ลิสต์นี้ควรมี! กระเป๋าแบรนด์ Bottega Veneta 3 สไตล์ที่ครีเอทีฟไดเร็กเตอร์แนะนำ

ถ้าพูดถึงกระเป๋าแบรนด์เนมที่จะอยู่ในลิสต์ของสาวๆ เชื่อว่า กระเป๋าแบรนด์ Bottega Veneta ต้องเป็นหนึ่งในนั้นอย่างแน่นอน และพิเศษมากๆ เพราะวันนี้เราจะพามารู้จัก กระเป๋า 3 สไตล์ที่สาวๆ ควรมี กับคอลเล็คชั่น WARDROBE 01

สำหรับคอลเล็คชั่น Wardrobe 01 หรือคอลเล็คชั่นก่อนฤดูใบไม้ผลิ 2021 ในครั้งนี้ แดเนียล ลี (Daniel Lee) ครีเอทีฟไดเร็กเตอร์ของ Bottega Veneta สร้างสรรค์กระเป๋า 3 สไตล์เพื่อยกระดับทุกลุค ทุกสไตล์ พร้อมคอมพลีตลุคของสาวๆ ให้โดดเด่นมากขึ้น

ลิสต์นี้ควรมี! กระเป๋าแบรนด์ Bottega Veneta 3 สไตล์ที่ครีเอทีฟไดเร็กเตอร์แนะนำ

Bottega Veneta The Bulb กระเป๋ารูปทรงแปลกใหม่ สร้างสรรค์ด้วยวัสดุหนังนุ่มน้ำหนักเบา บนตัวกระเป๋ามีสายรูดที่ทำมาจากหนังตกแต่งปลายสายด้วยโลหะสีทองทรงกลม มาพร้อมสายสะพายที่สามารถถอดได้ อีกทั้งยังมีสายหนังสำหรับถือ เพื่อยกระดับการออกแบบให้กระเป๋าสามารถใช้ได้ในรูปแบบที่หลากหลาย ภายในของกระเป๋าได้สร้างสรรค์ให้โล่ง เพื่อรักษาความนุ่มนวลของตัวกระเป๋า อีกทั้งยังใช้ซับในหนังลูกวัวสีเดียวกับกระเป๋าอีกด้วย The Bulb มาในหลากหลายขนาดและนำเสนอหลากหลายสี อาทิ ดำ (Black) ม่วง (Grape) แดง (Chili) ครีม (Tapioca) และ เหลือง (Buttercup)

กระเป๋าแบรนด์ Bottega Veneta The Bulb

กระเป๋ารุ่นที่สอง ซึ่งได้นำเสนอสไตล์อันสดใหม่จาก Bottega Veneta คือ The Clip เป็นชิ้นงานอเนกประสงค์ในรูปทรงสี่เหลี่ยมจตุรัสรูปทรงเพรียวบางที่กำหนดโดยการออกแบบของวัสดุหนังพับสองชั้นและยังคงสานต่อ งานฝีมืออันประณีต โดยการทาสีด้วยมือในส่วนของขอบกระเป๋าโดดเด่นด้วยตัวโลหะคล้ายคลึงตัว ‘V’ ซ้อนกัน อีกทั้งมาพร้อมสายสะพายที่สามารถปรับความยาวได้

กระเป๋าแบรนด์ Bottega

กระเป๋าแบรนด์ Bottega Veneta The Clip

กระเป๋าแบรนด์ Bottega Veneta The Clip สีนู้ด

กระเป๋าแบรนด์ Bottega Veneta The Clip สีเขียว

The Shell ผลงานการออกแบบกระเป๋ารูปทรงสะดุดตาของ Bottega Veneta สร้างสรรค์ด้วยแผ่นหนัง French Calf รูปทรงสามเหลี่ยมจำนวนเก้าชิ้น ยึดแผ่นหนังด้วยหมุดที่เป็นสีเดียวกับกระเป๋า การออกแบบอันแปลกใหม่นี้ สามารถเผยให้เห็นกระเป๋าด้านในที่ทำจาก Paper Nylon ที่สามารถถอดออกได้ โดย The Shell มีให้เลือกถึง 3 ขนาด อีกทั้งยังมีสีที่หลากหลายให้เลือกอาทิ แดง (Chili Tomato) ม่วงอ่อน (Lavender) เหลือง (Buttercup) เขียวพิสตาชิโอ (Pistachio) ขาว (White Frost) เขียวกากี (Taupe) และเขียวเข้ม (Racing Green)

กระเป๋าแบรนด์ Bottega

กระเป๋าแบรนด์ Bottega Veneta The Shell

กระเป๋าแบรนด์ Bottega

กระเป๋าแบรนด์ Bottega Veneta The Shell สีเขียว


ภาพ : Bottega Veneta

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

พลังของ ‘ลิซ่า’ กระเป๋าแบรนด์ Celine รุ่น Medium Patapans ขายหมดในวันเดียว

ใช้กันถล่มทลาย! กระเป๋าแบรนด์ Prada รุ่น Cleo ไอเท็มมาแรง ทำไมถึงต้องมี?

ไขข้อสงสัย กระเป๋าแบรนด์เนม Lady Dior และ Lady D-lite ต่างกันยังไง?

 

ศรีริต้า ในชุดว่ายน้ำ Louis Vuitton

อวดท้องโต 6 เดือน! ศรีริต้า ในชุดว่ายน้ำ Louis Vuitton สวยแซ่บกำลังดี

ส่องว่าที่คุณแม่ ศรีริต้า ในชุดว่ายน้ำ Louis Vuitton ที่ตอนนี้ตั้งครรภ์ได้ 6 เดือนแล้ว ท้องก็ยิ่งโตขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แถมยังดูสวยเปล่งปลั่งขึ้นอีกด้วย

หลังจากประกาศข่าวดีว่ากำลังจะมีลูกคนแรก นางเอกหน้าหวาน ศรีริต้า เจนเซ่น ณรงค์เดช ก็ขยันดูแลตัวเองมากขึ้น ทั้งการกินและการออกกำลังกาย แถมยังคอยอัพเดตอยู่ตลอดว่าตอนนี้ลูกในท้องกี่เดือนแล้ว ซึ่งล่าสุดเธอได้โพสต์ภาพตัวเองในชุดว่ายน้ำจากแบรนด์ดัง Louis Vuitton อวดท้องโต 6 เดือน พร้อมข้อความว่า

“ถ้าถามริต้าว่ามีอะไรเปลี่ยนไปไหม นอกจากร่างกาย ริต้ามีหลายอย่างที่เปลี่ยนไป โดยเฉพาะความคิดที่ละเอียดขึ้น และความรู้สึกที่มากขึ้น เห็นอกเห็นใจเเละเป็นกำลังใจให้เเม่ๆ ทุกคนมากขึ้นเป็นพิเศษ ผู้หญิงทุกคนคือ goddess ในความคิดของริต้าค่ะ”

ศรีริต้า ในชุดว่ายน้ำ Louis Vuitton

ศรีริต้า ในชุดว่ายน้ำ Louis Vuitton

อวดท้องโต 6 เดือน! ศรีริต้า ในชุดว่ายน้ำ Louis Vuitton สวยแซ่บกำลังดี

นอกจากความรู้สึกของว่าที่คุณแม่แล้ว สิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างก็คือชุดว่ายน้ำนี่แหละ ที่ใครก็ต้องรู้ว่าเป็นของแบรนด์อะไร เพราะลายโมโนแกรมออกจะชัดเจนขนาดนั้น ซึ่งชุดว่ายน้ำตัวนี้ของ Louis Vuitton มีชื่อรุ่นว่า Technical Jersey Monogram One-Piece Swimsuit สี Bleu Noir ราคาประมาณ 27,000 บาท ถือเป็นชุดที่ขายดีมาก จนตอนนี้ของหมดสต็อกไปแล้วเรียบร้อย

ศรีริต้า ในชุดว่ายน้ำ Louis Vuitton

ศรีริต้า ในชุดว่ายน้ำ Louis Vuitton

ชุดว่ายน้ำวันพีซมาในรูปแบบพิมพ์ลายโมโนแกรมทั้งตัว โดดเด่นด้วยการตัดกันของสีเข้มและอ่อน ช่วงหน้าอกมีการแต่งเชือกผูกรองเท้าแบบสปอร์ตที่สามารถผูกหรือปล่อยให้หลวมได้ แถมยังเว้าหลัง ถือเป็นชุดว่ายน้ำที่ให้ลุคเซ็กซี่และสปอร์ตได้ในตัวเดียว

 

ชุดว่ายน้ำ Louis Vuitton

ชุดว่ายน้ำ Louis Vuitton

ชุดว่ายน้ำ Louis Vuitton


ภาพ : IG@sriritajensen  , Louis Vuitton

เรื่อง : ฮานะ_แพรวนิสต้า

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ใครเม้าท์ไม่สวย! เปิดสไตล์ ‘เพชร’ แฟนสาว ‘ฌอห์ณ จินดาโชติ’ ดีไซเนอร์สุดชิค

ลุคหน้าหนาวแบบสาวเกาหลี ส่องหา หมวกบีนนี่ ‘เจนนี่ BLACKPINK’ ที่คุณซื้อตามได้

ตามรอยความแซ่บ! ชุดว่ายน้ำ ‘แต้ว ณฐพร’ แบบสวยเซ็กซี่ ราคาประหยัด

 

YEHWADAM MYEONGHAN MIINDO ULTIMATE EMULSION

หน้าสดยังสวยด้วย YEHWADAM MYEONGHAN MIINDO ULTIMATE EMULSION จาก THE FACE SHOP สูตรลับจากเกาหลีที่สาวไทยควรได้ลอง

ยอมรับเลยค่ะว่าพัดชาเป็นเวิร์คกิ้งวูแมนที่บีซี่มีเวลาน้อยสุดๆ แม้จะคร่ำหวอดอยู่ในวงการความงามมายาวนาน มีตัวเลือกของสกินแคร์ดีๆ มาให้ใช้มากมาย แต่กลายเป็นคนที่ใช้สกินแคร์แบบน้อยขั้นตอนไม่ซับซ้อน ไม่เลเยอร์ เพราะชีวิตจริงมีเวลาให้กับบิวตี้รูทีนน้อยเหลือเกิน ถ้าจะเพิ่มตัวไหนเข้ามาเป็นลูกรักในกิจกรรมความงามต้องบอกเลยว่านางต้องเป็นชิ้นที่ทำให้ผิวดี แข็งแรงจริงทั้งภายนอกและภายใน

YEHWADAM MYEONGHAN MIINDO ULTIMATE EMULSION
ชิ้นที่เป็นสเต็ปพิเศษเอ็กซ์ตร้าขึ้นมาซึ่งทำให้พัดชาเปิดใจยอมรับล่าสุดนั้นคือ MYEONGHAN MIINDO ULTIMATE EMULSION อิมัลชั่นจาก THE FACE SHOP ขั้นตอนที่เคยคิดว่าไม่มีก็ได้ หรือข้ามไปก็ได้ถ้าไม่มีเวลา แต่เมื่อได้ลองใช้อย่างจริงจังแล้วบอกเลยคุณขาว่าจะไม่กล้ากด SKIP ชิ้นนี้เขาดีงามจนคว้าชัยในงาน PRAEW ICONIC BEAUTY 2020 ในฐานะ ICONIC ELEGENT GLOW SKIN & ANTI AGING EMULSION ถ้าไม่ทำความรู้จักจะเสียดายแย่

YEHWADAM MYEONGHAN MIINDO ULTIMATE EMULSION‘อิมัลชั่น’ เสต็ปใหม่ที่คุ้มค่าถ้าได้ลอง

ถามว่าทำไมต้องใช้ หลายคนอาจมองว่าอิมัลชั่นเป็นขั้นตอนที่เกินจำเป็นเพราะแม้จะมีเนื้อสัมผัสบางเบา แต่ก็ไม่บางเบาเท่ากับเซรั่ม และก็ไม่ได้เนื้อหนักเท่าครีมบำรุงผิวอยู่ดี จึงนิยมใช้ลงระหว่างเซรั่มและมอยซ์เจอไรเซอร์บำรุงผิว พัดชาเองยังเคยแอบคิดว่าขั้นตอนเยอะไปก็ไม่น่าจะเกิดผลดี แต่พอได้เปิดใจลองใช้ THE FACE SHOP YEHWADAM MYEONGHAN MIINDO ULTIMATE EMULSION คอนเฟิร์มเลยว่าเป็นขั้นตอนบำรุงที่ยิ่งทำให้ผิวแข็งแรงขึ้น

ด้วยอิมัลชั่นในขวดสีทองในขวดหรูนี้ ช่วยบำรุงผิวอย่างล้ำลึกทั้งผิวทั้งชั้นนอกและชั้นใน สามารถเติมความชุ่มชื้นให้ผิวได้อย่างเข้มข้นน่าสนใจด้วยส่วนผสมที่มีความยูนีคไม่ซ้ำใคร มีเนื้อสัมผัสนุ่มละมุน เกลี่ยง่าย ซึมไวเหมือนสั่งได้ จึงไม่เจอความน่ารำคาญของอาการเหนียวหนึบการกวนใจ เรียกว่าติดใจจนบางครั้งพัดชาใช้แทนเซรั่มไปเสียเลย ขวดเดียวเอาอยู่! ส่วนในวันที่รู้สึกผิวแห้งตึงมากหน่อยก็ตบด้วยมอยส์เจอร์ไรเซอร์ตามเป็นอันจบ

YEHWADAM MYEONGHAN MIINDO ULTIMATE EMULSION
ฟื้นบำรุงจากภายในด้วย MYEONGHAN BOYULDAN สูตรลับจากเกาหลี

จุดเด่นของ แยฮวาดัม มยองฮัน มีอินโด อัลติเมท อิมัลชั่น เขาเน้นเรื่องการลดเลือนริ้วรอย ให้ผิวกระจ่างใส พร้อมฟื้นบำรุงทั้งผิวชั้นนอก และผิวชั้นใน ด้วยสารอาหารผิวชั้นยอดโดยใช้เลซิตินเพื่อสร้างโครงสร้างที่แบบ LAMELLA ที่คล้ายกับโครงสร้างผิวจริง ช่วยให้ยึดเกาะผิวได้ดี และมีประสิทธิภาพในการกักเก็บความชุ่มชื้นสูง จึงบำรุงผิวได้อย่างล้ำลึกถึงขีดสุดและทำให้ผิวเกิดความยืดหยุ่นด้วยการทำงานของสูตรผสมสูตรลับของเกาหลี MYEONGHAN BOYULDAN ที่เข้าฟื้นบำรุงผิวจากภายใน ปรับผิวให้อิ่มฟู กระจ่างใสขั้นสุด แถมยังปราบปัญหาฝ้า กระ จุดด่างดำ และริ้วรอยที่ปรากฎที่ผิวชั้นบนให้จางลง ตามแบบฉบับแก่นแท้ของความงามของเกาหลีอย่างแท้จริง

ส่วนผสมสุดยูนีคตำรับเกาหลี

ตรผสม MYEONG-HAN เพื่อผิวที่เกลี้ยงเกลา เปล่งปลั่ง ดูสง่างามแบบสาวเกาหลีนั้น เกิดจาก MYEONG (MYEONGHAN BOYULDAN) ที่ทำหน้าที่ดูแลความกระจ่างใสจากภายใน โดยยับยั้งการผลิตเม็ดสีเมลานิน และเสริมความยืดหยุ่นให้ผิวด้วยการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนจากผลโอมิจา (OMIJA) ปรับให้ผิวเปล่งปลั่ง เงางาม, โกจิ เบอรี่ (GOJI BERRY) ชะลอการเสื่อมสภาพของเซลล์ ช่วยให้ผิวดูกระชุ่มกระชวยมีชีวิตชีวาขึ้น และคอร์เนเลี่ยน เชอรี่ (CORNELIAN CHERRY) ฟื้นฟูผิวที่เสื่อมสภาพให้กลับมาสมบูรณ์ แข็งแรง ส่วนผสมทั้งหมดนี้เป็นการบำรุงอย่างล้ำลึกถึงผิวชั้นใน

สูส่วนผิวชั้นนอกนั้น ต้นเหตุของผลลัพธ์อันดีงามคือชองแทจอน (CHUNGTAEJEON) ชาเขียวหมัก ยาสมุนไพรล้ำค่าของเกาหลี มีความพิเศษตรงการช่วยต้านอนุมูลอิสระ และอาการอักเสบ ถือเป็นชาที่ล้ำค่ามีคุณค่าทางยาสูง ซึ่งมีการดื่มกันมายาวนานกว่า 1,000 ปี โดยผ่านการหมักด้วยกระบวนการทางธรรมชาติเท่านั้น

บับสาวเกาหลี ไม่ว่าจะเป็น ดอกพีโอนี (PEONY) ฤดูใบไม้ผลิ, ดอกบัว (LOTUS) ในฤดูร้อน, หญ้าฝรั่ง (SAFFRON) ฤดูใบไม้ร่วง และคามิเลีย (CAMELLIA) ฤดูหนาว ซึ่งดอกไม้ทั้ง 4 นั่น มีจุดเด่นในเรื่องต้านอนุมูลอิสระ ช่วยตึงกระชับผิว ลดการอักเสบ และชะลอการเสื่อมของเซลล์ จึงช่วยฟื้นบำรุงปัญหาผิวที่ผิวชั้นบนหรือชั้นนอกได้อย่างเพอร์เฟ็คท์ที่สุด

YEHWADAM MYEONGHAN MIINDO ULTIMATE EMULSION

ผลลัพธ์สุดประทับใจเปล่งประกายออร่า

นี่แหละความพิเศษสุดที่ทำให้พัดชาไม่อาจ SKIP แยฮวาดัม มยองฮัน มีอินโด อัลติเมท อิมัลชั่น ไปได้เลยสักวัน เพราะคุณพี่เล่นดูแลแก้ปัญหาที่ผิวชั้นนอก พร้อมฟื้นบำรุงโครงสร้างผิวชั้นในให้แข็งแรง เดี๋ยวนี้วันไหนขี้เกียจแต่งหน้าออกจากบ้านหน้าสดยังมีเลือดฝาดดูสวยเปล่งปลั่งมีออร่า เรียกได้ว่าคุ้มค่าแก่การลงทุน ที่สำคัญคือเห็นผลไวทันใจแนะนำสำหรับใครที่ไม่อินกับการใช้อิมัลชั่น หรือเคยใช้แล้วไม่เห็นผลอยากให้ลองเปิดใจกับชิ้นหรูๆ ชิ้นนี้ที่เห็นผลชัดเจนจนประทับใจ

เดี๋ยวนี้จะ SKIP อะไรก็ได้แต่ชิ้นนี้พี่ขอ ‘นางคือออร่าบรรจุขวดชัดๆ’
YEHWADAM MYEONGHAN MIINDO ULTIMATE EMULSION ขนาด 140 ml ราคา 1699 บาท

CLÉ DE PEAU BEAUTÉ THE FOUNDATION รองพื้นหลักหมื่นที่ให้ผิวสวยหลักล้าน คุ้มค่าการลงทุน!!

