6 เซเลบหนุ่ม

เปิดวาร์ป 6 เซเลบหนุ่มคลื่นลูกใหม่ รูปหล่อ นามสกุลดัง โปรไฟล์ดีมาก-ก-ก

Alternative Textaccount_circle
event
6 เซเลบหนุ่ม
6 เซเลบหนุ่ม

รีบตามมาเลยค่ะสาวๆ แพรว จะพาไปทำความรู้จักกับ 6 เซเลบหนุ่มคลื่นลูกใหม่ไฟแรงจากตระกูลดัง ซึ่งนอกจากหน้าตาจะหล่อเหลาเอาการแล้ว โปรไฟล์ยังดี๊ดีมากแม่! เรียกว่ามีครบทั้งกึ๋นและเรื่องราวชีวิตที่น่าสนใจ รับรองว่าทำให้สาวๆ กระชุ่มกระชวยหัวใจได้อย่างแน่นอน

เปิดวาร์ป 6 เซเลบหนุ่มคลื่นลูกใหม่ รูปหล่อ นามสกุลดัง โปรไฟล์ดีมาก-ก-ก

 

พูม – ภานุกร ศรีอรทัยกุล

“พูม – ภานุกร ศรีอรทัยกุล” ลูกชายคนโตของคุณหนึ่ง – สุริยน และคุณเมก้า ศรีอรทัยกุล ที่แม้ลุคจะดูนิ่งๆ เท่ๆ แต่เจ้าตัวบอกว่า “ผมเป็นสายแอดเวนเจอร์นะครับ

“ตอนนี้ผมใกล้จะเรียนจบด้านเศรษฐศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยบอสตัน สหรัฐอเมริกา แต่เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 จึงต้องเรียนทางออนไลน์จากประเทศไทย และบางวันก็เข้าไปศึกษางานที่บริษัทกับคุณพ่อบ้างครับ (ยิ้ม)

พูม ภานุกร ศรีอรทัยกุล

“ผมแพลนไว้ว่าพอจบปริญญาตรีจะเรียน GIA (Gemological Institute of America) ซึ่งเป็นสถาบันอัญมณีและศึกษาทางด้านอัญมณีศาสตร์เพิ่มเติม เพราะในอนาคตผมตั้งใจว่าจะทำด้านนี้ต่อจากคุณพ่อ ซึ่งจริงๆ คุณพ่อไม่ได้บังคับนะครับ ท่านให้อิสระเต็มที่ ท่านบอกเสมอว่าให้ทำสิ่งที่ชอบและอยากทำจริงๆ

“สารภาพว่าผมเพิ่งสนใจด้านอัญมณีเมื่อประมาณ 2 ปีนี้เองครับ จริงอยู่ที่ผมโตมากับสิ่งนี้ แต่เมื่อก่อนเรายังไม่ได้ศึกษาละเอียด แค่รู้สึกว่าหินอะไรทำไมแพงขนาดนี้ (หัวเราะ) แต่พอได้ศึกษาประวัติศาสตร์ความเป็นมาว่าเพชรแต่ละชนิดเป็นอย่างไร มาจากไหน ทำให้ผมอินและอยากเรียนด้านนี้เพิ่มเติมอย่างละเอียด

“อีกอย่างที่ชอบและอยากทำคือสนามกอล์ฟครับ เพราะชอบตีกอล์ฟมาก เล่นมาตั้งแต่อายุ 13 ปี ผมรู้สึกว่ากอล์ฟเป็นกีฬาที่มีเสน่ห์ ทุกครั้งที่ไปออกรอบเราจะเจอสถานการณ์ที่ไม่เหมือนเดิม อย่างสนาม ทิศทางลม จะเลือกใช้ไม้ตีแบบไหน รวมถึงองค์ประกอบต่างๆ ที่ทำให้เราได้คิดอยู่ตลอด ซึ่งผมเคยเป็นนักกีฬาโรงเรียนตอนอยู่ไฮสกูล แต่ผมรู้สึกว่าถ้าถึงขั้นเป็นนักกีฬาคงซีเรียสเกินไป ขอทำเป็นงานอดิเรกดีกว่า

“และเมื่อปี 2559 ผมเคยจัดกิจกรรมแข่งกอล์ฟการกุศล ‘Golf for School’ เพื่อหารายได้สมทบทุนการศึกษาให้นักเรียนด้อยโอกาส เพราะผมชอบงานด้านการกุศล การช่วยเหลือคน ผมไม่ชอบเห็นคนเป็นทุกข์ เพราะผมก็เคยมีช่วงที่เศร้า เครียด ซึ่งผมไม่ชอบความรู้สึกนั้นเลย บวกกับผมชอบกีฬากอล์ฟมาก จึงนำไอเดียไปปรึกษาคุณพ่อกับคุณปู่ และท่านก็ช่วยจัดการจนเกิดเป็นงานครั้งนั้น ซึ่งผมพอใจและมีความสุขมากครับ แต่หลังจากนั้นผมก็ไปเรียนต่อ แต่กิจกรรมนั้นคุณพ่อยังจัดต่อเนื่องมาตลอด เพียงแต่ผมไม่ได้เข้าไปทำแล้ว ส่วนในอนาคตถ้ามีโอกาส ผมจะทำกิจกรรมช่วยเหลือสังคมอีกแน่นอน

“และช่วงนี้ผมอินกับการพัฒนาตัวเองมากๆ ในทุกด้าน ชอบดูสารคดีเกี่ยวกับเรื่องนี้ เช่น แนวคิดของคนที่ประสบความสำเร็จ นักธุรกิจ การบริหาร ซึ่งย้อนไปสมัยเด็กผมค่อนข้างเกเร ขี้เล่น ไม่ตั้งใจเรียน ไม่ค่อยสนใจอะไร ดูไม่ค่อยจริงจังกับอะไรเท่าไร แต่พอเข้ามหาวิทยาลัย ผมจริงจังขึ้นเยอะเลยครับ เพราะรู้แล้วว่าการเรียนเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ยิ่งจะเข้าสู่วัยทำงานแล้วด้วย จึงต้องเตรียมตัวให้พร้อมที่สุด

