อีกวางซู

ออกงานคู่ 2 เพื่อนสนิท ซงจุงกิ และ อีกวางซู ร่วมงานวิวาห์กลางสายฝน

โมเม้นต์นี้ไม่ได้มีบ่อยๆ 2 นักแสดงหนุ่มเพื่อนซี้ ซงจุงกิ และ อีกวางซู รับหน้าที่พิธีกรในงานแต่งงานของคนสนิท

เข้าวงการมาในเวลาไล่เลี่ยกัน แถมยังได้เป็นพิธีกรหลักรายการวาไรตี้ชื่อดังRunning Man ร่วมกัน ทำให้ 2 หนุ่ม  ซงจุงกิ และ อีกวางซู กลายเป็นเพื่อนซี้กันไปโดยปริยาย และถึงแม้ว่าพระเอก ซงจุงกิ จะลาออกจากรายการไปนานแล้ว สืบเนื่องจากตารางงานที่แน่นขนัด แต่จนถึงทุกวันนี้ 2 หนุ่มก็ยังเป็นเพื่อนสนิทกันอยู่ดี

โดยที่ผ่านมาทั้งคู่ต่างผลัดกันสนับสนุนหน้าที่การงานของกันและกันเป็นอย่างมาก อย่างในซีรีส์ Descendants Of The Sun กวางซูได้มาสร้างสีสันในฐานะแขกรับเชิญ

ล่าสุดเมื่อไม่นานมานี้ 2 หนุ่มได้ไร่วมงานแต่งงานของเจ้าบ่าว-เจ้าสาวคู่หนึ่ง ทั้งยังรับหน้าที่เป็น MC อีกด้วย โดยในงานทั้งสองยังแสดงความให้เห็นถึงมิตรภาพซึ่งเป็นโมเม้นต์ดีๆ ที่ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยๆ

ออกงานคู่ 2 เพื่อนสนิท ซงจุงกิ และ อีกวางซู ร่วมงานวิวาห์กลางสายฝน

อีกวางซู


สามารถติดตามอ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติมได้ที่นี่

อีซอนบิน แฟน อีกวังซู เผยเกี่ยวกับบ้านที่อยากอาศัยอยู่กับคนรัก

สมาร์ทมากพ่อ! ‘ซงจุงกิ’ หล่อ เนี้ยบ หน้าใส คัมแบ็กอย่างเท่ในบท ทนายมาเฟีย

หน้าเด็กเป็นสไตล์! เปิดสูตรผิวใส “ซงจุงกิ” ดูกลาสสกินแบบวาววับกระแทกใจ

IKEA

อิเกีย จัดโปรโมชั่นพิเศษฉลองเทศกาลสงกรานต์เมษายนนี้

กรุงเทพฯ 5 เมษายน 2564 – อิเกีย จัดโปรโมชั่นพิเศษเอาใจลูกค้า ต้อนรับเทศกาลสงกรานต์ 2564
ยกขบวนสินค้ายอดนิยมมาลดราคาพิเศษ เริ่มต้น 25 บาท และลดเพิ่มอีก 15% สำหรับสมาชิก IKEA Family เฉพาะวันที่ 13 – 15 เมษายน 2564…เติมพลังและความสดชื่นด้วยเมนูพิเศษเฉพาะสงกรานต์นี้ พร้อมด้วยกิจกรรมพิเศษมากมายเพื่อให้ทุกคนในครอบครัวใช้เวลาแห่งความสุขร่วมกัน อาทิ เวิร์คช็อปจัดโต๊ะอาหาร แต่งชุดไทยถ่ายรูปลุ้นรับบัตรของขวัญอิเกีย 2,000 บาท กิจกรรมงานวัดสำหรับคุณหนูๆ และรับฟรีเมนูอาหารเช้า สำหรับสมาชิก IKEA Family และเมนูคุณหนู Kids Eat Free สำหรับเด็กอายุไม่เกิน 12 ปี ชวนกันมาสนุกกันทั้งครอบครัวในวันหยุดสงกรานต์ วันที่ 8 – 18 เมษายน 2564 นี้ ที่อิเกีย บางนา อิเกีย บางใหญ่ และ อิเกีย ภูเก็ต

นอกจากนี้ ยังมีโปรโมชั่นสุดคุ้มลด 15% เมื่อช้อปสินค้าในหมวดที่นอน หมอน ผ้าห่ม ผ้าคลุมเตียง ปลอกผ้านวมและปลอกหมอน ให้คนไทยเนรมิตห้องนอนในฝันแบบสบายกระเป๋า วันที่ 8 เมษายน – 3 พฤษภาคมนี้ ที่อิเกีย บางนา อิเกีย บางใหญ่ อิเกีย ภูเก็ต และ IKEA.co.th

8 – 18 เมษายน 2564: โปรโมชั่นพิเศษรับเทศกาลสงกรานต์ ที่อิเกีย บางนา อิเกีย บางใหญ่ อิเกีย ภูเก็ตและ IKEA.co.th/Songkran

  • พบกับเฟอร์นิเจอร์และของแต่งบ้านในราคาสุดพิเศษ และลดกระหน่ำกว่าเดิมสำหรับลูกค้า IKEA Family รับส่วนลดเพิ่มอีก 15% เฉพาะวันที่ 13-15 เมษายน 2564 (สามารถสมัคร IKEA Family ฟรี และรับส่วนลดได้ทันทีที่สโตร์อิเกียทุกสาขา)

IKEA

ตู้หนังสือ

ตู้หนังสือบานกระจก รุ่น BILLY/บิลลี่
ราคาพิเศษ 4,990 บาท
ราคาสมาชิก IKEA Family 4,242 บาท

ปกติ 5,990 บาท

 

ตู้ลิ้นชัก

ตู้ลิ้นชักมีล้อเลื่อน รุ่น ALEX/อเล็กซ์
ราคาพิเศษ 2,590 บาท
ราคาสมาชิก IKEA Family 2,200 บาท

ปกติ 4,690 บาท

 

ตุ้กตาฉลาม

ตุ๊กตาผ้าฉลาม รุ่น BLÅHAJ/บลัวฮัย
ราคาพิเศษ 499 บาท
ราคาสมาชิก IKEA Family 424 บาท

ปกติ 599 บาท

 

ชุดเครื่องครัว

ชุดเครื่องครัว 5 ชิ้น รุ่น ANNONS/อันนุนส์ ราคาพิเศษ 349 บาท
ราคาสมาชิก IKEA Family 296 บาท
ปกติ 399 บาท

 

ไม้ประดิษฐ์ในกระถาง

ไม้ประดิษฐ์ในกระถาง รุ่น FEJKA/เฟคก้า

ราคาพิเศษ 129 บาท
ราคาสมาชิก IKEA Family 109 บาท

ปกติ 199 บาท

 

ที่วางขวด

ที่วางขวดเครื่องเทศในลิ้นชัก
รุ่นVARIERA/วาเรียร่า

ราคาพิเศษ 69 บาท
ราคาสมาชิก IKEA Family 59 บาท

ปกติ 139 บาท

 

ถุงหิ้วถุงหิ้ว รุ่น SKYNKE/ควินเก้
ราคาพิเศษ 25 บาท
ราคาสมาชิก IKEA Family 21 บาท

ปกติ 39 บาท

 

ถุงหิ้วถุงหิ้ว รุ่น SKYNKE/ควินเก้
ราคาพิเศษ 25 บาท
ราคาสมาชิก IKEA Family 21 บาท

ปกติ 39 บาท

  • เมนูพิเศษแบบไทยๆ เสิร์ฟเฉพาะช่วงสงกรานต์เท่านั้น ได้แก่ เซ็ตข้าวน้ำตกไก่ และบัวลอยเผือก ราคาสมาชิก IKEA Family 120 บาท ราคาปกติ 100 บาท เครื่องดื่มข้าวเหนียวมะม่วงปั่น ราคาสมาชิก IKEA Family 65 บาท ราคาปกติ 85 บาท ไอศกรีมมะพร้าวนมสดท็อปปิ้งเผือกบอล ราคาสมาชิก IKEA Family 65 บาท ราคาปกติ 85 บาท และเผือก&มันบอล ราคาสมาชิก IKEA Family 30 บาท ราคาปกติ 40 บาท (เมนูอาหารแตกต่างกันในแต่ละสโตร์)
  • อิ่มอร่อยฟรี เมนูอาหารเช้า สำหรับสมาชิก IKEA Family ที่อิเกีย บางนา และอิเกีย บางใหญ่ และ ฟรีเมนูคุณหนูเมื่อซื้อเมนูปกติที่ที่สโตร์อิเกียทุกสาขา พร้อมเติมความสดชื่นให้กับลูกค้าที่มาช้อปปิ้งที่ศูนย์การค้าเมกาบางนา และเซ็นทรัล พลาซ่า เวสต์เกต รับคูปองเครื่องดื่มซัมเมอร์โซดา ฟรี! เฉพาะวันที่ 13-15 เมษายน 2564
  • กิจกรรมแต่งชุดไทย ชวนครอบครัว เพื่อน หรือคนรักแต่งชุดไทยถ่ายรูปในโชว์รูมที่ตกแต่งสไตล์ไทยๆ หรือมุมต่างๆ ในอิเกีย โพสต์ภาพบนเฟซบุ๊กหรืออินสตาแกรม พร้อมแฮชแท็ก #SongkranatIKEA #IKEAThailand รับทันทีคูปองอาหาร 50 บาท (สำหรับสมาชิก IKEA Family) และยังสามารถร่วมสนุกลุ้นรับบัตรของขวัญอิเกีย 2,000 บาท จำนวน 5 รางวัล สำหรับภาพที่มีไอเดียสื่อถึงช่วงเวลาแห่งความสุขที่อิเกียได้ดีที่สุด ที่อิเกีย บางนา อิเกีย บางใหญ่ และอิเกีย ภูเก็ต
  • เวิร์คช็อปจัดโต๊ะอาหารอย่างมีสไตล์ สมาชิก IKEA Family เข้าร่วมเวิร์คช็อปฟรีพร้อมรับคูปองมูลค่า 100 บาท (ใช้สำหรับซื้อเฟอร์นิเจอร์และของแต่งบ้านที่อิเกีย) วันที่ 10-11 เมษายน 2564 มี 2 รอบ เวลา 00 น. และ 16.00 น. (จำกัดรอบละ 10 ท่าน) ที่อิเกีย บางนา และอิเกีย บางใหญ่ จองล่วงหน้าที่ 02-708-7999 ภายในวันที่ 1 – 7 เมษายน 2564
  • กิจกรรมงานวัด สำหรับสมาชิกสมอลส์และลูกหลานสมาชิก IKEA Family ให้คุณหนูๆ ได้เพลิดเพลินกับเกมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเกมตักไข่, เกมโยนห่วง และเกมโยนลูกปิงปองลงแก้ว พร้อมลุ้นรับของรางวัล อาทิ บัตรของขวัญ และคูปองไอศกรีม วันที่ 12-18 เมษายน 2564

ชวนกันมาอิเกียในเทศกาลวันหยุดสงกรานต์นี้ ที่อิเกีย บางนา อิเกีย บางใหญ่ และอิเกีย ภูเก็ต ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ IKEA.co.th/Songkran และเฟซบุ๊กอิเกีย

แขกงานแต่ง

บัวไม่ช้ำ น้ำไม่ขุ่น! วิธีรับมืออย่างสุภาพ พฤติกรรมไม่น่ารักของ แขกงานแต่ง

ไม่ว่างานสังคมไหนๆ ก็ตาม มารยาท เป็นสิ่งสำคัญที่ทุกคนคาดหวังไว้ว่าจะต้องมี ไม่ว่าจะเป็นมารยาทของตัวเราเองที่มีต่อคนรอบข้าง ต่อสถานที่ที่ไป หรือมารยาทที่เราคาดหวังว่าจะได้รับกลับคืนมาจากคนอื่นด้วย ในงานแต่งงานก็เช่นเดียวกัน แต่ถึงอย่างนั้นก็เป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ถ้าจะมีแขกหนึ่งหรือสองคน ที่มักจะมีพฤติกรรมที่ไม่เป็นไปตามมารยาทพื้นฐานของงานแต่งงาน อาจจะเพราะความไม่รู้ หรือด้วยความเผอเรออะไรก็แล้วแต่ จึงจำเป็นจะต้องมีการชี้แนะ เพื่อนำพาเขากลับเข้าสู่พฤติกรรมที่เหมาะสม แต่การจะไปตำหนิหรือว่ากล่าวคนอื่นต่อหน้าคนเยอะๆ ก็จะเป็นการเสียมารยาทซะเอง แพรวเวดดิ้ง เลยมีวิธีการรับมือกับ แขกงานแต่ง ที่มีพฤติกรรมไม่น่ารักด้วยวิธีสุภาพมาฝาก ให้บ่าวสาวสามารถจัดการสถานการณ์อึดอัดภายในงานได้อย่างสันติ และไม่มีใครต้องผิดใจกัน จะมีวิธีอะไรบ้าง ตามไปดูกันเลย

บัวไม่ช้ำ น้ำไม่ขุ่น! วิธีรับมืออย่างสุภาพ พฤติกรรมไม่น่ารักของ แขกงานแต่ง

1. แขกที่แต่งตัวหลุดธีม

ไม่ใช่ทุกคนที่จะเข้าใจความหมายของ dress codes ได้ตรงกัน ไหนจะเรื่องของรสนิยมหรือสไตล์ของแขกที่แตกต่างกัน บางคนชิลเกินไป บางคนอาจจะเปิดเผยเยอะไป บางคนอาจจะแต่งมาเยอะเกินไปด้วยซ้ำ เพื่อเป็นการเคลียร์คำพูดของเราให้ชัดเจนและให้ทุกคนเข้าใจตรงกัน อย่างแรกต้องทำให้แน่ใจว่า ระดับความเป็นทางการของชุดใส่มางานแต่งที่เราวางแผนไว้ จะสะท้อนออกมาให้เห็นในการ์ดเชิญงานแต่ง อย่างที่สองนอกจากจะเขียนบอก dress codes เช่น งานทางการ งานกึ่งทางการ แล้ว การะบุลายละเอียดสถานที่จัดงาน สภาพแวดล้อมก็เป็นสิ่งสำคัญเช่นกัน อย่างถ้าเราจัดงานแต่งนอกสถานที่ที่เป็นสวน หรือ เป็นพื้นทรายริมหาด อาจจะให้แขกสวมรองเท้าแตะมางานก็ได้ อย่างที่สาม อาจจะต้องยกตัวอย่างโดยใช้ภาษาพูดให้เห็นภาพชัดเจนมากขึ้น เพื่อความเข้าใจตรงกันของทุกฝ่าย การอธิบายให้เห็นโดยใช้คำพูดง่ายๆ จะทำให้แขกสามารถนึกภาพและวางแผนเสื้อผ้าได้ถูกต้อง

แขกงานแต่ง

 

2. แขกที่ไม่มาตามนัด

การที่แขกงานแต่งคอนเฟิร์มก่อนแล้วว่าสามารถเข้าร่วมงานได้ แต่พอถึงวันจริงกลับไม่เห็นตัว ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่ไม่ค่อยจะน่ารักสักเท่าไหร่ แต่อย่างไรเราก็ทำอะไรไม่ได้ จะให้บ่าวสาวต้องมาวุ่นวายปวดหัวกับเรื่องนี้ในวันสำคัญที่พวกเขาควรจะมีความสุขก็ไม่ใช่ที่ ดังนั้นแล้ววิธีการรับมือคือ ไม่จำเป็นต้องไปป่าวประกาศให้ทุกคนที่ร่วมงานรู้ว่ามีแขกที่ไม่ได้มาร่วมพิธี ซึ่งจะเป็นการสร้างซีนโดยไม่จำเป็น แค่บอกคนใกล้ตัว จะเป็นสต๊าฟอีเวนท์ก็ดี เพื่อนเจ้าบ่าวเจ้าสาวก็ดี ไปบอกทางสถานที่ว่าให้เคลียร์เก้าอี้ที่วางตัวนั้น ถ้ามีชื่อของแขกอยู่ที่โต๊ะก็ให้หยิบออกแล้วจัดระเบียบโต๊ะใหม่ แค่นี้ก็ไม่ต้องภาพเก้าอี้ว่างในงานให้อึดอัดใจแล้ว

แขกงานแต่ง

 

3. แขกที่เกาะติดบ่าวสาวแบบเหนียวแน่นหนึบ

ในทุกๆ งานสังคมเราจะต้องได้เจอสักคนหนึ่ง หรือสองคนที่มักจะมีความกระตือรือร้น ตื่นเต้นกับทุกสิ่งทุกอย่างเสมอ ในงานแต่งก็เช่นกัน มักจะมีแขก เครือญาติ หรือเพื่อนสักคนที่จะเข้ามาหาเราจากนั้นก็จะไม่ยอมปล่อยเราไปเลย ซึ่งก็เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ ในงานแต่งงานที่รวมเอาญาติสนิทมิตรสหายที่ไม่ได้เจอกันนานให้มาอยู่ร่วมกันอีกครั้ง การที่เจ้าบ่าวเจ้าสาวจะทักทายและพูดคุยกับแขกในงานก็เป็นเรื่องสำคัญเช่นเดียวกัน แต่การต้องรับมือกับแขกที่คุยไม่หยุดสักทีก็ลำบากใจเหมือนกัน วิธีการรับมือแขกประเภทนี้คือ แนะนำให้เขารู้จักกับแขกคนอื่นๆ หรือถ้าไม่ได้ ก็ให้คอยจังหวะแล้วขอตัวออกไปอย่างสุภาพว่า มีอย่างอื่นที่ต้องทำ คนส่วนมากจะเข้าใจได้ทันทีว่า เจ้าบ่าวเจ้าสาวมักจะต้องเดินไปนู่นไปนี้และค่อนข้างยุ่งอยู่แล้วในวันแต่งงาน ดังนั้นไม่มีการผิดใจกันแน่นอน

แขกงานแต่ง

 

4. แขกที่ไม่นั่งตามที่จัดไว้ให้

เราอุตส่าห์ใช้เวลาและความคิดในการจัดแจงผังที่นั่งอยู่เป็นเดือน แต่ก็มักจะเพื่อนๆ หรือญาติๆ ที่ด้วยเหตุผลอะไรก็ไม่รู้ได้ ชอบเปลี่ยนที่นั่งกับคนอื่นๆ อยู่ ซึ่งจะต้องมีในทุกงาน อาจจะเพราะอยากจะนั่งคุยกับคนรู้จักที่ไม่ได้เจอกันนาน หรืออาจจะอย่างเลี่ยงคนที่ไม่ค่อยอยากเจอในโต๊ะที่ถูกจัดไว้ให้ก็เป็นได้ ถ้าการเปลี่ยนโต๊ะที่ว่า ไม่ได้อยู่ในส่วนของแขกสำคัญ อย่างสมาชิกในครอบครัวที่ใกล้ชิดของบ่าวสาว ก็อนุโลมให้ ทำเป็นปล่อยผ่านไปก็ไม่มีปัญหา ถึงแม้ว่าแขกคนนั้นควรจะต้องเคารพในการจัดแจงที่นั่งของเราก็ตาม แต่จะให้มาปวดหัวกับเรื่องเล็กน้อยในวันสำคัญของเราก็ดูจะไม่คุ้ม แต่ถ้าแขกคนนั้นเปลี่ยนที่แล้วกระทบหรือเบียดเบียนมาถึงที่นั่งพิเศษที่เราจัดไว้แล้วละก็ ก็คงต้องรบกวนขอให้แขกคนนั้นย้ายที่กลับไป หรือจะให้เพื่อนเจ้าบ่าวเจ้าสาวไปบอกให้แทนก็ได้ว่า “ขอโทษนะคะ ที่ตรงนี้จองไว้สำหรับคนในครอบครัวบ่าวสาวนะคะ รบกวนย้ายกลับไปนั่งในที่ที่จัดไว้ให้ได้ไหมคะ ขอบคุณมากค่ะ”

แขกงานแต่ง


ข้อมูล : insideweddings.com, pinterest.com

เรียบเรียง : KimZ

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

บ่าวสาวควรรู้ไว้ 5 เหตุผลที่ควรซ้อมรันคิว พิธีเลี้ยงฉลองงานแต่ง ก่อนเวลาจริงมาถึง

เลื่อนดีกว่าเลิก 7 เหตุผลที่ควร เลื่อนงานแต่ง ดีกว่ายกเลิกในสถานการณ์โควิด-19

4 เคล็ดลับช่วย ช่างภาพงานแต่ง ให้เก็บภาพถ่ายได้อย่างเพอร์เฟ็กต์ในวันแต่งงาน

 

ฟลุค-นาตาลี ต้อนรับลูกสาวในชุด Baby Gucci

ฟลุค-นาตาลี ต้อนรับลูกสาวในชุด Baby Gucci สมกับเป็นทายาทแสนล้าน

จัดเต็มไปเลย ฟลุค-นาตาลี เลือกชุดเซ็ต Baby Gucci สุดน่ารักต้อนรับลูกสาวคนแรก งานนี้ซื้อทีเดียวได้ถึง 3 ชิ้น แม้ราคาจะเฉียดหมื่นก็คุ้มค่า ทั้งยังสบายกระเป๋าคุณพ่อฟลุคและคุณแม่ลีอีกด้วย