ในหมวดหมู่ของเมคอัพชิ้นที่พัดชาคิดว่าควรลงทุนซื้อในราคาสูงได้โดยไม่ควรเสียดายเงินบอกเลยว่าคือ ‘รองพื้น’ เพราะยอมรับว่าที่ลองมาในโลกหล้าทั้ง มาสคารา ลิปสติก อายไลเนอร์ใดๆ นั้น ถูกและดีมีอยู่มาก แต่กับรองพื้นนั้นเป็นไอเท็มที่ค้นพบแล้วว่าส่วนใหญ่ราคามักไปด้วยกันกับผลลัพธ์ที่ได้

ซึ่งเรื่องผิวสวยเป็นเรื่องใหญ่ที่สุดในงานเมคอัพ ไม่ว่าจะสีสันและเทรนด์เป็นแบบไหนผิวสวยเป๊ะเสียอย่างรับรองว่ารอด รองพื้นในระดับไฮเอ็นด์นั้นมักมีเทคโนโลยีที่คิดค้นมาเฉพาะให้ได้ทั้งฟินิชชิ่งที่สวยงาม ติดทนนานและคงความสวยงามได้ยืนยาวตลอดวันอย่าง CLÉ DE PEAU BEAUTÉ THE FOUNDATION รองพื้นในตำนานที่เพิ่งคว้ารางวัล PRAEW ICONIC BEAUTY 2020 ในสาขา

ICONIC FLAWLESS FINISH FOUNDATION มาหมาดๆ นั้น ทีมกรรมการลงคะแนนตรงกันเลยว่าให้ฟินิชชิ่งที่เลอค่าสุดๆ

รองพื้นในตำนานของวงการเจ้าสาว

จำได้เลยว่าแต่ไหนแต่ไรรองพื้นของ CLÉ DE PEAU BEAUTÉ จะอยู่ในท็อปลิสต์ของรองพื้นในฝันที่เหมาะกับใช้ในวันสำคัญที่สุดในชีวิตอย่างงานเจ้าสาว หรืออีเว้นท์ต่างๆ ที่อยากจะสวยออร่าเปล่งประกายและดูมีผิวที่สมบูรณ์แบบสุดๆเสมอ ซึ่งที่ประทับใจทั้งเจ้าสาวและเซเลบริตี้ที่ออกอีเว้นท์นั้นคือผลลัพธ์ของผิวที่งามฉ่ำราวกับสุขภาพดีมาโดยกำเนิด ผิวที่ดูเนียนละเอียดงดงามเมื่อกระทบแสงทำให้สวยทั้งตัวจริงและในภาพถ่าย

ฟินิชชิ่งที่ปราศจากความเป็นแป้งคือดูแนบสนิทหลอมรวมไปกับผิวจริง ทำให้เชื่อได้ว่าผู้หญิงนางนี้ช่างโชคดีเกิดมามีกรรมพรรณผิวที่งดงามชวนมอง ที่น่าทึ่งกว่าคือผิวสวยนั้นอยู่ยาวได้ตลอดวันและยิ่งเปล่งปลั่งสดใสเมื่อทิ้งเวลาให้นานออกไป CLÉ DE PEAU BEAUTÉ THE FOUNDATION จึงเป็นที่พูดถึงเสมอเมื่อต้องการงานผิวที่งดงามเหนือจริง

ความลับอยู่ที่ส่วนผสมบำรุงอันเลอค่า

ใครเคยสัมผัสกับรองพื้นตัวนี้จะรู้ได้เลยว่าความรู้สึกเวลาลงจะเหมือนกับการทาครีมบำรุง ซึ่งก็จริงเพราะการลงรองพื้นตัวนี้ไม่ต่างกับการได้บำรุงผิวด้วยสกินแคร์ชั้นสูง

CLÉ DE PEAU BEAUTÉ THE FOUNDATION มีส่วนผสมเชิงซ้อน Illuminating Complex EX ซึ่งเป็นเอกสิทธิ์เฉพาะของ CLÉ DE PEAU BEAUTÉ ช่วยเติมความชุ่มชื้นพร้อมลดริ้วรอยความเสียหายที่เกิดจากความเครียดของผิวเมื่อต้องต่อสู้กับมลภาวะแวดล้อม และ Illuminating Veil Infusion ที่เป็นการรวมตัวกันของสารสกัดที่เลอค่าหายาก พร้อมด้วยน้ำมันถนอมผิวและวิทยาการเลือนอำพรางริ้วรอยข้อบกพร่อง ซึ่งอาศัยการพัฒนายาวนานถึง 20 ปี

ผลลัพธ์ที่ได้จึงนวลเนียนเปล่งปลั่ง มอบความชุ่มชื้นให้ผิวได้ในระยะยาวนาน ผิวจึงยังดูสดใสได้แม้จะเหนื่อยล้าหรือเจอแสงไฟแสงแฟลชมาตลอดวัน

รองพื้นที่ช่วยปกป้องไม่ใช่แค่ปกปิด

อีกข้อที่ทำให้หลายคนถอนตัวไม่ขึ้นกับรองพื้นตัวนี้ คือผลลัพธ์ผิวที่ดีขึ้นเมื่อใช้อย่างต่อเนื่อง ด้วยสารบำรุงที่ซึมซาบเข้าดูแลผิวให้เรียบเนียนช่วยลดเลือนรอยเส้นริ้วและสภาพความหยาบกร้านของผิว เมื่อใช้อย่างต่อเนื่องจึงยิ่งประทับใจในผิวที่ดูอ่อนเยาว์ลงเพราะได้รับการปกป้อง ใครได้ลองจึงไม่อยากเปลี่ยนใจไปหารองพื้นตัวอื่น

ปกปิดอย่างหมดจดด้วยฟิลเตอร์ส่วนตัว

ด้วยเนื้อสัมผัสของรองพื้น CLÉ DE PEAU BEAUTÉ THE FOUNDATION นั้นเป็นครีมเนื้อเนียนนุ่มบางเบาสบายผิว ทำให้หลายคนคิดว่าการปกปิดอาจจะไม่เท่าไหร่ แต่เมื่อได้ลองจะรู้ว่าเขาไม่ได้ปกปิดด้วยความหนาหนัก แบบเอาความหนาของรองพื้นมาทับๆ เพื่อไม่ให้เห็นริ้วรอย

แต่ความเหนือชั้นนั้นอยู่ตรงเทคโนโลยีที่อยู่ในเนื้อสัมผัสซึ่งช่วยในเรื่องของการเบลอริ้วรอยต่างๆ สารบำรุงในรองพื้นที่ทำให้ตัวรองพื้นไม่เกิดการตกร่องและเกาะอยู่บนผิวในส่วนที่ต้องการปกปิดได้อย่างดูนุ่มละมุนไม่เกิดคราบ ไม่ว่าจะเป็นรอยสิวหรือสีผิวที่ไม่สม่ำเสมอ รองพื้นนี้ทำหน้าที่เสมือนฟิลเตอร์เบลอให้ทุกอย่างดูละมุนเข้ากันไปกับร่องรอยต่างๆ จึงไม่เป็นที่สังเกต

แค่ตลับก็งามจับใจ

คือไม่ใช่แค่ทำให้ผิวสวยอย่างเดียวนะ ตัวนางเองก็สวยมากๆ เป็นกระปุกรองพื้นที่ดูสวยแพงตั้งแต่แรกเห็นมาพร้อมกับสปาตูลาเคลือบแพลตตินั่มสำหรับตักรองพื้นที่ช่วยเรื่องของความสะอาดและการกะปริมาณได้อย่างแม่นยำ แนะนำให้ลงง่ายๆ ด้วยการแต้มเป็น 5 จุด (หน้าผาก, จมูก, คาง, และแก้มทั้ง 2 ข้าง) แล้วลูบไล้รองพื้นเป็นเคลื่อนเป็นวงกลม 2-3 รอบแล้วค่อยทาให้กว้างออกจากจุดศูนย์กลางใบหน้าออกไปรอบกรอบหน้า จะลงด้วยมือหรือฟองน้ำก็ออกมาสวยเปล่งปลั่ง ไม่ใช่เหมาะกับแค่การออกงานแต่ในวันทั่วๆไปใช้น้อยๆ ก็ออกมาสวยสดใสอย่างเป็นธรรมชาติ

ผิวสวยธรรมดาเชิญทางอื่น สวยพิเศษเกรดเอต้อง CLÉ DE PEAU BEAUTÉ THE FOUNDATION เลยค่ะ

CLÉ DE PEAU BEAUTÉ THE FOUNDATION ขนาด 27 ml. ราคา 11,000 THB

งานแต่งสไตล์เรียบแต่โก้ของคุณคิม & คุณเจน @ Carlton Hotel Bangkok Sukhumvit

“ตลอดระยะเวลากว่า 4 ปีที่คบกันมา ทุกอย่างที่เราทำร่วมกัน การดูแลเอาใจใส่กันและกัน อีกทั้งความชอบและความสนใจในสิ่งที่คล้ายๆ กัน เลยทำให้รู้สึกว่า คนๆ นี้แหละ ที่เราอยากใช้ชีวิตอยู่ด้วย… ”

งานแต่ง เรียบหรู ดูดี ของคุณคิม & คุณเจน กับสถานที่ที่ตอบโจทย์ Carlton Hotel Bangkok Sukhumvit

หากจะบอกว่าเป็นเฟซบุ๊กสื่อรักคงไม่ผิดนักกับความรักของ “คุณคิม – ปรีชา สุรางคนารมภ์”และ “คุณเจน – เอริน กาญจนมยูร” ที่เจ้าบ่าวยอมเผยว่า ตกหลุมรักคุณเจนตั้งแต่เห็นในฟังก์ชั่น Mutual Friend ของเพื่อนคุณคิมหลายคน จึงกดเพิ่มเพื่อนและทำใจอยู่นานกว่าจะตัดสินใจทักไปคุย โดยเจ้าสาวเสริมขึ้นมาว่า รู้อยู่แล้วว่าคุณคิมรู้จักกับเพื่อนสนิทของเธอ เมื่อฝ่ายชายทักมาเลยมีโอกาสคุยกันอย่างคนทั่วไปอยู่หลายปี ก่อนจะเริ่มจริงจังในความสัมพันธ์เมื่อ 4 ปีก่อน และพอถึที่งเวลาความรักลงตัว งานวิวาห์ในวันอาทิตย์ที่ 8 พฤศจิกายน 2563 จึงเกิดขึ้นในธีมน้อยแต่มาก เรียบแต่โก้ ณ โรงแรมคาร์ลตัน กรุงเทพฯ สุขุมวิท Wedding Venue แห่งใหม่ย่านใจกลางเมือง

คุณคิมและคุณเจนเล่าว่า เมื่อได้ฤกษ์แต่งงานมา สิ่งแรกที่ทำคือมองหาสถานที่ ออกสำรวจโรงแรมอย่างน้อย 5 แห่งก็ยังไม่ถูกใจ เนื่องจากทั้งคู่ไปงานแต่งของเพื่อนๆ มาหลายครั้ง เลยอยากได้สถานที่ใหม่ๆ ที่ไม่ซ้ำใคร สุดท้ายจึงตัดสินใจเลือก โรงแรมคาร์ลตัน กรุงเทพฯ สุขุมวิท เพราะตอบโจทย์ทั้งในเรื่องการรองรับจำนวนแขกกว่า 400 ท่าน การเดินทางสะดวกสบาย และตกแต่งด้วยสไตล์โมเดิร์นตามแบบที่บ่าวสาวชอบ

งานแต่ง Carlton Hotel Bangkok Sukhumvit

อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือ การจัดเลี้ยงที่คุณคิมและคุณเจนอยากให้เป็นงานเลี้ยงโต๊ะจีน ซึ่งทางโรงแรมมีเมนูงานเลี้ยงของห้องอาหาร Wahlok จากสิงคโปร์ ระดับ Michalin Star การันตีในเรื่องรสชาติ ถึงแม้ว่าจำนวนแขกจะเพิ่มขึ้นมาเป็น 600 ท่าน แต่ทีมงานมืออาชีพของโรงแรมก็ช่วยเหลืออย่างเต็มที่ และเสนอเป็นการจัดเลี้ยงแบบ International Buffet ที่สามารถตอบโจทย์ขนาดห้อง Grand Ballroom ได้ดีกว่า และเมื่องานเสร็จสิ้น แขกทุกคนชมตรงกันว่าอาหารอร่อยถูกใจมาก บ่าวสาวเลยแฮปปี้สุดๆ

งานแต่ง Carlton Hotel Bangkok Sukhumvit

เมื่อได้สถานที่ที่ถูกใจเรียบร้อยแล้ว ว่าที่บ่าวสาวจึงได้พบกับ PaR Wedding Planner & Organizer โดยได้โจทย์สร้างสรรค์งานแต่งและประสานงานกับทีมออกแบบการตกแต่ง จาก PHKA ที่เนรมิตงานแต่งออกมาในธีม Here comes the sun ในโทนสีแดงส้ม เน้นงานดีไซน์ ความอาร์ต และวางดอกไม้ตามจุดต่างๆ ภายในบริเวณห้อง Grand Ballroom ของทางโรงแรม เป็นไปตามความชอบส่วนตัวของเจ้าสาวที่งานนี้เจ้าบ่าวตามใจว่าที่ภรรยาทุกอย่าง

สำหรับชุดเจ้าสาวต้องบอกเลยว่า Less is more ซึ่งคุณเจนเผยว่าใช้เวลาเลือกค่อนข้างนาน เพราะมีธงในใจว่าอยากได้ชุดเรียบ ให้ลุคเป็นเจ้าสาวนิ่งๆ แต่ต้องแฝงความโก้หรูและความคลาสสิคไว้ในตัว ไม่อยากได้ความวิบวับเยอะมาก คุณเส่ย ที่รับหน้าที่แพลนเนอร์จึงแนะนำแบรนด์ Vatit Itthi ซึ่งเจ้าสาวยอมรับว่าคุณอาร์ต วทิต และทีมงานห้องเสื้อน่ารักมาก ร่างแบบมาให้ดูจนถูกใจ และตัดสินใจเลือกใส่ชุดของแบรนด์นี้ในพิธีหมั้นตอนเช้าและพิธีฉลองมงคลสมรสทั้ง 2 ชุด ส่วนชุดของเจ้าบ่าวก็สบายใจ เพราะมีร้านที่ตัดอยู่ประจำ และเลือกของตกแต่งสูทเล็กน้อยจากร้าน Gentle Rams

ส่วนช่างภาพหลักเลือกใช้บริการทีม Rememorari และเสริมช่างภาพแคนดิดคือ คุณวิช Rattawich มาอีกหนึ่งท่าน เพื่อให้ได้ภาพแห่งความทรงจำที่ครบถ้วนสมบูรณ์ทุกโมเมนต์

งานแต่ง Carlton Hotel Bangkok Sukhumvit

งานนี้บ่าวสาวปลื้มใจและมีความสุข จากสถานที่และทีมงานฝีมือโปรเฟสชั่นนัลทุกส่วนที่ช่วยสร้างวันสำคัญให้กับคุณคิมและคุณเจน จนผ่านไปด้วยความสุขที่อบอวลในวันวิวาห์

งานแต่ง Carlton Hotel Bangkok Sukhumvit

งานแต่ง Carlton Hotel Bangkok Sukhumvit

งานแต่ง Carlton Hotel Bangkok Sukhumvit

งานแต่ง Carlton Hotel Bangkok Sukhumvit

งานแต่ง Carlton Hotel Bangkok Sukhumvit

 

The Details

Venue: Carlton Hotel Bangkok Sukhumvit โทร. 0-2090-7888 เว็บไซต์ www.carltonhotel.co.th
อีเมล [email protected]
Wedding Planner: PaR Wedding Planner & Organizer โทร. 095-398-2495 เฟซบุ๊ก PaR Wedding Planner & Organizer
Decoration: PHKA
Dress: พิธีหมั้น และ พิธีฉลองมงคลสมรส จากร้าน Vatit Itthi โทร. 089-044-0245 เฟซบุ๊ก Vatit Itthi
Groom Suite Accessories: Gentle Rams
Make-up: IG @Shemoddd
Hair: IG @Torrmonster โทร. 094-1929965
Main Photographer: IG @Rememorari.wedding
Candid Photographer: IG @Rattawich โทร. 095-905-1942

ทาปากเบิร์นๆ เลอะๆ

เทคนิค ทาปากเบิร์นๆ เลอะๆ ทำง่ายใช้ได้ชีวิตจริง แถมเป็นมิตรกับอินสตาแกรม

ทำง่าย ประยุกต์ใช้ในชีวิตจริงได้ แถมเป็นมิตรกับอินสตาแกรม ต้องยกให้เทรนด์ ทาปากเบิร์นๆ เลอะๆ เหมือนเพิ่งผ่านการคิสมาใหม่ๆ ทั้งน่ารักดูอินโนเซ้นส์ และไม่ดูเป็นทางการจนเกินไป เหมาะกับถ่ายลงอินสตาแกรม แบรนด์ที่หยิบเทรนด์นี้มาเล่นแบบดาร์กๆ คือ FENDI กับขอบปากเบลอๆ สีเบอร์รี่เข้มจัด ตัดกับงานผิวคลีนๆ ทำให้เรียวปากยิ่งดูโดดเด่น ฝั่งแบรนด์ Bora Aksu เล่นกับสไตล์อาวองการ์ดด้วยลูกเล่นสีนีออนวาวสว่าง เรียวปากที่ระบายไว้เกินๆ เลอะๆ แต่กลับดูสวยชวนมอง ส่วนสไตล์ของ Marc Jacobs นั้นเน้นความสวยเป็นธรรมชาติ แค่ใช้ลิปสติกสีแดงช่วงกลางปาก แล้วเกลี่ยออกเบาๆ เบลอๆ ให้สีไม่เท่ากัน ได้เท็กซ์เจอร์สวยน่าสนใจ แถมใช้ได้จริง

