คอลเล็คชั่น A/W 2018-2019 Ready-to-Wear

เจาะลึกถึงตะเข็บ Dior! ที่มาที่ไปของคอลเล็คชั่น A/W 2018-2019 Ready-to-Wear

พลังของคนรุ่นใหม่มักนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงที่มีสีสันใหม่ๆ เสมอ โลกแฟชั่นจึงไม่อาจละเลยพวกเขาได้เลย เช่นเดียวกับ คอลเล็คชั่น A/W 2018-2019 Ready-to-Wear ของ Dior (ดิออร์) ที่ Maria Grazia Chiuri (มาเรีย กราเซีย คิอูรี) พาคุณย้อนกลับไปในบรรยากาศการประท้วงของเหล่านักศึกษาในยุค 60 ยุคแห่งการปฏิวัติของคนรุ่นใหม่ที่ลุกขึ้นมาต่อต้านขนบธรรมเนียมและความคิดดั้งเดิมของคนรุ่นเก่า กลายเป็นการจุดประกายและวางรากฐานแนวคิดให้สังคมรุ่นต่อมา ไม่ใช่แค่การเมือง สังคม หรือจารีตประเพณี แต่รวมไปถึงโลกแฟชั่นด้วย

คอลเล็คชั่น A/W 2018-2019 Ready-to-Wear

เจาะลึกถึงตะเข็บ Dior! ที่มาที่ไปของ คอลเล็คชั่น A/W 2018-2019 Ready-to-Wear

ในโอกาสครบรอบ 50 ปี “การปฏิวัติ 1968” เหตุการณ์สำคัญในประวัติศาสตร์โลก เมื่อนักศึกษาตามหัวเมืองใหญ่หลายประเทศมหาอำนาจพากันลุกฮือขึ้นประท้วง ด้วยไม่พอใจนโยบายการทำสงครามเวียดนามที่ยืดเยื้อมานานหลายปี ส่งผลให้ประชากรวัยรุ่น ของประเทศที่ถูกเกณฑ์ไปรบต้องจบชีวิตไปไม่รู้เท่าไร

คอลเล็คชั่น A/W 2018-2019 Ready-to-Wear

ในขณะเดียวกันที่ฝรั่งเศสยุค 60 ก็เป็นช่วงที่นักศึกษาวัยรุ่นหลายกลุ่มได้ลุกฮือขึ้นมาประท้วงหลายต่อหลายครั้ง โดยเฉพาะในเหตุการณ์ “May 1968” (เดือน พฤษภาคม ค.ศ.1968) เมื่อการประท้วงเล็กๆ ในเรื่องสิทธิทางเพศของนักศึกษากลุ่มหนึ่งบานปลายขยายใหญ่กลายเป็นการประท้วงระดับชาติถึงความแตกต่างระหว่างชนชั้น จนมีผู้ใช้แรงงานเข้าร่วมด้วยมากถึง 10 ล้านคน ทำให้เศรษฐกิจของประเทศกลายเป็นอัมพาต ยังไม่นับที่ก่อนหน้านั้นในปี 1966 กลุ่มนักศึกษาสาวพากันรวมตัวในชุดกระโปรงมินิสเกิร์ต พร้อมชูป้าย “Mini Skirts Forever” กินบริเวณกว้างมาจนถึงหน้าบูติกของดิออร์ ในกรุงปารีส เพื่อเรียกร้องสิทธิส่วนตัวในการสวมกระโปรง สั้นแล้วไง กลายเป็นแรงบันดาลใจให้ “Marc Bohan” (มาร์ค โบอ็อง) อาร์ติสติกไดเร็คเตอร์ของดิออร์ในขณะนั้น สร้างสรรค์คอลเล็คชั่น Miss Dior และตีความทัศนคติของความเป็นเฟมินีนในแบบฉบับของ คริสเตียน ดิออร์ ขึ้นมาใหม่

คอลเล็คชั่น A/W 2018-2019 Ready-to-Wear
สถานที่จัดโชว์ของดิออร์ ณ พิพิธภัณฑ์ Rodin ในกรุงปารีส ถูกเนรมิตขึ้นมาใหม่ให้คล้ายกับบรรยากาศของการประท้วงในปี 1968 ที่อัดแน่นไปด้วยโปสเตอร์ตัดแปะแบบ Cut-up Technique (เทคนิคทางวรรณกรรมที่ใช้วิธีตัดข้อความจากงานเขียนอื่นมาแปะเรียบเรียงให้เกิดเป็นข้อความใหม่)

หากให้สรุปความง่ายๆ ยุค 60 คือปีที่กลุ่มคนรุ่นใหม่ลุกขึ้นมาตะโกนว่า “ฉันจะไม่ทนอีกต่อไป” ส่งผลให้เกิดแรงกระเพื่อมทั้งในด้านสิทธิความเท่าเทียมระหว่างหญิง-ชาย ชนชั้น ไปจนถึงการเปลี่ยนแปลงทั้งภาพลักษณ์ สรีระ หน้าตา ทัศนคติ บุคลิกภาพ และการแต่งกาย อย่างน้อยๆ เราก็มีผลพลอยได้ให้สามารถสวมกระโปรงสั้นกุดกันได้สบายๆ ไม่ต้องแคร์ใครในปัจจุบัน แล้วก็เป็นยุค 60 อีกเช่นกันที่นางแบบกลายเป็นคนดัง ปูทางให้เซเลบและสาวรุ่นใหม่มีรายได้เป็นกอบเป็นกำกันในวันนี้

คอลเล็คชั่น A/W 2018-2019 Ready-to-Wear

ต้องขอบคุณความกล้าและความพยายามเรียกร้องของเหล่า Young Generation ในยุคนั้น ที่ก่อให้เกิดไอเดียใหม่ๆ และความคิดสร้างสรรค์อันนำมาสู่ผลงานทางแฟชั่นที่น่าจับตามองในคอลเล็คชั่น A/W 2018-2019 Ready-to-Wear ของดิออร์ครั้งนี้

คอลเล็คชั่น A/W 2018-2019 Ready-to-Wear

โดยคิอูรีได้หยิบแรงบันดาลใจจากสัญลักษณ์และทัศนคติเกี่ยวกับการแสวงหาตัวตนและความเท่าเทียมมารังสรรค์ใหม่ให้ปรากฏในรูปทรงและดีเทลที่หลากหลาย เปิดโอกาสให้คุณสาวๆ เลือกอิสรภาพและภาพลักษณ์ของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้าตัวโคร่งทรงหลวม รวมถึงเสื้อคลุมปอนโช (Poncho) กระโปรงสั้นพับจีบที่มาพร้อมความยาวหลายระดับ เติมด้วยลูกเล่นของวัสดุที่คาดไม่ถึงอย่างผ้าโปร่ง (Point d’esprit) ตกแต่งลวดลายต่างๆ โดยสามารถนำไปแมตช์เข้ากับแจ็กเก็ตสไตล์แมสคิวลีนสุดเท่หรือโค้ตขนาดเล็กก็เวิร์ค

คอลเล็คชั่น A/W 2018-2019 Ready-to-Wear

นอกจากนี้ยังมีงานนิตแวร์ที่ผ่านการเย็บปักถักร้อยอย่างสวยงาม โอบรับกับสรีระ ได้ทั้งความสวยงามและความสบาย ชุดเดรสผ้าออร์แกนซาโปร่งบาง ชุดยีนพิมพ์ลาย รวมไปถึงเดรสและโค้ตสารพัดสีที่ใช้เทคนิคแพตช์เวิร์คดูแปลกตา แต่ชิคไม่แพ้ใคร โดยทั้งหมดนี้สามารถเลือกสวมใส่กับรองเท้าบู๊ตระดับหน้าแข้งที่ได้แรงบันดาลใจจากไบเกอร์

คอลเล็คชั่น A/W 2018-2019 Ready-to-Wear

คอลเล็คชั่น A/W 2018-2019 Ready-to-Wear
กระเป๋า Saddle ใบเก๋ในลุคใหม่ที่จะกลับมาเรียกกระแสความดังอีกครั้ง

ที่ต้องไม่พลาดคือ การกลับมาของกระเป๋า Saddle รูปทรงอานม้า ชิ้นงานเก่าของแบรนด์ที่เคยโด่งดังในปี 2000 คิอูรีนำมาปรับโฉมใหม่ โดยแต่งด้วยสายสะพายไหล่สไตล์ชนเผ่าและงานแพตช์เวิร์คจากผ้าหลากสีสดใส สามารถสะพายได้หลายแบบ แล้วอย่าลืมคอมพลีทลุคด้วยแว่นตากันแดดสีเจ็บอันโตกับหมวกเบเรต์ด้วยล่ะ

คอลเล็คชั่น A/W 2018-2019 Ready-to-Wear

และนี่คือการส่งต่อพลังของคนรุ่นใหม่ ผ่านเสื้อผ้าและเครื่องประดับอันโดดเด่นและน่าทึ่งของดิออร์


 

ที่มา : นิตยสารแพรว ฉบับ 938


 

ติดตามคอนเท้นต์แฟชั่นอื่นๆ ได้ที่ :

เช็คให้ดี…ดูให้ชัวร์ 5 สิ่งควรรู้ ก่อนลงทุนซื้อ กระเป๋า Lady Dior สักใบ

งานดีมีสตอรี่! แว่นกันแดดสุดจี๊ดจาก “Dior” คอลเล็คชั่น Spring-Summer 2018

คอลเล็คเตอร์ทั่วโลกรุมแย่ง! กระเป๋า “Dior Lady Art” งานศิลปะจากฝีมือศิลปินระดับโลก

เริ่ดค่า…ลิปโกลว์ในตำนาน Dior Lip Glow มาใหม่ 6 เฉดสี เพิ่มเท็กเจอร์ Matte กับ Holo

เลอค่า! Dior Rose des vents คอลเล็คชั่นเรียกพลังแห่งดวงดาว สัญลักษณ์นำโชคของคริสเตียน ดิออร์

คัดมาแล้ว! ไอเท็มสีดำควรสอยจาก “Dior” แมตช์ลุคได้ทุกโอกาส

กินเจ

กินเจก็อร่อยได้ “Vegetarian Festival 2018” @เกษรวิลเลจ อิ่มบุญ สุขใจอย่างมีสไตล์

อีกไม่กี่วันก็จะถึงเทศกาลกินเจ ซึ่งเป็นเทศกาลแห่งความอิ่มบุญกันแล้ว โดยเทศกาลกินเจปีนี้จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 9-17 ตุลาคม 2561 สำหรับสายบุญทั้งหลายที่กำลังมองหาอาหารเจอร่อยๆ ไว้สำหรับ 9 วันนี้กันอยู่ แพรวดอทคอม  ขอชวนให้พุ่งตัวไปที่งาน “Vegetarian Festival 2018” ซึ่งจัดขึ้นที่เกษรวิลเลจ ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 20 ตุลาคม 2561

โดยงานนี้คนรักอาหารเจและสาวกอาหารเพื่อสุขภาพ จะได้เต็มอิ่มกับเมนูอาหารเจและอาหารมังสวิรัติรสเลิศกว่า 100 เมนู จากร้านอาหารชื่อดังในเกษรวิลเลจ ซึ่งนำทัพความอร่อยโดย 1823 TEA LOUNGE by Ronnefeldt (1823 ที เลานจ์ บาย รอนเนอเฟลด์), KUB KAO’ KUB PLA (กับข้าว’ กับปลา), PROVENCE (โพรวองซ์), SNAP (สแน็ป) และ SUSHI MORI (ซูชิ โมริ) เรียกว่าร้านเด็ดๆ ทั้งนั้น ว่าแล้วก็ไปดูเมนูเรียกน้ำย่อยของแต่ละร้านกันก่อนดีกว่า

 

1823 TEA LOUNGE by Ronnefeldt (1823 ที เลานจ์ บาย รอนเนอเฟลด์)

เอาใจเหล่ามังสวิรัติเลิฟเวอร์ด้วยเมนู Lunch Set สุดพิเศษ ที่ร้าน 1823 ที เลานจ์ บาย รอนเนอเฟลด์ ตั้งใจสร้างสรรค์ขึ้นเพื่อเทศกาลกินเจโดยเฉพาะ เริ่มจากเมนูเรียกน้ำย่อย “Tomato Basil Soup” (ซุปมะเขือเทศกับโหระพา)

กินเจ
เมนู Tomato Basil Soup

ตามด้วยเมนูอาหารจานหลักมีให้เลือกระหว่าง “Fried Tofu Filet with its Fricassée of Mushrooms” โดยการเซียร์เต้าหู้เหลืองให้มีกลิ่นหอม เล้วนำมาหั่นเป็นลูกเต๋า โรยด้วยเห็ดเข็มทองทอดราดซอสที่ปรุงจาก “ชาต้าหงเผา” หรือราชันแห่งชาอู่หลง

กินเจ
เมนู Fried Tofu Filet with its Fricassée of Mushrooms

และอีกหนึ่งเมนูคือ “Vegetarian Meli Melo” ที่นำเอาฝักทองญี่ปุ่นที่มีรสชาติหวานละมุนไปอบ เสิร์ฟคู่กับแครอทพูเร และไพน์นัทรสชาติกลมกล่อม ปิดท้ายด้วยเมนูของหวาน “Jasmine Tea infused Tofu cream with Raspberry coulis”

กินเจ
เมนู Vegetarian Meli Melo

 

KUB KAO’ KUB PLA (กับข้าว’ กับปลา)

กับข้าว’ กับปลา ชวนชิมความอร่อยของเมนูอาหารเจที่สามารถทานเล่นได้ กับเมนู “เห็ดทอดราดซอสมะขาม” เมนูสุดโปรดของใครหลายคน กรรมวิธีการปรุงคือนำเห็ดนางฟ้าไปทอดให้เหลืองกรอบน่ารับประทาน ราดด้วยซอสมะขามที่ปรุงพิเศษมีทั้งรสเปรี้ยว เค็ม หวาน เพิ่มสีสันให้สดใสด้วยการโรยหน้าด้วยพริกและใบมะกรูดทอด

กินเจ
เห็ดทอดราดซอสมะขา

ส่วนอีกเมนูอาหารเจเพื่อสุขภาพคือ “หลนเต้าหู้ผักสด” ที่นำเต้าหู้ถั่วเหลืองเคี่ยวลงในกะทิตั้งไฟให้เดือด ปรุงรสให้กลมกล่อม จัดเสิร์ฟพร้อมผักสดหลากชนิดไว้ทานคู่กัน

กินเจ
หลนเต้าหู้ผักสด

 

Provence (โพรวองซ์)

ร้านอาหารไทยที่โดดเด่นด้านรสชาติและเมนูฉบับไทยแท้ จากสูตรครอบครัวสู่การสร้างสรรค์หลากหลายจานอร่อย ขอท้าให้ชิมกับเมนู “ขนมจีนน้ำยา (เจ)” และเมนู “ข้าวซอย (เจ)” สูตรเด็ดของร้าน พิเศษสุดกับน้ำพริกแกงเผ็ดเจสูตรต้นตำรับ อัดแน่นด้วยเครื่องเคียงผักสดเพื่อสุขภาพ โดดเด่นด้วยรสชาติความอร่อยที่แสนจะคุ้นเคย

กินเจ
ขนมจีนน้ำยา (เจ) และ ข้าวซอย (เจ)

 

Snap (สแน็ป)