“ส่วนวันว่างผมชอบอ่านหนังสือ ฟังเพลง และออกกำลังกายด้วยการยกเวต (ยิ้ม) จริงๆ ผมเล่นกีฬาแทบทุกประเภท ชอบกิจกรรมเอ๊าต์ดอร์ อย่างสกี ดำน้ำ ต่อยมวย ฟุตบอล เทนนิส แต่ชอบที่สุดคือกอล์ฟ และเข้าฟิตเนสออกกำลังกายสัปดาห์ละ 3 วัน เพราะการดูแลสุขภาพเป็นสิ่งสำคัญมาก ฉะนั้นเริ่มดูแลตั้งแต่ตอนยังอายุไม่มากดีกว่า แต่ถ้าเรื่องการดูแลผิวพรรณ ความหล่อ ผมไม่เก่งเลย (หัวเราะ) ทาแค่ครีมกันแดดก่อนออกไปตีกอล์ฟเท่านั้น…เรื่องนี้ต้องยกให้คุณพ่อครับ

“ถ้ามองนิสัยตัวเอง ผมค่อนข้างเข้ากับคนง่ายนะครับ เฟรนด์ลี่ แต่ถ้าโมโหขึ้นมาก็น่ากลัวอยู่ครับ เพียงแต่ไม่ค่อยจะมีเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้น ส่วนเรื่องหัวใจ ตอนนี้มีแฟนแล้วครับ (ยิ้ม) ผมชอบผู้หญิงที่มีความชัดเจนกับตัวเอง มีเป้าหมายว่าอยากทำอะไร ส่วนผม…คิดว่าตัวเองค่อนข้างโรแมนติก อย่างทุกวันสำคัญก็จะมีอะไรพิเศษให้ตลอด แต่จริงๆ เรื่องนี้ต้องให้คนอื่นตอบนะ” (หัวเราะ)

 

กัน – ณัฐภัทร สหวัฒน์

ณัฐภัทร สหวัฒน์ ลูกชายคนโต หนึ่งในสี่หนุ่มของคุณภัทท และคุณนีน่า – ณัฐนันท์ สหวัฒน์ ที่พกความหล่อมาเต็มอัตรา เขาคือผู้ชายสายลอง มีความชอบหลากหลาย ไม่ว่าจะกระโดดร่ม เล่นโยคะ ฝึกธรรมะ ไปจนถึงเป็นมังสวิรัติ

กัน ณัฐภัทร สหวัฒน์

“ตอนนี้ผมช่วยธุรกิจที่บ้านครับ อยู่ที่บริษัท วนชัย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) รวมไปถึงดูแลบริษัท วนชัย วู้ดสมิธ จำกัด ทำเกี่ยวกับวัสดุก่อสร้างและค้าไม้ โดยผมทำตำแหน่ง Communication on Cloud ดูแลช่องทางการขายและการสื่อสารผ่านทางออนไลน์ ทำมาได้ 1 ปีแล้ว ซึ่งต้องเรียนรู้เยอะ เพราะผมไม่ได้จบด้านออนไลน์มาโดยตรง บวกกับไม่ใช่สายเล่นโซเชียล ก็ต้องศึกษาหาวิธีว่าถ้าอยากให้คนเสิร์ชเจอบริษัทเราต้องทำอย่างไร มีวิธีไหนที่จะทำให้คนรู้จักมากขึ้น เพื่อที่จะได้ลูกค้าใหม่ๆ ยากเหมือนกัน แต่ก็ทำได้ครับ

“ผมเรียนจบด้านบริหารจาก Emmanuel College ที่บอสตัน โดยไปเรียนไฮสกูลตั้งแต่อายุ 11 ผมชอบนะ เพราะความที่โรงเรียนมีเด็กนักเรียนมาจากกว่า 50 ประเทศ จึงได้ฝึกเรื่องการปรับตัว กลายเป็นคนที่เข้ากับคนง่าย และสอนให้ผมไม่ตัดสินคนอื่น

“แต่นิสัยผมเบื่อง่ายครับ จึงชอบทดลองหากิจกรรมใหม่ๆ ทำอยู่เสมอ โดยเฉพาะแนวแอดเวนเจอร์ ชอบปีนเขา กระโดดร่ม ซึ่งช่วงที่เรียนมหาวิทยาลัยผมเคยไปลงเรียนคอร์สกระโดดร่มจริงจัง โชคดีที่ผมไม่กลัวความสูง แต่จะรู้สึกตื่นเต้นที่สุดตอนที่กำลังจะกระโดดลงจากเครื่องบิน ความสูงประมาณ 13,000 ฟตุ จากพื้นดิน ต้องมีสติ หมั่นดูสัญญาณมือจากครูผู้ฝึก ซึ่งการฝึกครั้งแรกจะมีครูจับมือแล้วกระโดดไปพร้อมกัน ถ้าเขาเห็นว่าเราทรงตัวได้ ไม่มีอาการตกใจก็จะปล่อยมือ สิ่งที่ต้องทำคือดูว่าตัวเองอยู่ที่ระดับความสูงเท่าไร และคอยเช็กว่าจุดแลนดิ้งคือตรงไหน เพื่อที่จะบังคับร่มให้ไปลงตรงจุด ซึ่งผมโชคดีมาก กระโดดร่มมา 6 ครั้งยังไม่เคยลงผิดจุด

