‘ความหึงเข้าตา จนต้องพึ่งสายมูเตรู” ดูดวงรายวัน 25 มิถุนายน 2563

ดูดวงรายวัน 25 มิถุนายน 2563 #หมอปุ้ยพยากรณ์ เช็กทุกวัน เป๊ะปังทุกดวง ทั้งการงาน การเงิน ความรัก และสุขภาพ

ผู้ที่เกิดวันอาทิตย์

การงาน : หากคุณทำงานหรือเกี่ยวข้องกับสายการเกษตร เช่น เกษตรกร ภูมิสถาปัตย์ ธุรกิจนำเข้าส่งออก ตลอดจนถึงงานเขียน บทกวี ดนตรีพื้นบ้าน วันนี้เหมือนคุณยังระแวง วิตกกังวลจนไม่กล้าตัดสินใจใดๆ  ระวังจะพลาดโอกาสดีในชีวิตไป จึงควรใช้ความรู้ ความสามารถ และความคิดสร้างสรรค์ รักษาตัวให้รอดจากสถานการณ์ตรงหน้าไปให้ได้

การเงิน : มีโอกาสได้มรดกด้วยความสิเน่หา แต่ก็อาจต้องเสียเงินให้กับคนใกล้ชิดอย่างกะทันหัน โดยไม่รู้ล่วงหน้ามาก่อน

ความรัก : แม้คุณจะได้รับความรักและเอาใจใส่จากครอบครัวเป็นอย่างดี แต่อาจเพราะยังไม่สามารถลืมรักเก่าได้ จึงนำมาเปรียบเทียบกับรักปัจจุบันตลอดเวลา ซึ่งไม่ควรทำอย่างยิ่ง เพราะคุณอาจเสียรักไปทั้งหมด คนโสด คุณมีเสน่ห์ มีคนมากมายพร้อมจะจริงใจกับคุณ แต่เพราะยังลืมรักเก่าไม่ได้ จึงทำให้เสียโอกาสที่ดีในชีวิตไปอย่างน่าเสียดาย

สุขภาพ : คุณไม่ค่อยเจ็บไข้ได้ป่วย แต่หากเป็นก็จะหนักเลย วันนี้ควรดูแลรักษาอวัยวะในช่องท้อง และมดลูกให้ดี

 

ผู้ที่เกิดวันจันทร์

การงาน : หากคุณทำงานหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ความคิดสร้างสรรค์ เช่น โฆษณาประชาสัมพันธ์ งานสื่อสารมวลชน งานในวงการบันเทิง วันนี้คุณอาจได้รับแต่งตั้งหรือมอบหมายให้เป็นหลักของทีม ควรลดอีโก้ หรือความเชื่อมั่นในตัวเองลง เพราะคุณอาจมองข้ามความรู้สึกของเพื่อนร่วมงาน จนอาจเกิดการขัดแย้งถึงขั้นมีปากเสียงกัน ทางที่ดีอย่าตอบโต้ เพราะจะทำให้เหตุการณ์ยิ่งรุนแรงขึ้น

การเงิน : อาจได้รับมรดกนะคะ แต่ก็ไม่ได้อย่างราบรื่น กว่าจะได้ต้องผ่านการทะเลาะเบาะแว้งกันอย่างดุเดือด

ความรัก : วันนี้คุณอาจให้เวลากับการทำงานมากกว่าเวลาของครอบครัว ก็ระวังอาจมีปากเสียงกันอย่างรุนแรงในเรื่องนี้ได้   คนโสด คุณลังเลไม่แน่ใจว่า จะมีความรักดีไหม เพราะคุณเป็นหลักของครอบครัว จนอาจรับผิดชอบชีวิตใครไม่ได้อีกแล้ว

สุขภาพ : มีโอกาสได้รับบาดเจ็บหรือเกิดอุบัติเหตุอย่างไม่คาดคิดในชีวิตประจำวัน และควรรับประทานอาหารที่ถูกสุขลักษณะ งดดื่มแอลกอฮอลล์ อย่าเครียด เพราะจะทำให้น้ำย่อยและกระเพาะอาหารทำงานผิดปกติ

                                                                

ผู้ที่เกิดวันอังคาร

การงาน  : หากคุณทำงานหรือเกี่ยวข้องกับงานในสถานบริการ เช่น งานบันเทิง นักเอ็นเทอร์เทน หรือธุรกิจสถานบันเทิงยามราตรี วันนี้คุณอาจมีปัญหาความขัดแย้งกับเพื่อนร่วมงาน จึงควรใช้สติให้มากกว่าอารมณ์ ไม่ควรตอบโต้ เพราะที่สุดแล้วคุณนั่นละจะไม่สบายใจในภายหลัง จนถึงท้อแท้

การเงิน :  มีดวงการเงินดี มีเงินทองเข้ามาคล่องตัว แต่ต้องระวังการใช้เงินกับการดื่มกิน สังสรรค์ อาจรูดบัตรเครดิตเกินวงเงินไปเมื่อไหร่ไม่รู้ มารู้ก็ตอนที่ต้องหาเงินมาจ่ายนี่ละ

ความรัก : คุณอาจต้องทำใจว่า คู่คุณวันนี้เลิกงานแล้วจะยังไม่กลับบ้าน ไปดื่มกินสังสรรค์ฉลองปลอดเคอร์ฟิว ไม่อย่างนั้นอาจมีทะเลาะกันอย่างรุนแรง เพราะคุณคาดหวังว่าเขาจะกลับบ้านตรงเวลาเหมือนทุกวัน คนโสด คุณอาจได้พบกับผู้ชายเจ้าชู้ ปากหวาน ซึ่งหากคุณหลงเสน่ห์อาจกลายเป็นบ้านที่สองของเขา ชีวิตคู่ที่คาดหวังไว้พังทลายทันที

สุขภาพ : ใช้ชีวิตอย่างไม่ประมาท ไม่ควรดื่มแอลกอฮอลล์แล้วขับรถ และระวังการทะลาะวิวาท

 

ผู้ที่เกิดวันพุธ

การงาน : หากคุณตั้งใจทำอะไรแล้วจะเดินหน้า ใครก็ขวางคุณไม่ได้ จนอาจไม่ทันได้มองซ้ายมองขวา จึงต้องระวังเพื่อนร่วมงานและคนใกล้ชิดให้ดี เพราะเขาอาจแทงข้างหลัง ด้วยการรับความดีความชอบใส่ตัว แล้วโยนความผิดให้คุณ วันนี้คุณอาจต้องหัวหมุนกับการติดต่อประสานงานทั้งวันเลยทีเดียว

การเงิน : ก่อนจะลงทุนทำธุรกิจกับเพื่อนหรือคนรัก ควรตรวจสอบเรื่องผลประโยชน์ให้ดี คุณอาจได้รับผลตอบแทนไม่เป็นธรรม หรือถูกเบี้ยวหนี้ จนถึงทรัพย์สินหรือเงินทองถูกขโมย

ความรัก : หากไม่มีมูลความจริง คนก็คงไม่ลือ วันนี้คุณอาจจับได้ว่า คู่มีพฤติกรรมไม่น่าไว้วางใจ หลอกลวง เมื่อเจอแบบนี้คุณก็ยิ่งหึงหวง จนปรับความเข้าใจกันไม่ได้ ควรตั้งสติ อย่าใช้อารมณ์ เพราะอาจทำให้เหตุการณ์แย่ลงกว่านี้ คนโสด วันนี้มีความเสี่ยงกับการตกเป็นมือที่สามมากเลย ซึ่งใครก็ห้ามคุณไม่ได้เสียด้วยสิ

สุขภาพ : ก็ยังอยู่กับเรื่องอาหารเป็นพิษ ปวดท้อง เสียดท้องอยู่นะคะ จึงควรรับประทานอาหารที่ปรุงสุกและสะอาดถูกสุขลักษณะไว้ก่อน

 

ผู้ที่เกิดวันพฤหัสบดี

การงาน :  คุณอาจถูกเจ้านายกดดันให้ต้องนำความรู้ ความสามารถ มาใช้กับการทำงานอย่างหนัก อาจเพราะต้องรับผิดชอบงานที่เสี่ยงต่ออันตรายและความผิดพลาด จนเกิดปัญหาขัดแย้งกับเพื่อนร่วมงาน ส่งผลให้คุณอึดอัดและเบื่อหน่ายกับการทำงานมาก อยากจะลาออกวันละหลายๆ รอบเลย

การเงิน : มีรายจ่ายค่อนข้างมาก ร้อนเงิน มีเกณฑ์หยิบยืมเป็นหนี้สินจำนวนมาก ก็ไม่ควรยุ่งเกี่ยวกับเงินที่ไม่ถูกต้องหรือเงินสินบน เพราะอาจนำความเดือดร้อนมาให้

ความรัก : วันนี้อาจมีปัญหาเรื่องบุคคลที่สามเข้ามาวุ่นวายในชีวิต แม้คู่คุณจะพยายามเคลียร์ตัวเอง แต่เพราะความหึงหวงเข้าครอบงำทำให้คุณไม่รับฟัง จนกลายเป็นปรับความเข้าใจกันไม่ได้ คนโสด ความหึงหวงเข้าครอบงำจนทำให้คุณอาจตัดสินใจทำในสิ่งที่คาดไม่ถึง เช่น มาทางสายมูเตรู

สุขภาพ : เครียด และกดดันกับเรื่องราวต่างๆ ที่เข้ามาในชีวิต จนอาจทำให้เกิดปัญหาสุขภาพ เช่น ท้องอืด ท้องเฟ้อ โรคกระเพาะ หรือไมเกรน

 

ผู้ที่เกิดวันศุกร์

การงาน :  หากคุณทำงานหรือเกี่ยวข้องกับการใช้คำพูดหรือวาทศิลป์ในการติดต่องาน เช่น พีอาร์ประชาสัมพันธ์ นักสื่อสารมวลชน พนักงานขายสินค้า วันนี้จากความสตรองของคุณอาจทำให้ต้องตกเป็นแพะรับบาป ถูกใส่ร้ายในสิ่งที่ตัวเองไม่ได้ก่อ หรือตกอยู่ในภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก ต้องทำงานในสิ่งที่คุณไม่สามารถเลือกได้

การเงิน : คุณใจดี ใจบุญ ชอบช่วยเหลือคนอื่น ก็ไม่ควรหลงเชื่อคำพูดที่มีหลักการ เพราะบุคคลเหล่านั้นหวังที่จะเข้ามาตักตวงผลประโยชน์จากคุณ

ความรัก : วันนี้คู่คุณมีความคิดเห็น มุมมองในการใช้ชีวิต และไลฟ์สไตล์เป็นไปในทิศทางเดียวกันจึงไม่ค่อยน่ากังวลนัก คนโสด คุณมีเสน่ห์ เข้ากับผู้อื่นได้ง่าย แต่ก็อยู่กันไม่ได้นาน เพราะคุณลังเลไม่กล้าตัดสินใจ จนต้องพลาดโอกาสดีๆ ในชีวิตไปอย่างน่าเสียดาย

สุขภาพ : นัดทันตแพทย์บ้างหรือยังคะ เพราะสุขภาพฟันมีผลต่อสุขอนามัยในช่องปาก และทางเดินหายใจ จึงควรไปตรวจอย่างสม่ำเสมอ

 

ผู้ที่เกิดวันเสาร์

การงาน  : สำหรับผู้ที่ทำงานหรือเกี่ยวข้องกับงานอาร์ตทุกสายงาน หรืองานสวยๆ งามๆ วันนี้หากผลงานของคุณอยู่ในขั้นตอนการพิจารณา ไม่ผ่านเสียที จนคุณอึดอัดและเบื่อหน่าย วันนี้เริ่มเห็นทางสว่าง เพราะผู้ใหญ่จะช่วยสนับสนุน ส่วนคนใกล้ชิด และผู้บังคับบัญชาก็เริ่มจะเมตตาเอ็นดูคุณ ก็น่าจะได้รับคำตอบแล้ว

การเงิน :  ผู้ใหญ่ให้ความอุปถัมภ์ แต่ต้องวงเล็บด้วยว่า ในทางลับ ซึ่งคุณก็อาจต้องนำเงินนี้ไปช่วยเหลือ หรือสงเคราะห์ญาติผู้ใหญ่ที่กำลังเดือดร้อนอยู่

ความรัก : คุณมีความเป็นผู้นำสูง ทั้งานในบ้าน และงานนอกบ้านคุณก็ให้การสนับสนุนสามีด้วยดีมาตลอด แต่วันนี้อาจมีเรื่องบ้านเล็กบ้านน้อยเข้ามาให้รำคาญใจ ซึ่งคุณอาจให้ผู้ใหญ่เข้ามาไกล่เกลี่ยแทน   คนโสด  คุณมีเสน่ห์มากมาย หากต้องไปร่วมปาร์ตี้สังสรรค์ ระวังจะเจอพวกที่ชอบฉวยโอกาส มาหมดทั้งหนุ่มและแก่เลยทีเดียว

สุขภาพ :  ออกเดทวันนี้ ไม่ควรดื่มแอลกอฮอลล์เป็นปริมาณมากนะคะ เพราะอาจทำให้เสียสุขภาพและเป็นปัญหาต่อเนื่องเรื้อรังตามมา

 

เช็กดวงย้อนหลังกันได้ที่นี่

มีเสน่ห์ มีรักทีไร ก็จะร้อนรุ่มกับพิษรักแรงหึง ดูดวงรายวัน 22 มิถุนายน 2563

ทุ่มความรักให้เขาจนหมด จึงเจ็บนาน เจ็บนี้ไม่ลืม ดูดวงรายวัน 23 มิถุนายน 2563

โลเลและลังเลว่า จะเข้าสู่สนามสอบหรือสนามเลิฟดีหนอ ดูดวงรายวัน 24 มิถุนายน 2563

 

5 เทคนิคขั้นเทพ! จัดงานแต่งให้ดูแพงในงบจำกัดได้เองแบบไม่ยาก

แหม…เขาว่ากันว่าเศรษฐกิจตอนนี้ไม่ค่อยดีนะคะ แต่ไม่ว่าจะยังไงคู่รักก็ยังแต่งงานกันอยู่ดี ว่าที่บ่าวสาวหลายคู่จึงต้องจำกัดงบประมาณในการจัดงานนิดนึงเนอะ ใครที่กระเป๋าไม่หนักแต่อยาก จัดงานแต่งให้ดูแพง แบบที่ใฝ่ฝัน เรามีเทคนิคมาบอก

1. เลือกของที่ดูเรียบหรูเข้าไว้

ของตกแต่งเยอะๆ รังแต่จะทำให้งานแต่งดูรก ยุ่งเหยิง ไม่ได้ทำให้ดูแพง จำไว้! ถ้าอยากได้งานที่หรูในงบจำกัด เราขอแนะนำให้เลือกของตกแต่งสไตล์เรียบๆ เน้นสีขาว สีทอง สีงาช้าง หรือสีเทาเข้าไว้  เพราะสีเหล่านี้จะช่วยทำให้บรรยากาศในงานเรียบหรูดูแพงได้แน่นอน

2. ถ้าจะใช้ดอกไม้ ต้องวางแผนให้ดี

ดอกไม้ตกแต่งงานเป็นอีกหนึ่งอย่างที่เปลืองเงินใช่เล่น ถ้าคุณไม่วางแผนให้ดีรับรองว่างบบานปลายชัวร์! แนะนำให้คุณดูสถานที่และคิดไว้เลยว่าจะวางดอกไม้ตรงจุดไหนบ้าง จะใช้ดอกไม้พันธุ์อะไร เพื่อให้ยังอยู่ในงบควรจะเลี่ยงดอกไม้เมืองหนาวที่ต้องนำเข้าจากต่างประเทศ (รู้ๆ กันอยู่ว่ามันแพง!) แล้วหันมาใช้ดอกไม้ตามฤดูกาลที่ปลูกได้ในบ้านเราก็จะช่วยประหยัดงบไปได้อีกเยอะ แต่ถ้าคุณมีงบจำกัดมากๆ ลองใช้ดอกไม้ทำเป็นของตกแต่งชิ้นใหญ่ชิ้นเดียว วางไว้ในจุดที่แขกสามารถเห็นชัดเจน เช่น ซุ้มประตูทางเข้า โต๊ะลงทะเบียนหน้างาน หรือแบ็กดรอปถ่ายภาพ ให้แขกรู้สึกถึงความหรูหราตั้งแต่เดินเข้างานกันไปเลย

3. อย่าเชิญแขกพร่ำเพรื่อ เลือกเฉพาะคนสำคัญ

ถ้างบคุณมีน้อยพอแค่เชิญแขกได้ 300 คน แล้วคุณจะเชิญแขก 500 คนให้ลำบากงบไปทำไมคะ? ทางที่ดีให้เชิญเฉพาะคนสำคัญและสนิทกันจริงๆ ลองคุยและปรึกษากันให้ดีว่าพอจะตัดรายชื่อใครออกได้บ้าง เพราะยิ่งแขกเยอะมากเท่าไหร่นั่นหมายถึงว่า คุณจะต้องเลือกสถานที่ให้ใหญ่ขึ้นเพื่อรองรับแขกทั้งหมด และเพิ่มเงินในส่วนของอาหารจัดเลี้ยงให้มากขึ้นด้วย ส่วนใครที่ไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไรกับรายชื่อแขกที่เยอะเกินไป เราก็มีเทคนิคมาให้ค่ะ คลิกเลย ลิสต์แขกยาวเป็นหางว่าว แต่งบเราเท่าหางอึ่ง!

