภูมิใจไปกับหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงระดับโลกของไทยในโอกาสพิเศษนี้ โดยเปิดให้เข้าชมฟรี มหานคร สกายวอล์ค สำหรับคนไทย 314 คนแรก* ที่มาใช้บริการในวันเสาร์ที่ 16 พฤศจิกายน 2562 สามารถเดินทางได้สะดวกสบายด้วยรถไฟฟ้าบีทีเอส เชื่อมต่อสถานีช่องนนทรี ทางออกหมายเลข 3

มหานคร สกายวอล์ค ถือเป็นจุดชมวิวชั้นดาดฟ้าแบบ 360 องศา และและรูฟท๊อปบาร์ที่สูงที่สุดในประเทศไทย ตั้งอยู่บนชั้น 74 75 และ 78 ของคิง เพาเวอร์ มหานคร ประกอบไปด้วยจุดชมวิวภายในอาคาร พื้นกระจกลอยฟ้า และรูฟท๊อปบาร์ โดยบริเวณชั้นดาดฟ้าซึ่งเป็นจุดที่มีความสูงที่สุดที่สามารถยืนได้ในกรุงเทพมหานคร มีความสูงอยู่ที่ 314 เมตรเหนือพื้นดิน เปิดให้บริการเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2561 โดยได้รับความสนใจจากทั้งนักท่องเที่ยวชาวไทยและช่างต่างชาติเข้าชมเป็นจำนวนมาก

นอกจากนี้ ท่านที่พลาดโอกาสพิเศษดังกล่าว สามารถซื้อบัตรเข้าชมมหานคร สกายวอล์ค ได้ในราคาท่านละ 880 บาท หรือร่วมดื่มด่ำกับวิวทิวทัศน์อันงดงามของกรุงเทพมหานครจากมุมสูงในยามค่ำคืนกับโปรโมชั่นพิเศษ “Beyond Sunset” เมื่อซื้อบัตรสกายวอล์ค 1 ใบ รับฟรีเครื่องดื่ม 1 แก้ว ตั้งแต่เวลา 20:00 น. เป็นต้นไป ในราคาสุดพิเศษเพียงท่านละ 880 บาท** ตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่ 31 มีนาคม 2563

ผู้ที่สนใจสามารถติดตามข่าวสารและโปรโมชั่นต่างๆ จากคิง เพาเวอร์ มหานคร เพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/KingPowerMahanakhon หรือโทรสอบถามได้ที่หมายเลข 02-677-8721

สวยเก่งไม่แพ้ไอดอลเกาหลี แอลลี่ เดบิวต์ในฐานะศิลปินคนแรก 411 MUSIC

“กึ้ง-เฉลิมชัย” ทุ่มเวลานับปีสร้าง 411 MUSIC เต็มสูบ ส่ง แอลลี่ ประเดิมเปิดค่าย เผยกลยุทธ์ดันวงการเพลงและศิลปินไทย เติบโตในมาตรฐานสากล

411 MUSIC

วงการเพลงคึกคักส่งท้ายปี กระแสดีถล่มทลายจนแฮชแท็ก #ลูกสาวมาแน่ ขึ้นเทรนด์ทวิตเตอร์อันดับท็อปทรี (TOP3) ของประเทศไทยยาวนานร่วม 5 ชั่วโมงกันไปเลย นับตั้งแต่วันแรกที่ค่ายเพลงน้องใหม่ย่านชิดลมอย่าง “โฟร์ วัน วัน มิวสิก” (Four One One Music หรือ 411 Music) นำทีมโดยเจ้าพ่อเอ็นเตอร์เทนเม้นท์แห่งชาติ “กึ้ง–เฉลิมชัย มหากิจศิริ” เผยโฉมศิลปินเบอร์แรกสุดปัง “แอลลี่-อชิรญา นิติพน” ทายาทนักร้องชื่อดัง ” อ่ำ-อัมรินทร์ นิติพน” และ “จอย-อัจฉริยา อังคสุวรรณศิริ” นั่นเอง

411 MUSIC
หลังจากเดินทางโลดแล่นอยู่ในวงการบันเทิงเมืองไทยมาเป็นเวลาครบ 11 ปีเต็ม สำหรับ บริษัท โฟร์ วัน วัน เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด (Four One One Entertainment Co.,Ltd.) ที่ทั้งจัดหา อิมพอร์ต เนรมิตโชว์ต่างๆ หลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นคอนเสิร์ตหรืองานแฟนมีตติ้งของศิลปินไอดอลบอยแบนด์สุดฮิต เกิร์ลกรุ๊ปสุดฮ็อต รวมไปถึงดารานักแสดงชื่อดังที่บินลัดฟ้าจากเกาหลีมาเอาใจแฟนคลับชาวไทยอย่างต่อเนื่อง

โดยทุกงานผ่านการคัดสรรและกลั่นกรองมาจากซีอีโอมากความสามารถอย่าง กึ้ง-เฉลิมชัย มหากิจศิริ ซึ่งตั้งเป้าหมายสูงสุดของบริษัทไว้ เพื่อทำให้ทุกคนมีความสุขในทุกโชว์ที่เกิดขึ้น และวันนี้กับก้าวต่อไปของ โฟร์วันวันฯ ที่ทุกคนต่างกำลังจับตามองกับปรากฏการณ์ครั้งใหม่ และจะเป็นครั้งที่สะเทือนทั้งวงการบันเทิงเมืองไทยเป็นแน่

คิดอย่างไรมาทำค่ายเพลง ?

“ผมว่าถ้าผมไม่ก้าวไปทำอะไรในสิ่งที่ไม่เคยทำมาก่อน เราก็จะไม่ได้เจอ ไม่ได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ นั่นทำให้ 411 ของเรามี 11 ปีในวันนี้ มาวันนี้เราอยากจะนำสิ่งที่เราได้เรียนรู้ ได้สั่งสมประสบการณ์มาทำให้กับวงการดนตรีไทย วงการเพลงไทย เราอยากจะเอาเด็กไทยที่มีพรสวรรค์และมีพรแสวง ไปอยู่ในแพลตฟอร์มการเรียนรู้ที่ดี แต่การที่จะไปถึงแบบนั้นได้ เราก็ต้องเรียนรู้จากคนที่ทำได้ก่อน แล้วเราก็จะใช้องค์ความรู้นั้นมาใส่ศิลปินไทย มาใส่เพลงไทย เพื่อที่ในอนาคตหวังว่าเราจะมีเพลงไทย ภาษาไทยไปสู่ระดับโลกได้บ้าง ที่ผ่านมาเราทำให้แฟนคลับคนไทยมีความสุขมาแล้ว เราจึงอยากจะทำให้กับศิลปินคนไทยบ้าง อยากจะทำให้พวกเขาได้โชว์ความสามารถสู่ตลาดโลกบ้าง เลยเป็นที่มาของ 411 Music”

มีความพร้อมระดับไหน ?

“เป็นสิ่งที่ฝันอยากทำมานานแล้ว เป็นอีกก้าวย่างในการสานฝันให้เด็กไทยที่มีศักยภาพ มีพรสวรรค์ และพร้อมที่จะพัฒนาตัวเอง บวกกับประสบการณ์ที่บริษัทได้มีโอกาสเก็บเกี่ยวมานาน 11 ปี โดยเด็กไทยจะได้รับการฝึกฝน ขัดเกลา และเข้าคอร์สที่อยู่ในมาตรฐานเดียวกันกับศิลปินเกาหลีที่ประสบความสำเร็จ ย้ำว่า ‘มาตรฐานเดียวกัน’

ทำไมวันนี้ศิลปินเกาหลีถึงประสบความสำเร็จไม่ใช่แค่ในเกาหลีอย่างเดียว ไม่ใช่แค่ในเอเชียอย่างเดียว แต่ไปไกลถึงยุโรป-อเมริกาได้ ผมเชื่อว่าทุกอย่างคือการลงทุน แต่ว่าสิ่งที่เกาหลีเขาลงทุน นอกจากพรสวรรค์และพรแสวงของเด็กแต่ละคนแล้ว เขายังมีแพลตฟอร์มการเรียนรู้ตั้งแต่เล็กๆ ซึ่งผมเชื่อว่าถ้าคนไทยได้ฝึกฝนในรูปแบบเดียวกัน เด็กไทยของเราไม่มีทางจะแพ้คนชาติใดในโลกเลย”

ทำไมเลือกศิลปินเบอร์แรกเป็นผู้หญิง ? ไม่กลัวความเสี่ยง ?

