2 เซเลบฯ สายเฮลท์ตี้ แนะเทคนิควิ่งเปลี่ยนไซส์แบบถูกวิธีสำหรับนักวิ่งมือใหม่

“การวิ่ง” ถือเป็นการออกกำลังกายที่ทำให้สุขภาพแข็งแรง ช่วยลดน้ำหนัก ที่สำคัญคือเป็นการออกกำลังกายที่ประหยัด ไม่ต้องลงทุนหรือเสียค่าใช้จ่ายไปกับค่าอุปกรณ์และสถานที่ออกกำลังมากนัก แต่การวิ่งให้เกิดประโยชน์สูงสุดจำเป็นต้องวิ่งให้ถูกวิธี เพราะไม่เช่นนั้นอาจส่งผลเสียต่อร่างกายได้ โดย 2 เซเลบริตี้ สายเฮลท์ตี้ ที่มาร่วมงาน Thanya Park Roof Run & Walk Season 2 ได้ให้คำแนะนำถึงเหล่านักวิ่งมือใหม่ไว้สำหรับเตรียมพร้อมวิ่งเปลี่ยนไซส์

2 เซเลบฯ สายเฮลท์ตี้ แนะเทคนิคชวนวิ่งเปลี่ยนไซส์

“แอ้ม – ปวีณลักษณ์ ลิมปิชาติ” เซเลบฯ สาวสุดแอคทีฟ ที่ชื่นชอบการออกกำลังกายด้วยการวิ่งเป็นชีวิตจิตใจ “โดยส่วนตัวแล้วสนใจการวิ่งเพื่อออกกำลังกายและดูแลสุขภาพ ตั้งแต่สมัยเรียนอยู่ที่ประเทศออสเตรเลีย เนื่องจากไลฟ์สไตล์ของคนส่วนใหญ่ที่นั่นพอมีเวลาหรืออากาศดีก็จะออกมาวิ่ง เพราะถือเป็นการออกกำลังกายที่ใช้ทุกส่วนของร่างกาย ช่วยสร้างกล้ามเนื้อและทำให้หัวใจแข็งแรง ที่สำคัญคือการวิ่งสามารถทำได้ทุกที่ทั้งในยิมหรือกลางแจ้ง และยังเป็นกีฬาที่สามารถเล่นได้คนเดียวไม่ต้องอาศัยคู่เล่นเหมือนกีฬาประเภทอื่น ทำให้การวิ่งกลายเป็นสิ่งหนึ่งที่ต้องทำในชีวิตประจำวัน ขาดไม่ได้ อีกทั้งยังเคยลงวิ่งประเภทมินิมาราธอนระยะทาง 10 กิโลเมตร เพราะอยากพัฒนาศักยภาพการวิ่งของตัวเองให้เพิ่มมากขึ้น

“สำหรับนักวิ่งมือใหม่หรือผู้ที่กำลังจะออกกำลังกายด้วยการวิ่งให้ได้ผลจริงทั้งเรื่องของสุขภาพและการลดน้ำหนัก ควรเรียนรู้วิธีการวิ่งที่ถูกต้อง ก่อนการวิ่งทุกครั้งควรเริ่มจากการวอร์มร่างกายด้วยการยืดกล้ามเนื้อซึ่งเป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะหากวิ่งโดยไม่ยืดกล้ามเนื้อหรือวอร์มร่างกาย อาจทำให้เกิดการอักเสบ หรือบาดเจ็บของกล้ามเนื้อตามมา การยืดกล้ามเนื้อนั้นอาจใช้ท่าพื้นฐานตอนเรียนวิชาพละศึกษา อย่าง “ท่าแตะสลับ” ด้วยการยืนกางขาพอประมาณ แล้วก้มเพื่อให้ปลายนิ้วมือข้างขวาแตะปลายนิ้วเท้าข้างซ้าย ทำสลับไปมา เพื่อยืดกล้ามเนื้อส่วนหลัง “ท่าดึงขา” นำมือทั้งสองข้างจับที่ข้อขาใดข้อขาหนึ่งแล้วดึงขึ้นไปด้านหลังลำตัว เพื่อยืดกล้ามเนื้อบริเวณหน้าขา เป็นต้น เมื่อวอร์มกล้ามเนื้อเรียบร้อยแล้วก็เริ่มวิ่งได้ โดยเน้นการวิ่งแบบช้าๆ ถ้ามีน้ำหนักตัวมากอาจเน้นเดินก่อนในช่วงระยะแรกเพื่อให้ร่างกายปรับตัว สถานที่ที่ใช้สำหรับการวิ่งควรเป็นสวนสาธารณะ เพราะจะช่วยทำให้เราสนุกและได้สูดอากาศเต็มที่ ยิ่งถ้ามีเพลงฟังไปด้วยก็จะทำให้การวิ่งเพลิดเพลินมากขึ้น”

หนุ่มหล่อมาดเข้ม “นนท์ อัมระนันทน์” ลูกชายสุดที่รักของคุณแม่ฮอลลี่ อัมระนันทน์ “เนื่องจากตัวเองเป็นโรคภูมิแพ้มาตั้งแต่เด็ก ถ้าอากาศเปลี่ยนหรือเจอฝุ่นมาก ก็จะมีอาการคัดจมูก จาม บางครั้งก็มีไข้ ดังนั้น โดยส่วนตัวจึงจำเป็นต้องรักษาสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงมากกว่าคนอื่นๆ ซึ่งวิธีที่ดีที่สุดนอกจากเรื่องความสะอาดและการพักผ่อนให้เพียงพอแล้ว การออกกำลังกายเป็นประจำก็ถือเป็นเรื่องสำคัญ โดยส่วนตัวจะเน้นการวิ่งสัปดาห์ละ 3-4 ครั้ง ครั้งละ 45-60 นาที เสริมด้วยการยกน้ำหนักบ้างเพื่อสร้างกล้ามเนื้อให้แข็งแรง ที่เห็นการเปลี่ยนแปลงได้ชัดจากการวิ่งเป็นประจำคือ รูปร่างที่แข็งแรงขึ้น อาการของโรคภูมิแพ้ลดน้อยลง
เคล็ดลับที่อยากนำมาแชร์ให้คนที่กำลังจะมาวิ่งเพื่อการออกกำลังกาย อย่างแรกคือ รองเท้า อุปกรณ์สำคัญสำหรับการวิ่ง หลายคนเข้าใจว่าแค่เลือกรองเท้าที่ใช้สำหรับวิ่งก็เพียงพอแล้ว แต่ในความเป็นจริงการเลือกรองเท้าวิ่งจำเป็นต้องเลือกทรงรองเท้าให้เหมาะกับรูปร่างของเท้าเราด้วย เช่น บางคนเท้าแบนต้องเลือกรองเท้าที่เสริมด้วยเจลบริเวณกลางเท้า เพื่อรองรับการกระแทกหรือการลงน้ำหนัก เป็นต้น ชุดสำหรับการใส่วิ่ง ควรเลือกชุดที่พอดีตัวไม่หลวมจนเกินไปเพื่อไม่ให้ลู่ลม และข้อสังเกตคือควรเลือกชุดที่ผลิตจากผ้าใยโพลีเอสเตอร์ (Polyester) 100% ซึ่งใยผ้าชนิดนี้จะไม่ซับเหงื่อจึงทำให้เหงื่อสามารถไหลออกจากตัวเสื้อได้ทันที และช่วยระบายอากาศ ลดความร้อนสะสมในร่างกาย”

พญ.สุจิตรา สมบุญธรรม ผู้เชี่ยวชาญด้านอายุรกรรม, ผิวหนัง เวชศาสตร์ชะลอวัยและเวชศาสตร์ครอบครัว และกรรมการบริหาร ศูนย์การค้าธัญญาพาร์ค ศรีนครินทร์ “ปัจจุบันนี้ผู้คนหันมาสนใจและใส่ใจในสุขภาพร่างกายของตัวเองมากขึ้น ด้วยเหตุผลมากมาย เช่น ต้องการให้รูปร่างดี ต้องการมีชีวิตที่สดใสแข็งแรง ห่างไกลจากโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ เป็นต้น ด้วยวิธีการและเคล็ดลับการออกกำลังกายในรูปแบบต่างๆ ซึ่งอีกหนึ่งวิธีที่หลายคนนิยมใช้คือ “การวิ่ง” เพราะการวิ่งที่ถูกวิธีและเหมาะสม จะทำให้ร่างกายพัฒนากล้ามเนื้อขา ช่วยลดอาการของข้อเข่า และช่วยลดน้ำหนัก ส่งผลดีต่อสุขภาพในระยะยาวเมื่ออายุเพิ่มมากขึ้นปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพด้านต่างๆ ก็จะลดน้อยลง”


ภาพ IG : amp_lim, nondham

 

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

แค่เปลี่ยนตัวเอง ‘เอลลา มิลส์’ บล็อกเกอร์สายเฮลท์ตี้จากเคยเดินไม่ได้แต่สู้จนชีวิตน่าอิจฉา

หุ่นเซ็กซี่มีได้ไม่ยาก! “เมจิ อโณมา” แชร์ทริคถึงสาวๆ ที่กำลังลดหุ่นผิดวิธี

อยากหุ่นดีอย่าขี้เกียจ! “ออร์แกน” แนะเทคนิคเฟิร์มเฉพาะส่วน ไม่เอาแบบผอมเกินไป

เปิดทริคผิวดีของ “แคทรียา อิงลิช” ยังสวยดูเด็ก แถมหุ่นเปรี๊ยะอยู่..โอเคนะคะ!

จากคนไม่เคยคิดจะออกกำลังกาย! “ฮารุ สุประกอบ” ฟิตร่างหนักจนหุ่นเปลี่ยนไป

เบิร์นไวไม่ต้องโดด! เบเบ้ แนะทริคฟิตหุ่นสำหรับคนอยู่หอ น้ำหนักตัวเยอะ ข้อเข่ามีปัญหา

หุ่นดีมาก “ชญาณิศา ชมชื่นดี” นักกระโดดค้ำสาวทีมชาติไทย กล้ามท้องฟิตเปรี๊ยะจนน่าอิจฉา

ทริคเด็ดผิวสวยร่างเป๊ะของ “เบฮาติ” ซูเปอร์โมเดลระดับโลก และ “ชเวซูยอง” แห่งเกิร์ลส์ เจเนอเรชั่น

หุ่นในฝัน “ซูซี่-สุษิรา” อวดกล้ามท้องเซ็กซี่ พร้อมแชร์ทริคบอดี้เฟิร์มแบบสาวๆ วิคตอเรียซีเคร็ท

 

 

 

โรงแรมศาลาอยุธยา

โรงแรมศาลาอยุธยา ใจกลางเมืองประวัติศาสตร์ จัดงานแสดงนิทรรศการศิลปะ ชมฟรี!

โรงแรมศาลาอยุธยา (sala ayutthaya) บูติคโฮเทลริมแม่น้ำเจ้าพระยา ใจกลางเมืองแห่งประวัติศาสตร์ จัดงาน นิทรรศการศิลปะ “A Perseverance of Arts” ชวนดื่มด่ำกับผลงานของศิลปินไทยชั้นนำ 13 คนที่ถ่ายทอดความคิดสร้างสรรค์บนแนวคิดการส่งต่อมรดกทางศิลปะ ได้แก่ ช่วง มูลพินิจ, ชูศักดิ์ วิษณุคำรณ, พไรวา ไรวา, จิรศักดิ์ อนุจร, สุวัฒน์ชัย ทับทิม, กัญจน์คชา คงคามี, ศราวุธ ยาสมุทร, เกียรติอนันต์ เอี่ยมจันทร์, มานิตย์ โกวฤทธิ์, เพชร เชิดกลิ่น, มีชัย สุวรรณสาร, เกรียงไกร ธรรมนูญ และขวัญชัย ทองสัมฤทธิ์

โดยผลงานไฮไลท์เป็นของ “ช่วง มูลพินิจ” ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรม) ประจำปี พ.ศ. 2556 เป็นศิลปินที่มีชื่อเสียงชาวไทย มีผลงานปรากฏทั้งในด้านจิตรกรรมและประติมากรรมตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา โดยผลงานของ “ช่วง มูลพินิจ” ที่จะนำมาโชว์ในงาน A Perseverance of Arts สร้างสรรค์มาจากแรงบันดาลใจในความศรัทธาแห่งพระพุทธศาสนาและธรรมชาติ แสดงถึงเรื่องราวของดอกไม้ แมลง สัตว์ มนุษย์ ผนึกเรื่องราวทางอุดมคติกับธรรมชาติ โดยใช้เทคนิคสีน้ำและสีน้ำมัน

สำหรับ “ช่วง มูลพินิจ” จบการศึกษาจากสาขาประติมากรรมและประติมากรรม มหาวิทยาลัยศิลปากรในปี พ.ศ. 2505 เขาได้รับการยกย่องให้เป็นผู้มีอิทธิพลศิลปะด้านต่าง ๆ ภายใต้สไตล์ “เพ้อฝันผสมกับจินตนาการ” เขาเริ่มต้นอาชีพนักออกแบบเครื่องเขินที่ศูนย์การออกแบบผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ของกระทรวงอุตสาหกรรม ก่อนที่จะเริ่มทำปกหนังสือและภาพประกอบให้กับนิตยสารชั้นนำ เขายังเคยทำงานในบริษัทโฆษณา ก่อนที่จะเกษียณตัวเองเพื่อเป็นศิลปินอิสระในปัจจุบัน ความสำเร็จที่โดดเด่นของเขาคือโปสเตอร์ภาพยนตร์เรื่อง “เพื่อน-แพง” ซึ่งได้รับเลือกเป็นหนึ่งในโปสเตอร์ที่งามที่สุดในโลกในการส่งเข้าประกวดที่สถาบันโรงภาพยนตร์แห่งชาติ กรุงลอนดอน เมื่อปี พ.ศ. 2526 โดยนิทรรศการศิลปะ “A Perseverance of Arts” ตั้งแต่วันนี้ – 13 พฤศจิกายนนี้ ณ หอศิลป์ศาลาอยุธยา เข้าชมฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย 

 

 

เจ้าเหว่ย

ก๊อก ก๊อก ก๊อก สรรพากรจีนเคาะประตูบ้าน 2 นางเอกดัง เจ้าเหว่ย และ ซูฉี

จับตา! 3 ดาราดัง เจ้าเหว่ย , ซูฉี และ ซูโหย่วเผิง ถูกสั่งให้คืนเงินค่าตัวจำวน 256 ล้านบาท เนื่องจากเรียกรับเงินค่าตัวเกินกว่ากฎหมายกำหนด

เจ้าเหว่ย

รายการเรียลลิตี้ Chinese Restaurant 2 ทางช่อง หูหนาน ทีวี

ในช่วงนี้ข่าวของวงการบันเทิงแดนมังกรคึกคักเป็นพิเศษ ไม่ใช่เพราะจากผลงานหนัง, เพลง หรือละครที่แจ้งเกิด แต่เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับเงินในกระเป๋าสตางค์ของเหล่าดาราจีนที่ตอนนี้กำลังถูกทางการตรวจสอบหนัก เนื่องจากเกิดกรณีนางเอกซูเปอร์สตาร์ “ฟ่านปิงปิง” หลีกเลี่ยงจ่ายภาษี ทำให้เธอถูกสั่งปรับเงินย้อนหลังเป็นจำนวนเงิน 4,207 ล้านบาท โดยภายหลังเกิดเหตุการณ์ขึ้นทางการก็ได้ออกมาเตือนเหล่าคนดังให้ยื่นภาษีให้ถูกต้องภายในสิ้นปีนี้ด้วย

ทว่าอย่าได้ลำพองใจไป เพราะโบราณว่าตีเหล็กต้องตีตอนร้อนๆ นี่แหละ ล่าสุดสรรพกรจีนเลยเคาะประตูบ้าน 3 ดาราดัง เจ้าเหว่ย (Vicki Zhao) นางเอกองค์หญิงกำมะลอ และเซ็กซี่ตลอดกาล “ซูฉี” (Shu Qi) และดาราหนุ่ม “ซูโหย่วเผิง” (Alec Su) ซึ่งเป็นแขกรับเชิญขาประจำในรายการเรียลลิตี้ Chinese Restaurant 2 ทางช่อง หูหนาน ทีวี เนื่องจากมีรายงานว่าทั้ง 3 รับค่าตัวไป 50 หยวน หรือประมาณ 238 ล้านบาท ซึ่งเป็นเงินที่เกินกว่ากฎหมายกำหนด เพราะตามกฎหมาย ดารานักร้องที่มาออกรายการทีวีจะต้องได้รับค่าเหนื่อยไม่เกินซีซั่นละ 10 ล้านหยวน หรือประมาณ 47 ล้านบาท โดยคณะกรรมการบริหารกิจการวิทยุและโทรทัศน์แห่งชาติได้สั่งการให้คืนเงินจำนวน 256 ล้านบาท

เจ้าเหว่ย เจ้าเหว่ย

ทั้งนี้มีข่าวว่านางเอกองค์หญิงกำมะลอยินดีคืนเงินอย่างไม่มีการลังเลใดๆ เนื่องจากเธอเคยประสบปัญหาเมื่อทางการสั่งห้ามเธอและสามีเข้ามีซื้อขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์จีนแผ่นดินใหญ่ ฐานทำผิดกฎกรณีการยื่นข้อเสนอเข้าครอบครองกิจการบริษัทแห่งหนึ่ง ขณะที่ “ซูฉี” แม้จะอิดออดตอนแรกแต่ก็ยอมทำตามคำแนะนำของเพื่อนสนิทแต่โดยดี

เจ้าเหว่ย

ดาราหนุ่ม “ซูโหย่วเผิง” (Alec Su)

และดูเหมือนว่าการสอบสวนไม่หยุดแต่เพียงเท่านีี้ เพราะเมื่อเร็วๆ นี้ ข่าวลือหนาหูว่านักร้องสาวใหญ่ “เฟย์ หว่อง” คือเป้าหมายต่อไปนการสืบสวนสอบสวน เนื่องจาก มีข่าวว่าเธอรับ 300 ล้านหยวน หรือประมาณ 1,410 ล้านบาท สำหรับการร่วมงานในรายการเรียลลิตี้ประกวดร้องเพลง “Phantacity” ทางช่อง หูหนาน ทีวี

อย่างไรก็ตามมีรายงานระบุด้วยว่าสรรพากรจีนกำลังเล็งเป้าไปยังการตรวจสอบรายได้ของศิลปินกว่า 200 คนที่มีค่าเหนื่อยจากการแสดงภาพยนตร์เกินกว่า 10 ล้านหยวน ว่ามีการเสียภาษีถูกต้อง หรือมีการทำสัญญาหยิน-หยางเพื่อหลีกเลี่ยงการจ่ายภาษีอีกหรือไม่


ที่มา :  Sina News

พุททิชู

ไม่ต้องแอบหยิบของแม่มาแต่งแล้ว! ‘พุททิชู’ เมคอัพไลน์ออร์แกนิกสำหรับเด็ก 3 ปีขึ้นไป