เป็นอีกหนึ่งข่าวดี เมื่อวันที่ 6 เมษายน นาตาลี ณัฏฐินี เจียรวนนท์ ได้คลอดลูกสาวคนแรก ซึ่งถูกตั้งชื่อให้ว่า ‘นาตาชา’ โดยมีคุณพ่อฟลุค เกริกพล คอยดูแลทั้งคุณแม่และคุณลูกอยู่ไม่ห่าง โดยคุณแม่ได้โพสต์ข้อความถึงลูกสาวว่า “หนูน้อยมาแล้วค่ะ หนูเสียงดังดีลั่นห้องเลย โมเม้นต์นี้คือตอนเห็นหนูครั้งแรก แม่ขอบันทึกไว้นะคะ เป็นช่วงเวลาที่ลืมความเจ็บเลย รักจัง”

ฟลุค-นาตาลี ต้อนรับลูกสาวในชุด Baby Gucci

หลังจากนั้นคุณแม่ก็โพสต์ต่อเนื่องว่า “รอมา 9 เดือน กว่าที่จะได้เจอหนู ภาพนี้เป็นตอนที่ได้อุ้มหนูครั้งแรก บรรยายเป็นความรู้สึกไม่ถูกเลยค่ะ”

ฟลุค-นาตาลี ต้อนรับลูกสาวในชุด Baby Gucci

ฟลุค-นาตาลี ต้อนรับลูกสาวในชุด Baby Gucci

ฟลุค-นาตาลี ต้อนรับลูกสาวในชุด Baby Gucci สมกับเป็นทายาทแสนล้าน

ซึ่งน้องนาตาชามาในชุดเด็กแสนน่ารักโทนสีชมพูจาก Gucci เรียกว่าสมกับเป็นทายาทแสนล้านจริงๆ คลอดปุ๊บก็ใส่ได้แบรนด์เนมแล้ว โดยชุดมีชื่อรุ่นว่า Baby Gucci logo cotton gift set มาพร้อมกัน 3 ชิ้นคือ ชุดบอดี้สูท หมวก และผ้ากันเปื้อน ราคาประมาณ 8,500 บาท

ตัวชุดโดดเด่นด้วยโลโก้สไตล์วินเทจของ Gucci ทำให้ชุดของขวัญที่เข้ากันนี้มีกลิ่นอายย้อนยุค แต่งด้วยผ้าฝ้าย 100% แขนสั้นแบบชิ้นเดียว จับคู่กับหมวกที่มีดีเทลแถบสีเขียวและแดง เช่นเดียวกับผ้ากันเปื้อน ได้รับแรงบันดาลใจจากคอลเล็คชั่น RTW สำหรับบุรุษและสตรี ผลิตขึ้นในอิตาลี

ชุด Baby Gucci

Baby Gucci logo cotton gift set

หลังจากคุณพ่อคุณแม่ลงรูปลูกสาวรัวๆ บนอินสตาแกรมส่วนตัว ก็มีเพื่อนๆ ทั้งในและนอกวงการ รวมถึงแฟนๆ ต่างเข้ามาแสดงความยินดีกับสมาชิกใหม่ของครอบครัว รวมถึงพี่ชาย อชิ อชิรวัตติ์ ก็มาเยี่ยมน้องสาวด้วยเช่นกัน

อชิ อชิรวัตติ์

ฟลุค-นาตาลี ต้อนรับลูกสาวในชุด Baby Gucci

Baby Gucci

ชุด Baby Gucci

ชุด Baby Gucci

ชุด Baby Gucci

ชุด Baby Gucci

Baby Gucci


ภาพ : IG@lee_natalie  , @fluke777

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

รู้หรือไม่ รองเท้า Christian Louboutin เกิดจากชีวิตรักแสนเศร้าของ เจ้าหญิงไดอาน่า

งดงามทุกมุม! ตั๊ก บงกช เดินสายทำบุญใน ชุดไทยบรมพิมาน สวยหวานดั่งผ้าพับไว้

สวยเท่ไม่โป๊! ชุดว่ายน้ำ Louis Vuitton ‘ญาญ่า’ เท่าไหร่ก็ยอมจ่าย

LINE FASHION ANNUALE 2021

LINE เปิดตัว 15 แบรนด์แฟชั่นไทย เดินหน้าสู่เวิร์คช้อป “มืออาชีพแฟชั่นในยุคดิจิทัล”  

LINE เปิดตัว 15 แบรนด์แฟชั่นไทย เดินหน้าสู่เวิร์คช้อป “มืออาชีพแฟชั่นในยุคดิจิทัล”  

สร้างสรรค์คอลเลคชั่นใหม่ โชว์ผลงานใน LINE FASHION ANNUALE 2021 เดือนกรกฎาคมนี้

LINE สานฝัน SME แฟชั่นไทยก้าวไกลสู่ระดับมืออาชีพ เปิดตัว 15 แบรนด์ที่ได้รับการคัดเลือกร่วมงาน LINE FASHION ANNUALE 2021 เดินหน้าเข้าสู่การกรูมมิ่งและเวิร์คช้อปกับมืออาชีพแถวหน้าของเมืองไทย อาทิ ป้าตือ-สมบัษร ถิระสาโรช ฟอร์ด-กุลวิทย์ เลาสุขศรี และเหล่ากูรูในโลกแฟชั่นมากมาย พร้อมเรียนรู้การตลาดยุคดิจิทัลแบบจัดเต็ม เพื่อสร้างสรรค์ผลงานคอลเลคชั่นใหม่สุดเอ็กซ์คลูซีฟ เฉิดฉายบนรันเวย์สุดล้ำ LINE FASHION ANNUALE 2021 เดือนกรกฎาคมนี้

หลังจากเปิดตัว “LINE FASHION ANNUALE 2021 (ไลน์ แฟชั่น แอนนัวเล่ 2021)” โครงการเพื่อมุ่งยกระดับ SME ไทยสายแฟชั่นให้ก้าวไกลกว่าเดิม ด้วยการพัฒนาทักษะด้านการออกแบบอย่างมืออาชีพและการทำธุรกิจดิจิทัล สู่เส้นทางแห่งรันเวย์ครั้งยิ่งใหญ่ โดยได้สิ้นสุดการรับสมัครไปเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา พร้อมกระแสตอบรับดีเยี่ยมด้วยยอดผู้ประกอบการแฟชั่นสมัครเข้ามากว่า 500 แบรนด์ โดย LINE ได้จัด Pitching Day เพื่อเปิดโอกาสให้แบรนด์ที่ผ่านการคัดเลือกรอบแรกได้นำเสนอผลงานต่อหน้าคณะกรรมการ ทั้งฝั่งกูรูด้านแฟชั่นและผู้เชี่ยวชาญด้านดิจิทัลไปเมื่อกลางเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ล่าสุด LINE พร้อมเผยโฉม เปิดตัว 15 แบรนด์แฟชั่นที่ผ่านการคัดเลือกมาแล้ว ดังนี้

LINE FASHION ANNUALE 2021

  • กลุ่มแบรนด์เสื้อผ้า เครื่องแต่งกายสำหรับผู้ชาย ได้แก่ แบรนด์ Grouderbkk แบรนด์ Roserompstudio และแบรนด์ Salawan
  • กลุ่มแบรนด์เสื้อผ้า เครื่องแต่งกายสำหรับผู้หญิง ได้แก่ แบรนด์ ALLA MODA BANGKOK แบรนด์ EVERYDAY APPARELS แบรนด์ FLAT2112 แบรนด์ LUBNA แบรนด์ ROCE แบรนด์ TinyyyStyle และ PETCHPLOY BRAND
  • กลุ่มแบรนด์เสื้อผ้า เครื่องแต่งกายสำหรับทั้งผู้ชาย ผู้หญิง ได้แก่ แบรนด์ CMCT และแบรนด์ SAAMU
  • กลุ่มแบรนด์เครื่องประดับอื่นๆ ได้แก่ แบรนด์ JITTRAKARN – เครื่องประดับสำหรับผู้หญิง แบรนด์ Plushstudio – รองเท้า กระเป๋า เครื่องหนังสําหรับผู้หญิง และแบรนด์ Tribe Official – กระเป๋า รองเท้า เสื้อผ้าจากไทย

LINE FASHION ANNUALE 2021

ทั้ง 15 แบรนด์ มีการนำเสนอแนวคิด สไตล์ และตัวอย่างการออกแบบเสื้อผ้าของแบรนด์ได้อย่างดีเยี่ยม ถือว่าล้วนเป็นทีมที่มีศักยภาพในการพัฒนาต่อยอดเพื่อก้าวสู่มืออาชีพในระดับสากล โดยหลังจากนี้ ตลอด 3 เดือนข้างหน้า ทั้ง 15 ทีม จะได้เข้าเวิร์คช้อปรับความรู้ ข้อแนะนำเชิงลึกจากผู้เชี่ยวชาญทั้งด้านการสร้างแบรนด์ การบริหารแบรนด์แฟชั่น อาทิ ป้าตือ-สมบัษร ถิระสาโรช คุณฟอร์ด-กุลวิทย์ เลาสุขศรี และเหล่ากูรูในโลกแฟชั่นอีกมากมาย เพื่อพัฒนาผลงานคอลเลคชั่นใหม่สุดเอ็กซ์คลูซีฟสำหรับแสดงในงาน LINE FASHION ANNUALE 2021 ในเดือนกรกฎาคมนี้ นอกจากนี้ ทั้ง 15 แบรนด์จะได้เป็นส่วนหนึ่งของรายการ LINE FASHION ANNUALE 2021 – Behind the Stage ซีรี่ส์เรียลลิตี้บน LINE TV ถ่ายทอดเบื้องหลังสุดเข้มข้นของเส้นทางสู่วันงานรันเวย์ครั้งใหญ่ พร้อมโอกาสการถ่ายทำเซ็ตภาพถ่ายแฟชั่นคอลเลคชั่นโดยทีมงานมืออาชีพระดับประเทศ และได้รับการโปรโมทผ่านสื่อต่างๆ ของ LINE อย่างต่อเนื่องอีกด้วย

LINE FASHION ANNUALE 2021

นางสาวสกุลรัตน์ ตันยงศิริ ผู้อำนวยการธุรกิจ SME LINE ประเทศไทย เปิดเผยว่า ผู้ประกอบการด้านแฟชั่นของไทยถือเป็นกลุ่มธุรกิจที่มีศักยภาพมาก หลายแบรนด์สามารถไปไกลได้ถึงระดับประเทศ LINE ในฐานะแพลตฟอร์มดิจิทัลในการทำธุรกิจของ SME ไทยเห็นถึงศักยภาพที่แข็งแกร่งตรงนี้ จึงมุ่งยกระดับทั้งในส่วนความเป็นมืออาชีพในสายแฟชั่น และการทำแบรนด์ การตลาดด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล และจะเป็นแรงกำลังสำคัญช่วยให้ผู้ประกอบการไทยก้าวไกลได้มากกว่าที่เคยเป็น”

ผู้ที่สนใจ สามารถติดตามอัพเดทความเคลื่อนไหวของทั้ง 15 แบรนด์และงาน LINE FASHION ANNUALE 2021  แฟชั่นอีเวนต์รูปแบบไฮบริดครั้งใหญ่ที่จะเกิดขึ้นในเดือนกรกฎาคมนี้ ได้ผ่าน LINE Official Account: LINE for Business (@linebizth) #LINEFashionAnnuale2021 #LINEforBusiness

BAO BAO ISSEY MIYAKE

ซัมเมอร์นี้ต้องสดใส 4 ซีรีส์ที่ต้องมี จาก BAO BAO ISSEY MIYAKE คอลเล็คชั่น SS21

สาวๆ ทีม BAO BAO ISSEY MIYAKE มารวมกันตรงนี้ แพรว จะพาไปอัปเดตกระเป๋า BAO BAO ISSEY MIYAKE คอลเล็คชั่นใหม่ล่าสุด Spring/Summer 2021 ที่จะเติมความสดใสซาบซ่าให้กับลุคซัมเมอร์ของสาวๆ แบบจัดเต็ม

กระเป๋า BAO BAO ISSEY MIYAKE คอลเล็คชั่น Spring/Summer 2021 โดดเด่นด้วยสีสันสดใสรับซัมเมอร์ และดีไซน์เก๋กรุบแบบไทม์เลสที่ครองใจสาวๆ ทุกสไตล์ หยิบไปแมตช์กับลุคไหนๆ ก็ปัง จะใช้ตอนไปเที่ยวก็เริ่ด หรือจะใช้สำหรับ everyday look ก็เป๊ะ เพราะใช้ง่ายด้วย function ตอบโจทย์ทุกการใช้งานของสาวๆ ที่หลากหลาย น้ำหนักเบา จุของได้เยอะแบบจุใจ และที่สำคัญอีกอย่างคือดูแลรักษาง่ายมาก จะใช้งานแบบสมบุกสมบันแค่ไหน ก็ไม่ต้องคอยกังวลใจให้หมดสนุก

สำหรับสาวๆ ที่อยากรู้จักกระเป๋า BAO BAO ISSEY MIYAKE ให้มากขึ้นก่อนจะจับจองเป็นเจ้าของ แพรว หยิบ 6 ซีรีส์สุดฮ็อตจากคอลเล็คชั่น Spring/Summer 2021 มาซูมเน้นๆ กันตรงนี้แล้ว ตามไปส่องกันเลยค่ะ

ซัมเมอร์นี้ต้องสดใส 4 ซีรีส์ที่ต้องมี จาก BAO BAO ISSEY MIYAKE คอลเล็คชั่น SS21

WRING GLOSSBAO BAO ISSEY MIYAKE WRING GLOSS

ซีรีส์กระเป๋าที่มาพร้อมกับความสดใสของสีประจำซีซั่นอย่าง สีเทาอ่อนที่เข้ากันได้ดีกับทุกลุคในชีวิตประจำวัน สีส้มคอรัลที่จะชวนให้นึกถึงบรรยากาศของฤดูร้อน และสีฟ้าเทอร์ควอยซ์ที่จะเพิ่มความมีชีวิตชีวาให้กับผู้ใช้ แถมยังมากไปด้วยความคล่องตัวจากสายกระเป๋าที่จะครีเอตลุคปังให้กับสาวๆ ทั้งแบบหูหิ้วและแบบสะพายครอสบอดี้

PLATINUM MERMAID

BAO BAO ISSEY MIYAKE PLATINUM MERMAID

โดดเด่นด้วยการผสมผสานวัสดุเคลือบเอฟเฟคแบบกระจกอันเป็นเอกลักษณ์ของซีรีส์ PLATINUM บริเวณด้านบนของตัวกระเป๋า และใช้วัสดุเคลือบลงยาที่ด้านล่าง PLATINUM MERMAID เหมาะ

สำหรับใส่กระเป๋าสตางค์และโทรศัพท์มือถือ ในขณะที่ช่องใส่ของแบบมีซิปที่อยู่ด้านข้างเหมาะสำหรับใส่สิ่งของขนาดเล็ก เช่น กุญแจ บัตร และลิปสติก เรียกว่ามากไปด้วยฟังก์ชั่น และแวววาวโดดเด่นซึ่งจะช่วยครีเอตสไตล์ได้เป็นอย่างดี

FRAME

BAO BAO ISSEY MIYAKE FRAME

BAO BAO ISSEY MIYAKE FRAME

เอาใจสาวๆ แฟชั่นนิสต้าที่ไม่ยอมตกเทรนด์ ด้วยซีรีส์ใหม่ล่าสุดอย่าง FRAME ที่เริ่ดเหมาะกับช่วงซัมเมอร์สุดๆ ดีไซน์เก๋กว่าใครด้วยกรอบสามเหลี่ยมแบบซีทรู ให้ความรู้สึกโปร่ง ดูมีมิติ  ไม่ว่าจะถือไปเที่ยวทะเลเอย เที่ยวคาเฟ่เอย บอกเลยว่าเหมาะทุกทริป โดยเฉพาะรุ่นที่เป็นกระเป๋าแบบรูดเปิดปิดได้ พอรูดปิดปากกระเป๋าจะกลายเป็นรูปทรงสามมิติ รับรองว่าถ่ายรูปออกมาสวยชิคแน่นอน

CRYSTAL GLOSS

BAO BAO ISSEY MIYAKE CRYSTAL GLOSS

BAO BAO ISSEY MIYAKE CRYSTAL GLOSS

มาถึงซีรีส์ที่สาวๆ ปลื้มกันหนักมากอย่าง CRYSTAL GLOSS กระเป๋าเนื้อกลอสที่มีความแวววาว ช่วยอัพลุคเรียบหรูดูดี เพียบพร้อมด้วย function ทั้งหูหิ้วและสายสะพายยาว แถมยังจุของได้เยอะด้วยก้นกระเป๋าที่กว้าง CRYSTAL GLOSS จะช่วยเติมเต็มคอลเล็คชั่น Spring/Summer 2021 ด้วยสีสันสดใส เหมาะสำหรับลุคซัมเมอร์ของสาวๆ ทุกคน

PRISM GLOSS

BAO BAO ISSEY MIYAKE PRISM GLOSS

BAO BAO ISSEY MIYAKE PRISM GLOSS

ปิดท้ายแบบสวยๆ ด้วยซีรีส์ฮ็อตที่สาวก BAO BAO ISSEY MIYAKE ตัวจริงห้ามพลาด! สำหรับ PRISM GLOSS ที่พื้นผิวของกระเป๋าจะส่องประกายยามสะท้อนแสงแดดอุ่นๆ ของฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อน มาพร้อมกับ 4 สีใหม่ คือ สีเหลืองที่ดูสดใส สีเขียวที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากต้นไม้ใบหญ้า สีม่วงลาเวนเดอร์ดูสบายตา และสีเทาชาร์โคลที่ดูเรียบหรู อีกทั้งยังมีให้เลือกทั้งแบบ TOTE และแบบ CROSSBODY ที่มาพร้อมกับสายสะพายยาว ช่วยเพิ่มความความคล่องตัวให้กับสาวๆ ได้เป็นอย่างดี

BLOCKY

BAO BAO ISSEY MIYAKE BLOCKY

สำหรับสาวๆ ที่อยากเปลี่ยนลุคให้เป็นสาวเท่ BLOCKY ซีรีส์ที่ประกอบด้วยแผ่นสามเหลี่ยมขนาดใหญ่ก็ตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี เนื่องจากแผ่นสามเหลี่ยมจะช่วยสร้างรูปทรงที่แตกต่างให้กับกระเป๋าได้อย่างหลากหลาย อีกทั้งมาพร้อมกับสายกระเป๋าสามารถปรับขนาดได้ ซึ่งสามารถใช้ได้ทั้งแบบสะพายไหล่และครอสบอดี้ เพิ่มความคล่องตัวให้กับผู้ใช้ และสะดวกต่อการพกพา

น่าเป็นเจ้าของทุกซีรีส์เลยใช่ไหมล่ะคะ สำหรับ BAO BAO ISSEY MIYAKE คอลเล็คชั่น Spring/Summer 2021 ที่มากไปด้วยความสนุกทั้งดีไซน์และสีสัน เหมาะกับช่วงซัมเมอร์นี้สุดๆ ซึ่งสาวๆ ที่อยากสอยตอนนี้เลย ก็ไม่ต้องรอช้าค่ะ สามารถตามไปลองหยิบ ลองจับ ลองสะพายกันได้เลยที่ช็อป BAO BAO ISSEY MIYAKE ทุกสาขาในประเทศไทย

BAO BAO ISSEY MIYAKE PRISM GLOSS

แถมยังเอาใจขาช้อปที่ชอบท่องเที่ยว แม้ในช่วงที่เดินทางไปต่างประเทศไม่ได้แบบนี้ สาวๆ ก็สามารถเป็นเจ้าของกระเป๋า BAO BAO ISSEY MIYAKE ได้ในราคาดีใกล้เคียงกับการบินไปซื้อที่ญี่ปุ่น และได้ของแท้แน่นอน แถมอุ่นใจกว่าด้วยบริการหลังการขาย รับประกันคุณภาพของกระเป๋าทุกใบนานถึง 1 ปีเต็ม

สาวหมวย ชาเลนจ์ลดน้ำหนัก กินแตงกวาติดต่อกัน 21 วัน ผลที่ได้....

อยากผอม! สาวหมวย ชาเลนจ์ลดน้ำหนัก กินแตงกวาติดต่อกัน 21 วัน ผลที่ได้….

