ทริคทำผมหน้าม้าซีทรูจาก Kim Sunwoo แฮร์สไตลิสต์ผู้อยู่เบื้องหลังลุคสุดปังของเหล่าไอดอล

หนึ่งในเทรนด์ทรงผมมาแรงในซีซั่นนี้คงหนีไม่พ้นลุคผมลอนเด้งเป็นธรรมชาติและหน้าม้าซีทรู ที่สาวๆ ทุกคนใฝ่ฝัน แพรวเลยขอพามาส่อง ทริคทำผมหน้าม้าซีทรู กับ 6 ขั้นตอนการทำผมสไตล์เกาหลีที่ใครๆ ก็สามารถทำเองได้ที่บ้าน โดยผู้เชี่ยวชาญและแบรนด์แอมบาสเดอร์ของ Dyson อย่าง Kim Sunwoo (คิมซอนอู) แฮร์สไตลิสต์ระดับโลก และเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านเทรนด์ทรงผมที่น่าเชื่อถือที่สุดของเกาหลีใต้ ผู้อยู่เบื้องหลังลุคสุดปังของเหล่านางแบบ ไอดอล และนักแสดงแถวหน้าแห่งวงการบันเทิงเกาหลี ไม่ว่าจะเป็น BLACKPINK, ปาร์คมินยอง, ซอเยจี และนักแสดงระดับตัวท็อปอีกมากมาย

ทริคทำผมหน้าม้าซีทรู จาก Kim Sunwoo แฮร์สไตลิสต์ผู้อยู่เบื้องหลังลุคสุดปังของเหล่าไอดอล

และนี่ 6 ขั้นตอนคอมพลีตลุคผมสวยสไตล์เกาหลี

1. เริ่มต้นด้วยการหวีผมที่เปียกหมาดด้วยหวีช่วยลดผมพันกัน

2. ก่อนจัดแต่งทรงควรเป่าผมให้แห้งหมาดประมาณ 80% ด้วย Dyson Airwrap Multi-Styler และหัวจัดแต่งทรง Coanda Smoothing Dryer โดยเลือกโหมดเป่าแห้งด้วยการหมุนด้ามจับด้านบนตามทิศทางลูกศร พร้อมปรับระดับความร้อนและความเร็วลมไปที่ระดับต่ำ

3. ใช้แกนม้วนขนาด 40 มม. สร้างลอนสวยเป็นธรรมชาติทั้งลอนเข้าและลอนออก โดยปรับระดับความร้อนและความเร็วลมไปที่ระดับสูง จับตรงกลางของช่อผมจากนั้นนำแกนมาสัมผัสกับเส้นผมและถือค้างไว้จนกว่าผมจะแห้งสนิทเพื่อให้แกนม้วนทำการสร้างลอนเองโดยอัตโนมัติ จากนั้นเซ็ตลอนผมให้อยู่ทรงด้วยการเป่าลมเย็นปิดท้ายประมาณ 5-10 วินาที

4. ม้วนลอนเข้าสลับลอนออกไปมาจนทั่วทั้งศีรษะเพื่อเพิ่มความเป็นธรรมชาติให้กับลุคมากยิ่งขึ้น

5. จากนั้นเพิ่มวอลลุ่มให้กับผมหน้าม้าด้วยหัวแปรงจัดแต่งทรงแบบขนอ่อน ให้วางหัวแปรงไว้ใต้ผมหน้าม้าเพื่อยกโคนผมขึ้น โดยปรับระดับความร้อนและความเร็วลมไปที่ระดับสูง ยิ่งยกหัวแปรงสูงก็จะยิ่งทำให้ผมหน้าม้าดูโค้งเป็นธรรมชาติมากขึ้น จากนั้นใช้แกนม้วนขนาด 30 มม. ม้วนผมหน้าม้าและแปรงซ้ำอีกครั้งด้วยหัวแปรงจัดแต่งทรงแบบขนอ่อน

6. ปิดท้ายด้วยการใช้หัวจัดแต่งทรง Coanda Smoothing Dryer อีกครั้งเพื่อเก็บผมชี้ฟู โดยปรับระดับความร้อนไปที่ระดับต่ำและความเร็วลมไปที่ระดับกลาง จากนั้นวางแถบลงบนกลางศีรษะตามรอยแสกและค่อยๆ เลื่อนหัวเป่าลงไปตามแนวเส้นผม

เคล็ดลับจากผู้เชี่ยวชาญ

  • การทำผมให้เปียกหมาดก่อนสไตล์ลิ่งหรือการใช้ความร้อน จะช่วยคลายพันธะที่ยึดเหนี่ยวกันบนเส้นผมให้มีความยืดหยุ่นมากยิ่งขึ้น และสามารถเปลี่ยนรูปทรงของเส้นผมได้
  • สำหรับคนที่มีผมหยักศกหรือผมชี้ฟู ควรใช้แปรงจัดแต่งทรงแบบแข็งเพื่อช่วยเพิ่มวอลลุ่มให้กับผมหน้าม้า

ขอบคุณข้อมูลจาก : Dyson

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

รื่นรมย์ยามบ่ายกับ Sumrub Thai Afternoon Tea สดชื่นและสุขภาพดีกับ ปัญญ์ปุริ เวลเนส

ปัญญ์ปุริ เวลเนส (PAÑPURI WELLNESS) เวลเนส โอเอซิส ใจกลางเมือง ชวนสาวๆ มาผ่อนคลายยามบ่ายกับเมนูล่าสุด สำรับไทยอาฟเตอร์นูน ที (Sumrub Thai Afternoon Tea) เซ็ต Afternoon Tea ร่วมสมัยที่จะได้ลิ้มลองกับอาหารว่างเพื่อสุขภาพ ร่วมกับขนมไทย และเสิร์ฟพร้อมชาออร์แกนิค Lotus Jasmine ที่จะช่วยเติมทั้งความสดชื่น และผ่อนคลาย

และนี่คือ เซ็ตอาหารว่าง ที่จะทำให้บรรยากาศยามบ่ายรื่นรมย์กว่าที่เคย

  • Savory Lotus Petal Wrap เมี่ยงคำบัวหลวง สัมผัสรสชาติเปรี้ยวอมหวาน พร้อมสมุนไพรไทยที่ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด
  • Organic Rainbow Summer Roll ปอเปี๊ยะสดที่อุดมไปด้วยผักนานาชนิด มอบคุณประโยชน์ที่ดีต่อร่างกาย
  • Rainbow Salad with Ham in Japanese สลัดผักสไตล์ญี่ปุ่น พร้อมซอสควินัว ที่มาพร้อมสรรพให้คุณล้างพิษในร่างกายและบรรเทาอาการร้อนใน
  • Pomelo Refresher Salad ยำส้มโอที่อุดมไปด้วยวิตามินและสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยให้ร่างกายสดชื่น

นอกจากนี้ยังมีขนมไทยร่วมสมัยที่รับรองว่าต้องถูกใจใครหลายคน เมนู อาทิ ลอดช่องชีสพาย, บัวลอยชาเชียว พร้อมซอสงาดำ, ข้าวเหนียวมะม่วง และแตงโมปลาแห้ง

Sumrub Thai Afternoon Tea ให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 13.00 – 17.00 น. ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ที่ PAÑPURI WELLNESS ชั้น 12 เกษร ทาวเวอร์ ตั้งแต่เวลา 10.00 – 22.00 น. สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร 02-253-8899


แทยอน ดูแลผิว

ผิวใสราวกระจก “แทยอน” เผยสูตรดูแลผิวหน้าให้เนียนนุ่ม และอ่อนเยาว์เสมอ

นักร้องสาว คิมแทยอน (Kim Tae-yeon) หรือ แทยอน Girls ‘Generation แม้ตอนนี้จะเป็นศิลปินเดี่ยวและนักแสดง แต่ความป็อบไม่เคยจางหาย แฟนๆ ยังรักเหนียวแน่นสนับสนุนทุกผลงานเหมือนเดิม และด้วยความที่เป็นคนวงการบันเทิง แน่นอนว่าต้องแต่งหน้าหนักมาก จึงต้องดูแลตัวเองเป็นพิเศษ ซึ่งแทยอนมีเคล็ดลับดูแลผิวพรรณให้สวยใสดูอ่อนเยาว์เสมอมากระซิบบอกดังๆ โดยเฉพาะสูตรมาสก์หน้าแบบเฉพาะตัวว่า..

ผิวใสราวกระจก “แทยอน” เผยสูตรดูแลผิวหน้าให้เนียนนุ่ม และอ่อนเยาว์เสมอ

แทยอน ดูแลผิว 3

“ฉันเชื่อในสรรพคุณของน้ำผึ้งที่ช่วยดูแลรักษาทั้งร่างกายและผิวพรรณ ที่สำคัญผิวของฉันดูจะชอบน้ำผึ้งเอามากๆ สังเกตได้ว่าหากใช้โปรดักต์อะไรที่มีส่วนผสมของน้ำผึ้งมักจะเห็นผลในทางที่ดีอย่างรวดเร็ว

“โดยปกติฉันมีผิวแพ้ง่ายอยู่แล้ว เวลาที่ผิวอับชื้นอยู่ใต้แมสก์หรือในฤดูฝน ผิวจะมีทั้งผดผื่นลามไปจนถึงสิวอักเสบ ซึ่งน่าเบื่อมากๆ ค่ะ สูตรแก้ปัญหาของฉันคือการใช้น้ำผึ้งสดมาทาให้ทั่วใบหน้าทิ้งไว้ 15-20 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด

แทยอน ดูแลผิว 1

“น้ำผึ้งมีสรรพคุณลดการคันระคายเคืองและอาการอักเสบ ช่วยในการฆ่าเชื้ออย่างอ่อนโยน แถมทำให้ผิวเนียนนุ่ม สิวยุบไว ใครกลัวเลอะเทอะ ไม่ถนัดแบบนี้ ก็มีมาสก์สูตรน้ำผึ้งหลายแบรนด์ที่ดีต่อผิวมากๆ สาวผิวแพ้ง่ายอยากให้เปิดใจลองน้ำผึ้งดูค่ะ”


ข้อมูล : นิตยสารแพรว ฉบับ 984
ภาพ : taeyeon_ss

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

พร้อมเสิร์ฟไม่ต้องรอพรี! K-Beauty Pop Up Café รวม 12 แบรนด์ดังเหมือนยกฮงแดมาไว้ที่สยาม

อยากหล่อสวยเหมือนพระเอกนางเอกซีรีย์เกาหลี ห้ามพลาด 12 ไอเท็มเด็ดแบรนด์ท็อปสายเกากับ EVEANDBOY K-Beauty Pop Up Café รวมผลิตภัณฑ์ที่ดูแลตัวเองตั้งแต่หัวจรดเท้า ทั้งฟื้นบำรุงผิวหน้าแบบจัดเต็ม ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมตัวฮิต พร้อมจัดหนักเครื่องสำอางสุดน่ารักที่ไม่ต้องรอพรีออเดอร์ เพราะ EVEANDBOY ขนทัพเมคอัพและสกินแคร์ส่งตรงมาจากเกาหลีมาให้สายบิวตี้ชาวไทยได้เลือกช้อปกว่า 10,000 รายการ จาก 100 แบรนด์ดัง อาทิ LANEIGE, DERMA J, SULWHASOO, SKIN 1004, ETUDE HOUSE, INNISFREE, FAITH IN FACE, DAENG GI MEO RI, HUXLEY/FEEV, PERIPERA, COS RX, SOME BY MI, SIORIS รวมไว้ที่เดียวในงาน “EVEANDBOY K-Beauty Pop Up Café” เหมือนยกฮงแดมาไว้ที่สยามสแควร์วัน พร้อมโปรโมชั่นพิเศษสุดๆ ทั้งส่วนลด ของแถมสุดลิมิเต็ดมากมาย รวมทั้งคะแนนสะสมสำหรับสมาชิกเพิ่มแบบ X2 อีกด้วย

เริ่มด้วย LANEIGE ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวและเครื่องสำอางจากเกาหลีที่ครองใจสาวไทยมากมาย โดดเด่นทั้งด้านสรรพคุณและแพคเกHจจิ้งที่โดนใจสไตล์มินิมอล

ต่อด้วยแบรนด์ DERMA J แบรนด์เวชสำอางที่พัฒนาโดยแพทย์ผิวหนังจากประเทศเกาหลี พัฒนาสูตรด้วยความใส่ใจ คัดเลือกเฉพาะส่วนผสมที่อ่อนโยนสำหรับผิวบอบบางแพ้ง่ายโดยเฉพาะ

ตามมาด้วย Sulwhasoo ความงามแบบองค์รวมด้วยศาสตร์แห่งเอเชีย เปี่ยมประสิทธิภาพแห่งการบำรุงด้วยส่วนผสมต่างๆ จากธรรมชาติ กับไอเท็มดังที่สาวกสกินแคร์ต้องมี เช่น First Care Activating Serum EX เอสเซ้นส์ลดเลือนริ้วรอยที่จำเป็นอย่างยิ่งในการสร้างเกราะปกป้องผิวให้แข็งแรง เปล่งประกายมากกว่าที่เคย

‘นางฟ้าผิว’ SKIN1004 (สกินชอนซา) บิวตี้แบรนด์สายบำรุงจากเกาหลี ที่ตอนนี้ทุกคนกำลังอิน พลาดไม่ได้กับแอมพูลตัวดัง อย่าง Madagascar Centella Ampoule ฟื้นบำรุงผิวด้วยพลังของ Centellar Asiaticar สารสกัดบริสุทธิ์จากมาดากัสการ์ 100 % 

แบรนด์ขวัญใจสาวๆ วัยใสและวัยรุ่น กับ Etude House แบรนด์เครื่องสำอางชั้นนำ กับคอนเซ็ปต์ “ความงามดุจดั่งเจ้าหญิงในเทพนิยาย” มาพร้อมด้วยคอลเลคชั่นใหม่สุดพิเศษ ETUDE x Kakao Friends มีครบทั้งเมคอัพสีสันสดใส

ด้าน Innisfree แบรนด์ธรรมชาตินิยมจากประเทศเกาหลี ที่ตามหาความงามอย่างมีสุขภาพดี โดยการแบ่งปันพลังงานธรรมชาติที่สะอาด และบริสุทธิ์ ซึ่งผลิตภัณฑ์ทั้งหมดถูกทำขึ้นมาจากส่วนประกอบที่มีคุณภาพสูงจากผืนป่า ดิน และมหาสมุทรในเกาะเชจู ขายดีตลอดกาลต้องยกให้ Innisfree Green Tea Seed Serum 

อีกแบรนด์ที่อยู่ในกระแสความนิยมต่อเนื่อง กับ FAITH IN FACE แบรนด์นี้เกิดขึ้น ภายใต้คอนเซปท์ “Save Everyone’s Face” และมุ่งมั่นในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพในราคาที่จับต้องได้จนได้รับรางวัลผลิตภัณฑ์ยอดนิยมจากหลายสื่อ โดยเฉพาะมาส์กที่เป็นที่ชื่นชอบอย่างมากในหมู่สาวๆ ทั่วเอเชีย

หน้าสวยแล้วผมก็ต้องสวยเช่นกัน ด้วยเซ็ตแชมพูคู่ทรีทเม้นท์ลดผมขาดหลุดร่วง เพิ่มวอลลุ่มให้เส้นผมจาก Daeng Gi Meo Ri แบรนด์แชมพูและทรีทเม้นต์ ที่เต็มเปี่ยมและอุดมไปด้วยส่วนผสมระดับพรีเมียม

Huxley มาพร้อมสารสกัดอันล้ำค่า ที่อุดมไปด้วยความชุ่มชื่นจากใจกลางทะเลทรายซาฮาร่า อย่าง Prickly Pear Seed Oil น้ำมันสกัดธรรมชาติจากต้นกระบองเพชรพริคลีย์ แพร์ ที่ช่วยปกป้องผิวจากสิ่งที่เป็นอันตราย อัดแน่นไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ

ตามมาติดๆ กับน้องใหม่ FEEV เครือเดียวกับ Huxley สกินแคร์เพื่อผิวบอบบาง แพ้ง่าย ไปจนถึงผิวที่มีปัญหาสิว ด้วยส่วนผสมระหว่างเดอม่าและธรรมชาติ บำรุงและเติมความระเรื่อที่แนบเนียนไปกับผิว

Peripera เครื่องสำอางแบรนด์เกาหลีสุดน่ารัก กับสินค้าขายดี อย่าง Peripera Peri’s Tint Marker ปากการะบายสีปากสวยจัดจ้านน่าหลงใหล สีสว่างสดใส ที่ทำให้รู้สึกว่าการทาปากเป็นเรื่องง่าย แถมพกพาสะดวก

COSRX แบรนด์สกินแคร์บำรุงผิวหน้าจากประเทศเกาหลี ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Ingredient-oriented Cosmetic Brand” เน้นส่วนผสมจากธรรมชาติและรักษาผิวหน้า ที่สาวไทยไม่ต้อรอพรีออเดอร์กันนานๆ อีกแล้ว 

SOME BY MI แบรนด์มาแรงเรื่องการรักษาสิว ที่บล็อกเกอร์สายเกาคอนเฟิร์มเป็นเสียงเดียวกันว่า สิวหายใน 30 วัน ได้รับรางวัลเยอะแยะมากมาย

SIORIS สกินแคร์จากประเทศเกาหลี ชูความโดดเด่นด้วยเรื่องการใส่ใจในทุกขั้นตอนการผลิตที่ส่งต่อความสวยจากฟาร์มสู่โต๊ะเครื่องแป้งที่บ้านคุณ (Farm to Table) ต้องลอง Time Is Running Out Mist มิสต์เนื้อออยล์ที่รวมขั้นตอนการบำรุงของมิสต์ โทนเนอร์และเซรั่มไว้ด้วยกันแบบ 3-in-1

งาน EVEANDBOY K-Beauty Pop Up Café จัดขึ้นระหว่างวันที่ 22-31 กรกฎาคม 2565 บริเวณ ลานกิจกรรมหน้าอีฟแอนด์บอย ดิ อันเดอร์กราวน์ ศูนย์การค้าสยามสแควร์วัน ชั้น LG และช้อปต่อเนื่องกับโซน K-Beauty รวมผลิตภัณฑ์จากเกาหลีได้ที่อีฟแอนด์บอย 16 สาขาทั่วประเทศ


T.O.P Big Bang

หล่อละมุน T.O.P Big Bang ร่วมชม ภาพยนตร์ ‘Emergency Declaration’

ไม่บ่อยนักที่ T.O.P Big Bang หรือ ชเว ซึงฮยอน จะร่วมออกงานอีเว้นต์ หลายครั้งที่เขาปรากฏตัว ท็อปมักจะมาในลุคแบดบอยส์ หรือ มาดเท่แบบคุณชาย แต่ล่าสุดแฟนๆ ต่างให้ความสนใจกับลุคใหม่ของ ท็อปที่มาร่วมชมภาพยนตร์ ‘ Emergency Declaration ‘

