‘ช้อปปี้’ จับมือ ‘ลอรีอัล ประเทศไทย’ จัด 'Star Search Competition'

‘ช้อปปี้’ จับมือ ‘ลอรีอัล’ เฟ้นหาดาวเด่นนักไลฟ์สตรีมดวงใหม่ประดับวงการบิวตี้เมืองไทย

‘ช้อปปี้’ จับมือ ‘ลอรีอัล ประเทศไทย’ จัด ‘Star Search Competition’ เฟ้นหาดาวเด่นนักไลฟ์สตรีมดวงใหม่ประดับวงการบิวตี้เมืองไทย ถือเป็นโอกาสแจ้งเกิดเป็นสุดยอดนักไลฟ์บนช้อปปี้แพลตฟอร์ม พร้อมชิงรางวัลเงินสด 1 แสนบาท

‘ช้อปปี้’ ผู้นำแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และไต้หวัน ร่วมกับ ‘ลอรีอัล ประเทศไทย’ บริษัทความงามอันดับ 1 ของโลก ประกาศเปิดตัว ‘Star Search Competition’ กิจกรรมการประกวดเฟ้นหานักไลฟ์สตรีมหน้าใหม่ ลุ้นร่วมเอ็กซ์คลูซีฟเวิร์คช็อป พร้อมรับรางวัลเงินสดและเซ็นสัญญาร่วมงานกับแบรนด์ในเครือลอรีอัล ประเทศไทย

‘Star Search Competition’  เปิดโอกาสให้ชาวไทยทุกเพศ อายุตั้งแต่ 16 ปี มาโชว์ความสามารถในการไลฟ์สตรีมเพื่อนำเสนอคอนเท้นต์สุดสร้างสรรค์ให้กับผลิตภัณฑ์และแคมเปญต่างๆ ของแบรนด์ในบริษัท     ลอรีอัล ประเทศไทย ผ่านฟีเจอร์ ‘Shopee Live’ โดยผู้ที่ผ่านการคัดเลือกจะได้เข้าร่วมเอ็กซ์คลูซีฟเวิร์คช็อปกับแบรนด์ต่างๆ เช่น L’Oreal Paris, Garnier, Maybelline New York, Biotherm และ IT Cosmetics รวมถึงผู้เชี่ยวชาญด้านไลฟ์สตรีมจากช้อปปี้ และยังได้เซ็นสัญญาร่วมงานกับแบรนด์ในเครือลอรีอัล ประเทศไทย พร้อมรับรางวัลเงินสดรวมมูลค่า 100,000 บาท สามารถสมัครได้ตั้้งแต่วันนี้ – 18 กรกฏาคมนี้

อินเนส คาลไดรา กรรมการผู้จัดการ บริษัท ลอรีอัล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ลอรีอัล มีวิสัยทัศน์ในการสร้างสรรค์ความงามที่ขับเคลื่อนโลก เรามุ่งนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพสำหรับผู้บริโภคทุกกลุ่มเพื่อตอบสนองความต้องการด้านความงามทุกรูปแบบ เรายังเป็นหนึ่งในด้าน Beauty Tech ที่นำเสนอนวัตกรรมเทคโนโลยีเพื่อเสริมประสบการณ์และเชื่อมต่อกับผู้บริโภคในโลกดิจิทัล โดยกิจกรรม ‘Star Search Competition’ จะเปิดโอกาสให้กลุ่มผู้บริโภคโดยเฉพาะในกลุ่มชอบแสดงออกทางออนไลน์ ได้มีพื้นที่แสดงศักยภาพในการคิดคอนเท้นท์ นำเสนอความเป็นตนเอง และสร้างอนาคตในเส้นทางของ Livestreamer ผ่านช่องทาง Shopee Live ซึ่งจะช่วยผลักดันช่องทางอีคอมเมิร์ซ  พร้อมทั้งการสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าที่ชื่นชอบการช้อปปิ้งผ่านช่องทางไลฟ์สตรีมได้เป็นอย่างดี”

สุชญา ปาลีวงศ์ ผู้จ้ดการอาวุโส ฝ่ายการตลาด ช้อปปี้ (ประเทศไทย) กล่าวว่า “ช้อปปี้ในฐานะผู้นำ แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซผู้ริเริ่มนำเสนอ Shopee Live ฟีเจอร์ของโลกยุคใหม่ที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการในการสร้างปฏิสัมพันธ์และความบันเทิงระหว่างแบรนด์และผู้ใช้งานผ่านการนำเสนอเนื้อหาที่หลากหลายและสดใหม่ เรายังคงเดินหน้าสานต่อความมุ่งมั่นในการยกระดับความบันเทิงทางออนไลน์ในการพัฒนาให้ฟีเจอร์ Shopee Live เติบโตและสามารถสร้างประสบการณ์รูปแบบใหม่ๆ ตอกย้ำการเป็นตัวจริงของ Live Commerce เทรนด์ตลาดยุคใหม่ จึงได้ร่วมกับ ลอรีอัล ประเทศไทย ในการจัดการประกวด ‘Star Search Competition’ ครั้งแรกในประเทศไทย เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่บริษัทความงามระดับโลกอย่างลอรีอัล ประเทศไทย ร่วมมือกับช้อปปี้ ในการสร้างสรรค์แคมเปญที่เปิดพื้นที่ส่งเสริมความสามารถและความกล้าแสดงออกของคนไทยให้ได้เปล่งประกายในสไตล์ของตัวเองเพื่อโอกาสทางอาชีพสู่การเป็นสุดยอดนักไลฟ์มืออาชีพ และสร้างสีสันให้วงการอีคอมเมิร์ซสนุกสนานกว่าที่เคย”

กิจกรรมสุดพิเศษนี้ นับว่าเป็นครั้งแรกที่ผู้เข้าร่วมจะได้รับความรู้ด้านผลิตภัณฑ์จากแบรนด์ชั้นนำของลอรีอัลโดยตรง เช่น L’Oreal Paris, Garnier, Maybelline New York, Biotherm และ IT Cosmetics และยังจะได้เคล็ดลับในการขายของผ่านช่องทางไลฟ์สตรีมกับกูรูตัวจริง ที่ทางลอรีอัลและช้อปปี้ได้จัดเตรียมในเวิร์คช็อป พร้อมเรียนรู้การไลฟ์สตรีมให้มีคุณภาพ ดึงดูดผู้ชม สร้างทั้งยอดวิวและยอดติดตาม และเทคนิคในการสร้างยอดขายสุด Exclusive ที่นี่ที่เดียวเท่านั้น!

เปิดเส้นทางสู่ฝันดาวไลฟ์สตรีม เตรียมตัวให้พร้อม ซ้อมพูดให้ดีแล้วรีบมาสมัครกันเลย!

มาปลดล็อคศักยภาพที่ซ่อนอยู่ในตัวเองและร่วมสนุกกับกิจกรรมสุดท้าทาย ‘Star Search Competition’ เพื่อต่อยอดไปสู่บันไดขั้นสำคัญของชีวิตพร้อมชิงรางวัลพิเศษมากมาย ไม่ว่าจะเป็น การเซ็นสัญญาทำงานร่วมกับ 5 แบรนด์ชั้นนำระดับโลกในเครือลอรีอัล ในฐานะพิธีกรไลฟ์สตรีมผ่านช่องทาง Shopee Live เป็นระยะเวลา 6 เดือน รางวัลเงินสดมูลค่ารวม 100,000 บาท ผู้ที่สนใจสามารถสมัครได้ตั้งแต่วันนี้ – 18 กรกฏาคม 2564

คุณสมบัติผู้สมัคร

  • ผู้สมัครอายุ 16 ปีขึ้นไป ไม่จำกัดเพศ
  • เชื่อมั่นในตัวเอง มีทักษะความสามารถในด้านการแต่งหน้าหรือมีความรู้เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์เพื่อความงาม

วิธีการสมัคร

  • ผู้สมัครอัดวิดีโอคลิปตัวเองกล่าวถึงผลิตภัณฑ์จากแบรนด์ที่ชื่นชอบในเครือของลอรีอัล ประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็น แบรนด์ L’Oreal Paris, Garnier, Maybelline New York, Biotherm และ IT Cosmetics ในระยะเวลา 30 วินาที และส่งสมัครผ่านเว็บไซต์ https://shopee.co.th/m/Live-StarSearch-competition
  • คณะกรรมการจะทำการคัดเลือกผู้สมัครในแต่ละแบรนด์ โดยผู้ที่ผ่านการคัดเลือกจะได้เป็นตัวแทนการไลฟ์สตรีมเพื่อหาผู้ชนะต่อไป

ระยะเวลาการแข่งขันโดยรวม: 5 กรกฎาคม – 12 สิงหาคม 2564

สำหรับใครที่สนใจกิจกรรมเจ๋งๆ อย่าง ‘Star Search Competition’ สามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ https://shopee.co.th/m/Live-StarSearch-competition

ดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นช้อปปี้ได้ฟรีจาก App Store, Google Play Store และ App Gallery

 

นักบินอวกาศหญิง

ปธ.กิจการอวกาศ หรือจะสู้ 6 นักบินอวกาศหญิง ผู้สร้างประวัติศาสตร์ในอวกาศ

พบกับ 6 นักบินอวกาศหญิง ผู้บุกเบิก และ ผู้สร้างประวัติศาสตร์ในอวกาศ เหล่าสตรีผู้มากความสามารถ สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศ

ช่วงนี้ข่าวการเดินทางไปอวกาศคึกครื้นไม่แพ้ข่าวโควิด-19 ทั้งใน และต่างประเทศ เลยทีเดียว โดยล่าสุดนั้นเหล่ามหาเศรษฐีโลกไม่ว่าจะเป็น เจฟฟ์ เบซอส เจ้าของ Blue Origin ที่กำลังเตรียมตัวออกเดินทางไปอวกาศพร้อมลูกเรือครั้งแรกในวันที่ 20 กรกฎาคม นี้

หรือจะเป็นบริษัท SpaceX ของ อีลอน มักส์ ที่กำลังพัฒนาจรวดอย่างต่อเนื่อง โดยอีลอนกล่าวว่าเขาต้องการสร้างเมืองที่มีประชากรหนึ่งล้านคนบนดาวอังคารภายในปี 2050 และจะมีประชากรตั้งถิ่นฐานบนนั้นโดยใช้ฝูงบิน SpaceX Starships 1,000 ลำ ในการลำเลียงผู้คน

ล่าสุดกับการเปิดตัว Virgin Galactic บริษัทการบินอวกาศเชิงพาณิชย์ของ ริชาร์ด แบรนสัน โดยเมื่อวันที่ 12 ก.ค. เว็บไซต์ CNN รายงานว่า ริชาร์ด มหาเศรษฐีชาวอังกฤษเจ้าของ Virgin Group ได้ทดลองบินเป็นนักท่องเที่ยวเดินทางออกนอกโลกสู่วงโคจรต่ำ และบินกลับลงมาจอดบนพื้นผิวโลกได้อย่างปลอดภัย

ขณะที่ประเทศไทยเอง เมื่อวันที่ 13 ก.ค. 2564 ได้มีข่าวการประกาศว่ารัฐบาลได้ทำการอนุมัติร่าง พ.ร.บ.กิจการอวกาศ ตั้งองค์กรและคณะกรรมการขับเคลื่อนเศรษฐกิจอวกาศไทย โดยมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี นั่งเป็นประธาน

นักบินอวกาศหญิง

ทั้งนี้ในปี 2020 ที่ผ่านมามีผู้คนจำนวน 570 คนที่ได้เดินทางไปอวกาศ โดยมีเพียง 65 คนเท่านั้นที่เป็นผู้หญิง ซึ่งในปีนี้เอง สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ได้เปิดเผยว่า Nora Al Matrooshi วิศวกรเครื่องกลจะเป็นนักบินอวกาศหญิงคนแรกของประเทศที่จะเดินทางไปฮูสตันเพื่อเข้ารับการฝึกอบรมกับนาซาในช่วงปลายปี 2021 นี้

ในประวัติศาสตร์การเดินทางไปอวกาศ โดยมากหลายคนอาจคุ้นชื่อกับนักบินอวกาศชาย แต่คุณรู้หรือไม่ว่ายังมีนักบินอวกาศหญิงที่มีชื่อเสียงเลื่องลือ และเป็นนักอวกาศหญิงผู้บุกเบิกการเดินทางไปในอวกาศ เป็นแรงบันดาลใจกับผู้หญิงอีกมากมายที่อยากมีประสบการณ์ในด้านนี้

ประธาน กิจการอวกาศ หรือจะสู้ 6 นักบินอวกาศหญิง ผู้บุกเบิก และผู้สร้างประวัติศาสตร์ในอวกาศ

วาเลนตินา วลาดีมีรอฟนา เตเรชโควา

นักบินอวกาศหญิง โซเวียต

วาเลนตินา วลาดีมีรอฟนา เตเรชโควา นักบินอวกาศหญิงคนแรกของโลก เธอเป็นนักบินอวกาศของโซเวียต วาเลนตินาขึ้นยานอวกาศ Vostok 6 ครั้งแรกในปี 1963 การสำรวจอวกาศของเธอในครั้งนี้เรียกได้ ช่วยมนุษยชาติเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะ วงการวิทยาศาตร์การแพทย์ ที่ได้ข้อมูลกลับมามากมาย ไม่ว่าจะเป็น สภาพร่างกายของผู้หญิงในภาวะไร้น้ำหนัก สรีรวิทยาของผู้หญิง มวลร่างกาย ภาวะการตั้งครรภ์ และสำคัญที่สุดคือ ความเสี่ยงด้านมะเร็งของผู้หญิง เช่น มะเร็งปากมดลูก มะเร็งรังไข่ หรือมะเร็งเต้านม ที่ได้ทำการศึกษาจากผลกระทบการสัมผัสรังสีในอวกาศ

Credit: Jody_Kingzett/Jody Kingzett

ปัจจุบันแคปซูลอวกาศของเธอจัดแสดงอยู่ในพิพิธภัณฑ์ใกล้กับกรุงมอสโก ทั้งนี้วาเลนตินาเคยทำงานในตำแหน่งสูงหลายตำแหน่งในรัฐบาล ได้รับการยกย่องว่าเป็นวีรสตรีแห่งสหภาพโซเวียต ซึ่งชื่อเสียงในวงการอวกาศและการบิน วาเลนตินาเป็นรองเพียงแค่ยูริ กาการิน และ อะเลคเซย์ เลโอนอฟ หลังจากการบินไปอวกาศ  วาเลนตินา ก็เป็นเวลาเกือบสองทศวรรษกว่าที่มีผู้หญิงอีกคนเดินตามรอยเท้าเธอ ซึ่งนั้นก็คือ Svetlana Yevgenyevna Savitskaya

แซลลี่ ไรด์

นักบินอวกาศหญิง อเมริกา
Credits: NASA

ในปี  1983 ประเทศสหรัฐอเมริกาได้มีนักบินหญิงอวกาศคนแรกที่ชื่อว่า แซลลี่ ไรด์ นักฟิสิกข์ และยังเป็นนักบินอวกาศหญิงคนที่ 3 ของโลก รวมถึงเป็นนักบินอวกาศชาวอเมริกันที่อายุน้อยที่สุดที่ได้เดินทางไปในอวกาศ อีกทั้งแซลลี่ยังได้รับการยอมรับว่าเป็นนักบินอวกาศ LGBTQ อีกด้วย ทั้งนี้เธอเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งตับอ่อนเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2555

โรเบอร์ต้า บอนดาร์

นักบินอวกาศหญิง แคนาดา

โรเบอร์ต้า บอนดาร์ นักประสาทวิทยา เธอเป็นหนึ่งในสมาชิก 6 คนแรกในคณะนักบินอวกาศของแคนาดาที่ได้รับเลือกในปี 1983 บอนดาร์เริ่มฝึกเป็นนักบินอวกาศในปี 1984 จนกระทั้งในปี 1992 เธอกลายเป็นนักบินอวกาศหญิงคนแรกในฐานะหัวหน้าทีมวิจัยเวชศาสตร์อวกาศนานาชาติ ที่ร่วมมือกับนาซา ซึ่งต่อมาเธอกลายเป็นที่ปรึกษาและวิทยากรในชุมชน ในวงการ วิทยาศาสตร์ และการแพทย์

 

@roberta_bondar / Instagram

โรเบอร์ต้า บอนดาร์ได้รับเกียรติมากมายรวมถึงได้รับเครื่องอิสริยาภรณ์แห่งแคนาดา และ เครื่องอิสริยาภรณ์แห่งออนแทรีโอ นอกจากนี้เธอยังได้รับเหรียญรางวัล NASA Space Medal และ ปริญญากิตติมศักดิ์กว่า 28 ใบ อีกทั้งยังถูกแต่งตั้งให้เข้าสู่หอเกียรติยศทางการแพทย์ของแคนาดา, หอเกียรติยศสตรีนานาชาติ และยังมีตราประทับบน Walk of Fame ของแคนาดาอีกด้วย

ชิอากิ มูไค

นักบินอวกาศหญิง ญี่ปุ่น
Credit : AFP/Nasa

ชิอากิ มูไค เธอเป็นแพทย์และผู้ช่วยศาสตราจารย์ในภาควิชาศัลยแพทย์โรคหัวใจและหลอดเลือดที่ มหาวิทยาลัยเคโอ มหาวิทยาลัยที่เก่าแก่ที่สุดในญี่ปุ่น รวมถึงยังเป็นนักบินอวกาศหญิงคนแรกของประเทศญี่ปุ่น และเป็นผู้หญิงชาวเอเชียคนแรกในอวกาศอีกด้วย ภารกิจของเธอเริ่มต้นในกระสวยอวกาศโคลัมเบียครั้งแรกในปี 1994 ซึ่งชิอากิ มูไคใช้เวลาอยู่บนอวกาศทั้งหมด 23 วัน ทั้งนี้ในปี 2015 เธอได้รับเลือกให้เป็นรองประธาน Tokyo University of Science นอกจากนี้ เธอยังได้รับตำแหน่งเป็นที่ปรึกษาด้านเทคนิคของ JAXA (หน่วยงานอวกาศแห่งชาติของญี่ปุ่น)

อีโซยอน

อีโซยอน นักบินอวกาศหญิงคนแรก และคนเดียวของประเทศเกาหลีใต้ เธอเป็นนักศึกษาที่ผ่านการคัดเลือกจากกระทรวงวิทยาศาสตร์เกาหลีใต้ โดยมีผู้สมัครทั้งหมดราวๆ 36,000 คน

อีโซยอน ถูกส่งไปฝึกที่ศูนย์ฝึกการบินอวกาศกาการิน ประเทศรัสเซีย ตั้งแต่เดือนมีนาคม พ.ศ. 2550 และได้เดินทางไปกับยานอวกาศโซยูซของรัสเซีย เพื่อเดินทางไปยังสถานีอวกาศนานาชาติในเดือนเมษายน พ.ศ. 2551 โดยโซยอนอยู่บนอวกาศทั้งหมด 10 วัน ด้วยเหตุนี้เกาหลีใต้จึงเป็นประเทศที่ 36 ที่ส่งคนขึ้นไปบนอวกาศได้สำเร็จ

หลิวหยาง

เป็นอีกหนึ่งนักบินอวกาศหญิงที่ได้รับการยกย่องสำหรับ หลิวหยาง นักบินอวกาศหญิงคนแรกของประเทศจีน เธอได้เข้าร่วมภารกิจครั้งแรกในปี 2555 โดยเป็นหนึ่งในลูกเรือภารกิจเสินโจว 9 ซึ่งมีนักบินอวกาศอีกสองคนคือที่ร่วมเดินทางไปด้วยคือ จิง ไห่เผิง และ หลิว หวัง

ทั้งนี้ ยานอวกาศเสินโจว 9 ได้เข้าเชื่อมต่อกับสถานีอวกาศเทียนกง-1 ซึ่งภารกิจในครั้งนี้เป็นทดลองทางการแพทย์ในอวกาศ โดยทีมของหลิวหยางใช้เวลาทั้งหมด 13 วันจึงเสร็จสิ้นภารกิจ

สำหรับ หลิวหยาง จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยการบินกองทัพอากาศในฉางชุน เธอเคยเป็นนักบินทางทหารก่อนที่จะได้รับเลือกให้เข้าร่วมกองบินอวกาศของ CNSA


ที่มา : www.scmp.com, wikipedia, www.astroeducation.com, www.salika.com

คนแกร่งแห่งยุค ‘จอนนี่ คิม’ หนุ่มอเมริกันเลือดเกาหลี เป็นทั้งนาวิกโยธิน หมอ นักบินอวกาศ

กว่าชีวิตจะแลนดิ้ง “5 เจ้าเวหาหญิง” แห่งกองทัพอากาศไทย!

