แรร์ไอเท็ม! กระเป๋า Lady Dior รุ่นพิเศษมีไม่กี่ใบในโลกของ ชลาพร อัคคะประชา

แฟชั่นนิสต้าแถวหน้าของไทยที่ชื่นชอบการเก็บสะสมไอเท็มเก๋แบบไม่ซ้ำใคร เพราะฉะนั้นถ้าเรื่องความเอกซ์คลูซีฟแล้ว ขอให้ไว้ใจ “คุณผึ้ง -ชลาพร อัคคะประชา” ที่ครั้งนี้จัด “กระเป๋า Lady Dior” 3 ใบโปรดที่เป็นทั้งชิ้นลิมิเต็ดและหาชมได้ยากมาฝากแฟน แพรว

แรร์ไอเท็ม! กระเป๋า Lady Dior รุ่นพิเศษมีไม่กี่ใบในโลกของ ชลาพร อัคคะประชา

Exclusive Is My Style
คุณผึ้งเล่าถึงสไตล์การแต่งตัวและการเลือกของว่า “ผึ้งแต่งตัวหลากสไตล์ แล้วแต่อารมณ์ค่ะ บางวันหวาน  บางวันเก๋ บางวันเท่ ดังนั้นผึ้งจึงมีของหลากหลายสไตล์ ไม่ได้จำกัดอยู่ที่แบบใดแบบหนึ่งและสามารถใส่ได้ทุกแบรนด์ โดยชอบแต่งแบบโททัลลุค แต่ต่างซีซั่นมาผสมกัน เพราะรู้สึกว่าแต่ละแบรนด์จะมีกลิ่นอายเฉพาะตัว การแมตช์แบรนด์เดียวกัน เข้าด้วยกันจึงง่ายกว่า แต่ก็มีบางทีที่นึกสนุกจับแบรนด์นั้นผสมแบรนด์นี้บ้างเหมือนกัน แล้วแต่วันค่ะ

“ส่วนกระเป๋า ผึ้งชอบชิ้นที่มีความพิเศษเฉพาะตัว ยิ่งถ้าบอกว่าผลิตมาน้อย ดูแตกต่าง ไม่ซ้ำใคร หรือยังไม่เคยเห็นใครถือเลย ยิ่งรู้สึกว่าควรค่าน่าเก็บ กระเป๋าแต่ละใบของผึ้งจึงไม่เหมือนกันเลย เพราะอย่างที่บอกว่าเราแต่งตัวหลายสไตล์ อย่างกระเป๋า Lady Dior ที่ผึ้งคัดรุ่นพิเศษสุดๆ มาให้ชมครั้งนี้ แม้จะเป็น Lady Dior เหมือนกัน แต่ไม่เหมือนกันเลย แถมยังทำออกมาน้อยมาก แค่ไม่กี่ใบในโลกค่ะ” (ยิ้ม)

DIOR LADY ART : ศิลปะที่ถือติดตัวไปได้ทุกที่

“ใบแรกคือ Dior Lady Art Bag, Morgane Tschiember เป็นกระเป๋าเลดี้ดิออร์ที่ทำขึ้นภายใต้โปรเจ็กต์พิเศษ Lady Dior Art #3 โดยเชิญศิลปินเด่นๆ ทั่วโลกให้มาร่วมออกแบบตามการ ตีความและสไตล์ของแต่ละศิลปิน ก่อนจะนำไป
จัดแสดงเป็นนิทรรศการทั่วโลก สำหรับใบนี้เป็นฝีมือศิลปินหญิงชาวฝรั่งเศสชื่อ Morgane Tschiember ตัวกระเป๋าทำจากหนังแกะสีชมพูอ่อน แล้วพันผูกด้วยเชือกสีขาว จะเห็นว่าซิลลูเอตต์หรือรูปร่างของกระเป๋าถูกเชือกรัดจนเว้าเข้าไปตรงกลาง ดูเหมือนหุ่นผู้หญิงที่เอวคอด ซึ่งทำยากมาก โดยศิลปินได้แรงบันดาลใจมาจากงานศิลปะพันผูกแบบอีโรติกของญี่ปุ่น

“ผึ้งเห็นใบนี้ครั้งแรกตอนที่ดิออร์นำมาจัดแสดงในงานนิทรรศการที่เมืองไทยรู้สึกแค่ว่าสวยดี ยังไม่นึกอยากได้  เหมือนความรู้สึกช้า จู่ๆวันหนึ่งเหมือนภาพกระเป๋ายังไม่ยอมออกไปจากหัว จึงลองถามไปที่ดิออร์ไทยแลนด์ ปรากฏ
เขาบอกว่ากระเป๋าถูกย้ายไปจัดนิทรรศการที่ประเทศอื่นแล้ว คราวนี้ยิ่งอยากได้ใหญ่เลย (หัวเราะ) สุดท้ายทางดิออร์ประเทศไทยจึงไปตามหามาให้จนได้ ใบนี้ผลิตแค่ 2-3 ใบทั่วโลกเท่านั้น ซึ่งพอได้มาแล้วยิ่งถูกใจ รู้สึกเหมือนเป็นชิ้นงานศิลปะที่จับต้องได้ จะวางโชว์ไว้เฉยๆก็สวย จะถือหิ้วไปไหนมาไหนคนก็ทักตลอด และแมตช์กับการแต่งตัวได้หลายสไตล์ ไม่ว่าจะยีนหรือเดรสยาว ทุกวันนี้ผึ้งยังมองกระเป๋าใบนี้เป็นงานศิลปะ เก็บไว้มีแต่ราคาจะขึ้น แค่เห็นก็มีความสุขแล้วค่ะ”

3D Printed Lady Dior Bag

“ส่วนใบที่สองผึ้งได้ในปีถัดมาและพิเศษไม่แพ้กัน คือ Dior Lady Art Bag ที่ทำร่วมกับศิลปินหญิงฝรั่งเศสชื่อ Marguerite Humeau มาจากโปรเจ็กต์ Dior Lady Art #4 ความพิเศษคือทำจากอะคริลิกสีขาว โดยใช้เครื่องพริ้นต์
3D โดยยังคงรูปทรงกระเป๋าแบบเลดี้ดิออร์ไว้ แต่มีลูกเล่นเป็นผิวสัมผัสที่เป็นคลื่นดูเหมือนมีมูฟเมนต์เคลื่อนไหวได้ มีชีวิตชีวา ใบนี้ศิลปินเลือกที่จะไม่ใส่ชาร์มหรือพวงกุญแจที่เป็นตัวอักษรดิออร์เข้าไป เพราะอยากให้คนโฟกัสที่ตัวกระเป๋าจริงๆ

“ยอมรับว่าผึ้งถูกใจตั้งแต่เห็นวิดีโอโฆษณาโปรโมตตอนศิลปินทำกระเป๋าใบนี้จึงสั่งซื้อทันทีโดยยังไม่ได้เห็นของจริง  บอกเลยว่าใบนี้ต้องได้ รู้สึกว่าดูพิเศษถูกใจจริงๆ พอได้มาแล้วก็ยิ่งชอบค่ะ คือตัวกระเป๋าอาจจะไม่ยืดหยุ่น เพราะ ไม่ใช่หนัง สามารถใส่โทรศัพท์หรือของเล็กๆน้อยๆได้  เพียงแต่ต้องระวังอย่าไปชนหรือทำหล่น เพราะจะทำให้แตกหรือบิ่นได้ แต่ส่วนตัวผึ้งว่าใช้งานง่ายกว่ากระเป๋าหนังจระเข้ด้วยซ้ำ เพราะถ้าน้ำหกใส่ก็แค่เช็ดออก ไม่ต้องดูแลรักษามาก ใบนี้ผึ้งหวง ใช้จริงแค่ 2 ครั้งเองค่ะ (หัวเราะ) เคยถือไปงานของดิออร์ครั้งหนึ่ง โดยแมตช์เข้ากับชุดเดรสผ้าไหมสีงาช้าง แล้วเบรกลุคหรูหราด้วยสนีกเกอร์ จะได้ดูไม่ทางการจนเกินไป อ้อ! เราสามารถเล่นสนุกกับกระเป๋าใบนี้เพิ่มได้ด้วยการใส่ไฟแอลอีดีลงไปในกระเป๋า พอมองจากข้างนอกจะเห็นกระเป๋าเรืองแสงออกมา เก๋มาก” (ยิ้มภูมิใจ)

Petite Blossom

“ใบสุดท้ายเป็นใบจิ๋ว Micro Lady Dior Bag สีเทอร์คอยส์  ขนาดเล็กมากแค่ 5×10.2 เซนติเมตร แต่ราคาแรงมาก (หัวเราะ) ถูกใจเพราะสีสวยและปักประดับตกแต่งได้หวานน่ารัก จนรู้สึกว่าต้องได้ ผึ้งได้ใบนี้มาก่อนที่เทรนด์กระเป๋า
ขนาดเล็กจิ๋วแบบ Petite จะมาเสียอีกค่ะ ตอนนั้นยังไม่มีแบรนด์ไหนออกกระเป๋าไซส์จิ๋วเลย ความพิเศษคือแม้จะไม่ได้ประกาศเป็นรุ่นลิมิเต็ดอย่างเป็นทางการ แต่เขาผลิตออกมาน้อยมาก มีแค่ 10 ใบทั้งเอเชีย ซึ่งผึ้งได้มาก่อนใคร และ
จนถึงวันนี้ก็ยังไม่เห็นปรากฏอยู่ในไอจีใคร (ยิ้ม) เห็นจิ๋วๆแบบนี้สามารถใส่มือถือแบบพับ กุญแจรถ และซองใส่เครดิตการ์ดได้ มิกซ์แอนด์แมตช์ก็ง่าย นอกจากเข้ากับกางเกงยีนทุกแบบ ผึ้งเคยแมตช์กับเดรสเวอร์ซาเช่สีพาสเทลก็สวย  คือขอให้ในชุดมีคู่สีที่แมตช์กับสีกระเป๋าได้ ก็เอาอยู่ทุกลุคเลยค่ะ “จิ๋วแต่แจ๋วจริงๆ”


ที่มา : นิตยสารแพรว ฉบับ 974

เรื่อง: Tomalin

ภาพ: อิทธิศักดิ์

 

Lourdes Leon ลูกสาวมาดอนน่า

แซ่บได้แม่! Lourdes Leon ลูกสาวมาดอนน่า ยกแขนโชว์ขนรักแร้ในงานพรมแดง

แซ่บได้แม่! Lourdes Leon ลูกสาวมาดอนน่า ยกแขนโชว์ขนรักแร้ในงานพรมแดง

เก็บตกช็อตคนดังร่วมพรมแดง Met Gala 2021 ที่ผ่านมา สาวสวยอีกหนึ่งที่เรียกเสียงแฟลชจากกล้องช่างภาพได้รัวไม่ยั้งคือ นางแบบสาว ลอร์เดส ลีออน (Lourdes Leon) ลูกสาววัย 24 ปีของนักร้องซูเปอร์สตาร์ มาดอนน่า (Madonna) ที่ได้รับเชิญมาร่วมพรมแดงงาน Met Gala ครั้งแรกในชีวิต

Lourdes Leon ลูกสาวมาดอนน่า 1

แซ่บได้แม่! Lourdes Leon ลูกสาวมาดอนน่า ยกแขนโชว์ขนรักแร้ในงานพรมแดง

ซึ่งพรมแดงงาน Met Gala ครั้งแรกของเธอนั้น สิ่งที่ชวนสะดุดตากลับไม่ใช่การประโคมคอมตูมหรือเมคอัพสุดปัง แต่เป็นช็อตเด็ดที่ทำเอาคนจำไม่ลืมตอนยืนโพสต์ท่าให้ช่างภาพ ด้วยการยกแขนโชว์ “ขนรักแร้” ที่ดกดำของเธอด้วยความมั่นใจ

Lourdes Leon ลูกสาวมาดอนน่า 2

เห็นแบบนี้ บอกได้คำเดียวว่าแสบและแซ่บได้แม่มากเลยทีเดียวเชียวล่ะ ซึ่งอันที่จริงไม่รู้ว่าคุณแม่บรีฟมาหรือเปล่าให้เล่นใหญ่เบอร์นี้ เพราะหากย้อนวีรกรรมสุดแสบของทั้งคู่ อย่าง มาดอนน่า เองก็เคยโพสต์ภาพคู่กับลูกสาวคนสวย ลอร์เดส ลีออน ลงบนอินสตาแกรมส่วนตัวในท่าโพสต์โชว์วงแขน อวดขนรักแร้อันยาวเฟื้อยเช่นเดียวกันมาแล้ว ซึ่งทั้งคู่คุณแม่และคุณลูกก็หาแคร์สื่อไม่ เพราะคุณแม่มาดอนน่าเองก็ยังเคยโพสต์ภาพตัวเองอวดขนรักแร้มาแล้วด้วยเช่นกัน แล้วไงใครแคร์ที่แท้ทรูมากค่ะแม่!!!!!

Lourdes Leon ลูกสาวมาดอนน่า 3


ภาพ : lourdesleon , #MetGala

 

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

แต่งหน้าเต็ม! “Kim Kardashian” สวมชุดดำ คลุมศีรษะจรดปลายเท้าร่วม Met Gala 2021

ลุคนางพญา CL แร็ปเปอร์สาวอดีตสมาชิก 2NE1 สวยซ่อนแซ่บ ร่วม Met Gala 2021 ครั้งแรก

“คริส หอวัง” จัดเต็มแต่งลุคครูเอลล่า (Cruella) ตัวร้ายดิสนีย์ พร้อมพากย์เสียงไทย

 

 

ลิซ่า-ลลิษา BLACKPINK

เปิดรายได้ของ ลิซ่า-ลลิษา BLACKPINK ศิลปินเอเชียผู้ทรงอิทธิพลแห่งปี

เปิดรายได้และมูลค่าของ ลิซ่า-ลลิษา BLACKPINK ศิลปินเอเชียผู้ทรงอิทธิพลแห่งปี พ่วงความร่ำรวยไม่ธรรมดา

เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา เชื่อว่าหลายคนคงได้เห็นข่าวคนดังผู้ทรงอิทธิพลของโลกผ่านตามาบ้าง เพราะ 1 ใน 10 คนดังที่ติดโผในรายการนี้คือ ลิซ่า-ลลิษา มโนบาล สมาชิกวงเกิร์ลกรุปชื่อดัง BLACKPINK ที่ชื่อของเธอติดอันดับ 10 ท่ามกลางเหล่าซูเปอร์สตาร์ระดับตัวพ่อตัวแม่ของวงการบันเทิงระดับโลก ไม่ว่าจะเป็น ไคลี่ เจนเนอร์, อาเรียน่า แกรนเด,เซลิน่า โกเมซ,เคนดัล เจนเนอร์,คิม คาร์ดาเชี่ยน,เนย์มาร์,บียอนเซ่,เทย์เลอร์ สวิฟต์ และ ริฮานน่า

อย่างที่เห็นแต่ละรายชื่อนอกจากแต่ละคนจะมีชื่อเสียงในระดับผู้ทรงอิทธิพลแล้ว แต่ละคนยังพ่วงความร่ำรวยที่ไม่ธรรมดา รวมถึงสาวลิซ่าที่ตอนนี้ไม่ว่าจะขยับตัวทำอะไรก็เป็นเงินเป็นทองไปหมด ดังนั้นครั้งนี้แพรวจะพาไปเจาะรายได้และมูลค่าในฐานะ ศิลปินสาว K-POP ที่ทรงอิทธิพลแห่งปีกันค่ะ

เปิดรายได้ของ ลิซ่า-ลลิษา BLACKPINK ศิลปินเอเชียผู้ทรงอิทธิพลแห่งปี

ลิซ่า-ลลิษา BLACKPINK

ส่วนแบ่งจาก BLACKPINK

kpopkfans ได้เคยเปิดเผยว่า YG Entertainment มีการแบ่งสัดส่วนรายได้ของสมาชิก BLACKPINK เป็นยอดขายอัลบั้ม ซิงเกิลเพลง โฟโต้บุ๊ค และอื่นๆ โดยมีอัตราส่วนแบ่งคือ ค่าย 30% ศิลปิน 70 % อีเว้นต์ ค่าย 40% ศิลปิน 60% และงานในต่างประเทศ ค่าย 50% ศิลปิน 50%  ขณะที่ Koreaboo ประเมินว่า 4 สาวน่าจะมีรายได้เฉลี่ยรายได้ต่อปีคนละประมาณ 6 – 8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 197-263 ล้านบาท) ซึ่งนี่คือจำนวนเงินที่ยังไม่นับรวมกับงานเดียวของสมาชิกแต่ละคนด้วย

ลิซ่า-ลลิษา BLACKPINK 01

รายได้จากงานเดี่ยว

ลิซ่ายังได้ชื่อว่าเป็นไอดอลผู้ทรงอิทธิพล ไม่ว่าจะแต่งตัวหรือทำผมแบบไหน ก็เป็นกระแสให้คนอยากใช้อยากใส่ตาม โดยว่ากันว่าเธอได้รับค่าเหนื่อยในการออกอีเว้นต์ 2 ชั่วโมงอยู่ประมาณ  5 ล้านบาทขึ้นไป ส่วนค่าจ้างในการเป็นพรีเซนเตอร์เดี่ยวอยู่ที่ประมาณ 20 ล้านบาทขึ้นไป

ทว่านั่นเก่าไปแล้ว! เพราะล่าสุดลงทุนแมนได้เปิดเผยว่า วันที่ 14 กันยายน 2564 ผลิตภัณฑ์ DENTISTE ได้ดึงสาวลิซ่าเป็น Brand Ambassador เพื่อเจาะกลุ่มผู้บริโภค Gen Z และ Gen Y โดยทุ่มงบประมาณไปถึง 66 ล้านบาท นั่นหมายความว่าในเวลา 1 ปี ศิลปินสาวมีรายได้จากการเป็นพรีเซนเตอร์เพิ่มขึ้นถึง 230%