ขอแนะนำเมนูใหม่สำหรับกาแฟเจและมังสวิรัติ “Tofu Coffee” หรือกาแฟเต้าหู้ที่โดดเด่นด้วยรสชาติกลมกล่อมของเผือกบดผสมกับกาแฟเอสเปรสโซ่เข้มข้น เพิ่มรสสัมผัสและความนุ่มละมุนลิ้นด้วยเต้าหู้ขาวและฟองเต้าหู้ สำหรับอีกหนึ่งเมนูคือ “Red bean Coffee” หรือกาแฟสกัดเย็น ไนโตร โคลด์ บรูว์ แคลอรี่ต่ำพร้อมนมถั่วเหลือง เพิ่มความหวานมันให้กาแฟถ้วยโปรดโดยการท็อปด้วยถั่วแดง และเมนูสุดท้ายสำหรับสายสุขภาพที่ไม่ทานกาแฟคือเมนู “Cocoa” ที่เป็นการมิกซ์แอนด์แมตช์อย่างลงตัวระหว่างผงโกโก้รสชาติเข้มข้นผสมกับนมถั่วเหลือง เพิ่มรสชาติด้วยถั่วแดง และตกแต่งด้วยเต้าหู้ขาวกับฟองเต้าหู้

กินเจ
เมนู Cocoa, เมนู Tofu Coffee และเมนู Red bean coffee

 

SUSHI MORI (ซูชิ โมริ)

ร้านอาหารญี่ปุ่นระดับพรีเมี่ยมขอเอาใจสายสุขภาพกันตลอดทั้งปี ด้วยเมนูอาหารเจและอาหารมังสวิรัติที่ทางร้านเลือกสรรมาอย่างดีกว่า 20 เมนู เปิดฉากความอร่อยของเมนูอาหารเพื่อสุขภาพกันด้วย “Hiyashi Tofu” หรือเมนู “เต้าหู้เย็น” อันเป็นสูตรโฮมเมดแบบปรุงเองจากทางร้าน ราดด้วยน้ำซอสงาขาวท็อปด้วยอะโวคาโด

กินเจ
เมนู Hiyashi Tofu

ตามด้วยเมนูสุดพิเศษ “Yasai Chirashi” ข้าวดงบุริเจที่มีส่วนผสมของเต้าหู้ เห็ด ผักดอง และยำสาหร่ายวากะเม คลุกเคล้ากับซอสสูตรพิเศษ

กินเจ
เมนู Yasai Chirashi

และปิดท้ายความอร่อยแบบลงตัวด้วยเมนู “Yasai Tama Roll” อันเป็น Signature Dish อีกหนึ่งเมนูจากทางร้าน ด้วยการนำส่วนผสมของเห็ดหอมและเต้าหู้ทอดเทมปุระมาห่อกับอะโวคาโดและงา โรยด้วยผักดองและราดซอสสูตรลับที่รังสรรค์ขึ้นเพื่อเมนูนี้โดยเฉพาะ

กินเจ
เมนู Yasai Tama Roll

แต่ละเมนูน่าทานมากๆ เลยใช่ไหมล่ะคะ แล้วตามไปอิ่มอร่อยแถมสุขใจกับอาหารเจเต็มรูปแบบครบทุกมิติกันที่งาน “Vegetarian Festival 2018” นะคะ รับรองว่าต้องถูกใจคนรักอาหารเจและเหล่าคนรักสุขภาพอย่างแน่นอน ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/gaysornvillage และ www.gaysornvillage.com

‘อย่ามัวแต่โลเล เพราะท่านอาจถูกทิ้งโดยไม่ร่ำลา’ดูดวงรายวัน 7 ตุลาคม 2561

ดูดวงรายวัน 7 ตุลาคม 2561 #ป้าเนาว์พยากรณ์ แม่นเป๊ะสายแข็ง ทั้งการงาน การเงิน ความรัก และสุขภาพ

ผู้ที่เกิดวันอาทิตย์

การงาน :  ท่านกำลังริเริ่มงานใหม่เป็นระดับนวัตกรรมเพื่อส่วนรวม เป็นงานที่ท้าทาย ท่านจึงครุ่นคิดถึงความสำเร็จตลอดเวลาจนแทบไม่สนใจเรื่องอื่นเลย

การเงิน :  ระวังลงทุนแบบใจใหญ่โดยยังไม่เห็นผลประโยชน์ รวมถึงการเสี่ยงโชคและธุรกิจที่ไม่ถูกต้องจะทำให้เกิดหนี้สิน

ความรัก : ท่านครุ่นคิดถึงแต่เรื่องงาน จนไม่มีเวลาอย่าว่าแต่ครอบครัวเลย แม้กระทั่งตัวเองท่านก็ยังไม่มีเวลาดูแล จึงยกหน้าที่นี้ให้เป็นของคู่ทำแทนไปก่อน คนโสด รักสวยรักงาม แต่งตัวพิถีพิถัน แต่ท่านก็ยังคิดว่า จะอยู่เป็นโสดหรือมีคู่ดี

สุขภาพ : ระวังโหมงานหนัก รับประทานอาหารไม่ตรงเวลา จะเป็นสาเหตุของโรคกระเพาะอาหาร และลำไส้เรื้อรัง

 

ผู้ที่เกิดวันจันทร์       

การงาน :  หากวันนี้ท่านรับอาสาเจ้านายไปปฏิบัติงานที่ต้องใช้ความสามารถในการเจรจาประชาสัมพันธ์ ให้ระวังอาจเกิดการหักหลังขึ้นโดยไม่รู้ตัว สุดท้ายแล้วท่านต้องเรียกร้องขอความเห็นใจจากเจ้านายถึงการทำงานที่ผิดพลาดไป

การเงิน : เก็บเงินไม่อยู่ ขึ้นลงตลอดเวลา จะเดือดร้อนเพราะความใจอ่อน ช่วยเหลือคนอื่น

ความรัก : เหมือนท่านตัดสินใจอยู่กันรวดเร็วเกินไป จนอาจยังไม่แน่ใจว่า เขาเป็นตัวจริงหรือเปล่า วันนี้จึงมีการตีตัวออกห่างโดยไม่บอกไม่กล่าว ซึ่งท่านพยายามอ้อนวอนขอคืนดี แต่เขาไม่กลับมา คนโสด อย่ามัวแต่โลเล เพราะท่านอาจถูกทิ้งโดยไม่ร่ำลา

สุขภาพ : พบหมอฟันได้แล้วค่ะ เพราะลุกลามไปถึงระบบทางเดินหายใจแล้ว

 

ผู้ที่เกิดวันอังคาร

การงาน  :  งานทางด้านการเจรจาสื่อสารที่เคยคิดว่าไม่มีปัญหา พรุ่งนี้อาจมีการเปลี่ยนแปลง ต้องปิดจ็อบอย่างไม่คาดคิด แต่จะมีผู้ใหญ่ผู้หญิงมาช่วยให้ท่านผ่านพ้นไปได้

การเงิน : เงินที่คิดว่าจะได้จากผู้ใหญ่ผู้หญิงก็ไม่ได้ตามที่ตกลงกันไว้

ความรัก : วันอาทิตย์วันแห่งครอบครัว จากที่คิดว่าจะมีงานเฉลิมฉลอง แต่ก็ต้องมีการเปลี่ยนแปลงกะทันหันอาจเนื่องจากสมาชิกมาไม่ครบ คนโสด จากที่หาฤกษ์มงคลกันไว้แล้ว ก็อาจมีการเปลี่ยนแปลงสายฟ้าแลบ

สุขภาพ :  ระวังจะเกิดโรคปัจจุบันทันด่วน โดยไม่มีอาการบอกเหตุใดๆ เพราะฉะนั้นควรระวังสุขภาพตลอดเวลา

 

ผู้ที่เกิดวันพุธ

การงาน  :  วันนี้ท่านก็ยังเดินหน้าท้าลุยอย่างไม่เกรงกลัวใคร โดยจะครุ่นคิดถึงแต่เรื่องงานที่เกี่ยวข้องกับสายศิลปะ บันเทิงเริงรมย์ตลอดเวลา จนไม่สนใจเรื่องอื่นใดในชีวิต

การเงิน : เงินจะไหลมาพร้อมกับชื่อเสียงและความสำเร็จ

ความรัก :   ท่านสวยรวยเสน่ห์ และสตรอง ซึ่งท่านมีภาวะผู้นำสูง ส่งเสริมหน้าที่การงานของสามี จนท่านคิดว่าหากได้แฟนไม่ดี ท่านอยู่คนเดียวก็ได้ คนโสด ท่านสวยสตรองพอที่จะไม่ต้องง้อให้ใครมาจีบ

สุขภาพ : ระวังออกเดทบ่อย นอกจากน้ำหนักจะขึ้นแล้ว ยังมีปัญหาเรื่องระบบการย่อยอาหาร โรคกระเพาะ และลำไส้ มักมีอาการปวดและเสียดท้องได้ง่าย

 

ผู้ที่เกิดวันพฤหัสบดี

การงาน  :  หากท่านคิดจะริเริ่มงานที่เกี่ยวกับศิลปะ ความบันเทิงเริงรมย์ งานบริการ หรือการท่องเที่ยวก็ชะลอๆ ไว้ก่อน เพราะท่านจะพบกับปัญหาและอุปสรรคอย่างไม่คาดคิดจนแก้ไขไม่ทัน อาจเสียรู้หรือหลงเชื่อคำพูดที่ดูมีหลักการ

การเงิน : เงินทองที่เคยหมุนคล่องก็จะติดขัด อาจต้องเสียเป็นค่าซ่อมยวดยานพาหนะ

ความรัก :  ท่านมีภาวะผู้นำสูง เพราะฉะนั้นจึงไม่ชอบให้คนรักมาจำกัดความคิดอิสรภาพของท่าน หรือตั้งกฏเกณฑ์ข้อผูกมัดมากซึ่งเป็นเหตุให้มีอารมณ์ฉุนเฉียว หงุดหงิด โมโหง่ายกับเรื่องราวไร้สาระ คนโสด  มีเสน่ห์กับเพศตรงข้ามอย่างมาก แต่วันนี้คนที่เข้ามาอารมณ์ร้อนและแรงมาก ไม่คุ้มกับการคบกันอย่างยิ่ง

สุขภาพ : จะเจ็บป่วยในเรื่องลำไส้ ระบบย่อยอาหาร และโรคกระเพาะ รวมถึงโรคเครียดจนนอนไม่หลับ

 

ผู้ที่เกิดวันศุกร์

การงาน  :  ท่านมีพลังในการทำงานอย่างมาก แม้ว่าจะพบกับอุปสรรคปัญหาและขวากหนาม แต่ท่านก็ผ่านมาได้ทุกครั้ง แต่สำหรับงานนี้หากไม่เตรียมวางแผนให้ดี ก็อาจเลือกอาชีพผิดพลาด

การเงิน :  มีโชคในการหาเงินนอกบ้าน โดยเฉพาะเรื่องที่ดิน เรือกสวนไร่นา

ความรัก : ท่านอาจกำลังจะมีโครงการที่จะลงทุนทางด้านเรือกสวนไร่นา หรือบ้าน ที่ดิน แต่ก็อาจล้มเลิกกลางคัน เพราะทิฐิมานะแต่ะละคนที่ไม่สามารถตกลงกันได้ คนโสด ท่านจริงใจกับความรักมากจนดูเป็นคนแข็ง

สุขภาพ : ระวังการติดเชื้อไวรัส และโรคภูมิแพ้ โดยเฉพาะช่วงที่อากาศเปลี่ยนแปลงหรือเดินทางไปในสถานที่ที่ไม่คุ้นเคย

 

ผู้ที่เกิดวันเสาร์

การงาน : ท่านก็ยังปรารถนาถึงความสำเร็จอย่างใจกล้าบ้าบิ่น แต่วันนี้ท่านจะพบกับปัญหาและอุปสรรคที่ทำให้รู้สึกท้อแท้ แต่ก็ยังถือว่าโชคดีที่มีผู้ใหญ่ คนรัก คนใกล้ชิดสนับสนุนส่งเสริมและให้ความช่วยเหลือท่าน ซึ่งวันนี้พยายามหาเพื่อนรู้ใจมาช่วยงานจะทำให้งานสำเร็จ

การเงิน :  ได้เงินจากผู้ใหญ่ แต่ก็จะหมดกับการเลี้ยงดูบริวาร เพื่อนสนิทมิตรสหาย

ความรัก :  ท่านก็ยังคงมีทิฐิและต้องการที่จะเอาชนะกัน เพราะฉะนั้นหากอยากอยู่กันอย่างมีความสุขคงยาก คนโสด ท่านเอาใจยากเดาใจลำบาก เพราะไม่มีใครยอมปรับตัวรับกับสิ่งใหม่ๆ

สุขภาพ : น้ำหนักเกิน จะนำมาซึ่งโรคไขมันอุดตันในเส้นเลือด

เจ้าบ่าวเจ้าสาวควรดู! ถ่ายรูปกับคุณพ่อคุณแม่ยังไง ให้ได้ภาพสุดน่ารัก ดูกี่ทีก็ไม่เบื่อ

รูปภาแบบเดิมๆที่ถ่ายคู่กับคุณพ่อคุณแม่ในงานแต่งงาน ส่วนใหญ่คงหนีไม่พ้นภาพถ่ายหน้าตรงใช่มั๊ยคะ ออกจะดูหน้าเบื่อไปสักหน่อย แต่ไม่ต้องกังวลไป แพรว wedding มีคำตอบว่า ถ่ายรูปกับคุณพ่อคุณแม่ยังไง ที่จะทำให้ได้ภาพสุดน่ารัก เวลาหยิบมาดูครั้งใด ก็อดไม่ได้ที่จะอมยิ้ม

ถ่ายรูปกับคุณพ่อคุณแม่ยังไง นั้น ไม่ใช่เรื่องยาก แค่ลองทำตามนี้ดูค่ะ

แก้มชิดแก้มและทำท่าเดียวกัน

คุณกับคุณพ่อคุณแม่ ย่อมมีใบหน้าที่คล้ายกันอยู่แล้ว การถ่ายรูปแบบแนบชิด และทำท่าลักษณะเดียวกันนั้น จะยิ่งเป็นการย้ำว่า คุณทั้งสองคนหน้าคล้ายกันเพียงใด

หอมแก้ม 

เก็บความเขินอายเอาไว้ก่อน ภาพแบบนี้ถ่ายไว้ ดูกี่ทีก็ต้องยิ้มตาม ไม่ว่าจะเป็น คุณพ่อคุณแม่รุมกันหอมแก้มเจ้าบ่าวเจ้าสาว หรือเจ้าสาวกับคุณแม่รุมกันหอมแก้มเจ้าบ่าว และยิ่งถ้าเป็นภาพเจ้าสาวหอมแก้มคุณพ่อ จะยิ่งดูน่ารักเป็นพิเศษ

                 

ภาพทีเผลอ

คอยให้ช่างภาพถ่ายเก็บรายละเอียด ในสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ช่วยเราจัดการส่วนต่างๆ ยิ่งถ้าเป็นภาพช่วงแต่งตัว จะยิ่งส่งให้ภาพนั้นดูอบอุ่นยิ่งขึ้น หรืออาจจะไม่ใช่การเผลอแบบจริงๆ เป็นการเซตให้ไม่มองกล้องเน้นความเป็นธรรมชาติก็ได้

                 

กอดให้แน่น

ภาพที่เรากอดกับคุณพ่อคุณแม่ จะเป็นภาพที่มีพลังมาก ให้ความรู้สึกอบอุ่น และอ่อนโยน

                 

เต้นรำ

ชอตนี้ต้องเป็นชอตของเจ้าสาวกับคุณพ่อ หรือเจ้าบ่าวกับคุณแม่ จะยิ่งทำให้ภาพดูมีสเน่ห์มากขึ้น

                                  

ถ่ายรูปกับคุณพ่อคุณแม่ยังไง

ตามองตา

มองตากันสักหน่อย ส่งสายตาซึ้งๆให้คุณพ่อคุณแม่บ้าง เชื่อเถอะว่าภาพออกมาจะน่ารัก

               

 