เจาะความพิเศษ! ก่อนจะมาเป็น นาฬิกา OMEGA รุ่นฉลองภารกิจ Apollo 8 เพื่อนักบินอวกาศ

เคน-ธีรเดช 

ไขคำตอบ เคน-ธีรเดช จะร่วมโปรเจ็กต์ A World of Married Couple เวอร์ชันไทย?

เมื่อแฟมิลี่แมน เคน-ธีรเดช อยากพลิกคาแร็คเตอร์สู่บทบาท ชายโลกสองใบ ในซีรีส์เกาหลีเวอร์ชั่นไทย A World of Married Couple

เมื่อปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา มีข่าวหนึ่งที่สร้างความฮือฮามากๆ ให้กับคอซีรีส์ละครไทยและซีรีส์เกาหลีในบ้านเราเป็นอย่างมากนั่นก็คือการที่มีข่าวออกมาว่า ช่อง 3 กำลังเจรจาซื้อลิขสิทธิ์ซีรีส์ Doctor Foster จาก BBC ต้นฉบับซีรีส์ A World of Married Couple ของเกาหลีใต้ที่ได้รับความนิยมแบบถล่มทลาย มาทำในเวอร์ชันไทย

แน่นอนหลังจากที่มีข่าวออกมา บรรดาแฟนคลับก็ตื่นเต้นเป็นอย่างมาก และลุ้นว่านักแสดงคนไหนจะมารับบทนำในเรื่องดังกล่าว จนถึงขั้นมีแคสติ้งทิพย์ออกมาให้ได้เห็นกันมากมาย

 เคน-ธีรเดช

โดยหนึ่งในดาราที่ถูกพูดถึงมากที่สุดว่าเหมาะกับบท หมอจีซอนอูมากๆ คงหนีไม่พ้น นางเอกมากฝีมือ แอน ทองประสม เธอยอมรับว่าเป็นแฟนซีรีส์ตัวยง และยังเอ่ยปากว่าอยากเล่นบทนี้มากอีกด้วย

ขณะเดียวกันนักแสดงชายที่จะมารับบท อีแทโอ สามีโลกสองใบ ก็เป็นที่พูดถึงอย่างมาก ว่าใครเหมาะที่จะมารับบทนี้ แต่เชื่อหรือไม่ว่าคนที่ถูกเสนอชื่อมากที่สุดไม่ใช่ชายหนุ่มที่มีภาพลักษณ์คาสโนวาเลย แต่เป็นหนุ่มภาพลักษณ์แฟมิลี่แมน เคน–ธีรเดช วงศ์พัวพันธ์ ที่มักได้รับการชื่นชมว่าเป็น สามีแห่งชาติ

ไขคำตอบ เคน–ธีรเดช จะร่วมโปรเจ็กต์ A World of Married Couple เวอร์ชันไทย?

ล่าสุดแพรวดอทคอมมีโอกาสได้สัมภาษณ์หนุ่มเคนเกี่ยวกับเรื่องนี้ ในการโปรโมทผลงานละครเรื่องใหม่ รักนิรันดร์จันทรา ที่กำลังจะออกอากาศทางช่อง 3 ว่ามีโอกาสที่จะรับบทดังกล่าวเป็นไปได้หรือไม่ ซึ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้พระเอกดังขวัญใจสาวๆ กล่าวว่า

“พอได้ทราบมาเหมือนกัน ส่วนตัวไม่ได้ติด เพราะอย่างที่บอกผมก็ต้องอยากทำสิ่งที่มันเหมาะสมกับวัยเรา ซึ่งอันนี้มันก็เป็นเรื่องของชีวิตคู่แน่นอนผมรู้สึกว่าผมเล่นได้ อยากเล่นเพราะมันมีอะไรดี และผมเองก็เป็นคนมีครอบครัวแล้ว”

ถือว่าเป็นการทิ้งภาพลักษณ์ดีๆ ที่ผ่านมาหรือเปล่า “คือมันก็ไม่ได้บอกว่าผู้ชายคนนี้เป็นปีศาจ หรือมีแต่ความเลว เพราะสุดท้ายมันก็มีมุมของเขาแหละ คือเขาทำผิดสิ่งที่เขาทำมันไม่ดีแหละ แต่ว่าเขาก็คือคน”

สามารถติดตามบทสัมภาษณ์เจาะลึกตัวตนของเคน-ธีรเดช วงศ์พัวพันธ์ ได้ในรายการ Praew Talk ออกอากาศทาง www.praew.com, Facebook ,Youtube นิตยสารแพรวเร็วๆ นี้


สามารถติดตามอ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติมได้ที่นี่

เปิดภาพ ตำนานคู่ขวัญ แอน – เคน ที่คู่จิ้นยุคนี้ยังต้องยอมแพ้ในแฟชั่นเซตปก แพรว ฉ.912

รื้อฟื้นความเคมี แอน-เคน 10+ภาพความหลัง(ที่ไม่ใช่ละคร) คู่ขวัญซุปตาร์แห่งชาติ

นางเอกเกาหลียุคใหม่

รู้หรือไม่! นางเอกเกาหลีใต้ ไม่จำเป็นต้องอายุน้อย 50 กะรัตก็ยังสามารถเฉิดฉายได้

หลายครั้งที่เรามักเห็น ดาราหญิงนั้นเมื่ออายุเข้าเลข 4 ก็ต้องโบกมืออำลาบทบาทนางเอกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ปัจจุบันนี้มันไม่ใช่อีกต่อไปเพราะในวงการบันเทิงแดนโสม นางเอกเกาหลีใต้ แม้อายุเข้าวัยเลข 5 ก็ยังสามารถเฉิดฉายได้

ถ้าย้อนกลับไปเมื่อ 10-20 ปีที่แล้ว มันคงเป็นเรื่องยากที่จะเห็นนางเอกวัยสี่สิบปลายๆ บนหน้าจอทีวี แม้พวกเธอจะมีฝีมือการแสดงที่น่าประทับใจแต่ก็ปฏิเสธอคติจากผู้ชมไม่ได้ ขณะที่ดาราชายหลายคนประสบความสำเร็จสูงสุดจากอาชีพนักแสดงในวัย 40 แต่ปัจจุบันนี้มันไม่ใช่อีกต่อไปเนื่องจาก นางเอกเกาหลียุคใหม่ ทำลายกรอบเดิมๆ พวกเธอสามารถคงสถานะดารานำได้แม้อยู่ในวัยเลขห้า เห็นได้จากบรรดานางเอกตัวแม่ที่ยังคงสร้างสีสันบนหน้าจอโทรทัศน์

รู้หรือไม่! นางเอกเกาหลีใต้ ไม่จำเป็นต้องอายุน้อย 50 กะรัตก็ยังสามารถเฉิดฉายได้

คิมฮเยซู (Kim Hye Soo)

นักแสดงหญิงขวัญใจชาวเกาหลี “คิมฮเยซู”  วัยย่าง 50 ปี เจ้าของผลงานภาพยนตร์ดัง “The thieves”, “Tazza” รวมถึงงานละคร เรื่อง “Signal สัญญาณลับ ล่าข้ามเวลา” และล่าสุดกับผลงานละครแนวชิงไหวชิงพริบเรื่อง “Hyena”  ที่ประกบคู่กับ “จูจีฮุน” (Ju Ji Hoon) พระเอกรุ่นน้องที่มีอายุน้อยกว่าถึง 12 ปี  ถึงอายุจะต่างกันแต่เคมียังลงตัว ในเรื่องของการแสดงนั้นเธอสร้างผลงานได้อย่างไม่มีที่ติ โดยเฉพาะการที่ต้องเล่นเป็นตัวละครตัวเดียวกันทั้งสองช่วงอายุคน เธอสามารถดึงเสน่ห์ตัวละครมามัดใจผู้ชมได้อย่างอยู่หมัด ทำให้เรื่องนี้ลาจอไปสวยๆ ด้วยเรตติ้งสูงสุด 14.6%  นอกจากผลงานละครแล้วปีนี้เธอยังมีผลงานภาพยนตร์อีก 2 เรื่องคือ “Return” และ “The Day I Died” อีกด้วย

นางเอกเกาหลียุคใหม่
คิมฮเยซู
นางเอกเกาหลียุคใหม่
คิมฮเยซู กับ จูจีฮุน

จอนโดยอน (Jeon Do Yeon)

อีกหนึ่งสาวที่ว่ากันว่า เป็นยอดกระบี่มือหนึ่งแห่งวงการบันเทิงเกาหลีก็คือ จอนโดยอน นักแสดงสาววัย 48 ปี ผู้ที่กวาดรางวัลมาแล้วทุกเวที รวมถึงเคยได้รับรางวัลนักแสดงหญิงยอดเยี่ยมในเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ครั้งที่ 60 และรางวัล Asia Pacific Screen ครั้งที่ 1 จากภาพยนตร์เรื่อง Secret Sunshine แต่ที่ฮือฮาที่สุดคงเป็นผลงานที่เธอโคจรมาเจอกับพระเอกรุ่นน้อง “กงยู” ในภาพยนตร์เรื่อง “A Man and A Woman” ที่ทั้งคู่ต้องแสดงเป็นคู่รักกัน ซึ่งพระเอกขวัญใจสาวๆ ยังได้เปิดเผยว่าเขารู้สึกดีใจมากๆ ที่ได้รับการทาบทาม และยิ่งเมื่อรู้ว่าจะได้ร่วมงานกับจอนโดยอนนูน่าเขาก็ไม่ลังเลใจเลย ทั้งนี้ในปี 2020 นี้ นักแสดงสาวจะมีผลงานภาพยนตร์ออกมาให้แฟนๆ ได้ชมกันอีก 2 เรื่องคือ “Beasts Clawing at Straws” และ “Hip Daddy” ส่วนจะสนุกเข้มข้นขนาดไหนต้องไปตามลุ้นกัน

กงยู

ยอมจองอา (Yum Jung Ah)

ต่อกันที่นักแสดงหญิงผู้คว้ารางวัลจากเวที Baeksang Arts Awards เมื่อปีที่แล้ว “ยอมจองอา” วัยย่าง 48  ปี เจ้าของบทคุณแม่เจ้าระเบียบจาก Sky Castle ซีรีส์ที่มีเรตติ้งมากที่สุดในปี 2019 สำหรับปี 2020 นี้เธอกำลังมีผลงานใหม่ที่มีชื่อว่า “Life is Beautiful” ภาพยนตร์มิวสิคัลที่มีเรื่องราวเกี่ยวกับภรรยาที่ขอของขวัญวันเกิดเป็นการช่วยตามหารักครั้งแรกตั้งแต่สมัยเรียน แค่โครงเรื่องยังน่าติดตามขนาดนี้ ชักอดใจไม่ไหวแล้วล่ะสิ

นางเอกเกาหลียุคใหม่

อียองเอ (Lee Young Ae)

ยืนหนึ่งในใจแฟนซีรีส์เกาหลีในเมืองไทยต้องยกให้ “อียองเอ” ดาราหญิงวัย 50 ปี ที่กลายเป็นตำนานที่ยังมีลมหายใจของวงการจากบทบาท “แดจังกึม” จอมนางแห่งวังหลวง โดยหลังจากผลงานละครเรื่อง “Fireworks” เมื่อปี 2003 เธอหายจากวงการไปนานถึง 14 ปี ก่อนจะกลับมารับงานอีกครั้งในซีรีส์ฟอร์มยักษ์ “Saimdang, Memoir of Colors” เรื่องราวของสตรีบนธนบัตร 50,000 วอนของเกาหลี ประกบคู่กับพระเอกขวัญใจสาวๆ “ซงซึงฮอน” ที่มีอายุห่างกัน 6 ปี และนักแสดงชายอีกหนึ่งคนก็คือ “ยางเซจง” วัย 27 ปี ไม่ว่าพระเอกจะเด็กแค่ไหน แต่เราก็ไม่รู้สึกเลยว่าอายุของเธอเป็นอุปสรรคสำหรับการแสดง

นางเอกเกาหลียุคใหม่
อียองเอ กับ ซงซึงฮอน อายุห่าง 7 ปี
นางเอกเกาหลียุคใหม่
อียองเอ และ ยางเซจง อายุห่าง 22 ปี

คิมฮีแอ (Kim Hee Ae)

และเมื่อเร็วๆ นี้ “คิมฮีแอ” ดาราหญิงมากฝีมือวัย 54 ปี ได้ทำลายเพดานเรื่องอายุของการเป็นนางเอกหรือนักแสดงนำว่าอายุไม่ได้เป็นอุปสรรค ด้วยผลละครดราม่าเข้มข้น The World of the Married กลายเป็นซีรีส์ทางเคเบิลที่ทุบสถิติเรตติ้งสูงที่สุดของเกาหลีใต้ ไม่เพียงฝีมือที่ประทับใจของแฟนคลับเท่านั้น แต่มันยังทำให้เธอกลายเป็นนักแสดงสาวที่มีภาพลักษณ์อมตะสาวสองพันปี จากการร่วมเป็นพรีเซ็นเตอร์แบรนด์ต่างๆ ที่ทะลักเข้ามาอย่างไม่หวาดไม่ไหวด้วย

นางเอกเกาหลียุคใหม่

อย่างไรก็ตามไม่ว่าพวกเธอจะมีทักษะการแสดงที่ดีอย่างไร แต่ก็ต้องยอมรับว่าบทบาทที่เปิดกว้างเรื่องอายุมีไม่มากนัก แน่นอนว่าหากผู้ชมเปิดโอกาสและเปิดใจ เราก็คงได้เห็นผลงานที่มีสีสันของนักแสดงมากฝีกมือเหล่านี้มากขึ้นอย่างแน่นอน


ข้อมูล : www.applen.or.kr

สามารถติดตามอ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติมได้ที่นี่

ชีวิตจริงไม่ได้ฟินเหมือนในละคร เส้นทางรักของ ซงฮเยคโย กับ 3 พระเอกเอลิสต์

6 เรื่องรู้จัก นางเอกเกาหลี Bae suzy ผู้หญิงคนนี้ไม่ได้มีดีแค่ที่แฟนหล่อ

IU (ไอยู) จากเด็กน้อยที่กินมันต้ม อยู่ห้องแมลงสาบ สู่สุดยอดผู้ใจบุญแห่งเกาหลี

ครอบครัวแฮ็ปปี้ สามีรักหลง 5 เรื่องจริงของ “คิมฮีแอ” ดราม่าควีนแห่งแดนกิมจิ

ซนเยจิน นางเอกเคมีสาธารณะ นักแสดงสาวผู้มาพร้อมกับสายฝนและความชุ่มฉ่ำใจ

นักเต้นหักกระดูก ฟันเฟืองที่ทำให้ K-Zombie ได้รับความนิยมไปทั่วโลก

เปิดรายได้ของสหายผู้กอง ฮยอนบิน หล่อใจสปอร์ต ชายในฝันของสาวๆ ที่แท้จริง

6 เรื่องที่ทำให้รู้ว่านางเอก จอนจีฮยอน และครอบครัว รวยระดับหมื่นล้าน

ส่อง 10 พระเอกเอลิสต์ (เกาหลีใต้) รายได้มากที่สุด อยากจ้างร่วมงานต้องใช้เงินเท่าไหร่?

ไขรายได้ของ 4 สาว แบล็คพิงค์ งานเยอะแต่ค่าตอบแทนสูงหรือเปล่า?

5 เรื่องบอกเล่าความสำเร็จของภาพยนตร์ Parasite ชนชั้นปรสิต

ตี๋ลี่เร่อปา นางเอกจีนเชื้อสายอุยกูร์ สวยหยาดเยิ้มเหมือนนางฟ้ามาจุติ

คุณพระแวมไพร์ยังยอมแพ้! เผยเคล็ดลับความเยาว์วัย “Chuando Tan” คุณลุงวัย 52

7 สิ่งที่ เชย์ลีน วู้ดลีย์ นักแสดงหญิงขวัญใจฮอลลีวู้ด ทำเป็นประจำ!