“เราไม่ได้จำกัดขีดความสามารถของคนว่าคุณเป็นเพศไหน จะเป็นผู้หญิง ผู้ชาย หรือเพศทางเลือก ถ้ามีความสามารถ มีความตั้งใจ มุ่งมั่นที่จะเดินตามฝันของตัวเอง รวมถึงพร้อมที่จะฝึกฝนและพัฒนาตนเอง เรามองว่าคนเหล่านั้นคือคนที่เหมาะสม และวันนี้เราได้ส่งเด็กไทยของเราไปเรียนรู้และใช้ชีวิตอยู่กับทีมงานคุณภาพที่เคยสร้างผลงานระดับโลกมาแล้ว

น้องแอลลี่เป็นหนึ่งในนั้นครับ นอกจากแอลลี่ที่จะเป็นศิลปินเบอร์แรกของ 411 Musicแล้ว เรายังมีน้องๆ เทรนนี่อีกหลายคน และหลายเจเนอเรชั่น ซึ่งกำลังฝึกฝนอยู่ที่เกาหลี ฝากติดตามผลงานศิลปินทุกคนของ 411 Musicด้วยนะครับ”

หรือนี่จะเป็นยุคที่วงการเพลงในบ้านเราจะกลับมาบูมอีกครั้ง ไอดอลคนใหม่กำลังรอแจ้งเกิดหรือไม่ ร่วมลุ้นเอาใจช่วย และกด SUBSCRIBE YouTube 411ent https://www.youtube.com/411ent เพื่อรอฟังผลงานเพลงในฐานะ Solo Artist ของ “แอลลี่ (Ally) – อชิรญา นิติพน” และติดตามความเคลื่อนไหวเพิ่มเติมจาก 411 Musicได้ทางออฟฟิเชียลแฟนเพจ www.facebook.com/fouroneoneent ทวิตเตอร์ @411ent และอินสตาแกรม IG @411ent https://instagram.com/411ent

ส่องเทรนด์เสริมความงาม

ส่องเทรนด์เสริมความงาม เพราะยุคนี้แค่สะบัดแปรงแต่งหน้าอย่างเดียวอาจไม่พอ

‘ไก่งามเพราะขน คนงามเพราะแต่ง’ สุภาษิตนี้ยังใช้ได้ดีเสมอสำหรับทุกยุคสมัย เพียงแต่ยุคนี้แค่สะบัดแปรงแต่งเติมด้วยเมคอัพอย่างเดียวอาจจะไม่พอ การดูแลตัวเองให้สวยดูดีด้วยนวัตกรรมด้านความงามต่างๆ ที่พัฒนามาเพื่อเติมความสวยและช่วยให้มั่นใจจึงฮ็อตฮิตติดเทรนด์ความงามในกลุ่มคนไทยและผู้คนทั่วโลก ซึ่งแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง เวชศาสตร์ความงามและการชะลอวัย นายแพทย์วัชพล ธนมิตรามณี และ แพทย์หญิงภัทรชนน อัศววรฤทธิ์ ได้อัพเดต เทรนด์เสริมความงาม ยอดนิยมของสาวไทยในปัจจุบัน รวมทั้งทัศนคติในเรื่องการเสริมความงามในสังคมไทย

แพทย์ทั้งสองท่านเห็นด้วยตรงกันว่า ในสังคมไทยปัจจุบันการเสริมเติมความงาม ไม่ว่าจะด้วยการผ่าหรือไม่ต้องผ่าตัดเพื่อเปลี่ยนแปลงรูปโฉมภายนอกของตนเองถือเป็นเรื่องปกติ และไม่ใช่เรื่องที่จำกัดไว้สำหรับสตรีเพศอีกต่อไป เพราะไลฟ์สไตล์ของคนไทยเปลี่ยนไป ทั้งผู้หญิงและผู้ชายต่างหันมาใส่ใจดูแลสุขภาพและความสวยงามเพื่อรูปลักษณ์ภายนอกที่ดูดีกันมากขึ้น ทั้งการดูแลตัวเองจากภายใน การออกกำลังกาย ทานอาหารเพื่อสุขภาพ ควบคู่ไปกับการดูแลภายนอก ซึ่งการแสวงหาความช่วยเหลือทางการแพทย์ก็นับเป็นอีกตัวเลือกหนึ่งที่ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ โดยปัญหาที่คนส่วนใหญ่เป็นกังวลและเข้ามารับการรักษามากที่สุด  3 อันดับ ได้แก่ ปัญหาเรื่องริ้วรอย ผิวหย่อนคล้อย  และปัญหาเรื่องรูปหน้า

ส่องเทรนด์เสริมความงาม

นายแพทย์วัชพล ธนมิตรามณี หรือ หมอเมฆ กล่าวถึงปัญหาเรื่องความงามของคนไทยว่า “ปัญหาหลักๆ ที่คนไข้ส่วนใหญ่เข้ามารับการรักษา อันดับแรกคือเรื่องริ้วรอย ไม่ว่าจะเป็นปัญหาริ้วรอยตามอายุ หรือริ้วรอยก่อนวัยอันควร นอกจากนี้ก็จะมีเรื่องของผิวหย่อนคล้อยไม่กระชับ ซึ่งเป็นเรื่องปกติของคนเราที่เมื่ออายุมากขึ้น ผิวของคนเราจะเกิดความเปลี่ยนแปลงจากปัจจัยต่างๆ ทั้งภายนอกและภายใน ส่งผลให้เซลล์ผิวฝ่อและยุบตัว ทำให้กระบวนการสร้างคอลลาเจนลดลง ก่อให้เกิดปัญหาผิวหย่อนคล้อยได้ และอีกหนึ่งปัญหาที่ได้รับความนิยมไม่แพ้กันของคนไข้ทั้งผู้หญิงและผู้ชายหลากหลายวัย คือเรื่องการปรับรูปหน้า ซึ่งมีทั้งปรับเพื่อความสวยดูดี และปรับตามโหงวเฮ้ง ดังนั้นหน้าที่ของหมอคือให้ความรู้ว่าปัญหาของผู้รักษาแต่ละรายเกิดจากอะไร และต้องการนวัตกรรมใดเพื่อตอบโจทย์ปัญหาของคนไข้ได้อย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ”

ในขณะที่ แพทย์หญิงภัทรชนน อัศววรฤทธิ์ หรือ หมอขนม ได้กล่าวเสริมว่า “ปัญหาเรื่องริ้วรอย และผิวพรรณหย่อนคล้อย ขาดความอ่อนเยาว์ ถือเป็นปัญหาอันดับต้นๆ ที่ทั้งผู้หญิงและผู้ชายเป็นกังวล ซึ่งคนที่เข้ามารับการรักษากับหมอ มีทั้งผู้หญิงวัยกลางคน ที่ทำงานหนักจนไม่มีเวลาดูแลตัวเอง กลุ่มลูกค้าผู้หญิงที่มีอายุ และกลุ่มคนไข้ผู้ชายวัยกลางคนที่ต้องการดูแลตัวเอง ซึ่งการบำรุงผิวด้วยผลิตภัณฑ์ที่ลดเลือนริ้วรอยอาจยังให้ผลลัพธ์ได้ไม่ดีเท่าที่ควร ทำให้คนไข้มองหาวิธีการรักษาที่ช่วยตอบโจทย์แก้ไขปัญหาเรื่องริ้วรอยได้อย่างตรงจุด และให้ผลอย่างรวดเร็ว ซึ่งก็คือการเข้ามาปรึกษาและรับการรักษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ โดยนวัตกรรมด้านความงามในการแก้ปัญหาเรื่องริ้วรอย และปรับรูปหน้าที่เป็นที่นิยมมากที่สุดในปัจจุบัน คือ การฉีดโบทูลินั่มท็อกซิน (Botulinum Toxin) หรือที่ทุกคนรู้จักกันว่า การฉีดโบฯ ซึ่งนอกจากจะสามารถลดรอยเหี่ยวย่น เช่น รอยย่นระหว่างคิ้ว หน้าผาก และรอยตีนกาได้แล้ว ยังมีผลในการลดขนาดกล้ามเนื้อบริเวณกรามได้ ส่งผลให้รูปหน้าเรียวสวยกระชับตามต้องการ ”

