“บิณฑ์ บันลือฤทธิ์” 30 กว่าปี กับชีวิตที่อุทิศเพื่อเพื่อนมนุษย์ จนเลิกคิดเรื่อง ความรัก

ตลอดระยะเวลา 30 ปี ของ บิณฑ์ บันลือฤทธิ์ นักแสดงหนุ่มฉายา “พระเอกเก็บศพ” หรือ “พระเอกสัปเหร่อ” คนนี้ เผยว่าแม้ปัจจุบันจะลดบทบาทการเก็บศพลง แต่สิ่งที่ยังยึดมั่นเสมอคือ “ความตั้งใจ” ช่วยเหลือผู้อื่นอย่างต่อเนื่อง แบบไม่มีผลตอบแทน เพราะทุ่มเทเวลาทำหน้าที่จิตอาสาตลอดเวลาจนทำให้เลิกคิดเรื่อง “ความรัก”

บิณฑ์ บันลือฤทธิ์  30 กว่าปี กับชีวิตที่อุทิศเพื่อเพื่อนมนุษย์  ทำงานจิตอาสาจนทำให้เลิกคิดเรื่อง “ความรัก”

เรียกว่าทิ้งวงการไปไหม เพราะภาพส่วนใหญ่ที่เห็นจะอยู่กับการช่วยเหลือ

บิณฑ์ : ไปๆมาๆครับ ถ้าช่วงไหนเรารู้สึกว่าเราอยากทำให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมกับประเทศชาติทำแล้วอยากจะแบ่งปันความสุขให้กับคนอื่นบ้าง เราก็เชิญชวนมาทำความดีร่วมกันเพราะมันไม่มีลิขสิทธิ์ในการทำความดีใครทำก็ได้ และเราก็ทำงานในวงการบันเทิงบ้างทำหนังบ้าง เล่นละครบ้าง ทำให้รู้สึกว่าเราไม่ได้ทิ้งวงการนะ เราเกิดมาจากวงการบันเทิง

แล้วเคยไหมที่ตื่นมาแล้วขี้เกียจไม่อยากทำอะไรเลย รู้แหล่ะว่าลุกไปมันมีประโยชน์แต่วันนี้ขอสักวันที่ไม่อยากทำมีบ้างไหม

บิณฑ์  : ไม่เคยมีเลยนะ เพราะเราจะมีตารางเราเลยแล้วเราก็จะรู้อยู่ก่อนแล้วว่าเรามีอะไรต้องทำอะไรบ้าง ตื่นมาเราจะดูหน้าแฟนเพจก่อนเลยว่ามีใครเดือดร้อนไหมถ้ามีใครที่เดือดร้อนเราก็ออกไปช่วยเขาก่อนเลยเพื่อให้เขารู้สึกว่าได้มีกำลังใจ เพราะเขาจะได้ไม่ต้องกังวล หรือ รอคอย ความช่วยเหลือเรารู้เราก็รีบยื่นมือไปช่วยเขาเลย

 แล้วเคยว่าแพลนไปเที่ยวหรือใช้ชีวิตส่วนตัวของตัวเองบ้างไหม

บิณฑ์ : สำหรับคนโสดแบบผม ไม่เคยมีแพลนแบบนั้นเลยครับ คือใน 10 ปีมานี้ผมไม่เคยมีแฟนเลย เพราะเคยมีแล้วเขาเข้าใจในการทำงานเรานะครับ แต่เขาก็น้อยใจ ถ้าเราจะทุ่มเทแบบนี้เราไม่มีแฟนดีกว่า การที่เราไม่มีแฟนมาเคยห่วงใย มาคอยโทรศัพท์รายงานตัวว่าเราอยู่ที่นั้นที่นี่ เรารู้สึกว่าการทำงานกับสังคมเราสบายใจ มันได้เต็มที่อยู่ไหนก็ชั่งเราไม่ต้องหยิบโทรศัพท์ทุกเวลาทุกชั่วโมง มันเป็นอะไรที่มันไม่ใช่สำหรับตัวเรา เราเคยมีแฟนมา 2 คน คือ คนแรกที่คบเขาให้เราเลิกทำงานมูลนิธิให้เลือกเขา เราก็บอกเขาว่าก่อนที่เขาจะมาคบกับเราคือเราทำงานมูลนิธิอยู่แล้ว แล้วมาถึงจุดหนึ่งที่เขาเห็นเรารักเขามากขาดไม่ได้เขาเลยยื่นข้อเสนอนี้มา เรานั่งคิดอยู่สองวัน เราก็ตัดสินใจบอกเลิกเขาเลยเพราะงานมูลนิธิมันอยู่ในใจ คือ สายเลือด แต่เขาเพิ่งคบกันเราประมาณ 6-7 ปี มันคือ ความผูกพัน แต่ถ้าไม่ให้ผมทำงานเพื่อสังคมผมอยู่ไม่ได้ เลิกกับเขาแล้วผมทำใจอยู่ 2 เดือนแล้วผมอยู่ได้ เพราะว่าเรามีงานตรงนี้

 แล้วมีคู่จิ้นไหม พี่บุ๋ม ปนันดา

บิณฑ์ : ไม่มีครับ ไม่ใช่พี่บุ๋ม คือ เรามีใจตรงกันในการทำจิตอาสาเจอกันก็กอดกัน เขาบอกเราว่าพี่มีใจขนาดนี้ทุ่มเทให้กับตรงนี้เต็มที่มาๆนับถือใจเรา แล้วคือ อยากจะบอกว่าผมกับ บุ๋ม คือไม่มีอะไรเลย ไม่ได้คิดอะไรเลย แต่เวลาเราเจอเราสนิทกับเราก็ทักทายกันถ่ายรูปลงคู่กันทุกคนก็จะแซวเราแต่จริงๆไม่มีอะไรครับ

 แปลว่าตลอด 10 ปีที่ผ่านมาคือ ปิดประตูหัวใจ

บิณฑ์ : ไม่ได้ปิดนะครับ ไม่ได้สนใจมากกว่า เพราะเราสนใจแต่งานนี้ แล้วคือ เราไม่ได้มีความมุ่งมั่น เราเจอผู้หญิงสวยๆเราต้องเข้าไปขอเบอร์ไม่เคยมีอย่างนั้น แต่มีแต่คนเข้ามาคุยกันเรื่องงาน ดูแลตัวเองด้วยนะ โน้นนี่ เราก็ขอบคุณมากๆครับ ถ้าต้องไปกินข้าว ดูหนัง ไม่มีตรงนั้นครับ

 ที่ไปไม่ได้เพราะทำงาน 7 วัน

บิณฑ์ : ก็ไม่ได้ถึงกับ 7 วันนะครับ ที่เราทำงานมาทั้งหมดก็ 33 ปี

 งานที่จะมาถึงหูได้ต้องเป็นเคสระดับไหนเอ่ย

บิณฑ์ : ผมจะพิจารณาดูว่าถึงเขาจะเป็นเคสเล็กๆแต่เขามีความจำเป็นจริงไหม เขาต้องการเงินไหม เขาต้องการความช่วยเหลือยังไงบ้าง

 ใครเป็นคนสแกนก่อนสำหรับงานต่างๆ

บิณฑ์ : จะมีแฟนคลับอยู่กลุ่มหนึ่งเข้าไปดูหน้าแฟนเพจของเรา เขาก็จะเป็นคนส่งเคสมาให้เราว่า พี่บิณฑ์     เคสนี้น่าสงสาร เคสนี้รอก่อนได้ไม่เป็นไร เคสนี้หนัก เราก็จะเหลือ บ้างวันออกสามเคส บางวันออกสี่เคส ถ้าเราออกต่างจังหวัดเราก็จะดูรายทางว่าเขามีเคสอะไรไหม เราจะได้แวะไปตามทางที่เราเดินทางไป

 ขนาดมีคนสกรีนให้แล้ว ตรวจแล้วแต่ยังมีเลือกเคสพลาด

บิณฑ์ : เราเป็นคนที่มองโลกในแง่ดีเราไม่รู้หรอกว่าสิ่งที่เขาทำกับเรา ที่เขาต้องการจากเรามันไม่ใช่เรื่องจริง อย่างเช่น ผมไปถึงหน้าเคสแล้วผมตัวสั่นมาก พยายามระงับสติอารมณ์ ผมโกรธมากผมขับรถจาก กรุงเทพ ไปนครสวรรค์ 3 ชั่วโมงกว่า เพราะเขาบอกเราว่า ลูกกำลังจะตาย ไม่มีเงินซื้อนม จะพาลูกไปหาหมอ เราก็เร่งรีบเพื่อที่จะไปช่วย พอเราถึงเขาก็ตะโกนกันใหญ่ว่าพี่บิณฑ์ มาแล้วเขาก็กระโดดมากอดเรากันใหญ่ คือ ไม่มีความเศร้า หรือ อะไรกันเลย เราก็ถามแล้วเคสที่น้องบอกพี่ล่ะ ไม่มรค่ะ อยากเจอพี่บิณฑ์เฉยๆชอบมากกอดหน่อย ตอนนั้นเราได้บอกเขาว่าทีหลังอย่าทำแบบนี้อีก เพราะยังมีคนที่เดือดร้อนเขาอยากได้ความช่วยเหลือ

บิณฑ์ : ส่วนอีกเคส คือ เป็นการทำมาหากินของเขานะ เป็นมิจฉาชีพ มีคนพิมเคสมาให้เราว่าให้เราไปดูหน่อยผู้ชายคนนี้น่าสงสารมา ไม่มีข้าวจะกิน มาตามหาลูกสาว ไม่มีใครสนใจเลย จะกลับบ้านแต่ไม่มีเงิน เราก็ไปเลยที่ สมุทรปราการ เราก็ถามหาคนบริเวณนั้นเขาก็ไม่มีใครรู้จัก แต่อยู่ๆเขาก็เดินมาแล้วเป็นลมไปต่อหน้าเราเลย เราก็รีบวิ่งไปรับแกไม่ได้สติอะไร เราเลยนำส่งโรงพยาบาล แล้วบอกหมอว่าค่าใช้จ่ายเรารับผิดชอบเอง แล้วเราก็ไปงานต่อ แล้วก็กลับมาดูแกอีกครั้งช่วงบ่าย แต่พอไปถึงหมอบอกว่าลุงหนีไปแล้ว เราคิดว่าแกตื่นมาคงตกใจว่ามาอยู่ที่นี่ได้ยังไง เราก็ไปตามหาแก แล้วไปเจออยู่ที่โรงพัก เราก็เข้าไปคุยกับลุงแกก็ดรามาาใส่เราเลยว่าแกมาตามหาลูกสาว แต่อยากกลับบ้านเราก็เลยถามว่าแล้วหนีออกจากโรงพยาบาลทำไม แกบอกอยู่แบบนั้นไม่ได้หรอกเพราะแกมาตามหาลูกสาว (แต่ลุงเขาไม่รู้นะครับว่าผมคือบิณฑ์)

ผมเลยถามว่าลุง จะเอายังไง แกบอกจะกลับบ้านเราก็สั่งให้ลูกน้องไปซื้อตั๋วให้ลุงเลย 2 ใบ ให้แกนั่งสบายๆ แล้วก็ให้เงินลุงไป 5,000 บาท เราก็บอกลุงไม่ต้องมา กรุงเทพ แล้วนะ เราก็บอกคนขับรถทัวร์ว่าถึงลุงถึง สุรินทร์ แล้วโทรมาบอกเราด้วยนะ พอเราแยกจากเขา สามทุ่ม ห้าทุ่มคนขับรถทัวร์โทรมาหาเราเลยว่า ลุง มันอาระวาดหนักมากเลยในรถแกจะลง แล้วก็ต้องจอดให้เขาลง เขาคงกลับมาหากินเหมือนเดิม มันก็มีอีกหลายๆเคยที่ผมเจอหนักบ้าง เบาบ้าง การหลอกหลวงมันมีหลายรูปแบบมากๆ แต่เราก็รู้สึกว่าเมื่อใจเราตั้งใจจะทำ จะช่วยเหลือแล้ว พวกเคสแบบนี้มันก็ต้องเจอบ้างเพราะจะได้เป็นกรณีศึกษาของเรา


สามารถรับชมรายการ ต้มยำอมรินทร์ ผลิตโดย CHANGE2561 ย้อนหลังได้ทางยูทูป: https://youtu.be/vAXzTSrY-MY

นั่งเล่นมิวสิคเฟสติวัล 6

นั่งเล่นมิวสิคเฟสติวัล 6 ฟังเพลงท่ามกลางฮอลล์ธรรมชาติที่ทองสมบูรณ์คลับ

Chang Music Connection Presents “นั่งเล่น Music Festival 6 เทศกาลดนตรีของคนรักธรรมชาติที่ชอบเที่ยวป่าเขา คนที่อยากออกไปพักผ่อนและสัมผัสกับธรรมชาติเพื่อสูดอากาศบริสุทธิ์ในสถานที่ดีๆ หรือคนที่อยากใช้ชีวิตแบบ Slow life หยุดพักจากการทำงานหนัก แล้วไปใช้ชีวิตท่ามกลางต้นไม้ใบหญ้าสีเขียว ที่มีเสียงเพลง เสียงดนตรีเป็นสื่อกลาง แถมยังมีความบันเทิงและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ อีกเพียบ ดังนั้น ผู้จัดอย่าง ‘IDEA FACT’ ภายใต้หน่วยงาน ‘GMM SHOW’ ขอประเดิมต้นปีจัด ‘นั่งเล่นมิวสิคเฟสติวัล 6ขึ้นในวันเสาร์ที่ 23 มกราคม 2564 ณ ทองสมบูรณ์คลับ จ.นครราชสีมา ปีนี้จัดเต็มด้วยไลน์อัพศิลปินสุดฮิตมาแบบเน้นๆ ที่จะพาคุณไปนั่งเล่น นอนเล่น หรือยืนเต้นในบรรยากาศที่ดีที่สุดกลางฮอลล์ธรรมชาติและอากาศเย็นสบายบนพื้นหญ้าเขียวขจี

นั่งเล่นมิวสิคเฟสติวัล 6

ประสบการณ์เป็นสิ่งสำคัญที่จะสร้าง Festival Culture ดังนั้น ‘นั่งเล่นมิวสิคเฟสติวัล 6 จึงตั้งใจที่จะมอบสิ่งที่ดีที่สุดด้วยความพิเศษกว่าทุกครั้งกับบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความสนุกสนาน ณ สถานที่จัดงานใหม่ ใหญ่และสะดวกสบายกว่าเดิม บนพื้นที่กว่า 20,000 ตารางเมตร ณ ทองสมบูรณ์คลับ จ.นครราชสีมา รวมทั้งไลน์อัพศิลปินสุดฮิตมากมายที่จะมาสร้างความสุข ความสนุกกันแบบต่อเนื่องกว่า 10 ชั่วโมง บนเวทีคอนเสิร์ตที่มีภูเขาโอบล้อม กับจอพาโนรามาที่ใหญ่ที่สุดหน้ากว้างกว่า 70 เมตร นำโดย โปเตโต้, ปาล์มมี่, เดอะทอยส์, หนุ่ม กะลา, ทรีแมนดาวน์, ทิลลี่เบิร์ดส์, นนท์ ธนนท์, มิว ศุภศิษฏ์, ป๊อบ+ว่าน, โบกี้ไลอ้อน และ คล็อกเวิร์ค โมชั่นเลส พูดเลยว่างานนี้เหมือนยกคอนเสิร์ตในฮอลล์มาไว้ท่ามกลางธรรมชาติเลยทีเดียว

นั่งเล่นมิวสิคเฟสติวัล 6

ยิ่งไปกว่านั้น ‘นั่งเล่นมิวสิคเฟสติวัล 6 ยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกแบบครบครัน ได้แก่ ที่จอดรถสุดปลอดภัย การลงทะเบียนเข้างานด้วยจำนวนทางเข้าที่เยอะมาก ห้องน้ำสะอาดทุกโซนทั่วทั้งงานและ Street Food, Food Truck ที่จะทำให้คุณอิ่มอร่อยตลอดงาน แถมยังได้แยกจุดทานอาหารไว้อย่างชัดเจน นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมพิเศษที่คุณสามารถร่วมนั่งเล่นกันได้สบายๆ อาทิ นั่งบอลลูน ถ่ายรูปเก๋ๆ นั่งชิงช้าสวรรค์ชมวิว 360 องศา นั่งอัพรูปบรรยากาศในงานอวดโซเชียล นั่งสวยให้คนแต่งหน้าให้ มั่นใจได้ว่านั่งที่ไหนก็ไม่สบายเท่าที่นั่งเล่นอย่างแน่นอน!