Lisa DENTISTE

มูลค่าของสื่อโซเชียล

เมื่อกลางปีที่แล้ว influencermarketinghub ได้วิเคราะห์ว่าอินสตาแกรม ลิซ่าที่มียอดผู้ติดตาม 34 ล้านฟอลโลเวอร์ มี Engagement Rate อยู่ที่ 13.93% และ Authentic Engagement อยู่ที่ 4.1 ล้าน คาดว่าน่าจะมีรายได้จากการโพสต์ต่อ 1 ครั้งอยู่ที่ 66,713-111,189 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 2.1- 3.5 ล้านบาท) ขณะที่ในปีนี้แพรวได้วิเคราะห์ผ่าน noxinfluencer ถึงรายได้อินสตาแกรมในปัจจุบัน ที่มีจำนวนผู้ติดตามมากถึง 59.6 ล้านคน โดยยังมีการคาดคะเนว่ารายได้จากการโพสต์ต่อ 1 ครั้งอยู่ที่ 6.96 ล้านบาท

อย่างไรก็ตามในส่วนของช่อง YouTube Lilifilm Official ที่ปัจจุบันมีผู้ติดตาม 8.37 ล้านคน ก็มีมูลค่าไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน แม้จะมีเพียงคลิปวิดีโอจำนวน 14 คลิป แต่กลับมีรายได้เฉลี่ยนต่อวิดีโอมากถึง 1.54ล้านบาทเลยทีเดียว

ลลิษา BLACKPINK


 

นนท์-ธนนท์

อีกก้าวของ “นนท์-ธนนท์” 10 ปี บนเส้นทางสายดนตรี จากผู้เข้าประกวดสู่กรรมการ

ปี 2013 แพรว สัมภาษณ์ “นนท์-ธนนท์ จำเริญ” เป็นครั้งแรกในช่วงเวลาที่เข้ารอบชิงชนะเลิศรายการ The Voice วันนั้นเขายังเป็นเด็กใต้วัย 16 ปี ที่ยังไม่รู้ว่าตัวเองจะเป็นแชมป์รายการ The Voice และโด่งดังขนาดนี้ วันนี้เราคุยกับนนท์ในวัย 25 ที่กำลังย่างเข้าสู่ปีที่ 10 ในวงการบันเทิง เขาผ่านเรื่องราวมาสารพัดและเติบโตในฐานะศิลปินที่เชื่อในเรื่องการพัฒนาตัวเอง พร้อมๆ กับความหลงใหลในเสียงดนตรีที่ไม่ต่างจากเมื่อก่อน

อีกก้าวของ “นนท์-ธนนท์” 10 ปี บนเส้นทางสายดนตรี จากผู้เข้าประกวดสู่กรรมการ

เด็กชายที่ไม่เคยคิดจะเป็นนักร้อง

“สมัยเด็กผมไม่คิดถึงการเป็นนักร้อง อยากทำงาน เบื้องหลังมากกว่า ไม่ใช่ไม่อยากทำงานเบื้องหน้านะ แต่ คิดว่าตัวเองเป็นไม่ได้ เนื่องจากยุคที่ผ่านมาเขาวัดกันที่ หน้าตา ผมส่องกระจกมองดูตัวเองแล้วคิดว่า ‘นนท์…นายไม่เหมาะแน่ ๆ’ แต่เป็นเพราะใจรักเสียงเพลง อย่างยอมอดข้าวกลางวัน เพื่อเก็บเงิน 20 บาทไปเช่าเทปที่ร้านข้างบ้านมาฟังทุกวัน ส่วนเพื่อนผมที่บ้าน ทำร้านคาราโอเกะ ผมก็ไปร้องที่ร้านเขาบ่อยมาก สุดท้ายยอมเข้าวงดนตรีลูกทุ่ง ที่โรงเรียน (โรงเรียนเทศบาลสามกอง จังหวัดภูเก็ต) เหตุผลคือพอไปร้องเพลง ก็จะได้ค่าขนม แม้ที่บ้านไม่ได้ลำบาก แต่ก็ไม่ได้สบายถึงขั้นอยากได้อะไรก็ได้ แม่จะมีคำพูดติดปากว่า ‘รอแม่ถูกหวยก่อนนะ’ แต่เรารอไม่ไหว อยากมีเงินไว้ซื้อ อะไรที่ตัวเองอยากได้ ตอนนั้นผมเป็นนักกีฬาวิ่งด้วยนะ แต่ก็ได้เบี้ยเลี้ยงน้อยมาก

“จำได้ว่าขึ้นเวทีร้องเพลงครั้งแรกกลัวมาก ต้องหลับตาร้อง เพราะมี วงประจำในพื้นที่มาดูการประกวดของเรา สำหรับเด็ก 8 ขวบที่ยังไม่มีภูมิคุ้มกัน เป็นการเริ่มต้นที่่ค่อนข้างกดดัน แต่ผมคิดว่าเรามาหาประสบการณ์และอยากได้เงิน ก็สู้ต่อ เริ่มเดินสายประกวด เวทีแรกเป็นงานประกวดของโรงเรียนเทคโนในจังหวัด แม่ตัดชุดผ้าไหมสีชมพูให้ใส่ เขินนะครับ แต่ก็ชนะกลับมา หลังจากนั้นก็ไปแข่ง เวทีอื่นอีก ปรากฏว่าแพ้ ตอนแรกไม่เข้าใจ เพราะคิดว่าทำเต็มที่แล้ว พอโตขึ้น จึงเข้าใจว่าไม่ใช่แค่เราที่เหนื่อยหรือทำเต็มที่อยู่คนเดียว คนอื่นเขาก็ทำเหมือนกัน ตอนหลังผมเปลี่ยนมาโฟกัสกับความสุขเล็ก ๆ แทนว่าอย่างน้อยก็ได้ขึ้นเวที

“กระทั่งมัธยมต้นผมออกจากวงลูกทุ่งมาฟอร์มวงดนตรีสากลแทน เพราะ ชอบแนวเพลงนี้ บวกกับรู้สึกว่าการร้องลูกทุ่งยาก และไม่สนุกเท่ากับเล่นเพลง สากล ปรากฏว่าช่วงนั้นเสียงแตก พูดอะไรก็เพี้ยน จึงเลิกร้องเพลง ไปเล่น กลองแทน พวกเราเดินสายประกวดกับวงเป็นว่าเล่นตามเวทีต่าง ๆ ในจังหวัดภูเก็ต ส่วนใหญ่ได้รางวัล และเป็นช่วงเวลาที่ผมสนุกที่สุด

“จนถึงวันที่นักร้องนำมีเหตุให้ออกจากวง ผมจึงต้องทำหน้าที่ตีกลองและ ร้องไปด้วย ตอนแรกไม่รู้จะทำยังไง เพราะเพิ่งตีกลองได้ไม่นาน ร้องเพลงก็ไม่ มั่นใจ แต่เคยดูพี่ติ๊ก ชีโร่ ที่สามารถร้องเพลงและตีกลองไปด้วย ผมก็คิดว่าถ้ามี ตัวอย่างที่ทำได้ เราก็น่าจะทำได้นะ ลองกลับมาตั้งใจฝึกฝน นั่นเป็นจุดที่ผม กลับมาร้องเพลงอีกครั้ง และนำประสบการณ์ในแต่ละเวทีที่ได้ร้องเพลงมา ไปประกวดรายการ The Voice ปี 2012”

นนท์-ธนนท์

ชีวิตไม่มีคำว่าง่าย

“เข้าวงการครั้งแรกก็โดนบูลลี่ตั้งแต่หัวจรดเท้า ถูกต่อว่าว่าไม่เหมาะสม ซึ่งผมอายุ 16 เท่านั้นแต่เจอมาหลายเหตุการณ์ จนไม่รู้จะตอบว่าเรื่องไหนคือ เรื่องยากสุด เพราะยากทุกอย่างเลย (ยิ้ม) แต่ทุกวันนี้ไม่คิดแล้วนะ เพราะได้ เรียนรู้ว่าจริง ๆ มันคือเรื่องคุณค่าของโอกาสที่ได้ลงมือทำ ไม่ใช่การตั้งความหวัง สูง ๆ อย่างตอนประกวด The Voice ผมรู้สึกว่าตัวเองไม่คู่ควร ตอนร้องเพลง ฟ้า ของ Tattoo Colour ในรอบ Blind Audition ผมคิดว่าตัวเองน่าจะร้อง ได้ดีกว่านี้ ทั้งที่เพลงนี้คือไม้ตายของผม อาจเพราะตื่นเวที ขึ้นไปร้องคนเดียว ไม่มีเพื่อนอยู่ด้วย จึงรู้สึกไม่คู่ควรตั้งแต่นั้น แต่ก็คิดว่าถ้าจะปล่อยไปเฉย ๆ มันไม่ได้ สิ่งที่เราต้องทำคือพัฒนาและฝึกฝน ผมโชคดีที่ตั้งแต่เด็ก ๆ ได้ร้องเพลง ลูกทุ่ง เพื่อชีวิต เพลงสากล ผมเลยรู้สึกว่าถ้าวันหนึ่งเราได้เป็นนักร้องก็อยากจะ ร้องเพลงอะไรก็ได้ ผมชอบศึกษาศิลปินเก่ง ๆ เพื่อเป็นแรงบันดาลใจในการทำงาน อย่างเช่น ไมเคิล แจ็คสัน ผมชื่นชมเขามาก

“สำหรับชีวิตส่วนตัว ทุกวันนี้เวลาเจออะไรกดดันและเครียดมาก ๆ ผม ไม่เยียวยาตัวเอง รู้สึกว่าไม่ได้เกิดมาเพื่อถูกเอาใจ อาจเพราะผมเข้มงวดกับชีวิต ตัวเองมาก ฉะนั้นเวลาโดนบูลลี่ ความสุขผมอาจลดลงมา แต่จะไม่โอ๋ตัวเอง ให้กลับมามีความสุขเท่าเดิม เต็มที่ก็คือเข้าใจว่าเดี๋ยวมันก็ผ่านไป เวลาเจอ คอมเมนต์ไม่ดีก็จะคิดว่าบางทีคนพิมพ์เขายังไม่ได้รู้จักเราในพาร์ตนี้ และเขา อาจจะไม่รู้ว่ามันส่งแรงกระเพื่อมต่อจิตใจคนอ่านขนาดไหน ซึ่งเราไม่สามารถห้าม ความคิดคนอื่นได้ มีคำพูดหนึ่งของแม่ที่บอกผมว่า ‘ไม่รักสิ่งไหน อย่าไปทำลาย’ มันใช้ได้กับทุกอย่างในชีวิต เราไม่ชอบอะไร อย่าไปทำลาย แค่เดินผ่านไปก็พอ แล้วชีวิตจะมีความสุขง่ายขึ้น”

นนท์-ธนนท์

นนท์กับความสุขของคนรอบข้าง

“หลายคนเข้าใจว่าผมเป็นสายปาร์ตี้ เพราะชอบสนุกสนาน แต่จริง ๆ ไม่ใช่ ผมแค่ได้นิสัยพวกนี้มาจากการดูตลกคาเฟ่กับพี่ชายสมัยเด็ก เราซื้อซีดี เป็นแพ็คเลย แล้วนั่งขำกันสองคน จากนั้นก็จำมุกมาเล่นกับเพื่อนในร้านเกม ขณะเดียวกันผมก็ชอบละลายพฤติกรรมในหมู่เพื่อน นอกจากคนจะสนุกแล้ว เราก็ยังได้อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้น ถึงแม้ผมเป็นสายฮา แต่ก็ไม่ไร้สาระนะ เพราะขณะเดียวกันผมก็เป็นเด็กกิจกรรม มีสิ่งที่ต้องรับผิดชอบ ผมเป็นรุ่นพี่ ประธานสี เป็นประธานสภานักเรียน

“พอทำงานในวงการบันเทิงก็ต้องเต็มที่ โชว์แต่ละครั้งนอกจากจะมอบ เสียงเพลงก็จะเอนเตอร์เทน พูดคุยกับคนฟังที่ตั้งใจมาดูเรา เพราะบางคน ชีวิตเขาอาจจะหม่นหมองมาทั้งวัน แต่พอได้ยินมุกจากเรา เขาอาจจะรู้สึกดีขึ้น ขณะเดียวกันผมก็มีวันที่เหนื่อย ไม่รู้จะเอนเตอร์เทนยังไง ถ้าเจออย่างนั้นผม จะไม่ทำอะไร แค่นิ่ง ทุกวันนี้ถ้าว่างผมจะดื่มกาแฟ รดน้ำต้นไม้ ทำเหมือนพ่อ เลย ซึ่งผมเพิ่งเริ่มมาดื่มกาแฟเมื่อต้นปีที่ผ่านมานี้เอง แต่ก่อนผมดื่มไม่เป็นหรอก แค่รู้สึกว่าถ้าตายแล้วไม่มีโอกาสลองนะ และพบว่ากาแฟทำให้ผมมีความสุข ผมชอบโมเมนต์ที่ได้นั่งนิ่ง ๆ และจิบกาแฟ เพราะชีวิตการทำงานบางวันเกิดขึ้น หลายเหตุการณ์มาก และทุกอย่างเร็วมาก คือไปทำงานเหมือนกระโดดน้ำตก พอได้นั่งนิ่ง ๆ เหมือนได้พักสมองไปในตัว”

นนท์-ธนนท์

ถึงวันรับบทบาท “กรรมการ”

“เรื่องที่ผมจริงจังที่สุดตอนนี้คือการเป็นกรรมการรายการ The Star Idol ที่จริงผมเคยเป็นคณะกรรมการประกวดมาตั้งแต่เรียน การทำหน้าที่นี้ต้องเข้าใจว่า เขาต้องการหาคนแบบไหน ต้องซีเรียสกับเรื่องคุณภาพ ความเป็นธรรมชาติ และ เสน่ห์ของผู้เข้าประกวด ต้องดูออกว่าธรรมชาติเขาเป็นประมาณไหน และลุ้นว่า เขาทำได้ดีที่สุดแค่ไหน ทุกคนพยายามเหมือนกันหมด แต่ไม่ใช่ทุกคนที่ทำได้

“สำหรับเวที The Star Idol ผมอยากพัฒนาตัวเองกับบทบาทใหม่ที่ ได้เป็นกรรมการแบบจริงจัง ผมมักจะไปยืนใกล้ ๆ กับผู้เข้าประกวดเสมอ เพื่อ ดูว่าสิ่งที่น้อง ๆ เจอเป็นมุมมองเวทีแบบไหน คือพยายามเข้าใจ ไม่ได้เพื่อ ปลอบโยนเขานะ แต่วิเคราะห์เขาให้ชัดเจนมากขึ้น เพราะน้องบางคนเก่งมาก แต่เหมือนกำลังหลงทาง บางคนคิดว่าสิ่งที่เขาคิดว่าน่าจะใช่คืออาวุธที่ดีที่สุด แต่ผมบอกเลยว่าไม่ใช่ อาวุธที่ดีคือสิ่งที่คุณซ้อมมาอย่างหนัก บางคนเตรียม เพลงมาประกวด ผมถามว่าถ้าเต็ม 10 คะแนน คุณให้คะแนนเพลงที่ตัวเอง เตรียมมาเท่าไร พอเขาบอกว่า 8 ผมปัดตกทันที เพราะในการประกวด ถ้าเวทีนี้ ขอ 10 คะแนน คุณต้องซ้อมเพลงที่คิดว่าได้ 15 คะแนนมา ผมจริงจังมาก จนมีคนบอกว่าผมเป็นกรรมการที่น่ากลัว แต่ผมอยากให้เขาได้อะไรกลับไป จริง ๆ”

ถ้าวันนี้ไม่ได้เป็นนักร้อง…

“ถ้าอยากเป็นนักร้องก็ต้องเป็นให้ได้ ไม่ใช่ทำไม่ได้ก็ไปหาอย่างอื่นมา ปลอบใจตัวเอง คือถ้าผมยังไม่ลงโลงก็ไม่ยอมแพ้หรอก เพราะท้ายที่สุดไม่มีอะไร น่ากลัวไปกว่าใจของเราเอง ถ้าใจสู้ก็ทำได้ ในเมื่อเราสร้างสิ่งที่ชอบมาหลายอย่าง แล้ว แค่ถ้าวันนั้นเราอาจตกบันไดก็ก้าวขึ้นใหม่ได้ ดีกว่าเสียสิ่งดี ๆ ที่เคยทำ ก่อนหน้านี้ไป บางคนอาจจะบอกว่าผมยึดติด แต่สำหรับผมมันคือความสนุกน่ะ”


ที่มา : นิตยสารแพรว ฉบับ 974

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

บทเรียนจากความพ่ายแพ้พา เทนนิส- พาณิภัค สู่ตำนานฮีโร่กีฬาเทควันโดไทย

รู้จัก “บุ๋ม – ยุวดี” แห่งแบรนด์ไทย Pony Stone เจ้าของกางเกงยีนส์สุดปังใน MV ลิซ่า

ละมุนยกบ้าน! “พ่อมอส-แม่เกม-โสน-สวรรค์” ใครเป็นยังไงในครอบครัวปฐวีกานต์

ลิสต์รองเท้ารุ่นพิเศษ adidas X JAMES BOND ต้อนรับหนัง เจมส์ บอนด์ ภาคใหม่

อาดิดาส เปิดตัวคอลลาบอเรชั่น คอลเล็คชั่น “adidas X JAMES BOND” เพื่อฉลองภาคที่ 25 ของภาพยนตร์เจมส์ บอนด์ (James Bond) ที่จะมาพร้อมกับภาพยนตร์ภาคใหม่ล่าสุด NO TIME TO DIE “007 พยัคฆ์ร้ายฝ่าเวลามรณะ” ในเดือนกันยายนนี้

การร่วมมือในการออกแบบคอลเล็คชั่นนี้จะเป็นการนำเสนอสัญลักษณ์ต่างๆ จากยอดภาพยตร์แห่งยุคปัจจุบันมาผสมผสานกับรองเท้าที่ได้ชื่อว่าเป็นผลงานศิลปะร่วมสมัย นั่นก็คือรองเท้าวิ่งอัลตราบูสท์ (ULTRABOOST) ซึ่งการออกแบบจะมีการใช้แรงบันดาลใจจากเนื้อเรื่องในภาพยนตร์ 007 โดยมีจุดประสงค์เพื่อฉลองภาพยนตร์เจมส์ บอนด์ ตอนที่ 25 อีกด้วย

