กรณ์ ริต้า

โฮมทัวร์เอ็กซ์คลูซีฟ! บ้านณรงค์เดช “กรณ์ – ริต้า” พายลโฉมพื้นที่แห่งความทรงจำและคุณค่า

เป็นหนึ่งในแฟนคลับที่ติดตามความน่ารักของครอบครัวนี้มาตลอด แพรว มีโอกาสเป็นแขกรับเชิญที่บ้านณรงค์เดช งานนี้ กรณ์ ณรงค์เดช และ ริต้า – ศรีริต้า เจนเซ่น ณรงค์เดช พร้อมด้วย น้องกวิณท์ จึงพาโฮมทัวร์ทุกซอกทุกมุมแบบเอ็กซ์คลูซีฟ

โฮมทัวร์เอ็กซ์คลูซีฟ! บ้านณรงค์เดช “กรณ์ – ริต้า” พายลโฉมพื้นที่แห่งความทรงจำและคุณค่า

หลังจากการต้อนรับอย่างอบอุ่นเป็นกันเอง คุณกรณ์พา แพรว มานั่งที่ห้องรับแขก พร้อมเล่าถึงที่มาของบ้านหลังนี้ว่า

กรณ์ ริต้า

“ช่วงนี้งานค่อนข้างยุ่งครับ เพราะด้วยตำแหน่ง CEO บริษัทไรมอน แลนด์ จำกัด จึงมีหลายอย่างที่ต้องดูแล ซึ่งตั้งแต่แต่งงาน ผมจะไปๆ มาๆ ระหว่างคอนโดที่อยู่กับภรรยาและลูกกับบ้านหลังนี้ ซึ่งเป็นเทคนิคสำหรับคู่ข้าวใหม่ปลามัน (ยิ้ม) เพราะเมื่อแต่งงานแล้ว การที่เรามีพื้นที่ส่วนตัว ได้ใช้เวลาอยู่ด้วยกัน 2 คน ช่วยให้เราได้เรียนรู้กันเพิ่มขึ้นเยอะเลยครับ

กรณ์ ริต้า

“แต่ขณะเดียวกันก็ต้องมีเวลาให้ครอบครัวด้วย ผมจะแวะมาหาคุณพ่อแทบทุกวัน (คุณเกษม ณรงค์เดช) มากินข้าวกับครอบครัว หรือช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ก็จะพาริต้ากับน้องกวิณท์มาหาญาติๆ เพราะที่บ้านหลังนี้มีคุณพ่อ พี่กพ (คุณกฤษณ์ ณรงค์เดช) ส่วนหลานๆ สองคน (ฝาแฝด น้องภัทร – ณภัทร ณรงค์เดช และน้องพิม – พิมพ์พิศา ณรงค์เดช) ตอนนี้เรียนอยู่ที่สวิตเซอร์แลนด์ จะกลับมาเฉพาะช่วงปิดเทอม

กรณ์ ริต้า
โถงทางเข้าด้านหน้าบ้าน 

“ปัจจุบันบ้านหลังนี้เข้าสู่ปีที่ 16 แล้วครับ โดยแบบบ้านและฟังก์ชันการใช้งานทั้งหมด คุณแม่ (คุณหญิงพรทิพย์ ณรงค์เดช) เป็นคนออกแบบ สมัยที่ท่านยังอยู่ ท่านชอบเอนเตอร์เทน มีแขกมาที่บ้านตลอด จึงออกแบบพื้นที่เป็นสัดส่วนชัดเจน โดยแบ่งเป็นโซนรับแขกทางด้านหน้าและโซนที่พักของครอบครัวทางด้านหลัง

กรณ์ ริต้า

“ตั้งแต่บริเวณโซนหน้าบ้าน จากประตูทางเข้ามายังโซนรับแขกจะเห็นว่าไม่ต้องถอดรองเท้าเลย คุณแม่คิดละเอียดมาก ใส่ใจดีเทลทุกอย่าง อย่างห้องจัดเลี้ยงทางด้านซ้ายของตัวบ้านก็ออกแบบให้มีห้องจัดเตรียมด้านหลังสำหรับเวลาทำ Catering สามารถเข้าที่ตรงนั้นได้เลย ไม่ต้องผ่านพื้นที่ในบ้าน หรือบริเวณสวนตรงกลางบ้านก็ออกแบบให้มีทางลาด เพื่อให้คนสวนนำรถตัดหญ้าขึ้นมาจากข้างล่างได้เลย โดยไม่รบกวนพื้นที่ส่วนพักผ่อนในบ้าน

กรณ์ ริต้า
มุมรับแขก 

“รวมถึงห้องนอนของลูกๆ ทุกคน คุณแม่ก็ออกแบบให้มีบันไดเฉพาะของแต่ละห้อง เพื่อความเป็นส่วนตัว ซึ่งอีกมุมก็ไม่ค่อยดีนะครับ เพราะบางทีเราหากันไม่เจอ (หัวเราะ) โดยคุณแม่จัดให้พื้นที่ห้องนอนลูกๆ มีขนาดเท่ากัน แต่ภายในจะออกแบบอย่างไรแล้วแต่ความชอบของแต่ละคนเลยครับ

กรณ์ ริต้า

“อย่างห้องนอนพี่กพจะแบ่งเป็นส่วนห้องนอน ส่วน Closet (ตู้เสื้อผ้า) กับส่วนรับแขก แต่ของผมแบ่งเป็นแค่ 2 ส่วน คือครึ่งหนึ่งเป็นห้องนอน อีกครึ่งเป็นโซนเสื้อผ้า เพราะผมมีเสื้อผ้าเยอะ ของเยอะ (หัวเราะ)

กรณ์ ริต้า

“มุมโปรดของผมจะอยู่ที่โต๊ะกินข้าวครับ ซึ่งผมคิดว่าหลายๆ บ้านก็น่าจะมีมุมนี้เป็นมุมโปรดเหมือนกัน และใกล้กันจะมี Family Area ที่เป็นโซฟา ฉะนั้นทุกคนจะนั่งกินข้าว ดูทีวีด้วยกันตรงนั้น บางวันผมนั่งตรงนี้ตั้งแต่เช้า กลางวัน เย็น นั่งทำงานตรงนี้แหละ โต๊ะทรงกลมตัวนี้จึงเป็นเหมือนจุดเซ็นเตอร์ของบ้าน

กรณ์ ริต้า
แกรนด์เปียโนภายในห้องจัดเลี้ยง

“ส่วนการตกแต่งภายในบ้านมีการเปลี่ยนแปลงไปหลายครั้งแล้วครับ เพราะผมรู้สึกว่าบ้านไม่ใช่ทำทีเดียวแล้วอยู่ตลอด แต่ต้องรีเฟรชเปลี่ยนบรรยากาศไปเรื่อยๆ ซึ่งวอลล์เปเปอร์เป็นอะไรที่เวิร์คมากครับ เพราะมันช่วยเปลี่ยนบรรยากาศและอารมณ์ของห้องไปเลย เปลี่ยนง่าย ไม่เหมือนการทาสี และมีตั้งแต่ราคาถูกไปจนถึงราคาแพง เลือกตามงบประมาณได้เลย

กรณ์ ริต้า

“อย่างห้องรับแขกก็มีการเปลี่ยนวอลล์เปเปอร์ไป 4 – 5 รอบแล้ว ตลอด15 ปีที่ผ่านมา ซึ่งผมคิดว่าพออายุเพิ่มขึ้น ความชอบหรือรสนิยมของเราก็เปลี่ยนไปนะ อย่างสมัยเด็กเราอาจชอบอะไรที่มีลวดลาย แต่พอโตขึ้นกลับชอบอะไรที่ดูเบาสบายตามากขึ้น (ยิ้ม) แต่ตรงมุมส่วนกลางก็ต้องเลือกแบบกลางๆ ที่ทุกคนน่าจะชอบตรงกัน โดยเราจะช่วยกันเลือกครับ

กรณ์ ริต้า
ห้องจัดเลี้ยงขนาดใหญ่สำหรับรองรับแขก

“รวมถึงของตกแต่งด้วย อย่างในห้องรับแขกมีของหลายชิ้นที่อยู่มาตั้งแต่สมัยผมเรียนต่างประเทศ เป็นของที่ส่งต่อกันมารุ่นต่อรุ่น ของทุกชิ้นจึงมีเรื่องราว ความเป็นมา อย่างนาฬิกาบางเรือนมาจากคุณตา หรือโต๊ะใหญ่ในห้องรับแขกมาจากบ้านเก่าตั้งแต่ผม 5 ขวบ ซึ่งน่าจะเป็นชิ้นที่อายุมากที่สุดในบ้าน เป็นโต๊ะไม้ขนาดใหญ่ พร้อมเก้าอี้ 40 ที่นั่ง ทำขึ้นจากไม้ชิ้นเดียว ไม่มีรอยต่อ แต่สมัยนี้น่าจะหายากแล้วครับ”


ติดตามอ่านบทสัมภาษณ์ฉบับเต็มได้ที่ นิตยสารแพรว ฉบับ 986

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

สิวผู้ใหญ่

สิวขึ้นก่อนมีประจำเดือนเสมอ เกิดจากอะไร? พร้อมแชร์วิธีดูแลผิวเมื่อสิวมาเยือน

หลายคนอาจกังวลเรื่อง “เป็น สิว ก่อนมีประจำเดือน” โดยสิวเกิดจากการหลั่งของไขมันมากเกินไป เนื่องจากฮอร์โมนไม่สมดุล การเปลี่ยนแปลงของผิว และความเครียด  ในบทความนี้ เราจะอธิบายพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่หลายคนควรทราบเพื่อป้องกันสิวและการรักษาสิว โดยแพทย์ผิวหนังจากญี่ปุ่น

สิวขึ้นก่อนมีประจำเดือนเสมอ เกิดจากอะไร? พร้อมแชร์วิธีดูแลผิว เมื่อ ‘สิว’ มาเยือน

สิวผู้ใหญ่ 1

สาเหตุของการเกิดสิวก่อนมีประจำเดือน
สิวที่เกิดขึ้นก่อนมีประจำเดือนเรียกอีกอย่างว่า “สิวผู้ใหญ่” และมักพบในผู้หญิงที่เป็นผู้ใหญ่ แต่ความสมดุลของฮอร์โมนอาจได้รับผลกระทบ นอกจากนี้ ความเครียดยังเป็นสาเหตุของอาการกำเริบอีกด้วย

ความสมดุลของฮอร์โมน
ว่ากันว่าฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนเพศหญิงซึ่งส่วนใหญ่หลั่งออกมาหลังจากการตกไข่ และฮอร์โมนเพศชายจำนวนเล็กน้อยที่ผู้หญิงหลั่งออกมาก็มีผลเช่นกัน โปรเจสเตอโรนเป็นฮอร์โมนเพศหญิงที่ช่วยให้เยื่อบุมดลูกหนาขึ้นในกรณีที่ตั้งครรภ์ ก่อนมีประจำเดือน ระดับฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนจะสูงขึ้นไปกระตุ้นต่อมไขมันทำให้เกิดความมันส่วนเกิน ซึ่งทำให้เคราตินหนาขึ้น ทำให้รูขุมขนอุดตันได้ง่ายขึ้น และแบคทีเรียที่เป็นสิวเพิ่มขึ้นได้ง่าย ซึ่งถือเป็นสาเหตุสำคัญของการเป็นสิวผู้ใหญ่เพิ่มขึ้น

นอกจากนี้ โปรเจสเตอโรนยังมีผลทำให้การทำงานของอินซูลินบกพร่อง อินซูลินมีหน้าที่ในการลดระดับน้ำตาลในเลือดที่เพิ่มขึ้นหลังอาหาร แต่ถ้าฮอร์โมนทำงานไม่ถูกต้องจะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดลดลงได้ยาก จากนั้นอินซูลินจะหลั่งออกมามากขึ้น ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดลดลงต่ำเกินไป

มีการตั้งสมมติฐานว่าสิ่งนี้อาจนำไปสู่ความอยากของหวานในความพยายามที่จะเพิ่มระดับน้ำตาลในเลือด เป็นผลให้คุณอาจกินอาหารที่มีไขมันและหวานมากกว่าปกติ ซึ่งอาจทำให้คุณมีแนวโน้มที่จะเป็นสิวมากขึ้น

ความเครียด
เมื่อร่างกายของเรามีความเครียด เส้นประสาทอัตโนมัติจะถูกรบกวนและฮอร์โมนต่างๆ ในร่างกายจะหลั่งออกมา ส่งผลให้การหลั่งไขมันเพิ่มขึ้นและระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอลง ทำให้สิวแย่ลง

เมื่อเรานึกถึงความเครียด เรามักจะนึกถึงมันในจิตใจ แต่การอดนอน ความไม่สมดุลทางโภชนาการ การสูบบุหรี่ และรังสีอัลตราไวโอเลตก็ส่งผลต่อร่างกายเช่นกัน ผลกระทบต่างๆ ของความเครียดทำให้เกิดวงจรอุบาทว์ของสิว

นอกจากนี้ หากคุณยังไม่มีประจำเดือนหรือขนตามร่างกายหนาขึ้น อาจเป็นไปได้ว่าฮอร์โมนผิดปกติที่เรียกว่า “กลุ่มอาการถุงน้ำรังไข่หลายใบ” กำลังจะเกิดขึ้น หากคุณมีความคิดเกี่ยวกับอาการเหล่านี้ อย่าตัดสินด้วยตัวเอง แต่ควรปรึกษาแพทย์ผิวหนังหรือสูตินรีแพทย์

สิวผู้ใหญ่ 2

ป้องกันสิว สิ่งที่ควรคำนึงถึง

  • ล้างหน้าสะอาดหมดจด ใช้คลีนซิ่งทำความสะอาดในปริมาณที่พอเหมาะและเช็ดเครื่องสำอางออกอย่างระมัดระวังโดยไม่ต้องถูผิวแรง ล้างหน้าวันละ 2 ครั้ง เช้าและก่อนนอน และใช้คลีนเซอร์สำหรับรักษาสิวแล้วล้างออก
  • ใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่เหมาะกับสภาพผิว
  • ใช้ผลิตภัณฑ์แต่งหน้าที่ไม่ก่อให้เกิดสิว สำหรับครีมกันแดดและรองพื้น ให้ใช้ผลิตภัณฑ์แต่งหน้าที่ไม่ก่อให้เกิดสิว พยายามหลีกเลี่ยงการทาคอนซีลเลอร์หรือรองพื้นเพื่อปกปิดสิว
  • ปรับไลฟ์สไตล์ พยายามนอนหลับให้เพียงพอและกินอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการ หลีกเลี่ยงขนมที่มีน้ำตาลและไขมันมาก เลิกสูบบุหรี่

รักษาสิวโดยแพทย์ผิวหนัง

  • การสั่งยาทาภายนอก เพื่อขจัดรูขุมขนที่อุดตัน
  • ใบสั่งยาเฉพาะและยากินเพื่อยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรียสิว
  • นอกจากนั้น แพทย์แผนจีน อาหารเสริม การฉีดสิว การลอกผิวด้วยสารเคมี ฯลฯ อาจทำได้โดยสังเกตจากสภาพของสิว
  • อื่นๆ ขึ้นอยู่กับเฉพาะบุคคล ควรปรึกษาแพทย์ผิวหนังโดยเฉพาะ

