ลดน้ำหนัก ขณะนอนหลับ

8 วิธี “ลดน้ำหนัก” ขณะนอนหลับ ที่ผู้เชี่ยวชาญการันตีว่าได้ผลจริง ไม่เสียสุขภาพ

รู้ไหมว่าแค่เพียงการนอนหลับธรรมดาก็ช่วยลดน้ำหนักได้ นายแพทย์ ไมเคิล สเปอร์ตัส ยืนยันว่า 8 วิธี “ลดน้ำหนัก” ขณะนอนหลับชั่วข้ามคืน สามารถทำได้จริง หลายคนอาจสงสัยว่าวิธีแบบไหนกัน แค่นอนหลับอย่างเดียวจะง่ายไปหรือเปล่า หรือให้อดอาหาร? ตอบเลยว่าไม่ใช่ค่ะ ซึ่งวิธีที่จะแนะนำต่อไปนี้ บอกเลยว่าใครๆ ก็ทำได้ ไม่เสียสุขภาพ มีแต่จะช่วยให้ร่างกายแข็งแรง แจ่มใส ความคิดปลอดโปร่ง และน้ำหนักลดลง หรือคงที่ไม่พุ่งจนพุงปลิ้น ลองดูตามนี้ค่ะ

8 วิธี “ลดน้ำหนัก” ขณะนอนหลับ ที่ผู้เชี่ยวชาญการันตีว่าได้ผลจริง

ลดน้ำหนัก ขณะนอนหลับ 2

1. นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ

พบว่ามีวิจัยที่นำเสนอในงาน European Congress of Endocrinology ในปี พ.ศ. 2560 ชี้ให้เห็นว่าการอดหลับอดนอน ทำให้ร่างกายผลิตฮอร์โมนความอิ่มน้อยลง เช่น GLP-1 และผลิตฮอร์โมนเกรลินที่ทำให้ความหิวมากขึ้น เช่นเดียวกับคนที่ทำงานกะกลางคืน หมายความว่าเมื่อคุณเหนื่อย คุณมีแนวโน้มที่จะรู้สึกหิวมากขึ้น ซึ่งนำไปสู่การบริโภคอาหารมากเกินกว่าที่ร่างกายต้องการจริงๆ หรือเกินความจำเป็น ฉะนั้น เมื่อถึงเวลานอน คุณควรนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ

ลดน้ำหนัก ขณะนอนหลับ 4

2. ปรับอุณหภูมิห้องให้เย็นขึ้น

การนอนหลับในห้องที่มีอุณหภูมิเย็น จะช่วยให้คุณเผาผลาญพลังงาน จากผลการศึกษาที่ตีพิมพ์ในวารสาร Diabetes พบว่า คนที่นอนหลับในห้องที่อุณหภูมิต่ำกว่า 18-19 องศาเซลเซียส ประมาณ 1 เดือน จะเพิ่มอัตราการเผาผลาญพลังงานในร่างกายมากขึ้นถึง 42% และยังเผาผลาญไขมันได้มากขึ้นถึง 10% นอกจากนี้ยังลดความเสี่ยงในการเป็นโรคเบาหวานได้อีกด้วย

ลดน้ำหนัก ขณะนอนหลับ 8

3. งดดื่มแอลกอฮอล์ก่อนนอน

ระหว่างนอนหลับช่วงเวลากลางคืนเป็นช่วงที่ร่างกายของคุณเผาผลาญแคลอรีมากที่สุด แต่ถ้าคุณดื่มมากเกินไป แอลกอฮอล์ที่ทำให้เรานอนหลับไม่สนิท ทำให้ร่างกายเผาผลาญพลังงานในช่วงเวลาหลับลึก REM ได้น้อยลง โดยเฉพาะแอลกอฮอล์ที่ผสมน้ำตาลอย่างค็อกเทล ที่เข้าไปการเผาผลาญไขมันในร่างกายขณะหลับ โดยเข้าไปชะลอการทำงานของตับที่จริงๆ แล้วต้องเข้าไปขจัดแอลกอฮอล์ออกจากร่างกาย และหยุดการทำงานของร่างกายที่ต้องเปลี่ยนเซลล์ไขมันเป็นคีโตน ขัดขวางกระบวนการเผาผลาญไขมันในที่สุด ดังนั้น หากต้องการดื่มแอลกอฮอล์ ควรดื่มแค่ตอนหลังมื้อเย็นเท่านั้น และควรหยุดดื่มแอลกอฮอล์ ประมาณ 2-3 ก่อนเข้านอน

ลดน้ำหนัก ขณะนอนหลับ 6

4. กินมื้อเย็นให้น้อยลงแค่พออิ่ม

คุณควรกินอาหารมื้อเย็นให้น้อยลง เพราะหากกินอาหารมากเกินไป ร่างกายจะพยายามเผาผลาญพลังงานส่วนเกินไปมากกว่าการกำจัดสารพิษหรือเพิ่มพลังให้กับร่างกาย และจะยิ่งแย่เข้าไปกันใหญ่หากอาหารที่กินเข้าไปมากเกินไปนั้นคือ คาร์โบไฮเดรต เพราะหากร่างกายได้พลังงานจากคาร์โบไฮเดรตมากเกินไป และไม่ได้ใช้ มันก็จะกลับไปสะสมอยู่ในร่างกาย ทำให้อ้วนขึ้น แถมยังรบกวนเวลานอนอีกด้วย

ลดน้ำหนัก ขณะนอนหลับ 1

5. ไม่ใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ก่อนเข้านอน

งดส่องโซเชี่ยลก่อนเข้านอน พวกอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ อาทิเช่น สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต คอมพิวเตอร์ รวมถึงโทรทัศน์ ควรงดใช้ก่อนเข้านอน เพราะแสงสีฟ้าจากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เหล่านี้เข้าไปชะลอร่างกายในการผลิตฮอร์โมนเมลาโทนินที่ช่วยให้หลับง่าย อีกทั้ง ยังทำให้เกิดความรู้สึกหิว และเพิ่มภาวะดื้ออินซูลินอีกด้วย ซึ่งเป็นสาเหตุของน้ำหนักที่เพิ่มขึ้น และความเสี่ยงโรคเบาหวานที่มากขึ้นด้วย

ลดน้ำหนัก ขณะนอนหลับ 5

6. นอนในห้องที่มืดสนิท

นอกจากการปิดเสียงหรือปิดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ แล้ว การนอนในห้องที่มีแสงสว่าง หรือแม้แต่แสงสลัวจากโคมไฟ เป็นการรบกวนร่างกายในการผลิตเมลาโทนิน (เมลาโทนินมีความสำคัญในการควบคุมการเผาผลาญในร่างกาย) และทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นได้ ดังนั้น ทางที่ดีควรใช้ม่านทึบแสงหรือม่านบังตาสำหรับห้องนอน เพื่อไม่ให้มีแสงเข้ามารบกวนการนอนหลับ

ลดน้ำหนัก ขณะนอนหลับ 7

7. หมั่นออกกำลังกายเป็นประจำ

การออกกำลังกายทุกเช้าเป็นประจำจะช่วยให้นอนหลับสนิทขึ้น และเมื่อพักผ่อนเพียงพอ คุณก็จะมีสุขภาพดี เผาผลาญพลังงานขณะนอนได้มากขึ้นตามไปด้วย National Sleep Foundation ระบุว่า คนที่ออกกำลังกายเป็นประจำทุกเช้า จะนอนหลับสบายได้ดียิ่งขึ้นในเวลากลางคืนประมาณ 83% ทีเดียว แต่หากไม่มีเวลาตอนเช้า แนะนำออกกำลังกายเป็นตอนบ่าย หรือเย็นก็ได้ แต่ควรเว้นการออกกำลังกายก่อนเข้านอน 4 ชั่วโมง

ลดน้ำหนัก ขณะนอนหลับ 3

8. เพิ่มระดับการเผาผลาญไขมันด้วยวิธี IF (Intermittent Fasting)

หลายคนนิยมทำ IF หรือ intermittent fasting คือ การกินแบบจำกัดเวลามากกว่ากินแบบอดวันอิ่มวัน อาจเริ่มจาก 12 ชม. เช่น มื้อเช้าเริ่มหลัง 6 โมงเช้า มื้อเย็นจบก่อน 6 โมงเย็น ไม่กินอะไรหลังจากนั้นจนเข้านอน แล้วค่อยๆ เพิ่มการจำกัดเวลาอดขึ้น จนกลายเป็นกินแค่ 2 มื้อเช้าเที่ยงแล้วงดมื้อเย็น เพื่อให้ร่างกายได้มีช่วง fasting ยาวๆ เพือให้ร่างกายได้รู้จักกับความหิวบ้างเป็นบางครั้ง ซึ่งส่งผลดีต่อร่างกายได้มากกว่าการปล่อยให้ร่างกายกินอิ่มอยู่ตลอดเวลา การอดอาหารเป็นระยะช่วยให้เราสามารถเริ่มซ่อมแซมเซลล์ในร่างกาย และทำให้ร่างกายเข้าไปเผาผลาญไขมันได้ง่ายขึ้น


ข้อมูล : thehealthy.com
ภาพ : Pexels

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ชมพู่ อิน ปารีส วันแรก เสิร์ฟ 2 ลุคสุดเริ่ด เท่ หรู ไฮคลาส จาก BVLGARI Serpenti

ชมพู่ อิน ปารีส วันแรก เสิร์ฟ 2 ลุคสุดเริ่ด เท่ หรู ไฮคลาส
ยกเซ็ตจิวเวลรี่ BVLGARI Serpenti มูลค่าเฉียด 25 ล้าน!

ชมพู่ อิน ปารีส วันแรก เสิร์ฟ 2 ลุคสุดเริ่ด เท่ หรู ไฮคลาส จาก BVLGARI Serpenti

ทำเอาตะลึงกับแฟชั่นฟรอนต์โรว์ในรอบ 3 ปี ที่ ชมพู่ อารยา เอ ฮาร์เก็ต ห่างหายจากแฟชั่นวีค กลับมาคราวนี้ แม่ชมจัดเต็มแฟชั่นเริ่ด วันแรกอินปารีสกับภารกิจ อัปเดตเทรนด์ส่งตรงจาก Paris Fashion Week 2023

โดยภารกิจแรกพานั่งฟรอนต์โรว์ดูโชว์ Giambattista Valli (ฌามบัตติสต้า วัลลี) แบรนด์แฟชั่นสัญชาติอิตาลีที่เลื่องชื่อด้านงานเย็บปัก ชมพู่ อารายา ปรากฏตัวในลุคไฮคลาสด้วยเซ็ตจิวเวลรี่ จาก BVLGARI คอลเลกชั่น High Jewelry Serpenti เครื่องประดับ ตัวแทนความรักลึกลับที่หรูหราที่สุดในโลก

ประกอบไปด้วย กำไลข้อมือ ต่างหู Serpenti ตัวเรือนไวท์โกลด์ฝังเพชรประดับมรกต เข้ากับชุดมินิเดรสโปโล ปักเลื่อมทั้งตัวโทนสี Silver จาก JW ANDERSON ของดีไซเนอร์หนุ่มมาแรงชาวไอริชเหนือ โจนาธาน แอนเดอร์สัน (Jonathan Anderson) แมตช์กับบู๊ตยาวปักคริสตัล จาก Saint Laurent กระเป๋าทรงบักเก็ตจาก Louis Vuitton แว่นกันแดดสีขาวจาก Loewe

ตามมาด้วยลุคเท่สไตล์ร็อคแอนด์โรลวินเทจ ไป ชมพรีเซนเทชั่นแบรนด์ ชมพรีเซนเทชั่นแบรนด์ Schiaparelli (สเคียปาเรลลี่) แบรนด์สัญชาติฝรั่งเศสอันเก่าแก่เกือบ 100 ปี

ประเดิมลุคนี้ด้วยเสื้อครอปปักคริสตัลลายดอกไม้ แมตซ์กับ กางเกงยีนส์ทรงโอเวอร์ไซส์ และ รองเท้า กระเป๋า จาก MIU MIU แบรนด์แฟชั่นสัญชาติอิตาเลียน เติมเต็มความหรูหราด้วย

เซ็ตจิวเวลรี่ BVLGARI คอลเลกชั่น High Jewelry Serpenti สร้อยคอ กำไล ต่างหู ตัวเรือนไวท์โกลด์ฝังเพชรประดับมรกตมูลค่าเฉียด 25 ล้าน…ประกาศให้โลกรู้ แม่กลับมาแล้ว!

cover Supreme Pharmatech

ซูมความสำเร็จสุดปังทุกมิติ “มิลินท์ เนลเลปเชนโก้ วินทรสิริ” CEO หญิงสุดสตรองแห่ง Supreme Pharmatech

Exclusive Talk ครั้งนี้ แพรว ขอพาไปสัมผัสและประทับใจกับความเก่งของ “คุณมิลินท์ เนลเลปเชนโก้ วินทรสิริ” CEO หญิงสุดสตรองแห่ง บริษัท สุพรีม ฟาร์มาเทค จำกัด โรงงานผลิตอาหารเสริม OEM อันดับต้นๆ ของไทยที่ส่งออกไปขายทั่วโลกรวมถึงสตอรี่ชีวิตในบทบาทต่างๆ ที่เมื่อได้ทำความรู้จักกับเธอมากขึ้นก็ยิ่งจับใจกับพลังและความมุ่งมั่นในทุกมิติของเธอ โดยเฉพาะความสำเร็จในบทบาทนักธุรกิจหญิงแกร่งที่นับวันจะยิ่งปังไกล

สูตรสู่ความสำเร็จ

“ตอนนี้อาหารเสริมของเราส่งออกไปกว่า 30 ประเทศ โดยชูเรื่องนวัตกรรมนาโนไลโปโซม ตัวช่วยเพิ่มการดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย อย่างเวลารับประทานสารสกัดสมุนไพรทั่วไป ร่างกายดูดซึมได้น้อยมาก ประมาณ 1 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ทำให้เราต้องกินเยอะ นวัตกรรมนาโนไลโปโซม ทำให้ลดจำนวนการกินลง แต่สามารถดูดซึมได้สูงมาก

“เราเริ่มต้นทำตลาดต่างประเทศ อย่างยุโรปและสหรัฐอเมริกาก่อน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในด้านคุณภาพของโรงงาน ข้อดีคือเราไม่ต้องเขียนสรรพคุณอะไรมากมาย เพียงลิสต์รายชื่อสารต่างๆ ที่เป็นส่วนผสมไว้ข้างกล่อง เขาก็จะค้นหาข้อมูลกันเอง ประกอบกับเขาได้เห็นนวัตกรรมนาโนไลโปโซมที่เราใช้ ซึ่งมีโรงงานไม่กี่แห่งในโลกที่สามารถผลิตได้ เนื่องจากต้องใช้เทคโนโลยีขั้นสูง ทำให้การลงทุนสูงมาก และที่ยากที่สุดคือการหาทีมผลิตที่มีความเชี่ยวชาญ

“ทั้งหมดนี้ต้องยกเครดิตให้คุณยูริ เนลเลปเชนโก้ สามี เขาเป็นชาวรัสเซียที่เชี่ยวชาญด้านพฤกษเคมี รู้จักสมุนไพรมากมาย โดยเฉพาะสมุนไพรจีน และภายในปีนี้เรากำลังจะเปิดตลาดในไทย ซึ่งเทรนด์เรื่องสุขภาพกำลังมา หลังจากสถานการณ์โควิด-19 ผู้คนให้ความสนใจเกี่ยวกับภูมิคุ้มกันที่ทำให้ร่างกายแข็งแรงพร้อมสู้กับโรคต่างๆ ได้ ขณะที่สมัยก่อนคนไทยเน้นเรื่องความขาว การลดน้ำหนัก ทำให้เกิดการโฆษณาเกินจริงประเภทใช้เพียงไม่กี่สัปดาห์เห็นผล ซึ่งในความเป็นจริงแล้วไม่มีทางเป็นไปได้ ฉะนั้นบริษัทเราจึงมีปรัชญาในการทำงานอย่างชัดเจนว่า เราทำผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพที่ดี

“ยิ่งช่วงสถานการณ์โควิด-19 ระบาด ทุกคนได้รับผลกระทบ เช่นเดียวกับบริษัทของเรา แต่เราเชื่อมั่นว่า เมื่อคลื่นใหญ่ผ่านไปแล้ว คลื่นลูกใหม่จะนำพาสิ่งดีๆและความเจริญรุ่งเรืองกลับมาอีกครั้ง แล้วก็เป็นจริงดังนั้น เพราะวันนี้การส่งออกของบริษัทกลับมาคึกคักเหมือนเดิม ทำให้เราลงทุนเพิ่มด้วยการสร้างโรงงานแห่งใหม่สำหรับผลิตนาโนไลโปโซมโดยเฉพาะ

“ส่วนบริษัท สุพรีมอินเตอร์-มีเดีย จำกัด ซึ่งเป็นธุรกิจเกี่ยวกับโปรดักชั่นส์ ที่มีมาตรฐานระดับฮอลลีวู้ด ก็เป็นวิสัยทัศน์ของคุณยูริเช่นกันค่ะ เขามองว่าโลกกำลังก้าวสู่ AI และVirtual มากขึ้น ด้วยสถานการณ์โควิดทำให้คนไม่ต้องเดินทาง ประหยัดค่าใช้จ่ายด้วยการใช้ไฮเทคโนโลยีเข้ามาประกอบในธุรกิจภาพยนตร์ แม้จะซบเซาไปบ้างในช่วงโควิด แต่ตอนนี้มีทีมผู้สร้างภาพยนตร์ฮอลลีวู้ดติดต่อมาเช่าสตูดิโอตั้งแต่ปลายปี จนถึงต้นปีหน้าแล้ว”

มิติของความเป็น “แม่”

ครั้งนี้คุณมิลินท์ไม่ได้มาคนเดียว แต่พาสมาชิกคนสำคัญมาเปิดตัวด้วยน้องมิเลน่า และน้องไมเคิล เนลเลปเชนโก้ ลูกสาวลูกชายฝาแฝดวัยกำลังซน เธอเล่าย้อนถึงกว่าจะมีทายาททั้งสองว่า

“หลังจากแต่งงาน มิลินท์กับคุณยูริวางแผนที่จะมีลูกเลยค่ะ จึงตัดสินใจไปปรึกษาที่โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ โดยรีเควสคุณหมอผู้เชี่ยวชาญด้าน IVF ซึ่งเป็นท่านเดียวกันกับที่ดูแลคุณชมพู่-อารยา คุณหมอแนะนำให้ลองแบบธรรมชาติก่อนแต่ไม่สำเร็จ จึงกลับไปบอกหมอว่าอยากทำกิฟท์เพราะอายุเริ่มเยอะแล้ว ตอนนั้นประมาณ 37-38 ปีปรากฏว่าทำครั้งแรกไปได้แค่ 7 วัน ชุดตรวจการตั้งครรภ์ก็ขึ้นสอง

ขีดจางๆ ด้วยเซนส์ของความเป็นแม่ มิลินท์รู้เลยว่าใช่แล้ว แต่หมอเตือนว่าอย่าเพิ่งวางใจ ให้รออีก 14 วัน สุดท้ายก็ได้ลูกสมใจ (ยิ้ม) หลังจากตั้งท้อง 3-4 เดือนพยายามหาข้อมูลว่าจะทำอย่างไรให้ลูกในท้องแข็งแรงและคลอดง่าย จึงเริ่มกลับมาเล่นกีฬาเบาๆ อย่างว่ายน้ำและปั่นจักรยานอยู่กับที่ภายใต้การดูแลของโค้ชมืออาชีพ

“ตอนนี้เด็กๆ อายุ 3 ขวบครึ่งแล้ว กำลังเรียนชั้นอนุบาลหนึ่งที่โรงเรียนบางกอกพัฒนา หลายคนถามว่าเลี้ยงลูกฝาแฝดยากไหม มิลินท์ตอบได้ทันทีว่า ไม่ยากค่ะ เพราะมีพี่เลี้ยงช่วย 3 คน แต่ความยากอยู่ตรงที่เขามีนิสัยแตกต่างกันชัดเจน อย่างมิเลน่าดูเหมือนเป็นเด็กเฟรนด์ลี่ แต่ที่จริงค่อนข้างปิดตัวเหมือนแม่ คือเข้าถึงยากนิดหนึ่ง ส่วนไมเคิลสนุกสนาน เฟรนด์ลี่มาก ไปโรงเรียนแล้วไม่ค่อยอยากกลับ อยากอยู่เล่นกับเพื่อนๆ ต่อ

“มิลินท์ต้องให้เวลากับลูกฝาแฝดแต่ละคนเป็นพิเศษ ด้วยการแยกกันดูแลเพราะก่อนหน้านี้มีช่วงหนึ่งที่ไมเคิลคิดว่า คุณแม่เป็นของมิเลน่าคนเดียว มิลินท์ปรึกษากับนักจิตวิทยาเด็ก ซึ่งแนะนำว่า เราต้องมีเวลาให้เขา โดยในหนึ่งวัน มิลินท์จะต้องมีช่วงเวลาที่อยู่กับไมเคิล โดยไม่มีมิเลน่าเข้ามาแทรก ประมาณครึ่งชั่วโมง ซึ่งก็ได้ผลดีในระดับหนึ่ง นอกจากนี้ยังให้นักจิตวิทยาจากมหาวิทยาลัยมหิดลมาสอนดนตรีบำบัดให้กับลูกทั้งสองคน สัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง ซึ่งเขาดีขึ้นมากอย่างเห็นได้ชัดจากตอนแรกที่ลูกจะไม่ค่อยพูด ถึงพูดก็เสียงเบามาก ตอนนี้พูดไม่หยุดเลยทั้งสองคน (หัวเราะ)

“คือเราต้องการที่จะดึงตัวตนของเขาออกมา ให้เขารู้สึกมั่นใจ และช่วยเสริมศักยภาพ อย่างไมเคิลมีความสนใจเกี่ยวกับจักรกล ชอบวาดรูป ส่วนมิเลน่าชอบเต้นและร้องเพลง มิลินท์ก็จะส่งเสริมให้ลูกๆ ได้เรียนในสิ่งที่เขาสนใจ