สำหรับรองเท้าคู่แรกที่จะมีการวางจำหน่ายก็คือ UltraBOOST DNA White Tuxedo ซึ่งเป็นรองเท้ารุ่นพิเศษที่แสดงถึงสไตล์อันโดดเด่นของเจมส์ บอนด์ โดยการใช้สีขาวเป็นหลักและตกแต่งด้วยสัญลักษณ์ของเจมส์ บอนด์ ที่บริเวณลิ้นรองเท้า ให้ความรู้สึกที่เรียบง่ายและหรูหราตามแบบฉบับของยอดสายลับระดับโลก

นอกจากนี้ ภายในคอลเล็คชั่นยังมีรองเท้ารุ่นอื่นๆ ประกอบด้วย

ADIDAS ULTRABOOST20 BLACK TUXEDO ออกแบบตามชุดทักซีโดสีดำของเจมส์ บอนด์ ที่เผยให้เห็นในฉากอันน่าตื่นเต้นภายในภาพยนตร์ NO TIME TO DIE รวมถึงพื้นรองด้านในก็มีนำฉากในคิวบามาตกแต่ง นอกจากนี้ รองเท้าวิ่งรุ่นนี้ยังมีการรองรับแรงกระแทกและการตอบสนองที่ยอดเยี่ยมอีกด้วย

ADIDAS ULTRABOOST 20 Q BRANCH ออกแบบตามตัวละครหัวหน้าแผนกคิว (Q Branch) ผู้คิดค้นอุปกรณ์พกพาสุดล้ำ ซึ่งมีการออกแบบชิ้นส่วนเคจให้มีช่องลับที่รองเท้า

ADIDAS ULTRABOOST 20 NO TIME TO DIE VILLIAN ออกแบบตามตัวละครวายร้ายตัวใหม่ล่าสุดของที่มีชื่อว่า ซาฟิน (Safin) มีการออกแบบชิ้นส่วนเคจตามหน้ากากสีขาวของซาฟิน พร้อมกับตกแต่งพื้นรองด้านในตามหลุมหลบภัยของเขาภายในภาพยนตร์เรื่องนี้

นอกเหนือจากการออกแบบที่มีสไตล์ของคอลเลคชันนี้แล้ว รองเท้าวิ่งอัลตราบูสท์ยังเป็นรองเท้าที่ถูกคิดค้นขึ้นมาเพื่อการใช้งานอย่างแท้จริง โดยมีทั้งพื้นรองเท้าบูสท์ (BOOST) ที่มีคุณสมบัติการคืนพลังงานในระดับสูงสุดในทุกย่างก้าว และยังมีคุณสมบัติที่โดดเด่นในด้านการรองรับแรงกระแทกและความทนทานต่อทุกสภาพอากาศอีกด้วย

ซึ่งรองเท้าวิ่ง UltraBOOST DNA White Tuxedo ในคอลเล็คชั่นพิเศษ adidas X JAMES BOND จะเริ่มวางจำหน่ายแบบ Pre-Launch ที่ อาดิดาส แอปพลิเคชั่นและอาดิดาส ออนไลน์ สโตร์ www.adidas.co.th ในราคา 6,800 บาท ตั้งแต่วันศุกร์ที่ 17 กันยายน 2564 เป็นต้นไป


บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ช่วงฝนโปรยต้องมีสักคู่ รองเท้า Birkenstock รุ่นในตำนาน กันน้ำ ใส่สบาย

ใหม่แกะกล่อง! เจาะจุดเด่น รองเท้า Keds KickBack ใส่สบาย ไม่ต้องผูกเชือก

เรียบหรู ตัวล็อคเด่น กระเป๋า Sadie Satchel จาก Mulberry ฟังก์ชั่นการใช้งานครบ!

 

เวลเจ้าสาว

ทำความสะอาด เวลเจ้าสาว สมบัติตกทอดจากคุณแม่ ให้ใหม่ไม่เห็นคราบเหลือง

ว่าที่เจ้าสาวบางคนอาจมีสมบัติตกทอดจากคุณแม่ หรือ คุณยาย บ้างก็เป็นชุดแต่งงานที่ยังอยู่ในสภาพดี หรือจะเป็น เวลเจ้าสาว ที่ยังสวย สามารถนำกลับมาใช้งานได้อีกครั้ง แต่ถึงอย่างนั้นก็ตามเวลาล่วงเลยไปอาจทำให้เวลเจ้าสาวมีกลิ่นอับ คราบเหลืองจนไม่น่ามอง แพรวมีวิธีง่ายๆ ในการทำความสะอาดเวล ให้ใหม่กริ๊ป ไม่เห็นคราบเหลือง

ทำความสะอาด เวลเจ้าสาว สมบัติตกทอดจากคุณแม่ ให้ใหม่กริ๊ป ไม่เห็นคราบเหลือง

นำ เวลเจ้าสาว วางไว้ระหว่างผ้าขนหนูสีขาวสะอาดสองผืนแล้วพับให้พอดี นำกะละมังใส่น้ำอุ่น จากนั้นใส่ผงฟอกขาว ซึ่งน้ำอุ่นจะทำให้สารฟอกขาวละลายได้เต็มที่ นำผ้าขนหนูที่สอดเวลไว้ แช่ไว้ 20 นาทีถึง 2 ชั่วโมง ตรวจดูความขาวทุกๆ 20 ถึง 30 นาที เมื่อแช่เสร็จแล้วนำมาล้างน้ำ จากนั้นกดซับด้วยผ้าแห้งสนิท วางปล่อยให้เวลแห้งโดยธรรมชาติ


ที่มา : www.marthastewart.com

ซีรีส์พล็อตหักมุม

เปิดโพย 6 ซีรีส์พล็อตหักมุม ที่จะทำให้คุณต้องตั้งคำถามกับทุกสิ่ง

ไม่มีอะไรเหนือกว่าซีรีส์ที่ดูแล้วรู้สึกว่าต้องตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา เพราะเจอพล็อตหักมุมแบบคาดไม่ถึงซ้ำแล้วซ้ำอีก ซีรีส์ที่เต็มไปด้วยฉากเหนือความคาดหมายจะทำให้คุณประทับใจจับจิต หรืออาจจะอ้าปากค้างเมื่อนึกได้ว่าพล็อตหักมุมต่างๆ นั้นพาคุณมาไกลจากคำว่า “ก็เดาได้อยู่นะ” มากแค่ไหน มาดูกันว่ามีเรื่องใดบ้างที่อาจกระตุ้นต่อมความสนใจของคุณได้ กับโพย 6 ซีรีส์พล็อตหักมุมที่จะทำให้คุณต้องตั้งคำถามกับทุกสิ่ง ที่การันตีเลยว่าดี จนอดไม่ได้ที่จะบอกต่อ!

เปิดโพย 6 ซีรีส์พล็อตหักมุม ที่จะทำให้คุณต้องตั้งคำถามกับทุกสิ่ง

ปมปีศาจ (Beyond Evil)

กวาดรางวัลจากเวที Baeksang Arts Awards ครั้งที่ 57 มาถึง 3 รางวัล ทั้งซีรีส์ยอดเยี่ยม (Best Drama) บทโทรทัศน์ยอดเยี่ยม (Best Screenplay) และนักแสดงนำชายยอดเยี่ยม (Best Actor) เท่านี้ก็การันตีได้ว่า ปมปีศาจ (Beyond Evil)  คุ้มค่าแก่การรับชมอย่างแท้จริง สิ่งที่อาจดูเหมือนปมปริศนาคดีฆาตกรรมปริศนาทั่วไป อาจกลายเป็นเรื่องที่เต็มไปด้วยเงื่อนปมสลับซับซ้อนและจุดเบี่ยงเบนความสนใจอันแสนเย้ายวน ซีรีส์เรื่องนี้เล่าถึง อีดงชิก (ชินฮาคยูน) และ ฮันจูวอน (ยอจินกู) สองตำรวจหนุ่มที่ช่วยกันไล่ล่าตามหาความจริง แต่ขณะเดียวกันต่างฝ่ายต่างก็เก็บงำความลับของตนไว้ และสงสัยในตัวอีกฝ่าย ลองตามไปชมแล้วอย่าพลาดร่วมตั้งคำถามกับความบริสุทธิ์ของแต่ละคนไปพร้อมการตามหาผู้ร้ายตัวจริง

Beyond Evil

ตื่น ตระหนัก ล่า (Awaken)

ตื่น ตระหนัก ล่า (Awaken) กล่าวถึงเรื่องของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ต้องสืบสวนคดีฆาตกรรมจำนวนหนึ่ง ซึ่งเชื่อมโยงกันอย่างลึกลับกับโศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นเมื่อ 28 ปีก่อน โดจองอู (นัมกุงมิน) นำตำรวจทีมพิเศษเข้าสืบสวนเหตุการณ์เสียชีวิตซึ่งมีอะไรมากกว่าที่เห็น ซึ่งต่อมาเจมี่ เลห์ตัน (อีชองอา) อดีตเจ้าหน้าที่เอฟบีไอ ได้เข้ามาร่วมทีมสืบสวนกับเขา แล้วทั้งสองก็ได้ร่วมกันไขปริศนาที่ผู้อยู่เบื้องหลังคดีฆาตกรรมสร้างขึ้น ถือว่าเป็นซีรีส์สืบสวนสอบสวนแบบที่ไม่ได้พบเห็นกันทั่วไป และยังมีจุดพลิกผันอันน่าขนลุกอีกมากมายในเรื่องให้รอชม

สเตรนเจอร์ (Stranger)

สเตรนเจอร์ (Stranger) มี 2 ซีซั่นและเต็มไปด้วยปริศนาที่ต้องคิดตามอย่างหนัก อัยการฮวังชีมก (โจซึงอู) และผู้หมวดฮันยอจิน (แบดูนา) ร่วมมือกันแกะรอยและไขปริศนาอันซับซ้อน แต่ขณะที่ไล่ตามความยุติธรรม พวกเขาก็กลับยิ่งค้นพบความจริงที่ซ่อนอยู่และแสนอันตราย มีเรื่องตื่นเต้นและหักมุมตลอดทั้งเรื่องโดยที่ไม่ทำให้รู้สึกว่าเกินจริง คล้ายกับเดินเข้าไปในป่าที่เก็บซ่อนความลับไปทั่วทุกแห่งหน คุณจะสนุกกับการที่ต้องคิดตามเมื่อแต่ละเรื่องที่เกี่ยวข้องค่อยๆ ถูกเปิดเผย ใครที่ชอบเล่นเป็นนักสืบและชอบความตื่นเต้น นี่จะเป็นซีรีส์ที่ดูแล้วหยุดไม่ได้แน่นอน

ซีรีส์พล็อตหักมุม

เกมโกหก (The Lies Within)

เกมโกหก (The Lies Within) เรื่องราวลึกลับสุดระทึกขวัญที่เกิดขึ้นเมื่อคิมซอฮี (อียูยอง) ชีวิตพลิกผัน พ่อของเธอเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุและสามีก็มาหายตัวไปในเวลาไล่เลี่ยกัน เธอจึงร่วมมือกับนักสืบโจแทชิก (อีมินกี) สืบหาความจริงที่อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ปริศนาเหล่านี้ เหตุการณ์ประหลาดและน่าหวาดกลัวเกิดขึ้นเรื่อยๆ จนคิมซอฮีตัดสินใจเข้าทำงานที่รัฐสภา โดยพยายามอย่างถึงที่สุดเพื่อช่วยชีวิตสามีของเธอ เรื่องราวน่าติดตามและดึงอารมณ์สุดๆ รับรองไม่ผิดหวัง

สัญญาณลับ ล่าข้ามเวลา (Signal)

สัญญาณลับ ล่าข้ามเวลา (Signal) เป็นเรื่องของพัคแฮยอง (อีเจฮุน) นักวิเคราะห์ลักษณะคนร้ายจากปี 2015 ที่สื่อสารกับอีแจฮัน ตำรวจฝ่ายสืบสวนจากปี 1989 ผ่านวิทยุสื่อสารที่ส่งสัญญาณข้ามเวลา พวกเขาเริ่มแลกเปลี่ยนข้อมูลและร่วมมือกันเพื่อไขคดีคดีอาชญากรรมและป้องกันไม่ให้เกิดอาชญากรรมขึ้น เกิดการหักมุมหลายต่อเมื่อโลกความจริงเริ่มเปลี่ยนไป อันเป็นผลสืบเนื่องจากการร่วมมือกันระหว่างทั้งสอง พร้อมกันนั้นก็มีตำรวจสืบสวนสาวชาซูฮยอนที่คอยทำงานร่วมกับพวกเขาในท้ังสองช่วงเวลา เพื่อพยายามช่วยชีวิตคนให้ได้มากที่สุดและหาตัวคนร้ายที่แท้จริง

ชมรมลับ ธุรกิจรัก (Extracurricular)

สิ่งที่ทำให้ ชมรมลับ ธุรกิจรัก (Extracurricular) แตกต่างจากซีรีส์เรื่องอื่นๆ ในโพยฉบับนี้ก็คือไม่มีตัวละครใดในเรื่องที่เป็นนักสืบหรือตำรวจฝ่ายสืบสวน แต่เป็นเรื่องเกี่ยวกับนักเรียนตัวอย่าง โอจีซู (คิมดงฮี) ซึ่งมีชีวิตอีกด้านหนึ่งที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับอาชญากรรมร้ายแรงอย่างเต็มเปา ความลับที่เขาเก็บงำมาอย่างดีกลับเสี่ยงจะถูกเปิดโปงเมื่อเพื่อนร่วมชั้นเรียน แบกยูริ
(พัคจูฮยอน) เริ่มสนใจในตัวเขา แล้วทุกอย่างก็เริ่มสูญเสียการควบคุมอย่างรวดเร็ว จนคนดูต้องนั่งไม่ติดจากการทิ้งปมต่างๆ ไว้ให้ติดตาม ลองไปชมซีรีส์ที่เหมือนกับการขึ้นรถไฟเหาะตีลังกานี้ได้ แล้วเดาไปพร้อมกันว่าอะไรจะเกิดขึ้นในฉากถัดไป


 

เทนนิส- พาณิภัค

บทเรียนจากความพ่ายแพ้พา เทนนิส- พาณิภัค สู่ตำนานฮีโร่กีฬาเทควันโดไทย

7 วินาทีสุดท้ายในการแข่งขันเป็นตัวชี้ชะตา“เทนนิส- พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ” ก่อนจะส่งให้เธอเป็นตำนานฮีโร่ของกีฬาเทควันโดไทย นอกจากคว้าเหรียญทองโอลิมปิกมาครองได้เป็นครั้งแรกแล้ว เธอยังเป็นอันดับหนึ่งของโลกในรุ่นไม่เกิน 49 กิโลกรัม

แต่กว่าจะมีรอยยิ้มอย่างที่เห็น เธอผ่านการร้องไห้ ถูกเตะมานับไม่ถ้วน บาดแผลทางใจจากการพ่ายแพ้มีมากมายจนเคยคิดถอดใจ ไม่อยากสวมชุดเทควันโดอีกต่อไป ถ้าวันนั้นเธอถอนตัวไป เหรียญทองลำดับที่ 30 คงไม่ได้อยู่ในตู้โชว์ทุกวันน

บทเรียนจากความพ่ายแพ้พา เทนนิส- พาณิภัค สู่ตำนานฮีโร่กีฬาเทควันโดไทย

เทนนิส- พาณิภัค

เพราะแพ้ถึงรัก 
“บ้านหนูเป็นครอบครัวนักกีฬา พ่อแม่เล่นกีฬาทั้งคู่ ชื่อลูกๆยังเป็นชื่อ กีฬาเลยค่ะ พี่สาวชื่อโบว์ลิ่ง พี่ชายชื่อเบสบอล  พ่อฝึกให้เล่นกีฬาตั้งแต่เด็ก ไม่ว่าจะวิ่ง วอลเลย์บอล จักรยาน ว่ายน้ำ เรียกว่าเล่นกีฬาทุกชนิดที่มีในโรงเรียน (โรงเรียนอนุบาลสุราษฎร์ธานี) จนได้มาเล่นเทควันโดตอน 7 ขวบและเป็นนักกีฬาของโรงเรียน ตอนแรกไม่ได้คิดจะเล่นจริงจัง แต่พอ 9 ขวบครูก็ส่งไปแข่งในแมตช์ประจำภาคใต้ ปรากฏว่าแพ้ โดนเพื่อนล้อว่าทำไมอ่อนจัง จุดนั้นแหละที่ทำให้หนูตั้งใจจะเป็นนักกีฬา บอกพ่อว่าจะกลับไปแข่งให้ชนะให้ได้ จะซ้อมจนค่ำทุกวัน ไม่ต้องรีบมารับนะ

หนูฝึกกับคุณครูทรงศักดิ์ ทิพย์นาง ครูคนแรกที่สอนเทควันโด ที่ยิมตาปี เทควันโด จังหวัดสุราษฎร์ธานี จากนั้นหนูชนะ
มาเรื่อยๆ จนกระทั่งอายุ 13 มีโอกาสไปแข่งในรายการกีฬาเยาวชนแห่งชาติ ครั้งที่ 27 ที่จังหวัดอุตรดิตถ์เมื่อปี2011  และได้เหรียญทองในรุ่นน้ำหนักไม่เกิน 42 กิโลกรัม จากแมตช์นั้นก็ทำให้มีโควตาเข้ามาคัดตัวทีมชาติไทยและได้เจอกับ โค้ชเช” (ชัชชัย ชเว)

เกือบถอดใจ
“การซ้อมที่แคมป์ทีมชาติต่างจากที่ยิมตาปี ต้องตื่นตั้งแต่ตี5 มาวิ่ง ซ้อมรอบเช้า 2 รอบ ขณะเดียวกันก็ต้องเป็นคู่ซ้อมให้รุ่นพี่ที่เขาเก่งกันระดับโลก เขาก็จัดหนักจัดเต็ม จำได้ว่าวันแรกเจอพี่เล็ก (ชนาธิป ซ้อนขํา นักกีฬาเทควันโด เหรียญทองแดงโอลิมปิกปี2012) เตะจนปากแตก ตอนนั้นคิดว่าไม่อยู่แล้ว อยากกลับบ้าน แต่พ่อบอกว่าอยากให้สู้จนกว่าจะโดนไล่ออก อย่ายอมแพ้เองจึงยอมกลับไปสู้ โชคดีที่เจอเพื่อนจากต่างจังหวัดเหมือนกัน คือติณ แพรว
และพี่องุ่น

