อัลเบน่า แอพเพีย Miss Grand International 2020

พวกเราต้องการสันติภาพ! อัลเบน่า แอพเพีย คว้ามง Miss Grand International 2020

พวกเราต้องการสันติภาพ! คำกล่าวเป็นภาษาไทยของ อัลเบน่า แอพเพีย มิสแกรด์สหรัฐอเมริกา เมื่อค่ำคืนการประกวด Miss Grand International 2020 ก่อนที่เธอจะคว้ามงกุฎในปีนี้มาครอง

พวกเราต้องการสันติภาพ! อัลเบน่า แอพเพีย คว้ามง Miss Grand International 2020

เรียกได้ว่าเป็นการประกวดนางงามที่น่าจับตามองมากที่สุดเวทีหนึ่งสำหรับ การประกวด Miss Grand International 2020 ซึ่งปีนี้จัดขึ้นที่ประเทศไทยโดยมาในธีมหลักอย่าง “การยุติสงคราม และ ความรุนแรง” (Stop The War & Villence) โดยเมื่อค่ำคื่นที่ผ่านเป็นการประกวดรอบไฟนอล และผู้ที่คว้ามงกุฎปีนี้ไปครองคือ อัลเบน่า แอพเพีย มิสแกรด์สหรัฐอเมริกา

สำหรับ อัลเบน่า แอพเพีย เธอเป็นสาวลูกครึ่ง อเมริกัน-กานา เธอเรียนจบทางด้านแฟชั่นจากมหาวิทยาลับ Radford University ประเทศกานา ก่อนที่เธอจะมาเป็นตัวแทนมิสแกรนด์สหรัฐอเมริกา เรียกได้ว่าเธอมีประสบการณ์ทางด้านประกวดนางงามมามากมาย โดยเคยคว้ามงในเวที Miss Talent Ghaba in 2021 รวมถึง Top Model Ghana in 2013 และ ยังที่สำคัญยังเคยครองตำแหน่ง Miss Universe Ghana 2014 อีกด้วย

IG : @theesicouture
IG : @theesicouture

นอกจากนี้ อัลเบน่า แอพเพีย ยังเป็นนางงามที่เตรียมความพร้อมได้อย่างยอดเยี่ยม โดยเมื่อเธอรู้ว่าตัวเองจะเดินทางมาประกวด Miss Grand International ที่เมืองไทย เธอก็ได้เรียนภาษาไทยถึง 4 เดือน ซึ่งอัลเบน่าสามารถพูด และ เข้าใจภาษาไทยได้เป็นอย่างดี ซึ่งหลังจบการประกวดเธอได้พูดถึงการเรียนภาษาไทยว่า

“ฉันรักทุกคน ฉันรักคนไทย ฉันรักคุณ ประเทศไทย ขอบคุณมากจริงๆ ฉันเรียนภาษาไทยเพราะคิดว่าต้องอยู่ประเทศไทยไปอีกปี ฉันเรียนมา 4 เดือนแล้ว”

สเน่ห์อีกอย่างหนึ่งของ อัลเบน่า แอพเพีย คือ สีผิว และผมที่เป็นธรรมชาติ ซึ่งเธออยากให้ทุกคนภูมิใจในตนเอง ทั้งนี้อัลเบน่าไ้ด้ให้สัมภาษณ์ว่า

“ฉันคิดว่าความทุ่มเท และการทำงานหนัก ฉันพยายามมาตั้งแต่อายุแค่ 3 ขวบแล้ว ในการพยายาม และการขึ้นประกวดในระดับนานาชาติ ไม่ใช่เพื่อตัวฉันเองเท่านั้น แต่สำหรับผู้หญิง เด็กผู้หญิงที่เหมือนๆ ฉันด้วย และในวันนี้ฉันทำความฝันนั้นสำเร็จแล้ว ฉันได้เดินอยู่บนเวทีระดับนานาชาติ ด้วยสีผิวที่เป็นธรรมชาติ และผมที่เป็นธรรมชาติของตัวเองซึ่งเด็กๆ ที่เหมือนกับฉันก็น่าจะภูมิใจและมีความสุขมาก ในวันนี้พวกเขาจะได้รู้แล้วว่าถ้าเราพยายาม เราสามารถทำทุกความฝันให้เป็นจริงได้

สิ่งแรกที่ฉันอยากทำหลังจากได้ตำแหน่งคือใช้อินเตอร์เน็ตเพื่อพูดคุยกับแฟนๆ และคนที่สนับสนุนฉันทุกคน ขอบคุณสำหรับความรักที่ทุกคนมอบให้กับฉัน ฉันอยากจะแสดงความขอบคุณ นั่นคือสิ่งที่ฉันอยากจะทำที่สุดในตอนนี้

อีกหนึ่งไฮไลท์ในการประกวดของค่ำคืนที่ผ่านมา คือ “Han Lay” มิสแกรนด์เมียนมาร์ได้ออกมากล่าวสุนทรพจน์ แสดงเจตนารมณ์ตามคอนเซ็ปต์ของเวที มิสแกรนด์อินเตอร์เนชั่นแนล นั่นคือ ยุติสงครามและความรุนแรง (STOP THE WAR & VIOLENCE) โดยเธอขอความสงบจงเกิดขึ้นในประเทศเมียนมาร์อีกครั้ง พร้อมกับคำกล่าวที่ว่า

“วันนี้ประเทศของฉัน ขณะที่ฉันกำลังยืนอยู่บนเวทีนี้ มีคนในประเทศของฉันกำลังล้มตายจำนวนมาก มากกว่าร้อยชีวิต”

“Han Lay” พูดทั้งน้ำตาพร้อมกับร้องเพลงที่มีความหมายกินใจ Heal the world ซึ่งเจ้าตัวถึงกับร่ำไห้กลางเวที ทำเอาคนในฮอลล์ต่างปรบมือให้กำลังใจ

สำหรับสาวงามทั้ง 5 คนที่คว้ามงกุฎ Miss Grand International 2020 ทั้ง 5 ลำดับได้แก่

มิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล 2020 ได้แก่ มิสแกรนด์ สหรัฐอเมริกา “อัลเบน่า แอพเพีย” (Abena Appiah)

ตำแหน่งรองอันดับ 1 ตกเป็นของ มิสแกรนด์ ฟิลิปปินส์ “ซาแมนต้า เบอนาโด้” (Samantha Bernardo)

รองอันดับ 2 ได้แก่ มิสแกรนด์ กัวเตมาลา “อิวานน่า บาทเชอลอว์” (Ivana Batchelor)

รองอันดับ 3 ได้แก่ มิสแกรนด์ อินโดนีเซีย “ออร่า คาริสม่า” (Aurra Kharishma)

รองอันดับ 4 ได้แก่ มิสแกรนด์ บราซิล “ลาล่า เกส” (Lala Guedes)

ด้านตัวแทนจากประเทศไทย “น้ำ – พัชรพร จันทรประดิษฐ์” Miss Grand Thailand 2020 ทำได้ดีที่สุดในรอบ Top 10 แต่เธอได้คว้ารางวัลชุดประจำชาติยอดเยี่ยมร่วมกับญี่ปุ่น และ กัวเตมาลา


ที่มา : mgronline.com, sanook.com

‘มีดวงถูกศรรักจากองค์กามเทพปักอก ดูดีๆ ก่อนว่า เขามองหญิงหรือเปล่า’ ดูดวงรายวัน 28 มีนาคม 2564

ดูดวงรายวัน 28  มีนาคม 2564 #หมอปุ้ยพยากรณ์ เช็กทุกวัน เป๊ะปังทุกดวง ทั้งการงาน การเงิน ความรัก และสุขภาพ

‘มีดวงถูกศรรักจากองค์กามเทพปักอก ดูดีๆ ก่อนว่าเขามองหญิงหรือเปล่า’

ดูดวงรายวัน 28  มีนาคม 2564

ผู้ที่เกิดวันอาทิตย์

การงาน : คุณมีโอกาสได้รับการชักชวนหรือทาบทามจากญาติพี่น้องหรือคนรู้จักให้เข้าไปร่วมงานกับธุรกิจชองครอบครัว แต่เส้นทางสายนี้ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เพราะมีอุปสรรคและปัญหารอให้คุณเข้าไปแก้ไขอยู่เต็มเลย หากคุณผ่านไปได้ ขั้นตอนต่อไปอาจได้รับมอบหมายให้เป็นหัวหน้าทีมทำงาน ก็ควรลดอีโก้และความเชื่อมั่นในตัวเองให้น้อยลง และสนใจความคิดเห็นของคนอื่นให้มากขึ้น เพื่อป้องกันการเกิดดราม่าขึ้นในที่ทำงาน ซึ่งจะส่งผลเสียให้กับการทำงานได้อย่างกะทันหัน

การเงิน  : จะได้รับผลประโยชน์จากการทำธุรกิจร่วมกับครอบครัว ควรดูให้ดีว่า ไม่ใช่ได้มาในทางที่ไม่ถูกต้อง หรือการเสี่ยงโชค เพราะจะทำให้หน้าที่การงานของคุณมัวหมอง

ความรัก :  เป็นความรักที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วแล้วก็แต่งงานหรือมาอยู่ด้วยกันเลย ก็ต้องระวังอาจมีพวกปากหอยปากปูเม้าท์มอยว่า คุณมีกิ๊ก โดยเอาเรื่องงานมาอ้าง ก็ต้องรีบเคลียร์โดยด่วน  คนโสด คุณอาจได้พบชายในฝันแบบอยากจูงมือไปอยู่ด้วยกันเลย แต่เพราะภาระคุณเยอะมาก จึงไม่สามารถทำตามใจตัวเองได้

สุขภาพ : ปัญหาใหญ่ในวันนี้คือ ระบบหมุนเวียนเลือดไม่ปกติ อาจมีอาการหน้ามืด วิงเวียนศีรษะ เป็นลม  ควรรับประทานอาหาร ผักผลไม้ รวมถึงวิตามินที่จะช่วยในการบำรุงเลือด

 

ผู้ที่เกิดวันจันทร์

การงาน  :  สำหรับผู้ที่ดำรงตำแหน่งหน้าที่การงานในระดับสูง ไม่ว่าจะทำงานหรือเกี่ยวข้องกับ บุคคลในเครื่องแบบ งานทางน้ำ ผู้บริหาร นักธุรกิจ บอกเลยว่าความสำเร็จไม่ได้มาเพราะความบังเอิญ แต่แลกมาด้วยพลังกาย พลังใจ อย่างเข้มแข็ง เพราะขนาดวันอาทิตย์ คุณก็ยังแบกภาระความรับผิดชอบอย่างหนักอึ้งในการบุกเบิกเริ่มต้นงานใหม่ๆ ที่มีการแข่งขันสูง หรือวิ่งเต้นโยกย้ายให้ตัวเองไปทำงานในหน่วยงานที่มีผลตอบแทนสูงขึ้นกว่าเดิม ซึ่งก็มีแนวโน้มว่าจะประสบความสำเร็จด้วยดี

การเงิน :มีรายได้ที่สูงและมั่นคงจากความสามารถและการทำงานหนัก แต่ก็ไม่สามารถเก็บเงินได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย เพราะส่วนใหญ่คุณหมดกับการเลี้ยงดูเพื่อนฝูงและญาติมิตรหมด ก็ไม่ควรเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเงินที่ไม่ถูกต้อง เพราะจะทำให้การเงินติดลบได้เลย

ความรัก :คู่คุณมีแนวโน้มที่จะไหว้วานให้คุณช่วยรับผิดชอบงานแทน แต่เพราะวันนี้วันอาทิตย์ เป็นเวลาของครอบครัว จึงอาจจำต้องปฏิเสธ คนโสด  คุณมีบุคลิกของการเป็นผู้นำโดดเด่นเป็นที่สนใจแก่ผู้ที่ได้พบเห็น เมื่อรวมกับตำแหน่งหน้าที่การงานของคุณด้วยแล้ว ใครๆ ก็อยากใกล้ชิดคุณ

สุขภาพ  : ปกติคุณดูแลสุขภาพร่างกายของตัวเองด้วยดี แต่เพราะการหักโหมทำงานหนักจะทำให้คุณพลาด ซึ่งมีโอกาสสูงมากที่คุณจะเป็นภูมิแพ้ ต้องระวังการสัมผัสกับสารเคมีต่างๆ เพราะจะทำให้คุณขึ้นผื่น อักเสบ บวมแดง

 

ผู้ที่เกิดวันอังคาร

การงาน :  เหมาะกับวันพระอย่างยิ่ง สำหรับผู้ที่ทำงานหรือเกี่ยวข้องกับงานสายบุญ สายธรรมะ จิตอาสาเพื่อสังคม หรืองานทางด้าน CSR  ซึ่งคุณสามารถรับผิดชอบงานได้ดี มีเทคนิคและแท๊กติกแพรวพราวในการแก้ปัญหา วันนี้คุณจึงมีโอกาสได้รับแต่งตั้งให้ขึ้นสู่ระดับบริหาร แต่ก็ต้องทำใจนิดหนึ่งว่า เส้นทางไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ยังมีอุปสรรคและปัญหารอให้คุณแก้ยาวเลย

การเงิน : คุณชอบทำบุญ บริจาคเงินเป็นสาธารณะประโยชน์ วันนี้เงินจะทำงานให้คุณเฮงปังปุลิเยร์ได้อย่างไม่คาดคิด

ความรัก : คุณแต่งงานอยู่ในครอบครัวที่มีหน้าที่การงานดี มียศ มีตำแหน่ง และสถานภาพทางสังคม  นอกจากหัวโขนที่สวมอยู่จะแน่นจนอึดอัดแล้ว ยังเพิ่มความหึงหวง เรียกร้องความสนใจเข้ามาอีก คนโสด จากที่คุณถูกคัดสรรแฟนอย่างเข้มข้น ก็ไม่ผ่านสักที วันนี้อาจได้รับข่าวดี เพราะคุณจะได้พบคนที่ใช่ที่เหมาะสมกับคุณ และผู้ปกครองก็ยอมรับได้

สุขภาพ  :  ก็ยังอยู่กับอาการภูมิแพ้อยู่นะคะ รวมถึงการขับถ่าย ไม่ควรกลั้นปัสสาวะติดต่อกันนานๆ เพราะจะทำให้กรวยไตและกระเพาะปัสสาวะมีปัญหา ในกรณีที่รุนแรงเสี่ยงต่อการติดเชื้อในกระแสเลือดได้

 

ผู้ที่เกิดวันพุธ

การงาน :  สำหรับผู้ที่ทำงานหรือเกี่ยวข้องกับงานที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ เช่น งานออกแบบดีไซน์ สถาปนิก สื่อมวลชน ศิลปิน ดารา ฯลฯ วันนี้บอกเลยว่า ความสำเร็จไม่ได้มาด้วยความบังเอิญ แต่ต้องแลกด้วยพลังกายพลังใจที่เข้มแข็ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่อยู่ในตำแหน่งหน้าที่การงานระดับสูง วันนี้ควรเน้นที่การติดต่อประสานงาน การเจรจา การโฆษณา ประชาสัมพันธ์ หรือความสามารถในการใช้ภาษาให้มาก งานจึงจะดำเนินไปอย่างราบรื่น

การเงิน :  มีโชคอย่างไม่คาดคิด เช่น อาจได้รับมรดก หรือได้งานที่ปัง มีค่าตอบแทนสูง แต่คุณก็ยังเก็บเงินไม่อยู่ โดยเฉพาะหากกำลังมีความรัก คุณจะเปย์ไม่อั้นเลยทีเดียว

ความรัก :  จากที่คุณอยู่กันด้วยคำถามที่ติดอยู่ในใจตลอดเวลาว่า คู่คุณกำลังมีคนอื่นหรือเปล่า วันนี้คุณอาจเลิกคิดแล้วออกไปหว่านเสน่ห์บ้าง เพื่อให้สมน้ำสมเนื้อกัน  คนโสด คุณกำลังถูกศรรักจากองค์กามเทพปักอกอยู่หรือเปล่าคะ แต่ดูให้แน่นะคะว่า เขามองผู้หญิงหรือเปล่า

สุขภาพ :  คุณดูแลสุขภาพร่างกายตัวเองอย่างดีมาตลอด แต่วันนี้อาจมีงานด่วนเข้ามาทำให้คุณรับประทานอาหารผิดเวลา จึงมีอาการปวดท้อง ท้องอืด ท้องเฟ้อ จึงควรหาอาหารว่างรองท้องไว้ก่อน

 

ผู้ที่เกิดวันพฤหัสบดี

การงาน  :หากคุณกำลังเหนื่อยและเครียดกับปัญหาและอุปสรรค โดยเฉพาะเรื่องคน เพราะพูดอะไรเขาก็ขัดแย้งกับคุณไปเสียหมด ซึ่งมีความเสี่ยงสูงมากที่จะเกิดการขัดแย้งกัน จนถึงมีปากเสียงกันอย่างรุนแรง หากเป็นไปได้ก็ควรรับงานอิสระ เป็นเจ้านายตัวเอง หรือหากเป็นไปไม่ได้ ก็ควรมีสติ แก้ไขปัญหาด้วยความละมุนละม่อม ห้ามใช้อารมณ์เชิงลบโดยเด็ดขาด เพราะจะทำให้เกิดปัญหาร้ายแรงยากที่จะแก้ไขตามมา ส่งผลให้คุณรู้สึกวิตกกังวล และเป็นทุกข์ กับความสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงานในระยะยาว

การเงิน :  รายได้ขึ้นๆ ลงๆ  ไม่แน่นอน จึงควรทำธุรกิจหรือลงทุนด้วยตัวเอง จะเวิร์คกว่าไปร่วมหุ้นลงทุนกับคนอื่น

ความรัก :  ก็ยังอยู่ที่การพูดไม่เข้าหูกันอยู่นะคะ อาจเพราะคุณกับคู่มีรสนิยมหรือไลฟ์สไตล์ไม่ตรงกันตั้งแต่แรกแล้ว แล้วเมื่อคุณพยายามให้เขาคิดแบบคุณ ขณะที่เขาก็มีความคิดเป็นของตัวเอง จึงกลายเป็นปัญหา   คนโสด คุณมีความคิดเป็นของตัวเอง และก็อยากให้คนที่จะเข้ามาใกล้ชิดคุณคิดแบบเดียวกัน ซึ่งก็หายาก หากไม่ใช่คนที่คบกันมายาวนานจนรู้นิสัยใจคอกันดี

สุขภาพ : หากออกนอกบ้านไปท่องเที่ยวในสถานที่ท่องเที่ยว ห้างสรรพสินค้า ก็ควรดูแลสุขอนามัยส่วนตัวให้ดี การ์ดอย่าตก เพราะเชื้อโรคยังอยู่รอบตัวเรา ไม่เฉพาะแต่โควิด-19

 

ผู้ที่เกิดวันศุกร์

การงาน : คุณอาจได้รับการชักชวนหรือทาบทามจากญาติพี่น้องให้เข้าไปทำงานกับธุรกิจของครอบครัว ทางที่ดีควรเตรียมแผนงานไปก่อนล่วงหน้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ต้องใช้ความรู้ ความสามารถ และความรู้ความชำนาญเฉพาะตัว เช่น บุคคลในเครื่องแบบ นักกฎหมาย ทนายความ ผู้บริหาร นักปกครอง ฯลฯ  วันนี้คุณมาแบบสายสตรอง ลุยทุกสถานการณ์ เชื่อมั่นในความคิดตัวเองจนไม่เปิดใจรับฟังความคิดเห็นที่แตกต่าง ก็ต้องระวังการตัดสินใจที่เด็ดขาด แต่ขาดความรอบคอบ จะทำให้เกิดความผิดพลาดเสียหายอย่างไมน่าจะเกิดขึ้น

การเงิน : อยู่ที่ผลตอบแทนหรือเงินปันผลจากธุรกิจของครอบครัว ซึ่งคุณเป็นนักลงทุน อาจนำไปลงทุน เพื่อต่อทุนเพิ่ม

ความรัก :หากคุณอยู่ด้วยกันหรือแต่งงานกันแบบรวดเร็ว ยังไม่ทันได้ศึกษานิสัยใจคอกันให้ลึกซึ้งก่อน ตอนนี้อาจเข้าสู่ช่วงหมดโปรโมชั่น คุณจึงเริ่มหว่านเสน่ห์ตามเดิม  คนโสด คุณอาจได้พบหนุ่มในสเปคสไตล์เด็กเรียน ผู้คงแก่เรียน อาจเป็นต่างชาติ จนอยากจูงมือไปอยู่ด้วยกันเลย ซึ่งก็มีความเป็นไปได้สูงที่คุณจะทำแบบนั้น

สุขภาพ :  คุณเป็นคนจริงจังและเครียด จึงมีความเสี่ยงที่จะปวดศีรษะอย่างต่อเนื่อง จนถึงไมเกรน ปล่อยวางบ้าง วันนี้วันอาทิตย์ไปเที่ยวกันดีกว่าค่ะ

 

ผู้ที่เกิดวันเสาร์

การงาน  :  หากคุณกำลังทำงานอยู่ภายใต้เงื่อนไขสัญญา กฎเกณฑ์ หรือข้อบังคับ จนคุณกระดิกกระเดี้ยไปทำงานที่ไหนไม่ได้ เป็นสาเหตุให้คุณต้องหมกมุ่นครุ่นคิดถึงการทำงานให้บรรลุข้อตกลงในสัญญา วันนี้แม้คุณจะเรียกร้องขอความเห็นใจจากคู่สัญญา เขาก็ไม่สนใจ

การเงิน :  แม้จะมีความสามารถหาเงินได้เรื่อยๆ แต่ก็ยังไม่พอที่จะนำไปเก็บ วันนี้คุณไม่ควรเป็นตัวแทนไปกู้เงิน หรือเซ็นสัญญาค้ำประกันให้ใคร โดยเฉพาะคนใกล้ตัว เพราะคุณอาจต้องเสียเงินก้อนใหญ่

ความรัก :คุณอาจเจอปัญหาบุคคลที่สามเข้ามาหลอกให้รัก เพื่อหวังผลประโยชน์อย่างเดียวเลย แม้จะรู้ทั้งรู้ แต่คุณก็ยังต้องทนอยู่ด้วยกัน เพื่อเหตุผลอะไรสักอย่าง ซึ่งลึกๆ แล้ว คุณก็อยากให้คู่กลับมาเป็นคนเดิม แม้จะยากก็ตาม คนโสด คุณไม่สามารถถอนตัวออกจากบ่วงรักได้ แม้จะรู้ทั้งรู้ว่าเขาไม่เหมาะสมกับคุณด้วยประการทั้งปวง

สุขภาพ :  อย่าเครียดนะคะ ปล่อยวาง อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด เพราะจะมีผลต่อระบบประสาท ทำให้ปวดศีรษะอย่างต่อเนื่อง จนถึงไมเกรน รวมถึงระบบย่อยอาหารแปรปรวน ท้องอืด ท้องเฟ้อ ทำตัวให้มีความสุขดีกว่า

 

 

 

 