นั่งเล่นมิวสิคเฟสติวัล 6

ปีนี้ นั่งเล่นมิวสิคเฟสติวัล 6 ถือเป็นการเริ่มต้นของการเป็น เทศกาลดนตรีรักษ์โลก กับการรณรงค์ต่อเนื่องการคัดแยกขยะภายในบริเวณงาน ด้วยถังขยะแยกสี รวมถึงร้านอาหารและเครื่องดื่มทุกร้านลดการใช้พลาสติกทุกชนิด เปลี่ยนมาใช้ภาชนะที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สามารถย่อยสลายได้ในธรรมชาติเพื่อสอดคล้องกับการอนุรักษ์ดูแลป่าของ จ.นครราชสีมา ยิ่งไปกว่านั้นครั้งนี้เรายังได้จัดพื้นที่สูบบุหรี่ไว้อย่างชัดเจนเพื่อไม่ให้มีการสูบบุหรี่นอกพื้นที่ ที่กำหนดให้

นั่งเล่นมิวสิคเฟสติวัล 6

เตรียมพบกับเทศกาลดนตรีของคนชอบเที่ยวธรรมชาติและมีใจรักในเสียงเพลงกับการนั่ง นอน หรือยืนเต้นไปกับเสียงเพลงจากศิลปินสุดฮิตในบรรยากาศที่ดีที่สุดกลางฮอลล์ธรรมชาติ บนพื้นหญ้าเขียวขจี ใน Chang Music Connection Presents “นั่งเล่น Music Festival 6” โดยจะจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 23 มกราคม 2564 ณ ทองสมบูรณ์คลับ จ.นครราชสีมา

เปิดจำหน่ายบัตร EARLY BIRD ถูกที่สุด 1,500 บาท (ราคาปกติ 2,500 บาท) ในวันที่ 1 พฤศจิกายนนี้ เพียงวันเดียวเท่านั้น!!! ซื้อบัตรได้ที่เคาน์เตอร์เซอร์วิส ออลล์ ทิคเก็ต ในร้านเซเว่นอีเลฟเว่น ทั่วประเทศ หรือ www.allticket.com และ www.gmmlive.com

สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ FB : NanglenMusicFestival และ www.nanglenmusicfestival.com

 

 

 

 

ฉลองครบรอบ 11 ปี “ภัทรมหาราชานุสรณ์” สานหัวใจสร้างการแพทย์ไทยก้าวไกล

ฉลองครบรอบ 11 ปี โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ “ภัทรมหาราชานุสรณ์” สานหัวใจสร้างการแพทย์ไทยก้าวไกล ชูความเชี่ยวชาญศูนย์การรักษาเฉพาะทางแบบครบวงจร 5 ด้าน พร้อมเปิดตัวของที่ระลึกการกุศลคอลเล็คชั่นล่าสุด จากภาพวาดฝีพระหัตถ์ หลากลาย หลายชีวิต ชุด “เสือ”

วันที่ 29 ตุลาคม 2563 ที่อาคารศูนย์การแพทย์มะเร็งวิทยาจุฬาภรณ์ โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ จัดกิจกรรมฉลองครบรอบ 11 ปี “ภัทรมหาราชานุสรณ์” สานหัวใจสร้างการแพทย์ไทยก้าวไกล ชูความเชี่ยวชาญศูนย์การรักษาเฉพาะทางแบบครบวงจร 5 ด้าน สานต่อพระปณิธาน ใน ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี องค์ประธานผู้ก่อตั้ง “โรงพยาบาลจุฬาภรณ์” ในการเป็นที่พึ่งทางสุขภาพให้กับประชาชนทุกชนชั้น และพัฒนาการให้บริการทางการแพทย์อย่างต่อเนื่องด้วยเทคโนโลยีที่เป็นเลิศ พร้อมเปิดแพลตฟอร์มออนไลน์เพิ่มช่องทางการสื่อสารคอนเทนต์สุขภาพสร้างสังคมไทยสุขภาพดี ผ่านเว็บไซด์และช่องยูทูป CHULABHORN CHANNEL และ 2 รายการใหม่ล่าสุด “PCCMS MED – MOMENT พลังขับเคลื่อนเพื่อนร่วมทางสุขภาพ” รายการสารคดีสั้นแนว Edutainment ที่จะพาไปเปิดประสบการณ์สู่โมเมนต์ของโลกวิทยาศาสตร์การแพทย์ในประเทศไทย และ “ท่องโรคกับหมอจุฬาภรณ์” รายการทอล์กเพื่อให้ข้อมูลการป้องกันดูแลสุขภาพในโรคต่างๆ โดยมีศาสตราจารย์ นายแพทย์นิธิ มหานนท์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ และศาสตราจารย์ แพทย์หญิงจิรพร เหล่าธรรมทัศน์ คณบดีคณะเทคโนโลยีวิทยาศาสตร์สุขภาพ และรองอธิการบดีวิทยาลัยวิทยาศาสตร์การแพทย์เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ ฝ่ายประชาสัมพันธ์และการตลาด ขึ้นเวทีเสวนาพูดคุย พร้อมชวนคนไทยร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนสร้างการแพทย์ไทยให้ก้าวไกล พัฒนาคุณภาพด้านการสาธารณสุขของประเทศไทยให้ก้าวหน้า ผ่านกิจกรรมระดมทุนแคมเปญ “ภัทรมหาราชานุสรณ์” สานหัวใจสร้างการแพทย์ไทยก้าวไกล เพื่อสนับสนุนการจัดซื้อเครื่องมือแพทย์และวัสดุอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็นในการรักษาผู้ป่วยของศูนย์การรักษาต่างๆ และเตรียมพร้อมบริการทางการแพทย์ในอาคารศูนย์การแพทย์ภัทรมหาราชานุสรณ์ โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ขนาด 400 เตียง ที่มีกำหนดการสร้างแล้วเสร็จและเปิดให้บริการกลางปี พ.ศ. 2565 ผู้ร่วมกิจกรรมทำบุญบริจาค 1,000 บาทขึ้นไป รับ Gift Set หน้ากากผ้าการกุศล 4 สี 4 ลายโรคไลฟ์สไตล์ที่ระลึกในโอกาสครบรอบ 11 ปี โรงพยาบาลจุฬาภรณ์

ภายในงานยังมีเหล่าคนดัง อาทิ แมท-ภีรนีย์ คงไทย, ก้อย-รัชวิน วงศ์วิริยะ, วาววา-ณิชารีย์ โชคประจักษ์ชัด, โบ๊ท-ธารา ทิพา, ได๋-ไดอาน่า จงจินตนาการ และเหล่าสาวงามจากเวทีประกวด Miss Universe Thailand 2020 ร่วมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ที่ระลึกการกุศลคอลเล็คชั่นใหม่ หลากลาย หลายชีวิต ชุด “เสือ” โดยทางมูลนิธิภัทรมหาราชานุสรณ์ฯ ได้รับพระกรุณาธิคุณจาก สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี พระราชทานภาพวาดฝีพระหัตถ์ จำนวน 6 ภาพ เพื่อนำมาต่อยอดจัดทำผลิตภัณฑ์ที่ระลึกการกุศลหลากลายดีไซน์ หลากหลายไอเท็ม เพื่อให้ทุกคนสามารถมีส่วนร่วมและเป็นกำลังสำคัญในการสร้างการแพทย์ไทยให้ก้าวไกล ผ่านการสนับสนุนของที่ระลึกการกุศลคอลเล็คชั่นนี้ ซึ่งผู้บริจาคนอกจากจะได้รับของที่ระลึกที่สามารถนำไปมอบให้เป็นของขวัญแทนใจในเทศกาลแห่งความสุขส่งท้ายปีนี้ ยังสามารถขอรับใบเสร็จเพื่อรับสิทธิลดหย่อนภาษีจำนวน 2 เท่าด้วย

ศาสตราจารย์ นายแพทย์นิธิ มหานนท์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ และเลขาธิการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ กล่าวว่า “โรงพยาบาลจุฬาภรณ์มีการพัฒนาการให้บริการทางการแพทย์อย่างต่อเนื่อง โดยเปิดดำเนินงานอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2552 ซึ่งในปีนี้ก้าวสู่ปีที่ 11 มีการเติบโตพัฒนาจากโรงพยาบาลเฉพาะทางด้านโรคมะเร็งสู่การเป็นสถาบันการแพทย์ครบวงจรเพื่อเป็นที่พึ่งทางการรักษาพยาบาลยามเจ็บไข้ได้ป่วยแก่ประชาชนได้ครอบคลุมทุกโรค ด้วยพระกรุณาธิคุณในสมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี องค์ประธานผู้จัดตั้งโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ที่ทรงห่วงใยถึงสุขภาพของประชาชนชาวไทย ตลอดจนพระปรีชาสามารถและพระวิสัยทัศน์กว้างไกลที่จะนำวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีทางการแพทย์มาใช้ในการพัฒนายกระดับคุณภาพชีวิตและดูแลสุขอนามัยแก่ประชาชน โรงพยาบาลจุฬาภรณ์จึงมุ่งเน้นให้ความสำคัญต่อการพัฒนาบริการทางการแพทย์และนำเทคโนโลยีใหม่ๆที่เป็นเลิศเข้ามารักษาผู้ป่วยอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับมาตรฐานการรักษาพยาบาลให้ทัดเทียมนานาประเทศ

ตลอดจนให้ความช่วยเหลือผู้ยากไร้และด้อยโอกาสให้ได้รับการรักษาอย่างดีตามมาตรฐาน โรงพยาบาลได้พัฒนารูปแบบการบริการในด้านต่างๆ และนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยให้บริการแก่ผู้ป่วยเพื่อให้ได้รับความสะดวก รวดเร็ว รวมทั้งได้มีการปรับปรุงสถานที่ใหม่ในอาคารให้เป็นสัดส่วนเพื่อปรับการดูแลรักษาผู้ป่วยในลักษณะของศูนย์รักษาโรคเฉพาะทางต่างๆ เปิดคลินิกนอกเวลาราชการที่ให้บริการตรวจรักษาด้วยแพทย์เฉพาะทางสาขาต่างๆ 7 วัน ดังนั้นทุกครั้งที่เจ็บป่วย อยากให้โรงพยาบาลจุฬาภรณ์เป็นอีกหนึ่งแห่งที่ผู้ใช้บริการนึกถึง”

พร้อมกันนี้ ศาสตราจารย์ นายแพทย์นิธิ ได้ชูการพัฒนาศูนย์ความเป็นเลิศ 5 ด้านของโรงพยาบาลจุฬาภรณ์เพื่อก้าวสู่ความเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์เฉพาะทางแบบครบวงจร โดยเน้นการพัฒนาศูนย์ความเป็นเลิศในความเชี่ยวชาญหลัก 5 ด้าน ได้แก่ ด้านมะเร็งที่ได้นำเทคโนโลยีการรักษาใหม่ๆ เข้ามาใช้อย่างต่อเนื่องรวมทั้งเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ AI for Oncology ที่นำมาใช้ในการวางแผนรักษาแก่ผู้ป่วยโดยไม่มีค่าใช้จ่าย และบูรณาการความร่วมมือทางการแพทย์ในการเปิดให้โรงพยาบาลในเครือข่ายทั่วประเทศได้เข้าถึงบริการของระบบปัญญาประดิษฐ์ดังกล่าว ผ่านหน่วยการวางแผนรักษาโรคมะเร็งของโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ เพื่อเป็นการเพิ่มโอกาสให้ผู้ป่วยมะเร็งทุกสิทธิการรักษาได้เข้าถึงการวางแผนการรักษามะเร็งที่มีประสิทธิภาพและได้มาตรฐานสากล

นอกจากนี้ยังเปิดช่องทางให้ผู้ป่วยมะเร็งรายใหม่ที่ต้องการเข้ามารับการรักษาสามารถปรึกษาโรคมะเร็งผ่านทาง LINE Official Account โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ โดยสามารถส่งข้อมูลปรึกษา และนัดหมายล่วงหน้าเพื่อลดการมาโรงพยาบาลโดยไม่จำเป็น ด้านหัวใจและหลอดเลือดที่มีเทคโนโลยีการตรวจวินิจฉัยและรักษาโรคหัวใจและหลอดเลือดทั้งห้องปฏิบัติการสวนหัวใจและห้องผ่าตัดไฮบริดเพื่อการผ่าตัดรักษาโรคหัวใจอย่างครบวงจร ด้านกระดูกและข้อด้วยศัลยแพทย์เฉพาะทางกระดูกและข้อที่ครอบคลุมทุกด้าน ด้านอายุรกรรมเฉพาะทางด้วยอายุรแพทย์ที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญเฉพาะทางในด้านต่างๆ อาทิ เบาหวานและต่อมไร้ท่อ ศูนย์โรคไต ศูนย์ทางเดินอาหาร สุดท้ายคือด้าน Imaging หรือภาพวินิจฉัยที่มีการให้บริการอยู่ 2 ส่วนหลักๆ ได้แก่ ศูนย์ไซโคลตรอนและเพทสแกนแห่งชาติ ศูนย์รวมนวัตกรรมเครื่องมือการสร้างภาพวินิจฉัยขั้นสูงในระดับโมเลกุลทางเวชศาสตร์นิวเคลียร์ เพื่อการตรวจวินิจฉัยและรักษาโรคมะเร็ง โรคระบบประสาท และโรคหัวใจอย่างครบวงจร เรียกว่าเป็น One Stop Shop Imaging ซึ่งมีทั้งเครื่องเพทซีที PET/CT และ เพทเอ็มอาร์ไอ PET/MRI เทคโนโลยีใหม่ล่าสุดที่นำเข้ามาให้บริการตรวจวินิจฉัยเป็นแห่งแรกในประเทศไทยและการผลิตสารเภสัชรังสีซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์จากเครื่องไซโคลตรอน อีกส่วนคือ ศูนย์ภาพวินิจฉัยและร่วมรักษาเพื่อปวงชน ให้บริการตรวจวินิจฉัยด้วยเทคโนโลยีด้านรังสีวินิจฉัยและร่วมรักษาที่ทันสมัยโดยนักรังสีเทคนิคและรังสีแพทย์ที่เชี่ยวชาญเฉพาะทาง ในอัตรากรมบัญชีกลาง

ด้าน ศาสตราจารย์ แพทย์หญิงจิรพร เหล่าธรรมทัศน์ คณบดีคณะเทคโนโลยีวิทยาศาสตร์สุขภาพ และรองอธิการบดีวิทยาลัยวิทยาศาสตร์การแพทย์เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ ฝ่ายประชาสัมพันธ์และการตลาด ได้กล่าวถึงการเปิดแพลตฟอร์มออนไลน์เพิ่มช่องทางการสื่อสารคอนเทนต์สุขภาพสร้างสังคมไทยสุขภาพดี ผ่านเว็บไซด์และช่องยูทูป CHULABHORN CHANNEL เพื่อให้ประชาชนได้รู้จักภารกิจทั้งด้านการแพทย์การศึกษาวิจัยรอบรั้ววิทยาลัยวิทยาศาสตร์การแพทย์เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ที่มีโรงพยาบาลจุฬาภรณ์เป็นหนึ่งในหน่วยงานภายใต้สังกัด รวมถึงโครงการขับเคลื่อนต่างๆเพื่อพัฒนาการแพทย์และการสาธารณสุขไทยของราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ และจัดทำคอนเทนต์ผ่าน 2 รายการใหม่ ได้แก่ “PCCMS MED – MOMENT พลังขับเคลื่อนเพื่อนร่วมทางสุขภาพ” รายการสารคดีสั้นแนว Edutainment ที่จะพาผู้ชมไปดู ไปรู้ ไปสัมผัสเปิดประสบการณ์สู่โมเมนต์ของโลกวิทยาศาสตร์การแพทย์ในประเทศไทย ดำเนินรายการโดย แก๊ป-ธนเวทย์ สิริวัฒน์ธนกุล ออกอากาศทุกวันอาทิตย์ เวลา 12.45 – 12.55 น. ทางไทยรัฐทีวี ช่อง 32 และอีกรายการคือ “ท่องโรคกับหมอจุฬาภรณ์” โดยจัดทำเป็น 11 ตอนพิเศษในโอกาสครบรอบ 11 ปี
เป็นรายการทอล์กที่มุ่งเน้นการให้ข้อมูลทางสุขภาพของโรคต่างๆ โดยมี 3 พิธีกรอารมณ์ดี โบ-ธนากร ชินกูล, อาร์ม-กรกันต์ สุทธิโกเศศ และลูกแก้ว-กรกมล ชิตพงศ์ ที่จะนำพาผู้ชมท่องโรคไปกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญของโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ส่งเสริมการสร้างคอนเทนต์สุขภาพเพื่อทำให้เกิดประโยชน์ในการเปลี่ยน Lifestyle สุขภาพให้เรื่องโรคร้ายต่างๆ ไม่ใช่เรื่องเครียดที่ทุกคนก็สามารถรับมือได้ ออกอากาศทุกวันพฤหัสบดี เวลา 11.00-11.30 น. ทางช่อง Youtube CHULABHORN CHANNEL หรือสามารถกดดูผ่านเมนู CHULABHORN CHANNEL ทาง LINE Official โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ เริ่มตอนแรกในวันพฤหัสบดีที่ 5 พฤศจิกายน 2563 ทอล์กกับแพทย์จากศูนย์เต้านม โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ในตอน “โดนหักอกจนเจ็บใจ ไม่น่ากังวลใจเท่าเจ็บเต้านม”

สำหรับกิจกรรมครบรอบ 11 ปี โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ยังได้เชิญชวนประชาชนและหน่วยงานต่างๆ ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนสร้างการแพทย์ไทยให้ก้าวไกล พัฒนาคุณภาพด้านการสาธารณสุขของประเทศไทยให้ก้าวหน้า เพื่อให้คนไทยมีสุขภาพที่ดีไปด้วยกันอย่างยั่งยืน ผ่านกิจกรรมระดมทุนในแคมเปญ “ภัทรมหาราชานุสรณ์” สานหัวใจสร้างการแพทย์ไทยก้าวไกล

ร่วมสมทบทุนกับมูลนิธิภัทรมหาราชานุสรณ์ฯ “สร้าง” ศูนย์การแพทย์ภัทรมหาราชานุสรณ์ สถาบันการแพทย์แห่งใหม่ขนาด 400 เตียงของโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ และอาคารการเรียนการสอนของวิทยาลัยวิทยาศาสตร์การแพทย์เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ โดยมุ่งหวังให้สถาบันการแพทย์แห่งนี้เป็นสถานพยาบาลของรัฐขนาดใหญ่และวิทยาลัยแพทย์เพื่อพัฒนาค้นคว้าวิจัยสร้างองค์ความรู้ สร้างแพทย์และบุคลากรในด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพ พร้อมทั้งช่วยเหลือประชาชนคนไทยให้ได้รับการรักษาพยาบาลที่มีประสิทธิภาพ โดยสมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานนามให้ศูนย์การแพทย์แห่งนี้ว่า “ภัทรมหาราชานุสรณ์” อันมีความหมายว่า ที่ระลึกถึงพระมหากษัตริย์ผู้ทรงเป็นที่รักยิ่ง ศูนย์การแพทย์แห่งนี้จัดสร้างอยู่ภายในศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ ถนนแจ้งวัฒนะ มีกำหนดการสร้างแล้วเสร็จและเปิดให้บริการกลางปี พ.ศ. 2565 สำหรับผู้ร่วมบริจาคตั้งแต่ 1 ล้านบาทขึ้นไป เพื่อสนับสนุนการจัดซื้อเครื่องมือแพทย์และวัสดุอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็นในการตรวจวินิจฉัยและรักษาผู้ป่วยของโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ รวมทั้งช่วยเหลือผู้ป่วยยากไร้ด้อยโอกาส ตลอดจนสนับสนุนด้านการศึกษาค้นคว้าวิจัยของราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ จะได้รับการจารึกชื่อในอาคาร “ศูนย์การแพทย์ภัทรมหาราชานุสรณ์”

นอกจากนี้ ยังได้จัดทำชุดหน้ากากผ้าการกุศล 4 สี 4 ลายโรคไลฟ์สไตล์ ร่วมดีไซน์ by ISSUE ถ่ายทอดภาพพิมพ์ลายที่แสดงถึงการรณรงค์ป้องกันรักษาสุขภาพจาก 5 ศูนย์การรักษาของโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ได้แก่ ลายDNAสีส้มจากศูนย์มะเร็ง ลายหัวใจสีแดงดำจากศูนย์หัวใจและหลอดเลือด ลายเซลล์สีฟ้าจากศูนย์อายุรกรรมเฉพาะทาง และลายสีชมพูแสดงถึงการรณรงค์สุขภาพในโรคทางสตรีจากศูนย์สุขภาพสตรีและศูนย์เต้านม โดยยอดบริจาคทุก 1,000 บาทขึ้นไป จะได้รับ Gift Set ที่ระลึกในโอกาสครบรอบ 11 ปี โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ประกอบด้วย หน้ากากผ้าการกุศล 4 ลายโรคไลฟ์สไตล์ เจลแอลกอฮอล์ล้างมือ 2 หลอด พร้อมการ์ดอวยพร