หากมีสิวก่อนมีประจำเดือนอย่างรุนแรง ควรปรึกษาแพทย์ผิวหนัง เนื่องจากฮอร์โมนไม่สมดุลและความเครียด สิวอาจเพิ่มขึ้นก่อนมีประจำเดือน หากสิวของคุณไม่ดีขึ้นแม้จะทำตามขั้นตอนที่สามารถทำได้ด้วยตัวเองแล้ว หรือหากกังวลเกี่ยวกับอาการของสิว ให้ปรึกษาแพทย์ผิวหนังทันที


ข้อมูล : laundrybox.jp
ภาพ : Pexels

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

เตรียมฉลองวันกาแฟสากลกับ เนสกาแฟ ซิงเกิ้ล ออริจิ้น เชียงราย ลิมิเต็ด เอดิชั่น

เตรียมตัวให้พร้อมเพื่อร่วมฉลองวันกาแฟสากล ซึ่งตรงกับวันที่ 1 ตุลาคมของทุกปี เนสกาแฟ เชิญชวนคอกาแฟและเหล่าคาเฟ่ฮอปเปอร์มาร่วมดื่มด่ำ “เนสกาแฟ ซิงเกิ้ล ออริจิ้น เชียงราย” เมล็ดกาแฟอาราบิก้า 100% ชั้นดี เพื่อฉลองวันกาแฟสากลในปีนี้ โดยวางจำหน่ายในแบบเมล็ดกาแฟและหลากหลายเมนูเครื่องดื่มพิเศษพร้อมเสิร์ฟที่เนสกาแฟ สตรีท คาเฟ่ทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคมนี้เป็นต้นไป

เตรียมฉลองวันกาแฟสากลกับ เนสกาแฟ ซิงเกิ้ล ออริจิ้น เชียงราย ลิมิเต็ด เอดิชั่น

เนสกาแฟ ซิงเกิ้ล ออริจิ้น เชียงราย เป็นผลิตภัณฑ์ลิมิเต็ด เอดิชั่นแห่งความภาคภูมิใจของเกษตรกรไทย และเป็นผลผลิตจากการทำงานที่ดีเยี่ยม ภายใต้โครงการด้านความยั่งยืนระดับโลก เนสกาแฟ แพลน ตลอดหลายทศวรรษ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นให้กับเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟ และสร้างสรรค์อนาคตที่ยั่งยืนให้กับวงการกาแฟไทย โดยใช้ความเชี่ยวชาญขนาดธุรกิจและการเข้าถึงผู้บริโภคอย่างครอบคลุมของเนสกาแฟ มายกระดับคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของเกษตรกรให้ดีขึ้น ทั้งมุ่งส่งเสริม ทฤษฎีเกษตรฟื้นฟู ซึ่งเป็นหัวใจหลักของเนสกาแฟ แพลน เพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมกาแฟให้เติบโตอย่างยั่งยืน ควบคู่การดูแลและฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม

นายวิคเตอร์ เซียห์ ประธานกรรมการและประธานคณะผู้บริหาร เนสท์เล่ อินโดไชน่า เปิดเผยว่า “เนสท์เล่มีคำมั่นสัญญาในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิให้เป็นศูนย์ หรือ Net Zero ภายในปี 2050 ซึ่งหนึ่งในแผนงานที่เนสท์เล่ให้ความสำคัญก็คือ การส่งเสริมทฤษฎีเกษตรฟื้นฟู เพื่อปกป้องและฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม ตลอดจนเสริมสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับเกษตรกร และพัฒนาความเป็นอยู่ที่ดีให้แก่ชุมชน และในโอกาสวันกาแฟสากลในปีนี้ เราได้จัดเตรียมเมล็ดกาแฟสุดพิเศษ “เนสกาแฟ ซิงเกิ้ล ออริจิ้น เชียงราย” เพื่อสร้างความพึงพอใจให้กับผู้บริโภคของเรา”

นายโจโจ้ เดลา ครูซ ผู้อำนวยการบริหารธุรกิจผลิตภัณฑ์กาแฟและครีมเทียม บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด กล่าวว่า “เนสกาแฟเชื่อว่าทุกๆ คนในโลกคู่ควรกับการดื่มด่ำกาแฟคุณภาพดี เพราะกาแฟแก้วเล็ก ๆ มีพลังมากกว่าที่เราคิด และมีบทบาทสำคัญทำให้ผู้คนมีชีวิตที่ดีขึ้น เพราะว่า ‘กาแฟทุกเมล็ดสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ได้’ เบื้องหลังความสำเร็จของกาแฟคุณภาพของเนสกาแฟมาจากความทุ่มเทของเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟ จึงเป็นที่มาของการฉลองวันกาแฟสากลในวันที่ 1 ตุลาคมเป็นประจำทุกปี หรือที่เราเรียกว่า ‘เนสกาแฟ เดย์’”

ในประเทศไทย โครงการเนสกาแฟ แพลนได้พัฒนาคุณภาพชีวิตเกษตรกรและชุมชนผู้ปลูกกาแฟให้ดีขึ้นต่อเนื่องหลายทศวรรษ โดยได้มอบต้นกล้ากาแฟสายพันธุ์ดีให้กับเกษตรกร จัดการอบรมให้ความรู้ด้านเกษตรกรรมเชิงฟื้นฟู เพิ่มพูนทักษะด้านการเกษตรชั้นสูง เพื่อให้เกษตรกรและครอบครัวมีผลผลิตที่ดีขึ้น มีรายได้ที่ยั่งยืน และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

นายทาธฤษ กุณาศล ผู้จัดการฝ่ายบริการการเกษตร บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด กล่าวว่า “เชียงรายเป็นตัวอย่างที่ดีของโครงการเนสกาแฟ แพลน ที่เนสกาแฟได้เข้าไปส่งเสริมการปลูกกาแฟอย่างยั่งยืนมาหลายทศวรรษ จนเป็นที่มาของการพัฒนา เนสกาแฟ ซิงเกิ้ล ออริจิ้น เชียงราย ที่ปลูก ณ ฟาร์มทดลองและสาธิตที่จังหวัดเชียงราย โดยเราได้แจกต้นกล้าของเมล็ดอาราบิก้าชั้นดี ตลอดจนจัดการฝึกอบรม รวมถึงให้คำปรึกษาแก่เกษตรกรเพื่อให้มีผลผลิตที่ดีขึ้น”

เนสกาแฟได้พลิกฟื้นพื้นที่ปลูกฝิ่นให้กลายเป็นพื้นที่ปลูกกาแฟคุณภาพ และสร้างความผูกพันและสำนึกรักษ์ป่า เมื่อป่าเป็นพื้นที่สร้างอาชีพ คนก็จะดูแลรักษาป่า เมื่อเกือบ 40 ปีก่อน พื้นที่บนเขาในเชียงรายส่วนใหญ่มีรายได้จากการปลูกฝิ่น จุดเริ่มต้นคือ การหาอาชีพที่จะทำให้เกษตรกรชาวเขามีรายได้ มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น โดยเนสท์เล่ได้สนองพระราชดำริของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ด้วยการริเริ่มฟาร์มทดลองและสาธิตที่จังหวัดเชียงราย ในปี 2528 นำเข้ากาแฟจากทั่วโลกมาทดลองปลูก และคัดเลือก 2 สายพันธุ์ที่ดีที่สุดมาเพาะเป็นต้นกล้าคุณภาพแจกจ่ายให้กับชาวเขา นำไปเพาะปลูกสร้างรายได้ทดแทนการปลูกฝิ่น จนกลายเป็นหมู่บ้านผู้ปลูกกาแฟในปัจจุบัน

ดื่มด่ำกาแฟสุดพิเศษ เนสกาแฟ ซิงเกิ้ล ออริจิ้น เชียงราย ได้ที่เนสกาแฟ สตรีท คาเฟ่

จากการทำงานช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟไทย ตลอดจนการฟื้นฟูดูแลสิ่งแวดล้อมมาอย่างต่อเนื่องหลายทศวรรษ นำมาสู่ผลแห่งความสำเร็จในการเปิดตัว เนสกาแฟ ซิงเกิ้ล ออริจิ้น เชียงราย เมล็ดกาแฟแบบเต็มเมล็ดลิมิเต็ดเอดิชั่น สายพันธุ์อาราบิก้า 100% ที่ผ่านกระบวนการผลิตต่าง ๆ ด้วยความรักและความตั้งใจในทุกขั้นตอน ส่งตรงจากเกษตรกรสู่คอกาแฟชาวไทย เพื่อฉลองแคมเปญ “NESCAFÉ Grow Together ปลูกอย่างยั่งยืน” ในวันกาแฟสากลปีนี้

นางสาวเครือวัลย์ วรุณไพจิตร ผู้อำนวยการบริหารหน่วยธุรกิจผลิตภัณฑ์อาหารและเนสท์เล่ โพรเฟชชันนัล ประจำภูมิภาคอินโดไชน่า กล่าวว่า“เนสท์เล่ โพรเฟสชันนัล เป็นกลุ่มธุรกิจด้านโซลูชันอาหารและเครื่องดื่มสำหรับผู้ประกอบการ เราได้ใช้ความเชี่ยวชาญในการสร้างสรรค์เมนูกาแฟคุณภาพที่หลากหลายจากเมล็ดกาแฟ เนสกาแฟ ซิงเกิ้ล ออริจิ้น เชียงราย เพื่อให้คอกาแฟได้สัมผัสถึงกาแฟคุณภาพที่ทำด้วยความรัก ความตั้งใจ ตั้งแต่การปลูกและเก็บเมล็ดกาแฟจากเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟ ไปจนถึงการคั่วโดยผู้เชี่ยวชาญจากเนสกาแฟ และการชงจากบาริสต้ามืออาชีพของเราจนได้กาแฟคุณภาพที่ดีเยี่ยมในแต่ละแก้ว เรียกได้ว่า Handcrafted with Love ในทุกขั้นตอน”

สำหรับ เนสกาแฟ ซิงเกิ้ล ออริจิ้น เชียงราย มีความโดดเด่นทั้งรสชาติและสัมผัส ด้วยฟรุตตี้เทสต์โน้ตของ เกรปฟรุต ซิตรัส และคาราเมล ที่ผ่านกระบวนการคั่วแบบอ่อนถึงกลาง ให้รสชาติที่บาลานซ์ ถือเป็นกาแฟในฝันสำหรับคอกาแฟที่กำลังมองหารสชาติที่ซับซ้อนและให้สัมผัสที่แปลกใหม่แต่รสชาติยังคงทานง่าย อร่อยกลมกล่อมลงตัว โดยมี 4 เมนูพิเศษที่ได้ผ่านการรังสรรค์และเอาใส่ใจจากบาริสต้า เพื่อส่งต่อรสชาติที่ดีเยี่ยมอย่างครบถ้วน ได้แก่

  • Signature Hot Drip กาแฟดริปรสชาติละมุนด้วยการควบคุมอุณหภูมิน้ำที่เหมาะสมและเวลาในการดริปที่พอเหมาะทำให้กาแฟแก้วนี้สามารถโชว์คุณสมบัติของเมล็ดกาแฟอาราบิก้าชั้นดีออกมาได้อย่างชัดเจน ทั้งความฉ่ำแบบฟรุตตี้ และความหอมอ่อน ๆ ตบท้ายของคาราเมลที่สายสเปเชียลตี้ห้ามพลาด
  • Supreme Black อเมริกาโน่เย็นรสชาติพรีเมียมที่ดึงคุณสมบัติของเมล็ดกาแฟลิมิเต็ด เอดิชั่นนี้ ออกมาได้อย่างชัดเจน มีความลงตัวของซิตรัสเพื่อปลุกความสดชื่น และความหอมเข้มแต่มีกลิ่นอายของคาราเมลในตอนท้าย เชื่อว่าเป็นเมนูที่ถูกใจคอกาแฟดำอย่างแน่นอน
  • Mellow White ลาเต้เย็นที่ถูกรังสรรค์อย่างพิถีพิถันเพื่อให้เข้ากับเมล็ดกาแฟ ซิงเกิ้ล ออริจิ้น เชียงราย ของเราโดยเสิร์ฟแบบเชคเย็นยกระดับความละมุนในรสชาติและมีความหอมหวานจากซอส brown sugar แบบ homemade สูตรพิเศษที่ใครได้ลองแล้วต้องหลงรักอย่างแน่นอน
  • Dirty เมนูไฮไลต์ที่ห้ามพลาด กาแฟนมที่ถูกเสิร์ฟแบบแยกชั้นกันอย่างชัดเจน ด้วยนมสูตรพิเศษที่ผ่านการควบคุมอุณหภูมิให้เย็นจัด และ Top up ด้วยช็อตกาแฟเข้มข้นที่เรียกว่า Ristretto ทำให้กาแฟแก้วนี้ กลมกล่อมอย่างมีเอกลักษณ์ เมื่อจิบไปเรื่อย ๆ จะได้รสสัมผัสและกลิ่นที่แตกต่างกันซึ่งถือเป็นเสน่ห์สุดพิเศษของเมนูนี้

คาเฟ่ฮอปเปอร์สามารถดื่มด่ำ เนสกาแฟ ซิงเกิ้ล ออริจิ้น เชียงราย กับ 4 เมนูเครื่องดื่มพร้อมเสิร์ฟ และแบบเมล็ดกาแฟที่คั่วแล้วในราคา 490 บาทต่อถุง ที่เนสกาแฟ สตรีท คาเฟ่ ที่ร่วมรายการทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคมจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2565 หรือสามารถสั่งซื้อเมล็ดกาแฟในช่องทางออนไลน์ได้ที่ แพนด้ามาร์ท พิเศษในช่วงเปิดตัว ลูกค้าที่ซื้อผลิตภัณฑ์เนสกาแฟ ซิงเกิ้ล ออริจิ้น เชียงราย จะได้รับของที่ระลึก “ถุงปุ๋ยกากกาแฟ” ฟรีจากชาวสวนกาแฟในจังหวัดเชียงรายในจำนวนจำกัด ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2565 เป็นต้นไป จนกว่าจะหมด


V experience workshop Cover

VGI ชวนแบรนด์ร่วมวางกลยุทธ์เจาะลึกการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย ผ่านการใช้สื่อ Offline-to-Online (“O2O”) อย่างมีประสิทธิภาพ

บริษัท วีจีไอ จำกัด (มหาชน) หรือ วีจีไอ (“VGI”) ผู้นำการตลาด Offline-to-Online (“O2O”)  Marketing  Solutions บนแพลตฟอร์มธุรกิจที่หลากหลาย หลังจากงานเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ทางการตลาด O2O Solutions กับ Media and Creative Agency ชั้นนำของไทยในงาน V Experience เมื่อวันที่ 14 กันยายนที่ผ่านมา VGI ก็พร้อมลุยต่อเนื่องจัดเอ็กซ์คลูซีฟเวิร์คช็อปร่วมกับแบรนด์และเอเจนซี ชวนนักการตลาดมากางกลยุทธ์สร้างสรรค์แคมเปญเพื่อตอบโจทย์เป้าหมายทางการตลาดอย่างมีประสิทธิภาพและคุ้มค่า