‘ดวงจะได้พบคนที่ถูกใจ แต่ไม่ถูกต้องด้วยประการทั้งปวง’ ดูดวงรายวัน 27 มีนาคม 2564

ดูดวงรายวัน 27  มีนาคม 2564 #หมอปุ้ยพยากรณ์ เช็กทุกวัน เป๊ะปังทุกดวง ทั้งการงาน การเงิน ความรัก และสุขภาพ

‘ดวงจะได้พบคนที่ถูกใจ แต่ไม่ถูกต้องด้วยประการทั้งปวง’

ดูดวงรายวัน 27  มีนาคม 2564

ผู้ที่เกิดวันอาทิตย์

การงาน : หากคุณกำลังพยายามที่จะขอร้อง อ้อนวอน เพื่อการติดต่อประสานงาน โฆษณา ประชาสัมพันธ์ หรือสื่อมวลชนใดๆ ก็ตาม แล้วยังไม่ได้รับความสนใจ หรือกำลังรอคอยคำตอบอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ทำงานเกี่ยวข้องกับการใช้ภาษา วันนี้คุณควรวิ่งเต้นให้มากกว่าเดิม หรือไม่ก็มองหางานใหม่เลย เพราะคุณมีดวงโยกย้ายไปอยู่ในหน่วยงานที่มีผลตอบแทนสูงกว่า

การเงิน  : อุตส่าห์เก็บหอมรอมริบมานาน แต่ความรักจะทำให้คุณมีโอกาสเสียเงินก้อนใหญ่ รวมถึงไม่ควรเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเงินที่ไม่ถูกต้อง หรือการเสี่ยงโชค

ความรัก : หากคุณพยายามร้องขอให้คู่มีเวลาให้คุณกับครอบครัวบ้าง เพราะวีคเอ็นท์นี้คุณอยากพาครอบครัวไปเที่ยว แต่ดูเหมือนว่า การร้องขอของคุณจะลอยไปในอากาศนะคะ คนโสด แฟนที่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ส่งให้มา ยังมีคุณสมบัติไม่เหมาะสมด้วยประการทั้งปวง ก็ไม่ต้องรีบรับก็ได้นะคะต เพราะคุณมีเสน่ห์ ยังมีเข้ามาให้เลือกอีกเยอะ

สุขภาพ :  ภูมิแพ้มาแล้วจ้า อาจแพ้สารเคมีที่อยู่ในน้ำยาทำความสะอาด ที่ใกล้ตัวที่สุดน่าจะเป็นแอลกอฮอลล์ ทั้งเจลและสเปรย์ รวมถึงเครื่องดื่มด้วย จะทำให้เกิดผื่นคันตามตัว และบริเวณที่สัมผัส

 

ผู้ที่เกิดวันจันทร์

การงาน  :  หากคุณเคยทำเรื่องเสนอเจ้านาย เพื่อขอโยกย้ายหน่วยงาน หรือเดินทางไปขยายสาขายังสถานที่แปลกใหม่ ไปนานมาก แต่ก็ยังไม่ผ่านขั้นตอนพิจารณาอนุมัติเสียที จนคุณเริ่มรู้สึกอึดอัด วิตกกังวล เป็นทุกข์มาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ทำงานหรือเกี่ยวข้องกับงานที่ต้องเดินทาง เช่น รับส่งสินค้า เดลิเวอร์รี่ โลจิสติกส์  วันนี้คุณต้องลุกขึ้นมาไฟล์ทแล้ว ลุยเลย  แต่ก็ควรมีสติด้วยอย่าใจร้อน  เพราะการตัดสินใจที่เด็ดขาด แต่ไม่รอบคอบ และการมีบริวารที่ไม่ซื่อสัตย์ จะทำให้ผิดพลาดอย่างไม่น่าจะเกิดขึ้น

การเงิน :ร้อนเงิน จนเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเงินร้อน ไม่ควรหลงเชื่อคำพูดที่อ่อนหวานที่ขอให้คุณช่วยเหลือในเรื่องการลงทุนในธุรกิจหรือธุรกรรมต่างๆ เพราะมีโอกาสถูกหลอก

ความรัก :วันเสาร์เช่นนี้ คุณวางแผนเตรียมไปสังสรรค์กับเพื่อนฝูง ซึ่งใครก็ห้ามคุณไม่ได้ แล้วหากคุณถูกใจใคร ก็ไม่มีใครห้ามคุณได้อีกเช่นกัน คนโสด หากคุณมีนัดดื่มสังสรรค์ วันนี้ต้องระวังพวกผู้ชายที่ชอบฉวยโอกาส แต่หากคุณถูกใจก็ไม่เป็นไร

สุขภาพ  : ระวังจะเจ็บป่วยด้วยเรื่องของลำไส้ กระเพาะอาหาร และระบบย่อยอาหาร ซึ่งหนึ่งในสาเหตุก็เกิดจากความเครียด วิตกกังวล จนส่งผลให้ระบบที่กล่าวมาแปรปรวน

 

ผู้ที่เกิดวันอังคาร

การงาน : หากคุณยังยึดติดอยู่ในอีโก้ ความเชื่อมั่นในตนเอง จนไม่ใส่ใจความคิดเห็นของเพื่อนร่วมงาน โดยเฉพาะผู้ที่ทำงานหรือเกี่ยวข้องกับสายเอ็นเทอร์เทน เช่น ดีเจ พิธีกร นักร้อง ศิลปิน พริตตี้ จนถึงผู้ประกอบการสถานบันเทิง วันนี้อาจเกิดดราม่าขึ้นในที่ทำงาน เกิดทะเลาะเบาะแว้ง หรือถูกใส่ร้ายป้ายสี จนเป็นสาเหตุให้หน้าที่การงานสะดุดหยุดลงกลางคัน แล้วหากคุณล้มหรือผิดพลาดเมื่อไหร่ ก็ถูกรุมกระหน่ำซ้ำเติมทันที จนคุณถึงกับเสียเซลฟ์ ขอลาพักร้อนไปเลย

การเงิน :คุณอาจร้อนเงิน จนยอมทำงานสีเทาทุกรูปแบบ ซึ่งสร้างรายได้ให้คุณอย่างเป็นกอบเป็นกำ ดวงคุณควรทำธุรกิจของตัวเองจะเวิร์คกว่าร่วมหุ้นหรือเป็นหุ้นส่วน ควรเก็บเงินไว้บ้างนะคะ เพราะมีความเป็นไปได้สูงว่า จะหมดกับการสังสรรค์ปาจิงโกะจนหมด

ความรัก :  มีความเป็นไปได้สูงที่จะเกิดปัญหาเรื่องชู้สาว โลกใบที่สองเริ่มเข้ามาใกล้คุณแล้วค่ะ แล้วก็ไม่สามารถปรับความเข้าใจกันได้ด้วย ก็รักตัวเองให้มากๆ นะคะ อย่าทำอะไรเพื่อประชดตัวเอง คนโสด คุณมีดวงที่จะตกเป็นโลกใบที่สอง มีความรักแบบซ่อนเร้น ไม่เปิดเผย จะคบกับใครควรซักถามทำความรู้จักกันให้ดีก่อน

สุขภาพ  :  หากคุณเดินทางไปในสถานที่ท่องเที่ยว ควรดูแลสุขอนามัยส่วนตัวให้ดี การ์ดอย่าตก คำนี้อย่าเพิ่งลืม เพราะเชื้อโรคยังอยู่รอบตัวคุณ นอกจากโควิด-19 แล้วยังรวมถึงเชื้ออื่นๆ ด้วย

 

ผู้ที่เกิดวันพุธ

การงาน :  หากคุณกำลังตกอยู่ในภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก ตกอยู่ในสถานะแพะรับบาปมานาน ต้องรับผิดชอบในสิ่งที่ตัวเองไม่ได้ทำ หรือมีงานงอกจากที่ตกลงกันไว้ วันนี้ด้วยความรู้ ความสามารถ และความคิดสร้างสรรค์ของคุณ จะสามารถพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาส โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ดำรงตำแหน่งหน้าที่การงานระดับสูง ไม่ว่าจะทางด้านการเมือง การปกครอง นักธุรกิจ ฯลฯ คุณจะมีความฝัน และทะเยอทะยานที่จะไปให้ถึงความสำเร็จ ซึ่งก็มีความเป็นไปได้สูงที่จะสมดังที่ต้องการ

การเงิน :  มีโชคลาภเข้ามาแบบไม่คาดคิด หากเป็นนักลงทุน หรือนักธุรกิจก็จะเฮงๆ ปังปุลิเยร์ แบบเหนือความคาดหมาย

ความรัก :  คุณมีภาวะผู้นำสูง ชอบทำงานนอกบ้านมากกว่าทำงานบ้าน และชอบที่จะให้คู่เป็นเพื่อนคู่คิดอยู่เบื้องหลังมากกว่าที่จะเป็นผู้นำ ซึ่งคู่คุณก็ไม่ติด ทำหน้าที่พ่อบ้านดูแลและเอาใจใส่อย่างดี คนโสด เสน่ห์ของคุณอยู่ที่การเป็นผู้นำ ชอบที่จะมีแฟนแบบคอยให้กำลังใจอยู่เบื้องหลังมากกว่า

สุขภาพ :  อย่าเครียดนะคะ เพราะความเครียดเป็นบ่อเกิดสำคัญของโรคร้าย แล้วมาแบบไม่แสดงอาการใดๆ ด้วย กว่าจะรู้อีกทีก็ลุกลามไปไกลแล้ว จึงควรเช็กสุขภาพเป็นประจำ

 

ผู้ที่เกิดวันพฤหัสบดี

การงาน  :คุณกำลังอยู่ท่ามกลางสถานการณ์ความตึงเครียด กดดัน  จนดูเหมือนถูกต้อนเข้าสู่ทางตัน หันหาทางออกไม่ได้อยู่หรือเปล่า นับว่าเป็นข่าวดี เพราะในอนาคตอันใกล้นี้คุณจะมีโอกาสเข้าสู่การประมูลงานหรือลงสนามแข่งขัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ทำงานหรือเกี่ยวข้องกับการเดินทาง เช่น รับส่งสินค้า เดลิเวอร์รี่ โลจิสติกส์ ฯลฯ คุณจะพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้ได้รับชัยชนะ ก็มีแนวโน้มว่า จะได้เดินทางไปบุกเบิกหรือขยายสาขายังสถานที่ใหม่ ซึ่งถือเป็นการเริ่มต้นที่ดี

การเงิน :  มีความเป็นไปได้สูงที่จะได้รับเงินพิเศษจากงานพิเศษ ที่มาจากการติดต่อและการเดินทาง แต่ก็ไม่ควรหลงเชื่อคำพูดที่อ่อนหวานที่มาขอความช่วยเหลือให้คุณลงทุนในธุรกิจหรือธุรกรรมต่างๆ เพราะคุณจะถูกหลอก

ความรัก :  ชีวิตรักช่วงนี้ไม่ค่อยราบรื่นนะคะ ไม่ว่าจะพูดอะไร ก็ขัดกันตลอด ซึ่งคุณก็ไม่ชอบให้ใครขัดใจเสียด้วย จึงพยายามจะเอาชนะ และหงุดหงิดง่ายกับเรื่องไม่เป็นเรื่อง หากเป็นแบบนี้นานๆ จะทำให้ความสัมพันธ์ร้าวฉานได้  คนโสด คุณตกหลุมรักคนง่าย จึงเสี่ยงที่จะถูกหลอกได้ง่าย แต่ก็ไม่เข็ดที่จะเริ่มต้นใหม่ แล้วใครก็ห้ามคุณไม่ได้ด้วย

สุขภาพ : เดินดีๆ นะคะ เพราะคุณอาจก้าวพลาดตกจากที่สูง เช่น ขั้นบันได ฟุตบาท แม้กระทั่งตกจากรองเท้าส้นสูง ซึ่งจะทำให้ข้อเท้าพลิก หรือแพลง จนไปถึงกล้ามเนื้อหรือเอ็นอักเสบ

 

ผู้ที่เกิดวันศุกร์

การงาน : วันนี้ต้องระวังอีโก้ตัวเองให้มากๆ เลยนะคะ เพราะคุณคาดหวังถึงความสำเร็จอย่างแรงกล้า จนไม่ให้ความสำคัญกับความคิดเห็นของเพื่อนร่วมงาน มีความเป็นไปได้สูงที่จะทำเกิดดราม่าขึ้นในที่ทำงาน เช่น ถูกแทงข้างหลัง หรือเลื่อยขาเก้าอี้ จนเกิดการทะเลาะเบาะแว้ง อาจไปถึงขั้นเป็นคดีความ ทางที่ดีควรหาเพื่อนรู้ใจหรือผู้รู้ผู้มีประสบการณ์มาช่วยทำงานจะดีกว่า

การเงิน : จากที่เคยติดขัด วันนี้ด้วยอำนาจ วาสนา และบารมีในหน้าที่การงานจะทำให้คุณมีช่องทางหาเงินได้คล่องตัวขึ้น แต่ก็ไม่ควรเป็นด่านหน้าไปกู้ยืมเงิน หรือเซ็นเอกสารค้ำประกันให้ใคร เพราะคุณอาจถูกชักดาบ ต้องรับผิดชอบหนี้สินแทน

ความรัก :ปัญหารักหนักอก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องมือที่สามมาแน่ ใจเย็นๆ นะคะ พยายามปรับความเข้าใจกันให้ได้ คนโสด ดวงที่จะเป็นโลกใบที่สอง และมือที่สามแรงมาก ซึ่งเป็นเรื่องที่คุณไม่สามารถเปิดเผยบอกใครได้

สุขภาพ :  อวัยวะที่ควรให้ความสำคัญเป็นอันดับหนึ่งคือ หัวใจ และโรคที่เกี่ยวกับหัวใจทุกชนิด ยังรวมถึงการอกหักด้วย จึงควรปล่อยวาง อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด และอย่าประชดตัวเอง เพราะคุณเจ็บ แต่คนอื่นไม่เจ็บด้วย

 

ผู้ที่เกิดวันเสาร์

การงาน  :  สำหรับผู้ที่ทำงานหรือเกี่ยวข้องกับงานศิลปะทุกแขนง หรืองานที่เกี่ยวกับความสวยความงามทุกประเภท วันนี้คุณจะสตรองมาก ลุยเดี่ยว ไม่รับฟังความคิดเห็นจากใครเลย ก็มีความเป็นไปได้สูงที่คุณจะเข้าไปข้องเกี่ยวกับงานสีเทาทุกรูปแบบ แล้วก็มีแนวโน้มที่จะประสบความสำเร็จเสียด้วย แต่อย่างไรก็ตามการตัดสินใจที่เด็ดขาด แต่ไม่รอบคอบ และการมีบริวารที่ไม่ซื่อสัตย์จะทำให้งานผิดพลาดอย่างไม่น่าจะเกิดขึ้น

การเงิน :  มีผู้ใหญ่ให้ความอุปถัมภ์ เงินทองและชื่อเสียงหลั่งไหลมา ซึ่งมีความเป็นไปได้ที่จะมาจากงานสีเทา

ความรัก : คุณสายสตรอง มีภาวะผู้นำสูงทั้งงานในบ้าน และงานนอกบ้านก็ส่งเสริมหน้าที่การงานของสามี จนเรียกว่าสามีเกรงใจ คนโสด คุณมีเสน่ห์มากมาย วันนี้มีหนุ่มๆ เข้ามาให้เลือก ซึ่งหากคุณถูกใจก็ไม่แคร์ว่าจะถูกต้องหรือเปล่า  

สุขภาพ :  เดทบ่อย ดื่มหนัก พักผ่อนน้อย ต้องระวังสุขภาพจะทรุดโทรมเร็วกว่าเวลาที่ควรนะคะ

 

 

 

 

ม.ล.อรดิศ สนิทวงศ์ ในฐานะสมาชิกราชสกุล นิยมแต่งชุดไทยในโอกาสพิเศษเสมอ

ม.ล.อรดิศ สนิทวงศ์ ในฐานะสมาชิกราชสกุล
นิยมแต่งชุดไทยในโอกาสพิเศษเสมอ

ในฐานะสมาชิกราชสกุล คุณแก้ว-หม่อมหลวง อรดิศ สนิทวงศ์ ธิดาคนโตของหม่อมราชวงศ์ศุภดิศ และพันโทหญิงนิภาพรรณ ดิศกุล จึงได้คลุกคลีกับผ้าไทยมาตั้งแต่เด็ก จากความชอบสะสมผ้าไทยของคุณแม่ได้ส่งต่อมายังคุณแก้ว จนปัจจุบันคุณแก้วรู้ซึ้งถึงคุณค่า มีข้อมูลผ้าไทยอยู่ในตัว รวมถึงยังนิยมแต่งชุดไทยในโอกาสพิเศษเสมอด้วย 

สมรสกับนายวัฒนวงษ์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา จนปัจจุบันคุณแก้ว-หม่อมหลวงอรดิศ ได้มีบุตรธิดาจำนวน 2 คน คือ น้องนินา-ด.ญ.สนิทนาถ และน้องภาณต-ด.ช.ภาสกฤต ซึ่งไม่ใช่เพียงจะทำหน้าที่คุณแม่ลูกสองเท่าไหร่ ด้านการงานคุณแก้วยังดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการอาวุโสกลุ่มงานองค์กรสัมพันธ์ บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด ซึ่งมักจะได้พบเห็นคุณแก้วตามงานอีเว้นท์ งานสังคมเสมอๆ

อรดิศ สนิทวงศ์ อรดิศ สนิทวงศ์

วันนี้ แพรวดอทคอม จะขอผันจากการส่องมุมชีวิตทำงานของคุณแก้ว มายังเรื่องความใกล้ชิดผ้าไทยและชุดไทย ซึ่งอาจเรียกได้ว่าตลอดชีวิตของคุณแก้ว ในฐานะสมาชิกราชสกุลมีความใกล้ชิดกับเรื่องเหล่านี้มาโดยตลอด เพราะมักจะมีโอกาสแต่งชุดไทยเข้าเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงในรัชกาลที่ 9 ในวาระสำคัญเสมอๆ

คุณแก้วเปิดปากเล่าให้ฟังว่า “ความที่แก้วเป็นลูกคนโตของคุณพ่อคุณแม่ (หม่อมราชวงศ์ศุภดิศ-พันโทหญิงนิภาพรรณ ดิศกุล) และเป็นหลานคนโตของท่านปู่ท่านย่า (หม่อมเจ้าพิริยดิศ-หม่อมเจ้าภัทรลดา ดิศกุล) เมื่อถึงวาระสำคัญๆ เช่น วันฉัตรมงคล วันที่ 5 ธันวาคม ซึ่งเป็นวันพระราชสมภพของในหลวงรัชกาลที่ 9 และวันที่ 12 สิงหาคม ซึ่งเป็นวันพระราชสมภพของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ ผู้ใหญ่จะพาแก้วใส่ชุดไทยจิตรลดาไปเข้าวังเพื่อเข้าเฝ้าฯมาตั้งแต่เด็ก

อรดิศ สนิทวงศ์ อรดิศ สนิทวงศ์

จากไม่รู้คุณค่าผ้าไทย เริ่มเปลี่ยนความคิดเมื่อเริ่มทำงาน

“คุณแม่สะสมผ้าไทยไว้เยอะ ท่านจะหยิบผ้ายกมาให้เราใส่ตั้งแต่เด็ก ซึ่งตอนนั้นเรายังไม่ค่อยเข้าใจหรือรู้คุณค่าผ้าไทยสักเท่าไหร่ จนกระทั่งแก้วเริ่มทำงานจึงรู้ว่าผ้าไทยโดยเฉพาะ ‘ผ้ายก’ ราคาสูง ผืนหนึ่งราคาตกราวๆ 20,000 – 30,000 บาท เพราะทอยาก จึงมีความพิเศษและราคาแพง พอมารู้ทีหลังยังแอบคิดว่าคุณแม่ลงทุนมาก อุตส่าห์หาผ้าดีๆ ให้ลูกใส่ตั้งแต่เด็ก (ยิ้ม) ส่วนชุดไทยที่แก้วใส่ปัจจุบันนี้ส่วนใหญ่เป็นชุดไทยจิตรลดา เน้นเฉดสีที่ชอบเป็นพิเศษอย่างโทนสีเหลือง ทั้งเหลืองเข้ม เหลืองอ่อน สีโอลด์โรส และสีฟ้า เพราะผิวแก้วออกโทนน้ำตาล การใส่สีเหลืองหรือสีฟ้าช่วยขับผิวให้ดูสวย

ใส่ชุดไทยถ่ายนิตยสารแพรว

อรดิศ สนิทวงศ์

ภาพจากนิตยสารแพรว ปักษ์ 929

“ส่วนชุดไทยที่ใส่ครั้งนี้ แก้วขอให้คุณแม่ช่วยหาสไบให้ เพราะแก้วไม่มีชุดไทยจักรพรรดิแบบนี้ คุณแม่จึงหา ‘ผ้าสังเวียน’ (ผ้ายกที่มีลายริมขอบผ้าทั้งสองด้านมาให้) เป็นผ้าทอลายโบราณที่ทำยากมาก ส่วนเครื่องประดับมีสร้อยเพชรซีกแบบเดียวกับหัวเข็มขัดทองคำ พร้อมด้วยต่างหูเข้าชุด กำไลข้อมือ สมัยก่อนเวลาเข้าวัง คุณแม่ก็แต่งแบบนี้ แต่ตอนหลังไม่ค่อยได้ใส่ออกงาน ท่านก็ยกให้ลูกๆ และลูกสะใภ้

หน้าที่การงานหลักก็มีความเกี่ยวข้องกับชุดไทย

“นอกจากนี้หน้าที่หลักในการทำงานของแก้ว (ผู้อำนวยการอาวุโสกลุ่มงานองค์กรสัมพันธ์ บริษัทสยามพิวรรธน์ จำกัด) คือ ดูแลความสัมพันธ์ทุกอย่างภายในศูนย์การค้าทั้งสามแห่ง ถ้าวันไหนมีงานเสด็จพระราชดำเนินที่ศูนย์การค้า หรืองานกาล่าดินเนอร์ แก้วจะใส่ชุดไทยหรือผ้าไทยไปร่วมงาน จนรู้สึกว่าผ้าไทยเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันไปแล้ว แก้วมีทั้งผ้าไหม ผ้าฝ้าย บางทีขอผ้าคุณแม่มาตัดเป็นชุดแส็คมีแขนบ้าง บางชุดดีไซเนอร์ออกแบบจับเดรปเก๋ๆ เวลาคนเห็นแก้วแต่งตัวด้วยชุดผ้าไทยมักแปลกใจว่าสามารถนำผ้าไทยมาแต่งแบบนี้ได้ด้วยเหรอ

อรดิศ สนิทวงศ์ อรดิศ สนิทวงศ์ อรดิศ สนิทวงศ์

เสน่ห์ของชุดไทยในความรู้สึกของคุณแก้ว

“เสน่ห์ของชุดไทยในความรู้สึกของแก้วคือ ความมีเอกลักษณ์และซ่อนกุศโลบายไว้ด้วย เพราะเมื่อไหร่ที่ใส่ชุดไทย เราต้องนั่งสำรวม หลังตรง และมีท่วงท่า จะกระโดกกระเดกไม่ได้ เพราะเป็นชุดที่ต้องใส่ฟิตพอดีกับรูปร่าง ช่วยให้บุคลิกเราดูสง่างามไปโดยปริยาย บวกกับความประณีตในการทอผ้าไทยแต่ละผืนซึ่งมีลวดลายต่างกัน ยิ่งเป็นลายโบราณยิ่งทอยาก ใช้เวลาหลายเดือน ต้องใส่ใจรายละเอียด รวมทั้งใช้ภูมิปัญญาไทย เพื่อให้ผ้าไทยและชุดไทยเหล่านั้นออกมาดูสวยและสง่างาม สามารถเก็บได้ชั่วลูกชั่วหลาน”

นับว่าชุดไทยเรายังคงงดงาม และใช้สวมใส่ได้ในทุกๆ สมัยไม่มีเอ้าท์เลยจริงๆ..