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ที่ระลึกการกุศลคอลเล็คชั่นใหม่ หลากลาย หลายชีวิต ชุด “เสือ” ที่ทางมูลนิธิภัทรมหาราชานุสรณ์ฯ ได้รับพระกรุณาธิคุณจาก สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี พระราชทานภาพวาดฝีพระหัตถ์ จำนวน 6 ภาพ เพื่อนำมาต่อยอดจัดทำผลิตภัณฑ์ที่ระลึกการกุศล หลากลายดีไซน์ หลากหลายไอเท็ม เพื่อให้ทุกคนสามารถมีส่วนร่วมและเป็นกำลังสำคัญในการสร้างการแพทย์ไทยให้ก้าวไกล ผ่านการสนับสนุนของที่ระลึกการกุศลคอลเล็คชั่นนี้ โดยมีเหล่าคนดังร่วมกิจกรรมการกุศล อาทิ แมท-ภีรนีย์ คงไทย, ก้อย-รัชวิน วงศ์วิริยะ, วาววา-ณิชารีย์ โชคประจักษ์ชัด โบ๊ท-ธารา ทิพา ได๋-ไดอาน่า จงจินตนาการ และเหล่าสาวงามจากเวทีประกวด Miss Universe Thailand 2020 ซึ่งผู้บริจาคนอกจากจะได้รับของที่ระลึกที่สามารถนำไปมอบให้เป็นของขวัญแทนใจในเทศกาลแห่งความสุขส่งท้ายปีนี้ ยังสามารถขอรับใบเสร็จเพื่อรับสิทธิลดหย่อนภาษีจำนวน 2 เท่าด้วย ทั้งนี้สามารถร่วมบริจาคในโครงการ “ภัทรมหาราชานุสรณ์” สานหัวใจสร้างการแพทย์ไทยก้าวไกล และสนับสนุนของที่ระลึกการกุศลคอลเล็คชั่นหลากลาย หลายชีวิต ชุด “เสือ” ได้ที่ ร้านผลิตภัณฑ์ที่ระลึกในพระดำริ ๙๐๖ ชั้น 1 อาคารศูนย์การแพทย์มะเร็งวิทยาจุฬาภรณ์ โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ หรือช่องทางออนไลน์ทาง LINE My shop @bhadrafoundation และ Shopee ค้นหาคำว่า มูลนิธิภัทรมหาราชานุสรณ์ และสามารถร่วมบริจาคสมทบทุนผ่านการโอนเงินได้ที่ชื่อบัญชี มูลนิธิภัทรมหาราชานุสรณ์ ในพระอุปถัมภ์ฯ
ธนาคารทหารไทย เลขที่ 236-1-00491-0 และธนาคารกรุงเทพ เลขที่ 942-3-00099-2 ติดต่อขอรับใบเสร็จเพื่อนำไปใช้ลดหย่อนภาษีได้จำนวน 2 เท่า ทาง LINE มูลนิธิภัทรมหาราชานุสรณ์ฯ รายละเอียดเพิ่มเติมทาง www.chulabhornchannel.com

จ้าวลู่ซือ นางเอกดังแดนมังกร สวยหวานในเดรส Poem

ชมพูหวานหยด! จ้าวลู่ซือ นางเอกแดนมังกร สั่งตัดเดรส Poem ใส่ออกงาน

แบรนด์ไทยใครใส่ก็สวย ไม่ได้อวยเลยจ้า เพราะภาพมันฟ้อง ล่าสุด จ้าวลู่ซือ นางเอกดังแดนมังกร ก็ใส่เดรสสีชมพูหวานจาก Poem ที่ Made-to-order เพื่อเธอโดยเฉพาะ

สำหรับใครที่เป็นแฟนซีรี่ส์จีน มีเหรอจะไม่รู้จักเธอคนนี้ จ้าวลู่ซือ เพราะซีรี่ส์ที่เธอแสดงแต่ละเรื่องโด่งดังจนเป็นที่พูดถึงทั้งนั้น ไม่ว่าจะ Oh! My Emperor ฮ่องเต้ที่รัก , ข้านี่แหละองค์หญิงสาม (The Romance of Tiger and Rose) และผลงานชวนจิ้นล่าสุด Dating in the Kitchen ฝากรักไว้ที่ท้ายครัว ก็ได้เสียงตอบรับจากแฟนๆ อย่างท่วมท้นเช่นกัน

 

ทำให้นักแสดงสาววัย 21 ปี ไม่ว่าจะไป ทำอะไรก็ถูกจับตามองเกือบทุกฝีก้าว นี่แหละนะความดัง จะทำอะไรก็กลายเป็นจุดสนใจของผู้คนไปหมดจริงๆ โดยเฉพาะเมื่อต้องออกงานก็จะยิ่งมีความคาดหวังจากแฟนๆ มากกว่าปกติ ที่อยากจะเห็น จ้าวลู่ซือ ในลุคที่แตกต่างไปจากในซีรี่ส์ ซึ่งเธอก็ทำออกมาได้ดีทุกครั้ง เช่นเดียวกับครั้งล่าสุดที่เจ้าตัวออกงานอีเว้นต์ในลุคสาวหวาน ทำเอาแฟนๆ ปลื้มหนักมาก

จ้าวลู่ซือ

จ้าวลู่ซือ

โดย จ้าวลู่ซือ มาในเดรสเกาะอกสีชมพูพลิ้วสวยดูโรแมนติก มีความสง่างาม แต่ยังคงน่ารักสดใส และมีออร่าเปล่งประกาย พร้อมเสริมลุคด้วยเครื่องประดับจาก Tiffany & Co. ดูเผินๆ อาจเป็นลุคเดินพรมแดงเข้างานอีเว้นต์สวยๆ ชุดก็ดูเหมาะและเข้ากับนางเอกสาวมาก แต่รู้หรือเปล่าว่าชุดเดรสสีชมพูนี้เป็นแบรนด์ไทยอย่าง Poem รังสรรค์ให้นะจ๊ะ

ซึ่งเป็นในส่วนของ Private POEM ที่จะ Made-to-order ให้กับลูกค้าคนนั้นๆ โดยเฉพาะ ความพิเศษคือรับลูกค้าประมาณ 3-4 คนต่อเดือนเท่านั้น เพราะลูกค้าเหล่านี้จะมีโจทย์ที่แตกต่าง แปลกใหม่ ซึ่งถือได้ว่าสินค้าประเภทนี้เป็นแกนหลักและสร้างเรื่องราวให้กับ POEM เลยก็ว่าได้


ภาพ : WeTv , 摄影师葛明

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

เพราะอะไร นางเอกเกาหลี ฐานะไม่ร่ำรวย แต่ถือกระเป๋าแบรนด์เนมได้

งดงามอย่างไทย ศรีริต้า สวมผ้าไหมยกดอกลำพูน ทำบุญในวันเกิดครบ 39 ปี

การบินไทยเสริมรายได้ เปิดพรีออเดอร์ขาย กระเป๋ารีไซเคิล จากเสื้อชูชีพและแพยาง

 

สวย แซ่บ! ส่องความฮ็อตจนทะเลเดือด โอปอล์ ปานหทัย แฟนใหม่ ท็อป ณัฐเศรษฐ์

แซ่บจนทะเลเดือด ฮ็อตจนปลอทแตกกันเลยจ้าสำหรับ โอปอล์ ปานหทัย แฟนใหม่ ท็อป ณัฐเศรษฐ์ ที่มาในชุดว่ายน้ำสุดเซ็กซี่ต้องบอกเลยว่าเธอสวยและหุ่นดีมากกกกกก

แฟนใหม่ ท็อป ณัฐเศรษฐ์แฟนใหม่ ท็อป ณัฐเศรษฐ์

ปกติเข้าไปส่องไอจีหนุ่มท็อปทีไรก็เห็นลงรูปซูเปอร์คาร์ซะเป็นส่วนใหญ่ แต่งานนี้ท็อปขอเติมความหวานสักนิดด้วยการลงรูปคู่กับแฟนสาว โอปอล์ ปานหทัย ขณะไปพักผ่อนที่ทะเลสมุย พร้อมกับแคปชั่นว่า “รูปขั้นที่ไม่ใช่รูปรถกันบ้าง” แหมะ สวีทจนน้ำทะเลที่ว่าเค็มปี๋ เจอคู่นี้เข้าไปกลายเป็นหวานเฉยนะจ๊ะ

สวย แซ่บ! ส่องความฮ็อตจนทะเลเดือด โอปอล์ ปานหทัย แฟนใหม่ ท็อป ณัฐเศรษฐ์ พูนทรัพย์มณี 

แฟนใหม่ ท็อป ณัฐเศรษฐ์แฟนใหม่ ท็อป ณัฐเศรษฐ์

แต่ถึงจะหวานแค่ไหนก็สู้ความแซ่บของสาวโอปอล์ไปไม่ได้เลย เมื่อทริปนี้เธอมาในชุดว่ายน้ำรัวๆ ทำเอาหนุ่มท็อปถึงกับแฟนสาวว่า “ถามจริง มาทะเลเอามากี่ชุด” เพราะมีทั้งวันพีช ทูพีช ซึ่งเผยให้เห็นรูปร่างของสาวโอปอล์ที่บอกเลยว่าฟิตแอนด์เฟิร์มมาอย่างดี ซิกแพคมาเต็ม

นอกจากลุคแซ่บๆ ในชุดว่ายน้ำ ลุคแคชชวล วันสบายๆ ของสาวโอปอล์ก็สวย เซ็กซี่ไม่เบา

สำหรับโปรไฟล์ของสาว “โอปอล์ ปานหทัย สมรรถศรบุศย์” นั้น เรียกได้ว่าเธอป็นนักธุรกิจสาวที่ทำธุรกิจหลากหลาย โดยเธอเป็นเจ้าของ Jewel Clinic และร้านทำผม The Mystiq Hair Bar นอกจากนี้ยังมีธรกิจออนไลน์อีกด้วย รวมถึงยังเป็นเพื่อนสนิทของนักแสดงสาวชื่อดัง คิมเบอร์ลี่ อีกด้วย


CR : @opallis

ท็อป ณัฐเศรษฐ์ ถอยรถ Porsche 13 ล้านจุกๆ ให้คุณพ่อ ภูมิใจยิ่งกว่าซื้อให้ตัวเอง

 

“ชาร์กแท็งก์ ไทยแลนด์ ซีชั่น 2” ฟุ้งกระแสตอบรับดีเงินอัดฉีดผู้ประกอบการไทย 165 ล้านบาท พร้อมเดินหน้าเฟ้นหาสุดยอดไอเดียธุรกิจพิชิตล้านเปิดรับสมัครซีซั่น 3

ปิดฉากซีซั่นลงไปแล้วกับการเฟ้นหาสุดยอดไอเดียทางธุรกิจ รายการ “ชาร์กแท็งก์ ไทยแลนด์ ซีซั่น 2” ซึ่งยังคงได้รับกระแสตอบรับเป็นอย่างดีไม่แพ้ซีซั่นแรกจากกลุ่มผู้ชมตลอดทั้ง 17 ตอน ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 7HD และช่องทางออนไลน์หลักของรายการ ทิ้งท้ายด้วยความประทับใจกับการปิดดีลไอเดียสุดเจ๋งของผู้เข้าแข่งขัน 24 ผู้ประกอบการ รวมมูลค่ากว่า 165 ล้านบาท โดยได้พิสูจน์แล้วว่า รายการ“ชาร์กแท็งก์ ไทยแลนด์ ซีซั่น 2” เป็นเรียลลิตี้ทางธุรกิจ หนึ่งเดียวในไทยที่สานฝันผู้ประกอบการไปสู่จุดหมายได้อย่างแท้จริง และยังเป็นที่พึ่งทางธุรกิจที่ได้มากกว่าความสนุก ยังเต็มไปด้วยเทคนิค รวมไปถึงข้อมูลที่ผู้ชมสามารถนำไปปรับใช้ในกิจการของตัวเองได้

“ชาร์กแท็งก์ ไทยแลนด์” เป็นรายการเรียลลิตี้ที่มีชื่อเสียงโดงดังระดับโลกมีต้นกำเนินจากสหรัฐอเมริกา โดยทาง คุณทรงสุดา พาณิชย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท มีเดีย แท็งค์ จำกัด เป็นผู้ซื้อลิขสิทธิ์รูปแบบรายการเจ้าแรกและเจ้าเดียวในไทยมาจากรายการ “ชาร์กแท็งก์” (Shark Tank) ของโซนี่ พิคเจอร์

โดยรูปแบบรายการยังคงเป็นเรียลลิตี้เชิงธุรกิจ นำนักลงทุน หรือ Shark (ชาร์ก) มาฟังการนำเสนอจุดเด่น กลยุทธ์ และแผนธุรกิจของผู้ประกอบการ และจะได้รับการคอมเม้นต์อย่างตรงไปตรงมา ถ้า Shark (ชาร์ก) ให้ความสนใจในธุรกิจเหล่านั้น ก็จะเข้าสู่ขั้นตอนการต่อรอง เพื่อให้ได้มูลค่าลงทุนที่สองฝ่ายพึงพอใจ สำหรับไอเดียธุรกิจ SME ที่ได้รับคัดเลือกจากทางเหล่า Shark (ชาร์ก) ในรายการ จะได้โอกาสนำไปต่อยอดในแนวทางของ Shark (ชาร์ก) แต่ละท่านตามความเหมาะสม เพื่อนำธุรกิจไปสู่ความสำเร็จ

ในส่วนการคัดเลือกไอเดียของผู้เข้าแข่งขัน นักลงทุนจะให้ความสำคัญ กับการประเมินมูลค่าธุรกิจ ที่เหมาะกับการลงทุนให้ประสบความสำเร็จ และอยู่รอดในยุคนิว นอร์มอล ซึ่งนับเป็นสีสันของรายการที่ห้ามพลาด นอกจากความสนุกของรูปแบบรายการที่เป็นเรียลลิตี้แล้ว ยังได้เรียนรู้วิธีการนำเสนอไอเดีย แผนธุรกิจ ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อผู้ประกอบการ ตลอดจนผู้ชมที่สนใจ โดยรูปแบบของธุรกิจที่ร่วมในรายการ ครอบคลุมทุกกลุ่มอาชีพ

ในซีซั่น 2 นี้มี 5 ชาร์ก ได้แก่ คุณเต้-ภูริต ภิรมย์ภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บุญรอดเทรดดิ้ง จำกัด , คุณแอน -จักรพงษ์  จักราจุฑาธิบดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท เจเคเอ็น , คุณกฤษน์ ศรีชวาลา  ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฟิโก้ กรุ๊ป, คุณเบอร์ดี้-บดินทร์ธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เรียลแอสเสท ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด  , และคุณหมู- ณัฐวุฒิ พึงเจริญพงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้งบริษัท อุ๊คบี จำกัด (Ookbee) แล้วนอกจากนี้ในตอนสุดท้ายก่อนปิดซีซั่นซึ่งถือเป็นตอนพิเศษยังได้รับเกียรติจากชาร์กพิเศษคุณประพล มิลินทจินดา ประธานกรรมการบริหาร บริษัทหลักทรัพย์ เออีซี จำกัด (มหาชน) มาร่วมด้วย

สำหรับผู้ประกอบการที่เข้าแข่งขันที่ได้รับการสนับสนุนจากรายการ“ชาร์กแท็งก์ ไทยแลนด์ ซีซั่น 2” รวมทั้งสิ้น 24 ราย มูลค่ากว่า 165 ล้านบาท ได้แก่ มะม่วงกรอบ อาเสี่ยใหญ่, add on Taxi,Truly Hill Coffee กาแฟเพื่อสุขภาพ, Local Alke, (สสว.) Ananas ห้างหุ่นส่วนจำกัดครัวเจ๋ง สันในหมูฝอยไร้มัน,Alter:supplement gummy, ไมโครเวนดิ้งเทค จำกัด, ชุดทดลองการเรียนรู้ช่างไฟฟ้าระบบอัตโนมัติ, Lamotra, ข้าวเกรียบปลาทู, สเปรย์คลายเครียด, Logistics enabler, จีบต้มไฮโซ, หลอดน้ำที่ย่อยสลายเองได้, ผัดหมี่ไท-ยวน, เจียงอัจฉริยะสำหรับผู้ป่วยติดเตียง/ผู้สูงอายุ, พริกแกงแคทเทอริ่ง, ปั้นสี (มศว.),ธุรกิจชานมไข่มุก Liu cha, ครัวแต้จิ๋ว, บริษัท ฟิตทูฟลายสตูดิโอ จำกัดล (สสว.) ผลิตภัณฑ์น้ำมะปี๊ด, อิจิบังราเมน และDoter Tiw

ซึ่งผู้ประกอบการทั้ง  24 ราย ทำให้ชาร์กทั้ง 6 ท่าน สนใจถึงกับควักเงินสนับสนุนรวมถึงบางธุรกิจได้รับความสนใจจากชาร์กมากจนต้องมีการจับมือกันระหว่างชาร์กในการร่วมกันสนับสนุนธุรกิจนั้น ทั้งนี้ เราไปฟังถึงความรู้สึกของบรรดาชาร์กทั้ง 6 ท่าน เกี่ยวกับ รายการ“ชาร์กแท็งก์ ไทยแลนด์ ซีซั่น 2” และผู้ประกอบการที่เข้ามาแข่งขันกันดีกว่า

เริ่มจากคุณกฤษน์ ศรีชวาลา ประธานกรรมการบริษัท ฟิโก้ คอร์เปอเรชั่น จำกัด ได้กล่าวถึงความรู้สึกของตัวเองว่า  รายการ“ชาร์กแท็งก์ ไทยแลนด์ ซีซั่น 2” นี้สนุกมาก ซึ่งผู้ประกอบการที่เข้ามาร่วมรายการเก่งขึ้น มีการศึกษาเป็นอย่างดีจากซีซั่นที่ 1 มาก่อนที่จะเข้ามาร่วมแข่งขัน นอกจากนี้ รายการเองก็มีการพัฒนาและจัดรายการได้ดีขึ้น มีการคัดเลือกผู้ประกอบการที่มีความแตกต่างกันมาร่วมแข่งขัน ทั้งนี้ รายการนี้น่าจะมีการพัฒนาไปอีกเรื่อยๆ จนกว่าจะถึงจุดอิ่มตัว

ต่อมาเป็น คุณเบอร์ดี้ – บดินทร์ธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เรียลแอสเสท ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด ได้กล่าวถึงความรู้สึกในฐานะชาร์กน้องใหม่ว่า ซีซั่น 2 เป็นซีซั่นแรกที่ตนได้เข้ามาร่วมเป็นชาร์กซึ่งถือว่าดี ได้เห็นผู้ประกอบการจากหลากหลายอุตสาหกรรม ได้เห็นประกายในแววตาและไฟในผู้ประกอบการที่เข้ามาแข่งขันทำให้อยากจะกลับมาพัฒนาตัวเองนำพลังที่เห็นกลับมาเติมเต็มในการทำงานของตัวเองได้อีกครั้ง และข้อดีของรายการ“ชาร์กแท็งก์ ไทยแลนด์ ” คือทำให้ได้เรียนรู้เทรนใหม่ๆ จากผู้ประกอบการ และชาร์กเองยังมีโอกาสได้เรียนรู้ของกันและกันรวมถึงยังได้สร้างพันธมิตรทางธุรกิจระหว่างกันได้ด้วย

เช่นเดียวกับชาร์กมือใหม่ คุณเต้-ภูริต ภิรมย์ภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บุญรอดเทรดดิ้ง จำกัด ได้กล่าวถึงความรู้สึกในการที่มาเป็นชาร์กในครั้งนี้ว่า ตนได้มาเป็นชาร์กซีซั่นนี้เป็นครั้งแรกเช่นกัน รู้สึกสนุก ได้เรียนรู้จากรายการ“ชาร์กแท็งก์ ไทยแลนด์ “นี้มาก ซึ่งมีธุรกิจบางธุรกิจที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับธุรกิจของตน แต่ต้องมานั่งฟังทำให้ต้องไปศึกษาเรียนรู้ในธุรกิจนั้นเพิ่มเติม เป็นการเปิดโลกทรรศน์ให้กับตน และสามารถนำความรู้ที่ได้กลับไปใช้ในการทำงาน สามารถนำไปใช้ในชีวิตจริงของเราได้ ซึ่งถือว่าเป็นการต่อไฟให้ทำงานได้ดีขึ้น