นอร์เวย์ ออกกฎหมาย ห้ามเหล่าอินฟลูเอนเซอร์ แต่งรูป ผ่านแอปฯ แก้ปัญหาสวยเกินจริง

นอร์เวย์ ออกกฎหมาย ห้ามเหล่าอินฟลูเอนเซอร์ แต่งรูป ผ่านแอปฯ แก้ปัญหาสวยเกินจริง

นอร์เวย์ ออกกฎหมาย ห้ามเหล่าอินฟลูเอนเซอร์ แต่งรูป ผ่านแอปฯ แก้ปัญหาสวยเกินจริง

ก่อนหน้านี้ เคยเกิดกรณีห้ามเหล่าบิวตี้บล็อกเกอร์ชาวอังกฤษแต่งรูปรีวิวสินค้า โดย ASA (Advertising Standards Authority) ซึ่งเป็นหน่วยงานกำกับดูแลด้านการโฆษณาของสหราชอาณาจักร ได้ออกคำสั่งห้ามแบรนด์ต่างๆ ตลอดจนอินฟลูเอนเซอร์และเซเลบริตี้ทั้งหลาย ห้ามใช้ฟิลเตอร์ในการปรับแต่งภาพเพื่อโฆษณาเครื่องสำอางและสกินแคร์ต่างๆ ผ่านทางสื่อโซเชียลมีเดีย หากฟิลเตอร์ดังกล่าวทำให้ภาพออกมามีผลลัพธ์ที่บิดเบือนเกินจริง จนอาจจะสร้างความเข้าใจผิดแก่ผู้บริโภคหรือผู้ติดตามได้ เพราะแต่งออกมาแล้วดูหลอกตา ขายสวยเกินจริง!!

ล่าสุด ทางด้านประเทศนอร์เวย์ ก็ออกกฎหมายเรื่องการตกแต่งรูปผ่านแอปพลิเคชัน แก้ปัญหาสวยเกินจริง โดยกฎหมายฉบับใหม่นี้จะกำหนดให้เหล่าอินฟลูเอนเซอร์ หรือผู้ทรงอิทธิพลในโซเชียลมีเดียและภาพเพื่อการโฆษณา ต้องแจ้งในโพสต์ด้วยว่าตกแต่งรูปด้วยแอปฯ อะไร ฟิลเตอร์ไหน หากฝ่าฝืนมีโทษปรับ 

แต่งรูป 1

จากการรายงานของวอชิงตันโพสต์ เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2564 ระบุว่า นอร์เวย์ ผ่านร่างกฎหมายฉบับใหม่ว่าด้วย “การตกแต่งรูปบนโซเชียลมีเดีย” โดระบุว่าเหล่าอินฟลูเอนเซอร์ เน็ตไอดอล เซเลบริตี้ และการโฆษณาใดๆ ก็ตาม ที่โพสต์ภาพลงบนโซเชียลมีเดีย จะต้องมีระบุอย่างชัดเจนว่าภาพเหล่านั้นผ่านตกแต่งมาแล้วหรือไม่ หากผ่านการตกแต่ง จะต้องแจ้งให้หมดว่ารีทัชอะไรมาบ้าง ผ่านกี่แอปฯ ใส่กี่ฟิลเตอร์!!

แต่งรูป 2

ผลวิจัยในปี 2559 พบว่า เด็กผู้หญิงวัยรุ่นจำนวนมาก รู้สึกไม่พอใจในรูปร่างหน้าตาของตนเอง คิดว่าตัวเองไม่สวยเหมือนกันคนในโซเชียล หากโพสต์รูปสดที่ไม่ได้ผ่านการตกแต่ง พวกเธอจะรู้สึกขาดความมั่นใจ และรู้สึกวิตกกังวล แต่ถ้าได้แต่งรูปให้ดูสวยขึ้นก่อนโพสต์ จะทำให้เธอมั่นใจมากขึ้น ซึ่งพวกเธอจะเชื่อว่าภาพที่แต่งจนสวยแล้วนั่นแหละคือตัวตนที่แท้จริง

กระทรวงเยาวชนและครอบครัวของนอร์เวย์ เปิดเผยว่า กฎหมายดังกล่าวตั้งขึ้นด้วยจุดประสงค์เพื่อแก้ปัญหามาตรฐานความงามที่ไม่สมจริง (unrealistic beauty standards) และปัญหาทางสุขภาพจิตที่อาจเป็นอันตรายสำหรับประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มคนหนุ่มสาวและเยาวชน และต้องการรณรงค์งดการโพสต์ภาพโฆษณาที่ตกแต่งเกินจริง จนนายแบบและนางแบบดูไม่เหมือนคนปกติทั่วไป

แต่งรูป 3

ภาพ วิดีโอ หรือโฆษณาที่มีการปรับแต่งสีผิว สีผม รูปร่าง ริ้วรอยต่างๆ จะต้องติดป้ายกำกับระบุเอาไว้ หากฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตาม ผู้โพสต์ภาพ วิดีโอ หรือโฆษณานั้นๆ จะมีโทษปรับตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่งกฎหมายนี้จะครอบคลุมถึงเหล่าอินฟลูเอนเซอร์ เน็ตไอดอล เซเลบริตี้ นายแบบ นางแบบ เหล่าคนดังที่แต่งรูปเพื่อการโฆษณาด้วย โดยจะเริ่มบังคับใช้ในเดือนกรกฎาคม 2565

แต่งรูป 6

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ว่า แม้ว่าจุดประสงค์กฎหมายนี้เกิดขึ้นด้วยเจตนาที่ดี เพราะการหมกมุ่นเรื่องรูปร่างหน้าตาตนเอง จนต้องแต่งรูปมากๆ เป็นสิ่งที่แพร่หลายในหลายประเทศทั่วโลกจนเป็นวัฒนธรรมไปแล้ว และยังสร้างผลกระทบอย่างมากต่อเยาวชนว่าที่คิดว่าต้องสวย รูปร่างดีเหมือนนางแบบในอินสตาแกรม

แต่งรูป 4

ซึ่งทำให้อาจก่อให้เกิดผลร้ายมากกว่าผลดี ไม่ต่างกับการเอาพลาสเตอร์ธรรมดาไปปิดแผลที่เปิดกว้าง และการประกาศให้สังคมรับรู้ว่าภาพนี้ตกแต่งผ่านแอปพลิเคชั่นมาแล้ว จึงวืเคราห์ว่าการออกกฎหมายนี้อาจไม่ช่วยแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ แต่จะยิ่งสร้างความจิตตกให้เจ้าของภาพมากกว่าเดิม เพราะเริ่มหมกหมุ่นถึงความเป็นจริงว่าต่อไปจะตกแต่งรูปก่อนโพสต์ไม่ได้อีกแล้ว


ข้อมูล : washingtonpost.com
ภาพ : Pexels

 

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

สวยเกินจริง! บิวตี้บล็อกเกอร์ชาวอังกฤษ โดนสั่งห้ามใช้ฟิลเตอร์รีวิวเครื่องสำอาง

แต่งรูปจนโดนคอมเม้นต์ ‘ขวัญ’ ลั่นอย่าซีเรียส บ้านเบี้ยวแต่หน้าไม่เบี้ยว ขอสวยพอ!

นางแบบผิวแทนลูกครึ่งไทย-เยอรมัน เผยเคยต้องทาบีบีครีมให้ผิวขาวตามค่านิยม

 

แอน ทองประสม

เคน-ธีรเดช & แอน ทองประสม หวนคืนจอในรอบ 12 ปี ผลงานใหม่ ซุปตาร์ 2550

เคยประสบความสำเร็จ เป็นพระนางเจ้าบทบาท พระนางคู่ขวัญที่คงความประทับใจสำหรับแฟนละครมาหลายๆเรื่อง ตั้งแต่ แรงเงา, อุ้มรัก, สวรรค์เบี่ยง, สูตรเสน่หา และ 365 วันแห่งรัก ล่าสุด หลังจากเวลาผ่านไป 11 ปี ย่าง 12 ปี เคน ธีรเดช วงศ์พัวพันธ์ และ แอน ทองประสม ตัดสินใจหวนกลับมาเล่นละครคู่กันอีกครั้ง ในละครเรื่อง “ซุปตาร์ 2550” ของผู้จัด บุษกร วงศ์พัวพันธ์ บริษัทซิติเซ่น เคน จำกัด โดยผู้จัดคนเก่ง หน่อย-บุษกร

ซึ่งเธอได้เปิดเผยว่า“ละครเรื่องนี้เป็นละครแนวโรแมนติกคอมเมดี้ เรื่องราวที่เกิดขึ้นในวงการบันเทิง ทั้ง เคน และ แอน รับบทเป็นซุปตาร์ในอดีต ที่จะต้องกลับมาร่วมงานกันอีกครั้ง ก็เลยทำให้เกิดเรื่องวุ่นวายรวมทั้งสถานการณ์น่ารักๆ และเรื่องราวสนุกสนานต่างๆเกิดขึ้น เป็นละครฮาฮา ดูแล้วยิ้ม ไม่อยากเล่าเยอะค่ะ เดี๋ยวรอฟิตติ้ง เปิดกล้องก่อน แล้วค่อยว่ากันค่ะ”

เคน-ธีรเดช & แอน ทองประสม หวนคืนจอในรอบ 12 ปี ผลงานใหม่ ซุปตาร์ 2550
เคน-ธีรเดช & แอน ทองประสม แอน ทองประสม เคน-ธีรเดช


 

ดีไซน์ เค้กแต่งงาน ตกแต่งด้วยผลไม้

22 ดีไซน์ เค้กแต่งงาน ตกแต่งด้วยผลไม้ สวยเก๋ เด่นสะดุดตา ดีเทลไม่ซ้ำ

เค้กแต่งงาน มักจะอยู่ในเช็คลิสต์ของว่าที่บ่าวสาว ซึ่งหลายคู่ก็เลือกให้ความสำคัญในเรื่องดีไซน์เป็นหลักว่าต้องสวย เก๋ ดูดี เป็นที่ประทับใจของผู้ร่วมงาน

แม้บางครั้ง เค้กแต่งงาน มักจะมาพร้อมกับแพ็คเกจเมื่อจองโรงแรมเป็นสถานที่แต่งงาน แต่ก็นั่นแหละคะ ดีไซน์ก็มักจะไม่ได้สวยถูกใจเหมือนที่คู่บ่าวสาวอยากได้เสมอไปใช่ไหมคะ ถ้าอย่างนั้นลองเผื่องบไว้สักนิด แล้วมองหาเค้กแต่งงานสวยๆ ที่ช่วยเสริมให้งานแต่งของบ่าวสาวออกมาดูดี มีสไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์ไม่ซ้ำซากจำเจ ไม่ปล่อยให้เค้กขาวโพลนจืดชืดด้วยการประดับตกแต่งด้วยดอกไม้และผลไม้แสนเก๋ และดูมีชีวิตชีวาไปอีกสเต็ป เพราะไม่ใช่แค่ช่อดอกไม้และแบ็คดร็อปในงานที่สามารถตกแต่งด้วยดอกไม้หรือผลไม้ได้เท่านั้น แต่เค้กแต่งงานก็ตกแต่งให้สวยโดดเด่นได้เหมือนกัน

แพรวเวดดิ้ง เลยขอรวม 22 ดีไซน์เค้กแต่งงาน ที่ประดับตกแต่งด้วยดอกไม้และผลไม้หลากดีไซน์จะทำเป็นเค้กแต่งงานจริงก็ได้ หรือเค้กแต่งงานปลอมก็ดี รับรองสวยเด่นสะดุดตา ไม่มีทางอายแขกในงานแน่นอน

22 ดีไซน์ เค้กแต่งงาน ตกแต่งด้วยดอกไม้และผลไม้ สวยเก๋ เด่นสะดุดตา ดีเทลไม่ซ้ำ

 เค้กแต่งงาน 1  เค้กแต่งงาน 2 เค้กแต่งงาน 21  เค้กแต่งงาน 22


ภาพ : brides.com

 

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ช่อดอกไม้แห้ง สำหรับเจ้าสาวยุคใหม่ที่รักษ์โลกแถมเก็บไว้ได้นาน

ไอเดียที่ควรหาทำ! Wedding Program ลำดับพิธีการ ฉบับพัดคลายร้อน

น่ารักกินง่าย 15 เค้กโดนัท ที่เหมาะกับงานแต่งงานทุกแบบ

 

 

สนีกเกอร์หุ้มข้อ Gucci Basket เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

เปิดตัวไอเท็มสุดเก๋ สนีกเกอร์หุ้มข้อ Gucci Basket เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

Gucci สนีกเกอร์หุ้มข้อ Gucci Basket อันโดดเด่นที่ออกแบบโดย Alessandro Michele ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ของ Gucci ในส่วนของตัวรองเท้าได้ถูกผลิตขึ้นจาก Demetra ซึ่งเป็นวัสดุหลัก และเป็นวัสดุหรูหราที่ทาง Gucci เป็นผู้บุกเบิก โดยรวมเอาคุณภาพ ความอ่อนนุ่ม ความทนทาน และความยืดหยุ่นเข้าไว้ด้วยกัน อีกทั้งยังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วย

มีกีฬาเพียงไม่กี่ประเภทที่สามารถส่งผลต่อวัฒนธรรมสตรีทได้อย่างกีฬาบาสเกตบอล และในตอนนี้ เมื่อนึกถึงรองเท้าหุ้มข้อที่เหล่าผู้เล่นสวมใส่อยู่บนสนามและนั่นได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของลุคทีอยู่นอกสนามและเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมป๊อปคัลเจอร์ที่ได้หยั่งรากลึกลงไป และรองเท้าสนีกเกอร์แบบผูกเชือกจาก Gucci ในคอลเล็คชั่น Ouverture ก็ได้ชื่อมาจากกีฬานี้นั่นเอง

เปิดตัวไอเท็มสุดเก๋ สนีกเกอร์หุ้มข้อ Gucci Basket เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

สนีกเกอร์หุ้มข้อ Gucci Basket-1

สนีกเกอร์หุ้มข้อ Gucci Basket-3

สนีกเกอร์หุ้มข้อ Gucci Basket-4

Gucci Basket รองเท้าสนีกเกอร์ที่ใส่ได้ทุกเพศได้รับแรงบันดาลใจจากกีฬาบาสเกตบอล มาพร้อมแถบป้ายพิเศษ ใน 3 สไตล์ที่มีสีและการผสมผสานของเนื้อผ้าที่แตกต่างกัน สำหรับตัวรองเท้าจะมีลุคที่ดูเก่าและตกแต่งด้วยสีสันสดใสในวัสดุผสมที่ถูกรวมเข้ากับดีไซน์อันโดดเด่น พื้นรองเท้ามีสีน้ำเงิน ผ้าตาข่ายด้านบนรองเท้ามีสีม่วง แผ่นรองรองเท้าและโครงรองเท้าสีส้มที่หุ้มรอบข้อเท้า และเชือกรองเท้าสีเขียว นอกจากนี้ตัวขอบยางเรืองแสงยังแสดงลวดลายต่างๆ ของ Gucci รวมถึงลาย Interlocking G ที่ถูกนำมาใช้บนลิ้นรองเท้าและด้านนอกของรองเท้า

สนีกเกอร์หุ้มข้อ Gucci Basket-6

สนีกเกอร์หุ้มข้อ Gucci Basket-5

Demetra วัสดุหลักที่ใช้ในการผลิตรองเท้า ซึ่งใช้เวลาในการวิจัยและพัฒนาเป็นเวลาถึงสองปีโดยช่างเทคนิคและช่างฝีมือของ Gucci รองเท้าผลิตขึ้นทั้งหมดในโรงงานของ Gucci ที่ประเทศอิตาลี และถูกผลิตขึ้นโดยใช้ความเชี่ยวชาญและกระบวนการเดียวกันสำหรับการฟอกหนัง จึงทำให้ได้คุณสมบัติที่ทำให้ Demetra มีลักษณะที่โดดเด่น อ่อนนุ่ม และยืดหยุ่น พร้อมผิวสัมผัสที่นุ่มนวลแต่ยังคงความหรูหรา

สนีกเกอร์หุ้มข้อ Gucci Basket-2

นอกจากนี้นวัตกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อมที่อยู่เบื้องหลัง Demetra คือการผสมผสานกระบวนการที่มีประสิทธิภาพเข้ากับวัตถุดิบที่ปราศจากจากสัตว์ และจะมาจากแหล่งที่ยั่งยืน หมุนเวียนได้ และเป็นวัตถุดิบชีวภาพเพื่อการอนุรักษ์ที่ยั่งยืน


บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

คืนชีพตำนาน! ล้วงลึก กระเป๋า Gucci Diana รุ่นใหม่ สวยเด่นจนน่ารูดบัตร

จากเด็กฝึกงานสู่หัวเรือใหญ่! ทำไมต้องเป็น ‘เวอร์จินี วิอาร์ด’ รับช่วงต่อ Chanel

ทรงนี้ต้องเปย์! กระเป๋า Saint Laurent Le 5A7 Hobo Bag รุ่นฮ็อตที่น่าเป็นเจ้าของ

 

เอ็มมา บันตัน

ได้ฤกษ์วิวาห์ เอ็มมา บันตัน เข้าพิธีแต่งงานกับแฟนหนุ่มหลังอยู่ด้วยกันมา 22 ปี

ได้ฤกษ์วิวาห์ เอ็มมา บันตัน หรือ Baby Spice แห่งวง Spice Girls  เข้าพิธีแต่งงานสุดอบอุ่นแล้วกับ เจด โจนส์ นักร้อง R&B ชาวอังกฤษที่ผันตัวมาเป็นเชฟ หลังทั้งคู่อยู่ด้วยกันมานานถึง 22 ปี

ได้ฤกษ์วิวาห์ เอ็มมา บันตัน เข้าพิธีแต่งงานกับแฟนหนุ่มหลังอยู่ด้วยกันมา 22 ปี

เอ็มมา บันตัน

ทั้งนี้ เอ็มมา บัตตัน ได้โพสต์ภาพอันน่ายินดี พร้อมแคปชั่นผ่านอินสตาแกรมว่า Mr and Mrs Jones! หลังจากทั้งคู่ครองรักกันมาอย่างยาวนานถึง 22 ปี มีโซ่ทองคล้องใจคือ 2 หนุ่มน้อย โบว โจนส์ วัย 13 ปี และ เทต โจนส์ วัย 10 ปี

เอ็มม่า ปรากฏตัวในชุดเดรสสั้นสีขาวบริสุทธิ์ ด้านหลังมีหางลากยาว สวมมงกุฎดอกไม้สุดหวาน ขณะที่ เจด โจนส์เสื้อเบลเซอร์ Gucci และเสื้อยืดสีดำเข้ารูปสำหรับวันสำคัญ ตัดกับกางเกงสแล็คสีครีม

สำหรับความรักของทั้งคู่ อันที่จริงแล้วไม่ได้โรยกลีบกุหลาบมากนัก เพราะถึงแม้จะคบกันมานานแต่ก็มีช่วงที่ทั้งคู่ตัดสินใจเลิกรากันไป 2 ครั้ง โดยเอ็มม่า และ เจด เริ่มคบหาดูใจกันในปี 2542 ก่อนจะตัดสินใจเลิกรากันไป และในปี 2543 ทั้งคู่กลับมาคบกันใหม่อีกครั้ง ต่อมาในปี 2545 พวกเขาตัดสินใจแยกทางกัน โดยครั้งนี้นานถึง 2 ปี จนกระทั่งในปี 2547 เอ็มม่า และ เจด กลับมาอยู่ด้วยกันอีกครั้ง ซึ่งครั้งนี้พวกเขาได้ประกาศข่าวดีว่า เอ็มม่ากำลังตั้งท้องลูกชายคนแรก โบว โจนส์ 

