เฟรชให้สุด! ปลุกผิวสดชื่นด้วย 6 ไอเท็มที่แพรวคัดแล้วว่าเริ่ด

เฟรชให้สุด! ปลุกผิวสดชื่นด้วย 6 ไอเท็มที่แพรวคัดแล้วว่าเริ่ด

ชวนสาวๆ ปลุกผิวสดชื่น ต้อนรับเดือนใหม่อย่างสดใส ด้วย 6 บิวตี้ไอเท็มที่แพรวคัดแล้วว่าเริ่ด

จะเริ่มต้นใหม่อย่างสดใสให้ใครๆ ทัก ต้องไม่ลืมอัพเดตบิวตี้ไอเท็มที่ช่วยปลุกผิวพรรณให้ดูเฟรช หายงัวเงียจากการแอบนอนดึกตื่นสาย อย่าให้ใครเขาจับได้ว่าช่วงกักตัวนั้นปล่อยตัวชิลขนาดไหน เจอกันครั้งใหม่ผิวต้องวิ้งวับ ไม่เจอกันนาน ใครๆ ก็ต้องทักสวยขึ้นนะเธอ!

EYE CREAM SISLEY BLACK ROSE EYE CONTOUR FLUID

หลายคนไม่รู้ว่าการนอนมากเกินไปกลับกลายเป็นทำให้ดูเหนื่อยล้า ไม่สดชื่น เนื่องจากทั้งเปลือกตาและถุงใต้ตาที่บวมเป่ง ลองอัพเดตอายครีมใหม่ที่แก้ปัญหาตาบวมได้จริง พร้อมคุณสมบัติที่สร้างความสุนทรีย์ในการใช้ อย่างน้องใหม่ในตระกูล Black Rose จาก SISLEY ที่เน้นคุณสมบัติแก้รอยคล้ำและความบวมของถุงใต้ตา ด้วยส่วนผสมจากสาหร่ายพาโวนิกา และคุณค่าจาก Black Rose ปฏิบัติการสร้างผิวเรียบเนียนสะท้อนแสงได้ดีจนดูเปล่งปลั่ง

มาพร้อมกลิ่นหอมสดชื่นที่ช่วยบูสต์อารมณ์ให้สดใสทั้งเช้าและค่ำ พร้อมทีเด็ดจากอุปกรณ์เซรามิก เย็นสบายช่วยนวดกระตุ้นได้อย่างแม่นยำ ทำให้ถุงใต้ตากระชับได้อย่างรวดเร็วพร้อมออกสื่อ

เฟรชให้สุด! ปลุกผิวสดชื่นด้วย 6 ไอเท็มที่แพรวคัดแล้วว่าเริ่ด

Pro Tips : ใครไม่ค่อยได้ใช้แอพพลิเคเตอร์จากสกินแคร์ให้เป็นประโยชน์ บอกเลยว่าน่าเสียดาย อย่างตัวนี้ช่วยได้เยอะทั้งในแง่การเดรนของเสีย กระตุ้นการไหลเวียนโลหิตและลดบวม กดปลายแอพพลิเคเตอร์เบาๆ ลากจากหัวตาออกด้านนอก และกระบอกตาด้านบนลากจากหัวตาไปหางตาเช่นกัน สลับกับการกดอุปกรณ์ลงเบาๆ แบ่งเป็น 5 จุด บริเวณใต้ตา และอีก 5 จุดรอบกระบอกตาด้านบน ทำสลับกันเป็นชุดๆ เพื่อผลลัพธ์ที่สมบูรณ์

 

MIST CHANEL SUBLIMAGE LA BRUME

แน่นอนว่าชีวิตหลังล็อกดาวน์ที่กำลังเข้าใกล้สภาวะปกตินั้น หมายถึงความบีซี่ที่เท่าเดิมหรือมากกว่าเดิม เพราะมีปัญหามากมายมาให้แก้ สเปรย์มิสต์เป็นชิ้นที่สาวๆ ควรมีติดไว้ เพื่อรีเฟรชไม่ให้หมองก่อนถึงประชุมนัดต่อไป

CHANEL Sublimage La Brume คือมิสต์ที่ช่วยฟื้นคืนพลัง พร้อมปกป้องผิวได้อย่างสมบูรณ์แบบ ชาเนลได้ทดสอบมิสต์นี้ในสภาพอากาศที่ใกล้เคียงกับบนเครื่องบิน แล้วพบว่าผิวยังคงความผ่อนคลายแม้ไฟลท์จะผ่านไปนานถึง 4 ชั่วโมง แค่สเปรย์เบาๆ เมื่อรู้สึกหม่นหมอง ไม่สดชื่น ส่วนผสมแอนติออกซิแดนต์ของน้ำสกัดจาก Vanilla planifolia จะช่วยฟื้นคืนผิวให้สามารถปรับตัวเข้ากับสิ่งแวดล้อมที่ตึงเครียด และกลับฟื้นคืนความสดใสได้อีกครั้ง

เฟรชให้สุด! ปลุกผิวสดชื่นด้วย 6 ไอเท็มที่แพรวคัดแล้วว่าเริ่ด

Pro Tips : สเปรย์ลงบนใบหน้า กำมือแล้วนวดกระตุ้นด้วยแรงกดเบาๆ แล้วใช้ข้อนิ้วกดลงจากกึ่งกลางออกไปด้านนอก

 

BRIGHTENING GUERLAIN ORCHIDEE IMPERIALE BRIGHTENING THE RADIANCE CONCENTRATE

ไม่ใช่แค่การออกแดดที่จะทำให้ผิวหมอง การอยู่ในห้องแอร์ที่อากาศแห้งเป็นเวลานานๆ เดินน้อย ไม่ค่อยได้ออกกำลังกายอย่างสถานการณ์ Work From Home ก็ทำให้ผิวหมองเช่นกัน รีบอัพเดตไบรเทนนิ่งด่วนๆ อย่าง Guerlain Orchidee Imperiale Brightening The Radiance Concentrate ไบรเทนนิ่งเซรั่มขวดสวยที่แค่วาง ก็ทำให้เคาน์เตอร์ดูแพงขึ้นมาเชียว

ตัวนี้โดดเด่นด้วยการใช้เทคโนโลยีกระตุ้นการหายใจของเซลล์ ทำให้เซลล์ผิวมีอายุยืนยาว เพิ่มการผลิตคอลลาเจนและควบคุมปริมาณของเม็ดสีเมลานิน จึงเป็นการไบรท์สดใสขึ้นจากภายใน ไม่ใช่การฟอกผิวให้ขาว ที่ทำให้หลงรักยิ่งขึ้นคือเนื้อสัมผัสที่เนียนนุ่มแบบน้ำนมเข้มข้น ซึมซาบเร็ว พร้อมกลิ่นหอมบำบัดอารมณ์ชวนให้ยิ้มได้

เฟรชให้สุด! ปลุกผิวสดชื่นด้วย 6 ไอเท็มที่แพรวคัดแล้วว่าเริ่ด

Pro Tips : ไบรเทนนิ่งจะไม่มีความหมายถ้าไม่ปิดท้ายด้วยกันแดด กฎเหล็กนี้ซีเรียสยิ่งกว่าเคอร์ฟิว ห้ามละเมิดนะจ๊ะสาวๆ

 

SETTING SPRAY HOURGLASS VEIL SOFT FOCUS SETTING SPRAY

พอได้ออกจากบ้านก็ต้องมาเจอกับอากาศที่ร้อนจนเหมือนทุกอย่างพร้อมละลาย การจะแต่งหน้าสวยช่วงนี้จึงขาดเมคอัพเซตติ้งสเปรย์ไม่ได้

Hourglass Veil Soft Focus Setting Spray คือชิ้นที่กำลังเป็นที่หลงรักของเหล่าบิวตี้บล็อกเกอร์ หลังแต่งหน้าอย่าลืมล็อกความสวยด้วยเซตติ้งสเปรย์สูตรเพิ่มประสิทธิภาพของรองพื้นและเมคอัพอื่นๆ ยาวนาน 24 ชั่วโมง ที่ตกหลุมรักสุดๆ คือฟินิชชิ่งหลังใช้ที่จะช่วยให้งานผิวสวยราวกับมองผ่านซอฟต์โฟกัสเลนส์ มอบความชุ่มชื้นให้ผิว พร้อมเบลอเมคอัพให้ดูเรียบเนียนเข้ากับผิว ทำให้ได้ลุคที่เป็นธรรมชาติมากขึ้น

เฟรชให้สุด! ปลุกผิวสดชื่นด้วย 6 ไอเท็มที่แพรวคัดแล้วว่าเริ่ด

Pro Tips : ที่สาวๆ มักลืมคือการเขย่าขวดเซตติ้งสเปรย์ก่อนใช้ ทำให้ส่วนผสมไม่แอ๊คทีฟเท่าที่ควร ถือขวดสเปรย์ห่างจากใบหน้า 6-8 นิ้ว สเปรย์มิสต์ที่ดีต้องมีละอองฝอยละเอียด กระจายตัวอย่างละมุนละไม ไม่ทำลายเมคอัพที่อุตส่าห์ใช้เวลาแต่ง สเปรย์เป็นรูป
ตัว T แล้วตามด้วย X เป็นการชัวร์ว่าทั่วใบหน้า

 

PILLOW MIST THIS WORKS DEEP SLEEP PILLOW SPRAY

ทุกๆ การเปลี่ยนแปลงมักสร้างความรู้สึกกังวลอยู่ลึกๆ แม้จะไม่รู้ตัว แต่หลายคนก็แอบนอนไม่หลับ This Works Deep Sleep Pillow Spray คือมิสต์ยามค่ำคืนที่ช่วยให้นอนหลับสบายอย่างมีประสิทธิภาพ ใครที่หลับยากเย็นอยากให้ลองกลิ่นขับกล่อมจากลาเวนเดอร์หญ้าแฝก และคาโมมายล์ป่า น้ำมันหอมระเหยจากธรรมชาติที่ช่วยบำบัดอาการที่เกี่ยวกับการหายใจ ลดความเครียดวิตกกังวล รวมถึงความอ่อนเพลียจากการทำงาน แบรนด์นี้เขาใช้ส่วนผสมจากธรรมชาติ และไม่ผสมสารกันเสียใดๆ ฉะนั้นเชื่อใจได้ว่าหลับสบายอย่างปลอดภัยไร้กังวล

เฟรชให้สุด! ปลุกผิวสดชื่นด้วย 6 ไอเท็มที่แพรวคัดแล้วว่าเริ่ด

Pro Tips : Pillow Mist ไม่ได้จำเป็นต้องใช้บนหมอนเสมอไป แต่สามารถใช้ฉีดพ่นบนผ้าปูเตียง ชุดนอน ผ้าคลุมไหล่ ผ้าเช็ดหน้า หรืออยากให้กลิ่นกระจายก็ใช้สเปรย์ในอากาศ เพื่อให้น้ำมันหอมระเหยกระจายตัวได้กลิ่นไปทั่วห้อง

 

HYGIENE SPRAY DIVANA HAND HYGIENE SPRAY

แน่นอนว่าผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อโรคคือเทรนด์ใหญ่ของปีที่จะอยู่กับเราไปอีกยาวนาน อย่างที่เรียกกันว่าเป็น “New Normal” จังหวะช่วงไวรัสระบาดใหม่ๆ สาวๆ อาจยังไม่มีโอกาสเลือกแอลกอฮอล์ทำความสะอาดมือ แบบไหนที่ฆ่าเชื้อโรคได้ก็เป็นอันใช้ไปก่อน แต่นาทีนี้มีแบรนด์ดีๆ ที่ใส่ใจทั้งเรื่องการฆ่าเชื้อโรคและบำรุงผิวออกมาเพียบ

อย่าง Divana Hand Hygiene Spray เป็นสเปรย์ที่แก้ปัญหาที่สาวๆ ยี้อย่างกลิ่นแอลกอฮอล์และอาการมือแห้งหลังใช้จนหมดสิ้น ด้วยส่วนผสมจากเอสเซนเชียลออยล์ช่วยบำรุงมือให้นุ่มชุ่มชื้นยาวนาน และกลิ่นหอมจาก Pitta Ginger Olive ผสานกับกลิ่นกุหลาบ ที่ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายกว่าแอลกอฮอล์สเปรย์ไหนๆ รับประกันความปลอดภัยสุดๆ ในการใช้แอลกอฮอล์ 100 เปอร์เซ็นต์จากบีตรู้ต ทั้งปลอดภัยและมีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยปลอบประโลมมือให้อ่อนเยาว์

เฟรชให้สุด! ปลุกผิวสดชื่นด้วย 6 ไอเท็มที่แพรวคัดแล้วว่าเริ่ด

Pro Tips : ใช้สเปรย์ลงที่มืออย่างเดียวไม่พอ สาวๆ มือโปรเขาใช้สเปรย์แอลกอฮอล์ในการฆ่าเชื้อบนแปรงและอุปกรณ์แต่งหน้า ฉีดบางๆ แล้วเช็ดเพื่อความชัวร์ นาทีนี้ความสะอาดปลอดภัยต้องมาในทุกขณะจิต


ที่มา : นิตยสารแพรว ฉบับ 959

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

5 เคล็ดลับสวยสดใสสไตล์ “ญาญ่า อุรัสยา” เวลาน้อย ก็ทำตามกันได้ไม่ยาก

Oop! เทียนหอมกลิ่นจุดสุดยอด ต่อยอดจากกลิ่นน้องสาวที่เคยฮือฮาไปเมื่อต้นปี

5 ผู้ช่วยเร่งด่วนดูแลผิว พร้อมสกัดริ้วรอยที่เริ่มลุกล้ำใบหน้าด้วยเทคนิคง่ายๆ

รวม 20 แบบ ผมเจ้าสาว เกล้ามวย สำหรับเจ้าสาวทุกลุคแบบจัดเต็ม!

เซฟรูปเก็บกันให้รัวๆเลย เพราะหนึ่งในทรงผมเหล่านี้คุณจะต้องอยากได้เป็น ผมเจ้าสาว ในวันแต่งงานแน่นอน 

ผมเจ้าสาว ทรงเกล้ามวย สำหรับวันแต่งงาน เป็นอะไรที่เจ้าสาวกว่า 90% ตั้งใจจะทำอย่างแน่นอน เพราะนอกจากจะเป็นทรงที่ดูเรียบร้อย เหมาะกับทั้งชุดเจ้าสาวตามประเพณีไทยและชุดเจ้าสาวสากล ยังเป็นทรงผมที่ช่วยส่งให้เจ้าสาวดูสวยแพง เลอค่า ขึ้นมาได้ทันที แถมยังเข้ากับชุดเจ้าสาวได้ทุกแบบ แม้ว่ารายละเอียดของแบบมวยผมเจ้าสาวจะเปลี่ยนไปตามยุคสมัยและเทรนด์ แต่การเกล้าผมสำหรับเจ้าสาวก็เป็นอะไรที่ไม่เคยตกยุคเลยอยู่ดี เราก็เลยรวบรวมเอามวยผมแบบต่างๆที่เหล่าเจ้าสาวในยุคนี้ฮิตกัน มาให้ว่าที่เจ้าสาวของ แพรว เวดดิ้ง ได้เลือกดูว่าแบบไหนนะที่เหมาะกับลุคของเรามากที่สุด มาดูกันเลยดีกว่าค่ะ

 

Low Bun หรือการเกล้ามวยต่ำ

เหมาะกับเจ้าสาวที่ช่วงคอยาว ช่วยปรับสมดุลช่วงคอกับใบหน้าของเราให้ดูสมดุล และยังเหมาะกับชุดเจ้าสาวแบบเกาะอกหรือเปลือยไหล่

ผมเจ้าสาว

High Messy Bun หรือการเกล้าผมสูงแบบหลุดๆนิดๆ

ที่จริงแล้วมวยผมแบบหลุดๆ ไม่ตั้งใจ สามารถทำได้หลากหลายแบบ ทำแบบเกล้ามวยต่ำหรือถักเปียก็ได้เช่นกัน แต่เราแนะนำให้ลองแมทช์กับการเกล้ามวยสูง เพื่อช่วยลดความดูเป็นทางการของทรงผม และยังเพิ่มความน่ารัก อ่อนเยาว์ให้กับใบหน้าเจ้าสาวได้ด้วย

ผมเจ้าสาว

Ballerina Bun หรือมวยผมบัลเล่ห์

ตามชื่อเลยค่ะ เพราะได้แรงบันดาลใจมาจากทรงผมของนักบัลเล่ห์ ลักษณะคือการเกล้ามวยเรียบโก้แบบสูง เหมาะกับเจ้าสาวหน้าสวยที่ต้องการเปิดโหงวเฮ้งรับทรัพย์ในวันแต่งงาน แถมยังเป็นทรงผมที่เข้ากับชุดไทยได้ดีอีกด้วย

ผมเจ้าสาว

Bow Bun หรือมวยผมรูปโบว์

ที่โด่งดังมาจากนักร้องสาวสุดซ่าส์ เลดี้ กาก้า เหล่าว่าที่เจ้าสาวสายแบ๊วก็เลยนำมาปรับเป็นผมเจ้าสาวกันใหญ่ เหมาะกับเจ้าสาวที่ต้องการลุคสาวเกาหลีสุดน่ารัก หรือแมทช์กับชุดเจ้าสาวสายหวานแหววฟรุ้งฟริ้งค่ะ

ผมเจ้าสาว

Twisted Bun มวยผมที่ใช้การบิดหรือพันผม

มวยผมแบบนี้ดัดแปลงได้หลากหลายลุคแล้วแต่ความครีเอทของช่างผมมืออาชีพแต่ละคน เหมาะกับเจ้าสาวที่มีผมดกหนาหรือผมเส้นใหญ่ เจ้าสาวที่มีผมหยิกเป็นลอนทำทรงนี้ก็จะยิ่งดูสวยเช่นกันค่ะ

ผมเจ้าสาว

French Twist หรือมวยกล้วยหอม

มวยผมที่เราเคยเห็นตั้งแต่สมัยคุณแม่ก็ยังไม่ตกยุค ที่ว่าของชื่อนี้ก็คือรูปร่างที่ดูเหมือนกล้วยหอมนั่นเอง เราสามารถนำมาปรับให้ดูโมเดิร์นไม่เชยด้วยการเสริมเครื่องประดับผมเข้าไป และกล้วยมวยให้ดูหลุดนิดๆ ไม่เนี้ยบเกินไปค่ะ

ผมเจ้าสาว

Chic Bun หรือมวยกล้วยหอมแบบกลับหัว

อีกหนึ่งวิธีที่จะช่วยให้มวยกล้วยหอมดูทันสมัยขึ้น สามารถแซมเครื่องประดับผมหรือดอกไม้เข้าไปเพื่อเพิ่มดีเทลให้ผมเจ้าสาวดูน่ารักน่ามองได้ หรือถ้าจะไม่ประดับอะไรเลยก็ยังดูโมเดิร์นไปอีกแบบนะคะ

ผมเจ้าสาว

Braided Bun  หรือมวยผมถักเปีย

เพิ่มดีเทลให้มวยผมธรรมดาดูน่ามองด้วยการถักเปียเพิ่มเข้าไป มวยผมทรงนี้นอกจากจะเรียบหรูดูดีแบบไม่ต้องประดับอะไรมากแล้ว ยังทำง่ายอีกต่างหาก เก็บไว้ทำเองในวันที่ต้องไปงานแต่งงานหรือเป็นเพื่อนเจ้าสาวก็ยังได้ค่ะ