“สำหรับมิลินท์ ลูกๆ ทำให้เราได้เรียนรู้และเปลี่ยนแปลงตัวเองไปในทางดีอย่างเมื่อก่อนใจร้อน แต่พอมีลูกแล้วใจเย็นลงมาก มิลินท์ไม่เคยตะคอกลูกเลยแม้แต่ครั้งเดียว ทุกครั้งที่มีปัญหาจะใช้เหตุผลคุยกับเขา แล้วพยายามปลูกฝังวินัยที่ดีตั้งแต่วันนี้ เช่น ไม่ทิ้งขยะลงพื้น ใช้ห้องน้ำแล้วต้องเช็ดให้เรียบร้อย โดยไม่ทำให้เขารู้สึกว่าโดนบังคับ ไม่อย่างนั้นเขาอาจแอนตี้ สิ่งที่ทำทั้งหมดนี้เพื่อปั้นลูกให้เป็นคนดีมีคุณภาพของสังคมในอนาคต”

บาลานซ์ชีวิตด้วยการออกกำลังกาย

เชื่อว่าหลายคนที่พบกับคุณมิลินท์ จะสัมผัสได้ทันทีว่าเธอเป็นสาวเฮลตี้ที่ดูแลตัวเองอย่างมีวินัย โดยเฉพาะการออกกำลังกาย ยืนยันได้จากรูปร่างที่สมส่วนถึงขั้นมีซิกแพคสวยงาม “มิลินท์เข้านอนเร็ว ประมาณ 3 ทุ่ม แล้วตื่นเช้าประมาณ ตี 5 เพื่อออกกำลังกายด้วยการวิ่งบนลู่ โดยมีเป้าหมายว่าต้องวิ่งให้ได้ระยะทาง 4 กิโลเมตรต่อวันแล้วค่อยไปทำงาน โชคดีว่าบ้านอยู่ที่เดียวกับโรงงาน จึงไม่เสียเวลาไปกับการเดินทาง พอวันเสาร์อาทิตย์ค่อยออกไปปั่นจักรยานที่สนามเจริญสุขมงคลจิต ครั้งละประมาณ 2 รอบ มิลินท์เริ่มเข้าสู่วงการนักปั่นได้ปีกว่า แต่สามารถปั่นจักรยานไปกับนักกีฬาทีมชาติได้สบาย

“สำหรับกีฬาที่กำลังอินมากตอนนี้คือ HandStand หรือ Hand Balance เป็นประเภทหนึ่งของกีฬายิมนาสติก ที่ต้องใช้พลังและร่างกายที่แข็งแรง จุดเริ่มต้นคือหลังจากมีลูกก็เกิดความคิดว่า ฉันตายไม่ได้ฉันต้องแข็งแรง เพื่อจะได้อยู่กับลูกนานๆ จึงอยากออกกำลังกาย ตอนนั้นก็เล่นฟิตเนสนะคะ แต่อยากลองเล่นกีฬาอื่นๆ บ้าง ระหว่างเปิดไอจีก็เห็นชาวต่างชาติเล่น Hand Stand ตามริมหน้าผา แล้วรู้สึกว่าเป็นการโชว์ Performance ที่ดีมากๆ พอเริ่มเล่นแล้วเกิดติดใจ ถึงขั้นจ้างโค้ชสอนออนไลน์ทุกวัน จนโค้ชต้องเบรกว่าเล่นเยอะไปแล้ว ให้พักเสาร์อาทิตย์บ้าง ตอนนี้ฝึกมา 2 ปีคาดว่าอีก 2 ปีข้างหน้าน่าจะได้เทิร์นโปร แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไปเป็นโค้ชสอนใครนะคะ แต่มิลินท์อยากเปิดช่องออนไลน์ของตัวเองเกี่ยวกับการเล่น Hand Stand แล้วออกเดินทางไปประเทศต่างๆ เพื่อพบปะกับ Hand Balancer จากทั่วโลก อันนี้คือจุดมุ่งหมายสูงสุดในทางด้านนี้ของมิลินท์ค่ะ (ยิ้ม)

“ความจริงจังของเราเคยทำให้สามีโกรธอยู่หลายวันว่า ทำไมต้องออกกำลังกายเยอะขนาดนี้ ที่สุดเขาก็เข้าใจว่าเราเป็นแบบนี้คือทำงานทุกวัน และตื่นเช้าก่อนใคร เพื่อออกกำลังกาย ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้คือร่างกายเฟิร์มขึ้น ป่วยน้อยมาก ที่ภูมิใจมากๆ คือผลตรวจสุขภาพปีละ 2 ครั้ง ออกมาว่าร่างกายของมิลินท์เท่ากับคนอายุ 20 กว่าๆ (ยิ้ม)

“นอกจากนี้ผลพลอยได้ของการเล่นกีฬาคือเวลามิลินท์เล่น Hand Stand แล้วลูกๆ เห็น เขาก็จะสังเกตว่า ทำไมแม่เรียนทางออนไลน์ ตั้งแต่ 7.00-8.30น. ทุกวันไม่เคยพลาด ทำให้เขาได้ซึมซับถึงความมีวินัย เรียกว่าเป็นการทำให้ลูกดูเป็นตัวอย่างเมื่อเขาโตขึ้น จะได้มีวินัยในการทำอะไรให้สำเร็จสมความตั้งใจ”

พีท-กันตพร

แก้มบุ๋ม ฟาด! ชาวเน็ต เผยบ้านแฟนหนุ่ม พีท-กันตพร จ่ายภาษีปีละ 1,500 ล้านบาท

มารุ่งกับทางโซเชียลจริงๆ สำหรับนักแสดงสาว แก้มบุ๋ม-ปรียาดา สิทธาไชย โดยก่อนหน้านี้เธอได้ไลฟ์ขายสินค้าออนไลน์แบบไปได้ดีสุดๆ ล่าสุดดาราสาวได้เปิดช่อง YouTube ที่มีชื่อว่า kambum แม้จะเพิ่งเปิดมาได้ไม่นานเท่าไหร่แต่ก็มีจำนวนผู้ติดตาม 87,000 คนแล้ว

สำหรับช่อง kambum นำเสนอคอนเท้นต์เกี่ยวกับโฮมทัวร์ โดยคลิปที่มีชมมากที่สุดก็คือ EP.3 บุกบ้านแฟน พีท-กันตพร หาญพานิชย์ ทายาทรุ่น 2 ของ บริษัท บางกอก เชน ฮอสปิทอล จำกัด มหาชน เพื่อชมรถสุดหวงซึ่งราคารวมแล้วกว่า 50 ล้านบาท

โดยหลังจากคลิปได้ถูกปล่อยออกมาก็ผู้คนได้เข้ามาแสดงความเห็นอย่างมากมาย ไม่ว่าจะเป็น เคมีของทั้งคู่เข้ากันดี,ทั้งสองคนน่ารักมาก,ดูไปยิ้มไป,รถเท่ ฯลฯ แต่ที่มีเป็นท็อปคอมเม้นต์ก็คือการแสดงความคิดเห็นที่ว่า “สรรพากรเข้าแล้วจะร้อง” ไม่เพียงแต่แฟนคลับที่เข้าไปคอมเม้นต์เท่านั้น แต่สาวแก้มบุ๋มเองก็เข้าไปคอมเม้นต์ด้วย

“ไม่ร้องน้าาาา เพราะเค้าจ่ายครบถูกต้องบริษัทเค้าเป็นมหาชนไม่น่าจะต้องกลัวอะไรนะคะ เสียภาษีไม่ใช่แค่หลักล้านแต่เป็นสิบล้านค่าาาาาาาา…อิอิ ขอบคุณที่ห่วงพี่พีทนะคะ”

“ไม่ๆขอแก้ใหม่ไปถามพี่พีทมาภาษีปีที่แล้วบ้านพี่พีทจ่ายไป1,500ล้าน ปีนี้จ่ายไปแล้วครึ่งปี830ล้าน อันนี้คือภาษีค๊าฟฟฟที่จ่ายไป…แหะๆ อิอิ หุหุ”

อย่างไรก็ตามพีท-กันตพร หาญพานิชย์ ได้เข้ามาแสดงความคิดเห็นในเวลาต่อมากับคอมเม้นต์นี้ว่า “ขอบคุณที่เป็นห่วงครับ”

พีท-กันตพร
พีท-กันตพร

‘มีเซ้นส์สัมผัสได้ถึงความพิเศษที่เพื่อนผู้หญิงปฏิบัติต่อคุณ มีดวงว่าจะไม่ปฏิเสธด้วยล่ะ ! ‘ ดวงรายวัน 1 ตุลาคม 2565

‘มีเซ้นส์สัมผัสได้ถึงความพิเศษที่เพื่อนผู้หญิงปฏิบัติต่อคุณ มีดวงว่าจะไม่ปฏิเสธด้วยล่ะ ! ‘

ดวงรายวัน 1 ตุลาคม 2565

ผู้ที่เกิดวันอาทิตย์

การงาน  :   หากคุณยังยึดติดในอีโก้ โดยไม่รับฟังความคิดเห็นของคนอื่น วันนี้มีโอกาสที่คุณจะตกอยู่ในภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก เพราะต้องทำงานงอกจากที่ตกลงกันไว้ หรือตกเป็นแพะรับบาปต้องรับผิดในสิ่งที่ไม่ได้กระทำจนถึงถูกลดบทบาทความสำคัญ หรือเพื่อนร่วมงานชิงลาออกไปโดยไม่บอกกล่าวกันล่วงหน้า ซึ่งจะส่งผลให้เกิดปัญหาความแย้ง ทางที่ดีคุณควรเปิดใจรับฟังความคิดเห็นของคนอื่นด้วย

การเงิน  :   จริงๆ แล้วคุณไม่ต้องทำงานหนักก็มีเงินเข้ามาให้ใช้อยู่ตลอดๆ แต่วันนี้มีความเสี่ยงที่คุณจะเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเงินร้อน หรือต้องเสียเงินให้คนใกล้ชิดอย่างไม่คาดคิดมาก่อน

ความรัก  :   หากคุณกำลังกลุ้มใจกับสถานการณ์ชีวิตคู่ที่กำลังเกิดภาวะซ่อนเร้นไม่เปิดเผยขึ้น หรือแอบเป็นเสียเอง วันนี้ก็อาจต้องรับมือกับคู่คุณจากที่ตามใจคุณทุกอย่างจะกลายเป็นเมินเฉย แม้ว่าคุณจะอ้อนวอนขอร้องอย่างไรก็ตาม คนโสด  มีเสน่ห์กับเพศตรงข้ามมาก แต่ก็ควรใช้ความมีเสน่ห์ให้เกิดประสิทธิภาพมากที่สุด เพราะวันนี้คาดว่าคุณจะเลือกคนที่มีเจ้าของแล้ว

สุขภาพ  :  วันนี้น่าจะเป็นเรื่องอารมณ์ล้วนๆ จึงไม่ควรเครียด หรือวิตกกังวลกับเหตุการณ์ที่ยังมาไม่ถึง เพราะจะมีผลต่อระบบประสาทในลำดับถัดไป

ผู้ที่เกิดวันจันทร์

การงาน  :  วันนี้คาดว่าคุณจะมีผู้หญิงเข้ามาเกี่ยวข้องในชีวิต โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากทำงานหรือดำเนินธุรกิจที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ งานศิลปะ บันเทิง ดีไซเนอร์ ฯลฯ คุณมีความเป็นศิลปินอยู่เต็มตัว จึงทำงานทางด้านนี้ได้ดี และมีโอกาสที่จะร่วมหุ้นร่วมทุนกับเพื่อนสนิทผู้หญิง นอกจากจะเป็นงานที่กล่าวมาแล้ว ยังเป็นไปได้ว่าจะเกี่ยวข้องกับความสวยความงาม หรือน้ำ โดยมีโอกาสที่ผู้ใหญ่ผู้หญิงจะให้ความช่วยเหลือและสนับสนุนคุณอย่างดีด้วย

การเงิน  :   ดวงดีมีโชคลาภ นอกจากนั้นผู้ใหญ่ยังมีโอกาสสนับสนุนด้วย แต่ก็เป็นไปได้ว่าวันนี้คุณอาจประเดิมเงินเดือนด้วยการควงแขนเพื่อนไปชอปปิ้ง จนเงินที่ได้มาหมดนะคะ

ความรัก  :   เป็นไปได้ว่าวันนี้จะมีวาระพิเศษให้ครอบครัวคุณได้มาอยู่พร้อมหน้ากัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับญาติผู้หญิง  บรรยากาศก็จะเอ็นจอย บันเทิงกันดี คนโสด  วันนี้มีโอกาสที่คุณจะสัมผัสได้ถึงความพิเศษที่เพื่อนสนิทผู้หญิงปฏิบัติต่อคุณ ซึ่งคุณก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าก็ประทับใจเธออยู่ และก็จะลองคบดู  

สุขภาพ  :  หากวันนี้คุณเอ็นจอยกับการรับประทานอาหาร การดื่มสังสรรค์ ก็ต้องระวังอวัยวะในช่องท้องจะทำงานไม่เหมือนเดิม ยิ่งหากเคยผ่าตัดในช่องท้องหรือผ่าคลอด ยิ่งต้องระวังแผลมีโอกาสอักเสบ

ผู้ที่เกิดวันอังคาร

การงาน  :   ก็ยังอยู่ที่ระดับผู้บริหารระดับสูง CEO ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ หากคุณอยู่ในสายงานเพื่อสังคม เพื่อสาธารณประโยชน์  มูลนิธิ จิตอาสา นักสังคมสงเคราะห์ ฯลฯ ด้วยแล้ว วันนี้คุณก็ยังเต็มเปี่ยมด้วยพลังกายพลังใจที่จะนำพาองค์กรไปสู่ความสำเร็จ แต่ก็ต้องเตรียมใจ เตรียมแผนสำรองไว้หน่อยว่า เส้นทางนี้ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ แต่เต็มไปด้วยหนามแหลมคมเยอะมาก จนมีความเสี่ยงสูงมากที่คุณจะลุยไปต่อไม่ได้

การเงิน  :  หากงานหรือธุรกิจกำลังเผชิญกับวิกฤติทางการเงิน วันนี้คาดว่าการลงทุนต่างๆ จะสร้างรายได้ที่สูงให้กับคุณ แล้วเมื่อได้กลับมาแล้วก็ควรนำไปทำบุญ หรือบริจาคเพื่อสังคมบ้างนะคะ       

ความรัก :  หากสถานการณ์ในครอบครัวกำลังมาคุ ซึ่งคุณก็ซีเรียสและจริงจังไปเสียทุกเรื่อง วันนี้มีโอกาสคลี่คลาย กลับมาสู่ความสงบราบเรียบและราบรื่น คนโสด  หากคุณกำลังตกอยู่ในสถานการณ์ที่ถูกข่มขู่บังคับ ฝืนใจ วันนี้มีโอกาสที่จะได้หลุดพ้นจากสถานการณ์นี้ ได้พบคนที่ใช่ ซึ่งคุณก็ไม่ควรเรียกร้องความสนใจมากจนเกินไป

สุขภาพ  :   ควรให้ความสำคัญกับการขับถ่าย ไม่ควรกลั้นปัสสาวะ เพราะจะทำให้กรวยไตและกระเพาะปัสสาวะติดเชื้อ หากเชื้อมีความรุนแรงจะมีความเสี่ยงที่จะเข้าสู่กระแสเลือดได้เลย

ผู้ที่เกิดวันพุธ

การงาน  :  มีโอกาสที่คุณจะได้เดินทางไปประชุมสัมมนา อบรม จนถึงขยายสาขายังต่างจังหวัด หรือต่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณทำงานหรือดำเนินธุรกิจสายสารพัดช่าง นักวิทยาศาสตร์ วิจัยด้วยแล้ว วันนี้มีโอกาสที่จะได้สร้างนวัตกรรมใหม่ๆ  ที่เกี่ยวกับอุตสาหกรรมการเดินทางและการท่องเที่ยว ซึ่งคุณจะมีไอเดีย ความคิดสร้างสรรค์เป็นเลิศ จนมีความเสี่ยงที่จะเกิดปัญหากับการทำงานร่วมกับผู้อื่น ทางที่ดีคุณควรหาช่องทางรับงานเอง หรือไม่ก็ทำธุรกิจส่วนตัวไปเลย

การเงิน  :   หากคุณจะเดินทางไปเจรจาผลประโยชน์หรือธุรกิจ วันนี้คาดว่าจะหนักไปทางกล่องมากกว่าเงิน เพราะวันนี้คุณใจบุญใจดีมีเมตตา ชอบช่วยเหลือผู้อื่น จนตัวเองเดือดร้อนนะเนี่ย   

ความรัก  :   มีโอกาสที่คุณจะเดินทางไกลหรือโยกย้ายถิ่นฐานที่อยู่ หรือไม่ก็คู่ที่จากไปไกลจะเดินทางมาหา ถามว่าคุณรอเขาอยู่ไหม ก็รอนะ แต่ก็ไม่อยากเสียโอกาสในการออกไปพบปะกับสังคมที่มีอยู่ไป คนโสด  วันนี้มีโอกาสได้พบคนถูกใจระหว่างเดินทาง แต่กระนั้นก็ตามคุณก็ไม่อยากที่จะปิดตัวเอง ยังอยากที่จะพบปะผู้คนอยู่

สุขภาพ  :   ถึงวันหยุดปุ๊บ ออฟฟิศซินโดรมก็ถามหาเลย ยิ่งหากนั่งทำงานอยู่ในท่าเดิมนานๆ ด้วยแล้ว วันนี้มีโอกาสที่จะปวดเนื้อเมื่อยตัว ปวดหลังได้ง่ายๆ เลย ทางที่ดีควรลุกเปลี่ยนอิริยาบถบ่อยๆ  หรือไม่ก็หาหมอนวดมานวดคลายเส้นบ้าง

ผู้ที่เกิดวันพฤหัสบดี

การงาน  :   สำหรับผู้ที่ทำงานหรือดำเนินธุรกิจที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ งานศิลปะ บันเทิง ดีไซเนอร์ ฯลฯ วันนี้คุณมีความเป็นศิลปินอยู่เต็มตัวจึงควรทำงานด้านนี้ได้ดี แต่ทำไมจึงมีปัญหาและอุปสรรคเข้ามาอย่างหนักหน่วง จนถึงกับจะไปต่อไม่ไหวแล้ว ก็อย่าเพิ่งยอมแพ้ เพราะเป็นไปได้ว่าคุณจะมีผู้ช่วยเหลือ สนับสนุน จนมีโอกาสพลิกกลับมามีชื่อเสียงประสบความสำเร็จได้เลยนะ

การเงิน  :   หากคุณกำลังอยู่ในช่วงวิกฤติ ถูกหลอก ถูกโกง จนเงินสะดุด วันนี้เป็นไปได้ว่าดวงการเงินคุณจะดีขึ้น จะมีผู้ใหญ่ให้ความอุปถัมภ์ ก็เก็บเงินไว้บ้างนะคะ อย่าเพิ่งไปเลี้ยงฉลองสังสรรค์กับเพื่อนหมด

ความรัก :   หากบรรยากาศในครอบครัวคุณกำลังมาคุ วันนี้เป็นไปได้ว่าคุณจะทลายกำแพงความกดดัน ความเครียดต่างๆ  เพื่อผ่อนคลาย ไม่ว่าจะด้วยการทำงานหรือสังสรรค์ปาร์ตี้ คนโสด  เช่นกัน หากสถานการณ์ความรักของคุณกำลังอยู่ในช่วงตึงเครียด กดดัน จนถึงถูกหลอกลวง ข่มขู่ วันนี้ไม่ต้องกังวลมาก เพราะอีกเดี๋ยวคุณก็จะลั้ลลา หว่านเสน่ห์ของคุณได้ต่อไป  

สุขภาพ  :   วันนี้มีโอกาสที่คุณจะออกไปสังสรรค์ ปาร์ตี้ รับประทานของอร่อยๆ ก็ไม่ควรขับขี่ด้วยความประมาท เมาไม่ขับนะคะ

ผู้ที่เกิดวันศุกร์

การงาน  :   หากคุณเพิ่งออกจากงานหรือธุรกิจกำลังดำเนินมาถึงวาระสุดท้าย ก็อย่าเพิ่งท้อ เพราะวันนี้มีโอกาสที่คุณจะได้เริ่มต้นงานใหม่ หรือนำโครงการที่มีอยู่แล้วมาปัดฝุ่นใหม่ ซึ่งนับเป็นโอกาสดีของคุณที่จะได้ทีมงานระดับเทพ รวมถึงผู้รู้ผู้มีประสบการณ์มาเป็นที่ปรึกษาให้ด้วย

การเงิน  :  สำหรับคนที่กำลังเดือดร้อนถึงขั้นวิกฤติ วันนี้ก็ยังมีแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ เพราะคุณจะได้ร่วมงานกับทีมงานและผู้บังคับบัญชาที่ดี แต่ก่อนจะรับปาก หรือเซ็นเอกสารสัญญา ควรพิจารณาให้ดี เพราะมีโอกาสที่คุณจะเสียเปรียบได้

ความรัก :  หากชีวิตคู่ของคุณดำเนินมาถึงวาระสุดท้าย วันนี้เป็นไปได้ว่าผู้ใหญ่จะเข้ามาจัดสรรคู่ให้กับคุณ ซึ่งก็นับว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดี  คนโสด  เช่นกันค่ะ สำหรับคนที่เพิ่งอกหัก วันนี้เป็นไปได้ว่าผู้ใหญ่จะเข้ามามีอิทธิพลในการตัดสินใจของคุณ ไม่ว่าจะเรียนต่อ หรือจะมีแฟน

สุขภาพ  :  สำหรับใครที่เป็นภูมิแพ้พวกฝุ่นละออง และฝุ่นผงในบ้าน ยิ่งช่วงนี้อากาศชื้นๆ จึงมีความเสี่ยงที่อาการจะยิ่งแย่ลงได้ ดังนั้นวันหยุดสุดสัปดาห์นี้จึงควรบิ๊กคลีนนิ่งบ้านดีที่สุด  

ผู้ที่เกิดวันเสาร์

การงาน :    สำหรับผู้ที่ทำงานหรือดำเนินธุรกิจที่ต้องใช้ความสามารถทางวาทศิลป์ในการติดต่อประสานงาน การโฆษณา-ประชาสัมพันธ์ สื่อมวลชน งานส่งเสริมการขายทุกประเภท วันนี้คุณมีความคาดหวังที่จะประสบความสำเร็จสูงมาก แต่เพราะดวงช่วงนี้ยังไม่ค่อยดี ไม่ว่าจะทำอะไรก็จะมีปัญหาขลุกขลักอยู่ตลอด เสนองานไปก็มีโอกาสที่จะยังไม่ได้รับการพิจารณาในเร็ววัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเอกสารทางราชการจะกลายเป็นคดีความได้ ทั้งทางแพ่งและอาญา  