ในเดือนพฤษภาคม 2554 เอ็มมาและเจดประกาศข่าวอันน่ายินดีว่าพวกเขากำลังตั้งครรภ์ลูกชายคนที่สองชื่อเทต หลังจากนั้นไม่นานก็มีข่าวว่าทั้งคู่หมั้นหมายกัน จนกระทั่งในวันที่ 13 กรกฎาคม เอ็มม่า และ เจด เข้าพิธีแต่งงานอย่างเป็นทางการ

ทั้งนี้ เอ็มม่า เผยถึงแพลนการแต่งงานกับ เจดว่า พวกเขาอยากแต่งงานเงียบๆ อันที่จริงแล้วเรื่องการแต่งงานอยากจะมีอยู่แล้ว แต่ไม่อยากวุ่นวาย เตรียมงานหลายสิ่ง อยากจัดพิธีเงียบๆ แบบส่วนตัว


ที่มา : www.mirror.co.uk

บีม เลิศศิริ โตสิงห์

วิ่งเปลี่ยนชีวิต “บีม เลิศศิริ โตสิงห์” จากวิ่งแก้บน สู่นางฟ้านักวิ่งผู้สร้างแรงบันดาลใจ

การวิ่งถือเป็นการออกกำลังกายที่ได้รับความนิยมอย่างมากตลอดหลายปีที่ผ่านมา และในวงการวิ่งต้องรู้จักชื่อของ บีม เลิศศิริ โตสิงห์ ที่หลายคนยกให้เธอเป็นนางฟ้านักวิ่ง ไม่ใช่แค่ความน่ารักที่ชวนใจละลาย แต่เพราะความมุ่งมั่น ทุ่มเท และตั้งใจ ยืนยันได้จากผลงานการวิ่งมากกว่า 100 สนาม

บีม เลิศศิริ โตสิงห์

แค่วิ่ง…ชีวิตก็เปลี่ยน

จากอดีตนักวิ่งประจำโรงเรียนที่ห่างหายจากลู่ไปนานในช่วงมหาวิทยาลัย ก่อนจะกลับมาหลงรักการวิ่งอีกครั้งในวัยทำงาน

“การวิ่งมีเสน่ห์หลายๆ อย่างที่ทำให้บีมหลงรักค่ะ ทำให้วิ่งต่อเนื่องมาถึง 5 ปีแล้ว ซึ่งต้องย้อนกลับไปสมัยเด็ก บีมเป็นนักกีฬาวิ่งของโรงเรียนนะคะ ซึ่งตอนนั้นไม่รู้หรอกว่าตัวเองชอบหรือเปล่า แค่รู้สึกว่าทำได้ดี วิ่งคนเดียวได้ ไม่ต้องใช้อุปกรณ์อะไร บวกกับด้วยความที่ชอบเอาชนะเป้าหมาย อยากได้เหรียญ จึงตั้งใจซ้อมมากช่วงที่มีงานกีฬา แต่ก็ไม่ได้เก่งขนาดได้เหรียญทองทุกครั้งนะคะ พอเข้ามหาวิทยาลัยก็ร้างลาไปเพราะเรียนหนักขึ้น แล้วก็ไม่ได้มีแข่งกีฬาสีเหมือนตอนมัธยมแล้ว

“กระทั่งเรียนจบ บีมอยากเข้าทำงานที่โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ เพราะคุณพ่อเป็นหมอ คุณแม่เป็นพยาบาล ท่านจึงอยากให้ทำงานในโรงพยาบาล ตอนนั้นคิดว่านอกจากความสามารถแล้ว ขอพึ่งไสยศาสตร์เพิ่มไว้หน่อยละกัน จึงไปบนขอพระบรมรูปรัชกาลที่ 5 ที่โรงพยาบาลว่าขอให้ได้งานนี้ โดยจะวิ่งแก้บน 10 กิโลเมตร (หัวเราะ) คือเราไม่ได้วิ่งมานานมาก ระยะทางเท่านั้นจึงดูเป็นเรื่องยาก ท่านน่าจะเห็นใจ (ยิ้ม)

บีม เลิศศิริ โตสิงห์

“และแล้วก็ได้งานจริงๆ ในตำแหน่งเจ้าหน้าที่วิเทศสัมพันธ์ สื่อสารการแพทย์ ทำงานไปสักพักที่โรงพยาบาลมีงานวิ่งประจำปี ‘ศิริราช เดิน-วิ่ง ผสานชุมชน’ จึงถือโอกาสนั้นสมัครลงวิ่ง 10 กิโลเมตรเพื่อแก้บนไปด้วยเลย

“แม้จะห่างหายจากการวิ่งไปนาน แต่บีมก็มีเข้าฟิตเนส ซิตอัพอยู่เรื่อยๆ เพราะค่อนข้างรักสวยรักงาม กลัวอ้วน จึงพอมีพื้นฐานการวอร์มร่างกายอยู่บ้าง ผลคือเข้าเส้นชัยมาคนสุดท้ายเลยค่ะ (หัวเราะ) เกือบจะโดนคัตออฟแล้ว (Cut off Time เวลาสิ้นสุดสภาพการแข่ง) เพราะแทบไม่ได้วิ่งเลย คือวิ่งนิดหนึ่ง แล้วก็สลับเดินมาเรื่อยๆ แบบแทบจะหมดแรง (หัวเราะ) ระหว่างทางได้เห็นคุณลุงที่วิ่งผ่านไปหันมาถามบีมว่า ทำไมหนูไม่วิ่งเลย บีมบอกว่า ไม่ไหวแล้วค่ะ สุดท้ายคุณลุงคนนั้นวิ่งเข้าเส้นชัยพร้อมได้ถ้วยด้วยนะคะ

“การวิ่งแก้บนครั้งนั้นเปลี่ยนมุมมองของบีมไปเลยค่ะ จากตอนแรกที่คิดว่าตัวเองจะทำไม่ได้ แต่สุดท้ายก็ถึงเส้นชัยจนได้ รู้สึกภูมิใจมากๆ และจากที่เวลาเห็นหลายๆ คนวิ่ง เคยคิดว่าร้อนก็ร้อน สนุกตรงไหน แต่ครั้งนั้นทำให้บีมเข้าใจและรู้สึกถึงความสนุก โดยเฉพาะเวลาที่วิ่งผ่านป้ายบอกระยะแต่ละจุด ไปได้ มันตื่นเต้นและมีกำลังใจ อีกอย่างคือมิตรภาพในสนามที่ทุกคนจะคอยให้กำลังใจกัน แม้จะไม่รู้จักกันก็ตาม ซึ่งทั้งหมดนั้นสร้างแรงบันดาลใจให้บีมมากๆ”

บีม เลิศศิริ โตสิงห์

วิ่งเปลี่ยนชีวิต “บีม เลิศศิริ โตสิงห์” จากวิ่งแก้บน สู่นางฟ้านักวิ่งผู้สร้างแรงบันดาลใจ

วิ่ง…ชนเป้าหมาย!

“ชอบเอาชนะ” บีมบอกว่าเป็นด้านดีของนิสัยที่ติดตัวมาตั้งแต่เด็กๆ สำหรับการวิ่งเธอจะตั้งเป้าหมายและวิ่งไปให้ถึงให้ได้ เหมือนการวิ่งในเกมที่เอาชนะไปทีละด่าน

“พอจบงานวิ่งครั้งแรก บีมตั้งใจว่าอยากลงสนามอีก ทีแรกให้เหตุผลกับตัวเองว่าเราทำงานด้านสุขภาพ ถ้ารู้เรื่องการวิ่ง มีข้อมูลจริงๆ ก็น่าจะเป็นประโยชน์ในการทำงานด้วย บวกกับมีรุ่นพี่ที่วิ่งในงานนั้นชวนให้ลงวิ่งรายการ มินิมาราธอน (10.5 กิโลเมตร) และคราวนี้บีมไม่อยากเดินในสนามแล้ว แต่อยากวิ่งให้จบตั้งแต่กิโลเมตรแรกถึงเส้นชัย

“จึงเริ่มหาข้อมูลเกี่ยวกับการวิ่ง และซ้อมด้วยตัวเองสัปดาห์ละ 2-3 วัน หลังเลิกงาน เริ่มจาก 3-5 กิโลเมตร จากนั้นค่อยๆ เพิ่มสถิติตัวเองไปเรื่อยๆ ซึ่งครั้งที่ 2 บีมวิ่งจนจบได้จริงๆ ยิ่งทำให้มีกำลังใจและรู้สึกสนุก บวกกับมีพี่ๆ เชียร์ว่าบีมทำเวลาได้ดีนะ ถ้าซ้อมอีกนิดน่าจะคว้าเหรียญได้ ทำให้ทุกครั้งที่ลงวิ่ง บีมจะตั้งเป้าของตัวเอง ทำเวลาให้ดีขึ้นเรื่อยๆ ค่อยๆ ลดลงไปทีละนิด อาจจะครั้งละ 5 นาที ซึ่งในการวิ่ง 1 นาที 2 นาที ก็ถือว่ามีผลเยอะแล้ว

“ช่วงนั้นบีมจึงลงสมัครวิ่งทุกสัปดาห์ (หัวเราะ) ผลพลอยได้คือทำให้เลิกติดเกมไปเลย จากเมื่อก่อนติดมือถือมาก ว่างปุ๊บเล่นเกมปั๊บ และเวลาติดอะไรแล้วบีมจะทุ่มมาก เคยเติมเงินในเกมเป็นหมื่นบาท (หัวเราะ) พอหันมาติด การวิ่งแทน ชีวิตดีกว่าเยอะเลย (ยิ้ม)

“บีมวิ่งมินิมาราธอนอยู่ประมาณ 1 ปี เพราะอยากทำเวลาในระยะนี้ให้ดี ก่อน แต่พอเห็นคนวิ่งจบระยะฮาล์ฟมาราธอน (Half Marathon ระยะทาง 21 กิโลเมตร) โพสต์รูปในเฟซบุ๊ก เขียนบรรยายความรู้สึกหลังการแข่งขัน ก็อยาก สัมผัสประสบการณ์แบบนั้นบ้าง จึงขยับตัวเองไปลงวิ่งระยะฮาล์ฟมาราธอน โดยสามารถเข้าเส้นชัยได้ในเวลาที่โอเค

บีม เลิศศิริ โตสิงห์

“ซึ่งพอทำได้…ใจก็เริ่มห้าวขึ้นค่ะ (หัวเราะ) จึงสมัครลงซูเปอร์ฮาล์ฟ มาราธอน (Super Half Marathon ระยะทางประมาณ 35 กิโลเมตร) คิดว่าเรา ผ่าน 21 กิโลเมตรมาได้แล้ว เพิ่มอีกหน่อยก็น่าจะไหวน่า ปรากฏว่าพอวิ่งจริง ๆ เป็นครั้งแรกที่ไปไม่ถึงเส้นชัยค่ะ เพราะบีมลืมความจริงที่ว่าเราเพิ่งผ่าน 21 กิโลเมตรมาครั้งเดียวและไม่เคยวิ่งไกลกว่านั้นเลย พอลงสนามจริง ผ่านมาถึง ระยะ 25 กิโลเมตร ร่างกายก็ฟ้องว่าไม่ไหวแล้ว เริ่มล้า ปวดข้อเท้า เจ็บตัว ไปหมด ดูนาฬิกาแล้วยังไงก็ไม่ทันเวลาแน่ ๆ จึงถือเป็นการ DNF (Did Not Finish) แรกในการแข่ง และเป็นจุดที่เปลี่ยนความคิดและการซ้อมใหม่ เพราะ ในการวิ่งเราใช้ใจอย่างเดียวไม่ได้ ร่างกายกับใจต้องไปด้วยกัน

“หลังจากหายเจ็บ บีมก็ทำตารางการซ้อมใหม่ วิเคราะห์ตัวเองว่าถ้าอยาก วิ่งได้ระยะไกล ต้องซ้อมอย่างไรบ้าง เรียกว่าหาข้อมูลจริงจัง และจากเมื่อก่อน ซ้อมแบบเรื่อย ๆ ตามสะดวกบ้าง เปลี่ยนมาเป็นมีแบบแผนมากขึ้น มีเวต ซ้อม วิ่งเร็วสลับช้า คือวิ่งเร็วเพื่อเร่งสปีดทำเวลา สลับกับวิ่งเหยาะ ๆ และวิ่งระยะยาว เป็นโค้ชให้ตัวเองในทุก ๆ วัน (ยิ้ม)

“ผลคือผ่านซูเปอร์ฮาล์ฟมาราธอนได้แบบไม่เจ็บ รวมถึงทำเวลาได้ดีขึ้น เรื่อย ๆ ซึ่งมาจากการซ้อมอย่างมีวินัย โดยไม่มากเกินไป เพราะจะทำให้ร่างกาย บอบช้ำ เตรียมร่างกายให้พร้อมก่อนวิ่ง ดูแลสุขภาพ กินอาหาร ทุกอย่างต้อง บาลานซ์กัน

“พอผ่านมา 2 ปี จึงตัดสินใจลงรายการจอมบึงมาราธอน (ระยะทาง 42.195 กิโลเมตร) มีคนไปวิ่งเยอะ บรรยากาศคึกคักมาก ซึ่งระยะแรก ก็ฟิตดีค่ะ แต่พอจะถึงระยะ 30 กิโลเมตรคือช่วงหนังชีวิตจริง ๆ (หัวเราะ) ความรู้สึกคือเราต้องทลายกำแพงตัวเองให้ได้ ยอมรับว่ามีวิ่งสลับเดินไปบ้าง จนเข้าเส้นชัยที่เวลา 4 ชั่วโมง 57 นาทีตามที่ตั้งใจไว้ได้สำเร็จ (ยิ้ม)

“ถึงตอนนี้บีมผ่านการวิ่งมาแล้วกว่า 100 สนาม เป็นวิ่งมาราธอน 10 สนาม มีทั้งในไทยและต่างประเทศ อย่างมอสโก เบอร์ลิน และเกียวโต ในอนาคต ตั้งใจจะวิ่งให้ครบ World Marathon Majors (โตเกียว บอสตัน ลอนดอน เบอร์ลิน ชิคาโก และนิวยอร์ก) โดยตั้งใจจะทำเวลาให้ดีขึ้นเรื่อย ๆ ตอนนี้ สถิติที่ดีที่สุดอยู่ที่ 10 กิโลเมตร เวลา 46 นาที, งาน adidas Half Marathon ระยะทาง 21 กิโลเมตร เวลา 1.51 ชั่วโมง และงาน Belin Marathon ระยะทาง 42.195 กิโลเมตร เวลา 4.06.34 ชั่วโมง” (ยิ้ม)

บีม เลิศศิริ โตสิงห์

วิ่ง…หาสิ่งที่รัก

นอกจากการวิ่งจะทำให้สุขภาพดีขึ้น ได้มิตรภาพใหม่ ๆ แล้ว ยังสามารถ ส่งต่อพลังเหล่านี้ให้คนอื่น ๆ ได้ด้วย

“รายการวิ่งที่บีมประทับใจที่สุดคือ โครงการ 1 ล้าน 5 แสนก้าว วิ่งเพื่อชีวิต เชียงใหม่ – ศิริราช ซึ่งเป็นการวิ่งเพื่อระดมทุนสร้างอาคารนวมินทรบพิตร 84 พรรษา โรงพยาบาลศิริราช เพื่อผู้ป่วยด้อยโอกาส ถือเป็นรายการวิ่งที่โหดที่สุด เช่นกันค่ะ เพราะใช้เวลาวิ่งติดกัน 7 วันจากเชียงใหม่มาถึงกรุงเทพฯ (ยิ้ม) แต่ ก็ทำให้เห็นว่าการวิ่งสามารถสร้างประโยชน์ให้คนอื่น ๆ ได้ด้วย

“และถือเป็นจุดที่เปลี่ยนชีวิตเลยนะคะ จากเมื่อก่อนที่อยู่เซฟโซน ทำงาน อยู่ในกรอบ พอมาเจอการวิ่ง เจอสิ่งที่ชอบ ทำให้กล้าที่จะก้าวออกมาทำตามฝัน บีมจึงลาออกจากงานที่โรงพยาบาลมาเป็น Project Manager ที่ ThaiRun เพจที่รวบรวมทุกเรื่องเกี่ยวกับการวิ่ง ทั้งเขียนคอนเทนต์ ทำคลิปแนะนำการวิ่ง และดูแลเกี่ยวกับการจัดงานวิ่งทั้งหมด รวมถึงเปิดบริษัทออร์แกไนซ์ของตัวเอง สำหรับรับจัดงานวิ่งด้วย (ยิ้ม)

“เพราะการได้ทำในสิ่งที่ตัวเองรัก นอกจากช่วยสร้างความสุขแล้ว ถ้าสามารถเป็นงานเลี้ยงชีพได้ด้วย นั่นคือที่สุดเลยค่ะ ไม่มีวันไหนที่ไม่อยากตื่น ไปทำงาน ทุกวันนี้ยังรู้สึกตื่นเต้นที่ได้ทำอะไรใหม่ ๆ ได้ทำสิ่งที่รัก ตอนนี้จึง ชัดเจนมาก ๆ ว่าการวิ่งไม่ได้ให้เฉพาะเรื่องสุขภาพ แต่ยังมอบโอกาสดี ๆ ช่วย เปลี่ยนให้บีมเป็นคนใหม่อีกด้วย

บีม เลิศศิริ โตสิงห์

“และการที่บีมทำเนื้อหาแชร์ประสบการณ์การวิ่งของตัวเองลงในเพจก็ ทำให้มีคนรู้จักมากขึ้น สร้างแรงบันดาลใจให้คนอื่น ๆ ได้อีกต่อหนึ่ง ซึ่งมี หลายคนส่งข้อความมาขอคำปรึกษาว่าควรจะเริ่มอย่างไรดี ซึ่งบีมก็ให้คำแนะนำ ส่งตารางซ้อมให้เขา อย่างรุ่นพี่คนหนึ่งชื่อพี่ปอ อยู่ที่เชียงใหม่ เขาเริ่มติดตามบีม ตั้งแต่ตอนวิ่งโครงการ 1 ล้าน 5 แสนก้าว วิ่งเพื่อชีวิต เชียงใหม่-ศิริราช จากเดิมที่ไม่เคยออกกำลังกายเลย เขาเห็นบีมแล้วรู้สึกมีกำลังใจ บีมก็ให้ คำแนะนำไป จนตอนนี้เขาเป็นนักวิ่งระดับได้ถ้วยแล้ว (ยิ้ม)