อรดิศ สนิทวงศ์


เรียบเรียงโดย: บะหมี่กุ๊งกิ๊ง_แพรวดอทคอม
ที่มา: นิตยสารแพรว ปักษ์ 929 คอลัมน์ Live Stories เรื่องโดย กิดานันท์, อัฐมาภรณ์, รศนา ภาพโดย วรสันต์, สรยุทธ
ภาพเพิ่มเติม: IG @kaew_auradis , บริษัท ดีเคเอสเอช (ประเทศไทย) จำกัด

นิทรรศการน้ำหอม กว่า 500 แบรนด์ดัง

ครั้งแรกในไทย EVEANDBOY GARDEN OF PERFUME นิทรรศการน้ำหอม กว่า 500 แบรนด์ดัง

อีฟแอนด์บอย (EVEANDBOY) ชวนคนรักน้ำหอมทั่วไทยร่วมดื่มด่ำกับความหอมสุดพิเศษจากน้ำหอมแบรนด์ดังระดับโลกที่รวบรวมมากว่า 500 แบรนด์ ในงาน ‘EVEANDBOY GARDEN OF PERFUME’ พบกับนิทรรศกาลน้ำหอมสุดปัง 5 คอนเซ็ปต์ The Air , The Stream, The Floral , The Botanic  และ The Oriental  ผ่านเทสเตอร์น้ำหอมที่ดีไซน์มาแบบพิเศษชิ้นต่อชิ้น ร่วมสัมผัสได้แล้วตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่ 28 มีนาคม 2564 ตั้งแต่เวลา 10.00 น. – 22.00 น. ที่ SIAM SQUARE 1 ชั้น LG หน้าร้าน EVEANDBOY

น้ำหอม เป็นไอเท็มที่เป็นมากกว่าเครื่องสำอาง ซึ่งเป็นที่นิยมของคนจำนวนมากในปัจจุบัน เพราะเป็นเสมือนไอเท็มที่จะช่วยเสริมเสน่ห์ เพิ่มความมั่นใจ โดยแต่ละกลิ่นก็จะความแตกต่างกันออกไป แล้วแต่คนชอบและโอกาส ซึ่งนั่นทำให้การฉีดน้ำหอมสามารถบอกถึงตัวตนและเอกลักษณ์ของคนนั้นได้ด้วย

นิทรรศการน้ำหอม กว่า 500 แบรนด์ดัง

โดยสำหรับ EVEANDBOY เป็นที่รู้จักในกลุ่มลูกค้าว่าเป็นดั่ง Beauty Destination ที่มีสินค้าความงามหลากหลายให้เลือกสรร ทั้งสกินแคร์ เครื่องสำอางที่หลากหลาย และที่โดดเด่นถูกใจนักช้อปทั้งคนไทยและต่างประเทศคือ การเป็นศูนย์รวมน้ำหอมแบรนด์ดังระดับโลก มีให้เลือกหลากหลายตั้งแต่ Masstige Brand, Luxury Brand และ Niche Brand ซึ่งนอกจากความหลากหลายแล้ว ยังการันตีว่าเป็นน้ำหอมแท้จากบริษัทผู้นำเข้าชั้นนำ 100% เพื่อตอกย้ำการเป็นผู้นำ Beauty Destination อีฟแอนด์บอยจึงจัดนิทรรศการ ‘EVEANDBOY GARDEN OF PERFUME’ เพื่อเปิดประสบการณ์ใหม่ให้ผู้บริโภคได้สัมผัสกลิ่นหอมในรูปแบบ Art Exhibition ที่แตกต่างและไม่เหมือนใครมาจัดแสดงครั้งยิ่งใหญ่ใจกลางเมือง รวบรวมน้ำหอมในดวงใจหลายๆคนกว่า 1,000 รุ่นให้กับคนรักน้ำหอมทั่วไทยได้มาทดลอง สัมผัสความหอมแบบเอ็กซ์คลูซีฟ พร้อมโปรโมชั่นที่มีเสน่ห์เกินต้านทาน เรียกได้ว่ามางานนี้งานเดียว คุณจะต้องได้รับน้ำหอมกลิ่นที่ถูกใจกลับไปอย่างแน่นอน

ภายในงานสวนน้ำหอมสไตล์ Art Exhibition ครั้งแรกของเมืองไทย ‘EVEANDBOY GARDEN OF PERFUME’ กับ 5 คอนเซ็ปต์สุดปังที่ต้องไปเช็คอินและดื่มด่ำความหอมทุกจุด

  • The Air คอนเซ็ปต์ที่ให้คุณได้สัมผัสความหอมสดชื่นเบาสบาย ที่ลอยอยู่ในอากาศ
  • The Stream คอนเซ็ปต์ที่นำเสนอความหอมที่มาในรูปแบบของหยดน้ำหอม ที่กลั่นตัวเป็นสายน้ำ
  • The Floral คอนเซ็ปต์ที่ให้คุณมีความรู้สึกเหมือนอยู่ในสวนดอกไม้ที่กำลังผลิบานผัดกลิ่น
  • The Botanic คอนเซ็ปต์ที่จะมอบความสดชื่นเหมือนกำลังอยู่ท่ามกลางป่าและธรรมชาติ
  • The Oriental คอนเซ็ปต์ที่จะปลุกพลังชีวิตกับคลื่นพลังความหอมสุดร้อนแรง จากฝั่งตะวันออก

โดยสามารถทดลองกลิ่นหอมของทั้ง 5 คอนเซ็ปต์ ผ่านเทสเตอร์น้ำหอมที่ดีไซน์มาแบบพิเศษและปราณีตที่แสดงถึงเอกลักษณ์ของคอนเซ็ปต์นั้นๆ พร้อมทั้งสามารถศึกษาน้ำหอมกลิ่นที่คุณสนใจ ด้วยแผ่นเทสน้ำหอมและใบข้อมูลน้ำหอมที่จะบรรยายรายละเอียดของกลิ่นต่างๆ เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจซื้ออีกอย่างหนึ่ง

พบน้ำหอมแบรนด์ดังระดับโลกกว่า 1,000 กลิ่น ลดสูงสุดถึง 60% พร้อมร่วมกิจกรรมเวิร์คช็อปสำหรับลูกค้าคนพิเศษให้ได้ร่วมสนุก และโปรโมชั่นสุดปัง!

ปังที่ 1 : รวมน้ำหอมแบรนด์ดังลดสูงสุด 60%

ปังที่ 2 : เพียงซื้อน้ำหอมที่ร่วมรายการครบ 4,500 บาท รับเพิ่มฟรีน้ำหอม 1 ขวด ยิ่งซื้อยิ่งแถม!!!

ปังที่ 3 : เพียงซื้อน้ำหอมใดๆที่ร่วมรายการ 1 ชิ้น รับของสมนาคุณสุดพิเศษทันที!!

ปังที่ 4 : เพียงช้อปน้ำหอมครบ 3,500 บาท ร่วมสนุกรับของสมนาคุณสุดพิเศษในตู้ Lucky Box ทันที!!

ปังที่ 5 : FRAGRANCE EXHIBITION ขนน้ำหอม COUNTER BRAND ระดับโลกมาท้าพิสูจน์ความหอมแบบจัดเต็ม!!!

ปังที่ 6 : EXCLUSIVE SMELLING STRIPS แผ่นเทสน้ำหอมลวดลายเฉพาะแบรนด์ไม่เหมือนใคร เฉพาะงานนี้เท่านั้น !!

ปังที่ 7 : ร่วมกิจกรรม WORKSHOP สุดพิเศษ กับแบรนด์น้ำหอมชั้นนำ อาทิ BVLGARI , MONTBLANC , COACH , LANVIN สัมผัสกลิ่นหอมตราตรึงใจ และกิจกรรมดีๆได้ในงานนี้ ที่เดียวเท่านั้น!

พิสูจน์ความหอมจากน้ำหอมในดวงใจจากแบรนด์ดังที่คุณชื่นชอบได้ใน นิทรรศการ ‘EVEANDBOY GARDEN OF PERFUME’ ระหว่างวันที่ 19 – 28 มีนาคม 2564 เวลา 10.00 น. – 22.00 น. ณ SIAM SQUARE 1 ชั้น LG หน้าร้าน EVEANDBOY

 

 

น้ำหอมกลิ่นคู่ใจของหนุ่มสุดเท่ 'แจ็คสัน หวัง'

น้ำหอมกลิ่นคู่ใจของหนุ่มสุดเท่ ‘แจ็คสัน หวัง’ อบอวลด้วยแนวกลิ่นเซ็กซี่และมีเสน่ห์

น้ำหอมขวดสีแดงสดที่ได้รับแรงบันดาลใจจากริมฝีปากแดงอิ่มเอิบ SÌ Passione ของ GIORGIO ARMANI คือน้ำหอมระดับไอคอนที่ได้ชื่อว่ามีแพ็คเกจจิ้งงดงามโดดเด่นที่สุด กลิ่นหอมได้รับการออกแบบให้เป็นผู้หญิงแบบอาร์มานีที่มีความแข็งแกร่ง ทว่าอ่อนโยนและมีอิสระ กลิ่นที่เข้มข้นแสดงถึงพลังอันแรงกล้า แน่วแน่ และกล้าตัดสินใจ ส่วนกลิ่นที่ตามมาของกุหลาบและวานิลลานั้นสื่อถึงความรัก ความหลงใหล และความเร่าร้อนของผู้หญิงที่ครบเครื่องกลมกล่อม แต่น้ำหอมรุ่นนี้ไม่ได้มีแฟนเฉพาะในกลุ่มผู้หญิง หนุ่มเท่อย่าง “แจ็คสัน GOT7 หรือ แจ็คสัน หวัง (Jackson Wang)” ก็หลงใหลน้ำหอมกลิ่นนี้ จนกลายเป็นกลิ่นคู่ใจ

“ปกติผมชอบกลิ่นน้ำหอมผู้หญิงอยู่แล้ว เพราะส่วนมากกลิ่นไม่แรง เซ็กซี่และมีเสน่ห์ SÌ Passione เป็นน้ำหอมผู้หญิงที่มีความเป็นยูนิเซ็กส์ พอที่จะทำให้ผมใช้ได้อย่างไม่เขิน เวลาฉีดมักมีคนถามเสมอว่าใช้น้ำหอมอะไร ที่สำคัญขวดก็สวยเซ็กซี่มากด้วย”

น้ำหอมกลิ่นคู่ใจของหนุ่มสุดเท่ ‘แจ็คสัน หวัง’ อบอวลด้วยแนวกลิ่นเซ็กซี่และมีเสน่ห์

น้ำหอมกลิ่นคู่ใจของหนุ่มสุดเท่ 'แจ็คสัน หวัง'น้ำหอมกลิ่นคู่ใจของหนุ่มสุดเท่ 'แจ็คสัน หวัง'น้ำหอมกลิ่นคู่ใจของหนุ่มสุดเท่ 'แจ็คสัน หวัง'


ข้อมูล : นิตยสารแพรว ฉบับ 967
ภาพ IG : jacksonwang852g7

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

สมาร์ทมากพ่อ! ‘ซงจุงกิ’ หล่อ เนี้ยบ หน้าใส คัมแบ็กอย่างเท่ในบท ทนายมาเฟีย

หุ่นกร้าวใจมาก! ปั้นซิกแพคแบบ “คิมซูฮยอน” แค่ 5 ท่าง่ายๆ อยู่บ้านก็ทำได้

ที่มา ทรงผมพุดเดิ้ลสุดคิ้วต์ของ ‘แทคยอน’ ในซีรีส์ Vincenzo ทนายมาเฟีย

 

กลัฟ-คณาวุฒิ

เส้นทางนักแสดง กลัฟ-คณาวุฒิ จากดาราโนเนมที่ได้ออกแค่ 2 ซีน สู่พระเอกช่อง

จากดาราโนเนมที่ได้ออกแค่ 2 ซีน ในละคร เลือดมังกร กลัฟ-คณาวุฒิ หวนร่วมงานกับช่อง 3 อีกครั้ง พร้อมขึ้นแท่นพระเอกน้องใหม่มาแรงของช่อง

หลังจากที่โด่งดังอย่างสุดขีดจากซีรีส์เรื่อง TharnType ล่าสุดเมื่อไม่นานมานี้ “คณาวุฒิ ไตรพิพัฒนพงษ์” หรือ “กลัฟ” ได้ตัดสินใจเซ็นสัญญากับช่อง 3 โดยในการเข้าตึกมาวันแรกของหนุ่มน้อยคนนี้ มีแฟนคลับเดินทางมาให้กำลังเป็นจำนวนมาก ๆ นอกจากนี้แฟนคลับยังขนของขวัญที่ไม่ใช่ตุ๊กตาหมี เพราะเป็นช่อดอกไม้เงินล้านๆ มูลค่ามากกว่า 2 ล้านบาท มาร่วมแสดงความยินดีกับหนุ่มคนนี้ด้วย

ล่าสุดเมื่อวันที่ 26 มี.ค. 2564 รายการโหนกระแส ดำเนินรายการโดย”หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย” ได้เชิญพระเอกคนใหม่ของช่อง 3 มาร่วมพูดคุยในรายการ ซึ่งนักแสดงหนุ่มคนนี้ได้เผยออกมาว่าจริงๆ แล้วละครเรื่องแรกของเขาก็แสดงกับช่อง 3 นี่แหละ ในเรื่อง “เลือดมังกร ”

เส้นทางนักแสดง กลัฟ-คณาวุฒิ ไตรพิพัฒนพงษ์ พระเอกน้องใหม่มาแรงของช่อง 3

กลัฟ-คณาวุฒิ

มีพี่น้องกี่คน?

“มีพี่สาวอีกหนึ่งคนคร้บ ออกทางคุณแม่ ผมจะเหมือนคุณพ่อ แม่จะหมวยๆ นิดหนึ่ง”

ทำไมชื่อกลัฟ?

“มาจากชื่อบริษัทคุณพ่อ เกรท ยูเนียน โปรดักซ์ เลยเอาตัวข้างหน้ามารวมกัน G U P เป็นคำว่ากัฟ”

ทำไมอยู่ดีๆ เป็นกลัฟ?

“ผมไปเปลี่ยนเองให้เป็นกลัฟ อยากให้ชื่อมีความหมาย กลัฟแปลว่าอ่าวครับ กัฟๆ เฉยๆ ก็ตลกดี แต่อยากให้มีความหมายในชื่อของเรา”

กระแสน้องมาเป็นเบอร์ต้นๆ แซงโค้งศิลปินใหม่ๆ รู้สึกยังไงกับตรงนี้?

“ก่อนอื่นต้องขอบคุณพี่ๆ แฟนคลับ พูดกันตรงๆ ว่าถ้าไม่มีพี่ๆ แฟนคลับคอยซัปพอร์ต เราจะมาถึงจุดนี้ไม่ได้ พี่ๆ เขาช่วยซัปพอร์ตเราทุกเรื่อง”

เคยเล่นละครกับช่อง 3 ?

“ละครเรื่อง “เลือดมังกร ตอนสิงห์” แสดงเป็น “พี่ติ๊ก-เจษฎาภรณ์” ตอนช่วงวัยรุ่น เล่นประมาณ 2 ซีนครับ มีซีนหน้าบรรพบุรุษ และซีนไปขั้นรถเพื่อไปสนามบิน เป็นเรื่องแรก ตื่นเต้นมาก ต้องมาเจอพี่ติ๊ก พี่อู๋”

มาเล่นเรื่องนี้ได้อย่างไร?

“ตอนแรกเราไปเรียนแอคติ้งอยู่ ช่วงม.4 เหมือนครูที่สอนแอคติ้งผม เขาเป็นแอคติ้งโค้ชในกอง “พี่อ๊อฟ พงษ์พัฒน์” เขากำลังหานักแสดงที่จะมารับบทนี้ เขาก็เอาเด็กๆ ในคลาสไปแคสกับ “พี่แดง ธัญญา“ปรากฏว่าใครจะไปคิด วันนั้นสิ่งที่พี่แดงได้เห็น กลายเป็นตัวจุดประการตัวหนึ่ง”

ทำให้กลัฟโด่งดังเหมือนพี่ติ๊ก?

“ยังไม่ขนาดนั้นครับ (หัวเราะ) ”

พี่เดินไปช่อง 3 ตกใจมาก คิดว่ามีงานแห่อะไร ดอกไม้เต็มกำแพง พอเดินไปดูใกล้ๆ เป็นแบงก์ 100 500 1,000 ขอละลาบละล้วง วันนั้นได้ของขวัญจากความรักแฟนๆ เป็นมูลค่าเท่าไหร่ เห็นว่า 3 คันรถที่แบกกลับไป?

“ไม่แน่ใจเหมือนกัน เท่าที่รู้จะมีช่อนึง 2.5 แสนมั้งครับ แค่ช่อเดียว แต่ชื่ออื่นไม่ทราบมีมูลค่าเท่าไหร่”

ไปถามผจก. และคุณแม่มาแล้ว คุณแม่บอกว่าวันนั้นที่มาช่อง 3 มีคนที่รักกลัฟ ส่งสิ่งของ เงิน ต่างๆ นานา ทำสัญลักษณ์แทนความรักส่งมาให้ เบ็ดเสร็จเกือบ 2 ล้านบาท?

“2 ล้านเลยเหรอครับ ผมรับทราบแค่ผ่านๆ คนจัดการจะเป็นทางคุณแม่”

นี่เป็นส่วนน้อย เคยมีความรักของแฟนคลับที่ส่งมาให้ ในวันรับปริญญา ครั้งนั้นเขาส่งมาเบ็ดเสร็จ รวมเป็นตัวเงินเท่าไหร่?

“น่าจะ 3 ล้านได้มั้งครับ”

คณาวุฒิ ไตรพิพัฒนพงษ์

เงินที่กลัฟได้มา 2-3 สามล้านไม่ได้เก็บไว้คนเดียว เอาไปทำอะไร?

แล้วแต่โอกาส บางครั้งนำไปบริจาค บางครั้งนำไปมอบให้โรงพยาบาลในวันวาเลนไทน์ที่ผ่านมานำเงินที่พี่ๆ แฟนคลับให้เรา นำไปบริจาคให้โรงพยาบาล 4 ภาค“

ไม่ได้เอาไว้ทั้งหมด ให้แฟนๆ ได้มีการทำบุญร่วมกัน?

“ใช่ เหมือนเป็นการร่วมบุญกันแล้วกัน”

แฟนคลับไปถึงจีน แม่จีนเยอะมาก?

“ใช่ครับ พี่ๆ แฟนคลับที่จีนจะเยอะมากๆ แต่เราไม่มีโอกาสได้ไปเจอ”

รถเมล์มีรูปกลัฟ ที่ไหน?

“น่าจะไต้หวัน”

ไม่ใช่โฆษณา?

“ไม่ใช่ครับ”

เขาทำเพราะรัก อยากเห็นกลัฟมีรูปอยู่บนรถที่วิ่งผ่านไปมา?

“พี่ๆ เขาอยากทำให้คนต่างประเทศรู้จักเรามากขึ้นด้วย”

อีกรูปที่ไหน?

“เอ็มบีเค”

แฟนคลับลงเงินลงขันทำสิ่งนี้ให้กลัฟ เนื่องในวันอะไร?

“น่าจะวันเกิด ที่เอ็มบีเคทำหลายครั้ง”

10 ล้านเลย?

“น่าจะใช่ครับ”

เขารักของเขา เขาจ่ายคนละนิดละหน่อยเอามารวมๆ กัน แล้วบีทีเอช แม่จีนทำให้ไหม?

“น่าจะแม่จีนครับ”

พี่ว่าไลโอพี่ก็ว่าเยอะทั่วประเทศ ของกลัฟมาเหนือเมฆจริงๆ ต้องยอม หลายคนอาจสงสัย กลัฟเป็นใคร โด่งดังมาจากอะไร?

“ถ้าโด่งดังจริงๆ น่าจะธารไทป์เดอะซีรีส์ เล่นกับพี่มิว เป็นซีรีส์วาย”

มีการจิ้นกัน ได้รับกำลังใจจากแฟนๆ เยอะมากถึงขั้นไหน?

“ก็มีถึงขั้นอยากให้รักกันจริงๆ ด้วยเคมีอะไรต่างๆ เวลาผมอยู่กับพี่เขา หรือพี่เขาอยู่กับผม พี่เขาเป็นคนคอยใส่ใจ เวลาอยู่กับผม มันดูน่ารัก มันดูจิ้น”

โด่งดังในซีรีส์วาย มีคนชื่นชอบ มีแฟนคลับจากต่างประเทศ ทำไมวันนี้เลือกเซ็นสัญญากับช่อง 3?

“ผมว่าก้าวนี้มันเป็นก้าวสำคัญสำหรับผม ตัวผมเองอยากจะหาประสบการณ์ในการแสดงที่มีความท้าทายมากยิ่งขึ้น ตอนแรกเราได้ลองเล่นซีรีส์แล้ว เราอยากลองทำอะไรที่จริงจังมากยิ่งขึ้น และรู้สึกมีความกระตือรือร้นมากยิ่งขึ้่นในการทำงาน เราก็เลยเลือกตัดสินใจมาอยู่กับช่อง 3”

ตัดสินใจนานหรือเปล่า?

“ตัดสินใจไม่นาน เพราะเคยร่วมงานกันมาแล้ว ช่องเป็นช่องมีคุณภาพ พอได้ทำงานด้วยก็สบายใจ และรู้สึกได้ถึงความเป็นมืออาชีพ ก็อยากพัฒนาตรงนี้ด้วย”

นอกจากแม่จีน มีแม่ไหนอีก?

“แม่เกาหลี ญี่ปุ่นก็มีครับ แถบทวีปอเมริกาใต้ก็มีครับ”

วันนี้พรีเซนเตอร์ไม่เกือบ 10 ตัวจริงไหม?

“ใช่ครับ ทยอยถ่ายอยู่ครับ บางตัวถ่ายเสร็จแล้ว และบางตัวที่กำลังถ่าย และบางตัวยังไม่ได้ถ่าย”

พ่อทำงานเกี่ยวกับอะไร?