การเงิน  :  จริงๆ แล้วคุณสามารถหารายได้จากวาสนาและบารมีของคุณ แต่ก็ควรระวัง เพราะวันนี้มีโอกาสที่คุณจะเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเงินร้อน จนตัวเองเดือดร้อน

ความรัก   :  เป็นไปได้ว่าวันนี้อารมณ์จะเปลี่ยนแปลงง่ายมาก แล้วหากคุณหลงก็จะคลั่งไคล้อยู่กับสิ่งนั้นสิ่งเดียวจนไม่สนใจเรื่องอื่นใดเลย ขณะที่กับคู่ครองก็อาจคุยกับเขาแค่เฉพาะเรื่องที่จำเป็นเท่านั้น คนโสด  เช่นกันวันนี้เป็นไปได้ว่าคุณจะหลงกับคนบางคนหรือบางสิ่งจนไม่เป็นอันทำอะไรเลย แต่หากคุณจะเบื่อก็เบื่อขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผลเช่นกัน  

สุขภาพ  :   ควรให้ความสำคัญกับหัวใจ และโรคที่เกี่ยวกับหัวใจทุกประเภท รวมถึงสายตา ตระกูลต้อถามหาแล้วนะคะ

พี่ชายแบมแบม

แบงค์-ชินดนัย พี่ชายแบมแบม ปั้น แองจี้-ฐิติชา ศิลปินเบอร์แรกของค่ายเพลง

ฮือฮาวงการเพลง!! เมื่อ “พิชญ์ โพธารามิก” เจ้าพ่อหุ้น JAS-MONO และนักธุรกิจแถวหน้าของเมืองไทย ประกาศรุกธุรกิจเพลง คว้า พี่ชายแบมแบม “แบงค์-ชินดนัย ภูวกุล” นั่งบริหาร “E29 MUSIC IDENTITIES” ปั้นศิลปินคุณภาพ เสริมทัพด้วยเทคโนโลยี Web3.0

“พิชญ์ โพธารามิก” ประกาศรุกธุรกิจเพลงอย่างเต็มตัว ด้วยเทคโนโลยี Web3.0 และ NFT Music Streaming เพื่อเปิดประสบการณ์ดนตรีอย่างไร้ขีดจำกัด พร้อมการสนับสนุนจากพันธมิตรทั้งในและต่างประเทศ โดยคว้า แบงค์-ชินดนัย ภูวกุล นั่งแท่นบริหารค่ายเพลง “E29 MUSIC IDENTITIES” (อีทูไนน์ มิวสิค ไอเดนติตี้)

ซึ่ง แบงค์-ชินดนัย ภูวกุล มีดีกรีเป็นพี่ชายของ แบมแบม-กันต์พิมุกต์ ภูวกุล หรือ “BamBam GOT7” เคยเป็นผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จและเป็นที่ปรึกษาให้ค่ายเพลงในวงการบันเทิงไทยและเกาหลีใต้มานานกว่า 7 ปี

“ชินดนัย” พร้อมนั่งแท่นบริหาร “E29 MUSIC IDENTITIES” (อีทูไนน์ มิวสิค ไอเดนติตี้) อย่างเต็มระบบ เตรียมสร้างศิลปินคุณภาพหลากหลายสไตล์ เพื่อป้อนตลาดในไทยและต่อยอดสู่ระดับอาเซียนและเอเชียต่อไป อีกทั้งยังมีพันธ์มิตรสำคัญสถานีโทรทัศน์ช่อง MONO29 ให้การสนับสนุนด้วย

“รู้สึกเป็นเกียรติอย่างมากครับ ที่ได้รับความไว้วางใจจาก คุณพิชญ์ โพธารามิก ให้มาร่วมสร้างค่ายเพลง E29 MUSIC IDENTITIES ซึ่งผมได้วางคอนเซ็ปต์ค่ายให้เป็นพื้นที่ของเสียงดนตรี เป็น Free Space ของศิลปิน ไม่ว่าใครชอบเพลงแนวไหนสามารถเข้ามาหาที่เราได้”

“โดยศิลปินของค่ายจะมีหลากหลายสไตล์ ไม่ได้จำกัดแค่เพลง POP เท่านั้น การสร้างผลงานเราจะให้ศิลปินเป็นผู้ริเริ่มเส้นทางของเขาด้วยตัวเอง โดยมีค่ายซัพพอร์ตความคิดและพัฒนาสิ่งนั้นไปด้วยกัน ศิลปินจะได้อยู่ในทุกกระบวนการทำงานได้มีส่วนร่วมกับทีมในทุกขั้นตอน เพื่อให้เขาได้เป็นเจ้าของผลงานที่เป็นตัวเขาเองมากที่สุด” แบงค์ ชินดนัย กล่าว

เขากล่าวต่อว่า “ทางด้านการทำงานของค่ายจะเป็นการผสมผสานระหว่างคนไทยและชาวต่างชาติ เพื่อให้ผลงานมีมุมมองที่กว้างขวางแปลกใหม่และไร้ขีดจำกัดด้วยการสนับสนุนของ คุณพิชญ์ โพธารามิก จะทำให้ค่ายเดินหน้าทำงานได้อย่างเต็มศักยภาพในทุกด้าน”

ขณะเดียวกัน ค่ายได้วางแผนต่อยอดให้ธุรกิจแข็งแกร่งยิ่งขึ้น ด้วยการนำเทคโนโลยี Web3.0 มาเปิดประสบการณ์ทางดนตรีในรูปแบบใหม่ เช่น NFT Music Streaming, Metaverse Concerts, Fan Token community และรูปแบบของ Showbiz Business เพื่อให้ E29 MUSIC IDENTITIES พร้อมในการเป็น Music Entertainment อย่างครบวงจรและยังเตรียมทำตลาดในระดับอาเซียนและเอเชียต่อไปในอนาคต

“ห้างเซ็นทรัลพระราม 2”พลิกโฉมเต็มรูปแบบ! Cover

“ห้างเซ็นทรัลพระราม 2” พลิกโฉมเต็มรูปแบบ! ชูคอนเซ็ปต์ “THE NEW LOOK เซ็นทรัลพระราม 2 โฉมใหม่ ช้อปได้ทุกวัน”

ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ในเครือเซ็นทรัล รีเทล เผยนิวลุคปลุกประสบการณ์การช้อปครั้งใหม่ยิ่งใหญ่กว่าเดิมกับ “ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลพระราม 2” ปักธงช้อปปิ้งเดสติเนชั่นขวัญใจนักช้อปย่านกรุงเทพ ฝั่งตะวันตก ด้วยคอนเซ็ปต์ “THE NEW LOOK เซ็นทรัลพระราม 2 โฉมใหม่ ช้อปได้ทุกวัน” มาพร้อมการตกแต่งสุดยูนีคในธีม “Lively Greenery” นำเสน่ห์ธรรมชาติมาให้ใกล้ชิดยิ่งขึ้นชูนวัตกรรมการออกแบบที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และเชื่อมต่อทุกชั้นทุกแผนกด้วยดีไซน์สุดล้ำพร้อมสินค้าและบริการที่ดีที่สุดเพื่อนักช้อปทุกไลฟ์สไตล์ เปิดให้นักช้อปเช็คอินแล้ววันนี้!และในวันที่ 28 กันยายน 65 พบกับนักแสดงคู่ซี้สุดฮอต ติวเตอร์–กรภัทร์ ลำน้อย และ ยิม – ปริญญากรณ์ ขันสวะ พาทัวร์ชมห้างเซ็นทรัลพระราม 2 แบบเอ็กซ์คลูซีฟรับชม LIVE และชมย้อนหลัง ผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียของห้างเซ็นทรัล ทั้ง Youtube และ Facebook Fanpage – Central Department Store

“ห้างเซ็นทรัลพระราม 2” พลิกโฉมเต็มรูปแบบ! ชูคอนเซ็ปต์ “THE NEW LOOK เซ็นทรัลพระราม 2 โฉมใหม่ ช้อปได้ทุกวัน”

นายโอลิวิเยร์ บรง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มห้างสรรพสินค้าในเครือเซ็นทรัลรีเทล กล่าวว่า “สำหรับการปรับโฉมครั้งใหม่ของ ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลพระราม 2 ถือเป็นการยกระดับประสบการณ์ครั้งสำคัญเพื่อให้ลูกค้าทุกท่านได้สัมผัสความสนุกสนานไปกับการช้อปรูปแบบใหม่ที่ดีที่สุดจากห้างเซ็นทรัล ซึ่งครั้งนี้เป็นการต่อยอดภารกิจการรีดีไซน์ของห้างเซ็นทรัลพระราม 2 ซึ่งจากช่วงต้นปีที่ผ่านมาเราได้เปิดตัวโฉมใหม่ในเฟสแรกของห้างฯ ตั้งแต่ชั้น 1-3 ประกอบด้วยแผนก Beauty Galerie, Women Fashion, Watch and Fine Jewelry, Lingerie และ Unisex and Men Fashion

ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยมจากเหล่านักช้อปในย่านกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันตก ด้วยการเชื่อมต่อแต่ละแผนกในรูปแบบ Seamless Integrationให้ความแตกต่างของการดีไซน์แต่ละชั้นเป็นไปอย่างกลมกลืนและสมูธภายใต้แนวคิดการออกแบบที่โดดเด่นและสอดคล้องไปกับศูนย์การค้าโดยให้ความสำคัญต่อด้านสิ่งแวดล้อม ด้วยการใช้วัสดุรีไซเคิลและวัสดุท้องถิ่นมาใช้เป็นวัสดุหลักของการรีโนโวทครั้งนี้ เพื่อเอื้อต่อความยั่งยืนของเศรษฐกิจระดับชุมชนที่จะเติบโตไปพร้อมๆกันกับเราและวันนี้ห้างเซ็นทรัลพระราม 2 พร้อมแล้วที่จะเปิดประสบการณ์การช้อปอย่างเต็มรูปแบบในทุกชั้นทุกแผนกรวมถึงโซนใหม่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม ทั้ง ‘My Little World’ แผนกแม่และเด็กคอนเซ็ปต์ใหม่ และ ‘แผนกโฮม’ ศูนย์รวมสินค้าภายในบ้านที่ครบครันทันสมัย เพิ่มแบรนด์ใหม่เพื่อสร้างทางเลือกการช้อป พร้อมมอบประสบการณ์การช้อปรูปแบบใหม่ซึ่งไม่เคยมีที่ไหนมาก่อน เราเชื่อมั่นว่าห้างเซ็นทรัลพระราม 2 จะเป็นไลฟ์สไตล์ฮับของนักช้อปทุกกลุ่มที่จะได้รับสินค้าและบริการที่ครบวงจร และมีความสุข สนุกไปกับอย่างแน่นอน”

สำหรับการปรับโฉมใหม่ของห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลพระราม 2 ในครั้งนี้ พร้อมที่จะยกระดับประสบการณ์การช้อป กับโฉมใหม่พร้อมช้อปเต็มรูปแบบทั้ง 4 ชั้น  ประกอบไปด้วย

ชั้น 1 : แผนก Beauty, Shoes & Bag, Women และ Watch and Fine Jewelry อาณาจักรความงามครบวงจรสำหรับผู้หญิง ตกแต่งในกลิ่นอายธรรมชาติและดอกไม้สีสันสดใส

  • แผนก Beauty Galerie บิวตี้แลนด์มาร์คแห่งใหม่ย่านตะวันตก ครบครันด้วยผลิตภัณฑ์ความงามแบรนด์ดังระดับโลก ตกแต่งด้วยดีไซน์ทันสมัย ใช้วัสดุเงาวาว เพื่อสร้างความโมเดิร์นให้กับโครงสร้าง ผสมผสานความเป็นอินโนเวทีฟสร้างความแปลกใหม่ให้กับแผนก Beauty Galerie อย่างลงตัว ครบครันด้วยผลิตภัณฑ์ความงามกว่า 150 แบรนด์อาทิ Dior, Chanel, La Mer, Estée Lauder, M.A.C, Lancôme, Kiehl’s, The History of Whoo, Clarins, Sulwhasoo,THREE และ Cle de Peau Beaute พร้อมเปิดโอกาสให้แบรนด์ต่างๆ ได้ดีไซน์เคาน์เตอร์แบรนด์ในสไตล์ของตนเอง เผยเอกลักษณ์ (Brand Identity) ของแต่ละแบรนด์ได้อย่างชัดเจน เช่น แบรนด์ Kiehl’s มาในธีมสีดำสไตล์นิวยอร์กสุดคูลเป็นสาขาแรกในไทยที่มีคอนเซ็ปต์การออกแบบร้านอย่างยั่งยืน (Eco-Conscious Retail Design) สานต่อแคมเปญ Future Made Better เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม หรือแบรนด์ M.A.C มาด้วยเคาว์เตอร์โฉมใหม่ที่โฉบเฉี่ยวทันสมัยมากขึ้น พลิกโฉมจากโทนสีดำรับพลังแห่งเฉดสีแดง และเข้าถึงความเป็นดิจิทัลสื่อผ่านจอ LCD ที่จะเพิ่มความสนุกสนานและมอบความเป็นส่วนตัวให้กับลูกค้า สามารถกดสัมผัส Tap and Try ทดลองเฉดสีของโปรดักส์ได้ด้วยตัวเองรวมถึง KIS Beauty Store มัลติแบรนด์บิวตี้สโตร์ร้านเครื่องสำอางที่รวบรวมบิวตี้ไอเทมจากหลากหลายแบรนด์ดังมาไว้ในที่เดียว
  • แผนก Shoes&Bag ตกแต่งโดยใช้สีเอิร์ธโทน และภาพวาด Abstract ที่สะท้อนแฟชั่นของผู้หญิงใน 3 ฤดู คือ ฤดูฝน ฤดูร้อน และฤดูหนาว ให้ความรู้สึกสนุกสนานกับการช้อปปิ้ง และยังครบครันด้วยแฟชั่นไอเทมจากแบรนด์รองเท้าและกระเป๋าชั้นนำมากมาย อาทิ Fitflop, Naturalizer, Scholl, Kipling, Dortmuend, Holster,Nine west, Steve madden, Hush Puppies, Lacoste, Kipling, Guess, Guy Laroche, ELLE, Jacob และ Thanes
  • แผนก Women ตกแต่งด้วยโทนสีชมพูดอกไม้แห้งสวยคลาสสิก และการเพ้นต์ลวดลายที่สื่อถึงความอ่อนหวาน และนุ่มนวลของผู้หญิง พร้อมเอาใจสาวๆ แฟชั่นนิสต้ากับสินค้าแบรนด์อินเทรนด์ อาทิ Sfera, Gentlewoman, Bossini, Espada, G2000, EP, Defry01, Alumnus และ Lolita
  • แผนก Watch and Fine Jewelry เน้นการตกแต่งด้วยวัสดุที่เป็นธรรมชาติอย่างไม้เป็นหลัก ให้ความรู้สึกผ่อนคลายและเพลิดเพลินเมื่อมาช้อปปิ้งอีกทั้งยังครบครันด้วยแบรนด์นาฬิกาดังมากมาย อาทิ Rado, Mido, Longines, Seiko และแบรนด์เครื่องประดับชั้นนำต่างๆ อาทิ Gold Master, Prima Gold, Prima Diamond และ Prima Art

ชั้น 2 : พบกับ “My Little World” แผนกเด็กคอนเซ็ปต์ใหม่ และแผนก Lingerie โดดเด่นด้วยมนต์เสน่ห์แห่งสีชมพู เน้นความเป็นเฟมินีนให้ความรู้สึกอบอุ่น ผ่อนคลาย พร้อมลูกเล่นน่ารัก ด้วยลายเพนต์รูปสิงโต และเหล่าสรรพสัตว์ที่หน้าลิฟต์

  • แผนกเด็กคอนเซ็ปต์ใหม่ “My Little World” พร้อมมอบประสบการณ์การช้อปปิ้งรูปแบบใหม่ที่ให้ความรู้สึกสะดวกสบายบนพื้นที่กว่า 2,500 ตารางเมตร ด้วยการจัดสรรพื้นที่การช้อปโดยแบ่งโซนตามหมวดหมู่สินค้าให้คุณพ่อคุณแม่ได้เลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกรัก พร้อมบริการสุดพิเศษและโซนสุดประทับใจให้กับทุกครอบครัว อาทิ Breast Pump Bar บริการให้ทดลองเครื่องปั๊มนมแห่งแรกในประเทศไทยให้กับคุณแม่ที่กำลังมองหาเครื่องปั๊มนมที่ดีที่สุดก่อนตัดสินใจซื้อ, Baby Advisor บริการให้คำปรึกษาแนะนำและคลายทุกข้อสงสัยสำหรับคุณแม่ พร้อมแบรนด์เอ็กซ์คลูซีฟ อาทิ Angel Baby, Combi, Defry01, Sanrio, Sfera และแบรนด์ไฮไลต์ อาทิ แบรนด์ imoo Watch Phone และ Smiggle (New Brand in) พิเศษ! กับบริการใหม่เอาใจคุณหนูๆ อาทิ Milk Kids Salon&Nail ร้านตัดผมทำเล็บสำหรับคุณหนู, CUBS by Playmondo  สวนสนุกสำหรับเด็ก
  • แผนก Lingerie ชุดชั้นในสตรี ตกแต่งโดยใช้โทนสีชมพูเพื่อนำเสนอความอ่อนหวาน อ่อนโยน และนุ่มนวลของผู้หญิงจัดเต็มด้วยสินค้าจากหลากหลายแบรนด์ชุดชั้นในสตรีชั้นนำ อาทิ Wacoal, Sabina, Triumph, Calvin klein, Elle, BSC, Guy Laroche, Marks&Spencer, Jockey และ Cherilon

ชั้น 3 : แผนก Unisex Fashion, Men และ Super Sport โซนสำหรับสายแฟชั่น ตกแต่งในธีม “Gateway To The South – ประตูสู่ภาคใต้” นำเสนอวิถีชีวิต สถานที่และซิกเนเจอร์ไอเทมเด่นๆ ที่พบได้ตลอดเส้นทางไปยังภาคใต้ สะท้อนภาพลักษณ์ของย่านพระราม 2 ประตูกรุงเทพสู่ภาคใต้

  • แผนก Unisex Fashion อัพเดทสินค้าแนวสตรีทแฟชั่น&ไลฟ์สไตล์ รวมถึงแกดเจ็ตสุดล้ำ ตื่นตาด้วยไฮไลต์การนำเสนอสินค้าแบบ Hybrid Model คือการผสมผสานระหว่าง โซน “Central Street” ที่มีเหล่าสินค้า Multi-Brands ไอเทมสตรีทแวร์สนีกเกอร์และไอเทมสำหรับกิจกรรมเอาต์ดอร์ ผนึกเข้ากับ โซน “Shop-in-Shop” แบรนด์สตรีทแฟชั่น และยีนส์กว่า 50แบรนด์ดัง ช้อปสะดวกบนพื้นที่กว่า 1,200 ตารางเมตร ภายใต้คอนเซ็ปต์สโตร์ล้ำสมัยแห่งยุคตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ลูกค้ากลุ่มมิลเลนเนียลโดยเฉพาะ ตกแต่งด้วยโทนสีขาวสว่างและการนำเสนอสินค้าอย่างแปลกใหม่สะดุดตา อาทิ ทีเชิ้ตบาร์ที่ยาวที่สุดในไทยสนีกเกอร์วอลล์ และดิสเพลย์อันโดดเด่นต่างๆ พร้อมสินค้าสตรีทแฟชั่นให้เลือกช้อปได้ทุกสไตล์ ทั้งรองเท้าผ้าใบ เสื้อผ้าสไตล์สปอร์ตแวร์ บีชแวร์ และยีนส์ อาทิ Nike, Adidas, MLB, New Era, Fila, Champion,Billabong, Quiksilver, Keen, Levi’s, Lee, Wrangler และ Calvin Klein Jeans
  • แผนก Men ได้รับการออกแบบและตกแต่งด้วยสไตล์ที่สื่อถึงความอบอุ่นเท่ๆ คูลๆ ในแบบผู้ชาย พร้อมนำเสนอแฟชั่นอันทันสมัยสำหรับหนุ่มๆ อย่างครบครัน จากสินค้าแบรนด์ดังมากมาย อาทิ Muunique และ ATG All Terrain Gear  พิเศษกับแบรนด์ใหม่ล่าสุด Clarks, Safety Jogger, Footwear by Dapper และ Jay Chui

ชั้น 4 : แผนกโฮมจุดหมายปลายทางของของคนรักบ้าน ที่รวมไอเทมเครื่องนอน เครื่องครัวและเครื่องใช้ไฟฟ้าชั้นนำทั้งไทยและต่างประเทศกว่า 200 แบรนด์ ครบจบที่เดียวพร้อมบริการสุดพิเศษภายใต้บรรยากาศการตกแต่ง Sea of South ต่อเนื่องจากชั้น 3 สู่ท้องทะเลปักษ์ใต้นำเสนอวิถีชีวิตการเดินทางโดยเรือ อาทิ อุปกรณ์หาปลา การทำประมง แบ่งพื้นที่หลักๆ ออกเป็น