ในวัยเด็กมักเต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์ และความต้องการที่จะทดลองสิ่งใหม่ โดยเฉพาะเด็กผู้หญิงที่มีอายุตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไป เป็นวัยที่กำลังช่างสังเกต และเริ่มจดจำพฤติกรรมของคนใกล้ตัวอย่างคุณแม่ ซึ่งลูกสาวตัวน้อยมักจะต้องอยากสวยตามคุณแม่เป็นเรื่องธรรมดา เด็กจึงจดจำการแต่งหน้าแต่งตัวของคุณแม่และนำมาทำตาม โดยล่าสุดได้มีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางสำหรับเด็กแบรนด์ ‘พุททิชู’ (Puttisu) เอาใจเหล่าคุณพ่อคุณแม่ยุคใหม่ที่ต้องการเติมเต็มความคิดสร้างสรรค์ให้กับลูกน้อยและคำนึงถึงความปลอดภัยมาเป็นอันดับหนึ่ง ที่ร้าน เลดี้ นารา เซ็นทรัล เอ็มบาสซี แล้วค่าซิสสสส

‘พุททิชู’ เป็นแบรนด์เครื่องสำอางสำหรับเด็กอันดับหนึ่งจากประเทศเกาหลี เหมาะสำหรับเด็กตั้งแต่อายุ 3 ปีขึ้นไป รวมถึงคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์ หรือผู้หญิงที่มีผิวแพ้ง่าย เพราะด้วยส่วนผสมที่สกัดจากธรรมชาติ 100% มอบความอ่อนโยน และไม่เป็นอันตรายต่อผิว ผ่านเทคโนโลยีการผลิตที่มีมาตรฐาน สามารถเติมเต็มจินตนาการให้กับเด็กได้อย่างไม่รู้จบ

เด็กผู้หญิงส่วนใหญ่มักชอบทาเล็บ อยากแต่งหน้าตามคุณแม่ อีกทั้งวัยของเขาก็เป็นช่วงที่กำลังอยากทดลองอะไรใหม่ๆ ซึ่งเครื่องสำอางของผู้ใหญ่ก็มีสารเคมีอาจก่อให้เกิดความระคายเคืองต่อผิวเด็กได้ กระทั่งไปเจอพุททิชูซึ่งเป็นแบรนด์ที่ได้รับความนิยมอย่างมากในประเทศเกาหลี เพราะเขาจะให้ความสำคัญด้านการทำแบรนด์สำหรับเด็กโดยเฉพาะ นอกจากเรื่องส่วนผสมที่ต้องมาจากธรรมชาติทั้งหมดแล้ว ก็ยังมีการคิดค้นผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เพื่อเพิ่มความหลากหลายให้กับเด็กในโทนสีที่สดใส ให้เด็กๆ ได้สนุกสนานกับการแต่งแต้มสีสันได้อย่างสมวัย รวมถึงการออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่มีความโดดเด่น สะดุดตา

แพทย์หญิงวรรณวิภา ทองบริสุทธิ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชสำอาง ‘เด็กในวัย 3-4 ขวบ เขาเริ่มมีพัฒนาการที่จะเลียนแบบ เริ่มอยากแต่งหน้าแต่งตัว ซึ่งผู้ปกครองควรส่งเสริมพัฒนาการในส่วนนี้ เพราะเขาจะได้มีความคิดสร้างสรรค์อย่างอิสระ และเป็นการปลูกฝังไปในตัว เราอาจจะแค่คอยเลือกของที่ปลอดภัยและไม่มีส่วนผสมของสารเคมีที่อาจก่อให้เกิดการแพ้หรือระคายเคืองต่อเด็ก อย่างถ้าเป็นเครื่องสำอางก็ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมจากธรรมชาติ แต่นอกจากการเสริมสร้างทักษะด้วยของที่เหมาะสมตามช่วงวัยแล้ว ผู้ปกครองก็ควรใส่ใจในเรื่องการใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวกับเด็กด้วย ซึ่งเด็กควรเริ่มทาครีมกันแดดเมื่อต้องออกไปเจอแสงแดดแรงๆ ตั้งแต่อายุ 6 เดือนขึ้นไป แต่ต้องเป็นผลิตภัณฑ์ที่ทำมาสำหรับเด็กโดยเฉพาะ และควรเป็นครีมกันแดดชนิดที่สะท้อนแสงออกจากผิว เพราะสามารถกันแดดได้จริง และยังปลอดภัยสำหรับผิวเด็ก’

โดยผลิตภัณฑ์ของ ‘พุททิชู’ ถูกสร้างสรรค์ขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์เด็กๆ ให้ได้สนุกกับการแต่งแต้มสีสันได้อย่างสมวัย เริ่มจากยาทาเล็บ วอเทอร์ ปังปัง เนล (Water PangPang Nail) สูตรน้ำที่ประกอบด้วยน้ำ 70% ไม่มีกลิ่น และไม่ระคายเคืองต่อผิว ต่อมาที่ยาทาเล็บแบบไม่มีน้ำหอมที่สามารถลอกออกได้ คัลเลอร์ ปังปัง เนล (Color PangPang Nail) พร้อมเพิ่มความสดชื่นด้วยกลิ่นสตรอเบอรี่ เติมความวิบวับให้นิ้วมือด้วย กลิตเตอร์ ปังปัง เนล (Glitter PangPang Nail) ยาทาเล็บผสม กลิตเตอร์ และบลิ้งค์ ปังปัง เนล (Blink PangPang Nail) ยาทาเล็บผสมกากเพชรกลิ่นกล้วยที่สามารถลอกออกได้ โดยยาทาเล็บแต่ละสูตรของทางแบรนด์นั้นมีส่วนผสมหลักมาจากธรรมชาติที่อุดมไปด้วยสารสกัดจากเมล็ดชาเขียว, น้ำมันสกัดจากเมล็ดมะรุม, น้ำมันจากเมล็ดชาญี่ปุ่นที่มีวิตามิน E สูง, น้ำมันมะกอก, น้ํามันอาร์แกน และน้ำมันที่สกัดจากแมคคาเดเมีย ที่ล้วนมีคุณสมบัติในการบำรุงผิวให้กระชับ นุ่มนวล พร้อมเติมความชุ่มชื้นให้ผิวบริเวณจมูกเล็บ ต่อมาที่ครีมกันแดด ซัน คุชชั่น เอสพีเอฟ 43 พีเอ++ (Sun Cushion SPF 43 PA++) ที่มีส่วนผสมหลักจากทานาคา, สารสกัดจากหญ้าหางม้าที่มีคอลลาเจนสูง, สารสกัดจากรากดอกบัวที่สามารถช่วยเพิ่มความเย็น พร้อมเติมความชุ่มชื้นให้ผิว, อัลลานโทอิน (Allantoin) มีคุณสมบัติช่วยลดการอักเสบ รวมถึงอาการระคายเคืองของผิว, สารสกัดจากเมล็ดชาเขียว ช่วยเพิ่มความสมดุล และเสริมความแข็งแรงให้ชั้นผิว จากนั้นแต่งแต้มความสดใสให้พวงแก้มด้วยบลัชเชอร์ (Blusher) ที่สกัดจากดอกพุดซ้อนสีธรรมชาติ รวมถึงน้ำมันมะพร้าว, น้ำมันจากเมล็ดดอกทานตะวัน, น้ำมันจากเมล็ดองุ่น และน้ำมันจากต้นยูคาลิปตัสที่ช่วยเติมความชุ่มชื้นให้ผิว อีกทั้งยังช่วยป้องกันการอักเสบของผิวหนังอีกด้วย ถัดมาที่ผลิตภัณฑ์ลิปกลอส (Lip Gloss) ที่มีน้ำผึ้งเป็นส่วนผสมหลักช่วยให้ริมฝีปากชุ่มชื้นอย่างยาวนาน อีกทั้งยังมีกลิ่นหอมหวานจากผลไม้ตระกูลเบอรี่ รวมถึงสารสกัดจากผลกุหลาบที่อุดมไปด้วยวิตามินหลากชนิด ช่วยลบเลือนริ้วรอย และเพิ่มความสว่างสดใสให้ริมฝีปาก ต่อมาที่ลิปเครยอน (Lip Crayon) มีส่วนผสมหลักจากเชียบัตเตอร์แอฟริกา มีคุณสมบัติช่วยให้ริมฝีปากเนียนนุ่ม, น้ำมันเมล็ดโรสฮิป (Rosehip fruit oil) จากผลกุหลาบช่วยให้ผิวนุ่มชุ่มชื้นอย่างมีชีวิตชีวา, น้ำมันจากต้นยูคาลิปตัสที่มีคุณสมบัติช่วยมอบความสดชื่นและผ่อนคลาย และปิดท้ายที่แผ่นมาส์กหน้า (Face Mask) ที่ทำจากเส้นใยฝ้าย (Cotton) 100% และมีกลิ่นหอมของสตอเบอรี่ พร้อมส่วนผสมที่ช่วยเติมความชุ่มชื้นให้ผิว ไม่ว่าจะเป็นเชียบัตเตอร์, น้ำมันมะกอก, น้ำมันสกัดเย็นจากเมล็ดองุ่น, ไฮยาลูโรนิค แอซิด (Hyaluronic acid) รวมถึงเซราไมด์ (Ceramide) ที่มีคุณสมบัติช่วยป้องกันการสูญเสียน้ำในผิว และยังช่วยป้องกันแบคทีเรียอีกด้วย

ด้านเหล่าเซเลบริตี้คู่แม่ลูกแนะนำถึงเคล็ดลับเสริมสร้างพัฒนาการอย่างสมวัย และมุมน่ารักๆ ของลูกน้อยในเรื่องความรักสวยรักงาม เริ่มจากคุณแม่คนเก่ง แพร์-ปาลาวี บุนนาค ‘เวฬาเขาเป็นเด็กที่มีพัฒนาการเร็ว ช่างสงสัย พูดเก่งมาตั้งแต่เด็ก อาจเพราะเราคอยปลูกฝังสิ่งที่ดีมาให้โดยตลอด อย่างช่วง 3-4 ขวบที่เขาเริ่มรักสวยรักงามพอเห็นเราแต่งหน้าก็จะเดินมาเลย อยากลองทำบ้าง แต่ก็จะบอกเขาว่าแต่งไม่ได้มันมีสารเคมี ซึ่งเขาก็จำคำนี้มาตลอด ก็แค่จะนั่งทำท่าตามข้างๆ พอรู้ว่าผลิตภัณฑ์ที่เขาสามารถใช้ได้ก็ดีใจใหญ่เลย (หัวเราะ) ส่วนพัฒนาการด้านอื่นๆ พอโตขึ้นมาหน่อยเราจะให้เขาทำกิจกรรมค่อนข้างเยอะ เพื่อให้เขารู้ว่าตัวเองว่าชอบอะไรที่สุด อย่างตอนนี้ก็จะชอบเล่นเปียโน ชอบร้องเพลง แล้วก็ชอบวาดรูป’

ถัดมาที่คุณแม่ยังสวย อุ๊-เจนนิส ยังพิชิต ‘จาณีนเขารักสวยรักงามมาตั้งแต่เด็กเลย ตั้งแต่ 2 ขวบก็ชอบแอบเอาลิปเราไปเล่นจนพังไปหลายแท่ง (หัวเราะ) แต่พอโตมาเขาก็เริ่มรู้เรื่องว่ามันเล่นไม่ได้ ก็จะเปลี่ยนมาขอเป็นลูกมือเราแทน เวลาแต่งหน้าเขาก็จะคอยยื่นแป้ง มาสคาร่า บลัชออนให้ แต่ตอนนี้น้องใกล้ 5 ขวบแล้ว เราก็ให้เขามีเครื่องสำอางเป็นของตัวเอง แต่ก็จะเลือกแบบที่เหมาะสำหรับเด็กคือต้องไม่มีสารเคมี สีสันสมกับวัยของเขา ซึ่งเขาจะชอบทาเล็บ ทาลิปมันมาก มันก็เป็นเหมือนกิจกรรมหนึ่งในช่วงวัยเขาที่จะได้ทดลองอะไรใหม่ๆ เราก็จะสนับสนุนในสิ่งที่เขาอยากจะเรียนรู้เสมอ’

คนต่อมาคุณแม่ยังสาว หนูใหม่-ตะวันนา ธารา เด็กพอเขาอยู่ในวัยที่ชอบเลียนแบบ เราก็ต้องคอยระวังและสอนเขาว่าอะไรได้ อะไรไม่ได้ อย่างมิลลี่ลูกสาวคนโตตอนนี้ก็กำลังอยู่ในช่วงนี้ พอเห็นเราแต่งตัวก็จะมองว่าสวยอยากทำบ้าง อย่างเรื่องทาเล็บจะชอบมาก เด็กผู้หญิงทุกคนชอบทาเล็บไม่รู้ทำไม (หัวเราะ) แต่เมื่อก่อนเราก็จะทาให้เขาแค่เล็บเท้า เพราะกลัวจะเป็นอันตรายถ้าทามือแล้วเขาเผลอเอาเข้าปาก แต่ตอนนี้เขาก็มียาทาเล็บเป็นของตัวเองแล้ว เราก็เลือกอันที่ปลอดภัยสำหรับเขา เวลาที่เขานั่งเล่นนั่งทาเองมันก็เหมือนเป็นการฝึกกล้ามเนื้อมัดเล็กของเขาไปในตัว ส่วนเคล็ดลับการเลี้ยงลูกสิ่งสำคัญอันดับหนึ่งของบ้านเราเลยก็คือการใช้เวลาอยู่ด้วยกัน เล่นกับลูก ทำอาหารกินกัน เพราะเชื่อว่าถ้าเราให้ความรักเขามากพอเขาจะเติบโตมาเป็นคนมีจิตใจที่ดี’

ปิดท้ายที่คุณแม่ยิ้มสวย อร-ณธนพร เอื้อวันทนาคูณ ‘โดยธรรมชาติของเด็กทุกคนเขาจะต้องมีความอยากรู้อยากเห็นอยู่แล้ว อย่างตอนนี้ต้นหลิวก็จะชอบมองแล้วว่าใครทำอะไรบ้าง แม่ทำอะไรอยู่ ถ้าตอนแต่งตัวแต่งหน้าก็จะมานั่งดูตลอด เวลาแต่งหน้ามันก็มีอะไรที่เป็นสีๆ เขาก็จะมองว่าสวย และอยากทำตาม แล้วพอมีสิ่งที่เขาสามารถใช้ได้ด้วยตัวเองมันก็เหมือนเป็นการส่งเสริมพัฒนาการเขาในอีกทางหนึ่ง เขาอาจจะเอากันแดดแบบแท่งมาเขียนเป็นรูปสัตว์ก็ได้ จินตนาการของเด็กเราไม่สามรถรู้ได้เลย ฉะนั้นเราก็ต้องเปิดกว้างเพื่อให้เขาได้มีอิสระทางความคิดอย่างเต็มที่’


บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

แบ๊วสมวัย! 20 แบบทรงผมเด็กผู้หญิงน่ารักสไตล์ เป่าเปา

น่ารักจิ้มลิ้ม! ส่อง Ella Gross นางแบบเด็กลูกครึ่งเกาหลี-อเมริกัน ศิลปินฝึกหัดค่าย YG

เหมือนตุ๊กตา! Jare หนูน้อยผิวสีนัยน์ตาฟ้าจากไนจีเรีย ถูกยกให้เป็นเด็กหญิงที่สวยที่สุดในโลก

โอ้ยยย! อยากมอบมง น้องนุดา เมีย2018 นักแสดงเด็กจิ๋วแต่แจ๋ว

รวยไม่เกรงใจผู้ใหญ่ ! 14 เด็กน้อยน่ารักครองตำแหน่ง เศรษฐีรุ่นจิ๋ว

แสบซนไม่มีใครเกิน! ลูกชายนายกฯ แคนาดา วัย 3 ขวบ เด็กน้อยผู้สร้างซีนฮาได้ทุกครั้งที่ออกงาน

เด็กแล้วไง! เปิดโปรไฟล์ 6 โมเดลอายุน้อย เสน่ห์แรงจนเข้าตาแบรนด์ดังระดับโลก

 

 

 

‘ชัดเจน!! หากวันนี้ไม่ได้อยู่ด้วยกัน ก็ไม่ขออยู่กับใครแล้ว’ ดูดวงรายวัน 5 ตุลาคม 2561

ดูดวงรายวัน 5 ตุลาคม 2561 #ป้าเนาว์พยากรณ์ แม่นเป๊ะสายแข็ง ทั้งการงาน การเงิน ความรัก และสุขภาพ

ผู้ที่เกิดวันอาทิตย์

การงาน :  ท่านต้องพลิกแพลงและใช้กลยุทธ์ต่างๆ มาใช้ในการทำงาน รวมถึงใช้เซ้นส์ด้วย  ซึ่งวันนี้ท่านสตรองกล้าชน กล้าลุย ไม่เกรงกลัวใคร ระวังจะเกิดการขัดแย้งหรือแย่งชิงผลประโยชน์จนอาจต้องปิดจ็อบแบบไม่รู้ตัว

การเงิน :  ใช้เงินเก่ง ทั้งเรื่องการลงทุน และใช้จ่ายส่วนตัว จนมีปัญหาหนี้สิน

ความรัก : อ่อนไหวและโรแมนติก วันนี้ต่อมความหึงหวง ความเป็นเจ้าของทำงานหนัก ซึ่งอาจเกิดเรื่องเกิดราวกันได้ คนโสด  ท่านเคยทุ่มเทให้กับความรักมาก และก็ผิดหวังตลอด เพราะฉะนั้นวันนี้หากท่านไม่ ก็ไม่สนใจเลย

สุขภาพ : อาจเจ็บป่วยจากการปฏิบัติหน้าที่ ควรทานอาหารให้ตรงเวลา งดดื่มสุรา หรือยาเป็นเวลานาน เพราะจะทำให้เกิดโรคอื่นตามมา

 

ผู้ที่เกิดวันจันทร์       

การงาน : งานที่เกี่ยวกับการออกแบบก่อสร้างอาคารบ้านเรือน สถานที่ หรืองานช่างต่างๆ จะมีการปรับปรุงรายละเอียดอย่างต่อเนื่อง จากอีโก้และความเชื่อมั่นที่สูงมากที่ไม่สนใจความคิดเห็นของเพื่อนร่วมงานจะเกิดการขัดแย้งกันขึ้น หากท่านล้มเมื่อไหร่จะถูกซ้ำเติมทันที

การเงิน :  นำเงินไปใช้กับการทำงาน จนชักหน้าไม่ถึงหลัง เข้ามือซ้ายออกมือขวาตลอด

ความรัก : ระวังอารมณ์จู้จี้ขี้บ่น เอาแต่ใจของท่าน กดดันคู่ให้ทำในเรื่องที่ตัวเองคาดหวังและปรารถนาให้ได้ ซึ่งจะสร้างปัญหาความร้าวฉานให้กับชีวิตครอบครัวในเวลาต่อมา คนโสด อย่าเพิ่งให้ใจกับเขามาก เพราะวันนี้เขาไม่ได้มีท่านคนเดียว (อีกแล้ว)

สุขภาพ : ระวังโรคที่เกี่ยวกับช่วงขาและข้อต่างๆ เช่น โรคเก๊า อัมพฤกษ์ หรือเส้นเอ็นตึงยืดจนทำให้กล้ามเนื้อขามีอาการผิดปกติ

 

ผู้ที่เกิดวันอังคาร

การงาน  : ท่านจะได้เข้าไปทำงานของครอบครัว หรือคนรู้จักชอบพอกัน วันนี้ท่านทุ่มเทให้กับงานมาก ลุย ไม่เกรงกลัวใคร ครุ่นคิดถึงแต่ความสำเร็จ จนไม่สนใจเรื่องอื่นใดเลยแม้แต่เรื่องส่วนตัว

การเงิน : อาจลงทุนให้กับบุคคลอื่น จนตัวเองเดือดร้อน แต่ท่านก็ยังโชคดีที่เพื่อนและผู้ใหญ่ให้การสนับสนุนเรื่องเงินตลอด