หากพูดถึง เทรนด์อวดผอม ในการสรรหาทำชาเลนจ์เกี่ยวกับความผอมเพรียว เอวบางร่างน้อย และการลดน้ำหนักต่างๆ ต้องยกให้สาวจีนยืนหนึ่ง!!! เพราะที่ผ่านมามักมีชาเลนจ์แปลกๆ เกี่ยวกับการรูปร่างมาโดยตลอด

อย่างเช่นชาเลนจ์ดังๆ ก่อนหน้านี้ อาทิ เทรนด์อวดผอม ด้วย Headphone Wire Waist Challenge ใช้สายหูฟังพันรอบเอว หรือที่โด่งอีกชาเลนจ์ก็คือ การใช้กระดาษ A4 แผ่นเดียวมาวางทาบที่หน้าท้อง ซึ่งถ้าใครทาบแล้วกระดาษ A4 ปิดหน้าท้องสนิทจนมองไม่เห็นเอวที่เกินออกมานั้น ก็เหมือนเป็นการฟันธงว่าคนๆ นั้น หุ่นดี เอวคอดเป๊ะมาก ต่อมาก็ไม่จบแค่เอวกระดาษ A4 แต่ยังมีการท้าพิสูจน์เรียวขาว่าสวยจริงหรือสวยหลอก โดยการใช้ไอโฟน 6 วัดเรียวขา เพียงแค่นั่งหนีบขา แล้วนำไอโฟน 6 มาวางไว้บนเข่า หากท่อนขาทั้งสองข้างไม่เกินแนวนอนของสมาร์ทโฟน ก็หมายความว่าขาสวยเรียวเล็ก

แถมต่อมาก็ฮิตโชว์ความผอมด้วยการให้สาวๆ เอื้อมมือไขว้หลังไปจับสะดือที่อยู่ด้านหน้าให้ได้ ใครทำได้ถือว่าผอม หุ่นดี เอวเล็กมากเว่อร์ แต่ก็ต้องเป็นคนที่มีความยืดหยุ่นของร่างกายกันพอสมควรด้วยนะถึงจะทำได้ หลังจากนั้นไม่นานก็เริ่มหันมาฮิตเทรนด์วางเหรียญบนไหปลาร้าแทน ใครที่สามารถวางเหรียญไว้บนไหปลาร้าได้เยอะแบบไม่ตก ก็แปลว่าผอมนั่นแหละ ช่างสรรหากันซะเหลือเกิน

ชาเลนจ์ลดน้ำหนัก กินแตงกวาติดต่อกัน 21 วัน ผลที่ได้….

ล่าสุด 2021 อีกชาเลนจ์ที่กำลังเป็นกระแสในโซเชียลมีเดียของจีน คือ ชาเลนจ์ลดน้ำหนัก ด้วยการกินแตงกว่านานติดต่อกันถึง 21 วัน ซึ่งก็มีคนร่วมชาเลนจ์จำนวนมาก และหลายคนก็แชร์ประสบการณ์ของตัวเอง แต่มีสาวจีนรายหนึ่ง ทำให้เกิดเป็นประเด็นจนถูกติดแฮชแท็กที่แปลได้ว่า #อย่าลองลดน้ำหนักด้วยแตงกวาแบบง่ายๆ

สาวหมวย ชาเลนจ์ลดน้ำหนัก

โดยหญิงสาวรายนี้ ได้โพสต์รูปภาพแตงกวาในกล่องจำนวนมาก พร้อมกับบอกว่า ขอเริ่มชาเลนจ์ 21 วัน ลดน้ำหนักด้วยแตงกวา หลังจากเห็นสาว ๆ หลายคนใช้วิธีนี้แล้วค่อนข้างได้ผลดี เธอจึงอยากลองทำบ้าง และเธอก็เริ่มอัพเดตตั้งแต่เริ่มกินว่า

  • วันแรก มีอาการปกติดี ตอนเช้ากินไป 1 ลูก และยังไม่ได้กินอะไรเลยจนถึงตอนนี้ หิวมาก ดื่มน้ำไป 4 แก้ว น้ำหนักเริ่มต้นที่ 52.8 เป้าหมายอยู่ที่ 47 สู้ๆ
  • วันที่ 2 น้ำหนักลดลงอยู่ที่ 52.2 เหตุเพราะเมื่อวาน กินแตงกวาและดื่มน้ำไป 7-8 แก้ว รอดมาได้ แต่ตอนเที่ยงคืนหิวมาก แอบกินบะหมี่ไก่งวงไป บาปมาก วันนี้จะต้องไม่เป็นแบบนั้น เมื่อไม่กิน น้ำหนักต้องได้ 51.6
  • วันที่ 3 ตั้งแต่เมื่อวานจนถึงวันนี้ กินแค่แตงกวาและปลาเป็นอาหารเย็น ชั่งน้ำหนักไม่เปลี่ยนแปลง 52.1
  • วันที่ 4 (เจ้าตัวไม่ได้อัพเดตเอง) เพราะเธอนอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล กำลังให้น้ำเกลืออยู่ จากสิ่งที่เกิดขึ้น คาดว่าชาเลนจ์ดังกล่าวจะไม่ถูกสานต่ออีกเป็นแน่
  • อัพเดตด้วยตัวเองครั้งสุดท้ายของชาเลนจ์นี้ พร้อมกับภาพสายน้ำเกลือ และบอกว่าการลดน้ำหนักอย่าหาทำแบบง่ายๆ สาวๆ คนไหนที่มีอาการปวดท้องอย่าพยายาม ตอนนี้ฉันโอเคแล้ว ไม่ต้องเป็นห่วง

สาวหมวย ชาเลนจ์ลดน้ำหนัก

หลังจากประสบการณ์ที่เกิดขึ้นกับของเธอถูกแชร์ไปในโลกโซเชียล หลายคนต่างพากันรู้สึกเห็นใจ ขณะเดียวกันก็มองว่าเป็นประโยชน์กับคนอื่นๆ เป็นอุทาหรณ์ว่าการลดน้ำหนักต้องมีสติ เพราะเสี่ยงอันตราย การควบคุมอาหารควรทำอย่างถูกต้องตามหลักโภชนาการ ควบคู่ไปกับการออกกำลังกายจะดีที่สุด

ชาเลนจ์ลดน้ำหนัก กินแตงกวาติดต่อกัน 21 วัน ผลที่ได้....


ภาพจาก Weibo
ข้อมูล : sohu.com , Kapook.com

 

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

‘ไอซ์ ปรีชญา’ ชาเลนจ์ฟิตหุ่น ให้เอวเหลือ 23 นิ้ว ถ้าพังเจอลงโทษมาสก์หน้าอึสุนัข ฯลฯ

เทรนด์อวดผอม ล่าสุดHeadphone Wire Waist Challenge ใช้สายหูฟังพันรอบเอว

เทรนด์อวดผอมไม่เคยเอ้าท์! ใหม่ The Pen Challenge พิสูจน์ความบางเอวร่างน้อย

อย่าหาทำ! เตือนลดพุงด้วย ฮูล่าฮูป ไซส์จัมโบ้ 6 โลขึ้น อาจอันตรายกระดูกสันหลัง

 

 

 

หมอโจ้ THE DEMIS CLINIC

กว่าจะสำเร็จ…ไม่ง่าย “หมอโจ้” แพทย์ความงามมือดีที่เซเลบฝากหน้าให้ดูแล

ตลาดความต้องการที่จะสวยเร็วสวยไวทำให้เงินสะพัดในเหล่าคลินิกเสริมความงาม แพทย์ในสายนี้จึงเดินหน้ารับทรัพย์ แต่ “หมอโจ้” หรือ “นายแพทย์ดิสพงศ์ ปณิฐาภรณ์” แห่ง THE DEMIS CLINIC ที่มีเซเลบริตี้ตบเท้าเข้าไปทำสวยอย่างไม่ขาดสาย บอกว่าเขามาถึงทุกวันนี้ได้เพราะ “รู้จักรอ” การแนะนำคนไข้ให้ได้รับการรักษาในแนวทางที่ปลอดภัยและยั่งยืน บางครั้งก็กลายเป็นเรื่องขัดใจลูกค้า แต่หมอโจ้ขอมาเวย์นี้ด้วยจรรยาบรรณอันแข็งแกร่ง จนกระทั่งวันแห่งความสำเร็จมาถึง บอกเลยว่าไม่ไกลเกินรอ

กว่าจะสำเร็จ…ไม่ง่าย “หมอโจ้” แพทย์ความงามมือดีที่เซเลบฝากหน้าให้ดูแล

หลายคนเชื่อว่าคนเป็นหมอต้องเรียนเก่ง สำหรับหมอโจ้เป็นแบบนั้นไหมคะ

“ไม่เลยครับ สมัยเด็กผมเรียนไม่เก่งเลย โดยเฉพาะช่วงประถมนี่เรียกว่าดิ่งเหว สร้างความทุกข์ให้คุณพ่อคุณแม่มาก ต้องไปไหว้วานญาติๆ มาช่วยติวคนละวิชาซึ่งเราก็ยังไม่ใส่ใจอยู่ดี แต่ลึกๆ รู้สึกว่าบาปเนอะที่แม่ต้องมาร้องไห้เพราะเรา กระทั่งเข้าเรียนมัธยมที่โรงเรียนอัสสัมชัญ ทางโรงเรียนมีการสอบคัดเกรดใหม่จาก 500 คนเหลือ 100 คนเพื่อเข้าห้องคิงและห้องควีน จุดนั้นกลายเป็นโอกาสที่เราต้องถีบตัวเองให้ตั้งใจเรียนจนได้เข้ามาเป็นคนที่ 100 พอดี

“เมื่อได้เข้าไปแล้วก็เหมือนบรรยากาศพาไป เขาเรียนกันอย่างไร จดเลกเชอร์แบบไหน เราจึงมีความตั้งใจมากขึ้นเรื่อยๆ ค่อยๆ ขยับจากการนั่งหลังห้องมาหน้าห้อง การเรียนก็ดีขึ้นตามลำดับ พอเข้าสู่มัธยมปลายมีโปรเจ็กต์ของโรงเรียนที่ตั้งเป้าให้เด็กระดับหัวกระทิ 100 คนเอนทรานซ์ติดให้ได้ มีการจัดครูแนะแนวมาประกบจนเราค้นตัวเองเจอว่าอยากเรียนหมอ พอรู้สายที่จะไปแล้ว ทางโรงเรียนก็จับแยกติวเข้มเลย จนได้เข้าเรียนแพทย์ที่รามาธิบดีในที่สุด”

แล้วอะไรคือเหตุผลที่ทำให้ตัดสินใจเลือกเป็นแพทย์ด้านผิวหนังคะ

“เพราะเป็นเรื่องที่ผมเผชิญมาด้วยตัวเอง คือตอนเรียนปี 4 ผมเป็นสิวหนักมาก จนมาได้อาจารย์หมอที่ใช้เครื่องเลเซอร์ช่วยดูแลให้จนเริ่มดีขึ้น จากสิวเต็มทุกพื้นที่ก็หายเกลี้ยงเป็นปกติเลย จึงรู้สึกแฮ็ปปี้กับการรักษาครั้งนั้นมาก ชีวิตมีความสุข รู้สึกดีกับตัวเองขึ้นเยอะ กลายเป็นจุดที่ทำให้มุ่งมั่นว่าอยากเรียนแพทย์ผิวหนัง ประกอบกับตอนนั้นเป็นปีแรกๆ ที่เลเซอร์ IPL เข้ามาพอดี ผมเองชอบเทคโนโลยีอยู่แล้ว เมื่อได้ทดลองใช้ดูก็รู้สึกว่าเจ๋งมาก ใช้เลเซอร์รักษาสิวได้ด้วย แต่รุ่นนั้นคือเจ็บมากนะ ยิงแล้วเหมือนโดนดีดแรงๆ ทั้งหน้าเลย (หัวเราะ) แต่เป็นการรักษาที่ปลอดภัยและยั่งยืนกว่าสเตียรอยด์ที่ใช้กันอยู่ตอนนั้น ถือว่าผมเริ่มมาตั้งแต่รุ่นหนูทดลองเลย ก็เลยเริ่มศึกษาเกี่ยวกับเลเซอร์เพื่อรักษาผิวมาตั้งแต่ตอนนั้น”

หมอโจ้ THE DEMIS CLINIC

ทราบว่าคุณหมอเป็นแพทย์รุ่นแรก ๆ ที่ได้ไปเรียนด้าน “โบท็อกซ์” ในต่างประเทศ

“ก็ไม่เชิง…เล่าก่อนว่าที่บ้านผมไม่ได้มีฐานะอะไร ไม่ได้ไปเรียนต่างประเทศกับใครเขา แต่ช่วงนั้นผมเริ่มอิ่มตัวจากการทำเลเซอร์ที่ฝึกจนเชี่ยวชาญแล้ว จึงมองหาเทคโนโลยีใหม่ๆ ก็พอดีมีกระแสพูดถึงโบท็อกซ์ว่าดีอย่างนั้นอย่างนี้ ผมสนใจแต่ไม่รู้จะไปเรียนที่ไหน พอลองสืบค้นก็พบว่ามีอาจารย์ท่านหนึ่งที่ถือว่า เป็น ‘เทพโบท็อกซ์’ โดยเขาเปิดคอร์สสอนระยะเวลา 15 วัน เป็นการฝึกแบบเข้มข้น สอนเทคนิคจริงจังครบทุกอย่าง แต่อยู่ไกลถึงแซนแฟรนซิสโก ซึ่งผมอยากเรียนมาก แต่เงินเดือนตอนนั้นแทบไม่พอใช้ ไหนจะผ่อนบ้านอีก เรื่องเรียนจึงเป็นเหมือนความฝัน

“กระทั่งเจอพี่อีกคนที่อยากไปเรียนเหมือนกัน จึงคุยกันว่าเอาละเราจะกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป (หัวเราะ) คือประหยัดทุกวิถีทาง เก็บเงินกันอยู่นาน สุดท้ายก็ได้ไปเรียนจริงๆ โชคดีที่ผมมีเพื่อนเป็นเชฟอยู่ที่นั่น จึงขอแบ่งพื้นที่ในห้องเขาพักอาศัยด้วย ส่วนพี่อีกคนที่ไปด้วยกัน ภายหลังเขาป่วยหนักจนเรียนไม่ได้จึงต้องกลับ

“ต้องบอกว่าผมโชคดีมากที่ได้ไปเรียน เพราะครั้งนั้นเป็นคลาสสุดท้ายของศาสตราจารย์ท่านนี้ก่อนจะเกษียณอายุ ถือเป็นการเปิดโลกเลยว่าวิธีการฉีดโบท็อกซ์ที่ถูกต้องและเทคนิคต่างๆ เป็นอย่างไร ช่วงแรกที่ฝึกก็มีมือสั่นบ้าง แต่พอฝึกสั่งสมประสบการณ์ไปเรื่อยๆ ก็คล่องเอง”

แล้วจุดเริ่มต้นของการทำคลินิกล่ะคะ

“หลังกลับมาจากคอร์สที่แซนแฟรนซิสโก ผมทำงานกับคลินิกแห่งหนึ่งอยู่พักใหญ่ แล้วพบว่าเคสที่เจอมักเป็นโรคเฉพาะทาง แต่เรามีแพสชั่นในเรื่องของเทคโนโลยีเลเซอร์ อยากเจอเคสรักษาสิวด้วยเลเซอร์ที่ท้าทายกว่านั้น อยากเริ่มทำอะไรใหม่ๆ จึงชักชวนหมอหลิน (แพทย์หญิงนิโลบล เจริญวุฒิ) ซึ่งสนใจเรื่องเลเซอร์เหมือนกันมาทำคลินิกด้วยกัน เราโชคดีได้โลเกชั่นที่สยามฯ ซึ่งเหมาะมาก จึงเริ่มออกมาดูแลคนไข้กันเอง”

ช่วงแรกเป็นอย่างไรบ้างคะ

“แทบไม่มีคนเลย (ยิ้ม) แม้จะอยู่ที่สยามฯ ฟังดูเหมือนดีแต่ลำบากมาก เพราะเป็นคลินิกแบบสแตนด์อะโลน ไม่ได้อยู่ในห้างแถมอยู่บนชั้น 3 ของตึกเล็กๆ โดยไม่มีหน้าร้านอยู่ชั้นล่างด้วยซ้ำ คือค่าเช่าถูกที่สุดเท่าที่จะหาได้ พนักงานก็มีกันอยู่แค่ 2 คน ผมถือนโยบายว่าพนักงานทำอะไร เราต้องทำด้วยทุกอย่าง เช่น จัดเวรกันล้างห้องน้ำโดยผมก็ทำด้วย ส่วนเรื่องการโปรโมตสมัยนั้นยังไม่มีโซเชียลเน็ตเวิร์คใดๆ วิธีเดียวที่ทำได้ก็คือโบรชัวร์ ผมทำอาร์ตเวิร์คเอง เดินแจกเองกับวางตามหน้ารถยนต์ เรียกว่าทำเท่ากับพนักงานคนหนึ่งทุกอย่าง ช่วงแรกๆ บางวันไม่มีคนไข้เลย ก็ใจหวิวเหมือนกันนะ เพราะเรามีค่าใช้จ่ายตลอด แต่เมื่อมีลูกน้องมาอยู่กับเราจะท้อไม่ได้ วันไหนคลินิกเงียบไม่มีคนไข้ ผมจะถอดเสื้อกาวน์ออก เปลี่ยนเป็นเสื้อยืด แล้วเรียกป้าจันทร์ทีมงานผม ให้ไปแจกโบรชัวร์กันที่หน้าคลินิก บางทีก็เจอคนมาไล่ต้องวิ่งหนีกันชุลมุน”

คุณหมอยังจำคนไข้คนแรกได้ไหมคะ

“จำได้ครับ ชื่อพี่นัท – คัทลียา รหัส 00001 ทำงานอยู่ที่ อย.ด้วย เราได้ดูแลกันเพราะการแจกโบรชัวร์นี่แหละ ปัจจุบันก็ยังเจอกันอยู่ เพิ่งรำลึกความหลังกันไปว่าพี่นัทรหัสนี้นะ จำได้ไหมที่เจอกันเพราะวันนั้นพี่นัทมาช็อปปิ้ง ผมเข้าไปแจกโบรชัวร์เลยได้พูดคุยกันและถูกชะตา เขาบอกว่าอยากสนับสนุนจึงลองมารักษากับผม เคสพี่นัทตอนนั้นคือเป็นฝ้าหนักมาก ผมบอกเขาตรงๆ ว่าไม่หายในครั้งเดียวนะ เขาบอกว่านี่เป็นคลินิกแรกที่พูดว่าไม่หาย เขาเคยเจอแต่พนักงานที่เชียร์แหลก ทำครั้งเดียวหายแน่นอนแต่ผมบอกตรงๆ ว่าฝ้าพี่ไม่หายขาดนะ ไม่ต้องไปทุ่มเงินขนาดนั้น แต่ถ้าเราทำให้ผิวแข็งแรงจะทำให้ฝ้าดูจางและลดลง จนพี่รู้สึกว่าอยู่กับมันได้แบบนั้นจะดีกว่า”

คุณหมอพูดว่า “ไม่” กับคนไข้คนแรกเลยเหรอคะ

(พยักหน้า) “ถือเป็นจรรยาบรรณที่แพทย์ผิวหนังพึงมี ผมพูดว่า ‘ไม่’ บ่อยมาก ตั้งแต่ตอนนั้นจนถึงเดี๋ยวนี้ ยิ่งสมัยนี้มีคนมากมายที่เดินเข้ามาบอกหมอว่าขอสวยเหมือนคนนั้นคนนี้ อยากรู้ว่าดาราคนนี้ทำอะไรจะได้ทำตามเขาบ้าง ผมจะบอกเลยว่าไม่ได้ สเต็ปที่ถูกต้องคือลืมไปก่อนว่าคนนั้นทำอะไร ผมจะดูตามความเหมาะสม หากบางอย่างไม่เหมาะกับบางคน ผมจะบอกเลยว่าอย่าเอาเงินก้อนแรกมาลงทุนแบบนี้เลย

“ซึ่งในความเป็นจริงถ้าผมบอกให้คนไข้ทำอะไร เขาก็คงเชื่อหมด แต่ถ้าผมพูดไปแล้ว อีกหน่อยพอเขาอยากทำหน้า เขาก็จะมาด้วยเงินก้อนแล้วขอทำอัลเทอร่า โบท็อกซ์ ฟิลเลอร์ เลเซอร์พร้อมกันในคราวเดียว ซึ่งผมไม่สนับสนุนวิธีการแบบนี้ ลองอัลเทอร่าก่อนแล้วรอดูผลลัพธ์เป็นอย่างๆ ว่าจำเป็นหรือเปล่า ถ้าในที่สุดเราเห็นตรงกันว่าเขายังสวยได้อีก ก็ค่อยโบท็อกซ์เป็นสเต็ปต่อไป ซึ่งจะทำให้เขาได้เรียนรู้ว่าวิธีการที่เขาเลือกทำเหมาะกับตัวเองหรือเปล่า”

จากวันแรกที่แทบไม่มีลูกค้ามาเริ่มเป็นที่รู้จักตอนไหนคะ

“มาบูมจริงๆ ในยุคเริ่มต้นของโซเชียลมีเดีย พอดีคุณมด Cinnamongal บิวตี้บล็อกเกอร์ มีปัญหาหนักมากเรื่องสิวที่หลัง แล้วไปเจอข้อมูลการรักษาด้วยเครื่อง ‘ไอโซลาซ’ ซึ่งที่คลินิกเรามี คุณมดจึงมาหาโดยที่ผมไม่รู้จักเธอ พอมาถึงก็บอกเลยว่าให้ทำที่หลังอย่างเดียว ไม่แตะที่หน้าเลย ระหว่างรักษาคุณมดก็ถามขึ้นมาว่ารู้จักคำว่า ‘บล็อกเกอร์’ ไหม เขาทำบล็อกของตัวเองอยู่ ชื่อ Cinnamongal ผมก็บอกว่าไม่รู้จัก ไม่เคยติดตามเลย เพราะสมัย 8 ปีที่แล้วยังไม่มีเฟซบุ๊ก หรือไอจีใดๆ มีแค่ห้องโต๊ะเครื่องแป้งในพันทิป แต่ก็บอกคุณมดไปว่าถ้ามาเมื่อไร ก็ยินดีรักษาให้ คุณมดก็ไม่ได้พูดอะไร รักษาเสร็จก็จ่ายค่ารักษากันตามปกติ จากนั้นคุณมดก็กลับมารักษากับผมอยู่ 4 – 5 ครั้ง