หล่อละมุน T.O.P Big Bang ร่วมชม ภาพยนตร์ ‘Emergency Declaration’

หลังจากมีข่าวออกมา เมื่อต้นเดือนมิถุนายนว่า T.O.P Big Bang พร้อมทีมงานถูกพบที่นิวยอร์ก สหรัฐฯ เพื่อทำโปรเจกต์ใหม่ ล่าสุดเจ้าตัวได้เดินทางกลับมาแล้ว โดยเมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ท็อปได้เข้าร่วมชมภาพยนตร์ ‘ Emergency Declaration ‘ ในฐานะแขก VIP ที่ Megabox COEX ในกรุงโซล

งานนี้สื่อให้ความสนใจกับท็อปเป็นจำนวนมาก โดยเขาปรากฎตัวในชุดสูทสีดำ ใส่ทับเสื้อลายสก็อตสีขาว-ดำ พร้อมกับผูกไทด์สีเดียวกัน คีพลุคความเป็นหนุ่มเนิร์ดด้วยแว่นตา โททัลลุคดูแล้วหล่อละมุน สบายตา แต่ลุคนี้ของท็อปที่ถูกพูดถึงเป็นอย่างมาก เห็นจะเป็นสีผมของเขาที่มาในโทนฟอกขาว ซึ่งนานๆ ที ที่แฟนๆ จะได้เห็นท็อปในลุคแบบนี้

สำหรับงานนี้เรียกได้ว่าเป็นครั้งแรกในรอบปีที่ท็อปได้ออกสื่อสาธารณะ หลังจากเมื่อช่วงเดือนเมษายน Big Bang ได้คัมแบ็ค และปล่อยซิงเกิ้ลที่ชื่อว่า Still Life หลังจากนั้นไม่นาน ทางค่ายก็ได้ออกมาประกาศว่า ท็อปได้ตัดสินใจลาออกจากวง สัญญาของเขาได้สิ้นสุดลงแล้ว และท็อปตัดสินใจที่จะไม่ต่อสัญญากับค่าย YG Entertainment โดยจะขอผันตัวไปเป็นศิลปินเดี่ยว และ นักธุรกิจ ทั้งนี้มีรายงายว่า ท็อปกำลังเตรียมการคัมแบ็คด้วยโปรเจกต์ใหม่


ที่มา : www.allkpop.com

“ศรีริต้า” สวยฟาดจับไมค์ครั้งแรก สุดปังไชน์ออนสเตจ ร้องข้ามกำแพง

ต้องบอกว่าให้คะแนนเต็มสิบไม่มีหักเลย ก็คุณแม่ลูกหนึ่งหน้าสวยหุ่นเซี๊ยะ “ริต้า – ศรีริต้า เจนเซ่น ณรงค์เดช” ที่ล่าสุดเจ้าตัวถูกเชิญให้ไปร่วม รายการ “The wall song ร้องข้ามกำแพง” 

“ศรีริต้า” สวยฟาดจับไมค์ครั้งแรก สุดปังไชน์ออนสเตจ ร้องข้ามกำแพง

งานนี้สาวริต้าขอทุ่มสุดตัวกับภารกิจจับไมค์ร้องเพลงออกทีวีครั้งแรก เพราะต้องร้องกับนักร้องฉายาเจ้าพ่อดิสโก้“บุรินทร์ บุญวิสุทธิ์” กับเพลง “ลึกสุดใจ” (ต้นฉบับศิลปิน โจ-ก้อง) 

ก่อนจะเปิดกำแพงเฉลยว่าเป็น “ริต้า” ทำเอา พี่บุรินทร์ ถึงกับออกปากว่า “ผมไม่สามารถเดาได้เลย เพราะจากคำหลอกลวงของพวกคุณทุกๆ คนแล้วเนี่ย ผมเสียใจมากเลย” เพราะโดนเหล่าแขกรับเชิญร่วมรายการพร้อมใจกันปั่นจนทายผิด

เมื่อ “ริต้า” ปรากฏตัวออกมาหน้าเวที สวยออร่าเปล่งประกายมาในลุครวบผมโชว์เครื่องหน้า เดรสสั้นเกาะอกสีดำเรียบหรูดูโก้ไฮแฟชั่น ยิ่งตอนจับไมค์ร้องเพลงด้วยแล้วเหมือนนักร้องมืออาชีพคนหนึ่งเลยทีเดียว เพราะเสียงหวานเข้ากับฟีลเพลงนี้มากๆ ทำเอาแฟนๆ ที่ได้ดู ถึงกับเซอร์ไพรส์

งานนี้ ริต้า ยังโพสต์ใน IG ส่วนตัวว่า …  “บอกตรงๆ ว่าแอบเขินมากกกก นานเเล้วที่ริต้าไม่ได้มากออกTV เเละทําในสิ่งที่ไม่ถนัดเลย ขอบคุณรายการที่ให้เกียรติริต้าได้มาร้องเพลง “ลึกสุดใจ” ใน version พิเศษนี้ค่ะ หวังว่าพอจะฟังได้นะคะ ขอบคุณ พิธีกร กรรมการ และทีมงานที่น่ารักทุกคน สนุกมากจริงๆ … ขอบคุณพี่บุรินทร์ที่ยอมให้น้องได้แกล้ง แอบสับสนในตัวเอง เพราะใจนึงก็อยากให้ทายถูก ใจนึงก็อยากแกล้ง ปล.เสียงพี่บุรินทร์ คือ ไพเราะมากจริงๆ ริต้าอายเสียงตัวเองสุดๆ 

แต่สำหรับคนที่ได้ดูรายการ “The wall song ร้องข้ามกำแพง” เห็นแล้วต้องบอกได้คำเดียวว่า… เป๊ะปังมากคุณแม๊ริต้า!!


‘รักแท้ไม่แพ้ระยะทาง มีดวงเดินทางไกลไปพบกัน’ ดวงรายวัน 27 กรกฎาคม 2565

ดวงรายวัน  27  กรกฎาคม 2565 #หมอปุ้ยพยากรณ์ เช็กทุกวัน แน่นๆ ทั้งการงาน การเงิน ความรัก และสุขภาพ

‘รักแท้ไม่แพ้ระยะทาง มีดวงเดินทางไกลไปพบกัน ‘

ดวงรายวัน 27 กรกฎาคม 2565

ผู้ที่เกิดวันอาทิตย์

การงาน :    สำหรับผู้ที่ทำงานหรือดำเนินธุรกิจทางด้านบริการ เช่น เปิดร้านอาหาร เครื่องดื่ม โรงแรม ท่องเที่ยว สปา รวมถึงสินค้าและบริการที่เกี่ยวกับเด็ก โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางออนไลน์ หรือเกี่ยวกับอุปกรณ์เทคโนโลยี เครื่องมือสื่อสารอิเล็กทรอนิกส์ ดิจิทัล เป็นไปได้ว่าวันนี้คุณมีความคิดและจินตนาการล้ำเลิศมากจนยากที่จะร่วมงานกับใครได้อย่างราบรื่น ทางที่ดีควรออกมาทำธุรกิจของตัวเอง หรือรับงานอิสระจะเวิร์คกว่า

การเงิน  :   มาจากการทำมาหากินเป็นหลัก แต่ด้วยความที่คุณใจดี ใจบุญสุนทาน วันนี้มีแนวโน้มที่จะช่วยเหลือเด็กๆ ที่เดือดร้อนจนตัวเองเดือดร้อน ต้องกลับไปขอเงินจากทางบ้านใช้ไปก่อน

ความรัก :   หากแต่งงานอยู่ด้วยกันมานาน วันนี้เป็นไปได้ว่าคุณจะเอาแต่ใจตัวเองมากมาย แล้วมีแนวโน้มว่าจะไม่ยอมอยู่บ้าน จะออกไปสังสรรค์กับเพื่อนให้ได้ จึงมีโอกาสสูงมากที่จะทำให้คู่คุณเกิดความเบื่อหน่ายได้อย่างง่ายดาย  คนโสด  เป็นไปได้ว่าอารมณ์คุณจะเปลี่ยนแปลงเร็วมาก รักง่ายหน่ายเร็ว เอาแต่ใจตัวเองเหมือนเด็กๆ  

สุขภาพ  :   มีโอกาสที่ระบบหมุนเวียนเลือดไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกายจะมีปัญหา วันนี้จึงมีความเสี่ยงที่จะเกิดอาการหน้ามืด  วิงเวียนศีรษะ เป็นลมได้โดยง่าย หากเป็นความดันอยู่แล้ว ระวังจะกำเริบ

ผู้ที่เกิดวันจันทร์

การงาน  :    สำหรับผู้ที่ทำงานหรือดำเนินธุรกิจสายการศึกษา เช่น อาจารย์ นักวิชาการ ไลฟ์ โค้ช ติวเตอร์ เทรนเนอร์ ฯลฯ  เป็นไปได้ว่าคุณจะมีความคิดทันสมัย เป็นนักบุกเบิก ลุยงานหนัก กล้าได้กล้าเสีย โดยไม่รับฟังความคิดเห็นของคนอื่นด้วย แต่บอกเลยว่าความสำเร็จในวันนี้ต้องแลกด้วยพลังกาย พลังใจที่แรงกล้า ซึ่งหากคุณตัดสินใจอย่างขาดสติ อีกทั้งหากมีบริวารที่ไม่ซื่อสัตย์ด้วยแล้ว จะมีโอกาสทำให้งานผิดพลาดล้มเหลวได้อย่างไม่น่าจะเกิดขึ้น

การเงิน :   รายได้หลักมาจากงานประจำ ซึ่งวันนี้คุณสามารถหารายได้เสริมจากอำนาจ วาสนา และบารมีของคุณเอง หากเป็นการลงทุนก็นับว่าโชคดี แต่ก็ไม่ควรทุ่มสุดตัว   

ความรัก :   หากคุณเป็นผู้หญิงที่สตรอง เป็นตัวของตัวเองชัดเจน เป็นไปได้ว่าวันนี้สามีจะให้เกียรติและยอมรับคุณกับบุคคลในครอบครัวของเขาเป็นอย่างดี แต่คุณค่อนข้างปลีกวิเวก ไม่ยุ่งกับใคร  คนโสด   วันนี้เป็นไปได้ว่าคุณจะมีทั้งหนุ่มใหญ่ หนุ่มน้อยมาให้เลือกเลยทีเดียว ซึ่งคุณก็ใช้ใจล้วนๆ หากถูกใจใครก็ไม่แคร์แม้จะไม่ถูกต้อง

สุขภาพ :   จริงๆ แล้วคุณดูแลตัวเองอย่างดี แต่หากนอนอยู่บ้านเฉยๆ เกรงว่าจะป่วยไข้ได้ง่าย วันนี้จึงควรหากิจกรรมทำไม่ให้ตัวเองว่าง เพราะนอกจากจะป่วยแล้ว อารมณ์ก็จะไม่ดีด้วย เห็นอะไรก็ขวางหูขวางตาไปหมด

ผู้ที่เกิดวันอังคาร

การงาน  :    สำหรับผู้ที่ทำงานหรือดำเนินธุรกิจสายศิลปะ ศิลปิน ความสวยความงาม งานบันเทิง เป็นไปได้ว่าในเร็ววันนี้คุณจะมีโอกาสเดินทางไปประชุมสัมมนา อบรม จนถึงขยายสาขายังต่างจังหวัดหรือต่างประเทศ มีแนวโน้มว่าจะประสบความสำเร็จ มีชื่อเสียงโด่งดังเสียด้วย จนมีโอกาสเปิดธุรกิจเป็นของตัวเองเลยทีเดียว

การเงิน  :  เฮงๆ รวยๆ เงินทองไหลมาเทมาเลยทีเดียว หากเดินทางไปเจรจาธุรกิจมีโอกาสประสบความสำเร็จสูง ผู้ใหญ่อุปถัมภ์ มีโอกาสได้ถอยรถป้ายแดงทีเดียว  

ความรัก :  หากกำลังเตรียมตัวจะเดินทางไปท่องเที่ยวฉลองวันหยุดยาว เป็นไปได้ว่าคุณจะเป็นผู้นำในการบริการจัดการโปรแกรมของทริปนี้ ซึ่งคุณจะดูแลได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง คนโสด   คุณรักเดียวใจเดียว ซื่อสัตย์ในความรักมาก แม้จะอยู่ไกลกัน แต่รักแท้ก็ไม่แพ้ระยะทาง วันนี้มีโอกาสที่คนรักจะเดินทางจากแดนไกลมาหา หรือไม่คุณก็เดินทางไปหาเขา

สุขภาพ :   หากคุณกำลังเอ็นจอยกับการรับประทานอาหาร วันนี้เป็นไปได้ว่าระบบย่อยอาหาร ลำไส้ และกระเพาะอาหารจะมีปัญหา รวมถึงสาเหตุจากความเครียดด้วย

ผู้ที่เกิดวันพุธ

การงาน  :   สำหรับผู้ที่ทำงานหรือดำเนินธุรกิจสายเอ็นเทอร์เทน เช่น นักร้อง นักดนตรี พิธีกร สถานบันเทิง ร้านเครื่องดื่ม เป็นไปได้ว่าคุณจะมีความคิดที่ทันสมัย โดยจะลงมือบุกเบิกกรุยทางด้วยตัวเอง ซึ่งวันนี้มีโอกาสที่คุณจะเข้าไปเกี่ยวข้องกับการศึกษา เช่น  ไลฟ์ โค้ช ติวเตอร์ หรือเทรนเนอร์ ฯลฯ ก็ต้องระวังการตัดสินใจที่รวดเร็ว แต่ขาดสติ และการมีบริวารที่ไม่ซื่อสัตย์ จะมีโอกาสทำให้งานผิดพลาดล้มเหลวได้อย่างไม่น่าจะเกิดขึ้น

การเงิน  :   รายได้หลักมาจากงานประจำ ซึ่งวันนี้เป็นไปได้ว่าคุณจะได้รายได้เสริมอย่างงดงามจากธุรกิจสีเทา หรืองานที่ซ่อนเร้นไม่เปิดเผย

ความรัก  :  ก็ยังอยู่กันคนละขั้ว โดยที่วันนี้คุณมีโอกาสจะออกไปลั้ลลานอกบ้าน หว่านเสน่ห์อย่างไม่เกรงใจคนที่บ้านบ้างเลย ส่วนคนอยู่บ้านก็ปลีกวิเวก ไม่ยุ่งกับใครเช่นกัน คนโสด  ก็ยังมีความสุขกับการสังสรรค์ปาร์ตี้ เป็นไปได้ว่าวันนี้จะได้พบผู้ใหญ่ ซึ่งหากคุณถูกใจก็ไม่แคร์แม้ว่าจะต้องอยู่อย่างลับๆ

สุขภาพ  :  หากคุณเป็นนักดื่ม วันนี้ควรระวังทั้งสุขภาพและอารมณ์ตัวเองที่จะตกเป็นเหยื่อแอลกอฮอล์โดยง่าย หากมีปัญหาทางสมองและหัวใจอยู่แล้ว ยิ่งต้องระวัง เพราะมีโอกาสกำเริบได้

ผู้ที่เกิดวันพฤหัสบดี

การงาน :    ก็ยังอยู่ที่การทำงานหรือดำเนินธุรกิจสายการเกษตร ตั้งแต่เกษตรกร นักออกแบบตกแต่งสวน ศิลปะวัฒนธรรม งานโอทอป  ซึ่งวันนี้มีโอกาสที่คุณจะได้ทำงานพิเศษ ที่ต้องใช้ความสามารถทางด้านติดต่อประสานงาน โฆษณา-ประชาสัมพันธ์ สื่อมวลชน งานขาย แต่ก็ต้องระวัง เพราะเป็นไปได้ว่าคุณจะตกอยู่ท่ามกลางการแก่งแย่งชิงดีชิงเด่น ฉกฉวยผลประโยชน์อย่างบ้าคลั่ง ซึ่งมีโอกาสที่จะเกิดความขัดแย้งสูง จนมีความเสี่ยงที่งานจะสะดุดหยุดลงกลางคัน  

การเงิน  :  ก็ยังมีโอกาสได้ซื้อ-ขายที่ดินทางการเกษตร ผลไม้ ต้นไม้ แต่มีความเป็นไปได้ว่าจะต้องผ่านการสู้รบเรื่องราคาอย่างเข้มข้นเลยทีเดียว

ความรัก :   ก็เป็นอีกหนึ่งวันที่คุณยังได้อยู่ท่ามกลางความรักความอบอุ่นของครอบครัว จะมีก็แต่คุณเองที่รู้สึกว่า ไม่มั่นคงในความรักที่ได้รับ เพราะเหมือนกับยังไม่ได้รับเกียรติและศักดิ์ศรีมากพอ   คนโสด   วันนี้ควรระวังคำพูดให้ดี เพราะมีโอกาสจะทำร้ายคนที่ให้ความรักความจริงใจกับเราโดยไม่รู้ตัว  

สุขภาพ  :    ระวังกระดูกและฟันจะสร้างปัญหากวนใจ คาดว่าหากไปหาหมอจะต้องมีฉีดยาชาหรือไม่ก็ลงมีด  จึงควรรับประทานอาหารที่อุดมไปด้วยแคลเซียม เพื่อบำรุงกระดูกและฟัน

ผู้ที่เกิดวันศุกร์

การงาน  :  ก็ยังมีโอกาสที่งานหรือธุรกิจจะดำเนินมาถึงจุดที่ไปต่อไม่ได้ แต่ก็นับว่าจบเพื่อเริ่มต้นใหม่ที่ดีกว่า เพราะมีโอกาสที่คุณจะได้พบช่องทางทำมาหากินใหม่ๆ เป็นไปได้ว่าจะได้ร่วมหุ้นทำธุรกิจหรือร่วมงานกับเพื่อนสนิท (ผู้หญิง)  ทางด้านบันเทิง ความสวยงาม และสินค้าหรือบริการที่มีน้ำเข้ามาเกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการคิดค้นทดลองมาเป็นเวลานาน วันนี้มีโอกาสเปิดตัวอย่างงดงาม

การเงิน  :  หากคุณกำลังใช้เงินอย่างเพลิดเพลิน ช็อปปิ้งเครื่องประดับหรูหราฟุ่มเฟือย วันนี้คงต้องเพลาบ้าง เพราะมีโอกาสที่เงินจะไม่พอใช้  