ผมเจ้าสาว

Knot Bun หรือมวยผมแบบผูกเป็นปม

ดูเก๋ไก๋สไลเดอร์สุดๆ ด้วยมวยผมที่แปลงให้เหมือนการผูกผมเป็นปม มวยผมทรงนี้มีแรงบันดาลมาจากแบบผมบนรันเวย์แฟชั่นเมื่อไม่นานมานี้เองค่ะ แต่กลายเป็นว่าเมื่อนำมาทำเป็นผมเจ้าสาวแล้วดูชิคสุดๆเลยละ

ผมเจ้าสาว

Crown Braid เปียผมรอบศรีษะ

ถึงแม้ว่าจะไม่ใช้การเกล้ามวยซักทีเดียว แต่ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีสุดฮิตในการเก็บผมสำหรับวันแต่งงานให้ดูเรียบร้อยมากขึ้น และยังเหมาะกับเจ้าสาวสไตล์โบฮีเมียนที่กำลังอินเทรนด์ในตอนนี้ด้วย

ผมเจ้าสาว

Story Inspiration: Marthastewartwedding.com

อ่านบทความเพิ่มเติม

https://praewwedding.com/planning/90636

https://praewwedding.com/planning/94635

https://praewwedding.com/planning/beauty-and-wellness/108179

เปิมคัมภีร์จัดงานแต่งขนาดเล็ก ที่มีแขกเพียง 19 คน  โดย พอล ภัทรพล และ ฟอว์น ไปยดา

บ่าวสาวหลายคู่ที่อยากจะจัดงานแต่งขนาดเล็ก แต่ยังไม่แน่ใจว่าจะเล็กได้แค่ไหน ลองมาดูงานแต่งของ พอล – ภัทรพล และ ฟอว์น – ไปยดา กับ งานแต่งขนาดเล็ก ที่มีแขกเพียง 19 คนเท่านั้น ทั้งคู่ทำได้อย่างไรมาดูกัน

จำนวนแขก : 19 คน

แขกภายในงานมีเพียง คุณพ่อ คุณแม่ และครอบครัวของพี่น้องแท้ๆ เพียงเท่านั้น

วันและเวลา : วันที่ 11 เดือน 11 เวลา 15.00 น

ใช้ฤกษ์สะดวก มีโจทย์ในใจคือ วันอาทิตย์ ซึ่งทุกคนว่างจากการทำงาน และเมื่อเปิดปฎิทินดูแล้ว วันอาทิตย์ที่บ่าวสาวว่างตรงกันคือวันที่ 11 จึงเลือกวันนี้เป็นวันสำคัญ

เหตุที่พิธีไม่เริ่มต้นตั้งแต่เช้าก็เพื่อความสะดวกของแขกที่จะไม่ต้องตื่นแต่เช้า และเพื่อจะได้ทานข้าวเย็นในเวลาประมาณ 17.00 น. ไม่เกิน 17.30 น. ผู้ใหญ่จะได้ไม่รู้สึกเหนื่อย พิธีจึงน่าจะเริ่มต้นขึ้นในช่วงบ่ายๆ ลงตัวที่เวลา 15.00 น. เจ้าสาวเริ่มแต่งหน้าเวลาเที่ยงกำลังดี ไม่เช้าและไม่บ่ายจนเกินไป

สถานที่ : บ้าน

ทั้งคู่เลือกจัดงานแต่งงานที่บ้านของตัวเอง ให้ความเป็นกันเอง และในเมื่อมีแขกเพียง 19 คนเท่านั้น บ้านที่สวยงามและอบอุ่น จึงเป็นสถานที่ที่เหมาะที่สุด

อาหาร : อาหารที่ไม่หวาน และเพียงพอสำหรับทุกคน ซึ่งงานนี้บ่าวสาวเลือกใช้อาหารจาก i do catering

เนื่องจากงานนี้จัดเพื่อคุณพ่อคุณแม่ เพราะฉะนั้นอาหารทั้งหมดจึงเป็นอาหารที่ไม่หวานมากและดีต่อสุขภาพ เพื่อให้คนสำคัญของงานสามารถทานได้ทุกอย่าง

ลำดับพิธีการ

  1. ผู้ใหญ่ทั้ง 2 ฝ่าย พูดคุยกัน สวมแหวนและอวยพรคู่บ่าวสาวในบ้านเพื่อหลบร้อน
  2. รดน้ำสังข์ด้านนอกบ้าน ในสวนบรรยากาศดีๆ ริมแม่น้ำ
  3. ทานข้าวพร้อมหน้ากันในหมู่ครอบครัว

ปัญหาใหญ่ของบ่าวสาวที่อยากจัดงานแต่งขนาดเล็ก คือเรื่องของจำนวนแขกที่มักเพิ่มขึ้น จนเมื่อรู้ตัวในลิสต์ก็มีรายชื่อแขกหลัก 100 ไปแล้ว แต่คู่นี้ทั้งที่เป็นคนที่มีคนรู้จักมากมาย แต่สามารถคุมจำนวนได้เพียง 19 คน พวกเขาทำได้อย่างไรมาดูกัน

“เราทั้งคู่ชอบใช้เวลาอยู่ร่วมกัน” ฟอว์น ไปยดา เริ่มเล่าถึงโจทย์งานแต่งของทั้งคู่  “ไม่ว่าจะกับครอบครัว หรือกลุ่มเพื่อน ซึ่งเราเห็นว่าการทานข้าวด้วยกันกลุ่มๆ เล็ก จะทำให้เราได้พูดคุยกันมากกว่าการจัดงานแต่งงานใหญ่ๆ อีกอย่างก็คืองานแต่งงานคืองานสำคัญ อยากจะทำเพื่อคนที่เลี้ยงดูเรามาตั้งแต่เกิด งานนี้จึงจัดมาเพื่อเขา ให้คุณพ่อคุณแม่ได้มาพูดคุยกัน”

กับแขกที่ไม่ได้เชิญ

พอล : ใช้การนัดเจอกันเป็นกลุ่มๆ ทานข้าวด้วยกันที่บ้าน คุยกัน 2- 3 ชั่วโมง

ฟอว์น : นัดเจอกันเป็นกลุ่มๆ ไม่ต้องมีของขวัญ เพราะถ้าโจทย์เราคืองานเล็กๆ การเชิญญาติ และเพื่อนสนิท งานก็จะไม่เล็กแล้ว

ตอบแขกอย่างไร

พอล : ตอบตามตรงว่าเป็นความตั้งใจของเราทั้งคู่ และบอกว่าไม่ได้เชิญใครเลย พร้อมกับให้เหตุผลว่าเราอยากใช้เวลากับแต่ละคนให้คุ้มค่ามากที่สุด ซึ่งงานแต่งขนาดใหญ่จะไม่ตอบโจทย์ตรงนี้

ฟอว์น : บอกตามความตั้งใจจริงเลยค่ะ ว่าอยากใช้เวลาร่วมกันจริงๆ ซึ่งในแต่ละกลุ่มก็จะมีโจทย์ต่างกัน และอยากใช้เวลาร่วมกันจริงๆ

เนี่ยละค่ะ เคล็ดลับการจัดงานแต่งขนาดเล็กให้สำเร็จของคนทั้งคู่ ก็คือการจัดงานตามโจทย์ ที่มีอยู่ว่า “อยากจะใช้เวลากับคนสนิทอย่างทั่วถึง” ซึ่งการจัดงานขนาดใหญ่ไม่สามารถทำได้ ส่วนเพื่อนสนิท ผู้ใหญ่ที่เคารพที่ไม่ได้เชิญมาในงานแต่งก็ชวนมาทานข้าวด้วยกันภายหลัง เป็นการฉลองอย่างอบอุ่นและเหมาะสมที่สุดกับแต่ละกลุ่มคน

สุดท้ายนี้พี่พอล ภัทรพล ก็ฝากข้อคิดเรื่องการจัดงานแต่งมาฝากผู้อ่าน ซึ่งบอกเลยว่าเนี่ยละจริงที่สุด “จริงๆ แล้ว งานใหญ่งานเล็ก คนมากน้อย ก็ไม่มีผิดไม่มีถูก อยู่ที่โจทย์ของคนทั้งคู่ และเน้นทำอะไรที่มีความสุขไม่เบียดเบียนตัวเองและคนอื่น เท่านั้นก็พอแล้วครับ”

ภาพ IG : fawnfelisha, paulpattarapon

อ่านบทความเพิ่มเติม

จัดงานแต่งเล็กๆ แบบ Small Wedding ช่วงโควิด-19 ยังไงให้โมเม้นต์ดีๆ ยังมีอยู่

5 เทคนิคขั้นเทพ! จัดงานแต่งให้ดูแพงในงบจำกัดได้เองแบบไม่ยาก

7 ธีมสี ไอเดียงานแต่งที่ช่วยเสกให้งานแต่งออกมาเก๋เวอร์

เนเน่-พรนับพัน ติด Top5 ค้นหาเกิร์ลกรุ๊ปแห่งชาติ ด้วยผลโหวต 24 ล้านคะแนน

สมกับความพยายามกดโหวตของเหล่าแฟนคลับจริงๆ เพราะล่าสุดสาวไทยหน้าใส เนเน่-พรนับพัน พรเพ็ญพิพัฒน์ ได้ผ่านเข้ารอบ 15 คนสุดท้ายของการประกวดค้นหาเกิร์ลกรุ๊ปแห่งชาติแห่งชาติ  CHUANG 2020 ด้วยคะแนนโหวตจากผู้ชมที่มากถึง 24 ล้านคะแนน

เนเน่-พรนับพัน

ในสัปดาห์ที่ผ่านมา CHUANG 2020 (ช่วง สองศูนย์สองศูนย์) ประกาศผลคะแนนโหวต 15 เด็กฝึกที่ได้ผ่านเข้าสู่รอบสุดท้าย โดย เนเน่ – พรนับพัน พรเพ็ญพิพัฒน์ สาวไทยหนึ่งเดียวในรายการยังคงได้รับกำลังใจจากแฟนๆ อย่างล้นหลามจนสามารถผ่านเข้าสู่รอบตัดสินโดยติดอันดับ 1 ใน 7 เด็กฝึกที่ได้รับคะแนนโหวตสูงสุด นอกจากนี้ เนเน่ยังเป็นเด็กฝึกที่มีจำนวนการรับชมคลิป FOCUS CAM การแสดงต่อหน้าผู้ชมในห้องส่งครั้งที่ 3 ในช่องยูทูบทางการของรายการสูงที่สุดอีกด้วย (รับชมคลิปได้ที่ [Focus Cam] Nene – Lost in ME )

สำหรับอันดับคะแนนโหวตเด็กฝึกสูงสุด 7 อันดับแรก (อัพเดท ณ วันที่ 22 มิถุนายน เวลา 23.00 น.) ประกอบด้วย อันดับที่ 1 จ้าวเยว่ (Zhao Yue) 37,257,696 คะแนน อันดับที่ 2 เคอร์ลี่ เกา (Curley Gao) 34,936,958 คะแนน อันดับที่ 3 หวังอี้จิ่น (Wang Yijin) 33,643,631 คะแนน อันดับที่ 4 เฉินจั๋วเสวียน (Chen ZhuoXuan) 28,442,449 คะแนน อันดับที่ 5 เนเน่ หรือเจิ้งหน่ายซิน (Zheng Naixin) 24,011,554 คะแนน อันดับที่ 6 สวี่อี้หยาง (Xu Yiyang) 22,659,280 คะแนน และอันดับที่ 7 หลิวเซียหนิง (Liu Xiening) 22,389,409 คะแนน รับชมคลิปไฮไลท์บรรยากาศการประกาศผลได้ที่ ความในใจของเนเน่หลังได้ผ่านเข้าสู่รอบสุดท้าย

เนเน่-พรนับพัน

ทั้งนี้การทดสอบในรอบตัดสินนี้ ทางรายการได้แบ่งเด็กฝึกออกเป็น 2 ทีม เพื่อขึ้นแสดงเป็นครั้งสุดท้ายบนเวที CHUANG 2020 ในสองเพลงที่มีชื่อว่า “It’s a Bomb” ที่จะมีเด็กฝึกทั้งหมด 8 คนเป็นผู้แสดง และ “Phoenix” ที่จะมีเด็กฝึกทั้งหมด 7 คนเป็นผู้แสดง โดยเด็กฝึกทุกคนสามารถเลือกเพลงที่ชอบได้ด้วยตนเองตามอันดับโหวตที่ได้รับ ซึ่งเนเน่ได้เลือกเป็นหนึ่งสมาชิกของทีม It’s a Bomb และในวันเสาร์ที่ 4 กรกฎาคมที่จะถึงนี้ รายการ CHUANG 2020 จะจัดการแสดงครั้งสุดท้ายและประกาศผลผู้ชนะ 7 คน ในรูปแบบรายการสด ซึ่ง WeTV ประเทศไทยเตรียมเอาใจแฟนๆ ชาวไทยด้วยการนำเสนอการออกอากาศในรูปแบบ “สดซ้อนสด” ซึ่งเป็นครั้งแรกของวงการวิดีโอสตรีมมิ่งในเมืองไทยที่จะมีทีมผู้บรรยายภาษาไทยขณะรับชมรายการสดจากประเทศจีน อีกทั้งยังเพิ่มความฟินด้วยการมีผู้ดำเนินรายการอย่าง “ก๊อตจิ” ทัชชกร บุญลัภยานันท์ พิธีกรจากรายการเทยเที่ยวไทย และยังมี “ตุลย์” ภากร ธนศรีวนิชชัย และ “แม็กซ์” ณัฐพล ดิลกนวฤทธิ์ สองหนุ่มคู่จิ้นสุดฮอตจากซีรีส์วายที่โด่งดังไปทั่วประเทศอย่าง “Bad Romance The Series” และ “Together With Me the Next Chapter” และกำลังจะมีผลงานล่าสุดทาง WeTV ORIGINAL เรื่อง “พฤติการณ์ที่ตาย (Manner of Death)” ในเดือนพฤศจิกายนนี้ มาเป็นแขกรับเชิญร่วมพูดคุยสร้างสีสันให้แฟนๆ ทางบ้านระหว่างรับชมรายการ โดยรายการนี้จะออกอากาศพร้อมกับประเทศจีนผ่านทางแอปพลิเคชัน WeTV เท่านั้น ตั้งแต่เวลา 18.30 – 22.30 น.

เนเน่-พรนับพัน

อย่างไรก็ตามแฟนๆ สามารถร่วมส่งแรงเชียร์ในช่วงโค้งสุดท้ายและติดตามอัพเดทอันดับผลโหวตของเด็กฝึกรอบตัดสินแบบรายวันตลอดทั้งสัปดาห์ผ่านช่องทาง “โหวตเด็กฝึกที่คุณชื่นชอบ” ในแอปพลิเคชัน WeTV ได้เลย โดยเริ่มเปิดโหวตรอบสุดท้ายตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่ 4 กรกฎาคม 2563 บัญชีผู้ใช้งาน 1 บัญชี สามารถโหวตให้กับเด็กฝึกได้ 1 คนต่อวัน โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ และทุก 1 โหวตจะมีค่า 7 คะแนน สำหรับสมาชิก WeTV VIP จะได้เพิ่มคะแนนให้กับสิทธิ์การโหวตเป็น 2 เท่า (x2) และทุกคะแนนโหวตของแฟนชาวไทยผ่านแอปพลิเคชัน WeTV จะถูกนำไปรวมกับคะแนนโหวตในประเทศจีน สามารถติดตามข่าวสารจากทางรายการ และกติกาการโหวตได้ในทุกช่องทางโซเชียลมีเดียของ WeTV Thailand


ภาพจาก : nenefanthailand หรือ สามารถแจ้งเพิ่มเติมได้ทางอินบ็อก

สามารถติดตามอ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติมได้ที่นี่

น่ารักไม่แพ้ชาติใดในโลก เนเน่ พรนับพัน สาวไทยในรายการ CHUANG 2020

ฝันให้ไกลไปให้ถึง “มีมี่ เทา” ไม่สนคำคน พกฝันสู่รันเวย์ระดับโลก

เวลาที่เราบอกความฝันของเราให้ใครฟัง แล้วเขาบอกว่า อย่าเลย ไม่มีทางเป็นไปได้ แถมยังซ้ำเติมอีก ถ้าเป็นคุณจะทำอย่างไร สำหรับ “มีมี่ เทา” หรือ “พชรณัฏฐ โนบรรเทา” เธอทิ้งคำร้ายๆ พวกนั้นไว้ข้างหลัว แล้วก้าวเดินตามฝันต่อไปด้วยความตั้งใจ จนพาตัวเองมาเดินอยู่ บนรันเวย์แฟชั่นระดับโลกได้อย่างภาคภูมิ ซึ่งพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า คำพูดร้ายๆ เหล่านั้นทำอะไรเธอไม่ได้!