“จนมาเห็นอีกทีในออนไลน์ว่าคุณมดไปเที่ยวหัวหิน ใส่ชุดบิกินี่โชว์หลังเนียนผิวสวย ซึ่งคนที่ตามคุณมดจะรู้ว่าเธอมีปัญหาสิวที่หลังเรื้อรัง และนี่คือครั้งแรกที่ใส่บิกินี่โชว์ได้ แล้วก็ลงท้ายคำบรรยายภาพที่โพสต์ว่ารักษาผิวที่ไหน เท่านั้นแหละได้เรื่อง รุ่งขึ้นมีคนหลั่งไหลมาเรื่อยๆ จาก 10 คนกลายเป็น 20 คน แล้วก็ บอกต่อๆ กัน ต้องยอมรับว่า THE DEMIS เป็นที่รู้จักจากการบอกปากต่อปากเยอะมาก ผมเคยปรึกษากับทีมว่าเราจะชวนดารามารีวิวคลินิกดีไหม แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจว่าไม่เอาดีกว่า ขอทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุดไปก่อน จนเพิ่งมาปีหลังๆ ที่จู่ๆ ก็มีดาราติดต่อมาให้เราได้พิสูจน์ผลงาน ทำให้ผมมองว่าถ้าที่ผ่านมาเรามัวแต่อยากเข้าไปหาดาราในวันที่ฝีมือเราอาจจะยังไม่ถึง สุดท้ายชื่อของเราคงจบแค่วันนั้น แต่ผลลัพธ์ของการรอคอย ฝึกฝน และทุ่มเทก็ทำให้วันนี้คลินิกเรา เป็นที่บอกต่อกันเองในหมู่ดาราโดยที่ไม่ต้องโปรโมตอะไร”

หมอโจ้ THE DEMIS CLINIC

คิดว่าอะไรคือจุดอ่อนและจุดแข็งของ THE DEMIS CLINIC คะ

“สำหรับผมจุดอ่อนกับจุดแข็งของเราคือสิ่งเดียวกัน คือเรารักษาไม่เหมือนใครเลย ถ้าตอนนั้นผมอยากได้กำไรมากๆ บอกเลยว่าฉีดสิวคือได้กำไรที่สุด แต่ผมเลือกที่จะบอกให้คนไข้อดทนรอรักษาด้วยวิธีเลเซอร์ ซึ่งในมุมหนึ่งก็เป็นจุดอ่อนตรงที่เมื่อคนไข้เปิดประตูเข้ามาถาม พอคุยเสร็จ อ้าว…ไม่มีฉีดสิว เขาก็เดินออกไปเลย

“ต้องอธิบายว่าที่ผมยึดมั่นจะไม่ฉีดสิวเพราะรู้ว่าได้ผลไม่ยั่งยืน เนื่องจากผมเคยมีประสบการณ์ตรงมากับตัวเองอย่างที่บอกเวลาใช้สเตียรอยด์ช่วงแรกผิวจะดีขึ้นราวกับยาผีบอก ทำให้รู้สึกว้าวมาก แต่ถ้าทิ้งช่วงสิวจะบุกกลับมาหนักมาก เรียกว่าสิวสเตียรอยด์ เพราะผิวเสพติดสเตียรอยด์ จึงอยากบอกต่อถึงโทษในการรักษาด้วยการฉีดสิว ขณะที่การรักษาด้วยเลเซอร์อาจไม่ให้ผลลัพธ์ในทันที เพราะต้องใช้เวลาในการปรับสภาพผิวให้แข็งแรง แต่หากอดทนรอจะได้ผลในระยะยาว อย่างที่ผมได้ลองกับตัวเองมาแล้ว

“ซึ่งเมื่อคนไข้เข้าใจจุดนี้ เราจึงได้รับการยอมรับมากขึ้นเรื่อยๆ จากคนไข้ 1 คน ไปเป็นหมื่นๆ คน จุดอ่อนนี้จึงกลายเป็นจุดแข็งและจุดเด่นของคลินิกเราไปแล้วว่าหากรักษาสิวที่ไหนไม่หาย ถ้ามาหาเราจะหายแน่ๆ จนถึงทุกวันนี้วิธีการรักษาจึงเป็นสูตรสำเร็จไปแล้ว ซึ่งไม่ได้เกิดจากที่เรียนมา แต่เกิดจากการที่เราดูแลคนไข้ ถ่ายรูป และเก็บสถิติทุกวัน เราเรียนรู้ผ่านประสบการณ์จนรู้ว่าถ้ายิงเลเซอร์จูลเท่านี้ได้ผลร้อยเปอร์เซ็นต์ ถ้าคนไข้แบบนี้มาเราจะจ่ายยาอะไรบ้าง หรือเราบอกได้เลยว่าถ้ารักษาแบบนี้ ภายใน 3 สัปดาห์เขาจะดีขึ้นกี่เปอร์เซ็นต์ แล้วถ้าไม่ดีขึ้นเท่านี้ เปอร์เซ็นต์ จะแปลว่าอะไรได้บ้าง”

สำหรับคุณหมอแล้วเส้นแบ่งหรือจรรณยาบรรณข้อไหนที่จะไม่มีวันข้ามไปเด็ดขาด

“ ‘คุณธรรม’ คือสิ่งที่ต้องมี สิ่งที่เรามอบให้คนไข้ต้องปลอดภัยและเห็นผลที่สุด อย่างตอนที่เทรนด์เรื่องการยกกระชับกำลังมา ผมก็มองหาเครื่องที่ดีที่สุด พยายามเก็บเงินจนซื้อเครื่องอัลเทอร่าได้ แต่ด้วยความที่อัลเทอร่าเมื่อ 7 ปีที่แล้ว รักษาทีตกครั้งละ 80,000 – 100,000 บาท ซึ่งเป็นเงินที่สูงมาก ประกอบกับผมยังไม่มั่นใจว่าการจ่าย 1 แสนนั้นจะเห็นผลเป็นที่น่าพอใจหรือไม่ จึงหาตัวเลือกเป็นการร้อยไหม ลงทุนซื้อไหมไป 1 ล้านบาท แต่พอได้ลองทำแล้วพบว่ามีสิ่งที่ขัดกับคุณธรรมในใจผมอยู่มาก เนื่องจากความเสี่ยงสูง พอร้อยไหมให้คนไข้ไปได้สัก 10 คน ผมเริ่ม นอนไม่หลับเพราะไม่แน่ใจว่าสะอาดพอหรือเปล่า จะติดเชื้อหรือเปล่า แม้ผมจะระวังเต็มที่แล้วก็ตาม ในที่สุดจึงต้องยอมทิ้ง 1 ล้านบาทสำหรับไหมกล่องนั้นไว้เป็นอนุสรณ์ แล้วกลับไปมุ่งมั่นทำอัลเทอร่า เพราะเป็นสิ่งที่ผมมั่นใจที่สุด”

จะบอกรุ่นน้องที่อยากเป็นหมอผิวหนังอย่างไรดีคะ

“หมอผิวหนังเป็นอาชีพที่มีความท้าทายต่อศีลธรรมอยู่เสมอ ความที่เราอยู่กับ ความสวยความงาม แต่ก็เกี่ยวกับชีวิตคน จึงเป็นงานที่เหมือนเล่นและทำธุรกิจ ไปด้วยในตัว แล้วปัจจุบันก็มีทางเลือกหลากหลาย บุคลากรที่ไม่ใช่หมอก็มี ผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ก็มีให้เลือกหลายเกรดหลายราคา ไม่ว่าจะเป็นเลเซอร์ โบท็อกซ์ จากขวดละหมื่นเหลือ 3,000 ก็มี หรือถ้าเลือกฉีดสิวแทนเลเซอร์ ก็ยังได้ต้นทุนถูกกว่ามากซึ่งคนไข้ไม่รู้ ฉะนั้นทุกครั้งที่ผมดูแลคนไข้ ผมต้องแยกให้ได้ระหว่างผลกำไรกับผลการรักษา ถ้าจะให้ผลการรักษาดีและผลกำไรเยอะก็ทำได้ มีวิชามารมากมายในวงการนี้ที่จะช่วยลดต้นทุนได้ เปรียบเทียบกับการทำอาหาร ถ้าอยากทำให้อาหารอร่อยจริงๆ จนคนกินแล้วจดจำได้ เคล็ดลับก็คือต้องใส่เครื่องไม่ยั้ง ไม่หวงสูตร ไม่หวงต้นทุน ผลลัพธ์จึงจะดี ซึ่งนี่เป็นสิ่งที่ผมทำมาตลอด

“ดังนั้นการเป็นหมอในวงการความงาม เราต้องคอยดึงจิตวิญญาณของความเป็นหมอให้สูงกว่านักธุรกิจให้ได้ในทุกๆ เคส ที่เราเผชิญ เพราะหากเราตัดสินใจผิดแค่เสี้ยววินาที จะส่งผลต่ออาชีพอย่างแน่นอน หรือถ้าเราละเลยจนลูกค้าเสียโฉมไปออกสื่อ ก็จะส่งผลถึงความน่าเชื่อถือของเราทันที การรักษาให้ได้มาตรฐานและรู้จักชั่งน้ำหนักจึงสำคัญมาก”

เป้าหมายต่อไปของคุณหมอคืออะไรคะ

“ตอนนี้กำลังจริงจังกับแบรนด์ DDC ครับ แบรนด์นี้เกิดขึ้นโดยใช้หลักการเดิมคือ ใช้ศีลธรรมเข้ามาจับในพาร์ตของธุรกิจ และยังคงแหวกแนวจากแบรนด์อื่นๆ คือเป็นสกินแคร์ที่ต่อให้เป็นครีมรักษาสิวก็ไม่ใส่ยาแก้อักเสบ กรด และสเตียรอยด์เลย เราใช้สมุนไพรไทยล้วนๆ ซึ่งใช้เวลากว่า 2 – 3 ปีในการทดสอบ จนมั่นใจว่าเราจะยืนหยัดด้วยเส้นทางนี้ โดยมียาแต้มสิวเป็นสินค้าตัวแรกและเป็นที่ยอมรับเร็วมาก ตอนนี้แตกไลน์ไปเป็น 20 ตัวแล้ว มีทั้งสกินแคร์ เครื่องสำอางและอาหารเสริม โดยยึดมั่นความเป็นแบรนด์ที่พัฒนาโดยแพทย์ผิวหนัง ปราศจากสารที่เป็นอันตรายต่อผู้ใช้”

ในฐานะที่เป็นเบอร์ต้นๆ ของวงการ คุณหมอมองเรื่องความสำเร็จและความล้มเหลวอย่างไรคะ

“ผมอยู่ในวงการนี้มา 12 ปี คลินิกมีอายุ 10 ปี ถือว่าเติบโตมาพร้อมกัน ในระหว่างทางที่ผ่านมาผมเห็นคลินิกที่เกิดขึ้นมาแล้วก็ต้องปิดตัวไป ยิ่งช่วงโควิดหลายแห่งได้รับผลกระทบเยอะ ช่วงล็อกดาวน์เราก็ปิดตามมาตรการของรัฐบาล ตอนนั้นก็ทุกข์ไม่แพ้คนอื่น แต่พอกลับมาเปิดอีกครั้ง ปรากฏว่าลูกค้าพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าอยากกลับมาหา เพราะช่วงวิกฤติกลับทำให้เขาตระหนักเรื่องการใช้จ่ายว่าจะสะเปะสะปะไม่ได้ ต้องเลือกสิ่งที่ เชื่อมั่นจริง ๆ และเขาก็เก็บเราไว้เป็นตัวเลือกเดียว ทำให้เรามั่นใจว่ามาตรฐานและความแตกต่างอย่างที่เราเป็นนี่แหละที่ทำให้ลูกค้าไว้ใจ

“ผมจึงคอยเตือนตัวเองอยู่เสมอว่าความสำเร็จคือสิ่งที่เราทำแล้วจบ อย่าไปหลงระเริงกับมัน ไม่ใช่ว่าสำเร็จแล้วจะหยุดพัฒนา ตรงกันข้าม เราต้องปรับตัวให้ทันโลกและยุคสมัยเสมอ เพราะความสำเร็จจะนำมาซึ่งความไว้วางใจให้คนเดินเข้ามาหา ยิ่งเราเป็นหมอ ความไว้วางใจจึงยิ่งทวีคูณ แต่ถ้าเราใช้ความไว้วางใจของคนไข้ในทางที่ผิด เชียร์อะไรที่เกินเหตุหรือยัดเยียดสิ่งที่ไม่จำเป็นให้คนไข้ เชื่อว่าไม่นานก็พลิกไปสู่ความล้มเหลวได้ ตอนนี้ผมจึงไม่ได้สู้กับอะไรที่ยิ่งใหญ่ไปกว่าการสู้กับใจตัวเองทุกวัน ว่าจะไม่หลงระเริงไปกับความสำเร็จและกิเลสที่เข้ามา เป็นความสำเร็จที่คอยเตือนตัวเองอยู่เสมอครับ”

วิถีหมอโจ้

• ดูแลทีมงานเหมือนคนในครอบครัว วันแรกที่เหนื่อย ก็ลำบากไปด้วยกัน ผ่านไปสิบปี วันนี้พนักงานคนแรก จึงยังอยู่ด้วยกัน

• จรรยาบรรณของแพทย์ผิวหนังที่สำคัญคือ มีคุณธรรม และกล้าเซย์โนกับคนไข้ ไม่ยัดเยียดขายในสิ่งที่เกินความจำเป็น จนคนไข้ต้องเสียเงินก้อนโตไปกับสิ่งที่ไม่เห็นผลจริง

• หมอด้านความงามต้องคอยดึงจิตวิญญาณความเป็น หมอให้สูงกว่าการเป็นนักธุรกิจ ต้องไม่ยอมลดต้นทุน เพื่อให้ได้กำไรมากขึ้น

• “โชคดี” หมายถึง โอกาสที่เข้ามาในเวลาที่เราพร้อม แต่โอกาสไม่ได้เข้ามาง่าย ๆ จึงต้องให้ความสำคัญกับการ ฝึกฝนพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ และอดทนรอคอย เพื่อเตรียมพร้อมรับโอกาสที่จะเข้ามา แล้ววันนั้น จะเป็นโชคดีของเรา


ที่มา : นิตยสารแพรว ฉบับ 968

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ชีวิตจริงที่ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ มาดามแป้ง นวลพรรณ CEO นักสู้หญิงเหล็ก

คัมภีร์นักสู้! ของคนจริง “ตัน ภาสกรนที” ยอมรับปัญหาให้ไว เริ่มแก้ไขให้เร็ว

ชัยชนะบนวีลแชร์ สายสุนีย์ จ๊ะนะ ความพิการไม่ใช่ขวากหนามชีวิต สู่สุดยอดนักกีฬา

CEA จับมือ CCI เปิดโครงการ Grand Master

CEA จับมือ CCI เปิดโครงการ Grand Master เฟ้นหาและยกระดับช่างฝีมือไทยสู่ความเป็นเลิศ พร้อมชิงเงินรางวัลกว่า 200,000 บาท สมัครฟรี! วันนี้ถึง 30 มิถุนายนนี้

สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) หรือ CEA ร่วมกับ วิทยาลัยอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ หรือ CCI เปิดตัว โครงการพัฒนาคุณภาพมาตรฐานสินค้าและบริการ กิจกรรมพัฒนาศักยภาพผู้ผลิตงานฝีมือและงานหัตถกรรมสู่ความเป็นเลิศ (Grand Master)

อย่างเป็นทางการ เพื่อยกระดับเศรษฐกิจของประเทศอย่างสร้างสรรค์ โดยมุ่งเน้นการพัฒนาบุคลากร ตลอดจนผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมงานฝีมือและหัตถกรรม ในสาขาอาชีพเครื่องถมประเภทเครื่องใช้ และสาขาอาชีพผ้าทอเทคนิคมัดหมี่ รวมถึงส่งเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันทางธุรกิจแก่ช่างฝีมือไทย พร้อมเป็นเสมือนสื่อกลางที่ช่วยสนับสนุนให้เกิดการประสานความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน ในการแลกเปลี่ยนทัศนะ ถ่ายทอดองค์ความรู้ ผ่านกระบวนการอบรม ฝึกทักษะเชิงปฏิบัติการ และการประเมินวัดระดับมาตรฐานฝีมือ โดยเปิดรับสมัครผู้เชี่ยวชาญ ผู้ประกอบการ รวมถึงผู้สนใจทั่วไปและนักเรียนนักศึกษา ร่วมกิจกรรมบ่มเพาะความรู้ที่เอื้อต่อการพัฒนาและต่อยอดอาชีพในรูปแบบ e-Learning โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ได้ตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2564

CEA จับมือ CCI เปิดโครงการ Grand Master

นายอินทพันธ์ บัวเขียว รองผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ กล่าวว่า “CEA เป็นหน่วยงานภาครัฐฯ ที่มีภารกิจหน้าที่รับผิดชอบสำคัญด้านการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพของบุคลากรในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ ซึ่งงานฝีมือและหัตถกรรมนับเป็นหนึ่งในจำนวน 15 รายสาขาที่ CEA ให้การส่งเสริมและผลักดันให้เกิดการพัฒนา รวมถึง การสร้างปัจจัยสนับสนุนให้เกิดประสิทธิภาพ และบรรยากาศที่เหมาะสมของนิเวศอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ต่อการพัฒนาธุรกิจ ให้เกิดเป็นกลไกในการยกระดับและขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของประเทศ โดยการดำเนินโครงการ Grand Master ถือได้ว่าเป็นงานที่สอดคล้องกับภารกิจหลักของ CEA ซึ่งมุ่งยกระดับศักยภาพ ทักษะมาตรฐานฝีมือ และส่งเสริมบุคลากรในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์

CEA จับมือ CCI เปิดโครงการ Grand Master

ทั้งนี้ โครงการ Grand Master ได้เน้นความสำคัญของการสร้างความตระหนักรู้ และเข้าใจในศักยภาพของผู้ประกอบการอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ สาขาอาชีพงานฝีมือและหัตถกรรม กลุ่มผ้าทอเทคนิคมัดหมี่ และกลุ่มเครื่องถมประเภทเครื่องใช้ ให้ครอบคลุมความเชี่ยวชาญ 3 ระดับ ได้แก่ ระดับต้น ระดับเชี่ยวชาญ และระดับชั้นครู หรือ Grand Master เพื่อสร้างความโดดเด่นและมูลค่าเพิ่มแก่บุคลากรในกลุ่มงานสร้างสรรค์ ให้เป็นที่เชื่อถือ และยอมรับในระดับสากล พร้อมกันนี้ ได้มุ่งสร้าง และพัฒนาแนวทางการเรียนรู้ ผ่านเครื่องมือและกระบวนการในการถ่ายทอดทักษะและองค์ความรู้ตามมาตรฐานแนวทางการพัฒนาทักษะฝีมืออย่างเป็นระบบ และมีขั้นตอนที่เหมาะสม ในรูปแบบ e-Learning เพื่อสร้างความตระหนักรู้ในความสำคัญและคุณค่าของอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ เพื่อการพัฒนาและขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืน”

CEA จับมือ CCI เปิดโครงการ Grand Master

CEA จับมือ CCI เปิดโครงการ Grand Master

“ผลสำเร็จของโครงการฯ ที่ CEA และ CCI คาดหวัง คือ การสร้างแนวทาง และมาตรฐานเพื่อยกระดับมาตรฐานองค์ความรู้และสมรรถนะฝีมือของบุคลากรในกลุ่มอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ผ่านกระบวนการเรียนรู้ ฝึกปฏิบัติการ และการประเมินทดสอบวัดระดับฝีมือสู่ความเป็นเลิศ พร้อมสร้างการรับรู้ให้ประชาชนและสังคมได้ตระหนักถึงคุณค่าของบุคลากรในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ กลุ่มงานฝีมือและหัตถกรรม อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งในโครงการฯ นี้ เราได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง ทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชน รวมทั้ง สถานประกอบการ สมาคม สมาพันธ์ สถาบันการศึกษา และ กลุ่มผู้เชี่ยวชาญ ที่ร่วมแบ่งปันประสบการณ์ เสนอแนะความเห็น รวมทั้งถ่ายทอดความเชี่ยวชาญชำนาญการในทักษะสาขาอาชีพเพื่อให้เกิดการพัฒนาองค์ความรู้ และกระบวนการประเมินผลทดสอบมาตรฐานฝีมืออย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด”