4. งาน DIY ช่วยให้ดูหรูหราและประหยัดงบได้เช่นกัน

DIY ที่บอกมานี้ต้อง Do It Yourself จริงๆ นะคะ ไม่ใช่ไปจ้างคนอื่นทำให้เสียสตางค์เพิ่มอีกแบบนั้นไม่แนะนำนะ ถ้าคุณเป็นคนมีฝีมือในการประดิษฐ์ประดอยหรือมีเพื่อนที่พร้อมจะทำให้ก็ลองดูค่ะ อาจทำของตกแต่งเล็กๆ น้อยๆ จากกระดาษ ไม่ต้องชิ้นใหญ่มาก ทำเองง่ายๆ แบบนี้ช่วยให้งานดูดีและประหยัดงบได้อยู่นะ

5. ทางเข้างานต้องประทับใจแขก

สิ่งที่แขกจะจดจำและถือว่าเป็นเฟิร์สอิมเพรสชั่นก็คือ ทางเข้างานค่ะ ลองจัดวางดอกไม้ (ใช้เทคนิคที่บอกไปในข้อ 2) หรือโหลแก้วที่มีอยู่แล้วที่บ้านใส่น้ำลอยเทียนไว้ข้างใน (อันนี้ฮีบินว่าดูหรูและเวิร์กมาก) หรือของตกแต่งอะไรก็ได้ที่คุณชื่นชอบ (อาจเป็นของที่จะซื้อไปใช้ตกแต่งเรือนหออยู่แล้วก็ได้) แต่ตรงกับธีมงานแต่ง หาที่วางสร้างความประทับใจให้กับแขกตั้งแต่เดินเข้างานรับรองว่าสวย เริด ปังแน่นอน (อย่าลืมว่าต้องอยู่ในงบด้วยนะ)

ถึงแม้จะมีงบประมาณสำหรับงานแต่งค่อนข้างจำกัด แต่ถ้าหากเลือกหยิบใช้สิ่งของที่มีสไตล์เรียบหรู ไม่จำเป็นต้องถมดอกไม้ให้มากมาย เพียงแค่นี้งานแต่งจากงบเท่าที่มีก็ดูแพง หรู เริด ได้ไม่แพ้งานแต่งที่หมดเงินบานตะไทแน่นอน

cr.www.brides.com

อ่านบทความเพิ่มเติม

https://praewwedding.com/planning/advice-and-ideas/101689

https://praewwedding.com/planning/109019

https://praewwedding.com/planning/101019

รักทางไกลทำยังไงให้เวิร์ก รับรองว่ารักระยะไกลก็เป็นรักที่ดีได้ไม่แพ้รักไหนๆ เลย

“อยู่ห่างขนาดนี้ คิดถึงกันบ้างไหม” ใครที่กำลังคิดแบบนี้ แสดงว่าคุณคือคู่ รักทางไกล ใช่ไหมเอ่ย แสดงว่าต้องกำลังเหงาหรือเศร้าที่อยู่ห่างไกลและไม่ค่อยได้เจอกับคนรักอยู่แน่ๆ มามะ มาทำจิตใจให้เบิกบานแล้วทำตาม 8 ข้อนี้ที่เราแนะนำดีกว่า ถ้าทำได้รับรองเลยว่ารักระยะไกลของคุณก็เป็นรักที่ดี๊ดีไม่แพ้รักไหนๆ เช่นกัน

1. ซื่อสัตย์ต่อตัวเองและคนรัก
ความซื่อสัตย์คือคติประจำใจที่สำคัญที่สุดสำหรับคู่รักระยะไกล เพราะนั่นแปลว่าคุณจะไม่ใช้ช่องว่างของการไม่ได้เจอกันไปแอบนอกใจมีกิ๊กเล็กกิ๊กน้อยให้เกิดปัญหาใหญ่โตตามมา อีกทั้งยังรวมถึงการโกหกหรือการเลี่ยงไม่บอกดีกว่า เพื่อให้เขาหรือเธอสบายใจ ก็ไม่ใช้วิธีที่ดีสำหรับคู่รักระยะไกล เพราะหากมารู้กันทีหลังจะทำให้ความไว้เนื้อเชื่อใจที่เคยมีหมดไปทันที ทีนี้ล่ะอยู่ยากแน่

2. ไว้เนื้อเชื่อใจกัน
เมื่ออีกฝ่ายมีความซื่อสัตย์ให้กัน เราก็ต้องสนองตอบด้วยความไว้ใจ (แต่ต้องมั่นใจได้ว่าเขาหรือเธอซื่อสัตย์จริงๆ) สำหรับคู่รักระยะไกลคติประจำใจข้อนี้นับว่าสำคัญมากเช่นกัน เพราะนอกจากจะทำให้คุณสบายใจ ไม่คิดฟุ้งซ่านให้วุ่นวายจิตแล้ว ยังทำให้อีกฝ่ายไม่อึดอัดและกังวลใจอีกด้วย

3. ใส่ใจอย่างเสมอต้นเสมอปลาย
แม้ไม่ได้เจอกันทุกวันอย่างคู่รักคู่อื่นๆ แต่คู่รักระยะไกลก็สามารถแสดงความใส่ใจต่อกันได้ อาจใช้วิธีโทรถามสารทุกข์สุขดิบกันทุกเช้าเย็น หรือแสดงความเป็นห่วงเป็นใยให้อีกฝ่ายรู้สึกเป็นคนพิเศษอยู่เสมอ เรียกง่ายๆ ว่าต้องใส่ใจกันอย่างเป็นกิจวัตร เพียงเท่านี้ไม่ว่าตัวจะไกลกันแค่ไหน แต่ใจก็ใกล้กันได้ตลอดเวลา

4. หมั่นแสดงความคิดถึง
“คิดถึงนะ” คู่รักระยะไกลควรพูดคำนี้กันให้บ่อยเข้าไว้ เพราะคำสั้นๆ ง่ายๆ นี้แหละที่จะช่วยกระชับความสัมพันธ์ของคุณให้ใกล้กันมากขึ้น หรือจะส่งข้อความแห่งความคิดถึงผ่านหน้าโซเชียลให้ใครๆ ต่างอิจฉาก็ว่ากันไป ขอบอกเลยว่านี่ถือเป็นอีกหนึ่งข้อได้เปรียบของคู่รักระยะไกล เพราะมันทำให้คุณได้คิดถึงกันมากกว่าคู่รักคู่ไหนๆ ไงล่ะค่ะ ฮิ้ววว

5. เว้นช่องว่างให้กันบ้าง
แม้ความคิดถึงจะเป็นสิ่งที่ดี แต่ก็อย่ามากเกินไปจนกลายเป็นความฟุ้งซ่าน คู่รักระยะไกลควรเว้นช่องว่างให้กัน และมีเวลาส่วนตัวในการทำสิ่งต่างๆ อย่างเป็นปกติ เพื่อให้ทั้งตัวเองและอีกฝ่ายไม่รู้สึกอึดอัดหรือกดดันจนเกินไป และอย่างน้อยที่สุดก็เพื่อให้ต่างคนต่างได้เจอเรื่องราวใหม่ๆ แล้วนำมาแบ่งปันกัน

6. แบ่งปันเรื่องราวต่อกันเป็นประจำ
การแบ่งปันเรื่องราวต่างๆ ต่อกันเป็นประจำทำให้คู่รักระยะไกลรู้สึกเหมือนอยู่ใกล้กันได้ “วันนี้ฉันไปเจอคนนี้มานะ” “วันนี้ฉันไปทำแบบนี้มาแหละ” หมั่นเล่าให้ฟังกันเป็นประจำทุกวัน ทำให้มีเรื่องราวคุยกันได้อย่างไม่ซ้ำซากจำเจ และยังทำให้รู้สึกเป็นคนสำคัญที่เขาหรือเธออยากจะแบ่งปันเรื่องราวให้ฟังอีกด้วย

7. ทำเซอร์ไพร้ส์ในวันสำคัญ
ทำเซอร์ไพร้ส์ให้กันในวันสำคัญเพื่อเติมรสรักให้หวานชื่น ไม่ว่าจะเป็นวันเกิด วันครบรอบ หรือวันเทศกาล  สำหรับข้อนี้ถือเป็นอีกหนึ่งข้อดีของคู่รักระยะไกลเลยก็ว่าได้ เพราะคุณสามารถสร้างเซอร์ไพร้ส์ให้เขาหรือเธอได้อย่างเป็นความลับที่สุด รับรองว่าแผนไม่แตกแน่นอน (ถ้าไม่มีใครปากโป้งไปบอกซะก่อน)

8. การเจอกันคือความพิเศษ
การไม่ได้เจอกันนานเป็นเดือนเป็นปีทำให้คู่รักระยะไกลถวิลหาการเจอกันแบบคูณสิบ ดังนั้นการสร้างความพิเศษให้กับการเจอกันจึงช่วยกระชับความสัมพันธ์ให้แนบแน่นขึ้นได้ คุณอาจสร้างความพิเศษด้วยการแต่งหน้าแต่งตัวสวยปิ๊งให้อีกฝ่ายตกตะลึง ทำอาหารมื้อโปรดไว้คอยท่า หรือหาของขวัญมาเซอร์ไพร้ส์สักชิ้น เห็นไหมคะว่าการเจอกันน้อยๆ ก็ไม่ได้แย่เสมอไป เพราะทำให้หัวใจพองโตได้ง่ายและชุ่มช่ำหัวใจสุดๆ

>> อ่านบทความเกี่ยวกับความรักและความสัมพันธ์เพิ่มเติม คลิกเลย <<

ท็อป ณัฐเศรษฐ์ ถอยรถ Porsche 13 ล้านจุกๆ ให้คุณพ่อ ภูมิใจยิ่งกว่าซื้อให้ตัวเอง

สมกับเป็นลูกกตัญญูที่แท้ทรู  ท็อป ณัฐเศรษฐ์ พูนทรัพย์มณี ถอยรถ Porsche รุ่น 911 Targa 4S ราคา 13,450,000 บาทจุกๆ เจ้าตัวเผย

“ซื้อรถให้ตัวเองก็ว่าภูมิใจ แต่ซื้อรถให้พ่อภูมิใจสุด”

นอกจากจะเป็นผู้บริหารคนเก่งแห่ง บริษัท ไอพีดี แพคเกจจิ้ง จำกัด รวมถึงยังเป็นหนุ่มในฝันของสาวๆ หลายคน หนุ่มท็อป-ณัฐเศรษฐ์ พูนทรัพย์มณี ยังรับบทเป็นลูกกตัญญู เพราะล่าสุดได้ทำตามความตั้งใจที่อยากทำจนสำเร็จถอยรถ Porsche รุ่น 911 Targa 4S สีฟ้าสุดหรูให้กับคุณพ่อ งานนี้ทำเอาคุณพ่อของหนุ่มท็อปถึงกับยิ้มแก้มปริ ภูมิใจในตัวลูกชายสุดๆ

ท็อป ณัฐเศรษฐ์ ท็อป ณัฐเศรษฐ์ ท็อป ณัฐเศรษฐ์

สำหรับ Porsche รุ่น 911 Targa 4S นั้น มาพร้อมกับเครื่องยนต์เบนซิน 6 สูบนอน Boxer ขนาด 3.0 ลิตร 2,981 ซีซี. พ่วงเทอร์โบ กระบอกสูบ x ระยะช่วงชัก : 91.0 x 76.4 มิลลิเมตร กำลังสูงสุด 450 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 530 นิวตันเมตร ที่ 2,300 – 5,000 รอบ/นาที จับคู่กับเกียร์ธรรมดา 7 จังหวะ หรือ เกียร์อัตโนมัติ PDK 8 จังหวะ ขับเคลื่อน 4 ล้อ สนนราคาที่  13,450,000 บาท หากรวม Option Thailand Standard เริ่มต้น เป็น 14,335,300 บาท

หล่อ รวย ครบสูตร หนุ่มในฝันของสาวๆ จริงเลยนะคะ คุณท็อป…


ภาพ : @topnathasedh

โมบายล์-พิมรภัส

โมบายล์-พิมรภัส ไอดอลแห่งการพัฒนาตัวเอง ไม่ว่ายืนตรงไหนก็โดดเด่นได้เสมอ

การเติบโตบนเส้นทางบันเทิงของน้องเล็กแห่ง BNK48 โมบายล์-พิมรภัส ผดุงวัฒนะโชค ไอดอลต้นแบบแห่งการพัฒนาตัวเอง ไม่ว่ายืนตรงไหนก็สามารถโดดเด่นเฉิดฉายได้เสมอ

จากน้องเล็กสุดของวงที่มาพร้อมความสดใสร่าเริงในเพลง คุกกี้เสี่ยงทาย เจอกันวันนี้ โมบายล์มาในลุคสาวผมยาวที่เติบโตขึ้นอีก หลายก้าว

โมบายล์-พิมรภัส

“จากวันแรกที่เข้ามาใน BNK48 จนถึงวันนี้ โมบายล์คิดว่าตัวเอง เปลี่ยนไปเยอะเลยค่ะ อย่างแรกคือใบหน้า (หัวเราะ) แฟนคลับบอกว่า ตั้งแต่จัดฟัน หน้าเปลี่ยนไปมาก บวกกับโตขึ้นด้วย หน้าตาเลยเข้าที่ขึ้นค่ะ (ยิ้ม)”

“ส่วนการทำงานก็พัฒนาขึ้นเรื่อย ๆ เพราะ เมื่อเราทำบ่อย ๆ ก็ทำให้ผ่อนคลายขึ้น สบายขึ้น ไม่เกร็งหรือคิดมากเหมือนช่วงแรก โมบายล์มอง การทำงานเป็นเรื่องสนุกที่ได้ลองทำอะไรใหม่ ๆ จึง ทำให้พัฒนาตัวเองจนมาอยู่ตำแหน่งเซ็นเตอร์ได้ (เพลง คุกกี้เสี่ยงทาย) ทำให้เป็นที่รู้จักและมีแฟนคลับเพิ่มขึ้นมาก”

“โมบายล์คิดว่าในความเป็นทีม ทุกตำแหน่งมีความสำคัญ เหมือนกัน และไม่ว่าจะยืนตรงไหนก็สามารถโดดเด่น เฉิดฉายในที่ของเราได้ (ยิ้ม)”

โมบายล์-พิมรภัส

“จากนั้นอันดับก็ร่วงลงมาบ้างนะคะ แน่นอน ว่าก็ต้องเสียใจอยู่แล้ว แต่พยายามมองมุมบวกเข้าไว้ ซึ่งพอโตขึ้น มีประสบการณ์มากขึ้น ก็เข้าใจว่าไม่ว่า จะอยู่ตำแหน่งไหนก็สามารถเฉิดฉายในตำแหน่งของ ตัวเองได้ (หัวเราะ) ตอนนี้โมบายล์กำลังฝึกร้องเพลง ให้มากขึ้นค่ะ ฝันว่าวันหนึ่งจะได้เป็นนักร้องเต็มตัว มีซิงเกิ้ลของตัวเองสักครั้ง เพราะการร้องเพลงเป็น พรสวรรค์อย่างหนึ่งที่หนูภูมิใจ และชอบน้ำเสียงของ ตัวเอง (ยิ้ม)

“ส่วนเรื่องที่ทำให้เครียด ส่วนใหญ่เป็นคอมเม้นต์จากคนที่เขาไม่ชอบเราหรือบอกว่าเรายังทำได้ ไม่ดี แม้บางครั้งเราจะพยายามเต็มที่แล้ว แต่ถ้าเขา ไม่ชอบ…เขาก็ไม่โอเคกับเราอยู่ดี โมบายล์จึงพยายาม รับมือกับความรู้สึกตรงนี้ให้ได้ ยอมรับว่าก็ยังเข้าไป อ่านนะคะ ทั้งดีและไม่ดี ถ้าสิ่งไหนที่เราพัฒนาได้ ก็พร้อมจะทำ แต่บางข้อความที่อ่านแล้วทำให้นอยด์ ก็พยายามไม่เก็บมาคิด ซึ่งตรงนี้คือข้อเสีย คือรู้ตัว ว่าอ่านแล้วจะเศร้า ไมมีกำลังใจในการทำงาน แต่ก็ อดไม่ได้ที่จะเสพมันเข้าไป กำลังพยายามฝึกใจตัวเอง ให้แข็งแกร่งกว่านี้อยู่ค่ะ (ยิ้ม)

โมบายล์-พิมรภัส

“โมบายล์คิดว่าจุดเด่นของตัวเองอยู่ที่ความ สดใส จริงใจ และเป็นตัวเอง ซึ่งมีบางช่วงนะคะ ที่หนูพยายามจะเปลี่ยน เพราะมีบางคนบอกว่าอยาก เห็นโมบายล์เป็นเหมือนตอนช่วงแรก อย่างตัดผมสั้น ลุคแบ๊ว ๆ หรือบางคนบอกว่าไม่ใช่แค่ลุคภายนอก แต่นิสัยและข้างในของหนูก็ไม่เหมือนเดิม ซึ่งทำให้ สับสนว่าจริง ๆ แล้วตัวเราเป็นแบบไหนกันแน่ แต่ สุดท้ายโมบายล์คิดว่าไม่ว่าใครก็ต้องมีการเปลี่ยนแปลง และเติบโตขึ้นตามอายุและประสบการณ์

“โมบายล์จึงยังเป็นคนเดิม..ในเวอร์ชั่นที่โตขึ้นค่ะ”


ที่มา : นิตยสารแพรว ฉบับ 959

สามารถติดตามอ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติมได้ที่นี่

สาวน้อยโลกส่วนตัวสูง ‘มิวสิค BNK48‘ เผยอีกมุมหนึ่ง อาชีพในฝันที่ไม่ค่อยมีใครรู้

เปิดใจ ‘เฌอปราง’ สาวแกร่งแห่ง BNK48 ทำไมถึงยืนหนึ่งตำแหน่งกัปตันไม่เคยเปลี่ยน

เรียนจบแล้ว พร้อมลุยงานเต็มตัว ‘น้ำหนึ่ง-มิลิน’ นางงามสิงห์บุรีแห่ง BNK48

วันวานที่บอบช้ำของ 'พีเค-ปิยะวัฒน์' ผู้เปลี่ยนคำบูลลี่เป็นแรงผลักดันจนได้ดี

วันวานที่บอบช้ำของ ‘พีเค-ปิยะวัฒน์’ ผู้เปลี่ยนคำบูลลี่เป็นแรงผลักดันจนได้ดี

ย้อนวันวานความบอบช้ำจากการถูกบูลลี่ในวัยเด็กของ ‘พีเค-ปิยะวัฒน์ เข็มเพขร’ ผู้เปลี่ยนบาดแผลเป็นแรงผลักดันจนได้ดี

น้อยคนนักที่จะรู้ว่า พิธีกรที่เก่งกล้าทั้งฝีมือและฝีปากอย่าง ‘พีเค-ปิยะวัฒน์ เข็มเพชร’ ก็เคยโดนรังแกทั้งทางกายและวาจามาก่อน แต่เขานำบาดแผลนั้นมาเป็นแรงผลักดัน กระทั่งประสบความสำเร็จได้อย่างวันนี้

วัยเด็กที่บอบช้ำ

“ผมย้ายไปอยู่ที่อเมริกาตั้งแต่ตอน 9 ขวบ สาเหตุมาจากผมสอบเข้าชั้น ม.1 ไม่ติด ที่บ้านจึงอยากส่งไปเรียนต่างประเทศ ลูกจะได้เก่งภาษาด้วย โดยพ่อแม่ตัดสินใจขายบ้านไปใช้ชีวิตอยู่ที่นั่นเลยครับ ท่านทำงานที่ร้านอาหารในเมืองแมนแฮตตัน ส่วนผมไปอยู่กับคุณน้าที่เมืองลองไอแลนด์ เพราะโรงเรียนอยู่ที่นั่น

“ผมเรียนชั้น ป.6 ซ้ำอีกปี ด้วยความที่เป็นคนเอเชีย ผิวดำ ตัวอ้วน บวกกับพูดภาษาอังกฤษไม่ได้ จึงไม่มีเพื่อนเลยสักคน และโดนแกล้งบ่อยมาก เวลาเดินผ่านกลุ่มเฮ้วๆ 4-5 คน ก็จะโดนรุม คนหนึ่งดึงกระเป๋า อีกคนตบหัว อีกคนเตะก้น ต่อยหน้า พอแกล้งเสร็จเขาก็หัวเราะแล้วเดินจากไป โดยผมไม่ได้พยายามต่อสู้ เพราะรู้ว่าสู้ไม่ได้ ได้แค่รีบเก็บของแล้ววิ่งขึ้นรถกลับบ้าน

“ที่หนักคือโดนกระทืบ ผมคิดว่าเกินสิบครั้งด้วย มักจะเกิดช่วงหลังเลิกเรียน โดนแก๊งเด็กฝรั่งลากไปรุม ผมได้แต่ร้องไห้ ทำอะไรไม่ถูก มันไม่ได้เจ็บหรือมีแผลมากมายนะ ไม่ได้ทำให้กลัวถึงขั้นไม่กล้าไปโรงเรียน แต่ทุกครั้งที่เดินออกจากบ้าน ผมจะระแวงตลอด เป็นช่วงชีวิตการเรียนที่ไม่มีความสุขเลย เหมือนผีหลอก จะมีใครเข้ามารุมทำร้ายเราหรือเปล่า ไม่รู้ว่าเหตุการณ์พวกนี้จะเกิดขึ้นอีกตอนไหน