“พ่อเปิดธุรกิจส่วนตัว ทำเกี่ยวกับบรรจุภัณฑ์ แม่จะช่วยคุณพ่อ พี่สาวก็ช่วยคุณพ่อ เพราะเขาเรียนจบมาทางสายเดียวกับคุณพ่อ”

พ่อแม่สนับสนุนให้อยู่วงการตั้งแต่แรกไหม?

“ตอนแรกอาจจะยังไม่ได้สนับสนุนเต็มร้อยเท่าไหร่ เพราะช่วงที่เราเริ่มรู้จักวงการบันเทิง ช่วงนั้นเรากำลังเรียนสวนกุหลาบ เป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ จะเลือกสายการเรียน วิทย์คณิต ศิลป์ คำนวณ พ่อแม่ก็อยากให้เราเรียน เราเลยต้องเรียนก่อนช่วงแรก แต่พอเข้ามหาวิทยาลัย ได้มีโอกาสลองทำงานมากยิ่งขึ้น พอเริ่มจะประสบความสำเร็จ พ่อแม่ก็มีส่วนผลักดัน เขาไปไหนกับเราตลอด”

กลัฟกับมิว เป็นคู่จิ้นที่ดังมาก แต่ตอนนี้สองคนแยกออกมาแล้ว มีคนตั้งประเด็นคำถามว่า มิวกับกลัฟวันนี้ทะเลาะกัน แตกกัน ไม่ได้เจอกัน จริงไหม?

“ไม่คร้บ เรามีงานคู่ร่วมกันอีกต่อจากนี้ แต่ว่าอาจไม่ได้เยอะเท่าแต่ก่อน เพราะพี่เขามีเส้นทางความฝันของเขา เขาชอบร้องเพลง อยากเป็นศิลปินอาชีพ ส่วนผมอยากลองบทท้าทาย อยากทำงานในสายการแสดง ด้วยสายงานอาจทำให้พี่เขาทำงานในส่วนของเขา เราทำงานในส่วนของเรา”

ทำไมมีข่าวบ่อยว่ามีปัญหากัน?

“ก็เคยได้ยินบ้าง อาจเป็นเพราะช่วงหลังๆ เราไม่ค่อยได้เจอ ไม่ได้ร่วมงานกัน แต่จริงๆ ก็เหมือนเดิม คุยไลน์กันมากกว่า”

มิวรู้ไหมเรามาเซ็นกับช่อง 3?

“น่าจะทราบครับ น่าจะดีใจกับเรา”

มิวกลัฟ

ทำไมไม่ชวนเขามาด้วย?

“พี่เขาอยากร้องเพลง”

โอกาสร่วมงานกันยาก?

“ก็อาจจะมีโอกาส แต่ไม่รู้เหมือนกันว่าจะยังไง”

เรื่องละครมาเล่นช่อง 3 ได้ยินมามีละครเรื่องหนึ่ง หลายคนกรี๊ดกร๊าดกันมาก และหลุดไปเยอะมาก ดวงใจเทวพรหม ภาคต่อสุภาพบุรุษจุฑาเทพ เป็นรุ่นลูก เขาบอกหนึ่งในนั้นคือกลัฟ?

“อันนี้ผมยังพูดอะไรไม่ได้จริงๆ ต้องให้ผู้ใหญ่เคลียร์กันให้เรียบร้อย คุยกันให้เรียบร้อยก่อน ก็รอติดตามดีกว่าครับ เราไม่รู้รายละเอียดข้างใน แต่เราเห็นข่าวนี้”

มีละครที่ต้องเล่นกับช่อง 3?

“ต้องมีแหละครับ แต่เราพูดเยอะไม่ได้จริงๆ”

เห็นบอกว่ามีละครอีกเรื่องหนึ่ง ต้องเล่นกับนางเอกรุ่นพี่ระดับซูเปอร์สตาร์ช่อง 3?

“รอติดตามครับ รอลุ้นครับ (หัวเราะ) อยากให้เซอร์ไพรส์ ถ้าใช่ก็ใช่ ถ้าไม่ใช่ก็ไม่เจอครับ”

กังวลใจเรื่องการทำงานมั้ย ต่อไปต้องมีไปประกบนักแสดงคนนั้นคนนี้ กลัวแฟนคลับจะรู้สึกว่าไม่เหมาะกับกลัฟ จะรับมือกับเรื่องนี้ยังไง?

“ผมว่าพี่ๆ แฟนคลับของผมน่ารักทุกคน เขาพร้อมสนับสนุนเราทุกอย่าง ไม่ว่าจะเล่นอะไร ไปคู่กับใคร เขาพร้อมซัปพอร์ตกับเราอยู่แล้ว และเหมือนเป็นการพัฒนาอีกก้าวหนึ่งของเราด้วย พี่ๆ ก็ยินดี”

การแสดงต้องเรียนเพิ่ม?

“น่าต้องไปเรียนแน่นอนครับ ตื่นเต้นที่จะได้เจอการทำงานที่จริงจัง เจอพี่ที่มีความเป็นมืออาชีพ ทั้งทีมงานและนักแสดง เนื่องจากเราค่อนข้างใหม่ในวงการละครด้วย”

ซีรีส์วายที่ไปเล่นกับมิวยังไม่โหดพอ หรือใกล้ตัวเรา?

“มันใกล้ตัวด้วย ด้วยวัยตัวละครใกล้ตัวเรา ทำให้เราทำความเข้าใจค่อนข้างง่าย แต่พอมาเป็นละครแบบนี้จะมีความเป็นผู้ใหญ่มากยิ่งขึ้น ไกลตัวมากขึ้น”

นอกจากร่วมงานกับช่อง 3 เห็นว่ามีเรื่องคอนเสิร์ต?

“เป็นคอนเสิร์ตโปรเจกต์แรกที่ทำกับช่อง ch3+ เป็นคอนเสิร์ต ไลฟ์สตรีมมิ่งเต็มรูปแบบ จะขึ้นวันที่ 2 เม.ย. ในงานก็จะมีทั้งหลายๆ สเตท ให้พี่ๆ ได้รับติดตาม และมีเกสท์สุดพิเศษ คิดว่าพี่ๆ แฟนคลับน่าจะรู้จักกันทุกคน ยังบอกไม่ได้ อยากเซอร์ไพรส์ ให้รอดูในแอปฯ ch3+ ครับ”

กลัฟเคยมีคอนเสิร์ตในวันเกิด วันนั้นหนึ่งนาที บัตรกี่ที่นะ?

“ประมาณ 3 พัน หนึ่งนาทีหมดเลย เป็นคอนเสิร์ตเดี่ยวครั้งแรก ตื่นเต้นมาก เราซ้อมกับคอนเสิร์ตนี้ ใช้เวลานานมาก”

เป็นคนชอบร้องเพลง?

“ร้องได้ แต่ไม่ได้ร้องเพราะ ตอนแรกร้องเพี้ยน แต่พยายามพัฒนาสกิลให้ร้องไม่เพี้ยน แต่ไม่ได้ถึงขั้นเพราะเหมือนนักร้อง ผมชอบแนวฮิปฮอป (ร้องเพลงให้ฟัง) ก็ร้องได้ครับ”

ch3+ จัดเต็มแน่นอน มีแขกรับเชิญกี่คน?

“ประมาณ 3 คน เชื่อว่าน่าจะรู้จักกัน เขาไม่รู้ว่าคือใคร แต่พอออกมาในงานคอนเสิร์ตน่าจะว้าว รู้จักกัน”

มีคนถามว่ามีแฟนหรือเปล่า?

“ไม่มีครับ หาเวลานอนครับตอนนี้”

ดึกๆ ก่อนนอนบอกฝันดี?

“ไม่มี บอกตัวเองครับ (หัวเราะ)”

สเปกสาวเป็นไง?

“เอาจริงๆ ผมไม่สเปกตายตัว ไม่ได้เจาะจงว่า คม หมวย หรืออะไร แค่ดูว่าพี่เขา น้องเขา หรือใครก็ตามที่มาคุยกับเรา เขาสามารถเข้าใจในหน้าที่การงานเราหรือเปล่า เพราะงานเราไม่มีเวลาด้วย ต้องทุ่มเทกับการทำงานค่อนข้างเยอะ ถ้าเราเหนื่อยกับงาน แล้วเจอคนไม่เข้าใจงาน กลับมาก็ทะเลาะกันอีก ก็ยิ่งทำให้การใช้ชีวิตเหนื่อยและยากมากขึ้น และที่สำคัญต้องรักครอบครัวเราด้วย”

แม่หวงหรือเปล่า?

“ไม่รู้ (กรรชัยถามแม่หวงมั้ย แม่บอกยังไม่ให้มีแฟน)”

แม่ภูมิใจมั้ย?

“ภูมิใจมาก”

คุณแม่กลัฟ

รู้สึกยังไงบ้างเหมือนเป็นดาวรุ่งดวงใหม่ ในมุมอยู่วงการมานาน คนที่ทะลุมาได้แบบนี้มีไม่กี่คน กลัฟเป็นหนึ่งในนั้น แล้วทะลุขึ้นมาเลย ภาพที่เห็นตกใจมาก รู้สึกยังไงกับชีวิต ณ วันนี้?

“ดีใจ เอาจริงๆ ตอนแรกผมมีความฝันอยากดูแลครอบครัวได้ ดูแลตัวเองได้ ใช้เงินตัวเองนำไปช่วยเหลือครอบครัว แต่ไม่คิดว่าความฝันนั้นจะมาเร็วขนาดนี้ด้วย เพราะช่วงโควิดที่ผ่านมา พูดตรงๆ ที่บ้านไม่ได้ประสบความสำเร็จเหมือนแต่ก่อน เพราะพิษโควิด ทำให้ธุรกิจค่อนข้างเงียบ แต่พอเราได้ทำงานในจุดนี้ เราก็มีงานมาเรื่อยๆ ทำให้เรานำรายได้ตรงนี้มาช่วยครอบครัวได้ เราเหมือนเป็นเสาหลักให้ครอบครัว เราก็รู้สึกดีใจมากๆ ที่เราทำตามความฝันนี้ได้”

อยากบอกอะไรกับแฟนคลับ หรือคนที่ไม่เคยรู้จักเรามาก่อน แต่วันนี้ช่อง 3 กลัฟมาแล้ว?

“ก็ต้องขอบคุณพี่ๆ แฟนคลับ ที่สนับสนุนและคอยเดินข้างๆ กัน จนผมมมาถึงจุดนี้ได้ ก็อยากให้ซัปพอร์ตไปนานๆ สำหรับใครที่ไม่รู้จักผม ก็ขอฝากเนื้อฝากตัวไว้ด้วยนะครับ ผมเป็นน้องใหม่ครอบครัวช่อง 3”

กลัฟหล่อแบบของแท้ หรือศัลยกรรม?

“ของแท้ครับ มีดัดฟันอย่างเดียว ไม่เคยศัลยกรรม เป็นอย่างนี้ตั้งแต่เกิดครับ แต่โตขึ้น ตอนในละครตอนเด็กยังดัดฟันไม่เสร็จ ตอนนี้่ก็ผ่านมา 6-7 ปีได้แล้วครับ”

ในวันได้กลัฟได้ร่วมงานกับช่อง 3 ครั้งแรกในฐานะนักแสดงรับเชิญเป็นคุณติ๊ก เจษฎาภรณ์ แต่วันนี้กลับมาอีกครั้งในฐานะครอบครัว น้องชายคนหนึ่ง ขอต้อนรับเขาสู่ครอบครัวช่อง 3?

“ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะครับ ขอบคุณพี่หนุ่มครับ”


สามารถติดตามอ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติมได้ที่นี่

รู้จักตัวตนลึกๆ ‘กลัฟ คณาวุฒิ’ หนุ่มโลกส่วนตัวสูง หน้าหวานแต่ชอบเที่ยวแบบสายลุย

สายเปย์ที่แท้ทรู กลัฟ-คณาวุฒิ ได้รับช่อดอกไม้เงินล้านจากแฟนคลับ

พิธีเลี้ยงงานแต่ง

บ่าวสาวควรรู้ไว้ 5 เหตุผลที่ควรซ้อมรันคิว พิธีเลี้ยงฉลองงานแต่ง ก่อนเวลาจริงมาถึง

หลังจากวุ่นวายกับการเตรียมงาน ทั้งลองชุด เลือกของตกแต่ง คอนเฟิร์มช่างภาพ และอะไรอื่นๆ อีกเยอะแยะมากมาย ทั้งเจ้าบ่าวและเจ้าสาวอาจจะคิดว่าคงไม่มีเวลาและไม่จำเป็นจะต้องซักซ้อมเกี่ยวกับพิธีต่างๆ ให้วุ่นวาย ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว การซ้อมรันคิว โดยเฉพาะ พิธีเลี้ยงฉลองงานแต่ง ก่อนถึงวันจริงนั้นค่อนข้างสำคัญ และช่วยได้เยอะ เพราะเป็นพิธีที่มีแขกเหรื่อมาร่วมงานเยอะที่สุด แพรวเวดดิ้ง เลยมีเหตุผลที่บ่าวสาวควรซ้อมรันคิว พิธีเลี้ยงฉลองงานแต่ง ก่อนจะถึงวันจริงมาฝาก อาจจะซ้อมก่อนวันจริงหนึ่งหรือสองวัน หรือถ้าในงานไม่ได้มีลำดับพิธีเยอะมาก ก็อาจจะซ้อมหนึ่งชั่วโมงหรือครึ่งชั่วโมงก่อนพิธีจริงเริ่มก็ได้ และไม่ควรซ้อมก่อนวันจริงเกินหนึ่งอาทิตย์ เพราะอาจจะทำให้ลืมคิวที่ซักซ้อมไว้ได้ นอกเหนือจากนั้นแล้วจะมีข้อดีของการจัดซ้อมรันคิวอะไรอีกบ้าง ตามไปดูกันเลย

บ่าวสาวควรรู้ไว้ 5 เหตุผลที่ควรซ้อมรันคิว พิธีเลี้ยงฉลองงานแต่ง ก่อนเวลาจริงมาถึง

1. ช่วยให้ทุกคนในงานเข้าใจตรงกันครั้งสุดท้ายก่อนวันจริง

ในช่วงงานเลี้ยงอาจจะมีลำดับพิธีการอีกหลายอย่าง บางงานอาจจะมีการแสดงโชว์ รวมไปถึงการถ่ายภาพเก็บบรรยากาศภายในงานแต่ง ทุกๆ คนที่มีส่วนเกี่ยวข้องต่างก็มีหน้าที่ในส่วนของตัวเอง การซ้อมรันคิว พิธีเลี้ยงงานแต่งจะช่วยให้ทุกคนรู้ว่าหน้าที่ของตัวเองต้องประจำอยู่ตรงไหน เวลาไหน เช็คความมั่นใจเพื่อให้เกิดความผิดพลาดในวันและเวลาจริงน้อยที่สุด

พิธีเลี้ยงงานแต่ง

 

2. ลดความตื่นเต้นก่อนพิธีให้กับบ่าวสาว

งานแต่งงาน เป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาที่สำคัญมากในชีวิต ปฏิเสธไม่ได้ว่าในวันนั้นเราจะต้องตื่นเต้นมากขนาดไหน บางคนอาจจะถึงวิตกกังวล เพื่อเป็นการลดปัญหาความเครียดและความกังวลก่อนพิธีแต่งงานในตอนเย็น เนื่องจากพอถึงเวลาพิธีเลี้ยงจริงแล้ว เจ้าบ่าวหรือเจ้าสาวอาจจะไม่คุ้นชินกับสถานที่ ใส่รองเท้าแล้วเดินในพิธีไม่สะดวก หรือยังไม่รู้จังหวะและมุมดีๆ สำหรับภาพถ่ายในงานให้เพอร์เฟค ดังนั้นแล้วเพื่อเพิ่มความสบายใจและลดความกังวลตื่นเต้นบ่าวสาวควรซ้อมรันคิวของตัวเองในพิธีด้วยเช่นกัน

พิธีเลี้ยงงานแต่ง

 

3. ช่วยให้แขกในงานเลี้ยงรู้ว่าต้องไปที่ไหน นั่งตรงไหน เมื่องานเลี้ยงเริ่มขึ้น

แขกบางคนอาจจะเคยไปร่วมงานเลี้ยงแต่งงานมาก่อนแล้ว ในขณะที่อาจจะมีอีกหลายคนที่ยังไม่เคย การซ้อมรันคิวจะช่วยให้พวกเขารู้ว่า ในแต่ละลำดับพิธีการนั้น พวกเขาควรจะนั่ง ยืน หรือไปอยู่ที่ตรงไหนภายในงาน ในกรณีนี้อาจจะรวมไปถึง ทีมงานหรือคนที่มีหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในงานคนอื่นๆ อย่างเช่น วงดนตรี พิธีกร ที่เมื่อยังไม่ถึงเวลาในการแสดงเขาควรจะต้องนั่งอยู่ไหน เป็นต้น

พิธีเลี้ยงงานแต่ง

 

4. เปิดโอกาสให้ถามคำถามและแก้ไขความผิดพลาดที่เกิดขึ้นก่อนถึงวันจริง

การซ้อมรันคิวจะทำให้เรารู้ถึงปัญหาและความผิดพลาดที่เกิดขึ้นในวันซ้อมซึ่งอาจจะเกิดขึ้นได้อีกครั้งในวันจริง ทำให้เรามีเวลาได้แก้ไขข้อผิดพลาด และหากมีคำถามหรือปัญหาที่ค้างคาอยู่ช่วงเวลานี้ก็เป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมที่ไขข้อข้องใจ เพื่อให้เมื่อถึงวันพิธีจริงแล้ว จะได้เข้าร่วมงานเลี้ยงได้อย่างสบายใจ

พิธีเลี้ยงงานแต่ง

 

5. ช่วยให้เห็นภาพรวมของงาน ทำให้บ่าวสาวรู้สึกมั่นใจมากขึ้น

หลังจากช่วงเวลาหลายเดือนของการวางแพลน การตัดสินใจต่างๆ ในที่สุดช่วงเวลาที่รอคอยก็มาถึง ความกังวล ความลังเลใจต่างๆ อาจจะทำให้บ่าวสาวเริ่มนึกไม่ออกว่างานแต่งจะออกมาเป็นอย่างไร การซ้อมรันคิวก่อนวันจริง จะช่วยทำให้บ่าวสาวเห็นภาพที่พวกเขาวาดไว้ในหัวได้เป็นรูปเป็นร่างชัดเจนมากที่สุด ให้บ่าวสาวสามารถเดินเข้าพิธีแต่งงานได้อย่างมั่นใจในวันจริง เพลิดเพลินและมีความสุขในวันพิธีได้อย่างเต็มที่

พิธีเลี้ยงงานแต่ง


ข้อมูล : easyweddings.com.au, younghipandmarried.com, pinterest.com

เรียบเรียง : KimZ

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ 

6 วิธีช่วยบ่าวสาวให้เลิกเขินอายช่างภาพเมื่อต้องถ่ายรูปพรีเวดดิ้ง

Best Man VS Groomsman เพื่อนเจ้าบ่าวเหมือนกันแต่หน้าที่แตกต่าง

เตรียมตัวแต่งงานกับชาวมุสลิม และเข้าศาสนาอิสลาม ทำอย่างไร?

ชายแท้หรือเปล่า? ตน-ต้นหน ผู้ชายที่รักในแฟชั่น ดนตรี เป็นอะไรก็ได้ถ้ามีความสุข

อาจบอกได้ว่า ดนตรี และการเติบโต เปลี่ยนให้ ตน -ต้นหน ตันติเวชกุล นักดนตรีสังกัด what the duck และ นักแสดงวัย 21 ปี มีวิธีคิดและการใช้ชีวิตที่ไปไกลจากอดีตมาก อย่างการใส่กระโปรงขึ้นคอนเสิร์ต จนนำไปสู่การตั้งคำถามว่า เขาคือ ชายแท้หรือไม่

หลังจากที่ได้พูดคุย เนื้อแท้เขาคือผู้ชายที่รักในแฟชั่น ดนตรี และมีความคิดว่า คนเราจะใส่อะไร ชอบอะไร เป็นอะไรก็ได้ถ้ามีความสุข แต่กว่าจะเรียนรู้เรื่องนี้ เขาเคยเป็นมนุษย์กรอบขั้นสุดมาก่อน

ชายแท้หรือเปล่า? ตน-ต้นหน ผู้ชายที่รักในแฟชั่น ดนตรี เป็นอะไรก็ได้ถ้ามีความสุข

 เด็กโลกแคบ

“เมื่อก่อนผมมีกรอบกับทุกเรื่อง ไม่ใช่แค่เรื่องแต่งตัว อย่างสมัยเรียนประถม ผมเล่นเปียโน ชอบโชแปงมาก ฟังแต่โชแปงเท่านั้น เคยเถียงกับเพื่อนที่ชอบฟังเพลงแจ๊สว่า ดนตรีคลาสสิกดีที่สุดในโลก ทั้งๆ ที่ตัวเองไม่รู้จักแจ๊สเลยนะ

“จุดเปลี่ยนคือตอนที่มีโอกาสรับบทเป็นพี่เก้า จิรายุวัยเด็ก ในเรื่อง Suckseed เป็นหนังดนตรีที่เล่าถึงเพลงร็อค มีเพลงของพี่ป๊อด Moderndog, พี่ต้า Paradox ฯลฯ  ซึ่งผมไม่ฟังเพลงร็อคเลย ผลคือผมคุยเรื่องดนตรีกับใครในกองถ่ายไม่รู้เรื่อง จึงเริ่มต้นฟังเพลงร็อค กลายเป็นว่า  ผมเป็นติ่งพี่ป๊อดมาตั้งแต่นั้น พอเริ่มเป็นชาวร็อค ผมก็เริ่มหันไปเสพแนวเพลง Heavy Metal แนวร็อคจัดๆ ของศิลปินต่างประเทศ แล้วเหยียดคนที่ไม่ฟังเพลงแนวเดียวกับตัวเอง เช่น ผมมองว่า เพลงของ จัสติน บีเบอร์ ไม่ใช่เพลงของผู้ชายแท้

“ความโลกแคบของผมไม่ใช่แค่เรื่องเพลง แต่รวมถึงการแต่งตัว ผมมีชุดความคิดว่า ผู้ชายต้องแต่งตัวแบบชาวร็อค คือ ใส่กางเกงขาเดฟ เสื้อยืดลายกะโหลก ถ้าใครแต่งตัวแบบจิสติน บีเบอร์คือเกย์

“ความโลกแคบของผมเป็นประเภท ถ้าคิดว่าอะไรดีที่สุดก็จะคิดอยู่แค่นั้น เมื่อปักใจว่าจะเชื่อแล้ว ก็จะเชื่อโดยไม่มีเหตุผล และไม่ตั้งคำถามกับอะไรหลายๆ อย่าง