“นอกจากกีฬาที่ตื่นเต้นแล้ว โยคะผมก็เล่น ที่สนใจเพราะช่วยฝึกการทรงตัว อย่างผมชอบเล่นกีฬา ทางน้ำ เช่น เซิร์ฟ เวคบอร์ด ต้องใช้กล้ามเนื้อทุกส่วน โยคะจะช่วยได้มาก หลายคนคิดว่าโยคะเป็นกีฬาช่วยผ่อนคลาย แต่ไม่นะ เหงื่อหยดติ๋งๆ เลย เหนื่อยกว่าวิ่งอีก ผมใช้วิธีฝึกฝนเอง โดยดูคลิปในยูทูบ เริ่มจากวันละ 10 นาที ขยับขึ้นมาเรื่อยๆ ตอนนี้อยู่ที่ 1 ชั่วโมงครึ่ง สามารถทำท่า Head Stand (ยืนด้วยศีรษะ) ได้แล้ว ผมอยากทำท่า Hand Stand (ยืนด้วยมือ) ให้ได้ด้วย กำลังฝึกอยู่ครับ

“อีกอย่างที่ผมทดลองทำได้ปีกว่าคือการกินมังสวิรัติครับ เดิมผมชอบเนื้อสัตว์มาก อยากลองดูว่าถ้าไม่กินผมจะโอเคไหม เป็นความท้าทายอีกแบบ ปรากฏว่าผลลัพธ์ดีกว่าที่คิด เพราะร่างกายตอบรับได้ดีมาก ช่วยให้รู้สึกกระฉับกระเฉงขึ้น สำหรับใครที่รู้สึกว่ากินมังสวิรัติแล้วจะได้สารอาหารไม่เพียงพอ ผมแนะนำให้เสริมด้วยไขมันชนิดดีและกินวิตามินเสริม เพื่อทดแทนการกินเนื้อสัตว์ด้วยครับ

“อีกอย่างที่หลายคนไม่รู้คือผมชอบงานศิลปะด้วย ทั้งการปั้นดินน้ำมัน แกะสลักไม้ และวาดรูป ทั้งสีน้ำ สีอะคริลิก ตอนนี้อยากลองสีน้ำมันเพิ่ม พอวาดเสร็จบางครั้งก็ให้เป็นของขวัญวันเกิดกับคนในครอบครัว (ยิ้ม)

“นอกจากนี้ผมยังชอบปฏิบัติธรรม เริ่มไปวิปัสสนาเมื่อ 2 ปีที่แล้ว และทำต่อเนื่องมาจนถึงตอนนี้ ที่สนใจเพราะคิดว่าการวิปัสสนาเป็นประโยชน์กับตัวเอง ช่วงแรกยอมรับว่าทรมานมาก นึกว่าไปเข้าแคมป์คณิตศาสตร์ เพราะมัวแต่บวกลบคูณหารว่าจะได้กลับบ้านวันไหน (หัวเราะ) นับทุกอย่าง ต้องนอนกี่วัน กินอาหารกี่มื้อ แต่ศูนย์วิปัสสนาที่เชียงใหม่สอนดีมาก ถ้าเบื่อก็แค่กำหนดกับตัวเองว่าเบื่อหนอ อยากกลับบ้านหนอ ไม่อยากอยู่หนอ ทำตามนั้นจนรู้สึกดีขึ้น มันทำให้ผมมีสติ รู้จักสังเกตร่างกายตัวเอง รู้ว่ากำลังคิดอะไร จึงไปต่อเนื่องเรื่อยๆ

“ในอนาคตผมอยากมีธุรกิจของตัวเอง อยากทำเกี่ยวกับไม้หรือไม่ก็ทำฟาร์ม ผมชอบอยู่กับธรรมชาติ สมัยเรียนไฮสกูล คุณลุงของเพื่อนมีฟาร์มวัว เวลาปิดเทอมผมก็ไปช่วยเป็นลูกมือ ตื่นแต่เช้ามืดไปรีดนม ทำความสะอาดคอก ป้อนอาหาร ชอบมาก เป็นชีวิตในฝันเลยครับ”

 

ซีซาร์ – เปรมชนก วงศ์โชติสถิต

“ซีซาร์” ลูกชายของคุณไพบูลย์ – คุณอุบลวรรณ วงศ์โชติสถิต เจ้าของธุรกิจส่งออกผลไม้ไทย บริษัท โอพี ฟรุตส์ จำกัด เขากำลังศึกษาอยู่คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยนิวยอร์ก นอกจากจะเรียนเก่งแล้ว ยังมีความสามารถหลากหลาย ทั้งงานในวงการบันเทิง กีฬา และแฟชั่น เรียกว่าครบเครื่องจริงอะไรจริง

ซีซาร์ เปรมชนก วงศ์โชติสถิต

“ผมกำลังขึ้นปี 2 แลว้ ครับ หลายคนอาจคิดว่าผมไม่น่าเรียนคณะเศรษฐศาสตร์ เพราะลุคผมค่อนข้างติสต์ (หัวเราะ) แต่เอาจริงๆ ผมก็สนใจงานอาร์ตและแฟชั่นมาก ที่จริงเกือบจะเลือกเรียนสายนั้นแล้ว แต่อีกใจผมก็ชอบเศรษฐศาสตร์เหมือนกัน และการเรียนสาขานี้จะสามารถกลับมาช่วยงานของที่บ้านได้ ถึงอย่างนั้นผมก็ไม่ทิ้งงานด้านที่ชอบครับ อยากเรียนอะไรที่เสริมความครีเอทีฟให้ตัวเองด้วย จึงลงเรียนวิชาด้านมีเดียควบคู่กันไป