นำทริคที่ให้ไปใช้ รับรองว่าจะได้ภาพที่สวยงาม และสื่ออารมณ์ได้ดีกว่าภาพหน้าตรงปกติแน่นอน

คุณกับคุณพ่อคุณแม่ ย่อมมีใบหน้าที่คล้ายกันอยู่แล้ว การถ่ายรูปแบบแนบชิด และทำท่าลักษณะเดียวกันนั้น จะยิ่งเป็นการย้ำว่า คุณทั้งสองคนหน้าคล้ายกันเพียงใด

คุณกับคุณพ่อคุณแม่ ย่อมมีใบหน้าที่คล้ายกันอยู่แล้ว การถ่ายรูปแบบแนบชิด และทำท่าลักษณะเดียวกันนั้น จะยิ่งเป็นการย้ำว่า คุณทั้งสองคนหน้าคล้ายกันเพียงใด

เครดิตภาพ : pinterest

ติดตามไอเดียและเทคนิคต่างๆเกี่ยวกับงานแต่งงานได้ที่ praewwedding

คุณกับคุณพ่อคุณแม่ ย่อมมีใบหน้าที่คล้ายกันอยู่แล้ว การถ่ายรูปแบบแนบชิด และทำท่าลักษณะเดียวกันนั้น จะยิ่งเป็นการย้ำว่า คุณทั้งสองคนหน้าคล้ายกันเพียงใดคุณกับคุณพ่อคุณแม่ ย่อมมีใบหน้าที่คล้ายกันอยู่แล้ว การถ่ายรูปแบบแนบชิด และทำท่าลักษณะเดียวกันนั้น จะยิ่งเป็นการย้ำว่า คุณทั้งสองคนหน้าคล้ายกันเพียงใดคุณกับคุณพ่อคุณแม่ ย่อมมีใบหน้าที่คล้ายกันอยู่แล้ว การถ่ายรูปแบบแนบชิด และทำท่าลักษณะเดียวกันนั้น จะยิ่งเป็นการย้ำว่า คุณทั้งสองคนหน้าคล้ายกันเพียงใดคุณกับคุณพ่อคุณแม่ ย่อมมีใบหน้าที่คล้ายกันอยู่แล้ว การถ่ายรูปแบบแนบชิด และทำท่าลักษณะเดียวกันนั้น จะยิ่งเป็นการย้ำว่า คุณทั้งสองคนหน้าคล้ายกันเพียงใด

 

Autumn Winter

แต่งตัวสไตล์ไอดอลเกาหลี พร้อมชี้ไอเท็มเด็ดหน้าหนาว ที่ห้ามพลาด!

เปิดไอเท็ม Must Have ประจำ Autumn/Winter มาส่องกันว่าแฟชั่นไอเท็มชิ้นไหนจะเป็นตัวเด็ดที่เหล่าแฟชั่นกูรูหนุ่มสาวเกาหลีต้องมี และแฟชั่นนิสต้าไทยต้องโดน

หนึ่งในความสนุกของหนุ่มสาวสายแฟชั่นที่ไปเที่ยวเกาหลีคงหนีไม่พ้นการแต่งองค์จัดเต็มเดินถ่ายรูปตามตรอก ซอกซอยประหนึ่งถ่ายแมกกาซีน เพราะฉะนั้นก่อนจะไปเกาหลีปลายปีนี้ มาอัพเดทเทรนด์แฟชั่นเกาหลีกันหน่อยดีกว่า คนไทยอย่างเราอาจจะไม่ค่อยถนัดแฟชั่นหน้าหนาว รู้ไว้จะได้เตรียมชุดไปใส่ประชันกับหนุ่มสาวเกาหลีเค้าได้

เสื้อ Oversize : ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา แฟชั่นเกาหลีเป็นเทรนด์เสื้อผ้ายูนิเซ็กซ์ คือเสื้อผ้าที่ใส่ได้ทั้งผู้ชายและผู้หญิง เสื้อกางเกงตัวโคร่ง ใส่สบายเป็นที่นิยมมาก ช่วงออทั่ม วินเทอร์ปลายปีแบบนี้ ต้องเสื้อแขนยาวตัวหนา เพิ่มลูกเล่นด้วยฮู้ด ก็ยิ่งเท่ หนุ่มสาวเกาหลีกำลังนิยมเสื้อลายคาแร็คเตอร์ อย่างหน้าเด็กบนเสื้อของแบรนด์ Acmé de la vie ที่เหล่าไอดอลนิยมใส่กัน

Autumn/Winter

Autumn/Winter

Autumn/Winter

หรือจะเป็นการ์ตูนที่กำลังเป็นกระแสอยู่ในโลกโซเชียลอย่างเจ้ากบ Kermit ของแบรนด์ Charm’s

Autumn/Winter

Autumn/Winter 

Dad Sneaker : ผ้าใบคู่ใหญ่ทรงอวบหน้าตาแปลก กำลังฮ็อตสุดๆ ที่เกาหลีตอนนี้ คู่ที่ฮิตสุดๆ ขนาดที่แฟชั่นนิสต้าเกาหลีต้องมีนั่นคือ Tripple S จากแบรนด์บาลองเซียก้า (Balenciaga)

Autumn/Winter

Autumn/Winter

หรือถ้าอยากได้ที่ราคาเอื้อมถึงหน่อย แบรนด์เกาหลีอย่าง FILA เองก็เป็นที่นิยมไม่แพ้กัน

Autumn/Winter

Autumn/Winter

Overcoat : ผ้าวูล ถือว่าเป็น Must have item ในซีซั่นออทั่ม วินเทอร์ที่หนุ่มสาวเกาหลีต้องมี โดยเฉพาะโทนสีเข้มและเอิร์ธโทน อย่างคอลเล็คชั่นล่าสุดของ O!Oi

Autumn/Winter

Autumn/Winter

Autumn/Winter

ออทั่ม วินเทอร์แบบนี้นอกจากสีโทนเข้มจะกลับมาเป็นที่นิยมอีกครั้ง สีสดใสอย่างสีแดง ส้ม เหลืองก็กำลังมาแรง แฟชั่นนิสต้าเกาหลีมักจะเพิ่มลูกเล่นให้กับการแต่งตัวด้วยการเพิ่มเสื้อผ้า หรือเครื่องประดับสักชิ้นที่เป็นสีสันตัดกับโทนเสื้อผ้าโดยรวม เพื่อให้เป็นจุดเด่นดึงดูดสายตานั่นเอง

Autumn/Winter

Autumn/Winter

ความเหนือชั้นของบรรดาแฟชั่นนิสต้าเกาหลีที่มีสเน่ห์ จนเป็นที่ยอมรับคือการมิกซ์แอนด์แมชท์การแต่งตัวอย่างมีมิติ ไม่คุมโทนบ้าง แหวกกระแสบ้าง แต่ยังดูดีและเหมาะกับตัวเอง อย่างการแต่งตัวสไตล์เลเยอร์ ใส่เสื้อยืดทับเสื้อแขนยาว

Autumn/Winter

อาจจะแมทช์ด้วยการใส่โค้ทหรือแจ็คเก็ตตัวโคร่งให้ดูเอวคอดด้วยการคาดเข็มขัด

Autumn/Winter

Autumn/Winter

 

อ่านเทรนด์แฟชั่นอื่นๆ เพิ่มเติมได้ที่ : 

ราคาหลักพัน! SWATCH คอลเล็คชั่นใหม่ ดีไซน์โดยสตูดิโอชื่อดัง ผู้เคยร่วมงานกับ Gucci

 ราคาแรงจนสะดุ้ง! กระเป๋า Maison Margiela รุ่น PVC Tote Bags มูลค่าเกือบห้าหมื่นบาท

 เห็นแล้วแพ้ทาง! คอลเล็คชั่น Disney x Jaspal เน้นงานลายเส้นวาดมือตามแบบฉบับดั้งเดิม

 ชวนเสียทรัพย์เก่ง! กระเป๋า Gucci Spring/Summer 2019 ดีไซน์มุ้งมิ้งแปลกตา น่าสอย

 มันต้องโดน! ฉลองเข้าสู่ปีที่ 90 Nixon x Mickey Mouse ออกนาฬิกาดีไซน์สนุกสุดน่ารัก

Adidas เผยไอเท็มสายสตรีท Prophere ออก 2 แถบสีใหม่ สะท้อนความกล้า มั่นใจ

Less is more! 5 กระเป๋าแบรนด์ดัง เรียบแต่ชิค ลงทุนไปไม่มีตกเทรนด์

วานา นาวา สกาย

ปักธงไอคอนใหม่หัวหิน วานา นาวา สกาย จุดชมวิวลอยฟ้าบนพื้นกระจกใส

เปิดแล้วอย่างเป็นทางการ วานา นาวา สกาย เดสติเนชั่น บาร์ระดับเวิล์ดคลาส จุดชมวิวลอยฟ้าบนพื้นกระจกใสที่มาพร้อมกับ Mixology ระดับโลก ปักธงเป็นไอคอนใหม่ของเมืองหัวหิน

ถ้าดูเมืองท่องเที่ยวชั้นนำทั่วโลก ไม่ว่าจะลอนดอน ปารีส หรือ บาหลี จะสังเกตได้ว่าสิ่งหนึ่งที่ทุกเมืองมีเหมือนกันหมดคือ Roof top destination bar พฤติกรรมของนักท่องเที่ยว นอกจากจะไปชมสถานที่ท่องเที่ยวในเมืองสำคัญต่างๆ แล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่เป็นที่นิยมมากเป็นพิเศษนั่นคือ การหาจุดชมวิวระฟ้า ที่สามารถมองเห็นมุมมอง วิวและบรรยากาศที่สวยงามของเมืองนั้นๆได้อย่างชัดเจนในมุมสูง และเพื่อตอกย้ำความเป็นเมืองท่องเที่ยวระดับโลกของเมืองหัวหิน เราจึงได้เปิดตัว วานา นาวา สกาย เดสติเนชั่นบาร์แห่งใหม่ล่าสุด โดยได้ทีมดีไซน์เนอร์และนักสร้างสรรค์บาร์ชั้นนำที่มีชื่อเสียงระดับโลกมาร่วมออกแบบในครั้งนี้ด้วย โดยมีความตั้งใจจะทำให้ วานา นาวา สกาย กลายเป็นไอคอนแห่งใหม่ของเมืองหัวหินที่พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกให้มาสัมผัสและเช็คอิน

วานา นาวา สกาย

วานา นาวา สกาย

ซึ่งวานา นาวา สกาย โดดเด่นด้านการออกแบบและคอนเซ็ปต์ โดยได้ดีไซน์เนอร์ชื่อดังระดับโลกอย่าง “แอชลีย์ ซัตตัน” (Ashley Sutton) ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของเดสติเนชั่นบาร์ระดับโลกหลายแห่งอาทิ แมกกี้ ชูส์ (Maggie Choo’s) , ไอรอน แฟรี่ส์ (Iron Fairies) ในกรุงเทพฯ และ โอฟีเลีย (Ophelia) ในฮ่องกง มาร่วมสร้างสรรค์บาร์ในสไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์โดดเด่นไม่เหมือนใคร โดยแอชลีย์ กล่าวถึงคอนเซ็ปต์และแรงบันดาลใจในการออกแบบว่า “วานา นาวา สกาย นำเสนอมุมมองของหัวหินที่ไม่ซ้ำแบบใคร กับจุดชมวิวลอยฟ้าบนพื้นกระจกใสขนาด 60 ตรม. บนความสูงเหนือพื้นดินกว่า 110 เมตร ซึ่งตั้งอยู่บนชั้น 27 ที่สูงที่สุดของโรงแรมฮอลิเดย์ อินน์ วานา นาวา หัวหิน โดยสามารถมองเห็นได้ทั้งวิวมหาสมุทร ชายหาดหัวหินแบบพาโนรามา และทัศนียภาพของเมืองหัวหิน เขาตะเกียบ และเขาเต่าได้อย่างชัดเจนแบบไม่มีการแบ่งเส้นเขตแดนในมุมมอง 360 องศา โอบล้อมด้วยระเบียงกระจกใส (Sky Deck) ที่ให้ความรู้สึกเหมือนเดินอยู่บนอากาศ ซึ่งได้รับการออกแบบมาโดยคำนึงถึงความแข็งแรง โปร่งใสด้วยวัสดุกระจกเทมเปอร์ ชนิดใสพิเศษ สามารถรองรับได้มากถึง 40 คน

วานา นาวา สกาย

นอกจากนี้ แรงบันดาลใจในการออกแบบวานา นาวา สกายของผม ส่วนใหญ่แล้วมาจากประสบการณ์และความผูกพันในวัยเด็กที่เติบโตมากับอุตสาหกรรมทำฟาร์มไข่มุกและธุรกิจประมงในประเทศออสเตรเลีย ดังนั้นผมจึงเลือกนำรูปทรงหอยมุก ซึ่งเปรียบเสมือนตัวแทนของความสง่างามแห่งท้องทะเล มาสร้างสรรค์เป็นลวดลายความงดงามในทุกๆ องค์ประกอบ สำหรับการตกแต่งภายในและภายนอกของวานา นาวา สกาย จะเน้นความโค้งมนบนเพดานบริเวณโถงทางเดิน ที่ชวนให้นึกถึงเกลียวคลื่นในทะเล ตลอดจนผนังบาร์ไม้ ยังได้ฉลุลวดลายเปลือกหอยซึ่งสะท้อนบรรยากาศของชายทะเลได้เป็นอย่างดี รวมถึงการคัดสรรวัสดุอาทิ หินทรายจากเขมร ผ้าและหนังแท้นำเข้าจากยุโรป หินอ่อนสีขาวจากทิเบต เพื่อนำเสนอความประณีตสวยงามของเลานจ์และบาร์ด้านในให้หรูหราและสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้นอีกด้วย”

วานา นาวา สกาย

วานา นาวา สกาย

ทางด้าน โจเซฟ โบโรสกี้ (Joseph Boroski) Celebrity Mixologist ชื่อดังระดับโลกด้านการออกแบบเครื่องดื่ม ที่มีฝีมือและไอเดียการครีเอทค็อกเทลโดดเด่น แปลกใหม่ไม่เหมือนใคร ทั้งยังอยู่เบื้องหลังบาร์ในโรงแรมหรูหลายแห่งทั่วโลก เป็นอีกคนที่มาช่วยสร้างสรรค์เครื่องดื่มรวมถึง Signature Drink ร่วมกับทีม Mixologist ของวานา นาวา สกาย อีกด้วย โดยโจเซฟกล่าวว่า “ผมจะเน้นค็อกเทลรสชาติสดชื่น เลือกใช้วัตถุดิบที่เป็นผลไม้สดตามฤดูกาลและท้องถิ่น สมุนไพร และดอกไม้ เพื่อเพิ่มมิติให้ค็อกเทลมีรสชาติ และมีกลิ่นอายของทะเล รวมถึงความโดดเด่นของศาสตร์และศิลป์ โดยนำเสนอผ่านค็อกเทลใน 4 รูปแบบได้แก่ CLOUDS, TROPICAL, SOLID และ EASY ให้เลือกมากกว่า 20 เมนู

วานา นาวา สกาย

วานา นาวา สกาย

ซึ่งแต่ละแบบจะมีเอกลักษณ์ สีสัน ความสวยงาม สำหรับเครื่องดื่ม Thai Urban Iced Tea ซึ่งเป็น Signature Drink ของวานา นาวา สกาย ผมได้แนวคิดจากเครื่องดื่มโอเลี้ยงหรือชาดำเย็นสูตรโบราณแบบใส่ถุงที่สมัยก่อนมีขายในตลาดฉัตรไชย ตลาดเก่าแก่และมีชื่อเสียงของเมืองหัวหิน มานำเสนอใหม่ในสไตล์ทันสมัย แต่ยังคงกลิ่นอายของความเป็นอดีตและสะท้อนเอกลักษณ์ในเรื่องการดื่มของคนไทยในสมัยก่อนได้เป็นอย่างดี ซึ่งเมนูนี้มีเฉพาะที่วานา นาวา สกายเท่านั้น”