ความรัก :  ช่วงนี้ท่านงานยุ่งจนไม่มีเวลาอย่าว่าแต่ครอบครัวเลย ตัวเองก็ยังไม่มีเวลาใส่ใจดูแล จึงต้องอาศัยคนใกล้ตัวคอยทำหน้าที่นี้แทน คนโสด  ท่านกำลังคิดว่า หากรักกันไม่ไปใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันเลย ท่านก็ไม่อยู่กับใครแล้ว

สุขภาพ :  ระบบหมุนเวียนเลือดไม่ค่อยดี จะมีอาการอ่อนเพลีย หน้ามืด ตาลาย เวียนศีรษะ

 

ผู้ที่เกิดวันพุธ

การงาน  :  ท่านขยัน นอกจากงานที่ตัวเองรับผิดชอบแล้ว ยังรับอาสาไปทำงานที่เกี่ยวกับการบริการ หรือสถานบันเทิงยามราตรี แต่วันนี้ท่านมีความเป็นเด็กค่อนข้างสูง เอาแต่ใจตัวเอง นึกอยากทำก็ทำ ไม่อยากทำก็ไม่ทำซะงั้น

การเงิน : หมดไปกับการกิน ดื่ม เที่ยว ซื้อของกระจุกกระจิก ไม่เป็นชิ้นเป็นอัน

ความรัก :  ท่านอาจพบกับปัญหาชู้สาว เรื่องมือที่สาม จากที่เคยราบเรียบราบรื่นก็เริ่มวุ่นวาย คนโสด หากท่านจูงมือไปอยู่กันก่อน ระวังจะเจอกับรักที่ซ่อนเร้นโดยไม่รู้ตัว แล้วอาจมีเจ้าตัวเล็กด้วย

สุขภาพ : ใช้ชีวิตอย่างระมัดระวังนะคะ หลีกเลี่ยงการชกต่อย ทะเลาะวิวาท ดื่มอย่าขับ

 

ผู้ที่เกิดวันพฤหัสบดี

การงาน  :  เดินทางติดต่องานนอกสถานที่ทั้งวัน เตรียมรับมือกับปัญหาและอุปสรรคที่จะเข้ามาอย่างไม่คาดคิด เกินกว่าท่านจะแก้ไขได้ทัน ก่อนที่จะตกลงรับปากเซ็นสัญญากับใครไม่ควรใช้อารมณ์ในการตัดสิน ควรอดทนรอจังหวะและโอกาส จะทำให้ท่านพลิกเกมได้

การเงิน : ต้องใช้ความสามารถในการจัดการและบริหารเงินอย่างสูง

ความรัก :  รักใครรักจริง ทำเพื่อครอบครัวทุกอย่าง ขออย่างเดียวว่า อย่ามาจำกัดความคิดอิสรภาพในการทำงานของท่าน ไม่เช่นนั้นมีเคือง  คนโสด มีเสน่ห์มากมาย เข้าใจ เอาใจใส่ ถนอมน้ำใจคนรักและคู่ครอง แต่อย่าให้ท่านเบื่อหรือเกลียด เข้าหน้าไม่ติดทีเดียว

สุขภาพ : ระวังการเจ็บป่วยจากการเดินทางบ่อย ควรใส่ใจอวัยวะและกล้ามเนื้อช่วงขา เท้า หน้าและแข้ง ควรดื่มน้ำเยอะๆ เพิ่มประสิทธิภาพการไหลเวียนน้ำในร่างกาย

 

ผู้ที่เกิดวันศุกร์

การงาน  :  ภาระความรับผิดชอบที่ท่านแบกรับอยู่อย่างกลืนไม่เข้าคายไม่ออก ถึงเวลาลืมตาอ้าปากได้เสียที งานนี้ต้องขอบคุณผู้ใหญ่ผู้หญิงที่มาช่วยสนับสนุนและช่วยเหลือท่าน จะพลิกเกมได้เลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่งเลยทีเดียว

การเงิน :  เงินที่ถูกหลอกไป วันนี้ผู้ใหญ่ผู้หญิงจะช่วยใช้คืนให้ แต่ท่านก็ยังอดที่จะช่วยเหลือญาติพี่น้อง บริวาร ลูกน้อง เพื่อนสนิทไม่ได้

ความรัก : อาจมีวาระโอกาสพิเศษทำให้ครอบครัวได้มาอยู่พร้อมหน้า เป็นช่วงเวลาที่มีความสุข คนโสด มีเสน่ห์โดดเด่น มีคนหมายปองมากมาย แต่ไม่เคยสมหวัง เพราะความหึงเป็นเหตุ

สุขภาพ : มีปัญหาเรื่องระบบหมุนเวียนน้ำในร่างกาย และต่อมไร้ท่อต่างๆ

 

ผู้ที่เกิดวันเสาร์

การงาน : ท่านอยู่ท่ามกลางการแข่งขันหรือการประมูลงาน ซึ่งวันนี้ต้องใช้ความสามารถในการพูด ประชาสัมพันธ์งานจึงจะผ่านไปได้ ซึ่งเท่ากับพิสูจน์ศักยภาพของท่านให้ทุกคนยอมรับด้วย

การเงิน :  หากงานสำเร็จจะได้เงินพิเศษ หรือเงินรางวัลตอบแทน

ความรัก :  เกิดความลังเลว่า คนที่ท่านเลือกจะใช่แบบที่ท่านต้องการหรือเปล่า คิดไปก็เท่านั้นค่ะเพราะอย่างไรก็ตัดสินใจครองคู่กันแล้ว   คนโสด จากเพื่อนที่ใกล้ชิด เกิดความเห็นใจและสงสารก็พัฒนาขึ้นเป็นแฟนได้

สุขภาพ : อาจเป็นหวัด ปอดบวม จนถึงน้ำในหูไม่เท่ากัน

Chanel Classic Flap Bag

5 ข้อควรรู้ ก่อนเสียเงินเปย์ Chanel Classic Flap Bag ไว้ครอบครอง

กระเป๋า Chanel Classic Flap Bag ถือเป็นอีกหนึ่งรุ่นขายดีของชาเนล แต่ก่อนตัดสินใจจะเสียเงินเป็นแสนๆ เพื่อซื้อกระเป๋าหนึ่งใบ ควรเช็คให้ดีก่อนไหม ว่ารุ่นไหนที่โดนใจเรามากที่สุด ซื้อมาแล้วจะได้ไม่พลาด

ไม่ว่าคุณจะเป็นคนที่ต้องการพกกระเป๋าใบเล็กๆ สีสันฉูดฉาดอยู่ข้างกาย หรือเป็นสาวออฟฟิศที่กำลังมองหากระเป๋าดีๆ สักใบ เราขอบอกเลยว่ากระเป๋าอีกหนึ่งรุ่นที่จะตอบโจทย์ความคลาสสิกและความสนุกสนานได้ ก็คือ Chanel Classic Flap Bag ที่มีการพัฒนาดีไซน์รูปลักษณ์ตลอดเวลา ไม่ว่าจะหนัง สีกระเป๋า หรือสีของฮาร์ดแวร์ก็มีให้เลือกหลากหลาย ทำให้กระเป๋าออกมาแล้วโดนตาต้องใจทุกครั้ง ถึงแม้จะเป็นรุ่นเดิมก็ตาม แต่การเปลี่ยนแปลงเล็กๆ น้อยๆ ก็สามารถสร้างความตื่นเต้นให้เหล่าแฟชั่นนิสต้าได้ไม่น้อย ในขณะเดียวกันก็ไม่ทิ้งความเป็นตัวตน สีคลาสสิกต่างๆ ที่ได้รับความนิยมตลอดกาล ก็ยังมีให้ได้เลือกสรรกัน

จากความนิยมที่ไม่มีวันเลิกของกระเป๋ารุ่นนี้ เราจึงรวบรวมสิ่งที่ควรรู้ ก่อนจะลงทุนซื้อกระเป๋าราคาหลักแสนอย่าง Chanel Classic Flap Bag มาบอกต่อกัน เพราะบางคนอาจจะเล็งแบรนด์เนมใบนี้เป็นใบแรก แล้วตัดสินใจไม่ได้ว่าจะเลือกยังไงดี ก็มาเช็คกันไปทีละข้อเลย และอยากจะบอกมือใหม่ว่าการซื้อกระเป๋าแบรนด์เนม ถือเป็นการลงทุนนะจ๊ะ เพราะสามารถขายต่อได้ตลอดและกำไรดีด้วย

 

5 ข้อควรรู้ ก่อนเสียเงินเปย์ กระเป๋า Chanel Classic Flap Bag ไว้ครอบครอง

 

1. ขนาดและราคาของ Chanel Classic Flap Bag

Chanel Classic Flap Bag – Extra Mini

ขนาด 6.7″ W x 3.9″ H x 3″ D หนัง Lambskin, Patent และ Caviar สามารถเช็คราคาได้หน้าเว็บและช็อปของ Chanel

กระเป๋า Chanel Classic Flap Bag

 

Chanel Classic Flap Bag – Mini Rectangular

ขนาด 7.9″ W x 4.9 H x 2.8″ D หนัง Lambskin, Patent และ Caviar ราคาเริ่มต้นประมาณ 106,715 บาท

กระเป๋า Chanel Classic Flap Bag

 

Chanel Classic Flap Bag – Mini Square

ขนาด 6.7″ W x 5.2″ H x 3.1″ D หนัง Lambskin, Patent และ Caviar ราคาเริ่มต้นประมาณ 100,247 บาท

กระเป๋า Chanel Classic Flap Bag

 

Chanel Classic Flap Bag – Small

ขนาด 9.3″ W x 5.7″ H x 2.6″ D หนัง Lambskin, Patent และ Caviar ราคาเริ่มต้นประมาณ 151,988 บาท

กระเป๋า Chanel Classic Flap Bag

 

Chanel Classic Flap Bag – Medium

ขนาด 10″ W x 6.3″ H x 3″ D หนัง Lambskin, Patent และ Caviar ราคาเริ่มต้นประมาณ 171,390 บาท ส่วนหนัง  Velvet ราคาเริ่มต้นประมาณ 119,650 บาท

กระเป๋า Chanel Classic Flap Bag

 

Chanel Classic Flap Bag – Jumbo

ขนาด 11.8″ W x 7.7″ H x 3.9″ D หนัง Lambskin, Patent และ Caviar ราคาเริ่มต้นประมาณ 190,790 บาท

กระเป๋า Chanel Classic Flap Bag

 

Chanel Classic Flap Bag – Maxi

ขนาด 13″ W x 9.1″ H x 3.9″ D หนัง Lambskin, Patent และ Caviar ราคาเริ่มต้นประมาณ 206,960 บาท

กระเป๋า Chanel Classic Flap Bag

 

2. วัสดุที่นำมาทำกระเป๋า

กระเป๋า Chanel Classic Flap Bag

กระเป๋า Chanel Classic Flap Bag

กระเป๋า Chanel Classic Flap Bag

 

3. สีของกระเป๋า

สีคลาสสิก

กระเป๋า Chanel Classic Flap Bag

สีทั่วไป

กระเป๋า Chanel Classic Flap Bag

 

4. สีฮาร์ดแวร์

กระเป๋า Chanel Classic Flap Bag

 

5. ด้านในกระเป๋า

กระเป๋า Chanel Classic Flap Bag

กระเป๋า Chanel Classic Flap Bag

กระเป๋า Chanel Classic Flap Bag

เช็คทั้ง 5 ข้อนี้แล้ว คงช่วยให้สาวๆ เลือกกระเป๋าได้อย่างถูกใจมากขึ้น หรือไม่ก็มีตัวเลือกไว้เปรียบเทียบมากกว่าเดิม แต่จะยังไง ก่อนจ่ายเงินแสน ต้องชัวร์จริงๆ ว่าเราเลิฟและอยากได้กระเป๋ารุ่นนี้ ไซส์นี้ หนังแบบนี้จริงๆ นะจ๊ะ ซื้อมาแล้วจะได้เป๊ะๆ ไม่เสียใจทีหลัง แต่จะว่าไปกระเป๋าแบรนด์เนม หากจะนำมาปล่อยต่อ เดี๋ยวนี้ราคาพุ่งสูง เรียกได้ว่ามีแต่กำไรล้วนๆ ก็น่าลงทุนอยู่นะ อิอิ

 

อ่านบทความอื่นๆ ของ Chanel ได้ที่ : 

เปิด 5 เรื่อง (ไม่) ลับเกี่ยวกับไอเท็มยอดฮิตจาก Chanel ที่สาวกควรรู้

กระเป๋าเปลี่ยน…ลุคเปลี่ยน พารู้จัก กระเป๋า CHANEL รุ่นท็อปฮิตที่ต้องมีให้ได้สักใบ!

5 เรื่องต้องอัพเดท! แฟชั่นโชว์ โอต์กูตูร์ Chanel ประจำซีซั่น Fall-Winter 2018/2019

CHANEL ครีเอตแว่นกันแดดดีไซน์ใหม่ ฉีกกฎผ้าทวีดเอกลักษณ์ของแบรนด์

 ไอเดียกระฉูด “Chanel” เนรมิตรันเวย์น้ำตกในโชว์ Spring/Summer 2018 (มีคลิป)

อลังการได้อีก CHANEL Fall-Winter 2017/18 ยกหอไอเฟลตั้งกลางรันเวย์ ปลุกปารีสให้ครึกครื้น

Chanel เปิดรันเวย์ย้อนยุค เผยคอลเล็คชั่น ‘Cruise 2017/18’


ภาพและที่มา : www.purseblog.com

 

Christian Louboutin รองเท้าพื้นแดง มีดีอะไร ราคาถึงแพงได้ใจ !

Christian Louboutin (คริสติยง ลูบูแตง) รองเท้าพื้นแดงในตำนาน มีดีอย่างไร ? ทำไมถึงแพงได้ใจ กับราคาเริ่มต้นเพียง 695$ (23,000 บาท)

นอกจากกระเป๋า จะเป็นไอเท็มที่ผู้หญิงอย่างเราขาดไม่ได้ รองเท้าคุณภาพดี ใส่แล้วสวย เพิ่มความมั่นใจ ก็นับว่าเป็นของที่คู่ควรกับผู้หญิงเช่นกัน

Christian Louboutin

กว่าจะมาเป็นแบรนด์รองเท้าในตำนานไม่ใช่เรื่องง่าย 27ปี มาแล้วที่ คริสติยง ลูบูแตง ถือกำเนิดในโลกแฟชั่น จากเด็กชายธรรมดา ผันตัวเองมาเป็นนักออกแบบที่โลดแล่นในวงการแฟชั่น สร้างตำนานให้รองเท้าพื้นแดงกลายเป็นไอคอนในปัจจุบัน

คริสติยง ลูบูแตง เกิดในครอบครัวฝรั่งเศส มีพี่น้องสามคน ซึ่งตัวเขาเป็นเพียงลูกชายคนเดียวในบ้าน ลูบูแตงเป็นเพียงเด็กชายธรรมดาทั่วๆ ไป ที่เกเรบ้าง และไม่ค่อยเอาธรรมเนียมฝรั่งเศสเท่าไหร่ ซึ่งในทางกลับกันพ่อแม่ และพี่น้องของเขากลับมีเลือดฝรั่งเศสเต็มเปี่ยมมาก

แต่ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ค่อยอินกับธรรมเนียมของเมืองน้ำหอมมากนัก แต่พ่อแม่ของเขาก็เข้าใจในตัวเขาดี และรู้ว่าลูบูแตงเป็นคนแบบไหน ต้องการอะไร ซึ่งนั่นก็เป็นเรื่องที่ดีมากเชียวล่ะ

เส้นทางในสายอาชีพนักออกแบบในตอนแรกของลูบูแตงอาจจะไม่ได้ชัดเจนมาก แต่หลังจากที่เขาได้เดินทางไปประเทศแอฟริกา และพบกับกฎที่ว่า สตรีห้ามใส่รองเท้าส้นสูงขึ้นอาคาร เพราะเกรงว่าส้นรองเท้าจะทำให้พื้นในอาคารเป็นรอยได้ นั่นทำให้เขาฉุกคิดขึ้นว่า กฎเหล่านี้ไม่ยุติธรรมกับผู้หญิงสักเท่าไหร่ เขาอยากทำลายกฎ และอยากทำให้ผู้หญิง รู้สึกมั่นใจและมีอำนาจมากขึ้น

Christian Louboutin

ในปี 1989 ลูบูแตง เดินทางกลับประเทศฝรั่งเศส หลังจากที่เขาใช้ชีวิตอยู่ที่อินเดีย หนึ่งปีเต็ม เขาได้รวบรวมผลงานการออกแบบรองเท้าส้นสูง และนำมันไปให้กับ Charles Jourdan นักออกแบบรองเท้าชาวฝรั่งเศสที่มีชื่อเสียงมากในยุคนั้น และทำให้ทำให้เขาได้มีโอกาสทำงานที่นั่น และจากนั้นไม่นานเขาได้มีโอกาสเข้าไปฝึกงานกับ Roger Vivier อีกหนึ่งแบรนด์รองเท้าในตำนานของอุตสาหกรรมแฟชั่นโลก

เส้นทางนักออกแบบรองเท้าของลูบูแตงชัดเจนมากขึ้น เขาเริ่มเป็นดีไซเนอร์  รับงานฟรีแลนซ์ ออกแบบรองเท้าให้กับแบรนด์ดังต่างๆ เช่น Chanel, Yves Saint Laurent, และ Maud Frizon

และในปี 1991 เขาก็ได้เปิดแบรนด์เป็นของตัวเอง แรกเริ่มเดิมที่ลูบูแตง ก็เป็นเพียงแบรนด์รองเท้าธรรมดาทั่วไป ไม่มีอะไรโดดเด่น ซึ่งแน่นอนว่าร้านรองเท้าต่างผุดขึ้นเป็นดอกเห็ด แล้วอะไรล่ะที่จะมาให้ คริสติยง ลูบูแตง แตกต่างจากแบรนด์อื่น

การพบกัน อาจไม่ใช่เรื่องบังเอิญ เช่นเดียวกับลูบูแตงที่ได้เห็นสีแดงบนเล็บของสาวผู้ช่วย ขณะที่เธอยื่นของมาให้ ซึ่งทำให้เขาเกิดไอเดียว่าสีแดงนี่ล่ะ ที่จะทำให้รองเท้าของใคร ไม่เหมือนใคร เขาใช้เวลาคิดและลองอยู่นานว่าสีแดงจะไปอยู่ส่วนไหนของรองเท้า รวมถึงเฉดสีแดง ที่คิดว่ามันใช่ ซึ่งหวยก็มาออกที่พื้นรองเท้า และสีแดงสดแบบที่คุณเห็น

สิ่งที่ทำให้คริสติยง ลูบูแตง กลายเป็นรองเท้าในตำนาน และเป็นรองเท้าที่ราคาแพงหูฉี่นั้น มาจากพื้นสีแดง ที่กลายเป็นเครื่องหมายทางการค้า และเป็นสัญลักษณ์ของ คริสติยง ลูบูแตง ที่สำคัญคือมีเซเลบริตี้มากมายใส่ เช่น Beyoncé, Cardi B, Blake Lively,Diane von Fürstenbergm,Catherine Deneuve, Christina Aguilera, Shirley Coates, Joan Collins, Jennifer Lopez, Madona, Tina Turner, Marion Cotillard, Nicki Minaj, Gwyneth Paltrow, Sarah Jessica Parker,Rihanna และ Kendall Jenner