“หรือน้องอีกคนมีรูปร่างอ้วน โดนเพื่อนล้อเลียนจนเกือบจะซึมเศร้า เขา ปรึกษาว่าควรทำอย่างไรดี บีมแนะนำให้เขาเริ่มจากการเดิน จากนั้นค่อยเปลี่ยน เป็นวิ่งเบา ๆ คอยให้กำลังใจเขาเรื่อย ๆ จนวันหนึ่งที่เขาลงระยะ 5 กิโลเมตร สำเร็จ แล้วส่งรูปเหรียญรางวัลมาให้เราดู บอกว่า พี่บีม…ผมทำได้แล้วนะ จากนั้น น้ำหนักก็ค่อย ๆ ลดลง สุขภาพดีขึ้น จนตอนนี้มีรูปร่างสมส่วน สภาพจิตใจ ก็ดีขึ้นด้วย (ยิ้ม)

“เรื่องราวเหล่านี้ช่วยทำให้บีมมีกำลังใจและมีพลังเพิ่มขึ้นด้วยนะคะ ดีใจ ที่เราสามารถทำให้ใครสักคนที่อาจจะไม่สนใจการออกกำลังกาย ได้ลุกขึ้นมาวิ่ง ใส่ใจดูแลตัวเอง และมีสุขภาพที่ดีขึ้น มีเป้าหมายที่จะทำอะไรดี ๆ เพื่อตัวเอง อย่างนี้ยิ่งกว่าความสุขอีกค่ะ”

บีม เลิศศิริ โตสิงห์

ฟิต & เฟิร์มก่อนลงสนาม

• วิ่งครั้งละ 10 กิโลเมตร 4 ครั้ง / สัปดาห์

• ออกกำลังกายด้วยการบอดี้เวตในห้อง เช่น แพลงก์ (Plank) สควอต (Squat) ซิตอัพ (Sit up) และลั้นจ์ (Lunge) อย่างละ 45 วินาที โดยทำต่อเนื่องเป็นเซต ประมาณ 4 เซต

• กินอาหารทุกอย่าง แต่เน้นผัก และดื่มน้ำอย่างน้อย 3 ลิตร / วัน เพราะช่วยเรื่องผิวได้เยอะมาก

• เครื่องดื่มแก้วโปรดยามเช้า : สมู้ตทีผักรวม

• ก่อนวิ่ง 2 ชั่วโมงควรกินอาหารที่ย่อยง่าย เช่น กล้วย ไข่ต้ม หรือขนมปัง

• เวลาวิ่งกลางแจ้ง ร่างกายต้องเจอแสงแดดนานหลายชั่วโมง ฉะนั้นห้ามลืมทาครีมกันแดดเด็ดขาด! และควรเลือกครีมกันแดดชนิดกันน้ำ


ที่มา : นิตยสารแพรว ฉบับ 957

ภาพ : beam_mer

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

สาวสายลุยที่แท้ทรู “พลอยไพลิน ตั้งประภาพร” เที่ยว 8 ประเทศ 37 วัน คนเดียว!

เปิดวาร์ป 6 เซเลบหนุ่มคลื่นลูกใหม่ รูปหล่อ นามสกุลดัง โปรไฟล์ดีมาก-ก-ก

ชีวิตจริงยิ่งกว่าซีรีส์ “ผึ้ง-ประภาภรณ์” ธุรกิจโดนโกง สามีนอกใจ ฮึดสู้สู่เจ้าของแฟรนไชส์

นักร้องเกาหลี

ข้ามไลน์แต่ไปรุ่ง! นักร้องเกาหลี ผันตัวกลายเป็นนักแสดงฝีมือดี ตีบทแตกกระจุย

ปฏิเสธไม่ได้จริงๆ ว่าเหล่า นักร้องเกาหลี  K-pop นั้นเก่งรอบด้านกันเหลือเกิน เพราะแต่ละคนต่างก็มีความสามารถแบบครอบจักรวาลไม่ว่าจะเป็น  การร้องเพลง การเต้น งานพิธีกร รวมถึงงานด้านการแสดง ที่มีไอดอลเจ๋งๆ บางคนทำได้ดีชนิดที่ว่าตีบทแตกกระจุย วันนี้จึงจะพาไปรู้จักกับนักแสดงเหล่านี้กัน เชื่อว่าหากคุณเป็นคนที่ชื่นชอบเกาหลี คงได้เคยตกหลุมรักเสียงร้องเพลงหรือฝีมือการแสดงของพวกเขาเหล่านี้บางบ้างแน่นอน

ข้ามไลน์แต่ไปรุ่ง! นักร้องเกาหลี ผันตัวกลายเป็นนักแสดงฝีมือดี ตีบทแตกกระจุย

อ๊กแทคยอน ( Ok Taek Yeon)

อ๊กแทคยอน สมาชิกวง 2PM เขาเริ่มต้นงานแสดงหลังจากเดบิวต์ได้ 2 ปี มีผลงานที่เป็นที่รู้จักอาทิ Dream High,Wonderful days,Let’s Fight Ghost ฯลฯ

โดยผลงานล่าสุดของเขาคือวินเซนโซ่ ทนายมาเฟีย (Vincenzo) รับบท จางจุนอู ตัวร้ายที่มีคาแร็กเตอร์ 2 แบบ ทั้งแบบน่ารักมุมิในลุคเด็กฝึกงานที่ใสซื่อประหนึ่งลูกหมาตัวน้อย แต่เบื้องหลังเขาเป็นคนที่โหดมาก

โดยในซีรีส์เรื่องนี้ยังมีฉากที่ อ๊กแทคยอน ได้โชว์สกิลการเต้นอยู่หลายฉาก ทั้งยังยกเอาประโยคสุดฮิตจากเพลงของวง 2PM ของเขาเองอย่าง “Can you feel my heartbeat?” มาพูดในซีรีส์เรื่องนี้ด้วย ต้องบอกเลยว่าน่าเสียดายจริงๆ ที่คาแร็กเตอร์น่ารักๆ นี้ เราได้เห็นกันแค่ประมาณ 4 ตอนแรกเท่านั้น ก่อนที่ จางฮันซอก จะเผยตัวตนที่แท้จริงออกมาก ขอปรบมือรัวๆ ให้กับหนุ่ม อ๊กแทคยอน ที่แสดงได้อย่างสมบทบาทไม่ว่าจะมู้ดน่ารักหรือมาดปีศาจก็ตาม

อ๊กแทคยอน

ชาอึนอู  (Cha Eun Woo)

ชาอึนอู แห่งวง ASTRO เป็นที่รู้จักจากการรับบทตัวละครซึนเดเระที่ภายนอกดูเย็นชา แต่จริงๆ แล้วเป็นคนที่อบอุ่น ขณะที่อีกหนึ่งคาแร็กเตอร์ที่เขาเคยได้รับอย่าง “อีริม” จากเรื่อง กูแฮรยอง นารีจาลึกโลก (Rookie Historian Goo Hae-ryung) กลับเป็นคาแร็กเตอร์ที่แตกต่างเพราะมีความสดใส และปฏิเสธไม่ได้จริงๆ ว่าเป็นคาแร็กเตอร์ที่น่ารักที่สุดที่ชาอึนอูเคยรับเล่นมา

โดยตัวละคร อีริม เป็นเจ้าชายที่แอบทรงงานเป็นนักแต่งนวนิยายรักโรแมนติกแบบลับๆ และถึงแม้จะมีประสบการณ์ในการแต่งเรื่องราวความรักสุดโรแมนติกที่กลายเป็นนวนิยายฮ็อตฮิตอย่างมากมาย แต่ในโลกของความเป็นจริงแล้วองค์ชายอีริมผู้นี้ กลับอ่อนหัดและไม่มีประสบการณ์ด้านความรัก และด้วยความใสซื่อไร้ประสบการณ์ขององค์ชายอีริมนี่แหละ ที่ทำให้โมเมนต์ที่องค์ชายของเราตกหลุมรักแบบหัวปักหัวปำนั้นดูน่ารักและเรียกเสียงหัวเราะได้ไม่เบาทีเดียว

ชาอึนอู

อีฮเยริ (Lee Hye Ri)

อีฮเยริ จากเกิร์ลกรุ๊ปวง Girl’ s Day เป็นที่รู้จักจากหลากหลายบทบาทด้านการแสดงด้วยคาแร็กเตอร์ที่น่ารักปนฮา แต่หนึ่งในบทบาทซึ่งเป็นที่ชื่นชอบของคนดูมากที่สุดก็คือ “ด็อกซอน” จากเรื่อง วันวาน 1988 (Reply 1988) และเนื่องจากซีรีส์เรื่องนี้ เป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นในปี 1988 คาแร็คเตอร์ ด็อกซอน ทำให้เราได้ย้อนกลับไประลึกถึงวันเก่าๆ และเรื่องราวเรียกเสียงหัวเราะ ในวันวาน ด้วยคาแร็กเตอร์ของตัวละครที่เป็นลูกคนกลางซึ่งมีปัญหาเช่นเดียวกับลูกคนกลางในครอบครัวทั่วไปมักประสบพบเจอนั่นเอง มิหนำซ้ำ ด็อกซอน ยังถูกจัดอันดับผลการเรียนในโรงเรียนให้อยู่ที่ 999 แต่ถึงแม้ว่าเธอจะไม่มีพรสวรรค์ด้านการเรียน แต่เธอก็เป็นคนที่จิตใจดี มีความเห็นอกเห็นใจและห่วงใยเพื่อนของเธอมาก ซึ่งการที่เราได้เห็น ด็อกซอน เติบโตตามวัย ก็ยิ่งทำให้เธอยิ่งน่าเอ็นดูขึ้นไปอีกหลายเท่า

อีฮเยริ

ชเวชีวอน  (Choi Si Won)

สำหรับหนุ่ม ชเวชีวอน จากวง Super Junior ที่เคยผ่านผลงานด้านการแสดงมานับไม่ถ้วน โดยเริ่มแจ้งเกิดในฐานะนักร้องและนักแสดงในปี 2548 และไม่ว่าจะบทน่ารักหวานอบอุ่นหรือบทตลกบ๊องๆ ชีวอน ก็ทำได้ดีอย่างโดดเด่น โดยในหลายๆ คาแร็กเตอร์ที่เขาเคยรับเล่นมาล้วนเป็นที่จดจำทั้งนั้น แต่หนึ่งคาแร็กเตอร์ที่น่าสนใจก็คือ “ชินฮยอก” จากเรื่อง She Was Pretty เพราะเป็นบทที่บ๊องฮาหลุดโลกสร้างความสุขให้กับคนดู โดย ชินฮยอก เป็นคนที่เป็นตัวของตัวเองอย่างสุดเหวี่ยง ขี้เล่นมากๆ และเป็นคนที่ให้ความสำคัญกับนิสัยใจคอของผู้คนมากกว่ารูปลักษณ์ภายนอก ทั้งยังเป็นคนที่เต็มไปด้วยมุกตลกแพรวพราวแต่ก็มีความเอาใจใส่ โดย ชินฮยอก มักจะมีวิธีในการสร้างรอยยิ้มให้กับคนรอบตัวอยู่เสมอ หากอยากรู้ว่าคาแร็กเตอร์ ชินฮยอก ของหนุ่ม ชีวอน จะบ๊องโก๊ะขนาดไหน แนะนำว่าต้องดูฉากหัวไชเท้าดองในตำนานที่ ตลก และน่ารักครบรส

ชเวชีวอน

ยุกซองแจ (Yook Sung Jae)

มาถึงหนุ่มคนนี้ ยุกซองแจ จากวง BTOB หากพูดถึงบทบาทที่ทำให้ผู้คนจดจำได้มาที่สุดคงเป็นบทไหนไปไม่ได้นอกจาก  “ด็อกฮวา”  จากเรื่อง ก็อบลิน คำสาปรักผู้พิทักษ์วิญญาณ (Guardian: The Lonely and Great God) และ “คังแบ” จากเรื่อง มนตร์มายา ณ ร้านลับแล (Mystic Pop-up Bar) เริ่มกันที่ ด็อกฮวา วัยรุ่นหนุ่มที่ถูกสปอยเพราะฐานะทางบ้านที่ร่ำรวย แต่ถึงแม้จะรวยล้นฟ้าขนาดไหน ด็อกฮวา ก็เป็นเด็กที่จิตใจดีและคอยช่วยเหลืออาก็อบลิน คิมชิน ของเขาอยู่เสมอ ด้าน คังแบ เป็นตัวละครที่น่าสงสารที่จำต้องใช้ชีวิตอยู่เพียงลำพังเพราะต้องการเว้นระยะห่างกับผู้คนรอบตัวเขา ไม่เช่นนั้นพวกเขาจะมาสารภาพความลับสุดยอดโดยไม่ได้ตั้งใจและไม่รู้ตัวกับเขา โดยคาแร็กเตอร์ คังแบ เป็นคาแร็กเตอร์ที่น่ารักและใสซื่อกว่าคาแร็กเตอร์ ด็อกฮวา แต่ถึงอย่างนั้น ทั้ง 2 คาแร็กเตอร์นี้ก็เป็นคาแร็กเตอร์ที่น่ารักน่าหยิก ดูสับสนอลหม่าน และตกใจได้ปั่นป่วนสุดๆ เมื่อได้รู้ความจริงเกี่ยวกับโลกเหนือธรรมชาติ

ยุกซองแจ

พัคฮยองชิก (Park Hyung Sik)

อีกหนึ่งหนุ่มที่มีผลงานทางการแสดงมาตลอดทั้ง ซีรีส์ ภาพยนตร์ และ ละครเวที ก็คือ  พัคฮยองชิก จาก ZE:A  พระเอกที่ขโมยหัวใจสาวๆ จากเรื่อง สาวน้อยจอมพลัง โดบงซุน (Strong Girl Bong-soon) อย่าง “อันมินฮยอก” ประธานบริษัทเกมที่ประสบความสำเร็จ โดยสิ่งที่ทำให้ซีอีโอมินฮยอก เป็นตัวละครที่น่าสนใจก็คือความหลงใหลและความชื่นชมที่มีให้กับ สาวน้อยมหัศจรรย์ บงซุน อีกทั้งการที่หนุ่ม มินฮยอก ปลื้มและมองว่าความแข็งแรงมีพลังเหนือมนุษย์และความมั่นใจของ บงซุน มีเสน่ห์นั้น ช่างน่ารักน่าเอ็นดูเสียจริงๆ โดย มินมิน ชื่นเล่นที่ มินฮยอก ถูกเรียกด้วยความรักนั้นเป็นตัวละครที่อบอุ่นและใจกว้างเปิดใจยอมรับในสิ่งต่างๆ การันตีได้เลยว่าหากคุณได้ดู ฮยองชิก ในบทบาทนี้แล้วละก็ จะต้องตกหลุมรักคาแร็กเตอร์นี้อย่างแน่นอน และถ้าหากว่าอยากดูหนุ่ม ฮยองชิก ในบทบาทน่ารักๆ บทบาทอื่นๆ ลองดูซีรีส์ฟีลกู้ดเรื่อง ครอบครัวจอมวุ่น บ้านอุ่นไอรัก (What Happens to My Family) ที่ ฮยองชิก รับบทเป็นลูกคนสุดท้องตัวป่วนที่ไม่รู้จักโตของครอบครัวต่อได้ จะได้ฟินในความน่ารักกันไปยาวๆ

พัคฮยองชิก

ซูจี (Suzy) และ ไอยู  IU

ปิดท้ายที่ 2 สาว บซูจี จากวง MissA และ ไอยู ที่ตอนนี้ต่างมีชื่อเสียงทางด้านการแสดงเป็นวงกว้างจนได้รับการขนานนามว่าเป็นเจ้าหญิงแห่งวงการ K-drama ซึ่งเชื่อหรือไม่ว่าทั้งสองเคยโคจรมาเจอกันแล้วในซีรีส์เรื่อง มุ่งสู่ดาว ก้าวตามฝัน (Dream High) โดย แบซูจี รับบทเป็น “ฮเยมี” นักเรียนผู้มีความใฝ่ฝันที่จะเป็นนักร้องโอเปร่า แต่กลับถูกบังคับให้เป็นนักร้อง K-pop แทน ความน่ารักของคาแร็กเตอร์นี้ เริ่มตั้งแต่ทรงผมและที่คาดผมซึ่งเป็นซิกเนเจอร์ของเธอ แต่ที่น่ารักและน่าดึงดูดใจยิ่งกว่าก็คือความแสบซ่าและเส้นทางการเติบโตของตัวละครของเธอ เช่นเดียวกับคาแร็กเตอร์ของ ไอยู อย่าง “คิมพิลซุก” ที่น่ารักสุดๆ ในลุคสาวแว่นและกีตาร์คู่ใจ โดยเป็นคาแร็กเตอร์ที่ขี้อายและจิตใจดี อีกทั้งยังเป็นคนโรแมนติกถึงขนาดที่จะเก็บเอาเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ไปฟินอยู่เสมอๆ

ซูจี

ไอยู

เป็นอย่างไรกันบ้างคะกับผลงานของไอดอลเหล่านี้ อันที่จริงยังมีอีกหลายคนเลย ซึ่งแพรวจะเขอนำเสนออีกครั้งในครั้งถัดโปรดติดตามกัน


ข้อมูลจาก : Netflix

Cheng Wei

จากผู้ช่วยบริษัทนวด Cheng Wei ก้าวสู่เจ้าของ Didi แอปเรียกรถใหญ่ที่สุดในจีน

จากผู้ช่วยหัวหน้าบริษัทนวดแห่งหนึ่ง Cheng Wei กลายเจ้าของ Didi ChuXing แอปพลิเคชัน แพลตฟอร์มเรียกรถขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศจีน ขึ้นแท่นมหาเศรษฐีพันล้านด้วยวัยเพียง 38 ปี

ปัจจุบันแอปพลิเคชั่นเรียกรถโดยสารได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็น Grab,Line Man หรือ Uber ที่ได้รับความนิยมในต่างประเทศ แต่สำหรับประเทศจีนนั้นต้องยกให้ Didi ChuXing แพลตฟอร์มเรียกรถโดยสารที่มีส่วนแบ่งในตลาดสูงถึง 90% ซึ่งนี่เป็นสาเหตุที่ทำให้ เจิ้ง เวย ผู้ก่อตั้ง Didi ChuXing ร่ำรวยเป็นมหาเศรษฐีด้วยทรัพย์สิน 1.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