ด้วยเหตุนี้ ทำให้ผลิตภัณฑ์สารโบทูลินั่มท็อกซินในตลาดทุกวันนี้มีมากมายหลากหลายยี่ห้อ ซึ่งแพทย์ทั้งสองท่านได้ชี้ให้เห็นว่า การเสริมความงามใดๆ ในร่างกายคนเรา ความปลอดภัยคือสิ่งที่สำคัญที่สุดที่ผู้บริโภคต้องให้ความสำคัญ เพื่อป้องกันการเกิดอันตรายต่อร่างกาย ดังนั้น ผู้บริโภคต้องเลือกผลิตภัณฑ์ที่ปลอดภัยได้รับการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และให้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด เนื่องจากผลิตภัณฑ์แต่ละยี่ห้อจะให้ผลลัพธ์ที่แตกต่างกันไป เช่น ประสิทธิภาพในการลดริ้วรอย ยกกระชับใบหน้า ระยะเวลาที่เริ่มเห็นผลหลังฉีด และระยะเวลาในการออกฤทธิ์  หากความต้องการของผู้รักษาอยากเห็นผลลัพธ์ไว และเน้นการลดริ้วรอย ยกกระชับที่เป็นธรรมชาติ ใบหน้าสวยไม่ตึงหรือแข็งจนเกินไป ผลิตภัณฑ์ ABO Active 3D Treatment จากประเทศอังกฤษ เป็นอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการยอมรับจากแพทย์ทั่วโลก และยังเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการวิจัยด้านประสิทธิภาพและความปลอดภัยว่าร่วมกับคณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลศิริราชเป็นผลิตภัณฑ์ที่ให้ผลลัพธ์สวยเป็นธรรมชาติในการยกกระชับ ปรับรูปหน้า ลดเลือนริ้วรอย ในขั้นตอนเดียว ที่สำคัญคือออกฤทธิ์เร็วภายใน 24 ชั่วโมง นอกจากนี้ยังช่วยในการกระตุ้นการตื่นตัวของเซลล์ที่สร้างคอลลาเจนหลังฉีดภายใน 10 ชั่วโมง ทำให้ผิวสวยอ่อนเยาว์ขึ้นทันที

นอกจากนี้แพทย์ทั้งสองท่านก็ได้ฝากทิ้งท้ายว่า การเข้าคลินิกความงามหรือการศัลยกรรมใดๆ ก็ตาม คือการดูแลตัวเอง เป็นหนึ่งสิ่งที่ทำให้เราดูดีขึ้นเพื่อเพิ่มโอกาสในหน้าที่การงาน เพื่อสร้างความมั่นใจ เสริมบุคลิกภาพ และเป็นเหมือนรางวัลของชีวิตเราด้วย เหมือนกับการทำงานจนเหนื่อยและได้เห็นตัวเองดูดีในกระจกก็มีความสุขแล้ว แต่ต้องไม่ลืมคำนึงเรื่องของความปลอดภัยเป็นหลัก เพราะใบหน้าเรามีเพียงหน้าเดียว ดังนั้น ขอเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับตัวเราเอง


ข้อมูล : กัลเดอร์มา ประเทศไทย
ภาพ : Pexels

 

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

Brow Lamination เทรนด์เคลือบคิ้วเพิ่มความเงางาม และยกขนคิ้วให้ฟูดูมีระเบียบ

L’Oreal ร่วม Albéa ชูนวัตกรรมหลอดบีบเครื่องสำอางจากกระดาษ ล็อตแรก 2020 

6 ลุคนี้กำลังอิน! เทรนด์แต่งหน้า 2019 งดแมตต์เติมกลอสซี่ เน้นระยิบระยับแวววาว

เมคอัพรันเวย์ SIRIVANNAVARI อีกหนึ่งดีเทลสำคัญ ที่ทำให้โชว์นี้สมบูรณ์ที่สุด

เห็นมาแต่ไกล “อายไลเนอร์ติดไฟ” ใต้ตา บิวตี้เทรนด์สุดล้ำ สาวๆ อยากลองไหม?

เทคนิคแต่งตาทรงกราฟิกสไตล์ร็อค เน้นลูกเล่นที่ขนตาล่างเหมือนรัศมีดาวรอบดวงตา

ฟาดสีอย่างมีสไตล์! อัพเดทเทคนิคและเทรนด์แต่งหน้า SS19 จากเมคอัพอาร์ติสต์สาวแซ่บ

ซีซั่นนี้ผมเปียมาแรง! เจาะไอเดียครีเอททรงผมจาก Bob Recine สไตลิสต์ฝีมือดี

พุงล้วนๆ ไม่ห่วงลุค “Food Baby” เทรนด์ใหม่โชว์พุงทำเหมือนท้อง

มาไกลหรือสวยไม่เปลี่ยน! เหล่าคนดังร่วมเทรนด์ฮิต ขุดรูป 10 Year Challenge

เทรนด์ยกกระชับกับ 7 วิธีปรับรูปหน้าตามสภาพผิว แก้ปัญหากรอบหน้าไม่คมชัดและอื่นๆ

สวยแปลกแหวกแนว! “Dain Yoon” เมคอัพผลงานแนวภาพลวงตา โดยไม่ผ่านแอป

สวยแบบไฮแฟชั่น! เทรนด์แต่งหน้าจาก 4 เมคอัพอาร์ติสต์ ท็อปแบรนด์เครื่องสำอางระดับโลก

 

 

 

มองหาบ้านหรูระดับไฮเอนด์ต้องไป “สยามพารากอน ลักซ์ชัวรี่ พร็อพเพอร์ตี้ โชว์เคส 2019”

“บ้านคือวิมาน” ยังคงเป็นคำกล่าวที่ไม่มีวันเชย ไม่มีวันเอ๊าต์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับยุคสมัยนี้ ซึ่งผู้คนสมัยใหม่ต้องวิ่งตามโลกในการดำเนินชีวิต จึงปฏิเสธไม่ได้ถึงความวุ่นวายและความเหนื่อยล้าในแต่ละวัน ทำให้ “บ้าน” กลายเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจชั้นดี ในการบำบัดความกังวลใจและความเติมเต็มความสุขให้กับชีวิต แล้วบ้านแบบไหนถึงจะสร้างความสุขที่สมบูรณ์แบบได้ คำตอบในใจของใครหลายๆ คน ก็ต้องเป็นบ้านหรูระดับลักซ์ชัวรี่ ท่ามกลางสภาพแวดล้อมคุณภาพที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ และตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพที่ช่วยให้การใช้ชีวิตสะดวกสบายที่สุด

จิราพร ศรีสอ้าน ผู้บริหารสยามพารากอน พร้อมด้วยพันธมิตร
และผู้บริหารโครงการอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำ
ร่วมเปิดงาน
Jiraporn Srisa-an, Executive of Siam Paragon with partners
and executives from  property developers

(จากซ้าย) เดือนพร เครือพันธุ์ทอง, จิราพร ศรีสอ้าน และ เกียรติศักดิ์ วิศิษฎ์บันฑิตกุล
(from left) Deunporn Kruanpuntong,  Jiraporn Srisa-an and Kiattisak Visitbunditkul

(จากซ้าย) นภนิศ อิศรางกูร ณ อยุธยา, จิราพร ศรีสอ้าน, พิมพ์ชนก ลือวิเศษไพบูลย์ และ มาริโอ้ เมาเร่อ
(from left)  Nopanit Isarankura, Jiraporn Srisa-an, Pimchanok  Luevisadpaibul and  Mario Maurer

แต่เชื่อเลยว่ากว่าจะเลือกซื้อบ้านที่ตรงใจได้สักหลังนั้นช่างยากเย็น บางคนต้องแลกมาด้วยการตระเวนหาแทบพลิกแผ่นดิน หรือบางคนต้องเวียนหัวกับความช่างเลือกของตัวเอง เพราะอย่างนี้เอง แพรวดอทคอม จึงขอนำเสนอตัวช่วยที่เวิร์คและง่ายกว่า ด้วยการไปมองหาบ้านกันที่งานแสดงโครงการบ้านและคอนโดมิเนียมระดับไฮเอนด์ครั้งยิ่งใหญ่แห่งปี “สยามพารากอน ลักซ์ชัวรี่ พร็อพเพอร์ตี้ โชว์เคส 2019” (Siam Paragon Luxury Property Showcase 2019) 

งาน “สยามพารากอน ลักซ์ชัวรี่ พร็อพเพอร์ตี้ โชว์เคส 2019” (Siam Paragon Luxury Property Showcase 2019) เป็นงานแสดงโครงการบ้านและคอนโดมิเนียมระดับไฮเอนด์ครั้งยิ่งใหญ่แห่งปีที่จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 14 แล้ว โดยได้รับความร่วมมือจากผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของประเทศไทยทั้งหมด 7 บริษัท 9 โครงการแบรนด์ชั้นนำ ที่มานำเสนอบ้านหรูระดับลักซ์ชัวรี่ คอนโดมิเนียมระดับไฮเอนด์ และที่พักตากอากาศระดับมาสเตอร์พีซ จำนวนกว่า 5,000 ยูนิต เพื่อเป็นทางเลือกให้กับผู้ที่สนใจและนักลงทุนทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ โดยเฉพาะคนที่กำลังมองหาโครงการที่พักอาศัยระดับมาสเตอร์พีซ บนทำเลที่ดีที่สุด และรองรับทุกไลฟ์สไตล์ได้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุด

ปราการ ไรวา  และ ม.ร.ว.จันทรลัดดา ยุคล อุบลเดชประชารักษ์ มาเลือกชมโครงการภายในงาน
Prakarn Raiva and M.R. Chantaraladda Yugala Uboldejpracharak

นภนิศ อิศรางกูร ณ อยุธยา เซเลบริตี้ผู้เชียวชาญด้านการออกแบบ
Nopanit Isarankura, a socialite and architect

(จากซ้าย) กุลธิดา หลิมรักษาสิน, เกนรัก มุกดาสนิท, อังคณา แซ่ลู่ และ พจนีนาถ แสนปากดี
(from left) Kunthida Limraksasin, Kenrak Mukdasanit, Angkana Saeloo and Photjaneenath Sanpakdee

เพื่อความง่ายในการเลือกซื้อบ้านในฝันมากขึ้นไปอีก แพรวดอทคอม จึงลิสต์รายชื่อโครงการชั้นนำต่างๆ ที่มาร่วมจัดแสดงในงานนี้มาฝากกันด้วย ไม่ว่าจะเป็น Baan Klang Muang Classe (บ้านกลางเมือง คลาสเซ่), Laviq (ลาวีค), The Estelle Phrom Phong (ดิ เอสเทลล์ พร้อมพงษ์), Carapace HuaHin Khaotao (คาราเพซ หัวหิน เขาเต่า), The Residences at Club Medi (เดอะ เรสซิเด้นเซส แอท คลับเมด), MGallery Residences, MontAzure Lakeside (เอ็มแกลเลอรี่ เรสซิเดนซ์ มอนท์เอซัวร์ เลคไซด์), The Residences at Sheraton Phuket Grand Bay (เดอะ เรสซิเดนซ์ แอท เชอราตัน ภูเก็ต แกรนด์ เบย์), Skypark Phuket (สกายพาร์ค ภูเก็ต)  และ Twinpalms Residences MontAzure (ทวินปาล์มส์ เรสสิเด้นซ์ มอนท์เอซัวร์) ในราคาขายเริ่มต้นที่ 2.69 ล้านบาท ไปจนถึงราคาสุดว้าวที่ 191 ล้านบาท อีกทั้งต้องบอกเลยว่าทุกโครงการที่มาจัดแสดงในงานนี้ ล้วนเป็นโครงการเหนือระดับบนสุดยอดทำเลคุณภาพจริงๆ

มาริโอ้ เมาเร่อ และ พิมพ์ชนก ลือวิเศษไพบูลย์
Mario Maurer  and Pimchanok  Luevisadpaibul

ภูวนาท คุนผลิน และ สาวิตรี โรจนพฤกษ์
Puwanart Kunpalin and Sawitri Rochanapruk

บรรยากาศภายในงาน Siam Paragon Luxury Property Showcase 2019
Atmosphere of Siam Paragon Luxury Property Showcase 2019

นอกจากนี้ งาน “สยามพารากอน ลักซ์ชัวรี่ พร็อพเพอร์ตี้ โชว์เคส 2019 (Siam Paragon Luxury Property Showcase 2019) ยังถือเป็นโอกาสทองของคนอยากซื้อบ้านเลยก็ว่าได้ เพราะโครงการที่มาร่วมจัดแสดงในงานนี้ แต่ละแห่งต่างสร้างความโดดเด่นและจุดขายของตัวเองอย่างน่าสนใจ โดยเพิ่มความเข้มข้นในการตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าให้ได้มากที่สุด ไม่ว่าจะเป็น การคำนึงถึงศักยภาพของทำเลที่ตั้ง คุณภาพของวัสดุก่อสร้าง การตกแต่งที่สวยงาม สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ซึ่งเป็นการการันตีได้เลยว่า ถ้ามางานนี้คุณจะได้บ้านที่ถูกใจและคุ้มค่าอย่างแน่นอน 

บรรยากาศภายในงาน Siam Paragon Luxury Property Showcase 2019
Atmosphere of Siam Paragon Luxury Property Showcase 2019

บรรยากาศภายในงาน Siam Paragon Luxury Property Showcase 2019
Atmosphere of Siam Paragon Luxury Property Showcase 2019

บรรยากาศภายในงาน Siam Paragon Luxury Property Showcase 2019
Atmosphere of Siam Paragon Luxury Property Showcase 2019

บรรยากาศภายในงาน Siam Paragon Luxury Property Showcase 2019
Atmosphere of Siam Paragon Luxury Property Showcase 2019

 ความคุ้มค่าอีกอย่างของการมาเลือกซื้อบ้านในงานนี้ คือคุณมีโอกาสได้รับโปรโมชั่นพิเศษต่างๆ มากมายหลายต่อ ไม่ว่าจะเป็น ต่อที่ 1 ส่วนลดและข้อเสนอแห่งปีจากโครงการที่พักระดับมาสเตอร์พีซบนทำเลที่ดีที่สุด ต่อที่ 2 ของรางวัลสุดพิเศษสำหรับผู้ที่มียอดจ่ายสูงสุด เช่น เก้าอี้นวดจาก Osim มูลค่า 279,900 บาท, เครื่องชงกาแฟ Nespresso มูลค่า 14,300 บาท เป็นต้น ต่อที่ 3 สิทธิพิเศษจากบัตรเครดิตชั้นนำ เมื่อชำระค่าจองผ่านบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ ได้แก่ บัตรเครดิตกสิกรไทย แบ่งจ่าย Kbank Smart Pay 0% ระยะเวลา 6 เดือนขึ้นไป รับเครดิตเงินคืนตลอดรายการสูงสุด 12,000 บาท  และบัตรเครดิตธนชาต หรือบัตรเครดิตนครหลวงไทย รับบัตรเติมน้ำมัน ปตท. มูลค่าสูงสุด 10,000 บาท หรือแบ่งจ่าย 0%นาน 6 เดือน และเอกสิทธิ์เฉพาะสมาชิกแพลตตินั่ม เอ็ม การ์ด รับ M Point 4,000 คะแนน เมื่อจองภายในงานทุก 10,000 บาท 

บรรยากาศภายในงาน Siam Paragon Luxury Property Showcase 2019
Atmosphere of Siam Paragon Luxury Property Showcase 2019

บรรยากาศภายในงาน Siam Paragon Luxury Property Showcase 2019
Atmosphere of Siam Paragon Luxury Property Showcase 2019

บรรยากาศภายในงาน Siam Paragon Luxury Property Showcase 2019
Atmosphere of Siam Paragon Luxury Property Showcase 2019

เรียกว่าข้อเสนอสุดพิเศษและตัวเลือกสุดเพอร์เฟ็กต์รออยู่เพียบจริงๆ หากใครกำลังมองหาบ้านในฝันระดับไฮเอนด์ ก็ต้องตามไปพบกันเลยที่งาน “สยามพารากอน ลักซ์ชัวรี่ พร็อพเพอร์ตี้ โชว์เคส 2019 (Siam Paragon Luxury Property Showcase 2019) ตั้งแต่วันนี้ – 24 พฤศจิกายน 2562 บริเวณแฟชั่น ฮอลล์ และแฟชั่น แกลเลอรี่ ชั้น 1 สยามพารากอน สอบถามเพิ่มเติมโทร. 0-2610-8000

สายแฟชั่นต้องมี กระเป๋า BAO BAO ISSEY MIYAKE 3 สไตล์สุดชิคลุคไหนก็เอาอยู่

กระเป๋า BAO BAO ISSEY MIYAKE จัดเป็นกระเป๋าที่ต้องมีประจำตัวสาวๆ ชนิดไม่เคยเสียแชมป์ให้ใครมาตลอด 1 ทศวรรษ เพราะนับตั้งแต่ครั้งแรกที่ กระเป๋า BAO BAO ISSEY MIYAKE ออกวางขาย ทั้งโลกก็ต้องหันมาจับตามอง