  • โซนสินค้ากลุ่มหมอน จัดเรียงแยกตามวัสดุที่บรรจุด้านในเพื่อตอบโจทย์ความต้องการลูกค้า พร้อมบริการ Pillow Testing ห้องทดลองหมอน ให้ลูกค้าสามารถสัมผัสได้ถึงความนุ่ม แน่น และความหนาของหมอนตามที่ลูกค้าต้องการ
  • จากแบรนด์ชั้นนำ อาทิ แบรนด์ Dunlopillo, Omazz และ Sealy ที่ลูกค้าสามารถสัมผัสได้ถึงความแตกต่างของที่นอนแต่ละรุ่นแต่ละแบรนด์และพบกับเคาน์เตอร์ Santas Home โฉมใหม่ที่รวมกลุ่มสินค้า Bed Linen และ Towel
  • Needle World โซนเย็บปักถักร้อยไหมพรม เอาใจสาย DIY
  • รวมเครื่องชงกาแฟทุกประเภท ตั้งแต่ระบบ drip, slow drip, cold press, หม้อต้ม, เครื่องชงกาแฟระบบแคปซูล และระบบอัตโนมัติ พร้อมทั้งกาแฟคั่วบรรจุภัณฑ์จากอิตาลี Kimbo, Aroma และ Bialetti
  • โซน Wine Lover คนรักไวน์จะได้พบกับตู้แช่ไวน์ Vintec ผู้เชี่ยวชาญชั้นนำด้านตู้แช่ไวน์ ที่สามารถเก็บรักษาไวน์ขวดโปรดให้รสชาติดีเยี่ยมพร้อมด้วยแก้วไวน์จากแบรนด์ชั้นนำ อาทิ Schott Zwiesel, Lucaris, RCR, Rona และอุปกรณ์สำหรับคนรักการดื่มไวน์อีกมากมาย
  • Recliner and Massage Chair บริการเลือกเครื่องหนังและโซฟาที่คุณสามารถออกแบบเองได้
  • โซนของตกแต่งบ้าน ครบครันด้วยสินค้าตกแต่งบ้านคุณภาพเยี่ยมที่ออกแบบพื้นที่ง่ายต่อการเลือกซื้อสินค้า
  • โซนเครื่องครัว ยกทัพแบรนด์เครื่องครัวและเครื่องครัวไฟฟ้าชั้นนำระดับโลกมาไว้ที่เดียวอาทิ Anolon, Ballarini, Berghoff, Circulon, Flonal,Greenpan, Kitchenaid, Kenwood, Le Creuset, Lodge, Meyer, Staub, Tefal, Zebra และ Zwilling รวมทั้งแบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าชั้นนำแบรนด์ Phillips, Smeg และ Dyson ที่ต่างนำผลิตภัณฑ์ดีไซน์เก๋และทันสมัยมาจำหน่ายอย่างครบครัน
  • พบกับการเพิ่มแบรนด์ใหม่ ทั้งกลุ่มชุดเครื่องนอนจากแบรนด์ ELLE DÉCOR จากฝรั่งเศสและบาธไอเทมจาก HAFELE อุปกรณ์เครื่องใช้ในห้องน้ำแบรนด์ดังจากเยอรมันและอีกมากมาย อาทิ Pasaya, Akemi, Esquire, Frolina พร้อมด้วยแบรนด์จากกลุ่มเครื่องครัวอื่นๆ อีกคับคั่งไม่ว่าจะเป็นBerghoff, Flonal, Joseph Joseph, Royal Bone China, Royal Porcelain, Super soso, Timemore, Bialetti, Hario, Tenma, Lock n Lock, Coleman, Dometic และแบรนด์ชั้นนำจากเครื่องใช้ไฟฟ้า Electrolux, Smeg, Nespresso, Nescafe Dolce Gusto, Bosch, IQAir, Irobot, Bewell, Lesasha, Braun, Panasonic เป็นต้น

พิเศษ! กับโปรโมชั่นฉลองเปิดโฉมใหม่ห้างเซ็นทรัลพระราม 2 ด้วยกับสินค้าลดสูงสุด 70%, สำหรับสมาชิกเดอะวัน ใช้คะแนนเท่ายอดช้อปแลกรับส่วนลดเพิ่ม 12.5%, รับฟรี คูปองดิจิทัล หรือคูปองเงินสด และเครดิตเงินคืน รวมสูงสุด 20% จากบัตรเครดิตที่ร่วมรายการเมื่อช้อปครบตามเงื่อนไข, พิเศษช้อปครบ 5,000 บาทขึ้นไปรับเพิ่มทันทีคูปองดิจิทัล สูงสุด 200 บาท, สำหรับ Top Spender 3 ท่านแรก ที่มียอดช้อปครบ 100,000 บาทขึ้นไป (ตั้งแต่วันที่ 23 ก.ย. 65  – 11 ต.ค. 65) รับฟรี! บัตรกำนัล Afternoon Tea Voucher ที่ Park Hyatt Bangkok และเมื่อช้อปครบ 2,000 บาทขึ้นไป รับสิทธิ์ลุ้น มอเตอร์ไซต์ไฟฟ้า  SLEEK EV 7 คัน และ iPhone 14 ขนาดความจุ 128G จำนวน 2 เครื่อง รวมมูลค่ากว่า 500,000 บาท พร้อมด้วยกิจกรรมไฮไลท์และสิทธิพิเศษอีกมากมาย ตั้งแต่วันที่ 28 ก.ย.65 – 11 ต.ค.65

ร่วมสัมผัสประสบการณ์ “THE NEW LOOK เซ็นทรัลพระราม 2 โฉมใหม่” ได้ทุกวันที่ห้างเซ็นทรัลพระราม 2 พร้อมช้อปสะดวกกับทุกช่องทางของห้าง ไม่ว่าจะเป็น ช้อปผ่าน Central Appได้ตลอด 24 ชั่วโมง หรือ Central Chat & Shop แชทบอกผู้ช่วยส่วนตัวที่ Line @Centralofficial หรือ Central Facebook Inbox และ Facebook Live ให้ลูกค้าช้อปง่าย ๆ ที่ Facebook : Central Department Store รวมถึงบริการโทรคุยกับ Personal ShopperOndemand  โทร.1425 ที่พร้อมอำนวยความสะดวกและแจ้งสิทธิพิเศษให้เหล่านักช้อปอย่างครบครัน

พิมาลัย รีสอร์ท แอนด์ สปา Cover

เติมเต็มช่วงเวลาแสนพิเศษสำหรับคู่รัก ท่ามกลางความโรแมนติกในช่วงปลายฝนต้นหนาว ณ พิมาลัย รีสอร์ท แอนด์ สปา

พิมาลัย รีสอร์ท แอนด์ สปา (Pimalai Resort & Spa) จุดหมายปลายทางแห่งการพักผ่อนสุดหรูบนเกาะลันตา พร้อมต้อนรับเหล่าคู่รักร่วมเติมเต็มความหวานสุดโรแมนติกในช่วงปลายฝนต้นหนาว กับ โปรโมชั่น “Early Bird” ลดสูงสุด 30% และ “Long Stay Promotion” พัก 5 วันจ่ายเพียง 4 วันเอ็กซ์คลูซีฟสำหรับนักเดินทางที่เข้าพักตั้งแต่ 1 พฤศจิกายน – 20 ธันวาคม 2565 นี้

“พิมาลัย”ตั้งอยู่บนหาดบากันเตียงของเกาะลันตา เป็นรีสอร์ตระดับ 5 ดาวที่ได้รับการขนานว่า “สวรรค์ลับแห่งการพักผ่อน” ด้วยทำเลที่ซ่อนตัวอยู่ในหุบเขาอันอุดมสมบูรณ์ และมีเหล่าเซเลบริตี้ทั่วโลกเข้าพักผ่อนเพื่อหลีกหนีความวุ่นวาย เหมาะสำหรับทุกคู่รักที่กำลังมองหาสถานที่เติมเต็มความหวานสุดโรแมนติกให้แก่กันและกันอีกครั้งท่ามกลางความเงียบสงบและเป็นส่วนตัวมากที่สุด

เติมเต็มช่วงเวลาแสนพิเศษสำหรับคู่รัก ท่ามกลางความโรแมนติกในช่วงปลายฝนต้นหนาว ณ พิมาลัย รีสอร์ท แอนด์ สปา

เสน่ห์ของท้องทะเลในช่วงเวลาที่เงียบสงบ แนวชายหาดสีขาวนวลน้ำทะเลสีฟ้าใสและฤดูกาลเปิดหมู่เกาะลันตาหลังจากปิดฟื้นฟูธรรมชาติในวันที่ 15 ตุลาคมเป็นต้นไป ทำให้ช่วงเดือนพฤศจิกายนถือเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดสำหรับคู่รักนักเดินทางจะได้สัมผัสความสวยงามของเกาะลันตาและบริการที่เยี่ยมยอดของ “พิมาลัย” นอกจากนั้น ยังจะได้สัมผัสกับโมเมนต์สุดพิเศษร่วมกันกับกิจกรรมมากมายที่พิมาลัยออกแบบมาอย่างพิถีพิถันเพื่อให้คู่รักยุคใหม่ได้ใช้เวลาด้วยกันอย่างมีคุณภาพ รวมถึงได้เรียนรู้ทักษะใหม่ๆ และค้นพบเรื่องราวของสองเราให้แนบแน่นยิ่งขึ้น ผ่านกิจกรรมการผจญภัยที่จะช่วยสร้างช่วงเวลาอันน่าจดจำของความรักในครั้งนี้

ไม่ว่าจะเป็นทริปสำรวจธรรมชาติทางท้องทะเลอย่างใกล้ชิดด้วยโปรแกรม “Koh Haa Snorkelling & Sunset” (เกาะห้า) จุดดำน้ำที่มีชื่อเสียงระดับโลก หรือโปรแกรม “Fabulous Koh Rok” (เกาะรอก) เพื่อล่องเรือไปสัมผัสหาดทรายที่ขาวละเอียด และน้ำทะเลใสราวคริสตัล แหวกว่ายชมความงามของปะการังน้ำตื่น หรือจะเลือกสนุกอยู่บนชายหาดหน้ารีสอร์ตที่ทอดตัวยาวถึง 900 เมตร กับกิจกรรมหลากหลาย อาทิ พายเรือคายัก แพดเดิ้ลบอร์ด บอดี้บอร์ดดิ้ง วินด์เซิร์ฟ และล่องเรือใบ

กิจกรรมภายในรีสอร์ตก็มีให้เลือกเพลิดเพลินอย่างไม่รู้เบื่อ อาทิ คลาสสอนทำอาหาร คลาสต่อยมวยไทย ปั่นจักรยานเยี่ยมชมเกาะลันตา เส้นทางเดินป่าสู่น้ำตกคลองจากหรือแหลมตาโหนด จุดชมวิวอันเลื่องชื่อและที่ตั้งของประภาคารสีขาว สัมผัสความสวยงามของธรรมชาติและท้องทะเลบริเวณปลายสุดเกาะลันตา รวมถึงกิจกรรมอีกหลากหลายที่ให้คู่รักได้ใช้เวลาร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็น คู่รักสายกีฬากับกิจกรรมเรียกเหงื่อด้วยบริการฟิตเนสแบบครบวงจร สนามเทนนิส แบดมินตัน และสนามบาสเกตบอล  ก่อนที่จะผ่อนคลายสบายตัวดับร้อนยามบ่ายด้วยการแช่น้ำในสระว่ายน้ำอินฟินิตี้รับวิวท้องทะเลกว้างสุดสายตาเบื้องหน้า รวมถึงการปรนนิบัติร่างกายที่ “พิมาลัยสปา” สปาที่ได้รับรางวัลระดับโลก

สำหรับตัวเลือกห้องพักที่มีให้เลือกมากมาย ตั้งแต่ห้องแบบ Deluxe ไปจนถึง Hillside Ocean View Private Pool Villas ที่ซ่อนตัวลดหลั่นท่ามกลางต้นไม้และเนินเขา และห้องพักริมชายหาดใกล้ชิดเสียงคลื่นกระทบฝั่งอย่าง Beachside Villas ให้เป็นพื้นที่แห่งความผ่อนคลายและปรนนิบัติตนเอง พร้อมการเดินทางที่แสนสะดวกสบายทั้งทางน้ำและทางบกด้วยบริการรับ – ส่งจากสนามบินนานาชาติกระบี่

พิมาลัยพร้อมต้อนรับคู่รักทุกคู่ที่ต้องการเติมความหวาน ในช่วงเวลาสุดแสนโรแมนติกบนเกาะลันตา ในเดือนพฤศจิกายน 2565 กับโปรโมชั่น “Early Bird Promotion” สำหรับการจองเข้าพักตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน – 20 ธันวาคม 2565 รับส่วนลดพิเศษ 30% เมื่อจองล่วงหน้า 60 วันขึ้นไป และส่วนลด 20% เมื่อจองล่วงหน้า 30-59 วัน และส่วนลด 10% เมื่อจองล่วงหน้า 14-29 วัน หรือหากคู่รักที่อยากใช้เวลาร่วมกันบนเกาะสวรรค์แห่งนี้นานยิ่งขึ้น ยังมีแพ็คเกจ “Long Stay Promotion” สำหรับการเข้าพักระหว่างวันที่ 1 พฤศจิกายน – 20 ธันวาคม 2565 เมื่อจองเข้าพัก 5 วันขึ้นไปแต่จ่ายเพียง 4 วัน และหากเข้าพัก 10 วันจะจ่ายเพียง 7 วันเท่านั้น

ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ “พิมาลัย รีสอร์ท แอนด์ สปา” หรือจองการเข้าพักได้ที่ pimalai.com อีเมล [email protected] โทร. 02 320 5500

รวิสรา สมะลาภา

เปิดสกินแคร์รูทีนฉบับสาวผิวแพ้ง่ายของ ‘รวิสรา สมะลาภา’ ทั้งผิวและผมครบทุกสเต็ป

พีที – รวิสรา สมะลาภา สาวสวยวัย 22 ปี เพิ่งเรียนจบจากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาฯ มาหมาดๆ นอกจากกำลังวางแผนเรียนต่อ เธอยังเตรียมทำธุรกิจเกี่ยวกับความสวยความงามด้วย

เปิดสกินแคร์รูทีนฉบับสาวผิวแพ้ง่ายของ ‘รวิสรา สมะลาภา‘ ทั้งผิวและผมครบทุกสเต็ป

SKINCARE FOR SENSITIVE SKIN
“ผิวทีแพ้ง่าย เพราะฉะนั้นโปรดักต์ที่ใช้ส่วนมากจึงอยู่ในหมวดเวชสำอางค่ะ พอกลับถึงบ้านสิ่งแรกที่ทำคือรีบล้างเครื่องสำอาง ไม่อยากให้อยู่บนหน้านานเกินไป เดี๋ยวจะอุดตัน ทีใช้คลีนเซอร์ ของ Biore Makeup Remover Cleansing Milk เนื้อน้ำนม นวดเบาๆ จากนั้นล้างด้วยน้ำเปล่า ทีชอบคลีนเซอร์ที่ใช้วิธีนวดแล้วล้างน้ำออก ไม่อยากใช้สำลีเช็ด เพราะมีส่วนทำร้ายผิวหน้า จากนั้นใช้โฟมล้างหน้าของ Cetaphil นวดเบาๆ ทั่วหน้า ใช้มาเป็นขวดที่ 3 แล้วค่ะ ดีมาก ผิวไม่แห้งตึง

“สำหรับขั้นตอนการบำรุงจะดูตามสภาพผิวหน้าค่ะ ตอนเช้ากับตอนกลางคืนจะเหมือนกันเลย คือถ้าช่วงไหนมีรอยสิวจะใช้ Kiehl’s Clearly Corrective Dark Spot Solution ช่วยลดเลือนรอยดำรอยแดง แต่ถ้าไม่มีสิวก็จะบำรุงโดยเน้นความชุ่มชื้น ใช้แค่มอยส์เจอไรเซอร์ของ CeraVe อย่างเดียว ชอบที่มีส่วนผสมของเซราไมด์เป็นเกราะป้องกันผิวไม่ให้ระคายเคือง กับมีไฮยาลูโรนิกแอซิดที่ช่วยเรื่องความชุ่มชื้น แค่นี้เลยค่ะ เพราะไม่อยากยุ่งกับผิวมาก ส่วนถ้าช่วงไหนเป็นสิวอักเสบ จะใช้แผ่นแปะสิวของ Olive Young สิวจะยุบตัวลงเอง สำหรับช่วงเช้าเพิ่มครีมกันแดดของ CeraVe Facial Moisturizing Lotion SPF 25 รู้สึกว่าใช้ SPF เพียงเท่านี้ก็พอแล้ว เพราะรองพื้นก็มีส่วนผสมของครีมกันแดดด้วย”

SOOTHE IRRITATED SKIN
“ถ้าแต่งหน้าติดกันหลายวันต้องใช้ Divine Detoxing Clay Mask เป็นมาสก์โคลนที่ช่วยดูดสิ่งสกปรกออกจากรูขุมขน ทีเชื่อว่าแม้เราจะล้างหน้าสะอาดแค่ไหนก็ตาม แต่ก็ยังมีสิ่งอุดตันหลงเหลืออยู่ การมาสก์หน้าสัปดาห์ละครั้งจะช่วยได้มากค่ะ

“ส่วนคลินิกจะเข้าเฉพาะตอนที่สิวขึ้นเยอะๆ เมื่อก่อนเคยไปกดสิว ฉายแสงลดการอักเสบ ทำ 3 เดือนติดต่อกัน สิวหายเลย ส่วนเรื่องนวดหน้าอื่นๆ ทีไม่ค่อยเน้น อย่างมากก็เน้นเรื่องความชุ่มชื้นค่ะ”

NOURISH YOUR BODY & HAIR
“ทีชอบนวดตัวด้วยน้ำมันประมาณ 2 สัปดาห์ครั้งที่ Health Land ส่วนครีมอาบน้ำใช้สูตรอ่อนโยนของ Johnson’s มานานมาก เพราะชอบกลิ่นและไม่ทำร้ายผิว เวลาอาบน้ำใช้ฟองน้ำถูตามตัวอยู่แล้ว จึงไม่ใช้สครับรบกวนผิวอีก ตามด้วยโลชั่นของ Eucerin pH5 Lotion ปิดท้ายด้วยการฉีดน้ำหอม Diptyque กลิ่น Orphèon กลิ่นสไตล์วู้ดดี้ฟลอรัล จะฉีดที่ข้อมือ แต้มตรงหลังหู และฉีดในอากาศแล้วเดินผ่าน กลิ่นจะติดทนขึ้นค่ะ

“ส่วนเส้นผมทีใช้แชมพูของ Common Ground เป็นแบรนด์ออร์แกนิกจากออสเตรเลียที่ราคาไม่แพงเลย ถูกโฉลกกับผมเราด้วย เพราะผมทีเส้นเล็ก แถมช่วงหนึ่งผมร่วงหนัก แต่หลังจากใช้แชมพูยี่ห้อนี้ รู้สึกเลยว่าผมหนาขึ้น ตอนนี้ใช้มา 6 ขวดแล้ว และถ้ามีเวลาจะมาสก์ผมด้วย Lolane ช่วยเรื่องผมแห้งเสีย สัปดาห์ละ 2 ครั้ง ครั้งละ 5 นาทีค่ะ”

NATURAL LOOK
“ทีชอบแต่งหน้าลุคธรรมชาติ เริ่มจากใช้รองพื้นของ Bobbi Brown Intensive Skin Serum Foundation ที่ช่วยบำรุงผิวไปด้วยในตัว ช่วยปรับผิวหน้าให้เนียนขึ้น โดยใช้ฟองน้ำเกลี่ยให้ทั่วหน้า จากนั้นใช้คอนซีลเลอร์ Dior แต้มตรงรอยสิวกับใต้ตา และเพื่อกันคราบที่จะเกิดขึ้นภายหลัง จะใช้แป้งฝุ่นเซตเบาๆ ตรงใต้ตาด้วยค่ะ

“สำหรับเทคนิคที่จะทำให้บลัชออนติดทน ทีใช้ครีมบลัชของ Rare Beauty โทนสีชมพูตุ่นแต้มตรงโหนกแก้ม เพื่อให้หน้าดูเรียวขึ้น จากนั้นใช้บลัชออนฝุ่นของ Charlotte Tilbury สี Pillow Talk ปัดทับตรงโหนกแก้มอีกครั้ง คราวนี้สีไม่หลุดแน่

“ต่อกันที่คิ้วใช้ของ Anastasia Brow Pomade แบบเจล ติดทนมาก วาดไปตามเส้นคิ้ว สำหรับอายแชโดว์ในชีวิตประจำวันจะไม่ทาเลยค่ะ ชอบปล่อยให้ตาเป็นธรรมชาติ แต่ถ้าต้องออกงานจะปัดโทนสีน้ำตาล มีกลิตเตอร์เบาๆ ถ้าวันไหนอยากให้ตากลมโตขึ้นก็กรีดอายไลเนอร์ของ Lifeford ที่ติดทน ไม่หลุด ไม่เยิ้ม จากนั้นปัดขนตาด้วยมาสคาราของ Maybelline Sky High นอกจากความติดทน ปัดแล้วขนตาดูยาวขึ้นด้วย ตบท้ายด้วยลิปสติกของ Charlotte Tilbury สี In Love With Olivia โทนสีนู้ดดูเป็นธรรมชาติ”

SELF LOVE…TAKE CARE OF YOUR BODY & MIND
“สำหรับที การดูแลรูปร่างและการออกกำลังกายเป็น Self-Care ของตัวเอง ไม่ใช่แค่หุ่นดีอย่างเดียว แต่เราต้องสนุกไปกับมัน ทำให้เป็น Healthy Routine ถ้าอยู่ที่บ้านทีจะเล่นบอดี้เวตหรือโยคะ ส่วนกิจกรรมเอ๊าต์ดอร์ชอบปีนผา ตีแบดหรือวิ่ง นอกจากนี้ก็พยายามเลือกอาหารที่ดีต่อสุขภาพไว้ก่อน แต่ถ้าวันไหนอยากกินของหวานก็ไม่ฝืนตัวเอง ไม่ปล่อยให้โหย จะได้เป็นการดูแลสุขภาพที่ไม่ทรมานค่ะ

“ทีว่าความสวยไม่มีมาตรฐานที่ชัดเจนว่าอะไรคือสวยหรือไม่สวย สำหรับทีแค่เรามั่นใจ รู้สึกดีกับตัวเองในทุกๆ วัน “นั่นก็คือสวยแล้วค่ะ”


ข้อมูล : นิตยสารแพรว ฉบับ 986

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

Tissot Telemeter 1938 Solo_cover

หวนคืนสู่วันแห่งความรุ่งโรจน์ของการเป็นผู้จับเวลาในเกมกีฬาด้วย Telemeter 1938 ของทิสโซต์