ความรัก :   ก็ยังมีโอกาสที่ชีวิตคู่จะดำเนินมาถึงวาระสุดท้าย หรือแยกกันอยู่ชั่วคราวก่อน ซึ่งวันนี้เป็นไปได้ว่าคุณจะมาขออาศัยอยู่กับเพื่อนสนิท หรือญาติผู้หญิง  คนโสด  เป็นไปได้ว่าคุณจะยุติความสัมพันธ์กับเพื่อนผู้หญิง ซึ่งจากความผิดหวังครั้งนี้ทำให้คุณมีโลกส่วนตัวสูง เข้าถึงยาก  

สุขภาพ  :   วันนี้คุณมีโอกาสป่วยเป็นไข้หวัด ปอดบวม โรคเลือดจาง รวมถึงความดัน และน้ำในหูไม่เท่ากันอีกด้วย  

ผู้ที่เกิดวันเสาร์

การงาน :   สำหรับผู้ที่ทำงานหรือดำเนินธุรกิจที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ งานโฆษณา ประชาสัมพันธ์ สื่อมวลชน บันเทิง ดีไซเนอร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ การเงินการธนาคาร สาธารณสุข ด้วยแล้ว วันนี้คุณไม่ควรยึดในอีโก้ของตัวเอง จนไม่รับฟังความคิดเห็นของคนอื่น เพราะมีโอกาสเกิดการขัดแย้งกันสูง แล้วหากงานผิดพลาดเสียหาย คุณก็มีโอกาสถูกรุมกระหน่ำซ้ำเติม

การเงิน    :  มีลาภลอย มีโอกาสได้มรดกด้วยนะเนี่ย แต่ก็ไม่ควรหลงเชื่อคำพูดที่มีหลักการและเหตุผลที่จะชักชวนให้คุณทำธุรกิจหรือธุรกรรมต่างๆ เพราะมีโอกาสที่คุณจะถูกหลอกจนเดือดร้อน

ความรัก  :   เป็นไปได้ว่าคุณจะเริ่มลังเล ไม่แน่ใจในชีวิตคู่ของตัวเอง เพราะวันนี้มีโอกาสที่จะถูกทำร้ายจิตใจ ซึ่งไม่ใช่แค่ครั้งเดียว  คนโสด   สำหรับผู้ที่มีความรักในกลุ่ม LGBQ+ วันนี้คุณมีเสน่ห์มาก แต่ใจก็อ่อนไหวมากเช่นกัน จึงมีโอกาสสูงมากที่จะตกเป็นรักที่ซ่อนเร้น เปิดเผยไม่ได้

สุขภาพ  :  วันนี้ระบบน้ำย่อย กระเพาะอาหาร ถุงน้ำดี และต่อมน้ำเหลือง  จึงควรรักษาด้วยหลักโภชนาการบำบัด นอกจากนั้นยังมีอาการปวดศีรษะ ไมเกรน และหากเป็นความดันอยู่แล้ว ระวังจะกำเริบ

ก้อย-รัชวิน

อัพเดตชีวิต ก้อย-รัชวิน เล่าสามี ตูน บอดี้สแลม ติดลูกจนเกือบลืมเธอไปแล้ว

แม้จะอยู่ห่างไกลจากเพื่อนๆ ที่คุ้นเคยที่กรุงเทพมหานคร แต่ก็ดูมีความสุขสุดๆ สำหรับครอบครัว น้องทะเล ลูกชายสุดน่ารักวัย 9 เดือนของ ก้อย-รัชวิน และ ตูน บอดี้สแลม ที่น่ารักขึ้นทุกๆ วัน และล่าสุดก้อยได้ มาร่วมงาน Esther Bunny Women’s Run 2022 จึงได้ให้สัมภาษณ์ถึงครอบครัวของเธอ

ชีวิตที่ภูเก็ตเป็นอย่างไรบ้าง?

“ชีวิตตอนนี้ก็แฮ็ปปี้มากค่ะ คิดว่าเป็นการตัดสินใจที่ถูกนะคะที่ย้ายไป และพอได้ไปอยู่ตรงนั้นก็คือยาวเลย ถามว่าปรับตัวยากไหมก็ไม่ยากเลย คือถึงแม้ว่าเราจะไม่ได้อยู่ในตัวเมือง แต่เราได้อยู่ใกล้กับธรรมชาติ เราสามารถพาลูกไปเที่ยวทะเลได้เท่าที่เราต้องการ เดินทางไปไหนมาไหนรถก็ไม่ติด ส่วนเรื่องข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ที่นั่นก็มีเหมือนกับที่กรุงเทพฯแทบจะทั้งหมด เราเองก็ใช้ชีวิตของเราไปตามธรรมชาติ ซึ่งมันดีสำหรับการเลี้ยงลูก ดีทั้งในแง่ของการที่เขาได้เติบโตมากับธรรมชาติ ได้เติบโตมากับสภาพแวดล้อมที่มันเอื้ออำนวยกับพัฒนาการของเขา ก้อยคิดว่านี่คือเรื่องที่สำคัญที่สุด”

พัฒนาการของลูกตอนนี้เป็นยังไงบ้าง ?
“สนุกมาก มีเรื่องให้ตื่นเต้นท้าทายทุกวัน แต่จริงๆ ก็มีพี่เลี้ยงเด็กคอยช่วยเล็กๆ น้อยๆ ซึ่งตัวก้อยเองรู้สึกว่าโชคดีตรงที่ทะเลเขาเป็นเด็กเลี้ยงง่าย ร่าเริง อารมณ์ดี ไม่ทำให้ก้อยเครียดเลย”

ก้อย-รัชวิน

ภาพการเป็นคุณแม่ของเราตอนนี้ เหมือนภาพที่เราเคยคิดไว้ไหม ?
“เอาจริงๆ นะไม่เคยคิดภาพอะไรไว้เลยค่ะ ทุกอย่างมันใหม่หมด มันเหมือนกับว่าเป็นเรื่องที่ก้อยต้องเรียนรู้เอง เป็นอีกโลกหนึ่ง ถ้าใครไม่ได้มาเป็นแม่ก็อาจจะไม่รู้ว่ามันมีโลกใบนี้อยู่ในการเลี้ยงลูก แต่ละวันไม่เหมือนกันเลยสักวัน เพราะมันจะมีเรื่องให้เราได้ลุ้นได้ตื่นเต้นอยู่ตลอด แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่ได้คาดคิดที่สุดเลยก็คือ ก้อยอ่ะนอนวันละ 4 ชั่วโมง ติดๆ กันมาได้จะ 1 ปีแล้ว แต่ก็ยังใช้ชีวิตอยู่ต่อไปได้ เพราะฉะนั้นบอกเลยว่า คนที่เป็นแม่ทุกคนนี่คือเก่งมากๆ”

สามีก็ช่วยดูแลลูกด้วยเช่นกัน ?
“ช่วยด้วยค่ะ คือพี่ตูนเขาน่ารักมากที่เขาอยากจะมาช่วยทำในสิ่งที่คุณแม่ทำได้ อย่างในช่วงที่เราไม่สามารถออกไปไหนมาไหนได้ พี่ตูนเขาก็จะได้เห็นเราในบทบาทคุณแม่และก็ได้ลองฝึกทำตาม ยกตัวอย่างเช่นตอนที่ออกจากโรงพยาบาลช่วงแรกๆ เราขอเขาว่า อยากให้เขาอาบน้ำให้ลูก เพราะเขามีมือที่ใหญ่และแข็งแรงกว่าเรา ซึ่งเขาก็ไปฝึกนะ ไปฝึกกับคุณพยาบาล รวมถึงอีกหลายๆ เรื่องเลยค่ะที่เขาสามารถทำได้เหมือนกับแม่ทุกอย่าง ยกเว้นแค่เรื่องให้นม”

ตอนนี้เขาอาบน้ำให้ลูกได้แล้วหรือยัง ?
“ทำได้แล้วค่ะ ทำได้ดีเลย แต่ช่วงแรกๆ ด้วยความที่เราเป็นคุณพ่อคุณแม่มือใหม่มันก็ต้องมีเนอะที่แบบไม่คล่องกันทั้งคู่และก็ต้องค่อยๆ ฝึก แต่ตอนนี้ผ่านมา 9 เดือนแล้ว ก็โอเคแล้วค่ะ”

ก้อย-รัชวิน 01

น้องมีแววจะมาทางสายดนตรีบ้างไหม ?
“เอ่อ…เขาชอบเพลงนะ เวลาที่เขาได้ยินเสียงดนตรีเขาจะโยก ซึ่งก็น่าจะชอบดนตรีค่ะ”

คุณพ่อติดลูกขนาดไหน ?
“ที่สุดค่ะ ที่สุด ติดขนาดลืมแม่ไปเลย (หัวเราะ) ขนาดเขาไปทำงานเขายังขอให้ส่งรูปลูกให้เขาดู หรือไม่ก็วิดีโอคอลขอคุยกับลูก ซึ่งเราก็ถามนะว่าคุยกับแม่ไหม ไม่คิดถึงแม่บ้างเหรอ ไม่ถามหาแม่เลย”

มีแพลนเรื่องคนที่สองหรือยัง ?
“เริ่มคุยกันแล้วค่ะว่าแบบจะเมื่อไหร่ แต่ก็อยากให้น้องทะเลผ่าน 1 ขวบไปก่อน”

ก้อย-รัชวิน 03

เราไหวไหมเพราะเหมือนสามีอยากได้ลูก 3 คน ?
“เอ่อ…ลองไปตามธรรมชาติก่อนนะ พูดยากมากเลยอ่ะ รอเป็นตามสเต็ปก่อนดีกว่า ให้มีคนที่สองก่อนแล้วค่อยมาคุยกันว่าอีกสักคนไหวไหม (หัวเราะ) แต่จริงๆ ก้อยก็อยากให้ลูกมีพี่น้องนะคะ เพราะก้อยเองก็โตมากับครอบครัวที่มีพี่น้อง ฉะนั้นจะมาเดี่ยว มาแฝด หรือมาเพศไหนก็ได้หมด”


“อาจจะขออนุญาตเบรกไว้สักแป๊บหนึ่ง เหมือนกับพี่ๆ คุณแม่หลายๆ ท่านในวงการที่พอมีลูกก็อยากจะทุ่มเทเวลาในการเลี้ยงลูกให้ดีที่สุด ฉะนั้นช่วง 2-3 ปีแรก ก็อาจจะไม่ได้เห็นก้อยในบทบาทใหม่บนหน้าจอ แต่เราก็จะได้เจอกันแว้บๆ ตามงานอีเวนต์ต่างๆ ซึ่งก้อยก็ยังรับอยู่ค่ะ”

Jennifer Lopez

ที่มาชุดแต่งงานของ Jennifer Lopez ที่แอบซื้อเก็บไว้มานาน

อย่างที่หลายๆ คนทราบกันไปแล้ว เมื่อไม่นานมานี้ Jennifer Lopez และ Ben Affleck ได้เข้าพิธีแต่งงานกันอย่างเป็นทางการ ซึ่งถือเป็นการจุดประกายความรักอีกครั้งของคู่รักคู่นี้นับตั้งแต่ยุติการหมั้นในปี 2004

ทั้งนี้มีการเปิดเผยว่าชุดวิวาห์ของนักร้องสาวที่จัดที่ลาสเวกัสมาจากแบรนด์ Alexander McQueen เป็นชุดแต่งงานแนววินเทจเสื้อผ้าแจ็คการ์ดลายดอกไม้สนนราคาอยู่ที่ 5,175 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 189,891 โดยเธอยังได้เผยว่า “ฉันมีชุดนี้มาหลายปีแล้ว และเพิ่งจะเก็บ เก็บไว้ เก็บเอาไว้ และตอนนี้ฉันก็สวมมันในวันแต่งงานของฉัน”

อย่างไรก็ตามมีรายงานว่าชุดดังกล่าวมาจากภาพยนตร์เรื่อง เปิดหัวใจให้รักแท้  Jersey Girl โรแมนติกคอมมาดี้ที่เธอถ่ายร่วมกับ Ben Affleck เจ้าบ่าวของเธอเป็นครั้งแรกอีกด้วย

Jennifer Lopez
Jennifer Lopez
Jennifer Lopez
Leio ไลโอโคตรแย้ยักษ์

อย่าเพิ่งตัดสิน! หนังซีจีสัตว์ประหลาดฝีมือคนไทย ไม่แพ้อินเตอร์ ‘Leio ไลโอโคตรแย้ยักษ์’

นับเป็นการเขย่าวงการบันเทิงครั้งใหญ่เมื่อ ‘Leio ไลโอโคตรแย้ยักษ์’ ได้นำกระแสหนังซีจีสัตว์ประหลาดบุกเบิกวงการภาพยนตร์ไทย ด้วยโปรดักชั่นสุดอลังการจากฝีมือผู้กำกับมากประสบการณ์ รวมถึงการโคจรมาพบกันของสองนักแสดงนำผู้เป็นศิลปินตัวท็อปแห่งยุค 2000 เป็นครั้งแรก ระหว่าง กอล์ฟ-พิชญะ นิธิไพศาลกุล และฟาง-ธนันต์ธรญ์ นีระสิงห์

โดยในเรื่องนี้ฟางรับบท ฝน อินฟลูเอนเซอร์ที่กลับบ้านเกิดมาตั้งแคมเปญขุดน้ำบาดาลคว้ารางวัลเงินล้าน จนได้พบกับ เก้า ที่รับบทโดยกอล์ฟ เพื่อนสมัยเด็กที่ปัจจุบันกลายนักร้องฮิปฮอปตกอับที่หวังเงินรางวัลไปต่อชีวิต แต่เรื่องราวไม่ราบรื่นอย่างคิดไว้ เพราะลึกลงไปใต้ดินมีบางสิ่งพร้อมออกอาละวาด ‘Leio ไลโอโคตรแย้ยักษ์’ รับชมได้ในวันที่ 28 กรกฎาคมนี้

อย่าเพิ่งตัดสิน! หนังซีจีสัตว์ประหลาดฝีมือคนไทย ไม่แพ้อินเตอร์ ‘Leio ไลโอโคตรแย้ยักษ์’

ทราบมาว่าทั้งคู่ร่วมงานกันเป็นครั้งแรก ก่อนหน้านี้เคยรู้จักกันมาก่อนบ้างไหมคะ

ฟาง “รู้จักในฐานะ กอล์ฟ-ไมค์ ค่ะ แต่ยังไม่เคยคุยกัน ดีใจเหมือนกันที่ได้มีโอกาสทำงานด้วยกัน ตอนแรกคิดว่า พี่กอลฟ์นิ่งๆ เพราะเจอกันครั้งแรกก็เก๊กขรึม ไม่คิดว่าจะดีดขนาดนี้ เขาพลังงานเยอะจนฟางตามไม่ทัน”

กอล์ฟท้วงทันที “ไม่ได้เก๊กนะ แต่ตอนเช้าผมง่วง บ่ายสองเป็นต้นไปถึงจะตื่น สำหรับฟาง ผมรู้จักเขาในฐานะ เฟย์ ฟาง แก้ว เกิร์ลกรุ๊ปสุดฮ็อต (ยิ้ม) พอได้มาร่วมงานกันแล้วเขาสลัดความเป็นคุณหนูอย่างที่ใครหลายคนคิดไปเลย เขาอดทนมาก มีอยู่ฉากนึงที่เขาต้องโดนน้ำเมือกๆเหนียวๆ ถ้าเราโดนคงหงุดหงิด แต่เขาสามารถอยู่อย่างนั้นอยู่ได้ทั้งวัน”

เล่าถึงบทบาทที่ได้รับให้ฟังหน่อยค่ะ

กอล์ฟ “เป็นบทที่ใกล้ตัวเพราะเป็นนักร้อง แต่ไกลตัวเพราะเป็นแนวฮิปฮอป ในเรื่องผมโดนผู้จัดการแกล้งจนเป็นข่าวไม่ดี ทำให้โดนพักงาน จึงย้ายกลับไปบ้านเกิดและได้พบเจอเรื่องราวบางอย่างที่นั่น จนได้เข้าร่วมแข่งขุดน้ำบาดาลเพื่อคว้ารางวัลเงินล้านไปทำเพลง กติกาก็คือใครเจอน้ำก่อนชนะ”

“สำหรับฟาง เขาเป็นรักในวัยเยาว์ ซึ่งคาแรคเตอร์ของเก้า เขาไม่พูดความรู้สึกตรงๆ ทำให้เสียโอกาสไปตั้งแต่เด็ก ตรงนี้ต่างจากกอล์ฟที่ไม่ใช่คนปากแข็ง แต่ที่เหมือนกันคือเรื่องความมุ่งมั่น ชอบอะไรก็ลุยเลย อย่างเก้าเขาออกจากบ้านเกิดตัวเองไปตามความฝันถึงกรุงเทพฯ จนได้เป็นนักร้อง”

ฟาง “ส่วนฟางรับบทเป็นฝน เราเป็นอินฟูเลนเซอร์สาว ที่รู้จักกับพี่กอล์ฟตั้งแต่เด็กๆ พอฝนกลับมาอยู่ที่นี่ก็คิดแคมเปญแจกเงินล้านให้คนแข่งกันค้นหาน้ำบาดาล เป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวทั้งหมด”

เล่าถึงที่มาของชื่อ Leio ให้ฟังหน่อย

ฟาง “คำว่า Leio มาจากชื่อทางวิทยาศาสตร์ของแย้ที่เป็นเหมือนสัตว์สัญลักษณ์ของภาคอีสาน อาจจะล้อว่าโดยปกติแย้ถูกกระทำ คนจับปิ้งกิน แต่ในเรื่องนี้ แย้กลายเป็นสัตว์ประหลาดที่ตามล่าเราบ้าง ซึ่งทีมงานตั้งใจทำฉากแย้ให้สวยมาก กลายเป็นว่า แย้เท่ที่สุดในเรื่อง (หัวเราะ) อย่างซีจีก็ถ่ายในแสงตอนกลางวัน ปกติหนังหลายเรื่อง มักจะใช้ความมืดช่วยให้เนียน นับถือใจทีมงานที่บ้าบิ่นมากๆ  ทำให้ฟางมีไฟในการทำงานไปด้วย”

ความยากในหนังเรื่องนี้คืออะไรคะ

ฟาง “เรื่องยากของฟางคือการเล่นกับซีจีค่ะ เราต้องไปศึกษาการถ่ายหนังของต่างประเทศ เพราะว่าของไทยมีน้อยมาก ขณะเดียวกันก็ไม่ได้ถ่ายตามลำดับเรื่องราวของเนื้อเรื่อง ต้องจินตนาการสลับไปมาถึงระดับความกลัวของตัวเอง หรือเวลาที่เข้าฉากคู่กับพี่กอล์ฟก็ต้องใช้จินตนาการสูง เพราะในชีวิตจริงเรามีความกลัวไม่เท่ากัน เช่น พี่กอล์ฟอาจจะกลัวไม่มากเท่าฟาง”