VGI ในฐานะผู้นำการตลาด Offline-to-Online (“O2O”) Marketing โซลูชั่นส์ ยังคงพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ ให้กับสื่อโฆษณาอย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อปรับตัวให้ทันต่อพฤติกรรมของผู้บริโภครวมถึงเทคโนโลยีที่พัฒนาอยู่เสมอ และพร้อมรองรับความสร้างสรรค์ ความครีเอทีฟที่ไร้ขีดจำกัด ยกตัวอย่างแคมเปญล่าสุด “The Safety Station”  ที่ VGI ร่วมกับ Whoscall และ Sour Bangkok แคมเปญที่เตือนคนไทยให้รู้ทันสายมิจชฉาชีพ โดยการนำลูกเล่นของเสียงประกาศบนบีทีเอสมาผสานกับเทคโนโลยีที่รองรับการออกแบบคอนเทนต์ที่ Customization ตามช่วงเวลา สถานี และกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการสื่อสาร โดยนำเสนอคอนเทนต์ล้อไปกับชื่อของแต่ละสถานี ผ่านจอดิจิทัลของ VGI ที่ครอบคลุมสื่อบนสถานีบีทีเอส 24 สถานีหลัก เข้าถึงกว่า 24 ล้าน eyeballs ต่อเดือน จนเกิดเป็นกระแสไวรัลที่พูดถึงบนโลกโซเชียลกว่า 3,100,000 Reach มี PR value กว่า 1.88 ล้านบาท และมียอดดาวน์โหลดเพิ่มขึ้นถึง 3 เท่าตัว นับเป็นการยืนยันประสิทธิภาพของสื่อนอกบ้านของ VGI ได้เป็นอย่างดี

VGI ชวนแบรนด์ร่วมวางกลยุทธ์เจาะลึกการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย ผ่านการใช้สื่อ Offline-to-Online (“O2O”) อย่างมีประสิทธิภาพ

ด้านการตลาดดิจิทัล VGI มีทีมงานเฉพาะทางอย่าง VGI Digital Lab ที่จะช่วยแบรนด์และเอเจนซีในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วย Online Full Funnel Solutions ตั้งแต่การคัดกรอง Target  ที่ใช่ ไปจนถึงการสร้าง Awareness, Engagement และ Conversion ที่สามารถวัดผลได้จริง การันตีได้จากเคสตัวอย่างที่สามารถทำให้แบรนด์ สร้าง Quality Lead ได้สูงขึ้น 3 เท่า (เทียบจากการใช้ VGI Data กับการใช้ Data Social Platform) และเพิ่มยอดลูกค้าใหม่ได้สูงขึ้น 33% ภายในระยะเวลา 6 เดือน

ล่าสุด วีจีไอ เปิดตัวสื่อแพ็กเกจใหม่ “O2O Office Focused” เจาะกลุ่มเป้าหมาย Office worker ซึ่งเป็นกลุ่ม Potential Target ที่มีกำลังซื้อ* ซึ่งปัจจุบันได้กลับมาเดินทางไปทำงานตามปกติแล้วกว่า 97%  ซึ่งแพ็กเกจนี้ จะช่วยให้แบรนด์เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายนี้ได้ทั้งออนไลน์และออฟไลน์ โดยสื่อออฟไลน์ VGI มีเครือข่ายสื่อภายในสำนักงานทั่วพื้นที่ย่านเศรษฐกิจของกรุงเทพฯ กว่า 195 อาคารสำนักงาน หรือกว่า 1,500 จอ มีจำนวนการเข้าถึงต่อวันมากถึง 900,000 – 1,200,000 (Traffic/day)

และในส่วนของออนไลน์สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย Office Worker ที่อยู่ในระยะ ได้ถึง 2,000,000 Impression ต่อเดือน ด้วยศักยภาพของ VGI Big Data ทำให้ O2O Office Focused สามารถ Targeting กลุ่มเป้าหมายบนโลกออนไลน์ได้อย่างแม่นยำถึง 16 เท่า ด้วยเทคโนโลยีที่มีชื่อว่า VGI POI-Targeting จับกลุ่มเป้าหมายรอบตึกออฟฟิศในระยะที่เฉพาะเจาะจงกว่า ด้วยระยะ 0.5 ตร.กม. ซึ่งจะช่วยคัดกรองกลุ่มเป้าหมายที่ใช่ได้มากกว่า ในขณะที่ Social GEO-Targeting จับกลุ่มเป้าหมายในระยะ 8.04 ตร.กม.

ซึ่งทั้งหมดนี้ ถือเป็นการตอกย้ำความมุ่งมั่นของ VGI ในการนำเสนอสื่อโฆษณาที่ครอบคลุมแบบ 360 องศา เชื่อมโลกออฟไลน์กับออนไลน์อย่างไร้รอยต่อ เพื่อส่งมอบ Marketing Solution ให้กับแบรนด์และนักการตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยให้ความสำคัญในเรื่องของการสร้างการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค ที่ยืนยันได้จากแบรนด์ชั้นนำมากมายที่เลือกใช้สื่อ VGI เป็นหนึ่งในกลยุทธ์ของแคมเปญทางการตลาดมาอย่างต่อเนื่อง

*อ้างอิงข้อมูลจากตัวเลขประชากรผู้เสียภาษีเงินได้ (ภงด.91) ที่มีจำนวนกว่า 8 ล้านคน และเสียภาษีรวมมูลค่ากว่า 250 ล้านบาทต่อปี จาก https://www.rd.go.th/, https://dataservices.mof.go.th/

อีแจอุค’

เผยสเปคสาว อีแจอุค นักแสดงดาวรุ่งเกาหลีที่น่าจับตามองมากที่สุดใน พ.ศ. นี้

หนึ่งในนักแสดงดาวรุ่งของเกาหลีที่น่าจับตามองมากในตอนนี้ ‘อีแจอุค’ วัย 24 ปี  ที่เพิ่งเดบิวต์ในฐานะนักแสดงเมื่อปี 2018 จากเรื่อง Memories of the Alhambra จากนั้นก็มีแต่ผลงานปังๆ ไม่ว่าจะเป็นการรับบทนำในเรื่อง Search : WWW และ Extraordinary You เมื่อปี 2019 ซึ่งทำให้เขาคว้ารางวัล Best New Actor ในงาน 2019 MBC Drama Awards หรืออย่างเรื่อง Do Do Sol Sol La La Sol ที่เขาก็คว้ารางวัล Excellent Actor จากงาน 2020 KBS Drama Awards มาครอง และล่าสุด เขาได้รับบทบาทพระเอก ในบทจองอุก จากเรื่อง Alchemy of Souls ที่แฟนคลับกรี๊ดตั้งแต่ตอนแรกที่ออกฉาย

เผยสเปคสาว อีแจอุค นักแสดงดาวรุ่งเกาหลีที่น่าจับตามองมากที่สุดใน พ.ศ. นี้

จุดเริ่มต้นที่ทำให้เขาอยากอยู่วงการบันเทิงนั้นมีอยู่ว่า “แต่ก่อนผมทำงานพาร์ทไทม์เยอะมากเลยครับ แต่งานแสดงเป็นงานแรกที่ผมรู้สึกว่าตัวเองอยากลองทำ จึงตัดสินใจเรียนการแสดงเลยครับ” เขาจึงสอบเข้าเรียนปริญญาตรี สาขาศิลปะการละคร ที่มหาวิทยาลัยจุงอัง จากนั้นเขาก็มีโอกาสเข้าวงการบันเทิง ด้วยการเป็นทั้งนายแบบและนักแสดงควบคู่กัน เขาค้นพบความสุขจากการแสดงว่า “การแสดงสนุกนะเมื่อถ่ายทำซีรีส์เสร็จ  แต่ระหว่างทำงานผมรู้สึกว่ามันยากและเครียดมาก ยิ่งแสดงมาหลายเรื่อง ก็ยิ่งรู้สึกว่า งานแสดงเป็นงานที่ต้องจริงจังมากๆ เลยครับ”

นอกจากการแสดงซีรีส์ ละครเวทีก็คือสิ่งที่เขาโปรดปรานเหมือนกัน “ผมชอบละครเวทีมาก เพราะรู้สึกว่าตัวเองสามารถสื่อสารกับผู้ชมได้โดยตรงตั้งแต่ต้นเรื่องจนไปถึงจุดไคลแม็กซ์ ซึ่งซีรีส์หรือภาพยนตร์ ไม่สามารถทำอย่างนี้ได้ เพราะเราไม่ได้ถ่ายตามลำดับเวลา ไม่รู้สิ เวลาได้แสดงละครเวที มันเหมือนผมมีชีวิตชีวาขึ้นมา”

เมื่อถามว่า เขาอยากเป็นนักแสดงให้แฟนๆ จดจำแบบไหน อีแจอุคบอกว่า “ผมอยากเป็นนักแสดงที่ทำงานหนัก เวลาที่แฟนๆ มองผม ก็อยากให้มองแค่ว่า ผมเป็นอีแจอุค ถ้าต้องมีคำเรียกนำหน้าชื่ออะไรสักอย่างแทนตัวผม ก็ขอเป็นคำว่า ‘นักแสดงที่เชื่อใจได้’ แล้วกันครับ ผมว่า คำว่าเชื่อใจได้ เป็นคำที่ยากที่สุดของการเป็นนักแสดงเลย

 ส่วนไลฟ์สไตล์ของหนุ่มคนนี้ เขามีโลกส่วนตัวสูง เขาชอบการการพักผ่อนชิลๆ คนเดียว ฤดูที่เขาชอบมากที่สุดคือ ฤดูหนาว ในหนึ่งวันเขาชอบช่วงเวลาที่ “พระอาทิตย์กำลังขึ้นจากฟ้า หรือไม่ก็กำลังตกดินครับ ซึ่งในแต่ละฤดูกาล จะให้ทิวทัศน์ที่แตกต่างกันออกไป ผมสบายใจที่ได้อยู่กับสองช่วงเวลานี้” และถ้าให้เลือกระหว่างภูเขากับทะเล เขาชอบไปทะเลมากกว่าด้วย “ถ้ามีเวลาว่าง ผมจะไปเล่นสกี ว่ายน้ำ ไม่ก็ดูหนังที่บ้าน หรือไปโรงหนังคนเดียว ผมเที่ยวคนเดียวบ่อย ทั้งกินอาหารคนเดียว เดินทางคนเดียว บางครั้งการทำอะไรคนเดียวก็ทำให้เหงา แต่ผมชินกับมันแล้วครับ เพราะมันคือช่วงเวลาของการพักผ่อน หลังๆ ผมก็เริ่มสนุกกับมันแล้ว ”

          สำหรับสเปคสาวที่ชอบ เขาตอบกลับมาสั้นๆ ว่า “ผมชอบคนคิดบวกครับ” รู้แล้ว ก็คิดบวกไว้นะคะ


ที่มา : นิตยสารแพรว ฉบับ 987

จอย Red Velvet

จอย Red Velvet เผยสเต็ปคลีนผิวหน้ากับไอเท็มคู่ใจ เครื่องสำอางหนาแค่ไหน ผิวก็ใสปิ๊ง

จอย Red Velvet ไอดอลสาวสวยที่มีคาริสม่าแรง น่ารักเกินต้าน และดูดีในทุกองศา สิ่งหนึ่งที่ช่วยให้เธอโดดเด่นมากคือผิวที่สวยใสไร้ที่ติ ทำให้ไม่น่าแปลกใจเลยที่แฟนคลับจะบอกว่าผิวของเธอเนียนใสราวกระจก และไม่นานมานี้ เธอยังได้เปิดเผยเกี่ยวกับสกินแคร์รูทีนในการทำความสะอาดและบำรุงผิวหน้าของเธอผ่าน Vlog อีกด้วย จะมีอะไรบ้าง ไปส่องพร้อมกันค่ะ

จอย Red Velvet เผยสเต็ปคลีนผิวหน้ากับไอเท็มคู่ใจ เครื่องสำอางหนาแค่ไหน ผิวก็ใสปิ๊ง

อย่างแรก เธอแนะนำผลิตภัณฑ์ 2 ไอเท็มที่เธอใช้เป็นหลัก ATHÉ Authentic Pink Vita Deep Cleansing Balm และ ATHÉ Authentic Pink Vita Foaming Cleanser โดยทั้งสองไอเท็มสำหรับทำความสะอาดผิวนี้เป็นผลิตภัณฑ์วีแกน

จอยยังเล่าด้วยว่าปกติแล้วเธอมักจะมีกิจวัตรในการดูแลผิวที่ยาวกว่าปกติ แต่เนื่องจากเธอเหนื่อยและยุ่งจากตารางงานมากเกินไป บางครั้งเธอจึงใช้เฉพาะไอเท็มที่จำเป็นเท่านั้น ซึ่งในการทำความสะอาดผิวเธอจะเริ่มใช้จากเช็ดเครื่องสำอางรอบดวงตาออกก่อน

ซึ่งจอยแนะนำว่าอย่าใช้คลีนซิ่งทิชชู่เช็ดเครื่องสำอาง แม้จะเร่งรีบก็ตาม เนื่องจากมีแนวโน้มที่จะทำให้ผิวหยาบกร้านขึ้น เธอจึงแนะนำให้ใช้สำลีชุบคลีนซิ่งแบบเฉพาะรอบดวงตาทำความสะอาด เพื่อความอ่อนโยนต่อผิวรอบดวงตา จากนั้นใช้คลีนซิ่งบาล์มนวดวนเป็นวงกลมทั่วใบหน้า เมื่อเมคอัพเริ่มละลาย จะใช้วิธีแตะน้ำมานวดวนซ้ำหรือใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นบิดให้ชุ่มพอดีแล้วแปะทิ้งไว้ที่ใบหน้าสักพัก เพื่อให้ไอร้อนเปิดรูขุมขนให้กว้างขึ้น แล้วเช็ดคราบเครื่องสำอางฃและสิ่งสกปรกออกให้หมดจด แล้วทำความสะอาดผิวหน้าตามด้วยโฟมล้างหน้าอีกสเต็ป

หลังจากนั้น ก็เริ่มบำรุงผิวในขั้นตอนต่อไป จอยใช้อิมัลชั่นที่มีเนื้อเบาบางตบเบาๆ ให้ซึบซาบเข้าสู่ผิว แล้วตามด้วยครีมบำรุงผิวหน้าที่เท็กซ์เจอร์เข้มข้นขึ้นเพื่อเติมให้ผิวชุ่มชื่น และด้วยความที่เธอพิถีพิถันการดูแลผิวแบบนี้ทุกวัน จึงทำให้ใบหน้าของเธอสวยโกลว์ อิ่มฟู แม้หน้าสดก็ตาม


ข้อมูล : koreaboo.com
ภาพ : _imyour_joy

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

cover

เบสิกแบบมีสไตล์! ส่องไอเดียแมทช์ครอปท็อป ‘เฮลีย์ บีเบอร์’ ในลุคสุดชิค

อีกหนึ่งนางแบบดังที่ถูกจับตามองมาโดยตลอด คือ เฮลีย์ บาลด์วิน (Hailey Baldwin) ภรรยาสุดที่รักของ จัสติน บีเบอร์ (Justin Bieber) หลังจากเดินทางผ่านความรักกันมายาวนานถึง 9 ปี ก่อนที่ทั้งคู่จะตัดสินใจแต่งงานกัน นอกจากนี้ดีกรีของ เฮลีย์ ถือว่าไม่ธรรมดาเลยทีเดียว เพราะเธอเป็นลูกสาวของนักแสดง และผู้กำกับชื่อดัง Stephen Baldwin รวมถึงยังมีเพื่อนสนิทเป็นสาว ๆ ตระกูล Jenner อย่าง Kendall และ Kylie เรียกว่าเธอนั้นแวดล้อมไปด้วยคนดังจริง ๆ