เทคนิค ทาปากเบิร์นๆ เลอะๆ

เทคนิค ทาปากเบิร์นๆ เลอะๆ ทำง่ายใช้ได้ชีวิตจริง แถมเป็นมิตรกับอินสตาแกรม

เทรนด์ปากเบลอแบบนี้จะทำได้สวยติดทน อยู่ได้นาน ต้องเตรียมเรียวปากให้เนียนนุ่มชุ่มฉ่ำ ไม่แห้งตึง เริ่มจากการสครับเรียวปากขจัด เซลล์ผิวเก่าที่ทำให้ปากดูเป็นขุยออกให้หมดจด ตามด้วยลิปบาล์มชนิดชุ่มฉ่ำ แล้วจึงทาลิปสีที่ต้องการแบบไม่ต้องใส่ใจเรื่องความคม จากนั้นใช้แปรงเกลี่ยขอบปากให้เบลอออกนอกกรอบ หรืออาจใช้นิ้วช่วยได้ตามสะดวก ส่วนไอเท็มที่อยากจะแนะนำ ตามนี้เลยค่ะ

BURT’S BEES ทาปากเบิร์นๆ เลอะๆ

  • BURT’S BEES 100% NATURAL CONDITIONING LIP SCRUB WITH EXFOLIATING HONEY CRYSTAL

FRESH ทาปากเบิร์นๆ เลอะๆ

  • FRESH SUGAR LIP HYDRATING BALM

SUQQU ทาปากเบิร์นๆ เลอะๆ

  • SUQQU COMFORT LIP FLUID FOG

SUQQU ทาปากเบิร์นๆ เลอะๆ

  • SUQQU LIP BRUSH L
ทาปากเบิร์นๆ เลอะๆ ทำง่าย
BORA AKSU
ทาปากเบิร์นๆ เลอะๆ ทำง่าย
FENDI
MARNI ทาปากเบิร์นๆ เลอะๆ
MARNI

ข้อมูล : นิตยสารแพรว ฉบับ 964

 

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

5 ข้อห้ามทำ! ถ้าไม่อยาก ผมแห้งเสียหนักมาก ไร้น้ำหนักเหมือนใยสังเคราะห์

เจอ “แปรงแต่งหน้า” ทรงแปล๊กแปลก แนะวิธีหยิบให้ถูก ดูใช้เป็น เก่งเหมือนโปร!

8 เทคนิคใช้คอนซีลเลอร์ ให้ถูกวิธี คุ้มค่ามากกว่าปิดรอยคล้ำ รอยแดง รอยดำ

 

 

Island Hopping วันเดียวเที่ยวสบาย at เกาะเต่า- เกาะนางยวน

เสียงทะเลเรียกร้องให้เดินทางอีกแล้ว  ใคร ๆ ก็อยากเป็นคนกลุ่มแรก ๆ ที่ได้สัมผัสบรรยากาศธรรมชาติสะอาด ที่ฟื้นตัวรอนักท่องเที่ยวอยู่ 

คราวนี้เราจึงมุ่งหน้าลงใต้สู่สมุย เกาะสวรรค์กลางอ่าวไทย ด้วยทริปสำรวจเกาะ Island Hopping ในวันที่นักท่องเที่ยวต่างชาติบางตา ในวันที่สมุยเงียบ..แต่ไม่เหงา 

เราเริ่มต้นที่ท่าเรือแม่น้ำในยามเช้า จากเกาะสมุย นั่งเรือไปราว 1 ชั่วโมงครึ่ง ก็ถึงเกาะเต่า เกาะใหญ่ที่เริ่มจะคึกคักอีกครั้ง ท่าเรืออยู่ที่อ่าวแม่หาด ศูนย์รวมของสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นร้านค้า ร้านอาหาร ที่พัก และรถบริการสาธารณะ

ชาวต่างชาติรู้จักเกาะเต่าดี เพราะเป็นหนึ่งในแหล่งเรียนดำน้ำที่ดีที่สุดของโลก เป็นจุดหมายปลายทางสำหรับผู้ที่สนใจเรียนการดำน้ำลึกเดินทางมาจากนานาชาติ ที่นี่มีโรงเรียนสอนดำน้ำมากกว่า 70 แห่ง มีจุดดำน้ำมากมาย ทั้งจุดดำน้ำตื้นและดำน้ำลึก เช่น อ่าวม่วง กองหินชุมพร และหินขาว ที่มีแนวปะการังสวยงาม

มาคราวนี้เราได้คุยกับคุณออร่า ครูสอนดำน้ำคนหนึ่งบนเกาะเต่า เธอเล่าว่าพบปะการังอยู่ในสภาพค่อนข้างสมบูรณ์มาก สภาพแวดล้อมฟื้นตัวสวยงาม เนื่องจากไม่มีการรบกวน และยังพบเต่าทะเลตัวใหญ่ด้วย นอกจากนี้ บริเวณอ่าวเทียน ด้านตะวันออกของเกาะเต่า เธอยังพบฝูงฉลามครีบดำ หรือฉลามหูดำ (Blacktip Reef Sharks) ประมาณ 20-30 ตัว เนื่องจากช่วงที่ผ่านมา ฉลามครีบดำจะมาผสมพันธุ์กันบริเวณนี้เมื่อไม่มีผู้คนรบกวน จึงพบจำนวนมากกว่าปกติ

บนเกาะเต่ามีที่พักหลากหลายให้เลือก แต่ถ้าเวลาน้อย นักท่องเที่ยวก็สามารถมาเที่ยวเป็น one-day trip ได้ จากเกาะเต่า เราลงเรืออีกครั้ง เพียง 10 นาทีก็ถึงเกาะนางยวน  หาดสีขาวทอดยาวระหว่างเกาะเล็ก ๆ ตรงหน้า คือภาพที่ทำให้นางยวนสวยสะดุดตา 

เราชอบป้ายประกาศบนเกาะที่ห้ามนำพลาสติกขึ้นมา เตือนให้ทุกคนรักษาความสะอาด ไม่สร้างขยะเพิ่ม และทุกคนก็เชื่อฟังดี ด้วยการทิ้งภาชนะพลาสติกและของไม่จำเป็นทั้งหมดไว้บนเรือก่อน

เกาะนางยวนเป็นเกาะส่วนตัว  มีลักษณะเป็น 3 เกาะเล็ก ๆ ที่เชื่อมต่อกันด้วยสันทราย กลายเป็นอ่าวเล็ก ๆ 3 อ่าว  มีโรงแรมที่พัก 1 แห่ง  ซึ่งต้องจองล่วงหน้าหากจะมาพักค้าง และที่เกาะนางยวนนี้ เราสามารถเดินขึ้นมาที่จุดชมวิว พายคายัค ดำน้ำสกูบา และดำน้ำตื้นก็ได้  

เราเห็นกลุ่มคนเรียนดำน้ำกันอยู่ไม่ไกล ตรงจุดดำน้ำที่ชื่อว่า แจแปนิสการ์เด้นท์ เหมาะสำหรับการ Snorkeling และนักดำน้ำสกูบามือใหม่ ไม่ต้องกังวลเรื่องสุขอนามัย เพราะผู้สอนจะมีอุปกรณ์ดำน้ำตื้นอันใหม่และทำความสะอาดทุกครั้งก่อนนำมาให้ใช้

หลายคนบอกว่ามานางยวนแล้วไม่อยากกลับ เพราะถ้าค้างคืนจะได้เห็นฝูงฉลามมาทักทายที่หน้าหาดในตอนเช้า และได้อยู่กับทะเลใส ทรายสะอาด บรรยากาศสงบงาม ในยามเย็นที่นักท่องเที่ยว one day trip กลับไปแล้ว

คุณเที่ยวเกาะสมุยได้ในช่วงเดือนธันวาคม – เมษายน และ ช่วงเดือน กรกฎาคม – สิงหาคม เพื่อหลีกเลี่ยงช่วงฤดูมรสุม .. ส่วนเกาะเต่าและเกาะนางยวน สามารถมาได้ตลอดทั้งปี 

อัพเดททะเลอ่าวไทยด้วยการเที่ยว 2 เกาะกันที่นี่

สาวรุ่นใหญ่ต้องมี! เช็คลิสต์ 5 เซรั่มอัพผิวดีแบบตรงจุด 40+ กะรัต แต่ผิวยังเอ๊าะ

สาวรุ่นใหญ่ ได้ยินคำนี้ทีไร ขอบอกว่าปวดใจทุกที โดยเฉพาะกับปัญหาผิวพรรณต่างๆ ที่ผู้หญิงวัย 40+ ต้องเผชิญ ไม่ว่าจะเป็น ริ้วรอยร่องลึก ความหย่อนคล้อย ฝ้า กระ หรือจุดด่างดำตามวัย ซึ่งจัดการยากเย็นกว่าสมัยเอ๊าะๆ เป็นเท่าทวีคูณ เพราะเซลล์ผิวเสื่อมลงไปตามวัย ทำให้สารอาหารผิวตัวสำคัญ เช่น กรดไฮยาลูรอน คอลลาเจน ที่เคยสร้างได้ตามธรรมชาติอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย ค่อยๆ ลดปริมาณการสร้างลง ส่งผลให้สารพัดปัญหาผิวมาเยือนโดยพร้อมเพรียงกัน และแก้ไขได้ยากขึ้น แถมพ่วงด้วยปัจจัยจากมลภาวะ ไม่ว่าจะเป็น แสงแดด ฝุ่น หรือความเครียด ที่ล้วนทำให้ผิวเสียยิ่งขึ้นไปอีก 

ด้วยปัญหาทั้งหมดทั้งมวล บวกกับความยากในการดูแลรักษาผิวของสาวรุ่นใหญ่ การเลือกใช้สกินแคร์ที่ตอบโจทย์ผิวได้แบบตรงประเด็น จึงจำเป็นมากๆ โดยเชื่อเถอะว่าผู้หญิงวัย 40+ ไม่ควรเสียเวลากับการลองผิดลองถูก ควรเลือกที่ออกแบบมาสำหรับสาว 40+ โดยเฉพาะ เอ๊ะ! ฟังดูก็คล้ายการเลือกเนื้อคู่อยู่เหมือนกัน ซึ่งเอาจริงๆ ก็ใกล้เคียงเลยแหละ เพราะสกินแคร์ที่ใช่จะช่วยให้ผิวดีได้อย่างยืนยาว และส่งผลให้ชีวิตของสาวๆ แฮ็ปปี้ตามไปด้วยนั่นเอง 

งานนี้ แพรว จึงขออาสารับบทบาทกามเทพแห่งผิว คัดสรร 5 เซรั่มที่สาวรุ่นใหญ่วัย 40+ ต้องมี! มาแนะนำกันแบบชัดๆ ตรงนี้เลย  

Eucerin Hyaluron (HD) Radiance-Lift Filler 3D Serum

เซรั่มตัวท็อปที่ตอบโจทย์ปัญหาผิวของผู้หญิงวัย 40+ ได้ดีมากๆ ขอยกให้กับ Eucerin Hyaluron (HD) Radiance-Lift Filler 3D Serum หรือจะเรียกง่ายๆ ว่า Eucerin 3D Serum ก็ได้ อีกทั้งยังขอยกฉายา “ขวดเดียวเอาอยู่” ให้ด้วย เรียกได้ว่าเป็นเซรั่มที่ออกแบบมาสำหรับผิวสาววัย 40+ โดยเฉพาะ เพราะเป็นเซรั่มที่รวม 3 สารสำคัญที่มีประโยชน์ต่อผิวของสาวรุ่นใหญ่ไว้แบบจัดเต็ม ได้แก่ ไฮยาลูรอน (Hyaluron) ที่ขึ้นชื่อว่าจัดการกับริ้วรอยได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยโมเลกุลขนาดใหญ่จะช่วยเติมริ้วรอยตื้น

ส่วนโมเลกุลขนาดเล็กจะช่วยเติมริ้วรอยร่องลึก อาร์คทิอิน (Arctiin) สารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยฟื้นบำรุงพร้อมกระชับผิวให้ยืดหยุ่น และไทอามิดอล (Thiamidol) สารทรงพลังเอกสิทธิ์เฉพาะของแบรนด์ยูเซอริน ที่ช่วยลดเลือนฝ้าหรือจุดด่างดำตามวัยอย่างได้ผล เรียกว่าจัดการกับ 3 ปัญหาใหญ่ของผิวที่ร่วงโรยไปตามวัย อย่างริ้วรอย ความหย่อนคล้อย และจุดด่างดำ ได้แบบครบจบในขวดเดียว ยืนยันโดยผู้ใช้จริงถึงกว่า 93% ว่าเห็นผลภายใน 2 สัปดาห์ ไม่ว่าจะเป็น ริ้วรอยตื้นขึ้น ผิวกระชับเต่งตึงขึ้น จุดด่างดำตามวัยแลดูจางลง ให้ผิวดูกระจ่างใสไปอีกขั้น อีกทั้ง Eucerin 3D Serum ยังเป็นเวชสำอางที่อ่อนโยนต่อผิวทุกประเภท สาวๆ 40+ ที่มีผิวแพ้ง่าย บอบบาง ก็สามารถใช้ได้อย่างสบายใจ

Clarins Double Serum

สกินแคร์ที่สาวรุ่นใหญ่ต้องมีตัวต่อมา คือ Clarins Double Serum เซรั่มสูตรพิเศษที่เลียนแบบโครงสร้างธรรมชาติของผิว ด้วยการคิดค้นและออกแบบส่วนผสมที่ลงตัวระหว่างน้ำและน้ำมัน ซึ่งอุดมด้วยสารสกัดจากพืชธรรมชาติที่มีคุณสมบัติลดเลือนริ้วรอยหลากหลายชนิด เพื่อตอบโจทย์ปัญหาผิวที่เสื่อมลงไปตามวัยอย่างตรงจุด

โดยช่วยฟื้นบำรุงการทำงานของผิวที่สำคัญ ได้แก่ การบำรุงผิว การให้ความชุ่มชื้น การหล่อเลี้ยงผิวด้วยออกซิเจน การฟื้นบำรุงผิว และการปกป้องผิว เพื่อเน้นจัดการกับปัญหาริ้วรอยแห่งวัย รวมถึงคืนความกระชับและความกระจ่างใสให้ผิว

Origins Plantscription Anti-aging Power Serum

Origins Plantscription Anti-aging Power Serum ถือเป็นอีกหนึ่งเซรั่มที่สร้างสรรค์มาเพื่อสาวรุ่นใหญ่อย่างพิถีพิถัน โดยรวมสารสกัดชั้นดีที่มีคุณค่าต่อผิวจากทั่วทุกมุมโลกเอาไว้ มีส่วนผสมหลักเป็นสารสกัดจาก Anogeissus พืชพื้นเมืองของประเทศกาน่า ทวีปแอฟริกา ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยลดเลือนริ้วรอย และ Bamboo Power Complex ที่ช่วยเสริมประสิทธิภาพการทำงานของกรดกรดไฮยาลูรอนในผิวชั้นนอก

เรียกว่าช่วยจัดการกับปัญหาริ้วรอยแห่งวัยแบบจัดเต็ม อีกทั้งยังเสริมด้วย Crithmum Maritum สารสกัดที่คัดสรรจากแนวชายฝั่ง Brittany Sea ทางตอนเหนือของประเทศฝรั่งเศส ช่วยให้ความชุ่มชื้นกับผิว และ Pea Extract ที่คัดสรรมาจากประเทศออสเตรเลีย ซึ่งอุดมด้วยกรดอะมิโนและเปปไทด์ ช่วยเสริมประสิทธิภาพการทำงานของผิวให้ดียิ่งขึ้น 

SKII R.N.A Power Radical New Age Essence

สกินแคร์ที่เหมาะสำหรับผู้หญิงวัย 40+ อีกตัว คือ SKII R.N.A Power Radical New Age Essence ซึ่งเน้นคืนความอ่อนเยาว์ให้ผิว และจัดการกับริ้วรอยแห่งวัย โดยมีส่วนประกอบสำคัญอย่าง Radical New Age Complex (R.N.A.Power) โปรตีนถั่วเหลืองสกัด และโปรตีนยีสต์สกัด ซึ่งเป็นสูตรเฉพาะของแบรนด์

ที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวได้อย่างล้ำลึก PiteraTM ที่ช่วยเสริมสารอาหารที่จำเป็นต่อผิว และช่วยผลัดผิวให้เป็นไปตามวงจรธรรมชาติ Glyco Repair สารสกัดจากถั่วโลคัสต์ ซึ่งช่วยให้ผิวเรียบเนียน และ Palmitoyl Pentapeptide-4 ที่ช่วยลดเลือนริ้วรอยบางๆ ที่เกิดจากผิวแห้ง

Sulwhasoo Concentrated Ginseng Renewing Serum

เซรั่มสำหรับสาวรุ่นใหญ่อีกตัว คือ Sulwhasoo Concentrated Ginseng Renewing Serum เซรั่มรูปแบบแคปซูลที่ใช้เทคโนโลยี GinsenisphereTM นวัตกรรมไมโครแคปซูล ทำให้ได้โสมเข้มข้น ซึ่งสกัดจากใบโสม ลำต้นโสม และรากโสม

อีกทั้งเสริมคุณค่าด้วยน้ำมันเมล็ดโสม ที่ช่วยลดเลือนริ้วรอย รวมถึงช่วยให้ผิวกระชับ เต่งตึง และเรียบเนียน โดยข้อดีอีกอย่างของแคปซูลขนาดเล็ก คือซึมซาบเข้าสู่ผิวได้ง่ายและล้ำลึก จึงตรงเข้าจัดการกับปัญหาผิวได้อย่าง มีประสิทธิภาพ

คุณสมบัติแน่นๆ จุกๆ กันทุกตัวเลย สำหรับลิสต์นี้ที่ แพรว คัดมาเพื่อสาวรุ่นใหญ่โดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็น จัดการกับปัญหาริ้วรอยแห่งวัย ความหย่อนคล้อย หรือจุดด่างดำ เรียกว่าเกิดมาเพื่อผู้หญิงวัย 40+ อย่างแท้จริง หากโดนใจตัวไหนเป็นพิเศษ ก็รีบตามไปหาซื้อมาใช้กันนะคะ เพราะอย่างที่บอกไปแล้วว่า สาวรุ่นใหญ่ไม่ควรเสียเวลากับการลองผิดลองถูกเอง ด้วยรักและห่วงใยจากใจจริงค่ะ

เมญ่า-นนธวรรณทัศ

เป็นคุณแม่คนดังไม่ง่าย! เมญ่า-นนธวรรณทัศ เครียดถูกบูลลี่ เรื่องการเลี้ยงลูก

โดนกระแสดราม่าจัดหนักจัดเต็ม! วิจารณ์ยับสำหรับ เจ้าแม่วงการ TikTok เมญ่านนธวรรณทัศ บรามา ดีกรีมิสไทยแลนด์เวิลด์ 2014 ที่บินไปใช้ชีวิตคู่ และเลี้ยงลูกอยู่ที่สเปน แต่ก็เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันลูกชาย “น้องเบฬิน” เจออุบัติเหตุหนักหน่วง 2 ครั้งซ้อน ทั้งโดนสุนัขกัดจนต้องเย็บแผลกว่า6เข็มบริเวณใบหน้า และ ตกบันไดบ้านไหปลาร้าหัก จนทำให้ “สาวเมญ่า” จิตตกไปเลย ล่าสุดเธอกลับมาเมืองไทย พร้อมมาเปิดใจกลางรายการบันเทิง Z story ทางช่องอมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง34 อัปเดตสภาพจิตใจของตัวเอง รวมไปถึงประเด็นการเลี้ยงลูก ที่ถูกชาวเน็ตคอมเม้นต์แรงว่า ติดเล่น TikTok จนไม่สนใจลูก

เป็นคุณแม่คนดังไม่ง่าย! เมญ่า-นนธวรรณทัศ เครียดถูกบูลลี่ เรื่องการเลี้ยงลูก

เจ้าแม่วงการ TikTok เมญ่า-นนธวรรณทัศ บรามาซ

ย้อนไปเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำไงให้เราผ่านจุดนั้นมาได้?