“อีกอย่างที่ยากคือนิสัยตัวละคร เรื่องนี้ต่างกับฟางมาก ชีวิตจริงฟางเป็นแนวประหยัดพลังงาน ไม่ค่อยออกแรงขนาดนี้  (หัวเราะ) บางครั้งถึงจะใจสู้แต่ร่างกายไม่ไหว จนเกิดอุบัติเหตุเล็กน้อยอยู่บ้าง อย่างบางฉากอินจัด กระโดดจนเลยเบาะทำให้หัวกระแทก ร้องไห้เลยก็มี”

กอล์ฟ “ฉากแอ็กชั่นไม่ยากสำหรับกอล์ฟ เพราะไม่ได้ต้องจำท่าต่อสู้เป๊ะๆ ที่ยากจริงๆ คือการถ่ายเพิ่ม มีฉากนึงที่โดนหางแย้ตบแล้วกระแทกพื้น กอล์ฟรู้สึกว่าตัวเองทำท่าเท่มาก แต่ปรากฏว่าเรายกขาขึ้นมาแล้วกล้องจับตรงเป้าพอดี (หัวเราะ) ต้องถ่ายซ่อมใหม่ ท่าทางก็เปลี่ยน ต้องกระโดดเอาหลังกระแทกกระโปรงรถ ซึ่งก่อนหน้าวันที่จะถ่ายฉากนี้ กอล์ฟไปเล่นบาสจนปวดหลัง โชคดีครับที่ถ่ายแค่สองเทคก็ผ่าน”

มีคำวิจารณ์ออกมามากตั้งแต่หนังยังไม่ฉาย เพราะเป็นซีจีเรื่องแรกๆ ของไทยด้วย มีความเห็นอย่างไรกันบ้างคะ

กอล์ฟ “มีคนวิจารณ์จากตัวอย่างหนัง ที่เห็นเราวิ่งหนีสัตว์ประหลาดแต่หน้าดูไม่เปื้อนเท่าไหร่ แต่เรื่องจริงคือเราลุยกันมาก  เพราะบทที่จะต้องเลอะ เราก็เลอะกันจริงๆ ทุกครั้งที่ถ่ายต้องอาบน้ำ บวกกับเรื่องนี้เป็นหนังครอบครัวที่มีทั้งความสนุก แอ็กชั่น ซีจี มีแง่คิด อย่างเก้าเขามีปมวัยเด็กที่ปู่ไม่รัก การกลับมาบ้านเกิดครั้งนี้ เขาต้องกลับมาเผชิญหน้ากับปมของตัวเอง ผมอยากให้ผู้ชมลองดูกันก่อนด้วยการไม่ตั้งแง่ เดินออกมาได้ความรู้สึกอย่างไรก็ค่อยว่ากัน  

“อย่างเรื่องของซีจี ผมเชื่อในงานซีจีของพี่เต้ย (ชาลิต ไกรเลิศมงคล) มาก เขามีประสบการณ์ด้านละครและซีรีส์ที่ได้รับคำชื่นชมเช่นเรื่อง นาคี พอมาทำหนัง เขาก็ตั้งใจมาก เพราะอยากให้ไทยมีซีจีที่ดี เป็นเหตุผลนึงเลยที่กอล์ฟตอบรับมาแสดงเรื่องนี้ เพราะได้ช่วยผลักดันหนังซีจีในประเทศไทยให้คนรู้จักมากขึ้น”

ฟาง “สำหรับฟาง รู้ว่าหลายคน คงกังวลว่า ในเมืองไทยไม่เคยทำหนังซีจีขนาดนี้มาก่อน เราก็ไม่รู้ว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไรเหมือนกัน ยอมรับว่าครั้งแรกก็เข้าไปทำงานด้วยความไม่แน่ใจ แต่พอได้คุยกับทีมงาน เขาทำให้เชื่อว่านี่เป็นโปรเจกต์ที่ดี ทุกคนมีแพสชั่น ทำให้เราเต็มที่ไปด้วย จนตอนนี้ก็ไม่ได้กังวลเรื่องคำวิจารณ์ใดๆ ขณะเดียวกันรู้สึกว่างานนี้เป็นความท้าทายในสายอาชีพ เพราะไม่เคยเล่นแอ็กชั่นและถ่ายด้วยซีจีทั้งเรื่องขนาดนี้ ฟางอยากให้หนังเรื่องนี้ เป็นจุดเริ่มต้นการเปลี่ยนแปลงเล็กๆ ในวงการภาพยนตร์ ถ้าไม่มีใครก้าวแรก จะไม่มีก้าวต่อไป”

มีบทหนังหรือละครที่อยากเล่นอีกไหมคะ

กอล์ฟ “ตอนนี้อยากพักงานละคร พักแนวดราม่าไว้ก่อน เพราะเคยเล่นอยู่เรื่องนึง ร้องไห้จนน้ำหมดตัว ตอนนี้ผมอยากเล่นหนังมากกว่า อย่างแอ็กชั่นหรือหนังซีจี ส่วนที่อยากฝากให้แฟนๆ ติดตามตอนนี้คือ ช่องยูทูบ GOLF PICHAYA และผลงานเพลง ‘ We don’t Stop’ ครับ”

ฟาง “สำหรับฟาง อยากเล่นบทไหนก็ได้ จะใกล้เคียงกับตัวเราหรือต่างก็ได้นะ สำหรับผลงานตอนนี้ขอฝากเพลงใหม่ ‘ถ้าเธอรู้ว่าฉันเหงา’ จากค่าย SPICY DISC นอกจากนี้ยังมีรายการยูทูบ Sister System และ TGIF ค่ะ”

ฝากติดตามพวกเราด้วยนะคะ


เรื่อง รัตนม์ฐลิน ทรงประสิทธิ์
ภาพ วรสันต์ ทวีวรรธนะ

ชัชชาติ สิทธิพันธุ์

สัมภาษณ์เอ็กซ์คลูซีฟ “รศ. ดร.ชัชชาติ สิทธิพันธุ์” ผู้ว่าฯที่แข็งแกร่งที่สุดในปฐพี

ถือเป็นประวัติศาสตร์อีกครั้งกับการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร คนที่ 17 ด้วยคะแนนเสียงถล่มทลาย 1,386,215 คะแนนที่เทให้กับ รศ. ดร.ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ พร้อมความคาดหวังว่าผู้ว่าฯท่านนี้จะมาเป็นฮีโร่หรือความหวังของหมู่บ้าน ช่วยแก้ปัญหาต่างๆ ให้ “กรุงเทพฯเป็นเมืองที่น่าอยู่” แพรว จึงขอทำหน้าที่เป็นตัวแทนผู้อ่าน ถามทุกคำถามที่อยากรู้กับท่านผู้ว่าฯชัชชาติ หรือสรรพนามที่หลายคนคุ้นชินที่จะเรียกเขาว่า “อาจารย์”

สัมภาษณ์เอ็กซ์คลูซีฟ “รศ. ดร.ชัชชาติ สิทธิพันธุ์” ผู้ว่าฯที่แข็งแกร่งที่สุดในปฐพี

วินาทีที่อาจารย์ทราบว่าได้รับตำแหน่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร อยากทำอะไรให้พี่น้องชาว กทม. เป็นอันดับแรกคะ

“ทำตามที่สัญญาไว้ครับ นั่นคือนโยบายที่เสนอ โดยมีแนวคิดที่ละเอียดและแผนการดำเนินการ ที่ชัดเจน ซึ่งเป็นพื้นฐานที่ทำให้ประชาชนเลือกผมเข้ามา โดยมีธีมหลักคืออยากให้กรุงเทพฯเป็นเมืองน่าอยู่ ของทุกคน ประกอบด้วยนโยบาย 9 ด้าน 9 ดี และรองลงมาเป็นนโยบาย 214 ข้อ ตอนนี้เพิ่มเป็น 216 ข้อ แล้ว ซึ่งไม่ได้สร้างความหนักใจหรือยากอะไร เพราะเราคิดอย่างละเอียด หลังจากผมรับตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม. ข้าราชการ กทม.ก็ได้นำไปอ่านและศึกษาทันที และทีมงานของเรามี Action Plan ที่ชัดเจน คือทำตามนั้น ค่อย ๆ ไป” 

กับกระแสผู้ว่าฯฟีเวอร์อาจารย์รู้สึกอย่างไรบ้างคะ

“ผมคิดว่าคงจะเป็นช่วงหนึ่ง (ยิ้ม) อาจเพราะเราไม่ได้มีการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.มานาน และครั้งนี้ถือว่าเป็นการเลือกตั้งที่เป็นประชาธิปไตย 100 เปอร์เซ็นต์ จริง ๆ เพราะประชาชนเลือกเองโดยตรง ไม่ต้องเลือกตัวแทนไปเลือกอีกที เป็น Direct Election ผมว่าเดี๋ยวก็คงซาไป เหมือนกับทุก ๆ สิ่งในโลก จากนั้นก็จะ กลับมาดูที่เนื้องานมากกว่า เราอย่าไปยึดติดตรงนั้นมาก ซึ่งผมมองว่าการมี กระแสฟีเวอร์เป็นสิ่งที่ดี เพราะเราจะสามารถเปลี่ยนสิ่งเหล่านี้ให้เป็นความร่วมมือ และความหวัง ทำให้เราได้เห็นความร่วมมือร่วมใจกันในหลาย ๆ ด้าน ยกตัวอย่าง งาน ‘ดนตรีในสวน เพื่อความสุขและความหวัง’ เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน ที่ผ่านมา ที่สวนวชิรเบญจทัศ ซึ่งก่อนหน้านั้นไม่ถึงอาทิตย์ผมโทร.หาพี่โต้ง – ดร.กิตติรัตน์ ณ ระนอง ตอนเก้าโมงเช้า ให้ช่วยติดต่ออาจารย์สุกรี เจริญสุข ผู้อำนวยการ ไทยซิมโฟนีออร์เคสตรา ผมแค่เรียนอาจารย์ไปว่าช่วยจัดงานนี้ได้หรือเปล่า อาจารย์สุกรีตอบรับทันที และมาดูสถานที่ในตอนเที่ยงวันนั้นเลย

“จากนั้นก็มีคุณหมอท่านหนึ่งที่ไม่รู้จักกันมาก่อน ติดต่อมาทางไลน์ของผม อาสาจะมาเล่นดนตรีแจ๊ส จึงทำให้เกิดงาน ‘สวิงในสวน Swing in the Park’ เมื่อ วันอาทิตย์ที่ 5 มิถุนายน ที่สนามหญ้าบริเวณศาลา ภิรมย์ภักดี สวนลุมพินี นี่คือการเปลี่ยนความคาดหวัง ให้เป็นแนวร่วม ซึ่งจะเป็นสิ่งที่ถาวรกว่า เพราะทุกคน เป็นส่วนหนึ่งของคำตอบ ทำให้เกิดความภูมิใจและ แรงบวก ผมถือว่าเป็นสิ่งที่ดีนะ”

ชัชชาติ สิทธิพันธุ์

คนรุ่นใหม่ถือเป็นฐานเสียงกลุ่มใหญ่ของอาจารย์ อาจารย์มีวิธีสื่อสารกับเด็กรุ่นใหม่อย่างไร และควรจะต่อยอดอย่างไร เพื่อให้เขาเป็นอนาคตที่ดีของชาติ

“ผมขอพูดก่อนว่าการเลือกตั้งครั้งนี้สนุกและ ไม่เคยมีมาก่อน มีหลายอย่างที่เปลี่ยนไป ซึ่งมาจาก ทีมงานที่เป็นเด็กรุ่นใหม่ และด้วยผมเป็นผู้สมัครอิสระ ไม่มีพรรคการเมืองเข้ามากำหนด จึงไม่มีกรอบความคิด เดิม ๆ มาบังคับ ทำให้ความคิดเป็นอิสระ

“ถ้าถามว่าทำไมผมชนะในการเลือกตั้งครั้งนี้ ผมว่าไม่ใช่เพราะเด็กรุ่นใหม่เท่านั้นนะ แต่เพราะเรา สามารถเจาะทุกกลุ่มคนและทุกวัย ตั้งแต่ผู้สูงอายุไป จนถึงเด็กอายุ 8 ขวบ เพราะมีพ่อแม่หลายคนบอกว่าลูกบอกให้เลือกชัชชาติ เพราะเรามีวิธีการสื่อสารกับคนแต่ละกลุ่มที่แตกต่างกัน กลุ่มผู้ใหญ่เราจะสื่อสาร ในแบบเดิมอย่างหนังสือพิมพ์ ทีวี วัยเด็กลงมาก็เน้นสื่อออนไลน์อย่างเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ และเด็กอายุน้อยสุดก็จะเป็น TikTok กับสื่อเสริมอย่างการ์ตูน ถามว่า การสื่อสารโดยใช้การ์ตูนดีอย่างไร สำหรับผมถือเป็นการแสดงให้เห็นว่าเราเข้าใจ นโยบายต่าง ๆ ดีพอที่จะสามารถเล่าให้เข้าใจง่าย ๆ ด้วยการ์ตูนเพียง 3 ช่อง

“อย่างป้ายหาเสียง อันนี้เป็นไอเดียที่ไม่เคยคิดว่าจะเป็นประเด็น คือผม มีโอกาสเดินทางไปต่างประเทศ แล้วเห็นป้ายต่าง ๆ ของเขามีขนาดเล็ก จึงโยน คำถามให้ทีมงานว่าทำไมเราทำอย่างนี้ไม่ได้ เขาจึงไปดีไซน์มา พอดีทีมงาน ทำข้อมูลเกี่ยวกับป้ายรถเมล์อยู่แล้ว จึงทำป้ายหาเสียงออกมาเป็นไซส์ที่สามารถ อยู่บนฟุตปาธได้โดยไม่กีดขวาง รวมถึงป้ายหาเสียงไวนิลที่มีประเด็นเรื่องการ นำไปทำกระเป๋า ผมมองว่าปลายทางของป้ายหาเสียงหลังเลือกตั้งคือกลายเป็น ขยะ เราสามารถทำอะไรกับมันได้บ้าง เราช่วยกันคิดหลายอย่าง อาทิ นำมา พลิกอีกด้านแล้วตีเป็นช่องตารางพยัญชนะไทย ก – ฮ เพื่อนำไปมอบให้ตาม โรงเรียนต่าง ๆ จะได้เกิดประโยชน์ ปรากฏว่าทำไม่ได้ เพราะอีกด้านไม่ได้เป็น พื้นขาวเรียบ ๆ สุดท้ายเราเห็นกระเป๋ายี่ห้อ Freitag ทำไมเราไม่ทำแบบเขาบ้าง จึงลองนำป้ายไวนิลเวอร์ชั่นแรก ๆ มาตัดเป็นกระเป๋าและนำมาใช้กันเอง

“คุณเห็นใบปลิวของผมไหม ทำเป็นไซส์หนังสือพิมพ์ ตัวหนังสือขนาด ใหญ่ ปรากฏว่ากลุ่มผู้สูงอายุชอบ เพราะอ่านใบปลิวแบบแผ่นพับไม่ถนัดแล้ว เราจึงนำไปแจกตามตลาด พ่อค้าแม่ค้านั่งอ่านในช่วงที่ไม่มีลูกค้า อันนี้คือสิ่งที่ เปลี่ยนวิธีคิด และวิธีการสื่อสารด้วย TikTok เราเพิ่งทำช่วงหนึ่งเดือนก่อนเลือกตั้ง ตอนนี้ยอดไลค์ไปที่ 5 – 6 ล้านแล้ว และคนดูหลายคนเป็นเด็กอายุ 8 – 9 ขวบ

“จะเห็นได้ว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ทุกเสียงมีคุณค่า แต่คนรุ่นใหม่จะเป็น คนที่รับผิดชอบดูแลเมืองนี้ในอนาคต ถ้านโยบายของผมทำมาแล้วเขาไม่เคยรับรู้ เลย เขาก็จะไม่รู้สึกถึงการมีส่วนร่วม เพราะเขาเป็นคนที่ต้องเกี่ยวข้องและได้รับ ผลกระทบต่อนโยบายมากที่สุด”

เคยดูข่าวว่าอาจารย์ถ่ายรูปชนหมัดกับประชาชนนานกว่า 4 ชั่วโมง

“คือประชาชนตั้งใจมาต่อคิว เราก็ต้องให้เกียรติ เขา อย่างวันก่อนผมขึ้นรถโดยสารด่วนพิเศษ BRT มีเด็กนักเรียนยอมเสียค่าโดยสาร 15 บาทเพื่อมาเจอผม เหมือนมีคนยอมจ่ายให้ผม 15 บาทละ ผมแซวสนุก ๆ นะ (หัวเราะ) ผมขอบคุณทุกคนที่สละเวลาให้กัน มาถึงตอนนี้ผมรับตำแหน่งอย่างเป็นทางการแล้ว มีกำหนดการที่ค่อนข้างชัดเจน ถ้าเป็นการเจอกัน ระหว่างเดินทางไปปฏิบัติหน้าที่ อาจจะต้องขออนุญาต ขอตัวไว้ก่อนบ้างบางครั้ง”

ชัชชาติ สิทธิพันธุ์

ต่อไปสังคมเราจะเป็นสังคมผู้สูงอายุเพิ่มมากขึ้น อาจารย์มีนโยบายที่รองรับในส่วนนี้อย่างไรคะ

“เราต้องเตรียมตัวรับมือ เราต้องมองผู้สูงอายุ เป็นสมบัติและทรัพยากรที่มีค่า เพราะเขามีความทรงจำ ประสบการณ์ และมีความรู้มาก หลาย ๆ คนยังสามารถ สร้างผลิตผลให้กับเมืองได้ ส่วนเรื่องเบี้ยผู้สูงอายุ ผมมองว่าเป็นสิ่งที่จำเป็น โดยมองว่าเป็นภารกิจหลัก ของรัฐบาลกลาง และรัฐบาลกลางจะทำได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่า อย่างไรก็ตาม กทม.สามารถสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ เพื่อให้เกิดระบบการดูแลและส่งเสริม การใช้ชีวิตของผู้สูงวัยอย่างมีความหมายได้ เช่น การพัฒนาสาธารณสุขใกล้บ้าน ที่มีคุณภาพ ผมเชื่อว่าจะมีมูลค่าและได้ประโยชน์ทั่วถึงมากกว่าจำนวนเบี้ยที่ กทม. อาจให้เปล่าได้ นอกจากนี้เรายังสนับสนุนด้านอื่นได้อีก เช่น ในหลายชุมชน มีการตั้งชมรมผู้สูงอายุ เพื่อให้เขามาทำกิจกรรม แทนที่จะติดบ้านหรือติดเตียง ก็เปลี่ยนเป็นติดเพื่อนแทน และหลายชุมชนมีการสร้างเศรษฐกิจ อย่างแถว พุทธมณฑลสาย 1 รวมตัวผู้สูงอายุรับจ้างเด็ดใบกะเพราเพื่อส่งออก นอกจาก มีรายได้แล้ว ยังทำให้ผู้สูงอายุรู้สึกภาคภูมิใจ ไม่ใช่รอรับเพียงอย่างเดียว ผมว่า มีหลายอย่างที่เราสามารถแมตชิ่งงานกับผู้สูงอายุได้ อาจจะรับตัดเย็บ ซักผ้า รีดผ้า กทม.จึงเป็นตัวกลางในการจับขั้วความต้องการในตลาด ต้องสร้างมูลค่า ให้เขา อย่ามองว่าเป็นภาระ”

