ดอกไม้ 12 เดือน เพื่อสร้างความสวยงามในวันแต่งงานของบ่าวสาว

ใครจะรู้ว่าจะได้ฤกษ์ดี วันแต่งงาน ในเดือนไหน และในเดือนนั้นจะมีดอกไม้ที่ฝันวางขายในท้องตลาดอยู่หรือเปล่า ซึ่งถ้าเป็นดอกไม้นอกฤดูกาลก็เตรียมตัวไว้เลยว่าดอกไม้ที่ว่าจะแพงเว่อร์ เว่อร์สุดจนต้องถอดใจ ถ้าอย่างนั้นทำไมในวันแต่งงานไม่เลือกดอกไม้ตามฤดูกาลละคะ แต่ก่อนจะไปดูว่าเดือนไหนมีดอกอะไรบ้าง ขอกระซิบบอกไว้ในใจชื่นว่า “กุหลาบ” คือดอกไม้สุดฮิตทุกเทศกาลและมีจำหน่ายทุกเดือน เพียงแต่ว่าจะเป็นดอกจากประเทศไหน ใหญ่เล็กประมาณใดก็ว่ากันไป
กุหลาบสีขาวและสีชมพูจัดเป็นดอกไม้ที่ขาดไม่ได้ใน วันแต่งงาน ไม่ใช่แค่เพราะความหอมที่เย้ายวนให้สูดดม แต่ยังมีรูปทรงที่สวยคลาสสิกและมีสีสันที่จับคู่ได้กับธีมสีพาสเทลทุกโทน ไม่ว่าจะใช้เป็นดอกหลักหรือดอกเสริม รองลงมาคือ “คาร์เนชั่น” เพราะมีสีให้เลือกถึงเกือบ 30 สี แถมยังทนทานนานวัน นอกจากนี้ยังมี “ยิปโซ” ดอกสีขาวเล็ก ๆ ช่วยเติมเต็มให้งานดูฟรุ้งฟริ้งชวนฝันมากขึ้น
1. January , February
 
  • ไฮเดรนเยีย (Hydrangea) ทั้งของฮอลแลนด์และจีน
  • กล้วยไม้สกุลซิมบิเดียม (Cymbidium)
  • กล้วยไม้สกุลคัทลียา (Cattleya)

2. March

  • ไฮเดรนเยีย (Hydrangea) ทั้งของฮอลแลนด์และจีน
  • สโนว์บอล (Snowball)
  • กล้วยไม้สกุลซิมบิเดียม ฟินเลย์โซเนียนุม (Cymbidium Finlaysonianum)
  • กล้วยไม้สกุลซิมบิเดียม อินซิกเน่ (Cymbidium Insigne)
  • กล้วยไม้สกุลคัทลียา (Cattleya)

3. April

  • ไฮเดรนเยีย (Hydrangea) ทั้งของฮอลแลนด์และจีน
  • สโนว์บอล (Snowball)
  • กล้วยไม้สกุลซิมบิเดียม ฟินเลย์โซเนียนุม (Cymbidium Finlaysonianum)
  • กล้วยไม้สกุลซิมบิเดียม อินซิกเน่ (Cymbidium Insigne)
  • กล้วยไม้สกุลคัทลียา (Cattleya)
  • คาลล่าลิลลี่ พันธุ์หลอดสีขาว (Calla Lily)
  • ลิลี่ออฟเดอะวัลเลย์ (Lily of the Valley)
 4. May
  • ไฮเดรนเยีย (Hydrangea) ไทย
  • สโนว์บอล (Snowball)
  • กล้วยไม้สกุลซิมบิเดียม ฟินเลย์โซเนียนุม (Cymbidium Finlaysonianum)
  • กล้วยไม้สกุลซิมบิเดียม อินซิกเน่ (Cymbidium Insigne)
  • กล้วยไม้สกุลซิมบิเดียม เอนซิโฟเลียม (Cymbidium Ensifolium)
  • คาลล่าลิลี่ (Calla Lily) พันธุ์หลอดสีขาว

ดอกไม้หน้าใหม่ มาแรง คาลล่าลิลี่ สต๊อก และกล้วยไม้ฟาแลนด์กำลังได้รับความนิยมมากนอกจากนี้ยังมีกล้วยไม้หวายสีขาวกล้วยไม้ฟาแลนอปซิสฟ้ามุ่ยดอกใหญ่ ทิวลิป และโบตั๋นที่กำลังมาแรงเช่นกัน แต่จะออกดอกใหญ่ในช่วงเดือนกรกฎาคม – ตุลาคม เท่านั้น

5. June , July ,August

  • ไฮเดรนเยีย (Hydrangea) ไทย
  • กล้วยไม้สกุลแวนด้า (Vanda)
  • กล้วยไม้สกุลซิมบิเดียม เอนซิโฟเลียม (Cymbidium Ensifolium)

6. September , October

  • ไฮเดรนเยีย (Hydrangea) ทั้งของไทย ฮอลแลนด์ และจีน
  • กล้วยไม้สกุลแวนด้า (Vanda)
  • กล้วยไม้สกุลซิมบิเดียม เรคตัม (Cymbidium Rectum)
  • กล้วยไม้สกุลซิมบิเดียม มุนโรเนียนัม (Cymbidium Munronianum)
  • กล้วยไม้หวายสีขาว (Dendrobium)
  • กล้วยไม้สกุลฟาแลนอปซิส (Phalaenopsis)
  • ฟ้ามุ่ย (Vanda Coerulea) ทิวลิป (Tulip) โบตั๋น (Peony)
7. November , December
  • ไฮเดรนเยีย (Hydrangea) ทั้งของฮอลแลนด์และจีน
  • โบตั๋น (Peony)
  • กล้วยไม้สกุลแวนด้า (Vanda)
  • กล้วยไม้สกุลซิมบิเดี้ยม เรคตัม (Cymbidium Rectum)
  • กล้วยไม้สกุลคัทลียา (Cattleya)
  • คาลล่าลิลี่ (Calla Lily) พันธุ์หลอดสีขาว
  • คาลล่าลิลี่ (Calla Lily) พันธุ์กรวยสีเหลือง
  • แว็กซ์ฟลาวเวอร์ (Wax Flower)

8. All Year

  • หน้าวัว (Flamingo Flower)
  • คาร์เนชั่นจีนทุกสี (Carnation)
  • บัว (Lotus) กุหลาบทุกสี (Rose)
  • ไลเซนทัส (Lisianthus)
  • ลิลี่ (Lily) ไทย เยอบีร่า (Gerbera)

ดอกไม้ต้องห้าม ในงานริมทะเล

ดอกไม้ทุกชนิดที่มีความบอบบางทั้งในเรื่องโครงสร้างดอกและกลีบดอกบางเป็นพิเศษ เช่น ดอกไฮเดรนเยีย สต๊อก ไลเซนทัสเพราะเพียงโดนลมก็เฉาแล้วส่วนดอกไม้ที่เหมาะสำหรับงานแต่งริมทะเลเช่น กุหลาบ (ยกเว้นกุหลาบพวง) กล้วยไม้ เบิร์ดออฟพาราไดส์หน้าวัว ใบไม้ที่มีความหนาก้านใหญ่แข็งแรง เป็นต้น

ดูไอเดียและคำแนะนำดีๆ เกี่ยวกับการจัดงานแต่งงานเพิ่มเติม คลิกเลย!

ขอขอบคุณข้อมูลจากร้าน Flowerland ปากคลองตลาด

เลิกเจ้าชู้ได้เพราะเธอ! ส่องความหวาน สรัย-ไผ่ สองทายาทตระกูลดังของไทย

ส่องความหวานคู่รักเซเลบ สองทายาทตระกูลดัง “สรัย วัชรพล” ทายาทคุณสราวุธ วัชรพล แห่ง หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ และ “ไผ่-พงศ์วรุฒน์ ปังศรีวงศ์” ทายาทเครือเกษมกิจ ผู้ประกอบกิจการด้านอสังหาริมทรัพย์หลายแห่งของไทย  

สรัย

คบหาดูใจกันมาได้พักใหญ่แล้ว สำหรับคู่รักเซเลบ “สรัย วัชรพล” และ “ไผ่-พงศ์วรุฒน์ ปังศรีวงศ์” ซึ่งงานนี้ทำเอาคนไร้คู่ถึงกับอิจฉาตาร้อนผ่าว เมื่อทั้งคู่เสิร์ฟความหวานให้ดูกันตลอด

จากลุคสาวเปรี้ยวดูเป็นสาย ฝ. แต่เหมือนว่าตั้งแต่มีหนุ่มไผ่เข้ามา สาวสรัยดูจะซอฟท์ลงมาหน่อย แอบมีมุมหวานๆ มาให้เห็นบ้าง แต่ถึงอย่างไรก็ยังคงความแซ่บเหมือนเช่นเคย

สำหรับหนุ่มโปรไฟล์ของ ไผ่-พงศ์วรุฒน์ ปังศรีวงศ์ นั้นเรียกว่าไม่ธรรมดาเพราะเป็นถึงทายาทหมื่นล้าน ลูกชายของคุณธีระพงศ์ และคุณวัลลิยา ปังศรีวงศ์  เจ้าของธุรกิจโรงแรมสุดหรูทั่วประเทศ ที่ขึ้นต้นด้วยชื่อว่า ‘เคป’ และ ‘แคนทารี่’ ทั้งหลาย รวมทั้งยังมีโรงแรมและธุรกิจอื่นๆ ในเครือเกษมกิจอีกด้วย

ด้านการศึกษาเซเลบหนุ่มคนนี้เรียนจบจากมหาวิทยาลัย พรินซ์ตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา สาขา ประวัติศาสตร์และรัฐศาสตร์ แนวความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ แถมยังพูดได้ถึง 4 ภาษา ไม่ว่าจะเป็น ไทย อังกฤษ ฝรั่งเศส และสเปน ทั้งนี้หนุ่มไผ่ยังมีพี่น้องฝาแฝดอีกคนคือ คุณพร้าว-พงศ์ศิษฏ์ ปังศรีวงศ์ และ พี่สาวคนโต คุณแวว-ธีรวัลคุ์ เตชะอุบล 

สรัย

เลิกเจ้าชู้ได้ทั้งคู่เพราะกันและกัน.. พูดเลย #หยุดที่คนนี้

เรียกได้ว่าคู่นี้สมกันราวกับกิ่งทองใบหยกจริงๆ แต่จะมีข่าวดีเมื่อไหร่แฟนๆ คงต้องคอยติดตาม เอาเป็นว่าตอนนี้ดูความหวานที่น้ำตาลยังยอมแพ้ มดไต่ขึ้นยั้วเยี้ยอินสตาแกรมของทั้งคู่ไปก่อนพลางๆ ได้เลยจ้า

สรัยสรัย


ข้อมูล : mgronline

ภาพ : @sreivphol, @paipongvarut

สรัย วัชรพล สวยเผ็ชชชช เบอร์นี้ แอบมีมุมอ่อนโยนหวานซึ้งสุดๆกับแม่นิด-พ่อหยี

คุณหนูติดดิน “สรัย วัชรพล” เมินคนมองแรง เผยทำ Vlog เดือนเดียวรายได้เพียบ

ลายสักคนดัง สราลัญ วัชรพล บินตรงแอลเอสักแขนกับช่างระดับฮอลลีวูด

 

เปิ้ล-หัทยา

“คงมีแต่น้ำตาหยดออกมาเป็นตัวหนังสือ” เปิดคำอาลัย เปิ้ล-หัทยา ถึงสามีผู้เป็นที่รัก

วันนี้เป็นอีกหนึ่งวันที่บีบหัวใจครอบครัววงษ์กระจ่าง เนื่องจากเป็นวันพิธีพระราชทานเพลิงศพ ซึ่งถือเป็นการส่งดวงวิญาณครั้งสุดท้ายของดาราคุณภาพ “ตั้ว-ศรัณยู วงษ์กระจ่าง” พระเอกยุค 80 และคนเบื้องหลังที่สร้างสรรค์ผลงานมามากกว่า 40 ปี ให้กับวงการบันเทิงเมืองไทย

เปิ้ล-หัทยา

โดยงานจัดขึ้นที่ ที่วัดนาคปรก เขตภาษีเจริญ ท่ามกลางมีคนที่รักตั้วมาร่วมส่งดวงวิญาณ “ตั้ว-ศรัณยู” อย่างคับคั่ง ซึ่งครอบครัววงษ์กระจ่าง ได้ทำหนังสือที่ระลึกมอบให้แขกที่มาร่วมงาน ภายในเล่มรวบรวมประวัติ และผลงานของตั้วจากอดีตจนถึงวาระสุดท้าย แต่ที่อ่านไปแล้วสะเทือนใจอย่างที่สุดก็คงเป็นข้อความจากครอบครัว “เปิ้ล หัทยา” และ “ลูกหนุน-ลูกหนัง” ที่มีต่อสามีและคุณพ่อผู้เป็นที่รักไว้อย่างซาบซึ้งใจ

เปิดคำอาลัย เปิ้ล-หัทยา วงษ์กระจ่าง ถึงสามีผู้เป็นที่รัก 

“ถึงพี่ตั้วสุดที่รัก…ถ้าจะให้เขียนถึงพี่ตั้วในช่วงเวลานี้ คงมีแต่น้ำตาหยดออกมาเป็นตัวหนังสือ เพราะเรามีเรื่องราวมากมายที่ผ่านมาด้วยกัน แต่สิ่งหนึ่งที่ได้คำตอบชัดเจนเสมอเวลาที่ถามพี่ตั้วว่า… อะไรสำคัญที่สุดในชีวิต พี่ตั้วตอบหมือนเดิมทุกครั้ง คำตอบนั้นคือ “ความรัก”แล้วก็จะคอยอธิบายให้ฟังว่า ถ้าเราทำทุกอย่างด้วยความรัก ด้วยความรู้สึกรัก เราจะเกิดพลัง มีความหวัง และตั้งใจ ถ้ามันไม่ใช่ เราก็จะไม่เสียใจเพราะเราทำมันไปด้วยใจรัก ในชีวิตพี่ตั้ว จึงทุ่มเท เรื่องการแสดง เพราะพี่ตั้วรักการแสดงมากถึงมากที่สุด และเมื่อรักมากจึงใส่ใจในส่วนสำคัญของการแสดงนั่นก็คือ “เรื่องบท” เปิ้ลเห็นพี่ตั้วอ่านบทช้ำแล้วซ้ำเล่า จึงเข้าใจเลยว่ามันมาจากความรัก จริงๆ และเมื่อเป็นผู้กำกับก็ยิ่งลงลึกในรายละเอียดแบบถี่ยิบ ในชีวิตพี่ตั้วจึงมักจะบอกกับเปิ้ลว่ามีอาชีพเดียวที่รักมาก คือการแสดงเท่านั้น”

เปิ้ล-หัทยา

“และเพราะความรักจึงทำให้เรื่องยากๆ ในครอบครัวกลายเป็นเรื่องง่ายๆ อย่างไม่น่าเชื่อ เพราะพี่ตั้วบอกเสมอว่าเรื่องครอบครัวต้องใช้ความอดทน และความอดทนเป็นส่วนหนึ่งของความรัก ไม่เข้าใจอะไรกันต้องทนที่จะฟังและพูดกันให้เข้าใจให้กระจ่าง ถ้าเป็นเรื่องของคนสองคนคือพี่ตั้วกับเปิ้ล คนสองคนก็ต้องนั่งคุยกันแค่สองคนให้รู้เรื่องชัดเจน แต่ถ้าเป็นเรื่องของลูก คือ หนุง-หนัง ก็ต้องมาฟังด้วยกันหมด พูดคุย แสดงความคิดเห็น แก้ปัญหา ปรับทัศนคติโดยใช้ความรักที่มีให้กันเป็นตัวเชื่อม ไม่ใช้อารมณ์เป็นใหญ่”

“เปิ้ลจึงรู้สึกอุ่นใจเสมอที่มีพี่เป็นผู้นำในครอบครัว ตลอดเวลาที่รู้จักและใช้ชีวิตด้วยกันมา เรื่องหนักๆ ในครอบครัวก็ผ่านไปได้เสมอทุกครั้ง เพราะเราเชื่อในความรักที่มีให้กัน”
“แม้วันนี้ พี่ตั้วจากไปเพียงร่างกาย ไม่ได้หมายความว่าสิ่งดีๆ ที่พี่ตั้วบอกไว้จะจากไปด้วย เพราะจวบจนก่อนพี่ตั้วจะหมดลมหายใจ พี่ตั้วยังเรียกเปิ้ลมาบอกว่า เปิ้ลต้องทำความฝันที่อยากทำให้ได้ แม้มันจะยากแค่ไหน ลำบากยังไงก็ต้องสู้ให้ถึงที่สุด”

“สนับสนุนความฝันของลูกด้วย… อย่าลืมว่าต้องทำทุกอย่างด้วยความรู้สึก…รัก”

“พี่ตั้วคะ ความรักที่มีอยู่จะไม่มีวันหายไปไหนค่ะ เหมือนกับเพลงที่พี่ตั้วชอบ “…จะรัก รักเธอตลอดไป เป็นลมหายใจของกันและกัน” การเขียนถึงพี่ตั้วครั้งนี้ คงยังไม่จบครบความในใจของเปิ้ลทั้งหมดหรอก เอาแค่นี้ก่อนแล้วกันนะ แล้วเปิ้ลจะค่อยๆ เขียนถึงพี่เองทุกๆ วัน ให้เหมือนว่าพี่ยังมีชีวิตอยู่ใกล้ๆ เรา…”

“รัก ไม่มีวันตาย แม้ลมหายใจจะหมดไป เปิ้ล”

คำอาลัย ลูกหนุน-ศุภรา วงษ์กระจ่าง หนุนน้อยของพ่อตั้ว

เปิ้ล-หัทยา

“ตั้งแต่เปิดตาออกมามองดูโลก ไม่มีวันไหนเลยที่เราจะห่างกัน เราเจอหน้ากัน โทรคุยกันเกือบทุกวัน อบอุ่นใจทุกครั้งเวลาที่ได้ยินเสียงของพ่อ ไม่มีครั้งไหนเลยที่พ่อไม่รับสายลูก เรากอดกันในทุกๆ เช้าและก่อนนอน บีบมือกันและกันในวันที่เราต่างต้องการกำลังใจ”

“แต่หลังจากนี้นึกไม่ออกเลยว่าจะต้องทำยังไง คงจะเป็นอะไรที่ยากและแปลกในการที่ไม่มีพ่ออยู่ตรงนี้….”