“มีเรื่องนึงที่ผมยังรู้สึกเสียใจจนถึงทุกวันนี้ คือตอนที่รู้ว่า เพื่อนสนิทเป็นเกย์ แล้วผู้ใหญ่บอกให้อยู่ห่างๆ เขา ผมก็เชื่อครับ อาจเพราะตอนนั้นใจตัวเองก็ไม่ชอบอยู่แล้วด้วย จนเพื่อนโกรธ เขาไม่เข้าใจว่าเพราะอะไรผมจึงไม่คุยกับเขา

“พอโตขึ้นถึงคิดได้ว่า มันไม่แฟร์กับเพื่อนเลย ฉะนั้นบางทีสิ่งที่ผู้ใหญ่บอก ก็ไม่ได้ถูกเสมอไป แต่ไม่ได้หมายถึง การเชื่อผู้ใหญ่เป็นสิ่งไม่ดีนะ เราแค่ต้องรู้จักคิดเองในบางเรื่องด้วย อย่างเรื่องนี้ เพื่อนไม่ได้ผิดอะไร พอคิดได้ก็กลับไปคุยกับเขาเหมือนเดิม เพราะยังเรียนมัธยมด้วยกัน แต่ย้อนคิดทีไรผมเสียใจทุกที รู้สึกว่าตัวเองใจร้ายที่ตัดสินเขาแบบนั้น แต่โชคดีที่เรายังเป็นเพื่อนกันถึงทุกวันนี้”

The 1975 …วงเปิดโลก

“ชีวิตผมเปลี่ยนตอนเรียน มัธยมปลายครับ มีคนแนะนำให้ฟังเพลงของวง The 1975 วงร็อคจากอังกฤษ อัลบั้มแรกของวงนี้ หน้าปกเป็นสีดำ  Matthew Healy นักร้องนำ แต่งตัวร็อคทั้งลุค กระทั่งเขาปล่อยอัลบั้มที่ 2  ผมช็อคไปเลย แนวเพลงเปลี่ยนจากร็อค เป็นป๊อบ อิเล็กทรอนิคส์ หน้าปกอัลบั้มเป็นสีชมพู แล้วแมตตี้ นักร้องนำปรับลุคเป็น Unisex มากขึ้น ทาตาสีฟ้าถ่ายเอ็มวี ตอนนั้นช็อคแหละ  แต่ฟังเพลงแล้วชอบ พอมาอัลบั้มที่ 4 เมื่อปีที่แล้ว แมตตี้ใส่กระโปรงขึ้นคอนเสิร์ตแล้ว โห ผมชอบมาก คือเขาเท่มาก

“วงนี้สอนให้ผมรู้ว่า ชีวิตไม่ต้องมีกรอบ แต่งตัวไม่ต้องมีกรอบ ทำเพลงไม่ต้องมีกรอบ แนวเพลงเขาหลากหลาย เพราะผ่านการทดลองมามาก โดยไม่แคร์ว่า ทำแล้วจะดังหรือไม่ ยึดความชอบเป็นหลัก สุดท้ายเขาเป็นวงที่ดังมากในยุคนี้ และชัดเจนในตัวตน เช่นเดียวกับ แมตตี้นักร้องนำ จากคนที่หิ้วขวดไวน์ขึ้นไปดื่มเมากลางคอนเสิร์ต กลายเป็นคนรักโลกเฉย ทำเพลงเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมร่วมกับ Greta Thunberg (นักรณรงค์เพื่อสิ่งแวดล้อม) แมตตี้ไม่ใช่คนเมาแล้ว คือคนเราเปลี่ยนได้จริงๆ

“วงนี้จึงอินสไปร์ผมหลายอย่าง เรื่องแรกคือ เพลง ช่วงแรกที่ผมทำเพลงวง Mints กับพี่อัด (อวัช รัตนปิณฑะ) ผมทุกข์กับการทำเพลง เพราะอยากทำให้ดังอย่างคนรอบข้างมีชื่อเสียง แต่การทำในสิ่งที่ไม่ได้ชอบ มันกดดันครับ สุดท้ายก็ไม่เวิร์ค จึงกลับมาทำเพลงที่ตัวเองชอบเป็นหลัก คือ คนจะชอบหรือไม่ชอบก็แล้วแต่ แต่เรามีความสุขมากกว่า”

“แล้วพอเลิกตีกรอบ ความคิดก็จะกว้างขึ้น เช่น ตอนนี้ผมฟังเพลงจัสตินที่เคยเหยียดเขาไว้เยอะมาก หลายเพลงของผมก็มาจากจัสติน หรืออย่างที่เคยตีกรอบว่า เพลงที่ดี ที่เท่ต้องเพลงร็อค

ทุกวันนี้ผมแต่ทำเพลงป๊อบ เพราะถนัดและชอบด้านนี้มากกว่า (หัวเราะ) ที่เห็นชัดสุดคือ จากที่เคยแอนตี้เพลงแจ๊ส ผมกลับเลือกเรียนสาขาแจ๊ส คณะดุริยางคศิลป์ เอกกีตาร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ซึ่งบอกเลยว่า ยากมาก..ก แต่ที่เลือกเรียนเพราะท้าทาย อีกทั้งแจ๊สคือรากของเพลงป๊อบ ทำให้เราได้เปรียบเรื่องการทำเพลง นั่นเป็นคำตอบว่า เมื่อเวลาผ่านไป คนเราเติบโตขึ้น จะเรียนรู้และเปลี่ยนแปลงได้จริงๆ ถ้าผมไปเถียงกับตัวเองตอนเด็กคงเป็นแบบ เด็กนี่อะไรของมันวะ อยู่แต่ในกะลา เป็นมนุษย์กรอบมาก

“มันทำให้ผมมีความฝันอยากเป็นโปรดิวเซอร์ แต่งเพลงให้คนอื่น เพราะเชื่อว่า จะเล่นดนตรีไปตลอดชีวิตคงไม่ได้ ซึ่งถ้าผมได้ทำงานกับศิลปินคนไหน ผมไม่อยากจะเป็นแค่นักเขียนเพลง แต่ อยากนั่งคุยกับเขา เป็นคนยังไง อยากเล่าเรื่องอะไร  คืออยากปั้นศิลปินให้เขาเป็นตัวของตัวเองอย่างที่เขาเป็น”

ทำไมผู้ชายใส่กระโปรงไม่ได้

“ผมว่า แฟชั่น ก็เหมือนดนตรี คือไม่ต้องมีกรอบ การแต่งตัวผมจึงเริ่มเปลี่ยนตอนเข้าเรียนปี 1 เนื่องจากมหาวิทยาลัยอนุญาตให้ใส่ชุดไปรเวทไปเรียนได้ เพื่อนๆ ก็แต่งตัวจัดๆ มากัน ลุคผมตอนเรียนปี 4  ต่างจากสมัยมัธยมเยอะ

ทุกวันนี้ผมไม่ได้จำกัดว่า ตัวเองต้องแต่งแนวไหน บางวันผมยังเป็นชาวร็อค บางวันก็ยืมชุดน้องสาว (ต้นตะวัน ตันติเวชกุล) หรือ กางเกงพ่อมาใส่เพราะบ้านผมไซส์เท่าๆ กัน เริ่มใส่สร้อยคอมุก ต่างหู  ทาเล็บ ซึ่งทุกวันนี้ติดมาก อย่างเวลาดีดกีตาร์ต้องทาแบบเจลเล็บจะได้ไม่ลอก ถ้าวันไหนไม่ได้ทาคือแปลกๆ และถือเป็นเรื่องธรรมดาในมหาวิทยาลัยที่ผู้ชายจะทาเล็บ

“สิ่งที่ก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเองมากที่สุดคือการใส่กระโปรงขึ้นเวทีคอนเสิร์ต เมื่อปี 2562 อย่างที่บอกว่าพอเห็นแมตตี้ นักร้องนำ The 1975 ใส่กระโปรงขึ้นคอนเสิร์ต ผมรู้สึกว่าเขาเท่มาก แล้วไม่ใช่แค่แมตตี้คนเดียว ศิลปินระดับตำนานอย่าง David Bowey หรือชาวร็อค อย่าง Kurt Cobain ก็เคยใส่กระโปรง ผมรู้สึกว่า… เฮ้ย เราไปอยู่ไหนมา คือเรื่องพวกนี้ มีมานานแล้วและเป็นเรื่องธรรมดามาก

“ตอนที่ตัดสินใจใส่กระโปรงขึ้นเวที Cat radio เพราะรู้สึกด้วยว่า เวทีนี้เป็นเหมือนบ้านของเรา แฟนเพลงผมอยู่ที่นั่นเยอะ ขึ้นแล้วอุ่นใจ เหมาะที่จะลองทำอะไรที่อยากทำ แต่ตอนนั้นไม่รู้ว่าทำแล้ว จะกระทบอะไรหรือเปล่า จึงโทรไปขออนุญาตผู้ใหญ่ค่าย What the duck , ค่ายนาดาว  ซึ่งทุกท่านโอเค รวมถึงพ่อแม่ด้วย พ่อแค่แย้งนิดหน่อยว่า ใส่ตัวนั้นดีหรือเปล่า ลองเปลี่ยนแบบมั้ย คือไม่ได้ค้านว่า เป็นผู้ชายห้ามใส่กระโปรง แต่แค่ถามว่า ใส่ตัวอื่นลุคจะดีกว่ามั้ย สุดท้ายผมยืมกระโปรงของน้องสาว มาใส่ขึ้นเวที กลายเป็นคนชมน่ารัก เท่ ตั้งแต่นั้นผมใส่จนเป็นเรื่องธรรมดา ยังเคยใส่กระโปรงไปเรียนหนังสือด้วย มันไม่ใช่เรื่องแปลกแล้ว

“มีช่วงหนึ่ง ที่ผมเคยคิดว่าคนในครอบครัวไม่เข้าใจ แต่เพิ่งปลดล็อคเมื่อไม่นานมานี้ ตอนที่ยายบอกว่า ได้ฟังผมให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับ ผู้ชายก็ใส่กระโปรงได้ ยายชอบมาก แล้วบอกว่า ยายมีกระโปรงเยอะนะ เอาไปใส่มั้ย แล้วหน้ายายคือ ภูมิใจจริงๆ คือเมื่อก่อนผมเข้าใจมาตลอดว่า ยายไม่โอเคกับเรื่องพวกนี้ จึงไม่เคยชวนคุย แต่พอได้ยินยายพูด ประทับใจเลย รู้สึกดีที่ครอบครัวเข้าใจ

“ขณะเดียวกัน พอแต่งแบบนี้ ก็จะมีคนเข้าใจผิดว่าผมไม่ใช่ผู้ชาย คือนอกจากชอบแต่งตัวแล้ว เวลาพูดมือไม้ก็ออก จึงมีคอมเมนต์ถามว่า ‘เป็นหรือเปล่า มือไม้ออกแล้วนะคะเจ๊’ คือมีช่วงนึงที่ผมแคร์มากนะ ถ้าใครมาหาว่าผมเป็นนั่นนี่ พยายามแก้ต่างให้ตัวเองว่าไม่ได้เป็น แต่ตอนนี้ถ้าโดนว่า หรือถูกเข้าใจอะไรอย่างนั้น ผมไม่โกรธ ไม่แคร์แล้วอ่ะ เพราะคำว่าตุ๊ด ไม่ได้น่ารังเกียจ หรือเป็นคำด่าที่ฟังแล้วเจ็บ ใครจะคิดยังไงก็แล้วแต่เขา ผมยังชอบผู้หญิงอยู่ครับ (ยิ้ม)”

เมื่อไหร่ยูนิเซ็กส์ จะกลายเป็นเรื่องธรรมดา

“ผมยอมรับว่าอดีตเคยทำพลาด เคยตัดสินคน เคยเหยียดคน และตีกรอบว่า ผู้ชายต้องเป็นแบบนั้น แบบนี้ เคยล้อเลียนเพื่อนที่ไม่เหมือนตัวเอง แต่ทุกวันนี้ ผมอยากเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดัน ให้เรื่องยูนิเซ็กส์เป็นเรื่องธรรมดา ไม่ควรเป็นเรื่องแปลก อยากให้ทุกคนมองคนอื่นอย่างเท่าเทียม มองเป็นมนุษย์ ไม่ต้องมองเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย

การแต่งตัวก็เช่นกัน อยากให้การใส่กระโปรงสำหรับผู้ชายเป็นเรื่องธรรมดา ไม่ต้องชื่นชมผมที่ใส่กระโปรงขึ้นคอนเสิร์ต หรือที่ผมทาเล็บ เพราะผมไม่ได้อยากเป็นแฟชั่นไอคอน หรือโด่งดังจากการแต่งตัว ผมแค่ทำในสิ่งที่ตัวเองชอบและมั่นใจ มีความสุขที่ได้ใส่อะไรแบบนี้ ทุกครั้งที่ผมถ่ายรูปใส่กระโปรงลงไอจี ยอดไลค์จะเยอะ ผมอยากให้รูปที่ผมใส่กางเกงได้ยอดไลค์แบบนั้น

“แต่ผมก็รู้นะ มันยากที่จะเปลี่ยนความคิดคน เพราะเข้าใจคนที่เหยียดคนอื่นมาก่อน ซึ่งเราไม่สามารถไปชี้นิ้วบังคับให้ใครเปลี่ยนได้ ถ้าคุณอยากจะเปลี่ยนให้เริ่มจากตัวเอง อย่างผมคือต่อให้พ่อแม่พูดขนาดไหน ถ้าไม่อยากเปลี่ยน ก็ไม่เปลี่ยน ที่สำคัญคือ ต้องตอบตัวเองให้ได้ก่อนว่า จะเปลี่ยนทำไม

“สำหรับผม เมื่อเปลี่ยนตัวเอง มุมมองต่อคนอื่นก็เปลี่ยนไปด้วย  ทุกวันนี้ผมพยายามไม่ตัดสินใคร ซึ่งแน่นอนว่ามันยาก เป็นเรื่องที่ต้องฝึกครับ แต่สิ่งหนึ่งที่เห็นได้ชัดคือ พอเลิกตีกรอบ เลิกตัดสิน เลิกโฟกัสผิดจุด ก็จะมีเวลาคิดเรื่องของตัวเองมากขึ้น ”

ชีวิตมีความสุขมากขึ้นจริงๆ นะ

 “พอแต่งแบบนี้ คนก็เข้าใจผิดว่าผมไม่ใช่ผู้ชาย มีคอมเมนต์ถามว่า ‘เป็นหรือเปล่า มือไม้ออกแล้วนะคะเจ๊’ ช่วงหนึ่งผมแคร์มากนะ  แต่ตอนนี้ไม่โกรธ ไม่แคร์แล้ว เพราะคำว่าตุ๊ด ไม่ได้น่ารังเกียจ ใครจะคิดยังไงก็แล้วแต่เขา และผมยังชอบผู้หญิง”


 

 

กรุ๊ป ซีอีโอ ไอพีจี มีเดียแบรนด์ส

กรุ๊ป ซีอีโอ ไอพีจี มีเดียแบรนด์ส นั่งแท่นนายกสมาคมมีเดียเอเยนซี่ และธุรกิจสื่อแห่งประเทศไทยคนใหม่

กรุ๊ป ซีอีโอ ไอพีจี มีเดียแบรนด์ส นั่งแท่นนายกสมาคมมีเดียเอเยนซี่ และธุรกิจสื่อแห่งประเทศไทยคนใหม่

ดร.ธราภุช จารุวัฒนะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของไอพีจี มีเดียแบรนด์ส ประเทศไทยได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งนายกสมาคมมีเดียเอเยนซี่ และธุรกิจสื่อแห่งประเทศไทย (MAAT) คนใหม่ สานต่อพันธกิจพัฒนาอุตสาหกรรมสื่อไทย เน้น 3 แนวทางสร้างความร่วมมือ และ 3 แนวทางพัฒนาธุรกิจ

ดร.ธราภุช จารุวัฒนะ

22 มีนาคม 2564 กรุงเทพ – เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2564 ที่ผ่านมา ทางสมาคมมีเดียเอเยนซี่ และธุรกิจสื่อแห่งประเทศไทย (Media Agency Association of Thailand หรือ MAAT) รายงานผลการคัดสรรนายกสมาคมมีเดียเอเยนซี่และธุรกิจสื่อแห่งประเทศไทยว่า จากการประชุมใหญ่สามัญประจำปีที่ผ่านมาที่ประชุมได้คัดสรรนายกสมาคมฯ คนใหม่ คือ ดร.ธราภุช จารุวัฒนะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของไอพีจี มีเดียแบรนด์ส (IPG Mediabrands Thailand) ประเทศไทย ให้ดำรงตำแหน่งนายกสมาคมแทน นายไตรลุจน์ นวมะรัตน ที่หมดวาระลง ซึ่งการคัดเลือกนี้มีขึ้นทุก 2 ปี เพื่อให้สมาชิกของสมาคมฯ ได้มีส่วนร่วมในการบริหารสมาคมมีเดียฯ ผ่านมุมมอง และแนวคิดความคิดใหม่ๆ ในการดำเนินงาน และสานต่อพันธกิจของสมาคม

ในโอกาสที่ได้รับตำแหน่งนายกสมาคมมีเดียเอเยนซี่ และธุรกิจสื่อแห่งประเทศไทย ดร.ธราภุช จารุวัฒนะ ได้กล่าวถึงความร่วมมือร่วมใจของสมาชิกสมาคมมีเดียฯ ว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาได้ดำเนินมาอย่างถูกต้อง สร้างสรรค์ เป็นองค์กรที่วิเคราะห์ และแสดงความคิดเห็นอันเป็นประโยชน์ต่อนักการตลาด และยังเป็นที่บ่มเพาะนักวางแผนสื่อที่ดีเยี่ยมมาโดยตลอด ทั้งนี้ก็ด้วยความร่วมมือร่วมใจจากสมาชิกทุกหน่วยงาน และที่สำคัญคือคือความเสียสละของนายกสมาคมแต่ละท่าน ที่นำประสบการณ์ที่สั่งสมมาแบ่งปันให้แก่ อุตสาหกรรม

กรุ๊ป ซีอีโอ ไอพีจี มีเดียแบรนด์สทีมผู้บริหารไอพีจี มีเดียแบรนด์ส ประเทศไทย ร่วมแสดงความยินดี

(จากภาพซ้าย-ขวา: 1. คุณนพคุณ สุจริตฉันท์ CGO, IPG Mediabrands Thailand และ CEO, UM Thailand 2. คุณวรรณี รัตนพล Chairman, IPG Mediabrands Thailand 3. ดร. ธราภุช จารุวัฒนะ Group CEO, IPG Mediabrands Thailand และ President of MAAT คนใหม่! และ 4. ดร. สร เกียรติคณารัตน์ CSO, IPG Mediabrands Thailand)

ดร.ธราภุช จารุวัฒนะ ได้แสดงความคิดเห็นหลังจากที่ได้รับความไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่ง นายกสมาคมมีเดียเอเยนซี่และธุรกิจสื่อแห่งประเทศไทยว่า สิ่งที่ต้องดำเนินการในตอนนี้คือ 3 แนวทางสร้างความร่วมมือ อย่างแรกคือประสานความร่วมมือทุกภาคส่วนให้อุตสาหกรรมมีเดียในประเทศไทยมีความเข้มแข็งอย่างต่อเนื่อง  สองคือการประคองสมาชิกให้ผ่านสภาวะการณ์ทางเศรษฐกิจที่ชะลอตัว การระบาดของเชื้อโควิด 19  และความผันผวนของสถานการณ์ทางการเมืองในช่วงนี้ไปพร้อมกัน และสามพัฒนาคนรุ่นใหม่หน้าใหม่เข้ามาสู่วงการ

และอีก 3 แนวทางพัฒนา คือ (1) การเพิ่มศักยภาพนักวางแผนสื่อ (2) ผสานเทคโนโลยี และ(3) สร้างสรรค์สื่อคุณภาพ โดยเมื่อผสานทุกทางเข้าด้วยกันแล้วย่อมจะสร้างสรรค์วงการมีเดียให้มีความเข้มแข็ง และสร้างความท้าทายในการทำงานให้ตอบโจทย์อุตสาหกรรมให้แข็งแรง สร้างประโยชน์ให้ผู้บริโภค ลูกค้าและทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง

 

ULTIST by PRIMIENCE

ชิเซโด้ โปรเฟสชั่นแนล เปิดตัวผลิตภัณฑ์ครีมเปลี่ยนสีผมใหม่ “ULTIST by PRIMIENCE” ให้ผมโทนสีหม่น ติดทนสวย ไม่แห้งเสีย

ชิเซโด้ โปรเฟสชั่นแนล เปิดตัวผลิตภัณฑ์ครีมเปลี่ยนสีผมใหม่ “ULTIST by PRIMIENCE”
ให้ผมโทนสีหม่น ติดทนสวย ไม่แห้งเสีย
ด้วยเทคโนโลยีสุดล้ำที่คิดค้นขึ้นเพื่อสาวเอเชียโดยเฉพาะ

ชิเซโด้ โปรเฟสชั่นแนล (ไทยแลนด์) ผู้นำเข้าแบรนด์ SHISEIDO PROFESSIONAL ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม และเปลี่ยนสีผม ระดับพรีเมี่ยม เปิดตัวครีมเปลี่ยนสีผมใหม่ล่าสุด “ULTIST by PRIMIENCE” ที่มาพร้อมกับนวัตกรรมใหม่ ประกอบด้วยสารบำรุงสูตรพิเศษ และเทคโนโลยีล้ำสมัย เพื่อสร้างสรรค์สีผมที่สวยเด่นชัดในโทนสีพิเศษ อีกทั้งยังช่วยให้ผมเปล่งประกายความงามได้นานจากภายใน ซึ่งพัฒนาขึ้นเพื่อคนเอเชียที่ชื่นชอบการทำสีผมโดยเฉพาะ ให้ช่วงเวลาแห่งความสวยอยู่คู่กับเส้นผมตลอดไป

ULTIST by PRIMIENCE

ULTIST by PRIMIENCE

ULTIST by PRIMIENCE

โดยจุดเด่นของ “ULTIST by PRIMIENCE” ผลิตภัณฑ์ครีมเปลี่ยนสีผมใหม่นี้ มีให้เลือกถึง 7 โทน กับอีก 39 เฉดสี ซึ่งมาพร้อมกับจุดเด่น 3 ประการ นั้นก็คือ ให้สีผมสวย เด่นชัด ตั้งแต่ภายใน อีกทั้งยังช่วยล็อคสีผม เพื่อเปล่งประกายสีผมสวยเงางามได้ทุกวัน และ ให้ทุกคนได้สนุกกับการทำสีผมซ้ำ ๆโดยไม่ต้องกังวลถึงเรื่องเส้นผมแห้งเสีย

มาพร้อมกับเทคโนโลยี COLOR-in-CORE ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่พัฒนาขึ้นเพื่อคนเอเชียที่ชื่นชอบการทำสีผมของ “ULTIST by PRIMIENCE” เพื่อให้ได้สีผมโทนสีหม่นที่สวยงาม ติดทน ช่วยให้ผมไม่แห้งเสีย ด้วยแนวคิดใหม่ที่ให้ความสนใจกับ “ชั้นที่ลึกที่สุดของเส้นผม” ประกอบไปด้วย 3 เทคโนโลยีสำคัญ เอกสิทธิ์เฉพาะจากชิเซโด้ ได้แก่