เมือง Le Locle กรกฎาคม 2022 เมื่อครั้งที่ Vital Thiébaud กดปุ่มนาฬิกาทิสโซต์ของเขาให้เริ่มหมุนไป ในการแข่งขันสกี ณ สกีรีสอร์ต Villars-sur-Ollon ในประเทศสวิตเซอร์แลนด์เมื่อ 84 ปีที่แล้ว เขาได้เริ่มต้นเรื่องราวแห่งการเป็นผู้ควบคุมเวลาในการแข่งขันกีฬาของบริษัทนาฬิกาสวิสแห่งนี้ ที่ยังคงถ่ายทอดเรื่องราวอยู่จวบจนถึงปัจจุบัน ถึงตอนนี้ ทิสโซต์ยังคงจดจำการกดปุ่มนาฬิกาจับเวลาเมื่อปี 1938 ครั้งนั้นอยู่ไม่รู้ลืม Telemeter 1938 มีการออกแบบที่ได้รับแรงบันดาลใจจากวันแห่งความรุ่นโรจน์ในอดีตของการจับเวลาในเกมกีฬา และการเต้นไปตามจังหวะของกลไกเมคคานิกใหม่อันล้ำยุค

หวนคืนสู่วันแห่งความรุ่งโรจน์ของการเป็นผู้จับเวลาในเกมกีฬาด้วย Telemeter 1938 ของทิสโซต์

มาตรวัด

สิ่งแรกที่จะตรึงสายตาของ Telemeter 1938 ก็คือการออกแบบหน้าปัดสไตล์วินเทจที่สวยงาม ผสานกับตัวเลขอารบิกบอกชั่วโมงที่เรียงชิด (โปรดสังเกตลวดลายที่อ่อนโยนและมีบุคลิกเฉพาะตัว) สองหน้าปัดย่อยรูปรางรถไฟ หน้าปัดหนึ่งแสดงวินาทีในการจับเวลา และอีกหน้าปัดหนึ่งเป็นตัวจับเวลา 30 นาที มาพร้อมด้วยขีดสเกลสามชุด ตรงกลางที่เป็นสีแดงคือมาตรวัดความเร็วที่แบบวนรอบ สำหรับวัดความเร็วบนเส้นทางที่ทราบระยะทาง ส่วนสีดำคือสเกลวัดนาที ที่อ่านค่าด้วยเข็มนาทีกลางรูปดาบสีน้ำเงิน และที่ส่วนด้านนอกของขอบหน้าปัดนาฬิกาที่เป็นสีน้ำเงิน คือสเกลมาตรวัดความเร็ว สำหรับวัดระยะทางระหว่างเหตุการณ์ที่คุณเห็นก่อน และได้ยินทีหลัง เช่น ฟ้าร้องและฟ้าผ่า เป็นต้น 

สไตล์เหนือกาลเวลา

สิ่งที่คลาสสิกไม่แพ้การออกแบบหน้าปัดก็คือตัวเรือนเสตนเลสขัดด้าน 42 มม. ที่มีทรงสอบเข้ารูปกับขาสายนาฬิกาที่ได้สัดส่วนอย่างสวยงาม ซึ่งเป็นที่ยึดของสายนาฬิกาหนังอิตาลีสีน้ำตาล ที่สวยงามด้วยเอกลักษณ์และความเป็นมาของกาลเวลา ปุ่มกดที่ด้านขวาของตัวเรือนนาฬิกาได้รับการออกแบบมาให้เข้ากับสรีระ ประดับด้วยเม็ดมะยมขนาดใหญ่พิเศษ กับขอบหยักที่มาจากแรงบันดาลใจของนาฬิกาเรือนแรกอันเป็นต้นแบบ ให้ภาพเงาอันสมบูรณ์แบบเหนือกาลเวลาของนาฬิกาเรือนนี้ สิ่งเหล่านี้มาพร้อมกับบรรจุภัณฑ์ที่ภูมิฐาน ที่ผ่านการทดสอบของกาลเวลามาแล้ว

ระบบกลไกที่ได้รับการอัปเกรด

ทิสโซต์เลือก Telemeter 1938 ให้เป็นที่สวมใส่กลไกจับเวลาออโต้ Valjoux A05.231 ที่อัปเกรดใหม่ ซึ่งประกอบด้วยบาลลานซ์สปริง Nivachronที่มีความทนทานสูง และสำรองพลังงานได้ยาวนาน 68 ชั่วโมง ซึ่งสมบูรณ์แบบด้วยการออกแบบโรเตอร์ที่เป็นมรดกของทิสโซต์

Telemeter 1938 ของทิสโซต์ทำหน้าที่เป็นเครื่องหมายแทนประวัติศาสตร์อันรุ่งเรืองของการจับเวลาการแข่งขันกีฬาที่สวมใส่ได้ดีเยี่ยมในประวัติศาสตร์การจับเวลากีฬาที่เริ่มขึ้น ณ เทือกเขาแอลปส์ และดำเนินต่อมาจวบจนวันนี้ ในการแข่งขันบาสเก็ตบอลเอ็นบีเอ การแข่งขันจักรยานตูร์เดอร์ฟรองซ์ และการแข่งขันจักรยานยนต์ MotoGP และนั่นเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการแข่งขันกีฬาระดับมืออาชีพที่ใช้ประโยชน์จากความเชี่ยวชาญในการจับเวลาที่เป็นตำนานของทิสโซต์

จุนโฮ

มิตรภาพ ซงจุงกิ ขอบคุณ จุนโฮ ผู้ที่ร่วมฝ่าฟันมาด้วยกันตั้งแต่เข้าวงการ

ซงจุงกิเป็นที่รู้จักในฐานะหนึ่งในนักแสดงชายของเกาหลีใต้ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดของยุค ซึ่งนอกจากหน้าตาของเขาจะมีเสน่ห์ดึงดูดหัวใจของสาวๆ แล้ว ความสามารถของหนุ่มคนนี้ก็ไม่เป็นรองใคร พิสูจน์ได้จากผลงานที่ได้รับความนิยมจากผู้ชมมากมายอาทิ Descendants of the Sun, The Innocent Man, Arthdal Chronicles และ Vincenzo

อีกมุมที่หลายคนได้เห็นและประทับใจเขาก็คือเขาเป็นคนที่มีน้ำใจและมีมิตรภาพอันดีกันนักแสดงคนอื่นๆ ซงจุงกิมักชอบเซอร์ไพร้ส์ความรักกับคนดังที่เขาเคยร่วมงาน

และเมื่อวันที่ 29 กันยายนที่ผ่านมา ที่เกาหลีใต้ได้มีการจัดงานประกาศรางวัล 2022 APAN Star Awards เพื่อมอบรางวัลให้กับคนดังเกาหลีที่มีผลงานเป็นที่ยอมรับตั้งแต่เดือนมีนาคม 2564-กรกฎาคม 2565 โดยรางวัลใหญ่ “แดซัง” ในปีนี้ตกเป็นของพระเอกหนุ่มมากความสามารถ ซงจุงกิ เจ้าของผลงานเรื่อง “Vincenzo” ขณะที่ อีจุนโฮ หรือ จุนโฮ วง 2PM ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของจุงกิก็มารับรางวัลบนเวทีเดียวกันจากผลงานเรื่อง “The Red Sleeve”

ซงจุงกิ
จุนโฮ

ทั้งนี้ระหว่างการกล่าวขอบคุณ ซงจุงกิ ได้เผยให้ทุกคนได้รู้ถึงมิตรภาพอันแน่นแฟ้นของเขาและจุนโฮโดยกล่าวว่า  “ผมรู้สึกดีใจมากๆ ที่ได้รับรางวัลบนเวทีอันยิ่งใหญ่กับเพื่อนนักแสดงที่ผมรักมาก อีจุนโฮ คนที่ร่วมฝ่าฟันกับผมมาตั้งแต่เข้าวงการ”

ขณะเดียวกันมีรายงานว่าระหว่างถ่ายทำ เรื่อง “The Red Sleeve” ซงจุงกิ ได้ส่งรถอาหารไปที่กองถ่ายเพื่อสนับสนุนเพื่อนของเขาด้วย

สำหรับซงจุงกิและอีจุนโฮเคยร่วมงานกันเมื่อปี 2009 ในรายการวาไรตี้ KBS ที่ชื่อว่า “Let’s Go Dream Team” ดูเหมือนว่าแม้เวลาจะผ่านไปนาน 13 ปีแล้วแต่มิตรภาพของพวกเขาก็ยังคงแข็งแกร่งอยู่เสมอ

จุนโฮ 01
จุนโฮ 03
จุนโฮ 02
ภูมิคุ้มกันสำเร็จรูป

เอาชนะความกลัวในยุคโควิด-19 ด้วย “ภูมิคุ้มกันสำเร็จรูป” ทางเลือกของผู้ป่วยโรคไต

อุปสรรคของการใช้ชีวิตในช่วงเปลี่ยนผ่านจากโรคระบาดโควิด-19 ไปสู่โรคประจำถิ่น (Endemic) คือการที่มาตรการป้องกันต่างๆ เริ่มผ่อนคลาย เพื่อให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตใกล้เคียงปกติได้มากที่สุด ในขณะที่เชื้อไวรัสก่อโรคโควิด-19 สายพันธุ์ย่อยโอมิครอน BA.4 และ BA.5 ยังคงแพร่ระบาดอยู่ในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง ผู้ที่เคยติดเชื้อไวรัสก่อโรคโควิด-19 แล้วก็กลับมาติดเชื้อซ้ำได้ การฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 จึงยังคงมีความจำเป็นในการกระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันต่อเชื้อไวรัส เพื่อช่วยลดอาการเจ็บป่วยรุนแรงรวมไปถึงการเสียชีวิตที่อาจเกิดขึ้น

เอาชนะความกลัวในยุคโควิด-19 ด้วย “ภูมิคุ้มกันสำเร็จรูป” ทางเลือกของผู้ป่วยโรคไต

ในขณะเดียวกัน ก็ยังมีคนอีกกลุ่มที่มีภาวะเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยร้ายแรงจากโควิด-19 เนื่องจากพวกเขามีข้อจำกัดในการรับวัคซีน ประชากรเหล่านี้รวมถึงผู้ป่วยมะเร็งเม็ดเลือด และผู้ป่วยมะเร็งอื่นๆ ที่ได้รับเคมีบำบัด ผู้ป่วยที่ต้องฟอกไต ผู้ป่วยที่ได้รับยากดภูมิหลังจากการปลูกถ่ายอวัยวะ หรือผู้ป่วยกลุ่มอื่นๆ ที่ได้รับยากดภูมิคุ้มกัน ซึ่งผู้ป่วยเหล่านี้มีความเสี่ยงต่อการเกิดอาการรุนแรงเมื่อติดเชื้อ โดยเฉพาะกับผู้ป่วยโรคไตกว่า 200,000 ราย ในประเทศไทย ที่มีอัตราการเสียชีวิตจากโควิด-19 สูงกว่าประชากรทั่วไป

ลดความกังวลของผู้ป่วยโรคไต

นายธนพลธ์ ดอกแก้ว นายกสมาคมเพื่อนโรคไตแห่งประเทศไทย เผยให้เห็นถึงปัญหาของผู้ป่วยโรคไตว่า “สำหรับผู้ป่วยโรคไตส่วนใหญ่ นอกจากจะมีภูมิคุ้มกันน้อยแล้ว ยังมีภาวะแทรกซ้อนของโรคต่างๆ ดังนั้นเมื่อไรที่ร่างกายรับเชื้อไวรัสก่อโรคโควิด-19 เข้าไปอาจทำให้เกิดอาการรุนแรงกว่าคนทั่วไป โดยเฉพาะผู้ป่วยที่ต้องฟอกเลือกด้วยเครื่องไตเทียม เนื่องจากหน่วยบริการล้างไตที่สามารถรองรับผู้ป่วยโรคไตที่เป็นโควิด-19 ได้มีไม่เพียงพอ จึงเกิดปัญหาตามมา ไม่ว่าจะเป็นของเสียคั่งหรือน้ำท่วมปอด ซึ่งของเสียพวกนี้ทำให้ภูมิคุ้มกันร่างกายแย่ลง ส่งผลให้ติดเชื้อง่าย และนำไปสู่การเสียชีวิตในท้ายที่สุด”

สมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย จึงได้จัดงานเสวนาให้ความรู้เกี่ยวกับ LAAB (Long-acting Antibody) หรือ แอนติบอดีออกฤทธิ์ยาว ที่จะเข้ามาเป็นทางเลือกเพื่อลดความเสี่ยงในกลุ่มประชากรที่เปราะบางและมีปัญหาเรื่องภูมิคุ้มกันบกพร่องซึ่งอาจมีการตอบสนองต่อวัคซีนไม่เพียงพอ ถึงแม้จะได้วัคซีนเข็มกระตุ้นแล้วก็ตาม  ทั้งนี้ LAAB ไม่ได้เข้ามาแทนที่วัคซีน เพราะการรับวัคซีนป้องกันโควิด-19 ยังคงเป็นมาตรการสำคัญที่จะช่วยลดอาการรุนแรงและการเสียชีวิตในประชากรหมู่มาก ดังนั้น LAAB จึงเป็นทางเลือกในการช่วยเสริมภูมิคุ้มกันให้กับผู้ป่วยที่ตอบสนองต่อวัคซีนได้น้อยกว่าคนทั่วไป

LAAB เป็นภูมิคุ้มกันสำเร็จรูป ซึ่งเป็นส่วนผสมระหว่างแอนติบอดีสองชนิด ได้แก่ tixagevimab และ cilgavimab ใช้ฉีดเข้าบริเวณกล้ามเนื้อสะโพกทีละข้าง พร้อมสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกายได้ทันทีหลังฉีด 6 ชั่วโมง เพื่อป้องกันก่อนการสัมผัสเชื้อไวรัสก่อโรคโควิด-19 โดยยาแอนติบอดีออกฤทธิ์ยาวนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนตำรับยาแบบมีเงื่อนไขในประเทศไทย โดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) สำหรับใช้เพื่อการป้องกันก่อนการสัมผัสเชื้อไวรัสก่อโรคโควิด-19 ในผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 12 ปี และมีน้ำหนักอย่างน้อย 40 กก. ซึ่งสามารถลบล้างฤทธิ์เชื้อไวรัสสายพันธุ์ย่อยโอมิครอน BA.4 และ BA.5 ที่กำลังระบาดอยู่ได้[1]

ภูมิคุ้มกันสำเร็จรูป 1

เกณฑ์การรับยาสำหรับผู้ป่วย

สำหรับเกณฑ์การให้ยา LAAB นั้น ผู้ป่วยโรคไตวายเรื้อรังระยะสุดท้ายที่ได้รับการบำบัดทดแทนไต ผู้ป่วยปลูกถ่ายอวัยวะ และผู้ป่วยปลูกถ่ายไขกระดูก คือ กลุ่มคนไข้เป้าหมายตามประกาศจากกระทรวงสาธารณสุขฉบับแรก ดังนั้นหากผู้ป่วยอยู่ในเกณฑ์การรับยา LAAB ก็สามารถแจ้งแพทย์เจ้าของไข้ ณ โรงพยาบาลต้นสังกัด เพื่อให้แพทย์เจ้าของไข้ได้ประเมินพร้อมแจ้งความจำนงไปทางกระทรวงสาธารณสุขเพื่อจัดสรรยา สำหรับผู้ป่วยกลุ่มอื่นๆ ที่ทางผู้เชี่ยวชาญจากสมาคมวิชาชีพมองว่าน่าจะได้รับประโยชน์จากยากลุ่มนี้ ได้แก่ ผู้ป่วยโรคมะเร็งทางโลหิตวิทยาที่กำลังได้รับการรักษาหรือเพิ่งหยุดการรักษาภายใน 6 เดือน, ผู้ป่วยโรคทางโลหิตวิทยาที่กำลังได้รับยากดภูมิคุ้มกัน, ผู้ป่วยโรคไตที่กำลังได้รับยากดภูมิคุ้มกัน และผู้ป่วยโรคข้ออักเสบและแพ้ภูมิตัวเองที่กำลังได้รับยากดภูมิคุ้มกัน ซึ่งยังอยู่ในกระบวนการพิจารณาและต้องรอประกาศจากกระทรวงฯ ต่อไป

ในทางปฏิบัติ ผู้ป่วยควรรับยาในวันที่ไม่ได้มีอาการผิดปกติ เช่น ไม่ได้อยู่ในระหว่างมีอาการป่วยหรือเพิ่งหายป่วย และควรเว้นระยะห่างในการฉีดยาปฏิชีวนะหรือการฟอกเลือดอย่างน้อย 2 ชั่วโมง หรือหากผู้ป่วยเพิ่งรับวัคซีนมาควรเว้นระยะ 2 สัปดาห์ขึ้นไป หลังได้รับยา LAAB ควรมีการสังเกตอาการอย่างใกล้ชิดอย่างน้อย 1 ชั่วโมง เพื่อเฝ้าระวังอาการข้างเคียงที่อาจจะเกิดขึ้น ซึ่งจากการศึกษาวิจัย พบว่า LAAB มีผลข้างเคียงที่ยอมรับได้และไม่มีผลข้างเคียงที่ร้ายแรง ส่วนมากมักพบอาการปวดชั่วคราวบริเวณจุดที่ฉีดยาเท่านั้น*

ไม่เพียงเท่านั้น ผู้ป่วยปลูกถ่ายอวัยะ นับว่าเป็นอีกกลุ่มที่ควรให้ความสำคัญ เนื่องจากความจำเป็นที่ต้องรับประทานยากดภูมิอยู่เป็นประจำทำให้มีภูมิคุ้มกันต่ำ เมื่อฉีดวัคซีนภูมิจะไม่ขึ้น ซึ่งข้อมูลการฉีด LAAB แก่ผู้ป่วยปลูกถ่ายอวัยวะในต่างประเทศ ณ ปัจจุบันแสดงให้เห็นว่าไม่มีผลข้างเคียงรุนแรง รวมถึงไม่มีผลต่ออวัยวะที่ปลูกถ่าย ดังนั้นผู้ป่วยกลุ่มนี้จึงเป็นอีกกลุ่มที่เข้าเกณฑ์การรับยา LAAB เช่นกัน 

สำหรับผู้ป่วยโรคไต ผู้ดูแล รวมถึงประชาชนทั่วไปที่ประสงค์จะรับชมการเสวนาออนไลน์ดังกล่าวย้อนหลังเพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับการใช้ภูมิคุ้มกันสำเร็จรูป (LAAB) สำหรับป้องกันโควิด-19 ตั้งแต่แนวทางการใช้ยาในผู้ป่วยโรคไต ผู้ป่วยปลูกถ่ายอวัยวะ และผู้ป่วยที่ได้รับยากดภูมิ รวมถึงการปฏิบัติทั้งก่อนและหลังได้รับยา สามารถรับชมได้ผ่านเฟซบุ๊กสมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย https://www.facebook.com/kidneythai/videos/758722868675856 และสมาคมเพื่อนโรคไตแห่งประเทศไทย https://www.facebook.com/watch/?v=426384412798817


ภาพ : Pexels

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

จากนางสาวไทยสู่คุณหมอมาดเท่ และล่าสุดกับบทบาทกรรมการของ PRAEW ICONIC BEAUTY 2021 หมอเจี๊ยบ-ลลนา ตัวแทนของความงามยุคใหม่ที่ไร้ขีดจำกัด

ใครอาจจะมองว่าสาวเท่กับเรื่องของเครื่องสำอางไม่น่าจะเกี่ยวกัน แต่กับหมอเจี๊ยบ-แพทย์หญิงลลนา ก้องธรนินทร์ ด้วยประสบการณ์ในวงการบันเทิงกว่า 17 ปี ทำให้เธอคลุกคลีกับแวดวงเครื่องสำอางกับสกินแคร์มาไม่น้อย แม้จะเป็นปีแรกในฐานะกรรมการของ Praew Iconic Beauty แต่บอกเลย ทุกชิ้นที่หมอเจี๊ยบให้คะแนนผ่านการตรึกตรองมาแบบถี่ถ้วนแล้วว่านี่แหละของดีจริง

จากสาวเท่สู่กรรมการทางด้านความงาม

“ก่อนอื่นต้องบอกว่า ตื่นเต้นมาก…ก ที่ได้เป็นกรรมการ Beauty Iconic เจี๊ยบเคยเห็นภาพโปรโมทจากปีก่อนๆ รู้สึกว่า เจ๋งจัง ดีใจที่เลือกเจี๊ยบมาเป็นส่วนหนึ่งของโปรเจคต์นี้ แม้ดูภายนอกเจี๊ยบอาจจะดูเหมือนไม่สนใจความงาม แต่อย่าลืมนะ ว่าเจี๊ยบผ่านการการันตีด้วยตำแหน่งนางสาวไทยมาแล้ว (ยิ้ม) มีความเชี่ยวชาญพอสมควร เพราะฉะนั้นถ้าถามว่าหนักใจไหมในฐานะกรรมการ ตอบเลยว่า ไม่ อย่างเมคอัพก็เคยฟาดตาสีฟ้ามาตั้งแต่อายุ 18 จนตอนนี้เจี๊ยบอายุ 35 แล้ว ค่อนข้างรู้ว่า โปรดักส์ตัวไหนดีหรือไม่ดี

“ประสบการณ์ทำงานในวงการ 10 กว่าปี เป็นบทเรียนสอนให้เราเลือกที่ดีที่สุดให้ตัวเอง เคยผ่านทั้งจุดที่พลาดและถูกมาหมด อย่างสมัยเด็กเจี๊ยบเคยยืมครีมของคุณแม่มาทา ปรากฏ วันรุ่งขึ้นสิวเต็มหน้า เพราะเนื้อครีมไม่เหมาะกับอายุของเรา นับจากนั้นก็ปรับวิธีการเลือกครีมให้เหมาะกับตัวเอง”

ผิวใสแบบหมอเจี๊ยบ

“เจี๊ยบไม่ชอบแต่งหน้า ที่ผิวยังดีจนถึงตอนนี้เพราะทาครีมบำรุงมาตั้งแต่เด็ก ทั้งเช้าและก่อนนอน ไม่เคยมีวันไหนที่รู้สึกขี้เกียจ ไม่อยากทาครีมเลย เรียกว่าเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตไปแล้ว ซึ่งการดูแลผิวต้องอาศัยความสม่ำเสมอ ไม่ใช่ว่า ทาคืนนี้ตื่นเช้าแล้วจะผิวดี เจี๊ยบเชื่อถ้าไม่ได้เริ่มดูแลตั้งแต่เด็ก ป่านนี้อาจจะไม่รอดก็ได้นะ