แล้วเรื่อง “ความเหลื่อมล้ำ” ที่เป็นอีกหนึ่งปัญหาสำคัญของสังคมเมืองล่ะคะ

“วิธีการแก้ความเหลื่อมล้ำทางสังคมมีหลักง่าย ๆ คือ ลูกต้องดีและ มั่นคงกว่ารุ่นพ่อแม่ ใน 2 – 3 ชั่วอายุคนความเหลื่อมล้ำก็จะหายไป แต่ถ้ารุ่นลูก แย่กว่าพ่อแม่ ความเหลื่อมล้ำจะยิ่งถ่างออกไป เพราะฉะนั้นปัจจัยสำคัญคือ การศึกษาและการเรียนรู้ตลอดชีวิต เห็นได้ชัดจากการที่เราลงไปในชุมชน พ่อแม่ ขายของรถเข็น แต่ลูก ๆ จบปริญญาตรีกันหมด อย่างนี้ความเหลื่อมล้ำจะค่อย ๆ หายไป นั่นคือการสร้างโอกาสที่เท่าเทียมกัน

“แต่ปัญหาของการศึกษาบ้านเราคือคนจนหรือคนมีรายได้น้อยไม่สามารถ เข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพได้มากนัก กลายเป็นแต้มต่อสำหรับคนมีเงินที่สามารถ ส่งลูกเรียนพิเศษหรือกวดวิชา ทำให้มีคนเพียงกลุ่มหนึ่งเท่านั้นที่จบมหาวิทยาลัย ดี ๆ ซึ่งทำให้ความเหลื่อมล้ำถ่างขึ้นอีก ดังนั้นถ้าจะแก้ไขต้องเน้นไปที่การศึกษา มีนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษากว่าครึ่งหนึ่งที่เข้าเรียนในโรงเรียนที่สังกัด กรุงเทพมหานคร ซึ่งมีทั้งหมด 437 โรงเรียน ฉะนั้นเราต้องลงทุนกับเด็กที่ไม่ใช่ แค่เด็กประถม แต่ต้องเป็นเด็กก่อนวัยเรียน เพราะสมองของเด็กจะพัฒนาได้เร็ว ที่สุดในช่วงอายุ 0 – 6 ขวบ ปัจจุบันเราไม่ได้ลงทุนกับเด็กเหล่านี้เลย อย่าง นักเรียนชั้นประถม เราให้ค่าอาหารกลางวันวันละ 40 บาท ส่วนเด็กก่อนวัยเรียน ให้วันละ 20 บาท แค่ซื้อนม 2 กระป๋อง ราคา 14 บาท เหลือเป็นค่าอาหาร ให้เขาเพียง 6 บาท เราต้องลงทุนตรงนี้ให้มากขึ้น เพราะผมเชื่อว่าการศึกษา จะช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมได้”

เป็นที่มาของนโยบาย “เรียนดี” ใช่ไหมคะ

“ครับ ผมมองว่าหนึ่งในปัญหาสำคัญคือเราต้องคืนครูให้กับนักเรียน ปัจจุบันครูเสียเวลาไปกับงานเอกสารการทำวิทยฐานะ (การทำผลงานทางวิชาการ เพื่อขอรับการประเมินในการกำหนดตำแหน่งและเลื่อนตำแหน่งของข้าราชการครู) ผมเชื่อว่าในอนาคตคำว่า ‘Education’ จะหมดความหมาย แต่ ‘Learning’ จะ สำคัญกว่า อย่างที่หนังสือ Know Your Rights and Claim Them ซึ่งเขียนโดย แอนเจลินา โจลี และศาสตราจารย์เจเรอดีน ฟาน บูเรน บอกไว้ Education ในที่นี้คือสิ่งที่คนอื่นทำให้คุณ เช่น หลักสูตร ป.1 – ป.6 แต่ Learning คือการ เรียนรู้เพิ่มเติมในชีวิต ผมถึงบอกว่าในอนาคตเราต้องปลูกฝังให้เด็กสามารถ เรียนรู้ด้วยตัวเองได้ เพราะการเรียนรู้สามารถทำได้ตลอดชีวิต เช่น ความรู้ ที่ผมได้รับจากการเรียนจบปริญญาตรี ผมคืนอาจารย์ไปหมดแล้ว ความรู้ที่ผม ใช้ทำงานทุกวันนี้ไม่ได้มาจาก Education แต่มาจากการ Learning ทั้งการอ่าน หนังสือและเรียนรู้จากงานที่ทำ

“ถามว่าจะทำอย่างไรให้เด็กเรียนรู้เป็น ทำอย่างไรให้เด็กคิดเป็น ผมว่า อันนี้สำคัญ ผมมีหนังสือที่อยากแนะนำคือ Think Again เขียนโดย Adam Grant นักจิตวิทยาชื่อดัง ผมมีโอกาสเขียนคำนำให้กับหนังสือเล่มนี้ฉบับแปล เป็นภาษาไทย เขาบอกว่าจิตเป็นนาย กายเป็นบ่าว ถ้าเราไม่เปลี่ยนความคิด เราก็ไม่สามารถเปลี่ยนการกระทำได้ อย่างการหาเสียงของผมที่เล่ามาข้างต้น คือ เริ่มจากเปลี่ยนความคิดก่อน สอนให้เด็กคิดเป็น ไม่ใช่ให้ทำตามกฎระเบียบ ทุกอย่าง ครูต้องเข้าใจวิธีสอนและกระตุ้นให้เด็กคิดเป็น ทำเป็น และเรียนรู้เป็น จึงเป็นที่มาของนโยบายเรียนดี 29 ข้อ”

สำหรับนโยบายหลักของอาจารย์ที่เป็นเรื่องของเส้นเลือดใหญ่และเส้นเลือดฝอย อาจารย์คิดว่าดีกว่าหรือเป็นประโยชน์กว่าการแก้ปัญหาแบบเดิมอย่างไรคะ

“ผมว่าจริง ๆ แล้วเป็นการ Complement หรือเติมเต็มกัน ระบบหลาย ๆ อย่างในกรุงเทพฯมีความคล้ายกับร่างกายมนุษย์ที่มีทั้งเส้นเลือดใหญ่และ เส้นเลือดฝอยที่ฟีดไปยังส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ขาดอะไรไปไม่ได้ เราต้องใช้ เส้นเลือดใหญ่ในการฟีดเลือดจากหัวใจลงไปยังเส้นเลือดฝอย ถ้าเส้นเลือดฝอย ไม่ฟีด เซลล์ต่าง ๆ ก็จะตายหมด ขณะเดียวกันถ้ามีแต่เส้นเลือดฝอย ไม่มี เส้นเลือดใหญ่ มนุษย์ก็ต้องตายเหมือนกัน จึงต้องช่วยเติมเต็มกันและกัน แต่ ที่ผ่านมาเราเน้นที่เส้นเลือดใหญ่ ผมขอเปรียบง่าย ๆ อย่างเรามีจุฬาลงกรณ์- มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ที่การศึกษา ติดระดับโลกเลย อันนี้คือเส้นเลือดใหญ่ ขณะเดียวกันศูนย์เด็กเล็กหรือ โรงเรียนใกล้บ้านกลับคุณภาพไม่ดี หรือเรามีโรงพยาบาลชื่อดังระดับโลก แต่ สำนักงานสาธารณสุขใกล้บ้านไม่ดี ทุกคนก็จะกระโดดข้ามสำนักงานสาธารณสุข ไปเข้าคิวที่โรงพยาบาลกันหมด หรืออย่างเรามีอุโมงค์ระบายน้ำยักษ์ แต่ท่อ ระบายน้ำหน้าบ้านไม่เคยลอกเลย

“ถามว่าทำไมเราเน้นไปที่เส้นเลือดใหญ่ เพราะเส้นเลือดใหญ่มันดูเซ็กซี่ เวลาบอกว่าคุณทำอุโมงค์ระบายน้ำยักษ์ราคาสองหมื่นล้าน มันดูเซ็กซี่หรือ ดีกว่าคุณไปลอกคลอง ลอกท่อ ถูกหรือเปล่า หรือคุณสร้างมหาวิทยาลัยที่ติด อันดับ 10 ของโลกกับการทำโรงเรียนใกล้บ้าน หรือทำรถไฟฟ้าแสนล้านกับการ ทำทางเดินเข้าบ้าน ความเซ็กซี่มันต่างกัน แต่ผมไม่ได้หมายความว่าเส้นเลือดใหญ่ ไม่จำเป็น แต่ต้องให้สมดุลกัน ดังนั้นช่วงนี้ผมจะทำเส้นเลือดฝอยให้บาลานซ์ คือการทำทางเดินเข้าบ้าน แสงสว่างหน้าบ้าน การเดินออกมาขึ้นรถไฟฟ้าง่ายขึ้น หรือป้ายรถเมล์ที่เชื่อมต่อกับรถไฟฟ้า BTS หรือรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT ก็จะทำให้ ชีวิตเราดีขึ้น สะดวกขึ้น การทำโรงเรียนดีให้อยู่ใกล้บ้าน สุดท้ายเด็กไม่ต้อง เดินทางไกล ไม่ต้องใช้ชีวิตบนรถ หรือไม่ต้องเรียนพิเศษมาก เพื่อเชื่อมไปยัง เส้นเลือดใหญ่คือการสอบเข้ามหาวิทยาลัยที่ดีได้

“อีกอย่างคือการทำน้อยให้ได้เยอะ ที่ผ่านมาเราทำเยอะแต่ได้น้อย เช่น เราลงทุนกับอุโมงค์ระบายน้ำเป็นหมื่น ๆ ล้านบาท แต่น้ำน้อยไปไม่ถึง เราจึงต้อง เพิ่มเส้นเลือดฝอย คือการลอกท่อ ลอกคลอง ซึ่งใช้งบไม่มาก อย่างที่ผมได้ คุยกับทางกรมราชทัณฑ์ว่ากรุงเทพมหานครจะลอกท่อ 3,000 กิโลเมตร ใช้เงิน ไม่เยอะ ประมาณหลักร้อยล้าน แต่จะทำให้ระบบใหญ่ทำงานได้เต็มที่ หรือการ ลงทุนกับเด็กก่อนวัยเรียน จากค่าอาหารกลางวัน 20 บาท เราอาจจะเพิ่มเป็น 40 บาทต่อคน ซึ่งเรามีจำนวนเด็กก่อนวัยเรียนที่เข้าระบบการศึกษาในโรงเรียน กทม. ประมาณ 2 หมื่นคน วันหนึ่งเราเพิ่มแค่ 4 แสนบาท ปีหนึ่งก็ร้อยล้านบาท ถือว่าไม่แพงถ้าเทียบกับคุณภาพของเด็กที่จะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ในสังคมต่อไป”

ชัชชาติ สิทธิพันธุ์

สำหรับปัญหาคลาสสิกของกรุงเทพฯอย่างรถติด อาจารย์มองอย่างไรคะ

“พอเราเอาเรื่องรถติดมาพูด ท้ายที่สุดคือเราพยายามแก้ไม่ให้รถติด ด้วยการทำให้รถวิ่งเร็วมากขึ้น ปัญหาจริง ๆ ไม่ใช่เรื่องรถติด แต่เป็นเรื่องความ คล่องตัวมากกว่า หลาย ๆ เมืองในโลกก็มีรถติด แต่เขามีทางเลือกอื่น คือ รถไฟฟ้า รถโดยสารด่วนพิเศษ BRT รถขนส่งมวลชน ฉะนั้นเราต้องทำให้ระบบ ขนส่งมีประสิทธิภาพมากขึ้นและมีความเชื่อมโยง เพื่อให้คนใช้รถสาธารณะมากขึ้น

“เอนริเก เปญาโลซา อดีตนายกเทศบาลเมืองโบโกตา ประเทศโคลอมเบีย เคยกล่าวไว้ว่า เมืองที่พัฒนาแล้วจะไม่ใช่เมืองที่คนจนหันมาใช้รถ แต่เป็นเมืองที่ คนรวยหันมาใช้ขนส่งมวลชน เราต้องเปลี่ยนวิธีคิดและทำขนส่งสาธารณะให้ดี รถไฟฟ้าเริ่มดีแล้ว แต่ราคายังแพง และการเชื่อมต่อรถไฟฟ้ายังไม่ดี ทำอย่างไร ให้สะดวกกว่านี้ ทางเดินเท้าระยะ 800 เมตรก่อนถึงสถานีทำให้ดีได้ไหม หรือ มีมอเตอร์ไซค์รับจ้างที่มีคุณภาพ หรือรถเมล์ที่เชื่อมโยง

“ที่รถติดเพราะเราทุกคนเป็นส่วนหนึ่งของรถติด เราจึงต้องพยายามใช้ รถสาธารณะให้มากขึ้น ซึ่งเป็นหน้าที่ของภาครัฐในการเตรียมรถสาธารณะที่มี คุณภาพ ส่วนปัญหารถติดก็ต้องไม่ยอมแพ้ หลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้ง ตำรวจจราจร ทางด่วน รถไฟฟ้า และ กทม.ต้องเป็นเจ้าภาพแก้ปัญหา โดย การประสานงานกันของทุกฝ่าย”

ย้อนกลับไปเรื่องนโยบายนะคะ จาก 214 ข้อ เพิ่มเป็น 216 ข้อ ที่มาเป็นอย่างไรคะ

“ถ้าจำกันได้ ผมบอกไว้ว่านโยบายไม่ใช่ศิลาจารึก แต่คือไดนามิกที่ ต้องฟังเสียงประชาชนว่าเขาอยากได้อะไร นโยบายแต่ละข้อของผม ทีมงาน นำมาวิเคราะห์และพิจารณาความเป็นไปได้ พอมั่นใจว่าทำได้จึงจะปล่อยออกมา 

แสดงให้เห็นว่าทีมงานไม่ได้เชื่อผมเท่าไร ซึ่งถือเป็นสิ่งที่ดี เพราะผมบอกทีมงาน เสมอว่าต้องการคนที่เถียงหรือกล้าว่าผม อันนี้สำคัญนะ ผมต้องการให้เป็น Radical Transparency ตามหลักของเรย์ ดาลิโอ (ผู้ก่อตั้งและผู้บริหาร Bridgewater Associates หนึ่งในกองทุนเฮดจ์ฟันด์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก) คือ อย่าเก็บอะไรไว้ในใจ ถ้าสงสัยคุณต้องพูดออกมา แต่ให้เป็นแค่ความขัดแย้ง ในงาน ไม่ใช่เรื่องส่วนตัว ทุกคนต้องกล้าเถียงแบบมีกึ๋นและต้องให้เกียรติกัน

“คีย์เวิร์ดของทีมงานผมมีแค่ 2 คำ คือ สนุก ถ้าไม่สนุก แสดงว่าคุณ มาผิดทางแล้ว กับคำว่าโปร่งใส ต้องกล้าเถียง อย่างนโยบายผู้ว่าฯสัญจร เกิดขึ้นตอนที่ผมลงพื้นที่หาเสียง มีชาวบ้านเข้ามาต่อว่าว่ามาแค่ตอนหาเสียง พอได้เป็นผู้ว่าฯเดี๋ยวก็หายไป บางคนถึงกับบอกว่าถ่ายภาพด้วยกันไว้ก่อน เดี๋ยว เป็นผู้ว่าฯก็จะไม่เห็นหัวแล้ว”

ทักกันขนาดนี้เลยหรือคะ

“เขาคงรู้สึกตามที่พูด เพราะเขาเคยเจอมาอย่างนั้น จึงเกิดนโยบายข้อที่ 215 ผู้ว่าฯสัญจร คือทุกวันอาทิตย์ผมจะลงพื้นที่ไปตามเขตต่าง ๆ ตอนเช้าไป ประชุมที่เขต บ่ายลงพื้นที่ตามชุมชนเพื่อไปพบปะประชาชน ถ้าผมทำอย่างนี้ 1 ปีก็จะครบ 50 เขตพอดี อย่างที่บอกคือผมไม่ใช่ข้าราชการที่ทำงานจนถึง เกษียณ แต่มีเวลาแค่ 4 ปี โดยไม่ได้หมายความว่าข้าราชการทุกคนต้องมาทำงาน วันอาทิตย์ แค่เฉพาะคนที่เกี่ยวข้องเท่านั้น ส่วนนโยบายที่เพิ่มเป็นข้อที่ 216 คือ อยากให้กรุงเทพฯเป็นอารยสถาปัตย์หรือ Universal Design เหมือนพวกตึก ต่าง ๆ ในต่างประเทศที่มีทางลาดสำหรับผู้พิการ มีทางเดินเท้ากว้าง สะอาด เป็นระเบียบ”

อาจารย์มีกำหนดข้อห้ามสำหรับทีมงานอย่างไรไหมคะ

“คงเป็นเรื่องทุจริต การใช้ชื่อผมไปอ้าง หรือมาเพราะหวังตำแหน่ง หวัง ผลประโยชน์ เพราะเรามาเพื่อทำประโยชน์ คือทุกคนที่อยู่ในทีมไม่รู้ว่าอนาคต จะเป็นอย่างไร ไม่มีใครรู้ว่าจะได้เป็นรองผู้ว่าฯ การมาร่วมทีมเพราะอยากทำงาน ให้กรุงเทพมหานครจริง ๆ นี่คือแนวคิดที่ผมใช้เลือกทีมงาน”

ชัชชาติ สิทธิพันธุ์

ในบรรดานโยบายทั้ง 216 ข้ออาจารย์คิดว่าข้อใดสามารถทำได้เร็วที่สุดคะ

“มีหลายข้อที่ทำไปแล้วนะ อย่างเรื่องปลูกต้นไม้ หรือ Traffy Fondue แอพพลิเคชั่นสำหรับสื่อสารเรื่องปัญหาของเมืองระหว่างประชาชนและหน่วยงานที่ รับผิดชอบก็ทำแล้ว และยังมีหลายเรื่องที่ทำได้ไม่ยาก เช่น ลดค่าเช่าแผง สิ่งที่ดี อีกอย่างหนึ่งคือทางสำนักยุทธศาสตร์และประเมินผลบอกว่าหลาย ๆ โครงการ มีอยู่แล้ว เราสามารถดำเนินการได้เลย ทำให้สบายใจว่าผมไม่ได้มาผิดทาง”