  1. Smooth to the Core (สมูธ ทู เดอะ คอร์) เทคโนโลยีที่จะช่วยปกป้องเส้นผมจากการถูกทำร้ายตั้งแต่ภายใน เตรียมพื้นผมเพื่อการทำสีผมที่สวยงาม ด้วย “Smooth Care Technology” ซึ่งสามารถยับยั้งการเปลี่ยนสภาพของโปรตีนภายในเส้นผม ช่วยปกป้องเส้นผมจากความแห้งเสีย และคงสภาพความนุ่มลื่น แข็งแรง สร้างรากฐานของเส้นผมที่เหมาะสมกับการทำสี
  2. Color boost to the Core (คัลเลอร์ บูสท์ ทู เดอะ คอร์) เพื่อให้ได้สีผมที่เด่นชัด ตั้งแต่ภายในเส้นผมชั้นที่ลึกที่สุด ด้วย “Micro Oil-in Formula” ซึ่งสามารถควบคุมปริมาณอัลคาไลน์ และช่วยให้สีผมแทรกซึมเข้าสู่ภายในเส้นผมได้อย่างมีประสิทธิภาพ สลายเมลานิน และควบคุมสีแฝงของเส้นผม เพื่อสร้างสรรค์สีผมที่สวยงาม คงความชุ่มชื้นไว้ภายในเส้นผม เพื่อให้เม็ดสีผม อัลคาไลน์ และ ส่วนผสมของสารบำรุงสามารถ เข้าสู่ภายในเส้นผมได้อย่างมี ประสิทธิภาพโดยการปิดพื้นผิว เส้นผมไว้อย่างแน่นหนา
  3. Locking into the Core (ล็อคกิ้ง อินทู เดอะ คอร์) ช่วยให้สีผมเปล่งประกายเงางาม และติดทนนานขึ้น จากภายใน ด้วย “Lasting Protection Veil” ที่ถูกคิดค้นมาเพื่อเป็นตัวพันธะเคมีที่บริเวณพื้นผิวของเกล็ดผม ซึ่งเป็นเสมือนผนังกั้นน้ำไม่ให้ซึมเข้าทำร้ายเส้นผม เพื่อให้สีผมคงสีสวยและเงางาม เหมือนล็อคไว้ด้วยกุญแจ ช่วยปกป้องสีผมไม่ให้ซีดจาง

นอกจากผลิตภัณฑ์ครีมเปลี่ยนสีผมแล้ว ก็ยังมี “Essence Drop” ทรีทเมนท์พิเศษ อันแสนอ่อนโยน ที่ถูกออกแบบมาเพื่อใช้ผสมกับครีมเปลี่ยนสีผม “ULTIST by PRIMIENCE” ด้วยเทคโนโลยี “Amino Micro Veil Technology” โดยกรดอะมิโนที่มีประจุบวก จะสร้างผนังเครือข่ายที่อ่อนนุ่มบริเวณรอบๆ เกล็ดผม เพื่อช่วยคงความสวยงามของสีผมให้สวยยาวนาน และปกป้องเส้นผมไม่ให้สูญเสียความแข็งแรงหลังการทำสี ช่วยป้องกันเส้นผมจากการถูกทำร้าย อีกทั้งยังมาพร้อมกับกลิ่นหอมอันมีเอกลักษณ์ ด้วยกลิ่นหอมสดชื่น ผ่อนคลายจากดอกไม้สีเขียว มอบความรู้สึกเบาสบายระหว่างการทำสี นอกจากนี้ยังช่วยระงับกลิ่นตกค้างหลังการทำทรีทเมนท์ได้อีกด้วย

ยังไม่พอเพียงเท่านี้  เพื่อเป็นการเปลี่ยนแปลงโลกให้ดีขึ้น ทาง ชิเซโด้ โปรเฟสชั่นแนล ยังคงคำนึงถึงความยั่งยืนในระยะยาว ของสังคม และสิ่งแวดล้อม กับแนวคิด “Zero Waste” หรือ “แนวคิดขยะเหลือศูนย์” โดยเลือกใช้บรรจุภัณฑ์ยั่งยืนที่ทำมาจากอ้อย เพื่อสนับสนุนและปกป้อง การตัดไม้ทำลายป่า ลดการปล่อย C02 รวมถึงการอนุรักษ์ สิ่งแวดล้อมระดับโลก

หนุ่มๆ สาว ๆ ที่อยากลองสัมผัสประสบการณ์ในการเปลี่ยนสีผมกับ “ULTIST by PRIMIENCE” สามารถใช้บริการได้ที่ร้านซาลอนในเครือชิเซโด้ โปรเฟสชั่นแนล หรือ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ทาง Facebook – Shiseido Professional Thailand, Instagram – @shiseidopro_th และ YouTube – Shiseido Professional Thailand

เทคนิค ฉีดไขมันหน้าเด็ก จากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ รพ.วรรณสิริ

เห็นผลจริงไหม? เทคนิค ฉีดไขมันหน้าเด็ก จากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ รพ.วรรณสิริ

เห็นผลจริงไหม? เทคนิค ฉีดไขมันหน้าเด็ก จากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ รพ.วรรณสิริ

ปัจจุบันเทรนด์การรักษาความอ่อนเยาว์ให้ใบหน้าดูเด็กกว่าอายุจริงด้วยเทคนิคการ ฉีดไขมัน กำลังเป็นที่นิยมอย่างมากในหมู่สาวเอเชีย เนื่องจากเป็นเทคนิคใหม่ที่ไม่มีสารแปลกปลอมเข้าสู่ร่างกาย เพราะใช้ไขมันตนเองล้วนๆ และให้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ ซึ่งเป็นเทคนิคคืนความอ่อนเยาว์ที่ต้องอาศัยความประสบการณ์เชี่ยวชาญเป็นพิเศษ เพราะเทคนิคนี้ นอกจากต้องใช้ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับศาสตร์ของการย้าย และปลูกถ่ายไขมัน ยังต้องใช้ศิลปะ และประสบการณ์เฉพาะด้านในการออกแบบใบหน้าจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอีกด้วย

โดยล่าสุด แพรวได้มีโอกาสพูดคุยกับทาง นายแพทย์พรเทพ สิริมหาไชยกุล (หมอหวาน) แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยศาสตร์ตกแต่ง โรงพยาบาล วรรณสิริ (WANSIRI AESTHETIC HOSPITAL) ศูนย์รวมความงามครบวงจรแห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้เผยเทคนิคการฉีดไขมันที่ใบหน้า เพื่อคงความอ่อนเยาว์ว่า

นายแพทย์พรเทพ สิริมหาไชยกุล (หมอหวาน) แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยศาสตร์ตกแต่ง โรงพยาบาล วรรณสิริ
นายแพทย์พรเทพ สิริมหาไชยกุล (หมอหวาน) แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยศาสตร์ตกแต่ง โรงพยาบาล วรรณสิริ

เทรนด์ความงามด้วยการรักษาให้ใบหน้าอ่อนเยาว์ไม่ได้มีแค่เฉพาะแค่การฉีดฟิลเลอร์ เติมโบท็อกซ์เท่านั้น แต่ในยุคนี้ สาวๆ หลายคนเริ่มหันมาสนใจกับเทรนด์การเติมไขมันลงใบหน้าให้ได้รูปสวยงามและเต่งตึง แทนการฉีดฟิลเลอร์ที่หลายๆ คน ก็ยังกังวลอยู่ว่าอันตรายมากน้อยแค่ไหน และเห็นผลจริงหรือเปล่า?

นาทีทองของคนที่อยากคงความอ่อนเยาว์เดี๋ยวนี้นวัตกรรมเยอะ ใครไม่พึ่งพาอยากศัลยกรรม ไม่อยากศัลยกรรมผ่าตัดใหญ่ หมอหวานก็แนะหลากวิธี อาทิเช่น

  • ฉีดโบท็อกซ์ อย่างที่ทราบกันดีอยู่ วิธีนี้ใช้ลดริ้วรอยที่เกิดจากการขยับของกล้ามเนื้อใบหน้า ฉีดเพื่อขยับให้น้อยลง ก็จะทำให้ริ้วรอยตื้นขึ้น เบาบางขึ้น
  • ฉีดฟิลเลอร์ ฉีดสารเติมเต็มผิวในบางจุดที่ต้องการให้ดูเต่งตึงขึ้น
  • ฉีดไขมัน เติมเต็มใบหน้าด้วยการใช้ไขมันตัวเอง เติมในส่วนที่ขาดบนใบหน้า คือการย้ายเซลล์ไขมันจากส่วนที่เราไม่ต้องการไปเติมเต็มในส่วนที่ขาดแทนการฉีดฟิลเลอร์

ระหว่างฉีดฟิลเลอร์กับฉีดไขมัน แตกต่างกันอย่างไร

สมมุติว่าอยากจะฉีดในจุดที่ริ้วรอยค่อนข้างน้อย หมอแนะนำว่าให้ฉีดฟิลเลอร์ดีกว่านะครับ แต่ถ้าบริเวณที่จะฉีดมีริ้วรอยร่องลึกค่อนข้างต้องใช้ปริมาณเยอะ หมอก็แนะนำให้ฉีดไขมันดีกว่า เนื่องจากว่าการฉีดฟิลเลอร์ของแท้ ราคาค่อนข้างสูง ฟิลเลอร์ 1 ซีซี  ราคาประมาณ 10,000 – 20,000 บาท ขึ้นอยู่กับยี่ห้อ ถ้าสมมุติจำเป็นต้องฉีดฟิลเลอร์ 10 ซีซี เราจะเสียเงินอย่างน้อยเป็นแสน!! ถ้าเทียบกับไขมันตัวเอง ซึ่งเราฉีดได้ปริมาณที่เยอะมาก เพราะฉะนั้นความคุ้มของการฉีดไขมันในกรณีที่ต้องฉีดเยอะหลายจุดจะคุ้มค่ากว่าแน่นอน แต่ข้อดีของฟิลเลอร์คือ ไม่ต้องเจ็บตัวที่อื่น แต่ข้อดีของการฉีดไขมันก็น่าสนใจ เพราะต้องดูดไขมันจากบริเวณอื่นๆ ในร่างกายมาฉีด เช่น ต้นขาใหญ่ไขมันเยอะ เราก็ดูดไขมันจากบริเวณนี้มาฉีดใบหน้าได้ นอกจากใบหน้าจะเต่งตึงอ่อนเยาว์แล้ว บริเวณต้นขาก็กระชับขึ้นด้วย เป็นต้น ซึ่งบริเวณที่ปกติจะดูดบ่อยที่สุดก็คือ ต้นขา ต้นขาด้านนอก ต้นขาด้านใน และหน้าท้อง

คนส่วนใหญ่กลัวอันตรายการฉีดไขมัน 

หากกลัวเรื่องอันตราย ก็ต้องย้ำว่าควรทำกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่ดูดไขมันด้วยความตั้งใจ และมากประสบการณ์ ค่อยๆ ดูด ไม่รีบร้อนดูดอย่างรวดเร็ว เพราะเนื่องจากว่า เวลาที่เราดูดไขมัน ต้องให้เซลล์ไขมันมีชีวิตด้วย เพราะเมื่อดูดไขมันมาแล้วไปฉีดที่ใบหน้า เซลล์ไขมันที่ดูดไปฉีดใบหน้าก็ยังคงต้องการหน้าที่ของมันต่อไป

ฉะนั้นเวลาดูดต้องค่อยๆ ดูด ไม่รีบร้อนรุนแรง และแพทย์ต้องดูแลอย่างใกล้ชิด เพราะการดูดแบบรีบๆ อาจทำให้เซลล์ตายได้ แถมยังอาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนต่อบริเวณรอบข้าง เช่น ไปโดนเส้นเลือดก็จะมีเลือดออก บวม ช้ำนาน ซึ่งในเรื่องความปลอดภัยสำหรับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญของ รพ.วรรณสิริ ที่มีประสบการณ์มานาน เชื่อมั่นใจเรื่องนี้ได้แน่นอน

เทคนิค ฉีดไขมันหน้าเด็ก จากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ รพ.วรรณสิริ

กรณีฉีดไขมันใบหน้าเรียบร้อยแล้ว แต่เป็นคนชอบออกกำลังกายเป็นประจำ ไขมันจะเหลวลดลงหรือไม่ และมีผลข้างเคียงอื่นๆ หรือเปล่า

ไม่ลดครับ เวลาที่เราลดน้ำหนัก ตัวเซลล์ไขมันก็จะฝ่อลง จะไม่เหลวระเหยไปไหน แล้วกรณีไขมันฝ่อลง ใบหน้าของเราก็จะตอบลงเล็กน้อย ไม่มีผลร้ายแรงหรืออันตรายใดๆ แต่ส่วนใหญ่ที่ใบหน้าจะตอบลงจะเป็นในเคสที่ลดน้ำหนักหักโหม 5-10 กิโลกรัม แต่ถ้าลดนิดๆ หน่อยๆ ไม่มีผลเลยครับ หรือกรณีน้ำหนักขึ้น ในบางครั้งอาจจะมีที่ไขมันพองขึ้น ทำให้ใบหน้าดูบวม แต่ไม่ค่อยเกิดขึ้นเท่าไรนัก

สำหรับผู้ที่ต้องการฉีดไขมันใบหน้าที่โรงพยาบาลวรรณสิริ ไม่ว่าจะเป็นเพศไหน อายุเท่าไร ทางเราเปิดรับให้คำปรึกษาทุกคนในการปรับรูปหน้าที่อยากจะให้ดูดีและดูอ่อนเยาว์ขึ้น กรณีนี้ไม่จำเป็นเฉพาะแค่คนอายุเยอะเท่านั้น แต่อายุน้อยยี่สิบต้นๆ ก็สามารถมาขอคำปรึกษาได้

ส่วนใหญ่ในกลุ่มคนอายุยี่สิบมักมีปัญหาบริเวณขมับ และแก้มที่ดูตอบ ซึ่งจริงๆ สามารถทำได้ทุกเพศทุกวัย คนอายุห้าสิบยังทำให้ดูสวยอ่อนเยาว์ย้อนวัยเหมือนสาวสี่สิบได้เลย ด้วยเทคนิคฉีดไขมันปรับรูปหน้าให้ดูอ่อนวัยและเต่งตึงมากขึ้น

คนที่มีรูปร่างผอมเพรียว ลีนแบบไร้ไขมัน แต่อยากฉีดไขมันใบหน้า ต้องทำอย่างไร

เทคนิค ฉีดไขมันหน้าเด็ก จากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ รพ.วรรณสิริ

กรณีนี้อาจจะยากเล็กน้อย ต้องให้แพทย์เช็คบริเวณที่สามารถดูดได้ว่ามีส่วนไหนพอจะมีไขมันดูดเอาออกมาใช้ได้บ้าง อาจจะต้องดูดจากหลายส่วน ไม่เหมือนคนที่ไขมันเยอะ ดูดแค่จุดเดียวจบ เจ็บครั้งเดียว แต่คนที่ไขมันน้อย ก็อาจต้องหาหลายจุดหน่อย ทำให้อาจเจ็บหลายจุดด้วย

ผลข้างเคียงหลังในการดูดไขมัน เพื่อฉีดไขมันที่ใบหน้า

จะคล้ายๆ กับการดูดไขมันทิ้งเลยครับ ฉะนั้น ปกติเวลาที่เราดูดไขมัน แพทย์ก็จะพยายามเช็คว่าดูดอย่างไร ให้บริเวณที่ดูดไขมันออกไป ยังสวยเป๊ะ ส่วนใหญ่ผู้หญิงมักมีปัญหาไขมันเยอะบริเวณปีกตรงต้นขาด้านนอก แพทย์ก็จะพยายามดูดตรงบริเวณปีกตรงนั้นให้ดูเรียบเนียนขึ้น ถือเป็นโชคสองเด้ง ได้ไขมันมาฉีดใบหน้า แถมบริเวณยังดูลีนขึ้นอีกด้วย

หลายคนเสพข่าวจนคิดว่าการดูดไขมันไม่ปลอดภัย

ด้วยประสบการณ์ที่สั่งสมของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง บวกกับในเรื่องของการดูดไขมันที่ค่อยๆ ดูดด้วยความประณีตนุ่มนวล ไม่เร่งรีบ ไม่รุนแรง เชื่อมั่นได้เลยครับว่าการเลือกดูดไขมัน และฉีดไขมันที่โรงพยาบาลวรรณสิริ ปลอดภัยแน่นอน

ส่วนที่เห็นตามข่าวเรื่องการดูดไขมันแล้วมีปัญหา ทำให้หลายคนกังวลนั้น เกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น ไขมันหลุดเข้าไปในเส้นเลือดไปอุดกั้นในปอด (Pulmonary Embolism) พอไขมันไปอุดในปอดทำให้มีปัญหาในเรื่องการแลกเปลี่ยนออกซิเจน ก็จะมีอาการหอบเหนื่อย หายใจเร็วได้

และอีกเรื่องที่ทำให้เกิดปัญหาขึ้นได้คือ การได้รับยาชาเกินขนาด ซึ่งมีผลต่อร่างกายเหมือนกัน ฉะนั้น แพทย์ต้องมีการคำนวณการใช้ยาชาว่าใช้ปริมาณเท่าไร ซึ่งแต่ละรายจะใช้ยาชาไม่เท่ากัน ไม่ให้เกินจุดที่จะทำให้เกิดอันตราย หากกรณีมีความผิดพลาดฉีดเกินขนาด อาจมีอันตรายถึงชีวิตได้

เคสผู้เข้ารับบริการฉีดไขมันใบหน้ากับ นายแพทย์พรเทพ สิริมหาไชยกุล แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยศาสตร์ตกแต่ง โรงพยาบาล วรรณสิริ 

เคสผู้เข้ารับบริการฉีดไขมันใบหน้ากับ นายแพทย์พรเทพ สิริมหาไชยกุล
เคสผู้เข้ารับบริการฉีดไขมันใบหน้ากับ นายแพทย์พรเทพ สิริมหาไชยกุล (ไม่อนุญาตให้นำภาพไปเผยแพร่ที่อื่น***)
เคสผู้เข้ารับบริการฉีดไขมันใบหน้ากับ นายแพทย์พรเทพ สิริมหาไชยกุล
เคสผู้เข้ารับบริการฉีดไขมันใบหน้ากับ นายแพทย์พรเทพ สิริมหาไชยกุล (ไม่อนุญาตให้นำภาพไปเผยแพร่ที่อื่น***)
เคสผู้เข้ารับบริการฉีดไขมันใบหน้ากับ นายแพทย์พรเทพ สิริมหาไชยกุล
เคสผู้เข้ารับบริการฉีดไขมันใบหน้ากับ นายแพทย์พรเทพ สิริมหาไชยกุล (ไม่อนุญาตให้นำภาพไปเผยแพร่ที่อื่น***)
เคสผู้เข้ารับบริการฉีดไขมันใบหน้ากับ นายแพทย์พรเทพ สิริมหาไชยกุล
เคสผู้เข้ารับบริการฉีดไขมันใบหน้ากับ นายแพทย์พรเทพ สิริมหาไชยกุล (ไม่อนุญาตให้นำภาพไปเผยแพร่ที่อื่น***)

เทรนด์ความงาม 2021 นี้ คุณหมอหวาน มีอะไรอัพเดตไหมคะ

ส่วนใหญ่เวลาที่เราดูซีรีส์ โดยเฉพาะซีรีส์เกาหลี เราจะเห็นว่าใบหน้าจะออกมาเป็นบล็อกเดียวกัน เพราะคนที่นั่นเขานิยมทำหน้าให้เป็นบล็อกเดียวกัน แต่ว่าที่โรงพยาบาลวรรณสิริ เราจะปรับรูปหน้าให้เข้ากับโครงหน้าในแต่ละราย ไม่ให้หน้าเป็นบล็อกเดียวกันทุกคน ไม่ชอบจุดไหน แก้ไขจุดนั้น

และจุดเด่นของการฉีดไขมันที่โรงพยาบาลวรรณสิริ คือเราจะนำไขมันที่ดูดออกมาปั่นให้ได้ความเข้มข้นมากที่สุด เนื่องมาจากว่า ไขมันที่ดูดออกมา ปกติจะมีทั้งไขมัน น้ำ เลือด ยาชาที่ผสมอยู่ หากเกิดว่าเราฉีดเข้าไป ปริมาณไขมันเพียวๆ ก็จะน้อย แต่ถ้าเอามาปั่น เพื่อเอาเฉพาะเนื้อไขมันเพียวๆ เวลาที่ใช้ในการฉีดไขมัน ก็จะได้ไขมันเยอะขึ้น และบริสุทธิ์กว่าด้วย

เทคนิค ฉีดไขมันหน้าเด็ก จากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ รพ.วรรณสิริ

และสุดท้ายนี้ หมอหวาน – นายแพทย์พรเทพ สิริมหาไชยกุล ฝากถึงทุกคนที่คิดใช้บริการในเรื่องของการศัลยกรรมหรือผ่าตัดเสริมสวยทั้งใบหน้าและร่างกายว่า

  • อันดับแรก ควรจะสำรวจชื่อแพทย์ก่อนว่า แพทย์ท่านนั้นมีประสบการณ์เฉพาะทางในด้านนั้นๆ จริงหรือไม่ ซึ่งวิธีการที่จะสืบค้นง่ายมาก เพียงพิมพ์ชื่อและนามสกุลของแพทย์ ลงในเว็บไซต์ของแพทยสภา https://www.tmc.or.th/ แล้วกดเข้าไปเช็คว่าแพทย์ท่านที่เราสนใจเข้ารับบริการ จบแพทย์เมื่อปี พ.ศ. ใด และจบหลักสูตรความเชี่ยวชาญทางด้านไหน
  • อันดับสอง เช็คในเรื่องของคลินิกหรือโรงพยาบาลที่ต้องการจะรับบริการว่ามีความสะอาด ได้มาตรฐาน ดูน่าเชื่อถือแค่ไหน
ทีมศัลยแพทย์และผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางของเมืองไทย
ทีมศัลยแพทย์และผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางของเมืองไทย

นอกจากนี้ที่ “โรงพยาบาล วรรณสิริ” (WANSIRI AESTHETIC HOSPITAL) ยังระดมทีมศัลยแพทย์และผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางของเมืองไทย ซึ่งมีใบประกอบวิชาชีพจากสภาวิชาชีพแพทย์หรือแพทยสภา โดยในประเทศไทยมีแพทย์ศัลยกรรมตกแต่งที่เป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่ยังแอคทีฟและมีประสบการณ์พอเพียงไม่เกิน 300 ท่านเท่านั้น ดังนั้นที่ โรงพยาบาล วรรณสิริ จึงให้บริการโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางเท่านั้น