มีมี่ เทา

ค้นพบตัวเอง

หากย้อนไปถึงชีวิตวัยเด็กของ มีมี่ เทา น่าจะทำให้หลายคนตกใจพอสมควร เมื่อรู้ว่าเธอเคยบวชเป็นเณรนานถึง 6 ปี

มีมี่เกิดและเรียนที่จังหวัดขอนแก่นค่ะ ตอนนั้นเราไม่แน่ใจในตัวเอง เท่าไหร่ว่าเราอยากเป็นอะไร แต่ด้วยความเป็นเด็ก ก็พยายามจะบอกตัวเองตลอด ว่าฉันไม่ได้เป็นตุ๊ด แต่ก็สับสนอยู่นะ คือเรายังไม่เข้าใจตัวเองชัดเจนพอ

ซึ่งเพื่อนๆในโรงเรียนก็ล้อว่าอีตุ๊ด อีกะเทย แต่ความที่เด็กจึงไม่ได้คิดอะไร รู้สึกว่าไม่ใช่เรื่องร้ายแรง และสังคมไทยส่วนใหญ่จะเป็นการบูลลี่ในเรื่องของคำพูดยังไม่รุนแรงไปถึงการกลั่นแกล้งมากมาย

พอเรียนจบป.6 มีมี่ตัดสินใจไปเข้าเรียนที่มหาวชิราลงกรณราชวิทยาลัย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นโรงเรียนพระปริยัติธรรมที่ผู้เข้าเรียนทุกคนต้องผ่านการบวชมาก่อน ซึ่งมีมี่เคยบวชเณรในภาคฤดูร้อนมาแล้ว จึงตัดสินใจไป ซึ่งอีกเหตุผลก็คือเพื่อช่วยแบ่งเบาค่าใช้จ่ายของที่บ้านด้วย

การบวชทำให้เราได้ฝึกสมาธิ ฝึกจิต ทำให้เข้าใจตัวเองมากขึ้น จนช่วง อายุประมาณ 15 รู้สึกว่าชัดเจนแล้ว รู้ว่าตัวเองต้องการอะไร  จากเดิมที่พยายาม ปฏิเสธตัวเองมาตลอด มี่จึงตัดสินใจกลับไปบอกคุณแม่ แต่ท่านบอกว่า ‘ถ้าเป็น แบบนี้ก็ไม่ต้องมาเรียกฉันว่าแม่  เธอไม่ใช่ลูกฉัน’

ซึ่งมี่ก็ยืนยันว่า ‘หนูเลือกแล้ว และถึงจะเป็นแบบนี้ หนูก็จะเป็นคนดีนะ’ ฟังแล้วคุณแม่ร้องไห้ ซึ่งนั่นคือ สิ่งที่ทำให้มี่รู้สึกเสียใจมาก  ไม่ใช่เพราะเสียใจที่เราเป็นแบบนั้นนะคะ แต่เสียใจ ที่ทำให้ท่านเสียน้ำตา

แต่เมื่อเวลาผ่านไปคุณแม่ก็ค่อยๆ เข้าใจและยอมรับได้ในที่สุด ซึ่งมี่เคยถามท่านว่าทำไมตอนนั้นถึงพูดแบบนั้น ท่านบอกว่า เพราะกลัวว่าถ้าลูกเป็นตุ๊ด เป็นกะเทย สังคมจะไม่ยอมรับ โดนกลั่นแกล้ง หางานทำยาก ไม่มีครอบครัว และไม่มีใครรักจริง จะใช้ชีวิตลำบาก ซึ่งมี่เข้าใจว่าเป็นมุมมองของผู้ใหญ่ที่เป็นห่วง เพราะในหลายๆ อาชีพอย่างข้าราชการ ครู ก็ยังไม่เปิดรับสาวประเภทสองมากนัก

เดินตามฝัน…ไม่สนคำใคร

มีมี่ เทา

เมื่อชัดเจนแล้วว่าตัวเองต้องการอะไร เธอจึงออกเดินทางทำตามฝันพร้อมด้วยพลังใจเต็มร้อย

พอบวชเรียนจบ 6 ปี มี่เลือกทางเดินให้ตัวเองด้วยการไปหางานทำที่พัทยาค่ะ เพราะตอนนั้นเราคิดว่าพัทยาจะมีงานที่เหมาะกับเรา อย่างนักแสดงหรือนางโชว์ในคาบาเรต์ ซึ่งแน่นอนว่าต้องเจอกับคำดูถูกมากมายค่ะ เพราะตอนนั้นหัวโล้น ที่หนักหน่อยก็พูดว่า  ‘บวชหรือติดคุกมากันแน่ถึงต้องโกนหัว’ หรืออย่างเบาก็ ‘ผมก็ยังไม่มี มาทำอะไรที่นี่’

ตอนนั้นดาวน์มากๆค่ะ จากที่เคยสุขสงบตอนบวช แต่พอออกมาปุ๊บ แล้วไปพัทยาเลย บอกตรงๆ ว่าค่อนข้างโหดร้ายกว่าที่คิดไว้มากใช้ชีวิตแบบปากกัดตีนถีบ เจอคำพูดดูถูกสารพัด แต่หลังจากทำงานที่พัทยาได้ 2 เดือน มี่เริ่มชัดเจนว่า อยากเป็นนางแบบ ชอบด้านนี้ จึงตัดสินใจมาหางานทำที่กรุงเทพฯ ไม่ว่าจะเป็นยืนแจกใบปลิวตามห้าง เป็นลูกมือตัดเย็บเสื้อผ้า เพื่อหาเงินไปเรียนเดินแบบและเดินสายแคสติ้ง

ช่วงนั้นถือว่าโดนบูลลี่หนักที่สุด ซึ่งต้องยอมรับว่าในสังคมไทย การที่เราเป็นกะเทยมักโดนเลือกปฏิบัติอยู่แล้ว แล้วยิ่งเป็นกะเทยที่ฝันเพ้อเจ้ออยากเป็นนางแบบอีกยิ่งเป็นเรื่องไกลตัวที่คนรอบตัวมองว่าไม่มีทางเป็นไปได้แน่นอน

ที่เจอบ่อยๆก็คือคำพูดเรื่องรูปร่างหน้าตา อย่างหน้าโหนก มีกราม แบบนี้เป็นนางแบบไม่ได้หรอก เพราะความที่มี่ไม่ได้มีรูปร่างหน้าตาหรือรูปลักษณ์ที่ใช้คำว่าสวยได้ในไทย มี่เคยเจอบางคนถึงกับบอกว่า หน้าตาแบบนี้เป็นกะเทยแล้วยังกล้ามาแคสต์งานอีกเหรอ หรือบางที่ที่ไปแคสต์งาน เขายังไม่ทันดูเราเดินแบบเลยนะคะ ก็ให้กลับทันที หรือถามว่าน้องมาทำอะไร แม้กระทั่งใบสมัครก็ยังไม่ให้เขียน และคำพูดหนึ่งที่ทำให้รู้สึกมากๆ ก็คือ ‘ไม่เอากะเทยเดินแบบหรอก เพราะแบรนด์เขาจะดูไม่ดี เสียภาพลักษณ์’

หรือการเลือกปฏิบัติที่เคยเจอและเสียใจมากคือ ถูกปฏิเสธไม่ให้เข้างานแบบใช้คำพูดที่ไม่ดีด้วย จนเรารู้สึกว่าต้องทำกันถึงขนาดนี้เลยเหรอ ซึ่งมี่คิดว่าถ้าสังคมยังเลือกปฏิบัติเหมือนกับเราเป็นประชาชนชั้นรอง ต่อให้เหล่าทรานส์เจนเดอร์ เปลี่ยนคำนำหน้าเป็นนางสาวหรือนายก็ไม่มีความหมาย

เรียกว่ามี่เจอมาหมดแล้วทุกคำพูดร้ายๆ ถามว่าตอนนั้น เหนื่อยไหม เหนื่อยค่ะ แต่ไม่ท้อ! คงเพราะมี่ชัดเจนในตัวเอง และถ้าอยากทำอะไรก็จะทำให้ได้ บวกกับที่เคยบวชเรียนมา ทำให้ไม่เก็บคำพูดที่ไม่ดีมาไว้กับตัว แน่นอนว่าตอนที่ได้ยิน เรารู้สึกเจ็บ รู้สึกเสียใจ  แต่ก็จะไม่เก็บมาทำให้ตัวเองทุกข์ ซึ่งมี่จะ บอกตัวเองตลอดว่า วันนี้ยังไม่ได้งานไม่เป็นไร พรุ่งนี้สู้ใหม่นะ (ยิ้ม)  มี่เชื่อว่ามันต้องมีที่สำหรับเรา ที่ที่ต้องการลุคแบบเรา เพราะมี่เชื่อว่าคำว่าสวยของแต่ละประเทศนิยามไม่เหมือนกัน บ้านเราอาจชอบความขาว มีความเป็นฝรั่ง แต่ก็ต้องมีบางที่ที่เขาชอบหน้าตาแบบเอเชีย ผิวแทน มี่ให้กำลังใจตัวเองแบบนี้ตลอด”

สู้เพื่อรันเวย์ระดับโลก

ด้วยความตั้งใจและไม่ยอมแพ้  ในที่สุดเธอก็สามารถทำฝันที่อยากเป็นนางแบบได้สำเร็จ

พอเก็บเงินได้พอสมควร (ปี2017) มี่ตัดสินใจบินไปนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งเหมือนเป็นการเปิดโลกเลยแหละ เพราะมีทั้งความยาก ความเหนื่อย จริงอยู่ว่าตอนหางานที่ไทยเราก็สู้เต็มร้อยนะ แต่พอไปเมืองนอกต้องสู้มากกว่านั้นอีกค่ะ แต่สิ่งที่ไม่เหมือนกันคือ อย่างเมืองไทยเวลาเปิดแคสต์งาน ทางโมเดลลิ่งจะแจ้งลูกค้าก่อนว่ามีนางแบบทรานส์นะคะ (Transgender บุคคลข้ามเพศ) ให้ไปแคสต์ไหม ซึ่งส่วนใหญ่จะถูกปฏิเสธ แต่ที่นิวยอร์กเขาไม่แบ่งเพศ จะให้ลูกค้าเลือกเองว่าชอบเราหรือเปล่า อาจเพราะเขามีกฎหมายบังคับว่า ถ้าเลือกปฏิบัติกับเพศที่สามอาจโดนฟ้องเรียกค่าเสียหาย

และเมื่อมาที่นี่ พวกคำร้ายๆที่เราเคยเจอ เช่น หน้าโหนก หน้าอีสาน กรามใหญ่จัง อะไรพวกนี้ ฝรั่งกลับชอบ เขาบอกว่า I love your cheekbone, I love your jawline. หรือเพื่อนนางแบบฝรั่งบางคนก็มาถามมี่ว่า เธอไปทำหน้าที่ไหนมา บอกฉันหน่อย ฉันอยากทำบ้าง  ตรงนี้ทำให้เรามีความพิเศษและ แตกต่างกว่าคนอื่น ซึ่งถ้าก่อนหน้านี้ตอนแคสต์งานที่ไทยเคยมีคนบอกให้มี่ไปทำ ศัลยกรรมตัดโหนก เหลากราม แต่เราชอบที่หน้าตัวเองเป็นแบบนี้ ซึ่งถ้าตอนนั้น ตัดสินใจทำก็อาจจะไม่ได้เป็นนางแบบอย่างทุกวันนี้ค่ะ (ยิ้ม)

แต่ถามว่ายังมีการเลือกปฏิบัติอยู่ไหม มีอยู่แล้วค่ะ ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องความชอบหรือความนิยมส่วนตัว เช่น ถ้าดีไซเนอร์เป็นชาวเอเชีย โอกาสที่หน้าตาแบบมี่หรือหน้าแบบเอเชียจะไม่ได้งานมีสูงมาก อย่างงานหนึ่งพอไปแคสต์ เขามองมี่ตั้งแต่หัวจรดเท้าแล้วบอกว่าแคสติ้งปิดแล้วค่ะ แล้วสักพักก็มีนางแบบฝรั่งเดินเข้าไปต่อจากเรา ซึ่งมี่ก็เข้าใจนะ โอเค…ไม่เป็นไร

ช่วงแรกที่มานิวยอร์ก มี่วิ่งถือแฟ้มงานเดินสายแคสต์งานเยอะ 5- 6 งาน ต่อวัน เพราะเป็นช่วงก่อนจะมีงานแฟชั่นวีคพอดี (New York Fashion Week 2018) ยังจำได้แม่นเลยค่ะ ตอนที่ดีไซเนอร์จากแบรนด์โทร.มาบอกว่า ‘ฉันเห็นเธอ เดินแล้วชอบมาก พอเห็นในประวัติว่าเป็นทรานส์เจนเดอร์ ฉันตกใจนิดหน่อย แต่ โอเคนะ เพราะฉันชอบลุคเธอจริงๆ’ ความรู้สึกตอนนั้นทั้งตื่นเต้น ดีใจจนพูด ไม่ออก เหมือนว่าความฝันของเราเป็นจริงแล้ว (ยิ้ม)

จากนั้นก็ได้โอกาสในการทำงานเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนตอนนี้ผ่านมาน่าจะกว่า 100 เวทีแล้วค่ะ (ยิ้ม) และล่าสุดได้รับเลือกเป็นหนึ่งในนางแบบในรายการ Project Runway ปีที่ 17 ซึ่งเป็นรายการเรียลิตี้โชว์ที่ให้ดีไซเนอร์ออกแบบชุดตามโจทย์ต่างๆ ในแต่ละสัปดาห์ ซึ่งมี่เคยสมัครไปแล้วเมื่อปีก่อนๆ แต่ไม่ได้ จนครั้งนี้เขาคงเห็นความตั้งใจ ได้รับเลือกเป็นนางแบบทรานส์คนแรกของรายการ และที่ดีใจมากๆ คือ ได้รับคำชมจาก นีน่า กราเซีย (Nina Garcìa) ผู้ก่อตั้งรายการนี้ และเป็นบรรณาธิการนิตยสาร Elle  ซึ่งปกติจะไม่ค่อยเอ่ยปากชมใคร แต่เขาบอกมีมี่ว่า เธอเดินสวยนะ (ยิ้ม) ซึ่งทำให้เรามีกำลังใจมากๆ และมั่นใจว่าเรามาถูกทางแล้วจริงๆ

อีกหนึ่งงานที่มี่ภูมิใจและประทับใจมากก็คือ ได้เป็นส่วนหนึ่งของการ ถ่ายแคมเปญน้ำหอมของ คริสเตียน ซีรีอาโน (Christian Siriano) ที่มีคอนเซ็ปต์ ว่า People Are People ซึ่งเป็นสิ่งที่เรายืนหยัดมาตลอด แคมเปญนี้เขาได้ เลือกนางแบบทั้งทรานส์ ทอม  เกย์ จนถึงมุสลิมที่มีผ้าโพกหัว นำเสนอความแตกต่างของผู้คน ซึ่งมี่เป็นนางแบบเอเชียคนเดียวที่ได้รับเลือกในแคมเปญนี้ จึงถือเป็นอีกงานที่ภูมิใจมากๆค่ะ

จนถึงวันนี้ มี่ขอบคุณตัวเองที่ต่อสู้กับคำร้าย ๆ หรือคำดูถูกมาได้… สมมติว่ามีนางแบบ 2 คนไปแคสติ้งแล้วไม่ได้งานทั้งคู่ แต่คนแรกรู้สึกท้อมากว่า ทำไมไม่ได้ แล้วโทษทุกอย่าง ทั้งโทษตัวเอง โทษดีไซเนอร์ที่ตาไม่ถึง เก็บไปเครียดเป็นเดือนๆ แต่อีกคนมองว่างานนี้ไม่ได้ก็ไม่เป็นไร พยายามฝึกฝนต่อไป ใครว่าอะไรก็นำมาปรับปรุง แล้วลุกขึ้นสู้ใหม่ในวันต่อๆไป ซึ่งความคิดแบบหลัง นี่แหละค่ะ  ที่พามี่มาถึงฝันในทุกวันนี้


ที่มา : นิตยสารแพรว ฉบับ 959

ภาพ : mimi_tao

ดีแทคใจดี ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายซื้อยา ให้คนไทยเข้าถึงร้านขายยาที่มีเภสัชกรได้ทั่วถึง พร้อมเปิดรับสมัครร้านขายยาเข้าร่วมแคมเปญทั่วประเทศ

บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค จัดแคมเปญ ‘ใจดีช่วยค่ายา’ ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายเรื่องซื้อยารักษาโรค ในยามที่เกิดเจ็บป่วย ให้เข้าถึงร้านยาคุณภาพที่มีใบอนุญาต และมีเภสัชกรประจำตลอดเวลาเปิดร้าน ได้ทั่วถึงทุกที่ในประเทศไทย โดยแคมเปญนี้ สำหรับลูกค้าดีแทคทั้งระบบเติมเงิน และรายเดือน สามารถซื้อคูปองช่วยจ่ายค่ายาในราคา 89 บาทและ 150 บาท สามารถนำไปซื้อยาที่ร้านขายยาที่ร่วมโครงการ ได้ในมูลค่าสูงสุด 300 บาท  เพียงแค่โชว์ข้อความ SMS จากโทรศัพท์มือถือที่ร้านขายยา ก็รับยากลับบ้านได้เลย เริ่มตั้งแต่วันนี้ – 31 ธันวาคม 2563 ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.dtac.co.th/s/Evoucher

พร้อมกันนี้ดีแทคยังเปิดรับสมัครร้านขายยาที่สนใจเข้าร่วมโครงการสร้างเครือข่ายร้านขายยาคุณภาพ ที่มีเภสัชกรให้คำปรึกษา โดยมีเป้าหมายให้ครอบคลุม 1 ตำบล 1 ร้านยา ให้ลูกค้าได้ไปใช้บริการได้ทั่วถึงใกล้บ้านทั่วประเทศ ร้านขายยาที่สนใจ สามารถติดต่อร่วมรายการ ใจดี ช่วยค่ายาได้ที่ http://bit.ly/arincare โทร. 064-226-6888

นายฮาว ริ เร็น รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มการตลาด บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค กล่าวว่า “ดีแทคพยายามทำความเข้าใจและเข้าถึงโจทย์ในการดำเนินชีวิตของผู้ใช้บริการดีแทค โดยค้นหาว่า ดีแทคสามารถเข้าไปมีบทบาทในการช่วยเหลือหรือสนับสนุนการดำเนินชีวิตประจำวันของลูกค้านอกเหนือไปจากการให้ connectivity ที่ดีที่สุดได้อย่างไร ‘ยารักษาโรค’ คือปัจจัยสี่ในการดำรงชีวิต ที่เราพบว่าผู้ใช้บริการดีแทคในระบบเติมเงินส่วนใหญ่จะเป็นลูกจ้างรายวัน หรือคนทำงานที่ใช้แรงงาน มีปัญหาเศรษฐกิจขาดรายได้ จากการตกงาน หรือรายได้ลดลง ในขณะที่ยังมีภาระค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน รวมไปถึงค่าใช้จ่ายในการรักษาสุขภาพ ซึ่งในช่วงเดือน ก.พ.-เม.ย. ที่มีการระบาดของโควิด-19 ผลสำรวจพบว่าประชาชนมากกว่า 60% ไปที่ร้านยาเพื่อขอคำแนะนำและอัพเดทข่าวสารเกี่ยวกับการป้องกันตัวเอง

ใจดีช่วยค่ายา ลดภาระค่าใช้จ่ายสำหรับการซื้อยารักษาโรค

ดีแทคช่วยลูกค้าเข้าถึงร้านขายยาคุณภาพ ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการซื้อยารักษาโรคที่ร้านขายยาที่ร่วมรายการ เพียงแค่โชว์ SMS ที่ร้านขายยา ก็รับยากลับบ้านได้เลย โดยนำคูปองช่วยจ่ายค่ายาจากบริษัท ซันเดย์ อินส์ จำกัด ไปซื้อยา ณ ร้านขายยาที่ได้รับอนุญาตอย่างถูกต้องโดยเภสัชกร ภายในเครือข่ายร้านขายยาของอรินแคร์ทั่วประเทศ

  • ลูกค้าดีแทคเติมเงิน ซื้อคูปอง 89 บาท (ไม่รวม VAT) สามารถซื้อยามูลค่าสูงสุด 200 บาท กด *496*51# กดโทรออก หรือ ซื้อคูปอง 150 บาท (ไม่รวม VAT) สามารถซื้อยามูลค่าสูงสุด 300 บาท กด *496*52# กดโทรออก ซื้อได้ไม่เกิน 4 ครั้งต่อเดือน
  • ลูกค้าดีแทครายเดือน  ซื้อคูปอง 150 บาท (ไม่รวม VAT) สามารถซื้อยามูลค่าสูงสุด 300 บาท กด *496*52# กดโทรออก ซื้อได้ไม่เกิน 4 ครั้งต่อเดือน
  • รับรหัสคูปองรับสิทธิ (E-Voucher code) ผ่านทาง SMS โดยรหัสมีอายุ 7 วันนับจากวันที่ได้รับ สามารถใช้ได้เพียง 1 ครั้งต่อ 1 ใบเสร็จสำหรับการจ่ายยาเพียง 1 โรค/อาการ และไม่สามารถแลกเปลี่ยน หรือ ทอนเป็นเงินสดได้
  • ดูรายละเอียดร้านยาที่ร่วมรายการได้ที่ www.dtac.co.th/s/Evoucher