“พ่อจ๋า…ลูกดีใจและภูมิใจมากที่สุดที่ได้เกิดมาเป็นลูกพ่อ พ่อผู้เป็นนักสู้คนนี้ สู้ในทุกๆ เรื่องและสู้มาตลอด สู้กับการทำงาน กับเรื่องสุขภาพ และสู้เพื่อครอบครัว ไม่เคยได้ยินคำว่าเหนื่อยออกมาจากปากพ่อเลยสักครั้งจะทำงานหนักแต่ไหน พ่อก็มีรอยยิ้มให้ลูกได้เสมอ ขอบคุณนะคะพ่อที่เหนื่อยเพื่อลูกมาตลอด”

“หลังจากนี้ลูกจะสู้ให้ได้เท่าพ่อ จะดูแลแม่และน้องหนังอย่างดีที่สุดที่จะทำได้ ขอบคุณทุกๆ คำสอนที่พ่อให้ ทุกๆ ความเข้าใจที่มีให้กัน ไม่มีวันไหนที่พ่อละเลยความรู้สึกของลูกเลย”

“ลูกดีใจที่สุดที่ก่อนจากลา ลูกได้ร้องเพลงให้พ่อฟัง และมีของขวัญที่พ่อรอคอยมาโดยตลอด นั่นก็คือการเรียนจบของลูก ถึงแม้พ่อจะไม่มีโอกาสมางานรับปริญญา แต่ลูกก็แอบเห็นแววตาแห่งความสุข ความชื่นชมที่พ่อมีให้ลูก”

“พ่อจ๋าไม่ว่าพ่อจะอยู่แห่งไหน จะอยู่ใกล้หรือไกล พ่อจะอยู่ทุกๆ แห่ง และจะอยู่ในหัวใจของลูกเสมอ”

“รักและคิดถึงพ่อสุดหัวใจ Papa, you’re my hero and my everything.จาก ขนุนน้อยของพ่อตั้ว”

คำอาลัย ลูกหนัง-ศีตลา วงษ์กระจ่าง ลูกสาวของพ่อตั้ว

เปิ้ล-หัทยา

“ตั้งแต่เปิดตาออกมามองดูโลก ไม่มีวันไหนเลยที่เราจะห่างกัน เราเจอหน้ากัน โทรคุยกันเกือบทุกวัน อบอุ่นใจทุกครั้งเวลาที่ได้ยินเสียงของพ่อ ไม่มีครั้งไหนเลยที่พ่อไม่รับสายลูก เรากอดกันในทุกๆ เช้าและก่อนนอน บีบมือกันและกันในวันที่เราต่างต้องการกำลังใจ”

“แต่หลังจากนี้นึกไม่ออกเลยว่าจะต้องทำยังไง คงจะเป็นอะไรที่ยากและแปลกในการที่ไม่มีพ่ออยู่ตรงนี้….”

“พ่อจ๋า…ลูกดีใจและภูมิใจมากที่สุดที่ได้เกิดมาเป็นลูกพ่อ พ่อผู้เป็นนักสู้คนนี้ สู้ในทุกๆ เรื่องและสู้มาตลอด สู้กับการทำงาน กับเรื่องสุขภาพ และสู้เพื่อครอบครัว ไม่เคยได้ยินคำว่าเหนื่อยออกมาจากปากพ่อเลยสักครั้งจะทำงานหนักแต่ไหน พ่อก็มีรอยยิ้มให้ลูกได้เสมอ ขอบคุณนะคะพ่อที่เหนื่อยเพื่อลูกมาตลอด”

“หลังจากนี้ลูกจะสู้ให้ได้เท่าพ่อ จะดูแลแม่และน้องหนังอย่างดีที่สุดที่จะทำได้ ขอบคุณทุกๆ คำสอนที่พ่อให้ ทุกๆ ความเข้าใจที่มีให้กัน ไม่มีวันไหนที่พ่อละเลยความรู้สึกของลูกเลย”

“ลูกดีใจที่สุดที่ก่อนจากลา ลูกได้ร้องเพลงให้พ่อฟัง และมีของขวัญที่พ่อรอคอยมาโดยตลอด นั่นก็คือการเรียนจบของลูก ถึงแม้พ่อจะไม่มีโอกาสมางานรับปริญญา แต่ลูกก็แอบเห็นแววตาแห่งความสุข ความชื่นชมที่พ่อมีให้ลูก”

“พ่อจ๋าไม่ว่าพ่อจะอยู่แห่งไหน จะอยู่ใกล้หรือไกล พ่อจะอยู่ทุกๆ แห่ง และจะอยู่ในหัวใจของลูกเสมอ”


สามารถติดตามอ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติมได้ที่นี่่

กำลังใจจาก แอม-เสาวลักษณ์ ถึง เปิ้ล-หัทยา และครอบครัว

18 ปีที่ไม่เคยลืมของ ป้าน้ำอ้อย “หากไม่มี ตั้ว-ศรัณยู ในวันนั้นคงไม่มีวันนี้”

เลี้ยงลูกในแบบคุณพ่อ ตั้ว-ศรัณยู วงษ์กระจ่าง ถึงมาดโหดแต่ใจดีนะ

Hublot เปิดตัวนาฬิกา Hublot Big Bang (อูโบลท์ บิ๊ก แบง)

อูโบลท์ (Hublot) เปิดตัวนาฬิกา บิ๊ก แบง (Big Bang) ครั้งแรกในปี ค.ศ. 2005 และนับจากนั้นเป็นต้นมา นาฬิการุ่นนี้ก็ได้กลายเป็นตัวแทนของประเพณีการประดิษฐ์นาฬิกาสวิสแห่งสหัสวรรษที่สาม กระทั่งในปี ค.ศ. 2018 เวอร์ชั่น คอนเนคเต็ด (connected) รุ่นแรกของ บิ๊ก แบง ก็ได้เปิดตัวขึ้นครั้งแรกและในวันนี้ อูโบลท์ได้เผยโฉม บิ๊ก แบง อี () กับการแสดงออกครั้งใหม่ของปรัชญาศิลปะแห่งการผสมผสาน (Art of Fusion) ของแบรนด์ ที่เป็นการผสมผสานระหว่างประเพณีและนวัตกรรมวัสดุอันล้ำสมัยและเทคโนโลยีดิจิทัลล่าสุด

เพื่อต้อนรับการแข่งขันฟุตบอลโลก ปี 2018 (2018 Football World Cup) ในรัสเซีย อูโบลท์ได้เปิดตัวนาฬิกาคอนเนคเต็ดรุ่นแรกของแบรนด์ภายใน บิ๊ก แบง เรฟเฟอรี 2018 ฟีฟ่า เวิลด์ คัพ รัสเซีย (Big Bang Referee 2018 FIFA World Cup RussiaTM) ซึ่งติดตั้งด้วยการพัฒนาทางเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดที่ต่อยอดมาสู่เทคโนโลยีซึ่งสามารถสวมใส่ได้ โดยอุปกรณ์อันน่าทึ่งนี้ได้ถูกใช้งานทั้งโดยกรรมการตัดสินบนสนามแข่งขันและเหล่าแฟนฟุตบอล เสมือนดั่งสเตเดียมภาพที่พวกเขาสามารถมีส่วนร่วมในการแข่งขัน และสองปีต่อมา อูโบลท์ก็ได้หวนคืนด้วยผลงานรุ่นใหม่ บิ๊ก แบง อี

นาฬิกาคอนเนคเต็ดวอทช์ที่ติดตั้งด้วยเทคโนโลยีล่าสุด ซึ่งสามารถประยุกต์ใช้ได้กับทุกๆ รหัสการออกแบบอันเป็นต้นตำรับของ บิ๊ก แบง ทั้งหมด

ติดตามความเคลื่อนไหวของเราได้ทาง : Hublot

คลินิกความงาม

เปิดกลยุทธ์ THE KLINIQUE คลินิกความงาม เบอร์ต้น ครองใจคนดังทั่วฟ้าเมืองไทย

แพรวดอทคอม พาไปพูดคุยกับ นพ.อภิรุจ ทองวัฒน์ ถึงแนวคิดการทำงานของ THE KLINIQUE คลินิกความงาม เบอร์ต้นๆ ซึ่งสร้างความประทับใจให้กับคนดังทั่วฟ้าเมืองไทยมาแล้วนับไม่ถ้วน

THE KLINIQUE เป็น คลินิกความงาม ที่ได้รับการยอมรับจากทั้งดาราและเซเลบริตี้ของเมืองไทยตลอดมา อีกทั้งยังเป็นคลินิกผู้นำอันดับหนึ่งของเอเชียที่ให้การรักษาด้านการยกกระชับ ปรับรูปหน้า และลดริ้วรอยได้ครบวงจรมากที่สุด ที่สำคัญเดอะคลีนิกค์ยังได้สร้างความประทับใจในผลการรักษา สร้างสรรค์ความอ่อนเยาว์ และความงามได้อย่างเป็นธรรมชาติ

โดย นพ.อภิรุจ ทองวัฒน์ เล่าให้ฟังว่า “ที่ THE KLINIQUE เรามีคอนเซ็ปท์ในการให้คำปรึกษาและออกแบบแนวทางรักษาให้เหมาะกับคนไข้แต่ละคน โดยเน้นการแก้ไขปัญหาหรือความกังวลที่ตรงจุด ร่วมกับการเสริมจุดเด่นให้ชัดขึ้นด้วยวิธีการที่เหมาะสม ซึ่งจะต้องใช้ทั้งทักษะและนวัตกรรมต่างๆ มาผสานกัน ช่วยให้ทุกคนดูดีขึ้นในแบบฉบับของตัวเอง ดังแนวคิดที่ว่า Empower Beauty In All Forms นอกจากนี้ เดอะคลีนิกค์ยังให้การดูแลสุขภาพแบบองค์รวมที่มีการรักษาด้วยวิทยาการทางการแพทย์ที่ทันสมัย เน้นการรักษาอย่างใกล้ชิดโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และการผสมผสานศิลปะความงามจากนวัตกรรมทางการแพทย์ที่ได้มาตรฐานสหรัฐอเมริกา US FDA และยุโรป”

คลินิกความงาม

“การใช้นวัตกรรมทางการแพทย์ที่ได้รับรองมาตรฐานสากลที่หลากหลายนี้ ถือเป็นจุดเด่นของเดอะคลีนิกค์ เพราะทำให้เราสามารถให้การรักษาได้ครอบคลุมทุกปัญหา ทั้งเรื่องผิวพรรณและรูปร่าง โดยเฉพาะนวัตกรรมการยกกระชับและปรับรูปหน้า โดยไม่ต้องศัลยกรรม เราเองก็ได้รับรางวัลในระดับนานาชาติมาอย่างต่อเนื่อง ไม่เพียงเท่านั้น เรายังเป็นผู้นำในด้านการลดริ้วรอย และการปรับเพิ่มมิติให้รูปหน้าด้วยโปรแกรม ABO Active 3D และ HA Dermal Fillers ด้วย ซึ่งคนไข้แต่ละคนจะได้รับการดูแลและออกแบบการรักษาที่ตรงกับปัญหาหรือความกังวลโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ทำให้การรักษาได้ผลลัพธ์ที่ดีมากขึ้น นอกจากนี้เรายังมีโปรแกรม Women Wellness ที่ดูแลสุขภาพให้คุณผู้หญิงโดยเฉพาะ โดยไม่พึ่งวิธีการผ่าตัดด้วยครับ”

คลินิกความงาม

“สำหรับผมมองว่าศาสตร์ของความงามและการรักษาเป็นเรื่องที่ต้องเรียนรู้และกระตือรือร้นตลอดเวลา จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ทีมแพทย์จะต้องเข้าร่วมอบรมในงานประชุมวิชาการอย่างต่อเนื่องทั้งในประเทศและต่างประเทศ นอกจากนี้ THE KLINIQUE เองยังมีโปรแกรมฝึกอบรมที่สอนโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญระดับสากล เพื่อให้การรักษาคนไข้มีประสิทธิภาพและความปลอดภัยสูงสุด ทั้งนี้เรื่องท้าทายที่สุดในการรักษา คือการสร้างสมดุลระหว่างแนวทางการรักษากับความคาดหวังของคนไข้ หากอยากได้ผลลัพธ์ที่ดี เราต้องเริ่มจากการทำความเข้าใจคนไข้ทั้งในด้านปัญหาหรือความกังวลที่เกิดขึ้น และการวางแผนการรักษาที่เหมาะสมมากที่สุด ซึ่งทุกครั้งที่เราสามารถแก้ไขปัญหาให้ได้ คนไข้ก็จะกลับมามีความสุขและความมั่นใจในตัวเองอีกครั้ง และนับเป็นแรงผลักดันที่ทำให้เรามุ่งมั่นนำนวัตกรรมใหม่ๆ มาใช้ร่วมกับการพัฒนาทักษะของแพทย์เพื่อให้ผลการรักษาดียิ่งขึ้นอยู่เสมอ”

“ทุกวันนี้หลายคนมีความเชื่อว่า เครื่องมือและตัวยาทุกชนิดหรือทุกแบรนด์ให้ผลลัพธ์ที่ดีได้เหมือนกัน ซึ่งไม่จริงเลย เพราะผลิตภัณฑ์และเครื่องมือแต่ละชนิดมีประสิทธิภาพที่แตกต่างกัน สิ่งที่เราควรให้ความสำคัญ คือผลิตภัณฑ์เหล่านั้นได้รับการรับรองมาตรฐานความปลอดภัย และมีงานวิจัยที่รองรับประสิทธิภาพการรักษาหรือไม่ และไม่ใช่ว่า “ทำที่ไหน หรือกับหมออะไรก็คงได้ผลลัพธ์ไม่ต่างกัน” เพราะทักษะความชำนาญของแพทย์เป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่จะทำให้การรักษามีประสิทธิภาพ และมีความปลอดภัยสูงสุดครับ”

เตรียมเสพศิลป์สร้างสุข “บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ 2020” เที่ยววิถี New Normal

คนรักงานศิลป์เตรียมฟิน “บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ 2020” คัมแบ็ก พร้อมชูแนวคิด “ศิลป์ สร้างทางสุข” กระตุ้นการท่องเที่ยววิถี “New Normal”

จากความสำเร็จอย่างงดงามของเทศกาลศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ ที่จัดขึ้นครั้งแรกในประเทศไทย เมื่อปี 2018 โดยมีหัวเรือใหญ่อย่าง บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ผสานความร่วมมือครั้งสำคัญ จากภาครัฐและเอกชน ที่กำหนดจัดขึ้นทุกๆ 2 ปี ล่าสุดเปิดตัว บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ 2020 ที่กลับมาสร้างความอลังการและความยิ่งใหญ่ให้กับวงการศิลปะอีกครั้ง พร้อมกันนี้ได้ประกาศรายชื่อ 40 ศิลปินดังจากทั่วโลก ที่เข้าร่วมแสดงผลงาน โดยมีความพิเศษ และความเข้มข้นกว่าปีที่ผ่านมา กับความยิ่งใหญ่ระดับโลก ที่จะเนรมิตกรุงเทพฯ ให้เป็นเมืองแห่งศิลปวัฒนธรรมระดับโลก ด้วยแนวคิดหลักสุดท้าทาย “Escape Routes” หรือ “ศิลป์สร้าง ทางสุข” ที่จะนำมาจัดแสดงบนสถานที่สำคัญของกรุงเทพมหานครทั้งหมด 9 แห่ง ได้แก่ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร, วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร, วัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร, หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร, BAB BOX, เดอะ พรีลูด โครงการวัน แบงค็อก เดอะ ปาร์ค, ล้ง 1919, มิวเซียมสยาม ตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม 2563 จนถึงวันที่ 31 มกราคม 2564

คุณยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า “การกลับมาของงานบางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ ครั้งที่ 2 ของกรุงเทพมหานคร ในปี 2020 ที่นำเสนอผลงานศิลปะชิ้นเอก ของศิลปินที่มีชื่อเสียงระดับนานาชาติ ถือเป็นจุดหมายปลายทางในการรวมตัวของผู้ที่ชื่นชอบด้านศิลปะและวัฒนธรรมจากทั่วทุกมุมโลก และเพื่อเป็นการยืนยันถึงสถานการณ์ที่ดีขึ้น ในช่วงหลังการเกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดเชื้อไวรัส โควิด -19 การจัดงาน บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ 2020 ในครั้งนี้ พิสูจน์ให้เห็นถึงความสามารถและความพร้อมของประเทศไทยในการต้อนรับนักท่องเที่ยว ด้วยรอยยิ้ม ความปลอดภัยครับ

“การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย มีความยินดี และเชื่อมั่นว่า โครงการบางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ 2020 จะช่วยเสริมศักยภาพการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม สร้างประโยชน์ในเชิงความคิดสร้างสรรค์ ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และต่างชาติ ฟื้นฟูจิตใจ และกระตุ้นเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยวให้กลับมา ภายใต้ภาวะการถดถอยของเศรษฐกิจทั่วโลก ประเทศไทยยังคงเดินหน้ากิจกรรมตามแผนเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว และพัฒนาสู่การท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ อย่างยั่งยืน”

คุณฐาปน สิริวัฒนภักดี กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ในนามประธานกรรมการ ผู้ก่อตั้งมูลนิธิ บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ รู้สึกยินดีที่งานบางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 2 ภายใต้ในแนวคิด “ศิลป์สร้างทางสุข” (Escape Routes) และหวังว่าการจัดงานของบางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ ในครั้งนี้ จะช่วยส่งเสริม และกระตุ้นให้เกิดความสนใจในการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่ได้รับการชมศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ ที่มีศิลปินระดับโลก นานาประเทศ มีโอกาสได้มาร่วมกันจัดงานที่กรุงเทพมหานคร ส่วนศิลปินไทยของเราก็จะได้มีโอกาสรู้จักและทำความเชื่อมโยงกับศิลปินที่มาจากหลากหลายทวีปทั่วโลก เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าศิลปะร่วมสมัยสามารถที่จะสะท้อนและตอกย้ำถึงความนึกคิดที่จะถ่ายทอดจากงานศิลปะที่เป็นความคิดสร้างสรรค์ต่างๆ  โดย Escape Routes หรือ ศิลป์สร้างทางสุข ทางด้านคณะกรรมการบางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ ได้เล็งเห็นถึงช่วงเวลาของปี 2020 หลังจากขึ้นทศวรรษใหม่ โดยมีเหตุการณ์ต่างๆที่นำมาทั้งความกังวลใจ อย่างเช่น สถานการณ์ของโควิด–19 ที่ผ่านมาก็เป็นสิ่งเตือนใจ ให้กับคนทั่วๆ ไปในเรื่องของสุขภาพเป็นเรื่องสำคัญ และการที่เราจะหาทางออกจะทำได้อย่างไร ทางด้านศิลปะต่างๆสามารถที่จะถ่ายทอด หรือกระตุ้นความนึกคิดหรือสะท้อนถึงมุมมองจากศิลปินจากสถานการณ์ปัจจุบันแล้วมองไปถึงอนาคตได้อย่างไร

คุณฐาปน สิริวัฒนภักดี

“อยากจะเชิญชวนผู้ที่ชื่นชมหรือผู้ที่รักงานศิลปะทั้งหลายได้มีโอกาสมาติดตามชม ถือว่าเป็นงานศิลปะระดับโลกไม่ว่าจะเป็นการคิดค้นสร้างสรรค์เศรษฐกิจสังคมไทย กับศิลปินนานาชาติกว่า 51 ท่าน รวมแล้วเรามีศิลปินกว่า 82 ท่าน ซึ่งมากกว่างานบางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ ที่จัดครั้งที่แล้วในปี 2018 ที่ผ่านมา ขอเชิญทุกท่านได้มีโอกาสมารับชม  เพื่อที่จะได้เห็นถึงเรื่องราวเกี่ยวกับงานศิลปะที่ถ่ายทอดเกี่ยวกับความรู้สึกของศิลปินทุกท่านและหวังเป็นอย่างยิ่งว่าศิลป์สร้างทางสุข ของงานบางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ ในปี 2020 นี้ จะสามารถสะท้อนในทางด้านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม และสะท้อนถึงในเรื่องราวในงานศิลปะได้นำความภาคภูมิใจมาให้กับคนไทยที่เราได้มีโอกาสได้รับนักท่องเที่ยว หรือคนที่มาเยี่ยมชมสถานที่ต่างๆ ในบ้านเราให้เกิดความประทับใจครับ”