“ผมเป็นผู้ชายสายแฟ อินกับแฟชั่นมาก สไตล์ผมคือสตรีท ชอบใส่เสื้อตัวใหญ่ กางเกงโคร่ง กับสนีกเกอร์ แต่วันนี้ขอเปลี่ยนลุคเพื่อ แพรว โดยเฉพาะ อย่างช่วงนี้ผมอินกับดีไซเนอร์ไทย ชอบแบรนด์ Painkiller และ Leisure Projects ที่สามารถนำความเป็นไทยให้โกอินเตอร์ได้ลงตัว ไม่ว่าจะออกคอลเล็คชั่นอะไรมา ก็น่าซื้อไปหมด เรื่องช็อปจึงเป็นของชอบครับ ตอนอยู่นิวยอร์กแค่มีเวลาว่างระหว่างคลาส ก็สามารถไปเล็งไว้ก่อนได้ ไอเท็มที่มีเยอะที่สุดในตู้คือรองเท้า หลากหลายมาก ทั้งบู๊ต สนีกเกอร์ หุ้มข้อ ฯลฯ แบรนด์ที่ชอบที่สุดตอนนี้คือ Nike ชอบที่เขาทำงานกับศิลปินหลากหลาย ทุกคู่ที่เขาดีไซน์ออกมาเป็นสไตล์ผมทั้งนั้นเลย (ยิ้ม)

“ถ้าเป็นเรื่องกีฬา ผมเคยเล่นบาสเกตบอลสมัยเรียนไฮสกูลที่อังกฤษ ซึ่งเป็นอีกเรื่องที่ผมภูมิใจมาก ผมเริ่มเล่นบาสตั้งแต่อายุ 12 และตัวเล็กที่สุดในทีม ทั้งที่ผมสูง 180 ซึ่งถือว่าสูงสำหรับคนไทยแล้ว แต่เพื่อนในทีมตอนนั้นส่วนใหญ่สูง 190 กัน ความที่ตัวเล็กสุดจึงได้เล่นตำแหน่งพ้อยต์การ์ด ทำหน้าที่จ่ายลูกบอลเพื่อเริ่มบุกเกม และกันฝ่ายตรงข้าม ครั้งหนึ่งเกิดอุบัติเหตุขณะกำลังซ้อมกับเพื่อน แล้วเพื่อนอีกคน ซึ่งสูงกว่า 2 เมตร คือสูงที่สุดในทีม เขาล้มทับผมหัวโขกกันสนั่น โอ้โฮ…อย่างมึน แล้วสัปดาห์ถัดมาต้องสอบ ดีที่ไม่เป็นอะไรมาก

“บาสยังทำให้ผมประทับใจด้วย ตอนอายุ 17 ผมมีโอกาสไปร่วมแข่งที่ประเทศสเปน สนุกมาก เหมือนได้เปิดโลกใบใหม่ เพราะได้ร่วมฝึกกับทีมสเปน ซึ่งเป็นทีมมืออาชีพ เขาเล่นบาสกันเต็มเวลา ไม่ต้องแบ่งเวลาเรียนเหมือนพวกผม นักกีฬาที่นั่นมีแพสชั่นสูง เขาจะคอยผลักดันผมตลอดว่ายูต้องมีพลังนะ ถ้ารู้ว่าตัวเองมีปัญหาเรื่องอะไร ต้องแก้ตอนนี้เลยนะ ถึงแมตช์นั้นทั้งแพ้และชนะ แต่ก็ทำให้ผมได้ทักษะใหม่ๆ และได้เพื่อนใหม่กลับมา

“ถ้าถามถึงแพสชั่นที่ผมอยากทำตอนนี้คืองานในวงการบันเทิงครับ นอกจากงานเดินแบบ ถ่ายแบบที่ผมทำอยู่แล้ว ผมยังชื่นชอบการเต้นและร้องเพลงด้วย รักการฟังเพลงตั้งแต่เด็ก ไม่ว่าจะทำอะไรต้องเปิดเพลงตลอดเวลา ไอดอลคือ Jay Park ศิลปินเกาหลีที่มีความสามารถหลากหลาย แร็พเก่ง ร้องเพลงก็ดี เต้นก็ได้ และ บุคลิกเขาชัดมาก เวลาอยู่บนเวทีเราละสายตาจากเขาไม่ได้เลย เป็นแรงบันดาลใจให้ผมหัดเต้นและลองแร็พเล่นๆ ตอนนี้กำลังเรียนเพิ่มเติมอยู่ครับ นอกจากเพลง งานแสดงผมก็สนใจ ผมชอบดูนักแสดงที่สามารถสื่ออารมณ์ของตัวละครออกมาได้ดี อยากลองทำอย่างนั้นบ้าง ซึ่งที่บ้านก็พร้อมสนับสนุนเต็มที่

“ส่วนเรื่องหัวใจ ผมไม่โสดแล้วครับ (ยิ้ม ) ผมเป็นแฟนที่ค่อนข้างตามใจ เรียกว่ายอมเลยแหละครับ เซย์โนไม่ค่อยเป็น แต่ถ้ามีเรื่องที่ผมไม่สบายใจก็จะพูดนะ เคลียร์ให้จบทันที สุดท้ายแล้วผมง้อได้ แม้จะไม่เก่งก็ตาม ถึงอย่างนั้นก็ได้ผลซะส่วนใหญ่นะครับ” (ยิ้ม)

 

เท็ดดี้ – อธิวัฒน์ ตั้งพูลสินธนา 

“เท็ดดี้” นอกจากจะเรียนเก่ง เขายังเด่นทั้งเรื่องกิจกรรมและมีแพสชั่นทำงานอาสา เรียกว่าหล่อ เก่ง ใจดี ครบสูตร