“สำหรับการทาครีม ไม่เน้นหลายขั้นตอน ขอแค่ให้ชุ่มชื้น เลือกชนิดที่เข้ากับสภาพผิวของเรามากที่สุด เพื่อป้องกันอาการแพ้ อย่างทุกวันนี้พออายุเยอะขึ้นเริ่มแพ้แดด ต่างจากสมัยเด็กๆ ไม่ว่าตากแดดนานขนาดไหนก็ไม่เป็นอะไร จึงต้องทาครีมกันแดดก่อนออกจากบ้านทุกครั้ง วิธีการเลือกโปรดักส์จะอ่านส่วนผสมบ้าง เพราะอย่างครีมบางตัว เขาอาจจะมีส่วนผสมของน้ำหอม ทำให้ผิวระคายเคืองได้ จึงเลือกที่ไม่มีกลิ่นผสมเยอะ เน้นให้สารบำรุงผิว อีกข้อคือ ถ้าใช้ครีมหลายตัวควรดูว่าส่วนผสมตีกันหรือเปล่า เช่น ถ้าเราใช้ครีมตัวหนึ่งที่มีสารสกัดจากพืช แต่อีกตัวมีส่วนผสมของกรดวิตามินซี ทาด้วยกันส่วนผสมอาจจะหักล้างกัน ไม่เห็นผล”

อย่าเอา Beauty Standard มาวัดความสุข

“เจี๊ยบคิดว่า เทรนด์มาแล้วก็ไป แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือ ขึ้นกับว่าคุณชอบอะไร ทุกวันนี้เราเป็นตัวเองได้มากขึ้น ที่จริงอินกับเทรนด์บ้างก็ได้ แค่ขอให้ดึงตัวตนของคุณออกมาด้วย เจี๊ยบคิดว่า โปรดักส์บิวตี้ที่ดีต้องสามารถเปลี่ยนคนนั้นให้เป็นตัวเองได้ดีในเวอร์ชันที่เขาต้องการ อย่างเจี๊ยบชอบแต่งแบบธรรมชาติให้เหมือนไม่แต่ง เพราะรู้สึกว่า สไตล์นี้เป็นตัวของตัวเอง

“ตอนที่เข้าประกวดนางสาวไทย คนมักจะบอกว่า เจี๊ยบไม่สวยเลย เป็นนางงามได้ยังไง ก็รู้สึกแย่ จนรู้สึกว่าตัวเองน่าเกลียด ขาดความมั่นใจ เวลาแต่งหน้าแต่งตัวออกงาน แล้วต้องฟาดขนตา 2 ชั้น ทาตาสีฟ้า ดัดผมลอน ไปจนถึงสไตล์ของเสื้อผ้า เจี๊ยบรู้สึกว่า ไม่ใช่ตัวเอง แต่ไม่รู้จะทำอย่างไร คิดมาตลอดว่า ฉันทำอะไรตรงนี้ ไม่ชอบตัวเอง

“จนกระทั่งวันหนึ่งที่เจี๊ยบหาตัวเองเจอ พบว่า ฉันชอบแต่งหน้าน้อยๆ เป็นธรรมชาติ บางครั้งก็ไม่แต่งเลย แต่ก็ยังรู้สึกว่าดูดีได้ ฉันเป็นแบบนี้แหละ ต่างจากเจี๊ยบคนเก่า ที่เคยรู้สึกว่า การไม่แต่งหน้าออกงาน คนคงรับไม่ได้ พอเราเริ่มเปลี่ยนตัวเอง โพสต์รูปไม่ได้แต่งหน้า ไม่เซ็ตผมลงอินสตราแกรม ปรากฏว่าคนชอบ จึงเข้าใจว่า เราไม่ต้องสวยตาม Beauty Standard กล้าที่จะไม่ปัดมาสคาร่า แล้วผลลัพธ์ก็ยังออกมาดูดี ที่สำคัญคือ เข้ากับไลฟ์สไตล์ของเจี๊ยบด้วย เพราะง่ายและสะดวก

The Infinity ความสวยไร้ขอบเขต

“เจี๊ยบทำงานเจอคนเยอะ บางคนอายุ 60 – 70 แต่ก็ยังดูดีในแบบของ ซึ่งเกิดจากการดูแลตัวเองให้ดี อย่างปล่อยให้โทรม ทุกคนก็จะมีเสน่ห์ในช่วงอายุของตัวเอง และเชื่อว่าความสวยที่ไม่มีวันสิ้นสุด ไม่จำเป็นว่า ฉันต้องหน้าตาเหมือนนางเอกหรือพระเอกคนไหน อย่าไปตีกรอบว่าต้องสวยเหมือนใคร ถ้าคุณมีสไตล์ของตัวเอง มั่นใจสิ่งที่เป็น ก็เป็นคุณไปเลย บางคนเจ้าเนื้อหน่อย เขาก็น่ารักในแบบของเขา บางคนอาจจะไม่สูงถึง 170 เป็นคนร่างเล็ก แต่ก็ตะมุตะมิน่ารักในแบบของตัวเองได้ บางทีการมีส่วนสูง 170 หรือมีหน้าเล็กเรียวบาง อาจจะไม่เข้ากับตัวเองก็ได้ ขอแค่คุณเข้าใจแล้วรู้ว่า คุณเป็นอย่างไร มีจุดยืนของตัวเอง

เจี๊ยบเชื่อว่าทุกคนสามารถหาตัวเองเจอและน่ารักในแบบของคุณได้

ติดตามความเคลื่อนไหวของ Praew Iconic Beauty 2022 ‘THE INFINITY’ ได้ที่

  • IG: @praewmag
  • Facebook: นิตยสารแพรว
  • และ Website: www.praew.com

พร้อมงานประกาศผลอย่างยิ่งใหญ่ในวันที่ 10 ตุลาคม 2565

#PraewIconicBeauty2022 #PraewIcionicBeautyTheInfinity #PraewMag #นิตยสารแพรว

เครดิต

เสื้อผ้า

  • Pitnapat officials
  • Fabrique.co
  • Privé couture
  • Calista

เครื่องประดับ

  • Swan
  • Jittrakar

URUS Cover

Lamborghini Urus S สู่มาตรฐานใหม่แห่งซูเปอร์เอสยูวีสายไลฟ์สไตล์ สัมผัสสุดยอดสมรรถนะ ดีไซน์ภูมิฐานและการขับขี่อเนกประสงค์ในหนึ่งเดียว

  • Lamborghini Urus S ใหม่เพิ่มกำลังเครื่องยนต์สูงสุดถึง 666 แรงม้าเทียบเท่ากับ Urus Performante ที่โดดเด่นด้านสมรรถนะ
  • เครื่องยนต์ 4.0 liter V8 Twin-turbo ให้แรงบิดสูงถึง 850 นิวตันเมตร
  • มอบอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 3.5 วินาที และทำความเร็วสูงสุดที่ 305 กม./ชม.
  • มาพร้อม 6 โหมดการขับขี่ และโหมด EGO เพื่อมอบประสบการณ์ซูเปอร์เอสยูวีแนวสปอร์ตที่ขับขี่สบายและใช้งานได้อเนกประสงค์ในทุกสถานการณ์
  • Urus S พลิกโฉมดีไซน์ใหม่ให้แมตช์กับสมรรถนะที่เหนือขั้น หากยังคงความหรูหราภูมิฐานในแบบฉบับซูเปอร์เอสยูวี
  • 2 รุ่นใหม่ทั้ง Urus S และ Urus Performante ร่วมเติมเต็มกลุ่มผลิตภัณฑ์ยานยนต์ซูเปอร์เอสยูวีของลัมโบร์กินีให้สมบูรณ์แบบ

ออโตโมบิลิ ลัมโบร์กินี (Automobili Lamborghini) สุดยอดแบรนด์ซูเปอร์สปอร์ตคาร์หรูระดับโลกสัญชาติอิตาลี ประกาศเปิดตัว Urus S สุดยอดยานยนต์สานต่อความสำเร็จของ Urus รุ่นเดิมที่เคยสร้างปรากฏการณ์ใหม่ในนิชมาร์เก็ตของซูเปอร์เอสยูวีระดับหรู มาพร้อมการเพาเวอร์อัปกำลังเครื่องและฟังก์ชั่นอเนกประสงค์เพื่อตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ที่เหนือระดับในแบบฉบับซูเปอร์เอสยูวีจากลัมโบร์กินีเคียงคู่กับ Urus Performante ใหม่สำหรับนักขับที่ต้องการสัมผัสยนตรกรรมแนวสปอร์ตอันเร้าใจ

“รถยนต์ตระกูล Urus ได้พิสูจน์ตัวเองแล้วว่าสามารถตอบโจทย์กลุ่มนักขับที่ต้องการสุดยอดเอสยูวีที่ผสานการขับขี่แนวสปอร์ตที่สนุกเร้าใจเข้ากับการใช้งานที่สะดวกสบายในทุกวัน เราจึงนำเสนอ Urus S คู่กับ Urus Performante ใหม่เพื่อมอบอีกหนึ่งความสมบูรณ์แบบแห่งดีไซน์สุดหรู สมรรถนะขั้นสุดยอด และฟังก์ชั่นอเนกประสงค์ครบครัน” สเตฟาน วิงเคิลมันน์ ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ออโตโมบิลิ ลัมโบร์กินี กล่าว “ความสำเร็จของรถยนต์ตระกูล Urus ซึ่งมียอดการผลิตมากกว่า 20,000 คัน คือบทพิสูจน์แห่งความโดดเด่นในฐานะต้นฉบับแห่งซูเปอร์เอสยูวีที่แท้จริง และ Urus S ตอกย้ำความสำเร็จของเราให้เด่นชัดยิ่งขึ้น”

Lamborghini Urus S สู่มาตรฐานใหม่แห่งซูเปอร์เอสยูวีสายไลฟ์สไตล์ สัมผัสสุดยอดสมรรถนะ ดีไซน์ภูมิฐานและการขับขี่อเนกประสงค์ในหนึ่งเดียว

สุดยอดสมรรถนะ พร้อมรูปลักษณ์ที่ภูมิฐานและการใช้งานอเนกประสงค์

เครื่องยนต์ Twin-turbo V8 มอบกำลังเครื่องยนต์ให้สูงถึง 666 แรงม้า เทียบเคียงกับรุ่น Urus Performante มอบอัตราส่วนน้ำหนักต่อกำลังเครื่องยนต์ดียิ่งขึ้นที่ 3.3 กิโลกรัม/แรงม้า เช่นเดียวกับอัตราเร่งเต็มพลังที่ได้รับการอัปเกรดใหม่ จาก 0-100 กม./ชม. ใน 3.5 วินาที และ 0-200 กม./ชม. ใน 12.5 วินาที โดยมีความเร็วสูงสุดที่ 305 กม./ชม. ซึ่ง Urus S สามารถเบรกจากระดับความเร็ว 100 กม./ชม. จนรถหยุดนิ่งได้ในระยะทางเพียง 33.7 เมตรเท่านั้น เครื่องยนต์ Twin-turbo ยังมอบสุดยอดแรงบิดสูงสุดถึง 850 นิวตันเมตรที่ 2,300 รอบต่อนาทีถึง 6,000 รอบต่อนาที ระบบท่อไอเสียที่ได้รับการปรับแต่งใหม่ในสไตล์ซูเปอร์เอสยูวีจากลัมโบร์กินี มอบพลังเสียงกระหึ่มอย่างมีเอกลักษณ์นับตั้งแต่เริ่มสตาร์ตและให้เสียงที่คมชัดแตกต่างไปในแต่ละโหมดการขับขี่

โครงแชสซีของ Urus ติดตั้งระบบช่วงล่างถุงลมแบบ adaptive เพื่อมอบการขับขี่แนวสปอร์ตที่ตื่นเต้นเร้าใจแต่ยังสามารถขับขี่ได้อย่างราบรื่นบนท้องถนนทั้งในโหมด STRADA, SPORT, CORSA และ EGO พร้อมการตอบสนองแรงบิดที่ฉับไวและการรักษาความเสถียรของตัวรถได้อย่างดีเยี่ยมเพื่อให้เหมาะกับการขับแบบออฟโร้ดทั้งในโหมดTERRA, NEVE และ SABBIA ด้วยการคาลิเบรตระบบส่งกำลังแบบเดียวกับ Urus Performante ทำให้ Urus S มอบการตอบสนองและสมรรถนะการขับขี่ที่ยอดเยี่ยมตามโหมดที่ใช้งาน พร้อมสัมผัสการควบคุมที่หรูหราภูมิฐานเพื่อมอบสุนทรียภาพในการขับขี่ประจำวันจากแชสซีที่ได้รับการปรับแต่งมาอย่างดีเยี่ยมในทุกรายละเอียด ด้วยภาพลักษณ์อันโดดเด่นที่ครอบคลุมทุกรูปแบบการใช้งานบนทุกสภาพการขับขี่ ทำให้ Urus S คือซูเปอร์เอสยูวีแนวไลฟ์สไตล์ที่เหนือระดับอย่างแท้จริง

สุดยอดดีไซน์และภาพลักษณ์ที่พร้อมสะกดทุกสายตา

Urus S ยกระดับงานออกแบบยานยนต์อันเป็นเอกลักษณ์และภูมิฐานในทุกมุมมอง โดยเน้นรูปลักษณ์แนวสปอร์ตหากยังคงความหรูหราของยานยนต์ไลฟ์สไตล์ไว้อย่างกลมกลืนเพื่อมอบความโดดเด่นที่แตกต่างจากเอสยูวีรุ่นอื่น ๆ อย่างชัดเจน ด้วยออปชั่นการปรับแต่งใหม่มากมายทั้งในเรื่องโทนสี อุปกรณ์เสริม ล้อ แพ็คเกจการตกแต่ง และรายละเอียดพิเศษอื่น ๆ ที่แสดงตัวตนของเจ้าของรถได้อย่างชัดเจนครอบคลุมทั้งความหรูหราภูมิฐานไปจนถึงสัมผัสที่สนุกสนานเร้าใจในแบบสปอร์ต

งานออกแบบกันชนหน้าผนวกเส้นสายอันละเอียดอ่อนเข้ากับการเคลือบผิวแผ่น Skidplate สแตนเลสสตีลสีดำด้านรูปแบบใหม่มาเป็นมาตรฐาน เสริมด้วยเส้นสายสีดำดูภูมิฐานของส่วนตะแกรงหน้า มาพร้อมออปชั่นการตกแต่งถึง 5 รูปแบบที่ผสมผสานทั้งโทนสีตัวรถ การเคลือบสีดำเงา และชิ้นส่วนคาร์บอนไฟเบอร์ทั้งแบบเงาและด้านอย่างสมดุล ทำให้คุณตกแต่ง Urus S ให้สะท้อนถึงสไตล์ที่แตกต่างได้อย่างตรงใจที่สุด ส่วนฝากระโปรงคาร์บอนไฟเบอร์น้ำหนักเบารุ่นใหม่มาพร้อมช่องระบายอากาศสีดำด้าน ซึ่งสามารถเลือกออปชั่นสีดำเงาแบบ Gloss Black รวมถึงสีตัวรถหรือชิ้นส่วนคาร์บอนไฟเบอร์ก็สามารถเลือกได้ทั้งแบบเงาและด้านตามต้องการ พร้อมนำเสนอออปชั่นเด่นคือหลังคาคาร์บอนไฟเบอร์ที่จะเติมเต็มความหรูหราแนวสปอร์ตขั้นสุดให้แก่ Urus S รุ่นใหม่นี้

ส่วนกันชนหลังยังได้รับการออกแบบใหม่ให้มีความกลมกลืนและขับเน้นความหรูหราในทุกองศา ส่วนล่างได้รับการเคลือบสีดำด้านที่ติดตั้งกับท่อไอเสียคู่ดีไซน์ใหม่พร้อมทำผิว Brushed steel ให้เป็นแบบมาตรฐาน โดยมีออปชั่นสีดำด้านหรือดำเงาได้ตามต้องการไปจนถึงการตกแต่งแบบ Ad Personam ในสีโครเมียมโทนสว่าง นอกจากล้อขนาด 21 นิ้วแบบมาตรฐาน ยังนำเสนออุปกรณ์ตกแต่งใหม่อื่น ๆ ทั้งล้อ Nath ขนาด 22 นิ้วแบบ Titanium Matt และ Diamond Polish หรือล้อ Taigete ขนาด 23 นิ้วที่เลือกได้ทั้งสี Bronze และ Diamond Polish

การตกแต่งห้องโดยสารของ Urus S ได้รับการออกแบบโทนสีและส่วนตกแต่งใหม่ทั้งหมดโดยออปชั่น Bi-color Sportivo และ Bi-color Sophisticated แนวใหม่นำเสนอรูปแบบตะเข็บที่สวยหรูเหมือนกับของ Urus Performante โดยการตกแต่งแบบ Bi-color Sportivo จะให้บรรยากาศที่สปอร์ตและดุดัน ในขณะที่ Bi-color Sophisticated จะมอบความหรูหราภูมิฐานและการตกแต่งด้วยโทนสีเฉพาะอย่างมีสไตล์ โดดเด่นด้วยการใช้หนังสีดำเนื้อละเอียดมาจับคู่กับโทนสีใหม่ที่ตัดกันอย่างงดงามร่วมกับสี Blu Leandro และ Verde Aura ที่พัฒนาใหม่ ควบคู่ไปกับสีแทน ครีม และน้ำตาลอย่างลงตัว ยิ่งไปกว่านั้น Urus S ยังมอบโอกาสพิเศษแก่นักขับให้สามารถปรับแต่งรถยนต์ในฝันให้โดนใจที่สุดด้วยโทนสีและอุปกรณ์ตกแต่งใหม่อีกมากมายที่จะช่วยเน้นภาพลักษณ์อันเปี่ยมพลังและคงไว้ซึ่งความงดงามภูมิฐานที่พร้อมสะกดทุกสายตาบนท้องถนน

Urus S มาพร้อมระบบการเชื่อมต่อออนไลน์ที่ครบครันทั้งระบบการนำทาง ระบบความปลอดภัยและบริการควบคุมมากมายจากภายในตัวรถ โดยสามารถใช้งานได้ผ่านการเชื่อมต่อกับสมาร์ตโฟน รวมถึงการควบคุมจากสมาร์ตวอชต์ อาทิ ฟังก์ชั่น Virtual Car Key

cover

จดลงลิสต์! 6 ดีไซน์กระเป๋าสีชมพู ความน่ารักแบบไม่ซ้ำคาแร็คเตอร์

หลายคนอาจติดภาพว่ากระเป๋าสีชมพูมักจะเหมาะกับคนที่มีคาแร็คเตอร์ อ่อนหวาน และดูน่ารัก แต่จริง ๆ แล้วไม่ได้เป็นแบบนั้นเสมอไป ถึงแม้สีนี้จะเป็นอีกหนึ่งสีที่แสดงถึงความสดใสก็ตาม แต่เมื่อรวมเข้ากับของดีไซน์แต่ละแบรนด์ที่เป็นเอกลักษณ์ก็จะสามารถสร้างลุคที่แตกต่างกันได้อย่างไม่ซ้ำกัน ที่ไม่ว่าคุณจะเป็นผู้หญิงสไตล์ไหนก็สามารถมีกระเป๋าสีชมพูที่เข้ากับตัวเองได้ไม่ยากค

Praew Survey วันนี้ ขอมาเอาใจสาว ๆ ที่ชื่นชอบสีชมพูเป็นพิเศษ ด้วยกระเป๋าสุดคิ้วท์จากทั้ง 6 แบรนด์ ที่ถึงสีจะคล้ายกันแต่เอกลักษณ์ของแบรนด์ จึงทำให้เกิดความแตกต่างในคาแร็คเตอร์ของแฟชั่นไอเท็มชิ้นนี้

เริ่มต้นกันที่ใบแรกจากแบรนด์ MIU MIU – Miu Wander matelassé nappa leather mini hobo bag กระเป๋าบุหนัง สี Begonia Pink ขนาดกะทัดรัด 20x6x17 cm พร้อมติดอะไหล่สีทองสัญลักษณ์ประจำแบรนด์ ด้วยดีไซน์ของกระเป๋าใบนี้อาจทำให้เหมาะกับสาว ๆ ที่ไม่ได้ต้องการความเป็นผู้ใหญ่มากนัก แต่อยากได้ลุคที่ดูน่ารัก สดใส และซุกซน เพราะ MU MIU เป็นอีกแบรนด์ที่เหมาะกับวัยรุ่นได้เป็นอย่างดี

3
MIU MIU – Miu Wander matelassé nappa leather mini hobo bag

ใบที่สองกับ Small Moon Cut Out bag in leather จาก GIVENCHY สี BLUSH PINK ดีไซน์สุดเก๋ ที่ถึงจะมาในสีชมพูพาสเทล แต่ก็เหมาะกับสาวที่ต้องการความเฟียส เท่ และทันสมัย โดยมีที่อะไหล่โซ่สีเงินที่ทำให้ทำให้กระเป๋าใบนี้พิเศษมากยิ่งขึ้น

5
GIVENCHY – Small Moon Cut Out bag in leather
ราคา 66,000 บาท

ต่อมากับกระเป๋าสุดฮิตจาก PRADA อย่าง Prada Cleo brushed leather mini bag สี Alabaster Pink ที่ต้องบอกว่าเป็นกระเป๋าที่เหมาะสำหรับหลายลุค ด้วยดีไซน์ของกระเป๋าที่น่ารัก และชิคในเวลาเดียวกัน ซึ่งความคุ้มค่าที่มากกว่านั้นคือ สามารถใช้ได้ทั้งเป็น shoulder bag หรือ handbag

1
PRADA – Prada Cleo brushed leather mini bag

ขยับราคามาอีกนิดกับแบรนด์ GUCCI – Jackie 1961 mini shoulder bag กระเป๋าของผู้หญิงอ่อนหวานที่รักความวินเทจ ด้วยดีไซน์กระเป๋าที่ผสมผสานกันระหว่างผ้ายีนส์และหนังสีชมพูที่เข้ากันอย่างลงตัว พร้อมด้วยเพิ่มความน่ารักจากลายปักดอกไม้บนลายโฮโลแกรมของแบรนด์

2
GUCCI – Jackie 1961 mini shoulder bag
ราคา 114,000 บาท

ใบต่อไปบอกเลยว่าสาวสายหวาน ลูกคุณหนูต้องห้ามพลาดกับ Micro Lady Dior Bag – Antique Pink Patent Cannage Calfskin จาก DIOR กระเป๋าใบเล็กน่ารักที่เอามาถือเป็นพร็อพก็แสนเก๋ และด้วยดีไซน์สุดหรูหรา หากได้ถือรับรองว่าจะกลายเป็นผู้ดีท่านหนึ่งอย่างแน่นอน

6
Micro Lady Dior Bag – Antique Pink Patent Cannage Calfskin
ราคา 130,000 บาท

ถ้ากระเป๋าใบก่อนเป็นคุณหนูผู้อ่อนหวาน ใบนี้คงเป็นคุณหนูที่มีความแก่น เปรี้ยวซ่า กับแบรนด์ CHANEL รุ่น Classic ในผ้าทวีตเอกลักษณ์ประจำแบรนด์ สีชมพูเข้มแสบตา ใบบรรดากระเป๋าทั้ง 6 แบรนด์ที่เลือกมา ขอยกให้กระเป๋าใบนี้ที่สีสันเจ็บที่สุด บอกเลยว่าสะพายแล้วคนต้องมองอย่างแน่นอน!