ตอนนั้นเรายังไม่ติดทีมชาติ จึงไปเช่าห้องพักแถวราชมังคลากีฬาสถานอยู่ด้วยกัน จ่ายเงินกันเอง ขณะเดียวกันเรื่องเรียนมัธยมที่สุราษฎร์ธานีก็พักไว้ก่อน ยังไม่กล้าลาออก เพราะไม่รู้ว่าจะโดนไล่ออกจากการคัดตัววันไหน คือเข้าไปทีแรก 200 คน โดนคัดออกทุกวัน แล้วคัดไปเรื่อยๆจนเหลือแค่รุ่นละคน ทุกเสาร์จะเห็นภาพคนกลับบ้าน  ตอนนั้นเราก็ยังไม่เก่งพอที่จะยอมย้ายสำมะโนครัวทุกอย่างมาที่นี่ น้าจึงใช้วิธีฝากให้มาเรียนที่โรงเรียนเทพลีลาไปก่อน

“ช่วงที่ยังไม่เก่ง พวกเราให้กำลังใจตัวเองตลอดว่าต้องติดทีมชาติ ต้องไปแข่งต่างประเทศให้ได้ หนูก็ตั้งใจซ้อมทุกวัน และสุดท้ายพวกเราก็ได้ไปแข่ง พร้อมกันจริงๆที่แมตช์ Korea Open 2011 เราคัดตัวตอนต้นปี และพอเดือน สิงหาคมก็ได้ไปแข่งที่เกาหลีใต้ในรุ่นไม่เกิน 42 กิโลกรัม เป็นสนามใหญ่ครั้งแรกในต่างประเทศ และรู้เลยว่ายาก เพราะเกาหลีเป็นต้นแบบของเทควันโด  แต่เพราะด้วยเป็นแมตช์แรกและเราเป็นเด็กโนเนมจึงไม่กดดัน กลับตื่นเต้นที่ออกไปเจอโลกใหม่ ถ่ายรูปทุกจุดที่ไป ได้เสื้อติดธงชาติไทยมา ภูมิใจมาก จำได้ว่าคืนแรกหนูใส่นอนเลยนะ (หัวเราะ) พอถึงวันแข่งหนูตั้งใจเล่นเหมือนที่ซ้อม บวกกับกำลังใจดี เพราะที่บ้านไปเชียร์ทั้งครอบครัว พอแข่งแบบไม่กดดันมากและซ้อมเยอะ สุดท้ายก็ได้เหรียญทองกลับมาค่ะ

หลังจากนั้นก็มีโอกาสแข่งอีกหลายรายการ ทั้งเทควันโดเยาวชนชิงแชมป์โลก รายการ US Open รายการเยาวชนชิงแชมป์เอเชีย และอีกหลายแมตช์เพื่อหาประสบการณ์ ซึ่งส่วนใหญ่
ก็ได้เหรียญทองกลับมา” (ยิ้ม)

บทเรียนจากความพ่ายแพ้
“มีสองครั้งในชีวิตที่รู้สึกผิดหวังจากการแข่งขัน ครั้งแรกซีเกมส์ที่พม่า ปี2013 ตอนนั้นเจอกับคู่แข่งซึ่งเป็นเจ้าภาพ  เป็นเรื่องยากอยู่แล้ว บวกกับเฮดการ์ด (ที่ป้องกันศีรษะ) ยังไม่เป็นระบบอิเล็กทรอนิกส์เหมือนตอนนี้ เพราะฉะนั้นการนับคะแนนจะยาก เพราะไม่มีเซ็นเซอร์แจ้ง วันนั้นหนูแพ้และรู้สึกว่าการตัดสินไม่เป็นธรรม หนูร้องไห้หนักมาก

“อีกครั้งคืองานโอลิมปิกที่บราซิล ปี2016 เราแพ้เกาหลีในรอบ 8 คน สุดท้าย ทั้งที่จริงตอนแรกคะแนนนำอยู่ 4 – 2 คะแนน เหลืออีกแค่ 10 วินาทีสุดท้าย เขาพยายามบุกมาทำคะแนน หนูจึงเข้าไปเตะที่หัวเขา ปรากฏว่าคะแนน
ไม่ขึ้น กลายเป็นเขาที่ทำคะแนนได้ จึงแพ้ไป ถ้าพูดในเรื่องของเทคนิค แค่เราถอยห่าง วิ่งวนออกมา ไม่อยู่ใกล้เพื่อไม่ให้เขาจัดการเราได้ ก็มีโอกาสคว้าเหรียญทองแล้ว มันอยู่ใกล้แค่เอื้อมจริงๆ แต่ครั้งนั้นทำพลาด ร้องไห้หนักอีก จบเกมเดินไปบอกโค้ชเลยว่าอยากออกจากวงการ ใจไม่เอาแล้ว หมดแพสชั่น เหนื่อย ท้อ มันคือบาดแผลที่เจ็บมาก แม้ทุกคนจะบอกว่าดีใจมากที่หนูได้เหรียญทองแดง แต่ข้างในเรารู้สึกเจ็บปวดทุกครั้งที่คนพูดถึงโอลิมปิกครั้งนั้น

ตอนนั้นโค้ชและทีมนักจิตวิทยาก็เข้ามาคอยฟื้นฟูสภาพจิตใจ เขาสอนให้อยู่กับปัจจุบัน ไม่ต้องคิดถึงอนาคตว่าผลจะเป็นยังไง จะได้เหรียญทองหรือไม่ได้ ไม่ต้องคิดถึงอดีตที่เคยทำผิดพลาด แค่อยู่กับปัจจุบันกับสิ่งตรงหน้าและทำให้
เต็มที่ ไม่ว่าผลจะเป็นยังไง ทุกคนในทีมจะอยู่ข้างๆกันเหมือนเดิม เพราะเราเป็นครอบครัวเดียวกัน เหตุการณ์ที่ผ่านมามันเป็นบทเรียนอีกหนึ่งหน้าที่ต้องข้ามไปให้ได้ ไม่ว่าหน้านั้นจะเขียนไว้สวยหรือไม่ มันก็เป็นแค่หนึ่งหน้ากระดาษ
พอคิดถึงคำพูดพวกนี้ก็รู้สึกดีขึ้นค่ะ แต่ถ้าให้วันนี้กลับไปดูวิดีโอที่ตัวเองแข่งในแมตช์นั้นอีกครั้ง สารภาพว่าก็ยังร้องไห้ค่ะ หลังจากการแข่งครั้งนั้น หนูกลับมาซ้อมๆๆ บอกตัวเองว่าจะกลับไปชนะให้ได้ ซึ่งการแพ้ครั้งนั้นทำให้หนูถีบตัวเองมาไกลมาก เป็นบทเรียนครั้งสำคัญที่สุดในชีวิต”

ซ้อมทุกวันกว่า 5 ปี 
“สำหรับการเตรียมตัวโอลิมปิกครั้งนี้  เราเตรียมตัวนาน 5 ปี ฝึกทุกวัน วันละ 3 เวลา เช้าตื่นมาวิ่งตั้งแต่ 6 โมงถึง 8 โมงครึ่ง จากนั้นพัก แล้วซ้อมต่อตอน 11.00 น. -12.00 น. เล่นเวตเทรนนิ่ง และอีกครั้งคือ 15.00 น. -18.30 น. เป็นเทคนิคเข้าคู่ซ้อมต่าง ๆ ทำอย่างนี้ทุกวัน หนูซ้อมกับผู้ชาย เพราะโค้ชอยากให้มีความแข็งแรง รวดเร็ว ว่องไวเท่ากับผู้ชาย ซึ่งต้องบอกว่าหนูทนมือ ทนเท้าผู้ชายมาตั้งแต่เข้าทีมชาติใหม่ๆแล้ว (หัวเราะ) บอกน้องคู่ซ้อมว่าเตะพี่ได้เต็มที่เลยนะ ถ้าน้องทำไม่เต็มที่ พี่จะไม่ได้อะไรจากน้อง ถ้าพี่เจ็บ พี่ร้องไห้ ไม่เป็นไร เดี๋ยวพี่จัดการตัวเองได้ ซึ่งน้องคู่ซ้อมก็จัดเต็มทุกวัน

“ตั้งแต่ซ้อมมาบาดเจ็บหนักสุดคือเอ็นไขว้หลังที่เข่าขาดค่ะ เมื่อปี2017 ตอนนั้นซ้อมกับผู้ชายแล้วขาชนกัน ซึ่งกระดูกเราไม่แข็งเท่าเขา ชนกัน 2 ครั้ง บาดเจ็บเลย เดินไม่ได้เป็นเดือน นอกจากนี้ผลจากการซ้อมก็ทำให้หนูสะโพกหลวม
ข้อเท้าหลวม ถึงขั้นที่ว่าถ้าข้อเท้าพลิกก็ไม่เป็นอะไร เพราะเส้นยืดจนไม่เหลืออะไรแล้ว แม้จะเป็นข้อเสียเปรียบที่ข้อเท้าเราไม่มั่นคงเท่ากับคนอื่น แต่ก็ไม่เป็นไร ใช้กล้ามเนื้อส่วนขาช่วยเสริมแทน

“ช่วงที่เกิดเหตุการณ์โควิดเราก็ยังซ้อมอยู่ อย่างช่วงต้นปี2020 ที่เพิ่งเกิดโควิด ตอนนั้นโค้ชให้แยกย้ายกลับบ้าน  เพราะไม่รู้ว่าสถานการณ์จะไปทางไหน ก็ยังต้องมีวินัยกับตัวเอง ตื่นมาวิ่ง 6 โมงเช้าเหมือนเดิม ฝึกเอง ตอนหลังโค้ช
มาช่วยดูผ่านโปรแกรม Zoom ค่ะ เราซ้อมออนไลน์กัน 3 เดือน พอสถานการณ์ดีขึ้นก็กลับไปฝึกที่แคมป์

“การซ้อมช่วงโควิดเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา สิ่งที่รู้สึกอย่างแรกคือเหงาค่ะ จากแคมป์ใหญ่มีคนประมาณ 30 คน ครึกครื้น เฮฮา เหลือแค่ 5 คน แล้วต้องไปเก็บตัวซ้อมที่เขาใหญ่ ห้ามเจอใครทั้งนั้น แม้กระทั่งครอบครัว คือหนูออกจากบ้านตั้งแต่ปีใหม่ แล้วไม่ได้กลับไปอีกเลย เพราะโค้ชเป็นห่วงเรื่องโควิด ถ้าติดขึ้นมา ร่างกายจะลำบากในเรื่องของการหายใจ ส่งผลเรื่องความแข็งแรงของปอด ตอนอยู่เขาใหญ่ก็ไม่ได้ออกไปไหนเลย อยู่แต่ในแคมป์ แต่ก็ทำให้ทีมเรายิ่งสนิทกันมากเหมือนครอบครัวเดียว แต่แน่นอนว่าการซ้อมทุกวันต้องมีช่วงขี้เกียจอยู่แล้ว เวลาอยู่ในอารมณ์นั้นก็จะฮึบค่ะ เพราะใจหนูคิดถึงแต่เหรียญทองอย่างเดียว อยากลบความผิดพลาดที่ติดอยู่ในใจให้ได้ บอกตัวเองว่าถ้าอยากได้เหรียญ ต้องไม่ปล่อยเวลาให้ผ่านไปเฉยๆ อีกความรู้สึกคือกลัวว่าโอลิมปิกจะถูกยกเลิก ทุกอย่างที่เราซ้อมมานานจะไม่ได้อะไร ก็พยายามดึงสติตัวเองให้กลับมาอยู่กับปัจจุบัน เรามีหน้าที่ซ้อม ก็ทำวันนี้ให้ดีที่สุด เราไม่มีทางรู้ว่าโอลิมปิกจะจัดหรือไม่ แค่ทำตรงนี้ให้ดี จึงตั้งใจซ้อมมาก เวลาเหนื่อยมาก หนูจะเดินไปมองหน้ากระจกและยิ้มให้ตัวเอง ไม่ได้ยิ้มแบบมีความสุขนะ ขอแค่ยิ้มให้ตัวเอง แล้วบอกตัวเองว่าสู้ๆนะ

“เวลาซ้อมจะให้ความสำคัญรอบด้านเลยค่ะ ทั้งจุดเด่นและจุดด้อย จุดเด่นของหนูอยู่ที่การเตะหัว ซ้อมเตะวันละพันครั้งกับกระสอบและคู่ซ้อม ส่วนจุดด้อย ก็ต้องซ้อม แต่ขอไม่บอกนะคะว่าตรงไหน (หัวเราะ) อีกอย่างคือต้องเตรียม
รับมือคู่แข่งที่เขาจะทำคะแนนใส่เรา ด้วยการจำลองสถานการณ์ว่าคู่ต่อสู้จะเตะมาลักษณะไหน รวมไปถึงจำลองบรรยากาศของสนามแข่งด้วย เช่น ซ้อมเวอร์ชั่นการแข่งที่ไม่มีคนดู ไม่มีเสียงเชียร์ เงียบชนิดที่ได้ยินใจตัวเองเต้น  กับอีกแบบคือมีคนดูเล็กน้อยและเปิดเพลงเสียงดัง ไปจนถึงบรรยากาศฮึกเหิมมาก เราซ้อมมาหมด พอไปเจอวันแข่งจริงมีเพลงเชียร์และเสียงกองเชียร์จึงไม่ตื่นเต้นมาก”

เทนนิส- พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ

วินาทีคว้าเหรียญทอง
“ก่อนขึ้นแข่งทุกรอบต้องทำให้ตัวเองผ่อนคลายที่สุด เปิดตาให้กว้าง บอก ตัวเองว่าต้องอยู่ในเกมของเรานะ ไม่ต้องเข้าไปอยู่ในเกมของเขา คือต้องไม่ไปอยู่ในท่าที่เขาถนัด ต้องอยู่ในท่วงท่าที่เราได้เปรียบ อีกสิ่งหนึ่งคือหนูจะไหว้สายดำที่เปรียบเสมือนครูก่อนลงสนาม บอกสายดำว่าช่วยให้หนูอยู่กับปัจจุบัน มีสติ แล้วนึกถึงแม่กับยายที่เสียไปแล้วว่าช่วยเป็นกำลังใจให้ลูกด้วย ลูกจะพาร่างกายนี้ไปคว้าเหรียญทอง

“รอบชิงชนะเลิศที่เจอกับสเปน คู่แข่งเราเจอทั้งจีนและเซอร์เบียมาก่อนซึ่งเก่งมากทั้งคู่ ก็แอบกังวลนะ แต่โค้ชบอกว่าไม่ต้องกังวล เล่นให้เหมือนที่ซ้อมก็พอ แล้วพอเข้าไปแข่งจริง สิ่งสำคัญมากกว่าอะไรทั้งหมดคือสติค่ะ ซึ่งเป็นเรื่องที่หนูถูกเทรนมาอย่างหนัก ไม่ว่าแต้มตอนแข่งใครจะนำ เราต้องปล่อยมันไปอยู่กับปัจจุบัน อยู่กับสิ่งตรงหน้า แล้วทำมันใหม่ ถ้าเราคะแนนนำอยู่ก็ทำต่อไปถ้าเราพลาดอย่าหัวเสีย เวลาที่เหลืออยู่ทุกวินาทีมีค่า จะ 10 วินาทีหรือ 3 วินาที
เกมสามารถพลิกได้หมด ต้องไม่ตื่นเต้น ตอนแรกหนูเป็นรอง ช่วงที่เหลือ 30 วินาทีสุดท้ายก็ยังใจเย็นอยู่ จนเหลือ 7 วินาทีสุดท้าย รู้ว่าต้องทำคะแนนแล้วจึงรุกคู่ต่อสู้ ใช้จุดแข็งของเราด้วยการเตะหัวไปทำคะแนน แล้วถอยออกมาตั้งหลักใช้บทเรียนจากครั้งที่แล้ว คือไม่ต้องไปยุ่งกับเขาอีก ซึ่งหนูซ้อมสถานการณ์นี้มาด้วยซ้อมทั้งที่ตัวเองมีคะแนนนำและคะแนนตาม ต้องบอกว่าตอนซ้อมกดดันกว่านี้เช่น 5 วินาทีสุดท้ายทำคะแนนอยู่ แต่ปรากฏว่าตัวเองโดนเตะหัว 2 ครั้ง ก็แพ้ เจอสถานการณ์ลบๆแบบนี้มาเป็นร้อยครั้งจนชิน จึงไม่ตื่นเต้นกับแต้มหรือวินาทีที่เหลืออยู่ตรงนั้น อยู่กับปัจจุบันสุดๆ แต่เข้าใจคนดูว่าช่วงวินาทีท้ายๆคงลุ้นใจจะขาดแล้ว (หัวเราะ)

“วินาทีที่ได้เหรียญทองดีใจจนบอกไม่ถูก  บอกตัวเองว่าทำได้แล้วโว้ย (หัวเราะ) วิ่งไปกระโดดกอดโค้ช แล้วเพิ่งมารู้ว่าจังหวะนั้นขาหนูไปชนมือโค้ชจนซ้น (หัวเราะ) โมเมนต์ตอนขึ้นไปรับเหรียญคือโล่งอก ภูมิใจมาก เพราะนี่เป็น
เหรียญทองประวัติศาสตร์ครั้งแรกของทีมเทควันโด เราเหนื่อยมามาก โดนผู้ชายเตะมาไม่รู้กี่ครั้ง ห่างครอบครัว  ร้องไห้ทุกวันก็เพื่อเวทีนี้ ซึ่งเป็นที่สุดของที่สุด หลังจากแข่งเสร็จ พอเปิดโทรศัพท์เห็นคนเชียร์เยอะมาก ดีใจที่ได้เป็นความสุขของคนไทยในค่ำคืนนั้น