สนีกเกอร์

มาใหม่ไม่หยุด! สนีกเกอร์คอลเล็คชั่นใหม่ Tiger Ally และ Monk ผสานลวดลายสุดเฟี๊ยซ

เฟี๊ยซต่อไม่รอแล้วนะ! Onitsuka Tiger ปล่อย สนีกเกอร์ พร้อมเครื่องแต่งกายคอลเล็คชั่นใหม่ล่าสุด Tiger Ally และ Monk ที่มาพร้อมแนวคิดการดีไซน์จากนักออกแบบชาวอิตาเลียน Andrea Pompilio เน้นการชูรูปทรงที่โดดเด่น ผสมผสานกับลวดลายอย่างลงตัวกับเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยคอลเล็คชั่นนี้จะมีออกมาให้เลือกทั้ง 2 สี ด้วยกัน คือสีขาว และสีดำ บอกเลยว่าสวยไม่แพ้กันแน่นอน งานนี้คอแฟชั่นไม่ควรพลาด เตรียมตัวรอกันได้เลยค่า

โดยคอลเล็คชั่น Tiger Ally และ Monk เกิดจากความร่วมมือกันระหว่าง Onitsuka Tiger และ Andrea Pompilio นักออกแบบชื่อดังชาวอิตาเลียน ที่ได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบจากช่วงฤดูใบไม้ร่วง – ฤดูหนาวปี 2018 ด้วยการเน้นไปที่ลวดลายที่ปรากฏอยู่บนรองเท้า และเสื้อผ้าแต่ละชิ้น ที่โดดเด่นมีสไตล์ตอบโจทย์แฟชั่นยุคใหม่ปี 2018

Tiger Ally มาพร้อมดีไซน์ที่สวยงามและเน้นลายพิมพ์ที่สลับซับซ้อนด้วยภาพ Graphic printลวดลายเมืองนิวยอร์กโดย James Gulliver Hancock ศิลปินชาวออสเตรเลียลงบนรองเท้า และชุดเครื่องแต่งกายในคอลเล็คชั่น Tiger Ally ผสมผสานความคลาสสิกเข้ากับแฟชั่นตามฤดูการอย่างลงตัวตอบโจทย์เทรนด์สมัยใหม่ พร้อมประสิทธิภาพช่วยเพิ่มความเสถียรภาพด้วย fuzeGEL ถนอมส้นเท้าและลดแรงกระแทก (TIGAR ALLY 4,500 บาท)

Monk รองเท้า casual สวมใส่สบายที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เพราะไม่ต้องผูกเชือกรองเท้า พร้อมยังมีความยืดหยุ่น สะดุดตาด้วยแถบยางยืดแบบไขว้กันที่ช่วยเพิ่มให้รองเท้ามีความรัดกระชับยิ่งขึ้น พร้อมยังมีตัวยึดภายนอก ด้วยสายรัดเข็มขัดหนังของ monk ด้านบนที่โชว์ความทันสมัยที่ช่วยเพิ่มให้ลุคมีความกระฉับกระเฉงปราดเปรียว แถมยังใส่กับเสื้อผ้าได้หลากหลายสไตล์ บอกเลยแฟนๆ สนีกเกอร์ไม่ควรพลาด! (MONK 3,900 บาท)

 

คอฟฟี่พลีส ! คาซ่า ลาแปง เปิดเดสติเนชั่นใหม่ใจกลางเมือง เอาใจคนรักกาแฟ

ไปจิบการแฟในบ้านกระต่ายกันเถอะ คาซ่า ลาแปง (Casa Lapin) เปิดคาเฟ่ใหม่สาขาที่ 7 เอาใจคนรักกาแฟ ไม่ต้องเดินทางไกล เพราะอยู่ใจกลางเมือง

Casa Lapin มาจากภาษาฝรั่งเศษที่แปลว่าบ้านกระต่าย ซึ่งบ้านกระต่ายหลังนี้ ได้กลายเป็นคาเฟ่ ที่หอมอบอวลไปด้วยกลิ่นของกาแฟ ซึ่งเกิดจากการคัดสรรคุณภาพของเมล็ดกาแฟ กรรมวิธีการคั่ว และการชงของเหล่าบาริสต้าที่มีความเชี่ยวชาญ

สาขาใหม่ของ คาซ่า ลาแปงนั้นตั้งอยู่ในศูนย์การค้าเซนทรัลเวิลด์ โดยมีคอนเซปต์ของร้านที่ว่า ‘รันเวย์ โฮม’ (Runway Home) หรือทางเดินเข้าบ้านกระต่าย ซึ่งด้านในตกแต่งสไตล์มาสคิวลีน มีความเรียบโก้ และผสมผสานกลิ่นอายเมโทร ตามแบบฉบับของคาซ่า ลาแปง แต่ความพิเศษของสาขานี้คือ มีความหรูหรามากขึ้น อีกทั้งยังครบถ้วนไปเรื่องฟังก์ชั่นของบริการ เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่

นอกจากนี้ภายในร้าน ยังมีโซนบาร์กาแฟ ให้เลือกดื่มได้ตามใจชอบ และยังมีของคาวและของหวาน อีกหลากหลายเมนูให้เลือกสรร รวมถึงโซนขายของที่ระลึก ที่ไม่ควรพลาด

สำหรับกาแฟที่นี่บอกเลยว่าเริ่ดมาก เพราะเขาเลือกใช้เมล็ดกาแฟแบบซิงเกิ้ล ออริจิ้น (Single Origin) ที่คัดสรรมาจากแหล่งที่ดีที่สุดของเมืองไทย อาทิ เมล็ดจากบ้านแม่จันใต้ จังหวัดเชียงราย และบ้านแม่ตอนหลวงจากเชียงใหม่

รวมถึงกาแฟพันธ์ุดีจากต่างประเทศเช่น เอธิโอเปีย เคนยา คอสตาริกา หรือโคลอมเบีย โดยจะผลัดเปลี่ยนประเภทของเมล็ดกาแฟไปตามฤดูกาล เพื่อให้คนรักกาแฟได้ลิ้มลองความหลากหลายของรสชาติกาแฟอันหอมหวานและกลมกล่อม

ได้เมล็ดพันธุ์ที่ดีแล้ว การชงอย่างพิถีพิถัน และมีเทคนิคที่ดีในการชง ก็ยิ่งทำให้รสชาติกาแฟ ยิ่งรสดีขึ้นไปอีก ซึ่งคาซ่า ลาแปง เลือกใช้วิธีการชงดริปแบบ สโลว์ บาร์ (Slow Bar) หรือการชงแบบ เอโร่เพรส (Aeropress)

และอีกหนึ่งความพิเศษที่ทางร้านตั้งใจเลือกสรรสิ่งที่ดีที่สุดให้เหล่าคอฟฟี่เลิฟเวอร์ นั่นก็คือการเลือกใช้เครื่องทำกาแฟแบบสตีมพังก์ (Steampunk) นวัตกรรมใหม่ล่าสุดที่ปรุงกาแฟผ่านระบบดิจิทัล โดยสามารถกลั่นช็อตกาแฟออกมาแล้วได้รสชาติดีที่สุดทั้งยังให้กลิ่นอันหอมกรุ่นชวนลิ้มลอง

สำหรับเมนูเครื่องดื่มใหม่ล่าสุดที่อยากให้ทุกคนมาได้มาลองกัน คือ ออเร้นจ์ การ์นิช (Orange Garnish) เครื่องดื่มสูตรพิเศษที่ใช้กาแฟ สุพรีม เฮาส์ เบลนด์ (Supreme House Blend) นำมาสกัดเย็นด้วยแก๊สไนโตรเจน และผสมให้เข้ากันกับส้มแมนดารินเชื่อม เพื่อเพิ่มรสชาติหวานละมุนและกลิ่นหอมของส้ม

ไนโตร พีช ที (Nitro Peach Tea) ชาพีชที่สกัดด้วยแก๊สไนโตร ซึ่งทำให้เกิดความนุ่มในเวลาดื่ม อีกทั้งยังให้รสหวานและมีกลิ่นหอมอ่อนๆ จากใบชา ให้ความรู้สึกสดชื่นอย่างกระปรี้ประเปร่า

คาซ่า ลาแปง

จิบกาแฟเย็นหอมๆ กันไปแล้ว ต้องตบด้วยของหวานและของคาวกันสักหน่อย ซึ่งเป็นเมนูซิกเนเจอร์ที่มาแล้วต้องสั่ง อย่าง เฟรนช์ โทสต์ เบรกฟาสต์ (French Toast Breakfast) อาหารเช้าสไตล์ฝรั่งที่ใช้ขนมปังบริยอชเนื้อแน่นชุบไข่และนม พร้อมนำไปย่างเสิร์ฟพร้อมกับไส้กรอกย่าง, เบคอนกรอบ, ผักโขม, เห็ดผัด, มัน และแครอทอบ

คาซ่า ลาแปง

เมนูถัดมาคือ แซลมอน ครีม ชีส (Salmon Cream Cheese) ขนมปังหน้าแซลมอนและครีมชีส ที่ทางเชฟได้นำขนมปังไปหมักด้วยยีสต์ ให้ได้เนื้อสัมผัสเฉพาะตัวก่อนนำมาทาครีมชีสสูตรพิเศษของทางร้าน พร้อมเสิร์ฟคู่กับผักต่างๆ และแซลมอนรมควัน

คาซ่า ลาแปง

ต่อด้วย พอร์ค สไปซี่ มิโซะ (Pork Spicy Miso) ข้าวหน้าหมูมิโซะ ที่ทางร้านเลือกใช้หมูสันคออย่างดีที่ไม่มันจนเกินไป นำไปผัดกับซอสมิโซะสไตล์ญี่ปุ่นเข้มข้น พร้อมปรุงรสชาติให้เผ็ดมากขึ้นเพื่อให้ถูกปากของคนไทย ทานคู่กับซุปมิโซะเต้าหู้และสาหร่ายสูตรกลมกล่อม

คาซ่า ลาแปง

ปิดท้ายกับเมนูของหวาน ที่จะทำให้มื้อนี้สมบูรณ์ยิ่งขึ้นคือ เฟรนช์ โทสต์ เบอร์รี่ (French Toast Berries) ขนมปังบริยอชชุบไข่ ก่อนนำลงไปนาบบนกระทะกับเนย สอดไส้ด้วยซอสเบอร์รี่ตรงกลาง เสิร์ฟพร้อมเบอร์รี่นานาชนิดและไอศกรีมวานิลลา

คาซ่า ลาแปง

และอีกหนึ่งเมนูคือ ช็อคโกแลต ชิพ ฮอท เค้ก (Chocolate Chip Hot Cake) เมนูขนมหวานที่ขายดีที่สุดของทางร้าน ที่เกิดจากการนำโด (Dough) ที่มีเนื้อสัมผัสคล้ายเนื้อเค้กและคุกกี้ผสมกัน มาใส่ลงในพิมพ์ไวท์ช็อคโกแลตและดาร์คช็อคโกแลตคุณภาพเยี่ยม ทานคู่กับไอศกรีมรสวานิลลา และซี ซอลท์ คาราเมล (Sea Salt Caramel) สูตรเฉพาะของทาง ‘คาซ่า ลาแปง’ (Casa Lapin)

หยุดสุดสัปดาห์นี้ ไม่รู้จะทานอะไร ‘คาซ่า ลาแปง’ เป็นอีกหนึ่งเดสติเนชั่น ที่ไม่ควรพลาด รับรองว่าคุณจะต้องหลงรักบ้านกระต่ายหลังนี้แน่นอน

 

 

 

 

 

 

Girls’ Generation

ก้าวแรกในฐานะศิลปินเดี่ยวของ ยูริ ศิลปินสาวมากความสามารถจาก Girls’ Generation

ยูริ สมาชิกวง Girls’ Generation กับก้าวแรกของการเดบิวต์ในฐานะศิลปินเดี่ยว ในมินิอัลบั้มชุดแรก ‘The First Scene’ พร้อมเพลงเปิดตัว ‘Into You’!

Girls’ Generation

ราชินีมากความสามารถ ยูริ หนึ่งในสมาชิกของเกิร์ลกรุ๊ปชื่อดังระดับโลก  Girls’ Generation เริ่มก้าวแรกของการเดบิวต์ในฐานะศิลปินเดี่ยวด้วยมินิอัลบั้มชุดแรก ‘The First Scene’ ที่มาพร้อมเพลงเปิดตัวสุดติดหู ‘Into You’

สำหรับมินิอัลบั้มชุดแรก ‘The First Scene’ นั้น ถือเป็นโซโล่อัลบั้มที่ถูกปล่อยออกมาเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดบิวต์ของ ยูริ ประกอบไปด้วยเพลงหลากหลายเสน่ห์ทั้งหมด 6 เพลงที่ทุกคนจะได้เพลิดเพลินไปกับความรู้สึกทางดนตรีอย่างเต็มอิ่ม โดยเพลงเปิดตัวที่มีชื่อว่า ‘Into You’ เป็นเพลงแนวป๊อปแดนซ์ที่มีส่วนผสมของดนตรีฝั่งตะวันออกแบบดั้งเดิม ทั้งจังหวะที่สดชื่นและทำนองท่อนฮุกที่ติดหู รวมถึงเสียงเพอร์คัสชั่นที่เป็นจังหวะและซินธ์ที่เหมือนความฝัน ด้านเนื้อร้องแสดงความรู้สึกเกี่ยวกับหัวใจที่อยากจะตกอยู่ในความรักอย่างลึกซึ้งยิ่งกว่าเดิมเรื่อยๆ กับคนรัก ในส่วนของมิวสิควีดีโอเพลงนั้น สาวยูริมาพร้อมกับภาพลักษณ์อันน่าหลงใหลและเซ็กซี่ ท่ามกลางบรรยากาศราวกับอยู่ในความฝันพร้อมดนตรีที่หนักแน่นติดหู รวมถึงเวทีการแสดงที่เน้นไลน์เต้นอันงดงามที่จะมาสะกดทุกสายตา

Girls’ Generation

โดยนักร้องสาวได้รับการยอมรับในเรื่องของเสียงร้องที่มีเสน่ห์ และความสามารถทางเวทีการแสดงที่โดดเด่นในฐานะ เกิร์ลส์ เจเนอเรชั่น รวมถึงการทำกิจกรรมโปรโมทในหลากหลายด้าน ทั้งละคร ภาพยนตร์ และรายการบันเทิง ซึ่งผลงานละครเรื่องใหม่ ‘Dae Jang Geum is Watching’ ของช่อง MBC ที่ ยูริได้รับบทเป็นนักแสดงนำหญิงชื่อว่า ‘Bok Seung Ah’ ก็จะมาแสดงความสดใสกับเสน่ห์ที่น่ารักให้ได้ชมกัน โดยเริ่มออกอากาศเป็นตอนแรกในวันที่ 11 ตุลาคมนี้

Girls’ Generation

นอกจากนี้ เนื่องในโอกาสที่ปล่อยโซโล่อัลบั้มชุดแรก และเตรียมจัดงานโชว์เคส ‘YURI SHOWCASE [The First Scene]’ ขึ้นที่ Sangmyung Art Center ใน Gyedang Hall ณ กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งสาวยูริจะมาแสดงเพลงใหม่ และแนะนำอัลบั้มใหม่เป็นครั้งแรก รวมถึงพูดคุยอีกหลากหลายเรื่องราว โดยโชว์เคสในครั้งนี้จะถ่ายทอดสดผ่านทางช่อง SMTOWN บนแอพพลิเคชั่น Naver V LIVE (https://www.vlive.tv/video/91086)