“แคมเปญ ‘ดีแทค ใจดีช่วยค่ายา’ ดีแทคได้ร่วมกับ พันธมิตร บริษัท ซันเดย์ อินส์ จำกัด และอรินแคร์ (Arincare) แพลตฟอร์มสำหรับเภสัชกรและร้านขายยา ที่ช่วยให้ร้านขายยาทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยพัฒนาการดูแลคนไข้ให้ดีขึ้น ในช่วงของการเปิดตัวแคมเปญนี้ มีร้านขายยาที่ได้รับใบอนุญาตร่วมโครงการกับดีแทคแล้ว ในทุกจังหวัด จำนวนกว่า 400 ร้านทั่วประเทศ นอกจากนี้ดีแทคยังตั้งเป้าที่จะเพิ่มร้านยาให้ครอบคลุมทุกอำเภอภายในปีนี้ และมุ่งมั่นขยายไป 1 ตำบล 1 ร้านยา เพื่อให้ลูกค้าดีแทคทุกคนสามารถเข้าถึงร้านยาได้อย่างทั่วถึงทุกพื้นที่ในประเทศไทย” นายฮาว ริ เร็น กล่าว

ซินดี้ กัว ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท ซันเดย์ อินส์ จำกัด กล่าวว่า“ความสามารถในการเข้าถึงระบบการดูแลสุขภาพที่ดี ในราคาที่ประหยัด และทันท่วงที ถือเป็นเรื่องที่มีความสำคัญและมีความท้าทายอย่างมากสำหรับเราทุกคน ในความร่วมมือกับดีแทคนี้ ซันเดย์มีความภาคภูมิใจที่ได้นำเสนอระบบบริการจัดจำหน่ายคูปองช่วยจ่ายค่ายา และการบริหารจัดการผลตอบแทนให้กับเครือข่ายร้านขายยาจากเภสัชกรมืออาชีพที่เข้าร่วมโครงการ เพื่อให้ลูกค้าของดีแทคซื้อยาได้อย่างสะดวกและรวดเร็วในราคาที่ประหยัดกว่า โดยซันเดย์เชื่อว่า เราจะเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือสังคม และทำให้ทุกคนได้เข้าถึงการบริการด้านสุขภาพอย่างทั่วถึง โดยเฉพาะกับสถานการณ์ในช่วงเวลานี้

ซันเดย์มีความมุ่งมั่นที่จะเป็นบริษัทอินชัวร์เทค (InsurTech) แห่งแรกในประเทศไทยที่สามารถให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลด้านการดูแลสุขภาพ และการประกันภัยได้อย่างครบวงจร เรารู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ดีแทคได้เลือกเราเป็นหนึ่งในพันธมิตรที่สำคัญในการปฏิวัติวงการการดูแลสุขภาพด้วยเทคโนโลยีในครั้งนี้ และเราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเราจะสามารถเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างความเปลี่ยนแปลงเพื่อให้คนไทยทุกคนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้”

นายธีระ กนกกาญจนรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้งอรินแคร์ กล่าวว่า “อรินแคร์ เป็นแพลตฟอร์มสำหรับเภสัชกรและร้านขายยา ในคอนเซป Digital Pharmacy Solution ที่รวมทั้งระบบขายหน้าร้าน หรือ POS (Point of sale) ที่จุดแคชเชียร์ชำระเงิน จนถึงระบบสต็อคสินค้า รายงาน และการทำ telepharmacy ความร่วมมือกับดีแทคครั้งนี้ จะเป็นการช่วยตรวจสอบการใช้คูปองของผู้ใช้บริการ และช่วยนำร้านขายยาเครือข่ายของอรินแคร์ เข้ามาร่วมรายการกับดีแทค ทั้งนี้ อรินแคร์มองเห็นว่าระบบสุขภาพของไทยในระดับชุมชนนั้นมีร้านขายยาและเภสัชกรชุมชนเป็นฐานราก ซึ่งมีอยู่มากกว่า 24,000 รายกระจายทั่วประเทศ ดูแลรักษาและจ่ายยาให้ประชาชนกว่า 2 ล้านคนต่อวัน นอกจากที่ อรินแคร์ช่วยให้ร้านขายยาทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ เพิ่มยอดขาย ดูแลคนไข้ได้ดีขึ้นแล้ว ความร่วมมือกับดีแทคในแคมเปญ ใจดีช่วยค่ายา จะช่วยเชื่อมต่อพันธมิตรร้านยาของอรินแคร์ เข้ามาเป็นเครือข่ายเดียวกันกับแคมเปญนี้ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและสุขภาวะที่ดีของประชาชนคนไทย ให้ได้รับยาและคำแนะนำจากเภสัชกร นอกจากนั้นยังสร้างโอกาสในการเพิ่มรายได้ให้ผู้ประกอบการร้านขายยาได้อีกทางหนึ่ง”

ออปโป้ ก้าวเข้าสู่ปีที่ 12 ตอบรับทุกการสนับสนุน พร้อมจัดเต็มโปรโมชั่นสุดคุ้มมากมาย

(กรุงเทพฯ – 29 มิถุนายน 2563) ออปโป้ ไทยแลนด์ จัดงาน “OPPO 12th Anniversary” ฉลองครบรอบ 12 ปี เผยโฉม OPPO Find X2 Pro Automobili Lamborghini Edition สมาร์ทโฟนแฟลกชิประดับพรีเมี่ยมที่ดีไซน์ร่วมกับแบรนด์ซูเปอร์คาร์ชั้นนำระดับโลก มุ่งเข้าสู่ตลาดไฮเอ็นด์ พร้อมเปิดตัวสีใหม่! กับ OPPO A92 Aurora Purple (สีม่วง), OPPO A31 4GB สีแดง Passion Red และมอบโปรโมชั่นสุดพิเศษกับ OPPO Find X2 5G, OPPO Reno3 Pro และสมาร์ทโฟนสุดคุ้ม OPPO A12 3GB ตบท้ายด้วยนวัตกรรม IoT (Internet of Things) ต้อนรับครึ่งปีหลังเพื่อเป็นการขอบคุณแฟนๆ ชาวไทยที่ให้การสนับสนุนออปโป้เป็นอย่างดีตลอด 12 ปี

ในโอกาสครบรอบ 12 ปีนี้ เพื่อเป็นการขอบคุณสื่อมวลชนและแฟนๆ ชาวไทยที่ให้การสนับสนุนมาเป็นอย่างดี OPPO จึงได้นำเสนอสมาร์ทโฟนดีไซน์แบบพิเศษ พร้อมด้วยนวัตกรรม IoT ให้ทุกคนได้สัมผัส และยกขบวนโปรโมชันแบบจัดเต็มในครึ่งปีหลังนี้

สร้างซูเปอร์คาร์ในรูปแบบสมาร์ทโฟน ที่มาพร้อมกับความเร็ว แรง และดีไซน์ระดับพรีเมี่ยม

OPPO Find X2 Pro Automobili Lamborghini Edition สมาร์ทโฟนแฟลกชิประดับพรีเมี่ยมที่ดีไซน์ร่วมกับแบรนด์ซูเปอร์คาร์ชั้นนำระดับโลก สะท้อนตัวตนสปอร์ตลักชัวรี่ด้วยดีไซน์ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากรุ่นระดับตำนานอย่าง Aventador SVJ Roadster ตัวเครื่องด้านหลังเป็นกระจกสีดำตัดกับสีเทาเข้ม ผสานลวดลายแอโรไดนามิกที่นุ่มนวล บนพื้นผิวคาร์บอนไฟเบอร์เพื่อจำลองแสงและเงาแบบ 3 มิติราวกับรถสปอร์ต พร้อมประทับตรา Lamborghini แบบนูนมีมิติทำให้ดูโดดเด่น อีกทั้งกรอบของเลนส์ในดีไซน์หกเหลี่ยมที่เป็นรูปแบบคลาสสิกของ Lamborghini ตกแต่งด้วยสีมอคค่าสีทองของ SVJ รุ่นเปิดประทุน ให้ได้สัมผัสถึงความหรูหราตั้งแต่การเปิดกล่อง Scissor-door design รูปแบบไฟหน้าแบบหกเหลี่ยม และลายแพทเทิร์นรูปตัว Y บนกล่อง ไปจนถึงเคสหนังโทนสีมอคค่าสีทองตัดกับสีดำ และแอคเซสเซอรี่มากมาย ทั้งสายชาร์จ เคสที่ชาร์จหูฟังไร้สาย ที่ชาร์จคาร์บอนไฟเบอร์สำหรับชาร์จในรถยนต์ ถูกออกแบบมาอย่างประณีตและหรูหราด้วยโลโก้ของ Lamborghini ไปจนถึง User Interface ทำให้ผู้ใช้ได้เข้าสู่โลกแห่งซูเปอร์คาร์ได้เพียงฝ่ามือ 

ข้อเสนอพิเศษจากสุดยอดสมาร์ทโฟนแฟลกชิป OPPO Find X2 5G 

สำหรับผู้ที่มองหาสุดยอดสมาร์ทโฟนระดับแฟลกชิปอย่าง OPPO Find X2 5G ที่รองรับเทคโนโลยี 5G เพื่อการเชื่อมต่อที่ไร้ขีดจำกัดด้วย Dual Mode กับชิปเซ็ตตัวท็อป Snapdragon 865 โดดเด่นด้วยนวัตกรรมหน้าจอที่ดีที่สุด 120Hz Ultra Vision Screen และสามารถแสดงสีสันได้มากถึงหนึ่งพันล้านสี มาพร้อมแบตเตอรี่ขนาดใหญ่และระบบชาร์จไวที่เร็วที่สุดและปลอดภัยที่สุดด้วย 65W SuperVOOC 2.0 และให้ภาพถ่ายสวยสมจริงและคมชัดด้วยกล้องหลัง 3 ตัว ความละเอียดสูงสุด 48 ล้านพิกเซล เป็นเจ้าของได้ในราคาสุดพิเศษที่ 29,990 บาท จากราคาปกติ 33,990 บาท 

พบกับราคาสุดคุ้มจาก OPPO Reno3 Pro สมาร์ทโฟนรุ่นแรกของโลกที่มาพร้อมกล้องหน้าคู่ความละเอียด 44MP

OPPO Reno3 Pro ทลายทุกข้อจำกัดในทุกสภาพแสง “ชัดเจนในทุกช็อต” ด้วยกล้องหน้าคู่ที่คมชัดมากที่สุดในโลกในขณะนี้ ความละเอียดถึง 44MP ให้ถ่ายเซลฟี่ได้อย่างคมชัดและสวยงามอย่างเป็นธรรมชาติสมกับเป็น “Selfie Expert” ด้วย Dual Lens Bokeh ช่วยให้พื้นหลังละลายได้อย่างมีมิติ พร้อมด้วย Ultra Night Selfie Mode เพื่อรูปเซลฟี่ที่สว่าง คมชัดในที่แสงน้อย จัดเต็มด้วยกล้องหลัง 4 ตัว คมชัดสูงสุดที่ 64MP มอบภาพที่สวยแปลกตาในทุกมิติ ทุกโหมดถ่ายภาพ เต็มเปี่ยมด้วยประสิทธิภาพการใช้งาน ทั้ง RAM 8GB, ROM 256GB และ เทคโนโลยีชาร์จไว 30W VOOC Flash Charge 4.0 โดย OPPO Reno3 Pro มาในราคาพิเศษ 15,990 บาท จากปกติ 18,990 บาท

OPPO A Series ขนขบวนความสนุกในสีสันใหม่ พร้อมโปรโมชั่นมาแรง ตอบโจทย์ทุกความบันเทิง 

สมาร์ทโฟนยอดขายอันดับ 1 จากออปโป้ที่มาพร้อมความคุ้มค่า มอบความบันเทิงครบจบในเครื่องเดียวอย่าง OPPO A92 ที่มาพร้อมสโลแกน “สเปคแรงสุด สนุกไม่ยั้ง” ล่าสุดมาในสีสันใหม่สะดุดตา ในสี Aurora Purple (สีม่วง) กับดีไซน์ที่คล้ายแสงดาวบนฝาหลังที่ได้รับการออกแบบมาอย่างโดดเด่น พร้อมด้วยระบบสแกนลายนิ้วมือด้านข้างเพื่อความสะดวกและรวดเร็วในการเปิด-ปิดหน้าจอและปลดล็อกโทรศัพท์ มอบความบันเทิงแบบเต็มตา คมชัด สีสมจริงด้วยหน้าจอ 1080P Neo-Display ขนาด 6.5” มาพร้อม AI 4 กล้องหลัง ความละเอียด 48MP ให้ดูหนัง ฟังเพลง เล่นโซเชี่ยลได้ทั้งวันด้วยแบตอึดจุใจที่ 5,000 mAh พร้อมชาร์จไว ด้วย 18W Fast Charge เล่นเกมได้เร็ว แรง ลื่นไหลไม่มีกระตุกด้วย RAM 8GB + ROM 128GB และขุมพลังจาก Qualcomm Snapdragon 665 สุดคุ้มด้วยสเปคแรงสุด สนุกไม่ยั้ง จาก OPPO A92 Aurora Purple (สีม่วง) ในราคา 8,999 บาท โดยจะเริ่มวางจำหน่ายในวันที่ 10 กรกฎาคม 2563

ควงคู่มากับ OPPO A31 4GB สีใหม่ สีแดง Passion Red โดดเด่นด้วย RAM 4GB ROM 128GB ให้ดาวน์โหลดแอพพลิเคชันต่างๆ ได้ไม่อั้น ทั้งยังมี AI 3 กล้องหลัง ความละเอียดสูงสุด 12MP ถ่ายภาพในโหมดต่างๆ ได้อย่างสวยงามและเป็นธรรมชาติ ทั้งถ่ายภาพ Portrait และถ่ายภาพในระยะที่ใกล้ถึง 4 เซนติเมตรด้วย เลนส์ Macro พร้อมหน้าจอแสดงผลขนาดใหญ่ 6.5 นิ้ว เพิ่มอรรถรสในการใช้งาน และให้สนุกไปกับการตัดต่อวิดีโอได้ง่ายๆ ด้วยแอพ SOLOOP พร้อมแชร์ลงโซเชียลได้ทันที OPPO A31 มาพร้อมกับดีไซน์ที่มีน้ำหนักเบาและฝาหลังแบบ 3D ทั้ง สีแดง Passion Red, สีขาว Fantasy White และสีดำ Mystery Black ราคา 5,499 บาท โดยสีแดง Passion Red จะมีเฉพาะ OPPO A31 RAM 4GB + ROM 128GB โดยสีใหม่จะเริ่มวางจำหน่ายในวันที่ 6 กรกฎาคม 2563 

ในด้านของน้องเล็กสุดคุ้มอย่าง OPPO A12 3GB ที่ตอบโจทย์การใช้งานรอบด้าน ครบทุกฟังก์ชั่นการใช้งาน มาพร้อม AI กล้องหลังคู่ ความละเอียดสูงสุด 13MP และกล้องหน้า 5MP ให้เซลฟี่ได้สวยด้วย AI Beauty 2.0 และมอบประสิทธิภาพการใช้งานได้ลื่นไหลยิ่งขึ้นด้วย CPU 2.3GHz พร้อม RAM 3GB, ROM 32GB และแบตเตอรี่ขนาด 4,230 mAh  OPPO A12 3GB
จัดจำหน่ายในราคาพิเศษเพียง 3,999 บาท จากปกติ 4,599 บาท และ OPPO A12 RAM 4GB ราคา 4,599 โดยจะวางจำหน่ายทุกช่องทาง

เป็นมากกว่าผู้ผลิตสมาร์ทโฟน พร้อมมอบประสบการณ์ 5G แห่งอนาคตด้วยนวัตกรรม IoT จาก OPPO

หนึ่งในความมุ่งหมายของ OPPO ในการ “มอบประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมสู่ผู้บริโภค ผ่านนวัตกรรมที่มีคุณภาพสูง” โดยแนะนำนวัตกรรม IoT ที่มาในราคาสุดพิเศษ อาทิ  

    • OPPO Enco Free True Wireless Headphones หูฟังไร้สายที่ออกแบบมาเพื่อคู่กับสมาร์ทโฟน ดีไซน์สวย ขนาดกะทัดรัดน้ำหนักเบา กันน้ำที่มาตรฐาน IPX4 และสามารถตัดเสียงรบกวนภายนอกระหว่างการโทรด้วย AI อัจฉริยะ ฟังเพลงอย่างต่อเนื่องนานถึง 5 ชั่วโมงต่อการชาร์จเพียง 1 ครั้ง มาในราคาเพียง 2,999 บาท จากปกติ 3,999 บาท

 

  • OPPO Enco Q1 หูฟังไร้สายคล้องคอดีไซน์สวยสำหรับสายสปอร์ตแอคทีฟ มาพร้อมเทคโนโลยีตัดเสียงรบกวนคุณภาพสูง ให้หยุดทุกเสียงรบกวนเพียงปลายนิ้วสัมผัส เล่นเพลงและสนุกกับความบันเทิงได้ยาวนานถึง 15 ชั่วโมงในโหมดตัดเสียงรบกวน มี 2 สี ได้แก่ สี Midnight Black และสี Sunny Orange จำหน่ายในราคา 1,990 บาท จากราคาปกติ 2,990 บาท
  • OPPO Enco W31 หูฟังไร้สายที่ให้คุณภาพเสียงสมจริงแบบเต็มขั้น ตัดเสียงรบกวนรอบข้างได้ดีเยี่ยม สวมใส่สบาย เชื่อมต่อได้อย่างรวดเร็วพื่อการใช้งานที่ราบรื่น และช่วยตัดเสียงรบกวนราวกับสนทนาแบบตัวต่อตัว
    ออปโป้มอบโปรโมชันพิเศษเมื่อซื้อ OPPO W31 ร่วมกับสมาร์ทโฟน OPPO รุ่นใดก็ได้ รับส่วนลดเพิ่มทันที 400 บาท จากราคาปกติที่ 1,999 บาท
  • OPPO Enco W11 หูฟังไร้สายอัจฉริยะให้ประสบการณ์เชื่อมต่อที่ง่ายดายในทุกเพลงโปรดพร้อมความคมชัดของเสียงเบส และยังมอบความบันเทิงได้ยาวนานต่อเนื่องถึง 20 ชั่วโมง ทนทานด้วยระบบกันน้ำกันฝุ่นระดับ IP55 โดยออปโป้มอบส่วนลดทันที 300 บาท เมื่อซื้อแพ็คคู่กับสมาร์ทโฟนออปโป้รุ่นใดก็ได้ จากราคาปกติ 1,299 บาท

 

สัมผัสกับสุดยอดนวัตกรรมระดับโลกและโปรโมชั่นพิเศษจากออปโป้ที่พร้อมตอบรับทุกการใช้งานที่หลากหลายในอนาคตได้ตั้งแต่ 25 มิถุนายน 2563 เป็นต้นไป ที่ OPPO Brand Shop ทุกสาขา และตัวแทนจำหน่ายที่ร่วมรายการ

“OPPO 12th Anniversary ขอบคุณที่เชื่อในเรา”

สร้อยคอวินเทจของ ลิซ่า

แฟชั่นวินเทจต้องมา! ลิซ่า Blackpink สวมสร้อยคอชิ้นพิเศษแบบกำหนดเอง

สร้อยคอวินเทจเตรียมฟีเว่อร์ เมื่อ ลิซ่า Blackpink ใส่ขึ้นแสดงในรายการเพลงเกาหลีใต้ นับเป็นอีกลุคที่ออร่าความสวยเข้าตาทุกมุมกล้อง