จากผู้ช่วยบริษัทนวด Cheng Wei ก้าวสู่เจ้าของ Didi แอปเรียกรถใหญ่ที่สุดในจีน

Cheng Wei เจ้าของ Didi ChuXing
Photo: Reuters

แต่เมื่อไม่นานมานี้ หลังจากที่ เจิ้ง เวย เปิดขายหุ้น IPO ให้แก่ประชาชนทั่วไปในสหรัฐอเมริกาเป็นครั้งแรก กลับกลายเป็นว่าเขาถูกสอบสวนจาก ฝ่ายบริหารไซเบอร์สเปซของจีน เป็นเหตุให้แอปพลิเคชั่นของเขาถูกลบออกจากแอปสโตร์ ส่งผลให้การลงทะเบียนของผู้ใช้ใหม่ต้องหยุดชะงัก

ถึงแม้ในตอนนี้ Didi ChuXing จะถูกหยุดการใช้งาน แต่ที่ผ่านมา เจิ้ง เว่ย ได้พิสูจน์แล้วว่า จากลูกจ้างเงินเดือน 7,000 บาทก็กลายมาเป็นเจ้าของธุรกิจพันล้านได้ ซึ่งเขามีวิธีอย่างไร ไปดูกันเลย

เจิ้ง เวย เกิดในปี 1983 ที่เมืองซ่างเหรา ในมณฑลเจียงซี ทางตะวันออกเฉียงใต้ของจีน หลังจากสำเร็จการศึกษาด้วยปริญญาด้านการบริหาร จาก Beijing University of Chemical Technology เจิ้ง เหว่ย ได้ไปทำงานเป็นผู้ช่วยหัวหน้าบริษัทนวดแห่งหนึ่ง

หลังทำได้เพียง 1 ปี ในปี  2005 เขาได้ลาออกจากบริษัทเดิมเพื่อร่วมงานด้านการขายกับอาลีบาบาของ แจ๊ค หม่า (เจ้าของ South China Morning Post) ด้วยผลงานอันยอดเยี่ยม ทำให้ เจิ้ง เวย ไต่ขึ้นสู่ตำแหน่งที่สูงขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเขาได้เป็นผู้จัดการประจำภูมิภาคที่อายุน้อยที่สุดในบริษัท และ 6 ปีถัดมา เขาได้รับการเลื่อนตำแหน่งให้เป็นรองผู้จัดการทั่วไปในแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซของอาลีบาบา

Cheng Wei เจ้าของ Didi ChuXing
Photo: AFP

หลังจากร่วมงานกับอาลีบาบามาอย่างยาวนาน ในปี 2012 เจิ้ง เวย ตัดสินใจลาออก เพื่อไปเปิดบริษัทของตัวเองที่ชื่อว่า Beijing Orange Technology Co. ซึ่งนี่เป็นก้าวแรกของของเขาในการเปิดตัว Didi Dache ซึ่งต่อมาได้กลายเป็น Didi Chuxing ในปัจจุบัน

อย่างไรก็ตาม ก้าวแรกของเขาก็ไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด การครอบครองการตลาดไม่ใช่เรื่องที่ทำแล้วประสบความสำเร็จในครั้งแรก ซึ่งปัญหาของ เจิ้ง เวย คือ การดึงดูดใจผู้ใช้ที่มีศักยภาพและสรรหาพนักงานขับรถ แม้แต่ หวัง ชิง CEO ของ Meituan-Dianping เพื่อนสนิทของเขายังบอกกับ เจิ้ง เวย ว่าความคิดของเขาน่าจะใช้ไม่ได้ผล

Photo : fortune.com

ไม่นานนักฟ้าก็ก็เปิดให้ เจิ้ง เวย ได้เห็นหนทาง โดยจุดเปลี่ยนของเขาเกิดขึ้นในช่วงพายุหิมะในกรุงปักกิ่ง ตามข้อมูลของ Gelonghui การเรียกแท็กซี่บนท้องถนนแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย เป็นเหตุให้ผู้คนเริ่มดาวน์โหลดแอป Didi Dache มาใช้เป็นจำนวนมาก

ถัดมาใน 2013 เจิ้ง เวย ได้รับเงินทุน 15 ล้านเหรียญสหรัฐจาก Tencent ทำให้เขามีทุนในการเพิ่มจำนวนรถในวันละหลายเท่า แต่ถึงอย่างนั้นก็ตาม เขาก็ยังต้องเผชิญกับการแข่งขันอย่างรุนแรงกับคู่แข่ง Kuaidi Dache ซึ่งในขณะนั้นได้รับการสนับสนุนจากเงินจากอาลีบาบา แต่ท้ายที่สุดในปี 2558 ทั้งสองบริษัทก็ได้ควบรวมกิจการและเปลี่ยนชื่อเป็น Didi Chuxing

ในปี 2016 เจิ้ง เวย ได้เข้าซื้อกิจการ Uber China ซึ่งนี่เป็นจุดเปลี่ยนครั้งยิ่งใหญ่ที่ทำให้เขาก้าวเข้าสู่แพลตฟอร์มนี้อย่างแท้จริง เพราะไม่เพียงแต่ขยายธุรกิจในจีนเท่านั้น แต่ยังขยายไปทั่วโลกอีกด้วย สำนักข่าวซินหัวของจีนรายงานว่า ภายในปี 2017 แอปพลิเคชั่น Didi Chuxing พาผู้โดยสารเดินทางสำเร็จแล้วรวม 7.43 พันล้านครั้งใน 400 เมืองทั่วประเทศจีน

ขณะเดียวกัน เจิ้ง เวย ยังได้พัฒนาแอปอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2018 เขาอัปเกรดระบบแอปพลิเคชั่นด้านความปลอดภัยและสวัสดิภาพ หลังจากมีรายงานว่าคนขับทำร้ายผู้โดยสารผู้หญิงเสียชีวิตถึงสองครั้ง โดยเขาให้คำมั่นว่าจะลงทุน 20 ล้านเหรียญสหรัฐในการอัปเกรดแพลตฟอร์มนี้

ในปีนี้ Didi Chuxing ได้รับการเสนอชื่อให้เป็นหนึ่งในบริษัทที่ทรงอิทธิพลที่สุดในโลกโดยนิตยสาร Time ซึ่ง Didi Chuxing ยังได้ให้บริการในอีก 16 ประเทศ รวมทั้งบราซิล เม็กซิโก และรัสเซีย อีกด้วย


ที่มา : www.scmp.com

หลี่ เจียฉี “ราชาลิปสติก” สร้างยอดขาย 4.7 พันล้านบาท ใน “วันคนโสด” ของจีน

สกัดเส้นทางเศรษฐี! ลือสั่งห้าม นางเอกจีน ฟ่านปิงปิง ไลฟ์สดขายของออนไลน์

"ปุยฝ้าย" โชว์ "รอยแผลเป็น" ที่คอ ย้ำไม่ทุกข์ใจ แค่ยอมรับเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต

“ปุยฝ้าย” โชว์ “รอยแผลเป็น” ที่คอ ย้ำไม่ทุกข์ใจ แค่ยอมรับเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต

ก่อนหน้านี้ที่ ปุยฝ้าย ณัฎฐพัชร์ วิภัทรเดชตระกูล นักแสดงและนักร้องสาวสวยมากความสามารถ ได้เข้าผ่าตัดด่วนเนื่องจากหมอนรองกระดูกคอแตกทับเส้นประสาท ซึ่งปุยฝ้ายป่วยเป็นหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทมา 2 ปีกว่าแล้ว ทำให้มีอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรง แถมก่อนผ่าตัดไม่นานก็ตกบันได ศีรษะฟาดซ้ำไปอีก จึงยิ่งทำให้อาการกล้ามเนื้ออ่อนแรงทรุดหนัก และไม่สามารถเขียนหนังสือ จึงตัดสินใจเข้าผ่าตัดด่วน

โดยหลังจากผ่าตัดเสร็จเรียบร้อยไปเมื่อไม่นานมานี้ ล่าสุด ปุยฝ้ายจึงได้โพสต์ภาพลงอินสตาแกรม พร้อมแคปชั่นชี้แจงคนที่เข้ามาถามไถ่เรื่อง รอยแผลเป็น ว่า

รอยแผลเป็น 1

“มายเมคอัพ แต่งหน้าเล่นวันฝนตก มีคนมากมายถามว่า มีแผลเป็นที่คอแบบนี้ ฝ้ายขาดความมั่นใจไหม? จะทำยังไงดี? คำตอบคือฝ้ายไม่ทุกข์เลยค่ะ เพราะยอมรับ และมองว่าแผลนี้เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตเราไปแล้ว มีแผล แต่ทำให้ชีวิตที่เหลืออยู่ดีขึ้นและมีความสุขมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นแผลทางกายหรือแผลทางใจทุกคนมีกันทั้งนั้น แค่ยอมรับมัน เราก็จะไม่ทุกข์กับการไปพยายามลบและระวังไม่ให้มีแผลเพิ่มเท่านั้นเอง”

รอยแผลเป็น 3รอยแผลเป็น 2


ภาพ : faaaiiii_natapat

 

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ฉันรู้สึกเซ็กซี่..โอเคนะ Celine Dion ตอกกลับคน วิจารณ์รูปร่าง หลังเธอฟิตหุ่นจนผอม

จงภูมิใจในร่างกาย สรัย วัชรพล เผยรอยแตกผิว ก็เหมือนรอยสักแห่งการเดินทาง

ตอกกลับแซ่บเว่อร์ หลัง “อีจูยอง” พ่อครัวแห่งทันบัม โดนชาวเน็ตติงให้ “แต่งหน้าบ้าง”

 

 

cover โคลเอ้

ความหอมจากหมู่มวลดอกไม้ธรรมชาติ สู่น้ำหอมที่เกิดขึ้นจากห้วงความทรงจำด้วยคอลเลกชั่นน้ำหอม L’ATELIER DES FLEURS ใหม่ล่าสุด จากโคลเอ้

Chloé (โคลเอ้)  น้ำหอมที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นเฉพาะตัว โดยนำเอาพืชพันธุ์ของดอกไม้ที่ได้รับความนิยมนานาชนิดมาใช้เป็นส่วนผสมหลัก อันเป็นหัวใจสำคัญของน้ำหอมสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่สามารถแบ่งปันเรื่องราวแบบไม่ซ้ำใครได้อย่างเหนือระดับ

Chloé Atelier des fleurs คือคอลเลกชั่นน้ำหอมได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถัน เพื่อกลิ่นหอมที่ได้รับการผสมผสานให้เข้ากันอย่างลงตัวแบบไม่มีที่สิ้นสุด น้ำหอมทั้งหมด 9 กลิ่น ประกอบไปด้วยน้ำหอมที่มีชื่อมาจากดอกไม้ต่างๆ ความพิเศษของน้ำหอมทั้ง 9 กลิ่นนี้ สามารถทวีความหอมด้วยการฉีดผสมคู่กัน หรืออาจจะเพิ่มดีกรีด้วยการผสานความหอมถึง 3กลิ่น เกิดเป็นกลิ่นหอมที่เข้ากันอย่างลงตัว ด้วยการหลอมรวมส่วนผสมจากธรรมชาติ

ความหอมจากหมู่มวลดอกไม้ธรรมชาติ สู่น้ำหอมที่เกิดขึ้นจากห้วงความทรงจำด้วยคอลเลกชั่นน้ำหอม L’ATELIER DES FLEURS ใหม่ล่าสุด จากโคลเอ้

คอลเลกชั่นน้ำหอม L’ATELIER DES FLEURS ประกอบด้วย

1. ROSA DAMASCENA ออกแบบโดย Amandine Clerc-Marie

“กุหลาบ” เป็นดอกไม้ที่มีกลิ่นหอมสดชื่นและโดดเด่นอย่างเป็นธรรมชาติ โดย Amandine Clerc-Marie ได้นำแรงบันดาลใจจากกลีบดอกที่ซ้อนและเรียงตัวกันอย่างงดงามของดอกกุหลาบที่อยู่ในสวนดอกไม้ในวัยเด็กของเธอ โดยกุหลาบนั้นเป็นดอกไม้ที่มอบกลิ่นหอมสดชื่น เบาบางอย่างเป็นธรรมชาติ พร้อมกับเอกลักษณ์แห่งความสนุกสนานร่าเริงที่น่าประทับใจ แบบไม่มีที่สิ้นสุด

2. LAVANDA ออกแบบโดย Quentin Bisch

น้ำหอมที่เกิดขึ้นจากเสน่ห์ของแสงและเงา โดย Quentin Bisch ได้เก็บภาพจำในวัยเด็ก ขณะช่วงเวลาที่แม่ของเขาเดินออกมาจากสวนดอกไม้ที่มีสีสันสุดร้อนแรง กลับเข้าสู่ภายในบ้านที่เต็มไปด้วยแสงอันอบอุ่น และได้ฉีดพ่นสเปรย์กลิ่น ”ดอกลาเวนเดอร์” ลงบนแขนของเธอ เหตุนี้เขาจึงได้เก็บภาพความทรงจำของกลิ่นหอมนั้นไว้แล้วนำมายกระดับความหอมให้เด่นชัดมากขึ้น

3. MAGNOLIA ALBA ออกแบบโดย Louise Turner

น้ำหอมที่เปี่ยมเสน่ห์ส่งกลิ่นหอมสดชื่น ด้วยคุณค่าจากกลีบ “ดอกแมกโนเลีย”  ที่มีกลิ่นหอมอวบอวลแสนรัญจวนใจ ทำให้ Louise Turner ชาวพื้นเมืองอังกฤษ นึกถึงวันที่แสงแดดส่องแสงจ้า เกิดเป็นไอเดียนำมาออกแบบน้ำหอมที่เต็มไปด้วยกลิ่นไอของความเรียบง่าย นำคุณค่าของกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของมะนาวผสานกับความหอมละมุนของดอกแมกโนเลียในช่วงฤดูใบไม้ผลิมารวมไว้ด้วยกันอย่างลงตัว

4. CEDRUS ออกแบบโดย Quentin Bisch

เบื้องหลังความหอมของกลิ่น “เปลือกไม้” นี้ เกิดจากกลิ่นของยางไม้หอม (Balsam) ผสมกับกลิ่นควันที่ชวนให้คิดถึงของขวัญจากคนรักที่เปี่ยมไปด้วยความขี้เล่นแสนซน จากดอกไม้ช่อหนึ่งที่ทำให้ Quentin Bisch รำลึกเมื่อครั้งที่พ่อของเขาเคยมอบให้แก่แม่เขาในวัยเด็ก ซึ่งเป็นช่อดอกไม้ที่มีความงดงามและอ่อนโยนยิ่งนัก ให้ความรู้สึกถึงความละเอียดอ่อน พร้อมด้วยกลิ่นหอมจากมัสก์ก็ทำให้รู้สึกถึงอบอุ่นและความเป็นผู้นำ

5. HIBISCUS ABELMOSCHUS ออกแบบโดย Domitille Michalon Bertier

ในวันที่แสงแดดสาดส่อง เปิดรับความหอมของกลิ่นผลไม้หอมอ่อนๆและกลิ่นกลีบดอกไม้หอมละมุนด้วยคุณค่าของ “ดอกชบา” ราชินีแห่งดอกไม้จากสวนโพลิเนีเชียน ที่ Domitille Michalon Bertier เคยจดจำได้ในวัยเยาว์ ซึ่งดอกชบาได้มอบความอบอุ่นให้แก่ช่อดอกไม้ พร้อมกลิ่นมัสก์ที่ทรงพลัง และกลิ่นหอมแป้งอ่อน ๆ 

6. HERBA MIMOSA ออกแบบโดย Amandine Clerc-Marie

น้ำหอมกลิ่นแป้งอ่อน ๆ ที่ให้ความรู้สึกอ่อนโยน ชวนให้นึกถึงความจำในวัยหนุ่มสาว กระตุ้นสัมผัสและปลุกเร้าอารมณ์ด้วยกลิ่นของ “ดอกมิโมซ่า” หรือไมยราบที่เบ่งบานอยู่บนเนินเขากราสเซ่ เมื่อ Amandine Clerc-Marie เธออายุช่วง 20 ปี ซึ่งกลิ่นหอมของดอกมิโมซ่านี้จะมอบความหอมอ่อนๆ ผสมผสานกับกลิ่นจากไม้ และพืชผัก เกิดเป็นกลิ่นที่เข้ากันอย่างพอเหมาะ สุดแสนล้ำค่า

7. NEROLI ออกแบบโดย Sidonie Lancesseur

จากการถ่ายทอดเรื่องราวผ่านกลิ่นหอมของ “ดอกส้มเนโรลิ” ทำให้ Sidonie Lancesseur ย้อนกลับไปคิดถึงการเดินทางท่องเที่ยวในเมืองเซวิลล์ ประเทศสเปน เมื่อเขาได้กลิ่นหอมของดอกส้มจึงเกิดความรู้สึกสดชื่นมีชีวิตชีวาและนึกถึงความอบอุ่นของแสงแดง และนึกถึงการเดินทางอันแสนหวาน เต็มไปด้วยความสะดวกสบายอย่างน่าโหยหา ชวนให้หวนกลับมาอีกครั้ง

8. VERBENA ออกแบบโดย Mylène Alran

กลิ่นหอมแนวอโรม่าของ “ดอกเวอร์บีน่า” ดอกไม้นำโชคจากสวนดอกไม้ ที่ Mylène Alran เคยเก็บมาถือไว้ในมือของเธอทุกๆ วัน โดยกลิ่นหอมนี้ที่เกิดจากการนำกลิ่นดอกเวอร์บีน่าที่อยู่ในช่อดอกไม้ ผสมผสานเข้ากันอย่างลงตัวกับกลิ่นหอมสดชื่นของมะนาวที่โดดเด่น เปล่งประกายอย่างเป็นธรรมชาติ

9. JASMINUM SAMBAC ออกแบบโดย Louise Turner

เมื่อ Louise Turner ได้หยิบยกกลิ่นหอมอันมีเอกลักษณ์ของ “ดอกมะลิลา” ที่งดงาม มาใช้เป็นส่วนประกอบสำคัญในการออกแบบน้ำหอมซึ่งมะลิลาเป็นดอกไม้ที่แสดงออกถึงความรักสำหรับมอบให้แก่แม่ในวันแม่แห่งชาติของคนไทย และเธอได้เคยดมกลิ่นหอมครั้งนั้นที่ กรุงเทพมหานคร ด้วยกลีบดอกมะลินั้นมอบความรู้สึกอ่อนโยนราวกับหยดน้ำค้างที่กลิ้งอย่างนุ่มนวลอยู่ในช่อดอกไม้ที่เจิดจรัสงดงาม

