ส่องเถอะแม่! เปิดวาร์ปเจ้าพ่อไอทีแห่งรัสเซีย Pavel Durov เก่ง รวย หล่อเกินต้าน

เปิดวาร์ปเจ้าพ่อไอทีแห่งรัสเซีย Pavel Durov ผู้ก่อตั้งแอพฯแชต Telegram

ส่องเถอะแม่! เปิดวาร์ปเจ้าพ่อไอทีแห่งรัสเซีย Pavel Durov เก่ง รวย หล่อเกินต้าน
ส่องเถอะแม่! เปิดวาร์ปเจ้าพ่อไอทีแห่งรัสเซีย Pavel Durov เก่ง รวย หล่อเกินต้าน

 เปิดวาร์ปเจ้าพ่อไอที เจ้าของฉายา มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก แห่งรัสเซีย Pavel Durov ผู้ก่อตั้ง Telegram แอพพลิเคชั่นแชตที่กำลังเป็นที่พูดถึงมากที่สุดในชั่วโมงนี้

พาเวล ดูรอฟ (Pavel Durov) ชื่อนี้อาจไม่คุ้นหูนัก แต่เขาได้ฉายาว่าเป็น มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก แห่งรัสเซีย ด้วยเขาคือผู้ปลุกปั้นแพลตฟอร์มโซเชียลเน็ตเวิร์คที่ชื่อ VKontakte หรือ VK ได้ตั้งแต่ตอนอายุ 22 ปี ปัจจุบันพาเวลในวัย 35 ปี เป็นบุคคลที่รวยอันดับห้าร้อยกว่าในลิสต์เศรษฐีโลกปี 2020 ในฐานะผู้ก่อตั้ง Telegram แอพพลิเคชั่นแชตที่กำลังจะเป็นมากกว่าแค่การส่งข้อความ สิ่งที่ทำให้เขาต่างจากซักเคอร์เบิร์กเล็กน้อยคือ เจ้าพ่อไอทีคนนี้หล่อกว่าและโลดโผนกว่าเยอะ

พาเวล ดูรอฟ เกิดในปี 1984 ที่เมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก มีคุณพ่อวาเลอรี เซมีโนวิช ดูรอฟ (Valery Semenovich Durov) เป็นนักวิชาการระดับปริญญาเอก โดยพาเวลเติบโตมากับพี่ชาย นิโคไล ดูรอฟ (Nikolai Durov) ที่ฉายแววด้านเทคโนโลยีมาแต่เด็กทั้งคู่ โดยเฉพาะเรื่องการเขียนโค้ดที่สองพี่น้องนี้เก่งมาก ขนาดที่สมัยเรียนพาเวลเคยเปลี่ยนข้อความต้อนรับบนหน้าจอเครือข่ายของโรงเรียน เพื่อแกล้งครูที่เขาไม่ชอบหน้า

พาเวลเรียนจบปริญญาตรีพร้อมคว้าเกียรตินิยมอันดับ 1 ด้าน Philology จาก Saint Petersburg State University ก่อนจะจับมือกับพี่ชายทำ VKontakte (VK) ที่เป็นโซเชียลเน็ตเวิร์คในเวอร์ชั่นรัสเซีย (เหมือนเฟซบุ๊ก) ในปี 2006 ซึ่งโด่งดังอย่างรวดเร็ว มีจำนวนผู้ใช้งานกว่า 350 ล้านรายทั่วทั้งรัสเซียและยุโรปตะวันออก สร้างรายได้มหาศาลให้สองพี่น้องไปกว่า 260 ล้านเหรียญ

ชีวิตเศรษฐีหนุ่มคนเก่งมาถึงจุดเปลี่ยน เมื่อวันหนึ่งผู้ประท้วงรัฐบาลใช้แพลตฟอร์มของ VK เป็นพื้นที่จัดกิจกรรมสนับสนุนนักเคลื่อนไหวทางการเมืองที่ต่อต้านวลาดิเมียร์ ปูติน นายกฯของรัสเซียในขณะนั้น ทำให้รัฐบาลพยายามควบคุมแทรกแซง VK แต่พาเวลตอบโต้แบบท้าทายมาโดยตลอด สุดท้ายรัฐบาลคงทนไม่ไหว จึงเข้าแทรกแซงด้วยการบีบให้พาเวลและพี่ชายขายหุ้นของตัวเองทั้งหมดให้บริษัท Mail.ru ของ “อิวาน ทาฟริน” หนึ่งในบิ๊กเบิ้มของวงการอินเทอร์เน็ตที่เป็นพวกพ้องของรัฐบาล สุดท้ายในปี 2014 พาเวลและพี่ชายจึงโดนบอร์ดไล่ออกจากบริษัทของตัวเอง