ด้วยการเป็นกระเป๋าที่ฉีกทุกกฎเกณฑ์ ทั้งในแง่วัสดุ งานดีไซน์ นวัตกรรมและการใช้งาน พูดง่ายๆ คืองานศิลปะที่ตอบโจทย์ทั้งงานดีไซน์และฟังก์ชั่นที่แท้ทรู จากกระเป๋าทรงสี่เหลี่ยม ที่โดดเด่นด้วยลวดลายตาราง อันเกิดจากการนำชิ้นส่วนเพลตรูปสามเหลี่ยมที่ทำจากโพลียูรีเทนมาต่อกันเป็นบล็อคสี่เหลี่ยมเล็กๆ และเชื่อมต่อกันไปทั้งกระเป๋า ทำให้กระเป๋ามีความยืดหยุ่น และเปลี่ยนแปลงรูปทรงออกไปตามสัมภาระที่ใส่ลงไป เกิดเป็นความโดดเด่นแปลกตา ทั้งยังทนทาน มีน้ำหนักเบา แถมยังดูแลรักษาง่ายอีกต่างหาก ด้วยการตอบโจทย์ครบองค์รวมแบบนี้ จึงไม่น่าแปลกใจ ที่ กระเป๋า ISSEY MIYAKE จะได้รับการตอบรับอย่างล้นหลาม ที่สำคัญ BAO BAO ISSEY MIYAKE ยังเป็นกระเป๋าที่ไม่เคยหยุดนิ่ง เพราะมีการพัฒนารูปแบบและนวัตกรรมใหม่ๆ มาตอบโจทย์สายแฟชั่นอยู่เสมอ และนี่คือ กระเป๋า BAO BAO ISSAY MIYAKE ทั้ง 3 สไตล์ ที่พร้อมตอบโจทย์สาวๆ ได้ครบทุกไลฟ์สไตล์

Time for Tote

คงไม่มีใครไม่รู้จัก กระเป๋า ISSEY MIYAKE ทรง Tote ที่ถือเป็นรูปทรงเบสิคสร้างชื่อให้กับแบรนด์จนกลายเป็นทรงคลาสสิคไปแล้ว หากแต่กระเป๋าแบบ Tote นี้ก็ถูกปรับเปลี่ยนให้มีขนาด สีสัน และฟินิชชิ่งใหม่ๆ ที่จะสร้างความตื่นตาตื่นใจให้สาวๆ และเพิ่มความหลากหลายในการเลือกแมทช์ให้เหมาะกับสไตล์วาไรตี้มากขึ้น

BAO BAO ISSEY MIYAKE PLATINUM

BAO BAO ISSEY MIYAKE “PLATINUM”

ไม่ว่าจะเป็นซีรีส์พรีเมี่ยมอย่าง PLATINUM ที่ทำจากวัสดุแพลทินั่มให้ฟินิชิ่งแวววาวราวกับกระจก โดยมีทั้งสีเงินและกันเมทัล รวมถึงสีใหม่อย่างสีทองที่ดูหรูหราสง่างาม

BAO BAO ISSEY MIYAKE “REFLECTION”

BAO BAO ISSEY MIYAKE “REFLECTION”

ซีรีส์ REFLECTION ที่โดดเด่นในเรื่องของการสร้างมิติและภาพลวงตาให้กับตัวกระเป๋า ผ่านรูปทรงของเพลตสามเหลี่ยมนูน ที่สะท้อนรับกับบรรยากาศและปรากฏการณ์รอบตัว ราวกับสิ่งเหล่านั้นเป็นส่วนนึงของดีไซน์กระเป๋า

BAO BAO ISSEY MIYAKE “BATEAU MATTE”

BAO BAO ISSEY MIYAKE “BATEAU MATTE”

ซีรีส์ BATEAU MATTE กระเป๋าทรง Tote แนวยาวที่ผสมผสานเพลตรูปเลขาคณิตเข้ากับขอบหนัง ดูเรียบ หรู โก้ สามารถเลือกใช้ได้หลายโอกาส มาในโทนสีกลางอย่างขาว ดำ และพิงค์เบจ มีให้เลือก 2 ไซส์ รวมทั้งยังมาพร้อมกับสายสำหรับสะพายไหล่ที่ยาวกว่ารุ่นอื่นๆ

Crossbody Chic

กระเป๋าแบบสะพายข้างที่ให้ทั้งความชิคเก๋และความคล่องตัว มาในหลากหลายรูปทรงให้เลือกมิกซ์ได้กับทุกสไตล์เฉพาะตัว

BAO BAO ISSEY MIYAKE “TONNEAU MATTE”

BAO BAO ISSEY MIYAKE “TONNEAU MATTE”

ไม่ว่าจะเป็นรุ่น TONNEAU MATTE รูปทรงแนวยาวออกกลมมน ให้ความรู้สึกโก้หรู มาในสีโทนใหม่อย่างเทาอ่อน ดำแมตต์ และกากี ที่ได้แรงบันดาลใจจาก “Tonneau” ถังไวน์ที่ทำจากไม้โอ๊ก มาพร้อมหูหิ้วแบบสั้นและสายสะพายไหล่ (ที่สามารถถอดออกได้)

BAO BAO ISSEY MIYAKE “PRISM SAC”

BAO BAO ISSEY MIYAKE “PRISM SAC”

หรือถ้าอยากได้ลุคจริงจังแบบมาสคูลีนหน่อย ก็ต้องซีรีส์ PRISM SAC กระเป๋าแบบฝาพับปิด ด้วยวัสดุหนังเนื้อแมตต์และเฉดสีเรียบขรึม จึงแมทช์ได้กับทุกสไตล์และโอกาส

BAO BAO ISSEY MIYAKE “CRYSTAL GLOSS & CRYSTAL MATTE”

BAO BAO ISSEY MIYAKE “CRYSTAL GLOSS & CRYSTAL MATTE”

อีกซีรีส์คือ CRYSTAL GLOSS และ CRYSTAL MATTE งานดีไซน์ที่ดูเรียบง่ายทั้งรูปแบบและการใช้งาน แต่ดึงดูดสายตาด้วยผิววัสดุที่แตกต่างกัน โดย CRYSTAL GLOSS มีฟินิชชิ่งของเพลตสามเหลี่ยมที่ดูเงาแวววาว ผสมผสานเข้ากันอย่างลงตัวกับสายสะพายและหูกระเป๋าหนัง ส่วน CRYSTAL MATTE ให้ฟินิชชิ่งแบบแมตต์ทั้งตัวเพลตสามเหลี่ยมและสายกระเป๋าหนัง ดูสวยชิคแบบนิ่งๆ คูลๆ

BAO BAO ISSEY MIYAKE “BUCKET MATTE”

BAO BAO ISSEY MIYAKE “BUCKET MATTE”

Be Different with the Unique Style

นี่คือขั้นกว่าของงานดีไซน์ด้านรูปทรงใหม่ๆ ที่แตกต่างและถูกออกแบบไปตามจินตนาการและการใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นกระเป๋ารูปทรงบัคเก็ตในซีรีส์ BUCKET MATTE ที่ด้านล่างตัวกระเป๋ามาพร้อมแผ่นสามเหลี่ยมด้านเท่า ช่วยในการปรับพื้นที่ในการใช้งาน สามารถเปิดให้กว้างขึ้นเพื่อสร้างรูปทรงสามมิติและเพิ่มพื้นที่ใส่ข้าวของ หรือจะพับให้แบนเพื่อรองรับการใช้งานแบบกะทัดรัดก็ได้ หูกระเป๋าและสายสะพายทาจากหนังให้ลุคหรูหราไปอีกแบบ เติมลูกเล่นด้วยการไล่เรียง 3 เฉดสีแบบแมตต์ในแนวทแยง

BAO BAO ISSEY MIYAKE “WRING NUBUCK”

BAO BAO ISSEY MIYAKE “WRING NUBUCK”

BAO BAO ISSEY MIYAKE “WRING NUBUCK”

ซีรีส์ WRING NUBUCK กระเป๋าถือที่มีเชือกอยู่ที่ปากกระเป๋า (drawstring) ความล้ำคือ แค่สะพายไหล่ปุ๊บ น้ำหนักของกระเป๋าจะถ่วง แล้วดึงเชือกให้รูดปิดปากกระเป๋าอัตโนมัติ กลายเป็นกระเป๋าทรงถุง อย่างคิวท์!