“ทุกครั้งที่เกิดเรื่องผมไม่ได้บอกใคร ทั้งพ่อ แม่ น้า หรือแม้แต่ครู แม้จะโดนรุมขนาดไหน แต่ก็ไม่เคยให้น้าเห็นแผล ส่วนหนึ่งมาจากผมไม่เคยเล่าเรื่องส่วนตัวให้ที่บ้านฟังอยู่แล้ว และไม่อยากให้เขาเป็นห่วงจนกลายเป็นเรื่องใหญ่โต เวลาที่โดนทำร้าย จะคิดแค่ว่าสักวันหนึ่งทุกอย่างจะจบลง ซึ่งสุดท้ายมันก็จบลงจริงๆ เพราะพ่อแม่อยากให้ย้ายไปอยู่ด้วยกัน จึงไปเรียนต่อไฮสกูลที่นิวยอร์ก”

พัฒนาการจากเหยื่อเป็นผู้กระทำ

“พอเรียนจบชั้นประถม ผมเรียนรู้ที่จะฝึกตัวเองให้มีเกราะป้องกัน เริ่มจากไปเรียนกังฟู บวกกับเวลาไปโรงเรียนจะพกมีดพับหรือไม่ก็สนับมือไปด้วย แต่สุดท้ายก็เลิกพกนะ เพราะโรงเรียนมีเครื่องตรวจจับโลหะ

“แม้จะเรียนวิชาป้องกันตัวมาบ้าง แต่ประสบการณ์สอนผมว่าต้องหาที่พึ่ง ไม่อย่างนั้นประวัติศาสตร์จะซ้ำรอย จึงใช้วิธีตีสนิทกับทุกแก๊งในโรงเรียน ตอนนั้นภาษาของผมดีขึ้นแล้ว บวกกับนิสัยจริงๆ เข้าหาคนเก่งและปรับตัวง่าย จึงใช้วิธีหาเพื่อนด้วยการเล่นบาสในช่วงชั่วโมงพละศึกษา ซึ่งใน 1 วันจะต้องเรียน 1 ชั่วโมง ผมไปเล่นกับทุกแก๊ง ทั้งคนจีน เกาหลี สเปน เล่นทุกวันจนรู้จักทุกคน สามารถเลือกได้ว่าจะไปอยู่แก๊งไหน ไม่ต้องเดินคนเดียว เหมือนมีเกราะป้องกันตัวเองตลอดเวลา ขณะเดียวกันผมก็มีความสุขกับการเล่นบาสด้วย

“ข้อดีของการตีซี้ คือเวลาเขายกพวกตีกัน ผมจะได้รับการเตือนก่อนว่าไม่ต้องมาโรงเรียนนะ ต่างจากเพื่อนเอเชียบางคนที่เป็นเด็กใหม่และไม่มีเพื่อน ก็จะโดนทำร้าย มีอยู่วันหนึ่งผมเล่นเกมหยอดเหรียญหน้าโรงเรียน เห็นเพื่อนคนหนึ่งถูกแก๊งในโรงเรียนใช้มีดแทงก้นแล้วเดินหนี ตั้งแต่วันนั้นผมไม่เคยเห็นเพื่อนที่ถูกแทงกลับมาที่โรงเรียนอีกเลย

“แม้จะรอดในโรงเรียน แต่ด้วยความเป็นเอเชีย พอออกไปใช้ชีวิตข้างนอกก็ยังโดนอยู่ เช่น วันหนึ่งขณะเล่นเกมกับเพื่อนเกาหลี ปรากฏว่ามีผู้ชายคนหนึ่งเดินมาแล้วใช้มีดจี้ที่หลังขู่เอาเงินไป ครั้งที่หนักสุดคือกำลังเล่นสเกตบอร์ดกับเพื่อนอยู่หน้าอพาร์ตเมนต์ จู่ๆ มีคนเดินมา 3-4 คน ใช้ท่อเหล็กฟาดเพื่อน แล้วพอผมหันไปก็โดนฟาดเข้าที่หลัง จากนั้นพวกมันก็เดินหัวเราะแล้วจากไป ทุกวันนี้ ผมยังมีแผลเป็นยาวอยู่ที่หลัง ตอนนั้นผมกลับมาบ้านทำแผลเอง มองผ่านกระจกแล้วค่อยๆ ทายา โดยที่ไม่ได้เล่าเรื่องนี้ให้พ่อแม่ฟังเหมือนกัน

“พอมีเพื่อนเยอะ ผมก็กลายเป็นคนป็อปปูลาร์ในโรงเรียน เวลาเดินเป็นแก๊งไม่มีใครกล้าหือ รู้สึกเหมือนตัวเองมีวัคซีนป้องกัน ก็เริ่มแกล้งคนอื่นบ้าง มันเป็นเหตุการณ์ฝังใจอย่างหนึ่งว่าเมื่อเราโดนทำ ต้องทำกลับคืนเหมือนที่เราเจ็บบ้าง รู้สึกเหมือนได้เอาคืน กลายเป็นความหยาบและดิบ แต่ไม่มีใครจับผมได้ เพราะแกล้งใครเสร็จก็วิ่งหนี เป็นอย่างนี้เรื่อยๆ จนกระทั่งเข้ามหาวิทยาลัยจึงเลิกพฤติกรรมนี้

“เพราะพอโตขึ้นแล้วมองย้อนกลับไปจึงรู้สึกว่ามันไม่ใช่เรื่องดีเลย และนี่อาจจะเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ไม่อยากมีลูก เพราะสังคมสมัยก่อนยังแย่ขนาดนั้น สมัยนี้จะขนาดไหน กลัวลูกจะโดนบูลลี่ หรือไม่ก็กลายเป็นลูกเราเองที่ไปแกล้งชาวบ้านเขา”

เปลี่ยนคำร้ายๆ เป็นแรงผลักดัน

“แม้จะผ่านเหตุการณ์ช่วงวัยรุ่นมาได้ แต่พอโตขึ้นผมก็ยังเจอการบูลลี่ทางถ้อยคำอยู่ ก่อนที่จะมาเป็นพิธีกรเคยมีคนพูดสบประมาททำนองว่า เคยดูตัวเองบ้างไหม หรืออย่างตอนที่ผมเริ่มอ่านสปอตโฆษณาใหม่ๆ ก็มีคำพูดว่า อ่านอย่างนี้จะหากินได้ยังไง แต่ทุกวันนี้ผมกลายเป็นคนอ่านสปอตโฆษณาที่โอเคคนหนึ่งในเมืองไทย เวลาที่เราโดนคำพูดแบบนี้ อย่างแรกคือต้องพิจารณาตัวเองครับ ว่า ประโยคที่เขาว่าเรา เราเป็นจริงๆ หรือเปล่า เพราะทุกวันนี้สังคมบอบบางขึ้นมาก คำว่าบูลลี่กับล้อเล่นเป็นเพียงเส้นบางๆ ถ้าเขาบูลลี่เราจริง และเราอ่อนตรงจุดนั้นจริง ก็แค่พยายามแก้ไขให้เก่งขึ้น อย่างตัวผมเองมองว่าการถูกบูลลี่บางครั้ง ก็ช่วยฝึกให้เราแกร่ง ผมโดนต่อว่ามาเยอะ จึงทนกับคำพูดเจ็บๆ แสบๆ ได้สบาย และสอนให้รู้จักแก้ปัญหาด้วย พอได้ยินคำพูดถากถางก็จะพัฒนาให้เก่งขึ้น ฝึกอ่านโฆษณาให้ดีขึ้น ฝึกทุกวันๆ หรืออย่างแต่ก่อนเพื่อนล้อผมว่าไอ้อ้วนดำ ผมก็เข้าฟิตเนส ยกเวต ควบคุมอาหารอย่างเคร่งครัด จนน้ำหนักลดลง แต่ถ้าคำพูดเหล่านั้นคุณพิจารณาแล้วว่าไม่มีความหมาย ไร้สาระ ก็ปล่อยผ่านไปเถอะ

“แต่ก็มีบางคนที่รู้สึกทนไม่ไหว หาทางออกไม่เจอ จนถึงขั้นอยากฆ่าตัวตาย ถ้ารู้สึกขนาดนั้น ผมแนะนำให้ปรึกษาผู้ใหญ่สักคนที่เข้าใจ แต่ถ้าคุณไม่สามารถหันหน้าไปพึ่งใครได้ ผมอยากบอกว่าอดทนกัดฟันต่อไป เพราะไม่มีอะไรที่คงทนเสมอไป วันหนึ่งมันจะจบ เราแค่ใส่ใจตัวเอง พัฒนาศักยภาพของเราให้เก่งขึ้น จนวันหนึ่งเขาจะไม่สามารถใช้จุดนั้นมาบูลลี่เราได้อีกต่อไป และสุดท้ายเมื่อเราประสบความสำเร็จ ก็จะกลายเป็นคนที่ได้หัวเราะเสียงดังทีหลัง เพราะฉะนั้นอย่ายอมแพ้ไปก่อน สู้ครับ”


ที่มา : นิตยสารแพรวฉบับ 959

ภาพ : djpk

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

จากใจคนดังเหยื่อบูลลี่ ‘อั๋น-ภูวนาท คุนผลิน’ ดึงสติรับมือสู้คำวิจารณ์

แชมป์-ศุภวัฒน์ เพิ่งคุกเข่าขอแฟนสาวแต่งงาน ก่อนจากไปอย่างกะทันหัน

เวลาผ่านไปไวเหมือนโกหก พลับ-จุฑาภัทร เรียนจบปริญาโทจากสหรัฐอเมริกา

คิมซูฮยอน

หุ่นกร้าวใจมาก! ปั้นซิกแพคแบบ “คิมซูฮยอน” แค่ 5 ท่าง่ายๆ อยู่บ้านก็ทำได้

ไม่แปลกใจเลยที่เรตติ้งพุ่งกระฉูด ตั้งแต่ตอนแรกสำหรับซีรีส์เกาหลีเรื่องใหม่ It’s Okay to Not Be Okay ที่แสดงนำโดย คิมซูฮยอน (Kim Soo-Hyun) คู่กับ ซอเยจี (Seo Ye-Ji) โดยเฉพาะช่วงซีนเปิดตัวตอนแรก คิมซูฮยอนก็ถอดเสื้อโชว์ซิกแพค เห็นกล้ามเป็นมัดๆ พาลให้หัวใจวายเล่นซะแล้ว

 

ส่วนใครอยากมีซิกแพคชวนกร้าวใจแบบคิมซูฮยอนบ้างไม่ยากเลยค่ะ เพราะถ้าอยากหล่อดูดีหรือสวยเซ็กซี่ต้องมีซิกแพค! แต่รู้ไหมว่าการสร้างซิกแพคหรือกล้ามเนื้อหน้าท้องให้แข็งแรง ไม่เพียงทำให้รูปร่างของเราดูดีเท่านั้น แต่ยังส่งผลให้ร่างกายทำงานและเคลื่อนไหวได้ดีขึ้นอีกด้วย

ยิ่งในช่วงที่เราต้องอยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ กันมาหลายเดือน อาจทำให้ได้พุงน้อยๆ มาเพิ่ม เพราะหลายคนอาจไม่ได้ทำกิจกรรมต่างๆ ที่จะช่วยเผาผลาญไขมัน รวมถึงไม่ได้ออกกำลังกาย หรือบางคนอาจแฮปปี้กับการทานอาหารจนลืมตัว แต่การสร้างซิกแพคแทนพุงน้อยๆ นั้นไม่ใช่เรื่องยาก เพราะเราทุกคนเกิดมาพร้อมกับซิกแพคหรือกล้ามเนื้อหน้าท้องอยู่แล้ว แต่ด้วยพฤติกรรมการใช้ชีวิตและอาหารการกิน จึงทำให้กล้ามเนื้อหน้าท้องถูกบดบังด้วยชั้นไขมันเอาไว้ มากบ้างน้อยบ้างในแต่ละคน

กล้ามเนื้อหน้าท้อง ยังถือเป็นกล้ามเนื้อมัดใหญ่แกนกลางลำตัวที่ช่วยในการพยุงร่างกาย เราจึงต้องบริหารกล้ามเนื้อส่วนนี้อย่างสม่ำเสมอ ส่วนใครที่มีอาการปวดหลังง่าย นั่งนาน ยืนนาน หรือแค่ยกของก็รู้สึกปวดหลังแล้ว นั่นแสดงว่ากล้ามเนื้อส่วนนี้ไม่แข็งแรงพอ วันนี้ แพรวดอทคอม มีเทรนเนอร์จาก ฟิตเนส เฟิรส์ท ประเทศไทย มาแนะนำท่าออกกำลังกาย 5 ท่าสร้างซิกแพค ลดพุงแบบง่ายๆ ที่ถึงแม้อยู่บ้านก็สามารถทำได้

โดยใช้ท่าตระกูล Crunch ที่จะช่วยบริหารกล้ามเนื้อหน้าท้องให้ฟิตและเรือนร่างดูเฟิร์ม เป็นคลาสที่มือใหม่ทำได้ง่ายๆ และคนที่ออกกำลังกายอยู่แล้วยิ่งทำก็ยิ่งดี ใครที่อยากมีซิกแพคแทนพุง บอกเลย…งานนี้ต้องลอง !!

ซิกแพค
ท่าที่1_Crunch_นอนตั้งเข่าขึ้น
ซิกแพค
ท่าที่1_Crunch_ยกลำตัวส่วนบน

ท่าที่ 1 “Crunch ช่วยบริหารกล้ามเนื้อท้องส่วนบน  

เริ่มจากท่านอนหงาย งอแขนสองข้างกำมือแตะไว้ที่ขมับ หรือประสานมือไว้ที่ท้ายทอย ตั้งเข่าขึ้น 90 องศา และวางเท้าห่างกันเท่ากับความกว้างของหัวไหล่ พร้อมกับเกร็งกล้ามเนื้อหน้าท้องแล้วยกลำตัวส่วนบนขึ้นและลง ควรทำอย่างน้อย 12-15 ครั้งต่อเซ็ต จำนวน 2-3 เซ็ต

ซิกแพค
ท่าที่2_V-Crunch Hold_นอนหงายยืดขาตรง ยกแขนขึ้น
ซิกแพค
ท่าที่2_V-Crunch Hold_ยกขา-ลำตัวเข้าหากันเป็นตัว V

ท่าที่ 2 “V-Crunch Hold” เพิ่มดีกรีความยากขึ้นเล็กน้อย

ด้วยการเกร็งกล้ามเนื้อหน้าท้องมากขึ้น เพื่อช่วยกระชับกล้ามเนื้อหน้าท้องส่วนบนและล่าง รวมถึงต้นขา เริ่มจากท่านอนหงาย ยืดขาตรงและยกแขนขึ้นโดยวางแขนเหยียดตรงเหนือศรีษะ จากนั้นยกลำตัวขึ้นพร้อมกับยกขาเข้าหาลำตัวเป็นรูปตัว V ค้างไว้สัก 10 วินาที แล้วผ่อนกล้ามเนื้อกลับสู่ท่าเริ่มต้น และทำซ้ำท่าเดิมจำนวน 5 ครั้ง

ซิกแพค
ท่าที่3_V-Sit_นั่งเอนตัวไปด้านหลัง วางมือข้างสะโพก
ซิกแพค
ท่าที่3_V-Sit_ยกเข่าชิดอก

ท่าที่ 3 “V-Sit” ช่วยบริหารกล้ามเนื้อหน้าท้องส่วนล่าง

เริ่มจากท่านั่ง วางมือไว้ข้างสะโพก เอนตัวไปด้านหลังเล็กน้อย โดยให้ขาชิดเหยียดตรง จากนั้นยกเข่าเข้าหาหน้าอกให้ใกล้มากที่สุดแล้ววางขาลงท่าเดิม โดยไม่กระชาก แต่ใช้วิธีส่งแรงมาจากสะโพก ควรทำ 12-15 ครั้งต่อเซ็ต จำนวน 2-3 เซ็ต

ซิกแพค
ท่าที่4_Side Crunch_นอนตะแคงข้าง
ซิกแพค
ท่าที่4_Side Crunch_ยกลำตัวและขาขึ้นลง

ท่าที่ 4 “Side Crunch” เน้นบริหารกล้ามเนื้อหน้าท้องด้านข้าง

เริ่มด้วยนอนตะแคงด้านข้าง เหยียดแขนล่างไปด้านหน้า แขนด้านบนยกขึ้นเหยียดตรง สายตามองหัวเข่าไว้ ยกลำตัวช่วงบนขึ้น พร้อมๆ กับยกขาทั้งสองข้างขึ้นและลงให้สุด โดยพยายามใช้แรงจากลำตัว ทำสลับซ้ายและขวาด้านละ 12-15 ครั้งต่อเซ็ต ทำ 2-3 เซ็ต

ซิกแพค
ท่าที่5_Flutter Kicks_นอนหงายสอดมือใต้สะโพก
ซิกแพค
ท่าที่5_Flutter Kicks_ยกขาขึ้นสลับซ้ายขวา

ท่าที่ 5 “Flutter Kicks” ช่วยฝึกกล้ามเนื้อหน้าท้องด้านล่าง

เน้นที่ความต่อเนื่องและโฟกัสไปที่กล้ามเนื้อหน้าท้องที่จะต้องเกร็งหรือแขม่วไว้ตลอดเวลา เริ่มจากท่านอนแล้วสอดมือไปใต้สะโพกหรือก้นกบ ยกขาขึ้นสลับซ้ายขวาคล้ายกรรไกร ทำสลับไปเรื่อยๆ สัก 20-30 ครั้ง

เทรนเนอร์ยังให้คำแนะนำดีๆ เพิ่มเติมอีกว่า คลาสนี้ควรเน้นทำแบบช้าๆ เพราะต้องการเสริมสร้างความแข็งแรงให้กล้ามเนื้อ และเตรียมความพร้อมด้วยการหาเสื่อโยคะหรือผ้าขนหนูมารองส่วนหลังกับก้นกบ เพื่อลดการบาดเจ็บจากการเสียดสีกับพื้น หรือจะเล่นบนเตียงนอนก็ได้ โดยในระหว่างออกกำลังกายแต่ละท่าต้องเก็บคางชิดอกตลอดเวลา เพื่อช่วยไม่ให้เกิดการปวดต้นคอ และหลังจากเล่นคลาสนี้แล้วควรหยุดพักหรือเว้นระยะเวลาประมาณ 48 ชั่วโมง จึงค่อยกลับมาเล่นซ้ำอีกครั้ง ในระหว่างนั้นให้เล่นคลาสอื่นแทนได้ เช่น คาร์ดิโอ และที่สำคัญคือ ควรควบคุมอาหารด้วย แล้วซิกแพคงามๆ จะเกิดขึ้นได้ไม่ยากเลย


ภาพจากคลิปใน Twitter : #คิมซูฮยอน

 

 

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

สวยมากจนต้องโฟกัส! เปิดเคล็ดลับดูแลผิว “ซอเยจี” นางเอกคนใหม่ของคิมซูฮยอน

อยู่แต่บ้านก็ต้องฟิต “ณเดชน์” ชวนคุยเรื่องออกกำลังกาย พร้อมแชร์ทริคให้ลองทำดู

หน้าใส งานดี มีกล้าม! พัคซอจุน ตัวแทนหนุ่มลาเนจคนใหม่ หล่อแฮนซั่มคูณ10

ทำตัวเป็นเด็กบ้างก็ได้! เคล็ดลับหล่อกระชากวัยของ “กงยู” แถมแฮนซัมน่ากอดที่สุด

 

 

 

สดกว่านี้ก็ปลาในตลาดแล้ว! เปิดภาพ 19 นักแสดงฮอลลีวู้ด หน้าสด ไร้เมคอัพ

หน้าสด ใครว่าตาย ! สำหรับ นักแสดงฮอลลีวู้ด ทั้ง 19 คนนี้ บางคนถึงจะหน้าสด แต่ความสวยก็ยังคงเปล่งประกาย ฆ่าพวกเธอไม่ตายเลยจริงๆ

เครื่องสำอาง ตัวช่วยชีวิตให้ผู้หญิงมีความมั่นใจ ทุกวันนี้ดิฉันยอมรับเลยค่ะ ถ้าไม่ได้ทาคิ้ว จะไม่กล้าออกจากบ้านเป็นอันขาด ยกเว้นถ้าใกล้ๆ แบบซื้อข้าวหน้าปากซอย ยังพอทน แหม คุณก็ จะให้หน้าโล้น ออกไปเจอเพื่อนฝูง เจอแฟน เดี่ยวเขาจะหาว่าป่วยเหรอเธอ

แต่ก็ยังมีผู้หญิงบางกลุ่มที่เซย์โนย์เครื่องสำอาง ประหนึ่งว่า หน้าสดแต่ฉันก็มั่นใจ ถูกของพวกเธอค่ะ บางคนไม่แต่งแต่ก็ยังสวย (เราอิจฉาพวกคุณนะรู้ไหม) เช่นเดียวกับดาราฮอลลีวู้ดกลุ่มนี้ ถึงแม้ว่าเวลาเธอออกงานจะแต่งเมคอัพจัดเต็มแค่ไหน

แต่ชีวิตปกติ พวกเธอกลับชอบที่จะหน้าสด !