หลังจากเพลง How You Like That ถูกปล่อยออกมาแล้ว คิวต่อไปที่แฟนคลับต่างรอคอยก็คือการคัมแบ็กสเตจหรือการแสดงบนเวทีในรายการเพลงต่างๆ ของเกาหลีใต้ โดยลุคที่ Blackpink ใส่ขึ้นโชว์ก็เป็นชุดที่ต่อเนื่องมาจากในเอ็มวี และหนึ่งในชุดที่หลายคนให้ความสนใจก็คือลุคของลิซ่าที่มาพร้อมเครื่องประดับวินเทจ

ซึ่งเป็นชุดที่ได้เห็นกันไปตั้งแต่ภาพทีเซอร์ แต่ความแตกต่างของชุดจะเปลี่ยนจากเสื้อโค้ตเฟอร์มาเป็นเสื้อยีนส์ ส่วนองค์ประกอบอื่นๆ ยังคงเดิม โดยเฉพาะเครื่องประดับชิ้นเด่นอย่างสร้อยคอ

 

โดยสร้อยเส้นนี้เป็นผลงานการครีเอตของร้าน Bell & Nouveau ราคาประมาณ 90,245 บาท ซึ่งโดดเด่นเรื่องของการผลิตและตกแต่งไอเท็มต่างๆ ขึ้นมาใหม่ เช่น กระเป๋าแบรนด์เนมของลิซ่าหลายใบ ก็ถูกตกแต่งเพิ่มเติมจากร้านนี้ด้วย รวมถึงสมาชิกคนอื่นๆ ในวงก็ต่างใช้ไอเท็มของร้านนี้ เรียกได้ว่านอกจากจะใส่ข้าวของจาก Bell & Nouveau ในเวลาทำงานแล้ว วันสบายๆ ของลิซ่าหรือสาวๆ ในวงก็ต่างชื่นชอบและเป็นลูกค้าของร้านนี้เช่นกัน

 

กระเป๋าใบด้านบนนี้ ลิซ่าก็สอยมาจากร้าน Bell & Nouveau โดยทางร้านได้ลงรูปและข้อความว่า “นี่คือกระเป๋าแฟนซีแนววินเทจแบบกำหนดเองที่ลิซ่าซื้อ เมื่อเธอเข้ามาเยี่ยมชมร้านของเราเป็นครั้งแรก” และยังมีภาพลายเซ็นของลิซ่าพร้อมข้อความว่า “ลูกค้าประจำของ Bell & Nouveau ลิซ่า Blackpink ได้ให้ลายเซ็นไว้เพื่อระลึกถึงการเยี่ยมชม”

จากวันเดือนปีที่ระบุในลายเซ็นของลิซ่าก็ผ่านมาแล้วเกือบ 3 ปี ถือเป็นข้อพิสูจน์ว่าดีไซน์และงานครีเอทีฟของทางร้านถูกใจลิซ่ามากแค่ไหน หากแฟนๆ อยากตามรอยหรือมีเครื่องประดับแบบกำหนดเองสักชิ้น ร้านนี้ก็เป็นตัวเลือกที่ดีเลยล่ะ


ภาพ : IG@lalalalisa_m , @bellnouveau , SBS Inkigayo

เรื่อง : ฮานะ_แพรวนิสต้า

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

รู้จัก Superga สนีกเกอร์แบรนด์โปรดของ ‘ดัชเชสเคท’ ในราคาไม่ถึงสองพันบาท

นางแบบต้องหลบให้! แม่ชม ขนชุดกูตูร์ จัดงานฉลองวันเกิด 39 ปี

สีแดงดูแพงมากแม่! อัพเดตลุค ‘คิมฮีแอ’ ในเดรสสวยหรู ดึงดูดสายตา

ชุดนี้มีเรื่องเล่า แม่ชม เกือบไม่ได้ใส่เดินพรมแดงคานส์ เพราะเซเลบเบอร์ใหญ่จอง!

สวยหรูมีสไตล์! ซูมแบรนด์เนมใบเก่ง ‘พอช่า พัชรมนต์’ ลูกสะใภ้ ‘มูนา’ เศรษฐีนีดูไบ

แต่งตัวกระชากวัย! ส่องลุค Vera Wang ดีไซเนอร์ระดับโลก ในช่วงอายุ 70 ปี

ใบนี้สอยตามได้! กระเป๋า Longchamp ของ ‘จีซอนอู’ รุ่นเด็ดประจำซีซั่น

เข้าครัวให้เหมือนไปคานส์! ‘ชมพู่ อารยา’ แมตช์ชุดแบรนด์เนมแต่งลุคเซ็กซี่

ดัชเชสเคท สนับสนุนแบรนด์เพื่อนน้องสาว ฟีเวอร์จนต้องเปิด Pre Order

ที่มาไม่ได้สวยงาม ‘เทียร่า Belgian Sapphire’ ของควีนเอลิซาเบธ เคยมีเรื่องอื้อฉาว

นางเอกขวัญใจตลอดกาล! เปิดลุค ‘เคียวโกะ ฟูคาดะ’ ทั้งหวานทั้งแซ่บในวัย 37 ปี

ยกอันดับ 1 ให้เลย! สื่อเกาหลีพูดถึงสไตล์ ‘ลิซ่า’ แฟชั่นนิสต้าที่ได้รับการยอมรับ

4 ลุค ชุดเพื่อนเจ้าสาวชุดไทยยอดนิยม พร้อมเทคนิคใส่ยังไงให้สวย

ตามร้านต่างๆ มี ชุดเพื่อนเจ้าสาว ชุดไทย ไว้คอยบริการมากมายหลากหลายแบบ แต่ที่ได้รับความนิยมก็คือ ชุดไทยแบบสไบ นุ่งผ้านุ่ง ชุดไทยประยุกต์ และชุดไทยทรงแขนหมูแฮม ซึ่งในการเลือกควรยึดที่ชุดเจ้าสาวเป็นหลักถ้าเจ้าสาวเลือกห่มสไบ เพื่อนเจ้าสาวก็ควรห่มสไบเช่นกัน แต่ถ้าชุดเจ้าสาวเป็นชุดลูกไม้แบบไทยประยุกต์เพื่อนเจ้าสาวอาจเลือกเป็นชุดไทยแบบโมเดิร์นหรือชุดไทยแขนหมูแฮมก็ได้เช่นกัน แพรวเวดดิ้งเลยหยิบ 4 ลุคชุดไทยยอดนิยมของเหล่าเพื่อนเจ้าสาวมาให้ดูเป็นตัวอย่าง เผื่อจะเป็นไอเดียให้กับแก๊งของคุณได้นะคะ

4 ลุค ชุดเพื่อนเจ้าสาว สไตล์ ชุดไทย ยอดนิยม แค่เลือกให้เหมาะกับธีมงานก็สวยรอดยกทีม

ชุดไทย แขนหมูแฮม

ชุดเพื่อนเจ้าสาว

ชุดเพื่อนเจ้าสาว

เป็นชุดไทยในสมัยรัชกาลที่ 5 ตอนปลายที่ได้รับอิทธิพลจากตะวันตกท่อนบนเป็นเสื้อลูกไม้คอตั้ง โดดเด่นด้วยดีเทลช่วงแขนที่พองฟูและช่วงเอวที่เข้ารูปใส่กับท่อนล่างที่เป็นโจงกระเบน เสริมด้วยเข็มขัดทองและเครื่องประดับต่างๆ

ชุดไทย ห่มสไบ – นุ่งผ้าทอ

ชุดเพื่อนเจ้าสาว

ถือเป็นชุดที่ได้รับความนิยมอย่างมาก เพราะว่าดูสวยงาม เรียบหรู และที่สำคัญเหมาะกับรูปร่างทุกแบบ เนื่องจากสไบสามารถปรับขนาดให้เหมาะกับแต่ละคนได้ โดยโทนสีที่นิยมคือสีชมพู สีโอลด์โรส หรือสีเทาเงิน แนะนำให้เลือกสไบที่เป็นผ้าซาตินเพื่อความพลิ้วไหวและหรูหรา โดยสามารถแมตช์กับท่อนล่างที่เป็นผ้าทอในโทนสีเดียวกันแบบเข้าเซต หรือจะเพิ่มเติมสีสันด้วยการจับคู่สี อย่างสไบสีขาวแมตช์กับผ้าทอ
สีชมพู สไบสีน้ำเงินกับผ้าทอสีเงิน ก็เข้ากันค่ะ

ชุดไทย สมัยรัชกาลที่ 5 ตอนต้น

สวมเสื้อแขนกระบอก ห่มทับด้วยสไบเฉียง ใส่คู่กับโจงกระเบน ตกแต่งด้วยเข็มขัดและสร้อยทอง

ชุดไทย ห่มสไบ – นุ่งโจงกระเบน

เพิ่มความทะมัดทะแมงขึ้นอีกนิดด้วยการห่มสไบแมตช์กับโจงกระเบน

Tips ใส่ชุดไทย…ให้สวยเป๊ะ

  • สไบเหมาะกับรูปร่างทุกแบบ เพราะสามารถปรับได้ตามขนาดรูปร่าง
  • ชุดเพื่อนเจ้าสาวไม่ควรเลือกผ้าที่มีลวดลายมากเกินไปอย่างการปักดิ้นทองดิ้นเงิน
  • ผ้านุ่งควรมีความยาวกรอมเท้า จะช่วยเสริมให้ช่วงขาดูเรียวยาวยิ่งขึ้น
  • ขาดไม่ได้! เครื่องประดับ โดยเฉพาะเข็มขัดทองและสร้อยคอ เพื่อช่วยเสริมลุคให้ดูสวยสมบูรณ์แบบ

อ่านบทความเพิ่มเติม

งดงาม ตราตรึง “The Satine necklace” เครื่องประดับเลอค่าแห่ง Moulin Rouge

เชื่อว่าหลายๆ คนคงเคยดูภาพยนตร์ในตำนานอย่าง Moulin Rouge และต้องสะดุดตากับ “The Satine necklace”  สร้อยเพชรน้ำงามสุดอลังการที่ ซาทีน นางเอกของเรื่องรับบทโดย นิโคล คิดแมน เป็นผู้ใส่ ซึ่งดีเทลของเจ้าสร้อยเส้นนี้จะหรูหราขนาดไหนไปดูกันเลยค่ะ

Moulin Rouge เรียกได้ว่าเป็นภาพยนตร์ที่กวาดรางวัลมาหลายเวที ไม่ว่าจะเป็น Golden Globe Award (ลูกโลกทองคำ) สาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยม นักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมและดนตรีประกอบยอดเยี่ยม, รางวัลบาฟตา สาขานักแสดงประกอบชายยอดเยี่ยม และรางวัลออสการ์ สาขาออกแบบเครื่องแต่งกาย และสาขาการออกแบบฉาก

 Moulin Rouge

นอกจากรางวัลทั้งหมดที่กล่าวมาแล้ว สิ่งหนึ่งที่เป็นที่ยังตราตรึงคนดูในเรื่องจนมาถึงทุกวันนี้คือ สร้อยเพชรสุดอลัง เครื่องประดับน้ำงามอย่าง “The Satine necklace” จากฝีมือการรังสรรค์ของ “Stefano Canturi” เจ้าของแบรนด์เครื่องประดับสัญชาติออสเตรเลียชื่อดัง “Canturi”

เครื่องประดับที่ถูกเรียกว่าเป็น The Most Expensive Jewelry Pieces In Hollywood Films สร้อยคอเส้นนี้ถูกตั้งชื่อว่า “Satine” ตามตัวละครเอกในภาพยนตร์ ซึ่งคำว่า Satine มีความหมายว่า “Sparkling Diamond” สร้อยคอที่ระยิบระยับไปด้วยเพชรเส้นนี้ถูกประดับด้วยเพชรถึง 1,308 เม็ด น้ำหนักเพชรรวม 134 กะรัต บริเวณตัวล็อกด้านหลังประดับด้วยแซฟไฟร์ 2.5 กะรัต ในขณะนั้นมูลค่ารวมของสร้อยเส้นนี้กว่า 1 ล้านเหรียญสหรัฐ

นอกจากความระยิบระยับของเพชรที่ประดับอยู่บนสร้อยแล้ว ตัวเรือนของสร้อยถูกดีไซน์เป็นโครงลวดลายลูกไม้ฉลุ ทำหน้าที่เสริมช่วงคอระหงของนางเอกเอกของเรื่องมีความโดดเด่น อีกทั้งทาง Canturi และ ผู้กำกับภาพยนตร์ ได้บอกว่าด้วยว่าในกองถ่ายสร้อยคอเส้นนี้ถูกเรียกว่า “She” เพราะเวลาเข้าฉาก นิโคล คิดแมนส์ ดาราสาวผู้แสดงเป็นนางเอกของเรื่องมักจะถามว่า “เธอ อยู่ไหม” เปรียบเหมือนสร้อยเส้นนี้เป็นนักแสดงคนหนึ่ง

 Moulin Rouge

 Moulin Rouge

ไม่เพียงแต่ “The Satine necklace” ที่โด่งดังจนขึ้นแท่นเครื่องประดับในตำนาน ผลงานอันโดดเด่นอีก 1 ชิ้น ของ Stefano Canturi คือ ตุ๊กตาบาร์บี้ใส่สร้อย “ เพรชอาร์ไจล ” เพชรสีชมพู มูลค่า 1 กะรัต ซึ่งคุณ “ บาร์บาร่า มิลลิเซนต์ โรเบิร์ตส์ ” หรือนามย่อ บาร์บี้ ที่เรารู้จักกันนั้นถูกประมูลค่าตัวไปด้วยราคาสูงถึง 302,000 ดอลลาร์ หรือประมาณ 9,333,319 บาท ทั้งนี้รายได้ทั้งหมดได้นำไปยังถูกนำบริจาคให้กับ ศูนย์วิจัยโรคมะเร็งเต้านม อีกด้วย

Stefano Canturi เรียกได้ว่าเป็นนักอัญมณีชื่อดังระดับโลก ซึ่งเคยทำเครื่องประดับให้กับ โอปราห์ วินฟรีย์, ไคลีย์ มิน็อก และ ลินดา อีวานเกลิสตา นางแบบผู้ทรงอิทธิพล ยุค 90


ข้อมูล : tamasjewelry

 

ญาญ่าปลูกต้นไม้อะไร

5 เคล็ดลับสวยสดใสสไตล์ “ญาญ่า อุรัสยา” เวลาน้อย ก็ทำตามกันได้ไม่ยาก

หากพูดถึงเซเลบคนดังที่ปรากฏตัวพร้อมความสดใสตลอดเวลา ชื่อของนักแสดงสาว ญาญ่า – อุรัสยา เสปอร์บันด์ น่าจะอยู่อันดับต้นๆ ในใจหลายคน เพราะไม่ว่าเธอจะทำอะไร หรือมีภารกิจรัดตัวขนาดไหน สาวญาญ่าก็มักมีรอยยิ้มบนใบหน้าและแจกความสดใสให้กับทุกคนอยู่เสมอ

ทำให้ผู้คนรอบข้างรู้สึกสดชื่นไปด้วย ในสถาณการณ์แบบนี้หลายๆ คนก็คงอยากรู้สึกสดใสอารมณ์ดีเหมือนสาวน้อยคนนี้ วันนี้ แพรวดอทคอม จึงนำเคล็ดลับความสดใสที่ได้แรงบันดาลใจจากญาญ่ามาฝาก หลังจากที่ไปสำรวจอินสตาแกรมของเธอ เราค้นพบว่าเคล็ดลับของเธอนั้นสามารถทำตามกันได้ไม่ยากเลย

ญาญ่าปลูกต้นไม้อะไร

#1 ปลูกต้นไม้ปลุกความสดชื่น

ทุกคนรู้ แฟนคลับรู้ ว่าญาญ่าอินกับการปลูกต้นไม้แค่ไหนในช่วงที่ต้องกักตัวอยู่บ้าน เห็นได้จากสารพัดต้นไม้ที่โพสต์ลงอินสตาแกรม แถมยังสร้างแอ็กเคานต์เกี่ยวกับต้นไม้มาโดยเฉพาะ จนทำให้ต้นไม้หลายพันธุ์ที่ญาญ่าโพสต์ราคาพุ่งไปหลายเท่าตัว และแฟนคลับยังถึงกับเสิร์ชหาว่า ญาญ่าปลูกต้นไม้อะไร ซึ่งเรารู้กันดีว่าการปลูกต้นไม้นั้นช่วยสร้างความสดชื่นได้ โดยเฉพาะถ้าเราเลือกต้นไม้ที่ช่วยฟอกอากาศ แถมยังเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับบริเวณบ้าน ไม่ว่าจะปลูกนอกบ้านหรือในบ้านก็ดูดี ไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็ทำให้รู้สึกเฟรชอยู่ตลอดเวลา และยังช่วยให้เรารู้สึกผ่อนคลาย สบายตาอีกด้วย

ญาญ่าปลูกต้นไม้อะไร

#2 ออกกำลังกายออนไลน์ให้ฟิตแอนด์เฟิร์ม

การออกกำลังกายสามารถทำได้ทุกที่ ไม่จำเป็นต้องเข้าฟิตเนสหรือยิมเสมอไป โดยเฉพาะช่วงนี้ที่มีคอร์สเวิร์กเอาต์ออนไลน์หลากหลายแนวให้เลือก ไม่ว่าจะเป็นสายสร้างกล้ามเนื้อ หรือสายแอโรบิค ก็สามารถเลือกคลาสที่ถูกใจได้เลย หรือจะเปิดคลิปออกกำลังบนยูทูบก็มีให้เลือกมากมายหลายช่อง เช่น SELF, Tone It Up หรือสายแดนซ์ก็ไปเต้นตามจังหวะสนุกๆ กับ The Fitness Marshall กันได้ ถ้ามีอุปกรณ์เสริมอย่างเบาะโยคะ ยางยืดออกกำลังกาย หรือดัมเบล ก็จะช่วยให้สนุกและเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับร่างกายยิ่งขึ้น พอได้ออกกำลังกายเรียกเหงื่อแล้ว เราก็จะรู้สึกสดชื่น คลายเครียด แถมทำให้เรารู้สึกดีกับร่างกายตัวเอง มั่นใจยิ่งขึ้นในทุกๆ วัน

ญาญ่าปลูกต้นไม้อะไร

#3 ปกป้องผิวจากแสงแดด สาเหตุของริ้วรอย

นอกจากต้องหมั่นทาครีมสร้างความชุ่มชื้นและทาครีมกันแดดแล้ว อีกวิธีที่ทำได้ง่ายๆ ที่หลายคนเห็นญาญ่าพูดถึงก็คือการใส่ เสื้อกันยูวี ของ ยูนิโคล่ (Uniqlo UV Protection) เห็นญาญ่าใส่แล้วก็อดอยากซื้อตามไม่ได้ นอกจากจะมีสีสวยๆ หลากสีให้เลือก แค่สวมใส่ก็สามารถป้องกันรังสียูวีได้ทันที แถมใส่สบาย ไม่ต้องทาครีมซ้ำให้เหนอะตัวบ่อยๆ ให้ทุกคนพร้อมออกไปทำทุกกิจกรรมโปรดได้โดยไม่กลัวว่ารังสียูวีจะมาทำร้ายผิวให้เกิดริ้วรอยอีกต่อไป