Caroline แห่ง Hanover ของ คริสติยง ลูบูแตง

รองเท้าส้นสูง ที่ชมพู่ใส่ในพิธีหมั้น ของขวัญจาก คริสติยง ลูบูแตง สวยตาแตกมากค่ะแม่ชม

รวมถึงคนในราชวงศ์ อย่างเจ้าหญิง Caroline แห่ง Hanover ซึ่งเป็นลูกค้าคนแรกของ คริสติยง ลูบูแตง ส่วนเซเลบริตี้ฝั่งไทยที่เลิฟแบรนด์นี้มาก ก็คือ ชมพู่ อารยา เอ ฮาร์เก็ต

รุ่น The Décolleté 554 สีพื้น ราคา $695 ราคาเริ่มต้นที่ถูกที่สุด
Dffodile Strass รองเท้ารุ่นที่สุดของ คริสติยง ลูบูแตง ทำจาก Swarovski Crystals มีความสูง 6.3 นิ้ว

สำหรับราคาเริ่มต้นของรองเท้า ลูบูแตง ก็อย่างที่กล่าวไปตอนต้น คือ $695 (23,000 บาท) และแพงสุดอยู่ที่  $6,000 (200,000 บาท) ถ้าถามว่าทำไม ราคาถึงแพงหูฉี่ขนาดนี้ เพราะเริ่มต้นก็แพงแล้ว ลูบูแตงเคยให้สัมภาษณ์กับ นิตยสาร Times ว่า “ราคามันแพง เพราะเราทำรองเท้าในยุโรป”

โดยในปี 2008 ถึง 2013 ต้นทุนของบริษัทเพิ่มเป็นสองเท่า เมื่อเทียบเงินยูโรกับดอลลาร์ อีกทั้ง การแข่งขันที่เพิ่มมากขึ้น ในเรื่องวัสดุที่มีคุณภาพจากโรงงานในเอเชีย

นอกจากที่กล่าวมาข้างต้นแล้ว สิ่งที่ทำให้รองเท้าแบรนด์นี้มีราคาที่ค่อนข้างสูงนั้น มาจากขั้นตอนการออกแบบ และการผลิต ที่ส่วนใหญ่เป็นงานแฮนด์เมดทั้งหมด รวมถึง วัสดุที่นำมาใช้นั้น รวมๆ แล้วก็ทำให้รองเท้าของ ลูบูแตง มีราคาแพงกว่าแบรนด์อื่น

รองเท้ารุ่น “Decollete 554” ทำจาก Swarovski Crystals ไล่โทนสี multicolor ราคา $3,595 (118,000 บาท)
Raccoon-fur boots ราคา $1,995 (66,000 บาท)

รองเท้ารุ่น Loubikraf จากคอลเล็คชั่น #FW18  ของ คริสติยง ลูบูแตง ความพิเศษของรุ่นนี้ ทำจากถุงช้อปปิ้ง และกล่องกระดาษของแบรนด์ที่เหลือทิ้ง นำมาสร้างสรรค์เป็นรองเท้าสนีกเกอร์ ที่สวยและไม่เหมือนใคร ซึ่งคอลเล็คชั่นนี้ไม่ได้มีเพียงแค่สนีกเกอร์ ยังมีรองเท้าส้นสูง และ กระเป๋า อีกด้วย

ของบางอย่างที่เป็นตำนาน มีความพิเศษ ใส่ปุ๊บแล้วรู้ปั๊บ โดยไม่ต้องมโน นั่งนึกว่าเป็นแบรนด์อะไร ก็ควรคู่กับเงินที่เสียไป แต่ถึงอย่างไร ก็ต้องคิดถึงเงินในกระเป๋าด้วยนะจ๊ะ

ภาพและข้อมูล : www.businessinsider.com, http://us.christianlouboutin.com, louboutinworld

คู่ซี้แห่งโบนันซ่า

ส่องโมเมนต์น่ารักของ คู่ซี้แห่งโบนันซ่า ปีใหม่ กับ ปู่ไพวงษ์

คู่ซี้แห่งโบนันซ่า ปีใหม่ กับ ปู่ไพวงษ์ อยู่ด้วยกัน ความฮาและความน่ารักเกิดขึ้นเสมอ ระหว่างปู่กับหลาน

คู่ซี้แห่งโบนันซ่า

แม้ว่าความสัมพันธ์แบบสามี-ภรรยาของ นางเอกสาว “แอฟ ทักษอร” และ “สงกรานต์ เตชะณรงค์” จะจบไปแล้ว แต่ความสัมพันธ์ที่มีต่อลูกสาว “น้องปีใหม่” ก็ยังเหมือนเดิม ซึ่งทั้งแอฟและสงกรานต์ก็ยังผลัดกันเลี้ยงดูลูกสาวอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง และยังคงทำหน้าที่พ่อแม่ ได้เป็นอย่างดี

คู่ซี้แห่งโบนันซ่า

ส่วน “น้องปีใหม่” ด.ญ. เอวาริณ เตชะณรงค์ กลายเป็นขวัญใจใครหลายๆ คนไปแล้ว ด้วยความน่ารัก ขี้เล่นและเป็นกันเองของน้องปีใหม่ เลยทำให้ใครต่อใครที่ได้พบเจอกับเธอมักจะตกหลุมรักเด็กคนนี้เสมอ ที่สำคัญ น้องปีใหม่เป็นเด็กที่ปรับตัวได้ดี อย่างเวลาอยู่กับคุณแม่ก็จะเรียบร้อย อ่อนหวาน แต่เวลาอยู่กับคุณพ่อก็จะออกแนวบอยๆ ลุยๆ ดูเป็นสาวน้อยแสนซน แต่เรื่องมารยาทก็ไม่ขาดตกบกพร่อง เพราะคุณแม่แอฟสอนมาเป็นอย่างดี จนสงกรานต์ยังเอ่ยปากชมอยู่บ่อยๆ

คู่ซี้แห่งโบนันซ่า

แม้ตอนนี้ยังไม่มีอะไรชัดเจนเรื่องการหย่าระหว่าง แอฟ กับ สงกรานต์ แต่สิ่งที่ชัดเจนของสองครอบครัวนี้คือสายใยรัก ที่เรียกได้ว่า เลือดข้นไม่มีจาง ยิ่งระหว่าง ปีใหม่ กับ ปู่ไพวงษ์ เตชะณรงค์ ด้วยแล้ว ต้องบอกว่า เป็นปู่กับหลานที่รักและผูกพันกันมากจริงๆ เพราะถ้าย้อนกลับไปตั้งแต่ มีข่าวว่าแอฟกับสงกรานต์เริ่มมีปัญหากัน ปู่ไพวงษ์นี่แหละ ที่เคยลงรูปในไอจีคู่กับน้องปีใหม่ แล้วเขียนแคปชั่นว่า “ปีกับปู่ อยู่ถาวร” ซึ่งถึงตอนนี้ก็ผ่านมาร่วมปีแล้ว แต่ปู่กับปี ก็ยังอยู่ด้วยกันจริง

คู่ซี้แห่งโบนันซ่า

คู่ซี้แห่งโบนันซ่า

อีกทั้งตอนที่มีข่าวว่า สงกรานต์ไม่ซัพพอร์ต “น้องปีใหม่” คุณปู่ไพวงษ์ ก็เป็นคนที่ออกมาชี้แจงว่า “ขอโทษนะครับ ตามข้อความบางตอนที่คุณกล่าวว่า “สงกรานต์ไม่เคยซัพพอร์ตดูแลปีใหม่นั้น” ต้องขอแก้ข่าวตรงนี้นะครับว่า เรามีกองทุนที่จะดูแลลูกหลาน โดยเฉพาะปีใหม่ ก็ได้รับการดูแลตั้งแต่เกิด จนถึงทุกวันนี้และตลอดไป รวมถึงเงินฝากประจำปีของปีใหม่ด้วยครับ จึงเรียนมาเพื่อทราบ อนึ่ง ฟังคำสัมภาษณ์ของคุณแอฟทุกครั้งก็ไม่เคยพาดพิงถึงเรื่องนี้ จึงขอความกรุณา ช่วยพิจารณาในการเขียนข่าวเพื่อความเข้าใจของแฟนคลับด้วยครับ”

คู่ซี้แห่งโบนันซ่า

คู่ซี้แห่งโบนันซ่า

เห็นถึงสายใยรักที่คุณปู่มีให้กับหลานสาวแล้ว ต้องบอกว่าเป็นโมเมนต์ที่น่ารักจริงๆ แถมน้องปีใหม่เองยังเป็นเด็กฉลาด ทะเล้น ชอบสร้างเสียงหัวเราะและรอยยิ้มให้กับคนรอบข้างอยู่เสมอ ทำให้น้องปีใหม่เป็นที่รักของทุกคนในครอบครัว ไม่ว่าจะเป็นทางฝั่งคุณตา คุณยาย หรือ คุณปู่ คุณย่า ต่างก็รักและห่วงใยน้องปีใหม่อยู่เสมอ โดยเฉพาะคุณปู่ที่ดูจะเอ็นดูหลานสาวคนนี้เอามากๆ จนกลายเป็นหลานกับปู่  คู่ซี้แห่งโบนันซ่า ไปแล้ว

คู่ซี้แห่งโบนันซ่า

คู่ซี้แห่งโบนันซ่า


ภาพจาก IG @ pv_bonanza @songkarn_tae

 

Destinare

Destinare เปิดตัว “Japanese Secret Beauty Hub” แห่งแรกในประเทศไทย

กมลา ลี้โกมลชัย ผู้ก่อตั้ง Destinare (เดสทินาเระ) จัดงานเปิดตัว “Japanese Secret Beauty Hub” แห่งแรกในประเทศไทย นำเสนอการนวดแบบองค์รวมในสไตล์ดั้งเดิม เผยศาสตร์ลับแห่งความงามส่งตรงจากเมืองโอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น พร้อมแชร์ประสบการณ์จริง รวมถึงผลลัพธ์จากการทดลองเข้ารับบริการ

หวาน – กมลา ลี้โกมลชัย กล่าวถึงความเป็นมาของแบรนด์ว่าเกิดจากความที่เป็นคนที่มีแพชชั่นในเรื่องการดูแลผิวพรรณอย่างมาก ประกอบกับความหลงใหลในผลิตภัณฑ์เสริมความงามอันเป็นแรงบันดาลใจให้เธอศึกษาหาข้อมูลมากมายรวมถึงลองใช้ผลิตภัณฑ์หลายประเภทจากหลายแบรนด์ด้วยตนเองนานหลายปี หากแต่ผลิตภัณฑ์เหล่านั้นกลับไม่ตอบโจทย์ผิวสมบูรณ์แบบไร้ที่ติเท่าไรนัก จนกระทั่งได้รู้จักกับ มาสเตอร์ชิโนบุ ซาโตะ นายกสมาคมโฮลิสติ้งในประเทศญี่ปุ่น ปรมาจารย์ด้านโฮลิสติกหรือศาสตร์การแพทย์ทางเลือกแบบองค์รวม ผู้ถ่ายทอดศาสตร์การนวดดั้งเดิมในสไตล์ญี่ปุ่นให้อย่างละเอียด โดยได้บินไปศึกษาด้วยตนเองไกลถึงประเทศญี่ปุ่นนานนับปีเพื่อให้ได้ความรู้ที่ครบถ้วนอย่างแท้จริงซึ่งถือเป็นตัวจุดประกายสำคัญในการริเริ่มแบรนด์นี้ขึ้นที่นี่ เพื่อที่จะแบ่งปันประสบการณ์ผิวสวยสมบูรณ์แบบจากภายในสู่ภายนอกให้กับคนไทย

อินทริยา หนูเทพ “โดยส่วนตัวแล้วมีเคล็ดลับความงามง่ายๆ คือดูแลตัวเองทั้งเรื่องของผิวหน้าและผิวกายอย่างสม่ำเสมอ แต่ก็พบว่าผิวหน้าเป็นส่วนที่เกิดการหย่อนคล้อยได้อย่างรวดเร็ว อีกทั้งยังประสบปัญหาใต้ตาดำคล้ำ ทำให้ต้องพึ่งพาเมคอัพเพื่อปกปิดตลอดเวลา หลังเข้ารับบริการอย่างต่อเนื่องก็สัมผัสได้ว่าผิวได้รับการฟื้นฟู ในวันสบายๆ เราสามารถออกจากบ้านได้โดยไม่ต้องแต่งหน้าอีกต่อไป เพียงทาแค่ลิปสติกก็เพียงพอแล้ว เรียกได้ว่าเรากล้าที่จะเผยผิวธรรมชาติมากขึ้น เรียกความมั่นใจกลับมา”

ดีไซเนอร์แถวหน้าของเมืองไทย มิลิน ยุวจรัสกุล กล่าวว่า “ปกติแล้วเป็นคนที่ทำงานหนักมาก จึงชอบความรวดเร็ว ผลิตภัณฑ์เสริมความงามหรือผลิตภัณฑ์บำรุงผิวจะต้องเห็นผลทันตา เมื่อผิวหน้าดีขึ้นเรามักจะหยุดใช้ทันที ทำให้เรารู้สึกได้ว่าผลิตภัณฑ์เหล่านั้นไม่ได้บำรุงอย่างล้ำลึกจากภายใน ประกอบกับการเป็นคุณแม่ทำให้เราเริ่มสนใจผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกมากขึ้น หลังจากเข้ารับบริการผิวหน้าเรานุ่มฟู เปล่งปลั่งขึ้น อีกทั้งคลายกังวลเกี่ยวกับสารเคมีที่อาจส่งผ่านไปยังลูก ดังนั้น Destinare คือคำตอบที่ลงตัวสำหรับเวิร์กกิ้งวูแมนที่ควบตำแหน่งคุณแม่อย่างเราได้ดี”

Destinare คือบิวตี้ฮับสำหรับคนรักการนวดในสไตล์ญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมที่ถ่ายทอดคาแร็คเตอร์ของหญิงสาวญี่ปุ่นที่มีไลฟ์สไตล์ในแบบฉบับสาวปารีเซียง ก่อตั้งขึ้นจากความรักและความตั้งใจจริงเพื่อสร้างฮับที่รวมศาสตร์ในการนวดต่างๆ อย่างผสมผสานไว้อย่างครบครัน โดยคอนเซ็ปต์หลักคือการนวดเพื่อสุขภาพกระตุ้นให้ระบบการทำงานในร่างกายและระบบไหลเวียนโลหิตทำงานอย่างเป็นระบบ ภายใต้พื้นฐานความเชื่อว่าระบบทั้ง 3 ของร่างกายประกอบไปด้วย ระบบน้ำเหลือง ระบบฮอร์โมน และระบบประสาททำงานสัมพันธ์กัน ควบคู่ไปกับการใช้สมุนไพรและผลิตภัณฑ์สูตรลับเฉพาะตามแบบฉบับ Sato Oil (ซาโตะ ออยล์) ซึ่งมีคุณสมบัติพิเศษเป็นน้ำมันที่มีโครงสร้างเดียวกับน้ำมันที่ร่างกายผลิตขึ้น ดังนั้นจึงซึมซาบเข้าสู่ผิวอย่างรวดเร็วไม่เหนียวเหนอะหนะ โดยผลิตภัณฑ์และทรีตเมนต์เป็นผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกซึ่งพัฒนาขึ้นภายใต้คอนเซ็ปต์ความลับแห่งความงามเหนือกาลเวลา ไม่มีการแปรสภาพ ผลิตจากส่วนผสมธรรมชาติ คุณภาพสูง ใช้กรรมวิธีพิเศษในการสกัดภายใต้แนวคิดการรักษาคุณภาพของวัตถุดิบไม่ให้เกิดการเน่า นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับการเลือกวัตถุดิบจากแหล่งวัตถุดิบคุณภาพเยี่ยมอย่างประเทศฝรั่งเศสที่มีภูมิประเทศและภูมิอากาศเอื้อต่อการเจริญเติบโตของสมุนไพร อีกทั้งยังคำนึงถึงสภาพอากาศในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และทรีทเมนต์ให้เหมาะสมกับผิวคนไทยมากที่สุด เพื่อการเข้าบำรุงได้ตรงตามความต้องการให้ผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจในการฟื้นบำรุงผิวให้ดูเปล่งปลั่ง กระจ่างใส พร้อมชะลอริ้วรอยแห่งวัย ฟื้นฟูผิวเสียให้กลับมาแข็งแรงอีกครั้ง โดยจะเปิดให้บริการวันแรกวันที่ 10 ต.ค. 2561 โรงแรม LUXX XL หลังสวน

จากวันแรก จนถึงวัน(ใกล้)แต่งงาน ของคู่รัก 15 ปี เอ็ม – ซาร่า

เคยรู้สึกจางเป็นอากาศท่ามกลางความรักที่อบอวลอยู่รอบๆ ตัวกันไหมคะ ถ้าไม่เคย เราอยากให้อ่านบทสัมภาษณ์ของคู่รักยาวนานที่กำลังจะลั่นระฆังวิวาห์ ซาร่า เล็กจ์ และ เอ็ม–สืบสกุล ทวีผล แล้วคุณจะรู้ว่าความจางท่ามกลางความหวานมันมีความสุขขนาดไหน

 

ย้อนอดีต แรกพบเมื่อ 15 ปีที่แล้ว

ซาร่า : มันนานมากแล้วเนอะ ตอนนั้นเพื่อนของเราเขานัดออกมาเที่ยว ก็เลยได้เจอกัน

เอ็ม : ตอนนั้นผมกับซาร่าอยู่กันคนละค่าย แต่ก็ไม่ได้เป็นรักต่างค่ายที่ต้องปกปิดขนาดนั้น เพราะเราไม่ได้คบกันหวานมาก ใครมาถามก็โอเคตอบได้เท่านั้น

ซาร่า : โทรคุยกันมาเรื่อยๆ เกือบปี ซ่าเป็นคนที่คุยกับใครแล้วจะโฟกัสอยู่แค่คนเดียว ถ้าใช่ก็คุยต่อได้ยาวๆ ถ้าไม่ใช่ก็เลิกคุยไปเท่านั้นเอง แล้วพี่เอ็มเป็นคนคุยเก่ง

เอ็ม :  นี่คือข้อดี (หัวเราะ)

ซาร่า เล็กจ์

 ตกลงเราคงต้องเป็นแฟนกัน

ซาร่า : มันไม่ได้มีโมเม้นต์อะไรพิเศษเลย เป็นแค่การไปกินข้าวด้วยกัน แล้วก็พูดคุยกันเท่านั้นเอง

เอ็ม : หลังจากคุยกันได้ปีกว่าๆ ไปไหนมาไหนด้วยกัน แต่ยังไม่มีสถานะที่ชัดเจน ก็เลยถามเขาว่านี่ตกลงเราเป็นแฟนกันแล้วหรือยัง  ซาร่าก็ตกลงเป็นแฟนกัน จนถึงวันนี้ก็ 14 ปี จะครบรอบ 15 ปีในเดือนกุมภาพันธ์ ปีหน้าครับ

ซาร่า : เขาเป็นแฟนคนแรกของซ่าเลย

เอ็ม : เราเป็นแฟนคนแรกของกันและกันครับ (น่าอิจฉาเนอะ)

ซาร่า เล็กจ์
แคปชั่นสุดซึ้ง : The best shoulders to lean on💘🌟🌈 #happy13th #alwaysalways #forever&ever (Thank you @pteoy for this shot, luv it ka)