4
CHANEL – Classic
ราคา 329,500 บาท
โนอิ้ง บุดด้า เปิดตัวหอมนสิการ Cover

โนอิ้ง บุดด้า เปิดตัวหอมนสิการ แหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมรูปแบบใหม่แห่งแรกของไทยและของโลก

“หอมนสิการ” สถานที่ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมรูปแบบใหม่แห่งแรกของไทยและของโลก

สักการะพระบรมสารีริกธาตุ 18 พระองค์ ตื่นตากับพระพุทธรูปพระบรมโลกนาถ

ปิดทองคำแท้เนื้อสัมฤทธิ์ หนึ่งเดียวในโลกกับ ภาพปักพระบรมโลกนาถศิลปะงานปักมือ 651,000 ฝีเข็ม

หอมนสิการ แหล่งท่องเที่ยวใหม่เชิงวัฒนธรรม จังหวัดสระบุรี ตั้งอยู่เบื้องหน้าเขาพระพุทธบาทน้อย อำเภอแก่งคอย สร้างโดยมูลนิธิ โนอิ้ง บุดด้า เพื่อการปกป้องพระพุทธศาสนา ใช้เวลาก่อสร้างถึง 5 ปี พร้อมเปิดให้นักท่องเที่ยวและพุทธศาสนิกชนเข้าชม มีวัตถุประสงค์เพื่อการสืบสานวัฒนธรรมและปกป้องพระเกียรติพระบรมศาสดา และปลุกจิตสำนึกที่ดีงามให้แก่ปวงชน

โครงการ “หอมนสิการ” เกิดขึ้นตามดำริของอาจารย์อัจฉราวดี วงศ์สกล ประธานมูลนิธิ โรงเรียนแห่งชีวิตประธานมูลนิธิโนอิ้ง บุดด้า เพื่อการปกป้องพระพุทธศาสนา ตั้งอยู่ในอ.แก่งคอย  ริมเทือกเขาพระพุทธบาทน้อยอันงดงามตระการตา

หอมนสิการมีขนาด 7.4  ไร่ ใช้เวลาก่อสร้าง 5 ปี นอกจากหอมนสิการจะมีฉากหลังเป็นทัศนียภาพที่งดงามากแล้ว ยังมีนิทรรศการจำลองเส้นทางเดินของพระพุทธเจ้าในรูปแบบนิทรรศงานร่วมสมัยที่จะดึงผู้เข้าชมให้เหมือนย้อนเวลาไปที่อินเดียเมื่อ 2,500 ปีก่อน ที่ด้านในสุดของหอเรียกว่าหอจตุรัสประดิษฐานสิ่งศักดิ์สิทธิ์เพื่อการสักการะ ที่จะทำให้ผู้มาเยือนเดินทางกลับไปแบบไม่ว่างเปล่าแต่จะได้ข้อคิดในหลักการดำรงชีวิต เป็นเมล็ดพันธุ์แห่งปัญญาที่พระพุทธเจ้าได้ทรงชี้ทางไว้ และยังมีสถานที่เรียนรู้ฝึกสมาธิเบื้องต้นแบบไม่มีพิธีรีตอง เป็นสมาธิชิมลองเพื่อให้สัมผัสความสงบใจงานทุกส่วนของมนสิการมีสองภาษากำกับเพื่อรองรับทั้งนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ ประสบการณ์ทั้งหมด จะนำมาสู่การไตร่ตรองอย่างแยบคายในหลักการดำเนินชีวิตอย่างมีศีลธรรม การไตร่ตรองโดยแยบคายคือคำแปลของคำว่า “มนสิการ”

โนอิ้ง บุดด้า เปิดตัวหอมนสิการ แหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมรูปแบบใหม่แห่งแรกของไทยและของโลก

สถาปัตยกรรมและการออกแบบภายใน

หอประดิษฐานพระบรมโลกนาถ พระพุทธรูปองค์สีทอง ขนาดหน้าตัก 30 นิ้ว ตลอดจนพระบรมสารีริกธาตุที่เสด็จมาต่างวาระ 18 พระองค์ และภาพปักพระบรมโลกนาถ รูปแบบสถาปัตยกรรมแรกเริ่มทั้งภายนอกและภายใน ออกแบบโดยอ.อัจฉราวดี โดยต้องการให้ตัวอาคารมีความร่วมสมัย ไม่เป็นแนวประเพณีจนเกินไป ยอดหลังคาได้แรงบันดาลใจมาจากโบสถ์วัดพุทธไธศวรรย์จ.อยุธยา เป็นศิลปะอยุธยาตอนต้นผสมผสานศิลปะแบบขอม ด้านหน้าอาคารมีกันสาดมีลวดลายอาคารแบบนีโอคลาสสิก ทางเดินด้านในช่วงนิทรรศการเป็นอุโมงค์โค้งมนแบบอุโมงค์ทางเดินริมฝั่งแม่น้ำ Arno ด้านหน้าของ Uffizi Museum ที่ฟลอเรนซ์ อิตาลี จากนั้นได้เชิญคุณนาคนิมิตร สุวรรณกูฏซึ่งเป็นทายาทของศิลปินชั้นครูระดับตำนานคุณไพบูลย์สุวรรณกูฏผู้เป็นศิษย์รุ่นแรกและใกล้ชิดกับศาสตราจารย์ศิลป์พีระศรีมาต่อยอดรับหน้าที่เป็นศิลปินและผู้ออกแบบลวดลายสถาปัตยกรรมและให้คำปรึกษาตกแต่งภายในคุณนาคนิมิตรผูกลวดลายตัวอาคารให้มีความเป็นสากลโดยการผสมผสานลวดลายสไตล์อินเดีย สไตล์วิกตอเรียและสุโขทัย เพื่อให้มีรูปแบบเฉพาะของมนสิการ
ทุกขั้นตอนของโครงการ ตั้งแต่แนวคิด รูปแบบ ไปจนถึงวัสดุการก่อสร้าง ดีไซน์ ทั้งภายนอกและภายใน ผ่านการพิจารณาอย่างละเอียดและเข้มงวด รวมทั้งเดินทางไปดูสถาปัตยกรรม โบราณสถานที่เมืองชัยปุระ ประเทศอินเดีย

ทางเดินนิทรรศการเส้นทางเดินของพระพุทธเจ้า (The Buddha’s Path: An Exhibition Passageway)

จุดแรกที่ผู้มาเยือนจะได้สัมผัสคือ ทางเดินนิทรรศการ “เส้นทางเดินของพระพุทธเจ้า” นิทรรศการร่วมสมัย “Journey to the Life of Buddha” วิถีแห่งความเสียสละกว่าที่พระพุทธองค์จะทรงบรรลุเป็นพระพุทธเจ้าที่จะปลุกจิตสำนึกในธรรมแท้ผ่านการจัดแสดงแบบInteractive อันเป็นครั้งแรกในประเทศไทยด้วยงานศิลปะร่วมสมัยภาพแสงสีเสียงบรรยายและวิดีโอสื่อผสมระดับภาพยนตร์ให้ได้ซึมซับผ่านประสาทสัมผัสทั้ง 5 นำพาผู้เข้าชมย้อนสู่ครั้งพุทธกาลบอกเล่าเรื่องราวของเจ้าชายสิทธัตถะที่ทรงกำเนิดมาอย่างสมบูรณ์พร้อมแต่กลับปรารถนาค้นหาหนทางแห่งการพ้นจากความทุกข์ส่วนที่น่าสนใจอย่างมากคือห้องพุทธกาลช่วงที่ 5 ที่กล่าวถึงการ “หนี” จากพระราชวังเพื่อออกผนวชบำเพ็ญเพียรค้นหาทางรอดจากกงล้อแห่งวัฏสงสารกับช่วงที่ 6 “การทรมานร่างกายครั้งประวัติศาสตร์” ที่จัดแสดงหุ่นขี้ผึ้ง (เสมือนจริง) พระพุทธองค์ทรงบำเพ็ญทุกรกิริยาตามความเชื่อในแบบลัทธิดั้งเดิมจนพระวรกายผ่ายผอมเพื่อค้นหาธรรมแห่งการพ้นไปและช่วงที่ 7 “การค้นพบทางหลุดพ้นและความจริงอันสูงสุดของสรรพสิ่ง”

กราบสักการะพระบรมสารีริกธาตุพระพุทธรูปและภาพปักพระบรมโลกนาถ

ณหอจตุรัสอันศักดิ์สิทธิ์และงดงามอร่ามด้วยสีทองตัดกับผ้าไหมสีแดงที่ตกแต่งอย่างละเอียด ประณีตเป็นที่ประดิษฐาน “พระบรมโลกนาถ” พระพุทธรูปขนาดหน้าตัก 30 นิ้วปิดทองคำบริสุทธิ์งดงามผุดผ่องโดยหนึ่งในมวลสารที่ใช้หล่อพระพุทธรูปคือมวลสารดินจากกุสินาราและทองคำบริสุทธิ์เป็นมวลสารหลักซึ่งพิธีเททองหล่อพระจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ณบริเวณหน้าหอมนสิการองค์พระบรมโลกนาถนั้นเป็นพระพุทธรูปศิลปะแบบอินเดียที่มีลักษณะเสมือนจริงกับมนุษย์เพื่อให้ผู้บูชาสามารถน้อมจิตได้ใกล้ชิดพระพุทธองค์ในแบบกายเนื้อมนุษย์มากยิ่งขึ้น

ภายในหอยังเป็นที่ประดิษฐานองค์พระบรมสารีริกธาตุที่เสด็จมาด้วยพุทธปาฏิหาริย์ใน 3 วาระรวมทั้งสิ้น18พระองค์และยังมีภาพปักพระบรมโลกนาถที่ปักโดย สุวลักษณ์ เสนานุช มีขนาดความกว้าง 67.2 ซม. สูง 85.6 ซม. จำนวนฝีเข็มกว่า 651,000 ฝีเข็ม ใช้ไหมทั้งหมด 49 สี

นิทรรศการ “Spiritual Life” เพื่อความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องต่อพระพุทธศาสนา

ด้านนอกหอมนสิการมีอาคารจัดแสดงนิทรรศการ “Spiritual Life” เพื่อให้ความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องต่อพระพุทธศาสนาซึ่งถูกรังสรรค์ขึ้นมาเพื่อให้ความรู้ในหลักคำสอนของพระพุทธเจ้าหลักการประพฤติปฏิบัติที่ถูกต้องต่อพระบรมศาสดาและพระพุทธสัญลักษณ์ และมีอาคารสอนและปฏิบัติสมาธิโดยอาจารย์สอนสมาธิจัดสอนฝึก นั่งสมาธิเบื้องต้นให้กับผู้ที่สนใจ

หอมนสิการจะเปิดให้เข้าชมในวันที่ 30 กันยายน 2565  เป็นต้นไป

เปิดบริการ

อังคาร – ศุกร์ : 10.00 – 17.00 น.

เสาร์ – อาทิตย์ : 09.30 – 18.00 น.

(หยุดทุกวันจันทร์)

ค่าเข้าชม คนไทย 20 บาท คนต่างชาติ 50 บาท

เด็ก นักเรียน นักศึกษา ผู้สูงวัยผู้พิการ นักบวช เข้าฟรี*ค่าเข้าชมนี้เพื่อช่วยสนับสนุนค่าน้ำค่าไฟ

หอมนสิการ : 63/3  หมู่ 10  ต.สองคอน อ.แก่งคอย จ.สระบุรี

โทรศัพท์ :  095 7600885  

แผนที่เดินทาง : https://maps.app.goo.gl/8EcesozVyF8E8efr8?g_st=ic

ฝ่ายประชาสัมพันธ์สื่อมวลชน  : คุณมลธิรา โยธี  โทร : 085 175 1411  Email: [email protected]

Email : [email protected] | FB : manasikarn.hallI website :  www.manasikarn.com

Davines Hair Show 2022 REGENERATION Cover

ดาวิเนส แบรนด์ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมระดับโลก จัดแฮร์โชว์ “Davines Hair Show 2022 REGENERATION“ / LET’S GROW THE FUTURE

เพราะตระหนักถึงคุณค่าของ “ความงาม” ที่ต้องควบคู่ไปกับ “ความยั่งยืน” ด้วยการรับผิดชอบต่อสังคมและโลกที่เราอาศัย อันจะนำไปสู่ความงดงามที่ยั่งยืนของโลกใบนี้ต่อไป

เพื่อสะท้อนแนวคิดความงามอย่างยั่งยืน (Sustainable Beauty) ที่ยึดมั่นการอยู่ร่วมกันของมนุษย์ และธรรมชาติ บริษัท อีไอจี เดอร์มอลเวลเนส (ไทย) จำกัด ผู้จัดจำหน่าย Davines (ดาวิเนส) แบรนด์ผลิตภัณฑ์เพื่อเส้นผมระดับโลกจากประเทศอิตาลี และเป็นแบรนด์แรกในไทยที่ให้ความสำคัญเรื่องการฟื้นฟูและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ร่วมจัดแฟชั่นโชว์ “Davines Hair Show 2022 REGENERATION / LET’S GROW THE FUTURE” บนเวทีแฟชั่นระดับโลก Siam Paragon Bangkok International Fashion Week 2022 (BIFW2022) โดยมี มร.ร๊อดเดอริก เชียง ประธานบริหาร บริษัท อีไอจี เดอร์มอล เวลเนส กรุ๊ป  ร่วมพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องราวของแบรนด์ และไอเดียสุดบรรเจิดในการจัดแฮร์โชว์สุดพิเศษ ภายใต้คอนเซปท์ ‘DISRUPTION FROM NATURE’ รวมถึงความร่วมมือสนับสนุนการจัดงานแฟชั่นวีค BIFW2022 ครั้งนี้ เมื่อเร็ว ๆ นี้ ณ พาร์ค พารากอน สยามพารากอน

ดาวิเนส แบรนด์ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมระดับโลก จัดแฮร์โชว์ “Davines Hair Show 2022 REGENERATION“ / LET’S GROW THE FUTURE

 

นอกจากนี้ภายในงานยังมีเสวนาเรื่องการปรับตัวของธุรกิจความงามเพื่อความยั่งยืน โดย สกุลทิพย์ กิรติพันธวงศ์ เลขาธิการสมาคม Social Value Thailand & B Corp Thailand Movement Leader, ฐิติภูมิ วงศ์เกียรติขจร General Manager EIG Dermal Wellness Thai, กษิด์เดช สุวรรณาภิรมย์ และ อธิชนัน ศรีเสวก นักแสดงสาว ร่วมพูดคุย

พร้อมตื่นตากับแฮร์โชว์สุดตระการตา สะท้อนคอนเซปท์ Disruption from Nature เมื่อธรรมชาติบุกรันเวย์และการผสมผสานกันอย่างลงตัวของโลกแห่งแฟชั่นที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี ควบคู่ไปกับเรื่องราวของธรรมชาติและการดูแลโลกให้ยั่งยืน เพื่อความสมดุลที่ลงตัวระหว่างวิวัฒนาการและธรรมชาติ สร้างสรรค์โดย 5 สไตลิสต์ชื่อดัง นพาพร ปืนขุนทด จากร้าน Beaute De Salon, สิทธิพงษ์ เชื้อวิวัฒน์ จากร้าน KG Salon Inter, วิพุธ จารุธรรมากร, วรัญญา พุกผาสุข, พุฒิพงศ์ จำเริญสมบัติ จากร้าน ROOFHAIR Salon และอลงกรณ์ อนิลหงษ์ จากร้าน CABIN139  และทีม Davines Education Thailand โดยโจทย์ของสีผมได้รับแรงบันดาลใจจากดอกไม้ในเขตร้อนชื้นตระกูล exotic flower โดยในโชว์ของสไตลิสท์แต่ละเซ็ท จะมีการผสมผสานทั้งสีผมที่เป็นธรรมชาติ แทรกด้วยความสนุกสนานของสีจาก exotic flower อย่างกลมกลืนและลงตัว สร้างสรรค์จากผลิตภัณฑ์ดาวิเนส ที่ตอบโจทย์ทั้งความคิดสร้างสรรค์ในงานแฟชั่น และความเป็นธรรมชาติเพื่อความงามที่ยั่งยืน    

มร. ร๊อดเดอริก เชียง ประธานบริหาร บริษัท อีไอจี เดอร์มอล เวลเนส กรุ๊ป กล่าวถึงพันธกิจของแบรนด์ Davines (ดาวิเนส) ที่ต้องการสร้างความตระหนักในเรื่องการรับผิดชอบ และตอบแทนสังคมเสมอมา ว่า “ดาวิเนส ในฐานะผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมที่ใส่ใจและเคารพต่อสิ่งแวดล้อม ที่ได้รับการรับรองจาก Certified B Corporation ได้เปิดตัวโครงการริเริ่มทางสังคมและสิ่งแวดล้อมครั้งแรก ภายใต้ชื่อ We Sustain Beauty ที่เป็นดั่งพันธะสัญญาของเรา สำหรับการเคลื่อนไหวเรื่องของการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ และเป็นส่วนหนึ่งของความมุ่งมั่นของเราที่จะผสมผสานความงาม และการเกษตรอินทรีย์ปฏิรูปที่เพาะปลูกจากแหล่ง Slow Food Presidium เข้าด้วยกัน โดยคัดสรรส่วนผสมที่มีคุณภาพจากธรรมชาติ และเลือกใช้เทคโนโลยีทางวิทยาศาสตร์ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ เพื่อรับประกันความปลอดภัยของผู้บริโภค โดยวางจำหน่ายผลิตภัณฑ์กว่า 90 ประเทศทั่วโลก ซึ่งโครงการ We Sustain Beauty ถือเป็นพันธกิจของดาวิเนส ที่สะท้อนความมุ่งมั่นด้านสิ่งแวดล้อมในการเป็นผู้บุกเบิกในเรื่องความยั่งยืนที่หยั่งรากลึกของแบรนด์”  

โดยในงานมีเสวนาเรื่องการปรับตัวของธุรกิจความงามเพื่อความยั่งยืน โดย สกุลทิพย์ กิรติพันธวงศ์ เลขาธิการสมาคม Social Value Thailand & B Corp Thailand Movement Leader กล่าวถึงแนวโน้มเทรนด์ Sustainability ของทั่วโลกในปัจจุบัน ว่า “ทุกวันนี้หลายคนคงประจักษ์แล้วถึงความรุนแรงของสภาวะโลกร้อน หรือ Climate change ซึ่งผู้นำโลกกว่า 193  ประเทศให้ความสำคัญและลงนามสนธิสัญญาร่วมกันในการกอบกู้โลกในอีก 8 ปีข้างหน้าในปี 2030 โดยมีเป้าหมายในการบรรลุการพัฒนาความยั่งยืน 17  ข้อ เพื่อหยุดยั้งสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับโลกของเราซึ่งจะส่งผลกระทบถึงเจเนอเรชั่นต่อไป ซึ่ง Climate change ที่ทุกท่านกำลังจะเผชิญอีกไม่เกิน 7 ปีข้างหน้านี้ จะมีความรุนแรงไม่ต่ำกว่า 5 เท่า ผู้คนจะล้มตายไม่ต่ำกว่า 3,000 ล้านคน ประมาณ 50% ของประชากรโลกจะได้รับผลกระทบจากการไม่มีที่อยู่อาศัย โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในฐานล่างของสังคม หรือ Bottom of pyramid และเป็นเทรนด์ที่ไม่ใช่เฉพาะภาครัฐ แต่ต้องเป็นการรวมพลังจากทุกคนในทุกภาคส่วนของสังคมที่ต้องช่วยกันกอบกู้โลก และต้องขอชื่นชมภาคธุรกิจ อย่างดาวิเนส ซึ่งเป็นลีดเดอร์แบรนด์ที่ตระหนักถึงความสำคัญของสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน และเป็นแรงบันดาลให้ธุรกิจอีกหลาย ๆ แบรนด์ ที่มีเป้าหมายในการทำธุรกิจโดยไม่ได้หวังผลกำไรเพียงอย่างเดียว แต่มีส่วนร่วมในการรับผิดชอบต่อโลกใบนี้อีกด้วย

ด้าน ฐิติภูมิ วงศ์เกียรติขจร General Manager EIG Dermal Wellness Thai กล่าวถึงจุดยืนของ
แบรนด์ ดาวิเนส ว่า “ดาวิเนส ให้ความสำคัญกับเรื่องสิ่งแวดล้อมควบคู่ไปการพัฒนาผลิตภัณฑ์ โดยใช้เทคโนโลยี ตลอดจนส่วนผสมต่าง ๆ ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และลดการใช้สารเคมี รวมทั้งรับผิดชอบในเรื่องของแพคเกจจิ้ง ที่เป็นกล่องทำจากกระดาษรีไซเคิล ส่วนพลาสสติกก็สามารถย่อยสลายได้ และมีการรับคืนมารีไซเคิล อีกทั้งยังเชื่อมโยงอุตสาหกรรมแฟชั่นให้เอื้อเข้ากับการเกษตรแบบอินทรีย์ที่นำมาใช้เป็นส่วนผสมในผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ  นอกจากนี้ยังมีแคมเปญต่าง ๆ ที่ร่วมกับผู้บริโภค และร้านซาลอนชั้นนำ เพื่อเป็นการลดปริมาณขยะ ไม่ว่าจะเป็น รณรงค์ในการนำแพคเกจจิ้งที่เป็นขวดพลาสติกและหลอดสี ส่งกลับมาคืนเพื่อนำไปเข้าสู่กระบวนรีไซเคิล หรือทำลายอย่างถูกวิธี