ด้าน ชาร์กสาวสวยหนึ่งเดียวของรายการ คุณแอน -จักรพงษ์  จักราจุฑาธิบดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท เจเคเอ็น ได้กล่าวถึงความรู้สึกในฐานะที่มาเป็นชาร์ก 2 ซีซั่นว่า คนที่ดูรายการ “ชาร์กแท็งก์ ไทยแลนด์ ” ส่วนมากจะชอบดูเพราะไม่รู้จะทำธุรกิจอะไร พอดูแล้วจะเกิดความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ในการทำธุรกิจ ได้เห็นผู้ประกอบการที่เข้ามาแข่งขันเป็นตัวอย่าง ได้รับฟังคอมเมนท์จากชาร์กซึ่งจะนำไปปรับใช้กับธุรกิจของตนเพื่อไม่ให้ขาดทุน

“สำหรับตนคือว่า รายการ“ชาร์กแท็งก์ ไทยแลนด์ ” ถือเป็น ธุรกิจพิชิตล้าน อย่าคิดว่ามาพิชิตเงินของชาร์ก แต่เอาชาร์กไปร่วมเพื่อพิชิตความสำเร็จของคุณ  เป็นการส่งเสริมทำให้คนมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ มีแรงบันดาลใจในการทำมาหากินและมี Knowledge  Know how ในการที่จะไปประกอบกิจการได้อย่างถูกต้องและพลาดน้อยที่สุด ทั้งนี้ รายการนี้เป็นรายการที่มีสาระน่าดู สนุกตื่นเต้น ประเทศไทยมีรายการที่มีสาระและน่าดู สนุกและตื่นเต้น แถมยังลุ้นการทำมาหากินและสร้างความร่ำรวยให้กับเรา”

ทางด้าน คุณหมู– ณัฐวุฒิ พึงเจริญพงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้งบริษัท อุ๊คบี จำกัด (Ookbee) ได้กล่าวความรู้สึกในฐานะที่มาเป็นชาร์กครั้งที่ 2 ว่า ผู้ประกอบการที่มาร่วมแข่งขันซีซั่นที่ 2 มีการเตรียมตัวมามากกว่าเดิม ซึ่งน่าจะได้ดูและศึกษาตัวอย่างจากซีซั่นที่1 ที่มีออนไลน์ไว้มาแล้ว เหมือนกับตนเองก็ชอบดูเวลาที่มีคนคอมเมนท์ทำให้รู้สึกมีลุ้นตาม สนุกดี ซึ่งคนที่ไม่ได้ไม่ใช่ว่าจะไปซ้ำเติม แต่เป็นการบอกวิธีการเตรียมตัวให้ดีก่อนจะมาแข่งขัน  ซึ่งถ้าพลาดจะเสียโอกาสที่มายืนอยู่ตรงนี้

ปิดท้ายที่ชาร์กรับเชิญพิเศษ คุณประพล มิลินทจินดา ประธานกรรมการบริหาร บริษัทหลักทรัพย์ เออีซี จำกัด (มหาชน) ได้กล่าวถึงการมาเป็นชาร์กในครั้งนี้ว่า ตนได้มาร่วมตอนสุดท้ายเป็นตอนพิเศษปิดซีซั่น ซึ่งตนอยากให้ทุกคนได้ลองติดตามดูรายการ“ชาร์กแท็งก์ ไทยแลนด์ “ คอยติดตามดูในแง่ของการสร้างความเชื่อมั่นให้กับตัวเอง และความรู้ต่างๆ ไปประยุกต์ใช้หรือแก้ปัญหาในธุรกิจของตน ซึ่งปัญหาส่วนมากของผู้ประกอบการคือเรื่องของการบริหารจัดการภายในทางด้านบัญชี ต้นทุน และด้านการตลาด กล่าวคืออยากจะทำมีเงิน มีพลังแต่ยังขาด Knowledge ความรู้และประสบการณ์ในการบริหารงาน บริหารคน และต้นทุนของธุรกิจ ซึ่งท้ายสุดเมื่อไม่รู้อะไรเลยก็จะทำให้ชาดทุน

“นอกจากนี้ตนคิดว่ารายการ”ชาร์กแท็งก์” ถ้าออกอากาศในประเทศใด แสดงว่า ประเทศนั้นมีความเป็นมาตรฐานทางด้านเศรษฐกิจ ซึ่งรายการนี้อยู่ในประเทศไทยย่อมแสดงว่า ไทยมีความโดดเด่นและกำลังจะเป็นมาตรฐานสำหรับระดับธุรกิจสตาร์ทอัพ ตรงนี้เป็นสัญญาณที่ดีสำหรับนักธุรกิจ ผู้ที่อยากเป็นนักธุรกิจใหญ่ ในโลกโซเชียลมีเดีย โลกของออนไลน์ ทุกคนเป็นนักธุรกิจได้หมด เป็นตัวของตัวเอง เรียนรู้กันไปดีที่สุด และในซีซั่นต่อไปตนอยากจะเห็นพอร์ตของการซื้อขายที่ใหญ่ขึ้นแบบก้าวกระโดด จากปัจจุบัน 2 ล้านบาทเป็น 10 ล้านบาท จาก 10 ล้านบาทเป็น 100 ล้านบาท และจาก 100 ล้านบาท เป็น 1,000 ล้านบาท” คุณประพลกล่าวทิ้งท้าย

ตำนานบทใหม่กำลังจะเริ่มต้นขึ้น รายการ “ชาร์กแท็งก์ ไทยแลนด์ ซีชั่น 3 ”  ผู้สนใจสามารถสมัครได้ที่ www.sharktankthailand.com หรือรับชมรายการย้อนหลัง และสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
FB : Shark Tank Thailand
YouTube : MEDIA Tank
Line OA : @sharktankthailand

อีซูซุเปิดตัว “ออลนิว อีซูซุมิว-เอ็กซ์” เหนือทุกความเชื่อ…เหนือทุกความสำเร็จ ความหรูหราเต็มพิกัดที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัยสุดล้ำ

อีซูซุเปิดตัว “ออลนิว อีซูซุมิว-เอ็กซ์” ยนตรกรรมอเนกประสงค์รุ่นใหม่หมดระดับมาสเตอร์พีซรุ่นล่าสุด ภายใต้นิยาม “เหนือทุกความเชื่อ…เหนือทุกความสำเร็จ (ORIGINALITY REDEFINED)”

พลิกโฉมใหม่ทั้งภายนอกจรดภายในจากอัตลักษณ์แห่งดีไซน์ที่หรูหรา สะดวกสบาย ประณีตในทุกรายละเอียด พร้อมเทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัยสุดล้ำ ISUZU MATRIX SAFETY INTELLIGENCE ที่ครบครัน และเหนือกว่าด้วยระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ ADAS ที่มาพร้อมนวัตกรรมกล้องหน้าคู่อัจฉริยะ รวมทั้งพัฒนาสมรรถนะการขับขี่ให้นุ่มนวล มั่นคง ปลอดภัยยิ่งขึ้น เพื่อตอบรับความต้องการและสะท้อนตัวตนในแบบฉบับของผู้ที่ประสบความสำเร็จไม่เหมือนใคร

กลุ่มตรีเพชร โดย มร.โทชิอากิ มาเอคาวะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด เผยว่า “ด้วยวิถีชีวิตยุคใหม่ทำให้กลุ่มลูกค้าผู้ใช้รถมีไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายยิ่งขึ้น จึงทำให้รถอเนกประสงค์เป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์ความต้องการได้ครบทุกด้าน เพราะมีอรรถประโยชน์และพื้นที่ใช้สอยที่มากกว่า ตลอดจนสมรรถนะที่สามารถขับขี่ได้บนทุกสภาพเส้นทาง ที่สำคัญยังเป็นรถที่สะท้อนภาพลักษณ์ตัวตนของผู้ขับขี่ “ออลนิว อีซูซุมิว-เอ็กซ์” อย่างมีเอกลักษณ์

โดยการพัฒนาให้เป็นรถยนต์นั่งอเนกประสงค์ที่หรูหรา ตอบโจทย์การใช้งานได้อย่างครบครันที่สุด บ่งบอกตัวตนสำหรับผู้ที่ประสบความสำเร็จในชีวิต ภายใต้นิยาม “เหนือทุกความเชื่อ…เหนือทุกความสำเร็จ (ORIGINALITY REDEFINED)” เป็นรถที่โดดเด่นทั้งในด้านภาพลักษณ์ ความหรูหราที่เหนือความคาดหมายจากความประณีตในทุกรายละเอียด ความอเนกประสงค์ที่ออกแบบให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้รถ สมรรถนะการขับขี่ที่ดีที่สุดแบบ 3S ได้แก่ ความนิ่งและมั่นคง (Stability) ความนุ่มนวล นั่งสบาย (Softness) ความปลอดภัยและการเกาะถนน (Safety and Road Holding) จากโครงสร้างแพลทฟอร์มที่ออกแบบใหม่ ด้วยแนวคิด ISUZU Symmetric Mobility ให้โครงสร้างตัวถัง แชสซีส์ การวางตำแหน่งเครื่องยนต์ และช่วงล่างทำงานร่วมกันเป็นหนึ่งเดียว
โดยมาพร้อมเทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัยสำหรับรถอเนกประสงค์ที่ดี ที่สุดในรถยนต์ระดับเดียวกัน ด้วย ISUZU MATRIX SAFETY INTELLIGENCE ที่มุ่งเน้นพัฒนาเพื่อรวมทุกเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยเข้าไว้ด้วยกัน ได้แก่ ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ ขั้นสูง ADAS (Advanced Driver Assistance Systems) ที่มาพร้อมนวัตกรรมกล้องหน้าคู่อัจฉริยะ 3D Imaging Stereo Camera ช่วยตรวจจับวัตถุต่าง ๆ ด้วยการสแกนภาพ 3 มิติ แบบ Real Time แม่นยำกว่ากล้องระบบ Mono Camera ทั่วไป โดยทำงานร่วมกับเรดาร์ 2 จุด และเซ็นเซอร์ 8 จุดรอบคัน ควบคู่ไปกับระบบความปลอดภัยพื้นฐาน ABS, EBD, BA, BOS, ESC, TCS, HSA, HDC และ TSC โดยมีให้เลือก 4 รุ่น ได้แก่ Ultimate, Elegant, Luxury และ Active พร้อมราคาพิเศษช่วงแนะนำเริ่มต้น 1,109,000 บาท “ออลนิว อีซูซุมิว-เอ็กซ์” จึงพร้อมสุดกับการเปิดตัวครั้งแรกในโลกที่เมืองไทย เพื่อเป็นรถธงคันใหม่ของ “อีซูซุ” ที่พร้อมจะสร้างปรากฏการณ์ “Next Normal” ให้กับวงการรถอเนกประสงค์ของไทย

นอกจากนี้อีซูซุยังภูมิใจที่จะประกาศให้ทราบว่าเราได้มียอดการผลิตรถ อีซูซุทุกรุ่นในประเทศไทยครบ 5 ล้านคันแล้วในเดือนตุลาคม” ความโดดเด่นที่แตกต่างอย่างมีเอกลักษณ์ สะท้อนตัวตนของผู้อยู่เหนือทุกความสำเร็จของ “ออลนิว อีซูซุมิว-เอ็กซ์” ประกอบด้วยหลักใหญ่ ๆ ดังนี้

• REFLECT YOUR UNIQUE SUCCESS

นิยามใหม่แห่งดีไซน์สมบูรณ์แบบ เพื่อความโดดเด่นที่แตกต่าง อีกระดับแห่งภาพลักษณ์หรู ล้ำสไตล์ สง่างาม โฉบเฉี่ยวเร้าอารมณ์
ภายใต้แนวคิด Emotional & Solid ผสานความหนักแน่นและพลิ้วไหวเข้าไว้ด้วยกันตลอดทั้งคัน อาทิ กระจังหน้าแบบ World Cross Flow ผสมผสานพื้นผิวสัมผัสที่หลากหลายของวัสดุพรีเมียมที่งดงามได้อย่างลงตัว ไฟหน้า Bi-LED Projector ดีไซน์แบบ Arrow Signature สอดรับกับเส้นสายด้านข้างอันเป็นเอกลักษณ์ เติมอารมณ์สปอร์ตหรู ทอดยาวสู่ไฟท้าย LED ดีไซน์แบบ Winglet Signature เพิ่มมิติมุมมองให้โดดเด่นด้วยโคมไฟ 3-Line LED ล้ออัลลอยขนาดใหญ่ ไดนามิคดีไซน์ คมเข้ม ดุดัน ขนาด 20” ในรุ่น Ultimate ขนาด 18” ในรุ่น Elegant และ Luxury และขนาด 17” ในรุ่น Active

• EMBRACE YOUR EXQUISITE LUXURY

เดินทางไปกับนิยามใหม่แห่งความหรูหราของห้องโดยสารกว้างขวางโอ่อ่า ด้วยแนวคิดการออกแบบ Fine, Rich & Impressive Craftsmanship ประณีตในทุกรายละเอียด ผสมผสานความสะดวกสบายในทุกฟังก์ชันการใช้งานได้ครบครันเป็
นหนึ่งเดียวกับดีไซน์ ด้วยวิธีการออกแบบ Integrated Cockpit คอนโซลหน้าเชื่อมต่อเป็นหนึ่งเดียวกับคอนโซลกลาง จัดวางเรียบหรู พร้อมเบรกมือไฟฟ้า และระบบ Auto Brake Hold ระบบช่วยหยุดอยู่กับที่โดยไม่ต้องเหยียบเบรกค้างไว้ และปลดเบรกอัตโนมัติเมื่อแตะคันเร่ง เบาะนั่งดีไซน์หรูสี Saddle Brown ตัดเย็บด้วยวัสดุพิเศษ เดินด้ายแบบเครื่องหนังชั้นหรู โอบกระชับรับทุกสัดส่วน พร้อมเทคโนโลยี COOLMAX ช่วยลดการสะสมความร้อน พวงมาลัยมัลติฟังก์ชัน พร้อม Sequential Paddle Shift เปลี่ยนเกียร์ได้เพียงปลายนิ้วสัมผัส ระบบเปิด-ปิดประตูท้ายด้วยไฟฟ้า Power Tailgate ปลอดภัยด้วยระบบ Jam Protection พร้อมเทคโนโลยีเพื่อความบันเทิงและความสะดวกสะบายครบครัน โดยมี Ambient Light และ Dome Light ช่วยเติมแต่งบรรยากาศหรูมีระดับ

• PROTECT YOUR EXCLUSIVE SERENITY

ก้าวล้ำสู่อีกขั้นแห่งความมั่นใจที่ครบครันกว่า ด้วยเทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัยล้ำหน้าล่าสุด ISUZU MATRIX
SAFETY INTELLIGENCE พัฒนาให้ระบบเพื่อความปลอดภัยทุกระบบทำงานร่วมกันเป็นหนึ่งเดียวอย่างมีประสิทธิภาพ ล้ำหน้าไปอีกขั้นกับเทคโนโลยี ADAS (Advanced Driver Assistance Systems) ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ ช่วยสอดส่อง เฝ้าระวัง ด้วยนวัตกรรมกล้องหน้าคู่ 3D Imaging Stereo Camera แม่นยำกว่ากล้องเดี่ยวแบบ Mono Camera ทั่วไป ช่วยตรวจจับเส้นถนนและวัตถุด้านหน้ารถแบบ Real Time ด้วยมิติที่ชัดเจน พร้อมเรดาร์ 2 จุด และเซ็นเซอร์ 8 จุดรอบคัน ควบคู่ไปกับระบบความปลอดภัยพื้นฐานครบครันทุกรุ่น ABS, EBD, BA, BOS, ESC, TCS, HSA, HDC และ TSC เพื่อส่งมอบความมั่นใจและอุ่นใจเหนือระดับยามขับขี่เทคโนโลยี ADAS ที่รวมไว้ใน “ออลนิว อีซูซุมิว-เอ็กซ์” ได้แก่

  • ACC (Full Speed Range Adaptive Cruise Control) ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน พร้อมฟังก์ชัน Stop
    and Go
  • FCW (Forward Collision Warning) ระบบแจ้งเตือนก่อนการชนด้านหน้า
  • AEB (Autonomous Emergency Braking) ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ
  • LDW (Lane Departure Warning) ระบบแจ้งเตือนออกนอกเลน
  • AHB (Automatic High Beam) ระบบควบคุมไฟสูงอัตโนมติ
  • PMM (Pedal Misapplication Mitigation) ระบบตัดกำลังเครื่องยนต์เมื่อเหยียบคันเร่งผิดพลาด
  • MSL (Manual Speed Limiter) ระบบตั้งค่าจำกัดความเร็วสูงสุดด้วยตัวเอง
  • BSM (Blind Spot Monitoring) ระบบแจ้งเตือนจุดอับสายตา
  • RCTA (Rear Cross Traffic Alert) ระบบช่วยเตือนขณะถอยรถยนต์
  • Parking Aid System ระบบเซ็นเซอร์ช่วยจอดรถยนต์
  • MCB (Multi-Collision Brake) ระบบเบรกอัตโนมัติหลังการเกิดอุบัติเหตุ ช่วยลดโอกาสการเกิดอุบัติเหตุซ้ำซ้อน

• DEFY YOUR ENDLESS POSSIBILITY

ดุลยภาพแห่งความเร้าใจ เสถียรภาพใหม่แห่งการขับขี่ กับโครงสร้างแพลทฟอร์มใหม่ ด้วยช่วงล่างใหม่ ออกแบบตามแนวคิด
ISUZU Symmetric Mobility ให้โครงสร้างตัวถัง แชสซีส์ การวางตำแหน่งเครื่องยนต์ และช่วงล่างทำงานร่วมกันได้อย่างลงตัว
ช่วงล่างหน้าแบบอิสระปีกนก 2 ชั้น Double Wishbone ออกแบบจุดยึดปีกนกด้านบนใหม่ พร้อมคอยล์สปริง โช้คอัพแก๊สและเหล็กกันโคลงขนาดใหญ่ ช่วงล่างด้านหลังแบบ 5-Link Suspension อันเลื่องชื่อที่พัฒนาไปอีกขั้น ออกแบบจุดยึดคานใหม่และเหล็กกันโคลงให้ยาวขึ้น พร้อมคอยล์สปริงและโช้คอัพแก๊ส เพื่อสร้างประสบการณ์และสมรรถนะการขับขี่ที่ดีที่สุดแบบ 3S ได้แก่ ความนิ่งและมั่นคง (Stability) ความนุ่มนวลนั่งสบาย (Softness) ความปลอดภัยและการเกาะถนน (Safety and Road Holding)
มอบดุลยภาพแห่งความนุ่มสบาย และการยึดเกาะถนนได้เต็มประสิทธิภาพ ควบคู่ไปกับการขับสนุก เร้าใจ ตอบรับทุกไลฟ์สไตล์แห่งการขับขี่

• CRAFT YOUR ULTIMATE PLEASURE

สัมผัสใหม่แห่งความสะดวกสบายที่เชื่อมต่อทุกไลฟ์สไตล์ได้อย่างลงตัวครบครันด้วยเทคโนโลยีอำนวยความสะดวกสุดล้ำตลอดทั้งคันพร้อมเติมเต็มสุนทรียภาพแห่งการเดินทางให้สมบูรณ์แบบในทุกห้วงเวลา