ความรู้สึกในช่วงแรกที่คุยกัน

เอ็ม :  ซาร่าเป็นคนที่คิดดี น่ารัก ทำอะไรก็จะคิดถึงครอบครัวก่อนเป็นอย่างแรก เป็นคนคิดบวก ซึ่งการที่เราอยู่กับคนคิดบวก ทำให้เราได้รับพลังบวกไปด้วย

ซาร่า : พี่เอ็มไม่ได้เป็นคนในสเปคซ่าเลยนะ แต่เขาเป็นคนที่เราคุยด้วยแล้วสบายใจ คุยด้วยแล้วมีความสุข สามารถคุยได้ทุกเรื่อง ทั้งๆ ที่ซ่าเป็นคนโลกส่วนตัวสูง มีพื้นที่ส่วนตัวเยอะ โดยเฉพาะช่วง 5 – 6 ปีแรกที่คบกัน เราจะมีกำแพง ผลักเขาออกตลอด

จีบสาวโลกส่วนตัวสูงยากไหม

เอ็ม : ไม่ยาก เราแค่ต้องทน (ซาร่าหันไปมองอย่างตั้งใจฟังเชียวละ) เพราะมันก็คือความสุขอย่างหนึ่ง (ยิ้ม…)  ในเมื่อเรารักผู้หญิงคนนี้ ก็แค่เข้าใจเขา ให้พื้นที่กับเขา แล้วก็ชวนคุยในเรื่องที่เขาชอบ

ซาร่า เล็กจ์

รักกันมานานขนาดนี้ เคยมีปัญหากันหนักๆ บ้างไหม

เอ็ม :  ช่วงอายุ 25 – 26 ก็เป็นช่วงเปลี่ยนผ่านจากวัยรุ่นเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ ผมก็ทำงานมาตั้งแต่เด็ก ไม่ได้ถูกปลูกฝังเรื่องการใช้เงิน ก็ใช้จ่ายอะไรไปเยอะแยะ ในขณะที่ซาร่าเขาจะโตมาอย่างเป็นระเบียบในทุกเรื่อง ก็เลยทำให้มีปัญหา จนซาร่าต้องมานั่งถามว่าใช้เงินยังไง อายุเท่านี้มีเงินเก็บเท่าไหร่ แล้วอนาคตจะเป็นอย่างไร

ซาร่า :  ใช่ ซ่าเคยพูดเลยนะว่า ถ้าจะมาขอซ่าต้องมีเงินเท่านี้ๆ

เอ็ม : จากวันนั้นก็ทำให้ต้องปรับเปลี่ยนการใช้เงิน จนตอนนี้มีเงินมากกว่าที่เคยตกลงกันไว้เยอะมาก บอกได้เลยนะว่า อีกสิบปีข้างหน้าจะมีเงินเท่าไหร่

ซาร่า : ซ่าเป็นคนที่จะพูด พูดจนกว่าเขาจะเชื่อ จนกว่าเขาจะยอมรับว่ามันคือเหตุผลที่ดี

เอ็ม : ส่วนผมก็ใช้คำว่ายอมอย่างเดียวเลย เพราะสิ่งที่เขาทำให้เรามันคือเรื่องที่ส่งผลดี ทำแล้วไม่เสียหายแน่นอน

ซาร่า :  ใช่ ยอมผู้หญิงเป็นเรื่องดี เพราะเราก็คิดมาแล้วว่านี่คือสิ่งที่ดี (หันไปยิ้มให้ คนยอม ><)

ซาร่า เล็กจ์
แคปชั่นสุดซึ้ง : The smile that changed my world 😌❤️🎄🎁

เอาชนะรักทางไกล

ซาร่า :  เปลืองค่าตั๋วเครื่องบินมากกกกก

เอ็ม : (หัวเราะ ก่อนจะยิ้มกว้าง) แทบจะเรียกว่ารักทางไกลไม่ได้เลย เพราะกรุงเทพฯ กับสิงคโปร์ก็ไม่ได้ไกลกันมาก แล้วตั้งแต่ก่อนที่ผมจะย้ายไปทำงานที่นั่น ก็บอกกับทางบริษัทเลยว่าจะกลับกรุงเทพฯ ทุก 2 อาทิตย์นะ ส่วนซาร่าก็สลับมาหาทุก 2 อาทิตย์เหมือนกัน เท่ากับว่าเราได้เจอกันทุกวันหยุด

ซาร่า : ก็ห่างกันนิดนึงนะ เพราะว่าปกติวันธรรมดา ซ่ากับพี่เอ็มก็จะกินข้าวเย็นด้วยกัน หรือไปไหนมาไหนด้วยกัน แต่พอไปทำงานที่นู่นก็ได้เจอกันแค่เสาร์อาทิตย์ แต่ที่สิงคโปร์ก็เป็นช่วงเวลาที่เจ๋งมากๆ มีแค่เราสองคน ไปเดินเที่ยวที่ไหนก็ได้ ได้ใช้เวลาส่วนตัวอยู่ด้วยกัน

เอ็ม :  เป็นอีกหนึ่งช่วงความทรงจำพิเศษ ได้รู้ด้วยว่าต่อไปเขาจะดูแลเรายังไง อย่างตอนที่จะต้องไปอยู่ เขาก็เป็นคนหาที่พักให้ ดูว่าต้องอยู่แถวไหนถึงจะดี เวลาเขาไปหาก็จะทำอาหารไว้ให้ อย่างสปาเกตตี้สำหรับ 2 อาทิตย์บ้าง ผัดกะเพรา 2 อาทิตย์บ้าง

ซาร่า :  แล้วมันก็โชคดีตรงที่ซ่าไม่ได้เป็นผู้หญิงเรียกร้องว่าเราต้องอยู่ด้วยกันตลอดเวลานะ ก็เลยทำให้เราไม่มีปัญหาเวลาที่ต้องอยู่ไกลกัน

ซาร่า เล็กจ์

เรื่องของความโรแมนติค

ซาร่า : เขาเป็นคนโรแมนติคกว่าซ่ามากๆ เป็นเจ้าพ่อเซอร์ไพรส์ เจ้าพ่อคอนเซ็ปต์ ทำอยู่ตลอดตั้งแต่เริ่มคบกัน อย่างเมื่อก่อนพี่เอ็มจะเอาไอพอดมาให้พร้อมกับลิสต์เพลง แล้วก็เปลี่ยนลิสต์เพลงทุกเดือน เปลี่ยนไปตามธีมต่างๆ ส่วนซ่าไม่ได้เป็นผู้หญิงขนาดนั้น เคยได้ของเต็มบ้านจนต้องบอกว่าไม่เอาแล้วนะ มันรกบ้านต้องมานั่งเก็บ สุดท้ายต้องตั้งกฎว่าให้ได้ปีละ 2 ครั้งเท่านั้น คือ ของขวัญวันเกิด กับของขวัญวันคริสต์มาส แล้วของขวัญวันคริสต์มาสไม่ต้องซื้อมาให้ เดี๋ยวไปเลือกเอง

เอ็ม : เขาจะโอเคกว่ามากถ้าให้เป็นวอยเชอร์ (หัวเราะลั่น)

ซาร่า : ใช่ ขอไปเลือกเองดีกว่า มีอยู่ปีนึงพี่เอ็มเหมือนเก็บกดมาก เพราะบอกว่าไม่เอาของขวัญแล้วนะ  แต่เวลาเราไปเดินห้างด้วยกัน ซ่าก็จะมีอารมณ์ผู้หญิงแบบ “อันนี้สวยจัง อันนี้อยากได้” แต่ไม่ซื้อ ปรากฎว่าวันคริสต์มาสเขาหอบถุงแดงแบบซานตาครอสมาให้ถุงใหญ่มาก แล้วข้างในมีของที่ซ่าเคยพูดว่าอยากได้มาตลอด ตอนเปิดดูบางชิ้นยังสงสัยว่าเลยเราเคยอยากได้อันนี้ด้วยหรอ

(คุณเอ็มยิ้มและหัวเราะ พร้อมมองว่าที่เจ้าสาวด้วยสายตาที่ทำเอาคนนอกอย่างเราต้องอิจฉา หวานอะไรกันเบอร์นี้)

ทำไมขยันทำเซอร์ไพรส์จัง (คำเตือน : คนโสดควรทำใจก่อนอ่าน)

เอ็ม :  ผมทำเพราะว่าอยากให้ผู้หญิงคนนี้มีความสุข เราทำแบบนี้แล้วเขายิ้ม เขาหัวเราะ เรารับรู้ได้ว่าเขามีความสุข แล้วเราก็มีความสุข เท่านี้ก็เพียงพอแล้ว ผมว่าการที่เราให้ของแก่กัน วันข้างหน้าตอนเอาของออกมาดู เราก็จะดูด้วยความสุข เพราะของแต่ละชิ้นก็จะมีความทรงจำที่ดีอยู่

ซาร่า เล็กจ์

15 ปี กับที่สุดของความประทับใจ

ซาร่า : เขาเป็นคนที่อยู่กับซ่าทุกช่วงเวลา ไม่ว่าจะแย่ จะดาวน์แค่ไหน พี่เอ็มก็อยู่ข้างๆ เคยมีช่วงที่ซ่าดาวน์ที่สุดด้วยปัญหาหลายๆ อย่าง พี่เอ็มก็ขับรถจากกรุงเทพฯ เอาโทรศัทพ์บีบีไปวางที่หน้าบ้านที่พัทยาแล้วก็กลับเลย เขาบอกว่าเอาไว้ส่งข้อความเป็นกำลังใจให้นะ คือเขารู้ว่าเป็นช่วงที่ซ่าอยากอยู่คนเดียวมาก เขาก็จะคอยส่งข้อความมาให้เราเสมอๆ

เอ็ม : ที่ประทับใจที่สุดของผมก็เป็นตอนวันครบรอบ 10 ปี ผมอยู่ที่สิงคโปร์ ซาร่าทำเซอร์ไพรส์โดยการมาแบบไม่บอกล่วงหน้า พอผมเปิดประตูเข้าไปก็เจอเขาพร้อมกับบรรยากาศที่เขาตั้งใจเตรียมไว้ให้ แล้วก็มีโฟโต้บุ๊กที่ซาร่าทำให้ เปิดดูไป ก็ร้องไห้ซึ้งใจที่เขาทำให้

ซาร่า : แต่เป็นโฟโต้บุ๊กที่ยังทำไม่เสร็จนะ มีแค่ 4-5 หน้า ทุกวันนี้ก็ยังค้างอยู่แค่นั้น ทั้งที่ตั้งใจว่าจะทำให้ทั้งเล่ม

(แล้วเขาทั้งคู่ก็มองหน้ากัน ยิ้มจากปากถึงดวงตา พุ่งแทงใจคนโสด ต้องรักกันมากแค่ไหนถึงจะมอบรอยยิ้มอบอุ่นให้แก่กันได้ขนาดนี้ ฮือออ)

เอ็ม : หลายปีก่อนตอนช่วงที่อินกับจักรเย็บผ้า เขาก็ปักหมอนให้

ซาร่า : ใช่…ออกแบบหมอนให้เลย

เอ็ม : ทุกวันนี้หมอนใบนั้นก็ยังอยู่บนที่นอนครับ (คนโสดตายไปเลยจร้า)

หากวันหนึ่งต้องเลิกกัน

ซาร่า : คิดไม่ออกว่าถ้าไม่มีพี่เอ็มในชีวิตจะเป็นยังไง เพราะเราก็อยู่ด้วยกันมาตั้งแต่เด็ก ก็เกือบครึ่งชีวิต ในทุกก้าวซ่ามีเขามาตลอด

เอ็ม : ก็เหมือนกัน เพราะแผนในอนาคตของผมทุกแผน มีเขาอยู่เป็นส่วนหนึ่งด้วยทั้งหมด ถ้าไม่มีเขาก็ไม่ใช่

งานแต่งธีม Game of Thrones สุดเก๋ของคุณชิ & คุณปอม @Benedict Studio

งานแต่งงานของคุณชิ – ชิชาลักษณ์และคุณปอม – เอกบุตร เป็นอีกหนึ่งงานสุดครีเอตที่เมื่อทีมงาน แพรว wedding เห็นครั้งแรกนั้นถึงกับต้องออกตามหาเจ้าบ่าว – เจ้าสาวของงานกันวุ่นวายเลยทีเดียว ธีมงานนั้นถ้าหากใครเป็นแฟนซีรี่ส์ฝรั่งจะต้องนึกออกในแวบแรก และที่มาของธีมก็เกิดจากเรื่องราวความสัมพันธ์แสนหวานของทั้งคู่นั่นเอง

คุณปอมและคุณชิรู้จักกันครั้งแรกจากการเป็นรุ่นพี่รุ่นน้องกันที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย บุพเพสันนิวาสนำพาให้ทั้งสองมีโอกาสใกล้ชิดกันมากขึ้นเรื่อยๆ ผ่านการเรียนบ้าง การทำกิจกรรมบ้าง จากความรู้สึกดีๆ พัฒนาสู่ความรัก ทั้งสองจึงตัดสินใจคบเป็นแฟนกัน ความสัมพันธ์ดำเนินมายาวนานถึง 8 ปี ก่อนที่คุณปอมจะขอคุณชิแต่งงานแบบสุดเซอร์ไพรส์และลงทุนจนสาวๆ หลายคนต้องจิกหมอนด้วยความอิจฉาคุณชิแน่ๆ

“ในวันที่ 8 ตุลาคม 2559 เป็นวันครบรอบที่เราเป็นแฟนกันมาครบ 8 ปี ปอมทำเซอร์ไพรส์ไปขอแต่งงานบนบอลลูนที่เมืองแซนดีเอโก สหรัฐอเมริกา ซึ่งครั้งนั้นเป็นครั้งแรกที่เราขึ้นบอลลูนด้วยกัน ปอมแอบเตรียมการล่วงหน้ามาเกือบ 1 ปีโดยที่ชิไม่รู้ตัวเลย ปอมทำหนังสือการ์ตูนเล่มหนึ่งที่มีภาพวาดพร้อมคำบรรยายเรียบเรียงเรื่องราวของปอมและชิตั้งแต่เจอกัน เก็บทุกรายละเอียดและความประทับใจตลอด 8 ปีที่ผ่านมา” เจอแบบนี้เป็นสาวคนไหนก็ต้องใจอ่อน คุณปอมเล่าว่าคุณชิร้องไห้ด้วยความตื้นตันใจและตกลงเซย์เยสทันที

ธีมงาน Game of Thrones แน่นอนว่ามาจากซีรี่ส์โปรดของเจ้าบ่าวและเจ้าสาว คุณปอมเล่าว่า “ตั้งแต่เราไปอยู่ที่อเมริกาเป็นซีรี่ส์เรื่องแรกที่ดูด้วยกันมาตลอด 7 ปี ปกติเจ้าสาวจะชอบซีรี่ส์ไทย แต่ประทับใจในความสวยงามของซีรี่ส์เรื่องนี้มาก โดยเฉพาะฉากที่เป็นน้ำแข็งทางตอนเหนือของเรื่อง เลยได้แรงบันดาลใจมาประยุกต์ใช้กับงานแต่งงาน”

คุณปอมและคุณชิใช้บริการเวดดิ้งแพลนเนอร์ Tie The Knot มาช่วยครีเอตธีมงานจากซีรี่ส์ดังให้กลายมาเป็นงานแต่งงานสุดชิค เนื่องจากทั้งคู่ อยู่ต่างประเทศและมีระยะเวลาเตรียมตัวแค่สามเดือนครึ่ง จึงทำให้การเตรียมงานค่อนข้างมีความท้าทายสูง แต่เจ้าบ่าว – เจ้าสาวและทีมงานเวดดิ้งแพลนเนอร์ก็ช่วยกันวางแผน เตรียมการทุกอย่างเป็นอย่างดี รวมทั้งติดต่อกันตลอดผ่านทางไลน์ โจทย์ของคุณปอมและคุณชิคือ ธีม Game of Thrones ในแบบฉบับที่เป็นเอกลักษณ์ มีกลิ่นอายความโรแมนติกแต่ไม่หวานแหวว ออกแนวน่าค้นหา ธีมสีหลักจึงเป็นสีออกเทาเหมือนน้ำแข็งขั้วโลกใต้

ระหว่างการเตรียมงานทั้งหมด คุณปอมและคุณชิกล่าวว่าคุยกันทุกวันจนกลายเป็นกิจกรรมของชีวิตคู่ที่สนุกและมีความสุขตลอดระยะเวลาการเตรียมงาน ถือเป็นนิมิตหมายอันดีของการเริ่มต้นชีวิตครอบครัวที่จะเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและความอบอุ่นต่อจากนี้ไป

The Details

Venue : Benedict Studio (โทร. 0-2936-6365, 09-8959-2363)
Wedding Dress & Groom Suit : Finale Wedding Studio (ไลน์ : @finalewedding)
Makeup Artist & Hair Stylist : คุณสุรศักดิ์ วัฒนศิริ (โทร. 09-1876-6789)
Wedding Planner : Tie The Knot Wedding Planner(โทร. 09-8364-6546)
Photo : Impressshot (โทร. 08-5800-8809)

กลุ่มบริษัทเอสเต ลอเดอร์ การรณรงค์เพื่อต่อต้านโรคมะเร็งเต้านม

กลุ่มบริษัทเอสเต ลอเดอร์ประกาศให้กำลังใจแก่คนทั่วโลกด้วยการรณรงค์เพื่อต่อต้านโรคมะเร็งเต้านมประจำปี 2561 ด้วยคำขวัญว่า –  #ถึงเวลาที่จะกำจัดมะเร็งเต้านมให้หมดสิ้นไปแล้ว

การต่อสู้กับมะเร็งเต้านมโดยมุ่งไปที่เวลาและการลงมือทำถือเป็นเรื่องด่วน

ทุกๆ 19 วินาที บางแห่งบนโลกใบนี้จะมีผู้หญิงหนึ่งคนที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งเต้านม  การต่อสู้กับโรคนี้มีความก้าวหน้าไปมาก ทว่าการทำงานก็ยังคงต้องดำเนินต่อไปเพื่อที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเลขที่น่าวิตกนี้     การรณรงค์เพื่อต่อต้านโรคมะเร็งเต้านมของกลุ่มบริษัทเอสเต ลอเดอร์ (การรณรงค์) ปีนี้จัดว่าเป็นเรื่องเร่งด่วนที่จำเป็นต้องรีบดำเนินการทันที โดยใช้ข้อความที่เรียบง่ายแต่เป็นสากล นั่นก็คือ #ถึงเวลาที่จะกำจัดมะเร็งเต้านมให้หมดสิ้นไปแล้ว

สำหรับผู้ที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งเต้านม เวลาเป็นสิ่งมีค่ามาก , มีจำกัด และไม่สามารถซื้อได้  เกือบทุกคน ไม่ว่าจะเป็นประเทศ, อายุ, วิถีชีวิต หรือค่านิยมใดๆ ต่างยังคงได้รับผลกระทบจากโรคนี้ที่ไม่มีคำว่าขอบเขต   ด้วยการณรงค์ในปีนี้ กลุ่มบริษัทเอสเต ลอเดอร์ยังคงยึดมั่นกับพันธสัญญาของบริษัทที่ว่า ถึงเวลาที่จะต้องสนับสนุนการวิจัย, การศึกษาและการบริการต่างๆ ทางการแพทย์ให้มากขึ้น เพื่อที่จะนำเราให้เข้าไปใกล้กับวิธีการรักษาได้มากขึ้น และเพื่อให้ผู้ป่วยทั่วโลกได้มีเวลามากขึ้นที่จะมีความเป็นอยู่ที่ดีและแข็งแรงขึ้น