“สำหรับก้าวต่อไปของดาวิเนส ก็เป็นเป้าหมายเดียวกับสหประชาชาติที่ต้องการสผลักดันเรื่อง Net zero emissions ในปี 2030 ซึ่งเราได้นำมาเป็นนโยบายในการดำเนินธุรกิจของดาวิเนสที่มุ่งมั่นในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่รักษาสิ่งแวดล้อม สำหรับก้าวต่อไปของดาวิเนส ก็เป็นเป้าหมายเดียวกับสหประชาชาติที่ต้องการผลักดันเรื่อง Net zero emissions ซึ่งเราได้นำมาเป็นนโยบายในการดำเนินธุรกิจของดาวิเนสที่มุ่งมั่นในการสร้างความงามที่ยั่งยืนให้แห่โลกของเรา”  

ในขณะที่ กษิด์เดช สุวรรณาภิรมย์ ในฐานะเจ้าของธุรกิจร้านซาลอนเผยถึงการเป็นส่วนหนึ่งของการรักษาสิ่งแวดล้อม ว่า “ในฐานะช่างผมที่ต้องสัมผัสสารเคมีอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน ถือเป็นเรื่องใกล้ตัวที่เปรียบเหมือนเราทำร้ายตัวเองในทุกวัน  เพราะกว่าจะได้สีผมสวย ๆ เราต้องฟอกและย้อมสีผมให้ลูกค้าซ้ำแล้วซ้ำอีก และมีช่างผมช่างทำสีผมจำนวนมากที่ประสบปัญหาสุขภาพที่มีสาเหตุจากการสัมผัสสารเคมีต่อเนื่องเป็นเวลานาน ซึ่งการฟอกย้อมผมแต่ละครั้ง จำเป็นต้องใช้น้ำจำนวนมากกว่าจะได้สีตามที่ต้องการ ซึ่งสารเคมีที่ถูกชะล้างไปกับน้ำนั้นจะมีไขมันที่ไม่ย่อยสลาย และอาจไปอุดทันในท่อระบายน้ำได้อีกด้วย ฉะนั้นควรให้ความสำคัญในการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ ย่อยสลายได้ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รวมทั้งต้องตระหนักถึงผลกระทบที่จะส่งผลต่อสุขภาพของเราต่อเนื่องไปถึงสิ่งแวดล้อม ดังนั้นจึงต้องอาศัยความร่วมมือกันของทุกฝ่าย ตั้งแต่เจ้าของร้าน ช่างผม และลูกค้า ในการเลือกใช้ผลิคภัณฑ์เพื่อความงามที่ยั่งยืน ไม่ทำลายสุขภาพ  และดีต่อสิ่งแวดล้อม”

ส่วน “ไอซ์” อธิชนัน ศรีเสวก นักแสดงสาวสวยที่ใส่ใจในเรื่องสิ่งแวดล้อม กล่าวถึงส่วนร่วมในภาคประชาชน ว่า  “การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมดูเหมือนเป็นเรื่องใหญ่ที่ไกลตัว แต่จริง ๆ เป็นเรื่องใกล้ตัวมาก อย่างน้อยการสนับสนุนผลิตภัณฑ์ที่ใส่ใจเรื่องสิ่งแวดล้อม เราในฐานะลูกค้าก็ได้เป็นส่วนหนึ่งในการรักษ์โลกไปด้วย อย่างผลิตภัณฑ์ดาวิเนสที่ตอบโจทย์การดูแลเส้นผมควบคู่ไปกับการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม ซึ่งเราสามารถใช้ได้ในชีวิตประจำวัน และเป็นเรื่องง่าย ๆ ที่เริ่มได้จากตัวเอง แล้วค่อย ๆ ขยายไปสู่คนรอบตัวของเรา ซึ่งสุดท้ายการเปลี่ยนแปลงของเราเพียงน้อยนิด อาจจะช่วยคงความสวยงามของใบโลกนี้ไว้ให้แก่ลูกหลานของเราได้ในอนาคต”  

พร้อมกันนี้ดาวิเนส ได้สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดเส้นผมและผิวกาย WE STAND/ for regeneration ที่เป็นผลิตภัณฑ์ตัวแรกที่เป็นการร่วมมือกับศูนย์เกษตรอินทรีย์ปฎิรูปสถาบันโรเดล-ดาวิเนสแห่งสหภาพยุโรป ที่ตอบโจทย์ทั้งการดูแลเส้นผมและผิวกาย ควบคู่ไปกับการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม ที่ตอกย้ำภารกิจของดาวิเนส ภายใต้แนวคิดความงามอย่างยั่งยืน และไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม โดยได้รับการพัฒนาและวิจัยสูตรพิเศษด้วยส่วนผสมที่สามารถย่อยสลายตามธรรมชาติได้ถึง 94.2% และสารสกัดหลักจากธรรมชาติสูงถึง 81.8%, สามารถย่อยสลายทางชีวภาพได้ถึง 97.4%, บรรจุภัณฑ์สามารถรีไซเคิลได้, ได้รับการรับรองพลาสติกเป็นศูนย์โดย Plastic Bank, บรรจุภัณฑ์ห่อด้วยกระดาษรีไซเคิล ปราศจากพลาสติก 100%, ปราศจากส่วนผสมที่มาจากสัตว์, ปราศจากซิลิโคน ซัลเฟต สารกันเสีย สารฟอกขาว ไม่ทำให้น้ำปนเปื้อนและไม่ทำร้ายสิ่งมีชีวิตใต้ท้องทะเล

ทั้งนี้ แบรนด์ดาวิเนส ได้ร่วมมือกับโครงการ 1 % for the Planet โดยบริจาคเงินจำนวน 50,000 ยูโร เพื่อสนับสนุนกิจกรรมต่าง ๆ ของสถาบันโรเดล เพื่อสนับสนุนการเกษตรอินทรีย์แบบปฏิรูป และมูลนิธิ Slow Food เพื่อสนับสนุนความหลากหลายทางชีวภาพ และในประเทศไทยจะนำรายได้ส่วนหนึ่งจากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ WE STAND/for regeneration และดาวิเนส เอสเซนเชี่ยล แฮร์แคร์ 5% ร่วมสมทบทุนให้กับโครงการพัฒนาและปรับปรุงพื้นที่ดินมูลนิธิชัยพัฒนา จังหวัดนครสวรรค์

ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการส่งมอบการดูแลเส้นผมด้วยความงามที่ยั่งยืน เพื่อให้โลกที่สวยงามยังคงอยู่กับเราตลอดไป รายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.wesustainbeauty.com หรืออัพเดตกิจกรรมและผลิตภัณฑ์ดาวิเนส ได้ทาง www.facebook.com/davinesthailand

‘มีดวงสุขกับการเป็นมือที่สาม แม้จะหลอกตัวเองว่าไม่ใช่ แต่ความจริงก็คือความจริง ! ‘ ดวงรายวัน 30 กันยายน 2565

‘มีความสุขกับการเป็นมือที่สาม แม้จะหลอกตัวเองว่าไม่ใช่ แต่ความจริงก็คือความจริง ! ‘

ดวงรายวัน 30 กันยายน 2565

ผู้ที่เกิดวันอาทิตย์

การงาน  :   สำหรับผู้ที่ทำงานหรือดำเนินธุรกิจที่ต้องใช้ความสามารถทางวาทศิลป์ในการติดต่อประสานงาน โฆษณา ประชาสัมพันธ์ สื่อมวลชน หรืองานส่งเสริมการขายทุกชนิด หากคุณเป็นคนที่มีความคิดสร้างสรรค์ มีความรับผิดชอบที่ดี ที่สำคัญมีความคิดฝันและความทะเยอทะยานที่จะประสบความสำเร็จอย่างสูงแล้วล่ะก็ วันนี้เป็นไปได้ว่าคุณจะพอใจกับการทำในสิ่งที่เป็นอยู่ให้ดีที่สุด

การเงิน  :  หากคุณเป็นนักลงทุน วันนี้มีแนวโน้มที่จะประสบความสำเร็จ แต่ก็ควรพอใจในสิ่งที่เป็นอยู่ อย่าเพิ่ม เพราะยิ่งได้มาก คุณก็จะใช้มาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งวันนี้จะหมดกับการซื้อเครื่องประดับราคาแพง  

ความรัก  :  เป็นไปได้ว่าคุณจะเน้นเหตุผลและความเหมาะสมของการมีคู่ เพื่อสร้างอนาคตที่ดีของครอบครัวมากกว่าความรัก แต่วันนี้อารมณ์คุณมีโอกาสที่จะเปลี่ยนแปลงได้ง่าย จนมาสุดที่ความปลงกับทุกๆ เรื่องที่อยู่รอบตัว รวมถึงชีวิตคู่ด้วย  คนโสด  เป็นไปได้ว่าคุณจะเริ่มปลงกับความรัก ซึ่งคำว่า ‘มีรักก็มีทุกข์’ ของคุณในวันนี้คือ การไม่ได้ดังใจ  

สุขภาพ  :   เป็นไปได้ว่าโรควัยทอง หรือโรคผู้สูงอายุที่เก็บสะสมมานาน วันนี้จะปรากฏอาการส่งสัญญาณเตือน  เช่น อัลไซเมอร์ กระดูกพรุน กระดูกเสื่อม จึงควรรับประทานอาหารและวิตามินที่บำรุงกระดูกและฟัน รวมถึงสมอง

ผู้ที่เกิดวันจันทร์

การงาน  :  สำหรับผู้ที่ทำงานหรือดำเนินธุรกิจในสายการติดต่อประสานงาน การโฆษณา-ประชาสัมพันธ์ สื่อมวลชน รวมถึงผู้ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้านภาษา วันนี้หากจะรับงานชิ้นใหม่ หรือนำงานหรือโครงการเก่าๆ ขึ้นมาพัฒนาปรับปรุงใหม่ ก็ต้องพิจารณาให้ดี มีความเสี่ยงสูงที่คุณจะตกอยู่ในภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก เพราะเป็นไปได้ว่าจะเป็นงานที่งอกขึ้นมาจากที่ตกลงกันไว้ จนถึงมีโอกาสที่คุณจะตกเป็นแพะรับบาป ต้องรับผิดในสิ่งที่ไม่ได้กระทำ

การเงิน  :   จริงๆ แล้ววันนี้คุณไม่ต้องทำงานหนักก็มีเงินเข้ามาให้ใช้จ่ายอยู่ตลอด แต่ก่อนที่จะเซ็นสัญญาหรือรับปากตกลงกับคนรัก หรือลูกหลานในครอบครัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องเงินและผลประโยชน์ ควรพิจารณาให้ดี ไม่เช่นนั้นคุณมีโอกาสตกเป็นผู้เสียเปรียบ  

ความรัก  :   หากคุณเพิ่งแต่งงานหรืออยู่ในช่วงข้าวใหม่ปลามัน วันนี้เป็นไปได้ว่าความรักหวานมันฉันคือเธอ คนโสด  คุณมีเสน่ห์มากกมาย หากยังไม่มีแฟน วันนี้ต้องได้แล้วล่ะ  

สุขภาพ  :    ภูมิแพ้มาแล้วจ้า เป็นไปได้ว่าคุณจะแพ้ทั้งฝุ่นละอองขนาดเล็ก ฝุ่นผงในบ้าน ซึ่งเกิดจากการหมักหมมและความชื้น ซึ่งจะส่งผลให้มีปัญหากับทางเดินหายใจ จามบ่อย ดังนั้น สุดสัปดาห์นี้จึงควรบิ๊กคลีนนิ่งบ้านที่สุด

ผู้ที่เกิดวันอังคาร

การงาน  :   สำหรับผู้บริหาร CEO ข้าราชการขั้นผู้ใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งอยู่ในสายงานอสังหาริมทรัพย์ บ้าน ที่ดิน อาคารสำนักงาน สิ่งปลูกสร้าง ต้นไม้ แม้คุณเต็มเปี่ยมด้วยพลังที่จะนำพาองค์กรไปสู่ความสำเร็จ แต่วันนี้ไม่ควรวู่วาม หรือตัดสินใจลงทุนอย่างกล้าหาญชาญชัย เพราะมีความเสี่ยงที่จะเกิดความผิดพลาดในภาพใหญ่

การเงิน  :  มีโอกาสที่คุณจะได้เงินจากการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ ทั้งรายย่อยและรายใหญ่ แต่ก็ไม่ควรทุ่มลงทุนมากกว่านี้ เพราะมีความเสี่ยงสูง     

ความรัก :   คาดว่าวันนี้คุณจะจริงจังกับเรื่องอสังหาริมทรัพย์ บ้าน ที่ดิน ต้นไม้ จนกลายเป็นซีเรียสไปหมดทุกเรื่อง นอกจากนั้นคุณยังยึดที่เหตุผลและความถูกต้องของตัวเองเป็นหลัก คนโสด  เป็นไปได้ว่าวันนี้คุณอารมณ์โรแมนติก วาดฝันถึงความรักไว้ว่า อยากหาคนมาเติมเต็มเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสร้างครอบครัว บ้าน ที่ดิน คาดว่าจะได้พบคนนั้น

สุขภาพ  :  ไม่ควรกลั้นปัสสาวะ เพราะจะทำให้กรวยไตและกระเพาะปัสสาวะติดเชื้อ หากในกรณีรุนแรงมีความเสี่ยงที่เชื้อจะเข้าสู่กระแสเลือดได้

ผู้ที่เกิดวันพุธ

การงาน  :  สำหรับผู้ที่ทำงานหรือดำเนินธุรกิจทางการเกษตร ตั้งแต่เกษตรกร นักออกแบบสวน  ศิลปวัฒนธรรม งานโอท็อป ฯลฯ หากงานคุณกำลังดำเนินไปได้ด้วยดี วันนี้ต้องระวังคนใกล้ชิดจะแอบแทงข้างหลัง หรือเลื่อยขาเก้าอี้ เพื่อหวังเสียบงานแทน แม้จะรู้ แต่วันนี้ยังไม่ควรกระโตกกระตาก ควรอดทนและรอคอยโอกาสและจังหวะที่จะมาถึง แล้วค่อยเช็กบิลจะดีกว่า   

การเงิน  :  หากคุณมีรายได้จากการให้เช่าหรือขายที่ดินทางการเกษตร วันนี้คาดว่าจะมีการขัดผลประโยชน์ หรือเก็บค่าเช่าไม่ได้ จนคุณขาดเงินส่วนนี้ไป  

ความรัก  :   หากคุณกำลังมีความสุขอยู่ท่ามกลางการดูแลใส่ใจอย่างดีของครอบครัว วันนี้เป็นไปได้ว่าความสุขนั้นจะถูกสั่นคลอนด้วยมือที่สามที่เข้ามาปั่นป่วนหัวใจเสียแล้ว และไม่ว่าจะอย่างไรก็ไม่สามารถจะปรับความเข้าใจกันได้  คนโสด  วันนี้เป็นไปได้ว่าคุณกำลังมีความสุขกับการเป็นมือที่สาม แม้พยายามจะหลอกใจตัวเองว่าไม่ใช่ แต่ความจริงก็คือความจริง  

สุขภาพ  :   ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารสุกๆ ดิบๆ ไม่สดสะอาด ไม่ถูกสุขลักษณะ เพราะด้วยสภาพอากาศที่ชื้นแฉะมีผลต่อคุณภาพอาหาร ที่นอกจากจะทำให้อาหารเป็นพิษได้ง่ายแล้ว ยังเสี่ยงกับการมีพยาธิ์ด้วย

ผู้ที่เกิดวันพฤหัสบดี

การงาน  :   สำหรับผู้ที่ทำงานหรือดำเนินธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ บ้าน ที่ดิน ต้นไม้ อาคารสำนักงาน สิ่งปลูกสร้างต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นสินทรัพย์ของครอบครัว หรือของคนรู้จัก วันนี้เป็นไปได้ว่าคุณจะมีความคิดสร้างสรรค์ที่เป็นของตัวเองมาก ซึ่งความเชื่อมั่นในตัวเองที่มากเกินไปจะมีโอกาสตกลงกันไม่ลงตัว

การเงิน  :   ก็ยังอยู่ที่เงินปันผลจากธุรกิจของครอบครัว วันนี้น่าจะเป็นธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งคุณก็มีโอกาสช่วยเหลือญาติสนิทมิตรสหายที่เดือดร้อน จนตัวเองเดือดร้อนไปด้วย

ความรัก :   หากคุณแต่งงานกันรวดเร็วราวสายฟ้าแลบ เพียงเพราะได้พบคนที่คิดว่าจะมาเติมเต็มชีวิตให้คุณได้ แต่วันนี้เป็นไปได้ว่าคุณจะมีความคิดของตัวเองอัดแน่นเต็มพื้นที่แล้ว จึงจำเป็นต้องขยายพื้นที่เพื่อให้ความคิดของเธอกับฉันอยู่รวมกันได้ คนโสด  ก็ยังอยู่ที่ได้พบคนที่สามารถเติมเต็มหัวใจที่ยังว่างอยู่ให้งดงามขึ้นได้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นวันนี้เป็นไปได้ว่าคุณยังไม่อยากจบลงที่เธอ ยังอยากจะพบปะผู้คนอื่นอยู่  

สุขภาพ  :  วันนี้นอกจากเลือดลมคุณจะทำงานไม่เต็มร้อย มีความเสี่ยงที่จะเป็นลม ล้มวูบหน้ามืดโดยไม่รู้ตัวแล้ว ยังมีโอกาสที่สภาพร่างกายจะเปลี่ยนแปลงไปตามสภาพอากาศ เป็นหวัด หรือภูมิแพ้ จนถึงความดันกำเริบ  

ผู้ที่เกิดวันศุกร์

การงาน  :   สำหรับเจ้าของธุรกิจ SMEs ผู้ประกอบอาชีพอิสระ จนถึงพ่อค้าแม่ขายที่เปิดบ้านทำการค้า สตรีทฟู้ดส์ ฯลฯ โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางด้านออนไลน์ แอพพลิเคชั่น เว็บไซต์ รวมถึงอุปกรณ์และเครื่องมือสื่อสารไฮเทคโนโลยี ดิจิทัล วันนี้นับว่าคุณโชคดี มีผู้ใหญ่และคนใกล้ชิดให้การส่งเสริมและสนับสนุนให้คุณทำงานที่ตั้งใจไว้ แต่ก็ควระวังในเรื่องของการวางตัวหรือความสนิทสนม เพราะมีโอกาสที่คุณจะถูกเด็กๆ หรือลูกน้องตัดสินใจข้ามหน้าข้ามตาไปอย่างไม่ทันรู้ตัว

การเงิน  :   ไหลมาเทมาเลยทีเดียว ไม่ว่าจับอะไรก็เป็นเงินเป็นทองไปหมด ไหนจะได้ผู้ใหญ่ส่งเสริมและสนับสนุนด้วย แต่วันนี้คุณก็ใช้เงินแรงอย่างกับพายุเช่นกัน

ความรัก :  จริงๆ แล้วคุณรักเดียวใจเดียว เป็นแม่บ้านแม่เรือนที่ดี แต่หากแต่งงานกันมานานๆ ก็มีโอกาสที่จะเหม็นเบื่อกันบ้างเป็นธรรมดา เพราะฉะนั้นวันนี้เป็นไปได้ว่าคุณจะขอทำในสิ่งที่ตัวเองมีความสุขบ้างน้า   คนโสด  คุณรักเดียวใจเดียว แต่วันนี้อาจเดี๋ยวเดียว เพราะคุณเลือกที่จะทำในสิ่งที่ตัวเองมีความสุขที่สุด

สุขภาพ  :  เป็นไปได้ว่าจะมีอาการวิงเวียนศีรษะ หน้ามืด เป็นลม อันมีสาเหตุมาจากการขาดสารอาหารบางอย่าง ดังนั้น จึงควรเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์กับร่างกาย

ผู้ที่เกิดวันเสาร์

การงาน :    สำหรับผู้ที่ทำงานหรือดำเนินธุรกิจทางด้านการเดินทาง เช่น โรงแรม ท่องเที่ยว การค้า รถยนต์ ฯลฯ หากคุณเคยเสนองานหรือโครงการอะไรไปแล้ว แต่ยังไม่ผ่านการพิจารณาเสียที วันนี้เป็นไปได้ว่าคุณจะต้องใช้ความรู้ ความสามารถ และบารมีจากตำแหน่งหน้าที่การงาน เพื่อดันโครงการนี้ให้สำเร็จ และก็มีความเป็นไปได้ว่าในเร็วๆ นี้คุณจะได้เดินทางไปประชุม อบรม สัมมนา จนถึงขยายสาขายังต่างจังหวัดหรือต่างประเทศด้วย

การเงิน  : หากคุณกำลังเดือดร้อนเรื่องเงินหรือเข้าไปเกี่ยวข้องกับเงินร้อน วันนี้มีโอกาสที่คุณจะสามารถบริหารจัดการทรัพย์สินได้ดี เจรจาผลประโยชน์ได้ลงตัว แต่ก็ยังไม่ควรเชื่อคำพูดยกยอปอปั้น เพราะจะทำให้คุณตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบ  

ความรัก   :  หากคุณกำลังหลงอยู่กับบางสิ่งบางอย่าง หรือบางคนจนไม่เป็นอันทำอะไรเลย วันนี้เป็นไปได้ว่าคุณจะกลับมาเป็นตัวเองอีกครั้ง ซึ่งคาดว่าวีคเอ็นท์นี้จะมีดวงเดินทางกับครอบครัวด้วย  คนโสด  มีโอกาสที่คุณจะได้พบคนถูกใจจากการเดินทาง ซึ่งคุณจะหลงใหลเขาอย่างไม่ลืมหูลืมตาเลยทีเดียว

สุขภาพ  :   จริงๆ แล้วคุณพลังเยอะ ไม่ค่อยเจ็บไข้ได้ป่วยง่ายๆ แต่วันนี้หากจะเดินทางควรให้ความสำคัญกับการรับประทานอาหาร เพราะจะมีผลต่อการกระเพาะอาหาร ลำไส้ และระบบย่อยอาหาร ทำให้ท้องอืด ท้องเฟ้อได้ง่าย