แพรวคัด 19 นักแสดงฮอลลีวู้ด หน้าสด มาให้คุณๆ ดู เผื่อจะตระหนักว่าในชีวิตจริงๆ ก็ไม่จำเป็นต้องพึ่งเมคอัพเสมอไป ลองเปลือยหน้าออกจากบ้านดูบ้าง ก็ได้ฟีลไปอีกแบบนะ

Cameron Diaz (คาเมรอน ดิแอซ)

นักแสดงฮอลลีวูดหญิง

คาเมรอน ดิแอซ นางแบบ และนักแสดงวัย 48 ปี ผลงานภาพยนตร์ที่โดดเด่นคือ Charlie’s Angels ล่าสุดมีกระแสออกมาว่า เธอเลิกรับเล่นภาพยนตร์แล้ว เพราะอยากโฟกัสกับการเลี้ยงลูกมากกว่า ซึ่งถ้าเป็นจริง คงน่าเสียดายมาก ส่วนเคล็ดลับความงามที่ทำให้สาววัยเลขสี่คนนี้ยังดูผิวดีคือ ดื่มน้ำทุกเช้าหลังตื่นนอน

Chloe Grace Moretz (โคลอี้ เกรซ มอเรตซ์)

นักแสดงฮอลลีวูดหญิง
ลุคสบายๆ ของโคลอี้ในวันที่หน้าไร้เมคอัพ ก็ดูชิลๆ ดีนะ

นางแบบ และนักแสดงสาวร่างเล็ก โคลอี้ เกรซ มอเรตซ์ อดีตหวานใจของ บรูคลิน แบคแฮม ช่วงหลังนี้เธอมักถูกโจมตีว่า อวบเกินไป แต่เธอก็ด้อนแคร์ อวบ แต่สุขภาพดี แถมหน้าสวยมากขนาดนี้ เชิดใส่ค่ะ เพราะเธอมีเคล็ดลับทำให้ดูดีตลอดเวลาคือ การเลือกทานของที่มีประโยชน์ และไม่ลืมที่จะใช้ผลิตภัณฑ์ดีๆ ดูแลผิว

Dakota Fanning (ดาโกต้า แฟนนิ่ง)

นักแสดงฮอลลีวูดหญิง
แต่งหรือไม่แต่ง ดาโกต้า ก็หน้าเหมือนเดิมเป๊ะ

จากนักแสดงเด็ก ปัจจุบัน ดาโกต้า กลายเป็นนักแสดงสาวที่คนทั่วโลกชื่นชอบ จากบทลูกสาวของชายออทิสติก เรื่อง I Am Sam ภาพยนตร์ที่เรียกน้ำตาจนเขื่อนแตก หรือ จะเป็นบทแวมไพร์สาว จาก  Twilight Eclipse ซึ่งทำให้แฟนภาพยนตร์ปลื้มเธอมากขึ้น สำหรับเคล็ดลับการดูแลผิวของดาโกต้านั้นเธอบอกคุณแม่ให้มา ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ อย่าลืมทาครีมกันแดด

Elle Fanning (แอล แฟนนิ่ง)

นักแสดงฮอลลีวูดหญิง
หนูแอลผิวดีมากก

คนพี่ว่าสวยแล้ว คนน้องสวยหนักมากเช่นกัน แอลเป็นพี่น้องคลานตามกันมากับดาโกต้า เธอเจริญรอยตามการเป็นนักแสดงจากพี่สาวได้อย่างดีเยี่ยม บทเด่นๆ ของแอลที่เราได้เห็นกันคือ เจ้าหญิงออโรล่า เจ้าหญิงนิทรา จากเรื่อง Maleficent สาวน้อยคนนี้ถึงแม้จะยังอายุไม่เยอะ แต่มีสองสิ่งที่เธออยากจะแนะนำสาวๆ คือ ต้องทามอยส์เจอไรเซอร์และครีมกันแดดทุกวัน !

Diane Kruger (ไดแอน ครูเกอร์)

ไดแอน ครูเกอร์ นักแสดงสาวมากความสามารถ มีผลงานภาพยนตร์เรื่องเด่นที่ได้ประกบกับนักแสดงชายดังๆ พร้อมกันคือ แบรด พิตต์, ปีเตอร์ โอทูล และออร์แลนโด้ บลูม จากเรื่อง Troy ปัจจุบันแม้จะมีอายุขึ้นเลข 4 แล้ว แต่ดูสิ หน้าสดยังรอด แถมยังดูหน้าเด็กอีกด้วย ทำได้ไงอ่ะ

Drew Barrymore (ดรูว์ แบร์รี่มอร์)

ถึงแม้ว่าความรักของผู้หญิงคนนี้จะไม่สมหวัง แต่ดรูว์ก็ยังมีลูกๆ ไว้คอยเป็นกำลังใจ จากนักแสดงสาวที่ตอนเด็กๆ เกเรไม่น้อย แต่พอโตขึ้นก็ทำให้เรียนรู้อะไรหลายๆ อย่างมากขึ้น ดรูว์เป็นอีกหนึ่งคนที่มักจะไม่ประโคมเครื่องสำอาง มากเท่าไหร่ แต่จะเน้นงานปาก ซะมากกว่า

Gal Gadot (กัล กาด็อท)

หน้าสด แต่ก็ยังสวยมาก เอาสิ

ผู้หญิงคนนี้สวยตายไปเลย ถึงหน้าสดเราก็ว่า กัล ก็ยังสวยมากๆ เคล็ดลับความงามของสาวคนนี้ เธอรู้สึกไม่ชอบเลยที่หน้าหนักไปด้วยเครื่องสำอาง หลังกลับจากบ้านทุกครั้งเธอจะรับจัดการลบมันออกให้หมด ให้ผิวหน้าได้รู้สึกเฟรช จากนั้นจึงบำรุงผิวให้สุขภาพดีในขั้นตอนถัดไป

Gwyneth Paltrow (กวินเน็ธ พัลโทรว์)

นักแสดงฮอลลีวูดหญิง

กวินเน็ธ พัลโทรว์ นักแสดงสาวชาวอเมริกันที่มีความสามารถเป็นที่ยอมรับไปทั่วโลก  การันตีด้วยรางวัลลูกโลกทองคำ และออสการ์ ส่วนเรื่องความสวย เธอเป็นคนหนึ่งที่ไม่นิยมการแต่งหน้าจัดมาแต่ไหนแต่ไร เพราะฉะนั้นเรื่องหน้าสดกับกวินเน็ธ บอกเลยเพื่อนกัน

Hilary Duff (ฮิลารี่ ดัฟฟ์)

หากคุณเกิดในยุค 90 คุณจะต้องรู้จักเธอคนนี้แน่นอน ฮิลารี่ ดัฟฟ์ สาวน้อยขวัญใจวัยทีน เธอมีทั้งผลงานการแสดงและยังเป็นนักร้องที่มีผลงานเพลงโดดเด่นไม่แพ้กัน ในช่วงนั้นฮิลารีถือเป็นซุปตาร์ของวงการฮอลลีวู้ดเลยก็ว่าได้ ถึงแม้อายุ อานาม จะมากขึ้น แต่ฮิลารี่ ก็ไม่ลืมที่จะดูแลผิวหน้า เธอมักจะไม่ประโคมเครื่องสำอางถ้าไม่ได้ออกไปไหน

Jennifer Garner (เจนนิเฟอร์ การ์เนอร์)

นักแสดงสาววัย 48 ปี อดีตภรรยา เบน แอฟเฟล็ค กับเคล็ดลับความงาม ที่ถึงแม้อายุจะแตะเลข 4 แล้วแต่เธอก็ยังใส่ใจที่จะดูแลผิวตลอดเวลา ซึ่งเจนนิเฟอร์เคยให้สัมภาษณ์ว่า สิ่งสำคัญที่สุดคือการทำความสะอาดผิว ถึงแม้จะเหนื่อยจากการทำงานจนอยากจะนอนเลยแค่ไหน แต่ก็ต้องล้างหน้าก่อนนอนเสมอ และที่สำคัญก่อนออกจากบ้าน ต้องทาครีมกันแดดทุกครั้ง

Jessica Alba (เจสสิก้า อัลบ้า)

เธอคนนี้สวยครบเครื่อง เป็นทั้งนักแสดง นางแบบ และนักธุรกิจ ผลงานภาพยนตร์ที่เด่นๆ คือเรื่อง Dark Angel ปัจจุบันผันตัวเองมาทำธุรกิจเกี่ยวความงาม โดยเธอเป็นเจ้าของแบรนด์สกินแคร์ Honest Beauty ผลิตภัณฑ์ดูแลผิว มิน่าล่ะ หน้าสดแต่ผิวก็ยังสวย

Katie Holmes (เคที่ โฮมส์)

ถึงแม้อยู่หน้ากล้องเราจะเห็นเธอแต่งหน้าเต็ม แต่ชีวิตปกติ ของเคที่ คุณรู้หรือไม่ ว่าเครื่องสำอางของเธอมีเพียงแค่สี่อย่างที่เธอใช้เป็นประจำ คือ โลชั่นทาผิว, น้ำมันบำรุงผม, ลิปสติก และบรัชออน เธอบอกบอกขาดไม่ได้เลยนะ

Keira Knightley (เคียร่า ไนท์ลีย์)

โครงหน้าที่เป็นเอกลักษณ์ แต่งหน้าแนวไหนก็สวย ถึงไม่แต่งก็รอด

นักแสดงตัวแม่เจ้าบทบาท เคียร่า ไนท์ลีย์ ไม่ว่าจะเล่นบทไหนก็ปัง ภาพยนตร์ที่เธอเล่นส่วนใหญ่ได้เข้าชิงรางวัลออสการ์ เช่น Begin Again, Pirates of The Caribbean , Star wars, The Immitation ฯลฯ กับเคล็ดลับความงามที่เธอบอกว่า ก่อนที่เธอจะอายุ 24 นั้น ไคลีย์มักทำกิจกรรมทุกอย่างโดยที่ไม่ทาครีมกันแดดเลย นั่นทำให้ผิวของเธอแย่มาก เธอจึงเริ่มมาใส่ใจและดูแลผิวมากยิ่งขึ้น และทุกครั้งที่ไม่ได้ถ่ายภาพยนตร์หรือออกงาน เธอเลือกที่จะไม่แต่งหน้าเลย

Leighton Meester (เลห์ตัน มีสเตอร์) 

เป็นคนที่หน้าสดแต่ผิวก็ยังดีมาก

XOXO คำฮิตติดปากจากซีรีย์เรื่อง Gossip Girl ทำให้ เลห์ตัน มีสเตอร์ ดังพลุแตกจากบท แบลร์ วอลดอร์ฟ คุณหนูเอาแต่ใจ ถึงแม้ตอนนี้จะไม่ได้เห็นผลงานการแสดงมากนัก แต่ใครคิดถึงเธอก็ตามไปดูอินสตาแกรมเธอได้ จะรู้เลยว่าผู้คนนี้เป็นอีกคนที่หน้าสดก็ยังสวยอยู่

Lily Collins (ลิลลี่ คอลลินส์)

นักแสดงสาวหน้าสวย ร่างเล็ก วัย 31 ปี เรามักจะเห็นเธอแต่งหน้าเต็ม เพราะบทส่วนใหญ่ที่เธอเล่นเป็นบทดราม่า ลิลลี่จึงเลือกที่จะดูแลผิวหน้าให้มากกว่าปกติ เธอจะเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับผิว และไม่ลืมทาครีมกันแดดทุกครั้ง

Naomi Watts (นาโอมิ วัตส์)

นาโอมิ นักแสดงสาวมากความสามารถ เธอมีผลงานภาพยนตร์มามากมาย เช่น King Kong และ The Impossible เรื่องราวเกี่ยวกับ เหตุการณ์สึนามิ ซึ่งเรื่องนี้ได้มาถ่ายทำที่ประเทศไทยด้วย หากใครยังไม่เคยดูก็รีบไปหามาด่วนๆ นอกจากฝีมือการแสดงจะเทพแล้ว การดูแลตัวเองก็เป็นเริ่ด นาโอมิ จะตื่น 7 โมงเช้าทุกวัน จากนั้นจะดูแลผิวด้วยการนวดบำรุงทุกเช้า

Nathalie Emmanuel (นาตาลี เอ็มมานูเอล)

อีกไม่นานเราก็จะได้ดู  Game of Thrones ที่จะกลับมาฉายอีกครั้งในปีหน้า และเราก็จะได้เห็นเธอคนนี้กลับมาในบทบาทผู้ช่วยของแม่มังกร สาวผิวเข้มที่มีสไตล์และเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง นอกจากซีรีย์ดังเรื่องนี้แล้ว เธอยังเล่นภาพยนตร์ เรื่อง Fast & Furious ภาค 7 และ 8 ด้วย

 Zoe Saldana (โซอี้ ซัลดานา)

หลายคนอาจจะไม่ค่อยคุ้นหน้าเธอมากนัก แต่ถ้าพูดถึงตัวละคร กาโมร่า จากเรื่อง Guardian of the Galaxy คงร้องอ๋อ กันเลยใช่ไหม  นอกจากภาพยนตร์เรื่องนี้จะสร้างชื่อให้เธอแล้ว บทลูกสาวชาวเผ่าจากภาพยนตร์ Avatar ก็เป็นเธอนี่แหละ ที่รับหน้านี้

Zendaya (เซนดายา)

เป็นคนที่เครื่องหน้าสวยมาก ถึงแม้จะหน้าสดก็ตาม

นักแสดงลูกหม้อของ ดิสนีย์ ถึงแม้จะตอนนี้เธอจะโบกมือลาค่ายเดิมที่เคยสังกัด แต่ก่อนหน้านี้เธอก็ฝากผลงานเด่นๆ ไว้เพียบ เช่น The Greatest Show และ Spider Man Homecoming  สำหรับเคล็ดลับที่ทำให้สาวน้อยคนนี้ดูสวยและผิวดีขนาดนี้คือ เธอเลือกใช้ผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ และที่ขาดไม่ได้คือใช้มอยส์เจอไรเซอร์ เพื่อเติมน้ำให้ผิว รวมถึงทาครีมกันแดดทุกครั้งที่ออกจากบ้าน

เห็นหน้าสดๆ ของพวกเธอแล้ว ไม่น่ากลัวเลยใช่ไหม เพราะฉะนั้นสาวๆ จ๋า พักหน้าบ้างไรบ้าง เพื่อให้ผิวหน้าได้พักหายใจบ้างก็ดีนะ! และที่สำคัญ ครีมกันแดดเป็นสิ่งที่สาวๆ ควรใช้ทุกครั้งก่อนออกจากบ้าน สำคัญมากรู้ไหมตัวเธอ

 


 

สวยงามล้ำค่าทุกชิ้น เซตเครื่องประดับ 3 เจ้าสาวคนดังและเรื่องราวสุดประทับใจ

บ่อยครั้งที่เรื่องราวความรักความผูกพันของคนในครอบครัวได้ส่งผ่านของขวัญจากรุ่นสู่รุ่น ยิ่งถ้าเป็น เซตเครื่องประดับ ที่งดงามและเลอค่าวำหรับสวมใส่ในพิธีวิวาห์ซึ่งเป็นวันสำคัญของการเริ่มชีวิตคู่ ก็ยิ่งทำให้จิเวลรี่เหล่านั้นมากด้วยคุณค่าและความทรงจำเหนือกาลเวลาจนไม่อาจบรรยายได้ครบถ้วน และนี่คือเครื่องประดับสุดเลอค่าที่ถูกส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่นของ 3 เจ้าสาวคนดังและเรื่องราวสุดประทับใจของเครื่องประดับแสนพิเศษในวันสำคัญ

กรณ์ – ศรีริต้า ณรงค์เดช

“เวลาเห็นริต้าใส่เครื่องประดับของคุณแม่ ผมรู้สึกเหมือนได้เห็นผู้หญิงสองคนที่ผมรักที่สุดมายืนอยู่ตรงหน้า”

สาวริต้ามอบหน้าที่ให้กับกรณ์ ณรงค์เดช รองประธานกรรมการกลุ่มบริษัทเคพีเอ็นหนุ่มหล่อสุดเพอร์เฟ็กต์ บอกเล่าเรื่องราวนี้

“ผมบอกริต้าตั้งแต่แรกว่าทั้งงานหมั้นและงานแต่งงานอยากให้เขาใส่เครื่องประดับของคุณแม่ (คุณหญิงพรทิพย์ ณรงค์เดช) ที่ท่านสวมใส่
มาตลอด เพราะผมอยากให้คุณแม่เป็นส่วนหนึ่งในงานของเรา แม้ท่านจะไม่อยู่กับเราแล้ว แต่เครื่องประดับเปรียบเหมือนตัวแทนที่อยู่ใกล้เราสองคนตั้งแต่เริ่มต้นจนจบงาน คืออยู่ในทุกโมเมนต์แห่งความสุขของเราครั้งนี้

“ก่อนหน้านี้ผมได้เรียนคุณพ่อ (เกษม ณรงค์เดช) กับพี่กบ (กฤษณ์ ณรงค์เดช) ว่าวันหมั้นกับวันฉลองสมรส ผมขอให้ริต้าใส่เครื่องประดับของคุณแม่ คุณพ่อกับพี่กบอนุญาตแล้วให้ผมเลือกเองเลย เพราะผมจำได้หมดว่าคุณแม่ใส่เครื่องประดับแบบไหนบ้าง เพราะทุกครั้งที่ท่านซื้อ
เครื่องประดับผมมักจะอยู่ด้วยเสมอ

“เริ่มจากงานหมั้นเมื่อวันที่ 4 มกราคมที่โรงแรมสยามเคมปินสกี้เราสองคนอยากให้งานออกมาเรียบๆ แต่อบอุ่นน่ารัก ตั้งแต่การตกแต่งสถานที่จัดงานไปจนถึงชุดหมั้นแบรนด์สเตลลา แมคคาร์ตนีย์ ริต้าเลือกดีไซน์เรียบๆ ไม่มีดีเทล ไม่ปักเลื่อม ไม่มีลูกไม้อะไรเลย เพราะอยากให้ทุกคนโฟกัสไปที่ความรักของเราสองคน