ในปีพ.ศ. 2535  เอเวอลิน เอช. ลอเดอร์ได้ร่วมสร้างสรรค์ริบบิ้นสีชมพูอันเป็นสัญลักษณ์ และได้เริ่มการรณรงค์เพื่อต่อต้านโรคมะเร็งเต้านมของกลุ่มบริษัทเอสเต ลอเดอร์  โดยจัดทำเป็นการรณรงค์ระยะยาวเพื่อสร้างแรงบันดาลใจ ไม่เฉพาะให้กับผู้ป่วยเท่านั้น แต่ยังให้กับผู้คนนับล้านๆ คนที่ได้รับความทุกข์ทุกปีจากมะเร็งเต้านม  หนึ่งปีต่อมาเธอได้ก่อตั้งมูลนิธิเพื่อการวิจัยโรคมะเร็งเต้านม® (บีซีอาร์เอฟ) ซึ่งเป็นองค์กรที่ไม่แสวงหากำไร เพื่อระดมทุนให้กับการวิจัยเรื่องโรคมะเร็งเต้านมโดยเฉพาะ  ปัจจุบัน การรณรงค์ได้ระดมทุนได้มากกว่า 76 ล้านดอลลาร์ทั่วโลก, บีซีอาร์เอฟได้มอบทุนเพื่อการวิจัยทางการแพทย์ไปแล้ว 250 ทุน (เป็นเงิน 62 ล้านดอลลาร์จากจำนวนเงินทั้งหมดที่ระดมได้)  และยังคงดำเนินการอยู่ในกว่า 70 ประเทศทั่วโลก

ความก้าวหน้าในการที่จะต่อสู้กับมะเร็งเต้านมยังคงดำเนินต่อไป และผลจากการรณรงค์ก็แพร่ขยายออกไป  อัตราการเสียชีวิตจากมะเร็งเต้านมได้ลดลงร้อยละ 39 นับตั้งแต่ปลายปี 2533 เป็นต้นมา

และอัตราการรอดชีวิตในระยะเวลา 5 ปีก็เพิ่มสูงขึ้นกว่าร้อยละ 90 หากมีการตรวจพบมะเร็งเต้านมในระยะเริ่มแรก  การเยียวยาและการผ่าตัดก็ก้าวหน้าขึ้นด้วย  ขณะนี้การรักษาเยียวยาก็กำลังทำให้เหมาะกับประเภทของมะเร็งเต้านมของแต่ละคน และการผ่าตัดก็ไม่ได้เป็นวงกว้างเหมือนก่อน

อย่างไรก็ตาม ยังมีงานที่ต้องทำอีก   วิลเลียม พี. ลอเดอร์ ประธานบริหารของกลุ่มบริษัทเอสเต ลอเดอร์ ยังคงให้การสนับสนุนงานของคุณแม่ของเขาผู้ล่วงลับไปแล้วอย่างแข็งขัน โดยกล่าวว่า “การรณรงค์เพื่อต่อต้านโรคมะเร็งเต้านมได้นำสิ่งที่ดีที่สุดที่เราทำในฐานะที่เป็นบริษัทไปใช้ เพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ประชาชนและชุมชนต่างๆ ทั่วโลก   ตอนที่คุณแม่ของผม, เอเวอลิน ลอเดอร์, เริ่มการรณรงค์นี้ในปี 2535 เธอมีวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนว่า จะต้องทำให้มะเร็งเต้านมหมดสิ้นไป ด้วยการสนับสนุนอย่างมั่นคงของพนักงาน, หุ้นส่วนและผู้บริโภคของเราทั่วโลก เราจึงได้เข้าไปใกล้วิธีการรักษาได้มากขึ้นเรื่อยๆ และใกล้ที่จะทำให้ความฝันของเธอเป็นจริง ด้วยการลงทุนอย่างยั่งยืนในด้านการศึกษาและวิจัย”

เพื่อระลึกถึงการเริ่มต้นเดือนแห่งการตระหนักถึงโรคมะเร็งเต้านมในเดือนตุลาคมนี้ การรณรงค์เพื่อต่อต้านโรคมะเร็งเต้านมของกลุ่มบริษัทเอสเต ลอเดอร์จะนำเสนอวิดีทัศน์ที่เป็นตอนๆ ต่อเนื่องกัน เรื่อง “ทุกวินาทีมีค่า” ซึ่งจะสร้างการรับรู้ได้มาก  ในช่วงเวลาที่ใครสักคนได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งเต้านม ย่อมเป็นช่วงเวลาที่ทำให้ชีวิตของเขาเปลี่ยนไป เวลาจะช้าลง ช่วงเวลาเหล่านี้เป็นช่วงเวลาที่ท้าทาย งดงามและเป็นจริง การรณรงค์เพื่อต่อต้านโรคมะเร็งเต้านมปี 2561 ให้ความสำคัญกับแนวความคิดเรื่องเวลาและผลกระทบที่มะเร็งเต้านมมี ทั้งจากมุมมองส่วนตัวและที่เป็นสากล  ในวิดีทัศน์ทั้งเรื่องยาวและสั้นนี้ เราจะเห็นภาพชีวิตจากมุมมองของผู้ที่ต้องเผชิญกับมะเร็งเต้านม วิดีทัศน์เรื่องนี้บรรยายโดยเอลิซาเบธ เฮอร์ลีย์ซึ่งเป็นทูตในการณรงค์นี้ทั่วโลกมาเป็นเวลานาน เธอกล่าวว่า “ทุกๆ 19 วินาที บางแห่งบนโลกใบนี้จะมีผู้หญิงหนึ่งคนที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งเต้านม” และกล่าวปิดท้ายด้วยการกระตุ้นให้ร่วมกิจกรรมอย่างเร่งด่วนว่า “ถึงเวลาที่จะกำจัดมะเร็งเต้านมให้หมดสิ้นไปแล้ว”

เฮอร์ลีย์กล่าวว่า “ดิฉันโชคดีที่ได้เห็นผลอย่างมหาศาลจากการรณรงค์ทั่วโลกด้วยตาของดิฉันเอง  เริ่มตั้งแต่มีผู้หญิงคนหนึ่งเล่าให้ดิฉันฟังว่า เธอไปตรวจแมมโมแกรมเพราะเธอได้ยินข้อความสำคัญที่เรารณรงค์ออกไปเกี่ยวกับการตรวจพบมะเร็งตั้งแต่ระยะเริ่มแรก  ไปจนกระทั่งถึงการเห็นว่าการวิจัยที่ให้เราให้ทุนสนับสนุนนั้นส่งผลต่อวิทยาศาสตร์, การรักษาและเยียวยาผู้ป่วย – ซึ่งทั้งหลายทั้งปวงเหล่านี้จะพาเราให้เข้าไปใกล้กับการรักษาได้มากขึ้น  การทำการวิจัยเพื่อรักษามะเร็งเต้านม และการสนับสนุนการศึกษาและการบริการต่างๆ ทางการแพทย์ให้ก้าวหน้าขึ้นนั้น สร้างความหวังให้กับหลายๆ คนที่กำลังต่อสู้กับโรคนี้ มะเร็งเต้านมส่งผลกระทบต่อเราทุกคนจริงๆ และดิฉันก็ภูมิใจมากที่เป็นส่วนหนึ่งในการรณรงค์ทั่วโลกในเรื่องนี้ ซึ่งจะยังคงนำเราไปสู่ความหวังเพื่อให้โลกนี้ปลอดจากมะเร็งเต้านม”

การรณรงค์เพื่อต่อต้านโรคมะเร็งเต้านมของกลุ่มบริษัทเอสเต ลอเดอร์นั้นกำลังตั้งเป้าหมายที่จะระดมทุนให้ได้ 8 ล้านดอลลาร์และกำลังริเริ่มความพยายามต่างๆ ทั่วโลกเพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้มีการดำเนินการ, ทำให้มีการศึกษาและการรับรู้มากขึ้น และหาเงินทุนสนับสนุน:

  • การเปิดไฟตามอาคาร, อนุสาวรีย์และสถานที่สำคัญต่างๆ ให้สว่างไสวด้วยไฟสีชมพูเพื่อสร้างการรับรู้เกี่ยวกับสุขภาพของเต้านม – รวมทั้งอาคารเอ็มไพร์สเตท ในมหานครนิวยอร์ก, หอไอเฟลในกรุงปารีส และหอลอตเต้ เวิล์ดในกรุงโซล
  • การกระตุ้นให้ร่วมกิจกรรมทางสังคมเพื่อร่วมกันทำพันธกิจในการสร้างโลกนี้ให้ปลอดจากมะเร็งเต้านม โดยการสร้างบันดาลใจให้ประชาคมโลกได้ส่งต่อข้อความที่ว่า เพราะเหตุใดจึง #ถึงเวลาที่จะกำจัดมะเร็งเต้านมให้หมดสิ้นไปแล้ว และการติดแท็ก @esteelaudercompanies
  • การแจกจ่ายโบรชัวร์ที่ให้ความรู้และริบบิ้นสีชมพูที่เคาน์เตอร์ผลิตภัณฑ์เสริมความงามแบรนต์ต่างๆ ของกลุ่มบริษัทเอสเต ลอเดอร์ทั่วโลก
  • ระดมกำลังพนักงานจำนวน 46,000 คนเพื่อสร้างผลกระทบให้กับชุมชนต่างๆ และรวมกันดำเนินการต่างๆ ในทางสร้างสรรค์
  • ผลักดันให้มีการบริจาคให้กับบีซีอาร์เอฟโดยผ่านทาง ELCompanies.com/BreastCancerCampaign

ฟาบริซิโอ เฟรดา, ประธานและหัวหน้าสูงสุดฝ่ายบริหารของกลุ่มบริษัทเอสเต ลอเดอร์ กล่าวว่า “กลุ่มบริษัทเอสเต ลอเดอร์ได้อุทิศตนเพื่อรังสรรค์ให้มีการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นทั่วโลก เพราะได้เห็นตัวอย่างจากการรณรงค์เพื่อต่อต้านโรคมะเร็งเต้านมซึ่งเป็นงานที่ทำให้เกิดแรงบันดาลใจ  เราขอมีส่วนรับผิดชอบที่จะให้ความสำคัญกับการเป็นพลเมืองที่ดีของโลก และการรณรงค์นี้ถือเป็นเสาหลักที่สำคัญแห่งค่านิยมของครอบครัวเรา เราเพียรพยายามเสมอที่จะทำให้พันธกิจแห่งการรณรงค์นี้ประสบผลสำเร็จ เพื่อสร้างสรรค์ให้โลกนี้ปลอดจากมะเร็งเต้านม”

แบรนด์ต่างๆ ของกลุ่มบริษัทเอสเต ลอเดอร์ที่จะสนับสนุนพันธกิจของการณรงค์มีดังต่อไปนี้: AERIN, Aveda, BECCA, Bobbi Brown, Bumble and bumble, Clinique, Darphin, DKNY, Donna Karan, Estée Lauder, GLAMGLOW, Jo Malone London, La Mer, Lab Series, Origins, Prescriptives, Smashbox, Tom Ford Beauty and Tory Burch. แต่ละแบรนด์จะให้การสนับสนุนด้วยการขายสินค้าที่มีริบบิ้นสีชมพู หรือจะบริจาคให้กับบีซีอาร์เอฟ และ/หรือองค์กรการกุศลอื่นๆ ทั่วโลก  ความหลากหลายนี้จะแตกต่างกันไปตามประเทศและองค์กร

การรณรงค์เพื่อต่อต้านโรคมะเร็งเต้านมของกลุ่มบริษัทเอสเต ลอเดอร์นี้ ต้องการให้ทุกคนทราบว่า: ถึงเวลาแล้ว  ถึงเวลาแล้วที่จะเดินหน้าสร้างการตระหนักรับรู้ต่อไป ถึงเวลาแล้วที่จะต้องให้ความรู้มากขึ้น ถึงเวลาแล้วที่จะต้องไขปริศนาเกี่ยวกับสาเหตุและวิธีป้องกันให้มากขึ้น  การรณรงค์นี้จะเข้มแข็งขึ้นกว่าเดิม ด้วยข้อความที่ไม่มีอะไรมากไปกว่า: “ถึงเวลาที่จะกำจัดมะเร็งเต้านมให้หมดสิ้นไปแล้ว”

หากท่านต้องการสนับสนุนการรณรงค์เพื่อต่อต้านโรคมะเร็งเต้านมของกลุ่มบริษัทเอสเต ลอเดอร์ โปรดเข้าไปเยี่ยมชมที่ ELCompanies.com/BreastCancerCampaign  และติดตามสื่อสังคมได้ที่ @esteelaudercompanies และใช้ #ถึงเวลาที่จะกำจัดมะเร็งเต้านมให้หมดสิ้นไปแล้ว

เรื่องราวเกี่ยวกับการรณรงค์เพื่อต่อต้านโรคมะเร็งเต้านมของกลุ่มบริษัทเอสเต ลอเดอร์

การรณรงค์เพื่อต่อต้านโรคมะเร็งเต้านมของกลุ่มบริษัทเอสเต ลอเดอร์ (ซึ่งแต่เดิมรู้จักกันในนาม การรณรงค์เพื่อต่อต้านโรคมะเร็งเต้านม) ได้ผนึกกำลังและเป็นแรงบันดาลใจให้คนทั่วโลกเข้ามาร่วมในพันธกิจของการรณรงค์นี้ เพื่อสร้างสรรค์ให้โลกนี้ปลอดจากโรคมะเร็งเต้านม  เอเวอลิน เอช. ลอเดอร์ผู้ล่วงลับไปแล้ว ได้เริ่มการรณรงค์นี้ขึ้นในปี 2535 พร้อมกับได้เริ่มจัดทำริบบิ้นสีชมพูซึ่งเป็นสัญลักษณ์ การรณรงค์เพื่อต่อต้านโรคมะเร็งเต้านมเป็นการริเริ่มโครงการเพื่อการกุศลในนามของบริษัทที่ใหญ่ที่สุดของกลุ่มบริษัทเอสเต ลอเดอร์ และยังคงดำเนินการอยู่ในกว่า 70 ประเทศ  การรณรงค์เพื่อต่อต้านโรคมะเร็งเต้านมได้ระดมทุนได้กว่า 76 ล้านดอลลาร์ เพื่อสนับสนุนการวิจัย, การศึกษาและการให้บริการต่างๆ ทางการแพทย์ทั่วโลก โดยมอบให้กับมูลนิธิเพื่อการวิจัยโรคมะเร็งเต้านม® (บีซีอาร์เอฟ) ไปแล้วกว่า 62 ล้านดอลลาร์เพื่อเป็นทุนการวิจัยทางการแพทย์ 250 ทุนทั่วโลก หากท่านต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการรณรงค์เพื่อต่อต้านโรคมะเร็งเต้านม โปรดเข้าไปเยี่ยมชมที่ ELCompanies.com / BreastCancerCampaign  หรือติดตามได้ที่ @esteelaudercompanies ในเฟซบุ๊ก, อินสตาแกรม, ลิงกต์อิน, ยูทูป และที่ทวิตเตอร์ @elcompanies มาร่วมสนทนากันเรื่อง #ถึงเวลาที่จะกำจัดมะเร็งเต้านมให้หมดสิ้นไปแล้ว

เรื่องราวเกี่ยวกับกลุ่มบริษัทเอสเต ลอเดอร์

กลุ่มบริษัทเอสเต ลอเดอร์ เป็นหนึ่งในผู้ผลิตและนักการตลาดชั้นนำของโลกด้านผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพในการถนอมผิว, ผลิตภัณฑ์แต่งหน้า, น้ำหอม และผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม   ผลิตภัณฑ์ของบริษัทมีจำหน่ายในกว่า 150 ประเทศและอาณาเขตต่างๆ โดยใช้ชื่อต่างๆ ได้แก่ Estée Lauder, Aramis, Clinique, Prescriptives, Lab Series, Origins, Tommy Hilfiger, M·A·C, Kiton, La Mer, Bobbi Brown, Donna Karan New York, DKNY, Aveda, Jo Malone London, Bumble and bumble, Michael Kors, Darphin, Tom Ford, Smashbox, Ermenegildo Zegna, AERIN, Tory Burch, RODIN olio lusso, Le Labo, Editions de Parfums Frédéric Malle, GLAMGLOW, By Kilian, BECCA and Too Faced.

พิธีนี้ไม่มีพลาสติก! เผยดีเทลในงาน ก่อนวันเสกสมรส ของ เจ้าหญิงยูจีนี และพระคู่หมั้น

ใกล้เข้ามาทุกทีแล้วสำหรับพิธีเสกสมรส ของ เจ้าหญิงยูจีนี แห่งยอร์ก เพราะหลังจากที่พระองค์ทรงเข้าพิธีหมั้น กับนาย แจ็ค บรู๊คส์แบงค์ ในช่วงต้นปีที่ผ่านมา ก็ได้ฤกษ์ที่พระองค์ และพระคู่หมั้น จะเข้าพิธีเสกสมรสในวันที่ 12 ตุลาคม 2561 ที่จะถึงนี้

ปี 2018 เรียกได้ว่าเป็นปีแห่งความชื่นมื่น และนับว่าเป็นข่าวดีของราชวงศ์อังกฤษอีกครั้ง เพราะหลังจากที่ไม่ได้มีงานมงคลมานานแล้วถึง 7 ปี แต่เมื่อกลางปีที่ผ่านมานี้เอง ทางราชวงศ์อังกฤษได้จัดพิธีเสกสมรสให้กับดยุคและดัชเชสแห่งซัสเซกส์  ซึ่งพิธีในครั้งนั้นสร้างความสุขให้กับประชาชนชาวอังกฤษ และคนทั่วโลกเป็นอย่างมาก

และความสุขนี้จะกลับมาอีกครั้งในพิธีเสกสมรสของ เจ้าหญิงยูจีนี และพระคู่หมั้น ประชาชนชาวอังกฤษ จะได้เฉลิมฉลอง และร่วมยินดีในพิธีเสกสมรสของพระองค์ เหมือนครั้งงานของดยุคและดัชเชสแห่งซัสเซกส์ ที่อบอวลไปด้วยความรัก

แพรวดอทคอมจึงได้รวบรวม รายละเอียดต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นในพิธีเสกสมรสของ เจ้าหญิงยูจีนี แห่งยอร์ก และแจ็ค บรู๊คส์แบงค์ มาให้คุณได้ทราบ ก่อนจะถึงวันเสกสมรสจริงที่ใกล้จะถึงเร็วๆ นี้กันค่ะ

เจ้าหญิงยูจีนี

พิธีเสกสมรสของเจ้าหญิงยูจีนีและ แจ็ค บรู๊คส์แบงค์ จะเกิดขึ้นในวันศุกร์ที่ 12 ตุลาคม 2561 ซึ่งพิธีนี้ถูกจัดขึ้นตามธรรมเนียมปฎิบัติของราชวงศ์อังกฤษที่มีมาอย่างช้านาน คือจะต้องจัดวันธรรมดาเท่านั้น ซึ่งแตกต่างจากพิธีเสกสมรสของ ดยุคและดัชเชสแห่งซัสเซกส์ ที่จัดวันหยุดสุดสัปดาห์

เหมือนเช่นเคย สำหรับงานพิธีเสกสมรสของราชวงศ์อังกฤษนั้น มักจะมีการถ่ายทอดสดเพื่อประชาชนทางบ้านได้ชม โดยครั้งนี้จะถ่ายทอดสดทางช่อง ITV ของสหราชอาณาจักร โดยเริ่มในเวลา 9.25 นาที ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง ซึ่งตรงกับเวลาประเทศไทยประมาณ 16.00 น.