BAO BAO ISSEY MIYAKE “WAIST BAG”

BAO BAO ISSEY MIYAKE “WAIST BAG”

ส่วนสายสตรีทรักสนุก ต้องชอบซีรีส์ WAIST BAG กระเป๋าคาดเอวที่ฮิตทุกหัวมุมถนน ด้วยขนาดกะทัดรัดและน้ำหนักเบา แต่จุของได้เยอะตามสไตล์ สามารถปรับสายคาดเอวให้มาเป็นสายสะพายแบบคาดอกได้ 2 in 1 ไปอีก

BAO BAO ISSEY MIYAKE “SHERPA”

BAO BAO ISSEY MIYAKE “SHERPA”

ปิดท้ายด้วยซีรีส์ขาลุย อย่าง SHERPA ที่มาในรูปทรงแบบกระเป๋าเป้ ใช้วัสดุหนังเป็นส่วนประกอบ ให้ความสปอร์ต ปราดเปรียว คล่องตัว ให้น้ำหนักเบาเป็นพิเศษ แถมยังถึกและทนทาน รองรับทุกการใช้งานแบบแอคทีฟ

พบกับ กระเป๋า BAO BAO ISSAY MIYAKE ของแท้ในราคาดีงามที่จับต้องได้แล้ว ที่ร้าน BAO BAO ISSAY MIYAKE ทุกสาขา แอบกระซิบว่า สาขาในไทยสต็อคของแน่น ครบทุกดีไซน์ ไม่ต้องบินไปไกลถึงญี่ปุ่นให้เหนื่อย ที่สำคัญ ยังเปิดโอกาสให้คุณสาวๆ ได้เลือกหยิบ จับ สัมผัส และลองถือกระเป๋าทุกรุ่นด้วยตัวเอง เมคชัวร์ได้เลยว่าเข้ากับสไตล์คุณแน่ ส่วนใครที่ไม่สะดวกไปที่ร้าน ทาง Club 21 ก็มีบริการส่งฟรีทั่วประเทศแบบรวดเร็วทันใจ นอกจากนี้ กระเป๋าทุกใบยังมีประกัน 1 ปี ให้คุณสามารถส่งซ่อมแซมกระเป๋าลูกรักได้อย่างสบายใจ

จัดเต็มซะขนาดนี้ จัดไป อย่าช้า!

PROMOTION พิเศษ! เพียง add LINE: @baobaoisseymiyake
ก็รับไปเลยส่วนลด กระเป๋า BAO BAO ISSEY MIYAKE 10% ทันที
สำหรับการช้อปครั้งแรกผ่านทาง LINE

มิก้า เผย เทย่า โรเจอร์ คือคนที่ใช่ตั้งแต่วินาทีแรก เตรียมปั๊มทายาทหลังแต่งทันที

ฉลองวิวาห์หวาน มิก้า เผย เทย่า โรเจอร์ คือคนที่ใช่ตั้งแต่วินาทีแรกที่ได้พบกัน ไม่คิดว่าจะมีโอกาสจนมาถึงวันนี้ หลังแต่งเตรียมปั๊มทายาททันที อยากมีลูกมาเตะฟุตบอลด้วยกัน

หลังจากจัดพิธีวิวาห์หวานเคล้าบรรยากาศริมทะเลที่ จ.ภูเก็ต เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน ซึ่งงานในวันนั้นมีเฉพาะญาติพี่น้องคนสนิทมาร่วมงานเท่านั้น ล่าสุด เทย่า โรเจอร์ และ มิก้า ชูนวลศรี ก็ได้ฤกษ์ฉลองงานมงคลสมรสอีกครั้ง โดยครั้งนี้จัดขึ้น ณ เดอะกลาสเฮ้าส์ ปาร์คนายเลิศ บรรยากาศต้องบอกเลยว่าหวานไม่แพ้กันกับธีม “Written In The Stars” ดาวระยิบระยับที่เจ้าสาวชื่นชอบ

ทั้งคู่ยังได้เปิดใจถึงความรู้สึกที่อิ่มเอมหัวใจในงานแต่งริมทะเลที่จัดขึ้นไปหมาดๆ พร้อมกับเผยถึงแพลนในอนาคตอย่างการปั๊มทายาท ให้กับสื่อมวลชนฟังอีกด้วยว่า…

เทย่า โรเจอร์

เทย่า : มีความสุขมากค่ะ เพราะเราแพลนกันมา 1 ปีเต็มๆ จนกระทั่งได้มีงานแต่งที่จังหวัดภูเก็ต และวันนี้ก็ได้ฉลองวิวาห์กันที่กรุงเทพฯ มันเป็นความรู้สึกที่อธิบายไม่ถูกจริงๆ

มิก้า : ตลอดระยะเวลา 5 วันที่ผ่านมา ผมคิดว่าน่าจะเป็น 5 วันที่ผมมีความสุขที่สุดแล้วมั้งครับ ได้เจอครอบครัวของเราทั้งคู่ ได้เจอเพื่อนๆ ทั้งในไทยและต่างประเทศ เป็นช่วงเวลาที่มีความสุขมากจริงๆ

เทย่า : สำหรับงานที่ภูเก็ต เราก็จัดกันแบบเล็กๆ นะคะ มีแค่คนในครอบครัวกับเพื่อนสนิทมาร่วมงาน (ยิ้ม) ซึ่งพิธีก็จะเป็นสไตล์ฝรั่งคล้ายๆ กับที่เห็นในภาพยนตร์เลย มีคุณพ่อส่งตัวเจ้าสาว มีการแลกแหวน แลกคำมั่นสัญญา เป็นพิธีง่ายๆ สั้นๆ ไม่ยาวมากค่ะ

เทย่า : คำสัญญาที่เรามอบให้กันอันนี้เทย่าเป็นคนขอเลยว่า ‘จะต้องเขียนเอง’ เพราะเทย่ารู้สึกว่ามันสำคัญกว่าการที่เราไปดึงมาจากอินเทอร์เน็ต

มิก้า : ผมใช้เวลาเขียนอยู่ 8 เดือน จนสุดท้ายผมมาเขียนได้ 2 วัน ก่อนที่จะถึงวันแต่งงาน ซึ่งมันออกมาเองจากความรู้สึกแบบตรงๆ เลย ก็ถือว่าทุกอย่างออกมาด้วยดี (ยิ้ม) เป็นการสัญญาต่อความรู้สึกที่มีให้กันในใจตลอด 4 ปี และสัญญาถึงชีวิตคู่ของเราในอนาคตด้วย

เทย่า : ส่วนตัวเทนย่าก็ให้สัญญากับเขาหลายอย่าง และก็มีมุมตลกๆ ขำๆ บ้างเพื่อไม่ให้มันหวานจนเลี่ยน (หัวเราะ) แต่ก็พยายามสัญญาให้เข้ากับชีวิตประจำวันของเรามากที่สุด ดูแลกันและกัน เป็นกำลังใจให้กันไปตลอด

เทย่า โรเจอร์

พิธีฉลองในวันนี้เป็นอย่างไร ธีมงานเป็นแบบไหน และหลังจากนี้แพลนชีวิตคู่คิดไว้ว่าจะทำอะไรบ้าง ?

เทย่า : ธีมงานวันนี้ชื่อว่า Written In The Stars มีความเป็นดวงดาวค่ะ (ยิ้ม) ส่วนแพลนฮันนีมูนตอนนี้เรายังคุยกันอยู่เลยว่าจะมีเวลาไปหรือเปล่า ลังเลอยู่ค่ะว่าจะไปทะเลหรือไปที่ไหนกันดี

มิก้า : แต่ถ้าไปก็น่าจะไปอิตาลีครับ รวมถึงประเทศอื่นแถบยุโรป อยากไปดูบอล (หัวเราะ)

มิก้า : ส่วนเรื่องลูกก็อยากจะมีตั้งแต่เมื่อวานแล้วครับ เทย่าเขาก็ทราบ คือผมอยากให้ลูกได้มาเห็นผมที่สนามบอล ให้เราได้เตะบอลด้วยกัน แต่ไม่ต้องรีบก็ได้ เพราะถึงอย่างไรก็อยากให้เขาดูให้เหมาะกับงานของเขาด้วย

เทย่า : จริงๆ เทย่าก็อยากถ่ายภาพยนตร์ หรือละครอีกสักเรื่องก่อนนะคะ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็แล้วแต่เลย เทย่าไม่ได้ซีเรียส เพราะจริงๆ เทย่าก็พร้อม แต่ก็ไม่ได้รีบ (ยิ้ม)

มิก้า : ผมอยากมีลูก 2 คน ผมคิดว่า 2 คน น่าจะกำลังดี เพราะผมเองก็โตมาแบบมีพี่น้องด้วย

เทย่า โรเจอร์

ประทับใจอะไรในตัวของกันและกันบ้าง ?