“จากการแข่งครั้งนี้ทำให้หนูเป็นที่ 1 ในโลกของรุ่นน้ำหนักไม่เกิน 49 กิโลกรัมสำหรับโอลิมปิกครั้งต่อไป  อีก 3 ปีข้างหน้าก็อาจจะได้ไปอีกครั้ง แต่ไม่กดดันตัวเอง แค่ตั้งใจซ้อม มุ่งมั่น ทุ่มเท ทำให้ได้ ถ้าวันนั้นหนูยังซ้อมได้ดี ก็อยากไป
ทำหน้าที่ตรงนั้นอีกครั้งค่ะ

“สุดท้ายหนูขอบคุณคุณพิมล ศรีวิกรม์ นายกสมาคมกีฬาเทควันโดแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นผู้สนับสนุนทีมเทควันโด  และคอยสนับสนุนอำนวย ความสะดวกทุกอย่าง รวมไปถึงโค้ชเช ทีมสต๊าฟโค้ช รวมถึงคุณครูทรงศักดิ์ ทิพย์นาง ครูคนแรกที่ปั้นหนู ขอบคุณทีมงาน คุณหมอ นักกายภาพที่คอยรักษาอาการบาดเจ็บ ไปจนถึงพ่อ ครอบครัวที่อยู่ข้างๆ  ให้โอกาสได้เล่นกีฬาตั้งแต่เด็กจนพบเจอเทควันโด และขอบคุณคนไทยที่เป็นกำลังใจให้นักกีฬาไทยทุกคน  ถ้า
ไม่มีทุกคน หนูคงไม่มีกำลังใจเตะค่ะ”

ในวันที่ไม่ต้องแข่ง
“หนูรู้ว่าอาชีพนี้ไม่ยืนยาว ถ้ามีโอกาสก็อยากถ่ายทอดประสบการณ์ให้น้องๆ ต่อไป อยากให้คนรุ่นหลังได้มายืนจุดสูงสุดแบบหนู อีกอย่างคืออยากเปิดคาเฟ่หรือยิม และอยากเป็นยูทูบเบอร์ที่ได้ไปเที่ยวรอบโลก เพราะปกติเวลาไปแข่งไม่เคยได้ไปเที่ยวเลย ตอนนี้หนูทำช่องของตัวเองชื่อว่า PaNisPak พานิสพัก เพราะอยากไปพักบ้าง ส่วนสถานที่ในฝันคืออยากไปติดเกาะที่เกาะกูดสัก 1 เดือน แต่ชีวิตจริงคือน่าจะไปได้แค่ 2 วัน เพราะตอนนี้ก็ต้องกลับไปซ้อมแล้ว

“การซ้อมเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต ถ้าไม่ได้ซ้อมคงเคว้งคว้างมาก ขณะเดียวกันหนูก็รักเทควันโดมาก เป็นกีฬาที่สอนให้ทำทุกวินาทีอย่างมีคุณค่าและดีที่สุดค่ะ”


ที่มา : นิตยสารแพรว ฉบับ 974

เรื่อง : Fai ภาพ Getty Images

ภาวะขี้เกียจไม่เคลื่อนไหว

เช็ค 5 โรคอันตราย ภัยจาก WFH นั่งๆ นอนๆ เกิดเป็น “ภาวะขี้เกียจไม่เคลื่อนไหว”

ทำงานอยู่ที่บ้าน นั่งๆ นอนๆ เพราะเราสามารถทำตัวตามสบายได้ นั่งก็อาจนั่งเลื้อยๆ อยากนอนได้ก็นอน นั่งๆ นอนๆ อยู่แบบนี้เคลื่อนไหวน้อย วันๆ หนึ่งคงเดินไม่กี่ก้าว สภาพนี้เรียกกันว่า Inactivity ซึ่งก็คือ ภาวะขี้เกียจไม่เคลื่อนไหว กลายเป็นพฤติกรรมเนือยนิ่ง (Sedentary behavior) เป็นการวัดพลังงาน-อัตราการเผาผลาญในร่างกายที่เกิดขึ้นน้อยมาก ซึ่งเรียกว่า ค่า MET (Metabolic Equivalent of task )ถ้าค่านี้น้อยกว่า 1.5 MET ก็คือพฤติกรรมเนือยนิ่ง

คุณเพ็ญพิชชากร แสนคำ นักกายภาพบำบัดจาก คลินิกกายภาพบำบัดอริยะ ชั้น 1 ไลฟ์เซ็นเตอร์ (คิวเฮ้าส์ ลุมพินี) ได้อธิบายความหมายเพิ่มเติมของค่า MET ว่า

“ค่า MET คือการใช้พลังงานในการทำกิจกรรมทางกาย (Physical Activity) เปรียบเทียบกับการใช้พลังงานขณะนั่งนิ่งๆ ซึ่งภาวะนี้ เมื่อสะสมนานจะทำให้ร่างกายทุกระบบย่ำแย่ เนื่องจากร่างกายต้องการการเคลื่อนไหว การขยับ ทำให้กล้ามเนื้อได้ทำงาน เพื่อให้เกิดการไหลเวียน และเป็นการกระตุ้นทุกระบบ ทั้งเลือด น้ำเหลือง ระบบเส้นประสาท และการทำงานของอวัยวะภายในให้เกิดขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพ”

Work from Home มาสักพักใหญ่แล้ว จนอาจเกิดผลเสียต่อร่างกาย มาดูกันค่ะว่า ชาวออฟฟิศทั้งหลาย จะมีอาการหรือโรคอะไรบ้างที่อาจเกิดขึ้นจากการ WFH บ้าง

ภาวะขี้เกียจไม่เคลื่อนไหว

เช็ค 5 โรคอันตราย ภัยจาก WFH นั่งๆ นอนๆ เกิดเป็นภาวะขี้เกียจไม่เคลื่อนไหว

1. เยื่อหุ้มกล้ามเนื้อคออักเสบเรื้อรัง (Myofascial Pain Syndrome) เป็นกลุ่มอาการที่พบได้บ่อย จากการอยู่ในท่าก้มคอมากกว่าปกติเช่น ท่านั่ง ทำงานนานๆ หลังค่อม ไหล่ห่อ คองุ้ม จะทำให้กล้ามเนื้อตรงก้านคอ หรือตรงฐานกระโหลกศีรษะเกร็งตัวมาก และเรื้อรัง จนทำให้มักมีอาการปวดร้าว เข้ากระบอกตา ปวดร้าวขึ้นหัว มึนหัว บางเคสอาการคล้ายๆ ไมเกรน แต่ตึงๆ มึนทั้งหัวไม่สดชื่น

ภาวะขี้เกียจไม่เคลื่อนไหว

2. ปวดหลัง/กล้ามเนื้ออักเสบ (Low Back Pain/Muscle Strain) เมื่อนั่งนาน และนั่งในท่าที่ผิด เสมือนกล้ามเนื้อทำงานมากขึ้นหลายเท่า เป็นธรรมดาที่จะต้องมีอาการปวดเกร็งขึ้นมา และยิ่งนั่งแบบเดิมๆ ต่อเนื่องกันหลายวันยิ่งเพิ่มความเรื้อรัง ปวดหลังจากกล้ามเนื้ออักเสบธรรมดาก็อาจเป็นเหตุให้เกิดโรคหมอนรองกระดูกเคลื่อน (Herniated Nucleus Pulposus) ได้ด้วย เพราะเวลานั่ง คงนั่งหลังค่อม มีโอกาสให้หมอนรองกระดูกเคลื่อนได้ง่าย

3. ท้องอืดท้องเฟ้อ อาหารไม่ย่อย (Indigestion หรือ Dyspepsia) โรคนี้คุณอาจไม่คิดว่าจะเกิดจาก WFH ซึ่งเมื่อทำงานที่บ้าน ทำให้เราทำตัวตามสบาย ทานอาหารไม่เป็นเวลา ทานเสร็จแล้วก็นั่งทำงานเลย โดยไม่ได้ขยับตัว ซึ่งพฤติกรรมเช่นนี้ ทำให้การหลั่งน้ำย่อย และการบีบตัวของกระเพาะอาหารลดลง ประสิทธิภาพการย่อยลดลง เกิดลมคั่งในช่องท้อง ทำให้ท้องอืด อาหารไม่ย่อยได้

4. ท้องผูก (Constipation)  โดยปกติลำไส้คนเราจะบีบตัวได้ดี เมื่อร่างกายเรามีการเคลื่อนไหว มีการขยับเขยื้อน WFH ทำให้เราเคลื่อนไหวน้อย การทำงาน หรือการบีบตัวของลำไส้ลดลง หรือบางเคสอาจไม่เคลื่อนเลย ผลจากการไม่เคลื่อนไหวร่างกาย และไขมันที่พอกพูนมากขึ้นในช่องท้อง สาเหตุดังกล่าวทำให้ลำไส้บีบตัวน้อยลง กากใยอาหารคั่งค้างนิ่งๆ ในลำไส้ จนกลายเป็นท้องผูกได้

5. โรคอ้วน (Obesity) หลายท่านเจอปัญหานี้โดยเลี่ยงไม่ได้เลย ช่วง 2-3 เดือนจาก WFH ทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นโดยไม่รู้ตัว การไม่เคลื่อนไหว กินๆ นอนๆ อยู่กับบ้าน เดินกันไม่กี่ก้าว มีผลทำให้อัตราการเผาผลาญของร่างกายลดลง บวกกับการนั่งๆ นอนๆนี้ ใช้พลังงานน้อยมาก จึงทำให้อาหารที่รับประทานเข้าไปถูกดึงไปพอกพูนในรูปแบบของไขมัน จนกลายเป็นโรคอ้วน ซึ่งโรคนี้เป็นเหตุให้เป็นโรคร้ายๆ อื่นตามมามากมายเลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นโรคไขมันในเลือดสูง โรคความดันสูง รุนแรงเข้าก็อาจเป็นเหตุให้เกิดลิ่มเลือดอุดตันในสมอง หรือเป็นสาเหตุของหัวใจวายได้

ตอนนี้หลายคนอาจจะกลับมาสู่ภาวะปกติแล้ว แต่อย่าลืมหันกลับมา Restart ตัวเองใหม่ ..เพื่อเตรียมพร้อมร่างกาย และจิตใจมาสู้งานกันต่อนะคะ


 

 

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

อายุเท่ากัน แต่หน้าตาและผิวพรรณกลับดูต่างกันอย่างเห็นได้ชัด มีสาเหตุจาก

รวมเคล็ดลับหุ่นเฟิร์มจาก 10 นักโภชนาการ ที่ช่วยเน้นให้รูปร่างเป๊ะแบบไม่ต้องอด!

3 ตัวช่วยเสริม เพิ่มภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย ห่างไกลจากไวรัสวายร้าย COVID-19

 

 

หลังคลายล็อคดาวน์

ส่องกิจกรรมวันสบายๆ วันฝนพรำ หลังคลายล็อคดาวน์ ของเหล่าเซเลบริตี้

พบกับเรื่องเม้าท์เหล่าเซเลบฯ กันในคอลัมน์​ “ชะนีช่างเมาท์​ by ชะนี​สอง​พันปี” สัปดาห์นี้ชวนทุกท่านมาส่องดูเหล่า​เซเลบฯ ว่าเขาทำอะไร​กัน หลังคลายล็อคดาวน์

ส่องกิจกรรมวันสบายๆ วันฝนพรำ หลังคลายล็อคดาวน์ ของเหล่าเซเลบริตี้

ดา ดาวลดา ปุราโน บิ๊กฟอร์ด บารบี้ของเมืองไทย โชคดี​ยิ่งกว่าถูก​หวยรางวัลที่ 1 ได้บินไปพักผ่อนหลบโควิดที่บ้านในลอนดอนกับครอบครัว คุณ​สามีซื้อคฤหาสน์​หรู ใกล้ห้าง Harrods ใจกลางกรุง​ลอนดอนให้เป็น​ของขวัญ​ที่เป็นแม่ที่ดีของลูกและภรรยา​ที่น่ารัก​และแสนดีของสามี มูลค่าของขวัญ​แค่ 500 กว่าล้านเองนะคะคุณ​ขา แบบนี้ต้องถามแล้วล่ะค่ะว่าทำบุญ​มาด้วยอะไรคะเนี่ย

ปอง แสงตะวัน ณ เชียงใหม่​ พาไปเที่ยวชมสวนพันดารา สวนเสาวรสลูกโตออแกนิคแท้ๆ ปลูกในหุบเขาพื้นที่รับน้ำบริสุทธิ์จากยอดดอย ตั้งใจปลูกเพื่อผลิตภัณฑ์ของพันดาราโดยเฉพาะ ชูการ์ฟรีกัมมีเจลลีคอลลาเจนไดเปปไทด์ นวัตกรรมงานวิจัยมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ที่ขายดิบขายดีจนได้มอบเงิน 1,000,000 บาท กลับคืนสู่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2564 ที่ผ่านมานี้

ส่วนแบงค์ กฤชพล -​ โบ ชญาดา กำลังสนุกกับการปลูกผักสวนครัว สมุนไพร​ สร้างพื้นที่ป่าริมน้ำในบ้าน โดยได้เนรมิต​สวนที่หนองจอก​ “ชาวนามหานคร หนองจอก” สร้างโคก หนอง นา และศูนย์การเรียนรู้เกษตรอินทรีย์วิถีพอเพียงเพื่อให้คนไทยได้มีโอกาสเข้ามาเรียนรู้วิธีสร้างความเป็นอยู่แบบยั่งยืนตามศาสตร์พระราชา Sufficiently economy

แหม่ม ศศิวิมล ดารารัตนโรจน์ หลังจาก​ผ่านความเศร้าโศก​จากการสูญเสียสามีอันเป็นที่รักยิ่งไปได้พักใหญ่​ ก็ได้หลบไปพักสมองผ่อนคลาย​หัวใจกับครอบครัวและเพื่อนๆ ที่ภูชี้ฟ้าหลังคลายล็อคดาวน์​เป็น​ทริปแรก อยากบอกว่าสวยปังจนทำให้วิวทิวทัศน์ยามเช้า​หมองไปเลย ถึงแม้จะโศกเศร้า​เพียงใดแต่ทุกอย่างยังคงต้องดำเนินต่อไป ขอร่วมแสดงความเสียใจและไว้อาลัยต่อการจากไปของคุณโกมล ดารารัตนโรจน์ไว้ ณ ที่​นี้​ด้วยนะคะ


เรื่อง : ชะนี​สอง​พันปี

‘คบกันก็มีแต่ทะเลาะกัน แต่ก็แยกจากกันไม่ได้ เพราะยังมีบ่วงผูกขาไว้’ ดวงรายวัน 15 กันยายน 2564

ดวงรายวัน 15 กันยายน 2564 #หมอปุ้ยพยากรณ์ เช็กทุกวัน เป๊ะปังทุกดวง ทั้งการงาน การเงิน ความรัก และสุขภาพ

‘คบกันก็มีแต่ทะเลาะกัน แต่ก็แยกจากกันไม่ได้ เพราะยังมีบ่วงผูกขาไว้’

ดวงรายวัน 15 กันยายน 2564

ผู้ที่เกิดวันอาทิตย์

การงาน  :  สำหรับผู้ที่ทำงานหรือทำธุรกิจเกี่ยวข้องกับการเดินทาง เช่น รับ-ส่งเอกสาร เดลิเวอร์รี่ ไรเดอร์ โลจิสติกส์  ฯลฯ รวมถึงธุรกิจยานยนต์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเป็นงานในแวดวงบันเทิง โฆษณา ประชาสัมพันธ์ สื่อมวลชน มีความเป็นไปได้ว่า คุณจะได้เดินทางไปขยายสาขายังสถานที่ใหม่ อาจเป็นต่างจังหวัดหรือต่างประเทศ แต่ไปแล้วก็มีแนวโน้มว่า จะเหนื่อย เพราะมีโอกาสได้ร่วมงานกับผู้ที่มีความคิดเห็นต่างจากคุณในทุกๆ เรื่อง

การเงิน  :  มีโอกาสได้รับมรดก ไม่แน่ว่าจะเป็นเงิน หรือเป็นรถ แต่ก็จะผันผวน ขึ้นๆ ลงๆ วันนี้ไม่ควรหลงเชื่อคำพูดอ่อนหวานที่จะชักชวนคุณให้ช่วยลงทุนหรือทำธุรกรรมต่างๆ เพราะมีความเสี่ยงว่าจะถูกหลอก

ความรัก :  หากคุณชอบเดินทางโยกย้ายไปทำงานที่นั่นที่นี่ วันนี้คุณอาจไม่แน่ใจก็ได้ว่า คู่คุณจะไปด้วยหรือเปล่า แล้วหากคุณเร่งรัดต้องการคำตอบมากๆ ก็มีโอกาสทะเลาะกันเลย     คนโสด  มีโอกาสได้พบคนถูกใจในระหว่างการเดินทาง แต่หากได้คุยกันแล้วอาจแยกย้าย เพราะขัดกันทุกเรื่อง

สุขภาพ  :  มีความเสี่ยงที่จะเกิดปัญหาในเรื่องของระบบลำไส้ กระเพาะอาหาร และถุงน้ำดี จึงควรรับประทานอาหารให้ตรงเวลา และถูกหลักโภชนาการ

 

ผู้ที่เกิดวันจันทร์

การงาน  :  หากที่ผ่านมางานของคุณไม่ค่อยคืบ นิ่งๆ พร้อมๆ กับไฟในตัวคุณที่กำลังหมดลงทุกที วันนี้โอกาสดีมาถึงแล้ว เพราะมีความเป็นไปได้ว่า คุณจะได้พบช่องทางทำมาหากินใหม่ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากทำงานที่เกี่ยวกับงานเขียน นักวิทยาศาสตร์ นักทดลอง ค้นคว้า งานที่ทำด้วยความยากลำบากจะได้รับความสนใจ ซึ่งน่าจะเป็นคนรู้จักคุ้นเคย หรือไม่ก็ธุรกิจในครอบครัวของคุณเอง ก็ควรเตรียมตัวล่วงหน้า วางแผนให้พร้อม เพื่อป้องกันการตัดสินใจในเรื่องต่างๆ ผิดพลาด

การเงิน :  มีโอกาสได้เงินปันผลจากธุรกิจของครอบครัว แต่ทางที่ดีคุณควรทำด้วยตัวเองจะดีกว่าจะร่วมหุ้นลงทุนกับใคร เพราะมีโอกาสที่คุณจะต้องออกเงินทำงานไปก่อน ซึ่งมากกว่าเงินที่ได้รับมาเสียอีก