ทางด้าน ศาสตราจารย์ ดร.อภินันท์ โปษยานนท์ ในนามประธานอำนวยการและผู้อำนวยการศิลป์ บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่  ให้ข้อมูลว่า “บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ (Bangkok Art Biennale) หรืองานเทศกาลศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ จะจัดขึ้นในวันที่ 29 ตุลาคม 2020 ไปถึง 31 มกราคม 2021 ต่อเนื่องเป็นเวลาสามเดือน ในแนวคิด “ศิลป์สร้างทางสุข” (Escape Routes)  เป็นความหมายที่เราได้ตั้งไว้ และได้ไปแถลงข่าวผลงานที่เซี่ยงไฮ้มาในเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว แต่เกิดเจอสภาวะโรคระบาดโควิด–19 ทำให้ศิลปินเจอโจทย์หนัก ที่จะทำให้ผู้ชมงานศิลปะสามารถที่จะฉุกคิด และสร้างแรงบันดาลใจจากชิ้นงานศิลปะนั้น ว่าผู้คนใช้ชีวิตกันอย่างไร และศิลปะยังช่วยให้เกิดกระตุ้นความคิดที่หลากหลาย โดยแนวคิด ‘ศิลป์สร้างทางสุข’ ศิลปินจะตีความและพยายามจะตอบสนองกับปัญหาที่เกิดขึ้นในโลก หรือจะเป็นปัญหาส่วนตัว ไม่ว่าจะเป็นการเมือง หรือประเด็นใหญ่ในโลกที่มีการอพยพย้ายถิ่นฐาน ความไม่แน่นอนเกี่ยวกับการเมือง แต่เมื่อมีสภาวะโรคโควิด–19 เกิดขึ้น ณ ปัจจุบันเราอาจจะนำเรื่องโรคโควิด–19 มาตีความ หรือมาแสดงออกถึงทางใดทางหนึ่งโดยเราอาจจะได้เห็นงานใหม่ที่สื่อสาร ในเรื่องโรคโควิด–19 เข้ามา และอาจจะมีเรื่องใหม่ๆ เข้ามาอีก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสีผิว,ความรุนแรง,มลภาวะ อาจจะทำให้ขอบเขตไม่ได้อยู่ที่โรคโควิด–19 โดยเรื่องพวกนี้เป็นจุดสำคัญ

ศาสตราจารย์ ดร.อภินันท์ โปษยานนท์

“งานบางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ 2020 (Bangkok Art Biennale) จัดแสดงในสถานที่สำคัญของกรุงเทพมหานคร ได้แก่ วัด โบราณสถานสำคัญ อาทิ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร วัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร วัดอรุณราชวราราม ราชวรมหาวิหาร ล้วนเป็นมรดกทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าของไทย ที่เป็นสถานที่ที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยว เป็นจำนวนมาก รวมไปถึงศูนย์กลางธุรกิจท่องเที่ยวใจกลางกรุงเทพฯ อย่างหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ที่ถือเป็นจุดศูนย์กลางเที่ยวชมงาน เราได้เพิ่มชั้นจัดแสดง และความพิเศษในปีนี้เรายังมีพื้นที่ใหม่เพิ่มขึ้น อาทิ เดอะ พรีลูด โครงการวัน แบงค็อก The PARQ (เดอะ ปาร์ค) ถนนพระราม 4 มิวเซียมสยาม และล้ง 1919

“การจัดงานในครั้งนี้มีศิลปินที่เข้าร่วมแสดงผลงานทั้งสิ้น 82 ท่าน เป็นศิลปินไทยจำนวน 30 กว่าท่านที่เข้าร่วมแสดงงาน ล่าสุดเราได้ประกาศรายชื่อศิลปิน 40 ท่าน ที่มาจากหลากหลายทวีป รวมกับการประกาศรายชื่อศิลปินกลุ่มแรกที่เซี่ยงไฮ้จำนวน 16 ท่าน รวมทั้งสิ้น 56 ท่าน และศิลปินอีก 26 ท่านจะทยอยประกาศรายชื่อศิลปินต่อไปอีกครั้งในช่วงเดือนสิงหาคม 2563 ถือว่าเป็นความยิ่งใหญ่ที่มีศิลปินเข้าร่วมเพิ่มขึ้นจากการจัดงานในครั้งแรก (บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ 2018) นอกจากนี้ เรายังเปิดโอกาสให้กับศิลปินรุ่นใหม่ได้ร่วมแสดงงานศิลปะร่วมกับศิลปินระดับโลก เช่น อนิช คาพัวร์, มารีนา อบราโมวิช, บิลล์ วิโอลา, โยโกะ โอโนะ, ยุรี เกนสาคู และเป็นเอก รัตนเรือง

“เรายังคงยืนยันและตัดสินใจที่จะจัดงานขึ้นเพื่อสร้างความมั่นคง ความมั่นใจ และความพร้อมในเรื่องความปลอดภัย การเว้นระยะห่าง (Social Distancing) ต้องมีทีมใหญ่เข้ามาช่วย เรากำลังเตรียมการอยู่ ถ้าเราทำได้ อาจจะเป็นตัวอย่างให้กับคนหลายกลุ่ม และมาตรการที่จับต้องได้ ก็ได้เตรียมไว้แล้ว ไม่ว่าจะเป็นหน้ากาก การวัดอุณหภูมิ   โดยเราจะให้ความมั่นใจกับผู้ที่เข้ามาร่วมชมครับ”

ติดตามข่าวสาร และตารางกิจกรรมของเทศกาลศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ 2020 Bangkok Art Biennale 2020 (BAB 2020)  (Bangkok Art Biennale) เพิ่มเติมได้ทาง  Facebook และ Instagram : Bkkartbiennale 


บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ปลดล็อกดาวน์ เดินเท้า ลงเรือ ตะลุย 5 พิพิธภัณฑ์ในเขตพระนคร

เอนกาย พักใจใกล้กรุงฯ ดื่มด่ำบรรยากาศแบบลักซ์ชัวรี่ที่ Mytt Beach Hotel พัทยา

The Slate Phuket จากเหมืองแร่ดีบุก สู่ลักซ์ชัวรี่รีสอร์ตสุดอาร์ต ริมหาดในยาง

ผิวใส

เผยผิวใสและโกลว์กว่าที่เคย กับ 3 เคล็ดลับเอาชนะ New Normal

ความโกลว์จงมา! 3 เคล็ดลับง่ายๆ เอาชนะ New Normal และเผยผิวกระจ่างใส ฉ่ำวาว

เรียกได้ว่าเป็นนาทีทองของผู้หญิงทุกคน จะได้ออกไปพบโลกภายนอกที่คุ้นเคย ไม่อยู่อุดอู้แต่ในบ้าน ให้สดชื่นมีชีวิตชีวากันสักที แต่ไหนๆ ก็กักตัวมานานแล้ว อย่าลืมใช้โอกาสนี้ให้เริ่มต้นใหม่และเติมเต็มชีวิตด้วยพลังบวก พร้อมเผยผิวที่โกลว์ กระจ่างใส ในกะทันหัน

หากมองอีกมุมการมีเวลาอยู่บ้านนานๆ ก็อาจทำให้หลายคนเพลินไปกับซีรีย์ Netflix จนเรียกได้ว่าลืมตัวไปเลย ลืมไปกับการดูแลสุขภาพและผิวพรรณตัวเองอีกด้วยซ้ำ 

สำหรับใครที่ต้องการกู้ผิวให้สวย กระจ่างใส แบบมีออร่า แพรวขอแชร์ 3 ทริคที่ใช้แล้วเวิร์คจริงๆ จะออกไปเจอเพื่อนร่วมงาน หรือเดอะแก๊ง ก็ต้องมีคนร้องทักว่า ไปทำอะไรมา!! ถึงสวยขึ้น ผิวใส วิ้งค์ขนาดนี้ ชนิดที่ต้องโดนซักไซร้ว่าทาอะไรมาถึงดูเปล่งประกาย

Tip 1 : ลงทุนกับสกินแคร์เพิ่มความกระจ่างใส ที่พร้อมตอบโจทย์ทุกปัญหาผิว

หลายคนอาจคิดว่าการอยู่ในบ้านมากขึ้นก็หมายความว่าเราสามารถมองข้ามการดูแลผิวหน้าของเราได้ แต่อันที่จริงแล้วผิวของเรายังคงต้องเผชิญกับรังสียูวีและมลภาวะต่างๆ นี่จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้ผิวหม่องคล้ำ เกิดจุดด่างดำ และสีผิวที่ไม่สม่ำเสมอ ยิ่งถ้าช่วงนี้ต้องออกไปทำงานหรือเจอเพื่อนๆ ก็แน่นอนว่าหน้ากากอนามัยที่สวมอยู่ทุกวัน ส่งผลให้ผิวเสียยิ่งกว่าเดิม 

สำหรับการดูแลตัวเองให้ผิวหน้าเปล่งปลั่งจากภายในสู่ภายนอก แพรวขอแนะนำผลิตภัณฑ์ดีๆ จาก SK-II ที่บำรุงผิวให้โกลว์ ฉ่ำวาว จนต้องหลงรัก รับรองจะพบความเปลี่ยนแปลงของผิวหน้าที่ดีขึ้นชัวร์!

ผิวใส

เรามาเริ่มกันที่ไอเท็มแรกกับ SK-II Facial Treatment Essence (75 มล. / 2,800 บาท) หรือที่หลายคนเรียกกันว่า PITERA™ Essence จะยกผลิตภัณฑ์นี้ให้เป็นที่สุดแห่งน้ำตบก็ว่าได้ เพราะสาวๆ และดาราทั่วโลกต่างการันตีความดีงามของพิเทร่า™ เอกสิทธิ์เดียวจาก SK-II ความโดดเด่นของน้ำตบตัวนี้ก็เป็นเพราะสิ่งนี้มาพร้อมกับพิเทร่า™เข้มข้นกว่า 90% ที่อุดมไปด้วยคุณค่าจากวิตามิน กรดอะมิโน แร่ธาตุ กรดอินทรีย์ และอีกมากมาย ช่วยพลิกฟื้นผิวให้สวยกระจ่างใส และเสริมพลังเพื่อผิวเรียบเนียน ดูกระชับ พร้อมเปล่งประกาย เพียงแค่หยดเอสเซนว์ลงบนฝ่ามือและใช้มือตบเบาๆ ให้ทั่วใบหน้า คอนเฟิร์มว่าอีกไม่กี่วันก็ต้อนรับผิวที่โกลว์ เปล่งปลั่งได้เลย!

ผิวใส

ยิ่งถ้าใช้ควบคู่กับเอสเซ้นซ์น้ำนม เนื้อเบาสบายอย่าง SK-II GenOptics Aura Essence (30 มล. / 5,300 บาท) ยิ่งเหมือนเปิดสวิตช์ความกระจ่างใสให้กับผิวกว่าที่เคย ด้วยส่วนผสมสุดพิเศษอย่างสารสกัด Prunus และ D-Melano P3C™ ผลิตภัณฑ์ตัวนี้เป็นเจ้าของรางวัลในกลุ่มไบรเทนนิ่งยอดเยี่ยม ที่ลดเลือนจุดด่างดำและผิวที่แลดูหม่องคล้ำเพื่อปรากฎผิวที่เปล่งประกายและกระจ่างใสมากยิ่งขึ้น

(อ่านเพิ่มเติม: ใช้ดีบอกต่อ ชี้เป้า 10 สกินแคร์ หน้าขาวกระจ่างใส))

ผิวใส

มีใครบ้างเอ่ยที่เจอกับปัญหาใต้ตาบวม? การใช้เวลาบนหน้าจอคอมพิวเตอร์นานๆ เป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ผิวรอบดวงตาของเราขาดความชุ่มชื้นและความกระชับ แพรวเลยขอแนะนำ SK-II R.N.A. Power Eye Cream Radical New Age (15 กรัม / 3,990 บาท) ที่เหมาะสำหรับคนผิวบอบบางแพ้ง่าย ตัวเนื้อครีมนี้ซึมซาบเข้าสู่ผิวได้อย่างรวดเร็ว ช่วยลดเลือนเส้นริ้วรอย และยังเติมความชุ่มชื้นให้ผิวรอบดวงตาได้ในทันที

ผิวใส

ไอเท็มสุดท้ายที่ขาดไม่ได้ในทุกเช้า นั่นก็คือ ครีมกันแดด ไม่ว่าจะฤดูไหน หน้าหนาว หน้าฝน หรือหน้าร้อน กันแดดสำคัญเสมอ ต้องทาประจำทุกวัน เพราะรอบตัวเรามีทั้งรังสียูวี แสงจากรอบตัว และมลภาวะที่พร้อมทำลายผิวให้เสื่อมลงไปตามๆ กัน ลองใช้ SK-II Atmosphere Airy Light UV Cream SPF 50+++PA++++ (30 กรัม / 2,700 บาท) ที่ประกอบด้วยนวัตกรรมพิเศษ Atmosphere Therapy Complex ซึ่งอุดมไปด้วย พิเทร่า™ กับส่วนผสมจากธรรมชาติ อย่าง อูเมะ และ สารสกัดจาก Opuntia Cactus ให้ช่วยปกป้องผิวที่ต้องเผชิญกับกับสิ่งกระตุ้นต่างๆ ในสิ่งแวดล้อม

Trick 2 : อย่ามัวแต่ติดกับสมาร์ทโฟน!

รู้ไหมว่าแสงสีฟ้า หรือ Blue Light คือคลื่นแสงพลังงานสูงที่จะพบมากในมือถือ สมาร์ทโฟน และแท็บเบล็ต ซึ่งพูดง่ายๆ ว่าสิ่งนี้เป็นภัยเงียบจากหน้าจอของเราเลยทีเดียว นอกจากที่แสงสีฟ้ามีอนุภาพในการทำลายดวงตาของเรา แต่ยังกระตุ้นให้ผิวเกิดจุดด่างดำ และอีกทั้งทำให้เกราะป้องกันผิวอ่อนแอลง สำหรับสาวๆ คนไหนที่ใช้เวลากับสมาร์ทโฟนหรือหน้าจอคอมพิวเตอร์มากกว่าเดิมในช่วงนี้ ขอบอกเลยว่าแสงสีฟ้าอาจเป็นอุปสรรคในการฟื้นฟูผิวให้กระจ่างใส เปล่งประกายอย่างที่คาดไว้ แพรวขอแนะนำให้ตั้งค่าเวลาหน้าจอต่อวันให้เป็นนิสัย  เชื่อสิ ลองทำดู แล้วจะพูดว่า รู้งี้ทำนานแล้ว

Trick 3 : อย่าลืมปรับชีวิตให้บาลานซ์ทั้งกายและใจ

ในช่วงเวลายุ่งๆ แบบนี้ สาวๆ หลายคนคงลืมให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม ปรับบาลานซ์กายและใจโดยเริ่มจากการทำสปา หรือการเดินเล่นในสวนสาธารณะ แม้กระทั่งการนอนอ่านหนังสือ ฟังเพลง ดูซีรีส์ นับว่าเป็นการผ่อนคลายที่ดีไม่น้อย เพียงแค่ให้เวลาตัวเองในสักแค่วันละ 30 นาทีหรือมากกว่านั้น ก็สามารถเสริมสร้างสุขภาพจิตที่ดีและไบรท์ยิ่งขึ้น ที่สำคัญแล้ว เมื่อสุขภาพภายในดี มันจะแสดงออกมาที่ภายนอกให้กลับมาโกลว์ มีออร่าขึ้นมาอีกด้วย

ผิวใส

จดเคล็ดลับผิวใสทุกข้อครบแล้ว อย่าลืมค่อยๆ ไล่ทำตามไปทีละข้อจนครบ โดยเริ่มจากการเลือกผลิตภัณฑ์ดูแลผิวกับ SK-II เพื่อบอกว่าปัญหาผิว อย่าง จุดด่างดำ ความหม่องคล้ำ และริ้วร้อย แพรวรับรองทุกคนจะมีชีวิตที่เปี่ยมไปด้วยความสดใสและเปล่งประกาย จนใครๆ ก็ต้องชื่นชม!

สำหรับใครที่อยากเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ SK-II และสถานที่จำหน่ายผลิตภัณฑ์เหล่านี้ ก็อย่าลืมคลิกเข้าไปเยี่ยมชมเว็บไซต์ SK-II ได้เลยนะคะ 

นำเสนอโดย SK-II ความคิดเห็นและรีวิวเป็นของทีมแพรวเท่านั้น

Versace เฉลิมฉลองให้กับ Pride Month

ชี้เป้าไอเท็ม Versace ฉลองให้กับ Pride Month พร้อมสนับสนุนชาว LGBTQ+

หน้าร้อนใส่ได้สบาย กับไอเท็มจาก Versace คอลเล็คชั่นแห่งความภาคภูมิใจที่ได้ร่วมสนับสนุนชาว LGBTQ+ สังคมแห่งความหลากหลาย 

Versace เฉลิมฉลองให้กับ Pride Month (เดือนมิถุนายนของทุกปี) พร้อมสนับสนุนชาว LGBTQ+ ผ่านคอลเล็คชั่นลิมิเต็ด อิดิชั่นสุดพิเศษ ‘Pride 2020 Capsule Collection’ โดยเสื้อผ้าในคอลเล็คชั่นนี้ออกแบบมาให้สวมใส่สบายในช่วงอากาศร้อนตามสไตล์แอคทีฟแวร์ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อกล้าม เสื้อครอปตัวสั้น ชุดวันพีซ รวมถึงไลน์ชุดชั้นในที่สร้างความโดดเด่นด้วยการนำสีสันอันเป็นเอกลักษณ์ LGBTQ+ มาผสมผสานในคอลเล็คชั่นนี้ อีกทั้ง Versace ยังร่วมมือกับองค์กรการกุศลสองแห่ง อันมีจุดมุ่งหมายที่จะสร้างความเท่าเทียมในโลกปัจจุบัน

นับเป็นโอกาสครบรอบ 1 ปีที่ ดอนนาเทลล่า เวอร์ซาเช่ (Donatella Versace) ดำรงตำแหน่งในฐานะ Stonewall Ambassador ในประเทศสหรัฐอเมริกา เธอจึงนำส่วนแบ่งรายได้จากคอลเล็คชั่นสุดพิเศษนี้ ไปสนับสนุนองค์กร Pride Live ซึ่งเคยร่วมทำงานตั้งแต่ปีที่ผ่านมาและได้นำเงินไปสนับสนุนกิจกรรมร่วมระดมทุน สำหรับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถาการณ์ Covid-19

อีกทั้งรายได้จากคอลเล็คชั่นในปีนี้จะช่วยสนับสนุนผลงานการกุศลต่างๆ อาทิเช่น Trans LifeLine, Trans Latin@ Coalition, Brave Space  Alliance และ The Ally Coalition อีกทั้งยังช่วยพัฒนาช่องทางการรับบริจาคขององค์กรเพื่อที่จะรับการสนับสนุนทางด้านระดมทุนได้ดียิ่งขึ้น

ดอนนาเทลล่า เวอร์ซาเช่ (Donatella Versace)