“คือเกิดอาการจิตตกมากนะ เราไม่เคยดาวน์ขนาดนั้น คือปกติจะเป็นคนที่แบบว่าคิดบวก หาเรื่องไม่ให้แบบว่าคิดเรื่องนู้น เรื่องนี้ แต่ว่าช่วงนั้นมันห้ามตัวเองไม่ได้นะ พยายามจะไม่โทษตัวเอง ฟิลลิก็บอกว่าห้ามโทษตัวเอง ถ้าจะมีส่วนก็ต้องเป็นเขาด้วย เพราะลูกอยู่กับเขา ไอก็คิดแค่ว่าไออยู่ไม่ได้แล้ว ไออยากกลับบ้าน เพราะว่าอยู่ที่นั่นหนูอยู่คนเดียว ไม่มีเพื่อน ที่เครียดทั้งหมด เพราะบอกที่บ้านไม่ได้ด้วยว่าลูกเกิดอุบัติเหตุ เพราะว่าแม่จะรักหลานมาก เกิดเหตุการณ์นี้มา หนูปิดปากเงียบเป็นเดือนๆ อึดอัดมาก เพื่อนทุกคนรู้ ยกเว้นในครอบครัว และโซเชียลมีเดียตอนนั้นไม่มีคนรู้”

น้องเบฬิน

เยียวยาตัวเองยังไงให้ผ่านช่วงที่ตัวเองดาวน์ที่สุด?

“พยายามคุยกับเพื่อน พยายามอธิบายมันออกมา มันเก็บอยู่คนเดียวไม่ได้ต้องเอาออก และก็บอกว่าเรารู้สึกอย่างนี้นะ สุดท้ายแล้ว เราก็หยุดที่จะโทษตัวเองไม่ได้ มันก็เลยต้องถึงขั้นให้นักบำบัดเข้ามาช่วย ไม่ใช่แบบว่าทางจิตนะ แค่แบบว่าปรึกษาว่าทำไงให้ตัวเองรู้สึกกลับมามีพลัง เพราะว่าถ้าหนูล้ม หนูล้มนานไม่ได้ เพราะว่าหนูต้องเลี้ยงลูกคนเดียว หนูก็เลยเข้าปรึกษาว่าเราจะจัดการชุดความคิดตรงนี้ยังไง และกลับมาเป็นแม่ที่แข็งแรงตรงนี้ได้ยังไง”

 สามีมีส่วนช่วยดูแล “เมญ่า” ยังไงเพราะว่าเราจิตตก คิดไปไกลเลย?

“ตอนนั้นมันแย่มาก สามีฟิลลิรู้เลยว่าไม่สามารถปล่อยให้หนูอยู่คนเดียวได้ เพราะว่ากลัวหนูฆ่าตัวตาย พี่เข้าใจไหมว่าหนูไม่อยากอยู่ แต่ว่าไปก็ไม่ได้ เพราะว่าลูก”

เมญ่า-นนธวรรณทัศ

โดนบูลลี่หนักมากจนจิตตก ต้องเข้ารับการบำบัดจากนักจิตวิทยาเลยใช่ไหม?

“ในช่วงนั้นหนูก็พยายามจะไม่ดู แต่ก็ห้ามไม่ได้ที่จะไม่เห็น พอได้บำบัดก็ดีขึ้น เราก็ไม่มองไม่สนใจคอมเม้นต์ เพราะคนไม่รู้หรอกว่าเมญ่าอยู่กับลูก 24 ชั่วโมง อะไรที่มันเป็นอุบัติเหตุมันสามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ทำให้เราผ่านมาได้”

คำวิจารณ์ไหนที่รู้สึกว่ามันรุนแรงสำหรับเรามากที่สุด?

“คือมีคำพูดหนึ่ง มีคนมาพิมพ์ว่าสงสัยแม่มัวแต่เล่นติ๊กต๊อก คือคนอาจจะมองว่าไม่มีอะไรคำพูดนี้ แต่สำหรับหนูมันรุนแรงนะ เพราะว่าเราอยู่กับลูกเราตลอดเวลา และเวลาที่อยู่กับตัวเองยังน้อย และทุกอย่างที่เราต้องทำคือทำกับข้าว ดูแลลูก ดูแลบ้าน คือทุกอย่าง พออ่านเจอแบบนี้ มันรู้สึกแย่จังเลย ที่เขามาตัดสินเราว่าเราไม่ดูแลลูก ไม่สนใจลูกมัวแต่เล่นติ๊กต๊อก ซึ่งเวลาที่หนูเล่นน้อยมาก สังเกตได้ตอนที่หนูอยู่สเปน โซเชียลมีเดียลดน้อยลงเลย คือหนึ่งที่ว่างเล่นเลยคือช่วงที่ลูกหลับแล้ว ถึงจะได้ทำ สองพอลูกเกิดเหตุการณ์ไม่ได้เล่นเลย การโพสต์คลิปก็น้อยมาก เพราะไม่สามารถให้ที่บ้านได้รู้ พยายามให้ปกติที่สุด”

รายการบันเทิง Z story ทางช่องอมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง34
รายการบันเทิง Z story ทางช่องอมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง34

ภาพจาก : maeyagirl

สามารถติดตามอ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติมได้ที่นี่

“ตุ๊ก-นิรัตน์ชญา” แม่ผู้เอาชนะภาวะซึมเศร้าหลังคลอด สู่บทบาทแม่ไอดอลสุดสตรอง

เป้ย-ปานวาด หลั่งน้ำตาฝ่ามรสุมหย่าร้าง และเหตุผลทำไมยังรักษาครอบครัวเอาไว้?

เปิดใจเอ็กซ์คลูซีฟ! ความสุขที่แท้จริงของ ‘เจนี่’ บทบาทคุณแม่ที่เฝ้ารอมาทั้งชีวิต

'ชมพู่ อารยา'

เลี้ยงลูกสไตล์ขุ่นแม่! ‘ชมพู่ อารยา’ ว่าด้วยวีรกรรมของแฝด และเรื่องที่แม่ห่วงใย

ตลอดหลายปีในวงการบันเทิง ชื่อของ ‘ชมพู่ อารยา เอ ฮาร์เก็ต’ ไม่เคยหายไปจากกระแสและความสนใจของแฟนๆ ทั้งในบทบาทนักแสดง นางแบบ เจ้าแม่แฟชั่น ภรรยา และคุณแม่ในชีวิตจริงของคู่แฝดขวัญใจพี่ป้าน้าอา ‘สายฟ้า & พายุ’

 ชีวิตของชมพู่ปีที่ผ่านมาเป็นอย่างไรบ้างคะ

“สำหรับชม ปีนี้ได้อยู่กับลูกเต็มที่มาก เพราะมีช่วงที่ต้องล็อกดาวน์อยู่บ้านแบบออกไปไหนไม่ได้ โรงเรียนก็หยุดยาว และแม้ตอนนี้สถานการณ์จะคลายลงแล้ว แต่การเดินทางไปต่างประเทศก็ยังทำไม่ได้ ชมจึงอยู่กับลูกแบบเต็มที่ยาวๆ ซึ่งมองแง่ดีก็ถือเป็นเรื่องที่ดี เพราะถ้าเราต้องเดินทางกันตอนนี้จริงๆ ก็นึกภาพไม่ออกว่าจะเป็นอย่างไร เพราะลูกอยู่ในช่วงกำลังซน แล้วติดแม่มาก

'ชมพู่ อารยา'

“แต่อีกมุมจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ก็กระตุกความคิดของเราหลายๆ อย่าง ซึ่งชมคิดว่าทุกคนน่าจะเป็นเหมือนกัน คือกระตุกให้เราได้คิดทั้งในเรื่องของวิธีการทำงาน วิธีคิดเรื่องไลฟ์สไตล์ ทุกอย่างเลย เช่น ทำให้ชมรู้สึกว่าการที่มีบ้านเป็นเรื่องที่โชคดีมาก นึกถึงคนที่ต้องเช่าบ้าน หรือถ้าบ้านไม่ใช่ที่ที่น่าอยู่หรือปลอดภัย เขาจะใช้ชีวิตอย่างไรในช่วง 2-3 เดือนนั้น จึงทำให้ย้อนกลับไปมองว่าเราควรทำบ้านให้เป็นเซฟโซน มีทุกอย่างพร้อมเหมือนเป็นฐานทัพ เพราะไม่มีใครรู้ว่าในอนาคตจะเกิดอะไรขึ้น

“คือเมื่อก่อนเราทำงาน กลับบ้านก็นอน ตื่นเช้าออกไปทำงาน อาจจะเริ่มรู้สึกตอนมีลูกนี่แหละว่าบ้านต้องมีอะไรบ้าง ต้องมีฟังก์ชันต่างๆ มีมุมของเด็ก แต่ก็ยังไม่จริงจังเหมือนช่วงอยู่บ้านยาวๆ ที่ทำให้เข้าใจการใช้ชีวิตในบ้านจริงๆ รวมถึงเริ่มโฟกัสงานด้านอื่นที่ไม่ใช่แค่งานในวงการ มีมุมประชุมออนไลน์ ทำงานที่บ้าน ตอนนี้ชมทำเสื้อผ้าเด็กด้วยนะ” (ยิ้ม)

ชมพู่ อารยา

เห็นในอินสตาแกรมบ้างแล้ว

“ใช่ค่ะ แบรนด์ ‘SaifahBhayu’ ซึ่งชมเป็นคนออกไอเดีย และมีทีมดีไซเนอร์ช่วยอีกที ชมอยากได้เสื้อผ้าเด็กที่มีความสตรีท แต่ยังมีดีเทลองค์ประกอบต่างๆ ที่ดูเป็นเด็กอยู่ ที่อยากทำส่วนหนึ่งมาจากซื้อเสื้อผ้าให้ลูก แล้วรู้สึกว่าเราอยากได้ชุดประมาณนี้ แต่ที่ขายอยู่ยังไม่ตอบโจทย์ เช่น บางตัวลายน่ารัก แต่เนื้อผ้าใส่ไม่สบาย หรือเสื้อผ้าแบรนด์ฝั่งยุโรปส่วนใหญ่ไซส์จะออกผอมๆ ยาว ๆ แต่ฝั่งเอเชียขนาดตัวกว้าง แต่ไหล่พอดี ซึ่งชมชอบเสื้อผ้าที่โอเวอร์ไซส์ ไหล่ตกหน่อยๆ อย่างพี่พายุเขาตัวโต ตอนนี้ต้องใส่เสื้อผ้าเด็ก 6-7 ขวบแล้วนะ แต่ปัญหาก็คือช่วงตัวยาวไป ขณะที่ความกว้างพอดี ชมจึงนำความชอบและสิ่งที่เคยเจอหรือขัดใจมาพัฒนาต่อ ทำแบรนด์ของตัวเองซะเลย (ยิ้ม)

“และล่าสุดกำลังทำแพลตฟอร์มช็อปปิ้งออนไลน์ที่รวม Exclusive Item จากแบรนด์ต่างๆ ไว้ในที่เดียว ซึ่งจะมีทั้งแบรนด์ไทยและต่างประเทศ ซึ่งจริงๆ เป็นสิ่งที่อยากทำมานานแล้วค่ะ แต่ยังไม่มีเวลาลงมือ กระทั่งช่วงที่ต้องกักตัวอยู่บ้านจึงได้ฤกษ์เสียที ซึ่งกำลังจะเปิดตัวเร็วๆ นี้ ฝากติดตามด้วยนะคะ

ชมพู่ อารยา

วีรกรรมความซนของ ‘สายฟ้า & พายุ’ ตอนนี้อยู่เลเวลไหนคะ

“จริง ๆ ถือว่าไม่มาก เพราะชมมองว่าเป็นความซนตามวัยของเขา ถ้า พูดด้วยเหตุผลเขาก็เข้าใจ อย่างเราบอกว่าถ้าวิ่งแบบนี้เดี๋ยวตกนะ เดี๋ยวต้องไป หาคุณหมอ โดนฉีดยานะ เขาก็ฟัง ซึ่งการปีนป่ายหรือกระโดดก็มีเป็นเรื่องปกติ กลับกันถ้าเขานิ่ง ๆ เฉา ๆ เราคงนอยด์

“อย่างสายฟ้าค่อนข้างแอ๊คทีฟ ส่วนพายุมีความเป็นเด็กอ้วนนิดนึง แต่ จะดื้อเงียบ แบบว่าถ้าอยากอย่างนี้จะบอกอีกอย่าง ซึ่งเวลาเขาอยู่คนเดียว จะไม่เท่าไร หรือถ้าคนหนึ่งหลับ ชีวิตแม่จะง่ายขึ้นเยอะเลย (หัวเราะ)

“แต่ดีที่เขาไม่ทะเลาะกัน จะมีบ้างก็เวลาอยากได้ของ ปกติของเล่นต้อง ผลัดกันเล่น แต่เด็กอะเนอะ บางทีเห็นอีกคนหนึ่งเล่นอยู่ก็อยากได้ตาม ซึ่ง ต่อให้มีของสองชิ้นเหมือนกันก็จะเอาอันที่อีกคนถืออยู่ ซึ่งถ้าตกลงกันไม่ได้ ชมให้นับ 1 – 10 แล้วเปลี่ยนให้อีกคนเล่น ซึ่งชมไม่รู้ว่าตัวเองเอาเทคนิคนี้มา จากไหนเหมือนกัน เหมือนเราต้องหาทางออกน่ะ (หัวเราะ) แต่เดี๋ยวนี้ถ้าแม่ ไม่นับ เขาจะบอกเลย หม่ามี้นับสิ ๆ” (หัวเราะ)

ชมพู่ อารยา

ใครอ้อนคุณแม่เก่งกว่ากันคะ

“อ้อนคนละแบบค่ะ พายุจะอ้อนแบบฉอเลาะเหมือนที่เห็นในคลิป (หัวเราะ) เป็นเจ้าหนูจำไม เสียงเสิงมาหมด แต่สายฟ้าจะแข็งกว่า ไม่ค่อยพูดว่าต้องการ อะไร ซึ่งค่อนข้างเหมือนชม คือไม่พูด แต่ดูออกว่าต้องการอะไร อย่างเวลา นอน…กว่าจะนอนได้นะ คืออยากให้แม่ไปนอนด้วยแหละ แต่ไม่พูดตรง ๆ”

คิดว่าตัวเองเป็นคุณแม่สไตล์ไหนคะ

“กลาง ๆ ไม่ดุหรือใจดีเกินไป บางอย่างถ้าไม่ได้ผิดร้ายแรงก็ปล่อยให้ เขาทำไป แต่ถ้ามันไม่ถูกต้อง เราก็ต้องดุแล้วอธิบายเหตุผลว่าเพราะอะไร อย่าง บางทีเขาวิ่งซน สนุก เสียงดัง ถ้าอยู่บ้านไม่ได้รบกวนคนอื่น เราก็ปล่อย เพราะ เป็นวัยของเขา แต่ถ้าไปสถานที่ที่ซีเรียส ต้องสำรวม เป็นระเบียบ ก็ต้องห้าม ซึ่งชมเลือกที่จะไม่พาเขาไป เพราะเป็นไปไม่ได้ที่เด็กจะนั่งนิ่ง ๆ ตลอดเวลา

ขุ่นแม่ 'ชมพู่ อารยา'

“แต่สำหรับชมซีเรียสเรื่องการใช้ความรุนแรงที่สุด แบบไม่พอใจแล้วตี ต่อยกัน ก็ต้องดุ เพราะถ้าติดนิสัยแล้วไปทำกับคนอื่น…ไม่ได้เลยนะ ซึ่งพอเรา อบรมเขาเสร็จก็จะให้เขากอดกัน