CEA จับมือ CCI เปิดโครงการ Grand Master

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ขจีพร วงศ์ปรีดี คณบดีวิทยาลัยอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ กล่าวว่า “CCI ในฐานะสถาบันการศึกษาชั้นนำ ที่เปรียบเสมือนหน่วยผลิต ผลิตบุคลากร ที่มีคุณภาพรองรับความต้องการของภาคอุตสาหกรรม ทำหน้าที่เสริมสร้างความมั่นคงให้รากฐานอุตสาหกรรมสร้างสรรค์มีความเข้มแข็ง ทั้งการบ่มเพาะและพัฒนาทักษะ เสริมประสบการณ์ให้บุคลากรในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ ให้มีประสิทธิภาพ เป็นฟันเฟืองสำคัญที่สร้างให้เกิดการพัฒนาและขับเคลื่อนเศรษฐกิจฃองประเทศได้อย่างยั่งยืน ขณะเดียวกัน CCI ก็มุ่งสร้าง และพัฒนา เครื่องมือหรือช่องทางในการเผยแพร่องค์ความรู้ เพื่อสร้างโอกาสให้บุคลากรที่มีความตั้งใจ ได้ร่วมกิจกรรม ฝึกฝนทักษะ เพิ่มประสบการณ์และยกระดับฝีมือ เพื่อสร้างศักยภาพความเป็นมืออาชีพในงานฝีมือและหัตถกรรม นอกจากนี้ ยังใช้ศักยภาพที่มีในการเชื่อมโยงโอกาสให้บุคลากรในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ได้ร่วมแสดงศักยภาพการผลิตผลงานที่มีคุณภาพและมาตรฐานระดับโลกผ่านการบูรณาการองค์ความรู้อย่างสมบูรณ์ ตลอดจนการร่วมเวิร์คชอปกับผู้เชี่ยวชาญระดับชั้นครู”

CEA จับมือ CCI เปิดโครงการ Grand Master

“โดยในโครงการ Grand Master ทาง CCI ได้ลงพื้นที่เพื่อศึกษา รวบรวมข้อมูล และสังเกตสถานการณ์ปัจจุบันของกลุ่มอุตสาหกรรมงานฝีมือและหัตถกรรม และได้ทำการคัดเลือก 2 สาขาอาชีพที่สำคัญต่อท้องถิ่นมาเป็นแกนหลักในการยกระดับฝีมือผู้ประกอบการ ได้แก่ 1. สาขาอาชีพเครื่องถมประเภทเครื่องใช้ ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มได้ตามการออกแบบและระดับความวิจิตรของทักษะฝีมือ และ 2. สาขาอาชีพผ้าทอเทคนิคมัดหมี่ โดยทำการสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางมากกว่า 20 ท่านทั่วทุกภูมิภาคของประเทศไทย พร้อมทำความเข้าใจภาพรวมของความต้องการ ข้อจำกัด และแนวทางในการขับเคลื่อนโครงการฯ เพื่อสร้างมาตรฐานอัตลักษณ์ด้านงานฝีมือและหัตถกรรม ผสมผสานความแตกต่างของเทคโนโลยีและความสร้างสรรค์ ยกระดับคุณภาพ พัฒนาผลิตภัณฑ์และการบริการให้มีความเป็นมืออาชีพได้มาตรฐานระดับสากล เป็นที่เชื่อถือและเป็นที่ยอมรับระดับโลก เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในยุคดิจิทัลอย่างตรงจุด”

สำหรับผู้เชี่ยวชาญ ผู้ประกอบการ ตลอดจนผู้สนใจทั่วไป และนักศึกษา ที่ต้องการพัฒนาทักษะมาตรฐานอาชีพในกลุ่มอาชีพงานผลิตผ้าทอเทคนิคมัดหมี่ และอาชีพผลิตเครื่องถมประเภทเครื่องใช้ สามารถสมัครเข้าร่วมกิจกรรมของโครงการ Grand Master ได้ เพียงส่งประวัติ รายละเอียดผลงาน หรือ Portfolio ของท่านให้คณะทำงานฯ พิจารณาคัดเลือกเข้าร่วมกิจกรรมการเรียนรู้ อบรม และทดสอบวัดระดับมาตรฐานอาชีพ ผ่านรูปแบบการเรียนรู้ทั้งออนไลน์ และการทดสอบระดับมาตรฐานฝีมือจริง โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายได้ ตั้งแต่วันนี้ ถึง วันที่ 30 มิถุนายน 2564 นี้ ทาง https://forms.gle/CG44m92oMEup5mKA8

ทั้งนี้ ผู้ผ่านการคัดเลือกเข้าร่วมกิจกรรม และผ่านการทดสอบวัดระดับมาตรฐานตามข้อกำหนดของโครงการฯ จะได้รับประกาศนียบัตร รวมทั้ง ผู้ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศในแต่ละสาขาอาชีพ จะได้รับเงินรางวัล รวมมูลค่ากว่า 200,000 บาท นอกจากนี้ ผู้ประกอบการที่มีแบรนด์สินค้าและผลิตภัณฑ์พร้อมจำหน่าย ยังได้รับสิทธิเข้าร่วมนำเสนอสินค้าและจัดแสดงผลงานเผยแพร่ในนิทรรศการ ซึ่งจะจัดขึ้นในช่วงเดือนสิงหาคม 2564 อีกด้วย

สอบถามรายละเอียดและข้อมูลเพิ่มเติม หรือติดตามความคืบหน้าของโครงการฯ ได้ทางเว็บไซต์ของ CEA ที่ www.cea.or.th คลิกหัวข้อข่าวประชาสัมพันธ์ หรือเว็บไซต์ของวิทยาลัยอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ หรือ CCI ที่ https://cci.swu.ac.th โทร. 092-851-5445, 082-429-8229 หรืออีเมล [email protected]

แบรนด์ Jakola Star จากเกาหลีใต้

ถูกจริตสายคิทเช่นยุคใหม่ ด้วยกระทะ Non-Stick สุดคูล Jakola Star จากเกาหลีใต้

เพราะสิ่งที่ต้องเผชิญในแต่ละวันส่งผลให้เราต้องหันมาดูแลสุขภาพมากขึ้น อาหารที่เราทานก็ต้องดีต่อสุขภาพ การเลือกวัตถุดิบที่คัดสรรมาเป็นอย่างดีอาจยังไม่เพียงพอ เครื่องครัวในการประกอบอาหารก็สำคัญไม่แพ้กัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “กระทะ” อุปกรณ์หลักที่ต้องสัมผัสอาหารโดยตรง

จึงจำเป็นต้องเลือกกระทะที่ดีและปลอดภัยต่อสุขภาพ Jakola Star (จาโคล่า สตาร์) แบรนด์เครื่องครัวเพื่อคนรักสุขภาพยุคใหม่จากประเทศเกาหลี เล็งเห็นความสำคัญในข้อนี้ จึงพัฒนากระทะ Non-Stick (นอนสติ๊ก) ขึ้นมาอย่างพิถีพิถัน นอกจากจะมีคุณสมบัติเด่นเรื่องพื้นผิวที่ลื่นไม่ติดกระทะแล้ว ยังช่วยให้ประกอบอาหารได้โดยไม่ต้องใช้น้ำมัน หรือใช้น้ำมันน้อย โดยปราศจากสาร PFOA ที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ผิวเคลือบกระทะมีความแข็งแรงทนทาน ไม่หลุดลอกง่าย

มาพร้อมดีไซน์เรียบหรูทันสมัยและยังใช้ได้กับเตาทุกประเภท ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Healthy Kitchenware for a Healthy Life” หรือ เครื่องครัวคุณภาพเพื่อสุขภาพที่ดีขึ้นของทุกคนในครอบครัว ช่วยให้การรังสรรค์เมนูอาหารคาวและหวานเป็นเรื่องง่ายกว่าที่เคย และมั่นใจได้ว่าอาหารที่คุณและครอบครัวรับประทานจะปลอดภัยต่อสุขภาพมากขึ้นกว่าเดิม

กระทะ Non–Stick จาก Jakola Star มีคุณสมบัติเด่นที่เน้นด้านความปลอดภัยของผู้บริโภค

  • Aluminum “PRESSED” Type, Safe from heavy metal ตัวกระทะผลิตจากอลูมิเนียมและเคลือบด้วย ไททาเนียม แข็งแรงทนทานแต่มีน้ำหนักเบา ช่วยป้องกันรอยขูดขีดและการหลุดลอก
  • Nontoxic chemical, Non PFOA (Perfluoro-octanoic acid) ปราศจากสารที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย ปลอดภัยต่อคุณและคนที่คุณรัก
  • ผิวเคลือบกระทะ Jakola Star คือ Healthy Inoble Non–Stick (เฮลท์ตี้ ไอโนเบิล นอนสติ๊ก) เป็นนวัตกรรมเคลือบด้วยเทคนิคพิเศษ โดยการสเปรย์เป็นลวดลายจุดทั่วทั้งกระทะ เลียนแบบผิวสัมผัสหินบะซอลต์จากเกาะเจจู ทำให้อาหารสัมผัสกับผิวกระทะน้อยลง จึงเหมาะแก่การปรุงอาหารเพื่อสุขภาพต่างๆ แม้ไม่ใช้น้ำมันหรือใช้น้ำมันน้อย ก็สามารถทำอาหารได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องอาหารติดกระทะ ข้อดีอีกอย่างคือ ล้างทำความสะอาดได้ง่ายมาก เพียงแค่แช่ทิ้งไว้และลูบออกด้วยฟองน้ำ
  • พื้นผิวกระทะด้านนอกถูกเคลือบไว้ด้วยอนุภาค NanoGraphene
    (นาโน แกรฟีน)
    ที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นวัสดุที่ช่วยให้กระจายความร้อนได้อย่างทั่วถึง รวดเร็วและสม่ำเสมอ
  • ใช้ได้กับเตาทุกประเภท ทำให้หมดปัญหากระทะทรงสวยต้องใช้กับเตาไฟฟ้าเท่านั้น ด้ามจับดีไซน์สวยทันสมัย ทำจากไม้แท้ ช่วยกันความร้อนได้อย่างดีเยี่ยม ภายนอกกระทะสีน้ำตาลเข้มมีเอกลักษณ์ แตกต่างไม่เหมือนใคร
  • มาพร้อมกับขนาดความกว้าง 28 ซม. ที่จะช่วยให้คุณเพลิดเพลินกับการทำอาหารได้หลากหลายเมนู ไม่ว่าจะเมนูทอด ย่าง ผัด ต้ม ตุ๋น หรือขนมหวาน ก็พร้อมที่จะรังสรรค์อาหารจานใหม่ได้ในทุกๆ วัน

สามารถเป็นเจ้าของกระทะ Jakola Star ได้แล้ววันนี้ ผ่านช่องทางออนไลน์ที่ Line : @jakola_star, Facebook : jakola_star, Shopee : jakolaOfficial, Lazada : jakola

 

 

 

maddox

จากคฤหาสน์พันล้าน แมดด็อกซ์ ลูกชาย แองเจลินา โจลี ใช้ชีวิตแบบเด็กหอ

จากลูกคุณหนู อยู่คฤหาสน์กว่าพันล้าน แมดด็อกซ์ ลูกชายหัวแก้วหัวแหวน ของ แองเจลินา โจลี เปลี่ยนมาใช้ชีวิตแบบเด็กหอ ในห้องแคบๆ และห้องน้ำรวม

แองเจลินา โจลี

ถึงจะเป็นลูกบุญธรรมของ แองเจลินา โจลี  และ อดีตสามี แบรดพิตต์ แต่ แมดด็อกซ์ ก็เรียกได้ว่าเป็นลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของคุณแม่โจลีมากเลยทีเดียว เพราะอย่างที่รู้กันว่าเธอติดลูกๆ มาก ไปไหนทีก็ยกกันไปเป็นขบวน แต่ล่าสุดเมื่อช่วงเดือนสิงหาคมที่ผ่านมาเว็บไซต์ All Kpop ได้ออกมาเผยว่า แมดด็อกซ์ ได้รับการตอบรับจากมหาวิทยายอนเซ ให้ได้เข้าศึกษาต่อระดับปริญญาตรี คณะวิชาเคมี ในช่วงเดือนกันยายน

ซึ่งเมื่อถึงวันเดินทางนั้น ก็ทำเอา โจลี ถึงกับน้ำตาคลอเบ้า ขณะเดินทางไปส่งลูกชายคนโตที่สนามบินเพื่อเดินไปยังประเทศเกาหลีใต้ โดยโจลีได้ให้สัมภาษณ์เมื่อต้องบอกลาลูกชายว่า “ฉันรู้ ฉันพยายามที่จะไม่ร้องไห้”

แองเจลินา โจลี

แน่นอนว่าแมดด็อกซ์เป็นถึงลูกชายนักแสดงฮอลลีวู้ดชื่อดังระดับโลก มีชีวิตความเป็นอยู่แบบคุณหนูในคฤหาสน์หรู 6 ห้องนอน ราคา 25 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 825 ล้านบาท คงไม่ต้องบอกว่าเขาจะสุขสบายแค่ไหน แต่เมื่อต้องย้ายไปอยู่ต่างที่อย่างหอพักนักศึกษาขนาด 250 ตารางฟุต ภายในห้องมีเตียงถึง 2 เตียงซึ่งเขาต้องอยู่ร่วมกับรูมเมท และยังต้องใช้ห้องน้ำรวมกับผู้อื่น เรียกได้ว่าต้องปรับตัวอย่างมาก โดยแมดด็อกซ์ต้องอยู่ที่หอพักแห่งนี้เป็นเวลา 1 ปีตามกฏของมหาวิทยาลัย

นอกจากนี้เขายังต้องปรับตัวอีกหลายเรื่อง อย่างการใช้ภาษาซึ่งก่อนที่จะเข้าเรียนนั้นแมดด็อกซ์ได้มีการติวเข้มเรียนภาษาเกาหลีอย่างจริงจัง รวมถึงในเรื่องอาหารการกิน ก็ถือว่าชิลๆ เพราะโดยส่วนตัวเขาก็ชอบกินอาหารเกาหลีเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว รวมถึงเขายังมีความสนใจเกี่ยวกับวัฒนธรรมเกาหลีใต้ โดยเฉพาะวงการ K-Pop ซึ่งเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เขาเลือกมาเรียนที่ประเทศเกาหลีใต้

ถึงแม้ว่าแมดด็อกซ์จะเป็นลูกชายของบุคคลที่มีชื่อเสียง เคยมีบอดี้การ์ดคอยคุ้มกัน แต่ที่นี่เขาเป็นเพียงเด็กหนุ่มธรรมดา ซึ่งโฆษกของสถานีตำรวจเมืองอินชอนได้ออกมาให้สัมภาษณ์ว่า “เรารู้ว่ามีลูกคนดังมาเรียนที่แห่งนี้ แต่เราก็ไม่ได้มีแผนคุ้มกันอะไรให้กับเขา ถึงจะเป็นเซเลบแต่ก็ไม่ได้มีสิทธิพิเศษนอกเหนือจากคนอื่น

ทั้งนี้หนังสือพิมพ์ South China Morning Post ได้มีการเผยว่า โจลี เตรียมเช่าอพาร์ทเม้นท์หรูไว้ให้ลูกชายเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลังจากย้ายออกจากหอของมหาวิทยาลัย โดยอพาร์ทเม้นต์แห่งนี้อยู่ใกล้กับมหาวิทยาลัยเพียง 5 กิโลเมตรเท่านั้น ซึ่งค่าเช่านั้นเริ่มต้นที่ $580,000 ดอลลาร์จนถึง 790,000 ดอลลาร์


ข้อมูล : Matichon, South China Morning Post

ภาพ : Getty Image

‘ดวงมือที่สามมาแรง แต่ก็เป็นการยั่วให้อยากแล้วจากไป หาได้จริงใจไม่’ดูดวงรายวัน 9 เมษายน 2564

ดูดวงรายวัน 9 เมษายน 2564 #หมอปุ้ยพยากรณ์ เช็กทุกวัน เป๊ะปังทุกดวง ทั้งการงาน การเงิน ความรัก และสุขภาพ

‘ดวงมือที่สามมาแรง แต่ก็เป็นการยั่วให้อยากแล้วจากไป หาได้จริงใจไม่’

ดูดวงรายวัน 9 เมษายน 2564

ผู้ที่เกิดวันอาทิตย์

การงาน : สำหรับผู้ที่เป็นเจ้าของธุรกิจประเภท SMEs  เปิดกิจการเล็กๆ ที่บ้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่มาทางสายการศึกษา เช่น ครูบาอาจารย์ ไลฟ์ โค้ช หรือเทรนนิ่ง ฯลฯ  วันนี้คุณมีโอกาสที่จะได้เปิดธุรกิจที่บ้าน โดยใช้ความรู้ ความสามารถของคุณ เช่น สอนพิเศษ กวดวิชา หรือฝึกอบรม  ก็จะประสบความสำเร็จด้วยดี มีชื่อเสียงโด่งดัง

การเงิน  : มีโชคลาภ เฮงๆ ปังๆ จากรายได้ประจำ มีโอกาสได้เงินจากการซื้อขายที่ดิน ซึ่งจะสร้างผลตอบแทนให้คุณได้อย่างเป็นกอบเป็นกำ

ความรัก : คุณโชคดี มีครอบครัวที่รักและดูแลเอาใจใส่อย่างดี ผู้ใหญ่ก็คอยช่วยเหลือสนับสนุน จนคุณไม่มีห่วงใดๆ หากวันหนึ่งคุณจะออกไปปลีกวิเวก ทำนาทำไร่ ใช้ชิวิตอยู่อย่างสงบ คนโสด คุณเป็นแม่บ้านแม่เรือน เตรียมพร้อมจะออกเรือน วันนี้ผู้ใหญ่อาจแนะนำให้คุณรู้จักกับหนุ่มที่พร้อมสรรพ ทั้งฐานะความเป็นอยู่ หน้าที่การงาน ข้อสำคัญมีความจริงใจ

สุขภาพ : ระบบการหมุนเวียนเลือดในร่างกายไม่ปกติ มีโอกาสเกิดโรคเหน็บชา เกล็ดเลือดต่ำ ความดัน รวมถึงโรคทางระบบประสาท เช่น เครียด วิตกกังวล ซึ่งจะส่งผลให้เป็นซึมเศร้า

 

ผู้ที่เกิดวันจันทร์

การงาน  :  สำหรับผู้ที่ทำงานหรือเกี่ยวข้องกับงานที่ต้องเดินทาง เช่น การรับส่งสินค้า เดลิเวอร์รี่ โลจิสติกส์ ฯลฯ วันนี้คุณมีโอกาสเดินทางไปขยายงานในสถานที่ไม่คุ้นเคย ซึ่งมีความเป็นไปได้ที่คุณอาจได้พบช่องทางทำมาหากินใหม่ๆ จนคิดถึงการเปิดกิจการเล็กๆ ของตัวเองขนาบข้างไปด้วย  โดยที่ผู้ใหญ่และคนใกล้ชิดก็จะสนับสนุนส่งเสริมและช่วยเหลือให้คุณทำในสิ่งที่ตั้งใจไว้

การเงิน :จะได้โชคเฮงๆ ปังๆ จากการเจรจาและการเดินทาง กับผู้ใหญ่ให้ความอุปถัมภ์ ก็อย่าหลงเชื่อคำพูดที่อ่อนหวานที่จะมาขอความช่วยเหลือในด้านการลงทุนหรือธุรกรรมใดๆ เพราะอาจถูกมิจฉาชีพหลอกลวง

ความรัก :หากคุณมีโครงการที่จะเดินทางโยกย้ายครอบครัวไปทำงานต่างถิ่นต่างแดน ช่วงนี้อาจไม่ใช่เวลาที่เหมาะสมนัก เพราะด้วยสถานการณ์โควิด-19 ที่กำลังระบาดเป็นวงกว้าง เชื่อว่า ทุกพื้นที่ก็คงระงับไม่ให้คนในออก คนนอกเข้า ทางที่ดีควรอยู่กับที่ก่อนดีกว่า คนโสด จากที่คุณเอาแน่เอานอนไม่ได้ว่า จะเดินทางไปทำงานต่างถิ่นดี หรือว่าอยู่บ้านดีกว่า แล้วใครก็บังคับคุณไม่ได้ด้วยนะ  ถึงวันนี้ก็คงต้องยอมโดยดีแล้วว่า อยู่บ้านดีที่สุด

สุขภาพ  : ช่วงนี้คุณเอ็นจอยอีตติ้ง ระวังจะเจ็บป่วยด้วยโรคที่เกี่ยวกับลำไส้ ระบบย่อยอาหาร และโรคกระเพาะ

 

ผู้ที่เกิดวันอังคาร

การงาน :  วันนี้ก็ยังอยู่ในกลุ่มของผู้ที่ทำงานหรือเกี่ยวข้องกับงานสายการเกษตร ไม่ว่าคุณจะเป็นเกษตรกร นักออกแบบตกแต่งสวน ศิลปินสาขาศิลปวัฒนธรรม นักดนตรีพื้นบ้าน นักธุรกิจสินค้าโอท็อป ที่ผ่านมางานคุณประสบความสำเร็จด้วยดี มีชื่อเสียง ซึ่งวันนี้มีความเป็นไปได้ว่า คุณจะได้ติดต่อประสานงาน หรือบริหาร จนถึงเจรจาต่อรอง โดยใช้วิชาความรู้ ความสามารถ เฉพาะทางมาเจรจาประนีประนอม ผ่อนปรน เพื่อให้ปัญหาเฉพาะหน้าต่างๆ สำเร็จลุล่วงลงไปด้วยดี สุดท้ายก็จะจบลงอย่างแฮปปี้เอ็นดิ้ง