Versace ยังนำรายได้อีกส่วนหนึ่งสนับสนุนองค์กร Arcigay ในฝั่งทวีปยุโรป โดยองค์กรนี้ก่อตั้งในปี 1985 ที่ประเทศอิตาลี องค์กรดังกล่าวก่อตั้งขึ้นเพื่อต่อต้านการใช้ความรุนแรง การแบ่งแยก รวมถึงการละเมิดสิทธิพลเมืองต่อชาว LGBTQ+ ผ่านการจัดตั้งแคมเปญสนับสนุน รวมถึงโครงการซัพพอร์ตในด้านต่างๆ ทั้งนี้เพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงในด้านกฎหมาย ด้านการเมืองการปกครอง และด้านวัฒนธรรมให้เป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น

คอลเล็คชั่นนี้วางจำหน่ายพร้อมกันทั่วโลกในเดือนมิถุนายน ที่ Versace ทั้งในสโตร์และบนเว็บไซต์ของ Versace


บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

หลักหมื่นก็สวยได้! กระเป๋า Burberry ของ 2 นางเอก ‘เต้ย-แต้ว’ เพื่อนรักแก๊งเฟอร์บี้

อยากได้ต้องจ่ายเท่าไหร่? กระเป๋า SAINT LAURENT 2 ดีไซน์สไตล์สาวสตรอง

ราคาเดียวทุกสีทุกลาย! กระเป๋า By the Way จาก FENDI ใช้ง่ายสะพายได้ทุกวัน

 

 

บิวตี้กูรูระดับโลก

ส่องกิจกรรมเหล่าสาวๆ บิวตี้กูรูระดับโลก พวกนางทำอะไรในช่วงอยู่บ้านกันบ้างนะ

พาส่องกิจกรรมของเหล่าสาวๆ บิวตี้กูรูระดับโลก พวกนางทำอะไรในช่วง Work From Home กันบ้างนะ

แม้ว่าตอนนี้หลายๆ ประเทศจะปลดล็อคดาวน์ ไม่ต้องกักตัวอยู่แต่บ้านแล้ว และผ่อนปรนหลายอย่างๆ แต่การระมัดระวังเรื่องความสะอาด ล้างมือบ่อยๆ ไม่สัมผัสกัน กินร้อนช้อนตัวเอง เว้นระยะห่างต่างๆ ก็ยังคงต้องมีอยู่จนกว่าระดับความปลอดภัยร้อยเปอร์เซ็นต์นะคะสาวๆ และแน่นอนว่าในช่วงกักตัวที่ผ่านมา หลายคนคงมีกิจกรรมให้ทำมากมายที่เคยมองข้าม เท่าที่สังเกตมาก็จะเกิดเชฟมือใหม่มากขึ้น สายบิวตี้ก็มีเวลาฝึกสกิลแต่งหน้าหลากหลายสไตล์ สายชิลก็มีเวลาเสพซีรีส์และอ่านหนังสือเยอะเลย แล้วเหล่าสาวๆ บิวตี้กูรูระดับโลกล่ะ เขาทำอะไรกันนะในช่วงที่ผ่านมา ไปส่องกันดีกว่า

 

 

View this post on Instagram

 

A post shared by Fleur De Force (@fleurdeforce) on

 

View this post on Instagram

 

A post shared by Fleur De Force (@fleurdeforce) on


@fleurdeforce สาว Fleur บิวตี้บล็อกเกอร์ สุดฮ็อตชาวอังกฤษ ประเทศที่โดนพิษโควิด-19 ไม่แพ้ใคร ช่วงเก็บตัวอยู่กับบ้านเธอโพสต์ มุมบรรยากาศสวยๆ ที่มีตู้หนังสือเรียงราย ไปด้วยเทียนหอมและนํ้าหอมจาก Jo Malone London

“เพื่อให้การ #stayinghome มีประสิทธิภาพและเต็มไปด้วยพลังบวก ฉันจึงเริ่มทำภารกิจที่ตั้งใจจะทำนานแล้วแต่ไม่เคยมีเวลา เริ่มจากเปิด Pinterest เพื่อหาแรงบันดาลใจ จัดเรียงชั้นหนังสือ ค่อยๆ ทำไป ไม่รีบเร่ง ฟินิชเบาๆ ด้วยคอลเล็คชั่น จาก Jo Malone London ที่สะสมไว้ ฉันว่าออกมาดูดีเลยละ”

 

 

View this post on Instagram

 

A post shared by Zoë Sugg (@zoesugg) on

@zoesugg Zoe Sugg อีกสาวยูทูบเบอร์ ชาวอังกฤษที่มีไลฟ์สไตล์เก๋กรุบน่าสนใจ ในวันที่ถูกกักตัวเธอก็ยังบิลด์อารมณ์ตัวเองให้สดชื่นได้เสมอ

“วันนี้ฉันตัดสินใจจะทำงานในห้องนอน เพราะบรรยากาศภายนอกนั้น มืดสลัวเหลือเกิน แต่จะเป็นไรไป เพราะฉันมีบิวตี้โปรดักต์ดีๆ เป็นเพื่อน ก่อนเริ่มเปิดคอมพิวเตอร์ ขอเปิดน้ำใส่อ่าง ตีฟองเบาๆ จุดเทียนหอม แล้วลงแช่ก่อน เพื่อหัวจะได้โล่ง บางครั้งการทำงานที่บ้านก็ช่วยให้เกิด สมาธิ ได้หายใจยาวๆ คิดทบทวนนั่นนี่ ได้ผ่อนคลายไปอีกแบบ”

 

 

View this post on Instagram

 

A post shared by Tanya Burr (@tanyaburr) on

 

View this post on Instagram

 

A post shared by Tanya Burr (@tanyaburr) on

@tanyaburr หลังจากฟิตหุ่นจนเซี้ยะขึ้น Tanya ก็ใช้ช่วงกักตัวไปกับการมิกซ์แอนด์แมตช์เสื้อผ้าในตู้ ดูซิว่าอะไรเวิร์ค อะไรควรแจกจ่าย“ช่วงเวลานี้ฉันสนุกกับการหยิบเสื้อผ้ามามิกซ์แอนด์แมตช์ จับคู่ไปมาจนได้ ลุคใหม่ที่บางครั้งก็พาเราออกจากคอมฟอร์ตโซน ของแบบนี้เวลายุ่งๆ ก็คิดไม่ทันนะคะ

“อีกกิจกรรมที่ทำแล้วผ่อนคลายก็คือ การมาสก์หน้ากับเพื่อนสาว เหมือนปาร์ตี้เล็กๆ ที่ได้ลองมาสก์สูตรแปลกต่างๆ ให้สนุกไปเลย อย่างมาสก์ทองกลิตเตอร์โคลน ถ่ายรูปเก็บไว้ก็น่ารักดีนะคะ และถึงอยู่บ้าน แต่ความสวยต้องไม่หยุด ยังลองครีเอทเมคอัพลุคให้ผิวโกล์วสวยจากบิวตี้ไอเท็มต่างๆ ไปเรื่อย ก็สนุกและเพลินไปอีกแบบ”


ภาพ IG : @fleurdeforce , @zoesugg , @tanyaburr

 

 

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

จองยอน TWICE แชร์เคล็ดลับดูแลผิวหน้าสุดแปลก จนกลายเป็นไวรัลในทวิตเตอร์

เปิดความพิเศษลิปสติกชนวนหย่าร้างที่ ยอดาคยอง ชอบทา สวยดี แถมมีทีเด็ด!!

สวยกินกันไม่ลง! 7 ลุคนางเอกเอลิสต์ ร่วมพรมแดง 56th Baeksang Arts Awards

 

 

‘ธัญ’ (THANN) สกินแครฺ

‘ธัญ’ (THANN) เผยเคล็ดลับดูแลผิวยุคโควิด

‘ธัญ’ (THANN) พร้อมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและความงามแนะ “เคล็ดลับการดูแลผิวพรรณพร้อมเทคนิคการสร้างความสดชื่น ผ่อนคลาย

‘ธัญ’ (THANN) ผลิตภัณฑ์เพื่อการดูแลสุขภาพผิวและเส้นผม ผสานคุณค่าแห่งพืชพรรณจากแหล่งธรรมชาติชั้นดีทั่วโลกและเทคโนโลยีอันทันสมัย ตลอดระยะเวลากว่า 10 ปีที่ผ่านมา ‘ธัญ’ (THANN) มุ่งมั่นพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์ธรรมชาติผสานเทคโนโลยีชั้นนำ เพื่อการดูแลสุขภาพผิวและเส้นผม โดยปัจจุบันมีกว่า 90 สาขา รวมถึงสปาอีก 15 แห่งใน 3 ทวีป ได้แก่ เอเชีย อเมริกา และยุโรป โดยผลิตภัณฑ์ที่เลือกใช้ในครั้งนี้เป็นผลิตภัณฑ์ที่ช่วยสร้างความผ่อนคลาย พร้อมเติมความสดชื่น ซึ่งประกอบไปด้วย ไทม์ ทู รีเฟรช (Time to RefreshTM) ขนาด 15 มล. ราคา 410 บาท เติมความสดชื่นระหว่างวัน ด้วยส่วนผสมของน้ำมันหอมระเหย (Essential oil) 7 ชนิด อาทิ ยูคาลิปตัส (Eucalyptus),  เปปเปอร์มินท์ (Peppermint), เลมอน (Lemon peel oil), โรสแมรี่ (Rosemary ), กานพลู (Clove), พริกไทยดำ (Black Pepper ) และจันเทศ (Nutmeg) เนื้อเจลบางเบา สูตรเย็น มอบคุณค่าการบำรุงผิวให้ชุ่มชื้นด้วย ออแกนิค เชียร์บัตเตอร์ (Organic shea butter), ออแกนิค โกโก้บัตเตอร์ (Organic cocoa butter), ออแกนิค โจโจ้บา ออยล์ (Organic jojoba oil) และออแกนิค อาร์แกน ออยล์ (Organic argan oil)

‘ธัญ’ (THANN) สกินแครฺ

ตาฮิเตียน ลากูน แอนด์ แอลป์ มิเนรัล วอเตอร์ เฟซ มิสต์ (Tahitian Lagoon & Alps Mineral Water Face Mist) ขนาด 60 มล. ราคา 650 บาท สเปรย์น้ำแร่บริสุทธิ์จากธรรมชาติที่รวม 2 คุณประโยชน์ของน้ำแร่ธรรมชาติจากเทือกเขาแอลป์และอ่าววงแหวนปะการัง หมู่เกาะตาฮิติ โดดเด่นด้วยคุณสมบัติในการเติมเต็มความชุ่มชื้น และเสริมสร้างความแข็งแรงให้ผิว สารสกัดอนุภาคขนาดเล็กจากใบชิโซะ (Nano shiso extract) ทำหน้าที่เป็นสารแอนตี้ออกซิเด้นท์ (Anti-oxidant) ทรงประสิทธิภาพ ช่วยฟื้นฟูและปกป้องเซลล์ผิวจากความแห้งกร้าน ทั้งยังช่วยลดอาการระคายเคือง, น้ำสกัดจากดอกลาเวนเดอร์ออแกนิค (Organic lavender water) บรรเทาอาการอักเสบของผิว และมีคุณสมบัติเป็นสารแอนตี้แบคทีเรีย (Anti-bacteria) และสารสกัดจากชาเขียว (Green tea extract) ปกป้องผิวจากมลภาวะ พร้อมคืนความมีชีวิตชีวาสู่ผิว

‘ธัญ’ (THANN) สกินแครฺ

ออยล์-ฟรี เฟเชียล ซันสกรีน เอสพีเอฟ 30 พีเอ +++ (Oil-free Facial Sunscreen SPF 30 PA+++) ขนาด 40 มล.ราคา 1,000 บาท สูตร Oil-free เนื้อครีมบางเบา (Emulsion Base) ซึมเร็ว ไม่เหนียวเหนอะหนะ และไม่ทิ้งคราบขาวไว้บนใบหน้า ปกป้องผิวจากรังสียูวีเอ และยูวีบี พร้อมช่วยปรับสภาพผิวให้สว่างใส ด้วยส่วนผสมที่ให้คุณค่าการบำรุงจากธรรมชาติที่มีอนุภาคขนาดเล็กที่คัดสรรมาพิเศษ เพื่อแก้ปัญหาผิวคล้ำเสียจากแสงแดด อาทิ ‘ชิโซะ เอ็กซ์แทร็ค’ (Shiso extract) สารสกัดอนุภาคขนาดเล็กจากใบชิโซะ มีคุณสมบัติช่วยต่อต้านการเกิดอนุมูลอิสระ พร้อมเติมความชุ่มชื้น และลดอาการระคายเคืองของผิว, ‘อูกอน เอ็กซ์แทร็ค’ (Ougon extract) สารสกัดจากต้น Scutellaria Baicalensis Georgi พืชทะเลทรายในตระกูลมินท์ อุดมไปด้วยสารฟลาโวนอยด์ (Flavonoid) ลดการอักเสบของผิว ช่วยปกป้องรังสียูวีเอ (UVA) และยูวีบี (UVB) สาเหตุการเกิดผิวหมองคล้ำ ฝ้า และกระ รวมถึง ‘ไวท์ ที เอ็กซ์แทร็ค’ (White tea extract) สารสกัดจากชาขาว อุดมด้วยสารโพลีฟีนอล ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ และเผยผิวขาวกระจ่างใส

‘ธัญ’ (THANN) สกินแครฺ

น้ำมันหอมระเหยธรรมชาติ 100% (Pure essential oil) แต่งเติมความหอมหลากหลายรูปแบบ สามารถใช้งานร่วมกับเครื่อง Electric Aroma Diffuser เพื่อรังสรรค์บรรยากาศความสุขภายในบ้านได้อย่างมีรสนิยม มีให้เลือก 2 ขนาด คือขนาด 10 มล. ราคา 790 บาท และขนาด 50 มล. ราคา 1,850 บาท

สัมผัสผลิตภัณฑ์ดูแลผิวอย่างสุขภาพดี ด้วยผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม ไทม์ ทู รีเฟรช (Time to RefreshTM) ขนาด 15 มล. ราคา 410 บาท, ตาฮิเตียน ลากูน แอนด์ แอลป์ มิเนรัล วอเตอร์ เฟซ มิสต์ (Tahitian Lagoon & Alps Mineral Water Face Mist) ขนาด 60 มล. ราคา 650 บาท, ออยล์-ฟรี เฟเชียล ซันสกรีน เอสพีเอฟ 30 พีเอ +++ (Oil-free Facial Sunscreen SPF 30 PA+++) ขนาด  40 มล. ราคา 1,000 บาท และน้ำมันหอมระเหยธรรมชาติ 100% (Pure essential oil) ขนาด 10 มล. ราคา 790 บาท และขนาด 50 มล. ราคา 1,850 บาท ได้แล้ววันนี้ที่ออนไลน์สโตร์ www.thann.co.th (ส่งฟรีทั่วประเทศ) และร้าน ‘ธัญ’ (THANN) ทั้ง 16 สาขาทั่วประเทศ

เรียนจบแล้ว พร้อมลุยงานเต็มตัว 'น้ำหนึ่ง-มิลิน' นางงามสิงห์บุรีแห่ง BNK48

เรียนจบแล้ว พร้อมลุยงานเต็มตัว ‘น้ำหนึ่ง-มิลิน’ นางงามสิงห์บุรีแห่ง BNK48

ยินดีปรีดากับ ‘น้ำหนึ่ง-มิลิน ดอกเทียน’ สาวเก่งคนล่าสุดแห่ง BNK48 บัณฑิตจากคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ปรบมือรัวๆ และแสดงความยินดีดังๆ ให้กับสาวเก่งคนล่าสุดแห่ง BNK48 ‘น้ำหนึ่ง-มิลิน ดอกเทียน’ ที่เพิ่งเรียนจบอย่างเป็นทางการแบบหมาดๆ จากสาขาวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

โดยก่อนหน้านี้ไม่นาน นิตยสารแพรว เพิ่งได้พูดคุยกับน้ำหนึ่ง ซึ่งเธอบอกว่า หากเรียนจบก็คงได้ลุยทำงานอย่างเต็มที่ พร้อมเล่าถึงชีวิตในช่วงกักตัวอยู่บ้าน เพื่อป้องกันโรคโควิด-19 รวมถึงมุมมองชีวิตที่เติบโตขึ้นเรื่อยๆ

เรียนจบแล้ว พร้อมลุยงานเต็มตัว 'น้ำหนึ่ง-มิลิน' นางงามสิงห์บุรีแห่ง BNK48

“ช่วงวิกฤติที่ผ่านมา จากเดิมที่อยู่หอในกรุงเทพฯ ก็ได้โอกาสกลับบ้านที่สิงห์บุรีนานหลายวัน ซึ่งเหมือนได้กลับไปใช้ชีวิตแบบสมัยเด็กอีกครั้ง ให้คุณแม่คอยปลุกไปใส่บาตรทุกเช้า แล้วก็แอบไปนอนต่อ (หัวเราะ)

“กิจกรรมหลักในแต่ละวันคือ ทำงานของวง ทำอาหาร ฝึกเล่นกีตาร์ สวมบทบาทเป็นชาวสวนดูแลต้นไม้ที่บ้าน แล้วก็ทำงานวิจัย เพราะใกล้จะเรียนจบแล้ว ตั้งใจไว้ว่าถ้าเรียนจบก็จะลุยงานได้เต็มที่มากขึ้นทั้ง BNK48 และงานแสดง

“หนูคิดว่าตัวเองเปลี่ยนไปเยอะเลยตั้งแต่ทำงาน ที่ชัดเจนคือมีความรับผิดชอบมากขึ้น และรักสวยรักงามมากขึ้น (ยิ้ม) จากเมื่อก่อนที่ไม่แต่งหน้าหรือทำผมเลย เพราะคุณแม่เปิดร้านเสริมสวย และเราเห็นสิ่งนี้มาตลอด แทนที่จะชอบ กลับกลายเป็นไม่สนใจซะงั้น (หัวเราะ) ตอนเข้ามหาวิทยาลัยแรกๆ ไม่มีเครื่องสำอางสักชิ้น เพิ่งมาเริ่มแต่งหน้าและทำสีผม ก็ตอนเข้า BNK48 นี่แหละค่ะ แบบว่าเพิ่งเริ่มเป็นสาว (หัวเราะ)“สมัยเด็กเล่นกับแก๊งเพื่อนผู้ชาย ชอบปีนต้นไม้ แสบสุดคือแอบไปปีนต้นมะม่วงของบ้านข้างๆ แล้วเขาหาว่าหนูจะไปขโมยมะม่วง โดนขู่จะแจ้งตำรวจจับด้วย เดือดร้อนยายต้องไปช่วยเจรจา (หัวเราะ) แต่พอโตขึ้นความแสบซนก็ลดลงเยอะค่ะ

“ซึ่งหลายคนจะคุ้นเคยกับภาพของน้ำหนึ่งที่มาพร้อมความสดใส ตลก มุกเพียบ (หัวเราะ) ซึ่งแฟนคลับมักจะบอกว่าน้ำหนึ่งตลกธรรมชาติ ไม่ว่าจะพูดอะไร ก็ชวนขำได้หมด อาจเพราะน้ำหนึ่งชอบดู ชอบอ่านอะไรที่ตลกๆ ไม่เครียด และอีกหนึ่งภาพจำคือ ‘น้ำหนึ่ง สาวไทย’ อย่างเพลง โดดดิด่ง ที่ร้องเป็นภาษาอีสาน ซึ่งเป็นอีกหนึ่งงานที่ภูมิใจค่ะ เพราะหนูชอบศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านของไทย อินกับทุกอย่างที่เป็นไทย ชอบไปเที่ยวโบราณสถาน ชอบใส่ชุดไทย ส่วนเรื่องภาษาอีสานมาจากชอบอ่านการ์ตูน หนูหิ่น จึงชอบจำมาพูดกับเพื่อนๆ เพราะรู้สึกว่ามีเสน่ห์และน่ารักดี ภาษาเหนือก็ชอบนะคะ ส่วนภาษาใต้ขอฝึกฝนอีกหน่อยค่ะ (ยิ้ม)

“สมมติว่าถ้าหนูเป็นนางงาม (น้ำหนึ่งได้รับฉายาว่า “นางงามสิงห์บุรี” ด้วยใบหน้าที่สวยคมและเสน่ห์แพรวพราว) มีโอกาสเผยแพร่เสน่ห์ของเมืองไทยให้ทั่วโลกได้รู้ น้ำหนึ่งอยากนำเสนอความอารมณ์ดี ความสนุกสนานของคนไทย โดยใช้การพูดที่แฝงด้วยอารมณ์ขัน ให้คนฟังมีความสุขและกระตุกยิ้มที่มุมปากค่ะ” (หัวเราะ)


ที่มา : นิตยสารแพรว ฉบับ 959

ภาพเพิ่มเติม : namneung.bnk48official

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

เปิดใจ ‘เฌอปราง’ สาวแกร่งแห่ง BNK48 ทำไมถึงยืนหนึ่งตำแหน่งกัปตันไม่เคยเปลี่ยน

สู้สุดตัว พยายามสุดใจ ‘เจน BNK48’ เผยเสียน้ำตาหนักมาก กว่าจะก้าวมาถึงเซ็นเตอร์

โอตะเหมายกแผง! 16 สาวเซ็มบัตสึ BNK48 คิวต์ยกแก๊ง นิตยสารแพรว มิ.ย. 63

ทอม-อิศรา

เมื่อสังคมตัดสิน ก่อนฟังความจริงอีกด้าน ทอม-อิศรา ดังแล้วแยกวง!