“หรือบางครั้งถ้าเตือนแล้วว่าอย่าทำแบบนี้ แต่เขาทำเพราะอยากได้รับ ความสนใจ ชมก็จะบอกเลยว่า ถ้าทำอีกจะไม่พูดด้วย เราจะไม่ให้ความสนใจคุณค่ะ ถ้าคุณยังทำแบบนี้ เพราะไม่น่ารัก เราจะไม่แม้แต่สบตาคุณ จะทำเหมือนคุณไม่มี ตัวตน (หัวเราะ) คือพูดกับลูกจริง ๆ แบบว่าคุณไม่มีตัวตน ทำไปเลย ไม่สน ไม่มอง (หัวเราะ) ซึ่งก็เวิร์คนะคะ เพราะเขาจะทำเพื่อเรียกร้องความสนใจไม่ได้”

ชมพู่ อารยา

ล่าสุดเห็นน้องๆ รับงานโฆษณาแล้ว คุณแม่ชมจะดันเข้าวงการเต็มตัวไหมคะ

“ถือเป็นโอกาสของเขาที่หาสตางค์เองได้ตั้งแต่อายุเท่านี้ เราพยายามทำให้ เขารู้สึกว่ามันสนุก เวลาทำงานจึงมีรางวัลให้ทุกครั้ง ชมคุยกับทีมงานว่าต้องเข้าใจเด็กนะ บางอย่างถ้าหลายเทคแล้ว อย่าไปฝืนเขา เพราะเราไม่อยากทำให้ เขามีภาพจำว่ามาทำงานแล้วเป็นแบบนี้ ต่อไปเขาอาจจะไม่เอาเลย

“จากที่เห็นชมมองว่าเขามีความอดทนประมาณหนึ่ง ใช้ได้เลย แต่ถ้าเป็น ดาราจริงจัง ชมว่าคงไม่ คงให้เป็นลักษณะแบบนี้แหละ เล็ก ๆ น้อย ๆ มีเงิน หยอดกระปุกไปเรื่อย ๆ ส่วนถ้าในอนาคตเขาชอบ ก็แล้วแต่เขา แต่ในฐานะที่เรา อยู่ตรงนี้ ก็ไม่ได้อยากให้เขามาสายนี้

“และชมก็ไม่เคยบอกเขาว่ามีแฟนคลับ มีคนติดตาม เพราะไม่อยากให้ ยึดติดกับอะไรแบบนี้ แต่ถ้าต่อไปพูดจารู้เรื่องมากขึ้น คงบอกว่าให้ทำตัวดี ๆ เพราะเราเป็นบุคคลสาธารณะ ทุกคนรู้จัก ชมคงสอนให้เขาทำตัวให้เป็นที่รัก แต่ คงไม่บอกว่าลูก ๆ มีแฟนคลับ”

ชมพู่ อารยา

เลี้ยงลูกสไตล์ขุ่นแม่! ‘ชมพู่ อารยา’ ว่าด้วยวีรกรรมของแฝด และเรื่องที่แม่ห่วงใย

คอมเมนต์ในโลกโซเชียลจากเมื่อก่อนที่พูดถึงแค่เรา แต่ตอนนี้ไปถึงลูกๆ แล้ว ชมพู่มีวิธีรับมืออย่างไร

“อาจเพราะว่าเราเป็นชะนียุค 90 ด้วยมั้ง รู้ว่าสิ่งที่อยู่ในออนไลน์มันไม่ใช่ โลกจริง ขณะที่เด็กวัยรุ่นยุคนี้เกิดมาพร้อมกับสิ่งเหล่านี้เลย เขาอาจจะรู้สึกว่า มันจริง แต่เราแยกออก

“สำหรับชม พูดตรง ๆ ว่าเราก็ต้องเล่นโซเชียลมีเดีย ลงลึกกับมัน เพราะว่า ส่วนหนึ่งเป็นธุรกิจ มันกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตที่เราปฏิเสธไม่ได้ แต่ถามว่า เป็นโลกจริงของเราไหม ชมรู้สึกว่ามันเป็นโลกคู่ขนานมากกว่า จึงไม่ได้ไปยึดติด

“แต่จริง ๆ แล้วไม่ว่าจะในโลกไหนก็ตาม เราห้ามคนด่าหรือคนนินทาไม่ได้ อยู่แล้ว สมัยก่อนเป็นยุคแท็บลอยด์ ยุคหนังสือพิมพ์ เราก็ห้ามไม่ได้เหมือนกัน ซึ่งชมข้ามผ่านอะไรพวกนั้นมาแล้ว พอมาเจอยุคนี้จึงไม่ได้ใส่ใจ ไม่ได้ให้ราคา กับเรื่องนี้เท่าไร

“วันหนึ่งลูกโตขึ้น เราก็ต้องสอนให้เขาคิดแบบนี้ อย่างที่บอกคือเราไม่บอก เขาว่าหนูมีแฟนคลับนะ เพราะจะไม่ให้เขาหลงไปกับอะไรพวกนี้ คือชมตระหนัก ในสิ่งเหล่านี้นะ จะสอนเขาให้รู้เท่าทันพิษภัยของโซเชียลมีเดีย เรารู้ว่ามันส่งผล กระทบ…แล้วเราหลีกเลี่ยงได้ไหม ถ้าคำตอบคือหลีกเลี่ยงไม่ได้ จะไม่ใช้มือถือ ก็ไม่ได้ ฉะนั้นก็ต้องสอนให้เขารู้และเข้าใจ”

ชมพู่ อารยา

ชมพู่กับน็อตมีแบ่งกันไหมว่าเรื่องนี้แม่สอน เรื่องนี้พ่อสอน

“ไม่ได้ถึงกับแบ่ง เพียงแต่ตอนนี้ส่วนมากเป็นชม เพราะอยู่กับเขาตลอด ส่วนพ่อจะเน้นเล่นด้วยมากกว่า แล้วเขาก็ยังไม่ได้อยู่ในวัยที่จะฟังเรื่องเชิงลึกมาก ส่วนใหญ่คือนิสัย พฤติกรรม อย่างนี้ไม่ดี แบบนี้ไม่น่ารักนะ สมมติเราบอกเขา ว่าลูกอย่าดูยูทูบมาก มันไม่ดี เขาไม่เข้าใจหรอกว่ามันไม่ดียังไง ในเมื่อแม่ ยังจับมือถืออยู่เลย แต่สิ่งที่เราต้องทำก็คือทำอย่างไรให้ใน 24 ชั่วโมงของเขา ยุ่งกับโทรศัพท์น้อยที่สุด เพราะเวลาไปกินข้าวนอกบ้านบางครั้งเราก็ต้อง ตั้งโทรศัพท์ไว้บ้าง เพื่อดึงความสนใจของเด็กให้อยู่กับโต๊ะอาหาร

“ซึ่งถ้าดูตอนนี้นะ คุณพ่อถือว่าใจดีกว่าค่ะ (หัวเราะ) แต่ถ้าโตกว่านี้ก็ไม่แน่ เพราะพื้นฐานจริง ๆ แล้วคุณน็อตดุกว่าชมมาก ที่จริงชมไม่ใช่แนวดุเลย แต่ พอมีลูก กลายเป็นว่าเราต้องมาพูดเรื่องจุกจิก เพราะอยากให้เขาเป็นเด็กน่ารัก

“ส่วนมากเราปรึกษากันตลอดค่ะ อย่างโรงเรียนก็คุยกันตั้งแต่ท้องแล้ว แต่เรื่องความชอบก็ต้องแล้วแต่ลูก เพราะพอเขาโตขึ้น อาชีพที่มีอยู่ในปัจจุบันนี้ อาจจะสูญหายไปแล้วก็ได้ บางอย่างอาจถูกทดแทนด้วยเทคโนโลยีหรือเกิดอาชีพใหม่ขึ้นมา เพราะฉะนั้นเขาจะเรียนเหมือนที่เราเคยเรียนมาไม่ได้ ต้องเป็น การศึกษาแบบใหม่ที่เอื้อให้เขา ฉะนั้นเราก็ทำได้แค่พยายามหาโรงเรียนที่เราเชื่อว่า ดีต่อเขาและช่วยให้เขาเจอสิ่งที่ชอบ”


ติดตามอ่านบทสัมภาษณ์แบบเต็มๆ ได้ที่ นิตยสารแพรว ฉบับ 964

ภาพ : chomismaterialgirl

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

เป๊ะยืนหนึ่ง! แชร์ทริค “ชมพู่ อารยา” หุ่นแซ่บฟิตแอนด์เฟิร์ม แค่ใส่ใจอะไรก็ดีไปหมด

ใช้เงินคุ้มค่า! ชมพู่-อารยา ซื้อเสื้อผ้าลูกแฝดแค่หลักร้อย เพราะเด็กโตไว

เลอค่ามากแม่! ซูมดีเทลลุคปกแพรวของ ‘ชมพู่ อารยา’ แม่ใส่อะไร…ต้องใส่ตาม

‘สวมบทนางเอกผู้เสียสละ เพื่อจะเริ่มต้นรักใหม่ที่แซ่บกว่า’ ดูดวงรายวัน 17 ธันวาคม 2563

ดูดวงรายวัน 17 ธันวาคม 2563 #หมอปุ้ยพยากรณ์ เช็กทุกวัน เป๊ะปังทุกดวง ทั้งการงาน การเงิน ความรัก และสุขภาพ

ผู้ที่เกิดวันอาทิตย์

การงาน : สำหรับผู้บริหารหรือผู้ที่ทำงานในฝ่ายบริหารองค์กร วันนี้หากคุณรับอาสาเจ้านายไปทำงานที่เสี่ยงต่ออันตรายและความผิดพลาดสูง คุณต้องขยันและตั้งใจทำงานให้มากขึ้นกว่าเดิม ไม่ควรไว้วางใจคนใกล้ชิด เพราะเขาสามารถเปลี่ยนท่าทีไม่ช่วยเหลือคุณได้ทุกเมื่อ จึงควรใช้ความสุขุมรอบคอบในการตัดสินใจทำสิ่งต่างๆ

การเงิน : คุณมีความสามารถใช้เงินสร้างรายได้ที่สูงให้กับตัวเอง แต่ได้มาเท่าไหร่ คุณก็นำไปทำบุญ ช่วยเหลือผู้ที่เดือดร้อน จนเงินไม่พอใช้ แต่ผลบุญก็ทำให้คุณเอาตัวรอดเฉียดฉิวได้ตลอด

ความรัก :  ชีวิตรักของคุณราบเรียบและราบรื่นดี สามีก็ทำหน้าที่หัวหน้าครอบครัวที่ใส่ใจในทุกๆ รายละเอียดของสมาชิกในครอบครัว แต่วันนี้ปัญหาน่าจะเป็นเรื่องความหึงหวง การเรียกร้องความสนใจที่มากเกินไป   คนโสด หากคุณผิดหวังมาเกิน 2 ครั้ง วันนี้มีลุ้นได้พบรักแท้

สุขภาพ :  ช่วงนี้คุณเอ็นจอยอีตติ้ง จึงต้องระวังจะมีปัญหาเรื่องลำไส้อักเสบ ระบบย่อยอาหาร โรคกระเพาะ ซึ่งจะมีอาการท้องอืดท้องเฟ้อ

 

ผู้ที่เกิดวันจันทร์

การงาน : คุณมีความสามารถโดดเด่นในเรื่องของการติดต่อประสานงาน ธุรกิจที่เกี่ยวกับเครื่องมือสื่อสาร หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ วันนี้คุณคาดหวังความสำเร็จอย่างแรงกล้ามาก แต่ดวงของคุณเอาแน่เอานอนไม่ได้ ไม่ว่าจะทำอะไรก็จะมีปัญหาขลุกขลักตลอดๆ โดยเฉพาะอาจมีข้อผิดพลาดในเรื่องเอกสารทางราชการ จึงควรวางตัวให้ดี ไม่เช่นนั้นลูกน้องอาจใช้ความสนิทสนม ตัดสินใจแทนคุณได้โดยพลการ

การเงิน :  คุณมีผู้ใหญ่อุปถัมภ์ และก็สามารถหาเงินได้จากอำนาจและวาสนา ซึ่งคุณก็ควรเลี้ยงดูพวกท่านบ้าง แต่ไม่ควรเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเงินที่ไม่ถูกต้อง หรือการเสี่ยงโชค เพราะจะทำให้คุณเป็นหนี้

ความรัก : คุณอาจแต่งงานกันโดยเริ่มต้นจาการไม่ได้รักกัน แต่เพราะต้องเกื้อหนุนซึ่งกันและกัน ทุกครั้งที่ทะเลาะกัน คุณก็ใช้ทิฐิ ยึดเหตุผลความถูกต้องของตัวเอง มากกว่าการประนีประนอม   คนโสด  อาจได้เจอกับหนุ่มน้อยหน้าตาดี สามารถดูแลตัวเองได้ด้วย ไม่เป็นภาระ

สุขภาพ : พวกหลีกเลี่ยงอาหารสุกๆ ดิบๆ รสชาติแซ่บเว่อร์ เพราะอาจทำให้ท้องเสีย อาหารเป็นพิษ

 

ผู้ที่เกิดวันอังคาร

การงาน :  คุณมากับวิชาความรู้เลยนะเนี่ย หากคุณเป็นผู้ที่ทำงานหรือเกี่ยวข้องกับสายวิชาความรู้ เช่น ครูบาอาจารย์ นักวิชาการ ไลฟ์ โค้ช หรือเทรนนิ่ง วันนี้คุณอาจได้รับมอบหมายให้เป็นกุนซือหรือที่ปรึกษาในโครงการทางการศึกษา ซึ่งผู้ใหญ่ก็ให้การสนับสนุนและช่วยเหลืออย่างดี เพื่อนร่วมงานและเจ้านายก็เมตตาเป็นพิเศษ แต่คุณก็ไม่ควรมีอีโก้ หรือเชื่อมั่นในตัวเองมากจนไม่รับฟังความคิดเห็นที่ต่างจากตัวเอง ให้ความสำคัญเฉพาะผู้ที่มีความคิดเห็นเดียวกับตัวเองเท่านั้น เพราะจะทำให้ทุกคนมองคุณผิดไป

 

การเงิน :  มาจากรายได้ประจำเป็นหลัก ซึ่งคุณก็ยังมีภาระที่ต้องช่วยเหลือญาติสนิทมิตรสหายด้วย จึงทำให้คุณมีการบริหารจัดการการเงินที่ดี

ความรัก :  เกี่ยวข้องกับผู้ใหญ่เลยค่ะ อาจมีผู้ใหญ่มาอยู่ด้วย จึงทำให้ครอบครัวจากที่อยู่กันชิลๆๆต้องอยู่ในกฎระเบียบมากหน่อย หากท่านอยู่นาน คุณอาจขอลาไปปลีกวิเวกเลยก็ได้   คนโสด ผู้ใหญ่อาจนัดเดทให้ หากชอบสไตล์ผู้สูงอายุที่มีความรู้ ผู้คงแก่เรียน ขี้อาย ก็เตรียมชุดสวยไว้ได้เลย

สุขภาพ :  ระบบการหมุนเวียนของเลือดในร่างกายไม่ปกติ ทำให้ป็นโรคเหน็บชา รวมถึงความดัน รวมถึงโรคเครียด วิตกกังวลสูง ซึ่งจะส่งผลในระยะยาวให้กลายเป็นผู้ป่วยทางจิต

 

ผู้ที่เกิดวันพุธ

การงาน :  ต้องระวังอย่างยิ่งในเรื่องของเอกสารสัญญา หรือเงื่อนไข ข้อตกลงต่างๆ  ซึ่งจะมีผลให้เกิดปัญหาที่ไม่สามารถแก้ไขได้ แม้คุณจะวิ่งเต้นอย่างไรก็ไม่เป็นผล มีทางเดียวคือต้องล้มเลิกสัญญา เพราะฉะนั้นก่อนทำสัญญา ควรพิจารณาไตร่ตรองให้รอบคอบ เพราะจะส่งผลร้ายชนิดที่แก้ไขไม่ได้เลย

การเงิน :  มีเงินทองไหลเวียนเข้ามาให้ใช้จ่ายไม่ขาดมือ ระวังจะตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ อาจถูกหลอก ถูกโกงจนหมดตัว หากเป็นพนักงานประจำอาจถูกลดเงินเดือน หรือไม่มีโบนัส

ความรัก :  วันนี้ต้องระวังอย่างยิ่ง เพราะคุณอาจถูกบุคคลที่สามเข้ามาหลอกให้รัก เพื่อหวังผลประโยชน์อย่างใดอย่างหนึง แล้วเมื่อสมใจก็ตีจาก ซึ่งผลจากตรงนี้อาจทำให้คุณมีปากเสียงอย่างรุนแรงกับคู่ คนโสด ความรักของคุณมีแต่อุปสรรคขวากหนาม แม้จะถูกกระทำอย่างรุนแรง แต่ก็ตัดเขาไม่ขาด

สุขภาพ :  โหมงานหนักจนไม่สนใจสุขภาพร่างกายของตัวเอง กว่าจะรู้ตัวก็อาจป่วยจนรับไม่ไหว จึงควรไปตรวจเช็กร่างกายอยู่เสมอ

 

ผู้ที่เกิดวันพฤหัสบดี

การงาน : คุณเป็นผู้หญิงเก่ง มีความรู้ ความสามารถ และบารมีในหน้าที่การงาน วันนี้หากเป็นบุคคลที่เพิ่งเริ่มงานใหม่ คุณจะหมกมุ่นอยู่กับการสะสางปัญหาและอุปสรรคในหน้าที่การงานที่ต้องรับผิดชอบอยู่อย่างหนัก จนไม่ได้ปฏิบัติภาระกิจส่วนตัวเลย แม้ต้องใช้ระยะเวลา แต่ก็ถือว่าคุ้มค่ากับรางวัลและผลตอบแทนที่ดี

การเงิน :  มีความสามารถหารายได้หรือผลตอบแทนที่สูงเกินคาด แต่ก็ไม่ควรเข้าไปยุ่งหรือพัวพันกับแหล่งเงินที่ได้มาอย่างไม่ถูกต้อง  หรือการเสี่ยงโชค เพราะจะทำให้หน้าที่การงานมัวหมอง