ญาญ่าปลูกต้นไม้อะไร

#4 ทานผลไม้สด เพิ่มความเฟรชระหว่างวัน

ในช่วงที่อยากพักผ่อนระหว่างการทำงาน หรือตอนที่รู้สึกไม่สดชื่น เหนื่อยล้า บางคนอาจมองหากาแฟหรือเครื่องดื่มคาเฟอีนมาปลุกพลัง แต่ครั้งหน้าอยากให้ลองเพิ่มความเฟรชให้กับตัวเองด้วยการทานผลไม้ โดยเฉพาะผลไม้ที่มีส่วนประกอบเป็นน้ำ เช่น แตงโม ส้ม มะพร้าว ซึ่งจะช่วยดับร้อนและทำให้รู้สึกสดชื่นจากภายใน นอกจากนั้น ผลไม้ยังมีใยอาหาร วิตามินและแร่ธาตุที่มีประโยชน์มากมาย อย่างสตรอว์เบอรี่ที่มีวิตามินซีและใยอาหารสูงก็ช่วยบำรุงสายตาและทำให้ผิวเปล่งปลั่ง แค่หยิบผลไม้สดๆ มากิน หรือจะเอามาปั่นเป็นสมูทตี้จิบระหว่างวันก็ช่วยเพิ่มความเฟรชได้ไม่น้อย

ญาญ่าปลูกต้นไม้อะไร

#5 อ่านหนังสือเสริมสร้างแรงบันดาลใจ

นอกจากจะสร้างความสดชื่นให้กับร่างกายแล้ว ลองหาแรงบันดาลใจใหม่ๆ จากการอ่านหนังสือ ซึ่งอาจเป็นวรรณกรรมคลาสสิกระดับโลก หรืออาจเป็นหนังสือฮาวทูที่อ่านง่ายและปรับใช้ได้ในชีวิตประจำวัน เป็นอีกเทคนิคที่อาจทำให้รู้สึกรีเฟรชจิตใจผ่านไอเดียหรือแรงบันดาลใจใหม่ๆ แต่ถ้าใครไม่ถนัดอ่านหนังสือ ก็อาจฟังพอดแคสต์ในยามว่างหรือระหว่างเดินทาง ซึ่งตอนนี้พอดแคสต์ก็กำลังมาแรง แถมมีหลายช่องรายการที่ให้ความรู้และสร้างแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิต

ญาญ่าปลูกต้นไม้อะไร

ได้อ่านเคล็ดลับความสดใสที่เราเก็บมาฝากจากญาญ่าแล้ว เห็นได้เลยว่าความสดใสแบบนี้สามารถเริ่มต้นได้จากตัวเอง ซึ่งทั้งหมดนี้เราทำตามได้ไม่ยากและยังทำได้ทุกวัน ลองหยิบเคล็ดลับดีๆ แบบนี้ไปปรับใช้กับตัวเรา อาจจะเริ่มจากสักหนึ่ง หรือสองเคล็ดลับที่เราชอบก่อนก็ได้


 

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

สวยมากจนต้องโฟกัส! เปิดเคล็ดลับดูแลผิว “ซอเยจี” นางเอกคนใหม่ของคิมซูฮยอน

ลบแต่งใหม่ก็ใช่เรื่อง! 3 วิธีแก้เนียนๆ เวลาเขียนอายไลเนอร์เบี้ยวบ้าง เลอะบ้าง

นึกว่าสาวบ้านคาร์เดเชียน ที่แท้นางเอกสายหวาน “รถเมล์ คะนึงนิจ” ในลุคสาย ฝ.

 

 

MOSCHINO ชื่อนี้มีแต่ของเก๋ๆ ชมผลงานสุดครีเอตที่ไม่น่าเบื่อ สวยชิคทุกไอเท็ม

เปิดตัวความเก๋จาก MOSCHINO Womenswear SS21 Pre-Collection ผลงานสุดครีเอตและมีเอกลักษณ์ สวยสะดุดตาตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็น

สีสัน ความมีชีวิตชีวา และการมองโลกในแง่บวก เปรียบเสมือนตัวแทนของคอลเล็คชั่นที่นำเสนอสัญลักษณะสุดไอคอนิกของ Moschino ด้วยองค์ประกอบแบบดั้งเดิม เพื่อเชิดชูความภาคภูมิใจของแบรนด์ในรูปแบบใหม่

ลายจุดโพลก้าดอทที่ฮ็อตฮิตตลอดกาลถูกออกแบบให้มีทั้งลายน้อยลายใหญ่ทำให้ดูสนุกสนาน และเหนือความคาดหมายด้วยการรวมตัวกันของสีสันอันแสนสดใส และเป็นอีกครั้งที่เราพบกับรูปหน้ายิ้ม Smiley ที่คุ้นเคยกันดีสำหรับมุมมองอันสร้างสรรค์ของเจเรมี สก็อตต์ ที่ถูกเย็บควิลท์บนชุดตัวนอก เดรส และชุดผ้าเจอร์ซีเข้ากัน

สำหรับสิ่งที่คอลเล็คชั่นนี้ขาดไปไม่ได้เลยคือการเชิดชูถึงความเป็นอิตาลี ฤดูกาลนี้แสดงให้เห็นถึงจุดเริ่มต้นของการผันตัวมาเป็นครีทีฟไดเร็กเตอร์ของเจเรมี สก็อตต์ โดยมีการนำสโลแกนสุดไอคอนิก “I don’t speak Italian but I do speak Moschino” มาสรรค์สร้างอีกครั้งบนลายธงชาติอิตาลี

ยิ่งไปกว่านั้น คอลเล็คชั่นนี้ยังมีกระเป๋าไบเกอร์อันเป็นเอกลักษณ์ ที่มาพร้อมกับสีสันที่วาดลงบนกระเป๋า โซ่ทอง และโลโก้แบบเขียน รวมถึงเอฟเฟคการลงสี Double Question Mark ร่วมกับลายพิมพ์ดอกไม้ และเท็ดดี้แบร์อันโด่งดัง

ประวัติศาสตร์ความเป็นมาและความภาคภูมิใจของแบรนด์หล่อหลอมให้คอลเล็คชั่นนี้เป็นเหมือนผลงานการสรรเสริญต้นกำเนิดของ Moschino โดยยังคงไว้ซึ่งการแสดงออกถึงความครีเอทีฟ


บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

รู้จัก Superga สนีกเกอร์แบรนด์โปรดของ ‘ดัชเชสเคท’ ในราคาไม่ถึงสองพันบาท

สีจี๊ดแต่ราคาเบา! SWATCH รุ่นใหม่ BIG BOLD Jelly Neon ดีไซน์สะดุดตา

เช็คราคาไอเท็มใหม่! KENZO X VANS ปล่อยสนีกเกอร์ลายดอก ยั่วใจสายสตรีท

 

จูเน่-เพลินพิชญา

ชีวิตมีความสุขได้ถ้ารู้จักปล่อยวาง จูเน่-เพลินพิชญา โกมลารชุน

ชีวิตมีความสุขได้ถ้ารู้จักปล่อยวาง จูเน่-เพลินพิชญา โกมลารชุน กับแนวคิดเรื่องในเรื่อง “Bully” วงจรการกลั่นแกล้งทางวาจา

มูลนิธิเครือข่ายครอบครัวได้เปิดเผยว่า ปัจจุบันด้วยเทคโนลียีที่เปลี่ยนไปทำให้รูปแบบของการบูลลี่ เกิดความรุนแรงเพิ่มขึ้น แชร์การล้อเลียนอย่างรวดเร็ว ทำให้การถูกกลั่นแกล้งไม่ได้อยู่แค่ภายในโรงเรียน จนส่งผลให้เด็กที่ถูกบูลลี่เลือกใช้ความรุนแรง เพื่อป้องกันตนเอง ทั้งนี้จากงานวิจัยของกรมสุขภาพจิตพบว่าการใช้ความรุนแรง  การข่มเหงรังแกกันหรือการบูลลี่ในประเทศไทยติดอันดับ 2 ของโลกรองจากประเทศญี่ปุ่น ซึ่งหมายความว่าการบูลลี่ในไทยมีระดับความถี่ที่รุนแรง

จูเน่-เพลินพิชญา

ไม่ใช่แค่ผู้ใหญ่เท่านั้นที่ตระหนักถึงผลกระทบ แต่ไอดอลขวัญใจวัยรุ่น จูเน่-เพลินพิชญา โกมลารชุน ก็มีความกังวลใจถึงเรื่องนี้เช่นเดียวกัน โดยในการเลือกตั้ง BNK48 ครั้งที่ผ่านมา เธอได้เปิดตัวโปสเตอร์เลือกตั้งอย่างฮือฮา เพราะการออกแบบในลักษณะนำคำที่เธอเคยโดนถูกมาเขียนลงบนใบหน้า  ซึ่งสะท้อนถึงสิ่งที่เธอกำลังให้ความสนใจได้เป็นอย่างดี

“เน่สนใจเกี่ยวกับเรื่องการควบคุมจิตใจ (Mind Control) และการควบคุมอารมณ์ตัวเอง ซึ่งก่อนหน้านี้ครอบครัวก็พยายามสอนให้เข้าถึงธรรมะมาโดยตลอด เพียงแต่ที่ผ่านมาเราค่อนข้างอีโก้เยอะและใจร้อนมาก จนช่วงที่ทำงานไปสักพักแล้วรู้สึกสับสนกับชีวิต มันมีคำถามมากมายกับสิ่งที่ทำ ซึ่งทุกคนก็มีทั้งชอบและไม่ชอบในสิ่งที่ตัวเองเป็น อย่างนิสัยบางอย่างของเราที่ไม่ดีก็อยากจะแก้ให้ดีขึ้น เช่น วิธีการพูดไม่ค่อยดีหรือนิสัยบางอย่างซึ่งเรารู้ตัวเองนะคะ แต่เลี่ยงที่จะแก้ไขมาตลอด พอช่วงนี้มีเวลาอยู่บ้าน ได้คุยกับคนในครอบครัวมากขึ้น แต่ละคนเหมือนเป็นกระจกที่สะท้อนให้กันและกันว่าเราควรปรับปรุงอะไร เขาควรปรับปรุงอะไร ตรงนี้เองที่ทำให้ เราเริ่มมีความสนใจธรรมะ พอเริ่มศึกษาและทำความเข้าใจก็สามารถปลดปล่อยอะไรบางอย่างในตัวเองได้จริง ๆ”

จูเน่-เพลินพิชญา

“อย่างบางคนบอกว่าเน่ติสต์ คือเข้าถึงยากและไม่แคร์คนอื่น ซึ่งฟังแล้วไม่สบายใจเพราะเขาเข้าใจผิด บางครั้งหนูแค่เขินหรืออยากอยู่เงียบๆ เท่านั้นเอง ไม่ได้ตั้งใจให้ใครเข้าใจไปแบบนั้น  ซึ่งคำพูดต่าง ๆ การบูลลี่ใส่ร้ายกันที่หนูยกมาถ่ายทอดในภาพโปสเตอร์งานเลือกตั้ง  ถ้าเรื่องไหนจริงก็ต้องยอมรับและแก้ไข  แต่ถ้าไม่จริงเราก็ต้องรู้จักปล่อยวาง  ซึ่งเรื่องนี้เชื่อมโยงกับการควบคุมและจัดการจิตใจตัวเองที่ใช้ธรรมะเป็นตัวช่วย ทำให้เราต้องกลับมาทบทวนตัวเองว่าถ้าอยากจะเป็นคนที่น่ารักกว่านี้ต้องทำอย่างไร”

“ในจิตใจของเรามีกำแพงที่เป็นความกลัวกั้นอยู่ค่ะไม่กล้าทำแบบนั้นแบบนี้  เพราะกลัวคนจะมองว่าอ่อนแอ  จึงเป็นช่วงเวลาที่หนูต้องจัดการกับด้านลบของตัวเอง  พยายามปรับปรุงตัวให้ดีขึ้น อาจจะฟังดูซับซ้อนไปนิด (หัวเราะ) สรุปว่าตอนนี้เหมือนเป็น ช่วงค้นหาท้ังค้นหาตัวตนและค้นหาสิ่งที่ชอบ  เพื่อทุ่มเทให้สิ่งนั้นอย่างเต็มที่

จูเน่-เพลินพิชญา

“สำหรับงานในวงการตอนนี้กำลังติดใจกับการแสดงค่ะ  ล่าสุดได้แสดงเรื่อง ฉลาดเกมส์โกง เดอะซีรี่ส์  ซึ่งเป็นอีกหนึ่งงานที่ภูมิใจมาก เน่ชอบการแสดงซึ่งเราต้องสวมบทบาทเป็นอีกคนหนึ่งทำให้ได้ทำความเข้าใจความคิดของคนอื่น จึงเป็นเรื่องที่ท้าทาย  อยากทำให้เต็มที่และดีที่สุด เพราะวงการบันเทิงเป็นสิ่งที่หนูใฝ่ฝันอยากทำมาตลอดและพอได้มาอยู่ตรงนี้จริง ๆ ผลลัพธ์จากความตั้งใจ…จะทำให้เราภูมิใจค่ะ”

อย่างไรก็ตามเมื่อไม่นานมานี้จูเน่เพิ่งประกาศอำลาเหล่าโอตะไปเมื่อไม่นานมานี้เอง หลังจากได้ลองชิมลางงานแสดง One Year 365 วัน บ้านฉัน บ้านเธอ และ ฉลาดเกมส์โกงเดอะซีรีส์ เธอก็ติดใจรู้สึกชื่นชอบเป็นอย่างมาก จนต้องการเดินบนเส้นทางนี้อย่างจริงจัง จึงได้ขอลาจากการเป็นสมาชิกวงอย่างถาวร


ที่มา : นิตยสารแพรว ฉบับ 959

สามารถติดตามอ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติมได้ที่นี่

เก่งขึ้นด้วยประสบการณ์ ‘เนย BNK48’ พลิกจากตัวละครลับก้าวสู่ขวัญใจโอตะ

‘ฉลามปัญ’ สาวเท่แห่ง BNK48 แย้มแผนในอนาคต และเป้าหมายในวงการบันเทิง

โมบายล์-พิมรภัส ไอดอลแห่งการพัฒนาตัวเอง ไม่ว่ายืนตรงไหนก็โดดเด่นได้เสมอ

‘ดวงคนโสดวันนี้ ตกอยู่ในบ่วงรักจนไม่เป็นตัวเองเลย’ ดูดวงรายวัน 30 มิถุนายน 2563

ดูดวงรายวัน 30 มิถุนายน 2563 #หมอปุ้ยพยากรณ์ เช็กทุกวัน เป๊ะปังทุกดวง ทั้งการงาน การเงิน ความรัก และสุขภาพ

ผู้ที่เกิดวันอาทิตย์

การงาน : คุณอาจได้บุกเบิกเริ่มต้นงานใหม่ที่ค่อนข้างท้าทายความสามารถ หรือไม่ก็อาจถูกโยกย้ายงานไปอยู่หน่วยงานที่มีความท้าทายสูง เพื่อแลกกับค่าตอบแทนที่สูงขึ้น แต่วันนี้ควรระวังเรื่องของสัญญา ทั้งที่เป็นลายลักษณ์อักษร รวมถึงสัญญาใจ เพราะอาจผิดพลาดทำให้คุณไปทำงานที่อื่นไม่ได้เลย

การเงิน : ไม่ควรใช้เงินในทางที่ไม่ถูกต้อง อาจถูกโกง ถูกต้มตุ๋น และถูกมิจฉาชีพหลอก

ความรัก : แม้คุณจะให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์ของสมาชิกในครอบครัวอย่างมากก็ตาม แต่วันนี้อาจมีบุคคลที่สามเข้ามาหลอกให้รัก เพื่อหวังผลประโยชน์ แล้วเมื่อเธอได้สมใจก็จากไป  คนโสด คุณมีเสน่ห์โดดเด่นในสังคม หากได้รักใครแล้วก็จะผูกติดอยู่กับเขา ไม่ยอมไปไหน คงต้องปล่อยวางบ้าง

สุขภาพ : ภูมิแพ้มาแล้วจ้า อาจแพ้พวกสารเคมีในน้ำยาทำความสะอาด จนเกิดผื่นคันบริเวณผิวหนัง

 

ผู้ที่เกิดวันจันทร์

การงาน : ความเครียด ความกดดันจากเมื่อวานก็ยังไม่คลายลง ยิ่งวันนี้คุณอาจถูกใส่ร้ายป้ายสีในความผิดที่ตัวเองไม่ได้ก่อ หรืออยู่ในภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก ต้องทำในสิ่งที่ตัวเองไม่ได้เลือก จนคุณร้อนรุ่มและอึดอัด อยากจะลาออกให้รู้แล้วรู้รอดไป

การเงิน : อาจมีรายจ่ายเยอะจนเงินไม่พอใช้ ต้องไปหยิบยืม แต่ก็ต้องระวังไม่ควรเข้าไปพัวพันกับเงินสินบน หรือเงินใต้โต๊ะ เพราะจะทำให้คุณเดือดร้อนภายหลัง

ความรัก : วันนี้อาจมีปัญหาเรื่องบุคคลที่สามเข้ามาวุ่นวายในชีวิตครอบครัว ซึ่งคุณอาจหึงหวงจนคุยกันไม่รู้เรื่อง แม้คู่คุณจะพยายามเคลียร์ตัวเองก็ตาม แต่คิดว่าไม่น่าจะหลุด คนโสด ก็ยังอาจถูกหลอกเป็นบ้านที่สองอยู่นะคะ ยังมีเวลาเลือกอีกเยอะ จนถึงอายุ 35-40 ปีโน่นแน่ะ

สุขภาพ : อาจมีปัญหาในเรื่องระบบหมุนเวียนน้ำในร่างกาย ซึ่งอาจมีปัญหาในเรื่องของภูมิต้านทานบกพร่อง เลือด และน้ำเหลืองไม่ดี

                                                                

ผู้ที่เกิดวันอังคาร

การงาน  :  หากคุณทำงานหรือเกี่ยวข้องกับสายอสังหาริมทรัพย์ เช่น บ้านจัดสรร คอนโด ที่ดินทางการเกษตร รวมถึงงานที่ต้องใช้ภาษาเข้ามาเกี่ยวข้อง วันนี้ต้องระวังคนใกล้ตัว หรือเพื่อนร่วมงานคิดไม่ซื่อ รับความดีความชอบไว้กับตัว แล้วโยนความผิดให้คุณ ทางที่ดีควรอยู่นิ่งๆ ไม่ว่าเขาจะทำอะไรก็แล้วแต่ ควรดูอยู่ห่างๆ ไม่ต้องเข้าไปวุ่นวาย

การเงิน : อาจมีการซื้อขายที่ดิน แต่ควรทำด้วยตัวเอง ไม่ควรร่วมหุ้นลงทุน เพราะอาจได้รับผลตอบแทนที่ไม่เป็นธรรม หรือถูกเบี้ยวหนี้ จนถึงถูกขโมยทรัพย์สิน