มิก้า : ผมรู้สึกว่าเขาคือคนที่ใช่ตั้งแต่วันแรกที่ผมได้เจอกับเขา ผมถึงกับบอกเพื่อนของผมเลยนะว่านี่แหละคือผู้หญิงที่ถ้าเจอจะต้องแต่งงานด้วย ผมจริงจังมาก แต่ตอนนั้นก็ไม่ได้คิดเลยนะว่าจะมีโอกาสได้คบกับเขา หรือจะได้แต่งงานกับเขา เพียงแค่ผมรู้ตั้งแต่วินาทีนั้นว่าสำหรับผมเขาคือคนที่ใช่ เป็นคนที่ใช่จริงๆ

เทย่า : ความรู้สึกของเทย่ามันอาจจะไม่ได้ชัดเจนขนาดนั้นในตอนแรก เพียงแต่ว่าสำหรับเราทุกอย่างที่เราทำด้วยกันมันไปได้ด้วยดี ไม่ว่าจะเป็นสิ่งที่เราชอบหรือกิจกรรมที่เราทำร่วมกัน แต่ว่าการหลงรักมิก้าของเทย่า มันเหมือนกับความรู้สึกของเราตอนที่กำลังจะหลับ มันเป็นความรู้สึกที่ไม่รู้ตัว ทุกอย่างมันเกิดขึ้นช้าๆ จนกระทั่งเรารู้สึกว่าเรารักเขา และเมื่อมันมาถึงตอนนั้นมันก็ทำอะไรไม่ได้แล้ว รักแล้วรักเลย (ยิ้ม)

มิก้า : 4 ปีที่ผ่านมา ทุกอย่างที่เราทำด้วยกันเราสนุกในทุกช่วงเวลา แม้กระทั่งช่วงที่เรามีปัญหาเราก็แก้ด้วยกัน ถึงอย่างไรผมก็จะดูแลเขาตลอดไป ผมเชื่อว่าเขารู้อยู่แล้วว่าสำหรับผมเขาคือทุกสิ่งทุกอย่าง

เทย่า : เทย่าเชื่อว่ามีหลายคนที่รักเขาค่ะ แต่เทย่ารักเขามากที่สุด และเทย่าก็จะเป็นแฟนหมายเลข 1 ของเขา ไม่ว่าเขาจะทำอะไรก็ตาม เทย่าจะเชียร์เขาตลอดเวลาค่ะ


 

ปราง-นวลวรรณ พรรณเชษฐ์

ขั้วตรงข้าม ปราง-นวลวรรณ ล่ำซำ ลูกสาวคนเก่งของ มาดามแป้ง

ซูมชีวิตขั้วตรงข้ามของเซเลบริตี้สาว  ปราง-นวลวรรณ ล่ำซำ ลูกสาวคนเก่งของ มาดามแป้ง “นวลพรรณ ล่ำซำ” 

ถือเป็นทายาทคนดังอีกหนึ่งคนที่นับได้ว่าเป็นลูกไม้หล่นไม่ไกลต้นเลย สำหรับ “ปราง-นวลวรรณ ล่ำซำ” ลูกสาวของ มาดามแป้ง “นวลพรรณ ล่ำซำ” ที่บอกได้เลยว่าเธอไม่ได้แค่สวยเหมือนคุณแม่เท่านั้น แต่ยังมีความเก่งพอตัวอีกด้วย

ปราง-นวลวรรณ พรรณเชษฐ์

น้องปราง-นวลวรรณ เรียกได้ว่าสร้างรอยยิ้ม และความภูมิใจให้กับคุณพ่อ-คุณแม่ด้วยการคว้าปริญญาบัตรถึง 2 ใบ มาให้ครอบครัวได้ภาคภูมิใจ จากคณะจิตวิทยานานาชาติ Joint International Psychology Program (JIPP) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ Faculty of Social & Behavioral Sciences, University of Queensland จากประเทศออสเตรเลีย

มาดามแป้ง

ซึ่ง “น้องปราง” และ คุณแม่แคยให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ “ชลรัศมีกับวีไอพี” ปีที่ 11 ออกอากาศทางช่อง 34 อมรินทร์ทีวี เกี่ยวกับเรื่องราวต่างๆ ซึ่งทำให้เราได้สัมผัสกับอีกมุมหนึ่งของเธอ โดยเฉพาะที่หลายคนบอกว่าเธอนั้นคล้ายคุณแม่ แต่ “ปราง” เองกลับบอกว่าทั้งนิสัยและไลฟ์สไตล์แตกต่างกันแบบคนละขั้วเลยทีเดียว

เห็นว่าตอนนี้เรียนจบแล้ว แถมคว้าปริญญามาถึง 2 ใบด้วย ?

ปราง : เดิมทีปรางเรียนที่คณะจิตวิทยา (ภาคภาษาอังกฤษ) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งทางคณะเหมือนเป็นแกมบังคับที่จะต้องให้ไปเรียนที่ออสเตรเลีย เลยทำให้ได้ปริญญามา 2 ใบ

ปราง-นวลวรรณ พรรณเชษฐ์

ทำไมถึงเลือกเรียนด้านนี้ ?

ปราง : เพราะว่าเป็นคนไม่ชอบเลข และหลายๆ คณะต้องใช้เลข ตอนแรกหนูชั่งใจระหว่างอักษรศาสตร์กับจิตวิทยา บวกกับหนูไม่ใช่คนที่ชอบอ่านหนังสือขนาดนั้น เลยคิดว่าจิตวิทยาเหมาะกับหนูมากที่สุด เพราะหนูเป็นคนชอบพูดกับคน และหนูคิดว่าศาสตร์นี้ช่วยในชีวิตประจำวันของหนูได้ด้วย

ปราง-นวลวรรณ พรรณเชษฐ์

ปรางเป็นลูกสาวที่มีความเหมือนกับคุณแม่ไหม ?

มาดามแป้ง : ไม่เหมือนเลย ทั้งไลฟ์สไตล์การกิน ปรางกินคลีน ชอบออกกำลังกาย รวมถึงนิสัย

ปราง : แม่ชอบเข้าสังคมมากกว่าหนู แต่หนูชอบที่จะอยู่กับธรรมชาติสัตว์ป่ามากกว่า

นวลวรรณ พรรณเชษฐ์

กว่าจะเป็นมาดามแป้งต้องเจออุปสรรคใหญ่มากมาย แม่ลูกมีวิธีให้กำลังใจกันและกันอย่างไรบ้าง ?

ปราง : จริงๆ ก็ให้กำลังใจกันตลอดถ้ามีโอกาส แต่อาจจะไม่ค่อยได้แสดงให้เห็นเท่าไหร่ เหมือนเราสองคนเป็นผู้หญิงที่แมนทั้งคู่ อีกอย่างหนูไม่ใช่สายร้องไห้ดราม่า แบบต้องกอดปลอบประโลมอะไรขนาดนั้น ก็คือพูดว่าสู้ๆ หรือโอเคมันผ่านไปแล้วก็ให้มันผ่านไป มูฟออนและทำวันข้างหน้าให้ดีขึ้น

แล้วสไตล์การแต่งตัวเหมือนกันไหม แบ่งปันกันบ้างหรือเปล่า ?

ปราง : ไม่แบ่งนะคะ ส่วนใหญ่คุณแม่จะให้เลย แต่ละชิ้นค่อนข้างมีมูลค่าสูง ซึ่งบางทีก็ให้ของที่คุณแม่ก็ยังหวงอยู่

มาดามแป้ง : ปรางเป็นคนที่เลือกของนานมาก ส่วนพี่เป็นคนตัดสินใจเร็วมาก

ปราง : คือหนูจะเลือกของที่แต่งได้ในชีวิตประจำวัน เพราะส่วนตัวเป็นคนไม่แต่งตัวเยอะ เครื่องประดับส่วนใหญ่จะเป็นชิ้นเล็กๆ

มาดามแป้ง : พี่ชอบสะสมต่างหู พอปรางเขาเห็น เขาเลยบอกว่าถ้าแม่ยกให้หนู หนูจะขายให้หมดเลย พี่เลยตัดสินใจว่า จะชิงขายก่อนที่ลูกจะได้เอาเงินมาใช้เอง (หัวเราะ)


ข้อมูลจาก :รายการ “ชลรัศมีกับวีไอพี” ปีที่ 11 ออกอากาศทางช่อง 34 อมรินทร์ทีวี

ยูนิโคล่ จับมือ มารีเมกโกะ

ลายสวยน่าสอย! ยูนิโคล่ จับมือ มารีเมกโกะ ออกคอลเล็คชั่นพิเศษเป็นครั้งที่ 2

ยูนิโคล่ จับมือ มารีเมกโกะ เปิดตัวลิมิเต็ด เอดิชั่นคอลเล็คชั่นใหม่ Fall/Winter 2019 สนุกกับสีสันของหน้าหนาว ด้วยไอเท็มสำหรับเด็กหญิงและเด็กแรกเกิดเป็นครั้งแรก