ความรัก :  อาจเพราะคุณสามารถทำงานหาเลี้ยงตัวเองได้ จึงทำให้คุณไม่ค่อยง้อคู่มากนัก แม้ว่าวันนี้จะมีผู้ไม่หวังดีมากระซิบกับคุณว่า คู่คุณมีกิ๊ก คุณก็ไม่สนใจเลยก็ได้  คนโสด อาจมีคู่แข่งที่สมน้ำสมเนื้อมาชอบคนที่คุณถูกใจอยู่เหมือนกัน แต่เพราะคุณมีงานอื่นที่สำคัญกว่าการแย่งผู้ชาย คุณจึงปล่อยเลย

สุขภาพ :  ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่ไม่สะอาดถูกหลักอนามัย เพราะอาจเป็นสาเหตุของโรคอาหารเป็นนพิษ ท้องเสีย และลำไส้อักเสบ

 

ผู้ที่เกิดวันศุกร์

การงาน :  คุณมีความเป็นศิลปินอยู่ในตัวสูงมาก จึงควรทำงานที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ เช่น งานศิลปะทุกประเภท งานที่เกี่ยวข้องกับความสวยความงาม ซึ่งจะทำให้คุณประสบความสำเร็จทั้งชื่อเสียงและเงินทอง แต่ก็ต้องระวังคนใกล้ชิดและเพื่อนร่วมงานที่เกิดความอิจฉาริษยา คอยจ้องจะแทงข้างหลัง หรือเสื่อยขาเก้าอี้คุณอยู่

การเงิน :  มีผู้ใหญ่อุปถัมภ์ช่วยเหลือ หากคุณทำธุรกิจกับเพื่อนต้องระวังอาจมีการทะเลาะกันเพราะผลตอบแทนไม่เป็นธรรม และต้องระวังทรัพย์สิน เพราะอาจถูกขโมย หรือถูกเบี้ยวหนี้

ความรัก :  คุณมีภาวะผู้นำสูง ทั้งงานในบ้านก็รับผิดชอบดูแลอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง งานนอกบ้านก็ส่งเสริมสนับสนุนหน้าที่การงานของสามีอย่างดี แต่ก็ต้องระวัง อาจพลาดในเรื่องความรัก จะมีมือที่สามเข้ามายุ่งวุ่นวายในครอบครัว หากคุณทำถึงขนาดนี้แล้ว คู่คุณยังมีคนใหม่ ก็ปล่อยเขาไปเถอะค่ะ   คนโสด คุณมีเสน่ห์มากมาย ระวังจะเจอกรณีรักซ้อนซ่อนรัก ซึ่งคุณจะสวมบทนางเอก เสียสละเพื่อเริ่มต้นมีรักใหม่

สุขภาพ :  ใกล้ซีซันเฉลิมฉลองเข้ามาทุกที ทั้งอีตติ้งและดริ๊งค์กิ้งกันไม่เว้นวัน จึงควรให้ความสำคัญกับเรื่องน้ำหนักกับสุขภาพร่างกายด้วย ไม่ควรดื่มติดต่อกันทุกคืน เพราะจะทำให้โทรมผิดหูผิดตา

 

ผู้ที่เกิดวันเสาร์

การงาน  :  สำหรับผู้ทำงานหรือเกี่ยวข้องกับสายบุญสายกุศล หรืองานจิตอาสาเพื่อสังคม วันนี้คุณบุกเบิกลุยงานคนเดียว โดยไม่รับฟังความคิดเห็นจากใครเลย ซึ่งผู้ใหญ่ผู้หญิงก็ให้การส่งเสริมและสนับสนุนคุณอย่างดี ยิ่งหากทำดีมีตบรางวัลให้ด้วย แต่ต้องระวังการตัดสินใจที่เด็ดขาด แต่ขาดความรอบคอบจะทำให้การตัดสินใจในเรื่องต่างๆ ผิดพลาด

การเงิน :  ผู้ใหญ่อุปถัมภ์เรื่องเงินไม่ให้เดือดร้อน ซึ่งหากคุณจะนำเงินไปลงทุน ควรแบ่งเงินไปทำบุญ ทำทานบ้าง

ความรัก :  คุณอยู่ในครอบครัวที่มีกฎระเบียบตึงเป๊ะ มีรูปแบบ ขั้นตอน และพิธีการที่ชัดเจน วันนี้อาจมีวาระโอกาสพิเศษที่สมาชิกในบ้านจะได้มาอยู่รวมกัน แม้คุณจะไม่อยากเข้าร่วมก็ตาม แต่ก็ขัดไม่ได้ คนโสด  หากคุณถูกใจใคร วันนี้คุณไม่แคร์ว่า จะถูกต้องหรือเปล่า ยอมอุปถัมภ์เลย

สุขภาพ :  ภูมิแพ้มาแล้วจ้า วิกฤติฝุ่นกลับมาอีกครั้ง หากเลี่ยงได้ก็ควรอยู่บ้าน แต่หากจำเป็นต้องออกนอกบ้านก็ควรป้องกันตัวเองให้ดี เพราะคุณอาจแพ้อากาศ จนหายใจไม่สะดวก เป็นไซนัสอักเสบ

เช็กดวงย้อนหลังได้ที่นี่

เทใจให้แฟนเก่ามากกว่าแฟนคนปัจจุบัน เอ๊ะ!!! ดูดวงรายวัน 12 ธันวาคม 2563

อย่าได้แคร์ หากคุณถูกแย่งชิง เพราะศึกนี้น่าจะบานปลาย ดูดวงรายวัน 13 ธันวาคม 2563

หากปัญหายังยืดเยื้อ ควรตัดจบดีกว่าเจ็บแต่ไม่จบ ดูดวงรายวัน 14 ธันวาคม 2563

ทำใจว่าจะได้เป็นที่สอง ตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่มคบกันเลย!! ดูดวงรายวัน 15 ธันวาคม 2563

แฟนเก่าว่าง เพิ่งเลิกกับแฟน จึงกลับมาขอคืนดี  ดูดวงรายวัน 16 ธันวาคม 2563

รู้ยัง? แต่งงานแล้วมีสิทธิลดหย่อนภาษีได้เพียบ!

ข้อดีของการแต่งงานมีมากมายหลายอย่างเลยนะคะ ไม่ว่าจะเป็น แต่งงานแล้วมีความสุข สุขภาพดี ช่วยกันสร้างเนื้อสร้างตัว มีคู่ชีวิตไว้คอยปรึกษา และอีกหนึ่งประโยชน์ล่าสุดของการ แต่งงาน คือ สิทธิลดหย่อนภาษี คู่สมรส คำนวณกันให้ดีๆ ลดได้ถึง 120,000 บาท!

แต่งงาน กันทั้งทีได้ สิทธิลดหย่อนภาษี คู่สมรสเพียบ

ภาพถ่ายโดย Ketut Subiyanto จาก Pexels

ในปัจจุบันนี้ คู่สมรสที่แต่งงานและจดทะเบียนกันอย่างถูกกฎหมาย สามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีคู่สมรสได้ โดยมีรายละเอียดการยื่นภาษีและข้อกำหนดสำหรับการลดหย่อนหลักๆ ดังนี้

1. กรณีสามีหรือภรรยา คนใดคนหนึ่งไม่มีรายได้

สำหรับข้อนี้ใครที่เป็นแม่บ้าน ไม่ได้มีเงินได้จากการทำงานประจำ เมื่อถึงเวลายื่นแบบภาษี สามีจะนำค่าเลี้ยงดูภรรยามาคำนวณลดหย่อนภาษีได้ถึง 60,000 บาท / ปี ถึงแม้ว่าสามีจะให้เงินภรรยาใช้จ่ายเป็นรายเดือน แต่ในทางกฎหมายก็ยังถือว่าภรรยาเป็นผู้ไม่มีเงินได้

สำหรับภรรยาที่เป็นผู้มีเงินได้ แต่สามีไม่มีเงินได้ กรณีนี้ ภรรยาสามารถหักลดภาษีในฐานะผู้มีเงินได้ 60,000 บาท และหักลดในส่วนของสามีได้อีก 60,000 บาท รวมเป็น 120,000 บาท โดยการยื่นแบบภาษีให้แจ้งสถานะคู่สมรสไม่มีรายได้

ในข้อนี้ยังครอบคลุมไปถึงเงินในรูปแบบดอกเบี้ยเงินฝากและเงินปันผล ซึ่งถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายไว้แล้ว 15% และ 10% ตามลำดับ โดยไม่มีการนำเงินที่ได้จากดอกเบี้ยและเงินปันผลดังกล่าวมาคำนวณรวมกับเงินได้อื่นๆ กรณีนี้สามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้ 60,000 บาท เช่นกัน

ภาพถ่ายโดย Andrea Piacquadio จาก Pexels

2. ลดหย่อนภาษีของบิดามารดาคู่สมรส

ข้อนี้หลายคนคงทราบดีอยู่แล้วว่า สามารถลดหย่อนภาษีจากการเลี้ยงดูบิดา-มารดาของตนเองได้ (ลดหย่อนได้คนละ 30,000 บาท) แต่รู้หรือไม่ว่า ค่าเลี้ยงดูบิดา-มารดาของคู่สมรส (พ่อตาแม่ยาย) ก็สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้เช่นกัน

ในกรณีต้องการใช้สิทธิลดหย่อนภาษีบิดามารดาคู่สมรส มีเงื่อนไขดังนี้

  • คู่สมรสไม่มีรายได้เลยในปีภาษีนั้น
  • คู่สมรสเป็นลูกแท้ๆ ตามกฎหมายของบิดา-มารดา
  • บิดา-มารดาของคู่สมรสต้องมีอายุครบ 60 ปีแล้วในปีภาษีนั้น (ไม่ใช่ปีที่ยื่นแบบภาษี)
  • บิดา-มารดาของคู่สมรสอยู่ในความดูแลของเราเอง
  • บิดา-มารดาของคู่สมรสมีรายได้ทั้งปีภาษีไม่เกิน 30,000 บาท (รวมถึงเงินบำนาญ, ดอกเบี้ยเงินฝาก และเงินจากการขายหุ้น)
  • บิดาหรือมารดาต้องอยู่ในประเทศไทยอย่างน้อย 180 วันในปีภาษีนั้น

สำหรับใครที่ต้องการยื่นขอลดหย่อนภาษีทั้งพ่อแม่ของเราเอง และพ่อตาแม่ยาย ในกรณีนี้ก็สามารถทำได้เช่นกัน โดยสามารถลดหย่อนภาษีได้ท่านละ 30,000 บาท ถ้าเราใช้สิทธิลดหย่อนของทุกคน ก็จะลดได้ถึง 120,000 บาท แต่มีข้อควรระวังอย่างหนึ่ง คือ ถ้าคุณมีพี่น้องพ่อแม่เดียวกัน ต้องแบ่งค่าลดหย่อนกันให้ลงตัว เพราะบิดาและมารดาจะคิดเป็น 1 คน 1 สิทธิ และสามารถนำไปใช้สิทธิได้แค่ครั้งเดียวเท่านั้น เช่น ในปีภาษีนี้น้องสาวของคุณใช้สิทธิลดหย่อนภาษีของพ่อ คุณจะสามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีของแม่ได้เท่านั้น โดยใช้หลักการเดียวกันนี้กับบิดา-มารดาของคู่สมรสด้วย ระวังอย่าให้มีการใช้สิทธิซ้ำกัน เพราะจะไม่มีใครได้สิทธิลดหย่อนภาษีเลย

3. ลดหย่อนค่าประกันสุขภาพของบิดา-มารดาคู่สมรส

นอกจากจะสามารถลดหย่อนค่าประกันสุขภาพของพ่อแม่ตัวเองได้แล้ว หากคุณซื้อประกันสุขภาพให้พ่อตาแม่ยาย ก็สามารถนำมาใช้ลดหย่อนภาษีได้เช่นกัน โดยสามารถลดได้ตามที่จ่ายจริง และไม่เกิน 15,000 บาท รวมถึงใช้เงื่อนไขเดียวกันกับการลดหย่อนค่าเลี้ยงดูบิดา-มารดาตามในข้อ 2

ภาพถ่ายโดย Emma Bauso จาก Pexels

4. ลดหย่อนภาษีของบุตร

ข้อนี้เฉพาะเจาะจงสำหรับคู่สมรสที่มีลูก สามารถยื่นขอลดหย่อนภาษีบุตรได้คนละ 30,000 บาท หากบุตรคนที่สองเป็นต้นไปเกิดในปีพ.ศ. 2561 หรือหลังจากนั้น จะได้สิทธิลดหย่อนคนละ 60,000 บาท / ปี

ในกรณีมีบุตรบุญธรรมที่เซ็นรับรองตามกฎหมาย สามารถนำมาใช้ขอสิทธิลดหย่อนทางภาษีได้เช่นกัน ซึ่งลดได้คนละ 30,000 บาท อย่างไรก็ตาม ถ้าคู่สมรสมีทั้งลูกแท้ๆ และลูกบุญธรรม จะสามารถขอลดหย่อนภาษีบุตรได้ไม่เกิน 3 คน และจะต้องนับลูกแท้ๆ ในการใช้สิทธิลดหย่อนภาษีก่อน กล่าวคือ มีลูกแท้ๆ 2 คน ลูกบุญธรรม 1 คน แบบนี้ยังสามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีของบุตรได้ครบทั้งหมด แต่ถ้ามีลูกแท้ๆ 3 คน ลูกบุญธรรม 1 คน จะไม่สามารถใช้สิทธิลดหย่อนของลูกบุญธรรมได้

เงื่อนไขการยื่นขอลดหย่อนภาษีบุตรมีดังนี้

  • บุตรอายุไม่ถึง 20 ปี หรือยังไม่บรรลุนิติภาวะ
  • อายุ 20-25 ปี หรือบรรลุนิติภาวะแล้ว แต่ยังอยู่ในวัยเรียนระดับอนุปริญญาหรือระดับปริญญาตรีขึ้นไป
  • อายุเท่าไหร่ก็ได้ แต่มีคำสั่งศาลให้เป็นบุคคลไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถ
  • บุตรที่ใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้ ต้องไม่มีรายได้ หรือหากมีรายได้ต้องไม่ถึง 30,000 บาท

สิทธิประโยชน์สำหรับคนมีคู่แบบนี้เหมือนได้โปรโมชั่น ลดสนั่น กระหน่ำเซลล์ รู้แบบนี้แล้วหนุ่มสาวคนไหนที่มีรายได้เป็นกอบเป็นกำแต่ยังไม่ได้แต่งงาน รีบชวนหวานใจมาจัดงานแต่งและจดทะเบียนสมรสกันให้เรียบร้อย จะได้ใช้สิทธิลดหย่อนภาษี เก็บเงินส่วนนั้นไว้เป็นสร้างรากฐานครอบครัวที่มั่นคงกันเถอะจ้า

ยังมีข้อดีจากการแต่งงานอีกมากมาย ตามไปอ่านกันได้ เผื่อคู่รักคู่ไหนจะเปลี่ยนใจมาแต่งงานกันเร็วขึ้น

ขอบคุณข้อมูลจาก : itax.in.th, rd.go.th (กรมสรรพากร)

ตรวจพบ 25 ครีมกันแดด ค่า SPF ต่ำ

สภาผู้บริโภคฮ่องกง ตรวจพบ 25 ครีมกันแดด ค่า SPF ต่ำ กว่าบนฉลากผลิตภัณฑ์

เมื่อไม่นานมานี้ สภาผู้บริโภคฮ่องกง (Hong Kong Consumers Council) พบ 25 ครีมกันแดด ค่า SPF ต่ำ กว่าที่ระบุในฉลากผลิตภัณฑ์ จากการตรวจพบว่า 83% ของผลิตภัณฑ์กันแดด 25 รายการ จากทั้งหมด 30 รายการที่จำหน่ายในท้องตลาด โดยตรวจสอบค่า SPF (Sun Protection Factor)  หรือค่าป้องกันแสงแดดที่ระบุระดับการปกป้องผิวจากรังสี UVB และค่า PA (Protection Grade of UVA) หรือค่าที่วัดการป้องกันรังสี UVA ซึ่งเป็นรังสีที่มีความยาวคลื่นมากกว่า UVB นั้น พบผลลัพธ์ที่น่าตกใจว่าค่า SPF ของ 25 ผลิตภัณฑ์กันแดดนั้นต่ำกว่าที่ระบุไว้บนฉลาก ซึ่งมีครีมกันแดดเพียง 7 ผลิตภัณฑ์ จาก 30 รายการเท่านั้นที่ผ่านการตรวจสอบ!!