 

ท่านผู้หญิงอังกาบ

เปิดบ้านสิวะดลของ “ท่านผู้หญิงอังกาบ” ความรัก ความผูกพัน ความทรงจำ หลอมรวมกันที่นี่

นับเป็นอีกหนึ่งโอกาสพิเศษของ แพรว ที่ “ท่านผู้หญิงอังกาบ บุณยัษฐิติ” พร้อมคุณแป๊ก-ผกาภรณ์ บุตรสาวคนเดียว และคุณปิ๊ก-ผู้ช่วยศาสตราจารย์กนิช บุตรชายคนเล็ก เปิดบ้านต้อนรับพร้อมพูดคุยถึงไลฟ์สไตล์ในวันสบายๆ ของท่านและครอบครัว

ท่านผู้หญิงอังกาบ
ท่านผู้หญิงอังกาบกับบุตรสาวและบุตรชายที่ลานด้านหลังของบ้านใหญ่

บ้านสิวะดล บ้านสไตล์ปราสาทหินประยุกต์

ท่านผู้หญิงพาเดินชมบ้านสไตล์ปราสาทหินประยุกต์ที่แวดล้อมด้วยต้นไม้หลากหลายพันธุ์ ริมแม่น้ำแควน้อย กาญจนบุรี พร้อมเล่าถึงความเป็นมาที่น่าประทับใจ

“คุณโกวิทกับดิฉันตัดสินใจซื้อที่ดินตรงนี้ตามคำชักชวนของคุณเกษมและคุณหญิง จามรี สนิทวงศ์ ณ อยุธยา เป็นที่เห็นภูเขา อยู่ติดกับแม่น้ำแควน้อย รวมพื้นที่ทั้งหมดราว 10 กว่าไร่ ตอนนั้นยังเป็นที่รกๆ ตอนแรกว่าจะไม่ซื้อ เพราะเรามีบ้านพักผ่อนที่เชียงใหม่และชะอำอยู่แล้ว ซึ่งต้องคอยไปดูแล แต่คุณโกวิทชอบมาก จึงตัดสินใจซื้อแล้วปลูกบ้านทันที ถ้านับอายุตัวบ้านก็ราว 20 ปีเศษแล้ว แต่เราเพิ่งบูรณะครั้งใหญ่เมื่อไม่นานนี้

ท่านผู้หญิงอังกาบ
บริเวณทางเชื่อมของบ้านหลังใหญ่ เห็นสถาปัตยกรรมสไตล์ปราสาทหินประยุกต์ได้อย่างชัดเจน

“ตอนตัดสินใจสร้างบ้าน มอบหมายให้ปิ๊กไปติดต่อสถาปนิกคือ คุณพาหกิตติ์ ตรีมาส ลูกศิษย์โรงเรียนจิตรลดาคนหนึ่งของดิฉันเป็นผู้ออกแบบ โดยให้อิสระว่าจะออกแบบอย่างไรก็ได้ เขาก็ได้แรงบันดาลใจว่าที่นี่อยู่ไม่ไกลจากปราสาทเมืองสิงห์ ซึ่งเป็นโบราณสถานสำคัญ จึงออกแบบให้ตัวบ้านเป็นสถาปัตยกรรมปราสาทหินประยุกต์ หลังคามุงแฝก ในระยะแรกเรามุงด้วยแฝกธรรมชาติ ทว่าต้องเปลี่ยนบ่อยทุก 2-3 ปี บวกกับกลัวอันตรายจากการเผาไร่ข้าวโพดของชาวบ้าน จึงตัดสินใจสั่งแฝกเทียมนำเข้าจากประเทศออสเตรเลียมามุงแทน ซึ่งทำได้เหมือนจริงมาก แม้ราคาสูงไปหน่อย แต่มีความทนทานอยู่นานหลายปี ไม่ติดไฟง่าย ถือว่าคุ้มค่า

ท่านผู้หญิงอังกาบ
ศาลานั่งเล่น ชมวิวธรรมชาติ

“ตัวบ้านใหญ่มี 2 อาคาร เชื่อมด้วยทางเดินแบบระเบียงปราสาทหิน เป็นบ้านชั้นเดียว และอาคารหลังหนึ่งมีห้องใต้หลังคาแบบบ้านในอังกฤษ บ้านทั้งหลังรวมถึงสวน ทำทางลาดสำหรับคุณโกวิทซึ่งป่วยต้องนั่งเก้าอี้เข็นไปได้ทั่วบริเวณสวนอันกว้างใหญ่ มีศาลานั่งเล่น มีสะพานยื่นออกไปชมสายน้ำในแม่น้ำแควน้อย เห็นวิวป่าและภูเขาฝั่งตรงข้าม คุณประชาและคุณไขศรี ตันศิริ กรุณาช่วยออกแบบและจัดสวนให้ หลังจากบ้านสร้างเสร็จอย่างสวยงาม เหมือนเป็นบ้านในฝันของเรา ทุกคนพอใจมาก โดยคุณโกวิทก็อนุญาตให้คุณพาหกิตติ์ลงชื่อที่เสาหน้าประตูบ้านไว้เป็นที่ระลึกด้วย

ท่านผู้หญิงอังกาบ
แนวสะพานที่เชื่อมไปยังศาลานั่งเล่น

“คุณโกวิทตั้งชื่อบ้านว่า “บ้านสิวะดล” ตามชื่อบ้านที่ถนนคอนแวนต์ของตระกูลสีบุญเรือง ย่านสีลมที่คุณโกวิทเกิด และสถาปนิกก็ออกแบบสร้างศิวลึงค์และฐานโยนีไว้เป็นจุดเด่นในสวนด้านหลังบ้านด้วย คุณโกวิทรักบ้านหลังนี้มาก มาเกือบทุกวันหยุดสุดสัปดาห์ เขาชอบไปนั่งที่ศาลา ชมวิวธรรมชาติที่สวยงาม และยังชอบชวนพรรคพวกเพื่อนฝูงมาเที่ยวชม ดิฉันเองก็มีความสุข และสนุกกับการทำอาหารไว้เลี้ยงแขก

ท่านผู้หญิงอังกาบ
ท่านผู้หญิงอังกาบกับคุณผกาภรณ์และผู้ช่วยศาสตราจารย์กนิช ในห้องนั่งเล่นของบ้านหลังใหญ่

“ต่อมาคุณโกวิทให้สร้างบ้านของแป๊กเพิ่มอีกหลัง ซึ่งเป็นช่วงที่เริ่มป่วยมากขึ้นในช่วงสุดท้ายของชีวิต แต่ก็ยังมาที่บ้านนี้และติดตามความคืบหน้าในการก่อสร้างอยู่เสมอ ถ้าเดินทางมาไม่ได้ก็ให้แป๊กถ่ายรูปไปให้ดูพร้อมรายงานความคืบหน้า คุณโกวิทพอใจ การก่อสร้างบ้านหลังใหม่นี้มาก หลังใหญ่ยกให้เป็นของปิ๊ก ส่วนป๊อก (คุณประกิด บุตรชายคนโต) ยกบ้านที่เชียงใหม่ให้ ซึ่งดิฉันอยากจะบอกว่า การก่อสร้างบ้านหลังนี้ไม่ได้ใช้วัสดุอะไรที่แพงเลย พื้นเป็นซีเมนต์ผสมสี ไม้ก็ไม่ใช่ไม้สัก หลังคาเป็นกระเบื้องลอนแล้วคลุมด้วยแฝก

ท่านผู้หญิงอังกาบ
มุมนั่งเล่นด้านนอกของบ้านหลังที่ 3 ซึ่งเป็นบ้านของคุณผกาภรณ์

“เมื่อคุณโกวิทถึงแก่กรรมเมื่อหลายปีก่อน ลูกๆ ถามว่าจะเชิญอัฐิและอังคารไปลอยที่ไหน ดิฉันบอกว่าที่แควน้อยหลังบ้านนี่แหละ เพราะเป็นสถานที่ที่เขาชอบ และเป็นแม่น้ำใหญ่ไหลไปเชื่อมกับแม่น้ำอื่น ไม่ใช่คูคลองเล็กๆ จึงตัดสินใจเชิญมาลอยที่นี่

ท่านผู้หญิงอังกาบ
ความงามของลำน้ำแควน้อย

“ที่นี่ไม่เคยแห้งแล้ง เพราะอยู่ติดแม่น้ำและมีต้นไม้เยอะ อย่างมะยงชิด ดิฉันลงไว้หลายต้น เวลาออกผลนี่ดีมาก เนื้อหนา หวาน เสียดายโดนค้างคาวโจมตี เหลือรอดไม่มาก ยังมีต้นพริกไทยที่เก็บทีได้เป็นกิโลๆ แต่สะตอปลูกไม่ขึ้น ออกมาแค่ 2 ฝักอร่อยมาก แล้วไม่ออกฝักอีกเลย หรือมะขามก็ลงไว้มาก พอมีฝักก็นำมาแกะเนื้อทำมะขามเปียกขาย นำเงินมาสมทบเข้ากองทุนการศึกษาให้เด็กนักเรียน ซึ่งดิฉันตั้งกองทุนไว้ ตอนที่จัดงานฉลองอายุท่านผู้หญิงทัศนีย์ บุณยคุปต์ อายุ 84 ปี และดิฉัน อายุ 72 ปี เมื่อหลายปีก่อน ตอนแรกดอกเบี้ยมีจำนวนมากพอจะส่งเสีย แต่ตอนหลังดอกเบี้ยต่ำลงเรื่อยๆ ต้องหาเงินมาเพิ่ม ก็ทำขนมขายบรรดาผู้ปกครองนักเรียน รวมทั้งทำมะขามเปียกขายอย่างที่เล่า ทุกวันนี้ก็ยังทำอยู่

ท่านผู้หญิงอังกาบ
ห้องนอนใหญ่ในบ้านของคุณผกาภรณ์

“ถ้าดิฉันมีเวลาก็จะมาที่นี่ เช้าไปจ่ายตลาดใหญ่ บ่ายไปตลาดนัด รู้จักแม่ค้าหมดทุกร้าน ช่วงไหนไม่ได้ไปนานหน่อย พอไปถึงเขาก็ถาม พักนี้ไม่เห็นมานะคะ ดิฉันซื้อเกือบทุกร้านเลย จนแม่ค้าบางคนบอกคุณนายใจดี ขอให้ได้เป็นคุณหญิงนะคะ เราก็อุ๊ย ขอบคุณค่ะ” (หัวเราะ)

ท่านผู้หญิงอังกาบ
ส่วนนั่งเล่นในบ้านหลังเล็กของคุณผกาภรณ์

ความสุข ณ วันพักผ่อนของท่านผู้หญิงอังกาบ

ท่านผู้หญิงดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนจิตรลดามานานหลายสิบปี และเพิ่งลาออกเมื่อไม่นานนี้

“ตอนนี้ได้พักผ่อน ไม่ต้องทำงานเต็มตัวเหมือนเมื่อก่อน แต่ยังเป็นที่ปรึกษาอยู่บ้าง มีเวลาได้ทำสิ่งที่อยากทำมากขึ้น ตอนทำงานประจำดิฉันทิ้งเรื่องอื่นหมด มุ่งงานของโรงเรียนเป็นหลัก เดี๋ยวนี้อยากไปไหนก็ไป ดูแลเรื่องบ้าน อ่านหนังสือ จัดห้องสมุดที่มีหนังสือจำนวนมากและยังจัดไม่เสร็จเลย (ยิ้ม) ได้ไปเที่ยวทั้งต่างจังหวัดและต่างประเทศ มีเวลาเจอเพื่อนฝูงมากขึ้น ซึ่งพวกเขานัดทานข้าวกันเป็นประจำทุกวันพฤหัสบดีและวันเสาร์ หรือนัดกันไปเที่ยวบ่อย แต่ที่ผ่านมาดิฉันต้องขาดตลอด เพราะติดทำงาน

ท่านผู้หญิงอังกาบ
ท่านผู้หญิงอังกาบที่สะพานเชื่อมไปยังศาลานั่งเล่น

“ดิฉันตัดสินใจลาออกเพราะคิดว่าถึงเวลาแล้วค่ะ เปิดโอกาสให้คนอื่นเข้ามาทำบ้าง เคยกราบบังคมทูลไว้นานแล้วว่าดิฉันอายุมากแล้วอยากจะขอพัก สิ่งที่ดิฉันทำไว้ตั้งแต่ระดับอนุบาลไปจนถึงสร้างวิทยาลัยเทคโนโลยีจิตรลดาเพื่อสร้างวิชาชีพให้นักศึกษา ดิฉันปูรากฐานไว้หมดแล้วแต่คนที่มาใหม่จะเปลี่ยนอะไรก็ได้ ทุกอย่างต้องหมุนไป ต้องมีการเปลี่ยนแปลงให้เหมาะกับยุคสมัย

“ถือว่าดิฉันได้มีชีวิตส่วนตัวมากขึ้น ได้เจอลูกหลานบ่อยขึ้น สมัยนี้แต่ละคนต่างมีภาระหน้าที่การงานกันเยอะ แต่ทุกคนก็ปลีกเวลามาช่วยดูแลดิฉัน ไปเที่ยวด้วยกัน ไม่เหมือนแต่ก่อนที่พอไปไหนด้วยกันได้ไม่นาน ดิฉันต้องรีบกลับมาทำงาน วันนี้จึงถือเป็นความสุขอย่างหนึ่งที่ได้อยู่กับลูกหลาน

“ทั้งลูกศิษย์ลูกหาต่างก็ระลึกถึง เชิญไปงานเลี้ยงหรือมาพบปะเยี่ยมเยียนดิฉันกันมากมายตามเทศกาลต่างๆ บางคนก็ให้เกียรติดิฉันเป็นผู้ใหญ่ไปสู่ขอหรือเป็นสักขีพยานในงานหมั้น งานแต่งงานของเขาเองหรือลูกเขา ดิฉันถือว่าเป็นเกียรติในฐานะครูคนหนึ่งที่ได้รับเกียรติมากเช่นนี้”


 

ที่มา : นิตยสารแพรว ฉบับ 938

‘มีเสน่ห์ แต่ที่ได้วันนี้ไม่ใช่สิ่งที่ท่านต้องการ เพราะอะไร’ ดูดวงรายวัน 6 ตุลาคม 2561

ดูดวงรายวัน 6 ตุลาคม 2561 #ป้าเนาว์พยากรณ์ แม่นเป๊ะสายแข็ง ทั้งการงาน การเงิน ความรัก และสุขภาพ

ผู้ที่เกิดวันอาทิตย์

การงาน :  ท่านมีพลังและเปี่ยมด้วยความสามารถที่จะเริ่มต้นทำงานและฟันฝ่าอุปสรรคนานัปการ เพื่อให้บรรลุความสำเร็จในหน้าที่การงานที่ทำอยู่ ซึ่งวันนี้ท่านอาจต้องร้องขอความเห็นใจจากเจ้านายถึงการทำงานที่ผิดพลาดที่เกิดจากผู้ร่วมงานไม่เก็ทในไอเดียของท่าน

การเงิน :  ท่านช่วยคนที่ไม่สมควรช่วย สุดท้ายแล้วท่านต้องรับผิดชอบแทน

ความรัก : จะช่วยกันทำงาน แลกเปลี่ยนประสบการณ์ซึ่งกันและกัน ผูกพันลึกซึ้งมากกว่าความรักธรรมดา แต่วันนี้อารมณ์ท่านผันผวนรุนแรงเข้าใจยาก จนบางทีอาจต้องอยู่ห่างกันบ้าง คนโสด ท่านสวยรวยเสน่ห์ ชอบเป็นจุดเด่นอยู่ท่ามกลางแวดวงสังคม ซึ่งคนที่อยู่ด้วยวันนี้จึงไม่เหมาะกับท่านด้วยประการทั้งปวง