กับประเด็นว่าข้าราชการไทยค่อนข้างมีอุปสรรคในการทำงาน อาจารย์มีวิธีการดูแลหรือให้นโยบายกับข้าราชการ กทม. อย่างไรคะ

“ข้อสำคัญคือเราต้องเข้าใจและให้เกียรติกัน ผมเชื่อว่าเรามีข้าราชการที่เป็น คนดีอยู่ในระบบจำนวนมาก แต่ที่ผ่านมาคนดีไม่ได้รับการเสนอหรือส่งเสริม ฉะนั้นเราต้องคอยสนับสนุนเขา ต้องยืนเคียงข้าง และทำให้เห็นว่าเราเป็นทีม เดียวกัน ผมจึงบอกว่าต่อไปนี้อย่าเรียกผมว่านาย เราเป็นเพื่อนร่วมงานที่เดิน ไปด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นปลัด รองปลัด หรือพนักงานกวาดถนน จากที่ผมเห็น มาตลอด 7 วันที่ผ่านมา ผมเชื่อว่าทุกคนมีจิตใจที่อยากช่วยกันทำงานอย่างเต็มที่ แต่เขาอาจมีแนวทางไม่ชัดเจน พอเห็นผมลงพื้นที่ ให้ความสำคัญกับประชาชน ถือเป็นการ Walk the Talk (พูดแล้วทำ) คล้ายกับว่า Leading by Example นำโดยทำเป็นตัวอย่าง ซึ่งได้ผลนะ ผมลงพื้นที่ไปครั้งหนึ่ง ถนนบางจุดที่มีปัญหา ก็เรียบได้ในเวลารวดเร็วเลย”

การร่วมมือกับรัฐบาลล่ะคะอาจารย์มีแนวทางอย่างไร เพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพสูงสุด

“ผมยกมือไหว้ไปทั่ว (ยิ้ม) คือเราอยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของกระทรวง มหาดไทย เพราะฉะนั้นเรามีหน้าที่ประสานงาน ที่ผ่านมาทำให้ผมเห็นว่าทุกคน มีจิตใจดีที่อยากจะร่วมมือกัน เพราะตั้งแต่เข้ารับตำแหน่ง (ประมาณ 1 สัปดาห์) กทม.ได้ร่วมมือกับ 3 – 4 หน่วยงานแล้ว ผมเชิญการไฟฟ้านครหลวงมาร่วม พูดคุย ร่วมมือกับองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน เมื่อเช้าผมเชิญกรมราชทัณฑ์มาเรื่อง ลอกคลอง ส่วนวันพรุ่งนี้ผมจะได้พบกับตำรวจจราจร ผมว่าทุกคนอยากร่วมมือ เพียงแค่เราต้องก้าวไปหาเขา เพื่อขอความร่วมมือและหาทางออกร่วมกัน อย่ามีอีโก้ เราต้องให้เกียรติทุกหน่วยงาน และที่ผ่านมาก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร”

อีกเรื่องที่ถามกันค่อนข้างมากคือเรื่องงบประมาณของ กทม. อาจารย์มีการวางแผนงบประมาณอย่างไรคะ

“ต้องเข้าใจก่อนว่า กทม.ได้งบไม่เยอะ ประมาณ 8 หมื่นล้านบาท คิดเป็น ประมาณ 2.5 เปอร์เซ็นต์ของรัฐบาลกลางที่ได้งบ 3 หมื่นล้านล้านบาท ขณะที่ เราดูแลประชากร 15 เปอร์เซ็นต์ของทั้งประเทศ

“ตอนช่วงหาเสียงสื่อสัมภาษณ์ว่าผมจะจัดงบประมาณอย่างไร วิธีที่ง่าย ที่สุดคือนำงบประมาณปีที่แล้วมาเพิ่ม 5 เปอร์เซ็นต์หรือ 3 เปอร์เซ็นต์ อันนี้คือ การทำงบประมาณทั่วไป แต่จริง ๆ แล้ววิธีที่ถูกต้อง เราควรต้องดูว่างบประมาณ ของปีที่แล้วมีอะไรควรตัดทิ้งไหม อย่าง Zero-Based Budgeting (งบประมาณ ฐานศูนย์ คือการจัดสรรงบประมาณจากความจำเป็นของโครงการหรือกิจกรรม ให้มีประสิทธิภาพ) เป็นวิธีหนึ่งที่ทุกอย่างเริ่มจากศูนย์และทำงบประมาณใหม่ ไม่ใช่เพิ่มเปอร์เซ็นต์จากงบปีก่อน บางทีอาจต้องลดไปเลย 20 เปอร์เซ็นต์ หรือ เพิ่ม 20 เปอร์เซ็นต์

“ซึ่งเราต้องประเมินจากความคุ้มค่าของโครงการ อย่าทำตามแนวคิดที่ทำ ต่อ ๆ กันมา ต้องคิดใหม่ด้วย อย่างที่ผมบอกว่า ‘ทำน้อยได้เยอะ’ เพราะฉะนั้น แทนที่จะนำเงินไปลงกับอุโมงค์ระบายน้ำยักษ์อีกสองหมื่นล้าน เราเปลี่ยนคอนเซ็ปต์ มาทำเส้นเลือดฝอยด้วยการลอกท่อ ลอกคลอง แทนที่จะสร้างโรงพยาบาลใหญ่โต เรานำมาใช้ปรับปรุงสำนักงานสาธารณสุขก่อนดีกว่า ฉะนั้นวิธีการบริหารงบประมาณ ของผมคือต้องดูสิ่งที่จำเป็นและครอบคลุม อีกทั้งต้องหารายได้เพิ่มด้วย เช่น เรื่องวัสดุสิ่งปลูกสร้าง ภาษีป้าย เป็นต้น”

ในยุคที่ผ่านมาบ้านเราค่อนข้างมีความแตกแยกทางการเมือง อาจารย์คิดว่าควรทำอย่างไรให้สังคมกลับมาสามัคคีกัน เหมือนเดิม

“อันนี้เป็นมุมมองของผมเองนะ การทำงานของสมองมี 2 ระบบ คือ ใช้อารมณ์กับใช้เหตุผล หลาย ๆ ครั้งที่การเมืองมีการใช้อารมณ์ เพราะง่ายและ ติดนาน เวลาปลุกเร้าความเกลียดชังจะทำให้แบ่งแยกคนได้ แต่การใช้เหตุผล ต้องคิด เตรียมเหตุผล และอธิบาย เพราะฉะนั้นทำด้วยเหตุผลจึงเหนื่อยกว่า

“ผมว่าอันดับแรกเลยคืออย่านำความขัดแย้งมาเป็นเครื่องมือในทางการเมือง ผมเคยพูดตอนที่ผมรับตำแหน่งว่ามีคนได้ประโยชน์จากความแตกแยกของเรา ผมจึงพยายามพูดด้วยเหตุผล ดูแลทุกคนอย่างเท่าเทียม เราต้องทำเป็นตัวอย่าง อย่าใช้ความโกรธหรือความเกลียดชังมาเป็นส่วนหนึ่งของการบริหาร ใครจะด่า หรือว่าอะไรเรา อย่าไปทำให้กระแสแรงขึ้นด้วยการว่าตอบ เพราะจะยิ่งทำให้แตกแยก ถ้าเขาด่า แล้วเราบอกว่าขอบคุณครับ แค่นี้ก็จบ ไม่มีดราม่า แล้วทำงานต่อไป นี่คือสิ่งที่ ง่ายที่สุดที่เราทำได้แล้ว”

กว่าอาจารย์จะมาถึงจุดนี้ต้องผ่านอะไรมากมาย ทั้งเรื่องราวทางการเมืองและชีวิตส่วนตัว เพราะอะไรจึงไม่ท้อคะ

“สิ่งที่ผมทำทั้งหมดเพราะมีความสุขที่ได้ทำ ไม่ได้ฝืนใจทำ นั่นเพราะผมรู้แล้วว่า แพสชั่นของผมคือการทำให้ชีวิตคนอื่นดีขึ้น ไม่ได้อยู่แค่ที่เนื้องาน แต่เป็นปฏิสัมพันธ์ ระหว่างผมกับคนรอบข้าง เพราะฉะนั้นแม้จะเปลี่ยนงาน แต่แพสชั่นก็ยังอยู่ เช่น ตอนเป็นอาจารย์ทำให้คนดีขึ้นได้ด้วยการให้ความรู้ ตอนทำบริษัทอสังหาริมทรัพย์ก็ทำให้ ชีวิตของลูกบ้านดีขึ้นด้วยการสร้างบ้านที่มีคุณภาพ และที่ผมลงสมัครผู้ว่าฯกทม.ก็เพื่อ ทำให้กรุงเทพฯดีขึ้น

“ผมเชื่อว่าเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิต ทุกคนทำเพราะมีเหตุผลของเขาเอง เราอย่าไปตัดสินใคร เราไม่รู้หรอกว่าเขาเจ็บปวดแค่ไหนในสิ่งที่ผ่านมา ผมจำได้ว่าตอนเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ผมเคยไปวิ่งที่สวนลุมพินี แล้วมีการตั้งม็อบในนั้น จู่ ๆ มีอาแปะคนหนึ่งเดินมาพูดว่าไอ้เฮีย!!! ตอนนั้นรู้สึกโกรธว่ามาด่าผมทำไม พอตั้งสติ มองว่าเขาคงมีประสบการณ์ที่ไม่ดี หรือมีเหตุผลบางอย่างที่แสดงออกอย่างนั้น ความโกรธ ก็ ลดลงเลย เพราะเราไม่ มี ทางรู้ว่าประสบการณ์ ไม่ ดี ที่เขาเคยเจอมาคื ออะไร การที่เราไปโกรธ หรือเกลียดตอบไม่มีประโยชน์

“ผมเชื่อว่าเราไม่สามารถเปลี่ยนใจคนอื่นได้ ที่เปลี่ยนได้คือตัวเอง เหมือนเราจูงม้า ไปกินน้ำ เขาจะกินหรือไม่ก็เป็นเรื่องของเขา ผมว่าทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตเป็นบทเรียน”

ชัชชาติ สิทธิพันธุ์

อาจารย์มีวิธีเติมพลังและความสุขให้ตัวเองอย่างไรคะ

“ผมชอบออกกำลังกายตอนเช้า ทำให้สมองโปร่งโล่งดี ทุกวันนี้ผมเข้านอน 4 ทุ่ม ตื่นตี 3 ออกวิ่งตอนตี 4 ระยะทางประมาณ 10 กิโลเมตร ผมชอบวิ่งริมคลอง เพราะทำให้เห็นเมืองในมุมที่ไม่เคยเห็น และได้เห็นชีวิตผู้คน อย่างคนไร้บ้านที่นอนตามฟุตปาธ คนทำงานกลางคืน พนักงานกวาดขยะ ที่ต้องมายืนกวาดถนนตั้งแต่ตี 4 มีแค่ไม้กวาดหนึ่งอันกับที่ตักผง เราไม่มีเทคโนโลยีอะไรช่วยเขาเลย เวลาไม้กวาดเสียก็ต้องซ่อมเอง บางครั้งก็ได้รับรู้ชีวิตของเขาลึกกว่าที่เห็น อย่างที่พนักงานกวาดถนนยื่นจดหมายที่เขาเขียนบอกเล่า ด้วยลายมือตัวเองว่าเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว แล้วไม่ได้รับความเป็นธรรมอย่างไรบ้าง นอกจากนี้ยังได้ทราบถึงปัญหาในพื้นที่จริงว่าเวลาฝนตกหนักน้ำจะท่วมตรงไหน กลับมาก็โทร.หา ผู้อำนวยการเขตได้เลย”

จากนี้จนครบวาระ 4 ปีในตำแหน่ง อยากให้ผู้คนจดจำผู้ว่าฯชัชชาติในแบบไหนคะ

“เป็นผู้ว่าฯที่ทำงานเพื่อประชาชนและทำตามสัญญาครับ” (ยิ้ม)

สุดท้ายค่ะ อาจารย์อยากบอกอะไรกับชาวกรุงเทพฯคะ

“กรุงเทพฯเป็นเมืองที่มีความหวังมากมาย เพียงแค่เรายังไม่ได้เจียระไนให้เปล่งประกาย แต่ช่วงไม่กี่วันที่เข้ารับตำแหน่ง ผมได้เห็นถึงพลังบวกและความหวังมากมาย ฉะนั้นผมจะพยายามทำทุกอย่างให้เต็มที่ ทำทุกอย่างที่สัญญาไว้เพื่อไม่ให้ทุกคนผิดหวัง และเราต้องมาร่วมมือกัน ผมไม่สามารถทำคนเดียวได้ มีหลายคนบอกผมว่าฝากกรุงเทพฯด้วยนะ ผมตอบเขากลับไปว่า ผมไม่รับฝากนะ เราต้องไปด้วยกัน

“เพราะเมืองไม่ใช่อาคารบ้านเรือน เมืองคือคน ถ้าอยากให้เมืองดีขึ้น เราต้องดูแลคนรอบตัว ดูแลบ้าน ดูแลความสะอาด ดูแลสิ่งแวดล้อม ถ้าทุกคนทำร่วมกันก็จะเป็นจิ๊กซอว์ให้เมืองนี้สมบูรณ์ได้” 


ที่มา : นิตยสารแพรว ฉบับ 984

เรื่อง : Tomalin, กิดานันท์, ภัทรีพันธ์

ภาพ : อิทธิศักดิ์ บุญปราศภัย / ผู้ช่วยช่างภาพ : โซฟีแอนน์ธมลวรรณอดัมส์

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

เปิดคลังแสง หมวก ลิซ่า BLACKPINK ตั้งแต่ถูก ซื้อตามได้ ยันแพงแต่ Sold Out

ต้องบอกเลยว่า ลิซ่า BLACKPINK นั้นทรงอิทธิพลจริงๆ ไม่ว่าเธอจะทำอะไร ต้องเป็นข่าวดังไปทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของแฟชั่นที่ใช้ชิ้นไหนต้อง Sold Out ขายหมดเกลี้ยง บางไอเท็มต้องจองคิวยาวเป็นหางว่าว

นอกจากบรรดาเสื้อผ้า กระเป๋า เครื่องประดับ ที่แฟนๆ แห่ซื้อตามที่ลิซ่าใช้แล้ว อีกหนึ่งไอเท็มคู่ใจที่ต้าวลิซหยิบมาใช้บ่อยๆ เห็นจะเป็นหมวก งานนี้ Praew Survey พาไปเปิดกรุคลังแสง บรรดาหมวกหลากหลายแบรนด์ดังที่เธอใส่ ซึ่งมีทั้งราคาแพงหูฉี่ กับราคาเบาๆ ที่จับต้องได้แบบไม่ปาดเหงื่อ จะมีใบไหนบ้างนั้นไปดูกัน

เปิดคลังแสง หมวก ลิซ่า BLACKPINK ตั้งแต่ถูก ซื้อตามได้ ยันแพงแต่ Sold Out

Celine Embroidered Knit Wool Beanie ราคา $590 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ ประมาณ 22,000 บาท

@bpinkgals

Celine Cotton Drill Baseball Capblack ราคา $475 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ ประมาณ 17,500 บาท

ITZAVIBE Izy Satin Logo Mesh Cap ราคา $54.18 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ ประมาณ 2,000 บาท

Supreme 2 Tone Twill Cap ราคา $80 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ ประมาณ 3,000 บาท

Celine Baseball ‘C’ Cap ราคา $405 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ ประมาณ 14,900 บาท

Casablanca Sucess Through Positivity Twill Cap ราคา $155 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ ประมาณ 5,700 บาท

Celine Bucket Hat ราคา $940 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ ประมาณ 37,000 บาท

ITZAVIBE Cool Attitude Ball Cap ราคา $36.12 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ ประมาณ 1,330 บาท

MISU A BARBE Furry Hat Trendy ราคา $104 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ ประมาณ 3,820 บาท

CELINE Knit Beanie ราคา $245 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ ประมาณ 9,000 บาท

Vetements x Reebok Baseball Cap ราคา $410 อลลาร์สหรัฐ หรือ ประมาณ 15,000 บาท

SPORT & RICH Beanie Hat

KANGOL Washed Bucket Hat ราคา $45 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ ประมาณ 1,650 บาท

ICIMIGIRL Round Logo Beanie ราคา 49,000 วอน หรือ ประมาณ 1,371 บาท

A PIECE OF CAKE SCC Bucket Hat ราคา $36.80 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ ประมาณ 1,360 บาท

UGG Sheep Skin Bucket Hat $150 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ ประมาณ 5,500 บาท

ADIDAS Adicolor Bucket Hat $25 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ ประมาณ 1,000 บาท

VIVIEN WESTWOOD Beanie Cap $45.10 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ ประมาณ 2,000 บาท


ภาพ : @lalalalisa_m

หนังตากระตุก

ภาวะตาปิดเกร็ง หนังตากระตุก อาจไม่ใช่ลางบอกเหตุ แต่เป็นสัญญาณเตือนสุขภาพ

ภาวะตาปิดเกร็ง หนังตากระตุก หลายคนมักคิดว่าเป็นลางบอกเหตุ อาจสร้างความรำคาญได้ แท้จริงแล้วเป็นสัญญาณบอกโรค หมั่นสังเกตอาการ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการรักษา

ภาวะตาปิดเกร็ง หนังตากระตุก อาจไม่ใช่ลางบอกเหตุ แต่เป็นสัญญาณเตือนสุขภาพ

นายแพทย์สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า Blepharospasm หรือภาวะตาปิดเกร็ง เป็นส่วนหนึ่งของอาการ focal dystonia ซึ่งเป็นภาวะความผิดปกติที่เกิดจากอาการเกร็งของกล้ามเนื้อดวงตา มักพบในผู้ป่วยเพศหญิงมากกว่าเพศชาย และช่วงอายุที่พบบ่อยคือ ช่วงอายุประมาณ 40-60 ปี มักเกิดขึ้นพร้อมกันทั้ง 2 ตา

หนังตากระตุก 1

อาการเริ่มต้นของภาวะนี้คือ มีกระพริบตาบ่อยครั้ง ผู้ป่วยมักให้ประวัติว่ารู้สึกเคืองตาแสบตา จากนั้น จะเริ่มมีอาการเกร็งหรือรู้สึกดึงรั้ง หรือแน่นรอบดวงตาโดยเกิดขึ้นทั้งด้านบนและด้านล่าง ทำให้มีความลำบากในการลืมตา ตาเริ่มหรี่แคบลงจนถึงตาเปิดไม่ได้ชั่วขณะ อาการจะเป็นๆ หายๆ โดยระยะเวลาที่เกิดเป็นวินาทีถึงหลายนาทีได้