ยูนิโคล่ แบรนด์เครื่องแต่งกายระดับโลกจากญี่ปุ่น ประกาศวางจำหน่ายผลิตภัณฑ์แบบลิมิเต็ด เอดิชั่นคอลเล็คชั่นที่ 2 จากความร่วมมือกับดีไซน์เฮ้าส์สัญชาติฟินแลนด์ มารีเมกโกะ (Marimekko) ในวันพฤหัสบดีที่ 28 พฤศจิกายนนี้ คอลเล็คชั่นแรกที่ทั้งสองบริษัทร่วมกันออกแบบได้สร้างความฮือฮาอย่างมากหลังเปิดตัวในช่วงฤดูใบไม้ผลิปี 2018 โดยในคอลเล็คชั่น Fall/Winter 2019 นี้ สะท้อนถึงวิถีชีวิตในช่วงฤดูหนาวของชาวฟินแลนด์ พร้อมเพิ่มเติมไอเท็มสำหรับผู้หญิงด้วยการนำเสนอผลิตภัณฑ์สำหรับเด็กหญิงและเด็กแรกเกิดเป็นครั้งแรก

“เราตื่นเต้นเป็นอย่างมากที่จะได้เปิดตัวคอลเล็คชั่นลิมิเต็ด เอดิชั่น คอลเล็คชั่นที่ 2 ซึ่งออกแบบขึ้นร่วมกับมารีเมกโกะหลังจากคอลเล็คชั่น Spring/Summer 2018 ของเราประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี” ยูกิ คัทซึตะ หัวหน้าฝ่ายวิจัยและพัฒนาของยูนิโคล่ กล่าว “นอกจากนี้ผมยังรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้เห็นลายพิมพ์และสีสันของมารีเมกโกะอยู่บนผลิตภัณฑ์ไลฟ์แวร์ (LifeWear) ของยูนิโคล่ อย่างเสื้อผ้าแคชเมียร์ อัลตร้าไลท์ดาวน์ และฮีทเทคเป็นครั้งแรก ช่างเป็นการมอบความอบอุ่นแก่ร่างกายในช่วงเดือนหนาวๆ ที่กำลังจะมาถึงได้อย่างสวยสดงดงาม พร้อมกับดื่มด่ำไปกับอารมณ์ความรู้สึกตามวิถีชีวิตของชาวฟินแลนด์”

“ต่อยอดการตอบรับอย่างท่วมท้นของคอลเล็คชั่นแรกที่มารีเมกโกะและยูนิโคล่ได้ทำร่วมกันช่วงฤดูใบไม้ผลิ 2018 เรารู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมากที่จะได้ร่วมงานกับยูนิโคล่อีกครั้งในคอลเล็คชั่น Fall/Winter 2019 คอลเล็คชั่นลิมิเต็ด เอดิชั่นใหม่นี้ นำเสนอลายพิมพ์และสีสันที่เด่นสะดุดตาของมารีเมกโกะ เป็นเหมือนไอเท็มที่ต้องมีในช่วงหน้าหนาวสำหรับทุกคน เราเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่าการร่วมมือกับยูนิโคล่สามารถสร้างสรรค์สิ่งที่พิเศษอย่างยิ่งสำหรับลูกค้าของเรา และเราแทบจะอดใจรอไม่ไหวที่จะได้เห็นคอลเล็คชั่นใหม่นี้ช่วยแต่งเติมความสุขในชีวิตประจำวันให้กับผู้คนทั่วโลก” ตีน่า อะลาฮูห์ตา-กาสโก กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของมารีเมกโกะ กล่าว

นำเสนอเครื่องแต่งกายที่ออกแบบขึ้นเป็นพิเศษ

ยูนิโคล่ได้ออกแบบเสื้อผ้าผู้หญิงขึ้นเป็นพิเศษหลายรายการเพื่ออวดลายพิมพ์ ซึ่งเป็นที่จดจำได้มากที่สุดของมารีเมกโกะโดยเฉพาะ เช่นลายกีเว็ต (Kivet หรือลายหิน) ที่ออกแบบโดย ไมยา อิโซลา ในปี 1965, ลายตาซาราอิตา (Tasaraita หรือลายทางขวาง) โดยอันนิกา ริมาลา ในปี 1968, และลายซีร์โตลาปูตาร์ฮา (Siirtolapuutarha หรือลายสวนในเมือง) โดยไมยา โลอิการิ ในปี 2009 ลายพิมพ์ที่โดดเด่นและเต็มไปด้วยสีสันเหล่านี้จะปรากฏตัวเป็นครั้งแรกบนเสื้อโค้ทอัลตร้าไลท์ดาวน์โคคูน เสื้อฮู้ดดี้ผ้าขนแกะแค็ชเมียร์ ชุดเดรสเชิ้ต และชุดจัมพ์สูท นอกจากนี้สิ่งที่เพิ่มเติมเข้ามาใหม่ยังมีผลิตภัณฑ์สำหรับเด็กหญิงและเด็กแรกเกิดเพื่อให้แต่งตัวเข้ากันได้อย่างสมบูรณ์แบบ และคอลเล็คชั่นนี้ยังครอบคลุมถึงเอสเซสเซอรี่อื่นๆ ที่ดีเยี่ยม อาทิ เลกกิ้งสำหรับเด็กแรกเกิด เอสเซสเซอรี่ผ้าถัก และถุงเท้าฮีทเทคอีกด้วย

แรงบันดาลใจจากวิถีชีวิตช่วงฤดูหนาวของชาวฟินแลนด์

มารีเมกโกะมุ่งทำให้ผู้คนมีความสุขอย่างที่ควรจะเป็น และต่อเติมความสดใสร่าเริงให้กับชีวิตประจำวันผ่านลายพิมพ์และสีสันที่โดดเด่นสะดุดตา ส่วนไลฟ์แวร์ (LifeWear) คือความมุ่งมั่นของยูนิโคล่ในการสร้างสรรค์เสื้อผ้าคุณภาพสูงที่ตอบสนองการใช้งานได้อย่างดีเยี่ยมในราคาที่เหมาะสมเพื่อให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ในชีวิตประจำวันของทุกคน คอลเล็คชั่นลิมิเต็ด เอดิชั่นคอลเล็คชั่นที่ 2 นี้ ได้ประสานแนวทางที่เสริมส่งกันของทั้งสองบริษัท โดยคอลเล็คชั่นนี้ได้ผสมผสานองค์ประกอบที่เป็นลักษณะเด่นของทั้งสองแบรนด์เข้าไว้ด้วยกัน สะท้อนถึงวิถีชีวิตในช่วงหน้าหนาวที่ครอบครัวชาวฟินแลนด์จะพากันไปเดินเล่นในป่าที่ปกคลุมด้วยหิมะภายใต้แสงเหนือที่สวยอัศจรรย์แล้วกลับมารวมตัวกันรอบๆ เตาผิงเพื่อให้ความอบอุ่นแก่ร่างกายท่ามกลางบรรยากาศอันผาสุกภายในกระท่อมฤดูหนาวของพวกเขา

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

หรือไม่? สุภาพสตรีในราชวงศ์อังกฤษ ห้ามสวมหมวกหลัง 6 โมงเย็น

ยกเลิกขนสัตว์จริง! ควีนเอลิซาเบธ ทรงมีรับสั่ง ต่อไปจะใช้ขนเทียมเท่านั้น

เพราะเหตุใด กระเป๋า Hermes ถึงเป็นที่ต้องการ แม้ราคาจะแพงหูฉี่

อยากได้แบรนด์นี้ ต้องซื้อรุ่นไหน! กระเป๋า Chanel 5 ตัวท็อปใช้ได้นาน คุ้มค่าเงิน

ไฮโซเซนต์พร้อมเปย์! ตามใจ มิว-นิษฐา เลือกชุดแต่งงานแบรนด์ดังจากนิวยอร์ก

ขายหมดเกลี้ยง! กระเป๋า Chanel ใบเก่งของ ‘ดัชเชสเคท’ ที่ทรงถือมาตลอด 3 ปี

เหตุใดหลังจากเสกสมรส​ ดัชเชสเมแกน​ ไม่ได้รับอนุญาตให้ยืมเทียร่าอีก

แฟชั่นหลักร้อยของ ลิซ่า BLACKPINK สวยเซ็กซี่รับลมทะเลภูเก็ต

#แม่ว่าแม่ได้ ชมพู่-อารยา 3 ลุคเซ็กซี่แหวกอก ร่วมงานอีเว้นท์ระดับไฮเอนด์

ซูมเครื่องประดับหรูของ ลิซ่า Blackpink ในงานอีเว้นท์ แต่ละชิ้นราคาโหดมาก

จ่ายรอบเดียวได้ 3 ใบ! กระเป๋า Louis Vuitton รุ่นฮิตที่ตอนนี้หาซื้อยากมาก