การเงิน :มีรายรับเฮงๆ ปังๆ  แต่ก็มีรายจ่ายเยอะเช่นกัน ทั้งเข้าสังคม การเดินทางท่องเที่ยว และลงทุนใหม่ๆ โดยเฉพาะการสังสรรค์ปาร์ตี้ แต่วันศุกร์แห่งชาตินี้ควรงดนะคะ

ความรัก :  คุณอยู่ท่ามกลางครอบครัวที่รักและดูแลเอาใจใส่คุณอย่างดี แต่ขณะเดียวกันคุณก็แบกรับปัญหาและเรื่องราวของสมาชิกไว้อย่างเต็มที่ จนคุณอยากปล่อยวางบ้าง วันศุกร์แห่งชาตินี้ก็เลือกทางอื่นนอกจากสังสรรค์ปาร์ตี้นะคะ   คนโสด  หนุ่มๆ ก็ยังคงจริงจังและจริงใจกับคุณอยู่ คุณจึงไม่อยากทำให้เขาเสียใจ ด้วยการรักทุกคนเท่าเทียมกัน คบกับทุกคนเลย

สุขภาพ  :  หลีกเลี่ยงการยืนและเดินเป็นเวลานาน เพราะจะทำให้คุณปวดตั้งแต่สะโพกลงมา รวมถึงข้อต่างๆ และเอ็นเสื่อม

 

ผู้ที่เกิดวันพุธ

การงาน :  คุณเป็นคนเก่ง มีความรู้ ความสามารถ ปฏิภาณไหวพริบ และมีบารมี สามารถพลิกแพลงช่องทางทำงานได้หลากหลายสาขา แต่ที่ผ่านมาคุณอาจถูกสกัดดาวรุ่ง ทำให้ไม่ได้เปล่งประกายความสามารถได้เต็มที่ วันนี้อาจเกิดปัญหาที่ยากจะแก้ไขได้ทัน ควรระวังคนใกล้ชิดหรือเพื่อนร่วมงานจะเป็นหนอนบ่อนไส้  แอบแทงข้างหลัง หรือเลื่อยขาเก้าอี้ ทางที่ดีควรหาทางไปบุกเบิกงานใหม่ หรือโยกย้ายหน่วยงานไปอยู่ที่อื่นจะดีกว่า แม้จะเหนื่อย แต่ก็มีแนวโน้มว่าจะสร้างความมั่นคงให้กับคุณได้

การเงิน :  จากที่มีโชคเฮงๆ ปังๆ อย่างไม่คาดคิด วันนี้คุณมีโอกาสได้รับผลตอบแทนที่ไม่เป็นธรรม ทวงหนี้ไม่ได้ ไปจนถึงถูกขโมยทรัพย์สิน

ความรัก :  มีโอกาสที่ความรักความสัมพันธ์ของคุณจะมีมือที่สามเข้ามาแทรกแซง วันนี้อาจมาถึงจุดที่คุณไม่แคร์แล้วก็ได้ ทำไมต้องนั่งทุกข์ระทมอยู่กับบ้าน แต่งตัวสวยไปเฉิดฉายนอกบ้านดีกว่า คนโสด ระวังจะมีมือดีเข้ามายุ่งกับคนที่ถูกใจอยู่ เอ…หรือว่าคุณจะไปยุ่งกับคนของคนอื่น ซึ่งก็เป็นแค่ยั่วให้อยากแล้วก็จากไปเท่านั้น หาได้จริงใจไม่

สุขภาพ :  มีโอกาสที่จะเจ็บไข้ได้ป่วยหรืออุบัติเหตุจากการปฏิบัติงาน เช่น ทำงานในครัวก็ต้องระวังของมีคม หรือความร้อน ที่จะทำให้เกิดบาดแผลตามร่างกาย

 

ผู้ที่เกิดวันพฤหัสบดี

การงาน  :สำหรับผู้ที่ทำงานหรือเกี่ยวข้องกับงานที่ต้องใช้พลังกาย พลังใจในการแก้ปัญหา เช่น บุคคลในเครื่องแบบ นักการเมือง การปกครอง ทนายความ ผู้พิพากษา ฯลฯ ก่อนหน้านี้คุณอาจถูกบีบให้เข้าสู่ทางตัน ไม่ว่าหันไปทางไหนก็ดูจะมืดมิดไปหมด โดยที่คุณก็พยายามหาทางออกให้กับตัวเองอย่างรีบด่วน วันนี้คุณมีโอกาสได้รับมอบหมายให้เป็นหัวหน้าทีมทำงาน ควรลดความเชื่อมั่นในตัวเองลง เปิดใจรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่นให้มากที่สุด เพื่อป้องกันดราม่าที่จะเกิดขึ้นในที่ทำงาน ซึ่งจะส่งผลร้ายให้กับงานได้เลย

การเงิน :  คุณหาเงินเก่ง รู้จักต่อเงิน หมุนเงิน แต่ไม่ควรเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับงานสีเทาทุกรูปแบบ เพราะหากคุณถลำลึกลงไปแล้วจะมีแต่ปัญหา แทนที่จะเก็บเงินได้ก็จะหมดไปโดยไม่รู้ตัว

ความรัก :คู่คุณวันนี้มีความเป็นไปได้สูงว่า จะทำหน้าที่แฟมิลี่แมนที่ดี ซึ่งคุณก็ควรวางงานในมือลงด้วย เพื่อที่จะให้เวลากับครอบครัวอย่างเต็มที่ คนโสด อดีตคุณตกหลุมรักคนง่าย แล้วก็ผิดหวัง ปัจจุบันคุณจึงทุ่มให้กับงาน จนไม่มีเวลารักใครอีกแล้ว

สุขภาพ :  เดินดีๆ วันนี้มีโอกาสที่คุณจะสะดุดตกจากที่สูง เช่น ขั้นบันได ฟุตบาท หรือแม้กระทั่งตกจากรองเท้าส้นสูง มีความเป็นไปได้ว่า มีสาเหตุจากอาการมึนๆ เมาๆ

 

ผู้ที่เกิดวันศุกร์

การงาน : สำหรับผู้ที่ทำงานหรือเกี่ยวข้องกับการติดต่อประสานงาน การบริหารจัดการ หรือการเป็นที่ปรึกษา คุณได้รับการช่วยเหลือและสนับสนุนจากผู้ใหญ่และคนใกล้ชิดให้ได้ทำในสิ่งที่ตั้งใจไว้ เพราะฉะนั้นวันนี้คุณจึงมีความฝันและทะเยอทะยานที่จะไปให้ถึงความสำเร็จ แต่ต้องบอกว่า ดวงการงานคุณยังไม่ค่อยดี จะทำอะไรก็มีปัญหาขลุกขลักตลอดๆ  เช่น ถูกใส่ร้ายป้ายสี โดยเฉพาะเอกสารทางราชการอาจผิดพลาด จึงไม่ควรกล้าหาญชาญชัญ ลุยเดี่ยว ตัดสินใจคนเดียว ควรหาเพื่อนรู้ใจหรือผู้รู้ผู้มีประสบการณ์มาช่วยกันทำงานดีกว่า

การเงิน : คุณชอบลงทุน อาจอยู่ภายใต้การอุปถัมภ์ของผู้ใหญ่ วันนี้คุณสามารถหารายได้อย่างมั่นคงด้วยอำนาจ วาสนา และบารมี แต่ก็ต้องเสียเงินก้อนใหญ่กับการเลี้ยงดูเพื่อนฝูง ญาติสนิทมิตรสหาย แต่ไม่ควรรับอาสาไปกู้ยืมเงินให้ใคร หรือเซ็นค้ำประกัน เพราะคุณอาจต้องรับผิดชอบภาระหนี้สินแทน

ความรัก :คุณอาจใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน ด้วยจุดประสงค์อย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น เพื่อผู้ใหญ่ เพื่อหน้าที่การงาน หรือเพื่อลูก หากคุณสามารถลดทิฐิ ความเป็นตัวตนลงเลือกที่จะประนีประนอม แทนการเอาชนะ จะทำให้ชีวิตคู่มีความสุขขึ้นอีกเยอะเลย  คนโสด วันนี้คุณเอาแน่เอานอนไม่ได้เลย เดี๋ยวก็โรแมนติก แต่เดี๋ยวก็เหวี่ยงวีน วันนี้ควรอยู่เป็นโสดไปก่อนนะคะ

สุขภาพ :  อวัยวะที่ต้องให้ความสำคัญเป็นอันดับหนึ่งคือ หัวใจ และโรคที่เกี่ยวกับหัวใจทุกประเภท ซึ่งอาจเป็นผลพวงจากน้ำหนักที่มากขึ้น รองลงมาคือ ความสามารถทางการมองเห็น มีโอกาสได้ใส่แว่น หรือตัดแว่นใหม่

 

ผู้ที่เกิดวันเสาร์

การงาน  :  หากคุณกำลังตั้งใจสร้างงานเพื่อเตรียมเข้าสู่การประมูล หรือการแข่งขัน ซึ่งคุณคาดหวังถึงความสำเร็จครั้งนี้อย่างแรงกล้า จนสามารถทำได้ทุกวิถีทางแม้ไม่ถูกต้องชอบธรรมก็ตาม ซึ่งคุณอาจยึดติดที่อีโก้ และความเชื่อมั่นในตัวเองมาก จนไม่ใส่ใจความรู้สึกนึกคิดของคนอื่นเลย จึงต้องระวังจะเกิดดราม่าขึ้นในที่ทำงาน จนเกิดการขัดแย้งกัน แล้วหากคุณทำงานผิดพลาดหรือล้มเหลวก็ถูกรุมกระหน่ำซ้ำเติมอีก วันนี้จะมีผู้บริหารระดับสูงหรือผู้ใหญ่ในที่ทำงานยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ

การเงิน : จากที่มีเงินพิเศษจากงานพิเศษ ก็อาจหยุดชะงัก แต่คุณก็มีช่องทางที่จะใช้เงินสร้างรายได้ที่สูงให้กับตัวเองได้ในไม่ช้า

ความรัก :คุณก็ยังกลับมาทะเลาะกันด้วยเรื่องของมือที่สาม ที่ไม่สามารถตัดออกจากชีวิตครอบครัวของคุณได้ ที่ผ่านมาคุณผ่านการร้องไห้และเจ็บปวดมาอย่างหนักหน่วงแล้ว วันนี้ก็มาถึงจุดที่คุณเข้มแข็งและขึ้นมาเป็นหัวหน้าครอบครัวเองแล้ว คนโสด คุณจะเข้าไปอยู่ท่ามกลางศึกการแย่งชิงกับมือที่สามนะคะ แล้วหากคุณผิดหวังมาไม่ต่ำกว่า 2 ครั้ง วันนี้จะชนะ ได้พบคนที่ใช่แล้ว

สุขภาพ :  ควรให้ความสำคัญกับการขับถ่าย ไม่ควรกลั้นปัสสาวะอย่างต่อเนื่อง เพราะจะทำให้กรวยไตและกระเพาะปัสสาวะมีปัญหา ในกรณีที่รุนแรงมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อในกระแสเลือด

 

 

6 เจลแอลกอฮอล์ พกแล้วเก๋

ชี้เป้า 6 เจลแอลกอฮอล์ พกแล้วเก๋ ลักชัวรี่ดีต่อมือ ฆ่าเชื้อโรคได้จริง ไม่จกตา!!

มือเปื่อยกันไปหรือยังสาวๆ ช่วงนี้แม้จะอยู่ยากสักหน่อย แต่พวกเราก็ต้องสู้ ใครจะนึกว่าวันนี้ เจลแอลกอฮอล์ หรือ เจลล้างมือ ไอเท็มที่เคยเหลือกองพะเนินจะกลายเป็นฮ็อตไอเท็มเกินหน้าเกินตา แถมยังมีความหมายกว่าลิปสติกสีสวยจากคอลเล็คชั่นใหม่ไปอีก อย่างน้อยวิกฤติโควิด-19 ก็กระตุกให้พวกเราสายบิวตี้ตระหนักเรื่องสุขอนามัย ความสะอาด ว่าจะต้องมาก่อนความสวยและสะดวก ปรับเปลี่ยนบิวตี้รูทีนให้เข้ากับสถานการณ์ ลดสิ่งรุงรังลง แล้วโฟกัสที่ความสะอาดปลอดภัยเป็นหลัก จะได้สวยรอดปลอดโควิด-19 ขอให้ทุกคนปลอดภัย ล้างมือวนไปค่ะ!!

เจลแอลกอฮอล์แบบไหนฆ่าเชื้อโรคได้จริง!! เรื่องสำคัญนะจ๊ะ นาทีนี้ต้องเลือกของจริงไม่จกตา แอลกอฮอล์ล้างมือมีทั้งที่ฆ่าไวรัส ด้และไม่ได้ จึงควรเลือกใช้แบรนด์ที่ได้มาตรฐานและใช้ชนิดแอลกอฮอล์ถูกต้อง นั่นคือ “เอทิลแอลกอฮอล์” ไม่ใช่ “เมทิลแอลกอฮอล์” ที่มีกลิ่นฉุนแรง เมื่อสัมผัสผิวจะเกิดการระคายเคือง แตกลอก เกิดผื่น มักใช้สำหรับทำน้ำยาฆ่าเชื้อกับอุปกรณ์ ทางการแพทย์อื่นๆ มากกว่า ไม่เหมาะกับการใช้เป็นเจลล้างมือ

สำหรับสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 แอลกอฮอล์ล้างมือที่ใช้จะต้องมีความเข้มข้นสูงถึง 70 – 95 เปอร์เซ็นต์จึงจะฆ่าเชื้อโรคได้ โดยเปอร์เซ็นต์ที่เหมาะสมที่สุดคือ 70 เปอร์เซ็นต์ เนื่องจากถ้าใช้แอลกอฮอล์เข้มข้นเกินไป น้ำจะน้อย ซึ่งกระบวนการฆ่าทำลายเยื่อหุ้มเซลล์ของเชื้อโรคนั้นต้องอาศัยน้ำเป็นสื่อนำด้วย ถ้าใส่แอลกอฮอล์มากไปจะกลายเป็นฆ่าเชื้อได้น้อยกว่า ส่วนปริมาณของเจลล้างมือที่ใช้แต่ละครั้ง ก็ต้องเพียงพอด้วย สังเกตว่าหากถูมือแล้วแห้งในเวลาไม่ถึง 15 วินาที แสดงว่าเราใช้เจลล้างมือน้อยเกินไป ซึ่งจะส่งผลถึงประสิทธิภาพในการกำจัดเชื้อโรค

ชี้เป้า 6 เจลแอลกอฮอล์ พกแล้วเก๋ ลักชัวรี่ดีต่อมือ ฆ่าเชื้อโรคได้จริง!!

6 เจลแอลกอฮอล์ พกแล้วเก๋
BATH & BODY WORKS HAND SANITIZERS

BATH & BODY WORKS HAND SANITIZERS

เจลล้างมือสารพัดกลิ่น สุดน่ารัก ขนาดพกพา มาพร้อมลูกเล่นเม็ดบีดส์ สีสวยที่สอดแทรกอยู่ในเนื้อเจล กลิ่นหอมสดชื่น เหมาะสำหรับสาวๆ ที่ไม่ไหวกับกลิ่นแอลกอฮอล์

6 เจลแอลกอฮอล์ พกแล้วเก๋
AESOP RESURRECTION RINSE-FREE HAND WASH

AESOP RESURRECTION RINSE-FREE HAND WASH

กลิ่นเก๋จากสมุนไพรธรรมชาติ ช่วยทำความสะอาดผิวอย่างอ่อนโยน ไม่ทำให้มือแห้งกร้าน จึงสามารถล้างมือได้บ่อยตามความต้องการ

6 เจลแอลกอฮอล์ พกแล้วเก๋
NEAL’S YARD REMEDIES ORGANIC DEFENCE HAND SPRAY

NEAL’S YARD REMEDIES ORGANIC DEFENCE HAND SPRAY

แฮนด์สเปรย์พรีเมียมจากประเทศอังกฤษ ที่ผ่านการรับรองทางการแพทย์แล้วว่า ฆ่าเชื้อโรคได้ถึง 99.9 เปอร์เซ็นต์ ในปริมาณแอลกอฮอล์ที่ฆ่าไวรัสได้จริง พร้อมคุณสมบัติอ่อนโยน ไม่ทำให้มือแห้งกร้าน แสบแดง ใช้ได้ทั้งเด็ก สตรีมีครรภ์ และผู้สูงอายุ

6 เจลแอลกอฮอล์ พกแล้วเก๋
PANPURI ALCOHOL HAND SANITIZER

PANPURI ALCOHOL HAND SANITIZER

เจลล้างมือผสมแอลกอฮอล์ 77 เปอร์เซ็นต์ที่ช่วยลดการสะสมของเชื้อโรคที่ฝ่ามือ และผิวอ่อนโยน ไม่ทำให้แห้งตึง แม้ผิวบอบบาง ด้วยส่วนผสมของอโลเวรา ออร์แกนิก พร้อมกลิ่นหอมผ่อนคลายจากลาเวนเดอร์ และแซนดัลวู้ด

6 เจลแอลกอฮอล์ พกแล้วเก๋
BETADINE NATURAL DEFENSE HAND SANITIZER

BETADINE NATURAL DEFENSE HAND SANITIZER

เจลล้างมือจากแบรนด์ฆ่าเชื้อตัวแม่ ที่ช่วยลดการสะสมของแบคทีเรียได้มากถึง 99.99 เปอร์เซ็นต์ โดดเด่นด้วยความชุ่มชื้น ถนอมมือพร้อมกลิ่นน้ำผึ้ง หอมหวาน

6 เจลแอลกอฮอล์ พกแล้วเก๋
DIVANA HAND HYGIENE SPRAY

DIVANA HAND HYGIENE SPRAY

สเปรย์แอลกอฮอล์สูตรจากธรรมชาติ 100 เปอร์เซ็นต์ สกัดจากบีตรู้ต พร้อมสารสกัดจากอโลเวรา ช่วยเติมความชุ่มชื้น ถนอมผิว สร้างความผ่อนคลายด้วยกลิ่นหอมละมุนจากเอสเซนเชียล ออยล์ธรรมชาติ


ข้อมูล : นิตยสารแพรว ฉบับ 958

 

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

เซ่นพิษโควิด! BECCA บิวตี้แบรนด์ดังขวัญใจสายฝอ เตรียมปิดตัว ปิดฉาก 20 ปี

 

กระเป๋า Judith Leiber

บุกคลังแสงกระเป๋า Judith Leiber ใบจิ๋วราคาหลักแสนของ จุ๋ม วชิรา จิตศักดานนท์

สิ้นสุดการรอคอย สำหรับคอลเล็คชั่นของสะสม ซึ่งเป็น “ที่สุด” ในใจของเซเลบริตี้แฟชั่นนิสต้า จุ๋ม วชิรา จิตศักดานนท์ อย่าง กระเป๋า Judith Leiber  ที่เธอเปิดให้ แพรว ชมเป็นครั้งแรก

บุกคลังแสงกระเป๋า Judith Leiber ใบจิ๋วราคาหลักแสนของ จุ๋ม วชิรา จิตศักดานนท์

Blink Blink สไตล์ จุ๋ม วชิรา

“จุ๋มชอบกระเป๋าจูดิธ ลีเบอร์ มานานกว่า 15 ปีแล้ว ชอบแบรนด์นี้เพราะมีดีไซน์โดดเด่นสวยงาม ประดับด้วยคริสตัล เพชร หรือพลอย ทำให้เป็นกระเป๋าที่ดูวิ้งๆ ฟรุ้งฟริ้ง เป็นสไตล์ที่จุ๋มชอบ เพราะส่วนตัวชอบเพชรอยู่แล้ว กระเป๋าจูดิธ ลีเบอร์ จึงเป็นเหมือนของสะสมที่มีมูลค่าในตัวเอง ทำให้กระเป๋าบางใบหายากมาก เพราะมีขายเฉพาะบางช็อปในบางประเทศเท่านั้น” เธอเปรยให้ฟังก่อนเล่าเพิ่มเติมว่า

“ความที่ตอนนั้นจุ๋มอยากรู้จักคาแร็คเตอร์แบรนด์จูดิธ ลีเบอร์ ว่าเป็นอย่างไร จึงทำการบ้านค้นคว้า จนรู้ว่ามิสจูดิธ ลีเบอร์ ซึ่งเป็นสไตลิสต์ชาวอเมริกัน-ฮังการี เป็นผู้ก่อตั้งแบรนด์นี้ในปี 1963 ที่ประเทศฮังการี จึงเป็นแบรนด์เก่าแก่ที่มีความเป็นมายาวนานกว่า 58 ปีแล้ว กระเป๋าแต่ละใบเป็นแฮนด์เมดที่ทำด้วยความละเอียดพิถีพิถัน ทำให้กระเป๋าจูดิธ ลีเบอร์ มีความหรูหราสง่างาม ซึ่งการออกแบบช่วงแรกๆ เป็นการทำเลียนแบบคัพเค้ก ขนมเค้ก สัตว์ รวมทั้งข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ

“สมัยนั้นยังไม่มีช็อปหรือผู้แทนจำหน่ายในประเทศไทย แต่ที่มีขายเยอะๆ และป็อปปูลาร์มากคือที่นิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา จุ๋มเห็นดาราฮอลลีวู้ดหลายคน เช่น นิโคล คิดแมน, เอ็มม่า วัตสัน ฯลฯ ถือกระเป๋าจูดิธ ลีเบอร์ รูปลักษณ์ต่างๆ หน้าตาน่ารัก ตกแต่งด้วยคริสตัล ไปออกงาน จึงเสิร์ชหาว่าแบรนด์นี้มีขายที่ไหนบ้าง ซึ่งการหาซื้อที่ง่ายที่สุดในตอนนั้นคือประมูลจากเว็บไซต์อีเบย์ เพราะแต่ละแบรนด์ยังเข้าไม่ถึงช็อปปิ้งออนไลน์เหมือนเดี๋ยวนี้ เพราะฉะนั้นเราต้องหาว่าเจ้าของคนไหนขายกระเป๋ามือหนึ่ง คนไหนขายมือสอง ยิ่งหายากยิ่งมีเรื่องราว เนื่องจากกระเป๋าจูดิธ ลีเบอร์ แต่ละคอลเล็คชั่นเกือบจะเป็นลิมิเต็ดเอดิชั่น เพราะทำออกมาจำนวนน้อย จนบางครั้งถ้าหากระเป๋ามือหนึ่งไม่ได้ ก็ต้องยอมซื้อกระเป๋ามือสอง ซึ่งถ้าเทียบกับค่าเงินสมัยนั้นต้องถือว่าราคาแรงมาก ตั้งแต่ 2 แสนบาทขึ้นไป บางใบ 4 แสนบาทก็มี”

กระเป๋า Judith Leiber

หลักในการเลือกสะสม จูดิธ ลีเบอร์

“อย่างที่รู้กันว่ากระเป๋าจูดิธ ลีเบอร์ แต่ละคอลเล็คชั่นมีความหลากหลายมาก เพราะฉะนั้นจุ๋มจะเลือกตามความชอบก่อน คือมีความเป็นตัวเราและมีคุณค่าสำหรับเรา

“จากนั้นจึงดูที่รูปลักษณ์ ซึ่งต้องมีคาแร็คเตอร์แบรนด์ชัดเจน ดีไซน์ไม่โมเดิร์นมากเกินไปจนหลุดจากความเป็นตัวเรา ซึ่งคอลเล็คชั่นแรกๆ ที่ออกแบบมาเป็นการเลียนแบบคัพเค้กและสัตว์ชนิดต่างๆ เช่น สุนัข หมี แมว ประดับคริสตัล มีความน่ารักฟรุ้งฟริ้ง บางคอลเล็คชั่นออกแบบเป็นกระเป๋ารูปแบงก์ดอลลาร์ ปลาคาร์ป ปลาทอง กระต่าย หมา แมว ล่าสุดเป็นคอลเล็คชั่นใหม่ รูปมือชูสองนิ้ว ให้อารมณ์ประมาณว่า ‘สู้ ๆ’ หรือชูนิ้วเดียวก็มี บางรุ่นออกแบบเป็นโทรศัพท์มือถือ เรียกว่าเป็นแบรนด์ที่ไม่มีขีดจำกัดของการออกแบบ และทำให้เรารู้สึกท้าทายตลอดเวลาว่าเขาจะหยิบจับสิ่งไหนรอบตัวมาดีไซน์อีก นับวันคาแร็คเตอร์ของจูดิธ ลีเบอร์ ยิ่งดูเปรี้ยว เป็นวัยรุ่นขึ้น สนุกขึ้น

“ปัจจุบันจะสังเกตว่ามีหลายคนถือจูดิธ ลีเบอร์ กับชุดสูทหรือชุดทำงาน ตอนหลังจุ๋มจึงเลือกซื้อกระเป๋าจูดิธ ลีเบอร์ ให้เข้ากับชุดสไตล์อื่นๆ นอกจากชุดออกงานด้วย เช่น เสื้อยืด กางเกงขาสั้น กางเกงยีน สะพายกระเป๋าจูดิธ ลีเบอร์ เก๋ๆ เพิ่มความแซ่บ มีความเป็นแฟชั่นมากขึ้น ทำให้เป็นกระเป๋าที่ใช้งานได้จริง ต่างจากเมื่อก่อนที่ต้องใช้ถือกับชุดเดรสยาว เสร็จงานต้องรีบเก็บในตู้โชว์ เพราะดูเหมือนเป็นของโชว์ที่มีดีไซน์สวยเก๋

“พอตอนหลังมีตัวแทนจำหน่ายในประเทศไทย การจับจองกระเป๋าทำได้ง่ายขึ้น จุ๋มจึงเก็บสะสมแต่ละคอลเล็คชั่นมาเรื่อยๆ และเริ่มอยากได้กระเป๋าที่เป็นลิมิเต็ดเอดิชั่น ซึ่งบางใบต้องสั่งล่วงหน้าแล้วรอนาน 3-6 เดือน”

กระเป๋า Judith Leiber

“คัพเค้กสีชมพู” ใบแรกที่ต้องมี

“กระเป๋าจูดิธ ลีเบอร์ ใบแรกที่นักสะสมต้องมีคือ ‘คัพเค้กสีชมพู’ จุ๋มใช้เวลากว่า 2 ปี ตามหาจนเจอในเว็บไซต์อีเบย์ ซึ่งเราต้องประมูลสู้กับคนอื่นด้วยนะ (หัวเราะ)

“ความที่อยากได้มาก จึงประมูลมาในราคากว่า 2 แสนบาท ซึ่งในกระเป๋าติดป้ายว่า ‘Establish 1963’ (คุณจุ๋มเปิดกระเป๋าชี้ให้ดูป้าย) หลังจากคัพเค้กรุ่นนี้แล้ว ตอนหลังก็มีการพัฒนาคัพเค้กรุ่นใหม่ที่สีสันสดใสขึ้น ดูทันสมัยขึ้น

กระเป๋า Judith Leiber

“ส่วนใบที่สองของจุ๋มเป็น ‘เค้กสามชั้น’ ตกแต่งด้วยดอกไม้ เป็นงานลงยาแฮนด์เมด กว่าจะหามาได้ยากมาก (ลากเสียง) ใช้เวลากว่า 2 ปีเช่นกัน เดินทางไปซื้อที่ฮ่องกง ราคาใบละเกือบ 3 แสนบาท พอได้กระเป๋าทั้งสองใบนี้มา จุ๋มพากระเป๋าคัพเค้กไปงานแต่งงานคุณก้อง กมลสุทธิ์ ทัพพะรังสี เป็นครั้งแรก ส่วนเค้กสามชั้นถือไปงานแต่งงานของลูกพี่ลูกน้อง พอเสร็จงานที่เป็นพิธีรีตอง ก็รีบนำไปเก็บในรถ กลัวกระแทก (หัวเราะ)

“ส่วนกระเป๋ารูปสัตว์ซึ่งเป็นคอลเล็คชั่นแรกๆ ที่ออกมา เป็นงานละเอียดที่นักสะสมจูดิธ ลีเบอร์ ต้องมี เป็นคอลเล็คชั่นที่ไม่ค่อยได้ใช้ ดูไม่ค่อยเข้ากับสไตล์การแต่งตัวของเราเท่าไหร่ จึงเก็บสะสมไว้ดูสวยๆ ในตู้มากกว่า จุ๋มเริ่มจากได้กระเป๋าหมีมาก่อน จากนั้นถึงได้นกฮูกและน้องหมา ตามด้วยแมวสวมหมวกเบเรต์ เพราะวางแผนว่าจะไปแต่งตัวทำเปรี้ยวที่อังกฤษ โดยใส่หมวกเบเรต์แล้วสะพายกระเป๋าจูดิธ ลีเบอร์ รูปแมวที่สวมหมวกเบเรต์เหมือนกัน แต่สุดท้ายไม่ได้หิ้วไป กลัวแตก” (หัวเราะ)

กระเป๋า Judith Leiber

เพราะรัก กี่บาทก็สู้

“ใบที่แพงที่สุดคือ ‘น้ำพุเจ้าหญิง’ ราคาประมาณ 350,000 บาท ซึ่งจุ๋มคิดแล้วว่าต่อให้ราคาเท่าไรก็จะซื้อ ส่วนหนึ่งเพราะรู้ตั้งแต่แรกแล้วว่าแพงแน่นอน เพราะใช้คริสตัลประดับมากที่สุด ด้านบนของน้ำพุใช้คริสตัลผลึกเม็ดใหญ่มาก ครั้งแรกที่เห็นกระเป๋า จุ๋มมั่นใจว่าต้องได้มาครอบครอง รีบสั่งทันที เพราะหาที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว และจนถึงเดี๋ยวนี้ก็ไม่เคยเห็นใครถือเลย กระเป๋าใบนี้เป็นเหมือนประติมากรรมชิ้นเยี่ยมในความคิดจุ๋ม ดูเป็นตัวเรามาก เพราะจุ๋มชอบความวิบวับของเพชร หลังจากออร์เดอร์วันแรกที่เปิดตัว ต้องรอ 4-5 เดือนทีเดียวกว่าจะได้มา พาไปออกงานแรกคืองานแต่งงานเช่นกัน”

กระเป๋า Judith Leiber

หายากสุด

“ ‘ม้าหมุน’ (Carousel Dans Le Parc) ชิ้นนี้หายากมาก เห็นครั้งแรกจากเว็บต่างประเทศ ซึ่งแต่ละประเทศได้โควตาน้อยมาก รอเกือบปีกว่าจะได้ เฉพาะในไทยได้โควตาไม่เกิน 5 ใบ มี 2 สี คือสีดำและสีโทนชมพู ชิ้นนี้ราคากว่า 2 แสนบาท ได้มาครั้งแรกหิ้วไปดินเนอร์ฉลองครบรอบแต่งงาน 7 ปีกับสามีที่ร้านเลอวองโดม แต่สามีไม่เก็ต ถามจุ๋มว่าถือของโชว์ในตู้มาทำไม (หัวเราะ) ต้องค่อยๆ เล่าให้เขาฟังว่าเป็นกระเป๋าที่หายากมาก พอเขารู้ว่าเป็นกระเป๋า หลังๆ จึงเริ่มบ่นว่าแพง” (หัวเราะ)

กระเป๋า Judith Leiber

สุดแซ่บ

“จุ๋มยกให้ ‘ป็อปคอร์น’ เป็นใบที่แซ่บที่สุด เพราะสวยสุด ได้มาจากการฟาดฟันในการประมูลงานเปิดตัวรถยนต์ BMW ซึ่งในงานมีการนำกระเป๋าจูดิธ ลีเบอร์ มา ประมูล นำเงินมอบให้มูลนิธิเด็กพิการ ที่แซ่บไปกว่านั้นคือรุ่นนี้เป็นคอลเล็คชั่นที่มีน้อยอยู่แล้ว ยิ่งสีนี้ยิ่งมีน้อยเข้าไปอีก เราจึงต้องประมูลแข่งกับคนอื่น ซึ่งคนที่ประมูลสู้กัน อาทิ คุณเอิ๊ก พรหมพร ยูวะเวส, คุณเหลี่ยน โสฬัส อมาตยกุล, คุณเอ๋ ภูวดี คุณผลิน นอกนั้นมีผู้ชาย 2-3 คน ที่คงจะประมูลไปให้ภรรยา แต่ในที่สุดเราก็ประมูลมาได้ในราคา 240,000 บาท ซึ่งป็อปคอร์นรุ่นนี้มีในเมืองไทยไม่เกิน 3 ใบ”

กระเป๋า Judith Leiber

เก๋สุด

“จุ๋มชอบมาริลีน มอนโร ใส่ชุดขาว ทาปากสีแดง ใบนี้เป็นกระเป๋าคลัตช์ ช่วงเปิดตัวคอลเล็คชั่น ‘มาริลีน มอนโร’ ซึ่งมีหลายแบบให้เลือก แต่เราอยากได้ชิ้นที่ถือได้บ่อย ไปไหนก็ถือได้ จึงจบลงที่กระเป๋าใบนี้ ซึ่งออกแบบเป็นรูปรองเท้า และลิปสติกสีแดง ถือเป็นคลัตช์ที่เก๋ มีความคลาสซี่ลงตัว”

กระเป๋า Judith Leiber

คอลเล็คชั่นล่าสุด

“จุ๋มมีสองใบ ใบแรกเป็น ‘โหลไข่หมุน’ (Gumball Machine Red) เพิ่งได้มาเมื่อปลายเดือนธันวาคม 2563 ราคากว่า 1 แสนบาท ที่ผ่านมาจุ๋มจะให้รางวัลในการทำงานกับตัวเองเป็นกระเป๋าจูดิธ ลีเบอร์ ทุกปี แต่ปีที่ผ่านมาจุ๋มไม่ได้ให้รางวัลตัวเองเลย เพราะเจอสถานการณ์โควิด-19 ด้วยความที่ธุรกิจของเราเกี่ยวข้องกับการจัดแสดงสินค้า ซึ่งมีความเสี่ยงสูง ไม่สามารถจัดงานได้ แต่สุดท้ายก็ซื้อกระเป๋าใบนี้เป็นรางวัลตัวเองสักหนึ่งใบ รับเข้ามาอยู่ในแกลเลอรี่ของเรา

กระเป๋า Judith Leiber

“ส่วนอีกชิ้นเป็น ‘เพชรน้ำหนึ่ง’ (Diamond Flawless) ดูจากขนาดแล้วน่าจะ 300 กะรัตได้ (หัวเราะ) เป็นรุ่นใหม่ล่าสุด ในไทยมีชิ้นเดียว อยู่ในคอลเล็คชั่นเดียวกับที่ทำเป็นกระเป๋าชูสองนิ้วค่ะ”

กระเป๋า Judith Leiber

Limited Edition

“จุ๋มมีเก็บสะสมเป็นธีมแฟรี่เทลด้วย ในเมื่อมีม้าหมุน น้ำพุ เจ้าชายกบแล้ว จุ๋มก็คิดรอไว้เลยว่าคอลเล็คชั่นนี้ของเรายังขาดปราสาทเจ้าหญิง ปรากฏว่าหลังจากนั้นไม่นานเขาทำ ‘ปราสาทเจ้าหญิง’ (Castle Once Upon) ออกมาจริงๆ พอเห็นในอินเทอร์เน็ตปุ๊บ ออร์เดอร์ทันที เป็นลิมิเต็ดเอดิชั่น มีแค่ 2 ใบในไทย ตอนนี้ก็เลยรออัศวินม้าขาวที่จะมาเติมเต็มในคอลเล็คชั่นนี้ของเรา ต้องรอดูว่าเขาจะทำออกมาไหม ถ้ามีต้องมาอยู่ในตู้เรา (ยิ้ม)

กระเป๋า Judith Leiber

“อีกชิ้นเป็น ‘เรือใบ’ ในไทยมีไม่เกิน 3 ใบ ความที่เราทำธุรกิจให้เช่าเรือยอช์ต จึงรอวันที่เขาจะทำเป็นเรือบ้าง ซึ่งพอมีออกมา จุ๋มซื้อทันที ราคาประมาณ 2 แสนบาท ได้มาเมื่อ 5 ปีที่แล้ว ตอนนี้ก็รอว่าแบรนด์จะทำเรือแบบอื่นออกมาอีกไหม”

กระเป๋า Judith Leiber

Top of Classic Style

“วันหนึ่งอยากได้กระเป๋าจูดิธ ลีเบอร์ ที่ทำเลียนแบบเครื่องดนตรี แต่ไม่ชอบกีตาร์ เคยเห็นเขาทำเป็นฮาร์ป (พิณฝรั่ง) แต่ก็ยังไม่ถูกใจ จนมาเห็น ‘Violin’ ชอบมาก และเขาทำเป็นตลับยา (Peel Box) คู่กัน จึงซื้อมาทั้งคู่ เพราะชอบความคลาสสิกอยู่แล้ว มีสีดำและทอง ซึ่งเป็นสีที่เราชอบด้วย จึงเป็นใบที่ใช้บ่อยที่สุด เพราะไม่ว่าจะไปอีเว้นต์ไหน เราชอบแต่งตัวสไตล์สีแบบนี้อยู่แล้ว”

กระเป๋า Judith Leiber

Peel Box

“พอมาดูคอลเล็คชั่นที่สะสมไว้ ยังไม่มีผลไม้เลย แต่จุ๋มคงไม่เลือกเชอร์รี่ หรือสตรอว์เบอร์รี่มาเก็บ พอเห็นกระเป๋าลูกสับปะรด ก็ชอบที่เขาออกแบบสีสันได้สวยดี แต่เราก็ยังหาซื้อไม่ได้สักที กระทั่งเขาออกแบบกล่องยา (Peel Box) เป็นสับปะรดลูกเล็กๆ จึงซื้อมาเก็บไว้หนึ่งชิ้น ผ่านไปสักพักไม่รู้ว่าเป็นเพราะอยากได้สับปะรดลูกใหญ่มากไปหรือเปล่า พอเห็นกล่องยารูปสับปะรดอีกก็ซื้อซ้ำมา โดยลืมไปว่าเคยซื้อมาแล้ว (หัวเราะ) จึงกลายเป็นมีกล่องยาเหมือนกันสองชิ้น และยังหากระเป๋ารูปสับปะรดลูกใหญ่ไม่ได้อยู่ดี”

กระเป๋า Judith Leiber

My Collection = My Happiness

“ความสุขที่สุดของการสะสมคือตอนนำมาเช็ดและจัดเรียงในตู้ ทำไปก็มองไปด้วยความชื่นชม เพราะเหมือนเป็นการมองความสำเร็จของจุ๋มเอง จากตอนแรกที่อายุ 20 กว่าๆ อยากได้กระเป๋าจูดิธ ลีเบอร์ ใบแรก ต้องทำงานเก็บหอมรอมริบ รวมทั้งต้องเสาะแสวงหาอีกต่างหาก ซึ่งพอมาถึงตอนนี้เราสามารถหามาเป็นของขวัญให้กับการทำงานของตัวเราเองได้ทุกปีแล้ว

“จุ๋มไม่ได้ซื้อตามแฟชั่น แต่ซื้อเพื่อเป็นรางวัลชีวิตจากการทำงาน รวมทั้งเป็นการสะสมเรื่องราวและความสุขของเรา ตู้นี้จึงเปรียบเหมือนตู้แห่งความสำเร็จ”


ที่มา : นิตยสารแพรว ฉบับ 968

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ไลฟ์สไตล์สุดหรูของ 7 “ซูเปอร์ ริชคิดส์” ทายาทมหาเศรษฐี แห่งเกาะสิงคโปร์

มาเป็นกุรุส เปิดคลังกระเป๋า แอร์เมส “นวลพรรณ ล่ำซำ” ผู้นำเข้าหนึ่งเดียวในไทย

เป็นคนเยอะ อย่ามาง่าย! เปิดบ้านริมน้ำบางปะกง อาณาจักรความสุขของ “ทิปปี้ สุพรทิพย์”

เทรนด์คิ้วเรียกไลค์แรงซัมเมอร์นี้

เทรนด์คิ้วเรียกไลค์แรงซัมเมอร์นี้ เน้นเบาราวธรรมชาติ แต่ฟูสะดุ้งเรียงเส้นแบบคนดัง

เทรนด์คิ้วเรียกไลค์แรงซัมเมอร์นี้ เน้นเบาราวธรรมชาติ แต่ฟูสะดุ้งเรียงเส้นแบบคนดัง

เทรนด์คิ้วซัมเมอร์นี้เน้นความเบาเป็นธรรมชาติสุดๆ ราวกับว่ายุคของคิ้วเข้มเขียนเส้นแบบคมกริบนั้นได้ผ่านไปแล้ว นาทีนี้คิ้วสวยทรงต้องเป็นธรรมชาติ ผ่านการกรูมมิ่ง เพียงจัดการความรกออกเล็กน้อย เขียนด้วยน้ำหนักเส้นที่บางเบา มีความฟุ้งเบลอ แต่เนี้ยบเป็นระเบียบใครที่มีขนคิ้วดกสวยอยู่แล้วยิ่งได้เปรียบหลายช่วงตัว เพราะเทรนด์ปัดคิ้วโชว์เส้นที่เรียงสวยชัดๆ นั้น ยังคงเรียกไลค์ได้รัวๆ จะทำได้เป๊ะแค่ไหน อยู่ที่การเลือกอุปกรณ์ให้เหมาะสม

เทรนด์คิ้วเรียกไลค์แรงซัมเมอร์นี้

เทรนด์คิ้วเรียกไลค์แรงซัมเมอร์นี้ เน้นเบาราวธรรมชาติ แต่ฟูสะดุ้งเรียงเส้นแบบคนดัง

แชร์ทิปส์เขียนโครงคิ้วเบาๆ ด้วย Gucci Powder Eyebrow Pencil ดินสอเขียนคิ้วสุดน่ารักที่ออกแบบหน้าตามาได้ Traditional ย้อนยุคเบาๆ ให้อารมณ์เป็นคุณหนูสายวินเทจที่ดีงามมากๆ ของดินสอรุ่นนี้คือความจับกระชับมือของด้ามที่ขนาดกำลังเหมาะ และเฉดสีที่ทำออกมา ได้หลากหลายอย่างเป็นธรรมชาติ ทั้งเฉดออกอมเทา อมน้ำตาล อมบลอนด์ ซึ่งทำให้สามารถเลือกสีที่กลมกลืนกับสีผมได้มากที่สุด แถมยังครีเอตคิ้วฟุ้งๆ เป็นธรรมชาติได้ง่ายด้วยปลายอีกด้านที่เป็นแปรงขนนุ่ม ช่วยจัดคิ้วให้เข้าทรง

เทรนด์คิ้วเรียกไลค์แรงซัมเมอร์นี้

ที่ฮิตยาวไม่มีตกคือ เทรนด์ “คิ้วสะดุ้ง” โชว์ขนคิ้วชัดๆ สไตล์นางแบบบนรันเวย์ ซึ่งเป็นโชคดีของสาวคิ้วบางที่ตอนนี้ BENEFIT แบรนด์คิ้วตัวแม่ออกปากกาเขียนคิ้วแบบ Microfilling Pen ที่สามารถเขียนคิ้วแบบเรียงเป็นสามเส้น พร้อมกันได้อย่างเป็นธรรมชาติด้วยนวัตกรรมปลายปากกาที่สามารถปล่อยสีออกมาเป็นเส้นเล็กคมได้อย่างต่อเนื่อง ไม่มีอุดตัน ทำให้สามารถตวัดเส้นเขียนขนคิ้วได้อย่างสมจริง เป็นธรรมชาติ บอกเลยว่าสาวคิ้วบางต้องการสิ่งนี้

เทรนด์คิ้วเรียกไลค์แรงซัมเมอร์นี้


ข้อมูล : นิตยสารแพรว 968
ภาพ IG : pom_vinij, duearisara

 

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ฟีลนางเอกร้องไห้! เทรนด์แต่งหน้า 2021 แกล้งๆ มีน้ำตาดูสวยหวาน น่าทะนุถนอม

แชร์ วิธีล้างแปรงแต่งหน้า ถือเป็นศิลปะอย่างหนึ่ง กับข้อควรรู้ในจุดที่ต้องระวัง!!