ย้อนกลับไปเมื่อปีที่แล้วศิลปินหนุุ่ม “ทอม-อิศรา กิจนิตย์ชีว์” หนึ่งในสมาชิกวง รูม 39 (Room 39) ต้องเผชิญกับกระแสด่าจากโลกโซเชียลแบบต้านไม่อยู่แต่ล่าสุดประเด็นนี้กลับมาเป็นประเด็นระอุอีกครั้งบนโลกออนไลน์ เมื่อมีการเปิดเผยความจริงอีกด้านที่แตกต่างออกไป

ทอม-อิศรา

ย้อนกลับไปเมื่อปีที่แล้วศิลปินหนุุ่ม “ทอม-อิศรา กิจนิตย์ชีว์” หนึ่งในสมาชิกวง รูม 39 (Room 39) ต้องเผชิญกับกระแสด่าจากโลกโซเชียลแบบต้านไม่อยู่ หลังจากประกาศไม่ต่อสัญญากับ LOVEiS ในขณะที่เพื่อนร่วมวงทั้ง 2 คน “แว่นใหญ่-โอฬาร ชูใจ” และ  “มน-ชุติมน วิจิตรทฤษฎี” ยืนยันจะทำวงต่อไป ท่ามกลางกระแสข่าวลือว่าทอมอยากจะโฟกัสที่ผลงานเดี่ยวมากกว่า หลังจากที่แจ้งเกิดอีกครั้งในฐานะ “หน้ากากทุเรียน” ในรายการเดอะแมสซิงเกิ้ล ทำให้ถูกวิพากษ์วิจารณ์รุนแรงถึงปัจจุบัน

แม้แต่ละฝ่ายจะออกมาชี้แจงถึงเรื่องนี้หลายครั้ง แต่คำตอบเรื่องการแยกวงก็ยังเป็นที่ครุนเครือ และล่าสุดประเด็นนี้กลับมาเป็นประเด็นระอุอีกครั้งบนโลกออนไลน์ เมื่อมีการเปิดเผยความจริงอีกด้านที่แตกต่างออกไป

ทอม-อิศรา

ข้อความบน facebook ของ  “ทอม-อิศรา กิจนิตย์ชีว์” ถูกโพสต์เมื่อวันที่ 17 มิ.ย.2563

“ผมเคยคิดว่าจะไม่พูดเรื่องนี้เพราะไม่อยากเสียใจอีกแล้ว ไม่อยากให้ใครต้องแบ่งฝั่งเลือกฝ่าย และไม่เคยคิดว่าการว่าร้ายใครมันจะเป็นสิ่งที่ดี แต่ยิ่งผมเงียบมันกลายเป็นเรื่องที่วนลูปอยู่ข้างในใจและมันกัดกินความรู้สึกผมอยู่ทุกวันและไม่มีความสุขเลย

หลายๆคนอาจจะมองการที่ผมเดินออกมาจากตรงนั้นเพราะผมต้องการชื่อเสียง ต้องการเงินที่มากกว่า แต่สิ่งที่ผมอยากได้ในเวลานั้นคือความรักและกำลังใจจากเพื่อนในวันที่พ่อทอมป่วยต้องแอดมิตด้วยมะเร็งระยะสุดท้าย ผมเริ่มสับสนกับสิ่งที่พี่ๆคนรอบข้างและผู้ใหญ่บอกให้ผมไปอยู่กับพ่อก่อนแทนที่จะเป็นคนสองคนที่เรารักและสนิทมากที่สุด ตลอดเวลาที่ผมต้องเดินทางไปทำงานที่ตจว.จนแสดงเสร็จและลงจากเวทีรีบกลับไปหาพ่อ ผมยังไม่เคยได้ยินคำปลอบใจหรือถามถึงพ่อผมเลย ผมมาคิดดูแล้วถ้าผมถามพ่อ พ่อก็คงเลือกให้ผมไปทำงานอยู่ดี ซึ่งทุกวันนี้ก็ทำให้ผมรู้สึกไม่เสียดายที่ได้ทำทุกอย่างเต็มที่แล้ว

คำว่า “ทิ้งเพื่อน” ไม่เคยอยู่ในความคิดเลย ผมเจ็บมากทุกครั้งที่ได้ยิน เสียใจมากทุกครั้งที่ได้อ่าน และผมเจ็บมากเพราะผมรักพวกเค้ามากผมเลยเสียใจมาก การตัดสินใจครั้งนี้เพราะผมอยากใช้เวลาดูแลแม่ที่เหลืออยู่คนเดียว และผมคงไม่สามารถแบกความเสียใจนี้เพื่อไปทำงานด้วยต่อได้ ขอโทษทุกคนจริงๆ ครับ”

ทั้งนี้แฟนเพลงบางส่วนมีการคาดเดาว่า การที่นักร้องหนุ่ม “หน้ากากทุเรียน” อดทนไม่ไหวจนต้องออกมาเปิดเผยความในใจครั้งนี้น่าจะมาจากการที่เพจวง Room39 โพสต์คลิปเก่าๆ และมีกลุ่มคนจำนวนหนึ่งเข้ามาคอมเม้นต์ต่อว่านักร้องหนุ่มอยู่ตลอดเวลานั่นเอง

ทอม-อิศรา

อย่างไรก็ตามล่าสุด “แว่นใหญ่-โอฬาร ชูใจ”ได้ออกมาชี้แจงพร้อมขอโทษอดีตเพื่อนร่วมวง ที่เข้าไปโพสต์และแอคทีฟเพจ

“ผมคงไม่ได้อยากโพสต์เพื่อต้องการกระแสอะไรครับ ผมเองปล่อยเพจเอาไว้นิ่งๆและไม่ได้ปิดก็เพื่อเผื่อวันหนึ่งที่ผมรู้สึกดีและลืมเรื่องราวต่างๆ ที่ไม่ดีไปแล้ว จะได้กลับมาดูแล้วรื้อฟื้นความทรงจำดีๆ กลับมาแทน แต่ก็เป็นอย่างที่ทุกคนที่ติดตามเพจนี้เห็นและทราบว่ายังมีการแอคทีฟด้วยการโพสต์และแชร์งานต่างๆ โดยที่ผมไม่ทราบ จนทำให้ใครๆ หลายคนมองว่าเราอยากมีกระแสหรือเปล่า หรือทำไมไม่ move on กันซะที ก็ต้องขอโทษด้วยครับ TOM.”


สามารถติดตามอ่านบทความอื่นๆ เพิ่ทเติมได้ที่นี่

ทอม Room39 เปิดภาพลับตะมุตะมิ 9 ขวบ มาดูกันว่าอะไรในตัวเขาที่ไม่เปลี่ยน

เปิดภาพ ทอม ROOM 39 หรือ หน้ากากทุเรียน !! ที่ชีวิตจริงยิ่งตอกย้ำความน่ารักตะมุตะมิ

 

‘ถูกใจเรา แต่ไม่ถูกใจผู้ใหญ่ จึงคบกันได้แต่นอกบ้าน’ ดูดวงรายวัน 18 มิถุนายน 2563

ดูดวงรายวัน 18 มิถุนายน 2563 #หมอปุ้ยพยากรณ์ เช็กทุกวัน เป๊ะปังทุกดวง ทั้งการงาน การเงิน ความรัก และสุขภาพ

ผู้ที่เกิดวันอาทิตย์

การงาน : หากคุณทำงานหรือเกี่ยวข้องกับงานที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ การออกแบบดีไซน์ หรืองานสวยๆ งามๆ วันนี้คุณอาจได้ริเริ่มงานใหม่ หรือมีโครงการที่จะพัฒนาหรือปรับปรุงงานที่มีอยู่แล้ว จึงต้องเดินทางติดต่อประสานงานทั้งวัน ซึ่งงานยังต้องผ่านการพิจารณา จึงควรใจเย็นๆ และระวังคำพูด ไม่เช่นนั้นอาจทำให้สถานการณ์แย่ไปกว่านี้

การเงิน : มีความสามารถทางการหาเงิน แต่ก็เก็บเงินไม่อยู่ ก่อนที่จะรับปากหรือเซ็นสัญญาที่เกี่ยวกับเรื่องเงินและผลประโยชน์ ควรดูให้ดี ไม่เช่นนั้นคุณอาจเข้าไปเกี่ยวข้องกับเงินร้อนโดยไม่รู้ตัว

ความรัก : แม้คุณจะรักและทุ่มเทให้กับครอบครัวมาก แต่วันนี้อาจได้เจอคนถูกใจในงานสังคม หรือปาร์ตี้ ก็ต้องระวังอย่าปล่อยใจไปตามบรรยากาศ เดี๋ยวจะเกิดปัญหาตามมา คนโสด อาจได้เจอหนุ่มที่ถูกใจ แต่ก็ระวังจะเป็นพวกฉวยโอกาส

สุขภาพ : หน้าฝนแล้ว ควรทำบ้านให้แห้งอยู่เสมอ โดยเฉพาะเสื้อผ้าควรนำออกมาผึ่งแดดผึ่งลมให้แห้งสนิท หรือไม่ก็ใช้วิธีรีดผ้านะคะ เพราะความร้อนจะช่วยฆ่าเชื้อโรค ไม่ให้เกิดอาการคัน และไม่มีกลิ่นเหม็นอับ

 

ผู้ที่เกิดวันจันทร์

การงาน : หากคุณทำงานหรือเกี่ยวข้องกับความคิดสร้างสรรค์ เช่น งานโฆษณา ประชาสัมพันธ์ สื่อสารมวลชน หรือจะทำงานทางด้านวิชาการ เลขาฯ พยาบาล วันนี้แม้จะโชคดีได้ผู้ใหญ่ช่วยสนับสนุนให้ได้ทำงานที่ฝันไว้ แต่ก็อาจเจอเพื่อนร่วมงานที่ขัดแย้งไปเสียทุกเรื่อง จนคุณเริ่มลังเล ไม่แน่ใจ

การเงิน :  คุณได้รับการดูแลและอุปถัมภ์เรื่องเงิน จนถึงมีโอกาสได้มรดกเลยทีเดียว แต่หากจะลงทุน ก็ไม่ควรทุ่มหมดตัว เพราะอาจขาดทุนจนเป็นหนี้

ความรัก : วันนี้เอาแน่เอานอนอะไรกับคุณไม่ได้ อาจมาจากความลังเล ไม่แน่ใจในตัวคู่สูง จนทำให้มีปากเสียงขัดแย้งกัน ซึ่งคุณก็ไม่ยอมง่ายๆ ด้วย  คนโสด คุณโลเล ไม่แน่ใจ เห็นอะไรก็ไม่ใช่ ไม่ถูกใจไปหมด เปลี่ยนใจได้ง่ายๆ

สุขภาพ : อาจเป็นช่วงเอ็นจอยอีตติ้งจนคุณน้ำหนักขึ้น และอาจมีปัญหาในเรื่องระบบน้ำย่อย กระเพาะอาหาร และถุงน้ำดีตามมา จึงควรรับประทานอาหารให้ตรงเวลา ในปริมาณที่พอดีๆ

                                                                            

ผู้ที่เกิดวันอังคาร

การงาน  : คุณเป็นคนขยันและตั้งใจทำงาน แต่วันนี้คุณอาจตกอยู่ท่ามกลางการแข่งขันชิงดีชิงเด่น ในเรื่องลาภยศและชื่อเสียงในที่ทำงานอย่างดุเดือด ซึ่งคุณต้องใช้สติ และประสบการณ์เฉพาะตัวในการเจรจาต่อรอง หรือติดต่อประสานงาน เพื่อให้หลุดจากสถานการณ์ตรงนี้ใปอย่างสงบราบเรียบ ไม่เกิดการทะเลาะวิวาท

การเงิน : อาจต้องเสียเงินกับการลงทุนใหม่ๆ การเดินทางท่องเที่ยว และการเข้าสังคม ไม่ควรดื้อหรือฝืนใช้จ่าย เพราะอาจทำให้คุณต้องก่อหนี้ยืมเงินเป็นจำนวนมาก

ความรัก : ธรรมดาคุณก็แบกรับเรื่องราวของสมาชิกในครอบครัวไว้จนหนักอึ้ง ยิ่งวันนี้คุณอาจรู้สึกน้อยใจ หรืองอน เพราะไม่ได้รับเกียรติจากคู่อย่างที่คาดหวังไว้ จนทำให้มีปัญหาเพิ่มขึ้นอีก คนโสด  คุณมีเสน่ห์ แต่ก็ขี้งอนใช้ได้เลย วันนี้อาจมีบางคำพูดที่คุณรู้สึกไม่ให้เกียรติ จนต้องนำกลับมาคิดแล้วคิดอีก

สุขภาพ : น้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้น อาจทำให้ปวดขาเวลาทำกิจกรรมที่ต้องยืนและเดินเป็นเวลานาน จึงควรหลีกเลี่ยง ไม่เช่นนั้นอาจถึงกับต้องผ่าตัดข้อเข่าเลยทีเดียว

 

ผู้ที่เกิดวันพุธ

การงาน :  หากคุณคิดจะเปิดธุรกิจ หรือทำงานที่เกี่ยวข้องกับสายบุญ สายจิตอาสาทำประโยชน์เพื่อสังคม วันนี้คุณอาจได้รับหน้าที่เป็นแกนหลักให้กับทีม จึงเชื่อมั่นในตัวสูง จนไม่สนใจความคิดเห็นของเพื่อนร่วมงานหรือคนรอบข้าง ระวังอาจทำให้คุณถูกใส่ร้ายป้ายสี ส่งผลกระทบกับการงานได้อย่างไม่คาดฝัน

การเงิน :  มีโชคลาภอย่างไม่คาดฝัน ก็ควรจัดสรรเงินไปทำบุญทำกุศล หรือบริจาคเพื่อสังคมบ้าง

ความรัก : คุณแต่งงานอยู่ในครอบครัวสายบุญ มีกฎระเบียบเข้มงวดและเคร่งครัด ซึ่งคุณก็ได้รับการดูแลและเอาใจใส่จากคนในครอบครัวอย่างดี โดยที่คุณก็ทำหน้าที่แม่บ้านได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง คนโสด คุณอยู่ในครอบครัวที่เพียบพร้อม ซึ่งคุณเป็นเสาหลักของบ้าน เพราะฉะนั้นหากจะมีแฟนก็คงต้องผ่านด่านผู้ปกครองกันหน่อย

สุขภาพ : ต้องระวังอากาศเปลี่ยนแปลง อาจเกิดการแพ้อากาศ หายใจไม่สะดวก จนเป็นไซนัส หรือเยื่อบุโพรงจมูกอักเสบ

 

ผู้ที่เกิดวันพฤหัสบดี

การงาน : ก็ยังเกี่ยวข้องกับบุคคลที่ทำงานในสถานบริการ เช่น งานเอ็นเทอร์เทน ธุรกิจบันเทิง แต่วันนี้ร้อนแรงมาก เพราะคุณอาจอยู่ท่ามกลางการแก่งแย่งแข่งขันชิงดีชิงเด่น ลาภ ยศ ชื่อเสียงในที่ทำงาน ซึ่งคุณก็คาดหวังว่าจะได้รับเลือก จึงยอมทำทุกอย่าง แม้อาจไม่ใช่วิธีที่ถูกต้องนักก็ตาม

การเงิน : อาจได้เงินพิเศษจากงานพิเศษ แต่ก็อาจหมดกับการเลี้ยงเพื่อนฝูง หรือลงทุนในธุรกิจที่มีความเสี่ยงสูงโดยที่ยังไม่เห็นผลตอบแทน จึงไม่ควรดื้อหรือฝืน เพราะจะทำให้คุณเป็นหนี้สิน

ความรัก : ต้องระวังการมีปากเสียง วันนี้ควรอยู่ห่างๆ กันดีที่สุด เพราะคุณก็ไม่ยอมง่ายๆ เสียด้วย  คนโสด  ก็อาจยังได้ไปงานเลี้ยง งานสังคมอยู่ แต่วันนี้จะดุเดือดมาก คุณอาจร่วมในศึกหน้านาง แย่งชิงชายหนุ่มที่ถูกใจกลับคืน

สุขภาพ : ก็ยังคงต้องงดดื่มอยู่ ไม่เช่นนั้นอาจมีเหตุทะเลาะวิวาท หรือไม่ก็มีเหตุจากการขับรถ จึงไม่ควรประมาท

 

ผู้ที่เกิดวันศุกร์

การงาน :  คุณอาจกำลังอยู่ในภาวะขัดแย้งในตัวเอง หรือกับเพื่อนร่วมงาน ระหว่างจะทำงานสายบุญ สายจิตอาสาทำดีเพื่อสังคม หรืองานสายดาร์ค เพราะทั้งสองงานยังต้องผ่านการพิจารณาจากเจ้านาย ซึ่งส่งผลให้คุณเบื่อหน่าย ช่วงนี้ก็คงต้องใจเย็น ระวังคำพูด ไม่เช่นนั้นอาจทำให้สถานการณ์แย่ลงกว่านี้