ความรัก :  จริงๆ แล้วคุณมีทัศนคติที่ไม่ลงรอยในเรื่องการใช้ชีวิตคู่เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว วันนี้คุณอาจเลิกทะเลาะแล้ว เพราะกำลังปลื้มกับสิ่งเย้ายวนใหม่ๆ ซึ่งอาจเป็นสัตว์เลี้ยง หรือซีรีย์เรื่องใหม่ก็ได้  คนโสด  จากที่เคยอยู่อย่างเงียบเหงา เก็บตัวอยู่ในโลกส่วนตัวมานาน วันนี้มีโอกาสที่จะตื่นเต้นกระชุ่มกระชวย เพราะได้พบกับชายหนุ่มในฝัน จนอยากไปอยู่กับเขาเลยทีเดียว

สุขภาพ  :  วันนี้หากคุณยังคงทำงานหนักอยู่ ระวังระบบหมุนเวียนเลือดในร่างกายจะมีปัญหา มีความเสี่ยงที่จะมีอาการหน้ามืด วิงเวียนศีรษะ เป็นลม หากออกจากบ้านควรยกการ์ดให้สูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณต้องไปอยู่ในสถานที่ที่มีความเสี่ยงสูงต่อการติดเชื้อ

 

ผู้ที่เกิดวันอังคาร

การงาน :  สำหรับผู้ที่ทำงานหรือเกี่ยวข้องกับงานที่ต้องใช้ความรู้ ความสามารถ และความรับผิดชอบอย่างใหญ่หลวง เช่น ผู้รักษากฎหมายและความถูกต้อง ทนายความ ผู้พิพากษา ศาล อัยการ ฯลฯ หากคุณอยู่ในตำแหน่งผู้นำสูงสุดขององค์กร บอกเลยว่า ความสำเร็จในวันนี้ไม่ได้มาด้วยความบังเอิญ แต่ต้องแลกด้วยพลังกายพลังใจที่เข้มแข็ง แต่ไม่ควรเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับงานสีเทา การพนัน การเสี่ยงโชค เพราะจะนำความเดือดร้อนมาให้คุณไม่หยุดหย่อน

การเงิน :  รายได้จะมาจากหยาดเหงื่อแรงกาย วันนี้คุณจะมีเงินเข้ามาไม่ขาดสาย จับอะไรเป็นเงินเป็นทองไปหมด มีโอกาสได้รับมรดกด้วยสิ จึงไม่ควรใช้เงินฟุ่มเฟือย หรือซื้อความสุขให้กับตัวเองมาก

ความรัก :  หากคุณเคยเป็นนักเที่ยวและนักรักตัวยง แต่เมื่อคุณแต่งงานกับคู่คนนี้ ซึ่งส่งเสริมหน้าที่การงานให้คุณทุกอย่าง วันนี้คุณจึงพร้อมที่จะปรับตัวปรับใจมาทำหน้าที่แม่บ้านแม่เรือน     คนโสด  คุณเจ้าชู้ เป็นนักรักตัวยง วันนี้มีโอกาสที่คุณจะได้พบรักกับข้าราชการหนุ่มรุ่นน้องที่มีอนาคตไกล ซึ่งคุณก็พร้อมที่จะหยุดตรงนี้ที่เขาเลย

สุขภาพ :  คุณดูแลสุขภาพตัวเองเป็นอย่างดี แต่วันนี้หากคุณไปดื่ม มีความเสี่ยงที่จะพลาดพลั้งได้รับเชื้อจากบุคคลอื่น รวมถึงได้รับอันตรายจากของมีคม หรือเปลวไฟ และความร้อน

 

ผู้ที่เกิดวันพุธ

การงาน :  หากคุณกำลังจะเข้าสู่การประมูลงาน หรือลงสนามแข่งขัน โดยเฉพาะในธุรกิจหรืองานที่เกี่ยวข้องกับเอ็นเทอร์เทน เช่น ดีเจ พิธีกร นักร้อง นักดนตรี พริตตี้ รวมถึงผู้ประกอบการสถานบันเทิง หรือร้านอาหาร ซึ่งคุณคาดหวังความสำเร็จอย่างแรงกล้ามาก จนสามารถทำได้แม้จะเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องนักก็ตาม แต่ด้วยดวงการงานวันนี้ของคุณยังไม่ค่อยดี ทำอะไรก็ติดขัดขลุกขลักไปหมด โดยเฉพาะหากวันนี้จะไปติดต่อกับราชการ มีความเป็นไปได้ว่า เอกสารจะผิดพลาด จึงควรหาเพื่อนรู้ใจหรือผู้รู้ผู้มีประสบการณ์มาช่วยกันทำงานดีกว่า

การเงิน :  มีโอกาสได้เงินพิเศษจากงานพิเศษที่มาจากธุรกิจสีเทา แต่คุณก็จะเก็บเงินไว้ไม่อยู่ หมดกับการเลี้ยงเพื่อนฝูงและลูกน้อง วันนี้ไม่ควรรับเป็นนายหน้ากู้ยืมเงิน หรือเซ็นเอกสารค้ำประกัน

ความรัก :  หากที่ผ่านมาคุณผิดหวังเสียใจกับความรักมานับครั้งไม่ถ้วน เมื่อมาถึงวันนี้มีความเป็นไปได้ว่า จะลงเอยด้วยการอยู่กันแค่เพียงในนาม ด้วยเหตุผลบางประการ เช่น เพื่อลูก ผู้ใหญ่ หรือการงาน แต่ตัวกับหัวใจไปอยู่กับคนอื่นแล้ว   คนโสด  มีความเป็นไปได้ว่า คุณจะตกอยู่ในภาวะจำยอมที่ต้องไปอยู่ด้วยกันก่อน

สุขภาพ : หากคุณเป็นนักดื่มตัวยง วันนี้อวัยวะที่ต้องระวังเป็นพิเศษคือ หัวใจ และโรคที่เกี่ยวกับหัวใจทุกประเภท รวมถึงโรคที่เกี่ยวกับสายตา ตระกูลต้อจะมาเยือนแล้ว

 

ผู้ที่เกิดวันพฤหัสบดี

การงาน  :  สำหรับผู้ที่ทำงานหรือเกี่ยวข้องกับแวดวงศิลปะ งานสวยๆ งามๆ หากที่ผ่านมาคุณรู้สึกว่า ตัวเองถูกลดบทบาทความสำคัญลง ไม่ว่าจะเสนองานหรือเรียกร้องความเห็นใจจากเจ้านายก็ไม่ได้รับความสนใจ แต่วันนี้งานที่เคยถูกมองข้ามจะสร้างชื่อเสียงให้คุณกลับมาอยู่ในสายตาของเจ้านายได้อีกครั้ง มีโอกาสได้โกอินเตอร์เลยทีเดียว ก็ไม่ควรยึดติดอยู่ที่ความคิดเห็นในกลุ่มเพื่อนพ้องน้องพี่ของตัวเอง เพราะคุณจะมีอคติ ขณะที่หากคุณเปิดรับฟังความคิดเห็นของคนอื่นจะช่วยให้งานประสบความสำเร็จเป็นทวีคูณ

การเงิน :  จากที่คุณเคยเสียรู้เสียเงินให้กับคนใกล้ชิดไป วันนี้เงินจะกลับมาพร้อมความสำเร็จ มีผู้ใหญ่อุปถัมภ์ ซึ่งคุณก็จะมีการวางแผนการใช้เงินอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ความรัก :  หากคุณกำลังอยู่ในฐานะที่เรียกร้องขอความเห็นใจจากคู่ ด้วยการทำหน้าที่แม่บ้าน และช่วยส่งเสริมหน้าที่การงานของสามีอย่างเต็มที่ อยู่บนหลักการและเหตุผล และขนบธรรมเนียมที่ดีงาม ไม่นานเดี๋ยวเขาก็กลับมา  คนโสด  จะบอกว่าคนที่คบอยู่ทุกวันนี้ยังไม่ใช่คนที่เหมาะสมกับคุณ เพราะวันนี้คุณมีเสน่ห์ มีโอกาสได้พบกับชาวต่างชาติหรือคนเก่งขั้นเทพเลยทีเดียว

สุขภาพ :  อย่าเครียด หรือติดอยู่กับภาวะทุกข์ใจเป็นเวลานาน เพราะวันนี้มีโอกาสที่คุณจะบำบัดด้วยการรับประทาน ซึ่งจะทำให้เกิดโรคอ้วนตามมา รวมถึงกระดูกและข้อที่ต้องรับน้ำหนักที่มากขึ้น

 

ผู้ที่เกิดวันศุกร์

การงาน :  สำหรับผู้ที่ทำงานหรือเกี่ยวข้องกับสายงานบริการ เช่น ร้านอาหาร ร้านเครื่องดื่ม โรงแรม การท่องเที่ยว รวมถึงสินค้าและบริการที่เกี่ยวกับเด็ก มีความเป็นไปได้ว่า จะมีการแก่งแย่งแข่งขันชิงดีชิงเด่นกัน ในเรื่องของผลประโยชน์และตำแหน่งหน้าที่การงานอย่างดุเดือด มีความเสี่ยงว่า จะขัดแย้งกันถึงกับตบโต๊ะเดินออกจากห้องกันเลยทีเดียว แต่ขอบอกว่า คุณก็ยังไปไหนไม่ได้ เพราะติดสัญญา หรือเงื่อนไขข้อตกลงที่ทำกันไว้ ไม่เป็นลายลักษณ์อักษร ก็สัญญาใจ

การเงิน : คุณชอบการลงทุน รักความเสี่ยง แต่วันนี้แม้จะมีเข้ามาเรื่อยๆ แต่ก็แบบจุ๋มจิ๋ม ไม่คุ้มกับเงินที่ลงทุนไป มีความเสี่ยงที่จะถูกฉ้อโกง หรือตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพอีกด้วย จึงไม่ควรลงทุนเต็มสตรีมมาก

ความรัก :  หากคุณกำลังอยู่ระหว่างศึกพิพาทในการแย่งชิงบุตรอย่างร้อนแรงเลย มีความเป็นไปได้ว่า จะมีบุคคลที่สามเข้ามาแสดงน้ำใจดี เพื่อช่วยเหลือ ก็ไม่ควรเชื่อใจ เพราะเธอมาเพื่อหวังผลประโยชน์  คนโสด  แม้คุณจะคบกันแล้วมีแต่ปัญหาให้ต้องทะเลาะเบาะแว้งกันอย่างดุเดือด แต่อย่างไรวันนี้คุณก็ยังไปจากกันไม่ได้ น่าจะติดที่ลูกหลาน หรือบริวารในบ้าน

สุขภาพ :  มีความเสี่ยงที่คุณจะได้รับอันตรายจากการขับขี่หรือการทะเลาะวิวาท โดยเฉพาะเรื่องชู้สาว จึงควรใจเย็นๆ มีสติ ไม่ประมาทกับชีวิต

 

ผู้ที่เกิดวันเสาร์

การงาน :  สำหรับผู้ที่ทำงานหรือเกี่ยวข้องกับการติดต่อประสานงาน การบริหารจัดการ และการให้คำปรึกษาแนะนำในด้านต่างๆ แม้คุณจะมีปฏิภาณไหวพริบ สามารถพลิกแพลงกลยุทธ์ทำงานได้หลากหลายมิติ มีความรับผิดชอบดี เป็นที่ไว้วางใจของผู้บังคับบัญชา วันนี้อย่าเพิ่งทุ่มสุดตัว ควรทำงานแค่พอเซฟตัวเอง เพราะมีความเสี่ยงว่าจะเกิดความเสียหายหรือความผิดพลาดขึ้นได้อย่างคาดไม่ถึง

การเงิน :  มีโชคในเรื่องของการลงทุนแบบไม่คาดฝัน เฮงๆ ปังๆ แต่ก็เก็บเงินให้ดี ก่อนควักเงินออกจากกระเป๋าควรมีสติ เพราะมีความเสี่ยงที่คุณจะเสียเงินโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์

ความรัก :  วันนี้คุณมีทิฐิสูงมาก ยึดความถูกต้องของตัวเอง เรียกร้องความสนใจ จึงมีความเป็นไปได้ว่า จะเกิดความไม่เข้าใจกันขึ้น โดยเฉพาะเรื่องหึงหวง  คนโสด  คุณโรแมนติก วาดฝันถึงความรักไว้อย่างงดงาม แต่เพราะความหึงหวงจึงทำให้คุณผิดหวังมาตลอด วันนี้คุณจึงขออยู่กับครอบครัวตัวเองดีกว่า

สุขภาพ : มีความเสี่ยงที่จะเกิดจากการปฏิบัติงาน ไม่ว่าจะเจ็บไข้ได้ป่วย หรืออุบัติเหตุ จึงไม่ควรประมาท

 

 

อาย-กมลเนตร

“ผมแอบชอบเขามานาน” คำสารภาพ ว่านไฉ ว่าที่เจ้าบ่าวของ อาย-กมลเนตร

เปิดโหมดหวานของว่าที่เจ้าบ่าว-เจ้าสาว อาย-กมลเนต เรืองศรี และ ว่านไฉ-อคิร วงษ์เซ็ง ที่ฝ่ายชายยอมรับสารภาพ “ผมแอบชอบเขามานาน”

อาจเพราะมีความชอบที่คล้ายๆ กันหลายอย่างเลยทำให้ความรักของ “อาย-กมลเนต เรืองศรี” และ “ว่านไฉ-อคิร วงษ์เซ็ง”หรือ “ว่านไฉ AF5”  ก้าวหน้าแบบติดเทอร์โบ เพราะเวลาเพียง 1 ปี คู่รักคู่นี้เรียนรู้กันและกัน เริ่มต้นจากการขอเป็นแฟนกระทั่งล่าสุดได้มีการขอแต่งงานเกิดขึ้นกลางป่าในอำเภอเชียงดาว จ.เชียงใหม่ ล่าสุดคู่รักได้ออมาให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนเป็นครั้งแรก โดยทั้ง 2 ได้เล่าถึงโมเม้นต์ต่างๆ ที่แสนจะประทับใจ รวมการเปิดเผยฤกษ์งามยามดีที่ทั้งสองจะเข้าพิธีมงคลสมรด้วย

“ผมแอบชอบเขามานาน” คำสารภาพ ว่านไฉ ว่าที่เจ้าบ่าวของ อาย-กมลเนต

อาย-กมลเนตร

ว่านไฉแอบพกแหวนติดตัวเพื่อขอแต่งงาน

ว่านไฉ : เราเคยคิดว่าถ้าเราจะขอแฟนแต่งงานก็อยากไปที่เลิศหรู หรือไม่ก็ต่างประเทศ แต่พอสถานการณ์มันเป็นแบบนี้ก็แบ็คทูเบสิคเลยครับ เลยได้ถามเขาว่าชอบแบบไหน ซึ่งเขาก็เป็นรคนที่ชอบธรรมชาติอยู่แล้ว ทริปนั้นเราไปถ่ายรายการที่อำเภอเชียงดาวพอดี เลยคิดว่าโอกาสนี้น่าจะดีที่สุดแล้ว

อาย : เรามีการคุยเรื่องนี้กันก่อนอยู่แล้วว่าเราจริงจังกันทั้งคู่ที่จะมองเห็นถึงว่าวันนึงเราจะมาเป็นครอบครัวเดียวกัน แต่ไม่คิดว่ามันจะเร็วขนาดนี้ แต่เขาได้มีการคุยกับทางบ้านของอายแล้ว

ว่านไฉ : จริงๆ ผมเองก็ยังไม่รู้ตัวเลยว่าจะได้ขอแต่งงานวันนั้น อย่างที่บอกว่าผมพกแหวนแต่งงานเอาไว้ เมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น เราไม่เลือกสถานที่ แต่ขอเป็นโมเมนต์ที่รู้สึกว่ามันน่ายินดีมากๆ และเขาน่าจะชอบโมเมนต์นั้น ก็เอานาทีนั้นแล้วกัน

ถึงจะเคยถูกขอแต่งงานในละครมาแล้ว แต่พอเจอเข้าจริงก็ทำอะไรไม่ถูก

อาย : โมเมนต์ตอนนั้นเรารู้สึกว่าจริงเหรอ ไม่เคยถูกขอแต่งงานไง ต่อหน้าคนเต็มเลย อายไม่รู้จะทำหน้ายังไง ทำหน้าไม่ถูก อายรู้สึกโลกมันดับ ปกติเราเคยแต่ถูกขอแต่งงานในบทละคร เรารู้สึกบทสนทนาจะเป็นยังไง แต่พอถึงเวลาของเราจริงๆ เราพูดอะไรไม่ถูกเลย แล้วน้ำมูกไหลเยอะมาก เป็นครั้งแรกในชีวิตเลย มันเป็นโมเมนต์ที่เรารู้สึกว่าเราพูดไม่ออกเลย

ว่านไฉ :ผมรอคำตอบอยู่ 5 นาที ฟังดูไม่นานครับ แต่สำหรับคนที่ขอแต่งงานไปแล้วรอคำตอบอยู่มันนานมากๆ เลย เราก็มีความกลัวเกิดขึ้น

อาย-กมลเนตร

ฤกษ์แต่งงานปี 2565 

ว่านไฉ : เราขอแต่งงานกันก่อนที่จะล็อกดาวน์รอบที่ผ่านมาครับ ซึ่งแพลนตอนนี้ก็เลยเปลี่ยนไปเรื่อยๆ มันจัดงานยังไม่ได้ แพลนจริงๆ ที่ดูฤกษ์ไว้คือมีนาคมปีหน้า ไม่ก็พฤษภาคม ก็ต้องมาลุ้นกันว่าในช่วงนั้นจะจัดงานได้ในลักษณะไหน

อาย : สุดท้ายยังไงอายก็จะดูที่สถานการณ์เป็นหลักและความเรียบง่าย หลักๆ เราก็จะเอาที่ครอบครัวของเราทั้งคู่ ความเป็นสิริมงคลกับการที่จะเริ่มต้นชีวิตครอบครัว ในเรื่องของการเฉลิมฉลองเรายังไม่รู้ว่า ณ ปัจจุบันนั้นเราจะสามารถทำได้หรือเปล่า