11

แต่เราไม่ได้จะมาเจาะลึกประวัติของเธอในครั้งนี้ เพราะเมื่อเธอเป็นถึงนางแบบระดับ A-Class ทั้งที แฟชั่นของเฮลีย์มักเป็นอีกหนึ่งอย่างที่มักถูกจะจับตามองจากบรรดาคนทั่วไป ซึ่งสไตล์การแต่งตัวของเธอในช่วงนี้จะเห็นว่าเธอมักเลือกหยิบแฟชั่นไอเท็มที่ใส่ง่าย ๆ อย่าง ‘ครอปท็อป’ หากดูจากในอินสตาแกรมส่วนตัวของเธอเองสังเกตได้เลยว่า เธอใส่เสื้อผ้าสไตล์นี้บ่อยมาก แต่การแมทช์เสื้อครอปออกมาให้ดูไม่ธรรมดาก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เราจึงอยากพาทุกคนไปดูการเลือก Mix & Match ครอปท็อปสไตล์ เฮลีย์ บีเบอร์กัน

สำหรับไอเดียแรก ขอนำเสนอให้นำมาแมทช์กางเกงขายาว เอวต่ำที่จะเป็นตัวช่วยสำคัญ ทำให้เสื้อครอปท็อปดูโดดเด่นมากยิ่งขึ้นแม้จะเป็นสีเบสิกก็ตาม

1
14
6

ไอเดียที่สอง เติมเต็มลุคด้วยพร็อพต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น หมวก แว่นตา ต่างหู สร้อยคอ กำไลข้อมือ หรือแม้กระทั่งนาฬิกา ซึ่งถ้าดูจากลุค ‘ครอปท็อป’ ของเฮลีย์จะเห็นได้เลยว่าเธอเลือกใส่ Accessories อยู่เสมอ และใส่มากกว่า 1 ชิ้นอีกด้วย

9
7
13
3

และไอเดียสุดท้าย จับคู่สีไปเลยสิคะ ถ้าพูดถึงทริคในการแต่งตัวสิ่งที่ง่ายที่สุด คือ การแมทช์คู่สีของแฟชั่นไอเท็มแต่ละชิ้นแบบที่เฮลีย์ทำอยู่เป็นประจำ อย่างเลือกสีกางเกง หมวก แจ็กเก็ต หรือกระโปรงให้เข้ากับสีครอปท็อป เทคนิคแบบนี้จะทำให้ลุคดูลงตัวมากยิ่งขึ้น แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกอย่างต้องไปในทิศทางสีเดียวกัน แต่การเลือกสีคู่ตรงข้าม อย่างเสื้อครอปสีแดงและกางเกงสีม่วงก็สามารถทำได้

4
5
10
2
Jim Thompson Heritage Quarter2-Cover

“Jim Thompson Heritage Quarter” ปฐมบทใหม่แห่ง “ไลฟ์สไตล์เดสติเนชัน” ใจกลางมหานครกรุงเทพฯ

แบรนด์ไอคอนิกของเมืองไทยเตรียมเนรมิตไลฟ์สไตล์แลนด์มาร์กสุดตระการตา

สัมผัสศิลปวัฒนธรรมอันงดงามที่ผสานกับความทันสมัยหนึ่งเดียวในโลก

Jim Thompson (จิม ทอมป์สัน) แบรนด์ไอคอนิกไลฟ์สไตล์ระดับโลกของไทย เตรียมเปิดปฐมบทใหม่แห่งไลฟ์สไตล์เดสติเนชันสุดยิ่งใหญ่ใจกลางมหานครกรุงเทพฯ “Jim Thompson Heritage and Creative Quarter” ซึ่งนอกจากพิพิธภัณฑ์บ้านจิม ทอมป์สัน (Jim Thompson House Museum) อาณาจักรเรือนไทยอันงดงามที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก นักท่องเที่ยวยังจะได้พบกับโซนกิจกรรมและพื้นที่จัดแสดงใหม่อีกมากมาย ได้แก่  Museum about the Man, Home Furnishing Exhibition, Silk Café และ Iconic Store โฉมใหม่ รวมถึง Jim Thompson Art Center ที่อยู่ใกล้เคียงกัน ตอบโจทย์ผู้มาเยือนและนักท่องเที่ยว ทั้งสายอาร์ต สายประวัติศาสตร์ และสายช้อปแบบครบจบในที่เดียว เพื่อเติมเต็มไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ที่เปี่ยมด้วยคุณค่าแห่งศิลปวัฒนธรรมและความสวยงามทันสมัยอย่างสมบูรณ์แบบ

Jim Thompson Heritage Quarter พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่ต้องการสัมผัสศิลปวัฒนธรรมและขนบธรรมเนียมอันงดงามของไทย ร่วมตื่นตาตื่นใจไปกับจิตวิญญาณแห่งการสร้างสรรค์นวัตกรรมอันโดดเด่น เพียงก้าวแรกที่เข้าสู่โครงการ ผู้มาเยือนจะได้ดื่มด่ำกับความวิจิตรงดงามของกลุ่มสถาปัตยกรรมเรือนไทยซึ่งเคยเป็นบ้านของ จิม ทอมป์สัน และพื้นที่จัดแสดงข้าวของเครื่องใช้ในชีวิตประจำวันของราชาไหมไทย (The Thai Silk King) ตลอดจนได้แนวทางการสร้างบริษัทเพื่ออนุรักษ์วิถีการทอผ้าไหมแบบดั้งเดิมของไทย และการเปลี่ยนแปลงสู่อาณาจักรสมัยใหม่ในปัจจุบัน

“Jim Thompson Heritage Quarter” ปฐมบทใหม่แห่ง “ไลฟ์สไตล์เดสติเนชัน” ใจกลางมหานครกรุงเทพฯ

โครงการมูลค่าหลายล้านดอลลาร์แห่งนี้ได้ขยายพื้นที่ออกไปถึง 1,400 ตร.ม. เพื่อเตรียมต้อนรับนักท่องเที่ยวจำนวนมาก แฟรงก์ แคนเซลโลนี ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท อุตสาหกรรมไหมไทย จำกัด แบรนด์ จิม ทอมป์สัน กล่าวว่า “เรารู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมากที่ได้ประกาศถึงการเดินทางสู่ตำนานบทใหม่ของอาณาจักรจิม ทอมป์สัน เราไม่ได้เป็นเพียงแบรนด์ไลฟ์สไตล์เท่านั้น แต่ยังเป็นแบรนด์ที่ก่อตั้งขึ้นโดยชายผู้ฟื้นคืนชีวิตให้กับอุตสาหกรรมผ้าไหมไทยและได้กลายเป็นสัญลักษณ์แห่งต้นตำรับและคุณภาพระดับสูงของผ้าไหมไทยตราบจนทุกวันนี้ สำหรับการก่อสร้างโซนต่าง ๆ ในโครงการ คาดว่าจะเสร็จสมบูรณ์ 100% ในเดือนเมษายน 2566 โดยจะมีการเปิดบริการทั้งร้านอาหาร บาร์ และห้องจัดเลี้ยงอเนกประสงค์ ซึ่งทุกโซนจะสะท้อนถึงจิตวิญญาณและกลิ่นอายแห่งการต้อนรับอันอบอุ่นในแบบของจิม ทอมป์สัน อย่างชัดเจน”

จิม ทอมป์สัน พัฒนาโครงการ Heritage Quarter แห่งนี้เพื่อสร้างความตื่นตัวให้แก่วงการศิลปวัฒนธรรมไทย ตลอดจนเพื่อช่วยกระตุ้นการฟื้นตัวและการเติบโตของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในภาพรวมบนแนวทางอันเปี่ยมคุณค่าและจิตสำนึกแห่งความเป็นไทย และสิ่งสำคัญ คือ การที่แบรนด์สามารถช่วยให้คนไทยเข้าถึงความงดงามของงานหัตถกรรมที่สืบทอดกันมาช้านาน รวมถึงการส่งต่อความรู้ทางประวัติศาสตร์และมรดกทางวัฒนธรรมสู่ชนรุ่นหลังต่อไป

มาทำความรู้จักกับ Jim Thompson Heritage Quarter

Jim Thompson House Museum

ศูนย์กลางของโครงการ Jim Thompson Heritage Quarter ยังคงเป็น Jim Thompson House Museum ซึ่งได้รับการดูแลรักษาอย่างดีให้อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ พิพิธภัณฑ์บ้านจิม ทอมป์สันเป็นกลุ่มเรือนไม้สักไทย 6 หลัง ซึ่งจิม ทอมป์สัน เป็นผู้เสาะแสวงหามาจากภูมิภาคต่าง ๆ ของประเทศไทย ในช่วงทศวรรษ 1950-1960 โดยทำการถอดแยกส่วนเรือนไทยและนำมาประกอบกันอีกครั้งในบริเวณบ้านซึ่งอยู่ใกล้กับชุมชนบ้านครัวช่างทอผ้าของเขา บ้านของจิม ทอมป์สันหลังนี้กลายเป็นพื้นที่จัดแสดงงานศิลป์ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ขนาดใหญ่ และหลังจากที่เขาหายตัวไปในมาเลเซียเมื่อปี ค.ศ. 1967 บ้านหลังนี้จึงถูกเปลี่ยนให้เป็นพิพิธภัณฑ์ตราบจนทุกวันนี้

Museum About the Man

นิทรรศการจัดแสดงเส้นทางและตัวตนของจิม ทอมป์สัน รวบรวมจากเอกสารบันทึกของมูลนิธิเจมส์ เอช ดับเบิลยู ทอมป์สัน (James H.W. Thompson Foundation) แสดงถึงอิทธิพลทางความคิดที่สำคัญและหลักชัยอันยิ่งใหญ่ของชีวิต นับตั้งแต่การทำงานช่วงแรกในฐานะสถาปนิกที่สหรัฐฯ มาจนถึงการสร้างชื่อเสียงในฐานะราชาไหมไทย จนกระทั่งหายสาบสูญไปในขณะเดินทางพักผ่อนที่มาเลเซียในปี ค.ศ. 1967

จิม ทอมป์สัน เคยทำงานเป็นทั้งเจ้าหน้าที่ข่าวกรองของกองทัพสหรัฐฯ ผู้ประกอบการธุรกิจผ้าไหม นักสะสมงานศิลปะผู้เชี่ยวชาญด้านเรือนไทยโบราณ และเป็นคนดังในแวดวงสังคมของกรุงเทพฯ ช่วงยุคหลังสงครามโลกครั้งที่ 2  ความหลงใหลในงานหัตถศิลป์ของทอมป์สันทำให้เขามีความสัมพันธ์อันดีกับชุมชนทอผ้าบ้านครัว (ตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามคลองกับบ้านจิม ทอมป์สัน) ซึ่งทำให้เขาได้รู้จักและเรียนรู้เทคนิคการผลิตผ้าไหมที่งดงามและมีคุณภาพ เขาทำงานอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยเพื่ออนุรักษ์วิถีชีวิตและวัฒนธรรมพื้นบ้านของช่างทอพื้นบ้านและเกษตรกรผู้ปลูกหม่อนเลี้ยงไหมในท้องถิ่น

นิทรรศการยังแสดงถึงการเดินทางอันน่าอัศจรรย์ของผลิตภัณฑ์ผ้าไหมของจิม ทอมป์สัน ที่เดินทางไปสร้างชื่อเสียงตั้งแต่ Vogue ไปจนถึง Hollywood และ Broadway จนก้าวขึ้นเป็นแบรนด์ไลฟ์สไตล์ระดับโลกของไทยเพียงรายเดียว นอกจากนี้ ยังมีการจัดแสดงเสื้อผ้าและเครื่องแต่งกายของจิม ทอมป์สัน ตั้งแต่ทศวรรษ 1960

Home Furnishing Exhibition

พื้นที่จัดแสดงวิวัฒนาการสิ่งทอของจิม ทอมป์สัน หรือ The Evolving World of Jim Thompson Textiles จะเผยให้เห็นถึงเรื่องราวความเป็นมาของบริษัท อุตสาหกรรมไหมไทย จำกัด (Thai Silk Company Limited) และผู้สร้างสรรค์คนสำคัญที่อยู่เบื้องหลังการดำเนินธุรกิจของบริษัท หลังการหายตัวไปของจิม ทอมป์สัน ในปี ค.ศ. 1967

ตลอดระยะเวลากว่า 6 ทศวรรษที่ผ่านมา บริษัทได้นำเสนอเอกลักษณ์อันโดดเด่นสู่อุตสาหกรรมครื่องตกแต่งบ้านมาอย่างต่อเนื่อง ด้วยความอุตสาหะทุ่มเทและการสนับสนุนของกลุ่มบุคคลผู้มีชื่อเสียงของวงการอย่าง แจ็ค เลนอร์ ลาร์สัน, เจอราร์ด เพียซ, ทินนาถ นิสาลักษณ์, อู้ พหลโยธิน และอีกมากมาย ซึ่งนิทรรศการจะนำพาผู้ชมให้ได้สัมผัสถึงการทำงานและผลงานของนักออกแบบผู้สร้างสรรค์เหล่านี้ รวมถึงศักยภาพในการผลิตของบริษัทที่ยังคงขยายตัวและเติบโตอย่างต่อเนื่องมาตลอด 60 ปีที่ผ่านมา

The Iconic Store

พบกับไอคอนิกสโตร์โฉมใหม่ของจิม ทอมป์สันที่จะทำให้คุณตื่นตาตื่นใจ ทั้งการตกแต่งภายในและบรรยากาศภายนอกกับประสบการณ์การช้อปปิ้งรูปแบบใหม่ที่ไม่ซ้ำใคร นำเสนอผลิตภัณฑ์เครื่องแต่งกาย ทั้งชายและหญิง กระเป๋า เครื่องประดับ ของตกแต่งบ้าน และคอลเลกชันสุดเอ็กซ์คลูซีฟซึ่งมีจำหน่ายที่นี่เพียงแห่งเดียว

การตกแต่งภายในได้รับแรงบันดาลใจมาจากโทนสีแดงของเรือนไทยจิม ทอมป์สัน และถูกออกแบบใหม่ให้เป็นโทนสีส้มอมแดง โดยทุกส่วนของร้านนับตั้งแต่การตกแต่งสีเอิร์ธโทนไปจนถึงแนวผนังลูกคลื่นที่พลิ้วไหว ล้วนถูกออกแบบให้ส่งเสริมสีสันอันงดงามของผลิตภัณฑ์ผ้าไหม ทั้งยังสื่อถึงความหลงใหล ความเคารพต่องานหัตถศิลป์และขนบธรรมเนียมไทยของผู้ก่อตั้งอาณาจักรแห่งนี้ โดยออกแบบเป็นอาคาร 2 ชั้น เชื่อมต่อกันด้วยบันไดวนที่ทันสมัย ให้ลูกค้าสามารถเดินชมผลิตภัณฑ์และของตกแต่งมากกว่า 6,000 รายการ ได้อย่างเพลิดเพลิน

The Jim Thompson Art Center

ดำเนินงานโดยมูลนิธิเจมส์ เอช ดับเบิลยู ทอมป์สัน (James H.W. Thompson Foundation) ก่อตั้งขึ้นเพื่อเป็นแหล่งรวมพลของเหล่าศิลปินและชุมชนทางวัฒนธรรม เพื่อการนำเสนอแนวคิด การพบปะสมาคม และการเสวนาแลกเปลี่ยนประเด็นต่าง ๆ ทั้งยังสามารถใช้เป็นสถานที่จัดงานอีเวนต์ การบรรยาย และสัมมนา รวมถึงการจัดแสดงนิทรรศการได้อย่างลงตัว

แฟรงก์ แคนเซลโลนี กล่าวย้ำถึงความสำคัญของโครงการนี้ว่า “Jim Thompson Heritage Quarter จะมอบประสบการณ์ไลฟ์สไตล์ที่สมบูรณ์แบบแก่ผู้มาเยือนจากทั่วโลก เพราะนี่คือจุดหมายปลายทางเพียงแห่งเดียวที่มีทุกสิ่ง ทั้งผลิตภัณฑ์ผ้าไหมคุณภาพสูงมากมาย ประสบการณ์การช้อปปิ้งที่สะดวกสบาย ร้านอาหารและคาเฟ่ที่หลากหลาย สินค้าแฟชั่นร่วมสมัย ตลอดจนคุณค่าด้านวัฒนธรรมและกิจกรรมเพื่อความบันเทิงไว้อย่างครบครัน ณ ใจกลางมหานครแห่งนี้”

เวลาเปิดทำการ Jim Thompson Heritage Quarter

Jim Thompson House Museum :           ทุกวัน 10.00 – 18.00 น. ทัวร์นำชมสถานที่รอบสุดท้าย 17.00 น.