การเงิน : ควรจัดสรรเงินไปทำบุญ บริจาคเพื่อสังคม มากกว่านำไปใช้ไปกับการเที่ยว สังสรรค์ เพราะจะทำให้เงินหมด จนชักหน้าไม่ถึงหลัง

ความรัก : คุณแต่งงานอยู่ในครอบครัวที่เข้มงวดในเรื่องกฎระเบียบ มีหน้ามีตาทางสังคม ซึ่งลึกๆ แล้วคุณอาจมีความขัดแย้งไม่เห็นด้วยบางประการ จึงทำให้อาจครองคู่กันได้ไม่นาน คนโสด คุณอาจได้เจอคนถูกใจ แต่ไม่ถูกใจผู้ใหญ่ จึงคบกันได้แค่นอกบ้าน เพราะหากพาเข้าบ้าน ก็คงต้องทะเลาะกับผู้ใหญ่แน่ๆ

สุขภาพ : ไม่ควรดื่มติดต่อกันหลายวัน เพราะจะทำให้ร่างกายอ่อนเพลีย ประกอบกับอากาศก็ไม่ดี หายใจไม่สะดวก จนเป็นไซนัส หรือเยื่อบุโพรงจมูกอักเสบ

 

ผู้ที่เกิดวันเสาร์

การงาน  :  หากคุณทำงานหรือเกี่ยวข้องกับงานศิลปะทุกประเภท งานสวยๆ งามๆ บอกเลยว่า ความสำเร็จไม่ได้มาเพราะความบังเอิญ แต่ต้องแลกด้วยพลังกายพลังใจที่เข้มแข็ง เพราะวันนี้งานที่คุณคิดว่าจะประสบความสำเร็จ ก็อาจมีเหตุให้ต้องล้มเลิกไปอย่างที่คุณไม่คาดคิด

การเงิน : เงินที่ผู้ใหญ่จะอุปถัมภ์คุณ อาจมีการเปลี่ยนแปลง ต้องให้คนอื่นแทน ซึ่งคุณก็ไม่สามารถพูดอะไรได้

ความรัก : จากที่คุณมีภาวะผู้นำสูง ทั้งงานในบ้าน และงานนอกบ้านก็ส่งเสริมหน้าที่การงานของสามี แต่วันนี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงบทบาทให้คู่มาทำหน้าที่แทน คนโสด คุณมีเสน่ห์ ทั้งหนุ่มและไม่หนุ่มอยากเข้ามาทำความรู้จักด้วย แต่วันนี้อาจหายหมด เหลือแต่เด็กหนุ่มที่มีหน้าที่การงานดีที่จริงใจกับคุณ

สุขภาพ :  ปกติคุณให้ความสำคัญในการดูแลเอาใจใส่สุขภาพตัวเองดีอยู่แล้ว แต่วันนี้อาจพลาด ไปติดต่อรับเชื้อจากภายนอก จึงอย่าประมาท การ์ดอย่าตก เชื้อโรคมีเยอะ

 

เช็กดวงย้อนหลังกันได้ที่นี่

นี่ก็แฟน นั่นก็ครอบครัว ไม่รู้จะไปทางไหน ดูดวงรายวัน 13 มิถุนายน 2563

จัดเซอร์ไพร์สหนัก ด้วยบ้านสักหลัง คอนโดสักห้อง ดูดวงรายวัน 14 มิถุนายน 2563

หลงอยู่กับความหวังลมๆ แล้งๆ ว่าจะได้เป็นที่หนึ่ง ดูดวงรายวัน 15 มิถุนายน 2563

กว่าจะเจอคู่ที่มีอุดมการณ์เดียวกัน คงต้องรอจนอายุ 35-40 ปี ดูดวงรายวัน 16 มิถุนายน 2563

คุณเป็นผู้หญิงเก่ง วันนี้ความรักทำอะไรคุณไม่ได้ ดูดวงรายวัน 17 มิถุนายน 2563

รับมือกับ 5 แม่สามีที่ลูกสะใภ้เข็ดขยาด เปลี่ยนคุณแม่ตัวเอ้ให้เป็นคุณแม่ที่แสนดี

เมื่อสงครามระหว่าง แม่สามี กับลูกสะใภ้ไม่ใช่เรื่องขำขันที่แต่งขึ้นเอามันแล้วฉายให้ดูกันในละครหลังข่าว เราจึงผุดไอเดียสกู๊ปเด็ดเพื่อคลายปมให้ 3 ความสัมพันธ์ แม่ผัว ลูกสะใภ้ และชายกลางซึ่งต้องควบบทบาทสามีแห่งชาติและลูกชายแสนดีได้รู้ไต๋ของกันและกัน ฉันชังแบบนี้ เธอชอบแบบไหน รับรองว่าแม่ผัวอ่านได้ ลูกสะใภ้อ่านดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งชายกลาง อ่านเถอะ ถือว่า เราขอ!

จอมเฝ้าทรัพย์

แม่ผัวจอมเฝ้าทรัพย์ ชอบทำตัวเหมือนเป็นฝ่ายตรวจสอบตลอดเวลา ซึ่งหากเฝ้าแค่ทรัพย์ของตัวเองคงไม่ใช่ปัญหา แต่ประเด็นคือมีความพยายามเป็นเลิศในการสอดส่องดูแลทรัพย์สินของคนอื่นด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งของลูกชายหัวแก้วหัวแหวน คุณแม่ผัวมักวิตกจริตว่าลูกสะใภ้จะทำตัวเป็นปลิงดูดเงินที่ลูกชายหามาได้ด้วยความยากลำบาก ทั้งนี้จะคอยสืบว่าลูกสะใภ้ทำมาหากินไหม มีรายได้เท่าไหร่ หรือใช้จ่ายฟุ่มเฟือยหรือเปล่า ซึ่งแน่นอนว่าสร้างความอึดอัดและรำคาญใจให้ลูกสะใภ้ได้ไม่น้อย บางรายอาการหนักถึงขั้นเสนอตัวเป็นคนเก็บเงินให้ลูกชายเองก็ยังมี

informationng

รับมือ : หากอยากจัดการกับแม่ผัวประเภทนี้ให้อยู่หมัด เราแนะนำว่าคุณต้องเป็นลูกสะใภ้แกร่งที่ยืนบนลำแข้งของตัวเอง ป่าวประกาศให้เข้าหูไปเลยว่าฉันทำงานหาเงินใช้เองนะ และฉันกับลูกชายของคุณก็ใช้เงินคนละกระเป๋ากันด้วย ซึ่งงานนี้หากต้องกางสมุดบัญชีโชว์รายรับรายจ่ายก็ยิ่งดี ทำทุกวิถีทางเพื่อแสดงให้เห็นว่าคุณไม่ได้เกาะลูกชายเขากิน พอรู้อย่างนี้แล้วคุณแม่ผัวก็จะไม่กล้ามาก้าวก่ายเรื่องเงินๆ ทองๆ ของคุณอีกต่อไป เรียกง่ายๆ ว่าทำให้เขาหมดห่วงไปซะ จะได้หมดปัญหาสำหรับเราด้วยนั่นเอง

ซูสีไทเฮากลับชาติมาเกิด

ตอนแรกจะเรียกว่าฮิตเลอร์กลับชาติมาเกิด เพราะลืมคิดไปว่าแม่ผัวเป็นผู้หญิง ดังนั้นซูสีไทเฮาจึงเหมาะกว่า คงเดากันได้ไม่ยากใช่ไหมคะว่าแม่ผัวประเภทนี้จะเป็นคนอย่างไร สั้นๆ ง่ายๆ ได้ใจความเลยคือ “เผด็จการ” โดยในคำว่าเผด็จการนี้ยังรวบรวมนิสัยยอดแย่น่าขยาดเอาไว้อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเอาแต่ใจ ไร้เหตุผล เจ้ากี้เจ้าการ ไม่รับฟังความคิดเห็น คิดว่าตัวเองถูกเสมอ ชอบออกคำสั่ง กดขี่ข่มเหง ฯลฯ ข้อเสียเยอะขนาดนี้ถ้าจะบอกว่าเป็นแม่ผัวที่น่ากลัวขั้นสุดก็คงไม่ผิดนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากได้จับคู่กับลูกชายหัวอ่อนด้วยล่ะก็ งานนี้ฟันธงได้เลยว่าชีวิตลูกสะใภ้มีแต่พังกับพัง

femside

รับมือ : วิธีเอาตัวรอดจากแม่ผัวจอมบงการคือคุณต้องเป็นลูกสะใภ้จิตแข็ง ความมั่นคงและเด็ดขาดจะทำให้คุณเอาชนะได้ไม่ยาก อาจต้องยอมมีปากมีเสียงเพื่อขัดอกขัดใจกันบ้าง แต่หากมั่นใจว่าทำสิ่งที่ถูกที่ควรแล้วก็อย่าหวั่นไหวเป็นอันขาด เพราะหากคุณเผลอคล้อยตามไปแม้แต่เพียงนิดเดียวจะกลายเป็นจุดเปลี่ยนของชีวิตทันที จำไว้ว่าอย่ายอมอ่อนข้อตั้งแต่ครั้งแรกเพราะนั่นแปลว่าต้องมีครั้งต่อๆ ไปอีกแน่นอน

ทูนหัวของแม่

แม่ผัวประเภทนี้รักลูกชายดังไข่ในหิน ซึ่งผิวเผินอาจดูไม่มีพิษมีภัยอะไร แต่ขอบอกเลยว่าความจริงแล้วน่ากลัวไม่หยอก เพราะคุณแม่ผัวจะทั้งรัก ทั้งห่วง ทั้งหวงลูกชาย เรียกง่ายๆ ว่า “โอ๋” นั่นเอง ซึ่งพฤติกรรมแบบนี้ทำให้ลูกชายคนโปรดไม่รู้จักโตเสียที บางรายเข้าขั้นขาดภาวะผู้นำ ส่งผลให้กรรมมาตกกับลูกสะใภ้ที่นอกจากจะต้องหนักใจกับแม่ผัวจอมโอ๋แล้ว ยังต้องปวดจิตกับสามีที่ทำอะไรไม่เป็นสักอย่าง

saga.co.uk_ทูนหัวของแม่

ดีกรีความน่ากลัวอีกประการคือมีความหวงลูกชายอยู่เต็มอก ระดับความรุนแรงไม่แพ้จงอางหวงไข่ ซึ่งจะสังเกตได้ว่าคุณแม่ผัวไม่อยากให้ลูกชายไปรักผู้หญิงอื่นมากกว่า บ้างก็ไม่ยอมให้ลูกชายออกเรือนแยกไป บ้างก็เรียกร้องความสนใจจนน่ารำคาญ หรือบ้างก็ออกฤทธิ์ตั้งแต่ยังไม่ทันได้แต่ง คบกันมานานกว่า 10 ปี ว่าที่แม่ผัวก็ยังไม่มีทีท่ามาเจรจาสู่ขอ

รับมือ : การปราบแม่ผัวจอมโอ๋ต้องเริ่มจากการละลายพฤติกรรมสามีของคุณก่อน อาจต้องเปิดใจคุยกันตรงๆ ว่าสถานการณ์แบบนี้ทำให้คุณอึดอัดใจ จากนั้นปลูกฝังความกล้าที่จะเป็นผู้นำให้กับเขา โดยเริ่มให้เขาเป็นผู้นำคุณก่อนก็ได้ เพราะปัญหานี้หากลูกชายไม่ทำตัวเป็นลูกแหง่ติดแม่ คุณแม่ผัวก็คงต้องทำใจแล้วเดินถอยออกไปในที่สุด

ไฮโปรไฟล์

อีกหนึ่งความน่าขยาดต้องยกให้กับแม่ผัวไฮโปรไฟล์ ไม่ว่าจะเป็นคุณหญิง คุณนาย ไฮโซ หรือแม้กระทั่งไฮโซแต่เปลือกก็ตามที เพราะมนุษย์แม่ผัวประเภทนี้จะมีความหยิ่งทะนงในเกียรติและศักดิ์ศรี มีความถือตัวเจ้ายศเจ้าอย่าง และที่น่ากลัวที่สุดคือมีความคาดหวังสูงว่าลูกสะใภ้จะต้องโปรไฟล์ดีเป็นเกียรติเป็นศรีแก่วงศ์ตระกูล หรืออย่างน้อยที่สุดก็ต้องทัดเทียมกัน ซึ่งหากคุณเป็นลูกสะใภ้โปรไฟล์เริดตรงตามคอนเซ็ปต์ก็นับว่ารอดตัวไป เพราะคุณแม่ผัวคงรักคงหลงคุณมากโขอยู่ แต่หากบังเอิญว่าไม่ใช่ก็ต้องรับศึกหนักกันหน่อย

rd.com_ไฮโปรไฟล์

รับมือ : วิธีรับมือกับแม่ผัวไฮโปรไฟล์ หากเป็นความคาดหวังในคุณสมบัติอย่างการศึกษาหรืออาชีพการงานก็จัดการได้ไม่ยาก เพราะของแบบนี้สร้างกันได้ด้วยความตั้งใจและความพยายาม แต่หากเป็นเรื่องฐานะหรือชาติตระกูลก็ลำบากหน่อย เพราะเราเปลี่ยนแปลงชาติกำเนิดกันไม่ได้ ส่วนเรื่องฐานะก็ต้องใช้เวลาและความพยายามเป็นอย่างมาก ดังนั้นลูกสะใภ้ที่ตกอยู่ในสถานการณ์นี้ เราขอแนะนำให้เอาชนะใจด้วยการแสดงความสามารถในด้านอื่นๆ ให้เห็นแทน หรืออีกวิธีคือใช้ความดีเข้าสู้ เขาว่าน้ำหยดลงหินทุกวันหินมันยังกร่อน เชื่อเถอะว่าแม่ผัวก็จะต้องแพ้ใจในความดีของคุณเข้าสักวันอย่างแน่นอน

จงเกลียดจงชัง

มาถึงแม่ผัวในตำนานอย่างแม่ผัวที่ตั้งป้อมจงเกลียดจงชังอย่างหาสาเหตุไม่ได้ ไม่ว่าจะทำอย่างไรลูกสะใภ้ก็ไม่เคยดีในสายตา จากการวิเคราะห์เชื่อว่าแม่ผัวประเภทนี้สะสมปมด้อยมาตั้งแต่ครั้งที่ตัวเองเป็นลูกสะใภ้ อาจเคยโดนแม่ผัวกระทำมาก่อนแล้วหาที่ระบายไม่ได้ จึงเก็บกดความเครียดแบบข้ามเวลามาลงกับลูกสะใภ้ของตัวเอง หรือเหตุผลที่ดูไร้สาระที่สุดอย่างการเสพละครน้ำเน่ามากเกินไปก็อาจเป็นไปได้เช่นกัน ซึ่งหากคุณเป็นลูกสะใภ้ที่ทำบุญมาน้อยแล้วต้องประสบพบเจอกับแม่ผัวประเภทนี้ คงต้องครุ่นคิดหลายตลบหน่อยว่าจะรับมืออย่างไรดี

divinecaroline

รับมือ : วิธีที่ดีที่สุดสำหรับการรับมือกับแม่ผัวช่างอคติคือการใช้น้ำเย็นเข้าลูบ แรงมาก็อย่าแรงกลับ ทำใจดีสู้เสือเข้าไว้ อย่าท้อถอยกับการปิดทองหลังพระ และตั้งมั่นกับการทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด เพราะความดีที่คุณหมั่นทำจะเป็นเกราะป้องกันอันตรายทั้งปวงให้คุณได้ และที่สำคัญความดีจะช่วยหนุนนำให้แม่ผัวใจร้ายใจอ่อนลงได้ในที่สุด

รู้วิธีรับมือคุณแม่ผัวตัวร้ายไปแล้ว  ก็อย่าลืมทำตัวให้เป็นลูกสะใภ้แสนดี กับ 5 คุณสมบัติของลูกสะใภ้ที่แม่ผัวปลื้ม 

ภาพ huffingtonpost.com

มาฟังคำแนะนำจากกูรูว่าเลือกชุดไทยเพื่อนเจ้าสาว อย่างไรให้สวยปังไม่แย่งซีน

ชุดไทยเพื่อนเจ้าสาว มีหลายแบบ หลายสี หลายราคาให้ได้เลือกใช้กัน งั้นเรามาฟังคำแนะนำจากกูรูกันดีกว่า ว่ามีวิธีเลือกอย่างไรให้สวยปังไม่แย่งซีนเจ้าสาว

แพรว wedding ได้นัดแนะคุณแอม เจ้าของร้านชุดไทยเพื่อนเจ้าสาว Amie House มาให้แนะนำเหล่าสาวๆ กันว่าควรจะเลือกชุดไทยอย่างไร ให้สวย ให้เป๊ะปัง และที่สำคัญไม่ไปแย่งซีนแม่งานอย่างเจ้าสาวมาฝากค่า

 

  • สิ่งแรกที่ควรนึกถึงหากจะเลือกชุดเพื่อนเจ้าสาวคืออะไร

สิ่งแรกเลยนะคะ คือธีมของงานและธีมของเจ้าสาวค่ะ เราควรดูก่อนว่าเขาจัดกันแบบไหน เพื่อที่จะได้ไม่หลุดธีมนั่นเอง ซึ่งเราควรคุยกับเจ้าสาวให้ชัดเจน ส่วนมากในปัจจุบันก็จะมีอยู่ 2 แบบที่เจ้าสาวจะเลือกคือ ให้เพื่อนๆ แต่งตัวสีคล้ายๆ กับชุดเจ้าสาว หรือไม่ก็ให้สีชุดตัดกับชุดเจ้าสาวไปเลยค่ะ แล้วค่อยมาเลือกว่าอยากได้ชุดไทยแบบไหน

ชุดไทยเพื่อนเจ้าสาว

ชุดไทยเพื่อนเจ้าสาว

  • พูดถึงชุดไทยเพื่อนเจ้าสาวแล้ว ชุดแบบไหนที่คนนิยมมาเช่าคะ

ที่เห็นมากๆ ก็จะมีแบบชุดไทยสไบ นุ่งผ้านุ่ง และชุดไทยประยุกต์ที่ทำมาจากผ้าลูกไม้ค่ะ และชุดทรงแขนหมูแฮมสาวๆ ก็นิยมมาเช่ากันมากเหมือนกัน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับเจ้าสาวด้วยนะคะว่าแต่งตัวแบบไหน ถ้าเจ้าสาวห่มสไบ เพื่อนเจ้าสาวก็อาจจะห่มสไบตาม แต่ถ้าเจ้าสาวใส่เป็นเสื้อลูกไม้ หรือชุดไทยประยุกต์แบบเรียบๆ หรือโมเดิร์นหน่อย เพื่อนเจ้าสาวก็สามารถใส่ชุดลูกไม้แขนหมูแฮมก็ได้ค่ะ

ชุดไทยเพื่อนเจ้าสาว

ชุดไทยเพื่อนเจ้าสาว

  • ถ้าเลือกเป็นชุดสไบ จะมีวิธีการเลือกสีสไบและสีผ้าถุงให้ใส่ออกมาแล้วดูโดดเด่นไหมคะ

ถ้าเป็นชุดลูกไม้จะสามารถเลือกสีผ้านุ่งได้ง่ายแทบจะทุกสีเลยค่ะ แต่ถ้าอยากให้โดดเด่นก็เน้นสีที่มีสีทองเป็นส่วนประกอบก็จะดูเข้ากันได้เป็นอดย่างดีค่ะ เช่น สีโอลด์โรส เป็นต้น แต่ถ้าเลือกเป็นสีแดงก็อาจจะต้องให้มีดิ้นทองประกอบเข้าไปด้วยเพื่อให้เกิดความโดดเด่นและหรูหรา