ในส่วนของสถานที่สำหรับจัดพิธีเสกสมรสนี้ ทางราชวงศ์อังกฤษได้ประกาศอย่างเป็นทางการแล้วว่าจะจัดขึ้นที่ โบสถ์เซนต์จอร์จ ในพระราชวังวินด์เซอร์ ซึ่งเป็นสถานที่เดียวกับที่จัดพิธีเสกสมรสของ ดยุคและดัชเชสแห่งซัสเซกส์ โดยแขกผู้มีเกียรติที่มาร่วมพิธีในครั้งนี้จะมีราวๆ 800 คน

เจ้าหญิงยูจีนี

อีกหนึ่งสิ่งที่ใครหลายคนอยากเห็นในพิธีนี้คือ ชุดเจ้าสาวของเจ้าหญิงยูจีนี ว่าจะสวยสด งดงาม ขนาดไหน และที่สำคัญมาจากแบรนด์อะไร ซึ่งพระองค์ได้ให้สัมภาษณ์กับนิตยสารชื่อดังแห่งหนึ่งว่า ชุดเจ้าสาวของพระองค์ต้องมาจากแบรนด์และดีไซเนอร์ ของประเทศอังกฤษเท่านั้น ซึ่งแบรนด์ที่คาดการณ์ว่าจะเป็นผู้ออกแบบชุดเจ้าสาวให้พระองค์มีดังต่อไปนี้ Erdem, Vivienne Westwood, และ Ralph & Russoโดยแบรนด์นี้ถูกคาดการณ์ว่าน่าจะเป็นผู้ออกแบบชุดเจ้าสาวให้เจ้าหญิงยูจีนีมากที่สุด

ซาราห์ เฟอร์กูสัน (ดัชเชสแห่งยอร์ก) และ เจ้าชายแอนดรูว์
York Diamond Tiara

นอกจากชุดแต่งงานที่น่าจับตามองแล้ว เทียร่า ก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่คนอยากรู้ไม่แพ้กัน ซึ่งก็มีการคาดการณ์กันอีกแล้วว่า เทียร่าที่พระองค์จะทรงใส่นั้นคือ York Diamond Tiara ซึ่งเป็นเทียร่าอันเดียวกันกับที่ ซาราห์ เฟอร์กูสัน (ดัชเชสแห่งยอร์ก) พระมารดาของพระองค์ทรงใส่เมื่อครั้งที่เข้าพิธีเสกสมรสกับ เจ้าชายแอนดรูว์ พระบิดา เมื่อปี 1986

แน่นอนว่าหนึ่งในเพื่อนเจ้าสาว จะเป็นใครไปไม่ได้ นอกจาก เจ้าหญิงเบียทริซแห่งยอร์ก พระเชษฐภคินี (พี่สาว) ของพระองค์นั้นเอง ซึ่งพระองค์ยังเคยให้สัมภาษณ์กับสื่อดังว่า “ยูจีนี เป็นคนที่มหัศจรรย์ เธอจะเป็นเจ้าสาวที่ทันสมัยมาก และมันจะเป็นวันที่ยอดเยี่ยม”

นอกจากเจ้าหญิงเบียทริซ จะทรงทำหน้าที่เป็นเพื่อนเจ้าสาวในพิธีเสกสมรสนี้แล้ว เจ้าชายจอร์จ และเจ้าหญิงชาร์ลอตต์ ก็ถูกหลายสื่อคาดการณ์อีกเช่นกันว่า ทั้งสองพระองค์จะมาทำหน้าที่เป็น bridesmaid และ pageboy เหมือนในพิธีเสกสมสมรสของดยุคและดัชเชสแห่งซัสเซกส์

สำหรับแขกผู้มีเกียรติที่มาร่วมงานนั้น แน่นอนว่าส่วนหนึ่งต้องเป็นคนดัง และมีชื่อเสียงของประเทศอังกฤษ เช่น   George และ Amal Clooney, Ellie Goulding รวมถึง Elton John ซึ่งชื่อที่ปรากฎนี้ ยังเคยเป็นแขกที่มาร่วมพิธีเสกสมรสของ ดยุคและดัชเชสแห่งซัสเซกส์ เมื่อกลางปีที่ผ่านมานี้ด้วย

นอกจากแขกผู้มีเกียรติที่กล่าวมาข้างต้นแล้ว ประชาชนชาวอังกฤษยังสามารถเป็นแขกคนพิเศษที่ได้เข้าร่วมงานครั้งนี้ได้อีกด้วย โดยผู้โชคดีทั้งหมด 1,200 คน จะถูกเลือกโดยสำนักราชวงศ์อังกฤษ และเข้าร่วมในพิธีนี้โดยยืนอยู่รอบๆ โบสถ์ในพระราชวังวินด์เซอร์

งานแต่งของราชวงศ์อังกฤษ หากขาดรถม้าไป คงจะไม่สมบูรน์ ตามที่ทางสำนักพระราชวังเคนซิงตันประกาศไว้ คือ รถม้า Royal Mews จะออกจากพระราชวังวินด์เซอร์ และเคลื่อนตัวไปเรื่อยตามถนน ส่วนระยะทางที่รถม้าผ่านนั้น จะมีระยะสั้นกว่าของ ดยุคและดัชเชสแห่งซัสเซกส์

เจ้าหญิงยูจีนี
Project 0 โครงการที่มีเป้าหมาย เพื่อการ ฟื้นฟู และปกป้องทะเล เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้คนหยุดใช้พลาสติก โดยพระองค์ยังทรงเป็น แอมบาสเดอร์ ให้กับโครงการนี้อีกด้วย

ในพิธีเสกสมรสครั้งนี้จะไม่มีการใช้วัสดุ และอุปกรณ์ที่ทำจากพลาสติกเลย เพราะทั้งเจ้าหญิงยูจีนี และพระคู่หมั้นไม่ทรงโปรดการใช้พลาสติก และยังต่อต้านการใช้พลาสติก เช่น จาน ช้อน ส้อม แก้วน้ำ เป็นต้น ซึ่งเจ้าหญิงยูจี ทรงตรัสอีกว่า เราต้องช่วยกันดูแลรักษาโลกใบนี้

ทางสำนักราชวงศ์อังกฤษ เริ่มขายของที่ระลึกที่เกี่ยวกับพิธีเสกสมรสในครั้งนี้แล้ว เช่น ชุดถ้วยชา ผ้าขนหนู และสินค้าแบบอื่นๆ โดยในสินค้าจะมีโลโก้ที่เป็นอักษรย่อของเจ้าสาวและเจ้าบ่าว สวยงาม น่าเก็บเป็นที่ระลึกมาก

เรียกได้ว่าเป็นพิธีเสกสมรส อีกหนึ่งงานที่ ราชวงศ์อังกฤษให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก รวมถึงเป็นพิธีที่คนอังกฤษต่างรอคอย เพราะจะได้สัมผัสความสุข และความชื่นมื่นอีกครั้ง แพรวดอทคอมก็ไม่พลาดที่จะอัพเดท เกี่ยวกับพิธีเสกสมรสนี้มาให้แฟนๆ ได้ชมกันค่ะ

ที่มาและภาพ : princesseugenie, www.thisisinsider.com

จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน วิชั่น คอนแทคเลนส์รายวันเพื่อความงาม ดีไซน์ใหม่ Radiant Chic

จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน วิชั่น คอนแทคเลนส์รายวันเพื่อความงาม ดีไซน์ใหม่ Radiant Chic™

เลนส์มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 14.2 มิลลิเมตร และการออกแบบเลนส์ด้วย Illuminating effect ให้ดวงตาเจิดจรัส ดูโฉบเฉี่ยว โดยเป็นการผสาน 3 ชั้นสีของ โทนสีวงในสีบรอนซ์ ผสานโทนสว่างประกายทองด้วยวงสีชั้นนอก ตัดขอบสีน้ำตาลเอสเพรสโซ เพื่อสะท้อนความงามตามธรรมชาติในแบบของคุณ

มาพร้อมกับ เทคโนโลยี Lacreon™ (ลาครีออน) ซึ่ง มีสารกักเก็บความชุ่มชื่นไว้ในเนื้อเลนส์ได้ยาวนานถึง 20 ชั่วโมง และยังช่วยดูแลสุขภาพของดวงตาด้วยเทคโนโลยีการผลิตที่เป็นลิขสิทธิ์เฉพาะ Beauty-Wrapped-In-Comfort (BWIC) โดยการวางชั้นสีเอาไว้ตรงกลางระหว่างชั้นเลนส์ จึงมั่นใจได้ว่าเม็ดสีจะไม่มีโอกาสหลุดลอกสัมผัสพื้นผิวดวงตาได้เลย รวมถึงสามารถปกป้องดวงตาของคุณจากรังสียูวีบีและยูวีเออีกด้วย

มีให้เลือก 7 สไตล์ ได้แก่ Natural Shine™ (สีเทา ประกายทอง), Vivid (สีน้ำตาล), Accent  (สีดำ), Radiant Bright™ โทนสีวงในสีน้ำตาลมอคค่าโปร่งแสง ผสานโทนสีวงนอกสีน้ำตาลอ่อนประกายทองรอบวงม่านตา ตัดสีเส้นวงนอกด้วยขอบสีน้ำตาลเข้ม, Radiant Charm™ โทนสีวงในสีน้ำตาลน้ำผึ้งโปร่ง ผสานโทนสีวงนอกสีเทาอ่อนรอบวงม่านตาตัดสีเส้นวงนอกด้วยขอบสีดำโปร่งแสง, Radiant SweetTM ผสานสามชั้นสีเอสเพรสโซ สีน้ำตาล สีแทนและดีไซน์ล่าสุด Radiant Chic™ โทนสีวงในสีบรอนซ์ ผสานโทนสว่างประกายทองด้วยวงสีชั้นนอก ตัดขอบสีน้ำตาลเอสเพรสโซ

พบกับคอนแทคเลนส์รายวันเพื่อความงาม ดีไซน์ใหม่ Radiant ChicTM จาก จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน ได้แล้ววันนี้ ในราคากล่องละ 1,400 บาท (15 คู่) ที่ร้านแว่นตาชั้นนำ 150 แห่ง ทั่วกรุงเทพและสาขาอื่นๆ ในจังหวัดชลบุรี เชียงใหม่ เชียงราย โปรโมชั่นพิเศษ ซื้อคอนแทคเลนส์รายวันเพื่อความงาม ดีไซน์ใหม่ Radiant ChicTM จาก จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน ตั้งแต่ 4 กล่องขึ้นไป รับกระจกแต่งหน้า LED สุดชิค 1 ชิ้น มูลค่า 590 บาท สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทางเฟซบุ๊ก Johnson & Johnson Vision, Thailand

ครั้งแรก

ครั้งแรก กับการเปิดที่พัก เจ้าของเซ็นทรัล ป๊อก ภัสสรกรณ์ เผยเกิดมาไม่เคยอยู่บ้าน

ครั้งแรก กับการเปิดบ้าน เจ้าของเซ็นทรัล ป๊อก ภัสสรกรณ์ พาทัวร์ ทุกซอกทุกมุม

ครั้งแรก

ใครจะเชื่อว่าทายาท “จิราธิวัฒน์” อย่าง ป๊อก ภัสสรกรณ์ ที่เกิดมาบนกองเงินกองทอง จะไม่เคยใช้ชีวิตอยู่บ้านหรือคฤหาสน์หลังใหญ่ๆ เพราะรวยระดับนี้จะมีบ้านสักกี่หลังก็ได้ แต่ไม่ใช่สำหรับหนุ่มป๊อกเลย เพราะล่าสุดเจ้าตัวมาเปิดเผยในรายการ ป๊อกกี้ on the run EP.60 กับ ครั้งแรก  เปิดบ้าน เจ้าของเซ็นทรัล

ครั้งแรก

ครั้งแรก

โดยหนุ่มป๊อกเป็นคนพาทัวร์บ้านซึ่งอยู่บนโรงแรมเซ็นทารา แอท เซ็นทรัลเวิลด์ เรียกว่าใหญ่โตพอๆ กับคฤหาสน์เลยทีเดียว งานนี้หนุ่มป๊อกกับภรรยา “มาร์กี้ ราศรี” พาแฟนรายการเดินชมกันทุกซอกทุกมุม ซึ่งหนุ่มป๊อกเองก็จะอธิบายให้ฟังเป็นระยะๆ ว่า ตั้งแต่เกิดจนโต ตนไม่เคยอยู่บ้านเลย อยู่โรงแรมมาตั้งแต่เด็กๆ

ครั้งแรก

แต่ก่อนจะย้ายมาอยู่ที่เซ็นทารา แอท เซ็นทรัลเวิลด์นั้น เมื่อก่อนตนอยู่ที่เซ็นทารา ตรงเซ็นทรัล ลาดพร้าว แต่พอที่นี่ขยับขยายก็ได้ย้ายกันมาอยู่ที่นี่แทน ซึ่งตนก็มองว่าอยู่ตรงนี้ก็สะดวกสบายดี เพราะเวลาหิวหรืออยากได้อะไรก็ลงไปห้างเซ็นทรัลเวิลด์ได้เลย เพราะจะมีทางเชื่อมระหว่างบ้านของตนกับห้าง เรียกว่าสะดวกสบายสุดๆ

ครั้งแรกครั้งแรก

ทั้งนี้ มาร์กี้ เองก็ได้พูดเสริมขึ้นมาในรายการว่า “พอได้มาอยู่ที่นี่ ก็รู้สึกชอบเพราะมันสะดวกสบายไปไหน ก็สะดวกมาก เพราะอยู่ใจกลางเมือง”

ครั้งแรก

ที่สำคัญใกล้ห้างสุดๆ ขนาดนี้ เดินไปเพียงไม่กี่ก้าวก็ถึงแล้ว แบบนี้อยากช้อปปิ้ง อยากกินอะไรก็ไม่ต้องฝ่ารถติดให้วุ่นวาย เรียกว่า ชีวิตดีไปอีก แถมข้างบนโรงแรมยังมีทั้งสระว่ายน้ำ และสวนในตัว มองไปทางไหนก็ร่มรื่นไม่ต่างจากบ้านเลยจริงๆ แบบนี้ต่อให้ต้องอยู่โรงแรมทั้งชีวิตก็แฮ็ปปี้นะ

ครั้งแรกครั้งแรก


ภาพจาก รายการ ป๊อกกี้ on the run EP.60 ครั้งแรก!  เปิดบ้าน เจ้าของเซ็นทรัล

 

เต๊ะ-ศตวรรษ

หลายครั้งอยากลาโลก เต๊ะ-ศตวรรษ เป็นโรคซึมเศร้า รอดมาได้เพราะคิดถึงพ่อแม่

อดีตหนุ่มหน้าใสสุดฮ็อตในยุค 90 เต๊ะ-ศตวรรษ เศรษฐกร เผยปัจจุบันต้องเผชิญกับโรคซึมเศร้า รับเคยคิดลาโลกมาแล้วหลายต่อหลายครั้ง แต่สามารถผ่านพ้นไปได้เพราะจะทำอะไรก็คิดถึงหน้าพ่อแม่เสมอ

เต๊ะ-ศตวรรษ

ความกดดัน,ภาวะโดดเดี่ยวทางสังคม,ความเครียด ฯลฯ มีแนวโน้มทำให้มีจำนวนผู้ป่วยโรคซึมเศร้าเพิ่มมากขึ้น โดยตลอด 1-2 ปีที่ผ่านมา ก็มีข่าวการฆ่าตัวตายจากสาเหตุนี้ไม่น้อย แม่จะไม่ใช่โรคร้ายแรงแต่ก็นำไปสู่การฆ่าตัวตายได้ โดยเฉพาะในคนดังที่เป็นที่จับตามองของสาธารณชนเป็นโรคนี้จำนวนไม่น้อย และหนึ่งในนั้นคือ อดีตหนุ่มหน้าใสสุดฮ็อตในยุค 90 เต๊ะ-ศตวรรษ เศรษฐกร สมาชิก Teen 8 Grade A และเขายังเป็นนักแสดงไทยคนแรกๆ ที่ไปโด่งดังที่แดนมังกร ความหล่อของเขาทำให้ได้รับการชื่นชมจากแฟนๆ ทั้งสองประเทศจนได้รับฉายาว่า หลินจื้ออิง เมืองไทย

ปัจจุบันเขาหันไปโฟกัสด้านเบื้องหลังในการเป็นผู้จัด และเมื่อไม่นานมานี้ “เต๊ะ” ได้ออกงาน MONO GROUP: UNIVERSE OF ENTERTAINMENT 2019 เปิดจักรวาลแห่งความบันเทิง ณ โมโน ทเวนตี้ไนน์ สตูดิโอ “เต๊ะ” พร้อมให้สัมภาษณ์อัพเดทชีวิตให้ฟัง โดยนักแสดงหนุ่มบอกว่า ตอนนี้เขาโสดแล้ว แต่ยังไม่คิดอยากมีใคร เพราะอารมณ์แปรปรวนจากการเป็นโรคซึมเศร้า ดังนั้นจึงไม่อยากให้ใครมาเห็นเขาในสภาพนี้

เต๊ะ-ศตวรรษ

ก่อนหน้านี้มีข่าวว่า “เต๊ะ” เลิกกับภรรยาชาวไต้หวันแล้ว?

“จริงๆ ผมหย่าไปแล้ว และเคยมีแฟน แต่ว่าตอนนี้ผมโสดครับ โสดมาสักพักใหญ่ๆ แล้ว แต่ถามว่าผมได้เปิดใจให้ใครไหม จริงๆ ก็มีคนที่แอบชอบอยู่เหมือนกัน ซึ่งเขาไม่รู้ตัวหรอก เป็นสาวไทยนี่แหละ แต่เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าผมเป็นใคร ขอแค่ดูอยู่ห่างๆ และแอบปลื้มก็พอ เพราะผมเองมีงานที่รัดตัวอยู่เหมือนกัน แถมยังไม่พร้อมที่จะกลับไปเจอปัญหาเดิมๆ คือถ้าหากเราไม่ได้ทำงานในสภาวะปกติเหมือนคนทั่วไป หรือการทำงานเบื้องหลัง ที่ถึงแม้เสร็จงานหน้ากองแล้วก็ยังนอนไม่ได้ มันเลยเป็นอะไรที่ยากครับที่จะสามารถหาคนมาเป็นคู่ชีวิตเราได้ ซึ่งจริงๆ ผมแอบถอดใจแล้วด้วย อายุก็เพิ่มขึ้นทุกวัน ดังนั้นถ้ามันยังนิ่งๆ แบบนี้ก็คงต้องปล่อยไป”

ที่ไม่อยากสานต่อเพราะเข็ดกับความรัก?

“ผมไม่เข็ดกับความรักนะครับ ทุกวันนี้ที่บ้านของผมก็ยังเรียกร้องให้ผมกลับไปคืนดีกับภรรยาเก่า เพราะทั้งสองบ้านเราสนิทกันมาก ซึ่งจริงๆ เดี๋ยวสิ้นเดือนนี้ผมต้องบินกลับไปเจอเขา เนื่องจากเรามีธุรกิจที่เกี่ยวข้องกันในช่วงที่ใช้ชีวิตคู่ คือทุกวันนี้เราก็ยังติดต่อกันอยู่ แต่ถามว่าเรายังทักกันทุกวันนี้ ก็ยังทักกันอยู่นะ แต่ยังคงเป็นในสถานะเพื่อนกัน ผมเคยแอบถามเขาอยู่เหมือนกันว่าจะกลับมาเป็นเหมือนเดิมไหม แต่เขาบอกว่าเป็นแบบนี้ก็ดีแล้ว เราเลยตัดสินใจว่าคุยกันแบบนี้ดีกว่า”

เต๊ะ-ศตวรรษ

มีสเปกสาวไหม?