น้ำหอมที่มีส่วนผสมเข้มข้นผ่านกระบวนการผลิตที่กลั่นกรองอย่างปราณีต สู่ขวดน้ำหอมที่หรูหราแบบเหนือกาลเวลา ดีไซน์ขวดได้นำแรงบันดาลใจการจับจีบผ้ามาใช้ ฝาปิดเป็นหินอ่อนสีงาช้างสวยงามสะดุดตา ประดับประดาด้วยคอขวดสีเบจผสมสีทองดูดีมีระดับ นำเอาสีสันที่มีอยู่รอบตัวตามธรรมชาติมาใช้อย่างเรียบง่ายแบบไม่ซ้ำใคร มีให้เลือกด้วยกัน 2 ขนาด คือ ขนาด 50 ml (4,850 บาท) และ 150 ml (9,450 บาท) เหมาะแก่การนำมาฉีดผสมกันจนเกิดเป็นน้ำหอมที่มอบประสบการณ์แปลกใหม่ที่เป็นคุณ

เชิญสัมผัสกับน้ำหอมทั้ง 9 กลิ่นหอม ในคอลเลกชั่นน้ำหอม L’ATELIER DES FLEURS ได้แล้ววันนี้ที่เคาน์เตอร์น้ำหอม CHLOE Beauty Hall, ชั้น M ห้างสรรพสินค้าสยาม พารากอน

ชั้น M The Mall Lifestore Ngamwongwan , Sephora Siam Center Sephora Online และ M online

‘เปลี่ยนใจเปลี่ยนมา เดี๋ยวติดโซเชียล เดี๋ยวติดแฟน จนคนข้างๆ แอบเซ็ง’ ดูดวงรายวัน 14 กรกฏาคม 2564

ดูดวงรายวัน 14 กรฏาคม 2564 #หมอปุ้ยพยากรณ์ เช็กทุกวัน เป๊ะปังทุกดวง ทั้งการงาน การเงิน ความรัก และสุขภาพ

‘เปลี่ยนใจเปลี่ยนมา เดี๋ยวติดโซเชียล เดี๋ยวติดแฟน จนคนข้างๆ แอบเซ็ง’

ดูดวงรายวัน 14 กรกฏาคม 2564

ผู้ที่เกิดวันอาทิตย์

การงาน  :  หากวันนี้คุณคิดจะรับอาสาเจ้านายไปปฏิบัติงานที่เสี่ยงต่อความผิดพลาดเสียหาย ก็อย่าวางใจเพื่อนร่วมงานนัก เพราะดวงบริวารของคุณไม่ค่อยดี จากคนที่เคยให้ความช่วยเหลือจะกลายเป็นขัดแย้งกันได้ง่ายๆ  โดยเฉพาะผู้ที่ทำงานหรือเกี่ยวข้องกับงานสายการศึกษา เช่น ครูบาอาจารย์ นักวิชาการ นักข่าว สื่อมวลชน จนถึงผู้ที่ทำงานเป็นทีม เช่น แพทย์ ทั้งแผนไทย และแผนปัจจุบัน วันนี้คุณไม่ควรยึดติดในอีโก้ของตัวเอง จนไม่สนใจความรู้สึกนึกคิดของเพื่อนร่วมงาน เพราะนอกจากจะเกิดดราม่าแล้ว หากคุณผิดพลาดล้มเหลวจะถูกซ้ำเติมอีกต่างหาก

การเงิน  :  ช่วงนี้รายได้ไม่แน่นอนจนถึงขั้นติดขัด แต่ก็ยังโชคดีที่คุณยังมีทีมงานและผู้บังคับบัญชาที่ดี ที่จะส่งงานสร้างรายได้ให้คุณอย่างต่อเนื่อง

ความรัก :  หากคุณกำลังเศร้าใจ เพราะได้รู้ความจริงว่ากำลังถูกนอกใจ ก็ใจเย็นๆ นะคะ เพราะวันนี้ผู้ใหญ่จะมาปรึกษากันเพื่อหาทางออกให้กับปัญหาที่คุณเผชิญอยู่   คนโสด  หากคุณรักใครก็จะหลงอย่างไม่คิดหน้าคิดหลัง แม้ว่าเขาจะมีเจ้าของอยู่แล้วก็ตาม วันนี้ผู้ใหญ่จะเข้ามาจัดการให้ถูกต้อง

สุขภาพ  :  มีความเสี่ยงว่าจะเกิดปัญหาทางลำไส้ ระบบย่อยอาหาร กระเพาะอาหาร คือมีอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ วันนี้ควรงดดื่มแอลกอฮอลล์ ชา กาแฟก่อน และรับประทานอาหารให้ตรงเวลา

 

ผู้ที่เกิดวันจันทร์

การงาน  :  นับว่าคุณโชคดี มีผู้ใหญ่และคนใกล้ชิดให้ความช่วยเหลือ ส่งเสริม และสนับสนุน ในสิ่งที่คุณตั้งใจไว้ งานจึงเป็นไปอย่างราบรื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งคุณมีความเป็นศิลปินในตัวเต็มเปี่ยม จึงเหมาะสมกับการทำงานที่เกี่ยวกับความคิดสร้างสรรค์ งานที่ใช้มุมมองทางความสวยงาม และงานออกแบบดีไซน์ ฯลฯ ถึงอย่างไรจากความคิดและจินตนาการ อารมณ์ศิลปินของคุณที่สูงลิบลิ่วจนยากที่จะร่วมงานกับคนอื่น วันนี้จึงควรรับเป็นจ็อบ หรือหากมีกำลังก็เปิดธุรกิจของตัวเองเลย

การเงิน :  ผู้ใหญ่ให้ความช่วยเหลือด้วยดี แต่วันนี้จะมีญาติสนิทมิตรสหายมาขอความช่วยเหลือ ซึ่งคุณก็เทกระเป๋าช่วย ให้โดยไม่คิดที่จะได้คืนกลับด้วย

ความรัก :  คุณกับคู่ช่วยกันทำงานสร้างครอบครัวมาด้วยกัน จนมาถึงวันที่ได้กินอิ่มนอนหลับอยู่สบาย พร้อมๆ กับความชอบที่แก้ไม่หายคือการพบปะพูดคุยกับสังคม ไม่ว่าจะทางออนไลน์หรือออนไซท์ ก็ลองตรองดูว่า วันนี้คุณอยู่กับโซเชียลมากกว่าคุยกับสมาชิกในครอบครัวหรือเปล่า คนโสด  วันนี้คุณเอาใจยากเดาใจลำบาก เดี๋ยวก็อยากอยู่ตามลำพัง เดี๋ยวก็อยากโซเชียล ยิ่งหากเป็นคนที่ต้องการเวลาอยู่ด้วยกันตลอดๆ  ยิ่งทำตัวลำบาก

สุขภาพ  :  เกี่ยวกับพฤติกรรมในการรับประทานอาหาร ซึ่งคุณชอบเสาะแสวงหาอาหารรสอร่อย ไม่ให้นั่งรับประทาน คุณก็สั่งไรเดอร์มาส่ง ก็ควรระวังน้ำหนักด้วย กับเรื่องความดัน เบาหวาน และคลอเรสเตอรอล

 

ผู้ที่เกิดวันอังคาร

การงาน :  มีความเป็นไปได้ที่คุณจะพบกับปัญหาและอุปสรรคอย่างต่อเนื่อง ยิ่งวันนี้อาจมีข่าวเซอร์ไพร์สขึ้นในองค์กร ซึ่งส่งผลกระทบกับงานที่ทำโดยตรง จนคุณจำเป็นต้องหาทางออกให้กับตัวเองอย่างรีบด่วน ใจเย็นๆ ตั้งสติ อย่าพยายามตอบโต้ เพราะวันนี้มีความเสี่ยงที่จะไม่มีใครช่วยเหลือคุณได้เลย ค่อยๆ แก้ไขไปทีละอย่าง และหากคุณอดทนจนผ่านช่วงเวลานี้ไปได้ ผลตอบแทนที่ได้รับจะคุ้มค่ากับความเหนื่อย

การเงิน : รายได้มาจากหยาดเหงื่อและแรงงาน วันนี้มีความเสี่ยงที่รายได้จะถูกกระทบจากงาน จนเดือดร้อน แต่ก็ไม่ควรหลงเป็นเหยื่อกับเงินที่ไม่ถูกต้อง หรือการเสี่ยงโชค เพราะจะยิ่งเดือดร้อนเป็นทวีคูณ

ความรัก :  ต้องระวังจะมีเสียงนกเสียงกาแซะว่า คุณมีกิ๊ก แต่ไม่ว่าจะเป็นเรื่องจริงหรือไก่กา วันนี้ก็มีความเป็นไปได้ที่คุณจะตกเป็นเหยื่อนกกาเสียแล้ว เพราะมีดวงเกิดปากเสียงกันอย่างรุนแรง ก็ควรหนักแน่น ค่อยๆ พูดกันนะคะ  คนโสด  หากวันนี้คุณกำลังพยายามทำทุกอย่าง เพื่อจะเอาชนะใจคนที่คุณหมายปองให้ได้ มีความเป็นไปได้ที่เขาจะมองแต่เรื่องผลประโยชน์มากกว่าจะรักจริง

สุขภาพ  :  มีสติในแต่ละย่าวก้าวนะคะ เพราะมีความเสี่ยงที่คุณจะเดินตกขั้นบันได ขอบฟุตบาท หรือตกจากรองเท้าส้นสูง ทำให้ข้อเท้าพลิกหรือแพลง รวมถึงผู้ที่เป็นโรคเก๊าก็จะมีโอกาสกำเริบได้

 

ผู้ที่เกิดวันพุธ

การงาน :  วันอื่นจะเป็นอย่างไรไม่สนใจ แต่วันนี้คุณรู้สึกมีความสุขกับงานที่ทำ ไม่ไขว่คว้าหาสิ่งที่ยังไม่มา และไม่ทะเยอทะยานกับสิ่งที่ยังมาไม่ถึง แต่กระนั้นก็ตามด้วยดวงการงานที่ยังไม่ค่อยดี จึงทำให้งานของคุณยังคงติดขัด โดยเฉพาะในเรื่องเอกสารทางราชการที่ยังต้องระวังมากๆ ทางที่ดีควรทำงานเพื่อเอาตัวรอดจากสถานการณ์ตรงนี้ไปก่อน และควรหาเพื่อนที่รู้ใจ หรือปรึกษาผู้รู้ผู้มีประสบการณ์ก่อนที่จะตัดสินใจทำอะไร

การเงิน :  คุณพอใจกับรายได้ที่เป็นอยู่ และใช้จ่ายอย่างพอเพียง วันนี้ไม่ควรเป็นตัวแทนกู้ยืมเงิน หรือเซ็นค้ำประกันให้ใคร เพราะคุณอาจต้องรับผิดชอบหนี้สินนั้นแทน

ความรัก :  ก็ยังคงอยู่เพื่อจุดประสงค์อย่างใดอย่างหนึ่ง แต่วันนี้คุณเริ่มปลงได้แล้ว สามารถที่จะใช้ครองคู่กันต่อไปอย่างสงบ แม้ในใจจะเจ็บช้ำก็ตาม คนโสด มีความเป็นไปได้ที่จะได้พบกับคนที่หวังผลประโยชน์จากคุณ  วันนี้จึงมาถึงจุดที่เข้าใจแล้วว่า ‘มีรักก็มีทุกข์’

สุขภาพ :  โดยทั่วไปไม่ค่อยเจ็บไข้ได้ป่วย แต่หากเป็นทีก็มีโอกาสที่จะล้มหมอนนอนเสื่อเลยทีเดียว วันนี้อวัยวะที่ต้องให้ความสำคัญคือ อวัยวะในช่องท้อง มดลูก เป็นต้น

 

ผู้ที่เกิดวันพฤหัสบดี

การงาน  : คุณเป็นสาวสตรอง เก่งและแกร่ง ลุยงานคนเดียว หากคุณตั้งใจจะทำอะไรแล้ว ใครก็ห้ามไม่ได้ โดยที่คุณก็ไม่รับฟังความคิดเห็นจากใครเลย โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่อยู่ในตำแหน่งบริหารงานระดับสูง ไม่ว่าจะเป็นภาคธุรกิจ การเมือง การปกครอง ก็ตาม วันนี้ควรอดทน รอคอยจังหวะและโอกาสที่จะมาถึงมากกว่าจะด่วนตัดสินใจภายใต้โทสะและโมหะ  เพราะการตัดสินใจที่เฉียบขาด แต่ขาความรอบคอบ รวมถึงการมีบริวารที่ไม่ซื่อสัตย์ จะทำให้งานเกิดความผิดพลาดเสียหายอย่างไม่น่าจะเกิดขึ้น หากสุดจริงๆ ก็ใช้เซ้นส์ เพราะวันนี้เซ้นส์คุณแม่นพอๆ กับหมอดูเลยทีเดียว

การเงิน :  วันนี้หากจะลงทุนไม่ควรทุ่มหมดตัว เพราะจะทำให้คุณต้องบริหารจัดการการเงินอย่างเหนื่อยเลย ไหนจะมีรายจ่ายก้อนใหญ่รออยู่อีก

ความรัก :  คุณสตรองมาก มีภาวะผู้นำสูง ไม่ชอบอยู่ภายใต้กฎเกณฑ์ หรือข้อบังคับใดๆ ซึ่งวันนี้ทุกคนในครอบครัวก็เกรงใจคุณดี ยอมตามใจคุณทุกอย่าง คนโสด  วันนี้คุณมีภาวะผู้นำสูงมากจนไม่สามารถยอมเป็นผู้ตามได้ แม้จะมีเสน่ห์กับเพศตรงข้ามก็ตาม จึงอาจต้องอยู่คนเดียวไปก่อน

สุขภาพ : ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารสุกๆ ดิบๆ ไม่สด ไม่สะอาด เพราะจะทำให้คุณอาหารเป็นพิษ ท้องเสีย และเสี่ยงต่อการมีพยาธิ์ในลำไส้ด้วย

 

ผู้ที่เกิดวันศุกร์

การงาน : สำหรับผู้ที่ทำงานหรือเกี่ยวข้องกับการศึกษาหาความรู้ เช่น ครูบาอาจารย์ นักวิชาการ นักวิจัยค้นคว้า รวมถึงผู้ที่ต้องทำงานกันเป็นทีม เช่น  นักข่าว สื่อมวลชน นักสังคมสงเคราะห์ แพทย์ ทั้งแผนไทยและแผนปัจจุบัน ฯลฯ มีความเป็นไปได้ที่คุณจะได้ร่วมงานกับผู้รู้ขั้นเทพ ทางที่ดีควรคุมความคิดและจินตนาการของตัวเองไม่ให้หลุดจากคอนเซ็ปท์นัก  นอกจากนั้นก็ถือว่าราบรื่น เพราะวันนี้ผู้ใหญ่ให้ความช่วยเหลือ สนับสนุน และส่งเสริม ส่วนเพื่อนร่วมงาน และผู้บังคับบัญชาก็เมตตาเอ็นดูคุณเป็นพิเศษ

การเงิน :  มีโชคลาภ รายได้มาจากการมีทีมงานและผู้บังคับบัญชาที่ดี แต่วันนี้คุณอาจต้องช่วยเหลือญาติผู้ใหญ่ ก็ระวังด้วย เพราะมีความเสี่ยงที่จะถูกหลอกให้ลงทุน หรือค้ำประกัน ถูกฉ้อโกง

ความรัก :  วันนี้ผู้ใหญ่อยู่รอบๆ ตัวคุณเลยทีเดียวค่ะ พวกท่านจะจะคอยให้คำปรึกษาในเรื่องคู่ครอง เรียกว่าอบอุ่นจนร้อนเลยทีเดียว คนโสด มีโอกาสที่แฟนเก่าจะติดต่อกลับมาขอคืนดี แต่วันนี้เหมือนคุณไม่สามารถตัดสินใจเองได้ ต้องผ่านผู้ใหญ่พิจารณา

สุขภาพ :  มีโอกาสที่ระบบหมุนเวียนเลือด ความดัน ระบบน้ำเหลือง และต่อมไร้ท่อต่างๆ จะทำงานบกพร่อง จึงควรรับประทานอาหาร ผักผลไม้ และวิตามินที่ช่วยในการบำรุงเลือด

 

ผู้ที่เกิดวันเสาร์

การงาน : มีความเป็นไปได้ที่จะยังอยู่กับการทำงานในธุรกิจของครอบครัว หรือคนรู้จัก และการริเริ่มงานใหม่ ซึ่งคุณชอบความท้าทาย และแข่งขันสูง ถูกจริตคุณ เพราะวันนี้คุณสตรอง ทั้งแกร่งและเก่ง ลุยงานคนเดียว ไม่รอฟังความคิดเห็นจากใคร จึงควรระวังการตัดสินใจที่เฉียบขาด แต่ขาดความรอบคอบ รวมถึงการมีบริวารที่ไม่ซื่อสัตย์ ทางที่ดีควรเตรียมงานให้ดี วางแผนงานล่วงหน้า เพื่อป้องกันการตัดสินใจที่ผิดพลาด เพราะจะส่งผลให้งานเกิดความผิดพลาดเสียหายยากที่จะแก้ไข

การเงิน :  ก็ยังมีโอกาสได้รับเงินปันผลจากธุรกิจของครอบครัว แต่ก็ไม่ควรนำไปใช้ในทางที่ไม่ถูกต้อง หรือการเสี่ยงโชค เพราะจะทำให้คุณได้ไม่คุ้มเสีย

ความรัก :  ก็ยังคงอยู่ในช่วงรักและหลงมาก ให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์ของสมาชิกในครอบครัวอย่างมาก แล้วทุกคนก็พร้อมจะเกรงใจคุณทั้งนั้น คนโสด  คุณมีบุคลิกโดดเด่นเป็นที่สะดุดตาสะดุดใจแก่ผู้พบเห็น จึงไม่แปลกใจที่วันนี้คุณจะปิ๊งแบบสายฟ้าแลบ แล้วอาจจูงมือไปอยู่ด้วยกันเลย

สุขภาพ :  ภูมิแพ้มาแล้วจ้า มีความเป็นไปได้ที่คุณจะแพ้สารเคมีที่ผสมอยู่ในน้ำยาทำความสะอาด ที่ใกล้ตัวที่สุดคือ แอลกอฮอลล์ ทั้งชนิดเจลและสเปรย์ ซึ่งจะทำให้คุณเป็นผื่นคันบริเวณที่ใช้ หากในกรณีรุนแรงอาจถึงขั้นอักเสบ

 