สองพี่น้องเก็บกระเป๋าพร้อมเงิน 260 ล้านดอลลาร์ที่ได้จากการขายหุ้นไปตั้งหลักที่อเมริกาพร้อมทีมงานคนสนิท ก่อนจะเปิดแอพพลิเคชั่นแชตชื่อ Telegram ที่พวกเขาซุ่มทำมานาน โดยชูจุดเด่นรวดเร็ว ปลอดภัย ไร้กังวล แฮ็กข้อมูลไม่ได้ ต่อให้เป็นเคจีบี หน่วยราชการลับรัสเซียก็ตาม! เรียกว่าเป็นโปรเจ็กต์ตอกกลับบ้านเก่าเต็มๆ เพราะทุกอย่างที่ส่งผ่านแอพนี้ ไม่ว่าจะเป็นข้อความ รูป ไฟล์ ต่างๆ จะถูกเข้ารหัสไว้ และยังมีระบบทำลายตัวเองตามเวลาที่ตั้งไว้ พร้อมระบบคลาวด์ในการเก็บข้อมูลที่ยากต่อการเจาะหรือแฮ็ก ถึงขนาดที่พาเวลประกาศว่าจะแจกเงินรางวัล 200,000 ดอลลาร์ให้คนที่สามารถเจาะข้อมูลแอพของเขาได้ (ซึ่งปัจจุบันก็ยังไม่มีใครทำได้)

แม้ในช่วงแรกพาเวลต้องใช้เงินส่วนตัวถึงเดือนละ 1 ล้านดอลลาร์ ในการประคองธุรกิจให้ไปรอดโดยไม่มีรายได้เข้า แต่ต้องบอกว่าแอพของเขามาถูกที่ถูกเวลา หลังจากที่ WhatsApp แอพสื่อสารอันดับหนึ่งของโลกเกิดมีข่าวว่าโดนล้วงข้อมูลและถูกตั้งคำถามเรื่องความเป็นส่วนตัว ทำให้คนหันมาใช้บริการ Telegram เพิ่มขึ้นถึง 5 ล้านคนภายในวันเดียว ปัจจุบันมียอดผู้ใช้บริการกว่า 200 ล้านคนต่อเดือน โดยมีการวิเคราะห์ว่าที่แอพ Telegram ได้รับความนิยมมากขนาดนี้ เพราะถูกออกแบบให้ใช้งานได้หลายแพลตฟอร์ม จะมือถือ คอมพิวเตอร์ หรือแท็บเล็ตก็ได้หมด แถมยังใช้งานง่าย เป็นเหตุเป็นผล ไม่มีปุ่มเมนูซับซ้อน สามารถสมัครและเรียนรู้การใช้งานได้ภายในไม่กี่นาที

ที่ตลกร้ายไปกว่านั้นคือ แม้แอพ Telegram จะถูกบล็อกการใช้งานในรัสเซียตามคำสั่งศาล ทำให้ผู้ใช้งานในรัสเซียต้องใช้ Telegram ผ่านโปรแกรมอื่นอีกที แต่ด้วยความที่มีผู้ใช้งานสูงมาก รัฐบาลรัสเซียจึงต้องใช้ช่องทาง Telegram ในการอัพเดตข้อมูลและมาตรการต่างๆ กับชาวรัสเซียในต่างประเทศและชาวต่างชาติในรัสเซียในช่วงวิกฤติโควิด-19 ที่ผ่านมา จนมีผู้กดตามดูการสื่อสารเหล่านี้กว่า 3 แสนคน สร้างข้อกังขาว่าตกลงจะยังไงกันแน่

พาเวลไม่ได้หยุดแค่นั้น เขาใช้เวลาอีกสองปีในการวางแผนสร้าง Telegram Open Network (TON) แบบบล็อกเชน เพื่อสร้างระบบการจ่ายเงินใหม่ พร้อมเตรียมออกสกุลเงินดิจิทัลของตัวเองที่เรียกว่าเป็นการปฏิวัติวงการ โดยระดมทุนรอบแรกได้ถึง 1.7 พันล้านเหรียญ แต่โชคร้ายที่แผนนี้โดนล้มโดย U.S. Securities and Exchange Commission (SEC) และศาลของสหรัฐอเมริกาที่ไม่อนุญาตให้มีการซื้อขายสกุลเงินดิจิทัลของพาเวลได้ โดยอ้างว่าผิดกฎหมาย

ถึงอย่างนั้นเรื่องนี้ก็ไม่ได้ทำให้ชื่อเสียงของพาเวลลดลง เพราะสำหรับคนรุ่นใหม่แล้ว เขาคือฮีโร่ที่เก่ง ฉลาด มีวิสัยทัศน์ในการทำงาน และยังเป็นนักสู้ที่กล้าลุกขึ้นมาทำอะไรบางอย่าง เพื่อสร้างอิสรภาพแห่งการสื่อสารบนโลกอินเทอร์เน็ต ทั้งสื่อและคนในแวดวงอินเทอร์เน็ตจึงเชื่อว่าเรื่องแค่นี้หยุดพาเวลไม่ได้ รอดูได้เลยว่าเขาจะกลับมาพร้อมไอเดียใหม่อะไรอีก


ที่มา : นิตยสารแพรว ฉบับ 960

ภาพ : @durov

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

อยากได้ สาจัดให้! Porsche Taycan ของขวัญครบรอบแต่งงาน 1 ปี ปัทม์-กัลยพัชร

การพัฒนาและเติบโตขึ้นอีกก้าวของนักแสดงหนุ่มที่ชื่อ ต่อ-ธนภพ ลีรัตนขจร

ผลงานระดับกูตูร์! ชุดแต่งงาน ก้อย รัชวิน จากแบรนด์ดัง Poem เรียบหรูดูแพง

 

Praew Recommend

keyboard_arrow_up
error: Content is protected !!