“ตอนนี้ไม่มีสเปกแล้วครับ (หัวเราะ) ขอแค่เขาเข้าใจงานของเรา และมีสิ่งหนึ่งที่รู้สึกว่ามันเพิ่มเข้ามาในชีวิตนั่นก็คือ ผมค่อนข้างมีความรู้สึกแปรปรวนเกี่ยวกับอารมณ์เยอะอยู่เหมือนกัน ซึ่งผมต้องขออนุญาตเท้าความนิดหนึ่งว่าจริงๆ แล้ว ผมเป็นผู้ป่วยโรคซึมเศร้า ที่รักษาตัวเองมานานกว่า 4 ปีแล้ว แต่โรคซึมเศร้าไม่ได้เป็นโรคที่น่ากลัวนะครับ เพราะถ้าหากเรารู้ตัว เราก็จะได้รับคำปรึกษาเร็ว แต่พอผมต้องมาทำงานเบื้องหลัง ความกดดันก็สูงขึ้น ซึ่งบางทีผมกลับบ้านมา ผมก็จะมีอาการซึมเศร้า ดังนั้นถ้าหากมีใครมาอยู่กับผมและต้องเจอผมในสภาพแบบนั้น ผมก็ไม่เอาดีกว่า”

เต๊ะ-ศตวรรษ

อาการโรคซึมเศร้าที่แย่ที่สุด?

“ตอนนี้ผมก็ยังคงมีอาการโรคซึมเศร้าอยู่ และก็มีกลุ่มเพื่อนๆ ที่เป็นกันหลายคน ซึ่งมันก็จะเป็นกลุ่มเล็กๆ ที่คอยช่วยกันให้คำแนะนำกัน เนื่องจากคนอื่นๆ จะไม่เข้าใจว่าโรคซึมเศร้าคืออะไรเคยแย่ที่สุดคือเป็นช่วงที่รู้สึกไม่อยากอยู่บนโลกแล้ว ผมเคยผ่านช่วงเวลาแบบนี้มาหลายรอบเหมือนกัน ยอมรับว่ามันมีโมเม้นต์ที่จะเกิดอะไรไม่ดี”

“แต่สุดท้ายก็เห็นหน้าพ่อกับแม่ตลอด และอย่างที่บอกพอผมมีกลุ่มเพื่อนๆ ที่ป่วยโรคนี้เหมือนกัน เราก็จะได้คุยกันเตือนกันว่าถ้าหากผ่านวันนี้ไปได้ มันก็จะดีเอง ตอนนี้ยังต้องทานยาเหมือนเดิม ไม่มีอะไรเป็นพิเศษ เว้นเสียแต่ว่าไปเจออะไรที่มันกระทบกับความรู้สึกเราแรงๆ ก็จะต้องดูแลกันอีกที ซึ่งมันก็เป็นหนึ่งที่ทำให้ผมรู้สึกว่าถ้าผมมีแฟนมันอาจจะไม่โอเค เพราะถ้าหากเราแย่ เราก็อาจจะทำให้คนที่อยู่ใกล้ๆ รู้สึกแย่ตามไปด้วย แต่อย่างที่บอกโรคซึมเศร้าไม่ได้เป็นโรคที่น่ากลัว และตัวผมเองก็ไม่ได้มีภาวะคิดมากอะไร นอกจากแค่คิดฟุ้งซ่านปกติเกี่ยวกับเรื่องงาน มันก็มีสิทธิ์หายได้”


 

แบรนด์สุดล้ำ

ยิ่งกว่านำเทรนด์! รวม 3 แบรนด์สุดล้ำ ออกไอเดียฟาดรันเวย์ Paris Fashion Week

เก็บตกปารีสแฟชั่นวีคที่เพิ่งปิดฉากลงไปเมื่อวานนี้  (3 ต.ค.) กับ 3 แบรนด์สุดล้ำ ที่ออกไอเดียแหวกแนวไม่ซ้ำใคร ชนิดที่ว่าเห็นแล้วเป็นต้องอึ้ง!

ถือเป็นสีสันของงานแฟชั่นวีคเลยก็ว่าได้ เพราะนอกจากแฟชั่นสวยๆ ที่เราเห็นกันจนชินตาแล้ว ก็ต้องยกให้แฟชั่นสุดแปลกแหวกแนวนี่แหละ ที่มีไม่กี่แบรนด์กล้าจะนำเสนอโชว์ออกมาจากเซฟโซน แล้วสาดไอเดียความคิดล้ำๆ จนเป็นเสื้อผ้าเก๋ๆ ที่อาจจะเข้าใจยากหน่อย แต่แฝงไปด้วยศิลปะและความเป็นเอกลักษณ์ เรียกได้ว่าเป็นตัวของตัวเองและมีสไตล์ที่โดดเด้งกว่าแบรนด์ทั่วไปจริงๆ

สำหรับ Paris Fashion Week คอลเล็คชั่น Spring/Summer 2019 ที่เพิ่งผ่านไปนั้น ก็มีหลายแบรนด์ที่สร้างสรรค์ผลงานแบบโลกต้องจำ โดยวันนี้แพรวดอทคอมขอเลือก 3 แบรนด์ดังที่เห็นโชว์แล้ว ต้องโฟกัสไปที่เสื้อผ้าและข้าวของที่ประดับอยู่บนตัวนางแบบ นายแบบจนละลายตาไปไม่ได้เลย เพราะมันแปลกมาก…กกก ส่วนจะมีแบรนด์อะไรบ้าง แล้วดีไซน์จะน่าตะลึงขนาดไหน มาชมกันเลย

 

ยิ่งกว่านำเทรนด์! รวม 3 แบรนด์สุดล้ำ ออกไอเดียฟาดรันเวย์ Paris Fashion Week

 

Rick Owens

เริ่มกันที่ ริค โอเวนส์ (Rick Owens) แบรนด์ของดีไซเนอร์สายดาร์กผู้มากไปด้วยความสามารถ หากได้ยินชื่อแบรนด์หลายคนจะต้องนึกภาพโชว์สีหม่นๆ เสื้อผ้าแปลกๆ ออกอย่างแน่นอน ผลงานของเขามักจะได้รับอิทธิพลทางศิลปะมาจากภาพยนตร์ฮอลลีวู้ด ส่วนมากจะเล่นไปทางโทนขาว-ดำ และความดิบต่างๆ มาใส่ลงในผลงาน โดยริค โอเวนส์ ได้จัดแสดงแฟชั่นโชว์ครั้งแรกในนิวยอร์ก เมื่อปี 2001 จากนั้นปี 2002 ก็ได้รับรางวัลดาวรุ่งผู้มีความสามารถหน้าใหม่ของ CFDA หรือ Council of Fashion Designers of America

ส่วนในคอลเล็คชั่นล่าสุด Spring/Summer 2019 ก็เช่นเคย มาในสไตล์ที่มีความเป็น Rick Owens ผสมกับกลิ่นอายของชนเผ่าเบาๆ ซึ่งเรียกเสียงฮือฮาจากผู้ชมได้ไม่น้อย เพราะคบเพลิงที่เหล่านางแบบถือออกมา มันช่างเข้ากับคอสตูมซะเหลือเกิน ถือเป็นโชว์ที่สร้างความตื่นเต้นให้คนดูได้ตลอดจนจบการแสดงเลยก็ว่าได้

แบรนด์สุดล้ำ

แบรนด์สุดล้ำ

แบรนด์สุดล้ำ

แบรนด์สุดล้ำ

แบรนด์สุดล้ำ

แบรนด์สุดล้ำ

แบรนด์สุดล้ำ

แบรนด์สุดล้ำ

 

Vivienne Westwood 

มาถึงแบรนด์ของเจ้าแม่สายพั้งค์ ดีไซเนอร์สุดซ่า วิเวียน เวสต์วูด ที่เพิ่งมีหนังสารคดีออกมาให้ได้ดูกัน และประโยคที่ยังติดอยู่ในหัวก็คือ “ถ้าคุณใส่เสื้อผ้าที่ไม่เหมาะกับตัวคุณ คุณก็คือเหยื่อของวงการแฟชั่น ฉะนั้นแทนที่จะซื้อของใหม่ 6 ชิ้น จงซื้อชิ้นเดียวที่คุณชอบจริงๆ ก็พอ คนเราต้องใส่เสื้อผ้าที่ทำให้ตัวเองดูดีขึ้นเท่านั้น”

ล่าสุดกับแฟชั่นโชว์ของดีไซเนอร์วัย 77 กะรัต วิเวียน เวสต์วูด ถือเป็นอีกหนึ่งปรากฎการของวงการแฟชั่น เพราะทุกครั้งโชว์ของเธอจะเป็นที่พูดถึงตลอด ด้วยความเป็นตัวของตัวเองสูงปรี๊ดแบบไม่มีลดตั้งแต่เริ่มทำแบรนด์ และมีแนวโน้มว่าจะทวีความแซ่บ ความแปลก ความล้ำมากขึ้นเรื่อยๆ อย่างปารีสแฟชั่นวีค เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งโชว์ที่สนุก ไม่น่าเบื่อ เพราะนางแบบ นายแบบ เล่นขนเกาอี้มาเป็นพร็อพ โต๊ะจิบชามาถือ หยิบสกู๊ตเตอร์มาขับเล่น และเอาสเก็ตบอร์ดมาถือเท่ๆ ถือว่ารันเวย์นี้เต็มอิ่มไปด้วยความคิดครีเอทและลุ้นได้ตลอดว่าต่อไปจะมีอะไรออกมาโชว์อีก

แบรนด์สุดล้ำ

แบรนด์สุดล้ำ

แบรนด์สุดล้ำ

แบรนด์สุดล้ำ

แบรนด์สุดล้ำ

แบรนด์สุดล้ำ

แบรนด์สุดล้ำ

แบรนด์สุดล้ำ

 

Thom Browne 

ปิดท้ายกันที่อีกหนึ่งแบรนด์ THOM BROWNE แบรนด์เครื่องแต่งกายระดับโลกจากนิวยอร์ก ที่ถ้าพูดถึงเสื้อผ้าผู้ชายในสไตล์เรียบหรูก็ต้องนึกถึง THOM BROWNE แต่ถ้าต้องขึ้นโชว์บนรันเวย์ ไอเดียที่ไม่เหมือนใครก็จะบรรเจิดขึ้นทันใด เพราะแต่ละโชว์มักจะเต็มไปด้วยงานศิลปะที่มากกว่าความเป็นแฟชั่น แม้บางครั้งจะดูหลุดโลกไม่ซ้ำใคร แต่นั่นแหละคือเอกลักษณ์ของ THOM BROWNE

ในคอลเล็คชั่น Spring/Summer 2019 นั้น โชว์เต็มไปด้วยสีสันของลูกเล่นที่มีความสนุกสนาน และในขณะเดียวกันก็มองเป็นงานศิลปะได้ ทำให้โชว์ไหลลื่น น่ามอง ตาทุกคู่ของผู้ชมจ้องไปที่นางแบบ นายแบบ อย่างไม่กระพริบ (อันนี้ก็เว่อร์ไป อิอิ) บอกเลยว่าเป็นโชว์ที่ดูแล้วต้องลุ้นไปด้วยว่าจะมีเซอร์ไพร้ส์อีกไหม ดูแล้วเพลินมากๆ ทำให้จบโชว์ไปโดยไม่รู้ตัวกันเลยทีเดียว

แบรนด์สุดล้ำ

แบรนด์สุดล้ำ

แบรนด์สุดล้ำ

แบรนด์สุดล้ำ

แบรนด์สุดล้ำ

แบรนด์สุดล้ำ

แบรนด์สุดล้ำ

แบรนด์สุดล้ำ

 

บทความอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับ Fashion Show : 

สับขาลุยน้ำ! ไคอา เกอร์เบอร์ โมเดลดาวรุ่ง นำทีมบนรันเวย์ YSL ใน Paris Fashion Week

ล้ำจนยากจะเข้าถึง! แฟชั่นโอต์กูตูร์จาก Maison Margiela แบรนด์สัญชาติฝรั่งเศส

เดรสคาดเข็มขัดต้องมา! Elie Saab ปลุกเทรนด์คลาสสิก ใน Paris Fashion Week

คนดังเต็มรันเวย์! แฟชั่นโชว์ Miu Miu Croisiere 2019 จัดให้ผู้ชมใกล้ชิดนางแบบสุดๆ

รันเวย์นี้มีหลอน! แฟชั่นโชว์ Gucci Cruise 2019 บุกสุสานโบราณ

สยายปีกให้ปัง! ชมภาพแฟชั่นโชว์สุดเซ็กซี่จากนางฟ้าวิคตอเรีย ซีเคร็ท ร้อนแรงเขย่ารันเวย์

ชวนสยอง! แฟชั่นโชว์ ‘Gucci’ ใน Milan Fashion Week เนรมิตรันเวย์เป็นห้องทดลอง

รวมลุคนางแบบตัวแม่ อวดแฟชั่นเขย่ารันเวย์ Milan Fashion Week 2017


เรื่อง : Hana_แพรวดอทคอม (ฮานะ)

ภาพ : IG@viviennewestwood , fashiontomax

สปอร์ตเกิร์ล

หุ่นเซ็กซี่มีได้ไม่ยาก! “เมจิ อโณมา” แชร์ทริคถึงสาวๆ ที่กำลังลดหุ่นผิดวิธี

“เมจิ อโณมา” สปอร์ตเกิร์ล ผู้เปลี่ยนทัศนคติของสาวไทยให้หันมามั่นใจว่าหุ่นเซ็กซี่มีได้ไม่ยาก!! อยากฝากถึงสาวๆ ที่กำลังลดหุ่นผิดวิธี บางคนเลือกทางลัด กินยากินอาหารเสริมตามโฆษณา ถ้าได้ผลจริงป่านนี้คงไม่มีใครอ้วน ในขณะที่การเลือกกินอาหารและออกกำลังกายควบคู่กันมันได้ผลมากจริงๆ อาจจะลำบากในช่วง 2 – 3 อาทิตย์แรก แต่ถ้าชินแล้วการออกกำลังกายจะไม่ใช่เรื่องยาก สุดท้ายแล้วเมจิคิดว่าการออกกำลังกายนอกจากจะได้หุ่นที่สวยแล้ว ยังให้ความแข็งแรง ซึ่งนี่เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับคนเรา

สปอร์ตเกิร์ล

จุดเปลี่ยนจากสาวปาร์ตี้สู่สปอร์ตเกิร์ล “เมื่อก่อนเมจิปาร์ตี้หนักมาก ดื่มเหล้า สูบบุหรี่ แล้วก็เข้าโรงพยาบาลเป็นวัฏจักร เลยรู้สึกว่าเราอายุยังน้อยแต่หาหมอบ่อยมาก ไม่มีการดูแลตัวเองเลย จนวันหนึ่งมันก็เบื่อ อยากดูแลตัวเอง เลยตั้งคำถามกับตัวเองว่าเราต้องการอะไร ต้องการบุหรี่จริงๆ หรือเปล่า? พอคิดได้แล้วหยุด ร่างกายก็ดีขึ้น แข็งแรง ไม่ป่วยอีกเลย”

ลองผิดลองถูก “โอ๊ย ลองมาเยอะค่ะ ทั้งออกกำลังกาย 2 ชั่วโมงรวด เสร็จแล้วไปกินพิซซ่า กินไอศกรีมเป็นสกู๊ปๆ แต่น้ำหนักก็เท่าเดิม ไม่ลดลงเลย หรือแบบที่ว่ากินข้าววันละมื้อ สุดท้ายมันก็อยู่ไม่ได้เลยได้รู้ว่ามันต้องควบคู่กันไปทั้งสองอย่าง ทั้งเลือกกินอาหารและออกกำลังกายสม่ำเสมอ”

หุ่นเซ็กซี่มีได้ไม่ยาก! “เมจิ อโณมา” ฝากถึงสาวๆ ที่กำลังลดหุ่นผิดวิธี

สปอร์ตเกิร์ล

ออกกำลังกายมากๆ หุ่นจะล่ำไปไหม “ไม่หรอก (หัวเราะ) ถ้าใหญ่นั่นเพราะไขมัน ไม่ใช่กล้ามเนื้อ ผู้หญิงจะมีหุ่นล่ำก้ามปูไม่ใช่ง่ายๆ ต้องเล่นหนักมาก เพราะฉะนั้นมาเริ่มต้นออกกำลังกายกันก่อน”

ไอดอลของเมจิ “นักกีฬาโอลิมปิกทุกประเภทเลยค่ะ เพราะกว่าจะถึงวันที่ลงแข่งได้ เขาต้องซ้อม ต้องมีวินัย ต้องมีความมุ่งมั่นกับสิ่งที่ตัวเองทำเป็นอย่างมาก”

38 ยังแจ๋วหน้าเด้งดูเด็กอยู่เลย “เมจิใช้ครีมกระปุกละ 200 บาทเองนะ แต่ออกกำลังกายทุกวัน ทำให้เราสุขภาพดีและผิวก็ดี ที่สำคัญคือกินอาหารที่มีประโยชน์ โดยเฉพาะโปรตีนช่วยได้มากเพราะเต็มไปด้วยคอลลาเจนทำให้ผิวตึง โดยไม่ต้องพึ่งโบท็อกซ์ เมจิกินโปรตีนให้ได้วันละ 1 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม เช้ากินไข่ไก่ กลางวันกินเนื้อไก่ไม่ติดหนัง ตอนเย็นกินเนื้อปลา”


ที่มา : นิตยสาร Lemonade (ปี 2559) ในเครืออมรินทร์พริ้นติ้ง แอนด์ พับลิชชิ่ง 
ภาพ IG : meiji_27anorma

 

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

อยากหุ่นดีอย่าขี้เกียจ! “ออร์แกน” แนะเทคนิคเฟิร์มเฉพาะส่วน ไม่เอาแบบผอมเกินไป

เปิดทริคผิวดีของ “แคทรียา อิงลิช” ยังสวยดูเด็ก แถมหุ่นเปรี๊ยะอยู่..โอเคนะคะ!

จากคนไม่เคยคิดจะออกกำลังกาย! “ฮารุ สุประกอบ” ฟิตร่างหนักจนหุ่นเปลี่ยนไป

เบิร์นไวไม่ต้องโดด! เบเบ้ แนะทริคฟิตหุ่นสำหรับคนอยู่หอ น้ำหนักตัวเยอะ ข้อเข่ามีปัญหา

หุ่นดีมาก “ชญาณิศา ชมชื่นดี” นักกระโดดค้ำสาวทีมชาติไทย กล้ามท้องฟิตเปรี๊ยะจนน่าอิจฉา

ทริคเด็ดผิวสวยร่างเป๊ะของ “เบฮาติ” ซูเปอร์โมเดลระดับโลก และ “ชเวซูยอง” แห่งเกิร์ลส์ เจเนอเรชั่น

หุ่นในฝัน “ซูซี่-สุษิรา” อวดกล้ามท้องเซ็กซี่ พร้อมแชร์ทริคบอดี้เฟิร์มแบบสาวๆ วิคตอเรียซีเคร็ท