เมแกน

ไดอาน่า เคท เมแกน และ ควีน ทำวิธีไหนที่ได้แหกกฎออกนอกวังไปช้อปปิ้ง ปาร์ตี้

จาก “เจ้าหญิงไดอาน่า ไปจนถึง เคท มิดเดิลตัน ดัชเชสแห่งเคมบริดจ์ เมแกน มาร์เคิล ดัชเชสแห่งซัสเซกส์ และ ควีนเอลิซาเบธที่ 2” 4 สมาชิกราชวงศ์อังกฤษกับการฝ่ากฎราชสำนักเพื่อออกไปช้อปปิ้ง และ สังสรรค์ยามค่ำคืน

ขึ้นชื่อว่าวังหลวง แน่นอนว่าจะต้องมีกฎระเบียบอันเคร่งครัด แต่ถึงอย่างนั้นก็ตาม ใช่ว่าเหล่าสมาชิกราชวงศ์จะปฏิบัติตามได้ทุกข้อ เพราะบางข้อนั้นก็สุดแสนจะลำบากใจซะเหลือเกิน ยังไงก็ขอฝ่าฝืนสักหน่อย ดังเช่นการแหกกฎของ เจ้าหญิงไดอาน่า เพื่อไปปาร์ตี้กับพระสหาย หรือ การออกจากวังเพื่อไปช้อปปิ้งของ ดัชเชสเคท และ เมแกน มาร์เคิล ไปจนถึง ควีนเอลิซเบธที่ 2 ซึ่งครั้งหนึ่งพระองค์ก็เคยฝ่าฝืนกฎออกจากวังไปเฉลิมฉลองในยามวิกาลเช่นกัน

ไดอาน่า เจ้าหญิงแห่งเวลล์

หากจะบอกว่า เจ้าหญิงไดอาน่า เป็นหนึ่งในสมาชิกที่ฝ่าฝืนกฎของราชวงศ์อังกฤษมากที่สุดก็คงต้องบอกเลยว่าเป็นเช่นนั้นจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่พระองค์ทรงเลือกพระธำมรงค์หมั้นด้วยองค์เอง หรือจะเป็นการเสด็จไปพบปะประชาชนอย่างใกล้ชิด, การพาเจ้าชายวิลเลียม และ เจ้าชายแฮร์รี่เสด็จไปด้วยตามที่ต่างๆ อีกทั้งยังทรงเคยพาเจ้าชายทั้งสองพระองค์นั่งรถไฟใต้ดินและรถเมล์ในกรุงลอนดอน สิ่งเหล่านี้เหมือนเป็นเรื่องธรรมดาที่ทุกคนได้เห็นกันบ่อยครั้ง เพราะเจ้าหญิงไดอาน่าเคยทรงตรัสว่า พระองค์อยากเลี้ยงโอรสทั้งสองให้เหมือนเด็กธรรมดาทั่วไป

เฟรดดี้ เมอร์คิวรี่

แต่มีอีกเรื่องที่หลายคนไม่เคยรู้มาก่อนคือ การที่เจ้าหญิงไดอาน่าทรงเคยแอบออกจากวังเพื่อไปสังสรรค์กับพระสหาย โดยพระองค์จะทรงสวมวิกผม และ แอบในรถของพระสหายเพื่อหนีออกจากพระราชวังเคนซิงตัน ซึ่งเหตุการณ์นี้ได้เกิดขึ้นในค่ำคืนหนึ่ง ขณะที่เจ้าหญิงไดอาน่าทรงดื่มแชมเปญ และดูรายการโทรทัศน์ The Golden Girls กับบรรดาเพื่อนๆ ของพระองค์ เฟรดดี้ เมอร์คิวรี่, เคนนี เอเวอเร็ตต์ และ โรคอส ซึ่งเจ้าหญิงไดอาน่าก็ได้เอ่ยถามพวกเขาว่า คืนนี้มีแพลนจะไปไหนกันต่อ ซึ่งพวกเขาก็ได้ตอบว่า จะไปที่ Royal Vauxhall Tavern (สถานบันเทิงสำหรับเกย์ คลับที่เก่าแก่ที่สุดในลอนดอน)

แน่นอนว่าเจ้าหญิงไดอาน่าทรงตกลงที่จะไปกับพวกเขาทันที พระองค์ทรงปลอมตัวโดยการใส่เสื้อแจ็กเก็ตลายทหาร สวมแว่นกันแดด และ หมวกหนัง ซึ่งลุคนี้ทำให้พระองค์ทรงเหมือนนายแบบไม่มีผิด เป็นที่น่าแปลกใจว่าไม่มีใครจำเจ้าหญิงไดอาน่าได้เลย พระองค์ทรงดื่มไวน์ขาว และ เบียร์เล็กน้อย ทรงหัวเราะคิกคักกับพระสหายอย่างสนุกสนาน ซึ่งเจ้าหญิงไดอาน่าทรงใช้เวลาอยู่ในนั้นเพียง 20 นาที ก่อนที่จะแยกย้ายกันกลับ

เคท มิดเดิลตัน ดัชเชสแห่งเคมบริดจ์

สำหรับดัชเชสเคทนั้น ถ้าจะเรียกว่าเป็นการแอบออกจากวังเพื่อมาช้อปปิ้งโดยที่ไม่ให้มีใครรู้ก็คงจะไม่ใช่ เพราะพระองค์ไม่ได้ทรงพลางตัว หรือ ปลอมตัวเพื่อไม่ให้คนอื่นจำได้ แต่ทรงใช้ชีวิตแบบปกติเหมือนสามัญชนทั่วไป ซึ่งครั้งหนึ่งมีคนถ่ายรูปดัชเชสเคททรงช้อปปิ้งอยู่ที่ห้างแห่งหนึ่งบนถนน High Street กรุงลอนดอน พระองค์ทรงเข้าช็อปต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Gap, Zara และ John Lewis

นอกจากนี้ดัชเชสเคทยังทรงไปซื้อของใช้ต่างๆ ด้วยองค์เองเสมอ เมื่อทรงประทับอยู่ที่พระตำหนักในนอร์ฟอล์ก ซึ่งหลายคนจะพบพระองค์และ ลูกๆ บ่อยครั้งที่ซูเปอร์มาร์เก็ต Sainsbury’s และ Waitrose

อย่างไรก็ตามมีหลายคนเคยได้พบกับ เจ้าชายวิลเลียม และ ดัชเชสเคท ที่เสด็จมายังผับท้องถิ่นในเคนซิงตัน โดยเฉพาะในช่วงที่เจ้าชายแฮร์รี่ยังประทับอยู่ที่พระราชวัง มีการกล่าวว่า เจ้าชายทั้งสองพระองค์จะทรงออกจากวังเป็นประจำด้วยการขี่รถมอเตอร์ไซค์ โดยที่ไม่มีใครสังเกตเห็นมานานหลายปี

เมแกน มาร์เคิล ดัชเชสแห่งซัสเซกส์

เมแกน

ในช่วงที่ เมแกน มาร์เคิล ยังเป็นสมาชิกราชวงศ์ชั้นสูง และยังอยู่ที่พระราชวังเคนซิงตัน เธอมักจะแอบไปที่ซูเปอร์มาร์เก็ต Whole Foods เป็นประจำ รวมถึงที่ Dean Street Townhouse ในย่าน Soho House

เมแกน มักมีวิธีการปฏิบัติเช่นเดียวกับ เจ้าหญิงไดอาน่า โดยเธอมักคิดหาวิธีหลบเลี่ยงสายตาจากคนทั่วไป และ กล้องที่คอยตามจับ ซึ่งเธอจะสวมวิกผมเพื่อปลอมตัว จากนั้นเดินออกไปทางด้านใด ด้านหนึ่งจากทั้งหมด 6 ด้านของทางออกพระราชวัง เพื่อเพลิดเพลินกับค่ำคืนในเมืองหลวง

สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 แห่งสหราชอาณาจักร

เจ้าหญิงเอลิซาเบธ และพระขนิษฐา เจ้าหญิงมาร์กาเร็ต

ใครจะคิดว่าครั้งหนึ่ง ควีนเอลิซาเบธที่ 2 ก็ทรงเคยแอบออกจากวังในยามวิกาลเช่นกัน ย้อนกลับไปในวันที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2488 เจ้าหญิงเอลิซาเบธในวัย 19 ชันษา และพระขนิษฐา เจ้าหญิงมาร์กาเร็ตวัย 14 ชันษา พร้อมด้วยพระภคินี (ลูกพี่ลูกน้อง) Jean Woodroffe และ ผู้ติดตามอีก 14 คน ออกจากวังหลวงไปเพื่อเฉลิมฉลองการสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 บนท้องถนน

ทั้งนี้ Jean Woodroffe ยังได้กล่าวว่า ควีนเอลิซาเบธที่ 2 ทรงพรรณาถึงเหตุการณ์ในค่ำคืนนั้นว่าเป็น “คืนที่น่าจดจำที่สุดในชีวิตของฉัน” 


ที่มา : scmp.com

The Crown กับฉาก เจ้าหญิงไดอาน่า เลือกแหวนหมั้น แหวนที่ราชวงศ์ไม่ค่อยปลื้ม

แปลกแต่จริง! 7 เรื่อง ชวนฉงน เกี่ยวกับการเดินทางของ ราชวงศ์อังกฤษ

กฎและมารยาท 5 สิ่งที่ สมาชิกราชวงศ์อังกฤษ พึงระวังบนโต๊ะอาหาร

 

 

 

ชมพู่-อารยา ลุคเซ็กซี่บนพรมแดงคานส์

เผ็ดบดพรมแดง! รวมลุคเซ็กซี่ ชมพู่-อารยา ตลอด 7 ปี ในเทศกาลหนังเมืองคานส์

ย้อนชม 5 ลุคเซ็กซี่ตลบพรมแดงของ ชมพู่-อารยา ตลอด 7 ปี ในเทศกาลหนังเมืองคานส์ กับการฝากความร้อนแรงที่ไม่มีวันมอดไหม้เอาไว้บนพรมแดง

เทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ครั้งที่ 74 ซึ่งกลับมาจัดอย่างยิ่งใหญ่อีกครั้ง หลังจากถูกยกเลิกไปเมื่อปีที่แล้วเนื่องจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 โดยในปีนี้ Cannes Film Festival 2021 จะจัดขึ้นในวันที่ 6-17 กรกฎาคม 2021 แม้ปีนี้จะไม่ได้เห็นแม่ชมบนพรมแดง แต่ตลอด 7 ปีที่ผ่านมา ไม่ว่าลุคแนวไหนแม่ชมก็ผ่านมาหมดแล้ว หนึ่งในนั้นคือลุคที่หลายคนรอคอย อยากให้แม่ปล่อยของ จัดลุคเซ็กซี่ยั่วๆ บดๆ ที่ทำเอาพรมแดงแหลกไปเลย

โดยก่อนหน้านี้ เราจะเห็นแม่ชมในลุคสาวหวาน งานเลเยอร์ในแบบที่ถนัด และหากย้อนกลับไปมองหาลุคแซบๆ บนพรมแดงคานส์ของแม่ชม ขอบอกว่าเป็นดั่งแรร์ไอเท็ม เพราะนานๆ ทีจะเห็นแม่มาในสไตล์เซ็กซี่ร้อนแรง วันนี้แพรวดอทคอมจึงขอรวมลุคสุดฮ็อตขยี้ใจตลอด 7 ปีของ Queen of Cannes มาฝากแฟนๆ ให้ได้ย้อนชมความแซ่บกันสักหน่อย

เผ็ดบดพรมแดง! รวมลุคเซ็กซี่ ชมพู่-อารยา ตลอด 7 ปี ในเทศกาลหนังเมืองคานส์

ปี 2016 แม่ชมเลือกเดรสสีดำจากแบรนด์ Jean Paul Gaultier แม้ดีไซน์ด้านหน้าดูเหมือนจะธรรมดา แต่หันมาเมื่อไหร่ก็ต้องว้าวกับงานโชว์แผ่นหลังและความเว้าด้านข้างที่แอบหวาดเสียวอยู่ไม่น้อย แต่โบว์สีดำที่ผูกอยู่กับชุด กลับช่วยทำให้ลุคดูน่ารักขึ้น

ชมพู่-อารยา ลุคเซ็กซี่บนพรมแดงคานส์

ลุคแซบสุดอินเตอร์ในปี 2016 เดรสซีทรูสีม่วงทะลวงความเซ็กซี่จากแบรนด์ Atelier Versace Fall 2015 Couture แม้จะมีกระแสวิจารณ์ว่าชุดนี้ดูโป๊เกินไป แต่บอกเลยว่าแม่เซฟอย่างดี ไม่มีหลุด ที่สำคัญเป็นลุคที่ทำให้ดูเด็กลงไม่น้อย เห็นแล้วก็นึกถึงนักร้องเสียงดีอย่าง Ariana Grande เลยทีเดียว

พรมแดงวันแรกในปี 2018 แม่ชมมาในชุดเดรสยาวสีแดงจากแบรนด์ Zuhair Murad Haute Couture ที่ได้สไตลิสต์ระดับโอต์กูตูร์มาช่วยเลือกชุด โดยเดรสสีแดงสดสุดหรูตัวนี้เป็นชีฟองเนื้อละเอียด ดีไซน์แหวกสูงโชว์เรียวขา ช่วงบนประดับคริสตัลเล่นลวดลายคลาสสิก ส่วนดีเทลต่างๆ ไม่ต้องพูดถึง เพราะงานปักแน่นและละเอียดสุดพลัง

ปี 2018 กับเดรสจาก Ralph & Russo Couture Autumn/Winter 2017 ถ้าให้มองที่ตัวเดรสก็ต้องบอกว่าไม่ง่ายเลย ที่จะใส่แล้วออกมาปังเบอร์นี้ ด้วยดีเทลและดีไซน์ก็ใช่ว่าทุกคนจะเอาอยู่ แต่แม่ทำได้! ที่สำคัญอีกหนึ่งความดึงดูดของลุคนี้คืองานซีทรูจัดเต็มครั้งแรกบนพรมแดงคานส์ ที่เพิ่งจะเคยเห็นแม่ชมเซ็กซี่หนักขนาดนี้

ปี 2019 การเดินพรมแดงคานส์วันที่สอง แม่ก็ไม่ทำให้ผิดหวัง มาในลุค Fairy Chiffon กับเดรสผ้าทูลซีทรูสุดหรูเน้นลูกเล่นน่ารักกำลังดี ด้วยดอกไม้ผ้าออแกนซ่าแต่งขนนกกระจอกเทศ ด้านบนเป็นคอร์เซ็ตเว้าสูงจากแบรนด์ดัง Atelier Versace คอลเล็คชั่น Spring 2019 Haute Couture เรียกได้ว่าเป็นลุคเซ็กซี่ผสมความละมุนที่ทำออกมาได้ดีตามคาด


เรื่อง : Hana_แพรวดอทคอม (ฮานะ)

ภาพ : Getty Images

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ปีนี้ก็ไม่พลาด! ส่องลุคสวยพลิ้ว ‘ป่าน-ณิชาภัทร’ สาวไทยบน พรมแดงคานส์ 2021

ความปังกระแทกตา! สร้อยคอปอด ‘เบลล่า ฮาดิด’ บนพรมแดง Cannes 2021

ชุดนี้มีเรื่องเล่า แม่ชม เกือบไม่ได้ใส่เดินพรมแดงคานส์ เพราะเซเลบเบอร์ใหญ่จอง!

 

ฟ่านปิงปิง

ความรักครั้งใหม่ของ ฟ่านปิงปิง ? ลือสะพัดคบหนุ่มรุ่นน้องอายุน้อยกว่า 10 ปี 

ทำความรู้จัก ออสติน หลี่ เจ้าของสถิติกินเนสส์ เวิลด์ เรคคอร์ด ที่กำลังตกเป็นข่าวความรักกับนักแสดงสาวตัวแม่ ฟ่านปิงปิง

นับตั้งแต่ประกาศแยกทางกับคู่หมั้นหนุ่ม หลี่เฉิน นักแสดงสาว ฟ่านปิงปิง ก็ไม่ได้คิดถึงเรื่องความรักอีกเลย เนื่องจากสถานการณ์ที่เธอต้องเผชิญนั้นค่อนข้างอยากลำบาก ล่าสุดสื่อท้องถิ่นได้รายงานว่า หัวใจของสาวคนนี้อาจกลับมาเป็นสีชมพูอีกครั้ง เพราะมีข่าวลือว่าตอนนี้เธอกำลังคบหาดูใจกับอินฟลูเอนเซอร์หนุ่มรูปหล่อ  ออสติน หลี่  ซึ่งมีอายุน้อยกว่าเธอ 10 ปี

โดยปาปารัสซีได้จับภาพของทั้งคู่ได้ระหว่างเดินทางไปรับประทานอาหาร ในร้านที่ตั้งอยู่ในนครเซียงไฮ้

ทำความรู้จัก ออสติน หลี่  หนุ่มหล่อที่ว่ากันว่าเป็นความรักครั้งใหม่ของ ฟ่านปิงปิง

สำหรับ ออสติน หลี่ (Austin Li) หรือ เจ้าของฉายาราชาลิปสติก อายุ 29 ปี เขามีรายชื่อเป็น 1 ใน 100 ผู้ทรงอิทธิพลหน้าใหม่ หรือ  TIME100 Next ของนิตยสาร Time ประจำปี 2564  ซึ่งที่มาของรางวัลนี้ก็คือ สถิตติที่เขาไลฟ์ขายลิปสติกในวันคนโสด 11.11 ขายไป 15,000 แท่งภายในระยะเวลาเพียง 5 นาทีเท่านั้น ทั้งยังผู้ครองสถิติกินเนสส์ เวิลด์ เรคคอร์ด ผู้ที่ขายลิปสติกได้มากที่สุดภายในเวลาเพียง 30 วินาที นอกจากนี้เขายังเป็น KOL คนสำคัญของอาลีบาบา ที่มีส่วนทำให้บริษัททำยอดขายได้มากกว่า 1,000 ล้านหยวน หรือราว 4,700 ล้านบาท

ออสติน หลี่

อย่างไรก็ตามยังไม่มีการเปิดเผยออกมาอย่างเป็นทางการว่า ทั้งสองคบหาดูใจกัน หรือ เพียงสนิทเพราะเรื่องธุรกิจเท่านั้น แต่ก่อนหน้านี้ฝ่ายชายได้เคยให้สัมภาษณ์ว่าเขาไม่ค่อยมีชีวิตส่วนตัวสักเท่าไหร่เนื่องจากใน 1 ปีเขาต้องไลฟ์มากถึง 389 วันเลยทีเดียว

Austin Li


ข้อมูลจาก : www.todayonline.com, เพจ อายุน้อยร้อยล้าน