เท็ดดี้ อธิวัฒน์ ตั้งพูลสินธนา 

“ผมเป็นเด็กกิจกรรมตั้งแต่สมัยเรียนที่สาธิตจุฬาฯ เป็นทั้งนักกีฬาว่ายน้ำและแบดมินตันของโรงเรียน แมตช์ที่ภูมิใจคือชนะเลิศการแข่งขันแบดมินตันในงานสาธิตสามัคคี ซึ่งเป็นการแข่งขันระหว่างโรงเรียนสาธิต ผมชนะครั้งแรกตอนเรียนชั้น ป.6 และอีกครั้งคือ ม.2 แต่ตอนหลัง อยากมุ่งเรื่องการเรียนให้เต็มที่จึงหยุดไว้ก่อน สุดท้ายก็สามารถเอนทรานซ์ติดคณะบัญชี ภาคอินเตอร์ จุฬาฯ ได้อย่างที่ตั้งใจครับ (ยิ้ม)

“ตอนนี้ผมเรียนอยู่ชั้นปี 3 กำลังอินกับสิ่งที่เรียนมาก เพราะมีโอกาสไปฝึกงานด้าน Investment Banking ที่ Jay Capital Advisory Limited ลองทำงานด้านไฟแนนซ์มาสักพัก สนุกดีครับ ทำให้อยากลองทำงานเป็นที่ปรึกษา ดูแลและแก้ไขปัญหาธุรกิจในแต่ละเคสมากกว่าจะลงทุนทำธุรกิจของตัวเอง เพราะผมไม่ชอบความเสี่ยง

“ผมยังสนใจงานในวงการบันเทิงด้วย เคยมีโอกาสไปแคสติ้งงานของช่อง One ช่วงที่เรียนอยู่ ปี 2 และได้เรียนคลาสการแสดงเพิ่มเติม ผมยังไม่แน่ใจว่าตัวเองรักงานด้านนี้จนอยากเอาจริงเลยไหม แต่เมื่อมีโอกาสก็อยากทำให้เต็มที่ที่สุด

“เรื่องที่ถือเป็นจุดเปลี่ยนในชีวิตผมคือ เมื่อก่อนผมเป็นสายช็อปแบรนด์เนม เคยไปเที่ยวญี่ปุ่นแล้วไม่ทำอะไรเลยนอกจากช็อปปิ้งทั้งวัน กระทั่งเรียนมหาวิทยาลัยแล้วมีโอกาสไปค่ายอาสา ซึ่งก่อนหน้านั้นชีวิตผมมีแต่เรื่องเรียนกับกีฬา ไม่ค่อยทำอะไรอย่างอื่น โดยเฉพาะงานอาสา จึงอยากลองออกไปช่วยคนและอยู่แบบลำบากบ้าง เพราะค่ายนี้กินอยู่ค่อนข้างลำบากและห้ามแตะมือถือ 7 วัน ตอนบอกคุณพ่อว่าจะไปค่าย ท่านยังแปลกใจ แต่ก็สนับสนุนให้ไปเรียนรู้เต็มที่ ซึ่งเป้าหมายของค่ายอาสาครั้งนั้นคือสร้างห้องสมุดให้เด็กๆ ที่จังหวัดมหาสารคามเป็นเวลา 7 วัน

“คืนแรกต้องปูเสื่อนอนในห้องเรียน แมลงเยอะมาก ต้องปัดกันทั้งคืน แย่สุดคืออาหาร ผมไม่กินผัก แต่ในค่ายมีแต่ผัก เมนูวันแรกคือแกงจืดแตงกวากับถั่วงอกแบบไม่ปรุงรส เห็นแล้วไม่อยากกินเลยครับ แต่กฎของค่ายคือต้องกินให้หมด ตอนนั้นคิดเลยนะว่าจะรอดไหม แต่ถ้าให้ชั่งน้ำหนัก เรื่องสนุกในค่ายมีเยอะกว่า จนผมเลิกโฟกัสเรื่องอาหาร คือนอกจากสร้างห้องสมุด ยังมีงานสอนหนังสือ กิจกรรมสัมพันธ์กับชุมชน และงานสวัสดิการ ทุกคนจะได้วนทำครบทุกอย่าง ผมได้ผสมปูน ก่ออิฐฉาบปูนเป็นครั้งแรกในชีวิต ได้ไปสอนหนังสือเด็กๆ ส่วนกิจกรรมสัมพันธ์ คือไปหาชุมชน พูดคุย เรียนรู้วัฒนธรรม และมอบของใช้ให้ผู้ป่วยติดเตียง วันสวัสดิการก็ทำความสะอาด ทำอาหาร ดูแลค่าย ทั้งหมดนี้ผมชอบการสอนมากที่สุด ที่แปลกคือผมเคยคิดว่าตัวเองไม่ชอบเด็กเลย แต่เด็กๆ ที่นี่น่ารักมาก จนผมรู้สึกอยากช่วยให้เขาได้รับอะไรสักอย่าง จะเป็นความรู้หรือความสุขก็ได้ พอใกล้ถึงวันกลับบ้านไม่อยากกลับเลยครับ พอขึ้นปี 2 และปี 3 ผมสมัครเป็นสต๊าฟทำหน้าที่จัดค่าย โดยดูแลเรื่องการสอนว่าแต่ละวันจะสอนเรื่องอะไร เช่น ความสามัคคี น้ำใจ ความอดทน การตั้งเป้าหมาย ฯลฯ