  • เบาะนั่งสามแถว ออกแบบให้นั่งสบายทั้ง 7 ที่นั่ง พร้อมปรับพับได้หลากหลายรูปแบบตามการใช้งาน
  • เบาะคู่หน้าปรับไฟฟ้า ฝั่งคนขับปรับได้ 8 ทิศทาง และเบาะฝั่งผู้โดยสารปรับได้ 4 ทิศทาง
  • ระบบความบันเทิง ISUZU Ultimate Entertainment หน้าจอ Infotainment Display ขนาดใหญ่ 9 นิ้ว รองรับ Apple
    CarPlay แบบไร้สาย และ Android Auto (เฉพาะสมาร์ทโฟนรุ่นที่รองรับการใช้งาน) พร้อมลำโพง 8 จุด
    ให้มิติเสียงรอบทิศทาง
  • ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบ Dual Zone แยกอิสระซ้าย-ขวา พร้อมฟิลเตอร์กรองฝุ่น PM 2.5
  • Charging Station รองรับการใช้งานอุปกรณ์ไฟฟ้าหลากหลายทั้ง USB Fast Charger ช่องต่อ AC Power Socket 220V
    และช่องต่อ DC 12V
  • Power Tailgate ระบบเปิด-ปิดประตูท้ายด้วยไฟฟ้า พร้อมระบบ Jam Protection
  • กุญแจ ISUZU Genius Entry สตาร์ทเครื่องยนต์ด้วย Remote Engine Start และใช้เปิด-ปิดประตูท้ายไฟฟ้า

• FULFIL YOUR DISTINCTIVE DESIRE เลือกตัวตนที่บ่งบอกตัวคุณ “ออลนิว อีซูซุมิว-เอ็กซ์”

มีให้เลือกครบครันด้วยสไตล์ที่หลากหลายรวม 4 รุ่น ได้แก่ Ultimate, Elegant, Luxury และ Active เครื่องยนต์ 3.0 Ddi Blue
Power ให้แรงบิดสูงทุกย่านความเร็ว และ 1.9 Ddi Blue Power Gen 2 เครื่องยนต์พัฒนาล้ำหน้าล่าสุด พร้อมทางเลือกทั้งเกียร์อัตโนมัติและเกียร์ธรรมดาแบบ 6 สปีด ถ่ายทอดความแรงต่อเนื่องทุกช่วงความเร็ว ให้สมรรถนะการขับขี่เต็มอารมณ์สปอร์ต มีให้เลือกทั้งระบบขับเคลื่อน 2 ล้อและ 4 ล้อ พร้อมระบบขับเคลื่อน Rough Terrain Mode ในรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ
ช่วยควบคุมการทำงานของเครื่องยนต์และเบรกให้เหมาะสมเพื่อให้สามารถผ่านอุปสรรคได้ดีขึ้น โดยทำงานได้ทั้ง 2H, 4H และ 4L
อีกทั้งมีให้เลือกถึง 6 สี ได้แก่ น้ำตาลมาราเกซ (Marrakesh Brown) ขาวมุกโดโลไมท์ (Dolomite Pearl White) แดงเอทนา (Etna Red) ดำบาวาเรียน ไมก้า (Bavarian Black Mica) เงินไอซ์เบิร์ก (Iceberg Silver) และเงินโบฮีเมียน เมทัลลิค (Bohemian Silver Metallic) แตกต่างกันไปในแต่ละรุ่น ราคาตั้งแต่ 1,109,000 – 1,591,000บาท

นอกจากนี้อีซูซุยังมอบการใช้ชีวิตแบบเอ็กซ์คลูซีฟสำหรับเจ้าของรถ อีซูซุมิว-เอ็กซ์ ด้วยการแนะนำ “Isuzu MU-X the Exclusive”
Exclusive Drive…Exclusive Life โปรแกรมมอบสิทธิพิเศษหลากหลายที่ตอบทุกไลฟ์สไตล์เหนือระดับได้แบบครบครัน ทั้งร้านอาหาร โรงแรมชั้นนำหรือกิจกรรมมอบความบันเทิงต่าง ๆ รวมถึงโปรโมชั่นพิเศษจากอีซูซุ ด้วยการใช้งานที่ง่ายและสะดวกยิ่งขึ้นผ่านเวปแอปพลิเคชัน my-Isuzu

เชิญพบกับรถยนต์นั่งอเนกประสงค์รุ่นใหม่หมด “ออลนิว อีซูซุมิว-เอ็กซ์” เหนือทุกความเชื่อ…เหนือทุกความสำเร็จ ("ALL-
NEW ISUZU MU-X"…ORIGINALITY REDEFINED) ที่จะสะท้อนความสำเร็จของคุณที่แตกต่างเหนือใคร ได้ที่โชว์รูมอีซูซุทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 12 พฤศจิกายน ศกนี้

หรือติดตามข่าวสารของอีซูซุเพิ่มเติมได้ที่ www.isuzu-tis.com
Facebook page : All-New Isuzu MU-X
LINE Official : Isuzu Thailand

แคธรีน ลี

เกินต้าน! ส่องหุ่นสุดแซ่บ “แคธรีน ลี” นักแสดงสาวชาวมาเล เอวเล็กไซส์ XXS

เกินต้าน! ส่องหุ่นสุดแซ่บ “แคธรีน ลี” นักแสดงสาวชาวมาเล เจ้าของเอวไซส์ XXS ที่เคยมีประเด็นดราม่าเหยียดรูปร่างคนอื่น

แคธรีน ลี หรือชื่อจีนว่า หลี่ หยวนหลิง สาวสวยวัย 32 ปี รูปร่างดีสุดเพอร์เฟ็คตามสไตล์สาวรักสุขภาพ และยังเป็นคนดังในโลกโซเชียล ที่หนุ่มๆ ติดตามชื่นชอบไม่น้อย และเธอไม่ได้มีดีแค่สวยเซ็กซี่เท่านั้นนะ แต่โปรไฟล์ของเธอไม่ธรรมดา เป็นทั้งนักแสดง นางแบบ และนักเปียโนสาวชาวมาเลเซีย

ซึ่งเธอรักและเริ่มเรียนดนตรีตั้งแต่ 17 ปี และศึกษาระดับปริญญาตรี วิชาเอกเปียโน ที่ประเทศอังกฤษ จบแล้วกลับมาใช้ชีวิตที่บ้านเกิด ก่อนเซ็นสัญญาเข้าวงการบันเทิงของประเทศสิงคโปร์กับบริษัท Media Corp. นอกจากนี้เธอยังเคยร่วมงานกับวงการบันเทิงของฮ่องกงในปี 2015 ซึ่งผลงานการแสดงภาพยนตร์เรื่อง ‘Special Female Force’ ถือเป็นการรับบทนำเต็มตัวเป็นครั้งแรกของเธอด้วย เรียกได้ว่า สวย เซ็กซี่ มีความสามารถครบเครื่องเลยจริงๆ

นอกจากนี้ เธอยังเคยมีประเด็นดราม่าในโลกโซเชียลจากการที่เธอโพสต์ข้อความเชิงเหยียดรูปร่างคนอื่นผ่านอินสตาแกรมว่า “สาวๆ ถ้าเธอสวมเสื้อผ้าไซส์ 6 หรือไซส์ S นั่นแปลว่าจริงๆ แล้วเธอน่ะไซส์ M และ M = อ้วน ได้โปรดหยุดกิน แล้วก็ย้ายก้นไปเข้ายิมด่วน” ทำเอากลุ่มคนที่ติดตามเธอนั้นหัวร้อนที่เธอพูดเหมือนเหยียดรูปร่างคนอื่นเลย!!

ล่าสุด เธอกลายเป็นกระแสในโลกโซเชียลอีกครั้ง เมื่อเธอโพสต์ภาพของตัวเองที่สวมชุดว่ายน้ำสีดำสุดเซ็กซี่ลงโซเชียล (อินสตาแกรมมากกว่า 1.7 ล้านคน ) ทำเอาแฟนๆ กดไลค์รัวๆ กลายเป็นที่สนใจถึงขนาดที่ ETtoday สื่อยักษ์ใหญ่ได้นำเรื่องราวของเธอไปนำเสนอ

โดยในอดีตเธอเคยมีน้ำหนักมากถึง 52 กิโลกรัม และมีรูปร่างที่ไม่สมส่วน แต่ด้วยความมุ่งมั่น ทำให้เธอมีวินัย ขยันออกกำลังกาย และเลือกทานอาหารที่มีประโยชน์ ทำให้เธอสามารถปั้นหุ่นออกมาได้เพอร์เฟ็คราวกับรูปปั้นนางแบบ ซึ่งเอวของเธอนั้นมีขนาดไซส์ XXS อีกด้วย แพรวดอทคอม เลยจะพาสาวๆ มาส่องหุ่นสุดเป๊ะของเธอ เผื่อเป็นแรงฮึดให้สาวๆ ฟิตหุ่นกันค่ะ


ภาพ IG : cathrynli

เปิดสเต็ปบิวตี้รูทีนจัดเต็มของ Lily Collins เน้นงานผิวทั้งสกินแคร์และเมคอัพ

หุ่นฟาดมาก! ‘ปนัดดา เรืองวุฒิ’ น.น.ลด 6 โลด้วยมือหมอ อวดเอวสับ เป๊ะทุกสัดส่วน

 

 

เอ-พศิน เรืองวุฒิ

ส่องลุคหนุ่มหน้าใสของ ภรรยา เอ-พศิน เรืองวุฒิ หลังเปิดตัวเป็นสาวหล่อ

ฮ็อตไม่ใช่เล่น! แตงกวา-จิราพร ภรรยาของดาวร้ายหนุ่ม เอ-พศิน เรืองวุฒิ เปิดตัวเป็นสาวหล่อ พร้อมโพสต์คำคม “ถ้าต้องเอาเวลาทั้งชีวิตมานั่งอธิบายให้ทั้งโลกเข้าใจ สู้ทำทุกวันให้มีความสุขกับคนที่เข้าใจในตัวเราจะดีกว่า”

ก่อนหน้านี้ดาวร้ายหนุ่ม เอ-พศิน กับภรรยา แตงกวา-จิราพร ตกเป็นข่าวรักแตกแยกทาง แต่เมื่อไม่นานมานี้ดูเหมือนว่าทั้งคู่จะกลับมาอยู่ด้วยกันอีกครั้ง ซึ่งน่าจะเป็นข่าวดีเพราะทั้งคู่ก็มีน้อง “เลโก้” เป็นโซ่ทองคล้องใจอยู่ด้วย ทว่าการกลับมาครั้งนี้สถานะไม่ได้เหมือนเดิมอย่างที่หลายคนคิด เนื่องจากแตงกวาได้ชี้แจงว่า จริงๆ แล้วทั้งคู่หย่ากันแต่กลับมาอยู่ด้วยกันก็เพราะลูก

ขออธิบายครับ ทำไมถึงอยู่ด้วยกันได้ ทำไมเลิกกันแล้วต้องแยกทางก็ในเมื่อ เราคบกันเป็นเพื่อนตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ความรักที่มีให้กันตั้งแต่เริ่มจนถึงวันนี้มันก็มากนะ ในสถานะเพื่อน รู้จักคำว่าเพื่อนตายป่าว 55555

เขาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตแตงไปแล้ว เขาเป็นทั้งเพื่อน พี่ พ่อ และพ่อของลูก มีอะไรคุยกันทุกเรื่อง เพราะเขาเป็นคนในครอบครัว ปัญหาที่คนอื่นคิดไปเองกัน ทั้งหมดมันผิด จะให้มานั้นอธิบาย เพื่อให้ทุกคนเข้าใจมันไม่ง่ายนะคะ เอาเป็นว่า ทุกวันนี้อยู่เพื่อลูก กันและกัน แตงก็ไม่มีญาติที่ไหนใน กทม. ถ้าวันหนึ่งพี่เขาหายไป แตงก็คงลำบาก

แตงกวา-จิราพร กับอดีตภรรยาของดาวร้ายหนุ่ม เอ-พศิน เรืองวุฒิ 

เอ-พศิน
ภาพจาก : ผู้จัดการออนไลน์

แต่ที่ทำให้พีคสุดๆ ก็ตรงที่ แตงกวา-จิราพร ออกมายอมรับตรงๆ ว่าตอนนี้เธอไม่ได้เป็นผู้หญิงแล้ว “อย่างที่บอก แตงเป็น ทอม ไปละ” ซึ่งหลังจากที่โพสต์ไป ก็มีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นกันยกใหญ่ ทั้งให้กำลังใจเธอ รวมถึงเข้ามากรี๊ดความเท่ของสาวหล่อคนนี้ด้วย 

แต่อย่างไรก็ตามดูเหมือนว่าก็มีคนบางส่วนที่ไม่เข้าใจเธอ ซึ่งทำให้เธอต้องออกมาระบายความอัดอั้นตันใจเล็กว่า “เราต้องเอาเวลาทั้งชีวิตมานั่งอธิบายให้คนทั้งโลกเข้าใจ แต่ถ้าเราควรเอาเวลาทั้งชีวิตทำ ทุกวันให้มีความสุขกับคนที่เข้าใจในตัวเราจะดีกว่าไหม”

ประมวลภาพลุคหนุ่มหน้าใสของ แตงกวา-จิราพร หลังเปิดตัวเป็นสาวหล่อ

เอ-พศิน เรืองวุฒิ
แตงกวา ในลุค ผมยาว และ ผมสั้น

แตงกวา-จิราพร แตงกวา-จิราพร


ภาพจาก : ภาพจาก IG @tangkwa_lego

สามารถติดตามอ่าน บทความอื่นๆ เพิ่มเติมได้ที่นี่

เซ็กซี่นิดๆ หวานหน่อยๆ ! “บีบี-เอกนรี” สลัดความเท่ขึ้นรันเวย์

นางพญามากแม่! ต่าย เพ็ญพักตร์ ในลุคผมสีม่วงพาสเทล สวยเปรี้ยวดูอินเตอร์

 

 

ไอรีน Red Velvet เจอดราม่า

หลังเกิดดราม่า “ไอรีน” โดนปลดป้ายโฆษณา แต่ยังคงสถานะพรีเซ็นเตอร์แบรนด์ดัง

หลังเกิดกระแสดราม่า “ไอรีน Red Velvet” โดนปลดป้ายโฆษณาออก แต่ยังคงสถานะพรีเซ็นเตอร์แบรนด์ดังอยู่ ต้องรอการตัดสินใจดูสถานการณ์ต่อไปว่าจะโดยถอดพรีเซ็นเตอร์ด้วยหรือไม่

กลายเป็นประเด็นทอล์คออฟเดอะทาวน์ในชัั่วพริบตาสำหรับเรื่องที่ไอดอลสาวสวย “ไอรีน” จากวง Red Velvet ถูกสไตลิสต์คนหนึ่งออกมาแฉถึงพฤติกรรมหยาบคายไม่เหมาะสม พร้อมติดแฮชแท็ก #psycho และ #monster จนทำให้คนทำงานเบื้องหลังในวงการแห่มากดไลค์กันสนั่น

ซึ่งทางด้าน ไอรีน ก็ได้เข้าพบสไตลิสต์ พร้อมขอโทษเป็นการส่วนตัว นอกจากนี้ ยังมีการขอโทษต่อสาธารณะผ่านอินสตาแกรมถึงพฤติกรรมของตนเอง ที่ไม่เหมาะสม ไม่ได้ตั้งใจ และไม่ได้นึกถึงความรู้สึกของคนอื่นมากพอ

โดยหลังเหตุการณ์ดราม่าดังกล่าวนี้ ก็ทำให้กระทบกับงานทั้งหมดของ ไอรีน ทั้งในฐานะนักร้อง นักแสดง และพรีเซ็นเตอร์แบรนด์ดัง ทางต้นสังกัดจึงได้สั่งเลื่อนงานทุกอย่างออกไปเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ด้านกิจกรรมของวง ก็ได้มีการยุติหน้าที่ลง โดยต้นสังกัด SM Entertainment ได้มีการประกาศว่า Red Velvet ถอนตัวออกจากงาน K-Culture Festival 2020 ในฐานะแบรนด์แอมบาสเดอร์ (Brand Ambassador) ที่จัดขึ้นในวันที่ 24 ตุลาคม ที่ผ่านมาอีกด้วย

และร้านขายเครื่องสำอางหลายแห่งในประเทศเกาหลีใต้ ได้มีการถอดสื่อโฆษณาที่มี ไอรีน เป็นพรีเซนเตอร์ อาทิเช่น Clinique Korea โดนปลดป้ายสื่อโฆษณาออก แต่ยังคงสถานะแบรนด์แอมบาสเดอร์อยู่ , ร้าน Olive Young ที่ถูกสำนักงานใหญ่ประกาศแจ้งให้ลบสื่อโฆษณาการโปรโมทของไอรีนทั้งหมด , ช้อปปิ้งมอล SSG.com เกรงว่าข่าวของไอรีนจะส่งผลกระทบต่อยอดขาย

ไอรีน Red Velvet

สำหรับในประเทศไทยนั้น Clinique Thailand ได้เปิดตัว ไอรีน ในฐานะแบรนด์แอมบาสเดอร์ของคลีนิกข์ ภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิก และร่วมโปรโมทแคมเปญแรกร่วมกับไอรีน ตั้งแต่เดือนเมษายน 2563 ที่ผ่านมา ซึ่งทางเพจ IRENE THAILAND ได้มีการสอบถามไปยัง Clinique Thailand

โดยในส่วนของประเทศไทยตอนนี้ยังยืนยันคำเดิมว่าไม่มีการถอดป้ายออก มีแค่เฉพาะในเกาหลีใต้เท่านั้นที่ถอดออก เพราะสถานการณ์ที่เกาหลียังไม่ดีขึ้น และยังไม่มีข่าวว่าถอดพรีเซนเตอร์ ซึ่งเรื่องการถอดป้ายทาง Clinique Thailand แจ้งว่าทางทีม regional ว่าจะดูสถานการณ์ และปัจจัยหลายอย่างในแต่ละประเทศ ตอนนี้ที่ไทยสถานการณ์ยังดีอยู่ แต่ก็ยังไม่สามารถการันตีได้ 100% ว่าจะไม่เอาออกในอนาคต!! เรื่องนี้คงต้องติดตามกันต่อไป

 

 

 ไอรีน Red Velvet ไอรีน Red Velvet ไอรีน Red Velvet ไอรีน Red Velvet


ภาพ : irene.redvelvet

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ทริคผิวเปล่งปลั่งของ ไอรีน แบรนด์แอมบาสเดอร์คลีนิกข์คนใหม่ ในเอเชีย แปซิฟิก

ท็อป 3 สาวไอดอล ที่นิยมนำมาเป็นต้นแบบศัลยกรรมในเกาหลีใต้มากที่สุด

เทียบภาพ ซอจีฮเย-ไอรีน สวยไม่ต่าง หน้าคล้ายกันเหมือนพี่น้อง

OMG! แฮร์สไตล์ของ ไอรีน วง Red Velvet กลายเป็นแบบฮิต ทรงผมเกาหลีเหนือ

 

 

 

‘ยามรักให้เต็ม 100 แต่ยามอกหักเจ็บเกิน 100 สงสารหัวใจตัวเองบ้าง’ ดูดวงรายวัน 29 ตุลาคม 2563

ดูดวงรายวัน 29 ตุลาคม 2563 #หมอปุ้ยพยากรณ์ เช็กทุกวัน เป๊ะปังทุกดวง ทั้งการงาน การเงิน ความรัก และสุขภาพ