ความรัก : คุณอาจจับได้ว่า คู่คุณมีพฤติกรรมไม่น่าไว้วางใจ หลอกลวง โดยเฉพาะเรื่องบ้านและที่ดิน ซึ่งคุณอาจจับตาดูมานานแล้วจนวันนี้จับได้คาหนังคาเขา คนโสด อย่าเพิ่งตัดสินใจย้ายไปอยู่บ้านใครเลยนะคะ เพราะคุณอาจไม่ได้เป็นบ้านใหญ่ นั่งรอนอนรอว่า เมื่อไหร่เขาจะมาหา

สุขภาพ : หากต้องเดินทางไปพักค้างนอกสถานที่ ควรระวังในเรื่องของความสะอาด และการใช้สิ่งของสาธารณะ เพราะคุณอาจติดเชื้อ หรือเป็นภูมิแพ้ จึงไม่ควรประมาท การ์ดอย่าตก

 

ผู้ที่เกิดวันพุธ

การงาน :  หากคุณทำงานหรือเกี่ยวข้องกับงานบริการ เช่น งานเอ็นเทอร์เทน งานบันเทิง หรือธุรกิจสถานบันเทิงยามราตรี วันนี้คุณครุ่นคิดอยู่กับความสำเร็จอย่างเดียว มีอีโก้และเชื่อมั่นในตัวเองมากจนไม่สนใจความรู้สึกของเพื่อนร่วมงานเลย จึงอย่าตัดสินใจพลาด ไม่เช่นนั้นคุณอาจถูกรุมกระหน่ำซ้ำเติมไม่มีดีทีเดียว

การเงิน : มีโชคในการทำงานกลางคืน แต่รายจ่ายก็จะอยู่กับการกินดื่มจนเก็บเงินไม่ได้ ไม่ควรเข้าไปเกี่ยวข้องกับเงินร้อน เพราะทำให้เงินอยู่กับตัวได้ไม่นาน

ความรัก : คู่คุณก็ยังติดอยู่กับการออกเที่ยวเตร่กับเพื่อนฝูง ซึ่งคุณอาจมารู้ทีหลังว่า เขาแอบมีใครซ่อนอยู่ จนคุณเริ่มสับสนว่า จะอยู่คนเดียวหรือจะใช้ชีวิตกับเขาต่อดี คนโสด คุณรักใครรักจริง แต่คนที่คุณเจอก็อาจรักจริงเหมือนกัน แต่ที่น่าเป็นห่วงก็คือเขาไม่ได้จริงจังกับคุณคนเดียว

สุขภาพ : ควรระวังเรื่องระบบย่อยอาหาร โรคกระเพาะและลำไส้ จะส่งผลให้คุณมีอาการเสียดท้อง หรือปวดท้องได้ง่าย จึงควรงดดื่มติดต่อกันนะคะ

 

ผู้ที่เกิดวันพฤหัสบดี

การงาน :  หากคุณทำงานหรือเกี่ยวข้องกับงานทางด้านอสังหาริมทรัพย์ เช่น บ้านจัดสรร คอนโด ที่ดินทางการเกษตร วันนี้คุณอาจเครียดกับการเปลี่ยนแปลงขององค์กร ซึ่งส่งผลกระทบกับงานที่ต้องเปลี่ยนแปลง จึงอาจต้องมีการพลิกแพลงกลยุทธ์ ใช้เซ้นส์มาช่วยบ้าง เพราะเซ้นส์คุณแม่น

การเงิน : หากคุณกำลังเจอวิกฤติกทางการเงิน วันนี้มีแนวโน้มว่าจะมีรายได้จากการซื้อขายบ้านและที่ดินมาช่วยกู้สถานการณ์ แต่ก็ควรเก็บเงินไว้บ้าง ไม่เช่นนั้นอาจเกิดวิกฤติรอบสอง

ความรัก : เหมือนคุณอยู่ไม่ติดบ้าน นั่งไม่ติดที่ ด้วยความรู้สึกหึงหวงจนไม่อยากให้คู่ออกนอกสายตา จนต้องแสดงความเป็นเจ้าของออกนอกหน้าเพื่อให้ทุกๆ คนรู้  คนโสด คุณต้องการผู้ที่จะมาช่วยกันทำมาหากิน ลงหลักปักฐานด้วยกัน จึงค่อนข้างใส่ใจในองค์ประกอบของผู้ที่จะคบว่า มีในสิ่งที่คุณต้องการหรือเปล่า จนเขาตกใจ

สุขภาพ : อาจปวดขา หรือข้อต่อต่างๆ เช่น อัมพฤกษ์ หรือเส้นเอ็นตึงยึดจนทำให้กล้ามเนื้อขาผิดปกติ

 

ผู้ที่เกิดวันศุกร์

การงาน : หากคุณอยู่ในฐานะผู้บริหาร หรือถูกแต่งตั้งให้ขึ้นสู่ตำแหน่งบริหาร มีลูกน้องและบริวารที่อยู่ในการปกครอง วันนี้ต้องระวังอาจมีปัญหาในเรื่องของคนใกล้ชิด หรือเพื่อนร่วมงานที่ไม่ซื่อสัตย์ แอบแทงข้างหลังคุณอยู่ โดยเฉพาะในเรื่องสัญญา ทั้งที่เป็นลายลักษณ์อักษร และสัญญาใจ กว่าจะหลุดจากสัญญานี้ได้ก็แทบแย่

การเงิน :  คุณมีความสามารถใช้เงินทำงานสร้างรายได้ที่สูงให้กับตัวเอง แต่ก็วันนี้อาจได้รับผลตอบแทนไม่เป็นธรรม หรือถูกเบี้ยวหนี้ จนถึงถูกขโมยทรัพย์

ความรัก : คุณเป็นหัวหน้าครอบครัวที่ค่อนข้างจะตึงเป๊ะ เอาจริงเอาจัง วันนี้อาจมีบุคคลที่สามเข้ามาหลอกให้รัก เพื่อหวังกอบโกยผลประโยชน์ไปจากคุณ แล้วเมื่อเธอได้ไปแล้วก็ตีจาก ส่วนคุณก็อาจต้องปรับความเข้าใจกับคู่อีกนานเลย คนโสด แม้รู้ทั้งรู้ว่าเขามีคู่อยู่แล้ว แต่เพราะความรักทำให้คุณไม่สามารถตัดใจจากเขาได้ ก็คงต้องใช้เวลาอีกหน่อยค่ะ

สุขภาพ : ควรระวังเรื่องการขับถ่าย ไม่ควรกลั้นปัสสาวะนานจนติดเป็นนิสัย เพราะอาจทำให้กรวยไตและกระเพาะปัสสาวะมีปัญหา มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อในกระแสเลือดด้วย

 

ผู้ที่เกิดวันเสาร์

การงาน  :  คุณอาจเครียด เพราะงานที่ทำอยู่มีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างขององค์กร ซึ่งส่งผลกระทบกับงานที่คุณทำ จนอาจต้องตัดสินใจอย่างเร่งด่วน แต่ก็ไม่น่ากังวลใจอย่างที่กลัว เพราะวันนี้ผู้ใหญ่และคนใกล้ชิดจะสนับสนุนและช่วยเหลือให้คุณได้ทำอย่างที่ฝันไว้ แต่สิ่งที่ต้องระวังคือเรื่องเอกสารสัญญา รวมถึงสัญญาใจ เพราะอาจทำให้คุณต้องทำงานอยู่กับเขาไปอีกนานเลย

การเงิน : คุณไม่เดือดร้อนเรื่องเงิน เพราะมีผู้ใหญ่ช่วยเหลือสนับสนุนอยู่ แต่หากจะหมด ก็เพราะตัวคุณที่จะตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ

ความรัก : เพราะความที่คุณเปลี่ยนใจวันละหลายๆ รอบ จนอาจเปิดช่องให้บุคคลที่สามเข้ามาตีสนิทเพื่อหวังกอบโกยผลประโยชน์จากคุณ แล้วเมื่อเขาได้สิ่งที่เขาหวังก็ตีจากไป เหลือแต่คุณกับคู่ที่ยังต้องปรับความเข้าใจกันอีกนานเลย คนโสด คุณอาจติดอยู่ในบ่วงรักจนไม่เป็นตัวของตัวเอง เดี๋ยวก็หึงหวงจนต้องแสดงออก เดี๋ยวก็อยากเลิก ใจเย็นๆ นะคะ

สุขภาพ : ต้องระวังเรื่องน้ำหนักด้วย เพราะอาจส่งผลต่อขาและบริเวณข้อต่อต่างๆ ที่รับน้ำหนักจนมีอาการปวดบวม และเส้นเอ็นมีความผิดปกติ

 

เช็กดวงย้อนหลังกันได้ที่นี่

หากอยู่ในสถานะปิดบังซ่อนเร้น วันนี้อาจโป๊ะแตก!! ดูดวงรายวัน 27 มิถุนายน 2563

ผิดหวังมาเกิน 2 ครั้งหรือยัง วันนี้อาจได้พบรักแท้ ดูดวงรายวัน 28 มิถุนายน 2563

อยู่กับชายไม่จริงหญิงไม่แท้แล้วมีความสุข จะช้าทำไม ดูดวงรายวัน 29 มิถุนายน 2563

ซอเยจี

ซอเยจี นางเอกขนบโลกใหม่ที่คนดูหลงรักจากซีรีส์ It’s Okay to Not Be Okay

หลังจากซีรีส์ออกอากาศแค่สองอีพีแรก “Seo Ye Ji’s Voice” ก็ติดอันดับคำค้นในทวิตเตอร์เกาหลีใต้ พร้อมความสนใจในความแสบของตัวละครนี้ ทั้งนิสัยแย่ๆ ที่พลิกคาแรคเตอร์นางเอกซีรีส์จากขนบเดิม แฟชั่นการแต่งตัว และเมคอัพที่สวยประณีต จนคนดูให้ความสนใจ ทั้งที่ชอบโกมุนยองไปเลย หรือหมั่นไส้กับนิสัยไม่เอาใครของเธอ

“ชอบ” “คิดถึง” “อยากได้” คือความเฉียบของตัวละคร โกมุนยอง (ซอเยจี) ที่แสดงออกความรู้สึกแบบตรงไปตรงมา อย่างที่ได้เห็นในซีรีส์ It’s Okay to Not Be Okay เมื่อรวมกับการแสดงของ ซอเยจี และเมคอัพ การแต่งตัวที่สวยสง่า ตัวละครสีเทาดำอย่างโกมุนยองจึงกลายเป็นที่พูดถึง และ ซอเยจี ได้กลายเป็นนักแสดงหญิงที่ทุกคนจับตามองในทันที!

ซอเยจี

ทำความรู้จัก ซอเยจี

ซอเยจี นักแสดงเกาหลีใต้วัย 30 ปีที่มีผลงานแสดงมาไม่น้อยแต่อาจยังไม่เป็นที่รู้จักมากนัก เธอเรียนจบมัธยมปลายที่เกาหลีใต้และไปเรียนต่อที่ประเทศสเปนด้านสื่อสารมวลชน โดยมีความฝันจะเป็นผู้ประกาศข่าวโทรทัศน์ แต่หลังจากเรียนจบ ซีอีโอของ Made in Chan Entertainment ชักชวนเธอเข้าสังกัด และกลายเป็นนักแสดงนับจากนั้น

เธอเริ่มต้นเดบิวท์งานแสดงในซิทคอม Potato Star 2013QR3 ในปี 2013-2014 ซึ่งเธอได้ใช้ภาษาสเปนในเรื่องด้วย และทำให้ความกังวลเรื่องเสียงของเธอหายไป ก่อนหน้านั้นซอเยจีเคยให้สัมภาษณ์ว่า เธอเดบิวท์ตั้งแต่อายุยังน้อย แต่เสียงดูโตเกินตัว และเสียงต่ำๆ ก็ดูไม่เป็นผู้หญิงมากนัก ความกังวลนี้หลอกหลอนเธออยู่นาน จนค้นพบว่าภาษาสเปนเหมาะกับเสียงต่ำๆ ของเธอ และเมื่อก้าวข้ามผ่านปัญหานี้ ซอเยจีจึงเชื่อว่าเสียงของเธอคือสิ่งที่ทำให้แตกต่างจากนักแสดงหญิงคนอื่นๆ

หลังจากซิทคอม Potato Star 2013QR3 ซอเยจีมีผลงานซีรีส์ตามมาอีกมากมาย อย่างเช่น Diary of a Night Watchman (2014), Last (2015), และรับบทนำในซีรีส์วัยรุ่นแฟนตาซี Moorim School: Saga of the Brave (2016), ตามมาด้วยซีรีส์ทริลเลอร์จิตวิทยา Save Me (2017) และซีรีส์กฏหมายสายเดือด Lawless Lawyer (2018) ก่อนจะมารับบท โกมุนยอง ในซีรีส์ It’s Okay to not be Okay (2020) และช่วงต้นปี 2020 ที่ผ่านมา ซอเยจี เซ็นสัญญากับต้นสังกัดใหม่ Gold Medalist พร้อมๆ กับคิมซูฮยอน และคิมแซรน

ซอเยจี

ซอเจยี กับความตั้งใจในการรับบท โกมุนยอง

“นอนกับฉันสักครั้งไหม” “ดูสิ ในดวงตานายมีความปรารถนาลุกท่วมเลย” นี่คือบางส่วนของคำพูดสุดแสบจากปากนางเอกในซีรีส์ It’s Okay to Not Be Okay ที่เปิดอีพีแรกๆ มาก็แสดงออกความรู้สึกอย่างชัดเจน ทำลายขนบนางเอกเกาหลีอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน

ในเรื่อง ซอเยจี รับบท โกมุนยอง นักเขียนหนังสือเด็กชื่อดังวัย 30 ปี ลูกสาวของนักเขียนนิยายอาชญากรรมชื่อดัง และอาจารย์ประจำคณะสถาปัตยกรรม แต่โกมุนยองกลับมีข้อบกพร่องเป็นโรคบุคลิกต่อต้านสังคม เธอเติบโตขึ้นมาอย่างโดดเดี่ยว เด็กคนอื่นๆ พากันหลบเลี่ยงและเรียกเธอว่าเด็กประหลาด แต่พอโตขึ้น เธอสวยและเริ่มมีชื่อเสียงโด่งดังจากงานเขียนหนังสือเด็กจนใครๆ ต่างก็อยากเข้ามาใกล้ชิด กระนั้นโกมุนยองในวัย 30 ยังคงโกหกเป็นไฟ เห็นแก่ตัวขั้นสุด ไร้ซึ่งจริยธรรม ไม่มีวุฒิภาวะ หยาบคาย เธอคือความสมบูรณ์แบบที่มีตำหนิ

ซอเยจี

ในงานแถลงข่าวของ Netflix ซอเยจีให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับตัวละครโกมุนยองว่า

“ฉันศึกษาคาแรกเตอร์ของคนที่มีลักษณะต่อต้านสังคม หรือมีความผิดปกติทางบุคลิกภาพจนได้ข้อสรุปว่า โกมุนยองมีเอกลักษณ์และมีความเป็นตัวของตัวเองที่ไม่เหมือนใคร ฉันพยายามถ่ายทอดมันออกมาผ่านการแต่งหน้า ทำผม คอสตูม ที่ใครๆ ก็ต้องบอกว่าแปลกและไม่ปกติ ซึ่งฉันพยายามไม่โฟกัสไปที่ความเป็นแฟชั่นนิสต้าของเธอ แต่เป็นความคิดข้างในมากกว่า เพราะลักษณะภายนอกที่เราเห็นทั้งหมด มันเป็นการแสดงออกอย่างสุดโต่งของตัวละครนี้ ซึ่งจุดประสงค์ของการแต่งตัวไม่ใช่การอวด แต่เพื่อปกป้องสิ่งที่อยู่ภายในตัวเองมากกว่า สำหรับโกมุนยอง คุณจะรู้สึกถึงความเจ็บปวดไปพร้อมเธอ แต่ในขณะเดียวกันคุณก็จะได้รับการเยียวยาไปพร้อมเธอ คอนเซ็ปต์ของการที่เธอไม่แคร์ ไม่เข้าใจความรู้สึกของคนอื่น มันเหมือนเป็นพลังของตัวละครนี้ เมื่อคุณร่วมเดินทางไปกับเธอ ผ่านความยากลำบาก ผ่านการกระทำ ผ่านอดีต ผ่านความผิดหวัง หรือแม้แต่อนาคต คุณจะเริ่มเข้าใจและคิดถึงความรู้สึกของคนรอบข้างมากขึ้น”

หลังจากซีรีส์ออกอากาศในสองอีพีแรก “Seo Ye Ji’s Voice” ก็ติดอันดับคำค้นในทวิตเตอร์ประเทศเกาหลีใต้ พร้อมความสนใจในความแสบของตัวละครนี้ ทั้งนิสัยแย่ๆ ที่พลิกคาแรคเตอร์นางเอกซีรีส์จากขนบเดิม แฟชั่นการแต่งตัว และเมคอัพที่สวยประณีต จนคนดูให้ความสนใจ ทั้งที่ชอบโกมุนยองไปเลย หรือหมั่นไส้กับนิสัยไม่เอาใครของเธอ

ซอเยจี

 “ข้อกังวลอย่างหนึ่งก็คือคนดูอาจไม่ชอบตัวละครในตอนแรก นางเอกคิดถึงแต่ตัวเองและเห็นแก่ตัวอย่างร้ายกาจ ฉันเลยกังวลประเด็นพวกนี้ แต่เธอก็ได้ค่อยๆ ปรับปรุงตัว เริ่มเรียนรู้ที่จะเข้าใจคนอื่น อย่างเช่นการรับฟังเรื่องราวของคังแท ตอนนั้นที่เธอเริ่มมีความเห็นอกเห็นใจและเริ่มได้รับการเยียวยา ฉันคิดว่าผู้ชมจะตั้งตารอการเปลี่ยนแปลงนี้และมองเธอในแง่บวกมากขึ้นได้ค่ะ

ในส่วนของความสนุก ฉันรู้สึกได้ผ่อนคลายความเครียดผ่านการแสดงออกความรู้สึกอย่างจริงใจต่อผู้ชายที่เธอรักแบบไม่ต้องเก็บอะไรไว้เลย เวลาแสดงฉันจะตรงไปตรงมากับคังแทสุดๆ ซึ่งมันช่วยระบายความเครียดได้มากเลยค่ะ โกมุนยองจะพูดจนติดปากว่า “หมอนี่ต้องเสร็จฉัน” และ “ฉันอยากได้เขา” ฉันสนุกกับบทโกมุนยองมาก เพราะเหมือนได้ปลดปล่อยสิ่งต่างๆ”

ตอนนี้เรื่องเดินทางมาถึงอีพี 3-4 และเริ่มเผยปมเบื้องหลังมากขึ้นเรื่อยๆ และชื่อของซอเยจี กำลังเป็นที่กลายเป็นชื่อนักแสดงนำฝ่ายหญิงที่อนาคตไกลอีกคนของวงการอย่างแน่นอน

ซอเยจี

และเวลาออกอากาศใหม่ในประเทศไทย เป็นเวลา 21.00 น. ทุกวันเสาร์และอาทิตย์ (เลื่อนเวลาฉายตามประเทศเกาหลีใต้) รับชมซีรีส์ได้ ที่นี่


 

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

สวยมากจนต้องโฟกัส! เปิดเคล็ดลับดูแลผิว “ซอเยจี” นางเอกคนใหม่ของคิมซูฮยอน

หุ่นกร้าวใจมาก! ปั้นซิกแพคแบบ “คิมซูฮยอน” แค่ 5 ท่าง่ายๆ อยู่บ้านก็ทำได้

บทสัมภาษณ์ฉบับเต็ม คิมซูฮยอน & ซอเยจี จากซีรีส์ It’s Okay to Not Be Okay

 