สุขภาพ : จะไวต่อสภาวะการเปลี่ยนแปลงของอากาศ เป็นสาเหตุของโรคภูมิแพ้

 

ผู้ที่เกิดวันจันทร์       

การงาน :  ท่านต้องใช้ความรู้ความสามารถ ความจำ รวมถึงเซ้นส์ มาเปลี่ยนแปลงกลยุทธ์ในการทำงานเพื่อแก้ไขในการดำเนินงานที่ผิดพลาดไป

การเงิน : โชคดีมีผู้ให้ความช่วยเหลือและอุปถัมภ์เลี้ยงดู มีโอกาสได้ทรัพย์มรดก แต่ระวังจะสูญเงินจากความใจอ่อนของตัวเอง

ความรัก : อยู่ในช่วงโรยราน่าเบื่อหน่าย คู่อาจกำลังตีตัวออกห่างหรือจากไปโดยไม่ร่ำลา แม้ท่านพยายามร้องขอให้กลับมา แต่ดูทีท่าแล้วริบหรี่เหลือเกิน  คนโสด มีเสน่ห์กับเพศตรงข้ามมากมาย แต่ที่ได้วันนี้ไม่เหมาะสมกับท่านเลย อาจเป็นไปได้ว่า ท่านชอบเพศเดียวกัน

สุขภาพ :  จะมีปัญหาเรื่องระบบน้ำย่อย กระเพาะอาหาร ถุงน้ำดี และต่อมน้ำเหลือง จึงควรทานอาหารให้ถูกสุขลักษณะ

 

ผู้ที่เกิดวันอังคาร

การงาน  : ท่านเดินหน้าลุยติดต่องานนอกสถานที่ทั้งวัน แม้จะมีปัญหาและอุปสรรครออยู่ แต่ท่านก็สามารถผ่านไปได้ แต่ก่อนจะตกปากรับคำหรือเซ็นสัญญากับใคร ควรดูให้ดี เพราะท่านอาจเพลี่ยงพล้ำเสียเปรียบได้

การเงิน : หาเงินเก่ง แต่ก็จะหมดกับการกิน ดื่ม เที่ยว รวมทั้งซื้อเครื่องประดับราคาแพง เพื่อการลงทุน

ความรัก :  รักใครรักจริง หาเลี้ยงครอบครัว แต่พวกท่านมีทิฐิและเชื่อมั่นในตัวเองสูง เวลาทะเลาะกันก็จะยึดความถูกต้องของตัวเองเป็นหลักมากกว่าเหตุผล จึงค่อนข้างลงให้กันยาก คนโสด ยังสนุกกับการใช้ชีวิตกิน ดื่ม เที่ยว เคล้านารี เพราะฉะนั้นอย่าเพิ่งรีบแต่งงานเลย

สุขภาพ :  ระวังโรคที่เกี่ยวกับกระดูกสันหลัง อาการปวดหลังจะกำเริบมาก

 

ผู้ที่เกิดวันพุธ

การงาน  :  ท่านเดินหน้าท้าลุยมาก ทำทุกวิถีทางเพื่อให้ประสบความสำเร็จอย่างไม่เกรงกลัวใคร แต่ถึงอย่างไรก็มีปัญหาและอุปสรรคอยู่ตลอด อาจถูกฟ้องร้องเป็นคดีความ ทางที่ดีควรหาเพื่อนคู่ใจที่เป็นเสมือนมือขวามาช่วยจะทำให้มีโอกาสสร้างผลงานได้

การเงิน : จะมีโชคจากการเดินทางหาเงินนอกบ้าน แต่ก็จะหมดกับการคบหาสมาคมและเลี้ยงดูบริวารเพื่อนฝูง

ความรัก :   ควรลดทิฐิและรู้จักการให้อภัย ลดความปรารถนา ความคาดหวังในตัวคู่ลงบ้าง เพราะพอมีเหตุให้ทะเลาะกัน ก็จะไม่หันหน้าเข้าหากันจึงเป็นสาเหตุให้ชีวิตรักมีปัญหากันตลอด คนโสด ท่านสตรอง อยู่ตัวคนเดียวได้ แต่หากท่านถูกใจก็ไม่คำนึงถึงความถูกต้องเช่นกัน  

สุขภาพ : มีปัญหาเรื่องโรคหัวใจ ทั้งหัวใจโต ไขมันอุดตันในเส้นเลือด

 

ผู้ที่เกิดวันพฤหัสบดี

การงาน  :  ท่านรู้สึกเก็บกดกับบรรยากาศการทำงาน เพื่อนร่วมงาน และเจ้านาย จนอยากลาออกไปเริ่มต้นงานใหม่ ซึ่งท่านก็มีเกณฑ์ที่จะโยกย้ายเปลี่ยนแปลงการทำงานในระยะเวลาอันใกล้นี้ แต่ก่อนจะตกปากรับคำ หรือเซ็นสัญญาใดๆ ควรพิจารณาให้ดี

การเงิน : อาจมีการขัดแย้งกันเรื่องผลประโยชน์ หรือถูกหลอกให้ซื้อของราคาแพง

ความรัก :  รักใครรักจริง ทำเพื่อครอบครัวทุกอย่าง แต่วันนี้อาจมีการเข้าใจผิดเรื่องมือที่สาม ทำให้ท่านเซ็งเลย คนโสด  จะเกิดการเข้าใจผิดเรื่องมือที่สาม ซึ่งท่านก็ขี้บ่น จึงทำให้เรื่องยิ่งบานปลายจนอาจเลิกกันกลางคัน

สุขภาพ : วันเสาร์บิ๊กคลีนนิ่งน่าจะดี เพราะโรคภูมิแพ้ถามหาแล้ว

 

ผู้ที่เกิดวันศุกร์

การงาน  :  ปล่อยวางหน่อยนะคะ ด้วยความที่ผู้ใหญ่ คนใกล้ชิด คนรักสนับสนุนส่งเสริมท่านทุกคน จึงทำให้หลายๆ คนแอบไม่พอใจ จนอาจหวังชิงตำแหน่งหน้าที่การงานท่านอยู่ลับๆ ควรผูกมิตรไว้ เพราะบริวารจะช่วยให้งานสำเร็จ

การเงิน :  อาจมีการทะเลาะกับลูกน้องเรื่องแย่งชิงผลประโยชน์

ความรัก : ควรปล่อยวาง เพราะวันนี้ท่านอาจพบว่า คู่มีพฤติกรรมน่าสงสัยว่า อาจมีใครคนอื่นอยู่คนโสด ท่านเอาใจยากเดาใจลำบาก แถมมีเรื่องชู้สาวเข้ามายุ่งวุ่นวายอีก

สุขภาพ : ระวังเรื่องน้ำหนักหน่อยนะคะ ควรคิดพิจารณาก่อนที่จะตักเข้าปาก

 

ผู้ที่เกิดวันเสาร์

การงาน :  ท่านปรารถนาความสำเร็จอย่างใจกล้าบ้าบิ่น แม้จะเกิดปัญหาหรืออุปสรรคใดๆ ก็ตาม ท่านก็ไม่หวั่น ซึ่งวันนี้ไม่ควรใจร้อน ตัดสินใจด้วยอารมณ์ ควรอดทน รอคอยจังหวะ แล้วจะพบกับความสำเร็จ

การเงิน :  หมดเงินไปกับเรื่องไร้สาระ จนท่านต้องหมุนเงินตัวเป็นเกลียว

ความรัก :  ควรลดทิฐิ และความเอาแต่ใจลงบ้าง จะอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข คนโสด รักใครก็จะแอบรักอยู่อย่างเงียบๆ รอวันพิสูจน์รักแท้

สุขภาพ : ร่างกายอ่อนแอ ไปไหนให้ระวังจะติดเชื้อได้ง่าย

"ภัสสร"

“แหม่ม คัทลียา” เผยบท “ภัสสร” ในละคร “เลือดข้นคนจาง” ไม่ต่างจากชีวิตจริง

“แหม่ม คัทลียา” ผู้รับบท “ภัสสร” ในละคร  “เลือดข้นคนจาง” เผยถึงบทที่ได้รับว่า ไม่ต่างจากชีวิตจริง เท่าไหร่นัก

“ภัสสร”

ชีวิตจริงยิ่งกว่าละคร เราคงเคยได้ยินคำ คำนี้กันมาบ่อยแล้ว เพราะละครส่วนใหญ่ก็มักจะสร้างมาจากเรื่องจริง และที่กำลังอิน และเรตติ้งกระฉูดในตอนนี้ ก็คงหนีไม่พ้น ละคร “เลือดข้นคนจาง” ที่กำลังออกอากาศอยู่ในขณะนี้ ซึ่งเรื่องราวก็ว่าด้วยความขัดแย้งกันของคนในครอบครัว ตระกูล จิระอนันต์ จนเกิดเป็นคดีความ และสืบหาว่าใครเป็นคนฆ่าประเสริฐ

“ภัสสร”

ในขณะที่เรื่องราวกำลังเข้มข้น นักแสดง ที่มีส่วนร่วมในละครเรื่องนี้ ต่างก็พากันแจ้งเกิดไปตามๆ กัน โดยเฉพาะนักแสดงหน้าใหม่ แต่สำหรับหน้าเก่าแต่เก๋าประสบการณ์ อย่าง คุณแม่ลูก 3 แหม่ม คัทลียา กระจ่างเนตร์ ผู้รับบท “ภัสสร” ก็ได้เผยถึงชีวิตในวัยเด็ก ซึ่งเธอเป็นลูกครึ่งอังกฤษ-จีน โดยมีพ่อเป็นชาวอังกฤษและแม่เป็นลูกคนจีนที่อพยพจากแผ่นดินใหญ่เข้ามาอยู่ในประเทศไทย มีส่วนสำคัญทำให้การแสดง ละคร “เลือดข้นคนจาง” ที่เธอรับบทภัสสรผ่านไปได้ด้วยดี โดยแหม่มเล่าให้ฟังว่า ครอบครัวอากงอาม่าเลี้ยงลูกเหมือนกับในละครเรื่องนี้คือ ลูกชาย หลานชาย จะได้รับทุกอย่างก่อนและมากกว่าลูกสาว หลานสาว เสมอ

“ภัสสร”

“จริงๆ แล้ว คุณแม่ก็มาจากครอบครัวที่เป็นคนจีน คุณตาคุณยายเนี่ยเป็นคนจีนเลย ตอนคุณตาเสียก็มีพิธีกงเต็กอย่างที่เห็นในละคร ซึ่งตอนคุณตาเสียเราก็อายุ 10 ขวบ เราก็ผ่านมาแล้ว พอตรุษจีนก็ต้องไปขอแต๊ะเอีย ไปรับซองจากคุณตาคุณยาย เราก็จะเร็วมาก แต่เร็วยังไงก็ไม่เคยทันพี่ๆ ที่เป็นญาติ หรือพี่วิลลี่ แล้วก็พอเปิดซองเงินมา ผู้ชายก็จะได้มากกว่าเรา มันมีอยู่จริงในครอบครัวคนจีนค่ะ คุณตาก็คงคิดว่าลูกชายเนี่ยก็จะต้องเป็นคนที่สืบทอด แล้วก็เป็นผู้นำครอบครัวผู้หญิงก็ต้องเป็นฝ่ายดูแลข้างหลัง”

“ภัสสร”

อย่างไรก็ตาม เมื่อโตขึ้น เธอจึงได้รับการสั่งสอนจากครอบครัวให้เข้าใจบริบททางวัฒนธรรมจีน ว่าลูกชายจะต้องเป็นผู้สืบสกุล และเป็นหัวหน้าครอบครัว เปรียบกับการออกรบ ผู้ชายก็ต้องเป็นนักรบ ส่วนผู้หญิงก็ต้องอยู่หลังบ้านเตรียมเสบียงอาหาร แต่เมื่อมีครอบครัวของตัวเองจึงปรับเปลี่ยนวิธีการเลี้ยงลูกให้ร่วมสมัยมากขึ้น และไม่มีกงสีเหมือนสมัยอากงอาม่า

“ภัสสร”

แหม่มยังเผยต่ออีกว่า “รู้สึกปลื้มมากที่ละครเป็นที่ชื่นชอบของผู้ชม ความสำเร็จของละครมาจากทีมงานที่ตั้งใจทำงานอย่างมีคุณภาพ ตั้งแต่ผู้กำกับ ย้ง ทรงยศ และคนเขียนบทละคร ใช้ประสบการณ์จากหลายคดีความของตระกูลใหญ่ๆ รวมทั้งเรื่องราวของครอบครัวพี่ย้งเอง คือ ฉากอาม่าคีบปูให้ลูกชาย เป็นต้น และอีกเทคนิคหนึ่งของผู้กำกับคือการแจกบทให้กับนักแสดงในเฉพาะฉากของตนเองเท่านั้น ทำให้นักแสดงจะไม่รู้เรื่องของบ้านอื่นๆ เวลาเข้าฉากด้วยกันจะมีความสดและการปะทะกันที่สมจริงมากขึ้น”

“ภัสสร”

ทั้งนี้ “แหม่ม คัทลียา” ยังฝากขอบคุณแฟนละครที่ติดตามชมว่า “แหม่มได้อ่านทุกกระแสในโลกออนไลน์ หลายความเห็นทำให้แหม่มและพี่ย้งอึ้งไปเลย เพราะคนดูจับสังเกตเก่งมาก จนบางรายละเอียดบางฉาก พี่ย้งเองก็คิดไม่ถึง เวลาไปข้างนอกก็มักจะมีคนถามว่าใครเป็นคนฆ่าประเสริฐ แหม่มก็จะตอบเขาไปว่าพี่ย้งนั่นแหละเป็นคนฆ่า (หัวเราะ)”


ภาพจาก IG @mcintosh

หมู พลพัฒน์

ตะลึง! หมู พลพัฒน์ แห่ง อาซาว่า เห็นเงียบๆ แต่กล้ามแขนแน่นเปรี๊ยะ!

ฟิตหุ่นจนล่ำ หมู พลพัฒน์ ดีไซเนอร์ฮ็อต ขยันออกกำลังกาย จนกล้ามแขนแน่นเปรี๊ยะ!