ผู้ที่เกิดวันอาทิตย์

การงาน : หากคุณทำงานหรือเกี่ยวข้องกับงานด้านการออกแบบดีไซน์ ไม่ว่าจะดีไซเนอร์ อินทิเรีย ดีไซเนอร์ สถาปนิก นักจัดแต่งสวน หรือเมคอัพอาร์ทติส หรืองานที่ต้องใช้มุมมองความสวยงามมาเกี่ยวข้อง วันนี้คุณอาจต้องเดินทางติดต่อประสานงานตลอดทั้งวัน แทบไม่ได้อยู่ติดออฟฟิศเลย วันนี้ก็เป็นอีกวันที่คุณจะได้รับพลังจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ช่วยเสริมให้ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานได้อย่างไม่น่าเชื่อ

การเงิน : มีโชคลาภอย่างฟลุ๊คๆ มีดวงผู้ใหญ่ให้การอุปถัมภ์ เช่น ได้รับมรดก แต่ก็ยังมีรายจ่ายในเรื่องของความรัก เช่น ช็อปปิ้งเสื้อผ้าเพื่อแต่งสวยไปเดท

ความรัก :  คุณแต่งงานหรือใช้ชีวิตคู่กันมานาน ความหวาน การดูแลเอาใจใส่ระหว่างกันก็ค่อยๆ ลดลงไปตามกาลเวลา จนถึงวันนี้คุณก็ยังเรียกร้องให้คู่ปฏิบัติกับคุณเหมือนเดิม แต่เมื่อไม่เหมือนเดิมจึงกลายเป็นปัญหา ควรหาโอกาสไปเที่ยวด้วยกันบ้าง สิ่งแวดล้อมใหม่ๆ จะช่วยให้ความรู้สึกดีขึ้น คนโสด มีเสน่ห์ทั้งกับเพศตรงข้ามและเพศเดียวกัน หากคุณรักใครแล้วก็ทุ่มใจให้เต็ม 100 ซึ่งที่ผ่านมาคุณก็เสียใจเกิน 100 ก่อนจะเลือกใครควรศึกษากันให้นานๆ อย่าใจอ่อน สงสารหัวใจตัวเองบ้าง

สุขภาพ :  ออกจากบ้านวันนี้เตรียมยาดม ยาหม่อง ยาหอมไปด้วยนะคะ ร่างกายอาจอ่อนเพลียเพราะพักผ่อนไม่เพียงพอ จนมีอาการหน้ามืด วิงเวียนศีรษะ เป็นลมได้

 

ผู้ที่เกิดวันจันทร์

การงาน : หากคุณทำงานหรือเกี่ยวข้องกับการประดิษฐ์คิดค้น ไม่ว่าจะช่างฝีมือทุกประเภท สถาปนิกที่ออกแบบก่อสร้างสถาปัตยกรรม หรือนักวิทยาศาสตร์ที่กำลังค้นคว้าทดลองสิ่งใหม่ๆ ฯลฯ เน้นใปในแนวจิตอาสา ทำประโยชน์เพื่อสังคม วันนี้คุณควรเตรียมแผน B สำรองไว้ด้วย เพราะโครงสร้างองค์กรอาจเปลี่ยนแปลง ซึ่งกระทบกับงานที่ทำอย่างต่อเนื่อง จนคุณเข้าสู่ทางตัน ไม่รู้จะไปทางไหนต่อ อย่างไรก็ตามขอให้อดทนรอคอยจังหวะและโอกาส ไม่ควรใช้อารมณ์ด้านลบในการตัดสินใจ เพราะอาจทำให้คุณเลือกทางผิด

การเงิน :  คุณทำงานจิตอาสาไม่หวังผลตอบแทน แถมยังทุ่มเงินตัวเองทำงานอีก เพราะฉะนั้นก็ต้องยอมรับว่า รายได้อาจสะดุด ต้องบริหารจัดการการเงินตัวเป็นเกลียวเลยทีเดียว

ความรัก : คุณวาดภาพชีวิตคู่ไว้อย่างสวยสดงดงาม ดูแลเอาใจใส่คู่อย่างดีมาโดยตลอด ซึ่งคุณก็คาดหวังว่าจะได้รับเท่ากับที่ให้ไป แต่เมื่อผิดหวังก็กลายเป็นปัญหา  คนโสด เสน่ห์ของคุณอยู่ที่การทำเซอร์ไพร์สให้กับคนพิเศษ แล้วเล็กๆ โลกไม่จำค่ะ วันนี้เล่นใหญ่เลย

สุขภาพ :  เส้นเอ็นอาจยึดทั้งตัว โดยเฉพาะหลัง หากนั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานจะปวดตามแนวกระดูกสันหลัง รวมถึงคอ บ่า ไหล่ ก็ตึงแน่น ยังลามไปถึงข้อเข่า ข้อเท้าด้วย จึงควรลุกเปลี่ยนอิริยาบถบ่อยๆ หรือหาหมอนวดฝีมือดีมาแก้อาการก็ดีนะ

 

ผู้ที่เกิดวันอังคาร

การงาน :  หากคุณทำงานหรือเกี่ยวข้องกับงานบุญงานกุศล หรือเกี่ยวกับงานออนไลน์ ระบบเครือข่ายการสื่อสารต่างๆ วันนี้คุณอาจกำลังคิดงานเพื่อไปประมูลงาน หรือเข้าสู่การแข่งขันกับต่างประเทศ ซึ่งคุณคาดหวังความสำเร็จอย่างแรงกล้า โดยไม่คำนึงถึงความถูกต้องชอบธรรม ก็ต้องระวังการตัดสินใจที่เฉียบขาด แต่ขาดความรอบคอบ และบริวารที่ไม่ซื่อสัตย์ อาจเกิดความผิดพลาดล้มเหลวอย่างไม่น่าเกิดขึ้น

การเงิน :  อาจได้เงินพิเศษจากงานพิเศษ ก็ควรนำไปทำบุญทำทาน หรือบริจาคคืนกลับสู่สังคมบ้าง

ความรัก :  คุณแต่งงานอยู่กินกันในครอบครัวใหญ่มีกฎระเบียบตึงเป๊ะ ทุกวันก็อยู่กันได้ด้วยดี แต่วันนี้อารมณ์คุณผาดโผนขึ้นลงแบบสุดโต่ง จากคำพูดเดียวกันที่เคยรับได้ แต่วันนี้คุณอาจยั่วยุจนกลายเป็นเรื่องใหญ่ขึ้น  คนโสด ด้วยสถานภาพทางสังคมของครอบครัวคุณ จึงทำให้คุณไม่สามารถทำตามใจตัวเองได้มากนัก

สุขภาพ : ภูมิแพ้มาแล้วจ้า อากาศกำลังจะเปลี่ยนอีกแล้ว ซึ่งจะส่งผลให้คุณแพ้อากาศ หายใจไม่สะดวก เป็นไซนัส จนถึงเยื่อบุโพรงจมูกอักเสบ

 

ผู้ที่เกิดวันพุธ

การงาน :  หากคุณเป็นเจ้าของธุรกิจหรือทำงานเกี่ยวข้องกับงานเอ็นเทอร์เทนเม้นท์ เช่น ศิลปินนักร้อง ดีเจ พิธีกร เอ็นเทอร์เทนเนอร์ จนถึงผู้ประกอบการสถานบันเทิง วันนี้คุณอาจมีช่องทางได้ศึกษาหาความรู้หรือเข้าอบรมในคอร์สต่างๆ เพื่อใช้ในการประกอบอาชีพ ซึ่งคุณมีความเป็นผู้นำสูง หากตั้งใจแล้ว ใครก็ขวางไม่ได้ แต่ในความเป็นจริงบางเรื่องก็ต้องรอคอยจังหวะและโอกาส จึงควรอดทน ไม่ควรใช้อารมณ์ช่วงชิงเพื่อให้ได้โอกาสมา

การเงิน : รายได้หลักมาจากงานประจำ วันนี้คุณอาจได้ทำงานเสริมเป็นงานเอ็นเทอร์เทนเม้นท์ ซึ่งมีรายได้สูง แต่หากคุณใช้ไปกับการเสี่ยงโชค เงินอาจสะดุดเป็นหนี้สินแทน

ความรัก : อาจมีปัญหาชู้สาวเกิดขึ้นกับชีวิตคู่ของคุณ โดยผู้ใหญ่อาจเข้ามาช่วยไกล่เกลี่ย แต่คุณไม่ชอบถูกจำกัความคิดและอิสรภาพ ดังนั้น ใครก็บังคับคุณไม่ได้ คนโสด หากคุณกำลังตกหลุมรักผู้ที่อยู่บนเวที เช่น คุณครู ผู้อบรม ไลฟ์ โค้ช เทรนเนอร์ วัยผู้ใหญ่ ก็ควรระวังจะเป็นรักสามเส้า เพราะเขามีแฟนแล้ว

สุขภาพ :  ควรให้ความสำคัญกับการรับประทานอาหาร หลีกเลี่ยงอาหารที่ไม่สดสะอาด ปรุงไม่สุก ไม่ถูกสุขอนามัย เพราะคุณอาจอาหารเป็นพิษ หรือมีพยาธิ์ ทำให้ท้องเสีย

 

ผู้ที่เกิดวันพฤหัสบดี

การงาน : ช่วงนี้คุณอาจถูกชักชวนจากญาติๆ ให้ไปร่วมบุกเบิกงานใหม่กับธุรกิจของครอบครัว เกี่ยวกับงานประดิษฐ์คิดค้น อาจเป็นได้ทั้งทางด้านวิทยาศาสตร์ หรือศิลปะ ซึ่งเป็นงานด้านสาธารณะประโยชน์ คุณอาจต้องเตรียมทำการบ้านก่อนว่า รับได้ไหม เพราะเงินอาจได้ไม่คุ้ม หนักไปในทางได้ชื่อเสียงและโปรไฟล์มากกว่า

การเงิน :  คุณอาจจำเป็นต้องใช้เงินในการทำงาน หากไม่อยากเป็นหนี้สิน ก็ไม่ควรเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการเสี่ยงโชคหรือเงินที่ได้มาอย่างไม่ถูกต้อง

ความรัก : คุณให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์ของสมาชิกในครอบครัวมาก ยิ่งตอนนี้คุณอาจอยู่ในช่วงฮันนีมูน เพราะฉะนั้นตัวจึงแทบจะติดกันตลอดๆ เลยทีเดียว คนโสด คุณมีเสน่ห์โดดเด่น วันนี้จึงอาจได้เจอคนในฝันแบบอยากไปอยู่กับเขาเลย อย่าใจร้อนค่ะ ยังต้องศึกษาและปรับความเข้าใจกันอีกเยอะ เพราะแต่ละคนก็โลกส่วนตัวสูงกันทั้งนั้น

สุขภาพ : ภูมิแพ้มาแล้วจ้า คุณอาจแพ้สารเคมีที่ผสมอยู่ในแอลกอฮอลล์ เจล หรือน้ำยาล้างมือ ซึ่งจะทำให้คุณเป็นผื่นคันบริเวณผิวหนัง จนถึงอักเสบ

 

ผู้ที่เกิดวันศุกร์

การงาน :  หากคุณทำงานหรือเกี่ยวข้องกับงานการเกษตร เช่น เกษตรกร นักออกแบบสวน ศิลปินพื้นบ้าน งานศิลปหัตถกรรม งานโอท็อป ฯลฯ คุณอาจได้รับการได้รับการชักชวนจากญาติๆ ให้เข้าไปร่วมทำงานของครอบครัวในระยะเวลาอันใกล้นี้ ก่อนตัดสินใจควรศึกษาเรื่องเอกสารสัญญา หรือเงื่อนไข กฎ กติกา มารยาท ให้ถี่ถ้วน เพราะหากเกิดอะไรขึ้นจะได้ไม่ต้องผิดใจกันทีหลัง

การเงิน : มีแนวโน้มที่จะได้รับมรดกเป็นเรือกสวนไร่นาของตระกูล แต่ก็อย่าได้วางใจหรือเชื่อใจใครง่ายๆ เพราะคุณจะตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ หรือนักต้มตุ๋นที่มาในรูปของคนใกล้ชิดและคนรัก

ความรัก :  ก็ยังโชคดีที่มีครอบครัวรักและดูแลเอาใจใส่คุณอย่างดี จนอาจไปทำให้สาวอื่นอยากโชคาดีอย่างคุณบ้าง ดังนั้น ต้องระวังพวกปอกลอก หลอกให้รักแล้วก็จากไปพร้อมผลประโยชน์ คนโสด คุณอาจได้เจอชายหนุ่มในฝัน แค่สบตาก็พาให้คุณมืออ่อนเท้าอ่อนไปต่อไม่เป็นเลย

สุขภาพ : มีปัญหากับระบบหมุนเวียนเลือดในร่างกาย ทำให้ร่างกายคุณอ่อนเพลีย เลือดหมุนเวียนไปเลี้ยงไม่สะดวก จึงอาจทำให้คุณหน้ามืด วิงเวียนศีรษะ จนถึงเป็นลมได้ จึงควรับประทานผัก ผลไม้ และอาหารที่ช่วยในการบำรุงเลือด

 

ผู้ที่เกิดวันเสาร์

การงาน  :  เช่นกันที่ว่าความสำเร็จไม่ได้มาด้วยความบังเอิญ แต่ต้องแลกด้วยพลังกายพลังใจที่เกิน 100 วันนี้คุณมีเกณฑ์ได้เดินทางไปบุกเบิกงานใหม่ยังสถานที่ๆ แปลกใหม่ อาจเกี่ยวกับธุรกิจการโรงแรม การท่องเที่ยว หรือยวดยานพาหนะ ก็ควรลดอีโก้และความมั่นใจในตัวเองลงบ้าง เพราะการที่คุณไม่สนใจความรู้สึกของคนอื่นจะทำให้ถูกเพื่อนร่วมงานเขม่น อาจถูกใส่ร้ายป้ายสี จนส่งผลร้ายกับหน้าที่การงานได้อย่างกะทันหัน

การเงิน : รายได้ยังมาจากอำนาจและบารมีหนุนหนำ แม้วันนี้คุณจะให้ความสำคัญกับตัวงานมากกว่าตัวเงิน อย่างไรก็ตามยังต้องอุดหนุนเพื่อนร่วมงาน หรือญาติพี่น้องที่มีบุญคุณกับคุณอยู่

ความรัก : หากคุณกำลังตัดสินใจโยกย้ายไปทำงานยังสถานที่ที่แปลกใหม่ วันนี้อาจติดปัญหาที่คู่คุณไม่ยอมไปด้วย ซึ่งคุณก็ไม่ชอบให้ใครมาจำกัดความคิดและอิสรภาพของคุณด้วย หากตกลงกันไม่ได้ก็แยกกันอยู่แล้วกันค่ะ คนโสด คุณอาจได้พบข้าราชการหนุ่มหน้าที่การงานดี จิตใจดีในระหว่างการเดินทาง ก็อย่ามัวแต่ทำงานนะคะ สานต่อความสัมพันธ์ก่อน เพราะมีเวลาพบกันไม่นาน

สุขภาพ : ปกติคุณดูแลสุขภาพร่างกายตัวเองอย่างดีมาตลอด แต่เพราะคุณหักโหมทำงานหนัก จนร่างกายไม่ได้พักผ่อนเต็มที่ รับประทานอาหารไม่ตรงเวลา วันนี้อาจล้มป่วยได้นะคะ

เช็กดวงย้อนหลังได้ที่นี่

ฆ่าได้หยามไม่ได้ ขอแย่งชิงให้รู้แล้วรู้รอดไป ดูดวงรายวัน 24 ตุลาคม 2563

คนรักเก่าไปไหนไม่ได้ไกลหรอก วันนี้เขาจะกลับมา ดูดวงรายวัน 25 ตุลาคม 2563

ฝันหวานอาจกลายเป็นฝันสลาย แต่คุณก็จะไม่หยุดฝัน ดูดวงรายวัน 26 ตุลาคม 2563

อย่าเพิ่งคาดหวังกับคู่เดท เพราะคุณอาจผิดหวัง ดูดวงรายวัน 27 ตุลาคม 2563

พร้อมที่จะเป็นภรรยาและแม่ แต่ก็แค่ยั่วให้รักแล้วก็จากไป ดูดวงรายวัน 28 ตุลาคม 2563

จอย รินลณี หน้าตาที่สวนทางกับอายุ MTI JOY FF Collagen Serum

จอย รินลณี ศรีเพ็ญ นักแสดงสาวสวยมากความสามารถ ที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับเครื่องสำอางแบรนด์ของตัวเอง
“MTI JOY” ที่สร้างปรากฎการณ์ยอดขายถล่มทลายกับ MTI JOY CC SPF30PA+++
รองพื้นเนื้อครีมที่ช่างแต่งหน้าและดาราเลือกใช้
และล่าสุด “จอย รินลณี” ได้สร้างปรากฏการณ์แห่งวงการเครื่องสำอางเมืองไทยอีกครั้งด้วย “MTI JOY FF
Collagen Serum ผิวหน้าที่เปลี่ยนไปจนคุณสัมผัสได้”
หากคุณกำลังมองหาวิธีที่จะดูแลผิวหน้าของคุณ ซึ่งคำว่า FF หรือ “Future Facial Face
ผิวหน้าในอนาคต” จอยขอแนะนำ MTI JOY FF Collagen Serum ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวเนื้อเซรั่มสูตรเข้มข้น
เนื้อบางเบา ซึบซาบเร็ว ไม่เหนียวเหนอะหนะ พร้อมปรนนิบัติผิวด้วยคอลลาเจนระดับพรีเมี่ยมจากญี่ปุ่น
ซึ่งผลิตภัณฑ์นี้จอยได้มีส่วนร่วมพัฒนาและทดลองแล้วว่า เหมาะกับผิวของคนหนุ่มสาววัย 30 ต้น ๆ
ซึ่งผลิตภัณฑ์นี้มีคุณสมบัติถึง 7 ประการ อีกทั้งคุณสมบัติเด่นๆ อีกด้วยค่ะ

  • FF Collagen ซึ่งเป็นCollagen ที่มีประสิทธิภาพในการซึมเข้าสู่ผิวได้ดีกว่าคอลลาเจนทั่วไป 4 เท่า ที่จะมอบความชุ่มชื่นให้ผิวดูอิ่มเอิบ ริ้วรอยดูจางลง
  • Double Hyaluron ซึ่งจะทำให้ผิวแลดูเรียบเนียน อิ่มน้ำ เต่งตึง ดูกระจ่างใส ร่องลึกริ้วรอยต่าง ๆ ให้ตื้นขึ้น
  • Oligopeptide ที่จะเสริมการทำงานของผิวให้ผิวแข็งแรง ปกป้องริ้วรอยและความเสื่อมของผิว

นอกจาก 3 คุณสมบัติเด่น ๆ ที่กล่าวมาข้างต้นแล้ว ก็จะมี่คุณสมบัติอื่น ๆ ที่จะทำให้ผิวกระจ่างใส จุดด่างดำดูเลือนลง ทั้งยังปกป้องผิวจากฝุ่น ควันและมลภาวะต่าง ๆ ให้ผิวแข็งแรงดูสุขภาพดี และทาง MTI ได้ปรับเปลี่ยน LOGO ของเครื่องสำอางให้ดูทันสมัย ให้เข้าคนยุคดิจิตัลสมัยใหม่ หากว่าซื้อมาแล้วเห็นLogo เครื่องสำอางของ MTI ที่เปลี่ยนไป ไม่ต้องตกใจกันนะคะ ยังเป็นเครื่องสำอางของ MTI เหมือนเดิมค่ะ