“ผมตั้งใจเลือกเครื่องประดับชิ้นเดียวคือ ต่างหูเพชรที่คุณแม่ได้มาจากการประมูลกับสถาบันประมูลคริสตี้ส์ที่ประเทศฮ่องกงเมื่อประมาณ
16 ปีที่แล้ว ด้วยดีไซน์เป็นเพชรเม็ดใหญ่ทรงไข่แล้วล้อมด้วยเพชรเม็ดเล็กๆ น้ำหนักเพชรข้างละ 7 กะรัต เพราะสามารถตอบโจทย์งานหมั้นของเราได้ คือเป็นต่างหูที่เรียบที่สุดเท่าที่คุณแม่มีแล้ว (หัวเราะ) เพราะเครื่องประดับคุณแม่จะมีดีเทลมากและพิเศษเสมอ”

สำหรับงานแถลงข่าวพิธีฉลองสมรสและงานฉลองสมรสในวันที่ 29 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ณ โรงแรมโฟร์ซีซั่นส์ กรุงเทพฯ เจ้าบ่าวยอมรับว่าเลือกเครื่องประดับยากมาก เพราะไม่มีโอกาสได้เห็นชุดเจ้าสาวมาก่อนต้องใช้วิธีคาดเดาเท่านั้น

“ผมถามริต้าว่าชุดวันแต่งดีไซน์เป็นอย่างไร เขาบอกสั้นๆ ว่า เป็นชุดเกาะอก แล้วบอกว่าน่าจะเหมาะกับเครื่องประดับเรียบๆ แค่นั้น ผมก็เดาเองต่อว่าน่าจะเป็นชุดเจ้าสาวทรงปริ๊นเซสและมีดีเทล มีความดรามาติกนิดหนึ่ง จึงตัดสินใจเลือกสร้อยเพชรที่มีดีไซน์พิเศษเส้นนี้ที่คุณแม่น่าจะชอบมากที่สุด เพราะเห็นท่านใส่มาตั้งแต่ผมอายุ 10 กว่าขวบ และเรียบที่สุดด้วย (หัวเราะ) จากร้านแฟรงค์ จิเวลรี่ จริงๆ แล้วดีไซน์แบบเต็มๆ ของสร้อยคอเส้นนี้จะมีจี้เพชรห้อยลงมาด้วย แต่ผมมองว่าอาจจะเยอะไปเลยเอาจี้เพชรออก”

พอริต้าปรากฏตัวในชุดเดรสสีงาช้างปักคริสตัลทั้งชุดพร้อมสร้อยเพชรในงานแถลงข่าว ทำเอาหนุ่มกรณ์ถึงกับตกตะลึงในความงดงามของเจ้าสาว

“ผมได้เห็นครั้งแรกพร้อมกับทุกคนเลย ริต้าดูสวยและเครื่องประดับก็เข้ากับชุดได้ดี”

สำหรับพิธีฉลองสมรสช่วงเย็น ริต้าสวมชุดจากแบรนด์ไมเคิล ซินโก้ ที่ออกแบบเพื่อเธอโดยเฉพาะ เจ้าบ่าวจึงตัดสินใจเลือกต่างหูเพชรเรียบๆแบบติดหูไม่ห้อยระย้า เพื่อจะได้ไม่ไปกวนหรือแย่งความสวยงามของชุด

“ผมทราบแค่ว่างานตอนเย็นเป็นชุดเกาะอกปักเลื่อมลายดอกไม้ น่าจะเหมาะกับต่างหูเพชรลายดอกไม้คู่นี้ที่คุณแม่ซื้อจากนิวยอร์ก แต่ได้นำมา
ปรับนิดหน่อย เนื่องจากวันหมั้นต่างหูของคุณแม่จะเป็นแบบหนีบทั้งหมด พอริต้าต้องใส่ตั้งแต่เจ็ดโมงเช้าถึงบ่ายสองทำให้เกิดอาการเจ็บพอสมควร เมื่อผมเลือกต่างหูสำหรับงานฉลองสมรสตอนเย็นได้แล้วก็รีบส่งให้ที่ร้านปรับเป็นต่างหูแบบเจาะเพื่อริต้าใส่ได้ง่ายขึ้น”

 

ณัฐปรี พิชัยรณรงค์สงคราม – วรวุฒิ อัจฉริยศรีพงศ์

“การได้สวมใส่เครื่องประดับที่ส่งต่อมาตั้งแต่รุ่นคุณยายในวันสำคัญของชีวิตเป็นความภูมิใจและประทับใจที่ไม่รู้ลืมค่ะ”

โดยในวันเข้าเฝ้ารับประทานน้ำพระพุทธมนต์จากสมเด็จพระสังฆราช ฝ่ายเจ้าสาวเลือกเครื่องประดับอายุ 100 ปีของคุณยาย คุณหญิงสุภัทรา
สิงหลกะ เป็นของคู่กายชิ้นสำคัญในวันมงคลของชีวิต

“เครื่องประดับทั้งสองชิ้นคุณยายมอบให้คุณแม่ (คุณสุภาพรรณ พิชัยรณรงค์สงคราม) ค่ะ ท่านเล่าให้ปิ๋มฟังว่า คุณยายสั่งทำเครื่องประดับตั้งแต่สมัยท่านสาวๆ เมื่อมีลูกหลานแต่งงานทุกคนจะใส่เครื่องประดับชุดนี้ในพิธีแบบไทย ปิ๋มจึงเลือกเครื่องประดับของคุณยายมาสวมใส่เพื่อเป็นการระลึกถึงท่าน ซึ่งถ้าท่านยังมีชีวิตอยู่ปัจจุบันจะมีอายุ 110 ปี เพราะท่านเกิดในปลายสมัยรัชกาลที่ 5 จึงสันนิษฐานว่าเครื่องประดับทั้งสองชิ้นนี้น่าจะทำในสมัยรัชกาลที่ 6 ค่ะ

“โดยต่างหูและสร้อยข้อมือทำจากทองคำบริสุทธิ์ 99.99 เปอร์เซ็นต์ สร้อยข้อมือประดับด้วยพลอยนพเก้า ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นอัญมณีมงคล 9 ชนิด
ประกอบด้วยเพชรซีก ซึ่งเป็นงานฝีมือในอดีตที่มีการนำเพชรมาเจียระไนเพื่อให้เกิดประกาย และพลอย 8 ชนิด ได้แก่ ทับทิม มรกต บุษราคัม ไพลิน (นิลกาฬ) โกเมน มุกดาหาร เพทาย และไพฑูรย์ (ตาแมว)

“ส่วนต่างหูประดับด้วยเพชร โดยใช้วิธีประดับตัวเรือนแบบโบราณที่เรียกว่า “ยัดขี้เถ้า” ทำให้เห็นเพชรเป็นสีเทาๆ มากกว่าจะเห็นความแวววาวเหมือนเครื่องประดับสมัยนี้ ก่อนนำมาสวมใส่พี่ฟลุ้คช่วยนำไปทำความสะอาดเพื่อให้ผิวเครื่องประดับดูสุกสว่าง

“ปิ๋มเลือกใส่เครื่องประดับชุดนี้กับชุดไทยบรมพิมานสีงาช้างที่คุณป้อม – ธีระพันธ์ วรรณรัตน์ ออกแบบและตัดเย็บ โดยใช้ผ้ายกไหมทอมือจากลำพูน ด้านหน้ามีจีบหน้านางปักลาย ตกแต่งด้วยลูกปัดและคริสตัลชนิดด้าน เข้าเฝ้าและกราบขอพรจากสมเด็จพระสังฆราช ซึ่งพระองค์ท่าน
ประทานน้ำพระพุทธมนต์เพื่อเป็นสิริมงคลสำหรับใช้ในพิธีรดน้ำสังข์ และสวมใส่อีกครั้งในวันทำพิธีหมั้นและมงคลสมรสตามประเพณีไทยด้วย

“ปิ๋มเลือกเครื่องประดับไทยสมัยรัชกาลที่ 6 ของคุณยายมาผสมผสานกับเครื่องประดับเพชรสมัยใหม่ที่เรียบโก้จาก Gems Pavilion เพื่อให้
องค์รวมดูสวยร่วมสมัย มีความเป็นไทยตามประเพณี แต่ก็ยังมีความเป็นตัวเองของปิ๋มด้วย

 

วริษา ประธานราษฎร์นิกร – จักรกฤต เบเนเดทตี้

“ปายจึงเลือกใส่สร้อยเพชรและเข็มขัดทองคำขาวที่ท่านมอบให้ เปรียบเสมือนเป็นตัวแทนของท่านในวันสำคัญของชีวิตเราค่ะ”

“ความที่คุณป้า (เมธ์วดี นวพันธ์) ชอบจิเวลรี่เป็นทุนเดิม ทำให้ปายได้รับเครื่องประดับจากท่านมาตั้งแต่เด็ก มีช่วงหนึ่งที่ฮิตจิเวลรี่วินเทจท่านก็ให้แหวนพลอย พอโตขึ้นมาหน่อย เคยคุยให้ท่านฟังว่าอยากสะสมสร้อยเพชร เมื่อสี่ปีที่แล้วคุณป้าจึงแอบไปจัดหาสร้อยคอไว้ให้ปายใส่ออกงาน วิธีการให้ของท่านก็ไม่ธรรมดาด้วยนะคะ มีเซอร์ไพร้ส์ด้วยการชวนไปกินข้าวที่บ้าน แล้ววางกล่องใส่สร้อยเพชรไว้ให้ที่เก้าอี้ พอเปิดกล่องออกมาก็เห็นสร้อยคอเส้นนี้ ตัวเรือนเป็นแพลทินัม ประดับด้วยเพชรหยดน้ำกว่า 5 กะรัต เพชรทรงกลมเกือบ 19 กะรัต และเพชรรูปทรงแปดเหลี่ยมเกือบ 12 กะรัต ท่านพูดแค่ว่า ‘ของปายนะ’ ปายปลื้มมากเก็บรักษาอย่างดี โดยยังไม่มีโอกาสหยิบมาใช้สักที

“จนกระทั่งใกล้จะแต่งงาน โดยขั้นตอนคือ หลังจากทำพิธีแต่งงานในโบสถ์เสร็จเรียบร้อย เรามีจัดงานอาฟเตอร์ปาร์ตี้ที่โรงแรม โดยพี่แม็กซ์
(จักรกฤต เบเนเดทตี้ – เจ้าบ่าว) จะเปลี่ยนชุดมาใส่เสื้อกั๊กสีเบอร์กันดีทีแรกปายคิดไม่ออกว่าจะใส่ชุดอะไรดีที่สีแมตช์กัน แล้วก็นึกขึ้นได้ว่ามี
เดรสคอลเล็คชั่นล่าสุดของ Dior ที่เขาส่งมาให้ดูที่บ้าน สีเข้ากันกับชุดเจ้าบ่าวพอดี ส่วนเครื่องประดับ ปายนึกถึงสร้อยคอที่คุณป้าให้ ซึ่งช่วยให้ชุดที่ใส่ดูเด่นขึ้นมาเลยค่ะ

“ส่วนเข็มขัดทองคำขาวเส้นนี้เป็นของเก่า หัวเข็มขัดประดับด้วยเพชรทรงกลม เพิ่งได้รับจากคุณป้าเมื่อปีที่แล้ว เพราะท่านรู้ว่าปายจะแต่งงานจึงมอบให้ใช้สำหรับพิธีแบบไทย ที่จริงคุณป้ามีเข็มขัดเพชรหลายเส้นท่านก็จะเลือกให้เหมาะกับหลานแต่ละคน ที่ปายได้เส้นนี้เพราะตัวเล็กกว่า
หลานคนอื่น (หัวเราะ) เข็มขัดไม่ยาวมาก หัวเข็มขัดจึงไม่ใหญ่ เสียดายว่าช่วงที่จัดพิธีแต่งงานคุณป้าไม่ได้มาร่วมด้วย เพราะสุขภาพท่านไม่อำนวย

อ่านบทความเพิ่มเติม

https://praewwedding.com/rings-and-accessories/20829

https://praewwedding.com/rings-and-accessories/35031

https://praewwedding.com/rings-and-accessories/accessories/94737

มาคาเลียสเผยคนไทยชอบเที่ยว โควิดดันยอดจองวอเชอร์ที่พักในประเทศโต 100%

มาคาเลียส ออนไลน์ทราเวลแพลตฟอร์ม (Online Travel Platform) แหล่งรวมและจำหน่ายวอเชอร์ที่พัก ร้านอาหาร สถานที่ท่องเที่ยวชั้นนำของประเทศไทย ชี้เศรษฐกิจการท่องเที่ยวไทยกลับมาคึกคักอีกครั้งแน่นอน หลังพบปัจจัยบวกช่วงโควิค-19 คนไทยแห่จองที่พักภายในประเทศ โตกว่า 100% ผลมาจากโรงแรมดังร่วมใจมอบสิทธิพิเศษ บวกกับพฤติกรรมความต้องการเที่ยวสะสมในช่วงล็อคดาวน์ ด้านผู้ประกอบการและนักท่องเที่ยวเริ่มเรียนรู้รูปแบบฐานวิถีใหม่ด้านการท่องเที่ยว (New Normal Tourism) เน้นคุณภาพ ย้ำความปลอดภัยเป็นหลัก

นางสาวณีรนุช ไตรจักร์วนิช ประธานกรรมการบริหาร บริษัท มาคาเลียส ประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า มาคาเลียส ซึ่งถือเป็นออนไลน์ทราเวลแพลตฟอร์ม (Online Travel Platform) ที่รวบรวมและจำหน่ายวอเชอร์ที่พัก ร้านอาหาร สถานที่ท่องเที่ยวชั้นนำของประเทศไทย เปิดให้บริการมากว่า 3 ปี โดยเน้นการจัดจำหน่ายวอเชอร์การท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ ซึ่งบริษัทฯ ได้ดำเนินธุรกิจร่วมกับกลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรมที่พัก ร้านอาหาร สถานที่ท่องเที่ยว และนำมาจัดแพคเกจที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของนักท่องเที่ยวในปัจจุบัน จำหน่ายในรูปแบบอีวอเชอร์ (e-Voucher) ซึ่งตลอดระยะเวลาที่เปิดให้บริการมีผู้เข้าเยี่ยมชมแพลตฟอร์มกว่าหลายแสนคนต่อวัน มีดีลให้นักท่องเที่ยวได้เลือกใช้บริการกว่า 700 ดีล รวมถึงสเปเชียลดีลในเทศกาลต่างๆ

โดยในช่วงการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 รวมถึงการดำเนินนโยบายของภาครัฐเรื่องการล็อคดาวน์ประเทศ เพื่อป้องกันการแพร่ระบาทของไวรัสโควิด-19 ที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลกระต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก แต่ทั้งนี้บริษัทฯ เชื่อมั่นว่าธุรกิจการท่องเที่ยวภายในประเทศต้องกลับคึกคักอีกครั้ง เนื่องจากมีปัจจัยบวกหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นนโยบายการควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิดที่รัฐบาลดำเนินการอย่างเคร่งครัด รวมไปถึงภาคธุรกิจโรงแรมที่พักร่วมใจกันอัดโปรโมชั่นต่างๆ มากมาย ประกอบกับนักท่องเที่ยวไทยยังคงหวาดกลัวการเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศ และความต้องการท่องเที่ยวมีเพิ่มมากขึ้นในช่วงล็อคดาวน์ ส่งผลให้ในช่วงระยะเวลาดังกล่าวตลาดจำหน่ายวอเชอร์ที่พักมียอดสั่งจองเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะนักท่องเที่ยวหลายคนซื้อวอร์เชอร์เก็บไว้ก่อนรอการคลายล็อคดาวน์ ค่อยนำออกมาใช้ เช่นเดียวกับ มาคาเลียส ที่มียอดสั่งซื้อวอเชอร์ที่พักตลอดเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมากกว่า 10,000 ใบ หรือโตขึ้นกว่า 100%  มูลค่ากว่า 18 ล้านบาท จากเดิมที่มียอดสั่งซื้อเฉลี่ยเดือนละ 4,000-5,000 ใบ และบริษัทเชื่อมั่นว่าจะมียอดการสั่งจองวอเชอร์ท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะภาครัฐเริ่มมีการผ่อนปรนการล็อคดาวน์ประเทศ

นางสาวณีรนุช กล่าวต่อว่าบริษัทฯ คาดการณ์ว่าภายหลังจากการคลายล็อคดาวน์ และการกำหนดวันหยุดชดเชยแทนวันสงกรานต์ที่ผ่านมา จะส่งผลให้ประชาชนคนไทยเริ่มกลับมาท่องเที่ยวอีกครั้ง แต่รูปแบบการท่องเที่ยวหรือไลฟ์สไตล์การท่องเที่ยวของคนไทยจะเปลี่ยนไปจากเดิม คือ เดินทางท่องเที่ยวเป็นกลุ่มขนาดเล็ก หรือ FIT (Free Individual Traveler) เช่น คู่รัก กลุ่มเพื่อน รวมไปถึงครอบครัวขนาดเล็ก มีการวางแผนการเดินทางท่องเที่ยวด้วยตัวเอง แทนการใช้บริการเอเจนซี่นำเที่ยว พฤติกรรมการท่องเที่ยวจะเน้นวันธรรมดา เนื่องจากได้โปรโมชั่นที่ดีกว่าและมีจำนวนคนท่องเที่ยวไม่มากเท่ากับวันหยุดสุดสัปดาห์หรือวันหยุดนักขัตฤกษ์ ประกอบกับรูปแบบการทำงานของหลายคนเปลี่ยนไปจากทำงานที่ออฟฟิศเป็นการทำงานที่บ้าน (Work From Home) อีกทั้งนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้จะมองหาวอเชอร์ด้านการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ ครบวงจร มีความปลอดภัยสูง ในราคาที่สมเหตุสมผล เช่น แพคเกจที่พักรวมบริการภายในและสถานที่ท่องเที่ยว ร้านอาหารในบริเวณใกล้เคียง เป็นต้น ส่วนการเดินทางท่องเที่ยวรูปแบบกลุ่มทัวร์ขนาดใหญ่จากต่างประเทศ (Inbound) อาจมีไม่มากนักในช่วงเวลาดังกล่าวไปจนถึงสิ้นปี

ดังนั้น ด้านกลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว ทั้งโรงแรม สถานที่ท่องเที่ยว ร้านอาหาร ร้านค้า จำเป็นต้องปรับตัวรองรับนักท่องเที่ยวภายในประเทศและปรับตัวให้เข้ากับ ฐานวิถีการท่องเที่ยวใหม่” (New Normal Tourism) เน้นคุณภาพและความปลอดภัยเป็นหลัง ซึ่งจะเห็นได้ว่าในธุรกิจโรงแรมเริ่มมีการปรับตัวอย่างรวดเร็ว ทั้งมาตรการด้านสุขอนามัยของที่พัก พื้นที่ส่วนกลาง พนักงานที่ให้บริการ  รวมไปถึงรูปแบบการให้บริการ เช่น เดิมอาหารเช้าจะจัดเป็นไลน์บุฟเฟ่ต์ที่ห้องอาหารก็ปรับเปลี่ยนมาเป็นการให้บริการถึงห้องพัก เป็นต้น รวมถึงการนำเทคโนโลยีมาปรับใช้ ตั้งแต่การจองที่พักด้วย e-Voucher ไปจนถึงการชำระค่าบริการต่างๆ เพื่อลดการสัมผัส สร้างสังคมไร้เงินสด (Cashless society) เป็นต้น