แต่ถ้าเลือกเป็นชุดห่มสไบก็อยากแนะนำให้เลือกเป็นผ้าซาตินที่มีความพริ้วสักหน่อย เนื่องจากเมื่อสวมใส่ออกมาแล้วจะได้ความเงาของเนื้อผ้าที่ช่วยให้ดูสวยงาม และที่สำคัญก็สวมใส่ง่ายด้วยค่ะ อย่างเช่น ถ้าสาวๆ เลือกห่มสไบสีชมพู ก็สามารถนุ่งผ้านุ่งสีชมพูเข้าคู่กันไปเลยก็ได้ค่ะ เพราะสไบที่เป็นผ้าซาตินจะมีความเงาวาวที่โดดเด่นออกมาจากผ้าถุงอยู่แล้ว แต่ถ้าอยากให้สีตัดกันก็อาจจะเลือกเป็นห่มสไบสีน้ำเงิน แล้วนุ่งคู่กับผ้าถุงสีเงินก็ได้ค่ะ

ชุดไทยเพื่อนเจ้าสาว

ชุดไทยเพื่อนเจ้าสาว

ชุดไทยเพื่อนเจ้าสาว

  • สีชุดแบบไหนที่ไม่ควรนำมาใส่ด้วยกันคะ

เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ขึ้นอยู่กับความชอบ รสนิยมส่วนตัว และความมั่นใจของแต่ละคนเลยค่ะ แต่สีที่ไม่ควรใส่ก็อย่างเช่นพวกสีที่ตัดกันฉึบฉับเลย เช่น แดง-เขียว, เหลือง-แดง, น้ำเงิน-แดง, เขียว-เหลือง ซึ่งอยากแนะนำให้เลือกสีกลางๆ ให้ไปด้วยกันได้จะดีกว่าค่ะ แต่ถ้าอยากเอาให้ชัวร์ว่าใส่แล้วสวยรอดแน่นอน แนะนำให้เลือกเป็นสไบสีขาวหรือสีครีม แล้วไปเล่นที่สีของผ้านุ่งแทนค่ะ เพราะสไบสีอ่อนจะสามารถใส่คู่กับผ้านุ่งได้ทุกสีอยู่แล้ว และรับประกันว่าใส่ออกมาแล้วสวยไม่โดดแน่นอนค่ะ

  • ในกรณีที่เพื่อนเจ้าสาวในกลุ่มมีทั้งผิวขาวและผิวเข้ม จะเป็นปัญหาในการเลือกชุดไหมคะ

ก่อนอื่นต้องบอกตรงๆ ก่อนว่า เพื่อนเจ้าสาวผิวขาวจะได้เปรียบเพราะสามารถใส่ได้ทุกสี แต่สาวๆ คนไหนที่มีผิวเข้มก็อยากแนะนำให้เลี่ยงเฉดสีน้ำเงิน และสีน้ำตาลกะปิ สองสีนี้ควรเลี่ยงมากๆ ค่ะ เพราะใส่แล้วสีผิวจะดรอปแลดูคล้ำมากกว่าเดิม แต่ถ้าเลี่ยงไม่ได้จะต้องใส่สีนี้จริงๆ แนะนำให้หาสไบมาทับเช่น สไบลูกไม้ก็จะช่วยทำให้เด่นขึ้นมาและช่วยลดสีสไบที่ไม่เข้ากับสีผิวได้ค่ะ ส่วนอีกปัญหาที่พบบ่อยก็คือ “ลูกค้าจะชอบบ่นว่า ผิวเข้มใส่สีแดงไม่ได้” ซึ่งบอกเลยว่าคนผิวเข้มก็สามารถใส่สีแดงได้และรอดนะคะ เพียงแค่เลือกเฉดให้เหมาะกับโทนผิวของตัวเอง

ชุดไทยเพื่อนเจ้าสาว

ชุดไทยเพื่อนเจ้าสาว

  • สำหรับเพื่อนเจ้าสาวที่มีหุ่นอวบ แนะนำให้ใส่ชุดแบบไหนดีคะ

แนะนำให้ใส่เป็นสไบค่ะ เพราะสไบจะนุ่งกับผ้านุ่งที่เป็นทรงสอบหรือทรงตรง ใส่แล้วยังไงก็ดูผอมกว่าปกติแน่นอน แล้วสไบก็มีไซต์ให้เลือกเยอะสามารถรองรับได้กับทุกหุ่นของสาวๆ และที่สำคัญควรใส่ผ้านุ่งที่ยาวคลุมเท้านะคะ หลีกเลี่ยงความยาวระดับเข่าเพราะจะยิ่งทำให้ดูตัน ส่วนชุดผ้าลูกไม้ที่เป็นแขนหมูแฮมก็สามารถใส่ได้เช่นกันค่ะ แต่อาจจะไม่ดูเพรียวเท่าสไบ ทั้งนี้ก็แล้วแต่ความมั่นใจของแต่ละคนด้วยว่าชอบแบบไหน

  • คำแนะนำที่อยากฝากถึงสาวๆ ที่กำลังเลือกชุดไทยเพื่อนเจ้าสาว

อยากให้คุยกับเจ้าสาวก่อนนะคะว่าเขาอยากให้เราใส่สีไหน ถ้าเลี่ยงได้ก็อย่าใส่สีเดียวกับเจ้าสาวจะดีที่สุด แต่ถ้าเจ้าสาวบอกมาว่าขอให้เป็นสีเดียวกัน อันนี้ก็มาเลือกที่เฉดสีได้ค่ะ อาจจะเลือกให้สีดรอปลงมาจากสีชุดเจ้าสาวหน่อยนึง เพราะยังไงในวันแต่งงานคนที่เด่นที่สุดคือเจ้าสาว ยังไงก็ไม่สามารถมีใครแย่งซีนเจ้าสาวได้แน่นอนค่ะ ส่วนเพื่อนเจ้าสาวก็เพียงแค่เลือกสีสันให้น่ารักเข้ากับธีมงาน และแนะนำให้เข้าไปคุยกับร้านชุดก่อนนะคะ เพราะราคาของชุดขึ้นอยู่กับความสวยงามของชุดและเครื่องประดับ ซึ่งหากไปกันเป็นกลุ่มใหญ่บางร้านก็อาจมีส่วนลดให้ค่ะ

ได้รู้วิธีเลือกชุดไทยเพื่อนเจ้าสาวให้สวยเป๊ะและปังจาก คุณแอม ร้าน Amie House ไปแล้วนะคะ คราวนี้สาวๆ ก็น่าจะเลือกชุดไทยกันได้แบบไม่ยากเลย ลองนำคำแนะนำจากมืออาชีพไปปรับใช้ดูนะคะ รับรองว่าคุณจะเป็นแก๊งเพื่อนเจ้าสาวที่สวยงามตามแบบฉบับกุลสตรีไทยแน่นอนค่ะ

ขอขอบคุณ : ร้าน Amie House ลาดพร้าว 42
ภาพประกอบ : ชุดจากร้าน Amie House

ดูเรื่องราวเกี่ยวกับชุดเพื่อนเจ้าสาวเพิ่มเติม คลิกเลย!

ยุนอึนเฮ

สูตรปั้นหุ่นเป๊ะฉบับ “ยุนอึนเฮ” ลดได้ไม่ยาก กินครบทุกมื้อ แถมมีมื้อดึกตบท้าย

ไม่นานมานี้ ยุนอึนเฮ (Yoon Eun Hye) นักแสดงสาวชื่อดังชาวเกาหลีใต้ หรือที่หลายคนคุ้นเคยกันดีกับบทบาทนางเอกจากซีรีส์เรื่อง เจ้าหญิงวุ่นวายกับเจ้าชายเย็นชา (Princess Hour) และเจ้าหญิงวุ่นวายกับเจ้าชายกาแฟ (Coffee Prince) นั้น ได้ออกมาเปิดเผยในรายการวาไรตี้หนึ่งของเกาหลีว่า เธอเลิกดื่มแอลกฮอล์ เลิกแบบจริงจัง ขนาดเจอช็อกโกแลตสอดไส้เหล้าก็ไม่กิน และเธอก็ไม่ได้ออกเดทกับใครมาแล้ว 8 ปีแล้วด้วย

ซึ่งบทสัมภาษณ์ดังกล่าวถือเป็นการออกรายการวาไรตี้ครั้งแรกของเธอในรอบ 3 ปี ที่ห่างหายหน้าตาจากวงการไปพักใหญ่ และที่เห็นได้ชัดเลย คือลุคความสวยและรูปร่างของ ยุนอึนเฮ ยังเป๊ะปังไม่เปลี่ยน ซึ่งเคล็ดลับลดน้ำหนักแบบเธอนั้น ทำได้ง่าย ไม่ยาก สาวๆ สามารถครีเอทมื้ออาหารใกล้เคียงแบบนี้ได้

สูตรปั้นหุ่นเป๊ะฉบับ “ยุนอึนเฮ” ลดได้ไม่ยาก กินครบทุกมื้อ แถมมีมื้อดึกตบท้าย

หลักๆ ก็คือการควบคุมอาหาร ไม่ให้พลังงานไม่เกิน 1,600 กิโลกรัม ได้แก่ 

  • มื้อเช้า : ข้าว 1 ถ้วยประมาณ  170 กรัม , ซุปปลาแห้งใส่ถั่วงอก, ถั่วต้ม, สลัดข้าวโพด, ผักกิมจิ, ไข่ตุ๋น
  • มื้อกลางวัน : ข้าว 1 ถ้วยประมาณ  170 กรัม , ซุปปู, มันฝรั่ง, สลัดผัก, ถั่วลิสงต้ม, มันหวาน, กิมจิ
  • ของว่างยามบ่าย คุกกี้ข้าวโพด 1/2, มะเขือเทศหรือเชอร์รี่ 200 กรัม
  • มื้อเย็น : ข้าว 1 ถ้วยประมาณ  170 กรัม , ซุปเห็ด, ปลาเฮริ่งอบเกลือ, ถั่วอบ, กิมจิ
  • ถ้าหิวดึกๆ จะกินสตรอว์เบอร์รี่ประมาณ 10 ลูกโดยประมาณ

ยุนอึนเฮ ยุนอึนเฮ ยุนอึนเฮ ยุนอึนเฮ ยุนอึนเฮ ยุนอึนเฮ ยุนอึนเฮ ยุนอึนเฮ ยุนอึนเฮ


ข้อมูล : soompi.com
ภาพ : yooneunhyenews , นิตยสาร highcut

 

 

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

สเต็ปลดน้ำหนักแบบด่วนสไตล์ “พัคชินฮเย” สาวแก้มป่องที่หนุ่มๆ ต่างก็เทใจให้

เปิดสูตรไดเอตฉบับเร่งด่วนของ “ไอยู” ดมหรือกิน..ทำไมผอมจัง!

เปิดสูตรลดหุ่นของเซ็กซี่ควีน “ฮยอนอา” แบบไม่อดอาหาร และไม่เสียสุขภาพ

กินไปก่อนเดี๋ยวผอมเอง! แชร์เคล็ดลับหุ่นเป๊ะของ 4 สาว BLACKPINK

สวยไม่หยุด! แง้มเคล็ดลับเมคอัพแสนละมุน และทริคเซฟหุ่นของ “พัคมินยอง”

 

 

ปลดล็อกดาวน์ เดินเท้า ลงเรือ ตะลุย 5 พิพิธภัณฑ์ในเขตพระนคร

ปลดล็อกดาวน์แล้ว แพรวดอทคอม ชวนเดินเท้า ลงเรือ ตะลุย 5 พิพิธภัณฑ์ในเขตพระนคร ย้อนรอยประวัติศาสตร์ สัมผัสกลิ่นอายของอดีต เรียนรู้วิถีชีวิตผู้คน 

หลังจากหยุดอยู่บ้านกันมานานหลายเดือน ทั้งหยิบหนังสือมาอ่าน ดูซีรีส์จนฉ่ำตา จิบกาแฟกับเจ้าแมวขี้อ้อน เชื่อว่าตอนนี้หลายคนคงอยากออกเดินทางให้สายลมประทะหน้ากันอีกครั้ง แต่ด้วยสถานการณ์ปัจจุบันที่การออกเดินทางไปต่างจังหวัดยังไม่สะดวกมากนัก วันนี้เราเลยจะขอพาทุกคนมาเที่ยวใกล้ๆ กันก่อนที่พิพิธภัณฑ์และหอศิลป์ในเขตพระนคร ถ้าพร้อมแล้วก็ลุยกันเลย

เขตพระนครหรือบริเวณรอบเกาะรัตนโกสินทร์ เต็มไปด้วยเรื่องราวทางประวัติศาสตร์และเป็นสถานที่ที่มีกลิ่นอายแห่งอดีตซุกซ่อนอยู่ และมันจะยิ่งชัดเจนหากได้ไปสัมผัส  5 พิพิธภัณฑ์ที่เราจะพาไปในวันนี้ คือ มิวเซียมสยาม, หอศิลป์กรุงไทย, หอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พิพิธภัณฑ์พระปกเกล้าฯ และ พิพิธภัณฑ์ชาวบางกอก หรือ ชื่อในปัจจุบันคือ พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นกรุงเทพมหานคร เขตบางรัก ซึ่งพิพิธภัณฑ์ทั้ง 5 แห่งนี้ใช้บัตร Thailand Museum Pass เข้าชมได้ฟรี แถมด้วยที่เที่ยวระหว่างทางสองฝั่งแม่น้ำลำคลองที่สามารถแวะกิน ชิม ชม กันได้อย่างไม่มีเบื่ออีกด้วย

ปลดล็อกดาวน์ เดินเท้า ลงเรือ ตะลุย 5 พิพิธภัณฑ์ในเขตพระนคร

มิวเซียมสยาม

 พิพิธภัณฑ์ในเขตพระนคร

เริ่มที่แรกกันที่มิวเซียมสยาม ซึ่งวันนี้เราจะเดินทางกันโดยใช้เส้นทางเรือเป็นหลัก เริ่มจากการนั่งเรือด่วนเจ้าพระยา หรือที่หลาย ๆ คนเรียกกันว่า เรือธงส้ม มาลงที่ท่ายอดพิมาน แล้วเดินต่อลัดเลาะเข้าซอยข้างโรงเรียนราชินี เดินมาไม่ไกลนักก็จะเจอกับสถานีตำรวจนครบาลพระราชวังตึกเก่าสีเหลืองอมส้ม เดินเลยมานิดเดียวก็จะมองเห็น ‘มิวเซียมสยาม’ อยู่ทางด้านซ้ายมือ

หรือหากใครอยากจะชมวิวเพิ่มอีกสักหน่อยสามารถลงที่ท่าเตียนได้อีกด้วย ซึ่งท่าเรือนี้จะแน่นขนัดไปด้วยนักท่องเที่ยวเพราะจากตรงนี้สามารถเดินไปชมสถานที่สำคัญ ๆ อย่าง พระบรมมหาราชวัง วัดพระเชตุพนฯ หรือหาร้านสวยๆ แถวตลาดท่าเตียนนั่งชมวิววัดอรุณฝั่งตรงข้าม ก่อนจะเดินไปมิวเซียมสยามก็ได้

ที่ดินของมิวเซียมสยามและสถานีตำรวจพระบรมมหาราชวังเคยใช้เป็นวังถึง 5 วังในสมัยรัชกาลที่ 5 จนต่อมาในรัชกาลที่ 6 โปรดเกล้าให้แบ่งที่ดินเพื่อสร้างเป็นสถานีตำรวจนครบาลและตึกกระทรวงพาณิชย์ ในปัจจุบันพื้นที่ในบริเวณตึกกระทรวงพาณิชย์ถูกเปลี่ยนเป็น  ‘มิวเซียมสยาม’ พิพิธภัณฑ์แสนเก๋ที่ทำให้เรามองภาพพิพิธภัณฑ์ที่มีแต่ข้อมูลน่าเบื่อเปลี่ยนไปเลย

‘มิวเซียมสยาม’ พิพิธภัณฑ์ที่เล่าความเป็นไทยไว้ในหลากหลายมุมอง บ้างก็แซะไว้อย่างเจ็บแสบ บ้างก็ทำให้เราได้ย้อนกลับมาสำรวจความคิดความเชื่อตัวเองอีกครั้ง ในนิทรรศการหลักชุด ‘ถอดรหัสไทย’ เล่าเรื่องผ่านทั้ง 14 ห้องนิทรรศการ

 พิพิธภัณฑ์ในเขตพระนคร

ในชั้น 2 เป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ที่จะไม่พูดถึงไม่ได้เลยนั่นก็คือ “นางกวักตัวใหญ่” สูงราว 4 เมตร เจ้าหน้าที่บอกเราว่า เธอมีชื่อว่า “แม่เอิบทรัพย์” เป็นนางกวักที่แตกต่างจากที่เคยเห็นทั่วไปคือมีรูปร่างอวบอิ่ม ตากลมโตน่ารัก ที่มาคอยกวักมือเรียกทุกคนให้มาเยือนสถานที่แห่งนี้เพื่อเรียนรู้กันอย่างเพลิดเพลินนั่นเอง

ก่อนจะไปที่อื่นกันต่อเดินเลยไปแถวปากคลองตลาดกันสักนิดมีร้านที่อาจเคยเห็นผ่านตาใน pinterest ซ่อนตัวอยู่ อย่างร้าน นภสร หรือร้าน Floral Cafe At Napassorn คาเฟ่ซึ่งอยู่ชั้นบนของร้านดอกไม้ นอกจากหอมดอกไม้อบอวลทั่วทั้งตลาดแล้วยังได้กลิ่นกรุ่นของกาแฟอีกด้วย

ตอนนี้มิวเซียมสยามเปิดให้บริการแล้วโดยเข้าชมได้ทุกวันอังคาร – วันอาทิตย์ เวลา 10.00-18.00 น. หยุดวันจันทร์ ค่าเข้าชมสำหรับบุคคลทั่วไปอยู่ที่ 100 บาท นักเรียนนักศึกษา 50 บาท แต่ถ้าพกบัตร Thailand Museum Pass ไปเข้าชมฟรี!