“สิ่งที่เปลี่ยนผมมากที่สุดจากการไปค่ายคือทำให้ผมรู้สึกขอบคุณชีวิตที่ผมมีอย่างทุกวันนี้ รู้จักพอใจในสิ่งเล็กๆ น้อยๆ รอบตัวมากขึ้น อย่างมีวันหนึ่งที่ผมอยู่ค่าย ต้องกินแครอตกับหัวหอม จากคนที่ไม่กินผัก แต่วันนั้นผมกลับรู้สึกว่ามันอร่อย คือแค่รู้สึกอย่างนั้นเราก็มีความสุขได้ แล้วมันทำให้นิยามของความสุขเปลี่ยนไปจากเดิม เมื่อก่อนผมคิดว่าการซื้อของทำให้มีความสุข แต่ตอนนี้มันคงไม่ได้มากเท่ากับที่ได้ช่วยเหลือคนอื่น ทุกวันนี้ผมช็อปปิ้งของแบรนด์เนมน้อยลง ถือว่าประหยัด ไปได้เยอะ (หัวเราะ) ผมใช้เงินไปกับการท่องเที่ยวหาประสบการณ์ชีวิตหรือกินของกินอร่อยๆ แทน

“ตอนนี้ผมอยากทำโปรเจ็กต์ที่เปิดโอกาสให้นิสิตไปทำกิจกรรมร่วมกับเด็กกำพร้าได้โดยไม่ต้องจำกัดจำนวนคน เพราะปกติเวลาทำกิจกรรมมักจะต้องจำกัดจำนวนด้วยเงื่อนไขต่างๆ ผมอยากทำให้สำเร็จ เพื่อนๆ น้องๆ จะได้มีประสบการณ์ในการออกไปช่วยเหลือผู้อื่นดูบ้าง เพราะมันทำให้เกิดความรู้สึกดีๆ หลายอย่าง ผมเองยังไม่เคยลืมความประทับใจที่น้องๆ ชั้นประถมเดินมาขอบคุณที่เราช่วยสอนหนังสือ เป็นความรู้สึกดีที่ต้องสัมผัสด้วยตัวเองครับ”

 

อั๊น – ณพวุฒิ ขุนพินิจ 

“อั๊น” ทายาทคนสุดท้องของคุณอรรถกวี ขุนพินิจ และคุณอพัชชา รัตนนันท์ แห่งบริษัท ยูเนี่ยน เคมีคอล แอนด์ อีควิปเม้นท์ จำกัด ผู้ผลิตเอทิลแอลกอฮอล์ที่ได้การรับรองมาตรฐานอาหารและยารายเดียวในประเทศไทย (Food Grade) หลังจากเรียนจบจากอเมริกา ตอนนี้เขากำลังสนุกกับการแตกไลน์งานธุรกิจ

อั๊น ณพวุฒิ ขุนพินิจ 

“ผมไปเรียนไฮสกูลที่คอนเนตทิคัต อเมริกา ตั้งแต่อายุ 14 ปี ตอนแรกไม่อยากไป เมื่อมองย้อนไปก็เป็นเรื่องดีนะ ผมยังคิดเลยว่าถ้ามีลูกก็อยากส่งไปเรียนที่อเมริกา เพราะมันช่วยสอนให้ใช้ชีวิตด้วยตัวเอง อย่างโรงเรียนประจำที่ผมไปอยู่มีตารางเวรให้เด็กแต่ละคนว่าต้องทำหน้าที่อะไรบ้าง เช่น ดูดฝุ่นในห้องเรียน ตักหิมะ เก็บจานหลังกินข้าว สอนให้ผมรู้จักรับผิดชอบ ฝึกวินัย พอไปเรียนมหาวิทยาลัยก็อยู่ได้สบายเลย

“ผมตัดสินใจเรียนต่อด้าน Arts and Science ที่มหาวิทยาลัยนิวยอร์ก จากนั้นก็เบนเข็มมาเรียนด้าน Public Policy โฟกัสเรื่องรัฐศาสตร์และเศรษฐศาสตร์ ศึกษาเกี่ยวกับนโยบายรัฐ รวมถึงเรื่องภาษี เพราะได้ลองเรียนแล้วชอบ ผมรู้สึกว่าการเรียนสาขานี้ตอบโจทย์ เพราะสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับธุรกิจที่บ้านได้เป็นอย่างดี

“ผมกับพี่สาว (เอิร์น – ธัญนิจ ขุนพินิจ) ยังร่วมก่อตั้งธุรกิจอีก 2 อย่าง คือ Avia by Union Alcohol ผลิต Hand Sanitizing Gel และ Alcohol Hand Spray ผลตอบรับค่อนข้างดี ส่วนอีกธุรกิจที่เพิ่งทำด้วยกันคือแบรนด์ Skin & Tonic เป็น Pillow Spray ใช้ฆ่าเชื้อและช่วยให้ผ่อนคลาย นอนหลับได้ดี ใช้สำหรับฉีดหมอนและเครื่องนอน ซึ่งทั้งสองธุรกิจนี้เราใช้วัตถุดิบที่ดีที่สุดของธุรกิจในครอบครัวเรามาต่อยอด อย่าง Pillow Spray พี่สาวเลือกที่ไม่มีส่วนผสมของน้ำหอม แต่ใช้เอสเซนเชียลออยล์อย่างดีที่นำเข้ามาจากฝรั่งเศส โดยขายทางออนไลน์ Line : @AviabyUnionAlcohol และ Line : @skinandtonic