‘โลเลและลังเลว่า จะเข้าสู่สนามสอบหรือสนามเลิฟดีหนอ’ ดูดวงรายวัน 24 มิถุนายน 2563

ดูดวงรายวัน 24 มิถุนายน 2563 #หมอปุ้ยพยากรณ์ เช็กทุกวัน เป๊ะปังทุกดวง ทั้งการงาน การเงิน ความรัก และสุขภาพ

ผู้ที่เกิดวันอาทิตย์

การงาน :  หากคุณทำงานหรือเกี่ยวข้องกับการติดต่อประสานงาน การบริหารจัดการ หรือการให้คำปรึกษาแนะแนว วันนี้ควรใช้ความคิดและจินตนาการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าให้งานสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี แต่ก็ไม่ควรคิดนอกกรอบ หรือเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายมากนัก เพราะจะดูน่ากลัวมากกว่าน่าเชื่อถือ

การเงิน : อาจหมดกับการเดินทางท่องเที่ยว การเข้าสังคม และการลงทุนใหม่ๆ ก็ต้องระวังถูกหลอก ถูกต้มตุ๋น หรือถูกฉ้อโกงด้วย

ความรัก : คุณแบกรับภาระความรับผิดชอบของครอบครัวไว้จนเครียด และจิตใจเปราะบางมาก วันนี้จึงควรลดทิฐิ และความเชื่อมั่นในตัวเองลงบ้าง เพราะแม้ทะเลาะกันจะเป็นจะตายอย่างไร คุณก็ต้องร่วมทุกข์ร่วมสุขกันไปอีกนาน คนโสด คุณฝันหวานว่าคนรักเก่าจะกลับมาขอคืนดี ก็อย่าเพิ่งเพ้อไปไกล ยังต้องรอเวลาเพื่อพิสูจน์ใจอีกนาน

สุขภาพ : ไม่ควรร่วมกิจกรรมที่ต้องยืนหรือเดินเป็นเวลานาน เพราะจะทำให้ปวดตึงตั้งแต่สะโพกลงไป จนถึงข้อเข่าและข้อเท้าอาจปวดบวม

 

ผู้ที่เกิดวันจันทร์

การงาน : หากคุณทำงานหรือเกี่ยวข้องกับการให้บริการ เช่น ขายอาหาร เครื่องดื่ม การท่องเที่ยว สายการบิน สปา เป็นต้น วันนี้คุณอาจต้องใช้ความสามารถระดับอัจฉริยะของสมองทั้ง 2 ซีก ทั้งความรู้ ความสามารถ และความคิด จินตนาการ รวมถึงบารมีที่สะสมมาตลอดชีวิต งานจึงจะสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี

การเงิน : ระวัง! อาจถูกเด็กหลอกให้พาไปซื้อขนมนมเนย หรือชวนไปซูเปอร์มาร์เก็ตช็อปปิ้งขนมเข้าบ้าน สิ้นเดือนแบบนี้ก็อาจทำให้เงินสะดุดได้

ความรัก : คุณเป็นผู้หญิงเก่งทั้งงานในบ้านและงานนอกบ้าน คู่ชีวิตก็ดี วันนี้จึงอาจคิดถึงการมีสมาชิกใหม่ หรือหากมีแล้วก็คิดถึงอยากมีหลานตัวน้อยๆ   คนโสด แฟนเก่าอาจขอกลับมาคืนดี แต่คุณก็หยิ่งในศักดิ์ศรีเกินกว่าจะยอมรับในทันที

สุขภาพ : ระบบหมุนเวียนเลือด ความดัน ระบบน้ำเหลือง อาจมีปัญหา สืบเนื่องจากขาดการบำรุงเลือด และสารอาหาร จึงควรรับประทานผัก ผลไม้ หรืออาหารที่ช่วยในการบำรุงเลือด รวมถึงวิตามินต่างๆ

                                                                            

ผู้ที่เกิดวันอังคาร

การงาน  : น่าจะเป็นวันดีของผู้ที่ทำงานหรือเกี่ยวข้องกับอสังหาริมทรัพย์ เช่น บ้านจัดสรร คอนโด ที่ดินทางการเกษตร รวมถึงงานที่ต้องใช้ภาษา วันนี้คุณอาจได้ผู้ใหญ่ผู้หญิง รวมถึงคนใกล้ชิดสนับสนุนให้ได้ทำในสิ่งที่คิดฝันไว้ อาจถึงขั้นเลื่อนตำแหน่งให้เลยทีเดียว

การเงิน : อาจมีการซื้อ-ขายบ้านและที่ดิน หรือได้ลาภจากผู้ใหญ่ผู้หญิง ควรเก็บไว้บ้าง เพราะเงินมาไวไปไว

ความรัก : อาจมีวาระพิเศษให้สมาชิกในบ้านได้มาอยู่พร้อมหน้ากัน อาจปรึกษากันเรื่องที่ดิน หรือการขยับขยายที่อยู่อาศัย ซึ่งวันนี้คุณอาจไม่อยู่ในภาวะที่จะออกความคิดเห็นใดๆ เพราะเปลี่ยนใจไปมาจนเดาใจไม่ถูก คนโสด คุณอาจกำลังมีความรัก แต่อย่าเพิ่งด่วนรับปากซื้อบ้านไปอยู่ด้วยกันล่ะ เพราะวันนี้เอาแน่เอานอนอะไรกับคุณไม่ได้ เปลี่ยนใจไปมา

สุขภาพ : คุณอาจเอ็นจอยอีตติ้งจนน้ำหนักขึ้น และอาจมีปัญหาเกี่ยวกับการย่อยอาหาร กระเพาะอาหารด้วย รวมถึงอาจเกิดการอักเสบของแผลในช่องท้อง หรือแผลจากการคลอดบุตร

 

ผู้ที่เกิดวันพุธ

การงาน :  หากคุณเพิ่งได้รับการบรรจุเป็นพนักงานใหม่ หรือเพิ่งโยกย้ายมารับงานใหม่ ในหน่วยงานที่ต้องใช้ความรู้ วิชาการ และความเชี่ยวชาญในวิชาชีพสูงมาก เช่น แพทย์แผนไทย หรือแผนปัจจุบัน  ครูบาอาจารย์ นักค้นคว้า นักวิจัย เป็นต้น ก็อาจเป็นช่วงที่คุณต้องฝ่าฟันปัญหาและอุปสรรคไปให้ได้ วันนี้ไม่ต้องลังเล หรือไม่แน่ใจใดๆ ลุยเลย เพราะหากคุณผ่านไปได้ ผลตอบแทนก็ถือว่าคุ้มค่า

การเงิน : รายได้จะมาจากเจ้านายและทีมงานที่ดี คุณอาจได้ทรัพย์มรดก แต่ต้องมาจากความขยันในการทำงาน ไม่ควรเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับสิ่งที่ไม่ถูกต้อง เพราะอาจทำให้ชื่อเสียงของคุณมัวหมอง

ความรัก : ที่คุณยังครองคู่อยู่ด้วยกันจนถึงวันนี้ อาจเพราะด้วยเหตุผลใดเหตุผลหนึ่ง แต่ความสัมพันธ์อาจต่างคนต่างอยู่ วันนี้ก็ยังอุตส่าห์มีเสียงไม่สร้างสรรค์ลอยมาเข้าหูว่า คู่คุณมีกิ๊ก ทำให้คุณเกิดความลังเล ไม่แน่ใจว่า จะอยู่กันต่อดีไหม คนโสด มีความลังเล ไม่แน่ใจ ระหว่างจะเข้าสู่สนามสอบหรือเข้าสู่สนามรัก

สุขภาพ : หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่ปรุงไม่สุก ไม่อุ่นร้อน หรือไม่ถูกสุขลักษณะ เพราะอาจทำให้คุณอาหารเป็นพิษ ท้องเสีย จนถึงลำไส้อักเสบ

 

ผู้ที่เกิดวันพฤหัสบดี

การงาน :  หากคุณทำงานหรือเกี่ยวข้องกับการติดต่อประสานงาน เช่น งานพีอาร์ประชาสัมพันธ์ งานออร์กาไนซ์ งานสื่อสารมวลชน วันนี้คุณอาจเบื่อหน่ายกับการถูกพิจารณางาน ก็ควรใจเย็น และระวังคำพูด เพราะอาจมีผู้ใหญ่ผู้หญิงมาช่วยให้งานของคุณผ่านไปได้ด้วยดี

การเงิน : มีผู้ใหญ่อุปถัมภ์ แต่ก็อาจหมดอย่างรวดเร็วกับเรื่องของคนใกล้ชิด และความรัก ในวงเล็บอาจเป็นบ้านที่สอง

ความรัก :  อาจมีวาระพิเศษให้สมาชิกในบ้านได้มาอยู่พร้อมหน้ากัน เพื่อให้คำปรึกษา วันนี้อาจเกี่ยวกับลูกหลานในบ้านที่ชอบไปเที่ยวเตร่นอกบ้าน หรือเป็นเรื่องความรักที่ลึกลับซ้บซ้อน คนโสด ระวัง!! คุณอาจตกเป็นเป้าหมายของเสี่ยหรือป๋ามาขออุปถัมภ์

สุขภาพ : อย่าประมาท ต้องระวังการเดินทางทั้งทางบกทางน้ำ อาจเกิดอุบัติเหตุ สำคัญอย่างยิ่งไม่ควรเมาแล้วขับ

 

ผู้ที่เกิดวันศุกร์

การงาน :  สำหรับผู้ที่ทำงานหรือเกี่ยวข้องกับวงการอสังหาริมทรัพย์ เช่น บ้านจัดสรร ที่ดินทางการเกษตร คอนโด รวมถึงงานที่เกี่ยวกับการใช้ภาษา วันนี้คุณอาจต้องระวังคนใกล้ชิด และเพื่อนร่วมงานจะแทงข้างหลัง รับความชอบไว้แล้วโยนความผิดมาให้คุณ ซึ่งการตัดสินใจที่เฉียบขาดอาจทำให้คุณพลาด ควรใช้ความรู้ ความสามารถ และบารมีที่สะสมมาตลอดชีวิตการทำงานเข้ามาแก้ไขสถานการณ์

การเงิน : อาจได้ส่วนแบ่งหรือเงินปันผลจากการซื้อขายบ้านหรือที่ดินอย่างไม่เป็นธรรม หรือไม่ก็ถูกเบี้ยวหนี้ จนถึงถูกขโมยทรัพย์สิน

ความรัก : คุณอาจจับสังเกตุได้ว่า คู่มีพฤติกรรรมไม่น่าวางใจ ซึ่งอาจเกี่ยวกับบ้านที่อยู่อาศัย หรือแอบไปซื้อคอนโดเก็บไว้ วันนี้คุณมีความเก่ง สามารถเลี้ยงตัวเองได้ และมีศักดิ์ศรีเป็นที่ตั้ง ก็อาจไม่แคร์ อยากไปอยู่กับใครก็เชิญ  คนโสด คุณมีศักดิ์ศรี มีความรู้และความสามารถ เกินกว่าที่จะยอมเป็นมือที่สามของใคร

สุขภาพ : หากเข้าครัวทำอาหาร หรือปอกผลไม้ ต้องระวังมีด หรือของมีคมด้วย เพราะอาจถูกบาดเป็นแผลตามร่างกาย

 

ผู้ที่เกิดวันเสาร์

การงาน  : หากคุณเป็นเจ้าของธุรกิจ หรือกำลังคิดที่จะเปิดธุรกิจที่บ้าน วันนี้คุณอาจต้องใช้ความสามารถทางวาทศิลป์ในการติดต่องาน ซึ่งคุณก็จะได้เจอคู่ค้าที่จริงใจ ถึงอย่างไรก็ต้องระวังเรื่องของสัญญาไว้ด้วย ไม่ว่าจะเป็นลายลักษณ์อักษร หรือสัญญาใจ เพราะอาจทำให้คุณต้องผูกติดอยู่กับเขา จนไปทำงานกับรายอื่นไม่ได้เลย

การเงิน : อาจมีโชคลาภอย่างไม่คาดฝัน แต่ก็ไม่ควรเซ็นสัญญาค้ำประกันให้ใคร หรือกู้ยืมเงินแทน เพราะอาจเกิดความผิดพลาด ต้องรับผิดชอบหนี้สินแทน

ความรัก : จริงๆ แล้วคุณได้รับความรักและความเอาใจใส่อย่างดีจากคู่มาโดยตลอด แต่ที่ต้องระวังคืออาจมีบุคคลที่สามเข้ามาในครอบครัวคุณ วันนี้เธอมาเพื่อผลประโยชน์อย่างเดียวเลย เมื่อได้สมใจก็จากไป จึงอย่าหวั่นไหว  คนโสด คุณอาจติดอยู่ในบ่วงรัก จนขอรวบรัดบอกข่าวมงคลอย่างเร็วที่สุด

สุขภาพ :  อาจเจ็บป่วยไม่สบายจากโรคที่สะสมมานาน โดยไม่เคยมีสัญญาณมาก่อน วันนี้ก็จะเป็นอาการเตือน จึงควรไปตรวจเช็กสุขภาพด่วนๆ

เช็กดวงย้อนหลังกันได้ที่นี่

มีเสน่ห์ มีรักทีไร ก็จะร้อนรุ่มกับพิษรักแรงหึง ดูดวงรายวัน 22 มิถุนายน 2563

ทุ่มความรักให้เขาจนหมด จึงเจ็บนาน เจ็บนี้ไม่ลืม ดูดวงรายวัน 23 มิถุนายน 2563

 

 

รองเท้า Camper ของ ‘พีช พชร’

นี่แหละตัวจริง! เปิดกรุ รองเท้า Camper ของ ‘พีช พชร’ การันตีความเป็นแฟนตัวยง

บุกคลัง รองเท้า Camper ของ ‘พีช พชร’ สนีกเกอร์ที่คุณจะแมตช์กับลุคไหนก็เท่ เพราะมีหลายรุ่นหลายดีไซน์ ที่ใส่แล้วปังทุกคู่!

ถ้าจะพูดถึงเรื่องแฟชั่นต้องยกให้เขาคนนี้จริงๆ เพราะไม่ว่า พีช-พชร จิราธิวัฒน์ จะหยิบจับไอเท็มชิ้นไหนมาแต่งก็มักเป็นที่พูดถึงอยู่เสมอ ด้วยบุคลิกและความเท่แบบหนุ่มสายอาร์ต พีชจึงถูกยกให้เป็นไอคอนด้านแฟชั่นของผู้ชายส่วนใหญ่ ซึ่งถ้าใครติดตามอินสตาแกรมและช่องทางต่างๆ ของเขา จะรู้ว่าเขามีความหลงใหลแฟชั่นสไตล์มินิมอบที่มีดีเทลเท่ๆ โดยเฉพาะรองเท้าที่เจ้าตัวให้ความสำคัญเป็นพิเศษ จึงไม่แปลกใจที่จะเห็นพีชหยิบ รองเท้าของแบรนด์แคมเปอร์ (Camper) มาใส่อยู่บ่อยๆ

วันนี้เราจะพามาเปิดกรุรองเท้าแคมเปอร์ทุกคู่ที่พีชชื่นชอบ รับรองว่าสายแฟจะต้องเทใจให้แคมเปอร์ตามนักแสดงหนุ่มคนนี้แน่นอน!

เพิ่มความคูลให้การแต่งตัวสไตล์ Total Black ดูโดดเด่นยิ่งขึ้น ด้วยแคมเปอร์รุ่น Circular รองเท้าผ้าใบสีดำที่ได้แรงบันดาลใจจากล้อรถจักรยาน ให้ลุคเท่และสมาร์ทไปในคราวเดียวกัน
หรือจะเป็นแคมเปอร์รุ่น Courb รองเท้าสีขาวครีมเรียบเท่ที่เพิ่มดีเทลด้วยลายฉลุ ตัวรองเท้าทำจากวัสดุรีไซเคิล มีน้ำหนักเบา ถือเป็นรองเท้าคู่รักษ์โลกที่หนุ่มมินิมอลอย่างพีชเลือกใส่
คู่ล่าสุดที่หนุ่มพีชเลือกใส่คือ แคมเปอร์รุ่น Nothing ซึ่งโดดเด่นด้านดีไซน์และเต็มอัดแน่นด้วยวัสดุคุณภาพที่นำมาเป็นส่วนประกอบของรองเท้า อีกทั้งสะดุดตาด้วยสีโทนเย็นอย่างสีน้ำเงิน , เขียว และเบจ ช่วยให้ลุคเรียบเท่ดูน่ามอง
แคมเปอร์รุ่น Twins รองเท้าสุดชิคที่มีจุดเด่นตรงตัวรองเท้าเป็นสีทูโทน โดยนำคู่ตรงข้ามอย่างสีน้ำเงิน-เบจมาใช้ แถมยังเพิ่มลูกเล่นตรงรูร้อยเชือกรองเท้าด้วยสีสัน เหมาะกับหนุ่มมาดเซอร์แต่ขี้เล่นอย่างหนุ่มพีชไม่น้อยเลยทีเดียว
ลุคนี้หนุ่มสายแฟอย่างพีช ขอเล่นสนุกเบาๆ ด้วยการแต่งตัวโทนสีดำตั้งแต่หัวจรดเท้า มาแมตช์กับรองเท้าทรงบู๊ตหุ้มข้อของแคมเปอร์รุ่น Pix สีดำที่ตัดขอบช่วงพื้นรองเท้า (Outsole) ด้วยสีเขียวนีออนสุดจี๊ด ทำให้ได้ลุคเท่ๆ ที่มีจุดเด่นไม่เหมือนใคร
ลุคสุดท้ายมาในมาดคมคายสไตล์หนุ่มฮิป กับแคมเปอร์รุ่น Peu Pista บู๊ตหุ้มข้อสีดำ ที่ใช้วัสดุเป็นผ้าเนื้อนุ่ม ใส่สบาย จนกลายเป็นหนึ่งในคู่โปรดของหนุ่มพีชไปโดยปริยาย

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

สีจี๊ดแต่ราคาเบา! SWATCH รุ่นใหม่ BIG BOLD Jelly Neon ดีไซน์สะดุดตา

เช็คราคาไอเท็มใหม่! KENZO X VANS ปล่อยสนีกเกอร์ลายดอก ยั่วใจสายสตรีท

GUCCI คอลเล็คชั่น OFF THE GRID ผลงานที่รังสรรค์จากวัสดุรีไซเคิล

ชุดนี้มีเรื่องเล่า แม่ชม เกือบไม่ได้ใส่เดินพรมแดงคานส์ เพราะเซเลบเบอร์ใหญ่จอง!