 

เพชรน่ะมีเยอะ! แต่ คุณตุ๊ก – ดร.อุษณีย์ รักและหวงเพชร 2 ชิ้นนี้นัก เพราะเหตุนี้…

ในเมืองไทย หากพูดถึงแบรนด์ KRISPY KREME โดนัทแสนอร่อย เชื่อว่าส่วนใหญ่ต้องนึกถึงผู้หญิงคนนี้… ดร.อุษณีย์ มหากิจศิริ ลีโอณีโอ เจ้าแม่อาณาจักรคริสปี้ครีม ณ ไทยแลนด์ ควบคู่กันไปด้วยแน่ๆ

แต่ลิสต์นี้ไม่ได้จะพาไปชิมโดนัทหรอกนะ เพราะสิ่งที่เราสนใจคือแสงวิบวับของเพชร 2 ชิ้นที่คุณตุ๊กออกปากเองว่า ‘รักและหวงม๊ากกก’ (ก.ไก่ล้านตัว) เลอค่าหาใดเปรียบ ย้ำว่าเลอค่านะจ๊ะ มิใช่ราคาแรง(แม้จะเป็นเรื่องจริง อิอิ) เพราะเพชรทั้งสองชิ้นนี้มีเรื่องราวที่เป็นประหนึ่งคุณค่าทางใจซ่อนอยู่ เห็นครั้งใด เรื่องราวดีๆ ความรู้สึกดีๆ ก็ประดังประเดทุกครั้ง เริ่มที่เทียร่า มงกฎเพชรน้ำงาม ที่วันนี้เธอหยิบมาใส่เพื่อแพรวโดยเฉพาะ

“หากถามถึงที่มาของความชอบเพชร ต้องยกให้คุณแม่(สุวิมล มหากิจศิริ) ท่านมีวิสัยทัศน์กว้างไกลว่าหากเก็บเป็นเงิน ค่าจะลดลง แต่หากเก็บเป็นเครื่องเพชร มูลค่าจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จึงพาตุ๊กไปซื้อเพชรตั้งแต่เด็ก ทุกครั้งท่านต้องถามว่าอยากได้อะไรไหม ตุ๊กปฏิเสธ เห็นใจท่านว่าทำงานเหนื่อย แต่หากร้านที่ท่านพาไปมีมงกุฎจะตื่นเต้นทุกครั้ง เพราะชื่อ ‘อุษณีย์’ ของตุ๊กมีความหมายว่า ‘มงกุฎ’ หรืออย่างตอนที่คุณพ่อซื้อเรือยอช์ตก็เขียน ชื่อ ‘อุษณีย์’ ไว้บนเรือแล้วมีรูปมงกุฎ ตุ๊กจึงมีความสุขและผูกพันกับมงกุฎมาตลอดชีวิต รวมทั้งเวลาที่ดูการ์ตูนหรือนิทาน เรื่องไหนเรื่องนั้น นางเอกสวยจะใส่มงกุฎ ดูแล้วรู้สึกสดชื่น  มงกุฎจึงเป็นโลกแห่งความสุขสำหรับตุ๊ก(ยิ้ม)

“จำได้ว่าตอนเด็กๆ เวลาเล่นแต่งตัว สิ่งที่ตุ๊กไม่เคยพลาดเลยคือ แต่งตัวพร้อมใส่มงกุฎพลาสติก และฝันว่าถ้าชีวิตนี้ได้มีโอกาสใส่เทียร่าสักครั้งคงสวยดี กระทั่งก่อนแต่งงานไปเลือกเครื่องเพชรกับคุณแม่ และคุณลอภ์เรนฆ์(ปิยพัฒน์ วรวณิช ลีโอณีโอ) เจ้าบ่าว เขาทำเซอร์ไพร้ส์ด้วยการซื้อมงกุฎให้เป็นของขวัญวันแต่งงาน ตัวมงกุฎดีไซน์เป็นรูปหัวใจประดับด้วยเพชรเม็ดเล็กๆ ทั้งหมด 308 เม็ด หนัก 5.30 กะรัต ทอง 18 เค ไวท์โกลด์น้ำหนัก 59.60 กรัม โดยบอกว่าวันแต่งงานเป็นวันที่มีความสุขที่สุดในชีวิต เขาเลยอยากให้วันนั้นมีความหมาย เพื่อตุ๊กจะได้จดจำช่วงเวลานั้นตลอดไป

KRISPY KREME

“นอกจากมงกุฎ เพชรอีกชิ้นที่ตุ๊กรักและผูกพันมากก็คือแหวนหมั้น ด้วยความที่อยากให้แหวนของเรามีความหมาย ตุ๊กกับสามีจึงตั้งใจจะหาเพชรที่มีน้ำหนักเป็นเลขสวย คือ 4.48 กะรัต ซึ่งพอเอาเข้าจริง ปรากฏว่าหายากมาก ไม่น้อยไปก็มากไป จนเริ่มถอดใจ มาปรึกษากันว่า เลขกะรัตไม่ต้องเป๊ะขนาดนี้ได้ไหม แต่สุดท้ายก็คุยกันว่า ไหนๆ จะแต่งงานทั้งทีก็อยากให้แหวนแต่งงานของเรามีความหมาย จึงลองพยายามดูใหม่และได้เจอแหวนวงนี้ในที่สุด

KRISPY KREME

“น้ำหนักเพชรได้เลขสวยตามต้องการ น้ำเป็น D Color ตัวเรือนเป็นวงกลม 2 วงประกบกัน มีความหมายที่ดี สรุปว่าแหวนวงนี้เกิดจากความตั้งใจและความพยายามของเราสองคน จึงเป็นสิ่งที่มีคุณค่าทางใจมากค่ะ

“ตุ๊กแต่งงานวันที่ 14 ธันวาคม 2548  ธีมงานเป็นสีชมพู จำลองบรรยากาศของเมืองบอสตัน สถานที่ที่เราพบรักกัน คงไม่ต้องถามว่าตุ๊กตื่นเต้นมากขนาดไหน ทั้งได้เป็นเจ้าสาว ทั้งความฝันที่ได้สวมมงกุฎเป็นจริง

KRISPY KREME

Tuk07

“แต่จากวันนั้นผ่านไปกว่า 10 ปีแล้ว แหวนตุ๊กใส่ติดนิ้วทุกวัน ส่วนมงกุฎเก็บอยู่ในถุงผ้าในเซฟตลอด ไม่ได้หยิบมาใส่อีกเลย เพราะแม้ออกจะงานบ่อยแค่ไหน แต่ไม่มีงานไหนที่มีธีมใส่มงกุฎเลยค่ะ เพิ่งมีวันนี้ที่เจอแพรวจึงมีโอกาสใส่อีกครั้ง”(ยิ้ม)


ที่มาภาพและเรื่อง : นิตยสารแพรว, นิตยสาร We

ป้อ ปุญญพัฒน์

แชร์ทริคเซ็กซี่สไตล์ “ป้อ ปุญญพัฒน์” ในการฟิตแอนด์เฟิร์มหุ่นสุดปัง

ป้อ – ปุญญพัฒน์ ถนอมกุล สำหรับเธอคนนี้ ประกาศเลยว่าที่ผ่านมาไม่เคยมีซัมเมอร์ เพราะไปทะเลทุกเดือน! จนวันหนึ่งลุกขึ้นมา ออกแบบชุดใส่เอง

ทะเลจึงเป็นเหมือนแรงบันดาลใจให้เธอ ผันตัวเองเป็นดีไซเนอร์เสื้อผ้าบีชแวร์ แบรนด์ Stay Tan ขายดิบขายดีเลยทีเดียว และที่สำคัญเธอยังเป็นสาวสวยที่หุ่นเริ่ดมาก และนี่คือเคล็ดลับที่สาวป้อทำเป็นประจำค่ะ

“ปกติป้อออกกำลังกายอย่างน้อยสัปดาห์ละ 4 วัน ด้วยการเล่นแบดมินตันครั้งละ 2 ชั่วโมง ถ้าสัปดาห์ไหน ออกกำลังกายไม่ครบ 4 วัน จะใช้วิธีปั่นจักรยานแบบริธึม ไซคลิ่ง (Rhythm Cycling การปั่นจักรยานในร่มประกอบเสียงเพลง) เพิ่มอีก 1 ชั่วโมงก่อนตีแบดค่ะ ส่วนแรงบันดาลใจในการออกกำลังกายให้หุ่นฟิตแอนด์เฟิร์มคือทริปไปทะเลค่ะ เพราะรู้สึกว่าเวลาถ่ายรูปฉันจะต้อง สวยหุ่นดี จึงพยายามจัดทริปบ่อยๆ ไม่อย่างนั้นไม่ยอมหยุดกินสักที”

“เรื่องดูแลผิวหน้า สารภาพว่าก่อนหน้านี้ไม่ค่อยดูแลเท่าไร เพราะป้อเป็นแนวลุยๆ พออายุเริ่มเข้าเลข 3 เพิ่งเริ่มใช้ครีมกันแดด Shiseido Perfect UV Protector SPF 50+ PA++++ WetForce แล้วความที่ผิวแห้ง ป้อจึงชอบมาสก์หน้าตอนกลางคืน ไม่ว่าไปประเทศไหนก็จะกว้านซื้อมาสก์กลับมาอย่างน้อย ทริปละ 50 แผ่น สำหรับผิวตัวเวลาออกแดด ค้นพบว่ากันแดดแบบสเปรย์ในปริมาณที่เหมาะสมจะช่วยลดความรู้สึกเหนอะหนะ ทำให้ไม่รู้สึกรำคาญ ป้อชอบของ Eucerin Sun Spray Transparent SPF 50 PA+++”

ป้อ ปุญญพัฒน์

“ช่วงไหนที่ฟิตมากๆ จะใส่ชุดว่ายน้ำแบบทูพีซ ช่วงไหนเฟิร์มน้อยหน่อยก็ใส่แบบวันพีซ โดยมีเสื้อคลุมบางๆ แบรนด์ตัวเองมาช่วยพรางหุ่น หรือหาผ้ามาพันช่วงเอว ถ้าถ่ายรูปลงโซเชียลก็อาจใช้มุมกล้องช่วย อย่างถ่ายเอียงข้าง หรือใช้มุมเสยให้ดูขายาว ท่านั่งชันเข่าขึ้นมาก็ช่วยเก็บส่วนเกินให้ดูหุ่นเพรียวขึ้นค่ะ ส่วนดีไซน์ของชุด ป้อเน้นเลือกตามสถานที่ที่จะไป เรียกว่าต้องทำการบ้านก่อน แล้วเลือกแบรนด์ให้แมตช์กับสีสันและสไตล์ของสถานที่”

“เวลาใส่ชุดว่ายน้ำป้อไม่ค่อยชอบแอ๊กเซสซอรี่ส์เยอะ จะเน้นความเป็นธรรมชาติ ให้รูปที่ออกมาดูสวยสดใส แล้วก็ชอบมิกซ์แอนด์แมตช์กับเสื้อผ้าปกติให้ดูเรียบแต่หรู อย่างชุดว่ายน้ำสไตล์เท่ๆ คลุมด้วยเบลเซอร์ แมตช์กับกางเกง ที่เข้าชุดกันก็กลายเป็นอีกชุดสวยได้เลย บางครั้งอาจใส่กับยีน หรือกางเกงเอวสูงกับเสื้อคลุมก็เป็นชุดลำลองที่เก๋ไปอีกแบบ”

ป้อ ปุญญพัฒน์

“ป้อชอบเที่ยวทะเลมาก แต่ไม่ค่อยเล่นน้ำ ขอแค่ซึมซับบรรยากาศริมทะเลก็พอ ที่ชอบสุดคือเกาะกูด จังหวัดตราด บรรยากาศเงียบสงบ จากหาดทรายลงน้ำ ไปนิดเดียวก็เจอฝูงปลาแล้ว มีความเป็นธรรมชาติสูงมาก ควรค่าแก่การอนุรักษ์อย่างยิ่ง”


ข้อมูล : นิตยสารแพรว ฉบับ 957

 

 

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

Oop! เทียนหอมกลิ่นจุดสุดยอด ต่อยอดจากกลิ่นน้องสาวที่เคยฮือฮาไปเมื่อต้นปี

“รถเมล์ คะนึงนิจ” แชร์วิธีควบคุมน้ำหนักและลีนรูปร่างให้ผอมเพรียวแบบง่ายๆ

เปิดเคล็ดลับความสวยคุณแม่ลูก 2 หุ่นแซ่บเว่อร์ เก๋-ณัฏฐ์ธนิน

 

 

 

แมท ภีรนีย์ กับแฟชั่นชุดแต่งงานไทยในนิตยสารแพรว wedding มิ.ย. 63

“แมท – ภีรนีย์ คงไทย” ถึงหน้าฝรั่งแต่หวานไม่เบา ในแฟชั่น ชุดแต่งงานไทย แบบประยุกต์หลากเฉดที่ช่วยสร้างเสน่ห์ให้เจ้าสาวดูแตกต่างและทันสมัย

ห่างหายจากการใส่ชุดไทยไปนานถึงขนาดที่สาวแมทเองบอกกับแพรวเวดดิ้งว่า “ดีใจเหมือนเดิมค่ะที่ได้กลับมาใส่ชุดไทย เพราะชุดไทยเป็นชุดที่แมทชอบอยู่แล้ว” และนี่คือแฟชั่น ชุดแต่งงานไทย จากนิตยสารแพรว wedding ฉบับเดือน มิ.ย. 2563 ที่บอกได้คำเดียวสวยมาก 🙂

ชุดแต่งงานไทย

สวยสะกดทุกสายตาด้วยชุดไทยดีไซน์ล้ำ ตัวเสื้อเป็นผ้าลูกไม้แบบซีทรูปักเลื่อมงดงาม ส่วนสไบตัดเย็บจากผ้าลูกไม้ลวดลายสวยหวานเพิ่มลูกเล่นด้วยผ้าชีฟองที่ช่วงเอวยิ่งส่งให้เจ้าสาวสวยดุจนางในฝัน จากร้าน Vanus Couture

ชุดแต่งงานไทย

โดดเด่นเป็นประกายด้วยชุดไทยจักรพรรดิห่มสไบสีทอง บริเวณจีบหน้านางมีรายละเอียดงานทออันซับซ้อนสวยงามไม่ซ้ำใครเพิ่มเครื่องประดับอย่างไทยโบราณยิ่งดูงามสง่า จากร้าน Vanus Couture

ชุดแต่งงานไทย

ชุดไทยจักรีสีขาวตัวชุดและสไบปักเลื่อมและลูกปัดในสีเดียวกันเมื่อต้องแสงไฟทำให้ทั้งชุดดูระยิบระยับจับตา พร้อมสวมใส่เครื่องประดับสีเงินช่วยส่งให้ยิ่งสวยงามผุดผ่องไปทั้งตัว จากร้าน Vanus Couture

เจ้าสาวดูสวยเด่นในชุดไทยศิวาลัยดีไซน์ประยุกต์ ตัวเสื้อมีลูกเล่นซีทรูที่ช่วงอกและแขน สไบตัดเย็บจากผ้าลูกไม้อย่างดีเข้ากันกับตัวเสื้อ ผ้านุ่งสีฟ้าอ่อนชายกระโปรงแบบหางปลาแลดูสวยสมบูรณ์แบบ จากร้าน Monique Wedding

ชุดไทยจักรพรรดิที่ช่วงบนโดดเด่นด้วยสไบแบบซีทรูโชว์งานปักแวววาวทั่วทั้งผืนห่มทับแพรจีบสีโอลด์โรสดูเข้ากัน จับคู่กับผ้านุ่งสีน้ำเงินที่หน้านางและชายผ้านุ่งปักปล้องเงินและลูกปัดด้วยลวดลายอย่างไทย จากร้าน Monique Wedding

ชุดไทยศิวาลัยตัวเสื้อระยิบระยับด้วยงานปักเลื่อม คริสตัลและลูกปัดไว้อย่างบรรจง โดดเด่นด้วยดีไซน์เสื้อแขนกระดิ่งดูทันสมัยจับคู่กับผ้านุ่งทรงหางปลาช่วยเน้นทรวดทรงให้เจ้าสาวดูสะโอดสะองเป็นพิเศษ จากร้าน Vanus Couture

ชุดไทยดุสิตแบบคอวีมีความร่วมสมัยเหมาะสำหรับเจ้าสาวที่ต้องการความแตกต่างในวันพิเศษ เพิ่มความหรูหราด้วยชายผ้าที่ต่อยาวจากช่วงไหล่พร้อมงานปักสุดวิจิตรทั่วทั้งชุด จากร้าน Vanus Couture

ชุดไทยจักรีแบบประยุกต์สีชมพูโดดเด่นด้วยการจับจีบบริเวณหัวไหล่ช่วยให้เจ้าสาวดูอ่อนหวาน งดงามด้วยงานปักเลื่อมคริสตัล และปล้องทองไว้อย่างประณีตวิจิตรทั้งชุด จากร้าน Vanus Couture

ชุดไทยจักรพรรดิสีฟ้าละมุนตาสไบบรรจงปักสุดวิจิตรลวดลายเดียวกับผ้านุ่ง เสริมความสง่าด้วยเครื่องประดับสีเงินที่ยิ่งส่งให้ชุดนี้ดูสวยเลอค่า จากร้าน เจ้านางเวดดิ้ง

เสื้อผ้า : Monique Wedding
418/8 – 9 ถนนสาธุประดิษฐ์
แขวงบางโพงพาง
เขตยานนาวา กรุงเทพฯ
โทร. 0-2108-7800, 08-0279-7800
เฟซบุ๊ก : Monique Wedding
ไอจี : @moniqueweddingbkk

Vanus Couture
1550, 1552 ปากซอยลาดพร้าว 50
ถนนลาดพร้าว เขตวังทองหลาง
กรุงเทพฯ
โทร. 0-2002-4895, 0-2002-4896
เฟซบุ๊ก : Vanus Couture
ไอจี : @vanuscouture_official

เจ้านางเวดดิ้ง
318 โครงการธนบุรีคอมเพล็กซ์ ซอย 8
ถนนพระราม 2 ซอย 60
(ใกล้เซ็นทรัลพลาซา พระราม 2)
โทร. 08-6363-6555, 08-8089-5999
เว็บไซต์ : www.chaonangwedding.com
เฟซบุ๊ก : Chaonang Wedding –
เจ้านางเวดดิ้ง
ไอจี : @chaonangwedding
ไลน์ : @chaonangwedding

แต่งหน้า : กานต์นิพัทธ์ สนั่นวงศ์
ทำผม : Alexandul
สไตลิสต์ : สลาลี สมบัติมี
ผู้ช่วยสไตลิสต์ : เสกสิทธิ์ หนูอินทร์
ช่างภาพ : กฤตธี ผ่องเสรี
ผู้ช่วยช่างภาพ : นเรนทร์ฤทธิ์ ยิ่งยงกิจ, บัณฑิต สังข์ปาน, ณัฐฐินันท์ ขำเจริญ
สถานที่ : The Botanical House
โทร. 0-2318-2431, 0-2301-1868
www.thebotanicalhousebangkok.com