Jim Thompson Iconic Retail Store :      ทุกวัน 09.00 – 19.00 น.

Jim Thompson Art Center :                   ทุกวัน 10.00 – 18.00 น.

The Man Himself Exhibition :                ทุกวัน 10.00 – 18.00 น.

The Evolving World of Jim Thompson Textiles : ทุกวัน 10.00 – 18.00 น.

Silk Café :                                             ทุกวัน 10.00 – 18.00 น.

ดูข้อมูลเพิ่มเติมที่ www.jimthompsonheritagequarter.com

ภาพประกอบปฏิทินข่าว_นิทรรศการแห่งความทรงจำ The Central Memory Bankฯ_01_cover

ไทม์แมชชีนพร้อม! ย้อนเวลาสู่จุดเริ่มต้นความสำเร็จของ “ห้างเซ็นทรัล” ในนิทรรศการแห่งความทรงจำ “The Central Memory Bank” ที่ “เซ็นทรัล : ดิ ออริจินัล สโตร์”

มาร่วมย้อนอดีต ส่องไอเทมคนดัง ไปพร้อมกัน
29 กันยายน – 6 พฤศจิกายนนี้!

ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ฉลองครบรอบ 75 ปีอย่างอบอุ่นชวนคนไทยเตรียมเช็กอินที่นิทรรศการสุดพิเศษ “The Central Memory Bank” ทรานสฟอร์มพื้นที่จัดแสดงของ “เซ็นทรัล : ดิ ออริจินัล สโตร์” บนถนนเจริญกรุง ให้กลายเป็นพื้นที่แบ่งปันความทรงจำอันงดงาม

ไทม์แมชชีนพร้อม! ย้อนเวลาสู่จุดเริ่มต้นความสำเร็จของ “ห้างเซ็นทรัล” ในนิทรรศการแห่งความทรงจำ “The Central Memory Bank” ที่ “เซ็นทรัล : ดิ ออริจินัล สโตร์”

ภายใต้คอนเซ็ปต์ “เพราะทุกความทรงจำที่เกิดขึ้นสวยงามเสมอ” ให้คุณนั่งไทม์แมชชีนย้อนกลับสู่จุดเริ่มต้นของตำนานความสำเร็จยิ่งใหญ่ หวนรำลึกความทรงจำสุดพิเศษและความผูกพันที่อยู่คู่คนไทยมาอย่างยาวนานไปกับ 6 โซนแสนประทับใจ ได้แก่

  • โซนที่ 1 : Registration – เปิดนิทรรศการด้วยจุดลงทะเบียนสไตล์วินเทจ พร้อมรับ “Memory Book Bank” สมุดจดบันทึกความทรงจำเล่มสวย คู่กับสติกเกอร์ที่ชวนให้นึกถึงวัยเด็ก
  • โซนที่ 2 : It’s all Started at Central – โซนมินิเธียเตอร์ที่ชวนผู้มาเยือนนั่งไทม์แมชชีนย้อนเวลาเพื่อไปสัมผัสกับการเติบโตทางธุรกิจของเซ็นทรัล
  • โซนที่ 3 : Hall of Memories – เปิดคอลเลกชันของสะสมรวม 75 ชิ้นจากทั้ง Central Archive ของรักของหวงจากเหล่าคนดัง ตลอดจนไอเทมในความทรงจำของพนักงานและผู้เช่าร้านค้าในห้างเซ็นทรัล ทุกไอเทมสะท้อนเรื่องราวแห่งความผูกพันระหว่างห้างเซ็นทรัลกับคนสำคัญ
  • โซนที่ 4 : Reflection Station – พบกับห้องคอมพิวเตอร์ย้อนยุคที่ชวนทุกคนมาร่วมแชร์เรื่องราวประทับใจกับเพื่อน ๆ ผ่านโซเชียลมีเดีย เพื่อรับโทเค็นไปหยอดตู้กาชาปองในโซนถัดไป
  • โซนที่ 5 : Gachapon – สนุกไปกับการหมุนตู้กาชาปอง แลกรับของที่ระลึกสุดเอ็กซ์คลูซีฟ  3 แบบ ได้แก่ เทปสติกเกอร์ พวงกุญแจ และเข็มกลัด ที่ออกแบบมาเพื่องานนี้โดยเฉพาะ
  • โซน 6 : Photo Automat – แวะมาถ่ายรูปก่อนกลับได้ที่ตู้ถ่ายรูปสุดคูล (160 บาทต่อเซ็ต)

ปักหมุดให้พร้อมและเตรียมออกเดินทางสู่อดีตไปกับทั้ง 6 โซนพิเศษในนิทรรศการ “The Central Memory Bank” ตั้งแต่วันที่ 29 กันยายน – 6 พฤศจิกายน 2565 ที่ “เซ็นทรัล: ดิ ออริจินัล สโตร์” พื้นที่จัดนิทรรศการหมุนเวียน Central Space ชั้น 3 นอกจากจะได้อบอุ่นหัวใจกันอย่างเต็มที่แล้ว ยังจะได้รับของที่ระลึกสุดเอ็กซ์คลูซีฟติดไม้ติดมือกันไปด้วย งานนี้บอกเลย ห้ามพลาด!

อัปเดตข่าวสารเพิ่มเติมเกี่ยวกับ “The Central Memory Bank Exhibition” พร้อมติดตามแคมเปญสุดพิเศษอื่น ๆ ที่จัดขึ้นเพื่อฉลอง 75 ปีแห่งความสำเร็จสุดยิ่งใหญ่ของห้างเซ็นทรัล ได้ที่
www.facebook.com/CentralDepartmentStore และ www.facebook.com/central.theoriginalstore

เซ็นทรัล รีเทล ส่ง “ท็อปส์วีต้า” แหล่งรวมวิตามินและอาหารเสริมชั้นนำทั่วโลก เพิ่มทางเลือกสุขภาพ เอาใจสายเฮลท์ตี้ 

กรุงเทพฯ  21 กันยายน 2565 – ปัจจุบันเทรนด์การดูแลสุขภาพของคนยุคใหม่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมอย่างเห็นได้ชัด หลังจากต้องเผชิญกับการแพร่ระบาดของโควิด 19 ทำให้หลายคนเริ่มหันมาใส่ใจสุขภาพตนเองกันมากขึ้น พิถีพิถันในการเลือกอาหารการกิน และมีการเลือกผลิตภัณฑ์สำหรับดูแลตนเองมากกว่าแต่ก่อน “เซ็นทรัล รีเทล” มองเห็นความสำคัญและเทรนด์ด้านสุขภาพและความงามที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงได้เปิดตัวธุรกิจใหม่อย่าง “ท็อปส์วีต้า” ร้านจำหน่ายวิตามินและอาหารเสริมครบวงจรแบบ O2O เจ้าแรกในไทย ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Fun Health Exploration” ที่มาพร้อมจุดเด่นการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพหลากหลาย และบริการด้านไลฟ์สไตล์การดูแลสุขภาพ เพื่อเป็นอีกทางเลือกใหม่ของการมีสุขภาพที่ดีแบบครบวงจรได้อย่างง่ายและสะดวก ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคทุกกลุ่ม

นายไท จิราธิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานการเงิน บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ CRC  กล่าวว่า “การดูแลสุขภาพเป็นสิ่งที่คนไทยกำลังให้ความสนใจอยู่ในขณะนี้ ไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกาย หรือการใส่ใจเรื่องของการบริโภค ซึ่งเมื่อก่อนกลุ่มที่มุ่งเน้นด้านการดูแลสุขภาพส่วนใหญ่จะเป็นวัยผู้สูงอายุ แต่ปัจจุบัน ทั้งวัยรุ่นและคนวัยทำงานเริ่มหันมาดูแลตนเองกันอย่างจริงจังมากขึ้นเช่นกัน เซ็นทรัล รีเทล เข้าใจถึงเทรนด์รักสุขภาพของคนทุกเพศทุกวัย จึงได้ออกแบบร้าน ท็อปส์วีต้า หนึ่งในธุรกิจรูปแบบใหม่ในกลุ่มเฮลธ์แอนด์เวลเนส เพื่อตอบโจทย์กลุ่มคนรักสุขภาพ ด้วยการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับการดูแลสุขภาพ รวมกว่า 1,000 รายการ ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อการเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน บำรุงสุขภาพผิวและผม ควบคุมรูปร่างและลดน้ำหนัก รวมไปถึงอาหารเสริมจากสมุนไพร ที่มีให้เลือกหลากหลายจากแบรนด์ชั้นนำทั้งในประเทศและต่างประเทศ”

นอกจากนี้ ท็อปส์วีต้า ยังมาพร้อมจุดเด่นอีกหนึ่งบริการคือ การให้ลูกค้าทุกคนสามารถทำแบบสอบถาม (Smart questionnaire) บนเว็บไซต์ www.topsvita.com ที่พัฒนาโดยทีมแพทย์อายุรกรรม ซึ่งสามารถวิเคราะห์ผลออกมาได้อย่างรวดเร็ว พร้อมคำแนะนำเกี่ยวกับวิตามินหรืออาหารเสริมที่เหมาะกับแต่ละบุคคล ควบคู่ไปกับการนำเสนอข้อมูลเนื้อหาที่น่าสนใจเกี่ยวกับสุขภาพที่ทันสมัย และน่าเชื่อถือจากทีมแพทย์ เภสัชกร และผู้เชี่ยวชาญ เช่น นักโภชนาการ ให้ผู้บริโภคได้ติดตามอ่านและนำมาประกอบการตัดสินใจสำหรับการวางแผนวิธีดูแลสุขภาพให้กับตนเอง พร้อมทั้งเพลิดเพลินไปกับการเรียนรู้เทคนิคการดูแลสุขภาพต่าง ๆ อีกด้วย

            ร้านท็อปส์วีต้า พร้อมมอบประสบการณ์ช้อปปิ้งอย่างไร้รอยต่อผ่านช่องทางทั้งหน้าร้านและช่องทางออนไลน์ ที่ทุกคนสามารถเริ่มดูแลสุขภาพได้แล้วตั้งแต่วันนี้ เพื่อสุขภาพที่ดีในอนาคต โดยพบกับร้านท็อปส์วีต้ากว่า 20 สาขา ได้ที่ โซนในซูเปอร์มาร์เก็ต อาทิ เซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์ สาขาเซ็นทรัล ชิดลม, สาขาเซ็นทรัลเวิลด์, ท็อปส์ มาร์เก็ต สาขาเซ็นทรัล พระรามเก้า รวมถึงภายในร้านท็อปส์แคร์ 

            ในขณะที่สายสุขภาพที่ชอบช้อปปิ้งผ่านช่องทางออนไลน์ รับโปรโมชันเด็ดโดนใจ เพียงเข้าไปเลือกซื้อสินค้าและมีการสั่งซื้อผ่านเว็บไซต์ www.topsvita.com เป็นครั้งแรก จัดส่งฟรีถึงบ้านทุกรายการ ตั้งแต่วันนี้ – 30 กันยายน 2565 หรือใครต้องการปรึกษาเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพ สามารถติดต่อผ่านช่องทาง Line Official @TopsVita พร้อมติดตามคอนเทนต์ดีๆ ที่น่าสนใจเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพ รวมไปถึงโปรโมชันดีๆ ที่เตรียมจัดให้ลูกค้าอย่างต่อเนื่องผ่านทาง Facebook: Tops Vita


เกินต้าน! “เฟิร์ส & ข้าวตัง” กับแฟชั่นเซ็ตใจละลาย

          ทำใจเต้นรัวสุดๆ สำหรับ ซีรีส์ “คาธ The Eclipse” ไม่ว่าจะเป็นเนื้อเรื่องที่ทั้งเข้มข้น ตื่นเต้น ชวนลุ้นอยู่ตลอด รวมถึงเคมีของ “เฟิร์ส – คณพันธ์ และ ข้าวตัง – ธนวัฒน์” ที่น่ารัก ลงตัว แบบว่าดีต่อใจ

           แพรว จึงขอเสิร์ฟภาพแฟชั่นเซ็ตพิเศษ #PraewDigitalCover ให้แฟนๆ ได้ฟินกันจนใจละลาย ยิ่งไปกว่านั้น คาธ The Eclipse EP.8 วันพรุ่งนี้ (30 ก.ย.) จะทำให้ยิ้มกันสุดๆ เพราะ…ละมุนไม่ไหว! เมื่อความรู้สึกของ “อายัน” (ข้าวตัง – ธนวัฒน์) ที่มีต่อ “อักก์” (เฟิร์ส – คณพันธ์) เอ่อล้น…จนห้ามใจไว้ไม่อยู่ จน “อักก์” ทำตัวไม่ถูก แล้วมาลุ้นกันว่าความสัมพันธ์ของพวกเขาจะเป็นอย่างไร!