คำสารภาพว่านไฉแอบชอบอายมานานแล้ว

ว่านไฉ :เอาจริงๆ ไม่เคยบอกใครเลยนะว่า จริงๆ ผมแอบชอบเขามานานแล้ว แอบชอบตั้งแต่จะมีโมเมนต์หนึ่งที่งาน โอเวอร์โค้ท มิวสิก ที่สวนผึ้ง เราได้นั่งดูคอนเสิร์ตกันสองคนแบบเป็นเพื่อน เรานั่งคุยกัน เขาอาจจะจำไม่ได้ว่าเรานั่งคุยกันนานเลย รู้สึกว่าเขาน่ารักจังเลย แต่ด้วยความที่ในช่วงเวลาเราไม่ได้มาคาบเกี่ยวกันสักเท่าไหร่ ต่างคนก็อาจจะมี แล้วเราไม่เคยได้โคจรมาเจอกันในลักษณะคุยกันแบบนี้เลยครับ แล้วทั้งหมดทั้งมวลวันหนึ่งเราโตขึ้น เราสั่งสมประสบการณ์ความชอบของตัวเอง แล้ววันหนึ่งมันดันโสดทั้งคู่ ได้มาเจอกันแล้วก็ยังรู้สึกว่าเขายังน่ารักเหมือนเดิม แต่เราไม่ได้คิดว่าจะจีบ มันก็เกิดจากความเข้าใจผิด ไปกินข้าวกันไม่ได้เจอกันมานาน แล้วเราก็เริ่มคุยโทรศัพท์ เขาก็คุยโทรศัพท์กับเราประมาณ 3 ชั่วโมง เราก็รู้สึกว่าเราพิเศษ เขาต้องรู้สึกอะไรกับเราแน่ๆ เลย จน ณ วันนี้ครับที่ผมขอเขาแต่งงานไปแล้ว เขาคุยโทรศัพท์นานมากๆ ครับ แบบนี้กับทุกคน แม้ว่าจะเป็นทีมผมโทรไปสัมภาษณ์งาน

เหตุผลที่ตัดสินใจเลือกอายเป็นคู่ชีวิต

ว่านไฉ : ที่บ้านเขาจะน่ารักมากๆ ครับ แล้วเราก็รู้สึกว่าเหมือนเราได้เห็นความน่ารักของครอบครัวเขาและได้เห็นที่เขาดูแลครอบครัวได้ดี มันเหมือนเราเลย ชีวิตเราคล้ายๆ กันเลย

อาย : เขาเป็นหัวหน้าครอบครัวเหมือนกัน

ว่านไฉ :  ผมก็เป็นคนที่ดูแลครอบครัวได้ดีมากๆ ก็เลยรู้สึกว่าถ้าได้อยู่ด้วยกันเป็นครอบครัวที่ใหญ่ขึ้นก็น่าจะน่ารักดี นั่นก็เป็นความคิดตอนแรกๆ ก่อนที่จะขอเป็นแฟนอีก คิดเล่นๆ ว่า เฮ้ย เขาน่ารักจังเลย น่ารักเป็นมวลรวมที่เรารู้สึกว่าเราอยากอยู่ด้วยครับ


ข้อมูลจาก : ผู้จัดการออนไลน์

McLaren 720S สี Frosty Blue คันเดียวในเมืองไทยของ อาทิตย์ อาจสงคราม

THE BEATING HEART of McLaren 720S ของ อาทิตย์ อาจสงคราม

“กายชอบรถรุ่นใหญ่ บวกกับความที่แมคลาเรนมีเทคโนโลยีของรถระดับไฮเปอร์คาร์ แต่เราสามารถซื้อได้ในราคาซูเปอร์คาร์ แมคลาเรนจึงถือเป็นนิวเวฟที่มาแรงชนิดตัวแม่ทุกคนต้องมี แถมยังขับดี ถ้าใครขับซูเปอร์คาร์จะรู้ว่าขับง่าย  คอนโทรลง่าย เหตุเพราะเป็นบริษัทรถที่ใช้เงินกับการศึกษาทดลองวิจัยมากบริษัทหนึ่ง จึงมีระบบวิศวกรรมยานยนต์รุ่นใหม่ มีเทคโนโลยีระดับไฮเปอร์คาร์สมรรถนะสูง”

หนึ่งเดียวในไทย
“McLaren 720S คันนี้เป็นรุ่นใหญ่ของแมคลาเรน สี Frosty Blue มีคันเดียวในเมืองไทย เป็นสีพิเศษที่ทำขึ้นมาเฉพาะเท่านั้น ค่าสีอย่างเดียว 3.5 ล้านบาท สีฟ้าเฉดนี้มีประกายคริสตัลอยู่ข้างใน การทำสีของเขาดีมาก ขนาดว่าถ้าใช้เหรียญบาทไปขูดสีก็ไม่หลุด ถ้าเกิดอุบัติเหตุต้องทำสี ต้องส่งไปโรงงานผู้ผลิตต่างประเทศอย่างเดียว

ช่วงล่างมีระบบ Brake Steer ซึ่งพัฒนามาจากเทคโนโลยีF1 ช่วยเบรกล้อที่อยู่ด้านในโค้ง  ลดการหมุนของล้อข้างที่อยู่ในโค้งให้น้อยกว่าด้านนอก เพื่อช่วยให้รถเลี้ยวได้เร็วขึ้น

“คันนี้เบ็ดเสร็จรวมออปชั่นต่างๆประมาณ 40 ล้าน นอกจากเรื่องดีไซน์แล้ว ความปลอดภัยก็อันดับหนึ่ง โครงสร้างเป็นคาร์บอนไฟเบอร์ทั้งหมด น้ำหนักเบา แต่เกาะถนน ถ้าเกิดเหตุไม่คาดคิดบนท้องถนนก็จะไม่คว่ำ ถูกชนแกนกลางก็ไม่หัก ออกแบบมาให้ขับขี่ได้ทั้งสนามแข่งจนถึงท้องถนน

Active Rear Spoiler สปอยเลอร์หลังปรับขึ้นลงตามความเร็ว ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเบรกให้ดียิ่งขึ้นเมื่อขับความเร็วสูงแล้วเหยียบเบรก สปอยเลอร์จะยกต้านลมขึ้นมาเพื่อให้หยุดได้เร็วขึ้นและเกาะถนนมากขึ้น

“ภายในโปร่ง  รอบตัวเป็นกระจกทั้งหมดจนถึงหลังคาแก้ว ซึ่งบางมาก ทำให้มีวิสัยทัศน์ที่ดี มีพื้นที่ใช้สอยและความสะดวกสบายครบครัน ซึ่งสเป็คเดียวกันแบบเปิดวิงส์หรือประตูแบบหมุนขึ้น (Dihedral Doors) นี้ ถ้าอยู่ในเฟอร์รารี่จะเป็นรุ่น LaFerrari ราคา ราว 200 ล้าน

Active Rear Spoiler สปอยเลอร์หลังปรับขึ้นลงตามความเร็ว ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเบรกให้ดียิ่งขึ้นเมื่อขับความเร็วสูงแล้วเหยียบเบรก สปอยเลอร์จะยกต้านลมขึ้นมาเพื่อให้หยุดได้เร็วขึ้นและเกาะถนนมากขึ้น

“คันนี้สั่งมาก่อนช่วงเกิดโควิดระบาดครั้งแรก ใช้เวลาสั่งรวมขนส่งมาถึงไทยประมาณ 8 เดือน จริงๆรถที่จะมารอบใกล้ๆกันนี้ยังมี Ferrari SF90 และ Ferrari F8 Spider เปิดประทุน พอเกิดโควิดจึงขอคืนเฟอร์รารี่ไปก่อน

ออกแบบพื้นที่ใช้สอยภายในที่กว้างขวาง  หรูหราด้วยวัสดุอะลูมิเนียมและ Alcantara สีดำ เวลาขับกระชับมือ สอดรับกับอินเตอร์เฟซแสดงผล McLaren Driver Interface รูปแบบใหม่ ซึ่งมีทั้งจอแสดงผลแบบ Folding Driver Display และ Central Infotainment Screen

“กายจะพารถออกไปวอร์มเครื่องสัปดาห์ละครั้ง ประมาณ 8 นาที ขับออกมาใกล้ๆแถวคอนโด ถ้าไปออกทริปต่างจังหวัด อย่างไปนอนที่บ้านเชียงใหม่ ก็สไลด์รถไปแล้วไปเจอที่โน่น ขับที่เชียงใหม่เลยจบ ยิ่งถ้าได้ไปลงสนามกับทีมแมคลาเรนทั้งหมดจะสนุกมาก”


ที่มา : นิตยสารแพรว ฉบับ 974

เรื่อง : Lynlry

ภาพ : วรสันต์  ทวีวรรธนะ, อิทธิศักดิ์  บุญปราศภัย

CL ร่วม Met Gala 2021

ลุคนางพญา CL แร็ปเปอร์สาวอดีตสมาชิก 2NE1 สวยซ่อนแซ่บ ร่วม Met Gala 2021 ครั้งแรก

ลุคนางพญา CL แร็ปเปอร์สาวอดีตสมาชิกวง 2NE1 สวยซ่อนแซ่บ ร่วม Met Gala 2021 ครั้งแรก

พรมแดง Met Gala 2021 ปีนี้ แฟนๆ ไอดอลสาวจากแดนกิมจิ ตั้งตารอคอยกันมาก เพราะหนึ่งในคนดังที่ได้รับเชิญและเป็นที่พูดถึงอย่างมากจนโลกโซเชียลระอุตั้งแต่ช่วงเช้า ต้องยกให้โรเซ่ BLACKPINK ศิลปินหญิง K-POP คนแรกที่ได้ร่วมเดินพรมแดงนี้ ซึ่งโรเซ่ได้รับเทียบเชิญในฐานะ Global Brand Ambassador ของ Yves Saint Laurent

CL 6

ลุคนางพญา CL แร็ปเปอร์สาวอดีตสมาชิกวง 2NE1 สวยซ่อนแซ่บ ร่วม Met Gala 2021 ครั้งแรก

แต่ไม่ใช่แค่โรเซ่เท่านั้นที่ถูกจับตามอง เพราะไอดอลรุ่นพี่อย่าง CL ก็ได้รับเชิญให้ร่วมพรมแดงนี้เช่นเดียวกัน “CL หรือ Lee Chae-rin” เจ้าของฉายา Queen of K-pop แร็ปเปอร์สาวรุ่นเก๋าระดับตำนาน อดีตหนึ่งในสมาชิกวง 2NE1 ก่อนจะเดินหน้าเป็นศิลปินเดี่ยวเต็มตัวช่วงปี 2015 พร้อมปล่อยซิงเกิ้ลที่โด่งดังเป็นพลุแตกอย่าง Hello Bitches ในปีเดียวกัน และมีผลงานให้ติดตามเรื่อยๆ และอีกไม่นานนี้สาวสวยสุดเท่คนนี้กำลังจะคัมแบ็คอย่างท็อปฟอร์มอีกครั้งกับสตูดิโออัลบั้มที่มีชื่อว่า Alpha ในเดือนตุลาคม 2021 ที่จะถึงนี้

CL 4

และครั้งแรกของCL ในงานพรมแดง Met Gala 2021 เธอจึงปรากฎกายในลุคสวยซ่อนแซ่บดูร่วมสมัย ด้วยชุดเสื้อโค้ทวอลลุ่มใหญ่ทำจากเดนิม ลักษณะได้แรงบันดาลใจมาจากชุดฮันบกของเกาหลี ในขณะที่ท่อนล่างด้านในมีเพียงอันเดอร์แวร์สีขาวสุดเซ็กซี่จากแบรนด์ Alexander Wang คอมพลีตลุคด้วยรองเท้าส้นสูงที่เปิดเปลือยโชว์เรียวขา และเสริมลุคด้วยการครีเอทผมสีบลอนด์ในทรงคล้ายๆ ทรงบุงคินทาคาชิมาดะ ฟีลทรงผมแบบดั้งเดิมที่เข้ากับชุดกิโมโนเจ้าสาวญี่ปุ่น จึงเป็นลุคที่โดดเด่นเรียกเสียงชัตเตอร์จากกล้องรัวๆ ไม่น้อยหน้าใครเลยทีเดียว

CL 1 CL 2 CL 3 CL 5


ภาพ : #MetGala , themetgalaofficial

 

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

แต่งหน้าเต็ม! “Kim Kardashian” สวมชุดดำ คลุมศีรษะจรดปลายเท้าร่วม Met Gala 2021

เรียบแต่โก้! ครั้งแรกของ โรเซ่ BLACKPINK บนพรมแดง Met Gala 2021

เกินต้าน “น้องฉัตร” เมคโอเวอร์ “น้ำตาล ชลิตา” ลุคผมหน้าม้าสวมชฎาแบบ “ลิซ่า”

 

 

ธงไชย แมคอินไตย์ 

ธงไชย แมคอินไตย์  ไว้อาลัย ‘ทมยันตี’ ตำนานวงการนักเขียนไทย ผู้สร้างโกโบริ

ไว้อาลัยตำนานวงการนักเขียนไทย ‘ทมยันตี’  บุคคลที่เป็นส่วนหนึ่งที่สร้างชื่อเสียงให้ โกโบริ  และ  ธงไชย แมคอินไตย์

หลังจากที่เมื่อวานนี้มีรายงานว่า คุณหญิงวิมล ศิริไพบูลย์ นักเขียนและศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ พ.ศ.2555 เจ้าของนามปากกาอย่าง ทมยันตี, ลักษณวดี, กนกเรขา, โรสลาเรน, มายาวดี ได้ถึงแก่กรรมในท่านั่งสมาธิ ณ ล้านนาเทวาลัย ตำบลท่าวังตาล อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งสร้างความเสียใจให้กับครอบครัวและคนดังที่เคยร่วมงานเป็นอย่างมาก

ทมยันตี

ธงไชย แมคอินไตย์  ไว้อาลัย ‘ทมยันตี’ ตำนานวงการนักเขียนไทย ผู้สร้างโกโบริ

ล่าสุดซูเปอร์สตาร์ เบิร์ด-ธงไชย  ซึ่งเคยรับบทเป็นท โกโบริ ในเรื่องคู่กรรม ทั้งในเวอร์ชันละคร และเวอร์ชันภาพยนตร์ ได้ออกมากล่าวความรู้สึกแสดงความไว้อาลัยต่อการจากไปของ ตำนานวงการนักเขียนไทย “คงจะทราบกันแล้วว่า เราได้สูญเสียศิลปินแห่งชาติ คุณทมยันตี นักประพันธ์ ผู้ประพันธ์นวนิยายไทยหลายต่อหลายเรื่อง ซึ่งแต่ละเรื่องก็ล้วนแต่ทรงคุณค่าทั้งนั้น และในจำนวนหลายๆเรื่องนั้นก็มี  1 เรื่องที่เบิร์ดมีโอกาสได้แสดง เบิร์ด อยากกราบขอบพระคุณทมยันตีอีกครั้ง ที่เป็นส่วนหนึ่งในการสร้าง ธงไชย แมคอินไตย์ สร้างชื่อเสียงให้กับเบิร์ดในบทของ โกโบริ ในคู่กรรมของคุณทมยันตี จนถึงวันนี้และวันต่อๆ ไปผลงานของคุณทมยันตีจะอยู่กับเราอีกนานแสนนาน เบิร์ด ภาคภูมิใจในตัวคุณทมยันตี เบิร์ดขอกราบลาณทมยันตีเพียงเท่านี้”

ธงไชย แมคอินไตย์ 

ขณะที่ทางด้าน กวาง-กมลชนก เขมะโยธิน เคยสวมบทบาท อังศุมาลิน นางเอกละครเรื่อง คู่กรรม ได้ออกมาแสดงความอาลัยต่อการจากไปของ คุณทมยันตี ระบุว่า “พฤษภกาสร อีกกุญชรอันปลดปลง โททนต์เสน่งคง สำคัญหมายในกายมี นรชาติวางวาย มลายสิ้นทั้งอินทรีย์ สถิตทั่วแต่ชั่วดี ประดับไว้ในโลกา”

“ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวและญาติมิตรของป้าอื๊ด คุณหญิงวิมล ศิริไพบูลย์ หรือ ทมยันตี นักเขียนชื่อดังของเมืองไทยที่ประพันธ์เรื่อง คู่กรรม, ค่าของคน และ พ่อครัวหัวป่าก์ ที่กวางโชคดีได้สวมบทบาทนางเอกของท่านทั้ง 3 เรื่องค่ะด้วยความอาลัยรักป้าอี๊ด ทมยันตี ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ ปูชนียบุคคลของไทย ที่กวางเคารพรักยิ่งค่ะ”


 

DoiTung Thank You Sale 2021

มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ จัดงาน DoiTung Thank You Sale 2021

แม้จะคลายล็อกดาวน์แต่เพื่อความปลอดภัย มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ จัดงาน DoiTung Thank You Sale 2021 บนแพลตฟอร์มออนไลน์ขึ้นเป็นครั้งแรก! พร้อมยกขบวนผลิตภัณฑ์งานมือคุณภาพที่ผสมผสานฝีมือชุมชนบนดอยตุงเข้ากับดีไซน์ร่วมสมัยของนักออกแบบมืออาชีพ มาลดราคา 30-70% ให้นักช้อปเลือกซื้อกันอย่างสนุกสนานและปลอดภัย เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรการการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 ตั้งแต่วันที่ 15-30 กันยายนนี้

งานนี้คอกาแฟและแมคคาเดเมีย พลาดไม่ได้กับโปรโมชันดีๆ มีให้ช้อปเพียบ ส่วนสายแฟเตรียมพบกับสินค้าแฟชั่น ของตกแต่งบ้าน ตลอดจนสินค้ารักษ์โลกที่มีมาให้เลือกกว่า 400 รายการเช่นกัน

แล้วเจอกันที่ shop.doitung.com หรือ shop.line.me/@doitung_lifestyle

มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ จัดงาน DoiTung Thank You Sale 2021