“ผมเป็นคนชิลๆ ง่ายๆ ชอบดูหนัง ฟังเพลง ถ่ายรูป ไม่ชอบความเครียด ถ้านอกเวลางานผมไม่เคยจัดตารางว่าต้องทำอะไร บางวันก็ขับรถเรื่อยๆ ไปโผล่ที่อยุธยาเลยก็มี แล้วก็ชอบความแอดเวนเจอร์ มีเรื่องนึงที่ผมภูมิใจมากคือ เมื่อปี 2019 ผมเดินขึ้นยอดเขาคิลิมันจาโรสำเร็จ ซึ่งเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในทวีปแอฟริกา มีความสูง 5,895 เมตร ใช้เวลาเดินทั้งหมด 7 วัน คือ เดินขึ้นเขา 6 วัน และเดินลงจากเขา 1 วัน ไปกับเพื่อนและพี่สาว โดยมีไกด์ช่วยนำทาง เรียกว่าเป็นสิ่งที่ยากที่สุดที่เคยทำ เพราะแม้ผมจะเข้ายิมบ้าง แต่ร่างกายไม่ได้ฟิตแบบนักกีฬา แล้วเราต้องเดินตลอดเวลา อย่างวันสุดท้ายคือเดิน 14 ชั่วโมง ต้องตื่นตอนกลางคืนแล้วเดินข้ามเขา เส้นทางไม่ได้ยาก แต่เพราะเป็นทางซิกแซ็ก และยิ่งขึ้นไปบนที่สูงยิ่งหายใจลำบาก ผมถึงขั้นอาเจียน บางวันนอนแล้วตอนเช้าลุกขยับตัวไม่ได้ เพราะปวดเมื่อยมาก โชคดีอย่างคือไม่เกิดอุบัติเหตุร้ายแรง

“วันที่ต้องเดินขึ้นยอดเขาเราเริ่มเดินตั้งแต่ 5 ทุ่ม อากาศหนาวมาก ทั้งลื่นและชัน ต้องใช้ ไม้เท้าช่วยให้ไต่ไปเรื่อยๆ แต่ก็เดินลำบาก เพราะเป็นทรายนิ่ม ก้าวลงไปแล้วเท้าจะจมถอยลงไป บรรยากาศรอบด้านมืดไปหมด มองไม่เห็นเพื่นร่วมทาง เห็นแค่แสงจากไฟฉายที่อยู่บนหัว ผ่านไปหลายชั่วโมงแล้วยังรู้สึกเหมือนอยู่ที่เดิม เหนื่อยแค่ไหนก็พักไม่ได้ เพราะไกด์บอกว่าพักแล้วอาจจะไม่ตื่น พวกผมไปถึงยอดเขาช่วงเช้า มองลงไปข้างล่างเห็นเมฆ บรรยากาศเงียบสงบมาก คุ้มกับความเหนื่อยครับ”

 

ซีซ่า – เบญจมินทร์ เบญจฤทธิ์

“ซีซ่า – เบญจมินทร์ เบญจฤทธิ์” หนุ่มนักกีฬามากความสามารถ ลูกชายของคุณอภิชาติ – คุณวีรนุช เบญจฤทธิ์ MD One & All Thailand และ MD Vera Allied Manufacturing Co. Ltd. ซึ่งนอกจากเขาจะมาพร้อมกับความสูงโปร่ง ยังมีเสน่ห์จากความน่ารัก ยิ้มเก่ง ใจดี และเป็นกันเอง

ซีซ่า เบญจมินทร์ เบญจฤทธิ์

“ผมเรียนอยูที่ Harrow School (Year 13) ประเทศอังกฤษ ซึ่งผมมาเรียนต่อที่นี่ตั้งแต่อายุ 13 ปี เป็นโรงเรียนประจำชายล้วน การที่ได้เข้าเรียนที่นี่เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ผมภูมิใจนะครับ เพราะต้องผ่านการสอบหลายรอบ ทั้งข้อเขียน ทั้งสัมภาษณ์ และได้รับทุนพิเศษในฐานะนักกีฬาว่ายน้ำ (Outstanding Talent Scholarship 2016 – 2021) และทุนเรียนดี A – Level (Honarary Academic Scholarship 2019 – 2021)

“ผมว่ายน้ำมาตั้งแต่ 3 ขวบ และเริ่มลงแข่งขันครั้งแรกตอน 6 ขวบ จากนั้นก็เป็นนักกีฬาว่ายน้ำของโรงเรียนมาตลอด มีตารางฝึกซ้อมสัปดาห์ละ 5 วันเพื่อเตรียมสำหรับแข่งขันรายการต่างๆ ความภูมิใจล่าสุดคือผมได้รับเลือกเป็นหัวหน้าชั้นประจำบ้าน คอยดูแลน้องๆ ปีแรก (Year 9) โดยมีหน้าที่ดูแลความเรียบร้อย ให้คำปรึกษาน้องๆ เพราะเวลาเข้ามาเรียนโรงเรียนประจำใหม่ๆ นักเรียนอาจจะเกิดอาการซึมเศร้าหรือคิดถึงบ้าน คิดถึงครอบครัว ผมก็จะคอยให้คำปรึกษา แนะนำ เทคแคร์ เพราะผมก็เคยผ่านช่วงปีแรกของการเรียนมาก่อน ทำให้เข้าใจความรู้สึกน้องๆ ว่าต้องการอะไร เพียงแต่ตัวผมตอนนั้นไม่ได้โฮมซิกเท่าไร อาจเพราะไม่ค่อยมีเวลาว่าง กิจกรรมเยอะ และเจอเพื่อนใหม่ตลอด…เรียกว่าไม่ค่อยมีเวลาเหงาครับ (หัวเราะ)

“ตำแหน่งหัวหน้าชั้นนี้ 50 เปอร์เซ็นต์คุณครูเลือก แล้วอีก 50 เปอร์เซ็นต์มาจากการโหวตของลูกบ้านครับ ผมคิดว่าส่วนหนึ่งน่าจะเพราะนิสัยผมค่อนข้างเข้ากับคนง่าย คุยกับเพื่อนๆ ได้หมด เฟรนด์ลี่ ใจดี รับฟังปัญหาของคนอื่น ซึ่งผมชอบให้คนมาคุย มาปรึกษานะ ถ้าช่วยอะไรได้ก็จะช่วยเต็มที่ ถ้าปลอบใจแล้วยังไม่ดีขึ้น ก็อาจจะพาไปกินข้าว พาไปเที่ยว ให้เขาไม่คิดมากครับ (ยิ้ม)