หากต้องการหาซื้อผลิตภัณฑ์นี้ สามารถซื้อได้ที่ Facebook MTI Cosmetic, ช่องทางการขายทั้ง Shopee, Lazada, JD Central, เคาน์เตอร์ MTI ทุกสาขา และตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศค่ะ บริษัท เมคอัพเทคนิคอินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ตั้งอยู่ที่ เลขที่ 249
อาคารสุขภัณฑ์เซ็นเตอร์ ชั้นใต้ดิน ถ.รัชดาภิเษก แขวงรัชดาภิเษก เขตดินแดง กทม. 10400

อย่าลืมนะคะ… “FF Collagen Serum ผิวหน้าที่เปลี่ยนไป จนคุณสัมผัสได้”

กระเป๋ารีไซเคิล

การบินไทยเสริมรายได้ เปิดพรีออเดอร์ขาย กระเป๋ารีไซเคิล จากเสื้อชูชีพและแพยาง

การบินไทยเสริมรายได้ เปิดพรีออเดอร์ กระเป๋ารีไซเคิล จากเสื้อชูชีพและแพยาง ที่ปลดระวางจากการใช้งานแล้ว ราคา 390 – 4,990 บาท

 สืบเนื่องมาจากผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ส่งผลต่อธุรกิจการบินเป็นอย่างมาก ซึ่งหลายเดือนที่ผ่านมา เราได้เห็นสายการบินแห่งชาติ “การบินไทย” ปรับตัวหารายได้ใหม่ๆ ระหว่างที่ธุรกิจการบินยังชะงักอยู่

โดยก่อนหน้านี้ก็สร้างความฮือฮาด้วยการเปิดตัว “Royal Orchid Dining Experience” ซึ่งจะเสิร์ฟเมนูสำหรับชั้น Business Class และ First Class มาให้บริการลูกค้าได้สัมผัสรสชาติอาหารเหมือนให้บริการบนเครื่องบิน , ปาท่องโก๋ การบินไทย ที่ฮิตหนักมาก ล่าสุดรุกเข้าสู่วงการแฟชั่น ด้วยการเปิดตัว Project : RE (โปรเจกต์ อาร์ อี) กระเป๋า 6 ดีไซน์สุดเท่ ภายใต้รุ่น “RE: LIFE” ที่ทำจาก Life Vest(เสื้อชูชีพ) และ Slide/Raft (แพยาง) ที่ปลดระวางจากการใช้งานแล้ว ของแท้จากเครื่องบินของบริษัทการบินไทย ที่ให้ความ Limited Edition สุดๆ เพราะผลิตจำนวนมาแค่แบบละหลักร้อยต้นๆ เท่านั้น 

สำหรับ “Re-Life Collection” กระเป๋าคอลเล็คชั่นใหม่ล่าสุดจาก THAI Shop เป็นคอลเล็คชั่นแรกที่เกิดขึ้นภายใต้ Project : RE (โปรเจกต์ อาร์ อี) โดยมีทีมพนักงานการบินไทยเป็นผู้คิดริเริ่ม สร้างสรรค์ และออกแบบ โดยราคาอยู่ที่ 390 – 4,990 บาท โดยสามารถพรีออเดอร์ได้ผ่าน THAI Shop เว็บไซต์ thaishop.thaiairways.com จนถึงวันที่ 29 ตุลาคม 2563 เวลา 14.19 น.

เสื้อชูชีพและแพยาง

การบินไทย

เสื้อชูชีพและแพยาง

การบินไทย


ภาพจาก : Sukkhophotography

 

นางเอกเกาหลี ฐานะไม่ร่ำรวย แต่ถือกระเป๋าแบรนด์เนมได้

เพราะอะไร นางเอกเกาหลี ฐานะไม่ร่ำรวย แต่ถือกระเป๋าแบรนด์เนมได้

หาคำตอบที่หลายคนอาจสงสัย ว่าทำไม นางเอกเกาหลี ในซีรี่ส์ที่ฐานะไม่ร่ำรวย กลับสะพายกระเป๋าแบรนด์เนมใบละแสนได้ งานนี้จะเพราะแบรนด์เป็นสปอนเซอร์ หรือจริงๆ แล้วคนเกาหลีสามารถเข้าถึงสินค้าหรูได้ไม่ยาก?

ใครเป็นแฟนซีรี่ส์เกาหลีเหมือนกับ ฮานะ_แพรวนิสต้า บ้าง เพราะถ้าคุณเป็นแฟนซีรี่ส์เกาหลีคงจะเคยดูหรือผ่านหูผ่านตามาบ้างว่า ซีรี่ส์เรื่องล่าสุดที่กำลังถูกพูดถึงอย่างมาก และติดอันดับซีรี่ส์ยอดนิยมของเกาหลีนั่นก็คือ Start-Up (สตาร์ทอัพ) ซีรี่ส์ที่เล่าถึงการทำธุรกิจสตาร์ทอัพและ SME ของคนรุ่นใหม่ โดยได้นางเอกดัง แบซูจี รับบทเป็น ซอดัลมี ประกบคู่กับพระเอก นัมจูฮยอก ที่รับบทเป็น นัมโดซาน

ซีรี่ส์เรื่อง Start-Up

แล้วเรื่องนี้เกี่ยวอะไรกับการใช้กระเป๋าแบรนด์เนมล่ะคุณพี่? ก็ต้องขอย้อนไปว่าในเรื่อง Start-Up ตอนที่ 2 นางเอกของเรื่อง ซอดัลมี ที่รับบทโดย ซูจี ถือกระเป๋า Lady Dior ใบละแสนกว่าบาท ในขณะที่ตัวละครถูกปูเรื่องมาว่ามีฐานะไม่ดี หลังจากพ่อเสีย ก็ใช้ชีวิตอยู่กับย่าที่เปิดร้านเล็กๆ ขายคอร์นด็อก

ขนาดว่ารองเท้าถลอกยังต้องเอาปากกาเมจิกสีดำมาทา จนทำให้แฟนซีรี่ส์หลายคนพากันแซวว่าเพราะตัวจริง ซูจี เป็น Spokesperson ของแบรนด์แฟชั่นระดับโลกอย่าง Dior หรือเปล่า เลยต้องมีฉากถือกระเป๋าดิออร์ แม้ว่าฐานะไม่ดีก็ตาม (ประมาณว่าเป็นคอร์สบังคับ)

 ซูจี นางเอกเกาหลี Start-Up ซูจี นางเอกเกาหลี เรื่อง Start-Up ซูจี นางเอกเกาหลี ซีรี่ส์ Start-Up

ซูจี นางเอกเกาหลี ฐานะไม่ร่ำรวย

แต่ถ้าย้อนกลับไปดูซีรี่ส์ตอนแรกหรือทีเซอร์ที่ปล่อยออกมา จะเห็นว่านอกจากกระเป๋าแบรนด์ดิออร์ ซึ่งซูจีทำหน้าที่เป็น Spokesperson อยู่นั้น ก็ยังมีกระเป๋าจากแบรนด์ไฮเอนด์อื่นๆ เข้ามาในฉากด้วย เช่น Loewe , Lanvin , Salvatore Ferragamo แล้วทำไมกันล่ะ? หลายคนสงสัยเหมือนฮานะไหมว่า เพราะอะไร ซอดัลมี ที่รับบทโดย ซูจี ถึงมีเงินซื้อของแพงๆ ได้

ทั้งที่สไตลิสต์ของเกาหลีทำงานอย่างหนัก เพื่อให้คอสตูมของตัวละครตรงกับคาแร็คเตอร์ และส่วนมากทางสไตลิสต์จะเป็นคนจัดแจงเสื้อผ้า เครื่องประดับเองด้วย (ในเรื่อง Start-Up สไตลิสต์ยังเอากระเป๋าของตัวเองให้ซูจีสะพายเข้าฉาก เพื่อให้เหมาะกับบทบาท)

ซูจี นางเอกเกาหลี จาก Start-Up
DIOR รุ่น LADY DIOR MY ABCDIOR BAG ราคา 4,400 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 140,000 บาท

ด้วยความอยากรู้ว่าที่คนเกาหลีสามารถเข้าถึงสินค้าแบรนด์เนมได้ง่ายๆ เป็นเพราะเขามีรายได้ต่อเดือนสูงหรือเปล่า? ฮานะเลยเข้าไปหาข้อมูลจากเว็บไซต์ korea.mol.go.th ซึ่งได้แจกแจงค่าแรงขั้นต่ำของประเทศเกาหลีใต้ปี 2020 ไว้ดังนี้

เพิ่มค่าจ้างขั้นต่ำในปี 2563 เป็นจำนวน 8,590 วอนต่อชั่วโมง หรือประมาณ 237 บาท จากเดิม 8,350 วอน (ปรับเพิ่มขึ้น 240 วอน /ร้อยละ 2.9) ซึ่งเป็นอัตราปรับต่ำที่สุดในประวัติศาสตร์ 10 ปีที่ผ่านมา เมื่อคำนวณค่าจ้างขั้นต่ำปี 2563 เป็นรายเดือน เป็นค่าจ้างสูงกว่าปีที่แล้ว จำนวน 50,160 วอนต่อเดือน

สำหรับสถานประกอบการที่ลูกจ้างทำงาน 40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ (209 ชั่วโมงต่อเดือน) เป็นเงิน 1,795,310 วอนต่อเดือน หรือประมาณ 50,000 บาท ทำงาน 44 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ (226 ชั่วโมงต่อเดือน) เป็นเงิน 1,941,340 วอนต่อเดือน หรือประมาณ 54,000 บาท (ขึ้นอยู่กับอัตราแลกเปลี่ยน ณ เวลานั้นๆ)

ทั้งนี้ยังไม่รวมค่าทำงานล่วงเวลาหรือโอที ซึ่งจะได้ชั่วโมงละ 17,180 วอน หรือประมาณ 475 บาท หากคิดรายได้แบบคร่าวๆ ของคนเกาหลีจะอยู่ที่ประมาณ 50,000 – 70,000 บาทต่อเดือน

ซูจี นางเอกเกาหลี จาก Start-Up ถือกระเป๋าแบรนด์เนม
LANVIN Earth Coloured Hook Bag ราคา 1,520 ยูโร หรือประมาณ 56,300 บาท

นอกจากนี้ ฮานะยังได้พูดคุยกับเพื่อนคนไทยที่ทำงานอยู่ในเกาหลีใต้มาหลายปี นางก็เม้าส์ให้ฟังว่า ที่เกาหลีแทบจะผ่อนสินค้าทุกอย่างได้ 0% โดยพนักงานจะถามว่าต้องการผ่อนกี่เดือน เหตุนี้จึงทำให้ผู้คนเข้าถึงสินค้าราคาสูงอย่างแบรนด์เนมได้ง่ายขึ้น ถึงจะทำงานหนักและได้รับแรงกดดันมาก แต่เงินเดือนก็ดีมากเช่นกัน ขนาดพนักงานเซเว่นยังสามารถเก็บเงินซื้อกระเป๋าแบรนด์เนมได้เลย

ฟังจากที่เพื่อนเล่าสู่กันฟัง ก็ทำให้นึกถึงซีรี่ส์เกาหลีเรื่อง 18 Again เพราะลูกสาวนางเอกที่ทำงานพาร์ทไทม์หลังเลิกเรียน ก็สามารถซื้อลิปสติก Dior Addict Lip ได้ ดังนั้นการที่ ซอดัลมี นางเอกในเรื่อง Start-Up จะถือกระเป๋าแบรนด์เนมก็ไม่ใช่เรื่องยากที่จะเป็นไปได้

ซูจี นางเอกเกาหลี จาก Start-Up ใช้กระเป๋าแบรนด์เนม
SALVATORE FERRAGAMO Gancini Hobo Bag ราคา 1,390 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 43,500 บาท

ซึ่งจากการหาข้อมูลเพิ่มเติมในส่วนของรายจ่ายหรือค่าครองชีพขั้นพื้นฐาน (ค่าอาหารและค่าเดินทาง) ในเกาหลีอยู่ที่วันละประมาณ 37,000 วอน หรือ 1,000 บาท คิดเป็นเดือนละ 30,000 บาท เมื่อเทียบกับค่าแรงขั้นต่ำแล้ว ค่าใช้จ่ายพื้นฐานยังถือว่าน้อยกว่ารายรับ

ซูจี นางเอกเกาหลี จาก Start-Up ใช้กระเป๋าแบรนด์เนม
LOEWE Gate Bag ราคา 2,190 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 68,500 บาท

แล้วคุณล่ะ? คิดว่าเพราะอะไร สปอนเซอร์จากแบรนด์หรือรายได้ที่สัมพันธ์กับค่าครองชีพในเกาหลีใต้ 


ภาพ : Start-Up

เรื่อง : ฮานะ_แพรวนิสต้า

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ทำไม เจนนี่ BLACKPINK เลี่ยงการสวมเครื่องประดับในชีวิตประจำวันของเธอ

งดงามอย่างไทย ศรีริต้า สวมผ้าไหมยกดอกลำพูน ทำบุญในวันเกิดครบ 39 ปี

ปังได้อีก! ลุคทำบุญ ชมพู่ อารยา ใส่เสื้อเชิ้ต นุ่งผ้าซิ่น ประโคมแบรนด์เนม

 

 

เกทสึโนวา

OMG! เฌอเอม-ชญาธนุส ปรากฏตัวในมิวสิกวิดีโอของ เกทสึโนวา

4 หนุ่ม เกทสึโนวา ดึงนางแบบสาวสุดเท่ เฌอเอม-ชญาธนุส ศรทัตต์ เป็นตัวแทนของคนที่ต้องการ “จุดแวะพัก (.5)”

เกทสึโนวา

เรียกว่าเป็นการโคจรมาเจอกันได้อย่างเหนือความคาดหมายจริงๆ สำหรับการร่วมงานกันระหว่าง “ปราการ ไรวา” หรือ “เนม เกทสึโนวา” กับ เฌอเอม-ชญาธนุส ศรทัตต์  เพื่อนสนิทของ “คิทตี้-ชิชา อมาตยกุล” (อดีตคนพิเศษของเนม) ที่ล่าสุด เฌอเอมและเนม มีโอกาสได้ร่วมงานกันในผลงานใหม่ของวง เกทสึโนวา (Getsunova)  ศิลปินดังสังกัด White Music ในเครือ GMM Grammy กับเพลง  “จุดแวะพัก (0.5)”

โดยเป็นซิงเกิ้ลสุดท้ายของอัลบั้ม Digital EP ALBUM “Getsunova 2.5” ที่ประกอบด้วย 5 เพลงในสไตล์ Pop-Rock อาทิเพลง ลืมว่าต้องลืม , คนเดิมที่ไม่เหมือนเดิม , หน้ากาก , คำถามซึ่งไร้คนตอบ และปิดท้ายอัลบั้มด้วยเพลง “จุดแวะพัก(.5)” ซึ่งมีชื่อเพลงที่ออกนอกกรอบความย้อนแย้งในสไตล์ของเกทสึโนว่า พร้อมส่ง MV ที่ได้เฌอเอม มาถ่ายทอดอารมณ์เทาๆ ของความรักที่ไม่สมหวัง

นต-ปณต หนึ่งในสมาชิกวงได้เผยถึงแรงบันดาลใจของการแต่งเพลงนี้ว่า “พอเราได้คอนเซ็ปต์อัลบั้มนี้ ผมก็รู้สึกว่าอยากแต่งเพลงที่ชื่อ “จุดแวะพัก” ขึ้นมา โดยชื่อเพลงมาจากการที่เราเดินทางไปเล่นคอนเสิร์ตต่างจังหวัดกันบ่อยๆ และแต่ละที่จะมีจุดแวะพักรถ เราเลยรู้สึกว่าที่พักเหล่านี้บางทีก็น่าสงสารเหมือนกันนะ เป็นเพียงจุดแวะเพื่อกินข้าว กินน้ำ แล้วก็ผ่านเลยไป ไม่ได้เป็นจุดหมายหลัก หรือจุดสำคัญของใคร เป็นมุมมองที่อยากนำมาเขียนเป็นเพลงรัก แทนคนที่รู้สึกน้อยใจอะไรบางอย่าง เหมือนในเนื้อเพลงที่บอกว่า เพราะฉันไม่ได้เป็นคนที่เธอรัก เป็นแค่จุดแวะพัก ในยามเหงา หากรู้สึกอ่อนล้าเมื่อไหร่ แค่ทัก ฉันจะอยู่ตรงนั้น ดูแลก่อนเธอไปต่อ เฝ้ามองดูเธอเดินสู่จุดหมาย”

เกทสึโนวา

ขณะที่ เนม-ปราการ เสริมว่า “ผมเชื่อว่าทุกคนน่าจะเคยผ่านจุดที่เคยเป็นคนคนนั้น คือไม่ได้เป็นที่หนึ่งของใครสักคน ซึ่งถือเป็นโมเม้นต์ที่ใกล้เคียงกับความหมายของคำว่าจุดแวะพักในเพลงนี้ครับ”

อย่างไรก็ตาม สำหรับการถ่ายทำมิวสิกวิดีโอในครั้งนี้ ทีมงานพานักแสดงและศิลปินเดินทางไปย่านปทุมธานีคลอง 7 โดยโลเคชั่นหลักเป็นทุ่งหญ่าโล่งกว้าง และมีรถบ้านเป็นพร็อพหลัก 3 นักแสดง เฌอเอม ชญาธนุส , หมี ถิรวัฒน์ และ Michael Pugh ร่วมกันถ่ายทอดอารมณ์ผ่านเส้นเรื่องของความรักในกลุ่มเพื่อน

ซึ่งหมี ถิรวัฒน์ เป็นตัวแทนของชายหนุ่มที่ต้องปกปิดสถานะ ไม่มีสิทธิ์ดราม่า เธออยากมาก็มา อยากไปก็ไป ก่อนที่ 4 หนุ่ม Getsunova เนม-ปราการ ไรวา , นาฑี-นาฑี โอสถานุเคราะห์ , นต-ปณต คุณประเสริฐ และไปร์ท-คมฆเดช แสงวัฒนาโรจน์ จะถ่ายทำกันในช่วงฟ้ามืด ท่ามกลางความสนุกสนานของทั้งทีมงานนักแสดงและศิลปิน


สามารถติดตามอ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติมได้ที่นี่

เฌอเอม-ชญาธนุส มุ่งงานถนัดเชิงสร้างสรรค์สู่อาชีพวิทยากร-นักเขียน

ล้วงลึกวิธีคิดในแบบ เฌอเอม-ชญาธนุส ศรทัตต์ สาวงามผู้ฉายแสงสู่จักรวาล

 

กลัฟ คณาวุฒิ

“กลัฟ คณาวุฒิ” ติดอันดับ 3 ผู้ชายหน้าสวยระดับเอเชีย รองจาก เซียวจ้าน-หวังอี้ป๋อ

แม่จีนทุ่มโหวต! กลัฟ คณาวุฒิ ติดอันดับ 3 ผู้ชายหน้าสวยระดับเอเชีย รองจาก เซียวจ้าน-หวังอี้ป๋อ

หนุ่มหล่อหน้าใส กลัฟ คณาวุฒิ ไตรพิพัฒนพงษ์ นักแสดงชายชาวไทย เริ่มเข้าวงการด้วยผลงานการแสดงละครเลือดมังกร ตอน สิงห์ ในบทของ ทรงกลด หรือ ที (ตอนวัยหนุ่ม) ทางช่อง 3 และเป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น จากบทนำในซีรี่ส์เรื่อง TharnType The Series เกลียดนักมาเป็นที่รักกันซะดีๆ ทางช่อง ONE31 ในบทของ ไทป์ (ทิวัตถ์) และโด่งดังมากๆ จากการเป็นคู่จิ้นสายวาย  มิว-กลัฟ จนทำให้ได้รับรางวัลดาราคู่ขวัญ (คู่จิ้น) ขวัญใจมหาชน ประจำปี 2563 อีกด้วย