ตรวจพบ 25 ครีมกันแดด ค่า SPF ต่ำ

สภาผู้บริโภคฮ่องกง ตรวจพบ 25 ครีมกันแดด ค่า SPF ต่ำ กว่าบนฉลากผลิตภัณฑ์

โดยหนึ่งใน ครีมกันแดด ที่ผลการตรวจสอบพบว่าไม่ตรงกับฉลากที่ระบุมานั้น มีของแบรนด์ FANCL จากประเทศญี่ปุ่น ที่ขึ้นชื่อในเรื่องแบรนด์เครื่องสำอางปราศจากสารกันเสีย โดยพบตัวเลขค่า SPF ต่ำกว่า SPF 15 ทั้งที่บนฉลากระบุว่าเป็นป้องกันได้ถึง SPF 50 ก็ตาม ซึ่งนอกจากแบรนด์ FANCL แล้ว ก็ยังมีหลายแบรนด์ที่สภาฮ่องกงเผยว่า พบค่าป้องกัน SPF บนฉลากที่ตรวจสอบได้ไม่ตรงกัน

แต่ทางด้าน บริษัท Fantastic Natural Cosmetics Limited ผู้ผลิตผลิตภัณฑ์กันแดดแบรนด์ FANCL ก็ได้ออกมายืนยันคุณภาพผลิตภัณฑ์กันแดดของตัวเองว่า ได้รับการทดสอบและมีผลการตรวจที่ตรงตามข้อกำหนดของตลาดทุกประการ พร้อมโต้กลับว่า การตรวจสอบของสภาผู้บริโภคฮ่องกงนั้น ได้ว่าจ้างให้บริษัทภายนอกอย่าง Eurofins เป็นผู้ตรวจสอบให้ ซึ่งเป็นการใช้ห้องปฏิบัติการในออสเตรเลียที่ยังใช้วิธีทดสอบปัจจัยค่า PA ในหลอดทดลองเพียงอย่างเดียว แทนที่จะใช้ทดสอบกับผิวหนังของมนุษย์จริงๆ แถมยังใช้กรอบการวัดของสหภาพยุโรป ซึ่งบริษัทผลิตภัณฑ์กันแดดมองว่า ยังไม่ได้มาตรฐานด้านกฎระเบียบสำหรับการวัดประสิทธิภาพของค่า SPF และค่า PA ด้วยซ้ำ

เจอ ครีมกันแดด ค่า SPF ต่ำ

และเพื่อยืนยันในคุณภาพของผลิตภัณฑ์กันแดดให้ผู้ใช้มั่นใจในคุณภาพ และตอกย้ำว่าวิธีตรวจสอบของสภาผู้บริโภคฮ่องกงนั่นมีข้อบกพร่อง ทางด้าน Michelle Ma Chan Mok-lan ผู้ร่วมก่อตั้ง และกรรมการบริหารบริษัท Fantastic Natural Cosmetics Limited ผู้ผลิตผลิตภัณฑ์กันแดดแบรนด์ FANCL ได้ออกมาโต้กลับเพิ่มเติมอีกว่า ผลิตภัณฑ์กันแดด ที่ตรวจวัดค่า SPF ต่ำมากเพียง 14.3 และมีค่า PA เพียงสองบวก จากสี่บวก (PA++++) นั้น เมื่อเทียบผลรายงานการตรวจสอบ 2 รอบ ทั้งจากสหรัฐอเมริกาที่ตรวจสอบโดย Cantor Research Laboratories  และตรวจอีกรอบที่ประเทศจีน โดยโรงพยาบาลแพทย์แผนจีน Chongqing ซึ่งทดสอบกับผิวหนังของมนุษย์โดยตรง ทั้งสองรายงานพบว่า ครีมกันแดดมีค่า SPF สูงกว่า 50 และมี PA ++++ อย่างถูกต้อง ซึ่งเป็นการตอกย้ำว่าผลการตรวจสอบของสภาผู้บริโภคฮ่องกงนั้นล้าสมัย เพราะใช้วิธีการตรวจสอบแบบเมื่อ 10 ปีที่แล้ว

ครีมกันแดด ค่า SPF ต่ำ กว่าที่ระบุบนฉลาก

ส่วนทางด้าน Henry Tong Hoi-yee รองศาสตราจารย์กิตติมศักดิ์จากภาควิชาเภสัชวิทยาและเภสัชศาสตร์ของมหาวิทยาลัยฮ่องกง แย้งเพิ่มเติมว่า ผลการตรวจสอบ ครีมกันแดด ของสภาผู้บริโภคฮ่องกงที่ได้รายงานจากการตรวจสอบเพียงครั้งเดียวนั้น ไม่ควรนำมาใช้เป็นข้อสรุป เพราะวิธีการที่ใช้ในการตรวจสอบนั้นมีความแตกต่างกัน


ข้อมูล : scmp.com , consumer.org.hk
ภาพ : Pexels , Pixabay

 

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

เหตุผลที่ควรเลือก ครีมกันแดด ที่มีส่วนผสมของไอออนออกไซด์ มาช่วยปกป้องผิว

วิธีแก้ปัญหา คราบขาวจาก ครีมกันแดด ผู้ร้ายทำลายผิวสวยเวลาต้องออกแดด

แพทย์เตือน “ฉีดวิตามิน” เข้าหลอดเลือด อาจแพ้รุนแรงอันตรายถึงชีวิต

 

‘เอส แอนด์ พี’ ตระหนักถึงสวัสดิภาพสัตว์ คัดสรรไข่ไก่สด สะอาด ปลอดภัย จากแม่ไก่อารมณ์ดี

บริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) ตอกย้ำความเป็นผู้นำธุรกิจอาหารและเบเกอรี่ที่ยั่งยืน ด้วยการดำเนินธุรกิจอย่างมุ่งมั่น ใส่ใจในทุกกระบวนการดำเนินงาน ตั้งแต่การคัดสรรวัตถุดิบต้นน้ำ เข้าสู่กระบวนการผลิต กระจายไปยังหน้าร้าน จนส่งมอบถึงมือลูกค้า ล่าสุดได้ปรับวัตถุดิบของเมนูไข่ โดยคัดสรรไข่ไก่สด คุณภาพดี ปลอดสารพิษ จากแหล่งผลิตที่ผ่านการรับรองตามมาตรฐานสากล ณ ฟาร์มไข่ไก่อัครากรุ๊ป จ.นครนายก

มณีสุดา ศิลาอ่อน ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร เผยว่า “เอส แอนด์ พี ดำเนินธุรกิจตามนโยบายเพื่อความยั่งยืนของบริษัทฯ โดยคำนึงถึงความสมดุลของมิติเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม สอดคล้องกับคำมั่นสัญญาของบริษัทฯ ที่ว่า “Healthier Family, Happier World” เพื่อให้ผู้บริโภค คู่ค้า พันธมิตรได้มาซึ่งสุขภาพดีและมีความสุขไปพร้อมกัน เราคำนึงถึงคุณค่าและความปลอดภัยของอาหารเป็นสำคัญ ด้วยการจัดหา จัดซื้อ จัดจ้าง อย่างโปร่งใสจากแหล่งวัตถุดิบท้องถิ่นและเกษตรกรโดยตรง เพื่อพัฒนาวัตถุดิบและเรียนรู้ร่วมกัน นำมาซึ่งการเติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน ล่าสุดเอส แอนด์ พี ได้คัดสรรวัตถุดิบอย่าง ไข่ไก่จากแม่ไก่อารมณ์ดี โดยให้ความสำคัญกับการส่งเสริมสวัสดิภาพสัตว์ ด้วยการเลี้ยงไก่แบบไร้กรง หรือ เคจฟรี (Cage Free) เมื่อแม่ไก่เคลื่อนไหวได้อย่างอิสระตามธรรมชาติ จะทำให้แม่ไก่อารมณ์ดี สุขภาพแข็งแรง ปลอดสารพิษจากยาปฏิชีวนะและสารเร่งการเจริญเติบโต เราจึงได้ไข่ไก่สด ใหม่ คุณภาพดี ปลอดสารพิษ และมีรสชาติดีตามธรรมชาติ”

“ที่ร้านเอส แอนด์ พี มีเมนูไข่ไก่เคจฟรี ให้เลือกหลากหลาย ได้แก่ เมนูอาหารเช้า ไข่กะทะทรงเครื่อง และ อิงลิชเบรกฟาสต์ออมเลทหนานุ่ม’ 

นอกจากนี้ยังมีเมนูไข่นุ่มขายดีตลอดกาล อย่าง ข้าวกะเพราไก่ไข่นุ่ม สุดพิเศษด้วยการเลือกใช้ไก่ที่เลี้ยงด้วยสมุนไพร ปลอดสารพิษ ข้าวกุ้งผัดพริกขี้หนูไข่นุ่ม เมนูซิกเนเจอร์ของ เอส แอนด์ พี และ ข้าวหมูคูโรบูตะทอดกระเทียมพริกไทยไข่นุ่ม ลิ้มลองเมนูไข่ไก่เคจฟรีได้ตั้งแต่วันนี้ถึง 31ม.ค.64 ณ ร้านเอส แอนด์ พี สาขาในกรุงเทพและปริมณฑล”   

…..S&P มุ่งคัดสรรวัตถุดิบคุณภาพดี พร้อมเสิร์ฟแก่ลูกค้าคนสำคัญของเรา…..

เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี ทรงขึ้นแท่นบรรณาธิการ Trend Book พัฒนาภาพลักษณ์ผ้าไทยสู่สากล

ใครที่เป็นสาวสายแฟหรือหนุ่มสายแฟก็คงคุ้นชินกันดีกับคำว่า Trend Book หนังสือที่จะรวบรวมทุกสิ่งอย่างเกี่ยวกับเทรนด์ที่ต้องฮิตต้องปังในปีนั้นๆ มานำเสนอ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นหนังสือที่ต่างประเทศออกมาเพื่อชี้นำเทรนด์ ในขณะที่เมืองไทยก็ตามเทรนด์ไปกับเขาด้วย แต่มันจะดีกว่าไหม ถ้าเมืองไทยมี Trend Book เป็นของตัวเอง และสามารถเกี่ยวโยงไปถึงผ้าไทยที่จะสามารถพัฒนาภาพลักษณ์สู่สากลได้

นี่คือเรื่องราวของ Trend Book ฉบับแรกในไทย

ต้องบอกเลยว่า Trend Book ฉบับแรกของไทยได้ถือกำเนิดขึ้นแล้ว ทั้งนี้ยังมีความพิเศษอย่างถึงที่สุด เมื่อ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงนั่งเก้าอี้บรรณาธิการหนังสือแนวโน้มและทิศทางผ้าไทยและการออกแบบเครื่องแต่งกายด้วยผ้าไทย “Thai Textiles Trend Book Spring/Summer 2022 ด้วยพระองค์เอง โดยทรงมีจุดประสงค์เพื่อทรงมอบให้นักออกแบบและผู้ที่สนใจได้นำไปใช้ประกอบการทำงานในวงการแฟชั่นไทย พร้อมใจกันร่วมสืบสานภูมิปัญญาไทยที่ทรงคุณค่า

ซึ่งหนังสือเล่มนี้ได้ถูกเปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อวันเสาร์ที่ 12 ธันวาคม ที่ผ่านมา แบบสดๆ ร้อนๆ โดย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จเป็นองค์ประธานงานเปิดตัวหนังสือแนวโน้มและทิศทางผ้าไทยและการออกแบบเครื่องแต่งกายด้วยผ้าไทย “Thai Textiles Trend Book Spring/Summer 2022 ที่ทรงจัดทำร่วมกับกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม และทีมที่ปรึกษาในครั้งนี้ด้วย

ภายในงานเปิดตัว นอกจาก สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา จะทรงเสาวนาในหัวข้อ “การส่งเสริมและพัฒนาภาพลักษณ์ผ้าไทยสู่สากล” แล้ว ยังมีความน่าตื่นเต้นให้กับผู้เข้าร่วม ด้วยการจัดแสดงผลงานการออกแบบผ้าไทยอันวิจิตรจากฝีมือไทยดีไซเนอร์อีกด้วย เรียกว่าจากเทรนด์ในหนังสือ กระโดดออกมาเป็นผลงานที่จับต้องได้ ในชุดดีไซน์ต่างๆ ตามลายเซ็นของแต่ละแบรนด์

โดยส่วนของ Trend Book แน่นอนว่าการจัดทำหนังสือที่เป็นเหมือนตัวกำหนดทิศทางของกระแสในปีนั้นๆ ไม่ใช่เรื่องง่าย และต้องมีความรู้ลึกรู้จริงจนถึงแก่น ดังนั้น  สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา จึงทรงลงพื้นที่เพื่อสำรวจและสัมผัสกับผ้าไทยในแต่ละภาคด้วยพระองค์เอง เพราะ Thai Textiles Trend Book Spring/Summer 2022 เล่มนี้ ว่าด้วยเรื่องการรวบรวมเทรนด์และโทนสีของผ้าไทยในอีก 2 ปีข้างหน้า เช่นเดียวกับ Trend Book ของต่างประเทศ

อีกทั้งในเล่มยังรวมผ้าไหมชนิดต่างๆ ของแต่ละภาค รวมทั้งเทรนด์ของโทนสีที่แบ่งได้ 6 กลุ่ม ไม่ว่าจะกลุ่มโทนสีแดง โทนสีเหลือง โทนสีเขียว โทนสีเทาเงิน โทนสีดำ และโทนสีย้อมธรรมชาติจากภูมิปัญญาไทย เช่น สีเหลืองที่ได้จากฝาง สีน้ำตาลที่ได้จากดิน เป็นต้น

งานนี้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงลงแรงและทรงดูแลทุกขั้นตอน กว่าจะออกมาเป็นหนังสือที่สมบูรณ์แบบได้ โดยระหว่างการหาข้อมูลเพื่อรวบรวม พระองค์ทรงเน้นให้ชาวบ้านใช้วัสดุหรือวัตถุดิบสีที่เน้นความเป็นธรรมชาติมากๆ เพื่อลดการซื้อวัตถุดิบจากต่างประเทศ และหันมาใช้สีย้อมธรรมชาติของไทย ที่สร้างสรรค์จากภูมิปัญญาท้องถิ่น เพื่อให้ได้เฉดสีที่มีความเฉพาะและเป็นเอกลักษณ์ไทย เช่น สีแดงจากครั่งและแก่นฝาง สีครามอินโดจากใบและต้นคราม สีดำจากมะเกลือ

ทั้งนี้ยังมีสีที่พระองค์เพิ่งจะทรงได้ยินเป็นครั้งแรกและสนพระทัย เช่น สีควายเผือกหรือสีโศก ก็คือสีเขียว หรือ สีเขียวก้านมะลิ ก็คือสีเขียวมิ้นต์ ส่วนสีที่ชื่อยากๆ พระองค์ประทานชื่อภาษาไทยให้เรียกง่ายขึ้น หรือให้ชื่อสีเป็นภาษาฝรั่งเศสตามความเหมาะสม

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงเล่าถึงการทำ Trend Book ว่าทรงมีความคิดว่าทรงอยากทำหนังสือให้อ่านเข้าใจง่าย มีคำอธิบายสั้นๆ มีภาพประกอบที่สวยงาม ภาพคมชัด ซึ่งง่ายต่อการตีความ พระองค์ทรงพิถีพิถันอย่างมาก เมื่อทำเสร็จในแต่ละบท จะนำไปให้หลายคนอ่าน อ่านแล้วเข้าใจไหม ถ้าอ่านแล้วไม่เข้าใจ จะทรงให้แก้ไข เช่น สีที่ได้จากก้านขนุนทรงแนะให้ผ่า เพื่อให้เห็นว่าข้างในเป็นอย่างไร

อีกทั้งทรงเน้นเรื่องการทอ ทรงรับสั่งว่าปัญหาของผ้าไทยคือทอผ้าหน้าแคบและมีปัญหาเรื่องความยาว รวมทั้งลวดลายผ้าทรงอยากให้คงลวดลายเดิมไว้ แม้ว่าการทอจะมีรายได้เลี้ยงปากท้องมายาวนานผ่านโครงการศิลปาชีพฯ โดยทรงเล็งเห็นแล้วว่าความสามารถของคนไทยด้านศิลปหัตถกรรมนั้นมีเอกลักษณ์และมีคุณภาพชั้นสูง สามารถพัฒนาต่อยอดได้

นอกจากนี้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ยังตรัสว่า “Trend Book เล่มนี้มีมูลค่ามหาศาล ด้วยประสบการณ์ที่ท่านหญิงไปดูงานต่างประเทศหรือทำงานต่างประเทศ เราเห็นแต่ Trend Book ของเมืองนอก ท่านหญิงคิดว่าถึงเวลาแล้วที่เราต้องมี Study Book หรือมี Trend Book เป็นของตัวเอง อ่านแล้วให้เราค่อยๆ นำไปปรับเปลี่ยนกับงานออกแบบของตัวเองได้อย่างไร อันนี้คือหัวใจหลักการทำหนังสือ”

ซึ่งนี่คือความตั้งพระทัยและทรงให้ความสำคัญกับผ้าไทยอย่างที่สุดของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา จึงทำให้เกิดเป็น Trend Book ฉบับแรกของไทยได้สำเร็จ

หากใครต้องการเข้าชมนิทรรศการ “แนวโน้มและทิศทางผ้าไทยและการออกแบบเครื่องแต่งกายด้วยผ้าไทย” ก็สามารถเข้าชมได้ระหว่างวันที่ 12 – 17 ธันวาคมนี้ ณ ไอคอนสยาม อาร์ต สเปซ ชั้น 8 ไอคอนสยาม

ผิวขาดคอลลาเจน..อย่าเพิ่งฟูมฟาย ลอง MANA PURE COLLAGEN plus+ รับรองดูเด้ง เด็ก เต่งตึง!