เหตุผลที่ควร มาส์กหน้า ทางลัดฟื้นฟูผิว หลังหลบอยู่ใต้หน้ากากอนามัยทั้งวัน!!

 

เปิดคลังมหาสมบัติ Jamie Chua ละลานตาไปด้วยของหรู ดั่งสวรรค์ที่สาวๆ ใฝ่ฝัน

เปิดคลังมหาสมบัติ (ห้องแต่งตัว) Jamie Chua ละลานตาไปด้วยของหรู ทั้งเสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า เครื่องประดับ ดั่งสวรรค์ที่สาวๆ ใฝ่ฝัน

Jamie Chua

เป็นอีกหนึ่งเศรษฐีนีที่ชีวิตของเธอนั้นน่าอิจฉาเป็นที่สุด สำหรับ เจมี ฉัว เพราะชีวิตนี้เรียกได้ว่า เธอแทบจะไม่ต้องทำงานก็มีเงินเป็นสิบๆ ล้านมาให้ใช้ทุกเดือน ซึ่งเงินที่ว่านั้นมาจากการฟ้องหย่าอดีตสามี มหาเศรษฐีชาวอินโดนีเซีย โดยเขาต้องจ่ายค่าเลี้ยงดูเป็นจำนวนกว่า $450,000  ดอลลาร์ หรือประมาณ 14 ล้านบาท ให้เธอเป็นประจำทุกเดือน

ห้องแต่งตัวเก่าก่อนที่จะรีโนเวทใหม่ทั้งหมด
ห้องแต่งตัวใหม่ที่รีโนเวท ปรับให้ดูกว้างขวาง และสามารถเห็นข้าวของในตู้ได้มากขึ้น

แน่นอนว่าเงินจำนวนนี้มากพอที่เจมี ฉัวจะใช้ซื้ออะไรก็ได้ โดยเฉพาะของหรูระดับไฮเอนด์ ของแบรนด์เนมต่างๆ โดยเฉพาะกระเป๋าแอร์เมสที่มีมากกว่า 200 ใบ และอย่างที่ทราบกันดีว่าใบหนึ่งนั้นราคาก็แตะที่หลักแสน หลักล้าน ยังไม่รวมกับใบลิมิเต็ดเอดิชั่นที่ราคา 10 ล้านขึ้น รวมถึงรองเท้าแบรนด์หรูระดับไฮเอนด์อีกกว่า 300 คู่ ซึ่งทำให้เจมี ฉัวนั้นถึงกับต้องเพิ่มช่องเก็บกระเป๋าใหม่ถึง 700 ช่อง พร้อมกับรีโนเวทห้องใหม่ให้ไฮโซ หรูหรา สมกับข้าวของที่เธอมีจริงๆ

ทั้งนี้ฟังก์ชั่นและดีไซน์ต่างๆ ในห้องแต่งตัวของเธอนั้นเป็นบิวต์อินทั้งหมด มีการออกแบบให้ทุกๆ ส่วนหยิบใช้ได้อย่างสะดวก ซึ่งสาวๆ ดูแล้วจะนำไปประยุกต์หรือทำตามก็เก๋กู๊ดไม่เบาเลยน้า

สำหรับทางเข้าห้องแต่งตัวนั้นจะมีที่สแกนนิ้วก่อนเข้านะจ๊ะ ป้องกันขโมย แหงล่ะก็อย่างที่รู้กันว่าในนั้นเต็มไปด้วยของหรู หากบวก ลบ คูณ หารแล้ว แตะๆ หลักร้อยล้านเลยนะยู

Jamie Chua

เมื่อเข้ามาด้านหลังจะเป็นตู้เก็บเสื้อผ้าขนาดใหญ่ ที่ทำเป็นตู้กระจกสลับกับตัวปิดแบบทึบ เห็นแค่นั้นหลายคนอาจจะคิดว่าทำไมเก็บได้น้อยจัง แต่เมื่อเห็นฟังก์ชั่นของนางแล้วจะต้องบอกว่า มันดีงามมากกกก

เครื่องเพชรระยิบระยับที่วางไว้ในตู้กระจก ดูแล้วกึ่งๆ จะเป็นตู้โชว์ แต่ฟังก์ชั่นของมันคือหยิบง่าย อยากใช้เมื่อไหร่ก็ไม่ต้องควานหา และที่สำคัญหากหายไปชิ้นหนึ่งแล้วล่ะก็ รู้เลยทันที

กำไลคาร์เทียร์วงละ 3 แสนกว่าบาท ซึ่งเจมี ฉัวมีทุกรุ่นเลยนะขอบอกกก
ที่เก็บต่างหู แบ่งเป็นช่องๆ ละลานตาไปด้วย เพชร ทับทิม มรกต และอัญมณีอื่นๆ อีกมากมาย
เซตเครื่องประดับก็มีช่องใส่ จัดเก็บเป็นระเบียบมาก

ด้านบนเป็นตู้กระจก ด้านหลังทำเป็นลิ้นชักเพื่อใส่เครื่องประดับต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นสร้อยคอ สร้อยข้อมือ ต่างหู ชุดเพชรและอัญมณี โดยทำช่องใส่เป็นสัดส่วน เพื่อให้สะดวกเวลาหยิบใช้และเก็บ เห็นแล้วก็อยากจะได้ตู้นี้ไปเก็บไว้ที่บ้านเลยจริงเชียว

นาฬิกาแบรนด์จาก Richard Mille และ Franck Muller

โซนเก็บนาฬิกาที่จัดใส่กล่องอย่างเรียบร้อย เผยให้เห็นตัวเรือนด้านใน ง่ายต่อการหยิบใช้ โดยแต่ละเรือนนั้นมาจากแบรนด์หรูระดับโลก แพงหูฉี่ทุกเรือน โดยเฉพาะ 6 เรือนนี้ จากแบรนด์ Richard Mille และ Franck Muller ซึ่งราคานั้นก็ไม่แพงจ้า แค่หลักล้านขึ้นไปเท่านั้น โดยเฉพาะเรือนหน้าปัดวงรีที่ตัวเรือนประดับเพชรสายสีขาวและดำ รุ่นเดียวกัน ราคา 5.1 ล้านบาท

มาต่อกันที่ในหมวดของกระเป๋า ซึ่งที่เห็นนี้คือ Hermès Kelly Cut Clutch ที่เธอสามารถใช้ได้ 7 วัน 7 สี ใบหนึ่งก็แค่ล้านต้นๆ เท่านั้น

Niloticus Crocodile Himalaya Birkin แพงที่สุดติดอันดับโลก ราคา $379,000 (12.5 ล้านบาท)

ถ้าจะเรียกว่าเป็นช็อป  Hermès ก็คงไม่แปลก เพราะเธอมีเยอะมากจริงๆ มีทุกแบบ ทุกสไตล์ ทุกหนัง ไม่ว่าจะเป็นหนังวัว หนังควาย หนังจระเข้ หนังตะกวด หนังนกกระจอกเทศ เดนิม บลาๆ ซึ่งยังมีรุ่นเดียวกันแต่ต่างสีกันไปอีก ครบปีก็ยังใช้วนไม่หมดเลยจ้า 

นอกจากคลัง Hermès แล้ว กระเป๋าแบรนด์เนมอื่นๆ ก็มีเยอะไม่แพ้กัน โดยเฉพาะ Chanel ที่มีหลากหลายรุ่น

 

รองเท้าส่วนหนึ่งจากแบรนด์ Valentino

มาต่อกันที่หมวดรองเท้ากันเลยจ้า เป็นอีกหมวดที่มีเยอะมากกกกไม่แพ้กระเป๋าเลยทีเดียว แต่แบรนด์ที่เจมี ฉัวรู้สึกจะชื่นชอบมากเป็นพิเศษดูเหมือนจะเป็น Valentino รองเท้าปักหมุดในตำนาน ที่มีทั้งแบบส้นสูง และ แบบ Flat รวมถึงรองเท้าพื้นแดงอย่าง  Christian Louboutin และ Saint Laurent ที่เธอเลิฟมากไม่แพ้กัน ซึ่งแต่ละคู่นั้นราคาก็หลักหมื่นขึ้นทั้งนั้น

มาต่อกันที่อีกโซนคือชั้นวางเสื้อผ้าแบบเรียบๆ ที่เจมี ฉัว บอกว่าเธอก็เป็นคนแต่งตัวง่ายๆ สบายๆ ด้วยเหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นเสื้อยืด สเวตเตอร์ ยีนส์ เดนิม  เป็นต้น

ด้านล่างของชั้นเก็บเสื้อผ้าจะมีลิ้นชักที่แบ่งเป็นช่องไว้สำหรับเก็บแว่นตาและเข็มขัด ที่มีเยอะมากอีกเช่นกัน

ถัดจากโซนชั้นเก็บเสื้อผ้าก็จะเป็นโซนที่เจมี ฉัวไว้เก็บเสื้อเชิ้ตและเสื้อเบลาส์ ซึ่งลิ้นชักด้านล่างนั้นไว้สำหรับเก็บกางเกงในและชุดชั้นใน ที่เธอจัดเป็นระเบียบเรียบร้อย หยิบใส่ง่าย ใส่ไม่มีเบื่อ เพราะมีเยอะมากไม่แพ้ไอเท็มอื่นๆ เลย

อย่างที่เกริ่นไปในตอนแรกว่ามองเผินๆ อาจจะคิดว่าใส่ได้แค่ไม่กี่ตัว แต่เมื่อเจมี ฉัวสาธิตการเปิดให้ดูนั้นก็ต้องบอกเลยว่าเป็นตู้ที่ออกแบบให้สามารถเก็บเสื้อผ้าได้เยอะจริงๆ เป็นการประหยัดพื้นที่ อีกทั้งยังดูสวยงามอีกด้วย

เหมือนอยู่ในสวรรค์เลยใช่ไหมคะสาวๆ เห็นแค่รูปอาจจะยังไม่หนำใจ แพรวดอทคอม นำคลิปมาให้ดูกันด้วย ส่วนอิฉันนั้นดูแล้วก็ได้แต่อิจฉาเบาๆ และหันกลับไปมองตู้เสื้อของตัวเอง พร้อมกับถอนหายใจเฮือกใหญ่….


เรื่อง : Nitcha

ภาพ : Instagram (ec24m)

รองเท้า Christian Louboutin

รู้หรือไม่ รองเท้า Christian Louboutin เกิดจากชีวิตรักแสนเศร้าของ เจ้าหญิงไดอาน่า

เบื้องหลังที่หลายคนอาจไม่รู้ ว่าแท้จริงแล้ว รองเท้า Christian Louboutin รุ่น Love flats เกิดขึ้นจากชีวิตคู่ที่ไม่สมหวังของเจ้าหญิงไดอาน่า

ตลอดการครองคู่ของเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์และเจ้าหญิงไดอาน่า ต่างมีข่าวลือเกี่ยวกับความสัมพันธ์ที่ไม่ค่อยจะดีนักของทั้งสองพระองค์ออกมาเรื่อยๆ สื่อหลายสำนักต่างก็ตั้งข้อสังเกตว่าชีวิตคู่อาจไม่ราบรื่น จนครั้งที่เจ้าหญิงไดอาน่าเสด็จฯ เยือนประเทศอินเดีย ในปีค.ศ. 1992 และมีภาพถ่ายของเจ้าหญิงไดอาน่าประทับอยู่ด้านหน้าทัชมาฮาล พร้อมพระพักตร์ที่แสนเศร้า

แม้สุสานทัชมาฮาลจะเป็นเหมือนพยานรักของกษัตริย์แห่งอินเดียในอดีต แต่ภาพของเจ้าหญิงไดอาน่ากลับดูไม่มีความสุขและโดดเดี่ยว จนต่อมาก็ได้กลายเป็นอีกหนึ่งภาพประวัติศาสตร์ที่แสดงถึงเรื่องราวชีวิตรักอันขมขื่น

เจ้าหญิงไดอาน่า รองเท้า Christian Louboutin

เจ้าหญิงไดอาน่า รองเท้า Christian Louboutin

รู้หรือไม่ รองเท้า Christian Louboutin เกิดจากชีวิตรักแสนเศร้าของ เจ้าหญิงไดอาน่า

จากผลงานภาพถ่ายชิ้นนี้ ทำให้ Christian Louboutin เจ้าของแบรนด์รองเท้าพื้นแดง เกิดไอเดียใหม่ๆ เข้ามาในหัว โดยเขากล่าวว่า “หลังจากเห็นภาพของเจ้าหญิงไดอาน่าที่สุสานทัชมาฮาล ซึ่งก้มหน้ามองไปยังพื้นและดูเศร้ามาก ผมคิดว่ามันคงจะดี ถ้ามีอะไรบางอย่างทำให้เจ้าหญิงไดอาน่าทรงยิ้มได้ และมีความสุขทุกครั้งเมื่อมองลงไปที่พระบาทของพระองค์”

รองเท้า Christian Louboutin

รองเท้า Christian Louboutin

นอกจากนี้ เขายังมีความตั้งใจว่า “ผู้หญิงที่ได้สวมรองเท้าคู่นี้ หากคุณก้มหน้ามองพื้นแล้วรู้สึกเศร้าหรือสิ้นหวัง ก็จะยังพบว่ามีความรักอยู่กับคุณเสมอ” จากนั้นเขาก็ได้ออกแบบรองเท้าหนังกลับสีดำที่มีคำว่า ‘LOVE’ โดยมี LO อยู่ด้านขวาและ VE อยู่ที่ด้านซ้าย แต่น่าเสียดายที่เจ้าหญิงไดอาน่าไม่มีโอกาสได้ใส่รองเท้าคู่นี้เลยสักครั้ง จนสิ้นพระชนม์ในปีค.ศ. 1997

รองเท้า Christian Louboutin
รองเท้าส้นเตี้ย Love flats (ซ้าย) ปี 2018 ของ Christian Louboutin และรุ่นปี 1992 ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากเจ้าหญิงไดอาน่า (ขวา)

ซึ่งนี่เป็นจุดเริ่มต้นของคอลเล็คชั่นใหม่ๆ อีกมากมายของ Christian Louboutin ที่ใส่คำว่า LOVE เข้ามาในไอเท็มต่างๆ แม้จะออกมาสวยงามเพียงใด แต่ก็ไม่อาจลืมได้ว่าแรงบันดาลใจและจุดเริ่มต้นนี้มาจากความรักที่น่าเศร้าและไม่สมหวังของเจ้าหญิงไดอาน่า


ภาพและที่มา : people.com

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ชุดแห่งการแก้แค้น! ความจริงที่ เจ้าหญิงไดอาน่า สวมเดรสดำ ออกงานหลังจบชีวิตคู่

แฟชั่นยั่งยืน! สไตล์ของ ‘ดัชเชสเคท’ คำนึงถึงความเห็นประชาชนและงบที่ต้องจ่าย

สวยหรูและเรียบง่าย ชุดคลุมท้อง ‘เมแกน มาร์เคิล’ ขณะตั้งครรภ์ทายาทคนที่ 2

 

ตั๊ก บงกช เดินสายทำบุญใน ชุดไทยบรมพิมาน

งดงามทุกมุม! ตั๊ก บงกช เดินสายทำบุญใน ชุดไทยบรมพิมาน สวยหวานดั่งผ้าพับไว้

สวยไม่พักเลยแม่ เมื่อมาดามตั๊ก บงกช ขอเดินสายไหว้พระทำบุญ พร้อมแต่งองค์ทรงเครื่องใน ชุดไทยบรมพิมาน โทนสีชมพูหวานๆ ใส่เข้ากับรองเท้าแบรนด์หรู Louis Vuitton

เมื่อวานนี้ (7 เม.ย. 64) ตั๊ก บงกช โพสต์ภาพพร้อมข้อความบนอินสตาแกรมส่วนตัวของเธอว่า “จะปีใหม่ไทยเเล้ว ทำบุญไหว้พระกันนะคะ” ซึ่งสาวตั๊กก็ได้เช็คอินทำบุญทั้งวัดพระแก้ว (วัดพระศรีรัตนศาสดาราม) และวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม (วัดโพธิ์) เลยทีเดียว และเพื่อให้เข้ากับบรรยากาศอันงดงามของวัดวาอาราม สาวตั๊กก็ขอแต่งชุดไทยบรมพิมาน พร้อมสวมสร้อยคอและกำไลข้อมือ อีกทั้งยังถือกระเป๋าย่านลิเภาให้เข้ากับชุดไทย แต่ขอเสริมแบรนด์เนมเข้ามาหนึ่งชิ้น นั่นคือรองเท้าคู่สีดำจาก Louis Vuitton

ซึ่งชุดไทยบรมพิมาน ตั้งชื่อตามพระที่นั่งบรมพิมาน ใช้ผ้ายกไหมหรือยกทองมีเชิง หรือยกทองทั้งตัวก็ได้ตัดติดกันกับตัวเสื้อแขนยาว หรือเป็นเสื้อคนละท่อนก็ได้ ซิ่นจีบหน้ามีชายพก ยาวจรดข้อเท้า ใช้เข็มขัดไทยคาดเสื้อคอกลม ขอบตั้ง ผ่าด้านหน้าหรือด้านหลังก็ได้ แต่สำหรับสาวตั๊กใส่แบบประยุกต์ไม่มีเข็มขัดคาด ให้ความรู้สึกไม่เป็นทางการและดูสบายๆ มากขึ้น

งดงามทุกมุม! ตั๊ก บงกช เดินสายทำบุญใน ชุดไทยบรมพิมาน สวยหวานดั่งผ้าพับไว้

ตั๊ก บงกช ชุดไทยบรมพิมาน ตั๊ก บงกช ชุดไทยบรมพิมาน ตั๊ก บงกช ชุดไทยบรมพิมาน ตั๊ก บงกช ชุดไทยบรมพิมาน ตั๊ก บงกช ชุดไทยบรมพิมาน ตั๊ก บงกช ชุดไทยบรมพิมาน ตั๊ก บงกช ชุดไทยบรมพิมาน ตั๊ก บงกช ชุดไทยบรมพิมาน ตั๊ก บงกช ชุดไทยบรมพิมาน ชุดไทยบรมพิมาน ชุดไทยบรมพิมาน


ภาพ : IG@bong_kod_tak

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

แฟชั่นยั่งยืน! สไตล์ของ ‘ดัชเชสเคท’ คำนึงถึงความเห็นประชาชนและงบที่ต้องจ่าย

สวยสง่าทุกท่วงท่า ‘แพนเค้ก เขมนิจ’ โชว์เอวเอสใน ชุดผ้าไทย ตัดโดย POEM 

สวยสง่ามากแม่ ‘เป้ย ปานวาด’ ในชุดไทยจิตรลดา สมเป็นผลงานระดับกูตูร์