เรียกได้ว่าเป็นการรวมสุดยอดแพทย์เฉพาะทางที่ให้บริการครบทุกด้านแบบครบจบในที่เดียว บวกกับเทคโนโลยีล้ำสมัยทุกมิติ มุ่งมั่นในการมอบประสบการณ์ความงามจาก ‘ศีรษะจรดปลายเท้า’ ที่แท้ทรู

เทคนิค ฉีดไขมันหน้าเด็ก จากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ รพ.วรรณสิริเทคนิค ฉีดไขมันหน้าเด็ก จากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ รพ.วรรณสิริ เทคนิค ฉีดไขมันหน้าเด็ก จากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ รพ.วรรณสิริ เทคนิค ฉีดไขมันหน้าเด็ก จากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ รพ.วรรณสิริ เทคนิค ฉีดไขมันหน้าเด็ก จากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ รพ.วรรณสิริ


เรื่อง : Primphy_praewnista
ภาพ : แพรว , Pexels

 

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

รวมทุกความล้ำ! “วรรณสิริ” รพ.ความงามครบวงจรที่แรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

 

พระเอกเกาหลี 'อีจงซอก' ตัดสินใจปรากฏตัวบนรันเวย์อีกครั้งในรอบหลายปี

ทำไม พระเอกเกาหลี ‘อีจงซอก’ ตัดสินใจปรากฏตัวบนรันเวย์อีกครั้งในรอบหลายปี

ลุคใหม่หล่อไม่ไหว สำหรับ พระเอกเกาหลี ‘อีจงซอก’ ที่ล่าสุดตัดสินใจเดินแบบอีกครั้งในงาน 2021 Seoul Fashion Week หลังห่างหายไปหลายปี ด้วยเหตุผลที่ว่า…

เมื่อวานที่ผ่านมา (25 มี.ค. 64) A-MEN Project ต้นสังกัดของอีจงซอก ปล่อยภาพอีจงซอกขณะทำหน้าที่เป็นนายแบบบนรันเวย์ให้กับแบรนด์ Beyond Closet ในงาน 2021 Seoul Fashion Week ซึ่งทำให้หลายคนเซอร์ไพร้ส์อย่างมาก เพราะพระเอกดังหวนกลับรันเวย์ Seoul Fashion Week ในรอบหลายปี ทั้งยังมีความหมายพิเศษที่ทำให้เขากลับมารับงานเดินแบบอีกครั้ง ด้วยลุคหนุ่มผมยาวสุดเท่ที่มาพร้อมเสน่ห์เหลือล้น

พระเอกเกาหลี 'อีจงซอก' เดินแบบ

ทำไม พระเอกเกาหลี ‘อีจงซอก’ ตัดสินใจปรากฏตัวบนรันเวย์อีกครั้งในรอบหลายปี

ซึ่งเหตุผลหลักที่อีจงซอกปรากฏตัวบนรันเวย์ ก็เพื่อแฟนๆ ของเขา โดยเขาได้เปิดเผยว่า “ผมอยากแสดงให้แฟนๆ ได้เห็นถึงภาพลักษณ์ที่แตกต่างออกไป” ดังนั้นเขาจึงเริ่มก้าวแรกบนรันเวย์ Seoul Fashion Week ซึ่งเขาหวังว่ามันจะเป็นส่วนเล็กๆ ในการช่วยฟื้นฟูและเติมพลังให้กับโลกแฟชั่น พร้อมทั้งสนับสนุนผลงานของดีไซเนอร์ Ko Tae-yong อีกด้วย

นอกจากนี้ อีจงซอกยังกล่าวถึงงานในครั้งนี้ว่า “ผมรู้ว่ามีความยากลำบากเกิดขึ้นมากมายในช่วงนี้ ไม่ว่าจะอยู่ในแวดวงไหนหรือในโลกของแฟชั่นก็ตาม ผมขอให้พวกคุณทุกคน รวมถึงแฟนๆ มีสุขภาพที่แข็งแรง ผมจะทำให้ดีที่สุดในส่วนของผม และทำงานของผมในฐานะนักแสดงที่สามารถมอบความสุขและความสนุกสนานให้กับทุกคนได้”

พระเอกเกาหลี 'อีจงซอก' พระเอกเกาหลี 'อีจงซอก' พระเอกเกาหลี 'อีจงซอก' พระเอกเกาหลี 'อีจงซอก' พระเอกเกาหลี 'อีจงซอก' เดินแบบ พระเอกเกาหลี 'อีจงซอก' เดินแบบ พระเอกเกาหลี 'อีจงซอก' เดินแบบ


ที่มา : ent.sbs.co.kr

ภาพ : A-MEN Project 

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

40 อัพยังสวยเป๊ะ! ส่องลุคตัวแม่ เจ้าเหว่ย-ซูฉี-จางป๋อจือ ในแฟชั่นโชว์ FENDI

ชอบให้คนชมว่าเซ็กซี่! ส่อง 14 แฟชั่น ‘ลิซ่า BLACKPINK’ สวยแซ่บมาจากอินเนอร์

สวยเอวสับ! ญาญ่า ในชุดเดรส Poem สุดคลาสสิก ด้วยเทคนิคการพิมพ์ไล่สี

 

aespa

นิตยสารอเมริกัน People เผย aespa ศิลปินหน้าใหม่มากความสามารถปี 2021

aespa ได้รับเลือกให้มีรายชื่อติดใน ‘2021 Emerging Artist’ โดยนิตยสารอเมริกัน People พร้อมการแนะนำว่า “เกิร์ลกรุ๊ปที่ขึ้นสู่ระดับท็อปอย่างรวดเร็ว”

สุดยอดน้องใหม่ระดับโลก aespa (เอสป้า) แห่งค่าย SM ENTERTAINMENT (เอสเอ็ม เอ็นเทอร์เทนเม้นท์) ได้รับเลือกให้มีรายชื่อติดใน ‘the Talented Emerging Artists Making Their Mark on the Musical Landscape in 2021’ หรือ ‘ศิลปินใหม่มากความสามารถที่ได้สร้างชื่อเสียงอย่างโดดเด่น ในวงการเพลงปี 2021’ โดยนิตยสารอเมริกัน People

นิตยสารอเมริกัน People ้ผยรายชื่อ aespa ศิลปินหน้าใหม่มากความสามารถปี 2021

 aespa

เมื่อไม่นานมานี้ ทางหน้าโฮมเพจของนิตยสารอเมริกัน ‘People’ (พีเพิล) ได้เปิดเผย 30 รายชื่อของ ‘ศิลปินใหม่มากความสามารถที่ได้สร้างชื่อเสียงอย่างโดดเด่น ในวงการเพลงปี 2021’ (Meet These Emerging Musical Artists of 2021 | PEOPLE.com) ซึ่งในบรรดารายชื่อเหล่านั้น ชื่อของวง เอสป้า ก็ปรากฏออกมาเป็นชื่อแรกสุด นับเป็นการพิสูจน์ให้เห็นถึงความสนใจในระดับโลกที่มีต่อเอสป้ากันอีกครั้ง

โดยทาง ‘People’ ได้แนะนำว่า เอสป้า คือ เกิร์ลกรุ๊ป K-Pop ที่ขึ้นสู่ระดับท็อปได้อย่างรวดเร็ว” และ “มิวสิกวิดีโอเพลงเดบิวต์ ‘Black Mamba’ เป็นมิวสิกวิดีโอเพลงเดบิวต์ของวง K-Pop ที่มียอดเข้าชมทะลุ 100 ล้านวิว ได้เร็วที่สุดในประวัติศาสตร์ของ YouTube” พร้อมกล่าวเสริมเกี่ยวกับผลงานของเอสป้าว่าได้ขึ้นปกนิตยสารเดือนมีนาคมของ ‘Dazed Korea’ และสร้างผลงานบนโลกแฟชั่น ในฐานะที่พวกเธอเป็นแอมบาสเดอร์ใหม่ของ Givenchy”

ทั้งนี้เอสป้าได้แสดงให้เห็นถึงพลังที่สมกับเป็น ‘สุดยอดน้องใหม่ระดับโลก’ (Global Super Rookie) ด้วยการประสบความสำเร็จอย่างโดดเด่นในฐานะน้องใหม่ อาทิ การที่เพลงเดบิวต์ ‘Black Mamba’ สร้างสถิติใหม่มียอดเข้าชมทะลุ 100 ล้านวิว ได้เร็วที่สุดในประวัติศาสตร์ สำหรับมิวสิกวิดีโอเพลงเดบิวต์ของ K-Pop, การติดอันดับในชาร์ตเพลงทั่วโลกกว่า 95 ประเทศ, การติดอันดับที่สูงที่สุดในประวัติศาสตร์ของเพลงเดบิวต์ศิลปิน K-Pop บนชาร์ต Global Excl. U.S. ของ Billboard สหรัฐอเมริกา, การครองอันดับ 1 บนชาร์ตเพลงเกาหลีของ QQ Music ได้นานที่สุดในบรรดาเกิร์ลกรุ๊ปที่เดบิวต์ปี 2020 ฯลฯ

aespa


 

อั๋น ภูวนาท

กรี๊ดแรงง!!! อั๋น ภูวนาท เตือนภัย ”กระป๋องน้ำอัดลมที่เก็บไว้ในรถระเบิดคารถ”

ทำเอา อั๋น ภูวนาท คุณผลิน พิธีกรชื่อดังตกใจแรง กรี๊ดสุดเสียง เมื่อเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด เมื่อกระป๋องน้ำอัดลมที่เก็บไว้ในรถ ดันระเบิดเพราะความร้อนจากการจอดรถไว้กลางแดด

เรียกได้ว่าเป็นเรื่องใกล้ตัวที่หลายคนอาจมองข้าม โดยก่อนหน้านี้มีการเตือนภัยเรื่องการนำขวดน้ำไว้ในรถแล้วเกิดการทำปฏิกิริยากับแสงแดดจนเกิดการเผาไหม้หวิดไฟไหม้รถ หรือล่าสุดกับเหตุการณ์ไม่คาดคิดของพิธีกรชื่อดัง อั๋น ภูวนาท คุณผลิน ที่ล่าสุดถึงกับกรี๊ดเมื่อกระป๋องน้ำอัดลมที่เก็บไว้ในรถดันระเบิดเพราะความร้อนที่สะสมจากการจอดรถไว้กลางแดด

ทั้งนี้อั๋น ภูวนาทได้ออกมาเตือนภัยถึงเรื่องนี้ว่า กรี๊ด!!!กระป๋องน้ำอัดลมระเบิดคารถผม เพราะความร้อนจากการจอดรถไว้กลางแดด!!!”

เตือนภัยซักนิดนะคับ

วันนี้อั๋นถ่ายรายการต้มยำอัมรินทร์อยู่ดีๆก็ได้ยินเสียงไซเรนดังมาจากรถตัวเอง จนกองต้องหยุดการถ่ายทำทั้งหมด เพื่อวิ่งตามเสียงไปดู ผลปรากฏว่าสิ่งที่ทำให้รถร้องเตือนเสียงดังหวอๆนั้นคือ “กระป๋องน้ำอัดลมที่เก็บไว้ในรถระเบิด” ไม่อยากจะเชื่อเลยว่า แรงดันมหาศาลจากความร้อนจะรุนแรงจนทำให้กระป๋องโลหะฉีกขาดเป็นกระดาษได้ขนาดนี้

 อั๋น ภูวนาท น้ำอัดลมระเบิด

ผมมัวแต่ตกใจกับคราบบนเบาะและห้องโดยสารที่เลอะไปหมดจนคนรักรถ และเจ้าชายสะอาดอย่างผมต้องลนลานรีบเช็ด เลยไม่ได้ถ่ายรูปสภาพรถ เบาะ หลังคา คอนโซลที่โดนโค้กระเบิดไว้ให้ดู

บันทึกไว้เป็นบทเรียนเตือนภัย นี่ขนาดก่อนลงจากรถ ภูวนาทตั้งใจหยิบกระป๋องโค้กทั้ง2มาวางหลบแดดตรงที่เท้าแขนกลางรถแล้วนะ แต่กลับกลายเป็นว่าทางเราเลือกจุดที่ทำให้การระเบิดครั้งนี้ยิ่งเลอะเทอะได้อย่างทั่วถึงไปซะงั้น โบ๊ะบ๊ะที่สุด!

ทราบแล้วเปลี่ยนนะนวลนะ


ที่มา : IG (@unpuwanart)

จากใจคนดังเหยื่อบูลลี่ ‘อั๋น-ภูวนาท คุนผลิน’ ดึงสติรับมือสู้คำวิจารณ์

'ทับทิม อัญรินทร์' ในชุดเจ้าสาวอิสลาม

สวยคม! ‘ทับทิม อัญรินทร์’ ในชุดเจ้าสาวอิสลาม งดงามเกินต้านภายใต้ผ้าคลุมฮิญาบ

ถือเป็นอีกหนึ่งนักแสดงคุณภาพที่มากความสามารถเบอร์ต้นๆ ของไทยคนหนึ่งเลย และเห็นหน้าหวานๆ แบบนี้รู้หรือไม่ว่า นักแสดงสาวสวย ‘ทับทิม อัญรินทร์ ธีราธนันพัฒน์’ เธอเป็นสาวใต้ชาวจังหวัดระนอง และนับถือศาสนาอิสลาม มิน่าล่ะ ใบหน้าหวานๆ ถึงดูสวยคมน่าดึงดูดขนาดนี้

จึงไม่แปลกใจที่เธอจะสวยเกินต้านในชุดเจ้าสาวอิสลาม ภายใต้ผ้าคลุมฮิญาบ ที่เธอถ่ายแบบชุดเจ้าสาวของเเบรนด์ Basslanna และเมคอัพที่ขับให้โททัลลุคโดดเด่นอีกสเต็ปจาก ‘น้องฉัตร ฉัตรชัย เพียงอภิชาติ’ เมคอัพอาร์ติสต์ชื่อดัง

'ทับทิม อัญรินทร์' ในชุดเจ้าสาวอิสลาม

โดยลุคนี้ The Charm Of Bridal ‘ทับทิม อัญรินทร์’ มาในสไตล์เจ้าหญิงของ Basslanna New collection ปี 2021 ความเบาลง ความเรียบหรู ทันสมัย ความพอดีที่ไม่เยอะ ดูสบายตาในชุดเจ้าสาวอิสลามของ Basslanna (แบรนด์ชุดเจ้าสาวอิสลามอันดับต้นๆ ของเมืองไทย จากการจัดอันดับจากเพจดังของมุสลิมไทยโพสต์) ที่มีความออร่าเป็นเจ้าหญิงขึ้นมาทันใด

ชุดเจ้าสาวอิสลามของแบรนด์นี้อยู่ภายใต้คอนเซ็ป “สวยออร่าภายใต้ผ้าคลุมฮิญาบ” ทั้งการออกแบบ และการตัดเย็บชุดเจ้าสาวที่มีความปราณีต งดงาม คอยเนรมิตว่าที่เจ้าสาวให้งดงามดุจดั่งเจ้าหญิงในวันสำคัญ

 

View this post on Instagram

 

A post shared by Amarit Idkerd (@basslanna)

 

View this post on Instagram

 

A post shared by Amarit Idkerd (@basslanna)

งดงามเกินต้าน ‘ทับทิม อัญรินทร์’ ในชุดเจ้าสาวอิสลาม 

'ทับทิม อัญรินทร์' ในชุดเจ้าสาวอิสลาม 'ทับทิม อัญรินทร์' ในชุดเจ้าสาวอิสลาม 'ทับทิม อัญรินทร์' ในชุดเจ้าสาวอิสลาม'ทับทิม อัญรินทร์' ในชุดเจ้าสาวอิสลาม'ทับทิม อัญรินทร์' ในชุดเจ้าสาวอิสลาม'ทับทิม อัญรินทร์' ในชุดเจ้าสาวอิสลาม'ทับทิม อัญรินทร์' ในชุดเจ้าสาวอิสลาม


ภาพ IG : basslanna 

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

เปิดไอเดียและ ความหมายชุดแต่งงานสีดำ ไม่ใช่สัญลักษณ์ของความอัปมงคล

ซ้อมไว้! ‘โต๋-ไบรท์’ สวมบทเจ้าบ่าวเจ้าสาวธีม ‘โนบิตะ-ชิสุกะ’ โปรโมตภาพยนตร์

ผู้หญิงญี่ปุ่นบางคนคิดว่า การโยน “ช่อดอกไม้” ในงานแต่ง ถือเป็นการคุกคาม

 

ดาราแดนมังกร

ปัญหาซินเจียงอุยกูร์ ดาราแดนมังกร ตัดสัมพันธ์ แบรนด์เสื้อผ้าแฟชั่น 9 ยี่ห้อ

ดาราแดนมังกร พาเหรดฉีกสัญญาแบรนด์เสื้อผ้าแฟชั่น หลังแบรนด์ประกาศจุดยืนไม่สนับสนุนการใช้ฝ้ายในซินเจียและการบังคับแรงงานชาวอุยกูร์

ตลอดหลายปีที่ผ่านมาชาติตะวันตกได้นำเสนอว่าทางการจีนละเมิดสิทธิมนุษยชนด้วยการกดขี่และบังคับใช้แรงงานชาวอุยกูร์ ที่อยู่ค่ายกักกันในมณฑลซินเจียง ให้ทำงานด้านสิ่งทอ โดยเฉพาะการเก็บฝ้ายเพราะที่นี่เป็น 1 ใน 5 ที่สามารถเก็บฝ้ายมากที่สุดในโลก จนขับเคลื่อนอุตสาหกรรมแฟชั่นโลกได้ แน่นอนว่าหลังจากที่มีข่าวออกมาทางจีนก็ได้ออกมาแย้งว่านี่คือโรงเรียนฝึกหัดอาชีพซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการบรรเทาความยากจน ซึ่งแม้จะยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจน แต่ก็ทำให้ฝ้ายที่มาจากที่นี่ถูกมองว่าเป็นฝ้ายที่แปดเปื้อนมาตลอดหลายปี

แต่ที่ทำให้ชาวจีนรู้สึกขุ่นเคืองเป็นอย่างมากก็เพราะเมื่อไม่นานมานี้ชาติตะวันตก สหรัฐอเมริกา อังกฤษ และแคนาดา ได้ออกมาประณามและคว่ำบาตรรัฐบาลจีนในข้อหาละเมิดสิทธิมนุษยชน ขณะที่แบรนด์เสื้อผ้าแฟชั่นหลายแบรนด์ถูกขุดว่าพวกเขาใช้ฝ้ายจากที่มณฑลซินเจียง ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์แบรนด์ จนแบรนด์ต่างๆ ต้องออกมายืนยันว่าไม่ได้ใช้ฝ้ายที่ผลิตจากซินเจียง

ดาราแดนมังกร ตัดสัมพันธ์ แบรนด์เสื้อผ้าแฟชั่น 9 ยี่ห้อ

หลังจากที่แบรนด์ต่างๆ ออกมาแสดงจุดยืนว่าพวกเขาไม่ใช้ฝ้ายที่มาจากมณฑลซินเจียง เนื่องจากกังวลเกี่ยวกับการบังคับใช้แรงงานกลุ่มชาติพันธุ์ ทำให้ประเด็นนี้ลุกลามไปมากกว่าเดิม เนื่องจากกลายเป็นว่าไปเป็นปรปักษ์ต่อจีน

ไม่ว่าต่างชาติจะคิดเห็นอย่างไร แต่ทางการจีนและคนจีนได้ออกมายืนยันมันไม่เคยมีเรื่องแบบนั้น ซึ่งล่าสุดบรรดาดาราดังในแดนมังกร โดยเฉพาะระดับตัวพ่อตัวแม่ ได้ออกมาเทคแอคชันในประเด็นนี้ด้วยการฉีกสัญญากับแบรนด์ที่ประกาศไม่ใช้ฝ้ายที่ผลิตจากซินเจียง แม้จะต้องเสียค่าปรับในการยกเลิกสัญญา แต่พวกเขาก็เลือกที่จะตัดสัมพันธ์กับแบรนด์ โดยมีรายชื่อดังต่อไปนี้

นักแสดงเชื้อสายอุยกูร์
นักแสดงเชื้อสายอุยกูร์ ตี๋ลี่เร่อปา

 

นักแสดงเชื้อสายอุยกูร์
นักแสดงเชื้อสายอุยกูร์  กู่ลี่ นาจา
เฉินเหว่ยถิง
เฉินเหว่ยถิง

หวังอี้ป๋อ

H&M: หวงซวน, วิกตอเรีย ซง

Nike: หวังอี้ป๋อ, ถานซงอวิ้น

Converse (Nike subsidiary): จางอี้ชิง, ไป๋จิงถิง, โอวหยางน่าน่า

Adidas และ Adidas Originals: หยี อี้หยางเชียนสี, หลิวอี้เฟย์, หยางมี่, ตี๋ลี่เร่อปา, เติ้งหลุน, แองเจลาเบบี , เผิงอวี๋เยี่ยน, จางจวินหนิง, เฉินอี้ซวิ่น, เฉินหลี่หนง, แจ็คสัน หวัง, เผิงหยู่ชาง, ซงเหยียนเฟย, ติงอวี่ซี, จ้าวลูซือ, จีน่าจิน, and Qiu Tian

Calvin Klein: จางอี้ชิง, หลิวอวี่ซิน วง THE9,

Uniqlo: จิ่งปั๋วหราน, เหลยเจียอิน, Ni Ni, รอย หวังหยวน

Puma: หลี่เชียน, หยางหยาง, หลิวห่าวหราน, กู่ลี่ นาจา and Greg Hsu

New Balance: เมิ่งเหม่ยฉี, จางจื่อเฟิง

Tommy Hilfiger: เฉินเหว่ยถิง,หลี่เจิ้นหนิง


ข้อมูลจาก : dramapanda.com

สามารถติดตามอ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติมได้ที่นี่

ตี๋ลี่เร่อปา นางเอกจีนเชื้อสายอุยกูร์ สวยหยาดเยิ้มเหมือนนางฟ้ามาจุติ

หยางมี่ ของขึ้น! ถอนตัวจาก Versace เหตุพิมพ์ลายเสื้อยืด ฮ่องกง เป็นประเทศ

หน้า 13 อายุ 30! นางเอกจีน ถานซ่งอวิ๋น หน้าใสเด้ง เด็กเหมือนโกงอายุ

มาดามแป้ง นวลพรรณ

ชีวิตจริงที่ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ มาดามแป้ง นวลพรรณ CEO นักสู้หญิงเหล็ก

หากใครได้รู้จักตัวตนของ มาดามแป้ง นวลพรรณ ล่ำซำ จะรู้ว่าในสารบบความคิดของเธอไม่มีคำว่า “ยอมแพ้” ไม่ว่าจะในสนามธุรกิจ หรืองานการกุศลช่วยเหลือสังคม เธอทุ่มเทสุดแรงกายแรงใจเสมอเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด หากบางครั้งรางวัลที่เธอภาคภูมิใจกลับไม่ใช่ผลกำไรหรือถ้วยรางวัล แต่เป็นรอยยิ้มของใครสักคนที่ได้รับความช่วยเหลือ ล่าสุดกับการได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ประถมาภรณ์ช้างเผือก ที่ถือเป็นเกียรติยศสูงสุดของชีวิต