สาวๆ ขา พัดชามีเรื่องจะสารภาพ ไม่น่าเชื่อว่าคนที่คิดว่าตัวเองต้องเฟี้ยวฟ้าว อ่อนเยาว์อยู่เสมอ วันดีคืนดีดันเริ่มก็ได้ยินเสียงตามข้อต่างๆ ดังกรอบแกรบ ช่วงลุกเดินหรือยืดขาบ้างบางจังหวะ ทั้งเสียงจากข้อไหล่ตอนเอื้อมหยิบของแอบกร๊อบแกร็บมาเป็นครั้งคราว  ไอ้เราก็ว่าตัวเองก็ยังไม่ได้สูงวัยจนถึงขั้นจะข้อเข่าเสื่อมได้ขนาดนั้น

แต่เรื่องก็ยังไม่จบเพราะหลังจากนั้นพัดชามีเวลานัดพบปะกับแก๊งค์เพื่อนสาว หลังจากเก็บตัวปั่นงานหัวฟูอยู่บ้านนานเป็นสัปดาห์ เชื่อไหมว่าคำแรกที่เพื่อนทักคือ “เหนื่อยเหรอแก ทำไมช่วงนี้ดูโทรมๆ หมองๆ ไปออร่าหายบอกไม่ถูก” พร้อมสายตาที่ดูเห็นใจสุดๆ จิตใจทำด้วยอะไรทำไมเพื่อนจึงทักเบอร์แรงแบบนี้ ตั้งใจอยากออกมาจิบชายามบ่ายผ่อนคลายเสียหน่อย เจอแบบนี้เข้าไปยังแคนเซิลทันไหมคะ

สัญญาณผิวหมอง สุขภาพร่วงโรย ร่างกายโหยหาคอลลาเจน

พอกลับบ้านมานั่งส่องกระจกดูดีๆ ก็ต้องยอมรับกับตัวเองแบบไม่เฉไฉเลยว่า อุต๊ะ ก็จริงอย่างที่เพื่อนว่า ริ้วรอยความหย่อนคล้อยเริ่มมาโดยที่เราไม่ทันสังเกต ผิวที่เคยผุดผ่องก็ดูหมองๆ นี่ยังไม่นับริ้วรอยร่องแก้ม แพนด้าใต้ตา และผิวที่แห้งกร้านอีก อะไรกัน!!!! แค่เก็บตัวปั่นงานก่อนปิดปีใหม่แบบดุเดือด จนลืมบำรุงผิวไม่กี่สัปดาห์ ผิวดูโรยราโหยหาคอลลาเจนอะไรได้เบอร์นั้น

ยังโชคดีที่พัดชามีไอเท็มตัวช่วยขั้นเทพอย่าง MANA PURE COLLAGEN plus+ ที่เพิ่งได้รางวัล PRAEW ICONIC BEAUTY 2020 มาหมาดๆ ในฐานะ ICONIC FAST RESULT COLLAGEN SUPPLEMENT คอลลาเจนเห็นผลลัพธ์ไวแห่งปี แบบนี้ต้องจัดเลย

ไอเท็มชนิดชงที่เห็นผลชั๊ด… ชัด

งานนี้เลยตั้งเป้าเปลี่ยนไลฟ์สไตล์เล็กน้อยโดยก่อนเข้านอนทุกคืน พัดชาจะชง MANA PURE COLLAGEN plus+ ประมาณวันละ 1 ช้อนตวง (3 กรัม) ผสมน้ำ 100 มิลลิลิตร ดื่มเป็นประจำ คอนเฟิร์มเลยว่าเห็นผลชัดตั้งแต่กล่องแรกที่ทาน ก็ประมาณช่วง 2 สัปดาห์ สำหรับใครที่อยากเร่งฟื้นฟูผิว

นอกจากงานผิวแล้ว MANA PURE COLLAGEN plus+ คอลลาเจนชนิดผงละลายน้ำดื่ม ยังช่วยเสริมเอ็น เสริมกระดูก ข้อต่อให้แข็งแรงขึ้นด้วย ก็อย่างที่พัดชาเกริ่นไปในตอนแรกว่าช่วงนี้ได้ยินเสียงกรอบแกรบตามข้อบ่อยๆ ไม่ใช่เพราะสูงวัยหรอกนะคะอย่าเพิ่งเม้าท์ แม้จะอายุยังไม่ถึงขั้นสูงวัยแต่การอยู่ในท่าเดิมนานๆ ไม่ว่าจะเป็นประชุม หรือนั่งพิมพ์งานแบบที่สาวๆ ออฟฟิศทำกันต่อเนื่องเป็นเวลานานก็มีส่วน

เมื่อได้ลอง MANA PURE COLLAGEN plus+ อย่างต่อเนื่องร่างการก็กระฉับกระเฉงขึ้นเยอะ เสียงตามข้อก็แทบจะไม่มีจนเกือบปกติแล้ว เลยกล้าพูดได้เต็มปากว่า ถ้าดื่มเป็นประจำก็ข้อต่อวัยรุ่นดีๆ นี่เอง

ผิวแต่งตึง อ่อนเยาว์เราบิวด์ได้

ในส่วนของงานผิวเมื่อทาน MANA PURE COLLAGEN plus+ เป็นประจำ พัดชาก็เลิกกังวัล เพราะคอลลาเจนตัวนี้เสริมอีลาสติน ผิวเลยมีความยืดหยุ่นขึ้น ฉะนั้น คำว่าแก่  ไม่ได้แอ้มหรอกค่ะ  ริ้วรอยบนใบหน้าก็ตื้นขึ้น ผิวดูเด้ง เด็ก เต่งตึง ออร่ากลบความหมอง ไม่เพียงแค่ดูขาวขึ้นแต่ยังผิวยังอิ่มฟูเหมือนได้รับอาหารแบบเต็มที่ พร้อมความชุ่มชื่นแบบสัมผัสได้ แถมตัวนี้ยังช่วยลดการถูกทำร้ายจาก UVA และ UVB จากแสงแดด ตัวการหลักที่ก่อให้เกิดริ้วรอยและผิวคลํ้าเสีย แห้งกร้านก่อนวัยอันควรสมกับเป็นคอลลาเจนอันดับ 1 ของญี่ปุ่นจริงๆ

คอลลาเจนสูตรขึ้นทางด่วน ผิวดี ด่วนจี๋ไม่มีกั๊ก

การที่เห็นผลไวขนาดนี้มีเหตุผลไม่ใช่มโน เพราะเขามีส่วนผสมจาก Collagen Di-peptine จากญี่ปุ่น ดูดซึมได้ดีกว่าทั่วไป 55 เท่า แถมยังใช้คอลลาเจนเกรดพรีเมี่ยมที่ดีที่สุดถึง 3 ชนิด ได้แก่ คอลลาเจน ไดเปปไทด์ (Collagen Di Peptide), คอลลาเจน ไตร เปปไทด์ (Collagen Tripeptide) และคอลลาเจน เปปไทด์ (Collagen Peptide) ควบคู่กับ Vic C และเซราไมด์จากข้าวญี่ปุ่น ที่สามารถเพิ่มปริมาณเซลล์สร้างเส้นใย ผลิตคอลลาเจนในผิวได้มากที่สุด เมื่อเทียบกับพืชชนิดอื่นๆ ทั้งยังให้ค่าความชุ่มชื้นมากกว่าพืชอื่นๆ อีกด้วย

ที่ไว้ใจได้คือคอลลาเจนที่สกัดมาจากปลาทะเลน้ำลึก เรียกเป็นคอลลาเจนล้วน ไม่มีส่วนผสมใดๆ ที่เป็นอันตรายเจือปน จนสามารถทานตอนท้องว่าง เช้า ก่อนนอน และสามารถกินกับอะไรก็ได้ โรย ชง ร้อน เย็น ไม่ทำให้รสชาติอาหารเปลี่ยน มีความไร้กลิ่น ไร้สี ไม่มีแป้ง ไม่มีไขมัน ไม่มีน้ำตาล  ที่สำคัญคุ้มมาก  1 กล่อง ทานได้นาน 1-2 สัปดาห์เลย

ผลลัพธ์ในสองสัปดาห์…ว่าไป!!

2 สัปดาห์ผ่านไป นัดแก๊งเพื่อนอีกครั้ง คราวนี้พกมั่นใจมาเกินล้านกับความพร้อมหัวจรดเท้า และวินาทีที่ได้เจอกัน คำแรกที่เพื่อนทักคือ ‘ไปทำอะไรมา ทำไมออร่าจับ”

พักผ่อนให้เพียงพอ และดื่มน้ำเยอะๆ มั้งคะ…แหมมมม

MANA PURE COLLAGEN plus+ ขนาด 35G.  ราคา 290 THB.

'เพชร' แฟนสาว 'ฌอห์ณ จินดาโชติ'

ใครเม้าท์ไม่สวย! เปิดสไตล์ ‘เพชร’ แฟนสาว ‘ฌอห์ณ จินดาโชติ’ ดีไซเนอร์สุดชิค

ส่องความสวยเก๋ของดีไซเนอร์ที่กำลังเป็นกระแสอยู่ในตอนนี้ กับ ‘เพชร’ แฟนสาว ‘ฌอห์ณ จินดาโชติ’ ใครที่บูลลี่ว่าไม่สวย คงต้องมองใหม่แล้ว และบางคนก็เห็นว่าเธอละม้ายคล้ายกับ เมแกน มาร์เคิล ด้วย

หลังจากมีกระแสว่าแฟนสาวของนักแสดงหนุ่ม ฌอห์ณ จินดาโชติ ถูกบูลลี่หน้าตาว่าไม่สะสวยและไม่เหมาะสมกับหนุ่มฌอห์ณ เขาก็แสดงความเป็นสุภาพบุรุษด้วยการตอบกลับคอมเม้นต์เพื่อปกป้องเธอ และล่าสุดหนุ่มฌอห์ณก็ลงภาพสาวเพชร พร้อมแคปชั่นว่า “องค์ประกอบภาพสำคัญ ความรู้สึกของภาพสำคัญกว่า” งานนี้ปกป้องแฟนสาวจนคนบูลลี่หน้าหงายไปเลย

'เพชร' แฟนสาว 'ฌอห์ณ จินดาโชติ'
ภาพจากอินสตาแกรม ฌอห์ณ จินดาโชติ พร้อมแคปชั่น : “องค์ประกอบภาพสำคัญ ความรู้สึกของภาพสำคัญกว่า”

แฟน ฌอห์ณ จินดาโชติ เพชร แฟน ฌอห์ณ จินดาโชติ

ประเด็นหลักของวันนี้ไม่ใช่กระแสที่เกิดขึ้น แต่เราจะพาทุกคนมาส่องสไตล์ของสาวเพชรกัน เพราะเธอเป็นสาวเก่งนั่งเก้าอี้ดีไซเนอร์ มีแบรนด์กระเป๋าและรองเท้าของตัวเอง ซึ่งเธอได้เปิดหน้าร้านอยู่ที่เซ็นทรัลชิดลม ทั้งยังมีเว็บไซต์ของแบรนด์ที่ชื่อว่า Pipatchara อีกด้วย ใครที่ชื่นชอบงานดีไซน์เก๋ๆ ชิคๆ ไม่ซ้ำใครต้องปลื้มอย่างแน่นอน

ดีไซเนอร์ เพชร แฟน ฌอห์ณ จินดาโชติ

เพชร แฟน ฌอห์ณ จินดาโชติ

นอกจากความสามารถในด้านการออกแบบจะมัดใจแฟนหนุ่มได้แล้ว สาวคนนี้ยังมีสไตล์การแต่งตัวที่เรียบๆ ง่ายๆ แต่ดูดีและน่ามอง ทั้งยังเป็นคนลุยๆ โดยส่วนมากเธอมักจะแมตช์ลุคกับกางเกงยีนส์ กางเกงขายาวเป็นหลัก ส่วนงานไหนที่ต้องสวยหวาน ชุดเดรสก็มาไม่มีขาด เรียกว่าปรับลุคของตัวเองให้เข้ากับสถานที่ได้ดีสมกับเป็นดีไซเนอร์จริงๆ

ใครเม้าท์ไม่สวย! เปิดสไตล์ ‘เพชร’ แฟนสาว ‘ฌอห์ณ จินดาโชติ’ ดีไซเนอร์สุดชิค

เพชร แฟน ฌอห์ณ จินดาโชติ หน้าคล้ายเมแกน

เพชร แฟน ฌอห์ณ จินดาโชติ หน้าคล้ายเมแกน

ดีไซเนอร์ เพชร แฟน ฌอห์ณ จินดาโชติ เพชร แฟนสาว ฌอห์ณ จินดาโชติ เพชร แฟนสาว ฌอห์ณ จินดาโชติ เพชร แฟนสาว ฌอห์ณ จินดาโชติ เพชร แฟนสาว ฌอห์ณ จินดาโชติ เพชร คบกับ ฌอห์ณ จินดาโชติ เพชร คบกับ ฌอห์ณ จินดาโชติ เพชร คบกับ ฌอห์ณ จินดาโชติ เพชร แฟน ฌอห์ณ จินดาโชติ โดนบูลลี่ เพชร แฟน ฌอห์ณ จินดาโชติ โดนบูลลี่


ภาพ : IG@pipa_________  , @seanjindachot , @tanyamonjindachot

เรื่อง : ฮานะ_แพรวนิสต้า

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ตามรอยความแซ่บ! ชุดว่ายน้ำ ‘แต้ว ณฐพร’ แบบสวยเซ็กซี่ ราคาประหยัด

ลุคหน้าหนาวแบบสาวเกาหลี ส่องหา หมวกบีนนี่ ‘เจนนี่ BLACKPINK’ ที่คุณซื้อตามได้

เจ้าสาวป้ายแดง ‘รถเมล์ คะนึงนิจ’ สวยแพงในเดรสสุดหรู ออกงานแรกหลังวิวาห์

 

รู้จัก K Point คะแนนสะสมสปีชีส์ใหม่จากธนาคารกสิกรไทย ยิ่งใช้ ยิ่งได้ ยิ่งคุ้ม

ทุกคนน่าจะรู้จักคะแนนสะสมบัตรเครดิตกสิกรไทย หรือ KBank Reward point กันอยู่แล้ว แต่วันนี้ ธนาคารกสิกรไทยปรับโฉม KBank Reward Point ใหม่ เป็น K Point พ้อยท์สปีชีส์ใหม่ ที่เพิ่มความคุ้มค่าและความสะดวกสบายให้ลูกค้าธนาคารกสิกรไทย สะสมพ้อยท์ง่ายขึ้น ใช้พ้อยท์ได้หลากหลายขึ้น แถมยังสามารถโอนพ้อยท์ไปเป็นคะแนนสะสมของแบรนด์อื่น ๆ ได้อีกด้วย ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์แบบจัดเต็ม ขอบอกเลยว่ายิ่งใช้ ยิ่งได้ ก็ยิ่งคุ้ม

สำหรับการสะสม K Point นั้นก็ง่ายมาก ที่สำคัญ คนที่ไม่มีบัตรเครดิตก็สามารถสะสม K Point ได้ โดยวิธีสะสมพ้อยท์มี 2 วิธี คือ

  1. ใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตกสิกรไทย ทุกการใช้จ่าย 25 บาท จะได้รับ 1 คะแนน สำหรับคนที่มีคะแนนสะสมบัตรเครดิตกสิกรไทยอยู่ก่อนแล้ว ระบบจะนับรวมคะแนนจากบัตรทุกใบให้โดยอัตโนมัติ เพื่อให้ลูกค้าสามารถใช้พ้อยท์ได้สะดวกยิ่งขึ้น และนำไปแลกของชิ้นใหญ่ที่ต้องใช้จำนวนพ้อยท์เยอะ ๆ ได้ง่ายขึ้น ทั้งนี้ K Point จะไม่นับรวมคะแนนจากบัตรเครดิตบางประเภท ได้แก่ บัตรเครดิต The Passion บัตรพีทีทีบลูเครดิตการ์ด บัตรเครดิตร่วมกรุงเทพดุสิตเวชการ-กสิกรไทย บัตรเครดิตวันสยามกสิกรไทย และบัตรเครดิตกสิกรไทย-ช้อปปี้
  2. รับพ้อยท์ เมื่อผ่านการพิชิตภารกิจ โดยสามารถติดตามภารกิจต่าง ๆ ได้บน K PLUS เช่น
  • จ่ายบิลบัตรเครดิตที่ร่วมรายการผ่าน K PLUS รับ K Point 100 คะแนน ระหว่างวันที่ 15 ธ.ค. 2563 -15 ม.ค. 2564*

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เมนู K Point บน K PLUS

แล้ว K Point ที่สะสมกันไว้นี้ สามารถใช้ทำอะไรได้บ้าง ขอบอกเลยว่าเพียบค่ะ แถมยังครอบคลุมหลากหลายไลฟ์สไตล์อีกด้วย โดยสามารถใช้ K Point อย่างคุ้มค่าได้ 6 วิธี คือ

  1. ใช้คะแนนแลกสินค้า บริการ และดีลต่างๆ ใน K+ market 
  2. ใช้คะแนนจ่ายบิล เติมเงิน โดยทุก ๆ 1,000 คะแนน แลกได้ 100 บาท
    • จ่ายบิล เช่น บิลบัตรเครดิตธนาคารกสิกรไทย ค่าโทรศัพท์ ค่าสาธารณูปโภค   
    • เติมเงิน เช่น เติมเงินค่าโทรศัพท์ (Pre-paid), เติม e-Wallet mPay, Rabbit Line pay, TrueMoney wallet, Airpay 
  3. ใช้แลกรับส่วนลดที่ห้างสรรพสินค้า และร้านค้าชั้นนำ
  4. ใช้คะแนนแลกรับเครดิตเงินคืน (เฉพาะลูกค้าบัตรเครดิต) โดยทุก ๆ 1,000 คะแนน สามารถแลกเป็นเครดิตเงินคืนได้ 100 บาท ซึ่งจะช่วยลดภาระในการจ่ายบิลบัตรเครดิตในแต่ละเดือนได้
  5. ใช้คะแนนจ่ายสินเชื่อของธนาคาร เช่น สินเชื่อบุคคล สินเชื่อบ้าน สินเชื่อเพื่อการพาณิชย์ โดยทุก ๆ 1,000 คะแนน แลกได้ 100 บาท
  6. ใช้โอนไปเป็นคะแนนของบัตรสมาชิกแบรนด์ดัง เพื่อให้สามารถใช้พ้อยท์ได้หลากหลายไลฟ์สไตล์ เช่น The1, AIS Points , PTT Blue Card, TruePoint เพียงเพิ่มบัตรสมาชิกของแบรนด์ที่ต้องการเข้ามาอยู่ใน K PLUS ก็สามารถโอนพ้อยท์ได้แบบเรียลไทม์ เพื่อเอาพ้อยท์ไปใช้ต่อได้ทันที

หากจะบอกเล่าความคุ้มค่าของ K Point แบบง่ายๆ แต่ชัดเจน ก็คงต้องบอกว่า ยิ่งใช้ผลิตภัณฑ์ธนาคารกสิกรไทยเยอะเท่าไหร่ ก็ยิ่งมีสิทธิ์รับ K Point ไปใช้ต่อแบบคุ้มๆ เท่านั้นนั่นเอง สำหรับใครที่ใช้ธนาคารกสิกรไทยอยู่แล้ว ก็หมั่นสะสม K Point กันไว้เลย ส่วนใครที่ยังลังเลอยู่ ก็ไม่ต้องรอช้าแล้วค่ะ เพราะความพิเศษต่างๆ จากคะแนน K Point จะทำให้ไลฟ์สไตล์ของคุณคุ้มค่ายิ่งกว่าใครแน่นอน

ดูข้อมูลเพิ่มเติมของ K Point คลิก https://kbank.co/3q6WDbM 

#KPoint #พ้อยท์สปีชีส์ใหม่ #รับแลกโอนโดนทุกไลฟ์สไตล์