“ถ้าผมมีเวลาว่างส่วนใหญ่ก็จะดูหนัง ฟังเพลง แต่หลักๆ จะอยู่กับการออกกำลังกาย เพราะเป็นนักกีฬา แต่ไม่เฉพาะว่ายน้ำนะครับ ผมชอบเล่นกีฬาแทบทุกประเภท อย่างวิ่งผมก็เคยลงวิ่งฮาล์ฟมาราธอน (21 กิโลเมตร) และล่าสุดลงวิ่ง Cross Country คือวิ่งผสมว่ายน้ำ เป็นงานการกุศลของโรงเรียน ซึ่งปีนี้ผมจะจบแล้ว ก็เลยขอจัดเต็มนิดนึง (หัวเราะ) ลงว่ายน้ำ 10 กิโลเมตร ต่อด้วยวิ่ง 20 กิโลเมตร เป็นการวิ่งขึ้นลงภูเขาในบริเวณโรงเรียน รวมเวลาประมาณ 5 – 6 ชั่วโมง ถือเป็นอีกหนึ่งรายการที่ประทับใจครับ (ยิ้ม)

“ถ้าพูดถึงประสบการณ์แปลกใหม่ ผมคิดว่าน่าจะเป็นตอนที่บินกลับจากอังกฤษช่วงธันวาคมที่ผ่านมา เพราะต้องกักตัวนาน 4 สัปดาห์เลย เริ่มจากกักตัวที่อังกฤษก่อน 15 วัน พอมาถึงเมืองไทยก็กักต่ออีก 15 วัน แต่ผมไม่มีปัญหา ครับ เพราะปกติอยู่โรงเรียนประจำจึงอยู่คนเดียวได้ ไม่เหงา (ยิ้ม) ถือว่าได้ใช้เวลากับตัวเองเต็มที่ มีเวลาเขียนโปรเจ็กต์ส่งมหาวิทยาลัย เรียนออนไลน์ ฯลฯ

“ตอนนี้ผมอยู่ในช่วงรอการตอบรับจากมหาวิทยาลัยที่อังกฤษกับสหรัฐอเมริกาครับ ผมอยากเรียนต่อด้านวิทยาศาสตร์เคมี เพราะครอบครัวทำธุรกิจเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ดูแลผิวและเส้นผม คิดว่าพอเรียนจบด้านนี้ อยากเรียนต่อเป็นแพทย์ผิวหนัง เพื่อจะได้สานต่อธุรกิจของครอบครัวครับ (ยิ้ม)

“อย่างช่วงสถานการณ์โควิด-19 ที่ผ่านมา ผมอยู่เมืองไทยพอดี จึงใช้เวลาว่างทำผลิตภัณฑ์กับเพื่อน ชื่อแบรนด์ ZkinS (IG : @zkinsoffcial) เป็นผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหน้า 3 ชิ้น คือ โฟมล้างหน้า ครีมบำรุง และครีมกันแดด ซึ่งคิดค้นมาจากความชอบและประสบการณ์ของตัวเองว่าส่วนผสมแบบไหนดี ควรมีอะไรบ้าง เพราะผมโตมาในห้องแล็บ อยู่ในโรงงาน ทำให้รู้จักส่วนผสมต่างๆ บวกกับศึกษาเพิ่มเติม ทดลองด้วยตัวเองมาตลอด แต่ตอนนั้นทำออกมาจำนวนไม่เยอะครับ เพราะมีเวลาว่างไม่กี่เดือนก็ต้องกลับไปเรียนต่อ แต่เร็วๆ นี้มีแพลนจะออกผลิตภัณฑ์ใหม่เพิ่มเติม ฝากติดตามด้วยนะครับ (ยิ้ม)

“งานนี้ตรงกับความสนใจของผมที่ค่อนข้างให้ความสำคัญกับการดูแลตัวเองครับ ยิ่งเป็นนักกีฬาด้วย ยิ่งต้องดูแลผิวหน้าให้ดี (ยิ้ม) บิวตี้รูทีนของผมก็ไม่ได้เยอะนะครับ (คุณแม่แซวว่าจริงๆ แล้วเยอะ) ตอนเช้าเริ่มจากโฟมล้างหน้า ยาแต้มสิว เซรั่มลดเลือนจุดด่างดำ และครีมกันแดด แต่ถ้าวันไหนต้องไปงานก็เพิ่มคอนซีลเลอร์กลบรอยสิวนิดนึง

“ส่วนก่อนนอนเริ่มจากใช้คลีนซิ่งเช็ดสิ่งสกปรก และเพิ่มการสครับผิวหน้าสัปดาห์ละ 2 – 3 ครั้ง ตามด้วยยาแต้มสิว และเซรั่ม 2 ชนิดคือ ลดเลือนจุดด่างดำและเติมความชุ่มชื้น ประมาณนี้ครับ (หัวเราะ) เพียงแต่บนโต๊ะมีของเยอะมาก เพราะบางครั้งพี่คนขายแนะนำดี ผมเลยใจอ่อน ซื้อกลับมาลองตลอด” (หัวเราะ)


ที่มา : นิตยสารแพรว ฉบับ 967

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

สาวๆ ใจเต้นแรง! อีตั้น-ศักดิเดช บาริสต้าสุดหล่อ ดีกรีลูกชายแม่หมิว

ชีวิตคือ การเรียนรู้ เอม-สรรเพชญ์ ทายาทหนึ่งเดียวของ ดู๋-สัญญา คุณากร

เปิดใจ “ลุค อิชิคาว่า” พระเอกน้องใหม่มาแรง! ที่ขโมยหัวใจแม่ยกอยู่ในตอนนี้

 

Praew Recommend

keyboard_arrow_up