สวยหรูมีสไตล์! ซูมแบรนด์เนมใบเก่ง ‘พอช่า พัชรมนต์’ ลูกสะใภ้ ‘มูนา’ เศรษฐีนีดูไบ

แต่งตัวกระชากวัย! ส่องลุค Vera Wang ดีไซเนอร์ระดับโลก ในช่วงอายุ 70 ปี

ใบนี้สอยตามได้! กระเป๋า Longchamp ของ ‘จีซอนอู’ รุ่นเด็ดประจำซีซั่น

เข้าครัวให้เหมือนไปคานส์! ‘ชมพู่ อารยา’ แมตช์ชุดแบรนด์เนมแต่งลุคเซ็กซี่

ดัชเชสเคท สนับสนุนแบรนด์เพื่อนน้องสาว ฟีเวอร์จนต้องเปิด Pre Order

ที่มาไม่ได้สวยงาม ‘เทียร่า Belgian Sapphire’ ของควีนเอลิซาเบธ เคยมีเรื่องอื้อฉาว

นางเอกขวัญใจตลอดกาล! เปิดลุค ‘เคียวโกะ ฟูคาดะ’ ทั้งหวานทั้งแซ่บในวัย 37 ปี

ยกอันดับ 1 ให้เลย! สื่อเกาหลีพูดถึงสไตล์ ‘ลิซ่า’ แฟชั่นนิสต้าที่ได้รับการยอมรับ

 

7 ธีมสี ไอเดียงานแต่งที่ช่วยเสกให้งานแต่งออกมาเก๋เวอร์

หากยังไม่มี ไอเดียงานแต่ง มาส่องธีมสีงานแต่งเหล่านี้ดู รับรองว่าสวยจนต้องจัดตาม

สี คือเรื่องต้นๆ ที่ว่าที่บ่าวสาวจะคิดถึงเมื่อต้องจัดงานแต่งงาน แต่สีไหนล่ะที่ทั้งสวย บ่งบอกตัวตนและดูทันสมัย แพรว wedding เลยจัดคู่สีสุดคลาสสิค แถมยังช่วยทำให้งานออกมาดูสวยปังได้แบบไม่ยากมาฝาก เผื่อจะช่วยเป็น ไอเดียงานแต่ง ของว่าที่บ่าวสาวที่กำลังลังเลว่าจะใช้สีไหนเป็นธีมในการจัดงานดี

ไอเดียงานแต่ง

Pure White

งานสีขาวสุดคลาสสิคให้ความรู้สึกบริสุทธิ์สะอาดตาแฝงไปด้วยความสง่างาม ยิ่งนำมาแมตช์กับคริสตัลราคาแพงระยับยิ่งขับความวิบวับและเพิ่มความหรูหราให้มากขึ้นเป็นทวีคูณ แถมสีขาวยังเข้าได้กับทุกสีและให้อารมณ์ที่ต่างกันอย่างสุดขั้ว เช่น เมื่อจับคู่กับโทรสีอ่อน งานจะดูหวานหยดมดตอม แต่เมื่อจับคู่กับสีเข้ม งานก็จะดูชิคขึ้นมาทันตา นอกจากนี้สีขาวยังสามารถนำไปผสมกับลวดลายต่างๆ ได้ดี ไม่ว่าจะเป็นลายบนพื้นพรม หรือเส้นโค้งของตัวเสา รวมถึงหากจัดวางพร็อปส์สีขาวให้มีระดับตื้นลึกในแนวระนาบ ก็จะช่วยสร้างเลเยอร์ให้กลายเป็นสีขาวหลายเฉด

Multi-Colours

หากบ่าวสาวคิดว่างานแต่งสีเดียวไม่ใช่ตัวตนคู่ของคุณอย่างแน่นอน และกำลังสนใจกลุ่มสีแรงๆ ที่สามารถสะท้อนความมั่นใจในตัวเอง รวมทั้งอยากสร้างความโดดเด่นให้กับงานแต่งงานของคุณล่ะก็ ขอแนะนำให้คุณเลือกสีที่คุณและคนรักชอบมากที่สุดมาสักหนึ่งสีเพื่อใช้เป็นสีหลัก แล้วค่อยจับคู่สีต่างกันเข้าไปอีกสองสี โดยเฉลี่ยเปอร์เซ็นต์การใช้ให้ลดหลั่นกันลงมา รับรองเลยว่างานของคุณจะโดดเด่น แถมประหยัดงบค่าดอกไม้ได้มากกว่าการเลือกใช้ดอกไม้สีที่ได้รับความนิมยมอีกด้วย

“เทคนิคการผสมคู่สีต่างๆ เข้าด้วยกันคือ ใช้สีหลักประมาณ 60 เปอร์เซ็นต์ ตัดด้วยคู่สีที่ต่างกันประมาณ 15 เปอร์เซ็นต์ แล้วเติมสีขาวอีก 5 เปอร์เซ็นต์เพื่อเบรกความแรงของสีทั้งหมด”

หรืออาจจะตกแต่งงานโดยใช้สีตรงข้ามที่ตัดกันชัดเจนเพื่อสร้างความโดดเด่น ยิ่งเป็นงานเอ้าท์ดอร์ที่มีพื้นที่ในการตกแต่งมาก ก็ยิ่งสามารถออกแบบสีให้เป็นกลุ่มๆ ได้เต็มที่ และยังสามารถใส่ความไม่ธรรมดาด้วยการนำคู่สีนั้นมาจัดให้เป็นลวดลายต่างๆ เช่น ลายกราฟิก ลายยูโรเปี้ยนคลาสสิค หรือลายชนเผ่า รวมถึงอาจนำวัสดุอื่นๆ ที่ต่างกัน เช่น แก้ว กระจก พลาสติก หินธรรมชาติ หรือโลหะ มาแทรกหรือจัดวางองค์ประกอบให้สวยงาม ก็จะทำให้งานที่เต็มไปด้วยสีสันยิ่งดูหวือหวา มีรายละเอียดน่าค้นหาและไม่น่าเบื่ออีกด้วย

Pastel

โทนสีพาสเทลยังคงเป็นนางเอกของงงานแต่งทุกยุคทุกสมัย แต่ถึงอย่างนั้นการเลือกใช้โทนสีพาสเทลให้สวยงามก็มีหลักอยู่ว่า ไม่ควรเลือกสีพาสเทลมาใช้เกิน 3 สี แต่ถ้านักออกแบบที่คู่ของคุณจ้างมานั้นมีฝืมือเก่งกาจและกล้าเล่นกับสีสัน การเลือกใช้สีพาสเทลอย่างน้อย 5-7 สีก็ถือเป็นโจทย์ที่ท้าทายและได้ผลลัพธ์ที่คุณจะคาดไม่ถึงเลยทีเดียว แต่ก็มีข้อควรระวังว่า รสนิยมของนักออกแบบที่คุณจ้างมานั้นจะต้องดีเริด! ไม่อย่างนั้นงานที่คุณคาดหวังว่าอาจจะออกมาสวยอาจจะเสี่ยวได้แบบไม่รู้ตัว…

 

ไอเดียงานแต่ง

White & Green

สีขาว-เขียว คือคู่โทนสีสุดคลาสสิคที่คู่บ่าวสาวทุกงบประมาณนิยมจัด ซึ่งบ่าวสาวส่วนใหญ่ที่เลือกใช้ธีมสีขาว-เขียวคือคู่ที่ฝันอยากจะจัดงานแต่งงานแบบเอ้าท์ดอร์ แต่ด้วยข้อจำกัดเรื่องภูมิอากาศของบ้านเรา การยกสวนมาไว้ในโรงแรมใหญ่จึงเป็นทางออกที่ตอบโจทย์และได้รับการตอบรับได้ดีที่สุด แถมการเลือกสีเขียวมาใช้นั้นก็สามารถเลือกได้หลายเฉดตามลักษณะของสีใบไม้นับพันๆ หมื่นๆ ชนิดที่มีในบ้านเรา ดังนั้นการตกแต่งงานด้วยโทนขาว-เขียวจึงไม่ได้มีแค่เพียงสองสี หากแต่เต็มไปด้วยเฉดสีมากมาย

White-Cream White

การใช้สีขาว-ครีมนั้นจะให้ความรู้สึกอ่อนโยน เหมาะสุดๆ กับอารมณ์รักสุดโรแมนติกและเพลงหวานๆ ในค่ำคืนแต่งงาน อย่างไรก็ตามการใช้สีครีมมีข้อควรระวังคือ ถ้าเลือกโทนสีอ่อนมากเกินไปก็อาจดูกลืนไปกับสีขาว เพราะฉะนั้นคู่บ่าวสาวอาจจะผสมสีส้มโอลด์โรส สีทอง หรือสีแชมเปญ (ในสัดส่วนประมาณ 10-15 เปอร์เซ็นต์) ลงไปในสีขาว-ครีม เพื่อเพิ่มความหรูหราอลังการ แต่ยังคงธีมสีขาว-ครีมได้อย่างที่ใจต้องการ

“ถ้ากลัวว่าสีจะกลืนกันจนแยกไม่ออก ลองนำสีทองมาแต้ม รับรองได้ว่างานจะไม่ดูจืดชืดแน่นอน”

Glittering Silver

อีกหนึ่งธีมงานที่ว่าที่บ่าวสาวบางคู่ยังคงกล้าๆ กลัวๆ ที่จะหยิบมาใช้ เพราะถ้าไม่เจ๋งจริงงานจะดูเวอร์วังอลังการจนออกเป็นงานลิเกแทนที่จะเป็นงานแต่ง ซึ่งเทคนิคการจัดธีมนี้ให้ออกมาดูดีคือ ควรเลือกจับคู่สีเงินกับโทนสีที่ช่วยเสริมให้สีเงินดูเด่นขึ้น และควรเกลี่ยสัดส่วนให้ดูกลมกลืนกัน โดยให้สีใดสีหนึ่งมีเปอร์เซ็นต์มากกว่าอีกสี จากนั้นเสริมด้วยสีทองและพร็อปส์ตกแต่งที่เน้นความแวววาว ไม่ว่าจะเป็นคริสตัล แก้ว เครื่องเงิน หรือไฟหยดน้ำ เพื่อเพิ่มความหรูหราให้งานดูทันสมัยและโก้มากขึ้น

“นำพร็อปส์ตกแต่งที่มีความแวววาววิบวับมาเพิ่มความหรูหราให้กับงาน”

Warm Colour

โทนสีร้อนที่บ่าวสาวหลายคู่มองว่าให้ความรู้สึกร้อนแรงและยากที่จะจับมาสร้างความสวยงามแตกต่างให้กับงานแต่งงานได้ กลับมีข้อดีที่หลายคนอาจไม่รู้มาก่อนคือ สีโทนร้อนสามารถจับคู่ได้กับทั้งสีขาวและสีดำ ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้จะให้อารมณ์ที่แตกต่างกัน เช่น หากจับคู่สีโทนร้อนอย่างสีเหลือง และส้มกับสีขาว ก็จะให้ความรู้สึกสว่างไสว ร่าเริง และสนุกสนาน แต่ถ้าหากจับคู่กับสีดำก็จะยิ่งขับสีสันให้โดดเด่นสะดุดตามากขึ้น

ภาพ pinterest.com

อ่านบทความเพิ่มเติม

https://praewwedding.com/planning/109019

https://praewwedding.com/planning/101019

https://praewwedding.com/planning/advice-and-ideas/100403

ลิปจิ้มจุ่ม

คัด 6 ลิปจิ้มจุ่มแบรนด์ดัง คละเนื้อสัมผัสที่ต้องลอง รับรองสีสวยชัดเหมือนลิปแท่ง

#PraewIconicBeauty2020 #IconicBeautySelected รอบนี้ขอคัดลิปจิ้มจุ่ม แต่คละหลากเนื้อสัมผัสมาให้ลองจุ่มทากัน

เพราะในวันเร่งรีบของสาวๆ แค่หยิบเสื้อผ้ามาแมตช์ก็เหมือนจะหมดเวลาแล้ว แต่จะให้เปลือยหน้าไปทำงานก็ใช่ที่ ฉะนั้นมันต้องมีบิวตี้ไอเท็มช่วยย่นเวลาแบบลิปจิ้มจุ่ม ที่มีข้อดีคือใช้ได้ทั้งแก้มและปาก สองคุณประโยชน์แบบนี้มีหรือที่จะไม่แนะนำให้สาวๆ ได้รู้จัก

แล้วยิ่งในสถานการณ์แบบนี้ที่ต้องใส่หน้ากากอนามัยตลอด แน่นอนว่าสาวๆ ต้องเจอลิปเลอะติดแมสกันแน่ๆ แต่ลิปแบบเนื้อน้ำสามารถลงลึกเข้าไปเติมเต็มบนร่องปากจนทำให้ดูเรียบเนียนและติดทนได้มากเป็นพิเศษ และเมื่อเซ็ตตัวแล้วก็จะไม่หลุดลอก ซึ่งบางคนอาจคิดว่าลิควิดลิปสติกมีแต่เนื้อแมตต์ แห้งสนิทจนไม่สบายปาก บอกเลยว่าไม่จริงนะจ๊ะ เดี๋ยวนี้ฮิตจนมีออกมาหลากหลายเนื้อสัมผัส จะสาย ฝ.หรือสายเกา ก็ทาได้สวยอิ่มติดทน และไม่ว่าจะใช้สีไหน ขอแค่ทาแล้วมั่นใจก็พอ พร้อมป่าวประกาศไปเลยว่า Kiss Me I’m DELICIOUS สีที่ใช่ยังไงก็น่าจุ๊บนะคะซิสเชื่อ พริมพี่_แพรวนิสต้า สิคะ xoxo

 

ลิปจิ้มจุ่ม
DIOR Addict Lip Tattoo สีใหม่ 571

DIOR Addict Lip Tattoo (1,390 บาท)

ลิปแทททูเนื้อเบาบาง แต่สีชัดพิกเม้นต์แน่นมากบอกเลย ใครที่ชอบทาลิปแบบลิควิดเนื้อแมตต์ แต่รู้สึกแห้งลอกเกินไป ต้องลองแท่งนี้ เพราะเนื้อเบาสบายผิวปาก เป็นการซึมแบบน้ำหมึก แต่ได้ลุคแมตต์เช่นกัน ยิ่งใครที่เป็นสาวสายเกา แท่งนี้สามารถทาเป็นทินต์ได้ด้วย แอบกระซิบว่าช่วงนี้คลอดสีใหม่ออกมาเบอร์ 571 ซึ่งเป็นสีลิมิเต็ดนะจ๊ะ อยากได้สอยด่วน

 

ลิปจิ้มจุ่ม
NARS Oil Infused Lip Tint

NARS Oil Infused Lip Tint (1,100 บาท)

นาร์ส ออกัสซั่ม รุ่นนี้ออกอะไรมาก็เปรี้ยงปร้างเป็นตำนานที่ต้องสอยตลอด สำหรับลิปทินต์แท่งนี้เป็นสูตรน้ำมันบางเบาที่หลอมรวมความชุ่มชื่นลงผิวปากผ่านการคลี่ตัวเคลือบผิว Orgasm X สีส้มปะการังโทนเข้มเนื้อโปร่งแสงเงางามเจืออณูมุกทองทอประกายระยิบระยับ เฉดใหม่นี้มีจำนวนจำกัดนะจะบอกให้ นอกจากโมเลกุลดูดซับน้ำ ยังมีส่วนผสมแอนตี้อ๊อกซิแดนท์ มาช่วยถนอมผิวริมฝีปากให้อวบอิ่มแบบดับเบิ้ลไปอีก แล้วจะไม่สอยได้ไง ทนไหวหรือ??

 

ลิปจิ้มจุ่ม
YSL Tatouage Couture Velvet Cream Rouge Tatouage

YSL Tatouage Couture Velvet Cream Rouge Tatouage (1,550 บาท)

ลิปจิ้มจุ่มของ YSL เนี่ยขึ้นชื่อลือชาเรื่องการติดทนมากๆ เถียงไม่ได้จริงๆ นอกจากสีสวยแล้ว ลองทากี่ครั้งก็ติดทนติดได้ติดดี แถมเนื้อไม่แห้งลอกด้วย เนื้อสัมผัสจะนุ่มราวกับครีมและเนียนเหมือนกำมะหยี่ เรียกได้ว่าเบาสบายปาก ตรงแปรงหัวฟองน้ำหุ้มกำมะหยี่ขนยาวรุ่นใหม่นี้มีความกว้างมากขึ้น ทำให้มีพื้นที่หน้าสัมผัสใหญ่ขึ้น ใช้ให้การเกลี่ยลงบนปากง่ายขึ้น ฝาสีดำด้านผิวสัมผัสแบบกำมะหยี่ที่ทั้งเก๋และเรียบหรูทำให้ดูโดดเด่นไม่น้อยเลย

 

ลิปจิ้มจุ่ม
3CE Velvet Lip Tint

3CE Velvet Lip Tint (ุ650 บาท)

สาวๆ นันดาแทบจะมูฟออฟไปใช้แท่งอื่นไม่ได้เลย ถ้าได้ลองลิปจิ้มจุ่มของ 3CE คุณพระมากๆ ทาแล้วนุ่มละมุนของจริงต้องแท่งนี้เลย เป็นสุดยอดนวัตกรรมใหม่ที่นำน้ำมันมาเป็นส่วนประกอบหลัก ให้ลิปติดทนสุดๆ ตัวเนื้อสัมผัสจะละมุนคล้ายกับเนื้อไอศกรีมซอร์เบ แต่เมื่อทาลงบนริมฝีปากแล้ว จะแห้งและแมตต์ราวกับผ้ากัมมะหยี่ และความลับที่ทำให้ลิปของ 3CE เป็นที่นิยมนั้น มาจากเฉดสีที่ยูนีคแต่สามารถใช้ได้จริง เพราะทุกเฉดสีได้ผ่านการพัฒนาเพื่อเอาใจสาวสายเกาโดยเฉพาะ เนื้อลิปมีความแน่นแต่ยังคงความอ่อนละมุนด้วยสีโทนแดง ส้ม และชมพูระเรื่อที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสีกลีบดอกไม้ ช่วยให้ริมฝีปากของสาวสายเกานี้โดดเด่นจนต้องมีคนแอบอิจฉาอย่างแน่นอน

 

ลิปจิ้มจุ่ม
MAC COSMETICS Retro Matte Liquid Lip Colour

MAC COSMETICS Retro Matte Liquid Lip Colour (1,100 บาท)

แท่งนี้ก็เป็น Must Have ไอเท็มทีเด็ดของสาวๆ หลายคนเลย ลิควิดลิปสติกเนื้อแน่นนุ่มลื่นฟินิชแมตต์เนียนแนบไปกับริมฝีปากเลย ถึงเนื้อจะแมตต์ไปหน่อย แต่เฟิร์มเลยว่าติดทนดีนักแล ไม่ตกร่อง ไม่แห้งแบบเกาะปากจนน่ารำคาญ และต้องยอมรับว่าลิปแมคนั้นสีสวยมากกกกกกกกกค่ะ เม็ดสีแน่นแบบเลิฟมาก แต่ถ้าสาวๆ คนไหนที่ปากแห้งมากๆ แนะนำว่าควรหมั่นบำรุงริมฝีปากนะคะ ถ้ารักจะทาเนื้อแมตต์!!