หมู พลพัฒน์

หมู พลพัฒน์ อัศวะประภา หรือ หมู อาซาว่า ดีไซเนอร์ฮ็อต  ผู้ทรงอิทธิพลของเมืองไทย บุคลิกมุ่งมั่น ดุดัน ตั้งใจทำงาน

หมู พลพัฒน์

ในขณะเดียวกันเหล่าเซเลบ-ดารา คนบันเทิงก็ให้ความนับหน้าถือตาเขาเป็นเจ้าพ่อแฟชั่น เพราะเขามีหลายบทบาท ทั้งดีไซเนอร์ และบทบาทเมนเทอร์ แห่งรายการ The Face Men Thailand

หมู พลพัฒน์

ด้วยความที่ต้องเป็นเมนเทอร์ในรายการ และคลุกคลีกับเหล่านายแบบ เขาจึงต้องฟิตหุ่นให้ดูดีตามไปด้วย และถ้าเข้าไปส่องในไอจีของหมู อาซาว่า ก็จะเห็นความตั้งใจสูงของเขาในการออกกำลังกาย มีวินัย ขยันเข้ายิมอย่างสม่ำเสมอ และพักหลังมานี้ จะเห็นว่าเขาออกกำลังกายหนักมาก จนส่งผลที่ดีในวันนี้ เพราะทำเอาแฟนคลับ และคนที่รู้จักถึงกับตะลึงในกล้ามปูของเขา เพราะมันใหญ่มากจริงๆ

หมู พลพัฒน์

อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่าเขาจะประสบความสำเร็จกับเส้นทางมนุษย์สายเฮลท์ตี้ เพราะจะเห็นได้ว่าเจ้าตัวดูจะมีความสุขกับการอัพภาพ กล้ามแขนแน่นเปรี๊ยะ! ของตัวเองลงไอจี และนอกจากนี้ยังได้สุขภาพที่ดีตามมาอีกด้วย

หมู พลพัฒน์

เห็นแบบนี้แล้ว เราควรหันมาออกกำลังกายกันบ้าง เพราะการออกกำลังกายเป็นสิ่งที่มีประโยชน์ต่ออวัยวะทุกส่วนของร่างกายไม่ว่าจะเป็นระบบกล้ามเนื้อหัวใจหรือระบบไหลเวียนของโลหิต การออกกำลังกายทำให้ร่างกายของเราได้ผ่อนคลาย เนื่องจากมีสารที่จำเป็นบางอย่างหลั่งออกมา ทำให้รู้สึกสดชื่นและกระปรี้กระเปร่า

หมู พลพัฒน์

สำหรับคนที่ไม่เคยออกกำลังกายมาก่อนเลย ควรเริ่มต้นออกกำลังกายอย่างค่อยเป็นค่อยไป ควรเลือกวิธีออกกำลังกายตามที่ตนเองถนัด จะทำให้อยากออกกำลังกาย อย่างน้อยๆ แบ่งเวลาสำหรับออกกำลังกายประมาณ 15 นาทีในตอนเช้าหรือถ้าไม่มีเวลาก็อาจจะ 15 นาทีในตอนเย็นเป็นอย่างน้อย


ภาพจาก IG @polpatasva

เชอร์รี่-ทิพย์ระวี ภู่ไชย

แกะรอยแฟชั่นไอเท็มหายาก จากลุคแซ่บของเซเลบสาว “เชอร์รี่-ทิพย์ระวี ภู่ไชย”

สำหรับ 5 ลุคแซ่บๆ ที่จะได้เห็นกันต่อไปนี้ คือผลจากความหลงใหลในไฮแฟชั่นชิ้นงามที่สะสมมาตั้งแต่ยังเป็นวัยทีนของเซเลบริตี้สาว “เชอร์รี่-ทิพย์ระวี ภู่ไชย” จนนำมาซึ่งแรร์ไอเท็มชิ้นปังจากลักซ์ชัวรี่แบรนด์ระดับโลกที่หาชมได้ยาก หรือแม้กระทั่งไม่มีผลิตอีกแล้วในปัจจุบัน พร้อมเรื่องราวสุดแซ่บของสาววัยรุ่นที่พุ่งตรงจัดชุดโดนใจทันทีที่เห็น จนไม่แปลกใจเลยที่ในวันนี้เธอจะเป็นหนึ่งในเซเลบที่แซ่บสุดในจักรวาล ผู้ไม่เคยทำให้ผิดหวังในความเผ็ด เด็ด และเซ็กซี่ แต่แฝงไปด้วยรสนิยมหรูหรา

ลุค 1 เทรนช์โค้ทคอลเล็คชั่นสปริง Thierry Mugler

เชอร์รี่-ทิพย์ระวี ภู่ไชย

“ชุดนี้รักมาก ใส่ทุกครั้งที่ออกไปเที่ยวคลับเมมเบอร์ ปกติหน้าคลับจะมีคนต่อคิวยาวเลยใช่ไหม แต่นี่ผู้จัดการเดินมาแหวกทางให้เชอร์รี่เข้าได้เลย ไม่ต้องรอคิว เพราะเสื้อตัวนี้ นี่กว่าจะยอมส่งซักทำใจนานมาก เพราะกลัวเฟอร์หลุด เพิ่งส่งซักเมื่อไม่นานนี้เองค่ะ พอดีเมื่อ 4 ปีที่แล้วพกไปใส่เที่ยวที่อังกฤษด้วย แล้วจู่ๆ ฝนตก บังเอิญมีหนุ่มคนหนึ่งขับรถสปอร์ตมารับ แต่ไม่มีร่ม เราก็ถอดเสื้อโค้ทมาคลุมศีรษะแล้ววิ่งไปที่รถ ระหว่างที่วิ่งก็ได้ยินคนแถวนั้นตะโกนว่า “บียอนเซ่ๆ” (หัวเราะ) คือเห็นเร็วๆ แต่หลังจากนั้นเฟอร์ฟูๆ ของเราก็เหี่ยวลงไป ต้องไปส่งซักแห้งจึงได้ฟื้นกลับมา วันนี้หยิบมาแมตช์กับเครื่องประดับคอสตูมจิเวลรี่ของน้องพอช Porshz Jewelry ซึ่งเป็นแบรนด์โปรด แล้วก็ได้แว่นตาเก๋ๆ อันนี้มา”

ลุค 2 High Shoulder Pad Suit : Giorgio Armani

เชอร์รี่-ทิพย์ระวี ภู่ไชย

“เป็นเสื้อสูทยุค 88-90 ทำจากผ้าวูลที่สวยมาก แมตช์เข้ากับเข็มขัดลายเสือ แว่นแคตอายส์ลายเสือ และรองเท้าส้นสูงหัวแหลมของ Giuseppe Zanotti จุดเด่นอยู่ที่ส้นเป็นกระลายเสือสูง 8 นิ้ว เป็นคู่ที่นางเอกในหนังเรื่อง In Time ใส่วิ่งหนีอะไรสักอย่างทั้งเรื่อง หายากมาก ถือว่าเป็นรองเท้า Giuseppe Zanotti คู่แรกที่ซื้อ ซึ่งพอแมตช์ทั้งหมดเข้าด้วยกันแล้วดูเปรี้ยวปรี๊ดมาก แรงบันดาลใจของชุดนี้มาจากลุคของคุณแม่สมัยสาวๆ เคยเห็นคุณแม่ใส่เสื้อแจ็กเก็ตหนังปกตั้ง กระโปรงสอบ รองเท้าส้นสูงหัวแหลม แว่นแคตอายส์ ลายเสือ ผมฟู ขับรถสปอร์ตมารับลูกที่โรงเรียน เป็นภาพติดตา จึงอยากมีภาพตัวเองในลุคแบบนี้บ้าง แล้วก็หยิบกระเป๋าแต่งหน้ากับหีบเดินทางของหลุยส์ วิตตอง ซึ่งเป็นของคุณแม่กับคุณยายมาถ่ายด้วย จะได้คอมพลีท”

ลุค 3 Evening Gown : Oscar de la Renta

เชอร์รี่-ทิพย์ระวี ภู่ไชย

“เป็นชุดจากคอลเล็คชั่นกูตูร์ที่นางแบบใส่เดินบนรันเวย์ เชอร์รี่ไม่ได้ไปดูโชว์ แต่เห็นจากในรูปแล้วสะดุดตา กระทั่งวันหนึ่งไปนิวยอร์กแล้วบังเอิญเห็นชุดนี้แขวนอยู่ รู้สึกว่า “ตายแล้วๆ” ชุดผ้าไหมทาฟต้าจับระบายแล้วซ้อนผ้าเป็นเลเยอร์ เป็นงานฝีมือที่ประณีตมาก แล้วปกติเชอร์รี่ไม่ชอบเสื้อผ้าสีๆ แต่สีม่วงนี้สวยมากและเป็นสีโปรดด้วย ถ้าดูดีๆ จะเห็นว่าตรงระบายของชุดมีความเซอร์ปนอยู่ คือชายกระโปรงไม่เท่ากัน บางชิ้นสั้น บางชิ้นยาว บางชิ้นดูรุ่งริ่ง แต่พอใส่ปุ๊บแล้วมันพอดีกับเราเลย รักมาก อีกอย่างชุดนี้เชอร์รี่ได้มาประมาณปี 2011-2012 ซึ่งเป็นยุคที่ออสการ์ เดอ ลา เรนต้า ดีไซเนอร์ของแบรนด์ยังมีชีวิตอยู่ เมื่อเขาเสียชีวิตไปแล้ว ชุดนี้จึงยิ่งมีค่ามาก จึงนำออกมาถ่ายรูปกับ แพรว เพื่อรีทริบิวต์ให้เขาค่ะ”

ลุค 4 Dress : Dolce and Gabbana

เชอร์รี่-ทิพย์ระวี ภู่ไชย

“ความพิเศษของชุดนี้คือ เป็นชุดที่ใส่ในงานหมั้นค่ะ คือเคยแต่งงาน แต่เลิกกันไปแล้ว ฉะนั้นไม่พูดถึงเนอะ (ยิ้ม) แต่ชุดนี้เป็นหนึ่งในชุดที่ชอบมาก จึงอยากนำมาใส่อีกครั้ง ตอนนั้นตั้งใจให้งานออกมาในธีม The Great Gatsby เพราะเชอร์รี่ชอบหนังเรื่องนี้มาก จึงปิ๊งชุดนี้ที่สุด ชอบที่เป็นเดรสลูกไม้สีขาว แต่ปักด้วยคริสตัลสีเขียวเข้ม ดูคลาสซี่มาก ก็ใส่เป็นชุดที่สองในวันนั้น คือใส่ทั้งหมด 3 ชุด ชุดแรกเป็นชุดสวมแหวน เสร็จแล้วใส่ชุดนี้ ปิดท้ายด้วยชุด Wrap Dress สีทองของ DVF วันนี้หยิบมาใส่อีกครั้ง แต่ดัดแปลงไม่ให้ดูเป็น Evening Dress แบบเดิม โดยนำมาแมตช์กับบู๊ตอาวองการ์ดสีม่วงส้มและแว่นกันแดดสีชมพูของน้องโชน ปุยเปีย (Shone Puipia)”

ลุค 5 Fur Coat : Sonia Rykiel

เชอร์รี่-ทิพย์ระวี ภู่ไชย

“ตัวนี้ได้มาตอนไปทำลอนดอนแฟชั่นวีค จำปีไม่ได้แล้ว จำได้แค่ว่าเราได้ไปทำแบ็คสเตจกับแบรนด์ผมระดับโลก Percy & Reed ซึ่งเขาทำแฟชั่นวีคให้หลายแบรนด์มาก ส่วนเราเพิ่งได้ไปทำแบ็คสเตจเป็นครั้งแรก ก็คิดว่าฉันต้องมีเสื้อผ้าที่เปรี้ยว เดินผ่านช้อปของ Sonia Rykiel ก็ปิ๊งทันที เป็นเฟอร์ทำจากขนหมาป่า ขนมิ้งค์ และขนกระต่ายผสมกัน แต่เรียงสีออกมาเป็นริ้วๆ สวยมาก จำได้ว่าวันนั้นรูดบัตรเครดิตไม่ผ่าน เพราะช้อปปิ้งมาเยอะ ก็ไปกดเงินมานับ ยังไม่พออีก เพราะเกินจำนวนที่แบงก์จำกัดให้กดต่อวัน ก็บอกเขาว่ารุ่งขึ้นจะมารับของพร้อมนำเงินสดมาจ่ายเพิ่มนะ พอถึงเวลาเขาถึงกับต้องล็อกประตูหน้าร้านเพื่อนับเงินสดของเรา เพราะเงินปอนด์เยอะมาก แต่ขอไม่บอกจำนวนนะคะ”


 

ที่มา : นิตยสารแพรวฉบับ 938

All About Love With นิ้ง โศภิดา กาญจนรินทร์ มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2561

นิ้ง โศภิดา กาญจนรินทร์ สาวสวยมากความสามารถ ผู้ครองตำแหน่งมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2561 คนนี้ เธอบอกกับเราว่า เธอไม่เคยมีความรักเลย แต่เธอก็มีความฝันเรื่องการแต่งงานนะ

มาทำความรู้จัก นิ้ง โศภิดา กับเรื่องราวความรักของเธอให้มากขึ้นกันดีกว่า

ผู้ชายที่นิ้งมองหา

นิ้งชอบคนที่เป็นผู้ใหญ่ สามารถเป็นผู้นำที่ดีของครอบครัวได้ ดูแลลูกๆ ที่บ้าน เป็นพ่อที่ดี แค่นี้แหละค่ะที่นิ้งรู้สึกว่าเป็นสิ่งที่ดีที่สุดแล้ว

นิยามความรักของนิ้ง

นิยามความรักสำหรับนิ้ง คือความอบอุ่นที่มีให้กัน คือความสุขที่มีกันและกัน และก็มีการให้เกียรติซึ่งกันและกัน สามสิ่งนี้คือความรักสำหรับนิ้ง

งานแต่งงานในฝัน

นิ้งอยากถูกขอแต่งงานที่ดิสนีย์แลนด์ และถ้ามีโอกาสก็อยากจัดงานแต่งงานที่ดิสนีย์แลนด์ค่ะ นิ้งอยากเป็นเจ้าหญิง ใส่ชุดสวยๆ นิ้งเป็นแฟนคลับเจ้าหญิงของดิสนีย์ตั้งแต่ตอนเด็กๆ ตอนนี้ก็ยังรู้สึกอยากเป็นเอลซ่าอยู่เลย นิ้งคิดว่าคงจะจัดงานไม่ใหญ่มาก ขอแค่ให้มีความอบอุ่น มีคนที่เรารัก และเต็มไปด้วยดอกไม้

ชุดแต่งงานในฝันของนิ้ง

ชุดในฝันอยากใส่แบบพองๆ ทรง Ballgown ให้ความรู้สึกถึงความเป็นเจ้าหญิง มีรองเท้าแก้ว นิ้งเคยดูเรื่องซินเดอเรลล่า ชุดของเขาจะเป็นลูกไม้สีขาว นิ้งชอบแบบนั้นค่ะ หรือจะแบบเมแกน (ดัชเชสแห่งซัสเซกซ์) ที่ขาว เรียบ หรู แล้วมีเวลคลุมยาวๆ ก็สวยมากค่ะ แต่ถ้าของนิ้งจะเพิ่มลูกไม้นิดนึง นิ้งชอบลูกไม้แบบผู้หญิงหวานๆ

นิ้ง โศภิดา

 

สวย ฉลาด ความคิดดีแบบนี้ ได้ใจ แพรว wedding ไปเต็มๆ อย่าลืมให้กำลังใจสาวนิ้ง ในการประกวดมิสยูนิเวิร์ส ปลายปีนี้กันนะคะ

 

เครดิตภาพ : instagram/ningsophidaa

ติดตามไอเดียและเทคนิคต่างๆเกี่ยวกับงานแต่งงานได้ที่ praewwedding

 a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a a

มิสทีน ไทยแลนด์

ลองทายดู สาวๆ เหล่านี้เคยประกวด มิสทีน ไทยแลนด์ ปีไหนกันมาบ้าง?

ย้อนวันวานของ 15 สาว สวย เก่ง มากความสามารถจากเวทีการประกวด มิสทีน ไทยแลนด์ ลองทายดู สาวๆ เหล่านี้เคยประกวด ปีไหนกันมาบ้าง?