เกินต้าน! “เฟิร์ส & ข้าวตัง” กับแฟชั่นเซ็ตใจละลาย

  • นายแบบ : เฟิร์ส – คณพันธ์ & ข้าวตัง – ธนวัฒน์
  • เรื่อง & สไตล์ :  Minim
  • ช่างภาพ : Vorason Dvi-vardhana
  • วิดีโอ : Poon’s
  • เสื้อผ้า : @sixthofoctober91 @Vanillinstusio

#PraewDigitalCover #FirstKhaotung #เฟิร์สข้าวตัง #GMMTV #Praewmag

คังจงฮยอน

คังจงฮยอน บอสตัวจริงของ Bithumb แฟนเศรษฐีของนางเอกสาว พัคมินยอง

เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2565 สำนักข่าวของเกาหลีใต้ ดิสแพทช์ (Dispatch) ซึ่งมักออกมาเปิดเผยเกี่ยวกับความรักของเหล่าคนดังได้ออกมาเปิดเผยว่า พัคมินยอง นักแสดงหญิงที่กำลังได้รับความนิยมอย่างมากจากผลงานเรื่อง Love in Contract ที่กำลังออกอากาศอยู่ในขณะนี้ กำลังสานสัมพันธ์กับเศรษฐีหนุ่ม คังจงฮยอน ซึ่งมีอายุมากกว่าเธอ 4 ปี

โดยในรายงานข่าวได้มีการนำเสนอภาพปาปารัสซีของดาราสาวกับเศรษฐีออกมาอย่างมากมาย ซึ่งดูเหมือนว่าพวกเขาไม่ได้ติดตามทั้งคู่เพียงแค่วันเดียวเท่านั้น นอกจากนี้ยังมีภาพการพบปะระหว่างนางเอกสาวและครอบครัวฝ่ายชายออกมาด้วย

คังจงฮยอน

หลังจากที่มีภาพถ่ายออกมาสำนักข่าวต่างๆ ได้สอบถามไปยังต้นสังกัดของดาราสาวซึ่ง Hook Entertainment ได้ตอบเพียงว่าไม่สามารถยืนยันอะไรได้เนื่องจากตอนนี้นักแสดงสาวกำลังทุ่มเทอย่างหนักให้กับผลงานซีรีส์เรื่องล่าสุด Love in Contract

ดูเหมือนว่าเหตุผลที่แฟนๆ รวมถึงต้นสังกัดเองยากที่จะแสดงความยินดีให้กับความรักระหว่าง คังจงฮยอน และ พัคมินยอง ก็เพราะว่าเบื้องหลังธุรกิจของเศรษฐีหนุ่มนั่นเอง

สื่อเกาหลีใต้ขุดประวัติ คังจงฮยอน แฟนเศรษฐีของ พัคมินยอง

คังจงฮยอน

ตามที่ดิสแพทช์รายงานระบุว่ามิสเตอร์คังเป็นพี่ชายของ คังยอนจี นักธุรกิจหญิงที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนสินทรัพย์  ด้วยความที่เป็นคนชอบเก็บตัวจึงมักจะอยู่เป็นเบื้องหลังมากกว่า และแม้ว่าเขาจะไม่เปิดเผยฐานะที่แท้จริง แต่มิสเตอร์คังเป็นผู้ถือหุ้นใน Bithumb  มากกว่า 34% ขณะที่  siamblockchain รายงานว่า Bithumb  เป็นเว็บเทรดคริปโตยักษ์ใหญ่อันดับต้น ๆ ของประเทศเกาหลีใต้ และอันดับที่ 6 ของโลก นอกจากนี้สื่อเกาหลียังได้เปิดเผยอีกว่านักธุรกิจหนุ่มคนนี้ยังมีชื่อในอีกหลายบริษัทไม่ว่าจะเป็น Vident, Inbiogen และ Bucket Studio ซึ่งบริษัทเหล่านี้มีชื่ออยู่ในตลาดหุ้น  KOSDAQ, Inbiogen  และ KOSPI โดยในปี 2020 เข้าได้เขามาครองบริษัท 3 แห่งที่มีรายชื่อใน KOSDAQ ด้วยเงิน 23,000 ล้านวอนอย่างน่าสงสัย

อย่างไรก็ตามประธานคังเคยถูกดำเนินคดีฐานฉ้อโกง 3 ครั้ง โดยในปี 2013-2014 ฉ้อโกงประมาณ 3.5 พันล้านวอนจาก A Capital โดยหลอกลวงงบการเงินของ KT (การสื่อสารโทรคมนาคม) เขาถูกตั้งข้อหาฉ้อโกงและปลอมแปลงเอกสารส่วนตัว ปี 2016 ศาลกลางกรุงโซลได้ตัดสินให้ มิสเตอร์คังรับผิดชอบต่อการ “ฉ้อโกง” เขาถูกตัดสินจำคุกสองปีและคุมประพฤติสามปี เขายังสั่งบริการชุมชน 80 ชั่วโมง ต่อมาในปี 2016 มิสเตอร์คังถูกจับในข้อหาฉ้อโกงจากการไม่ชำระหนี้

ข้อมูลจาก : www.mk.co.kr/ www.newsis.com/www.dispatch.co.kr

เจ้าชายแฮร์รี่-เมแกน

เจ้าชายแฮร์รี่-เมแกน ถูกประณามมีพฤติกรรม “หน้าไหว้หลังหลอก”

ถูกวิจารณ์อย่างต่อเนื่องสำหรับ เจ้าชายแฮร์รี่-เมแกน มาร์เคิล ดยุกและดัชเชสแห่งซัสเซกส์ ซึ่งล่าสุดผู้เชี่ยวชาญราชวงศ์อังกฤษได้ออกมาประณามว่าทั้งสองพระองค์ชอบทำนิสัย “หน้าไหว้หลังหลอก”

เจ้าชายแฮร์รี่-เมแกน ถูกประณามมีพฤติกรรม “หน้าไหว้หลังหลอก”

ผู้เชี่ยวชาญราชวงศ์อังกฤษ “ฮิลารี ฟอร์วิช” กล่าวกับ Fox News ว่า แม้ แฮร์รี่ และ เมแกนจะถอยจากการเป็นราชวงศ์ชั้นสูงตั้งแต่ปี 2020 แต่ดูเหมือนว่าทั้งสองพระองค์ยังคงต้องการสิทธิพิเศษทั้งหมด ดยุกและดัชเชสแห่งซัสเซกส์ต้องการกินเค้ก (ผลประโยชน์) และพวกเขากินมันด้วย

ฮิลารี กล่าวต่อไปว่า “พวกเขาต้องการความความคุ้มครองจากราชวงศ์อังกฤษ รวมถึงอยากมีส่วนร่วมในงานต่างๆ เพื่อนำความลับไปเปิดเผย ในขณะเดียวกัน ดยุกและดัชเชสแห่งซัสเซกส์ ก็ต้องการความเป็นส่วนตัว แต่กลับจ้างบริษัทพีอาร์ถึง 3 แห่ง?

เจ้าชายแฮร์รี่ต้องการสวมเครื่องแบบทหารในพระราชพิธีพระบรมศพ พระอัยยิกาผู้เป็นที่รักของพระองค์ แต่ไม่อยากทำงานให้กับราชวงศ์ อย่างไรก็ตาม เจาชายแฮร์รี่ได้รับอนุญาตให้สมเครื่องแบบของกองพันทหารม้า และ เป็นหนึ่งในพระราชปนัดดาที่ได้เข้าร่วมพิธียืนเฝ้าพระบรมศพพระอัยยิกา

ขณะที่ แชนนอน เฟลตัน สเปนซ์ ผู้เชี่ยวชาญราชวงศ์อีกคน ได้ออกมาพูดถึงพฤติกรรมของ เจ้าชายแฮร์รี่ และ เมแกน ว่า “ทั้งคู่คล้ายกับคนลาออกจากงาน แต่ยังคาดหวังให้บริษัทยังคงจ่ายเงินเพื่อผลประโยชน์ ทุกสิ่งที่พวกเขาต้องการ ยังป็นแค่ส่วนหนึ่งในผลประโยชน์”

แชนนอน ตั้งข้อสังเกตว่า การตัดสินใจถอยจากราชวงศ์ชั้นสูงของ ดยุกและดัชเชสแห่งซัสเซกส์ เป้าหมายคือ อิสระทางการเงิน ซึ่งนั่นไม่ใช่เรื่องที่เลวร้าย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อเจ้าชายแฮร์รี่อยู่ในลำดับที่ 5 ของการขึ้นครองราชย์ แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่พวกเขาต้องการ ทั้งคู่ต้องการต้องการอิสระและผลประโยชน์ทั้งหมด พวกเขาทำให้เรื่องราวยุ่งเหยิงมากขึ้นไปอีก


ที่มา : www.thenews.com.pk

‘มีดวงพบคนที่ใช่อย่างเหนือความคาดหมาย แต่ต้องแย่งชิง หรือทำทุกอย่างเพื่อเอาชนะใจให้ได้ ! ‘ ดวงรายวัน 29 กันยายน 2565

‘มีดวงพบคนที่ใช่อย่างเหนือความคาดหมาย แต่ต้องแย่งชิง หรือทำทุกอย่างเพื่อเอาชนะใจให้ได้ ! ‘

ดวงรายวัน 28 กันยายน 2565

ผู้ที่เกิดวันอาทิตย์

การงาน  :   สำหรับผู้ที่ทำงานหรือดำเนินธุรกิจสารพัดช่าง นักวิทยาศาสตร์ นักวิชาการ นักค้นคว้าทดลอง ฯลฯ วันนี้คุณมีโอกาสได้พบช่องทางการทำงานใหม่ๆ หรือหากกำลังสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อสังคมอยู่ ซึ่งคุณคาดหวังความสำเร็จอย่างแรงกล้ามาก ก็มีโอกาสประสบความสำเร็จนะ แต่หากเกี่ยวข้องกับเอกสารทางราชการต้องระวัง เป็นไปได้ว่าจะเกิดความผิดพลาด สามารถเป็นคดีความได้ ทั้งทางแพ่งและอาญา ทางที่ดีควรหาเพื่อนรู้ใจมาช่วยกันทำงาน หรือปรึกษาผู้ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญจะดีกว่า

การเงิน  :   มีโอกาสได้เงินจากวาสนาและบารมี แต่จะไม่ได้แบบก้อนตูมเดียว เป็นไปได้ว่าจะมาแบบค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไป   

ความรัก  :  หากคุณแต่งงานกันเพื่อจุดประสงค์อย่างใดอย่างหนึ่ง หรือเพื่อร่วมงานกันเพื่อทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง วันนี้สิ่งที่คุณควรทำก่อนเลยคือใช้เวลาศึกษานิสัยใจคอกันและกัน คนโสด วันนี้คาดว่าคุณจะได้พบกับคนที่คาดหวังว่าจะได้สิ่งใดสิ่งหนึ่งจากคุณ เพราะฉะนั้นจึงควรอยู่ห่างๆ ก่อนที่จะกระโจนลงไป   

สุขภาพ  :   ออฟฟิศซินโดรมมาเยี่ยมเยือนแล้ว หากคุณนั่งทำงานในท่าเดิมนานๆ คาดว่าจะปวดหลัง ตึงคอ บ่า ไหล่ จนไปถึงแขน จึงควรลุกขึ้นเปลี่ยนอิริยาบถบ่อยๆ หรือไม่ก็หาหมอมานวดคลายเส้นบ้าง

ผู้ที่เกิดวันจันทร์

การงาน  :   เป็นไปได้ว่าคุณกำลังจะได้เริ่มงานใหม่ หรือมีโอกาสโยกย้ายเปลี่ยนแปลงงานไปสู่หน่วยงานที่มีความท้าทาย และแข่งขันสูง ถูกจริตคุณ แต่คาดว่าวันนี้จะมีข่าวเซอร์ไพร์สที่ทำให้นั่งไม่ติดที่ ต้องหาทางออกให้กับตัวเองอย่างรีบด่วน หากเป็นไปได้ยังไม่ควรเป็นวัน (วู) แมนโชว์ ควรทำงานที่ได้รับมอบหมายให้เต็มที่ เพื่อป้องกันความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างคาดไม่ถึง

การเงิน  :   คุณเก่งในการหาเงิน สามารถสร้างโอกาสและรายได้ได้จากทุกช่องทาง แต่วันนี้หากจะควักกระเป๋าจ่ายเงินก็ควรมีสติ อย่าใช้อารมณ์ เพราะเป็นไปได้ว่าจะเสียดายในภายหลัง

ความรัก  :   คุณให้ความสำคัญกับความรักความสัมพันธ์กับสมาชิกในครอบครัวม๊าก จึงเป็นไปได้ว่าวันนี้คุณจะใส่ใจในรายละเอียดของแต่ละคนเกินไป หรือกดดันให้ทำในสิ่งที่คุณต้องการ ที่สุดแล้วคนที่เจ็บคือคุณ  คนโสด  คุณมีบุคลิกที่มีเสน่ห์โดดเด่นเป็นตัวของตัวเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งวันนี้หากรักใครก็จะหลงอย่างหัวปักหัวปำ จึงมีโอกาสที่คุณจะกดดันให้เขาทำในสิ่งที่คุณต้องการ เพราะฉะนั้นจึงควรระวังความผิดหวังเสียใจไว้ด้วยนะคะ

สุขภาพ  :    ภูมิแพ้มาแล้วจ้า มีโอกาสที่คุณจะแพ้สารเคมีที่ผสมอยู่ในน้ำยาทำความสะอาด จนมีความเสี่ยงที่จะเกิดเม็ดผื่นคันในบริเวณที่สัมผัส หรือหากในกรณีรุนแรงจะถึงกับบวมแดงอักเสบ

ผู้ที่เกิดวันอังคาร

การงาน  :   หากวันนี้คุณพอใจมีความสุขกับการทำงานที่ถูกต้อง ถูกหลักศีลธรรม อาจต้องเตรียมใจไว้หน่อย เพราะเป็นไปได้ว่าคุณจะได้ทำงานที่ไม่เปิดเผย ไม่โปร่งใสเหมือนก่อนแล้ว ที่สำคัญผู้ใหญ่และคนใกล้ชิดสนับสนุนด้วยสิ    

การเงิน  :  หากคุณอยู่อย่างพอกินพอใช้ พอเพียง จนค่อนไปทางลำบาก แล้ววันนี้หากกำลังคิดที่จะเข้าไปเกี่ยวข้องกับเงินที่ไม่ถูกต้องอยู่ ก็ควรวางมือเสีย คาดว่าผู้ใหญ่จะให้ความช่วยเหลือ    

ความรัก :   หากคุณกำลังรู้สึกเบื่อๆ กับคู่อยู่ วันนี้เป็นไปได้ว่าจะหลงกับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง หรือบุคคลใดบุคคลหนึ่งจนลืมทุกสิ่งทุกอย่าง  คนโสด  วันนี้คาดว่าคุณจะหลงกับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง หรือคนใดคนหนึ่งอย่างหัวปักหัวปำ  แต่ถามว่าเอาจริงไหม ก็ตอบว่า ไม่

สุขภาพ  :  วัยทอง โรคสูงวัยถามหาแล้วนะคะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องกระดูกพรุน กระดูกเสื่อม อัลไซเมอร์ ดังนั้น จึงควรรับประทานอาหารที่บำรุงกระดูกและฟัน กับสมอง ขณะเดียวกันก็ต้องคุมน้ำหนักด้วย

ผู้ที่เกิดวันพุธ

การงาน  :  สำหรับผู้ที่ทำงานหรือดำเนินธุรกิจที่ต้องใช้หลักวิชาความรู้ระดับเทพ รวมถึงทักษะความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน เช่น แพทย์ นักวิชาการ นักการเมือง นักธุรกิจ รวมถึงการต่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณอยู่ในหน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ การเงินการธนาคาร จริงๆ แล้วคุณคิดจะยึดงานนี้ไปจนถึงเกษียณ แต่วันนี้อาจต้องเครียดหน่อย เพราะเจ้านายเริ่มจะคาดหวังงานดีๆ จากคุณมากขึ้น

การเงิน  :  จริงๆ แล้วคุณสามารถบริหารจัดการการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่จุดอ่อนของคุณวันนี้คือเชื่อคำพูดที่มีหลักการและเหตุผลมากเกินไป จนมีโอกาสถูกล่อลวงให้เข้าไปติดกับดักเงินที่ไม่ถูกต้อง หรือเงินสินบน ซึ่งจะนำความเดือดร้อนมาให้ในภายหลัง