การโดนแสงแดดหรือไฟสว่างจ้า ความเครียดวิตกกังวล มักกระตุ้นให้เกิดอาการมากขึ้น ผู้ป่วยอาจมี sensory trick หรือการบรรเทาอาการจากการสัมผัสเบาๆ ที่บริเวณอื่น เช่น หางตาหรือแก้มแล้วทำให้กล้ามเนื้อรอบดวงตาคลายตัว พบได้ในระยะแรกของโรค จากนั้นอาการจะค่อยๆ หายไป ผู้ป่วยควรมาพบแพทย์ประเมินหาสาเหตุ เพื่อการรักษาที่ถูกต้องต่อไป

หนังตากระตุก 2

นายแพทย์ธนินทร์ เวชชาภินันท์ ผู้อำนวยการสถาบันประสาทวิทยา กล่าวเพิ่มเติมว่า ผู้ป่วยจะมีอาการภาวะอื่นที่อาจมีอาการคล้าย Blepharospasm เช่น หนังตาตกจากกล้ามเนื้ออ่อนแรง หรืออาการที่ไม่สามารถเปิดตาได้จากสมองส่วนกลาง หรือใบหน้ากระตุกครึ่งซีก เป็นต้น

การแยกโรคต้องอาศัยแพทย์ในการตรวจวินิจฉัย นอกจากนี้ Blepharospasm อาจเป็นส่วนหนึ่งของอาการเกร็งของใบหน้าคือ พบร่วมกับอาการเกร็งบริเวณปาก หรือในบางรายอาการเกร็งอาจลามถึงบริเวณคอหรือทั้งร่างกาย การรักษาด้วยการทานยาไม่ค่อยได้ประสิทธิภาพ ผู้ป่วยอาจได้รับผลข้างเคียงจากยาลดอาการเกร็ง เช่น ง่วงนอน ปากคอแห้ง อาการสับสน เป็นต้น

ในปัจจุบันการรักษาจึงเน้นยาที่ออกฤทธิ์เฉพาะที่และไม่มีผลข้างเคียง การฉีดยาโบทูลินัมจึงเป็นการรักษาที่ใช้ในผู้ป่วยเพื่อลดอาการเกร็งรอบดวงตา ได้นาน 3-6 เดือนต่อการฉีด 1 ครั้ง ซึ่งมีผลข้างเคียงค่อนข้างน้อย และหายได้เองเมื่อยาหมดฤทธิ์

หนังตากระตุก 3

อย่างไรก็ตามการฉีดโบทูลินัมไม่ได้ทำให้หายขาดจากโรคเป็นเพียงการรักษาตามอาการเท่านั้น ผู้ป่วยควรหลีกเลี่ยงปัจจัยกระตุ้นที่ทำให้อาการแย่ลง หลีกเลี่ยงการขับรถหากยังคุมอาการได้ไม่ดีพอ และเฝ้าระวังอาการทางระบบประสาทอื่นๆ ด้วย


ข้อมูล : กรมการแพทย์ โดยสถาบันประสาทวิทยา
ภาพ : Pexels

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

Cover the origin

กู้ผิวสวยเร่งด่วนให้ปังทันเปิดแมสกับ The Origin Clinic

ใกล้เปิดแมสแล้ว สาว ๆ หลายคนรู้สึกไม่ปลอดภัย ไม่ใช่เพราะเชื้อไวรัสโคโรน่า ! แต่เป็นเพราะปัญหาผิวหน้าที่เกิดขึ้นหลังใส่แมสมาตลอดไว้ว่าจะผื่นที่ขึ้นจากการใส่แมส หรือ แม้แต่ผดผื่น และ สิวอุดตัน เท่านั้นยังไม่พอร่องรอยของ mask ที่กดทำผิว มาเป็นเวลานาน จนเกิดมีริ้วรอย หลายคนพยายามหาวิธีหลายอย่างให้ปัญหาเหล่านี้หมดไป ครีม เซรั่ม ที่ว่าดี แค่ไหนก็เอาไม่อยู่ แล้วเราจะทำอย่างไรให้ผิวหน้าสวยใสเมื่อถึงเวลาเปิด mask

วันนี้ “ พญ.ณัทดา สามัคยานุสรณ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและเลเซอร์ ” จะมาเผยเทคนิค “กู้ผิวสวยเร่งด่วนให้ปังทันเปิดแมส ! เทคนิคนั้นจะเป็นอะไรไปฟังคำแนะนำจากคุณหมอกันเลยจ้า

กู้ผิวสวยเร่งด่วนให้ปังทันเปิดแมสกับ The Origin Clinic

หมอปอม  พญ.ณัทดา สามัคยานุสรณ์

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและเลเซอร์ THE ORIGIN CLINIC

หมอปอม  พญ.ณัทดา สามัคยานุสรณ์

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและเลเซอร์ THE ORIGIN CLINIC

“หมอปอม แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง THE ORIGIN CLINIC” : ตอนนี้สาว ๆ หลายคนเจอปัญหาผิวหน้าหลังใส่ Mask มานาน  ปัญหาที่เจอมีตั้งแต่ สิวใต้หน้ากากหรือ สิวmask ,ผิวขาดน้ำ,ใบหน้าหมองคล่ำแต่งหน้าไม่ติด และบ้างคนหนักถึงขั้นผิวอ่อนแอลง แพ้ง่าย ,เป็นผดผื่น เป็น ๆ หาย ๆ โปรแกรมที่จะช่วยกู้ผิวหน้าสาว ๆ ให้สวยทันใจเหมือนเสกผิวสวยให้ปังได้ใน 3 – 7 วัน หมอขอแนะนำ “โปรแกรม The Origin Glass Glow Skin” โปรแกรมนี้หมอคัดเลือกตัวยาอย่างเช่น Hyaluronic acid ขนาดหลายโมเลกุล , Stemcell และ Growt Factor ที่ช่วยเพื่มน้ำให้ผิว และกระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวใหม่ และ กรดวิตามินมากกว่า 50 ชนิดโดยใช้เครื่อง Nano Needle Injector ที่เป็นรุ่นใหม่ที่สุด  เครื่องนี้จะส่งตัวยาเข้าไปที่ใต้ผิวหนังชั้นลึกของเราด้วยระดับชั้นที่เท่า ๆ กันและอย่างสม่ำเสมอทั่วชั้นผิว

  

จากที่แต่ก่อนเราจะใช่เป็นการฉีดด้วยแพทย์ และเข็มไล่ฉีดเป็นจุด ๆ ลงบนใบหน้า ซึ้งการฉีดแบบนี้อาจทำให้น้ำหนักการฉีดในแต่ละครั้งไม่เท่ากัน

บางจุดฉีดได้ลึก บ้างจุดฉีดได้ตื้น และอาจจะไม่ครอบคลุมได้ทั่วทั้งใบหน้าตามที่เราต้องการ ดังนั้นการใช้เครื่อง Nano Needle Injector  จะช่วยให้การฉีดตัวยาและวิตามินที่มากกว่า 50 ชนิด ลงครอบคลุมพื้นที่บนในหน้า และน้ำหนักในการฉีดทุกครั้งก็จะได้เท่า ๆ ด้วย โดยเจ้าเครื่อง Nano Needle Injector 

เขาจะทำการดูดผิวเราเข้าไปนิดนึง แล้วเข็มทั้ง 9 เข็มเล็ก ๆ ก็จะทำการส่งตัวยาและวิตามินเข้าไปที่ผิวชั้นหนังแท้ (Dermis) เท่า ๆ กันได้แม่นย้ำสุด ทำให้เห็นผลลัพธ์ได้ชัดเจนและเร็วที่สุด

หลายคนสงสัยว่าเมื่อหมอทำการฉีดเข็มไปทั่วหน้ารอยเข็มจะติดอยู่ที่ใบหน้านานเท่าไหร่ และจะทำให้หน้าเป็นแผลหรือไม่ ?  หมอขอบอกตรงนี้เลยว่า

“โปรแกรม The Origin Glass Glow Skin” เมื่อทำไปแล้วในวันรุ่งขึ้นสาว ๆ สามารถแต่งหน้าปิดรอยเข็มได้เลย เพราะรอยเข็มที่ฉีดลงไปที่ใบหน้ามีขนาดที่เล็กมาก  เพราะฉะนั้นหลังทำไม่ต้องพักหน้า ใช้ชีวิตได้ตามปกติ และหลังจากการทำ “โปรแกรม The Origin Glass Glow Skin” รอยเข็มจะยังคงอยู่ที่ใบหน้าเพียง 3 วันเท่านั้น หลังจากนั้นผิวหน้าของสาว ๆ ก็สวยใสเหมือนสาวเกาหลี ฉ่ำน้ำ โกลว์ใส ดูสุขภาพดี สามารถเปิด Mask โชว์ผิวหน้าแข่งกับเพื่อน ๆ ได้เลยค่ะ

สามารถปรึกษาเรื่องผิวหน้าฟรี

The Origin Clinic

The Walk KasetNawamin 1 Floor

Open : 11.00 – 20.00

Call Center : 02-578-4444,087-848-4444

Line : @theoriginclinic

https://lin.ee/xBybVW0j / https://theoriginclinic.com

‘ความโรแมนติกและเจ้าชู้ขึ้นสูง แต่ระวังฝันสลาย เพราะเขามีคู่อยู่แล้ว’ ดวงรายวัน 26 กรกฎาคม 2565

ดวงรายวัน  26  กรกฎาคม 2565 #หมอปุ้ยพยากรณ์ เช็กทุกวัน แน่นๆ ทั้งการงาน การเงิน ความรัก และสุขภาพ

‘ความโรแมนติกและเจ้าชู้ขึ้นสูง แต่ระวังฝันสลาย เพราะเขามีคู่อยู่แล้ว ! ‘

ดวงรายวัน 26 กรกฎาคม 2565

ผู้ที่เกิดวันอาทิตย์

การงาน :   สำหรับผู้ที่ทำงานหรือดำเนินธุรกิจสายเกษตร เช่น เกษตรกร นักออกแบบตกแต่งสวน ศิลปวัฒนธรรม โอทอป โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเป็นงานเพื่อสาธารณะกุศล สาธารณะประโยชน์ มูลนิธิ จิตอาสา สังคมสงเคราะห์ด้วยแล้ว เป็นไปได้ว่าวันนี้คุณจะได้เริ่มต้นงานใหม่ หรือนำงานหรือโครงการที่มีอยู่แล้วขึ้นมาพัฒนาปรับปรุงใหม่ ซึ่งมีแนวโน้มที่จะประสบความสำเร็จด้วยดี

การเงิน  :   มีโอกาสได้ซื้อ-ขายที่ดินทางการเกษตร ต้นไม้ ผลไม้ แต่วันนี้ก่อนจะทำสัญญาหรือรับปากอะไรกัน ควรพิจารณาให้รอบคอบ เพราะมีโอกาสที่คุณจะเสียเปรียบได้ง่ายๆ

ความรัก :   ชีวิตคู่วันนี้ราบเรียบและราบรื่นดีนะคะ คุณอยู่ท่ามกลางการดูแลใส่ใจอย่างอบอุ่นจากคนในครอบครัว ซึ่งคุณเองก็รักและทำทุกอย่างเพื่อพวกเขา  คนโสด  คุณรักใครรักจริง หากเกลียดก็เกลียดจริง  ซึ่งวันนี้นับว่ามีโอกาสได้พบคนที่รักและจริงใจกับคุณจริงๆ  

สุขภาพ  :  มีโอกาสที่คุณจะแพ้ฝุ่นผงทั้งจากในบ้าน และฝุ่น pm 2.5 จากนอกบ้าน หากเป็นไปได้ควรจะทยอยบิ๊กคลีนนิ่งไปทีละมุม ก่อนอื่นเลยคือในห้องนอน เช็ดช่องแอร์ และในรถ เพื่อป้องกันการเป็นภูมิแพ้

ผู้ที่เกิดวันจันทร์

การงาน  :    ก็ยังได้รับมอบหมายหรือถูกแต่งตั้งให้เป็นหัวหน้าทีมทำงาน หรือชุดปฏิบัติงาน ซึ่งวันนี้คุณควรเตรียมตัว เตรียมใจ เตรียมความพร้อมให้ดี  เพราะนอกจากคุณจะเครียด เพราะถูกเจ้านายคาดหวังว่าจะได้เห็นผลงานที่ดีแล้ว ยังมีโอกาสพบกับปัญหาและอุปสรรคที่จะเข้ามาอย่างคาดไม่ถึงอีก โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาความขัดแย้งกับบุคคลอื่น ทางที่ดีวันนี้ควรใช้สติและสมองให้มากกว่าอารมณ์ เพราะมีความเสี่ยงที่งานจะเกิดความผิดพลาดเสียหายอย่างยากที่จะแก้ไขได้ทัน

การเงิน :   คุณให้ความสำคัญกับการหาเงินมากกว่าใช้เงิน แต่วันนี้ไม่ควรเข้าไปยุ่งกับเงินสินบน หรือเงินใต้โต๊ะใดๆ เพราะมีโอกาสล้มละลายสูง   

ความรัก :   คุณให้ความสำคัญกับการทำงานหาเงินมากกว่าเวลาของครอบครัว ซึ่งวันนี้เป็นไปได้ว่าคุณสามีจะทำหน้าที่ดูแลครอบครัวแทน รวมถึงให้คำปรึกษาและแนะนำแนวทางชีวิตที่มีประโยชน์ให้กับคุณด้วย คนโสด   วันนี้คุณทำงานๆๆ ส่วนเรื่องความรักก็คบแบบไม่จริงจัง คบไปเรื่อย  

สุขภาพ :   มีโอกาสที่คุณจะเครียด กดดันกับการทำงาน จนเป็นสาเหตุให้เกิดความเจ็บป่วย ทั้งทางประสาท ความดันโลหิต ไมเกรน รวมถึงระบบย่อยอาหารที่จะทำงานแปรปรวน ทั้งท้องอืด ท้องผูก ท้องเสีย  

ผู้ที่เกิดวันอังคาร

การงาน  :    สำหรับผู้ที่ทำงานหรือดำเนินธุรกิจติดต่อประสานงาน การบริหารจัดการ และการให้บริการคำปรึกษาทางด้านต่างๆ  หากคุณเป็นพนักงานใหม่หรือนักธุรกิจมือใหม่ วันนี้เป็นไปได้ว่าจะมีงานชิ้นใหม่เข้ามา ซึ่งจะมีผลต่อความมั่นคงในอนาคต แน่นอนว่าจะมาพร้อมปัญหาและอุปสรรค เพื่อทดสอบความสามารถของคุณ ดังนั้น จึงไม่ควรใจร้อน กล้าได้กล้าเสีย ตัดสินใจด้วยความวู่วาม เพราะจะทำให้คุณพลาดโอกาสที่จะได้แสดงความสามารถไปอย่างน่าเสียดาย

การเงิน  :  มีโชคจากการลงทุน แต่ควรทำให้ถูกต้อง ไม่ควรเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเงินที่ไม่ถูกต้อง หรือการเสี่ยงโชค เพราะมีความเสี่ยงที่จะเสื่อมเสียชื่อเสียงได้ง่ายๆ

ความรัก :  หากคุณเป็นสาวเจ้าเสน่ห์ พิถีพิถันในการแต่งตัว หน้าผมเป๊ะ วันนี้เป็นไปได้ว่าจะมีข่าวเม้าถึงคุณไม่ค่อยดี หาว่าคุณมีความสัมพันธ์เชิงซ้อน ทางที่ดีคุณก็ไม่ควรเอาแต่ใจตัวเอง จะใช่หรือไม่ก็ควรเงียบไว้  คนโสด   เป็นไปได้ว่าวันนี้คุณจะอารมณ์โรแมนติก มีความเจ้าชู้สูง ลุกขึ้นแต่งตัวสวยเพื่อออกไปหว่านเสน่ห์ ก็ระวังฝันจะสลาย เพราะมีคู่แข่งหัวใจ กระนั้นก็ตามมีแนวโน้มว่า คุณจะไม่ยอมแพ้ง่ายๆ ด้วยนะเนี่ย

สุขภาพ :   ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่ไม่สุก ไม่สะอาดถูกสุขอนามัย รสจัด เพราะเป็นไปได้ว่าคุณจะท้องเสีย อาหารเป็นพิษ นอกจากนั้นยังต้องระวังระบบย่อยอาหารจะมีปัญหา หากเป็นทอลซินอยู่แล้ว ระวังจะกำเริบ  

ผู้ที่เกิดวันพุธ

การงาน  :   สำหรับผู้ที่ทำงานหรือดำเนินธุรกิจสายศิลปะ ศิลปิน บันเทิง ความคิดสร้างสรรค์ ความสวยงาม ฯลฯ โดยเฉพาะอย่างยิ่งระดับผู้นำ หรือข้าราชการผู้ใหญ่ หากคุณกำลังจะลงสู้ศึก ไม่ว่าจะประมูลงาน ประกวดผลงาน สอบเลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่ง จนถึงการแข่งขัน เป็นไปได้ว่าคุณจะคาดหวังความสำเร็จอย่างแรงกล้า และพร้อมจะทำทุกวิถีทางแม้จะไม่ใช่หนทางที่ถูกต้องนักก็ตาม ซึ่งวันนี้ก็มีโอกาสที่จะทำสำเร็จเสียด้วยสิ    

การเงิน  :   ก็นับว่ายังมีโชคเรื่องการลงทุน รวมทั้งยังได้รับเงินโบนัส หรือเงินรางวัลจากการทำความดีด้วย ซึ่งก็ควรเก็บเงินไว้บ้าง เพราะวันนี้มีโอกาสที่คุณจะไปดื่ม สังสรรค์ กับเพื่อนจนเงินหมด

ความรัก  :  เป็นไปได้ว่าจะอยู่กันคนละขั้วเลยทีเดียว คุณจะชอบไปเที่ยวเล่น สังสรรค์ ปาร์ตี้กับเพื่อนๆ ส่วนคู่คุณจะเป็นหัวหน้าครอบครัวที่ยึดหลักการและเหตุผลของการสร้างครอบครัวที่ดี เพราะฉะนั้นหากวันนี้มาอยู่ใกล้กันก็มีโอกาสขัดแย้งกันสูง คนโสด  หากที่ผ่านมาคุณถูกหลอกและทำร้ายจิตใจมาตลอด วันนี้เป็นไปได้ว่าคุณมีความสุขกับการสังสรรค์ปาร์ตี้ พร้อมจะมีรักใหม่อยู่เสมอ วันนี้หากใครจะชอบคุณก็ต้องตามใจกันสุดๆ

สุขภาพ  :  วันนี้หากคุณกำลังเอ็นจอยกับการกินดื่มก็ต้องระวังเรื่องน้ำหนัก หรือหากเอ็นจอยกับการทำงานก็ต้องระวังความเครียด กับอาการปวดหลัง และสายตา