เริ่มต้นรับสมัครกันแล้วสำหรับเวทีการประกวดของสาววัยรุ่นอายุระหว่าง 15-19 ปี มิสทีน ไทยแลนด์ 2018 บาย ชาเม่ ซึ่งปีนี้ก็คาดว่าจะได้ดาวรุ่งดวงใหม่มาประดับวงการอีกเพียบ เพราะที่ผ่านมาหลายคนได้โอกาสแจ้งเกิดและกลายเป็นนางเอกเพียบ ทว่าไม่ใช่แค่ผู้ที่ได้ตำแหน่งเท่านั้น แม้คนที่พลาดมงกุฎไป พวกเธอก็พยายามพัฒนาตัวเองจนสามารถส่องประกายเป็นดวงดาวได้อย่างสวยงาม โดยเฉพาะ ดารา, นักแสดง ที่กำลังมีผลงานอยู่ในขณะนี้ต่างก็เคยผ่านการประกวดจากเวทีนี้มาเพียบเลย แต่จะมีใครบ้างนั้น ต้องติดตามผ่านสกู๊ปนี้กันเลยค่ะ

“ปรางค์-กัญญ์ณรัณ วงศ์ขจรไกล” หรือ แม่หญิงจันทร์วาด แห่งบุพเพสันนิวาส เธอร่วมประกวดและเข้ารอบ 15 คนสุดท้าย Miss Teen Thailand  2007

มิสทีน ไทยแลนด์

ติวเตอร์สอนภาษาอังกฤษและพิธีกรสาวมากความสามารถ “นุ่น-ณัชชานันท์ พีระณรงค์ ” ร่วมประกวดและเข้ารอบ 15 คนสุดท้าย Miss Teen Thailand  2007

มิสทีน ไทยแลนด์

นักแสดงสาวฝีมือดีแห่งช่อง 7 สี  “มะนาว-ศรศิลป์ มณีวรรณ์” Miss Teen Thailand  2007

มิสทีน ไทยแลนด์

นางเอกลูกครึ่งวิกหมอชิต “เซฟ-เซฟฟานี่ อาวะนิค” เจ้าของตำแหน่ง Miss Teen Thailand  2009

มิสทีน ไทยแลนด์

นางเอกสาวช่อง 3 เธอกำลังมีผลงานละครเรื่อง “นางบาป” “ยิหวา-ปรียากานต์ ใจกันทะ” รองอันดับ 2 Miss Teen Thailand  2009

มิสทีน ไทยแลนด์

ดาราสาวสุดฮ็อตจากช่อง 7 สี ที่ปีนี้มีผลงานถึง 4 เรื่อง “ฮาน่า ลีวิส ” Miss Teen Thailand  2010

มิสทีน ไทยแลนด์

นางเอกคลื่นลูกใหม่มาแรงแห่งช่อง 7 สี”มุก-มุกดา นรินทร์รักษ์” Miss Teen Thailand  2011

มิสทีน ไทยแลนด์

สาวเปรี้ยวจากเวที The Face Thailand season 2 “สกาย-มาเรีย เฮิร์ชเลอร์” รองอันดับ 2 Miss Teen Thailand  2011

มิสทีน ไทยแลนด์

นางแบบสาวมากความสามรถ “เทีย ลี่ ทวีพาณิชย์พันธุ์” Miss Teen Thailand  2012

มิสทีน ไทยแลนด์

“ต้าเหนิง-กัญญาวีร์ สองเมือง” นักแสดงสาวจากค่ายนาดาวบางกอก ร่วมประกวดและเข้ารอบ 50 คน Miss Teen Thailand  2012 โดยผลงานที่กำลังออกอากาศในขณะนี้คือ เลือดข้นคนจาง

มิสทีน ไทยแลนด์

“มะเหมี่ยว-พรชดา เครือคช” หรือ ช่อเอื้อง จากละครเรื่อง “แม่อายสะอื้น” เธอคือเจ้าของตำแหน่ง Miss Teen Thailand  2013

มิสทีน ไทยแลนด์

นักแสดงและบิ้วตี้บล็อกเกอร์สายเกาหลี “เบสท์-ภัทรารวีย์ เบ้าสุวรรณ” รองอันดับ 2 Miss Teen Thailand  2013

มิสทีน ไทยแลนด์

“เจน-รมิดา จีรนรภัทร” นางเอกซีรี่ส์เรื่อง คุณแม่วัยใส เคยคว้าตำแหน่งรองอันดับ 2 Miss Teen Thailand  2014

มิสทีน ไทยแลนด์

เมมเบอร์ชาวไทยของวงเคป็อป RaNia “น้ำฝน-กรภัทร วิเศษศรี”  ร่วมประกวดและเข้ารอบ 50 คน Miss Teen Thailand  2016

มิสทีน ไทยแลนด์

“ปลายฟ้า” The Next Boy/Girl Band Thailand  ร่วมประกวดและเข้ารอบ 50 คน Miss Teen Thailand  2017

มิสทีน ไทยแลนด์

สำหรับ “มิสทีน ไทยแลนด์ 2018 บาย ชาเม่”สมัครได้แล้วตั้งแต่วันนี้จนถึง วันที่ 20 ตุลาคม 2561 ติดตามรายละเอียดต่างๆ ได้ทาง www.missteenthailand.com Facebook/IG/Youtube : missteenthailand


 

นาฬิกา SWATCH

ราคาหลักพัน! SWATCH คอลเล็คชั่นใหม่ ดีไซน์โดยสตูดิโอชื่อดัง ผู้เคยร่วมงานกับ Gucci

นาฬิกา SWATCH (สวอท์ช) เผยโฉมอีก 2 คอนเซ็ปต์ในสไตล์ที่แตกต่างกัน อย่าง Stardust และ Color blocks ร่วมด้วย Kapitza ครีเอทีฟ สตูดิโอชื่อดังจากลอนดอน ในคอลเล็คชั่น Fall/Winter 2018 นี้

สำหรับคนที่กำลังมองหานาฬิกาที่จะมาสร้างสีสันความสนุกในเดือนนี้เตรียมตัวกันได้เลยเพราะ Swatch ได้เปิดตัวคอลเล็คชั่นใหม่ Think Fun ที่พกพาความสนุกสนานด้วยสีสันและรูปทรงที่เต็มเปี่ยมไปด้วยเอกลักษณ์ของ swatch โดยมาด้วยกัน 2 คอนเซ็ปต์กับ Swatch Stardust ที่จะพาให้คุณหลงใหลไปกับโลกแห่งดวงดาวกับคริสตัลจาก Swarovski ที่จะเปล่งประกายระยิบระยับให้คุณเฉิดฉายในทุกค่ำคืนและ Color blocks ที่จัดจ้านด้วยสีสันอันสดใส ชวนให้คุณไปดื่มด่ำกับช่วงเวลาแห่งความสนุกในฤดูหนาวนี้ นอกจากนั้นยังได้ครีเอทีฟ สตูดิโอจากลอนดอนอย่าง Kapitza (คาพิทซ่า) ที่มาทำให้คอลเล็คชั่นนี้สนุกและน่าตื่นเต้นขึ้นไปอีกขั้น

นาฬิกา SWATCH

นาฬิกา SWATCH

สำหรับ 2 คอนเซ็ปต์นี้มาพร้อบกับสีสันและสไตล์ที่แตกต่างกัน แต่แฝงไปด้วยความโดดเด่นไม่เหมือนใคร ซึ่งคอลเล็คชั่น Swatch Stardust จะเป็นคอลเล็คชั่นสุดชิคมีมาให้ได้เลือกกันเลือกถึง 6 สี ที่จะดึงดูดให้คุณเหมือนหลุดไปอยู่ในปาร์ตี้อวกาศท่ามกลางดวงดาวที่เปล่งแสงระยิบระยับ โดดเด่นด้วยคริสตัลจาก Swarovski บนหน้าปัดให้คุณเฉิดฉายได้ในทุกค่ำคืน ด้วยดีไซน์และสีของตัวบอดี้และหน้าปัด ถูกนำมาผสมผสานให้กลายเป็นคอลเล็คชั่นที่เต็มไปด้วยความสวยงาม หรูหราพร้อมให้คุณโดดเด่นกว่าใครในทุกโอกาส

นาฬิกา SWATCH
SPARKLENIGH GB312 ราคา 2,350 บาท

 

นาฬิกา SWATCH
SPARKLENIGH GW199 ราคา 2,350 บาท

 

นาฬิกา SWATCH
SPARKLENIGH SUOB156 ราคา 2,650 บาท

 

นาฬิกา SWATCH
SPARKLENIGH SUON134 ราคา 2,650 บาท

 

นาฬิกา SWATCH
SPARKLENIGH SUOP110 ราคา 2,650 บาท

ขณะที่อีกคอนเซ็ปต์คือ Color blocks ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยเอกลักษณ์ความสนุกสดใสในแบบ swatch โดยมีมาให้เลือกทั้งหมด 5 แบบ 5 เฉดสีที่จะเปลี่ยนวันธรรมดาให้สนุกยิ่งขึ้นกับการมิกซ์แอนด์แมชท์เข้ากับเสื้อผ้าพร้อมให้คุณออกไปโลดแล่นพบหาประสบการณ์ใหม่ๆได้ในทุกวัน นอกจากนั้นยังได้ KAPITZA สตูดิโอชื่อดังจากลอนดอนของสองสาวพี่น้องเปตรา และนิโคลที่มีสไตล์อันโดดเด่นในการเลือกใช้สี และการใช้รูปทรงเรขาคณิตในการออกแบบซึ่งเคยฝากผลงานกับแบรนด์ชื่อดังมากมายมาแล้วทั้ง Ikea, Gucci หรือ Comme des Garçons มาร่วมกันสร้างสรรค์คอลเล็คชั่นนี้ให้โดดเด่นยิ่งขึ้น โดยการใช้เส้นสายนั้นถูกหยิบมาเป็นดีไซน์หลักของคอลเล็คชั่นนี้และแต่งเติมความสนุกด้วยสีสันสดใสโดยมีให้เลือกกัน 2 แบบด้วยกัน ทั้งการเล่นสีแบบคัลเลอร์ฟูลทั้งตัวเรือนและการใช้เส้นสีดำตัดกันแต่แฝงไปด้วยความสนุกของสีสันที่แทรกอยู่บนตัวเรือน

นาฬิกา SWATCH
AZUL’HEURE GE260 ราคา 2,150 บาท

 

นาฬิกา SWATCH
ROUG’HEURE GW198 ราคา 2,150 บาท

 

นาฬิกา SWATCH
MENT’HEURE SUOW154 ราคา 2,500 บาท

 

อ่านบทความนาฬิกาจากแบรนด์อื่นๆ เพิ่มเติมได้ที่ : 

 มันต้องโดน! ฉลองเข้าสู่ปีที่ 90 Nixon x Mickey Mouse ออกนาฬิกาดีไซน์สนุกสุดน่ารัก

 ชี้เป้า! นาฬิกาสุดหรูจากแบรนด์ดัง ราคาหลักพัน จ่ายตังค์ไปมีแต่คุ้ม

วัยทำงานต้องเลิฟ! นาฬิกา CALVIN KLEIN 10 ดีไซน์ใหม่ เอาใจหนุ่มสาวมินิมอล

งดงามสุดพลัง! นาฬิกาสวารอฟสกี้ หนึ่งในเครื่องประดับที่ควรค่าแก่การครอบครอง

นาฬิการะบบไฮบริด เรือนแรกของโลก FREDERIQUE CONSTANT ดีไซน์คลาสสิกแต่ล้ำสุดๆ

สวยและรวยมากกกก! ชม 5 นาฬิกาไฮโซ ราคาแรงทะลุล้านของ อั้ม-พัชราภา

 

ไม่ใช่เรื่องง่าย

เคล็ดลับความสำเร็จ หมอริท เรืองฤทธิ์ กว่าจะมาถึงวันนี้ ไม่ใช่เรื่องง่าย

เก่งและขยัน หมอริท เรืองฤทธิ์ เผยเคล็ดลับความสำเร็จ กว่าจะมาถึงวันนี้ ไม่ใช่เรื่องง่าย เตรียมสานฝันเปิดคลินิก ในเร็วๆ นี้

 ไม่ใช่เรื่องง่าย

เป็นคุณหมอหนุ่มไฟแรงมากๆ สำหรับ หมอริท เรืองฤทธิ์ ศิริพานิช หรือ ริท เดอะสตาร์ ที่มุ่งมั่นทำงานไปด้วยเรียนไปด้วยจนเรียนจบจากคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น จ.ขอนแก่น แถมยังคว้าเกียรตินิยมอันดับ 2 มาอีกด้วย

ไม่ใช่เรื่องง่าย

โดยตอนนี้ “ริท” ตั้งใจใช้ทุนแพทย์หลังเรียนจบ และทำงานที่ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติให้ครบ 3 ปี และขอทำงานในวิชาชีพตามระบบราชการต้องทำงานเต็มที่ จึงไม่สามารถปลีกเวลามารับงานในวงการบันเทิงในวันจันทร์ ถึง ศุกร์ได้ ถ้าจะรับจริงๆ ก็ต้องหลังเลิกงานไปแล้ว

ไม่ใช่เรื่องง่าย

เพราะฉะนั้นริทจึงรับงานได้เฉพาะวันเสาร์ วันอาทิตย์เท่านั้น ทำให้สูญเสียรายได้ในวงการบันเทิงมากพอสมควร เพราะที่ผ่านมามีงานติดต่อมาเยอะมาก แต่เจ้าตัวยึดมั่นและถือมั่นว่างานแพทย์ต้องมาเป็นที่ 1 เพราะฉะนั้น งานบันเทิงก็ต้องเป็นรองลงมา

ไม่ใช่เรื่องง่าย

คุณหมอริทยังบอกอีกว่าตอนนี้ทำทั้งงานแพทย์และงานบันเทิงก็เหนื่อยหน่อย ส่วนเวลาที่ทำหน้าที่หมอคนไข้มักจะจำได้และขอถ่ายรูปตลอด ซึ่งตนก็รู้สึกชินแล้ว ยอมรับว่าต้องปรับตัวพอสมควร เพราะตอนแรกคิดว่าเรียนจบแล้วจะสบาย แต่ที่ไหนได้กลับหนักกว่าเดิม ทุกวันนี้อาศัยหลับตามรถตามกองถ่าย เชื่อว่าถ้าผ่านไปได้คงโอเค

ไม่ใช่เรื่องง่าย

ทำงานตัวเป็นเกลียวหัวเป็นน็อตแบบนี้นี่เอง หมอริท ถึงได้มีเงินเก็บเป็นถุงเป็นถัง เพราะล่าสุด เจ้าตัวได้โพสต์ภาพครอบครัวพร้อมบ้านหลังใหม่ ย่านเอกมัย-ลาดพร้าว เป็นโฮมออฟฟิศหรู 5 ชั้นและมีลิฟต์ในตัว โดยสืบทราบมาว่าราคาราวๆ 30 ล้านบาทเลยทีเดียว ซึ่งในอนาคตหนุ่มริทเตรียมเปิดเป็นคลินิกและไว้พักอาศัยด้วย

ไม่ใช่เรื่องง่าย

โดย “ริท” ได้โพสต์ภาพดังกล่าวพร้อมแคปชั่นว่า  “My new chapter in life ทำงานเก็บเงินมาหลายปี วันนี้ได้ฤกษ์ซื้อตึกใหม่เป็นของตัวเอง ใช้เวลาเลือกและตัดสินใจมานานหลายเดือน จนได้เป็นบ้านหลังนี้ที่ตอบโจทย์ที่สุด หวังว่าจะเป็นทั้งบ้าน ที่ทำงานและคลินิกที่ดีในอนาคตนะครับ ปล1. ไม่ต้องแปลกใจนะครับว่าทำไมช่วงนี้ขยันทำงานเป็นพิเศษ นี่แหละครับเหตุผล 555 ปล2. ตอนนี้ก็ทำงานไม่หนักมากครับ แค่เรียน พร้อมกับออกตรวจ อ่านวิจัย ทำวิจัย ทำ present อ่านหนังสือ ออก event ถ่ายรายการ แค่นี้เอ๊งงงง สบ๊ายยย”

ไม่ใช่เรื่องง่าย

เห็นถึงความขยัน มุ่งมั่น และบากบั่น ของคุณหมอริทแล้ว ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเขาถึงประสบความสำเร็จกับความฝันที่ตั้งเอาไว้ได้อย่างรวดเร็ว

 ไม่ใช่เรื่องง่าย


ภาพจาก IG @ritz_rueangritz