ความรัก  :  จริงๆ แล้วคุณจริงจังและยึดมั่นกับขนบธรรมเนียมประเพณีอย่างมาก ซึ่งวันนี้เป็นไปได้ว่าคุณจะเริ่มชิลได้แล้ว เพราะคู่คุณเริ่มทำตัวเป็นแฟมิลี่แมนที่ดี คอยให้คำแนะนำแนวทางในการดำเนินชีวิตที่เป็นประโยชน์ให้กับคุณและครอบครัว     คนโสด  มีโอกาสที่คุณจะได้พบกับต่างชาติ หรืออาตี๋น้อย อาหมวยน้อย ก็คบกันชิลไปก่อน เพราะวันนี้คุณยังไม่มีดวงแต่งงาน ยกเว้นว่าจะอายุ 35 ขึ้นไปแล้ว  

สุขภาพ  :  โดยทั่วไปแข็งแรงดี แต่เป็นไปได้ว่าวันนี้คุณจะจริงจังและเครียด จนอาการปวดศีรษะ ไมเกรนถามหา ก็อย่าได้วางใจ เพราะมีโอกาสที่จะลุกลามบานปลายได้ง่ายๆ

ผู้ที่เกิดวันพฤหัสบดี

การงาน  :   สำหรับผู้บริหารระดับสูง CEO ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ หากคุณทำงานอยู่ในธุรกิจของครอบครัว หรือคนรู้จักคุ้นเคย วันนี้มีโอกาสที่คุณจะเข้าสู่การแข่งขัน ไม่ว่าจะประมูลราคา ประกวดผลงาน สอบเลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่ง ซึ่งคุณเต็มเปี่ยมด้วยพลังกายพลังใจอย่างแรงกล้าที่จะนำพาองค์กรไปสู่ความสำเร็จ จนสามารถทำได้ทุกอย่างแม้จะไม่ถูกต้องชอบธรรมก็ตาม     

การเงิน  :   มีโอกาสที่คุณจะได้รับเงินปันผลจากการลงทุน รวมถึงเงินพิเศษจากครอบครัวด้วย

ความรัก :   เป็นไปได้ว่าคุณจะจริงจังกับการมีคู่มาก จนมีโอกาสที่จะแต่งงานหรืออยู่กันรวดเร็วราวฟ้าแลบ ซึ่งวันนี้ก็ต้องยอมรับว่าคงต้องปรับตัวกันอีกเยอะถึงเยอะมาก  คนโสด  คาดว่าวันนี้คุณจะได้พบกับคนที่ใช่อย่างไม่คาดคิด แต่ไม่ได้มาง่ายๆ ต้องอาศัยการแย่งชิงหรือพยายามทำทุกอย่างเพื่อชนะใจเขา/เธอให้ได้

สุขภาพ  :  ควรให้ความสำคัญกับการขับถ่าย ไม่ควรกลั้นปัสสาวะ เพราะจะทำให้กรวยไตและกระเพาะปัสสาวะติดเชื้อ จึงหากในกรณีรุนแรงมีโอกาสที่เชื้อเข้าสู่กระแสเลือดได้เลย

ผู้ที่เกิดวันศุกร์

การงาน  :   สำหรับผู้ที่ทำงานหรือดำเนินธุรกิจทางด้านติดต่อประสานงาน การโฆษณา-ประชาสัมพันธ์ สื่อมวลชน รวมถึงผู้เชี่ยวชาญด้านภาษา วันนี้เป็นไปได้ว่าคุณจะได้บุกเบิก ลุยงานทางด้านการศึกษา อาจทำทางด้านไลฟ์ โค้ช เทรนนิ่ง หรือติวเตอร์ หรือหากทำอยู่แล้วก็ควรคิดไตร่ตรองให้มากๆ  รับฟังความคิดเห็นของคนอื่นด้วย เพราะการตัดสินใจที่รวดเร็วแบบขาดสติ กับการมีบริวารที่ไม่ซื่อสัตย์ จะทำให้งานเกิดความผิดพลาดเสียหายได้อย่างไม่คาดคิด    

การเงิน  :  หากคุณมีรายได้จากงานประจำ ซึ่งเติบโตไปเป็นขั้นเป็นตอน วันนี้คาดว่าคุณจะมีการลงทุนเสริม แล้วก็มีโอกาสที่จะประสบความสำเร็จด้วย

ความรัก :   หากคุณเพิ่งแต่งงานอยู่ในช่วงข้าวใหม่ปลามัน คาดว่าวันนี้ผู้ใหญ่จะเข้ามามีอิทธิพลกับชีวิตคู่ของคุณค่อนข้างสูง ซึ่งเป็นไปได้ว่าคุณจะอึดอัดจนถึงขั้นไม่แคร์ใดๆ แล้ว  คนโสด  วันนี้คุณมีเสน่ห์ร้อนแรงมากถึงมากที่สุด แล้วมีโอกาสที่จะไปปิ๊งๆ กับชายสูงวัย และก็ไม่แคร์ด้วยแม้เขาจะมีคู่แล้ว

สุขภาพ  :   จะเดินทางไปไหน ไม่ว่าจะทางบก ทางน้ำ หรือทางอากาศควรระวังตัวให้ดีๆ เพราะสภาพอากาศไม่ดี ฝนตกน้ำท่วม น้ำขัง มีความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุสูง นอกจากนั้นในเรื่องสมองและหัวใจ หากเป็นโรคประจำอยู่แล้วระวังจะกำเริบ

ผู้ที่เกิดวันเสาร์

การงาน :    สำหรับผู้บริหารระดับสูง CEO ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ หากเพิ่งเข้ารับตำแหน่งด้วยพลังและไฟที่จะนำพาองค์กรไปสู่ความสำเร็จ  คาดว่าวันนี้จะมีปัญหาและอุปสรรคเข้ามาท้าทายทดลองและทดสอบความสามารถของคุณ หากคุณทำได้ก็เท่ากับพิสูจน์ความสามารถให้คณะกรรมการระดับเทพที่จับตามองอยู่เกิดความมั่นใจ ซึ่งเขาก็พร้อมที่จะร่วมงานกับคุณ

การเงิน  :  นอกจากคุณจะหาเงินจากหยาดเหงื่อแรงงานของตัวเอง โดยมีทีมงานและผู้บังคับบัญชาคอยสนับสนุนอยู่ ยังมีโอกาสได้เงินจากการลงทุนด้วย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นควรหลีกเลี่ยงเงินที่ไม่ถูกต้อง หรือการเสี่ยงโชค เพราะมีความเสี่ยงจะทำให้คุณเสียชื่อเสียงด้วย  

ความรัก   :  มีโอกาสที่คุณจะถูกผู้ไม่หวังดีเม้ามอยว่า คุณแอบมีความสัมพันธ์อื่น ซึ่งวันนี้คุณก็ซีเรียสและเอาจริงเอาจังกับเรื่องนี้มาก จนผู้ใหญ่ในครอบครัวต้องตั้งวงให้คำปรึกษากันเลยทีเดียว   คนโสด  มีโอกาสที่คุณจะได้พบคนที่ใช่ จากการจัดสรรของผู้ใหญ่นะคะ

สุขภาพ  :    ควรให้ความสำคัญกับการขับถ่าย ไม่ควรกลั้นปัสสาวะ เพราะมีโอกาสที่กรวยไตและกระเพาะปัสสาวะจะติดเชื้อ หากในกรณีรุนแรงมีโอกาสที่เชื้อจะเข้าสู่กระแสเลือดได้

ข้อเท้าแพลง

อย่าประมาท ‘ข้อเท้าแพลง’ อาการบาดเจ็บที่อาจเรื้อรังหากรักษาไม่ถูกวิธี

ปวดบวมบริเวณตาตุ่ม มีรอยฟกช้ำ หรือเดินลงน้ำหนักไม่ได้ เป็นลักษณะเฉพาะของอาการ ‘ข้อเท้าแพลง’ ที่สามารถสังเกตได้ทางกายภาพหลังจากเกิดอุบัติเหตุ หรือการเล่นกีฬา ทว่าอาการเหล่านี้ยังสามารถบ่งบอกกลุ่มโรคบางอย่างได้ หากแต่ต้องได้รับการตรวจวินิจฉัยจากแพทย์เฉพาะทางที่มีประสบการณ์

อย่าประมาท ‘ข้อเท้าแพลง‘ อาการบาดเจ็บที่อาจเรื้อรังหากรักษาไม่ถูกวิธี

นพ.กวิน วงศ์ทองศรี แพทย์เฉพาะทางด้านศัลยศาสตร์กระดูกและข้อ อนุสาขาศัลยศาสตร์เท้าและข้อเท้า ได้รวบรวมข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับอาการ ‘ข้อเท้าแพลง’ ที่เป็นประโยชน์สำหรับทุกคนในการสังเกตความผิดปกติที่เกิดขึ้นตั้งแต่เบื้องต้น เพื่อเป็นแนวทางในการเข้าสู่กระบวนการรักษาได้อย่างทันท่วงที

ข้อเท้าแพลง คือการบาดเจ็บของเส้นเอ็นบริเวณตาตุ่มนอก พบได้บ่อยจากอุบัติเหตุ การเล่นกีฬา ซึ่งโดยทั่วไปแล้วประมาณ 80% สามารถหายได้เอง โดยไม่ต้องผ่าตัดหากได้รับการรักษาที่ถูกต้องและเหมาะสม

ข้อเท้าแพลง 1

อาการ

  • ปวด บวม บริเวณตาตุ่มนอก
  • มีจุดเลือดออกใต้ผิวหน้า ฟกช้ำ จ้ำเลือด
  • เดินลงน้ำหนักไม่ได้

ซึ่งอาการดังกล่าวอาจจะมีกลุ่มโรคที่มีอาการแสดงที่ใกล้เคียงกัน เช่น กระดูกข้อเท้าหัก กระดูกโคนนิ้วเท้าที่ 5 หัก เส้นเอ็นตาตุ่มนอกหลุด กระดูกส้นเท้าหัก เป็นต้น อย่างไรก็ตามควรวินิจฉัยแยกโรคโดยแพทย์เฉพาะทางเพื่อทำการรักษาต่อไป

การรักษา

  • ควรพักการเดิน และการใช้งานเท้าข้างที่บาดเจ็บ
  • ประคบเย็นบริเวณที่บาดเจ็บ
  • ยกขาสูง เพื่อลดอาการบวมของเท้า
  • แพทย์อาจจะพิจารณาการรักษาโดยวิธีการใส่เฝือก กรณีที่มีอาการบาดเจ็บรุนแรง ระยะเวลาประมาณ 1-2 สัปดาห์
  • กินยาเพื่อลดการอักเสบของข้อเท้า

ควรนัดตรวจติดตามอาการหลังทำการรักษาประมาณ 1-2 สัปดาห์ ถ้าหากอาการบาดเจ็บยังไม่ดีขึ้น อาจจะพิจารณาการรักษาเพิ่มเติม โดยวิธีการทำกายภาพ และหากภายใน 6 สัปดาห์ อาการบาดเจ็บยังไม่ดีขึ้น แพทย์จะทำ MRI เพื่อวินิจฉัยภาวะโรคอื่นที่เกิดร่วมกัน เช่น กระดูกอ่อนผิวข้อบาดเจ็บ หรือ เส้นเอ็นเหนือข้อเท้าฉีกขาดฯ

ข้อเท้าแพลง 2

การป้องกันการบาดเจ็บซ้ำ

  • ภายหลังจากอาการบาดเจ็บดีขึ้นแล้ว ควรฝึกการบริหารข้อเท้า เพื่อทำให้เส้นเอ็นที่ได้รับบาดเจ็บบริเวณข้อเท้าเรียงตัวได้ดีขึ้น และป้องกันการเกิดข้อเท้าพลิกซ้ำได้ในอนาคต
  • หลีกเลี่ยงการใส่รองเท้าส้นสูง
  • ใส่อุปกรณ์พยุงข้อเท้า เพื่อป้องกันข้อเท้าพลิกซ้ำ
  • งดเล่นกีฬาที่มีความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บซ้ำสูง

อย่างไรก็ตามประมาณ 20% ของคนไข้ข้อเท้าแพลง จะมีอาการข้อเท้าไม่มั่นคงหลงเหลืออยู่ ซึ่งจำเป็นต้องรักษาโดยวิธีการผ่าตัด ณ ปัจจุบันการผ่าตัดแบ่งออกเป็น 2 วิธี คือ

1. การผ่าตัดแบบเปิด คือ การผ่าตัดเปิดเพื่อซ่อมเส้นเอ็นที่บาดเจ็บ เป็นวิธีมาตรฐานในการรักษา

2. การผ่าตัดแบบส่องกล้อง เป็นทางเลือกในการรักษาในปัจจุบัน ช่วยลดขนาดแผลผ่าตัดได้ ซึ่งผู้ป่วยต้องปรึกษากับแพทย์ เพื่อร่วมกันตัดสินใจในการรักษาต่อไป


ข้อมูล : นพ.กวิน วงศ์ทองศรี แพทย์เฉพาะทางด้านศัลยศาสตร์กระดูกและข้อ อนุสาขาศัลยศาสตร์เท้าและข้อเท้า ศูนย์กล้ามเนื้อ กระดูกและข้อ โรงพยาบาลนวเวช

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

Billboard 200

BLACKPINK สร้างประวัติศาสตร์ เกิร์ลกรุ๊ปเกาหลีวง ติดอันดับ 1 Billboard 200

4 สาว BLACKPINK สร้างประวัติศาสตร์อีกครั้ง พวกเธอกลายเป็นเกิร์ลกรุ๊ปที่เปิดตัวอัลบั้มใหม่ “BORN PINK” พาติดอันดับ 1 Billboard 200 ทั้งสหรัฐฯ และ สหราชอาณาจักร

BLACKPINK สร้างประวัติศาสตร์ เกิร์ลกรุ๊ปเกาหลีวง ติดอันดับ 1 Billboard 200

ปรบมือรัวๆ ให้กับความสำเร็จของสาวๆ BLACKPINK เจนนี่ จีซู ลิซ่า และ โรเซ่ เมื่ออัลบั้ม “BORN PINK” ของพวกเธอเปิดตัวอย่างเป็นทางการและติดอันดับ 1 ชาร์ต Billboard 200 ด้วยยอดขาย 102,000 ยูนิต (37.49 ล้านสตรีมออนดีมานด์ และมียอดขายอัลบั้ม 75,500 (Pure sale)

ทั้งนี้ BLACKPINK ยังกลายเป็นเกิร์ลกรุ๊ปเกาหลีวงแรกที่สร้างประวัติศาสตร์ติดอันดับ Billboard 200 อีกทั้ง “BORN PINK” ยังเป็นอัลบั้มของศิลปินกลุ่มหญิงที่ขึ้นอันดับ 1 ใน Billboard 200 ตั้งแต่ “Welcome to the Dollhouse” โดย Danity Kane ในปี 2008 

นอกจากนี้พวกเธอยังสร้างประวัติศาสตร์ด้วยการเป็นเกิร์ลกรุ๊ปกลุ่มแรกที่เปิดตัวมาด้วยอันดับ 1 ในชาร์ตทั้งในสหรัฐอเมริกาและสหราชอาณาจักร นับตั้งแต่ Destiny’s Child ในปี 2001 (21 ปีที่แล้ว) ในขณะที่ อเดล ยังคงเป็นศิลปินเดี่ยวหญิงเพียงหนึ่งเดียวที่เปิดตัวอัลบั้มติดอันดับ 1 ทั้งในสหรัฐฯ และ สหราชอาณาจักร


ที่มา : www.allkpop.com

คริสซี่-กฤษณ์สิรี สุขสวัสดิ์

‘คริสซี่-กฤษณ์สิรี สุขสวัสดิ์’ แชร์ทิปส์เลือกสกินแคร์และดูแลผิวแพ้ง่ายให้สตรองแบบทุกสเต็ป