ผู้ที่เกิดวันพฤหัสบดี

การงาน :    สำหรับผู้ที่ทำงานหรือดำเนินธุรกิจสายการเกษตร ตั้งแต่เกษตรกร นักออกแบบตกแต่งสวน ศิลปะวัฒนธรรม งานโอทอป จากที่งานของคุณประสบความสำเร็จ ทำรายได้ให้อย่างงดงาม วันนี้เป็นไปได้ว่าจะมีข่าวเซอร์ไพร์สที่ทำให้คุณถึงกับนั่งไม่ติด ต้องเร่งหาทางออกให้กับตัวเองอย่างรีบด่วนที่สุด  ก็ควรใจเย็นๆ ค่อยๆ คิด เพราะมีโอกาสที่จะตัดสินใจผิดพลาดได้ง่าย

การเงิน  :  มีโอกาสได้ซื้อ-ขายที่ดินทางการเกษตร ผลไม้ ต้นไม้ ซึ่งจะทำรายได้ได้ดีเลยทีเดียว แต่คุณก็จะเก็บเงินไม่อยู่ เข้าๆ ออกๆ ได้ตลอด

ความรัก :   จริงๆ แล้วคุณอยู่ท่ามกลางความรักความอบอุ่นของครอบครัว แต่วันนี้คุณไม่ควรละเลยสิ่งดีๆ ที่มีอยู่ด้วยการไปให้ความสำคัญกับปัจจัยภายนอก เช่น เงินทอง ชื่อเสียง และตำแหน่งหน้าที่การงาน เพราะแม้คุณจะมีเงินทองมากมาย แต่ก็ไม่สามารถซื้อความอบอุ่นและความรักกลับมาได้   คนโสด   ก็เช่นกัน คุณมีคนที่รักและจริงใจอยู่กับตัวแล้ว ก็อย่าไปไขว่คว้าคนอื่นที่อยู่ไกลเกินตัวคุณอีกเลย จะเหนื่อยเปล่า

สุขภาพ  :  มีโอกาสที่คุณจะลื่นล้ม พลัดตกจากที่สูง เช่น ขั้นบันได ขอบฟุตบาท ข้อเท้าพลิก ข้อเท้าแพลง รวมถึงบาดเจ็บบริเวณกระดูก กล้ามเนื้อ และเส้นเอ็นต่างๆ

ผู้ที่เกิดวันศุกร์

การงาน  :  มีโอกาสที่งานหรือธุรกิจจะดำเนินมาถึงจุดที่ไปต่อไม่ได้ แต่ก็นับว่าจบเพื่อเริ่มต้นใหม่ที่ดีกว่า เพราะเป็นไปได้ว่าวันนี้คุณจะได้เริ่มต้นธุรกิจของตัวเอง ซึ่งคุณคาดหวังความสำเร็จทางด้านเงินทอง  ชื่อเสียง และความก้าวหน้าในตำแหน่งหน้าที่การงานสูงมาก

การเงิน  :  ก็ยังคงใจดีมากถึงมากที่สุด มีโอกาสช่วยเหลือคนอื่นทั้งจากหน้าที่การงานและส่วนตัว จนตัวเองเดือดร้อน วันนี้เข้าขั้นวิกฤติ

ความรัก :   มีโอกาสที่ชีวิตคู่จะดำเนินมาถึงจุดสุดท้าย  ซึ่งคุณอาจคาดการไว้อยู่แล้ว ดังนั้น วันนี้จึงเป็นไปได้ว่าคุณจะมีความสุขกับการออกพบปะผู้คนในสังคม คนโสด  หากคุณเพิ่งจะอกหักมา วันนี้คงต้องเตรียมใจไว้หน่อย เพราะมีโอกาสได้พบปะกับผู้คนในสังคมที่ให้ความสำคัญกับเงินทอง ชื่อเสียง และตำแหน่งหน้าที่การงาน

สุขภาพ  :  หากคุณหักโหมทำงานจนไม่ได้รับประทานอาหารตรงเวลา หรือถูกหลักโภชนาการ ไม่ได้พักผ่อนนอนหลับอย่างเต็มที่ มีโอกาสที่คุณจะเป็นหวัด และหากเป็นภูมิแพ้อยู่แล้วมีโอกาสกำเริบถึงขั้นรุนแรงได้

ผู้ที่เกิดวันเสาร์

การงาน :   เป็นไปได้ว่าคุณจะได้รับการชักชวนให้เข้าไปทำงานหรือดำเนินธุรกิจกับครอบครัว ก็ควรเตรียมความพร้อมให้ดี เพราะแม้คุณจะพยายามใช้ทั้งแรงกาย แรงใจ และความรับผิดชอบอย่างแรงกล้าทำงานหนักเพื่อพิสูจน์ตัวเอง แต่วันนี้คุณมีความคิดเห็นและจินตนาการกว้างไกลจนยากที่จะร่วมงานกับคนอื่นได้อย่างราบรื่น ทางที่ดีควรออกมาทำธุรกิจด้วยตัวเองจะดีกว่า

การเงิน    :   มีโอกาสได้รับเงินปันผล ซึ่งมาจากหยาดเหงื่อและแรงงาน แต่วันนี้ไม่ควรเข้าไปเกี่ยวข้องกับธุรกิจสีเทา หรือซ่อนเร้นไม่เปิดเผย เพราะหากถลำตัวไปแล้วมีโอกาสเดือดร้อนไม่หยุด

ความรัก  :   หากคุณเพิ่งแต่งงานอยู่ในช่วงข้าวใหม่ปลามัน เป็นไปได้ว่างานพบปะสังคมก็เยอะ ซึ่งวันนี้สามีคุณก็น่ารักเคียงคู่กันไปทุกที่ คนโสด  หากวันนี้คุณออกงานสังคม หรือไปสังสรรค์ปาร์ตี้ตามสถานบันเทิง เป็นไปได้ว่าคุณจะได้พบหนุ่มในฝันที่อยากจะจูงมือไปอยู่ด้วยกันเลย   

สุขภาพ  :  เป็นไปได้ว่าระบบหมุนเวียนเลือดจะทำงานไม่สมบูรณ์ มีโอกาสที่คุณจะวิงเวียนศีรษะ หน้ามืด ความดันกำเริบ จนเป็นลมวูบลงโดยไม่รู้ตัว  

น้องเดมี่-ลิเดีย 7

สวยหวานยกกำลังสอง! “น้องเดมี่-ลิเดีย” ทำผมลุคเหมือนเจ้าหญิงทรงเดียวกันเป๊ะ

ยิ่งโตยิ่งสวยได้แม่! สำหรับ น้องเดมี่ (#เด็กหญิงแป๋วแหวว) ลูกสาวคนสวยของคุณแม่ “ลิเดีย ศรัณย์รัชต์ ดีน” ที่ฉายออร่าความสวยและความคิวต์มากขึ้นทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นหน้าคม ตาโต คิ้วเป๊ะ ตั้งแต่ยังเป็นเด็กเล็กๆ อยู่เลย

ล่าสุด หยั่งกับแฝดรุ่นจิ๋วของคุณแม่ลิเดีย เมื่อคุณแม่ให้ช่างทำผมจัดแต่งทรงผมแบบเดียวกันเป๊ะทั้งตัวเองและน้องเดมี่ โดยเริ่มจากเกล้าผมยกสูงรวบเป็นหางม้า จากนั้นใช้หวียีช่วงปลายหางม้าให้แผ่บาน แล้วใส่เน็ตเก็บผม (ตาข่ายสีดำ) พร้อมตวัดปลายมาบรรจบตรงช่วงจุกที่มัดไว้ครั้งแรกให้ทรงงุ้มเพื่อผูกรวมกัน และจัดแต่งทรงให้สวยงาม ประดับด้วยโบว์เสริมความน่ารักเหมือนเจ้าหญิงทั้งคุณแม่คุณลูกเลย

สวยหวานยกกำลังสอง! “น้องเดมี่-ลิเดีย” ทำผมลุคเหมือนเจ้าหญิงทรงเดียวกันเป๊ะ

น้องเดมี่-ลิเดีย 5
น้องเดมี่-ลิเดีย 6

ภาพ : lydiasarunrat

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

Dr.Mek Patient Excellence Center Cover

รายแรกของไทย ด็อกเตอร์เมฆคลินิก (Doctor Mek Clinic) โกอินเตอร์คว้ารางวัลภาพลักษณ์น่าเชื่อถือ “Patient Excellence Center” ร่วมกับคลินิกความงามระดับโลก

ก้าวสู่ระดับอินเตอร์แล้วกับคลินิกความงามแถวหน้าของไทย ด็อกเตอร์เมฆคลินิก (Doctor Mek Clinic) โดย คุณหมอเมฆ นายแพทย์วัชพล ธนมิตรามณี อาจารย์แพทย์ผิวหนังมากประสบการณ์ด้านโปรแกรมฟิลเลอร์และร้อยไหม และ แพทย์หญิงพิชญานิน สื่อมโนธรรม ผู้ร่วมก่อตั้ง หลังจากที่กวาดรางวัลระดับประเทศมาแล้วแทบทุกรางวัล อาทิเช่น

รายแรกของไทย ด็อกเตอร์เมฆคลินิก (Doctor Mek Clinic) โกอินเตอร์คว้ารางวัลภาพลักษณ์น่าเชื่อถือ “Patient Excellence Center” ร่วมกับคลินิกความงามระดับโลก

·       อันดับ 1 Single Clinic ที่มียอดฉีดโปรแกรมฟิลเลอร์สูงสุดรวมทุกแบรนด์ในประเทศไทย 4 สมัยซ้อนปี 2018 – 2021 

·       อันดับ 1 Single  Clinic ที่มียอดฉีดโปรแกรมฟิลเลอร์สวีเดน Restylane สูงสุดในประเทศไทย ปี 2019, 2020, 2021, 2022

·       อันดับ 1 คลินิกที่มียอดฉีดโปรแกรมฟิลเลอร์ Belotero สูงสุดในประเทศไทย ปี 2020, 2021 (Infinite Award)

·       อันดับ 1 คลินิกที่มียอดใช้ PicoSure Focus Lens สูงสุดในประเทศไทย ปี 2020, 2021

·       อันดับ 1 คลินิกที่มียอดร้อยไหมมินท์สูงสุดในประเทศไทย ปี 2020, 2021

·       รางวัล The Aesthetic Prestigious Award 2021

ในปีนี้ CynoSure ผู้ผลิตเลเซอร์เครื่องมือทางการแพทย์รายใหญ่จากสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นที่ยอมรับในมาตรฐานสากลระดับ Gold Standard และได้การรับรองจาก U.S. FDA หรือ องค์การอาหารและยาจากสหรัฐอเมริกาอีกด้วย ประกาศมอบการการันตีระดับโลก “Patient Excellence Center” ให้กับด็อกเตอร์เมฆคลินิก (Doctor Mek Clinic) ซึ่งในประเทศไทยจะมีเพียง 5 คลินิกเท่านั้น ที่จะได้รับรางวัลนี้ร่วมกับคลินิกระดับโลก และด็อกเตอร์เมฆคลินิก (Doctor Mek Clinic) เป็นคลินิกความงามแรกของไทยได้รับรางวัลเกียรติยศระดับโลก “Patient Excellence Center” ซึ่งรับรองโดย CynoSure

เพื่อการบริการคนไข้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด และตอบโจทย์การดูแลผิวพรรณของคนไข้ได้ดีที่สุด ด็อกเตอร์เมฆคลินิก (Doctor Mek Clinic) มีครื่องมือแพทย์เลเซอร์ด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง ภายใต้แบรนด์ CynoSure มากถึง 3 เครื่อง ได้แก่ PicoSure, SculpSure และ Potenza ที่เป็นเครื่องแรกในประเทศไทยอีกด้วย

คุณหมอเมฆ นายแพทย์วัชพล ธนมิตรามณี อาจารย์แพทย์ผิวหนังมากประสบการณ์ด้านโปรแกรมฟิลเลอร์และร้อยไหม  ผู้เป็นเจ้าของรางวัลยืนยันประสบการณ์มากมายในเส้นทางนี้มาตลอดกว่า 10 ปี อาทิเช่น Certified Allergan Aesthetics Valued Customer 2020, Restylane Trainer อาจารย์แพทย์ด้านโปรแกรมฟิลเลอร์ Restylane สวีเดน ของบริษัท Galderma มีงานสอนแพทย์ทั่วประเทศไทย, Medyceles Trainer อาจารย์แพทย์ด้านโปรแกรมฟิลเลอร์ Neuramis ในเครือเดียวกับ Neuronox, Mint Lift Certified Trainer อาจารย์แพทย์ผู้สอนเทคนิคไหมมิ้นท์ ไหมผ่านอย. ยกกระชับของไทยโดยเฉพาะ, Allergan Talent แพทย์ผู้มีพรสวรรค์เรื่องโปรแกรมฟิลเลอร์ Juvederm และโปรแกรมโบท็อกซ์ Allergan อเมริกา และยังเป็นอาจารย์แพทย์โปรแกรมฟิลเลอร์ Yvoire อีกด้วย เผยว่า 

“นี่คือบทพิสูจน์แล้วว่า ด็อกเตอร์เมฆคลินิก (Doctor Mek Clinic) คือผู้สร้างมาตรฐานการดูแลความงามแถวหน้าของไทยที่ได้รับการยอมรับทั้งจากไทยและต่างประเทศในระดับสากล ผมต้องขอขอบคุณลูกค้าทุกท่านที่ให้ความไว้วางใจในตัวผมและทีมแพทย์ผู้มากประสบการณ์จากด็อกเตอร์เมฆคลินิก (Doctor Mek Clinic) โดยเฉพาะเรื่องของโปรแกรมฟิลเลอร์ ผมย้ำเสมอว่า เพราะเรามีใบหน้าเดียว ฟิลเลอร์ไม่ใช่จะฉีดกับใครก็ได้ เทคนิคของคุณหมอและประสบการณ์คือเรื่องสำคัญ เพราะฟิลเลอร์คืองานฝีมือแพทย์ จำนวนของการตอบรับของลูกค้าทำให้เราได้รับฉายาชัดเจนว่า “Home of Filler” และแน่นอนว่าเราไม่ได้รับการยอมรับจากลูกค้าแค่เรื่องฟิลเลอร์ แต่ในด้านของการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีความงามทุกด้านเข้ามาเพื่อดูแลลูกค้า เราถือเป็นที่หนึ่งในเรื่องของการคัดสรรและนำเสนอสิ่งที่ดีที่สุดครับ ทุกนวัตกรรมเครื่องมือทางการแพทย์ที่เราเลือกเป็นเครื่องเลเซอร์ที่ได้รับมาตรฐานระดับสากล และได้รับการยอมรับจากลูกค้าเรื่องของการเห็นผลที่ชัดเจนขึ้น เช่น PicoSure คือเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านความงามที่ถือเป็น King of Laser ที่ทาง Doctor Mek Clinic ได้เลือกมาเพื่อดูแลความงามเพื่อการช่วยลดฝ้า กระ จุดด่างดำต่าง ๆ สามารถลบรอยสักโดยที่ผิวไม่เป็นรอยแผลเป็นจากการเลเซอร์, SculpSure เป็นนวัตกรรมที่ช่วยในเรื่องของการกระชับและสลายไขมันได้ทุกสัดส่วนในร่างกาย และ Potenza The world first 4 modes RF microneedling ที่รวบรวมทั้ง Monopolar และ Bipolar RF ความถี่ 1&2 MHz ไว้ภายในเครื่องเดียว ซึ่งช่วยเรื่องยกกระชับปรับรูปหน้า และสามารถเพิ่มตัวยาสูตรพิเศษของทางคลินิก เพื่อเสริมประสิทธิภาพการดูแลผิวได้ในครั้งเดียว อย่างไรก็ตามสามารถปรึกษาเรื่องความงามกับผมและทีมแพทย์ผู้มาประสบการณ์ได้เสมอครับ ผมขอขอบคุณมาก ๆ อีกครั้งครับ”

ปรึกษาปัญหารูปหน้า

Facebook Fanpage: https://www.facebook.com/doctormekclinic

Line OA: https://cnx.bz/hbLNsC หรือ @doctormekclinic

แอล แฟนนิง เผยเมคอัพทริค

“แอล แฟนนิง” เผยทริคแต่งหน้าให้สวยเป๊ะ ไม่ต้องกลัวเมคอัพไหลเยิ้มในช่วงหน้าฝน

ครั้งก่อนน้องแอลคนสวย “แอล แฟนนิง (ELLE FANNING)” มาแชร์ทิปส์เลือกน้ำหอมและวิธีให้กลิ่นอยู่นาน ส่วนรอบนี้ก็มาแนะเมคอัพทริคที่เป็นประโยชน์กับอากาศบ้านเราในช่วงหน้าฝนพอดี

แอล แฟนนิง” เผยทริคแต่งหน้าให้สวยเป๊ะ ไม่ต้องกลัวเมคอัพไหลเยิ้มในช่วงหน้าฝน

แอล แฟนนิง เผยเมคอัพทริค 3

โดยน้องแอลคนสวยบอกว่า “เวลาพูดถึงบิวตี้ทิปส์สำหรับหน้าฝน หลายคนนึกถึงแค่การใช้โปรดักต์สูตรกันน้ำ แต่ฉันว่าเราต้องแต่งหน้าให้น้อยลงมากกว่าค่ะ หากใครชอบแต่งหน้าแน่นด้วยเครื่องสำอางแบบ Waterproof ต้องเผื่อใจไว้เลยว่าจะต้องให้เวลากับการลบเครื่องสำอางงก่อนเข้านอนอย่างประณีตมากๆ ค่อยๆลบอย่างเบามือด้วยรีมูฟเวอร์ที่มีความอ่อนโยน

แอล แฟนนิง เผยเมคอัพทริค 1

“อยากให้เลือกใช้เครื่องสำอางกันน้ำชิ้นที่ลบไม่ยากเกินไปจะดีต่อผิวมากกว่า เพราะบางตัวล้างออกได้ด้วยรีมูฟเวอร์สูตรแอลกอฮอล์เท่านั้น ซึ่งไม่ดีกับผิวเลย

“และฉันคิดว่าควรปรับเรื่องเทรนด์ลงรองพื้นแบบบางเบา แล้วเน้นสีสันบนเรียวปากให้เป็นจุดเด่นแทนดวงตา เพราะเมคอัพบนดวงตาเวลาไหลเลอะแล้วมักดูไม่จืด แก้ไขยากกว่ามากค่ะ”

แอล แฟนนิง เผยเมคอัพทริค 2

ข้อมูล : นิตยสารแพรว ฉบับ 984
ภาพ : ellefanning

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