หลังจากนั้นเรื่อยมาก็ทำให้หนุ่มกลัฟ มีฐานแฟนคลับมากขึ้น ไม่ใช่แค่เฉพาะในไทยเท่านั้น แต่ระดับเอเชียเลย ซึ่งแฟนคลับชาวจีนก็รักและพร้อมสนับสนุนหนุ่มกลัฟเต็มที่ ล่าสุด แฟนคลับต่างก็พร้อมทุ่มโหวต The Most Beuatiful Asian Pacific Idol 2020 ไม่อั้น เพื่อโหวตเชียร์หนุ่มกลัฟ จนติดอันดับ 3 ผู้ชายหน้าสวยระดับเอเชีย

โดยแชมป์อันดับ 1 ก็คือ เซียวจ้าน (Xiao Zhan) และอันดับ 2 คือ หวังอี้ป๋อ (Wang Yibo) สองนักแสดงนำแห่งซีรี่ส์ฮิต The Untamed หรือ ปรมาจารย์ลัทธิมาร)

มิวกลัฟ

ซึ่งผลโหวตที่ทุกคนช่วยกันนั้น หนุ่มกลัฟได้บอกว่า  “ขอบคุณทุกคนจากเอเชียแปซิฟิก ที่ช่วยกันโหวต คอยส่งคะแนนกัน ตอนแรกเราก็ไม่คิดด้วยว่าเราจะขึ้นไปติดอันดับ เพราะที่หนึ่งที่สองเขาก็ดังไปทั่วโลก แต่เอาจริงๆ แค่มีชื่อติดเข้าไปก็ดีใจแล้ว” 

ส่วนเรื่องแม่จีนก็ทุ่มโหวตสุดตัว “ขอบคุณพี่ๆ อินเตอร์แฟนทุกๆ คนเลยนะครับ รวมไปถึงแฟนคลับทุกๆ ประเทศที่คอยโหวต คอยสนับสนุนผมในทุกๆ อย่าง ทำให้ผมสามารถขึ้นไปอยู่ในจุดนั้นได้ เลยทำให้หลังจากนี้ผมต้องไปศึกษาภาษาอื่นเพิ่มเติม เราอาจจะมีโอกาสไปร่วมงาน ไปหาแฟนๆ ที่ประเทศอื่นๆ”

สำหรับรางวัลผู้ชายหน้าสวยนั้น หนุ่มกลัฟบอกว่า “คิดซะว่าเราเป็นได้หลายรูปแบบ หล่อก็ได้ เราสวยก็ได้ ไปได้ทุกแนว อีกอย่างเราก็ดูคอมเม้นต์ทั้งคนไทยและคนชาติอื่นๆ มาเม้นต์ แต่ส่วนมากก็อ่านของคนไทย เพราะอ่านออก ส่วนของคนจีนก็อ่านครับ แต่อ่านไม่ค่อยออก”

ขอบคุณข้อมูลจากคลิป


ภาพ IG : gulfkanawut

 

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

แอลลี่-อชิรญา นิติพน ติดโผเข้าชิงการจัดอันดับ ผู้หญิงสวยที่สุดในโลก ปี 2020

ไร้ผมแต่สวยปัง! Shudufhadzo Musida คว้าตำแหน่ง Miss South Africa 2020

ซนเยจิน ติดอับดับ1 ผู้หญิงสวยที่สุดในปี 2020 และ 6 สาวไทย ติดอันดับเช่นกัน

 

 

ย้อนชม 7 รันเวย์ทรงพลัง! แบรนด์ SIRIVANNAVARI ใน "เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี"

ย้อนชม 7 รันเวย์ทรงพลัง! แบรนด์ SIRIVANNAVARI ใน “เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี”

ย้อนชม 7 รันเวย์ทรงพลัง! แบรนด์ SIRIVANNAVARI คอลเล็คชั่นที่ผ่านมา ก่อนเปิดฉากคอลเล็คชั่น Autumn/Winter 2020-2021 ในค่ำคืนวันพรุ่งนี้

วันพรุ่งนี้ (29 ตุลาคม 2563) รันเวย์แบรนด์ไทยที่ทรงอิทธิพลในวงการแฟชั่นอย่าง SIRIVANNAVARI จะเปิดฉากขึ้นอีกครั้งอย่างยิ่งใหญ่ ในคอลเล็คชั่น Autumn/Winter 2020-2021 เพื่อเผยโฉมเสื้อผ้า เครื่องประดับ และไอเท็มอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งเป็นผลงานทรงออกแบบในสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์แห่งแบรนด์ SIRIVANNAVARI

โดยก่อนจะถึงช่วงเวลาสำคัญนั้น แพรวดอทคอม ขอพาย้อนกลับไปชมความทรงพลัง 7 รันเวย์ ซึ่งถ่ายทอดผลงานทรงออกแบบในคอลเล็คชั่นต่างๆ ของแบรนด์ได้อย่างงดงามและลงตัว

Spring/Summer 2020

เริ่มกันที่รันเวย์ล่าสุดที่เผยโฉมคอลเล็คชั่น Spring/Summer 2020 และเฉลิมฉลองการครบรอบ 15 ปีของแบรนด์อย่างยิ่งใหญ่ตระการตา โดยรันเวย์สว่างไสวด้วยการเล่นมิติสลับซับซ้อนของแสงไฟนีออน ซึ่งได้รับการจัดวางอย่างมีศิลปะ เพื่อสาดประกายแสงให้กับเหล่านางแบบที่มาในลุคโอต์กูตูร์ ส่วนแรงบันดาลพระทัยในการออกแบบคอลเล็คชั่นนี้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงนำมาจากบทกวีพระนิพนธ์ที่เกี่ยวกับเรื่องราวความโรแมนซ์ในตำนานกรีกโบราณ แฟชั่นโชว์ SIRIVANNAVARI

Spring/Summer 2019

รันเวย์คอลเล็คชั่น Spring/Summer 2019 มาในโทนมืดขรึมที่ทรงพลัง สื่อถึงโลกแห่งอนาคตที่ล้ำสมัย พื้นรันเวย์เล่นกิมมิกด้วยวัตถุรูปทรงเรขาคณิต สำหรับเสื้อผ้าผลงานทรงออกแบบมาในชื่อว่า Abode of Metamorphosis โดดเด่นด้วยโครงสร้างที่ดูเฟมินีน งานปักชั้นครู ไปจนถึงลายกราฟิกทรงออกแบบอันเป็นเอกลักษณ์

Spring/Summer 2018

สำหรับคอลเล็คชั่น Horse, Helen, Henri ประจำฤดูกาล Spring/Summer 2018 รันเวย์เต็มไปด้วยดอกไม้สีแดง โดยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงนำพระนิพนธ์เกี่ยวกับเรื่องราวแห่งความรักระหว่างชายชาติทหารและสาวบ้านไร่ ที่เกิดขึ้นช่วงปลายสงครามโลกครั้งที่ 2 มาเป็นแรงบันดาลพระทัยหลักสำหรับคอลเล็คชั่นนี้

รันเวย์จากแบรนด์ SIRIVANNAVARI

รันเวย์จากแบรนด์ SIRIVANNAVARI

Spring/Summer 2017

คอลเล็คชั่น Spring/Summer 2017 พื้นหลังของรันเวย์เป็นภาพดวงจันทร์กำลังสาดส่องแสงและทางเดินข้างหน้าทอดยาวออกไป โดยคอลเล็คชั่นนี้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงดึงเอาเรื่องราวความรักของชายหญิงคู่หนึ่ง ซึ่งเป็นคนกับเทพธิดาในบทพระนิพนธ์ของพระองค์เองมาตีความเป็นแฟชั่นเสื้อผ้าและเครื่องประดับต่างๆ

รันเวย์จากแบรนด์ SIRIVANNAVARI

Spring/Summer 2016

คอลเล็คชั่น Spring/Summer 2016 เป็นโชว์ที่เต็มไปด้วยแขกผู้มีเกียรติ เหล่าดาราและเซเลบจากทั่วฟ้าเมืองไทย โดยรันเวย์ในครั้งนี้เป็นพื้นสีขาวที่ช่วยขับให้แต่ละลุคโดดเด่นมากยิ่งขึ้น พร้อมด้วยวงออร์เคสตราที่ทำหน้าที่บรรเลงเพลงอันไพเราะอยู่ด้านหลังสุดของรันเวย์ ซึ่งเป็นคอลเล็คชั่นที่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงนำแรงบันดาลพระทัยมาจากศิลปะจากยุค Romanticism ไปจนถึงยุค Impressionism ผสมผสานกับบรรยากาศชานเมืองบริเวณพระราชวังแวร์ซายส์

SIRIVANNAVARI COUTURE 2015

สำหรับคอลเล็คชั่นสุดพิเศษ SIRIVANNAVARI COUTURE 2015 ได้ยกรันเวย์มาวางไว้ ณ วังปารุสกวัน เพื่อถ่ายทอดตำนานความงามของผ้าไหมไทย โดยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงแสดงให้เห็นว่าผ้าไหมไทยทอมือสามารถเปลี่ยนเป็นงานออกแบบที่สวยงามสำหรับใส่ได้ทุกโอกาส ซึ่งทรงนำแรงบันดาลพระทัยมาจากฉลองพระองค์ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ครั้งทรงในโอกาสเสด็จฯเยือนต่างประเทศ และจากโครงสร้างชุดไทยโบราณของตัวละครในวรรณคดีไทย

Spring/Summer 2015

ปิดท้ายด้วยคอลเล็คชั่น Spring/Summer 2015 ที่รันเวย์ได้รับการเนรมิตเป็นสไตล์โรมัน ซึ่งสอดคล้องไปกับเสื้อผ้าในคอลเล็คชั่นนี้ โดยสร้างความน่าสนใจด้วยผ้าม่านที่ตกแต่งรายล้อมฮอลล์เอาไว้ แม้ว่าตัวม่านและเสาโรมันจะเป็นสีขาวคลีนๆ แต่กลับดูทรงพลังและช่วยขับความโดดเด่นให้กับเสื้อผ้าในคอลเล็คชั่นนี้ได้เป็นอย่างดี โดยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงนำแรงบันดาลพระทัยมาจากเครื่องแบบทหารสไตล์นโปเลียน ผสมผสานกับกลิ่นอายแห่งยุคสมัยนีโอคลาสสิกและจักรวรรดิโรมัน

นอกจากรันเวย์จะถูกตกแต่งให้เข้ากับคอลเล็คชั่นนั้นๆ แล้ว เสื้อผ้าบนรันเวย์ยังเป็นตัวเอกของแฟชั่นโชว์ที่จะดึงความสนใจจากผู้ชมได้ดีทุกครั้งจริงๆ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงพระอัจฉริยภาพด้านการออกแบบของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา สมกับที่ทรงได้รับการยกย่องเป็น “เจ้าหญิงดีไซเนอร์”


บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ 

ทรงงดงามทุกลุค ‘เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี’ ทรงสวมบทบาทนางแบบแบรนด์ในพระองค์

เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี ทรงรับพระราชทานปริญญาบัตร ศิลปกรรมศาสตรดุษฎีบัณฑิต

พระจริยวัตรเรียบง่ายสไตล์ ‘เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี’ ทรงเก็บผักสวนครัวมาปรุงเมนูอร่อย

The Penthouse

ปักหมุด! The Penthouse ซีรี่ส์เสียดสีสังคมชนชั้นนำของคนเกาหลีใต้

แกะความน่าสนใจของละครกระแสแรง The Penthouse ซีรี่ส์เสียดสีสังคมชนชั้นนำของเกาหลีใต้ คนรวย 1 เปอร์เซ็นต์ของประเทศ

ไม่ใช่แค่ในประเทศไทยเท่านั้นที่ตอนนี้กำลังพูดถึงเรื่อง ความเหลื่อมล้ำทางสังคมและชนชั้นทางสังคม เพราะในต่างประเทศก็มีการพูดถึงเรื่องนี้เช่นเดียวกัน โดยเฉพาะในเกาหลีใต้ ที่ไม่ใช่แค่การพูดคุยกันตามโลกโซเชียลเท่านั้น เพราะบางครั้งผู้ผลิตละครก็นำข่าวฉาวต่างๆ ของชนชั้นนำเกาหลีใต้มาเสียดสีผ่านละครด้วย ล่าสุดเมื่อวันที่ 26 ต.ค. ที่ผ่านมา ช่อง SBS ได้ออกอากาศละครเรื่อง The Penthouse ซึ่งไม่น่าเชื่อว่าแค่ออกอากาศไปเพียงตอนแรก เรื่องนี้ก็ได้เรตติ้งสูงเป็นอันดับ 1

ซึ่งสาเหตุที่ทำให้ได้รับกระแสตอบรับจากคนดูดีมากขนาดนี้ ก็เนื่องจากว่ามีการตีแผ่ปัญหาชนชั้นทางสังคมและความไม่เท่าเทียมได้อย่างถึงพริกถึงขิง การเล่าเรื่องที่น่าติดตามให้อารมณ์คล้ายๆ ซีรี่ส์สืบสวนสอบสวนที่จะค่อยๆ คลายปมแต่ละชั้นออกมา ซึ่งต่อแต่นี้อาจจะเรียกได้ว่าเป็น จันทร์-อังคาร แห่งชาติเลยทีเดียว

ความน่าสนใจของละครกระแสแรง ซีรี่ส์เสียดสีสังคมชนชั้นนำของเกาหลีใต้ 

1. นักแสดงหน้าเก่าแต่ฝีมือโคตรเก๋า

ที่คงต้องพูดถึงเป็นอันดับแรกเลยก็คือ 8 นักแสดงนำ ที่แม้จะเป็นหน้าเก่า แต่ฝีมือการแสดงของแต่ละคนนั้นไม่ธรรมดา “อีจีอา” (ผลงาน “The Legend ตำนานจอมกษัตริย์เทพสวรรค์ ” “Athena Goddess of War นักฆ่า ล่าสวยสังหาร”, “คิมโซยอน (ผลงาน นักแสดงสาวเจ้าบทบาทจาก “All About Eve สงครามแห่งความรัก”, “IRIS นักฆ่าล่าหัวใจเธอ “) , ยูจีน” อดีตนักร้องสาวที่ผันตัวมารับงานแสดง ,“ชินอึนคยอง (ผลงาน “My Wife Is a Gangster”,”The Last Empress” “Dae Mul”) , ยุจูฮี (ผลงาน “Quiz of God”) , ออมกีจุน (ผลงาน : “Defendant” “Ghost”) , ยุจองฮุน (ผลงาน “Find Me in Your Memory”) และ บงทกยู (ผลงาน: “Doctor Detective” ” A Good Lawyer’s Wife”)

The Penthouse

2. ละครจากนักเขียนยอดนิยม

ละครเรื่องนี้เป็นผลงานการกำกับของจูดงมิน เขียนบทโดย “คิมซุนอ๊ก” ซึ่งเคยมีผลงานเป็นที่รู้จักก็คือ “The Temptation of a Wife”, “The Temptation of an Angel “, “Jang Bori”, “My Daughter Geum Sa-Wol”, “My Sister is Alive” และ “The Dignity of the Empress” (เรื่องนี้ชอบมากเลยค่ะ บทพลิกไปพลิกมาสุดๆ ลุ้นแบบนั่งไม่ติดเก้าอี้) จึงได้รับการขนานนามว่าเป็นนักเขียนยอดนิยม ดังนั้นจึงทำให้คอละครต่างคาดหวังมากๆ 

The Dignity of the Empress

3. การนำปัญหาสังคมมาขยี้ปมได้อย่างน่าสนใจ

ในเรื่อง “เดอะ เพนท์เฮ้าส์” มีการนำปัญหาสังคมมาขยี้ปมได้อย่างน่าสนใจ ทั้งเส้นเรื่องหลักของเรื่องที่ว่าด้วยเรื่องชนชั้นทางสังคม ที่แม้แต่คนรวยด้วยกันก็ยังมีการแบ่งระดับไว้อย่างชัดเจน ปัญหาการนอกใจของสามีและภรรยา ความขัดแย้งระหว่างลูกกับพ่อแม่ในเรื่องการเรียน ระบบอุปถัมภ์ที่เกิดขึ้นทั้งในครอบครัวและโลกภายนอก ความปรารถนาที่จะวิ่งเข้าหาสังคมชั้นสูงจนหลงลืมตัวตนจริงๆ รวมถึง การต่อสู้เพื่อลูกๆ ของเหล่ามนุษย์แม่ ฯลฯ

4. มนุษย์แม่ที่กลายเป็นคนชั่วร้ายเพื่อปกป้องลูกๆ ของเธอ

แน่นอนว่านักแสดงนำดาวเด่นก็คือบทของแม่ๆ นี่แหละที่ทำให้ละครเรื่องนี้เข้มข้นมากๆ

“ชิมซูรยอน” (อีจีอา) คุณแม่ผู้อาศัยอยู่ชั้นที่ 100 ผู้ที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น ราชินีบนยอดพีระมิด เธอเป็นทายาทมหาเศรษฐีที่รวยมากๆ ซึ่งอาคารแห่งนี้ก็ตั้งอยู่บนที่ดินของครอบครัวเธอ

ชอนซอจิ” (คิมโซยอน) คุณแม่ชั้นที่ 85 เธอเกิดมาแบบคาบช้อนเงินช้อนทอง เนื่องจากทายาทของโรงเรียนศิลปะและมูลนิธิชองอา เธอพยายามทุกอย่างเพื่อที่จะทำให้กลายเป็นตำนาน โดยหลังจากผ่านช่วงชีวิตอันรุ่งโรจน์ เธอก็เป็นอาจารย์สอนร้องเพลง แม่ๆ หลายคนต้องการที่จะให้เธอมาเป็นอาจารย์สอนพิเศษลูกๆ แต่กฎของเธอก็คือ จะไม่สอนคนไร้ความสามารถ

“โกซังอา” (ยุนจูฮี) คุณแม่ชั้นที่ 55 เธอไม่ได้ร่ำรวยมาตั้งแต่เกิด แต่ได้แต่งงานกับทายาทเศรษฐี ทำให้โดนดูถูกจากสามี แม่สามี และพี่สาว เธอพยายามใช้ชีวิตอย่างอดทนอดกลั้น โดยการเข้าสังคมชั้นสูงของเธอก็เพื่อลูกเท่านั้น

“คังมาริ” (ชินอึนคยอง) คุณแม่ที่อาศัยอยู่ชั้น 45  เธอบอกกับคนอื่นๆ ว่าเป็นภรรยาของเจ้าของธุรกิจก่อสร้าง ทว่าสามีของเธอไม่เคยปรากฏตัวเลย

นายหน้าสาว “โอยุนฮี” (ยูจิน) อดีตนักร้องเพลงคลาสสิก ที่พยายามทำทุกอย่างเพื่อช่วยเหลือลูกสาวของเธอ

สุดท้าย แม้จะเป็นละครที่เพิ่งออกอากาศไป และยังไม่มีบทสรุป แต่ก็เชื่อว่าละครเรื่องนี้จะทำให้เราได้ตระหนักถึงการใช้ชีวิตในปัจจุบันได้เป็นอย่างดี

***สปอย “เดอะ เพนท์เฮ้าส์” ตอนที่ 1*** คลิกหน้า 2