คริสซี่- กฤษณ์สิรี สุขสวัสดิ์ นักแสดงสาวลูกครึ่งไทย-อังกฤษ ทายาทของคุณคอลิน เฮห์ติงห์ และหม่อมราชวงศ์อุษณิษา สุขสวัสดิ์ นอกจากงานในวงการ เธอกำลังสนุกกับการออกไปท่องเที่ยวตามที่ต่างๆ โดยเฉพาะทะเล การันตีด้วยผิวแทนสวยงาม

คริสซี่-กฤษณ์สิรี สุขสวัสดิ์ 1

‘คริสซี่-กฤษณ์สิรี สุขสวัสดิ์’ แชร์ทิปส์เลือกสกินแคร์และดูแลผิวแพ้ง่ายให้สตรองแบบทุกสเต็ป

SENSITIVE SKIN
“ซี่แพ้ง่ายค่ะ แพ้อะไรที่ใครเขาไม่แพ้กัน ทุกวันนี้จึงไม่ค่อยทำอะไรกับผิวมากนัก ส่วนมากถ้าใช้อะไรแล้วดีจะใช้อยู่อย่างนั้นซ้ำๆ อย่างสมัยก่อนเข้าสปาเพื่อดูแลผิวกายที่หลายคนทำแล้วดี แต่พอซี่ทำบ้าง ผ่านไป 2 ชั่วโมงผดแดงขึ้นทั้งตัว หรือไปกดสิว พอกลับมาก็เป็นผดอีก ปรึกษาคุณหมอแล้วพบว่าแพ้แอลกอฮอล์ที่ใช้เช็ดหน้าก่อนกดสิว

“ดังนั้นวิธีการเลือกผลิตภัณฑ์ต่างๆ อันดับแรกซี่จะเลือกประเภทออร์แกนิก (Made From Organic Ingredients) หรือผลิตภัณฑ์สำหรับเด็ก เพื่อให้มั่นใจว่าไม่แพ้แน่นอน ซี่ไม่สนใจเรื่องกลิ่น ขอแค่ใช้แล้วดีจริง นอกจากนี้ต้องไม่ทดลองกับสัตว์ เคยอ่านเรื่องราวการทดลองสารเคมีต่างๆ กับสัตว์เพื่อมาทำผลิตภัณฑ์ที่เราทุกคนใช้กัน ทำให้รู้ถึงความทรมานของสัตว์เหล่านั้น ซี่เองก็เคยช่วยเหลือสัตว์ตามประกาศในโซเชียล การเลี่ยงใช้ผลิตภัณฑ์ที่ทดลองในสัตว์คืออีกสิ่งเล็กๆ ที่เราพอจะช่วยได้ในชีวิตประจำวัน

“สิ่งสำคัญที่สุดในการดูแลผิวแพ้ง่ายแบบซี่คือการล้างหน้าให้สะอาด เมื่อกลับถึงบ้านจะเช็ดเครื่องสำอางบริเวณตาและปากด้วย Maybelline Eye & Lip Makeup Remover ใช้แบรนด์นี้มาหลายปี เพราะเคยใช้แบรนด์อื่นแล้วระคายเคือง จึงต้องกลับมาใช้ตัวเดิม จากนั้นใช้ Bioderma Sensibio H2O เช็ดทำความสะอาดผิวหน้าจนกว่าจะไม่มีสีติดบนสำลีประมาณ 4 – 5 แผ่น จากนั้นเช็ดหน้าซ้ำด้วยน้ำเกลือ ตามด้วย Cetaphil เจลล้างหน้าที่ใช้มาเป็น 10 ปี ใช้แล้วไม่แพ้

“สำหรับสกินแคร์ ซี่ใช้มอยส์เจอไรเซอร์ Physiogel คู่กับโทนเนอร์ของ The Body Shop ที่เหมาะกับผิวแพ้ง่าย และไม่ลืมมาสก์หน้า 2 ครั้งต่อสัปดาห์”

MAKEUP NO MAKEUP
“ซี่ไม่ค่อยใช้ครีมกันแดด เพราะไม่ชอบความเหนียวเหนอะหนะ เว้นแบรนด์หนึ่งที่ใช้ได้คือ We Are Feel Good เนื้อบางเบามากๆ ส่วนการแต่งหน้า ซี่แทบไม่ลงคอนซีลเลอร์ รองพื้น หรือแป้งเลย เพราะต้องการเผยผิวจริง เน้นแค่การดูแลผิวหน้าให้ดีที่สุด

“ความที่ซี่มีกระ ซึ่งเป็นปัญหามากสำหรับเทรนด์การแต่งหน้าสมัยก่อนที่ต้องปกปิดแบบไม่ให้เห็นรอยอะไรเลย ก่อนหน้านี้สมัยมัธยมปลายซี่เคยไปเลเซอร์กระออก แต่ทำได้เพียงบางจุดที่เด่นๆ เพราะทำให้ผิวหน้าบาง แต่สักพักก็กลับมาขึ้นอีก ทำให้ซี่รู้สึกทรมานที่ต้องทนแต่งหน้าหนา ซึ่งหนักหน้ามากๆ จึงดีใจมากที่เทรนด์กระได้รับความนิยม (ยิ้ม)

“สำหรับคิ้ว เดี๋ยวนี้ซี่เลิกเขียนคิ้ว ใช้วิธีฝังคิ้วสีฝุ่นที่ร้าน Eye’s Crown เพื่อให้โครงคิ้วสวยงาม แต่ไม่ใช่การสัก ดังนั้นสีจะคงอยู่ประมาณ 1 ปีแล้วค่อยๆ จางไป จึงหมดกังวลหากต้องการเปลี่ยนทรงคิ้วหรือปัญหาต่างๆ ตอนนี้แค่ปัดคิ้วเสริมให้ได้ขนคิ้วตั้งสวยก็พอ ส่วนตาใช้ดินสอสีน้ำตาลเขียนเป็นอายไลเนอร์แล้วใช้แปรงปัดให้ฟุ้งๆ ดูเป็นธรรมชาติ ปิดท้ายด้วยการดัดขนตาแล้วปัดด้วย Maybelline Hyper Curl Waterproof Mascara ซึ่งซี่เน้นปัดให้หนากว่าคนปกติทั่วไปมากหน่อย เพื่อเน้นดวงตาให้ดูสวยหวานมากขึ้น”

GLOW IN THE DARK
“ความที่ผิวขาวมากมาตลอด รู้สึกว่าผิวแทนมีเสน่ห์ อยากลองผิวแทนดูบ้าง เคยลองอาบแดดให้ผิวแทน ผ่านไป 2 สัปดาห์ก็กลับมาเหมือนเดิม ส่วนหนึ่งเพราะทำงานในวงการ ทำให้ไม่มีเวลาไปเที่ยวบ่อย ปัจจุบันตัดสินใจพักงานในวงการเพื่อออกไปใช้ชีวิต ทำหลายๆ สิ่งที่อยากทำมากขึ้น ล่าสุดซี่เพิ่งกลับจากทะเล ได้อาบแดดจนผิวแทนสมใจแล้วค่ะ (ยิ้ม)

“แต่ผิวแทนก็ต้องการการบำรุงเป็นพิเศษ เพราะมีอาการผิวแห้งและแสบจากการเผาไหม้จากแสงแดด เคยทาอโลเวราก็ยังแสบอยู่ดี กระทั่งพบน้ำมันอาร์แกน (Argan Oil) จาก Seasun Society ตัวช่วยฟื้นฟูผิวได้เร็วมาก แล้วยังนำมาบำรุงผมได้ด้วย ตอบโจทย์เรื่องความออร์แกนิก 100 เปอร์เซ็นต์ด้วย ซี่ใช้สลับกับโลชั่น Jergens นอกจากนี้ยังนำมามาสก์เท้า โดยพอกที่เท้าแบบหนาๆ แล้วสวมถุงเท้าทิ้งไว้ตลอดคืน เพราะตอนอยู่ที่ทะเลเดินเท้าเปล่าเยอะ ไม่อยากให้เท้าแห้งแตกค่ะ”

คริสซี่-กฤษณ์สิรี สุขสวัสดิ์ 2

FINE HAIR
“ผมซี่เส้นเล็กมาก ดูไม่มีน้ำหนักและไม่ค่อยทิ้งตัว อยากผมตรงสวยอย่างสาวๆ ในโฆษณาแชมพูบ้าง ตอนนี้ชอบ Oh Honey!! Avocado Hair Mask ที่อุดมไปด้วยแหล่งสารอาหารสำหรับการบำรุงผม ใช้เพียงสัปดาห์ละครั้ง และใช้ Wild MarulaTM Tangle Spray จาก Drunk Elephant สเปรย์ก่อนเป่าผม ช่วยให้ผมไม่พันกัน ซี่ชอบหวีผมตอนยังหมาดๆ เพราะหากปล่อยให้แห้งแล้วค่อยหวีจะได้ผลลัพธ์ของความเรียบสวยที่แตกต่างกันค่ะ”

คริสซี่-กฤษณ์สิรี สุขสวัสดิ์ 7

POSITIVE ENERGY
“ซี่หน้ากลม ปากคว่ำ ถ้าไม่ยิ้มจะดูบึ้งตลอดเวลา ทำให้ต้องยิ้มตลอด เพราะถ้าคนไม่รู้จักจะคิดว่าซี่กำลังเบ้ปากใส่เขาหรือกำลังอารมณ์ไม่ดี หลายคนไม่กล้าเข้ามาคุยด้วย ประกอบกับก่อนหน้านี้ซี่กลัวความผิดหวัง จนกลายเป็นติดนิสัยมองทุกอย่างในแง่ลบ ขี้หงุดหงิด พอได้มีโอกาสอยู่ใกล้กับคนที่มองโลกในแง่ดี พลังบวกของเขาส่งต่อมาถึงเรา โดยเฉพาะเวลาซี่ทำงานมาเหนื่อยๆ เมื่อได้พูดหรืออยู่ใกล้เขาจะรู้สึกดีขึ้น ทำให้ซี่อยากเป็นแบบนั้นบ้าง ตอนนี้พยายามเปลี่ยนตัวเองโดยลงลึกตั้งแต่ฐานความคิด ประกอบกับเล่นโยคะให้อกผายไหล่ผึ่งเพิ่มความมั่นใจให้กับตัวเอง

“ซี่เชื่อว่าเราจะเปลี่ยนตัวเองได้ ต้องเปลี่ยนตั้งแต่ฐานความคิด และคนที่มีฐานความคิดแบบเดียวกันจะดึงดูดคนประเภทเดียวกันเข้ามาค่ะ”


ข้อมูล : นิตยสารแพรว ฉบับ 986
ภาพ : ksiekrissie

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

1

Beachwear สุดปัง! กระเป๋าตังค์ไม่สะเทือน TANTAN แฟชั่นใหม่ระดับซุป’ตาร์

แฟชั่นใหม่มาแรงในบรรดานักแสดงของไทย เมื่อเห็นเหล่าดาราทั้งนางเอก และนางร้ายระดับตัวท็อปออกมาโพสต์รูปชุดว่ายน้ำสุดแซ่บผ่านอินสตาแกรมส่วนตัวของพวกเธอเอง เรียกว่าไม่จำเป็นต้องซัมเมอร์ แฟชั่น Beachwear ก็ปังได้ ซึ่งแบรนด์ที่เราจะมาพูดถึงในวันนี้มีชื่อว่า TANTAN จากดีไซเนอร์ไทย ขอแอบกระซิบว่า นอกจากดีไซน์ที่เกินต้านแล้ว ราคาของไอเท็มทุกชิ้นยังจับต้องได้อีกด้วย เพราะราคาอยู่ที่ประมาณ 1,990- 2,300 บาทเท่านั้น จ่ายแค่หลักพันก็ได้แฟชั่นระดับซุป’ตาร์ เริ่ดไม่ไหว!

ซึ่งแฟชั่นไอเท็มสำคัญสำหรับลุคแซ่บ ๆ แบบนี้คือ เสื้อคลุมตัวนอกที่ดีไซน์พิเศษ ด้วยการออกแบบให้เป็นเสื้อถักหลากหลายสีสัน และด้วยทรงที่เข้ารูปและดีเทล Cut-out บริเวณช่วงเอว ทำให้ช่วยเน้นรูปร่างของผู้สวมใส่ได้เป็นอย่างดี ไม่ต้องกลัวว่าใส่แล้วจะตันอีกต่อไป มาดูกันว่ามีนักแสดงคนไหนใส่บ้าง รวมถึงการเลือกชุดว่ายน้ำมามิกซ์แอนด์แมทช์กับเสื้อคลุมสุดฮ็อตตัวนี้

เริ่มต้นจากนางเอกสาวคนสวย แต้ว ณฐพร ไม่ว่าเธอจะมาในลุคสาวเรียบร้อยหรือสาวแซ่บแบบนี้ก็ปังไม่แพ้กัน แต้วเลือกใส่ชุดว่ายน้ำวันพีช Cut-out คล้องคอสีดำ ‘SeaSuitT009 BLACK’ บอกเลยว่าเซ็กซี่สุด ๆ ก่อนสวมทับด้วยแฟชั่นไอเท็มตัวฮิต ‘SeaLayerT005 BLACK’

12
11
7
SeaSuitT009 BLACK ราคา 2,190 บาท
16
SeaLayerT005 BLACK ราคา 2,290 บาท

คนที่สอง คิมเบอร์ลี่ แอน เทียมศิริ กับลุค Beachwear ที่ทำเอาทะเลลุกเป็นไฟกันเลยที่เดียว กับชุดว่ายน้ำดีไซน์เดียวกับแต้ว ณฐพร แต่เลือกสีเสื้อคลุมเป็นสีเบจให้ตัดกันแบบนี้ก็ปังไปอีกแบบ

10
9
6
SeaLayerT005 ราคา 2,290 บาท

ตามมาด้วย เมย์ พิชญ์นาฏ กับลุค All Black ตั้งแต่บิกินี่ เสื้อคลุม และแว่นตา ที่เมื่อมาอยู่บนตัวเธอแล้วก็ยิ่งดูเซ็กซี่ขึ้นอีกเป็นเท่าตัว ชุดว่ายน้ำของเธอเป็นทูพีช ‘SeaSuit007’ มีดีเทลไข่มุกร้อยไว้ตรงกลางอกและเอว เพิ่มความน่ารักและกิมมิกของดีไซน์ ก่อนคลุมด้วยเสื้อคลุมสุดแซ่บตัวเดิม

4
3
2
SeaSuit007 ราคา 1,990

และคนสุดท้ายกับลุคที่มีสีสันจัดจ้านขึ้นมาหน่อยกับคุณแม่น้องโปรด และน้องปราณอย่าง เป้ย ปานวาด ที่ดีกรีความแซ่บของเธอไม่เคยลดลงเลยมีแต่เพิ่มขึ้นทุกวัน เป้ยมากับบิกินี่ทรงสามเหลี่ยมสีเขียวสุดเซ็กซี่ ‘SeaSuit008 Green’ กับเสื้อคลุมสีเหลือง เป็นสีที่ตัดกันแต่ใส่ออกมาแล้วดูเข้ากันสุด ๆ ไปเลย

13
14
5
SeaSuit008 Green ราคา 1,990 บาท
15
SeaLayerT005 YELLOW ราคา 2,290 บาท

ภาพ : Instagram @tantan.bkk