 

ลิปจิ้มจุ่ม
GIORGIO ARMANI Lip Maestro Velvet Matte, Natural Tones

GIORGIO ARMANI Lip Maestro Velvet Matte, Natural Tones (1,450 บาท)

โทนสีธรรมชาติของลิปแท่งยาวเนื้อแมตต์ละมุนละไมดุจกำมะหยี่ในตำนานของตระกูล Maestro นี้ ครอบคุลุมตั้งแต่สีเบจอมสีทรายและสีชมพูอมน้ำตาล ไปจนถึงสีแดงสนิมและสีม่วงพลัมเข้ม สูตรผสมนี้ฉีกแนวของ Lip Maestro ซึ่งถือกำเนิดขึ้นหลังเวที Backstage ให้ฟินิชที่แมตต์ถึงขีดสุด แต่สีลิปสวยชัด บลิ้งค์เตะตาด้วยเทคโนโลยีแบ็คไลต์เลยล่ะ สาวๆ คนไหนเป็นสาวกแบรนด์นี้ต้องลอง


เรื่อง : Primphy_praewnista

 

 

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

หวานอมเปรี้ยวสไตล์ลูกคุณ 5 บลัชออนสีพีช ผิวโกลว์สวยดูบ่มแดด

เปิดลิสต์ 8 ไอเท็ม บำรุงผิวรอบดวงตา อาวุธลับช่วยให้ดวงตาที่เหนื่อยล้าดูมีชีวิตชีวา

ฉีดวนได้ทั้งวัน! ลิสต์ 6 มิสต์สเปรย์ บูสต์ผิวสวยด่วน ล็อคผิวชุ่มชื้นดูอิ่มน้ำ

บ๊ายบาย..จุดด่างดำ! รวม 8 เซรั่มปรับผิวสวย ดูคลีนกระจ่างใส ไร้รอยดำตัวป่วน

 

 

 

คุณแพร-วทานิกา ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา ผู้สืบสายราชสกุลมาแต่ พระองค์เจ้าชายบัว

แม้ลุคของ คุณแพร-วทานิกา ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา จะดูเป็นสาวอินเตอร์ สวยแซ่บยิ่งกว่าพริก 10 เม็ด แต่จริงๆ แล้วเธอมีความเป็นสาวไทยแท้ สืบสายเลือดมาแต่ราชสกุลกรมพระราชวังบวรสถานมงคล “พระเจ้าราชวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าชายบัว”

สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท พระราชบิดาของ พระองค์เจ้าชายบัว ต้นสกุล ปัทมสิงห์

หลายคนอาจจะไม่เคยรู้มาก่อนว่านามสกุลของ คุณแพร-วทานิกา ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา นั้นเป็นหนึ่งในราชสกุลที่เก่าแก่ของไทย โดยอินสตาแกรม @thai.25xx ได้เล่าว่า

ราชสกุล “ปัทมสิงห” (ในราชกิจจานุเบกษาเขียนไว้ไม่มีไม้ทัณฑฆาต) เป็นราชสกุลพระเจ้าวรวงศ์เธอ ชั้น ๑ ที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ร.๖ พระราชทานให้ ผู้สืบราชสกุลใน “พระเจ้าราชวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าชายบัว”

พระองค์เจ้าชายบัว นั้นเป็นโอรสใน “สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท” (วังหน้า) เป็นพระราชอนุชา (น้องชาย) ร่วมพระราชชนกชนนี(พ่อแม่) กับ (ร.๑) เจ้าจอมมารดาชื่อ “เจ้าจอมมารดาศรี” พระองค์เจ้าชายบัวสิ้นพระชนม์ในรัชกาลที่ ๓

โดยคำว่า ปัทมสิงห์ มาจาก ปัทม แปลว่าดอกบัว ซึ่งก็คือพระนามของพระองค์เจ้าชายบัว และคำว่า สิงห มาจากคำว่า สุรสิงหนาท นามของ สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท นั่นเอง

คุณแพร-วทานิกา

คุณแพร-วทานิกา

คุณแพร-วทานิกา
คุณแพร และ คุณพิณทิพา เทวกุล
คุณแพร-วทานิกา
คุณแพร และ คุณเพ็บ-นัยน์ชนก ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา

สำหรับ คุณแพร วทานิกา ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา เป็นธิดาคนโตจากทั้งหมดสามคนของ คุณนภดนัย ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา กับ คุณพิณทิพา เทวกุล (สกุลเดิม จาตุรจินดา) เป็นหลานย่าของ คุณจันทนา โอบายวาทย์ นักร้องวงสุนทราภรณ์ และเป็นหลานยายของหม่อมหลวงเทพิน เทวกุล

ในวัยเด็กคุณแพรเรียนที่โรงเรียนมาแตร์เดอีวิทยาลัย และได้ไปเรียนต่อพื้นฐานทางด้านโดยรับวุฒิอนุปริญญาศิลปะและการออกแบบ Diploma in Art & Designs จาก Central Saint Martins ที่ลอนดอนเป็นเวลา 1 ปี และศึกษาระดับปริญญาตรีสาขาเสื้อผ้าสตรี ที่ (London College of Fashion ก่อนเรียนจบ 6 เดือนเธอได้ย้ายไปเรียนสาขาการออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ (Product Design and Development) แทน

ภายหลังจากจบการศึกษา คุณแพรได้กลับมาประเทศไทย และทำแบรนด์เสื้อผ้าเป็นของตัวเองโดยใช้ชื่อจริงของเธอคือ VATANIKA ซึ่งคอลเล็คชั่นแรกคือ  Autumn/Winter 2011 วทานิกา เรียกได้เป็นแบรนด์แฟชั่นที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากทั่งในไทย และ ต่างประเทศ

นอกจากแบรนด์เสื้อผ้าที่คุณแพรตั้งใจทำแล้ว เธอยังได้เปิดช่องยูทูปที่ชื่อว่า Vatanika ซึ่งรายการที่โด่งดังเป็นพลุแตกจนเกิดวลีต่างๆ มากมาย ดั่งเช่น สาจ๋า ก็คือ THIS IS ME VATANIKA โดยปัจจุบันดำเนินรายการมาถึงซีซั่น 2 แล้ว ทั้งนี้คุณแพรยังมีผลงานในวงการบันเทิงมาให้เห็นกันบ่อยครั้งอีกด้วยไม่ว่าจะเป็นงานถ่ายแบบ ถ่ายโฆษณา เป็นต้น


ข้อมูล : @thai.25xx, wikipedia, กลุ่มเผยแพร่ฯ กรมศิลปากร

อีมินโฮ

ของขวัญเยอะท่วมบ้าน แฟนคลับมอบแบรนด์เนมหรูฉลองวันเกิด อีมินโฮ

ไม่ใช่แค่ความนิยมที่เพิ่มขึ้น แต่ของขวัญวันเกิดก็เยอะขึ้นทุกปีเลย สำหรับพระเอกหนุ่มเกาหลีขวัญใจสาวๆ อีมินโฮ (Lee Min Ho) โดยล่าสุดนักแสดงหนุ่มได้เปิดเผยภาพกล่องของขวัญเยอะท่วมบ้านออกมาให้ได้ชมกัน

เพิ่งครบรอบวันเกิด 33 ปี ไปหมาดๆ สำหรับหนุ่มเกาหลีขวัญใจสาวๆ อีมินโฮ (Lee Min Ho)  พระเอกจากซีรีส์ “The King: Eternal Monarch” โดยเมื่อช่วงกลางดึกของวันที่ 22 มิถุนายนที่ผ่านมา นักแสดงหนุ่มได้โพสต์ภาพของขวัญที่มีเยอะจนเต็มห้องนั่งเล่น ซึ่งเหล่าแฟนคลับทั่วโลกส่งมาให้เป็นของขวัญเกิด มีเค้กเป็นสิบก้อน ดอกไม้อีกนับไม่ถ้วน รวมถึงยังมีการจัดแบรนด์เนมสุดหรูแบบหรูชุดใหญ่ไฟกระพริบมามอบให้นักแสดงหนุ่มทั้ง Givenchy รวมถึงแบรนด์ที่ราคาแพงหูฉี่อย่าง Hermes ด้วย

อีมินโฮ

ผู้คนที่ได้เห็นภาพนี้ได้มีการแสดงความคิดเห็นที่สอดคล้องไปในทางเดียวกันว่า เป็นโปรเจ็กต์ของขวัญวันเกิดที่อลังการมาก @takuro_ooohi”คือมันแบบยิ่งใหญ่อลังการมากแม่”, @tarn_missblur “ฉันอยากสิงห้องอีมินโฮ ของขวัญวันเกิดเยอะขนาดนี้”, @ppwachira8867″โอ้โห ของขวัญวันเกิดของอีมินโฮ คือชีวิตนี้ไม่ต้องซื้ออะไรแล้ว”, @BsweetNsoft “เห็นอีมินโฮลงรูปได้ของขวัญวันเกิดจากแฟนคลับ เค้กก็เป็นสิบก้อนละ ดอกไม้อีกเป็นร้อย นี่คือสาเหตุที่ดาราต้องซื้อบ้านใหญ่ๆ”

View this post on Instagram

내년엔 기필코 저 촛불을 끄겠어

A post shared by 이민호 leeminho (@actorleeminho) on

และนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่แฟนคลับได้ทุ่มเพื่อศิลปินหนุ่มขวัญใจ ที่ผ่านมามินโฮได้รับความรักและของขวัญเพิ่มขึ้นทุกปีจากแฟนคลับทั่วโลก ซึ่งนั่นแสดงให้เห็นถึงความนิยมในตัวหนุ่มคนนี้ ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่นั้นเขาก็ยังเป็นที่รักเสมอ

อีมินโฮ


สามารถติดตามอ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติมได้ที่นี่

ย้อนดูฉาก Kiss Scene ในตำนานของ อีมินโฮ พระเอกจูบสมจริง

แม่จีนทุ่มไม่อั้น! แกะกล่องของขวัญวันเกิด ลิซ่า BLACKPINK หรูหราระดับไฮเอนด์

4 เรื่องน่าสนใจผลงานซีรีส์ใหม่ อีมินโฮ The King : Eternal Monarch

แผนการย้ายมาแอลเอ! นักเขียนชื่อดัง เผย “เมแกน” อยากลงสมัคร ปธน.สหรัฐฯ

เลดี้ โคลิน แคมป์เบล นักเขียนชื่อดังชาวอังกฤษ คอลัมนิสต์แห่งแท็บลอยด์ Daily Mail ออกมาเผยว่า เมแกน มาร์เคิล ดัชเชสแห่งซัสเซกส์ กำลังมีแผนที่จะลงสมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ !!

เมแกน มาร์เคิล

ดูเหมือนการประกาศออกจากการเป็นสมาชิกราชวงศ์ชั้นสูงของ ดยุกและดัชเชสแห่งซัสเซกส์นั้น อาจมีนัยยะแฝงที่มากกว่าการเป็นอิสระทางการเงิน และการใช้ชีวิตแบบสามัญชนคนธรรมดา เพราะล่าสุดนั้นมีการเปิดเผยจากนักเขียนชื่อดังชาวอังกฤษ เลดี้ โคลิน แคมป์เบล โดยเธออ้างว่า

เมแกน มาร์เคิล กำลังมีแผนที่จะลงสมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ การย้ายรกรากมาตั้งอยู่ที่ ลอสแองเจลิส สหรัฐอเมริกา เป็นส่วนหนึ่งของการวางแผนเข้าสู่แวดวงการเมือง โดยเธอกล่าวว่า

“ ฉันรู้ว่าดัชเชสแห่งซัสเซกซ์มีความทะเยอทะยานทางการเมือง และในวันหนึ่งฉันได้รับแจ้งว่าเธอต้องการลงสมัครรับตำแหน่งประธานาธิบดี” เลดี้ โคลิน บอกกับ Daily Mail นอกจากนี้เธอยังกล่าวเสริมว่า การละทิ้งราชวงศ์ และย้ายกลับไปแคลิฟอร์เนียเป็นส่วนหนึ่งของแผนการ ซึ่งเมแกนได้พาเจ้าชายแฮร์รี่ไปด้วย

เลดี้ โคลิน เรียกได้ว่าเป็นนักเขียนมือฉมัง การเขียนหนังสือของเธอแต่ละครั้งทำเอาสะเทือนไปทั้งวงการ โดยเฉพาะหนังสือ “Diana in Private : The Princess Nobody Knows” ในปี 1992 ที่ขายดีเป็นเทน้ำเทท่า ติดอันดับหนังสือขายดีของ New York Times

เมแกน มาร์เคิล

แน่นอนว่าเรื่องราวที่ผู้อ่านหลายคนทั่วโลก อยากจะรู้เพราะ เลดี้ โคลิน นั้นอินไซด์เหลือเกิน ซึ่งผลงานใหม่ล่าสุดของเธอที่กำลังจะวางแผงเร็วๆ นี้แล้วคือ “Meghan and Harry: The Real Story” เรื่องราวที่แท้ทรูของ ดยุกและดัชเชสแห่งซัสเซกส์ ซึ่งการเกริ่นเรื่องที่เมแกนมีแผนว่าจะลงสมัครชิงเก้าอี้ในทำเนียบขาวนั้นเป็นแค่ส่วนหนึ่งในหนังสือเล่มนี้

ทั้งนี้ เลดี้ โคลิน ยังได้พูดถึงว่า เมแกนกลายเป็นประเด็นร้อนแรงของการสนทนาในงานเลี้ยงอาหารค่ำที่บ้านของเธอ ณ Castle Goring Worthing ใน West Sussex โดยเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหลังจากปาร์ตี้ในสวนวันคล้ายวันประสูติครบรอบ 70 ปีของ เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์

เมื่อเลดี้ โคลินได้เรียกให้ทุกคนมาถ่ายรูปหมู่รวมกัน และเมื่อถ่ายเสร็จ เมแกนก็รีบขอตัวกลับก่อนทันที ซึ่งปฏิกิริยาของเธอเห็นได้ชัดว่า “เบื่อมาก”

ทั้งนี้ยังมีเทปที่บันทึกการสนทนาทั้งหมดในบรรยากาศวันหมั้น ของเจ้าชายแฮร์รี่ และ เมแกน มาร์เคิล ซึ่งเลดี้ โคลิน กล่าวว่าหากพวกคุณได้ฟังเรื่องราวในวันทั้งหมด ก็จะรู้ว่าราชวงศ์ปฏิบัติอย่างดีกับเธอมากแค่ไหน และรอแทบจะไม่ไหวที่จะได้ต้อนรับเมแกนมาเป็นหนึ่งในสมาชิกที่จะได้มาทำงานร่วมกัน  ซึ่งเมแกนเองก็ดูกระตือรือร้น และสัญญาอย่างเป็นมั่นเป็นเหมาะที่จะทำงาน

แต่สุดท้ายมันก็ไม่ได้ผล เพราะดัชเชสแห่งซัสเซกส์ไม่ได้ปรับตัว หรือเปลี่ยนแปลงตัวเองอย่างใด เธอยังคงเป็นตัวของตัวเอง และในเมื่อทุกอย่างมันไม่ใช่ ความคิดของเธอมีอยู่อย่างเดียวคือ การออกจากราชวงศ์ และกลับไปในที่ของตัวเอง

เมแกน มาร์เคิล

ความแซ่บของหนังสือเล่มนี้ยังไม่หมดเพียงแค่นี้ ยังมีเรื่องราวกรุบๆ ที่ได้ถูกตัดมาจาก “Meghan and Harry: The Real Story” ตัวอย่างเช่น “ชีวิตทั้งหมดของเมแกนเป็นการแสดง” บุคคลนี้ไม่เหมาะกับชีวิตราชวงศ์

“เธอจองหองพองขน ทำตัวเกินสิทธิ์ที่ควรจะได้ เนื่องจากเธอต้องการโดดเด่นตลอดเวลา และมักจะชอบพูดเรื่องเกินจริง” ขณะเดียวกัน เลดี้ โคลิน ยังตั้งข้อสังเกตว่า เจ้าชายแฮร์รี่อาจจะได้รับคำแนะนำที่ดูยั่วยุมากจนเกินไปจากพระชายา

ถึงอย่างนั้นก็ตาม ผู้คนจำนวนมากต่างก็หวังว่าเมแกนจะประสบความสำเร็จในฐานะเป็นส่วนหนึ่งของราชวงศ์ แต่ทว่าเมื่อมันไม่ใช่ ถึงดิ้นรนต่อไป ก็ไม่มีวันใช่


ข้อมูล : www.express.co.uk

 

 

 

ซานิ

เครื่องหน้าใหม่หมอให้มา! “ซานิ นิภาภรณ์” สวยพุ่งทุกองศา หุ่นก็เอวเอสเผ็ชเว่อร์

เครื่องหน้าใหม่หมอให้มา! “ซานิ นิภาภรณ์” สวยเป๊ะปังทุกองศา หุ่นก็เอวเอสเผ็ชเว่อร์

เป็นอีกหนึ่งสาวสวยที่ทางเราก็ติดตามผลงานมาตลอด และเดี๋ยวนี้ยิ่งมาทำช่องของตัวเอง ก็สนุกและดูเพลินมาก พูดอะไรก็เรียกเสียงฮาได้ตลอด ถือเป็นสาวอารมณ์ดีนักเอ็นเตอร์เทนตัวแม่ก็ว่าได้สำหรับ ซานิ – นิภาภรณ์ ฐิติธนการ หรือ ซานิ AF6 นักร้องเสียงดี ที่ตอนนี้พัฒนาการความสวยไปไกลมาก เพราะสมัยประกวดเข้าวงการใหม่ๆ ลุคยังดูห้าวๆ อยู่เลย

ปัจจุบันต้องยอมรับว่าซานิสวยเครื่องหน้าเป๊ะปังทุกองศา แถมรูปร่างก็ดีมาก หุ่นเพรียวบาง เอวคอดสุดๆ ซึ่งใบหน้าที่สวยขึ้นนั้น ซานิก็ไม่เคยปิดบังนะ เธอก็ยอมรับว่าผ่านมีดหมอมาจริง เพราะเธอบอกว่าทำหน้ามาต้องให้คนทัก ถ้าคนไม่ทักอย่าทำ ยิ่งล่าสุดเธอโพสต์ภาพลงอินสตาแกรมแบบรัวๆ เพื่อโปรโมทแบรนด์เสื้อผ้าของตัวเอง แต่ละลุคก็สวยกินขาด ก็ทำเอาเหล่าแฟนคลับเข้ามาทักถึงลุคที่ดูสวยเปลี่ยนไปเป็นจำนวนมาก

และนอกจากเรื่องที่ถูกทักเรื่องใบหน้าที่ดูหวานสวยละมุนขึ้น หลายคนก็ถามเรื่องเคล็ดลับการดูแลรูปร่างที่ดูผอมลงมากๆ ด้วย ซึ่งเธอก็เลยได้ตอบคำถามรวมๆ จากที่ทุกคนถามไถ่เข้ามาผ่านช่องยูทูป ZANI official ชื่อตอน ถ่ายไปเรื่อย ep.2 / หน้านี้กี่ล้าน!!!!! ซึ่งเป็นช่องของเธอเอง แถมยังแซวตัวเองด้วยว่าใครที่ถามเข้ามาว่าเธอศัลยกรรมอะไรบ้าง บอกเลยว่าเธอไม่ได้ทำนะ แต่คุณหมอเป็นคนทำให้ต่างหาก ส่วนจมูกแก้รอบนี้ครั้งที่ 3 และจุดที่ไม่ได้ทำอย่างเดียวก็คือ หู!!! เท่านั้นแหละ แซ่บจริงๆ ผู้หญิงคนนี้ ส่วนใครอยากฟังดีเทลเต็มๆ คลิปด้านล่างนี้ได้เลยค่ะ

 

 

 

 

 

 

ซานิ ซานิ ซานิ ซานิ ซานิ ซานิ ซานิ ซานิ ซานิ ซานิ ซานิ ซานิ ซานิ


ภาพ IG : zanizina

 

 

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ท็อป 3 สาวไอดอล ที่นิยมนำมาเป็นต้นแบบศัลยกรรมในเกาหลีใต้มากที่สุด

สวยมากจนต้องโฟกัส! เปิดเคล็ดลับดูแลผิว “ซอเยจี” นางเอกคนใหม่ของคิมซูฮยอน

10 นักแสดงหญิงเกาหลีใต้ที่เกิดช่วง 70s / 80s แต่สวยและดูเด็กกว่าอายุจริงมาก