ชีวิตจริงที่ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ มาดามแป้ง นวลพรรณ CEO นักสู้หญิงเหล็ก

ย้อนกลับไปครั้งที่เริ่มงานแรกของชีวิต (ฝ่ายบริการลูกค้าบริษัทลินตาส) ตอนนั้นเพราะอะไร คุณแป้งจึงไม่เลือกทำงานกับครอบครัวคะ

“เมื่อ 30 กว่าปีที่แล้ว ตอนนั้นเรียนจบใหม่ๆ แป้งค่อนข้าง มีความเป็นตัวเองสูง พอได้เริ่มทำงานก็อยากทำงานในแบบที่เลือกเอง จนถึงวันที่ต้องกลับมาทำธุรกิจของที่บ้านจริงๆ คุณอาภูมิชาย ล่ำซำ สอนแป้งว่า ให้ลืมวิธีคิดแบบเดิมๆ แล้วมองการณ์ไกล รู้หรือไม่ว่าในอนาคตบริษัทประกันจะเป็นปัจจัยที่ห้าของชีวิตประชาชน ไม่มีใครที่จะ Self Insured อีกต่อไป เราจะกลายเป็นส่วนสำคัญในการรับความเสี่ยงของประชาชน ทั้งรถชน ไฟไหม้ อุบัติภัย ต่างๆ หรือแม้แต่การก่อการร้ายก็ตาม วันนั้นทำให้แป้งเปลี่ยนความคิดเลยค่ะ แล้วทำงานด้วยความเชื่อมาโดยตลอดว่า เวลาเกิดภัยเราพร้อมที่จะช่วยเหลือและเยียวยาประชาชน และมองธุรกิจประกันภัยอย่างเราว่าเป็นธุรกิจที่ทำเพื่อสังคมอย่างแท้จริง”

มาดามแป้ง นวลพรรณ

เมื่อตัดสินใจเริ่มธุรกิจนำเข้าแบรนด์แอร์เมส คุณแป้งมีกลยุทธ์อย่างไรในการเอาชนะคู่แข่งจนได้รับเลือกให้เป็นผู้นำเข้าแบรนด์ดังระดับโลก

 “บางทีอาจเพราะโชคชะตานะคะ เพราะแป้งเป็นเด็กที่เรียนโรงเรียนไทยมาตลอด ทำให้พูดภาษาอังกฤษไม่ดีนัก แม้จะไปเรียนต่อปริญญาโทที่บอสตัน ก็ไม่ทำให้ความรู้สึกนี้หายไป แต่ก็แปลกมากที่ตัวเองกล้าตัดสินใจส่งหนังสือไป ขอนำเข้าสินค้าแบรนด์เก่าแก่อย่างแอร์เมส แป้งใช้วิธีร่างหนังสือเป็นภาษาไทย แล้วส่งให้คนแปลเป็นภาษาฝรั่งเศส จนทางแอร์เมสเรียกให้ไปสัมภาษณ์ยอมรับว่าตื่นเต้นมาก ด้วยภาษาอังกฤษไม่แข็งแรง และภาษาฝรั่งเศสยิ่งไม่ได้เลย วันนั้นแป้งได้พบกับคุณฌองน์ หลุยส์ ดูมาส์ ทายาทรุ่นที่ 5 แห่งตระกูลแอร์เมส ซึ่งกำลังวาดภาพบนผ้าพันคออยู่ เขาถามว่ารู้ไหมนี่คือภาพอะไร แป้งตอบว่าดอกบัวดอกไม้ประจำชาติไทย เขาถามต่อว่าผมควรจะวาดภาพอะไรต่อ แป้งตอบไปว่า ช้าง เพราะเป็นสัตว์ประจำชาติของไทย จากนั้นก็เสร็จสิ้นการสนทนา กลับมาไทยได้ประมาณปีกว่าก็มีหนังสือตอบกลับจากแอร์เมสว่าเขาเลือกแป้ง

“จนวันนี้แป้งเองก็ไม่มีคำตอบให้กับเรื่องนี้ แต่สิ่งที่แป้งได้และมักจะสอนเด็กรุ่นหลังเสมอคือ ภาษาสากลที่เราร่ำเรียนกัน บางครั้งไม่สำคัญเท่ากับภาษากายที่เราแสดงออกไป นั่นคือความจริงใจทั้งจากคำพูดและการกระทำ อาจเป็นเหตุผลนี้ที่ทำให้แป้งได้ร่วมงานกับแบรนด์ระดับโลกจนถึงวันนี้ค่ะ”

ขออนุญาตถามความรู้สึกในฐานะทายาทรุ่นที่ 5 ของเมืองไทยประกันภัย กับที่มาของฉายา “สวยประหาร”

“ครอบครัวล่ำซำอยู่กับการค้าขายมาตั้งแต่บรรพบุรุษที่อพยพมาแบบเสื่อผืนหมอนใบจากจีน ถึงวันนี้เมืองไทยประกันภัยมีอายุ 89 ปี ตั้งแต่ยุคก่อร่างสร้างตัวที่เริ่มจากกวางอันหลงประกันภัยมาเป็นล่ำซำประกันภัย พร้อมกับธุรกิจการเงิน ประกันภัย ประกันชีวิต จนกลายเป็นภาพจำของตระกูล ในฐานะของทายาท รุ่นที่ 5 แป้งรู้สึกว่านี่คือมรดกทางความคิดจากบรรพบุรุษ การมองการณ์ไกลตั้งแต่ปู่ย่าตาทวดว่าประกันจะเข้ามามีบทบาทสำคัญในชีวิตประจำวันของประชาชน และวันนี้ในฐานะซีอีโอและผู้สืบทอดธุรกิจ จึงเป็นความภาคภูมิใจที่ธุรกิจของเราได้แบ่งเบาความทุกข์ แบ่งปันความสุขให้กับลูกค้าและสังคมไทย

“ส่วนที่มาของฉายา ‘สวยประหาร’ ไม่รู้ว่าเริ่มจากที่ไหน อาจเพราะงานที่แป้งทำมีความหลากหลาย ค่อนข้างฉีกแนวกันไปหมด ทั้งธุรกิจประกัน นำเข้า แบรนด์เนม กีฬาฟุตบอล ซึ่งไม่ค่อยมีผู้หญิงทำนัก อาจเป็นความแตกต่างที่ทำให้คนรู้จักแป้งมากยิ่งขึ้น แต่ไม่ได้สวยอะไรขนาดนั้นค่ะ ปีนี้ 55 แล้ว” (หัวเราะ)

เล่าความยากของการเป็นผู้บริหารหญิงในธุรกิจประกันภัยสักนิดค่ะ

“แป้งว่าไม่ยากและไม่ง่าย อยู่ที่เราจะมองให้เป็นแบบไหน คุณพ่อ (คุณ โพธิพงษ์ ล่ำซำ) สอนว่าในเวทีธุรกิจไม่มีการแบ่งเพศหญิงหรือชาย คนที่จะอยู่ได้คือคนที่เก่งและแกร่งเท่านั้น…ใช่ค่ะ ไม่มีใครยอมอ่อนข้อให้ผู้หญิงอย่างแป้งเลย แต่แป้งก็ไม่เคยกังวลนะคะ แม้แป้งจะดูเป็นผู้หญิงอ่อนหวาน แต่ข้างในแมนมากมาตั้งแต่เด็ก กล้าลุย กล้าได้กล้าเสีย ไม่เคยยอมแพ้กับอะไรง่ายๆ สำหรับธุรกิจประกัน แป้งเริ่มต้นจากความเข้าใจและมองภาพชัดตั้งแต่ที่ได้คุยกับคุณอาภูมิชาย และมั่นใจเสมอว่าเมื่อเราพยายามมากพอ เราจะได้ผลลัพธ์ที่ต้องการเสมอ

“ธุรกิจประกันวันนี้มีกว่า 60 แบรนด์ในตลาด ท่ามกลางวิกฤติที่เกิดขึ้นในประเทศอย่างต่อเนื่อง มีแบรนด์ล้มหายตายจากวงการไปไม่น้อย แต่เมืองไทยประกันภัยยังอยู่บนท็อป 5 ได้อย่างภาคภูมิ น่าจะเป็นเครื่องพิสูจน์ความเป็นตัวแป้งได้ดี”

มาดามแป้ง นวลพรรณ

ตลอดระยะเวลากว่า 20 ปีที่ทำหน้าที่ผู้บริหารของเมืองไทยประกันภัย เหตุการณ์ทางธุรกิจที่ถือว่าหนักหน่วงที่สุดคืออะไร แล้วคุณแป้งพาทีมผ่านมาได้อย่างไรคะ

“หนักทุกเหตุการณ์เลยค่ะ (หัวเราะ) ทั้งน้ำท่วม ไฟไหม้ แผ่นดินไหว สึนามิ เหตุจลาจลกลางกรุง เราเจอมาทุกรูปแบบ ถ้านำมาจัดอันดับที่หนักสุดคงจะเป็น ‘มหาอุทกภัย ปี 2554’ ทั้งบ้านเรือน รถยนต์ สิ่งปลูกสร้างจมอยู่ในน้ำนานหลายเดือน ได้รับความเสียหายที่สุด บริษัทขาดทุนหนักมาก เพราะเราไม่เก็บ ไม่ค้าง เร่งจ่ายเคลมเพื่อช่วยเหลือเยียวยาลูกค้าจริงๆ ตอนนั้นนวลพรรณต้องเดิน เข้าธนาคารเพื่อขอยื่นกู้ เงื่อนไขไม่มีอะไรมากค่ะ ธนาคารขอแค่ชื่อนวลพรรณ ลงนามในฐานะซีอีโอในการกู้ครั้งนี้ เราคือผู้นำที่ต้องนำพาองค์กรเดินต่อไปให้ได้ วันนั้นกลับมาพร้อมหนี้ก้อนใหญ่ที่ไม่สามารถคาดเดาได้ว่าสถานการณ์จะดีขึ้นเมื่อไหร่ แต่ก็เชื่อว่าด้วยความดีและความซื่อสัตย์ที่มีต่อลูกค้ามาโดยตลอด เราจะผ่าน ไปได้ ปีต่อมาเราก็ใช้เงินกู้นั้นได้หมด และเป็นปีที่เรามีกำไรทันทีอย่างไม่น่าเชื่อ”

เมื่อต้องประสบกับวิกฤติทางธุรกิจต่าง ๆ คุณแป้งมีวิธีรับมืออย่างไรคะ รวมถึงสถานการณ์โควิดทั้งสองระลอก

“อันดับแรกคือต้องมีสติค่ะ สติคือสิ่งสำคัญที่สุด เพราะสุดท้ายทุกปัญหามีทางออก ขอยกคำพูดของคุณพ่อที่สอนแป้งตอนเป็นโรคม่านตาอักเสบตอนอายุ 25 จนเกือบตาบอดว่า ถ้าตาซ้ายบอดก็ยังมีตาขวาเหลืออยู่ It’s not the end of the world. ไม่มีอะไรเป็นจุดสุดท้ายของโลก มันคือเรื่องจริงนะคะ โลกไม่สลายไปเพราะปัญหาของเรา เมื่อมีสติ เราก็จะมีปัญญาที่จะหาทางออก

“ในวันที่ทั่วโลกคิดว่าโควิด-19 คือสิ่งที่มา Disrupt แต่วันนี้เราเห็นแล้วว่าไม่ใช่ แต่กลายเป็น Pandemic Disrupt ที่สร้างความเปลี่ยนแปลงไปทั่วโลกอย่างยากที่จะหยุดยั้ง สำหรับเมืองไทยประกันภัยอยู่บนหลักการที่ว่า องค์กรจะอยู่ได้ ทุกคนก็ต้องอยู่ได้เช่นกัน เพราะเรามีวัฒนธรรมองค์กรแบบครอบครัว เราไม่มีนโยบายลดคนเพียงแต่ขอความร่วมมือในการงดจ่ายโอที ลดรายจ่ายเพื่อ ประคับประคองบริษัทให้เดินต่อไปได้ ซึ่งก็ได้รับความร่วมมือร่วมใจจากคนในองค์กรเป็นอย่างดี เหมือนใจแลกใจน่ะค่ะ ในยามยากเราไม่เคยคิดทิ้งใครไว้ สิ่งที่เราจะได้กลับมาคือพละกำลังของพนักงานทุกคนที่พร้อมจะช่วยกันทุกวิถีทางเพื่อรักษาบ้านหลังนี้เอาไว้”

นอกจากธุรกิจแล้ว ยังได้รับเชิญให้ทำหน้าที่สำคัญมากมายจุดที่คุณแป้งตัดสินใจเลือกรับผิดชอบงานเหล่านั้นคืออะไร และมีหลักในการบริหารอย่างไรคะ

“อันดับแรกไม่ว่าจะงานอะไร ต้องเป็นสิ่งที่แป้งรักและชอบก่อนเสมอ แต่หลายคนแปลกใจว่าทำไมถึงชอบฟุตบอล เพราะแป้งเล่นกีฬาไม่เป็นเลย จุดเริ่มต้นจากการได้ทำกีฬาคนพิการ ทั้งการแข่งขันอาเซียนพาราเกมส์และเฟสปิกเกมส์ จนได้รับเชิญมาทำหน้าที่ผู้จัดการทีมฟุตบอลหญิงช่วงปลายปี 2008 เรื่อยมาจนจบการแข่งขันฟุตบอลโลกปี 2019 ที่ประเทศฝรั่งเศส ซึ่งเป็นครั้งที่ 2 ที่เราเข้ารอบสุดท้ายของการแข่งขันฟุตบอลหญิงชิงแชมป์โลก จนพาตัวเองมาทำฟุตบอลไทยลีกที่ว่ากันว่าเป็น ‘นรก’ จากคำกล่าวของคุณเนวิน ชิดชอบ ที่เคยบอกแป้งเมื่อเดินทางไปเยือนถิ่นบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ในฤดูกาลแรกที่ทำทีมต้องประสบกับเหตุการณ์ต่างๆ ทั้งตกชั้น ดราม่า เสียน้ำตา มีครบหมดทุกโหมดจริงๆ

“หลักการบริหารทีมที่เหมือนกันทั้งธุรกิจประกันและกีฬาคือ การทำแบบใจแลกใจ เวลาแป้งตั้งใจทำอะไรจะให้หมดใจ ทุ่มสุดตัว เพราะเชื่อว่าถ้าเราใส่จนสุดแบบไหนเราก็จะได้กลับมาแบบนั้น ตอนทำนักฟุตบอลหญิงทีมชาติ แป้งดูแลเขาหมดทุกอย่าง ทั้งอาหาร ที่พัก เจ็บป่วย เลิกกับแฟน บ้านมีปัญหา อยากได้ชุดใหม่ รองเท้าสวยๆ แป้งจัดให้หมด เพื่อให้เขามีแรงพร้อมในการทำหน้าที่เพื่อชาติ คนอื่นมองว่าแป้งตามใจน้องๆ แต่แป้งคิดว่า ถ้าเขาต้องการอะไรที่เราสามารถทำให้ได้ แป้งพร้อมให้ทั้งหมดแบบไม่มีข้อแม้ ตัวเขาเองก็รับรู้ถึงความรักและความจริงใจของแป้ง เขาก็พร้อมตอบแทนด้วยกำลังกายเพื่อทีม เพื่อประเทศชาติ

“สำหรับสโมสรฟุตบอลการท่าเรือ เป็นอีกหนึ่งบททดสอบการทำงานของแป้งที่มีความท้าทายมาก เพราะนี่คือทีมของเรา แป้งเริ่มทำตั้งแต่ 0 ถึง 100 นักฟุตบอล สต๊าฟโค้ช การวางแผน เรื่องเทคนิค แฟนบอล สนาม ทั้งหมดต้องอาศัยหลักใจแลกใจ เพื่อรวมทุกส่วนเป็นหนึ่งเดียวกัน”

มาดามแป้ง นวลพรรณ

เวลาคุณแป้งผิดหวัง เสียกำลังใจ มีวิธีเรียกคืนขวัญกำลังใจให้ตัวเองอย่างไรคะ

“แป้งจะคิดว่าชีวิตก็เหมือนเกมฟุตบอล มีแพ้ มีชนะ มีเสมอ บางวันซ้อมแทบตาย วางแผนมาดีเยี่ยม แต่ผลไม่เป็นดังหวัง แต่ใช่ว่าแพ้แล้วจะแพ้เลย จบเกมนี้ก็ยังมีเกมต่อไปให้ได้ลงเล่นใหม่ เรายังมีโอกาสแก้ตัวได้ หมายถึงถ้าเรารู้ว่าพลาดอะไร ก็ลงมือทำใหม่ได้เสมอ”

ในฐานะที่เป็นหนึ่งในผู้นำทางธุรกิจที่ช่วยเหลือสังคมเสมอ คุณแป้งมีแนวทางหรือนโยบายในการคืนสิ่งดีๆ กลับสู่สังคมอย่างไรคะ

“ในทุกบทบาทหน้าที่ที่แป้งได้รับ แน่นอนว่าความสำเร็จของงานคือเป้าหมายสำคัญที่ต้องสร้างให้เกิดขึ้นให้ได้ แต่ขณะเดียวกันสิ่งที่แป้งต้องคำนึงอยู่เสมอ ทั้งการทำหน้าที่ในบริษัทเมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือการรับตำแหน่งในบริษัทใดก็ตาม นั่นคือการได้มีส่วนสร้างประโยชน์ให้แก่สังคมไทย

“แนวทางหนึ่งที่แป้งได้วางไว้กับตัวเองคือ การทำงานหรือการดำเนินธุรกิจใดๆ แน่นอนว่าต้องมีกำไร แต่กำไรของแป้งจะต้องเกิดขึ้นท่ามกลางความสุขของคนที่อยู่รอบข้าง ทั้งคนในองค์กร ทุกคนที่ได้มีส่วนร่วม และชุมชนที่อยู่โดยรอบ แป้งมองว่าเราไม่สามารถเติบโตขึ้นได้เพียงลำพัง เพราะนั่นไม่ใช่ความยั่งยืน เราต้องเติบโตไปพร้อมๆ กับทุกคนที่อยู่รอบข้าง เราต้องมีการส่งเสริมและสนับสนุนซึ่งกันและกัน เพื่อสร้างความเข้มแข็งและสร้างกำไรทางใจร่วมกัน”

หลายคนมองว่าคุณแป้งเป็น Perfectionist คุณแป้งเองมองอย่างไรคะ

“ไม่จริงเลยค่ะ เหมือนที่แป้งออกพ็อกเก็ตบุ๊ก ‘มาดาม แป้ง…ชีวิตไม่เคยโรยด้วยกลีบกุหลาบ’ ไม่มีอะไรที่ดีลงตัวสวยงาม เหมือนในละครหรือเทพนิยายหรอกค่ะ ทุกอย่างที่เป็นแป้ง หรือมาดามแป้งในวันนี้ล้วนผ่านการต่อสู้อย่างหนักทั้งนั้น สำคัญที่สุดคือแป้งไม่เคยมองว่าตัวเองสำเร็จ เพราะหากวันใดที่คุณคิดแบบนั้น จะเป็นขาลงของชีวิตทันที แป้งเพียงแต่ทำอะไรด้วยความตั้งใจและทำให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ค่ะ”

เป้าหมายชีวิตของคุณแป้งนับจากนี้คืออะไรคะ

“ในวัย 55 ปี แป้งผ่านการทำงานมาหลากหลายด้าน รู้สึกมีความสุขกับทุกงาน แป้งมีพลังงานสูงและไม่ชอบอยู่นิ่ง ใครที่อยู่ใกล้ตัวจะรู้เลยว่าแป้งมีเรื่องที่ต้องคิดและทำอยู่ตลอดเวลา ถ้าถามถึงเป้าหมายของชีวิตตอนนี้ แป้งมองว่าคือการทำทุกวันให้ดีที่สุด อีกอย่างที่แป้งพยายามที่จะทำอยู่คือการ Work – Life Balance ในช่วงหนึ่งของชีวิตแป้งอยากใช้ชีวิตที่เรียบง่าย แบ่งเวลาการทำงานและชีวิตส่วนตัว ใช้เวลาอยู่กับครอบครัวให้มากขึ้น มีเวลานั่งผ่อนคลายดูต้นไม้ที่ปลูกไว้ที่บ้านบ้าง” (ยิ้ม)

สุดท้ายขอแนวคิดดีๆ เพื่อให้กำลังใจนักสู้หน้าใหม่หรือผู้ที่กำลังฝ่าฟันวิกฤติอยู่ในขณะนี้ค่ะ

“ช่วงนี้เป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากจริงๆ ค่ะ แต่ละคนล้วนมีปัญหาที่ต้องเผชิญแตกต่างกันไป แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือ ‘กำลังใจ’ ค่ะ แป้งเชื่อว่าปัญหาทุกปัญหามีทางออก ขอให้เรามีพลังใจที่จะนำพาเราสู้ไปเพื่อหาทางออกค่ะ หาจุดกำเนิดของกำลังใจเราให้เจอ ซึ่งแต่ละคนก็จะแตกต่างกันไป สำหรับบางคนคือคนที่เรารัก บางคนคือของกินอร่อยๆ เพลงเพราะๆ สักเพลง หรือความฝัน ฯลฯ และขอให้ท่องไว้นะคะ ‘แล้วมันก็จะผ่านไป’ นี่เป็นสัจธรรมของโลกใบนี้ค่ะ ไม่มีอะไรคงทนถาวร แป้งขอเป็นส่วนเล็กๆ ส่วนหนึ่งในกำลังใจของทุกคนที่กำลังฝ่าฟันวิกฤตินะคะ ขอให้ทุกคนได้เจอกับกำลังใจของตัวเอง และผ่านพ้น วิกฤตินี้ไปได้ด้วยดีค่ะ”

บทเรียนนักสู้ “เชื่อแป้ง”

• หลักการบริหารทีมให้ประสบความสำเร็จ คือ การทำแบบใจแลกใจ ผู้นำต้องทุ่มสุดตัวและหัวใจ เมื่อพยายามมากพอความสำเร็จจะเป็นของเรา

• เมื่อชีวิตประสบกับวิกฤติต้องรีบเรียกสติ เพราะเมื่อมีสติก็จะมีปัญญาที่จะหาทางออกได้

• จงเชื่อมั่นในความดีและความซื่อสัตย์

• ถ้าวันใดที่คุณคิดว่าตัวเองประสบความสำเร็จ จะเป็นขาลงของชีวิตทันที


ที่มา : นิตยสารแพรว ฉบับ 968

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

เวิร์คกิ้งวูแมนตัวจริง มาดามแป้ง-นวลพรรณ กับแนวคิดการทำงานสร้างพลังบวก

เปิดใจคู่กันครั้งแรก มาดามแป้ง & ดร.ณรัชต์ ความรักดั่งบุพเพสันนิวาสครั้งสุดท้าย

ม้วนเดียวจบ! มาดามแป้ง เปิดใจถึง ปมทรัพย์สิน และ กระเป๋าแอร์เมส 240 ใบ