DoiTung Thank You Sale 2021 DoiTung Thank You Sale 2021 DoiTung Thank You Sale 2021 DoiTung Thank You Sale 2021

Mercedes-Maybach GLS

“เบนซ์ไพรม์มัส” แกร่ง! คว้าสิทธิ์ขาย Mercedes-Maybach เตรียมปรับโฉมโชว์รูมใหม่ ประเดิมเปิดตัว Mercedes-Maybach GLS

เบนซ์ไพรม์มัส แกร่ง ! คว้าสิทธิ์ขาย Mercedes-Maybach ในไทย มุ่งขยายธุรกิจบริการครบวงจร เตรียมปรับโฉมโชว์รูมใหม่ ประเดิมเปิดตัว Mercedes-Maybach GLS รถเอสยูวีลักชัวรี่ ไตรมาสสุดท้าย พร้อมฉลองความสำเร็จมอบแคมเปญสุดพิเศษ StarFest 2021 เริ่มวันนี้ ถึง 30 ก.ย.64

นายณัฏฐวุฒิ ตั้งคารวคุณ ประธาน บริษัท ไพรม์มัส ออโต้เฮาส์ จำกัด เปิดเผยว่า ตามที่บริษัทแม่ “เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย)” มอบความไว้วางใจและเชื่อมั่นศักยภาพการบริหารงานของ เบนซ์ไพรม์มัส แกร่ง ! คว้าสิทธิ์ขาย Mercedes-Maybach ในไทย มุ่งขยายธุรกิจบริการครบวงจร เตรียมปรับโฉมโชว์รูมใหม่ ประเดิมเปิดตัว Mercedes-Maybach GLS รถเอสยูวีลักชัวรี่ ไตรมาสสุดท้าย พร้อมฉลองความสำเร็จมอบแคมเปญสุดพิเศษ StarFest 2021 เริ่มวันนี้ ถึง 30 ก.ย.64

นายณัฏฐวุฒิ ตั้งคารวคุณ ประธาน บริษัท ไพรม์มัส ออโต้เฮาส์ จำกัด เปิดเผยว่า ตามที่บริษัทแม่ “เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย)” มอบความไว้วางใจและเชื่อมั่นศักยภาพการบริหารงานของ

คุณณัฏฐวุฒิ ตั้งคารวคุณ

ประกอบกับวิสัยทัศน์ของผู้บริหารในการดำเนินธุรกิจ, ความพร้อมด้านบุคลากรและการลงทุน รวมถึงทำเลที่ตั้งที่มีศักยภาพ ถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัย ที่ทำให้  “เบนซ์ไพรม์มัส” ได้รับการพิจารณาและคัดเลือกเป็น 1 ใน 4 ของผู้จำหน่ายรถยนต์ Mercedes-Maybach ในประเทศไทย จากผู้จำหน่ายรถยนต์ Mercedes-Benz ทั่วประเทศ ที่มีจำนวนทั้งสิ้น 34 แห่ง

“ผมรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับโอกาสในครั้งนี้ และขอขอบคุณบริษัทแม่เป็นอย่างมาก ที่มอบความไว้วางใจและมองเห็นถึงความมุ่งมั่น ตั้งใจในการดำเนินงานของผู้บริหาร และบุคลากรในทุกภาคส่วน ผมเชื่อว่า การได้รับแต่งตั้งเป็นดีลเลอร์ Mercedes-Maybach ในครั้งนี้ จะทำให้เรามีผลิตภัณฑ์ครบทุกเซกเมนต์ในการตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของลูกค้า ผนวกกับความมุ่งมั่นในการเพิ่มขีดความสามารถด้านบริการของบุคลากร จะส่งผลทำให้ธุรกิจของเราเจริญเติบโตก้าวหน้าอย่างแข็งแกร่ง และมั่นคงยั่งยืนต่อไปในอนาคต” นายณัฏฐวุฒิ กล่าว

Mercedes-Maybach GLS

สำหรับโชว์รูม Mercedes-Maybach ตั้งอยู่ชั้น 2 ของ “เบนซ์ไพรม์มัส” บนถนนเลียบทางด่วนเอกมัย-รามอินทรา ขณะนี้ ได้ดำเนินการปรับปรุงเพื่อจัดทำพื้นที่จัดแสดงรถยนต์ โดยเน้นเอกลักษณ์เฉพาะแบบ Sophisticated Luxury พร้อมจัดเตรียมบุคลากร และอุปกรณ์เครื่องมือเทคโนโลยีพิเศษต่าง ๆ เพื่อรองรับการบริการอย่างเต็มรูปแบบสำหรับลูกค้าคนสำคัญ คาดว่าการดำเนินงานแล้วเสร็จประมาณปลายกันยายน 2564

นายจิระพล รุจิวิพัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไพรม์มัส ออโต้เฮาส์ จำกัด เปิดเผยว่า การได้รับแต่งตั้งเป็นผู้จำหน่ายรถยนต์ Mercedes-Maybach ในครั้งนี้ ทำให้ “เบนซ์ไพรม์มัส” เป็นผู้จำหน่ายรถยนต์ Mercedes-Benz แห่งแรก ของเขตกรุงเทพฯ ชั้นใน ที่จำหน่ายผลิตภัณฑ์ครบทุกเซกเมนต์ ได้แก่ Mercedes-Benz, Mercedes-AMG, กลุ่มรถออฟโรด G-Class, กลุ่มรถอเนกประสงค์ MPV, กลุ่มรถตู้โดยสาร V-Class และ sub-brand ของ Mercedes-Benz ล่าสุด คือ Mercedes-Maybach ทำให้สามารถตอบโจทย์ทุกความต้องการของลูกค้าได้อย่างแท้จริง

คุณจิระพล รุจิวิพัฒน์

ส่วนโชว์รูมและศูนย์บริการ “Mercedes-Maybach” ขณะนี้ อยู่ระหว่างการปรับปรุงพื้นที่บริเวณชั้น 2 ในอาคารโชว์รูม เพื่อจัดสรรเป็นพื้นที่จัดแสดง และรองรับการเข้าเยี่ยมชมรถยนต์แบบเอ็กซ์คลูซีฟ โดยให้ความสำคัญกับการออกแบบและตกแต่งทุกรายละเอียด ด้วยความประณีต พิถีพิถัน เน้นความหรูหรา สง่างาม และเป็นเอกลักษณ์เฉพาะ ตามแบบฉบับของยานยนต์ชั้นเลิศ พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกที่คัดสรรเป็นพิเศษ สำหรับรองรับอรรถประโยชน์สูงสุดในการเลือกเป็นเจ้าของรถยนต์สุดพิเศษ เพื่อส่งมอบประสบการณ์ใหม่ที่เหนือระดับเฉพาะกลุ่มลูกค้าไฮเอนด์

ทั้งนี้ โชว์รูมและศูนย์บริการ Mercedes-Maybach จะเปิดอย่างเป็นทางการ พร้อมกับการเปิดตัวรถยนต์ เอสยูวี ซูเปอร์ ลักชัวรี่ รุ่นใหม่ล่าสุด  “Mercedes-Maybach GLS” ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้

Mercedes-Maybach GLS

และในโอกาสเฉลิมฉลองความสำเร็จนี้ ทาง “เบนซ์ไพรม์มัส” ขอมอบข้อเสนอพิเศษสำหรับผู้สนใจที่ต้องการเป็นเจ้าของรถยนต์ Mercedes-Benz และ Mercedes-AMG ด้วยแคมเปญ StarFest 2021 : Season of the ultimate offers รับสิทธิประโยชน์มากมาย อาทิ  ผ่อน 0% นาน 48 เดือน, ฟรี! ประกันภัยชั้น 1 นาน 2 ปี, รับฟรี! โปรแกรมบำรุงรักษา MBSP แพคเก็จ Compact 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง หรือรับบัตรส่วนลดผลิตภัณฑ์ MB Accessories มูลค่า 10,000 บาท เป็นต้น

พร้อมมอบความอุ่นใจด้านบริการหลังการขาย ด้วยส่วนลดอะไหล่แท้สูงสุด 20% (เฉพาะอะไหล่แท้ที่ร่วมรายการ), ฟรี! ค่า Excess สูงสุด 100% เมื่อนำรถเข้าซ่อมสีและตัวถัง (ตามเงื่อนไขที่กำหนด) ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม  – 30 กันยายน นี้ เฉพาะที่ “เบนซ์ไพรม์มัส”

ผู้ใดสนใจรับข้อเสนอพิเศษด้านการขายและบริการหลังการขาย สอบถามเพิ่มเติม โทร.02 095 5555 หรือ www.benzprimus.com    หรือ LINE: bit.ly/primusth (@benzprimus) หรือ Facebook :  bit.ly/primusfb

HUBLOT Big Bang DJ Snake

HUBLOT BIG BANG DJ SNAKE อูโบลท์ บิ๊ก แบง ดีเจ สเนก

ศิลปินชื่อดังชาวฝรั่งเศสที่มียอดการสตรีมมากที่สุดในโลก ด้วยผลงานสุดฮิตระดับสากลมากมาย DJ Snake (ดีเจ สเนก) ได้ผนึกกำลังกับ Hublot (อูโบลท์) เผยโฉมผลงานสร้างสรรค์สุดเอ็กซ์คลูซีฟรุ่นใหม่ Big Bang DJ Snake (บิ๊ก แบง ดีเจ สเนก) นาฬิกาที่โดดเด่นด้วยการผสมผสานของหลากหลายมิติ เฉกเช่นเดียวกับศิลปินผู้มากด้วยพรสวรรค์ที่เป็นต้นกำเนิดของแรงบันดาลใจในผลงานรุ่นนี้

 

ติดตามได้ทาง: @Hublot @Hublot_Bangkok #Hublot #HublotBangkok #BigBangDJSnake

HUBLOT Big Bang DJ Snake

 

“เพื่อให้สามารถสวมใส่ได้ และนำเสนอให้กับแฟนๆ ของผม นาฬิกาซึ่งสะท้อนบุคลิกของผมนั้นจึงเป็นสิ่งที่มีความสำคัญอย่างมากสำหรับผม และนับตั้งแต่จุดเริ่มต้นที่ได้ร่วมกับ Hublot ผมดีใจที่มีส่วนร่วมผสมผสานแรงบันดาลใจของผมเข้ากับความเชี่ยวชาญอันน่าอัศจรรย์ของเหล่าช่างนาฬิกาและช่างเทคนิคของแบรนด์สวิสนี้”  

DJ Snake (ดีเจ สเนก)

 

“DJ Snake ได้เปลี่ยนทุกๆ สิ่งที่เขาสัมผัสให้กลายเป็นทอง! เรารู้สึกตื่นเต้นที่ได้ร่วมถ่ายทอดพลังสร้างสรรค์อันโดดเด่นของเขาสู่  ผลงานรุ่นผลิตจำนวนจำกัดใหม่ และผลลัพธ์ที่ได้นั้นช่างมีหลากหลายมิติ เฉกเช่นเดียวกับพรสวรรค์ของ DJ Snake!”  

Ricardo Guadalupe (ริคาร์โด กัวดาลูเป)

ซีอีโอแห่งอูโบลท์

HUBLOT Big Bang DJ Snake

DJ Snake (ดีเจ สเนก) เป็นที่รู้จักแห่งวงการดนตรีทุกวันนี้เป็นอย่างดีจนแทบที่จะไม่จำเป็นต้องแนะนำตัวเขาอีกต่อไป โดยดาวเด่นแห่งดนตรีอิเล็กทรอนิกส์คนนี้ได้ดึงดูดความสนใจของสาธารณชน เป็นครั้งแรกด้วยแทร็กเพลง “Turn Down For What” ซึ่งปล่อยออกมาในปี 2013 และนับจากนั้นมา ก็ยังมีเพลงฮิตติดอันดับอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น “Lean On”, “Loco Contigo”, “Let Me Love You” ร่วมกับ Justin Bieber (จัสติน บีเบอร์) และ “Selfish Love” กับ Selena Gomez (เซลีนา โกเมซ) รวมถึงการร่วมงานกับศิลปินชื่อดังอีกมากมาย ทั้ง Diplo (ดิปโล), Kanye West (คานเย เวสต์), Lil Jon (ลิล จอน) และอีกมากมายที่กำลังจะตามมา! ซึ่งเขาได้กลายเป็นศิลปินชาวฝรั่งเศสคนแรกที่มีถึงสองเพลงซึ่งเล่นมาแล้วมากกว่าพันล้านครั้งบน Spotify (สปอติฟาย) และคว้ารางวัลอีกมากมายที่ ไม่ว่าจะเป็น Billboard Music Awards (บิลบอร์ด มิวสิค อวอร์ดส), MTV Music Awards (เอ็มทีวี มิวสิค อวอร์ดส) และอีกไม่น้อยกว่าสามรางวัลจาก NRJ Music Awards (เอ็นอาร์เจ มิวสิค อวอร์ดส)

โดย Hublot และ DJ Snake ได้จับมือร่วมงานกันตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ปี 2018 เมื่อเขาได้เดินทางมาร่วมในงานค่ำคืน       ส่งท้ายการแข่งขัน FIFA World Cup (ฟีฟ่า เวิลด์ คัพ) ที่ประเทศรัสเซียของ Hublot

HUBLOT Big Bang DJ Snake

สามปีต่อมา นาฬิการุ่นแรกแห่งสัมพันธภาพนี้ก็ได้เผยโฉมขึ้นด้วยรุ่น Big Bang DJ Snake (บิ๊ก แบง ดีเจ สเนก) จากงานออกแบบไอคอนิกอันเป็นที่จดจำได้ทันทีของ Big Bang (บิ๊ก แบง) ครั้งนี้เปล่งประกายไปด้วยประกายเฉดสีนับพัน โดยขอบตัวเรือนและชิ้นส่วนประกอบไทเทเนียมหกชิ้นของตัวเรือนขนาด 45 มม. ที่ประดับตกแต่งไว้ด้วยมิติแห่ง “วงแหวนของนิวตัน” (“Newton’s Rings”) ซึ่งเป็นกระบวนการสร้างสรรค์ทางเทคนิคที่คล้ายกันกับการเคลือบ พีวีดี (PVD) สีดำ ซึ่งบรรลุได้โดยการประจุด้วยสีสันต่างๆ และควบคุมการหันเหของแสงสะท้อนในชิ้นส่วนต่างๆ ณ ตำแหน่งที่แม่นยำเพื่อให้ได้มาซึ่งสีที่ต้องการ และเมื่อเสร็จสมบูรณ์แล้ว นาฬิกาก็จะเผยความโดดเด่นไปด้วยประกายริ้วแสงสีรุ้งซึ่งจะเปลี่ยนไปตามแสงและมุมมองของการมอง

HUBLOT Big Bang DJ Snake

ไม่เพียงเท่านั้นพื้นผิวของชิ้นส่วนเหล่านี้ยังได้ผ่านกระบวนการทำให้มีความแข็งมากยิ่งขึ้น ก่อนที่จะถูกนำมาผ่านการเคลือบสีเพื่อเพิ่มความคงทนของสี โดยกระบวนการนี้ถือเป็นอีกหนึ่งความซับซ้อน ด้วยเพราะเป็นความยากที่จะได้มาซึ่งการไล่เฉดสีแบบเดียวกันบนนาฬิกาแต่ละเรือนทั้งหมด 100 เรือน ที่ได้รับการรังสรรค์ขึ้น ในขณะที่ส่วนตัดบนขอบด้านนอกของขอบตัวเรือน นั้นยังได้รับการออกแบบขึ้นโดย  DJ Snake เอง ซึ่งรอยบากเหล่านี้เป็นสิ่งที่ทำให้ Big Bang DJ Snake (บิ๊ก แบง ดีเจ สเนก) จึงเป็นที่จดจำได้อย่างทันทีและโดดเด่นแตกต่างไปจากคอลเลคชั่นอื่นๆ สามารถถ่ายทอดถึงความเป็น “Art of Fusion” (ศิลปะแห่งการผสมผสาน) ซึ่งเป็นปรัชญาของ Hublot ได้เป็นอย่างดี!

HUBLOT Big Bang DJ Snake

ส่วนโฉมหน้าด้านบนของหน้าปัดกระจกแซฟไฟร์นั้นยังถ่ายทอดไว้ด้วยสีสันเดียวกันกับตัวเรือนโดดเด่นด้วยภาพแผนที่รูปโลกซึ่งเหมือนดั่งสัญลักษณ์ของ DJ Snake ที่สื่อถึงการเดินทางมากมายของเขาไปทั่วโลกเพื่อแสดงคอนเสิร์ต  ทั้งยังหมายถึงเพลงฮิตของ เขาที่ได้สร้างให้โลกใบนี้กลายเป็นเสมือนบ้านของเขา ส่วนด้านล่างของหน้าปัดตกแต่งแบบสเกเลตันและเคลือบเพื่อให้เกิดเป็นการตกแต่ง fumé (ฟูเม่) สีดำ

ขณะที่การตกแต่งกึ่งโปร่งใสนี้ยังช่วยให้สามารถมองเห็นการทำงานของกลไกชื่อดังอย่างคาลิเบอร์ HUB1242 UNICO (เอชยูบี 1242 ยูนิโค) กลไกฟลายแบ็กโครโนกราฟที่มาพร้อมพลังงานสำรอง 72 ชั่วโมง

ผลิตขึ้นในจำนวนจำกัดเพียง 100 เรือน Big Bang DJ Snake (บิ๊ก แบง ดีเจ สเนก)รุ่นนี้จะมาพร้อมกับสายสองเส้นซึ่งสามารถถอดเปลี่ยนได้อย่างง่ายดายด้วยระบบ One Click (วัน คลิก) สิทธิบัตรของ Hublot โดยสายอันแรกทำจากยางลวดลายคามูฟลาจสีเทาสีดำและสีม่วง สะท้อนถึงการผสมผสานของสีสันบนตัวเรือนนาฬิกา ส่วนสายเส้นที่สองทำจากยางตกแต่งลายเส้นโครงสร้างสีดำ พร้อมทั้งตัวพับล็อกบนสายเหล่านี้ที่ยังถ่ายทอดไว้ด้วยมิติ “วงแหวนของนิวตัน” เดียวกันกับบนตัวเรือนและขอบตัวเรือนนาฬิกานั่นเอง