หอศิลป์กรุงไทย

 พิพิธภัณฑ์ในเขตพระนคร

เมื่อออกจากมิวเซียมสยาม เรานั่งเรือด่วนเจ้าพระยาต่อมาลงที่ ท่าราชวงศ์ เดินออกไปยังถนนเยาวราชประมาณ 600 เมตร แวะทานไอศกรีมดับร้อนที่ร้าน JING JING Ice-cream Bar and Cafe ร้านไอศกรีมที่มีบรรยากาศเหมือนในหนังของหว่องกาไวที่เหล่าคาเฟ่ฮอปปิ้งพลาดไม่ได้

หลังออกจากร้านไอศกรีมเราเดินไปยังจุดมุ่งหมายหลักของเราซึ่งอยู่ตรงข้ามโรงแรมแกรนด์ไชน่า ตึกเก่าทรงชิโน-โปรตุกีสซึ่งเคยเป็นธนาคารกรุงไทยสาขาเยาวราชมาก่อน ปัจจุบันถูกเปลี่ยนเป็น ‘หอศิลป์กรุงไทย’ หอศิลป์ที่รวบรวมผลงานศิลปะที่ชนะการประกวด ‘กรุงไทยสานศิลปะวัฒนธรรม’ และผลงานศิลปะที่สะสมไว้กว่า 170 ชิ้น

 พิพิธภัณฑ์ในเขตพระนคร

ถ่ายรูปก้อนเมฆ มองวิวถนนเยาวราชบนชั้นดาดฟ้าเสร็จเรายังเหลือเวลาไปช้อปปิ้ง จากหอศิลป์นี้เดินไปไม่ถึง 3 นาที ก็เป็นตลาดสำเพ็งเราแวะซื้อของกระจุกกระจิกติดไม้ติดมือกลับบ้าน ใครเป็นสายคราฟต์หน่อยก็อาจจะวางแผนโฉบไปพาหุรัดซื้อผ้าลายสวยมาเป็นพรอพถ่ายรูป หรือซื้ออุปกรณ์ทำกระเป๋าผ้าแสนชิค เดินได้เพลินๆ เผื่อปิ๊งไอเดียใหม่กลับบ้านก็นับว่าการเที่ยวครั้งนี้เป็นการออกมาหาอินสไปร์ที่คุ้มค่าทีเดียว

หอศิลป์กรุงไทยเปิดให้เข้าชมฟรี ทุกวันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 09.00 – 17.00 น. ส่วนวันเสาร์ 10.00 น. – 17.00 น. ปิดทุกวันอาทิตย์และวันหยุดธนาคาร ใครวางแผนมากินตลาดกลางคืนที่เยาวราชช่วงกลางวันถ้าไม่รู้จะไปไหนลองมาใช้เวลาที่นี่ดู

พิพิธภัณฑ์ชาวบางกอก หรือ พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นกรุงเทพมหานคร เขตบางรัก

 พิพิธภัณฑ์ในเขตพระนคร

ขยับออกจากเขตกรุงเก่ากันเสียหน่อย จะโบกตุ๊ก ๆ จากหอศิลป์กรุงไทย หรือขึ้นเรือด่วนเจ้าพระยามาลงที่ท่าโอเรียนเต็ลแบบเราก็ได้ แล้วเดินไปทางถนนเจริญกรุง เลี้ยวเข้าบ้านไม้สวยบนถนนเจริญกรุง 43 ที่ตั้งของ ‘พิพิธภัณฑ์ชาวบางกอก’ บ้านที่จำลองวิถีชีวิตของชาวบางกอกหรือชาวกรุงเทพในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 อย่างเครื่องเรือนไปจนถึงข้าวของเครื่องใช้ของคนที่มีฐานะปานกลางในสมัยนั้นไว้ได้อย่างสมบูรณ์

อีกทางเลือกคือนั่งเรือด่วนเจ้าพระยามาลงที่ท่าสี่พระยาแวะกิน Feng Zhu เกี๊ยวซ่าหน้าเปิด ร้านสไตล์จีนข้างห้างฯ River City Bangkok เดินถ่ายรูปในซอยกัปตันบุช บ้านเลขที่ 1 และ Warehouse 30 ก่อนจะเดินข้ามถนนไปยังซอยเจริญกรุง 43 เพื่อไปยังพิพิธภัณฑ์ก็ได้

พิพิธภัณฑ์ชาวบางกอก หรือ พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นกรุงเทพมหานคร เขตบางรัก คือ พิพิธภัณฑ์ที่เปลี่ยนจากบ้านที่อยู่อาศัยจริงจนถึงบั้นปลายชีวิตของอาจารย์วราพร สุรวดี ซึ่งบ้านหลังนี้ได้รับมรดกจากผู้เป็นแม่ นางสอาง (ตันบุณเต็ก) เป็นความตั้งใจเพื่อให้คนรุ่นหลังได้สัมผัสบรรยากาศเมื่อ 70 ปีที่แล้ว

ก้าวเข้าอาคารหลังแรกเป็นบ้านที่อาจารย์เคยอาศัย ออกแบบตามอย่างฝรั่ง ไม่ว่าจะเป็นตัวบ้าน เครื่องเรือน หรือของใช้ล้วนได้รับอิทธิพลมาจากตะวันตก เราเดินมาถึงห้องรับแขกของบ้านสะดุดตาเข้ากับเปียโนหลังเก่า พบว่ามีอายุตั้งแต่ก่อนสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ตัวแป้นกดทำมาจากงาช้าง  ข้างกันกับเปียโนหลังงามมีเครื่องแก้วเจียรไน เช่น แก้วไวน์ แก้วมาตินี่ สวยงามเล่นกับแสงของไฟ

เราเดินสำรวจบ้านเข้ามาลึกเรื่อยๆ สิ่งที่ดูแปลกตาเห็นจะเป็นโถส้วมเมื่อสมัยยังไม่มีน้ำประปาใช้ เพราะภายใต้ฝาชักโครกนั้นมีกระโถนรองไว้ พิพิธภัณฑ์บอกเราว่ามีไว้สำหรับรองรับและสะดวกในการนำไปทิ้งนอกบ้าน เราก็ได้แต่คิดว่าการเข้าห้องน้ำในสมัยก่อนนี่เป็นเรื่องลำบากจริงๆ นะ

ลงจากบ้านแรกมาที่บ้านหลังที่สอง เป็นหลังที่ยกคลีนิกของคุณหมอฟรานซิส คริสเตียน จากซอยงามดูพลีมาไว้ในขนาดย่อส่วนลงมาหน่อย บรรยากาศภายในนั้นขอบอกเลยว่าไม่ผิดแผกไปจากของเดิมมากนัก ทางพิพิธภัณฑ์จัดวางไว้อย่างเป็นธรรมชาติ เป็นวิถีชีวิตในสมัยนั้น ในพิพิธภัณฑ์นี้ยังเหลือบ้านอีก 2 หลัง แต่เราขออุบเอาไว้ให้ตามไปลองเที่ยวกันเองดีกว่า

พิพิธภัณฑ์ชาวบางกอก หรือ พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นกรุงเทพมหานคร เขตบางรัก เปิดทำการทุกวันพุธ-อาทิตย์ หยุดทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 10.00-16.00 น. ความตั้งใจของอาจารย์คือเปิดให้เข้าชมโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ สำหรับใครที่พกบัตร Thailand Museum Pass จะได้รับสติกเกอร์ของพิพิธภัณฑ์มาเป็นที่ระลึกด้วย

พิพิธภัณฑ์พระปกเกล้าฯ

 พิพิธภัณฑ์ในเขตพระนคร

ย้ายจากเรือด่วนเจ้าพระยามาลงเรือด่วนคลองแสนแสบกันบ้าง พิพิธภัณฑ์ต่อมาที่เราอยากชวนมาคือ ‘พิพิธภัณฑ์พระปกเกล้าฯ’ อยู่ตรงข้ามกับท่าเรือสะพานผ่านฟ้าลีลาศ แค่นั่งเรือด่วนคลองแสนแสบมาจนสุดสายก็ถึงแล้ว เป็นพิพิธภัณฑ์ที่ใกล้ท่าเรือมากที่สุดก็ว่าได้ เพราะแค่เราเดินออกจากท่าเราก็จะเห็นอาคารทรงยุโรปตั้งตระหง่านอยู่ฝั่งตรงข้ามถนน พร้อมให้เราเข้าไปย้อนอดีตเมื่อสมัยรัชกาลที่ 7 แล้ว

เมื่อสิ่งของทุกชิ้นมักมีเรื่องราวที่ซ่อนอยู่ อาจมีคุณค่ากับจิตใจ อาจเป็นชิ้นส่วนของความทรงจำ อาจเป็นสิ่งที่จารึกประวัติศาสตร์บทเก่า สิ่งเหล่านี้เองทำให้ของที่จัดแสดงในพิพิธภัณฑ์นั้นมีคุณค่ามากนัก เหมือนกับจุดเริ่มต้นของ ‘พิพิธภัณฑ์พระปกเกล้าฯ’ พิพิธภัณฑ์พระมหากษัตริย์ ที่พระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินีในรัชกาลที่ 7 ได้พระราชทานเครื่องราชภัณฑ์ส่วนพระองค์ของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวมาจัดแสดง

เราเริ่มกันที่ชั้นแรกเป็นส่วนพระราชประวัติและภายในตู้กระจกมีข้าวของเครื่องใช้ส่วนพระองค์ เราได้เห็นชุดของสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณีที่เป็นชุดอย่างสตรีชาวยุโรป มีกระเป๋าใบสวยที่ชื่อว่า ‘กระเป๋าเสื่อสมเด็จ’ ที่เป็นอีกหนึ่งพระราชกรณียกิจที่ส่งเสริมอาชีพให้กับคนเมืองจันฯ ด้วยการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับเสื่อจันทรบูรด้วย

 พิพิธภัณฑ์ในเขตพระนคร

ขึ้นมาที่ชั้น 2 เราเดินชมภาพหายากซึ่งบอกถึงพระราชประวัติก่อนที่พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าฯ เสด็จขึ้นครองราชย์ เช่น ภาพตอนทรงผนวช ทรงอภิเษกสมรส นอกจากนั้นยังมีห้องที่จำลองบรรยากาศโรงภาพยนตร์ศาลาเฉลิมกรุง โรงภาพยนตร์แห่งแรกของประเทศไทย เมื่อครั้งที่ยังคราคร่ำไปด้วยผู้คนและฉายหนังฝรั่งระดับฮอลลีวู้ด ถึงแม้ว่าปัจจุบันตัวอาคารศาลาเฉลิมกรุงจะยังอยู่คงความขลังแต่ภาพบรรยากาศเก่าๆ ทั้งผู้คนและแสงไฟนั้นสามารถหาชมได้จากพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ แนะนำว่าให้เผื่อเวลามา เพราะจะมีภาพยนตร์ฉายวันละ 2 รอบ เวลา 10.30 และ 14.30 น. เท่านั้น มีทั้งภาพยนตร์หายากและภาพยนตร์ส่วนพระองค์ที่น่าสนใจมากทีเดียว

บนถนนหลานหลวงยังเป็นที่ซ่อนตัวของคาเฟ่และร้านรวงที่อยู่ท่ามกลางตึกเก่า เราแวะเข้าไปที่ร้าน Alex&Beth ร้านที่ไม่ได้มีดีแค่กาแฟแต่ยังเสิร์ฟของหวานทั้ง เค้ก พาย และทาร์ตด้วยนะ

พิพิธภัณฑ์พระปกเกล้าฯ เปิดทำการทุกวันอังคาร – วันอาทิตย์ เวลา 09.00-16.00 น. หยุดวันจันทร์ สามารถเข้าชมได้ฟรี หรือใครจะชมจากทางบ้านที่นี่มีพิพิธภัณฑ์เสมือนจริงให้ได้เดินเข้าในสมัยรัชกาล 7 ผ่านโลกอินเทอร์เน็ตกันด้วย ที่เว็บ http://www.kingprajadhipokmuseum.com

หอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ

 พิพิธภัณฑ์ในเขตพระนคร

พิพิธภัณฑ์สุดท้าย สำหรับใครที่ยังไม่เต็มอิ่มกับหน้าประวัติศาสตร์ที่เพิ่งได้ย้อนรอยไป หรือมีเวลาเหลือ อยากชวนเดินข้ามสะพานผ่านฟ้าลีลาศไปชม ‘หอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ’ เพราะสามารถไปจากท่าเรือผ่านฟ้าลีลาศได้เหมือนกัน

เราเดินเข้ามาในอาคารซึ่งเคยเป็นที่ทำการของธนาคารกรุงเทพ สาขาสะพานผ่านฟ้า ที่ปัจจุบันกลายเป็นพื้นที่สำหรับคนที่ชื่นชอบงานศิลปะ ไม่แปลกเลยที่สถานที่แห่งนี้จะเปลี่ยนไปตามกาลเวลาเช่นเดียวกับสถานที่สำคัญหลายแห่งบนถนนราชดำเนินกลางถนนที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์เส้นนี้

เนื่องจากหอศิลป์แห่งนี้จัดเป็นนิทรรศการหมุนเวียนตลอดทั้งปีตอนที่เรามาเที่ยวกับตอนที่ทุกคนมาอาจไม่เหมือนกัน เราเดินดูงานศิลปะกว่าร้อยชิ้นตั้งแต่ชั้น 1 ไปจนถึงชั้น 4 ซึ่งถูกจัดวางไว้หลากหลายแขนง ไม่ว่าจะเป็นงาน ประติมากรรม สีน้ำ สีฝุ่น ไปจนถึงสื่อผสม โดยหอศิลป์แห่งนี้เน้นสนับสนุนศิลปินไทยรุ่นใหม่ไปจนถึงศิลปินระดับตำนานหลากหลายท่าน เราจึงเห็นได้ถึงความหลากหลายทางศิลปะเอามากๆ และบนชั้น 5 ยังเป็นพื้นที่สำหรับจัดกิจกรรมเพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับงานศิลปะกับคนที่สนใจอีกด้วย

 พิพิธภัณฑ์ในเขตพระนคร

นอกจากเที่ยวหอศิลป์แล้วเรายังโบกรถไปตลาดเก่าอย่างตลาดนางเลิ้งที่ยังคงความเป็นตลาด 100 ปีเอาไว้ มีทั้งของกินและร้านรวงที่ให้กลิ่นอายของยุคเก่าก่อน ห้ามพลาดที่จะชิมร้านดังของที่นี่อย่างไส้กรอกปลาแนมหรือถ้าพูดถึงก๋วยเตี๋ยวเป็ดก็ต้องร้าน ส.รุ่งโรจน์ในตำนานนี่แหละ เด็ด!

หอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เปิดทำการทุกวัน เวลา 10.00 – 19.00 น. ปิดทุกวันพุธ ค่าเข้าชมสำหรับบุคคลทั่วไปอยู่ที่ 50 บาท

เราไปลงเรือย้อนรอยประวัติศาสตร์กรุงรัตนโกสินทร์กันมา 5 พิพิธภัณฑ์ มีแวะเที่ยวระหว่างทางกันบ้าง ถึงอย่างงั้นก็ยังมีอีกหลายที่ที่รอให้เราไปเที่ยวสนุก ๆ แบบไม่หยุดเรียนรู้อยู่อีก แต่จะเป็นที่ไหนติดตามในโพสต์ต่อไป ที่สำคัญอย่าลืมมีบัตร Thailand Museum Pass เป็นของตัวเองจะได้เข้าชมฟรีๆ แล้วไปเที่ยวกับเรานะ 🙂


 

ลิซ่า Blackpink

คาริสม่าแรง! ถอดไอเท็มหลักร้อย หลักพันของ ‘ลิซ่า’ จากภาพทีเซอร์เตรียมคัมแบ็ก

แซ่บไม่ไหวแล้วแม่ ลิซ่า Blackpink ในลุคสวยเท่ ทำเอาแฟนคลับใจสั่น กับภาพทีเซอร์เพลงใหม่ ด้วยไอเท็มจากแบรนด์เกาหลี ที่ราคาซื้อตามได้

เริ่มนับถอยหลังกันได้เลยค่ะ เพราะเกิร์ลกรุ๊ปชื่อดังจากเกาหลีใต้ Blackpink จะกลับมาคัมแบ็กให้แฟนๆ ได้หายคิดถึงกันแล้ว หลังจากปล่อยเพลง Kill This Love มาในช่วงเดือนเมษายน ปี 2019 ซึ่งเพลงใหม่ที่กำลังจะได้ฟังและได้ชม MV กันมีชื่อว่า How You Like That จะปล่อยในวันที่ 26 มิถุนายนนี้ และในตอนนี้ทางค่ายก็ได้ทยอยปล่อยภาพทีเซอร์เรียกน้ำย่อยออกมาแล้ว

แน่นอนว่าภาพแต่ละเซ็ตที่ปล่อยออกมา สร้างความฮือฮาไปทั้งโลก เพราะแฟนๆ รอมานานเป็นปี กว่าที่ Blackpink จะคัมแบ็ก โดยลุคของทั้ง 4 สาวรอบนี้ เรียกได้ว่าสวยฟาด ฆ่าได้ฆ่าของจริง! โดยเฉพาะลิซ่าที่เปลี่ยนลุคไปอย่างสิ้นเชิง กับภาพทีเซอร์ผมแดงสุดเฟียส ที่แมตช์ลุคสุดแซ่บด้วยแฟชั่นไอเท็มจากแบรนด์เกาหลี

เริ่มที่เสื้อเชิ้ตสีขาวจาก Songe Creux ชื่อรุ่น White Draped Neck Obliquely Crop Shirt คอลเล็คชั่น Spring/Summer 2020 ราคาประมาณ 9,400 บาท ด้านในเป็นเสื้อคร็อปจาก EENK รุ่น PONY Buistier Top White ราคาประมาณ 4,300 บาท และต่างหูห่วงแบรนด์ดัง Jealousy  รุ่น white chocolate earrings ราคาประมาณ 700 บาท

Songe Creux White Draped Neck Obliquely Crop Shirt ราคาประมาณ 9,400 บาท
EENK PONY Buistier Top White ราคาประมาณ 4,300 บาท
Jealousy white chocolate earrings ราคาประมาณ 700 บาท

หลังจากปล่อยภาพทีเซอร์มาแล้ว 2 เซ็ต ล่าสุดเมื่อเช้านี้ (17 มิ.ย. 63) ทางค่าย YG Entertainment ต้นสังกัดของ Blackpink ก็ทำแฟนๆ เซอร์ไพร้ส์หนักมาก กับลุคของ 4 สาวที่เปลี่ยนไปจาก 2 เซ็ตแรก แถมลุคของลิซ่ายังมาเหนือความคาดหมาย เป็นคาแร็กเตอร์สาวเท่ออกมาจากอินเนอร์และแววตา บวกกับเครื่องประดับต่างๆ ยิ่งส่งให้ลิซ่าสวยแตกต่างไปจากเดิม และเป็นอีกลุคที่แฟนคลับเห็นแล้วต้องร้องขอชีวิตเลยทีเดียว

การคัมแบ็กรอบนี้ดูจากภาพทีเซอร์ แฟชั่นของทั้ง 4 สาวมีการรวมระหว่างแบรนด์เกาหลีและไฮเอนด์เข้าด้วยกัน และข้อดีของการแมตช์ไอเท็มแบบนี้ ก็คือมีฐานแฟนจำนวนมากสามารถหาซื้อตามได้ในราคาที่ไม่แรงจนเกินเอื้อม เรามารอดูว่าใน MV เพลงใหม่ แฟชั่นของ 4 สาวจะจัดเต็มยิ่งกว่าภาพทีเซอร์หรือเปล่า มาลุ้นไปพร้อมๆ กันในวันที่ 26 มิถุนายนนี้ค่ะ


ภาพ : IG@blackpinkofficial , @blackpinksstyle , @songe_creux , @eenk_official  , www.bluejealousy.co.kr

เรื่อง : ฮานะ_แพรวนิสต้า

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ส่งท้ายแฟชั่นหลักแสน ‘คิมโกอึน’ จากซีรีส์ The King : Eternal Monarch 

แบรนด์ไทยก็โดนใจแม่! ซูมกระเป๋าผ้าไหมของ ‘อั้ม พัชราภา’ สวยละมุนทั้งใบ

Must Have! เช็คลิสต์กระเป๋า YSL ของ ‘โรเซ่ Blackpink’ สวยเท่ทุกใบ